สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

สุนัย จุลพงศธร พูดเรื่องงบประมาณกระทรวงกลาโหม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดการใช้งบประมาณในการทหารเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน

นายสุนัย จุลพงศธร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ของพรรคเพื่อไทย สำหรับมาตรา ๖ เรื่องของงบประมาณกองทัพนี้ผมต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่า ต้องขอรบกวนเวลาสักนิดหนึ่ง เพราะว่าไม่ใช่ที่จะเพิ่งอภิปรายในสมัยนี้ ผมจำความได้ว่า ตั้งแต่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เฝ้าดูเรื่องนี้ การเฝ้าดูเรื่องงบประมาณ กระทรวงกลาโหมโดยเฉพาะในวาระที่สองซึ่งผมจะพูดรูปธรรมของการตัด ไม่ใช่เรื่องรังเกียจ กองทัพ ไม่ใช่เรื่องไม่ชอบกองทัพ แต่งบประมาณของกองทัพมันมีภาวะการเดินคู่ขนานกัน ระหว่างโครงสร้างทางการเมืองกับปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชน ท่านประธานครับ ท่านกรุณาดูนะครับว่าในประเทศที่ล้าหลังด้อยพัฒนางบประมาณการทหารจะสูงมาก เพื่อความมั่นคงแห่งรัฐ แต่เนื้อแท้คือความมั่นคงของกลุ่มอำนาจกลุ่มหนึ่งในรัฐนั้น แล้วสุดท้ายจบลงอย่างไรครับ กรณีของลิเบียจบลงด้วยการเกิดจลาจลและการพังทลายของรัฐ หลาย ๆ รัฐได้พังทลายไปแล้ว จากภาวการณ์ของตั้งงบประมาณกองทัพไว้สูงมาก บางรัฐกำลังใกล้จะพังทลาย ผมไม่อยาก ให้รัฐนั้นเป็นรัฐไทยครับ ท่านประธานครับ ในรอบ ๕๐ ปีที่ผ่านมาถ้าเราดูเรื่องโครงสร้างของ งบประมาณกองทัพมีความแตกต่างชัดเจนที่สุดเมื่อประชาธิปไตยเต็มใบ นั่นคือ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภามีการเลือกตั้งอย่างครบถ้วน ประชาชนมีสิทธิเต็มที่ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ คนที่ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี ชื่อทักษิณ ชินวัตร วันนั้นชัดเจน ที่สุดครับ งบประมาณกระทรวงกลาโหมอยู่ในกรอบที่รัดกุมพอดีประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วนั่นเป็นปีแรกของรัฐประเทศไทยที่ประชาชนได้รับคุณภาพชีวิตจากส่วนแบ่งงบประมาณ ของความมั่นคงไปสู่ความมั่นคงที่เป็นจริงคือคุณภาพชีวิตของประชาชน ทำไมทักษิณจึงมี อำนาจเต็มในการทำเช่นนั้นละครับ ก็เพราะนั่นคือประชาธิปไตยแท้ ๆ ที่ประชาชน มอบอำนาจให้ แต่ในโครงสร้างอดีตตั้งแต่ จอมพล ถนอม ในอดีตที่โครงสร้างอำนาจรัฐทหาร ครอบงำโครงสร้างทางการเมืองนั้น งบประมาณกระทรวงกลาโหมจะมีอัตราสูงกว่าเขาหมด ดังนั้นสิ่งที่ผมจะต้องพูดนี้จึงเป็นเรื่องที่เราต้องการเห็นความสงบ เราต้องการเห็นการพัฒนา เราต้องการเห็นคุณภาพชีวิตของประชาชน ท่านครับ ก็ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะได้อีกหรือเปล่าว่า การพูดถึงงบกระทรวงกลาโหมนั้นจะเกิดความเข้าใจผิดและนำถูกไปบิดเบือน แต่พิสูจน์แล้วว่า สิ่งเหล่านี้ถ้าเราทุ่มงบไปในด้านการทหารมากก็แน่นอนที่สุดคุณภาพชีวิตของคนจะลดลง ทันที ท่านครับ ดูภาวะความเป็นจริงในช่วงระยะเวลา ๓๐ ปีที่ผ่านมาสิครับหลังจากจบสิ้น สงครามเวียดนาม โลกเกิดภาวการณ์ใหม่ เกิดนิว ออร์เดอร์ (New order) เกิดโลกาภิวัตน์ เกิดการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจ หลายประเทศได้พิสูจน์แล้วว่าถ้าตัดลดงบประมาณส่วนนี้ลง ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะสูงขึ้นทันที ความเจริญคุณภาพชีวิตของประชาชน จะสูงขึ้นทันที และสวัสดิการจะถูกจัดขึ้นได้ รักษาฟรี เรียนฟรี คุณภาพชีวิต รักษาฟรี ในโรงพยาบาลมีคุณภาพชีวิต ยาดี ๆ เกิดขึ้นทันที ท่านครับ ดูงบประมาณกระทรวงกลาโหม ในช่วง ๓๐ ปีสิครับว่าส่วนใหญ่อาวุธยุทโธปกรณ์ที่เราให้งบประมาณไปนี้เอาไปป้องกัน ประเทศหรือเอามาทำรัฐประหารครับ การตายของประชาชนวันนี้ก็เห็นชัด ผมจึงเป็นห่วงที่สุด โดยเฉพาะงบประมาณ ๓ ก้อนใหญ่ ๆ ก้อนที่ ๑ คืองบซื้ออาวุธ ซื้อเครื่องบิน ซื้อรถถัง ก้อนที่ ๒ เห็นรูปธรรมชัดเจน ตั้งกรมทหารราบที่ ๗ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งกรมทหารม้า ยานเกราะที่ ๓ ที่จังหวัดขอนแก่น ท่านครับ ผมก็ยังหาคำตอบไม่ได้จนถึงวันนี้ถามใคร ก็ไม่ตอบ ถามว่าถ้าจะตั้งกันอย่างนี้จริง ๆ เอาไปภาคใต้สิครับ จังหวัดเชียงใหม่มีศึกเหนือเสือใต้ ที่ไหนครับ อีสานมีศึกเหนือเสือใต้ที่ไหน มีแต่ไปตั้งทำให้ประเทศเพื่อนบ้านเขาระแวง เหตุการณ์ทางการเมืองในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมานี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่ามันเกิด ความแตกแยกทางความคิดอย่างรุนแรง ซึ่งเราจะต้องพยายามประนีประนอม แต่ไม่ใช่ เอาอาวุธมาพยายามสร้างการประนีประนอม คนที่ค่อนข้างงจะมีความคิดเห็นแตกต่าง จากการใช้อาวุธฆ่าประชาชนมากที่สุดอยู่ภาคเหนือและภาคอีสานครับ แปลกที่สุดครับ ดังนั้นวันนี้ผมจึงกราบเรียนว่าเราต้องใช้กรอบความคิดใหม่ในเรื่องนี้ นั่นคือกรอบความคิด ของรัฐสมัยใหม่ที่บางรัฐพยายามจะลดกำลังอาวุธลงเพื่อจะเอาเงินส่วนนี้ไปใช้ในทาง สร้างคุณภาพชีวิตให้ประชาชน ผมได้ทราบข่าวมาว่าประเทศนิวซีแลนด์กำลังหาทางขายเรือรบ และขายเครื่องบิน และจะใช้กระบวนการสร้างความมั่นคงร่วมกับออสเตรเลียลดค่าใช้จ่ายลง และจะเอาเงินส่วนนั้นมาใช้ในคุณภาพชีวิต ผมเห็นใจมากครับ วันนี้รัฐบาลที่เป็นอยู่นี้อยู่ในภาวการณ์ที่อึดอัดที่สุดที่ผมรู้ เพราะโครงสร้างรัฐที่เป็นจริงวันนี้ ยังมีอำนาจแฝงของกองทัพดำรงอยู่ ทำให้ตัดงบอันนี้ได้ยากมาก ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า ที่ผมขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าคิดเข้าข้างนะครับ ๑๖๗,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะได้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านอยากดูคุณภาพชีวิตของประชาชนไหมครับ ผมได้ไปเปิดปราศรัยชี้แจงกับพี่น้องประชาชนในช่วงหาเสียงก็ดี ก่อนหาเสียงก็ดี ว่าพี่น้องครับ วันนี้ถ้าอยากจะรู้ว่าคุณภาพชีวิตประชาชนเป็นอย่างไร ให้ไปดูโรงพยาบาลประจำจังหวัด ทุกแห่งครับ ให้ไปดูห้องอนาถาวันนี้ไม่มีเตียงจะนอนครับ เกือบทุกจังหวัดคนต้องออกมานอน เรี่ยราดตามทางเดินครับ ทำไมคุณภาพชีวิตของประชาชนนอนคล้าย ๆ สัตว์ประเภทหนึ่งละครับ แล้วคนเหล่านั้นคือใคร คนเหล่านั้นไม่มีห้องพิเศษ คนเหล่านั้นคือพ่อแม่พลทหาร นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้น้อยทั้งนั้น ถ้าเราตัดแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ๗๖ จังหวัดคิดง่าย ๆ เพิ่มให้จังหวัดละ ๑๐๐ ล้านบาท สร้างตึกดูแลคนไข้ครับ สร้างตึกดูแลคนไข้เท่านั้นเองละครับ ๗,๖๐๐ ล้านบาท ผมยังเปรียบเทียบหลาย ๆ ครั้งว่าเครื่องบินกริพเพน (Gripen) ลำหนึ่ง ประมาณ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท ๑ ลำได้ ๒๔ ตึก ตึกละ ๑๐๐ ล้านบาท ถ้าจะให้ครบ ๗๖ จังหวัด ๓ ลำครึ่งครับ แค่เครื่องบิน ๓ ลำครึ่งเท่านั้นละครับ ได้ตึกครบถ้วน เพิ่มโรงพยาบาลให้แก่กระทรวงสาธารณสุขไปเลย ขอวิงวอนอีกครั้งหนึ่งถ้าแม้วันนี้ตัดไม่ได้ ท่านกรรมาธิการครับ ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ผมเข้าใจว่าสถานการณ์ทางการเมือง เป็นอย่างไร แต่ต้องชี้ให้ประชาชนเห็นว่าถ้าเราลดการซื้ออาวุธลงแค่เครื่องบิน ๓ ลำครึ่ง เราจะได้ตึกเพิ่มขึ้นทันทีครับ ตึกพักโรงพยาบาลประจำจังหวัดทุกแห่ง แห่งละ ๑๐๐ ล้านบาท ๑๐ ชั้นครับ ชั้นละ ๑๐ ล้านบาท เครื่องไม้เครื่องมือครบหมด ผมไปหาเสียงที่ไหนประชาชน ปรบมือหมด ผมบอกว่าถ้าผมได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้วจะขอตัดงบตัวนี้ ขอ ๓ ลำครึ่งครับ จะไปเพิ่มโรงพยาบาลให้ทุกแห่ง แต่ว่า ๓ ลำครึ่งมันเสียเศษเลยขอ ๔ ลำ ส่วนอีกครึ่งลำจัดเพิ่มลงไปให้ตามโรงพยาบาลอำเภอครับ เขาปรบมือหมด อันนี้คือการแสดง ให้เห็นว่าประชาชนเข้าใจโครงสร้างงบประมาณแล้ว แต่รัฐวันนี้มาสะท้อนให้เห็นถึง โครงสร้างเชิงอำนาจว่าไม่กล้าแตะต้อง แต่ก็ยังดีครับ ดีกว่าโครงสร้างงบประมาณเดิม ที่รัฐบาลก่อนตั้งไว้อยู่ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณขาดนิดหน่อย นี่ยังตัด ลงมาได้บ้างเหลือ ๑๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ก็ยังเป็นโครงสร้างที่น่าเป็นห่วง ถ้าเราไม่ดูแล เรื่องนี้ท่านประธานครับ ในอนาคตความรุนแรงอาจจะเกิดขึ้นได้ ดูโครงสร้างเหล่านี้แล้ว จะเห็นได้ว่ารัฐที่มีความมั่นคงนั้นต้องทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เรื่องการดูแล เรื่องสาธารณสุข ผมจึงขอตัด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในส่วนนี้และนำไปเพิ่มให้แก่กระทรวง สาธารณสุขของท่านวิทยา แล้วเอาไปสร้างโรงพยาบาลทุกจังหวัดในประเทศไทย กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่ได้