สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๔ มกราคม ๒๕๕๕

นริศ ขำนุรักษ์ อภิปรายเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2555 โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนและเห็นด้วยที่จะปรับลด 15% ในบางส่วน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องงบประมาณโครงการพระราชดำริ และเรียกร้องให้เพิ่มงบประมาณให้เหมาะสม เนื่องจากมีโครงการพระราชดำริมากกว่า 3,000 โครงการ แต่กระบวนการจัดสรรงบประมาณเพียง 2,300 ล้านบาทเท่านั้น นริศ ขำนุรักษ์ ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการตัดงบประมาณโครงการที่เกี่ยวข้องกับแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันรักษาป่าและทรัพยากรธรรมชาติ และเรียกร้องให้ประธานสภาไม่ตัดงบประมาณโครงการเหล่านี้ นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปรับลดค่าใช้จ่ายโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ซึ่งเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อสังคมและทรัพยากรธรรมชาติ และเรียกร้องให้เพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของโครงการนี้

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธาน ที่จะอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๕๕ ในมาตรา ๔ ซึ่งในมาตรา ๔ มีทั้งหมด ๑๒ วงเล็บ ซึ่งทั้ง ๑๒ วงเล็บ ผมได้แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน ทั้ง ๑๒ วงเล็บมีงบประมาณรวมกัน ๔๒๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ใน ๑๒ วงเล็บในส่วนที่ ๑ ผมเห็นด้วยที่จะให้คงไว้ตามร่างเดิม เช่น (๑) (๔) (๕) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) เพราะว่าในวงเล็บที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วเป็นการปรับเงินเดือน เป็นการเพิ่ม บำเหน็จบำนาญ เป็นค่ารักษาพยาบาลสำหรับข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ ผมเห็นด้วยที่จะให้คงไว้ตามร่างเดิม

ส่วนที่ ๒ ผมเห็นควรให้ปรับลง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ คือใน (๒) กับ (๖) โดยเฉพาะ ใน (๒) และ (๖) ซึ่งเป็นการจัดงบประมาณโดยไม่คำนึงถึงว่าขณะนี้ประเทศเรากำลังผจญอยู่กับ วิกฤติอะไร แล้วเราจะเดินฝ่าวิกฤตินั้นไปได้อย่างไร และต่อไปนี้เราจะร่วมกันแก้ปัญหา และพัฒนาประเทศเราไปอย่างไร งบประมาณใน ๒ วงเล็บดังกล่าวไม่สอดคล้องกับ วิกฤตการณ์ของประเทศที่ดำรงอยู่ในขณะนี้

และอีกประการหนึ่งที่กระผมขอปรับลดจำนวน ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะ กระผมเห็นว่าในวงเล็บดังกล่าวหากสภา หากพวกเราอนุมัติไปอาจจะมีข้อครหาส่อทุจริตได้ เฉกเช่นเดียวกับการใช้จ่ายเงินงบประมาณในช่วงภัยพิบัติน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งพวกเรา ก็รับทราบผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว ผมจึงมีความเห็นว่าควรปรับลดลงสัก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับ ๒ วงเล็บดังกล่าว แต่กราบเรียนท่านประธานว่าสำหรับ (๓) ในความเห็นส่วนตัวคือค่าใช้จ่ายตามโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผมคิดว่าควรเพิ่มครับท่านประธาน ที่กระผมเห็นว่าควรเพิ่ม เพราะว่าทางรัฐบาลได้ตั้งงบประมาณไว้สำหรับโครงการพระราชดำริเพียง ๒,๓๐๐ ล้านบาท เท่านั้นเอง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าวันที่ ๕ ธันวาคมปีที่แล้ว ปี ๒๕๕๔ มีการรวบรวมโครงการ พระราชดำริ โครงการแนวพระราชเสาวนีย์ทั้งหมดปรากฏว่า ๓,๐๐๐ กว่าโครงการที่มีอยู่ ในขณะนี้ ถ้าอย่างนั้นเฉลี่ยแล้วงบประมาณชุดนี้กรรมาธิการจัดสรรให้กับโครงการ พระราชดำริเพียงโครงการละไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่ผมเอาจำนวนโครงการหารกับ งบประมาณที่ทางกรรมาธิการงบประมาณได้จัดสรรให้นะครับ โครงการละไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นไปได้อย่างไรครับ ทั้ง ๆ ที่โครงการพระราชดำริครอบคลุมทุกปัญหา ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ เรามีแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เรามีแนวทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นแนวคิดที่นักเศรษฐศาสตร์ยอมรับกันทั่วโลกนะครับ ปัญหาทางสังคม ปัญหา การพัฒนาประเทศเราก็มีโครงการพระราชดำริครอบคลุมอยู่ สังเกตได้ครับว่ายามใด ที่บ้านเมืองมีปัญหาเราเรียกร้องพระองค์ เราเรียกร้องโครงการพระราชดำริเสมอ แต่ทำไม ท่านให้งบประมาณแค่นี้ครับ

๒. ทั้ง ๆ ที่โครงการพระราชดำริครอบคลุมทุกพื้นที่ มีเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก ภาคใต้ แล้วประเทศเพื่อนบ้านด้วยนะครับ ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ยังมี โครงการพระราชดำริไปอยู่ด้วย ผมจึงคิดว่าในพื้นที่ใดที่มีปัญหาในประเทศเราจะมีโครงการ พระราชดำริไปคอยเยียวยาดูแลอยู่เสมอนะครับ และกราบเรียนท่านประธานว่า ในทุกภัยพิบัติธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ภัยแล้ง วาตภัย รวมทั้งไฟป่า เราก็ยังมีโครงการ พระราชดำริที่เข้าไปดูแลแก้ไขสถานการณ์ภัยพิบัติเหล่านั้นอยู่เสมอ ผมสรุปกับท่านประธาน ได้ว่าโครงการพระราชดำริมีตั้งแต่ยอดภูเขาจนถึงท้องทะเล เกษตรที่สูง เกษตรโครงการหลวง บ้านเล็กในป่าใหญ่ ฝายแม้ว อ่างเก็บน้ำ คลองส่งน้ำ ไปจนถึงปะการังเทียม จากยอดดอย จนถึงในทะเลมีโครงการพระราชดำริทั้งสิ้น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าปรับลด งบประมาณในส่วนที่ผมพูดแล้ว ๕-๖ วงเล็บนั้นมาเพิ่มให้กับ (๓) โครงการพระราชดำริเถอะครับ เพราะว่าหลายโครงการไม่เพียงแต่คนไทยได้รับประโยชน์ แต่หลายโครงการได้รับรางวัล ระดับโลก หลายโครงการได้รับการชื่นชมจากทั่วโลกครับ ไม่ว่าจะเป็นโครงการฝนหลวง กังหันชัยพัฒนา หลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง โครงการหลวงสำหรับการแก้ปัญหายาเสพติด ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้กรรมาธิการได้ทบทวนการปรับลดงบประมาณ ในครั้งนี้ด้วยนะครับ เพราะว่าโครงการพระราชดำริที่ผมได้กล่าวถึง ผมเพียงยกตัวอย่าง เสี้ยวหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะผมเรียนตั้งแต่ต้นว่าโครงการพระราชดำริมีถึงประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าโครงการแล้วได้รับงบประมาณครั้งนี้เพียง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท โครงการละ ไม่ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท น้อยมาก ผมจึงมีความเห็นว่าควรปรับลดงบประมาณใน (๒) กับ (๖) แล้วก็เพิ่มให้ใน (๓) ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตั้งคำถามกับคณะกรรมาธิการ เพื่อที่จะหาคำตอบ

คำถามที่ ๑ ดูในมาตรานี้แล้ว ดูเป็นโครงการพระราชดำริไม่กระทบอะไร แต่ถ้าไปดูรายละเอียดจะพบว่าโครงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามแนวพระราชดำริที่ตั้งมาไม่มากครับ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านตัดทำไมถึง ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าประเทศเรากำลังต้อง จัดระบบนิเวศใหม่และต้องใช้แนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาจัด เราจะเอาป่าไว้อย่างไร เอาป่าไว้ที่ไหน เพิ่มป่าอย่างไร น้ำควรจะอยู่อย่างไร บริหารจัดการ อย่างไร ที่ลุ่มยังควรจะให้เป็นโรงงานอุตสาหกรรมอยู่หรือไม่ ยังเป็นนิคมอุตสาหกรรมหรือไม่ ที่สูงเราควรจะให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมหรือไม่ แนวคิดพระราชดำรินี้มีอยู่แล้ว โครงการนี้ครับ เป็นโครงการที่จะนำแนวคิดพระราชดำริมาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ท่านตัดทำไม ตัดถึง ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกโครงการหนึ่งครับ ผมถามกรรมาธิการว่า ท่านปรับลดทำไม โครงการค่าใช้จ่ายเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันรักษาป่าตามแนว พระราชดำริ ตั้งไว้ ๗๖ ล้านบาท ท่านตัดไปส่วนหนึ่ง ตัดทำไมโครงการอย่างนี้ แนวพระราชดำริให้ปกป้องพื้นที่ป่าที่อยู่ชายแดนไทย-มาเลเซีย สภาแห่งนี้ก็มีการอภิปรายกันหลายครั้ง ว่าป่าผืนไทย มาเลเซีย ป่ามาลา-ฮาลา ป่าโตนงาช้าง และอุทยานแห่งชาติทะเลบัน เป็นป่า ที่ผลิตน้ำป้อนทั้ง ๒ ประเทศ ตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย ตอนใต้ของประเทศไทย ตัดทำไมครับ โครงการเหล่านี้ท่านไม่ควรตัดเลยนะครับ และผมกราบเรียนครับว่าโครงการดี ๆ หลายโครงการ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภาคภูมิใจ เช่น โครงการห้วยฮ่องไคร้นี่ ทำไม ไม่เพิ่มครับ ที่ผมบอกว่าพระองค์ท่านภาคภูมิใจ เพราะว่าผมเห็นมาตลอดว่า มีราชอาคันตุกะมาในอดีต ครั้งใดท่านชวนเสด็จไปที่นี่ทุกครั้งละครับ แต่วันนี้ห้วยฮ่องไคร้ ถูกทอดทิ้ง งบประมาณทิ้งห้วยฮ่องไคร้ได้ ทั้ง ๆ ที่ห้วยฮ่องไคร้เป็นต้นแบบทั้งหมด เรื่องปศุสัตว์ เรื่องต้นน้ำ เรื่องเกษตร เรื่องยาเสพติด เรื่องสังคม แต่งบประมาณที่ห้วยฮ่องไคร้ได้ไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของพืชสวนโลก ไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของไนท์ซาฟารี มันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ

สุดท้ายผมถามว่าท่านปรับลดโครงการค่าใช้จ่ายสนับสนุนภายใต้โครงการ สายใยรักแห่งครอบครัวที่ตั้งไว้ในกรมอุทยานทำไม ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสังคมไทยในระบบครอบครัว เป็นระบบที่มีปัญหาที่สุด ปัญหาเกิดขึ้นในครอบครัว ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าระบบครอบครัวเป็นที่เริ่มต้น ในการแก้ปัญหาทุกปัญหา แม้แต่ปัญหาด้านป่าไม้ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านปรับลดทำไมครับ ท่านรู้ไหมว่าโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวเป็นของใคร ผมได้ไป ร่วมกิจกรรมกับโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวหลายครั้งด้วยความภาคภูมิใจในฐานะ พสกนิกร ท่านเพิ่มมาเถอะครับ ให้กำลังใจกับคนริเริ่มโครงการนี้ ท่านไปปรับทำไม แค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งท่านไม่เพิ่มท่านก็ยืนไว้ในร่างเดิมได้เป็นพลังใจในฐานะเราเป็น พสกนิกร ให้โครงการนี้ได้ประสบความสำเร็จว่าโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ไม่เพียงแต่ แก้ปัญหาสังคม โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวยังแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วย กรรมาธิการต้องตอบคำถามนี้ให้กับกระผม กรรมาธิการต้องตอบ คำถามนี้ให้กับพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศได้รับทราบว่า ท่านมีเหตุผลอะไร ตัดโครงการ พระราชดำริ ๓ โครงการที่ผมกราบเรียนแล้ว และโดยเฉพาะโครงการสายใยรัก แห่งครอบครัว ซึ่งสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุด ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมขออนุญาตปรับลด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับ (๒) และ (๖) และขอให้คง (๑) (๔) (๕) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) (๑๒) ไว้ตามร่างเดิม และควรเพิ่ม (๓) โครงการพระราชดำริ ตามที่ ผมอภิปรายมาแต่ต้นครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ