สุรเชษฐ์ แวอาแซ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรไว้ โดยเห็นว่าไม่มีรายละเอียดหรือแผนงานรองรับ และไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณบางส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องปัญหาน้ำเซาะตลิ่งในจังหวัดนราธิวาสและเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือพนักงานและลูกจ้างในพื้นที่
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๔ งบกลาง ผมได้สงวนคำแปรปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลเนื่องจากว่างบกลางในการพิจารณา งบประมาณปี ๒๕๕๕ นั้นโดยผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมสังเกตเห็นว่างบกลางปีนี้ถือว่าเป็นงบกลางที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ทุกรัฐบาล กำหนดงบประมาณจะไม่ให้ความสำคัญและจะไม่เน้นไปที่การใช้งบกลาง ส่วนใหญ่แล้ว จะเน้นไปเรื่องของภารกิจของแต่ละกระทรวงหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะการจัดสรร หรือการจัดตั้งเป็นงบกลางนั้นก็คือกำหนดตัวเลขกลม ๆ เท่านั้นไม่มีรายละเอียด ยากต่อการที่จะ ตรวจสอบ และเราไม่สามารถที่จะประเมินผลถึงประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณนี้ด้วย ผมเห็นถึงความไม่จำเป็นตรงนี้จึงขอปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อีกเหตุผลหนึ่งเนื่องจากว่า การจัดสรรงบประมาณปีนี้นอกจากเงื่อนไขของเวลาที่เรามีระยะเวลาในการที่จะบริหาร งบประมาณนั้นเหลือเวลาเพียงสั้น ๆ ไม่เกิน ๗ เดือนเท่านั้นเราก็จะเข้าสู่การพิจารณา งบประมาณของปี ๒๕๕๖ และครั้งนี้เราก็ทราบดีว่าการที่คณะรัฐมนตรีเข้าสู่การบริหาร ก็มาช่วงปลายปีงบประมาณแล้ว แล้วก็ทำให้เกิดการล่าช้า ปีนี้มกราคมกำลังพิจารณาอยู่ใน ชั้นของวาระที่สองและวาระที่สามเท่านั้น โดยปกติแล้วปีงบประมาณเราจะนับ วันที่ ๑ ตุลาคมของทุกปี ส่วนในเรื่องของรายรับของประเทศปีนี้เราก็คาดการณ์ว่าจะไม่ได้ ตามเป้าที่คาดการณ์ไว้ จริง ๆ แล้วรัฐบาลก็ได้ประมาณการว่ารายได้จากการเก็บภาษี ของประเทศนั้นอยู่เพียงแค่ ๑,๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้นเอง แต่รัฐบาลไม่ทราบด้วย ความจำเป็นหรือว่ามีความสำคัญเร่งด่วนอะไรที่จะต้องไปกู้เงินมาสมทบให้ได้ ๒,๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นส่วนต่างตัวนี้ซึ่งเป็นเงินกู้แล้วก็มาจัดสรรโดยที่บางโครงการนั้นคณะกรรมาธิการ ก็ได้ชี้แจงว่าเป็นโครงการที่จัดทำมาในสมัยรัฐบาลก่อน ผมคิดว่าถ้าหากรัฐบาลนี้พิจารณาแล้ว เห็นความสำคัญจากการพิจารณาของรัฐบาลที่แล้วผมคิดว่าก็เป็นผลงานของรัฐบาลนี้ เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าไปเห็นชอบ แต่ในขณะที่รัฐบาลที่แล้วบริหารนั้นไม่มีปัญหาที่ กระทบกับประเทศและพี่น้องประชาชนได้มากมายอย่างเช่นนี้ แต่ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าภัย พิบัติที่เกิดขึ้นเราไม่เคยเรียกว่ามหาอุทกภัย แต่ครั้งนี้เรานิยมใช้คำว่า มหาอุทกภัย ซึ่งไม่เคย ปรากฏในประวัติศาสตร์ มีน้ำท่วมขังในเมืองหลวง เพราะฉะนั้นเราก็เห็นความจำเป็นว่าใน การที่จัดสรรงบประมาณลงไปเพื่อเยียวยาหรือการแก้ไขปัญหานั้นจำเป็นต้องใช้งบประมาณ แต่ไม่ถึงขนาดว่าเราจะต้องไปกู้เงินเพื่อให้มีงบประมาณมีจำนวนมาก ผมคิดว่าในเงิน งบประมาณที่ไม่ถึง ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็สามารถบริหารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ ใดที่ไม่ได้มีอยู่ในแผนงานหรือโครงการใดที่ไม่ใช่โครงการเร่งด่วนเราก็สามารถที่จะปรับลด เสียก่อน เพื่อที่จะเอาเม็ดเงินตัวนี้ไปใช้จ่ายในโครงการที่มีความสำคัญและเร่งด่วน แล้วค่อย ว่ากันปีหน้าไปสมทบอะไรที่ยังจะต้องเป็นโครงการต่อเนื่องเราก็ปฏิบัติไป เราก็ทำไป เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ การปรับลดครั้งนี้ ด้วยเหตุผลที่ผมได้ชี้แจงไปนั้น ซึ่งมีความเหมาะสมว่างบจำนวนมากแต่ก็มีระยะเวลาในการที่บริหารนั้นค่อนข้างที่จะ เหลือเวลาไม่มากนัก เพราะฉะนั้นในมาตรา ๔ ซึ่งเป็นงบกลางที่ผมกำลังจะเรียนถึง คณะกรรมาธิการที่ได้พิจารณาเกี่ยวในเรื่องของงบกลางซึ่งปีนี้รัฐบาลนี้ได้จัดสรรงบประมาณ ที่ผมได้พูดถึงว่าเป็นงบประมาณหรืองบกลางที่มากที่สุดของประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ก็ว่าได้ ถึง ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แล้วก็ไม่มีรายละเอียด ไม่มีแผนงานรองรับ ผมไม่ทราบว่า ตัวผมเองก็พยายามที่จะดูรายละเอียดว่าทางรัฐบาลนั้นได้เตรียมแผนงานอะไรบ้าง ผมไม่ทราบว่าคณะกรรมาธิการได้มีรายละเอียดรู้อะไรมากกว่าที่ผมรู้หรือไม่ ถ้าไม่มี กรรมาธิการได้พิจารณาอย่างไรถึงได้ผ่านงบกลางในการอนุมัติที่ไปเห็นชอบว่า ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าหากว่าฝ่ายบริหารนำไปแล้วไม่มีการทุจริต มีประสิทธิภาพในการใช้จ่าย ไม่ทราบว่าท่านยึดอะไร เป็นหลัก ในโครงการและแผนงานต่าง ๆ ของงบกลางซึ่งมี ๑๒ รายการ ผมไม่ได้ติดใจทุกรายการ หรอกครับ บางรายการก็มีความเหมาะสม แต่ที่เห็นชัดเจนที่สุดก็คือรายการในเรื่องของ เยียวยา ฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย ในรายการที่ ๒ ซึ่งได้จัดสรรงบไว้ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๒๐๐ ล้านบาท เงินเป็นแสนล้านบาท ท่านประธานครับไม่มีรายละเอียดเลย อย่างนี้จะไม่เปิดช่อง ไม่เปิดทางให้กับผู้บริหาร สามารถที่จะนำไปใช้จ่ายอะไรก็ได้ตามที่ความต้องการของตัวเองต้องการ สิ่งที่ผม อยากจะพูดในวันนี้ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ รัฐบาลนี้พยายามที่สุดที่จะเอางบประมาณจำนวนมาก ออกไปใช้ให้มากที่สุด อาจจะมีการเลือกตั้งใหม่หรืออย่างไร เพื่อการหาเสียงของรัฐบาล หรือไม่ ผมก็สามารถที่จะคิดไปล่วงหน้าได้เพราะเงินก้อนนี้ถ้าหลุดไปแล้วรัฐบาลนำไปใช้จ่าย อาจจะเอาประโยชน์ทางการเมืองก็เป็นไปได้นะครับ อันนี้ถือว่าความห่วงใยที่เราก็รู้อยู่แล้ว ว่าประเทศไทยในขณะนี้ประสบภาวะที่มันรุนแรง พี่น้องประชาชนกำลังรอความหวังที่จะ ได้รับการเยียวยา ที่ได้รับการดูแลจากภาครัฐ จากหน่วยงานราชการ แต่ถ้าหากว่า เราอนุมัติงบประมาณไปแล้วไม่ถึงมือพี่น้องประชาชนในฐานะที่เขาเป็นเจ้าของภาษีอากร ผมถามท่านประธานว่าแล้วพี่น้องประชาชนจะมีความรู้สึกอย่างไรที่อยู่ในพื้นแผ่นดินนี้ เมื่อเขาประสบปัญหาไม่มีใครที่จะช่วยเหลือเขาได้ แต่ในขณะเดียวกันเวลารัฐบาลมีปัญหา ในการใช้เงิน ก็ต้องไปรีดนาทาเร้น ใครล่ะครับ ก็รายได้ของพี่น้องประชาชนอย่างไรล่ะ ภาษี อากรของพี่น้องประชาชนละครับ นี่ละครับที่ผมถึงได้ขอปรับลดไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะคิดว่าในส่วนของการจัดตั้งงบประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทในส่วนของงบกลางนั้น ผมคิดว่าความจำเป็นยังไม่พอกับเหตุผลที่รัฐบาลเสนอมา แล้วก็ข้อที่ ๒ เงินสำรองจ่ายเพื่อการฉุกเฉินหรือความจำเป็น เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือ จำเป็น อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าบวก ๒ ข้อที่เป็นแผนงานหรือโครงการ ที่รัฐบาลอยู่ในส่วนที่โครงการเร่งด่วนที่จะต้องกระทำในปีนี้ตามนโยบายของรัฐบาลนะครับ เอาเรื่องของ ๒ ข้อที่รัฐบาลกำหนดไว้คือค่าใช้จ่ายในการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกัน ความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับข้อที่ ๖ เงินสำรองจ่ายหรือกรณี ฉุกเฉินและจำเป็นอีก ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท นี่รวม ๒ หัวข้อนี้ ๑๘๖,๐๐๐ ล้านบาท ครึ่งหนึ่ง ของงบประจำหรือว่างบที่ต้องใช้จ่ายนะครับ ส่วนอื่นมีรายละเอียด มีแผนงานประจำปี อยู่แล้ว แต่ ๒ หัวข้อที่ผมได้เสนอไปนั้นไม่มีแผนงานและรายละเอียดที่พวกเราไม่สามารถ ที่จะเข้าไปตรวจสอบได้ ท่านประธานที่เคารพ วันนี้พี่น้องประชาชนนั้นก็รอโอกาสที่อยากจะ ให้ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณได้สร้างความหวังว่าท่านเข้าไป ทำหน้าที่กรองหรือการพิจารณางบประมาณก่อนที่จะให้ทางฝ่ายบริหารหรือรัฐบาลนำไปใช้ จ่ายนะครับ ท่านได้ใช้เหตุผลโดยยึดเอาประชาชนเป็นหลักหรือไม่ วันนี้ประชาชน มีความต้องการที่จะได้รับการฟื้นฟูทั้งในการดูแลและอาชีพเศรษฐกิจ ในส่วนของ ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม แต่รัฐบาลกลับยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจน แต่มี การซ้ำเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปล่อยให้ค่าครองชีพ ไม่ว่าเรื่องของค่าไฟ ค่าแก๊สได้เพิ่มขึ้น ทำให้ พี่น้องประชาชนได้รับความลำบากความเดือดร้อนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ พี่น้องประชาชนในภาคของคนจนที่ใช้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟฟรี หรือการใช้ไฟฟ้าฟรี วันนี้ก็มีผลกระทบแล้ว เพราะโครงการนโยบายรถไฟฟ้าฟรีก็ถูกยกเลิก แล้วก็การใช้ไฟ ที่ไม่เกิน ๙๐ ยูนิต วันนี้รัฐบาลได้กำหนดไว้เพียง ๕๐ ยูนิตเท่านั้น ผมคิดว่าถ้าหากว่า ๕๐ ยูนิตนั้นบ้านใดมีตู้เย็นตัวเดียวเท่านั้นก็เกินแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน ไม่ได้พึ่งประโยชน์จากการบริหารของรัฐบาลในครั้งนี้เลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนนี้ผมก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังฝ่ายบริหารว่า ในส่วนงบกลางถ้าหากว่ารัฐบาล ได้รับมติเห็นชอบจากสภาแห่งนี้นะครับ นำเงินไปบริหาร ผมก็อยากจะฝากถึงปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่จังหวัดนราธิวาสที่มีความจำเป็นเร่งด่วนเช่นเดียวกัน ไม่อยากให้ ความจำเป็นเร่งด่วนนั้นอยู่ในเฉพาะส่วนกลางหรืออยู่ในภาคอื่น ๆ นะครับ โดยเฉพาะ จังหวัดชายแดนใต้สุดของประเทศคือจังหวัดนราธิวาสนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของปัญหา อุทกภัยที่เป็นน้ำท่วมซ้ำซากนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งริมแม่น้ำโก-ลก พี่น้องชุมชนริมแม่น้ำโก-ลก ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จะต้องประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปีครับ เพราะชุมชน จะอยู่ต่ำนะครับ ถ้าหากว่ารัฐบาลเห็นความสำคัญตรงนี้ไปยกพื้นที่ตรงนั้นให้สูงขึ้นหรือไม่ก็ใช้เขื่อนกั้นตลิ่งนะครับ แล้วก็พื้นที่ตรงนั้นเราสามารถที่จะปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชายแดน เพราะว่าแม่น้ำโก-ลกนั้น อยู่ในเขตเทศบาล ฝั่งหนึ่งก็เป็นตลาดของเมืองสุไหงโก-ลก อีกฝั่งหนึ่งก็เป็นเมือง หรือว่าเป็นตลาดของชุมชนรันเตาปันยัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นชุมชนที่มีผู้คนหนาแน่นอยู่ ๒ ฟากฝั่ง ถ้าหากว่าเราสามารถปรับปรุงภูมิทัศน์ ริมแม่น้ำโก-ลกตรงนั้น มันก็จะเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนราธิวาส อันนี้ก็จะเป็นรายได้ให้กับท้องถิ่น
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งก็เรื่องของปัญหาน้ำเซาะตลิ่งนะครับ ก็คือแม่น้ำสุไหงโก-ลก ต้นน้ำอยู่ที่อำเภอแว้ง ผ่านอำเภอสุไหงโก-ลก แล้วก็ไปสิ้นสุดที่อำเภอตากใบ ซึ่งเป็น ๓ อำเภอชายแดนของจังหวัดนราธิวาสที่มีลำแม่น้ำโก-ลก เป็นเส้นกั้นแดนระหว่างไทย และประเทศมาเลเซีย วันนี้ปัญหาก็คือว่ามีน้ำเซาะตลิ่งบางจุด แต่บางจุดนั้นก็ได้มี การสร้างเขื่อนกั้นตลิ่งไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ยังมีอีกช่วงหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ตำบลเกาะสะท้อน อันนี้ ส.ส. กูอาเซ็ม กูจินามิง ท่านก็ได้ฝากมาว่าตรงนั้นถ้าหากว่า ฝ่ายบริหารถ้าได้ยินหรือว่าได้รับคำเสนอของผมในวันนี้ ช่วยนำงบประมาณในส่วนของ งบกลาง ถ้าเข้าไปช่วยเหลือบางส่วนหรือก่อน ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง
สุดท้ายท่านประธานครับ ก็อยากจะให้ในส่วนของงบกลางเช่นเดียวกัน ในเรื่องของการเยียวยา ช่วยเหลือพนักงาน ข้าราชการ ลูกจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หรือ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นลูกจ้างของโรงพยาบาลต่าง ๆ แล้วก็แขวงการทาง กลุ่มเหล่านี้เป็นลูกจ้างที่จะต้องเสี่ยง ที่จะต้องออกไปตรวจตราเส้นทาง หรือว่าอยู่ประจำที่โรงพยาบาล ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เงินช่วยเหลือจากภาครัฐ ถ้าหากว่า สามารถที่จะพิจารณาได้ในส่วนของงบช่วยเหลือพนักงานลูกจ้างที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ตรงนี้ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงนะครับ เพราะฉะนั้นการอภิปรายที่ผมไม่เห็นด้วยกับ การปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบกลางนั้น ด้วยเหตุผลตามที่ผมได้เรียนไว้และอภิปราย ในวันนี้นะครับ ขอขอบคุณครับ