บุญยอด สุขถิ่นไทย เรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ และปฏิบัติตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียงและคุณธรรม จริยธรรม โดยเฉพาะในกรณีภัยพิบัติและกรณีฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายในกรณีภัยพิบัติและกรณีฉุกเฉิน
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ในมาตรานี้ผมสงวนความเห็นที่จะปรับลดงบประมาณในเรื่องของงบกลางของนายกรัฐมนตรี ลงมาตรา ๔ มาตราเดียว ๔๒๐,๖๐๑ ล้านบาทครับ ต้องเรียนถามท่านก่อนนะครับว่า เช้านี้นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อยู่ที่ไหนครับ เมื่อวานก็ไม่ได้เข้าห้องประชุม งบประมาณแห่งนี้นะครับ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมาของบประมาณ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่อยู่ในห้องประชุมสภา ไม่ไปภาคใต้แม้ว่าจะมีน้ำท่วมรุนแรงหลายพื้นที่ เมื่อวานท่านทำอะไร แล้ววันนี้ท่านทำอะไรครับ ท่านประธานเองพูดกับสภาแห่งนี้ในวันแรก ท่านยังจำได้ไหมครับว่า ท่านมีความตั้งใจจะให้สภาแห่งนี้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี ในฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านจะขอความร่วมมือจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในการที่จะ ให้ความร่วมมือกับสภา ท่านจำได้ไหมปีใหม่ที่ผ่านมา ท่านบอกกับสื่อมวลชนว่า ท่านจะทำให้ การพิจารณากฎหมายมีคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ ผมคิดว่าท่านจำได้นะครับ คำว่า คุณภาพ นั่นก็ต้องแสดงถึงความตั้งใจ ความจริงใจของนายกรัฐมนตรีคนนี้ละครับที่จะต้องดูแล งบประมาณ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเพียงคนเดียว งบประมาณงบกลางแห่งนี้ตามรัฐธรรมนูญ ผมอ้างอิงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ การนำเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณต้องมีเอกสารประกอบ ซึ่งรวมถึงประมาณการรายรับและวัตถุประสงค์ กิจกรรมแผนงานโครงการ ในแต่ละรายการของการใช้จ่ายงบประมาณให้ชัดเจน ผมอ่านข้าม ไปเลยนะครับว่า หากรายจ่ายใดไม่สามารถจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐได้โดยตรงให้จัดไว้ในรายการรายจ่ายงบกลาง โดยต้อง แสดงเหตุผลและความจำเป็นในการกำหนดงบประมาณรายจ่ายงบกลางนั้นด้วยครับ เมื่อดูที่ งบกลาง ท่านประธานครับ อย่างที่หลายท่านได้พูดแล้วนะครับ มีทั้งหมด ๑๒ หมวด อย่างที่ว่า หลายท่านบอกไม่ติดใจ ผมติดใจบางหมวดครับท่านประธานครับ ผมไปทีละเรื่อง นะครับ ค่าใช้จ่ายปรับเพิ่มเงิน เพิ่มการครองชีพชั่วคราวข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้าง ชั่วคราว พนักงานราชการและทหารกองประจำการ ๑๒,๘๐๐ ล้านบาท ถามไปยัง สำนักงบประมาณจริง ๆ ถามไปยังกรรมาธิการงบประมาณจริง ๆ ครับว่า งบแบบนี้ ตั้งอย่างนี้ทุกปี ทำไมมันไม่กลับไปอยู่ในกระทรวง ทบวง กรมที่ชัดเจนละครับ เราไม่รู้หรือครับว่าเราจะมี ค่าใช้จ่ายในการปรับเพิ่มเงินเดือน เพิ่มเงิน เพิ่มการครองชีพ ตามนโยบายใหม่ของรัฐบาล ไปที่ไหนบ้าง ไปที่จำนวนเท่าไรบ้าง ทำไมต้องมาไว้ที่นายกรัฐมนตรี ๑๒,๘๐๐ ล้านบาทละครับ ผมเชื่อว่าถ้าเราพูดกันจริง ๆ ดูกันตรง ๆ มันไปได้นะครับ งบที่ ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวผมมาพูดทีหลังนะครับ งบที่ ๓ และ ๔ ค่าใช้จ่ายโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ การเสด็จพระราชดำเนินและต้อนรับประมุขของประเทศในต่างประเทศ ผมไม่ติดใจครับ ชดเชยค่างานสิ่งก่อสร้างที่เราเรียกกันว่าค่าเค ๒,๗๐๐ ล้านบาท งบนี้ไม่ติดใจ เพราะว่า เข้าใจได้ว่าค่าเคเป็นการชดเชยสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น น้ำมันแพง ค่าอุปกรณ์ก่อสร้างแพง หรืออะไรต่าง ๆ แล้วก็ตั้งไว้ ๒,๗๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าเป็นจำนวนไม่มากนัก เงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินจำเป็นยังมีอีก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่นายกรัฐมนตรีถือครองไว้ ค่าใช้จ่าย หมวดที่ ๗ การรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งอย่างนี้ทุกปีนะครับ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ผมเข้าใจว่าปีที่แล้วก็ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลข เดียวกัน ถูกไหมครับ แต่คำถามถามว่าทำไมเราไม่ไปไว้ในโรงพยาบาลไปเลยละครับ เรามี ประมาณการอยู่แล้วนี่ครับว่ามีข้าราชการ มีผู้มีสิทธิที่จะใช้สิทธิเบิกกับข้าราชการอยู่ที่ไหนบ้าง เราทำอย่างนี้กันมาทุกปีนะครับ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องมาตั้งให้งบกลาง เพราะมันมีที่ไปได้ครับ ต้องเรียนถามต่อท่านประธานไปยังท่านกรรมาธิการอีกด้วยว่า เราเคยตั้งคำถามกันไหมครับว่าทำไมต้องใช้เงินรักษาข้าราชการ ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล มากถึง ๖๒,๐๐๐ ล้านบาท ข้าราชการไทยมีกี่คนครับ ถ้าผู้มีสิทธิเบิกทั้งข้าราชการ ทั้งข้าราชการเกษียณ ทั้งพ่อแม่ ทั้งลูก รวมแล้วสัก ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน คนหนึ่งหมื่นกว่าบาทครับ ถามว่าเราใช้จ่ายในการประกันสุขภาพให้กับประชาชนคนละเท่าไรต่อปีครับ ๒,๐๐๐ กว่าบาทครับ ประกันสังคมจ่ายเข้าใจว่าน้อยกว่านั้นอีกด้วย ผมเข้าใจว่าตัวเลขอยู่ประมาณ ๒,๕๐๐ บาทกว่า ๆ ถูกไหมครับ เราจ่ายให้ประชาชนคนละ ๒,๕๐๐ กว่าบาทต่อปี แต่เราจ่ายข้าราชการ ถ้าข้าราชการมี ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน มีสิทธิเบิกตรงนี้นะครับ ก็ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อปี ถ้ามีไม่ถึงก็แสดงว่าเราจ่ายมากกว่านั้น ถูกไหมครับ ให้ ๑๐ ล้านคนยัง ๖,๐๐๐ บาทเลยครับ ๖,๒๐๐ บาทต่อปีเลยครับ ทำไมข้าราชการถึงเจ็บป่วยหนักหนา ทำไมถึงได้รับการรักษา ที่ไม่เท่าเทียมกัน ทำไมได้รับเงินงบประมาณมากกว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราต้องตั้งคำถาม ได้แล้วครับ แล้วเราไม่ควรจะมาไว้ในงบกลางตรงนี้ ค่าใช้จ่ายต่อไปเป็นเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ๑๐๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เราคำนวณกัน ไม่ได้จริง ๆ หรือ เราจึงต้องมาไว้ในงบกลาง เราตั้งคำถามกันได้หรือยังครับ เงินช่วยเหลือ ลูกจ้าง พนักงานของรัฐอีก ๕,๒๐๐ ล้านบาท เงินสำรอง เงินสมทบ เงินชดเชยอีก ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท เงินเลื่อนเงินเดือน เงินปรับวุฒิให้กับข้าราชการอีก ๘,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๘,๐๐๐ ล้านบาท กลม ๆ เลยครับ สมทบลูกจ้างประจำอีก ๗๖๕ ล้านบาท ผมคิดว่าหลายหมวดครับ ท่านประธานครับ ในงบกลางนี้เราควรจะต้องกลับมาพิจารณากันได้แล้วว่ามันไม่ควรจะอยู่ ในงบกลางอีกต่อไปนะครับ กลับมาที่ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บวก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทนะท่านประธานครับ ต้องเอา ๒ ตัวเลขนี้รวมกัน นายกรัฐมนตรี มีตัวเลขที่ยังไม่มีโครงการ ๑๘๖,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาทหลังไม่มีอะไรเลย บอกว่าไว้ในอนาคตค่อยมาพูดกัน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทบอกว่าคือสิ่งที่จะชดเชยน้ำท่วม ถูกไหมครับ ค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัย อย่างบูรณาการ น้ำท่วมมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม เดือนกันยายนครับ เดือนสิงหาคม เดือนกันยายนมาจนถึงเดือนนี้ ๕ เดือนเต็ม เกือบครึ่งปีครับ ผมจำได้ว่าน้ำท่วมมาแล้ว ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกับสื่อมวลชนไปเตะฟุตบอลช่วยน้ำท่วมครับ แต่มีนักการเมืองบางคนไปเตะฟุตบอลกับประเทศเพื่อนบ้านครับ จำได้ไหมครับ ตอนนั้น น้ำท่วมแล้วครับ แล้วเราหาเงินช่วยเหลือน้ำท่วมกันแล้วครับ ตั้งแต่วันนั้นครึ่งปีมาแล้วครับ คำถามจึงตามมาว่า ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะใช้ในตรงนี้แผนงานโครงการเกิดอย่างไรบ้าง เมื่อวานนี้ผมก็ได้ยินว่าทางกรรมาธิการอธิบายว่าใช้จ่ายไปแล้ว ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินออกไปแล้ว ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขอรายละเอียดเลยครับว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ออกไปแล้วจากงบ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปที่ไหน อย่างไร กระจายกันอย่างชัดเจนหรือไม่ ให้ความสำคัญของโครงการต่าง ๆ อย่างที่จำเป็นต้องไป จริงหรือไม่ ท่านจ่ายไปแล้วครับ ท่านบอกว่าไม่มีหลักฐาน ไม่ได้หรอกครับ เรามีเวลาอีก ๒ วัน ๒ คืนนะครับ ผมเชื่อว่าคณะรัฐมนตรีซึ่งชอบใช้เทคโนโลยีแล้วไม่มีคุณธรรม จริยธรรมในคำขวัญวันเด็กเลยนะครับ น่าจะเอาเทคโนโลยีมาใช้ได้ และเอาหลักฐานนี้มาให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งจะต้องตรวจสอบ งบประมาณของประชาชนได้นะครับ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนต่าง ๆ ที่บอกมา ส่วนที่ เข้ากรรมาธิการมีอยู่ ๓ หมวด ตามมติ ครม. ๓ ครั้ง ครั้งแรก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ครั้งที่ ๒ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ครั้งที่ ๓ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ล้วนแล้วแต่ไม่มีรายละเอียดในการที่จะบอก ว่าไปอยู่พื้นที่ใด อาจจะบอกได้เพียงแค่ว่าจะไปอยู่กรมใด แต่ผมเชื่อว่าตัวเลขต่าง ๆ เป็นตัวเลขคร่าว ๆ จึงต้องการคำตอบอย่างแท้จริงนะครับ ท่านประธานและกรรมาธิการ กรุณาอย่าเลี่ยงที่จะตอบในสภาแห่งนี้ เพราะว่าเป็นตัวเลขที่มากตัวเลขต่าง ๆ เหล่านั้น และตัวเลขที่ยัง ไม่ปรากฏอีก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในหมวดนี้ท่านจะทำอะไร ผมขออนุญาตที่จะหยิบยกสิ่งที่เคยปรากฏ อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เมื่อปีที่แล้ว เวลาเราพูดกันถึงงบกลางมีหลายคนก็ลุกขึ้นมาพูด และทวงถามรัฐบาลที่แล้วครับ
นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ จากแม่ฮ่องสอน บอกว่าเวลาขอตั้งงบมันต้องมี รายละเอียดของโครงการมาเสนอทั้งหมด แต่ตัวนี้มันไม่มีอะไร มันเหมือนกับเป็นการเขียน เรียกว่า แบลงก์เช็ค (Blank cheque) ท่านประธานครับให้เช็คเปล่า ๆ ไปให้นายกรัฐมนตรี คนเดียวที่จะใช้จ่ายได้ตามอำเภอใจ ดังนั้นผมจึงเห็นว่ามันมากเกินไป ผมใช้เหตุผลเดิมเลยครับ
นายสถาพร มณีรัตน์ จากลำพูน บอกว่าตัวชี้วัดกรณีชดเชยสิ่งก่อสร้าง ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากเห็นเอกสารนะครับว่า ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านชดเชยให้กับ บริษัทใด มันผู้ใด รายใดบ้าง ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท กว่าเราจะเก็บภาษีรีดนาทาเร้นราษฎร กว่าจะได้มาแต่ละบาท แต่ละสตางค์ แล้วท่านเอามาใช้อย่างนี้แล้วบอกว่าเอามาชดเชย สิ่งก่อสร้าง ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่มีรายละเอียดในการชดเชย ผมเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ผมทวงถามแบบนี้บ้างได้ไหมครับ ค่าเคที่เกิดขึ้น
คนต่อไปท่านประธานรู้จักดีครับ นายเจริญ จรรย์โกมล พูดไว้ปีที่แล้ว ไม่ทราบท่านยังจำได้อยู่หรือเปล่านะครับ ปัญหาที่ผมจะต้องถามทางกรรมาธิการว่าในกรณี อย่างนี้ได้เคยถามส่วนราชการที่มาชี้แจงไหม อันนี้ในกรณีใช้จ่ายเงินปีนี้ท่านตั้งไว้อีก ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใช้ในกรณีภัยพิบัติ ในกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ไหนบอกว่าไม่โกง นี่ละครับ การใช้จ่ายงบประมาณไม่มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญในกรณีเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ท่านเห็นไหมครับ ท่านประธานก็ทราบไปซื้อถังน้ำ ไปอะไรต่าง ๆ นี่คือข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว
นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง จากจังหวัดชัยนาท ถ้าเขาตั้งแบบนี้บอกมา การตั้งงบประมาณประเภทนี้บอกได้เลยว่าประเทศนั้นเป็นประเทศที่ล้าหลัง ประเทศ ที่พัฒนาแล้ว ไม่มีประเทศไหนหรอกครับที่เขาจะตั้งงบประมาณนี้เอาไว้มาก เชื่อว่า ในอนาคตจะตั้งมากกว่านี้
ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย จากสมุทรปราการ มาตรา ๓ ตั้งเอาไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระโดดขึ้นมาจากปีที่แล้ว ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ไปถึง ๒๑ กว่าเปอร์เซ็นต์ แค่นี้ ผมก็น๊อค (Knock) แล้วครับ ไม่ทราบว่าคิดได้อย่างไร งบประมาณเป็นเงินภาษีประชาชนไม่พอ กู้ วันนี้มาตรา ๔ งบกลาง กระผมเห็นมีการตั้งงบไว้ ๒๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมขอปรับลด ไป ๑๖.๐๘ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน ๔๒,๗๐๐ กว่าล้านบาทครับ ผมใช้เหตุผลเหล่านี้บ้างได้ไหมครับ ที่ถามกับรัฐบาลชุดนี้ และคณะกรรมาธิการได้ถามครับว่ามีความจำเป็นอย่างไร มีหลักฐาน มีโครงการอย่างไรที่จะใช้ในงบประมาณปีนี้ ๕ เดือนผ่านมาแล้วไหนบอกว่า มีประสิทธิภาพ ผมยังจำได้นะครับ บางคนบอกว่ารัฐบาลที่แล้วนายกรัฐมนตรีเป็นเด็ก รัฐมนตรีเป็นเด็ก ทำงานไม่เป็น หาเงินไม่เป็น ผมใช้คำเดียวกันครับ นายกรัฐมนตรีเป็นเด็ก ทำงานไม่เป็น กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อวานนี้ ครม. ก็มีการคุยกันถึงพระราชกฤษฎีกา ใช่ไหมครับ อีก ๔ ฉบับ สร้างความสับสนให้กับสังคมไปทั่ว ตกลงว่าผ่าน ครม. หรือยัง หรือ จะให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความก่อน ทำไมต้องกู้อีกละครับ ในเมื่อปรามาสคนอื่นเขาไว้ว่า ดีแต่กู้ เก่งแต่กู้ กู้มาโกง ผมใช้คำเดียวกันครับ ในการที่จะถามไปยังกรรมาธิการว่า กรรมาธิการถามประโยคต่าง ๆ เหล่านี้กับรัฐบาลนี้หรือไม่ ทำไมดีแต่กู้ ทำไมต้องออก พระราชกฤษฎีกาเงินกู้ ทำไมจะกู้มาโกง ทำไมไม่ประหยัด ทำไมไม่ใช้คุณธรรม จริยธรรม ทำไมไม่ใช้เศรษฐกิจพอเพียงที่จะแก้ไขปัญหา และเราจะฝากความหวังไว้ได้อย่างไร กับนายกรัฐมนตรีที่ไม่รับผิดชอบต่อสภาครับ ขอบพระคุณครับ