สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

เทพไท เสนพงศ์ หารือเรื่องการปรับลดลง 2.66 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเห็นว่าไม่เหมาะสม และยังชี้ว่ากรมประชาสัมพันธ์มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระและไม่ให้พื้นที่ในการออกอากาศแก่ฝ่ายค้านอย่างยุติธรรม นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ปรับผังรายการให้เป็นธรรมและให้โอกาสฝ่ายค้านในการออกอากาศ

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะขออนุญาตท่านประธานอภิปรายตัดลดงบประมาณในมาตรา ๕ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งกรมประชาสัมพันธ์ได้ตั้ง งบประมาณในปี ๒๕๕๕ ในวงเงิน ๑,๖๐๘,๑๖๒,๙๐๐ บาท ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ปรับลด ๔๒,๗๖๐,๖๐๐ บาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ ๒.๖๖ ยังคงเหลืองบประมาณของกรมประชาสัมพันธ์ ๑,๕๖๕,๔๒๒,๓๐๐ บาท ผมอยากเรียนกับท่านประธานว่าการปรับลดงบประมาณ ของกรมประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมาธิการในอัตราส่วนที่ต่ำมากสำหรับ ๒.๖๖ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงเห็นว่าภารกิจของกรมประชาสัมพันธ์ที่ตั้งงบประมาณไว้ และคณะกรรมาธิการได้ให้ เหตุผลในการปรับ ๒.๖๖ เปอร์เซ็นต์ว่ากรมประชาสัมพันธ์ได้รับงบประมาณประจำปี ๒๕๕๕ ตามพันธกิจของหน่วยงานเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในการเสนอแนะนโยบายและให้คำปรึกษาด้านการประชาสัมพันธ์ให้กับรัฐบาล และหน่วยงานราชการ ตลอดจนเพื่อให้ประชาชนมีโอกาสได้รับรู้ เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถใช้ข้อมูลข่าวสารของรัฐในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและมีส่วนร่วมในการพัฒนา ประเทศ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ทั้งนี้การจัดงบประมาณได้คำนึงถึงหลักความประหยัด ความคุ้มค่า และประสิทธิภาพในการ ใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้กรมประชาสัมพันธ์สามารถดำเนินงานให้เป็นไปตามแนว การจัดสรรงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงานตามยุทธศาสตร์ ดังนั้นถ้าหากปรับลดงบประมาณ ลงอาจจะส่งผลเสียในเชิงนโยบายด้านประชาสัมพันธ์ของประเทศได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถ ปรับลดงบประมาณลงได้อีก ผมคิดว่าเหตุผลของคณะกรรมาธิการที่ให้ต่อสภาผู้แทนราษฎร เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นครับท่านประธาน ผมจึงจำเป็นตัดลดงบประมาณ ของกรมประชาสัมพันธ์ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าเหตุผล ที่ปรับลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้มีความรู้สึกว่าผมรังเกียจหรือไม่อยากให้กรมประชาสัมพันธ์ มีบทบาท แต่ผมเชื่อว่าศักยภาพของข้าราชการในกรมประชาสัมพันธ์มีศักยภาพเพียงพอ แต่ด้วยแนวนโยบายของรัฐบาลที่กำกับการบริหารสำนักนายกรัฐมนตรี และกรมประชาสัมพันธ์ได้ให้นโยบายผิด ๆ ทำให้บทบาทการทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ ไม่มีประสิทธิภาพ เหตุผลที่ปรับลดลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ผมแยกประสิทธิภาพในการทำงาน ของกรมประชาสัมพันธ์ลง ๒ ส่วนครับท่านประธาน

ส่วนแรก บทบาทของกรมประชาสัมพันธ์ในประเทศ กรมประชาสัมพันธ์ ท่านประธานก็ทราบนะครับว่าหน่วยประชาสัมพันธ์เป็นกระบอกเสียงให้กับรัฐบาล และเป็น การสื่อสารผลงานของรัฐบาล รวมถึงการเผยแพร่นโยบายต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ ของประชาชน แต่ถ้าท่านประธานเห็นว่ากรมประชาสัมพันธ์มีอยู่ ๒ ส่วน คือสถานีวิทยุ โทรทัศน์ ช่อง ๑๑ กับสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยซึ่งอยู่ในการกำกับของ กรมประชาสัมพันธ์ ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบว่าประสิทธิภาพของการทำงาน ของทีวีช่อง ๑๑ ได้มีความเปลี่ยนแปลงไปเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามาบริหาร ประเทศได้มีการปรับผังรายการเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว โดยไม่เปิด โอกาสให้คนที่เห็นต่างแสดงความคิดเห็นผ่านทีวีช่อง ๑๑ แม้แต่น้อย เข้ามาครั้งแรกท่าน ประธานได้เห็นว่าผังรายการของสำนักข่าวทีนิวส์ (T-NEWS) รายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก ซึ่งถือว่าเป็นรายการที่ต่อต้านกับขบวนการล้มเจ้าอย่างเข้มแข็งที่สุดรายการหนึ่ง เมื่อรัฐบาล ชุดนี้เข้ามามีการเปลี่ยนแปลงทันทีครับท่านประธาน พยายามที่จะเบี่ยงเบียนประเด็น พยายามที่จะหารายการมาทดแทนเพื่อไม่ให้รายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึกออกอากาศได้ จะเห็นได้ชัดว่าทุกวันจันทร์จะมีรายการแปลก ๆ มาแทนรายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก โดยไม่มีเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้นครับท่านประธาน ผมแปลกใจในบางวันจันทร์ไปเอาเทป การบันทึกเทปของงานประกวดธิดาส้มโอบางจังหวัดออกมา ซึ่งไม่มีสาระสำคัญที่จะออกมา ทดแทนรายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก ได้เลย แม้กระทั่งบางวันจันทร์ก็เปลี่ยนเอารายการ สารคดีเกี่ยวกับการเพาะเห็ดฟางมาออกทดแทนซึ่งเป็นการปิดโอกาสที่ไม่ให้รายการเจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก ออกอากาศได้ รวมไปถึงรายการต่าง ๆ ถ้าหากว่าเป็นรายการที่ไม่สนับสนุน หรือเชียร์รัฐบาล เป็นรายการที่เห็นต่าง รัฐบาลชุดนี้ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต่อสัญญาให้กับรายการเหล่านั้น ท่านประธานก็คงทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการ ของอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง รายการคลายปม รายการลงเอยอย่างไร ซึ่งเป็นรายการที่มี ความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันที่หลากหลาย เท่านั้นไม่พอ ผมอยากจะชี้ ให้ท่านประธานเห็นว่ารายการกรณีของเวทีชาวบ้านซึ่งเป็นรายการที่อยู่กับช่อง ๑๑ มานับ ๒๐ ปี และเป็นสารคดีเกี่ยวกับชาวบ้านก็ถูกตัดออกไป ล้วนแล้วแต่เป็นทิศทาง แนวนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ทั้งสิ้นครับท่านประธาน เพื่อที่จะให้สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ได้ไปรับใช้รัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว ผมจึงจำเป็นที่จะต้องพิจารณางบประมาณในการปรับลด โดยละเอียด เพราะแนวนโยบายในการให้กับสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ มีการเปลี่ยนแปลงไป แล้วก็เป็นการเอาเปรียบสังคม เอาเปรียบคนที่เห็นต่างทางการเมือง ยกให้ท่านประธาน เห็นนะครับว่าตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้ามา พื้นที่ข่าวของพวกผมของคนเห็นต่างทางการเมือง หายไปโดยสิ้นเชิง ผมประเมินคร่าว ๆ แล้วก็ไปดูตัวเลขที่เขาประเมินไว้ว่าในยุคที่รัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล พวกผมใจกว้างที่จะให้คนที่เห็นต่างออกรายการทีวีช่อง ๑๑ โดยที่คิดพื้นที่ข่าวในตอนนั้นก็คือเราให้พื้นที่ข่าวถึง ๕๒ ต่อ ๔๘ เปอร์เซ็นต์ แต่ทุกวันนี้ ในวันนี้ผมไปสำรวจดูแล้วก็ดูตัวเลขจะเห็นว่ารัฐบาลให้พื้นที่กับฝ่ายค้านเพียง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ต่อ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ของรัฐบาล ผมคิดว่าค่อนข้างห่างไกลกันมากแล้วก็ไม่ให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายค้าน เป็นอย่างยิ่ง ผมวัดได้ดูจากกรณีของผมที่ผมให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์แล้วก็แสดงความคิดเห็น ทางการเมือง เมื่อก่อนก็จะมี อย่างน้อยตัววิ่งที่ใต้จอทีวีช่อง ๑๑ จะเห็นอยู่ทุกวันทุกครั้ง ในขณะนี้พวกผมไม่เห็นเลยนะครับ ชื่อของผมไม่ปรากฏเลยในตัววิ่งของช่อง ๑๑ ในช่วง สถานการณ์น้ำท่วมท่านประธานครับ ได้ปรับผังรายการทั้งหมด ทำแบบเรียลลิตี้ โชว์ (Reality show) เลยท่านประธาน ให้ผู้สมัคร ส.ส. สอบตก ส.ส. ผู้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง มาจัดรายการกันอย่างเต็มที่ พวกผมลงไปช่วยพื้นที่น้ำท่วม ต้องเรียนกับท่านประธานตรง ๆ ว่าผมไม่มีโอกาสได้ออกทีวีเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกทีวีครั้งเดียวครับ ครั้งไหนท่านประธานทราบไหมครับ ครั้งที่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรไปที่สนามบินดอนเมืองเพื่อไปพบกับนายกรัฐมนตรีและพูดคุย เรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร วันนั้นได้ออกครับ หลังจากนั้น ไม่ได้ออกเลย พวกผมทำครัวชาวใต้ ๒๖ ครัว หมดเงินไป ๔๓ ล้านบาท ทำข้าวกล่องได้อีก ๔,๖๐๐,๐๐๐ กล่อง ใช้เวลา ๔๐ วัน พวกผมไม่ได้ออกเลย ไม่มีการกระจายข่าวหรือทำข่าว เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ทั้ง ๆ ที่เป็นภาคเอกชนได้ช่วยเหลือ เงินบริจาคที่ให้กับภาคอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลก็ไม่มีโอกาสได้ประชาสัมพันธ์ ได้ประกาศเกียรติคุณให้กับ ผู้มีอุปการคุณใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งหมดท่านประธานครับ ผมก็อยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าการปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์นี่ น้อยเสียด้วยซ้ำไป ถ้าท่านประธานดูในช่วงที่พวกผมเป็นรัฐบาล พวกผมใจกว้างพอที่จะ จัดผังรายการให้ทุกฝ่ายได้ออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ท่านประธานก็คงจะได้มี โอกาสได้ออกบ้าง และหลายท่านที่อยู่ในฝ่ายรัฐบาลในขณะนี้ก็ได้ออก เช่น เรามีรายการเวทีวิป เป็นการเปิดเวทีให้กับ ๒ ฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นทั้งวิปฝ่ายค้านและวิปฝ่ายรัฐบาล เป็นประจำ รายการฉีกกรอบ รายการคิดรอบด้าน และรายการอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งรายการนายกรัฐมนตรีพบประชาชน หัวหน้ารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะนั้น ได้เปิดใจกว้างว่าถ้าหากว่าพรรคฝ่ายค้านมีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเราก็พร้อมที่จะ เปิดเวทีทางสื่อของรัฐให้กับผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบ ในขณะนั้น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรตลอดสมัยสภาไม่สามารถจะหาตำแหน่งนี้ได้ ต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับ การโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นความสำคัญ ก็ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลนี้ควรจะใจกว้างด้วยซ้ำไปนะครับว่า เมื่อมีรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชนก็ควรที่จะมีรายการผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชนด้วย ซึ่งผมเรียกร้องมาโดยตลอด รัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ก็บ่ายเบี่ยงว่าไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติ ผมจึงทวนความจำในสภานี้ให้ท่านประธานได้ทราบว่า ได้เสนอไมตรีไปแล้ว แต่ว่าฝ่ายค้านในขณะนั้นไม่ตอบรับไมตรี แล้วก็ไม่สามารถที่จะ หาตัวผู้ที่จะมาจัดรายการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชนได้ครับ นี่ครับ ท่านประธานเป็นเหตุผลที่ผมอยากจะเรียนว่าสำหรับการทำงานของกรมประชาสัมพันธ์ ที่กำกับดูแลสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ถ้ายังปล่อยไปแบบนี้ ผมเชื่อว่าพวกผมพื้นที่ข่าวนี่น้อยมาก นอกจากน้อยแล้วต้องเรียนกับท่านประธานครับว่า พวกผมไม่มีโอกาสได้พูดในข่าวสารของช่อง ๑๑ เลยแม้แต่น้อยนะครับ ถ้าเป็น ประเด็นข่าวสำคัญจะออกภาพพวกผมบ้างก็ได้แต่ทำปากพะงาบ ๆ เหมือนกับปลาเงินปลาทอง ในตู้แก้วอย่างนั้นท่านประธาน ไม่มีการปล่อยเสียงออกมาให้พวกผมได้พูดได้สื่อสาร กับพี่น้องประชาชนเลย ผมจึงจำเป็นว่างบประมาณจำนวน ๑,๕๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ มันมากเกินไปสำหรับการบริหารงานในแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผมไม่โทษข้าราชการนะครับ ผมเห็นใจด้วยซ้ำไปสำหรับข้าราชการในกรมประชาสัมพันธ์ แต่ผมโทษนโยบายว่า ในขณะนี้ ได้มีการเข้าไปแทรกแซงจัดรายการตั้งแต่น้ำท่วมเป็นต้นมา วันนี้ได้ปรับผังรายการ เป็นอย่างไรครับท่านประธาน แว่นขยาย บาย จักรพันธุ์ รายการสุรนันทน์ ทูไนท์ จับกระแส กรองสถานการณ์ ล้วนแล้วแต่เป็นรายการการเมืองทั้งสิ้น แม้กระทั่งรายการประเภท สารคดี เช่น รายการรอยทางประวัติศาสตร์ ที่จัดโดยนักวิชาการ แต่ในบางช่วงบางตอน ถ้าท่านประธานติดตามท่านประธานจะเห็นนะครับ เป็นการพูดประวัติศาสตร์ในเชิง การดิสเครดิต (Discredit) พรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคประชาธิปัตย์โดยเอามุมลบ ของพรรคมาออกโดยอ้างว่าเป็นประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นการแอบแฝงในเรื่องการเมืองที่โจมตี คู่แข่งทางการเมืองทั้งสิ้นครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่า สิ่งที่ผมตัดไป ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมคิดว่ายังน้อยเกินไปเสียด้วยซ้ำไป สำหรับการจัดสรร งบประมาณในครั้งนี้ สำหรับบทบาทหนึ่งของกรมประชาสัมพันธ์ จากเหตุผล ของคณะกรรมาธิการให้ก็คือว่า กรมประชาสัมพันธ์จะต้องมีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์ ในด้านต่างประเทศเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย ผมอยากจะเรียน กับท่านประธานนะครับ อยากจะถามไปยังรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบ อยากจะถามไปยัง คณะกรรมาธิการว่าได้สอบถามเรื่องนี้กับผู้ชี้แจงมากน้อยเพียงใดว่าได้มีภารกิจใด ในต่างประเทศบ้าง ได้ทำงานเชิงรุกในการประชาสัมพันธ์ให้ประเทศมีภาพพจน์ที่ดีอย่างไรบ้าง ท่านประธานก็ทราบว่าในขณะนี้มีขบวนการในต่างประเทศ ในรูปแบบต่าง ๆ ดิสเครดิต ประเทศไทย ใส่ร้ายประเทศไทยอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อย่างน้อยก็มี ๑ คน ที่เป็นนักโทษหนีคดีอยู่ ได้ไปพูดใส่ร้ายเรื่องกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทย ในต่างประเทศ ผมก็ถามว่ากรมประชาสัมพันธ์ได้ให้ความรู้ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่ภารกิจ ในต่างประเทศบ้างหรือไม่ วันนี้มีขบวนการคนไทยบางกลุ่มอยู่ในต่างประเทศเคลื่อนไหว ต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นขบวนการล้มเจ้า ผมก็อยากจะถามว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้ทำภารกิจชี้แจงข้อเท็จจริงให้สังคมโลกได้เข้าใจหรือไม่ แม้กระทั่ง นักการทูตในโลกตะวันตกเคลื่อนไหวต่อต้านให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ รวมไปถึงการแสดงความเห็น การใช้ดุลยพินิจของศาลสถิตยุติธรรมของไทย ซึ่งเป็น กระบวนการยุติธรรมภายในประเทศถูกแทรกแซงจากนักการทูต ต้องถามว่า กรมประชาสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ชี้แจง สร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย ได้ทำหน้าที่ในเรื่องเหล่านี้มากน้อยเพียงใด ผมอยากจะ เรียนกับท่านประธานว่าด้วยภารกิจทั้งหมดของกรมประชาสัมพันธ์ที่ตั้งงบไว้ที่เหลืออยู่ ๑,๕๖๕,๔๐๒,๓๐๐ บาท มากเกินไปที่จะไปทำภารกิจที่เหลวไหลและล้มเหลวเหมือนกับ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ผมจึงจำเป็นที่จะต้องตัดงบประมาณในส่วนนี้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณครับ