สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

วิฑูรย์ นามบุตร หารือเรื่องการขยายถนน 4 เลนในจังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด และมหาสารคาม พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามแผน และเสนอว่าปัญหาการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานที่มีน้อยกว่าเป้าหมาย 80% จะถูกพิจารณาปรับลดลงในงบประมาณปี 2556 นอกจากนี้ เขายังหารือเรื่องการซ่อมสร้างถนนในชนบท โดยเรียกร้องให้กรมทางหลวงชนบทปรับแผนงานให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในชนบท และเสนอแนะให้สํานักงบประมาณปรับทัศนะและปรับรายการงบประมาณเพื่อให้สะท้อนความเป็นจริงและให้หน่วยงานที่จำเป็นได้รับการสนับสนุน

นายวิฑูรย์ นามบุตร กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ดังนั้น ถนน ๔ เลนช่วงนี้เป็น ๔ เลนที่เรียกว่า สายแจ้งสนิทครับ มันยังเหลือขาดอีกช่วงหนึ่งตอนนี้ คือช่วงจังหวัดยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม มันยังไม่ครบ ๔ เลนตลอดสายครับ ดังนั้น ถ้ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะทําถนน ๔ เลน ไปถึงจังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด ก็ไม่ขัดข้องครับจะเป็นประโยชน์สําหรับพี่น้องชาวอีสาน

ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อไปผมจะอภิปรายผมอยากจะให้สภาแห่งนี้ ศักดิ์สิทธิ์ครับ และอยากให้การทํางานของกรรมาธิการเกิดเป็นมรรคเป็นผลโดยแท้จริง ท่านประธานครับผมจะพูดอยู่ ๓ ประเด็นก็คือ

ประเด็นแรก ปรากฏว่างบประมาณที่ใช้จ่ายไปในปี ๒๕๕๔ งบประมาณเบิกจ่าย ไม่ทันครับ มีงบค้างท่อ แผนงานโดยรวมของกระทรวงหลายกระทรวงอาจจะอยู่ที่ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ส่วนใหญ่เป็นงบรายจ่ายประจํา งบรายจ่ายลงทุนกระทรวงต่าง ๆ จะอยู่ที่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น กระทรวงคมนาคมก็เช่นกันครับ งบรายจ่ายประจํา เบิกจ่ายได้ครบแต่งบลงทุนเบิกได้ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่าต่ํากว่าเป้าหมาย ทั้ง ๆ ที่ ปี ๒๕๕๔ เรามีปฏิทินการทํางาน ๑๒ เดือน จากวันที่ ๑ ตุลาคมถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ท่านประธานครับ ลักษณะเดียวกันหลายหน่วยงานก็จะเกิดขึ้น หน่วยงานบางหน่วยงาน น่าเสียดายอย่างกระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. ใช้งบลงทุนไป ๕๔ เปอร์เซ็นต์ อาชีวศึกษา ใช้งบไปเพียง ๑๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทําอย่างไรปีนี้เรามีเวลาทํางานประมาณ ๘ เดือน กระทรวงคมนาคมหรือกระทรวงอื่นจะใช้จ่ายเงินงบประมาณได้ทันตามกําหนดที่สภาอนุมัติไป เราไม่ต้องการเร่งรัดโดยไม่ให้มีประสิทธิภาพ แต่ละหน่วยงานแต่ละกระทรวงต้องไป บริหารจัดการแล้วครับ พวกเราในกรรมาธิการถึงได้บอกว่าในการพิจารณางบปี ๒๕๕๖ ถ้าหน่วยงานไหนใช้เงินได้ต่ํากว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์เราจะพิจารณาเรื่องการปรับลดงบประมาณ หน่วยงานนั้น ๆ เป็นกรณีพิเศษ อย่างปีนี้ท่านประธานกรรมาธิการวิรัช รัตนเศรษฐ ได้ทําเป็นตัวอย่างไว้แล้วในส่วนของงบท้องถิ่น ท่านประธานครับ แต่โอกาสที่จะเกิดเป็นจริงได้ มันยากครับ ๑๒ เดือนใช้จ่ายงบลงทุนไปได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ บางหน่วยงานใช้ได้ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ผมกราบเรียน แต่ปี ๒๕๕๕ ๘ เดือนเรานับเดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน แต่ท่านครับเวลาทํางานที่แท้จริงจะเหลือแค่ ๕ เดือนเพราะเดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายนเข้าสู่ฤดูฝนแล้วทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ดังนั้นโอกาสที่หน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงคมนาคมจะใช้งาน จะใช้งบให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้ในปีนี้ยากมาก ถ้าไม่มีการเตรียมการ ถ้าไม่มีการวางแผน ถ้าไม่มีการดําเนินการอย่างรอบคอบและรวดเร็ว ฝากหน่วยงานต่าง ๆ ไปพิจารณาด้วย

ประการที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานเรื่องภารกิจและผลผลิต ของกระทรวง กระทรวงคมนาคมมีหน่วยงานใหญ่ ๆ ที่ได้รับงบประมาณอยู่ ๔ หน่วยงานครับ กรมทางหลวงอันดับ ๑ กรมทางหลวงชนบทอันดับ ๒ กรมเจ้าท่าอันดับ ๓ ถ้างบประมาณ ก็การรถไฟแห่งประเทศไทยอันดับ ๔ แต่ถ้ารวมเงินนอกงบประมาณและเงินกู้การรถไฟ แห่งประเทศไทยอันดับ ๑ ท่านประธานครับหน่วยงานหลัก ๆ ของกระทรวงคมนาคม ท่านครับ ขอให้อยู่บนโลกของความเป็นจริงกันครับ กรมทางหลวงจะกระจายและ จัดงบประมาณในการซ่อม การสร้างถนนสายหลักอย่างไรขอให้แผนงานชัด แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือกรมทางหลวงชนบท ท่านประธานครับ ท่านประธานเองเป็นคนที่ มีบทบาทสูงมากในช่วงของการปรับเปลี่ยนกระทรวง ทบวง กรม ที่จะมีการยุบกรมทางหลวงชนบท พวกผมเองและ ส.ส. เราในสภายังมีความเห็นว่ากรมทางหลวงชนบทยังเป็นหน่วยงาน ที่จะดํารงคงต่อไป เพราะเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของกรมทางหลวงชนบทยังเป็นที่คาดหวัง ของประชาชนในชนบทอีกมาก กรมทางหลวงชนบทมีผลผลิตหลายรายการครับ ที่น่าจะมีการปรับเปลี่ยนเพื่อสะท้อนปัญหาของชาวชนบทโดยแท้จริงครับ งบประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทปรากฏว่าไปก่อสร้างถนนในชนบทได้เพียง ๖๐๐ กิโลเมตรครับ ๖๐๐ กิโลเมตรประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นรายการผูกพันและอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นจํานวนไม่น้อยเป็นโครงการซึ่งไปทําบริเวณปริมณฑล ไปทําบริเวณเมืองหลักเมืองใหญ่ ซึ่งไม่น่าจะเป็นหน้าที่ เป็นภารกิจโดยตรงของกรมทางหลวงชนบท เพราะฉะนั้นปีต่อไป อยากจะให้กรมทางหลวงชนบทปรับแผนงานโครงการให้มันสอดคล้องกับความต้องการของ พี่น้องประชาชนในชนบทไม่อยากจะให้มีสภาพพี่น้องประชาชนเอาต้นข้าวมาปลูกบนถนน เพื่อประชดประชัน เพราะถนนในชนบทหลายแห่งทุกวันนี้ขาดการเหลียวแลไม่ได้ซ่อม ไม่ได้สร้างยังมีอีกเป็นจํานวนหลายพันกิโลเมตร

ประการต่อมาที่อยากกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าต้องทบทวนเรื่องภารกิจ ถ่ายโอน กรมทางหลวงชนบทไม่มีความจําเป็นที่จะต้องไปทําถนนในเมืองท่องเที่ยวครับ ควรจะถ่ายโอนถนนเหล่านี้ให้กับเมืองท่องเที่ยวเขาไป เพราะเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ ไม่ว่า เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา เมืองเหล่านี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขามีงบประมาณเพียงพอ ยกถนนเหล่านี้ล่ะครับไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาจะปรับปรุงถนนของเขา เขาจะปรับปรุงเรื่องไฟฟ้า แสงสว่าง เขาจะทําแบบจังหวัดภูเก็ต แบบจังหวัดพังงา ไฟฟ้าบนถนน ของกรมทางหลวง ทางหลวงชนบทเขาก็ไปทําเป็นรูปกินรีหรือที่จังหวัดขอนแก่น เขาไปทําเป็น รูปบ้องไฟ ทําเป็นรูปไดโนเสาร์ ลักษณะเป็นเมืองท่องเที่ยวไปด้วย แต่ตราบใดที่ยังเป็นของ ทางหลวงชนบท ตราบใดที่ยังเป็นของกรมทางหลวง จะไปติดไฟฟ้าไม่ได้หรอกครับ ทําได้เฉพาะกิ่งเดี่ยว กิ่งคู่ แบบโค้ง ๆ ของกรมทางหลวงที่เราเห็นทั่ว ๆ ครับ ของท้องถิ่น จะมาทําก็ทําไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท แต่ขณะเดียวกันท่านประธานครับ เรื่องการถ่ายโอนบางเรื่อง กรมทางหลวงชนบทโอนไปให้ อบต. ถนนหลายสายสร้างเสร็จโอนไปให้ อบต. พอโอนไปแล้วเป็นอย่างไรครับ ปรากฏว่า เสียหายมา อบต. ไม่มีงบซ่อมบํารุงรักษา งบที่จะสร้างต่อไม่ต้องพูดอีกแล้วครับ ดังนั้น กรมทางหลวงชนบทต้องเอางานพวกนี้คืนมาทําครับ โครงการสะพานขนาดเล็กไม่ใช่สะพาน ข้ามแม่น้ําใหญ่ โครงการสะพาน ๓๐ เมตร ๕๐ เมตรจะให้ท้องถิ่นทํา จะให้ อบต. ทํา เขาไม่มีงบครับ อบต. แต่ละอบต. มีงบอยู่สัก ๑๐ กว่าล้านบาท แต่ก็เป็นงบรายจ่ายประจําไปแล้ว ๑๐ กว่าล้านบาท มีงบลงทุน อบต. ละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท จะมาทํา โครงการพื้นฐานเหล่านี้ทําไม่ได้

สุดท้ายท่านประธานครับ สิ่งที่เราพิจารณากันในกรรมาธิการและผมอยากจะ ให้เกิดเป็นจริงมากก็คือรายการจ้างที่ปรึกษา ท่านครับ ไม่เฉพาะกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอื่น ๆ ก็มีรายการจ้างที่ปรึกษาเยอะมาก การจ้างที่ปรึกษา แต่ละโครงการ บางโครงการจ้างที่ปรึกษาอยู่ ๕ ที่ปรึกษา ๑. จ้างที่ปรึกษาสํารวจผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หลังจากศึกษาสิ่งแวดล้อมเสร็จ ๒. จ้างที่ปรึกษาสํารวจความเหมาะสม ๓. จ้างที่ปรึกษาออกแบบ หลังจากนั้นไม่พอครับ อย่างการรถไฟแห่งประเทศไทยจ้างที่ปรึกษา ซ้ํามาก ซ้อนมาก โครงการโครงการเดียวมีรายการจ้างที่ปรึกษาวนเวียนซ้ําซากอย่างนั้นครับ หลังจากจ้างที่ปรึกษาสํารวจออกแบบเสร็จครับ ท่านก็มาจ้างที่ปรึกษาทบทวนผลการศึกษา ความเหมาะสม ท่านครับ อะไรเกิดขึ้นในบ้านเมืองเราครับ ผมไม่อยากจะให้ข้าราชการ เป็นง่อยครับ ข้าราชการของกระทรวงคมนาคม ข้าราชการของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพ ผมเชื่อว่าบุคคลเหล่านี้เขาพร้อมที่จะทํางานแต่ผมเชื่อว่า ฝ่ายบริหารต้องการจ้างบริษัทที่ปรึกษาเสียมากกว่า หลังจากจ้างที่ปรึกษาทบทวน ผลการศึกษาความเหมาะสม เช่น สายเด่นชัย เชียงราย เชียงของ รถไฟ เช่น สายสุวรรณภูมิ ไปจังหวัดชลบุรี ไปเมืองพัทยา ทําไมต้องไปทบทวนอีกล่ะครับ มันจบแล้ว มันต้องเดินหน้า ต่อไปได้แล้ว และการรถไฟแห่งประเทศไทยมีจ้างที่ปรึกษาพิเศษซ้อนพิเศษอีก หลังจาก ที่ปรึกษา ๓ ๔ ๕ รายการที่ผมพูดมา จ้างที่ปรึกษาทําอะไรครับ จ้างที่ปรึกษาจัดทําเอกสาร ประกวดราคา ท่านครับ ทําไมหน่วยงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่เคยจัด ไม่เคย ประกวดราคาหรือครับ ทําไมต้องจ้างที่ปรึกษามาจัดซื้อจัดจ้างประกวดราคาต่างๆ เหล่านี้ ผมไม่ลงรายละเอียดหรอกครับ หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย บางสายจ้างสํารวจซ้ํา จ้างสํารวจความเหมาะสมซ้อน อย่างเช่น จากกรุงเทพฯ ไปโคราช ไม่ต้องจ้างศึกษาอีกแล้ว ผลการศึกษามีหมดแล้วครับ ถามว่าจะจ้างสํารวจความเหมาะสม เหมาะสมเรื่องอะไรล่ะครับ เขตการรถไฟเขาก็มีเขตการรถไฟชัดเจนอยู่แล้วครับ ก็มันเหมาะสมอยู่แล้วละครับ ไม่มีใคร ในประเทศนี้หรอกครับว่าทําเรื่องนี้มันไม่เหมาะสม มันเหมาะสมละครับ เพียงแต่ว่ารัฐบาล มีงบประมาณมีโครงการจะไปดําเนินการหรือไม่ครับ ทําถึงจังหวัดหนองคายได้ไหมละครับ ทําถึงจังหวัดอุบลราชธานีได้ไหมละครับ จังหวัดเชียงใหม่รถไฟความเร็วสูงนี่ไม่มีงบประมาณ ทั้ง ๆ ที่อยู่ในแถลงนโยบายของรัฐบาล ท่านครับ จะมีผลสํารวจ ผลศึกษาไปเรื่อย ๆ และผมก็เชื่อว่าหลายรายการจะไม่เกิดขึ้น จะมีเฉพาะกระดาษ เฉพาะหนังสือ ผลการศึกษา รายงานให้ท่านประธานได้ทราบ

สุดท้ายครับผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าการพิจารณางบประมาณของ กรรมาธิการนั้นบางครั้งมันก็ไม่สามารถสะท้อนความเป็นจริงได้หรอกครับ เพราะแท้จริงแล้ว คนที่จะมีบทบาท คนที่มีอํานาจจริง ๆ ก็คือสํานักงบประมาณครับ ดังนั้นอยากจะให้ สํานักงบประมาณปรับทัศนะ ปรับเรื่องผลผลิต ปรับรายการบางรายการ ไม่จําเป็นหรอกครับว่า รายการนี้ผลผลิตนี้ ปี ๒๕๕๔ ได้แค่นี้ ปี ๒๕๕๕ เพิ่มมาอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๕๖ เพิ่มมาอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าเป็นอย่างนั้นบางรายการที่จําเป็นสําคัญของหน่วยงานเขา ไม่ได้เพิ่มครับ ก็อยากฝากท่านประธานกราบเรียนไปยังคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย แล้วฝากไปยัง คณะกรรมาธิการชุดต่อไปในการพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๖ ครับ