สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

พายัพ ปั้นเกตุ สงวนคำแปรญัตติกรมชลประทาน เนื่องจากประสบความล้มเหลวในการบริหารจัดการน้ำ

นายพายัพ ปั้นเกตุ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผม ได้ขอสงวนคําแปรญัตติในส่วนของกรมชลประทานไว้ ซึ่งมีการปรับลดงบประมาณทั้งหมด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมมีเหตุผลที่ต้องกราบเรียนท่านประธานไปถึงกรรมาธิการงบประมาณ ทุก ๆ ท่านด้วยว่าเหตุผลที่เราจําเป็นต้องตัดลดงบประมาณของกรมชลประทานมาก ๆ นี้ เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมานั้นกรมชลประทานได้ประสบความล้มเหลวในเรื่องของการบริหาร จัดการน้ําของทั้งประเทศที่เรียกทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องกันน้ําท่วม ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของภัยแล้ง เราจะเห็นอย่างชัดเจนครับว่าในขณะนี้นั้นพอน้ําแห้งปุ๊บปรากฏว่า น้ําแล้งทันที ถ้าวันนี้กรมชลประทานซึ่งตั้งมาเป็นเวลา ๑๐๐ ปีนี่มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการน้ําของประเทศอย่างแท้จริง ก็จะต้องมีการบริหาร จัดการน้ําของประเทศในยามที่น้ําท่วมก็สามารถป้องกันได้ ในยามที่น้ําจะแล้งก็สามารถ ผันน้ําเอาไปสู่ไร่นาเกษตรกรได้ แต่ปรากฏว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างที่ประชาชน คาดหวังว่ากรมชลประทานจะเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชนได้ กลับกลายเป็นว่า กรมชลประทานได้เป็นตัวที่ทําให้ประชาชนผิดหวังในการบริหารจัดการน้ําของประเทศ เป็นอย่างยิ่ง ผมเองเป็นคนหนึ่งครับท่านประธานที่เป็นคณะอนุกรรมาธิการของ คณะกรรมาธิการงบประมาณ มีท่านศักดาเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ผมเองก็เป็น รองประธานอยู่ด้วย ได้เข้าไปดูรายละเอียดทั้งหมดแล้วเห็นได้ชัดเจนว่าแผนงานของ กรมชลประทานไม่มีสิ่งใดที่ระบุโดยชัดเจนว่ามีแผนงานในการบริหารจัดการน้ําของประเทศ อย่างเป็นระบบ สังเกตจากการตั้งงบประมาณในบริหารจัดการน้ํายังมีความซ้ําซ้อน ในหลายพื้นที่ มีการกระจุกตัวในหลายจังหวัด ในบางจังหวัดและบางภาค ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ชลประทานในขณะนี้นั้นมีการกระจุกตัวในพื้นที่ภาคกลางค่อนข้างสูง แต่การที่คนภาคกลาง จะหวังว่าจะพึ่งการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทานเพื่อนําไปสู่ไร่นาเกษตรกรกลับไม่ได้ เป็นที่หวังอย่างที่เราตั้งใจไว้ กลับทําให้บางพื้นที่มีปัญหาเรื่องน้ําท่วม บางพื้นที่มีปัญหา เรื่องน้ําแล้งตามมา ในทํานองเดียวกันเราดูพื้นที่ภาคอีสาน พื้นที่ที่ทํานาข้าว พื้นที่ที่ปลูก ข้าวหอมมะลิหลายพื้นที่ โดยเฉพาะแถบทุ่งกุลาร้องไห้ ปรากฏพื้นที่ดังกล่าวเหล่านี้น้ําแล้ง ดูเปอร์เซ็นต์การเพิ่มจํานวนพื้นที่ชลประทาน ปรากฏว่าพื้นที่ชลประทานในภาคอีสานไม่ได้ เพิ่มเป็นอัตราส่วนที่ชัดเจน กลับทุ่มงบประมาณจํานวนนี้ไปบางพื้นที่ โดยไม่มีเหตุผล แห่งความจําเป็น ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากความซ้ําซ้อนความกระจุกตัวแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องเจ้าหน้าที่ของกรมชลประทานเองซึ่งต้องยอมรับนะครับท่านประธาน ฝากไปทางท่านกรรมาธิการ เจ้าหน้าที่กรมชลประทานต้องบอกว่าเขามีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ แต่มันเกิดอะไรขึ้นไม่ทราบ ในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี้เจ้าหน้าที่ชลประทาน ไม่สามารถใช้ความรู้ ความสามารถของตนเองในการบริหารจัดการน้ําของประเทศให้เป็น ระบบได้ ทําให้ประชาชนที่มีความคาดหวังว่ากรมชลประทานจะเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศกลับเป็นที่พึ่งไม่ได้ ท่านประธานอาจได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตรงนี้ ค่อนข้างมาก พูดแม้กระทั่งว่าเอากระทรวงเกษตรและสหกรณ์คืนมาให้พรรคการเมืองหลัก ของเขาเลยได้ไหม คืนมาให้พรรคเพื่อไทยดูแลเลยได้ไหม นี่เป็นภาพสะท้อนของประชาชน ที่มีต่อกรมชลประทาน พูดแม้กระทั่งว่าถ้าอย่างนั้นแล้วก็ถ้าเอาคืนมาไม่ได้ เอากรมชลประทาน มาให้กรมทรัพยากรน้ําดูแลได้ไหม ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็น คนดูแลได้ไหม นี่ละครับคือภาพของการไม่ยอมรับในการบริหารจัดการน้ําของกรมชลประทาน ที่มีต่อสายตาของพี่น้องประชาชนและคนที่เป็นตัวแทนภาคประชาชนในขณะนี้ และถ้าจะ อย่างนี้ต่อไปก็ไม่ได้เป็นที่พึ่งอะไรให้กับการบริหารจัดการน้ําของประเทศเลย วันนี้รัฐบาลได้ ตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า กยน. เข้ามาบริหารจัดการน้ําทั้งประเทศ เพราะว่าเมื่อไปดูงบประมาณในรายละเอียดของแต่ละโครงการแล้วจะเห็นได้ว่าพูดซ้ําซ้อน ก็ซ้ําตรงนั้นละ พูดว่ากระจุกตัวก็กระจุกตรงนั้นละ เห็นอยู่ชัดเจน ไม่ต้องระบุพื้นที่ ไม่ต้องระบุจังหวัด เห็นกันไปหมด ทําแต่การสนองความต้องการของบุคคลเพียงบางคน โดยไม่สนองความต้องการของประเทศ เอาใจแต่บางคน แต่ไม่เอาใจประชาชน ประเทศชาติ จึงประสบปัญหาอย่างทุกวันนี้ในเรื่องของอุทกภัยและภัยแล้งที่ตามมา ท่านประธานครับ เรื่องอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องการเมือง เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการงบประมาณท่านได้ไปคุยบ้างไหม ไปถามเขาบ้างไหม ว่า จัดการงบประมาณอย่างไร มีแผนยุทธศาสตร์อะไรบ้าง ที่สนองตอบต่อปัญหาของประเทศ ท่านได้ถามเรื่องนี้ไหมครับ แล้วทําไมที่ตัดมาตัดมาจิบเดียว ทั้ง ๆ ที่มีปัญหามากมาย แทนที่จะตัดเพิ่มขึ้นแล้วเอามาบริหารจัดการน้ําให้ดีมากยิ่งขึ้นกลับไม่ได้ทําตรงนี้ เมื่อถามว่า มีแผนหลักใด ๆ บ้างไหม แผนหลักที่จะระบายน้ําในยามหน้าน้ํานี้ทําอย่างไร ปรากฏว่า ไปดูในแผนงบประมาณประจําปี ท่านประธานที่เคารพครับ ฝากไปทางท่านกรรมาธิการ เกิดอะไรขึ้นครับ ไม่มีโครงการที่เรียกว่าระบายน้ําอย่างเร่งด่วนในเวลาที่มีอุทกภัยเลย คลองบายพาส (Bypass) ขนาดใหญ่ที่จะเร่งระบายน้ําจากพื้นที่ต้นน้ํา ไม่ว่าจะต้นน้ําปิง วัง ยม น่าน หรือบริเวณเขื่อนเจ้าพระยาที่จะเร่งระบายน้ําออกสู่ทะเล ไม่มีเอกสารงบประมาณ ตรงนี้ให้เราได้แลเห็น ทําไมไม่ทําอย่างนี้ละครับ ท่านกรรมาธิการครับ นี่คือสิ่งที่เราเห็นอยู่ ประจักษ์ว่าไม่ทํา พูดกันมาหลายครั้งหลายหนแล้วครับ บอกว่าจะมีแผนในการเร่งระบายน้ํา ไหนละบายพาส โครงการศึกษาอยู่ไหน เมื่อก่อนตั้งกันจังเลย ทุกหน่วยงานว่าตั้งโครงการ ศึกษา ๆ ศึกษาโน่นศึกษานี่ ไม่เห็นมีในกรมชลประทานว่าจะศึกษาเรื่องการเร่งระบายน้ํา ออกสู่ทะเลละครับ ไม่มี ไม่มีให้แลเห็น นอกจากนั้นไหนละเจ้าพระยา ๒ ที่หวังว่า จะมีโครงการนี้เพื่อเร่งระบายน้ํา กลับไม่มีตรงนี้ ผมจึงจําเป็นท่านประธาน ในเวลา ๘ นาทีนี้ ก็ยืนยันกับท่านประธานว่าผมเสนอตัดงบประมาณของกรมชลประทาน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณครับ