สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

ชื่นชอบ คงอุดม พูดเรื่องการปรับลดงบประมาณกระทรวงการต่างประเทศ 10% ในปีงบประมาณ 2555 เนื่องจากไม่มั่นใจในความสามารถในการบริหารจัดการของกระทรวง และการปราบปรามยาเสพติดที่อาจส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน

นายชื่นชอบ คงอุดม กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศผมก็ได้ขอเสนอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จากงบประมาณเดิมในวาระที่หนึ่งของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๕ จากเดิมที่ ๗,๕๘๐ ล้านบาทเศษ ตอนนี้ได้ผ่านอยู่ใน ชั้นกรรมาธิการแล้วก็อยู่ในวาระที่สองได้ถูกปรับขึ้นเป็น ๗,๗๓๓ ล้านบาทเศษ ซึ่งในส่วนนี้ ตัวกระผมเองก็รู้สึกไม่มั่นใจในการบริหารจัดการของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะว่า สิ่งที่กระทรวงการต่างประเทศมีพันธกิจที่ต้องทําให้กับประเทศไทย ส่วนหนึ่งก็คือการให้ ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อสาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เกี่ยวกับการดําเนินงานเชิงรุกด้านการต่างประเทศของไทยที่เป็นประโยชน์แห่งชาติ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประเทศไทยให้ประชาคมโลกได้รับทราบ และส่งเสริม ภาพลักษณ์ในเชิงบวกของประเทศไทยต่อประชาคมโลก ซึ่งในส่วนนี้เองที่ผมไม่มั่นใจว่า กระทรวงการต่างประเทศได้กระทําแล้ว แล้วประสบความสําเร็จจริงหรือเปล่า เพราะว่า เหตุการณ์หนึ่งที่ผมได้พูดไปเมื่ออยู่ในวาระที่หนึ่ง เมื่อ ๒ เดือนที่ผ่านมา ก็คือเหตุการณ์ การปราบปรามยาเสพติดที่ส่งผลให้เกิดการวิสามัญมีลูกเรือชาวจีนที่อําเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ตรงช่วงรอยต่อของเขตแดนลาว พม่า แล้วก็ไทย ที่สามเหลี่ยมทองคํา มีลูกเรือเสียชีวิตทั้งหมด ๑๓ ราย ช่วงกลางเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๔ ซึ่งตอนนั้นวันแรกที่จับกุมได้ก็มีการจัดฉาก ท่านประธานครับ ก็มีลูกเรือเสียชีวิต ๑ ท่าน ในลักษณะที่มีปืนอยู่ ต่อสู้เจ้าหน้าที่ แต่อีก ๒ วันถัดมาก็มีการพบศพลูกเรืออีก ๒ รายด้วยกัน ซึ่งเป็นเรือชาวจีนอีก ๒ ลําด้วยกัน ซึ่งทั้ง ๒ ลํานี้ผมว่าก็สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับ ทางการจีนกับประเทศไทยว่านโยบายการปราบปรามยาเสพติด นโยบายต่าง ๆ ของประเทศไทย อย่างการปราบปรามยาเสพติดใช้ความรุนแรงเกินไปหรือเปล่า ซึ่งในส่วนนี้ก็ส่งผลแน่นอน กับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนก็มีการปิดด่านเป็นเวลา ๒ เดือน ที่ผ่านมา ณ วันนี้เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคมที่ผ่านมานี้เพิ่งเปิดนะครับ ก็ส่งความเสียหายให้กับ ทางด้านเศรษฐกิจธุรกิจ อย่างปี ๒๕๕๓ การนําเข้า ๑,๐๕๘ ล้านบาท การส่งออกตรงด่านนี้ ๕,๖๓๐ ล้านบาท แต่ไตรมาสแรกของปี ๒๕๕๔ ก่อนที่จะถูกปิดด่านก็นําเข้า ๗๓๖ ล้านบาท ส่งออก ๔,๙๘๒ ล้านบาท ตรงนี้ก็ชัดเจนว่าส่งผลแน่นอนกับเศรษฐกิจธุรกิจนําเข้าส่งออก ความสัมพันธ์อันดีของไทยกับจีน ส่วนนี้ผมว่าก็ยังไม่เท่าไรถ้าเทียบกับภาพลักษณ์ แล้วก็สิ่งที่ กระทรวงการต่างประเทศจะต้องนําเสนอภาพลักษณ์ที่ดีในเชิงรุก เป็นบวก เป็นประโยชน์ กับประเทศชาติให้กับชาติอื่น ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ากระทรวงการต่างประเทศต้องตอบคําถาม แล้วรัฐบาลไทยก็ต้องตอบคําถามด้วยว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีกหรือเปล่า แล้วจะสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาคมโลกอีกหรือเปล่ากับการปราบปราม ยาเสพติดที่รุนแรงจนส่งผลให้กับประเทศไทยในลักษณะนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วประเทศไทย ของเราถือว่าจริง ๆ ไม่ใช่แหล่งผลิต ที่ผมพูดเรื่องนี้ขึ้นมาในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วประเทศไทยไม่ใช่ผู้ผลิต แต่เป็นทางผ่านของ ขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดการขายยาเสพติดในประเทศไทยด้วย ซึ่งกระทรวง การต่างประเทศจริง ๆ แล้วมีพันธกิจหนึ่งที่ชัดเจน ก็คือต้องมีการบูรณาการกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย ซึ่งตรงนี้เองแน่นอนก็ต้องบูรณาการ กับ ป.ป.ส. บูรณาการกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติในการปราบปรามยาเสพติด แต่ผมคิดว่า ส่วนหนึ่งที่กระทรวงการต่างประเทศทําได้และผมว่าถ้าทําได้ดี จะไม่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาเลย ก็คือการที่ป้องปราม เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านพม่า เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็น แหล่งผลิตทําให้การผลิตไม่ส่งผ่านมายังประเทศไทยหรือส่งผ่านมาก็เป็นจํานวนน้อย เพราะถึงแม้ท่านจะปราบปรามได้เยอะขนาดไหน เป็นหมื่นเป็นแสนล้านเม็ด หรือเป็น แล้วผมเชื่อว่าท่านมีความสามารถอย่างอื่นอีก ถ้าท่านทําได้ดีอย่างที่ท่านทําหนังสือ พาสปอร์ต ผมเชื่อว่าท่านสามารถทํางานให้กับประเทศไทยได้อย่างแน่นอน และผมก็เชื่อ ด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ นะครับว่า ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ ถ้าทํางานเพื่อคนไทยทุก ๆ คน อย่างตั้งใจจริง ๆ ไม่ได้ทํางานเพื่อคนคนเดียว ท่านได้เป็นรัฐมนตรีอีกหลายสมัยแน่นอนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน