ผุสดี ตามไท สังเกตเห็นปัญหาการบริหารจัดการการศึกษาของประเทศไทยที่ไม่เหมือนการผลิตขนม และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ 400,000 ล้านบาทในการบริหารการศึกษา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณาผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของนักเรียนและเด็กเยาวชน รวมถึงผลเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ได้รับการแก้ไขปัญหานี้
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธาน คงไม่ได้มาตัดเวลาดิฉันนะคะ ดิฉันไม่สมยอมค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ขอแปรญัตติ ตัดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ด้วยเหตุผลที่จริงจะมีหลายส่วน ที่ซ้ํากัน แต่ก็ขออนุญาตเรียงร้อยใหม่แล้วกันนะคะ ข้อใหญ่ ๆ เลยก็คือไม่เชื่อมั่นค่ะ ท่านประธานว่ารัฐบาลจะนํางบประมาณที่ได้รับการจัดสรรให้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี่นะคะ เพิ่มจากที่ขอไปด้วยซ้ําไปนะคะ แล้วถ้าคิดเป็นร้อยละก็เป็นถึงเกือบ ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณประจําปี จะเป็นรองก็เพียงงบกลางเท่านั้นเอง ดิฉันต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานในเรื่องของข้อมูลที่จะประกอบเพิ่มเติม ก่อนอื่นดิฉันต้องขออนุญาต อย่างนี้นะคะว่าต้องชมรัฐมนตรีว่าการที่ท่านช่างคิด คิดนอกกรอบ คิดนั่นคิดนี่ คิดได้ตลอดเวลาเลยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแป๊ะเจี๊ยะขึ้นมาอยู่บนดิน เรื่องของการ ไม่สนับสนุนแนวคิดมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐนะคะ แล้วก็ผุดโครงการครูคลังสมอง ยกเลิกโครงการครูพันธุ์ใหม่ ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วริเริ่มโดยรัฐบาลที่แล้ว แล้วก็ได้รับการร่วมคิด จากหลายฝ่าย และเป็นการยอมรับว่าเป็นโครงการผลิตครูคุณภาพ มีเรื่องของปีแห่งการพูดภาษาอังกฤษสัปดาห์ละวัน ปรับโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ครูคืนถิ่น หลักสูตรมัธยมเชิงปฏิบัติการ ยุทธศาสตร์ ปี ๒๕๕๕ แล้วก็อีกหลายเรื่องทีเดียว ท่านประธานคะ หลายเรื่องดีค่ะ แต่สื่อก็รายงานว่าบางเรื่องเมื่อเวลาที่ท่านนําเสนอแล้ว มีปฏิกิริยาจากสาธารณชนท่านก็หยุดบ้าง ถอยบ้างหรือเดินหน้าต่อไปบ้าง ท่านประธานคะ การบริหารจัดการศึกษามันไม่เหมือนทําขนมนะคะ ทําชั่วโมงเดียวเสร็จ ขนมชิ้นนี้ไม่อร่อย ทิ้งไปทําใหม่ ในเรื่องการบริหารการศึกษานั้นทุกคนทราบดีว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องโต ต้องคิดให้รอบคอบ ต้องทําให้ต่อเนื่อง เพราะไม่เช่นนั้นแล้วผลเสียหายมันจะมากมาย มหาศาลเลยนะคะ เพราะมันกระทบกับคนทุกคน สิ่งเหล่านี้ค่ะทําให้ดิฉันไม่มั่นใจ แล้วก็ไม่ไว้ใจจริง ๆ ว่างบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทจะถูกนําไปใช้ อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลได้ ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อจะพิจารณาจาก สถานการณ์ปัจจุบันนี่นะคะ คุณภาพของนักเรียนในเรื่องความรู้ ความสามารถ ดิฉันคงไม่พูดถึง เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วนะคะ สอบตกรวดทุกระดับ ป. ๖ ม. ๓ ม. ๖ นี่พูดถึงโอเน็ต ยกเว้นวิชาเดียว วิชาอะไรคะ สุขศึกษา ดิฉันก็อยากจะเชื่อว่านักเรียนของเราจะมีสุขภาพดี เพราะสอบได้วิชาเดียวเท่านั้นเอง มีอีกนิดหนึ่งคือเรื่องของการวัดพิซา (PIZA) ซึ่งเป็นการประเมิน โดยองค์กรโออีซีดี (OECD) นี่นะครับ เขาวัดอะไรคะ วัดในเรื่องของความรู้เรื่องในวิชา ซึ่งเป็นหัวใจของการเรียนรู้ตลอดชีวิต คือการอ่านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เอาเรื่อง การอ่านเฉพาะเท่านั้นเองนะคะนักเรียนไทยสูงถึง ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ที่อ่านได้เพียงแค่ระดับ ๑ หรือต่ํากว่า นั่นหมายถึงอะไรคะท่านประธาน หมายความว่าเพียงแค่อ่านออก แต่จับใจความ ไม่ได้ท่านประธานคะ ถ้าจะไปเทียบกับประเทศอื่น ๆ จีน สิงคโปร์ อยู่ใกล้ ๆ เรานี่ค่ะ เราก็ไม่เห็นฝุ่นเลย แพ้อย่างราบคาบนะคะ มาเรื่องคุณธรรมจริยธรรม ท่านประธานคะ มีการสํารวจสุขภาพเด็กในเรื่องนี้ค่ะ แล้วก็พบว่าในช่วงอายุเด็ก ๑-๑๔ ปี มีปัญหาเรื่องวินัย เรื่องการทําตามกติกาแล้วก็เรื่องความซื่อสัตย์ในระดับที่ต่าง ๆ กัน ท่านประธานคะ อันนี้ ก็ถูกตอกย้ําในเรื่องของความซื่อสัตย์ คือโพลล์บอกว่าทั้งเยาวชน นิสิต นักศึกษารวมไปถึง ผู้ใหญ่ด้วย ยอมรับได้ในเรื่องการทุจริต ถ้าเผื่อว่าตัวเองได้ประโยชน์ น่ากลัวไหมคะ เอาเรื่อง สถานการณ์นักเรียน เด็กเยาวชนโดยทั่ว ๆ ไป ท่านประธานคะ จากการสํารวจโดยโครงการ ติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชน โดยสถาบันรามจิตติของดอกเตอร์อมรฤทธิ์ นาครทรรพ ก็ขออนุญาตเอ่ยนาม เป็นตัวเลขเฉลี่ยต่อจังหวัดนะคะท่านประธาน พูดถึงเรื่องเด็ก ออกกลางคันจากโรงเรียน แม่วัยรุ่น เด็กเข้าสู่สถานพินิจ เร่ร่อนถูกทอดทิ้งไร้สัญชาติ เด็กยากจนพิเศษ เด็กในถิ่นทุรกันดาร สารพัดสารเพท่านประธานคะ รวมแล้วเป็นเด็กด้อยโอกาส และเด็กกลุ่มเสี่ยง สูง ๕๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คนต่อจังหวัดนะคะท่านประธานคะ ที่น่าสนใจ ก็คือได้มีการประมาณค่าเสียหายทางเศรษฐกิจต่อจังหวัดตลอดชีวิตการทํางาน ก็เทียบประมาณสัก ๔๕ ปี ของผู้ด้อยโอกาส ปรากฏว่าสูงกว่าค่าเสียหายทางเศรษฐกิจเฉลี่ย ของจังหวัดชายฝั่งอันดามันเมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิถึง ๑๐ เท่า ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อไม่แก้ไขในเรื่องนี้ก็เท่ากับว่าจังหวัดต้องสูญเสียทางเศรษฐกิจเทียบได้กับ การโดนคลื่นสึนามิโจมตี ๑ ครั้งในทุก ๆ ๕ ปี ท่านประธานคะ ปัญหาเด่นชัดค่ะ นโยบายรัฐบาล ที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม มีประเด็นสําคัญ ที่จริงเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว เรื่องส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม สร้างโอกาส ทางการศึกษา ท่านประธานคะ ประเด็นนี้พูดถึงเรื่องกระจายโอกาสทางการศึกษา สร้างความเสมอภาคและความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นแก่ประชากรทุกกลุ่ม ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ อยู่ตรงไหนคะท่านประธานคะ เด็กด้อยโอกาสและเด็กกลุ่มเสี่ยง ที่เมื่อสักครู่มีรายงานบอกว่ามีถึงโดยเฉลี่ย ๕๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ คนต่อจังหวัด ท่านกรรมาธิการได้ถามบ้างไหมคะ ว่าทําอย่างไรคะ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้จะเอาไปทําอะไร ตรงไหนที่ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ทําได้อย่างไรคะ ท่านมีการเอางบที่ตั้งใจ จะซื้อตําราเรียนไปซื้อแท็บเล็ต พูดภาษาอังกฤษสัปดาห์ละวัน มีการคาดคะเนซึ่งรายงานในสื่อว่า ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของโรงเรียนไม่พร้อม ดิฉันสนับสนุน ความจริงอยากจะให้พูดภาษาต่างด้าวมากได้กว่าภาษาอังกฤษ อยากใช้ภาษาอื่นด้วย แต่ท่านประธานคะทั้งหมดนี้มันทําให้ดิฉันไม่เชื่อใจ ไม่มั่นใจเลยว่างบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ท่านจะสามารถนําไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลได้ ดิฉันกลัวเหลือเกินค่ะว่าเราจะถดถอยในความตั้งใจดี แต่ถ้าไม่คิดให้รอบคอบเราก็แพ้ราบคาบ เช่นเดียวกัน ไม่ต้องเข้าหรอกคะประชาคมอาเซียน อยู่มันตรงในเมืองไทยนี้ละคะ ช่วยทีเถอะค่ะให้เด็ก ๆ สามารถอ่านเขียนคิดเป็น แก้เป็น ทําปัญหาเป็น มีทักษะชีวิต เท่านั้นก็น่าจะเพียงพอ แล้วก็จะไปอยู่กับใครก็ได้แล้ว เพราะฉะนั้นดิฉันก็ขอยืนยันค่ะ ตัดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ๕ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ดิฉันได้แปรญัตติไว้ ขอบพระคุณค่ะ