สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

สาธิต ปิตุเตชะ หารือเรื่องประสิทธิภาพและงบประมาณ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นของการมีวิสัยทัศน์และการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ถึงระยอง และมาบตาพุด

นายสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง

ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ ผมเคารพท่านประธานมาก เพราะว่าท่านประธานทำหน้าที่บนที่นั่งอันนั้น ด้วยความเป็นกลางจริง ๆ แต่ว่าที่ท่านประธานวินิจฉัยนี้นะครับ ผมขอชี้แจงว่าผมกำลังจะ อภิปรายเรื่องประสิทธิภาพ ผมบอกไปแล้วครับ ว่าประสิทธิภาพของผมมี ๒ เรื่องใหญ่ ๆ คือ เรื่องวิสัยทัศน์ และเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน วิสัยทัศน์ก็หมายความว่าถ้าให้เงินเยอะ แล้วไม่มีวิสัยทัศน์เงินก็ไม่เกิดประสิทธิภาพครับ ผมก็อธิบายอย่างนี้นะครับ ว่าผมยังไม่เห็น วิสัยทัศน์ของผู้นำในขณะนี้ เพราะฉะนั้นผมก็ให้เงินเยอะไม่ได้ ผมขออนุญาตอภิปรายต่อนะครับ ท่านประธานครับ นอกจากนั้นความต้องการของคนมาบตาพุดหรือคนจังหวัดระยองก็คือ ความต้องการคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่เหนือจาก ๒ เรื่องนี้นั่นก็คือมาตรฐานสิ่งแวดล้อมครับ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมจะเกิดขึ้นได้ก็ไม่ได้เกิดจากผู้ประกอบการอย่างเดียว และไม่เกิดขึ้น จากราชการหรือว่ากระทรวง ทบวง กรมอย่างเดียวครับ เพราะว่าถ้าเกิดเหตุการณ์ ควันในปล่องโรงงานปล่อยสีดำขึ้นมา อ่านค่ามาตรฐานได้ว่ามีซัลเฟอร์ ไดออกไซด์ (Sulfur dioxide) อยู่เกินมาตรฐาน แต่ถ้าชาวบ้านไม่เชื่อมันก็อยู่กันไม่ได้ เขาก็ทำไว้แล้วครับ ทั้งผู้ประกอบการเอง คณะกรรมการ ๔ ฝ่ายที่มีการแต่งตั้งท่านอดีตนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อานันท์ ปันยารชุน ไปดู เอา ๔ ฝ่ายมาดูพร้อมกัน ทั้งราชการ ทั้งรัฐบาล ทั้งเอกชน ทั้งผู้ประกอบการ มาดู แล้วไปกำหนดว่าควรจะทำอะไรบ้าง ขณะนี้เดินมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นจากแผนคณะกรรมการ ๔ ฝ่ายก็คือเขาเรียกว่า โพรเทคชั่น สทริป (Protection strip) นั่นก็คือแนวกันชนระหว่างชาวบ้านกับโรงงานนะครับ สิ่งที่พูดเหล่านี้ ผมกำลังจะอธิบายกับท่านประธานว่าต้องเดินต่อครับ ไม่ว่าเป็นรัฐบาลไหนต้องเดินต่อ เพราะสิ่งที่ได้กลับมามันคุ้มค่าและมันสำคัญเพราะมันเป็นปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผมบอกว่ายังไม่เห็นวิสัยทัศน์เพราะว่า

๑. ก็คือไม่มีการขยับเขยื้อนและไม่มีการเดินต่อ ไม่มีการประชุม

๒. ก็คือว่ากฎหมายที่ต้องมาสร้างความชัดเจนก็ยังไม่มี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ต้องตัด จริง ๆ ผมตัดแค่ ๒ หัวข้อ มาตรา ๔ มีทั้งหมด ๑๒ วงเล็บครับ ผมตัด (๒) คือค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัย อันนี้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อนสมาชิกพูดเยอะครับ แล้วก็ (๖) คือเงินสำรองเพื่อใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นก้อนนี้ครับ ตั้งไว้ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนี่นะครับ สำรองใช้จ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ก็เป็นอำนาจนายกรัฐมนตรี โดยตรงถูกไหมครับท่านประธาน ความจริงงบกลางจะใช้หมดภายในต้นปีก็ไม่ได้นะครับ เพราะต้องดูว่าประเทศเรามีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้คาดการณ์ล่วงหน้า เพราะฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าการใช้เงินของงบกลางมันต้องมีประสบการณ์ มันต้องแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าและต้องมีวิสัยทัศน์ ผมก็ยืนยันว่าผมให้ไปหมดไม่ได้ ก็ตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ อยากฝากกับท่านประธานว่าถ้าจะให้ผมลงมติเห็นด้วยและเห็นชอบในหลักการว่ามาบตาพุด ไม่ใช่ปัญหาเชิงพื้นที่ มาบตาพุดเป็นปัญหาของประเทศและปัญหาความมั่นคง ของประเทศชาติ ฝากท่านประธานไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าต้องมีวิสัยทัศน์ดีกว่านี้ครับ ในการที่จะไปเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ในมาบตาพุดซึ่งมีโครงการสำคัญที่ถูก ผมถือว่า ไม่มีประสิทธิภาพ และผมจะไปพูดต่อไปในมาตรา ๑๒ นั่นคือรถไฟฟ้าความเร็วสูงครับ รถไฟฟ้าความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ ถึงระยองไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุผลทางการเมืองครับ เกิดขึ้นเพราะจุดคุ้มทุนและมีการศึกษาเสร็จเรียบร้อย ครม. อนุมัติแล้ว ถ้าผมจำวันที่ไม่ผิด วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๕๓ ครับ คนภาคตะวันออกดีใจกันหมดเลยครับ เพราะว่าจะเดินทาง จากจังหวัดระยอง จากจังหวัดชลบุรีมากรุงเทพมหานครใช้เวลา ๔๐ นาทีครับ แล้วก็มี การสำรวจเส้นทางเรียบร้อย ถ้าท่านประธานไม่เชื่อไปสอบถามสำนักงานเศรษฐกิจการคลังดูว่า เขาทำไว้ครบหมดแล้วครับ แต่ว่าการจัดงบประมาณ ปี ๒๕๕๕ ฉบับนี้กลายเป็นว่าไปศึกษาใหม่ ไปศึกษาเฉพาะเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปชลบุรี แถมยังเปลี่ยนเส้นทางศึกษาไปกรุงเทพฯ- โคราช อันนี้ก็ไม่ว่ากันครับ และกรุงเทพฯ-พิษณุโลก และกรุงเทพฯ-หัวหิน อันนี้ ก็เป็นเรื่องที่เป็นสิทธิที่รัฐบาลทำได้ แต่ทำไมไม่เดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง หรือกรุงเทพฯ-มาบตาพุดครับ ถ้ารัฐบาลชุดนี้เดินหน้าและให้ความสำคัญ ในเรื่องนี้ มีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ มีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ของชาติ คือมาบตาพุด ผมก็จะลงมติให้ ขอบพระคุณครับ