สุชีน เอ่งฉ้วน แสดงความกังวลเกี่ยวกับการจัดงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะเรื่องยางพาราและเสนอให้ตัดงบประมาณ 15% เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน เธอหารือเรื่องราคายางพาราที่ตกต่ำและเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา รวมถึงการช่วยเหลือในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตยางพารา
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุชีน เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ กระผม ได้เสนอตัดงบประมาณในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเนื่องจาก งบประมาณในส่วนนี้ไม่สนองความต้องการ แล้วก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของยางพารานะครับ
ประการที่ ๑ คือปัจจุบันนี้ราคายางพารา เมื่อเช้านี้ไปสํารวจมา ไปตรวจสอบมา เหลือกิโลกรัมละ ๘๗ บาทสําหรับยางแผ่น แล้วก็เหลือ ๗๙ บาทสําหรับน้ํายางพารา นั่นหมายถึงว่าราคายางที่ตกต่ําไป ราคาในขณะวันนี้ต่างจากเมื่อปีที่แล้ว ปีที่แล้ววันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ถือว่าเป็นวันดีของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราเพราะว่าได้ ยางพาราสูงที่สุดตั้งแต่เคยมีมาหรือขายได้กิโลกรัมละ ๑๘๕ บาท เฉลี่ยแล้ว ปีที่แล้วทั้งปี พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราขายยางพาราได้ไม่ต่ํากว่า ๑๕๐ บาท ปัจจุบันนี้เหลือไม่ถึง ๑๐๐ บาท แล้วพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกยางพารามีอยู่ทั้งหมด ๑๔ ล้านไร่ ปีหนึ่งมีผลผลิต สําหรับยางพาราในประเทศไทยถึง ๓.๒ ล้านตัน ผมถามว่างบประมาณฉบับนี้ได้ช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้างไหม มีงบประมาณในส่วนไหนบ้างที่ไปดูแลพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนยางพารา รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ปีที่แล้วได้เงินจากเกษตรกรชาวสวนยางพารา เพื่อมาใช้ในระบบเศรษฐกิจถึง ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในรัฐบาลของท่านที่ว่าจะกระชาก เศรษฐกิจครับ นี่ท่านกระชากอย่างไรครับหายไปแล้ว ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เพราะว่า ยางพาราท่านนี่ราคาตกไปต่ํากว่า ๕๐ บาทต่อกิโลกรัมเมื่อเปรียบเทียบกับสมัยปีที่แล้ว นี่ถ้าปล่อยให้ท่านบริหารประเทศไป ๒ ปีนี่เงินของเกษตรกรพี่น้องชาวสวนยางพารา ไม่หายไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทหรือครับ อยากฝากท่านกรรมาธิการถามทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้ด้วยนะครับ ท่านอาจจะบอกว่ายางพาราราคาตกต่ํามีสาเหตุมาจากเศรษฐกิจ ของยุโรป มีปัญหามาจากวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐอเมริกา จริงครับ ๒ อย่างนี้ รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ก็โดนเหมือนกับรัฐบาลท่านนะครับ แต่ว่ารัฐบาลท่านนี่หนักกว่าอีก ถ้ารัฐบาลท่านนี่โดนในเรื่องของประเทศญี่ปุ่นนี่โดนสึนามิก็เลยหยุดชะลอกําลังการผลิต หยุดการสั่งซื้อยางพาราจากประเทศไทย รัฐบาลของท่านนี่โดนมากกว่ารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของวิกฤตการณ์น้ํา น้ําที่ท่วมนิคมอุตสาหกรรมทําให้ภาคการผลิตรถยนต์ ในประเทศไทยนี่ชะลอลง การใช้ยางพาราในประเทศไทยนี่ก็น้อยลง นั่นก็เป็นเรื่อง ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็รัฐบาลนี้จะต้องเป็นภาระเพื่อที่จะไปดูแลพี่น้อง เกษตรกรชาวสวนยางพารา
ประการที่ ๒ อยากจะบอกคณะกรรมาธิการงบประมาณชุดนี้ว่าได้ถาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บ้างหรือเปล่าว่ามีนโยบาย มีแผนงานอะไรที่จะมาดูแล เมื่อเวลาที่ยางราคาตกต่ํา วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒ เดือนที่ผ่านมานี่อยู่ ๆ น้ํายางสดหล่น ลงไปเหลือกิโลกรัมละ ๕๕ บาท นี่เพราะอะไร แล้วถ้ามันหล่นลงไป ๕๕ บาทแล้วนี่มีวิธีการไหน หรือว่ามีมาตรการอะไรบ้างที่จะไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร
สําหรับปาล์มน้ํามันครับ ปาล์มน้ํามันก็เหมือนกับยางพารา ต้นปีที่แล้ว เราได้ขายปาล์มน้ํามันกันในกิโลกรัมละ ๗ บาท ๘ บาท ราคาวันนี้เหลืออยู่ที่ ๔.๕๐ บาท ๕ บาท หายไปกิโลกรัมละ ๒ บาท อยากจะถามท่านว่าปาล์มน้ํามันที่เป็นพืชทดแทน หรือพืชพลังงานทดแทนท่านได้สนับสนุนไหม งบประมาณชุดนี้ได้สนับสนุนพืชพลังงาน ทดแทนไปบ้างไหม นําปาล์มน้ํามันมาทําเป็นไบโอดีเซลหรือเปล่า น้ํามันไบโอดีเซล บี ๒ (B2) บี ๓ (B3) บี ๕ (B5) หายไปไหน ได้รับการสนับสนุนบ้างไหม สําหรับเรื่องปาล์มน้ํามันครับ
ประการที่ ๓ ที่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการ ก็คือว่ารัฐบาลชุดนี้มีนโยบาย แก้ไขปัญหาเรื่องยางพาราและปาล์มน้ํามันอย่างไร คณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ ที่ได้เคยตั้งไว้ได้เคยมีการประชุมกันไหม สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ที่ยางพารากิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท ๑๙๐ บาท ๑๕๐ บาทโดยเฉลี่ย เพราะอะไร เพราะว่ามีท่านรองนายกรัฐมนตรี สุเทพในขณะนั้นไปนั่งทําหน้าที่ดูแลคณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ มีท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปนั่งเป็นประธานดูแลคณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติ ทําให้ ทั้งยางพารา ทําให้ทั้งราคาปาล์มน้ํามันเมื่อปีที่แล้วมีราคาสูง รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์โดนวิกฤติ เข้าไปแค่ ๒ ข้ออย่างที่ผมกล่าว ของท่านนี่โดนเข้าไป ๔ ข้อ ท่านจะต้องขยันมากกว่า รัฐบาลชุดที่แล้วถึง ๒ เท่านะครับ เพราะโดนมากกว่า
อีกประการหนึ่งครับ ยางพาราสามารถแก้ไขปัญหาได้ อย่างรัฐบาลชุดที่แล้ว วิธีการทําอย่างไรครับ เราก็รู้อยู่ว่ายางพารามีอยู่ใน ๓ ประเทศที่เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ท่านเคยส่งใครไหมที่ไปคุยกับ ๓ ประเทศนี้ว่าเราจะ ไม่ขายยางพาราตัดราคากัน ทั้ง ๓ ประเทศนี้จะขายยางพาราเฉลี่ยกิโลกรัมละ ๔ เหรียญ หรือประมาณ ๑๒๐ บาท ท่านได้ทําหรือเปล่า นั่นคือประการที่ ๑ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหา รัฐบาลชุดนี้ได้ทําไปไหม
อีกแนวทางหนึ่งนะครับ เรื่องของการเก็บยางพาราเราก็รู้อยู่แล้วว่าในขณะนี้ ความต้องการยางพาราในตลาดโลกลดลง เราไปคุยกันได้ไหมว่า ๓ ประเทศนี้ ไทยจะเก็บ ยางพาราไว้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน มาเลเซียจะเก็บไว้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน อินโดนีเซียจะเก็บไว้ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ถ้า ๓ ประเทศนี้รวมตัวกันเก็บประเทศละ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ยางพาราในตลาด ก็จะหายไปแล้ว ๙๐๐,๐๐๐ ตัน เมื่อยางพาราหายไปราคามันก็จะสูงขึ้นเอง นี่เป็นมาตรการหนึ่ง ที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ทําไว้ แต่พอมาถึงรัฐบาลชุดนี้หายหมดเลย มาตรการเหล่านี้หายหมดเลย ตั้งแต่ประธานคณะกรรมการนโยบายยางพาราแห่งชาติ ประธานคณะกรรมการนโยบาย ปาล์มแห่งชาติ ท่านยังไม่ได้ตั้งเลย พอไม่ได้ตั้งก็ไม่ได้ทํางานนะครับ ข้าราชการเขาก็รออยู่ รอพร้อมที่จะเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา หรือว่าในเรื่องของน้ํายางพาราเราก็รู้ว่าครั้งที่แล้ว ประเทศไทยเกิดวิกฤตการณ์น้ําท่วม ถนนหนทางชํารุดทรุดโทรมไปหลายสาย มันมีนะครับ มันมีเรื่องของการวิจัยว่าเอาน้ํายางพาราผสมลงไปในยางมะตอยทําถนนทําให้ถนนมีอายุการ ใช้งานนานขึ้น เรื่องเหล่านี้รัฐบาลได้สนับสนุนบ้างหรือเปล่า หรือในเรื่องของพืชพลังงานอย่างที่ ผมกล่าวมาแล้ว น้ํามันปาล์มถ้าเอามาผสมแล้วก็เอามาสนับสนุนใช้ในไทย ทางฝั่งอาหรับ เขาบอกว่าเขามีทองคําดําก็คือน้ํามันดิบ ของไทยผมก็บอกว่ามี เราปลูกทองคําได้ ปลูกได้ด้วยการปลูกปาล์มน้ํามันนี่ละครับ เกษตรกรก็ได้ผลประโยชน์นําปาล์มน้ํามันที่ขายมา ผลิตเป็นน้ํามันลงไปเติมในไบโอดีเซล บี ๕ ก็คือเติมไป ๕ เปอร์เซ็นต์ บี ๑๐ (B10) ก็เติมไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อไปควรจะมีการขยับจากบี ๕ เป็น บี ๑๐ นะครับ รัฐบาลชุดนี้ได้สนับสนุน หรือเปล่าครับ ผมจะฝากคณะกรรมาธิการไปถามหน่อยว่าบี ๕ ของผมหายไปไหนแล้ว เพราะอะไรครับ เพราะคิดดูครับว่าถ้าเกษตรกรปลูกผู้ที่เติมน้ํามันดีเซลใช้รถในประเทศไทย ก็ได้ใช้น้ํามันในราคาถูก ประเทศไทยก็สามารถที่จะประหยัดดุลการค้าที่จะซื้อน้ํามันมาได้ ปีหนึ่งก็ประมาณ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท นี่ในเรื่องของบี ๕ สมัยหนึ่ง ๔-๕ ปีที่แล้ว ผมได้เห็นว่า รถในโครงการพระราชดําริที่ใช้ในสวนจิตรลดาแปะสติ๊กเกอร์ (Sticker) ข้างรถว่ารถคันนี้ ใช้น้ํามันปาล์ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงอะไรครับ นั่นหมายถึงบี ๑๐๐ (B100) นี่คือ สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทําไว้สําหรับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ํามัน พูดง่าย ๆ ว่าสามารถเอาน้ํามันปาล์มที่ปลูกในประเทศไทยเติมลงในรถยนต์ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับ นี่ก็เป็นเรื่องของพลังงานที่เราควรจะต้องมาตระหนักกันไว้นะครับว่าอนาคตน้ํามันต้องราคา สูงขึ้นเรื่อยอยู่แล้ว และเรามีปาล์มน้ํามันอยู่ในประเทศ เราไม่สนับสนุน เราไม่วิจัยหรือครับ ที่เอามาเติมเพื่อทดแทนพลังงานดีเซลที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทย
สุดท้ายอยากจะฝากรัฐบาลไว้ว่ามีโอกาสแล้วไม่ทํา ระวังนะครับ วันหนึ่ง ท่านจะต้องมานั่งเสียใจ วันที่คนไทยบอกว่าหมดเวลาแล้ว ขอบคุณครับท่านประธาน