รายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
วันอังคารที่ ๒๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
ณ ตึกรัฐสภา
ผมขออนุญาตเริ่มเลยครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาองค์กรภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอประทานกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ด้วยการปรึกษาหารือว่า โดยที่กระผมเปึนประธานคณะอนุกรรมาธิการติดตามการบริหาร งบประมาณของกรมป์าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืช ตามที่กระผมซึ่งเปึน ประธานคณะอนุกรรมาธิการดังกล่าวในคณะกรรมาธิการกิจการองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และติดตามการบริหารงบประมาณของวุฒิสภา ได้เชิญอธิบดีทั้ง ๒ มาปรึกษาหารือ เข้าร่วมประชุม ปรากฏว่างบประมาณที่ทางรัฐบาลได้จัดสรรให้ไม่เพียงพอ
ดังนั้น ผมจึงขอประทานกราบเรียนนําพระราชเสาวนีย์ของพระบรมราชินีนาถ สาระสําคัญตอนหนึ่งว่า “พระเจ้าอยู่หัวเปึนน้ํา ฉันเปึนป์า ป์าที่ถวายความจงรักภักดี ต่อน้ํา พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ํา ฉันจะสร้างป์า” ด้วยพระราชเสาวนีย์ดังกล่าว จึงขอประทานกราบเรียนท่านประธานกรุณาผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ขอได้ให้ความกรุณาให้การสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมจากส่วนกลาง ให้ในส่วนของ กรมป์าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป์า และพันธุ์พืชเพิ่มเติมกรมละ ๒๐๐ ล้านบาท เพื่อไปดําเนินการปลูกป์าให้สมบูรณ์ครับ ดังนั้นในส่วนของการบริหารจัดการต่าง ๆ ผมเองได้ติดตามแล้วก็เดินทางไปทั่วประเทศ ทั่วราชอาณาจักรในส่วนของป์าไม้ ทั้งภาคเหนือจรดภาคใต้มีปัญหาตลอดครับ ไม่ว่าจะเปึนกรณีที่โคราชโมเดล (Model) หรือที่สวนผึ้งโมเดล ดังนั้นเพื่อให้การทํางานสนับสนุนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติม จึงขอประทานกราบเรียนด้วยหลักการและเหตุผลดังกล่าวครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญคุณสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสุโขทัย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอหารือต่อท่านประธานรัฐสภาเกี่ยวกับเรื่องของ ถนนหนทางที่เกิดน้ําท่วมแล้วก็เสียหายในหลาย ๆ เส้น แล้วก็ถนนที่ทางหลวงชนบท ได้ไปสร้างไว้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ในงบไทยเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเปึนถนนสายหมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๒ บ้านทุ่งไม้กรอง ตําบลท่าฉนวน อําเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งในระยะทาง ๙ กิโลเมตร แต่สร้างไปได้ ประมาณ ๓ กิโลเมตรเองนะครับ ก็ขอให้ทางหลวงนั้นเข้าไปดําเนินการต่อ
แล้วถนนสาย ๑๒๙๓ บ้านบางสนิม ตอนที่ ๒ ระยะทางอีกประมาณ ๕ กิโลเมตรก็ไม่ได้เข้าไปดําเนินการต่อนะครับ ก็ฝากทางหลวงชนบท
แล้วถนนอีกเส้นหนึ่ง ซึ่งผมเองก็ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน แล้วก็ ในท้องถิ่นมาว่าอยากให้ทางหลวงไปสร้างถนนตัดระหว่างตําบลหนองตูมกับตําบลท่าฉนวน ซึ่งเปึนถนนดินลูกรังอยู่นะครับ ในหมู่ที่ ๔ บ้านวังนาค ตําบลหนองตูม ไปหมู่ที่ ๔ บ้านข่อมตาล ตําบลท่าฉนวน อําเภอกงไกรลาศ แล้วก็ถนนที่ชาวบ้านร้องขอมาอีก ไม่ว่าจะเปึนถนนสายช่อง ๗ สี บ้านนาตาพรหมไปหมู่ที่ ๗ ตําบลศรีคีรีมาศและสายบ้านยางโทน หนองทอง ตําบลหนองกระดิ่ง อําเภอคีรีมาศ และสายบ้านทับผึ้ง หมู่ที่ ๙ บ้านแก่งหลวง หมู่ที่ ๖ ตําบลกกแรต อําเภอกงไกรลาศ ฝากต่อท่านประธานรัฐสภาฝากถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเปึนทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม แล้วก็กระทรวงมหาดไทย ซึ่งคุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะได้ดําเนินการในการพัฒนาเกี่ยวกับเรื่องถนนต่อไป ขอบคุณครับ
เชิญท่านประสงค์ นุรักษ์
ขอบคุณมากครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนปวงชนชาวไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา พี่น้องชาวไทยในเมืองลอสแอนเจลิส และชิคาโกซึ่งเขาสนใจและห่วงใยประเทศไทยแผ่นดินแม่ของเขาได้ติดตามข่าว ทางอินเทอร์เน็ตหลังจากได้รับฟังการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องข้าวสารซึ่งคุณภาพผิดปกติ กินไม่ได้ในบางส่วน ซึ่งได้ปรากฏเปึนข่าวต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้ที่แจกเพื่อช่วยเหลือพี่น้อง ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากภัยน้ําท่วมที่อําเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ในวุฒิสภาเมื่อวานนี้ ได้โทรศัพท์มาถึงกระผมให้หาทางติดตามถึงความผิดปกติ ๓ ประการที่กระผม ได้นําเสนอ คือ
๑. ข้าวสาร ๕ ถุงเล็ก ในน้ําหนักถุงละ ๔ กิโลกรัม บรรจุในถุงใหญ่ แต่พิมพ์ระบุน้ําหนักที่ถุงว่าหนัก ๒๕ กิโลกรัม ซึ่งความจริงหนักเพียง ๒๐ กิโลกรัม
๒. ถุงเล็กที่บรรจุข้าว ๔ กิโลกรัมนั้นไม่ได้ระบุวันที่บรรจุ และไม่ได้ระบุ วันหมดอายุไว้ด้วย
๓. ถุงใหญ่ที่ระบุว่าน้ําหนัก ๒๕ กิโลกรัมนั้นได้พิมพ์ตัวแดงใหญ่เห็นได้ชัด เปึนภาษาอังกฤษแปลได้ว่า ข้าวสารไทยเม็ดยาวเกรดเอ และบรรจุวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๐๗ หมดอายุ ๔ ธันวาคม ๒๕๐๙ ซึ่งนําออกใช้ในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๑๐ ข่าวสารทั้งหมดที่ว่านั้นได้รับบริจาคจากกระทรวงพาณิชย์ มีตัวพิมพ์ข้างถุงบริษัทบอกว่า โกลเดน เกรน เอนเตอร์ไพร์ส จํากัด (Golden Grain Enterprise Co., Ltd.) บางลําพูล่าง คลองสาน กรุงเทพฯ ลักษณะที่กล่าวมานี้เปึนสิ่งที่ผิดกฎหมายในสหรัฐอเมริกา จึงขอเรียนหารือผ่านทางท่านประธานเพื่อให้รัฐบาลได้ตรวจสอบด้วยว่าในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และหากจะได้ตรวจสอบต่อไปว่าความผิดปกติ ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของใคร แล้วมีใครได้รับผลประโยชน์ที่มิชอบบ้างหรือไม่ หวังว่าจะได้รับคําตอบก่อนที่กระผมจะหมดวาระการทําหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย ในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ขอขอบพระคุณมากครับ
ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ด้วยราษฎร ส.อบต. ผู้ใหญ่บ้าน ประชาคมหมู่บ้าน ได้ทําประชาคมหมู่บ้านมา เพราะว่าเดือดร้อนมากและอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายสมศักดิ์ แก้วป่ลา นายกองค์การบริหารส่วนตําบลหาดแพง อําเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ได้ทําเรื่องเสนอโครงการจําเปึนเร่งด่วนเดือดร้อนมากมา ๔ โครงการ เพราะมีลายมือชื่อของราษฎรที่ทําประชาคมหมู่บ้านเห็นด้วย กระผมจะได้นํากราบเรียน ท่านประธานต่อไป
โครงการที่ ๑ ที่ราษฎรขอมา ได้แก่ โครงการถนนลูกรังเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน และส่วนที่ทําการเกษตรที่บ้านเสียวสงคราม หมู่ที่ ๓ ตําบลหาดแพง อําเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เพราะพี่น้องราษฎรประกอบอาชีพเกษตรกรรมเปึนส่วนใหญ่ เมื่อหมดฤดูกาลทํานาก็จะปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ และติดต่อซื้อขายสินค้า การเกษตรระหว่างหมู่บ้าน สภาพถนนเปึนหลุมเปึนบ่อ
โครงการที่ ๒ ราษฎรขอโครงการถนนคอนกรีตเสริมเหล็กเชื่อมหมู่บ้าน สู่ถนนหลวงที่บ้านเสียวสงคราม หมู่ที่ ๓ ตําบลหาดแพง อําเภอศรีสงคราม ปัจจุบัน เปึนถนนลูกรังฤดูฝนน้ําท่วมขัง ปริมาณการใช้ถนนมีจํานวนมากเพราะเปึนถนนเชื่อม ระหว่างหมู่บ้านสู่ถนนทางหลวงใช้หลายหมู่บ้าน
โครงการที่ ๓ คือโครงการขอขุดลอกหนองบัวที่บ้านอ้วน หมู่ที่ ๔ ตําบลหาดแพง อําเภอศรีสงคราม สภาพหมู่บ้านเปึนที่ลุ่มน้ําท่วมในฤดูฝน และมีสภาพแห้งแล้งในฤดูแล้ง ไม่สามารถทํานาได้ ละขาดแคลนน้ําทํานาปรังในหน้าแล้ง เพราะไม่มีที่กักเก็บน้ํา ให้แก่ราษฎร
โครงการที่ ๔ ขอโครงการก่อสร้างลานกีฬาอเนกประสงค์ที่บ้านอ้วน หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๗ ตําบลหาดแพง อําเภอศรีสงคราม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและให้ลูกหลาน ห่างไกลยาเสพติด ก็ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ราษฎร กราบขอบพระคุณครับ
คุณสุมล สุตะวิริยะวัฒน์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะปรึกษาหารือท่านซึ่งเปึนเรื่องที่กําลังเปึนที่ ท็อป ฮิต (Top hit) รัฐสภาแห่งนี้ใช้เวลาในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาถึง ๓ วัน ด้วยปัญหา หรือด้วยเหตุใหญ่ก็คือเรื่องการหยิบยกเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาเปึนหัวข้อ หรือเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นในวันนี้ดิฉันขอปรึกษาหารือเปึนข้อเสนอแนะหรือเปึนแนวทางว่า ในสภาแห่งนี้นั้นท่านผู้ทรงเกียรติที่เปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทยที่นั่งกันอยู่ในสภาแห่งนี้นั้น ดิฉันจะเสนอว่าเราให้มามีความเห็นตรงกันดีไหมทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร นั่นก็คือว่าต่อไปนี้เราแก้ไขรัฐธรรมนูญเลยว่าให้ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีไม่ได้มาจากการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการซื้อสิทธิ ขายเสียงโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมเปึนเรื่องของผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง นั่นก็คือคณะรัฐมนตรีอาจจะเปึน ๓๑ คน หรือ ๓๖ คนนั้นประชาชนเปึนผู้เลือกโดยตรง หลังจากที่เลือก ส.ส. หรือ ส.ว. แล้ว ท่านทั้งหลายผู้ทรงเกียรตินั้นต้องทําหน้าที่ในการเปึน ฝ์ายนิติบัญญัติอย่ายุ่งกับเรื่องการบริหาร เพราะฉะนั้น ๓ ฝ์าย ๓ อํานาจไม่ได้แยกจากกัน โดยเด็ดขาดไม่ได้เปึนการถ่วงดุลกันเลย เพราะ ณ วันนี้ฝ์ายนิติบัญญัติกับฝ์ายบริหาร มันปนกัน มันเอื้อกัน เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีกับคณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนเลือกตั้ง โดยตรงเปึนชุด ๆ ไป เพราะฉะนั้นดิฉันนําฝากท่านประธานว่าความคิดของดิฉันเปึนอย่างนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
คุณประพนธ์ นิลวัชรมณี
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายประพนธ์ นิลวัชรมณี สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมใคร่ขอเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยครับ ปัญหาของเกาะสมุยของประเทศไทย คงไม่ใช่เฉพาะของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพราะว่าเปึนแหล่งท่องเที่ยวที่คนทั้งโลกมาใช้ บริการทําเงินให้ประเทศไทยป้หนึ่งเปึนหมื่นล้านบาทนะครับ ปัญหาทั้งหลายที่เกาะสมุย ยิ่งเพิ่มหนักขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเปึนปัญหาเรื่องน้ําท่วมเกาะสมุย ปัญหาเรื่องขาดน้ําประปา ปัญหาเรื่องสิ่งปฏิกูลขยะมูลฝอยซึ่งยังเปึนปัญหาที่ประชาชนยังความเดือดร้อน อยู่จนบัดนี้ และปัญหาที่สําคัญที่ทั่วโลกเขารังเกียจมากก็คือปัญหายาเสพติดครับ ที่ผมต้องเรียนผ่านไปทางกระทรวงมหาดไทยเพราะว่ามันมีหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน ที่ต้องมีภาระไปแก้ปัญหาสิ่งเหล่านี้ที่เกาะสมุยครับ ในฐานะที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเปึนตัวแทนของรัฐบาลส่วนกลางนั้นดูแลรับผิดชอบภารกิจทั้งหลายนั้นก็ต้องอาศัยท่าน ทางกระทรวงมหาดไทยครับ ขอโปรดได้เชิญทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหลายนี้ ไปประชุมร่วมหารือช่วยแก้ปัญหาอย่างพร้อมเพรียงกัน คงจะไม่ใช่ใช้เฉพาะหัวหน้า ส่วนราชการที่อยู่ภูมิภาคครับ ก็คงต้องใช้หัวหน้าราชการระดับกรม อย่างน้อยคงเปึน ตัวแทนของอธิบดีไปร่วมประชุม เพราะว่าภารกิจต่าง ๆ เหล่านั้นถ้าไปเทียบภารกิจของแต่ละกรมแต่ละกองเขา เขาถือว่า เปึนเรื่องเล็กน้อยของเขา ต้องให้เห็นว่านี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยสําหรับเกาะสมุย ซึ่งเปึนแหล่งที่ทําเงินให้กับประเทศชาติ เกาะสมุยไม่ใช่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี แต่เกาะสมุยเปึนของคนทั้งประเทศและคนของโลก ท่านประธานครับ จึงต้องขอความกรุณา จากกระทรวงมหาดไทยแก้ปัญหาเหล่านี้ ขอบพระคุณครับ
ท่านประสาร มฤคพิทักษ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ๓-๔ วันมานี้ปรากฏเปึนข่าวและภาพว่าแม่น้ําโขงแห้งขอด ผมเปึนประธาน คณะอนุกรรมาธิการศึกษาคุณค่าการพัฒนาและผลกระทบในลุ่มน้ําโขง ได้ไปพบ ประชาชน ไปศึกษาลงพื้นที่ประมาณ ๔-๕ ครั้งด้วยกัน จริงอยู่ครับ ทางกรมทรัพยากรน้ํา และเอกอัครราชทูตจีนบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับเขื่อนประเทศจีนที่อยู่ต้นน้ําโขง แต่ว่า ปรากฏการณ์น้ําโขงขึ้นลงรวดเร็วผิดปกตินั้นเกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน จะอย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศจีนได้ตกเปึนจําเลยของสังคมประเทศท้ายน้ําไปแล้ว เพราะฉะนั้น เวลามีปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นทุกครั้งประเทศจีนก็จะต้องกลายเปึนผู้ที่ถูกสังคมสงสัย ผมอยากจะเรียนว่านี่เปึนเรื่องใหญ่ แม่น้ําโขงเปึนแม่น้ํานานาชาติ ควรจะใช้ประโยชน์ ร่วมกันอย่างยุติธรรม มิใช่การใช้ประโยชน์กลายเปึนเมตตาธรรมของการเป่ดหรือป่ดเขื่อน ประเทศจีนตามที่ประเทศจีนต้องการตามอําเภอใจของตนเอง ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีควรจะเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ด้วยการเจรจาทวิภาคี เพื่อความโปร่งใส ของประเทศจีนก็คือการเป่ดโอกาสให้คณะกรรมาธิการลุ่มน้ําโขง รวมทั้งภาคประชาชน สื่อมวลชนของประเทศไทยและของประเทศท้ายน้ํา ประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศกัมพูชา ประเทศไทย ได้ไปดูความเปึนจริงว่าการบริหารจัดการน้ําของเขื่อน ประเทศจีนทั้ง ๓ แห่ง และกําลังมีแห่งที่ ๔ เกิดขึ้น จะมีเกิดขึ้นอีก ๔ แห่ง รวมเปึน ๘ แห่ง ในต้นน้ําโขง ว่าจริง ๆ แล้วบริหารกันอย่างไร เป่ดป่ดน้ําอย่างไร เพื่อที่จะให้เกิดความกระจ่าง มิฉะนั้นก็จะกลายเปึนจําเลยของสังคมอยู่ทุกครั้งทุกหนที่เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณสุกิจ อัถโถปกรณ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุขด้วย เพราะว่าตอนนี้ได้เกิดมีการระบาดของโรคลิชมาเนียที่จังหวัดตรัง โรคลิชมาเนียนี้ เปึนโรคที่เกิดจากโปรโตซัว เกิดได้ทั้งในคนและสัตว์ เช่น พวกกระรอก กระแต แมว หนู สุนัข วัว ควาย ม้า มีพาหะนําโรคก็คือตัวริ้นฝอยทราย ซึ่งมีลักษณะคล้ายยุงแต่ตัวเล็กกว่า อาการของโรคก็คืออาจเปึนแผลเป๋ือย เรื้อรัง มีไข้เปึน ๆ หาย ๆ แล้วก็อาจจะเกิดโรคแทรกซ้อน ในอวัยวะภายใน อย่างเช่น ไขกระดูก ตับ ไต ม้าม ซึ่งถ้ารักษาไม่ถูกวิธีอาจจะถึงตายได้ เช่นเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายนที่ผ่านมานี้มีหญิงสาวอายุ ๒๘ ป้ได้เสียชีวิตด้วยโรคนี้ ที่ตําบลกะลาเส อําเภอสิเกา จังหวัดตรัง และตอนนี้ก็พบว่าหลานของผู้หญิงคนนี้อายุ ๕ ขวบก็กําลังเปึน โรคนี้อยู่ แล้วก็ยังพบว่ามีเด็กอีก ๓ คนในละแวกนั้นกําลังเปึนโรคนี้อยู่เช่นกัน เนื่องจาก โรคนี้เปึนโรคติดต่อจึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขรีบดําเนินการเข้าไปควบคุมโดยด่วน ก่อนที่การระบาดจะลุกลามไปมากกว่านี้ เพราะเคยพบว่าในประเทศซูดานเคยมี ผู้เสียชีวิตเปึน ๑๐๐ คน จึงเรียนมาให้กระทรวงสาธารณสุขรีบดําเนินการต่อไป ท่านประธานครับ วันนี้ตอนที่พูดชื่อของผู้อภิปรายจะไม่ขึ้นบนจอเลย และตอนแรกที่ขึ้นนั้น ก็เปึนตัวหนังสือที่อ่านไม่ค่อยออก ขอให้ช่วยแก้ไขด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
สภายินดีต้อนรับคณะอาจารย์ นักศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ด้วยความยินดีนะครับ ขณะนี้เรากําลังปรึกษาหารือยังไม่เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ต่อไปท่านอนุศักดิ์ คงมาลัย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนที่มาประชุมเช้าวันนี้ผมได้รับโทรศัพท์จากท่านอาจารย์ที่เคารพ นับถือของผมคนหนึ่งว่าการมาประชุมวันนี้ของผมจะดําเนินไปได้ด้วยเรียบร้อยไหม จะเข้าสภาได้หรือเปล่า ก็ด้วยจากเหตุการณ์ที่สื่อมวลชนมีการเผยแพร่ว่าจะมีพี่น้อง กลุ่มของพันธมิตรมาชุมนุมเพื่อที่จะติดตามการอภิปรายหรือว่าการดูในเรื่องของที่ทางรัฐบาล นําวาระของการแก้รัฐธรรมนูญเข้ามาสู่การประชุมของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ซึ่งเรื่องนี้ถือเปึนส่วนหนึ่งของกระบวนการการเรียนรู้ทางด้านประชาธิปไตยนะครับ แล้วในรัฐธรรมนูญของเราก็ได้กําหนดเอาไว้ในช่องทางต่าง ๆ อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของการให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในสิทธิข้อมูลข่าวสารและการร้องเรียน ในหมวด ๓ เรื่องสิทธิในการที่จะต้องออกเสียง มีการทําประชาพิจารณ์ กระบวนการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชน แล้วก็กระบวนการการมีส่วนร่วมทางการเมืองโดยตรง ของประชาชนก็ได้ระบุถึงเรื่องของการที่จะต้องมีการออกเสียงประชามติ ซึ่งทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเคยได้พูดเรื่องนี้เอาไว้ว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ควรจะต้องมีการทําประชามติ ในกระบวนการที่เรากําลังจะดําเนินต่อไปนี้ ไม่ว่าใคร จะบอกว่ากระบวนการได้ดําเนินการผ่านเลยมาแล้ว ก้าวข้ามผ่านไปแล้ว แต่ว่า กระบวนการของการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนกลุ่มต่าง ๆ แม้แต่กลุ่ม พี่น้องคนเสื้อแดงซึ่งเขาก็มีความคิดเห็นที่เปึนเหตุเปึนผลของเขาเอง เราก็ควรจําเปึน จะต้องรับฟังกลุ่มคนอื่น ๆ ที่เปึนสภาองค์กรชุมชน สภาพัฒนาการเมือง สภาที่ปรึกษา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แม้กระทั่งสภาเยาวชน รวมทั้งพี่น้องประชาชนทั่วไป ยังไม่ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นกับเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด กระบวนการที่ดีที่สุด ท่านประธานครับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีต้องมีการรับฟังในการทําประชามติครับ
คุณวิรัตน์ วิริยะพงษ์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง โดยขอกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากผมได้รับการร้องขอ มาจากผู้อํานวยการโรงเรียนอุดมดรุณี ท่านผู้อํานวยการนันทิยา ชุณหวงศ์ ซึ่งได้ทํา โครงการของบประมาณสนับสนุนในการก่อสร้างหลังคาโดมคลุมลานอเนกประสงค์ ซึ่งเปึนโครงสร้างเหล็กถักมุงด้วยเมทัลชีท (Metal sheet) ซึ่งเปึนการคลุมลานอเนกประสงค์ ในเนื้อที่กว้างประมาณ ๕๐ เมตร ยาว ๕๐ เมตร สูง ๑๒ เมตร เพื่อในเรื่องทํากิจกรรม หน้าเสาธงของโรงเรียน และการจัดการเรียนการสอนในกลุ่มสาระพลานามัยและสุขศึกษา และใช้เปึนสนามกีฬาบาสเกตบอล วอลเลย์บอล ซึ่งโรงเรียนดังกล่าวนี้เปึนโรงเรียน สตรีประจําจังหวัดส่วนใหญ่เปึนนักเรียนสตรี ยังไม่มีโดมหลังคา มีอากาศร้อนมาก จึงขอให้ ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบประมาณไปด้วยนะครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ได้รับการร้องเรียนจากผู้อํานวยการบุญช่วย เด่นสมบูรณ์ โรงเรียนวัดคูหาสุวรรณ (วันครู ๒๕๐๔) โรงเรียนดังกล่าวนี้ได้ติดกับแม่น้ํายม ทุกป้ จะได้รับผลกระทบจากแม่น้ํายมและน้ําในคลองแม่รําพันไหลเข้ามาท่วมทุกป้ อาคารเรียน ก็เก่าและชํารุดมากนะครับ จึงอยากขอสนับสนุนงบประมาณซ่อมแซมปรับปรุงอาคารเรียน ซึ่งสร้างมานานกว่า ๓๐ ป้ ได้แก่ อาคารเรียนแบบปัอมเพชรขนาด ๑๐ ห้องเรียน แล้วก็ อาคารเรียนแบบ สปช. ๒๑๖ ค ขนาด ๒๐ ห้องเรียน ทั้ง ๒ อาคารเรียนนี้ขอรับการสนับสนุน งบประมาณด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่าน พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ภาคอื่น ในนามสมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะกราบเรียนว่าในปัญหาภัยทางภาคใต้นั้น ก็ขอกราบขอบคุณมาทางรัฐบาลและพี่น้องประชาชนที่ช่วยเหลือลงไปทุกภาคส่วน แต่ว่า ในส่วนหนึ่งผมเองไปพบประธานหอการค้าท่านก็มีความห่วงใย ซึ่งอันนี้คงจะต้องหารือกันในระดับรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องส่วนหนึ่งไปแล้ว ท่านก็ห่วงใยว่า ท่านขอให้คงเงินกู้ดอกเบี้ยต่ําจํานวน ๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเปึนเงินกู้ที่ให้แก่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการได้รับผลกระทบต่อความไม่สงบ ให้เงินนี้คงไว้ใช้ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล ในส่วนที่จําเปึนส่วนหนึ่ง รายละเอียดก็คงไปดูกันอยู่ครับ
ประการที่ ๒ เงินกู้เฉพาะกิจดอกเบี้ยต่ําจํานวนประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาท นอกเหนือจากโครงการเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ที่ให้ไปแล้วส่วนนี้เพื่อจะให้ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบนั้นได้กู้ยืมโดยมีดอกเบี้ยหรือว่าค้ําประกันหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่ว่าเงินนี้ จะไม่เสียหาย เขาจะได้คล่องตัวในการดําเนินการนะครับ
ประการที่ ๓ มาตรการทางภาษี โดยเฉพาะภาษีโรงเรือน ซึ่งโดยเฉพาะ จังหวัดสงขลาคืออําเภอหาดใหญ่นั้นน้ําท่วมบ้านเรือนกันไปหมด ตรงนี้เขาบอกว่า โครงการนี้ก็คือเลื่อนการชําระภาษีโรงเรือนออกไปให้พิจารณาในส่วนหนึ่ง หรืออีกมาตรการหนึ่งก็ลดคือหมายความว่าใครที่เสียหายมากก็ลดลงตามส่วน เสียหายมากก็เสียน้อย เสียหายน้อยก็เสียมาก ลักษณะนี้ หรือไม่ก็งดเฉพาะผู้คน ที่เสียหายมากหรือเสียหายจริง ๆ ก็แล้วแต่จะดําเนินการตามที่สมควรนะครับ
ประการที่ ๔ เงินช่วยเหลือครัวเรือนเหมือนจังหวัดอื่น ๆ ที่ได้รับประสบภัย น้ําท่วมคือคนละ ๕,๐๐๐ บาท ตรงนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่เงินนี้จะได้กระจายไปยังพี่น้อง ประชาชนส่วนหนึ่งด้วย แล้วก็จะเปึนประโยชน์กับประชาชนด้วย
อันนี้ผมก็ถือโอกาสนําเสนอผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐบาล เพื่อดําเนินการตรงส่วนนี้ แล้วก็เงินเครือข่ายพี่น้องชาวใต้ได้เรี่ยไรพี่น้องทางช่อง ๑๑ เมื่อวันก่อนก็มีอยู่ส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นพี่น้องใดที่เดือดร้อนก็ให้หารือไปทาง นายกสมาคมของทั้ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เพื่อจะได้ช่วยเหลือเรื่องความจําเปึนของท่าน ต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ
ท่านถวิล ไพรสณฑ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมมีเรื่องกราบเรียน ท่านประธานเพื่อให้กระทรวงคมนาคมแก้ไข ก็คือว่าขณะนี้ถนนกาญจนาภิเษก ช่วงถนนพระราม ๒ ถึงถนนสุขสวัสดิ์ อําเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เปึนถนนลอยฟัา แต่ว่าส่วนข้างล่างนั้นก็มีพื้นที่ที่สามารถสร้างถนนด้านล่างได้ แต่ปรากฏว่ากระทรวงคมนาคมยังไม่ได้ก่อสร้าง สร้างไปบางส่วน ยังไม่ต่อเนื่องกัน ระหว่างถนนพระราม ๒ กับถนนสุขสวัสดิ์ ทําให้เกิดปัญหารถติดขัดมาก ในถนนประชาอุทิศ เขตทุ่งครุ ผมอยากขอความกรุณาท่านประธานได้กรุณาเรียน ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้กรมทางหลวงไปพิจารณาถนนข้างล่าง ใต้ถนนลอยฟัาทั้ง ๒ ข้าง ซึ่งจะช่วยอํานวยความสะดวกระหว่างอําเภอพระประแดง กับถนนพระราม ๒ เปึนอย่างดี นอกจากนั้นแล้วผมคิดว่าถ้าถนนสายนี้เสร็จแล้วจะช่วย แก้ปัญหาจราจรทั้งเขตจังหวัดสมุทรปราการและกรุงเทพมหานครด้วยครับ ขอฝาก ท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปท่านเจตน์ ศิรธรานนท์ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ท่านประธานครับ ผมใคร่จะใช้เวลา ๒ นาทีหารือเรื่องวิกฤติการเงินของโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปหรือว่าโรงพยาบาลชุมชนในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ในป้ ๒๕๕๓ ท่านประธาน เงินบํารุงในไตรมาส ๓ เหลืออยู่แค่ ๘,๘๗๗ ล้านบาท ซึ่งเปึนครั้งแรก ที่เงินบํารุงของโรงพยาบาลทั้งหมดต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท โรงพยาบาลขาดทุน ในไตรมาส ๒ ป้ ๒๕๕๓ มีอยู่ ๑๙๑ โรง ขาดทุนในไตรมาส ๓ ของป้ ๒๕๕๓ มีอยู่ ๒๕๖ โรง เกิดจากงบประมาณที่ได้ไม่เพียงพอ ขอสํานักงบประมาณไป ๒,๙๑๘ บาท ต่อหัวต่อคน แต่ได้มาเพียง ๒,๕๔๖.๔๘ บาทต่อหัวต่อคน ข้อสําคัญก็คือว่าการกระจาย เงินลงมา ทาง สปสช. จัดสรรเงินลงมาตามฐานประชากร ทําให้จังหวัดที่มีประชากรน้อย แต่มีโรงพยาบาลอยู่มากก็จะมีปัญหาในเรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่ายสูง แต่รายได้ไม่เพียงพอ แล้วก็การกระจายเงินลงมายังมีการทําเวอร์ติคอล โปรแกรม (Vertical Program) ของทาง สปสช. อยู่มากก็เนื่องจากเปึนห่วงเรื่องคุณภาพว่าประชาชนจะไม่ได้รับคุณภาพ แต่ว่า ส่งผลกระทบถึงการทํางานของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั้งหมด เพราะฉะนั้นในการแก้ไขก็เพียงแต่เสนอว่าในข้อแรก สํานักงบประมาณจัดสรรเงิน ให้เพียงพอ ไม่ต้องอาศัยเงินจากสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการและประกันสังคม เข้ามาช่วยชดเชยข้ามกองทุน เนื่องจากในปัจจุบันนี้รายได้ของโรงพยาบาลในสังกัด กระทรวงสาธารณสุขนอกเหนือจากเงินรายได้จากหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า แล้วยังได้มาจากประกันสังคมกับสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการช่วยชดเชย
อีกข้อหนึ่ง คือการแยกเงินเดือนหรือแยกรายจ่ายประจําออก ซึ่งรายจ่าย ประจํานี้ส่วนใหญ่เปึนเงินเดือนครับ อันนี้ก็จะช่วยวิกฤติทั้งหมดได้ในระยะยาวครับ ขอบคุณครับ
คุณขยัน วิพรหมชัย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคประชาธิปัตย์
ขอหารือเรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการโอนเงิน อสม. ไปให้กับสํานักงาน สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้พี่น้อง อสม. ทั่วประเทศรอคอยจํานวนประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งรัดการเจรจาหาตลาดลําไยอบแห้ง เนื้อสีทองของกลุ่มเกษตรกร ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ซึ่งขณะนี้ยังคงค้างสต็อก (Stock) อยู่เปึนจํานวนหลายสิบตัน ซึ่งเขาต้องแบกภาระเรื่องดอกเบี้ยและแบกภาระเรื่องห้องเย็น
เรื่องที่ ๓ เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ที่ผ่านมาได้มีการจับยาบ้าในเรือนจํา จังหวัดลําพูน ๔๐๐ เม็ด จึงอยากจะฝากกระทรวงยุติธรรมได้ดําเนินการสํารวจ หาข้อเท็จจริง และคาดว่าจะมีเจ้าหน้าที่ในเรือนจําจังหวัดลําพูนรู้เห็นเปึนใจ ขอให้ กระทรวงยุติธรรมได้ดําเนินการลงโทษโดยเฉียบขาด
เรื่องที่ ๔ เกษตรกรผู้ปลูกลําไยกู้เงินเมื่อป้ ๒๕๔๓ ขณะนี้เขาได้ชําระเงินต้น ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้รับโฉนดคืน ซึ่งขณะนี้เขาเดือดร้อนค่อนข้างมาก จึงอยากจะให้ คชก. ได้มีการเร่งดําเนินการประชุม และหาทางคืนเอกสารสิทธิให้กับ พี่น้องเกษตรกรจังหวัดลําพูนที่เขาชําระเงินไปเรียบร้อย
เรื่องที่ ๕ ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดลําพูน ที่ประสบอุทกภัยน้ําท่วมครั้งที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการที่จะช่วยเหลือ ครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท
เรื่องที่ ๖ ขอให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงการคลังแก้ไขระเบียบ การใช้เงินสํารองจ่ายจังหวัด และการของบกลางจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในการก่อสร้างตลิ่งพังกรณีถูกอุทกภัย เพราะที่ผ่านมานั้นถ้าหากอุทกภัยเกิดขึ้น ตลิ่งถูกกัดเซาะแล้วไม่สามารถที่จะใช้หินเรียงแนว หรือกล่องแกเบี้ยน (Gabion) ซึ่งจะทําให้ คุ้มค่ากับการลงทุนที่ผ่านมาครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญคุณมณเฑียร บุญตัน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จากการที่ได้มีปัญหาความเหลื่อมล้ํา มีการเอารัดเอาเปรียบ มีการเลือกปฏิบัติกันอย่างทั่วหน้าในสังคมไทย จนก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในทุกระดับ หลายท่านพยายามมองถึงการแก้ปัญหาในเชิงระบบหลายท่านคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปึนทางออก หลายท่านก็คิดว่าการปฏิรูปประเทศไทยทั้งระบบน่าจะเปึนสิ่งที่ดีกว่า มีสิ่งหนึ่งครับท่านประธานที่พวกเราคนพิการได้พยายามขับเคลื่อนโดยอาศัยกลไก ทางกฎหมาย เพื่อการลดความเหลื่อมล้ําและขจัดการเลือกปฏิบัติ นั่นก็คือการแก้ไข หรือการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมความเสมอภาคและขจัดการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เปึนธรรมต่อบุคคล กรณีคนพิการนั้นเราได้บรรจุเรื่องดังกล่าวในพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และอยู่ในพันธกรณีระหว่างประเทศ ก็คืออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการที่ประเทศไทยได้เข้าเปึนภาคีแล้ว แต่ว่าสังคม โดยรวมนั้นยังไม่มีกฎหมายที่ครอบคลุมกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเปึนเด็ก สตรี เยาวชน ผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งพี่น้องชนเผ่า หรือผู้ด้อยโอกาสกลุ่มต่าง ๆ คนเหล่านี้ ยังต้องตกเปึนเหยื่อของการเลือกปฏิบัติโดยไม่เปึนธรรมในลักษณะต่าง ๆ ผมจึงคิดว่าในกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยเพื่อนําพาประเทศไทยไปสู่สังคมบูรณาการ สังคมที่ปราศจากการเลือกปฏิบัติ จําเปึนจะต้องมีการตรากฎหมายเพื่อให้เปึนไปตาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ เพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคของบุคคล และขจัดการเลือกปฏิบัติในทุกรูปแบบที่มีต่อบุคคล ผมคิดว่าถ้าเราจัดการปัญหาเหล่านี้แล้ว ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของหลายมาตรฐานหรือ ๒ มาตรฐานก็ดี ไม่ว่าจะเปึนความเหลื่อมล้ําต่าง ๆ ในสังคมก็ดีน่าจะได้รับการขจัดปัดเป์าให้หมดไปถ้าเราไม่มีวาระทางการเมือง ขอบพระคุณมากครับ
เนื่องจากขณะนี้มีสมาชิกรัฐสภา เซ็นชื่อเข้าประชุม ๓๖๕ ท่าน ครบองค์ประชุม กระผมจะขอดําเนินการประชุมตาม ระเบียบวาระ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
รับทราบเรื่องการถ่ายทอดการประชุมทางวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระนะครับ
ด้วยในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในวันนี้ นอกจากมี การถ่ายทอดทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียง รัฐสภาตามปกติแล้ว ผมได้อนุญาตให้มีการถ่ายทอดการประชุมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ แห่งประเทศไทย ช่อง ๑๑ กรมประชาสัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์เนชั่น เอ็นบีซี จนเสร็จสิ้นการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๙ วรรคสอง
(ที่ประชุมรับทราบ)
เดี๋ยวก่อน ให้ผมแจ้งก่อนครับ ให้ถึงวาระนั้นก่อนผมจะชี้นะครับ ท่านไพจิตเดี๋ยวนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๒ รับรองรายงานการประชุม
รับรองรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) จํานวน ๒ ครั้ง คือครั้งที่ ๒ วันพุธที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๓ วันพุธที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง มีผู้ใดจะแก้ไขไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมนี้รับรอง บันทึกการประชุมทั้ง ๒ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๒ วันพุธที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๓ วันพุธที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๓
ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มีครับ
เชิญคุณไพจิต มีอะไรครับ เดี๋ยวนะครับ ประทานโทษครับ ขอสักครู่นะครับ คุณไพจิต ได้รับหนังสือจากกรมประชาสัมพันธ์เมื่อวานนี้นะครับ มีข้อความว่า ทั้งนี้สถานี มีภารกิจจําเปึนต้องนําเสนอข่าวภาคหลักเปึนบางช่วง คือข่าวภาคเที่ยง เวลา ๑๒.๐๐-๑๒.๓๐ นาฬิกา ข่าวภาคค่ําและข่าวในพระราชสํานัก เวลา ๑๙.๓๐-๒๐.๓๐ นาฬิกา และช่วงระหว่าง วันที่ ๑๒-๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ สถานีมีภารกิจดําเนินการถ่ายทอดสดการแข่งขัน กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ ๑๖ ณ เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน หากทีมนักกีฬา ประเทศไทยได้เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จึงจําเปึนต้องตัดกลับไปรับสัญญาณจาก การแข่งขันเอเชียนเกมส์ในช่วงเวลาดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนได้ชมการถ่ายทอดสด และเปึนกําลังใจให้นักกีฬาต่อไป ก็แจ้งให้ทราบมีบางช่วงเฉพาะของช่องกรมประชาสัมพันธ์ นอกนั้นก็ปกติไม่มีอะไร เชิญคุณไพจิตครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. นครพนม พรรคเพื่อไทย ต่อกรณีเรื่องที่ ท่านประธานแจ้งเรื่องการถ่ายทอดการประชุมของช่อง ๑๑ ครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาวันนี้ เปึนความสําคัญสูงสุดของกระบวนการฝ์ายนิติบัญญัติต่องานในการทําหน้าที่ของ สมาชิกรัฐสภา และโดยประเพณีปฏิบัติก็จะมีการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ไปสู่พี่น้อง ประชาชน ผมอยากทราบว่าท่านประธานได้ขอแล้วนะครับ ได้ทําตามข้อบังคับแล้ว ช่อง ๑๑ บอกว่าจะติดการถ่ายทอดเอเชียนเกมส์
บางช่วงครับ
ผมก็รู้สึก มองถึงวิสัยทัศน์ในการที่จะให้ความสําคัญต่อการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไข รัฐธรรมนูญคราวนี้ เรามีหลายช่องที่รัฐบาลมีบารมีอยู่ ชอบที่จะใช้วุฒิภาวะในการบริหาร ถ้าหากจริงใจในการที่จะให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม มีโอกาสได้พินิจพิจารณา ข้อเสนอแนวความคิดในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้ว่าจะให้ทําเพื่อประโยชน์ของ ประชาคม ผมไม่อยากเห็นครับท่านประธาน ปากอย่างหนึ่งแล้วจะไปทําอีกอย่างหนึ่ง ขอความกรุณาเถอะครับประเพณีปฏิบัตินี่ รัฐบาลบอกว่าประชาชนต้องมาก่อน ให้โอกาสเขาได้รับข่าวสารที่ตรงไปตรงมาจากปากของผู้แทนราษฎร จากปาก ของสมาชิกรัฐสภาเปึนภาระที่จําเปึน ผมอยากให้การประชุมวันนี้เปึนไปตามภารกิจ ที่ควรจะเปึน
ท่านไพจิตครับ ไม่ต้องห่วงครับ มันมีสถานีที่เราเป่ดโอกาส มีสถานีเอ็นบีซี มีหลายสถานีที่ถ่ายทอดวันนี้เยอะแยะครับ ๔-๕ สถานี และของเราด้วย แล้วก็ทั้งวิทยุอะไรต่าง ๆ นี่ครับ พร้อมหมดแล้วละครับ เขาขอเพียงแค่ช่วงราวชั่วโมงหนึ่งหรืออะไรนี่ครับ และช่องอื่นก็ทําหน้าที่แทน
ช่องเดียว ที่เขาดูได้ก็คือโทรทัศน์ ช่วงข่าวช่วงอะไรพวกผมไม่ติดใจครับ แต่ว่าช่วงปกติที่เริ่ม การประชุม ขณะที่ท่านประธานเริ่มการประชุมควรจะมีช่องทางให้พี่น้องประชาชน ที่อยู่ตามท้องไร่ท้องนา เขาก็สนใจอยากดูนะครับ เพราะถือว่ารัฐธรรมนูญคือหัวใจ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่มีการใช้ช่องทางรัฐธรรมนูญ เกิดรัฐบาลที่มีความดุเด็ดเผ็ดมัน ในการปราบปรามประชาชน เขาบอกว่าจะมีการแก้ไขไหมวันนี้ เพราะฉะนั้นอยากจะขอ เวลาแบบนี้เถอะครับ มีสิ่งเดียวที่จะขอความกรุณาท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ไปยังท่านรัฐมนตรีที่คุมกรมประชาสัมพันธ์ที่บอกว่ามือดีมีจิตใจเปึนประชาธิปไตย ไฉนวันนี้อย่าให้เปึนอย่างอื่นนะครับ ขอความกรุณาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ มีอะไรครับท่านสนธยา เราจะได้เข้าระเบียบวาระ เวลานั้นค่อยอภิปรายในรัฐธรรมนูญเลย
ขอนาทีเดียวครับท่านประธาน
มีอะไรครับ ปรึกษาผมก็ให้ปรึกษาแล้ว
กรณี ดังกล่าวตามที่ท่านประธานได้กรุณากราบเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าจะมีการถ่ายทอด ผมเองเปึนผู้หนึ่งครับท่านประธานที่ได้ลงชื่ออภิปรายไว้ในช่วงเวลาดังกล่าวผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ขออนุญาตใช้สิทธินั้นครับ เนื่องจากท่านประธาน ได้กรุณาให้ผมปรึกษาหารือทุกครั้งครับ ชื่อชั้นผมก็เปึนที่คุ้นเคย ดังนั้นขออนุญาต ใช้สิทธิครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ก่อนที่ที่ประชุม จะพิจารณาตามระเบียบวาระ เนื่องจากในการประชุมคราวที่แล้ว การประชุมร่วมกัน ของรัฐสภา ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันอังคารที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ได้มีสมาชิกคือคุณผ่องศรี ธาราภูมิ เสนอญัตติขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยขอให้นํากรอบการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ในระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๓ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ภายหลังการอภิปราย ของสมาชิก ประธานของที่ประชุมคือท่านรองประธานประสพสุข บุญเดช ได้สั่งเลื่อน การลงมติมาดําเนินการต่อในวันนี้ ผมถามคุณผ่องศรียังติดใจอยู่ไหมครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันไม่ติดใจค่ะท่านประธาน ขอให้ประชุม ไปตามวาระปกติเลยค่ะ
คือไม่ถอนใช่ไหมครับ
ถอนค่ะ
ไหนครับ
เนื่องจาก เพื่อให้การประชุมวันนี้ได้ใช้เวลาในเรื่องสําคัญอย่างเต็มที่ แล้วเรื่องของกรอบการเจรจา ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดียนั้นแม้ว่ามีเรื่องสําคัญ แต่ว่าเนื่องจากมันเลย ช่วงเวลานั้นไปแล้ว ก็ไม่จําเปึนต้องพิจารณาในวันนี้
ไม่ติดใจใช่ไหมครับ
ขอถอนค่ะ
ก็ไม่จําเปึนจะต้องโหวตอะไรกันครับ เมื่อเจ้าของญัตติได้ถอนไปแล้วนะครับ มีอะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ เชิญคุณวรงค์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เนื่องจากว่าในที่ประชุมวันนี้เราจะมีการพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตในการเลื่อนระเบียบวาระคือระเบียบวาระที่ ๑๐ ร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๙๓ - ๙๘) และระเบียบวาระที่ ๑๑ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๑๙๐) มาเปึนระเบียบวาระที่ ๓ และระเบียบวาระที่ ๔ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านผู้ใด มีความเห็นเปึนอย่างอื่นไหมครับ ยังมีหรือครับ คุณไพจิตก็ให้พิจารณากันเลย
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมมีความเห็น เปึนอย่างอื่นครับ เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกรัฐสภาขอถอนญัตติที่ขอเลื่อนไว้แล้ว เปึนญัตติ ต้องขอความเห็นชอบจากสภาก่อนที่จะเห็นว่าให้ถอนหรือไม่ให้ถอน เปึนไปตามข้อบังคับ ที่ได้ใช้มาโดยตลอดครับท่านประธาน แล้วคราวนี้ก็เช่นเดียวกันที่มีท่านสมาชิก จะขอเลื่อนเรื่องเพื่อพิจารณา กระผมก็ต้องขอความกรุณาว่าให้เปึนไปตามข้อบังคับ ก็คือประชุมตามระเบียบวาระ ขอญัตติ ขอผู้รับรองครับ
ก็ต้องโหวตกันละครับ มีอะไร คุณบุญยอด
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิก รัฐสภาครับ เมื่อสักครู่นี้คุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม ได้เลื่อนมาเปึนอันดับที่ ๓ นะครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านพิจารณาก็คือว่ามันจะเรียงตามวาระอยู่แล้วถูกไหมครับ ไม่ได้ข้ามวาระแต่อย่างใดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่ท่านไพจิตเสนอ คือมันก็เรียงตามวาระอยู่แล้วครับท่านประธาน
คือมีผู้เสนอเขาไม่เห็นชอบตามที่ คุณหมอวรงค์เสนอ เขาก็มีผู้รับรองถูกต้อง เราก็จําเปึนจะต้องโหวตกัน และคุณจะมา บังคับให้เขา ข้อบังคับ ผมไม่รู้จะทําอย่างไรให้ถูกใจทุกฝ์ายครับ เชิญครับ
คือผมขออนุญาตท่านประธานว่าท่านประธานต้องวินิจฉัยว่าจริง ๆ แล้วร่างของ คปพร. อยู่อันดับ ๑ ร่างของ ส.ส. ๑๐๒ คนอยู่อันดับ ๒ หมอวรงค์ก็ขอเรียงของรัฐบาลขึ้นมาเปึน อันดับ ๓ และอันดับ ๔ ซึ่งโดยปกติแล้วร่างในทํานองเดียวกันก็จะพิจารณาร่วมอยู่แล้ว ท่านประธาน เพียงเท่านั้นเองครับ ท่านประธานกรุณาวินิจฉัยด้วยครับว่ามันไม่ได้เปึน การผิดวาระแต่อย่างใดครับ
ก็ถูกอย่างที่คุณบุญยอดพูด เนื่องจากมีร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... อีก ๓ ฉบับมารวมกัน ความจริงผมก็เห็นว่าเปึนเรื่องทํานองเดียวกันนะครับน่าจะนํามา พิจารณาพร้อมกัน แต่เมื่อมีผู้เสนอและผู้คัดค้าน ผมก็จําเปึนที่จะต้องปฏิบัติ มีอะไร ถอนเถอะครับคุณไพจิต ให้เรื่องมันเดินดีกว่าครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมใช้สิทธิตามข้อบังคับ เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๙๓-๙๘) (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ได้บรรจุไว้ในลําดับที่ ๑๐ แล้วร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๑๙๐) (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) บรรจุไว้ในลําดับที่ ๑๑ ตามหนังสือระเบียบวาระการประชุม ร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ)
ผมเข้าใจครับ
เมื่อเปึน ตามนี้การพิจารณาก็จะพิจารณาตามระเบียบวาระ ถ้าจะพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็มีเพียง ๒ ฉบับที่มีอยู่แล้ว ถ้าจะต้องขอเลื่อนของรัฐบาลอีก ๒ ฉบับก็ต้องได้รับ ความเห็นชอบจากสภา ท่านประธานครับ
เมื่อมีความเห็นเปึนอย่างอื่น แล้วก็มี ผู้รับรองถูกต้อง ผมก็จะขอมติจากที่ประชุมล่ะครับ
ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ
ไม่จําเปึนแล้วครับ เพราะว่า ท่านต้องการให้มันช้าผมก็จะช้าด้วย ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมโปรดเข้า ห้องประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะเลื่อนร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเสนอทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่ครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ
ผมประท้วงครับ
ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธาน ผมเข้าใจว่า ทําให้ผมเสียหายว่าผมต้องการให้ช้าผมก็จะช้า
ขอโทษด้วยครับ
ขอบพระคุณครับ
เผลอไป ขอโทษครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องการให้เปึนทํานองการปฏิบัติ
ผมอายุมากจริง แต่ว่าหัวใจมันเร็ว เกินไปขอโทษครับ นั่งลงครับ
ผมเห็นว่า สภายังไม่พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน พรรคบางพรรคก็ไปบอกไม่เอาแล้ว มติวิป (Whip) รัฐบาลบอกไม่เอาแล้ว มันคืออะไร ผมต้องการใช้สิทธิความเปึนสมาชิก รัฐสภา
พอแล้วครับ นั่งลงครับ ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุม โปรดเข้าห้องประชุมด่วนครับ เพื่อจะขอมติว่าให้เลื่อนระเบียบวาระ กฎหมายรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเสนอทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่นะครับ ซึ่งฝ์ายรัฐบาลเสนอให้เลื่อน ฝ์ายค้านท่านไม่เห็นชอบให้ไปตามระเบียบวาระ ฉะนั้นจําเปึนจะต้องถามมติที่ประชุม ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด้วยครับ
(นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุมทราบ ก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุม)
เมื่อท่านนั่งประจําที่เรียบร้อยแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(นายธานี เทือสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรครับ จะประท้วงอะไร
ท่านประธานครับ ข้างหลังลิฟท์เสีย อาคารรัฐสภา ๓ ลิฟท์เสียอยู่ตัวหนึ่ง ลงได้ตัวเดียว
ไม่เปึนไรครับ ผมกําลังรออยู่ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ
ทราบแล้วครับ ท่านสมาชิกรัฐสภา ที่เคารพครับนะครับ โปรดเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เมื่อท่านนั่ง ประจําที่แล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ ที่อยู่ ที่ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ โปรดลงมาเสียบบัตรแสดงตนก่อนนะครับ ท่านที่อยู่ นอกห้องประชุมนะครับ โปรดเข้าห้องประชุมเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อจะได้ ลงมตินะครับ เมื่อท่านนั่งลงแล้ว โปรดเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านผู้ใดยังไม่ได้เสียบบัตรแสดงตนมีไหมครับ ทุกท่านเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อย แล้วนะครับ เริ่มทยอยกันมาเรื่อย ๆ เมื่อเสียบบัตรแสดงตนเรียบร้อยแล้วผมขอให้ ส่งผลมาจะครบหรือไม่ครบ ถ้าไม่ครบก็จะได้เลิกประชุม มีสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๓๕๐ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ต่อไปผมจะถามมติที่ประชุมว่าท่านผู้ใดเห็นชอบที่จะให้เลื่อน ระเบียบวาระที่ ๑๐ ระเบียบวาระที่ ๑๑ ขึ้นมาต่อจากระเบียบวาระที่ ๒ โปรดกดปุ์ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ์ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดงดออกเสียงโปรดกดปุ์ม งดออกเสียง โปรดใช้สิทธิครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ์มลงคะแนน)
ทุกท่านใช้สิทธิเรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อใช้สิทธิเรียบร้อยแล้ว งดใช้สิทธินะครับ ส่งผลมา มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๔๔๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๐ ท่าน งดออกเสียง ๑๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๕ ท่าน ถือว่าที่ประชุมนี้เห็นชอบให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๑๐ และระเบียบวาระที่ ๑๑ ต่อจากระเบียบวาระที่ ๒
เชิญ มีอะไร
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตอ้างอิงถึงการปรึกษาหารือร่วมกัน ของตัวแทนวิปทั้ง ๓ ฝ์าย มีผู้แทนของวิปรัฐบาลก็คือท่านประธานวิทยา ตัวแทนวิปฝ์ายค้าน ก็คือท่านประธานวิทยา บุรณศิริ และทางวิปของ ส.ว. ก็คือท่าน พลเอก เลิศรัตน์ เปึนการปรึกษาหารือร่วมกันต่อท่านประธานรัฐสภา วันนั้นผลการปรึกษาหารือได้เห็นชอบ ตามข้อเสนอของท่านประธานวิปฝ์ายค้านที่ว่าการประชุมร่วมกันครั้งนี้ควรจะเปึนการรวม ระเบียบวาระนะครับ ดังนั้นผมจึงขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๓๒ ว่าขอให้รวมระเบียบวาระ ในทํานองเดียวกัน และเปึนการแยกลงมติ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง วันนั้นก็ได้ประชุม ต่อหน้าผมนะครับว่าให้รวมพิจารณา และเวลาที่จะแยกก็ให้แยกลงมติเปึนรายฉบับ มีท่านผู้ใดมีความเห็นเปึนอย่างอื่น
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเปึนอย่างอื่น)
คงไม่มีนะครับ เพราะเรา ได้ตกลงกันแล้ว
ต่อไปผมจะขอเชิญตัวแทนของร่างพระราชบัญญัติของหมอเหวงนะครับ ซึ่งเปึนตัวแทนได้ทําหนังสือถึงผม เดี๋ยวก่อนนะครับ ผมจะเชิญเขาก่อน เพราะคราวที่แล้ว ผมได้มีมติอนุมัติให้หมอเหวง คุณจรัล และท่านอาจารย์เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ วันนี้ได้รับ หนังสือจากท่านเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ จะเปึนผู้ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนที่เสนอ รัฐธรรมนูญที่ประชาชนเสนอ เชิญคุณเมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ อาจารย์เชิญเอาให้เต็มที่เลยครับวันนี้ เมื่อที่ประชุม มีความเห็นให้รวมการพิจารณาก็ขอเชิญเลยครับ
ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งร่วมกันเข้าชื่อเสนอตามมาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย จํานวน ๗๑,๕๔๓ คนเปึนผู้เสนอ)
เชิญท่านอาจารย์เมธาพันธ์ ไม่จํากัดเวลา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ซึ่งเปึนตัวแทน ของพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จริง ๆ แล้วคือจํานวน ๑๒๓,๖๑๐ คน แต่ว่าที่ได้ผ่าน การพิจารณาเพื่อที่จะให้เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช .... ในครั้งนี้จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน ผมขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภาที่ได้มีหนังสืออนุญาตให้กระผมแล้วก็ตัวแทนของพี่น้องประชาชน จํานวน ๓ ท่าน
ท่านที่ ๑ คือ นายแพทย์เหวง โตจิราการ ปัจจุบันนี้ท่านถูกจําคุกหรือถูก คุมขังอยู่ในเรือนจําพิเศษกรุงเทพ โดยไม่ได้รับความเปึนธรรมอันเนื่องมาจากการเรียกร้อง ประชาธิปไตยและความเปึนธรรมครับ แล้วก็ไม่สามารถที่จะมาชี้แจงได้ เนื่องจากว่า ไม่ได้รับอนุญาตจากศาลนะครับ
ท่านที่ ๒ ก็คือคุณจรัล ดิษฐาอภิชัย ปัจจุบันนี้ก็ไม่ทราบว่าเปึนตายร้ายดี อย่างไร เนื่องจากว่าได้ถูกการเข้าไปกระชับพื้นที่สลายการชุมนุม มีการใช้อาวุธแล้วท่าน ก็หายตัวไป
ฉะนั้นจึงเหลือผมเพียงคนเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ ที่จะมานําเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่งถือว่าเปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชน
ประท้วงอะไรครับท่านไพจิต
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธานในการควบคุมการประชุม ห้องประชุมต้องใช้ความคิดด้วยเหตุ ด้วยผล ด้วยสติปัญญา ต้องให้เกียรติผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ไม่ใช่จะมาคอยฟังแต่ของ คณะรัฐมนตรี ของประชาชนต้องมาก่อนควรจะได้ฟังด้วยความสงบ
ก็นี่ให้ผู้เสนอเสนอก่อน
ผมประท้วง ท่านประธานว่าต้องทําให้ห้องประชุมอยู่ในความสงบ มีสนทนาแลกเปลี่ยนกลบเกลื่อน ภาระที่ไม่อยากฟัง
คือท่านก็เงียบหน่อยก็แล้วกันครับ ผมจะบอกคนอื่นเงียบ คนอื่นช่วยเงียบด้วย ทุกฝ์ายก็รอฟังกันทั้งนั้นครับ ช่วยรักษาระเบียบ กฎ ข้อบังคับของสภาด้วยจะเปึนพระคุณครับ ผมบอกแล้ว เชิญต่อเลยครับอาจารย์
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอขอบคุณครับ พี่น้องประชาชนจํานวน ๗๑,๕๔๓ คน ซึ่งประกอบด้วยพี่น้องประชาชนจากทุกภาคส่วน คณะผู้ที่ได้ไปรวบรวมรายชื่อพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมฉบับประชาชนในครั้งนี้ ก็มีจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ฉะนั้นผมขออนุญาต ท่านประธานได้ชี้แจงแล้วก็นําเสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเปึนมาเปึนไปของการนําเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับประชาชน ในครั้งนี้ เนื่องจากว่า มีองค์กรภาคประชาชนทั้งหมด ๒๓ องค์กรครับ ซึ่งรวมกันเรียกว่า คปพร. ได้กระทําการ ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๙๑ วรรคสอง ได้อนุญาตเพื่อที่จะให้มี การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมการดังกล่าวได้กระทํา การสืบเนื่องมาจากว่ามีพี่น้องประชาชนจํานวนทั้งสิ้น ๑๐ ล้านคน ทั่วประเทศได้ลงประชามติ ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะว่าพี่น้องประชาชนทั้ง ๑๐ ล้านคน พิจารณา ว่าที่มาที่ไปของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาที่ไปของต้นน้ําของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เปึนไปตามการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ฉะนั้นจึงได้ลงประชามติไม่เห็นด้วย จาก ๑๐ ล้านคน ก็ได้รวมตัวกันส่งเปึนตัวแทนตั้งเปึน องค์กรทั้งหมด ๒๓ องค์กร แล้วก็ได้ใช้เวลา ๑๕ วัน ๑๕ วันเท่านั้นครับท่านประธาน รวบรวม รายชื่อได้ทั้งหมด ๑๒๐,๐๐๐ กว่าท่าน แล้วก็ส่งมาให้ทางราชการได้พิจารณาเพื่อที่จะได้ เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แล้วเมื่อครบตามจํานวนแล้วบอกว่า ๑๒๐,๐๐๐ คน มันเยอะไปเอาแค่ ๗๐,๐๐๐ คน ก็พอ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วเปึน ๑๒๐,๐๐๐ คนนะครับ จึงขออนุญาตท่านประธานได้นําเสนอหลักการและเหตุผลในการแก้ไข ฉบับประชาชน ไม่ใช่ฉบับหมอเหวง แต่ว่าหมอเหวงนั้นเปึนผู้ที่มีบทบาทสําคัญอย่างยิ่งในภาคประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตทําความเข้าใจกับสื่อด้วย แล้วก็ผ่าน ท่านประธานไปยังสมาชิกรัฐสภาด้วยว่าฉบับนี้ไม่ใช่ฉบับหมอเหวง เปึนฉบับประชาชน ท่านประธานที่เคารพหลักการในการขอเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มีดังนี้
แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยกําหนดให้ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ และให้นําบทบัญญัติในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หมวด ๔ หน้าที่ของชนชาวไทย หมวด ๕ แนวนโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ หมวด ๖ รัฐสภา หมวด ๗ คณะรัฐมนตรี หมวด ๘ ศาล หมวด ๙ การปกครองส่วนท้องถิ่น หมวด ๑๐ การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ หมวด ๑๑ การตรวจเงินแผ่นดิน หมวด ๑๒ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาล ในบางมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาใช้บังคับ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้บทบัญญัติเปึนไปตามการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข เปึนปัจจุบัน และการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ทําได้ง่ายขึ้น โดยมีเหตุผลดังนี้ครับท่านประธาน ต้องขออนุญาตท่านประธานว่าบางครั้ง ผมอาจจะอธิบายประกอบเหตุผลด้วยนะครับ
ตามที่ได้มีการยึดอํานาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และล้มล้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ โดยอ้างว่าประชาชนเสื่อมศรัทธาในการบริหารราชการแผ่นดิน ไร้ประสิทธิภาพในการควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน และการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ มีการทุจริตและประพฤติ มิชอบขึ้นอย่างกว้างขวางจนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ข้ออ้างเช่นนี้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาในสังคมการเมืองประเทศไทย จนระบอบประชาธิปไตยมีแต่ล้มลุกคลุกคลานไม่ต่อเนื่อง เปึนอุปสรรคต่อการพัฒนา ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แม้การบริหารราชการแผ่นดิน ในช่วงก่อนวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ อาจจะมีข้อบกพร่องบ้างแต่ก็ไม่ใช่ไม่มีสิ่งดี และเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายเกี่ยวกับการดูแล ประชาชนผู้ด้อยโอกาสเพื่อให้ได้รับปัจจัยพื้นฐานในการดํารงชีพ ประสบความสําเร็จ อย่างมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน การเข้าถึงยาและหมอ การสร้างโอกาสในการศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาให้แก่ประชาชน รวมถึงการลงทุนและการค้าขายทั้งภายใน และภายนอกประเทศ ทําให้สภาวะเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นอย่างมาก การนําจุดบกพร่อง บางประการในการบริหารราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญมาเปึนเหตุในการล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตยเปึนสิ่งที่กระทําไม่ได้ เพราะขัดต่อหลักนิติธรรมและผิดกฎหมาย โดยชัดเจน เปึนการทําลายกระบวนการทางกฎหมายที่รองรับไว้โดยรัฐธรรมนูญตาม ระบอบประชาธิปไตย เพื่อสนองความต้องการ ความรู้สึก และผลประโยชน์ของผู้ยึดอํานาจ เปึนการดูถูกอํานาจอธิปไตยและการตัดสินใจของประชาชน การยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และจัดตั้งองค์กรต่าง ๆ ขึ้นมาหรือแต่งตั้งบุคคลเข้าไปอยู่ในองค์กรตาม กฎหมายที่มีอํานาจสอบสวน สืบสวน ไต่สวนหรือวินิจฉัย รวมถึงองค์กรที่เปึนรัฐวิสาหกิจ ก็เปึนการดําเนินการของอํานาจเผด็จการภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ซึ่งผู้ยึดอํานาจเปึนผู้จัดให้มีขึ้น มิได้อยู่บนหลักของ การบริหารราชการแผ่นดินที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งตรงกันข้าม กับระบบที่ดํารงอยู่ก่อนการยึดอํานาจนั้น รวมทั้งการดําเนินการขององค์กรและบุคคล ที่อํานาจเผด็จการแต่งตั้งขึ้นก็มีเปัาหมายที่จะรองรับเหตุผลในการยึดอํานาจของคณะปฏิรูป การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข มิได้วางตัวเปึนกลาง ตามหลักกฎหมายภายใต้การปกครองที่เปึนประชาธิปไตยครับ การล้มล้างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และทําลายการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขนั้นเปึนความผิดมหันต์มีโทษอาญา แต่ผู้ยึดอํานาจ ก็ได้แก้ไขความผิดของตนโดยวิธีการนิรโทษกรรมจนกลายเปึนประเพณีอันเลวร้ายสืบทอด ต่อกันมา เพื่อปกป่ดและปกปัองการกระทําผิด และความไม่โปร่งใสของอํานาจเผด็จการ และพวกพ้องจนเปึนที่เอือมระอาของประชาชนผู้รักประชาธิปไตย ดังนั้นเพื่อไม่ให้ประเพณี เช่นนี้สืบทอดต่อไปในภายภาคหน้าจึงสมควรนํารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ซึ่งยกร่างขึ้นในสภาวการณ์และบรรยากาศที่เปึนประชาธิปไตย และประชาชนมีความรู้สึกร่วมกันว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกลับมาใช้อีก การดําเนินการเพื่อนํารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ถูกล้มล้างกลับมาใช้อีกเปึนปรากฏการณ์ ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อไม่ให้การล้มล้างรัฐธรรมนูญสามารถกระทําได้อีกต่อไป เพื่อสร้าง จิตสํานึกความหวงแหนรัฐธรรมนูญให้แก่ผู้นิยม ชื่นชมการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข และสกัดกั้นความคิดของผู้ประสงค์ร้ายต่อระบบ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่จะล้มล้างรัฐธรรมนูญโดยใช้กําลังอีก รวมทั้ง เปึนการปฏิเสธบทบัญญัติส่วนใหญ่ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งยกร่างขึ้นในบรรยากาศของเผด็จการที่แตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ สมควรนํารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ หมวด ๓ ถึง หมวด ๑๒ กลับมาใช้บังคับเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศอีกครั้ง ดังความ ปรากฏตอนหนึ่งในพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ว่า ขอปวงชนชาวไทยจงร่วมจิตร่วมใจสมัครสโมสรเปึนเอกฉันท์ ในอันที่จะปฏิบัติตามและพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้ เพื่อธํารงคงไว้ ซึ่งระบอบประชาธิปไตย อันนี้เปึนพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ โดยผ่านกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่กฎหมาย บัญญัติ จึงจําเปึนต้องตรารัฐธรรมนูญนี้ อันนี้คือหลักการและเหตุผลนะครับท่านประธาน ที่เคารพ อย่างที่เราท่านทั้งหลายได้รับทราบ ท่านประธานก็ทราบ ผมก็ทราบ พี่น้องประชาชน ที่ลงชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหลายก็รับทราบว่าคณะปฏิวัติรัฐประหารได้เข้ายึดอํานาจ โดยอ้างว่ามีการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) โดยอ้างว่าได้มีการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ โดยอ้างว่าได้มีการกระทําการในลักษณะเหมือนจะเปึนการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เปึนต้น หลังจากนั้นก็ได้ใช้อํานาจของตัวเองนี้แต่งตั้งพรรคพวกได้เข้ามาเปึนสมาชิก สภานิติบัญญัติ เปึน สสร. และเปึนกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยที่ไม่ได้ฟังเสียง ของประชาชน แต่ถ้าจะอ้างว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ผ่านประชามติโดยมีผู้รับหลักการ ๑๔ ล้านคน ท่านประธานที่เคารพครับ ภายใต้อํานาจรัฐที่ปกครองโดยทหาร มีอาวุธ มีงบประมาณ มีการระดมเจ้าหน้าที่ในนามของ กอ.รมน. จํานวนมากมายเกือบ ๗๐๐,๐๐๐ นาย ลงไปในพื้นที่ เพื่อที่จะมีการข่มขู่คุกคามให้พี่น้องประชาชนได้รับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ได้มีการบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้เราก็จะเห็นชัดเจนว่าผู้ที่ได้มีส่วนร่วม ทั้งนักการเมือง ทั้งทหาร แล้วก็ภาคประชาชนได้รับผลประโยชน์อย่างยิ่งจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลประโยชน์ใด ๆ นอกจากนี้แล้วสถานะของ ประเทศไทยซึ่งได้รับการยอมรับในนานาอารยประเทศก็ตกต่ํามีสถานะไม่ได้แตกต่างจาก ประเทศพม่า ประเทศไทยซึ่งเคยได้รับการรับรองจากนานาอารยประเทศไทยให้เปึนไอดอล (Idol) หรือเปึนแม่แบบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ได้รับความไว้วางใจให้ จัดงานอินเตอร์เนชันนัล อีเวนท์ (International event) ต่าง ๆ มากมายในประเทศไทย ก็ได้ถูกการปฏิเสธจากนานาอารยประเทศ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ตราขึ้นมาเพื่อที่จะพิทักษ์ ปกปัองผู้ที่มีอํานาจ จนเราเรียกว่าเปึนรัฐธรรมนูญของ ระบอบอํามาตยาธิปไตย แต่ไม่ใช่เปึนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเหตุนี้พี่น้องประชาชนทั้งหลาย ผมเชื่อมั่นว่า วันนี้เราได้ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาจนถึงบัดนี้ก็คงจะเปึนข้อพิสูจน์ชัดเจนแล้ว ผมคิดว่า ผู้ที่รับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ๑๔ ล้านคน รวมทั้งบรรดานักการเมืองที่บอกว่ารับไปก่อน แล้วค่อยแก้ไขทีหลัง รวมทั้งภาคประชาชนที่บอกว่ารับไปก่อนแล้วค่อยแก้ไขทีหลัง มาวันนี้ก็คงจะมองเห็นนะครับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ยังแต่จะสร้างความแตกแยก ความแปลกแยก ในสังคม ในประเทศชาติ ทําให้สถานะของการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขของประเทศไทยของเราตกต่ํามากยิ่งขึ้น บัดนี้การเมืองไทย ได้ถอยหลังไป ๓๐-๔๐ ป้ ได้มีการต่อรองผลประโยชน์ ได้มีการทุจริตคอร์รัปชันมากมาย เกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ด้วยเหตุนี้ครับท่านประธาน ถ้าเราไม่มีการแก้ไข ไม่นํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เข้ามาใช้ มาแก้ไข ตามที่พี่น้องประชาชน ได้เสนอ ผมคิดว่าประเทศไทยเราก็จะยิ่งถอยหลังกลับไป ๓๖๐ องศา ฉะนั้นผู้ที่จะ ได้ประโยชน์ก็คือผู้ที่มีอํานาจรัฐ ผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือผู้ที่มีป๋นอยู่ในมือ มีอาวุธอยู่ในมือ ส่วนผู้ที่อยู่ตรงข้ามก็จะถูกคุกคาม แทรกแซง ไล่ล่า ไม่มีแม้แต่ที่จะหายใจ ในขณะเดียวกัน ผู้ที่มีอํานาจรัฐเองก็ใช้อํานาจในการเข้าไปครอบงําสื่อ เสนอข่าวสารให้เปึนประโยชน์ แก่ตนเอง โดยที่ไม่มีการเสนอข่าวสารในฝ์ายตรงข้าม นอกจากไม่ได้ดําเนินการดังกล่าว ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ บรรยากาศอย่างนี้ไม่ใช่บรรยากาศของเมืองพุทธ บรรยากาศอย่างนี้ไม่ใช่บรรยากาศของประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข
ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะเหตุนั้นพี่น้องประชาชน ๗๑,๕๔๓ คน จึงได้ทําการวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ดังนี้ครับ
หลักการสําคัญในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ คือการนําบทบัญญัติในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย หมวด ๔ หน้าที่ของชนชาวไทย หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ หมวด ๖ รัฐสภา หมวด ๗ คณะรัฐมนตรี หมวด ๘ ศาล หมวด ๙ การปกครองส่วนท้องถิ่น หมวด ๑๐ การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ หมวด ๑๑ การตรวจเงินแผ่นดิน หมวด ๑๒ การแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาลบางมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาใช้บังคับ
๑. เหตุผลและความจําเปึนในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .....
อันนี้เปึนบทวิเคราะห์สรุปนะครับท่านประธาน อาจจะซ้ํากับหลักการและ เหตุผลนิดหน่อย ก็ขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่สมาชิกรัฐสภาจะได้นําไปพิจารณา
เนื่องจากปรากฏว่าในขณะนี้สังคมไทยมีปัญหาอันเนื่องจากความขัดแย้ง ของประชาชนสองฝ์ายครับ คือฝ์ายที่เห็นด้วยกับฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และทั้งสองฝ์ายต่างออกมาเคลื่อนไหว ไม่ว่าโดยการชุมนุมหรือการแพร่ภาพและเสียง และมีทีท่าจะลุกลามต่อไป อันอาจกลายเปึน ความรุนแรง โดยมิได้เปึนไปตามวิถีทางที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติไว้ สถานการณ์ของบ้านเมืองเช่นนี้เรียกได้ว่า “วิกฤติทางรัฐธรรมนูญ” ซึ่งสามารถแก้ไขได้ โดยใช้วิธีการทางกฎหมาย ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้ถูกต้องกลับมามีรากฐานและหลักการเปึนประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขเช่นที่เปึนมาก่อนการยืดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ โดยให้เปึนไปตามหลักการและสาระต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐
๒. สาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มีดังต่อไปนี้
(๑) กําหนดให้ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ (ร่างมาตรา ๓)
(๒) กําหนดให้นําบทบัญญัติส่วนใหญ่ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ตั้งแต่หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย จนถึงหมวด ๑๒ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และบทเฉพาะกาลบางมาตรามาใช้บังคับแทนรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ตั้งแต่หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของ ชนชาวไทยจนถึงบทเฉพาะกาล และกําหนดให้มีการเรียงลําดับเลขมาตราต่อเนื่องกับ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จนถึงเลขมาตรา ที่มีการอ้างอิงถึงกัน ต้องจัดเรียงลําดับให้สอดคล้องกันด้วย (ร่างมาตรา ๔)
(๓) กําหนดสัดส่วนในการเสนอญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนหลักการอย่างเดียวกับรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยให้ทําการแก้ไขถ้อยคําในมาตรา ๑๘๕ วรรคหนึ่งของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จากจํานวน “ไม่น้อยกว่าสองในห้า” เปึนจํานวน “ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า”
ซึ่งตรงนี้ท่านประธานก็คงจะทราบ เพราะว่าท่านเปึนประธานและท่านเปึน ส.ส. อยู่ในนี้มานานว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เวลาจะตรวจสอบนายกรัฐมนตรีฝ์ายค้าน ก็บอกว่าเสียงไม่พอ เพราะฉะนั้นก็เปึนที่มาที่ไปอันหนึ่งที่ทางภาคประชาชนเห็นว่าน่าจะมี การแก้ไขตรงนี้เพื่อที่จะได้มีการตรวจสอบผู้นําได้อย่างง่ายขึ้น
(๔) กําหนดสัดส่วนในการเสนอญัตติขอเป่ดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติ ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ซึ่งเปึนหลักการเดียวกับรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยทําให้การแก้ไขถ้อยคําในมาตรา ๑๘๖ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ จากจํานวน “ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้า” เปึนจํานวน “ไม่น้อยกว่าหนึ่งในหก”
(๕) บทเฉพาะกาล รองรับสภาผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ในวันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้เปึนสภาผู้แทนราษฎรตามร่างรัฐธรรมนูญนี้ต่อไป จนกว่าสภาผู้แทนราษฎร ชุดนี้จะครบวาระหรือมีการยุบสภา นอกจากนี้ได้รองรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ดํารง ตําแหน่งในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ ต่อไป และในระหว่างที่ยังไม่ครบวาระ หากมีกรณีที่ตําแหน่งว่างลงต้องดําเนินการ หาผู้อื่นมาแทนตําแหน่งที่ว่าง โดยแยกเปึนกรณีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก การเลือกตั้งแบบสัดส่วน ให้นํามาตรา ๑๑๙ (๑) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาใช้บังคับ และแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยให้นําหลักเกณฑ์ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาบังคับใช้ต่อไป (ร่าง มาตรา๑๑๕) ท่านประธานที่เคารพครับ
(๖) บทเฉพาะกาล รองรับให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาอยู่ได้ เพียง ๓ ป้ ซึ่งเปึนสิทธิที่มีอยู่เดิม แต่เมื่อครบ ๓ ป้ ก็ให้ดําเนินการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา เพื่อให้ครบ ๒๐๐ คน และให้สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาสมัครรับเลือกตั้ง ในครั้งใหม่นี้ได้ เพื่อให้ท่านสง่างามนะครับ แต่สมาชิกวุฒิสภาที่ได้มาจากการเลือกตั้ง ครั้งหลังนี้ให้มีวาระ ๓ ป้ ส่วนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งที่ดํารงตําแหน่ง ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ซึ่งมีทั้งหมด ๗๖ คน ก็ให้มีวาระ ๖ ป้ ซึ่งเปึนสิทธิที่มีอยู่เดิม (ร่างมาตรา ๑๖)
(๘) บทเฉพาะกาล รองรับประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา และผู้นําฝ์ายค้าน ตลอดจน คณะกรรมาธิการที่ดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ในวันประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ คงดํารงตําแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป (ร่างมาตรา ๑๘ ร่างมาตรา ๑๙)
(๙) บทเฉพาะกาล รองรับคณะรัฐมนตรีให้ดํารงตําแหน่งได้ต่อไป (ร่างมาตรา ๒๒)
(๑๐) บทเฉพาะกาล กําหนดให้บรรดาประกาศ คําสั่ง กฎ หรือการใด ทั้งหลายที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข ได้ดําเนินการหรือจัดให้มีขึ้น รวมถึงการจัดตั้งองค์กรใดขึ้นมา หากขัด หรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยรัฐธรรมนูญนี้ เปึนอันบังคับใช้ไม่ได้ เพื่อให้ผู้ได้รับความเสียหายจากการดังกล่าว นํามาอ้างความชอบด้วยกฎหมายได้ (ร่างมาตรา ๒๓)
(๑๑) บทเฉพาะกาล โดยที่การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีผลทําให้เนื้อหาของมาตราต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เปลี่ยนแปลงเลขมาตราไปตามเนื้อหาที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย จึงได้กําหนดให้บทบัญญัติของกฎหมายหรือกฎต่าง ๆ ที่อ้างอิงมาตราของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้ถือว่าบทบัญญัติที่ถูกอ้างถึงนั้น เปึนการอ้างถึงบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญนี้ ในบทมาตราที่มีนัยเช่นเดียวกัน (ร่างมาตรา ๒๔) ครับ ท่านประธาน
ข้อ ๓ ข้อมูลทางวิชาการที่ทางพี่น้องประชาชนได้นํามาประกอบก็จะมี รายงานการประชุมของรัฐสภา และสภาร่างรัฐธรรมนูญในการยกร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ พร้อมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณา
รายงานการประชุมของรัฐสภาและสภาร่างรัฐธรรมนูญในการยกร่าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ พร้อมทั้งเอกสารประกอบ การพิจารณา
ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือสาระสําคัญของการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับพี่น้องประชาชน ด้วยเหตุนี้ทางพี่น้องประชาชนจํานวน ๗๑,๕๔๓ คน จึงได้เสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... นี้นะครับ เพื่อที่จะให้สมาชิกรัฐสภาได้ดําเนินการ
๔. ด้วยเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้น จึงขอกราบเรียนเสนอดังต่อไปนี้
๔.๑. ก็คือขอให้ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร (ในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานวุฒิสภา (ในฐานะสมาชิก วุฒิสภา) และท่านสมาชิกวุฒิสภา โปรดพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย เพื่อดําเนินการแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ให้เปึนไปตามหลักการตาม ร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอมา
๔.๒. เมื่อมีการบรรจุร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ของประชาชนเข้าสู่วาระนี้นะครับ ซึ่งจริง ๆ ท่านประธานครับ ร่างนี้ได้เสนอตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ แล้วก็ท่านประธานได้กรุณา บรรจุในระเบียบวาระการประชุม เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ เปึนระยะเวลา ที่ยาวนานมากครับ ท่านประธานอาจจะลืมไปแล้วก็ได้ คือ ๓ ป้ ถ้าถึงวันนี้ก็กับอีก ๒๑ วัน ค้างอยู่ในวาระที่หนึ่งตลอดเลยครับท่านประธาน แต่ก็ได้รับการเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ จนถึง วันนี้ก็ถือว่าเปึนเมตตาของท่านประธานที่กรุณาได้ให้โอกาสกระผมได้นําเสนอ แล้วก็จะได้ ชี้แจง เพราะฉะนั้นจึงได้กราบเรียนท่านประธานไปยังสมาชิกรัฐสภาได้โปรดพิจารณา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชน ด้วยความเคารพครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไปเปึน ร่างพระราชบัญญัติฉบับที่ ๒ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ คนเปึนผู้เสนอ (ค้างมาจากการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓)
เชิญเจ้าของร่างเสนอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผม และเพื่อนสมาชิกอีก ๑๐๑ ท่าน ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน พรรครวมชาติพัฒนา พรรคกิจสังคม และพรรคของพวกกระผมคือ พรรคชาติไทยพัฒนา ได้ร่วมกันเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีหลักการ และเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ
หลักการ ให้แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เพื่อกําหนดที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้มีที่มามาจากการเลือกตั้งเขตละ ๑ คน และแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนที่เกี่ยวกับการทํา หนังสือสัญญากับนานาประเทศ หรือกับองค์การระหว่างประเทศ ที่ต้องได้รับความเห็นชอบ ของรัฐสภา
เหตุผล การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเขตละ ๑ คน ได้ผ่านการศึกษา ถกเถียงกันทั้งในวงวิชาการ และประชาพิจารณ์มานานแล้ว จนตกผลึกเปึนที่ยอมรับกันทั่วไป และได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งยอมรับกันว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้มากกว่า เขตละ ๑ คน ทําให้ไม่เปึนไปตามหลักความเสมอภาคและหลักสากล ไม่เป่ดโอกาสให้ คนรุ่นใหม่หรือคนที่มีศักยภาพที่จะรับใช้ประชาชนได้อย่างดีแต่มีทุนทรัพย์น้อย ยิ่งไปกว่านั้น การหาเสียงในระบบเขตใหญ่ คนรวย คนมีเงิน หรือคนที่ไม่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนได้เปรียบ และเป่ดโอกาสให้มีการใช้จ่ายเงินในการหาเสียงอย่างมาก แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็ไม่สามารถที่จะคุมได้ ท้ายที่สุดก็หลีกเลี่ยงปัญหาซื้อสิทธิขายเสียงมากกว่าการหาเสียง ในเขตละ ๑ คน ไม่ได้ การเลือกตั้งแบบแข่งเขตเลือกตั้งได้มากกว่าเขตละ ๑ คน ทําให้ ประชาธิปไตยของประเทศต้องย่ําอยู่กับที่ครับ การดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ขาดประสิทธิภาพ มีการปัดหรือโยนความรับผิดชอบซึ่งกันและกัน เมื่อประชาชนร้องทุกข์ ตลอดเวลา ซึ่งต่างกับเขตเลือกตั้งเขตละ ๑ คน ชาวบ้านรู้แน่ชัดว่าใครคือตัวแทนของเขา เพราะมีคนเดียว ท้ายที่สุดคือไม่สิ้นเปลืองงบประมาณในการเลือกตั้งซ่อม ส่วนการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๙๐ นั้น ก็เพื่อให้รัฐสภาสามารถตรากฎหมาย กําหนดรายละเอียดประเภทหนังสือสัญญาได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงจําเปึนต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอเสนอเหตุผลเปึนการสนับสนุนร่างของ พวกกระผม ๑๐๒ ท่าน ดังต่อไปนี้ครับ
ที่พวกผมเสนอร่างนี้เมื่อต้นป้ที่ผ่านมา เปึนเหตุการณ์ต่อเนื่องครับ ท่านประธาน เปึนแหตุการณ์ต่อเนื่องจากการชุมนุมหลายครั้ง เปึนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความไม่ปรองดองเกิดขึ้นในประเทศนี้ ผมจําได้ดีถึงเหตุการณ์เมื่อป้ที่แล้ว เดือนเมษายนมีการชุมนุมของกลุ่มพี่น้องที่เรียกกันว่าพี่น้องเสื้อแดง ได้ชุมนุมแล้วก็มีการสลาย การชุมนุมหลังจากนั้น หลังจากนั้นประเทศ ทุกภาคส่วนได้มีการพูดคุยแสวงหาทางออก ในการที่จะแสวงหาทางออกร่วมกันถึงแนวทางการปรองดองของประเทศนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ขณะนั้นได้ใช้อํานาจของท่านตามมาตรา ๑๗๙ ได้ขอให้สภาเป่ดอภิปรายโดยไม่ต้อง มีการลงมติ แสวงหาวิถีทางทางออกในการที่จะแก้ไขปัญหาร่วมกันจนสุดท้ายครับ ที่ประชุม ก็มีมติให้สภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๑ ชุด โดยมีท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน คณะกรรมการชุดนี้ เรียกว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ กรรมการชุดนี้มีเพื่อนสมาชิก ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล แล้วก็ทางฝ์ายวุฒิสภา ได้ร่วมกันพิจารณาแล้วก็วิเคราะห์ถึง สาเหตุของความแตกแยกและแสวงหาทางออกในการที่จะแก้ไขปัญหาความแตกแยก จึงสรุปออกมาว่ารัฐธรรมนูญมีทั้งสิ้น ๖ ประเด็นด้วยกัน จะเปึนชนวนชนวนหนึ่งในการที่จะ สามารถเดินไปสู่ความปรองดองในสังคมนี้ได้ เขาจึงเสนอมา ๖ ประเด็น เมื่อ ๖ ประเด็นเสร็จ ผมก็เข้าใจว่าสภาแห่งนี้จะมีการพิจารณาร่วมกันในการที่จะเดินตามกรอบที่สภาได้ตั้ง คณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาศึกษาว่าจะแก้ไขปัญหาประเทศนี้อย่างไร แต่จนแล้วจนรอด เราก็ไม่มีการแก้ไขหลังจากที่คณะกรรมการได้เสนอเสร็จสรรพเรียบร้อย เรามีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาอีกชุดหนึ่งซึ่งเรียกกันว่า กรรมการ ๓ ฝ์าย หรือวิป ๓ ฝ์าย โดยประกอบไปด้วยวิปฝ์ายรัฐบาล วิปฝ์ายค้าน และวิปฝ์ายวุฒิสภา ก็มีการศึกษา เหมือนเดิมครับ เอา ๖ ประเด็นที่กรรมการสมานฉันท์ชุดท่าน ส.ว. ดิเรก ถึงฝัืง ได้ศึกษา เอาไว้มาพิจารณากันอีกรอบหนึ่ง ซึ่งขณะนั้นเราได้มีการพูดคุยและได้มีการหารือกันไป พอสมควร จนครั้งสุดท้ายที่ผมจําได้ว่ามีการพูดคุยหารือกัน ๓ ฝ์ายแบบจริง ๆ คือ ที่ทําเนียบรัฐบาล หารือกับท่านนายกรัฐมนตรีถึงแนวทางว่าเราจะเดินหน้าต่อไปในการแก้ไขปัญหากัน อย่างไร ท่านนายกรัฐมนตรีขณะนั้นได้เสนอกับกรรมการวิป ๓ ฝ์ายว่าจะมีการแก้ไข ในประเด็นที่ทางวุฒิสภา ทางคณะกรรมการสมานฉันท์ ได้สรุปออกมาก็ต่อเมื่อมีการทํา ประชามติแล้วเสียก่อน ขณะนั้นทางฝ์ายเพื่อนสมาชิกฝ์ายค้านหรือวิปฝ์ายค้านซึ่งเปึน กรรมการในวิป ๓ ฝ์ายไม่เห็นด้วยในการที่จะทําประชามติ จึงทําให้วิปฝ์ายค้านขณะนั้น ได้เดินออกจากกระบวนการไป หลังจากนั้นก็มีการหารือกันต่อไปครับ กระบวนการนี้ ยังไม่ยุติ วิปฝ์ายรัฐบาลและวิปวุฒิสภาได้มีการประชุมหารือกันอีกต่อเนื่อง ผมเข้าใจว่า ไม่ต่ํากว่า ๔-๕ เดือน ผมก็เปึนกรรมการในชุดนี้เช่นเดียวกัน จนสุดท้ายท้ายสุดกรรมการ ฝ์ายวุฒิสภากับกรรมการฝ์ายวิปรัฐบาลได้สรุปตรงกันว่าจะมีการแก้ไขใน ๖ ประเด็น พร้อม ๆ กันได้ส่งสรุปรายงานให้ท่านประธานรัฐสภา ได้ส่งหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ดําเนินการต่อไป ขณะนั้นเปึนช่วงวันสุดท้ายของการประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติ เมื่อป้ที่แล้ว เดือนนี้ของป้ที่แล้ว พวกผมได้ทําสรุปแล้วก็ส่งไปให้ท่านประธานรัฐสภา ซึ่งส่งต่อไปให้ท่านนายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจว่าหลังจากที่ส่งสรุปให้ท่านแล้ว ท่านจะใช้ อํานาจของท่านในการที่จะเดินหน้าที่ได้ตกลงกันไว้คือไปทําประชามติว่าประเด็นไหนบ้าง ที่พี่น้องประชาชนเขาเห็นด้วยหรือเห็นต่างต่อการเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ ทั้ง ๖ ประเด็น แต่จนแล้วจนรอดครับ กระทั่งสภาเดินหน้าไปสู่การเป่ดประชุมสมัยสามัญทั่วไป ป้ ๒๕๕๓ คือป้นี้ ก็ไม่มีการเสนอให้มีการทําประชามติแต่อย่างใด พวกผมสมาชิก พรรคร่วมรัฐบาล ๕ พรรค อันไม่รวมพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าการแก้ไขประเด็นในเรื่องของ รัฐธรรมนูญเปึนการนําไปสู่การสร้างความปรองดองขึ้นในประเทศนี้ตามแนวทางของ คณะกรรมการสมานฉันท์ เมื่อเห็นว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่เดินหน้าต่อ พวกผมในฐานะ พรรคร่วมรัฐบาลก็ร่วมกันลงชื่อเสนอ ๑๐๒ ท่าน ในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ การเสนอ ของพวกผมเสนอเพียง ๒ ประเด็นอย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปเมื่อสักครู่ ถามผมว่าทําไมพวกผมเสนอแค่ ๒ ประเด็น คือ
ประเด็นที่ ๑ ประเด็นเรื่องเขตเลือกตั้ง แก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จากเขตใหญ่เรียงเบอร์ให้กลายเปึนเขตเล็กเบอร์เดียว
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่า ประเด็นมาตรา ๑๙๐ ให้มีการเพิ่มเติมแก้ไข ในวรรคห้า ให้มีการกําหนดประเภทให้ชัดเจนว่าหนังสือสัญญาหรือกรอบการเจรจาใดบ้าง ที่จะต้องได้รับการอนุมัติเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งนี้ก่อนที่จะไปเจรจา
ผมเห็นว่า ๒ ประเด็นนี้เปึนประเด็นที่ไม่ขยายปมความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น จึงเสนอเพียงแค่ ๒ ประเด็น หลังจากนั้นก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการนําเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใน ๒ ประเด็นของพวกผมออกมาต่อต้านแล้วก็คัดค้าน บอกว่าพวกผมที่เสนอ ๒ ประเด็นนี้ เปึนการเสนอเพื่อประโยชน์ของพวกเรานักการเมือง เปึนการสนองต่อคนเพียงไม่กี่คน เปึนการสนองต่อความต้องการของบุคคลเพียงไม่กี่บุคคลของพรรคการเมืองไม่กี่พรรค ก็ต้องบอกกับท่านประธานครับ พวกผมไม่เคยเห็นประโยชน์ของส่วนตัวมาก่อนประโยชน์ ส่วนรวม การแก้ไขใน ๒ ประเด็นนี้เปึนการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประเทศทั้งสิ้น ถามว่า ถ้าพวกผมจะแก้ไขเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของพวกผม คณะกรรมการสมานฉันท์ได้เสนอ ช่องทางมาแล้วทั้งสิ้น ๖ ช่องทางด้วยกัน ถ้าหากว่าจะแก้ไขเพื่อช่วยพวกพ้อง แก้ไข เพื่อพรรคการเมืองเพียงไม่กี่พรรค ทําไมพวกผมไม่หยิบมาตรา ๒๓๗ ซึ่งเกี่ยวเนื่อง กับพรรคของพวกผมโดยตรง ๑๐๙ คน โดนตัดสิทธิทางการเมือง ติดคุกทางการเมือง ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ทําความผิด ถ้าจะแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมืองเพื่อพรรคพวก ผมก็เสนอประเด็น มาตรา ๒๓๗ เข้ามาสิครับ หรือถ้าจะแสวงหาประโยชน์เพื่อตัวเอง กรรมการสมานฉันท์เขาก็สรุปออกมาแล้วในมาตรา ๒๖๕ กับ มาตรา ๒๖๖ ว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสามารถไปดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๒๖๕ กับมาตรา ๒๖๖ เรื่องการก้าวก่ายอํานาจหน้าที่ของทางข้าราชการ ผมก็ยกประเด็นนี้สิครับ พวกผมในฐานะนักการเมืองมีโอกาสไปดํารงตําแหน่งทางการเมือง มีโอกาสไปเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรี มีโอกาสไปเปึนเลขานุการรัฐมนตรี ทําไมพวกผมไม่เสนอ ประเด็นเหล่านี้ล่ะครับ จึงชี้ให้เห็นว่าการเสนอแก้ไข ๒ มาตราของพวกผมไม่ได้เปึนการเสนอ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตัวพวกผม แต่เปึนการเสนอเพื่อการแก้ไขปัญหาและเปึนการทําให้ ประเทศนี้ได้ประโยชน์ ในมาตรา ๑๙๐ อย่างที่ผมได้กราบเรียนผมเสนอแก้ไขข้อความ ในวรรคห้าของรัฐธรรมนูญ ให้มีการเพิ่มเติมกําหนดให้ชัดเจนว่ากรอบการเจรจา หรือการเจรจาอย่างไรบ้างที่จะต้องผ่านสภาแห่งนี้ ทุกวันนี้ท่านคงจะเห็นท่านรัฐมนตรีกษิต นั่งอยู่ที่นี่ ท่านเปึนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับนานาประเทศ ถ้าได้รับความเดือดร้อนแล้วก็เห็นว่าจําเปึน ที่จะต้องแก้ไขมาตรานี้ จะต้องกําหนดให้ชัดเจนว่าสัญญาประเภทไหนบ้าง กรอบการเจรจา ประเภทไหนบ้างที่จะต้องผ่านรัฐสภาในการที่จะนําไปเจรจา เพราะว่าทุกวันนี้ทุกกรอบ ทุกเรื่องจะต้องนําเข้าสู่รัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนที่จะไปเจรจา เปึนการทําให้กระบวนการทางฝ์ายบริหารเนิ่นช้าออกไป แล้วก็ล่วงเลยออกไปจนบางครั้ง การรอความเห็นชอบจากรัฐสภาไม่สามารถที่จะไปทําสัญญาได้ทันกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงทําให้ประเทศเสียประโยชน์ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าแก้ไขเพื่อให้รัฐบาล ได้ประโยชน์ ผมเรียนกับท่านประธานครับ ไม่มีใครหรอกครับที่จะเปึนรัฐบาลตลอดชาติ แล้วก็ไม่มีใครหรอกครับที่จะเปึนฝ์ายค้านตลอดชาติเหมือนกัน สลับกันเปึนทั้งฝ์ายค้าน ทั้งฝ์ายรัฐบาล ไม่ใช่รัฐบาลได้ประโยชน์ แต่เปึนประเทศได้ประโยชน์ แต่เปึนประชาชน ได้ประโยชน์ครับ ถ้าหากว่าไปเจรจาได้เร็ว มีกําหนดกรอบชัดเจน สามารถที่จะไปเจรจา กับต่างประเทศได้เร็ว ประชาชนทั้งประเทศก็ได้ประโยชน์จากการบริหารงานของรัฐบาล อยู่แล้ว นี่จึงเปึนประเด็นที่ผมเสนอแก้ไขในมาตรา ๑๙๐
ทีนี้มาในประเด็นของเขตเลือกตั้งที่พวกผม ๑๐๒ ท่าน เสนอให้แก้จาก เขตใหญ่เรียงเบอร์ที่เปึนอยู่ในปัจจุบันเปึนเขตเล็กเบอร์เดียว ก็มองกันอีกครับว่า พรรคพวกผม กลุ่มของพวกผมเสนอแล้วพวกผมได้ประโยชน์ เปึนประโยชน์ของ พรรคการเมืองบางพรรค ผมก็ต้องบอกครับว่าไม่ใช่ ส่วนตัวของผมถามว่าอย่างไร มันจะได้ประโยชน์กว่ากัน ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะเปึนเขตเลือกตั้งเขตเล็กหรือเขตใหญ่ ความคิดเห็นของพี่น้องสมาชิกแตกต่างกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราต้องดูว่าเขตเล็ก หรือเขตใหญ่ประชนได้ประโยชน์มากกว่ากัน เราต้องไม่ลืมว่าการเลือกตั้งแบบเขตเล็ก เบอร์เดียวจุดเริ่มต้นมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งพวกเรายอมรับกันว่าเปึนรัฐธรรมนูญ ที่มาจากประชาชน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทําประชาพิจารณ์จากพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ แล้วเห็นพ้องต้องกันว่าการเลือกตั้งแบบเขตเล็กเบอร์เดียวเปึนประโยชน์ และประชาชนได้ประโยชน์มากกว่าเขตใหญ่เรียงเบอร์ การเข้าถึงตัว ส.ส. การเข้าถึง ประชาชน การติดต่อ ๒ ทาง ระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับประชาชนทําได้ง่ายกว่าเขตใหญ่ ท่านประธานต้อง ยอมรับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในชนบทกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเมืองหลวง หรือกรุงเทพมหานครมีความแตกต่างกัน คนเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเมืองหลวง กับชนบทเขามีวิธีการเลือกที่แตกต่างกันครับ คนเมืองหลวงนี้เขามีความเพียบพร้อม ในสาธารณประโยชน์เพียบพร้อมหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเขาเลือกตัวแทนของเขาเข้าไป เพื่อที่จะไปทําหน้าที่ในฝ์ายนิติบัญญัติ เพื่อทําหน้าที่ในการที่จะตรากฎหมาย ขณะเดียวกัน ตรงข้ามในชนบท การมองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแตกต่างกัน นอกจากที่จะเลือกให้ไป ทําหน้าที่ในฝ์ายนิติบัญญัติแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนเหมือนกับทุกอย่าง เปึนเหมือนกับแก้วสารพัดนึกของเขาครับ เขามีปัญหาเดือดร้อนตรงไหนแทนที่จะไปหา หน่วยงานราชการ ไม่ครับ เขาเดินหน้ามุ่งตรงมาที่ ส.ส. เขาเดินหน้ามุ่งตรงมาที่ตัวแทน ของพวกเขาในการที่จะแก้ทางออก ในการที่จะหาทางออกและแก้ปัญหาให้กับพวกเขา นี่คือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับป้ ๒๕๔๐ คือทําให้ประชาชน กับตัวแทนได้มีโอกาสสื่อสารกันได้ง่ายขึ้น เขตเล็กลงการเข้าถึงประชาชนของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรก็สามารถที่จะทําได้ง่าย พี่น้องประชาชนมีปัญหาจะเดินทางมาหา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเปึนเขตเล็กไม่กี่อําเภอ ๓-๔ อําเภอ เขาก็สามารถที่จะ เดินทางมาหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ง่าย นี่จึงเปึนเหตุผลครับ แล้วผมคิดว่าเปึน เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับป้ ๒๕๔๐ มากไปกว่านั้น การได้มาของ ส.ส. ในเขตใหญ่ หรือการจะแจ้งเกิดของผู้สมัครที่มีความตั้งใจที่จะมาทํา หน้าที่เปึนตัวแทนให้กับพี่น้องประชาชนในเขตใหญ่นี้ คนใหม่คนที่จะแจ้งเกิดทําได้ยาก เหลือเกินครับ เพราะว่าเขตเลือกตั้งใหญ่มหาศาล เวลาการเลือกตั้งหลังจากยุบสภา มีเพียงไม่กี่วัน เวลาการเลือกตั้งหลังจากที่สภาหมดวาระไปมีไม่กี่วัน คนใหม่จะไปอาสาตัว กับประชาชนไม่สามารถที่จะทําได้ทั่วถึงในเวลาอันสั้น เพราะฉะนั้นพวกผมจึงเห็นว่า มาตรา ๙๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับป้ ๒๕๕๐ จึงสมควรที่จะต้อง แก้ไขเพื่อให้ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเกิดมากขึ้น นี่คือ ๒ ประเด็นในมาตรา ๑๙๐ แล้วก็มาตรา ๙๔ ที่พวกผมนําเสนอต่อรัฐสภา แล้วให้รัฐสภาได้ให้ความเห็นชอบในวันนี้ ผมขอบพระคุณทางท่านประธานที่ท่านได้กรุณาให้มีการพิจารณาเรื่องของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยในวันนี้ ผมไม่คาดหวังหรอกว่าร่างกฎหมายของพวกผม ๑๐๒ ท่าน จะผ่านความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ แต่พวกผมตั้งใจที่สะท้อนแล้วก็แสดงให้เห็นถึง เจตนารมณ์ว่าที่พวกผมเสนอแก้ไขใน ๒ มาตรา ใน ๒ ประเด็นไม่ได้เปึนการแก้ไขเพื่อ ตัวเองแต่ทั้งสิ้นล้วนแล้วแต่เปึนการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชน ขอบพระคุณครับ
ต่อไปเปึนร่างที่ ๓ ร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
๔. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มาตรา ๑๙๐ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
เชิญท่านนายกรัฐมนตรีแถลงทั้ง ๒ ฉบับเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี รัฐบาลขอเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเกี่ยวกับที่มา ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
เหตุผล โดยที่เปึนการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนไปตามหลักการ บนพื้นฐานของความเปึนธรรมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข และทําให้การบริหาราชการแผ่นดิน เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจึงจําเปึนต้องตรารัฐธรรมนูญนี้
ฉบับที่ ๒ มีหลักการและเหตุผล ดังต่อไปนี้
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเกี่ยวการทํา หนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา
เหตุผล โดยที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่กําหนดให้ หนังสือสัญญาที่รัฐบาลทํากับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ ในเรื่องที่มี ผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผล ผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญนั้น ยังมี ความเข้าใจที่แตกต่างกันเนื่องจากไม่มีความชัดเจนพอเพียงจึงเปึนอุปสรรคในการดําเนิน นโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐ จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนในการนําไป ปฏิบัติอย่างถูกต้องต่อไป โดยให้มีการตรากฎหมายกําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับประเภท ของหนังสือสัญญาที่จะต้องมีลักษณะใดจึงจะนําเสนอให้รัฐสภาเห็นชอบ จึงจําเปึนต้อง ตรารัฐธรรมนูญนี้
ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากกระผมจะได้ใช้สิทธิอภิปรายในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต่อรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ร่าง ผมจะขอใช้เวลาช่วงแรกเพียงสั้น ๆ ในการอธิบายถึงที่มาของ ๒ ฉบับที่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ ซึ่งโดยสรุปก็คือการที่รัฐสภาแห่งนี้ ได้เคยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง หลังจากที่เราได้มีการเป่ดอภิปรายทั่วไป หลังเหตุการณ์เดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้มีการสรุปว่า เห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญใน ๖ ประเด็นเปึนเบื้องต้น ซึ่ง ๖ ประเด็นดังกล่าวนั้น ก็มีรวมถึง ๒ ประเด็นที่รัฐบาลได้นําเสนอในวันนี้ด้วย แต่หลังจากการที่คณะกรรมการ ชุดดังกล่าวได้สรุปรายงานและการศึกษาถึงตัวกระผมนั้น รัฐบาลได้พิจารณาว่ายังคงมี ความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยเฉพาะเสียงท้วงติงที่ว่า ๖ ประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะเปึนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของนักการเมือง หลังจากนั้นคณะกรรมการ ประสานงาน ซึ่งมีทั้งฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายค้าน และวุฒิสภา ก็ได้มีการหารือกันอย่างต่อเนื่อง และเมื่อช่วงปลายป้ที่แล้วก็ได้มีการไปพบกับผมที่ทําเนียบรัฐบาล ผมจึงเสนอทางออกว่า น่าจะได้มีการดําเนินการจัดทําประชามติในทั้ง ๖ ประเด็น เพื่อพิจารณาว่ารัฐสภา จะดําเนินการอย่างไรต่อไป แต่โดยที่การทําประชามตินั้นไม่สามารถที่จะไปผูกพัน ฝ์ายนิติบัญญัติได้ ผมจึงต้องขอความเห็นชอบจากวิป (Whip) ของทั้ง ๓ ฝ์าย แต่ต่อมา ปรากฏว่าวิปในส่วนของฝ์ายค้านนั้นไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีการดําเนินการดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องมีการมาทบทวนแนวทางของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญกันต่อไป จนกระทั่งภายหลังเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมป้นี้ รัฐบาลก็ได้มองเห็นว่าปมประเด็นความขัดแย้งในเรื่องของรัฐธรรมนูญนั้นยังคงเปึน สาเหตุหนึ่งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์และความขัดแย้งสมควรที่จะได้มีข้อยุติ
จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งครับ ซึ่งประกอบไปด้วย นักวิชาการที่ไม่ได้มีส่วนได้เสียใด ๆ ทั้งสิ้นกับประโยชน์ของนักการเมือง มีท่านอธิการบดี ของนิด้า ขอประทานโทษเอ่ยนามท่านก็คือ อาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ เปึนประธาน ซึ่งก็ได้สรุปมาว่าใน ๖ ประเด็นที่เคยมีการศึกษาก่อนหน้านี้นั้น มี ๑ ประเด็นที่ทางฝ์าย คณะกรรมการไม่เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขครับ นั่นก็คือประเด็นที่จะแก้ไขให้ทาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นสามารถดํารงตําแหน่งทางการเมือง เช่น เลขานุการรัฐมนตรี ผู้ช่วยเลขานุการ หรือตําแหน่งอื่น ๆ ที่เปึนข้าราชการการเมืองได้ คงเห็นว่าน่าจะได้มี การแก้ไขเพิ่มเติมใน ๕ ประเด็นครับ ผมได้นําเรื่องดังกล่าวนําเสนอต่อคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีมีความเห็นว่าใน ๕ ประเด็นนั้นยังคงมี ๓ ประเด็นซึ่งน่าจะเปึนปัญหา ถ้าหากว่ามีการนําเสนอแก้ไขเพิ่มเติม เพราะอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ว่าเปึนเรื่องของ ผลประโยชน์ที่ขัดกันหรือเปึนประโยชน์ของผู้เสนอ แล้วก็อาจจะนําไปสู่ความขัดแย้ง ๓ ประเด็นที่ว่านั้นก็คือ
ประเด็นที่ ๑ เรื่องของปัญหาการยุบพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่ พรรคแกนนํารัฐบาลนั้นยังคงมีคดียุบพรรคอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือกรณีที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับอํานาจของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็อาจจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกเช่นกันว่าเปึนการเพิ่มอํานาจให้แก่ พวกเราซึ่งเปึนผู้พิจารณาในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
ประเด็นที่ ๓ ที่ทางรัฐบาลเห็นว่ายังไม่สมควรแก้ไขก็คือ การแก้ไขเพิ่มเติม ที่เกี่ยวข้องกับที่มาของวุฒิสภา เนื่องจากกรอบเวลาไม่อํานวย เพราะการดําเนินการ เกี่ยวกับสมาชิกวุฒิสภาในส่วนของที่ได้มาจากการสรรหานั้น ก็กําลังจะมีกระบวนการในการเริ่มต้น ซึ่งก็จะเกิดปัญหาความสับสนว่ารัฐธรรมนูญ จะพิจารณาเสร็จทันหรือไม่ทัน แล้วจะนําไปสู่การปฏิบัติอย่างไร คงเหลือ ๒ ประเด็น ที่รัฐบาลเห็นว่าน่าจะสามารถดําเนินการได้โดยไม่ได้กระทบกระเทือนในเรื่องของ ความขัดแย้ง และไม่ได้เปึนเรื่องประโยชน์ของนักการเมืองซึ่งอาจจะถูกครหาได้
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของเขตเลือกตั้ง ซึ่งก็เปึนเรื่องที่มีการทบทวน พิจารณาจากข้อเสนอของคณะกรรมการที่ทางสภาได้แต่งตั้งขึ้น โดยคณะกรรมการ ของท่านอาจารย์สมบัติได้รับฟังเสียงท้วงติง ในแง่จุดแข็งจุดอ่อนของเขตเลือกตั้งใหญ่ เขตเลือกตั้งเล็ก หรือการเลือกแบบ ส.ส. หลายคนหรือคนเดียว แล้วก็มีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยท่านได้สรุปว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบเขตละคนนั้นถูกต้อง ตามหลักสากลและมีความเปึนธรรมมากกว่า แต่เพื่อปัองกันจุดอ่อนของเขตเลือกตั้งเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียง หรือการทําให้การเมืองไปอิงกับเรื่องของท้องถิ่นมากจนเกินไป ท่านก็จึงได้เสนอว่าสมควร จะได้มีการลดจํานวนเขตเลือกตั้งลงเหลือ ๓๗๕ เขต ซึ่งก็จะมีผลให้หลายเขตเลือกตั้งนั้น มีขนาดใหญ่ขึ้น
ประการที่สอง ก็คือมีการเพิ่มจํานวนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากระบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งก็จะทําให้สัดส่วนของจํานวน ส.ส. ในสภาในส่วนที่เปึน การสะท้อนการแข่งขันในเชิงนโยบายและการแข่งขันระดับชาตินั้นเพิ่มมากขึ้นจาก ๘๐ คนเปึน ๑๒๕ คน
ประเด็นที่สอง ก็คือเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ ซึ่งก็เปึนเหตุผลที่ท่านสมาชิกที่ได้เสนอร่างก่อนหน้านี้ได้อภิปรายไปแล้ว นั่นก็คือปัจจุบันนั้น ยังคงมีความไม่ชัดเจนว่าหนังสือสัญญาประเภทใดบ้างที่จะต้องนําเข้าสู่การพิจารณา ของรัฐสภา ซึ่งที่ผ่านมานั้นทางฝ์ายราชการก็มักจะมีความเกรงกลัวว่าจะดําเนินการ ฝ์าฝ๋นรัฐธรรมนูญก็จึงได้วินิจฉัยไปในทางที่ว่าหนังสือสัญญาต่าง ๆ หรือแม้กระทั่ง แถลงการณ์ต่าง ๆ นั้นจะต้องนําเสนอต่อรัฐสภาเกือบทั้งสิ้น ซึ่งในการพิจารณาของ ที่ประชุมแห่งนี้หลายครั้ง เพื่อนสมาชิกก็ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า หนังสือสัญญาที่ได้นําเข้ามานั้นไม่น่าที่จะต้องเข้ามาสู่การพิจารณาของรัฐสภา ด้วยเหตุผลนี้ก็จึงมีการเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมในการที่จะให้รัฐสภาสามารถตรากฎหมาย เพื่อกําหนดประเภทหรือหลักเกณฑ์ของหนังสือสัญญาได้ เช่น อาจจะมีการกําหนดว่า แค่ไหนกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือเศรษฐกิจอย่างมีนัยสําคัญ อย่างนี้เปึนต้น
ดังนั้นจะกราบเรียนสั้น ๆ ว่าการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ของรัฐบาลในครั้งนี้ ได้เปึนไปตามการดําเนินการที่สืบเนื่องมาจากการทํางานของรัฐสภา ส่วนหนึ่ง โดยให้ทางฝ์ายภาควิชาการได้เข้ามาเสนอแนะปรับแต่งตามความเหมาะสม และได้เลือกในประเด็นที่เห็นว่าไม่น่าจะก่อให้เกิดความขัดแย้งหรือทําให้พวกเรา ถูกครหาได้ว่าเปึนการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ของตัวเอง จึงขอความสนับสนุนจาก เพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านด้วยครับ ขอขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ เราได้ตกลงกันไว้ว่าการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... กําหนดเวลาประชุม ๒๘ ชั่วโมง คือวันละ ๑๔ ชั่วโมง ๒ วัน แบ่งเวลาการอภิปรายเปึนสมาชิกวุฒิสภา ๗ ชั่วโมง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๑ ชั่วโมง
สัดส่วนและเวลาการอภิปรายแต่ละพรรคมีดังนี้นะครับ พรรคร่วมรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ ๑๗๑ ท่าน ๗ ชั่วโมง ๓๙ นาที พรรคภูมิใจไทย ๓๑ ท่าน ๑ ชั่วโมง ๒๓ นาที พรรคเพื่อแผ่นดิน ๓๑ ท่าน ๑ ชั่วโมง ๒๓ นาที พรรคชาติไทยพัฒนา ๒๔ ท่าน ๑ ชั่วโมง ๕ นาที พรรครวมชาติพัฒนา ๙ ท่าน ๒๔ นาที พรรคกิจสังคม ๕ ท่าน ๑๓ นาที พรรคมาตุภูมิ ๓ ท่าน ๘ นาที พรรคเพื่อไทย ๑๘๘ ท่าน ๘ ชั่วโมง ๒๔ นาที พรรคประชาราช ๘ ท่าน ๒๑ นาที รวมเบ็ดเสร็จก็ ๒๘ ชั่วโมงนะครับ ก็แจ้งให้ที่ประชุมทราบ แล้วก็สัดส่วน เราก็ได้แบ่งกันแล้ว ซึ่งผมได้รับหนังสือจากทางวุฒิสภามีผู้เสนออภิปรายทั้งสิ้น ๕๕ ท่าน ถัวเฉลี่ยแล้วท่านละ ๘ นาทีนะครับ
ต่อไปผมก็จะดําเนินการให้ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านของรัฐสภาแห่งนี้ ได้อภิปรายหลักการและเหตุผลทั้ง ๔ ร่างรวมกัน โดยเริ่มดําเนินการดังนี้ ซึ่งทางพรรค แต่ละพรรคได้แบ่งรายชื่อและเวลามาให้ผมแล้วนะครับ ท่านแรกเชิญนายสุนัย จุลพงศธร ๔๐ นาที คนแรกเชิญครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ส.ส. สุนัย จุลพงศธร แบบสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิก รัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ากระผมได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทย ให้เป่ดประเด็นการอภิปรายเปึนท่านแรก ต่อจากผมก็จะเปึนดอกเตอร์สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ใครที่เปึนแฟนคลับของท่าน ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง นั้นก็อยู่ประมาณ ๔ โมง ท่านประธานครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเปึนเรื่องสําคัญที่สุดในบรรดากฎหมายของ บ้านเมืองและกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น เรามีมาแล้ว ๑๘ ฉบับ ฉบับนี้เปึนฉบับที่ ๑๙ แต่ละฉบับนั้นเราจะเห็นได้ว่าได้ถูกร่างขึ้นในสถานการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน และไม่ว่าฉบับใดก็ตามครับจะมีอุปสรรคเสมอหากการร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกอยู่ในภวังค์ แห่งความกลัวเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ถ้าเราสามารถทําให้รัฐธรรมนูญนั้นสอดคล้องกับพัฒนาการ ของสังคมการเมืองได้ประเทศก็จะก้าวหน้าขึ้น แต่ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใดก็ตามทีไม่สอดคล้องกับ วิวัฒนาการของสังคมไทยและสังคมโลกก็จะเกิดวิกฤติ เราได้พบความจริงแล้วว่า รัฐธรรมนูญเปึนหัวใจสําคัญที่สุดครับ เมื่อครั้งที่มีการยึดอํานาจโดยคณะ รสช. ที่มี ท่าน พลเอก สุจินดา คราประยูร เปึนแกนนําสําคัญ ก็ใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับของท่าน แล้วก็เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬขึ้น พี่น้องประชาชนก็ล้มตาย ก็เห็นชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นไม่สอดคล้องจึงเกิดการแก้ไขนะครับ แล้วร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับขึ้น ที่เรียกว่าฉบับประชาชนหรือป้ ๒๕๔๐ วันนี้ท่านประธานครับ ถือเปึนโอกาสสําคัญ ที่เราจะต้องมาพูดถึงเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ความสําคัญนี้ได้สะท้อนออกให้เห็นชัดเจนว่า แม้แต่คณะรัฐมนตรียังงดการประชุมประจําซึ่งมีทุกวันอังคาร วันนี้งดประชุม แต่สิ่งที่ น่าเสียดายที่สุด ท่านประธานครับ เปึนการนําเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขของรัฐบาลนี้ มีข้อด้อย ๒ ข้อ ซึ่งผมถือว่าเปึนข้อด้อยที่ยิ่งใหญ่มาก ในระบบประชาธิปไตยการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นเปึนเรื่องใหญ่ต้องมีความขัดแย้ง ต้องมีความแตกต่าง อันนี้เปึนเรื่องธรรมดา ของสังคมประชาธิปไตย แต่ประเทศไทยมีโครงสร้างการปกครองที่เรียกว่าระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แม้เราจะขัดแย้งกันอย่างไรก็ตามทีทั้งป้ทั้งชาติ แต่ถ้าถึงวันมหามงคลคือวันที่ ๕ ธันวาคมนั้นเราจะหยุดครับ นี่คือจิตวิญญาณของ สังคมไทยที่ให้ความเคารพสักการะต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับของรัฐบาลเข้ามาในวันนี้นั้นเปึนช่วงเวลาที่ใกล้แห่งวันมหามิ่งมงคล คือเดือนธันวาคมก็เกิดความขัดแย้งระส่ําระสายขึ้นมาอีก แม้จะเปึนเรื่องธรรมดา แต่ไม่เหมาะที่จะเสนอเข้ามาในช่วงเวลานี้เลยครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทําไมรัฐบาล จึงจะต้องเสนอในเวลานี้ทั้ง ๆ ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญแค่ ๒ มาตรานี้จากเหตุการณ์ ๑๙ พฤษภาคมผ่านมา ๖ เดือนแล้ว จริง ๆ รู้เรื่องกันมานานแล้ว ท่านประธานครับ กระผมเองก็เปึนหนึ่งในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้อภิปรายหลายครั้งเนื่องจากมีวาระด่วน เพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ดอกเตอร์เมธาพันธ์มาพูดวันนี้ หรือที่เราเรียกว่าฉบับหมอเหวงก็คือฉบับประชาชนนั้น ได้ค้างอยู่ในสต็อกในวาระการประชุมของรัฐสภามายาวนานถึง ๒ ป้แล้วโดยประมาณ พรรคฝ์ายค้านก็ได้อาศัยเวลาที่มีการประชุมรัฐสภาทุกครั้งถามประธานว่าทําไมเรื่องด่วน มันจึงไม่ด่วน จึงไปเอาเรื่องที่ไม่ค่อยด่วนขึ้นมาก่อนเสมอ เลื่อนญัตติอื่นขึ้นมาก่อนเสมอ เราก็พูดไม่รู้กี่ครั้ง ดังนั้นรัฐบาลจะมาปฏิเสธว่ามันเปึนเวลาพอเหมาะ พอดีไม่เกี่ยวกับใกล้ วันที่ ๕ ธันวาคม วันมหามงคล แหม มันฟังยากครับท่านประธาน นี่คือข้อด้อยประการที่ ๑ ถ้าท่านจะเห็นกับผมหรือเห็นกับประชาชนนะครับ เห็นแก่พสกนิกรผู้จงรักภักดีต่อ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นถอนไปเสียก่อนก็ได้ แก้มาสมัยหน้าก็ไม่ช้า
อีกประการหนึ่งที่ถือว่าเปึนการนําเสนอแล้วอ่อนด้อย ข้อด้อยที่สุดก็คือ ไม่ได้ใจประชาชนเลยครับ ทําไมถึงไม่ได้ใจประชาชนครับ ท่านประธานครับ ก็การนําเสนอ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นหัวใจสําคัญที่สุดของการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้น จะต้องผูกใจของประชาชนไว้กับระบบรัฐสภา ให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าระบบรัฐสภา ไม่ว่าจะเปึน ส.ว. ส.ส. ส.ว. แต่งตั้งหรือเลือกตั้งนั้นเขาเห็นกับประชาชน เอาประโยชน์ ประชาชนเปึนที่ตั้ง แต่นี่แก้ไข ๒ มาตราเท่านั้นโดยเฉพาะเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ขึ้นมาอธิบายอ้างเหตุต่าง ๆ ว่าเดิมมี ๖ มาตรา จึงเหลือ ๒ มาตรา เพราะว่ามันจะเปึนผลประโยชน์ของผู้แทน เดี๋ยวจะหาว่าเปึนผลประโยชน์ของ พวกนักการเมืองเท่านั้น แล้วที่ออกมาแค่ ๒ มาตรา แล้วมาตราหนึ่งมันชัดเจนที่สุดว่า ด้วยเขตเลือกตั้ง เขตเล็ก เขตใหญ่ เขตเดียวเบอร์เดียว หรือเขตใหญ่เรียงเบอร์ อันนี้ ไม่ใช่ผลประโยชน์ของผู้แทนโดยตรงหรอกหรือครับ ถามว่าแน่นอนครับบางส่วน บางพรรค อาจจะชอบแบบเขตเดียวเบอร์เดียว บางพรรคอาจจะชอบเขตใหญ่เรียงเบอร์ อันนี้ก็เปึน นานาจิตตัง แต่แน่นอนที่สุดไม่มีใครเถียงได้เลยนี่คือผลประโยชน์ของนักการเมืองแท้ ๆ ด้วยเหตุนี้เองครับท่านประธานที่ผมต้องจั่วหัวขึ้นก่อนว่าพรรคเพื่อไทยนั้นไม่สามารถจะรับร่าง ของรัฐบาลและรับร่างของเพื่อน ส.ส. ได้เลย เพราะร่าง ๒ ฉบับนี้รังแต่จะกลายเปึนปลวก กัดแทะระบบสภาให้พังทลาย วันนี้ประชาชนรวมตัวกันอยู่หน้ารัฐสภาจะเปึนเสื้อเหลือง เสื้อหลากสีอะไรก็แล้วแต่เขาก็เปึนประชาชน คนเสื้อแดงอีกส่วนหนึ่งอยู่ที่บ้าน เขาก็เปึนประชาชน เขาต้องการเห็นระบบรัฐสภาที่จะเก็บประโยชน์ คํานึงถึงประโยชน์ ของประชาชนที่สุด ไม่ได้ ดังนั้นร่างของรัฐบาลฉบับนี้เข้ามาจึงไม่เปึนประโยชน์ ต่อประชาชน ไม่ได้ใจประชาชนครับ ถ้าจะได้ใจประชาชนทําอย่างไร ท่านประธานครับ ควรจะจัดเวลาที่ไม่ใช่ใกล้วันมหามิ่งมงคล ๕ ธันวาคม เอาหลังป้ใหม่ก็ได้ หรือว่า สภาจะจบกันอยู่แค่ไม่กี่วันนี้ ท่านจะยุบสภาเพื่อจะให้สอดรับกับเหตุการณ์การยุบพรรค เพื่อจะมีการเลือกตั้งกระนั้นหรือ ถ้าท่านเชื่อมั่นว่าท่านยังยืนหยัดอยู่ต่อไปนั้น สมัยประชุมหน้าเราก็ทําได้
อีกประการหนึ่งที่จะทําให้เห็นชัดเจนว่าเราจะทําให้เกิดประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชน ท่านครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนรัฐธรรมนูญที่ได้รับเสียงข้างมากมากที่สุด ทั้งสื่อมวลชน นักวิชาการ ว่าเปึนรัฐธรรมนูญ ที่เปึนของประชาชน ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงมากที่สุด ไม่ใช่เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจาก คณะรัฐประหาร ในโอกาสเช่นนี้ เสียดายที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้นั่งตรงนี้ ท่านเปึนคนหนุ่ม ท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ด้วยกระบวนการจัดการที่ผมเห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่แม้ท่านจะเห็นว่าถูกต้องก็ไม่ว่ากัน เมื่อท่านได้รับโปรดเกล้าฯ แล้วผมก็ต้องยอมรับนายกรัฐมนตรีในระบบรัฐสภาอย่างนี้ แม้จิตใจมันรับไม่ได้ แต่ผมคิดว่าท่านครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะจดบันทึกไว้ ในประวัติศาสตร์ว่านายกรัฐมนตรีคนไหนได้แก้รัฐธรรมนูญให้เกิดประโยชน์ต่อมหาชน เขาจะจดจําจนชั่วลูกชั่วหลาน ในโอกาสอย่างนี้ทําไมท่านนายกรัฐมนตรีเปึนคนหนุ่ม นักเรียนนอกจบจากประเทศที่อ้างว่าเปึนประชาธิปไตยที่สุดครับ กลับหวาดกลัว เอาผลประโยชน์ของตัวเอง ผลประโยชน์ของพรรคการเมืองท่านเปึนที่ตั้ง ในขณะที่ พูดจาไพเราะ พูดจามีเหตุผล เรียนเมืองนอก แต่กลับไม่สามารถจะสร้างความประทับใจ จากพี่น้องประชาชน ไม่สามารถจะแก้ปัญหาความขัดแย้งของประเทศอันเปึนผลมาจาก รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ปฏิเสธไม่ได้ครับ ตั้งแต่เริ่มใช้มา ไม่เคยสงบเลยจนถึงวันนี้ ดังนั้นถ้าเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประเทศชาติ เพื่อแก้ปัญหาของประเทศชาติซึ่งเปึนหัวใจสําคัญนั้น พูดได้เลยว่าร่างของรัฐบาล ๒ มาตรานี้ไม่ได้แก้ปัญหาเลย ท่านครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ผมเองก็อยากจะให้บ้านเมือง ได้มีการแก้ไข อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้เกิดสํานึกขึ้นบ้างว่าคนคนหนึ่งจะก้าวขึ้น ไปเปึนรัฐมนตรีก็แสนยาก ผมเล่นการเมืองมา ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ ก็ยังไม่เคยมีโอกาส เปึนเสนาบดีครับ เปึนรัฐมนตรี คนที่จะก้าวขึ้นไปเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นใน ๖๐ ล้านคน มันมีไม่กี่คน โอกาสนี้เปึนของท่านแล้วที่ท่านจะสร้างบ้านสร้างเมือง เมื่อเปรียบเทียบ กับบุคคลคนหนึ่งที่ไม่ได้เรียนเมืองนอก จบโรงเรียนเทศบาลโรงเรียนวัด อยู่จังหวัดสุพรรณบุรี ใครก็มองว่าท่านเปึนหลงจู๊ แต่วันนี้ประวัติศาสตร์ได้บันทึกแล้วครับ ผมขอชื่นชมท่าน นั่นคือท่านบรรหาร ศิลปอาชา กล้าแก้วิกฤติจากพฤษภาทมิฬ เมื่อป้ ๒๕๓๕ ช่วงแรก พรรคประชาธิปัตย์ก็เปึนอย่างนี้ครับ ก้าวขึ้นมาเปึนนายกรัฐมนตรีหลังวิกฤติก็บอกว่า จะแก้รัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่แก้ ทุกคนก็ให้ความหวังกับพรรคประชาธิปัตย์ กับนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้นก็ไม่แก้ จนในที่สุดมาได้บุคคลที่สังคมดูถูกดูแคลนว่า เปึนพ่อค้า ไม่ได้เรียนนอก ไม่ได้เปึนนักประชาธิปไตย แต่ท่านแก้ไข ผมขอชื่นชม และประกาศไว้ ณ ทีนี้คือท่านบรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งวันนี้ในนามพรรคชาติไทย น้องชายท่านก็นั่งที่นี่คือ ท่านอาจารย์ชุมพล ศิลปอาชา เปึนบุคคลสําคัญอีกคนหนึ่ง ที่ต้องกล่าวถึงว่าท่านได้เปึนกําลังสําคัญในขณะที่พี่ชายท่านเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านได้เข้ามาช่วยเหลือผลักดันให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนสําเร็จเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่เรียกว่าฉบับประชาชน และเปึนต้นแบบการพัฒนา ซึ่งก่อให้เกิด การพัฒนาก้าวหน้าแก่ประเทศไทย แต่วันนี้น่าเสียดายเหลือเกินครับ จะเปึนเพราะว่า พรรคชาติไทยไม่ใช่เปึนแกนนําหรือเปล่า ความกล้าหาญของท่านถ้ายังมีอยู่ขอให้ ท่านประกาศสักนิดเถอะครับว่า ๒ มาตรานี้ที่ท่านจะแก้ไขร่วมกับรัฐบาลนั้นท่านเห็นว่า มันไม่ถูกต้อง จริง ๆ ต้องแก้ทั้งฉบับ ให้พูดสักคําครับ เกียรติประวัติของพรรคชาติไทย ที่อยู่กับตระกูลศิลปอาชาจะได้ยังบันทึกอยู่ต่อไปว่าท่านไม่ได้ฉวยโอกาสจากเหตุการณ์นั้น ท่านทําด้วยเจตนาจริงใจต่อพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ทําไมเหลือแค่นี้ครับ ท่านประธานครับ ว่ากันจริง ๆ แล้วคนอย่างดอกเตอร์เมธาพันธ์ อย่างคุณหมอเหวง พี่น้องประชาชน ที่ทํากฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาต้องชื่นชมว่าเขายังกล้าหาญ ด้วยเหตุนี้เองครับผมจึงขอเวลานี้ มาชี้แจงให้ท่านประธานได้เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญแบ่งเปึน ๒ ชุด คือชุดภาคประชาชน กับชุดของรัฐบาลนั้นมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของ ร่างประชาชนนั้นเปึนการแก้ไขปัญหาโครงสร้างทั้งกระบวนการ เพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ถ้าเราไม่รีบแก้ไขโครงสร้างจะก่อให้เกิดปัญหา แก่สังคม และจะทําให้เกิดสิ่งที่เราจะเสียใจอย่างยิ่งในอนาคตผมพูดได้เท่านี้ จึงขออนุญาตที่จะบอกกับท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ได้สร้างโครงสร้าง ที่เปึนอันตรายที่สุดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข ที่ผมจําเปึนต้องขอเสนอพูดเปึนโครงสร้างเพื่อให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาและ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใครบางคนอาจจะไม่ชอบผมโดยส่วนตัว แต่ขอให้ท่าน ฟังผมสักนิดเถอะว่าสิ่งที่ผมจะชี้ต่อไปนี้เปึนการเตือนภัยว่าถ้ายังปล่อยให้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ อยู่ต่อไป ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ท่านดอกเตอร์เมธาพันธ์ ได้กล่าวนี้มาพิจารณาร่วมแล้วจะเกิดวิกฤติของบ้านเมืองต่อไปไม่หยุด และจะนําไปสู่จุด ที่เราไม่อาจจะแก้ตัวได้ และรัฐบาลนี้ที่อ้างว่าเปึนรัฐบาลที่จงรักภักดีนั้นจะไม่มีสิทธิแก้ตัว ท่านครับ เรื่องนี้กระผมเองก็กราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานก็คงจะทราบดีว่า เมื่อครั้งท่านยังกินข้าวหม้อเดียวกับกระผมอยู่ อยู่พรรคเดียวกัน ท่านได้ตั้งให้ผมเปึน ประธานในการดูแลจัดการเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจึงได้มีการศึกษาโครงสร้าง รัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนที่สุด แต่วันนี้เวลาคงจํากัด ผมคงพูดได้เฉพาะในส่วนโครงสร้างใหญ่ ๆ จึงขออนุญาตท่านประธานครับ ให้ทางเจ้าหน้าที่ฝ์ายโสตนั้นได้ฉายโชว์โครงสร้าง สักนิดหนึ่งเพื่อความเข้าใจง่าย ขอเชิญครับ
เจ้าหน้าที่ฉาย ผมอนุมัติแล้ว
ขอบคุณครับ ท่านครับ นี่คือวิเคราะห์รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่พรรคเพื่อไทยในขณะที่อยู่ร่วมชู้ตุนาหงัน กับท่านประธานอยู่ในนามพรรคพลังประชาชน ท่านครับเราจัดระบบไว้เรียบร้อย นี่คือ บทวิเคราะห์รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐
ขอภาพต่อไปครับ ท่านครับเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ระบอบประชาธิปไตยทั้งหลายจะมีอํานาจ ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ คืออํานาจนิติบัญญัติคือสภา ส่วนที่ ๒ คืออํานาจบริหารคือรัฐบาล และส่วนที่ ๓ คืออํานาจตุลาการ ในโลกนี้ถ้าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยต้องอยู่อย่างนี้ครับ แต่ประเทศไทยเปึนลักษณะพิเศษที่อํานาจตุลาการนั้นทั้งก่อนการเปลี่ยนแปลง การปกครองและหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่เคยขึ้นตรงต่อประชาชนเลย แต่อํานาจ ตุลาการนั้นขึ้นตรงต่อองค์พระมหากษัตริย์ ด้วยเหตุนี้เองประชาชนเราเรียกว่านี่คือ ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข ในขณะที่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ฝรั่งเศส อังกฤษ มิติอํานาจตุลาการก็ต้องยึดโยงอยู่กับประชาชนครับ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลสูงสุด ต้องผ่านกระบวนการของสภา อย่างน้อยที่สุด สภาก็สามารถจะตรวจสอบประธานศาลฎีกาได้ป้ละครั้งหรือ ๒ ป้ครั้งก็แล้วแต่ แต่ระบบ ของเราไม่ได้นะครับ ด้วยเหตุนี้เองเราอยู่กันมายาวนานอย่างสงบร่มเย็นโดยไม่เคย กระทบกระเทือนต่อสถาบันตุลาการเลย เพราะเราถือว่าสถาบันตุลาการเปึนสถาบันสูง ที่เชื่อมโยงกับองค์พระประมุข เราจะไม่ตําหนิติเตียน เราให้เกียรติท่านเสมอ แต่ท่านครับ ความเปึน ๓ องค์กร ๓ สถาบันที่ว่านี้จึงมีฐานะเท่ากับเปึนก้อนเส้า ๓ ก้อนเวลาหุงข้าว แบบโบราณ ก้อนเส้านิติบัญญัติ ก้อนเส้ารัฐบาล ก้อนเส้าของตุลาการ มันต้องเสมอกัน หม้อข้าวจึงจะตั้งได้ แต่วันนี้คณะรัฐประหารได้กระทําโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือตั้งใจอะไร ก็ไม่ทราบ ได้ไปทําให้ก้อนเส้าขององค์กรตุลาการใหญ่เบ้อเร่อเท่อสูงกว่าคนอื่นหมด ดูจากไหน ดูจากวิกฤติสิครับ วิกฤติจึงเกิดขึ้นจากก้อนเส้าไม่ได้ดุลกัน หม้อข้าวที่ตั้ง จึงหกล่มเลย ๒ ป้มานี้ตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ไม่เคยเกิดความสงบเลย และวันนี้ได้ลาม ไปถึงสถาบันตุลาการอันเปึนสถาบันสําคัญที่สุด ลามไปถึงคลิปวิดีโอ (Clip Video) ฉาว ของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มีที่มาที่ไปไฉนเลยสังคมจะเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหา ก็เพราะโครงสร้างอันนี้เอง ผมขอเสนอให้เป่ดโครงสร้างดูอีกสักครั้งเถอะครับ ท่านครับ โครงสร้างนี่เองคือที่มาของสิ่งที่เรียกว่า ตุลาการภิวัตน์ มาอย่างไรครับ ธรรมดาตุลาการ ก็เท่ากับสภา เท่ากับรัฐบาล แต่วันนี้ตุลาการกลายมาคุมรัฐบาล คุมสภา คุม ส.ส. หมดแล้ว อย่างนี้ไม่เคยมีเลยครับในรัฐธรรมนูญของประเทศไทย และไม่เคยมีในประเทศไหนในโลก ดูสิครับ ตรงซ้ายมืออันแรกท่านเห็นไหม ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญเปึนบุคคลสําคัญที่สุดที่จะมากําหนดกฎเกณฑ์การเมืองทั้งหมด โดยศาลจะร่างตัวแทนของศาลฎีกาและตัวแทนของศาลปกครองมาด้วยเปึน ๕ คน บวกด้วยประธานรัฐสภา ๑ คนกับประธานฝ์ายค้าน ๑ คนเปึน ๗ คน เสียงข้างมาก จึงอยู่ที่ศาลหมดครับ และ ๗ คนนี้เปึนคนมาเลือกองค์กรอิสระ องค์กรอิสระสมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ต่างจากองค์กรอิสระสมัยป้ ๒๕๔๐ องค์กรอิสระป้ ๒๕๕๐ ได้ถูกเขียนขึ้นมา ให้เปึนตํารวจการเมือง โดยเฉพาะเปึนตํารวจการเมืองอย่างไรครับ เอาไว้จับผู้แทนราษฎร จะปลดออก เอาไว้ยุบพรรคต่าง ๆ พวกเรานี่อยู่ด้วยความหวาดกลัวหมด เดี๋ยวก็จะยุบ เดี๋ยวก็จะยุบ แต่เฉพาะพรรคเพื่อไทยไม่มีความหวาดกลัวแล้วเพราะถูกยุบจนชินแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์สิครับยังไม่เคยถูกยุบ นั่งหายใจไม่ทั่วท้อง ท่านครับ เกิดจากอะไร เกิดจากองค์กรอิสระ ๔ องค์กรที่มีฐานะเปึนตํารวจสภา ใครเปึนคนตั้งตํารวจสภาล่ะครับ ใครเปึนคนตั้งตํารวจการเมือง ขอประทานโทษ ใครเปึนคนตั้งตํารวจการเมือง เสียงส่วนใหญ่ มาจากศาลหมด เห็นไหมครับ แล้วตํารวจการเมือง ๔ องค์กรนี้ตัวแทน ๔ คนมานั่ง ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เปึน ๗ คน เปึน ๗ อรหันต์ ยิ่งใหญ่ มากําหนด ส.ว. อีก ๗๔ คนครึ่ง สภา ส.ว. ๗๔ คน ครึ่ง สภานี้เท่ากับว่ามาจากศาล โดยตรง อํานาจของศาลนี้จึงเท่ากับประชาชนทั้งประเทศที่เลือก ส.ว. อีกครึ่งสภาครับ สิ่งเหล่านี้จึงไม่แปลกเลยครับที่เราเห็นชัดเจนก็คือว่าประธาน กกต. ป.ป.ช. ทั้งหลาย ส่วนใหญ่มาจากศาลหมด รวมตลอดทั้งท่านประธานของ ส.ว. ที่นั่งอยู่ขณะนี้ก็มาจากศาล ถ้าเรายอมรับความเปึนจริงจะเห็นได้ว่านี่คือโครงสร้างที่เราไปดึงศาลเข้ามาอยู่ในกระบวนการ ทางการเมือง แล้วปรากฏว่าเหตุการณ์นี้เองผมถึงบอกว่าเปึนอันตรายที่สุด เพราะศาล ไม่ได้อยู่เท่านี้ โครงสร้างนี้นักวิชาการที่ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อคือ นายธีรยุทธ บุญมี ซึ่งเปึนเพื่อนกับผมนี่แหละ อีกหลาย ๆ คนพยายามจะบอกนี่คือตุลาการภิวัตน์ นี่คือ ตุลาการภิวัตน์ ผมบอกว่าอันนี้อันตรายมากครับ ผมเปึนทนายความ ผมมีชีวิตอยู่จาก การประกอบอาชีพว่าความในศาล ผมไม่อยากเห็นโครงสร้างศาลถูกเปลี่ยนแปลง เพราะผมประกอบอาชีพจึงเปึนตัวเปึนตนเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียอยู่ทุกวันนี้ก็จากการว่าความ แต่ปรากฏว่าถ้าทําอย่างนี้กันต่อไประบบก็จะพัง เพราะประชาชนจะหมดความศรัทธา ต่อระบบศาลแล้ว เพราะศาลเข้ามายุ่งการเมืองหมด ตรงนี้เองครับท่านประธาน ผมจึง เปรียบว่าสภานิติบัญญัตินี้มีฐานะเหมือนตุ๊กตาล้มลุก รัฐบาลก็เหมือนตุ๊กตาล้มลุก ไม่พอใจเขาปฏิวัติก็เท่ากับจับตุ๊กตาขว้างไปที่กําแพง พอขว้างไปเสร็จมันตกมาใหม่ มันก็ลุกใหม่ ก็จะเห็นได้ว่าพอยึดอํานาจเสร็จก็ต้องมีสภาต่อไป แต่ศาลไม่ใช่ครับ ศาลเปึนตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ (Plaster) ล้มแล้วแตกเลยครับ จึงเอาเข้ามายุ่งกับระบบการเมืองมากขนาดนี้ไม่ได้ และในอดีตปรากฏว่าก่อนที่จะเกิด การยึดอํานาจนั้นก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ไปนั่งวางแผนยึดอํานาจกับเขาด้วยที่บ้านหม่อมหลวงป้ย์ มาลากุล ณ อยุธยา ท่านผู้นั้น ก็คือ ท่านประธานศาลปกครองสูงสุด ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน คือท่านอักขราทร ประธานศาลฎีกาคือ ท่านชาญชัย ลิขิตจิตถะ อีกคนหนึ่งก็เปึนศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ ในขณะนั้น แล้วก็เปึนคนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ไปนั่งประชุมด้วยคือ ท่านจรัญ ภักดีธนากุล เสร็จเรียบร้อยก่อนจะเกิดการปฏิวัติมีการตัดสินลงโทษคณะกรรมการ กกต. ตั้งแต่ กกต. ยังไม่เปึนจําเลย ยังไม่ได้เหยียบหัวบันไดศาล ศาลก็ขู่ว่าถ้าไม่ถอนตัวจะติดตะราง ตั้งแต่ยังไม่ได้เปึนจําเลย แล้วในที่สุดก็ติดตะรางจริง ๆ ท่านครับ และมาเปึนโครงสร้างอย่างนี้ มันก็พังสิครับ เมื่อพังอย่างนี้เรายังจะเก็บอันนี้ไว้อีกต่อไป แล้วใครจะรักษาสถาบัน ที่เรียกว่าประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ผมยังอยากจะถามว่าวันนี้ นักวิชาการที่บอกตุลาการภิวัตน์ดูคลิปศาลรัฐธรรมนูญหรือยัง ถ้าดูแล้วช่วยมาบอกหน่อยว่า นี่คือตุลาการภิวัตน์ มันไม่ถูกหรอกครับท่านประธาน ท่านก็เปึนผู้พิพากษามาก่อน คําว่า ตุลาการภิวัตน์คือ ตุลาการปฏิวัติ เพราะคําว่า อภิวัฒน์ คือ ปฏิวัติ เปึนอีกความหมายหนึ่ง เมื่อเปึนอย่างนั้นตุลาการภิวัตน์ จึงเปึนกระบวนการการตัดสินทางการเมืองมากกว่า ที่จะเน้นตัวบทกฎหมาย และวันนี้ประชาชนก็ถึงสัจธรรมแล้วว่า อ๋อ เปึนเช่นนี้เองมาจาก โครงสร้างรัฐธรรมนูญนี้เอง ท่านครับ คนเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มา ยกตัวอย่าง อย่างกรณีประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านอานันท์ ปันยารชุน เปึนประธานยกร่างรัฐธรรมนูญครับ ขอประทานโทษ ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ เปึนเลขา ยกร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ วันนี้เขาฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทําไมท่านไม่ออกมาชี้แจงว่า อันนี้เปึนอันตรายที่สุด รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้อันตรายที่สุด สถาบันศาลกําลังจะกลายมา ต้องล้มลงแล้วลุกไม่ได้ เพราะไม่ใช่ตุ๊กตาล้มลุกเหมือนสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ตรงจุดนี้เองผมถึงบอกเสียดายที่สุด ถ้าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเอาร่างรัฐธรรมนูญ ของประชาชนผนวกเข้าไปด้วย แล้วแก้ไขพร้อมกันไปทีเดียวจะมากจะน้อยอย่างไร เอาเสียเลยครับ ดีกว่าที่จะเหลือมาตราหลัก ๆ เพียงแค่ว่าเขตเลือกตั้งจะทําอย่างไร ผมขอเวลาอีกนิดเดียวครับ เพราะว่าเนื่องจากเวลาก็เริ่มลดน้อยถอยลง ผมจะขอเข้ามาสู่ ร่างของรัฐบาล ท่านครับ ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ของรัฐบาลนั้น แค่อ่านบทนิยามก็รู้แล้วว่าโกหก โดยที่เปึนการสมควร แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้การเลือกตั้งของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนไปตามหลักการบนพื้นฐานของความเปึนธรรม และเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ไม่เกี่ยวเลยครับ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้พูดถึงเขตเลือกตั้ง มี ๒ ส่วน เขตเลือกตั้งของ ส.ส. เขตอันหนึ่ง กับเขตเลือกตั้งของ ส.ส. บัญชีรายชื่ออีกอันหนึ่ง ท่านประธานจําได้ไหม ว่าวันที่ยังใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก่อนจะเกิดการรัฐประหารล้มรัฐบาลประชาธิปไตย ของท่าน พันตํารวจโท ทักษิณมีการกล่าวโจมตีท่านทักษิณว่าได้คะแนนถึง ๑๙ ล้านเสียง ประชาชนก็งง เลือกตั้งทําไมมันได้ ๑๙ ล้านเสียง เขาดูจากคะแนนบัญชีรายชื่อ เนื่องจาก ขณะนั้นกฎหมายเดิมให้เปึนเขตเดียว คือเขตประเทศ เปึน ๑ เขต คนที่ปฏิวัติ นักวิชาการ ศาลบางท่าน บอกว่าอย่างนี้เปึนการกระทบกระเทือนเบื้องยุคลบาท เพราะมีประชาชนถึง ๑๙ ล้านคน รักชอบพอคุณทักษิณ ทั้ง ๆ ที่ท่านทักษิณไม่ได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย แต่ท่านมาอยู่ในกลไกของระบอบประชาธิปไตย เมื่อเปึนผู้แทนราษฎรก็ต้องหาคะแนน สร้างความนิยม แก้ปัญหาความยากจนให้ประชาชน มันเปึนหน้าที่ของผู้แทนราษฎรทั่วไป แต่ท่านก็อ้างว่าเปึนมูลเชื้อที่ไม่ดี จึงมีการยึดอํานาจแล้วแก้ไขรัฐธรรมนูญร่างใหม่เปึนป้ ๒๕๕๐ ให้แบ่งปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) บัญชีรายชื่อนี้เปึน ๘ เขต และวันนี้เอาเหตุผลอะไรครับ ร่างของรัฐบาลกลับมาสู่ เปึนเขตเดียวอีกแล้ว ดังนั้นถ้าเหตุผลของการยึดอํานาจถูกต้องว่ากระทบกระเทือน เบื้องยุคลบาท วันนี้รัฐบาลกําลังจะเสนอสิ่งที่กระทบกระเทือนเบื้องยุคลบาทอีกใช่ไหม แต่ถ้าไม่ใช่เหตุผลนี้ก็แสดงว่าที่พูดไว้ตอนยึดอํานาจโกหก ต้องการเล่นงานทักษิณเขา เปึนหลักเท่านั้นเองครับ ดังนั้นถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านไป ปาร์ตี้ ลิสท์ ก็เปึนเขตเดียว อีกแล้ว ก็แน่นอนครับใครเปึนนายกรัฐมนตรีต้องมีเสียงมากแน่นอน เพราะมันลงคะแนน ให้พรรคนี่ครับ จริง ๆ ระบบมันเปึนประชาธิปไตยชัดเจนแล้ว คือเปึนการสะท้อนภาพว่า ประชาชนรักพรรคไหนมากที่สุด เชื่อมั่นพรรคไหนมากที่สุด แต่ในอดีตท่านก็บอกว่า กระทบกระเทือนเบื้องยุคลบาทนะครับ ถึงขนาดอดีตท่านผู้พิพากษาคนหนึ่งวันนี้ นั่งอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญผมไม่เอ่ยชื่อท่านละ
เดี๋ยวท่านสุนัย ท่านอรรถพร ประท้วงอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาครับ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธานในข้อ ๕ ครับ ในเรื่องของการควบคุมการประชุม ผมกราบเรียนท่านประธานตามตรงว่าผมฟัง ท่านสุนัยอภิปรายในวันนี้ผมผิดคาด คือท่านอภิปรายได้ดีกว่าที่ผมคิดไว้มาก ผมก็รอ การอภิปรายของท่านอย่างนี้มานานแล้ว แต่ว่าเมื่อมาถึงช่วงนี้
ท่านอรรถพรประท้วง อะไรผมบอกมาเลยนะครับ
เรื่องการควบคุมการประชุม เพราะว่าเมื่อถึงช่วงนี้ท่านสุนัยได้เริ่มโยงประเด็นเข้ามา ในเรื่องของการแก้ไขระบบการเลือกตั้ง ท่านโยงเข้าไปถึงการปฏิวัติเมื่อป้ ๒๕๔๙ ว่า มูลเหตุที่ คมช. ยกมาอ้างเรื่องความจงรักภักดี เรื่องสถาบันนั้น ไปเกี่ยวโยงกับการแก้ เขตการเลือกตั้งซึ่งไม่เปึนความจริงแต่ประการใด เหตุผลของ คมช. ที่โยงไปเรื่อง สถาบันนั้นคือพฤติการณ์จาบจ้วงของ พันตํารวจโท ทักษิณ ไม่ได้เกี่ยวกับระบบ การเลือกตั้งเขตพวงใหญ่หรือแบ่งเขต ๘ เขตแต่ประการใด ผมไม่ขอให้ท่านถอนคําพูด แต่ว่าขอให้ท่านประธานได้ควบคุม ท่านสุนัยอภิปรายวันนี้ได้น่าฟัง ก็ขอให้อยู่ในประเด็น และสร้างสรรค์ต่อไป ขอบคุณครับ
มีใครประท้วงอีก เชิญครับ ท่านประท้วงอะไร
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ผมอยากจะประท้วงท่านผู้อภิปรายสักนิดหนึ่งในข้อ ๔๓ ด้วยความปรารถนาดี เพราะว่าท่านพูดถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์มากจนเกินไป เพราะว่าไม่เกี่ยวกับเรื่อง การที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ก็อยากจะให้พูดพอสมควรครับ อย่ามากจนเกินไป เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้มาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านสุนัย ก็ระมัดระวังหน่อยเท่านั้น ท่านอภิปรายต่อได้ เชิญครับ
ท่านครับ กระผมเองพูดด้วยสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ เปึนห่วงเปึนใยต่อบ้านเมือง เอาข้อเท็จจริง มาเล่าให้ฟัง ท่านจะแกล้งลืมหรือท่านจะลืมจริง ๆ ไม่ทราบ ตอนที่ทักษิณก่อนจะถูก ยึดอํานาจนั้นก็มีการโจมตีว่ากําลังจะสร้างระบอบประธานาธิบดีขึ้น เพราะระบบการเลือกตั้ง ได้คะแนนถึง ๑๙ ล้านเสียง ถูกไหมครับ ดังนั้นด้วยเหตุนี้เองจึงเปึนปัจจัยสําคัญที่มี ท่านผู้พิพากษาท่านหนึ่งนั่งอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญวันนี้บอกว่าการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องให้เปึน ๘ เขต ไม่ให้มีเขตเดียว ประเทศเดียว เพราะเปึนการป่ดเงื่อนไขระบอบ ประธานาธิบดี แล้วทําไมวันนี้ร่างของรัฐบาลกลับมาเหมือนเดิม มันก็พิจารณาง่าย ๆ ครับ ท่านประธานว่า
ประเด็นที่ ๑ เปึนเพราะว่าที่ผ่านมาโกหกใช่ไหม เสียงมากของ พรรคการเมืองเปึนเรื่องปกติใช่ไหม พลเอก สนธิจะได้กลับไปบวชเข้าวัดเข้าวาเสีย อย่ามาเล่นการเมืองเลย เพราะท่านโกหกประชาชนไปแล้วนี่ หรือเปึนเพราะว่าถ้ามัน เปึนจริงทําไมกลับมาที่เดิมล่ะครับ นายกรัฐมนตรีต้องตอบตรงนี้ครับ
ประเด็นที่ ๒ จัดเขตเลือกตั้งเขตใหญ่เรียงเบอร์ เขตเล็กเบอร์เดียว อันนี้ ก็ว่ากันทั่วไป แต่เปึนเรื่องผลประโยชน์แท้ ๆ ของ ส.ส. ครับ ผมก็ชอบ เขตเดียว เบอร์เดียว แต่เราคิดว่าถ้าเราอยู่ ๆ เสนอแต่เรื่องนี้เราไม่ได้ใจประชาชน เราเปึนนักการเมืองแล้ว ทํางานไม่ได้ใจประชาชนทําไปทําไมละครับ เราถึงต้องคัดค้านอย่างไร ดังนั้นเมื่อท่าน ไม่ยอมรับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญประชาชนนั้น พรรคเพื่อไทยต้องวอล์ก เอาท์ (Walk out) เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ผมจึงต้องชี้แจงว่าเปึนเพราะเหตุการณ์นี้
อีกประเด็นหนึ่งของร่างรัฐบาลครับ ปรากฏว่าไปเพิ่มจํานวนปาร์ตี้ ลิสท์ เปึน ๑๒๕ คน ส.ส. เขตเหลือ ๓๗๕ คน เพราะอะไร บางคนก็บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ขัดแย้งกับพันธมิตรแล้ว ผมอาจจะมองแตกต่างไป ผมว่าถ้าเขียนอย่างนี้เป่ดช่องทางให้ พรรคขนาดเล็กโตขึ้นมาได้ครับ ผมไม่ได้รังเกียจพรรคขนาดเล็กหรือพรรคขนาดกลาง แต่การที่เป่ดปาร์ตี้ ลิสท์ ให้เปึน ๑๒๕ คน แล้วเลิกจากแบ่งเขต ๘ เขตเหลือเขตเดียวนี้ และเขตเดียวก็เขียนอีกครับ ไม่เหมือน ป้ ๒๕๔๐ กลายเปึนว่าไม่มีจํานวนขั้นต่ําครับ ก็เพื่อจะเป่ดทางให้แก่พรรคการเมืองเล็ก ๆ เกิดขึ้นได้ ฟังดูก็ดีครับ แต่บังเอิญมันมี พรรคการเมืองหนึ่งเหมือนกันที่อยากจะเกิดขึ้นสักที คือพรรคการเมืองใหม่ ไม่น่าจะเปึนโทษ ต่อพรรคการเมืองใหม่เลยครับการเขียนอย่างนี้ และน่าจะเอื้ออาทรด้วย ผมก็ไม่รู้ว่า ได้คําสั่งอะไรขึ้นมา เพราะพรรคการเมืองขนาดเล็กนั้นจะไม่มีคะแนนเสียงนิยม ๘ เขต เลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีคะแนนเปึนป๊ก ๆ ในแต่ละเขต ไม่หรอกครับ จะได้ ประโยชน์สูงสุดคือได้รวมทั้งประเทศ อย่างนี้เปึนต้น ดังนั้นตรงนี้เองก็ขอให้พี่น้องประชาชน ที่เป่ดฟังรายการอยู่นี้ติดตามการเมืองให้ชัดเจนว่าเขากําลังเล่นลิเกอะไรกันอยู่
อีกอันหนึ่ง ในอีกร่างหนึ่งก็คือเรื่องมาตรา ๑๙๐ ตอนนั้นก่อนจะยึดอํานาจ ก็โจมตีทักษิณไม่ใช่หรือครับว่ามีอํานาจมากเหลือเกินไป ทําอะไรผูกพันต่างประเทศ ประชาชนไม่รู้เรื่อง จึงเกิดการปฏิวัติแล้วก็มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่พวกท่าน ทั้งหลายนี่ละครับทํากันสนุก คนที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเปึนกลาง ๆ ชื่อคุณสมบัตินั้น รู้จักกันดีกับผม เปึนคน ๑๔ ตุลารุ่นเดียวกัน ผมขอยืนยันว่าคนนี้ไม่ใช่เปึนกลางครับ สนับสนุนการยึดอํานาจตั้งแต่ต้น และเปึนคนที่โจมตีการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าใครขอแก้ไข เปึนโจร และเปึนคนโจมตีว่าการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในสมัยนายสมัครนั้นเปึนกระบวนการ ที่เอาประโยชน์เฉพาะผู้แทนราษฎร ต้องต่อต้าน แต่วันนี้มารับทําให้กับพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็แก้แค่ ๒ มาตรา แก้อย่างนี้ไม่เปึนการกลืนน้ําลายหรือครับท่านอธิการบดี ถ้าได้ยิน ก็กรุณาฟัองผมด้วย ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างนั้น ท่านครับ มาตรา ๑๙๐ นี้เองที่โจมตีว่า มีอํานาจมากเหลือเกินจึงต้องยึดอํานาจ แล้วก็มาร่างว่าต่อไปนี้การทําสนธิสัญญาต่าง ๆ ต้องผูกพันกับประชาชนผ่านสภา แล้ววันนี้ก็แก้กลับไปใหม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ก็แสดงว่า จะกลับอีหรอบเดิมอีกสิครับ ไหนว่าแก้แล้วจะเปึนประโยชน์ต่อประชาชน ประชาชน กลับไม่รู้ แล้วต่อไปนี้จะไปทําสนธิสัญญากับใคร อะไร อย่างไร ไม่รู้เรื่องทั้งนั้นแล้ว เมื่อมาตรา ๑๙๐ ถูกป่ดไป ผมถึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ ทางรัฐบาลทําอยู่นี้ ๑. ไม่เหมาะเลย เพราะเสนอเข้ามาในช่วงที่จะใกล้วันมหามิ่งมงคล กับ ๒. ไม่ได้ใจประชาชนเลย
ด้วยเหตุนี้เองครับท่านประธาน ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลจะกลับใจเสียวันนี้ เพื่อนสมาชิกรัฐสภา เพื่อน ส.ว. จะกลับใจเสียวันนี้ ช่วยกันมาพิจารณาดูสิ เพราะอะไร เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ถ้าท่านไม่แก้ด้วยโครงสร้าง มันได้ทําลายระบบ โครงสร้างใหญ่ ๆ ของรัฐเสียหายหมด สิ่งแรกที่จะทําลายคือ
ประการที่ ๑ ทําลายระบบศาล ระบบความศรัทธาของศาล เพราะท่าน ไปดึงศาลมาติดคุกในระบบการเมืองแล้ว ออกก็ออกไม่ได้ครับท่านประธาน ถ้าท่านประธาน จะได้กรุณา แม้จะเปึนนอกกระบวนการก็ช่วยนําความปรารถนาดีของผมบอกกล่าวยัง เพื่อนผู้พิพากษาด้วยเถอะครับว่าวันนี้ศาลถูกจับมาติดคุกในสภาแล้ว ติดคุกในระบบ การเมืองแล้ว
ประการที่ ๒ ทําลายระบบพรรคอย่างยิ่งใหญ่ จากมาตรา ๑๒๒ ทําให้ ส.ส. ไม่ต้องฟังมติพรรคแล้วครับทําอะไรก็ได้ทั้งนั้น ดังนั้นการโยกย้ายสมาชิกซื้อตัวกัน สนุกไหมที่ผ่านมา ของผมก็ถูกซื้อตัวไปหลายคนแล้ว เพราะว่าไม่ต้องฟังมติพรรคครับ โหวตอย่างไรก็ได้ครับ โหวตทีก็ได้สตางค์ที โหวตทีก็ได้สตางค์ที นี่คือการทําลาย
ประการที่ ๓ ทําลายผลประโยชน์ของประชาชน เพราะ ส.ส. ไม่อาจจะนํา ความทุกข์ร้อนของประชาชนไปสู่รัฐมนตรีได้ตามมาตรา ๒๕๕ มาตรา ๒๕๖ และรวมไปถึง สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิก อบต. และสมาชิก อบจ. ด้วยที่ไม่สามารถจะทําหนังสือ ร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากราชการได้โดยตรง เพราะจะถูกตัดสิทธิ ตัดสิทธิโดยใครครับ ตัดสิทธิโดยตํารวจสภา ตํารวจสภาเปึนใครครับ ก็องค์กรอิสระอย่างไรละครับ ใครตั้ง ศาลตั้งครับ
ประการที่ ๔ ที่สําคัญที่สุดคือทําลายระบบการกระจายอํานาจทั้งมวลเลย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นได้พูดถึงความชัดเจนคือการสร้างการกระจายอํานาจ ซึ่งเปึน ทิศทางใหม่ของโลกที่พัฒนาแล้วต้องกระจายอํานาจ การกระจายอํานาจคือกระจาย เม็ดเงินครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จึงเขียนชัดเจนว่า การกระจายอํานาจคือการกระจาย งบประมาณจะต้องไปสู่ อบต. อบจ. ทีละขั้น ๑๐ ป้ให้ครบ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ แล้ววันนี้พิสูจน์แล้วว่าการกระจายอํานาจสู่ อบต. อบจ. นั้นได้ทําให้การพัฒนาในระดับ ตําบล ในระดับหมู่บ้านเร็วขึ้นมากจากอดีตที่เราไม่กระจายอํานาจ ด้วยเหตุนี้เองผมจึง ต้องพูดถึงเรื่องนี้เพราะว่าการแก้ไขท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย เพราะรัฐธรรมนูญที่ท่าน แก้ไขมันมี ๒ มาตรา ซึ่งไปซ้ํารอยก่อนที่จะยึดอํานาจกันเมื่อป้ ๒๕๔๙ ถ้าไม่ได้เจตนา เพราะท่านจะสร้างกระแสให้เกิดการยึดอํานาจก็แสดงว่าที่ผ่านมายึดอํานาจมันผิดครับ มันโกหก ท่านครับ วันนี้ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้ตัดเรื่องการกระจายอํานาจ ในเม็ดเงิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์โดยสิ้นเชิงแล้ว จึงเห็นชัดเจนครับ ผมพูดใช้เวลาคร่าว ๆ ๔๐ นาทีในการอธิบายให้ท่านเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลจําเปึนอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาใหม่ ตื่นเถิดอย่าหลับใหลอยู่เลย จงเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ดอกเตอร์เมธาพันธ์ กล่าวนั้นเข้าไปผนวกกันทั้ง ๔ ฉบับ แล้วจะเอามากเอาน้อยค่อยไปว่ากัน หรือว่าท่านจะให้ บรรยากาศดี ถอนไปก่อนให้หลังวันเฉลิมพระชนมพรรษาก่อนค่อยมาว่ากันใหม่ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปเชิญท่านชํานิครับ
ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิพาดพิงครับ
ท่านอะไรครับ
ผม ภราดร ปริศนานันทกุล ครับท่านประธาน
ท่านภราดรหรือครับ
ครับ
ท่านพาดพิงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอใช้สิทธิพาดพิงท่านสมาชิกผู้อาวุโส เมื่อสักครู่นี้ได้พาดพิงมาถึง ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ซึ่งท่านไม่ได้อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ และวันนี้ได้มีการถ่ายทอดสด ผมกลัวว่าถ้าเปึนอย่างนั้นประชาชนเขาจะเข้าใจผิดได้ ผมจึงขอใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ เท่านั้นเองครับ ท่านพาดพิงมาว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ มันเกิดขึ้นมาจาก ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา และท่านชุมพล ศิลปอาชา ผู้ที่เปึนแกนนํา ในการขับเคลื่อนให้มีรัฐธรรมนูญฉบับนั้นขึ้น แต่ทําไมวันนี้เมื่อมีการนําร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ขึ้นพิจารณา แล้วพวกผมจึงเสนอเพียง ๒ มาตราเท่านั้น ผมต้องบอกกับ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านสุนัยด้วยว่าผมเห็นด้วยกับท่านที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ทั้งฉบับ ผมฟังท่านแล้วผมก็เห็นคล้อยตามกับท่านครับ แต่ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ไม่สามารถที่จะแก้ไขทั้งฉบับ รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ไม่สามารถที่จะ แก้ไขทั้งฉบับโดยใช้สมาชิกรัฐสภาเพียง ๖๐๐ กว่าคนได้
เอาละครับ คุณภราดร ก็พาดพิงถึง
ผมใช้ เวลาอีกนิดเดียวเท่านั้นล่ะครับ รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายมหาชนไม่สามารถที่จะใช้ สภาแห่งนี้แก้ไขเพียงไม่กี่คนของพวกเราได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจําเปึนที่จะต้อง รับฟังความคิดเห็นรอบด้านจากพี่น้องประชาชน
เอาละครับคุณภราดร พอแล้วครับ
วันนี้ พวกผมเสนอเพียง ๒ ประเด็น
คุณภราดรนั่งลงได้ พอแล้วครับพาดพิงท่านชี้แจงแล้ว เชิญนั่งนะครับ ต่อไปก็ขอท่านจารึก เชิญครับท่านจารึก ท่านภราดรนั่งลงได้นะครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผม นายจารึก อนุพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ตามที่รัฐบาลได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มา ๒ ฉบับ เพื่อแก้ไขในเขตเลือกตั้ง แล้วก็ในมาตรา ๑๙๐ กระผม อยากจะขอย้อนเรื่องนิดหนึ่งครับ ตั้งแต่ที่รัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้เมื่อ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ท่านกล่าวไว้ในประเด็นสําคัญก็คือที่ต้องนํามาบริหารประเทศ มีอยู่ ๔ ข้อหลัก ๆ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือปกปัองและเทิดทูนสถาบัน
ประเด็นที่ ๒ ก็คือสร้างความปรองดองสมานฉันท์บนพื้นฐานของความถูกต้อง ยุติธรรม และการยอมรับของทุกภาคส่วน
ประเด็นที่ ๓ ก็คือฟุ๋นฟูเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืนและบรรเทา ผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ประชาชนจะประสบนะครับ
ประเด็นที่ ๔ ก็คือพัฒนาประชาธิปไตย ระบบการเมืองให้มีความมั่นคง ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคเปึนธรรม และเปึนที่ ยอมรับของสากลนะครับ
จากที่กล่าวมานี้จะเห็นว่ามันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมายหลังจากวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงมีเหตุการณ์ที่เผาบ้านเผาเมือง และมี เหตุการณ์ที่ประชาชนประสบอุทกภัยมากมายนะครับ แสดงว่าการดําเนินการของรัฐบาล ก็ยังไม่บรรลุเปัาหมายเท่าที่ควรนะครับ ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าสุดท้ายที่ท่านกล่าว ในวันนั้น ก็คือว่ารัฐบาลให้ความเชื่อมั่นแก่รัฐสภาอันเปึนองค์กรที่มีอํานาจหน้าที่ควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน จะบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึด ประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยเปึนที่ตั้งอย่างแท้จริง ตรงนี้สิครับ การบริหารบางภาคส่วน ในบางเรื่องไม่เปึนที่ยอมรับของประชาชนในภาพรวมในส่วนใหญ่ แม้กระทั่งในวันนี้ก็ยังมี กลุ่มเสื้อสีต่าง ๆ ออกมาอยู่ที่หน้ารัฐสภานะครับ ถามว่าที่ท่านกล่าวถึงบรรลุแล้วหรือยัง ผมย้อนไปอีกหนึ่ง เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๒ ป้ที่แล้วพรรคร่วมรัฐบาลได้เดินหน้าแก้ไข รัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น ตามที่ท่านวุฒิสมาชิกดิเรก ถึงฝัืง ได้เสนอไว้ ๖ ข้อ คณะกรรมการ สมานฉันท์ซึ่งมีปฏิรูปการเมืองและการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ในขณะนั้นพรรคฝ์ายค้าน ขออภัยได้เปลี่ยนท่าทีที่จะไม่เข้าร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งกลายเปึนประเด็นหนักอกหนักใจของรัฐบาลเปึนอย่างยิ่ง หนทางสมานฉันท์ของ การเมืองไทยจะต้องถอยออกไปอีกในช่วงเวลานั้น ในทางเดียวกันรัฐบาลก็ติดกับดักของ การแก้ไขข้อสรุปต่าง ๆ การเดินหน้าแก้ไขคาดว่าจะต้องดําเนินการ ใน ๒ รูปแบบ รูปแบบที่ ๑ ก็คือใช้กระบวนการของรัฐสภาดําเนินการต่อไป ก็คือเสนอเรื่องเข้ามาสู่สภา
อีกวิธีหนึ่ง กําหนดว่าควรจะทําประชามติเพื่อที่จะสอบถามความต้องการ ของประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านนายกรัฐมนตรีเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภา ว่าถ้านายกรัฐมนตรียืนยันหนักแน่นว่าจะฟังเสียงประชาชนเปึนที่ตั้งก่อน การเสนอทําประชามติไม่ได้เปึนการยื้อเวลาแต่อย่างใด ท่านมองไปว่าพรรคที่ไม่เห็นด้วย กับการทําประชามติก็ไม่สามารถที่จะล้มการทําประชามติได้ เพราะเปึนแนวทางที่ดีที่สุด ในการที่จะรับฟังความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่ หากประชาชนส่วนใหญ่คัดค้าน การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ตกไป ก็ถือว่าจบกันไปตรงนั้นนะครับ เพราะเปึนการฟังเสียง ของประชามติ ต่อมาวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ที่ห่างกัน ๑ ป้เหมือนกัน ประมาณ ๑ ป้ รัฐบาลชุดนี้ครับ เปึนผู้เสนอว่าแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ๒ ร่างเข้าสู่สภา ก่อนหน้านี้ เล็กน้อย พรรคร่วมรัฐบาลก็เคยขึงขังอยากจะให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องเสนอขึ้นมาอีก ฉบับหนึ่งตามที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน จบสุดท้ายก็คือต่างฝ์ายต่างก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรงไป ซึ่งกันและกันไม่อาจจะผลักดันให้ถึงที่สุดได้ มองว่าการร่วมรัฐบาลในชุดปัจจุบันอยู่กันไป พอปะทังเพื่อที่จะช่วยกันบริหารบ้านเมืองให้มันมีความก้าวหน้าต่อไปตามลําดับในภาวะ ปัจจุบัน มีการพูดกันว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการตั้งใจ จริงของรัฐบาล ถามว่าเปึนการปฏิรูปการเมืองหรือการสร้างความสมานฉันท์ตรงไหน ที่แท้จริงเปึนเรื่องประโยชน์ของประชาชนหรือประโยชน์ของนักการเมือง นักเลือกตั้ง เท่านั้นละครับที่มีส่วนจะได้ในส่วนนี้ ที่จะมีโอกาสได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง ต่างหาก ในแง่ของการเปึนผลดีหรือเปึนผลเสียของการพัฒนาการเมืองคงจะต้องถกเถียง อีกยาวนานกว่าเรื่องจะจบผมขอเรียนว่าในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้มันไม่ได้แก้ไข เพื่อความเปึนประชาธิปไตยที่แท้จริง อย่างไรเสียไม่ได้ทําให้เกิดความมั่นคงหรือว่า มีความยั่งยืนแต่อย่างใดผมขอเรียนว่าความสมานฉันท์ที่เกิดขึ้นได้หรือไม่นั้นไม่ได้อยู่ที่ รัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่บุคคล เพราะความแตกแยกที่เกิดขึ้นกับคนที่มีความคิดเห็นต่างกัน มีความเชื่อที่แตกต่างกันนั้น ย่อมมีเกิดขึ้นได้ ดังนั้นทุกฝ์ายจะต้องลด จะต้องละ เลิก และโลภ และเลิกเห็นแก่ตัวของพวกพ้อง เพื่อให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันได้ ถ้าเปลี่ยนเปัาหมายพิจารณามุมมองใหม่โดยมองไปที่ผลประโยชน์ของส่วนรวม คือชาติ บ้านเมือง ความสุข ความเจริญงอกงาม ของการพัฒนาทางศิลปวัฒนธรรม การมีคุณธรรม จรรยาบรรณที่ดี ความรู้สึกสํานึกที่ดี ความเหมาะสม มองไปถึงประโยชน์ ของกลุ่มพวกและพรรคให้น้อยลงกว่าปัจจุบัน สิ่งที่ส่วนรวมจะได้รับคือความสุขและความร่มเย็น กระผมขอเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานรัฐสภาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ร่างนี้เปึนการสมานฉันท์ สามัคคีปรองดองหรือไม่ อย่างไร
ข้อ ๒ ประชาชนส่วนใหญ่จะได้ประโยชน์อย่างไรในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ กระผมจะขอรับฟังคําอภิปรายจากเพื่อนสมาชิกก่อนที่จะตัดสินใจลงมติ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ลําดับ อภิปรายจะเปึนอย่างนี้นะครับ ท่านชํานิ แล้วก็ท่านสุรพงษ์ ท่านตรึงใจ ท่านเฉลิมชาติ ท่านไพจิต ท่านตวง แล้วก็ท่านฮอชาลี เชิญท่านชํานิครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อแสดงความคิดเห็นประกอบการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้ง ๔ ร่างไปพร้อม ๆ กัน นั่นก็คือ
๑. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เปึนผู้เสนอ)
๒. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ คน เปึนผู้เสนอ)
๓. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๑๙๐ คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
๔. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่มีความหมาย สําคัญอย่างยิ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ และไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดายนัก ตลอดระยะประวัติศาสตร์ในทางการเมืองของประเทศเรา สิ่งที่ยากที่สุดของรัฐสภาแห่งนี้ ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรามีรัฐธรรมนูญใช้มาหลายฉบับอย่างน้อยก็ ๑๘ ฉบับ ท่านประธานครับเปึนไปได้อย่างไรในระบบของเราที่เมื่อคนฉีกรัฐธรรมนูญทําได้ง่ายกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือสิ่งที่เปึนปัญหาท้าทายจิตสํานึก และสิ่งที่เปึนปัญหาท้าทายของ รัฐสภาเราว่า เราควรจะมีท่าทีอย่างไร จะยอมรับหรือไม่ยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่ เราจะเดินทางมาถึงวันนี้ ท่านประธานครับ สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศมีปัญหา มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย จนกระทั่งเรียกได้ว่าบัดนี้การเมืองไทยยังอยู่ในวิกฤติ และเรายังไม่สามารถออกจากวิกฤตินี้ได้ หลังการรัฐประหารทุกครั้งเราไปสู่การเลือกตั้ง และการเลือกตั้งเปึนทางออกของวิกฤตการณ์ทางการเมืองในขณะนั้นเสมอ แต่การเลือกตั้ง เมื่อป้ ๒๕๕๐ เปึนการเลือกตั้งที่คนรอคอย และเปึนการเลือกตั้งที่เราไม่สามารถ เอาการเมืองออกจากวิกฤติได้ และสิ่งตรงนี้เองครับ ความขัดแย้งการเผชิญหน้าในทาง การเมืองเกิดขึ้นเปึนระลอก ๆ และความรุนแรงยังดํารงอยู่ และอาจจะต้องเกิดขึ้นได้อีก ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่า ก่อนที่จะเสนอให้มีการแก้ไขในทาง การเมือง กลุ่มฝ์ายต่าง ๆ ได้ออกมาตั้งคําถาม คําถามที่ว่านั้นก็คือ
๑. รัฐธรรมนูญจําเปึนต้องแก้ไขหรือไม่ ๒. รัฐธรรมนูญแก้ไขเพื่อใคร ๓. ใครเปึนผู้เสนอแก้ และ ๔. ถ้าเสนอแก้แล้วไม่สําเร็จใครจะเปึนผู้รับผิดชอบ คําถามนี้ ผมคิดว่าเราจําเปึนที่จะต้องแสดงความเห็นร่วมกันของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ผมต้องเรียน กับท่านประธานอย่างนี้เปึนเบื้องต้นก็เพราะว่าในชีวิตทางการเมืองของผม ชีวิตทาง การเมืองความเปึนจริงของพวกเรา เราได้อยู่ในกระบวนการทางการเมืองของประเทศนี้ มานานพอที่จะอธิบายให้คนในสังคมนี้เห็นได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเราควรจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอะไร ผมเปึนคนหนึ่งที่มีความตื่นตัวในทางการเมืองมานานพอสมควร ผมมีความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในกระบวนการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของประเทศนี้ในเงื่อนไข ของวิถีทางแห่งระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น วิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้น การเคลื่อนไหว ของคนเสื้อแดง แม้หลายเรื่องที่ผมไม่เห็นด้วยในการเคลื่อนไหวของเขาแต่ก็มีหลายอย่าง ที่ผมรับฟัง และผมพร้อมจะปรองดองรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นอย่างเสมอมา ผมเห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรและหลายเรื่องที่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับ การเคลื่อนไหวของพันธมิตร ท่านประธานครับ แต่ผมและคนรุ่นผมไม่เคยเห็นด้วยกับ การรัฐประหาร นี่เปึนสิ่งที่ผมต้องยืนยันกับท่านประธานเปึนเบื้องแรก เพราะเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญนําไปสู่การมีหรือไม่มีรัฐประหารเสมอของประเทศนี้ ผมถึงต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่าคนรุ่นผมได้รับความตื่นตัวทางการเมือง มาเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ คือวันที่จอมพล ถนอม กิตติขจร ปฏิวัติตัวเอง ล้มรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนเงื่อนไขเบื้องต้นของการนําประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการ ประชาธิปไตย และเราได้มีการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ มีการเคลื่อนไหวคัดค้าน การรัฐประหารแบบนี้เสมอมา ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ ก็เพราะว่า ตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่ในสภามาหลายป้เราเคยมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญน้อยมาก และเมื่อเสนอมาแล้วเราก็แก้ไขได้สําเร็จน้อยมากเช่นเดียวกัน เรื่องเขตเลือกตั้ง เปึนเรื่องหนึ่งที่ท้าทายต่อการแก้ไขหรือไม่แก้ไขตลอดระยะประวัติศาสตร์ของการเลือกตั้ง ในประเทศไทย บังเอิญผมได้อยู่ในระบอบการเลือกตั้งมาแล้วหลายรูปแบบ เขตละ ๓ คน ก็เคยเปึนผู้แทนครับ ชนะยกทีมก็มี ชนะ ๒ คนก็มี ชนะคนเดียวก็มี เขตเลือกตั้งเขตละคน ผมก็เคยลงเลือกตั้งแล้วก็ชนะเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อผมก็เคยเปึน ระบบสัดส่วนที่เกิดขึ้น ใหม่สุดผมก็เปึนผู้แทนอยู่มาถึงปัจจุบันนี้ นี่คือสิ่งที่ข้อเท็จจริงก็คือว่าการใช้รูปแบบ เลือกตั้ง เขตเลือกตั้งแบบไหน อย่างไร นั่นเปึนเรื่องที่ท่านสมาชิกมีสิทธิ มีสิทธิอัตวินิจฉัย ที่จะเลือกหรือไม่เลือกแบบไหนก็ได แต่ที่ผมต้องเกริ่นกับท่านประธานอย่างนี้ก่อน ก็เพราะว่าเราต้องมายืนยันกันก่อนครับว่ารัฐธรรมนูญต้องเปึนสิ่งที่แก้ไขได้ ท่านเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยในประเด็นใดไม่สําคัญ แต่ต้องสําคัญก่อนว่ารัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญเราเคยเชื่อมั่นในชีวิตความเปึนจริงที่แตกต่างกันมาตลอด รัฐธรรมนูญไม่ใช่พระธรรมเจดีย์ครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญไม่ใช่คัมภีร์ทางศาสนา ไม่ใช่เปึนสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์จนแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญเปึนเรื่องของระบบการเมือง และเปึน กระบวนการในทางการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญจึงมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง ต้องเปลี่ยนแปลง และต้องแก้ไขตลอดระยะ ประวัติศาสตร์ ทําไมบ้านเราถึงใช้รัฐธรรมนูญเปลืองครับ ที่เราใช้รัฐธรรมนูญเปลือง ก็เพราะว่าเราแก้ไขยาก เราแก้ไขไม่ได้ และเราไม่ยอมให้มีการแก้ไข แต่ในที่สุดเราก็ฉีก รัฐธรรมนูญแล้วก็ฉีกได้ ฉีกสําเร็จ ฉีกได้ตลอดเวลา เราจะต้องให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น บ้านเราไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว เรายืนเลือกในสิ่งที่ยกเลิกโดยไม่มองความเปึนจริงไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเรายืนยันให้ได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่ต้องทําได้ นี่เปึนสิ่งที่ เราจะต้องพูดจากันต่อไป
เรื่องที่สอง มีคําวิพากษ์วิจารณ์มากมายทั้ง ๔ ฉบับที่เสนอมาในวันนี้ มีคําถามอยู่คําถามหนึ่งก็คือว่าแก้เพื่อใคร คําถามนี้ผมคิดว่าเปึนคําถามที่ต้องการคําตอบ คําถามนี้เปึนสิ่งที่ท้าทายและผมคิดว่าผู้เสนอทั้ง ๔ ประเด็นเขาตอบคําถามนี้ได้แน่นอน ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญไม่มีเรื่องส่วนบุคคลนอกจากเรื่องของสิทธิเสรีภาพ รัฐธรรมนูญเปึนเรื่องของระบบการเมือง เปึนเรื่องของกระบวนการ และเปึนเรื่องของ เปัาหมายด้วย และในเมื่อเปึนอย่างนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่อาจจะตอบได้ว่าอะไร เพื่อใคร เปึนรายละเอียดเหมือนกับเอาของไปแจกน้ําท่วม เหมือนกับเงินสวัสดิการ ประชาชน มันมีรายละเอียดที่ลึกและเปึนความจริงมากกว่านั้น ไม่มีใครสามารถแก้ รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองได้อย่างแน่นอน เพราะวันนี้เรากําลังพิจารณาเพียงว่าเปึนการแก้ไข เพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อคนทุกกลุ่มได้รับโอกาสได้ดียิ่งกว่าเก่า และเปึนเครื่องมือ ที่จะไปตอบอนาคตในวันข้างหน้าด้วย ผมถึงยืนยันกับท่านประธานว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญในวันนี้ผมเคารพทั้ง ๔ ญัตติว่าไม่มีใครอาจทําเพื่อตัวเองได้เลยแม้แต่น้อย ส่วนเราจะเอารับหรือไม่รับฉบับไหนอย่างไรเราจะไปดูในรายละเอียดกัน
เรื่องที่สาม ใครเปึนผู้เสนอแก้ คําถามนี้เปึนคําถามที่มีอยู่จริง และคําตอบ ก็มีอยู่จริงตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลเสนอได้ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ครับ สมาชิกวุฒิสภาได้ครับ ภาคประชาชนซึ่งวันนี้เสนอแล้วเสนอได้ครับ และ ส.ส. กับ ส.ว. เสนอร่วมกันก็ได้อีกครับ แต่ว่าในคําว่าได้อีกก็คือว่าเรามีกันอยู่เท่านี้ครับเปึนผู้ที่เสนอ และวันนี้ท่านประธานครับ รัฐบาลเปึนผู้เสนอด้วยผู้หนึ่ง การเสนอของรัฐบาลวันนี้ ท่านประธานต้องยอมรับนะครับว่าวิกฤตการณ์ในทางการเมืองที่เกิดขึ้นรัฐบาล มีความรับผิดชอบอย่างหนึ่งก็คือจะต้องแก้ไขในเรื่องนี้ รัฐบาลเสนอแผนปรองดองแห่งชาติ รัฐบาลเรียกร้องความเชื่อมั่น รัฐบาลเสนอแผนปฏิรูปประเทศไทย กระบวนการเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ได้เปึนเรื่องของอนาคตทั้งสิ้น ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานในเบื้องแรก แล้วว่า การเมืองไทยอยู่ในวิกฤติและหนทางการออกจากวิกฤติได้มีหนทางเดียวคือต้องไป เลือกตั้ง ปัญหาว่าเราจะไปเลือกตั้งด้วยวิธีไหนครับ เราจะไปเลือกตั้งแบบที่เราเคยไป เลือกมาแล้ว มีคนชอบและมีคนไม่ชอบแน่นอน แต่ว่ารูปแบบนั้นวิธีนั้นมีเหตุปัญหาที่ แบรออยู่ตรงหน้าเราจะเดินกับปัญหานี้อย่างไร ผมถึงบอกว่าวันนี้การเสนอของรัฐบาล เสนอเพื่อการแก้ไข ๒ ประการนี้เปึนการเลือกเรื่องที่มาเสนอด้วยความรับผิดชอบในทาง การเมืองเปึนอย่างยิ่ง เพราะประเด็นที่นําเสนอเปึนปัญหาเร่งด่วนที่เราจะต้องหาทางออก ให้กับวิกฤตการณ์ในทางการเมืองของประเทศ และปัญหาของประเทศไทยเราได้สูญเสีย ความเชื่อมั่นไปนานเกินไปแล้วครับ รัฐบาลได้ใช้ความพยายามในการเรียกร้อง ความเชื่อมั่นกลับคืนมา ผมมั่นใจว่าวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางขึ้นสู่เวทีสากลวันนั้น คนไทยสบายใจ คนไทยมีความเชื่อมั่น และคนไทยมีความสุข แต่อุปสรรคของความร่วมมือ อุปสรรคของการสร้างความเชื่อมั่นอยู่ในบางมาตราที่เสนอแก้ไขในวันนี้ก็เปึนเพียงเพื่อที่ เราจะแก้ไขปัญหาพื้นฐานของเบื้องต้นที่ผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมถือว่าการเสนอของรัฐบาลในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับชอบหรือไม่ชอบ ไม่ใช่ เรื่องเกี่ยวกับเคยพูดอย่างหนึ่งแล้วมาพูดอีกอย่างหนึ่ง แต่สําหรับผมและผมแน่ใจว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภาเห็นตรงกับผมว่านี่เปึนความรับผิดชอบในทางการเมืองของรัฐบาลที่ต้อง เสนอแก้ไข แต่เมื่อเสนอมาแล้ว หลายท่านก็มีความวิตกกังวลว่าบางประเด็นที่เสนอมา มันน้อยไปไหม บางฉบับนี่ก็มากเกินไปไหม ถ้าเสนอแล้วไม่ผ่านเลยนี่ใครจะรับผิดชอบ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ต้องทําความเข้าใจกันเช่นเดียวกันครับ เพราะว่าวันนี้เรากําลัง ประชุมร่วมกันของรัฐสภาการตัดสินใจเรื่องของรัฐธรรมนูญ เปึนการตัดสินใจของรัฐสภาโดยแท้ รัฐบาลหลังจากที่ได้เสนอแล้วไม่มีสิทธิตัดสินใจอีกแล้วว่าจะเอาหรือไม่เอาในฐานะรัฐบาล เพราะแม้กระทั่งกรรมาธิการรัฐบาลยังเสนอเองไม่ได้เปึนเรื่องของรัฐสภา และในระบอบ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข ในระบบรัฐสภาที่เราเดินมาถึงทุกวันนี้ เปึนระบบรัฐสภาที่รัฐบาลเขาไม่ต้องมีเสียงข้างมากในรัฐสภา และมีเสียงข้างมาก ในรัฐสภาไม่ได้ด้วย รัฐบาลไม่สามารถมีเสียงข้างมากอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการผ่าน หรือไม่ผ่านรับผิดชอบหรือไม่รับผิดชอบเปึนเรื่องของสมาชิกรัฐสภาไม่ใช่เปึนเรื่องของ ผู้เสนอ ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่า คําถามในทางการเมืองนี่ มีการอภิปรายและมีการพูดจากันไป เพราะว่าข้อเสนอนี้รัฐบาลครั้งหนึ่งในประเทศไทยเราเคยมี อํานาจเหนือระบบ เราเคยมีอํานาจเหนือรัฐสภาในที่สุดเกิดอะไรขึ้นท่านประธานครับ ในที่สุด การเกิดอํานาจเหนือระบบ เกิดการแทรกแซงองค์กรอิสระ เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เกิดความปัืนป์วนในทางการเมือง เกิดวิกฤตการณ์ของประเทศนําไปสู่การรัฐประหาร สิ่งที่เราไม่ต้องการนี่ละครับ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลเขาไม่ได้มีเสียงข้างมากในรัฐสภา เพราะฉะนั้นคําตอบ ๔ คําถามนี้ ผมคิดว่าผมจําเปึนต้องกราบเรียนกับท่านประธาน เพื่อยืนยันว่า ๑. รัฐธรรมนูญต้องแก้ได้ ๒. การแก้นี้เพื่อระบบการเมือง เพื่อประเทศ และเพื่อประชาชน แล้วก็ผู้เสนอแก้ไขในวันนี้รัฐบาลได้เปึนคนเสนอมาซึ่งผมก็ต้องชมเชย และแน่นอนที่สุดความรับผิดชอบเปึนเรื่องของพวกเราทุกคน
ประการต่อไปครับท่านประธาน การเสนอแก้ไขในวันนี้อย่างที่ผมได้ กราบเรียนกับท่านประธานไปถึง ๔ ฉบับที่ว่า มันมีปัญหาทางการเมืองอยู่ด้วยอีก ๔ ประการ ๔ ประการนี้ที่ต้องกราบเรียนก็คือว่าความคิดเห็นของเราในการเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ชอบหรือไม่ชอบก็เปึนปัจจัยที่สําคัญอย่างหนึ่ง ผมกําลังเรียนกับ ท่านประธานว่าเวลาพูดถึงประเด็นในการแก้ไขมันมีปัญหาในทางการเมืองอยู่ด้วย ปัญหาในทางการเมืองที่ว่านั้นก็คือคนที่มาจากระบบเขตการเลือกตั้งแบบไหน คนที่เขา เคยได้ประโยชน์ในการเลือกตั้งในวิธีใด หรือเขาได้ประโยชน์อะไรจากการเลือกตั้งนั้น อยู่แล้วเขามักจะยึดติดในวิธีการนั้นเสมอ นี่ผมถือว่าเปึนธรรมดาและเปึนทั้งธรรมชาติ เพราะฉะนั้นประเด็นที่มีการพูดจากันทั้งหมดนี้หลายเรื่องจึงเปึนปัญหาทางการเมือง ที่เปึนวาทกรรมเพื่อที่จะพูดให้เกิดความเห็นที่ชอบหรือไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองคิดเท่านั้น
ประการที่ ๒ ในตัวตนของรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ผมบอกแล้วว่า รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่มีใครเห็นเหมือนกันหรอกครับ มีความเห็นแตกต่างกันแน่นอน มีความคิดไม่เหมือนกันแน่นอน ฉบับหลังสุดการไปลงประชามติ ๑๐ ล้านเสียงต่อ ๑๔ ล้านคน ต้องถือว่าเปึนความคิดในทางการเมืองที่แตกต่าง และในความแตกต่างนั้น มันไม่ได้เพียงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงถึงขนาดที่ว่าใกล้โดยเด็ดขาดเสียทีเดียว มันเปึน ความแตกต่างที่มีเหตุมีผลในตัวตนของตนเองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นด้วยความแตกต่างนี้ ละครับจึงเปึนเรื่องกําหนดของความชอบหรือไม่ชอบในรัฐธรรมนูญเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงไปสู่คําตอบว่าขอแก้หรือไม่ให้แก้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มีปัญหาทั้งในเรื่องของหลักการ ที่ควรแก้ไขหรือไม่ควรแก้ไข ประการนี้ก็คือเปึนเรื่องที่มีการถกเถียงแล้วก็โต้แย้งกันอีก เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ
ประการที่ ๓ ที่ผมต้องกราบเรียนก็คือว่าการแก้ไขหรือไม่แก้อะไรมันต้อง คํานึงถึงความเปึนไปได้ที่เราจะต้องนําเสนอเพื่อสู่การแก้ไขด้วย อย่างที่ผมกราบเรียน กับท่านประธานแล้วว่าเราเคยแก้รัฐธรรมนูญได้น้อยมาก และผมก็เปึนคนหนึ่งที่เคยผ่าน กระบวนการยอมรับในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญครั้งแรกแก้เรื่องเขตเลือกตั้ง เหมือนกัน ก่อนไปเลือกตั้งป้ ๒๕๒๖ ตอนนั้นก็กําหนดให้ทั้งจังหวัดเปึนเขตเลือกตั้ง กรุงเทพมหานครแบ่งเปึน ๓ เขต มีพระนครเหนือ พระนครใต้ แล้วก็ธนบุรี ๓ เขตเลือกตั้ง ๓ ส่วนนี้เปึนเขตเลือกตั้งใหญ่เกินไปไม่สอดคล้องกับความเปึนจริง สภาก็แก้ไขได้ เท่านี้ครับ เหตุที่ต้องแก้ไขได้เท่านี้ก็คือความเปึนจริงในทางการเมืองมันเปึนไปได้เท่านั้น ก็ต้องทําไปในลักษณะที่เท่านั้นจริง ๆ ต่อมาอีกเราจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หลังจาก เหตุการณ์ ๑๗ พฤษภา เราทําอย่างไรครับ ถ้าเรามาแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แน่นอนเราคง แก้ยาก ใช้วิธีแก้อย่างเดียวก็คือแก้แบบไปตั้ง สสร. ๑ ขึ้นมาทําหน้าที่ในการร่าง รัฐธรรมนูญ วันนั้นสภาผู้แทนราษฎรทําได้อย่างเดียวก็คือว่าอนุมัติกับไม่อนุมัติ แต่ในที่สุดผมและคนรุ่นผมสภาวันนั้นก็อนุมัติให้ไปทํา ผมบอกกับท่านประธานอย่างนี้ ก็คือว่าประเด็นที่จะนําไปสู่การแก้ไขเปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องใหญ่ ๑. พิสูจน์ได้ชัดว่า เราทําเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ เราทําเพื่อระบบการเมืองของประเทศ และสุดท้าย ก็คือว่าเราทําบนหลักการ บนพื้นฐานของความเปึนไปได้ของการแก้ไข ๒ ประเด็น ที่รัฐบาลนํามาสู่การแก้ไขนั้นมันเปึนประเด็นที่มีความเปึนไปได้เพราะผ่านกระบวนการ ศึกษา ผ่านกระบวนการเห็นพ้อง หรืออย่างน้อยที่สุดก็กระบวนการที่มีความเห็นแตกต่าง ในทางความคิดน้อยที่สุด เปึนไปได้ที่สุด นี่คือทําไมเสนอถึง ๒ เรื่อง ๒ ประเด็น ตามที่รัฐบาลเสนอมา ผมจะไล่มาทีละประเด็นอย่างนี้ท่านประธานครับ สิ่งที่เปึนของ คณะกรรมการภาคประชาชน ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอมา ร่างนี้ได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรมานานพอสมควรแล้วจริง เราไม่อยู่ในจังหวะ ที่หยิบขึ้นกันมาพิจารณา วันนี้ผมจึงบอกว่าเปึนวัน เวลาที่อยู่ในจังหวะในเวลาที่เหมาะสมที่สภาเราต้องให้ความจริง จากเรื่องนี้ ร่างนี้ไม่ใช่เปึนสิ่งที่ดีหรือไม่ดี แต่ร่างนี้ได้ถูกเสนอขึ้นบนเงื่อนไขเชิงสัญลักษณ์ ว่าปฏิเสธรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และจะเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับคืนมา ข้อเสนอ เชิงสัญลักษณ์นี้เปึนข้อเสนอที่มีสิทธิเสนอ แล้วก็เปึนการเคลื่อนไหวที่สร้างความเข้าใจ ได้ง่าย แล้วก็ตรงตามที่ผู้เสนอเขาต้องการจริง ๆ ท่านประธานครับ วันนี้เราไม่มีสิ่งนั้น อยู่แล้ว วันนี้เรากําลังพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราไม่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่แล้ว เราไม่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๔๗๖ อยู่แล้ว เราไม่มีรัฐธรรมนูญในอุดมคติแบบหลัง ๑๔ ตุลา เมื่อป้ ๒๕๑๗ อยู่แล้วครับ สิ่งนั้นได้ถูกฉีกทิ้งไปแล้ว แม้วิญญาณทางอารมณ์ ความรู้สึกยังดํารงอยู่ ตอนนี้เราพูดถึงการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ดีกว่ารัฐธรรมนูญ หลายฉบับที่ผ่านมา แต่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มีปัจจัยมีเงื่อนไขที่ต้องได้รับการแก้ไข อยู่หลายเรื่องเช่นเดียวกัน มีการศึกษามีการทํามาแล้วหลายรอบ แล้วก็มีปัญหา จนกระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาในเรื่องอะไรบ้าง ผมไม่ไปวิพากษ์ของภาคประชาชน ที่เสนอเข้ามา แต่ผมจะเรียนกับท่านประธานเพียงสัก ๒-๓ ประเด็นสั้น ๆ เท่านั้นเองว่า เรื่องเหล่านี้จึงยังไม่อาจที่จะยอมรับให้มีการแก้ไขได้ในปัจจุบัน เพราะไม่จริงในทางปฏิบัติ ที่จะทําได้ในเวลานี้ นั่นก็คือว่าการเสนอแก้ไขของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีปัญหาที่ทําให้เกิดการใช้อํานาจเหนือระบบในทางการเมืองขึ้น และในที่สุด เราก็จบลงด้วยการถูกรัฐประหารจริง ๆ นั่นก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้กําหนด ตัวแทนแบบใหม่ซึ่งทันสมัยมากครับ เปึนการเลือกตั้งเขตละคน แล้วก็มีบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน เปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของประเทศไทยที่เราเคารพทุกคะแนนเสียง ของประเทศนี้ เคารพอย่างไรท่านประธานครับ เราทําให้การเลือกตั้งออกเปึน ๔๐๐ เขต ๔๐๐ คน เปึนระบบวันแมนวันโหวต (One man one vote) ประชาชนทุกคนมีสิทธิเลือก ผู้แทนราษฎรได้ ๑ คน และคะแนนเลือก ๑ คนนี้มันเปึนการเลือกที่ผู้ชนะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้แพ้ได้ ๐ เปอร์เซ็นต์ การแข่งขันอย่างนี้เข้มข้น รุนแรง แล้วก็แตกหัก เราถึงออกแบบ ให้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มีระบบบัญชีรายชื่อเกิดขึ้น ระบบบัญชีรายชื่อที่ว่านี้ เปึนเพียงตัวเสริมระบบ ไม่ได้เปึนตัวนําระบบ แต่พอเราเขียนต่อไปอีกว่านายกรัฐมนตรี ต้องเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลต้องมาจากรัฐสภา คนที่เปึนผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจะต้องเข้าไปเปึนรัฐบาล เข้าไปเปึนรัฐมนตรี ต้องพ้นจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีผลอะไรเกิดขึ้นหลังจากการใช้ไปแล้ว ๒ ครั้ง ผลก็คือว่าทําให้ ผู้แทนราษฎรแบบปาร์ตี้ ลิสท์ที่เราเรียกว่าเปึนผู้แทนราษฎรมีเพื่อเสริมระบบนั้นกลายเปึน ตัวนําของระบบ เพราะรัฐบาลไม่มีวันที่จะตั้งคนเปึนผู้แทนเขตไปเปึนรัฐมนตรีได้ เพราะต้องออกจากการผู้แทนราษฎรและต้องไปเลือกตั้งซ่อม นี่เปึนปัญหาเบื้องต้น ของระบบการเมืองที่เปึนปัญหาและรอคอยการแก้ไขในอดีตมาแล้ว
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ การกําหนดบัญชีรายชื่อในระบบเก่านั้น ก็คือกําหนดให้มีตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป ก็แปลว่าเราต้องได้ ๕ เปอร์เซ็นต์ และจะได้ ๕ คน คนได้ ๔ เปอร์เซ็นต์ได้ ๐ การเมืองอย่างนี้เปึนการทําลายการเมือง เปึนการทําลาย พรรคเล็ก เปึนการทําลายโอกาสของคนมีเฉพาะที่ เปึนการทําลายของกลุ่มอาชีพ ผมได้รับโอกาสที่จะต่อไปครับ ผมจะใช้เวลาของพรรคประชาธิปัตย์ ผมจะใช้ต่อไม่นานนัก ท่านประธานครับ ผมอยากขอเปึนสัก ๓๐ นาที ท่านประธานครับ ผมขออธิบายต่อไปว่า สิ่งนี้เปึนความผิดพลาดของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐
ประการที่ ๓ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เป่ดโอกาสให้มีการควบรวม พรรคการเมืองที่เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งได้ทันที การเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๔๔ ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากครับมีพรรคการเมืองได้มากที่สุดจริง แต่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก เสียงข้างมากเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ เกิดจากการควบรวม ของพรรคการเมืองหนึ่งซึ่งมีอยู่ ๑๔ เสียง ไปบวกกับ๒๔๘ เสียง เปึน ๒๖๒ เสียง นาทีนั้น พรรคที่ได้ที่ ๑ ติดป้กบินเลยครับท่านประธานพรรคร่วมทั้งหลาย พรรคเล็กทั้งหลายก็ต้อง วิ่งไปหาแล้วก็ร่วมสังกัดกันเปึนรัฐบาลแล้วถูกกดดันให้ยุบตัวเองรวมกันเข้าเปึน พรรคการเมืองพรรคเดียว การควบรวมพรรคการเมืองวันนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ ทําให้เกิด การใช้ ทําให้คนที่เปึนนายกรัฐมนตรีคนที่เปึนรัฐบาลมีอํานาจเหนือสภาผู้แทนราษฎร โดยสิ้นเชิงและก้าวล่วงไปมีวุฒิสภาในสังกัด ทําให้รัฐบาลมีอํานาจเหนือระบบ การมีอํานาจเหนือระบบทําให้รัฐบาลมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทําให้รัฐบาลไปแทรกแซง องค์กรอิสระ ทําให้รัฐบาลไปมีอิทธิพลเหนืออํานาจอธิปไตยฝ์ายอื่นเช่นกระบวนการ ยุติธรรม ในที่สุดเกิดอะไรขึ้นครับ นี่เปึนปัญหาของระบบการเมืองต้องแก้ไขทั้งสิ้น
ประการที่ ๔ ซึ่งผมต้องการให้สั้นเข้ามา ก็คือว่าการแก้ไขที่เสนอมาแล้วนี้ มุ่งหวังที่จะยกเลิกบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีบทเฉพาะกาลไว้เพื่อที่จะให้กระบวนการที่ศาลเคยใช้ไปแล้ว คนที่ต้องโทษไปแล้ว ก็เปึนการนิรโทษกรรมให้กับคนที่ทําความผิดที่กระบวนการยุติธรรมได้ลงโทษไปแล้ว และผ่านพ้นไปแล้วมาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อให้พ้นโทษด้วย ท่านประธานครับ ๓ ประเด็นนี้มีอยู่ในการเสนอการแก้ไขนี้ เปึนสิ่งที่นําความขัดแย้งมาสู่สังคมไทยใหม่ แน่นอน สิ่งที่นํามาสู่การเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยได้อย่างยากเย็นแน่นอน และนํามา ซึ่งสู่การคัดค้านแน่นอน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และผมคิดว่าเสียงของรัฐธรรมนูญที่ ภาคประชาชนได้เสนอมานั้น ผมเคารพ ผมรับฟัง เพียงแต่ผมอธิบายกับท่านไปแล้วว่า การแก้ไขต้องอยู่บนความเปึนจริงและมีความเปึนไปได้ และไม่นําไปสู่ความขัดแย้งใหม่ อีกในอนาคต และนี่ไม่ใช่เปึนการแก้ไขครั้งสุดท้ายในทางการเมืองของประเทศนี้ ผมคิดว่า รัฐธรรมนูญต้องทําได้บ่อย ต้องทําได้หลายครั้ง ทําได้ทุกเวลาที่มีปัญหา
ฉบับต่อมาครับ ผมบอกไว้ว่าจะอภิปรายให้กับทุกฉบับ ก็คือว่าของเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอมา ๑๐๒ ท่าน เปึนข้อเสนอที่คล้าย ๆ กับเปึนข้อเสนอ ที่รัฐบาลนําของคณะกรรมการเข้ามาเสนอสู่สภาผู้แทนราษฎร ปัญหาอยู่ตรงนี้ สิ่งที่เสนอมา ๔๐๐ คน ๔๐๐ เขตเลือกตั้ง นี่เปึนการคํานวณความเปึนจริงที่มีอยู่แล้ว ในปัจจุบัน แต่ว่าในระบบของเราที่เราถูกออกแบบมา ระบบที่แบ่งออกเปึนเขตพื้นที่ ๘ เขตกับบัญชีรายชื่อทั่วประเทศมีความหมายแตกต่างกันเปึนการเฉพาะแน่นอน ครั้งที่เราทําการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่แล้ว ระบบบัญชีรายชื่อพรรคมีเบอร์เลือกตั้งเบอร์ ๑ ในขณะเดียวกันลงเขตเลือกตั้งมีเบอร์ ๑ เบอร์ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ ๔ เบอร์ ๕ เบอร์ ๖ เบอร์ ๗ เบอร์ ๘ เบอร์ ๙ ความไม่ตรงกันของพื้นที่เหล่านี้มันถูกออกแบบมาตามเงื่อนไข ของรัฐธรรมนูญ แต่ว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอมา แม้ผมจะได้เคารพแล้วผมก็คิดว่า เปึนสิ่งที่ต้องรับฟัง ก็มีปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ๔๐๐ คน แต่อีก ๘๐ คนกลายเปึนเรื่องของ ระบบในพื้นเดิมของระบบสัดส่วนที่มาจากเขตหนึ่ง ๒ คน ๓ คน ก็อาจจะไม่สอดคล้อง และความเปึนจริงที่เปึนอยู่จริง ผมจึงขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยรัฐบาล ไม่ใช่ ว่าแล้วประเด็นอื่นไม่คิดจะแก้ไขหรือครับ ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมยังมีความเห็นแตกต่าง และสภานี้ยังมีความเห็นแตกต่างกับสิ่งที่ ดํารงอยู่แล้วนี้มากมาย แต่ถ้าคํานึงถึงความเปึนจริง คํานึงถึงความเปึนไปได้ ตัวเลข ๓๗๕ คน กับ ๑๒๕ คนในระบบบัญชีรายชื่อเปึนจํานวนหนึ่งซึ่งสมาชิกมีสิทธิ วิพากษ์วิจารณ์ แต่ว่าสิ่งที่กําลังเสนอมานี้ ท่านประธานครับ เปึนสิ่งที่เสนอมาภายใต้ เงื่อนไขของการสร้างความเห็นพ้องเปึนประการสําคัญที่สุด ผมเปึนหนึ่งในคณะกรรมการ ศึกษาปัญหาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ เปึนหนึ่งในคณะกรรมการสมานฉันท์ ประเด็นเหล่านี้เปึนประเด็นที่ถูกนํามาสู่การพิจารณาร่วมแก้ไขเช่นเดียวกัน ผมจึงขอสนับสนุนร่างของรัฐบาล และคิดว่ามันเปึนสิ่งที่เปึนจริง และมีความเปึนไปได้ ในการทํางานของระบบรัฐสภาในวันนี้ และนี่ถือว่าเปึนความรับผิดชอบอย่างยิ่ง ของรัฐบาลที่ต้องการนําการเมืองออกจากวิกฤติ และแก้ไขปัญหาของประเทศ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านสุรพงษ์นะครับ ท่านมีเวลา ๒๐ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การอภิปรายของผมในวันนี้ในฐานะ ส.ส. ฝ์ายค้าน ต้องยืนยันครับ ว่าพวกผมเห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยภาคประชาชน ๗๑,๐๐๐ กว่าคน และไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมของรัฐบาลที่เสนอ มาทั้ง ๒ ฉบับ ฉบับแรก เรื่องที่มาของ ส.ส. มาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ ไม่เห็นด้วย ฉบับที่ ๒ เรื่องการทําหนังสือสัญญากับต่างประเทศ มาตรา ๑๙๐ ไม่เห็นด้วย ร่างที่เสนอโดย ส.ส. ๑๐๒ คน จากพรรคร่วมรัฐบาล ไม่เห็นด้วย ผมมีเหตุผลครับว่าเหตุใดจึงไม่เห็นด้วยกับ การเสนอของรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาล ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ท่านประธานต้องยอมรับว่าประชาชนจะต้องได้รับประโยชน์อย่างแน่นอน ถ้าเขาไม่ได้ รับประโยชน์เขาจะเสนอเข้ามาทําไม โดยเฉพาะ ๗๑,๐๐๐ กว่าคนที่เข้าชื่อเสนอกฎหมาย ก็เปึนผู้มีสิทธิในการเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่เสนอลงนามมา เข้าชื่อกันมา ๒๐๐,๐๐๐ กว่าชื่อ แต่คัดแล้วเหลือ ๗๐,๐๐๐ กว่าชื่อ ท่านประธาน ความแตกต่างที่รัฐบาลเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญขึ้นมาก็ด้วยการศึกษาของนายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเปึนประธานคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตั้งขึ้นมาภายหลังเหตุการณ์เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ป้ ๒๕๕๓ เมื่อป้ ๒๕๕๒ ท่านประธาน คณะกรรมการอีกคณะหนึ่งก็ถูกตั้งขึ้นมา คณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปทางการเมือง และศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีนายดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธานคณะกรรมาธิการ คณะนั้นตั้งขึ้นมาเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒ ภายหลัง เหตุการณ์สงกรานต์เลือด ผมมองอย่างนี้ครับท่านประธาน ทั้ง ๒ คณะตั้งขึ้นมานั้น รัฐบาลต้องการเพียงยื้อเวลาและแก้เกี้ยว เพราะต้องการความปรองดองให้เกิดขึ้น อ้างไปอย่างนั้นละครับ แต่เอาเข้าจริง ๆ แล้วมันมีวาระซ่อนเร้นมากมาย เดี๋ยวผมจะชี้ ให้สังคมไทยได้ฟังครับ ท่านประธาน โดยเฉพาะชุดของคณะกรรมการ ท่านสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ท่านสรุปเอาดื้อ ๆ สรุปง่าย ๆ ครับ ว่าประชาชนเห็นด้วยกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นนี้ โดยใช้วิธีการเป่ดคู่สายโทรศัพท์ แล้วให้ประชาชนโทรศัพท์ เข้ามา ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่ามีคนโทรศัพท์เข้ามา ๑,๖๐๐ กว่าราย แล้วก็ สรุปเอาเลยว่าประชาชนเห็นด้วย ถามว่า ๑,๖๐๐ กว่ารายที่โทรศัพท์มานั้นมีสิทธิ ในการเลือกตั้งไหม เหมือนกับที่ภาคประชาชนเสนอมา ๗๑,๐๐๐ ชื่อหรือไม่ โมเม เอาง่าย ๆ โดยใช้หลักวิชาการมั่ว ๆ ท่านประธาน แบบนี้ยอมรับไม่ได้ แล้วยังไปให้ สัมภาษณ์อีกว่าที่จริงแล้วได้ให้สํานักงานสถิติแห่งชาติไปสอบถามพี่น้องประชาชน ในแบบสอบถาม ผมอยากจะถามครับว่าเจ้าหน้าที่สํานักงานสถิติไปกรอกเองหรือไม่ มีหลักฐานอะไร เชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน สิ่งเหล่านี้ละครับท่านประธาน ผมถึงไม่เห็นด้วยกับการที่ รัฐบาลเสนอ ๒ ร่างนี้เข้ามา และคนที่ได้ประโยชน์เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกถามว่า พอแก้ประเด็นเหล่านี้แล้วใครได้ประโยชน์ แม้กระทั่งนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์บอกว่า ถ้าแก้ ๖ ประเด็นตามคณะกรรมการชุดคุณดิเรก นักการเมืองได้ประโยชน์ แต่ถ้าแก้ ๒ ประเด็นนี้คุณอภิสิทธิ์พูดเหมือนกับว่าประชาชนจะได้ประโยชน์ ผมจะบอกให้สังคม ได้รู้เลยว่านายอภิสิทธิ์ได้ประโยชน์กับพรรคพวกแค่นั้นเอง ผมมีเหตุผลประกอบครับ เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล
ประการแรก ผมรู้สึกแปลกใจและไม่เข้าใจ รัฐบาลโดยการนําของนายอภิสิทธิ์ อ้างว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นนี้จะทําให้เกิดความปรองดองขึ้นในประเทศ มันอดคิด ไม่ได้ท่านประธาน ถ้าแก้เรื่องเขตเลือกตั้ง มาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ นายอภิสิทธิ์จะได้ ประโยชน์ คือจะได้ไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกับพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคภูมิใจไทย ใช่หรือไม่ แก้ความขัดแย้งครับ จะได้ปรองดองกับพรรคเล็ก แล้วก็เปึนการเป่ดโอกาส ให้พรรคเล็ก ๆ เอาชนะพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้ง สอดแทรกเข้ามา การกระทําอย่างนี้ พูดง่าย ๆ ว่านายอภิสิทธิ์เอาใจพรรคร่วมรัฐบาล
ประเด็นที่สอง ที่แก้มาตรา ๑๙๐ ถ้าแก้หนังสือสัญญาระหว่างประเทศ นายอภิสิทธิ์ก็จะได้แอบไปทําข้อตกลงกับประเทศกัมพูชา โดยกลุ่มพันธมิตรไม่ต้องรับรู้ ก็จะออกมาประท้วงไม่ทัน รัฐบาลจะได้ไม่ต้องทะเลาะหรือขัดแย้งกับกลุ่มพันธมิตร เห็นไหมครับได้ประโยชน์อีก หรืออาจจะแอบไปทําข้อตกลงกับต่างประเทศเช่นประเทศจีน ในกรณีรถไฟฟัาความเร็วสูง เพราะมันมีข่าวลือครับว่ามีเงินมหาศาลตกหล่นที่พวกผม ได้อภิปรายไปท่านประธาน อันนี้เปึนประโยชน์ถึงได้แก้มาตรา ๑๙๐ ท่านประธาน นายอภิสิทธิ์ต้องยอมรับว่าฉลาด พรรคประชาธิปัตย์ฉลาดแน่นอน ถ้าไม่เห็นประโยชน์ ก็ไม่แก้หรอกครับ ถามว่าทําไมชุดของท่านดิเรกบอกให้เสนอแก้เรื่องที่มาของ ส.ว. ว่า ต้องมาจากการเลือกตั้ง ทําไมรัฐบาลไม่หยิบยกเข้ามา กลัวใช่ไหมครับ นายอภิสิทธิ์ กลัวว่าถ้าหยิบยกเข้ามา เพื่อน ๆ สมาชิกวุฒิสภาจะไม่โหวตสนับสนุนรัฐธรรมนูญ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน แบบนี้เหมือนกับการให้สินบนครับท่านประธาน มันต้องแก้ ให้ถูกต้อง ประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกตัวแทนของตนเอง การแก้ปัญหาให้ประชาชน ของ ส.ส. ส.ว. ที่พวกผมเคยให้การสนับสนุนพี่น้องประชาชนในการช่วยเหลือ เมื่อประชาชนทุกข์ยาก ประชาชนประสบความยากลําบาก พวกผมทําหนังสือถึงรัฐบาลได้ เพื่อเรียกร้องให้รัฐมนตรี รัฐบาล ไปดูแลปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน วันนี้พวกผม ทําไม่ได้มันอะไรกัน ต้องถามสิ่งเหล่านี้ครับท่านประธาน
ที่สําคัญที่สุดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน อย่างแท้จริง ท่านประธานคงจะจําได้นะครับว่าที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ในป้ ๒๕๔๐ สมัยนั้นมาจากการเลือกตั้ง มาจากประชาชน ไม่ได้มาจากคณะปฏิรูป ไม่ได้มาจากการรัฐประหารเหมือนตอนร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยเฉพาะการทําประชามติรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อยู่ภายใต้อํานาจของรัฐ อยู่ภายใต้ ปลายกระบอกป๋นของฝ์ายทหาร โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ของผม อยู่ภายใต้ สถานการณ์การประกาศกฎอัยการศึก แล้วถามว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะเปึน ของประชาชนหรือ วันนี้มาอ้างกันว่า ๑๔ ล้านคนเห็นชอบ แต่จริง ๆ แล้วท่านประธาน รู้ไหมครับว่า ๑๔ ล้านคนนั้นบางคนถูกหลอกให้ไปรับร่างก่อน ให้ไปลงประชามติก่อน จะได้มีการเลือกตั้งแล้วค่อยมาแก้ทีหลัง ประชาชนเขาซื่อสัตย์ เขาต้องการเห็นความสงบ ก็ไปลงประชามติ โดยฝ์ายผู้มีอํานาจหลอกลวงเขา อันนี้คือประการแรกที่ผมไม่เห็นด้วย
ประการที่สองครับท่านประธาน ที่ผมแปลกใจและไม่เข้าใจคือ กลุ่มคน หลาย ๆ กลุ่มที่เคยออกมาสนับสนุนคัดค้านไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยลงมติว่าไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการสมานฉันท์ชุด คุณดิเรก ถึงฝัืง ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น โดยอ้างเหตุผลนานาประการครับ โดยเฉพาะอ้างว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพิ่งจะเริ่มใช้ได้ไม่กี่ป้ต้องใช้ไปสักระยะหนึ่งก่อน แล้วค่อยแก้ไข วันนี้กลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ได้แสดงให้สังคมได้เห็นถึงธาตุแท้ของตนเอง ล้วนแล้วแต่เล่นปาหี่หลอกลวงประชาชนมาโดยตลอด โดยเฉพาะพรรคเก่าแก่ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ที่นําโดยนายอภิสิทธิ์ เล่นการเมืองโดยหวังเพียงแค่ความอยู่รอด ของตนเองในตําแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียงเท่านั้น
เดี๋ยว ท่านประท้วง อะไรครับ เชิญ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าผู้อภิปรายขณะนี้ผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ อภิปรายเสียดสีแล้วก็ใส่ร้าย ความคิดเห็นของประชาชนหรือสมาชิกเปึนความคิดเห็น ส่วนบุคคลนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านอภิปรายในส่วนที่ท่านในฐานะสมาชิกของ พรรคเพื่อไทย ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรกับรัฐธรรมนูญ ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยว่า มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของสมาชิกของพรรคผมครับท่านประธาน
ท่านสุรพงษ์พยายามพูด ในประเด็นนะครับ
(นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงอะไรอีกครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ในนามสมาชิก รัฐสภา ผมขอประท้วงท่านที่กําลังอภิปราย ผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ วรรคสองครับ ท่านประธาน ใส่ร้าย ปัายสี เอ่ยชื่อท่านนายกรัฐมนตรีไม่ต่ํากว่า ๗ ครั้งโดยที่ไม่เหมาะสม ผมอยากจะให้ท่านประธานวินิจฉัยกับผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่เดี๋ยวนี้เลยครับท่านประธาน
ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านพยายามอย่าพูดถึงคนอื่นโดยไมจําเปึนนะครับ เชิญท่านสุรพงษ์ต่อครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ที่จริงแล้ววันนี้ผมจะอภิปรายให้สังคมได้เห็นว่าการแก้ รัฐธรรมนูญของรัฐบาล ๒ ประเด็นนี้ใครได้ประโยชน์ ซึ่งผมก็พูดให้ฟังแล้วว่านายอภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรัฐมนตรีได้ประโยชน์ เอาความจริงมาพูดครับ ไม่ได้ไป เสียดสีเลย ท่านประธานฟังต่อนะครับว่านายกรัฐมนตรีเขาแก้รัฐธรรมนูญนี้ประโยชน์ นอกจากตกกับท่านแล้วพวกพ้องครับ พรรคร่วมรัฐบาล พรรคเล็กพรรคน้อยได้ประโยชน์ แล้วดูเหมือนว่าท่านจะปราศจากหลักการ ไม่มีจุดยืนเหมือนท่านประธานที่ปรึกษา ของพรรคในอดีตที่ผมเคยเคารพ เมื่อเปึนฝ์ายค้านพูดอย่างหนึ่ง พอเปึนรัฐบาล นายอภิสิทธิ์พูดอีกอย่างหนึ่ง
ประการที่สามท่านประธาน ที่ผมแปลกใจและไม่เข้าใจเดี๋ยวรอ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์มาตอบครับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอให้ สสร. ในสมัยคณะปฏิรูป
เดี๋ยว ๆ ท่านประท้วง อะไรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่า ข้อบังคับของการประชุมรัฐสภากําหนดไว้ชัดเจนโดยเฉพาะ ข้อ ๔๓ ท่านประธาน จะเห็นว่าช่วงท้ายของวรรคสอง ห้ามผู้อภิปรายแสดงกิริยา หรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ ใส่ร้าย หรือเสียดสีบุคคลใด และห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ หรือออกชื่อสมาชิกรัฐสภา หรือบุคคลใดโดยไม่จําเปึน ท่านประธานครับ ขณะนี้ผู้อภิปรายได้กล่าวเสียดสี ถึงนายอภิสิทธิ์หลายครั้งนะครับ ซึ่งคิดว่าไม่จําเปึนครับ ท่านจะกล่าวเสียดสี ก็กล่าวเสียดสีในนามคณะรัฐบาลที่เสนอออกกฎหมายก็เปึนเรื่องหนึ่งครับ แต่ขณะนี้ ท่านผิดข้อบังคับอย่างชัดเจน ขอให้ท่านประธานรัฐสภาได้ควบคุมการประชุมด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
อย่างที่ผมบอก ท่านสุรพงษ์พยายามอย่าพูดถึงคนอื่นโดยไม่จําเปึนนะครับ เชิญท่านต่อนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีมีอะไร ท่านถูกพาดพิงเดี๋ยวท่านแก้ไขเองนะครับ เชิญท่านสุรพงษ์ครับ
ถูกต้องแล้วครับท่านประธาน เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็จะแก้ไขในสิ่งที่ผมพาดพิงไป ถ้าผมพูดผิดเดี๋ยวท่านแก้ไขเอง ผมก็เสียหายเอง ท่านประธาน เมื่อครั้งที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเปึนหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ท่านได้เคยเสนอให้ สสร. ในสมัย คณะปฏิรูปการปกครอง หรือ คปค. ยกร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยให้ใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ คือเขต ส.ส. ๓ คนแทนเขตเดียวเบอร์เดียวที่พรรคประชาธิปัตย์เคยพ่ายแพ้ต่อ พรรคไทยรักไทยสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชนิดที่เรียกได้ว่าแพ้แบบย่อยยับนะครับ พรรคเล็กพรรคน้อยในสมัยนั้นแทบไม่ได้ผุดได้เกิด มีการแบ่งโซนของ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเปึน ๘ โซน หรือ ๘ เขต ทําให้พรรครัฐบาลตอนนี้ ปชป. มีโอกาส ได้จํานวน ส.ส. แบบสัดส่วนหรือแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มมากขึ้น วันนี้ผมแปลกใจว่า นายอภิสิทธิ์ให้แก้รัฐธรรมนูญและลดจํานวน ส.ส. เขตลง และเพิ่ม ส.ส. แบบสัดส่วน เชื่อว่าต้องมีวาระซ่อนเร้นอย่างแน่นอน หรืออาจจะค้นพบวิธีการที่จะใช้รัฐธรรมนูญ ที่แก้ไขฉบับนี้เอาชนะการเลือกตั้ง ชนะพรรคเพื่อไทย เพื่อจะได้กลับมาเปึนรัฐบาล อีกครั้งหนึ่งร่วมกับพรรคเล็กพรรคน้อยก็เปึนได้ อันนี้คือประการที่สาม
ประการที่สี่ ประการสุดท้ายแล้วครับท่านประธาน ที่ผมแปลกใจและไม่เข้าใจ คือเหตุใดรัฐบาลโดยนายอภิสิทธิ์เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแบ่งแยกออกมาเปึน ๒ ฉบับ หรือพูดง่าย ๆ ว่า ๒ ร่าง ร่างที่ ๑ เรื่องที่มาของ ส.ส. มาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๘ ร่างที่ ๒ ทําหนังสือสัญญา มาตรา ๑๙๐ ผมไม่เข้าใจทําไมไม่รวมไว้อยู่ในร่างเดียวพิจารณา ไปทีเดียวพร้อม ๆ กัน แต่พอคิดลึก ๆ ติดตามให้ทันแสดงว่ารัฐบาลมีลูกเล่นครับ มีลูกเล่น เพื่อจะใช้เล่นเกมทางการเมืองอย่างปฏิเสธไม่ได้ ผมคิดว่าอาจจะมีการเสนอการแปรญัตติ เปลี่ยนแปลงจํานวน ส.ส. ทั้งแบบเขตหรือแบบสัดส่วน หรือที่มาของ ส.ส. เพราะเกรงว่า จะมีความขัดแย้งเกิดขึ้นในพรรคตนเองหรือพรรคร่วมรัฐบาลก็เปึนไปได้ ท่านประธานอาจจะมีอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องการจะอาศัยรัฐธรรมนูญนี้ลดจํานวน ส.ส. เขต ในพื้นที่ที่พรรคเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในภาคเหนือ ภาคอีสาน ตัดจํานวน ส.ส. ลง เพราะวันนี้ ส.ส. เขตมี ๔๐๐ คน พอเหลือ ๓๗๕ คน หายไป ๒๕ คน ที่หายไปนั้นเอาไปตัดในภาคเหนือกับภาคอีสาน อย่างนี้เปึนผลประโยชน์ ซ่อนเร้นหรือไม่ท่านประธาน ผมจะสรุปนะครับ ผมจะสรุปอย่างนี้ พวกผมในฐานะ ฝ์ายค้านขอยืนยันว่าจะไม่เข้าร่วมเปึนกรรมาธิการในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ตามที่รัฐบาลเสนอ นอกเสียจากว่ารัฐบาลจะยอมให้นําเอาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่เสนอโดยภาคประชาชนเปึนหลัก ในการพิจารณาร่วมกัน อันนี้พวกผมจะเข้าร่วมครับ
ประเด็นที่ ๒ พวกผมขอยืนยันผ่านประธานรัฐสภาไปยังพี่น้องประชาชน ที่ฟังการอภิปรายในวันนี้ หากพรรคเพื่อไทยไม่ได้ร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ในชั้นของกรรมาธิการ ขอให้พี่น้องประชาชนอดทนรอครับ รอไปเพราะถ้าพรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และมีจํานวน ส.ส. ได้เกินกึ่งหนึ่งของ รัฐสภาแห่งนี้พวกผมจะแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้กลับไปเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ฉบับประชาชนอย่างแน่นอน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้พิสูจน์ให้สังคมได้เห็นแล้วว่า การทุจริต การเข้าไปก้าวก่ายในส่วนราชการน้อยกว่ารัฐบาลชุดนี้ซึ่งใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานจะเห็นตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันเกิดการทุจริต มาโดยตลอด ทุจริตอย่างมากมาย ยกตัวอย่าง รัฐมนตรีปลากระปิองเน่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขลาออกเพราะโครงการไทยเข้มแข็ง รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ลาออกเพราะโครงการ
เดี๋ยวท่านมีผู้ประท้วง อะไร เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านผู้อภิปราย ในข้อ ๔๓ ท่านกําลังอภิปรายใส่ร้ายเสียดสีเกินความจําเปึน ท่านอภิปรายด้วยน้ําเสียง ด้วยสีหน้า แววตา เหมือนสมัยด่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ให้พวกเราฟังอย่างยับเยิน ท่านประธานควบคุมด้วยครับ
ไม่ได้ประท้วง อะไรนะครับ เชิญท่านต่อ
(นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก ได้ยืน และยกมือขึ้น)
เดี๋ยวท่านประท้วงอะไรต่อ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ท่านประธาน จะเห็นว่าเพื่อนผมที่เปึน ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์พยายามลุกขึ้นมาประท้วงเพื่อให้ ท่านประธานควบคุมการประชุมครับ ขอความกรุณาท่านประธานผมประท้วงท่านว่า เวลาที่ท่านฟังผู้อภิปรายแล้วเห็นว่าอยู่นอกประเด็นเปะปะระรานไปทั่วครับ ไล่ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรีไปถึงรัฐมนตรีไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเลยท่านประธานครับ ถ้าท่านไม่คุมการประชุมผมว่าสภาเดี๋ยวอีกหน่อยจะลําบาก ขออนุญาตท่านประธานครับ
ผมควบคุมเต็มที่แล้ว ก็ทุกคนก็มีสิทธิที่จะพูดอภิปรายนะครับ ท่านพูดใส่ร้ายเสียดสีผมก็จะควบคุม แต่ถ้าผิดข้อบังคับหรือไปทําอย่างอื่นคนที่เกี่ยวข้องก็จะต้องมาชี้แจงนะครับ แล้วชี้แจง ประชาชนที่ฟังก็วินิจฉัยได้เอง
(นายอสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล ได้ยืน และยกมือขึ้น)
เชิญท่านต่อนะครับ ท่านประท้วงต่อ เชิญครับ
ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านประธานในข้อ ๘ เหมือนกันครับ ตรงที่ว่าท่านไม่ควบคุมการประชุมท่านต้องแยกให้ชัดเจนว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็เปึนอย่างที่ท่านผู้นี้พูดครับ แต่ว่าวันนี้ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะฉะนั้นท่านไม่สามารถจะไปกล่าวหาใคร หมดนะครับ ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีไปถึงรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่หลายเรื่องก็ได้รับการพิสูจน์แล้ว ตั้งคณะกรรมการสอบแล้วไม่มีความผิดท่านก็ยังพูดอีกครับ เพราะฉะนั้นท่านประธาน จะต้องควบคุมให้ดีนะครับว่าอย่าพูดให้มันเกินไป ผมก็ไม่ทราบว่าท่านมีปัญหาเรื่อง สติปัญญาหรือเปล่า ถ้ามีก็ไม่เปึนไร
เอาล่ะครับ ผมวินิจฉัย แล้วอย่างไรครับว่าเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีก็มาชี้แจงอยู่แล้ว ก็จะจบแล้วนะครับ เชิญท่านสุรพงษ์ให้จบนะครับ
ขอบคุณท่านประธาน ที่ผมชี้แจงเรื่องรองนายกรัฐมนตรี เรื่องรัฐมนตรีลาออก ก็เพราะว่า มีเหตุผลเรื่องการใช้รัฐธรรมนูญ การควบคุมการทุจริตมันทําได้ลําบาก โดยเฉพาะอีกเคส (Case) หนึ่ง อีกกรณีหนึ่งที่ผมอยากจะยกตัวอย่าง กรณีผู้ว่า กทม. ลาออก เพราะรถ และเรือดับเพลิงท่านประธาน มันเปึนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น การทุจริตเปึนเหตุผลหนึ่งที่เกิด การปฏิวัติฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ท่านประธานครับ
สรุปข้อที่ ๓ นะครับ จะจบแล้วครับ ข้อสุดท้ายแล้วครับ วันนี้พี่น้องประชาชน คงจะได้เห็นพฤติกรรมหลอกลวง เล่นเกมการเมือง ของหัวหน้ารัฐบาล โดยปราศจาก ความจริงใจต่อพี่น้องประชาชน เห็นแก่ประโยชน์พวกพ้องและตนเองเท่านั้น จากเหตุผล ที่ผมได้อภิปรายมา ผมอยากจะให้พี่น้องประชาชนที่ฟังการอภิปรายของผมในครั้งนี้ ลองถามตัวท่านเองว่าที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ให้รัฐบาลเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นนี้ พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อะไรบ้าง พี่น้องประชาชนจะปรองดอง สมานฉันท์ สามัคคี กันเพิ่มขึ้นหรือไม่ ความเปึนอยู่ของพี่น้องประชาชนจะดีขึ้นไหม หรือว่ารัฐบาลชุดนี้จะได้ อยู่ในอํานาจนานขึ้นเพื่อต่อยอดการโกงทุจริตงบประมาณแผ่นดินที่แพร่ระบาด ผุดโผล่ขึ้น เหมือนดอกเห็ดอยู่เช่นทุกวันนี้
สุดท้ายที่ผมไม่สบายใจที่สุดคือข้อความที่มติชนส่งมาในมือถือผมนะครับ เขียนอย่างนี้ครับว่า ชวนดักคอสุเทพเลิกใช้บารมีขู่ตัดท่อน้ําเลี้ยง ส.ส. โหวตแก้รัฐธรรมนูญ อันนี้ไม่สบายใจ ขอบคุณครับท่านประธาน
เดี๋ยวมีท่านวิรัตน์ เชิญครับ ท่านวิรัตน์ท่านมีอะไร
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพต่อการทํา หน้าที่ของท่านประธานนะครับ ผมเคารพมาตลอด แต่ว่าสมาชิกพรรคเพื่อไทยท่านที่ กําลังจบอภิปรายไป ผมไม่อยากขัดใจนะครับ แต่ว่าด้วยความเคารพ ตีกินครับ ไปพาดพิง ถึงท่านอภิรักษ์คนนอกสภาแล้วก็ไปกล่าวหาว่าทุจริต การกระทําลักษณะเช่นนี้ ท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ ท่านต้องควบคุม เพราะว่าเดี๋ยวมันก็เปึนคดีฟัองร้อง เดี๋ยวก็เปึน การกล่าวหาบุคคลซึ่งอยู่นอกสภาซึ่งไม่ถูกไม่ต้องนะครับ แล้วก็ไปกล่าวหาเยอะแยะ ท่านประธานกรุณาเถอะครับ การประชุมรัฐสภาจะได้เดินโดยสะดวก ด้วยความเคารพนะครับ
ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านที่พูด บุคคลภายนอกสภาท่านต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องหมิ่นประมาทเอาเองส่วนที่อยู่ในสภา ผมบอกแล้วอย่างไรครับ เดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีก็มาตอบ ก็ฟังเหตุฟังผลกัน ถ้าเผื่อ มีเหตุผลดีคนที่พูดก็ไม่ได้รับการนิยมนับถืออยู่แล้ว
(นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ได้ยืนและ ยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงอะไรเชิญครับ
ท่านครับ ผมยืน ประท้วงเปึนคนแรกแต่ท่านไม่ได้ชี้เลยนะครับ ตกลงใครยืนก่อนแล้วท่านจะชี้ให้หรือว่าใคร ก็ได้ครับ
เดี๋ยวเอาท่านประมวลนะครับ
ท่านประธาน ผมยกมือตั้งแต่ก่อนอภิปรายจะเสร็จแล้วครับ ท่านประธานชี้ผมแล้วนะครับ
เอานะครับ ท่านประมวล บอกท่านยกก่อนนะครับ ขอให้ท่านประมวล ท่านอยู่ที่เดียวกันอยู่แล้วนะครับ
ไม่เปึนไรครับ ให้ท่านธนาก่อนก็ได้ครับ เพราะท่านยกก่อนผมก็ไม่เปึนไรครับ เชิญท่านครับ
เชิญท่าน ท่านประท้วงอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภากับท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน จะเห็นได้ว่าผมไม่ได้ลุกขึ้นมาประท้วงในเวลาที่สมาชิกรัฐสภาพรรคฝ์ายค้านได้ลุกขึ้นอภิปราย แต่ผมรอให้อภิปรายจบเพื่อผมจะประท้วงท่านประธาน ประท้วงท่านประธานในการใช้ดุลยพินิจของท่านประธานจะทําให้การประชุมเดินหน้าไม่ได้ ท่านประธานต้องไปดูข้อบังคับการประชุมครับ ข้อบังคับการประชุมห้ามสมาชิกกล่าวใส่ร้าย ปัายสีบุคคลอื่น นั่นหมายถึงว่าห้ามกระทําการ แล้วสิ่งที่อภิปรายในวันนี้เปึนเรื่องกฎหมาย รัฐธรรมนูญเปึนเรื่องความเชื่อของแต่ละบุคคล ท่านให้ความเชื่อของคนคนหนึ่งกล่าวหา ใส่ร้ายบุคคลอื่น แล้วท่านก็วินิจฉัยว่าเดี๋ยวท่านนายกรัฐมนตรีก็จะลุกขึ้นมาตอบโต้ข้อพาดพิง ท่านต้องการอย่างนั้นหรือครับ แล้วถ้าทุกคนใช้สิทธิพาดพิงกันหมด แล้ววันนี้เราจะได้ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนเรื่องสําคัญของประเทศไหมครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อมีการกล่าวใส่ร้ายปัายสี ท่านประธานต้องใช้อํานาจของประธานในที่ประชุมสั่งให้ ผู้อภิปรายยุติ เพราะเรื่องวันนี้ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เปึนเรื่อง ผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธาน ใช้ดุลยพินิจอย่างนี้ ท้ายที่สุดการประชุมวันนี้จะเดินหน้าไม่ได้ นั่นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ การกล่าวถึงบุคคลภายนอกยิ่งไม่ควรกระทําอย่างยิ่ง ท่านประธานต้องยุติทันทีครับ เพราะบุคคลภายนอกเขาไม่ได้มีส่วนได้เสีย และไม่สามารถ มาตอบโต้ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้ และท่านประธานก็ทราบดีครับว่า สมาชิกที่เอ่ยเมื่อสักครู่นี้ เพราะบุคคลดังกล่าวนั้นกําลังอยู่ในระหว่างการเลือกตั้ง มีผลได้ผลเสียประชาชนรับฟัง โดยที่เขาไม่มีโอกาสมาตอบโต้ ท่านประธานไม่สมควรปล่อยให้พฤติกรรมอย่างนี้อยู่ใน สภาผู้แทนราษฎร แน่นอนครับพี่น้องประชาชนทราบดีว่าใครพูดจาอย่างไร พิพากษา คน ๆ นั้นได้ แต่บางครั้งการพิพากษามันใช้เวลานานเกินไปครับท่านประธานไม่สมควร ให้คนไม่ดีทําร้ายคนดี ๆ ครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ
ครับ ท่านธนาผมวินิจฉัย ไปแล้วนะครับ เชิญท่านประมวลนะครับ ท่านมีอะไร
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ผมฟังท่านผู้อภิปรายที่พูดจบไปครั้งที่แล้ว ที่เพิ่งผ่านมานี่ผมก็ไม่สบายใจในข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ท่านบอกว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนกับไปบังคับพรรคร่วมรัฐบาลให้การเสนอ แก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เพราะว่ามันไม่ถูกต้อง เพราะการเสนอการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้เราก็ร่วมกันทุกคนนะครับ เพราะว่ามันไม่ถูกต้องที่จะมากล่าวร้ายปัายสี พรรคประชาธิปัตย์อย่างเดียว ในฐานะผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนท่านตรง ๆ ก็ได้ว่าผมอยากจะฟังคําอภิปรายมีเหตุมีผล การตัดสินใจวันที่ ๒๕ เปึนเรื่องของผมที่จะ ตัดสินใจ เพราะฉะนั้นอภิปรายอะไรขอให้เปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่กําลังฟังอยู่ ว่าเราแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลอะไรนะครับ ถ้าท่านพูดพาดพิงเสียดสีกันโดยตลอด อย่างไรก็ต้องขึ้นประท้วง และไม่มีทางจบนะครับท่าน ขอบคุณท่านประธานนะครับ
ครับ ท่านวิทยาครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตใช้สิทธิ พาดพิงครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกที่เพิ่งนั่งลง ผมไม่เอ่ยชื่อหรอกครับ ก็เปึนข้อบังคับว่า อย่าเอ่ยชื่อเพื่อนสมาชิกโดยไม่จําเปึนได้กล่าวทํานองว่า เพราะเหตุของรัฐธรรมนูญ ทําให้มีการทุจริตคอร์รัปชันกันมาก ยกตัวอย่าง เช่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในโครงการไทยเข้มแข็งใครฟังก็จะเกิดความรู้สึกว่าอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ไปกระทําการทุจริตในโครงการไทยเข้มแข็ง ผม วิทยา อดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขและเปึนคนที่ลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เหตุผลที่ลาออกมีแค่นี้ครับ ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เปึน ส.ส. ครับ ต้นทุน ทางการเมืองของพวกเราทุกคนต่ําครับ เวลาเราไปเถียงกับคนอื่น เราด่ากันมาโดยตลอดครับ และต้นทุนเราต่ํา วันที่คณะกรรมการซึ่งผมเสนอตั้งให้มาสอบสวนโครงการไทยเข้มแข็ง ในกระทรวงสาธารณสุข ผมเสนอตั้งเขาเองครับ และเมื่อเขาไปตรวจสอบเขาบอกว่า มีการเตรียมการทุจริต ซึ่งผมได้ใช้มาตรการปัองกันก็คือการไม่อนุมัติเงินโครงการไทยเข้มแข็ง แม้แต่บาทเดียว เพราะฉะนั้นการทุจริตยังไม่เกิด แต่เมื่อเขาวินิจฉัยว่ามีการตระเตรียมการ ผมในฐานะรัฐมนตรีเขาหาว่าผมบกพร่องครับ เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกครับ ผมกําลัง รักษาหน้าตาของพวกเราทุกคน นักการเมืองถึงไม่ใช่คนดีก็ไม่ใช่คนเลวทุกคนครับ เมื่อเขา บอกว่าผมบกพร่อง ผมก็แสดงความรับผิดชอบต่อความรู้สึกประชาชน ผมลาออกมาครับ และหลังจากนั้นคนที่เข้าไปเปึนรัฐมนตรีใหม่ก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องราว ทั้งหมดว่ามีการเตรียมการทุจริตหรือไม่ ผลการสอบสวนออกมาแล้วครับ คณะกรรมการทั้งหมดยืนยันครับว่าข้อวินิจฉัยของกรรมการซึ่งว่าผมบกพร่อง เปึนข้อวินิจฉัย ที่รับฟังไม่ได้ ไม่มีการเตรียมการทุจริตและโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงสาธารณสุข แม้แต่บาทเดียวครับ วันที่ผมเปึนรัฐมนตรียังไม่ได้จ่ายไปเลยครับ ผมยืนยันกับเพื่อนสมาชิก ที่เพิ่งกล่าวเสร็จไปนะครับว่าผมเปึน ส.ส. มา ๒๐ กว่าป้ครับ เปึนครั้งแรกที่ผมเปึนรัฐมนตรี และผมรักอาชีพ ส.ส. ครับ และผมกําลังจะบอกให้สังคมรู้ว่า ส.ส. ถึงจะไม่ใช่คนดีทั้งหมด แต่พวกเราไม่ใช่เปึนคนเลวครับ ผมตัดสินใจที่จะรับผิดชอบต่อคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ แต่หลังจากนี้กรรมการทั้งหมดต้องรับผิดชอบกับคําวินิจฉัย ผมดําเนินคดีเขาทุกคนครับ
ต่อไปเชิญท่านตรึงใจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ เราจะใช้เวลาอภิปรายอีกถึง ๓ วัน ต้องเสียทรัพยากรของประเทศ ดิฉันในฐานะที่ได้พูดก่อนแล้วก็จะมีผู้อภิปรายอีก ตั้ง ๑๐๐ กว่าท่านนี่นะคะ ก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาอภิปรายให้ตรงประเด็น อย่าออกนอกประเด็นหรือวิจารณ์ตัวบุคคลมากกว่าจะพูดถึงรัฐธรรมนูญ ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญคือแผนในการบริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพราะฉะนั้น การพิจารณาจะแก้ไขหรือไม่แก้ไขก็สามารถที่จะทําได้ แต่ว่าการแก้ไขนี้จะต้องให้เหมาะสม กับธรรมชาติหรือวัฒนธรรมของคนไทยของประเทศไทยในปัจจุบัน ดิฉันอยากจะเริ่มพูดถึง รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับนะคะ ขอเริ่มด้วยฉบับประชาชนที่เสนอโดยนายแพทย์เหวง โตจิราการ ซึ่งฉบับนี้เปึนฉบับที่นํามาจาก พ.ศ. ๒๕๔๐ ก็ขอให้ความเห็นต่อที่ประชุมว่ามีหลายมาตรา ที่ดิฉันยังไม่ค่อยเห็นด้วยนะคะ ยกตัวอย่างมาตราที่สําคัญซึ่งจะต้องนําไปพิจารณา แล้วก็ลงมติ ในมาตรา ๑๐๘ ซึ่งมาตรานี้จะตรงกับการแก้ไขเพิ่มเติมของฉบับสภาผู้แทนราษฎร ๑๐๒ ท่าน แล้วก็ของคณะรัฐมนตรีในมาตรา ๙๔ มาตรานี้บอกว่า พรรคการเมืองที่ส่งสมาชิก เข้าเปึนผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตในเขต เลือกตั้งใดจะส่งได้คนเดียว ในเขตเลือกตั้งนั้น มาตรานี้ดิฉันไม่เห็นด้วยเพราะว่าจะเปึนการง่ายต่อการซื้อสิทธิ หรือ การหาเสียงเหมือนกับการเลือกตั้ง อบต. หรือ อบจ. การที่เกรงว่าถ้ามี ส.ส. หลายพรรค มาอยู่ในเขตเดียวกันในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันกลับมีความเห็นว่าเปึนการบูรณาการ ซึ่งจะเปึนประโยชน์กับประชาชน ส่วนในมาตราที่ถัดมามาตรา ๑๒๑ ที่พูดถึงการได้มาของวุฒิสภา วุฒิสภา ประกอบด้วย สมาชิกซึ่งราษฎรเลือกตั้งจํานวน ๒๐๐ คน จํานวนนี้ดิฉันคิดว่า มากเกินไป ปัจจุบันนี้ก็ดีอยู่แล้ว ๑๕๐ คน แล้วก็ในรัฐธรรมนูญที่จะให้มีแต่การเลือกตั้งนี้ ดิฉันคิดว่าถ้าเราพิจารณาในปัจจุบัน สมาชิกวุฒิสภาที่มาทั้งการเลือกตั้งและการสรรหา ก็จะทําให้ได้สมาชิกวุฒิสภาที่มีคุณภาพ มีผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์หลากหลาย หรือ แม้แต่ผู้พิการนะคะ ต้องขอเอ่ยนาม ท่านมณเฑียร ต้องขออภัยด้วยนะคะ ผู้พิการอย่างอาจารย์มณเฑียรนี่ถ้ามีการเลือกตั้งก็คงจะมีโอกาสเข้ามาได้ยาก ซึ่งอาจารย์ มณเฑียรเปึนบุคคลที่เปึนทรัพยากรท่านหนึ่งของวุฒิสภา แล้วก็ทําประโยชน์ให้กับผู้พิการ กับประเทศชาติ ดิฉันคิดว่ายังมีผู้พิการที่มีความสามารถเช่นอาจารย์มณเฑียรอีกเปึนจํานวนมาก ทําให้เขาได้มีโอกาสได้เข้ามาทํางานในรัฐสภา แล้วก็ทําให้ได้ช่วยเหลือผู้พิการคนอื่น ๆ ให้มีความสุขซึ่งเปึนหลักของสากล แล้วก็ประเทศที่พัฒนาแล้วก็มองเห็นความสําคัญ ของผู้พิการด้วยนะคะ แล้วก็มีอีกหลายประเทศที่มีทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ สมาชิกวุฒิสภา ยกตัวอย่างเช่นประเทศอังกฤษหรือสหราชอาณาจักรก็มีสภาสูงที่เรียกว่า เฮาส์ ออฟ ลอร์ด (Hours of lords) การที่พูดนี้ไม่ใช่เพราะว่าดิฉันเปึนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การสรรหา ดิฉันคิดว่าคงจะมีสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งพูดอีกเหมือนเช่นเดียวกัน ต่อไปนี้ก็ขออภิปรายรัฐธรรมนูญฉบับของคณะรัฐมนตรีในมาตรา ๑๙๐ หลักการนี้มีมาครั้งแรก ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๔๘๙ ซึ่งมีมานานแล้ว แล้วในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็มีบัญญัติไว้เช่นกัน ปัญหาที่จะต้องนํามาพิจารณาแก้ไขก็คือจะต้องมี การพิจารณาหรือตีความว่าสนธิสัญญาประเภทใดที่ต้องนําเข้ามาสู่สภา เพราะมี สนธิสัญญาหลายประเภท สนธิสัญญาที่ต้องทํากับต่างประเทศในเรื่องของการปักปันเขตแดน ยกตัวอย่างเมื่อนําเข้ามาสู่สภาการที่เราเป่ดเผยการอภิปรายกรอบการเจรจาก็จะทําให้คู่ เจรจาทราบถึงยุทธวิธีของเราได้ อันนี้เปึนตัวอย่าง ดิฉันก็มีข้อเสนอว่าควรบัญญัติ ให้ชัดเจนว่าสนธิสัญญาประเภทใดที่จะเข้าข่ายตามมาตรา ๑๙๐ ซึ่งจะต้องมีการตีความ หนังสือสัญญาบางประเภทไม่จําเปึนจะต้องนําเข้าสู่ที่ประชุมของรัฐสภาก็ไม่ต้องนําเข้ามา อันนี้ก็รู้สึกเปึนการปฏิบัติเช่นเดียวกับกฎหมายของทางประเทศสหรัฐอเมริกา
ดิฉันก็ขอสรุปว่าการที่จะพิจารณาแก้ไขหรือไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใด ก็ขอให้คิดถึงประโยชน์ที่จะได้กับประชาชนแล้วก็กับประเทศชาติเปึนสําคัญ แล้วก็ขอให้ พิจารณาในรายละเอียดของรัฐธรรมนูญที่ท่านได้นํามาเสนอด้วย ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านเฉลิมชาติ ท่านมีเวลา ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายเฉลิมชาติ การุญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมรอวันนี้มาเปึนระยะเวลา ๓ ป้แล้วครับ ด้วยวันนี้ถือว่าเปึนวันที่ทางการประชุมร่วมสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ได้นําร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ. .... เข้ามาพิจารณา ซึ่งเปึนการบ่งบอกถึงความสวยงามตามการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์เปึนประมุข ตลอดจนเปึนการแสดงถึงความสวยงามของการเมือง การปกครอง ตลอดจนในเรื่องของเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่กําลังเจริญรุดหน้าตามลําดับ ด้วยพระบารมี ของพระสยามเทวาธิราชก็คงว่าได้ครับ ที่ทําให้เรายังคงความเปึนหนึ่ง ยังคงความเปึน ประเทศ ยังคงไว้ซึ่งสถาบันชาติ สถาบันศาสนา ตลอดจนสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเปึนที่เคารพรักของพวกเราทุกคน ท่านประธานครับ ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ กระผมขอกราบเรียนว่ากระผมและพรรคพวกของพวกเราเอง เรามีความเห็นและต้องการ สนับสนุนด้วยเปึนอย่างยิ่ง อันที่จริงแล้วผมขอกราบเรียนท่านประธาน กระผมเองผมไม่เห็นด้วย กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ตั้งแต่ต้น สมัยเมื่อมีการปฏิวัติที่ผ่านมาตั้งแต่ ๑๙ กันยายน ป้ที่ผ่านมา กระผมเองร่วมกับพรรคพวกหลายคนในที่นี้ ไม่ว่าจะเปึนพรรคพวกที่อยู่ ในฝ์ายค้านปัจจุบัน หรือพรรคพวกที่อยู่ในพรรคการเมืองของพวกผมวันนี้ ก็เปึนส่วนหนึ่ง ในการออกมาต่อสู้เพื่อต่อต้านอํานาจจากการปฏิวัติจนกระทั่งเปึนนํามาสู่การเปึน นปก. หรือแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการในช่วงที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าในช่วงหลัง ๆ มา กระผมเองกับพรรคพวกบางส่วน พวกเรามีแนวความคิดและอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน จึงทําให้พวกเราเองก็ต้องแยกทางกันเดิน กระผมเองไม่เห็นด้วยกับแนวทางในการใช้ความรุนแรง ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นหลังจากที่มีการทําประชามติ ประชาพิจารณ์ไป เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ถึงผลที่ออกมาประชาชนส่วนใหญ่จะให้การยอมรับ รัฐธรรมนูญด้วยเปอร์เซ็นต์เท่าที่ผมจําได้ก็คือ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ ต่อผู้ไม่เห็นด้วย ๔๑ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงนัยสําคัญต่าง ๆ ที่มองว่ามีคนอีกในจํานวนไม่น้อยที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ แต่เมื่อมีการประกาศใช้และมีการลงพระปรมาภิไธยเรียบร้อยแล้ว เราในฐานะ ที่เปึนคนไทยก็ต้องเคารพ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ประกาศใช้นั้นถือว่าเปึน กฎหมายสูงสุด ซึ่งเราไม่สามารถที่จะวิพากษ์วิจารณ์ แต่ทั้งนั้นทั้งนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เปึนช่องทางหนึ่งที่เราได้หยิบยกเข้ามาพูดคุยกันในวันนี้ผมขอกราบเรียนว่าในส่วน รายละเอียดของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น วันนี้หลายท่านตั้งคําถามว่าเปึนการแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งหรือไม่ กระผมขอกราบเรียนท่านที่ กําลังมีความคิดเรื่องนี้ครับว่าเราอย่าเพิ่งไปจินตนาการมากนัก เพราะบางครั้งการแก้ไข รัฐธรรมนูญไม่ว่าจะเปึนในเรื่องของที่มาของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร มันอาจจะเปึน ประโยชน์ อาจจะเปึนคุณกับฝ์ายใดฝ์ายหนึ่งก็ได้ ไม่ว่าจะเปึนทางฝ์ายค้าน หรือไม่ว่า จะเปึนของฝ์ายรัฐบาล ทั้งนั้นทั้งนี้ผมคิดว่าขึ้นอยู่กับนโยบายที่เราจะนําเสนอต่อไป ในการเลือกตั้งในครั้งต่อ ๆ ไป ท่านคงจําได้นะครับว่า ในการเลือกตั้งป้ ๒๕๕๐ ที่ผ่านมานั้น หรือในการเลือกตั้งในช่วง ๔-๕ ป้ที่ผ่านมาในสมัยที่กระผมเองอยู่พรรคไทยรักไทยนั้น ท่านอย่าลืมนะครับว่าการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวทําให้พรรคไทยรักไทยในอดีต ของพวกผมนั้นได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้ามาเปึนจํานวนมากแล้วก็เกินกึ่งหนึ่ง มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง ๓๗๗ คน เพราะฉะนั้นท่านอย่าเพิ่งคิดไปไกลครับว่า การกําหนดที่มาของการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นจะเปึนการเอื้อประโยชน์ ให้กับฝ์ายรัฐบาล ทั้งนั้นทั้งนี้การเลือกตั้งท่านอาจจะได้รับประโยชน์ อันนี้เราก็ไม่ทราบ เหมือนกัน แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของที่มา ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมขอกราบเรียนว่ากระผมเองเห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการกําหนดการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว การเลือกตั้งแบบเขตเดียว เบอร์เดียว ซึ่งทั้งนั้นทั้งนี้ก็เปึนเรื่องหลักการ เปึนเรื่องสิทธิของมนุษย์ สิทธิของประชาชน เราควรที่จะมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แบบรวมเขตเรียงเบอร์ หรือ เขตเลือกตั้งหนึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มากกว่า ๑ คนนั้น จริง ๆ แล้วถือว่าเปึนการสร้างความไม่เท่าเทียมให้กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพราะบางท่าน สามารถเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ ๒ คน บางท่านสามารถเลือกสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้ถึง ๓ คน เพราะฉะนั้นกระผมเองต้องการที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลง กลับมาใช้เปึนระบบการเลือกตั้งแบบวันแมนวันโหวต หรือเขตเดียวเบอร์เดียว
ส่วนในเรื่องของมาตรา ๑๙๐ การทําสนธิสัญญาหรือการทําข้อตกลงต่าง ๆ กับประเทศต่าง ๆ ต้องนํามาผ่านความเห็นชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร ต่อรัฐสภานั้น จริง ๆ แล้วกระผมเองมองว่าในเรื่องนี้ก็ถือว่าเปึนการทําให้เกิดความล่าช้าหรือทําให้ เกิดการติดขัดในเรื่องของการบริหารราชการของฝ์ายรัฐบาล ซึ่งหากมีการแก้ไขแล้วนั้น ก็จะสามารถทําให้การดําเนินงานของฝ์ายรัฐบาลเปึนไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งนั้นทั้งนี้ ในเรื่องของการตรวจสอบนอกจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เรายังมีพี่น้องทางด้านสื่อมวลชน ที่สามารถติดตามเหตุการณ์ต่าง ๆ ในเรื่องของการทําสนธิสัญญาต่าง ๆ ให้กับพี่น้อง ประชาชนได้รับทราบข้อมูลได้นะครับ
ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกเรื่องหนึ่ง กระผมเองได้รับทราบข่าว ตามหน้าหนังสือพิมพ์แล้วก็ตามทีวีว่ามีพี่น้องประชาชนบางกลุ่มเปึนห่วงในเรื่องของ การแก้ไขครั้งนี้จะนําไปสู่ในเรื่องของการสอดไส้หรือเปึนการนําเอาเรื่องของการนิรโทษ กรรมหรือการเอื้อประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเข้ามา ผมขอกราบเรียนว่า สําหรับตัวผมเอง สําหรับพรรคผมเอง ผมพูดได้เลยว่าเราไม่มีการสอดไส้นะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของกฎหมายนิรโทษกรรม ทั้งนั้นทั้งนี้เราไม่สอดไส้เพราะเรามีแนวทางที่เราจะทํา เรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมอยู่แล้ว แล้วก็การทํากฎหมายนิรโทษกรรมได้ผ่านกระบวนการ ในเรื่องของประชาชนนําเสนอรายชื่อเข้ามา ซึ่งวันนี้ได้มีการนําเสนอรายชื่อผ่านพรรคภูมิใจไทย ของเราเข้ามาเปึนจํานวนไม่ต่ํากว่า ๑๐๐,๐๐๐ รายชื่อ ซึ่งกําลังมีการตรวจสอบอยู่ เพราะฉะนั้นท่านมั่นใจเลยว่าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเราไม่มีการสอดไส้นะครับ
และอีกอย่างหนึ่งเรื่องการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นกระผมก็ขอเรียนว่า ไม่ต้องห่วง เราไม่ได้มีความคิดที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคนที่มีความคิด ชั่วร้ายที่จะทําลายประเทศไทย แต่เราต้องการที่จะทํากฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคนที่ ไม่ได้รับการดูแลหรือเปึนบุคคลที่มีจิตใจบริสุทธิ์ มาชุมนุมโดยบริสุทธิ์ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ ขึ้นปรากฏว่าเปึนคดีความ แล้วก็ไม่มีบุคคลใดบุคคลหนึ่งรับผิดชอบ เราจึงเสนอที่จะนําไปสู่ การออกกฎหมายนิรโทษกรรมนะครับ
สุดท้าย กระผมเองต้องขอกราบเรียนท่านประธานถึงสมาชิกรัฐสภาทุกท่านว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือว่าเปึนจุดเปลี่ยนที่สําคัญ เปึนจุดเปลี่ยนแห่งการยอมรับ ซึ่งกันและกัน สําหรับท่านสมาชิกที่มีความเห็นที่ไม่ยอมรับกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระผมเองก็ยอมรับในความคิดเห็นของท่านนะครับ แต่สําหรับตัวผมเองแล้วก็พรรคพวก เพื่อนฝูงที่เราได้ยื่นเพื่อขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เรามีเจตจํานงที่แน่นอน
และอีกส่วนหนึ่งผมขอกราบเรียนว่า การเข้ามาดํารงตําแหน่งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ของพวกผมเอง ถ้าเราไม่มีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้หรือไม่ มีการดําเนินการแก้ไข กระผมคิดว่าเราคงไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างสมบูรณ์นะครับ เพราะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือว่าเปึนเงื่อนไขหนึ่งที่กระผมเอง ได้รับปากกับพี่น้องประชาชนก่อนที่จะมีการเลือกตั้งว่า หากเข้ามาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราจะเข้ามาเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปถึง เพื่อนสมาชิกทุกคนว่าช่วยกันแก้ไขเถอะ ก่อนที่จะมีคนอื่นที่มีอํานาจ มีอาวุธกลับมา ดําเนินการแก้ไขแทนพวกเราเสียเองครับ
เชิญท่านวิฑูรย์นะครับ ถูกพาดพิง เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบสัดส่วน แล้วก็ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ผมใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวครับ เนื่องจากสมาชิกที่ผ่านมาได้พูดถึงรัฐมนตรี ของรัฐบาลนี้ทุจริตเรื่องต่าง ๆ แล้วก็มีการพูดถึงเรื่องปลากระปิอง ที่จริงผมมีโอกาส ได้อธิบายชี้แจงไปหลายครั้งและหลายรอบ และคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นมาก็ได้สรุป กันเรียบร้อยแล้ว ผมไม่ได้สรุปเองครับจากการทํางานของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วย ราชการ จากอาจารย์มหาวิทยาลัยจากสภาทนายความ จาก ก.พ. และกรรมการทุกชุด เขาสรุปกันแล้วว่าเรื่องปลากระปิองที่นําไปแจกให้กับพี่น้องประชาชนที่จังหวัดพัทลุง ที่ประสบอุทกภัยเมื่อ ๒ ป้ที่แล้วนั้นไม่มีเรื่องของการทุจริต เพราะไม่มีการใช้งบประมาณ ของแผ่นดินเลย ของที่นําไปแจกทั้งหลายทั้งปวงทั้งสิ้นเปึนของที่ได้รับการบริจาคมาจาก พี่น้องประชาชน หน่วยราชการเขาก็นําไปแจกตามปกติ ไม่มีการใช้งบประมาณของแผ่นดิน เพราะฉะนั้นในเมื่อไม่มีการใช้เงินงบประมาณเลยจะไปทุจริตตรงไหนครับ ก็เรียนชี้แจง ท่านประธาน แล้วก็ขอความกรุณาเพื่อนสมาชิกเลิกตอดเล็กตอดน้อยครับ ทําให้ประชาชน สับสนครับ
ต่อไปเชิญท่านไพจิต ท่านมีเวลา ๒๐ นาทีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน ส.ส. จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย การพิจารณาแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งนี้เปึนครั้งที่ ๓ แล้วในสมัยการพิจารณาของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ รัฐสภาแห่งนี้ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าเปึนเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงที่เกิด ความรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญที่มีคือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ไม่เปึนประชาธิปไตย มีการชุมนุมเรียกร้องเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ มีผู้เสียชีวิตในการเรียกร้องเปึนพลทหาร อภินพจากจังหวัดเลย แล้วไปเสียชีวิตในการรักษาความปลอดภัยของแม่ทัพ กองทัพภาคที่ ๑ แล้วมีผู้ที่เปึนการ์ด (Guard) ของผู้ชุมนุมถูกฆ่าจับโยนในแม่น้ําเจ้าพระยา วันนั้นก็เปึน ครั้งแรกที่สภาได้พิจารณาว่าจะต้องมีการพิจารณาให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสีย ท่านนายกรัฐมนตรีก็ออกมาพูดขึ้นกลางสภา ผมมีโอกาสได้พิจารณาก็หวังว่าจะได้แก้ ตั้งแต่ตอนนั้น แต่ที่สุดของที่สุดเมื่อคณะกรรมการสมานฉันท์มาพิจารณาถึงแนวทางที่จะ แก้ก็เปึนครั้งที่ ๒ ที่สภาต้องยกขึ้นมาพิจารณา ๖ ประเด็น ก็ใช้เวลากันข้ามวันข้ามคืนครับ ท่านประธาน ที่สุดรัฐบาลก็บอกไม่เอา ไม่แก้ แล้วคราวนี้เปึนอีกครั้งหนึ่งเมื่อการเมือง ตะลุมบอนถึงช่องทางที่คิดว่าน่าจะต้องนับถอยหลังแล้วว่าเราจะอยู่กันสักเท่าไร ก็เอาเรื่องนี้เข้ามาก่อนที่สภาจะป่ดสมัยประชุมอาทิตย์สุดท้ายครับท่านประธาน มันเลยมี ความเห็นว่าการที่จะแก้รัฐธรรมนูญคราวนี้เปึนครั้งที่ ๓ แล้วผมเข้าใจว่าน่าจะไม่มีครั้งที่ ๔ ขอให้มันจบลงเพียงเท่านี้แล้วมีข้อสรุปอย่างไรก็เดินไปสู่จุดหมายปลายทางที่สง่างาม ของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อย่าซื้อเวลาท่านประธานครับ การเปึนประเทศ ที่จะเปึนประชาธิปไตย จะนําความผาสุกมาสู่พี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญคือเครื่องบ่งชี้ ที่สําคัญที่จะแก้ไขวันนี้คือฉบับป้ ๒๕๕๐ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าความซึมซับ ต่อปัญหาในเรื่องบ้านเมืองเปึนประชาธิปไตยไม่เปึนประชาธิปไตยได้ต่อสู้ ผู้คนล้มตาย กันมาไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคน พี่น้องผมนี่ เมื่อก่อนเขาไม่ได้รับความเปึนธรรม มีความยากแค้น ทางจิตใจ ความยากไร้ทางวัตถุ ไม่เปึนประชาธิปไตยถูกปราบปรามข่มเหงจนต้องไปเปึน ผู้ก่อการร้าย วันเสียงป๋นแตก วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๐๙ ที่บ้านนาบัว อําเภอเรณูนคร คนเขาจับป๋นขึ้นมาต่อสู้อํานาจรัฐ ที่สุดกงกรรมกงเกวียนประวัติศาสตร์ก็จะย้อนกลับมา เมื่อมีการปฏิวัติ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๐ ก็เอามรดกบาปรัฐธรรมนูญที่ไม่เปึนประชาธิปไตย มาอีก ท่านประธานครับ แม้นว่าเราจะยอมรับ ๑๔ ล้านคน โดยมีเงื่อนไขว่ารับไปก่อน อยากให้มีการเลือกตั้ง เขาใฝ์ฝันว่าการเลือกตั้งจะนําอํานาจสูงสุดมาสู่ประชาชน ใครได้เสียงมากให้เปึนรัฐบาล คนได้เสียงน้อยให้เปึนฝ์ายค้าน คนละ ๔ ป้ นี่คือความหวังจาก ๑๔ ล้านคน ท่านประธานครับ ผมยังจําได้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาสนับสนุนตั้งแต่ร่างยังไม่เสร็จ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับฟันขาวฟันดํา คนยกร่างนะครับ ผมยังจําได้อกมาเห็นชอบให้ออกมาก่อน วันที่มีการโหวตท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมายืนยันต่อสังคมว่ายินดีที่จะร่วมมือ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เปึนประชาธิปไตย ผมอภิปรายเรื่องนี้อีกรอบหนึ่ง เพื่อทวนว่า ท่านนายกรัฐมนตรียังจําได้ไหม ว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เปึนรัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตย เยี่ยงอารยะประเทศ ไม่ใช่แก้พอได้สักแต่ว่าแก้ ท่านประธานครับ ท่านอาจารย์สมบัติ ก็มาอีกรอบ มาครั้งก่อนก็ฟันดํา หน้าแหลมนี่ละครับ ก็สมบัติคนเดิมนี่ละครับ สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ก็สมานฉันท์สมบัติก็ไปเปึนคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีท่านดิเรก ถึงฝัืง ท่าน ส.ว. ที่บอกว่าความเปึนธรรมไม่มี สามัคคีไม่เกิด ท่านยังจําได้ ก็ท่านสมบัตินี่นะครับมาครับ แต่ท่านสมบัติมาคราวนี้มาแบบใหม่ มาแบบร่างรัฐธรรมนูญฉบับรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นี่เอามา เอามาอยู่ ๒ ประเด็น ถ้าร่างฟันดํามันก็กินตับกินไตประชาชนคนยากคนจน ก่อให้เกิดรัฐบาล ก่อให้เกิดกับ ภาคการเมืองที่อ่อนแออยู่แล้ว คราวนี้ก็จะมาอีก ภาษาบ้านผมนี่คนที่ชาวอีสานเขากลัว นี่คือผีปอบครับท่านประธาน อันนี้จะเปึนผีปอบมาใหม่หรือเปล่าไม่รู้ ผมกลัว กลัวว่าเขา จะกินตับกินไต แล้วที่สุดก็จะรักษาไม่หาย ฉบับของท่านอาจารย์นี่เลยขออนุญาตไม่เอา มันจะมากินตับกินไต เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังว่าจะเสียหายอย่าไร ท่านประธานครับ ทาง ๒ แพร่ง ที่สภาควรจะต้องเลือก ๑. ฉบับของประชาชน ผมต้องเคารพท่านอาจารย์ที่ได้เสนอด้วย ความจริงใจและละเอียด เข้าใจถึงเจตจํานงของพี่น้องกว่าแสนคนนะครับที่ให้มาเสนอแทน ท่านมาคนเดียวด้วยความทระนงองอาจ ท่านอย่ากลัวใครนะครับ ความจริงเปึนสิ่งที่ไม่ตาย จะต้องปรากฏ ใครคิดคดทรยศมันก็ต้องเห็นกันไม่ช้าก็เร็ว ผมเชื่อว่าฉบับของประชาชน นี่พรรคผม พี่น้องประชาชนเห็นว่ามันเปึนการแก้แล้วจะนําไปสู่ทางสว่าง ปมอํานาจ ของมรดกบาปของเผด็จการที่ให้ไว้จะได้รับการแก้ไขก็มีความคาดหวังนะครับท่านประธาน ว่าฉบับของประชาชนนี่จะต้องมาก่อน ประชาชนต้องมาก่อน ไม่ใช่ใครมาก่อนกันแน่ ๒ ฉบับ ที่บอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เสนอ ใครมาก่อน เพื่อประโยชน์ของใคร ก็จะมีคนพูด ซ้ําแล้วซ้ําอีกว่านี่ทําเพื่อพวกพ้องใช่ไหม ทําเพื่อใคร เพื่อการประสานอํานาจ การยึดโยง อํานาจที่ได้มาโดยไม่ถูกต้อง ผมก็พูดซ้ําอีกนะครับ ท่านประธานครับฉบับของประชาชน ผมนึกไม่ถึงว่าวิปรัฐบาลและมติของพรรคประชาธิปัตย์ฉีกร่างหมอเหวงหักดิบ นี่ครับ ยังไม่ได้ฟังการเสนอเลย ฉีกแล้ว ไปล็อกกันมาหรืออย่างไรไม่รู้ สุดแท้แต่เปึนเอกสิทธิ์ ทางการเมืองของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ควรที่จะฟัง ให้เกียรติกันนะครับ เอาหรือไม่เอา ประชาชนตัดสิน ท่านประธาน ผมบอกว่าฉบับของ คมช. ป้ ๒๕๕๐ มันเปึนมรดกบาป เปึนเผด็จการสร้างให้ ผมกล้าเรียนอย่างทระนงองอาจว่ามันรับไม่ได้หรอกครับ ให้เอกสิทธิ์ ในการเลือกนายกรัฐมนตรี โดยไม่ผูกพันกับมติพรรคคือ สาระที่ทําลายพรรคการเมือง ทําลายนักการเมืองให้อ่อนแอ เกิดการขายตัว เกิดโสเภณีการเมืองก็ในยุคนี้ละครับ เห็น ๆ กันเมื่อ ๒๐-๓๐ ป้ก่อน แต่ไม่นึกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะเกิดแบบนี้ ท่านประธานครับ เกิดทรราชย์อายุน้อยที่สุดในโลก ฆ่าประชาชนมือเปล่าก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้แหละ ตาย ๙๑ คน สูญหาย ๓๘ คน บาดเจ็บ ๒,๘๐๐ กว่าคน วันนี้ดวงวิญญาณของเขาเหล่านี้ คอยฟังว่าสภาของเราจะมีน้ําใจ มีคุณธรรมในจิตใจที่จะสํานึกและแก้ไขให้มันเปึนประชาธิปไตยเสีย อย่าให้เกิดความพิกลพิการในแนวทางการจัดรัฐบาลแบบให้เอกสิทธิ์เปึนสิทธิของผู้แทนราษฎร จะไปเลือกใครก็ได้ไม่ต้องฟังมติพรรค ไม่ต้องสังกัดพรรค ท่านประธานครับ เกิดรัฐบาล มือเปุ๋อนเลือดให้สังกัดพรรค ๓๐ วัน นับถึงวันเลือกตั้ง นี่ยังเปึนข้อกําหนดที่มันทําให้ นักการเมืองต้องไปขายตัวเหมือนตลาดนัดโค กระบือ อะไรทํานองนั้นมีการเปรียบเทียบ ผมก็ไม่อยากเห็นนะครับ มันมาถึงยุคสมัยที่บ้านเมืองต้องเปึนประชาธิปไตย บ้านเมือง ต้องมีรัฐธรรมนูญที่สอดคล้องรองรับนําไปสู่รัฐบาลที่เข้มแข็ง
ท่านประธานที่เคารพ การกําหนดเขตเลือกตั้งก็ดี ต้องยอมรับกันว่า ก่อนหน้านี้ก็เรียกร้องให้เปึนเขตเลือกตั้ง ๓ คน ๑ คน ถึง ๓ คน ความจริงประเด็น เรื่องเลือกตั้งเปึนเรื่องประกอบทางการเมือง เรื่องหลัก ๆ ทําไมไม่แก้ล่ะ ทําไมไม่ดูฉบับประชาชน องค์กรอิสระที่ถูกใช้เปึนเครื่องมือในการทําลายพรรคการเมือง นักการเมืองฝ์ายตรงกันข้าม แล้วมาจากพวกเดียวกันที่เปึนมรดกเลือดของฝ์ายปฏิวัติ ทําไมไม่เอาตัวอย่าง เอาร่างของ ประชาชนที่ร่างมากันนี่ เขาความรู้ไม่มาก แต่ก็ทํามาด้วยความรอบคอบ เปึนร่างที่จะ นําไปสู่รากเหง้า ทําไม่ให้มันเกิดความขัดแย้ง ท่านประธานครับ เรียกร้องความปรองดอง เขาต้องการประชาธิปไตย เขาต้องการการเลือกตั้ง เขาต้องการหีบบัตรเลือกตั้งไม่ใช่หีบศพ ผมไม่อยากเจอแบบนี้ ถ้าเรายังไม่แก้ในเรื่องหลัก ๆ มันก็จะวนเจอแล้วเจออีกอยู่ ชีวิตของ นักการเมืองนี่มีเกียรตินะครับ ถึงตอนไหนที่พอแก้ได้ผมก็ให้แก้เสีย ถึงตอนไหนที่พอจะให้ กันได้ล้วนแต่เปึนประโยชน์ทางการเมือง การลดพื้นที่ ส.ส. เขตนี่แค่คิดก็ผิดแล้วนะครับ นี่ละถึงเรียกว่าผีปอบ ตัวแทนประชาชน ๔๐๐ คนยังจะไปลดเขาอีก ลดก็วุ่นวายสิครับ การมีผู้ดูแลทุกข์สุขเยียวยาแก้ปัญหาให้ประชาชนเปึนทิศทางประชาธิปไตย อย่าไปยึดโยง ที่จะต้องทําลาย แบ่งพรรคนั้น จังหวัดนั้น จะใช้เปึนเครื่องมือทางการเมืองในการต่ออํานาจใช่ไหม ผมถามนะครับว่า ๓๗๕ คน ลดลง ๒๕ คน แล้วก็ไปแบ่งใหม่หมด เลือกเขตเลือกอะไร ทั้งหลายตามที่ท่านมีองค์กรอิสระอยู่ในมือ ผมไม่อยากก้าวล่วงหรอกแต่ว่ากรรมเปึนเครื่องชี้เจตนา ขอให้ทําเพื่อบ้าน เพื่อเมือง เพื่อพี่น้องประชาชน วันนี้เปึนหนี้หัวโตอยู่ขณะนี้ยังไม่สํานึก กันอีกหรือ ผมไม่อยากเห็นว่ารัฐบาลที่มาจากน้ํามือของประชาชนต้องเคารพผลประโยชน์ ทางการเมือง ผมดูแล้วท่านประธานครับ ช่วงของการลงมตินี่จะมีความสําคัญมาก ข่าวที่ได้รับผมไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในยุคสมัยที่บ้านเมืองเปึนแบบนี้ เปึนประชาธิปไตย ว่ามีการให้ผลประโยชน์ ให้สิ่งตอบแทนกัน ในการลงมติการรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้ง ๒ ร่าง ถ้ามันเปึนจริงผมเศร้าใจครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าท่านประธานเข้าใจเพราะท่านประธาน เปึนนักกฎหมาย สมาชิกวุฒิสภาก็คงจะเข้าใจไม่แตกต่างจากพวกผมนะครับ ที่มีความต้องการ ในการที่จะทําทุกเรื่องเพื่อให้เปึนผลประโยชน์ต่างตอบแทนของประชาชน อะไรที่จะทําให้เกิดความกินแหนงแคลงใจ ยืนบนหลังคน ตัวเองทําแล้วถูกหมด คนอื่นทํา คนยากคนจนผิดหมดนี่ อย่าทําแล้วปัญหามันจะไม่ยุติ จะเรียกร้องความต้องการ การแก้ปัญหา ท่านประธานครับ ทางที่ดีที่สุดวันนี้ผมว่าท่านนายกรัฐมนตรีต้องตัดสินใจคืนอํานาจให้แก่ ประชาชน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมเข้าใจว่าแม้ท่านจะได้แก้ ๒ มาตรา มันก็ไม่ได้เลอเลิศ ถ้าไม่แก้ตามรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนของท่านอาจารย์นะครับ ถ้าอย่างนี้ยังพอมีความหวัง ว่าจะจัดระบบกันอย่างไร ๆ พวกผมได้บอกไว้แล้วว่าไม่สามารถที่จะเอามาทั้งฉบับ ก็เทียบเคียงเอารัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนนี่ละเปึนหลักในการที่สภาควรพิจารณา แต่เมื่อท่านจะเอาดีไม่เอา ใหญ่ไม่เอา จะเอาเล็ก เอา ๒ ประเด็นเล็ก ๆ นะครับ มันไม่ได้ ทําอะไรให้ปราดเปรื่อง ไม่ได้ทําให้พี่น้องประชาชนพ้นหนี้พ้นสิน หนังสือพิมพ์วันนี้เขาบอก นายกผู้ดีแหยงพิษสลายม็อบงดทัวร์ไทย ประเทศที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปเรียนหนังสืออยู่นี่ อังกฤษเขาไม่มา เพราะปัญหาการที่รัฐบาลสั่งฆ่าปราบปรามด้วยความโหดเหี้ยม ก็ไม่กล้ามา ก็เปึนผลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่ละ ผมว่าคิดถึงพี่น้องประชาชน ท่านยุบเสีย หนทางสง่างาม ในการแก้ปัญหาชาติ นี่เขาบอกตรงกันหมด ยูเอ็น (UN) เขาก็มีความเห็น สาธารณะสังคม โลกเขาเห็นหมด อย่าป่ดฟัาด้วยฝ์ามือ ท่านประธานครับ ผมต้องการคํายืนยันจากรัฐบาล ว่าสมมุติท่านแก้ของท่านได้แปลว่าจะแก้เขตเล็ก จะแก้ผู้แทนราษฎรเขตลดลง ผู้แทนราษฎรเขต ให้มีผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน แต่เดิมเขาเรียกปาร์ตี้ ลิสท์ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกครับ แต่กฐิน ผ้าป์า เจ็บไข้ได้ป์วย ปัญหาอะไรไปหาผู้แทนราษฎรเขต ผู้แทนพื้นที่ ชีวิตผมอยู่ กับพี่น้องประชาชน รู้ว่าเขาขัดข้องอย่างไร เขายากจนอย่างไร ผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ก็เปึนสมองในการที่จะดูแลแก้ปัญหาในด้านที่เปึนนโยบาย แต่ว่าอย่ามากนัก อันนี้มันเพิ่มมา มันมาก ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ผมเข้าใจว่าท่านยุบเสียนะ จะยุบหลังจากที่อันนี้ผ่าน หรือว่าก่อนผ่าน ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะยุบท่าน ยุบอยู่แล้ว เขายุบมา ๑๘-๑๙ พรรค แล้วจะไม่ยุบพรรคเดียวได้อย่างไร เพราะฉะนั้นทางสง่างามที่สุดท่านนายกรัฐมนตรีครับ ยุบเสีย โพลล์ (Poll) ท่านก็ดีแล้วนี่ครับ ผมขออย่างเดียว ใครได้เสียงมากอย่าไปซื้อกันมาอีก ก็เปึนนายกรัฐมนตรีเสีย พวกผมน้อยผมก็เปึนฝ์ายค้าน เบี้ยน้อยหอยน้อย ท่านชนะก็ให้ ท่านอยู่ ๔ ป้ แล้วประชาชนเขาตัดสิน เสื้อเหลือง เสื้อแดง ยอมรับผลการเลือกตั้ง อย่าไป ทําให้พลิกแพลงเกินกว่านี้นะครับ การทรยศหักหลังประชาชนนี่ผมคิดว่ามันเปึนเรื่องที่ ทําลายประชาชนโดยตรง ทําลายสภาพนักการเมือง ผมกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพว่าตอบสภาสิว่าผลการเลือกตั้งท่านจะแก้แล้วตั้งกรรมาธิการภายใน ๖๐ วัน ท่านอย่าเอาเต็มสภานะครับ พวกผมไม่อยู่แล้วช่วยท่านลงมตินี่ ไม่เอา เหลือแต่ฝ์ายท่าน ลําพังเอากัน แต่อย่าตั้งเต็มสภาขอร้อง หรือจะเอารวดเร็วเพื่อจะให้ทันตัดหน้าการถูกยุบพรรค ก็สุดแท้แต่ แต่เชื่อผมเถอะครับมันไม่ได้แก้ในเรื่องลึก พรรคกลุ่มอํานาจยังต้องจัดตั้ง รัฐบาลแบบในค่ายทหาร ทําตัวแบบนักการเมืองที่ไม่เปึนนักการเมือง ผมอยากจะให้ รัฐธรรมนูญน่าจะเปึนบทสรุปที่ลงตัวได้ อย่าเอามาใช้เปึนเครื่องมือในการที่จะสร้าง ความสมานฉันท์ ปรองดอง ต่อรอง กันระหว่างพรรคร่วม พรรคใหญ่กับพรรคเล็ก วิงวอนว่าพรรคประชาธิปัตย์นี่ละจะทําให้ชนะผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ท่านออกมติไว้แล้วก็อย่าได้คิดเปึนอย่างอื่นนะครับ พวกเราเปึนนักการเมืองด้วยกัน เราอยากเห็นบ้านเมืองที่เปึนประชาธิปไตย ไม่อยากมีรัฐบาลอยู่ภายใต้ท็อปบู๊ท งบประมาณ ทั้งหมดขอให้ไปสู่การแก้ปัญหาน้ําท่วมความยากจนของประชาชน นี่คือรัฐบาลที่มาจาก การเลือกตั้งโดยอํานาจเปึนของประชาชนที่แท้จริง ท่านประธานครับ ผมรับรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เปึนประชาธิปไตย ฉบับที่จะแก้ไขในปัญหาหลักของประชาชน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าชื่อ คัดค้านฉบับผีปอบที่จะมากินตับกินไตประชาธิปไตยของประชาชน ไม่รับโดยเด็ดขาด แล้วไม่ร่วมตั้งคณะกรรมาธิการตามที่มติของพรรคฝ์ายค้านได้มีความเห็น ขอขอบพระคุณครับ
เชิญท่านตวงครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ
ท่านเชิดชัยมีอะไร ท่านเชิดชัยประท้วงอะไรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไม่ได้ประท้วงครับ ท่านประธานครับ ผม เชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานนิดหนึ่งเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อท่านสมาชิกที่จะอภิปรายขอความกรุณาท่าน ได้ช่วยแจ้งรายชื่อผู้ที่อภิปรายเปึนชุด ๆ เพื่อจะได้สะดวกต่อการควบคุมครับ
ผมแจ้งไปแล้วครับ ต่อจากท่านตวง ก็เปึนท่านฮอชาลี แล้วก็ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ท่านเลิศรัตน์ ท่านอารีเพ็ญ เชิญท่านตวงครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา แม้ว่าในหลักการ เบื้องต้นผมเห็นด้วยว่ารัฐธรรมนูญสามารถที่จะแก้ไขได้ แต่ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญที่เรากําลังถกกันในวันนี้มันจะสามารถแก้ไขวิกฤติของประเทศได้เลยทั้งในสภา และนอกสภา
ประการที่สอง ผมเริ่มมีคําถามที่ไม่แตกต่างจากพี่น้องประชาชนที่โทรศัพท์ มาถามจากทางบ้านว่านี่คือทางเลือกของประเทศใช่หรือไม่ที่จําเปึนจะต้องเลือก ผมจึง มีคําถามฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลเพื่อที่จะตอบหลักการว่าก่อนที่จะพิจารณา ร่างทั้งคนเสนอ ทั้งภาคประชาชน หรือรัฐบาล แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลเสนอดังต่อไปนี้
ประการแรก โดยเฉพาะรัฐบาลผมมีคําถามที่ผมคิดว่าจําเปึนที่รัฐบาลต้อง ตอบต่อรัฐสภาแห่งนี้ก็คือว่าช่วงเวลาที่ท่านเสนอในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านคิดว่า มันเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร ในขณะที่เรากําลังพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญเรากําลังมองว่า รัฐธรรมนูญเปึนวิกฤติของประเทศ แต่พี่น้องประชาชนเรากําลังเผชิญจากวิกฤติภัย น้ําท่วมครึ่งประเทศ คนอดอยากปากแห้ง คนต้องมีชีวิตรันทด บางคนอยู่ในภาวะวิกฤติ ที่ไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองได้แล้วถึงแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ถ้าจะจัดความสําคัญ ของรัฐธรรมนูญกับพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน มันควรที่จะต้องจัดลําดับความสําคัญ ของวิกฤติบ้านเมืองค่อนประเทศเปึนล้าน ๆ คนก่อนหรือไม่ อย่างไร ผมคิดว่าเรื่องนี้ มีความสําคัญและมีความจําเปึนที่รัฐบาลในฐานะเปึนคนเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เข้ามา แล้วทําให้พูดถึงร่างอื่น ๆ ด้วยจะต้องตอบต่อรัฐสภาแห่งนี้
ประการที่สอง โจทย์ที่รัฐบาลเองจะต้องตอบรวมทั้งร่างของภาคประชาชน ที่ผมก็เคารพว่าท่านจะต้องตอบให้ได้ว่าถ้าแก้แล้วมันจะแก้วิกฤติปัญหาของบ้านเมือง ได้อย่างไร มันจะทําให้เกิดความปรองดองและความสมานฉันท์ในบ้านเมืองอย่างที่ท่าน พูดถึงได้อย่างไร แท้จริงปัญหาเปึนของใครครับ เปึนปัญหาของพี่น้องประชาชน เปึนปัญหา ของสังคม หรือว่าเปึนปัญหาของฝ์ายการเมือง เปึนปัญหาของพรรคการเมือง หรือของ นักการเมืองกันแน่ ผมเริ่มต้น ขอประทานอนุญาตเพื่อที่จะลองวิภาคตามเวลาที่ผมมีต่อ ๔ ร่างที่จะกราบเรียนท่านประธานดังต่อไปนี้
ผมเริ่มต้นที่ร่างของภาคประชาชน อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่า แม้จะเคารพต่อความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน แม้จะชื่นชมต่อสิ่งที่พี่น้องประชาชน จะใช้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญนั้นเปึนจริงได้ก็ตาม แต่ผมเห็นว่าท่านใช้หลักการของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาเปึนหลักสําคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านต้องยอมรับร่วมกันว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น ยังมีข้อบกพร่องหลายประการ แน่นอนทีเดียวส่วนหนึ่งก็นําไปสู่การแก้การเกิดวิกฤติของประเทศที่ผ่านมา แม้จะมีส่วนดี อยู่บ้างก็ตามก็ยังมีคําถามที่จะต้องตอบให้ได้อยู่เฉพาะร่างของรัฐบาลซึ่งมีคณะรัฐมนตรี เสนอมา ๒ ร่าง แล้วประกอบกับรองนายกรัฐมนตรีสนั่นและคณะ ได้เสนอเข้ามานั้น ความจริงเปึนคนละเรื่องเดียวกัน พูดคนละครั้ง นําเสนอคนละรูปแบบ แต่พูดเรื่องเดียวกัน ก็คือพูดถึงเรื่องประเด็น ๒ ประเด็น ซึ่งประกอบไปด้วยมาตรา ๑๙๐ พูดถึงเรื่องเขตเล็ก เขตใหญ่ มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๘ ผมกราบเรียนท่านประธานเฉพาะเรื่องของมาตรา ๑๙๐ ในช่วงระยะเวลาที่มี เรียนท่านประธานดังต่อไปนี้ว่าความจริงเดิมทีผมก็เชื่อว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้นมันเปึนปัญหา เปึนปัญหาต่อกระบวนการในการพิจารณาตอนเริ่มต้น แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับท่านก็ใช้มาพร้อมผม พอใช้ไปใช้มาเราพบว่าคนที่ออกแบบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ช่างมองถึงอนาคตอันกว้างไกลทําให้เกิดคุณูปการต่อสภาแห่งนี้ได้ อย่างยิ่งใหญ่อย่างน่าอัศจรรย์ใจดังต่อไปนี้
ประการแรก เปึนประโยชน์ต่อรัฐสภา ท่านประธานครับอย่างน้อยทําให้ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสประชุมร่วมกันสัปดาห์ละครั้ง ได้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน นั่นประการที่หนึ่ง
ประการที่สอง ทําให้สมาชิกรัฐสภาได้เรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศเวลาเราเจรจาความเมืองระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเปึนระบบทวิภาคี หรือระบบ พหุภาคีก็ตาม เราก็จะได้ตระหนักว่าเรามีความผูกพันเชื่อมโยงอย่างไร ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีประเทศไทยกับประเทศออสเตรเลีย กรณีประเทศไทยกับประเทศนิวซีแลนด์ ถ้าไม่มี มาตรา ๑๙๐ ผมรับรองว่าสมาชิกรัฐสภาก็จะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องนี้เลย
ประการที่สาม ที่ผมคิดว่าเปึนประโยชน์ก็คือว่าพี่น้องประชาชนได้มีโอกาส ได้เรียนรู้ เพราะกลไกของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ได้ออกแบบมาให้พื้นที่กับพี่น้อง ประชาชนได้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องเจเทปา (JTEPA) ไม่ว่าจะเรื่องอาฟตา (AFTA) หรือไม่ว่าจะเปึนข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชา หลายเรื่องทําให้ ประชาชนได้เรียนรู้เข้าใจ เพราะเวลาไปทําข้อตกลงนั้นมันผูกพันกับพี่น้องประชาชน ทุกคน ไม่ได้ผูกพันเฉพาะเจ้าหน้าที่ กระทรวง ทบวง กรม หรือรัฐมนตรีเลย
ประการที่สี่ ผมกลับมองว่าในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้น ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญครับ ปัญหาอยู่ที่องค์ประชุมของรัฐสภาไม่ครบท่านประธานครับ ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเลยครับ และปัญหาอยู่ที่เราไม่ยอมทําตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ที่เขียนเอาไว้ว่าท่านต้องรีบไปออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมาให้แล้วเสร็จ ผมมีร่าง ๒ ร่างที่อยู่ในมือเสนอผ่านมติคณะรัฐมนตรีผ่านไปแล้วโดยเปึนร่างของ ขอประทาน อนุญาตที่เอ่ยนาม อาจารย์รัชดากับอาจารย์จุมพฏ แต่ไม่ยอมเข้ามาสู่สภาครับ มันไม่มี ความจําเปึนต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เลย
ประการที่ห้า ด้วยเงื่อนไขของเวลาจํากัดที่ผมขอประทานอนุญาต กราบเรียนท่าน เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องแก้ไขเขตเล็ก เขตใหญ่ ซึ่งตรงกันระหว่าง พรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอคนละเรื่อง ที่เสนอคนละครั้ง แต่เปึนเรื่องเดียวกันที่ผมพูดถึง เรื่องเขตเล็ก เขตใหญ่ ถ้าท่านประธานไปถามพี่น้องประชาชนหรือถามนักการเมือง ด้วยกันมันเหมือนกับมีคําถามว่าไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกันครับ ถ้ามองในเรื่องของเขตเล็ก ถ้ามองอีกมุมหนึ่งก็บอกว่าเขตเล็กซื้อเสียงได้ง่ายมีอิทธิพลครอบครองได้ง่าย แล้วสามารถ ส่งต่อเปึนมรดกตกทอดได้เลย ในขณะเดียวกันเขตเล็กก็สามารถที่จะบริการพี่น้องประชาชน ได้อย่างทั่วถึงให้โอกาสคนดีมีความรู้ความสามารถมาเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีกมุมหนึ่งของเขตใหญ่ เขตใหญ่ซื้อเสียงได้ลําบากเปึนผลดีต่อคนที่ไม่มีเงินไปลงหาเสียง ในขณะเดียวกันเขตใหญ่ก็ไม่สามารถที่จะให้บริการอย่างทั่วถึงกับพี่น้องประชาชน เราสมาชิกวุฒิสภาเราคิดว่าประเด็นของมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ นี้ไม่ใช่ประเด็นสําคัญ เปึนประเด็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านตกลงกันครับ แล้วเราคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหา ของพี่น้องประชาชน
ประการสุดท้าย ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลที่เปึน คนเริ่มต้นเสนอร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่าถ้าหากไม่สามารถแก้วิกฤติ ของชาติได้ ถ้าหากไม่สามารถตอบคําถามที่เปึนโจทย์ที่ผมถามได้ ผมก็มีคําถาม เหมือนกันว่าแล้วเราจะแก้ไปทําไม แล้วเราจะแก้ไปเพื่ออะไร แก้ไปเพื่อสร้างเงื่อนไข ของความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นเปึนวงจรต่อไปหรือไม่ ขอบพระคุณครับ
ท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในวันนี้ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านประธานรัฐสภาที่ได้บรรจุวาระในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ รวมทั้งหมด ๔ ฉบับ ซึ่งเปึนร่างที่มาจากทางรัฐบาล แล้วอีกร่างหนึ่งก็มาจากตัวแทน ของพรรคการเมือง ส่วนอีกร่างหนึ่งก็เปึนร่างของพี่น้องประชาชนซึ่งใช้สิทธิตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปรายในหลากหลายประเด็น ของรัฐธรรมนูญ แต่ประเด็นที่ผมอยากจะขออภิปรายในช่วงเวลาที่เหลือตรงนี้นั้น ก็เปึนเรื่องการที่มีพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งซึ่งอาศัยสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาเพื่อให้สภาได้พิจารณา เท่าที่ได้ตรวจสอบดูในเนื้อหา ในสาระแล้วนั้น ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรืออาจจะเอาเกือบทั้งหมด ของป้ ๒๕๔๐ มาใช้แทนในป้ ๒๕๕๐ ตรงนี้ แล้วก็เพิ่มเติมในเรื่องของการนิรโทษกรรม ผู้ที่เคยกระทําความผิด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขอเรียนว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เราใช้ในปัจจุบันนี้ และรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งจะขอแก้ไขเข้ามานั้น ที่มาที่ไปเหมือนกัน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเราเรียกร้องแล้วก็ถือว่าเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนนั้นก็มีที่มาจากการปฏิวัติของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือว่า รสช. แล้วก็เกิดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ ขึ้นมา แล้วก็มีการเรียกร้องที่จะให้มี สสร. ๑ ขึ้นมาโดยอาศัยการแก้ไขในป้ ๒๕๓๘ นั่นก็คือมีที่มาอันเดียวกันก็คือมาจากการปฏิวัติ แล้วก็มีการแก้ไขรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน และออกมาเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในป้ ๒๕๕๐ ก็เช่นกัน ท่านประธานครับ มีที่มาจาก คมช. หรือคณะมนตรี ความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งได้รัฐประหารในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วก็เกิด สสร. ๒ ขึ้นมา แล้วก็รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็ให้ความคิดเห็น แล้วก็ได้มาเปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เราใช้ในปัจจุบัน แต่ทั้ง ๒ ร่าง ท่านประธานครับ จุดใหญ่สําคัญที่สุดที่เปึนหัวใจของรัฐธรรมนูญแล้วก็เปึนหัวใจ ของประชาธิปไตยนั้นก็คือ การที่ให้ผู้นําของรัฐบาล นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้ามานั่งในสภาผู้แทนราษฎร นั่นคือหัวใจ ส่วนที่มาทั้งสอง จะเหมือนกันคล้ายกันก็เปึนอีกเรื่องหนึ่ง แล้วทุกคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ก็เปึนผลิตผลจาก กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งแทบที่จะไม่มีความแตกต่างกัน แต่ผมอยากจะ ขอลงลึกไปในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่มีพี่น้องของเราพยายามเสนอเข้ามา ในสภานั้น ขอเรียนว่าท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีเจตนารมณ์หลัก ๆ ที่เปึน หัวใจหลัก ๆ สําคัญ ๓ อย่างก็คือ
ในเรื่องของการที่จะให้รัฐบาลได้มีเสถียรภาพ
แล้วก็มีเจตนารมณ์ต้องการที่จะให้มีองค์กรอิสระที่เข้ามาตรวจสอบ มาถ่วงดุลการทํางานของรัฐบาล
และให้พี่น้องประชาชนตลอดจนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพและมีความเสมอภาค เท่าเทียมกัน
ซึ่งถือว่าเปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ได้รับการยอมรับว่าดีฉบับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่เปึนผู้นําในขณะนั้น ผู้ที่เปึนผู้ปกครองในขณะนั้นเขาใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างไร รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เคยผ่านการใช้โดยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านชวน หลีกภัย เปึนนายกรัฐมนตรีก็ใช้ กฎหมายป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ไม่เกิดปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างเดินไปตามครรลอง ของกฎหมาย ทุกอย่างเดินไปตามครรลองของเจตนารมณ์ที่ได้ถูกระบุเอาไว้ แล้วก็ไม่เกิด การวิพากษ์วิจารณ์ และไม่มีเสียงโต้แย้งจากพี่น้องประชาชน แต่มาในยุคหลัง ท่านประธานครับ ป้ ๒๕๔๔ จนกระทั่งมาถึงตอนนี้ เจตนารมณ์ ๓ อย่างนั้นได้ถูกบิดเบือน
การมีเสถียรภาพของรัฐบาล นั่นก็หมายความว่าผู้ปกครองในยุคนั้นได้ใช้ ช่องว่างตรงนี้ในการที่จะอาศัยเสียงข้างมาก มีการควบรวม มีการเทคโอเวอร์ (Take over) มีการซื้อพรรคเล็ก ๆ เข้ามารวมกันเพื่อที่จะมาเปึนเกราะปัองกันไม่ให้ผู้นํารัฐบาล ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านประธานที่เคารพครับ คดีต่าง ๆ เรื่องราวต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้นแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินจนกระทั่งมีการยึดทรัพย์แล้วก็ระหกระเหินออกไปต่างประเทศนั้น ถ้าหากว่าผู้นําในยุคนั้นได้ใช้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการให้มีเสถียรภาพ ก็คือปล่อยให้ฝ์ายค้านได้ทําหน้าที่ ได้ตรวจสอบทุกอย่างก็จะไม่เกิดขึ้น ทุกอย่างก็สามารถ จะเดินไปตามระบบของมันได้ แต่ที่มันเปึนอย่างนี้เพราะว่ามีการบิดเบือนในอํานาจ มีการลุแก่อํานาจทําให้เกิดปัญหาของประเทศขึ้นมา
ในประเด็นต่อมา ท่านประธานครับก็คือเรื่องขององค์กรอิสระ ซึ่งเกิดขึ้น ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เราจะเห็นได้ว่าในยุคนั้นได้มีการแทรกแซง องค์กรอิสระ ได้ส่งนายตํารวจรุ่นเดียวกันเข้าไปนั่งในตําแหน่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึน กกต. ไม่ว่าจะเปึน ปปง. ไม่ว่าจะเปึนองค์กรอิสระไหนมีการแทรกแซงทุกอย่าง แต่ที่ชัดเจนที่สุด เราเห็นได้ว่าไม่เคยมียุคไหนสมัยไหนที่ประธาน กกต. ถูกจําคุก ถูกจําคุกเพราะช่วยเหลือ เอื้อให้มีการโกงการเลือกตั้ง มีการปลอมบัตรสมาชิกพรรคในที่ทําการของ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญก็ตัดสินพรรคนั้นถูกยุบไป นั่นเพราะการบิดเบือนในอํานาจ บิดเบือน ในเจตนารมณ์ของกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ถูกกําหนดเอาไว้
ประการต่อมาท่านประธานครับ ในเรื่องของสิทธิ เรื่องของเสรีภาพ เรื่องของความเสมอภาค สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่ไม่นึกมาก่อนว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ฉบับหนึ่งของประเทศ แต่ถูกผู้นําในยุคนั้นบิดเบือนการใช้อํานาจ เราจะเห็นได้ว่ายุคนั้น ไม่ได้มีการคํานึงถึงศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ การชุมนุมโดยสงบโดยปราศจาก อาวุธที่อําเภอตากใบ เพื่อเรียกร้องให้ตํารวจปล่อยตัวผู้ต้องหา กลับถูกสังหารหมู่ ภายในคืนเดียว ๗๐ กว่าศพ และไม่มีคําตอบจากรัฐบาล ไม่มีคําตอบจากคนที่ใช้รัฐธรรมนูญ ที่ถือว่ามีสิทธิเสรีภาพ มีแต่เพียงกระดาษพับนกลงไปปล่อยในพื้นที่ ๓ จังหวัด ไม่มีแม้กระทั่ง คําว่าขอโทษ มีแต่คําว่าเสียใจแค่นั้นเอง เรื่องนี้เปึนเรื่องที่องค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วทั้งโลก ให้ความสนใจ ท่านประธานครับ ในเรื่องของความเสมอภาคในการจัดสรรงบประมาณ ให้กับจังหวัดต่าง ๆ ในยุคที่มีการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เกิดการแบ่งแยกจังหวัด เกิดวลีเด็ดขึ้นมาว่า จังหวัดไหนเลือกเราเราให้มาก จังหวัดไหนไม่เลือกเราเราให้น้อย ขึ้นอยู่กับความพอใจ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วก็เปึนการสวนทางกับเจตนารมณ์ของ กฎหมายรัฐธรรมนูญในยุคนั้นในสมัยนั้น ซึ่งถือว่าเปึนกฎหมายที่ดีที่สุด แล้วก็ภาคประชาชน บางส่วนเขาก็เสนอเข้ามา หรือแม้กระทั่งว่าการให้สิทธิเสรีภาพให้กับสื่อในการ ที่จะเสนอข่าว ในการที่จะวิพากษ์วิจารณ์การทํางานของรัฐบาล ปรากฏว่าการเสนอข่าวหลายช่องในยุคนั้น ในสมัยนั้นถูกถอด รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ซึ่งจัดโดย สนธิ ลิ้มทองกุล เปึนรายการที่ เรตติ้ง (Rating) สูงมาก ถ้าหากว่ารัฐบาลยุคนั้นสวมแว่นประชาธิปไตยไม่สวมแว่นเผด็จการ วิกฤติที่มันเกิดอยู่ตอนนี้มันก็คงจะไม่เกิดขึ้น ปล่อยให้มีการวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลก็แก้ไข ตอบโต้ไปทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา แต่นี่เนื่องจากว่าการลุแก่อํานาจก็เลยทําให้มีการถอด รายการสนธิออกไป ถอดรายการเจิมศักดิ์ออกไป ถอดรายการไทม์เนชั่น (Time Nation) ออกไป และทําให้เกิดวิกฤติของประเทศไทยขึ้นมา ตรงนี้คือปัญหาที่มันเกิดขึ้นจากการใช้ รั ฐธรรมนู ญ ตัวเนื้อหาไม่มีปัญหา แต่ผู้ที่นําไปใช้มีปัญหาครับ ในยุคพรรคประชาธิปัตย์เปึนรัฐบาล เราไม่เคยมีปัญหากับการใช้รัฐธรรมนูญ ไม่เคยแทรกแซงองค์กรอิสระ ไม่เคยแทรกแซงสื่อ แถมยังให้มีไอทีวี (ITV) ซึ่งเปึนสื่อเสรีของพี่น้องประชาชนเปึนกระบอกเสียง เปึนปากเปึนเสียง ให้กับพี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่ได้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นจึงมีคําพูดของ สสร. คนหนึ่งจึงพูดว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นได้ถูกชําเรา ได้ถูกกระทําจนกระทั่งตายไปก่อน ที่จะมีปฏิวัติ ๑๙ กันยายนเสียอีก นี่คือสิ่งที่อยากจะขอฝากเปึนข้อคิดให้กับเพื่อนสมาชิก ได้ลงมติกันในช่วงวาระต่อไปนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน เวลาก็ครบพอดีครับ
ต่อไปท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ๔๐ นาที เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ ๖ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ผมจะอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องร่างพระราชบัญญัติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลเสนอ พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ ๒ พรรค แล้วก็ฝ์ายภาคประชาชน เพื่อไม่ให้เกิด ความสับสนครับ เพื่อนสมาชิกที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ได้อภิปรายทํานองเหมือนกับว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อรัฐบาลทักษิณนํามาบิดเบือน ที่ไม่สามารถยื่นตรวจสอบนายกรัฐมนตรีได้ มันไม่ใช่ เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขียนไว้ชัด จะยื่นไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีต้องมีเสียง ๒ ใน ๕ ไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เสียง ๑ ใน ๕ พรรคประชาธิปัตย์ได้เสียงไม่ถึง ๒๐๐ เสียง มี ๑๐๐ เสียงเศษ ๆ แล้วคุณ จะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร การเมืองต้องเล่นตรงไปตรงมา เหน็บนิด เหน็บหน่อยไม่ยุติธรรมครับ
ผมเรียนท่านประธานนะครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเสนอผมจะนําเรียน รายละเอียดต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากพูดก็คือว่าข่าวออกมาจริงเท็จไม่รู้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรี เปรย ๆ กับสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์บอกว่ายุบสภาดีกว่าให้มีการปฏิวัติ ถ้าท่าน นายกรัฐมนตรีพูดจริงนับว่าอันตราย คนเปึนนายกรัฐมนตรี เปึนหัวหน้าฝ์ายบริหาร ควบคุม การบริหารของราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม นายอภิสิทธิ์รู้ไหมว่าความผิด ๓ สถาน แค่เตรียมการก็ผิดแล้วฐานพยายาม ๑. คดีวางเพลิง ๒. คดีข้างบน ๓. คดีปฏิวัติรัฐประหาร แค่เตรียมการก็เปึนความผิดฐานพยายามแล้ว ถ้านายอภิสิทธิ์รู้ว่าจะมีการปฏิวัติจึงชิง ยุบสภาก่อน นั่นแปลว่าคนกลุ่มที่นายอภิสิทธิ์รู้มีความผิดฐานพยายามกระทําความผิด ที่จะยึดอํานาจรัฐบาลล้มล้างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอํานาจบริหาร ล้มล้าง อํานาจนิติบัญญัติ นายอภิสิทธิ์ต้องแสดงความรับผิดชอบ ต้องพูดสิว่าข่าวออกมา จริงหรือไม่ ถ้านายอภิสิทธิ์บอกจบเศรษฐศาสตร์ ไม่ใช่ครับ นายอภิสิทธิ์ก็แอบเรียน กฎหมายเหมือนกัน ที่พูดนั่นพูดขู่ใคร ขู่สมาชิกพรรคตัวเองก็เรื่องของคุณ แต่ถ้าขู่พวกผม ไม่มีหรอกครับ ฝ์ายค้านจะกลัวปฏิวัติ ใครเขาจะมาปฏิวัติฝ์ายค้าน เราต้องปฏิวัติรัฐบาล เพราะรัฐบาลชุดนี้เช้า สาย บ่าย เย็น มีแต่เรื่องทุจริตคิดมิชอบตลอดเวลา มีใครไป กล่าวหารัฐบาลว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน ออกมาแป็บ ๆ ไม่เคยทํา วันนี้หนังสือพิมพ์ ประเทศอังกฤษเขารายงานเรียบร้อยว่าเดวิด คาเมรอน นักเรียนโรงเรียนอีตัน หลังคุณอภิสิทธิ์ ๒ ป้ บอกว่าไม่มาเมืองไทยด้วยเหตุผล ๒ ประการ ๑. ถือว่าเปึนการใช้ภาษีอากรของ พี่น้องประชาชนคนอังกฤษ ๒. บอกว่าถ้ามาประเทศไทยจะถูกกล่าวหาว่ามายังประเทศ ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน อายเขาไหมล่ะครับ แล้วรัฐบาลทําอย่างไร รัฐบาลก็มาพะวักพะวนจะแก้ไขบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ผมอิจฉารัฐบาลชุดนี้ ผมอิจฉาจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้ตําหนิ ท่านประธาน แต่กราบเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลเสนอให้แก้ไขเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ท่านประธานบรรจุ ๒๓-๒๕ วันนี้มีการเลื่อนระเบียบวาระ ภาคประชาชนเขาเสนอ แรมเดือนแรมป้ เขามีประชากรเสนอ ๗๑,๕๔๓ คน ครม. มีกี่คนที่เขาวิพากษ์วิจารณ์กันนี่ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดี๋ยวคุณเอา เดี๋ยวคุณไม่เอา คุณชักเข้า คุณชักออก แล้วคุณ ก็บอกว่าแก้ไขเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แก้ไขเพื่อความสมานฉันท์ ตรงไหนครับ เรื่องเขตเลือกตั้ง เขตเล็ก เขตละคน คนละเขต วันแมนวันโหวต แบ่งเขตเรียงเบอร์ มาเปึนเขตละคน คนละเขต ตรงไหนสร้างความสมานฉันท์ อธิบายมาสิ ตรงไหนครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ แก้ให้รัฐบาลสบาย ๆ จากนี้ต่อไปทําอะไรเรื่องสนธิสัญญาจะไป เซ็นอะไรที่ไม่ได้ระบุว่าต้องเข้าสภารัฐบาลก็ทําง่ายขึ้น ตรงไหนที่ประชาชนได้ประโยชน์ ผลประโยชน์เกิดแก่พี่น้องประชาชนผมยังมองไม่เห็น ตอนผมเรียนปริญญาโทผมทําวิทยานิพนธ์ กฎหมายกับการปฏิรูปการเมือง ผมมั่นใจว่าผมมีความเข้าใจพอสมควร ท่านประธานครับ การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมันทําได้ ๔ ทาง ๑. รัฐบาลเสนอ ๒. ส.ส ๑ ใน ๕ ๓ . ส.ส. บวก ส.ว. ๑ ใน ๕ ๔. ประชาชนจํานวนเกินกว่า ๕๐,๐๐๐ คน เปึนผู้เสนอ
รัฐบาลได้นําเสนอ ๒ ประเด็น ผมเรียนท่านประธานว่า
ประเด็นแรกเปึนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๓ ถึงมาตรา ๙๘ เกี่ยวกับ ประเด็นที่มาของ ส.ส. และระบบเลือกตั้ง ถามว่าทําไมพวกผมต้องขึ้นมาคัดค้านทั้ง ๆ ส่วนนี้เปึนส่วนที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะเท่าที่ผ่านมาเปึนการเรียกร้องจาก พรรคร่วมรัฐบาล เปึนการเรียกร้องจากฝ์ายนายกรัฐมนตรี เปึนการเรียกร้องจากกุนซือ นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดแนวอ่านว่าถ้าแก้ไขเขตเล็กจะเจาะพื้นที่พรรคเพื่อไทยได้ มีสักครั้งไหมที่บอกว่าแก้ไขแล้วจะทําให้บ้านเมืองสงบสุข มันสงบสุขอย่างไร ไม่หรอกครับ ท่านคิดแต่เพียงว่าจะไปตั้งรัฐบาลรอบหน้า คิดแต่เพียงว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันกําหนด เอาไว้ว่า ส.ส. มีเอกสิทธิ์ที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีก็แปลว่ารอบหน้าเลือกมา พรรคเพื่อไทย ชนะก็จะมาซื้อกันใหญ่ จะมาฉกชิงวิ่งราว จะมาตีท้ายครัว แบ่งเขตเรียงเบอร์ตรงไหนมีประโยชน์ ตอบได้เลยว่าไม่มี ตอบมาสิครับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าเพื่อความสมานฉันท์ คณะกรรมการ นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ บอกเลยถ้าไม่แก้ ๖ ประเด็นแล้วจะเกิดความแตกแยกปรองดอง มันไม่ใช่ ที่มันเกิดทุกวันเพราะคุณแพ้เลือกตั้งพวกผม เมื่อ ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ ประชาชน เขาเลือกพวกผมมาเปึนรัฐบาล ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อท่านผู้ชมทางบ้านจะได้ฟังว่า พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยคนอีสานบอกคื้อกัน ผมอาจจะใช้ คําพูดว่าพรรคเพื่อไทย นั่นแปลว่าพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชนบวกกันมาเปึน พรรคเพื่อไทย
ต่อมาแก้ไขอะไรครับ แก้ไขระบบเขตเลือกตั้งจาก ๔๐๐ เขตเปึน ๓๗๕ เขต อธิบายสิครับความพอดีมันอยู่ตรงไหน ไม่หรอกครับ เพราะรู้นี่ถ้าลด ส.ส. ในภาคอีสาน ภาคเหนือ คะแนนพรรคเพื่อไทยจะลด ท่านไม่ได้คิดถึงประเทศชาติ ท่านหวังผลถึงการเลือกตั้ง ของท่านเท่านั้น ต่อมาก็ให้มี ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อปาร์ตี้ลิสท์ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มี ๘๐ คน นี่ทําไมเขียนไว้ ๑๒๕ คน มีทฤษฎีไหนที่เปึนทฤษฎีของการสร้างความสมานฉันท์ ไม่มีหรอกครับ แต่ยังดีนิดไม่คิดอัปลักษณ์เหมือน สนช. มันร่าง มีที่ไหนเอาภาคกลาง ไปรวมจังหวัดระนอง ภาคกลางรวมปักษ์ใต้ เอาโคราชไปรวมจังหวัดเพชรบูรณ์คว้านออกมาเลย ให้เหลือ ๘ เขต พรรคพลังประชาชนตายแน่ แล้วสมน้ําหน้าไหมครับ เราก็ชนะอีก
เรียนท่านประธานต่อไปว่าท่านไปดูหากย้อนหลังก่อนเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ พรรคการเมืองที่ประกาศจะแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมีพรรคเดียวครับ คือพรรคพลังประชาชน ผมกับท่านสมัคร สุนทรเวช ไปรณรงค์หาเสียงทั่วประเทศ แล้วบอก พี่น้องประชาชนว่าถ้าเลือกพรรคพลังประชาชนที่ ๑ ท่านสมัครเปึนนายกรัฐมนตรี แก้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญนะครับ เอาป้ ๒๕๔๐ มาใช้ เฉลิมพร้อมเปึนรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย รับท่านทักษิณกลับบ้าน โอ๊ยคนด่ากันใหญ่ว่าทําไมหาเสียงอย่างนี้ ก็ผมเต็มใจครับ แล้วประชาชนก็มอบความไว้วางใจ ไม่มีพรรคใดเลยที่ไปรณรงค์ แล้วบอก จะแก้รัฐธรรมนูญ มีพรรคพลังประชาชนเท่านั้น
ผมเรียนท่านประธานเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านที่ติดตาม การถ่ายทอดสด นี่คือความสัตย์จริงของมวลสมาชิกพรรคเพื่อไทย ณ วันนี้ เมื่อวาน เปึนพรรคพลังประชาชน พอเมื่อเราเลือกตั้งได้มาเปึนรัฐบาลเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ สมัยท่านสมัคร สมัยท่านสมชาย พันธมิตรก็ชุมนุมเรียกร้องประท้วง เขาไม่เห็นด้วย เขาบอกว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วเดี๋ยวจะนิรโทษ อภัยโทษท่านทักษิณ ไม่มีรัฐธรรมนูญ ฉบับไหนในเมืองไทย ไม่มีกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับไหนในโลกหรอกที่ประกาศใช้เปึน รัฐธรรมนูญแล้วจะนิรโทษอภัยโทษ เขาต้องออกเปึนพระราชกําหนดนิรโทษ เขาต้องออก เปึนพระราชบัญญัตินิรโทษ ถ้าเลือกตั้งรอบหน้าพรรคเพื่อไทยเกินกึ่งหนึ่งเปึนรัฐบาล ผมจะทําให้ดูว่าเขาทําอย่างนี้ เขาไม่ได้ไปแก้รัฐธรรมนูญ
ต่อมาท่านประธานจะเห็นว่าเมื่อพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เขาชุมนุมประท้วง พวกผมที่ทําเนียบก็ไม่มีที่นั่ง จนกระทั่งมีการยุบพรรคพลังประชาชน เขารู้เลยว่า ๒ ธันวาคม ยุบพรรคพลังประชาชน เขาบอกเขาอธิบายบนเวที ๒ ธันวาคม ยุบผลัวะก็มีการเปลี่ยนขั้ว ใครจะไปที่ไหนเรื่องแล้วไปแล้วผมไม่พูดถึง แต่ผมเรียงลําดับ มาให้เห็นว่าเมื่อการเมืองเปลี่ยนขั้ว พรรคประชาธิปัตย์มาเปึนรัฐบาล ตรงนี้มันสร้าง ความเจ็บปวดใจให้พี่น้องประชาชนคนรากหญ้า พี่น้องประชาชนคนยากคนจนในพื้นที่ ภาคอีสาน ในพื้นที่ภาคเหนือ เพราะพรรคประชาธิปัตย์กลับมาเปึนรัฐบาล พรรคพลังประชาชน ถูกยุบเปึนพรรคเพื่อไทยไปทําหน้าที่ฝ์ายค้าน พอท่านอภิสิทธิ์ขึ้นมา แนวร่วม นปช. ชุมนุม เรียกร้อง รัฐบาลก็กล่าวหาว่ารับจ้างมาอะไรมา ไม่ครับท่านประธาน การชุมนุมมันจะ เกิดจากสูญญากาศไม่ได้ การชุมนุมมันต้องมีเปัาหมาย การชุมนุมมันต้องมีวัตถุประสงค์ พี่น้องประชาชนคนจนเขาเห็นว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค กองทุนหมู่บ้าน พักหนี้เกษตรกร เอสเอ็มอี (SME) เอสเอ็มแอล (SML) ธนาคารประชาชน ท่านทักษิณจัดทํางบประมาณ จากล่างขึ้นบน บอททอม อัพ (Bottom up) คุณอภิสิทธิ์ ทอป ดาวน์ (Top down) เขาก็ ชอบนโยบาย ประกอบกับการเปลี่ยนขั้ว เขาไม่ได้อยากให้พรรคประชาธิปัตย์เปึนแกนนํา จัดตั้งรัฐบาล เขาอยากให้พรรคเพื่อไทยเปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาลต่อเขาถึงมาชุมนุมเรียกร้อง แล้วเขาชุมนุมเรียกร้องเพื่ออะไรครับ ให้ยุบสภาคืนอํานาจให้กับประชาชน พันธมิตร เคยชุมนุมเรียกร้องให้ท่านทักษิณคืนอํานาจ ท่านทักษิณยุบสภาเมื่อหลังเลือกตั้ง ป้ ๒๕๔๘ ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งคนลงสมัครรับเลือกตั้ง นี่ละพรรคการเมือง ที่เปึนแม่บท พรรคการเมืองที่เปึนแม่บาป
ผมเรียนท่านประธานต่อครับ เมื่อคุณอภิสิทธิ์ถูกประท้วงเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๒ หลายฝ์ายเห็นตรงกันว่าต้องคลี่คลายปัญหา ท่านประธานนั่นแหละกรุณา ท่านประชุมร่วมรัฐสภา ผมเห็นคนอภิปรายตรงนั้นละครับ เปึนคนอภิปรายเสร็จ ก็มี การตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ มี คุณดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธานคณะทํางานไปรวบรวม เรียบเรียงดําเนินการ สรุปผลออกมาให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น
๑. แก้ไขมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ เรื่องวัน แมน วัน โหวต
๒. แก้ไขมาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๒๑ ให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง
๓. เห็นชอบแก้ไขมาตรา ๑๙๐ กําหนดประเภทหนังสือสัญญา
๔. มาตรา ๒๓๗ ที่ให้ยุบพรรค ผมเรียนท่านประธานจากใจส่วนลึกครับ ผมไม่อยากเห็นมีกฎหมายมาตรานี้ ผมถือว่าเปึนกาลกิณีต่อระบอบประชาธิปไตย มีที่ไหน คนทําผิดยุบพรรค พรรคเปึนนิติบุคคล กฎหมายนี้มีที่เดียวในโลกเหมือนกับกฎหมาย ภรรยาซื้อที่ดินแล้วผัวติดคุก ไม่มีหรอกครับทั่วโลก มีแต่ประเทศไทย ผมไม่อยากให้มี มาตรา ๒๓๗ พรรคไหนจะได้อานิสงส์เชิญเลยครับ เราต้องรักษาระบอบประชาธิปไตย เราต้องรักษาพรรคการเมือง
มาตรา ๒๖๕ ให้ ส.ส. ดํารงตําแหน่งทางการเมือง เช่น เลขานุการรัฐมนตรีได้
มาตรา ๒๖๖ ให้ ส.ส. ส.ว. ช่วยประสานงานได้
ทําเปึนวิตกจริต ไม่ได้หรอกครับอ้ายนี่ก็ไม่ได้ ๖ ข้อนี่ไม่ได้ เสร็จเรียบร้อย เข้า ครม. แกนนําพรรคร่วมรัฐบาลบอกเห็นควรแก้ ๒ ประเด็น แก้ประเด็นไหน การเลือกตั้ง แบ่งเขตเลือกตั้งปาร์ตี้ลิสท์ และแก้มาตรา ๑๙๐ รายละเอียดผมกราบเรียนท่านประธานแล้ว พอรัฐบาลมีแนวคิดแนวทางอย่างนี้ พรรคประชาธิปัตย์ประชุมพรรค ก็อ้ายนี่ อ้ายประเภท อย่างนี้ พวกผมถึงลุกขึ้นมาคัดค้านว่าไม่เห็นด้วยนะครับ พอเข้าพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาธิปัตย์ด้วยคะแนน ๘๔ ต่อ ๔๒ ไม่เห็นด้วย แล้ววันนี้คุณอภิสิทธิ์กินยาอะไร เข้าไปหรือความจําเสื่อมตอนนั้นเลยกลับไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามผมเรียนท่านประธานว่า ร่างของหมอเหวงพอไปได้ในชั้นกรรมาธิการไปว่ากัน คนที่แสดงความเห็นว่าร่างของ หมอเหวงถ้าประกาศเปึนรัฐธรรมนูญแล้ว ท่านทักษิณจะพ้นโทษพ้นภัย เอาส่วนไหน ของสมองมาคิด ไม่มีครับ
ผมเรียนท่านประธานต่อว่าถ้าผมพูดครบ ๔๐ นาที บรรดาสมาชิกที่เขา มีเวลาให้ผมอยู่ เขาบอกว่าถ้าเกินแล้วให้ประธานทดเวลาให้ด้วย แล้วก็ตัดเวลาของ พรรคเพื่อไทย แต่เดิมผมไม่พูด เขาบังคับให้ผมพูด พอพูดไปพูดมาขึ้นโน้นไปแล้ว บอกให้ เรียนท่านประธาน ท่านประธานจะได้ไม่ต้องบอกว่าผมหมดเวลา
ผมเรียนท่านประธานว่าพอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งครับ วิกฤติ เมื่อพฤษภาคม ป้ ๒๕๕๓ รัฐบาลอภิสิทธิ์เปึนนายกรัฐมนตรี ป้ ๒๕๕๒ มีคนตายมีคนเจ็บ ป้ ๒๕๕๓ มีคนตายมีคนเจ็บ หายอีกต่างหาก ประเทศอังกฤษยังรายงานเปึนประเทศ ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน พอเหตุการณ์คลี่คลายลง เอาเลยนายกรัฐมนตรีของเราเอาอีกแล้ว คราวที่แล้วตั้งคุณดิเรกเขาเสนอ ๖ ประเด็น เหลือ ๒ ประเด็น ๒ ประเด็นเข้าไปพรรคไม่เอา พอเกิดเหตุการณ์ป้ ๒๕๕๓ เอาอีกแล้ว เอาอะไรครับ แก้รัฐธรรมนูญ ให้คุณสมบัติไปคิด ให้หมอประเวศ ให้คุณอานันท์ไปดูความสมานฉันท์ ให้อาจารย์คณิตไปพิสูจน์ความจริง สุดท้ายเขาเสนอมา ๕ ประเด็น เอา ๒ ประเด็น ผมถามท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ ประเด็นที่เขาบอกให้เพิ่มสัดส่วนของคณะกรรมการสรรหาทําไมไม่เอาละ เพราะอะไรครับ เพราะเดือนกุมภาพันธ์จะตั้งวุฒิสภา พรรคเพื่อไทยเรามีการตรวจสอบ ผมเล่นการเมืองประคับประคอง ผมถือว่าระบอบประชาธิปไตยดีกว่าอย่างอื่น แต่พวกผม ก็ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
สรุปแล้วทางท่านสมบัติบอกว่าให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ๕ ประเด็นจาก ๖ ประเด็น ถ้าเชื่อเขาอีก ๓ ประเด็นทําไมคุณอภิสิทธิ์ไม่เอา ทําไมถึงเอาแค่ ๒ ประเด็น ผมไม่กล้าว่า พรรคประชาธิปัตย์หรอก ณ วันนั้น ๒ ประเด็นนี้ มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๔ มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๙๘ มาตรา ๑๙๐ อักขระ สระอะ สระอา สระอิ สระอี เหมือนวันนี้ แล้วทําไมพรรคประชาธิปัตย์ถึงไม่เอาวันนั้นนะครับ แล้วมาเอาวันนี้ หรือหัวหน้าพรรคคุณขู่ว่าทหารจะปฏิวัติ ถ้าขู่จริงมาบอกผม จะได้ให้คนไปแจ้งความจับ นายอภิสิทธิ์ในฐานะเปึนหัวหน้ารัฐบาลแล้วรู้ว่ามีการเตรียมการปฏิวัติ แล้วไม่ดําเนินการ ระงับยับยั้ง ผมเรียนท่านประธานว่าการที่นายกรัฐมนตรีเสนอมาครั้งนี้ก็ถือว่ากล้าหาญมาก ถ้าไม่ผ่านรับผิดชอบไหม หรือประพฤติตัวแบบเดิม ทําอะไรก็ไม่รับผิดชอบ การแก้ไขปัญหา ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ปูทาง ผมขอฟัองพี่น้องประชาชนที่ชมการถ่ายทอดสด เขาจะซัด ตัวแทนคะแนนเสียงพรรคเพื่อไทยในอีสานและในภาคเหนือ เหตุที่ผมไม่เห็นด้วย มันต้อง มีเหตุผลที่ไปที่มา การแก้ไขมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ เกี่ยวกับที่มาของ ส.ส. เขตเลือกตั้ง แก้ไขมาตรา ๑๙๐ การทําหนังสือสัญญา ผมยืนยันกับท่านประธานและพี่น้องประชาชน ว่าประชาชนไม่ได้อะไรเลย รัฐบาลอ้างว่าตั้งกรรมการขึ้นมาศึกษาแล้วจึงต้องทําตาม ถามว่าคณะกรรมการเขาสรุป ให้แก้ ๕ ประเด็น แล้วทําไมรัฐบาลแก้ ๒ ประเด็น คุณเชื่อเขาจริงหรือเปล่า หรือเชื่อเฉพาะ ส่วนที่เปึนคุณ เชื่อเฉพาะส่วนที่เปึนประโยชน์ อย่างนี้เขาเรียกว่าเปึนนักการเมือง ที่ไม่จริงจัง ไม่จริงใจ ไม่ตรงไปและตรงมา ขอเรียนนะครับ
ประเด็นสําคัญอีกอันหนึ่ง การเพิ่มเติมกรรมการสรรหาวุฒิสภา ทําไม ไม่เพิ่มเข้าไป มันจะได้มีการครอบคลุมให้การสรรหาเปึนไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม คุณอภิสิทธิ์พูดเช้าสายบ่ายเย็นไปเกาะโพเดียม (Podium) ที่ไหนก็บอก เกาะที่ไหนก็บอก ถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วจะสร้างความสมานฉันท์ คุณเอาอะไรเปึนเครื่องวัด ใช้ปรอทวัดหรือ หรือว่าใช้เครื่องวัดความดัน คุณโกหกคนอื่นได้ แต่คุณโกหกมวลสมาชิกพรรคเพื่อไทย ไม่ได้หรอก อ้าย ๒ เรื่องมันไม่เข้าท่า และไม่ควรทําตอนนี้
ต่อไปนะครับ ผมจะบอกให้ไม่ต้องตอบหรอก ถ้าคุณแก้สําเร็จคุณอภิสิทธิ์ คุณได้สมานฉันท์จริง สมานฉันท์กับพรรคร่วมรัฐบาล ก็เขาเรียกร้องมาตลอด ผมก็ตามอยู่ ถ้าแก้เขตเล็กแล้วรอดตาย แก้เขตเล็กจะได้สู้พรรคเพื่อไทยได้ เอาละคุณได้สมานฉันท์ อย่าพูดอีกต่อไปว่าได้สมานฉันท์กับคนในชาติ ไม่ใช่ สมานฉันท์กับพรรคร่วมรัฐบาล
ผมขอเรียนว่ารัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ สุพรีม ลอว์ ออฟ เดอะ แลนด์ (Supreme law of the land) การแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เขาก็ทําไม่ยาก รัฐธรรมนูญที่อยู่ยงคงกระพันมีฉบับเดียวบนพานอนุสาวรีย์ นอกนั้น ไม่อยู่ยง แล้วแก้ไขได้ไหมครับ ได้ครับ เขาถึงบอกว่าต้องถามความเห็นเจ้าของประเทศ อ้ายเรื่องสําคัญ ๆ ทําไมรัฐบาลไม่ทําก่อนครับ ปัญหาการทุจริต กระทรวงมหาดไทย สอบเข้าโรงเรียนนายอําเภอ คอมพิวเตอร์ฉาว รับสินบนในการแต่งตั้ง กระทรวงคมนาคม รถไฟฟัาสีม่วง รถไฟฟัาสีน้ําเงิน กระทรวงพาณิชย์ ขายข้าว ขายมันเส้น กาญจนาฟาร์ม กาญจนาพันธุ์ ไม่แก้ครับ ทุจริตเดี๋ยวนี้น่ากลัวมาก ๔๐ การเมือง ๓๐ ๕ ข้าราชการประจํา ๕ บริษัทไปฮั้ว กระทรวงมหาดไทยก็ตัวดี กระทรวงคมนาคมก็ตัวดี กระทรวงพาณิชย์ ก็ตัวร้ายครับ เอาที่ปรึกษาตั้งบริษัท เดี๋ยวไปซื้อข้าว เดี๋ยวไปซื้อมันเส้น อ้ายเรื่องอย่างนี้ ทําไมไม่แก้ครับ มันต้องดําเนินการแก้ไขก่อนมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ผมเรียนท่านประธานต่อ และอีกอันหนึ่งน่าเกลียด จริงหรือเท็จผมไม่ทราบ ถ้าอ่านแล้วผมเศร้าสลดว่าเดี๋ยวนี้ใครอยู่ใกล้บ้านนายกรัฐมนตรีเจ๊งหมด โรงแรมก็เจ๊ง ร้านค้าก็เจ๊ง สปา (Spa) ก็เจ๊ง จริงเท็จผมไม่ทราบ ผมอ่านจากข่าว อ้ายนี่ที่ท่านต้องแก้ อ้ายน้องชายสถานการณ์มันเบา สถานการณ์คลี่คลาย จากนี้ต่อไปนํา ๓๐ ตาม ๒๐ ประกบอีก ๑๕ เอาน้อยหน่อยที่บ้าน ผมอยู่บ้านวันนี้ผมไม่ได้ออกข้างนอก อย่ามาชุมนุมกันมาก ตํารวจท้องที่ตั้งด่านเช็กพอยท์ (Check point) พอแล้ว อ้ายนี่โรงแรมเขาบอกว่าเจ๊ง เพราะอยู่ใกล้บ้านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ความผิดของท่านครับ แต่อย่างนี้ท่านต้องแก้ ท่านกลับไม่แก้ ปัญหาทุจริตต้องแก้ ไม่แก้ ปัญหาบริหารงานที่ขาดความยุติธรรมไม่แก้ ขาดความยุติธรรม ขาดคุณธรรม ขาดจริยธรรม แต่งตั้งก่อให้เกิดผลกระทบหลักการ อย่างรุนแรง กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งนายอําเภอ แต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด แต่งตั้งปลัดกระทรวงข้ามอาวุโส มีตําแหน่งเดียวที่แต่งตั้งแล้ว ไม่เดือดร้อนคือกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งภารโรงครับ
ท่านผู้อภิปรายครับ มีผู้ประท้วง ประท้วงอะไรครับ ประท้วงผมหรือประท้วงอะไร
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดชลบุรี ผมประท้วงท่านผู้อภิปรายในข้อบังคับ ข้อ ๔๓ เพราะท่านอภิปราย นอกประเด็น ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจ เอาไว้รอให้ถึงโอกาสอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วยื่นเลยครับ ผมอยากจะฟังเนื้อหาสาระที่ท่านไม่รับหลักการ ๒ ประเด็นของการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ดีเสียอย่างไรท่านต้องอภิปรายให้พวกเราเข้าใจ อย่านอกประเด็นมากครับ เพราะท่านกล่าวร้ายปัายสีท่านนายกรัฐมนตรี ท่านกล่าวร้ายปัายสีพรรคประชาธิปัตย์ มาโดยตลอด ผมอยากจะฟังให้ท่านอภิปรายตรงนี้ให้จบ แต่ว่าผมทนไม่ได้ที่มาพูดแบบนี้ และโดยเฉพาะก้าวล่วงไปถึงหลาย ๆ เรื่องที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ตรวจสอบการทุจริต หลายเรื่องที่ท่านนายกรัฐมนตรีตรวจสอบการทุจริตแล้วระงับหลายเรื่อง ท่านไม่เห็นพูดเลย ท่านก็อย่าเอาดีใส่ตัวอย่างเดียวแล้วกล่าวร้ายคนอื่นเขาไม่ถูกต้องครับ ขอบคุณครับ
มีประท้วงอะไรอีกไหมครับ ถ้าประท้วงแค่นี้มันก็ไม่เข้าเนื้อ เชิญต่อเถอะ อนุญาตครับ แต่ว่าอย่านอกเรื่องมากครับ ไปในเนื้อเรื่อง
ท่านประธานครับ ที่ผมเรียน ไม่ครับ ผมอยู่ในกรอบ เพราะผมไม่เห็นด้วยผมก็บอก และที่คุณอภิสิทธิ์บอกว่าที่ต้องเสนอมามันเร่งด่วน ผมบอกเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน คุณเห็นแก่ตัวเอง คุณเห็นแก่พรรคพวก คุณเอาประโยชน์ทางการเมือง ประชาชน ไม่ได้ประโยชน์ ผมให้เหตุผล แล้วผมจะมาอภิปรายคัดค้านได้อย่างไรครับ ผมถามว่า แล้วเรื่องทุจริตทําไมนายกรัฐมนตรีไม่แก้ นั่นละเรื่องด่วน นั่นละเปึนเฟ่รสท์ ไพรออริตี้ (First priority) แล้วยังมีหน้าออกมาบอกอธิบดีกรมการปกครองเสนอแต่งตั้งให้เปึน ปลัดกระทรวงไม่ได้ เพราะถูกกล่าวหาเรื่องคอมพิวเตอร์ ปลัดกระทรวงเปึนไม่ได้แล้ว อธิบดีกรมการปกครองเปึนได้หรือครับ ถ้าเชื่อว่าทุจริตต้องย้ายข้าราชการประจําครับ และถึงทีผมอภิปรายก็ไม่ถ่ายทอดสด ทําไมไม่ถ่ายทอดสด ท่านประธานท่านลองไปเช็กบิล (Check bill) กันหน่อย
เชิญต่อครับ
ผมต้องฟัองท่านประธานครับ มีคนเขาโทรศัพท์มาบอกว่าเมื่อสักครู่นี้ออกมาแป็บ ๆ แบบผีพุ่งใต้ ท่านประธานครับ การบริหารงานที่ขาดคุณธรรมจริยธรรม ทําไมนายอภิสิทธิ์ ไม่แก้ไข ทําไมปล่อยให้มีการแต่งตั้งที่กระทรวงมหาดไทย นายอําเภอ ตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดกระทรวงข้ามอาวุโส ทําไมไม่แก้ไข นี่อย่างไรที่ผมไม่เห็นด้วย ที่คุณเอาเรื่องนี้มาเปึนเรื่องด่วน เรื่องเร่งด่วนมีทําไมไม่ทํา ผมบอกท่านประธานต่อไปว่า คุณจะแก้ไขความแตกแยก ๑. คุณต้องมีเสรีภาพ ๒. คุณต้องมีความเสมอภาค ๓. จึงเกิด ภราดรภาพ ผมไม่ได้สอนนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่มี ๓ ข้อเปึนปัจจัยสําคัญ วันนี้อีกเหมือนกัน คุณอภิสิทธิ์คุณสร้างความปรองดองสมานฉันท์ไม่ได้ครับ และคนอย่างคุณ คุณมีตําหนิ ประชาชนล้มตายเปึนจํานวนมาก คุณจะสั่งหรือไม่อย่างไร ผมไม่ทราบ แต่คนส่วนหนึ่ง เขาเชื่อว่าคุณสั่ง ถ้าจะมาแก้ไขปัญหาความปรองดองสมานฉันท์สมัยคุณไม่มีวันสําเร็จ คุณต้องคืนอํานาจให้กับประชาชน แล้วคุณมีนโยบายไปเลยว่าคุณจะทํา ๑ ๒ ๓ ๔ และถ้าเขาเลือกพรรคประชาธิปัตย์มาเสียงมากกว่า พวกผมจะยืนเข้าแถวโค้งว่ายอมรับ ให้คุณตั้งรัฐบาล คุณไม่ต้องเกินกึ่งหนึ่ง คุณได้เสียงมากกว่าผม ผมก็ไม่หน้าด้านที่จะ ไปตั้งรัฐบาลแข่งกับคุณ
มีอะไร คุณวิชาญประท้วงท่านเฉลิมหรือ
ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เรากําลังอภิปราย ในหัวข้อที่สําคัญเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่การถ่ายทอดสดในช่วงนี้ไม่มีการถ่ายทอดสด หรือครับ และชาวบ้านเองเขาต้องการติดตามในเรื่องดังกล่าว เพราะเปึนเรื่องสําคัญ ผมขอให้ท่านประธานได้ช่วยดําเนินการให้มีการถ่ายทอดโดยเร็วครับ
ผมได้สั่งดําเนินการแล้วหลายช่อง ไม่ใช่ช่อง ๑๑ ช่องเดียว อีกหลายช่อง ไปเป่ดช่องอื่นอีก เชิญต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอภิปรายต่อนะครับ ทําไมพวกผมถึงไม่เห็นด้วย กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราประกาศแค่การหาเสียงปลายป้ ๒๕๕๐ เพราะพวกผม ไม่ได้ร่วมด้วยตั้งแต่ต้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เห็นด้วย ตั้งแต่ต้น คุณอภิสิทธิ์ คุณทําหนังสือถึงคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในนาม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แล้วคุณบอกเขาว่าเห็นด้วย แบ่งเขตเรียงเบอร์ แล้ววันนี้ คุณทําไมมาเปลี่ยน พวกผมไม่เห็นด้วย อย่าโกรธผม และไม่มีวันเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ที่มาจากคณะปฏิวัติ ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ คน เห็นด้วย ๑๐,๔๐๐,๐๐๐ คน ไม่เห็นด้วย แต่ ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ คน บอกเห็นด้วย เพราะอยากให้มีการเลือกตั้ง ไม่ได้เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ผมถามย้ําอีกครั้ง ท่านประธาน ที่เคารพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุณทําหนังสือถึง คณะกรรมาธิการยกร่างให้ใส่มาตราเรื่องการเลือกตั้งแบ่งเขตเรียงเบอร์ แล้ววันนี้ทําไม คุณกลับไปกลับมา นี่แหละที่ผมไม่เห็นด้วย แต่พวกผมชัดเจน ผมไม่เคยเห็นด้วยมาตลอด และจะไม่มีวันเห็นด้วยเพราะผมยึดมั่นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมอยากจะ ท้าทายอย่างนี้
คุณชลน่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๙ วรรคสอง ท่านประธานต้องจัดให้มีการถ่ายทอดไม่ว่าจะเปึนวิทยุหรือโทรทัศน์ ขณะนี้ไม่มีสักช่องครับ ท่านประธาน เขาโทรศัพท์มาบอกผมครับ
ผมได้แจ้งตั้งแต่เช้าแล้วครับ ผมได้อ่าน ให้ฟังตั้งแต่เช้าแล้วเขาหยุดเปึนช่วง ผมก็แจ้งตั้งแต่เช้าแล้ว ผมไม่มีสิทธิจะไปบังคับ
ท่านประธานครับ ทําไมต้องเปึนช่วงนี้ด้วยครับ
ก็ไม่ทราบ ไม่ดูเวลาให้มันดีก่อน ก่อนที่จะให้คุณเฉลิมพูด
ท่านประธาน เปึนประมุขของฝ์ายนิติบัญญัติได้กรุณาเถอะ นี่เปึนเรื่องของบ้านเมืองครับท่านประธาน
ผมก็ทราบ
เปึนเรื่องของบ้านเมือง กราบเรียนท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
ผมวินิจฉัยแล้วตั้งแต่เช้านะครับ
ไม่เปึนไรคุณหมอ เอาไว้เอาวีซีดี (VCD) ให้เขาไปทํามา
ประท้วงอะไรตั้ง ๒-๓ คน คุณประมวล ก็ประท้วงเรื่อย
ท่านประธาน ขอนิดเดียวครับ
ท่านสมบูรณ์ก็จะประท้วงอีก ประท้วง ๒ คน ประท้วงไปประท้วงมามันไม่จบสักที เชิญ ใครก่อน ใครหลังล่ะ คนสูง หรือว่าคนต่ํา
ให้คนสูงก่อน ก็ได้ครับท่าน
คนสูงก่อน อย่างนั้นคนต่ําก็นั่งลงสิ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ตามที่ท่านประธานได้แจ้ง การประชุม ข้อ ๙ เรื่องให้มีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ช่องเอ็นบีที (NBT) แล้วก็ ช่องอื่น แล้วก็มีข้อตกลงว่าถ้ากรณีเปึนข่าวหรือข่าวในพระราชสํานัก พร้อมทั้งขณะนี้ มีการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์จากประเทศจีน ผมเรียนว่าขณะนี้มีการถ่ายทอดการแข่งขัน กาบัดดี้ระหว่างประเทศไทยแข่งขันอยู่กับประเทศในกลุ่มเอเชีย คิดว่าถ้าเกิดทางท่านประธาน จะให้ทางช่อง ๑๑ หรือเอ็นบีทีตัดกลับมาที่ห้องประชุมสภาก็ได้ครับ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชน ก็คงวินิจฉัยเองว่าระหว่างจะต้องดูกีฬาเอเชียนเกมส์กับต้องฟังทางสมาชิกอภิปราย คงอยู่ที่ท่านประธานครับ
เขาไม่เห็นทีวี เขาก็ฟังเสียงวิทยุ เพราะวิทยุชาวบ้านทั่วประเทศเขามีมากกว่าทีวี เขาฟังท่านเฉลิมอยู่แล้วไม่ต้องห่วง หรอกครับ เพราะใครก็อยากฟัง แม้แต่ผมยังเคลิ้มเลย ฉะนั้นไม่ต้องมีปัญหา เชิญต่อครับ ประท้วงอีกแล้วข้างหลัง
ท่านประธานต้องทดเวลาไว้นะครับ ประท้วงนี่เสียโควตาผมนะ
ก็หักคนประท้วงครับ มีข้อตกลงแล้ว ใครประท้วงก็หักฝ์ายนั้นครับ นั่นประท้วงก็หักเวลาอีกแล้ว เชิญ เดี๋ยวทางนี้ให้เขาประท้วง ให้หมดก่อนครับทางซีกนี้ เชิญคุณประมวล
ก็ท่านบอก ผมจะพูดเปึนคนที่ ๒ ท่าน ท่านครับ ข้อบังคับ ข้อ ๙ วรรคสาม บอกว่าถ้าไม่มีการถ่ายทอด สามารถเอาเทปบันทึกไปเผยแพร่ได้นะครับ
ครับ ผมปฏิบัติครับ
ขอบคุณครับ
เชิญครับผู้ประท้วง
ท่านประธานที่เคารพครับ
เดี๋ยวครับ หยุดหายใจหน่อย ข้างหลัง ประท้วงอีก ประท้วงเอาใจนาย
ท่านประธานครับ กระผม ประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ปากน้ําผมนี่วิทยุรัฐสภาก็รับไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานช่วยหน่อยครับ ที่ปากน้ํา รับไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวจะอัดเทปแจกครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอความกรุณาท่านสมาชิกว่าถ้าผมขึ้นมาแล้วบอกผม ไม่เห็นด้วย มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๔ มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๗ มาตรา ๙๘ ผมไม่เห็นด้วยมาตรา ๑๙๐ และผมนั่งลงนี่มันเสียชื่อประธาน ส.ส. พรรคเพื่อไทยเขา ผมต้องอธิบายความว่าครั้งหนึ่งตอนคณะปฏิวัติเขาตั้ง สนช. มายกร่าง เรื่องการแบ่งเขต เรียงเบอร์ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุณมีหนังสือไปหาเขา บอกเห็นด้วย ดีอย่างนี้ดีอย่างนั้น คุณอย่าอายสิครับ ทําต้องรับผิดชอบ แต่พวกผม ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ ไม่ร่วมสังฆกรรมกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วผม ก็ปฏิเสธตลอดมา ผมถึงถามว่าแล้ววันนี้คุณกินยาผิดซอง เพลงยิ่งยง ยอดบัวงาม หรือถึงกับจะมาแก้รัฐธรรมนูญมาตรานี้ ผมเรียนท่านประธานต่อ ผมท้าเอาไว้ตรงนี้ จะแก้สําเร็จ ไม่สําเร็จ จะรับผิดชอบ ไม่รับผิดชอบ แต่อยากให้นายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์บอกกลางสภา เลือกตั้งรอบหน้าถ้าได้คะแนนแพ้พรรคเพื่อไทย อย่ามาตั้งรัฐบาลแข่ง ถ้าคุณตั้งรัฐบาลแข่งมันก็จะเปึนที่มาของการชุมนุม เขาไปเรียกร้อง ประชาธิปไตย เขาไม่ได้ทะเลาะกับทหาร เขาไม่ได้ทะเลาะกับตํารวจ แต่คุณไม่ออก มันจึงเกิดปัญหา ผมไม่โทษใครผิด ผมไม่ว่าใครถูก ท้าไว้ตรงนี้ ถ้าแบ่งเขตเสร็จเอาสิ เลือกตั้งรอบหน้า ถ้าคะแนนแพ้พวกผม
ก็รับกฎหมายนี้ให้เสร็จ เขาจะได้ ยุบสภาเพื่อไปเลือกตั้งอย่างไรละครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วชอบพูด ผมถึงไม่มีความเชื่อถือ บอกพรรคเพื่อไทยกดดัน ศาลรัฐธรรมนูญให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ผมนี่เปึนคนอภิปรายเรื่องนี้ ท่านประธานก็กรุณา มันยังไม่ชัดอีกหรือ ยุบไม่ยุบแล้วแต่ ท่านกรุณาผมให้อภิปราย ๒ รอบ ไม่มีประเด็นไหนเลย ที่จะไปอื่น ผมถามหน่อยสิเพื่อเปึนความรู้ วิธีการกดดันอย่างไรผมจะได้กดดันให้ยุบ พรรคประชาธิปัตย์ แนะนํากันหน่อย และที่ออกหนังสือธรรมะสู้อธรรม ธรรมะสู้ความจริง มีรูปนายกรัฐมนตรีนั่นกดดันไหม คุณทําอะไรมันต้องเกรงใจน้ําใจพี่น้องประชาชนเขาบ้าง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นดังนี้ ถึงคุณจะแยกร่าง คุณทําแบบปะผุหรือตัดแปะ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย แล้วผมไม่เห็นด้วยกับอะไรครับ พวกเรานี่เห็นด้วยกับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมเรียงลําดับความเปึนมานิดหน่อยเพราะขณะนั้นผมทําหน้าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เขาประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนฉบับที่ ๑๖ ของประเทศ ผู้ที่ริเริ่มคือ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย เปึนนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เพราะแต่ก่อนใครแตะรัฐธรรมนูญไม่ได้ ถือว่าล้มล้างรัฐธรรมนูญเปึนกบฏ ในราชอาณาจักร ท่านบรรหารก็คิดค้นเรียกผมไปถามเฉลิมทําได้ไหม จึงเปึนที่มาของ การแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ ผมอยากจะบอกให้พี่น้องประชาชนคนทั่วไป ได้รับรู้ ผมอยากจะบอกนักการเมืองที่เข้ามาหลัง ๆ พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยคิดค้นอะไรเลย คนคิดค้นคือท่านบรรหาร ศิลปอาชา รัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๖ ก็ประกาศใช้เมื่อ ๑๑ ตุลาคม มีทั้งหมด ๓๓๖ มาตรา ต่อมาสิ้นสุดการใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ เพราะทหารเขาปฏิวัติให้เหตุผล ๔ ประการ ๑. ท่านทักษิณไม่จงรักภักดี ๒. ทุจริต ๓. สร้างความแตกแยก ๔. แทรกแซงองค์กรอิสระ ๔ ประเด็น ไม่มีเรื่องไหนเปึนเรื่องจริง ผมเรียนต่อว่าก็รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านทักษิณลงสมัคร สสร. ที่เชียงใหม่ยังแพ้ ไม่ได้เปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แต่แบ่งเขตนี่ละครับ ใจหนึ่งก็ค้านเพราะคุณผิดหลักการ คุณไม่ได้แก้เพื่อประโยชน์ของประชาชนประเทศชาติ แล้วถ้าแก้สําเร็จคนที่หวังเลิศ ต้องกลับไปกินน้ําใบบัวบกแก้ช้ํา มันจะเทิร์น แบค (Turn back) ไปสู่การเลือกตั้งป้ ๒๕๔๔ มันจะเทิร์น แบคไปสู่การเลือกตั้ง ป้ ๒๕๔๘ มาตรา ๒๔๘ มาตรา ๓๗๗ ผมไม่ได้ตระหนก ตกใจ แต่เมื่อหัวหน้ารัฐบาลเดี๋ยวซ้ายทีเดี๋ยวขวาที เราจึงคัดค้าน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านบรรหารได้แก้ไขมาตรา ๒๑๑ คณะกรรมาธิการมาจากการเลือกตั้ง ๗๖ คน แล้วมีนักปราชญ์ราชบัณฑิต สาขากฎหมายมหาชน ๘ คน รัฐประศาสนศาสตร์อีก ๘ คน ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมืองการบริหารราชการแผ่นดินหรือการร่างรัฐธรรมนูญ อีก ๗ คน รวมแล้ว ๙๙ คน จึงได้ชื่อว่าเปึน ๙๙ อรหันต์ และมีการทําประชาพิจารณ์ นี่อย่างไรพวกผมไม่รอเล็กรอใหญ่หรอก แต่มันศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย มันศรัทธา รัฐธรรมนูญที่มาจากการประชามติการยอมรับของพี่น้องประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับรัฐธรรมนูญมาจากป้ ๒๕๕๐ เลือกตั้งคุณไปหาเสียง ท่านประธานครับ เหตุที่ผม ผูกพันกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ดังได้กราบเรียนท่านประธาน เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขามีหลักการ ๓ ประเด็นสั้น ๆ
๑. เขาขยายสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของพลเมืองในทางการเมือง
๒. เพิ่มการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐโดยประชาชนเพื่อให้เกิดความสุจริต และโปร่งใสในทางการเมือง
๓. ทําให้ระบบการเมืองมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพ เขาให้เวลาร่าง ๒๔๐ วัน นับแต่วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๓๙
แต่ละมุมมันให้เสถียรภาพทางการเมือง ให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ พวกคุณ ได้เสียงน้อยยื่นญัตติไม่ไว้วางใจไม่ได้ก็เลยเปึนที่มาว่า รัฐบาลพันตํารวจโท ทักษิณ เผด็จการ ไม่ใช่ คุณแพ้เลือกตั้งแล้วเสียงไม่พอ ถามว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีกี่มาตรา ตอบว่ามี ๓๐๙ มาตรา พวกผมไม่เห็นด้วย เพราะปฐมบทเริ่มต้นมันมาจากการปฏิวัติ มีสมาชิก ๔๘๐ คน แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ๔๐๐ คน แบบสัดส่วน ๘๐ คน แบ่งสัดส่วน แต่ละเขตเลือกตั้งอัปลักษณ์ทําลายล้างพวกผม สุดท้ายทําลายล้างไม่ได้ครับ ผมจึง กราบเรียนว่าพรรคเพื่อไทยไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นคุณมาแก้ไข เราไม่เห็นด้วย ส่วนฉบับของประชาชนคุณไม่เอาด้วยก็แล้วแต่คุณ วันหนึ่งในการเลือกตั้ง ผมจะกําหนดเปึนนโยบายพรรคเพื่อไทยรณรงค์หาเสียงว่าถ้าพี่น้องเลือกพรรคเพื่อไทย เกินกึ่งหนึ่งจะเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมาใช้ แต่ขอร้องให้เลือกเกินกึ่งหนึ่ง
พวกผมจึงไม่เห็นด้วยกับร่างของรัฐบาลและของพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอมา และผมยังมั่นใจว่ารัฐบาลจะยุบสภาหรือไม่เรื่องของพวกคุณ แต่การที่พูดออกมาแล้วมีข่าว ว่าจะมีปฏิวัติ ยุบสภาดีกว่า คุณอภิสิทธิ์คุณกําลังเดินเข้าในพื้นที่คีลลิ่ง โซน (Killing zone) คุณกําลังเดินเข้าในหมวกของคนเปึนนายกรัฐมนตรี ถ้าคุณรู้ว่าจะมีการปฏิวัตินั่นความผิด ฐานเตรียมการเท่ากับเปึนการพยายามกระทําความผิด ความผิดสําเร็จแล้ว ผมไม่ได้ท้าทาย ท่านประธานที่เคารพครับ และไม่มีทฤษฎีที่ไหนหรอกที่เขาจะปฏิวัติฝ์ายค้าน เพราะพวกผม ไม่มีอํานาจ อยู่ทุกวันก็เอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว คําว่าฝ์ายค้านกดดัน ฝ์ายค้านกดดัน ผมจะไป กดดันอะไร ก็อีกพวกทําได้ อีกพวกทําไม่ได้ ผมสรุปไม่รับ แล้วความปรองดอง ความสมานฉันท์ ความสามัคคีจะเกิดขึ้นได้ต้องคืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชน เพราะคุณอภิสิทธิ์วันนี้ คุณเปึนสุภาพบุรุษที่มีตําหนิจากการไม่ไว้วางใจของพี่น้องประชาชนคนค่อนประเทศ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ รักษาเวลาได้ดีมาก ต่อไปมีอะไรครับ ผมว่าไม่มีอะไรนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด พิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้อภิปรายเสร็จไปแล้ว ในข้อกล่าวหา ท่านกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ วันนั้นพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลแข่งกับ ท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ผมขอย้ํานะครับ เดี๋ยวเปึนความเข้าใจผิด เพียงแต่ว่าทางพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ส่งคนแข่งขัน
สภารับรู้แล้วครับ
นิดเดียวครับ ท่านประธาน เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคนสับสนว่าวันนั้นเปึนการลงคะแนนเสียงระหว่าง ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๑๖๐ กว่าเสียง กับท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก จากพรรคเพื่อแผ่นดิน ๓๐ กว่าเสียง เขากล่าวหาเวลาพวกเราชนะหาว่าไม่เปึนประชาธิปไตย ถ้าวันนั้นท่าน พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก ๓๐ กว่าเสียงชนะ เปึนประชาธิปไตย หรือไม่ครับ คําถามครับ
ผูกพันนิดหน่อย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมไม่คิดว่าคนเปึนนายแพทย์จะเข้าใจอะไรยาก ผมอุปมาอุปไมยก็คนทั้งบ้านทั้งเมือง เขาก็รู้ว่า พรรคเพื่อไทยหนุน พลตํารวจเอก ประชาคนทั้งบ้านทั้งเมืองเขาก็รู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ มีตัวช่วย พรรคร่วมรัฐบาลคุณหมอนึกหรือว่าเขาไม่รู้จักกับผม เขารู้จักกับผมตั้งแต่คุณ ยังนุ่งกางเกงขาสั้น เขาบอกว่าเขารับโทรศัพท์จากใครเขาถึงต้องมาร่วมที่แล้วก็แล้วไป ผมกําลังบอกว่าเลือกตั้งครั้งหน้า
เข้าใจแล้ว
ถ้าคุณได้คะแนนน้อยกว่าพรรคเพื่อไทย อย่าทําหน้ามึนมาแย่งการจัดตั้งรัฐบาลอีกเท่านั้น ผมพูดเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ พอแล้วคุณหมอ ตอบไปโต้มาก็ไม่มีที่สิ้นสุดผมว่าพอแล้วครับ พอแล้วคุณหมอ ตอบกันไปตอบกันมา ก็ไม่มีที่สิ้นสุดคุณหมอ ใครสะกิดไม่ได้คุณหมอร้อนเหลือเกิน คุณหมอต้องใจเย็นสิครับ เอานิดหน่อย
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา พอดีเมื่อสักครู่ท่านเฉลิมได้พาดพิงถึงนายแพทย์ จริง ๆ คือผมครับ ผมเปึนนายแพทย์ แล้วก็ผมอยากจะย้ําว่าสิ่งที่ผมเข้าใจคนทั้งประเทศ เข้าใจเหมือนผมเป็ะทุกอย่างเลยว่าท่านเฉลิมและพรรคเพื่อไทยขี้แพ้ชวนตี ขอบคุณครับ
ก็เอาไปกันอีกแล้ว ผมว่าพอแล้วครับ คู่กรณีพอแล้วครับมันจะไปกันใหญ่แล้วครับ พอแล้วครับ ทางนี้ก็นั่ง ทางโน้นก็นั่ง นั่งกันให้หมดครับ นั่งก่อนครับ นั่งก่อนคุณวิเชียรทีละคนครับ เชิญคุณประสิทธิ์ก่อน
ผมประท้วงครับ
ข้อบังคับข้อไหนครับ
เมื่อสักครู่ ผมนั่งแล้ว กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ผมประท้วงผู้ที่ประท้วงลงเมื่อสักครู่ท่านประธาน ผมว่าผมเปึนนายแพทย์ ผมก็เปึนนายแพทย์
นี่พวกแพทย์ต่อแพทย์
ผมเข้าใจ ที่ท่านเฉลิมพูดหมดแล้วครับ เข้าใจเพราะว่าจริง ๆ การจัดตั้งรัฐบาลก็ชัดเจนระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย
ก็ไม่ได้ประท้วงอะไรท่าน
คือชัดเจน ท่านประธาน
นั่งลงเถอะครับ ไม่ได้ประท้วงอะไร ผมเข้าใจ
ท่านประธาน ให้เขาพูดได้ ผมต้องได้สิครับท่านประธาน
เข้าใจแล้วครับ คุณหมอก็เข้าใจ
ผมเปึนแพทย์ เหมือนกัน
เดี๋ยวคุณหมอค่อยพูดครับ
ท่านเปึน นายแพทย์ท่านไม่เข้าใจ แต่ผมเปึนนายแพทย์แต่ผมเข้าใจ ขอบคุณครับ
ทางนี้คุณเจือ ราชสีห์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์
นั่งลงก่อนเดี๋ยวจะให้ทีละคน ๆ
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขออนุญาตพาดพิง ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผู้อภิปรายพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ส่งผู้สมัคร ในการรับเลือกตั้ง ผมเองขณะนั้นเปึนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็ไม่ได้ลงรับสมัคร สมาชิกรับเลือกตั้งในขณะนั้นด้วยท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียนกับท่านประธานว่า
ก็เรื่องจริงทั้งนั้นที่พูดมา เรื่องจริง ที่เรารู้กันอยู่แล้ว ผมว่าพอแล้วนะครับ
เรื่องจริง แต่ต้อง ขออนุญาตว่าเสียหาย ท่านประธานครับ เปึนการพูดให้ประชาชนเข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์ เปึนสถาบันการเมือง แต่ว่าไม่ได้ส่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงสมัครรับเลือกตั้ง
เรื่องเสร็จไปนานแล้วครับ เขาลืมแล้ว ต่อไปใครทําดีเขาจะเลือกพรรคนั้นครับ ชาวบ้านเขากําลังฟังอยู่ครับ
แต่ว่าผมเสียหาย ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตท่านประธานได้ชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้ครับ
เขาก็พูดถึงของเขาตอนสมัยหนึ่ง ผมจํา วัน เดือน ป้ ไม่ได้ เพราะอายุมากแล้ว
ข้อเท็จจริง แต่ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีเหตุมีผล
มีครับ คือตอนนั้นก็ถือว่าอีกฝ์ายหนึ่ง ไม่ให้เกียรติอีกฝ์ายหนึ่ง อีกฝ์ายหนึ่งก็ไม่ร่วมสังฆกรรมในเรื่องการเมืองก็ไม่ส่งสมัคร รับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ไม่เปึนไรครับหมดเรื่องไปแล้วจนมามีการจัดตั้งรัฐบาล ตั้งหลายท่านมาเปึนนายกรัฐมนตรี เรื่องเก่าหมดแล้ว นั่งลงเถอะครับ
มิได้ครับท่านประธาน ผมจะขออนุญาตเรียนย้อนกลับไปสั้น ๆ นิดเดียวท่านครับ ในวันนั้นที่พรรคประชาธิปัตย์ เราไม่ได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ก็อภิปรายย้ําว่าไม่ได้สมัคร ก็มัน ไม่ได้สมัครจริง ๆ ก็ไม่สมัคร มันก็หมดเท่านั้นเองครับ คุณเจือพอแล้ว เขารู้แล้วละ พอแล้วครับคุณเจือ
เรื่องนี้ท่านประธาน
ไม่เสียหายอะไรครับ
เสียหายครับ ท่านประธานครับ
ไม่เสียหายอะไร เพราะตอนนี้ ท่านอภิสิทธิ์ท่านก็เปึนนายกรัฐมนตรีอยู่ พรรคประชาธิปัตย์ก็เปึนรัฐบาลอยู่ครับ ไม่เสียหายครับ นั่งลงเถอะครับ ผมให้หยุดแล้วนะครับ แล้วจะพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ ต่อครับ ไม่เอาแล้วครับ พอแล้วครับ
(นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ยืน และยกมือขึ้น)
คุณจุลพันธ์ เดี๋ยวถึงคุณ คุณก็ค่อย อภิปรายเอา จะโยงอย่างไรก็ได้ตอนถึง ไม่มีประเด็นอะไรแล้วครับ ประเด็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญนี้เท่านั้นเอง ประท้วงผมผิดอะไร ผิดข้อบังคับข้อไหน
ข้อ ๘ ครับ
ข้อ ๘ ว่าอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขออนุญาตประท้วงท่านประธาน เรื่องการถ่ายทอดสด
คุณหลอกเขา ข้อ ๘ อะไร คุณอ่านสิ ข้อ ๘
เรื่องการถ่ายทอดสดครับท่านประธาน ข้อ ๙
นั่งลงเถอะ
ท่านประธานครับ ผมมีหนังสือ
ไม่รู้อะไรแล้วก็ยังประท้วงผิด ๆ ถูก ๆ ไม่ดีนะ ต่อไปเราจะเปึนรัฐมนตรี นั่งลงเถอะ พ่อเราเปึนรัฐมนตรี เราจะเปึนรัฐมนตรีต่อไป นั่งลง เชื่อผมเถอะ
คนละประเด็นครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมมีหนังสือของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ส่งมายังสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเช้า เขียนไว้ชัดเจนว่าภารกิจที่จําเปึนในการเสนอ นอกจากข่าวแล้วคือกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ ๑๖ หากทีมนักกีฬาประเทศไทยได้เข้า การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ แต่เมื่อสักครู่นี้กราบเรียนด้วยความเคารพว่ากีฬา ที่ถ่ายทอดสดเปึนกีฬารักบี้แล้วก็ตี่จับ ไม่ได้เข้าชิงเหรียญทองด้วยซ้ํา แต่ผมมองว่า เปึนการใช้เกมส์การเมืองผ่านทางกรมประชาสัมพันธ์
ก็ผมเรียนแล้วอย่างไรล่ะ เราจะอาศัย ข้อบังคับ ข้อ ๙ อันไหนที่เขาไม่ได้ถ่ายทอดเราก็จะอัดเทปแล้วถ่ายทอดต่อไป
ท่านครับ แต่การถ่ายทอดสดต้องเปึนกรณีที่เข้าชิงเหรียญทองเท่านั้น นี่หนังสือชัดเจน ท่านประธาน ต้องควบคุมแล้วก็บังคับให้มีการถ่ายทอดสดตามกติกาครับ
ช่อง ๑๑ มันอยู่โน้นครับ อยู่ตรงนี้ ขนาดอยู่ตรงนี้ผมยังบังคับพวกคุณไม่ได้เลย แล้วจะไปบังคับอะไรช่อง ๑๑ อยู่โน้น เปึนไปไม่ได้
เปึนไป ตามหนังสือที่ทางกรมประชาสัมพันธ์ยื่นมาครับท่านประธาน
ผมก็จะพยายามทําให้
ผมจะ มอบหนังสือของกรมประชาสัมพันธ์ที่มาที่เลขาธิการนําไปให้ท่านประธานนะครับ
ครับ จะพยายามทําให้ คุณจุลพันธ์ ต่อไปท่าน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ๘ นาที เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ใคร่ขอแสดงความคิดเห็นต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ร่าง พวกผมอาจจะไม่โชคดีเท่าท่านเฉลิม เรามีเวลาแค่ ๘ นาที ที่จะพูดให้ครอบคลุมชัดเจน คงจะทําได้ยาก ก่อนอื่นผมขอแสดงความเห็นด้วยกับท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับเข้ามาในรัฐสภาแห่งนี้ เพื่อให้พิจารณาตาม กรอบอํานาจหน้าที่ที่กําหนดไว้ในมาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญ ผมมีความเชื่อว่า รัฐธรรมนูญไม่ใช่ศิลาจารึกย่อมแก้ไขได้ และกาลเวลาที่ผ่านมา ๓ ป้เศษ อะไรที่ปรับเปลี่ยน ไปตามสถานการณ์ต่าง ๆ ก็ควรจะได้รับการแก้ไข เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าเปึนหน้าที่ ของสภาแห่งนี้ที่จะพิจารณาว่าร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามากรอบไหนสมควรที่จะ ดําเนินการต่อไป
ในฉบับแรก ซึ่งเปึนของคุณหมอเหวง โตจิราการ กับประชาชนอีก ๗๑,๕๔๓ คนนั้น ซึ่งนํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ส่วนใหญ่มาทดแทนเนื้อหาสาระ ของป้ ๒๕๕๐ ซึ่งผู้เสนอกล่าวอ้างว่าป้ ๒๕๕๐ นั้นดําเนินการยกร่างอยู่ภายใต้ร่มเงา ของ คมช. ทําให้หลักการส่วนใหญ่ไม่สอดคล้องกับหลักการพื้นฐานของการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข และยังมีเนื้อหาสาระที่ ไม่ส่งเสริมพรรคการเมืองอันเปึนสถาบันหลักของระบบรัฐสภา กับเหตุผลต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งในความเห็นของกระผมนั้น การที่จะดําเนินการตามแนวทางของฉบับแรกจะก่อให้เกิด ความสับสนวุ่นวายต่อการแก้ไขปรับเปลี่ยนระบบหน่วยงาน องค์กร และกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญอีกหลายฉบับที่จะต้องแก้ไข หากเราจะดําเนินการตามร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมฉบับแรก กระผมจึงอยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบเปึนส่วน ๆ เฉพาะที่สําคัญ ส่วนการแก้ไขที่เรียกว่า แบบโอเวอร์ฮอล (Overhaul) นั้น ก็จะดําเนินการ โดยการตั้งเปึนสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้น ภายหลังจากที่มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่แล้ว
ต่อกรณีฉบับที่ ๒ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๐๒ คน ซึ่งมาจาก พรรคร่วมรัฐบาล มีส่วนแก้ไข ๒ ประเด็นจาก ๖ ประเด็น ซึ่งกระผมเองได้เคยเสนอไว้ เมื่อครั้งดํารงตําแหน่งประธานอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายใต้คณะกรรมการสมานฉันท์ของรัฐสภา กระผมเห็นด้วยกับข้อเสนอการแก้ไข ทั้ง ๒ ประการ คือการแก้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตใหญ่เรียงเบอร์ เปึนเขตเล็กเบอร์เดียว ๔๐๐ เขต ซึ่งก็มีหลายท่านอภิปรายแล้วถึงความเปึนสากล ถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการที่มี ส.ส. เพียงคนเดียวในแต่ละเขต รวมถึง การแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ให้สภาสามารถออกกฎหมายบัญญัติประเภทของสัญญา ที่จะต้องทํากับนานาประเทศ ก่อนที่จะนําให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ ซึ่งจะช่วยรักษา ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนในเวทีประชาคมโลก
ในส่วนของร่างแก้ไขเพิ่มเติมของคณะรัฐมนตรี ๒ ฉบับ ฉบับแรกในส่วน ของการเลือกตั้ง ส.ส. นั้น คล้ายกับร่างของฉบับที่ ๒ แต่ได้ปรับจํานวนเขตของ ส.ส. ลงเหลือ ๓๗๕ เขต แล้วเปลี่ยนการเลือกตั้ง ส.ส. แบบสัดส่วน ๘ กลุ่มจังหวัด เปึน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อจาก ๘๐ คนเปึน ๑๒๕ คน โดยใช้เขตประเทศไทย เปึนเพียงบัญชีเดียว ตามคะแนนจริงของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งกระผมคิดว่า การปรับเปลี่ยนจํานวน ส.ส. เขตให้ลดลงเหลือ ๓๗๕ คน และเพิ่มจํานวน ส.ส. สัดส่วน เดิม ๘๐ คนเปึน ๑๒๕ คน เปึน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อนั้น ยังไม่มีเหตุผลที่กล่าวไว้ เพียงพอ ผมพยายามสืบค้นในเว็บไซต์ (Web site) ของคณะกรรมการ ซึ่งท่านอาจารย์ สมบัติเปึนประธานไม่ได้เหตุผลที่เพียงพอว่ามีเหตุและผลอย่างไร เปึนความคิดของใคร ของกรรมการทั้งหมดหรือคนใดคนหนึ่ง แต่เมื่อลองศึกษาดูแล้วอาจจะทําให้เกิดความ ได้เปรียบและเสียเปรียบกับบางพรรคการเมือง ซึ่งลักษณะนี้ที่เขาเรียกว่า มีการสอดไส้ เพิ่มเติมจากที่คณะกรรมการชุดผมได้ดําเนินการไว้ ไม่มีการศึกษาอย่างชัดเจน มีการแอบอ้างว่าที่เยอรมันเขามี ส.ส. แบบสัดส่วนมากกว่า ส.ส. เขต แต่เยอรมันก็เปึน ๑ ใน ๒๐๐ กว่าประเทศในโลกนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะไปหยิบประเทศหนึ่งประเทศใด มาเปึนต้นแบบหรือเปึนข้อแอบอ้างเพื่อแก้ไขเนื้อหาสาระที่ผมถือว่าสําคัญ กระผมจึงคิด ว่ายังไม่ค่อยเห็นด้วยกับการปรับเปลี่ยนจํานวน ส.ส. แบบเขต ๓๗๕ คนลงจาก ๔๐๐ คน และเพิ่มแบบสัดส่วนเปึนถึง ๑๒๕ คน
ในร่างฉบับที่ ๔ ของรัฐบาลก็คล้ายคลึงกับฉบับที่ ๒ ในส่วนของการแก้ไข มาตรา ๑๙๐ ให้สามารถที่จะแยกแยะประเภทของสัญญาที่จะทํากับประเทศต่าง ๆ ได้ สําหรับเหตุผลในการที่รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีได้นําเสนอใน ๒ ร่างเข้าสู่รัฐสภา กระผม คิดว่าเราคงได้ฟังหลาย ๆ ฝ์าย ให้ข้อคิดเห็น ไม่ว่าจะเปึนผู้แทนของพรรค แกนนําของ รัฐบาลเอง ไม่ว่าจะเปึนแกนนําของพรรคฝ์ายค้านหรือแม้แต่การอภิปรายนอกสภา หน้าเขาดิน ก็มีการพูดถึงเหตุและผลในการที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๖ ที่ผ่านมา แล้วก็ได้นําเสนอร่าง ๒ ฉบับนี้เข้าสู่สภาอย่างเร่งด่วน ซึ่งกระผมก็คงจะไม่กล่าวถึง เหตุและผลหรือว่านัยที่สําคัญที่รัฐบาลหรือท่านรัฐมนตรีต้องดําเนินการ แต่ในภาพรวมแล้ว ในฐานะที่เคยดําเนินการเปึนประธานคณะอนุกรรมการศึกษาการ แต่ในภาพรวมแล้วในฐานะที่เคยดําเนินการเปึนประธานคณะอนุกรรมการศึกษา แก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมก็เห็นด้วยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นควรจะต้องดําเนินการเพื่อที่จะ ปรับปรุงให้เหมาะสมกับกาลเวลาและกับเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ปรับเปลี่ยนไปในห้วงของ การร่างรัฐธรรมนูญซึ่งผ่านมากว่า ๔ ป้แล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่เปึนเรื่องที่ว่าเราจะแก้ไข ไม่ได้ แต่การจะแก้ไขมากน้อยเพียงใดนั้นก็เปึนเรื่องที่ผมคิดว่ารัฐสภาแห่งนี้ จะต้องใช้เหตุและผลว่าเราจะรับร่างหนึ่งร่างใดที่นําเสนอมาใน ๔ ร่างนี้เพื่อเข้าไปสู่ การพิจารณาในวาระที่สองและวาระที่สามต่อไป กระผมจึงขอกราบเรียนความคิดเห็น ของผมต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับ เพื่อประโยชน์ต่อสมาชิกรัฐสภา ในการพิจารณารับหลักการในวาระที่หนึ่งต่อไป ขอขอบพระคุณครับ
ต่อไปคุณอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ๘ นาที แล้วก็ต่อด้วยคุณวุฒิพงศ์ ฉายแสง เชิญคุณอารีเพ็ญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคมาตุภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ การอภิปราย เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้เท่าที่ผมได้ฟังทุกท่านไม่ว่าจะเปึน ส.ว. ฝ์ายค้าน และทุกพรรคการเมือง ก็มีความเห็นพ้องกันว่าควรที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ว่า จะแก้ไขอย่างไรนั้นก็อยู่ที่แต่ละท่านว่าแก้ไขนั้นจะได้รับผลประโยชน์หรือว่าได้รับ การได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งคราวหน้าหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะให้ข้อมูลสักนิดหนึ่งว่าเมื่อเดือนที่แล้วประเทศตุรกีมีการประชามติแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญที่คณะทหารได้ใช้มาเปึนเวลานาน ๕๐ ป้ เมื่อเดือนที่แล้ว มีการประชามติเพื่อที่จะต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับทหาร ท่านทราบไหมครับว่า เสียงส่วนใหญ่ของชาวตุรกีลงมติพร้อมกันแก้ไขกฎหมายที่เปึนเผด็จการ คนตุรกีที่อยู่ เมืองไทยประมาณ ๒๐๐ คนขึ้นเครื่องบิน ค่าตั๋วเครื่องบิน ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ไปลง ประชามติที่ประเทศตุรกี เท่ากับเปึนการแสดงให้เห็นว่าเรื่องรัฐธรรมนูญนั้น เปึนเรื่องสําคัญของประเทศที่เปึนประชาธิปไตย แล้วก็เปึนกฎหมายที่มีความสําคัญ สําหรับประเทศที่มีความตื่นตัวทางประชาธิปไตย แต่อย่างไรก็ตามบางครั้งการแก้ไข รัฐธรรมนูญของเรานั้นเปึนการกระทําที่ค่อนข้างจะเร่งด่วน ค่อนข้างที่จะใจร้อน ต่างประเทศนั้นเขารอเวลาตั้ง ๕๐ ป้ จังหวะเวลาเมื่อมีการแก้ไขเขาก็สามารถแก้ไขได้ โดยที่ฝ์ายทหารยอมรับในมติมหาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมเปึนนักการเมืองมาหลายป้ ผ่านการเลือกตั้งทั้งจังหวัด แล้วก็เลือกตั้งครึ่งจังหวัด เลือกตั้ง ๑ ใน ๔ ของจังหวัด แล้วก็ เลือกตั้งทั่วประเทศคือปาร์ตี้ลิสท์ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็มีการเลือกตั้ง ๑ ใน ๘ ของประเทศ ผมเข้าใจความรู้สึกของชาวบ้านประชาชนได้ดีว่าประชาชนนั้นเขามีความต้องการ อย่างไรสําหรับระบบการเลือกตั้ง ผมเองถ้าหากว่าเพื่อตนเองในฐานะที่เปึนนักการเมือง มาหลายสมัย กินพื้นที่ที่กว้างมาแล้วนะครับ ผมเองเห็นด้วยกับเรื่องของเขตใหญ่เรียงเบอร์ เพราะเรามีโอกาสและได้เปรียบนักการเมืองรุ่นใหม่ ๆ แต่ถ้าเราคํานึงถึงประชาชน ถ้าเรา คํานึงถึงการพัฒนาประชาธิปไตย หรือถ้าเราดูประเทศที่เขาเจริญมาแล้วประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศต่าง ๆ นั้น เขามีการเลือกตั้งในระบบวันแมนวันโหวต หรือว่า เขตเล็ก ๑ คน ๑ เบอร์ ท่านลองดูนะครับว่าประเทศที่เขาปกครองในระบบนี้ ผมอยู่ทางใต้สุด ของประเทศไทย ประเทศมาเลเซียเขาก็มีการเลือกตั้งในระบบวัน แมน วัน โหวต ท่านทราบไหมครับว่าเลือกตั้งแต่ละครั้งนี่พรรครัฐบาลบางทีต้องเอาเงินมาให้กับ คนที่อยู่ตามชายแดนบ้านผมซึ่งมีการ์ด ๒ ใบ ให้เงินเปึน ๑๐๐ เหรียญมาเลเซียเพื่อให้ ไปลงคะแนนให้กับพรรครัฐบาล แต่ว่าคนที่นั่นพอไปลงคะแนนก็ไปใส่คะแนนให้กับพรรคฝ์ายค้าน คือพรรคปาส เพราะฉะนั้นตามที่หลายท่านมีความเปึนห่วงว่าเขตเล็กมีการซื้อง่าย เขตใหญ่ซื้อยาก ผมว่าเรื่องนั้นมันไม่เปึนไปตามที่เราคิดนะครับ บางครั้งประชาชนนั้น เขาจะเปึนคนที่ตัดสินใจเอง ผมอยากจะสนับสนุนการเลือกตั้งในแบบวัน แมน วัน โหวต หรือว่าเขตเล็กคนเดียวเบอร์เดียว โดยที่ผมอยากจะให้เหตุผลดังนี้ท่านประธาน ผมมีความเห็นว่าประชาชนชาวไทย ๖๓ ล้านคนในขณะนี้เขาย่อมมีสิทธิเท่าเทียมกัน สิทธิที่เขาจะออกไปกาคะแนนให้กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่เขาต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน ในการให้กาคะแนนเท่ากัน ไม่ใช่เราบอกว่าจังหวัดใหญ่เขาสามารถที่จะกาได้ ๓ คน แต่จังหวัดเล็กอย่างที่จังหวัดระนองสามารถกาได้ ๑ คน ทั้ง ๆ ที่คนที่จังหวัดระนอง เสียภาษีไม่น้อยกว่าคนที่อยู่ในจังหวัดใหญ่ ๆ เพราะฉะนั้นโดยหลักนี้เองผมคิดว่า ความเท่าเทียมกันของพี่น้องประชาชนนั้นเปึนสิ่งสําคัญ เพราะฉะนั้นผมจึงสนับสนุนว่า การเลือกตั้งแบบเขตเล็กเบอร์เดียวนั้นเปึนการเลือกตั้งที่มีความสอดคล้องกับ สิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องของการที่เราจะ แก้ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ผมว่าเราควรจะมีมาตรการควบคุมปัองกันไม่ให้ มีการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งขณะนี้เรามี กกต. เรามีกฎหมายซึ่งสามารถที่จะปัองกัน การซื้อสิทธิขายเสียงได้ แต่เท่าที่เปึนอยู่ขณะนี้ กกต. ของเรานั้นผมบอกตรง ๆ นะครับว่า ตั้งแต่มี กกต. ไม่ค่อยที่จะจับได้กับการซื้อสิทธิขายเสียงด้วยตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดนราธิวาสของผมนั้นอย่าไปหวัง มันอยู่ที่นักการเมืองด้วยกัน คุมกันเอง ด้วยเหตุนี้เองที่ผมอยากจะให้รัฐธรรมนูญนั้นถ้าเราอยากจะแก้ปัญหาเรื่อง การซื้อสิทธิขายเสียงก็จําเปึนอย่างยิ่งต้องมาพัฒนาคุณภาพของ กกต. เสียใหม่ ไม่ใช่ เราบอกว่าเขตเล็กซื้อเสียงง่ายเท่ากับว่าเราโยนความผิดให้กับพี่น้องประชาชน เปึนการโยนความผิดว่าประชาชนนั้นกินสินบาทคาดสินบน ซึ่งเราไม่ได้มองในตัวของคนที่ กระทําความผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เปึนนักการเมือง ผมเล่นการเมืองมาตั้งแต่ สนามใหญ่ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าไม่แน่เสมอไปที่ประชาชนเขาอยากจะเลือก คนที่เปึนนักการเมืองก่อน ๆ การเมืองของเรานั้นเปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ประชาชนนั้น เปลี่ยนแปลงไปตามการศึกษา ยิ่งประชาชนมีการศึกษามากสื่อต่าง ๆ ทําให้ประชาชนนั้น มีความเข้าใจในเรื่องของประชาธิปไตยได้ดี ผมมีความเชื่อมั่นว่าการใช้เขตเล็กเบอร์เดียว จะทําให้เราได้นักการเมืองใหม่ ๆ คนที่มีความขยันคนที่ไม่มีเงินมาก ๆ เขาสามารถเข้าไป หาชาวบ้านถึงหลังคาเรือน ผมเคยทํามาแล้วผมเคยเปึนนักการเมืองรุ่นใหม่ ๆ ซึ่งมีอายุน้อย ในขณะนั้น ผมขึ้นไปทุกบ้านจะใช้เงินขนาดไหนก็ตาม ถ้าชาวบ้านเขาอยากจะเอาเรา เงินที่เขาให้ชาวบ้านรับแต่เขาไม่ใส่ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะให้เรามาพูดเรื่องว่าเขตเล็ก เขตใหญ่นั้น เราโยนไปเรื่องความผิดของประชาชน ประชาชนเขาเข้าใจ แต่ถ้าหากว่าคนดี เท่ากัน นาย ก ก็ดี นาย ข ก็ดี ถ้าเขาอยากจะได้เงินของคนที่ดีก็ไม่ใช่เปึนเรื่องที่ผิด ท่านประธานครับ ผมเองได้เวลาแค่ ๘ นาที ในฐานะที่มี ส.ส. แค่ ๓ คน ก็ขอขอบคุณ ที่ท่านประธานตั้งใจฟัง อันที่จริงแล้วผมก็อยากจะพูดในเรื่องของสนธิสัญญา กับต่างประเทศ แต่ว่าเมื่อเวลาจบเพียงเท่านี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานด้วยครับ ที่ให้โอกาสผมได้อภิปราย ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณวุฒิพงศ์ ฉายแสง ๒๐ นาที ต่อด้วย พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม วุฒิพงศ์ ฉายแสง ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย วันนี้ เรามาพูดเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญกันนะครับ ถ้าหากว่าไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ป์านนี้เราคงมีการแก้รัฐธรรมนูญ แล้วก็พัฒนารัฐธรรมนูญ ให้มีความเปึนประชาธิปไตยในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็คงไม่เกิดความแตกแยก เหมือนการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในปัจจุบัน ที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกพูดว่ามาจากการปฏิวัติรัฐประหาร เหมือนกันมันคงพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นร่างในป้ ๒๕๔๐ หลังจากมีการรัฐประหารจากป้ ๒๕๓๔ แล้วก็มีการเลือกตั้งมาตามวิถีระบอบ ประชาธิปไตย เมื่อเลิกแล้วมีการเรียกร้องจากนักวิชาการ ประชาชน จนเปึนเหตุให้เรา ต้องแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราเพื่อให้เกิด สสร. ขึ้นมา แล้วก็มีการคัด สสร. แล้วเลือก สสร. ขึ้นมาแล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงที่ประเทศนั้นเปึนประชาธิปไตยแล้วมาจาก การเลือกตั้งของประชาชน จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นจะรับสนอง พระบรมราชโองการโดยประธานรัฐสภา ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น รับสนอง พระบรมราชโองการจากท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มันคนละอย่างกันอย่างชัดเจน ถ้าหากไม่ได้พูดตรงนี้ จริง ๆ ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องนี้ก็พูดกันมานานแล้ว แต่ต้องพูดเพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกบางคนไปพูดว่า เหมือนกันจะทําให้ประชาชนที่อาจจะไม่สนใจเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นไขว้เขวได้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มีความล้าหลังมากในสายตาชาวโลก ตอนผมเปึนรัฐมนตรี ได้เจอทูตหลายประเทศเขาก็บ่นกับผมแต่เขาไม่กล้าพูดออกสื่อ เพราะเนื่องจากว่า อาจจะมีการกระทบทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แล้วก็จากที่เราเห็นอยู่นะครับ เห็นความแตกแยกของคนในชาติแล้วก็เกิดความเสื่อมของบ้านเมือง ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่า ประเทศเราพัฒนามาขนาดนี้แล้วมีการร่างรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๐ จนปลุกกระแสคน ให้เข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญ คนเข้าใจกันเต็มไปหมด แล้วสื่อก็ทันสมัย มีการใช้อินเตอร์เนต กันไปแล้วนะครับ แล้วก็ยังมีการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งทําให้เปึนเรื่องที่เสียชื่ออย่างมาก ที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต้องดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วคณะปฏิวัติไม่เคย ที่จะตําหนิติเตียนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เลย ผมสังเกตตลอด เพราะว่าตัวผมเองนั้น เวลาพรรคไทยรักไทยตอนนั้นจะไปบรรยายเรื่องรัฐธรรมนูญเขาก็ให้ผมไปพูดแทน รู้สึกจะ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของการสัมมนาภายนอก ผมจะไปพูดตามมหาวิทยาลัย ผมเปึน ตัวแทนของพรรคไทยรักไทยในช่วงนั้น ก็สังเกตเห็นตลอดนะครับว่ามีประเด็นอยู่ ไม่กี่ประเด็นเท่านั้นที่อยากจะแก้ไข แล้วก็พวกทหารทั้งหลาย ขุนทหารทั้งหลาย ที่ทําการปฏิวัติ ไม่มีใครท้วงติงเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เลย เปึนเรื่องน่าแปลกมาก ตรงที่ว่าจ้องฉีกอย่างเดียว แต่ประเทศเรานั้นเกิดเรื่องแบบนี้มานาน แล้วก็มีการฉีก รัฐธรรมนูญมาหลายฉบับมาก คือตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมาก็ฉีกกันมาตลอด ซึ่งผมในฐานะชาวพุทธก็เปึนเรื่องแปลกใจ เพราะว่าเรื่องนี้มันทําให้บ้านเมืองเสื่อม เนื่องจากว่าผมเปึนคนชอบอ่านหนังสือธรรมะ แล้วก็สนใจเอาธรรมะมาใช้กับ ชีวิตประจําวัน ในฐานะที่เราเปึนนักการเมืองก็ต้องสนใจ เหตุที่ทําให้บ้านเมืองเสื่อม พระพุทธเจ้าพูดมาเปึนคาถาเรียกว่า อปริหานิยธรรม ๗ ประการ ผมเคยพูดบนสแตนด์ (Stand) ของท่านเมื่อประมาณไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีครูมาให้ผมพูดเรื่องนี้เกี่ยวกับ เรื่องการเมืองการปกครอง ผมก็เลยบอกว่าต้องมาพูดกันเรื่องนี้ก่อนว่าบ้านเมืองมันเสื่อม เพราะเหตุนี้ อปริหานิยธรรม ๗ ประการ ผมก็คงต้องขอพูดทั้ง ๗ ประการเลย เพราะเนื่องจากว่าเราเปึนนักการเมืองต้องรู้ว่าบ้านเมืองจะต้องเสื่อมอย่างไร
ข้อที่ ๑ เกี่ยวกับเรื่องการประชุมกันเนืองนิจ เขามีเหตุผลว่าคือ เปึนการระดมความคิด
ข้อที่ ๒ เปึนการประชุมพร้อมเพรียงกันและเลิกพร้อมกัน ก็คือเพื่อให้รับรู้ พร้อม ๆ กันจะได้เกิดความสามัคคี ทําอะไรก็ประสบความสําเร็จได้ง่าย
ข้อที่ ๓ ไม่ยกเลิกบัญญัติที่ตกลงกันไว้และบัญญัติสิ่งที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ อันนี้เรื่องใหญ่มากก็คือเรื่องรัฐธรรมนูญนั่นเองที่บัญญัติข้อใหญ่ของการปกครองของ ประเทศนั่นเองที่เรายกเลิกสิ่งที่ตกลงกันไว้ แล้วก็ไปบัญญัติสิ่งที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ จะทําให้ คนในประเทศนั้นมีความแตกแยก แล้วก็จะไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน
ข้อที่ ๔ ให้ความเคารพกับผู้อาวุโสที่เปึนคนดีและเปึนผู้ที่น่านับถือ เพื่ออะไร เพื่อให้คนในประเทศนั้นมีแบบอย่างที่ดี
ข้อที่ ๕ ใครทําดีให้ประเทศชาติก็ต้องสร้างอนุสาวรีย์ให้ คือให้คนในชาติ ได้ทราบประวัติศาสตร์ว่าคนดีได้ทําอะไรไว้กับประเทศนี้
ข้อที่ ๖ ก็คือดูแลผู้หญิงและสตรี ก็เพื่อให้เปึนการสร้างชาติ สร้างคน รุ่นใหม่ แล้วก็เพื่อให้ศีลธรรมอันดีนั้นอยู่ในประเทศเรา ไม่รังแกสตรี
ข้อที่ ๗ ก็คือต้องดูแลผู้ทรงศีล ผู้ถือศีลพจน์ เพื่อให้พวกนี้มาสอนคนในชาติ ให้เปึนคนดี อันนี้พระพุทธเจ้าสอนไว้เกี่ยวกับแคว้นมคธจะไปตีแคว้นวัชชี แล้วแคว้นวัชชี ปฏิบัติตามนี้ พระพุทธเจ้าบอกเมื่อปฏิบัติตามนี้แล้วตีไม่แตกหรอก ทําอย่างไรก็ไม่มีทางแพ้ ทั้ง ๆ ที่แคว้นมคธโตกว่า
คราวนี้มีเรื่องที่น่าสนใจก็คือว่าการปฏิวัติซ้ําซากแล้วก็การฉีกรัฐธรรมนูญ ซ้ําซาก ผมก็ยังงงตรงนี้ว่าป้นี้ผมไปทอดกฐินเจอทหารเต็มไปหมด ไปทอดกฐิน ผ้าป์า อยากทําบุญ เอาบุญเข้ากระเปิาหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ปรากฏว่าไม่ยอมปฏิบัติ ตามธรรมะ พระพุทธเจ้าสอนไว้เลยนะครับว่าตอนพระอานนท์ถามพระพุทธเจ้าว่า ถ้าปรินิพพานแล้วจะทําอย่างไรพระพุทธเจ้าไม่อยู่ ท่านก็บอกว่าถ้าพระองค์ปรินิพพาน ไปแล้วก็จะต้องทําเปึนหลักแทนตัวพระองค์ ปัญหาว่าเราเปึนเมืองพุทธและเปึนเมืองพุทธ ที่ค่อนข้างจะโตที่สุดในภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแทบจะโตที่สุดในโลก แต่กลับกลายเปึนให้ประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ์น ประเทศไต้หวัน ซึ่งปกครองระบอบ ประชาธิปไตยพร้อม ๆ กับเราเขาไม่เคยปฏิวัติเลยสักครั้งหนึ่ง แต่เขาปฏิบัติ ของเรารู้ แต่ไม่ยอมทํา ผมต้องฝากสมาชิกทุกท่านที่เปึนชาวพุทธ แล้วก็ไม่ใช่เปึนชาวพุทธก็ควรจะ ไปเอารับรู้ไว้ เพราะว่านี่เปึนสัจจะ เปึนความจริง
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับเรื่องความเสื่อมที่เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองนั้น มีความเสื่อมอย่างไร ตอนช่วงปฏิวัติทุกครั้งในการปฏิวัติผมเปึนลูกนักการเมืองพอรู้อยู่ ตลอดเวลาว่าการปฏิวัติแต่ละครั้งมีการใส่ร้ายผู้ที่ถูกปฏิวัติ เพื่อให้สมเหตุในการปฏิวัติ การปฏิวัติคราวนี้ทําเสียชื่อมาก เนื่องจากว่าเราเปึนประเทศที่พัฒนาไปไกลแล้วทางด้าน ประชาธิปไตยกลับมีการปฏิวัติรัฐประหารทําให้ต่างชาติดูถูกเรามาก ใครที่ไปค้าขาย ต่างประเทศจะรับรู้เรื่องนี้ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงจะต้องมีการแก้ไข และไม่ใช่แก้ไข เพียงแค่นี้ การปฏิวัติคราวนี้ที่ผมไปรับทราบจากพ่อค้าที่ค้าขายในเมืองจีนเขาระบาย ให้ฟังว่ามีบริษัทจีนยักษ์ใหญ่เข้ามาในสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ปรากฏว่าทหารเข้าไป ยึดเอกสารเขา ทําเอกสารเขาหายไปหมดเลย แล้วกล่าวหาว่าเขาเอาเงินให้นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ปรากฏสอบไปสอบมาเขายังไม่ให้เงินนายกรัฐมนตรีทักษิณเลย เอกสารเขา หายไปหมดแล้ว อย่างนี้เปึนต้น นี่คือการปฏิวัติรัฐประหารที่ทําให้บ้านเมืองนั้นเสื่อม แล้วก็เมื่อเสื่อมแล้วมันไม่พอ ดันไปร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ออกมา โดยในเนื้อหามันเปึนตัวทําให้เสื่อมชัดเจน จึงทําให้เกิดความแตกแยกและให้เกิด ความอยุติธรรมเกิดขึ้น ที่พูดอย่างนี้เพราะว่าอะไร ผมยกตัวอย่างนะครับ เปรียบเสมือนว่า มีการแข่งขันกันเกิดขึ้นระหว่างเสื้อเหลืองขลิบน้ําเงินกับเสื้อแดง นักฟุตบอลเตะกัน ผมเปรียบเทียบเปึนฟุตบอลว่ามันเสื่อมอย่างไรบ้านเมืองตอนนี้ กรรมการผู้เป์าตัดสิน คือเทียบได้กับศาลรัฐธรรมนูญเพราะสามารถเป์าชี้ขาดได้ กรรมการอีก ๒ คนซึ่งเปึน ไลน์แมน (Lineman) ก็คือ ป.ป.ช. กับ กกต. สามารถทําให้เกมส์นั้นเปลี่ยนได้เหมือนกัน ถ้าหากว่ากรรมการฟุตบอลทีมไหนตัดสินไม่ยุติธรรมก็จะมีการทะเลาะวิวาทตีกันเปึน เนืองนิจ นี่เปึนเรื่องปกติของทีมฟุตบอลเลย เพราะว่าคนไทยนิยมฟุตบอลค่อนข้างจะรู้ อยู่แล้วว่าถ้ามีการอยุติธรรมเกิดขึ้นในลักษณะแบบนี้ในสนามฟุตบอลก็จะมีการตีกัน เมืองไทยนี่เปึนอย่างนี้ชัดเจนคือศาลรัฐธรรมนูญก็คือคนตัดสินชี้ขาด มีคนกระทําผิด อยู่คนเดียวซึ่งไม่รู้ว่าผิดจริงหรือเปล่านะครับ เขาใช้กฎหมายย้อนหลังไปเป์าให้เขาว่า เสื้อแดงชุดเอ (A) ห้ามเล่น ๕ ป้ พอเอาชุดแดงทีมบี (B) มาอีก ไปผัดก๋วยเตี๋ยวหน่อยเดียว ก็หลุดออกไปแล้ว แล้วก็ยังมาบอกว่าให้หยุดเล่นอีก ๕ ป้เพราะว่าทําผิด ตอนนี้เอาชุดซี (C) ลงอีกแล้ว ไม่รู้จะมีอะไรอีกแล้ว ประชาชนเขาก็ต้องเดินขบวน เขาก็ต้องลงมาทะเลาะ กับกรรมการ พอทะเลาะกับกรรมการดันเอาป๋นยิงตายไปเกือบ ๑๐๐ คน บาดเจ็บอีก ๒,๐๐๐ คน นี่โกรธกันบ้านเมืองมิแตกแยกกันใหญ่ นี่เกิดจากกรรมการแท้ ๆ คือองค์กรอิสระ องค์กรอิสระที่ว่านี้ที่มาขององค์กรอิสระนั้นเราไปดูในบทเฉพาะกาล เขาบอกไว้ในมาตรา ๓๐๙ ว่า บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักร (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเปึนการชอบด้วยกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลัง วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทํานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ก็คือองค์กรอิสระทั้งหลายเปึนหน่วยงานที่มาจากคณะปฏิวัติ คมช. ทั้งนั้น เลือกตั้ง คราวที่แล้วมีการรังแกกันอย่างสุดขีด ซีกพวกผมก็ชนะขึ้นมา แทนที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ให้เกิดความเปึนประชาธิปไตย องค์กรอิสระต้องออกไปได้แล้ว ก็ยังไม่ได้แก้ แล้วนี่ดันจะ มาแก้กฎหมายเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าเทียบกับร่างกายผมถือว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ เปึนเรื่องที่ไม่สําคัญเลย เพราะเนื่องจากว่าสิ่งที่สําคัญก็คือสาระที่อยู่ในรัฐธรรมนูญว่า ทําให้บ้านเมืองแตกแยก การแตกแยกไม่ใช่แตกแยกเฉพาะองค์กรอิสระที่ทําให้บ้านเมือง แตกแยก ยังมีอํานาจของ ส.ว. สรรหา ซึ่งมาเกือบครึ่งหนึ่งแล้วก็มาจากองค์กรของศาล ซึ่งมาจาก คมช. ในชุดแรก แล้วก็มีอํานาจในการไปถอดถอนคนโน้นคนนี้ได้ ซึ่งจริง ๆ แม้ยังไม่ได้ถอดถอนแต่สามารถสรรหาเลือกใครก็ได้ ซึ่งต่างจาก ส.ว. ที่มาจากป้ ๒๕๔๐ เนื่องจากว่า ส.ว. ป้ ๒๕๔๐ ไม่สามารถล็อบบี้ (Lobby) กันได้เลย เนื่องจากว่าแต่ละคน อยู่จังหวัดใครจังหวัดมันไม่รู้จักซึ่งกันและกันเลย แต่ ส.ว. สรรหานั้นเปึนกลุ่มก้อนมา ๗๔ คนก่อนแล้วเปึนพวกเดียวกัน ไปเอาคนมาอีกหน่อยมันเกินครึ่งแล้ว ซึ่งมันเกิด การล็อบบี้ได้ ตรงนี้อํานาจมันเอียง เมื่อสักครู่ผมพูดว่ารัฐธรรมนูญถ้าเปึนร่างกายมนุษย์ แล้วเรากําลังจะแก้ไขกัน ตอนนี้ร่างกายมันเจ็บหนักเหมือนคนเปึนโรคหัวใจเกิดอาการช็อก หัวใจมันสําคัญมาก มันช็อกล้มลงไปกับพื้น คนในบ้านปัจจุบันที่รัฐบาลนี้ทํา ที่กลับ เอาเข้าสภาจะผ่าน ๒ มาตรานี้ก็คือเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งและเกี่ยวกับกฎหมาย มาตรา ๑๙๐ ก็คือเปึนเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนกับว่าคนล้มลงไปแผลถลอกวิ่งไปหา ทิงเจอร์มาทาแผล แทนที่จะเอาคนไปโรงพยาบาลเพื่อไปรับการรักษา เนื่องจากว่าเขาเปึนโรคหัวใจ ดันหาทิงเจอร์อยู่ตั้งนาน คนต้องตายก่อนแน่ คือไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรสําคัญ อะไร ไม่สําคัญ เรื่องการเลือกตั้งเขตเดียวคนเดียวเขาก็รู้กันอยู่แล้วว่าในโลกว่ามันทันสมัยที่สุด แต่พวกผมมองว่ามันยังไม่จําเปึน ตอนนี้ยังไม่เท่าไร เพราะเนื่องจากว่าสาระสําคัญ มันอยู่ที่องค์กรอิสระที่มีปัญหาทําให้คนนั้นไม่พอใจกับบ้านเมืองนี้จนได้ยินกับหู หลายครั้งแล้ว บางคนอยากจะพังศาลทิ้งกันหมดแล้ว เขาไม่รับระบบนี้ครับ แล้วผมคิดว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้มันไม่มีความจําเปึนพอ ตัวพรรคของผมนั้นสนับสนุน การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เข้ามา แล้วก็แก้ไขบางมาตรา เพื่อให้ทันสมัย ซึ่งตรงนั้นผมเชื่อมั่นว่าอยากจะให้มีการเลือกตั้งเสียก่อน แต่การเลือกตั้ง คราวนี้ถ้าไม่แก้องค์กรอิสระก็จะมีการแกล้งกันเหมือนกรรมการสนามฟุตบอลที่เปึน กรรมการไลน์แมน คอยเช็กออฟไซด์ (Off-side) พวกผมก็ลําบากตลอด ไม่ซื้อเสียง ก็จะกลายเปึนซื้อเสียง ไม่รู้อะไรก็จะต้องเปึนคนที่ทําความชั่วขึ้นมา เรื่องอย่างนี้จะต้อง ปรากฏอีกมากมายในการเลือกตั้งคราวต่อไป พวกผมระวังกันตลอด เลือกตั้งคราวที่แล้ว ผมไม่เคยไปซื้อเสียงอะไรเลย เพราะผมเล่นการเมืองแบบไม่เคยซื้อเสียง ยังมีการกล่าวหาว่า ซื้อเสียง แต่ผมก็โชคดีตรงที่ว่าผมเอากล้องอิเล็กทรอนิกส์ใส่หน้าอกลูกน้องไปคุยกับคน ที่มันไปเปึนพยาน ปรากฏคนเปึนพยานเกิดมายังไม่รู้เลยว่าจุดที่ซื้อเสียงที่เขาไป เปึนพยานให้ผมอยู่ตรงไหน ผมก็เลยเอาอันนี้ไปให้ กกต. กกต. ก็เลยยกฟัองผม เพราะว่า มันเกินไปครับ เอาคนมาใส่ร้ายให้ผม แต่ปรากฏว่าคนที่ใส่ร้ายผมยังไม่รู้เลยว่าตําบลนั้น อยู่ตรงไหนของโลก เพราะว่าเขาอายุประมาณ ๒๐ ป้ไม่ค่อยได้ไปไหน อย่างนี้บ้านเมือง มันเสียหายมาก องค์กรอิสระแบบนี้ต้องเอาออกก่อนแล้วถึงจะมาพูดกัน ดังนั้น ผมในฐานะที่เราเปึนตัวแทนประชาชนแล้วก็กําลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภา เราต้อง คํานึงถึงเหตุการณ์บ้านเมืองด้วยว่าเหตุการณ์บ้านเมืองนั้นดําเนินมาอย่างไร จริง ๆ แล้ว รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีเรื่องผิดอีกเยอะแยะ ซุกซ่อนไว้เยอะแยะ แต่ประเด็นหลัก ๆ มันอยู่ตรงองค์กรอิสระที่ไม่ให้ความเปึนธรรม แล้วการเข้าสู่อํานาจ ใครมาเปึน นายกรัฐมนตรี ถ้าไม่เปึนพวกเดียวกับองค์กรอิสระนี้ก็จะถูกกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา ทําให้ บริหารประเทศไม่ได้ กลายเปึนว่าประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งนั้นเล็กกว่าองค์กรอิสระ ซึ่งระบอบการปกครองแบบนี้ประเทศประชาธิปไตยเขาไม่มีในโลกนี้ มีประเทศไทย ประเทศเดียวที่กําลังทําอย่างนี้อยู่ ฉะนั้นแล้วการที่จะแก้ก็ควรจะแก้ให้มันทันสมัย ทันกับเหตุการณ์บ้านเมือง แล้วไม่ควรให้เกิดความอยุติธรรมเกิดขึ้น เมื่อไม่มี ความอยุติธรรมเกิดขึ้นแล้วก็ให้ยุบสภาเสีย แล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่ ผมพูดไปอย่างนี้ ผมก็ยอมรับว่าทุกคนก็เชื่อมั่นว่าที่ผมพูดมันถูกทั้งนั้นแหละ แต่จะไม่ทํา เพราะว่าล็อก กันมาหมดแล้ว ผมก็รู้อยู่ แต่ผมก็ต้องพูด พูดเพื่อให้บ้านเมืองได้รู้ว่าสาเหตุหลัก มันคืออะไร แล้วอปริหานิยธรรมจะได้รู้สักทีว่าคนในชาติเราเปึนคนพุทธไม่เคยรับรู้เรื่อง อย่างนี้เลย พระพุทธเจ้าสอนไว้ และเปึนเรื่องที่เปึนจริงทั้งนั้น แต่เราย่ํายีประชาธิปไตย มาเปึนเวลา ๗๐ กว่าป้แล้ว ปฏิวัติกันมาตลอด แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อตนเอง ไม่เคยร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชน ให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ผมเคยไปเปึนตัวแทน ขณะมีการปฏิวัติรัฐประหารแล้ว เปึนตัวแทนของพรรคไทยรักไทยไปคุยกับ สถาบันพระปกเกล้า ผมก็ฝากประเด็นสุดท้ายก่อนที่ผมจะออกไปว่า ท่านถ้าหากไปร่วม การร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้ อย่าร่างรัฐธรรมนูญให้ผู้แทนหรือนักการเมืองอ่อนแอเปึนเหตุ ให้ปฏิวัติได้ง่าย ๆ นะ ผมไม่ต้องการอย่างนี้ ขอฝากประเด็นนี้ไว้นะครับ แล้วลงท้าย คนที่ผมฝากก็ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจากรัฐธรรมนูญนี้ออกมาแล้วว่ามันทําอย่างนี้ ไม่เปึนประชาธิปไตยและทําให้นักการเมืองอ่อนแอ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเปึนอย่างนี้ ก็พูดตามผม ผมยังภูมิใจว่าผมได้ฝากประเด็นนี้ไว้ แล้วก็เปึนจริงตามที่ผมพูด ผมก็หวังว่า การประชุมคราวนี้คงจะทําให้พวกเราได้มีจิตสํานึกในการรักชาติรักประชาธิปไตย มากขึ้นครับ ขอบคุณครับ
ท่าน พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน แล้วก็คุณสมเกียรติ ศรลัมพ์ ต่อไปนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดพะเยา ผมขออนุญาตกราบเรียนในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ดังต่อไปนี้นะครับ สําหรับร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับที่เราได้นําเสนอเข้ามาในรัฐสภาแห่งนี้ เราได้พิจารณา ดูแล้วว่าในส่วนของร่างทั้ง ๔ ฉบับนั้นมีส่วนที่เกาะเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเดิมนะครับ กับรัฐธรรมนูญที่เราใช้อยู่ปัจจุบันคือฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งปัจจุบันนี้ผมตรวจสอบดูแล้วว่า ในส่วนของร่างที่เปึนของรัฐบาลในมาตรา ๑๙๐ จะพิจารณาเฉพาะในเรื่องนี้นะครับ สําหรับเรื่องอื่นเช่นเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือเขตหรือที่มาของ ส.ส. ส.ว. หรืออะไร ก็ตาม ผมคิดว่าส่วนหนึ่งก็คือมีผลต่อผู้ที่จะต้องลงรับสมัครเลือกตั้งในอนาคต ซึ่งอาจจะ เกิดผลดีหรือผลเสียต่อตัวผู้สมัครเอง ไม่ว่าจะเปึนการแบ่งเขตในลักษณะใดก็ตาม ในวันนี้ ก็คิดว่ามันอาจจะมีปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นได้โดยที่เราจัดตั้งขึ้นมา ปาฏิหาริย์ที่เราสร้างขึ้นมา มันทําให้รัฐธรรมนูญนี่ถึงจะเขียนไว้อย่างไรก็ตามก็ต้องถูกเปลี่ยนแปลงได้โดย ปาฏิหาริย์นั้น ผมก็ยังมีความเชื่อมั่นว่าถึงจะไม่แก้ไขหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ก็ตาม ผลที่จะเกิดขึ้นเปลี่ยนแปลงได้เสมอนะครับ สิ่งที่เปึนกังวลที่ผมได้ศึกษามานี้ก็คือว่า ในมาตรา ๑๙๐ ของร่างที่รัฐบาลได้เสนอมานี้มีข้อเกี่ยวโยงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เช่นเดียวกัน ก็คือว่าในวรรคสองและวรรคสาม คือแยกระหว่างการแบ่งเขตแดน อาณาเขต กับเรื่องเศรษฐกิจ สังคม แล้วก็เรื่องการเงิน ทั้ง ๒ อย่างนี้ก็คงไม่แตกต่างจาก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เนื่องจากว่าจะต้องผ่านรัฐสภาก่อน สิ่งที่ผมเปึนกังวล ณ เวลานี้ ก็คือว่าเท่าที่ผ่านมาในมาตรา ๑๙๐ ที่เราได้ปฏิบัติมา ปัญหาเกิดจากการที่รัฐธรรมนูญนั้น ได้กําหนดไว้ว่าเราจะต้องมีกฎหมายลูกหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญภายใน ๑ ป้ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราไม่ได้กําหนด เขาได้กําหนดกรอบเวลาไว้ว่าจะต้อง ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน แต่ว่าในร่างฉบับนี้ไม่ได้กําหนดห้วงเวลา ผมก็ยังไม่ทราบว่าในเงื่อนไขที่ผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมานั้นได้มีเจตนาอย่างไร ปัญหาที่มันเกิดขึ้นคือว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมา ผมยกตัวอย่าง อย่างเช่น กรณีมาบตาพุด หรือว่าการเจาะน้ํามัน หรือเจาะก๊าซในอ่าวไทย หรือการจะสร้างเขื่อน สร้างฝายใด ๆ ก็ตามในพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยเรานี้มีปัญหาอยู่มาก เนื่องจากว่าเราไม่สามารถ จะดําเนินการได้ เพราะว่าทุก ๆ อย่างนั้นขั้นตอนต่าง ๆ มีมากมายเหลือเกิน ใน ๒ ป้ ที่ผ่านมานี้เราได้ปฏิบัติหน้าที่มา เรายังไม่สามารถจะออกกฎหมายลูกในเรื่องนี้ได้ ก็ทําให้เกิดปัญหาที่มันยืดเยื้อและคาราคาซังแล้วก็มีปัญหากับผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งรัฐบาลที่จะต้องออกนโยบายต่าง ๆ ไปแล้ว แต่ว่าจะต้องปฏิบัติตามนโยบายนั้น แต่เนื่องจากติดในข้อเกี่ยวข้องกับการที่ประชาชนจะต้องมีส่วนร่วมในการพิจารณานั้นด้วย มันก็เลยทําให้ยืดเยื้อ แล้วอีกอย่างหนึ่งรัฐบาลก็อาจจะต้องชะลอไว้เพื่อไม่ให้เกิด ปัญหาขึ้น ไม่ว่าจะโดยเหตุผลว่าต้องรักษามวลชนไว้หรือว่าจะโดยเหตุผลว่าเอาเว้นไว้ก่อน ไม่ด่วนนะครับ สิ่งที่เราได้ตรวจพบปัญหา ณ เวลานี้ก็คือว่าในเรื่องความคิดเห็นของ ประชาชนตามที่เราได้รับฟังมาหรือว่าจะไปทําประชามติ ประชาพิจารณ์ใด ๆ ก็ตาม ผลออกมาแล้วยังไม่สามารถที่จะเปึนข้อยุติที่เปึนเอกฉันท์ได้ครับ หลังจากที่รัฐบาลได้ผ่าน ขั้นตอนของการทําประชาพิจารณ์มาแล้วก็ยังมีปัญหาตามมาอยู่ คือประชาชน ไม่ได้ยอมรับในเรื่องของการทําประชาพิจารณ์นั้น ๆ ก็ยังต้องหยุดชะงัก ถึงแม้ว่าเราจะตั้ง กรรมการอะไรต่าง ๆ ก็ตามเข้ามาแก้ไขในปัญหาเหล่านี้
ในวรรคหกของมาตรา ๑๙๐ เราจะเห็นได้ว่าเปึนเรื่องของการที่จะต้อง ดําเนินการทางด้านกฎหมายที่จะต้องกําหนดในรายละเอียดประกอบกับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ได้แก่การกําหนดประเภทหรือกรอบการเจรจา และขั้นตอนในการเจรจาที่มันเกิด ขึ้นมานี้ความจริงแล้วในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่มีความจําเปึนที่จะต้องมาตั้ง ให้มันแก้ไขให้มันมากขึ้นกว่านี้ แต่ว่าเราไม่ได้ทําเท่านั้นเอง มันเปึนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเกาะเกี่ยวกันมา ในฉบับนี้ก็เช่นเดียวกันถ้าหากว่าเรามีกฎหมายประกอบแล้วรัฐบาล ก็สามารถที่จะดําเนินการนี้ได้ ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าในวรรคเจ็ด ในกรณีใดก็ตามที่มีปัญหา ในการตีความ เมื่อเราได้มีกฎหมายประกอบแล้วถ้าหากว่ามันมีปัญหาเท่ากับว่า เราได้มอบอํานาจนี้ไปให้กับทางตุลาการเปึนผู้ตัดสิน ขณะที่ในรัฐสภาแห่งนี้ก็เปึน ผู้ที่ดําเนินการทั้งการปฏิบัติ การติดตามตรวจสอบ แล้วก็การรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนหลาย ๆ เรื่องนะครับ เพราะฉะนั้นเท่ากับเปึนการยกอํานาจหน้าที่ ของรัฐสภาแห่งนี้ไปให้แก่กระบวนการยุติธรรมของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องมาตัดสินใจ แทน ผมคิดว่าหลังจากที่เราได้ออกกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ไม่ว่าจะ เปึนเรื่องของอํานาจหน้าที่ต่าง ๆ ที่เราจะต้องดําเนินการเรื่องกรอบเจรจา ขั้นตอนการ ปฏิบัติและกฎหมายลูก ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของความขัดแย้งในระหว่าง กรรมาธิการหรือระหว่างสมาชิกรัฐสภาด้วยกันเอง เพราะฉะนั้นมันจะทําให้เราเกิด การถ่วงเวลาหรือเพิ่มเวลาการปฏิบัติงานของรัฐบาลมากขึ้น ถ้าหากว่าเราใช้ เรื่องนี้เปึนเงื่อนไขของเวลาสําหรับที่จะดึงเรื่องหรือว่าทําให้มันช้าลง แต่ผมคิดว่า ในทั้ง ๒ กรณีก็อาจจะมีส่วนดีหรือส่วนเสียดังนี้นะครับ
เงื่อนไขเวลาที่ได้ถ้าหากว่าเราทําให้มันเกิดมันมีเงื่อนไขเวลาขึ้น มันต้องใช้ เวลาหรือยืดเยื้อขึ้น เราก็อาจจะประวิงเวลาได้ถ้าหากว่าเราเสียเปรียบในการเจรจา หรือการทําข้อตกลง หรืออาจจะมีการทบทวนในเรื่องนี้ใหม่ถ้าหากว่าไม่สามารถที่จะ ดําเนินการต่อไปได้ โดยที่ว่าความคิดเห็นของประชาชนที่แตกต่างออกไปนั้นทําให้เรา จะต้องกลับมายั้งคิด แล้วก็ยุติการผูกพันในโอกาสที่เราดูว่าเราเสียเปรียบนะครับ ผมขอให้ทางเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้พิจารณาในเรื่องนี้ถ้าหากว่าเรื่องนี้ได้เข้าสู่ ในวาระที่สองและวาระที่สาม เพื่อเปึนประโยชน์ต่อการพิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ
ต้องประทานอภัย ท่านสมเกียรติ ต้องหลังท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ เชิญท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๑๐ นาที เสร็จแล้วก็ ท่านสมเกียรติ แล้วก็ พลอากาศเอก วีรวิท แล้วก็คุณพีระเดช ตามลําดับครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับที่นําเข้าสู่ การพิจารณาของรัฐสภา ต้องถือว่าเปึนหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่จะต้องร่วมกัน พิจารณาตามกระบวนการประชาธิปไตย ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งก็จําเปึน จะต้องลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นกับร่างที่อยู่ต่อหน้าพวกเราทั้งหมดนี้ ประเด็นที่ต้องร่วมกันพิจารณาก็คือว่าเราจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างฉบับไหน ด้วยเหตุผลอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่เสนอโดย นายแพทย์เหวง โตจิราการ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวน ๗๑,๕๔๓ คนนั้น เนื้อหา สาระหลักก็คือความพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ขณะเดียวกันในร่างของนายแพทย์เหวงและคณะก็ได้มีการปรุงแต่งแก้ไข บางบทบางมาตราเพื่อสนองเจตนารมณ์บางประการ ข้อที่จะต้องพิจารณาก็คือว่า ร่างฉบับนี้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศนี้ มีความเหมาะสม สําหรับการพัฒนาทางการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ คําตอบรวบยอดของผม ก็คือว่าไม่เหมาะสม เหตุผลหลักมีอยู่ ๓ ประการครับ
๑. แม้จะอ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนการแก้ไขให้ไปใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับที่เปึนประชาธิปไตยที่สุด มีพี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดฉบับหนึ่งก็ตาม แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เรามีความคาดหวังว่าจะเปึน รัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิรูปทางการเมืองครั้งใหญ่ ก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดวิกฤติ ทางการเมืองมากมายแล้วก็ซึมลึกต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ ในระยะตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๔-๒๕๔๘ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกบิดเบือนเพื่อนําไปรับใช้ผลประโยชน์ของ พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่ต้องการเผด็จอํานาจทางการเมืองเอาไว้ในมือแต่เพียง ผู้เดียวยาวนาน พูดกันตรง ๆ ก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกปล้นไปรับใช้ผลประโยชน์ ของนักการเมืองบางคนบางกลุ่ม ความจริงที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ
๑. มีการใช้ช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ผูกขาดอํานาจยาวนาน ย่ามใจถึงขนาดว่าจะครองอํานาจต่อเนื่อง ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ เราได้ยินกันมาแล้ว แล้วพี่น้อง ประชาชนก็ถูกลดทอนอํานาจลงอย่างน่าใจหาย
๒. มีการใช้อํานาจอย่างไม่เปึนธรรม พี่น้องประชาชนถูกเข่นฆ่า ผู้บริสุทธิ์ ตายด้วยความผิดพลาดจากการใช้นโยบายที่ผิดพลาดจากคนที่ครองอํานาจทางการเมือง ในขณะนั้น กรณีตากใบ กรณีกรือเซะ กรณีสงครามยาเสพติด ตายไปกี่ศพสังคมนี้ ได้บันทึกเรื่องราวเหล่านี้ไว้อย่างต่อเนื่อง การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการที่เต็มไปด้วย ผลประโยชน์และพวกพ้องที่วันนี้มีคนมาพยายามกล่าวหารัฐบาลชุดนี้ ถ้าย้อนกลับไป ณ เวลานั้นก็จะเห็นว่าเพื่อนร่วมรุ่น พี่เขย น้องเมีย ได้ดิบได้ดีกัน เพราะการเอื้ออํานาจ ทางการเมืองของคนกลุ่มนี้
๓. การเมืองขาดความโปร่งใส ไม่มีคุณธรรม ไม่มีจริยธรรม มีการยุบสภา มีการเลือกตั้งใหม่ แล้วก็มีส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงพรรคเดียว เมื่อไม่ได้คะแนน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ตามกฎหมายก็ไปจ้างพรรคเล็ก แล้วก็ทําทุกวิถีทางจนกระทั่ง มีการยุบพรรคการเมือง ที่สําคัญที่สุดระบบการตรวจสอบอํานาจรัฐที่ถูกออกแบบไว้ใน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกทําให้ล้มเหลวอย่างคาดไม่ถึงด้วยเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ถึงต้องมาแก้ไขปัญหาเหล่านั้น จนกระทั่งบัดนี้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือแม้กระทั่งวุฒิสภาที่ถูก ออกแบบให้ทําหน้าที่ควบคุมการทํางานของฝ์ายบริหารก็ถูกแทรกแซง ถูกครอบงํา โดยผ่านกลไกการแต่งตั้งการสรรหา ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเปึนยุคที่มีการแทรกแซงครอบงํา และคุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชนและสื่อสารมวลชนรุนแรงที่สุด จนต้องบอกว่ายุคนั้น เปึนยุคที่สื่อมวลชนเจ็บปวดถูกย่ํายีมากที่สุด กรณีการยึดสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ซึ่งเปึนโทรทัศน์ที่คนทั้งสังคมมีความคาดหวังว่าจะเปึนสถานีโทรทัศน์อิสระที่สามารถ ตรวจสอบฝ์ายบริหาร ตรวจสอบรัฐบาล และเปึนปากเปึนเสียงให้พี่น้องประชาชนได้ ก็ถูกยึดเข้าไปเปึนสมบัติส่วนตัวของบริษัทของผู้มีอํานาจทางการเมืองในขณะนั้น แล้วก็ ใช้สื่อของรัฐทั้งหมดโฆษณาชวนเชื่อเพื่อการคงอยู่ในอํานาจ จนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องมาเขียนบทบัญญัติเพื่อที่จะปกปัองไม่ให้สื่อสารมวลชนถูกคุกคาม ถูกครอบงํา ถูกแทรกแซงเหมือนกับที่เคยเปึนมาในยุคนั้น ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถึงต้องไปเขียนว่า ห้ามแทรกแซงสื่อสารมวลชน ห้ามผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเปึนเจ้าของกิจการ หรือถือหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชนด้วย เหตุผลที่มาของอันนี้ก็คือว่าสาเหตุมาจาก การแทรกแซงครอบงําสื่อมวลชนในยุคนั้นที่รุนแรงที่สุดอันเปึนผลมาจากการใช้ช่องโหว่ ทางกฎหมายของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐
ประการที่ ๒ ท่านประธาน ร่างฉบับนี้มีการปรุงแต่งต่อเติมบางมาตรา เข้าไปแล้วก็กําลังสร้างปัญหาตามมาในอนาคต ผมยกตัวอย่างเดียว ไปเขียนไว้ใน ร่างมาตรา ๓ ต่อเติมสอดไส้เข้าไปบอกว่า ให้ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ เขียนทําไมครับ ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ เขียนไว้ครอบคลุมอยู่แล้ว ประชาชนชาวไทย ไม่ว่าเหล่ากําเนิด เพศ หรือศาสนาใดย่อมอยู่ในความคุ้มครอง แห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน ไปเขียนให้เกิดความไม่สบายใจระหว่างคนที่นับถือศาสนา ต่างกันทําไมครับ
ประการที่ ๓ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันมามีความก้าวหน้า มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ไปมากแล้ว แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยังจะกลับไปใช้อีก หรือครับ มาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เรื่องของการจัดตั้งองค์กรจัดสรรคลื่น ความถี่ วันนี้ถ้าเกิดกลับไปใช้กฎหมายเก่าอันนั้นนี่ครับไม่ทันสมัยแล้ว โลก เทคโนโลยี ความสลับซับซ้อนของกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม ไปไกลแล้ว และรัฐสภาของเราก็ได้ออกกฎหมาย กสทช. มามีผลบังคับใช้แล้วด้วยนะครับ หรือยกตัวอย่างผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก้าวไปไกลแล้วครับ แต่ฉบับ ของนายแพทย์เหวงและคณะยังให้กลับไปใช้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เราไปไกลถึง ขั้นตรวจสอบจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองแล้ว แต่ว่ายังให้กลับไป ทําหน้าที่ทางธุรการเฉย ๆ อยู่
ในหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ตามมีการพูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เน้นกระจายอํานาจ การกระจายอํานาจตายไปเสียแล้ว ไม่จริง ไปดูสิครับว่าในหมวด การปกครองส่วนท้องถิ่นของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขาก้าวหน้าไปไกลมากแล้ว มีการทํา มาตรฐานกลางขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การให้บทบาทในการเชื่อมโยงระหว่าง การพัฒนาจังหวัด การพัฒนาประเทศ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ชัดเจนมากว่า มีความก้าวหน้าไปแล้ว ทั้งหลายทั้งปวงผมต้องการชี้ให้เห็นว่าบ้านเมืองเราเดินเข้ามา ไปไกลแล้วครับ เราจะกลับไปใช้สิ่งเก่า ๆ แล้วก็กลับไปพบกับวิกฤติเดิม ๆ อีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าไม่เหมาะสมแล้ว ผมจึงไม่เห็นชอบด้วยกับร่างของนายแพทย์เหวง โตจิราการ และคณะ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมเกียรติ ศรลัมพ์ ๑๕ นาที
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม สมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้ฟังการอภิปรายของท่านสมาชิก มาตั้งแต่เช้า ความจริงแล้วถ้ารวบรวมประมวลการอภิปรายของทุกท่านมานี่นะครับ ให้สาระครอบคลุมที่จะให้ทุกคนได้ตัดสินใจแล้วว่าแนวทางข้างหน้าเราจะเดินไปอย่างไร หลายคนมาพูดถึงรายละเอียดถึงสาระของเนื้อหาการที่เสนอร่างรัฐธรรมนูญนี้ ผมขอกราบเรียนท่านเลยครับว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ที่เรากําลังเสนอกันอยู่ ผมคิดว่า ไม่มีความสําคัญอะไรเลย ทําไมผมจึงพูดอย่างนั้น เพราะว่าร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอมา ของรัฐบาล ก็คือแก้ไขมาตรา ๙๓ แล้วก็มาตรา ๙๘ แล้วก็มาตรา ๑๙๐ ๒ มาตราแรกนั่นก็เรื่องของการเพิ่มจํานวน ส.ส. ซึ่งผมมาวิเคราะห์ดูแล้วผมเชื่อว่าไม่มี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนไหนหรอกยอมที่จะลดจํานวน ส.ส. เหลือ ๓๗๕ ท่าน แล้วเพิ่ม ส.ส. แบบสัดส่วนอีกเปึน ๑๒๕ ท่าน ผมได้ถามได้คุยกับนักวิชาการ หลายคนผมเสียดาย ท่านนายกรัฐมนตรีครับ เวลาเราให้คนมาพิจารณากลั่นกรองเราต้องให้นักการเมืองไปคุย ไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผมเคยได้ร่วมเปึนที่ปรึกษารองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่ครับ ได้ไปดูเขาร่างต้นร่างที่กําลังอยู่ที่บางแสนนะครับ เข้าไปสังเกตการณ์ข้างใน ทัศนคติคนร่างมีความรู้สึกอคติต่อนักการเมือง เวลาพูดมาถึงนักการเมืองทีหนึ่งก็จะหัวเราะ เยาะเย้ยเหมือนกับว่านักการเมืองบาร์บาเรียน (Barbarian) เปึนผู้ที่ไร้ซึ่งจริยธรรม ควรจะ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง อันนี้ผมก็ไม่ได้โทษเขานะครับ เปึนทัศนคติของทางวิชาการทัศนคติ ของผู้ที่กระทํานั้น แต่ผมมามองดูว่านักการเมืองก็เหมือนกันครับ พอภาพที่ออกไปประชาชน เห็นว่ามันไม่เปึนที่พึ่งหวังได้ประชาชนก็เบื่อหน่าย สังคมเราในปัจจุบันนี้กําลังจะเปลี่ยนแปลง กําลังจะถ่ายโอนจากสังคมที่เขาเรียกทราดิชันนัล โซไซตี้ (Traditional society) ไปสู่ โมเดิร์น โซไซตี้ (Modern society) คือสังคมที่เคลื่อนไหวจากสังคมอุปถัมภ์ไปสู่สังคม ที่จัดการอย่างเปึนระบบ ระหว่างการเคลื่อนไหวอยู่กลาง ๆ มันต้องมีการปรับตัว การปรับตัว ต่างคนก็ต่างจะแย่งยึดผลประโยชน์เข้าสู่กลุ่มตน ผมเลยขอกราบเรียนนะครับว่าปัญหา ที่เราพูดทั้งหมดมันไม่ได้เข้าถึงแก่น แก่นของปัญหาของบ้านเมืองเราปัจจุบันคือการที่สังคม กําลังยื้อยุดฉุดกระชากผลประโยชน์ที่กําลังถูกเปลี่ยนแปลงระหว่าง ซูเปอร์ สตรัคเจอร์ (Super structure) คือโครงสร้างส่วนบนของกลุ่มผลประโยชน์ในพื้นที่ในสังคมมาระยะเวลาอันยาวนาน เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงเปึนระบบประชาธิปไตยแล้วมีกลุ่มใหม่เข้ามา เข้ามามีผลประโยชน์ เข้ามาเกี่ยวเนื่องจนกระทั่งมากขึ้น ๆ แล้วประชาชนคนรากหญ้าก็มีความรู้สึกว่าตัวเองได้ ผลประโยชน์ต่อการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตย ได้เห็นว่าประชาธิปไตยนั้นกินได้ ได้เห็นโครงการต่าง ๆ ที่รัฐบาลประชาธิปไตยส่งไปสู่ชนบท จึงเกิดพลังการต่อสู้ทางการเมือง ขึ้นมาซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ผมเปึนนิสิตนักศึกษาสมัย ๑๔ ตุลา สมัย ๖ ตุลา การต่อสู้สมัยก่อน เปึนการต่อสู้ของเยาวชน นักศึกษาทั้งนั้น ไม่มีประชาชนมาต่อสู้ แต่ครั้งนี้ที่สังเกตดูเปึน ประชาชนทั้งคูเลยครับ ทั้ง ๒ ฝ์าย ผมมองด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าเขามีความเชื่อมั่น ในแนวความคิดของเขาไม่ว่าฝ์ายต่าง ๆ แต่นั่นก็เปึนมิติของประชาชน แต่มิติของท่านทั้งหลาย ที่เปึนผู้นําผมได้ฟังการอภิปรายของท่านอาจารย์สุนัยของผมนะครับ ตอนนี้ท่านเปึนดอกเตอร์แล้ว เปึน ส.ส. จังหวัดนครสวรรค์ด้วยกันนี่ละครับ ปาร์ตี้ ลิสต์นี่ ท่านได้อธิบายชัดถึงว่าปัจจุบันนี้ ประเทศเราอยู่ที่ปัญหาโครงสร้างอํานาจ เปึนอย่างไรผมไม่ต้องย้อน เพราะว่าท่านทั้งหลาย ฟังมาแล้ว แล้วมาเติมด้วยท่านวุฒิพงศ์ ฉายแสง ได้อธิบายถึงมิติต่าง ๆ ของความขัดแย้ง ในเชิงเปรียบเทียบถึงการแข่งขันฟุตบอลเพื่อให้เทรนด์ (Trend) ทันสมัยกับซีเกมส์ (SEA Games) หรือว่าเอเชียนเกมส์ นี้ ความจริงท่านพูดง่าย ๆ ให้ทุกคนเข้าใจ ผมเชื่อว่าสติปัญญาของท่าน และผู้ที่ฟังทางบ้านเข้าใจว่าบ้านเมืองเราเกิดอะไรขึ้น ผู้เป์านกหวีดเปึนอย่างไร ไลน์แมน (Lineman) เปึนอย่างไร ผมบอกท่านเลยครับว่าเดี๋ยวนี้นักฟุตบอลที่แข่งกันนี่แข่งด้วยความกลัว กลัว กกต. ผมนี่สัมผัสกับ กกต. มาดี ว่า กกต. นี่มีหน้าที่ปัจจุบันคือการจัดการเลือกตั้ง การจัดการเลือกตั้งนั้น แล้วการสืบสวนสอบสวน สมัยก่อนที่ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภา ผมยังมีความรู้สึกเลยครับว่าเวลาโดนร้องเรียนแล้วให้ผมมาพรีเซนท์ (Present) ต่อหน้า ท่านยุวรัตน์ ท่านโคทม แล้วอาจารย์สวัสดิ์ โชติพานิช ผมรู้สึกสบายใจ ผมได้พูดแล้ว ซักถามปัญหาต่อ กกต. ๕ คน ว่าผมผิดอะไร ผมชั่วเลวอะไรท่านซักผมมาเลย แต่ท่านเชื่อไหม กกต. ชุดนี้ไม่ได้ให้เจอหรอกผู้ที่ถูกร้องเรียน ให้เจอเจ้าพนักงานสอบสวนของ กกต. ก็จะผ่าน มาตั้งแต่ระดับจังหวัด ระดับเขต ระดับอะไรก็ตาม ทีนี้ท่านคิดหรือครับว่ารอยรั่วต่าง ๆ ในระหว่างทางที่เกิดขึ้น มีการตั้งแล้วไปพรีเซนท์ เอง แล้วเจ้าหน้าที่ของตัวเอง มันก็ไม่สามารถสร้างความเปึนธรรม ชอบธรรมได้หรอก ผมบอกแม้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ท่านจะตัดสินประหารชีวิตคนทั้งที ท่านเจอนักโทษไม่ได้หรือ ท่านสบตาเขาสิ เขาเปึนคนดีไหม เพราะกระบวนการการตัดสินใจ ทางการเมืองนั้น เขาเห็นว่าควรเชื่อได้ว่าก็ผิดได้แล้วเพราะฉะนั้นแล้วการตัดสินใจของท่าน ความผิดนั้นมันต้องประจักษ์ชัดในการตัดสินใจ ผมขอเรียนนะครับ ฝากไปถึง กกต. ด้วย งวดหน้าถ้าท่านเปึนผู้เป์านกหวีดที่เปึนกลางบ้านเมืองจะสงบสุข แล้วก็วางหลักเกณฑ์ให้ชัด สิ่งหล่านี้อย่างที่ท่านวุฒิพงศ์พูดว่าเรื่องที่กําลังเกิดขึ้นผมขอให้ท่านทั้งหลายกลับมาเถอะครับ กลับมาดูการพัฒนาของประเทศเรา
ทีนี้มาดูท่านผู้อภิปรายที่ผ่านมาสักครู่นี้ พอดีผมกําลังจะพูดที่จะให้เห็นว่า ใน ๔ ร่างผมจะเสนออะไร ผมจะไม่เห็นด้วยกับอะไร พอดีท่านที่พูดผ่านผมเมื่อสักครู่นี้ บอกว่าบ้านเมืองเราเดินไปไกลแล้ว ป้ ๒๕๔๐ ไม่มีแล้ว ท่านชํานิก็บอกไม่มีแล้ว เหมือน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๔๗๕ เรามาพูดกันเรื่องใหม่ ท่านครับ ผมไม่ได้มองว่าประเทศเรา เดินไปไกลแล้ว ผมมองว่าประเทศเราเดินผิดทางแล้ว ผิดทางจนกระทั่งว่า ท่านเห็นไหมว่า ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราทะเลาะกันมาตลอด แตกแยกกันตลอด เพราะกลไก ต่าง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้วางระบบไว้อย่างแข็งแกร่ง ที่ต่อสู้กันในโครงสร้างของสังคมนี่ มันยิ่งนานวันขึ้น ถ้าท่านไม่เจรจาไม่ปรองดองกันนะครับ ท่านอย่าคิดว่าสังคมเขาจะยอมกัน สังคมในอนาคตจะเลวร้ายมากกว่านี้อีก ที่ผมพูดผมได้สัมผัสความคิด สัมผัสคน เข้าไป เห็นแล้วครับว่าเขาเจ็บปวด แม้ตอนนี้ท่านจะบีบคั้นเขาได้ เขารอได้ครับ อีก ๕ ป้ อีก ๑๐ ป้ แล้วท่านจะให้บ้านเมืองเราเปึนอย่างนั้นหรือสังคมเราที่ผ่านมามีแต่การเจรจา มีแต่การปรองดองกัน มีแต่พูดจาถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ณ วันนี้แต่ละกลุ่มแต่ละพวกไม่มีการพูดถ้อยทีถ้อยอาศัยเลย ต่างคนต่างห้ําหั่นกันเพื่อจะต่อสู้ซึ่งกันและกัน แต่ผมเสียดายนะครับคนที่ตายคือประชาชน แต่ผู้นําทั้งหลาย ผมก็เห็นมาให้เห็น ๆ นี่ครับ เพราะฉะนั้นแล้วหยุดเถอะครับ สังคมเราเดือดร้อน มากพอแล้วที่มาเคลื่อนไหวนี่คนก็มีความรู้สึกว่าทําไมต้องออกมาอีกแล้ว ถ้าสิ่งเหล่านี้ เราไม่แก้ไขความขัดแย้งเกิดขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านเลยว่า มิติที่บอกว่า เรื่องของทําไมผมถึงเลือกรัฐธรรมนูญฉบับของหมอเหวงหรือฉบับของประชาชนนี่ครับ เพราะผมได้ดูของรัฐบาลนะครับ ผมคิดว่ารัฐบาลเสนออันนี้มาสักแต่ว่าเสนอ เพื่อให้กระบวนการ มันเดินไป เพราะว่าได้สร้างคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาแล้ว สมัยอาจารย์ดิเรก ถึงฝัืง ก็ไม่ได้ ดําเนินการ มันถึงขั้นใกล้แล้วที่จะต้องเสนอ แล้วของพรรคร่วมรัฐบาลก็เสนอ ผมมองว่า มิติในการเสนอ ๒ เรื่องหลักนี่เปึนการแก้ไขปัญหาของตนเองของพรรค ไม่ใช่แก้ปัญหา รากฐานของประชาชน ถ้าท่านตั้งใจจะแก้ไขปัญหารากฐานของประชาชนแล้ว ผมคิดว่า รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้เป่ดกว้าง โดยเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มารีวิว (Review) กันใหม่ ผมเห็นแล้วครับว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างที่ท่านวุฒิพงศ์พูดว่าไม่มีใครปฏิเสธเลยว่า อันนี้ไม่ดี ไม่มีใครปฏิเสธ แต่ว่าข้อบกพร่องเกิดจากคนใช้ ถ้าคนใช้ ใช้ เพื่อแสวงหาอํานาจ ส่วนตน ก็จะมีกระบวนการที่บิดเบือนไปได้ หรือเบี่ยงเบนไปได้ เราก็แก้สิครับ การได้มาซึ่ง องค์กรอิสระ แก้สิครับ ค่อย ๆ ทุกอย่างถ้ามีการปรับแต่ง มีการดําเนินการค่อย ๆ ปรุงแต่ง มันก็จะแก้ไขกันได้ แต่เราใจร้อนครับ เหมือนกับเราปัุนถ้วยชามมา ถ้ามันไม่กลมเราก็ค่อย ประคองให้มันกลม อันนี้ตีอยู่เฉย ๆ ก็เรียกอํานาจนอกระบบมาตีให้แตก แตกแล้วก็สร้างใหม่ สร้างใหม่มาตั้งเปึนสิบ ๆ ฉบับแล้ว ไม่มีประเทศไหน กินเนสส์บุ๊ก (Guinness Book) น่าจะมาลงนะครับ ประเทศไทยน่าจะเปึนประเทศเดียวที่มีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลก เพราะฉะนั้นแล้วคนเขาไม่ได้หัวเราะนะ เขาเยาะเย้ยว่าอะไรประเทศนี้ไม่เคยเรียนรู้ กระบวนการทางสังคมเลยหรือ จึงมีการสร้างรัฐธรรมนูญกันขนาดนี้ จริง ๆ ไม่ต้องมีฉบับ เดียวค่อย ๆ แก้ มีปัญหาอะไรก็ค่อยแก้ไปนะครับ เพราะประเทศนี้จะอยู่ยาวนานเปึนร้อยป้ เปึนพันป้ แต่พวกท่านทั้งหลายเดี๋ยวก็ตายแล้วครับ ที่เก่งทั้งหลายแหล่นี่นะครับ ไม่ว่าจะเปึน ผบ. ทั้งหลายอะไรต่าง ๆ อายุมากกันแล้ว ผมก็มานั่งปลงสังขารว่าคนเราอายุไม่เกิน ๘๐ ป้ ยกเว้นท่านประธานท่านอายุยืนนะครับ มันไม่เท่าไรหรอก ถ้าเรามาแก้กัน มาปรองดองกัน มาคุยกัน กลไกต่าง ๆ สังคมก็ไม่ต้องเอาสถาบัน องค์กรต่าง ๆ เข้ามายื้อยุดต่อสู้กันจนโครงสร้างหลักของบ้านเมืองจะพังหมดแล้วนะครับ ผมพูดนี่หลายคนก็รู้สึกว่าน่าจะเข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าที่จะบอกกันว่าจะขับเคลื่อนอย่างไร ถึงแม้ว่าผมสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน ผมก็ไม่คิดว่าจะแก้ได้หรอก เพราะ สังคมไทยเราลูบหน้าปะจมูก จะเอาอะไรไว้ใต้พรม จะรักษาหน้าตาไม่อยากจะเกิดความขัดแย้ง แต่เรื่องนี้ถ้าท่านใจกล้ากันสักนิดหนึ่ง ที่ท่านชํานิบอกว่าแล้วใครละจะเปึนคนแก้ แก้เรื่องอะไร ประโยชน์ประชาชนได้อะไร ผมมองแล้วว่าคนแก้คือรัฐสภานี่แหละ พวกเรานี่แหละ ถ้าเรา ใจถึงเราคิดว่าเราเปึนตัวแทนของประชาชน ประชาชนต้องการอะไรท่านก็แก้สิ่งนั้นนะครับ ทีนี้ ผมถามว่าแล้วทําไมไม่แก้ป้ ๒๕๕๐ ผมเห็นแล้วปรัชญาวิธีการร่างรัฐธรรมนูญของป้ ๒๕๕๐ นั้น ไปไม่ได้เลย แก้ไม่ได้เลยครับ ถ้าท่านไม่รอเดี๋ยวจะมีคนมาฉีกอีก เพราะอะไรครับ เพราะว่า รัฐธรรมนูญเปึนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กติกาเขาเรียกว่าทฤษฎีสัญญาประชาคมของจอห์น ล็อก หรือว่าโธมัส ฮอบส์ บอกเลยว่าเปึนกติกาที่ให้ประชาชนทั้งหมดอยู่ร่วมกัน เปึนการรักษา สมดุลและผลประโยชน์ของแต่ละคน แต่ละกลุ่ม แต่ละพวก แต่ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ สร้างมาด้วยความกลัวบุคคล เมื่อกลัวบุคคลคนหนึ่งจะมีอํานาจก็พยายามทํากติกาทาง การเมืองให้อ่อนแอ เดี๋ยวนี้ผมก็สงสาร ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นะครับ ท่านเปึน นายกรัฐมนตรีผมก็อยู่กับท่านมา ๕-๖ เดือน กระผมก็คิดว่าจะยุบสภาแล้ว ค่อย ๆ กระเถิบไปเรื่อย ท่านสามารถรักษาสถาบันสภามายาวนานขนาดเกือบจะครบเทอม ผมว่าท่านแน่แล้วครับ จิตใจแข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ตามผมฝากให้ท่านแข็งแกร่งอีกนิดหนึ่ง ตอนปลาย สร้างบรรทัดฐานให้สังคมได้รู้ว่าท่านกล้าที่จะทําอะไรเพื่อประชาชน ไม่ใช่ ประคับประคองเพื่อความอยู่รอดแล้วก็สังคมจะเปึนอย่างไร ท้ายนี้ผมจะขอกราบเรียน ท่านว่ามิติของสังคมที่เราจะเดินไปตั้งแต่เลวจัดจนถึงดีขึ้นมาเรื่อย ๆ เปึนอย่างไร ถ้าเลวจัด ก็คือว่าผู้มีอํานาจรู้สึกว่านักการเมืองเปึนผู้ที่ไม่ไว้วางใจ เปึนผู้ที่ไม่สามารถจะทําอะไร ให้กับโครงสร้างและสังคมได้ ก็มีการปฏิวัติแล้วปรับปรุงโครงสร้างสังคมใหม่ โครงสร้างดุลยภาพ ของอํานาจใหม่ ไม่ว่าประเทศนี้จะเปึนอย่างไรฉันไม่สน ฉันจะรักษาระบบเก่านี้เข้าไว้
ประการที่สอง ดีขึ้นมาอีกหน่อยก็คือว่าไม่มีการปฏิวัติแต่จะใช้พรรคการเมือง นอมินี (Nominee) แล้วใช้โครงสร้างกลไกทั้งหมดเกื้อหนุนในการเป์านกหวีด เพื่อให้พรรคการเมือง นอมินีที่ตัวเองสนับสนุนได้อํานาจรัฐ แล้วลักษณะพรรคการเมืองก็จะเล็กแล้วก็ต่อรอง ชิงอํานาจกัน ต่อรองผลประโยชน์ สร้างแคเรีย (Career) ของผลประโยชน์กันอย่างที่เปึน ปัจจุบัน สถาบันทางการเมืองก็อ่อนแอ สถาบันทางสังคมก็รู้สึกว่าการเมืองไม่สามารถ ช่วยเขาได้เลย พอนาน ๆ เข้าไปก็จะเกิดความรู้สึกขัดแย้งแล้วเปลี่ยนแปลง
ประการที่สาม ปล่อยให้การเมืองเดินไปโดยไม่ต้องมีการที่จะแมเนจ (Manage) อะไรนะครับ โดยธรรมชาติ เสร็จแล้วพรรคต่าง ๆ ที่ดําเนินการก็ปล่อยให้เดิน ไปโดยธรรมชาติ แต่ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กลไกต่าง ๆ ในสภาก็อ่อนแอ แต่กลไกที่เกิดขึ้นจากโครงสร้างอํานาจรัฐตั้งแต่องค์กรอิสระต่าง ๆ ก็จะดําเนินการ
สุดท้ายขอท่านทั้งหลายครับว่าสุดท้ายปล่อยให้การเมืองเดินไปเถอะครับ บ้านเมืองนี้ไม่ใช่ของเราคนเดียว บ้านเมืองนี้เปึนของประชาชน ๖๔ ล้านคน ถ้าท่านสามารถ ปล่อยให้บ้านเมืองนี้เดินไปด้วยความรู้สึกรับผิดชอบ แล้วผมเชื่อว่าสามัญสํานึกของ ส.ส. ของกลุ่มคนต่าง ๆ ก็จะเดินไป แล้วสังคมโลกก็จะยอมรับเมืองไทยในอนาคต ขอบคุณครับ
ท่าน พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ คุณพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ แล้วก็คุณสงวน พงษ์มณี ตามลําดับ เชิญท่าน ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ภาควิชาชีพ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอข้อคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมทั้ง ๔ ฉบับดังนี้ ก่อนอื่นผมขออนุญาตทําความเข้าใจกับท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกทั้งหลายว่า รัฐธรรมนูญนั้นคืออะไร
ในส่วนแรกนั้นเราคงมองในมาตรา ๖ ว่ารัฐธรรมนูญนั้นคือกฎหมายสูงสุด ของประเทศ แต่ถ้ามองเชิงสาระแล้วเราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ มากกว่านั้น เพราะว่ารัฐธรรมนูญนั้นคือสิ่งที่จะบ่งบอกถึงวิถีชีวิตของคนไทยที่เราอยู่ ด้วยกัน หรือถ้าผมจะสรุปในง่าย ๆ ก็คือเปึนกฎกติกา มารยาทที่คนไทยจะอยู่ร่วมกัน ในสังคมนี้อย่างมีความสุข ในทางวิชาการเขาเรียกว่าหลักนิยมหรือดอคทริน (Doctrine) ของประเทศ ซึ่งรัฐธรรมนูญนั้นสามารถจะปรับเปลี่ยนได้สภาวะแวดล้อม แล้วก็ตามที่ทุกคน เห็นพ้องต้องกัน ในสิ่งอันนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าในกระบวนการรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๘ ฉบับ ที่ผ่านมานั้น เราคงต้องมองเชิงสาระว่าในช่วงแรก ๆ นั้น เราใช้ระบบตัวแทนเข้ามาแล้วก็ มากําหนดรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเปึนกรอบในการปฏิบัติของประชาชน จนกระทั่งมาถึง ฉบับที่ ๑๗ หรือป้ ๒๕๔๐ ที่เราได้พิจารณากันจะนํากลับเข้ามานั้นเปึนกระบวนการที่นํามา ด้วยระบบการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ในภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าปาร์ทิซิพาทอรี เดมอเครซี (Participatory democracy) ก็คือให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม แต่ในสิ่งที่ประชาชน มีส่วนร่วมนั้น โอกาสที่จะให้ประชาชนเข้ามาให้ข้อคิดเห็นหมดทุกประเด็นนั้นคงทําได้ยาก แล้วก็เลยทําให้เกิดมีความคิดที่แตกต่างกัน อย่างที่กําลังอยู่ในร่างฉบับที่ ๑ นั้น เรามองดู ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น ฉบับไหนดีกว่ากัน ผม อยากกราบเรียนว่าทั้ง ๒ ฉบับนั้นมีข้อดีและข้อด้อยแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุด นั้นเราไม่น่าจะใช้ฉบับใดฉบับหนึ่ง แต่จะต้องมีกระบวนการที่เอา ๒ ฉบับนั้นเข้ามาผสม กลมกลืนกันด้วยกระบวนการทางวิชาการที่ในระบบใหม่เขาเรียกว่า เดลิเบอเรท เดมอเครซี (Deliberate democracy) หรือประชาธิปไตยแบบประชาเสวนาที่หาทางออก ซึ่งในเรื่องนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ดําเนินการตามกระบวนการแบบประชาเสวนา โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ คณะ คือคณะกรรมการปฏิรูประเทศไทย ที่มีท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน เปึนประธาน และคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปประเทศ โดยท่านนายแพทย์ประเวศ วะสี เปึนประธาน ทั้ง ๒ คณะนี้จะมองประเด็นในความที่คนไทยมองแตกต่างกันในมุมต่าง ๆ แล้วมาสังเคราะห์ออกมาเปึนกระบวนการที่ทุกคนยอมรับทุกฝ์ายด้วยกระบวนการประชาเสวนา ซึ่งกระบวนการตรงนี้จะเปึนสิ่งที่บ่งบอกได้ว่ากระบวนการต่าง ๆ นั้นนี่คนไทยเราพึงพอใจ ในสิ่งไหน และจุดไหนคือจุดที่พอดีที่สังคมไทยจะอยู่ด้วยกันด้วยความสันติสุข ซึ่งทั้งนี้ ทั้งนั้นมันมีปัญหาอยู่ประเด็นเดียวครับ เราคงต้องทําความเข้าใจก่อนว่าการเมืองคืออะไร การเมืองคือกระบวนการเข้าสู่อํานาจและกระบวนการใช้อํานาจ สิ่งที่เรามีปัญหามาตลอด ในรัฐธรรมนูญทั้ง ๑๘ ฉบับที่ผ่านมานั้น ผมเชื่อว่าทุกคนคงเข้าใจว่าคงเปึนเรื่องกระบวนการ เข้าสู่อํานาจนั้นไม่ลงตัว ก็มีการพิจารณากัน แม้กระทั่งในร่างรัฐธรรมนูญที่เราจะแก้ไขอีก ๒ ฉบับ เราก็ไม่ได้แก้ในสิ่งที่เปึนส่วนที่ ๒ คือการจัดสรรผลประโยชน์ที่ถูกต้องและเปึนธรรม ให้กับประชาชน เพื่อสร้างประโยชน์สุขให้กับประชาชนอย่างแท้จริง เรายังมองเฉพาะ ในส่วนที่เรากําลังจะมาแย่งอํานาจกันในการที่จะเข้ามา แล้วก็เปึนข้อขัดแย้งทางการเมือง ที่ทําให้ประเทศชาติมีปัญหามาโดยตลอด ในสิ่งนี้ผมอยากกราบเรียนว่า ถ้าเรามองในสาระ ในร่างทั้ง ๔ ฉบับนั้น เราคงต้องยอมรับว่าในร่างแรก ผมขอยกตัวอย่างในบางอย่างที่ผมใช้ คําว่าคัดลอกป้ ๒๕๔๐ เข้ามาปะในร่างปัจจุบัน บางเรื่องนั้นคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ของป้ ๒๕๕๐ ได้ปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ให้มีความเหมาะสมและดีมีประโยชน์ กับประชาชน แต่เมื่อเราเอาร่างเก่ากลับเข้ามา ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือสิ่งที่ดีงามนั้นหายไป อย่างเช่นกรณีมาตรา ๒๘ ได้มีการกําหนดให้ประชาชนใช้สิทธิทางศาลเพื่อบังคับให้รัฐ ต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติที่กําหนดนี้ได้โดยตรง หรือกระบวนการฟัองศาลปกครอง โดยประชาชนนั่นเอง ซึ่งที่ผ่านมานั้นประชาชนสามารถทําได้ แต่ถ้าเรากลับไปใช้ป้ ๒๕๔๐ สิทธิประชาชนตรงนี้หายไป แล้วใครรับผิดชอบครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะฝาก ให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้คิดให้รอบคอบในการที่เราให้สิทธิกับประชาชนแล้ว อะไรที่เราจะดึงกลับมานั้นควรจะคิดให้รอบคอบก่อน นอกจากนั้นยังมีอีกหลายมาตรา ที่คิดว่าได้มีการปรับแก้ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องมาตรา ๖๗ วรรคสอง ก็ตาม หรือในส่วนอื่น ๆ นั้น ให้สิทธิชุมชน สิทธิประชาชนมากมาย แต่ปัญหาที่เราต้องยอมรับว่าสมาชิกรัฐสภาของเรา เองนั่นละทําปัญหาให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญนั้นไม่สามารถทําได้ตั้งแต่ฝ์ายบริหาร มาจนถึงรัฐสภา ถ้าเราสามารถจะทําให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึน ป้ ๒๕๔๐ หรือป้ ๒๕๕๐ นั้น ผมคิดว่าผลที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องการนั้นน่าจะเกิดประสิทธิผลขึ้น แต่กระบวนการตรากฎหมายของเรามีปัญหา อันนี้เราคงจะต้องแก้ในส่วนนี้
ส่วนที่ ๒ ในเรื่องที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานทราบก็คือ ในกรณี ของมาตรา ๑๙๐ อันนี้ก็เปึนปัญหาที่ผมได้กราบเรียนแล้วก็คือ กฎหมายประกอบในมาตรา ๑๙๐ ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ได้ตรามาจนกระทั่งบัดนี้ กระบวนการในการที่จะ นําขั้นตอนนั้นก็เลยทําให้การนําข้อตกลงต่าง ๆ เข้ามาพิจารณาในรัฐสภานั้นมีปัญหามา โดยตลอด ถ้าเรามองกันจริง ๆ แล้วมาตรา ๑๙๐ นั้นเปึนสิ่งที่ฝ์ายบริหารน่าจะใช้เปึนแนวทาง หรือเปึนโอกาสในการที่จะกวดขันการปฏิบัติงานของข้าราชการประจําให้เปึนไปตามการบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี คือทํางานอย่างมีแผนงาน ถ้าผมถามรัฐบาลในวันนี้ว่าป้นี้รัฐบาล มีข้อตกลงที่จะเข้าสภาเพื่อจะขอความเห็นชอบกี่ฉบับท่านสามารถตอบได้ไหมครับ และมี แผนงานไหมว่าจะเข้าเมื่อไร และกระบวนการทําต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ละครับคือสิ่งที่ ผมอยากกราบเรียนว่าเราจะแก้รัฐธรรมนูญกันคงไม่ได้แก้ ผมไม่ขัดข้องนะครับถ้าเผื่อจะมี การเพิ่มถ้อยคําตามที่ขอไปก็คือจะมีกรอบเวลาหรือจะมีออกกฎหมายมาภายใน ๑ ป้ แต่ขอให้ออกมาจริง ๆ เถอะครับ แต่สิ่งสําคัญที่จะต้องทําก็คือว่ารัฐบาลจะต้องกระชับ การทํางานของข้าราชการประจําแล้วก็วางแผนในเรื่องของแผนปฏิบัติงานให้ชัดเจน รัฐบาลต้องบอกสภาครับว่าในป้นี้จะมีกฎหมายเข้ามาตกลงกี่ฉบับ และกระบวนการนั้น จะต้องมีคณะกรรมาธิการร่วมกันไหม ความซับซ้อนจะเปึนอย่างไร สภาสามารถที่จะตั้ง กรรมาธิการเข้าไปร่วมในการพิจารณาทําให้กระบวนการเร็วและรัดกุมขึ้น อันนี้ก็จะทําให้ ประเทศเราได้รับผลที่ดีขึ้น ในเรื่องของการเลือกตั้งแล้วผมคิดว่าอาจจะเร็วเกินไปไหมครับ ที่เรากําหนดตัวเลขขึ้นมาเปึน ๑๒๕ คน กับ ๓๗๕ คน โดยที่ไม่มีเหตุผลประกอบ ผมอยาก ให้รัฐบาลชี้แจงว่าตัวเลขอันนี้มาจากไหน แล้วจะทําให้เกิดความเชื่อมั่นได้อย่างไรว่า ส.ส. แบบสัดส่วนนั้นมีน้ําหนักพอดีที่ควรใช้ได้ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณพีระเดช ศิริวันสาณฑ์ ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมไม่มีความสุขเลยกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นในบ้านในเมืองของเราวันนี้ ปัญหาใหญ่ของคนในชาติ ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ทําให้ผมทํางานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่สนุกเลย ผมถือว่าเปึนเรื่องสําคัญที่สุดที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ทุกคนต้องทําเปึนอันดับแรกก็คือ ทําอย่างไรก็ได้ให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความสงบสุขโดยเร็ว ท่านประธานครับ หลาย ๆ คนบอกว่าจุดเริ่มต้นของปัญหาที่มันเกิดขึ้น ณ วันนี้คือรัฐธรรมนูญ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าการแก้รัฐธรรมนูญในวันนี้แก้เสร็จปุ็บจะทําให้คนในชาติหันกลับมา รักกัน ผมได้มีโอกาสอ่านร่างทั้ง ๔ ร่าง รวมถึงกระทั่งร่างที่ผมเองได้ลงชื่อเสนอร่างด้วย กราบเรียนตรง ๆ ครับ เสียงในการโหวตของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่าเปึนเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ก็จริง แต่ในการโหวตเสียงจริง ๆ ในความเปึนจริงเลย มันไม่ใช่อย่างนั้น มันต้องคํานึงถึงพรรคการเมือง มันต้องคํานึงถึงหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง วันนั้นผมเสนอร่างก็จริงครับ แต่วันนี้ไม่ได้แปลว่าผมจะเห็นด้วยกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ผมขอ อนุญาตลงไปในรายมาตรา
ในมาตรา ๑๙๐ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียก็คือรัฐบาลไม่คล่องตัวในการทํางาน ผมเข้าใจครับ ทุกอย่างที่จะไปทําสนธิสัญญากับต่างประเทศต้องมาผ่านสภาหมด ผมทราบดีอาจจะเกิดความไม่คล่องตัวของรัฐบาล แต่ข้อดีก็มี ข้อดีก็คือในฐานะที่ผมเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมควรมีสิทธิที่จะรับรู้ว่ารัฐบาลของเรา ประเทศของเราจะไป ตกลงอะไรกับต่างประเทศควรจะต้องมาผ่านสภา ขั้นตอน วิธีการมันอาจจะล่าช้าลงไปบ้าง แต่มันก็มีส่วนดี คณะกรรมการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญชุดนี้ก็สรุปออกมาว่าจําเปึนที่จะต้อง มีการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าหนังสือสัญญาแบบใดจะต้องผ่านสภา และหนังสือสัญญาแบบใดไม่ต้องผ่านสภา ส่วนกรณีที่ถ้าเกิดมีปัญหาการตีความเกิดขึ้น ก็จะต้องส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งวันนี้ผมเปึนผู้แทนราษฎรกราบเรียนตรง ๆ ครับ การเมืองวันนี้เปึนการเมืองประเภทที่จ้องจับผิดกัน สุดท้ายก็มีแต่เรื่องร้องเรียน แล้วสุดท้าย ก็ต้องให้ศาลเปึนคนตัดสิน ซึ่งผมว่ามันเปึนสิ่งที่ทําให้ทุกคนเกิดความหวาดระแวงในการทํางาน
ในเรื่องของระบบเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ เรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ทั้งหมด ๑๘ ฉบับ มีการเลือกตั้งมาแล้ว ๒๐ กว่าครั้ง ส.ส. ชุดนี้เปึนชุดที่ ๒๓ เท่าที่ผมได้ พยายามศึกษาน่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๐ ฉบับเดียวเท่านั้นที่มี ส.ส. ๑ เขตต่อ ๑ คน ที่เรียกว่าวันแมนวันโหวต รัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๐ ที่ทุกคนบอกว่าดีนักดีหนามาจาก ประชาชนมันก็เกิดปัญหาครับ เปึนครั้งแรกที่ประเทศไทยของเราเกิดรัฐบาลพรรคเดียวขึ้นมา และเปึนครั้งแรกที่ทําให้ฝ์ายบริหารมีอํานาจมากจนเกินไป จริง ๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ หรอกครับ มันอยู่ที่ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลพรรคเดียวถ้าเอาช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญเข้ามา เปึนเงื่อนไขในการที่จะทําให้ตัวเองทําอะไรก็ได้ตามอํานาจของตัวเอง ผมว่าไม่ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับไหนก็ไม่ดีทั้งนั้นละครับ
ในส่วนของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ทุกคนบอกว่ามาจากเผด็จการ เผด็จการเปึนคนร่าง ถามว่าผมชอบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไหม ผมก็ไม่ชอบเท่าที่ควร ผมมีความรู้สึกว่าคนร่างรัฐธรรมนูญวันนี้มองนักการเมืองในแง่ร้าย มองว่า ส.ส. ส.ว. หรือนักการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศเปึนคนเลว เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างถึงล็อก ถึงจํากัดไว้หมด ท่านประธานครับ ผมเปึน ส.ส. จะทําหนังสือถึงหน่วยงานใด ๆ สักหน่วยงานหนึ่ง ผมไม่กล้าทํากลัวหาว่าไปก้าวก่าย แต่ในขณะที่ความเปึนจริงผมต้องรับรู้เรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน แต่ผมทําหนังสือต่อไปยังหน่วยงาน สุ่มเสี่ยงกับการที่จะโดนร้องเรียน นี่ละครับคือข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ทุกคนบอกว่า ไม่ดีอย่างนั้นไม่ดีอย่างนี้ แต่เราอย่าลืมว่าทุกวันนี้เราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ตามหลักความเสมอภาคที่บอกว่าประชาชน ๑ คน มีสิทธิ ๑ เสียง ควรจะเสมอภาคกัน ผมเห็นด้วยครับ แต่วันนี้พี่น้องประชาชนจังหวัดที่เลือก ส.ส. ได้ ๑ คน ไม่ได้มามีปัญหา กับจังหวัดที่เลือก ส.ส. ได้ ๓ คนเลย ปัญหามันไม่ใช่ว่าประชาชนคนหนึ่งเลือกได้ ๑ เสียง มีปัญหากับอีกคนหนึ่งที่เลือกได้ ๓ เสียง ไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นผมไม่เชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญ ให้เหลือคนละ ๑ เสียง เลือกได้แล้วมันจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๐ โดยความเห็นส่วนตัวของผมเองนะครับ กราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นผมก็ทราบดีว่าท่านหัวหน้าชุมพล ท่านหัวหน้าบรรหารเปึนผู้ริเริ่ม เปึนผู้จัดแจง ในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่วันที่เปึนรัฐบาล พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้เปึนแกนนํา ในการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และผมกราบเรียนตรง ๆ ว่าผมมีความรู้สึก โดยความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมว่าจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งของบ้านเมืองเราเริ่มต้น มาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นี่แหละ เพราะว่าเมื่อก่อนเลือกสมาชิกผู้แทนราษฎร ได้ ๑ คน สู้กันเอาเปึนเอาตายเลยครับ กลายเปึนว่าเลือกตั้งเสร็จแบ่งเปึน ๒ ฝัืง ฝัืงหนึ่ง คือลูกน้อง ส.ส. อีกฝัืงหนึ่งคือไม่ใช่ สรุปจนสุดท้ายใช้รัฐธรรมนูญมา ๗-๘ ป้ กลายเปึนว่า ทุกคนขัดแย้งกันไม่เลิก วันนี้เราเลือกผู้แทนราษฎรได้ ๒ คนบ้าง ๓ คนบ้าง ผมมีความรู้สึกว่า วันนี้มันเริ่มจะกลับคืนเข้าที่แล้ว หลาย ๆ คนชอบคนนี้ก็ยังสามารถที่จะเลือกได้อีก คนหนึ่ง แล้วสุดท้ายผู้นําท้องถิ่นหลาย ๆ คนวันนี้หลาย ๆ คนหันมาเข้าหากัน หันมาคุยกัน เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๒ ประเด็นจะทําให้เกิดความสมานฉันท์ โดยความรู้สึกส่วนตัวผมเองผมรู้สึกว่ามันยังไม่ตอบโจทย์ตรงนี้ครับ เขาบอกว่าเขตเลือกตั้งใหญ่ ซื้อสิทธิขายเสียงยาก ผมก็เห็นด้วยครับ ทําให้คนที่ไม่มีเงินแต่อยากเปึนสมาชิกผู้แทนราษฎร สามารถที่จะขอได้ บางคนอยากได้กระแสพรรคเลือกไป ๑ คน พออีกคนเลือกคนดี ที่อยู่ในใจก็ทําได้ครับ ในส่วนของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยชุดนี้ผมก็ค่อนข้าง แปลกใจว่าท่านทําไมถึงให้ความสําคัญกับระบบ ส.ส. แบบสัดส่วนมากกว่า ส.ส. เขตผม กราบเรียนตรง ๆ วันนี้ถ้าเข้าไปพื้นที่ผมนะครับ ถามว่าชาวบ้านรู้จัก ส.ส. แบบสัดส่วนไหม ไม่รู้หรอกครับแล้วผมนี่ครับหนังหน้าไฟถึงเวลามีอะไรเข้าพื้นที่ลงพื้นที่ มีเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ชาวบ้านมาหาถามว่าชาวบ้านกล้าเข้าไปหานายอําเภอ เข้าไปหาผู้ว่าราชการจังหวัดไหม ไม่กล้าครับ แต่กับ ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส. รุ่น ๆ อย่างผมนี่ทุกคนกล้าเดินเข้ามาหา กล้าเดิน เข้ามาบอกแต่ในขณะที่ถ้าไปถามเขาว่าวันนี้ ส.ส. แบบสัดส่วนของท่านคือใคร ไม่รู้ครับ แต่กลายเปึนว่าคณะกรรมการชุดนี้กลับบอกว่า ส.ส. สัดส่วนเปึน ส.ส. ที่ซื้อสิทธิขายเสียง ได้ยาก จริงครับแต่มันทําอย่างไรครับ มันจะทําให้เกิดระบบพรรคการเมืองเข้มแข็งมากขึ้น แปลว่าใครอยากเปึน ส.ส. ไม่ต้องลงพื้นที่หรอกครับ ถึงเวลาวิ่งเข้าหาพรรคการเมือง อาจจะมี นายทุนพรรคมีคนนั้นคนนี้เข้ามา เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยหรอกครับกับการที่จะเปลี่ยน ส.ส. จาก ๔๐๐ คน มาเปึน ๓๗๕ คน ซึ่งก็ต้องมีอีก ๒๔-๒๕ จังหวัดที่ต้องลดจํานวน ส.ส. ลงเพราะฉะนั้นผมต้องขออนุญาตสงวนสิทธิไว้ว่าจากวันนี้ผมคงต้องขออนุญาตฟังเสียง เพื่อนสมาชิกทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในการอภิปรายก่อนการตัดสินใจ ที่จะโหวตลงมติ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสงวนท่านมีเวลา ๑๕ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ เปึนครั้งแรกที่ผมลุกขึ้นมาพูดในสภาแห่งนี้ มีความรู้สึกว่า มานั่งฟังแล้วก็ต้องมาพูดทางวิชาการกับท่านประธานเพื่อจะสื่อไปถึงบุคคลภายนอก ที่สนใจฟัง ผมคิดว่าทางฝ์ายความมั่นคง ทางฝ์ายองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย ถ้าฟัง พวกผมพูดแล้วท่านต้องเข้าใจว่านี่เปึนทัศนะต่อวิชาการ ต่อการดํารงชีวิตในสังคมไทย ท่านประธานครับ อาจจะกระทบท่านบ้าง แต่เจตนาไม่ใช่ที่จะดูถูกเหยียดหยาม แต่ว่า ไม่เห็นด้วยในเรื่องนั้นจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าก่อนป้ ๒๕๔๐ ข้อกล่าวหาหลัก ก่อนการปฏิวัติคืออะไร ก็คือระบอบทักษิณไม่ดี นักการเมืองเลว แล้วก็เกิดการปฏิวัติ มาวันนี้คืออะไร ท่านประธาน มาวันนี้คือว่า ๒ มาตรฐานกับเรื่องอะไรอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ เรื่องความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งข้อกล่าวหาว่าระบอบทักษิณ ไม่ดี ทั้งข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลจะรับผิดชอบต่อเรื่องเหล่านี้อย่างไร มันเปึนผลผลิต เปึนดอก เปึนผลของรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ท่านประธาน วันนี้รัฐบาลได้นํารัฐธรรมนูญเข้ามาสู่สภาให้มาพูดคุยกันว่าจะแก้ตามรัฐบาล หรือจะแก้ตามฉบับของประชาชน หรือฉบับของ ส.ส. ผมคิดว่าสิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็น ท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องความรับผิดชอบของรัฐบาลต่อการนําเข้าสภาแล้วผ่านหรือไม่ผ่าน ไม่ใช่ เรื่องสาระสําคัญอีกแล้ว สาระสําคัญก็คือว่ารัฐบาลได้ยกระดับการต่อสู้ทางการเมืองขึ้นมา อีกระดับหนึ่ง หมายความอย่างไรท่านประธานครับ หมายความว่าวันนี้การต่อสู้ทางนโยบาย ระหว่างพรรคการเมืองเปึนเรื่องประกอบ แต่การต่อสู้ทางแนวทางทางการเมืองเปึนเรื่องหลัก ว่าควรจะสร้างประเทศนี้ให้เปึนรัฐของเสนาบดีหรือรัฐของพลเมือง ในป้ ๒๕๔๐ นั้นบอกว่า รัฐบาลก่อนหน้านั้นทําอะไรไม่ได้เพราะอ่อนแอ หลายพรรคก็สร้างรัฐธรรมนูญให้รัฐบาล เข้มแข็ง จะอภิปรายนายกรัฐมนตรีได้ต้อง ๒๐๐ เสียง แล้วมาบ่นกันว่าทักษิณตรวจสอบ ไม่ได้ ก็รัฐธรรมนูญเขียนว่าต้อง ๒๐๐ เสียง ฝ์ายค้านไม่ถึงก็ตรวจสอบไม่ได้ อีกเรื่องหนึ่ง ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่ตั้งขึ้นมานั้น เขตอํานาจสับสน แย่งอํานาจกันเอง ท่านประธานเปึนศาลท่านคงรู้ ศาลปกครองเราออกแบบมา ผมเปึน สสร. ด้วย ออกแบบ มาให้คุณดูเรื่องเพิกถอนคําสั่งของรัฐที่ไม่ชอบ คําสั่งทางปกครองครับ ก็ไปพิพากษาถึงขั้น พิพากษาอะไรครับ เขาหันหลังออกมาคุณบอกว่าการเลือกตั้งไม่ชอบ ในขณะที่อีกหลาย ๆ ครั้ง ก็หันหลังออก คุณก็ไม่พิพากษา นี่คือเปึนเหตุของความขัดแย้งตรงนั้น แล้วก็ถือเหตุนี้ ล้มรัฐบาล พอล้มรัฐบาลแล้วทําอะไรครับท่านประธาน คนล้มรัฐบาลได้สร้างรัฐบาลขึ้นมา รัฐบาลหนึ่ง ได้สร้างสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาคณะหนึ่ง ได้สร้าง สนช. ขึ้นมาคณะหนึ่ง และได้สร้างองค์กรตรวจสอบขึ้นมา ตรวจสอบใครครับ ตรวจสอบรัฐบาลที่ถูกล้มไป โดยไม่ยอมรับกระบวนการยุติธรรมตามปกติ นี่คือสถานการณ์ตอนถูกปฏิวัติหรือรัฐประหารครั้งนั้น แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาเสร็จแล้ว ท่านประธานครับ เมื่อร่างเสร็จออกมาแล้วก็เอา ไปให้ประชาชนยอมรับ และกลัวประชาชนจะไม่รับ ก็บอกว่ารับเถอะ รับเสร็จแล้วแก้ได้ ทุกคนพูดอย่างนี้ บันทึกไว้เปึนหลักฐานโดยระบบดิจิทัล เห็นหมด เห็นหน้าเห็นตา เห็นอารมณ์ความรู้สึกหมดเลย แต่วันนี้ก็มาปฏิเสธหน้าตาเฉยว่าเมื่อชาวบ้านรับแล้ว แก้ไม่ได้เห็นไหมครับท่านประธานครับ วันนี้ในที่นี้ต้องพูดว่าที่เสนอแก้มานั้น ๒ มาตรานั้น คุณแก้ปัญหาอะไร เพราะวันนี้ปัญหาหลักคือ ๒ มาตรฐาน ท่านประธานครับ ๒ มาตรฐาน มาจากไหน ผมแปลกใจเหลือเกินที่รัฐบาลตั้งขึ้นมา ๒ คณะ มองไม่เห็นหัวใจของการเกิด ๒ มาตรฐานขึ้นมาเลย เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จับรัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับมาเปรียบเทียบกัน เอาอะไรมาเปรียบเทียบกันท่านประธาน เอาบทเฉพาะกาลมาเปรียบเทียบกันสิ คุณจะเห็น ธาตุแท้ของรัฐธรรมนูญของทั้ง ๒ ฉบับ รัฐธรรมนูญทุกฉบับรวมทั้งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี่นะครับ บทเฉพาะกาลเขาเขียนขึ้นเพื่ออะไร เพื่อให้องคาพยพของสังคมมันเดินไปได้ ให้องคมนตรี ยังคงเปึนองคมนตรี ให้สภายังคงเปึนสภา ให้รัฐบาลยังคงเปึนรัฐบาล แล้วก็บอกว่ามาตราไหน ไม่ควรใช้ นี่คือบทเฉพาะกาล เขียนให้องคาพยพเดินไปได้ แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี่เขียนขึ้นมาเพื่อรักษาอํานาจของคนปฏิวัติ ทําไมไม่พูดถึง วันนี้จะต้องอยู่ในอุ้งตีนของ นักปฏิวัติ ของรัฐประหารอีก ๙ ป้ คนที่จะมาตัดสินว่าใครถูกใครผิด ตัดสินปุ็บต้องหยุด ทํางานคือ ป.ป.ช. และ ป.ป.ช. อยู่ ๙ ป้ คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้ก็ไม่ได้มี เจตนาอย่างนี้ ท่านร่างเข้ามา ในนี้มี สนช. ตั้งหลายท่าน ท่านคงจําได้ ผมอ่านอย่างละเอียดนะครับ ร่างเข้ามา ยกร่าง เขาบอกว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ ที่ถูกตั้งโดย คมช. ให้อยู่ครึ่งวาระใช่ไหมครับ ในที่สุด กกต. ท่านหนึ่งก็บอกว่าฉันมาจากรัฐธรรมนูญชุดก่อนนะ มาในกระบวนการ ที่ถูกต้องเหลือแต่การลงพระปรมาภิไธยเท่านั้น ทําไมต้องให้ฉันเหลือครึ่งวาระ ท่านพูด ในฐานะที่ท่านมาในกระบวนการเดิม และท่านก็บอกว่าอย่างนี้มันไม่น่าจะถูกเพราะเมื่อ คุณเลือกเอากลุ่มฉันเข้ามาคุณจะต้องยอมรับสถานะเดิมด้วย เปึนเหตุผลครับท่านประธาน แต่พอเข้าใน สนช. เปึนอย่างไรครับ ทุกคนอามะ ภันเต เต็มวาระหมดเลย บางมาตรา เขียนให้บุคคลเปึนอะไรท่านประธานครับ เขียนให้บุคคลเปึนองค์คณะคือ มาตรา ๓๐๑ จนกระทั่งคุณหญิงท่านต้องมีปัญหาถึงขณะนี้เพราะอะไร เพราะเขียนไว้ให้บุคคลเปึนองค์คณะ เขียนได้อย่างไรท่านประธาน ผมพูดมานี้หมายความว่าถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิด ความปรองดองนี่ง่ายท่านประธานครับ แก้มาตรา ๒๙๙ ให้บอกว่าองคาพยพที่ได้มาจาก คมช. ให้เหลือครึ่งวาระ เราก็ทน ป.ป.ช. อีกป้เดียวก็หมดแล้ว ทําไมมันมีปัญหาอะไร คนกลุ่มนี้อยู่ องค์กรเหล่านี้อยู่มีปัญหาอะไรท่านประธานดูนะครับ ข้อห้ามรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๒๖๕ เขียนเผื่อห้ามตระกูลทักษิณอย่างไรครับ รัฐธรรมนูญเขียนบอกว่าไม่ให้ เปึนคู่สัญญา ไม่ให้สัมปทานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส.ส. ส.ว. และให้ใช้กับ ครม. ด้วย ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไปใส่ไว้ว่าอย่างนี้ครับ ป้ ๒๕๔๐ และป้ก่อน ๆ เขาเขียนว่าอย่างไรครับ ให้นําข้อบังคับตามวงเล็บเหล่านี้ไปบังคับกับคู่สมรสของนักการเมือง คนนั้นด้วย หรือรัฐมนตรีท่านนั้นด้วย แต่ป้ ๒๕๕๐ บอกว่าให้ถึงบุตรด้วย เห็นไหมครับ เพราะเผื่อว่าเมื่อบุตรถือหุ้นสัมปทานแล้วทักษิณจะไม่ได้เปึนรัฐบาลอีกต่อไป และวันนี้ สมัครผัดก๋วยเตี๋ยวก็มาตรา ๒๖๕ นี่แหละ เปึนอย่างไรครับ จบ แต่วันนี้รัฐบาลชุดนี้พิเศษ จะเรียก ๒ มาตรฐานหรือเปล่าไม่ทราบครับ อนุมัติให้บริษัทของรัฐมนตรีมีสัมปทาน มีคู่สัญญาเรียบร้อยครับท่านประธาน ไม่ผิด วันเดียวกันองค์กรที่ผมไปร้ององค์กรหนึ่ง ตามรัฐธรรมนูญบอกว่าได้เปึนคู่สัญญาโดยการสัมปทานไม่ผิด วันนั้นศาลท่านกรุณา พิพากษาว่าแม้ได้มาโดยสัมปทาน ท่านประธานครับ ก็ถือว่าผิดเพราะสามีเปึนเจ้าหน้าที่ ของรัฐ สัญญานี้ นิติกรรมนี้ ไม่เปึนนิติกรรมมาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นคืนเงินไป คืนแผ่นดินไป แลกกันเสียก็จบ เห็นไหมครับท่านประธาน แม้แต่คําพิพากษาเหล่านี้ก็มี ๒ อย่าง ท่านครับ วันนี้ท้องถิ่นทั่วประเทศ เมียตัวเองไปเปึนผู้เช่าโกดังของ อบจ. ท่านโดน ๕ ป้ครับ ทั่วทั้งประเทศ โดนหมดแต่รัฐบาลชุดนี้ไม่โดน เพราะอะไรครับ เพราะองค์กรตามรัฐธรรมนูญไม่ตัดสิน อย่างไรครับ มีความผิดเปึนเอกสารท่านประธานครับ ก็ไม่ต้องรับโทษ มีความผิดอย่างมี การเปรียบเทียบที่ชัดเจนก็ไม่ต้องรับโทษ นี่ต่างหากที่เปึนสาเหตุของการเคลื่อนไหวทางการเมือง ภาคประชาชน การเมืองภาคประชาชนที่บอกว่าระบอบทักษิณเลวต้องโค่นล้ม และวันนี้ ถ้าพิสูจน์ไม่ได้มันก็ค่อย ๆ จางไป ๆ แต่วันนี้องค์กรการเมืองที่บอกว่า ๒ มาตรฐานต้องโค่นล้ม ถ้า ๒ มาตรฐานมาก ๆ ขึ้นคนมันก็มามากขึ้นบ้านเมืองมันก็ไม่สงบ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน ความสับสน วุ่นวายของประเทศเราต้องแก้มาตรา ๒๙๙ มาตราเดียวก็จบ มาตรา ๓๙๙ มาตรา ๓๐๙ ไม่ต้องไปสนใจ เพราะว่าถ้าองค์กรเหล่านี้หมดไปอ้ายนั่นมันก็เปึนหมัน ที่ผมพูดให้ฟังนี่ หมายความว่าวันนี้เราทําอะไร วันนี้จะมาแก้รัฐธรรมนูญเพียงแค่ ๒ มาตราหรือครับ ถ้าท่านไม่รับไม่ยําทั้ง ๔ ร่างเข้ามา ท่านเปึนกําลังหลักอยู่แล้วด้วย และมาปรับปรุง มาตรา ๒๙๙ ประเทศนี้จะเกิดวิบัติ การรัฐประหาร ผู้รัฐประหารในเมืองไทยและประเทศพม่าเขาศึกษาร่วมกันครับ ไม่มีทางรัฐประหาร หลังเลือกตั้งท่านประธาน เขาจะต้องรัฐประหารก่อนเลือกตั้ง นี่ผมไม่ใช่ทํานายนะ ผมบอกว่ามันน่าจะเปึนอย่างนั้น ท่านประธานครับ ผมพูดมาทั้งหมดผมชี้ให้เห็นว่าวันนี้ มันสมองของพวกเราที่นี่พูด ผมฟังทุกคนทุกท่านเตรียมตัวมาดีเหลือเกิน เปึนข้อมูลที่ น่ารับฟังทั้งสิ้นในมุมมองในทัศนะของผู้พูด เปึนการศึกษาทางวิชาการอย่างรอบด้าน และสัมผัสได้โดยอารมณ์ ความรู้สึกและเหตุผล ในชีวิตจริงท่านประธานครับ อารมณ์ ความรู้สึกกับเหตุผล มันไปด้วยกันไม่ได้ท่านประธาน สัจธรรมสัมบูรณ์อันหนึ่งก็คือว่า คือสัจธรรมที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง คืออะไรท่านประธาน เขาบอกว่าคนทุกคนต้องตาย เรื่องจริงท่านประธานครับ แต่ถ้าญาติพี่น้องของเราตายทําไมเราร้องไห้ ก็เพราะอารมณ์ ความรู้สึก มันรับเหตุผลไม่ได้อย่างไรครับท่านประธาน วันนี้ถ้าเคลื่อนไหวแล้วเกิดความรุนแรง พวกคุณต้องตายนะครับ เปึนเหตุผลครับท่านประธาน แต่อารมณ์ ความรู้สึก มันเรียกร้อง หาสิ่งที่เรียกว่าสิทธิความเปึนมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน มีคุณค่าสูงสุดสําหรับคนคนหนึ่ง รัฐธรรมนูญต้องเปึนกรอบสําหรับสิ่งนี้ ไม่ใช่จํากัดสิทธิของประเทศ เพื่ออะไรครับ เพื่อจะ กดหัวกัน เขาเรียกว่ากดขี่ทางการเมืองเพื่อขูดรีดทางเศรษฐกิจ วันนี้รัฐธรรมนูญจะต้อง รักษาสิทธิของพลเมืองให้สามารถนําประเทศไปต่อสู้กับต่างประเทศได้ วันนี้เราจะสู้กับ ใครได้ท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญของเรามันทําให้ประเทศ ถ้าผม บอกว่าทําให้ประเทศนี้กลายเปึนรัฐของอํามาตย์จะมีคนหมั่นไส้มากหรือจะมีคนประท้วง ผมจะถอนตรงนี้ แต่ผมจะใช้ว่ามันกําลังสร้างประเทศให้เปึนรัฐของเสนาบดี อีกไม่กี่วัน เสนาบดี ๗ คนจะเลือกคนได้ครึ่งสภาของสภาสูงครับท่านประธาน มีที่ไหนในโลก เสนาบดี ไต่เต้ามาโดยระบบ วันนี้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายมาจากการคัดสรรซึ่งไม่ยึดโยง กับอํานาจประชาชน ส่งไปที่ ส.ว. ส.ว. ไม่เห็นด้วยยังยืนยันได้ นี่เปึนหลักการที่ใครไม่พูดถึง แล้วเราจะมาพูดทําไมกับการแก้รัฐธรรมนูญท่านประธาน ถ้าเรากล้าแก้ที่มาขององค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญให้ยึดโยงเลือกมา ๒ เท่า แล้วให้วุฒิสภาเลือกเหลือเท่าจํานวนที่ต้องการ นี่คือการยึดโยงกับประชาชน ยึดโยงกับสถาบันของนิติบัญญัติ ยึดโยงกับอํานาจตาม มาตรา ๓ ผมจึงไม่แปลกใจท่านประธานเปึนนักกฎหมาย มาตรา ๓ ผมก็แปลกใจทําไม มาพ่วงเอาวิธีการปฏิบัติงานของข้าราชการประจําไว้ นี่เองหรือ คือเขากําลังบอกแล้วว่า เขากําลังจะสร้างรัฐนี้ให้เปึนรัฐของเสนาบดี จริง ๆ ก่อนหน้านี้ท่านประธานครับ เขียนคําว่า อํานาจอธิปไตยมาจากประชาชน ป้ ๒๕๔๐ เปลี่ยนเปึนว่าอํานาจอธิปไตยเปึนของประชาชน สสร. ชกกันนะครับท่านกว่าจะได้มาตรานี้ ท่านประธานครับ ผมจบแล้วครับหมดเวลา พอดีครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ลําดับ อภิปรายจะเปึนอย่างนี้นะครับ ต่อไปก็ท่านเจริญ ท่านบัญญัติ ท่านประเกียรติ ท่านสิงห์ชัย ท่านผุสดี แล้วก็ท่านชวลิตนะครับ เชิญท่านเจริญครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ ปลายป้ ๒๕๔๘ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทําให้รัฐบาลเข้มแข็ง ทําให้พวกเราชาวไทยเจ็บปวดจากการรัฐประหารของ คมช. เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นี่คือมรดกบาปที่ทําลายความน่าเชื่อถือทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ และสังคม เพราะฉะนั้น ถ้าท่านประธานติดตามไป ความแตกแยกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่เรามีนักการเมืองฉ้อฉล เรามีนักปฏิวัติ นักรัฐประหารที่มาทําลายระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานสอนกฎหมายนี่ครับ ถ้าท่านประธานติดตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๑๗ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญ ที่เปึนประชาธิปไตยมากที่สุด ทําไมครับ เพราะเกิดจากรอยเลือดและน้ําตาของนักสู้ เพื่อประชาธิปไตยโดยวีรชน แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นท่านประธานครับ ไม่ได้เกิดจาก รอยเลือดและน้ําตาเลยนะครับ ท่านประธานครับ เราไม่เคยจดจําครับ สังคมเราไม่เคยจดจําความเจ็บปวดและความตาย ของพี่น้องประชาชนในการที่รักษาระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผมมีความจําเปึน ที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าที่รัฐบาลเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ผมเห็นด้วย มาตรา ๑๙๐ อีกฉบับผมไม่เห็นด้วยเลย แล้วก็เห็นว่ารัฐธรรมนูญขณะนี้ไม่จําเปึนต้องแก้ ทั้ง ๒ มาตรานี้ เมื่อสักครู่ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมก็ได้เตรียมข้อมูล บางส่วนที่จะเสริมท่านที่อภิปรายจบไปเมื่อสักครู่นี้ในมาตรา ๒๒๙ ท่านประธานครับ แก้ หรือไม่แก้ผมว่าสภาของเรานั้นมีปัญหาก็คือเรื่องของเหมือนเรากลัวนะครับ มูลนิธิเอเชีย ได้สํารวจประชาชนประมาณ ๑,๖๐๐ คน เมื่อป้กลาย ป้ ๒๕๕๒ แล้วก็แถลงว่าถึงแก้ หรือไม่แก้ร้อยละ ๔๕ เท่ากันครับ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญ แล้วไม่มีผลต่อการลดความขัดแย้ง ไม่มีผลเลย ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ลดกับไม่ลด
ประการที่สอง ประชาชนจะชอบการเลือก ส.ว. ๖๓ เปอร์เซ็นต์ นี่ผมกราบเรียน ขั้นแรกก่อน
ประการที่สาม ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีจุดเด่นก็คือเรื่องของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพประชาชน เราก็มีภาพอันหนึ่งที่เห็นว่า ป้ ๒๕๕๐ คุ้มครอง แต่เขาเห็นภาพทหารไล่ยิงประชาชนเกิดขึ้นได้อย่างไรครับท่านประธาน เปึนจุดเด่นของรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านประธานจะดูรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็จะมีมาตราที่พูดถึง สิทธิเสรีภาพไว้เกือบ ๗๐ มาตรา แต่ป้ ๒๕๔๐ มี ๔๐ มาตราเท่านั้นพระราชบัญญัติบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญนะครับท่านประธาน ณ วันนี้มีพี่น้องชายแดนใต้ ๒๐๐-๓๐๐ คนถูกขังอยู่ พี่น้องจากเดือนพฤษภาคม เดือนเมษายนก็อย่างน้อย ๒๐๐-๓๐๐ คน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเราจะแก้จําเปึนต้องพูดถึงเรื่องเหล่านี้ ถ้าเราต้องการรักประชาธิปไตย รักสิทธิ หวงแหนสิทธิเสรีภาพของประชาชนนั้นจําเปึนจะต้องพูดถึงเรื่องเหล่านี้ ผมยอมรับว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีจุดเด่นมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง
ทีนี้ท่านประธานครับ ต่อไปที่มาตรา ๑๙๐ สักนิดหนึ่ง บอกว่ารัฐต้อง คุ้มครองหรือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ แต่โดยความเปึนจริง เวลาผมจํากัดครับ ท่านประธาน เกษตรกรยากจนต้องร้องขอ ที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่ว่าพวกกระเทียม ไม่ว่า พวกหัวมัน ชาวสวนปาล์มที่จังหวัดกระบี่ จากการตกลงเสรีการค้ามีเงินช่วยเท่าไรครับ ท่านประธาน ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๗ ช่วยไปแล้ว ๔๓๘ ล้านบาทเท่านั้น แล้วขณะนี้กองทุนที่อยู่ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็แค่ ๑๔๑ ล้านบาท อยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ๑๓๑ ล้านบาท แต่เกษตรกรทั้งหมดเกือบ ๓๐ ล้านคนนะครับท่านประธาน ผมคิดว่าเราจําเปึนที่จะต้อง ทบทวนว่าเราคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนจริงหรือเปล่า สําหรับที่จะให้แก้กระผม คิดว่าสิ่งที่จําเปึนต้องแก้ก็ตรงกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาเมื่อสักครู่นี้ ถ้าเราแก้บทเฉพาะกาล ๒ มาตรานี้ความสมานฉันท์น่าจะเกิดขึ้น
ประการแรก ก็คือการไม่ยอมรับองค์กรอิสระบางองค์กรที่มาตรา ๒๒๙ เปึนการสืบทอดองค์กรอิสระตั้งโดย คมช. โดยเฉพาะ ป.ป.ช. แล้วก็คณะกรรมการ การเลือกตั้ง ถึงแม้จะเลือกใหม่มีกรรมการชุดนี้ท่านดีนะครับทั้ง ๒ ชุด ไม่ใช่คนไม่ดี เปึนคนเสียสละเพื่อบ้านเมือง แต่อีกฝ์ายหนึ่งเขาไม่ยอมรับ ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งก็จะ ขัดแย้งต่อไปอีกเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเรามีความกล้าหาญที่จะแก้ก็มีความจําเปึน
ประการที่สอง ตอนผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เคยถูกปฏิวัติ ต้องว่างงานอยู่ตั้งเกือบ ๒ ป้ครับ เปึน ส.ว. ป้ ๒๕๔๙ ก็ปฏิวัติ ผมเจ็บปวดแทนประชาชนครับ เราถอยหลังเข้าคลองในการที่ประชาธิปไตยของเราคืบคลานไม่ได้ รัฐสภาแห่งนี้พูดกัน หลายคนถึงความเจ็บปวดในการรัฐประหาร เพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเรากล้าหาญที่จะแก้ แก้มาตรา ๓๐๙ ไม่ใช่คุ้มครองหรือให้สิทธิคุ้มครองคนที่กระทําผิด แต่ผู้ปฏิวัติจะได้รู้ว่าสู้ กระบวนการยุติธรรมกัน ว่าต่อไปนี้ถ้าใครคิดจะปฏิวัติต่อจากนี้จะได้เปึนบทเรียน มีผู้ไป ฟัองร้องก็สามารถดําเนินคดี ถ้าเขาไม่ผิดก็ไม่ผิด แต่ขณะนี้คนที่จับป๋นไล่ฆ่าประชาชน ก็ไม่ผิดนะครับท่านประธาน สังคมนี้เราอยู่ได้กันอย่างไรนะครับ
ประการสุดท้าย ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ก็คือถ้าเผื่อต้องการที่จะให้ ประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าขณะนี้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีจุดด้อยก็คือตุลาการ มีอํานาจค่อนข้างมากกว่าอํานาจนิติบัญญัติและอํานาจบริหาร ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จําเปึนต้องลดบทบาทอย่าให้ตุลาการเข้ามาครอบงําทางการเมืองจนเกินไป เพราะจะทําให้ท่านเองก็จะเสียภาพ ผมคิดว่าส่วนเหล่านี้เปึนส่วนหนึ่งที่สมาชิกรัฐสภา น่าจะให้ความสําคัญท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าที่เราพูดกันมาเกือบทั้งวัน จริง ๆ แล้ว ทุกคนรักประชาธิปไตยทุกคนอยากเห็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส ทุกคนอยากเห็นประเทศ ของเราเดินหน้าไปได้ทุกคนไม่อยากเห็นความขัดแย้งในบ้านเมือง ทุกคนไม่อยากเห็น ประชาชนที่ถูกคุมขังหรือที่ไม่รู้อนาคต ถ้าเผื่อเราสามารถช่วยหาทางในการที่จะ แก้รัฐธรรมนูญทั้งทีนะครับ แก้แล้วเปึนประชาธิปไตยยิ่งขึ้น แก้แล้วประชาชนสามารถ มีสิทธิเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ ผมเรียนท่านประธานตั้งแต่เริ่มต้นนะครับ ถ้าเผื่อท่านประธานจะติดตามผมเจาะไปที่มาตรา ๑๙๐ สักนิดหนึ่งมีเวลาอยู่ประมาณ เกือบ ๆ ๑ นาที เวลาเราส่งสินค้าออกไปกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือกลุ่มอุตสาหกรรม ผมก็ไม่ขัดข้องเพราะอุตสาหกรรมนั้นก็สามารถนําไปสู่รายได้ ค่าจ้างต่าง ๆ ผมกราบเรียน ท่านประธาน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้งนั้น คนไทยจริง ๆ หรืออุตสาหกรรมขนาดเล็กประมาณ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ที่ใช้สิทธิ เวลาเดือดร้อนท่านประธาน ผู้เลี้ยงโคนมเกือบ ๔๐,๐๐๐ – ๕๐,๐๐๐ คนเดือดร้อน เพราะเราทําความตกลงกับประเทศ ออสเตรเลีย ถ้าเปึนไปได้เพื่อความเปึนธรรมภาษี ๔ เปอร์เซ็นต์ ไปประเทศเปรูท่านประธาน ๑๗๑ ล้านยูเอส (US) ไปประเทศเปรูเปึนรถยนต์ สินค้าเกษตรเราน้อยนิดเท่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทบจากเกษตรกร ผมคิดว่าในมาตรา ๑๙๐ นี้รัฐบาลหรือผู้ที่ ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องดูแลเกษตรกรอย่างจริงจัง เสียงคนจนเสียงเบา ท่านประธาน เกษตรกรเปึนคนจนคนหนึ่งที่รัฐธรรมนูญต้องช่วยคุ้มครองและดูแล ขอบคุณมากท่านประธาน
เชิญท่านบัญญัตินะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ส.ส. นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออภิปรายประกอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้ง ๔ ร่าง
ร่างแรก ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ของภาคประชาชน นําเสนอโดย คุณหมอเหวง โตจิราการ ที่มีประชาชน เข้าชื่อกัน ๗๒,๙๗๑ ชื่อ
ร่างที่ ๒ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... เปึนร่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันเสนอแก้ไขในมาตรา ๙๔ และ มาตรา ๑๙๐
ส่วนร่างที่ ๓ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... แก้ไขในมาตรา ๙๓ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ร่างที่ ๔ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... แก้ไขมาตรา ๙๐ (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้นะครับ เปึนรัฐธรรมนูญที่เปึน วิวัฒนาการจากการปรับปรุงแก้ไขจากรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีปัญหาในการใช้ อํานาจในระหว่างอํานาจบริหารและอํานาจนิติบัญญัติ แล้วก็เรื่องของการขาดการควบคุม ในการใช้อํานาจที่เปึนเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนนะครับ มีการแก้ไขในหลาย ๆ เรื่อง เพื่อให้สมดุลในการใช้อํานาจของนักการเมืองเปึนไปได้อย่างปกตินะครับ ซึ่งในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีข้อจํากัดอยู่ก็เลยทําให้ระบบการตรวจสอบต่าง ๆ เข้มงวด ซึ่งเมื่อระบบ การตรวจสอบต่าง ๆ เข้มงวดก็เลยทําให้นักการเมืองค่อนข้างจะอึดอัดกับการที่จะอยู่กับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในส่วนตัวของกระผมแล้ว ผมเคยลงเลือกตั้งทั้งในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ของป้ ๒๕๕๐ ผมเห็นว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้แบ่งการใช้อํานาจ ของฝ์ายนิติบัญญัติและฝ์ายบริหารได้ดีมากนะครับ การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตเลือกตั้งมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของ พี่น้องประชาชน เฉพาะเวลาที่เราจะดูแลพี่น้องประชาชนก็ไม่พออยู่แล้วนะครับ แล้วถ้าเป่ดโอกาสให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเปึนฝ์ายบริหารด้วย เช่น มาเปึน เลขานุการ เปึนที่ปรึกษา เปึนผู้ช่วยรัฐมนตรีต่าง ๆ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะขาดโอกาส ในการที่จะเปึนตัวแทนเปึนปากเปึนเสียงที่จะดูแลเขาในเรื่องต่าง ๆ ถึงเกือบ ๒๐ กระทรวง ด้วยกันนะครับ อันนี้คือลักษณะเด่นของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งหลาย ๆ ท่านผลจากที่ฟังนี่ครับ ก็ไม่ค่อยให้เครดิตหรือให้คุณค่าของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เท่าที่ควร ในส่วนของผม ผมกราบเรียนจากการดําเนินการตามรัฐธรรมนูญแล้วเราพบว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีข้อเด่นจํานวนมาก แต่เนื่องจากกระแสของการที่โทษรัฐธรรมนูญค่อนข้างมาก ในช่วงที่ผ่านมา ๓ ป้ ทั้ง ๆ ที่ว่ารัฐธรรมนูญก็เปึนเรื่องของลายลักษณ์อักษรในกระดาษ แต่ไม่ค่อยมีใครจะโทษถึงการปฏิบัติของนักการเมืองด้วยกันเองก็เลยมีกระแสที่จะต้อง ให้แก้รัฐธรรมนูญ เมื่อมีกระแสให้แก้รัฐธรรมนูญเท่าที่ผมจําได้สภาผู้แทนราษฎร ก็มีการตั้งคณะกรรมการ ต่อมาฝ์ายบริหารโดยท่านนายกรัฐมนตรีก็ตั้งคณะกรรมการ เพราะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเปึนไปโดยอําเภอใจของผู้ที่ใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักการเมืองคงไม่ได้ เขาจะต้องใช้ผู้อื่น เช่น นักวิชาการ หรือในรูปของคณะกรรมการ ที่มาจากหลากหลายพรรคการเมือง เมื่อจําเลยคือรัฐธรรมนูญแล้วก็มีแต่กระแสให้แก้ เมื่อมีกระแสเช่นนี้แล้ว เมื่อตั้งคณะกรรมการเกิดขึ้น ไม่ว่าจะทางสภาก็ดี จากฝ์ายบริหาร ก็ดี ถ้าจะไม่เอามาดําเนินการต่อเสียเลยอีกหน่อยก็คงไม่มีใครยินดีที่จะมาเปึน คณะกรรมการช่วยเรา ในทางสายนิติบัญญัติก็ดี ในสายบริหารก็ดี นี่เปึนข้อเสนอจาก คณะกรรมการทางวิชาการ เมื่อมีข้อเสนอมารัฐสภาก็ควรที่จะรับเรื่องเหล่านั้นเข้ามา ตามมาตรา ๒๙๑ วรรคสอง เพื่อพิจารณา เพราะความคิดดั้งเดิมในการที่เรื่องนี้เข้ามา มันไม่ใช่ความคิดของ ส.ส. ทุกคน มันเปึนความคิดของฝ์ายวิชาการ ผมเลยเห็นว่า ทุกอย่างนั้นมันมีทั้งข้อดีและข้อด้อย ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ส่งเข้ามาในร่างของ ครม. เพียงแค่ ๒ ประการด้วยกัน จากจํานวนทั้งสิ้นหลายประการ ก็คือเปึนประการที่ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อนต่อพรรคการเมืองที่เปึนพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการกําหนดโทษให้มีการยุบ หรือไม่ยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิหรือไม่ตัดสิทธินักการเมือง อย่างนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็ไม่นําเข้ามาเพราะว่า หมิ่นเหม่ต่อการที่จะถูกกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่เปึนข้อด้อย ๒ ประการสําคัญที่ร่างของคณะรัฐมนตรีก็คือว่าเรื่องของการแบ่ง เขตเลือกตั้ง ต้องยอมรับนะครับในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตพื้นที่ ปัจจุบันพื้นที่เขตเลือกตั้งค่อนข้างกว้าง ของผมนี่ ๒ คนต่อเขตเลือกตั้ง ก็ยอมรับว่า ไปไม่ทั่วถึงจริง ๆ นะครับ แล้วก็ด้วยความห่วงพี่น้องประชาชนเราก็แบ่งพื้นที่กันดูแล ซึ่งก็จะมีพื้นที่ที่ดูแลที่เข้มกับพื้นที่ที่ดูแลเบาบาง อันนี้ก็คือยอมรับข้อเท็จจริงว่าไปไม่ได้ทั่วถึง บางเขตเลือกตั้งที่เปึน ส.ส. ถึง ๓ ท่าน บางแห่งถึง ๙ อําเภอด้วยกัน ผมก็คิดว่าการเปึน คนธรรมดาแล้วก็ไปเดินด้วยเท้า ด้วยรถยนต์ ไม่ได้ไปด้วยเครื่องบิน ไม่น่าจะไปได้ทั่วถึง นะครับผมว่าและต้องยอมรับข้อเท็จจริง แต่การได้มาของผู้แทนราษฎรจากเขตใหญ่ โอกาสที่จะแทรกตัวมาค่อนข้างง่าย แล้วก็ยอมรับว่าข้อขัดแย้งจะต่ําเพราะว่าเลือกกันเปึนพวง แต่ว่าเมื่อเลือกได้แล้วการดูแลพี่น้องประชาชนค่อนข้างจะดูแลได้ยาก และพี่น้อง ประชาชนก็มักจะบ่นว่าไปดูแลไม่ทั่วถึง อันนี้ผมคิดว่าทุก ๆ ท่านเขาจะยอมรับในข้อนี้ เพราะฉะนั้นในส่วนที่การดูแลไม่ทั่วถึงแต่จําเปึนจะต้องดูแลในรูปของภาพรวมผมคิดว่า แบ่งพื้นที่จํานวนหนึ่งให้ ส.ส. ที่เปึนสัดส่วนหรือบัญชีรายชื่อเขามากขึ้นเพื่อให้เขาดูแล ในภาพรวม เพราะมันมีบางอาชีพที่บางหน่วยงานเขาดูแลในรูปเครือข่าย เช่น องค์กร ผู้สูงอายุ องค์กรภาคประชาสังคมต่าง ๆ เขาก็ต้องดูแลในรูปเครือข่าย ก็ให้ ส.ส. บัญชีรายชื่อเขาดูแลไปบ้าง แต่ในส่วนของ ส.ส. พื้นที่ผมคิดว่ากําหนดพื้นที่ให้อยู่ที่ ประมาณสัก ๑๕๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ คน พอดูได้นะครับ ปัจจุบันนี้เขตเลือกตั้ง ๑๕๐,๐๐๐ คน ถ้าอยู่ในเขตเมือง เขตที่มีประชากรหนาแน่น ก็พื้นที่ปฏิบัติการในการดูแลเขา ไม่ถึง ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งผมคิดว่าขยายพื้นที่ให้เขตเลือกตั้งโตขึ้นสักนิดหนึ่ง แต่ว่า อย่าให้มันมากถึงขนาดจํานวน ๙ อําเภออย่างนี้นะครับ อันนี้เปึนสิ่งที่ควรจะแก้ไข
ในส่วนของมาตรา ๑๙๐ ก็ยอมรับว่าประชุมรัฐสภามากจริง ๆ นะครับ จนกระทั่งปัญหาพี่น้องประชาชนบางทีก็ไม่ค่อยได้เข้าไปดูแลมากนัก บางเรื่องก็มองดูแล้ว สามารถที่จะกําหนดเปึนกฎหมายลูกให้ชัดเจนลงไปนะครับว่า เรื่องใดควรจะประชุมรัฐสภา เรื่องใดควรที่จะฝ์ายราชการ กระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงพาณิชย์ก็ดี จะได้ปฏิบัติไปตาม พ.ร.บ. ลูกนะครับ ที่จะตราขึ้นมานะครับ ผมก็เห็นด้วยในมาตรา ๑๙๐ ที่จะมีการแก้ไขนะครับ
ในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญที่ของภาคประชาชนนั้นนะครับ ผมได้ตรวจสอบ ดูแล้วในหมวดของการกําหนดเรื่องของข้อห้ามในการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ในมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ มาตรา ๒๖๗ มาตรา ๒๖๘ มาตรา ๒๖๙ มันไม่มีนะครับ ผมก็เปึนห่วง ถ้าหากว่านํารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ มาใช้ แล้วก็ไม่ได้บรรจุในมาตรานี้มันจะไม่ทันสมัย เมื่อไม่ทันสมัยเดี๋ยวก็จะเกิดปัญหาเหมือนเดิมเข้าไปอีกนะครับ
โดยสรุปนะครับ กระผมก็ขอเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่คณะรัฐมนตรีเสนอมาทั้ง ๒ ฉบับ แล้วก็ ในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยของภาคประชาชนนั้น เนื่องจากว่าไม่ได้ กําจัดจุดอ่อนในส่วนที่เปึนการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ผมก็เลยเห็นว่าไม่สามารถที่จะ เห็นชอบในร่างฉบับดังกล่าวได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประเกียรติ ท่านมี ๑๕ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็อภิปรายการเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในร่างที่เสนอเข้ามา มีทั้งหมด ๔ ร่าง
ร่างที่ ๑ ก็คือร่างฉบับของประชาชน
ร่างที่ ๒ ก็คือร่างของพรรคร่วมรัฐบาล
ร่างที่ ๓ แบ่งออกเปึน ๒ ร่าง เปึนร่างของ คณะรัฐมนตรี ซึ่งแยกออกเปึน ๒ ร่าง คือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และการแก้ไขเขตเลือกตั้งและจํานวน ส.ส. ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะย้อนกลับไปที่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เราได้ใช้มาในระยะหนึ่ง ซึ่งพอจะเปรียบเทียบ กันได้ ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ สร้างความอ่อนแอให้การเมือง ผิดจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งสร้างความเข้มแข็งทางการเมือง การสร้างความเข้มแข็งทางการเมือง ประโยชน์ที่จะได้รับ ก็คือการเมืองไปบริหารเศรษฐกิจ ถ้าการเมืองเข้มแข็งเศรษฐกิจ ก็เข้มแข็ง ประชาชนก็มีคุณภาพชีวิตที่ดี การได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ ต่างประเทศ ก็ได้รับความเชื่อถือสูงสุด ถ้าเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้ว มันดูว่าเศรษฐกิจ จะดี แต่ความจริงไม่ดี มันดูว่าประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ปรากฏว่าไม่ดี มันดูว่า เรากับต่างประเทศมีไมตรี สัมพันธไมตรีต่อกันที่ดี แต่เชื่อไหมว่าข่าวต่างประเทศนี่ มองประเทศไทยในทางลบทั้งนั้น นี่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปรียบเทียบคร่าว ๆ ให้ฟัง แต่อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ได้ขึ้นมามีนัยสําคัญและมีเปัาหมาย นัยสําคัญก็คือต้องการจะเปลี่ยนอํานาจจากอํานาจของประชาชนมาเปึนอํานาจของ อํามาตย์ ซึ่งผมเคยอภิปรายในสภานี้ เปึนการเปลี่ยนโครงสร้างทางการบริหารอํานาจ อํานาจอธิปไตยของเรามี ๓ อํานาจ คือ อํานาจบริหาร ตุลาการและนิติบัญญัติ จริงอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เรามีองค์กรอิสระ แต่เราเห็นชัดเจนว่าองค์กรอิสระ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นอยู่ภายใต้การควบคุมสายการบริหารของรัฐสภา แต่พอในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้อํานาจขององค์กรอิสระลอยครับ ไม่รู้ว่าอยู่กับส่วนไหน ของอํานาจอธิปไตย นี่ละคือที่มาของความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางอํานาจ สรุปแล้ว อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ อํานาจนิติบัญญัติ ซึ่งเคยเปึนของประชาชนกลายเปึน อํานาจขององค์กรอิสระเสียทั้งสิ้น จึงเกิดเปึนความเหลื่อมล้ําทางสังคม ความยุติธรรมสูญเสีย มี ๒ มาตรฐาน ผู้พิพากษา ตุลาการ ซึ่งเคยทํางานอยู่ในอํานาจตุลาการต้องกลายมาเปึน ใช้อํานาจบริหาร รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้องค์กรอิสระสามารถที่จะเสนอกฎหมาย ต่อสภาได้เอง ซึ่งผิดไปจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ตรงนี้ทุกฝ์ายทุกคนบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มีนัยสําคัญ มีเปัาหมาย เปัาหมายคือต้องการที่จะให้ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี แล้วก็สามารถที่จะใช้อํานาจในการบริหาร ผ่านอํามาตย์ที่เรียกว่า องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ท่านสังเกตไหม ท่านประธานครับ ท่านเปึนศาล ในสมัยที่ท่านเปึนตุลาการ เปึนศาลอยู่นั้นท่านมีประธานศาลฎีกากี่คน มีประธานศาลสูงสุดกี่คน มีคนเดียวใช่ไหมครับ แต่เดี๋ยวนี้มี ๓ คน ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลฎีกาใครมีอํานาจสูงสุดในองค์กรนี้ นี่คือการทําลายฐานอํานาจที่เปึนของ ประชาชน แล้วโยนสิ่งที่ถูกทําลายนี้ไปอยู่ในกํามือขององค์กรอิสระ องค์กรอิสระมีกี่คน แต่ละองค์กรมี ๙ คน อย่างสูง กกต. มี ๕ คน แล้วการแทรกแซงง่ายไหมครับ เรามีข้อวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วประเทศว่าถูกแทรกแซงได้ง่าย นี่คือที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ว่าทําไมเราถึงต้องการแก้ไข และเปึนรัฐธรรมนูญที่สร้างความอ่อนแอ ให้กับประเทศไทย สร้างความขัดแย้งให้กับสังคมอย่างที่เราเห็นได้ชัดเจน ประชาชน ในหลายซีก ซีกหนึ่งที่ยอมลงมติให้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่าน ก็เพราะการเรียกร้อง ของคนในระยะนั้นที่อยู่ในภาวการณ์บริหารราชการแผ่นดินภายใต้กฎอัยการศึก และภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินตามพระราชกําหนดการบริหารราชการแผ่นดิน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แน่นอนมีทั้งการข่มขู่ ซึ่งพยานหลักฐานผมทราบ คะแนนออกมาที่ ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ เสียงเห็นชอบ อีก ๑๐,๗๐๐,๐๐๐ เสียงไม่เห็นชอบ ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ เสียงนั้น ส่วนหนึ่งเห็นว่ามีการปลอบใจว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะต้องถูกนําไปแก้ไข แน่นอน เมื่อท่านอภิสิทธิ์ได้เปึนนายกรัฐมนตรีสมใจแล้วได้เมินเฉยต่อการเรียกร้องที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ประชาชนผู้เดือดร้อนที่เห็นความเหลื่อมล้ําควักไปในกระเปิา ไม่มีเงินใช้สักสลึงนี่ เศรษฐกิจย่ําแย่ ประเทศเต็มไปด้วยยาเสพติด ความอ่อนแอ การสัมพันธ์ระหว่างประเทศคลอนแคลนจึงได้เสนอรัฐธรรมนูญที่แก้ไขโดยร่างประชาชนนี้ ขึ้นมา เปึนฉบับที่เรากําลังจะพิจารณาหลักการและเหตุผลอยู่เปึนฉบับแรก ค้างไว้อยู่นานครับ จนกระทั่งออกมารณรงค์เมื่อป้ ๒๕๕๒ เดินขบวนเรียกร้องขอให้ รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าแก้ไขไม่ได้ขอให้ลาออก ในที่สุดรัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะทํา อะไรได้ มีคนตายเสียชีวิต รัฐบาลกระชับพื้นที่ แล้วก็ในที่สุดก็ต้องเพิกถอนล่าถอยออกไป จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะมีคณะกรรมการสมานฉันท์ออกมาศึกษา วิธีการต่าง ๆ นานา ก็ไม่สามารถที่จะลงเอยได้ เพราะความ ผมไม่อยากจะคําว่า สับปลับ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะเปึนร่างเดียว แต่เสนอ ๖ ร่าง ในสมัยนั้น ถ้าใครชอบ ร่างไหนก็เอาร่างนั้น อย่างนี้มันไม่ถูก ในที่สุดประชาชนก็ออกมาเรียกร้องอีก ในเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ปรากฏว่าจากการบริหารราชการภายใต้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อํานาจของรัฐบาลนี้ใหญ่โตมาก สมารถที่จะกระชับพื้นที่จนทําให้ ประชาชนล้มตายเปึนจํานวนมาก บาดเจ็บสูญหาย ทรัพย์สินเสียหายเปึนจํานวนมาก เกิดจากการสั่งการภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินตามพระราชบัญญัติการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนั้น เมื่อประชาชนล่าถอยออกไปก็มีความหวาดวิตก แต่อย่างไรก็ตามประชาชนเขาก็จะให้โอกาสกับรัฐบาล เมื่อรัฐบาลตั้งหลักได้ไปทําอะไร ก็ไปให้ตั้งคณะทํางานขึ้นมา ๓ คณะ จริง ๆ แล้วคณะทํางานเหล่านั้นเปึนการตั้งโดย อํานาจของนายกรัฐมนตรี ทําไมนายกรัฐมนตรีไม่ถามสภาเหมือนอย่างที่เคยถามเมื่อสมัย ป้ ๒๕๕๒ นี่ก็เปึนข้อสงสัยข้อหนึ่ง แต่ก็ไม่ต้องสงสัย เพราะรัฐธรรมนูญนี้เปึนรัฐธรรมนูญ ที่สืบทอดอํานาจเผด็จการ ผู้มีอํานาจสูงสุดย่อมทําได้ทุกอย่างที่ถูกต้อง แม้กระทั่ง ประชาชนตายยังหาคนผิดไม่ได้ นักข่าวญี่ปุ์นตายก็ไม่รู้จะโยนความผิดไปให้ใคร อันนี้คือ เกิดจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่คือเหตุผลรัฐธรรมนูญจะต้องถูกแก้ไข และการแก้ไขนั้น ก็ควรจะต้องแก้ไขใหญ่ ไม่ใช่แก้ไขแบบตัดมาปะ เพียงมาตราสองมาตราเท่านั้น อันที่จริงแล้วรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ตามหลักการและเหตุผล ผมเห็นว่ายังไม่สมควร ที่จะต้องมาแก้ไขในขณะนี้ ไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องมาแก้ไข เพราะการประชุมรัฐสภาคือ การประชุมร่วมกัน เราเคยชินเสียแล้วครับ เคยชินที่จะได้รับรู้ว่าการเจรจากับต่างประเทศ ของรัฐบาลนี่เกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง เอาว่าใกล้ ๆ บ้านเรานี่คือการประชุมเรื่องชายแดน ไทย-เขมร เอ็มโอยู (MOU) ป้ ๒๕๔๓ เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แล้วไปทํา อะไรจนเกิดอะไรขึ้นครับ ขณะนี้เรื่องทั้งหลายกําลังโยนเข้ามาสู่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ของรัฐสภาว่าเราจะยอมรับตามนี้ไหม เพราะนี่คือบ่อเกิดที่เราจะต้องเสียดินแดน ให้เขมร ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ขณะนี้ฝ์ายบริหารกําลังโอนมาให้ฝ์ายนิติบัญญัติคือพวกเรา เปึนการพิจารณาว่าเราจะยอมเสียดินแดนดีไหม หรือจะแก้ไขอย่างไร เพราะจนปัญญาแล้ว รัฐบาลจนปัญญาไม่สามารถแก้ไข นี่คือความดีของมาตรา ๑๙๐ แต่เหตุที่มันยังมีปัญหา อยู่ก็เพราะว่ารัฐบาลแทนที่จะไปดําเนินการออกกฎหมายขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญมาตรานี้ก็ไม่ทํา ถ้าเกิดปัญหามากกว่านั้น ศาลธรรมนูญยังวินิจฉัยได้ก็ยัง ไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ ไหนล่ะว่ามันติดขัด ไหนล่ะว่ามันขัดข้อง ผมไม่เห็นว่ามันจะขัดข้องที่ ตรงไหน ประโยชน์แก่ประชาชนก็ไม่ได้ ส่วนการที่จะเสนอให้เลือกตั้งเขตใหญ่กว่าเดิม คือลดจํานวน ส.ส. เขตลงมา ทั้งนี้เพื่อจะให้เขตมันใหญ่ขึ้น และเพิ่มปาร์ตี้ ลิสท์ให้จํานวน ส.ส. ยังคงเท่าเดิม ผมเรียนว่าตรงนี้คิดผิดครับ โดยเปัาหมายก็คือว่าการเพิ่มเขตให้มันใหญ่ขึ้น เขตเดียวเบอร์เดียวให้มันใหญ่ขึ้นเพื่อปัองกันการซื้อสิทธิขายเสียง ผมทราบมาว่าอย่างนั้น แต่นี่คือการแก้ไขปลายเหตุ แต่นั่นละคนที่มีเงิน คนที่โกงกินคอร์รัปชันได้มากก็สามารถ ที่จะใช้เงินทุ่มไปตรงนี้เอา ส.ส. ของตัวเองขึ้นมาได้ แทนที่ท่านจะได้ ส.ส. ผู้ที่เสียสละ ทํางานเพื่อประเทศชาติแต่ยากจน มีอุดมการณ์ในการที่จะอยู่ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขกลับกลายจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง ผมจึงไม่เห็นด้วย กับทั้ง ๒ ร่างของรัฐบาลที่เสนอมา ส่วนร่างของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นก็มีนัยเช่นเดียวกัน ผมเห็นว่ายังไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ถ้าหากว่าท่านแก้ ๒ ร่างของพรรคร่วม และของคณะรัฐมนตรีได้ ผมสงสารวิญญาณของวีรชนผู้กล้าที่ออกมาเดินขบวนเรียกร้อง ประชาธิปไตยให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทําไมถึงต้องเรียกร้องรัฐบาล เพราะรัฐบาล มีเสียงข้างมาก พรรคฝ์ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยไม่มีปัญญาที่จะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะขอย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่ารัฐบาลโจมตีนักหนาว่าพรรคเพื่อไทยเปึนตัวถ่วง ไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอมาผมขอปฏิเสธครับ ในขณะที่เราเห็นด้วยกับ ๖ ร่างของที่ท่านดิเรก ถึงฝัืง ๖ ประเด็นที่ท่านดิเรก ถึงฝัืง เสนอมาเราเห็นด้วยนะครับ แต่ขอให้อยู่ในร่างเดียว แต่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ไม่ได้หรอกผมต้องแยกเปึน ๖ ร่าง อันนี้คือสิ่งที่เราถอยออกมาแล้วเราก็ยังมีเจตจํานง ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อยู่ดี เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมเอง เมื่อได้พิจารณาหลักการและเหตุผลของการเสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ร่าง ผมขอสนับสนุนร่างของประชาชนซึ่งมีความใกล้เคียงและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ ของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาเปึนระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ส่วนอีก ๒ ร่าง ๓ ร่าง ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ อะไรและไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเสนอเข้ามาในตอนนี้ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านสิงห์ชัยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พี่และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ส.ว. จากจังหวัดอุทัยธานี สิงห์ชัย ทุ่งทอง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา รอมานานแสนนาน แต่วันนี้ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้มีการนําเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๔ ร่าง สําหรับวันนี้ผมคงจะไม่พูดในรายละเอียด ของร่างต่าง ๆ ทั้ง ๔ ร่างนี้ ตั้งแต่เช้าจนถึงขณะนี้ทุกท่านได้พูดในรายละเอียดต่างมุม ต่างความคิด ล้วนแต่เปึนประโยชน์ สําหรับตัวผมนั้นโดยส่วนตัวเวลาผมมองอะไร ผมจะมองว่าประชาชนได้อะไร จากการที่ได้อ่านทั้ง ๔ ร่างที่นําเสนอมาต่อรัฐสภาแห่งนี้ ถ้าความคิดเห็นส่วนตัวมองทีละประเด็น ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ แต่ถ้ามองในภาพรวม เพื่อการสมานฉันท์หรือปรองดองสําหรับรัฐบาล ชีวิต วันเวลาต้องเดินไปข้างหน้า ถึงวันนี้เราต้องมองไปข้างหน้า มองไปข้างหลังดุด่าว่ากล่าว ตําหนิ ติฉินนินทา ด่าด้วยความสะใจ แต่ถึงวันเราจะต้องมองไปข้างหน้า จะดีชั่วอย่างไรก็ต้องมองขึ้นไป อย่างน้อยที่สุดวันนี้ รัฐบาลได้นําร่างเหล่านี้มานําเสนอต่อเราใน ณ ที่นี้ ส่วนตัวของกระผมนั้นอยากจะ เสนอแนะท่านนายกรัฐมนตรีว่า ผมมองว่าสิ่งที่ท่านทําขณะนี้ลักษณะคือตอบรับแบบ ลูกผู้ชาย ผมรู้ว่าในกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีการต่อรองกันมานานแสนนาน แต่ในระยะเวลาขณะนี้มันเหลือเวลาอีก ๑ ป้ ถ้าเปรียบเสมือนผลไม้มันก็สุกแล้วละ ท่านสามารถทําได้แล้ว ส่วนจะได้หรือไม่ได้ ผมเชื่อว่าไม่ใช่ประเด็น แล้วไม่ใช่เปึนการเสียหน้า แต่ท่านได้ทําตามมติในศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายที่ได้รับปากคุยกันไว้ และผมยังเชื่อว่า หลังจากนี้ต่อไป ผมไม่รู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะทําหรือไม่ทํา ผมไม่รู้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรี จะต้องทํา เพราะท่านได้ทําสิ่งที่มีข้อตกลงไปแล้ว หลังจากนั้นท่านโปรดทําในสิ่งที่ ท่านอยากทําให้มันเกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ถึงวันนี้ผมยังเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรี เหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ ไม่ได้หมายความว่าท่านเปึนคนดี เก่งที่สุด ไม่ใช่ แต่เหมาะสมในสถานการณ์ขณะนี้ เหมาะสมอย่างไร คิดดูแล้วกันครับ ในสมัยของ ท่านมีคนไทยฆ่ากันตายตั้งเกือบ ๒๐๐ คน เพราะฉะนั้นมีอะไรอีกละที่จะทําให้ท่านต้อง ลงจากตําแหน่งในเวลานี้ เพราะฉะนั้นอย่างที่ผมเรียนว่าผมจะเปึนคนมองไปข้างหน้า สิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นข้างหน้า วันนี้ในความเข้าใจของผม ในความรู้สึกของผม ผมมองว่า ท่านจะต้องขับเคลื่อนให้รัฐนาวาแห่งนี้ไปให้สุดสิ้นป้นี้ แล้วเนื้อไหนที่มันเน่ามันร้าย ตัดออกไป ถ้าท่านไม่ทําเวลานี้ ท่านไม่มีเวลาอีกแล้วสําหรับประเทศนี้
ไหน ๆ วันนี้ก็พูดเรื่องรัฐธรรมนูญ มันมีอยู่อันหนึ่งที่ผมอัดอั้นตันใจมานาน และมีความรู้สึกว่ามันเสื่อมเสียศักดิ์ศรีผมเหลือเกิน คือกรณีของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในกรณีวาระของ ส.ว. สรรหา และ ส.ว. เลือกตั้ง ถึงประมาณเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส.ว. สรรหาที่มาพร้อมกับผมจากเลือกตั้งเมื่อครั้งล่าสุดจะหมดวาระ แล้วคนใหม่จะเข้ามา โดยที่คนเก่าสามารถต่อไปได้ แต่พวกผมพอครบ ๖ ป้ต้องเว้น ๒ ป้ ผมถามว่ากฎกติกา อันนี้มีไว้เพื่อใคร แบ่งชนชั้นหรือครับ เพราะผมมาจากการเลือกตั้งมันไม่ใช่มนุษย์ปุถุชน ที่มีมันสมองหรืออย่างไรถึงต้องเว้น ๒ ป้ แล้ว ส.ว. ที่มาจากสรรหาเปึนเทวดาหรือถึง ๓ บวก ๖ ได้ ไม่เห็นมีเว้นวรรค ทําเพื่ออะไร ด้วยระยะเวลาขณะนี้คงตอบไม่ได้ แต่สําหรับ วันนี้รัฐธรรมนูญที่กําลังเสนอนี้ถามว่าผมจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ยังอยู่ในระหว่าง การตัดสินใจ แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าถึงวันนี้แล้วท่านไม่มีอะไร จะเสียอีกแล้ว ผมถือว่าท่านเท่านั้น ณ ตอนนี้ท่านต้องเปึนตัวของตัวเอง ผมยังเชื่อในความที่ ท่านเปึนคนดี ผมย้ํามาเสมอ บางครั้งผมตําหนิท่านไม่ใช่ว่าเกลียด ไม่ใช่ว่าชัง แต่อย่างที่ บอกครับ ติเพื่อก่อ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทําไมไม่โยนไปให้กับประชาชนเปึนผู้ตัดสินใจ พวกเราวิเศษแค่ไหน รัฐธรรมนูญคือกฎหมายที่จะมาใช้กับประชาชนทุกคน ท่านดึง รัฐบาลชุดนี้ไปให้ถึงปลายป้เลยครับ แล้วยุบสภา แล้วฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล นําเสนอ รัฐธรรมนูญออกมาให้ประชาชนตัดสินพร้อมกับเลือกตั้ง ผมว่าอันนั้นเหมาะสมที่สุด นักวิชาการต่าง ๆ หรือผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาอย่าไปดูถูกประชาชน พวกท่านมักจะ กล่าวอ้างประชาชนอีก ๔๐-๕๐ ล้านคนว่าไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ ซื้อได้ พูดได้ อย่างไร อย่าลืมสิพวกผมอยู่ในที่นี้ก็มาจากประชาชน ทําไมคุณไปคิดว่าประชาชนอีก ๔๐-๕๐ ล้านคน โดยเฉพาะคนรากหญ้าอยู่เขาไม่มีความคิด กฎหมายรัฐธรรมนูญเปึน กฎหมายที่ส่งผลถึงวิถีชีวิตเขามากที่สุด ท่านต้องย้อนกลับให้เขา เพราะฉะนั้น ๔ ร่าง ผมถึงบอกสําหรับผมแล้วมันไร้สาระ แต่ถ้าทําแล้วทําเพื่ออะไร ทําเพื่อให้รัฐบาลชุดนี้ ทําเพื่อนายกรัฐมนตรีจะได้อยู่ถึงสิ้นป้ ผมยอมรับว่าผมจะทํา แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจนะครับ ขณะนี้ถ้าจะโหวต ผมมีทางเลือกอยู่ ๓ ทาง ทางที่ ๑ ผมไม่รับเพื่อความสะใจ แต่สะใจผมบอกแล้วมันไม่สร้างสรรค์ ทางที่ ๒ ผมโหวตเพื่อให้รัฐบาลนี้ขับเคลื่อนไปได้ แต่มีทางที่ ๓ ผมจะเสี่ยงทายออกหัวออกก้อย เพราะว่าอย่างที่บอกว่า ๔ ประเด็นร่างนี้มันไร้สาระสําหรับผม ขณะนี้ผมกําลังตัดสินใจ อยู่ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านผุสดีนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตอย่างนี้นะคะ เนื่องจากมีร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญอยู่หลายฉบับด้วยกัน ก็ขออนุญาตอภิปรายรวม ๆ กันไปนะคะ
ในประเด็นแรกเลย ท่านประธานคะ ดิฉันก็อยากจะบอกว่ารัฐธรรมนูญ แต่ละฉบับนั้นสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงของสังคมในแต่ละวาระและเวลา อดีตที่ผ่านมา ก็ผ่านไปหวนกลับไปแก้ไขอดีตก็ไม่ได้ เพียงแต่ว่าเราอาจจะช่วยกันหาทางปัองกัน ไม่ให้เกิดซ้ํา ในอีกส่วนหนึ่งที่อยากจะขออนุญาตท่านประธานก็คือพูดถึงหลักการ เหตุผลตลอดจนวัตถุประสงค์ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ภาคประชาชนนําเสนอ มีอยู่ หลายเรื่องด้วยกันที่อาจจะต้องมีการพูดจากัน
ในประเด็นแรกเลย เหตุผลที่เขียนเอาไว้ในเอกสาร ซึ่งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาได้รับกันทุกท่าน ก็คือว่าการบริหารประเทศภายใต้ รัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ นั้น ทําให้ประเทศมีการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างมาก แล้วก็มี การชําระหนี้ให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศจบจนครบก่อนเวลาอันควร ท่านประธาน การบริหารจัดการบ้านเมืองนั้นโดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจ แน่นอนมันก็ขึ้นอยู่กับ เรื่องของความสามารถ ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นของฝ์ายบริหาร รวมไปถึงสถานการณ์ แวดล้อม ไม่ว่าจะเปึนในประเทศหรือนอกประเทศก็ตาม และในหลายกรณีก็ไปควบคุม ไม่ได้ ข้อเท็จจริงบ่งบอก ท่านประธานคะ ถ้าเผื่อเราจะดูในเรื่องของตัวเลขจีดีพี (GDP) ในช่วงการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนต้นมา จีดีพี ป้ ๒๕๔๐ ลบ ๑.๔ อันนั้นก็เข้าใจ เพราะว่าเปึนเรื่องของวิกฤติทางเศรษฐกิจโดยตรง เรื่อย ๆ มาสูงที่สุดคือในป้ ๒๕๔๖ ๖.๗ ท่านประธานคะ วันนี้รัฐบาลนี้ภายใต้การนําของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อว่าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภายใต้ข้อจํากัดมากมายหลายประการ ทั้งสถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจ ทั้งนอกประเทศ และสถานการณ์ในเมืองเอง ถึงปัจจุบันจีดีพี ๗.๙ ท่านประธานคะ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็อาจจะไม่ใช่ข้อเท็จจริง การใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ (IMF) ก็เช่นเดียวกัน พูดกันอยู่ตลอดเวลาว่าครบก่อนเวลา ท่านประธานคะ รัฐบาลไหนก็เปึนเรื่องปกติ ที่จะต้องดําเนินการตามพันธสัญญา เหตุก็คือว่ารัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้หยุดกู้ ก่อนเวลา นั่นก็คือทําให้รัฐบาลต่อมาก็ต้องใช้ครบก่อนเวลาเปึนเรื่องปกติ
ในประเด็นถัดมา ท่านประธานคะ ในเอกสารเล่มนี้เขียนไว้ว่าในช่วง การบริหารภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทําให้การแพร่ระบาดของยาเสพติดมีอัตรา ที่ลดลงอย่างมาก ดูที่ผิวอาจจะใช่ แต่ด้วยราคาอะไรคะท่านประธาน ด้วยราคาของชีวิตผู้คน ที่สูงกว่า ๒,๕๐๐ ชีวิต และในท้ายที่สุดหลังจากการตรวจสอบแล้วพบว่าประมาณ ๑,๔๐๐ ศพไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลย อันนี้สะท้อนอะไรคะท่านประธาน สะท้อนสิ่งที่บอกว่า การบริหารราชการภายใต้ความเข้มแข็งของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี อันเนื่องมาจาก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่กลไกของรัฐสภานั้นไม่สามารถจะตรวจสอบการใช้อํานาจ ของนายกรัฐมนตรีได้ ได้ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานที่สุดของมนุษย์ นั่นก็คือเรื่องของสิทธิ การมีชีวิตอยู่ จะได้ใจประชาชนไหมคะ ตรงนี้เรื่องใหญ่ ใครทําผิดด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ รวมถึงยาเสพติดด้วย ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ใครที่มีอํานาจอันเนื่องมาจาก ฉันทามติด้วยจํานวนประชาชนเท่าไรก็แล้วแต่ อํานาจนั้นต้องถูกตรวจสอบ ถูกค่ะ ที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขียนไว้อย่างนั้นจริง ๒๐๐ เสียงถึงจะยื่นญัตติเป่ดอภิปราย ไม่ไว้วางใจได้ แต่นั่นละค่ะคือสาเหตุที่ทําให้การใช้อํานาจของนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ถูกตรวจสอบ และส่งผลให้เกิดการตรวจสอบอํานาจอยู่นอกสภา และการตรวจสอบ นอกสภานั้นไม่มีใครสามารถควบคุมอะไรได้เลย ถ้าใครที่สนใจเรื่องการเมืองจะพบว่า ในอดีตนั้นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหนก็ตาม ทุกท่านก็อยู่ในกรอบกติกาทั้งหมด ไม่มีเลยที่จะต้องไปลุกขึ้นปลุกระดมให้คนข้างตัวเองนั้น ลุกขึ้นมาใช้ความรุนแรงใส่กัน ไม่ใช่ และอันนี้ก็คือเรื่องของหลักการของประชาธิปไตย ที่เราจะต้องกังวลถึงนะคะ ในอีกส่วนหนึ่งที่พูดไปก็คือบอกว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทําให้การยุบพรรคการเมือง และการถอดถอนรัฐมนตรีนั้นกระทําได้โดยง่าย หากจะย้อนกลับไปดูในกรณียุบพรรค ท่านประธานคะ ก็เปึนการยุบพรรคที่วินิจฉัยมา ว่าเปึนเพราะเหตุของการกระทําผิดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เปึนเรื่อง การได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศไทย โดยวิธีการซึ่งมิได้เปึนไปตามที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ เปึนเรื่องการทําการอันเปึนปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ท่านประธานคะ รัฐธรรมนูญนี้เปึนกรอบแนวทาง แล้วก็เปึนเงื่อนไขของการอยู่ร่วมกัน ใครทําผิดก็ต้องได้รับโทษ หากเราไม่อยากจะทํา ตามกฎหมายตั้งแต่ต้นเสียแล้ว เราจะเรียกร้องประชาธิปไตยแบบไหนคะ ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ภาคประชาชนเสนอมานั้นนะคะ ดิฉันต้องขออนุญาตอภิปรายตรงนี้ว่าในมาตรา ๒๓ นั้น ท่านเขียนไว้ชัดเจนในบันทึกของการวิเคราะห์สรุปสาระสําคัญ บอกไว้ว่าในมาตรา ๒๓ ของท่านนั้น พูดถึงเรื่องบรรดาประกาศ คําสั่ง กฎทั้งหลายทั้งปวง โดยคณะปฏิรูป การปกครอง รวมไปถึงสิ่งที่สืบเนื่องนั้นด้วย ก็เปึนอันใช้บังคับไม่ได้ ในนี้ท่านเขียนไว้ ชัดเจนว่าด้วยเหตุผลอะไรที่แก้ไข เพื่อให้ผู้ได้รับความเสียหายจากการดังกล่าวนํามาอ้าง ความชอบด้วยกฎหมายได้ อันนี้หรือเปล่าที่เปึนความกังวลของหลายท่าน ว่าการแก้ไข ตรงนี้จะนําไปสู่นิรโทษกรรม รับได้ไหมคะ ท่าจะไม่ไหว ท่านประธานคะ เพราะการกระทําผิด ที่เปึนเรื่องการกระทําอันเปึนปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขนี่เปึนเรื่องใหญ่มาก ดิฉันคิดว่าจะรับยากทีเดียวค่ะ ในส่วนสุดท้ายท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะพูดถึงนี้ก็คือกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่หลายคนชื่นชม ป้ ๒๕๔๐ ดิฉันเองก็ชื่นชมด้วยเช่นเดียวกัน แต่สาระสําคัญที่ ควรจะได้ใจกับประชาชนนั้นก็คือเรื่องของการรับรองสิทธิและเสรีภาพ หมวดนั้นทั้งหมวด จากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกบรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และแถมด้วยสิ่งดี ๆ อีกหลายเรื่อง เช่นในมาตรา ๘๗ ซึ่งพูดถึงเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกกระบวนการ ตั้งแต่เรื่องการวางแผน การกําหนดนโยบาย รวมไปถึงการตรวจสอบอํานาจในรูปแบบ ต่าง ๆ กัน เสียใจจริง ๆ ค่ะ ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนั้นไม่ได้ใส่ตรงนี้เอาไว้ อีกมาตราที่สําคัญมากก็คือ มาตรา ๓๙ ซึ่งปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่พูดถึง สิทธิในกระบวนการยุติธรรม เขียนไว้ชัดเจนให้มีการสนับสนุนช่วยเหลือประชาชน ที่อาจจะไม่ได้รับความเปึนธรรม อย่างนี้เปึนต้น สุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานคะ ดิฉันไม่สนับสนุนร่างแก้ไขที่เสนอมาโดยภาคประชาชนด้วยเหตุดังกล่าวมาแล้ว แต่ดิฉัน จะสนับสนุนการแก้ไขตามร่างที่รัฐบาลเสนอมานะคะ ท่านประธานคะ ส่วนตรงนี้ หลายคนพูดไว้ว่า พรรคประชาธิปัตย์ทําไมถึงได้กลับจุดยืน ที่จริงแล้วแม้พวกเราหลายคน จะทราบว่าการเลือกตั้งในเขตใหญ่นั้นน่าจะเปึนข้อดีกับพรรคประชาธิปัตย์ แต่การสะท้อน เจตนารมณ์และความสนใจของประชาชนที่ผ่านเข้ามาสู่คณะกรรมการสมานฉันท์ และมาถึงคณะกรรมการครั้งล่าสุด ซึ่งดอกเตอร์สมบัติเปึนประธาน ทั้งหมดนี้ก็มี กระบวนการไปสํารวจความคิดเห็นของประชาชนเช่นเดียวกัน บวกกับการทําเอกสาร เปรียบเทียบในเรื่องของเขตการเลือกตั้งในต่างประเทศด้วย ทั้งหมดล้วนชี้ให้เห็นว่า การเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียวอย่างนั้นน่าจะเข้าสู่มาตรฐานสากลมากกว่า ท่านประธานคะ รู้ทั้งรู้นะคะ พรรคประชาธิปัตย์หลายคนคิดว่าเราจะเสียเปรียบ แต่เราไม่ได้ดื้อและเราก็ รับฟังการเปลี่ยน ไม่ใช่เปลี่ยนในจุดยืน แต่เรายอมรับในความเปึนจริงว่าการแก้ไข หากจะช่วยให้สังคมนั้นดีขึ้น และมีโอกาสที่จะเปึนประชาธิปไตยสมบูรณ์ขึ้น ก็น่าที่จะต้อง ทําทั้งหมดนี้ พูดไม่ได้หรอกว่าประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ เพราะบ่นกันอยู่เสมอมาว่าเขตใหญ่นั้นไม่รู้ใครรับผิดชอบ ถ้าเปึนเขตเดียวคนเดียว ก็มีตัวจําเลยชัดเจนหลายท่านต้องการ บัดนี้สิ่งที่ท่านต้องการนั้นก็มาถึงแล้วเช่นเดียวกัน กับมาตรา ๑๙๐ การเจรจาว่าความต่าง ๆ การเข้าสู่สภานั้นดีแต่อาจจะต้องจัดประเภท เพื่อที่จะทําให้ฝ์ายบริหารไม่ว่าจะเปึนใครก็ตามสามารถจะไปเจรจาได้ท่วงทัน ต่อเหตุการณ์และเวลา ไม่เสียเปรียบกับนานาประเทศอีกต่อไป ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ลําดับ อภิปรายเปึนอย่างนี้นะครับ ต่อจากท่านชวลิตแล้วก็จะเปึนท่านสุรเดช ท่านวรศุลี ท่านไชยา ท่านสุรศักดิ์ แล้วก็ท่านนครนะครับ เชิญท่านชวลิตครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ การพิจารณาแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กําลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ มีบรรจุในระเบียบวาระอยู่ ๔ ร่าง รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาถึง ๒ ร่าง แต่เปึนเพียงร่างละ ๑ ประเด็นเท่านั้น ร่างแรกหรือฉบับแรก แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙๐ ร่างที่ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ กระผมมีข้อสังเกตและข้อสอบถามรัฐบาลในฐานะที่รัฐบาลเปึนผู้เสนอ แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญถึง ๒ ฉบับ ๒ ร่างดังนี้
ประการแรก ทําไมรัฐบาลถึงทําเปึน ๒ ร่าง ทั้งที่แก้รัฐธรรมนูญเพียง ๒ ประเด็น ทําเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจที่จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างเปึนกระบวนการให้จบ ในฉบับเดียว ทําไมผมมีความเห็นเช่นนี้ท่านประธาน ผมมีเหตุผล การที่คณะรัฐมนตรี หรือรัฐบาลซึ่งมีเสียงข้างมาก โดยหลักจะต้องเปึนเอกภาพมั่นคง มั่นใจ ในการเสนอ ร่างกฎหมายอยู่ในฉบับเดียวครบถ้วนกระบวนความ แต่นี่ทําเหมือนไม่มั่นใจว่าประเด็นนี้ จะผ่านหรือประเด็นนี้จะไม่ผ่าน หรือเพียงเสนอต่อรัฐสภาให้เห็นว่าได้เสนอขอแก้ไข รัฐธรรมนูญตามสัญญาที่ได้ให้กันไว้ก่อนร่วมรัฐบาลเท่านั้น ส่วนจะผ่านหรือไม่ผ่าน เปึนเรื่องของรัฐสภา นอกจากนั้นรัฐบาลยังเสนอให้รัฐสภาพิจารณาในห้วงเวลาอันเปึน ช่วงสัปดาห์สุดท้ายที่จะป่ดสมัยประชุมทั้ง ๆ ที่เปึนกฎหมายสําคัญ
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะขอสอบถามรัฐบาลในประการที่ ๒ ถึงจุดยืนของรัฐบาลในเรื่องนี้ก็คือว่า การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือประเด็นจุดยืน หลักของพรรคของตนเองในประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นสําคัญยิ่ง เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ เปึนกฎหมายที่กําหนดกติกา การเมือง การปกครองของประเทศ แต่ละพรรคการเมืองจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีจุดยืน ของตนเองที่แสดงต่อสาธารณะมาตลอด พรรคเพื่อไทยเปึนพรรคการเมืองหนึ่งที่แสดง จุดยืนเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญมาอย่างมั่นคงว่าให้ความสําคัญกับกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะเปึนกฎหมายของประชาชนมาจากประชาธิปไตย มีหลักการ ที่สร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคการเมืองซึ่งเปึนพรรคการเมืองของประชาชน เพื่อประโยชน์ในการบริหารประเทศ พรรคเพื่อไทยจึงประกาศอยู่เสมอว่าหากมีโอกาส เข้ามาเปึนรัฐบาล พรรคก็จะเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยจะให้พี่น้อง ประชาชนมีส่วนร่วมประการสําคัญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะเปึนหลัก ในการพิจารณา ตรงไหนที่ล้าสมัยก็คงจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ตรงไหนที่จะเปึนหลักได้ในแนวทางประชาธิปไตยก็จะคงไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพรรคมีจุดยืนของตนเองแล้ว ก็ต้องดูจุดยืนของพรรคอื่น ๆ ซึ่งจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง แสวงหาความร่วมมือในอันที่จะร่วมมือกันพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของเราจาก การติดตามจุดยืนของพรรคแกนนํารัฐบาลและจุดยืนของท่านนายกรัฐมนตรีต่อกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่ท่านแสดงต่อสาธารณะ เห็นชัดเจนครับ
ประการที่ ๑ ท่านให้ความสําคัญกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หากจะมีการแก้ไขต้องฟังเสียงประชาชนโดยต้องทําเปึนประชามติ
ประการที่ ๒ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วจํานวนมาก แต่ผมเห็นว่า เปึนประเด็นสําคัญจําเปึนที่จะต้องมากล่าวไว้อีกครั้งหนึ่งก็คือว่าท่านให้ความสําคัญ ในเรื่องระบบเลือกตั้ง จุดยืนของพรรคการเมืองที่เปึนแกนนํารัฐบาลก็คือ ให้ความสําคัญ กับการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ แบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ โดยมีเหตุผลว่าเขตเล็กทุจริต เลือกตั้งได้ง่ายกว่า แต่ขณะนี้จุดยืนของพรรคการเมืองที่เปึนแกนนํารัฐบาลนั้นเปลี่ยนไป หรือไม่ พี่น้องประชาชนคงจะตัดสินได้ สิ่งที่หาเหตุผลเชิงลึกและได้คําตอบตรงกันก็คือว่า จําเปึนที่จะต้องดําเนินการเพราะได้สัญญากันไว้ก่อนเข้าร่วมรัฐบาล ท่านประธานครับ นี่หรือคือเหตุผลในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ สัญญาผมเห็นว่าเปึนเรื่องสําคัญ แต่ในขณะเดียวกันกฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ จําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ในจุดยืนของตัวเองที่เคยแสดงไว้ต่อสาธารณะ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมได้เคยอภิปรายในสภานี้มาตลอดในการตรวจสอบรัฐบาล ในฐานะ ที่กระผมเปึนฝ์ายค้านก็คือการตรวจสอบการทุจริต ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ผม ได้อภิปรายว่ายอมพรรคร่วม ก็เพื่อที่จะให้เปึนไปตามสัญญา เพื่อที่จะให้รัฐบาลคงอยู่ ความเปึนรัฐบาล เรื่องการตรวจสอบการทุจริตก็เช่นกัน กระผมได้ดําเนินการในเรื่องนี้มา อย่างต่อเนื่องและยาวนาน แม้กระทั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาได้ยื่นกระทู้ถามสด สอบถามรัฐบาลถึงการใช้งบกลางแก้ปัญหาภัยแล้ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ดําเนินการ ตรวจสอบ ขณะนี้จนถึงขั้นสั่งระงับการใช้งบ ๘๗๓ ล้านบาท ในงบภัยแล้งงบกลางป้ ๒๕๕๓ อาทิตย์ถัดมาต่อไปก็จะมีการเป่ดอีกในเรื่องประเด็นการทุจริต แล้วท่านยอมรับอย่างนี้ ได้เรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือ ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้ทุกสังคมทุกวงการ เขากล่าวถึงประเด็นการทุจริต ในรัฐบาลนี้ว่ามีมากมายเหลือเกิน และมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้พูด เกินเลยเพราะมีการตรวจสอบอย่างเปึนกระบวนการแล้ว ในการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธานเหตุผลหนึ่งในการปฏิวัติรัฐประหารนั้นก็คือ เรื่องการกล่าวหาว่ามีการทุจริต แต่หลังจากใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนรากเหง้า มาจากการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ขณะนี้เปึนอย่างไร ประเทศชาติ เสื่อมถอยอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เดี๋ยวนี้ประเทศเพื่อนบ้านของเราไปถึงไหน ๆ แล้ว นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนเขาเรียกร้อง เขาอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาไป ในทางที่ดีขึ้นไม่ใช่เสื่อมถอยถดถอยไปอย่างนี้ สิ่งที่เขามองตรงกันก็คือกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนี้เปึนองค์ประกอบหรือเปึนส่วนสําคัญ ที่ทําให้บ้านเมืองของเราถดถอย จึงมีความพยายามที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เปึนประชาธิปไตยมากขึ้น การพยายามที่จะมีการแก้ไขนั้นได้เห็นได้สอดคล้องกัน มาจากการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ซึ่งท่านประธานรัฐสภาทราบดี แต่ประเด็นที่เสนอ ขอแก้ไขครั้งนี้มีเพียง ๒ ประเด็น ซ้ํา ๒ ประเด็นนั้นยังแยกกันคนละฉบับอีก อย่างนี้ จะทําให้พี่น้องประชาชนมองรัฐสภาของเราอย่างไร นี่คือเหตุผลที่ผมเห็นว่าการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เปึนเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง
ประเด็นที่ ๓ ในข้อสังเกตและความเห็นของผมในการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา เรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเปึนคณะกรรมการที่เปึนกลาง ท่านนายกรัฐมนตรี พูดเต็มปากเต็มคําว่าเปึนกลาง คําว่า เปึนกลาง ท่านเอาอะไรมาวัด กระบวนการ ในการเลือกอย่างนั้นหรือที่ว่าเปึนกลาง โดยส่วนตัวผมไม่มีอะไรเลยกับอาจารย์สมบัติ ให้ความเคารพท่านในฐานะที่เปึนนักวิชาการที่ทํางานเพื่อบ้านเมืองเพื่อสังคมมาในระดับหนึ่ง ที่พวกเราทราบกันดี แต่ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะเชื่อว่าอาจารย์สมบัติเปึนกลาง นั่นเปึนความเห็นของท่าน แต่ในขณะเดียวกันตั้งแต่เช้ามาเท่าที่ผมฟังเพื่อนสมาชิก ได้พูดถึง อาจารย์สมบัติเปึนกลางจริงหรือไม่ เอาอะไรตรงนั้นมาวัด สิ่งที่ผมเห็น และคลางแคลงก็คือวันหนึ่งผมอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐพาดหัวตัวโต ประชาชนเห็นชอบ กับประเด็นแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๖๘ เปอร์เซ็นต์ เห็นเข้าผมก็สนใจเป่ดเนื้อในดู ปรากฏว่าเปึนการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุด ของประเทศฟังความเห็นกันทางโทรศัพท์ ในขณะที่กฎหมายรัฐธรรมนูญจําเปึนจะต้อง เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนคนทุกคน ท่านถึงกลับเคยแสดงความเห็นหรือจุดยืนว่า จะต้องให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมให้ความคิดเห็นถึงขั้นที่จะต้องทําประชามติในเรื่อง สําคัญ ๆ แต่นี่ท่านใช้คณะกรรมการที่ท่านตั้งขึ้นมาแล้วท่านบอกว่าเขาเปึนกลาง แต่ในเมื่อ คนอื่นเขาอาจจะเห็นว่าไม่เปึนกลาง เพราะมีอะไรที่มันไม่ชอบมาพากล เช่น การไปลด จํานวน ส.ส. เขต สิ่งที่เขาได้เคยปฏิบัติแล้วก็เปึน ส.ส. เขตอยู่ในปัจจุบัน ผมมั่นใจว่า ทุกพรรคการเมืองปัืนป์วนวุ่นวายแน่นอนหากจะมี ส.ส. เขตลดลงไป ๒๕ คน นี่ยกตัวอย่าง
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน เปึนประการสําคัญอีกประการหนึ่ง ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับท่านผู้พิพากษาหลายท่านซึ่งเปึนผู้พิพากษาชั้นต้น เขาบอกว่า ในอดีตสถาบันตุลาการได้รับการยอมรับจากสังคมอย่างสูงยิ่ง ปัจจุบันสถาบันตุลาการ ไม่เหมือนเก่าแล้ว เพราะการเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ เขาวาดหวังว่าหากจะมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญทําอย่างไรตุลาการถึงจะกลับสถาบัน เพื่อไปอยู่ในวงการของเขาเหมือนเก่าอย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ซึ่งก็เปึนสิ่งหนึ่ง ที่พวกผมในฐานะนักการเมืองจําเปึนที่จะต้องรับไว้เปึนข้อมูลในโอกาสต่อไปถ้ามีโอกาส จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้อย่างไร
ท้ายที่สุดจริง ๆ ครับท่านประธาน ข่าวลอยมาที่ว่าเปึนรายงาน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดว่ายุบสภาดีกว่าปฏิวัติ ไม่ว่าท่านจะพูดด้วยจุดประสงค์ใด ก็ตามแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะแสดงความเห็นไว้ต่อรัฐสภาแห่งนี้ก็คือว่า ประเทศเพื่อนบ้านของเราที่เติบโตในทางการเมืองมาพร้อมกัน ผมขอครึ่งนาที ท่านประธาน ประเทศญี่ปุ์นเขามีการพัฒนาประชาธิปไตยตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๕ ของเรา ของประเทศญี่ปุ์นสมัยเมจิ บ้านเมืองเขาเจริญมากเพราะเขาไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เขามีองค์ประกอบสังคมคล้ายกับประเทศไทย มีสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ของไทย มีองค์พระมหากษัตริย์ซึ่งสร้างชาติสร้างแผ่นดินมา ผมฝากตรงนี้ละครับขอให้การเมือง แก้ด้วยการเมือง ถ้ามีการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อไรชาติบ้านเมืองของเราจะถดถอยอย่างที่ เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ ประเทศญี่ปุ์นเขาไปถึงไหนนั่นไปไกลมากแล้ว แต่ขณะนี้ประเทศ เพื่อนบ้านรอบ ๆ เราเขาไปเกินกว่าที่เราจะคาดคิด ขอฝากไว้เปึนประเด็นสุดท้ายครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ท่านผ่องศรีจะอภิปราย นิดเดียว เชิญครับท่านผ่องศรีมีอะไร
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ในฐานะผู้ประสานงานวิป ๓ ฝ์าย เพื่อแจ้งเวลาที่ได้ใช้ไปของแต่ละฝ์ายเพื่อให้ทุกฝ์ายได้เตรียมตัวนะคะ ก็คือเนื่องจากได้มี การอภิปรายมาตั้งแต่เช้าจนถึงบัดนี้ได้มีการสรุปเวลาในช่วงเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกาที่ผ่านมา ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้ใช้เวลาไปแล้ว ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที พรรคภูมิใจไทยใช้เวลาไป ๑๐ นาที พรรคเพื่อแผ่นดินใช้เวลาไป ๑๗ นาที พรรคชาติไทยพัฒนาใช้เวลาไป ๓๔ นาที แล้วก็มีส่วนของพรรคเพื่อไทยได้ใช้เวลาไปแล้ว ๓ ชั่วโมง ๑๓ นาที ในส่วนของ ท่านสมาชิกวุฒิสภาได้ใช้เวลาไปแล้วทั้งสิ้น ๑ ชั่วโมง ๗ นาที ก็ขอให้ทุกฝ์ายได้บริหาร เวลาแล้วก็ได้ส่งรายชื่อผู้อภิปรายตามลําดับ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป เชิญท่านสุรเดชครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เรามาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช. .... ซึ่งวันนี้มี ๔ ฉบับ ซึ่งเราจะมาพูดตาม มาตรา ๒๙๑ เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ฉบับที่ ๑ คือฉบับที่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอมา ในมาตรา ๑๙๐ เพิ่งเสนอ มาวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน คือสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับเรื่องความเห็นชอบหนังสือสัญญา
ฉบับที่ ๒ ว่าด้วย ครม. เขาเสนอมาเช่นเดียวกันตามมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ก็เสนอมาเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน เกี่ยวกับเรื่องที่มาของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร
ฉบับที่ ๓ คือเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ ท่าน เสนอเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เมื่อ ๙ เดือนที่แล้ว
และฉบับสุดท้าย คือที่เสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เสนอเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ เมื่อ ๒ ป้ที่แล้วก็มาพิจารณารวมกัน แต่ถ้าเกิดมาดูแล้วทั้ง ๔ ฉบับนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญของเรามีใช้มาตั้งแต่ ป้ ๒๔๗๕ ปัจจุบันนี้ ๗๘ ป้ ใช้ทั้งหมด ๑๖ ฉบับก็ถือว่าเปึนประเทศ ๆ หนึ่งที่ใช้ รัฐธรรมนูญค่อนข้างจะสูง แล้วรัฐธรรมนูญนั้นเราถือว่าเปึนกฎหมายสูงสุดนะครับ เราเองสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ถือเปึนตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทย จริงอยู่เราทําหน้าที่ พี่น้องประชาชนไม่สามารถทําหน้าที่แทนเราได้ เราเองจึงทําหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ใน พ.ร.บ. หรือข้อกําหนดต่าง ๆ แต่รัฐธรรมนูญนั้นเดิมทีไม่ต้องผ่านประชามติ ปัจจุบันนี้ มาตรฐานการเปึนประชาธิปไตยสูงขึ้น ดังนั้นเองการที่จะทําอะไรต่าง ๆ คงต้องรับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้ ๖๐๐ คนอยากทําอะไรก็ทําได้ โดยอําเภอใจ ซึ่งผมขอพิจารณาทีละร่างนะครับ อย่างร่างที่ ๑ ร่างให้ความเห็นชอบ ตามหนังสือสัญญา มาตรา ๑๙๐ ซึ่งเสนอเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ปัญหาว่ามีการพิจารณาล่าช้า ไม่ชัดเจนของกฎหมาย จึงทําให้จําเปึนต้องออกกฎหมายบัญญัติเพิ่มเติมแก้ไขมาตรา ๑๙๐ แห่งนี้ แต่ถ้าเกิดดูจริง ๆ แล้วผมมองว่าการที่เดิมทีเจตนารมณ์มาตรา ๑๙๐ ว่าสมัยก่อน ฝ์ายบริหารจะทําอะไรก็สามารถทําได้เลย ปัจจุบันนี้การที่จะทําอะไรนั้นต้องขอความเห็นชอบ จากรัฐสภาเนื่องจากว่ารัฐสภาแห่งนี้เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ดังนั้นเองการจะทําอะไร คงต้องขอความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน แต่มันขัดเรื่องระเบียบ เรื่องข้อกําหนดต่าง ๆ ว่าความที่กฎหมายไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงทําให้ทุกอย่างตีความ ทุกอย่างกรอบการตกลง หรือหนังสือสัญญาต่าง ๆ ต้องเข้าสภาทั้งหมดทําให้เกิดความล่าช้า แต่ผมมองว่าความล่าช้า หรือปัญหาตามมาตรา ๑๙๐ นั้นสามารถแก้ไขได้ เช่น ถ้าเรามีการประชุมร่วมรัฐสภา กําหนดว่าทุกสัปดาห์ ส.ว. ประชุม ๑ วัน ส.ส. ประชุม ๒ วัน ถ้าเกิดมีการประชุมร่วมรัฐสภา สัปดาห์ละ ๑ วัน ก็สามารถจะสะสางงานหนังสือสัญญาต่าง ๆ ที่คั่งค้างในรัฐสภาแห่งนี้ สามารถพิจารณาได้ หรือแม้กระทั่งกฎหมาย ถ้ามองตามมาตรา ๑๙๐ จริง ๆ แล้วมาตรา ๑๙๐ นั้นสมบูรณ์อยู่แล้ว ถ้าอ่านตามในวรรคห้า บอกว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอน และวิธีการจัดทําหนังสือสัญญารวมทั้งการแก้ไขเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากหนังสือสัญญา ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ก็มีบอกแล้วว่าให้สามารถออกกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการกําหนดขั้นตอน และวิธีการ แต่ปัจจุบันนี้ตั้งแต่ทํามารัฐบาลเองยังไม่ออกกฎหมายตรงนี้ มีแต่ตีความอย่างเดียว มีแต่โยนเข้าสภาอย่างเดียว ถ้าเกิดว่าทางรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีมีการออกกฎหมาย ว่าด้วยขั้นตอนและวิธีการทําหนังสือสัญญานั้นก็สามารถกระทําได้ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ที่มีอยู่แล้ว แล้วก็บอกว่าถ้ามีปัญหาก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนั้นเองถ้าเกิดว่าทาง รัฐบาลออกกฎหมายฉบับนี้มาเกี่ยวกับเรื่องขั้นตอนวิธีการแล้วก็เขียนรายละเอียดให้หมดเลย เหมือนเปึนกฎหมายลูกแล้วก็ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ก็จะได้เปึนแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้นเองจึงไม่ได้มีความจําเปึนที่จะต้องมาแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ เพราะถือว่าเปึนสาระสําคัญ เราเองจะแก้ไขรัฐธรรมนูญบ่อย ๆ ผมว่าไม่ใช่สิ่งที่ดีนะครับ เราไม่ได้ออก พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. รัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่จําเปึน ดังนั้นเองถ้าไม่มีความจําเปึน ก็ไม่ควรจะแก้ไขหรือแตะต้องมัน เพราะว่าต้องควรจะถามกับพี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่ง ในร่างที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องที่มาของ ส.ส. ตามมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๘ ซึ่งพูดถึงสัดส่วนนะครับ จริง ๆ แล้วหลักสําคัญคือจากเขตใหญ่เปึนเขตเล็ก หรือแม้กระทั่งจํานวนสัดส่วน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บอกว่า ส.ส. มี ๔๘๐ คน จากการเลือกตั้ง ๔๐๐ คน แบบสัดส่วน ๘๐ คน หรือ ๑ : ๕ ถ้าเทียบแล้วนะครับ หรือแม้กระทั่งว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มี ส.ส. ๕๐๐ คน จากเลือกตั้ง ๔๐๐ คน แบบสัดส่วน ๑๐๐ คน หรือ ๑ : ๔ ทีนี้จะมาแก้เปึน ๕๐๐ คน เลือกตั้ง ๓๗๕ คน แบบสัดส่วน ๑๒๕ คน หรือ ๑ : ๓ ถามว่ามันได้อะไรครับตัวนี้ เอาหลักอะไร มาคิดว่ามันมีสาระสําคัญ มีความจําเปึนอย่างไรที่มาแก้ว่าอันนี้เปึนความต้องการของ ส.ส. เท่านั้นหรือ เปึนสาระสําคัญในการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะว่าจริง ๆ แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ว่าเราแก้บ่อยนะครับ ความศักดิ์สิทธิของกฎหมายมันจะไม่มี ก็ขอฝากนะครับ หรือ แม้กระทั่งร่างที่ ๓ ที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ คนเสนอ คือตามมาตรา ๙๔ เพียงแค่จากเขตเล็กเปึนเขตใหญ่อย่างเดียว แล้วมาตรา ๑๙๐ ก็เหมือนอย่างที่ผมกล่าวมาแล้ว ตามที่ร่างของ ครม. เสนอมาเช่นเดียวกันนะครับ แต่ถ้ามามองร่างที่ ๔ ที่พี่น้องประชาชน จํานวน ๗๑,๕๔๓ คนเสนอนะครับ ซึ่งบอกว่าให้ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไปใช้บังคับ เสียส่วนใหญ่ ก็จริงอยู่นะครับปัญหาเรื่องนี้เปึนปัญหาที่มีความขัดแย้งทางสังคมค่อนข้างจะสูง เนื่องจากว่าความชอบธรรมของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น บอกว่ามีการประชามติ ดังนั้นเองถ้าจะมาเปลี่ยนแปลงตามร่างที่ ๔ คือตามที่ประชาชนเสนอ บอกว่าเปลี่ยนแปลง ทั้งหมดนั้น ผมว่าจะนํามาซึ่งความขัดแย้งเปึนอันมากนะครับ ก็คงไม่รู้ว่าสิ่งใดที่ถูกที่ต้องนะครับ ดังนั้นในข้อเสนอของผมนั้น ผมมองว่ากฎหมายถ้าเกิดตามมาตรา ๑๙๐ นั้น เราก็สามารถ ก็มีกฎหมายกําหนดขั้นตอนในมาตรา ๑๙๐ วรรคห้าอยู่แล้วก็สามารถกระทําได้ ถ้าไม่แน่ใจ ก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัยว่า สามารถกระทําได้ขนาดไหน
ส่วนเรื่องที่มาของ ส.ส. จะเปึนมาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ ก็ดี ผมว่า เปึนความต้องการของ ส.ส. มันไม่สนองตอบกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งมีปัญหา
เรื่องสุดท้ายที่ผมบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ๗๑,๐๐๐ คนนั้น ผมมองว่าน่าจะผ่านประชามติ แต่ประชามตินั้นขั้นตอนค่อนข้างจะมากมาย เปึนไปได้ไหม ว่าวาระของ ส.ส. นั้นเหลือเวลาอีกประมาณ ๑ ป้ อย่างเร็วสุดคือ ๑ ป้ อย่างเพื่อนสมาชิก ที่กล่าวมาแล้วบอกว่า เวลา ๑ ป้หรืออาจจะยุบสภาเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นเองผมว่ารัฐธรรมนูญ ทั้ง ๔ ร่างเก็บไว้ให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ถ้ามีการเลือกตั้งคราวหน้าท่านเสนอเลยว่า ถ้าท่าน เปึนฝ์ายรัฐบาลจะทําอะไร ยกร่างมาพร้อมกับแนวนโยบายนอกเหนือจากการบริหาร ราชการแผ่นดินแล้ว ให้ท่านเสนอร่างรัฐธรรมนูญว่าถ้าท่านมีเสียงข้างมากมาบริหารประเทศแล้ว ท่านจะมีนโยบายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านวรศุลีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานรัฐสภาคะ ก่อนที่ดิฉันจะอภิปรายดิฉันอยากจะขอ เรียนท่านนะคะว่า ในโผนี้เขียนว่า ให้ดิฉันอภิปราย ๘ นาทีแต่เนื่องจากว่าทางพรรครวมชาติพัฒนา มีอยู่ ๙ ส.ส. ค่ะ ท่านประธานรัฐสภา ท่านชัย ชิดชอบ บอกว่าให้เวลาในการอภิปรายชี้เหตุผล แถลงในกรณีที่จะให้ ส.ส. หรือ ส.ว. ในสภานี้รับร่างในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ให้เวลา ๒๔ นาที ดิฉันก็คงจะต้องขออนุญาตท่านประธานรัฐสภาว่าขอใช้สิทธิของพรรครวมชาติพัฒนา ขออภิปราย ถ้าหากว่าเกิน ๒๔ นาที ก็คือใช้สิทธิหมดแล้ว แต่ถ้าหากว่าไม่เกินก็ขอยก ให้กับสมาชิกพรรคอื่นไปเลยนะคะท่านประธานที่เคารพ ดิฉันได้ร่วมเปึนผู้หนึ่งในจํานวน ๘๒ ท่าน ในกรณีร่างกฎหมายเพื่อจะแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๒ มาตรา ซึ่งอยากเรียนท่านประธานรัฐสภา แล้วก็จะให้สมาชิกวุฒิสภาทุก ๆ ท่านได้เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ผ่านมานั้น และได้มีการแก้ร่างรัฐธรรมนูญเปลี่ยนเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตัวดิฉันเองอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหารเปึนจังหวัดอันดับ ๒ ที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เนื้อหาสาระที่กําหนด อยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ประชาชนจังหวัดมุกดาหารหลาย ๆ คนก็ไม่ได้อ่าน แล้วก็ ไม่ได้ทําความเข้าใจให้ถ่องแท้ เพียงแต่ว่าได้รับคําแนะนําจากกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เปึนตัวแทนของประชาชนในการที่ร่างกฎหมาย เพื่อให้การคุ้มครองและให้ประโยชน์ กับประชาชน ท่านประธานรัฐสภาตัวดิฉันเองตั้งแต่เริ่มแรกก็ไม่ยอมรับเหมือนกันว่า ทําไม เราจะต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ดิฉันเห็นว่า การที่คุณรับเข้ามาแล้ว คุณเปึนเสียง ข้างมากในการที่ให้มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และประโยชน์นั้นก็สู่ประชาชน แต่พอ ได้มาอ่านร่างทั้ง ๒ ร่างเอาเข้ามาประกบกัน แล้วก็เห็นกรรมการสมานฉันท์ได้มีกําหนดไว้ อยู่ที่ ๖ มาตราว่าควรที่จะให้มีการแก้ไข ปรากฏว่าเมื่อได้มีการพูดคุยไปเสร็จสิ้นก็ให้เหลือ แก้ไขแค่ ๒ มาตรา ซึ่งเหตุผลดิฉันก็ยอมรับได้ ตั้งแต่แรกป้ ๒๕๓๘ ดิฉันได้รับการเลือกตั้ง เข้ามาในส่วนของยกเขตนะคะ เขตพวงใหญ่ ก็คือเท่ากับว่าอยู่ในภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ในส่วนความแตกต่างจากของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นแยกเขต ดิฉันได้เข้ามาสู่สภานี้ในกรณีของการเปึนผู้แทนราษฎรของเขตใหญ่ ป้ ๒๕๓๘ ดิฉันเปึน ส.ส. ป้ ๒๕๓๙ ดิฉันเปึน ส.ส. ป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่ในช่วงระหว่างการเลือกตั้งป้ ๒๕๔๔ นั้นดิฉันได้สอบตกไป เพราะมีการแบ่งเขตเลือกตั้ง ทีนี้ในกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นจากเขตใหญ่มาเปึนเขตเล็ก ก็เปึนที่กล่าวหา แล้วมีหลาย ๆ คนก็กล่าวหาว่าในเขตพื้นที่เล็กนั้นสามารถซื้อได้ ซื้อเอา ประชาชนนั้นเข้ามาและให้เขาเข้าไปคูหากาคะแนนและได้รับเสียงเลือกตั้งเข้ามาทั้งคณะ เลยค่ะ ก็คือในช่วงป้ ๒๕๔๔ นั้นก็ได้เข้ามาเปึน ส.ส. ในสภานี้เกือบจะเปึนพรรคเดียวที่มี เสียงส่วนมากในสภา เพราะช่วงนั้นอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จึงได้เห็นว่าในภาคอีสาน นั้นจะไม่ขอรับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันในฐานะที่อยู่ในภาคอีสานเปึน ส.ส. ในภาคอีสาน คนหนึ่งจึงอยากจะขอแสดงความคิดเห็นในกรณีที่ดิฉันได้ร่วมลงลายมือชื่อในกรณีที่ให้มี การแก้ไขกฎหมาย ๒ มาตรานี้ ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ อยากจะให้ทุก ๆ ท่านได้ยกมาดู ดิฉันได้ไปขอเจ้าหน้าที่มาอ่านดูแล้วเอามาเปรียบเทียบในส่วนต่าง ๆ ที่มีการแตกแยก แยกออกมาว่าให้มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นเกิดขึ้น ก็เนื่องจากว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ ท่านคะ ในมาตรา ๓๐ นั้นกําหนดให้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บุคคลย่อมเสมอกัน ในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเปึนชายหรือหญิง มีสิทธิเท่าเทียมกัน ท่านคะ รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ไหนล่ะคะ สิทธิของชายและหญิงเท่าเทียมกันหรือเปล่า ๑๐ ป้ที่ผ่านมาจนมาถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันจึงเห็นว่าระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คนจริง ๆ กาลเวลาจะพิสูจน์ให้ได้ว่า รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ที่ชาวภาคอีสานโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดมุกดาหารของดิฉันเองไม่ รับร่างนั้นเพราะเขาไม่เข้าใจภายใต้กฎหมายที่กําหนดเอาไว้ รัฐธรรมนูญกําหนดเอาไว้นั้น เพื่อต้องการที่จะให้คุ้มครองให้กับประชาชนที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุด ของประเทศ ท่านคะ ในสภาผู้แทนราษฎรถ้ามีรัฐธรรมนูญก็ต้องกําหนดกฎหมายลูกออกมาแล้ว ก็คือจะต้องมีกําหนดร่างกฎหมายออกมา เพราะ ส.ส. และ ส.ว. ทําหน้าที่ในการร่าง และแก้กฎหมาย แก้กฎหมายในส่วนที่จะสามารถคุ้มครองและปัองกัน และให้ประโยชน์ กับประชาชนทั้งแผ่นดิน ท่านคะ มาตรา ๓๐ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้คุ้มครอง ให้กับหญิงและชายเลย หญิงและชายไม่เท่าเทียมกัน แต่ปรากฏรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดออกมา ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายรับงานไปทําที่บ้าน ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายคุ้มครอง ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายว่าด้วยแรงงาน ไม่ว่าหญิงหรือชายได้ค่าแรงงานเท่าเทียมกัน แต่ก่อนนั้นถ้าหากว่าเปึนผู้หญิงไปทํางานในโรงงานกําหนดราคาอยู่ที่ ๘๐ บาท แต่ให้กับผู้ชาย ๑๒๐ บาท ท่านคะ คุ้มครองไหมคะ สิทธิไม่เท่าเทียมกัน มาถึงในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ดิฉันคิดว่าไม่ควรที่จะแก้ไขทั้งฉบับ ให้แก้ไขแค่เฉพาะ ๒ มาตรานี้ ดิฉันอยากจะยกตัวอย่าง ให้ฟังอีกมาตราหนึ่งในกฎหมาย มาตรา ๕๔ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๕๓ ท่านคิดดูสิคะ ผู้สูงอายุอยู่ในนี้กําหนดเอาไว้ข้อความนั้นคล้าย ๆ กัน ซึ่งให้กับผู้ที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ดิฉันคงไม่ต้องขออ่านให้มากนะคะ เพียงแต่อ่านย่อ ๆ ให้ท่านประธานรัฐสภาได้ทราบถึงว่าในเหตุผลที่ดิฉันอยากจะแก้ไขแค่ ๒ มาตรา มาตรา ๕๔ บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบป้บริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ จากรัฐ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ท่านคะ ผู้ที่มีอายุ ๖๐ ป้ก็คือผู้ที่สูงอายุ ในนี้กําหนด เอาไว้เขียนเสียสวยงามว่า รัฐบาลต้องให้การช่วยเหลือในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คนแก่คนเฒ่า ดีใจกันไปทั้งหมู่บ้าน แต่ไปกําหนดไว้ว่าตามกฎหมายกําหนด และนโยบายของแต่ละพรรคกําหนดเอาไว้ ในหมู่บ้านนั้น ให้เบี้ยยังชีพกับผู้สูงอายุคนละ ๕๐๐ บาท กําหนดเอาไว้ให้แค่ ๒๐ คน ให้แค่ ๒๐ คน ในขณะที่หมู่บ้านนั้นมีถึง ๑๐๐ คน ใน ๘๐ คนนั้นว่าอย่างไรคะ มาถาม ส.ส. ส.ส. ลงพื้นที่ เขาถามว่าท่านครับ ไหนรัฐบาลจะให้ผู้เฒ่าผู้แก่ แล้วทําไมให้แค่ ๒๐ คน แล้วพวกผม จะได้ไหม พวกยายนี้จะได้ไหม บอกว่าได้ ยายได้ เพราะรัฐธรรมนูญกําหนดไว้แล้วจะต้อง ช่วยเหลือพวกกลุ่มท่านปรากฎว่า ยายและตาไปถามว่าเมื่อไรจะได้เงิน ๕๐๐ บาทนั้น แค่ ๕๐๐ บาทนะคะ แต่ได้คําตอบมาบอกว่าเดี๋ยวให้ ๒๐ คนนั้นตายก่อนแล้วคุณถึงได้รับ นี่ละค่ะ อีก ๘๐ คนต้องรอให้ ๒๐ คนตาย แต่ใน ๒๐ คน ถ้าเกิดไม่ตาย เขาตายก่อนก็คือ ไม่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว นี่ละค่ะดิฉันถึงบอกว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ปรากฏใน มาตรา ๕๓ ดิฉันอยากจะอ่านคร่าว ๆ ให้ท่านประธานรัฐสภาได้ทราบว่าดิฉันอ่านดูแล้วว่า ดีใจสําหรับผู้สูงอายุว่า ได้มีกฎหมายมารองรับ ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายผู้สูงอายุที่กําหนด เอาไว้ว่า ประชาชนคนไทยทุกคนที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปจะได้รับการช่วยเหลือ เดี๋ยวดิฉัน อ่านในนี้ก่อน บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบป้บริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเปึนสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ นี่ละค่ะ คําว่า เปึนสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี สมศักดิ์ศรี ของความเปึนคน สมศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ สมศักดิ์ศรีของการเปึนปูชนียบุคคล สมศักดิ์ศรีของการเปึนผู้ให้กําเนิดแก่ผู้ที่มาเขียนกฎหมายฉบับนี้ ดิฉันดีใจและมีกฎหมาย เกี่ยวกับผู้สูงอายุกําหนดมาให้ ประชาชนทุกคนเดี๋ยวนี้ ทุก ๆ คนที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ไปลงทะเบียนปุ็บได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล จากเงินภาษีแผ่นดินของเขาเองด้วยซ้ําไป ได้ทุก ๆ คน และได้ทุก ๆ เดือน ปรากฏในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ๖ เดือนถึงให้ครั้งหนึ่ง แต่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ทุก ๆ เดือน นี่ละครับเปึนผลดีสําหรับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันจึงจะบอกว่าไม่ขอตัดไปทั้งหมด ขอแก้ไขในส่วนแค่ของ ๒ มาตรา และเหตุผลที่ดิฉัน อยากจะยกให้ทุก ๆ ท่านได้คิดถึงอีกว่า ตอนนี้มาตรา ๘๕ ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ดิฉัน ใช้เวลาอ่านให้ท่านฟังอีกสักเล็กน้อย ในมาตรา ๘๔ นั้นกําหนดไว้อย่างไรเกี่ยวกับ เรื่องที่ดิน ได้ประโยชน์จากที่ดินอย่างไร ป้ ๒๕๔๐ มาตรา ๘๔ รัฐต้องจัดระบบการถือครองที่ดิน และการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม จัดหาแหล่งน้ําเพื่อเกษตรกรรมให้เกษตรกรอย่างทั่วถึง และรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรให้ได้รับ การตอบแทนสูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการรวมตัวของเกษตรกร เพื่อวางแผนการเกษตร และรักษาผลประโยชน์รวมกันของเกษตรกร ท่านคะ ป้ ๒๕๔๐ จนถึง ป้ ๒๕๕๐ ก่อนที่จะ มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาก็เนื่องจากว่าดิฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทําไมรัฐบาลถึงไม่ทําให้ ทั้ง ๆ ที่เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ ท่านช่วยดูแลเกษตรกรหรือไม่ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีจุดบกพร่องตรงนี้ ท่านเขียนกฎหมายเพื่อคุ้มครองให้ประโยชน์แก่เขา แต่ท่านไม่ทําให้กับเขา ท่านมีหน้าที่ที่จะต้องเขียนกฎหมาย และเพิ่มเติมแก้ไขกฎหมายให้กับเขา ปรากฏว่า ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉันอยากจะขออ่าน ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ได้เขียนไว้เหมือนกัน คล้าย ๆ กันในมาตรา ๘๕ รัฐต้องดําเนินการตามแนวนโยบาย ด้านที่ดิน ในกรณีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บอกว่าต้องจัดระบบไว้ให้ แต่ในส่วนนี้รัฐต้องดําเนินการ ตามแนวนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมดังต่อไปนี้ ท่านประธาน รัฐสภา กําหนดหลักเกณฑ์การใช้ที่ดินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยให้คํานึงถึงความสอดคล้อง กับสภาพแวดล้อมของธรรมชาติ ทั้งผืนดิน ผืนน้ํา วิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น และการดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และกําหนดมาตรฐานการใช้ที่ดิน อย่างยั่งยืน โดยต้องให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์การใช้ที่ดินนั้นมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจด้วย ท่านประธานรัฐสภา แตกต่างกันไหมคะ ดิฉันดีใจนะคะ ครั้งแรกว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี้จัดที่ดินให้กับประชาชน แต่ในกรณีจัดระบบให้ประชาชนนั้น สลับเส้นทางไปหมดเลยค่ะ ในพื้นที่ป์าสงวนแต่ก่อนนั้นเจ้าหน้าที่กรมป์าไม้ไปดูแล แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่กรมป์าไม้แต่ก่อนนั้นอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ตอนนี้มาอยู่ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านคะ แค่ป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ แตกต่างกันแล้วก็เปลี่ยนแปลงไป ประชาชนทราบไหมคะ ไม่ทราบ โดนจับไปตลอด แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้มีกฎหมายพอดีกับว่าในส่วนที่ตัวดิฉันเองได้เข้ามาเปึน ผู้แทนราษฎรก็ได้มีความคิดในนี้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ชาวภาคอีสานหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดมุกดาหารไม่รับเปึนอันดับ ๒ แต่ท่านได้ประโยชน์และได้รับ ความคุ้มครอง เพราะท่านให้วรศุลีมาเปึนผู้แทนราษฎร ดิฉันทําหน้าที่ของการเขียนกฎหมาย มาคุ้มครองให้กับเขาประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารในกฎหมายว่าด้วยการยกเลิก ยกเลิกไม่จัดระบบ เปึนการยกเลิกการสงวนหวงห้าม เพื่อไม่ให้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ เพื่อต้องการให้ประชาชนได้มีที่ทํากิน เกษตรกรชาวจังหวัดมุกดาหาร ๖๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบกับประเทศไทย ๕๗ เปอร์เซ็นต์ ก็มากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์แล้วในพื้นที่ทําการเกษตร และพื้นที่การเกษตรนั้นให้คุณแก่เขา ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนนี้เขาไม่ปลูกยางต้นหนึ่งไม่มีใครให้ไป ปลูกยางพาราเลย แต่ตอนนี้มีกฎหมายว่าด้วยสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในมาตรา ๘๕ ภายใต้กฎหมายมาตรา ๘๕ นี้มีกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ และมีกฎหมายการยาง แห่งประเทศไทยออกมาสู่ประชาชนชาวภาคอีสาน จึงเห็นว่าทางชาวภาคอีสานคงจะรู้ แล้วก็จะสามารถลืมตาอ้าปากได้แล้ว แล้วก็เข้าใจนะคะว่ารัฐธรรมนูญนั้นให้คุณแก่เขา ดิฉันอยากขอชี้แจงในส่วนนี้แล้วก็ได้บอกสะท้อนถึงว่าทําไมดิฉันถึงต้องได้มาร่วมเปึน บุคคลคนหนึ่งใน ๘๒ คน ในกรณีที่จะให้แบ่งเขตเลือกตั้ง จากเขตใหญ่ ซึ่งตัวดิฉันเองมา เปึน ส.ส. ๒ ครั้ง มาในระบบเขตใหญ่ เพราะคงจะไม่ต้องกล่าวให้ท่านประธานรัฐสภา ได้ทราบ การแย่งชิงตําแหน่ง การแย่งชิงในการเปึน ส.ส. นั้นก็มีกลเกม กลอะไรต่าง ๆ หลายอย่าง แต่ดิฉันดีใจนะคะว่าดิฉันสามารถที่จะได้มาพูดในสภานี้เพราะดิฉันได้มาเปึน ส.ส. ในระบบเขตใหญ่ แต่ในกรณีที่ดิฉันร่วมร่างเปึนเขตเล็กนี้เพื่ออะไรคะ ดิฉันต้องการ อยากจะให้ประชาชนทุก ๆ พื้นที่เข้าใจว่า ส.ส. นั้นได้เข้ามาในสภานี้เพื่ออะไร ไม่ใช่ว่ามา เพื่อที่จะมาแย่งชิงตําแหน่งในการเปึนรัฐมนตรี หรือในการมาแย่งชิงตําแหน่งที่จะยกตําแหน่ง ให้กับผู้ที่กําหนดมาให้เขาเปึนปลัดกระทรวง กําหนดให้เขามาเปึนอธิบดี ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ แล้วเขาเหล่านี้เขาก็ไม่กระทําแต่โดนกล่าวหาจนถึงปัจจุบัน ดิฉันจึงบอกว่าในการแบ่งเขต การเลือกตั้งนี้ก็สามารถ ดิฉันได้เขียนไว้ในร่างนี้รวม ๆ กับ ๘๒ ส.ส. ให้เหตุผลในการที่ อยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในกรณีของการแบ่งเขตเลือกตั้งจากเขตใหญ่มาเปึนเขตเล็ก เนื่องจากว่ากฎหมายที่ออกมานี้ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ ไม่ว่าจะเปึน กฎหมายรับงานไปทําที่บ้าน และอีกอันหนึ่งกฎหมายว่าด้วยบัตรประจําตัวประชาชน กฎหมายการยางแห่งประเทศไทย ถ้ากฎหมายเหล่านี้ออกมา ถ้าหากว่า ส.ส. ในพื้นที่เขตใหญ่ ไปบอกกล่าวให้เขาไม่ทันกาลตามที่กฎหมายกําหนดออกมาเขาเหล่านั้นก็จะเสียสิทธิ ของตนเองไป ยกตัวอย่างให้ท่านทราบนะคะว่า อย่างเช่นอุทกภัยที่เกิดขึ้น อย่างเช่น การประกันราคาที่เกิดขึ้น ประชาชนในพื้นที่ยังไม่เข้าใจเลย ถ้าหากว่าประชาชนเข้าใจ ประชาชนจะรู้ว่าการประกันราคานี้ให้กับเกษตรกรนั้นดีมาก ดิฉันขอให้ท่านประธานรัฐสภา ไปตรวจสอบดูที่จังหวัดมุกดาหารของดิฉันก็ได้ ดิฉันได้ออกไปกระจายข่าวบอกไป ทุก ๆ หมู่บ้าน แต่เผอิญว่าในวันที่จะต้องมาทําหน้าที่ของการเปึนผู้แทนราษฎร ในสภาผู้แทนราษฎรนี้มีกําหนดไว้ ๑ อาทิตย์อยู่ ๓ วัน ดิฉันได้ลงพื้นที่แค่ ๔ วัน ใน ๔ วันนั้นไปไม่ทั่วถึง ๕๕๐ กว่าหมู่บ้าน ๕๕๐ หมู่บ้าน ๕๒ ตําบล ดิฉันไปถึงแค่บางตําบล ๑ ป้ไปถึงแค่ ๒๐๐ กว่าหมู่บ้าน อีก ๒๐๐ กว่าหมู่บ้านนั้นก็โทรศัพท์มาบอกว่าท่าน ส.ส. ผมก็กาคะแนนให้ท่านอยู่นะครับ ทําไมท่านไม่มาเยี่ยมไม่มาบอกผม เขาประกันราคา เขาได้เงินค่าชดเชยอะไรไปตั้งเยอะแยะ ทําไมท่านไม่มาบอกผมเลย เราก็บอกว่าเราถือสิทธิของการเปึน ส.ส. เราไม่สามารถที่จะ ไปให้ถึงท่านได้เร็วถึงขนาดนั้น ท่านควรจะต้องไปดูแลและไปใกล้ชิดกับกํานันและผู้ใหญ่บ้าน หรือไม่ก็ทางท่านนายอําเภอ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรจังหวัด เกษตรอําเภอ เขามีทั้งนั้น แต่ประชาชนไม่สนใจที่จะไปพบปะกลุ่มเหล่านี้นะคะ เขาเปึนข้าราชการ ประชาชนไม่กล้า ที่จะไปขอ หรือไม่กล้าที่จะไปถามเสียด้วย ต้องมาถาม ส.ส. ยังมีอีกว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้สิทธิกับ ส.ส. ว่าให้ออกประชาสัมพันธ์ ไม่ว่ากฎหมายฉบับไหนที่ออกมานั้นให้ถือสิทธิ ในการที่ไปออกในรายการมองรัฐสภา ดิฉันก็ได้บอกกับเขาว่าดิฉันได้สิทธิของสภาผู้แทนราษฎร ให้ออกรายการวิทยุประกาศบอกว่ากฎหมายฉบับไหนที่ออกมาบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว ทุก ๆ ท่านต้องปฏิบัติตามอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่มีเวลาที่จะมาฟังวิทยุ หรือไม่มีเวลาที่จะต้องมาดูทีวี เขาไม่เข้าใจ เพราะ ๑ วันเขาจะต้องไปที่นาไปทํานาไปทําไร่ ตื่นแต่เช้าออกจากบ้านไปแล้ว กลางคืนถึงกลับมาบ้าน นี่ละคะชีวิตของคนชาวรากหญ้า ชีวิตของเกษตรกร ดิฉันจึงบอกว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งก็จะสามารถให้ส.ส. นั้นรู้สึกสํานึก ว่าตนเองเปึนตัวแทนของประชาชน ท่านจะต้องเข้าใจว่าท่านได้รับการเลือกตั้งเข้ามา แล้วท่านจะต้องทําสิ่งต่าง ๆ ให้กับเขา ท่านเปึนผู้ร่างกฎหมายให้กับเขา ท่านจะต้องไป อธิบายให้เขาเข้าใจว่ากฎหมายนั้นสามารถคุ้มครองเขาเท่าไร สามารถให้ประโยชน์เขาได้ มากน้อยเท่าไร ดิฉันจึงขอแรงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็วุฒิสภาในการแก้ไข เพิ่มเติมนี้แค่ ๒ มาตรา แค่ ๒ มาตราเท่านั้นเอง ดิฉันอยากจะให้ผ่านไปด้วยดี ซึ่งประวัติศาสตร์ ไม่เคยจารึกไว้เลยว่าการแก้รัฐธรรมนูญนี้จะต้องไม่ผ่านปฏิวัติเสียก่อน ได้ยินมาตลอดเวลา จะต้องปฏิวัติแล้วก็ยุบสภา ถ้ายุบสภาก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอยู่แล้วนะคะ แต่ในกรณีที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อต้องการให้รัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นมาแล้ว โดยความคิดเห็น ของคน ๖๕ ล้านคนนั้นสามารถใช้ไปได้นาน ไม่ใช่ว่าใช้มาแค่ ๔ ป้นี้ ๓ ป้นี้ก็จะมาแก้ไข แล้ว แต่การแก้ไขเพิ่มเติมแค่ ๒ มาตรานี้มันไม่ใช่ประเด็นที่ว่าเราจะทําลายล้างรัฐธรรมนูญ ดิฉันจึงขอชี้แจงในกรณีของการแบ่งเขตเลือกตั้งนี้เพื่อให้เปึนการวิเคราะห์และคิดของทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ที่จะให้ลงคะแนนมาในครั้งนี้
ในกรณีของมาตรา ๑๙๐ ดิฉันเห็น ดิฉันคิดว่าเปึนส่วนดีในกรณีของ การมีกรอบข้อตกลงจะต้องเข้ามาที่สภา ถ้าเกิดว่ารัฐมนตรีคนนั้นเขาไม่มาแจ้ง เขาก็โดน เหมือนท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านนพดล ปัทมะ ก็โดนคดีนี้ ไปแล้ว ดิฉันคิดว่าถ้าหากมาตรา ๑๙๐ นี้จะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในกรณีว่าให้ไปมี กรอบข้อตกลงกับต่างประเทศไว้ก่อน แล้วค่อยเอามาสู่สภานะคะ ไม่ใช่ว่าเอาเข้ามาสู่สภา แล้วออกไปค่อยไปตกลงกับต่างประเทศอย่างปัจจุบันที่เห็นนี้ ก่อนที่จะนําเอา ส.ส. และ ส.ว. เข้ามาร่วมประชุมในสภาเพื่อที่จะให้มีการลงมติในกรณีที่จะไปมีกรอบข้อตกลง หรือเซ็นสัญญาอะไรต่าง ๆ กับต่างประเทศ ไม่ว่าจะอาเซียนหรือเอเซียนต่าง ๆ ควรจะเอา เข้ามา พอหลังจากนี้เอาเข้ามาสู่ในสภา และจากไม่กี่วันก็เห็นท่านนายกรัฐมนตรีไปร่วม ประชุมกับเขา หอบเอกสารไปโดยที่แบบเร่ง ๆ ด่วน ๆ อย่างนี้ มันสมองในความคิดที่อยากจะให้ ประเทศชาติ ประเทศไทยของเราได้ประโยชน์อาจจะมีข้อตกหล่นบางสิ่งบางอย่างในกรณี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องมาฟังคําอภิปรายของ ส.ส. และ ส.ว. ในข้อตําหนิอย่างนั้น อย่างนี้ ดิฉันว่าถ้าในมาตรา ๑๙๐ นี้มอบอํานาจให้นายกรัฐมนตรีไปตกลงข้อตกลงอะไร ต่าง ๆ แล้วก็ให้สิทธิกับเขาไป ถ้าเขาทําผิด เรา ส.ส. ส.ว. ก็มารุมเอาว่าจะลงโทษนายกรัฐมนตรี นั้นอย่างไร ดิฉันจึงบอกว่าในการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ แล้วก็มาตรา ๙๔ นี้เปึนผลดีแก่ประชาชน ชาวจังหวัดมุกดาหารของตัวดิฉัน แล้วก็ประชาชนทั้งประชาชนทั้งประเทศด้วยนะคะ ท่านประธานรัฐสภาดิฉันก็ขอใช้เวลาของพรรครวมชาติพัฒนา ๒๔ นาทีนี้อาจจะยังพูดไม่หมด แต่อย่างไร ๆ ก็จะไม่ขอกินเวลาของ ส.ส. คนอื่นนะคะ เข้าใจว่าใกล้จะถึงวาระที่จะมี การเลือกตั้งแล้วอีก ๑ ป้นะคะ ถ้าไม่เอาเข้าตอนนี้ต่อไปการเลือกตั้งก็คงจะเข้าไม่ทัน แล้ว วันนี้เปึนวันสุดท้ายของสมัยประชุมกฎหมาย ก็ไม่คิดว่ากฎหมายนี้จะผ่านออกไปไหม ในการอภิปรายชี้แจงเหตุผลนี้ ก็ขอจบลงแค่นี้นะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธานรัฐสภา
เชิญท่านไชยานะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับความจริงแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เปึนเรื่องที่ พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ และหลายคนก็มีความกังวลว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญแล้วก็ จะมีอํานาจนอกรัฐธรรมนูญนั้นมาเปลี่ยนแปลงการเมืองไทย ถ้าเราย้อนประวัติศาสตร์ ไปจะเห็นได้ว่า ๗๘ ป้ที่ผ่านมาตั้งแต่เราเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อป้ ๒๔๗๕ เราได้มี รัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๘ ฉบับและรัฐธรรมนูญที่ผ่านมานั้นก็ล้มลุกคลุกคลานมีการเปลี่ยนแปลง อยู่ตลอดเวลา และสาเหตุส่วนใหญ่ของการเปลี่ยนแปลงแล้วก็มีการเขียนรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ส่วนใหญ่มาจากการยึดอํานาจการทํารัฐประหารทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ถือว่าเปึนอุปสรรคต่อการพัฒนา ประชาธิปไตยของประเทศนี้ แล้วผมก็เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่เรากําลังจะแก้กันนี้ถึงอย่างไร ก็ตามจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็เปึนสิทธิของสมาชิกของรัฐสภาแห่งนี้จะต้องลงคะแนน ให้ความเห็นชอบ ผมต้องเรียนท่านประธานไว้ตอนนี้ครับว่าผมเคยอภิปรายเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ อภิปรายเกี่ยวกับการหาความร่วมมือในการที่จะสร้างความปรองดองในสังคมนี้มาหลายครั้ง ในสภาแห่งนี้ แล้วผมก็ยืนยันว่าผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้นในการที่จะรับรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตั้งแต่ต้น แล้วก็ยังยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นเปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากการยึดอํานาจ อีกฉบับหนึ่งที่มีอยู่ในประเทศนี้เช่นกัน เพราะฉะนั้นมูลเหตุของปัญหาของการเริ่มต้น ของความขัดแย้งในสังคมในขณะนี้ เราต้องยอมรับท่านประธานครับว่ารัฐธรรมนูญนั้น ก็มีส่วนเช่นกัน ความคิดเห็นของคนในสังคม แม้กระทั่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ว่าควรจะแก้หรือไม่แก้แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมคิดว่าการมาพูดคุยและเอาปัญหานั้นมาพูดกัน ในสภาเปึนวิถีทางที่ถูกต้องในระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นถ้าไม่อย่างนั้นแล้วเรา ต้องมาร่วมมือกันที่ไม่ให้อํานาจนอกรัฐธรรมนูญนั้นมาเปลี่ยนแปลงและมาบั่นทอน ระบอบประชาธิปไตยซึ่งผมคิดว่ามีคนที่มีความคิดที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยที่ไม่เปึนประชาธิปไตยเหมือนเพื่อนสมาชิกหลายคนในสภาแห่งนี้มีความกังวลว่า มันจะเกิดขึ้นท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ความจริงแล้วรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยและเพื่อนสมาชิกของพรรคเพื่อไทยพรรคฝ์ายค้าน ให้ความเห็นชอบและให้การสนับสนุนนั้นก็คือฉบับที่นําเสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ แล้วบรรจุระเบียบวาระในสภาแห่งนี้มาเปึนเวลานานแล้วครับ การที่รัฐบาลเสนออีก ๒ ฉบับเข้ามานั้นจะโดยเหตุผลใดก็ตาม พรรคเพื่อไทยเห็นว่า ฉบับประชาชนที่เสนอเข้ามาก่อนหน้านี้นั้นมีเนื้อหาสาระและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ใกล้เคียงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มากที่สุด เราต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนรัฐธรรมนูญที่มาแก้ไขปัญหาการเมือง ซึ่งในอดีตนั้นความมีเสถียรภาพของรัฐบาลก็ดี การเมืองของประเทศเราก็ดีนั้น ล้มลุก คลุกคลานมาโดยตลอด เรามีรัฐบาลที่ไม่รู้ว่ากี่ยุคกี่สมัย ไม่ว่าจะรัฐบาลพรรคเดียว เราไม่เคยมีรัฐบาลพรรคเดียว เรามีรัฐบาลผสมมาโดยตลอด แล้วรัฐบาลผสมนี่ก็ทําให้ เสถียรภาพของคนเปึนนายกรัฐมนตรีมีการสั่นคลอน มีการต่อรองทางการเมือง จนถึง มีการกล่าวว่าการเมืองนั้นไม่เคยสนองตอบความต้องการของประชาชน แต่เปึนการสนองตอบ บนผลประโยชน์ของนักการเมืองและพรรคการเมืองเท่านั้น สิ่งเหล่านี้เราเปึนนักการเมือง เราก็มีความเจ็บปวดครับ ที่สังคมข้างนอกเขามองการเมืองในมิติที่ไม่ค่อยให้เกียรติเท่าไรนัก การที่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถึงแม้นว่าหลายคนบอกว่าไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด เหมือนเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว แต่ต้องยอมรับครับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนกระบวนการที่มีการสังเคราะห์ข้อมูลค่อนข้างที่จะกว้างทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเปึนนักวิชาการ ไม่ว่าจะเปึนนักการเมือง ไม่ว่าจะเปึนภาคประชาชน มีการลงไป สํารวจความคิดเห็นของประชาชน ไปถามความเห็นเกิดความหลากหลายแล้วตกผลึกทาง ความคิด แล้วก็มาบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างน้อยที่มา ของรัฐธรรมนูญนั้นมันก็มีความแตกต่างจากรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่มาจากการฉีก รัฐธรรมนูญ จากการยึดอํานาจ แล้วมีบทบัญญัติเขียนไว้เพื่อรองรับความชอบธรรม ในการทํารัฐประหาร ตรงนี้ต่างหากครับที่หลายคนมองว่า พวกเราจะแก้รัฐธรรมนูญนั้น กลัวที่จะไปแตะในบทเฉพาะกาลที่ว่าด้วยการให้อํานาจความชอบธรรมของคนที่ทํา รัฐประหารนั้นได้กระทําการด้วยความชอบด้วยกฎหมาย และไปมองในมิติว่าการที่ ไม่แตะต้องมาตรา ๓๐๙ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มองไปว่าพวกเรานั้นพยายามที่จะ ช่วยเหลือบุคคลบางคนให้รอดพ้นจากการที่ถูกกระทําการในการยึดอํานาจของฝ์ายทหาร แต่ไม่เคยมองในมิติของความเปึนจริงในสังคมเลยว่าทุกครั้งที่มีการยึดอํานาจการปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับคนที่ทําการปฏิวัตินั้น สังคมไม่เคย มีการตรวจสอบเลยครับว่ารัฐบาลที่ยึดอํานาจใช้อํานาจที่ไม่ได้ผ่านจากรัฐสภาแห่งนี้ บริหารประเทศด้วยความซื่อสัตย์สุจริตสามารถตรวจสอบได้หรือเปล่า หลังจากการยึด อํานาจแล้ว ฝ์ายทหารก็ตั้งกองพลของตนเองไปอยู่ในองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเปึนรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเปึนหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็ไปกอบโกยผลประโยชน์ สร้างความร่ํารวยให้กับพวกพ้อง สิ่งเหล่านี้กฎหมายไม่เคยรองรับ ไม่เคยเข้าไปตรวจสอบว่าอํานาจที่ไม่ได้มาจากระบอบ ในการตรวจสอบนั้น เราเองก็ไม่เคยที่จะรับรู้เลยว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นมันเปึนมูลค่า เท่าไรจากการที่ให้อํานาจนอกรัฐธรรมนูญอย่างนี้ไปกระทําการ และได้รับการรับรอง ความชอบธรรมในการกระทําในการฉีกรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าถึงแม้นว่า รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสนอเข้ามา จะด้วยความเห็นชอบของฝ์ายรัฐบาล หรือเปล่าก็ตาม แต่ในฐานะที่พวกเรานั้นได้ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้ได้มาถึงสิทธิและเสรีภาพ เปึนรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในประเทศนี้ ถึงแม้นว่าในบางยุคบางสมัย มันอาจจะไม่ทันสมัย มันอาจจะมีจุดบกพร่อง แต่รัฐธรรมนูญเองก็ไม่เคยห้ามไม่ให้มี การแก้ไขครับ หลายคนมีความวิตกกังวลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนเรื่องที่ไม่ควร กระทําเปึนเรื่องยิ่งใหญ่เหลือเกิน มันควรที่จะมองในมิติว่ารัฐธรรมนูญก็เปึนกฎหมายฉบับหนึ่ง ที่ออกมาควบคุม กํากับ ดูแลกติกาของในสังคมนี้พูดถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพ พูดถึงเรื่อง พรรคการเมือง พูดถึงเรื่องอนาคตของประชาชน เมื่อยุคสมัยมันผ่านไปมันไม่ดีมันก็ปรับปรุงได้เหมือนฉบับของประชาชนที่เสนอเข้ามานี้ครับ ท่านประธาน มีบทบัญญัติที่ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้มันทันสมัย สอดคล้อง และผมก็ยอมรับครับ ว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็มีข้อดีอยู่บ้างแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราจะมอง ในมิติของความเปึนธรรมแล้วเราสามารถที่จะเลือกใช้ในสิ่งที่เกิดประโยชน์ได้เพราะฉะนั้น ผมถึงเห็นว่าในกระบวนการที่รัฐบาลตัดสินใจในขณะนี้นั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดถ้าหากว่า รัฐบาลมีความกล้าหาญยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเสนอ เข้ามานี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ฉบับของประชาชนที่ฉีกไปแล้ว แล้วมีการปรับปรุงบางมาตราที่ทันสมัยมากขึ้น เช่น อํานาจในการตรวจสอบนายกรัฐมนตรี อํานาจในการตรวจสอบรัฐมนตรีก็มีการปรับปรุงเนื้อหาให้มีความทันสมัยและง่ายต่อการ ตรวจสอบมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ต่างหากครับท่านประธานที่เคารพ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ใช่หรือครับที่เปึนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ว่าเปึนการกําหนด เอานโยบายแห่งรัฐซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่มีความสําคัญ บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญเปึนครั้งแรก ของประเทศนี้ ไม่ว่าใครจะมาเปึนรัฐบาลก็ตามจะต้องพูดถึงสิทธิเสรีภาพ จะต้องพูดถึง สิทธิชุมชน จะต้องพูดถึงนโยบายแห่งรัฐ ที่คนมาเปึนรัฐบาลจะต้องปฏิบัติ สิ่งเหล่านี้ ต่างหากครับก็คือประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เกิดจาก การร่างของฝ์ายปฏิวัตินี้ก็ยังไม่ไปแตะต้องนโยบายแห่งรัฐที่บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเห็นว่านี่คือประโยชน์ที่ประชาชนได้รับในประเทศนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ที่ประชาชนเสนอเข้ามานั้นได้ทําให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ เราต้องยอมรับครับว่าในอดีตเราเคยมีรัฐบาลพรรคเดียวที่ทําให้นายกรัฐมนตรีมีเสถียรภาพ ในการบริหารประเทศ เรามีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ มีความมั่นคงทางการเมือง มีความมั่นคง ทางสังคม คนเปึนนายกรัฐมนตรี คนเปึนรัฐบาลนั้นไม่ต้องไปกังวลในเรื่องเสียงของพรรค ร่วมรัฐบาลเพราะได้ฉันทานุมัติจากประชาชนในการเลือกตั้ง เราเคยมีรัฐบาลพรรคเดียว ที่สามารถนําพาองคาพยพของสังคม รัฐบาลประกาศนโยบายสัญญาประชาคมในการเลือกตั้ง ไว้แล้ว สามารถเอานโยบายที่ประกาศไว้ตอนเลือกตั้งไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน คนที่ได้ ประโยชน์คือประชาชนครับเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่มีบทบัญญัติและมีเจตนารมณ์ ทําให้การเมืองอ่อนแอ ทําให้การเมืองไม่มีความเข้มแข็ง เรามีรัฐบาลผสม เรามีการต่อรอง ทางการเมืองเหมือนกับในขณะนี้เหตุผลความจําเปึนของการเสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้ามา ในสภานี้ก็เปึนที่รู้กันในสังคมครับว่ารัฐบาลนั้นก็มีเงื่อนไขและมีวาระซ่อนเร้นในการที่จะทํา เพื่อเอาใจพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนกับที่สื่อมวลชนและประชาชนเขาคลางแคลงใจอยู่ในขณะนี้ มันไม่ได้เกิดจากเจตนารมณ์ในการที่จะรักษาผลประโยชน์อันเปึนประโยชน์โดยส่วนรวม อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นนี่คือจุดอ่อนและจุดแข็งของรัฐธรรมนูญที่เราเคยฉีก เราไม่ได้ฉีกครับ ฝ์ายอํานาจทางการทหารนั้นต้องการการกลัวว่าความเข้มแข็งของรัฐบาล ความเติบโต ของพรรคการเมืองที่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ที่ประกาศสัญญาประชาคมไว้ ในการเลือกตั้งนําไปสู่ปฏิบัติ มองว่านี่คือเผด็จการรัฐสภายากต่อการตรวจสอบ เราก็บอกแล้วว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ฉบับของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนเรือนแสนครับ แล้วก็มี การตรวจสอบลดทอนลงมาเหลือประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่า มีความใกล้เคียงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วมีการปรับปรุงส่วนที่มีปัญหาหรือยากต่อการเข้าสู่การตรวจสอบนั้นให้มี ความทันสมัยมากขึ้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่ามันมีความจําเปึนที่เราจะต้องมามองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้สังคมได้ประโยชน์อะไร โดยเฉพาะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทั้งประเทศได้ประโยชน์อะไรจากการที่เราจะต้องมานั่งแก้รัฐธรรมนูญเพียง ๒ มาตรา ในขณะที่ปัญหาของสังคมในขณะนี้เรามีคณะกรรมการต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหาแนวทาง ในการที่จะหาจุดลงตัวในการที่จะทําให้เกิดความปรองดอง ความสมานฉันท์ และนําไปสู่ การเมืองที่มีการพัฒนามากขึ้น
- ๑๑๘
/๑ ท่านประธานที่เคารพครับ เราปฏิเสธกับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ว่ารัฐธรรมนูญนั้นเปึนหนึ่งในเครื่องมือ ของการที่จะทําให้เกิดความคิดเห็นที่แตกต่างกันในสังคม แต่ว่าความคิดเห็นที่แตกต่าง ในสังคมนั้นมันเปึนเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย แต่จุดลงตัวมันอยู่ที่นี่ครับ เพราะฉะนั้น ผมถึงเห็นว่าวันนี้ถ้ารัฐบาลจะมีความกล้าหาญหยิบเอารัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๗๐,๐๐๐ กว่าคนที่เสนอเข้าสภาแห่งนี้ เปึนฉบับที่เปึนสาระสําคัญเปึนต้นแบบ ในการแก้ไขครั้งนี้ก็จะเปึนประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขครั้งนี้ต้องไม่เปึนไปเพื่อนักการเมือง ต้องไม่เปึนไปเพื่อพรรคการเมืองพรรค ใดพรรคหนึ่ง และต้องไม่มีวาระซ่อนเร้น แต่จะต้องเปึนไปเพื่อสาธารณะและสังคม โดยส่วนรวมครับ ขอบคุณท่านประธาน
ต่อไปเชิญท่านสุรศักดิ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วิวัฒนาการทางการเมืองการปกครองของประเทศไทย มีประวัติศาสตร์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถูกปกครองกับผู้ปกครอง นั้นไม่เหมือนกับประเทศตะวันตก ถ้าสมมุติเราจะเอาประเด็นของการปกครองเพื่อประชาชน ของประชาชน ตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคําแหงนะครับ เราก็มีระบบการปกครองแบบที่ท่านประธาน เคยได้ยินว่าพ่อปกครองลูก เรามีกระดิ่งรับเรื่องราวร้องทุกข์ รับคําร้องทุกข์ของประชาชน เรามีทศพิธราชธรรมในสมัยกรุงศรีอยุธยา และท้ายที่สุด การพระราชทานพระราชอํานาจ ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ซึ่งได้ให้ พ.ร.บ. ธรรมนูญการปกครอง แผ่นดินสยามชั่วคราว เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ เปึนรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทย ทั้งหมดนี้เราได้มาโดยที่ประชาชนไม่ต้องหยิบอาวุธขึ้นมาต่อสู้ ไม่ต้องเอาเลือดมาทาแผ่นดิน เหมือนอย่างที่บางคนพยายามที่จะแก้เคล็ดนะครับ เอาเข็มฉีดยาไปดูดเลือดแล้วก็ ไปทําให้มันเปรอะเปุ๋อนอย่างที่ทราบอยู่นะครับ ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญหลายฉบับ หลายท่านก็กล่าวหาว่าทหารเปึนผู้ไปปฏิวัติทําให้รัฐธรรมนูญล้มลุกคลุกคลาน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าก่อนที่จะออกมารัฐประหารนั้นมันมีเหตุ มันมีปัญหา ทหารถึงได้ถูกผลักดันให้ออกมา ทั้งหมดนี้ผมไม่ได้จะเชียร์ (Cheer) ให้ทหารออกมา รัฐประหารอีกครั้งนะครับ ตําราที่โรงเรียนนายร้อย นายเรือ นายเรืออากาศ และสถาบันทหาร ทุกเหล่าไม่มีเรื่องสอนการวิชาปฏิวัติครับ ไม่สอนเรื่องการเมืองด้วย เพราะเกรงว่าจะทําให้ เกิดการแตกแยกความสามัคคี ครั้งสุดท้ายที่เรามีการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ทหารก็ถูกกดดันให้ออกมา เพราะว่าการปกครองนั้นมันไปไม่ไหวแล้ว มีประชาชนซึ่งเขา เสียผลประโยชน์ออกมาเขาไปยืนอยู่หน้า บก. ทหารบกตั้งหลายวันนะครับ การรัฐประหาร แต่ละครั้งก็ไม่เหมือนต่างประเทศอีก ทําลักษณะซึ่งต่างประเทศไม่ทํา เพราะฉะนั้นการมี ผู้เอาดอกไม้ไปให้บ้าง เอาอาหาร เอาอะไรไปให้ผู้ออกมารัฐประหารบ้าง ผมไม่เห็นมีใคร ไปคัดค้านเลย เห็นมีแต่แท็กซี่วิ่งไปชนรถถังคนหนึ่ง แล้วก็มีคนอดข้าวหน้าสภา ถ้าสมมุติว่า ไม่ต้องการสิ่งนี้จริง ๆ เที่ยวหน้าทหารออกมาก็ขอเชิญท่านออกมาช่วยต่อต้าน เราก็จะ ไม่พบปรากฏการณ์เช่นนี้อีกนะครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นแผนแบบมาเพื่อสร้าง ความเข้มแข็งให้แก่พรรคการเมือง เพราะในอดีตนั้นพรรคการเมืองขนาดเล็กก็ทําให้ บ้านเมืองปัืนป์วน รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ แต่เมื่อใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มา ๕ ป้ เราก็ เกิดปรากฏการณ์ประหลาด คือมีการควบรวมพรรคการเมือง มีการนําแผนการตลาดและ การบริหารธุรกิจแบบบริษัทมาใช้ ทําให้การคอร์รัปชันเชิงนโยบายนั้นเปึนไปอย่างกว้างขวาง นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาทํางานที่สภา ไม่ต้องมาตอบกระทู้ถาม มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ ในสมัยนั้นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นตายแล้ว ทั้งหมดนี่ผมถึงไม่อยากโทษว่าการรัฐประหาร เปึนสาเหตุที่ทําให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยเราล้มลุก บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนยาแรง ยาแรงเพื่อแก้ไขปัญหา ในเรื่องการประพฤติผิดมิชอบของนักการเมือง มีการยุบพรรค ถ้าสมมุติว่ากรรมการบริหาร พรรคถูกจับว่าทุจริตการเลือกตั้ง มีการเว้นวรรคการเมือง ๕ ป้ ท่านประธานครับ เมื่อเปรียบเทียบ สาระสําคัญของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กับของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้ว รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ได้ด้อยกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในประเด็นสําคัญ ๔ ประการนะครับ คือ
๑. เรื่องการคุ้มครอง ส่งเสริม และการขยายสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ป้ ๒๕๕๐ มีมากกว่านะครับ การลด การผูกขาดอํานาจรัฐ และขจัดการใช้อํานาจรัฐ อย่างไม่เปึนธรรม ป้ ๒๕๕๐ ก็เหนือกว่า การทําให้การเมืองมีความโปร่งใส มีคุณธรรมและมี จริยธรรมนั้น อันนี้ก็ชัดเจนนะครับ การทําให้ระบบตรวจสอบมีความเข้มแข็งและทํางาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องตุลาการภิวัตน์ มีคนที่พยายาม ทําให้ฝ์ายนิติบัญญัติมีอํานาจเหนือฝ์ายตุลาการนั้นซึ่งไม่ถูกต้องนะครับ ๓ อํานาจนี้ จะต้องมีความสมดุลกัน ผู้พิพากษาท่านไม่มีมวลชน ไม่มีกองกําลังอาวุธ ไม่มีสื่อมวลชน ที่จะมาหลอกประชาชนว่าท่านเปึนคนดี ซื่อสัตย์สุจริต ท่านปัองกันตัวเองด้วยความยุติธรรม ความแตกแยกความสามัคคีของคนในชาติไม่ได้มาจากทั้งหมดที่กล่าวมา แต่มาจากผู้ที่ พยายามยุแยกให้แตกความสามัคคีเพื่อผลประโยชน์ที่ตนเองจะกลับมามีอํานาจอีกครั้งหนึ่ง ผมไปตรวจสอบหลักการและเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนเข้าชื่อ ๗๐,๐๐๐ กว่าคนนั้น ผมไม่เห็นด้วย เพราะ ๑. เปึนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกือบทั้งฉบับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๒๙๑ (๑) ที่กําหนดชัดเจนว่าจะต้องมีกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เพื่อจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้กฎหมายฉบับดังกล่าวนั้นยังไม่ได้ออกมา เพราะฉะนั้น ร่างนี้ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ๒. การกําหนดให้ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ จะสร้างให้เกิดความไม่เปึนธรรมและแตกแยกความสามัคคี ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ ของคนไทยมานาน เพราะฉะนั้นไม่จําเปึนต้องให้มาเปุ๋อนผูกพันอยู่กับรัฐธรรมนูญ การกําหนด สัดส่วนในการเสนอชื่อขออภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีจากเศษสองส่วนห้า เปึนเศษหนึ่งส่วนห้า และรัฐมนตรีจากเศษหนึ่งส่วนห้าเปึนเศษหนึ่งส่วนหก ทั้งหมดนี้ ฟังแล้วดูดี แต่ทั้งหมดนั้นมันจะทําให้เกิดปัญหาทําให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมีเวลา ทํางานน้อยลง การแก้ไขที่มาของสมาชิกวุฒิสภาและจํานวนสมาชิกวุฒิสภาเปึน ๒๐๐ คน จะสร้างปัญหาและความวุ่นวายในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาเพิ่มอีก ๑๒๐ คน ให้อยู่ ในวาระได้เพียง ๓ ป้ ครั้งแรก เพราะฉะนั้นเมื่อครบ ๖ ป้ก็จะหมดทั้งสภา ขณะนี้ ส.ว. มีที่มาจาก ๒ แห่งในปัจจุบันนี้ คือมาจากการเลือกตั้งและการสรรหา พวกกระผมได้ ปฏิบัติหน้าที่มาเกือบ ๓ ป้แล้ว ท่านประธานก็เคยปรารภว่ามีความอิสระเหมือนกับมี นักการเมืองอยู่ ๑๕๐ พรรค เราทํางานมา ๓ ป้ หนังสือพิมพ์ยังไม่เคยต่อว่าว่าเปึนสภาผัว สภาเมีย สภาทาส ยังไม่พบสําหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๒ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๐๒ คนเข้าชื่อนั้น หลักการและเหตุผลเท่าที่ดูแล้วผมยังไม่เห็นความจําเปึนที่จะต้องทํา ลักษณะนี้ เพราะว่าไม่ว่าจะเปึนเรื่องการแบ่งเขตให้เปึนขนาดเล็กและแต่ละเขตเลือก ผู้แทนได้เพียง ๑ คน ทั้งหมดเปึนประเด็นที่ยังมีข้อขัดแย้งอยู่ มีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย การไปเขียนเหตุผลว่า ไม่ว่าเขตใหญ่หรือเขตเล็กซื้อสิทธิขายเสียงได้ทั้งนั้น อันนี้เปึนสิ่งที่ ต้องการทําการวิจัยในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ผ่านการลงประชามติมาแล้ว ถ้าเผื่อ จะแก้ไขในประเด็นที่มีปัญหาเช่นนี้ก็ควรไปถามประชาชนซึ่งเขาเปึนเจ้าของสิทธิโดยตรง สําหรับการแก้ไขในมาตรา ๑๙๐ ว่าเพื่อให้การทํางานของรัฐบาลและกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องในการทําสัญญาระหว่างประเทศนั้นมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้นนั้น ผมไม่เห็นด้วยที่ผ่านมาทั้งหมดเราเสียเวลาในการประชุมร่วมของรัฐสภาไปในเรื่องที่ ไร้สาระนะครับสําหรับร่างของรัฐบาลที่คณะรัฐมนตรีเสนออีก ๒ ฉบับก็เปึนการแก้ไข ในประเด็นที่คล้ายกัน โดยสรุปกระผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ลําดับการอภิปราย ต่อจากท่านนครก็เปึนท่านสถาพร ท่านไพบูลย์ ท่านเชิดชัย ท่านมานิตย์ แล้วก็ท่านสุพจน์ เชิญท่านนครครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้พิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้ง ๔ ร่าง อย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วก็ได้ย้อนไปพิจารณารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ อย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมไปถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ในทุกประเด็นเช่นกัน ซึ่งอันที่จริงแล้วตัวผมเองก็ได้มีส่วนร่วมในการผลักดัน แล้วก็มีส่วน ร่วมในการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งต้องยอมรับว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง เท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา ไม่ว่าจะมีเจตนารมณ์ในเรื่องการสร้างเสถียรภาพของรัฐบาล ให้มีความเข้มแข็งมั่นคง ให้รัฐบาลได้มีประสิทธิภาพและเอกภาพในการที่จะบริหาร ราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมไปถึงการตั้งองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญหลาย องค์กร ไม่ว่าจะเปึน กกต. ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอื่น ๆ แวดล้อมซึ่งเปึนองค์กรอิสระที่นําไปสู่เปัาหมายสูงสุด ก็คือผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง และพี่น้องประชาชน แต่ในขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีจุดอ่อน จุดอ่อนในที่นี้ ก็คือการตรวจสอบอํานาจรัฐ การตรวจสอบรัฐบาลทําได้ยากยิ่ง เหตุผลที่ทําได้ยากก็ เพราะการตรวจสอบหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจะต้องใช้เสียง ส.ส. ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ คือ ๑๐๐ คน การตรวจสอบนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและคอร์รัปชัน ทําได้ยากยิ่งกว่านั้นอีก ๑ เท่าก็คือจะต้องใช้เสียงของ ส.ส. ไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๕ ก็คือ ๒๐๐ เสียง ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากที่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างเต็มรูปแบบ เริ่มตั้งแต่การเลือกตั้ง วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๔ ตอนนั้นพรรคไทยรักไทย ได้เสียงข้างมาก แล้วก็ได้จัดตั้งรัฐบาล และมีการควบรวมเอาพรรคการเมืองพรรคเล็ก พรรคน้อยที่ไม่มีอํานาจหรืออิทธิพลใด ๆ ที่จะไปต่อรองหรือทัดทานอํานาจของรัฐในขณะนั้น รวมศูนย์มาอยู่ในการกํากับของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ แต่พออยู่ในกํากับแล้วถ้าเกิดว่า ท่านบริหารราชการแผ่นดินไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมและคํานึงถึงผลประโยชน์ของชาติ บ้านเมืองเปึนที่ตั้งผมไม่ว่าเลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เสถียรภาพของรัฐบาล ในขณะนั้นเข้มแข็งมากความนิยมของประชาชนต่อพรรคการเมืองที่เปึนแกนในการจัดตั้งรัฐบาล ในขณะนั้นดีมาก จนนํามาสู่การเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ตอนนั้น พรรคไทยรักไทยพรรคเดียวมี ส.ส. อยู่ในสภาแห่งนี้ ๓๗๗ คน จากทั้งหมด ๕๐๐ คน เสถียรภาพของรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินพรรคเดียวในขณะนั้นไม่ต้องคํานึงถึง เสียงในสภาแม้แต่น้อย แต่ท่านประธานที่เคารพครับ การยุบสภาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างฝ์ายบริหารหรือฝ์ายนิติบัญญัติเลยแม้แต่น้อย สังคม ในขณะนั้นกล่าวหาว่ารัฐบาลมีการทุจริตและคอร์รัปชันรุนแรงมาก โดยเฉพาะวลีที่ว่า ทุจริตในเชิงนโยบายนําไปสู่การลุกฮือของประชาชนเรือนแสนเรือนล้านและนําไปสู่ การยุบสภาทั้ง ๆ ที่สภาพร้อมที่จะตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ในขณะนั้น แต่ท่านไม่ได้ให้โอกาสรัฐสภาตรวจสอบเลย ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ คือจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนจุดเดียวที่นําไปสู่การขยายผลทางการเมือง และนําไปสู่ความขัดแย้งอย่างรุนแรงของสังคมไทยในช่วงหลายป้ที่ผ่านมาอย่างไม่เคย ปรากฏมาก่อน ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากนั้นความวุ่นวายทางการเมืองเกิดขึ้น อย่างต่อเนื่องกับประเทศ สังคมแตกแยกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจนมีการยึดอํานาจ ของคณะรัฐประหาร ที่นําโดย พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมีรัฐธรรมนูญ เมื่อมีรัฐบาล พลเอก สุรยุทธ์ ท่านประธานที่เคารพ ได้มีการร่วมกันผลักดันแล้วก็สร้างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขึ้น เพื่อพยายามอุดช่องว่างที่เกิดขึ้นกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานที่เคารพครับ เสียดายครับที่ว่า ผมมาพิจารณาดูรายละเอียดของรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับ รวมไปถึง ฉบับชั่วคราวด้วย จุดบกพร่องไม่ได้อยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว แต่จุดของความขัดแย้ง ที่มันเกิดขึ้นกับประเทศ กับบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน จนเกิดเหตุการณ์ทางการเมือง และความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงให้กับประเทศชาติ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะตัวรัฐธรรมนูญ เพียงอย่างเดียว แต่มันเกิดขึ้นจากคนและการบังคับใช้กฎหมายเปึนหลัก ท่านประธาน ที่เคารพครับ ทําไมผมถึงบอกว่าเกิดขึ้นจากคนและการบังคับใช้กฎหมาย ผมย้อนกลับ มาดู องค์กรอิสระที่กลั่นกรองบุคคลเข้ามาสู่ในกระบวนการทางการเมืองที่สําคัญที่สุด ก็คือ กกต. ท่านประธานที่เคารพ ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่าการซื้อสิทธิขายเสียง ในปัจจุบันนี้แรงที่สุด และแทรกซึมไปทุกอณู ทุกระบบของการเลือกตั้ง ท่านประธาน เชื่อไหมครับ ผมไปดูข้อเท็จจริง การเลือกตั้ง เงินยังเปึนปัจจัยในการชี้แพ้ ชี้ชนะ ในทุกระดับ การเลือกตั้งแม้กระทั่งในระดับเทศบาล ยิ่งเขตเล็ก ๆ ลงมาท่านประธาน ที่เคารพครับ ในเขตหมู่บ้าน ในเขตชุมชน เสียงละ ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ซื้อกันแบบ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย กกต. ไม่เคยอยู่ในสายตา ตอนนี้ครับ นอกจากการเลือกตั้งในระดับ ท้องถิ่น ขยายผลมาที่การเลือกตั้งในระดับ ส.ส. การเลือกตั้งในระดับ ส.ว. ถามว่าใครบ้าง ที่จะปฏิเสธว่าเงินไม่ใช่ปัจจัยในการชี้แพ้หรือชนะ ที่สําคัญที่สุดนอกเหนือจากความนิยม ของพรรคการเมืองแล้วก็ตัวบุคคลที่เปึนผู้สมัคร ท่านประธานที่เคารพครับ ตอนนี้ลุกลาม ไปแล้ว การเลือกตั้งกํานันบางตําบลตอนนี้ให้เฉพาะผู้ใหญ่บ้านเปึนคนเลือก เลือกกํานันนี่ เสียงของผู้ใหญ่บ้านบางตําบล บางคน เสียงละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทครับท่านประธานที่เคารพ เพราะในตําบลหนึ่ง มี ๒๐ หมู่บ้าน ๑๐ หมู่บ้าน ซื้อไม่กี่บาทแล้วอยู่ครับ ๖๐ ป้ ผมว่า อันนี้ละครับคือต้นเหตุอันหนึ่งที่เกิดจากการบังคับใช้กฎหมาย กกต. จะต้องดําเนินการ อย่างเด็ดขาด เอาจริงเอาจัง กฎหมายให้อํานาจท่านเต็มที่ เพียงแต่มีหลักฐานอันควร เชื่อได้ว่าท่านขจัดเรื่องนี้ ปฏิบัติอย่างจริงจัง ผมเชื่อมั่นครับว่ากระบวนการทุกอย่าง จะเดินไปสู่ความสุจริตและเที่ยงธรรม ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตที่จะกล่าวถึง อีกองค์กรหนึ่ง ป.ป.ช. ท่านประธานที่เคารพ ป.ป.ช. ตอนนี้คดีในเรื่องการทุจริตตั้งแต่ ในระดับท้องถิ่น ส่วนราชการต่าง ๆ กระทรวง กรม รวมมาถึงในระดับนโยบาย เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าประเทศของเราอยู่ในอันดับรั้งท้ายของทวีปเอเชีย คะแนนเต็ม ๑๐ เราได้แค่ ๓.๕ ๓.๖ จากที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ได้ ๙.๒ ๙.๓ เกือบเต็ม ๑๐๐ ตอนนี้อยากจะขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังองค์กรอิสระ อันนี้คือ การบังคับใช้กฎหมาย
อีกประเด็นหนึ่งท่านประธานที่เคารพ ผมเห็นว่าสภาแห่งนี้ รัฐสภาแห่งนี้ สําคัญที่สุด ผมจะอภิปรายบนพื้นฐานของความไม่เห็นแก่ตนเอง ไม่เห็นแก่พรรคพวก พรรคของตนเอง หรือว่าเพื่อนพ้องใด ๆ ทั้งสิ้น แต่อยากจะพูดเพราะว่าเวลามีจํากัด อยากจะพูดว่ารัฐสภาแห่งนี้เปึนที่หวังของพี่น้องประชาชน รัฐสภาแห่งนี้ครับ ถ้าเห็นว่า กฎหมายอันไหนที่ถึงเวลาและถึงจุดที่จะต้องแก้ไข ทําเถอะครับ แก้เถอะครับ รัฐธรรมนูญ อันไหนที่ยังบกพร่องอยู่ อันไหนนําไปสู่ปัญหา อันไหนนําไปสู่ความขัดแย้ง อันไหน ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเปึนอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ แก้เถอะครับ ปรับปรุงเถอะครับ โดยใช้ผู้แทนของปวงชนทั้ง ๖๐๐ กว่าท่านเปึนผู้ผลักดันแล้วก็ ขับเคลื่อนและนําพาเอาประเทศของเราไปแข่งกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกที่เจริญแล้ว ไม่ใช่ว่ามาใช้กฎหมายสูงสุด มาเปึนปัญหา มาเปึนอุปสรรค มาเปึนเครื่องกีดกั้น ในการที่จะพัฒนาและสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง ท่านประธานที่เคารพ เสียดายเวลาน้อยเหลือเกินด้วยความเคารพ
ครับ เอาไว้สมัยหน้าค่อยพูดต่อ
ขอบคุณครับ
เชิญคุณสถาพร ๑๕ นาที
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สถาพร มณีรัตน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ จากการได้รับฟังข้อคิดเห็นของเพื่อนสมาชิก ที่เกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๔ ร่าง ผมเองนั้นได้รับฟังมาโดยตลอด ท่านประธานครับ ผมจําเปึนจะต้องเปรียบเปรยว่า ชนชั้นใดย่อมเขียนกฎหมายให้กับ ชนชั้นนั้น ชัดเจนครับท่านประธาน วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ๓ ร่าง ผมต้องตั้งคําถามไป ยังประธานรัฐสภา ไปยังพี่น้องประชาชนว่าใครได้ประโยชน์ในการแก้กฎหมาย ๓ ร่าง ซึ่งประกอบไปด้วยร่างของรัฐบาล ๒ ร่าง แปลกประหลาดพิลึกครับ แก้กฎหมายครั้งเดียว ๒ ร่าง ร่างที่ ๑ นั้นผมถามว่าพี่น้องประชาชนได้ประโยชน์หรือเปล่ากับการแก้ไข มาตรา ๑๙๐ เกี่ยวกับการทําสนธิสัญญา โดยท่านจะแก้เพื่อไม่ให้ผ่านรัฐสภา อ้างว่า กวนเวลาฝ์ายบริหารและเวลาของรัฐสภา ท่านครับมาตรา ๑๙๐ นั้น อย่างน้อยเปึนการปกปัอง ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนชัดเจน วันนี้เราต้องยอมรับว่าการทําเอฟทีเอ (FTA) ทําให้เกษตรกรทั่วประเทศเดือดร้อน ถ้าสภานี้รู้เสียบ้าง ฟังเสียงสะท้อนจากสมาชิกรัฐสภา เสียบ้าง อย่างน้อยการไปทําสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ไม่ใช่เฉพาะแนวเขตครับ สิทธิประโยชน์ของชาติของบ้านของเมือง ของเกษตรกรซึ่งเปึนสันหลังของประเทศนี้ ผูกพันอยู่กับมาตรา ๑๙๐ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งสิ้น มันต้องมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ นี่ถ้าคนอื่นคณะอื่นขอแก้ก็บอกว่าขายชาติขายบ้านขายเมือง จะนําเอาชาติไปจํานําไป ทําสัญญาเพื่อเปึนทาส แต่วันนี้รัฐบาลเสนอเข้ามาเพียง ๒-๓ ประโยค แล้วบอกเพียงแต่ว่า ต้องการอํานวยความสะดวกให้กับฝ์ายบริหารและรัฐสภาแห่งนี้ ผมไม่เห็นด้วยครับ มาตรา ๑๙๐ เพราะตรงนี้แฝงไปด้วยนัยที่จะทําให้พี่น้องประชาชนเสียผลประโยชน์ ชนชั้นใด ย่อมเขียนกฎหมายให้กับชนชั้นนั้นชัดเจนครับ
ประการที่ ๒ การแก้ไขเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาลชุดนี้ ก็ลองผิดลองถูกอีก เพื่อต้องการเสียงส่วนใหญ่ในการเข้ามาบริหารบ้านเมืองใช้กลไก ของรัฐเข้ามาสกัดคู่ต่อสู้ ไม่แฟร์ (Fair) ครับท่านประธาน การจัดทําเขตเล็กเขตใหญ่นั้น ผมเห็นด้วยที่จะต้องให้พี่น้องประชาชนเปึนผู้ตัดสิน ไม่ใช่ให้นักวิชาการที่ของบประมาณแผ่นดิน ไป ๖๐๐ ล้านบาทไปทํางุบงิบ แล้วมาเสนอลดเขตเลือกตั้งไปเพิ่มอีกเขตบัญชีรายชื่อ ไม่มีเหตุผลใด ๆ ทั้งสิ้นเลยครับท่านประธาน ประกอบกับเหตุผลของรัฐบาล มีนิดเดียวเอง มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนในเรื่องของการที่มีตัวแทนปวงชนชาวไทย ท่านเอา สมมุติฐานอย่างไรที่ผู้แทนเขตจะต้องมี ๓๗๕ คน ผู้แทนบัญชีรายชื่อจะต้องมี ๑๒๕ คน เอาความอคติทางการเมือง มีเหตุผลไม่รอบด้าน นี่ที่ผมจําเปึนที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ในเรื่องของการแบ่งเขตโดยไม่สอบถามพี่น้องประชาชนอย่างรอบด้านแน่นอนที่สุดครับ ในสังคมยุคปัจจุบันหรือยุคไหนในอดีตหรืออนาคต มนุษย์มันย่อมมีชั่วมีเลว มีดี ทุกวงการครับ เพราะฉะนั้นจะประณามหยามเหยียดเฉพาะวงการนักการเมืองว่ามันขายตัว มันซื้อเสียง แต่ที่บ้านเมืองรอดอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่สภาแห่งนี้หรือครับ เพราะฉะนั้นนักการเมือง อย่างพวกเราจะต้องเอาความจริงมาพูดกันครับ อย่าแก้เปึนปัญหาเฉพาะหน้าเฉพาะกิจครับ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่กระทําชําเรา กับกฎหมายรัฐธรรมนูญเพียงแต่แก้ปัญหาของการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ท่านอย่าปฏิเสธนะครับว่าเงื่อนไขหนึ่งในการเปึนรัฐบาลนี้ก็คือการแก้ปัญหาเรื่องของ เขตเลือกตั้ง เปึนเงื่อนไขหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล เขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองครับ นี่คือเงื่อนไข ในการแก้ปัญหาการเมืองที่นําเอากฎหมายรัฐธรรมนูญมาใช้เปึนเครื่องมือกลไก ในการขับเคลื่อน ถ้าผมเปึนรัฐบาลวันนี้ผมจะถอนร่างทั้ง ๒ ร่างออกไปเสีย แล้วนําไปสู่ กระบวนการที่มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนเสีย มันไม่มีวิญญาณของพี่น้องประชาชน อยู่ในร่างทั้ง ๒ ร่าง มีแต่วิญญาณของการรักษาอํานาจเกื้อกูลผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน นี่ชัดเจนครับ ท่านประธานที่เคารพ ร่างของพี่น้องประชาชนที่เข้าชื่อ ๗๐,๐๐๐ ชื่อ ผมเองนั้นต้องชื่นชมในเรื่องของการพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งกว่าจะได้เปึนร่าง ที่สภาแห่งนี้รับรองนั้นจะต้องวินิจฉัยร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องตรวจสอบความถูกต้อง ของเอกสารที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดนี้ ๑๒๓,๖๑๐ คน เข้าชื่อถูกต้องหรือไม่ ต้องแต่งตั้งเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรและผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเปึนผู้รับคําร้อง คัดค้านรายชื่อผู้เข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย ต้องส่งบัญชีรายชื่อ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้อํานวยการเขตทุกเขต ในกรุงเทพฯ จัดให้มีการป่ดประกาศรายชื่อผู้เข้าชื่อในเฉพาะเขตท้องที่ ผู้เข้าชื่อนั้นมีชื่อ อยู่ในทะเบียนบ้านถูกต้องหรือไม่ อย่างไร และปรากฏว่ามีผู้มีสิทธิยื่นคําร้องคัดค้านเพียง ๑,๔๒๘ คน เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนที่สภาและคณะกรรมการกลั่นกรองถูกต้องแล้ว มีจํานวนทั้งสิ้น ๗๑,๕๔๓ ท่านเปึนผู้เสนอ ที่ผมชื่นชมเพราะว่ามันมีวิญญาณของการเปึน นักประชาธิปไตยที่เข้าตามตรอกออกตามประตู ไม่ได้เอะอะโวยวาย ไม่ได้ลากรถถัง เข้ามาปฏิวัติ ต้องอดทนครับ สังคมไทยวันนี้ต้องอดทน ไม่ใช่ว่าพอไม่พอใจอะไรก็จะเอา การปฏิวัติรัฐประหารมาข่มขู่และมายึดอํานาจ วันนี้จะชั่วจะเลวอย่างไรเรามีวาระอยู่ ๔ ป้ ครับท่านประธาน เรามีวาระอยู่ ๔ ป้ท่านกับผมก็จะหมดวาระในวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ ถ้าไม่ยุบสภา พี่น้องประชาชนก็จะได้กําหนดผู้นําของเขาใหม่ ตรงนี้ต่างหากครับ วันนี้สังคมการเมืองโดยเฉพาะนักการเมืองประเมินสังคมประชาชนต่ําครับ เอะอะอะไร ก็ซื้อเสียง ขายสิทธิ ท่านประธานครับ ท่านประธานรัฐสภาอยู่ในสภาแห่งนี้ตั้งแต่ป้ ๒๕๑๒ ถือว่าเปึนผู้อาวุโสทางการเมือง ท่านเห็นพัฒนาการทางการเมืองของพี่น้องประชาชน หรือไม่ อย่างไร แต่โดยส่วนตัวของผมเห็นครับ ผมเห็นพี่น้องประชาชนตื่นตัว ผมเห็น การเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ เห็นการเข้ามาเสนอกฎหมาย เขาตื่นตัวครับ เพราะฉะนั้น ประสบการณ์การเรียนรู้ สํานึกในอดีตของพี่น้องประชาชนไม่ต่างจากพวกเราหรอกครับ แล้วเขาเข้าใจปัจจุบัน แล้วเขามุ่งมั่นอนาคต นักการเมืองของเราเสียอีกที่มะงุมมะงาหรา หากินกับงบประมาณ ไม่ถูกใจใครก็ใช้อํานาจที่มีอยู่จัดการแทรกแซง นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ในสังคมไทย เพราะฉะนั้นการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นไม่ประสบความสําเร็จ ถ้าเรายังตั้งสมมุติฐานของพี่น้องประชาชนของเรานั้นผิดไปครับ เราบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีธงเขียวรณรงค์ออกมาทุกระดับ บางคนถึงกับจะประกาศแขวนคอตาย หน้าสภาถ้าใครฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่พอเผลออีกแป็บเดียวไปสนับสนุน คณะปฏิวัติเสียแล้วครับ สังคมนี้มันเห็นกันครับ เพราะฉะนั้นการโกหกหรือการที่จะแปลงร่างอย่างไรก็แล้วแต่ แต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต ลบตํารับตํารา ลบพฤติกรรมของท่านไม่ได้หรอกครับ ผมจึงอยากจะใช้เวลาแห่งนี้เรียกร้องให้รัฐสภาช่วยพิจารณาด้วยความรอบคอบในการที่จะ แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ และอย่าเพิ่งประณามหยามเหยียดทั้งฝ์ายพี่น้องประชาชน อย่าเพิ่งประณามหยามเหยียดทั้งนักการเมืองอย่างพวกเรา ผมยืนยันว่าในสังคมปัจจุบันนี้ มันมีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกันไป อยู่ที่ว่าใครจะมีสติ อดทน และมองปัญหา ของสังคมที่ออก ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ วันนี้เหตุผลน้อยไปครับที่เราจะแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญทั้ง ๒-๓ ฉบับ แม้แต่ฉบับของพี่น้องประชาชนยังจะต้องขัดเกลา ยังจะต้องเข้าไปเสริมแต่งในบางจุด เรายังต้องการเห็นองค์กรอิสระที่เปึนอิสระจริง ๆ ไม่มี อคติทางการเมือง เรายังอยากจะเห็นองค์กรตุลาภิวัตน์ให้ออกไปจากกระบวนการ ทางการเมือง ถอยออกไปเถอะครับ ผู้พิพากษาทั้งตุลาการ ท่านมีอํานาจขอบเขตของท่าน ที่จะต้องรักษาบ้านเมืองนี้ในแง่ของนิติบัญญัติ ผมเชื่อว่าพี่น้องผู้พิพากษา พี่น้องตุลาการ คงสะเทือนใจไม่น้อยกว่าผมที่สถาบันถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในห้วงเวลาที่ผ่านมานี้ มีการระแวงสงสัยของการใช้อํานาจตุลาการ มีการวิพากษ์วิจารณ์ ตรงนี้นั้นเพราะผลผลิต ของเราพยายามที่จะดึงอํานาจที่เอาไว้เปึนเสาหลักของบ้านของเมืองมาแก้ไขปัญหา การเมืองอย่างไรครับท่านประธาน เรากําลังดึงอํานาจที่มีความซื่อสัตย์สุจริตมาใช้กับ อํานาจเพื่อขจัดนักการเมืองฝ์ายตรงกันข้ามที่ไม่เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพ การอภิปรายของกระผม ๑๕ นาทีนั้นซึ่งได้สกัดมาจากหัวใจของนักการเมืองอย่างพวกเรา เพื่อเตือนสติในรัฐสภาแห่งนี้ว่า การจะแก้ไขกฎหมายใด ๆ นั้นอย่าใช้อารมณ์ความรู้สึก และอย่าไปเปึนการแก้ปัญหาทางการเมืองเลยครับ เราต้องอดทนครับ ถ้าเปึนไปได้ เหลืออีก ๑๒ เดือน เราเสนออันนี้ให้กับพี่น้องประชาชนพร้อมกันไปเลยครับ แล้วรัฐสภานี้ จะสง่างาม จะไม่ถูกกล่าวหาว่าเราได้ดําเนินการทางการแก้ไขปัญหากฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยไม่ฟังเสียงพี่น้องประชาชน แน่นอนที่สุดครับ ชนชั้นใดย่อมเขียนกฎหมายกับชนชั้นนั้น กว่าร่างกฎหมายของพี่น้องประชาชน ๗๐,๐๐๐ ชื่อ ที่มีผู้กล้าแห่งยุคสมัย นายแพทย์เหวง โตจิราการ และคณะ ไปรวบรวมรายชื่อมาเปึนแสนชื่อ ไม่ใช่ธรรมดานะครับ แต่อย่างน้อย นี่ก็เปึนการส่งสัญญาณที่ดีว่าพี่น้องประชาชนสนใจ เพราะฉะนั้นการจะรับร่างใด ๆ ก็แล้วแต่ผมขอให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ขอได้โปรดกลั่นกรอง อย่าตกเปึนเครื่องมือใด ๆ ให้กับนักการเมืองบางกลุ่มบางพวกที่จะนําสภาแห่งนี้แก้ปัญหาของตัวเอง เพื่อเสถียรภาพ ของรัฐบาล ไม่ถูก ผมหวังว่าการแก้ปัญหาทางการเมืองจะต้องแก้ ไม่ใช่มาแก้กฎหมาย รัฐธรรมนูญเพื่อสนองตอบต่อปัญหาทางการเมือง การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญจะต้องฟังเสียง พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ต้องฟังเสียงทุกกลุ่ม ต้องฟังเสียงทุกคนที่อยู่ในบ้านในเมืองนี้ เพราะ ๖๓ ล้านคนนั้นเปึนเจ้าของประเทศเหมือนกันหมด หวังว่าการอภิปรายของกระผมนั้น คงเปึนเครื่องมือประกอบอันสําคัญให้กับเพื่อนพี่น้องสมาชิกรัฐสภา เพื่อพร้อมใจกัน ในการที่จะตัดสินอนาคตของกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ และนําไปสู่การสมานฉันท์ ของบ้านเมืองนี้ กราบขอบคุณครับ
เชิญท่านไพบูลย์ นิติตะวัน ๘ นาที ครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีร่างนําเสนอให้สู่ที่ประชุมรัฐสภา จํานวน ๔ ร่าง ท่านประธานครับ จุดยืนของกระผม ตั้งแต่ต้นก็ยังเปึนจุดยืนที่คัดค้านตั้งแต่มีการเสนอจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น ท่านประธานครับ ทั้ง ๖ ประเด็นนั้นในจุดยืดก็คือเห็นว่าเปึนเรื่องที่ไม่เหมาะสม ที่จะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปึนลักษณะชงเองกินเอง ก็คือแก้ไขเพื่อเปึนประโยชน์ แก่ฝ์ายการเมือง ฝ์าย ส.ส. ส.ว. ที่เปึนผู้พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ในตอนหลังมีร่างรัฐบาลที่เสนอมาเหลือเพียง ๒ ประเด็นก็ตาม แต่จะให้จุดยืนเปลี่ยนเปึน บอกว่าให้เห็นด้วยนั้นเปึนไปไม่ได้ท่านประธาน เพราะว่าจะถูกติฉินนินทาว่าตัดเรื่อง เกี่ยวกับการแก้ที่มาของ ส.ว. ออกแล้วถึงค่อยเห็นด้วยหรืออย่างไร ผมเชื่อว่าสมาชิก วุฒิสภาสรรหาจํานวนเปึนส่วนใหญ่ท่านประธาน มีจุดยืนที่มั่นคงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลหลักใหญ่ ๆ ๒ ประการ
ประการแรกก็คือที่มาของประเด็นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าหากเกิด จากฝ์ายการเมืองเปึนผู้เสนอมานั้น ไม่ว่าจะเปึนอย่างไรก็ตามถือว่าขัดต่อหลักการที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างยิ่ง
ประการที่สอง การที่ให้ความเห็นชอบเช่นเดียวกัน ในพวกกระผมนั้น เห็นว่าการให้ความเห็นชอบก็ควรจะต้องมีที่มาที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ ความเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเหตุไรครับท่านประธาน ในการที่ฝ์ายรัฐบาล เสนอมาในฉบับล่าสุด ๒ ประเด็นนั้นในเรื่องการแก้ไขที่มาของ ส.ส. โดยอ้างว่าเพื่อให้เกิด ความเปึนธรรมขึ้น ผมขอเรียนครับ ในปัจจุบันนี้การเลือกตั้ง ส.ส. โดยเขตหนึ่งเขตเดียว คนเดียวนั้นมีอยู่เพียง ๔ จังหวัด ท่านประธาน มีประชาชนเพียง ๒.๕๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่มีสิทธิเลือกได้เพียง ๑ คน แต่ประชาชนอีกจํานวนถึง ๙๗ เปอร์เซ็นต์ คือ ๒๔ ล้านคน มีสิทธิเลือก ส.ส. ได้ ๒ คน หรือบางท่านเลือกได้ถึง ๓ คน การที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการไปตัดสิทธิให้ประชาชนเหล่านั้นมีสิทธิเลือก ส.ส. เพียง ๑ คนเท่านั้น ไม่ไปถาม ประชาชนเหล่านั้นเลยทีเดียวหรือ ๒๔ ล้านคนนะครับท่านประธาน แล้วนอกจากนั้น ในเรื่องกรณีที่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้น ผมได้คัดค้านมาตั้งนาน แล้วว่าอย่าเอาเปึนเหตุเพื่อที่จะให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย เพราะกระบวนการ ทั้งหลายในมาตรา ๑๙๐ นั้นสมบูรณ์อยู่แล้ว มีในวรรคหก กําหนดไว้อยู่แล้วว่า ถ้าท่านมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับสัญญาใดเปึนสัญญาที่จะเข้าข่ายในการพิจารณา ตามมาตรา ๑๙๐ นั้นให้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งให้ ส.ส. ส.ว. เข้าชื่อกัน ๖๐ กว่าคน เท่านั้นเอง แต่ปรากฏว่าไม่เคยส่งไป ก็พิสูจน์ได้ว่าสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ไม่เคยสงสัย แล้วก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในการที่พิจารณาสัญญาต่าง ๆ ก็ถือว่ากลไกดังกล่าวมีไว้ ก็ต้องใช้ถ้าตอนนี้ท่านสงสัยขึ้นมาไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญหรอกครับ ท่านเข้าชื่อกัน แล้วก็ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แล้วนอกจากนั้นท่านประธาน ผมขอเรียนว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะคํานึงถึงประวัติศาสตร์ทางการเมืองด้วย ผมเห็นด้วย กับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายไปว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน เปึนรัฐธรรมนูญที่ดี แต่ท่านอย่าลืมครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นที่มา ก็คือมาจากรัฐธรรมนูญฉบับที่มีการปฏิวัติรัฐเช่นเดียวกันโดย รสช. และจาก รสช. ในป้ ๒๕๓๕ จึงเกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลง แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยรัฐสภาแห่งนี้ สร้าง สสร. ๑ ขึ้นมา ท่านประธานครับผลิตผลทั้งหลายก็เปึนที่พิสูจน์แล้วว่าเปึนประโยชน์และดี แต่ว่าต่อไป ในกาลเวลาเปลี่ยนไปทําให้เกิดปัญหาบางประการขึ้น แล้วเมื่อเหตุนี้ทําไมรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งติฉินนินทาว่ามาจาก คมช. นั้น แต่มีข้อต่างจากของ รสช. ก็คือมีการจัดทํา ประชามติด้วย แล้วก็มี สสร. ๒ ด้วย ดังนั้นสิ่งนี้แม้จะมีปัญหาผมก็เห็นด้วยในการที่ ตั้งข้อสังเกตเรื่องเหล่านี้ แต่ผมอยากให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็คํานึงถึงแนวทางเดิม ที่เปึนที่เกิดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็คือควรจะจัดให้มี สสร. ๓ ขึ้น เพื่อจะได้มีรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่อย่างไรในการลงมติของ สสร. ๓ นั้นประวัติศาสตร์เรา พัฒนาไปจนถึงมีการลงประชามติแล้ว ก็คงจะมีข้อแตกต่างจากกรณีที่กําหนด รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็คือในรัฐธรรมนูญต่อไปก็จะต้องมีการลงประชามติโดยตลอด ท่านประธานครับ ที่ผมย้ําเรื่องไม่ว่าเปึนกระบวนการของประชามติหรือกระบวนการ ที่จะให้มี สสร. ก็เพื่อที่จะให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นถ้าหากจะให้แก้ไขกันโดยง่าย โดยผู้ที่มีอํานาจเปึน ส.ส. เปึน ส.ว. เห็นว่าข้อใดที่กระทบกับอํานาจตัวเองแล้ว ก็สามารถ เสนอเข้ามาแก้ไข แล้วเราก็ลงมติกันเอง จะเกิดวัฒนธรรมที่ไม่ดี จะเกิดปัญหาต่อไป ในข้างหน้า ท่านประธานก็จะเห็นได้ว่าหลักการและเหตุผลที่นําเสนอมาในการแก้ไข รัฐธรรมนูญเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นได้อ้างว่าเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหาร ราชการแผ่นดิน ซึ่งผมไม่เห็นว่ามีปัญหาตรงไหน และไม่เห็นว่าจะเกิดประโยชน์ตรงไหน ดังนั้นก็เปึนเพียงแค่นํามาอ้างเปึนหลักการเท่านั้นเอง แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วไม่เกิดขึ้นเลย แต่ถ้าหากเกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันข้างหน้า ท่านประธานครับ ทางภาคประชาชน ได้ฝากมาว่าก็ให้เพิ่มเติมกระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ด้วยว่า ปัญหา กระบวนการประชุมรัฐสภาครับท่านประธาน ที่พวกเรามีปัญหากันโดยตลอด ให้เขียน การทําหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาให้ชัดเจนเลย เพื่อไม่ให้มีปัญหาในเรื่ององค์ประชุม และรวมทั้ง ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่ามีประชาชนฝากมาว่าควรจะแก้เรื่องที่มาของ นายกรัฐมนตรีเสียนะครับ เพราะที่มาของนายกรัฐมนตรีเปึนสาเหตุหลักที่อาจจะทําให้ เกิดการแย่งกันซื้อเสียงเพื่อให้ได้จํานวน ส.ส. เข้ามาในสภา เพื่อที่จะเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งทําให้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย ประชาชนเขาเสนอมาว่าจะให้เลือกนายกรัฐมนตรี โดยตรงได้หรือไม่ หรือประการที่ ๒ เปลี่ยนโครงสร้างการให้ได้มาของนายกรัฐมนตรี โดยการโหวตเสียงในสภาแห่งนี้ของ ส.ส. นั้น เปลี่ยนเปึนจํานวน ๒ ใน ๓ เลย ดีหรือเปล่าครับท่านประธาน ไม่ใช่เสียงกึ่งหนึ่งนะครับ สิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งซึ่งผมนําเสนอ มาจากภาคประชาชนที่เขามีความคิดเห็นเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ไม่ใช่หมายความว่า เปึนสิ่งที่ดีเสมอไป แต่อยากจะให้มีกระบวนการที่รับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง ในลักษณะสสร. ๓ เพื่อนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง
แต่สําหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอมาทั้ง ๔ ร่างในคราวนี้ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่าผมคัดค้านทุกฉบับครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณเชิดชัย วิเชียรวรรณ ๑๐ นาที
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย จังหวัดอุดรธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกรัฐสภาได้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม กันมาเปึนเวลาหลายชั่วโมงแล้ว ซึ่งก็เปึนความหลากหลายของการแสดงความคิดเห็น ของเพื่อนสมาชิก
กระผมเองนั้นเปึนส่วนหนึ่งของสมาชิกที่ได้นําเสนอร่างในจํานวนของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๐๒ คน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับร่างของคณะรัฐมนตรี ที่ได้เสนอต่อสภา ท่านประธานครับ สาระสําคัญ ๒ ประการนั้นก็ได้แก่มาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๘ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเกี่ยวกับที่มาของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมาตรา ๑๙๐ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เกี่ยวกับการทําสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภา ท่านประธานครับ ความคิดเห็น ที่แตกต่างกันของเพื่อนสมาชิกในรัฐสภาแห่งนี้เปึนความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่ตัว กระผมเองนั้นเห็นด้วยและให้การสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ต้องมี การแก้ไขเพิ่มเติม เพราะว่ากฎหมายใด ๆ ก็ตามครับท่านประธาน ถ้ามีการบัญญัติไว้แล้วมันเปึนปัญหา มันเปึนอุปสรรคในการบริหารประเทศหรือในการบังคับใช้ มันมีความจําเปึนครับ ท่านประธานที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้การยืดหยุ่น สอดคล้อง เพื่อให้ สามารถที่จะบังคับใช้ได้ตามวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติต่อไป ท่านประธานครับ บางท่านบางคนนั้นเข้าใจว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญนั้นที่บัญญัติไว้แล้วต้องอยู่คงชั่วฟัาดินสลายนั้น มันเปึนไปไม่ได้หรอกครับ มันต้องแก้ไขได้ครับ มีท่านสมาชิกหลายท่านบอกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ใช่ หลักศิลาจารึก ไม่ใช่คัมภีร์ ผมเห็นด้วยครับ แต่ขณะเดียวกันแม้กระทั่งพระไตรป่ฎกก็ยังมี การแก้ไข ยังมีการชําระล้าง เพื่อให้มีความสมบูรณ์ในตัวของเขาเอง ท่านประธานครับ ที่เกี่ยวข้องที่ผมสนับสนุนในเรื่องของการแก้ไขในมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๘ ในกรณีที่มา ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ซึ่งหลักการและเหตุผลนั้นมันคล้ายคลึงกันที่ผมจะขออนุญาต ท่านประธานอ่านสักนิดหนึ่งว่า สมควรที่แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนไปตามหลักการ พื้นฐานของความเปึนธรรมและเสริมสร้างความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข และทําให้การบริหารราชการแผ่นดิน เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ท่านประธานครับ นี่แหละเหตุผลครับ เหตุผลที่เราต้อง มองกันขณะนี้ก็คือว่าผมไม่ได้มีความรังเกียจรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ไม่ได้ต่อต้าน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทั้งนี้ทั้งนั้นตามที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่ากฎหมายนั้น เมื่อไม่สอดคล้อง กับสถานการณ์แล้วก็สภาพสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันก็สามารถที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมได้ ก็ต้องขอทําความเข้าใจแล้วครับท่านประธาน มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านมีการใช้คําพูด วิพากษ์วิจารณ์ แล้วก็มีพี่น้องสื่อมวลชนหลายคนพูดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ เปึนการแก้ไขเพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง หรือแก้ไขเพื่อให้กับนักการเมืองหรือ ส.ส. ด้วยตนเอง ผมกราบเรียนว่าวันนี้การแก้ไขในหมวดของที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น เปึนการแก้ไขที่จะให้สิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคเบื้องต้นของความเปึนมนุษย์ ได้ทัดเทียมกัน ท่านประธานครับ ประเทศที่มีความเจริญแล้วหลาย ๆ ประเทศเขาใช้สิทธิ ของพี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑ เสียงต่อ ๑ คน แล้วก็ ขอยืนยันว่าการแก้กฎหมายในครั้งนี้ไม่ได้แก้เพื่อตอบแทนบุญคุณใคร พวกผมเอง ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทยไม่ได้รับบุญคุณจากพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง แล้วไม่ได้รับบุญคุณที่ต้องตอบแทนในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ท่านประธานครับ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีการเลือกตั้งผ่านมานั้น เปึนการจํากัด สิทธิเสรีภาพที่เหลื่อมล้ําขาดหลักความเสมอภาค ท่านประธานครับ ทําไมคนบางจังหวัด บางพื้นที่ถึงมีสิทธิในการเลือกผู้แทนราษฎรได้ ๓ คน บางพื้นที่ทําไมเลือกได้ ๒ คน และบางพื้นที่ทําไมเลือกได้ ๑ คน ความเสมอภาคเสมอกันหรือไม่ครับ ผมขอยกตัวอย่าง ชัดเจนที่อยู่ใกล้ตัวกระผมเอง ผมเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๑ ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ๓ ท่านด้วยกัน แต่ขณะเดียวกันเพื่อนสมาชิก ของกระผมเองอยูในเขตเลือกตั้งที่ ๔ เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เพียง ๒ ท่าน ทําไมหรือครับ ทําไมคนจังหวัดระนองทั้งจังหวัดถึงเลือกตั้งได้เพียงคนเดียว ความเสมอภาค ในกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ตราไว้นั้นสมบูรณ์แล้วหรือยัง มันขัดหลักการครับท่านประธาน ประชาธิปไตยและความเสมอภาคนั้นจะต้องชัดเจน ๑ เสียงต้อง ๑ คน ผมคงไม่พูดหรอก ในกรณีที่ว่าเขตเล็กจะทําให้เราไปพบปะกับพี่น้องประชาชนง่ายขึ้น แล้วก็ไม่ขอ วิพากษ์วิจารณ์ว่าเขตเล็กจะทําให้มีการซื้อสิทธิขายเสียงมากขึ้น ละเอียดขึ้นเขตใด ๆ ก็ตาม ถ้าคนจงใจจะซื้อ แล้วคนจงใจที่จะขายมันก็ทํากันได้อยู่ดี ท่านประธานครับ ในกรณีที่ ผมจะต้องวิพากษ์วิจารณ์ในกรณีที่เพื่อนสมาชิกได้มีการกล่าวอ้างถึงมาตรา ๑๙๐ เกี่ยวกับเรื่องการทําสนธิสัญญาใด ๆ กับต่างประเทศโดยเหตุผล หลักการบอกว่าจะต้องมี การบัญญัติในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่กําหนดให้ทําหนังสือสัญญาที่รัฐบาล ทํากับนานาประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศในเรื่องที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญนั้น ยังมีความเข้าใจที่แตกต่างกัน มีความไม่ชัดเจนเพียงพอ จึงเปึนอุปสรรคในการดําเนิน นโยบายด้านการต่างประเทศ ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับว่าวันนี้ในหลาย ๆ ป้ ที่ผ่านมา ๒-๓ ป้ที่ผ่านมา หลังจากที่เรามีผลบังคับใช้ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ เรามีปัญหาอุปสรรคมากมายในการที่จะทําสัญญากับต่างประเทศ ต้องมาขอ ความเห็นชอบจากรัฐสภา ท่านครับ ผมอยากจะยกตัวอย่างว่าในกรณีที่เราจะต้องเจรจา ค้าขายสินค้าบางประเภท ผมขอยกตัวอย่างสินค้าประเภททางด้านการเกษตรก็แล้วกัน เราต้องมาถกมาเถียงกันต้องมาขออนุมัติจากสภา ต้องมาแก้ผ้าให้ต่างประเทศเขาดูก่อนว่า ต้นทุนเท่าไร ค่าปุิยเท่าไร ค่าแรงงานเท่าไร ผลผลิตสรุปแล้วเท่าไร แล้วถึงไปเสนอต่อ ต่างประเทศ ต้นทุนทั้งหลายทั้งปวงนั้นต่างประเทศรู้หมดแล้ว นี่เปึนประเด็นง่าย ๆ ที่ต้อง มองดู และในขณะเดียวกันผมสมมุติไปในอนาคตข้างหน้าครับ ถ้าเกิดว่าประเทศไทยนี้ มีวิกฤติก็ภาวนาเหลือเกินนะครับ ว่าอย่าเกิดเหตุการณ์อย่างนั้นเถอะครับ ถ้าเกิดมันมี ศึกสงครามเกิดขึ้น ถ้าเกิดเปึนประเทศไทยขาดแคลนเครื่องสาธารณูปโภคต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเปึนน้ํามัน ยุทโธปกรณ์ทั้งหลายทั้งปวงนั้น ใครล่ะครับจะเปึนคนเจรจา กับต่างประเทศ เพราะกฎหมายเขียนกรอบไว้ว่าอย่างนั้น ไม่มีใครสามารถที่จะดําเนินการกันได้ จะจุดตะเกียงอยู่หรือครับ และจุดตะเกียงไม่ใช้น้ํามันหรือครับ แล้วน้ํามันใครจะไปซื้อ จากต่างประเทศถ้าน้ํามันภายในประเทศมันหมด เอาสิทธิตรงไหนที่จะต้องไปซื้อ ถ้าเราไม่แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ดังนั้นสรุปได้ว่าวันนี้ผมเองยืนยันว่าที่ให้การสนับสนุน การแก้ไขกฎหมายในรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ไม่ได้ยืนยันว่าไม่ได้แก้เพื่อตอบแทนบุญคุณ หรือรับการตอบแทนบุญคุณจากพรรคการเมืองใดครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปท่านมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ๑๕ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผม จะนําเสนอท่านประธาน เพื่อให้บรรดาเพื่อนสมาชิกได้รับฟังไม่เหมือนกับผู้อื่น ดังนั้น กระผมจะต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในอดีตผมทําอะไรมาและไปรู้อะไรมาจึงอภิปราย ไม่เหมือนคนอื่น ขอกราบเรียนนะครับท่านประธาน กระผมเคยเปึนข้าราชการตุลาการ ในศาลยุติธรรม ระยะเวลาในการรับราชการที่นั่นกว่า ๔๐ ป้ ดํารงตําแหน่งที่สําคัญก็ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ประมาณ ๘ ป้ เปึนอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ๒ ศาล ก็ประมาณ ๔ ป้ ยังเปึนผู้พิพากษาอาวุโสอีก ๖ ป้ แล้วจึงออกมาทํางานการเมือง ท่านประธานครับ ในเวลาที่กระผมปฏิบัติหน้าที่เปึนศาล เพื่อออกนั่งพิจารณาพิพากษาคดีนั้น กระผมถูกบังคับให้จําต้องดําเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาคดี ภายใต้บังคับบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย นั่นหมายความว่าทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายนั้น จะต้องเปึนกฎหมายที่มาจากระบอบประชาธิปไตย คือผ่านกระบวนการทางรัฐสภา กฎหมายที่สําคัญที่กระผมต้องปฏิบัติเปึนเบื้องต้นก่อนที่จะพิจารณาพิพากษาคดี คือประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๖ ผมขออนุญาตอ่านให้ ท่านประธานฟัง บัญญัติไว้อย่างนี้ครับท่านประธาน บรรดากระบวนพิจารณาที่เกี่ยวด้วย การพิจารณา และการชี้ขาดตัดสินคดีแพ่งทั้งหลาย ซึ่งศาลเปึนผู้ทํานั้นให้ทําเปึน ภาษาไทย ในวรรคสองบอกว่า บรรดาคู่ความและเอกสารหรือแผ่นกระดาษไม่ว่าอย่างใด ๆ ที่คู่ความหรือศาล หรือเจ้าพนักงานได้ทําขึ้นซึ่งประกอบเปึนสํานวนคดีนั้นให้เขียนเปึน หนังสือไทย ท่านประธานครับ คําว่า ภาษาไทยและหนังสือไทยในมาตรา ๔๖ นี้ เมื่ออยู่ใน กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง นั่นก็หมายความถึงว่าคําว่าภาษาไทยนั้นก็จะต้องเปึน ภาษาที่มีกฎหมายรับรองทั้งคําศัพท์และคํานิยามศัพท์ ท่านประธานครับ ภาษาที่เขียน ก็เหมือนกันเรียกว่าเปึนภาษาหนังสือ ก็ต้องเปึนภาษาที่มีกฎหมายรับรอง กฎหมาย ที่รับรองทั้งคําศัพท์และคํานิยามศัพท์นั้นก็ได้แก่ พระราชบัญญัติราชบัณฑิตสถาน พระราชบัญญัติราชบัณฑิตสถานนั้นกําหนดทั้งคําศัพท์และคํานิยามศัพท์ของถ้อยคํา ในภาษาไทยที่เปึนภาษาราชการและภาษากฎหมาย โดยได้บัญญัติไว้ในหนังสือตํารา ภาษาไทยที่เรียกว่า พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน จากการที่ถูกบังคับให้จําต้อง ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติราชบัณฑิตสถานและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนั้น ทําให้ต้องเข้มงวดในการใช้ถ้อยคําที่ใช้ในการออกนั่งพิจารณาพิพากษาคดีทั้งภาษาพูด และภาษาหนังสือ โดยเฉพาะภาษาหนังสือนั้นผิดไม่ได้ ทั้งคําศัพท์ ตัวสะกด และคํานิยาม ความหมาย ท่านประธานครับ ผมพูดมาถึงตรงนี้ ผมอภิปรายมาถึงตรงนี้ก็อยากจะบอกว่า ในการที่มาร่วมอภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ กระผมก็ใช้วิชาที่ได้มีประสบการณ์ ในการใช้ภาษาไทยที่เปึนภาษาราชการและภาษากฎหมายเอามาปฏิบัติ
ประการแรก คือผมก็ต้องดูเสียก่อนว่าเรื่องที่เรากําลังจะพิจารณาแก้ไขกันนี่ มันเรื่องอะไร ก็คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผมก็คิดว่าถ้าเราไม่รู้เสียก่อนว่า คําว่ารัฐธรรมนูญแปลว่าอะไร เราก็จะหลงทางนะครับท่านประธาน คําว่า รัฐธรรมนูญนั้น หาคํานิยามศัพท์ได้แห่งเดียวในหนังสือพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญมีความหมายว่าคือกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครองประเทศ ยังมี ข้อความต่อ แต่กระผมจะเอาคํานิยามศัพท์เฉพาะที่ว่าคือกฎหมายสูงสุดที่ใช้ ในการปกครองประเทศ เมื่อรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมาย ถ้าเราไม่รู้ความหมายของ คําว่ากฎหมายเราก็คงจะหลงทางอีก เดี๋ยวก็บอกว่ากฎกติกาที่ใครเขียนก็เรียกว่า กฎหมายได้ เขียนหน้าปกว่ารัฐธรรมนูญ ฉันก็รัฐธรรมนูญด้วย เขียนที่หน้าปกหนังสือว่า กฎหมาย ฉันก็กฎหมายด้วย ซึ่งมันไม่ใช่อย่างนั้น ท่านประธานครับ คํานิยามศัพท์ ผมไม่ได้ประดิษฐ์ขึ้นเอง ไม่ได้บัญญัติเอง แต่ผมต้องขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังว่า คําว่า รัฐธรรมนูญ แปลว่ากฎหมายสูงสุด เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญคือกฎหมาย ถ้าเราไม่รู้ว่ากฎหมายคืออะไร เราก็ไม่รู้อยู่ดีว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร ผมขออนุญาตอ่าน ให้ท่านประธานฟังว่า กฎหมายเปึนภาษากฎหมาย แปลว่ากฎหรือข้อกําหนดที่สถาบัน หรือผู้มีอํานาจสูงสุดในรัฐตราขึ้น เห็นไหมครับท่านประธาน จะต้องเปึนผู้ที่มีอํานาจสูงสุด ในรัฐตราขึ้นจึงจะเรียกว่ากฎหรือข้อบังคับหรือข้อกําหนดนั้นว่ากฎหมายได้ อํานาจสูงสุด ในรัฐคืออะไรครับ เราก็เป่ดต่อ อธิปไตยคืออํานาจสูงสุดในประเทศที่ใช้ในการปกครอง ประเทศ อํานาจอธิปไตยเปึนของใคร ก็ดูต่อไปเจอที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๓ ที่บัญญัติว่า อํานาจอธิปไตยเปึนของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาล เห็นไหมครับท่านประธาน กฎหมายนั้นจะต้องมาจากปวงชนชาวไทยซึ่งเปึนเจ้าของอํานาจอธิปไตย ตราหรือเขียน หรือบัญญัติขึ้นเท่านั้น กฎ ข้อบังคับ หรือข้อกําหนดนั้น ๆ ทางราชการหรือทางกฎหมาย จึงจะรับให้เรียกว่ากฎหมายได้ เมื่อเปึนเช่นนี้รัฐธรรมนูญที่มีใช้อยู่ในบ้านเราเวลานี้ มันมีอยู่ ๒ ฉบับท่านประธานครับ
ฉบับแรกที่เปึนของปวงชนชาวไทยก็คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจากปวงชนชาวไทย ซึ่งเปึนเจ้าของอํานาจ อธิปไตยที่ชื่อว่าอํานาจนิติบัญญัติเปึนผู้ร่วมกันตราขึ้น ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เปึนตําแหน่งประธานรัฐสภา ประธานรัฐสภาก็เปึนผู้แทนราษฎรที่มา จากการเลือกตั้งของปวงชนชาวไทยของประชาชนเหมือนกับท่านประธานนี่ละครับ
ส่วนอีกฉบับหนึ่งคือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มาจากปวงชนชาวไทยผู้เปึนเจ้าของอํานาจอธิปไตย แต่มาจาก คณะปฏิวัติรัฐประหารที่ไปเรียกชื่อตัวเองว่า คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข แต่ว่าเราดูทั้ง ๓ ชื่อนี้ คณะปฏิวัติก็ดี คณะรัฐประหารก็ดี หรือคณะปฏิรูปการปกครองก็ดี การกระทําของเขาที่ได้กระทําลงไปนั่นคือการยึดอํานาจ การปกครองประเทศจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ได้อํานาจแล้วก็ ประกาศเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบประชาธิปไตยเปึนระบอบเผด็จการทหาร การกระทําอย่างนี้ท่านประธานครับ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ บัญญัติว่า เข้าลักษณะของการกระทําที่ถือว่าเปึนความผิดฐานเปึนกบฏ แล้วก็ผู้ที่เปึนผู้กระทํา ความผิดฐานเปึนกบฏนั้นสรรพนามที่ใช้ในทางกฎหมายเขาบอกว่าเปึนอาชญากร เปึนผู้ร้ายหรือเปึนโจร ดังนั้นกระผมจึงสามารถที่จะเรียกผู้ที่กระทําการยึดอํานาจ การปกครองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งว่าโจร ถ้าเรียกชื่อให้เต็มก็คือโจรกบฏ นี่มิใช่เปึนเรื่องที่ผมไปกล่าวหาเอง แต่ในทางวิชาการในทางหลักภาษาไทย แล้วก็ ในหลักกฎหมาย
ท่านประธานครับ เรามาดูว่าที่มาของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั้นมาจากไหน ก็มาจากการยึดอํานาจการปกครองของรัฐบาลที่มี พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เปึนหัวหน้ารัฐบาลหรือเปึนนายกรัฐมนตรี คณะที่ยึดอํานาจ การปกครองที่ใช้ชื่อว่า คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึน ประมุขนั้น ได้ประกาศยึดอํานาจการปกครองแล้วก็เข้าบริหารบ้านเมือง เข้าบริหาร ประเทศ ด้วยคณะของตนเอง โดยประกาศแถลงการณ์ไว้ในแถลงการณ์ฉบับที่ ๑ ว่า ยึดอํานาจการปกครองได้แล้ว ยึดอํานาจการปกครองได้แล้วก็มีประกาศตามออกมาอีก ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๓ ก็ได้ความสรุปว่าให้มีการยกเลิกให้รัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง รัฐสภาสิ้นสุดลง คณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ศาลต่าง ๆ สิ้นสุดลง เห็นไหมครับ องค์ประกอบของการกระทําที่ ระบุไว้ในประกาศแถลงการณ์ทั้ง ๒ ฉบับนั้นเข้าลักษณะของการกระทําที่เปึนความผิดฐาน เปึนกบฏ แต่ที่มันน่าแปลกใจท่านประธานครับ ประกาศแถลงการณ์ทั้ง ๒ ฉบับนี้ได้มี การประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งเปึนเอกสารราชการ ท่านประธานแปลกใจไหมครับ นี่คือการประกาศให้การรับสารภาพว่าฉันเปึนกบฏไว้ในราชกิจจานุเบกษาซึ่งเปึนเอกสาร ราชการ ผมก็ไม่เคยพบเคยเห็นว่าได้มีการรับสารภาพว่าเปึนกบฏในหนังสือราชการ แล้วท่านประธานครับ มีรัฐธรรมนูญมาตราใดหรือบทบัญญัติกฎหมายใดบัญญัติไหมว่า ผู้ที่เปึนกบฏนั้นได้อํานาจอธิปไตยไปจากปวงชนชาวไทย มีรัฐธรรมนูญมาตราใดบัญญัติไหมว่า เมื่อเปึนกบฏแล้วสามารถออกกฎหมายยกเว้นโทษให้ตัวเองได้ แล้วก็บอกด้วยว่าตัวเอง มีอํานาจนิติบัญญัติ มีอํานาจบริหาร และมีอํานาจตุลาการในตัวเอง ไม่มีนะครับ เมื่อไม่มี ความผิดฐานเปึนกบฏนั้นก็ยังคงอยู่ แต่เหตุที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราพากันมาเรียกว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งถ้ามันเปึนของแท้ก็จะต้องแปลว่าเปึนกฎหมายสูงสุด ของประเทศด้วย แต่นี่มาจากการประกาศเปึนกบฏในราชกิจจานุเบกษาว่าฉันนั้นเปึนกบฏ แล้วก็มีกระบวนการที่รับช่วงต่อจากการยึดอํานาจการปกครองหรือการเปึนกบฏนั้น ก็เคยได้มีพวกคณะปฏิวัติหรือคณะกบฏนั้นได้มีการตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้น ร่วมกระบวนการในการเปึนกบฏหรือเปล่า ก็ลองสันนิษฐานเดากันดูเองท่านประธานครับ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญนั้นมิใช่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อมิใช่ศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่มีอํานาจ ตุลาการที่จะพิจารณาพิพากษาอรรถคดีเหมือนอย่างศาลที่ตั้งในระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่มาจากประชาชน เห็นไหมครับท่านประธาน เมื่อไม่มีบทบัญญัติยกเว้นโทษให้ ประกาศคณะปฏิรูปการปกครองทุกฉบับก็จึงเปึนเพียง ประกาศของคณะปฏิวัติหรือของพวกโจรกบฏเท่านั้น ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงให้ประกาศ คณะปฏิวัติหรือปฏิรูป หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ประกาศใช้ ป้ ๒๕๔๙ ชั่วคราว รวมตลอดมาจนถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ด้วย ต่าง ๆ เหล่านี้ ประกาศเหล่านี้ รัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับนี้ล้วนมีที่มาจาก การยึดอํานาจการปกครองหรือที่เรียกว่าเปึนกบฏทั้งนั้น ที่มีการเรียกกันว่ากฎหมาย เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญนั้น มีต้นเหตุที่มาจากคําพิพากษาศาลฎีกาเก่า คือคําพิพากษา ศาลฎีกา ที่ ๑๖๖๒/๒๕๐๕ ท่านประธานครับ คําพิพากษาฎีกาฉบับเก่าโบราณนั้น ได้มีการพิพากษาคดีในเวลาที่บ้านเมืองปกครองด้วยคณะปฏิวัติ คําพิพากษาฎีกา ฉบับนั้นพิพากษาไว้ว่าเมื่อคณะปฏิวัติยึดอํานาจการปกครองได้สําเร็จ อํานาจ ในการปกครองประเทศที่เรียกว่ารัฐฐาธิปัตย์ก็ย่อมตกเปึนของคณะปฏิวัติ ประกาศใด ๆ ของคณะปฏิวัติย่อมมีผลเปึนกฎหมาย อันนี้ละครับ ก็มีตุลาการรัฐธรรมนูญไปหยิบยก เอาฎีกาเก่าเหล่านี้มาอ้าง แล้วก็พิพากษาหรือชี้ขาดว่าประกาศของคณะปฏิรูป การปกครองเปึนกฎหมาย แล้วก็เลยไปถึงรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๔๙ และรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งมาจากคําพิพากษาเดียวกันก็เปึนกฎหมายไปด้วย ผมอยากกราบเรียนถามท่านประธานว่าคําพิพากษาที่พิพากษาว่าคณะปฏิวัติซึ่งเปึนกบฏ ยึดอํานาจได้สําเร็จแล้วได้อํานาจในการเขียนกฎหมายนั้น แปลความได้ว่าศาลฎีกา พิพากษาว่าเมื่อคณะปฏิวัติยึดอํานาจได้สําเร็จอํานาจอธิปไตยก็เปึนของคณะปฏิวัติ ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้งในมาตรา ๓ ใช่ไหมครับท่านประธาน
ครับ
ถ้าอย่างนั้นผมถามอีกนิดเดียวว่าคําพิพากษาเช่นนี้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรม อันดีงามของประชาชนหรือไม่
ท่านมานิตย์มีผู้ประท้วงครับ ประท้วงอะไร เวลาโควตาของพรรคเพื่อไทย ท่านก็พูดเรื่องรัฐธรรมนูญ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จังหวัดจันทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ยินท่านอภิปรายนะครับ ผู้อภิปรายเปึนถึง อดีตผู้พิพากษา ผมเรียนถามท่านประธานว่าทําไมที่พูดซ้ําซากทุกครั้งว่ารัฐธรรมนูญนี้ เปึนรัฐธรรมนูญโจรนะครับ เปึนถึงอดีตท่านผู้พิพากษาผมไม่เข้าใจครับ รัฐธรรมนูญ แต่ละฉบับท่านประธานครับ
ท่านประท้วงอะไร
ลงพระปรมาภิไธยจากในหลวงทุกครั้ง ผมไม่ทราบว่าเปึนโจรได้อย่างไร ผมนั่งฟังแล้ว ผมไม่สบายใจครับท่านประธาน ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยเรื่องนี้ก่อนครับ แล้วค่อยคุม การประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ
ครับ ผมก็ควบคุมอยู่แล้ว ท่านพูด ท่านรับผิดชอบเองเพราะท่านเปึนนักกฎหมาย ถ้าผู้ที่เกี่ยวข้องจะเอาผิดท่านว่าท่านดูถูก ดูแคลนเขาก็มีสิทธิที่จะดําเนินคดีได้ ท่านเปึนคนรับผิดชอบครับ ผมว่าสรุปได้แล้วครับ เพราะว่าท่านกินเวลาของพรรคท่านเองครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมต้องรับผิดชอบในคําพูดของผมแน่นอนครับ แล้วพูดอย่างนี้ ไม่ใช่พูดแต่เฉพาะในสภานะครับท่านประธาน ไปปราศรัยที่ไหนทุกจังหวัดก็พูดอย่างนี้ ถ้าผมทําผิดกฎหมายป์านนี้เขาจับผมไปดําเนินคดีแล้ว แต่นี่พูดมา ๔ ป้แล้วยังไม่มีใครฟัอง รอให้ไปฟัองจะได้ไปพิสูจน์กันว่ามันเปึนกบฏจริง ๆ เห็นไหมครับ พวกกบฏเขียนกฎ ขึ้นมาก็ต้องเรียกว่ากฎของกบฏ
พอเข้าใจครับ
ใช่ไหมครับ ถ้าจะเปึนกฎหมายก็ต้องมาจากปวงชนชาวไทยที่เปึนเจ้าของอํานาจอธิปไตย ที่ชื่ออํานาจนิติบัญญัติ
คือนี่การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญครับ คือท่านจะแก้หรือไม่แก้ครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องปล่อยให้ผมอภิปรายนะครับ
ท่านก็ ๑๕ นาที ตอนนี้ท่านเกินมา ๓ นาทีกว่าแล้ว
ก็ขอโอกาสนิดเดียวครับ เรื่องนี้มันเปึนเรื่องที่จะพูดกันง่าย ๆ สั้น ๆ แล้วเดี๋ยวประชาชน ก็จะพากันหลง โดยเฉพาะเมื่อสักครู่ที่ท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ก็ไม่ได้ประท้วง แต่ว่า มาแย้งกับเรื่องที่ผมกําลังจะอภิปราย ผมอยากกราบเรียนว่าผมจะตอบคําถามที่ว่า พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย หรือโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เปึนกฎหมายแล้วนั้น อยากกราบเรียนอย่างนี้ว่าในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุขนั้น พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มิได้อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ไม่มีอํานาจบัญญัติกฎหมายด้วยพระองค์เอง ไม่มีอํานาจบริหาร ราชการแผ่นดิน ไม่มีอํานาจพิพากษาคดีเหมือนศาล ดังนั้นสมมุติถ้าหากว่าพระมหากษัตริย์ มีอํานาจอย่างที่เมื่อสักครู่ผู้ทักท้วงว่าทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วเปึนของแท้ ถามว่า ถ้าอย่างนั้นเอาธนบัตรเก๊ใบละ ๑,๐๐๐ บาท แล้วพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย
มีผู้ประท้วงอีกแล้วท่านมานิตย์ครับ
เช่นเดียวกัน ทรงลงพระปรมาภิไธยหรือประกาศแล้ว
สรุปได้แล้วครับ
ในรัฐธรรมนูญก็ไม่ทําให้รัฐธรรมนูญที่โจรเขียนกลายเปึนรัฐธรรมนูญที่แท้ครับ ผมรับผิดชอบในคําพูดและในเหตุผลท่านประธานครับ ดังนั้นก็อยากจะสรุปว่าที่เรามาขอ แก้กันนี่เราขอแก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั่นขอแก้กฎของโจรกบฏ ไม่ใช่แก้รัฐธรรมนูญ ใช่ไหมครับ นี่ที่ผมพยายามจะชี้ให้ฟังแล้วพยายามศึกษา
คุณอรรถพรไม่ต้องประท้วงจะจบ แล้วครับ
เพราะฉะนั้นท่านประธานครับต้องช่วยกันพิจารณาให้ดีนะครับ เรายอมรับหรือครับ ยอมรับคําพิพากษาฎีกาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีงามของประชาชน แล้วยังขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญด้วย ถ้าอย่างนั้นท่านประธานครับ
สรุปเถอะครับ
ก็กําลังจะสรุปท่านประธานอย่าเพิ่งขัดผมสิครับ
เปล่าครับ คือมีผู้ประท้วง เพราะท่าน เปึนผู้ใหญ่นะครับ ผมไม่อยากให้มีการประท้วงเกิดขึ้น
(นายบัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ก็ประท้วงอะไรครับ
ผมประท้วง ท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานควบคุมผู้อภิปรายไม่ให้กล่าวถึงพระมหากษัตริย์ โดยไม่จําเปึนครับ
ผมพยายามเต็มที่แล้วครับ
นี่เปึนข้อความในรัฐธรรมนูญท่านประธานครับ จําเปึนต้องพูดเพราะว่าในรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่าพระมหากษัตริย์ ก็เปึนการอธิบายขยายความให้เข้าใจกันเสียทีว่าอย่าไป เข้าใจผิดแล้วมันหลงทางนะครับ ถ้าอย่างนั้นท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓
ท่านมานิตย์ครับมีผู้ประท้วง ประท้วง อะไรอีกตั้ง ๒ คน ประท้วงอะไร ผมก็พยายามควบคุมอยู่แล้วครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร
ท่านประธานครับ รุนแรงมากแล้วครับ ผมว่าสภาของเราแห่งนี้กําลังพิจารณาเรื่องของรัฐธรรมนูญ แต่บางท่าน ก็มองว่าเปึนรัฐธรรมนูญโจร ต้องยอมรับว่าท่านผู้อภิปรายนี้เข้ามาเปึน ส.ส. ด้วยรัฐธรรมนูญโจร ก็แสดงว่าท่านเปึนผู้แทนราษฎรโจร ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐
ท่านประธานให้เขาประท้วงหรือให้เขาเถียงกับผมครับท่านประธาน
ผมขอยุตินะครับ แค่นี้แหละ พอแล้วครับ
นิดเดียวครับ
ถ้าเกิดรัฐธรรมนูญ ถูกต้องก็เปึนผู้แทนราษฎรที่ถูกต้องครับ
เข้าใจแล้วครับ ผมวินิจฉัยครับ ผมวินิจฉัยว่าเรียนแล้วผู้อภิปรายก็รับผิดชอบนะครับ ท่านรับผิดชอบ
(นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณอรรถวิชช์มีอะไร
ถ้าอย่างนั้นท่านประธานครับ
เดี๋ยวครับ ท่านครับ ให้เขาประท้วงก่อนแล้วก็ค่อยเปึนท่าน คือมันเกินเวลาพอสมควรแล้ว เชิญคุณอรรถวิชช์ มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงนะครับว่า ท่านผู้อภิปรายนั้นกล่าววาจาจาบจ้วง เมื่อสักครู่ท่านใช้คําว่า พระมหากษัตริย์ไม่มีอํานาจ เหมือนศาล ท่านประธานครับ ท่านเปึนถึงอดีตผู้พิพากษา เปึนผู้ทรงภูมิขอเป่ดดูมาตรา ๓
ท่านประธานปล่อยให้เขาเถียงกับผมหรือครับ
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวครับ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ครับ มาตรา ๓ อํานาจอธิปไตย เปึนของปวงชนชาวไทย จริงครับ แต่พระมหากษัตริย์เปึนผู้ใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา ทางคณะรัฐมนตรี และทางศาล ยังคงเปึนอํานาจของพระองค์ท่านครับ ฉะนั้นผมขอเรียน ท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าท่านน่าจะถอนนะครับ โดยสป่ริต (Spirit) ของท่าน ท่านเคยใช้อํานาจนี้มาแล้วนะครับ ท่านเปึนผู้พิพากษาอาวุโส ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะถอนนะครับ ท่านประธาน ขออนุญาตครับ
ถ้าจะถอนได้ก็กรุณาถอน ก็ดีครับ
ท่านประธานครับ นี่เปึนเรื่องของหลักนิติศาสตร์ เปึนเรื่องของวิชาการในทางนิติศาสตร์ ต้องฟังกันครับ และผมรับผิดชอบคําอภิปรายของผมอยู่แล้ว พระมหากษัตริย์ไม่ได้บัญญัติ กฎหมายเอง
เดี๋ยวก่อนท่านครับ คุณอรรถพรมีอะไร อีกหรือครับ ประท้วงจนผมเบลอ (Blur) หมดแล้ว
ผมรับผิดชอบของผมเอง คนอื่นจะต้องมาเดือดร้อนอะไรท่านประธานครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน จากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงผู้ที่ อภิปรายตามข้อ ๔๓ ครับ ท่านได้อภิปรายวนเวียน ซ้ําซาก และอภิปรายอย่างนี้มา ตั้งแต่เป่ดสภาไม่เคยเรื่องอื่นเลย และบางครั้งก็ได้ก้าวล่วงไปสู่พระบรมเดชานุภาพ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านนั่งอยู่ใต้พระบรมฉายาลักษณ์อยู่ค่อนชีวิต ของท่านนั่นละ ความเปึนผู้อาวุโสของท่าน ความเปึนผู้พิพากษาของท่าน ผมยังจําภาพ ที่ท่านถูกยกทั้งเก้าอี้ไปเข้าเรือนจําได้เปึนอย่างดี
นั่นโจรยกผมไปครับท่านประธาน โจรมายกไป
ฉะนั้นท่านประธานต้องควบคุมครับ แล้วผมขอแนะนําท่านผู้พิพากษาท่านควรไปพบ จิตแพทย์ครับ
นี่เปึนการอภิปรายในรัฐสภาเพื่อหาข้อยุติที่ถูกต้องในหลักวิชานิติศาสตร์
ท่านมานิตย์ครับ ด้วยความเคารพนะครับ กระผมก็เคารพท่านอยู่ ผมว่าท่านก็พูดวกวนไปตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ที่เขาประท้วง ก็ถูกแล้วครับ แล้วคุณอรรถวิชช์ได้ประท้วงแล้วก็ขอให้ท่านถอนคําว่า พระมหากษัตริย์ อย่างนั้นใช่ไหมคุณอรรถวิชช์
ท่านประธานครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านผู้อภิปรายได้ใช้ คําว่า พระมหากษัตริย์ไม่มีอํานาจเหมือนศาล ผมขอให้ถอนคํานี้ครับ ไม่ถูกต้องครับ ท่านอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ ครับ
ผมไม่ได้พูดอย่างนั้นนะครับ ท่านประธานครับ ผมอ่านรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ แล้วอธิบายว่า อํานาจอธิปไตยเปึนของปวงชนชาวไทย
ผมว่ายุติการอภิปรายได้แล้วครับท่าน
ท่านประธานครับเปึนสิทธิของผมนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเข้าใจกันได้ดีหรือยัง
ท่านประธานครับผมขออนุญาตท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ อีกครั้งครับท่านประธาน ข้อ ๖๑ ห้ามผู้อภิปราย กล่าวถึงพระมหากษัตริย์ หรือสมาชิก หรือบุคคลอื่นโดยไม่จําเปึน ผมเรียนท่านอย่างนี้นะครับ เราเปึนสมาชิกรัฐสภาร่วมเหมือนกัน เราถวายสัตย์กันมานะครับ คําพูดของท่านจาบจ้วงครับ ยอมรับสิครับ มาตรา ๓ ก็ระบุชัด ๆ นี่ครับพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปึนประมุข ทรงใช้อํานาจนั้น อํานาจอธิปไตยทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล มันเปึนวาจาจาบจ้วงท่านประธาน ต้องถอนครับ
ครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย
(นายอสิ มะหะมัดยังกี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสตูล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรอีกถึงประท้วง
ผม นายแพทย์อสิ มะหะมัดยังกี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมจะเรียนท่านประธานว่า ท่านผู้กําลังอภิปราย ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ในเมื่อมีผู้ประท้วงท่านต้องฟังให้ประธานวินิจฉัยก่อน มาเถียงแบบนี้ ไม่ได้ครับ มันผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๕ เขียนไว้ชัดเจนครับ
ครับ นั่งลงครับ ผมทราบแต่เพื่อ ความอะลุ่มอล่วยทุกฝ์ายนะครับ ผมก็อยากจะร้องขอนะครับ
ท่านสุนัยกับท่านประสิทธิ์ประท้วง ทั้ง ๒ คน ใครประท้วงก่อนประท้วงหลัง
ผมครับ
พูดพร้อมกันเลยหรืออย่างไร
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายแพทย์ ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วง ท่านประธานครับ ท่านประธานควบคุมการประชุม คุณอรรถวิชช์อ้างข้อบังคับผิด ไปอ้างข้อ ๖๑ ผิดท่านประธานต้องทักเขาครับ ขอบคุณครับ
ผมก็ทักท้วงแล้วครับ ท่านสุนัย มีอะไรว่ามา ประท้วงผมหรืออย่างไร
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตประท้วงนิดเดียวครับท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่เปึนผู้ใหญ่ แล้วก็เห็นประเด็นบางประเด็นมันละเอียดอ่อน ท่านก็พยายามจะ ประนีประนอมเพื่อจะให้ท่านผู้อภิปรายท่านมานิตย์ซึ่งใกล้จะจบแล้ว ดังนั้นผมต้อง กราบขอบพระคุณในความลึกซึ้งของท่านประธานที่ไม่หลงประเด็นไปตามท่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรบางท่านที่พยายามจะหยิบยกประเด็นบางประเด็น ซึ่งไม่ควรจะได้ย้ําแล้ว ย้ําอีกไม่ดีครับ ขอกราบเรียนและกราบขอบพระคุณท่านประธานให้ป่ดประเด็น แล้วท่านสมาชิกสภาก็จะจบแล้วครับ เพื่อไม่ให้เกิดความระคายเคืองสิ่งใด ๆ กราบขอบพระคุณครับ
ผมก็ขอความกรุณาจบแค่นั้นแล้ว ท่านมานิตย์ครับ จบครับ ผมไม่ให้พูดอีกแล้วครับ จบครับ เชื่อผมเถอะครับจบเถอะครับ คือมันเรื่องละเอียดอ่อนนะครับ ผมไม่อยากจะให้มากล่าวอะไร ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับ พระมหากษัตริย์ในที่นี้นะครับ ผมเรียนด้วยความสัตย์จริงว่าผมไม่อยากจะให้ ผมเข้าใจครับ ท่านที่นี้ไม่ใช่ที่เลคเชอร์ (Lecture) ครับ ทุกคนเขารู้ทั้งหมดครับ ฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ ผมว่า จบได้แล้วก็ควรจบนะครับ เชื่อผมเถอะครับ มีอะไร คุณอรรถวิชช์ ผมว่าพอแล้วกระมัง คุณอรรถวิชช์มันจะไปกันใหญ่
ท่านประธานครับนิดเดียวครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมอย่างนี้นะครับ ผมก็ไม่ได้มีความประสงค์ จงใจที่จะบี้ท่านอาจารย์มานิตย์แต่ประการใดในเรื่องนี้ แต่เรื่องนี้เปึนเรื่องละเอียดอ่อน แล้วผมนี่ ท่านด่ารัฐบาลผมไม่ลุกเลยครับ แต่เรื่องนี้ละเอียดอ่อนจริง ๆ ท่านจะตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ แต่ถอนเถอะครับเพื่อความอะลุ่มอล่วย และเพื่อเปึนเกียรติ ของสภาแห่งนี้ท่านประธานครับ แค่นั้นครับ ขอให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยครับ
ผมก็วินิจฉัยไปแล้วว่าให้ท่านถอน ท่านก็บอกว่าท่านไม่ถอน ท่านก็อ้างกฎหมาย ผมก็ถือว่าท่านเปึนผู้ใหญ่ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ถ้ามิฉะนั้นในมาตรา ๓ ของรัฐธรรมนูญจะต้องบัญญัติเพิ่มนะครับ ถ้าเอาคําพิพากษาฎีกาฉบับนั้นมา
ผมว่าจะไปไกลแล้วครับท่าน
ท่านประธานฟังสิครับ จะต้องบัญญัติเพิ่ม
จะไปกันเยอะแล้วครับ ผมว่า มันจะไปกันมาก
ท่านประธานต้องให้ผมอภิปรายก่อนสิครับ ถ้าคําพิพากษาฎีกาฉบับนั้นใช้ยกเลิก รัฐธรรมนูญได้ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ ต้องมีวรรคสองว่า ผู้ใดยึดอํานาจการปกครองได้
คืออันนั้นพิพากษาในศาลครับ ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยครับ
อํานาจอธิปไตยเปึนของคณะปฏิวัติ
คือผมไม่อยากจะให้ก้าวล่วงไปถึง องค์พระมหากษัตริย์ครับ
เรายังไม่พูดถึง ไม่พูดครับท่านประธาน ผมจะไม่พูดอีก
พอแล้วครับท่าน
นิดเดียว ไม่อย่างนั้นไม่จบนะครับท่านประธาน ถ้าหากว่าเรายอมรับคําพิพากษาฎีกา ฉบับนั้นก็ต้องใส่ในวรรคสองของมาตรา ๓
ท่านหยุดก่อนครับ มีประท้วง ๒-๓ คนนะครับ เอาเพชรบุรี
เราจะให้อํานาจอธิปไตยเปึนของคณะปฏิวัติ ถ้ายึดอํานาจได้
เดี๋ยวครับ ท่านครับ เขากําลังประท้วง ท่านอยู่ครับ
ท่านประธานครับ ผม อภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมว่าท่านประธานควรทําหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ผมเองถึงไม่สบายยังมาทําหน้าที่เลยครับ ฉะนั้นท่านประธานต้องวินิจฉัยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านประธานอยากจะให้ เรื่องมันจบและตามที่ผู้อภิปรายบอกว่าจะไม่พูดแล้ว ขอให้ถอนครับ ถอนเถอะครับ มันไม่ควรก้าวล่วง ถอนเสียจะได้จบ ให้ประธานวินิจฉัยด้วยครับ
ผมบอกให้ท่านถอน ท่านไม่ถอน
ถอนคําว่าอะไรครับท่านประธาน ถอนคําว่าอะไรครับ
ว่าสิให้ถอนคําว่าอะไร
ท่านประธานครับ ท่านพูดหลายครั้งแล้วว่า ผมก็วินิจฉัยแล้วว่าให้ถอน เขาไม่ถอน
ถอนคําไหนครับ
ท่านจะไม่ใช้ อํานาจของท่านหรือครับ ท่านจะนั่งเปึนประธานทําไมครับ ในเมื่อท่านสั่งแล้วในที่ประชุม ไม่ปฏิบัติตาม ท่านพูดได้อย่างไรครับ พระมหากษัตริย์ไม่มีอํานาจเหนือศาลนะครับ ตรงนี้ กระผมไม่อยากพูดย้ํา แต่กลับมาบอกว่าให้ผมย้ํา
ท่านก็ให้ถอนคําว่า พระมหากษัตริย์
ไม่มีอํานาจ เหนือศาลครับ
ไม่มีอํานาจ
ผมไม่อยาก ย้ําครับ เพราะเปึนคําพูดที่เปึน
ผมไม่ได้พูดอย่างนั้นครับ ไม่ใช่ครับท่านประธาน ฟังใหม่ไหมครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานวินิจฉัยแล้วว่าให้ถอน ท่านประธานบอกว่าเขาไม่ถอน ไม่ถอนท่านต้องใช้ อํานาจครับ ถ้าท่านไม่ใช้อํานาจท่านก็เปลี่ยนประธานเถอะครับ ขอบคุณครับ
ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านมาเปึนประธาน แทนผม เพื่อให้เร็วขึ้นนะครับ
ถอนคําว่าอะไรละครับท่านประธาน
คือผมพยายามไกล่เกลี่ยทุกฝ์ายนะครับ เพราะว่าท่านก็เปึนถึงอดีตท่านผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดี แล้วท่านก็พูดแล้วว่าท่านไปพูด ตรงไหน ๆ ไม่เห็นใครจับท่านไปใส่คุกสักทีอะไรทํานองนั้น ท่านก็พูด ฉะนั้นผมไม่รู้ จะทําอย่างไรครับ เพราะผมไม่ใช่นักกฎหมาย
เขียนเปึนหนังสือให้คนอ่านด้วยท่านประธาน
แล้วผมก็ขอเรียนนะครับ ผมว่า หยุดประท้วงเสียที แล้วผมจะพูดกับท่านเองนะครับ นั่งลงก่อนเถอะครับทุกท่านนะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ นั่งลงเถอะคุณสนอง ท่านครับ ถ้าท่านจะกรุณาถอนคําที่ท่านพูด เมื่อสักครู่นิดเดียวเท่านั้นนะครับว่าขอถอน
ถอนคําว่าอะไรครับ ผมไม่ได้พูดอย่างที่เขาพูดเลยนะครับ ไปเป่ดเทป (Tape) ดู
ถ้าท่านไม่ถอนผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร มีอย่างเดียวครับต้องใช้ข้อบังคับแล้วครับ
ไม่ได้นะครับ ผมพูดอะไรต้องบอกให้ผมพูดว่าถอนอะไรสิครับ ไม่อย่างนั้นผมจะถอน ตรงไหนล่ะครับ
มีอะไร หลายทีแล้วนะคุณอรรถพร
ท่านประธานรัฐสภาครับ ผม อรรถพร พลบุตร ส.ส. แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านได้วินิจฉัยโดยเด็ดขาดไปแล้ว ท่านต้องดําเนินการตามคําวินิจฉัย ท่านต้องเชิญผู้อาวุโสท่านนี้ออกจากห้องประชุม ถ้าไม่ออก ท่านต้องยกไปทั้งเก้าอี้ เหมือนที่ท่านถูกยกไปเข้าเรือนจํา ต้องอย่างนั้นเลยครับ อย่าให้กล่าวซ้ํา อย่าให้ระคายเคือง เบื้องยุคลบาทซ้ําแล้วซ้ําอีก ท่านกําลังจะใช้กุศโลบายตรงนี้กล่าว ยกออกทั้งเก้าอี้ครับ ท่านครับ
ผมก็กําลัง
จะทําแบบโจรหรือครับ
คุณสุนัยครับ ผมก็พยายาม คุณสุนัย สักนิดหน่อย
ท่านประธานครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ผมเองก็ได้กราบเรียนแล้วว่า เรื่องนี้จบแล้ว แล้วท่านมานิตย์ก็ยืนยันแล้วว่าท่านไม่ได้พูด การไม่ได้พูดก็คือไม่ต้องถอน เพราะมันเท่ากับถอนไปในตัว เพราะมันไม่มีอยู่แล้ว ดังนั้นผมคิดว่าตามกุศโลบายที่ท่านประธาน เปึนผู้ใหญ่แล้วดําเนินการเรื่องนี้ ผมคิดว่าทุกอย่างมันจะได้จบลงตรงนี้ ทุกอย่างก็จบ ดังนั้นถ้าใครรื้อฟุ๋นประเด็นนี้ขึ้นมาอีก ผมว่าไม่ควรครับ กราบขอบคุณครับ
มันจะไปกันใหญ่เรื่อง
ท่านประธานครับ ผมขอจบลงด้วยข้อความที่ว่า ถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่เปึน รัฐธรรมนูญ ไม่เปึนกฎหมายสูงสุดแล้วจะเอามาแก้ไขไม่ได้ครับ ขอบพระคุณครับ
คือเขาให้ท่านถอนนะครับ ท่านถอน ให้เขาสักนิดหนึ่งเถอะครับ ก็ขอถอนเท่านั้นพอแล้วครับ เชิญครับท่านเปึนผู้ใหญ่ครับ
ผมยังไม่ได้พูดเลยครับ ให้ถอนคําว่าอะไรครับ
เรื่องพระมหากษัตริย์ครับ ที่ท่านพูดว่า ไม่ทรงมีอํานาจอะไรต่าง ๆ ที่คุณ
ไม่ได้พูดครับ
ท่านเปึนผู้ใหญ่แล้วครับอภัยให้ท่าน สักคนเถอะครับ คุณเชนว่าอย่างไรว่ามา
ท่านประธานครับ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ พวกเราอยู่ที่นี่ ท่านประธานอยู่ที่นี่ เราได้ยิน และท่านประธานเข้าใจ ท่านถึงให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถอนคําอภิปราย ซึ่งพวกเรา เกรงว่าจะเปึนการที่ก้าวล่วง ละเมิด และจาบจ้วงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเรื่องนี้ ผมคิดว่าเราไม่ควรประนีประนอมทั้งสิ้น ท่านประธานครับท่านวินิจฉัยแล้วต้องถอน ถ้าไม่ถอนผู้อภิปรายต้องออกไปจากห้องประชุมแห่งนี้ ท่านประธานต้องใช้ข้อบังคับ การประชุมอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในเรื่องนี้ผมคิดว่าเราไม่ควรประนีประนอม โดยเด็ดขาดครับ
ผมวินิจฉัย ผมก็เรียนที่ประชุมแล้ว ท่านบอกว่าท่านไม่ได้พูด ความจริงท่านจะให้ถอดเทปคือทุกคนเขาก็ยินนะครับ เรื่องนี้ เปึนเรื่องละเอียดอ่อน ผมจึงอยากจะขอความกรุณาท่านมานิตย์ที่กระผมเคารพ ช่วยกรุณาพูดคําเดียวว่า ถอน เท่านั้นก็พอ ถ้าไม่พูดคําว่า ถอน ผมก็จําเปึนที่จะต้องใช้ ข้อบังคับแล้วครับ
ท่านประธานครับ คําไหนที่ถือว่าจาบจ้วงหรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คํานั้นผมถอน
ท่านถอนคําที่ท่านพูดว่า ถ้าจาบจ้วง ท่านถอนก็แค่นั้น ถือว่าท่านถอนแล้ว ท่านยอมรับแล้วว่าอันไหนที่จาบจ้วงก็ขอถอน ก็จบแล้วนะครับ จบแล้ว มีอะไรอีก
ในบันทึก การประชุมไม่ได้มีคําว่า จาบจ้วง ต้องถอนคําพูดตามที่มีบันทึกรายงานการประชุม ถ้าไม่ได้พูด ในบันทึกการประชุมก็ต้องไม่มี มันเสียหายทั้งสภานะครับท่าน จะมาเลี่ยงบาลีแบบนี้ ใช้คําว่า คําไหนผมจาบจ้วง มันต้องใช้คําที่เขาพูดจาบจ้วงเลยครับ ถอนคํานั้นครับ ถ้าเขา จําไม่ได้ผมไม่เชื่อหรอกครับ ถ้าตราบใดเขายังเปึนคน เขาพูดอะไรเขาต้องจําได้ครับ แค่นี้ละครับ
ท่านพูดอีกสักทีให้เขาเข้าใจก็แล้วกัน ท่านเปึนผู้ใหญ่ เชิญท่านมานิตย์ครับ
ท่านประธานจะให้ผมพูดว่าอะไรครับ เปึนการอธิบายข้อความและตีความในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ ทั้งเขียน ทั้งพูดไว้ ไปอ่านช้า ๆ แล้วจะเข้าใจ
คือถ้าท่านไม่ถอนกระผมก็ขอความกรุณา ท่านกรุณาออกจากห้องประชุมชั่วคราวก่อนก็แล้วกัน ผมก็ถือว่าต้องขอความกรุณานะครับ
ถ้าท่านประธานขอร้องผมยินดีครับ
ผมขอร้องครับ คือประธานคนนี้ ขอทุกคนนะครับ ขอให้อยู่ในความสงบแล้วประชุมไปด้วยความเรียบร้อย ต่อไปท่านสุพจน์ เลือดประถม
ท่านประธานครับ นามสกุลผม เลียดประถม ครับ ท่านประธานอ่านผิดหลายครั้งแล้วครับ
เลียดประถม ขออภัยครับ ท่านสุพจน์ เลียดประถม ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุพจน์ เลียดประถม
ท่านประธานครับ ต้องให้เขาออกไปก่อนครับ ถึงจะดําเนินการประชุมต่อไป
ท่านกําลังเตรียมที่จะออกไปแล้วครับ เอากันถึงขนาดนั้นหรือ ท่านมานิตย์ครับ ก็ให้ท่านออกจากห้องประชุมก็ชั่วคราวครับ เชิญออกไปก่อนครับ คุณสมคิดผมยังให้ออกไปเลยเดี๋ยวจะหาว่าผมลําเอียงครับ นี่ก็จะออกไปทั้ง ๒ คนเลย เชิญท่านสุพจน์ เลียดประถม ๘ นาที
ขอบคุณท่านประธานครับ กระผม นายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราด ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอใช้สิทธิอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมทั้ง ๔ ร่าง ที่มีการเสนอเข้าสู่สภาแห่งนี้ ก็คงเปึนประเด็นที่มีความสงสัยอยู่ว่าเหตุผลใดถึงมีการเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาในรัฐสภาในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของสมัยสามัญนิติบัญญัติแห่งนี้ ผมเองก็ได้ทราบเหมือนกับสมาชิกรัฐสภาท่านอื่น ๆ ว่าในอดีตมีการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการสมานฉันท์ทั้ง ๖ ประเด็นมาก่อนหน้านี้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามวันนี้เอง รัฐบาลก็ได้นําเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๒ ประเด็นหลัก ๆ ผมเองมองว่าการนําเสนอร่าง เข้ามาทั้ง ๒ ฉบับ รวมทั้งของฝัืง ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้สามารถแก้ไขปัญหา ของประเทศได้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าที่ผ่าน ๆ มาเรากําลังมองรัฐธรรมนูญ เปึนเหมือนยาวิเศษที่สามารถแก้ไขปัญหาการเมืองการปกครองของทั้งประเทศได้ พยายาม ผลักดันและดิ้นรนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าเราใช้รัฐธรรมนูญมาแล้ว ถึง ๑๗ ฉบับ ผมว่าประเด็นนี้มันอยู่ที่คนที่นํารัฐธรรมนูญไปบังคับใช้มากกว่าจะเปึน ตัวบทบัญญัติเอง เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาดีเลิศอย่างไรก็ตาม ถ้าเรายังมีการทุจริต คอร์รัปชัน ทุจริตคอร์รัปชันสําหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง ปัญหาต่าง ๆ ในบ้านเมืองก็ยังคงมีอยู่ แต่อย่างไร ก็ตามผมเองก็ยังมีความชื่นชมอยู่ว่าวันนี้รัฐบาลได้ผลักดันร่างแก้ไขนี้เข้ามา ก็ได้ให้ สภานี้ได้มีโอกาสทําหน้าที่ดีกว่าที่เปึนการเมืองนอกสภานะครับ ประเด็นต่าง ๆ ที่ได้นําเสนอเข้ามา ผมจะขออนุญาตอภิปราย ๒ ประเด็นหลักก็คือ
เรื่องเขตการเลือกตั้ง ประเด็นเรื่องเขตใหญ่เรียงเบอร์กับประเด็นเรื่อง เขตเดียวเบอร์เดียว ผมเองมองปัญหาของประเทศชาติตอนนี้ก็คือปัญหาเรื่องการทุจริต คอร์รัปชันซึ่งมีอยู่มากมาย และนับวันยิ่งมากทับทวีคูณขึ้นมา เราคงได้ยินการทุจริตคอร์รัปชัน ในสมัยอดีตว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์ คนทุจริตคอร์รัปชันอาจจะเหนียมอายต่อมา ก็เปึน ๓ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาก็เปึน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาก็ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้น ตอนนี้ปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เปึนเรื่องปกติในสังคมไทย หลาย ๆ การสํารวจคะแนนความนิยมก็มองว่าทุจริตคอร์รัปชัน ได้บ้างไม่เปึนไร ขอให้ทํางานให้ประเทศชาติก็แล้วกัน มันเปึนค่านิยมอย่างหนึ่งเสียแล้วครับ ท่านประธาน ผมอยากจะเรียนถามกับท่านที่พูดในสิ่งเหล่านี้ว่าท่านกล้าจ้างคนเหล่านี้ ไปเปึนผู้บริหารในบริษัทของท่านไหมว่าโกงได้บ้าง ขอให้ทํางานก็แล้วกัน คนเหล่านี้ ท่านกล้าจ้างไปทํางานให้ท่านไหมครับ ซึ่งคงไม่มีใครยอมรับ ผมเองมีประเด็นก็คือ การเลือกตั้ง ถ้าเปึนเขตเล็กผมเชื่อว่าการทุจริตเรื่องการซื้อเสียงสูงมาก แล้วจะมีการสู้กัน อย่างเอาเปึนเอาตาย ตอนนี้การซื้อเสียงไม่ได้อยู่เฉพาะในการเมืองระดับชาติ ส.ส. ส.ว. นี้ การเมืองท้องถิ่นน่ากลัวมากครับ เขตเล็ก ๆ มีประชาชนประมาณสัก ๓,๐๐๐ เสียง ๕,๐๐๐ เสียง ปรากฏว่าซื้อเสียงตอนนี้ประมาณสัก ๓,๐๐๐ บาทต่อเสียง ใช้เงินกัน ๓๐-๔๐ ล้านบาท ล้มละลายไม่เปึนไรขอให้ชนะอย่างเดียว ยิ่งถ้าทําเขตเล็กเท่าไร ตามร่างที่เสนอมา ประเด็นเรื่องซื้อสิทธิขายเสียงต้องมีอย่างมากหรืออย่างแน่นอนด้วย ผมยังมองเห็นว่าร่างเดิมของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญฉบับเดิมผมมองว่า ยังมีข้อดีกว่า การซื้อสิทธิขายเสียงก็ทําได้ยาก ไม่ใช่ไม่มีนะ มี แต่จะทําได้ยาก ยากกว่า เขตเล็ก ๆ แล้วคนที่จะซื้อก็ต้องจ่ายเงินมากนะครับ ซึ่งผมมองว่ารัฐบาลนําร่างนี้เข้ามา ไม่ได้แก้ไขปัญหาของประเทศชาติ เปึนการแก้ไขปัญหาของนักการเมืองมากกว่า
เนื่องจากระยะเวลาที่ค่อนข้างจํากัด ผมขอไปประเด็นเรื่องมาตรา ๑๙๐ ประเด็นเรื่องมาตรา ๑๙๐ กระผมมองเห็นว่ารัฐบาลเองก็ไม่ได้มีความจําเปึนเลยที่จะต้อง เสนอร่างนี้เข้ามา เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในวรรคห้าก็มีกําหนดไว้แล้วว่า ผมขออนุญาตอ่านนิดเดียวครับท่านประธาน ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอน และวิธีการจัดทําหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคม ของประเทศอย่างกว้างขวาง เมื่อเปรียบเทียบกับร่างที่รัฐบาลเสนอเข้ามานะครับ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดประเภท กรอบเจรจา จะเห็นว่าโดยเนื้อหาหลักก็จะเพิ่ม เปึนตัวอักษรไม่กี่ตัวเท่านั้นเอง วันนี้เราทําเรื่องใหญ่แก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมมองว่า น่าจะเปึนการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติแก้ไขปัญหาของประชาชน เรากลับไปแก้ เรื่องเขตเลือกตั้ง กลับไปแก้ในสิ่งที่รัฐธรรมนูญเองก็ได้มีบทบัญญัติไว้แล้ว แล้วตลอด ระยะเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีการผลักดันทําเรื่องเหล่านี้อย่างเต็มที่หรือจริงจัง ซึ่งก็เปึน ปัญหาอย่างแน่นอนครับ การที่รัฐสภาต้องพิจารณาทุกเรื่อง คนที่จะ นํากรอบการเจรจาต่าง ๆ ไปเจรจากับต่างประเทศไม่กล้าครับท่าน ทําเกินดีกว่าทําขาดเพราะฉะนั้นทุกท่าน ก็นําเสนอสู่สภาหมด ท่านมองดูวาระยังมีเยอะแยะมาก แล้วเราก็มีปัญหาองค์ประชุมอีก เพราะฉะนั้นเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ จริง ๆ แล้วมันมีบัญญัติ อยู่ในรัฐธรรมนูญแล้ว วันนี้ท่านเสนอเข้ามาตั้ง ๒ เรื่องนี่ครับผมก็ยังย้ําว่าไม่ได้แก้ปัญหา ของประเทศ ซึ่งโดยส่วนตัวผมอยากให้ท่านเร่งผลักดันเรื่องกฎหมายลูกมากกว่า ซึ่งจะได้ กําหนดขั้นตอนและวิธีการในการที่จะปฏิบัติในมาตรา ๑๙๐ สภาแห่งนี้จะได้ปฏิบัติ ได้ถูก คนที่นําเสนอเขาจะนําเสนอได้ถูกต้อง ไม่ต้องมาเสนอทุกเรื่องแล้วก็เปึนที่ถกเถียงกัน ในสภาแห่งนี้ว่าเรื่องเหล่านี้แท้จริงแล้วไม่น่าจะนําเข้าสู่สภา ก็ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณอรรถพร พลบุตร ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วนจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสได้อภิปรายในวาระการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องด้วยเวลาที่จํากัดผมเองคงจะไม่ลงไปในรายละเอียดของมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ และมาตรา ๑๙๐ เพราะแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์นั้นมีความชัดเจนอยู่แล้ว อย่างไร ก็ตามในความรู้สึกส่วนตัวเราก็ยังเห็นข้อดี ๒-๓ ประการนั่นก็คือการทําให้พวกเราได้มี โอกาสทํางานใกล้ชิดพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น พี่น้องประชาชนจะมีโอกาสได้รับประโยชน์ จากคนที่เปึนผู้แทนราษฎรซึ่งก็มาจากชาวบ้านมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศก็ได้เกิดความรู้สึกว่าเขาก็มีความเท่าเทียมในเรื่องสิทธิการเลือกตั้ง ๑ เสียง ๑ คน อย่างไรก็ตามท่านประธานครับตลอดเวลาการอภิปรายตั้งแต่เช้ามีทัศนะมุมมองที่แตกต่าง หลากหลายออกไป แต่มี ๒-๓ เรื่องที่ผมฟังแล้วผมเกิดความไม่ค่อยสบายใจแล้วอยากจะนํามา อภิปรายประกอบการพิจารณาแก้ไข
ประการแรก เมื่อเช้าได้มี ส.ส. อาวุโสบางท่านได้กล่าวว่ามีข่าวบอกว่า จะมีการทุ่มเงินจํานวนมหาศาลที่จะมาซื้อพวกเรานี่ครับ เพื่อให้ลงคะแนนเห็นชอบ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๒ ประเด็นนี้ ท่านบอกว่าท่านได้ยินข่าวมา ผมเชื่อว่าข่าวนี้ สร้างความเสียหาย ผมเชื่อโดยสุจริตว่าพวกเราไม่มีใครซื้อได้ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีใครซื้อได้ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีใครซื้อได้ ส.ว. ไม่มีใครซื้อได้ เรามีเกียรติยศ เรามีศักดิ์ศรี เราไม่ขายตัวไม่ขายวิญญาณ ใครจะเคยขายตัวใครจะเคยมีประสบการณ์ ทางตรงอย่างไรก็เปึนประสบการณ์ของแต่ละคน และขณะเดียวกันเมื่อตัวของเราไม่ขาย สิ่งที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านั้นคือความเปึนชาติ เราก็ไม่ขายชาติครับ
ท่านประธานที่เคารพ อีกประเด็นหนึ่งซึ่งภายหลังได้มีการพูดจาหลายครั้ง และลึกลงไปทุกทีทั้งในสภาแห่งนี้เมื่อเช้าและนอกสภา ก็คือประเด็นความเคลือบแคลง ในกระบวนการยุติธรรม ในศาลยุติธรรมไม่ว่าจะเปึนศาลปกครอง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกาว่าด้วยผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือศาลสถาบันอื่น ๆ ช่วงหลังคําพูดให้เกิด ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเหล่านี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ในสภาแห่งนี้มีการพูดกัน ท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายได้ยิน ผมว่าสิ่งเหล่านี้เปึนอันตรายเปึนอย่างยิ่ง ผมมีความเชื่อ อย่างสุจริตเหมือนที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศเชื่อว่าศาลหรือผู้พิพากษา ที่พิพากษาตามพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเชื่อถือได้ มั่นใจได้ ในความบริสุทธิ์ยุติธรรม ถ้าหวังในศาลไม่ได้ก็ไม่ต้องคิดหวังสถาบันไหนอีกแล้ว ในประเทศนี้ อาจจะมีข้อพิศวงสงสัยในบางประเด็น ก็ต้องมีกระบวนการพิสูจน์ เอาข้อเท็จจริงให้ปรากฏ แต่จะเอาเรื่องราวเหล่านั้นอย่างเปึนกระบวนการเพื่อมาทําลาย สถาบันตรงนี้ทําไม่ได้ ถ้าสถาบันหลัก ๆ ของประเทศแห่งนี้ยืนหยัดเปึนหลักอยู่ไม่ได้ ก็สิ้นชาติครับ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมไม่สบายใจ ผมไม่ค่อยสบายใจกับตรรกเหตุและผล ที่ได้กล่าวประณามอยู่ตลอดเวลาว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งก็ต้องยอมรับความเปึนจริงว่า ก็ก่อเกิดมาจากการรัฐประหาร เมื่อป้ ๒๕๔๙ เปึนรัฐธรรมนูญโจร เปึนรัฐธรรมนูญซึ่งอยู่ไม่ได้เลย เมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่กันไม่ได้ ประเทศชาติจะล่มสลาย เพราะรัฐธรรมนูญตรงนี้ ผมว่าตรรกศาสตร์ ตรงนี้ใช้ไม่ได้ครับ แน่นอนครับการปฏิวัติ รัฐประหารที่เกิดขึ้นในป้ ๒๕๔๙ ไม่เปึนที่พึงปรารถนา ของเรา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เกิดจากการปฏิวัติมันจะเลวร้ายไปในทุกมิติทุกแง่ ทุกมุม รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีหลายแง่หลายมุม ซึ่งก็เปึนประโยชน์ และรัฐบาลก่อนหน้านี้ ๒ รัฐบาลก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมไม่เคยได้ยินคําว่า รัฐธรรมนูญโจร ปรากฏ แม้แต่ประโยคเดียว ถ้าท่านใช้ตรรกศาสตร์ตรงนี้ ลูกของโจรไม่มีสิทธิ์เปึนตํารวจสิครับ ลูกของอดีตนายกรัฐมนตรีที่โกงชาติโกงบ้านโกงเมืองก็ไม่มีโอกาสเปึนคนดีกับเขาสิครับ ตรรกศาสตร์อันนี้ใช้ไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องยอมรับความเปึนจริงก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งที่ประเทศไทยเคยมีมา ตรงนี้เปึนความเปึนจริง ที่ปฏิเสธไม่ได้ จะไม่ดีที่สุดได้อย่างไร รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เกิดจากการสูญเสียเลือดเนื้อ ของพี่น้องประชาชนที่รักชาติ รักประชาธิปไตยในพุทธศักราช ๒๕๓๕ ในเหตุการณ์ที่เรา เรียกกันว่า พฤษภาประชาธรรม ผมเองและสมาชิกหลายฝ์ายในที่นี้ก็อยู่ในเหตุการณ์ สูญเสียเลือดเนื้อกันมาทั้งนั้นครับ วันนี้บางคนยังตามหาศพกลับบ้านไม่เจอ ด้วยความรู้สึก ที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนที่จะต่อสู้กับอํานาจเผด็จการ อํานาจนอกระบบ ก็คือเกิดการร่างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดเท่าที่จะทําได้ เปึนรัฐธรรมนูญแห่งอุดมคติของ ความเปึนนักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อย่างน้อย ๓ ประเด็นที่เราเห็นเปึนจุดเด่น ของรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ นั่นก็คือ
อันแรก คือเปึนรัฐธรรมนูญซึ่งให้อํานาจภาคพลเมือง ให้อํานาจการมี ส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนคนไทย อย่างที่รัฐธรรมนูญก่อนหน้านั้น ๑๕ ฉบับไม่เคย ให้อํานาจอย่างนี้มาก่อน ให้อํานาจพรรคการเมืองได้มีความเข้มแข็ง ได้สามารถควบคุม สมาชิกของพรรคให้เกิดความเปึนเอกภาพ มีการจัดตั้งองค์กรอิสระหลายองค์กร เพื่อควบคุมให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมเช่น กกต. มีองค์กรอิสระหลายองค์กร ซึ่งทําให้ ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการบริหารประเทศมากยิ่งขึ้น และที่สําคัญ หลายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้ทําให้รัฐบาลเกิดความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว เด็ดขาด ด้วยข้อกําหนดของหลายมาตราที่ทําให้การตรวจสอบของฝ์ายค้านทําได้ยาก มากยิ่งขึ้น เจตนารมณ์ ๓ ข้อ ตรงนี้เปึนสิ่งซึ่งถือว่าเปึนคุณอันวิเศษของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่คนที่ร่างอยู่ในโลกแห่งอุดมคติครับ แต่ในโลกแห่งความเปึนจริง โลกการเมือง มันมีทุนสามานย์ครับ และทุนสามานย์ตรงนี้แหละที่ได้ใช้จุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาทําลาย ๓ ข้อที่เปึนจุดเด่นเปึนพลานุภาพของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ โดยย่อยยับ โดยสิ้นเชิง กกต. เปึนอย่างไรละครับ จะติดคุกอยู่ไม่กี่วันนี้นะครับ หน่วยงานที่จะต้อง ดําเนินการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม ดําเนินการเลือกตั้งเปึนอย่างไร ควบรวมพรรค การเมือง ๓-๔ พรรค ฝ์ายค้านก็หมดสิทธิตรวจสอบแล้วครับ ไหนล่ะอํานาจการตรวจสอบ ของประชาชนที่เปึนเจตนารมณ์อันแท้จริงของรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ องค์กรอิสระล่ะครับ มีคณะกรรมการสรรหาแต่วุฒิสมาชิกเปึนคนเลือก สมาชิกวุฒิสภาในยุคนั้นเมื่อถูกแทรกแซง เราก็เกิดองค์กรอิสระซึ่งเปึนที่พิศวงสงสัยของคนในสังคม แล้วที่มาก็เกิดคดียึดทรัพย์ ก็เกิดความล่มสลาย เกิดความขัดแย้งแตกแยก จนกระทั่งหน้าสภาวันนี้ครับ ฉะนั้น ผมเสียดายว่าเสียงที่เราชื่นชมรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ดังอยู่ตลอดวันในวันนี้วันนั้นทําไม ไม่ช่วยกันรักษาละครับ ถ้าเราชื่นชมรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ด้วยเจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ อุดมคติของความเปึนนักประชาธิปไตย วันนั้นทําไมไม่ช่วยกันรักษาละครับทําไมปล่อยให้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกทําลายอย่างย่อยยับต่อหน้าต่อตาละครับ ผมจะบอกให้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้ล่มสลายถูกฉีกไปเพราะการปฏิวัติเมื่อป้ ๒๕๔๙ หรอกครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ตายก่อนหน้านั้นไปนานแล้วครับในมือของใครบางคนบางกลุ่ม ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ถ้าเรายึดหลักเคารพเจตนารมณ์ของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง การมีส่วน ร่วมของภาคประชาชนอย่างแท้จริง เราก็ต้องช่วยกันสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเมือง ให้ต่อสู้กับอํานาจนอกระบบได้ ร่างแก้ไขของ คปพร. น่าสนใจครับมีหลายประเด็นที่น่าสนใจ แล้วผมเชื่อว่าถ้ามีเหตุมีผลสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ก็มีอิสรภาพเพียงพอที่จะร่วมสนับสนุน หรือร่วมวิพากษ์วิจารณ์ แต่อย่างน้อยผมขอเถอะครับ อย่างน้อยถ้าเราเชื่อว่าป้ ๒๕๔๐ ดีจริง เรายกป้ ๒๕๔๐ มาทั้งฉบับเปึนร่างแก้ไข คปพร. แล้วตัดบางมาตราออกไป อย่าตัดมาตรา ๓๑๔ ที่รองรับ การดํารงอยู่ขององคมนตรี อย่าตัดมาตรานี้ออกไปเพราะมาตรานี้จะทําให้พี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศเคลือบแคลงว่าล่วงละเมิดพระราชอํานาจหรือไม่ ผมขอเถอะครับ ตัดตรงนี้ออกไป และในที่สุดเราก็จะมาร่วมกันหาทางออกสําหรับรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ของพี่น้องประชาชน และสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเมืองไม่ให้ถูกอํานาจนอกระบบ ซึ่งเราก็รังเกียจเดียดฉันท์ได้เข้ามาครอบงําและล้มล้างประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๕ นาที
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สมาชิกแห่งรัฐสภา ท่านประธานครับ ในเรื่องของการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งเสนอเข้ามาทั้งหมด ๔ ร่าง ผมเองคงขออนุญาตร่วมแสดง ความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับว่าการที่จะหยิบยกประเด็น ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละครั้งนั้นคงใช้เวลาไม่ใช่ชั่วประเดี๋ยวประด๋าว การเปลี่ยนแปลงการใช้รัฐธรรมนูญนั้นเกิดขึ้นเมื่อป้ ๒๔๗๕ แล้วก็ใช้กันมาฉบับนี้เปึน ฉบับที่ ๑๘ หลายครั้งครับที่เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยการทํารัฐประหาร บอกได้เลยว่า รัฐประหารในประเทศไทยนั้นเกิดขึ้นถึง ๒๓ ครั้ง ที่เรียกว่าสําเร็จจริง ๆ นั้นมี ๑๑ ครั้ง นอกนั้นเปึนการกระทําแล้วไม่สําเร็จเรียกว่ากบฏ ท่านประธานครับ วันนี้เพื่อนสมาชิกเอง ส่วนหนึ่งนั้นก็คงมีความเห็นในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งบอกได้เลยว่ารัฐธรรมนูญ นั้นไม่ใช่เปึนสิ่งที่จะทําให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้าได้ แต่สิ่งหนึ่งเราต้องยอมรับว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ ณ วันนี้นั้นมันไม่ใช่รัฐธรรมนูญซึ่งเกิดตามระบอบประชาธิปไตย เพื่อนสมาชิกหลายคนพยายามที่จะบอกกล่าวว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จําเปึนต้องถูกทําลายล้าง ในป้ ๒๕๔๐ คือฉบับที่ผ่านมา เนื่องมาจากว่าเหตุผลจริง ๆ แล้วเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ได้เกิดการยึดอํานาจขึ้นมา และประกาศออกมาว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นี่ประชาชน เสื่อมศรัทธาและการบริหารราชการแผ่นดินไร้ประสิทธิภาพในการควบคุมการบริหาร ราชการแผ่นดิน และตรวจสอบการใช้งานของรัฐ มีการทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้น อย่างกว้างขวาง จนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขึ้น ท่านประธานครับ ทุกครั้ง ที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฝ์ายที่มีกําลังก็คือฝ์ายทหาร ประชาชนทําการปฏิวัติไม่ได้หรอกครับ ฝ์ายการเมืองเองด้วยซ้ําที่มาจากประชาชน ๑๘ ฉบับที่มีการเปลี่ยนแปลงล้วนแล้วแต่ มีที่มาที่ไป แม้กระทั่งครั้งนี้ที่มีการเสนอหยิบยกประเด็นที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๔ ฉบับ ที่กล่าวถึง ผมคิดว่าประเทศไทยคงหาช่องทางที่จะเดินต่อไปคงยากครับ เพราะข้างนอกเอง ก็มีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงที่ยังไม่มาชุมนุมก็เปึนพี่น้องประชาชน คนไทยที่ไม่เห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังนั้นรัฐธรรมนูญที่มาจากฉบับประชาชน คือรัฐธรรมนูญที่ร่างโดย สสร. เมื่อป้ ๒๕๓๙ ท่านประธานครับ ที่ร่างขึ้นมาและประกาศ ใช้ไปนี่ ๒๔๐ วัน ฉบับนั้น ป้ ๒๕๔๐ ที่ใช้กันมานั่นละครับเปึนฉบับที่ประชาชนมีส่วนร่วม มากที่สุด แต่วันนี้ไม่มีใครกล่าวถึงครับ เพราะพยายามที่จะบิดเบือน พยายามที่จะ บอกกล่าวว่า ฉบับที่ใช้ไปป้ ๒๕๔๐ นั้นมีหลายเหตุที่ต้องมีการฉีกทิ้งหรือทํารัฐประหาร โดยเฉพาะ รัฐบาลชุดนี้ ที่ผมพูดอย่างนี้เนื่องจากว่าวันนี้ก่อนที่จะมีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๔ ฉบับ ท่านนายกรัฐมนตรีเองได้บอกกล่าวว่าจะมีการโหวตไม่รับรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ท่านประธานครับยังไม่ทันอะไรก็มีมติออกมาแล้ว แล้วการพิจารณา อย่างนี้ฝ์ายค้านซึ่งเปึนพวกพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการเสนอร่างของประชาชน ในฉบับ ป้ ๒๕๔๐ แต่ยังไม่มีการพิจารณาใด ๆ เพิ่งจะเอามาพูดกัน เขาบอกว่าไม่รับ ไม่รับฝ์ายนี้ก็บอกว่าถ้าไม่รับเราก็จะวอล์กเอาท์ แล้วท่านประธานคิดว่ามันจะเดินได้ หรือเปล่า การพิจารณาวันนี้ อีก ๒ วัน วันที่ ๓ คือวันพฤหัสบดีจะลงมติ ท่านประธาน ลองนึกสภาพดูสิครับว่าบ้านเมืองจะเดินได้ไหม ถ้าเดินไม่ได้ผมเองในฐานะสมาชิกรัฐสภา แห่งนี้คงจะต้องมาช่วยกันแก้ไข แต่ผมถามใจท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านเองเคยดํารงตําแหน่งผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ คําพูดของท่าน แต่ละวรรค แต่ละตอนแต่ละครั้ง ท่านพูดไว้แล้วก็มีการบันทึกในสภาแห่งนี้ แต่ผมยังชื่นชม อดีตผู้นําคืออดีตนายกรัฐมนตรี สมัย ท่านชวน หลีกภัย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพูดไว้ เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๓ ท่านบอกว่าเราเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย การเมือง มันอยู่ในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งเปึนสิ่งสําคัญ พรรคประชาธิปัตย์บอกว่า อยู่คู่กับการต่อต้านเผด็จการ แล้วบอกได้เลยครับว่าสิ่งที่ผ่านมาผมเชื่อ เพราะผมเอง ก็เคยเปึนสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ แต่วันนี้มันเปลี่ยนไปครับท่านประธาน สิ่งที่ คุณชวนทําในอดีตนั้นเขาวางบรรทัดฐานไว้ครับ เลือกตั้งมา เปึนหัวหน้าพรรคคนที่ ๕ ได้ เปึนนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๓๕ เปึนนายกรัฐมนตรี คนที่ ๒๐ ของประเทศไทย แล้วก็ต่อสู้ทางการเมืองมา เห็นไม่ดีก็ยุบสภาปล่อยให้เปึนทางออก ของประชาชน จึงเกิดชวน ๑ ชวน ๒ มีหลายครั้งครับพรรคร่วมรัฐบาลเปลี่ยนแปลง พรรคความหวังใหม่ในอดีตบอกว่าโหวตไม่รับกฎหมายของรัฐบาล ต้องเสนอเอาตัว ออกจากการร่วมรัฐบาล แต่วันนี้อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์เองเปลี่ยนไปหรือเปล่า ผมมองเห็นว่าวันนี้ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองเคยพูดไว้ในสภาแห่งนี้ เคยบอกกล่าวว่า อาทิเช่น การเมืองในวิถีประชาธิปไตยไม่มีที่ไหนในโลกที่ประชาชนถูกทําร้ายจากภาครัฐ แล้วรัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่แสดงความรับผิดชอบ นี่คือคําพูดอันหนึ่ง หรือแม้กระทั่ง ผมไม่นึกไม่ฝันว่าเรามีรัฐที่ได้ทําร้ายประชาชนถึงขั้นเสียชีวิตบาดเจ็บสาหัสแล้วยังอยู่ได้ หรือแม้กระทั่งแล้วเรายังมีรัฐที่พยายามยัดเยียดความผิดกลับไปให้ประชาชนอีก เปึนพฤติกรรม ที่รับไม่ได้ คําพูดแต่ละคําพูดเปึนคําพูดของผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในอดีตคือ ตัวท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ครับท่านประธาน หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับสภาแห่งนี้ ต้องกลับไปทบทวนครับ ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านทํามาตรฐานที่ผิดแผกแตกต่างกัน ในลักษณะเดียวกันในช่วงเวลาไม่กี่ป้ จากการเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วมาเปึนรัฐบาลท่านทําผิดครับ ที่ผมบอกว่าท่านทําผิดเพราะท่านเปึนผู้นํารัฐบาล ท่านต้องยึดถือหลักการทุกอย่าง แม้กระทั่งในอดีตท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน เสียง ๑๒๓ ต่อ ๑๒๕ แพ้พรรคความหวังใหม่ ก็ยังปล่อยให้พรรคความหวังใหม่ไปจัดตั้งรัฐบาล โดยบอกว่าถ้ามีเสียงข้างมากก็ต้องให้เขาทํา แต่คราวที่ผ่านมาการจัดตั้งรัฐบาลดูเหมือน จะผิดไป ผมจึงมองว่าตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองต้องกลับมาคิดแล้วก็ถามตัวเองว่า ถ้าท่านอยากจะให้ประเทศของเรานั้นเดินต่อไปข้างหน้าท่านต้องวางแนวเสียใหม่ วันนี้ถ้าเกิด มีการหยิบยกรัฐธรรมนูญ ๔ ฉบับที่ยื่นร่างตรงนี้เข้ามาพูดนี่นะครับ ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่เอามาจากประชาชน ท่านเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาแก้ ๒ ประเด็น อีกฉบับหนึ่งแก้ ๔ ประเด็น อีกฉบับหนึ่งก็แก้ ๖ ประเด็น แต่ละส่วนแต่ละประเด็นมันก็ ไม่ได้โยงยึดไปทั้งหมดหรอกครับท่านประธาน เหมือนกับที่เขาบอกว่าคนนี่นะครับ ถ้าจะ ให้อาชญากรแก้กฎหมายอาญาได้หรือไม่ หรือจะให้นักเลือกตั้งแก้ไขการทุจริตซื้อเสียงได้ หรือไม่ หรือจะให้มิจฉาทิฐิแก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ วันนี้เรามีมิจฉาทิฐิหรือเปล่าครับ หรือมีความคิดในเรื่องของการทํารัฐธรรมนูญที่มีความตั้งใจที่อยากจะให้รัฐธรรมนูญนั้น เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีต่อประชาชนหรือเปล่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ประชาชนได้อะไรกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ปัญหาความทุกข์ยาก เรื่องเศรษฐกิจซึ่งวันนี้มันโตจริงหรือเปล่า ประชาชนเดือดร้อนเรื่องน้ําท่วมทุจริตเต็มไปหมด ประชาชนบอกกล่าวว่า ๘๙.๑ เปอร์เซ็นต์ เห็นว่าการทุจริตของรัฐบาลชุดนี้สูงมาก แม้กระทั่งการจัดอันดับประเทศของโลก ประเทศไทย ถอยหลังลงมาตลอด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านนายกรัฐมนตรีเองอาจจะมองข้ามประเด็น เหล่านี้ไปหรือเปล่า แต่สภาแห่งนี้กําลังถกเถียงกันว่า มาตรา ๑๙๐ มาตรา ๓๐๙ ควรจะ เอามาเปึนประเด็นหรือเปล่า มาตรา ๒๓๗ ควรจะพูดถึงหรือเปล่า การแบ่งเขตใหญ่เขตเล็ก จะดีหรือเปล่า ผมมองไม่เห็นประโยชน์เลยครับท่านประธาน วันนี้มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บังเอิญลูกสาวผมเรียนอยู่ที่นั่น ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เขายังไม่รู้เลยว่ามีการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ นักศึกษาวันนี้ยังไม่รู้เรื่องประชาธิปไตย เลยว่าจะมีการแก้ไข นับประสาอะไรประชาชนอย่างดีก็มีคอการเมืองที่เขาฟังแล้วบอกว่า ตอนที่รัฐมนตรีเฉลิมพูดมีการตัดภาพไป กีฬาก็เปึนเรื่องสําคัญครับ แต่เรื่องรัฐธรรมนูญ อันไหนสําคัญกว่า ถ้าท่านบอกว่าประเทศไทยนั้นเดินโดยระบอบประชาธิปไตยนี่ละครับ เรากําลังทําประชาธิปไตย เราไปดูถูกประเทศเพื่อนบ้าน เขมรวันนี้ประชาธิปไตยเข้มแข็ง หรือเปล่า มีการเลือกตั้งหรือเปล่า ประเทศพม่าเลือกตั้งไปเพิ่งจะปล่อยอองซาน ซูจี ออกมา เราก็ไปชื่นชมบอกว่าอองซาน ซูจี นั้นเปึนรากฐานของประชาธิปไตย แต่ประเทศไทยละครับ หลายคนพยายามพูดถึงฝ์ายทหารว่าไม่จําเปึนไม่ออกมาปฏิวัติ ผมกําลังบอกกล่าวว่า ทหารออกมาปฏิวัตินั้นผิด เพราะการกล่าวอ้างที่เขียนไปที่ผมอ่านให้ฟังนี่ท่านประธาน มีการคอร์รัปชัน รัฐบาลไม่อยู่ในอํานาจ ประชาชนไม่เลื่อมใสรัฐบาลเสื่อมศรัทธา เขียนไว้ครับ เวลาจะทําปฏิวัติ ดีครับสําเร็จ ถ้าไม่สําเร็จเปึนกบฏ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญกว่าจะ แก้ไขใช้เวลานาน แต่วันนี้เรากําลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยไม่มีประชามติเหมือนกับในอดีต ที่ตัวท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดไว้ว่าถ้าจะฟังเสียงประชาชนก็ต้องเป่ดกว้างให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยมีจุดมุ่งหมายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึน ประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เพราะรัฐธรรมนูญที่บังคับใช้ย่อมมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เอื้อประโยชน์ให้กับฝ์ายใดฝ์ายหนึ่ง สําหรับขั้นตอนในการดําเนินงานนั้นเห็นว่าต้องทําประชามติในส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์วันนี้กลับบอกกล่าวว่าเอาคณะกรรมการ ๓ ชุดที่ท่านตั้งเอาไปเปึนตัวตั้ง ซึ่งไม่มีใคร เขาทํากันหรอกครับ ท่านไม่เคยถามสภาเลยว่าสภาคิดเห็นอย่างไร แม้กระทั่งตัวท่าน ประธานชัยเองขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประธานเองใช้อํานาจของประธานหยิบยก คณะกรรมการขึ้นมาโดยมีท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธานคณะกรรมการในการหยิบยก ร่างรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตเอ่ยนาม ๖ ประเด็นเสนอเข้ามาสภามีการถกเถียงกัน แต่ไม่มี การพูดคุยกันต่อ หรือแม้กระทั่งท่านประธานอ้างว่าส่งให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปดูต่อ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เหมือนเล่นปาหี่กัน วันนี้ก็จะเปึนปาหี่อีกโรงหนึ่งที่เปึนการกระทําของ รัฐสภาแห่งนี้ต่อหน้าสาธารณชนทั่วประเทศ เพราะร่างรัฐธรรมนูญที่จะเสนอเข้ามา ๔ ฉบับนั้น ผมประกันได้ครับว่าไม่มีการแก้ไขแน่นอน ถึงแม้ว่าสภาจะเห็นชอบแล้ว มีการตั้งคณะกรรมาธิการ แต่ฝ์ายผมขอเรียนท่านประธานว่าในเมื่อท่านตั้งธงมาว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนนั้นท่านไม่รับหลักการ แล้วเราจะไปเห็นชอบด้วย กับท่านได้อย่างไรในการให้ความร่วมมือ
ท่านประธานครับผมเองคงไม่ใช้เวลามาก แต่ผมขอฝากประเด็นไว้ว่าการที่ พวกเราเองกําลังทําให้ประเทศชาติเดินต่อไป หรือจะทําให้ประเทศชาติหยุดนิ่งนั้น ตัวท่าน นายกรัฐมนตรีเองครับต้องมานั่งฟัง ถึงแม้ท่านอยู่ข้างนอกเมื่อสักครู่ผมเดินสวนกับท่าน แต่ท่านต้องพูดกับสภาแห่งนี้ให้ชัดเจนว่าวันนี้ท่านต้องการให้สภาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๔ ฉบับจริงหรือเปล่า หรือเปึนเพียงแต่การซื้อเวลาเพื่อให้เก้าอี้ของรัฐบาลนั้นอยู่ต่อไป ถ้าคิดอย่างนั้นท่านยุบสภาเพื่อให้การเลือกตั้งได้เกิดขึ้น แล้วนั่นแหละครับถ้าประชาชนเลือกใคร นโยบายอย่างไร ตรงนั้นแหละครับประชาชนเขาจะเห็นด้วย แต่วันนี้ไม่มีทางออกครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่ท่านนายกรัฐมนตรี โดยพรรคประชาธิปัตย์ตั้งธงว่าจะไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่ถ้า รัฐสภาแห่งนี้ เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนด้วย นั่นแหละครับถึงจะเปึนประชาธิปไตย และพวก ผมพรรคเพื่อไทยในฐานะฝ์ายค้านเองจะร่วมสังฆกรรมในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญกับ พวกท่านครับ ขอบคุณครับ
นายชัย ชิดชอบ (ประธานรัฐสภา) ท่านสุโข วุฑฒิโชติครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุโข วุฑฒิโชติ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอร่วมแสดงความเห็นในเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ด้วย เรียนว่าเมื่อสักครู่มีคนโทรศัพท์มาหาผมบอกพ่อทําไมสภาทะเลาะกันอย่างนี้ เขาเปึนอย่างนี้กันหรือ เด็กอายุ ๑๐ กว่าขวบพูดเมื่อสักครู่ เราก็แปลกใจ เขาก็อธิบายด้วยว่า นี่เปึนการแสดงประชาธิปไตยที่ถูกต้องมีผู้ใหญ่ดูแลกันอยู่ก็เปึนที่น่าสนใจ ขออนุญาต เรียนว่าตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ จนกระทั่งบัดนี้ประเทศไทยใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาแล้วจํานวน ถึง ๑๖ ฉบับ ล้มลุกคลุกคลานไปตามยุคตามสมัยของความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายจนกระทั่ง ฉบับที่ได้รับการกล่าวขวัญอยู่เปึนพิเศษในสภาแห่งนี้ก็มี ๒ ฉบับ ฉบับป้ ๒๕๔๐ กับฉบับ ป้ ๒๕๕๐ ทุกฉบับในความเห็นของผมนั้นมีทั้งส่วนดีและส่วนบกพร่องด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่คนใช้ คนมีอํานาจจะใช้ ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนเปึนที่ตั้ง เปึนสิ่งสําคัญมาก ท่านประธานที่เคารพครับ คงไม่ปฏิเสธว่าในขณะนี้ผมเชื่อมั่นเปึนอย่างยิ่งว่าประชาชน คนไทยกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ไม่มีความสุขเท่าไรหรอกครับ ในการอยู่ในบ้านเมืองแห่งนี้ ในภาวะการปกครองการดูแลความเปึนอยู่ของชาวบ้านชาวเมืองขณะนี้ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องความปลอดภัย ไม่ว่าจะเรื่องการเปึนอยู่ การสารพัดอย่าง มันลําบากลําบนไปหมด มันเปลี่ยนแปลงไปมากมายจนเปึนที่น่าวิตกกังวลว่าเราจะอยู่กัน ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ในวันนี้ทางรัฐบาลส่งร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมา ๔ ร่าง เพื่อให้พวกเราได้ร่วมพิจารณาตัดสินว่าร่างฉบับใดเปึนร่างที่มีคุณภาพและจะดูแลปกปัอง ให้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทําได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุผล ทั้งหลายก็เนื่องมาจากความวุ่นวายเดือดร้อนในขณะนี้มันเกิดขึ้นแทบจะทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วไป และหนึ่งภัยที่ประชาชนได้รับทางหู ทางตา ได้ยิน ตลอดเวลาคือภัยของการเมืองที่อยู่ในลักษณะของพวกใครพวกมัน ผลประโยชน์ ใครจะได้รับมาก ได้รับน้อยกว่ากัน แล้วมันเปึนภัยฉกาจฉกรรจ์อย่างหนึ่ง และภัยสําคัญ อีกภัยหนึ่ง ซึ่งแม้แต่กฎหมายเมื่อป้ ๒๕๔๐ ที่เราทราบกันอยู่ว่ามันก็มีส่วนหนึ่งเหมือนกัน ที่เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในเชิงนโยบายให้มีอันเปลี่ยนแปลงอะไรต่าง ๆ มากมาย และแน่นอนที่สุดมันก็เกิดมนต์ดําเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ของประเทศไทย นั่นคือการรัฐประหาร การปฏิวัติ ถึงแม้จะเลี่ยงคําพูดอย่างไรก็ตาม มันก็ไม่พ้นการยึดอํานาจ และปกครองโดยลักษณะเผด็จการ จะอ้างอะไรก็แล้วแต่ ออกมาตลอด ผมนั่งฟังอยู่ตรงนี้ประมาณ ๒ ชั่วโมง มีผู้อภิปรายบางท่านก็บอกว่า การรัฐประหารดีนะ มีส่วนดีอยู่บ้าง แต่ไม่พูดถึงส่วนไม่ดี ฉะนั้นในขณะนี้ประชาชน ที่สดับตรับฟังข่าวก็เงี่ยหูฟังว่ามันจะไปรอดกันไหมนี่ มันจะยุบสภาไหม จะยุบเมื่อไหร่ แอ่นแอ๊นจะออกมาเมื่อไร เหล่านี้มันเกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นในขณะนี้เรื่องภัยที่เกิดขึ้น คือภัยการเมือง ภัยความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเปึนพรรครัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลอะไรก็แล้วแต่ ที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็เปึนภัยอันหนึ่งที่กระทบกระเทือนมาถึงประชาชน และที่สําคัญอย่างยิ่ง ที่ใครไม่อยากให้เกิดมันก็เกิดขึ้นแล้วก็คือภัยธรรมชาติ ประชาชนเดือดร้อน ถึงค่อนประเทศขณะนี้ ประเทศชาติสูญเสียทรัพยากรต่าง ๆ เปึนหมื่นเปึนแสนล้าน ข่าวคราวที่ออกมา ทางสภาก็ดีออกไปช่วยเหลืออะไรต่าง ๆ เปึนข่าวออกไปโดยตลอด ล้วนแล้วแต่ไปตกต้องถึงประชาชนโดยตลอด ในขณะที่รัฐบาลเสนอร่างนี้ขึ้นมาก็มีเสียง ต่าง ๆ นานาออกมาว่ามันจะผ่านไหม มันจะได้ประโยชน์อะไรกันบ้าง อย่างนี้เปึนต้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง เกิดสีสันต่าง ๆ มากขึ้นในเมืองไทย เปึนที่กล่าวขวัญไปทั่วโลกว่าประเทศไทยเกิดการขัดแย้งอย่างนี้ สยามเมืองยิ้ม หมดคุณค่าลงไปทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ในขณะที่ เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นทางรัฐบาลเองก็พยายามที่จะขจัดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ เท่าที่ ทราบกันอยู่ โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ตั้งชื่อสวยหรูว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยมีภาคีทั้งหลายทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล รัฐสภา และประชาชน ทั้งหลาย เข้ามาปรึกษาหารือกันว่าจะหาทางออกอย่างไรให้ประเทศชาติดําเนินไปได้ ๖ ข้อ ที่ออกมามันก็แห้วไป ไม่ได้มีการสานต่อต่าง ๆ เกิดขึ้น แต่อย่างน้อยที่สุดเท่าที่ทราบ อยู่ใน ๒ มาตราที่พูดกันอยู่ ซึ่งก็สามารถที่จะดําเนินการได้ ขออนุญาตสรุปให้สั้นขึ้นมาว่า มีคําถามว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ไหม ก็ต้องตอบว่าได้ มีคําถามต่อไป อีกว่าแล้วจะแก้เมื่อไร แก้เดี๋ยวนี้หรือเปล่า ถ้าแก้เดี๋ยวนี้ทําไมเราต้องแก้เดี๋ยวนี้ คอยไป อีกหน่อยไม่ได้หรือให้บ้านเมืองมันดูดีกว่านี้ ให้สงบเงียบ ประชาชนหายใจเข้าหายใจออก ได้เต็มปอด ได้มีสติกําลังความคิดสักระยะหนึ่งได้ไหม มีคําถามว่าทําไมต้องเสนอ มาตอนนี้ด้วยคําถามต่อไปอีกว่าแก้เมื่อไรพูดไปแล้วนะครับ แล้วจําเปึนไหมจะต้องแก้ สําคัญคํานี้ครับ แก้อย่างไร แค่นั้นยังไม่พอ แก้เพื่อใคร ใครมันแอบเปึนอ้ายโม่ง อยู่ข้างหลังหรือเปล่า ที่ถูกบีบให้ส่งร่างทั้ง ๔ ร่างนี้เข้ามา หลังจากแก้ตรงนี้แล้วอ้ายโม่ง ตัวที่ไม่ปรากฏมันจะได้อะไรขึ้นมาบ้างจากการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญดังกล่าว เปึนสิ่งที่ น่าคิดและน่าสนใจเราไม่อยากมองว่ามีใครซ่อนอยู่ข้างหลัง เบื้องหลังของการแก้กฎหมาย รัฐธรรมนูญนี้เปึนสิ่งที่น่าคิด และถามอีกคําหนึ่งว่าเมื่อแก้เรียบร้อยแล้วประชาชน ได้รับผลประโยชน์ทั้งทางตรงทางอ้อมอย่างไรต่อการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ว่าจะเปึน ร่างที่ ๑ ร่างที่ ๒ ร่างที่ ๓ หรือร่างที่ ๔ อย่างไร
สุดท้ายนะครับ ท่านผู้มีเกียรติครับ บังเอิญผมไม่ได้ไปลอยกระทงกับเขาหรอก ลอยบนเตียงในมุ้ง แต่เวลาไปกราบพระกราบเจ้าอะไรที่ไหนไม่เคยขออะไรให้ตัวเอง พนมมือขึ้นมาก็อธิษฐานมองพระพุทธรูปข้างหน้า ขอให้โปรดคุ้มครองให้ประเทศชาติที่ชื่อ ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองให้ยั่งยืนอยู่ ให้ประชาชนมีความสุขสงบ มันจะเปึน ยอดปรารถนาของเราไม่ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนริศ ขํานุรักษ์ ๑๐ นาที
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อแสดงจุดยืนต่อร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามาสู่การพิจารณา ของสภาทั้ง ๔ ฉบับ โดยฉบับที่ ๑ คปพร. ผมไม่รับครับ แล้วฉบับที่รัฐบาลเสนอ ๒ มาตรา คือ มาตราที่ ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ และมาตรา ๑๙๐ ผมรับ ๒ ฉบับนี้นะครับ โดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้นะครับ ร่างของ คปพร. ในมาตรา ๒๒๔ ซึ่งตรงกับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในมาตราเดียวกันคือมาตรา ๒๒๔ ได้แตกต่างกับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๑๙๐ โดยร่างของ คปพร. หรือรัฐธรรมนูญฉบับหมอเหวงได้เขียนเงื่อนไข หลักเกณฑ์ให้หนังสือสัญญาที่ต้องผ่านสภามีเพียง ๒ เงื่อนไขเท่านั้น คือต้องมี บทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตหรือเขตอํานาจแห่งรัฐกับ ๒. จะต้องออกพระราชบัญญัติ เพื่อให้เปึนไปตามสัญญา เพียง ๒ ข้อเท่านั้น ส่วนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วก็ร่างแก้ไข ของรัฐบาลได้เพิ่มเติมอีก ๒ ส่วนด้วยกันคือหนังสือสัญญาที่จะต้องผ่านสภาต้องมี ผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและทางสังคมอย่างกว้างขวาง และ ๓. มีผลผูกพัน ทางด้านการค้าการลงทุนหรืองบประมาณแผ่นดินของประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือร่างรัฐธรรมนูญของฉบับ หมอเหวงในมาตรา ๒๒๔ ก่อนที่จะมีร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ป้ ๒๕๕๐ นั้น มีปรากฏการณ์เกิดขึ้นในขณะนั้นเราใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีปรากฏการณ์เกิดขึ้นอยู่ ๒ ปรากฏการณ์ ปรากฏการณ์ที่ ๑ ก็คือคนหวั่นไหวมากในการใช้อํานาจของรัฐบาล ในชุดนั้นครับ อํานาจที่ใช้ผมยกตัวอย่าง ท่านประธานครับ ประเทศไทยได้ส่งทหาร ส่งเจ้าหน้าที่ไปต่างประเทศหลายครั้งด้วยกัน ทั้งหมดจนถึงขณะนี้ ๑๖ ครั้ง ทุกครั้ง ที่ไปนะครับ ทุกรัฐบาลจะไปเปึนส่วนหนึ่งของกองกําลังสหประชาชาติ ไปเปึนส่วนหนึ่ง ของสหประชาชาติ ใช้งบประมาณของสหประชาชาติและสหประชาชาติร้องขอ แต่มี ๒ ครั้งครับท่านประธาน ที่ส่งไปเองใช้งบประมาณเองคือไปช่วยประเทศสหรัฐอเมริกา ยึดประเทศอัฟกานิสถานกับประเทศอิรัก คนมุสลิมขณะนั้นประชาชนหวั่นไหวกับการใช้ อํานาจนี้มาก เพราะว่าไม่เปึนกองกําลังของสหประชาชาติ ไม่ใช้เงินของสหประชาชาติ และสหประชาชาติไม่ได้ร้องขอ เราไปมา ๑๖ ครั้ง เราไปมาทั่วโลกครับ เราไปประเทศ เลบานอนมา ประเทศนามิเบียมา เราไปประเทศเขมรมา ไปประเทศคูเวตมา เราไป ประเทศติมอร์มา หลายประเทศครับ แต่ว่าทุกรัฐบาลยกเว้นรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณในขณะนั้น ซึ่งใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่ใช้งบประมาณเอง ไม่มีหนังสือร้องขอ จากสหประชาชาติ คนเลยหวั่นไหว ๒. ขณะนั้นไปมีข้อตกลงเอฟทีเอ (FTA) กับหลายประเทศ แล้วขณะนั้นคนเชื่อมั่นว่าเราเสียเปรียบ เรากระทบในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะเอฟทีเอไทย-จีน อันนี้เปึนเรื่องทั่วไปครับท่านประธาน เอฟทีเอไทย-จีน ได้ทําลายพืชผัก พืชดอกไม้ในภาคเหนือซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเปึนโครงการ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้สนับสนุนให้ประชาชนเลิกปลูกฝ่ืน สินค้าเกษตรจาก ประเทศจีนลงมาทําลายในราคาที่ถูกกว่า เอฟทีเอจึงเปึนที่หวั่นไหวของประชาชน ในขณะนั้น จาก ๒ ปรากฏการณ์คือรัฐบาลในขณะนั้นใช้อํานาจในการส่งกองกําลังไป ต่างประเทศโดยไม่เปึนส่วนหนึ่งของสหประชาชาติ และตกลงเอฟทีเอโดยไม่ผ่านรัฐสภา การพิจารณารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในขณะนั้นจึงสรุปบทเรียนว่าเราจําเปึนจะต้อง มีข้อตกลงที่เพิ่มเติมขึ้นมาดังที่ผมได้กราบเรียนแล้ว ก็คือหนังสือสัญญาใด ๆ ที่มี ผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ กระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง ตลอดจนถึงมีข้อผูกพันทางด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศต้องผ่าน รัฐสภา ช่วงที่เราได้ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แม้ว่า มีผลดีมากเฉพาะมาตรา ๑๙๐ ผลดีคือเราได้สร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมจาก ภาคประชาชน สร้างความโปร่งใสให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีการติดตามตรวจสอบ กลั่นกรองจากตัวแทนประชาชนเช่นในสภานี้อย่างดี แล้วก็มีการเยียวยาความเสียหาย แต่ว่าในทางปฏิบัติเราปฏิบัติยากมากครับ ทั้งราชการ ทั้งรัฐสภาแห่งนี้ เราปฏิบัติยากมาก มีขั้นตอน มีรายละเอียด รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขของรัฐบาลจึงได้เพิ่มเติมขึ้นมา ๒ เรื่อง คือให้มีความชัดเจนในเรื่องของกรอบในการเจรจากับประเภทของหนังสือ ต่อไปนี้จะมีกรอบที่ชัดเจนว่า กรอบการเจรจาที่ผ่านมา ถ้ากรอบการเจรจาลึกไปบ้าง กว้างไปบ้างประเทศไทยอาจจะเสียเปรียบในการเจรจาได้ รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ของรัฐบาลป่ดปัญหาส่วนนี้ลง เช่นเดียวกันครับ เราไม่อาจที่จะแยกได้ว่าหนังสือสัญญา ประเภทใดที่จะต้องเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขของรัฐบาลจึงได้ไปป่ดส่วนนี้ เพื่อที่จะระบุว่าหนังสือประเภทใด ควรเข้าสู่การให้ความเห็นชอบของรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้ศึกษา ทั้งในวันที่รับราชการ และชีวิตที่มาเปึนนักการเมืองแล้ว พบว่าสนธิสัญญาใด ๆ ที่ผ่าน ความเห็นชอบจากรัฐสภา ข้าราชการปฏิบัติง่ายมากครับ ข้าราชการได้เก็บเอาข้อสังเกต จากรัฐสภาแห่งนี้ไปปฏิบัติไปแก้ไข แต่ว่าหนังสือสัญญาใดที่ไม่ผ่านความเห็นชอบ จากรัฐสภามีปัญหาในทางปฏิบัติแทบทุกฉบับ ผมเคยรับราชการและดูแลสนธิสัญญา ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งผ่านรัฐสภา ส่วนอีก ๒ ฉบับ คือไซเตส (CITES) กับแรมซ่า ไซท์ (Ramsar site) ไม่ผ่านสภา ทําให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ แตกต่างจาก สนธิสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพไม่เกิดปัญหาในทางปฏิบัติแต่อย่างใด ผมจึงคิดว่ารัฐบาลเพิ่มเติมในมาตรา ๑๙๐ จากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้มีความชัดเจน ในเรื่องประเภทหนังสือและกรอบการเจรจา จึงทําให้มาตรา ๑๙๐ ที่แก้ไขเพิ่มเติม เปึนรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์และควรที่สภาแห่งนี้ได้ให้การรับรอง เพราะเปึนประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ และสําหรับมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๘ เปึนเรื่องที่ผมคิดว่าคนนอกได้มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้น ถ้าผมคิดว่าผมชอบเขตเล็ก หรือผมชอบเขตใหญ่ อาจจะเปึนเรื่องความชอบของผม แต่ผมคิดว่าคณะกรรมการ ที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา ผมคิดว่าเขามองจากสายตาวิชาการ สากล แล้วพอที่จะ รับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๘ ที่เสนอเข้าสู่สภาในวันนี้ได้ ผมจึงรับรัฐธรรมนูญ ของรัฐบาลทั้ง ๒ ฉบับครับ
เชิญคุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ๑๕ นาที
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่าวันนี้ ร่างรัฐธรรมนูญ ๔ ฉบับที่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ท่านประธาน มีมวลชนออกมา ประท้วงไม่เห็นด้วย มีประชาชนหลายส่วนออกมาประท้วงไม่เห็นด้วย แต่รัฐบาลไม่นําพา ท่านประธานครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยอมรับเปึนเรื่องใหญ่ แต่ผมอยากเรียนว่า เราได้รัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ๗๘ ป้ครับ ๗๘ ป้ที่เราได้ระบอบ ประชาธิปไตย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ท่านทรงสละราชสมบัติ เพื่อประชาชน ผมอยากนํากระแสพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ มาอ่านเพื่อให้รัฐบาลได้รับฟัง มีข้อความดังนี้ ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละ อํานาจอันเปึนของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรทั่วไป ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอํานาจ ทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใดคณะใดโดยเฉพาะเพื่อใช้อํานาจโดยสิทธิขาด และโดย ไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร ชัดเจนครับท่านประธาน ตอนนี้ผมอยากถามท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าท่านฟังเสียงประชาชนไหม ท่านฟังเสียงหรือท่านอ้างโพลล์ อ้างโพลล์ตลอดครับ นี่ก็สงสัยจะต้องไปดูโพลล์ โดยเฉพาะเอแบคโพลล์ดุสิตโพลล์ ก็ไม่รู้ว่าเขาทําโพลล์ออกมาเปึนอย่างไรครับ แก้ ๒ ประเด็น กฎหมายที่แก้ออกมาแค่ ๒ ประเด็น คือมาตรา ๑๙๐ มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ แก้เพื่อใครท่านประธาน ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ท่านพูดได้ดีมาก แต่เสียดาย มันมีมือดีเอาตี่จับมาเผยแพร่ผมก็งงเหมือนกัน ประชาชนควรจะได้รับรู้ แต่ปรากฏว่า แทนที่จะให้ฟังเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปึนรูปแบบ รัฐบาลชุดนี้เอาตี่จับไปให้ ประชาชนดู ซึ่งเปึนการแข่งขันไม่ใช่คนไทยด้วยซ้ําไป มันเปึนเรื่องแปลกครับท่านประธาน ๒ มาตรานี้แก้เพื่อใคร มาตรา ๑๙๐ ผมไม่ทราบว่ารัฐบาลชุดนี้ยังกู้ไม่พออีกหรือ เดือนก่อนก็กู้ไปอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะดําเนินการกู้เงิน เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิก พูดแล้วว่าทําไมส่งทหารไปโดยใช้เงินตัวเอง นี่ละครับแสดงว่าเรามีความมั่นคงพอ ไม่ต้องไปขอ เอะอะก็แบมือขอคน แบมือขอกู้คน ใครครับจะให้ความสําคัญ นี่ละครับ ความคิดมันต่างกัน ผมถึงอยากกราบเรียนท่านประธานครับว่ามาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ แก้เพื่ออะไร แก้เพื่อพรรคร่วมรัฐบาล ผมว่าเขตเล็กบางคนบอกซื้อเสียงได้ ผมก็ว่าลองดูครับ อย่าไปดูถูกคนอีสาน คนใต้ก็ซื้อไม่ได้ครับ คนอีสานเดี๋ยวนี้ซื้อไม่ได้เช่นเดียวกัน ท่านประธาน ใครที่คิดว่าตัวเองแก้แล้วเพื่ออํานาจตัวเองจะได้ สักวันก็ไม่ได้ครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่ารัฐธรรมนูญในความเห็นผม ทุกคนไปโทษ บางคนก็ไปโทษรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีปัญหา ไม่ใช่ครับ ผมว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมเคยเห็นมา ตั้งแต่ ตั้งประเทศไทยมา ฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญที่กินได้ครับ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มีพิษ ร้ายแรงกินเข้าไปตายทั้งกลม ดูสิน้ําก็ท่วม แท้งตั้ง ๒,๐๐๐ กว่าคนไม่เคยเห็น ไม่เคยมีข่าว เปึนพิษไปทั่วบ้านทั่วเมือง ท่านประธานเห็นไหม โศกนาฏกรรม มีคนเสียชีวิต มากมาย ยาบ้าแพร่ระบาดไปทั่ว แล้วอย่างนี้ไม่เปึนรัฐธรรมนูญที่เปึนพิษได้อย่างไร ท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กินได้ครับ รัฐบาลมีความเข้มแข็งสามารถออกนโยบาย ไม่ว่า ๓๐ บาทรักษาทุกโรค กองทุนเงินล้าน เอสเอ็มแอล เอสเอ็มอี ปราบยาเสพติด ปราบหวยเถื่อน ปราบทุกอย่างที่เปึนสิ่งที่ไม่ดี แต่ทําไมถึงต้องถูกฉีกเพราะอะไร เพราะกลัวครับ กลัวว่าพรรคไทยรักไทยจะยึดเก้าอี้ทั้งสภานี้ได้ ก็เท่านั้นเองท่านประธาน ใส่ร้ายปัายสีโจมตีตลอดเวลา ตอนนี้เปึนอย่างไร ท่านประธานดูสิครับ ที่กล่าวหานี่ เอาผิดได้ เอาผิดท่านทักษิณได้เรื่องเดียวครับ ค้ําเมีย ติดคุก ๒ ป้ ดูสิครับ ผมไม่ทราบเหมือนกัน แล้วซีทีเอ็กซ์ (CTX) บอกว่าโกงมาก ๆ ท่านตลอด พรรคประชาธิปัตย์มันโกง ๆ ซีทีเอ็กซ์โกง โกงยาง โกงกล้ายาง โกงโน่นโกงนี่ ทําไมยกไปหมด ผมถึงอยากเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้ อย่าไปโทษรัฐธรรมนูญ มาดูรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ท่านบอกว่าดีเลิศประเสริฐศรี ปฏิวัติแล้วดีขึ้น มันดีตรงไหน ปฏิวัติผมว่าไม่มีประเทศไหนที่ปฏิวัติแล้วจะดี มีแต่เลวร้าย ท่านประธานดูรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีข้อดีตรงไหน เกือบไม่มีครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธาน กว่าจะร่าง ประชาชน ๙๙ คน ประชาชนจากทุกจังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญมานั่ง ๒๔๐ วัน อันนี้อะไร รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใครร่าง มีกี่คนครับ คนร่างมีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน เปึนฝ์ายผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีอคติว่าคนร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันบอกว่า ส.ส. ไม่ดี ผมก็ไม่ทราบพวกท่านเปึน ส.ส. อยู่ไหม มันบอก ส.ส. ในสภานี่เลวร้ายหมด พวกผู้ยกร่าง มันแฝงตัวไปเปึนผู้ตรวจการแผ่นดิน แฝงตัวไปเปึนตุลาการรัฐธรรมนูญ แฝงตัวไปเปึน อะไรก็ไม่รู้เยอะแยะ ไม่อยากพูดถึงเดี๋ยวประท้วงกัน มันดีตรงไหน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ สร้างองค์กรเทวดาขึ้นมาองค์กรที่ทําไปโน่น ทํานี่ ตัดสินตัดสินนี่ ยุบพรรควุ่นวาย ไปทั้งประเทศ มันดีตรงไหนครับ ทั้ง ป.ป.ช. สตง. ยิ่งวุ่นวายแย่งตําแหน่งกันสนุกเลย ๖๕ ป้แล้วยังไม่อยากหยุด อยากจะอยู่จนถึงชีวิตหาไม่ ราชการอยู่เหนือการเมือง สภาก็ ประสมประเสกันไม่รู้ร้อยแปดต้องมาใช้หนี้กัน ท่านประธานเห็นไหม ใช้หนี้จนวันนี้ ยังไม่หมด ให้เขาขี่คออยู่นั่นละ เมื่อไรจะเลิกขี่คอกันเสียที ลงจากคอมาทํางานเสียทีครับ มีบุคคลอีก ๗ คน โน่นไปเลือก ส.ว. อีก ๗๔ ท่าน ดูสิรัฐธรรมนูญฉบับนี้บางคนสวมหมวก ๕ ใบ เปึนผู้ว่า เปึนคณะกรรมการ เปึนประธาน เปึน คตส. เปึนกรรมการสรรหา ส.ว. มันกันใหญ่ ท่านประธาน มันดีตรงไหน ท่านบอกผมสิรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วท่านมา เปึนตัวอย่างที่จะไปแก้ ในความเห็นผมถ้าผมเปึนรัฐบาลงวดหน้าผมจะยกเลิกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาปรับปรุงแล้วก็ใช้ ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหน ที่ดีเลิศจน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ผมว่าเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนที่กินได้ กระบวนการยุติธรรมเดี๋ยวนี้เปึนอย่างไร กระบวนการยุติธรรม มี ๒ มาตรฐาน จนผมไม่รู้จะพูดอย่างไร อํานาจนิติบัญญัติ ตุลาการ บริหาร มีอํานาจศาล เปึนระดับที่ ๔ ขึ้นมา เห็นชัดเจนรัฐบาลไร้เสถียรภาพ ก็เห็น ๆ อยู่ บอกว่าอย่าไป ห้ามไป ท่องเที่ยว กระทรวงมหาดไทยห้ามไปรัฐมนตรีสวนผมไปแล้วจะทําไม แปลกดีไหม นายกรัฐมนตรีตอนนี้บังคับให้แก้ไขให้เปึนเขตเล็กคิดว่าจะซื้อเสียงได้ ท่านประธาน เชิญเลยครับ ผมเชื่อว่าคนภาคอีสานตอนนี้เขารู้แล้วรัฐธรรมนูญกินได้เปึนอย่างไร ชีวิตเขามีความเปึนอยู่ที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และที่สําคัญพรรคการเมือง อ่อนแอ มาตรา ๒๓๗ ยุบพรรค คนทําผิดยุบพรรคเหมือนที่ท่านเฉลิมบอก ในความเห็นผม คนที่จะยุบพรรคได้มีพวกเดียวคือประชาชน ประชาชนจะยุบพรรคถ้าพรรคไหนทําไม่ดี ในอดีตหลายพรรคประชาชนไม่เลือกก็ยุบ นี่ให้คนกี่คนมายุบพรรค ผมอยากกราบเรียนว่า แล้วที่สําคัญที่อันตรายที่สุดคือมาตรา ๓๐๙ นิรโทษพวกเผด็จการ น่าเกลียดมาก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมอยากกราบเรียนว่าถึงวันนี้ท่านมาแก้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เอามาแก้ ผมบอกถอนไปเถอะถอนออกไป ถ้าเปึนไปได้ถอนออกไปเถอะ เอาป้ ๒๕๕๐ ผมว่ามันเปึนรัฐธรรมนูญที่มีพิษร้าย ผลออกมา ดอกออกมา มันก็ร้ายไปหมด ท่านประธาน ผมไม่เห็นมันมีส่วนไหนที่ดีเลย ท่านมาแก้ไขมาตรา ๑๙๐ เปึนอย่างไรครับจะกู้อีกหรือ กู้อยู่ได้ กู้จนชาวบ้านงงครับ ๑,๔๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จะกู้อีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะกู้อีก จะกู้แล้วกู้ไปอย่างนั้นหรือ กู้แล้วก็ไปโกงนะ โกงแล้วโกงอีก ทุจริตกันทุกหย่อมหญ้า ผมบอกจนป์านนี้ครับ จีที ๒๐๐ (GT200) ยังไม่ทําอะไรเลย เรือเหาะก็ยังไม่ทําอะไร ดูสิครับทุจริตไหมครับ เอาเงินกู้ไปทําโน่นทํานี่ ทุจริตทุกเรื่อง ผมอยากบอกท่านประธานเพื่อผ่านไปถึงรัฐบาล ชุดนี้นะครับ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญมันเปึนอํานาจเผด็จการ ผมว่าให้ถอนร่างนี้ออกไป ผมมีความเชื่ออย่างนั้น ท่านประธานครับ ว่าการแก้ไขครั้งนี้ผมเห็นท่านอภิสิทธิ์ท่านบอก จะต้องทําประชามติ ท่านพูดไม่นานเลยครับ จะแก้อะไรในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ต้อง ทําประชามติ แล้วตอนนี้อยู่ดี ๆ ผมตกใจมากนะครับ อยู่ดี ๆ เอาเข้ามา แม้แต่ผู้ที่มา ประท้วงหน้าสภายังเปึน ๒ มาตรฐานเลยครับ ตอนพวกผมจะแก้นี่เต็มเลย เต็มเปึน ๑๐,๐๐๐ คน ๒๐,๐๐๐ คน ตอนนี้ผมก็งงว่าทําไมเปึนอย่างนี้ ถึงอยากเรียนว่าท่านทํา ทุกอย่าง ท่านก็อ้างอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ อ้างตลอด อ้างว่าคนนี้ดีมาก แก้ไขมา ๕ ข้อ ดีมาก ดีจริง ๆ แล้วท่านดิเรก ถึงฝัืง ๖ ข้อ เราพิจารณาแล้วพิจารณาอีก ทําไมท่านดิเรก นามสกุลถึงฝัืง ทําไมท่านนายกรัฐมนตรีไม่ช่วยให้ท่านถึงฝัืง ท่านมาช่วยอาจารย์สมบัติ ผมไม่เข้าใจครับท่านประธาน มันเปึน ๒ มาตรฐานไหมนี่ เปึน ๒ มาตรฐาน หรือเปล่า ๕ ข้อกับ ๖ ข้อ ๖ ข้อบอกไม่เอา ไม่เอา ลงมติบอกไม่เอา ผมว่าไม่กี่เดือนนะ ผมจําได้อยู่นะ ไม่เอา ไม่เอา แล้ววันนี้ถ้าไม่เอา ๒ ข้อนี้ ๒ ข้อนี้ชัดเจนว่าอาจารย์ดิเรก ถึงฝัืง ก็ทําแต่ไม่เอา แล้วทําไมอันนี้เอาละครับ ผมได้ข่าวในสิ่งที่ผมเห็นแล้วกังวลใจ มีการใช้ของที่มันไม่น่าจะต้องใช้ ไปใช้แบบนี้ผมว่าเสียหายกับระบบรัฐสภา เสียหายกับระบบพรรคการเมือง เสียหายกับระบบการยุติธรรม เสียหายหมดครับ เงินนี่ใครก็อยากได้แต่อย่าใช้ในสิ่งที่ไม่ดี ขอบคุณครับท่านประธาน
ลําดับการอภิปราย ต่อไปก็เปึนท่านสมชาย ท่านสนอง ท่านทองดี ท่านสุรจิตร์ ท่านผ่องศรี ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าขณะนี้ อาจจะมีเยาวชนแล้วก็ประชาชนชมการถ่ายทอดการประชุมรัฐสภาหลายท่านครับ อาจจะได้รับข้อมูลที่ผิดพลาดครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่ากีฬาที่มีการถ่ายทอด ในช่วงที่ท่านเฉลิม อยู่บํารุง อภิปรายนั้น เขาเรียกกันว่ากาบัดดี้ (Kabaddi) ครับ ไม่ได้เรียกว่าตี่จับนะครับ เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้เข้าใจถูกต้องครับท่านประธาน
ขอบคุณนะครับ เชิญท่านสมชายครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหาภาควิชาชีพ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา แน่นอนครับ ร่างรัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ที่เสนอมาจากร่าง คปพร. หรือร่างฉบับ หมอเหวง และร่างรัฐธรรมนูญฉบับพรรคร่วมรัฐบาลของ ๑๐๒ ส.ส. ผมยืนยันชัดเจนว่า ไม่รับทั้ง ๒ ร่าง ไม่ใช่ไม่ฟังเสียงภาคประชาชน ๗๑,๕๔๓ เสียง แต่เพราะผมฟังเสียง ประชาชนอีก ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ เสียง ที่เขาลงประชามติรับรองรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เหตุผลก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีเจตนารมณ์ดีในการที่จะวางรากฐาน ธรรมาภิบาลมีเจตนาที่จะให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง มีเจตนารมณ์ที่จะสร้าง กลไกการตรวจสอบ ถ่วงดุล และให้มีองค์กรอิสระขึ้น ปรากฏว่าเกิดอะไรขึ้น กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ภาคการเมืองเข้มแข็ง จริงอยู่ครับ พรรคการเมืองก็เข้มแข็ง ตามไปด้วย มีการควบรวมพรรคเหมือนควบรวมกิจการ มีการนําทุนจากโทรคมนาคม เข้ามายึดพรรคการเมือง จากนั้นเกิดการทุจริตเชิงนโยบายนับแสนล้านบาท มีการแต่งตั้ง โยกย้ายตําแหน่งสําคัญในกองทัพ และข้าราชการประจําที่เรียกว่าการปฏิรูประบบราชการ แต่แท้จริงแล้วเอื้อประโยชน์ต่อการทุจริตเชิงนโยบาย และแต่งตั้งคนของตัวเองเปึนสําคัญ มีการแทรกแซงกระบวนการสรรหาองค์กรอิสระ รวมถึงควบคุมวุฒิสภาที่เรียกว่า สภาทาสหรือสภาหมอนข้าง ทําให้เกิดการเชื่อมโยงในการต่อสู้ของพี่น้องประชาชน ท้ายที่สุดนําไปสู่ความวิกฤติทางการเมือง และเกิดการรัฐประหารในที่สุด สิ่งที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องร่างขึ้นมาใหม่นั้นก็มีเจตนาเพื่อแก้ช่องว่างจุดโหว่ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต้องเรียนว่าปัจจุบันนั้นภาคประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น มีระบบการตรวจสอบถ่วงดุลมากขึ้น การเมืองมีความโปร่งใสมากขึ้น องค์กรอิสระ มีความอิสระในการตรวจสอบมากขึ้น ดังนั้นจึงเปึนเหตุผลที่ผมไม่ต้องการให้นํา ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีการแก้ไขแล้วจะนํากลับมาอีก ผมจึงไม่รับร่างดังกล่าว ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เปึนของ ๑๐๒ ส.ส. ของพรรคร่วมรัฐบาลก็เช่นเดียวกัน เหตุผล ที่ไม่รับก็มีดังนี้ครับ
๑. ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขดังกล่าวนั้นมีที่มาจากกรรมการสมานฉันท์ ทั้ง ๖ ประเด็น เนื่องจากว่าได้นํานักการเมืองพวกเราเองไปร่างแล้วไปเสนอ ๖ ประเด็น ทํานองแก้ไขโดยนักการเมืองเพื่อนักการเมือง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการยกเลิก มาตรา ๒๓๗ ซึ่งผู้บริหารพรรคนั้นจําเปึนต้องรับผิดชอบต่อการซื้อเสียง ต่อการที่สมาชิก ไปทุจริต ในส่วนของมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ นั้นก็เปึนเรื่องของการที่เปึนประโยชน์ ทับซ้อนของ ส.ส. และ ส.ว. ไม่รวมไปถึงการที่อ้างว่า ส.ส. จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนนั้น ความจริงแล้วเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุไว้ชัดเจนว่าการทําช่วยเหลือ นั้นต้องไม่เปึนประโยชน์เพื่อตนเอง มิใช่การเข้าไปแทรกแซงในการแต่งตั้งโยกย้าย เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จึงไม่รับร่าง ไม่รวมถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๑๑ จนถึง มาตรา ๑๒๑ ที่จะให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด เพราะว่าได้แสดงให้เห็นชัดเจนครับ ว่าใน ส.ว. สมัยนั้นได้เกิดการซื้อเสียง ส.ว. มีการยืนยันเปึนพยานชัดเจนว่า ส.ว. ได้โหวต ในหลายครั้ง มีมติตรงกันชนิดที่ไม่เปลี่ยนเลยในการเลือกองค์กรอิสระในหลาย คณะกรรมการ จํานวน ๘๐ คน เลือกเบอร์ตรงกันทุกครั้ง ซึ่งเปึนไปไม่ได้ในทางสถิติ แต่เปึนไปได้แล้วนะครับ เมื่อนักการเมืองได้สามารถคอนโทรล (Control) วุฒิสภาไว้ นั่นหมายความว่าทําให้สภากลั่นกรองนั้นหมดสภาพโดยสิ้นเชิง ดังนั้นในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่เสนอแก้ไขโดย ๑๐๒ ส.ส. นั้น กระผมจึงไม่รับเช่นกัน ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญ ฉบับที่รัฐบาลเสนอ ในเรื่องของมาตรา ๑๙๐ ก็คงต้องพิจารณาว่าเหตุใดจึงต้องมี รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญในฉบับป้ ๒๕๔๐ ได้ให้อํานาจ ฝ์ายการเมืองนั้นเข้มแข็ง แต่ก็ปรากฏว่าได้มีการไปเซ็นสัญญาหลายครั้ง ไม่ว่าจะเปึน การเซ็นสัญญากับประเทศพม่าในการปล่อยเงินกู้จากเอกซิม แบงก์ (EXIM Bank) ไม่ว่า จะเปึนการเซ็นสัญญากับประเทศไทย ประเทศกัมพูชาในเรื่องของการสํารวจเพื่อหา ประโยชน์ต่าง ๆ ในทรัพยากรธรรมชาติและไม่ผ่านสภ นั่นหมายความว่าเสียหายกับรัฐทั้งสิ้น จึงมีการร่างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ให้เกิด ความรอบคอบขึ้น วิธีการที่จะทําให้กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ศักดิ์สิทธิ์นั้น ก็คือต้องผ่านสภา แล้วก็ให้มีกฎหมายลูกกําหนดด้วยว่าขั้นตอนวิธีการจะทําอย่างไร เพราะฉะนั้นยังไม่เห็นทางเลยครับว่าถ้าจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ทําไม ไม่ทํากฎหมายลูกเข้าสู่สภาเสีย กฎหมายลูกดังกล่าวก็ผ่านกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศเข้ารัฐบาลและส่งไปกฤษฎีกาตั้ง ๒ ป้แล้ว เหตุใดจึงไม่เข้าสู่สภาเสียที นอกจากนั้นมันขึ้นอยู่กับความกล้าหาญของรัฐมนตรีครับ เมื่อข้าราชการประจํา เขาไม่มั่นใจว่ากฎหมายใด ข้อบังคับใด ร่างสัญญาใดจะต้องผ่านสภาเขาจึงไม่กล้า ส่งเข้ามาทั้งหมด จึงใช้วิธีการโยนให้รัฐมนตรีส่งเข้ามาทั้งหลายร้อยฉบับ เพราะฉะนั้น อยู่ที่รัฐมนตรีประจํากระทรวงนั้นและความกล้าหาญที่ต้องพิจารณาว่าอันใด ไม่จําเปึนต้องเข้าสู่สภาก็สามารถวินิจฉัยได้ ลองดูสิครับ ท่านลองวินิจฉัยว่าฉบับไหน ไม่ต้องผูกพันและไม่ต้องเข้าสู่สภาตามที่รัฐธรรมนูญกําหนดนั้น ส่งเรื่องไป ศาลรัฐธรรมนูญครับ เพราะกฎหมายได้บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญเปึนผู้วินิจฉัย ชี้ขาดอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็จะคลี่คลายได้
ในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญอีกฉบับหนึ่ง ก็คือมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๘ เรื่องเขตเลือกตั้ง ส.ส. และกําหนดให้มี ส.ส. เขต เหลือ ๓๗๕ คน ส.ส. ปาร์ตี้ ลิสต์ เหลือ ๑๒๕ คนนั้น ก็เรียนครับว่าประเด็นนี้ยังไม่เห็นประเด็นที่เปึนปัญหาของพี่น้อง ในเขตเลือกตั้งเลย มีแต่ปัญหาของพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องการหวังว่าจะได้เสียง ส.ส. เพิ่มเติมจากเขตเล็กลง ซื้อเสียงได้ง่ายขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และบางพื้นที่ ที่จะไปชิงพื้นที่ฝ์ายค้าน เพราะฉะนั้นไม่มีคําตอบครับว่าประชาชนได้อะไรจากการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และไม่มีคําตอบว่าเราจะทํากระบวนการอย่างไรให้ได้คนดีเข้าสภา สิ่งที่ยังเปึนอยู่ก็ยังตกค้างอยู่ในสภา ณ ปัจจุบัน มีคําถามมากมายไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ว่าเหตุไฉนนายกรัฐมนตรีซึ่งท่านต้องถือว่าเปึนบุคคลที่ได้รับความชื่นชมยินดี ในความสามารถและเปึนคนหนุ่ม จึงเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบผิดเวลา ผิดจังหวะ เข้ามาในขณะนี้ หรือเปึนสัญญาใจไว้กับใครเมื่อตอนตั้งรัฐบาล หรือเปึนเพราะใคร บีบบังคับให้ท่านต้องทํา สิ่งเหล่านี้มีคําถามว่าจะนําไปสู่ความปรองดองและความสมานฉันท์ ได้จริงหรือ หรือจะนําไปสู่วิกฤติทางการเมืองอีกระลอกหนึ่งเปึนสิ่งที่ต้องติดตาม สิ่งที่ต้องเรียนครับว่ารัฐธรรมนูญนั้นคือสิ่งที่มนุษย์เราสร้างขึ้น แก้ไขได้ครับ เราผ่านมา ๑๘ ฉบับแล้ว ล้มลุกคลุกคลานในระบอบประชาธิปไตยมาพอสมควร ผ่านร้อนผ่านหนาว มาพอสมควร เพราะฉะนั้นถ้าจะดําเนินการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องตอบสนอง เพื่อประชาชนจริง ๆ ถ้าจะดําเนินการในอนาคตรอจังหวะสังคมดีกว่านี้ และมีการตั้ง คณะ สสร. ขึ้นมาใหม่ ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ร่วมกันก็อาจจะเปึนประโยชน์ดีกว่านี้ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสนองครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับว่าในวันนี้ถือว่าเปึนการสร้างประวัติศาสตร์ ให้กับสภาแห่งนี้ ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีครับที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภา และประสบความสําเร็จ หลายท่านได้พูดถึงรัฐธรรมนูญ ๑๗-๑๘ ฉบับที่เราใช้ ในประเทศไทยของเรา ผลสุดท้ายก็มีอํานาจนอกระบบมาทําลายรัฐธรรมนูญ ที่เราได้ประกาศใช้มา ต้องยอมรับในความเปึนจริงอยู่อย่างหนึ่งครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญทุกฉบับที่ร่างมาประกาศใช้ดีทุกฉบับ ในช่วงระยะเวลานั้น ๆ เหมาะสม กับสถานการณ์ ที่เราพูดกันถึงมากที่สุดอย่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในขณะที่ประกาศใช้ ในวันนั้นผมก็ยืนยันว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่ดี ตัวรัฐธรรมนูญดีครับ แต่เรามาดูว่าถ้าเรามี รัฐธรรมนูญดีแล้วคนใช้รัฐธรรมนูญนั้นได้ใช้ตามอํานาจหน้าที่ ได้ใช้รัฐธรรมนูญอย่างถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ ตรงนี้ต่างหากครับผิดอยู่ที่คนใช้ ผลจากการที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ให้อํานาจการเมืองมากเกินไปเราก็จะเห็นได้ว่า เปึนสิ่งที่น่าเสียใจครับ ถ้าเราดูข่าวมาเมื่อตอนสักต้นเดือน ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ต้องรายงานว่า ๑ ในผู้บริหารของประเทศไทยเปึนผู้บริหารที่สังคมประณามว่า เปึนผู้บริหารที่แย่ที่สุด ติด ๑ ใน ๕ ของโลก เห็นไหมครับ อันนี้เปึนผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ที่เขารายงานผลจากการสํารวจ วันนี้พูดถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถ้าย้อนไปหลังจาก การปฏิวัติรัฐประหาร ถามว่าการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร เราต้องยอมรับว่าข้อดีก็มีข้อเสียก็มี แต่เมื่อเราได้ใช้มาระยะเวลาหนึ่ง วันนี้ได้ใช้มาถึง ๓ ป้ เราก็พอจะมองว่าส่วนไหนดีส่วนไหนเสีย เพราะฉะนั้นผมถือว่า อะไรที่มันใช้ในสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้แล้ว ถ้าสภาจะใช้อํานาจหน้าที่ที่มีอยู่มาปรับปรุง แก้ไขให้มันดีขึ้น ผมว่าเปึนเรื่องที่ควรจะกระทํา ถามว่าผมเห็นด้วยในทุกเรื่องไหม ไม่เห็นด้วยครับที่แก้ไขเพียง ๒ ประเด็น หลายประเด็นต้องควรจะแก้ไขครับ ไม่ว่าจะเปึน นอกจากมาตราที่เราพูดกันถึงมาตรา ๙๓ มาตรา ๙๘ มาตรา ๑๙๐ แล้ว ผมว่า มาตรา ๒๓๗ ว่าด้วยการยุบพรรค ผมว่ามันก็ควรจะแก้ไข เพราะอะไรครับ เราไป ยกตัวอย่างง่าย ๆ คนหนึ่งไปทําความผิดอยู่ที่หนึ่ง แต่ผลสุดท้ายสมาชิกทั้งหมด พรรคการเมืองต้องถูกยุบ ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นง่าย ๆ ครับ ในครอบครัวหนึ่ง พ่อแม่มีลูกอยู่ ๓ คน ลูกคนโตไปทําผิด ผมถามว่า ๒ คนต้องติดคุกด้วยหรือครับ มีเหตุผล อะไรครับ ผมว่าเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้อง มันควรจะแก้ไขครับ แต่เอาละในวันนี้สังคมส่วนหนึ่ง ยังคลางแคลงสงสัยบอกว่าถ้าจะแก้ให้มากไปมันแก้หลายปัญหา ปัญหามันก็มาก เราก็จะแก้เฉพาะในสิ่งที่มีความจําเปึนในการเบื้องต้น ผมอยากให้ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ได้ลองพิจารณาดู ใครไม่อยู่ในสนามของการไปรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งไม่รู้หรอกครับว่า ชีวิตของนักการเมืองที่ผ่านสนามการเลือกตั้งนั้นทุกข์ยากลําบากขนาดไหน ใช่ครับ ถ้าแต่งตั้งมาสบายครับ แต่คนที่ใช้สิทธิในการไปลงเขตเลือกตั้ง ผมถามว่าวันนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านลงไปในเขตเลือกตั้งทั้งหมด ๙ อําเภอ ใช้ระยะทาง ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรในการเดินทาง ๔๐๐-๕๐๐ หมู่บ้านก็มีครับ จนวันนี้ ๒ ป้ยังไปไม่ครบ ทุกหมู่บ้านเลย วันนี้พี่น้องประชาชนยังไม่รู้ว่าหน้าตาผู้แทนราษฎรเปึนอย่างไร ถูกครับ ถ้าเราจะพูดว่าหน้าที่ของผู้แทนราษฎรก็คือนิติบัญญัติ ผมไม่เถียงในทางกฎหมาย แต่ผมกราบเรียนในสังคมของความเปึนคนไทยเรา เขาเลือกผู้แทนราษฎรเลือกตัวแทน ของเขามา เขาไม่ได้หวังให้ผู้แทนราษฎรมาออกกฎหมายอย่างเดียวครับ เขาหวังพึ่ง ผู้แทนราษฎรมากกว่าการมานั่งอยู่ในสภา เพราะฉะนั้นผมถือว่าวันนี้การที่จะทําให้ พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสใช้คนของเขาในฐานะที่เขาไว้วางใจเลือกมาเปึนตัวแทน เปึนสิ่งที่มีความจําเปึนเปึนอย่างยิ่ง หลายท่านได้บอกไปแล้ว ทําไมคนจังหวัดระนอง เลือกได้ ๑ คน ทําไมคนจังหวัดบุรีรัมย์เขตเลือกตั้งที่ ๑ เลือกได้ ๓ คน ของผมอยู่เขตที่ ๓ ทําไมเลือกได้ ๒ คน สิทธิในความเปึนพลเมืองไทยมันควรจะเท่าเทียมกันใช่ไหมครับ นานาอารยประเทศเขาก็ใช้ระบบนี้ละครับ เพราะฉะนั้นการที่เราปล่อยให้มีการเลือกตั้ง แบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ ข้อเสียมีอยู่หลายประการครับ ผมอยากให้ท่านได้ลองฟังเหตุ ฟังผลดู
ประการที่ ๑ ถ้าเปึนเขตเล็กแน่นอนครับพี่น้องประชาชนสามารถใช้ ผู้แทนราษฎรของเขาได้ บางเรื่องบางปัญหาเขาประสบปัญหาความเดือดร้อนก็จะ สามารถสะท้อนปัญหานํามาบอกฝ์ายบริหารเพื่อไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้
ประการที่ ๒ ถ้าเขตเลือกตั้งใหญ่ มันเปึนการสอนให้นักการเมืองเปึนคน โกหกหลอกลวงประชาชน มี ๙ อําเภอ เราไปอําเภอ ก พี่น้องอําเภอ ก ไปถามว่าทําไม ไม่เห็นมา บอกว่าผมไปอําเภอ ข พี่น้องชาวอําเภอ ข ถามว่างานนั้นไม่มา ผมอยู่อําเภอ ค ผลสุดท้ายนักการเมืองก็ไปหลอกลวงพี่น้องประชาชน แต่ถ้าเปึนเขตเลือกตั้งเล็ก เข้ามาเขาสามารถดูแลพี่น้องประชาชนได้ทั่วถึง ท่านเชื่อเถอะครับ เสียงเครื่องขยายเสียง มันก็แทบจะดังถึงกันแล้ว การจะไปหลอกลวงพี่น้องประชาชนก็กระทําไม่ได้ นี่คือข้อดี ของการที่เราจะให้มีการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว เพราะฉะนั้นผมถึงว่าอย่าไปมองภาพ บอกว่าถ้าเลือกตั้งเขตเล็กมันจะซื้อเสียงได้ ใครครับ ผมอยากให้คนที่พูดคํานี้ ทดลองดูเถอะครับช่วยหอบเงินไปลงที่จังหวัดบุรีรัมย์บ้านผมหน่อย ขนไปเยอะ ๆ เอาไปซื้อมาก ๆ อย่าไปดูถูกประชาชนครับ วันนี้คนเขารู้เท่าทัน ผมไม่เชื่อว่าเวลาลง สนามเลือกตั้งจริง ๆ ไหนจะ กกต. ตรวจสอบ ไหนจะหัวคะแนนฝ์ายตรงกันข้ามตรวจสอบ กันเองแค่กระดิกตัวก็แทบจะไม่ได้แล้ว แล้วท่านจะไปดูถูกว่าวันนี้ประชาชนเขาซื้อได้ ผมว่าเลิกดูถูกประชาชนได้แล้วครับ นั่นคือประเด็นที่ผมเห็นว่าวันนี้เราต้องมีการปฏิรูป ให้มีการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวเหมือนกับนานาอารยประเทศ
ประเด็นที่ ๒ มาตรา ๑๙๐ ผมเชื่อแน่ได้ว่าในความรู้สึกของท่านทั้งหลาย ผมเชื่อแน่ได้ว่าท่านก็ยอมรับว่ามาตรานี้มีปัญหากับการปฏิบัติไม่ว่าใครจะเปึนรัฐบาล เอาละถ้ารัฐบาลชุดนี้แก้ไขเสร็จก็เห็นพูดกันหนักหนาบอกว่าสมัยหน้าอีกฝ์ายหนึ่งจะมา เปึนรัฐบาล ถ้าท่านไม่แก้เสียตอนนี้ท่านก็ทํางานไม่ได้เหมือนกัน วันนี้รัฐมนตรีหลายท่าน ได้มาปรารภกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปประชุมที่ประเทศเวียดนาม ประชุมเสร็จ จะลงปฏิญญาเพื่อเปึนสัญญาในการประชุมร่วม รัฐมนตรีไม่กล้าเซ็นต้องเซ็นกระดาษเปล่า อย่างนี้เปึนต้น ถูก สามารถจะเอาไปเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ผมถามว่า ถึงศาลรัฐธรรมนูญกี่วันเสร็จครับ มันจะทันต่อสถานการณ์หรือไม่
เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลทั้งหลายผมจึงเห็นว่าในการแก้ไขเบื้องต้น ๒ ประเด็นนั้นน่าจะได้รับการพิจารณาจากสภาแห่งนี้ และผมเห็นด้วยที่จะสนับสนุนให้มี การแก้ไขทั้ง ๒ ประเด็น กราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านทองดีครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม เห็นด้วยกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับประชาชน จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน ท่านประธานครับ กระผมเห็นด้วยกับ ๓ ฉบับที่รัฐบาลและเพื่อนสมาชิก เราเสนอเข้ามาเปึนเหตุผลที่ใกล้เคียงกันที่สุด ก็เพราะว่าขนาดยังไม่มีการอภิปรายเลย มติวิปออกมาแล้วบอกว่ารับฉบับใดบ้าง ไม่รับฉบับใดบ้าง เดี๋ยวนี้เล่นปาหี่อะไรกันอยู่ครับ นําเข้ามาสู่สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ยังมีมติออกมาแล้วเอามาแจ้งให้พี่น้องประชาชนทราบเฉย ๆ ใช่ไหม ท่านประธาน ที่เคารพครับ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ๒๕๕๐ ของประชาชน โดยกําหนดให้พุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกศาสนาสอนให้คนเปึนคนดี ใช่ แต่พุทธศาสนา มีพี่น้องประชาชนชาวไทยนับถือพุทธศาสนา ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถือว่า ตรงนี้เขามีเหตุผลเพียงพอ สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ พี่น้องประชาชนชาวไทยนะครับ แต่ในการมาเรียกร้อง ประชาธิปไตยให้รัฐบาลยุบสภาเลือกตั้งใหม่นั้น ทําไมถึงได้กระชับพื้นที่ทําให้เสียชีวิต แล้วใครรับผิดชอบครับ สิทธิที่พี่น้องประชาชนอยู่ตรงไหนครับ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้ว
หน้าที่ของปวงชนชาวไทย หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ มีหลายฝ์ายหลายท่านสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้พูดตลอดว่าเคยมีอดีตรัฐบาลที่ผ่านมา ทุจริตเชิงนโยบาย แต่เดี๋ยวนี้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐบาลปัจจุบันนี้ โกงเชิงนโยบายใช่ไหม หรือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์มาก่อน หรือ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ตามรัฐบาลอดีตที่ผ่านมา หมวด ๖ รัฐสภา เดี๋ยวนี้รัฐบาลได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๘ ที่มาของ ส.ส. เดิม ป้ ๒๕๔๐ แล้วป้ ๒๕๕๐ เดี๋ยวนี้เขตใหญ่ เรียงเบอร์ เดี๋ยวนี้แยกเปึนเขตเดียวเบอร์เดียว วัน แมน วัน โหวต ท่านประธานที่เคารพ เดิมกล่าวหากันตลอดว่าเขตเล็กเบอร์เดียวซื้อสิทธิขายเสียง ซื้อมา ส.ส. ที่เข้าสภามา ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ คือซื้อเสียงมา แล้วผู้ใหญ่ในทางการเมืองพูดมาตลอดว่าซื้อเสียง ๆ ณ บัดนี้ทําไมไม่กลับไปที่เดิมละครับ กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้องใช่ไหม แล้วทํา เพื่ออะไร ตรงนี้แก้กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อพรรคการเมืองหรือพรรคร่วมรัฐบาลใช่ไหม เพราะฉะนั้นตรงนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ คนสร้างไม่ได้อยู่ คนอยู่ไม่ได้สร้าง รัฐบาลที่ผ่านมานั้นไม่ได้ยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ รัฐบาลปัจจุบันนี้ใช่ไหม ที่ยกร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และมาประกาศใช้ เพราะฉะนั้นตรงนี้กล่าวหา คนที่ไม่ได้ทําแล้วก็บอกว่ามีอํานาจล้นตรงนี้แล้วบอกว่ากฎหมายไม่มีประเด็น แต่คนปฏิบัติ ถ้ากฎหมายไม่มีประเด็นก็ต้องแก้ที่คน ไม่ใช่แก้ที่กฎหมายอย่างไรครับ นี่ละคือที่มาของที่กระผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง หมวด ๗ คณะรัฐมนตรี หมวด ๘ ศาล หมวด ๙ การปกครองส่วนท้องถิ่น หมวด ๑๐ การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ
ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๒๖๖ มาตรา ๓๐๙ มาตรา ๑๙๐ การทําสนธิสัญญากับต่างประเทศ มาตรา ๒๖๖ พี่น้องประชาชนเดี๋ยวนี้นะครับ อยู่ในชนบทเดือดร้อนมาก กับส่วนราชการที่มีปัญหากับพี่น้องประชาชน และแล้วนะครับ ก็อย่างเช่น การหลอกลวงแรงงานไปทํางานต่างประเทศ เรารู้อยู่แก่ใจว่าบริษัทนี้อย่างนี้ แต่ถ้าพี่น้องประชาชนไม่ร้องมาไม่สามารถที่จะเข้าไปแทรกแซงหรือเข้าไปตรงนั้นได้เลย การเปึนตัวแทนพี่น้องประชาชนไม่ใช่ว่ามาทําเฉพาะนิติบัญญัติตรงนี้ และแล้วก็กลับไป พื้นที่ก็ไปดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนอยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้การทํา สนธิสัญญานั้นเดิมรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่มี และแล้วใครทําขึ้นมา ทําเพื่ออะไร ทําแล้ว ก็ให้ตัวเองเดือดร้อนก็ทําอย่างนี้อยู่นะครับ เพราะฉะนั้นมาตรา ๓๐๙ ใครทําก่อนหรือหลัง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ถือว่าทําตามรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นิรโทษกรรมกันไว้ก่อนใช่ไหม นิรโทษกรรมตัวเองแล้วใช่ไหม เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้ก็ถือว่าประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อการสับขาหลอกให้หลงลืมในคดียุบพรรคใช่หรือเปล่าครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรค ที่กําลังมีปัญหาอยู่ตรงนี้คือพรรคการเมืองใหญ่ พรรคการเมืองเก่า พรรคประชาธิปัตย์ นี่ละครับ การรับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไว้ก่อนนั้นแล้วก็พยายามไปแก้ไขทีหลังนั้น ผมจะไม่พูด ผมพูดว่าที่ คมช. ได้ข่มและขู่พี่น้องประชาชนไว้ว่าถ้าไม่รับรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ไว้ จะนํากฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่มีต้นร่างต้นฉบับให้พี่น้องประชาชน กลับมาประกาศใช้ทันที นี่คือที่มาของที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของคนไทยไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อตัวเอง ขอบคุณมาก สวัสดีครับ
เชิญท่านสุรจิตครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธาน กระผม นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนจะอภิปรายเหตุผลและข้อเสนอในรายละเอียด กระผมก็ขอบอก ข้อสรุปหรือจุดยืนของกระผมไว้เลย คือกระผมไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกร่างนะครับ ซึ่งกระผมก็จะได้แสดงเหตุผลของกระผมต่อไป แต่กระผมก็มีข้อเสนอ ประกอบ ไม่ใช่ปฏิเสธโดยไม่มีข้อเสนอแนะนะครับ ข้อเสนอแนะสําหรับผมมีอยู่ ๓ ประการ ก็คือ
ข้อ ๑ หากท่านนายกรัฐมนตรีและท่านผู้เสนอร่างแก้ไขทุกฝ์ายเห็นว่า หลังการที่เราถกแถลงกันแล้วไม่มั่นใจว่าจะผ่านนะครับ หรือว่ามีหนทางอื่นดีกว่าก็ควรจะ ถอนร่างไปทั้ง ๔ ร่างนะครับ แล้วก็ใช้วิธีการตามข้อ ๒ ข้อ ๓ ต่อไป
ข้อ ๒ ก็คือหากทุกพรรคเห็นว่าน่าจะใช้วิธีอื่นเพื่อนําทางเลือกไปสู่ ประชาชน โดยพรรคใดอยากแก้ไขอย่างไรก็นําไปเปึนนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง ทั่วไปครั้งหน้านี้เพื่อขอต่อประชาชนนะครับ หรือ
ข้อ ๓ ก็ใช้วิธีตรงไปตรงมาที่สุดก็คือ ถามตรงต่อประชาชนโดยการ ลงประชามตินะครับ ทีนี้เหตุผลของผมก็คือว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประมุข ฝ์ายบริหารท่านบอกว่าท่านจะรับผิดชอบนะครับ ท่านก็คงจะได้ใคร่ครวญและมีเหตุผล ที่ท่านเชื่อมั่นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเปึนเครื่องมืออย่างหนึ่งในหลาย ๆ เครื่องมือ ที่จะนําไปสู่การปรองดอง
แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งของประชาชนและอีกส่วนหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ก็มีเหตุผลอันหนักแน่นเช่นกันที่จะเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ไม่ได้เปึนปัญหา หรืออุปสรรคอย่างที่คิด แต่เปึนเพราะการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่ได้ถูก ดําเนินการให้ครบถ้วน เช่น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของศาลหรือ องค์กรอิสระต่าง ๆ เช่น สตง. ป.ป.ช. ซึ่งกําลังทยอยผ่านออกไปอยู่ กับกฎหมายลูกต่าง ๆ อีกมากมายหลายฉบับที่ยังไม่ได้ออกตามเงื่อนเวลาที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือ เครื่องมือประกอบยังสร้างไม่ครบแล้วเหตุไฉนจึงจะไปติว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา อันนี้เปึนการพาลเกเรหรือเปล่า เปึนการติเรือทั้งโกลนไหม คือเพิ่งจะขุด เพิ่งจะถาก จะโกลนเรือ สร้างเรือขึ้นมา แล้วก็ยังไม่ได้ทําให้สําเร็จครบถ้วน ก็จะแก้ จะรื้อใหม่ กันเรื่อย ๆ ไป เครื่องมือประกอบโขนหัว ราโท กาบอ่อน กาบแข็ง นี่เสร็จแล้ว แต่ว่าเก๋ง หางเสือ พังงา นี่มันยังไม่เสร็จนะครับ เรือมันใหญ่ ของมันใหญ่เหมือนรัฐธรรมนูญนี่ ปล่อยลงน้ําแล้วของประกอบเรือยังไม่ครบนะครับ ยังสู้คลื่นไม่ได้ ต้องปรับแต่งเครื่องมือ ให้ครบถ้วนก่อน ก็ไม่เอาจะต่อใหม่ แก้โน่นแก้นี่ เรือมันก็จะไม่เปึนเรือ วุฒิสภาซึ่งอาจจะเปึนเพราะ เปึนสภาของผู้สูงอายุ ผู้อาวุโสอายุ ๔๐ ป้ขึ้นไปนะครับ เปึนกันหนเดียวนะครับ หมดวาระ แล้วก็ต้องวางไปเลี้ยงหลานก็เลยมีส่วนได้เสียน้อย วุฒิสภาก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา คณะหนึ่งนะครับ คือคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นะครับ โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ อย่างไรนะครับ แต่เปึนการศึกษาว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีปัญหาในการบังคับใช้ อย่างไร ตัวรัฐธรรมนูญมันป์วยหรือผู้ใช้รัฐธรรมนูญมันป์วยกันแน่ เพราะว่าร่างกันมา ๑๘ ฉบับแล้ว สําหรับฉบับแรก พ.ศ. ๒๔๗๕ ผมก็ไม่ว่าอะไรประชาชนยังไม่เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญคืออะไร เปึนลูกท่านเจ้าพหลพลพยุหเสนาหรืออย่างไร แต่ตอนนี้มัน ๑๘ ฉบับ แล้วนะครับ กรรมาธิการของวุฒิสภาก็มีข้อสรุปที่ชัดเจนนะครับ ซึ่งผมอยากจะขอยกตัวอย่าง สักนิดหนึ่ง ในรายงานบอกว่า ในต่างประเทศที่รัฐธรรมนูญมีความต่อเนื่องไม่มีปัญหาเหล่านี้ เพราะมีคดีต่าง ๆ เข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง และคําตัดสิน ของศาลรัฐธรรมนูญเปึนบรรทัดฐานแก่คดีต่าง ๆ ต่อมา แต่ในประเทศไทยนั้นรัฐธรรมนูญ มีอายุสั้นขาดความต่อเนื่อง องค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งสถาบันศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีความมั่นคงและไม่มีความต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงประสบปัญหาในการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ กระผมก็ขอยกตัวอย่างมาตรา ๑๙๐ อย่างที่หลายท่านได้พูดไปแล้ว ก็คือจริง ๆ แล้วท่านให้ไปออกกฎหมายลูกเพื่อกําหนดขั้นตอนและวิธีการนะครับ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศก็ไปยกร่างมาแล้วนะครับ แต่ว่ารัฐบาลไม่ดําเนินการต่อ คือไม่ได้นําเสนอต่อสภานี้ ไม่เอา ยุ่งยากนะครับ แก้ที่แม่เลยดีกว่า ก็คือแก้ที่รัฐธรรมนูญเลย ทั้ง ๆ ที่มาตรา ๑๙๐ วรรคหก ก็ได้ให้เครื่องมือ ไว้แล้วว่า ถ้ามีปัญหาก็ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญได้นะครับ อันนี้ก็เห็นชัดเจนว่าปัญหาไม่ได้ อยู่ที่รัฐธรรมนูญ อยู่ที่ผู้บังคับใช้ ผู้ปฏิบัติ ท่านว่ามันยุ่งยากในการเจรจา ความจริงแล้ว ถ้าท่านสร้างเครื่องมือให้ครบนะครับ แล้วก็แก้ข้อบังคับของสภาอีกส่วนหนึ่งให้มี คณะกรรมาธิการสามัญทํางานคู่ขนานกันไป เวลาเสนอเรื่องเข้าสภาก็จะเดินได้เร็วนะครับ การแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นอื่น ๆ ก็อย่างเดียวกันไม่พ้นไปจากนี้ก็คือเอาความสะดวก เอาตามใจ อันนี้ก็คือเหตุผลที่กระผมไม่เห็นด้วย สิ่งที่ควรทําท่านไม่ได้ไปทําให้ครบ คือการมีนายกรัฐมนตรีหนุ่ม ๆ ทนทานงานหนักมันก็ดีนะครับไม่เหน็ดเหนื่อย ท่านอาจจะ เห็นบ้านเมืองมันสงบไปหน่อยหรืออย่างไรนะครับ กระผมก็รักท่านคนหนุ่มหน่วยก้านดี แต่ว่าคนหนุ่มนี่ยังไม่เคยแก่ ลองเชื่อคนแก่ที่เคยเปึนหนุ่มมาก่อนบ้างแล้วกันนะครับ คือไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญนี้แก้ไขไม่ได้นะครับ แต่ว่าที่เสนอมาทุกร่างมันไม่ใช่ประเด็นที่จะแก้ ด้วยวิธีนี้นะครับ เพราะว่ายังมีวิธีอื่นแล้วก็เครื่องมืออื่น กระผมก็ไม่ได้มองการเมือง ในแง่ร้ายนะครับ ไม่ใช่คนลึกซึ้ง ไม่ชอบมองการเมืองแบบพงศาวดารจีนนะครับ ทีนี้รัฐธรรมนูญฉบับของคุณหมอเหวงแก้มากเกินไปนะครับ เราลองนึกถึงกระบวนการ ทํางานจะยาวมาก แล้วก็ไม่สอดคล้องกับวิวัฒนาการของรัฐธรรมนูญ ส่วนอีก ๓ ร่าง ของพรรคร่วมรัฐบาลและของ ครม. ก็เปึนการแก้ที่ผิวเผินไม่เห็นว่าจะนําไปสู่พัฒนาการ ที่ดีขึ้นอย่างไร กระผมจึงขอสรุปย้ําข้อเสนอทางเลือกทั้ง ๓ ประการที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ก็คือถือเสียว่า ๒ วัน ๒ คืนนี้รัฐสภาได้ตรวจการบ้านให้แล้วนะครับ ถ้าท่านผู้เสนอเห็นว่า ข้อเสนอยังไม่ดีพอท่าทางจะผ่านสภาได้ยากนี่ ก็น่าจะใช้ทางเลือกในข้อ ๒ ข้อ ๓ โดยถอนร่างทั้ง ๔ ร่างไป
ทางเลือกที่ ๒ สําหรับผู้เสนอ ก็คือนําไปเปึนนโยบายในการหาเสียง เพื่อขออนุมัติต่อประชาชน
ข้อ ๓ ก็คือปรับข้อเสนอทุกอย่างนะครับ แล้วก็ไปขอมติจากประชาชน กระผมเอาข้อ ๓ ไว้ท้ายสุด เพราะว่านายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่า มันเปึนวิธีที่ ช้าและแพง คือการลงประชามตินี่นะครับ แต่จะทําอย่างไรได้ละครับ ประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญนี่มันไม่ใช่ของถูกของแบกะดินนะครับ เมื่อไม่มีวิธีอื่นก็ต้องถามเจ้าของ อํานาจอธิปไตยเขาดูนะครับ เราทั้งหมดเปึนผู้รับใช้ของประชาชนก็ต้องถาม นายเรา คือประชาชน จะถามตรงถามอ้อมก็ต้องถามนะครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปก็เปึนท่านผ่องศรี แล้วก็ท่านสุรชัย ท่านชุมพล ท่านยุทธนา ท่านพนิช ท่านเกชา แล้วก็ท่านรสนานะครับ เชิญท่านผ่องศรีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย ดิฉันนั่งทําหน้าที่อยู่ที่นี่ก็นั่งนึกตระหนักตลอดเวลาว่าหลังจากจบการอภิปรายในญัตติ พิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแล้วพวกเราที่เปึนสมาชิกก็จะต้องลงมติ ดิฉันก็ต้องมี คําตอบว่าสิ่งที่ดิฉันจะได้ลงมติไปนั้น ดิฉันได้ตัดสินใจแล้วว่าจะลงมติในร่างต่าง ๆ นั้น อย่างไร ก่อนอื่นดิฉันกราบเรียนว่าแม้ว่าดิฉันจะเปึนสมาชิกรัฐสภาเปึนสมัยแรก แต่ใน เรื่องของการต่อสู้ เรื่องของการยืนหยัดเคียงข้างประชาธิปไตยนั้น ตลอดชีวิตดิฉันตั้งแต่ อยู่ในวัยเรียนจนถึงวัยทํางานดิฉันมีส่วนร่วมกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ดิฉันเกี่ยวข้อง หลายครั้ง รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ดิฉันเองก็มีส่วนร่วมตั้งแต่การรณรงค์ในการรับร่าง แล้วก็มีส่วนร่วมในการรับฟังความคิดเห็นจากเวทีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นดิฉันก็ถือว่า เปึนรัฐธรรมนูญที่เปึนฉบับประชาชนที่ทุกคนพูดนั้นก็ตรงกันนะคะ อย่างไรก็ตาม ดิฉันเปึนคนที่อยู่กับปัจจุบัน ไม่เอาอดีตมาเปึนอุปสรรคในการเดินไปข้างหน้า เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งดิฉันเองก็ได้เห็นบรรยากาศ แล้วก็มีส่วนร่วมในช่วงของการที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไปจัดเวทีรับฟัง ความคิดเห็นแล้วก็มีส่วนร่วมในการติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ผ่านการทําประชามติดิฉันเองก็มีความเห็นตรงกับหลาย ๆ ท่าน ก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้เปึนรัฐธรรมนูญที่แก้ไขจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็คือมีสาระ ที่คงเดิม ถ้าทุกคนเป่ดใจกว้างแล้วก็ศึกษาสาระของรัฐธรรมนูญก็จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีเนื้อหาสาระที่ตรงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ว่าได้ลดจุดอ่อนที่มีอยู่ แล้วก็เพิ่มอํานาจประชาชนให้มากขึ้น ดังนั้นเมื่อถึงวันนี้เมื่อเราจะต้องพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญนี้ดิฉันก็ตัดสินใจว่าเมื่อได้รับศึกษาดูร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ดิฉันได้รับร่างรัฐธรรมนูญนี้มานานแล้ว แล้วก็บรรจุอยู่ในวาระของสภานี้นาน ทุกครั้ง ที่ดิฉันต้องทําหน้าที่เลื่อนระเบียบวาระเรื่องอื่น ๆ ขึ้นมาแซงหน้า ดิฉันก็จะได้ยิน เพื่อนสมาชิกทักท้วงเสมอว่าร่างของภาคประชาชนจะต้องได้รับการพิจารณา ที่ประชุมสภา จะมีมติอย่างไรก็เปึนเอกสิทธิ์ของแต่ละท่าน แต่ดิฉันยืนยันว่าดิฉันให้ความเคารพแล้วก็ ให้ความสําคัญของเจ้าของร่างรัฐธรรมนูญทุกร่างทั้ง ๔ ร่างนะคะ เพราะว่าทุกอย่างนั้น ต้องมีที่มาที่ไป ดิฉันเมื่อได้รับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนดิฉันก็ได้ศึกษานะคะ เพราะฉะนั้นหลายท่านที่สมาชิกบอกว่ายังไม่ทันได้อภิปรายเลยก็มีมติออกมาแล้วว่า ไม่รับร่าง ดิฉันก็กราบเรียนว่าร่างนี้บรรจุอยู่ในสภาตั้งแต่ป้ ๒๕๕๒ เปึนป้มาแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าใครได้ศึกษาร่างนี้มาจริง ๆ ก็จะตัดสินใจได้ว่าจะรับหรือไม่รับร่างนี้ ดิฉันบอกไว้ตอนต้นตอนนี้เลยนะคะว่า ด้วยความเคารพดิฉันไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ของภาคประชาชนนะคะ ไม่ใช่ว่าไม่รับด้วยอคติหรือว่าไม่รับด้วยอะไรก็ตาม ไม่รับด้วย เนื้อหาสาระจริง ๆ นะคะ ด้วยความเคารพ เพราะว่าดิฉันก็จะต้องบอกกับพี่น้องประชาชน ด้วยว่าทําไมดิฉันถึงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วดิฉันก็จะต้องบอกกับประชาชน ส่วนที่คัดค้านหรือว่าสนับสนุนด้วยเหตุผลของดิฉันเองนะคะ ที่ดิฉันมีเหตุผลไม่รับร่าง ของภาคประชาชน ยกตัวอย่างเท่าที่เวลาจํากัดก็คือมีในหลายมาตรา หลายคนพูดว่า เหมือนกับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนจะเอาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มา แต่เมื่อ เข้าไปดูในรายละเอียดแล้วพบว่าจริง ๆ แล้วมันมีหลายมาตราที่มีการตัดขาดหายไปจาก ร่างรัฐธรรมนูญที่ดีในส่วนป้ ๒๕๕๐ ซึ่งดิฉันคิดว่าดีกว่า แล้วก็มีส่วนไปเพิ่มเติมในส่วนที่ ยังเปึนปัญหานะคะ ยกตัวอย่างเช่นในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ดิฉันเห็นว่า มีการจัดหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจนแบ่งออกเปึนส่วนต่าง ๆ ซึ่งทําให้ดูง่ายนะคะ ไม่ว่าจะเปึนส่วนเรื่องของความเสมอภาค ส่วนเรื่องของสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล หรือว่า สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ยกตัวอย่าง แต่ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ก็ไม่ได้แยกหมวดหมู่ไว้ชัดเจน เวลาที่จะค้นหาก็จะดูยากกว่านะคะ อันนี้ดิฉันคิดว่า เปึนจุดหนึ่งดิฉันก็ไม่เห็นด้วย
นอกจากนั้นแล้วในมาตราต่าง ๆ ยกตัวอย่างมาตรา ๔๗ เปึนเรื่องของ การจัดสรรคลื่นความถี่ ในร่างของภาคประชาชนก็ได้มีการแก้ไขในวรรคสาม แล้วตัดวรรคสี่ ซึ่งเปึนสาระสําคัญด้วย ดิฉันก็คงไม่มีเวลาอ่านในรายละเอียด แต่ถ้าทุกท่านสนใจ ก็ไปเป่ดตามดู พี่น้องประชาชนก็จะได้เห็นว่าสาระสําคัญนั้นถูกตัดอะไรไปบ้าง โดยเฉพาะ ยกตัวอย่างในเรื่องของมาตราที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ มาตรา ๕๓ มาตรา ๕๓ นี่ในร่าง รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้บัญญัติไว้ว่า บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบป้บริบูรณ์ และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวก อันเปึนสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ แต่ร่างของ ภาคประชาชนก็มีอยู่แค่ บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบป้และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ ดิฉันคิดว่าในส่วนสําคัญที่ได้ถูกตัดหาย ไปจากร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ดีกว่าก็คือ เรื่องการได้รับสวัสดิการ เพราะฉะนั้น ปัจจุบันก็จะมีสวัสดิการหลายอย่างที่ผู้สูงอายุจะต้องได้รับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของไม่ใช่ เฉพาะเรื่องเบี้ยยังชีพ สวัสดิการเรื่องของกองทุนต่าง ๆ ซึ่งมีกองทุนผู้สูงอายุ เรื่องของ สวัสดิการสงเคราะห์ สิ่งอํานวยความสะดวก เวลาไปโรงพยาบาลก็จะมีช่องทางด่วน สําหรับผู้สูงอายุซึ่งอันนี้เหล่านี้ก็เกิดขึ้นเนื่องจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นอกจากนั้นแล้ว ในร่างของภาคประชาชนไปหยิบยกจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใส่ไว้อย่างเดิมเลย เพราะเราพูดกันมากว่าตอนที่ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จุดอ่อนก็คือหลาย ๆ มาตรา จะมีบัญญัติไว้ว่า ทั้งนี้ ต้องเปึนไปตามกฎหมายบัญญัติ ปรากฏว่าพอไม่มีกฎหมายลูก ไปบัญญัติก็ไม่สามารถปฏิบัติได้ที่เปึนจริง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้กําจัดจุดอ่อนนี้ ไปแล้ว คือส่วนใหญ่แล้วจะไม่เหลือคําว่า ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่ในรัฐธรรมนูญ ร่างของภาคประชาชนยังใส่เข้ามาครบถ้วนเลย เพราะฉะนั้นถ้าหากไม่มีกฎหมายบัญญัติ รัฐธรรมนูญก็ไม่มีผลบังคับใช้ อันนี้ดิฉันก็ยกตัวอย่างมาตรา ๕๔ อีกมาตราหนึ่ง ก็คือเปึน เรื่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ พูดถึง บุคคลซึ่งพิการหรือทุพพลภาพมีสิทธิเข้าถึงหรือใช้ ประโยชน์จากสวัสดิการสิ่งอํานวยความสะดวกอันเปึนสาธารณะ และความช่วยเหลือ ที่เหมาะสมจากรัฐเช่นกันในส่วนของร่างรัฐธรรมนูญภาคประชาชนนั้นก็ตัดไม่มี มีแค่ ผู้ซึ่งพิการและทุพพลภาพมีสิทธิได้รับสิ่งอํานวยความสะดวกอันเปึนสาธารณะ เรียกว่า การจะเข้าถึงสวัสดิการนั้นไม่มี ดิฉันก็ยังเห็นว่าหลาย ๆ เรื่อง นอกจากนั้นสิทธิในข้อมูล ข่าวสารร้องเรียนจะเห็นได้ว่าถูกตัด มาตรา ๕๗ วรรคสอง ในรัฐธรรมนูญของ ภาคประชาชนไม่มีเลย ซึ่งเปึนสาระสําคัญเรื่องของการมีส่วนร่วมในการรับฟัง ความคิดเห็นของภาคประชาชน ไม่ว่าจะเปึนการวางแผนพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม การเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การวางผังเมือง การกําหนดเขต การใช้ประโยชน์จากที่ดิน และการออกกฎ อันนี้ดิฉันถือว่าเปึนเรื่องที่ถ้าหากเรารับร่างของ ภาคประชาชน อันนี้เปึนเพียงตัวอย่างถ้าท่านดูไปเยอะก็จะเห็นหลายเรื่อง ดิฉันก็ขอให้ เหตุผลว่าที่ดิฉันไม่รับร่างของภาคประชาชนนั้น ดิฉันก็แสดงออกในสิ่งที่ดิฉันเห็นว่า ดิฉันไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาสาระ
นอกจากนั้นแล้วการสลับมาตราในร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ก็สลับกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน แล้วเราไปออกกฎหมายลูกไว้ แล้วว่าเราอ้างถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถ้าเราไปแก้ไขตามร่างของภาคประชาชนอีก ก็จะทําให้การออกกฎหมายลูกเกิดความสับสนอย่างมาก อันนี้ก็เปึนเหตุผลสั้น ๆ เท่าที่ จะมีเวลาชี้แจง
ในส่วนเหตุผลที่ดิฉันจะขอเสนอว่าดิฉันจะต้องลงคะแนนสนับสนุน ร่างของรัฐบาล ก็มี ๒ ร่างของรัฐบาลก็คือในมาตรา ๑๙๐ ที่ดิฉันเองก็เห็นปัญหาในฐานะ ที่ต้องทํางานในการกลั่นกรอง พบว่าการบัญญัติให้มีความชัดเจนเรื่องของการมีกฎหมาย ที่จะกําหนดประเภทของกรอบการเจรจาแล้วก็ขั้นตอนวิธีการจะทําให้การทํางานได้มี ความชัดเจนยิ่งขึ้น เรื่องที่เปึนสาระสําคัญ เรื่องของเขตแดน อาณาเขต เรื่องที่มีผลกระทบ การค้าอย่างเอฟทีเอ อันนี้ต้องเข้าสภาอย่างแน่นอน แต่บางเรื่องก็ไม่จําเปึนที่จะต้องเข้าสู่ การพิจารณาของสภาแห่งนี้ อันนี้ดิฉันก็เลยเห็นว่าจะต้องสนับสนุนร่างของรัฐบาล
ส่วนเรื่องของการกําหนดวิธีการเลือกตั้ง ในเรื่องของเขตหรือว่าเขตใหญ่ เขตเล็กดิฉันจะขอไม่พูดถึง เพราะว่าดิฉันก็มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่จะพูดถึงเฉพาะบัญชีรายชื่อ ดิฉันเห็นด้วยว่าร่างของรัฐบาลนั้นทําเปึนเขตประเทศ แล้วก็ไม่มีกลุ่มโซน (Zone) จะเปึนจริง เพราะว่าดิฉันเองอยู่จังหวัดลพบุรี อยู่โซน ๒ ต้องอยู่กลุ่มเดียวกับจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดสุโขทัย ไปถึงจังหวัดขอนแก่น เพราะฉะนั้น มันก็ไม่เปึนจริง ดิฉันก็ขอสนับสนุนร่างของรัฐบาลนะคะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดยโสธร ขออนุญาตกราบเรียน หารือท่านประธาน มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านกังวลว่าวันนี้จะได้อภิปรายหรือไม่ ก็อยากจะ เรียนถามว่าท่านประธานจะประชุมถึงเวลากี่นาฬิกา แล้วก็ในสาย ส.ว. จะอภิปราย ถึงท่านใด แล้วก็รวมทั้งเพื่อนสมาชิกทางฝัืง ส.ส. ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ก็คงตามที่ตกลงกันไว้ ไปจนถึงเที่ยงคืนนะครับ เดี๋ยวผมกําหนดไว้เรื่อย ๆ คุณผ่องศรีมีอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกรัฐสภา ดิฉันก็กราบหารือ เรื่องเวลาด้วยเลยนะคะว่าตามที่ได้ตกลงกันไว้ก็คงจะใช้เวลาถึงประมาณ ๐๐.๓๐ นาฬิกา ซึ่งขณะนี้ขออนุญาตกราบเรียนเวลาไว้เลยในช่วงนี้ว่า ณ ถึงเวลานี้ ฝ์ายพรรคร่วมรัฐบาลก็ใช้ไปแล้ว ๔ ชั่วโมง ๘ นาที แล้วก็พรรคร่วมฝ์ายค้านใช้ไป ๕ ชั่วโมง ๘ นาที แล้วก็ท่านสมาชิกวุฒิสภาใช้เวลาไปแล้ว ๒ ชั่วโมง ๗ นาที ก็ขอกราบเรียน เพื่อจะได้เตรียมการสําหรับวันพรุ่งนี้ด้วยค่ะ
เชิญท่านสุรชัยครับ เดี๋ยวผมอ่านให้ฟังนะครับ ท่านสุรชัย ท่านชุมพล ท่านยุทธนา ท่านพนิช ท่านเกชา แล้วก็ ท่านรสนา เชิญท่านสุรชัยครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนแสดงความคิดเห็นต่อญัตติการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับ ดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ถูกแก้ไขโดยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทั้งสิ้น นอกจากนี้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยังเพิ่มเติมของใหม่ ๆ เข้าไปในหมวดที่ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชน ป้ ๒๕๕๐ สร้างสภาเกษตรกรขึ้นมา ป้ ๒๕๕๐ สร้างเบี้ยยังชีพสําหรับผู้สูงอายุ ป้ ๒๕๕๐ สร้างสิทธิของผู้พิการ ป้ ๒๕๕๐ สร้างสิทธิของผู้ยากไร้ว่ารัฐต้องเข้าไปดูแลจัดสรร ที่อยู่อาศัย ป้ ๒๕๕๐ สร้างสิทธิคือในเรื่องของสวัสดิการและความปลอดภัยการทํางาน ให้กับผู้ใช้แรงงานทั้งประเทศ ป้ ๒๕๕๐ สร้างสิทธิของชุมชนในการที่จะร่วมกับรัฐ ในการจัดการเรื่องทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราชินกันดีในเรื่องของ คดีมาบตาพุด ป้ ๒๕๕๐ สร้างเรื่องข้อห้ามสําหรับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ห้ามมี ผลประโยชน์ทับซ้อน จนหลายคนกล่าวหาว่าทํากับข้าวก็ถูกปลดออกจากตําแหน่ง เมียซื้อที่ดิน ผัวก็ติดคุก ล้วนแต่เปึนข้อกล่าวหาในเชิงลบอย่างมีอคติต่อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทั้งสิ้น แท้ที่จริงแล้วถ้าพูดกันให้ชัด ๆ ให้เต็มๆ ก็คือเปึนการไปแสวงหา ผลประโยชน์ทับซ้อนตามที่รัฐธรรมนูญเขียนห้ามไว้ นี่คือบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่มาจากการพัฒนาการของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เมื่อเปึนเช่นนี้ผมจึงไม่อาจ ที่จะเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่มีการขอแก้ไขโดยกลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้งฉบับ ท่านประธานครับ
ประเด็นต่อไปก็คืออีก ๓ ร่างที่เหลือเปึน ๓ ร่างที่ขอแก้ไขใน ๒ ประเด็น ที่เหมือนกันก็คือแก้ไขเรื่องเกี่ยวกับเขตเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ส.ส. จากเขตเล็กเบอร์เดียวกลับไปใช้เขตใหญ่เรียงเบอร์ เหตุผลที่อ้างทั้งหมดมีเหตุผลเดียวครับ ท่านประธาน อ้างโดยให้เหตุผลว่า ทั้งนี้ เพื่อความเสมอภาคในการใช้สิทธิเลือกตั้ง ถามว่า แล้วประโยชน์อยู่ที่ใคร ประเด็นระหว่างเขตใหญ่เรียงเบอร์กับเขตเล็กเบอร์เดียวนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าล้วนแต่เปึนประเด็นที่เราถกเถียงกันมาแล้วทั้งสิ้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ใช้เขตเล็กเบอร์เดียว แล้วผลผลิตออกมาเปึนอย่างไรครับ เราได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทําประโยชน์ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองโดยวิธีการ เลือกตั้งเขตเล็กเบอร์เดียวมาอย่างโปร่งใสถูกต้อง ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียงหรือไม่ สิ่งที่จะนําเสนอให้สมาชิกทั้งหมดได้มีความเข้าอกเข้าใจและพี่น้องประชาชนได้มี ความเข้าอกเข้าใจว่าจําเปึนที่จะต้องแก้ไขที่มาของ ส.ส. จากเขตใหญ่เรียงเบอร์เปึนเขตเล็ก เบอร์เดียว ไม่เห็นมีเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขการทุจริตการเลือกตั้งเลยว่าแก้แล้ว จะทําให้การทุจริตการเลือกตั้งหายไปได้อย่างไร แก้แล้วจะทําให้เราได้ ส.ส. ที่ไม่กระโดดร่ม เราจะทําให้ได้สภายุคใหม่ที่ไม่ล่มสัปดาห์ละ ๒ ครั้งได้หรือไม่ ถ้าตอบคําถามตรงนี้ได้สิครับ ผมจะให้การสนับสนุน เพราะถือว่าเปึนประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๙๐ คือบทบัญญัติที่ว่าด้วยกฎกติกาในการทําสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เปึนบทบัญญัติ ที่ให้อํานาจฝ์ายนิติบัญญัติเข้าไปควบคุมการตรวจสอบการทําสนธิสัญญา ๕ ประเภท ที่มีผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องของอาณาเขต มีผลกระทบเกี่ยวกับเรื่องของความมั่นคง ในเรื่องของสังคม เศรษฐกิจ หรืองบประมาณของประเทศชาติ ทั้ง ๕ ประเภทนี้ให้สิทธิ รัฐบาลไปทําความตกลงได้ครับ ขณะเดียวกันก็คือให้อํานาจฝ์ายนิติบัญญัติที่จะต้องเปึน คนให้ความเห็นชอบ เปึนการนําระบบการถ่วงดุลในเรื่องของอํานาจอธิปไตย ๓ ฝ์าย เข้ามาผูกรวมอยู่ในมาตรา ๑๙๐ สุดท้ายถ้ามีประเด็นปัญหาว่าสัญญาใดเปึนสัญญา ที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา ๑๙๐ ที่ต้องเข้าสู่กระบวนการขอความเห็นชอบจากรัฐสภา หรือไม่ มาตรา ๑๙๐ เขียนไว้ชัดเจนว่าส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญเปึนคนวินิจฉัย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการในการเสนอสัญญาเข้าสู่รัฐสภาว่าจะมีกระบวนการ ขั้นตอนในการเสนอสัญญามาให้รัฐสภาพิจารณาอย่างไร รัฐธรรมนูญก็บอกว่าให้ไปออก กฎหมายมาประกอบเสีย ประเด็นปัญหาที่เปึนที่มาที่ไปของการขอแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ก็คือรัฐบาลเองซึ่งเปึนฝ์ายที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการไปออกกฎหมายมาประกอบ มาตรา ๑๙๐ นั้น จนบัดนี้ผ่านการบังคับใช้ไป ๓ ป้ ท่านเปึนฝ์ายที่ไม่เสนอร่างกฎหมาย เข้ามา ทําให้ ณ วันนี้เรายังไม่มีกฎหมายลูกประกอบมาตรา ๑๙๐ เพราะฉะนั้นประเด็น ในการแก้ไขปัญหาหรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามบทบัญญัติของมาตรา ๑๙๐ นั้น แค่เพียงเราไปออกกฎหมายลูกมาประกอบก็จะแก้ไขปัญหาของมาตรา ๑๙๐ ได้ โดยเฉพาะหลังจากการบังคับใช้มาตรา ๑๙๐ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าพวกเรา สมาชิกรัฐสภาทั้งหลายก็เริ่มปรับตัวเข้าที่เข้าทางแล้วครับ เราทําหน้าที่ในการพิจารณา ให้ความเห็นชอบสนธิสัญญาไปหลายสิบฉบับแล้ว เพราะฉะนั้นจึงเปึนอีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่งผมเห็นว่าไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราต้องมาแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ณ ขณะนี้ รวมความแล้ว ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนมาผมไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฉบับครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านชุมพลครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ คณะราษฎร์ ได้เปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเปึนระบอบประชาธิปไตย ๗๘ ป้เต็มตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ เปึนต้นมาครับ ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ ฉบับนี้เปึนฉบับที่ ๑๘ ท่านประธานครับ การยกเลิกหรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดย ใช้อํานาจเข้ายึดปฏิวัติรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง จนกระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ใช้อยู่ป้ ๒๕๕๐ ประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ป้ ๒๕๕๐ มีทั้งหมด ๓๐๙ มาตรา ท่านประธานครับ ความเห็นของผมนั้นถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ในโลกหรือไม่ เราใช้ไป ๓ ป้กว่า มีการเรียกร้องหลายครั้งหลายหน เรียกร้องให้นําเอา รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ มาใช้บ้าง จนเกิดเหตุวิกฤติมาตลอดแต่ท่านประธานครับ เมื่อมีข้อบกพร่องบ้างก็ต้องมีการแก้ไขเปึนเรื่องธรรมดา ไม่มีอะไรที่อยู่จีรังยั่งยืนจะใช้ ไปตลอด ซึ่งในการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนั้นก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ผมไม่ขอลง ในรายละเอียดตรงนั้น แต่สรุปคร่าว ๆ ว่าวันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ ที่เสนอโดยรัฐบาลทั้ง ๒ ฉบับ ท่านประธานครับ ถามว่ารัฐธรรมนูญนั้นสรุปแล้วว่า แก้ได้ไหม ผมว่าแก้ได้ แต่ต้องใช้เสียงของเพื่อนสมาชิกซึ่งได้ใช้เหตุใช้ผลเปึนสิทธิ ของแต่ละคนที่จะได้แสดงความคิดเห็นให้ละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งในการผ่านวาระต้องใช้ เสียงถึง ๓๑๐ เสียง ในเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ผมว่าถ้าพวกเราร่วมแรงร่วมใจ ก็สามารถแก้ได้ ท่านประธานครับ สาระสําคัญในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอมานั้นคือมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ มีสาระสําคัญสรุปได้ว่าแบ่งเขต การเลือกตั้งจากเขตใหญ่เรียงเบอร์มาเปึนเขตเล็กเบอร์เดียว ถามว่าพี่น้องประชาชน จะได้อะไรครับ ท่านประธานครับ ผมนั้นในฐานะที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิเสธ ไม่ได้ว่าผมมาจากการเลือกตั้งเขตใหญ่ แต่ในส่วนที่ผมเห็นว่าการเลือกตั้งเขตใหญ่นั้น ในความคิดของผมบางครั้งเราดูแลพี่น้องประชาชนไม่ทั่วถึง ท่านครับ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า การที่พี่น้องประชาชนเลือกผู้แทนของเขามา เขาต้องการให้ผู้แทนได้ไปทําหน้าที่ ในสภาก็จริง แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ครับ คือผู้แทนต้องออกไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน สิ่งหนึ่ง ที่ขาดไม่ได้ครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึนงานบุญ งานทอดผ้าป์า งานทอดกฐิน จะงานแต่งงาน งานศพ อันนี้เปึนเรื่องสําคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วหากเกิดอุทกภัย ไม่ว่าจะเปึนน้ําท่วม น้ําแล้ง อันนี้ถ้าเขาไม่เห็นหน้าผู้แทนก็บ่นว่าผู้แทนหายไปไหน ทั้ง ๆ ที่ ผู้แทนต้องมาทําหน้าที่ในสภา อันนั้นก็คือส่วนหนึ่ง แต่ความเข้าใจของพี่น้องประชาชนนั้น บางครั้งยังไม่เข้าใจ ตรงนี้ละครับท่านประธานเปึนสาเหตุหนึ่งที่ผมสนับสนุนร่างของ รัฐบาลที่ให้เปึนเขตเดียวเบอร์เดียว แล้วก็เขตเดียวเบอร์เดียวนี่ถึงแม้หลายคน เพื่อนสมาชิกอาจจะไม่เห็นด้วย แต่ท่านประธานครับ ผมชอบทําอะไรที่เปึนหลักสากลนิยม เปึนหลักที่เขาปฏิบัติกันมาทุกประเทศ ไม่ว่าจะเปึนประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ หรือประเทศญี่ปุ์น ก็ใช้หลักการเดียวกัน เขตเดียวเบอร์เดียว วัน แมน วัน โหวต ผมย้อนกลับ ไปนิดหนึ่ง เมื่อตอนผมลงพื้นที่ ผมเปึน ส.ส. จังหวัดชุมพร จังหวัดชุมพรพื้นที่กว้างครับ ท่านประธาน บางพื้นที่เราไม่ได้ไปหาชาวบ้านเลย แต่นาน ๆ เราไปครั้งเราไปยกมือไหว้ พอเขาเจอเราเขาก็บอกว่าสงสัยคงจะใกล้ยุบสภาแล้วผู้แทนถึงได้มา ที่จริงเราลงพื้นที่ ตลอดครับ แต่บางพื้นที่เราไปไม่ทั่วถึงจริง ๆ อันนี้ผมเองในฐานะที่เปึนผู้แทน เราต้อง ไม่ปฏิเสธ เราต้องยืนอยู่บนโลกแห่งความเปึนจริง ท่านประธานครับ การเปึนผู้แทนนั้น เขตเดียวเบอร์เดียวทําให้ ส.ส. พวกเราได้ทํางานรับใช้ประชาชนอย่างทั่วถึง อันนี้เปึนเรื่อง สําคัญครับ ท่านประธานครับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมถือว่าเปึนร่างแก้ไขเพื่อที่จะปฏิรูป เพื่อนําไปสู่การเลือกตั้ง ผมถามว่าหากทุกคนมีความคิดที่คล้าย ๆ กัน เหมือน ๆ กัน ผมว่ารัฐธรรมนูญนั้นต้องแก้ไขและเปลี่ยนแปลงได้ครับ แล้วก็เปลี่ยนแปลงในทางที่ พี่น้องประชาชนเสียประโยชน์น้อยที่สุดครับ ส่วนมาตรา ๑๙๐ นั้น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะสนับสนุนร่างรัฐบาลฉบับนี้ด้วยครับ เพราะอะไรครับท่านประธาน มาตรา ๑๙๐ นั้นสรุปสั้น ๆ ง่าย ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนทางบ้านได้เข้าใจให้ละเอียด คือการทําหนังสือสัญญากับต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศที่ต้องให้รัฐสภา ได้เห็นชอบก่อนไปเซ็นตกลง แต่แก้เพื่อวางกรอบเปึนหมวดหมู่ให้ชัดเจนว่าหนังสือสัญญา ประเภทใดบ้างที่รัฐบาลต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน ท่านประธานครับ นี่ไม่ได้ ตัดทั้งมาตราครับ ตัดเฉพาะบางส่วน อันนี้ก็ต้องเห็นใจรัฐบาลครับ เพราะอย่างน้อย รัฐบาลได้ทํางานคล่องขึ้น รัฐบาลได้ทํางานสะดวกขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อาศัยบนพื้นฐาน ของผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเปึนหลัก ท่านประธานครับ ผมเองนั้นในฐานะที่เปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเคารพในความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกที่ได้แสดง ความคิดเห็นอย่างหลากหลาย ท่านประธานครับ นี่คือข้อดีของระบอบประชาธิปไตย ดีกว่าเราต้องไปประท้วงอยู่ข้างถนน ดีกว่าที่เราจะไปเรียกร้องประชาธิปไตยที่ไม่ถูกต้อง แต่ถึงอย่างไรก็ตามเราต้องเคารพในสิทธิของพี่น้องประชาชน เคารพในความคิดเห็น ที่หลากหลายทําให้สังคมเราอยู่ร่วมกันได้ และผมยังมั่นใจว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขนั้นยังเปึนระบอบ ที่ดีที่สุดในโลก และกระผมดีใจที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งพวกเราทุกคนนั้น ต้องยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเปึนที่ตั้งอยู่แล้ว ท่านประธานครับ จากเหตุผล ที่ผมกล่าวมาแล้วข้างต้น ผมขอสนับสนุนร่างของรัฐบาลทั้งมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ และมาตรา ๑๙๐ ขอบคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านยุทธนาครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดยโสธร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบคุณท่านประธานรัฐสภาที่ได้กรุณา บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับของประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี ในระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ การทําหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาในวันนี้ถือได้ว่าเปึนครั้งแรกในการทําหน้าที่ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หมวดที่ ๑๕ มาตรา ๒๙๑ ว่าด้วยการแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญภายหลังจากที่ได้มีการดําเนินการเมื่อกลางป้ ๒๕๕๑ และภายหลัง จากที่ได้มีการประกาศใช้เปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนเวลา ๓ ป้เศษ ร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนหรือฉบับ คปพร. มุ่งหวังที่จะนํารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มาใช้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นถือได้ว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เปึนฉบับแรก มีจุดเด่นคือส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง ในขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นก็ถือได้ว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับแรกเช่นเดียวกันที่ได้ มีการเป่ดโอกาสให้มีการลงคะแนนประชามติโดยประชาชนทั่วประเทศ และมีจุดเด่นคือ เพิ่มอํานาจให้ภาคประชาชนและสิทธิชุมชน ลดอํานาจและลดการผูกขาดอํานาจรัฐ ทําให้ภาคการเมือง สถาบันการเมือง อ่อนแอลง แต่ก็ได้ชื่อว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่สร้างขึ้น ในบรรยากาศกึ่งประชาธิปไตย กึ่งเผด็จการ และถึงแม้ว่าจะเปึนรัฐธรรมนูญที่ผ่าน การลงคะแนนประชามติจากประชาชนก็ดี แต่ก็เปึนการลงคะแนนประชามติภายใต้ เงื่อนไขที่ต้องการให้ประเทศกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยเพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว แล้วไปปรับปรุงแก้ไขบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาในภายหลัง ตามมาตรา ๑๙๐ ร่างของคณะรัฐมนตรีเรื่องการจัดประเภทของสัญญาที่จําเปึนจะต้องผ่านความเห็นชอบ จากรัฐสภา ผมเห็นด้วยที่จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในมาตรา ๑๙๐ ที่มีประเด็นปัญหา หลายประการด้วยกันนะครับ เพื่อความคล่องตัวและความไม่เสียโอกาสในการแข่งขัน กับในระดับต่างประเทศ เช่นเดียวกันในมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ว่าด้วยการแบ่งเขต และที่มาของ ส.ส. นั้น กระผมเห็นด้วยในเขตเล็กเบอร์เดียวหรือวัน แมน วัน โหวต แล้วก็เปึนจุดยืนที่กระผมได้ดําเนินการมาตั้งแต่รับตําแหน่ง ได้ทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ ภายหลังจากการเข้าทําหน้าที่กระผมได้ขอให้วุฒิสภา เปึนผู้เสนอให้วุฒิสภาตั้งญัตติคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งกระผมและเพื่อนสมาชิกได้เปึนผู้เสนอญัตตินี้ในทันที ที่ได้รับการปฏิบัติหน้าที่สมาชิกวุฒิสภาเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ และขออนุญาต ท่านประธานในการอ่านญัตติดังกล่าว สืบเนื่องจากภายหลังจากที่คณะปฏิรูป การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขได้ทําการ รัฐประหารยึดอํานาจเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ และได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อคัดเลือกสมาชิกกันเองเปึนบุคคลผู้สมควรที่จะได้รับ การโปรดเกล้าฯ เปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จํานวน ๒๐๐ คน เสร็จแล้ว ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติคัดเลือกให้เหลือ ๑๐๐ คน และแต่งตั้งกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ จํานวน ๓๕ คน เพื่อจัดทําและยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จนแล้วเสร็จ และให้มีการลงประชามติเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ เห็นชอบ และประกาศใช้เปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต่อมามีการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ และมีการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา รวมทั้งการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาทั่วประเทศเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๑ ด้วยเหตุที่ ในระหว่างการจัดทําและการยกร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว กระบวนการและขั้นตอนต่าง ๆ ตลอดจนบรรยากาศการเมืองและการปกครองในขณะนั้นไม่เปึนประชาธิปไตยเต็มใบ นักการเมือง พรรคการเมือง สถาบันการเมือง ถูกมองในภาพลบ รัฐธรรมนูญบางมาตรา ขัดหลักการประกันสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และขัดหลักนิติธรรมไม่สอดคล้องกับ ความเปึนจริง ไม่ถูกต้องกับหลักการสากล และเปึนปัญหาการตีความรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการระบอบประชาธิปไตย และอาจก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ ทางการเมืองตามมาดังเช่นปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้าพเจ้าจึงขอเสนอญัตติตามนัยแห่งข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา เพื่อให้ที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและติดตามแก้ไข เรื่องดังกล่าวโดยมีกําหนดระยะเวลา ๙๐ วัน ด้วยเหตุผลข้างต้นตามที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานนะครับ จะเห็นว่าจนถึงปัจจุบันนี้นับเปึนเวลา ๓ ป้เศษ รัฐธรรมนูญก็มีส่วน ที่ทําให้สถานการณ์ภายในบ้านเมืองมีความคิดเห็นแตกแยก กระผมคิดว่าเปึนเวลา ที่เหมาะสมและสมควรที่สมาชิกรัฐสภาจะได้มาร่วมกันในการจะสังคายนา มาร่วมกัน เพื่อที่จะระดมสมองเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ร่างด้วยความละเอียดรอบคอบ และเพื่อเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนส่วนรวมเปึนสําคัญและอีกประการหนึ่ง ที่ผมจะกล่าวไม่ได้ในส่วนของจุดด้อย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้มีจุดเด่นหลายประการ ด้วยกัน ผมไม่ปฏิเสธ มีจุดเด่นคือเพิ่มสิทธิและอํานาจให้ประชาชนในการมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบการทํางานของภาคราชการ นักการเมือง ลดการผูกขาดอํานาจรัฐ ระบบตรวจสอบมีความเข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ ภาคการเมืองมีความโปร่งใส แต่ในขณะเดียวกันก็มีจุดด้อยอีกจํานวนไม่น้อยตามที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการลงคะแนนประชามติ ประชาชนชาวจังหวัดยโสธร ซึ่งเปึนจังหวัดที่ผมสังกัดอยู่นะครับ กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว กระผมคิดว่าบัดนี้ก็น่าจะเปึนเวลาที่เหมาะสมที่ทางสมาชิกรัฐสภาจะได้มาร่วมสังคายนากัน เพื่อร่วมระดมสมองด้วยการใช้วิจารณญาณด้วยความละเอียดรอบคอบในการพิจารณา จะรับหรือไม่ร่างทั้ง ๔ ฉบับ โดยให้พิจารณาถึงประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนส่วนรวม เปึนสําคัญ และผมคิดว่าเพื่อความปรองดองและสมานฉันท์ กระผมคิดว่าสมควรที่จะรับ ร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรีทั้ง ๔ ฉบับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ลําดับ การอภิปรายจะเปึนอย่างนี้นะครับ ต่อไปคือท่านรสนา ท่านพนิช ท่านประเสริฐ ท่านประสาร ท่านธนิตพล ท่านวิรัตน์ แล้วก็ท่านสุวิศว์นะครับ เชิญท่านรสนาครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ดิฉันเองเห็นว่าปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญในช่วง ๒-๓ ป้ ที่ผ่านมานั้น เกิดขึ้นจากกระบวนการการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่อาจจะไม่ถูกต้อง แม้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นเราเห็นข้อดีที่เกิดจากการต่อยอดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาหลากหลาย ประการ แล้วก็ยังเปึนรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านประชามติ แต่การที่ไม่ได้การยอมรับนั้น เนื่องจากกระบวนการของการได้มานั้นอาจจะเปึนสิ่งที่ยังมีข้อโต้แย้งในหลากหลาย ประการ ด้วยเหตุนี้ดิฉันคิดว่าการที่เราจะมุ่งในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้นั้น สิ่งที่ สําคัญที่สุดคือเราควรสนใจในเชิงของกระบวนการ กระบวนการที่แก้ไขของรัฐบาลที่เสนอ ร่างเข้ามาก็ตาม หรือที่ประชาชน ๗๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อเสนอเข้ามาก็ตามนั้น ดิฉันคิดว่า เวลานี้ยังมีปัญหาของความขัดแย้งที่เปึนความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน แล้วถ้าหากว่า เราเพียงแต่ที่จะใช้เสียงในสภานั้นเพื่อให้ผ่าน ดิฉันเกรงว่ามันก็จะกลับไปเปึนลักษณะเปึน ขั้วตรงข้ามกัน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แม้จะผ่านประชามติผ่านมาแล้วก็ยังไม่ได้รับ การยอมรับนะคะ แล้วเวลานี้ถ้าหากว่าเรายังใช้กระบวนการเดิมที่จะผลักดันให้การแก้ไข รัฐธรรมนูญเกิดขึ้นในรัฐสภาโดยไม่ได้ฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง มันก็จะกลับ เข้าไปสู่ขั้วตรงกันข้ามอีกครั้งหนึ่งซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหา ดิฉันเองตอนสมัยที่มีการทํา ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องยอมรับว่าเปึนคนหนึ่งที่โหวตไม่รับร่างฉบับนี้ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญได้ผ่านประชามติ ๑๔ ล้านเสียง ดิฉันคิดว่าเราก็ต้องเคารพในเสียงของ ประชามติ แล้วหลังจากนั้นถ้าหากจะต้องแก้ไขอย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่าเราต้องกลับเข้าสู่ กระบวนการที่ถูกต้อง เมื่อดิฉันเข้ามาเปึนสมาชิกคนหนึ่งในรัฐสภา ดิฉันเห็นว่า กระบวนการ กติกาต่าง ๆ นั้นที่อยู่ในรัฐสภาเปึนสิ่งที่เราควรจะเคารพ ดิฉันเองอยากจะ ยกประเด็นปัญหาเกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเสนอเข้ามา ฉบับ คปพร. นี้ ดิฉันคิดว่าเปึนสิ่งที่อาจจะไม่เข้าเงื่อนไขกติกาในการแก้ไขตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่า รัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๙๑ นั้นระบุว่า ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวนไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ตามกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายนี้ก็สามารถเสนอแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญได้ แต่เนื่องจากว่าตัวพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอ กฎหมายป้ ๒๕๔๒ นั้น เปึนกฎหมายเดิมที่ยังไม่มีประเด็นในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ จึงไม่ได้มีเงื่อนไขเกี่ยวข้องกับประเด็นนี้อย่างชัดเจน แต่ถ้าหากว่าเราจะอ้างอิง พ.ร.บ. ว่าด้วยการเสนอกฎหมายป้ ๒๕๔๒ นั้น ก็ต้องบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๕ ระบุว่าประชาชนที่จะเสนอร่างกฎหมายจะเสนอได้ในหลักการที่เกี่ยวกับหมวด ๓ ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของชนชาวไทย และหมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ของรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งกรณีนี้รัฐสภาเราเองโดยประธานท่านชัย ชิดชอบ เคยปฏิเสธ กฎหมายที่เสนอมาโดยกลุ่มประชาชน กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน ที่ได้เสนอกฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ ซึ่งทางประธานรัฐสภาพิจารณาแล้วเห็นว่าหลักการ ของร่างที่เขาเสนอเข้ามานั้นไม่ได้เข้าเงื่อนไขหมวด ๓ และ หมวด ๕ จึงได้ปฏิเสธไป แต่ปรากฏว่าฉบับ คปพร. นั้นไม่ได้เปึนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด ๓ และหมวด ๕ เท่านั้น แต่เปึนการยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งอันนี้ต้องถือว่าไม่เข้าเงื่อนไขในการเสนอ กฎหมายในการแก้ แต่กรณีนี้ถูกรับเข้ามาในลักษณะที่มีเงื่อนงํา ดิฉันเห็นว่ากฎหมาย ฉบับนี้เสนอเข้ามาในช่วงวันที่ ๘ พฤษภาคม ซึ่งอยู่ในช่วงที่ท่านประธานประสพสุขนั้น อยู่ในฐานะประธานรัฐสภา แต่ปรากฏว่าเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้นจงใจที่จะยึด กฎหมายฉบับนี้โดยชี้แจงว่าประชาชนต้องการจะเสนอกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ประธาน คนใหม่พิจารณาเท่านั้น แล้วก็ปรากฏว่าไม่ได้มีการพิจารณาเงื่อนไขของข้อกฎหมาย เพื่อที่จะดูว่าสมควรจะรับหรือไม่รับ แล้วในที่สุดก็มีการตรวจสอบรายชื่อแล้วก็ผ่านเข้ามา ซึ่งดิฉันคิดว่ากระบวนการในการเสนอเช่นนี้เปึนกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง ดิฉันเห็นว่าสภานิติบัญญัตินั้นเราควรจะต้องทําอะไรอย่างมีกติกา แล้วก็เปึนไป ตามกฎหมาย เพราะถ้าหากว่าเราจะเสนอกฎหมายยกร่างทั้งฉบับนั้นก็ควรที่จะแก้ มาตรา ๒๙๑ เพื่อให้ตั้ง สสร. ขึ้นมาแล้วก็พิจารณาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งถ้าทําเช่นนี้ได้ดิฉันคิดว่าปัญหาความขัดแย้งในเรื่องของรัฐธรรมนูญก็จะไม่เกิดขึ้น ในอนาคต แต่ถ้าหากว่าเราเพียงแต่ต้องการที่จะสู้กันภายในสภาแล้วก็ใช้เกม ทางการเมืองต่าง ๆ ในการที่จะทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนไปเพื่อให้ผ่าน ตามความเห็นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ดิฉันคิดว่าความขัดแย้งของบ้านเมืองเกี่ยวกับ เรื่องปัญหารัฐธรรมนูญก็จะไม่สิ้นสุดนะคะ
สําหรับร่างของรัฐบาลนั้นดิฉันคิดว่า ๓ ร่างที่ผ่านเข้ามาให้พิจารณานั้น ก็ไม่ได้แตกต่างกัน การแก้ในเรื่องของเขตเลือกตั้ง การแก้ในเรื่องของมาตรา ๑๙๐ นั้น ดิฉันคิดว่าเปึนการแก้ที่เปึนเรื่องเล็ก ๆ แต่ที่จริงแล้วถ้าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เปึน ประโยชน์กับประชาชนนั้นควรจะมองภาพรวมทั้งหมด แล้วกําหนดกระบวนการที่จะไม่ทํา ให้เกิดความขัดแย้งกันในภายหลัง ซึ่งสิ่งนี้ดิฉันคิดว่าจะดีกว่าการที่เรามากล่าวอ้างว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนรัฐธรรมนูญของเผด็จการ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึน รัฐธรรมนูญของประชาชน ดิฉันคิดว่าแม้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะเปึนรัฐธรรมนูญ ที่มีกระบวนการที่ดีนะคะ แต่เมื่อใช้มาประมาณเกือบ ๑๐ ป้นั้นก็สมควรแก่เวลาในการ ที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข การจะต่อสู้เพียงเพื่อที่จะเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมาใหม่ นั้นอาจจะไม่สมแก่สมัยเสียแล้วก็ได้ แต่การที่จะบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นจะให้ ใช้ต่อไป โดยที่มียังความขัดแย้งกันแล้วก็ต่อสู้กันเพื่อจะแก้ไขประเด็นต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของกลุ่มแต่ละกลุ่มไปชั่วครั้งชั่วคราว ดิฉันคิดว่าคงไม่ได้เปึนประโยชน์เท่าไร ถ้าหากว่าเห็นว่าสมควรแก่เวลาในการที่จะแก้ไข ดิฉันคิดว่ากระบวนการมีส่วนร่วมของ ประชาชนนั้นก็เปึนสิ่งที่สําคัญ แล้วก็สมควรที่จะพิจารณาในแง่ของการที่จะสร้าง กระบวนการในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยให้กระบวนการของประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วม ซึ่งในลักษณะแบบนี้ดิฉันคิดว่าก็จะได้พ้นจากข้อครหา แล้วก็พ้นจากปัญหา ที่ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งก็จะไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยนักการเมืองเพียงฝ์ายเดียว ดิฉันคิดว่าเราเกิดปัญหาในเรื่องรัฐธรรมนูญ เนื่องจากการที่กระบวนการต่าง ๆ นั้น กระทําโดยไม่ถูกต้อง ดิฉันคิดว่ากระบวนการนั้นมีความสําคัญ พอ ๆ กับเปัาหมาย หลักพุทธศาสนาให้ความสําคัญกับกระบวนการ กับเปัาหมายว่าคือสิ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ณ ขณะนี้ดิฉันไม่สามารถที่จะรับร่างทั้ง ๔ ฉบับได้ ด้วยสาเหตุว่า กระบวนการที่มานั้นเปึนกระบวนการที่อาจจะไม่ถูกต้อง ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านพนิชนะครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีความมั่นใจถึงความเหมาะสมและเปึนเวลาที่ถูกต้อง แล้วครับที่จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่รัฐบาลได้มีการเสนอทั้ง ๒ ร่าง ท่านประธานครับ โดยเฉพาะ ร่างที่เกี่ยวข้องกับที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผมเองก็เพิ่งผ่านการเลือกตั้งมา ไม่นานมานี้ และทราบถึงจุดดีและจุดด้อยของการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ แต่ด้วยเวลา ที่จํากัดผมจะขออนุญาตใช้เวลาอภิปรายเกี่ยวกับร่างที่เกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ ที่มีความสําคัญมากแล้วถ้าได้มีการแก้ไขโดยด่วนก็จะเปึนประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อประชาชนคนไทย และที่สําคัญที่สุดเพื่อไม่ให้เสียโอกาสต่อไป ท่านประธานที่เคารพ จากการที่ผมได้มีโอกาสทําหน้าที่ที่กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจํากระทรวงการต่างประเทศ เมื่อป้ ๒๕๕๒ ถึงกลางป้ ๒๕๕๓ ก่อนที่ผมจะมาดํารง ตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครนั้น ในฐานะ ผู้ปฏิบัติผู้ที่ทํางานที่กระทรวงการต่างประเทศ ผมเห็นว่าหนังสือสนธิสัญญาหลายฉบับ ไม่ใช่เฉพาะที่มาที่กระทรวงการต่างประเทศนะครับ กับอีกหลายกระทรวง ซึ่งเปึนหัวใจ ของการดําเนินงานในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเปึนไปด้วยความยากลําบาก จริง ๆ ครับท่านประธาน ด้วยเหตุที่ว่าเอกสารที่ส่วนราชการของประเทศไทยไปทํากับ ต่างประเทศ หรือประเทศต่าง ๆ นั้น ไม่ว่าจะเปึนบันทึกการประชุม ปฏิญญา แถลงการณ์ร่วม และที่มีชื่อเรียกเปึนอย่างอื่น ไม่ว่าจะมีการลงนามหรือไม่มีการลงนาม เกือบจะทั้งหมดนะครับที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องไปทํากับต่างประเทศ จะต้องถูกส่งมายังกระทรวงการต่างประเทศเพื่อพิจารณา ว่าเข้าข่ายที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งนี้หรือไม่ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านหลาย ๆ ฉบับ ตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ ได้กําหนดให้หนังสือสัญญา ประเภทที่ ๑ และประเภทที่ ๒ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเขตแดนทางบกและเขตแดนทะเล และจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้เปึนไปตามหนังสือสัญญาเท่านั้นจะต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ หรือฉบับนี้ ได้มีการเพิ่ม ประเภทของหนังสือสัญญาที่เปึนฉบับ ๓ หรือสัญญา ๓-๕ ซึ่งหนังสือสัญญามีผลกระทบ ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมอย่างกว้างขวาง และมีผลผูกพันทางด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณ อย่างมีนัยสําคัญที่จะต้องนําเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ด้วย การพิจารณาหนังสือสัญญาใดที่เปึนหนังสือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับเขตแดนทางบก เขตแดนทางทะเล หรือที่จะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้เปึนไปตามสัญญานั้นนะครับ ท่านประธาน ค่อนข้างที่จะมีความชัดเจน แต่แน่นอนครับที่ผ่านมาบางกรณีอาจจะมี ข้อสงสัยและเกิดความไม่ชัดเจน อย่างเช่นกรณีที่ตอนนี้เราได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญรับรองบันทึกการประชุม ๓ ฉบับที่มีการดําเนินการอยู่ระหว่างเขตแดนไทย และกัมพูชา ซึ่งท่านประธานครับ แตกต่างกับหนังสือประเภทสัญญาที่เพิ่มเติมขึ้นมา ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่มีถ้อยคํา หรือความไม่ชัดเจนในถ้อยคําเกี่ยวกับหนังสือ ประเภท ๓-๕ ที่เกิดปัญหาในเรื่องของการตีความที่มีอยู่ในขณะนี้เปึนอย่างมาก ท่านประธานครับ เปึนเรื่องที่ไม่ง่ายนะครับ เนื่องจากในความเปึนจริงการทําหนังสือ สัญญาใด ๆ ย่อมจะต้องมีผลกระทบกับเศรษฐกิจ สังคม การค้า การลงทุน และงบประมาณ ของรัฐบาลไม่มากก็น้อย ซึ่งเหตุผลดังกล่าวทําให้หนังสือสัญญาส่วนใหญ่ในปัจจุบัน จะถูกนําเสนอต่อรัฐสภาและเปึนภาระอย่างยิ่งในระดับหนึ่งที่รัฐสภาจําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องดําเนินการให้ผ่านให้ได้ท่านประธานครับ ความไม่ชัดเจนในการระบุประเภทของ หนังสือสัญญาและการไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนนั้นก็เปึนประเด็นที่ทําให้เกิดความล่าช้า ในการพิจารณา และส่งผลต่อความเชื่อถือของรัฐบาลในสายตาของต่างประเทศ และที่ชัดเจนก็คือที่ผมได้เคยมีโอกาสได้อภิปรายไปเมื่อวันที่ ๘ กันยายน ป้ ๒๕๕๓ เกี่ยวกับเรื่องของกรอบการจัดทําความตกลงเพื่อการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน ระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ ที่คณะรัฐบาลเสนอ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนเพิ่มเติมครับว่าถ้าเกิดเปึนในอดีตที่ยังไม่ได้มีรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๙๐ นั้น ในเรื่องของการตกลงเกี่ยวกับความคุ้มครองและส่งเสริม ผู้ลงทุนได้มีการเริ่มมาตั้งแต่ป้ ๒๕๐๓ และได้มีการลงนามแล้วไปแล้ว ๔๒ ฉบับ มีผลบังคับใช้ไปแล้ว ๓๕ ฉบับ และรอลงนามอีกหรือเจรจาอีก ๔๔ ฉบับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ครับท่านประธาน นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้มีการนํามาใช้นั้น การเจรจา ในข้อตกลงดังกล่าวที่ผมได้กล่าวไปแล้วต้องหยุดชะงักลงไป เพราะรัฐบาลเองต้องเสนอ กรอบการเจรจาให้กับรัฐสภาพิจารณาก่อนที่จะดําเนินการเจรจาต่อไปได้ ผลกระทบ ที่ตามมาก็คือว่านักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนไทยเองก็เกิดความไม่แน่ใจจากผล ที่อาจจะเกิดขึ้นในกรณีที่มีการล่าช้าของการเจรจาและอาจจะเกิดความลังเลของ นักลงทุนต่างประเทศและนักลงทุนไทยเองก็เกิดความไม่แน่ใจจากผลที่อาจจะเกิดขึ้น ในกรณีที่มีการล่าช้าของการเจรจาและอาจจะเกิดความลังเลของนักลงทุนต่างประเทศ และขาดความไม่มั่นใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ใช่เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง การต่างประเทศเท่านั้นที่เปึนปัญหา มีอีกหลายกระทรวงครับที่มีปัญหาในเรื่องของ ที่จะต้องมีการตีความในเรื่องของการกําหนดนิยามว่าอะไรจะต้องเข้า อะไรจะไม่ต้อง เข้า กระทรวงพาณิชย์ก็เช่นเดียวกันครับ มีปัญหาที่ค่อนข้างจะเยอะมาก และล่าสุด ที่ผมเองได้ข้อมูลมานะครับ กระทรวงการคลังเองก็มีหลายเรื่องที่อยากจะนําเข้าสภา และจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องนําเข้าสภา แต่ด้วยข้อจํากัดบางประเด็นก็ทําให้เกิด ความล่าช้า โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการก่อหนี้กับหน่วยงาน หรือกับองค์กรระหว่างประเทศที่จําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้สภาเห็นชอบ ผมเอง จึงอยากจะขออนุญาตฝากไว้เปึนข้อสังเกตว่า ถ้าสามารถยกตัวอย่างได้ในเรื่องของ การบริหาร แผนการบริหารหนี้สาธารณะที่จะต้องนําเข้าสู่สภา ซึ่งหลาย ๆ ครั้งจะต้องเปึน แต่ละประเด็นแต่ละเรื่องไป ก็อาจจะเปึนในกรณีที่เราสามารถเสนอแผนโครงการ ในป้งบประมาณเปึนกรอบใหญ่และให้มีรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งมีจํานวนมากครับ อย่างในป้ ๒๕๕๓ นี้มีกรอบหลายเรื่องที่ทางกระทรวงการคลังเองก็ได้มีการนําเข้าสู่สภา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของโครงการรถไฟฟัาสายสีม่วงบางใหญ่ที่มีแหล่งเงินกู้จากไจก้า (JICA) ๕๖๓ ล้านเหรียญ ไม่ว่าจะเปึนโครงการจัดหาหัวรถจักรไฟฟัาของหน่วยงาน ที่เปึนเรื่องของเอ็กซ์ปอร์ตเครดิต (Export credit) และอีกหลายหน่วยงานครับ ซึ่งจําเปึน อย่างยิ่งครับท่านประธาน จําเปึนอย่างยิ่งที่จะทําอย่างไรก็แล้วแต่เพื่อไม่ให้เกิดการเสียโอกาส ดังนั้นผมเห็นว่ามีความจําเปึนที่จะสามารถที่จะผลักดันในกรณีที่จะทําให้มีการพัฒนา ผมขออนุญาตใช้คําว่า พัฒนา ในการที่จะอนุมัติ และในกรอบการเจรจาให้เปึนไปได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
และอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของกระทรวงการคลัง ที่เกี่ยวกับเรื่องของการถือหุ้นในองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลก หน่วยงาน ค้ําประกันเครดิตในภูมิภาคเอเชีย + ๓ ที่เราได้มีการอภิปรายกันไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็เปึนอีกเรื่องหนึ่งที่จริง ๆ แล้วมีความสําคัญอย่างยิ่งที่ถ้าเราสามารถที่จะผลักดันในเรื่อง ของมาตรา ๑๙๐ ได้มีการแก้ไขได้ ก็จะทําให้เกิดผลดี แล้วทําให้อย่างที่ผมได้กราบเรียนไว้ แต่ต้นประเทศไทยไม่เสียโอกาส ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่ามาตรา ๑๙๐ นั้น มีความสําคัญอย่างยิ่งและจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องให้ผ่านรัฐสภา แต่การปรับแก้ มาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญนั้น ก็จะเสนอหรือตามข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณา แนวทางที่มีท่านอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ เปึนประธานกรรมการนั้น ที่มีการกําหนด ให้ระบุประเภทของหนังสือสัญญาที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สังคม การค้าและการลงทุน และงบประมาณของรัฐให้ชัดเจนในพระราชบัญญัติหรือกฎหมายลูกนั้น จะเปึนสิ่งที่ สามารถคลี่คลายและลดประเด็นข้อสงสัยว่า หนังสือสัญญาประเภทใดที่กําหนดไว้ใน รัฐธรรมนูญจะต้องได้รับคําเห็นชอบจากทางสภา และจะจัดทําขั้นตอนและกระบวนการ ในการทําข้อตกลงต่าง ๆ ระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่เปึน การส่งเสริมและคุ้มครองผลประโยชน์ของคนไทยของธุรกิจไทยจะสามารถดําเนินการ ต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง รอบคอบ รวดเร็ว และสําคัญที่สุดครับ ตอบสนองความต้องการ ของประชาชนอย่างแท้จริง และผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่า เราเองในฐานะรัฐสภาจะต้อง สามารถทําให้โครงการนี้ กฎหมายฉบับนี้ได้สามารถผลักดันและสามารถแก้ไขได้ ผมจึงขออนุญาตสนับสนุนร่างของรัฐบาลทั้ง ๒ ร่างครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
เชิญท่านประเสริฐครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ พี่น้องประชาชนที่รับชมรับฟังอยู่ทางทีวีและทางวิทยุ ทั่วประเทศในขณะนี้นะครับ กระผม ประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมอยากจะถามว่าการที่รัฐบาลเสนอ ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ แก้เพื่ออะไร และแก้เพื่อใคร โดยเฉพาะการที่ขอแก้ในเขตเลือกตั้ง จากพวงใหญ่มาเปึนเขตเดียวเบอร์เดียว ซึ่งพวกเราทุกคนก็ทราบดีว่าการเลือกตั้ง แบบเขตเดียวเบอร์เดียวนี้ไม่ดี เพราะง่ายต่อการทุจริตซื้อเสียง แล้วก็เปึนช่องทางที่จะ หาทางที่เข้ามากอบโกยและถอนทุนได้ง่ายที่สุด แต่ผมก็ยังแปลกใจอยู่ว่าทําไมรัฐบาล จึงยังเดินหน้าต่อนะครับ โดยที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ยังได้กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ท่านเองก็ไม่เห็นด้วยกับระบบ การเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียวนะครับ แล้วก็เห็นว่าเขตใหญ่ที่ใช้อยู่นี่ดีกว่าอยู่แล้ว แต่ว่าเวลาอาจารย์สมบัติท่านพูดว่า น่าจะกลับไปใช้ระบบแบบเลือกตั้งเขตเดียวคนเดียว ท่านนายกรัฐมนตรีก็เห็นว่า เมื่อมีคนเสนอมาตามที่ท่านได้ตั้งให้มีผู้ปฏิรูปเพื่อการสมานฉันท์ ท่านก็เออออไปด้วย กระผมเองก็สงสัยว่าถ้าอย่างนั้นท่านนายกรัฐมนตรีทําเพื่ออะไร แล้วแก้เพื่ออะไร เพื่อพรรคร่วมหรือเปล่านะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะใช้ความเปึนผู้นําในการตัดสินใจ เรื่องนี้ เพราะเขตเดียวเบอร์เดียวเปึนการซื้ออํานาจรัฐ เปึนการซื้อประเทศ แล้วก็นําไปสู่ การทุจริตคอร์รัปชันเพื่อถอนทุน กระผมขอเรียนถามว่าการที่พรรคร่วมหรือการที่สมาชิก ของที่ประชุมในพรรคที่เห็นว่าการใช้มติในการใช้เขตเดียวเบอร์เดียวนี้ ซึ่งก็มีสมาชิก ในพรรคที่ไม่เห็นด้วย แต่ก็ยังพยายามที่จะใช้ในการที่ให้เปึนมติ กระผมกลับมองเห็นว่า น่าจะปล่อยให้มีการฟรีโหวต อย่างน้อยที่สุดก็สร้างบรรทัดฐานให้ประชาชนทุกคนได้เห็นว่า มตินี้เปึนอย่างไร หรือถ้าอีกทางหนึ่งที่จะกลับได้กระผมกลับเห็นว่าทําไมถึงไม่ใช้เปึน ประชามติของคนทั้งประเทศ การที่จะเลือกฉบับใดฉบับหนึ่งผมว่ากลับไปให้ประชาชน ตัดสินใจดีกว่า แม้เราจะเสียเงินบ้างอีก ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมว่าเปึนการแก้ปัญหา ซึ่งสามารถที่จะได้ข้อยุติมากกว่า เพราะการแก้ไขในฉบับใดฉบับหนึ่ง กระผมกลับ มองเห็นว่าปัญหาไม่จบครับ ปัญหาไม่จบนะครับ แล้วก็การเลือกตั้งก็จะกลับมาแบบเก่า แบบเดิมอีก พรรคฝ์ายค้านเองผมเห็นว่าพรรคฝ์ายค้านก็คงไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการที่ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะพรรคฝ์ายค้านก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดีดังนั้นพรรคที่ได้ประโยชน์ เต็ม ๆ กระผมกลับเห็นว่าน่าจะเปึนพรรคขนาดกลางหรือพรรคขนาดเล็ก ซึ่งจะสามารถ กลับมาโดยการที่สอดแทรกเข้าไป แล้วก็มีการถอนทุนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งระบบเช่นนี้ ผมว่าก็คงจะหมุนเวียนกันต่อไป แล้วอีกครั้งหนึ่งก็กลับมามีการขัดแย้งกันอีกครั้งหนึ่ง ก็คงไม่พ้นที่จะเกิดการปฏิวัติอีก ซึ่งจุดนี้ผมว่าอาจจะเปึนการสร้างเงื่อนไขส่วนหนึ่ง ผมจึงขอวิงวอนว่าอยากจะให้ทุกอย่างเดินไปโดยประชาธิปไตย อะไรที่ขัดแย้งก็ขอให้แก้ กันในรัฐสภา อย่าใช้กําลังทางแรงหรือกําลังทางอาวุธ ให้ใช้กําลังสมองในการแก้ปัญหา ขอให้ใช้ความอดทน การที่นายกรัฐมนตรีท่านจะมีวิธีการอย่างใดที่จะใช้ให้การเมือง การปกครองในขณะนี้เปึนไปในลักษณะของการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมืองเพื่อนํา สิ่งที่ดีที่สุดมาสู่ลูกหลานในอนาคต ทําไมถึงทราบว่าระบบการแบ่งเขตเบอร์เดียว เขตเดียวเบอร์เดียวไม่ดีแล้ว น่าจะง่ายต่อการซื้อเสียงแล้ว แล้วจะมาแก้ไขเพื่อนําระบบที่ เลวร้ายนี้ไปเลือกตั้งกันทําไม ผมว่าอย่าใช้เลย การปฏิรูปประเทศก็ดี ปฏิรูปการเมืองก็ดี ผมว่าต้องเริ่มต้นที่การปฏิรูปนักการเมือง ต้องปฏิรูปผู้นําก่อน ถ้าผู้ออกกฎหมาย ไม่ปฏิรูปตัวเอง ผมว่าการปฏิรูปการเมืองหรือการปฏิรูปประเทศเกิดขึ้นไม่ได้หรอกครับ ดังนั้นผมว่ารัฐธรรมนูญไม่ว่าทุกฉบับ โดยเฉพาะที่ประเทศไทยเราใช้อยู่ในขณะนี้ ผมว่าเปึนการเมืองที่เปึนประชาธิปไตย ที่อ่อนแอและเปึนเผด็จการที่ซ่อนรูป โดยเฉพาะรัฐบาลที่เปึนอยู่ในขณะนี้ ผมขอว่า เปึนรัฐบาลที่ทําเพื่อให้ประชาชนมีความสุข อย่าทําเพื่อพรรคใดพรรคหนึ่งหรืออย่าทํา เพื่อสนองความต้องการที่จะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ขอให้เกิดความรู้สึกว่าประชาชนกําลัง มองว่าการเลือกตั้งที่จะเกิดในเวลาข้างหน้านี่เปึนไปด้วยความยุติธรรม ไม่ใช่เปึนไป เพื่อการถอนทุนหรือเปึนไปเพื่อตอบสนองการเข้ามาเปึนพรรคร่วมรัฐบาล หวังว่าพี่น้อง ประชาชนจะได้ผลประโยชน์ถ้าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว สร้างความสงบเรียบร้อย ให้กับประชาชน ให้กับประเทศชาติ หวังว่าการเลือกตั้งหรือหวังว่าการแก้รัฐธรรมนูญ จะเปึนประโยชน์โดยแท้จริง
ขออนุญาตเรียนท่านประธานนิดหนึ่งว่าการแก้รัฐธรรมนูญนี่นะครับ ถ้าสร้างความสมานฉันท์ได้ ผมจะยกย่องและชมเชยว่ารัฐบาลชุดนี้ทําเพื่อประชาชน ได้อย่างแท้จริง แต่ถ้าหากการแก้รัฐธรรมนูญแล้วยังสร้างความแตกแยกอีก โดยที่ยัง ไม่อาจที่จะยกเลิกระเบียบต่าง ๆ ที่สร้างความแตกแยกหรือสร้าง ๒ มาตรฐาน ผมว่า สิ่งเหล่านี้จะเปึนตราบาปที่จะเปึนไปต่อรัฐบาลต่อ ๆ ไปนะครับ ผมขออนุญาตอีก ๑ นาที ขอให้การแก้ไขถ้าเกิดจะต้องมีใน ๓-๔ ฉบับ ขอให้เปึนการสร้างเพื่อให้เปึนมาตรฐาน เดียวกัน และเปึนฉบับที่ไม่หน้าไหว้หลังหลอก แล้วก็ไม่เปึนรัฐธรรมนูญที่สร้างความแตกแยก ให้กับสังคม ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านประสารครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา แบบสรรหา ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ผมได้เรียนขออนุญาตท่านประธานรัฐสภาไว้แล้วว่า ขออนุญาตใช้ภาพประกอบ ซึ่งได้ตระเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เปึนเครื่องทุ่นแรงที่จะช่วยขยายคําอภิปรายของผมให้ได้ มีความกระจ่างมากยิ่งขึ้น ดังนั้นขอความกรุณาให้เจ้าหน้าที่ได้เป่ดแผ่นที่ได้เตรียมไว้ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซนเทชัน)
ท่านประธานครับ สิ่งที่จะนําเสนอต่อไปนี้ก็คือเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนําเสนอใน ๔ ร่างที่ได้ นําเข้าสู่การพิจารณาในวันนี้นะครับ ๔ ร่างนี้ก็จะดึงเฉพาะประเด็นที่สําคัญ ๆ ตัวหนังสือ อาจจะเล็กไป แต่เดี๋ยวจะขยายให้ใหญ่ขึ้น ฉบับแรกก็ของ คปพร. ฉบับที่สองเปึนของ ๑๐๒ ส.ส. อีก ๒ ฉบับเปึนของคณะรัฐมนตรีนะครับ ก็จะมีร่าง มีสาระสําคัญ มีจุดมุ่งหมาย มีผลที่จะเกิดขึ้น แล้วก็มีผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งแบ่งเปึนรัฐบาล เปึนฝ์ายค้าน แล้วก็ประชาชน ซึ่งเปึน ๓ ส่วนที่จะชี้ให้เห็นว่าใครบ้างที่เปึนผู้รับผลนะครับ
ฉบับที่ ๑ ของ คปพร. นั้น สาระก็คือเลิกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาแทนที่ เมื่อเปึนเช่นนี้แล้วจะเห็นว่าจากนี้จะทําให้เกิดเห็น ความมุ่งหมายอย่างไรครับ ความมุ่งหมายในการนิรโทษกรรมให้กับนักการเมือง ซึ่งเราก็รู้กันอยู่ แล้วที่สําคัญนั้นเปึนการลดพระราชอํานาจ โดยเฉพาะหมวดองคมนตรี นอกเหนือจากที่เมื่อสักครู่คุณรสนา โตสิตระกูล ได้ชี้ให้เห็นว่ามีปัญหาไหมเรื่องการเข้าชื่อ หรือเรื่องหมวด ๓ หมวด ๕ ผลก็คือเกิดวิกฤติการเมืองรอบใหม่ การเผชิญหน้าระหว่าง ประชาชนกับระบอบทักษิณ ผู้รับผลประโยชน์คือฝ์ายค้านแน่นอนครับ
ต่อไปก็คือฉบับที่เปึนฉบับของ ๑๐๒ ส.ส. ซึ่งจะนําให้เห็นนะครับ ฉบับนี้ สาระสําคัญคือเปลี่ยนระบบเลือกตั้งจาก ๓ เบอร์ ๑ เขตก็คือเปึนเขตเดียวเบอร์เดียว ก็จะเหมือนร่างของรัฐบาลที่กําลังนําเสนออยู่ในเวลานี้นะครับ ในฉบับนี้จุดมุ่งหมายก็ต้องการเข้าสู่มาตรฐานสากล โดยถือว่า ๑ คนควรจะเลือกได้ ๑ เบอร์นะครับ แล้วก็อ้างว่า ส.ส. จะใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น แต่ผลมันคืออะไรครับ พรรคการเมืองก็จะสอดแทรกได้ง่ายโดยเฉพาะพรรคเล็กการซื้อเสียงก็จะง่าย ง่ายกว่าพรรคใหญ่ ง่ายกว่าเขตใหญ่ แล้วก็จะเข้าสู่วงจรอุบาทว์คือซื้อเสียงเปึน ส.ส. เปึนรัฐมนตรี โกงแล้วก็ไปซื้อเสียงเลือกตั้งใหม่ รัฐบาลกับฝ์ายค้านเปึนผู้ได้รับผลประโยชน์ ประชาชนยังว่างเปล่านะครับ นี่คือฉบับที่ ๒
ฉบับที่ ๓ เปึนร่างของ ครม. แก้ไขมาตรา ๑๙๐ สาระก็คือ การวางกรอบ หมวดการทําสัญญากับต่างประเทศนั้นเอง ตรงนี้เราพูดกันซ้ําซากมาเปึนเวลานาน แล้วเราก็เข้าใจกันดีนะครับ ต้องการความคล่องตัวของกระทรวงการต่างประเทศ ในการผูกพันกับต่างประเทศ ผลก็คือว่ากระทรวงการต่างประเทศนั้นเองก็จะมีความคล่องตัว แล้วก็ทํางานง่ายขึ้น อันนี้ก็เปึนเรื่องที่เราสามารถจะเข้าใจได้อยู่นะครับ ผู้รับผลประโยชน์ คือรัฐบาล แน่นอนครับ นี่ก็เปึนประโยชน์ทั่วไป แต่ว่าประโยชน์น้ําหนักก็จะไปรวมศูนย์ ที่รัฐบาลนั้นเอง นี่เปึนฉบับที่ ๓
ฉบับที่ ๔ ก็คือของ ครม. เหมือนกัน แก้ไขมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ นี่เปึนการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเปึนเขตเดียวเบอร์เดียว ก็จะเหมือนกับฉบับของ ๑๐๒ ส.ส. นั่นเอง จุดมุ่งหมายก็แบบเดียวกันครับ สู่มาตรฐานสากล เขตเดียวเบอร์เดียว วัน แมน วัน โหวต (One Man One Vote) ส.ส. ใกล้ชิดประชาชน แต่ที่จริงแล้วเดี๋ยวนี้ มี อบต. มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเขาใกล้ชิดอยู่แล้ว ส.ส. ไม่ต้องไปใกล้ชิดก็ได้ ทําเกินหน้าที่กันไปมากแล้ว ผลก็คืออะไรครับ พรรคการเมืองเล็กก็สอดแทรกได้ ซื้อเสียงก็ง่าย เข้าสู่วงจรอุบาทว์เหมือนที่เมื่อสักครู่ผมได้พูดไปแล้ว ผู้รับผลประโยชน์ก็คือ รัฐบาล ฝ์ายค้านนั่นเอง เมื่อดูภาพรวม ๆ อย่างนี้แล้วก็จะเห็นนะครับ อีกส่วนหนึ่งก็คือว่า ฉบับนี้ไปพูดถึงเรื่องของ ส.ส. สัดส่วน ขยายจาก ๘๐ คนเปึน ๑๒๕ คน ก็เปึนระบบ บัญชีรายชื่อ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ขอเรียนว่าผู้ได้รับผลประโยชน์ก็คือใครครับ ก็คือ พรรคใหญ่ครับ โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ก็จะได้รับผลเพราะว่าได้กระแสพรรค ทําให้มีคะแนนมากขึ้น จาก ๘๐ คนก็เปึน ๑๒๕ คน เพราะฉะนั้นพรรคใหญ่ก็จะได้เปรียบ พรรคเล็ก เพราะฉะนั้นขอเรียนว่านี่คือสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าประโยชน์นั้นเปึนประโยชน์ที่เปึน ของพรรคการเมือง ไม่ว่าฝ์ายค้านหรือฝ์ายรัฐบาล แต่ประโยชน์ของประชาชนนั้นยังมอง ไม่เห็นและยังไม่สามารถขีดถูกได้แม้แต่เพียงร่างเดียวนะครับ
ท่านประธานครับ ขอเรียนต่อเนื่องอย่างนี้ว่า ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดเท่าที่ผมได้ เรียนรู้มา เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓ นั้นเอง ที่ประชุมของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเปึนแกนนําของพรรครัฐบาลเวลานี้ มีการประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ในวันนั้นมีมติครับ มีมติอะไรครับ มีมติว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้เปึน เขตเดียวเบอร์เดียว และมติในวันนั้นเท่าที่ผมได้ศึกษามา ถ้าผมผิดกรุณาทักท้วงนะครับ ๘๒ ต่อ ๔๘ คือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขจากเขตใหญ่ ๓ เบอร์ ๑ เขต ให้เปึนเขตเล็กเบอร์เดียว นั่นคือมติของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์บอกว่าเห็นด้วยกับ การแก้ไขเปึนเขตเดียวเบอร์เดียวตามมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ท่านประธานครับ ใช่หรือไม่ว่าก่อนตั้งรัฐบาลนั้นนอกเหนือจากว่าจะแบ่งกระทรวงกันไปอย่างไรแล้วก็ยังมี สัญญาใจอย่างที่เพื่อนผม คุณสมชาย แสวงการ ได้ใช้คํานี้ คําว่า สัญญาใจ ก็คือ การรับปากว่าถ้าเผื่อจะร่วมรัฐบาลกันจริง ๆ นั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญ หัวหน้าพรรคชาติไทย ในเวลานั้นหรือว่าเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในเวลานี้อีกคนหนึ่ง รวมกระทั่งแกนนํา ของพรรคภูมิใจไทยก็พูดตรงกันหมด เพราะฉะนั้นนี่หมายความว่าอย่างไรครับ นี่ก็เปึน เรื่องของการแก้ไขเพื่อที่จะเอาใจพรรคร่วมรัฐบาล ไม่ได้แก้ไขบนพื้นฐานความถูกต้อง ชอบธรรมใด ๆ ถ้าเผื่อเปึนเช่นนี้แล้วก็แปลว่าประชาชนไม่ได้เปึนตัวตั้งในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นสําหรับผมเองนั้น ๑ เสียงของการทําหน้าที่สมาชิกรัฐสภา ผมไม่รับทั้ง ๔ ร่าง ขอบพระคุณครับ
ท่านมีอะไรครับ ท่านชลน่าน
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขออนุญาตท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ประท้วงท่านสมาชิกรัฐสภา ผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายจบไปตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ วรรคสอง กระผมคิดว่าถ้อยคํา ที่ท่านใช้ในการนําเสนอผ่านสื่อเข้าไป ถึงแม้จะเปึนตัวอักษรนะครับ แต่ถ้อยคํานั้น เปึนลักษณะของ ผมเข้าใจว่าน่าจะเปึนลักษณะมีเค้าโครงการเสียดสี หรือทําให้บุคคลอื่น เขาอาจจะได้รับความเสียหาย และจะเปึนการบันทึกเข้าไปในการประชุม ผมยกตัวอย่าง ว่าฉบับเสื้อแดงฉบับเนวิน ผมจะขออนุญาตท่านประธานได้วินิจฉัยว่าน่าจะให้ ท่านผู้นําเสนอได้เปลี่ยนถ้อยคํา ถ้าจะบันทึกในรายงานการประชุม หรือถ้าจะไม่บันทึก การประชุมนี้ผมจะไม่ขออนุญาตประท้วงครับ เพราะว่ามันจะทําให้รัฐสภาของเราน่าจะ ได้รับความเสียหาย ขออนุญาตท่านประธานได้ช่วยวินิจฉัยด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ท่านประสารเปลี่ยน ได้ไหมฉบับอะไร เปลี่ยนเสียนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ประสาร มฤคพิทักษ์ ขออภัยนะครับ เวลาผมพูดผมได้ใช้คําว่า ฉบับ คปพร. แล้วก็ฉบับของ ๑๐๒ ส.ส. ขอถอนคําว่า เสื้อแดงและเนวิน ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณนะครับ ต่อไป เชิญท่านธนิตพลครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ต่อญัตติการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในการแก้ไข รัฐธรรมนูญแต่ละครั้งครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วตลอด ระยะเวลาที่เรามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา เรามักจะใช้รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นจะเขียนตราขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นของประเทศในขณะนั้น ๆ ปัญหาขณะนี้ก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ถูกตราขึ้นมาภายหลังจากที่มีการปฏิวัติครับ แต่วันนี้ผมคิดว่าเราปฏิเสธ ไม่ได้อย่างหนึ่งครับท่านประธาน ก็คือว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีที่มาที่ต้องบอกว่า วิธีการที่จะตรารัฐธรรมนูญนั้นค่อนข้างดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ด้วยซ้ําไป ที่ผม กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าถ้าท่านประธานจะนึกออกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา แล้วก็ตรารัฐธรรมนูญขึ้นมาเปึนป้ ๒๕๔๐ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่สร้างขึ้นมาจากสภาร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น ยังไม่พอครับ ยังมีการทําประชามติด้วย แต่แน่นอนครับ ผมฟังเพื่อน ส.ส. หลายท่าน ก็พยายามจะบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คือรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ ซึ่งท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการในร่างที่ผมเห็นเขียนไว้ในหลักการและเหตุผลร่างของประชาชน ก็เขียนไว้ชัดเจนว่าป้ ๒๕๔๙ ก็มีการใช้รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ถึงจะเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวก็เถอะ นั่นละที่จะบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๙ เราบอกได้ว่าคือรัฐธรรมนูญ ฉบับเผด็จการ แต่ป้ ๒๕๕๐ ไม่ใช่ครับ แล้วผมต้องกราบเรียนว่าถ้าวันนี้พวกเราจะมานั่ง บอกว่าเอาป้ ๒๕๔๐ มาแล้วแก้ ปรับปรุง ท่านประธานครับ ผมไม่ถอยหลังไปด้วยหรอก ใครอยากถอยด้วยก็เชิญ เพราะอะไร เพราะว่าวันนี้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ใช้มาแล้ว ๓ ป้ แล้วเราก็รู้ว่าแล้วมันเกิดปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นจะปรับปรุงเปึนเรื่องปกติ ผมเรียนท่านประธานครับว่าร่างที่รัฐบาลเสนอ ๒ ฉบับเปึนร่างรัฐธรรมนูญที่ผมกราบเรียน ว่าเหมาะสมแล้วครับ มาตรา ๑๙๐ ครับ วันนี้เราจะบอกได้ไหมว่าสนธิสัญญาต่าง ๆ จะแยกประเภทกันอย่างไร นั่งเถียงกันอยู่นั่นละครับ จนกระทั่งสุดท้ายรัฐมนตรีไปลงนาม ในสัญญาไม่ทัน รัฐบาลทํางานไม่ได้ครับ รัฐบาลทํางานไม่ได้ผมยังไม่ตกใจเท่ากับ ประเทศทํางานไม่ได้ครับ ประเทศมันไม่ได้เดิน ปัญหาอีกอย่างหนึ่งครับท่านประธาน คือวันนี้ถ้าจะแก้มาตรา ๑๙๐ อย่ามาพูดว่าเพื่อรัฐบาล ไม่ใช่ครับ ถ้าจะบอกว่า แก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะว่าต้องช่วยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ผมก็ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะเมื่อ แก้เสร็จแล้วเดี๋ยวถ้ามีการเลือกตั้งป้นี้ ขอโทษครับ ปลายป้หน้า รัฐบาลอื่นอาจจะเข้ามา ก็มาใช้ได้ครับ เพราะมันเปึนรัฐธรรมนูญของคนไทย ของรัฐบาลไทย ช่วยคนไทย ให้ทํางานได้ดีขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลก ในส่วนของมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่เกี่ยวข้อง กับจํานวน ส.ส. และวิธีการเลือกตั้ง ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้เพื่อน ส.ส. หลายคนพยายามจะบอกว่าแก้เพื่อใคร ก็จะแก้เพื่อใครล่ะครับท่านประธาน ในเมื่อวันนี้ เพื่อน ส.ส. พรรคฝ์ายค้านเองก็พูดว่าโพลล์ (Poll) เขาก็สํารวจมาแล้วว่าถ้าจะ แก้รัฐธรรมนูญข้อนี้ก็ต้องแก้ ประชาชนก็เห็นด้วย ไม่ใช่โพลล์อย่างเดียวครับท่านประธาน ถ้าพูดถึงท่านดิเรก ถึงฝัืง ก็บอกว่าเรื่องนี้ก็ต้องแก้ อาจารย์สมบัติก็ต้องแก้ รวมไปถึง ร่างของเพื่อน ส.ส. พรรครัฐบาลที่เสนอด้วยครับ และเท่านั้นยังไม่พอครับท่านประธาน ร่างของประชาชนที่คุณหมอเหวงเปึนผู้นําเสนอก็ขอแก้ด้วยเหมือนกัน วันนี้ผมอยากถาม เหมือนกันว่าแก้เพื่อใครในเมื่อร่างของท่านก็เสนอเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่พวกผมเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้เราจะแก้เพราะว่าวันหนึ่ง ผมยอมรับว่ามติของพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งหนึ่งเราเคยพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ แต่สิ่งหนึ่งก็คือว่าในขณะนั้นวันนี้สถานการณ์ มันเปลี่ยน ท่านประธาน วันนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนเพราะวันนั้นอาจารย์สมบัติไม่ได้พูด ถึงเรื่องนี้ ท่านยังพิจารณาไม่เสร็จครับ วันนี้มีหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับ ประเทศ และเรากําลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติมาก ดังนั้นพวกผมก็คุยกันในพรรคครับ พรรคประชาธิปัตย์เราก็คุยกันว่าถ้าจําเปึนจะต้องแก้รัฐธรรมนูญเราควรจะเริ่มแก้จาก เรื่องอะไร แล้วผมก็บอกกับท่านประธานครับว่าท่านประธานลองดูดี ๆ เพื่อน ส.ส. เพื่อน ส.ว. ลองดูดี ๆ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องของที่มาของ ส.ส. รวมไปถึงจํานวน ส.ส. ใครได้รับผลกระทบที่สุด พวกเราครับ ส.ส. ในสภาครับ ประชาชนจะได้รับผลกระทบ อะไรล่ะครับ ในเมื่อเมื่อวันที่มีการเลือกตั้งจะใช้คนเดียวเขตเดียวหรือใช้ ๓ คน ๑ เขต พี่น้องประชาชนมี ส.ส. เปึนตัวแทนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานเรื่องนี้ ผมกราบเรียนว่าแน่นอนพวกเราบางคนก็อาจจะไม่สบายใจนักหรอกครับที่จะต้องแก้ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าพวกเราจะลงมติให้ร่างของรัฐบาลทั้ง ๒ ฉบับนี้ ถามว่า ทําไม ก็เพราะว่าพวกเราต้องการช่วยรัฐบาล ถ้า ๒ ฉบับนี้มันแก้แล้วมันลดปัญหา ความขัดแย้งได้ลดลงมากขึ้น พวกผมทําให้ครับ แม้แต่ว่าพวกผมจะเจ็บก็ยินดี สอบตกกันบ้างก็ยินดีถ้าซื้อเสียงไม่ไหว ซื้อเสียงไม่ได้เหมือนเขา พวกผมก็ยอมครับ
อีกส่วนหนึ่งครับท่านประธาน ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล นี่ท่านประธาน ก็เห็นครับ ร่างนี้ก็เหมือนกับร่างของรัฐบาล นี่อย่างไรครับที่เปึนหลักฐานเครื่องยืนยันว่า ความต้องการของคนหลาย ๆ ฝ์ายต้องการว่า ๒ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่แก้แล้วมันมีปัญหา น้อยที่สุด กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด แต่ว่าร่างสุดท้ายครับ ผมต้องกราบขอโทษ ร่างของประชาชนที่นําโดยหมอเหวง ถ้าจะบอกว่าแก้ทั้งฉบับแล้วยกเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาผมไม่เห็นด้วย ถามว่าเพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ
ประการแรกเลยก็คือว่าร่างของประชาชนที่ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เอารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ถ้าเรามองตรรกะกันดี ๆ ครับ ร่างนี้คือร่างที่พี่น้องส่วนใหญ่ ไปลงไม่รับประชามติ ป้ ๒๕๕๐ นั่นหมายถึงคนที่รับประชามติต้องการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มากกว่า เสียงข้างมากคือประชาธิปไตยครับ
ประการที่สอง สิ่งที่ผมเห็นว่าไม่ควรแก้ก็เพราะว่ามีบทบัญญัติในมาตรา ต่าง ๆ หลายมาตราที่ถ้าแก้ไปปัูบมันจะมีปัญหาความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างบทบัญญัติที่ว่าด้วยเรื่องของศาสนา ประเทศไทยเปึนเมืองพุทธครับ แต่พี่น้องมุสลิม พี่น้องคริสเตียน เขาจะอยู่กันอย่างไร ถ้าเราแก้กันตรง
ประการที่สาม เรื่องของการยกเลิกบทเฉพาะกาลต่าง ๆ ผมเรียน ท่านประธาน เรื่องการยกเลิกบทเฉพาะกาลนะครับ นี่ละครับคือคําถาม ถ้ายกเลิก บทเฉพาะกาลนี้แก้เพื่อใคร ถ้าจะเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาแล้วมาแก้ แก้เพื่อใครครับ
ประการที่สี่ ในการลดพระราชอํานาจก็เช่นเดียวกัน อันนี้พวกผมไม่สบายใจ
ประการที่ห้า เมื่อสักครู่ผมได้ฟังเพื่อน ส.ส. พรรคฝ์ายค้านพูดถึงเรื่องของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่กินได้ครับ และรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่กินไม่ได้ ผมเรียนท่านประธานนะครับ ผมเห็นด้วยที่เพื่อน ส.ส. ท่านนั้นพูดถึง แต่เห็นด้วยในมุมมองที่ไม่เหมือนกัน เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่บอกว่ากินได้นั่นหมายถึงมันโกงกินกันง่ายครับ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่บอกว่า กินยาก เพราะมันโกงยากครับ อย่างน้อยก็ยากกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่าวันนี้ถ้าเราต้องการจะแก้รัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลว่า เราแก้เพื่อให้พี่น้องประชาชน จบแล้วครับท่านประธาน ผมสรุปว่าเพื่อให้มันเหมาะสม กับสถานการณ์ที่เกิดวิกฤติขึ้นกับประเทศ ผมคิดว่าเราควรจะเริ่มจากสิ่งที่เราใช้ปัจจุบัน สิ่งที่เรามีอยู่คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วเราเริ่มแก้กันครับ ถ้าเราเห็นว่าเราใช้แล้ว ไม่ค่อยดีอยากจะปรับปรุงแก้ไข เริ่มแก้จากเรื่องที่สร้างปัญหาความขัดแย้ง หรือเรื่องที่มี ปัญหาน้อย ๆ ไปหาเรื่องที่มาก ๆ ใหญ่ ๆ ถ้าอย่างนี้ ผมคิดว่าประเทศเราก็เดินต่อได้ครับ แต่ถ้าเกิดสมมุติว่าจะเอาของเก่าไป ผมก็เรียนนะครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ใครอยากแก้ก็เชิญ ผมไม่เอาด้วยครับ สวัสดีครับ
เชิญท่านวิรัตน์นะครับ ท่านผ่องศรีมีอะไรครับ เชิญท่านผ่องศรีนิดเดียว
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิพาดพิง สั้น ๆ นิดเดียวนะคะ พอดีเมื่อสักครู่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านประสาร มฤคพิทักษ์ ได้อภิปรายพาดพิงถึงพรรคประชาธิปัตย์ มีสาระที่ดิฉันคิดว่าถ้าไม่ชี้แจงจะทําให้พรรค เสียหายได้ ขออนุญาตสั้น ๆ ว่าท่านได้กล่าวถึงว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการประชุม แล้วก็มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม เรื่องของการไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ ทําไมมาวันนี้จึงมีการเปลี่ยนแปลงทํานองนี้นะคะ ที่ท่านพูด ดิฉันขอกราบเรียนสั้น ๆ เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๓ นั้น พรรคประชาธิปัตย์ก็มีการประชุมมีมติเช่นนั้นจริงนะคะ เพราะว่าพรรคเราก็มีความเปึนประชาธิปไตยก็มีการอภิปรายกัน มีการลงมติเปึนเอกสิทธิ์ ของแต่ละสมาชิกนะคะ แต่เหตุการณ์นั้นก็เกิดขึ้นในช่วงต้นป้คือมกราคม ๒๕๕๓ หลังจากนั้นแล้วถ้าเราได้ย้อนกลับไปมองสถานการณ์ก็จะพบว่าได้เกิดวิกฤตการณ์ ทางการเมือง ได้มีการเรียกร้อง มีความรุนแรงเกิดขึ้นเรื่องของการเรียกร้องให้ยุบสภา ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ประกาศชัดว่าจะยุบสภาก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจดี บรรยากาศดี หรือว่ากติกาชัดเจน จนกระทั่งถึงเดือนพฤษภาคมก็ได้เกิดเหตุการณ์วิกฤติเผาบ้านเผาเมือง ท่านนายกรัฐมนตรีก็เลยตั้งคณะกรรมการขึ้นไปพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง ก็เปึนที่มาของ การเสนอ ๒ ร่าง มาจากข้อเสนอของนักวิชาการที่ได้ตั้งขึ้น แล้วสาระนั้นก็ต่างจาก เหตุการณ์ในวันนั้นนะคะ ดิฉันคิดว่าวันนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็มีมติชัดเจนว่าจะสนับสนุน ร่างของรัฐบาล และเพื่อความเข้าใจก็ขออนุญาตชี้แจงค่ะ
เชิญท่านวิรัติครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์นายแพทย์วิรัติ พาณิชย์พงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมจําเปึนต้องขึ้นมาอภิปรายในเรื่องของ ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับ เพราะว่ามันเปึนหน้าที่ของผมโดยตรงจากคําปฏิญาณในสภา แห่งนี้ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ วันนี้ถูกท้าทายในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญจําเปึนต้องมาปกปัอง รัฐธรรมนูญที่ผมปฏิญาณเอาไว้ว่าจะต้องรักษาเอาไว้ คือย้อนไปดูว่าการแก้รัฐธรรมนูญ ในสมัยผ่าน ๆ มานี่เขาจะแก้โดยอํานาจทางกองทัพ โดยอ้างผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชน ซึ่งเกี่ยวเนื่องมาจากความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รัฐบาล ซึ่งไม่เปึนธรรมต่อเขา เขาเดือดร้อน เขาขับไล่ อันนั้นหลังจากเสร็จงานแล้วรัฐธรรมนูญ ก็เกิดขึ้นมาใหม่ตามยุคตามสมัยที่ประชาชนต้องการแล้วก็รับรอง
อีกอันหนึ่งก็คือ การแก้รัฐธรรมนูญโดยอํานาจของทุนทางการเมือง อํานาจของทุนทางการเมืองนี้เปึนที่ติดใจมาตลอด ๓ ป้ จะมีการแก้รัฐธรรมนูญมาตลอด ๓ ป้ ซึ่งคิดว่ามันไม่ช่วยสร้างสรรค์ให้ประเทศได้ดีขึ้นมาเลยนะครับ ประชาชนที่ถูกอ้างอิง ว่าต้องการจะปรับปรุงประชาธิปไตยให้มันดีขึ้น ไม่เคยคิดที่จะแก้รัฐธรรมนูญเลย คิดเพียงแต่อย่างเดียวคือขับไล่รัฐบาลที่ไม่สามารถนําพาชาติไปสู่ความเจริญได้ อันนั้นก็คือประชาชนมีหน้าที่เพียงแต่ปลุกจิตสํานึกของประชาชนทั่วไปให้มีจิต ในการรับผิดชอบในส่วนรวมและประเทศชาติ ในวันนี้ผมเห็นว่ารัฐบาลถูกตีกรอบ ให้เข้ามาร่วมแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งดูแล้วทาง ส.ว. ที่เปึนอุดมการณ์เดียวกันคิดว่า เราไม่เห็นด้วยในการแก้ทั้ง ๔ ฉบับ เพราะว่าเหตุผลต่าง ๆ ที่เล่ามาให้ฟังแล้ว เพราะฉะนั้นเราคิดว่าถ้า ส.ว. ที่ฟังอยู่จะใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจโหวต ก็คงจะเปึนเรื่องของแต่ละท่าน แต่สําหรับอุดมการณ์ของกลุ่มผมคิดว่าคงไม่แก้ รัฐธรรมนูญในยุคนี้สมัยนี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุวิศว์เปึนท่านสุดท้าย แล้วเดี๋ยวจะให้คุณเมธาพันธ์ชี้แจงครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภา กระผม นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสาคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นผมต้องขอกราบพระคุณท่านประธานสภาที่ให้โอกาสได้มี การเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้ง ๔ ฉบับ ให้กับท่าน ส.ส. และ ส.ว. ได้พิจารณาในวันนี้ ความจริงแล้วรัฐธรรมนูญนี้ ถือเปึนกติกาที่ใช้ในการปกครองประเทศ เราได้ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มา ๓ ป้ ก็จะเห็น ถึงจุดแข็งและจุดอ่อน ดังนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ เป่ดโอกาส ให้แก้ไขได้ในมาตรา ๒๙๑ ผมก็คิดว่าเปึนโอกาสอันดีที่พวกเราสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ จะมาร่วมกันแก้ไขกติกาให้เปึนธรรม จริง ๆ แล้วผมก็ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ ก็มีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง ดังนั้นเราควรจะนําจุดที่ดีแต่ละฉบับมารวบรวมกันไว้แล้วก็ตั้ง เปึนกติกาในการที่จะปกครองประเทศ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ฉบับที่โดนฉีกไป แล้วก็มีบางจุดซึ่งเปึนจุดแข็ง แต่บางจุดก็เปึนจุดอ่อน ซึ่งจะเห็นว่าป้ ๒๕๔๐ สถาบัน การเมืองมีความเข้มแข็ง แต่ฉบับป้ ๒๕๕๐ สถาบันการเมืองค่อนข้างอ่อนแอ ทําให้ การดําเนินการของรัฐบาลบางครั้งก็ลําบาก ฉะนั้นผมเองในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา ก็ขอสนับสนุนในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเปึนฉบับไหนผมก็คิดว่าสมาชิกทุกท่าน คงจะใช้วิจารณญาณในการที่จะดูว่าแต่ละฉบับมีจุดอ่อนและจุดแข็งอย่างไร จริง ๆ แล้ว ขณะนี้ประเทศเราประสบปัญหามีความขัดแย้งกันค่อนข้างสูง จริง ๆ แล้วกติกาเปึน เรื่องสําคัญ ผมคิดว่าถ้ามีกติกาที่ดีมีความยุติธรรม ทุกสิ่งทุกอย่างก็สามารถแก้ไขได้ เราเปึนคนไทยด้วยกัน เมื่อมีกติกาที่ดีหรือไม่ดีเราควรจะมาช่วยกันแก้ไขเพื่อให้กติกานั้น สามารถที่จะใช้ปกครองประเทศได้ จริง ๆ แล้วผมเสียดายโอกาสของประเทศไทย ซึ่งประเทศเราอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ดี ถือว่าเปึนสุวรรณภูมิ แต่เรามีความขัดแย้งกันบางครั้ง ก็เนื่องจากกติกา จริง ๆ แล้วผมคิดว่าเราเปึนคนไทยด้วยกันน่าจะถ้อยทีถ้อยอาศัย แล้วก็ พยายามเสียสละเพื่อประเทศชาติ จริง ๆ แล้วผมคิดว่าสมาชิกรัฐสภาทุกท่านในที่นี้ มีความรักประเทศไม่ยิ่งหย่อนกว่าผม ก็ขอให้ทุกคนเสียสละนะครับ บางครั้งถ้าเรามา เล่นเกมหรือกติกาผมคิดว่าจะเปึนสิ่งที่ทําให้บ้านเมืองเราไม่สามารถเดินไปข้างหน้า ประเทศเราเคยเปึนประเทศที่เจริญที่สุดในย่านเอเชียอาคเนย์ แต่ปัจจุบันกําลังจะอยู่กับที่ แล้วก็จะถอยหลังด้วย ฉะนั้นผมก็อยากจะฝากไว้สมาชิกทุกท่านได้ใช้วิจารณญาณ ในการที่จะทําให้กติกานี้สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งกติกานี้เปึนความเห็นของแต่ละท่าน ถ้าออกมา ด้วยความบริสุทธิ์ใจผมคิดว่าเราต้องมาแก้ไขร่วมกันปัญหานะครับ เพราะประเทศไทย ไม่ใช่เปึนของใครคนเดียว ในขณะนี้พรรคนี้ปกครองอยู่ แต่อนาคตอาจจะมี การเปลี่ยนแปลง เพราะว่าไม่มีใครสามารถที่จะบริหารประเทศได้ตลอด ฉะนั้นกติกาที่เรา จะร่างในวันนี้หรือแก้ไขในวันนี้ก็เพื่อวันหน้านะครับ สิ่งไหนที่สามารถที่จะพูดคุยกันได้ ผมก็ว่าเปึนสิ่งที่ดี เพราะทุกคนผมว่ามีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประเทศชาติเจริญแน่นอนนะครับ ผมก็ฝาก เพราะว่าประเทศรอบข้างเราทุกวันนี้เริ่มมีการปกครองที่เปึนประชาธิปไตย แม้แต่ ในประเทศพม่าซึ่งสมัยก่อนก็ปกครองโดยรัฐบาลทหาร ขณะนี้ก็เริ่มมีการเลือกตั้งนะครับ แล้วก็กติกาผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างก็ค่อยเปึนค่อยไปผิดบ้างถูกบ้างอย่าถือกัน แล้วก็ พยายามที่จะช่วยกันในการหาจุดที่ดีที่สุด ผมเองก็อยากจะให้สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ มีความสมัครสามัคคีกันอย่าแบ่งฝักแบ่งฝ์าย วันนี้ท่านเปึนฝ์ายค้านสักวันหนึ่ง ท่านก็อาจจะเปึนรัฐบาลและรัฐบาลในวันนี้สักวันหนึ่งก็ต้องเปึนฝ์ายค้าน ผมอยากให้ ทุกคนพยายามเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติเปึนหลัก ผมเองก็มีเรื่องที่จะนําเสนอต่อ ท่านสมาชิกทั้งหลายเท่านี้ ขอบคุณมากครับ
เชิญคุณเมธาพันธ์ ชี้แจง หน่อยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมธาพันธ์ โพธิธีรโรจน์ ตัวแทนพี่น้องประชาชนผู้ที่เสนอแก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ต้องขออนุญาตท่านประธานชี้แจงไปยังท่านสมาชิกรัฐสภา ซึ่งจะใช้เวลาประมาณสัก ๕ นาทีเฉพาะประเด็นที่คิดว่าน่าจะเปึนสิ่งที่จะต้อง ทําความเข้าใจในเบื้องต้น ส่วนประเด็นหลักอื่น ๆ ผมขออนุญาตท่านประธานสงวนสิทธิ ในการที่จะชี้แจงในวันพรุ่งนี้นะครับ
ขออนุญาตชี้แจงประเด็นแรก เกี่ยวกับกลุ่มท่านสมาชิกวุฒิสภาน่าจะเปึน กลุ่ม ๔๐ ส.ว. กลุ่ม ๔๐ เปึนหลักนะครับ โดยเฉพาะในประเด็นของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณรสนา โตสิตระกูล ที่บอกว่าการเข้าชื่อเพื่อที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของพี่น้องประชาชนในครั้งนี้น่าจะไม่เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ จริง ๆ แล้ว ถ้าหากว่าท่านได้เช็ก (Check) หรือได้ตรวจสอบแล้วก็ได้อ่านรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนก็จะ เห็นว่ากรณีที่ท่านได้ท้วงติงนี้น่าจะเห็นเปึนแนวทางเดียวกัน ที่พูดนี้มิได้หมายความว่า ที่ต้องการอยากจะเกิดการโต้แย้งนะครับ เพียงแต่อยากให้ท่านได้เข้าใจว่าการที่พี่น้อง ประชาชน ๗๑,๕๔๓ คนนี้ได้เข้าชื่อเสนอเพื่อที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เปึนไปตาม มาตรา ๒๙๑ ซึ่งสามารถกระทําได้ ส่วนกรณีที่ท่านพูดถึงนั้นเปึนการขอแก้ไขกฎหมาย ทั่วไปซึ่งจะไปอยู่ในมาตรา ๑๖๓ เพราะฉะนั้นขออนุญาตชี้แจงในประเด็นนี้เล็กน้อย เท่านั้นเอง
ประเด็นต่อมา ท่านอนุญาตนะครับ ขอเอ่ยนาม ท่านประสาร มฤคพิทักษ์ แล้วก็ท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๒ ประเด็นนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่บอกว่าร่างของ ภาคประชาชนนี้จะเปึนการลดพระราชอํานาจ ประเด็นนี้ผมเองเคยบวชเรียนเขียนอ่าน มาแล้วก็ได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค รับพัดจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ผมเองนี้ก็ได้พิจารณาโดยรอบคอบถ้าท่านจะดูในฉบับร่างของภาคประชาชน เราไม่ได้ แตะในหมวดพระมหากษัตริย์เลย เพราะฉะนั้นหลายท่านที่อภิปรายแล้วก็กังวลใจ ในประเด็นตรงนี้จึงขออนุญาตได้ชี้แจงสั้น ๆ ว่าพวกเรา โดยเฉพาะภาคประชาชนทั้งหมด ๗๑,๕๔๓ คน ที่เสนอมานี้เราก็มีความจงรักภักดีนะครับ เรามองเห็นถึงคุณูปการที่บูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้กระทํามาโดยตลอดเราสํานึกในตรงนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งใดที่จะเปึนการเข้าไปก้าวล่วง พระราชอํานาจ ภาคประชาชนโดยเฉพาะตัวกระผมเองนี้ระมัดระวังเปึนอย่างยิ่งในการ ที่จะพูดถึง ในการที่จะกล่าวถึงตรงนั้น ซึ่งเราเข้าใจว่าสังคมไทย วัฒนธรรมไทยเรานี้ เรามีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเปึนศูนย์รวมจิตใจ เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตชี้แจงท่าน สั้น ๆ เพียงที่เท่านี้ ส่วนที่ท่านกังวลใจว่าแก้แล้วนี้ใครจะได้รับผลประโยชน์จะเปึน การนิรโทษกรรมหรือไม่ ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถ้าเทียบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ในมาตรา ๓๐๙ เราจะเห็นชัดเจนว่าผู้ที่ได้รับผลประโยชน์วันนี้ผมรู้ว่าท่านหมายถึง อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณซึ่งผมเองก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับท่าน แล้วผมก็เชื่อมั่นว่า พี่น้องประชาชนที่เสนอชื่อก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับท่าน นอกจากว่าได้ติดตาม ผลการทํางานของท่านอาจจะมีความศรัทธา อาจจะมีความรักเปึนการส่วนตัวของ แต่ละบุคคล ผมมองเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๓๐๙ นี้นะครับ ผู้ที่รับผลประโยชน์มากที่สุดคือผู้ที่กระทําการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วถ้าหากว่าผมจะพูดว่า ส.ว. สรรหา ซึ่งผมเองไม่ได้ไปกล่าวหาเพื่อที่จะทําให้เกิดเปึนประเด็นว่าท่านเองคือ ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงเลย เพราะว่าวันนี้ถ้าหากว่าท่านไปลงสนามเพื่อที่จะ เลือกตั้งแข่งกับคนอื่นผมก็ไม่มั่นใจว่าท่านจะได้รับการเลือกตั้งหรือไม่ แต่วันนี้ท่านมานั่ง อยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ด้วยความสง่างาม ผมถือว่าท่านเปึนผู้ที่ได้รับผลประโยชน์
ท่านประท้วงอะไรครับ
ผม สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ท่านผู้ชี้แจงนั้น ประการหนึ่งผมคิดว่าท่านไม่มีสิทธิจะกล่าวหา สมาชิก ณ ที่แห่งนี้ เพราะท่านไม่ใช่สมาชิก ณ ที่แห่งนี้ ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ผมเข้าใจว่าท่านประธานไม่น่าจะอนุญาตให้มีการชี้แจง ในคืนนี้เพราะอะไรครับ เพราะ ๑. นั้นผู้ที่ถูกกล่าวพาดพิงนั้นท่านได้เดินทางออกไปแล้ว แล้วผมได้ตรวจแล้วนะครับ ที่ท่านอ้างนั้นท่านรสนา โตสิตระกูล และกลุ่ม ๔๐ ส.ว. ขออภัยที่ต้องเอ่ยนามท่านรสนาท่านชี้แจงให้ถูกต้องด้วยนะครับ เพราะอะไรครับ เพราะท่านยื่นมาตาม มาตรา ๒๙๑ (๑) ใช้ประชาชน ๕๐,๐๐๐ คน โดยตามกฎหมายว่า ต้องมีการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ท่านรสนาชี้แจงว่ากฎหมายนี้ยังไม่มีอันนั้นถูกต้อง แล้วครับ ส่วนไปชี้แจงมาตรา ๑๖๓ นั้นเปึนอีกเรื่องหนึ่งเดี๋ยวประชาชนจะสับสนนะครับ แล้วท่านประธานไม่ควรอนุญาตให้ชี้แจงในวันนี้เพราะสมาชิกเขากลับบ้านแล้ว ถ้าท่านจะชี้แจงพรุ่งนี้ตอนค่ําครับ ตอนดึกหลังจากที่พวกเราอภิปรายหมดแล้ว ด้วยความยินดีท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
พอแล้วนะครับ คุณสมชาย อนุญาตไปแล้วก็บอกจะชี้แจงสั้น ๆ หมดแล้วยังครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ว
ขอให้ถอนเรื่อง สมาชิกวุฒิสภาสรรหาได้รับผลประโยชน์
ขออนุญาต ถอน คําว่า สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ได้รับผลประโยชน์ ขออนุญาตถอนครับ ท่านประธาน
ถอนแล้วนะครับ จบแล้วยังครับท่านมีอะไรบ้างไหมหมดแล้วใช่ไหม
ก็มีประเด็นที่ผมจะขออนุญาตสงวนสิทธิที่จะชี้แจงในวันพรุ่งนี้เพื่อที่จะท่านสมาชิกรัฐสภา ได้สบายใจว่าท่านจะได้อยู่พร้อมหน้า แล้วมีประเด็นที่ผมจะต้องชี้แจงนี้อาจจะต้อง มีการพาดพิงถึงท่านบ้างท่านก็จะได้สบายใจ จริง ๆ แล้วท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองนี้เปึนประชาชนก็ไม่ได้มีความตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ไม่ต้องการอยากจะ ให้เกิดความขัดแย้ง แล้วไม่ต้องการจะให้ท่านวุฒิสมาชิกหรือท่านสมาชิกรัฐสภานี้ ไม่สบายใจ เพราะฉะนั้นด้วยความจริงใจครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ เปึนเวลา ๐๐.๒๙ นาฬิกา แล้วนะครับ คิดว่าวันนี้คงพอกันแค่นี้นะครับ ก็พักการประชุม เริ่มประชุมใหม่ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา แล้วก็เปึนข้อมูลนะครับ พรุ่งนี้ลําดับการอภิปราย เปึนอย่างนี้นะครับ ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ท่านอนุรักษ์ นิยมเวช ท่านเทพไท เสนพงศ์ ท่านสมชาย เพศประเสริฐ ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ท่านสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ ท่านชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง ท่านมงคล ศรีคําแหง แล้วก็ท่านไมตรี สอยเหลือง ก็พักการประชุม มาประชุมใหม่เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา วันนี้ป่ดประชุมครับ
พักประชุมเวลา ๐๐.๓๐ นาฬิกา
ของวันพุธที่ ๒๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๒๕ นาฬิกา
ของวันพุธที่ ๒๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๓
ก็ไม่ให้เสียเวลาเนื่องจากเวลามันจํากัด กระผมขอดําเนินการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งเมื่อวานนี้เมื่อได้พิจารณาจนได้เวลาพอสมควรแล้วประธาน ของที่ประชุมคือท่านรองประธานประสพสุข บุญเดช ได้สั่งให้พักการประชุม เพื่อให้สมาชิก พิจารณาต่อในวันนี้ในเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ดังนั้นในวันนี้ผมขอดําเนินการต่อ ถึงจะ เหลือเวลาเล็กน้อยก็ไม่เปึนไร เพื่อท่านผู้อภิปรายจะได้เวลาเพิ่ม กระผมขอเรียนเชิญ ท่านประยุทธ์ ศิริพานิช เชิญเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในขั้นรับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑ ทั้ง ๔ ฉบับนี้ที่ท่านประธานกรุณาได้รวมกันพิจารณานั้น
กระผมขอแสดงความคิดเห็นเปึนประการที่ ๑ ว่าเหมาะสมในการแก้ไข ส่วนที่จะแก้ไขอย่างไร มากหรือน้อยเพียงใด มันเปึนสิ่งที่แก้ไขได้ กระผมมีความรู้สึก ตั้งแต่เบื้องต้นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมาจากรากเหง้าของเผด็จการ เกิดจากการปฏิวัติ รัฐประหารตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มีบทบัญญัติหลายมาตราซึ่งไม่เปึนประชาธิปไตย เท่าที่ควร เปึนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ค่อนข้างจะอํามหิตและอคติที่จะมุ่งเน้น ทําลายล้างกลุ่มการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมืองคนหนึ่งซึ่งชื่อว่าทักษิณ ชินวัตร กระผมไม่อายหรอกครับ มันเห็นจะ ๆ กันอยู่แล้ว เริ่มต้นตั้งแต่ตรรกในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่แบ่งเขตเลือกตั้งเขตใหญ่มาเปึนเขตเล็ก เพราะในการเลือกตั้งป้ ๒๕๔๔ และป้ ๒๕๔๘ พรรคไทยรักไทยนั้นได้เสียงข้างมาก ก็เกิดตรรกว่าเอาละตรงข้ามเมื่อคุณได้รับเสียงข้างมาก ในเขตเลือกตั้งเขตเล็ก ผมก็จะร่างรัฐธรรมนูญให้เปึนเขตใหญ่เปึนการทําลายล้าง ซึ่งกันและกัน ซึ่งเห็นชัดเจนจากคําอภิปรายหลายท่าน ซึ่งเหลือร่องรอยกันอยู่มากพอสมควร ท่านประธานครับ เรื่องเหล่านี้ยังไม่จบ ถ้าต่อจิกซอว์ (Jigsaw) กันหลายมาตราแล้วจะ เห็นว่าการทําลายล้างมีค่อนข้างจะมาก หลังจากเลือกตั้งแล้วปรากฏว่าพรรคไทยรักไทย ก็ตาม หรือมาเปึนพรรคพลังประชาชนก็ตามได้รับเลือกตั้งจํานวนค่อนข้างจะมาก วิธีทําลาย ก็มาอีกครับท่านประธาน ก็ตราบทบัญญัติมาตรา ๖๘ มาตรา ๒๓๗ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานไว้ในความรู้สึกลึก ๆ ในระบอบประชาธิปไตยเลยครับว่าไม่ใช่ นี่คือไม่ใช่ ที่ทั่วโลกเขาไม่ทํากันหรอกครับ การยุบพรรคการเมืองที่ค่อนข้างจะเปึนการยุบพรรค การเมืองโดยลักษณะของเปึนการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๕ เปึนสิทธิของชาวบ้าน เปึนสิทธิของประชาชนที่จะรวมกันจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อส่งสมัครรับเลือกตั้ง รวมตัวกัน จัดตั้งพรรคการเมือง แต่การที่พรรคการเมืองที่ล้มหายตายจากจากวงการได้อย่างง่าย ๆ แล้วกรรมการพรรคการเมืองถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งด้วยนั้นเปึนสิ่งที่ทั่วโลกเขาไม่ทํากัน ผมยอมรับว่าถ้ามีการแก้ไขมาตรา ๒๓๗ ซึ่งกระผมเห็นชอบเปึนอย่างยิ่งแต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็บอกว่าเหมือนจะเปึนผลประโยชน์ทับซ้อนจะถูกกล่าวหาว่าแก้เพื่อตัวเอง ไม่ใช่หรอกครับ ทั้ง ๆ ที่ผมเปึนพรรคฝ์ายค้านผมยังภาวนาว่าจะให้มีการแก้ไขเพราะมันไปขัดหลัก ประชาธิปไตยเสียโดยสิ้นเชิง กระผมจะไม่คํานึงถึงว่าแก้แล้วใครได้ประโยชน์หรือใคร ไม่ได้ประโยชน์ เพราะผมมองโดยภาพรวมแล้วสังคมได้ประโยชน์ ประเทศชาติได้ประโยชน์ ประชาชนได้ประโยชน์อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เปึนอํามหิตแท้ ๆ ถ้าสมมุติว่าในกรณีที่เลือกตั้งมาแล้วมีกลไกเข้ามาจัดการ ถ้าเขาได้รับเสียงข้างมาก ก็สามารถทําลายได้โดยการยุบพรรค ท่านประธานต่อจิ๊กซอว์ไปอีกนิดหนึ่งครับว่า เมื่อหลังจากยุบพรรคเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแล้ว กรรมการบริหารพรรคการเมืองตามมาตรา ๖๘ มาตรา ๒๓๗ แล้ว ท่านไปดูลักษณะต้องห้ามการพ้นสมาชิกภาพของความเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๐๖ (๘) สิครับ ให้เวลา ๖๐ วันในการที่จะไปสังกัด พรรคการเมืองอื่นได้หลังจากที่พรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดพรรคนั้นถูกยุบ มันก็มี การเปลี่ยนขั้ว เปลี่ยนพรรค ตั้งพรรคการเมืองใหม่ เปลี่ยนอุดมการณ์ เปลี่ยนแนวทางต่าง ๆ เปึนการทําลายล้างระบอบประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง เปึนการทําลายล้างเจตนารมณ์ ที่ชาวบ้านเขามีมาตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่วันเลือกตั้ง มาถึงวันนั้นสามารถตั้งพรรคใหม่ได้ เปลี่ยนพรรคใหม่ได้ ไปสังกัดพรรคการเมืองอื่นได้ ถ้าปัจจัยที่จะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยอุดมการณ์ โดยเจตนารมณ์แล้ว กระผมก็ไม่ได้ขัดข้อง ท่านประธานก็คงได้ยินว่า มีการซื้อตัวกันค่อนข้างจะมากมาย แปลกประหลาดไปกว่านั้นครับท่านประธาน ในมาตรา ๑๐๑ (๓) เปึนสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียว เปึนเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ในกรณีปกติ ๔๕ วัน ๖๐ วันถึงวันเลือกตั้ง เวลาที่จะลาออกจากพรรคการเมืองที่ตนเองสังกัดพรรค นี่เพียง ๓๐ กว่าวันมันก็จะครบ ๙๐ วันถึงวันเลือกตั้ง แทนที่ถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง แต่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญบอกว่าถึงวันเลือกตั้ง ไม่น่าแปลกหรอกครับ มาตรา ๑๐๘ บอกว่า ยุบสภาจะต้องมีการเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน แต่ไม่เกิน ๖๐ วัน แต่ให้สังกัด พรรคการเมือง มาตรา ๑๐๑ (๓) นี่ครับ ๓๐ วันถึงวันเลือกตั้ง ท่านประธาน แปลกประหลาดไหมครับ นี่คือการทําลายระบบคุณธรรม พรรคการเมืองสามารถซื้อตัวได้ ถึงนาทีสุดท้าย ในขณะที่มาตรา ๑๐๘ การยุบสภาจะต้องให้เวลา ๖๐ วันถึงจะมี การเลือกตั้ง แต่มาตรา ๑๐๑ (๓) บอกกรณียุบสภาให้สังกัดพรรคการเมืองได้ ๓๐ วัน ไม่น้อยกว่า ๓๐ วันถึงวันเลือกตั้ง กล่าวคือถ้าหากมีการยุบสภา ส.ส. สามารถไปสมัครรับเลือกตั้ง โดยเขียนเจตนารมณ์ว่าจะสังกัดพรรค ก พรรค ข พรรคอะไรก็ได้ แล้วเอาใบรับรองมาใหม่ เพราะ ๓๐ วันถึงวันเลือกตั้ง นี่เปึนการทําลายนักการเมืองโดยแท้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าระบบพรรคการเมืองไม่มีวันที่เข้มแข็ง มันจะเปลี่ยนแปลงกันไปมา อย่างสิ้นเชิง ท่านประธานครับ ท่านประธานเคยได้ยินคํากล่าวคําหนึ่งไหมครับว่า นายกรัฐมนตรีเนรคุณ ตัวท่านประธานฟังในฐานะที่อยู่สภาแห่งนี้ก็ไม่สบายใจ ผมก็ไม่สบายใจ และผมก็ไม่เคยเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีเนรคุณ ทําไมล่ะครับต้องมา ทวงบุญคุณกันตรงนี้ ถ้าคิดผิวเผินนี่ไม่มีปัญหาหรอกครับท่านประธาน แต่ถ้าคิดลึกซึ้งว่า ก่อนที่จะจัดตั้งรัฐบาลนั้นท่านไปตกลงอะไรกับเขา วางแผนอะไรกับเขา รับปากอะไรกับ เขาว่าจะทําอะไรถึงจะต้องมาทวงบอกคําว่าเนรคุณ ผมไม่สบายใจเลย คิดลึก ๆ แล้ว ห่วงสถาบันทางการเมือง ท่านประธานครับ ยังมีคําอภิปราย ยังมีความคิดว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นในฉบับของประชาชนเปึนการนิรโทษกรรม ท่านประธานรู้ไหมครับว่า การนิรโทษกรรมทําอย่างไร ทั่วโลกเขาไม่มีหรอกครับในการที่จะนิรโทษกรรมไว้ในรัฐธรรมนูญ นอกจากประเทศไทยที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๐๙ ทั่วโลกเขาไม่ทํากัน ถ้าหากจะมี การนิรโทษกรรมเขาจะออกเปึนพระราชกําหนด หรือออกกฎหมายเปึนการเฉพาะซึ่งเคยมี ในประเทศไทยทั้งหมด ๒๑ ฉบับ ๒๑ ครั้ง การนิรโทษกรรมคือการบัญญัติว่าการกระทํา ดังกล่าวในห้วงเวลานั้นถือว่าไม่ผิด ถือว่าเปึนการยกโทษให้ ถือว่ากลับสู่สภาพเดิม มีที่ไหนล่ะครับในฉบับของประชาชนเขาบอกว่านิรโทษกรรมตรงไหน เขียนในฉบับประชาชน แล้วท่านทักษิณ ชินวัตร จะพ้นผิดเช่นนั้นหรือ ไม่ใช่ครับท่านประธาน ซึ่งเปึนไปไม่ได้ แต่ในทางตรงข้ามท่านเขียนบทนิรโทษกรรมไว้ในมาตรา ๓๐๙ ขัดหลักทั่วไปที่ทั่วโลก เขาไม่ทํากัน อย่างนี้สิครับถึงจะเปึนการนิรโทษกรรม ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๓๐๙ ไม่น่าจะเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ําไป เขียนบอกว่าการใดที่ทําไว้ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวถือว่าไม่ผิด ไม่ว่าก่อนหรือหลังก็ถือว่าไม่ผิดอย่างนี้เปึนต้น นี่คือบทบัญญัติ ที่มีผลนิรโทษกรรมโดยแท้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมกราบเรียนท่านประธานว่า ตัวบทกันจริง ๆ แล้วมันก็จะมีปัญหากันอยู่มากมาย กรณีที่จะต่อจิกซอว์อีกต่อไปว่า การทําลายนักการเมือง ท่านประธานพลิกไปดูมาตรา ๒๗๘ ในการดําเนินคดีอาญา องผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับว่ายูเอ็นเขาทักท้วงมาว่า การที่ประเทศไทยมีศาลเดียวนั้น เขาไม่ยอมรับนับถือในคําตัดสินของศาลเดียว เขาทักท้วงบอกว่าจะแก้ไขให้มีอย่างน้อย ๒ ศาล แต่มาตรา ๒๗๘ คําสั่งและคําพิพากษา ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองถือว่าเปึนที่สุด กล่าวคือว่ามีศาลเดียวนั่นเอง ท่านประธานครับ กระผมอยากจะกลับมาที่ร่างของรัฐบาล ในร่างที่จะแก้ไขเพิ่มเติม เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ข้อดี ข้อเสีย ก็มีให้เห็นกันทั้งหมดพอสมควร แต่กระผมมีข้อท้วงติง ประเด็นที่สําคัญในกรณีที่มีบทบัญญัติในมาตรา ๓ ที่แก้ไขมาตรา ๙๓ บอกว่ามีสมาชิก มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจํานวน ๓๗๕ คน ตรรกในการคิด ๔๐๐ คน ๓๗๕ คน มันก็มีฐานที่ไปที่มา เรามีการแบ่งเขตเลือกตั้ง เรามีการกําหนดจํานวน เรามีความเห็น ตรงกันตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ ตรงกันว่าสมาชิกจากการเลือกตั้ง น่าจะมีจํานวน ๔๐๐ คน ตรรกของรัฐบาลเอา ๓๗๕ คนมาจากไหนล่ะครับ เอาจํานวน ประชากรหารและมีจํานวน ๓๗๕ คน ก่อให้เกิดปัญหามากมาย ก่อให้เกิดปัญหา ในทางปฏิบัติที่ กกต. และฝ์ายทะเบียนนั้นจะต้องไปสํารวจตรวจสอบในเรื่องของ การแบ่งเขตเลือกตั้งกันใหม่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับท่านประธาน และตรรกในเรื่องของ การเพิ่มบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ๑๒๕ คน ท่านประธานรู้ไหมครับว่าอย่างนี้ผมสามารถหรือใครสามารถที่จะกล่าวหาได้ว่าตัวเอง ไม่อยากจะลงเลือกตั้ง ไม่อยากตะลอน ๆ ไปในเขตเลือกตั้ง ไม่อยากจะไปปราศรัยในเขต เลือกตั้ง ปรากฏตัวในเขตเลือกตั้ง เพื่อให้ชาวบ้านเขาเลือก ตัวเองนึกว่าเปึนนักวิชาการ ก็จะมีโอกาสเข้าไปนั่งตรงนั้น แทนที่จะเปึน ๘๐ คน มาเพิ่มเปึน ๑๐๐ คน มาเพิ่มเปึน ๑๒๕ คน ตัวเองก็จะได้มีโอกาส ท่านประธานครับ ผมว่าสิ่งเหล่านี้เปึนสิ่งที่จะต้อง น่าพิจารณา ในร่างที่ ๒ ที่เปึนร่างของรัฐบาลที่จะแก้ไขมาตรา ๑๙๐ กระผมเห็นด้วย ในการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙๐ แต่แก้ไขไปมาในวรรคสาม หนังสือสัญญาใดที่มี ผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง ท่านประธานครับ อย่างกว้างขวางอย่างนี้มันแค่ไหน ถึงอย่างกว้างขวางในคําจํากัดความ ซึ่งมันไม่มี ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ แทนที่จะตัดออกตามร่างเดิมก็เขียนไว้คงเดิม และต่อไปบอกว่า หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ อะไรละครับอย่างมีนัยสําคัญ ก็ยังมีเขียน อยู่ในนี้กันอีก ท่านประธาน มาตรา ๙๐ ต่อไปในเรื่องของวรรคสาม ก่อนการดําเนินการ เพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศตามวรรคสาม รัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน มาถึงตรงนี้ ไม่มีปัญหาครับท่านประธาน แต่ตรงที่บอกว่าให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจา ต่อรัฐสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ กรณีนี้เกิดขึ้นแล้วครับท่านประธาน กรอบการเจรจา ระหว่างไทยกับกัมพูชานั้นวางกรอบเจรจาให้กระทรวงการต่างประเทศไปดําเนินการ แต่ไม่สําเร็จ เพราะไปเจรจาแล้วมันเกินกรอบเจรจา ต้องเอาเข้ามาซ้ําแล้วซ้ําอีก ตรงนี้ ตัดได้ไหมครับว่ากรอบการเจรจาเปึนหน้าที่ของรัฐบาลที่จะไปดําเนินการ ท่านประธานครับ กระผมก็คงหมดเวลาที่จะต้องกราบเรียนต่อท่านประธานและที่ประชุมเพียงเท่านี้ครับ
ขอบคุณครับ สภายินดีต้อนรับท่านกํานัน ท่านผู้ใหญ่บ้าน และท่านผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกํานัน แพทย์ประจําตําบล อําเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร นําโดย ส.ส. พิกิฏ ศรีชนะ ๑๕๐ ท่าน ด้วยความยินดีขณะนี้เรากําลังพิจารณา ร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่นะครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ นิยมเวช ๘ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภาภาควิชาชีพ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ตามที่ทางท่านประธานได้บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๔ ร่างเข้าสู่การประชุม ของรัฐสภา ประกอบด้วยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายแพทย์เหวง โตจิราการ ร่วมกับ ประชาชนจํานวน ๗๑,๕๔๓ คน ซึ่งโดยหลักการแล้วการแก้ไขดังกล่าวได้นํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ในการแก้ไข โดยหลักการทั่วไปก็คือยกเว้นในส่วนหมวด ๑ หมวด ๒ โดยเฉพาะอาจจะมีการแก้ไขในส่วนมาตรา ๕ ในเรื่องศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ แล้วก็อันที่ ๒ ก็คือร่างแก้ไขของพรรคร่วมรัฐบาล โดยหลักการก็คือ แก้ไขมาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ แล้วก็มาตรา ๑๙๐ โดยเฉพาะในส่วนมาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ ก็คือ มีเฉพาะในเรื่องของ ส.ส. ในเรื่องแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ๔๐๐ คน แต่ว่าไม่มี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ในขณะเดียวกันมาตรา ๑๙๐ มีการแก้ไขเพิ่มเติมเฉพาะวรรคห้า ก็คือ เพิ่มคําว่า ประเภทของสัญญา เข้าไป ในขณะเดียวกันในส่วนของตัวร่างแก้ไขฉบับ ๓-๔ เสนอโดย ครม. ในส่วนของ ครม. ก็คือมีการเสนอโดยมาตรา ๙๓ มาตรา ๙๔ ในเรื่อง ระบบเขตเลือกตั้ง โดยจะมีการจัดระบบเขตเลือกตั้งเปึน ๓๗๕ เขต แล้วปาร์ตี้ ลิสท์ เปึน ๑๒๕ แล้วก็ ๑๙๐ ผมมีข้อสังเกตดังต่อไปนี้นะครับท่านประธาน ก็คือว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญดังกล่าว แม้สมาชิกรัฐสภาจะมีอํานาจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวได้ตาม มาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญ แต่บรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันในภาคการเมือง มีความขัดแย้งทางภาคประชาชนสูง ซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายที่มีความสําคัญ ควรจะต้องมีกระบวนการในการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนก่อนที่จะเสนอให้ สมาชิกรัฐสภาพิจารณา โดยเฉพาะผมอยู่ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนา การเมืองการมีส่วนร่วม ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก่อนที่จะมาเปึนได้มีการผ่านหลักการลงประชามติ ด้วยจํานวนคน ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นโดยหลักการและการแก้ไขก่อนจะมา ตรงนี้อย่างน้อยควรจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นก่อนจะนําเข้าสู่กระบวนการ เพราะฉะนั้น โดยหลักการแล้วปัจจุบันรัฐบาลควรจะต้องลําดับความสําคัญเพราะว่าเรามีปัญหา ในเรื่องภัยธรรมชาติและบางคนจะต้องจัดลําดับความสําคัญในการแก้ไขปัญหาของ ประเทศชาติเปึนลําดับแรกนะครับ
อีกประการหนึ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญปัจจุบันที่จะมีการเสนอร่างของ ๓ ร่าง ไม่ได้เปึนการบูรณาการในเรื่องของความสมานฉันท์หรือการพัฒนาการเมืองให้เปึนระบบ ถ้าเรามองปัญหาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในการพัฒนาการเมืองอาจจะต้องมีการเสนอ ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๓ ขึ้นมา และพิจารณาการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้รอบด้าน โดยนําทั้งข้อดีและข้อเสียของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และ ป้ ๒๕๕๐ รวมทั้ง รัฐธรรมนูญฉบับอื่น ๆ มาพิจารณาเพื่อนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ดีขึ้นเพื่อประโยชน์ กับประชาชน
อีกประการหนึ่ง ข้อสังเกตก็คือเรื่องของการแบ่งเขตของ ส.ส. ในฉบับของ ครม. ที่แบบเขตเดียวเบอร์เดียวนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นโดยมีการแบ่งจํานวน เขตเปึน ๓๗๕ เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน เปึนตัวเลขที่คณะรัฐมนตรีเสนอ แตกต่างจากตัวร่างของคณะกรรมการสมานฉันท์ที่เสนอตัวเลขแบ่งเขตไว้ ๔๐๐ คน และ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน ผมมีข้อสังเกตว่าการที่แบ่งเขตดังกล่าวในแง่ตรงนี้ ในเรื่องของเขตตรงนี้ผลประโยชน์ตกกับใคร อย่างไร หรือจํานวนที่มีบัญชีรายชื่อแยก เปึน ๑๒๕ คน จากเดิมที่เปึน ๘๐ คน ตรงนี้ประชาชนได้ประโยชน์จากตรงนี้หรือเปล่า และรัฐธรรมนูญเดิมป้ ๒๕๕๐ ไม่ดีอย่างไร ถึงมีการแก้ไขแต่จํานวนเดิมจาก ๔๐๐ คน แบบเขตใหญ่ แบบแบ่งเขตเรียงเบอร์และปาร์ตี้ ลิสท์ ๘๐ คน เพราะฉะนั้นโดยหลักการ แล้วต้องขอคําชี้แจง
อีกประการหนึ่ง ที่ผมคิดว่าเปึนเรื่องสําคัญที่สุดก็คือเรื่องข้อเสนอของ การแก้ไขของมาตรา ๑๙๐ ฉบับที่เสนอโดย ครม. มีบางประเด็นที่ผมคิดว่าเปึนประเด็น ที่ท่านสมาชิกรัฐสภาไม่ได้มีการชี้แจงในประเด็นดังกล่าว ก็คือประเด็นในเรื่องของตามที่ มีการแก้ไขเพิ่มเติมโดยตัว ครม. กราบเรียนท่านประธานก็คือว่าในตัวบันทึกหลักการ และเหตุผลของตัวมาตรา ๑๙๐ ที่นําเสนอ โดยหลักการแล้วอ้างเหตุผลว่ายังมี ความเข้าใจแตกต่างกัน เนื่องจากไม่มีความชัดเจนพอเพียง จึงเปึนอุปสรรค จึงทําให้เกิด การแก้ไขมาตรา ๑๙๐ นะครับท่านประธาน แต่ในขณะเดียวกันผมไปดูร่างแก้ไขของ ตัว ครม. มีการแก้ไขแยกมาตรา ๑๙๐ เดิม วรรคสอง แยกจากวรรคสองเดิมเปึนวรรคสอง วรรคสาม วรรคสองผมขอสรุปก็คือว่าเปึนเรื่องหนังสือสัญญาใด ๆ ที่มีบทเปลี่ยนแปลง อาณาเขตหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หลักการก็คือเปึนเรื่องหนังสือ สัญญาใดเกี่ยวกับอธิปไตย ในวรรคสามเปึนเรื่องสัญญาใดที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมประเทศอย่างกว้างขวาง โดยฉบับ ครม. มีเพิ่มเติมตอนท้ายว่า ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ ท่านประธาน ปัญหาที่ผมคิดว่าเปึนปัญหาสําคัญที่สุด ในกฎหมายฉบับนี้
ข้อที่ ๑ ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมของ ครม. ตรงนี้ปรับในเรื่องกรอบเวลา ในการดําเนินการ ถ้าดูตามกฎหมายของเดิมจะมีอยู่ในวรรคสอง บอกว่า รัฐสภาจะต้อง พิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันได้รับเรื่องดังกล่าว เพราะฉะนั้น เรื่องดังกล่าวในร่างของ ครม. ไม่ได้มีการบรรจุเรื่องนี้เข้าไป
อีกประการหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าเปึนประเด็นที่สําคัญที่สุดก็คือในส่วนของวรรคสี่ และวรรคห้าของร่างของ ครม. บอกว่า เมื่อลงนามในสัญญาตามวรรคสามแล้วก่อนจะ แสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของ หนังสือสัญญานั้น และในกรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบ กับประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดย่อม และคณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการ แก้ไขเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว เหมาะสมและเปึนธรรม อันนี้อยู่ในวรรคห้า ของร่าง ครม. และวรรคสี่ เขียนว่า ก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานา ประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศตามวรรคสาม คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลหรือจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชน ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือนั้น ในการนี้ ร่างของ ครม. เดี๋ยวผมขอสรุปอย่างนี้ครับคณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบ ในความหมายของท่านประธาน ก็คือว่าในร่างของ ครม. มีการแยกออกเปึน ๒ วรรค วรรคสอง วรรคสาม วรรคสองเกี่ยวกับเรื่องอํานาจอธิปไตย วรรคสามเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ฉะนั้นโดยหลักการแล้วในร่างของ ครม. บอกว่า ถ้าเปึนเรื่องเกี่ยวกับอํานาจอธิปไตยก็ไม่จําเปึนจะต้องขอจัดรับฟัง คือไม่สามารถขอข้อมูลได้ และไม่ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนและไม่ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาด้วย และขณะเดียวกันก่อนการลงนามในเรื่องเกี่ยวกับสนธิสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอํานาจ อธิปไตย คณะรัฐมนตรีไม่จําเปึนต้องให้ข้อมูลรายละเอียดของหนังสือสัญญา และถ้า ในกรณีที่เกิดผลกระทบกับประชาชนรัฐมนตรีก็ไม่ต้องเยียวยา ซึ่งผมเองไม่เห็นด้วย เพราะมองว่ายิ่งถ้าเปึนเรื่องอธิปไตยต้องเป่ดโอกาสให้ประชาชนต้องมีการได้รับข้อมูล เข้าถึงในเรื่องเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของภาคประชาชนและต้องมีกระบวนการ การเยียวยา เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้วที่มีการร่างตรงนี้ขึ้นมาทําให้กฎหมายฉบับนี้ ในการเสนอนี้เปึนการถอยหลังเข้าคลอง แย่กว่าตัวกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่คิดว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีกระบวนการครบถ้วนแต่จริง ๆ แล้วเจตนาของรัฐบาลตามเหตุผล บอกว่าต้องการเพิ่มประเภทอย่างเดียว แต่แก้ไปแก้มาเปึนการลด ลดในเรื่องของตัวผลประโยชน์ ของประชาชนที่จะได้รับตามเงื่อนไขของกฎเกณฑ์กติกาตามที่ มาตรา ๑๙๐ ตามรัฐธรรมนูญเดิม กําหนดในเรื่องทั้งการดําเนินการก่อนการลงนามรวมทั้งก่อนการที่จะดําเนินการทําให้ สัญญามีผลใช้บังคับ เพราะฉะนั้นผมถึงว่าตรงนี้รัฐธรรมนูญเดิมน่าจะได้ประโยชน์กับ ประชาชนมากกว่า กราบขอบคุณครับ
ต่อไปคุณเทพไท เสนพงศ์ เชิญครับ ๑๕ นาทีครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขออนุญาตท่านประธานเพื่อที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม ทั้ง ๔ ฉบับ ผมอยากจะมุ่งเน้นไปที่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คปพร. ซึ่งต่อไปจะเรียกสั้น ๆ ครับ ท่านประธานว่าฉบับเหวง ผมอยากจะเรียนว่าในรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไข เพิ่มเติมฉบับเหวง ดูเนื้อหาทั้งหมดไม่แตกต่างอะไรกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ครับ ท่านประธาน ในส่วนตัวผมผมมีความรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับหนึ่งที่ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วทุกคนก็รู้สึกฝากความหวังไว้กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่มาจากพี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมน่าจะเปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ต้องเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ดีจริง ๆ ครับท่านประธาน แต่ว่าทั้งหมดอยู่ที่ใครจะหยิบฉวยเอาไปใช้ ทุกคนก็คิดว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปรียบเหมือนแก้ววิเศษ แล้วก็มีการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาเปึนที่ยอมรับ ถ้าท่านประธานจําได้ว่าในยุคของรัฐบาลท่านชวน หลีกภัย ก็เคยได้ใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาเช่นเดียวกัน แล้วก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรในการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในยุครัฐบาลของท่านชวน หลีกภัย แต่ในยุคของรัฐบาลถัดมาท่านประธานครับ ก็จะเห็นได้ชัดว่าที่มีปัญหามากที่สุดก็คือในยุคของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร
คุณหมอประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ประท้วงสมาชิกผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ วรรคสอง ใช้คําพูดในลักษณะส่อเสียด เสียดสี ทําให้เกิดความแตกแยก คําพูดนั้นคือ รัฐธรรมนูญฉบับเหวง ท่านประธานครับผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานขอได้วินิจฉัย ให้ถอนคําพูดเพราะว่ามันจะเปึนการดูถูกพี่น้องประชาชน ๗๑,๕๔๓ คน อย่างยิ่งเลยครับ ถ้าไม่ถอน โปรดวินิจฉัยครับ
ท่านเทพไทช่วยกรุณาถอนสักหน่อย ได้ไหมครับ อย่าเสียดสี มาตรา ๔๓ วรรคสอง มันชัดนะครับ นิดหน่อยนะครับถอนไป
เหวง ท่านประธานทราบไหมครับว่าแปลว่าอะไรครับ ผมคิดว่าไม่ใช่คําที่มีความหมายที่ไม่ดี นะครับท่านประธาน ถ้าไม่ดีคุณหมอเหวงก็ไม่ได้ใช้ชื่อคุณหมอเหวงมาใช้ชื่อเหวงนะครับ
มันกําลังไปราบรื่นดีอยู่แล้ว
ท่านประธานครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประท้วงมาชิก ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ครับ คําวินิจฉัยท่านประธานถือเปึนสิ้นสุด สมาชิกยังฝ์าฝ๋น ท่านประธานต้องมีมาตรการดําเนินการตามข้อบังคับนะครับ
คือผมก็พยายามอะลุ้มอล่วยทุกฝ์าย ผมว่ามันก็นิด ๆ หน่อย ๆ ครับ เรื่องธรรมดา
ครับท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นก่อนหน้านี้มีคนใช้ว่าฉบับหมอเหวง ผมก็จะใช้ฉบับหมอเหวง ได้ไหม
คือไม่มีฉบับหมอเหวงครับ ฉบับประชาชน
ถ้าเปึนอย่างนั้นท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนว่าเมื่อวานที่พูดถึงฉบับหมอเหวง ท่านประธานต้องให้ถอนหมด ต้องให้ถอนหมดนะครับ ถ้าใครพูดถึงหมอเหวงต้องถอนหมด ถ้าคิดว่าชื่อนี้เปึนกาลกินีในสภาก็ต้องถอน ผมไม่มีปัญหาเลยครับท่านประธาน ถ้าหากว่า ท่านประธานต้องการให้มีมาตรฐานเดียวกัน ก็คือท่านประธานต้องดําเนินการให้มีการถอน คําว่า ฉบับหมอเหวง ทั้งหมด เมื่อวานพูดกันหลายคนเหลือเกิน
คือเมื่อวานมันพูดกันมาตลอดนะครับ
(นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ได้ยืน และยกมือขึ้น)
มีอะไรอีกครับคุณชลน่านครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงตามข้อบังคับ คําวินิจฉัยท่านประธานก็วินิจฉัยแล้ว จริงอยู่ครับ สมาชิกใช้คําว่า ฉบับหมอเหวงภาคประชาชน หมอเหวงเปึนผู้เสนอ ไม่เสียหายอะไรครับ แต่ฉบับเหวงนี่ เปึนลักษณะส่อเสียด เสียดสี ดูถูก และทําลายพี่น้องประชาชน ผมก็เพียงแต่ให้ท่านประธาน ช่วยวินิจฉัย ท่านก็วินิจฉัยแล้วว่าขอให้ถอน แต่สมาชิกดื้ออย่างนี้ท่านประธานไม่ให้ออก เหมือนท่านอาจารย์มานิตย์หรือครับ มาตรฐานเดียวกันนะครับท่านประธาน
คืออย่างนี้ครับ ต่อไปท่านจะอภิปราย เหวงเฉย ๆ ไม่ได้ ต้องฉบับของหมอเหวง
ยินดี ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมถอน เหวง ออก
สัมพันธ์กันกับคําพูดตั้งแต่เมื่อวาน เมื่อสักครู่นี้คําว่าเหวงเฉย ๆ ให้ท่านถอน
ผมใส่ หมอเหวงเข้าไปครับถ้าอย่างนั้น ผมถอน เหวง แล้วใส่ หมอเหวง
ถ้าเหวงเฉย ๆ นี่คุณถอนนะครับ
ครับ
เขาถอนแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เหมือนกับแก้ววิเศษก็จริงครับท่านประธาน แต่ว่าแก้ววิเศษมันจะตกอยู่ในมือของใคร ถ้าตกในมือพระ คนมีธรรมะก็จะใช้แก้ววิเศษ แก้วสารพัดนึก ได้ประโยชน์ แต่ว่าถ้าแก้วสารพัดนึก แก้ววิเศษตกอยู่ในมือโจรมันก็ไปใช้ ในทางที่ไม่ชอบท่านประธาน เช่นเดียวกันกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานจะเห็นว่า มาในยุคของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร จะเห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เริ่มมีปัญหา อันดับแรกท่านประธานก็เห็นนะครับว่ามีการใช้อํานาจเหนือระบบ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จํานวนมากครับ มีการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระโดยใช้เงื่อนไข ตามรัฐธรรมนูญ การต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็งโดยใช้ช่องว่างรัฐธรรมนูญในการควบรวม กิจการพรรคการเมือง ใช้เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญที่ป่ดกั้นการตรวจสอบ การอภิปราย ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายครั้งครับ ทั้งหมดเปึนพฤติกรรมของบุคคล ที่นําเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ โดยอาศัยช่องว่างของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ประโยชน์ เพื่อตนเอง จึงเกิดนโยบายผลประโยชน์ทับซ้อนนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น การที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาเพื่อคนคนเดียวนั้น เพื่อทําลายคนคนเดียวนั้น ผมก็อยากจะถามท่านประธานเช่นเดียวกันครับว่า ก็เพราะคนคนเดียวใช่หรือไม่ที่จําเปึนจะต้องมีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขึ้นมาอุดช่องว่าง และรูรั่วของคนฉลาดแกมโกงบางคนท่านประธาน ที่ฉวยโอกาสใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาหาประโยชน์ การพูดถึงเรื่องตุลาการภิวัตน์ท่านประธานก็จะได้ยินสมาชิกผู้มีเกียรติ เมื่อวานได้พูดเรื่องอํานาจอธิปไตยเปรียบเหมือนก้อนเส้า ๓ ก้อน นั่นก็คือฝ์ายนิติบัญญัติ ฝ์ายบริหาร และฝ์ายตุลาการ ก็ต้องยอมรับความจริงว่าก้อนเส้า ๓ ก้อนมันถูกผลักล้มไป ๒ ก้อน และอีก ๑ ก้อน ก็ต้องยอมรับความจริงว่า ก้อนเส้า ๓ ก้อนนี่มันถูกผลักล้มไป ๒ ก้อน และอีก ๑ ก้อน ก็เกือบจะล้มไป เพราะอํานาจนิติบัญญัติท่านประธานก็จะเห็นว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ให้มีการเลือกตั้ง ส.ว. โดยตรง โดยไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่ก็มีการใช้ช่องว่างของ รัฐธรรมนูญเข้าไปครอบงํา เข้าไปแทรกแซง ส.ว. จนได้ฉายาว่า สภาทาส ท่านประธาน ก็เห็นนะครับ มีการใช้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ในเรื่องของนิติบัญญัติ
ท่านเทพไท ครับ มีท่านร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ประท้วง ประท้วงอะไร ประท้วงผมหรือประท้วงอะไร
ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่ง และในฐานะเปึนอดีตสมาชิกวุฒิสภา จากการเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๔๓ ผมขอให้ท่านประธานให้ผู้อภิปรายถอนคําว่า สภาทาส เปึนการทําลายเกียรติภูมิของวุฒิสภา และทําลายเกียรติภูมิของตัวผมซึ่งเปึนอดีตสมาชิก วุฒิสภายุคนั้น ผมยืนยันว่าผมไม่ได้เปึนทาสใครทั้งสิ้น ผมเคยตั้งคําถามสังคมด้วยซ้ําว่า ตลอดเวลา ๖ ป้ที่ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภา ผมโง่กว่า ส.ว. คนอื่นหรืออย่างไร ลงมติทีไร กูแพ้ทุกที เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าวุฒิสภาชุดนั้นไม่ใช่สภาทาส มีคนที่มีความเห็นต่างเยอะแยะ ผมคนหนึ่งล่ะครับที่มีความเห็นต่างกับมติของสมาชิกวุฒิสภาชุดนั้น ช่วยถอนทีเถอะครับ สภาทาส มันไม่เหมาะสมที่จะใช้กับสถาบันอย่างนี้
ให้ถอนคําว่าอะไรนะ
สภาทาส ครับ
สภาทาส
ครับ ที่พูดถึงวุฒิสภาว่าเปึน สภาทาส ขอให้ถอนเสีย
ถอนเถอะครับ มันไม่มีสภาทาส ที่ไหนหรอกครับ
ผมต้องขอประทานโทษ ท่านเชาวรินธร์ อาจจะเปึนเสียงส่วนน้อยในสภาทาสครับ แต่ผม ต้องเรียนกับท่านประธานว่า
คือคุณเทพไทครับ มันจะไปกันใหญ่ แล้วครับ ถอนคําพูดเถอะครับ พอแล้วครับ นั่งลงเถอะครับ คุณเชาวรินธร์ครับ นั่งลงครับ
(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชัยภูมิได้ยืนและยกมือขึ้น)
คุณประสิทธิ์ครับ นั่งลงก่อนนะครับ ผมกําลังจะให้ ก็ประท้วงเหมือนกันใช่ไหม คุณจะประท้วงอะไรล่ะ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา
ประท้วงใคร
ผมนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วง ท่านประธานครับ ประธานท่านวินิจฉัยท่านต้องทําครับ คน ๆ นี้เปึนโฆษกเปึนอย่างนี้ ท่านประธานครับ
จะไปกันใหญ่แล้วนะครับ คุณประสิทธิ์ครับ
ใส่ร้าย ปัายสีคนตลอด ไปด่านคนโน้น ด่าคนนี้ รัฐบาลถึงเปึนอย่างนี้ไง มันเลยวิบัติไปหมดเลย รัฐบาล วิบัติหมดแล้ว
นั่งลงก่อนนะครับ
ผมบอกให้ ท่านประธานวินิจฉัยนะครับ
นั่งลงก่อน ผมกําลังวินิจฉัย
นี่ครับ ก็ทําผิดน่ะ
นั่งลงก่อนครับ อย่าใช้อารมณ์ เราผู้ใหญ่กันทั้งนั้น มีเหตุมีผลครับ ถอนคําว่า สภาทาส นะครับ ช่วยถอนเถอะครับ
ถอนครับ
ครับ ถอนแล้ว
แต่ว่า ผมเรียนท่านประธานว่า
คืออย่าใช้คํานี้ต่อไปอีกครับ จะเสีย ศักดิ์ศรีของท่านเองครับ คือสภา ไม่มีทาสใครทั้งนั้นครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ ไม่มีคําว่า ทาส นะครับ
ผมพูดถึงฉายาที่เขาให้ท่านประธาน
ไม่ต้องพูดแล้วครับ พูดแล้วมีปัญหา
ครับ ผมเข้าใจ ผมอุตส่าห์อภิปราย ตอนเช้านึกว่าพวกประท้วงยังไม่ตื่นนะครับ แต่ว่าโอเค (OK) ไม่เปึนไรครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ก้อนเส้า ๓ ก้อนที่
เดี๋ยวท่านเทพไทครับ ท่านประสิทธิ์ มีอะไรอีกครับ เมื่อสักครู่นี้ถอนไปแล้วครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผม นายแพทย์ประสิทธิ์ เขาใช้คําส่อเสียด เสียดสี มาตรา ๔๓ นี่ผิดชัดเจน ผมก็ไม่อยากประท้วงท่านหรอกครับ แต่ท่านทําอะไรไว้รัฐบาลมันจะเปึน อย่างไร ผมว่าอยู่ที่ท่านแล้ว มันวิบัติ ขณะตอนนี้วิบัติไปทั้งประเทศแล้วยังไม่พอหรือครับ โฆษกนี่ท่านวินิจฉัยหน่อยครับ เขาใช้คําว่าส่อเสียด เสียดสีตลอด
ครับ เดี๋ยวผมจะควบคุมการบริหาร ในการอภิปรายครับ มีอะไรครับคุณหมอวรงค์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม ประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นี้เขากําลังมากล่าวหา รัฐบาลด้วยคําว่า วิบัติ ซึ่งไม่เปึนคําจริง เพราะขณะนี้รัฐบาลสามารถบริหารประเทศ ให้เจริญรุ่งเรืองได้ ดังนั้นต้องขอให้เขาถอนคําว่า วิบัติ ออกเดี๋ยวนี้ครับท่านประธานครับ
ผมขอร้องนะครับ คือประท้วงกันไป ประท้วงกันมา การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญนี้มันก็ไปไม่ได้ครับ มันมีอะไรอีกหรือครับ ผมกําลังจะวินิจฉัย
ผมกําลัง จะเรียกร้องประธานให้เขาถอนคําว่า วิบัติ ท่านประธาน เขากําลังให้ร้ายปัายสีครับ ท่านประธาน เขาต้องถอนเดี๋ยวนี้ครับท่านประธาน คําว่า วิบัติ เพราะว่าใครทําให้ประเทศ วิบัติต่างหากครับ เขาคงจะรับรู้อยู่แล้ว ต้องถอนครับท่านประธาน
คุณหมอครับ เขาบอกว่าให้ถอนคําว่า วิบัติ ถ้ามันไม่มีวิบัติถอนไปเถอะครับ ไม่เสียหายอะไรครับ
วินิจฉัย เรื่องผมประท้วงก่อน แล้วค่อยวินิจฉัยเรื่องที่นั่น ผมก็ต้องทําตามขั้นตอนก่อนสิครับ นี่ท่านประธานจะเอาผมก่อน มันเลือกปฏิบัติ ท่านวินิจฉัยสิครับถ้าเขาพูด ท่านวินิจฉัย ก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะพูด
ผมวินิจฉัยอย่างไรล่ะ
วินิจฉัยเรื่อง ของคุณเทพไทยังไม่ได้วินิจฉัยให้เขาหยุดพูดส่อเสียดเลย
ผมวินิจฉัยแล้ว คุณเทพไทก็ถอนแล้ว
ไม่ใช่ เมื่อสักครู่ก็ส่อเสียดนะครับ กล่าวหาว่าเรื่องที่หาว่าผู้ประท้วง
ก่อนหน้านั้นผมควบคุมแล้วไม่ให้มี การสอดเสียด เสียดสีนะครับ ผมก็บอกเขาแล้ว ต่อไปเขาก็คงไม่เสียดสีอะไรแล้วนะครับ ก็ถือว่า เขาได้ถอนคําว่า ทาส เปึนเรื่องสําคัญ ก็ถอนไปแล้ว ผมก็วินิจฉัยไปแล้ว ตอนนี้ท่านมาพูดว่า
ท่านประธาน จะให้ผมถอนตรงไหนครับ
รัฐบาลวิบัติอะไรนี้
ให้ถอน ตรงไหนครับ รัฐบาลจะวิบัติหรือไม่วิบัติอยู่ที่ตัวเอง
ยิ่งไปกันใหญ่แล้ว
คําว่า วิบัติ ผมถอนก็ได้ แต่ว่าความเปึนจริงเปึนอย่างไรประชาชนเขารู้
คือปากหมอมันจะไปกันใหญ่ หมอกับ หมอผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร
นี่ดูสิครับ น้ําท่วม แผ่นดินสะเทือนไปหมด ทําแท้งเต็มไปหมด วิบัติแน่รัฐบาล ก็ถอนได้ครับ
คุณประสิทธิ์พอแล้วนะครับ เขาให้ถอน ก็ถอน ถ้าไม่ถอนผมก็ ถอนคําว่า วิบัติ คําเดียวเท่านั้นนะครับ ให้มันหมดปัญหาไปครับ
ท่านประธาน ผมถอนแล้วอย่างไรเมื่อสักครู่ ท่านไม่ได้ยินหรือครับ ผมถอนแล้ว ท่านวรงค์ก็เห็นว่า ผมถอนแล้ว
ถ้าถอนแล้วก็ขอบคุณครับ ถือว่าถอน แล้วครับ เชิญอภิปรายต่อครับ หมอ ๒ หมอนี่หยุดเสียทีเถอะครับ งานมันไม่เดินเลยครับ ถ่วงพระราชบัญญัติ เชิญเถอะครับคุณเทพไทครับ ช่วยกรุณาอย่าส่อเสียด เสียดสีอะไร ต่าง ๆ เลิกเถอะครับ ท่านเปึนคนดี
ก็ไม่ส่อเสียด ไม่เสียดสีอะไรหรอกครับท่านประธาน พูดเรื่องจริงครับท่านประธาน แต่ว่า เมื่อท่านประธานให้ถอนผมก็ยินดีครับ ไม่ขัดข้องครับท่านประธาน ในกรณีที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติเมื่อวานได้พูดถึงก้อนเส้า ๓ ก้อนว่ามันมีปัญหา ผมก็อยากจะเรียนว่ามันมี ปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน
ก้อนแรก ก็คือนิติบัญญัติครับ เพราะจะเห็นได้ว่าการทําหน้าที่นิติบัญญัติ ในการตรวจสอบฝ์ายบริหาร กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่เป่ดช่องให้มีการตรวจสอบ ได้ง่ายครับ รวมไปถึงการที่ผู้บริหารไม่มาตอบกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรจํานวน ๖ ป้ เปึนผู้บริหาร เปึนนายกรัฐมนตรีอยู่ ๖ ป้ ไม่ได้มาตอบกระทู้ถามแม้แต่ครั้งเดียว จึงมีที่มา รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เลยร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาโดยบัญญัติในมาตรา ๑๖๒ ว่า ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะต้องตอบกระทู้ถามต่อสภา ซึ่งตรงนี้เปึนจุดอ่อน ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ครับท่านประธาน
ก้อนเส้าก้อนที่สองครับ ฝ์ายบริหาร ท่านประธานก็จะได้เห็นว่าคนที่เปึน นายกรัฐมนตรีกําลังเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปรียบเหมือนกับระเบียบของบริษัททําหน้าที่ เปึนซีอีโอ (CEO) บริหารประเทศ ท่านประธานก็จะเห็นว่ามีการประชุม ครม. ถ่ายทอดทีวี รัฐมนตรีเปึนเพียงผู้ช่วย แล้วรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี้เองได้บัญญัติเหมือนกับร่างของ คปพร. ฉบับหมอเหวงบอกในมาตรา ๒๐๔ ว่าคนที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี จะต้องลาออกจากการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นจะได้เห็นว่าช่องว่างระหว่างฝ์ายบริหารกับฝ์ายนิติบัญญัติห่างกันมาก ในยุคของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณท่านประธานก็จะเห็นว่ารัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี จะมาร่วมการประชุมสภานี่น้อยมาก ซึ่งเปึนจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ฉบับ คปพร. ก็หยิบยกขึ้นมาอีกเพื่อจะแก้ให้เปึนไปตามที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เคยบัญญัติไว้ ส่วนก้อนเส้าก้อนที่ ๓ ครับท่านประธาน คืออํานาจตุลาการ เกือบล้มไปท่านประธาน ท่านประธานก็จะได้เห็นว่าเปึนสถาบันที่มีความมั่นคงมากที่สุด คู่กับบ้านเมือง คู่กับชาติ ประเทศไทย แม้ว่าจะมีการพยายามที่จะแทรกแซงกระบวนการตุลาการเท่าไรก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถที่จะประสบความสําเร็จได้ตามที่ต้องการ ถ้าท่านประธานจําได้ท่านประธาน ก็จะเห็นในคดีซุกหุ้นของการพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในยุคนั้น ที่มีคะแนนเสียง ๘ : ๗ ท่านประธานก็ได้ยินข่าวว่ามีการลอบบี้ มีการวิ่งเต้น มีการเอาลูกเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการยื่นเงินยื่นทองจํานวนมากครับ เปึนช่องว่างจริง ๆ ครับ ทําให้ตุลาการเกือบเพลี่ยงพล้ําไป แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราก็พยายามที่จะอุดช่องว่างตรงนี้มากที่สุดแล้ว ท่านประธานก็ยังเห็นครับมีทีมทนายความบางกลุ่มเอาถุงขนม เอาเงินใส่ไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วไปทิ้งไปลืมไว้ที่ศาล จะเห็นได้ชัดว่ามีการพยายามที่จะแทรกแซง ก้อนเส้าทั้ง ๓ ก้อนนี้ให้ล้มลงไปให้ได้ แล้วก็สถาปนาระบอบของตัวเองขึ้นมา เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีก็จริง แต่มันมีช่องว่างมาก ทําให้คนบางคน ใช้โอกาสเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนเครื่องมือ จึงจําเปึนต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง แล้วก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพื่อที่จะอุดช่องว่างทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานถ้าท่านประธานได้ฟังคําอภิปรายของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านถามครับว่าเราแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อใคร ผมก็อยากจะถามเหมือนกันนะครับว่า แล้วมีการประกาศดันทุรังเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับขึ้นมาอีกทําเพื่อใคร ผมอยากจะ เรียนว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่ถามว่าทําเพื่อใคร ประชาชนได้ประโยชน์ตรงไหน ผมก็อยากจะ ถามกลับว่าแล้วประชาชนเสียประโยชน์ตรงไหน การแก้รัฐธรรมนูญของ ครม. ของรัฐบาล ชุดนี้ ๒ ร่าง ผมอยากจะเรียนนะครับว่าถ้าหากว่านักการเมืองได้ประโยชน์ เปึนผลดี ต่อนักการเมือง พรรคการเมืองได้ประโยชน์เปึนผลดีต่อพรรคการเมือง ผลประโยชน์นั้น ก็ตกกับพี่น้องประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอนครับ ประชาชนก็จะได้ประโยชน์ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ถ้าการเมืองดี ประชาชนก็ได้ประโยชน์ด้วย เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเรียนนะครับว่า การที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมอ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์ รัฐบาลชุดนี้ พยายามที่จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ให้ได้เพื่อประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาล ผมคิดว่าไม่เปึนความจริงตามที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมได้จินตนาการ ผมอยากจะให้ ท่านประธานได้ดูว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่ใช่ผลประโยชน์ของนักการเมือง โดยตรงอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยได้มีคณะกรรมการ ๒ ชุดขึ้นมาศึกษาจุดอ่อนของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพื่อจะนํามาแก้ไข ชุดแรกก็คือชุดของคณะกรรมการสมานฉันท์ ที่มีคุณดิเรก ถึงฝัืง ขอประทานโทษที่เอ่ยนามเปึนประธาน ชุดนั้นเปึนกรรมาธิการวิสามัญ ส่วนใหญ่ก็เปึนนักการเมืองแล้วก็มีข้อสรุป ๖ ข้อ หลายคนก็อาจจะวิพากษ์วิจารณ์ว่า เพราะนักการเมืองเปึนกรรมาธิการเลยหาข้อสรุปที่เปึนผลประโยชน์กับนักการเมืองทั้งสิ้น แต่หากว่าถ้าดูคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง ชุดแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญที่ตั้งโดยรัฐบาลโดยมี อาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ เปึนประธานชุดนี้เปึนนักวิชาการล้วน ๆ ครับ แล้วนักการเมืองก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง รัฐบาลก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงท่านประธาน ก็จะเห็นว่าข้อสรุปนี่ไม่ต่างกันครับ ว่าการเลือกตั้งนี่เราก็ควรที่จะเลือกในลักษณะเขตเล็ก แล้วก็เบอร์เดียวหรือวันแมนวันโหวต แต่ถ้าทวงถามจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ทําไมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ผมอยากจะเรียนนะครับว่าเพราะเงื่อนไขข้อสรุปมันต่างกัน จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับฉบับ คปพร. หรือฉบับหมอเหวง หรือร่างของ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ๑๐๒ คน ก็คือเขตเล็ก แต่ว่าหากพิจารณาดูในร่างของ อาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ท่านประธานก็จะแลเห็นว่าแม้ว่าเปึนเขตเล็กแต่ก็ขยายเขต ให้ใหญ่ขึ้น โดยสัดส่วนประชากรเฉลี่ยแล้ว ๑๗๐,๐๐๐ คนต่อเขตเลือกตั้ง ซึ่งต่างกับ เขตเลือกตั้งเดิมที่มีประชากรแค่ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน เมื่อเขตเล็กวันแมนวันโหวต แต่ใหญ่กว่าเดิมก็ทําให้สามารถที่จะปัองกันการซื้อเสียงได้ระดับหนึ่ง ตรงนี้เองละครับ ผมอยากจะเรียนว่าเปึนจุดที่ทําให้พรรคประชาธิปัตย์เลยคิดว่าข้อสรุปของคณะกรรมการ ทั้ง ๒ ชุดที่เห็นพ้องต้องกันว่าควรที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เปึนเขตเล็กในจํานวน ๓๗๕ คน และในระบบสัดส่วน ๑๒๕ คน ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สมเหตุสมผลครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่าที่พวกผมพยายามที่จะผลักดันให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญให้ประสบความสําเร็จก็เพราะกติกาเงื่อนไขที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้กับ สังคมว่าท่านจะยุบสภาก็ต่อเมื่อกติกาการเลือกตั้งได้รับการแก้ไข สถานการณ์การเมือง ดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาทุกคนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ยุติธรรม ไม่เปึนธรรม มีการทําให้ได้เปรียบเสียเปรียบ แต่เมื่อวันนี้พวกเราจะมาแก้ไขให้มันยุติธรรม ไม่ให้มีการเสียเปรียบได้เปรียบ ผมไม่เข้าใจว่าทําไมคนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์กลับอยากจะใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยไม่มีการแก้ไขอีกครับท่านประธาน ผมจึงแสดงความคิดเห็นไว้ กับท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีคณะวิทยาลัยเทคนิคสระแก้วจากจังหวัดสระแก้วเข้ามาเยี่ยมชมรัฐสภานะครับ รัฐสภา ขอต้อนรับ
(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วนได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ ท่านสุนัยมีอะไร
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสักนิดเถอะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ ขอประทานโทษเอ่ยชื่อท่าน ท่านเทพไท เสนพงศ์ คือน้องชายของผม ต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านให้ความสนใจ ต่อทฤษฎีก้อนเส้า ๓ ก้อนที่ไม่ได้สมดุลกัน แต่ว่าการพาดพิงมาถึงทฤษฎีของผมนั้น อาจจะทําให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะว่ากระผมนั้นได้กล่าวเพื่อที่จะเตือนสติว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในทางโครงสร้างนั้นได้สร้างความเสียหายในระยะยาวให้แก่บ้านเมือง แล้วก็ผมอยากจะกราบเรียนนิดหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ผมก็ได้บอกเพื่อนสมาชิกของผมว่า สําหรับท่านเทพไทนั้นเราอย่าประท้วงท่านเลย เพราะท่านคือร่างทรงของท่านนายกรัฐมนตรี นิสัยท่านนายกรัฐมนตรีอย่างไรอีกด้านหนึ่งก็อยู่ที่ท่านนี่ละ ผมก็บอกหลายครั้งว่าน้องต้อง ระมัดระวังเรื่องเหล่านี้ เพราะว่าน้องจะต้องมีโอกาสในอนาคตเติบโตขึ้นไปอีกเยอะ และผมก็บอกเพื่อนว่าเวลาเขาด่าทักษิณ ถ้าท่านเทพไทด่าขออย่าให้ไปประท้วง เพราะนั่น ยิ่งทําให้คนเข้าใจมากขึ้นว่าทักษิณนั้นดีอย่างไร ดังนั้นท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนว่า การประชุมที่ผ่านมานี่ก็ค่อย ๆ ประคับประคองมาเรื่อย สมาชิกไม่ครบองค์เลยครับ ในสภานี้ ดังนั้นผมเองคิดว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีไม่อยากให้รัฐธรรมนูญนี้ผ่านสภา กรุณากระซิบมาที่ผมครับ บอกสุนัยช่วยทําให้ไม่ผ่านทีผมจะได้เสนอนับองค์แล้วจะได้ ตกไปเลยอย่ามาตีรวนอย่างนี้ ถ้าตีรวนอย่างนี้มันจะผ่านแบบมันน่าเกลียด ถ้าอยากจะให้ผ่าน แบบน่ารักกระซิบมาที่ผมก็แล้วกันครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านเทพไท สั้น ๆ นะครับ พาดพิงนิดหน่อย
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ จริง ๆ เปึนเรื่องเล็กครับท่านประธาน แต่ผมไม่อยากจะให้เพื่อนสมาชิกผู้อาวุโสใช้ลักษณะ วิธีการตีกินในลักษณะเช่นนี้กับสภา ผมอยากจะเรียนว่าถ้าทฤษฎีของท่านสุนัย ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ที่ท่านพูดเมื่อวานก็ในมุมมองทัศนะของท่านแต่ผมก็พยายามที่จะอธิบายในทัศนะ ของผม เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ได้คิดจะไปบิดเบือนและการพูดถึงในลักษณะว่าผมเปึนร่างทรง ของท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ครับท่านประธานผมเปึนแค่โฆษกส่วนตัว ผมเปึนแค่ไม้กันหมา เมื่อหมาจะกัดท่านนายกรัฐมนตรีผมจําเปึนต้องเตะหมา อาจจะมีขนหมาติดขาบ้างก็ไม่ไร ผมไม่ถือ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนกับท่านประธาน เพราะฉะนั้นไม่ได้เปึนร่างทรง แล้วผมเองก็ระมัดระวังที่จะตอบโต้ ถ้าหากว่าไม่ตอบโต้ไม่พูดพาดพิงมายังพวกผม ผมก็ ไม่ได้ก้าวก่าย ไม่ได้ไปว่าอะไรเขา ท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ท่านประธาน ให้ความเปึนธรรมกับผมด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
ให้ท่านชี้แจงแล้ว เชิญท่านสมชาย เพศประเสริฐ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัด นครราชสีมา ท่านประธานรัฐสภาครับ ผมเรียนว่าบรรยากาศดูค่อนข้างจะดีเช้า ๆ ก็ดูรู้สึกว่า มีรสมีชาติ ท่านประธานครับ สภาเราที่นี่ไม่มีสุนัขเพ่นพ่านนะครับท่านประธาน มีมากหน่อย ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเรียนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมขอแยกเนื่องจากเวลา สั้น ๆ นิดเดียว ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ มาตรา ๑๙๐
ท่านประท้วงอะไรครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมประท้วงผู้อภิปรายที่บอกว่าหมามีเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมคิดว่าเปึนคําพูดที่ค่อนข้างจะดูถูกเหยียดหยาม แล้วก็เปึนประเด็น ผมกราบเรียนว่า หมามีทั่วละครับ มันอยู่ที่ความสํานึก ทุกจังหวัดมีทั้งหมาและมีทั้งสุนัข เพราะฉะนั้นการที่ บอกว่าหมามีอยู่มากที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมคิดว่าไม่เหมาะสมควรจะถอนคําพูดนี้ออก ท่านก็เปึนผู้ใหญ่แล้ว ผมประท้วงให้ถอนคําพูดนะครับ
ท่านสมชายว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานครับ พอดีผมตั้งใจฟังท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ตั้งใจมากก็เลยคิดว่า พูดผิดไปนิดครับท่านประธาน ที่จริงแล้วสุนัขมีทั่ว ๆ ไป โคราชบ้านผมก็มี ไม่ใช่เฉพาะ จังหวัดนครศรีธรรมราชที่เดียว แค่นี้ก็คงจะจบนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
จบนะครับ เชิญท่านต่อ
ท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้
เดี๋ยว ท่านประท้วงอะไร อีกครับ
ท่านประธานครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ความตั้งใจของผู้อภิปรายดูถูก ผมคิดว่ายอมไม่ได้ครับ ต้องถอนคํานี้ก่อนไม่ใช่มาอธิบาย ผมให้ถอนนะครับ ต้องถอนคําว่า หมามีมากที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ไม่ได้ครับ เสียหายครับ
เอานะครับท่านสมชาย
เพราะจังหวัดนครศรีธรรมราชเปึนเมืองพระ เมืองผู้ดี
ท่านประธานครับ
เดี๋ยว เอาทีละคนนะครับ ท่านสมชายว่าอย่างไรที่เขาประท้วง เอาทีละคน ท่านก็บอกว่ามีทั่วไปอยู่แล้ว เชิญท่านสมชายครับ
ท่านประธานครับ ก็มีอยู่ทั่วไปตามที่ท่านประธานว่า เขาให้ถอนใช่ไหมครับท่านประธาน
ท่านถอนเถอะครับ
แล้วถ้าเกิดไปดูที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมันมีเยอะจะทําอย่างไรครับท่านประธาน
เอาเถอะ ก็มีเยอะทั่วไป ถอน ๆ กันไปเถอะครับ
ถ้าทั่วไปก็โอเค ก็จบไป ท่านประธานครับ
ถอนแล้วนะครับ ท่านนั่งได้ เขาถอนแล้ว ท่านสมชายถอนแล้วใช่ไหมครับ
ทั่ว ๆ ไปเหมือน ๆ กันหมด ท่านประธานครับ
ท่านถอนจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วใช่ไหมครับ
มันมีเหมือนกันหมด ท่านประธาน ถ้าถอน ถอนหมดครับ
ท่านถอนจังหวัดนครศรีธรรมราช
ท่านประธานบอกให้ถอน ก็ต้องถอน ผมมีวินัย ท่านประธานครับ
พอแล้ว นั่งลงได้ครับ ท่านนั่งลงได้ ไม่มีประท้วงแล้วใช่ไหมครับ
(นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นแล้วว่าการประชุม กฎหมายสําคัญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ วันนี้สมาชิกผมเห็นแล้วไม่ครบองค์ประชุมแน่ เพราะฉะนั้นผมขอเสนอนับองค์ประชุมครับ ขอผู้รับรองครับ
ท่านลองนับสิผู้รับรองเท่าไร ครบไหม
เกินอีกครับ ผู้รับรองเกินอีกครับ
ครบไหม เจ้าหน้าที่นับให้ ชัดเจน ๒๔ ท่านก็ยังไม่ครบใช่ไหมครับ ต้องเท่าไรถึงครบ ๒๐ ท่านหรือ คือผมอย่างนี้นะครับ เรากําลังไปดี ๆ เอาละครับถือว่าครบนะครับ ผมคิดว่าเรากําลังไปดี ๆ ก็พักการประชุม ๑๐ นาทีนะครับ
พักประชุมเวลา ๑๐.๒๗ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๐.๓๕ นาฬิกา
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ ท่านไพโรจน์ครับ ผมขอร้องถอนไปเถอะ ถ้าไม่อย่างนั้นก็นับองค์ประชุมเราก็เสียเวลา ผมขอความกรุณา
ท่านประธานครับ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เรากําลังพิจารณา กฎหมายสําคัญ และสมาชิกไม่อยู่ในห้องประชุมไม่ฟังและจะมาลงมติอย่างไรล่ะครับ ต้องฟังสิครับเหตุผลแต่ละฝ์าย เพื่อจะได้มาวิเคราะห์ตรึกตรองดูว่าสมควรจะรับหรือไม่รับ ผมยืนยันครับท่านประธาน ทุกฝ์ายต้องอดทนฟังกันบ้าง ผมเคยเปึนรัฐบาลมาก่อน ผมฟังหูจะแตกผมก็ต้องทน ไม่ใช่ว่าเขาพูดอะไรนิดหน่อย
ถ้าท่านไม่ยอมก็ไม่เปึนไรครับ
นับเลยครับท่านประธาน
เชิญคุณหมอจากจังหวัดตรัง
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านผู้เสนอนับองค์ประชุมนะครับว่าเขาไม่มีสิทธิทําครับ เพราะในการประชุมของเรานี่เราต้องยึดหลักข้อบังคับนะครับ อันนี้คือข้อบังคับการประชุม รัฐสภา ป้ ๒๕๕๓ ออกใหม่นะครับท่านประธาน ไม่มีสักข้อเลยครับที่บอกว่าให้สมาชิก มีสิทธิเสนอให้นับองค์ประชุมได้ ยกเว้นมีข้อ ๕ ข้อเดียวที่ให้ท่านประธาน (๔) รักษา ความสงบเรียบร้อยในที่ประชุมรัฐสภาตลอดจนถึงบริเวณรัฐสภา หมายความว่าอยู่ในอํานาจ ของท่านประธาน
คือคุณหมอก็เข้าใจในข้อบังคับ ท่านไพโรจน์ท่านเข้าใจว่าเราใช้ข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็เสนอนะครับ ผมก็ไม่ขัดข้องหรอกที่ท่านเสนอ ทีนี้ผมก็พยายามที่จะหาวิธีการ คือหมายความว่าไหน ๆ เหลือเวลาอีก ๔-๕ วัน เราก็สร้างความปรองดองของเราให้มันดีขึ้นนะครับ ผมก็มีเจตนา อย่างนั้น ผมอยากจะขอความกรุณาจากท่านวิปฝ์ายค้าน ท่านวิทยาเมตตาสักหน่อย ได้ไหมครับ วิทยา แก้วภราดัย วิทยา บุรณศิริ ๒ คนนี่กอดคอกันหน่อยได้ไหม คุณสุนัย พูดมากแล้ว
ท่านประธานครับ ผมพยายามจะช่วยท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ เมื่อวานนี้สถานการณ์ ตอนดึก ๆ ก็มีปัญหาความขัดแย้งกัน กรณีที่ประท้วงท่านอาจารย์มานิตย์ ผมเองก็อยากจะให้ สถานการณ์ของสภาเดินทางไปได้ด้วยดี วันนี้อยากจะขอช่วยท่านอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ เรื่ององค์ประชุมนี่เปึนเรื่องสําคัญ และผมก็รู้ว่าสถานการณ์อย่างนี้ ท่านรองประธานรัฐสภาท่านก็เลยหลบไปแล้วก็ให้ท่านขึ้นมา ซึ่งท่านเปึนบุคคลสําคัญ ที่สภาผู้แทนราษฎรเคารพท่าน
ขอบพระคุณครับ
แต่กราบเรียนว่าเมื่อสักครู่นี้ท่านไพโรจน์เสนอนับองค์ประชุม ตามระเบียบข้อบังคับ เมื่อมีผู้รับรองถูกต้องต้องนับ ส่วนท่านจะเตะถ่วงด้วยการอภิปรายอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป แต่ว่าจะใช้วิธีการผิดข้อบังคับอย่างนี้ไม่ได้ เพราะผมเองกราบเรียนท่านประธานครับว่า องค์ประชุมนี้จะทําให้ทุกฝ์ายตื่นตัวที่จะเข้ามาสู่สภา ดังนั้นผมเองได้เคยแจ้งความ ดําเนินคดีกับท่านรองประธานรัฐสภาไปแล้วครั้งหนึ่ง คดียังคาอยู่เลยครับ ผมไม่อยากให้ เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีก แต่ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะมาขอฝ์ายค้าน ผมอยากให้ ท่านประธานได้ทบทวนสักนิดหนึ่งว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้เราก็เรียบร้อยมาดีตลอด ผมเอง ก็อภิปรายในเนื้อหา แต่พอเป่ดรายการปัูบทําไมพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งได้อํานาจรัฐมาโดยไม่ชอบเราก็อดทน มาโดยตลอดครับ ทําไมไม่ปฏิบัติประพฤติเปึนฝ์ายรัฐบาลสักที แล้วก็กระทําการอย่างนี้ ท่านครับ หรือว่าจะเปึนเจตนาที่แอบแฝงที่นายกรัฐมนตรีจะดําเนินการให้มันล้มในสภา ด้วยวิธีง่าย ๆ ผมก็เลยบอกว่าช่วยกรุณากระซิบผมหน่อยเถอะครับเราจะได้ช่วยให้ ดังนั้นถ้าท่านจะขอให้ฝ์ายค้านดําเนินการเรื่องนี้ ท่านพูดสักนิดเถอะครับ แลขวาไปหน่อย คนที่จะทําให้บ้านเมืองมันเสียหายมากมายช่วยกระซิบหน่อยเถอะครับ บอกว่าขอให้ เพลา ๆ ได้ไหม เปึนรัฐบาลแล้วให้รู้จักเปึนรัฐบาลบ้าง ถ้าอย่างนั้นมาเปึนฝ์ายค้านสิ คราวหน้าจะเอาให้เต็มที่ไปเลยฝ์ายค้านไป ท่านครับ ขอเถอะครับอันนี้ ฝ์ายค้านนี่ มีเสียงไม่เท่าไรครับ ไม่มีสิทธิตรวจสอบอะไรได้ นั่นคือสิทธิของการตรวจสอบมีอยู่เท่านี้ ถ้าจะให้ดําเนินต่อไป ท่านครับอย่าเพิ่งมองมาทางซ้ายเลยครับ มองไปทางขวา และขอร้องหน่อยว่าอย่ากระทบกระเทียบกันมากได้ไหมแล้วเราก็จะเดินกันต่อไป กราบขอบพระคุณครับ อีกสักครู่ครับ ท่านลองแลขวาก่อนครับ และท่านค่อยแลซ้ายอีกที ขอบคุณครับ
ผมก็มองขวามองซ้ายนะครับ มองทั่ว ๆ ไป ก็อยากจะขอความกรุณาครับ คือถ้าอย่างนั้นก็ต้องเสียเวลานับองค์ประชุม นี่ก็ต้องกินเวลากันนานนะครับ ก็อยากจะให้บรรยากาศของเราราบรื่น ก็จึงขอร้องท่านไพโรจน์ ท่านไพโรจน์ก็ไม่เมตตาผมเลย ถอนเถอะครับคุณไพโรจน์ ให้บรรยากาศมันไปเรื่อย ๆ คนหนองจอก คนแถวเขตเลือกตั้งของท่านก็จะได้อนุโมทนาสาธุนะครับคุณไพโรจน์ ถือว่าประธานชัย ชิดชอบ ขอท่านก็แล้วกัน ท่านสิงห์ชัยมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดอุทัยธานี สิงห์ชัย ทุ่งทอง ท่านประธานครับ อย่างน้อยที่สุด ๑ วันที่ผ่านมาการอภิปรายของพวกเราในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๕ ร่างนี้ ดีบ้างไม่ดีบ้าง ผมเข้าใจในเชิงการเมือง การกระทําครั้งนี้เพื่อให้ผ่อนคลาย บรรยากาศ ไม่ว่าจะเปึนพรรคร่วมรัฐบาลหรือหลาย ๆ ฝ์าย เพื่อให้การเมือง และบ้านเมืองได้ขับเคลื่อน ผมก็อยากจะบอกฝ์ายรัฐบาลนิดหนึ่งว่าฝ์ายค้านนะครับ ให้เขาพูดไปเถอะครับ ไม่มีปัญหา ท่านอย่ามาชิงดีชิงเด่นกันในเชิง มาโต้กัน ผมว่า ปล่อยไปเถอะครับ ถึงที่สุดแล้วผมก็เชื่อว่ารัฐบาลจะต้องเดินหน้าได้ อย่าไปโต้กัน ผมว่า อายชาวบ้านด้วย ข้อสําคัญอย่างยิ่งเราสมาชิกวุฒิสภานะครับ เรามองเราอยู่กลาง ขณะนี้เราประชุมคณะกรรมาธิการกันอยู่ เราต้องวิ่งไปวิ่งท่าน ท่านอย่าลืม ส.ว. ผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นวิ่งไปวิ่งมาเกิดเปึนอะไรไปเปึนอย่างไรครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นขอเถอะ ครับว่าทั้ง ๒ ฝ์าย คือเราวิ่งมา เพราะฉะนั้นฝ์ายค้านอย่าไปโต้แย้งครับ ปล่อยเถอะครับ ไม่มีปัญหาหรอกครับ ก็ได้ระบายกันบ้าง ขอบพระคุณครับ
พอเถอะครับท่านสิงห์ชัยครับ ผมพยายาม ผมก็ว่าคงจะได้รับความเมตตาจากฝ์ายค้านคือท่านไพโรจน์จะช่วยเรา เชิญท่านชลน่าน ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ๒-๓ ประเด็นครับท่านประธาน
ประเด็นที่ ๑ ในการทําหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ถือว่าเปึนอํานาจหน้าที่ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นการที่สมาชิกได้ทําหน้าที่ไป ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพ โดยเฉพาะท่านสมาชิกวุฒิสภาที่ได้กรุณาลุกขึ้นมา เสนอแนะ ผมถือว่าเปึนเรื่องดีมากครับเปึนบรรยากาศที่น่าจะดี แต่ว่าผมไม่ได้กราบเรียน แล้วเกรงว่าจะเสียหาย การทําหน้าที่ของแต่ละฝ์ายถือว่าเปึนอํานาจหน้าที่ของแต่ละฝ์าย มิใช่มีการชิงดีชิงเด่นครับ แต่มันเปึนเรื่องของอํานาจหน้าที่ ผมเปึนเสียงข้างน้อยมีหน้าที่ ใช้สิทธิในการตรวจสอบ ย่อมตรวจสอบได้ถึงที่สุดครับ เพราะฉะนั้นประเด็นของการเสนอญัตติ ขอตรวจสอบองค์ประชุม ท่านประธานครับเปึนเอกสิทธิ์ของสมาชิกตามรัฐธรรมนูญ ในการจะตรวจสอบ ไม่จําเปึนต้องเขียนข้อบังคับ
เข้าใจครับ
เพราะฉะนั้น ท่านประธานจะได้วินิจฉัยว่าใช้ข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร อายเขาครับท่านประธาน ไม่มีครับ ข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎรเขาไม่เขียนครับ ข้อบังคับของรัฐสภาเขาไม่เขียน เพราะถือเปึนเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะใช้สิทธิในการตรวจสอบตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เอกสิทธิ์มาตรา ๑๒๒ ก็เขียนครับ มาตรา ๑๓๐ ก็เขียน มาตรา ๑๒๖ เกี่ยวกับการประชุม ผมก็ให้โอกาส
พอเข้าใจแล้วครับคุณหมอ
เพราะฉะนั้น ประเด็นการทําหน้าที่ของสมาชิกขึ้นกับอํานาจหน้าที่ ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ต้องทําไปตามข้อบังคับ
ก็ไม่ขัดข้องอะไรครับ
มีการเสนอ อย่างไรก็ทําไป อย่าได้กลัวครับ ครบก็ครบ ไม่ครบก็จบไป จะได้สมประโยชน์อย่างไรครับ จะได้สมประโยชน์รัฐธรรมนูญไม่ต้องแก้ครับ เพราะผมฟังแล้วหลาย ๆ เสียงไม่อยากให้ แก้ทุกร่างเลย กราบขอบคุณครับ
ผมได้เรียนขอร้องไปแล้วนะครับ เชิญท่านไพโรจน์ครับ
ท่านประธานครับ คือผมยืนยันแล้วก็อยากจะให้สภาแห่งนี้ได้พึงระมัดระวัง การทําหน้าที่ ของสมาชิกรัฐสภาเรากินเงินเดือนพี่น้องประชาชนเดือนหนึ่งมหาศาล เราควรจะต้องทํา หน้าที่อนาคตในประเทศชาติ
ไม่เปึนอะไรครับ ท่านไม่ถอนก็ไม่เปึน อะไรครับ เชิญท่านวิทยา แก้วภราดัย ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ที่จริงผมเข้าใจว่า บรรยากาศการประชุมที่ผ่านมา เราก็พยายามที่จะผ่อนสั้นผ่อนยาว แล้วก็ดําเนินการ ประชุมไปด้วยดี และก่อนการประชุมผมเข้าใจว่าด้วยความกรุณาของท่านประธาน ท่านก็ มีการนัดหารือระหว่างผมในฐานะประธานวิปรัฐบาล แล้วก็ท่านวิทยา บุรณศิริ ในฐานะ ประธานวิปฝ์ายค้าน พร้อมทั้งตัวแทนท่านประธานวิปของวุฒิสมาชิก เพื่อกําหนดกรอบ เวลาของการประชุม เพราะฉะนั้นหลาย ๆ ครั้งในการประชุมเปึนเรื่องปกติธรรมดา ที่การกระทบกระทั่งมีกันบ้าง แต่ก็เปึนเรื่องของทุกอย่างก็เปึนไปตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเพื่อบรรยากาศที่ดี ผมก็ใคร่ขอความกรุณาของเพื่อนสมาชิก จากฝ์ายค้าน เพราะการประชุมรัฐสภามันไม่มีเสียงข้างมากครับ ผมก็ไม่ใช่เสียงข้างมาก ในรัฐสภาครับ เพื่อนที่เปึนฝ์ายค้านก็ไม่ใช่เสียงข้างน้อยในรัฐสภาครับ เรามีเพื่อนวุฒิสมาชิก ร่วมประชุมอยู่ด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อกรอบเวลาเราคุยกันไว้ ถ้าจะกรุณาผมคิดว่าเราเดิน ตามกรอบเวลาทุกอย่างก็จะบรรลุไปด้วยดีครับ เพราะอย่างไรก็ตามคนก็จับตามองสภาเรา ทําอะไรก็ตามเราเหลือสภากันไว้เถอะครับ ผมคิดว่าเปึนหนทางที่ดีที่สุดในฐานะที่ผมเปึน ตัวแทนวิปรัฐบาล ก็ใคร่ขอความกรุณาฝ์ายค้านนะครับ ผมก็จะพยายามที่จะควบคุม ขอความกรุณาในภาครัฐบาลครับ ให้พยามที่จะเพลา ๆ ทุกอย่างตามที่ท่านขอครับ
ท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกรัฐสภา จริง ๆ ข้อเท็จจริงผมเรียนผมก็ได้ นั่งฟังมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ท่านประธานควรที่จะต้องดําเนินการให้เปึนไปตาม ระเบียบวาระแล้วก็ข้อบังคับ การพูดพาดพิงการอภิปรายในเชิงเสียดสี ซึ่งท่านผู้อภิปราย เองก็ทํามาโดยตลอด ผู้ประท้วงเองก็ทํามาโดยตลอด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องเห็นใจว่า ฝ์ายค้านนั้นทําหน้าที่ในซีกของฝ์ายค้านในฐานะสมาชิกรัฐสภา ซึ่งเสียงก็น้อยอยู่แล้ว ก็ทําหน้าที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้นกระบวนการที่ท่านประธานจะต้องรักษาไว้ซึ่งบรรยากาศ ในการประชุมนั้น ผมขออนุญาตให้ท่านประธานได้ดําเนินการด้วยครับ เพราะมิฉะนั้น ท่านประธานก็ต้องเชิญบุคคลเหล่านั้นท่านนั้นออกจากห้องประชุมเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดี สิ่งที่ท่านไพโรจน์กระทําก็เพียงแค่ทําเพื่อให้เกิดขบวนการกระตุ้นเพื่อให้เกิดความรับผิดชอบ ในการพิจารณารัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนกฎหมายสําคัญที่รัฐบาลมีความคาดหวังอยากจะทํา ความเข้าใจกับสมาชิกรัฐสภา ผมเองก็รออภิปรายอยู่ ผมคิดว่าท่านไพโรจน์คงกรุณาได้ครับ แต่ว่าท่านประธานต้องปฏิบัติให้มากกว่านี้ จริงครับผมยอมรับครับว่าองค์ประชุมนั้น เปึนส่วนหนึ่งที่ไม่สามารถที่จะกําหนดขึ้นมาได้ เพราะนี่คือการประชุมรัฐสภา แต่ว่า ประธานเองก็ต้องควบคุมให้การประชุมนั้นดําเนินไปได้ด้วยดี ผมจึงเรียนให้ท่านประธาน ได้โปรดวินิจฉัยแล้วก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เรียบร้อยด้วยครับ
ครับ เชิญท่านนิคมครับ ท่านรองประธานวิปฝ์าย ส.ว. ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภาและในฐานะที่เปึนประธานวิปของวุฒิสภา ผมมานั่งดูพิจารณาแล้วว่า ถ้าการประชุมอย่างนี้ เมื่อพรรคฝ์ายค้านไม่ยอมที่จะถอนญัตติเรื่องของการนับ องค์ประชุม แล้วก็เพื่อการให้เดินหน้าไปได้ ผมในฐานะที่ได้ปรึกษากับเพื่อนสมาชิกแล้วว่า วันนี้เราจะดูว่าใครบ้าง ท่านสมาชิกท่านใดบ้างที่มีความตั้งใจที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ของสมาชิกรัฐสภา ท่านครับ ท่านไม่ต้องไปวินิจฉัยอย่างอื่นละครับ ผมขอเสนอให้เสนอ นับองค์ประชุมตามที่ที่ประชุมได้เสนอครับ
ครับ ก็เพื่อความเรียบร้อย มีอะไร คุณหมอวรงค์
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์นายวรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมมีเรื่องที่จะเรียนกับท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วองค์ประชุมของรัฐสภามันเปึนความรับผิดชอบร่วมกันทั้ง ๓ ส่วน ก็คือทั้ง ส.ส. ฝ์ายค้าน ส.ส. ฝ์ายรัฐบาล
ครับ เข้าใจครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน ดังนั้น
ครับ เข้าใจครับ ผมฟังมามากแล้ว
ต้องการ ให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นในการรับผิดชอบองค์ประชุม อยากให้ประธานช่วยนับ องค์ประชุมด้วยการขานชื่อครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
คือเรื่องมันมีอย่างนี้นะครับ เมื่อวานนี้ มีองค์ประชุมครบหมดเพราะว่าได้เซ็นชื่อกัน เราพูดกันทั้ง ส.ส. ส.ว. มาเกือบ ๖๐๐ ท่าน แล้วเราได้ประชุมกันจนถึงหกทุ่มสามสิบนาทีก็มีการพักการประชุมมาประชุมวันนี้ เราก็ถือ องค์ประชุมเมื่อวานนี้เปึนหลักจึงไม่ได้มีการเซ็นชื่อ อันนี้ก็เปึนทางออกทางหนึ่ง ที่กระผมจะเรียนให้ที่ประชุมทราบนะครับ เพราะเรายังไม่มีการลงมติใด ๆ ทั้งสิ้น ก็เปึน การเป่ดประชุมเพราะเราถือองค์ประชุมเมื่อวานนี้เปึนหลักเพราะเปึนการประชุมต่อเนื่อง เชิญครับท่าน
ผมก็พยายามไปกล่อมเพื่อนสมาชิก แต่เมื่อทุกฝ์ายวันนี้กลายเปึนว่าข้อบังคับของสภานี่ มันชัดเจน ทุกฝ์ายเห็นร่วมกันหมดว่าควรจะนับองค์ประชุมด้วยเหตุผลเพื่อจะได้กระตุ้น ความเอาการเอางานของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ส.ว. ก็เห็นด้วย เมื่อสักครู่ คุณหมอวรงค์ก็เสนอแล้วผมก็ยกมือช่วยคุณหมอวรงค์ด้วยนะครับ ดังนั้นวันนี้มันเปึน เอกภาพกันหมดแล้ว ท่านครับลองสักทีครับ นับอย่างไรก็แล้วแต่เพื่อกระตุ้นให้ทุกคน มาร่วมทําหน้าที่ครับ มันไม่มีทางอื่นแล้วครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ
ครับ ก็นับกันครับ ก็นับองค์ประชุม ถ้าไม่ครบองค์ประชุมเราก็พักการประชุมไปนะครับ มันก็มีแค่นั้นเองครับ เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ มีอะไรคุณสุวโรช เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายสุวโรช พะลัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในนามสมาชิกรัฐสภา ผมขอความกรุณาท่านประธาน อย่างนี้ได้ไหมครับว่าในขณะนี้ท่านประธานช่วยสํารวจให้ผมหน่อยได้ไหมครับว่า มีการประชุมคณะกรรมาธิการต่าง ๆ ของ ส.ส. เท่าไร ของ ส.ว. เท่าไร แล้วในขณะนี้ยัง ประชุมกันอยู่หรือไม่ เช่นของผมนี่คณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณก็ยังมี การประชุมกันอยู่เมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่าออดที่ท่านประธานกดนี่ทางตึก วุฒิสภา ผมไม่มั่นใจว่าจะเข้าไปในห้องประชุมหรือไม่ เพราะฉะนั้นขอความกรุณา ท่านประธานตรงนี้ได้รอ ขอเวลาสักครึ่งชั่วโมงครับ ขอบพระคุณครับ
ครับผมจะรอ ให้เจ้าหน้าที่ไปตาม แล้วก็ให้ป่ดการประชุมของคณะกรรมาธิการชุดต่าง ๆ นะครับ ให้เข้ามาในห้องประชุม ก่อนนะครับ เชิญครับท่าน ส.ว. ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุพจน์ โพธิ์ทองคํา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิก รัฐสภาครับ ท่านประธานครับ เมื่อคืนนี้เราพักการประชุมไปเพื่อที่จะให้เช้ามาคงไม่ต้องมี การตรวจสอบองค์ประชุม เพื่อที่จะให้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เรากําลังพิจารณานั้น สามารถดําเนินการได้ เพราะว่าโดยหลักทั่ว ๆ ไปในการปฏิบัติของเรานั้นท่านที่ยังไม่ได้ มีสิทธิอภิปรายก็จะอยู่ข้างนอกบ้าง ไปมีภารกิจบ้าง และอีกสักระยะหนึ่งก็เข้ามา ขณะนี้ ผมเดินทางกลับมาจากโรงพยาบาลศิริราช ผมคิดว่าประชาชนอีกหลายคนที่เขาตั้งใจ อยากจะฟังความคิดเห็นของท่านสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมไปพบพยาบาล ไปอะไรต่าง ๆ หลายคนนะครับเขาอยากฟังว่าพวกเรามีความคิดเห็นอย่างไร การที่เช็ก (Check) องค์ประชุมก็คือเท่ากับคิดว่าจะป่ดสภานะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เข้าห้องประชุมนะครับ ท่านที่กําลังประชุมคณะกรรมาธิการก็หยุดก่อน เข้ามาในห้องประชุม เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมว่าจะครบ หรือไม่ครบ เชิญนะครับ ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ทุกท่านนะครับ ไม่มีการอภิปรายอีกแล้วครับ จะนับองค์ประชุมแล้วครับอาศัยข้อบังคับครับ จะรอสมาชิก พอแล้วครับ รอสมาชิกมาเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม
(นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ได้ยืน และยกมือขึ้น)
ไม่ต้องแล้วครับ ผมเห็นว่าไม่ไหว แล้วละครับ เราตรวจสอบองค์ประชุม ถ้าไม่ครบองค์ประชุมเราก็ป่ด ก็มีแค่นั้นเองครับ
(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้ยืน และยกมือขึ้น)
มีอะไรอีกหมอวรงค์ จบแล้ว
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมยืนยันกับท่านประธานนะครับว่าเมื่อสักครู่ผมเสนอญัตติให้นับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อครับ ท่านประธาน แล้วเมื่อสักครู่ก็มีเพื่อนรับรองเรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ
ผมก็ปฏิบัติตามข้อบังคับแล้วนะครับ ท่านพูดอะไรเราก็ดําเนินการอยู่แล้ว แต่ตอนนี้รอพวกที่อยู่ในห้องประชุมคณะกรรมาธิการ ทั้ง ส.ว. ทั้ง ส.ส. เพื่อให้ท่านเข้ามาในห้องประชุม เมื่อท่านนั่งในห้องประชุมแล้วช่วยกรุณา เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านสมาชิกรัฐสภาที่เคารพครับ ช่วยเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมถ้าไม่เสียบบัตรแสดงตน ก็เท่ากับโกหกตัวเองนะครับ ผมประชุมทุกครั้งของกลุ่มต่าง ๆ ที่มาสัมมนากันนะครับ ผมก็บอกว่าห้องประชุมแห่งนี้เปึนห้องศักดิ์สิทธิ์ ฉะนั้นใครโกหกใครไม่ได้ในห้องนี้ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมช่วยกรุณาเข้าห้องประชุมด่วนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เสียบบัตรแสดงตนกันเรียบร้อยแล้วหรือยังครับ ผมไม่ให้ใครพูดอีกแล้วครับ เสียบบัตร แสดงตนพอครับ ท่านมาก็เสียบบัตรแสดงตนกันให้เรียบร้อยครับ ถ้าเสียบบัตรแสดงตน ไม่ขึ้นก็บอกเจ้าหน้าที่ให้เขามาดูว่าเครื่องเสียหรือเปล่า ท่านสั่งลูกน้องเสียบบัตรกันหมดหรือยังครับ ผมไม่ให้พูดแล้วคุณคมเดช ไม่ให้พูดแล้วครับ ไม่มีการพูด มีอย่างเดียวให้ช่วยเสียบบัตรแสดงตนก่อนครับ เดี๋ยวครับ กําลังทยอยกัน เข้ามาเรื่อย ๆ ครับ มีอะไรครับท่าน เชิญครับ มีอะไร
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพนะครับ ผมอยากเห็นภาพท่านประธานตรงไปตรงมา สักครั้งหนึ่ง
ผมไม่ค่อยตรงเท่าไรตรงไหนครับ
คือบ่อยครั้งนะครับท่านประธาน เวลาท่านประธานดําเนินการ โดยเฉพาะเรื่องของการเช็ก องค์ประชุม ผมได้ติดตามมาโดยตลอดว่าท่านจะใช้เวลาอีกนานเท่าไร ว่าการตรวจสอบ องค์ประชุมมันต้องมี
ผมพยายามนับรายหัวเลยครับ ผมพยายามนับรายหัว ก็คนแก่ก็ต้องมองช้าหน่อย
กฎหมายคําสั่งเรียกของกรรมาธิการท่านไม่ได้รอแบบนี้เลยนะครับ นี่กฎหมายสูงสุด ของประเทศ ส่งผลเลยครับ ท่านประธาน ส่งผลเลยครับท่านประธาน กล้า ๆ หน่อย
ขณะนี้สภายินดีต้อนรับ ท่านอิซาโอ๊ะ ริจิบา เลขานุการอดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ์นและคณะ จากประเทศญี่ปุ์น ด้วยความยินดีนะครับ สภาไทยไม่เหมือนสภาญี่ปุ์นหรอกครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาใหม่โปรดเสียบบัตรแสดงตน ด้วยครับ
(สมาชิกทําการทําเสียบบัตรและกดปุ์มแสดงตน)
ท่านสมชายมีอะไร เสียบบัตรหรือยังครับ
เรียบร้อยแล้วครับ ท่านประธานครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาต หารือครับ เมื่อสักครู่คุณหมอวรงค์ได้มีผู้รับรองแล้วขอขานชื่อเปึนรายบุคคล ท่านประธาน วินิจฉัยว่าอย่างไรครับ จะขานเปึนชื่อเปึนรายบุคคลหรือไม่
คือถ้าดูแล้วมัน ผมก็กําลังวินิจฉัยว่า จะชี้ขาดอย่างไร นับองค์ประชุมก่อนครับ ตามที่หมอวรงค์ว่า เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อ
ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ตั้งกรรมการ เอา ๓ ท่านก็พอ ไม่ต้องเอามากนะครับ หมอชลน่านคนหนึ่งมา คุณเทพไท เสนพงศ์ มา แล้วก็ท่านสมชาย แสวงการ มา ๓ ท่านครับ พอครับ เชิญครับ ๓ ท่าน เปึนกรรมการ เอา ๓ ท่าน มันจะเร็วขึ้นครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ
ครับผม
ท่านประธานรัฐสภาสั่งให้พวกเราเสียบบัตรแสดงตน และอยู่ ๆ ท่านประธานก็เชื่ออีกว่า ให้ขานชื่อ และตกลงว่าวิธีการของท่านจะดําเนินการแบบไหน ท่านต้องพูดต่อที่ประชุม
คืออย่างนี้ครับ คือที่ผมให้เสียบบัตร แสดงตนนี่จะรอพวกให้มาเต็ม
มันไม่ใช่ครับ ท่านประธานพูดอย่างนั้นไม่ได้
ทีนี้พอมาเต็มแล้ว ผมเห็นว่าควรจะ พิสูจน์ความจริง เพราะทีวีกําลังถ่ายว่าใครอยู่ในห้องประชุมบ้าง ก็เลยต้องขานชื่อ ให้มันชัดเลยครับ เชิญครับคุณหมอชลน่าน เชิญครับคุณเทพไท เสนพงศ์ เชิญครับ ๓ ท่าน ส่งเอกสาร ส่งรายชื่อเอกสารให้ท่าน ท่านสมาชิกต่อไปจะมีการขานชื่อ แล้วก็ ท่านยืนขึ้นเพราะกล้องจะได้ถ่ายภาพของท่านไว้ให้ประชาชนทั่วประเทศได้เห็น เปึนการ พิสูจน์ชัดว่า ส.ส. อยู่ในห้องประชุมมีใครบ้าง ถ้าไม่มี สมัยหน้าผู้แทนคนนั้นคงจะได้รับ เลือกตั้ง เชิญเลขาธิการอ่านเลยครับ ตอนนี้ครบแล้วครับ เชิญครับ
นายกนก ลิ้มตระกูล
(นายกนก ลิ้มตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรดิตถ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
พันโท กมล ประจวบเหมาะ
(พันโท กมล ประจวบเหมาะ สมาชิกวุฒิสภาภาคอื่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายกรณ์ จาติกวณิช
มาครับ
นางกรรณิการ์ เจริญพันธ์
(นางกรรณิการ์ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายกฤช อาทิตย์แก้ว
(นายกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกําแพงเพชร ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์
(นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี
(นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
พลตรี กลชัย สุวรรณบูรณ์
มาครับ
นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร
(นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางกอบกุล พันธ์เจริญวรกุล
อยู่ค่ะ
นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์
(นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพังงา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายกัมพล สุภาแพ่ง
(นายกัมพล สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย
มาค่ะ
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช
มาค่ะ
นายการุณ โหสกุล
(นายการุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ ในที่ประชุม )
นายกิตติ สมทรัพย์
(นายกิตติ สมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ
(นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์
(นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางกีระนา สุมาวงศ์
มาค่ะ
นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์
มาครับ
พลตํารวจตรี เกริก กัลยาณมิตร
พลตํารวจตรี เกริก กัลยาณมิตร มาครับ
นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม
(นายเกรียงศักดิ์ ฝัายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวเกศสิณี แขวัฒนะ
(นางสาวเกศสิณี แขวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายเกษม อุประ
(นายเกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
พลเอก เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์
(พลเอก เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภาภาคอื่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
พลตํารวจเอก โกวิท ภักดีภูมิ
มาครับ
นายโกวิทย์ ธารณา
ผม โกวิทย์ อยู่ครับ
นายไกร ดาบธรรม
นายไกรอยู่ครับ
นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ
อยู่นี่ครับ ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ มาแล้วครับ
พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์
อยู่ครับ
นายขยัน วิพรหมชัย
อยู่ครับ
นายขวัญชัย พนมขวัญ
(นายขวัญชัย พนมขวัญ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดแพร่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายคงกฤช หงษ์วิไล
(นายคงกฤช หงษ์วิไล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
นายคมเดช ไชยศิวามงคล
(นายคมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายครรชิต ทับสุวรรณ
ผม ครรชิต ทับสุวรรณ อยู่ครับ
นายคํานูณ สิทธิสมาน
อยู่ครับ
นายจตุพร เจริญเชื้อ
(นายจตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
นายจตุพร พรหมพันธุ์
(นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
นายจตุรงค์ ธีระกนก
อยู่ครับ
นายจรัล จึงยิ่งเรืองรุ่ง
(นายจรัล จึงยิ่งเรืองรุ่ง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสระบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์
(นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายจักรกฤษณ์ ทองศรี
มาครับ
นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น
(นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายจักรัตน์ พั้วช่วย
(นายจักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร
(นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายจารึก อนุพงษ์
(นายจารึก อนุพงษ์ สมาชิกวุฒิสภาภาครัฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายจํานงค์ สวมประคํา
(นายจํานงค์ สวมประคํา สมาชิกวุฒิสภาภาควิชาการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์
(พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์
อยู่ครับ
นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล
จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล อยู่ค่ะ
นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา
จิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา อยู่ค่ะ
นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์
(นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์
(นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์
(นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางจิราวรรณ จงสุทธนามณี
มาค่ะ
นายจุติ ไกรฤกษ์
อยู่ครับ
นายจุมพฏ บุญใหญ่
จุมพฏ บุญใหญ่ อยู่ประชุมครับ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
อยู่ครับ
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์
อยู่ครับ
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
(นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายเจตน์ ศิรธรานนท์
(นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภาภาครัฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายเจรจา เที่ยงธรรม
(นายเจรจา เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายเจริญ คันธวงศ์
อยู่ตั้งแต่ เมื่อเช้าจนเดี๋ยวนี้ครับ
นายเจริญ จรรย์โกมล
(นายเจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ ในที่ประชุม
นายเจริญ ภักดีวานิช
อยู่ครับ
นายเจะอามิง โตะตาหยง
อยู่ครับ
นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ
อยู่ค่ะ
นายเจือ ราชสีห์
อยู่ครับ
นายฉลาด ขามช่วง
(นายฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง
(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน
อยู่ครับ
นายเฉลิมชาติ การุญ
เฉลิมชาติ อยู่ครับ
นางสาวเฉลิมลักษณ์ เก็บทรัพย์
อยู่ค่ะ
นางชนากานต์ ยืนยง
(นางชนากานต์ ยืนยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
นายชนินทร์ รุ่งแสง
ชนินทร์อยู่ครับ
นางชมภู จันทาทอง
(นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
นายชยุต ภุมมะกาญจนะ
(นายชยุต ภุมมะกาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายชรินทร์ หาญสืบสาย
(นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตาก ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายชลน่าน ศรีแก้ว
ท่านประธานครับ ชลน่าน ศรีแก้ว อยู่ แต่ไม่ประสงค์ขอเปึนองค์ประชุมครับ
นายชลิต แก้วจินดา
อยู่ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงครับ
ไม่ต้องประท้วงหรอก เขาพูดอย่างไร ก็ได้ สิทธิครับ
เขาไม่อยากอยู่เปึนองค์ประชุมเขาต้องเดินออกไปนะครับ
เสียเวลา
แล้วก็ไม่ต้องมาทําหน้าที่ครับ ถ้าไม่อยู่ทําหน้าที่ก็เดินออกไปครับ ผมประท้วงจริง ๆ ครับ เพราะว่าเรื่องอย่างนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในสภาไทยนะครับ ที่ผ่านมาเราก็ต้องเคารพต่อรัฐสภา นะครับท่านประธาน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นนะครับ ท่านอยู่ท่านบอกว่าท่านไม่เปึน องค์ประชุมหมายความว่าอย่างไรครับ ถ้าท่านไม่ทําหน้าที่ท่านเดินออกไปเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะใช้สิทธิพาดพิงจากเพื่อนสมาชิก ที่ลุกขึ้น กระผมทําหน้าที่ของกระผมตามที่ท่านประธานมอบหมาย มาตรวจสอบองค์ประชุม กระผมขอกราบเรียนตามตรงว่าผมอยู่แต่ไม่ขอเปึนองค์ประชุม เปึนสิทธิที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธานได้ คนที่จะวินิจฉัยให้ผมออกจากห้องประชุม ไม่ใช่บุญยอด สุขถิ่นไทย เปึนท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานวินิจฉัยแล้วผมจะขออนุญาตไม่ทําหน้าที่ แล้วให้บุญยอดมานั่งตรงนี้แทน ยินดีเลยครับ
ถ้าอย่างนั้นนั่งเถอะ ผมให้คุณเปึน กรรมการ คุณมีหน้าที่นั่ง ไม่ต้องเถียงกันครับ
ท่านประธานครับ กรุณาให้บุญยอด สุขถิ่นไทย ถอนคําพูดด้วยครับ ถ้าไม่ถอนคําพูดผมไม่ยอมนะครับ
คุณบุญยอดท่านก็ชอบพูดอย่างนั้นครับ
ชอบไม่ได้ครับ ท่านประธาน นี่รัฐสภาครับ ทําตามข้อบังคับ ทําตามกฎหมาย ไม่ใช่ทําตามความรู้สึก ต้องถอนครับ ท่านไม่ได้มีหน้าที่เปึนประธานรัฐสภา มาวินิจฉัยผมได้อย่างไร ท่านประธาน ต้องให้เขาถอนครับ
เพื่อบรรยากาศ คุณบุญยอดครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมทักท้วงต่อสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมนี้นะครับ ว่าเขาไม่ได้ปฏิบัติตนตามที่ควรจะเปึนของตําแหน่งสมาชิก เขาอยู่ในห้องประชุม ถ้าอยู่ในห้องประชุมต้องเปึนองค์ประชุมครับ เขาขานชื่อครับ เพราะฉะนั้นจะให้ ฝ์ายเลขานุการนับอย่างไรล่ะครับ มันไม่มีเอกสิทธิ์หรอกครับว่าอยู่ในห้องประชุมขานชื่อ แล้วบอกว่าตัวเองไม่เปึนองค์ประชุม มันเปึนไปไม่ได้ครับท่านประธาน
ก็พอแล้วครับ คือคุณถอนหรือไม่ถอน ผมก็บังคับคุณไม่ได้เพราะมันเปึนเอกสิทธิ์ของคุณครับ เห็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ ส.ส. มีเอกสิทธิ์ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ถ้าไม่ฟังประธานแล้วก็ไม่รู้จะทําอย่างไรครับ
ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมจําเปึนต้องกล่าวอย่างนั้น จริง ๆ ท่านประธานครับ เพราะว่าเปึนแนวคิดของพรรคเสียงข้างน้อยที่เราจําเปึน ต้องตรวจสอบองค์ประชุมแล้วเราไม่ขอร่วมเปึนองค์ประชุม ท่านประธานเองมอบหมาย ให้ผมมาอยู่ตรงนี้กระผมก็ปฏิบัติตาม กระผมก็เรียนตามตรง ไม่ได้ผิดข้อบังคับตรงไหน แล้วท่านเองมากล่าวหาผมว่าไม่ทําหน้าที่
ไม่ผิดหรอกครับ
เพราะฉะนั้น ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้ท่านบุญยอดถอนครับ
นั่งเถอะครับ ผมวินิจฉัยแล้ว
ท่านกรุณาวินิจฉัย ถ้าท่านวินิจฉัยแล้วท่านบุญยอดไม่ทําตาม ท่านประธานต้องทําตามข้อบังคับครับ
คือคุณบุญยอด ถ้าจะถอนก็ได้ถอน ถ้าไม่ถอนก็นั่งลง ก็ไม่เปึนไรครับ พอแล้วครับ เชิญอ่านต่อ เสียเวลาครับ
นายชวน หลีกภัย
กระผม ชวน หลีกภัย อยู่ครับ
นายชวลิต วิชยสุทธิ์
(นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
นายชัย ชิดชอบ
อยู่ครับ
นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล
(นายชัยวัฒน์ กุลศักดิ์วิมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง
(นายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยนาท ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์
อยู่ครับ
นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว
ผม ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อยู่ครับ
นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ
(นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์
(นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครนายก ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายชาดา ไทยเศรษฐ์
อยู่ครับ
นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์
ท่านประธานครับ ผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ อยู่ครับ
นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์
(นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ
อยู่ครับ
นายชุมพล จุลใส
อยู่ครับ
นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร
(นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายชูชาติ หาญสวัสดิ์
(นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ
(นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายเชน เทือกสุบรรณ
อยู่ครับ
นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์
อยู่ครับ
ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ
(ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ
(นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายเชิดพงศ์ ราชปัองขันธ์
(นายเชิดพงศ์ ราชปัองขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายโชติรัส ชวนิชย์
(นายโชติรัส ชวนิชย์ สมาชิกวุฒิสภาภาควิชาการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
อยู่ครับ
นายไชยยศ จิรเมธากร
อยู่ครับ
นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์
(นายไชยวัฒน์ ติณรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายไชยา พรหมา
(นายไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายซูการ์โน มะทา
(นายซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายฐนโรจน์ โรจนกุลเสฏฐ์
ฐนโรจน์ อยู่ครับ
นายฐานิสร์ เทียนทอง
(นายฐานิสร์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นางฐิติมา ฉายแสง
(นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์
(นายฐิระวัตร กุลละวณิชย์ สมาชิกวุฒิสภาภาครัฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร
อยู่ครับ
ท่านประธานครับ ก่อนจะหมด ช ผม ชรินทร์ หาญสืบสาย มาครับ ขอเพิ่มหน่อยได้ไหมครับ ช นายชรินทร์ หาญสืบสาย ขออนุญาตเพิ่มรายชื่อ ขอบคุณครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ท่านสมาชิกที่มาทีหลังขอความกรุณาขานหมายเลขให้ผมจะได้จด หมายเลขไว้ แล้วมาเพิ่มชื่อได้ครับ
๗๙. นายชรินทร์ หาญสืบสาย นายณรงค์ จันทนดิษฐ
อยู่ครับ
พลเรือเอก ณรงค์ ยุทธวงศ์
ท่านประธานครับ ขออนุญาตนิดเดียว
ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกรัฐสภา อยากให้ทางท่านเลขาธิการ ได้อ่านหมายเลขประจําตัวด้วย เพื่อจะได้สะดวกแล้วก็ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ
ท่านเลขาธิการอ่านหมายเลขด้วย ดัง ๆ เลยนะครับ
๑๑๗. นายณรงค์กร ชวาลสันตติ
(นายณรงค์กร ชวาลสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๑๘. นายณัชพล ตันเจริญ
อยู่ครับ
๑๑๙. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
(นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๐. นายณัฐวุฒิ สุขเกษม
ท่านประธาน ๑๒๐. ณัฐวุฒิ สุขเกษม อยู่ครับ
๑๒๑. นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ
(นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๒. นายดนัย นพสุวรรณวงศ์
(นายดนัย นพสุวรรณวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๓. นายดนุพร ปุณณกันต์
(นายดนุพร ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๔. นางดวงแข อรรณนพพร
(นางดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๕. นายดิเรก ถึงฝัืง
(นายดิเรก ถึงฝัืง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนนทบุรีไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๖. นางสาวตรีนุช เทียนทอง
(นางสาวตรีนุช เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๒๗. ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ
ท่านประธานค่ะ ตรึงใจอยู่ค่ะ
๑๒๘. นายตวง อันทะไชย
๑๒๙. นายต่วนอับดุลเล๊าะ ดาโอ๊ะมารียอ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ต่วนอับดุลเล๊าะ ดาโอ๊ะมารียอ สมาชิกวุฒิสภา ในนามของ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตเปลี่ยนสถานที่เมื่อสักครู่ไมโครโฟนทางโน้นเสียครับ ผมมาครับ ขอบคุณมากครับ
๑๓๐. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น
(นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๓๑. นายติ่งสมชัย เจริญชัยฤทธิ์
(นายติ่งสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๓๒. นายตุ่น จินตะเวช
มาครับ
ท่านประธานครับ ติ่งสมชัย มานะครับ
๑๓๑. นายติ่งสมชัยค่ะ
มาครับ
๑๓๓. นายไตรรงค์ ติธรรม
(นายไตรรงค์ ติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๓๔. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี
(นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๓๕. นายถนอม ส่งเสริม
ถนอม ส่งเสริม มาครับ
๑๓๖. นายถวิล ไพรสณฑ์
อยู่ครับ
๑๓๗. นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์
(นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๓๘. นายถาวร ลีนุตพงษ์
ผม ถาวร มาครับ
๑๓๙. นายถาวร เสนเนียม
(นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่อยู่ในที่ ประชุม)
๑๔๐. นายถิรชัย วุฒิธรรม
(นายถิรชัย วุฒิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๔๑. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย
(นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๑๔๒. รองศาสตราจารย์ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต
ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต อยู่ครับ
๑๔๓. นายทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย
อยู่ครับ
๑๔๔. นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง
ทวีศักดิ์อยู่ครับ
๑๔๕. นายทศพร เทพบุตร
(นายทศพร เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๔๖. นายทศพล เพ็งส้ม
ทศพล เพ็งส้ม อยู่ครับ
๑๔๗. นายทองดี มนิสสาร
(นายทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๔๘. รองศาสตราจารย์ทัศนา บุญทอง
ทัศนา อยู่ค่ะ
๑๔๙. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ
(นางทัศนียา รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ระชุม)
๑๕๐. นายเทพไท เสนพงศ์
อยู่ครับ
๑๕๑. นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ
เทวฤทธิ์ นิกรเทศ อยู่ครับ
๑๕๒. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์
อยู่ครับ
๑๕๓. นายธนเทพ ทิมสุวรรณ
(นายธนเทพ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ ประชุม)
๑๕๔. นายธนา ชีรวินิจ
อยู่ครับ
๑๕๕. นายธนาธร โล่ห์สุนทร
(นายธนาธร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๕๖. นายธนิตพล ไชยนันทน์
ธนิตพล ไชยนันทน์ จังหวัดตาก อยู่ครับ
๑๕๗. นายธนู กุลชล
นายธนู กุลชล อยู่ครับ
๑๕๘. นายธเนศ เครือรัตน์
(นายธเนศ เครือรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ ประชุม)
๑๕๙. นายธวัช บวรวนิชยกูร
ธวัช บวรวนิชยกูร อยู่ครับ
๑๗๐. นายธวัชชัย บุญมา
อยู่ครับ
๑๖๑. นายธวัชชัย อนามพงษ์
อยู่ครับ
๑๖๒. นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย
ธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย มาค่ะ
๑๖๓. นายธันว์ ออสุวรรณ
(นายธันว์ ออสุวรรณ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๖๔. นายธานี เทือกสุบรรณ
อยู่ครับ ธานีครับ
๑๖๕. นายธารา ป่ตุเตชะ
อยู่ครับ
๑๖๖. นายธีระ ไตรสรณกุล
(นายธีระ ไตรสรณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๑๖๗. นายธีระ สลักเพชร
อยู่ครับ
๑๖๘. นายธีระจิตต์ สถิโรตมวงศ์
ธีระจิตต์ สถิโรตมวงศ์ อยู่ครับ
๑๖๙. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์
ธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ อยู่ครับ
๑๗๐. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา
(นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๗๑. นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ
อยู่ครับ
๑๗๒. นายนคร มาฉิม
อยู่ครับ
๑๗๓. นายนที สุทินเผือก
(นายนที สุทินเผือก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๗๔. นายนพคุณ รัฐผไท
(นายนพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๗๕. นายนพดล มาตรศรี
(นายนพดล มาตรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๗๖. นายนรพล ตันติมนตรี
นรพล ตันติมนตรี อยู่ครับ
๑๗๗. นายนราพัฒน์ แก้วทอง
นราพัฒน์ แก้วทอง อยู่ครับ
๑๗๘. นายนริศ ขํานุรักษ์
นริศ อยู่ครับ
๑๗๙. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์
มาค่ะ
๑๘๐. นางนฤมล ธารดํารงค์)
(นางนฤมล ธารดํารงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๗๘. นางนฤมล ศิริวัฒน์
(นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุตรดิตถ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๑๘๒. นายนวัธ เตาะเจริญสุข
(นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๘๓. นายนัจมุดดีน อูมา
(นายนัจมุดดีน อูมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๘๔. นางนันทนา ทิมสุวรรณ
(นางนันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๘๕. นางนันทพร วีรกุลสุนทร
อยู่ค่ะ
๑๘๖. นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ
นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ อยู่ค่ะ
๑๘๗. นายนาราชา สุวิทย์
อยู่ครับ
๑๘๘. นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ
นิคม เชาว์กิตติโสภณ อยู่ครับ
๑๘๙. นายนิคม ไวยรัชพานิช
นิคมอยู่ครับ
๑๙๐. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง
นิติวัฒน์อยู่ครับ
๑๙๑. นายนิทัศน์ ศรีนนท์
(นายนิทัศน์ ศรีนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๙๒. นายนิพนธ์ บุญญามณี
นิพนธ์ บุญญามณี อยู่ครับ
๑๙๓. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์
อยู่ครับ
๑๙๔. นายนิพนธ์ ศรีธเรศ
(นายนิพนธ์ ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๑๙๕. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ
อยู่ครับ
๑๙๖. นางนิภา พริ้งศุลกะ
อยู่ค่ะ
๑๙๗. นายนิมุคตาร์ วาบา
นิมุคตาร์ อยู่ครับ
๑๙๘. นายนิยม ช่างพินิจ
(นายนิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๑๙๙. นายนิยม วรปัญญา
(นายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๒๐๐. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล
(นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๒๐๑. นายนิยม เวชกามา
(นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๐๒. นายนิรมิต สุจารี
(นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๐๓. นายนิโรธ สุนทรเลขา
(นายนิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๐๔. นางนิลวรรณ เพชระบูรณิน
นิลวรรณ เพชระบูรณิน อยู่ค่ะ
๒๐๕. นายนิอาริส เจตาภิวัฒน์
อยู่ครับ
๒๐๖. พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ
อยู่ครับ
๒๐๗. นายบรรจบ รุ่งโรจน์
(นายบรรจบ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๐๘. นายบรรชา พงศ์อายุกูล
นายบรรชา มาครับ
๒๐๙. นายบรรพต ต้นธีรวงศ์
บรรพต ต้นธีรวงศ์ อยู่ครับ
๒๑๐. นายบวรศักดิ์ คณาเสน
บวรศักดิ์ คณาเสน อยู่ครับ
๒๑๑. นายบัญญัติ เจตนจันทร์
บัญญัติ เจตนจันทร์ อยู่ครับ
๒๑๒. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน
บัญญัติ บรรทัดฐาน อยู่ครับ
๒๑๓. นายบุญชัย โชควัฒนา
(นายบุญชัย โชควัฒนา สมาชิกวุฒิสภาภาคเอกชน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๔. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์
(นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๕. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย
บุญยอด สุขถิ่นไทย อยู่ทําหน้าที่สมาชิกรัฐสภาด้วยความภาคภูมิใจครับ
๒๑๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ
(นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๑๗. นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด
(นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๑๘. นายบุญส่ง โควาวิสารัช
(นายบุญส่ง โควาวิสารัช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๑๙. นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์
อยู่ครับ
๒๒๐. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร
อยู่ครับ
๒๒๑. ร้อยตรี ปรพล อดิเรกสาร
อยู่ครับ
๒๒๒. นายประกอบ รัตนพันธ์
อยู่ครับ
๒๒๓. นายประเกียรติ นาสิมมา
(นายประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๒๔. นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ
ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ จังหวัดขอนแก่น ๑๗๔ อยู่ครับ
๒๒๕. นายประชา ประสพดี
(นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๒๖. พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก
(พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๒๗. นายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์
(นายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสกลนคร ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๒๘. นายประนอม โพธิ์คํา
(นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๒๙. นายประพนธ์ นิลวัชรมณี
อยู่ครับ
๒๓๐. นายประพร เอกอุรุ
อยู่ครับ
๒๓๑. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช
นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ประจวบคีรีขันธ์) นายประมวล พงศ์ถาวราเดช จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ครับ
๒๓๒. นายประมวล เอมเป้ย
(นายประมวล เอมเป้ย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๓๓. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์
อยู่ครับ
๒๓๔. นายประวัติ ทองสมบูรณ์
(นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๓๕. นายประสงค์ นุรักษ์
(นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภาภาคอื่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๓๖. นายประสพสุข บุญเดช
อยู่ครับ
๒๓๗. นายประสาร มฤคพิทักษ์
(นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภาภาควิชาการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๓๘. นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ
(นายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๓๙. นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล
อยู่ครับ
๒๔๐. นายประสิทธิ์ โพธสุธน
อยู่ครับ
๒๔๑. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย
(นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๔๒. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
(นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๔๓. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย
(นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๔๔. รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์
อยู่ครับ
๒๔๕. นายประเสริฐ บุญชัยสุข
อยู่ครับ
๒๔๖. นายประเสริฐ บุญเรือง
(นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๔๗. นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์
(นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๔๘. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ
อยู่ครับ
๒๔๙. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย
(นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกําแพงเพชร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๕๐. นางสาวปรีชญา ขําเจริญ
มาค่ะ
๒๕๑. นายปรีชา มุสิกุล
อยู่ครับ
๒๕๒. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข
(นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๕๓. หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต
(หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต สมาชิกวุฒิสภาภาคอื่น ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๕๔. นายปวีณ แซ่จึง
(นายปวีณ แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๕๕. นายปัญญวัฒน์ บุญมี
อยู่ครับ
๒๕๖. นายปัญญา ศรีปัญญา
อยู่ครับ
๒๕๗. นางปานหทัย เสรีรักษ์
(นางปานหทัย เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๕๘. นายปารเมศ โพธารากุล
ปารเมศ โพธารากุล อยู่ครับ
๒๕๙. นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ
(นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๖๐. นางปารีณา ไกรคุปต์
อยู่ค่ะ
๒๖๑. นายป่ยะรัช หมื่นแสน
อยู่ครับ
๒๖๒. นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา
ปุระพัฒน์ อยู่ครับ
๒๖๓. นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข
(นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๖๔. นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ
อยู่ค่ะ
๒๖๕. นางผุสดี ตามไท
ผุสดี ตามไท อยู่ค่ะ
๒๖๖. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
(นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๖๗. ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย
(ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๖๘. นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ
พงศ์เวช เวชชาชีวะ อยู่ครับ
๒๖๙. พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน
อยู่ครับ
๒๗๐. นางพจนารถ แก้วผลึก
(นางพจนารถ แก้วผลึก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๒๗๑. นายพนิช วิกิตเศรษฐ์
ผม พนิช วิกิตเศรษฐ์ อยู่ครับ
๒๗๒. นายพรชัย สุนทรพันธุ์
อยู่ครับ
๒๗๓. นางพรทิพย์ โล่ห์วีระ จันทร์รัตนปรีดา
อยู่ค่ะ
๒๗๔. นางพรทิวา นาคาศัย
พรทิวา อยู่ค่ะ
๒๗๕. นายพรพจน์ กังวาล
อยู่ครับ
๒๗๖. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร
(นางสาวพรพิมล ธรรมสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๗๗. นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์
พรพันธุ์ อยู่ค่ะ
๒๗๘. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ
(นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๗๙. นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์
(นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๒๘๐. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี
(นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๘๑. นายพ้อง ชีวานันท์
(นายพ้อง ชีวานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๘๒. นางสาวพัชรี โพธสุธน
พัชรี อยู่ค่ะ
๒๘๓. นางพัฒนา สังขทรัพย์
พัฒนา สังขทรัพย์ จังหวัดเลย อยู่ร่วมประชุมตลอดเวลาค่ะ
๒๘๔. พันตํารวจเอก พายัพ ทองชื่น
(พันตํารวจเอก พายัพ ทองชื่น สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสระแก้ว ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๒๘๕. นายพิกิฏ ศรีชนะ
พิกิฏ ศรีชนะ จังหวัดยโสธร อยู่ครับ
๒๘๖. นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์
อยู่ค่ะ
๒๘๗. พลตํารวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์
พลตํารวจโท พิชัย อยู่ครับ
๒๘๘. นายพิชัย อุตมาภินันท์
พิชัย อุตมาภินันท์ อยู่ครับ
๒๘๙. พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี
อยู่ครับ
๒๙๐. นายพิเชต สุนทรพิพิธ
อยู่ครับ
๒๙๑. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙๒. นายพิเชษฐ์ ตันเจริญ
อยู่ครับ
๒๙๓. นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล
อยู่ครับ
๒๙๔. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล
พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล อยู่ค่ะ
๒๙๕. นายพินิจ กุลละวณิชย์
พินิจ กุลละวณิชย์ อยู่ครับ
๒๙๖. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์
(นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๒๙๗. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข
(นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๒๙๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา
อยู่ครับ
ท่านประธานคะ หม่อมราชวงศ์ปรียนันทนา รังสิต อยู่ค่ะ
๒๙๙. นายพีระ มานะทัศน์
(นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดลําปาง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๐๐. นายพีระเดช ศิริวันสาณฑ์
พีระเดช อยู่ครับ
๓๐๑. นายพีระพงษ์ เฮงสวัสดิ์
อยู่ครับ
๓๐๒. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
(นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๐๓. นายพีระเพชร ศิริกุล
(นายพีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๐๔. นายพุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย
พุฒิพงศ์ สงวนวงศ์ชัย อยู่ครับ
๓๐๕. นายเพิ่มพูน ทองศรี
อยู่ครับ
๓๐๖. นายไพจิต ศรีวรขาน
(นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๐๗. นายไพฑูรย์ แก้วทอง
อยู่ครับ
๓๐๘. นายไพบูลย์ ซําศิริพงษ์
(นายไพบูลย์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๐๙. นายไพบูลย์ นิติตะวัน
ไพบูลย์ นิติตะวัน อยู่ครับ
๓๑๐. นายไพโรจน์ ตันบรรจง
(นายไพโรจน์ ตันบรรจง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๑๑. นายไพโรจน์ ถัดทะพงษ์
ไพโรจน์ อยู่ครับ
๓๑๒. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์
ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ อยู่ครับ
๓๑๓. นางฟาริดา สุไลมาน
(นางฟาริดา สุไลมาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๑๔. นายภคิน ปริศนานันทกุล
ภคิน ปริศนานันทกุล อยู่ครับ
๓๑๕. นายภราดร ปริศนานันทกุล
ภราดร ปริศนานันทกุล อยู่ครับ
๓๑๖. นายภิญโญ สายนุ้ย
(นายภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกระบี่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๑๗. นายภิรมย์ พลวิเศษ
(นายภิรมย์ พลวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๑๘. นายภุชงค์ รุ่งโรจน์
อยู่ครับ
๓๑๙. นายภูมิ สาระผล
(นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๒๐. นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์
อยู่ครับ
๓๒๑. ร้อยโท ภูมิศักดิ์ หงษ์หยก
(ร้อยโท ภูมิศักดิ์ หงษ์หยก สมาชิกวุฒิสภาภาคเอกชน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๒๒. นายมงคล ศรีคําแหง
มงคล ศรีคําแหง อยู่ครับ
๓๒๓. นายมณฑล ไกรวัตนุสสรณ์
๓๒๔. นายมณเฑียร บุญตัน
(นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาภาคอื่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๒๕. นายมนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์
มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ อยู่ครับ
๓๒๖. นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ
อยู่ครับ
๓๒๗. นายมนตรี ปาน้อยนนท์
นายมนตรี ปาน้อยนนท์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ครับ
๓๒๘. พลโท มะ โพธิ์งาม
(พลโท มะ โพธิ์งาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๒๙. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช
(นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๓๐. นายมานพ ปัตนวงศ์
มานพ ปัตนวงศ์ อยู่ครับ
๓๓๑. นายมานพน้อย วานิช
มานพน้อย วานิช อยู่ครับ
๓๓๒. นายมานะ โลหะวณิชย์
(นายมานะ โลหะวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๓๓. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์
มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ อยู่ครับ
๓๓๔. นายมานิต นพอมรบดี
นายมานิต นพอมรบดี จังหวัดราชบุรี อยู่ครับ
๓๓๕. นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
(นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๓๖. นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์
มานิตย์ อยู่ครับ
๓๓๗. พลตํารวจโท มาโนช ไกรวงศ์
อยู่ครับ
๓๓๘. นายมาโนช เฮงยศมาก
มาโนช อยู่ครับ
๓๓๙. นายมารุต บุญมี
(นายมารุต บุญมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๔๐. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์
(นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๔๑. นายมูหามะรอสดี บอตอ
อยู่ครับ
๓๔๒. นายไมตรี สอยเหลือง
ไมตรี สอยเหลือง จังหวดชลบุรี อยู่ครับ
๓๔๓. นายยรรยง ร่วมพัฒนา
ยรรยง อยู่ครับ
๓๔๔. นายยศศักดิ์ ชีววิญ็ู
อยู่ครับ
๓๔๕. นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา
ผม ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา จังหวัดจันทบุรี อยู่ครับ
๓๔๖. นายยุซรี ซูสารอ
อยู่ครับ
๓๔๗. พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี
อยู่ครับ
๓๔๘. นายยุทธนา ยุพฤทธิ์
อยู่ครับ
๓๔๙. นายยุทธพงษ์ แสงศรี
(นายยุทธพงษ์ แสงศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๕๐. นางยุวดี นิ่มสมบุญ
อยู่ค่ะ
๓๕๑. นายรณฤทธิชัย คานเขต
รณฤทธิชัย คานเขต จังหวัดยโสธร อยู่ครับ
๓๕๒. นางสาวรสนา โตสิตระกูล
อยู่ค่ะ
๓๕๓. นางรสสุคนธ์ ภูริเดช
รสสุคนธ์ ภูริเดช อยู่ค่ะ
๓๕๔. ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี
(ร้อยตรีหญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๕๕. นายรักพงษ์ ณ อุบล
รักพงษ์ ณ อุบล อยู่ครับ
๓๕๖. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์
(นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๕๗. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ
รังสิกร อยู่ครับ
๓๕๘. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี
นางสาวรังสิมา รอดรัศมี จังหวัดสมุทรสงคราม อยู่ค่ะ
๓๕๙. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท
รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อยู่ค่ะ
๓๖๐. ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก
อยู่ค่ะ
๓๖๑. นางรัชนี พลซื่อ
รัชนี พลซื่อ อยู่ค่ะ
๓๖๒. นายรัฐกร เจนกิจณรงค์
(นายรัฐกร เจนกิจณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๖๓. นายรุสดี บินหะยีสะมะแอ
(นายรุสดี บินหะยีสะมะแอ สมาชิกวุฒิสภาภาควิชาชีพ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๖๔. นายเรวัต สิรินุกุล
(นายเรวัต สิรินุกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๖๕. นายเรวัต อารีรอบ
อยู่ครับ
๓๖๖. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
(นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภาภาคเอกชน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๖๗. นายเรืองเดช สุพรรณฝ์าย
(นายเรืองเดช สุพรรณฝ์าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๖๘. นางสาวละออง ติยะไพรัช
(นางสาวละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๖๙. นายลาภศักดิ์ ลาภาโรจน์กิจ
อยู่ครับ
๓๗๐. นางลินดา เชิดชัย
(นางลินดา เชิดชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๗๑. พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช
พลเอก เลิศรัตน์ อยู่ครับ
๓๗๒. นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ
อยู่ครับ
๓๗๓. นายวรงค์ เดชกิจวิกรม
อยู่ครับ
๓๗๔. นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล
(นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๗๕. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล
(นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๗๖. นายวรวิทย์ บารู
วรวิทย์ บารู อยู่ครับ
๓๗๗. นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์
วรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ อยู่ครับ
๓๗๘. นายวรวุฒิ โรจนพานิช
วรวุฒิ โรจนพานิช อยู่ครับ
๓๗๙. นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์
นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ อยู่ค่ะ
๓๘๐. นายวรสิทธิ์ กัลปีตินันท์
(นายวรสิทธิ์ กัลปีตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๘๑. นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา
(นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๘๒. นายวรินทร์ เทียมจรัส
นายวรินทร์ เทียมจรัส อยู่เปึนองค์ประชุมด้วยครับ
๓๘๓. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ
วัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ อยู่ครับ
๓๘๔. นายวัชรพล โตมรศักดิ์
วัชรพล โตมรศักดิ์ อยู่ครับ
๓๘๕. นายวัชระ เพชรทอง
วัชระ เพชรทอง จงรักภักดี อยู่ครับ
๓๘๖. นายวัชระ ยาวอหะซัน
วัชระ จังหวัดนราธิวาส อยู่ครับ
๓๘๗. นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม
วันชัย แสงสุขเอี่ยม อยู่ครับ
๓๘๘. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์
(นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๘๙. นายวัลลภ ไทยเหนือ
(นายวัลลภ ไทยเหนือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๙๐. นายวัลลภ สุปริยศิลปี
(นายวัลลภ สุปริยศิลปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๙๑. นายวารุจ ศิริวัฒน์
อยู่ครับ
๓๙๒. นายวาสิต พยัคฆบุตร
(นายวาสิต พยัคฆบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๓๙๓. นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์
(นายวิจิตร พรพฤฒิพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๙๔. นายวิชัย ล้ําสุทธิ
วิชัย ล้ําสุทธิ จังหวัดระยอง อยู่ครับ
๓๙๕. นายวิชัย สามิตร
(นายวิชัย สามิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลําภู ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๙๖. นายวิชาญ มีนชัยนันท์
(นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๙๗. นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์
(นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาภาควิชาชีพ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๓๙๘. นายวิเชียร ขาวขํา
(นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๓๙๙. นายวิเชียร คันฉ่อง
อยู่ครับ
๔๐๐. นายวิเชียร อุดมศักดิ์
วิเชียร อุดมศักดิ์ จังหวัดอํานาจเจริญ อยู่ครับ
๔๐๑. นายวิฑูรย์ นามบุตร
วิฑูรย์ นามบุตร อยู่ครับ
๔๐๒. นายวิทยา แก้วภราดัย
อยู่ครับ
๔๐๓. นายวิทยา ทรงคํา
(นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๔๐๔. นายวิทยา บุตรดีวงค์
(นายวิทยา บุตรดีวงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๐๕. นายวิทยา บุรณศิริ
(นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๐๖. นายวิทยา อินาลา
(นายวิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครพนม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๐๗. นายวิทวัส บุญญสถิตย์
อยู่ครับ
๔๐๘. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์
อยู่ครับ
๔๐๙. พันเอก วินัย สมพงษ์
อยู่ครับ
๔๑๐. นายวิระ มาวิจักขณ์
วิระ มาวิจักขณ์ อยู่ครับ
๔๑๑. นายวิรัช ร่มเย็น
วิรัช ร่มเย็น อยู่ครับ
๔๑๒. นายวิรัช รัตนเศรษฐ
(นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๑๓. นายวิรัติ พาณิชย์พงษ์
อยู่ครับ
๔๑๔. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ
วิรัตน์ กัลยาศิริ จังหวัดสงขลา อยู่ครับ
๔๑๕. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์
วิรัตน์ วิริยะพงษ์ จังหวัดสุโขทัย อยู่ครับ
๔๑๖. นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์
(นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๑๗. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน
(พลตํารวจเอก พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๑๘. นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์
อยู่ครับ
๔๑๙. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ
(นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๐. นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์
(นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๑. นายวิสุทธิ์ ไชยอรุณ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๒๒. พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์
อยู่ครับ
๔๒๓. พลตํารวจตรี วีระ อนันตกูล
อยู่ครับ
๔๒๔. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์
(นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๒๕. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์
(นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๒๖. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร
อยู่ครับ
๔๒๗. นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง
(นายวุฒิพงศ์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๒๘. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร
วุฒิพงษ์ นามบุตร จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ครับ
๔๒๙. นายแวดือราแม มะมิงจิ
ท่านประธาน ผม วิชาญ ๓๙๗ อยู่ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายดิเรก ถึงฝัืง ๑๕๒ อยู่ครับ
นายแวมาฮาดี แวดาโอะ
อยู่ครับ
๔๓๑. พลตรี ศรชัย มนตริวัต
(พลตรี ศรชัย มนตริวัต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๔๓๒. นางสาวศรีสกุล มั่นศิลปี
(นางสาวศรีสกุล มั่นศิลปี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๓๓. นายศักดา คงเพชร
(นายศักดา คงเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๓๔. นายศิริโชค โสภา
ศิริโชค โสภา อยู่ครับ
๔๓๕. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์
อยู่ครับ
๔๓๖. นายศุภชัย โพธิ์สุ
(นายศุภชัย โพธิ์สุ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๓๗. นายศุภชัย ศรีหล้า
ผม ศุภชัย ศรีหล้า จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ครับ
๔๓๘. นายศุภวัฒน์ เทียนถาวร
อยู่ครับ
๔๓๙. นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์
(นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๔๐. นายสกลธี ภัททิยกุล
สกลธี ภัททิยกุล อยู่ครับ
๔๔๑. นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร
สงกรานต์ จิตสุทธิภากร อยู่ครับ
๔๔๒. นายสงคราม ชื่นภิบาล
อยู่ครับ
๔๔๓. นายสงวน พงษ์มณี
(นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๔๔๔. นายสถาพร มณีรัตน์
(นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๔๔๕. พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา
(พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภาภาคเอกชน ไม่อยู่ใน ที่ประชุม)
๔๔๖. นายสนอง เทพอักษรณรงค์
สนอง เทพอักษรณรงค์ อยู่ครับ
๔๔๗. พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์
อยู่ครับ
๔๔๘. นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์
(นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๔๙. นายสมเกียรติ ศรลัมพ์
(นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๕๐. นายสมควร โอบอ้อม
(นายสมควร โอบอ้อม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๕๑. นายสมคิด บาลไธสง
(นายสมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๕๒. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์
สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ อยู่ครับ
๔๕๓. นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ
(นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๕๔. นายสมชาติ พรรณพัฒน์
สมชาติ พรรณพัฒน์ อยู่ครับ
๔๕๕. พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ
(พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๕๖. นายสมชาย แสวงการ
สมชาย แสวงการ อยู่ครับ
๔๕๗. นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ
สมชาย โล่สถาพรพิพิธ จากจังหวัดตรัง อยู่ครับ
๔๕๘. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์
(พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๕๙. นายสมนึก เฮงวาณิชย์
สมนึก เฮงวาณิชย์ อยู่ครับ
๔๖๐. นายสมบัติ ยะสินธุ์
อยู่ครับ
๔๖๑. นายสมบูรณ์ งามลักษณ์
กระผม สมบูรณ์ งามลักษณ์ อยู่ครับ
๔๖๒. นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์
อยู่ครับ
๔๖๓. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล
นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง อยู่ครับ
๔๖๔. นางสมพร จูมั่น
(นางสมพร จูมั่น สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๖๕. นายสมพล เกยุราพันธุ์
(นายสมพล เกยุราพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๖๖. นายสมโภช สายเทพ
(นายสมโภช สายเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๖๗. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๖๘. นายสมศักดิ์ บุญเปลื้อง
(นายสมศักดิ์ บุญเปลื้อง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดลําพูน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๖๙. นายสมัคร เชาวภานันท์
อยู่ครับ
๔๗๐. นายสมัย เจริญช่าง
ผม สมัย เจริญช่าง อยู่ครับ
๔๗๑. นายสรรพภัญ็ู ศิริไปล์
(นายสรรพภัญ็ู ศิริไปล์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๗๒. นายสรรเสริญ สมะลาภา
สรรเสริญ สมะลาภา อยู่ครับ
๔๗๓. นายสรวงศ์ เทียนทอง
(นายสรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระแก้ว ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๗๔. นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์
สรวุฒิ เนื่องจํานงค์ อยู่ครับ
๔๗๕. นายสราวุธ อ่อนละมัย
สราวุธ อ่อนละมัย จังหวัดชุมพร อยู่ครับ
๔๗๖. นายสฤษฏ์ อึ้งอภินันท์
(นายสฤษฎ์ อึ้งอภินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๗๗. นายสัญชัย วงษ์สุนทร
(นายสัญชัย วงษ์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๗๘. นายสัญชัย อินทรสูต
สัญชัย อินทรสูต อยู่ครับ
๔๗๙. นายสันติ พร้อมพัฒน์
(นายสันติ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๘๐. นายสันทัด จีนาภักดิ์
อยู่ครับ
๔๘๑. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล
สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สุโขทัย อยู่ครับ
๔๘๒. นายสัมพันธ์ ทองสมัคร
อยู่ครับ
๔๘๓. นายสากล ม่วงศิริ
อยู่ครับ
๔๘๔. นายสาคร เกี่ยวข้อง
อยู่ครับ
๔๘๕. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย
(นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๘๖. นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์
(นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๘๗. นายสาธิต ป่ตุเตชะ
สาธิต พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระยอง อยู่ครับ
๔๘๘. นายสามารถ แก้วมีชัย
อยู่ครับ
๔๘๙. นายสามารถ พิริยะปัญญาพร
อยู่ครับ
๔๙๐. นายสามารถ มะลูลีม
อยู่ครับ สามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร ครับ
๔๙๑. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์
อยู่ครับ
๔๙๒. นายสาย กังกเวคิน
(นายสาย กังกเวคิน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดระยอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๔๙๓. นายสําราญ ศรีแปงวงค์
สําราญ ศรีแปงวงศ์ จังหวัดกําแพงเพชร อยู่ครับ
๔๙๔. นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง
สิงห์ชัย ทุ่งทอง จากอุทัยธานี อยู่ครับ
๔๙๕. นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล
(นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๙๖. นายสินิตย์ เลิศไกร
อยู่ครับ
๔๙๗. นางสิรินทร รามสูต
(นางสิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๔๙๘. นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์
สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ อยู่และจะอภิปรายคืนนี้ครับ
๔๙๙. ศาสตราจารย์สุกัญญา สุดบรรทัด
สุกัญญา สุดบรรทัด อยู่ค่ะ
๕๐๐. นายสุกิจ อัถโถปกรณ์
อยู่ครับ
๕๐๑. นายสุขวิชชาญ มุสิกุล
อยู่ครับ
๕๐๒. นายสุโข วุฑฒิโชติ
อยู่ครับ
๕๐๓. พลโท สุจินดา สุทธิพงศ์
พลโท สุจินดา อยู่ครับ
๕๐๔. นายสุชน ชามพูนท
(นายสุชน ชามพูนท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๐๕. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร
อยู่ครับ
๕๐๖. นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์
สุชาติ ตันติวณิชชานนท์ จากจังหวัดอุบลราชธานี อยู่ครับ
๕๐๗. นายสุชาติ ลายน้ําเงิน
(นายสุชาติ ลายน้ําเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๐๘. นายสุชาย ศรีสุรพล
(นายสุชาย ศรีสุรพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๐๙. นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์
สุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ อยู่ครับ
๕๑๐. นายสุทธิชัย จรูญเนตร
(นายสุทธิชัย จรูญเนตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๑๑. นายสุทัศน์ เงินหมื่น
สุทัศน์ เงินหมื่น อยู่ครับ
๕๑๒. นายสุทิน นพขํา
(นายสุทิน นพขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๑๓. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
อยู่ครับ
๕๑๔. พลตํารวจตรี สุเทพ สุขสงวน
(พลตํารวจตรี สุเทพ สุขสงวน สมาชิกวุฒิสภาภาคอื่น ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๑๕. นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์
นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ สมุทรสาคร อยู่ครับ
๕๐๖.พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ
พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ นายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ อยู่ครับ
๕๑๘. นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ
(นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๑๘. นายสุนัย จุลพงศธร
(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๑๙. นายสุพจน์ โพธิ์ทองคํา
นายสุพจน์ โพธิ์ทองคํา อยู่ครับ
๕๒๐. นายสุพจน์ เลียดประถม
สุพจน์ เลียดประถม อยู่ครับ
๕๒๑. นายสุพล ฟองงาม
(นายสุพล ฟองงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๒๒. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร
สุพัชรี ธรรมเพชร อยู่ค่ะ
๕๒๓. นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์
สุมล เมืองเพชร อยู่ค่ะ
๕๒๔. ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี
(ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๒๕. นายสุเมธ ศรีพงษ์
(นายสุเมธ ศรีพงษ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๒๖. นายสุรจิต ชิรเวทย์
อยู่ครับ
๕๒๗. นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล
(นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๒๘. นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง
(นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดชลบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๒๙. นายสุรชัย เบ้าจรรยา
(นายสุรชัย เบ้าจรรยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๓๐. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย
สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย อยู่ครับ
๕๓๑. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์
(นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๓๒. นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล
(นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๓๓. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์
อยู่ครับ
๕๓๔. นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ
(นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดปราจีนบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๓๕. นายสุรเดช ยะสวัสดิ์
นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ อยู่ครับ
๕๓๖. พันตํารวจโท สุรทิน พิมานเมฆินทร์
(พันตํารวจโท สุรทิน พิมานเมฆินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๓๗. นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล
สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล อยู่ครับ
๕๓๘. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๓๙. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล
(นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๔๐. นายสุรพล เกียรติไชยากร
(นายสุรพล เกียรติไชยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๔๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์
(นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๔๒. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
(นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๔๓. พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ
อยู่ครับ
๕๔๔. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์
(นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๔๕. นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์
(นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๔๖. นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง
สุรสิทธิ์ ตรีทอง แม่ฮ่องสอน อยู่ครับ
๕๔๗. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์
(นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๔๘. นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์
อยู่ครับ
๕๔๙. นายสุริยา ปันจอร์
(นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสตูล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๕๐. นายสุริยา พรหมดี
(นายสุริยา พรหมดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๕๑. นายสุวโรช พะลัง
ผม สุวโรช พะลัง อยู่ครับ
บุญชัย โชควัฒนา อยู่ครับ
๕๕๒. นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล
(นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๕๓. นางสุอําภา คชไกร
สุอําภา คชไกร อยู่ค่ะ
๕๕๔. นายเสนาะ เทียนทอง
(นายเสนาะ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๕๕. นายเสรี สาระนันท์
(นายเสรี สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๕๖. นายโสภณ ซารัมย์
อยู่ครับ
๕๕๗. นายโสภณ ศรีมาเหล็ก
โสภณ ศรีมาเหล็ก อยู่ครับ
๕๕๘. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์
(นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ไม่อยู่ในที่ ประชุม)
๕๕๙. นายองอาจ วงษ์ประยูร
องอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี อยู่ครับ
๕๖๐. พลตํารวจตรี องอาจ สุวรรณสิงห์
องอาจ สุวรรณสิงห์ อยู่ครับ
๕๖๑. นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์
อยู่ครับ
๕๖๒. นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์
(นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๖๓. นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์
(นายอดุลย์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๖๔. นายอดุลย์ เหลืองบริบูรณ์
อยู่ครับ
๕๖๕. นายอนันต์ ผลอํานวย
(นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกําแพงเพชร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๖๖. นายอนันต์ วรธิติพงศ์
อนันต์ วรธิติพงศ์ อยู่ครับ
๕๖๗. นายอนันต์ ศรีพันธุ์
(นายอนันต์ ศรีพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๖๘. นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์
นายแพทย์อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ อยู่ครับ
๕๖๙. นายอนุชา บูรพชัยศรี
อนุชา บูรพชัยศรี อยู่ครับ
๕๗๐. นายอนุชา สะสมทรัพย์
(นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครปฐม ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๗๑. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
(นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๗๒. นายอนุรักษ์ นิยมเวช
อนุรักษ์ นิยมเวช อยู่ครับ
๕๗๓. นางอนุรักษ์ บุญศล
ผม ๔๙๒ ครับ ส.ว. จังหวัดระยองครับ รถมันติดมากเลยมาช้าไปหน่อยครับ
ออกชื่อด้วยครับ
มีคนเดียวชื่อ สาย ครับ ในสภานี้ครับ
๕๗๔. นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์
(นายอนุวัฒน์ วิเศษจินดาวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๗๕. นายอนุศักดิ์ คงมาลัย
อนุศักดิ์ คงมาลัย ส.ว. ๑๓๘ อยู่ครับ
๕๗๖. นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล
(นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล สมาชิกวุฒิสภาภาครัฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๗๗. นายอนุสรณ์ ปัุนทอง
(นายอนุสรณ์ ปัุนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๗๘. นางอนุสรา ยังตรง
(นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๗๙. นายอภิชาต การิกาญจน์
อยู่ครับ
๕๘๐. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์
อยู่ครับ
๕๘๑. นายอภิชาติ สุภาแพ่ง
(นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๘๒. หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล
อยู่ครับ
๕๘๓. นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น
(นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอํานาจเจริญ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๘๔. พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย
อยู่ครับ
๕๘๕. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อยู่ครับ
๕๘๖. นายอรรถพร พลบุตร
อรรถพร พลบุตร อยู่ตั้งแต่เมื่อวานครับ
๕๘๗. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี
อยู่ครับ
๕๘๘. นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์
อยู่ค่ะ
๕๘๙. นางอรอนงค์ คล้ายนก
อยู่ค่ะ
๕๙๐. นางสาวอรุณี ชํานาญยา
(นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๙๑. นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์
(นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๕๙๒. นายอลงกต มณีกาศ
(นายอลงกต มณีกาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๕๙๓. นายอลงกรณ์ พลบุตร
อยู่ครับ
๕๙๔. นายอสิ มะหะมัดยังกี
อยู่ครับ
๕๙๕. นางอัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์
อัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์ อยู่ค่ะ
๕๙๖. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ
อัฏฐพล โพธิพิพิธ อยู่ครับ
๕๙๗. นายอันวาร์ สาและ
อันวาร์ สาและ อยู่ครับ
๕๙๘. นายอับดุลการิม เด็งระกีนา
อยู่ครับ
ขอโทษครับ อภิชาติ สุภาแพ่ง อยู่นะครับ ช่วยติ๊กให้ด้วยครับ อภิชาติ สุภาแพ่ง อยู่ครับ
เดี๋ยวมาหลังก็ค่อยบอกทีหลังครับ
๕๙๙. นายอัศวิน วิภูศิริ
อยู่ครับ
๖๐๐. นายอัสนี เชิดชัย
(นายอัสนี เชิดชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๖๐๑. พลอากาศเอก อาคม กาญจนหิรัญ
พลอากาศเอก อาคม อยู่ครับ
๖๐๒. นายอาคม เอ่งฉ้วน
อยู่ครับ
๖๐๓. นางอานิก อัมระนันทน์
อานิก อัมระนันทน์ อยู่ค่ะ
๖๐๔. นายอารยะ ชุมดวง
อยู่ครับ
๖๐๕. นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์
อยู่ครับ
๖๐๖. นายอํานวย คลังผา
(นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)
๖๐๗. พลตํารวจเอก อํานวย เพชรศิริ
พลตํารวจเอก อํานวย อยู่ครับ
๖๐๘. นายอํานาจ วิลาวัลย์
(นายอํานาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๖๐๙. นายอิทธิเดช แก้วหลวง
(นายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๖๑๐. นายอิทธิพล เรืองวรบูรณ์
อิทธิพล เรืองวรบูรณ์ อยู่ครับ รอการอภิปรายอยู่ครับ
๖๑๑. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์
(นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๖๑๒. นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม
อยู่ครับ
๖๑๓. นายอิสสระ สมชัย
อิสสระ สมชัย อยู่ครับ
๖๑๔. นายอุดมเดช รัตนเสถียร
(นายอุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๖๑๕. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์
อยู่ค่ะ
๖๑๖. นางอุดร จินตะเวช
อุดร จินตะเวช อยู่ค่ะ
๖๑๗. นายอุดร ทองประเสริฐ
อุดร ทองประเสริฐ อยู่ครับ
๖๑๘. นางอุไร คุณานันทกุล
อยู่ค่ะ
๖๑๙. นายเอี่ยม ทองใจสด
(นายเอี่ยม ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่อยู่ ในที่ประชุม)
๖๒๐. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม
อยู่ครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม ๔๓๒ นายเจรจา เที่ยงธรรม อยู่ครับ
ครับ เดี๋ยวทีละคนครับ ให้ทางนี้ กาให้ถูก เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ๓๓๙ มารุต บุญมี อยู่ครับ
ครับ เอาให้ชัดเบอร์เท่าไรนะ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม ๔๓๒ นายเจรจา เที่ยงธรรม อยู่ครับ
ครับ
ท่านประธานครับ ผม ๓๔๗ สมควร โอบอ้อม อยู่ครับ ขอบคุณครับ
ครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ๒๘๖ ชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ อยู่ครับ
ท่านประธานครับ ๒๘๑ วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อยู่ครับ
ครับ
กัมพล สุภาแพ่ง หมายเลข ๑๐ ครับ
ครับ กาทันนะครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวครับ คอยทีละจังหวะ กรรมการ ยังกาไม่ทัน
๔๕๑ อภิวัฒน์ เงินหมื่น อยู่ครับ
ครับ
ท่านประธานครับ ผม ชยุต ภุมมะกาญจนะ จังหวัดปราจีนบุรี ๐๕๘ อยู่ครับ
ทันนะครับกรรมการ เชิญครับ
จิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ ๐๕๓ จังหวัดสมุทรปราการ อยู่ครับ
ทันครับ ท่าน ส.ว. เชิญครับ
จํานงค์ สวมประคํา ๔๘ อยู่ครับ
ทันนะครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม อนุศาสน์ สุวรรณมงคล ๕๗๖ อยู่ครับ
เชิญครับ ข้างหลัง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเจตน์ ศิรธรานนท์ ๖๒ อยู่ครับ
ขอบคุณครับ เชิญครับ
ท่านประธาน ผม ธันว์ ออสุวรรณ ๑๖๓ ส.ว. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ครับ
ครับ
ท่านประธานคะ ดิฉัน ๔๖๔ สมพร จูมั่น ค่ะ
ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ ผู้หญิง เชิญครับ
ท่านประธานคะ นางสาวณิรัฐกานต์ ศรีลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร ๙๓ อยู่ค่ะ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม มารุต บุญมี เลขที่สมาชิกรัฐสภา ๓๓๙ ไม่ทราบเช็กหรือยัง มาครับ
เดี๋ยว มาหลัง อยู่หลัง
ท่านประธานคะ กันตวรรณ หมายเลข ๑๑
เชิญครับ
อภิชาติ สุภาแพ่ง พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดเพชรบุรี อยู่ครับ
เบอร์ เชิญ
นายนพดล มาตรศรี หมายเลข ๙๑ ครับ
กรุง ศรีวิไล เชิญ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ หมายเลข ๑๗๓ นายนที สุทินเผือก กรุง ศรีวิไล ครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
เชิญครับ
ท่านประธาน ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ หมายเลข ๑๑๙
เชิญท่านรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อยู่ครับ
เชิญครับ
ผม องอาจ คล้ายไพบูลย์ หมายเลข ๔๓๕ อยู่ครับ
๔๓๕ มีท่านใดอีกครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ จังหวัดนครนายก หมายเลขของรัฐสภา ๙๐ นะครับ
คุณชาญชัย ต่อไปท่านรองนายกรัฐมนตรี
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ๑๐๑ อยู่ครับ
มีอะไรอีกทางโน้น
กระผม นายนพดล มาตรศรี หมายเลข ๙๑ ครับ
เชิญครับ หลังสุด
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ หมายเลขสมาชิกรัฐสภา ๑๐๒ ครับ
มัวแต่นอนหลับเพิ่งมาหลัง มีท่านใด อีกครับที่ยังไม่ได้ขานชื่อแล้วก็เพิ่งมาถึงเพราะรถมันติด มีไหมครับ หมดแล้วนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุรชัย ชัยตระกูลทอง จังหวัดชลบุรี หมายเลข ๕๒๘ ครับ
มีท่านใดอีกครับ หมดแล้วนะครับ ถ้าหมดแล้วก็ป่ดการเสนอชื่อได้แล้ว เชิญกรรมการทั้ง ๓ ท่านช่วยตรวจสอบแล้วส่งผล วิปฝ์ายค้านขานชื่อหรือยัง คุณวิทยา
๓๐๕ วิทยาครับ
มานะครับ ขีดให้ด้วย คุณสมชายล่ะ เบอร์เท่าไร
๓๕๒ ครับท่านประธาน
มีอะไรอีกครับท่านวิทยา แล้วผู้ที่เดิน ๆ มาขานชื่อหรือยัง
ขออนุญาตครับท่านประธาน ให้ท่านวิชาญขานชื่อก่อนก็ได้ครับ
เชิญคุณวิชาญ
วิชาญ มีนชัยนันท์ ๒๙๘ อยู่ครับ
๒๙๘ นะครับ สุนทรชัยเบอร์เท่าไร
กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ไม่ทราบหมายเลข ช่วยดูให้ด้วยครับ
จันทาทอง ขานหรือยัง
ท่านประธานคะ ๕๕๗ ชมภู จันทาทอง มาค่ะ
ท่านประธาน มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช หมายเลข ๒ ค่ะ
หมายเลข ๒ เพิ่งมา
อยู่ข้างนอกค่ะ
ไปนอกมา ลงเครื่องบินเพิ่งมาถึง พอหรือยังล่ะกรรมการ
ผม สุทิน นพขํา ๔๐๕ ครับ
เบอร์เท่าไรนะ
๔๐๕ ครับ
๔๐๕ กาด้วย มีท่านใดอีกล่ะครับ คุณคมเดช ไชยศิวามงคล
คมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ มาครับ
เปล่งมณีละ
ท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข มาค่ะ
เบอร์เท่าไรให้ชัด เขาจะได้จําไว้
๒๐๕ ค่ะ
๒๐๕ ป่ดการเสนอชื่อแล้วนะครับ ตอนนี้
ระหว่างนับคะแนนท่านประธานอนุญาตผมหรือเปล่าครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพนะครับ แล้วก็ผมต้องขออนุญาตท่านประธานว่า ในหลักการของการดําเนินการที่ท่านประธานถือปฏิบัติ ผมให้การเคารพท่านมาโดยตลอด แต่ขอให้ครั้งนี้เปึนครั้งสุดท้าย นี่ดีผมว่าท่านประธานอายุ ๘๐ ป้กว่า ถ้าประธานหนุ่ม ๆ ทําแบบนี้ผมโกรธตายเลย ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ เพราะว่าวิธีการ ท่านประธานต้องยืนหลักการที่ถูกต้อง เมื่อท่านประธานให้สอดบัตรแล้วก็ต้องดําเนินการ ตามนั้น ผมรู้ว่ารายละเอียดมันไม่ครบ เมื่อประธานรู้ข้อสอบล่วงหน้ามันไม่ถูกต้อง ท่านครับ กรุณาให้ครั้งนี้เปึนครั้งสุดท้ายในการดําเนินการ นี่เปึนการพิจารณาเรื่อง รัฐธรรมนูญ เมื่อคืนนี้ก็มีสมาชิกของฝ์ายผมพยายามที่จะดําเนินการ ผมบอกว่า การประชุมนั้นไปด้วยดี เรากําลังทําหน้าที่ แต่วันนี้ถ้าท่านประธานไม่ควบคุมจากนี้ไป ผลก็จะเกิดขึ้น ผมขออนุญาตบอกท่านประธานว่าจะมีอาการแบบนี้ตลอดจนกว่าจะเสร็จ การพิจารณา ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณที่ตักเตือนครับ เรียบร้อย หรือยังท่าน ส่งผลมาครับ ถ้าไม่ครบก็จะได้ป่ด ตอนนี้ท่านคณะกรรมการ ๓ ท่าน ท่านเทพไท เสนพงศ์ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ท่านสมชาย แสวงการ ได้ส่งคะแนนมาแล้ว ผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ๓๗๘ ท่านถือว่าครบองค์ประชุม
กระผมขอดําเนินการประชุมต่อเสียเวลาไปพอสมควรแล้ว ฉะนั้นก็ต้องลด การอภิปรายลงมา เพื่อจะได้ตามกําหนดเวลานะครับ คุณสมชายยังติดใจอยู่ไหมครับ ถ้าไม่ติดใจก็จะผ่านไป
ผมยังไม่ได้อภิปราย ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิครับท่านประธาน
เชิญครับ
พันตํารวจโท สมชาย เพศประเสริฐ จากจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
เดี๋ยว คุณสมชายครับ ผมขอขอบคุณ กรรมการทั้ง ๓ ท่านที่ด้วยความขอบคุณยิ่งนะครับ ถ้าหิวข้าวก็เชิญไปรับประทานอาหาร เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเรียน พอดีท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้นั่งอยู่ ขออนุญาตนิดเดียว มาตรา ๑๙๐ ขออนุญาตพูดก่อนเลย ซึ่งวันนี้พยายามที่จะมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ สิ่งที่เราพากันเปึนห่วง วันนี้ในบางเรื่องเปึนเรื่องที่สภาเราต้อง รับรู้รับทราบ ผมไม่แน่ใจว่ากรอบที่กําลังจะแก้คณะกรรมาธิการจะเข้าไปพิจารณาได้ รอบคอบแค่ไหน แล้วสิ่งที่สําคัญที่สุด ท่านประธานครับ การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ หลาย ๆ ครั้งที่เปึนปัญหาของประเทศเราในวันนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมาก แล้วจะเห็นได้เลยว่าส่อไปในทางทุจริต ทั้งนี้ทั้งนี้ในแต่ละโครงการ ไม่ได้ผ่านสภา ตามมาตรา ๑๙๐ อย่างเช่น เครื่องบินกริพเพน (Gripen) ในขณะนี้ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมา เสธ. กองทัพเอง เขาพยายามที่จะท้วงติงครับท่านประธานให้มองเห็นว่า การจัดซื้อเครื่องบินกริพเพน ๓,๙๐๐ ล้านบาท ต้องผ่านมาตรา ๑๙๐ แต่ผู้ใหญ่ในกองทัพเอง ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ ถามว่าวันนี้ ๓,๙๐๐ ล้านบาท สภาจําเปึนจะต้องรู้ไหมว่ากรอบตัวนี้ สําคัญมาก ไปซื้อเองจัดการเองหมดเลยทุกอย่าง จะดีหรือไม่ดี จะมีปัญหาในอนาคต หรือไม่มี สภาไม่รู้ตัวแทนของประชาชนไม่รู้เลย ท่านประธานครับ แล้วในขณะนี้ ผบ.ทอ. คนนี้ขณะนี้อยู่ที่ประเทศสวีเดนครับ กําลังจะไปเซ็นสัญญาอีก ๖ ลํา ท่านประธาน เงินอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วผมทราบว่าวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไม่ยอมเซ็นด้วย ผมไม่แน่ใจว่าจะมีการบีบอะไรผ่านไปผ่านมาหรือไม่ แล้วก็ให้ไป เซ็นร่วมกัน เพราะเกรงมาตรา ๑๙๐ ทีนี้ต้องถามท่านประธานครับว่าแก้ตรงนี้ เงินขนาดนี้สภาต้อง รับรู้ไหม ในส่วนตัวผมคิดว่าวันนี้ในการที่จะไปเซ็นสัญญาซื้อขายอาวุธยุทโธปกรณ์ หรือทําสัญญาที่มันเกี่ยวข้องกับอาณาเขตดินแดนประเทศไทยจําเปึนที่สภาจะต้อง รับทราบ ต้องดูตัวเลขให้ชัดเจนว่ากรอบนี้จะเอาอย่างไร เงินอยู่แค่ไหนไม่ต้องผ่านสภา เงินแค่ไหนต้องผ่านสภา เปึนเรื่องที่มีความสําคัญมากครับท่านประธาน ท่านประธานครับ มีการเอาทหารจากประเทศสิงคโปร์มาฝ๊กอยู่ในประเทศไทย สภาไม่รู้เลยครับ สภาไม่มี ใครรับทราบเลยครับ วันนี้ทหารออกมาเดินกันเกลื่อนหมดอย่างนี้ ถามว่ามันอะไรกัน แล้วมาตรา ๑๙๐ จะแก้ไขไปในทิศทางใดที่ดูแล้วว่ามันจะต้องมาผ่านการตรวจสอบ จากนิติบัญญัติแห่งนี้ อย่างน้อยที่สุดขณะนี้ผมยกตัวอย่างอีกประการเดียว ท่านประธานครับ รถถังประเทศยูเครน รถเกราะล้อยางประเทศยูเครน วันนี้ ๙๖ คัน ท่านประธานครับ ซื้อกัน ๔,๐๐๐ ล้านบาท สภาไม่ได้รู้มาก่อน ไม่ได้ผ่านสภา ผ่านสภา มีประโยชน์ไหม ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ปรากฏเห็นชัดเจนว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ สภามีความจําเปึนที่จะต้องรับรู้รับทราบ หมดสมัยแล้วที่บอกว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องความลับ ของทางราชการ ความลับทางทหาร มันต้องเป่ดครับในบางอย่างที่จะต้องให้ตัวแทนของ ประชาชนได้รับทราบ แล้วก็ช่วยกันอภิปรายเสนอแนวทาง แนวคิด ท่านประธานครับ รถ ๔ คูณ ๔ ๒ ตันครึ่ง ท่านประธานครับ วันนี้ผมทําหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ท่านประธาน นี่ก็ซื้อไม่ผ่าน มาตรา ๑๙๐ ครับ ๑,๔๗๔ คัน เปึนเงินประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาท บอกว่าต้องนํารถเข้าจากประเทศญี่ปุ์นทั้งคัน แต่วันนี้ซื้อเฉพาะหัวรถ กับแชสซีส์ (Chassis) มา ถ้าซื้อนําเข้าจากประเทศญี่ปุ์นทุกคันตามที่อนุมัติราคา ๓,๓๘๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้เอาเฉพาะหัวรถกับแชสซีส์แล้วมาประกอบกระบะในประเทศ อยู่ที่ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาทครับ ผมส่งคนไปดูถึงประเทศญี่ปุ์น ท่านประธาน นี่คือผลพวง ของการที่ไม่ผ่านมาตรา ๑๙๐ ไม่ผ่านสภา นี่คือสิ่งที่พวกเราทั้งหลายในสภาแห่งนี้จะต้อง ช่วยกันคิด ท่านสมาชิกรัฐสภาทั้งหลายที่จะขึ้นไปนั่งเปึนคณะกรรมาธิการต้องดูตรงนี้ ให้ละเอียดรอบคอบ เพราะว่ามันเปึนช่องทางทางเดียวที่จะคอยดูไม่ให้เกิดการทุจริต สามารถจะตรวจสอบได้ก่อนที่จะอนุมัติผ่านสภาไป ตัวเลขสูงขนาดนี้ ๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่เวลาคุณนําเข้าจริง ๆ คุณนําเข้าเฉพาะหัวรถกับแชสซีส์ประกอบในประเทศอยู่ที่ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท แล้วเงินส่วนเกินมันไปไหนท่านประธาน เพราะฉะนั้นมาตรา ๑๙๐ ต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบครับท่านประธาน จะเห็นได้เลยนี่คือสิ่งที่ผมเปึนกังวล มากว่าวันนี้ถ้าหากว่าเรายกเลิกมาตรา ๑๙๐ ไปหมดคงไม่ได้ แต่ผมทราบว่าโดยกรอบ จะมากลั่นกรองกันอีกทีว่ามันจะเหมาะสมอยู่ตรงไหน ก็ได้แต่ฝากท่านกรรมาธิการไว้ ที่จะไปเปึนนะครับว่าวันนี้คงจะต้องดูให้ละเอียดรอบคอบสักนิดหนึ่ง เพราะบางอย่าง ก็จําเปึนครับสําหรับรัฐบาลในการบริหารประเทศด้วยความรวดเร็ว แต่บางอย่าง มีความสําคัญมากที่เพื่อนสมาชิกในรัฐสภานั้นจะต้องได้รับรู้รับทราบ วันนี้จะไปป่ดบัง ซ่อนเร้นอะไรกันไม่ได้แล้ว เพราะทุกอย่างมันเป่ดเผยหมด เพราะฉะนั้นนี่คือหนทาง ที่จะปัองกันไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นในอนาคตท่านประธานที่เคารพ
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ที่กลัวกันนักหนา ถึงจะต้องมาแก้ไขกันในช่วงเวลานี้ ผมตั้งข้อสังเกตครับท่านประธาน ที่ผ่านมา ไม่คิดจะมาแก้ เพิ่งเริ่มจะมาคิดแก้กันเวลานี้ ก็เลยไม่แน่ใจว่าตั้งใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ จริงหรือไม่ ผมไม่แน่ใจวันนี้ว่าจะตั้งใจแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ ประกอบกับวันที่ ๒๙ จะแถลงป่ดคดียุบหรือไม่ยุบของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่า ท ทหาร ป ปลา และ พ พาน จะสุมหัวกันคิดอะไรเพื่อที่จะให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจครับวันนี้ ท่านประธานครับ หลายคนพูดว่าถ้ารัฐธรรมนูญมีปัญหาไม่แก้ อาจจะต้องมีการปฏิวัติ แล้วท่านประธานมาดูสิครับ ๒ มาตราตรงนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พี่น้องประชาชนอะไรมากมายเลย ไม่ใช่เรื่องปากเรื่องท้องของพี่น้องประชาชนเลย แทนที่จะคิดว่าวันนี้การดําเนินคดีของศาลที่ใคร ๆ พูดว่า ๒ มาตรฐาน โดยรัฐ เปึนคนดําเนินคดีเองที่พี่น้องประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ๒ มาตรฐาน ทําไมไม่แก้ ให้ศาลเขามีอํานาจในการตัดสิทธิในการที่จะไม่พิจารณาคดีที่ศาลคิดว่ามันเปึน ๒ มาตรฐานล่ะครับ ถ้าเปึนอย่างนี้ก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเห็นไหมครับอยู่ในดุลยพินิจของศาล ในกรณีที่ รัฐดําเนินคดี พี่น้องประชาชนที่ดูแล้วมันเปึน ๒ มาตรฐานต้องมาคิดกันว่าทําอย่างไร ที่จะให้ศาลเขามีอํานาจในการตัดสิทธิในการพิจาณาคดีเรื่องนี้ นี่คือสิ่งที่เปึนแนวทางใน การที่จะไปสู่การปรองดอง เปึนเรื่องที่สําคัญกว่าจะมาแก้ไขเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลพยายามที่จะลดลงมาเหลือเขตละ ๑ คน ซึ่งก่อนนี้ก็พยายามเหลือเกินอย่างที่หลายท่านได้พูดเอาไว้ว่าเขตใหญ่มันซื้อเสียงยาก เขตใหญ่หรือเขตเล็กก็ซื้อเสียงได้ทั้งนั้น คนมีสตางค์มากใช้มาก ได้เปรียบ ผิดกฎหมาย สําคัญที่สุดอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายว่าเขาเองจะทํา หน้าที่ตรงนี้ได้ดีอย่างไรเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วมันไม่มีผลอะไรมากมาย ท่านประธานครับ แต่มาทําในห้วงเวลานี้เพราะคิดกันว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าคงไม่สามารถจะผ่าน พรรคเพื่อไทยไปได้ เพราะฉะนั้นวิธีที่จะช่วยให้ผ่านได้ก็คือว่าจะต้องเอาพรรคร่วมรัฐบาล หาหนทางที่จะชนะเลือกตั้งในเขตเล็ก ๆ แล้วก็กลับมาเหมือนปัจจุบันนี้ ซึ่งผมคิดว่า มันไม่แน่เสมอไป ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาเช่นเดียวกันครับ ระหว่างที่เราอยู่เขตเล็ก ก็มีการไปกําหนดเขตใหม่เปึนเขตใหญ่ แล้วก็มีการเรียกพวกเราไปบอกว่าจะมาอยู่ หรือไม่อยู่ ถ้าไม่อยู่เขตจะไปอย่างนั้นอย่างนี้ อําเภอนั้นบวกอําเภอนี้ ซึ่งเขาทําได้ จริง ๆ ครับท่านประธาน เขตบางเขตที่เราไม่เคยไปเขาก็จับไปอยู่ แต่ในที่สุดแล้ว พี่น้องประชาชนก็ได้ตัดสินว่าเขาจะเลือกใครเข้ามาทํางานในสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่า นี่คือสิ่งที่ต้องระมัดระวังว่าวันนี้อย่าคิดว่าทําอะไรแล้วพี่น้องประชาชนเองเขาจะต้อง คิดตามว่าสิ่งที่ท่านคิดนั้นมันถูก นี่คือสิ่งที่ผมขออนุญาตนําเรียนว่าผมเชื่อได้ว่าทหารเอง เขาไม่ได้คิดจะปฏิวัติหรอก เขาไม่ได้คิด อย่างเช่นที่ท่านผู้นําพูด ไปพูดนําเขาได้อย่างไรว่า เขาคิดปฏิวัติ ซึ่งวันนี้ผมเชื่อได้ว่าเขาก็คอยดูอยู่ว่าจะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองกันอย่างไร ในระบบรัฐสภา เสียดายครับท่านประธานเวลามันน้อยผมก็รักษาเวลาท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ
เนื่องจากเมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ เราเสียเวลาไป ๘๒ นาที ก็ขอให้วิป ๓ ฝ์ายไปพิจารณา เกลี่ยกันเองนะครับ เพราะเราให้เวลาไปแล้ว ๒๘ ชั่วโมง ต่อไปคุณจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ มีอะไรหรือครับคุณชลน่าน
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ข้อดําริ ข้อหารือท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องเวลาครับ ขออนุญาตนิดเดียวเท่านั้นครับ เดิมเราก็มีการบริหารจัดสรรเวลา กันเปึนที่เรียบร้อยครับ แต่ว่ามีเหตุการณ์อย่างนี้ก็เหนือความคาดหมาย เราใช้เวลา เมื่อสักครู่ไป ๑ ชั่วโมงกว่า ผมก็คิดว่าเวลาตรงนั้นถ้ามันจะล่วงเลยไป ๑ ชั่วโมงกว่า ผมคิดว่าสมาชิกรัฐสภารับได้ ผมไม่อยากให้ไปเบียดเวลา เพราะแต่ละท่านเตรียมมา หมดแล้วครับ ถ้าไปตัดปุ็บนี่มันก็เกิดปัญหาพอสมควร ขออนุญาตท่านประธานนะครับ
เพียงแจ้งให้ทราบเฉย ๆ ครับ
ขออนุญาต ท่านประธานนะครับ เปึนเวลาบวกเข้าไปครับ ขอบพระคุณครับ
แต่ละพรรคก็ไปบริหารกันเอง ก็แล้วกันนะครับ ผมไม่ได้ว่าอะไร เพราะว่าวันนี้เราก็ถึงหกทุ่มเราก็หยุดแล้วนะครับ ก็ต้องป่ดการอภิปราย ฉะนั้นผมว่าอาศัยเวลานี้ให้เปึนหลักในการดําเนินการนะครับ เชิญท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ครับ ๘ นาทีครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับท่านประธาน ผมจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ จะไม่ลงในเรื่องเนื้อหาของร่างทั้ง ๔ ฉบับ เหตุผลครับท่านประธาน เนื่องจากทั้ง ๔ ฉบับ โดยเนื้อหาแล้วโดยหลัก ๆ มีส่วนแตกต่างกันน้อยมาก ไม่ว่าจะเปึนร่างของ คปพร. หรือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มีส่วนแตกต่างกันน้อยมาก เหมือนกันกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ส่วนอีก ๓ ร่างก็เปึนซับเซ็ท (Subset) หรือเปึนเพียงส่วนหนึ่งของร่างใหญ่ ในแง่ของเนื้อหาแล้วผมเห็นว่าเปึนสาระที่ ไม่ได้สําคัญมากในวาระแรกที่เปึนวาระรับหลักการครับท่านประธาน ผมมีข้อสังเกต อย่างนี้ครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถ้าหากจําได้นะครับ เราย้อนกลับไป ก่อนที่จะมีการลงประชามติ ผมขออนุญาตอ่านเอกสารบางตัวนะครับ เปึนเอกสาร คําประกาศของ สปป. เกี่ยวกับเหตุผลสําคัญในการรับร่างรัฐธรรมนูญ ผมอ่านแล้ว ผมจะขออนุญาตมอบให้ท่านประธานด้วย ในหน้า ๒ บอกว่า สปป. จึงมีมติรับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไปก่อน ทั้งนี้ สปป. จะรณรงค์รวบรวมรายชื่อประชาชน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ตามมาตรา ๒๙๑ (๑) เพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นําไปสู่การปฏิรูปการเมือง อย่างแท้จริง สปป. ก็ประกาศอย่างนั้นนะครับ ถ้าหากมองกล้องจะพอมองเห็นรูป ตอนประกาศ มีอยู่ ๓ ท่านครับ ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านก็แล้วกันนะครับ มีท่านพิภพ ธงไชย ท่านสมศักดิ์ โกศัยสุข แล้วก็ท่านสุริยะใส กตะศิลา ขออนุญาตมอบเอกสาร ให้ท่านประธานครับ หลังจากที่มีการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ค่อนข้างมาก กรรมการที่สภาแห่งนี้ซึ่งท่านประธานได้แต่งตั้งขึ้น ก็ได้เสนอให้แก้ไขโดยเร่งด่วน ๖ มาตรา แล้วก็ประเด็นอื่น ๆ ซึ่งควรที่จะได้รับการแก้ไข ในภายหลังอีกจํานวนหนึ่ง คณะกรรมการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งขึ้นก็เช่นเดียวกัน ครับท่านประธาน ก็ได้ระบุว่ามีประเด็นที่ควรที่จะได้รับการแก้ไข จึงไม่มีข้อสงสัยครับ ท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ยังไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบของประเทศไทย ยังเปึนรัฐธรรมนูญที่สมควรจะได้รับการปรับปรุงแก้ไข ผมคิดว่าประเด็นนี้คงไม่มีใคร ที่จะโต้แย้งครับ
ส่วนประเด็นที่สอง เปึนเรื่องของการทําประชามติ มีการอ้างเรื่องการทํา ประชามติค่อนข้างมาก แต่ลืมไปครับว่าการทําประชามติในครั้งนั้นในป้ ๒๕๕๐ เปึนการทําประชามติในสถานการณ์ที่บ้านเมืองเราไม่ปกติครับท่านประธาน มีกฎอัยการศึกครึ่งค่อนประเทศ มี พ.ร.บ. ประชามติซึ่งทําให้การรณรงค์รับร่างเปึนไปได้ โดยสะดวก แต่ผู้ที่จะรณรงค์ไม่รับร่างนั้นเปึนไปโดยยากลําบาก ดังนั้นจึงอาจจะ กล่าวได้ว่าทั้ง ๒ ฝ์าย ทั้งฝ์ายรับร่างและไม่รับร่างไม่ได้รับสิทธิในการที่จะสื่อสาร ความเห็นของตนเองโดยเท่าเทียมกันครับท่านประธาน นอกจากนี้ครับท่านประธาน ถ้าหากท่านประธานจะจําได้ในการลงประชามติครับ ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แม้แต่ สสร. เอง ก็มีการประชาสัมพันธ์เปึนที่ทราบกันโดยทั่วไปครับ ให้รับร่างไปก่อนแล้วจึงค่อยมี การปรับปรุงร่างนี้ในภายหลัง จึงอาจกล่าวได้ว่าไม่ว่าจะเปึน ๑๔ ล้านเสียงที่หยอด รับร่างนี้ หรือ ๑๑ ล้านเสียงที่ไม่รับร่าง ต่างก็ทราบโดยชัดเจนครับว่าร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะต้องได้มีการปรับปรุงแก้ไขในวาระต่อ ๆ ไป จึงถือได้ว่าเปึนประชามติ เปึนความเข้าใจร่วมกันของสังคมครับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะต้องถูกแก้ไข ในโอกาสต่อไป
ประเด็นที่สามครับท่านประธาน ในเรื่องของเนื้อหา ของ คปพร. รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้ง ๓ ฉบับเหมือนกันกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่แตกต่างกันน้อยกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ดังนั้นหลาย ๆ ท่าน ในที่นี้ก็ได้อภิปรายว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ดี ป้ ๒๕๕๐ ก็ดี ร่าง คปพร. ก็อยู่ระหว่างรัฐธรรมนูญเหล่านี้ จึงถือได้ว่าไม่ว่าร่างใดก็ตามก็เปึนร่างที่ดี ทั้งสิ้น และถ้าหากว่าเรามาดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรานี้ ก็ผ่านการประชามติเช่นเดียวกันครับ ประชามติบอกว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ โดยกําหนดตาม (๑) ว่าคณะรัฐมนตรีแก้ไขได้ ส.ส. ส.ว. แก้ไขได้ ประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ก็แก้ไขได้ และในการแก้ไขนั้นมีกรณีเดียวครับท่านประธานที่แก้ไขไม่ได้ก็คือรัฐธรรมนูญ ที่มีผลการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะเสนอมิได้ แต่ไม่ว่าร่างใดครับ ท่านประธาน คปพร. หรือร่างของ ๑๐๒ ส.ส. หรือจะเปึนร่างของคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าร่างใดก็ตาม ก็เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ทั้งสิ้นนะครับ จึงไม่มีข้อขัดข้องประการใดที่รัฐสภาจะพิจารณาทั้ง ๔ ร่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากเราจะอ้างประชามตินะครับ ประชามติก็บอกว่าได้มอบอํานาจอย่างชัดเจน เปึนลายลักษณ์อักษรเปึนประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่าให้รัฐสภาซึ่งประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจํานวนประมาณ ๖๓๐ ท่านให้มี อํานาจแก้ไขได้ และไม่เพียงแต่มีอํานาจเท่านั้นครับท่านประธาน ยังมีหน้าที่ด้วย เมื่อมีการยื่นร่างทั้ง ๔ ฉบับมาโดยถูกต้องโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ จึงมีความจําเปึนที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องรับร่างนี้ในวาระที่หนึ่ง ในวาระรับหลักการ หลังจากนั้นจึงค่อยไปลงรายละเอียดว่าควรจะมีการแก้ไขหรือปรับปรุงในประการใด อย่างไรตามกระบวนการพิจารณากฎหมายโดยปกติ ท่านประธานครับ บ้านเมืองของเรา ขณะนี้ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรองดอง ระหว่างแต่ละภาคส่วน ในครั้งนี้ประชาชน ๗๐,๐๐๐ กว่าคนนะครับ ไม่ว่าเขาเหล่านั้น จะมีความคิดเห็นตรงกับท่านประธานหรือสมาชิกในที่นี้หรือไม่อย่างไร แต่ผมคิดว่า ประชาชน ๗๐,๐๐๐ คนถือว่าเปึนบุคคลที่มีความสําคัญ จําเปึนที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องให้ ความสําคัญกับพวกเขา ส.ส. ๑๐๒ ท่าน เปึนผู้แทนของปวงชนชาวไทยถึง ๑๐๒ ท่าน ก็มีความสําคัญที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องให้ความสําคัญเช่นเดียวกัน ครม. เปึนหนึ่ง ในอํานาจอธิปไตยก็เปึนหน่วยงานที่มีความสําคัญเช่นเดียวกัน เมื่อเราจะปรองดอง กันแล้วก็อาศัยเหตุนี้ครับต่างฝ์ายต่างให้ความเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกันก็รับทั้ง ๔ ร่าง เข้าไปพิจารณาก่อน ส่วนเนื้อหาโดยละเอียดนะครับท่านประธานก็ไปพิจารณาในชั้น คณะกรรมาธิการ ผมยังเชื่อมั่นอยู่ว่ารัฐสภาแห่งนี้คงจะไม่มีใครพิจารณารัฐธรรมนูญ ในทางที่จะเปึนทางเสียหายกับประเทศชาติอย่างแน่นอน ผมก็ขออนุญาตกราบเรียน ข้อเสนอของกระผมแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ต่อไปคุณสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ เขตเลือกตั้งที่ ๒ พรรคเพื่อแผ่นดิน การประชุมวันนี้ก็เนื่องในวาระที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส่งเข้ามาที่สภาของเรา ก็ได้มีโอกาสได้อภิปราย จริง ๆ แล้วในความคิดเห็นของตัวกระผมในเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญถ้าถามจริง ๆ ผมอยากจะไม่แก้แค่ ๒ มาตรา ถ้าเปึนไปได้ผมอยากจะร่างใหม่ หรือว่าแก้ใหม่ทั้งหมดเลยคือไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เลยทีเดียวครับ เนื่องจากว่าด้วยความคิดเห็นที่คิดว่าไม่เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ใช่เพราะว่า ตัวเนื้อหาหรืออะไรต่าง ๆ ของในรัฐธรรมนูญว่าดีหรือไม่ดี ซึ่งถ้ากลับมาถกเถียงกันเรื่อง ของเนื้อหาของรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๕๐ ว่าดีหรือไม่ดีก็คงต้องใช้เวลาอีกยาวนาน แต่ที่มีความคิดเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ไม่ดีก็คือเรื่องของที่มาที่ไปของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันเกิดหลังจากมีการปฏิวัติเมื่อ ๑๙ กันยายน แล้วก็มี การร่างขึ้นมาโดยคณะคณะหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาจากคณะปฏิวัติเพื่อที่จะร่างรัฐธรรมนูญมาใช้ ดังนั้นที่มาที่ไปมันไม่ได้เกิดจากการที่มีประชาชนหรือการมีส่วนร่วมของประชาชน เข้ามาได้ร่วมร่าง ที่มาก็ยังเกิดจากการปฏิวัติของทหาร ถ้าฟังจากสภาแห่งนี้ได้อภิปราย ในสภาก็จะมีความคิดเห็นอยู่ส่วนหนึ่งที่บางฝ์ายสนับสนุนว่าการปฏิวัติที่เกิดขึ้น เนื่องด้วยเปึนสิ่งที่ดีหรือว่าเปึนฝ์ายที่เชียร์การที่จะใช้กําลังทหารหรือว่าการทําปฏิวัติ เมื่อ ๑๙ กันยายนที่ผ่านมา เนื่องด้วยว่าเหตุผลหลัก ๆ อย่างหลาย ๆ ท่านที่มักจะพูด ก็คือว่าเนื่องจากรัฐบาลที่แล้วหรือรัฐบาลที่มีอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นี่เปึนนายกรัฐมนตรีมีอํานาจเหมือนเผด็จการ มีการทุจริตจนที่สภาแห่งนี้ไม่สามารถที่จะ ทําการตรวจสอบหรืออะไรได้ จึงเรียกร้องอํานาจที่มันเหนือกว่าอํานาจของประชาชน หรือการเลือกตั้งก็คืออํานาจของทหารเข้ามาปฏิวัติ ดังนั้นคือมีคําถามอยู่ที่ว่าถ้าต่อไป ไม่แน่ว่ามันมีรัฐบาลใหม่ ๆ ขึ้นมา อาจจะมีรัฐบาลที่เกิดการตรวจสอบยากหรือว่า ฝ์ายค้านไม่สามารถทําอะไรได้เลย เราก็ต้องเรียกร้องอํานาจที่มันเหนือกว่านี้ออกมาปฏิวัติอยู่เรื่อย ๆ หรือว่ายึดอํานาจ หรือว่าเปลี่ยนแปลงการปกครองอยู่เรื่อย ๆ โดยส่วนตัวผมผมไม่มีปัญหาท่านจะทําอะไรก็ได้ แต่ว่าทุกคนต้องยอมรับในกฎกติกาที่เราเขียนร่วมกันมา ร่างกันมา ยอมรับกันทุกคน จะเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ได้ หรือว่าจะแก้ฉบับใหม่ก็ได้ว่า ถ้าเกิดกระบวนการ รัฐสภาทําอะไรไม่ได้ ไม่มีการตรวจสอบก็ได้ เข้าชื่อกันเพื่อจะเรียกร้องให้ทหารเข้าทําการ ยึดอํานาจก็ได้ ถ้ามันอยู่ในกฎกติกาเดียวกันก็ยอมรับครับ แต่วันนี้สังคมที่เกิดขึ้น มันเกิดการไม่ยอมรับในกฎกติกากันครับ ตกลงกันไม่ได้ มีกฎกติกากันขึ้นมา ยอมรับ ในการเลือกตั้ง มีผลออกมาก็มีบางกลุ่มออกมา บางก้อนออกมา บางสีออกมา เพื่อที่จะ เรียกร้องโดยไม่เอาคนที่ตัวเองไม่ชอบหรือว่าไม่เห็นด้วย จริง ๆ แล้วระบบในรัฐสภา ในระบอบประชาธิปไตย ผมก็อยากจะอธิบายง่าย ๆ จริง ๆ ก็เปึนแบบเรียนเลยด้วยซ้ํา ถ้าใครเรียนสังคมศึกษามาหรือว่าเรียนประวัติศาสตร์มา เด็กนักเรียนเรียนมาจะบอกว่า มีการอธิบายว่าประชาธิปไตยคืออะไร จริง ๆ แล้วระบอบประชาธิปไตยมันก็เปึนระบอบ การปกครองระบอบหนึ่งในโลกของเราที่มีการปกครองขึ้นมา แล้วแต่ว่าประเทศไหน จะเลือกใช้ ไม่ว่าจะเปึนสังคมนิยม เปึนเผด็จการ เปึนประชาธิปไตยเลือกใช้ แต่ว่า ถ้าตกลงกติกากันได้ว่าจะเอาแบบไหนก็เอาแบบนั้น ระบอบประชาธิปไตยมันดีนะครับ แต่ไม่ใช่ว่าดีที่สุดแต่ว่าความดีของระบอบประชาธิปไตยคือการมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วมันมีการคานอํานาจ มีการตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา เรามี ส.ส. หรือว่าตัวแทน ที่มาจากระบอบการเลือกตั้ง ๔ ป้เรามีการเลือกตั้งกันใหม่ นั่นคือ ๔ ป้ถ้าไม่พอใจ โยนกลับไปให้ประชาชนได้ใช้สิทธิได้เลือกตั้งกันใหม่ แต่ว่าถ้าเปึนระบอบเผด็จการมันคงที่ มันยาวนาน โดยมีอํานาจที่ผูกขาดอยู่ที่คนคนเดียวจะ ๕ ป้ ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ เพราะฉะนั้น ระบอบที่มีการเลือกตั้งมันมีการที่มันจะสามารถเปลี่ยนแปลงอยู่ได้เรื่อย ๆ จากการเลือกตั้ง โดยเฉพาะระบบเขตเลือกตั้ง ผู้แทนราษฎรที่มาจากระบบเขตเลือกตั้งไม่มีใครชัวร์สักคน ที่ว่าจะสามารถเข้ามาในสภาแห่งนี้หรือว่าผูกขาดอํานาจได้ในการที่จะให้ประชาชน ได้เลือกตั้ง ทุกคนมีสิทธิที่จะสอบตกได้หรือสอบได้ทุกคน แต่ว่าในประวัติศาสตร์ ในการเมืองไทยก็อาจจะมีข้อยกเว้น อย่างบางพื้นที่อย่างจังหวัดสุพรรณบุรีหรือว่า อย่างจังหวัดสระแก้ว แต่ว่านั่นก็ไม่ใช่เกิดจากการที่เขาไปบังคับให้ประชาชนเลือกตั้ง ไม่ได้เอาป๋นไปจี้ แต่ว่าเกิดจากผลงานที่คนที่เปึนผู้แทนราษฎรทําไว้ แล้วก็ประชาชน ในพื้นที่ถูกใจ ชอบก็ให้การเลือกตั้งขึ้นมาโดยทุก ๆ สมัยก็สามารถที่จะเปึนได้ นั่นก็คือ ผลงานที่มาจากการที่เปึนตัวแทนของประชาชน แต่ว่าถ้าเทียบกับระบบที่มีระบบสัดส่วน หรือว่าระบบปาร์ตี้ลิสท์ ส.ส. ที่มาจากระบบเขตยังมีสิทธิที่จะสอบได้หรือสอบตก แต่ว่า ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อค่อนข้างที่จะผูกขาด ถ้าคนที่อยู่พรรคการเมืองที่ใหญ่หน่อย มีฐานเสียงเยอะ ๑-๑๐ ๑-๒๐ ก็มีสิทธิที่จะได้โดยสามารถที่จะผูกขาดได้ในทุกยุคทุกสมัย ส.ส. เขต ระบบมันถูกออกแบบมาแล้วในการเลือกตั้งทําให้มีการหมุนเวียนกันอยู่เรื่อย ๆ ทําให้มีการที่จะมี ส.ส. ใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ ที่มาจากการเลือกตั้ง ดังนั้นมันแทบจะไม่มีการผูกขาด ในระบบการเลือกตั้งอยู่แล้วในการที่จะเลือกตั้งกลับเข้ามา ระบบรัฐสภาเองที่มี การตรวจสอบอํานาจฝ์ายบริหารที่มาจากสภาก่อน คือเราได้ตัวแทนของ ส.ส. มาก่อน ระบบรัฐสภามีการตรวจสอบกันเรื่อย ๆ มีฝ์ายค้าน มีฝ์ายรัฐบาล ก็มีตัวแทนอย่างฝ์ายค้าน ก็สามารถที่จะตรวจสอบแล้วอภิปรายได้ ซึ่งหลัก ๆ เราก็ใช้การพูดอภิปรายกันในสภา เปึนการบอกกล่าว เอาข้อมูลมาพูดในสภาแห่งนี้ เสร็จแล้วข้อมูลที่เกิดจากที่นี่ หลาย ๆ องค์กรที่ตั้งขึ้นมาจะเปึนองค์กรอิสระก็ตาม เปึนสื่อมวลชนก็ตาม ก็สามารถที่จะ นําข้อมูลตรงนี้ที่เกิดขึ้นจากการตรวจสอบไปตรวจสอบในภาคของประชาชนหรือว่า ตัวแทนขององค์กรต่าง ๆ ได้ นั่นคือความสําคัญของระบบรัฐสภาที่มีการตรวจสอบเรื่อย ๆ แต่ว่าถ้าเปึนองค์กรอื่นไม่มีการตรวจสอบ หรือว่าเปึนการตรวจสอบ หรือว่าเปึนการดูอยู่ ตลอดเวลาเหมือนองค์กรของรัฐสภา เหมือนการตรวจสอบอย่างนี้ ดังนั้นระบบ การปกครองที่เรียกว่า ประชาธิปไตย มันถูกสร้างโดยกลไกต่าง ๆ ที่รวมขึ้นมา ไม่ใช่ว่า จะมีแค่ระบบของการเลือกตั้งอย่างเดียว มีระบบรัฐสภา มีตัวแทนของอํานาจต่าง ๆ มีการหมุนเวียน มีการที่จะให้ระยะเวลา ๔ ป้ทั้งในการบริหาร แล้วก็กลับมาที่ประชาชนใหม่ ในการเลือกตั้ง และวันนี้ในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญ หลัก ๆ ที่ผมอยากจะพูดก็คือว่า ถ้าเปึนไปได้รัฐธรรมนูญมันเปึนสิ่งที่สําคัญ มันควรมาจากประชาชน มาจากส่วนร่วมของประชาชนทั้งหมด ควรมีจุดกําเนิดที่ถูกต้องไม่ใช่มาจุดกําเนิดที่มันผิด ฉะนั้นในวันข้างหน้าก็ไม่แน่ว่าใครจะเรียกร้องให้เกิดการปฏิวัติกลับมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยการใช้อํานาจที่มันผิดบิดเบี้ยวตรงนี้นะครับ
ในส่วนของเรื่องวันนี้ที่จะต้องการแก้ไขเรื่องของระบบเขตเลือกตั้ง ๒ เขต ที่ว่าถกเถียงกันอยู่ในสภาว่าอยากจะเขตใหญ่ ๓ เบอร์ หรือว่าเขตเล็กเบอร์เดียว ผมก็แค่ อยากจะขอสะท้อนความคิดเห็นว่าจากประชาชนซึ่งเปึนประชาชนในเขตเลือกตั้งของผม จริง ๆ น่าจะเปึนตัวแทนของประชาชนในเขตพื้นที่ภาคอีสานได้นะครับ เนื่องจากว่า ในสมัยที่เปึน ส.ส. ขึ้นมาผมก็ได้ลงพื้นที่ไปงาน ไปทุกงานที่ประชาชนเขาได้เรียกผมไป โดยวัฒนธรรมของคนภาคอีสานในการเลือกผู้แทนค่อนข้างที่จะเน้นเรื่องของความใกล้ชิด สนิทสนม คือเรียกผู้แทนมาเสร็จแล้วในการที่จะได้พบหน้าหรือว่าการที่มี ส.ส. เข้าไป พูดคุยอย่างน้อยให้เขาได้ระบายถึงปัญหาได้บอกกล่าวให้ผู้แทนได้รับทราบ ได้ไปเจอ ได้เปึนเกียรติในงานที่เขาเชิญไป มันเปึนเรื่องของความใกล้ชิดส่วนหนึ่ง แต่ว่าถ้าเกิด มันเปึนเขตเลือกตั้งที่ใหญ่ขึ้นในการลงพื้นที่มันก็เปึนการยากที่จะพบปะหรือพูดคุยกับ ประชาชนในพื้นที่ในการที่จะได้เข้าไปพบในทุกหมู่บ้าน ดังนั้นพอมันเกิดความห่างขึ้นมา ระดับหนึ่งประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานหรือในเขตเลือกตั้ง บางทีก็เกิดการที่รู้สึกว่า เลือกไปแล้วไม่เจอผู้แทนบ้าง ไม่รู้จะเลือกไปทําไมบ้าง เพราะเขาคิดว่าการได้เจอหน้า ผู้แทนหรือเรียกเข้าไปอย่างน้อยก็ยังได้เห็นหน้า แต่ว่าการเมืองมันมีการพัฒนาขึ้นมา เรื่อย ๆ มันอาศัยระยะเวลามันอาจจะไม่เสร็จในวันนี้พรุ่งนี้ในการพัฒนา หลังจากที่มี การเลือกตั้งที่ผ่านมาที่ในสมัยพรรคไทยรักไทย การที่มีนโยบายเกิดขึ้นมาที่เขาสัมผัส ได้ว่าเขาได้จับได้ใช้ เงินที่ใช้ในการซื้อเสียงหรือ ๑๐๐ บาท มันอาจจะไม่เท่านโยบาย ดังนั้นพรรคการเมืองต่อไปในอนาคตก็คงที่จะต้องมีการพัฒนาอย่างเรื่องนโยบาย นั่นเปึนการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของการปกครองที่เกิดขึ้นมันต้องอาศัยเวลา เด็กที่เกิดมาใน ๑ เจเนเรชัน (Generation) จะมีสิทธิในการใช้สิทธิเลือกตั้งอายุ ๑๘ ป้ เท่ากับท่านจะต้องมีรัฐบาลที่ครบ ๔ ป้ ถึง ๔ สมัยกว่า ๆ ถึงจะเปลี่ยนใน ๑ เจเนเรชัน ถึงจะพัฒนาได้ ดังนั้นต้องใจเย็น ๆ ในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยนะครับ แต่ต้องเข้าใจและเอาระบบที่มันเปึนระบบกลางเอาเปึนระบบไว้ ก็ขอขอบพระคุณนะครับ ที่ได้เวลาเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง คุณมงคล ศรีคําแหง คุณไมตรี สอยเหลือง ที่ค้างเมื่อคืนนะครับ เชิญครับ คุณชัยวัฒน์ ๑๐ นาทีครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ วันนี้เปึนอีกครั้งหนึ่งที่ได้ มีโอกาสทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แทนสิทธิของพี่น้องประชาชนชาวไทย แล้วก็พี่น้องชาวจังหวัดชัยนาท ในหัวข้อในขณะนี้ต้องเรียนกับท่านประธานที่เราพูดกัน เมื่อวานวันหนึ่ง แล้ววันนี้ ๑ วัน แล้วพรุ่งนี้จะลงมติก็คือในเรื่องของการที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ โดยทั่วไปที่ทราบก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นจํานวน ๔ ฉบับ ด้วยกัน หรือการยกร่างเสนอมาในสภาให้พิจารณาในครั้งนี้มีด้วยกันทั้งหมด ๔ ฉบับ โดย ๒ ฉบับหลังนั้นเปึนของรัฐบาล โดยนัยของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพว่าเราคงต้องตั้งโจทย์ว่าเราทําไมถึงต้องแก้ไข เราแก้ไขไปทําอะไร แล้วแก้ไขไปเพื่ออะไร เช่นเดียวกันถ้าเราไม่แก้ไขทําไมไม่แก้ไข เพราะอะไร แล้วก็ถ้าไม่แก้ไขผลจะเปึนอย่างไร แต่โดยทั่วไปท่านประธานก็คงทราบดี เพราะว่าท่านประธานก็มีความรู้ความเข้าใจ แล้วก็ได้ศึกษาการเมืองการปกครองมาอย่างมากทีเดียว แล้วก็ด้วยอายุ แล้วก็ ด้วยประสบการณ์การทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วปัจจุบันนี้ทําหน้าที่ ประธานรัฐสภาหรือประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยซ้ํานั้น ท่านมีความเข้าใจเปึนอย่างดี แต่เนื่องจากว่าบ้านเมืองของเรานั้น ต้องเรียนท่านประธานครับ บางคนก็อยากจะให้แก้ได้เร็ว บางคนบอกว่าทําไมแก้ไม่ได้ บางคนบอกว่าเรียนหนังสือมาทําอะไรอย่างโน้นอย่างนี้ ไม่ได้เลย บางคนก็ถึงขนาดเรียกว่าอ่อนล้าแล้วก็เลิกไป ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่าการที่บ้านเมืองคนใดคนหนึ่งจะแก้อะไรหรือทําอะไรโดยตนเอง หรือด้วยความเข้าใจตนเองหรือปรับเปลี่ยนนั้นกระทําไม่ได้ ยากครับ ถ้าได้นั้นถ้าทําได้ ดังใจแล้วไม่แน่ใจว่าเราอาจจะได้คนที่เรียกว่ามาปรับเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง แล้วทําให้ บ้านเมืองเราสู่สภาพของความเดือดร้อน หรืออาจจะดีก็ดี ก็ตามแต่ แต่ว่าบางครั้ง ก็อาจจะไม่ดีได้ เพราะฉะนั้นการแก้ไขใด ๆ ก็ตามแต่ก็คงต้องฟังเสียงกันพอสมควร โดยทีเดียว เสียงที่เราต้องฟังมากที่สุดก็คือเสียงของพี่น้องประชาชน เพราะว่า พี่น้องประชาชนนั้นเปึนคนหมู่มาก ซึ่งพวกเราทั้งหลายนั้นเปึนเพียงตัวแทนของ พี่น้องประชาชน แต่บางครั้งเรามิได้อาจที่จะไปฟังเสียงพี่น้องประชาชนได้นั้น เปึนเพราะว่าการไม่ได้ทําประชาพิจารณ์ ต้องเรียนท่านประธานว่าการแก้ไขใน ๒ เรื่องนั้น ความจริงแล้วอยู่ในหมวด ๒ หมวด ๒ นั้นเปึนหมวดว่าด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ รัฐบาลนะครับ แล้วก็ในหมวด ๙ ว่าด้วยคณะรัฐมนตรี การใช้อํานาจของคณะรัฐมนตรี ในมาตรา ๑๙๐ ว่าด้วยการทําสนธิสัญญาหรือการทําหนังสือ ส่วนฉบับอื่น ๆ ก็แก้ทั้งฉบับบ้าง ในหลายมาตราบ้าง ทีนี้เราก็ต้องมาบอกว่าจะแก้หรือไม่แก้ แก้อย่างไรก็ดี ก็เมื่อสักครู่ ผมได้เรียนท่านประธานไปว่าถ้าเราไม่แก้อะไรจะเกิดขึ้น แล้วที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอะไรแน่ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับ ผมเองก็มีโอกาสได้ศึกษาในสถาบันหลาย ๆ สถาบัน ไม่ว่าจะเปึนสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งท่านประธานเปึนประธานอยู่ ไม่ว่าจะเปึน สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเปึน คณะรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับว่าได้เรียนรู้แล้วก็ศึกษา โดยเฉพาะการวิจัยและงานวิจัยก็เกี่ยวข้อง กับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเรื่องการพัฒนาพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการแสดงบทบาท ของอํานาจหน้าที่ของการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือการพัฒนานักการเมือง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เปึนส่วนหนึ่งในการที่เรียกว่าจะทําให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่าในส่วนของผมนั้นผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าที่บ้านเมืองเรามีปัญหาทุกวันนี้เราก็ต้องยอมรับว่ามันเกิดจาก ความไม่สมดุลทางการปกครองหรือทางการเมือง ผมเองอยากจะเรียกร้องให้เกิด การศึกษาพิจารณาใช้ยุทธศาสตร์เสียด้วยซ้ํา ในยุทธศาสตร์ของชาติในเรื่องของการที่จะ ดําเนินการทางการเมือง เศรษฐกิจ แล้วก็สังคม ในขณะนี้เราต้องยอมรับนะครับว่า ประเทศไทยของเรา การเมือง เศรษฐกิจ และสังคมนั้น ไม่ได้สอดคล้องต้องกันทั้ง ๓ นั้น ถ้าเกิดสมดุลด้วยกันแล้วไซร้ แน่นอนที่สุดท่านประธานครับ มันไม่มีปัญหาแน่นอน แต่ที่มันมีปัญหาเพราะว่ามันไม่เกิดความสมดุล ในเรื่องของเศรษฐกิจนั้นเปึนหัวใจ สําคัญอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับการเมืองการปกครองก็ถือว่าเปึนหัวใจสําคัญไม่ยิ่งหย่อน น้อยไปกว่า เมื่อใดก็ตามแต่สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี รายได้ในแผ่นดินไม่ดี พี่น้องประชาชน ไม่มีรายได้แล้วไซร้ แน่นอนที่สุด ท้ายที่สุดสังคมก็ต้องอ่อนแอ ท้ายที่สุดกองกําลัง หรืออํานาจแห่งอํานาจของกองกําลังไม่ว่าจะเปึนกองทัพก็ต้องอ่อนแอไปตามกาลเวลา เพราะฉะนั้นในเรื่องของการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจนั้นก็ต้องถือว่าเปึนเรื่องสําคัญ ของประเทศชาติ เช่นเดียวกันการพัฒนาทางการเมืองหรือทางการปกครองก็มีส่วนสําคัญ ที่จะต้องพัฒนาให้มันสอดคล้องต้องกันกับยุคสมัยของความเปลี่ยนแปลงไป ถ้าหากการพัฒนาทางการเมืองไม่ดี ไม่มีความเหมาะสมกับการพัฒนาการเมืองของโลก แล้วไซร้ แน่นอนที่สุดท้ายสุดเราย่อมที่จะทําให้บ้านเมืองของเรานั้นพัฒนาไปล่าช้า เพราะคนที่มีความรู้ความเข้าใจทางการปกครอง ทางการบริหารการจัดการในเชิงภาครัฐ หรือในเชิงภาคธุรกิจนั้นก็สามารถที่จะช่วยในการที่จะผลักดันในสิ่งเหล่านี้ให้มันเกิด เปึนประสิทธิภาพ ประสิทธิผล หรือมีผลประโยชน์ที่ดีงามต่อพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น ผมเองอยากจะเรียกร้องว่าเปึนไปได้ไหมหรือมีความเข้าใจหรือไม่อย่างไรที่เราต้องไป แก้ไขในหมวดของผู้แทนราษฎรก็ดี ในเรื่องของสนธิสัญญาก็ตามแต่ ในเรื่องของ สนธิสัญญานั้นผมถือว่าไม่แก้ไขเปึนเรื่องดี เพราะว่าพี่น้องประชาชนหรือผู้แทนราษฎร ได้ศึกษา แต่วิธีการบริหารจัดการต้องดีกว่านี้ให้มันง่ายและมันสะดวก และมันดําเนินการ เวลาเข้าสภามันจะได้ผ่านได้ง่าย ก็ได้ใช้เวลาไม่มาก อันนั้นต้องไปหาวิธี
ส่วนในเรื่องของมาตราที่ว่าด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องบอกว่า การเปลี่ยนแปลงนั้น เปลี่ยนแปลงในเรื่องขององค์ประกอบของจํานวนผู้แทนราษฎรนั้น เรียกว่าเท่าที่ดูไม่เปลี่ยนก็คือ ๕๐๐ คน แต่เปลี่ยนในระบบเขตเฉย ๆ จากเขตใหญ่มาเปึน เขตเล็ก ในขณะเดียวกัน เขต ๓ คน ใหญ่ก็ ๓ คน ถ้าเกิน ๓ คนก็เพิ่มเขตไป ถ้าไม่ถึง ๓ คนก็จัดการเปึน ๑ เขต ไม่ว่า ๑ คนหรือ ๒ คน ก็คือใช้ระบบเช่นเดียวกับการเลือกตั้ง ในสมัยป้ ๒๕๔๐ นั่นเอง ทีนี้ปัญหาก็คือว่าถ้าเราทําจํานวนที่ลดลงจาก ๔๐๐ คนมาเหลือ ๓๗๕ คน แน่นอน ปัญหาก็คือว่าคําตอบต้องหาก็คือทําไมถึงต้องลดจํานวนเขตเลือกตั้งด้วย ผมเองขออนุญาตกราบเรียนครับว่าแน่นอนที่สุดผู้แทนราษฎรที่มีอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ผมเองยกตัวอย่างจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผมก็คิดว่าในอนาคตถ้าเปึน ๓๗๕ คน เขาจะเหลือ แค่ ๑ เขต คนที่เปึนผู้แทนราษฎรในจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็เรียนกับท่านประธานครับว่า ลําบากเพราะว่าจังหวัดมันใหญ่ พี่น้องประชาชนมันเยอะ ตรงนี้ก็เปึนส่วนหนึ่งที่ทําให้ ต้องเรียนกับท่านประธานว่าเราจะลดจํานวนเขตลงนั้น ผมเองอยากจะบอกหรืออยากจะ บอกในที่นี้ด้วยว่าจํานวนเขตไม่ต้องลดหรอกครับ ควรจะเพิ่มเสียด้วยซ้ําเพื่อให้มี ผู้แทนราษฎรที่มากขึ้นแล้วก็ดูแลพี่น้องประชาชนหรือทํางานการเมืองให้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็คงต้องเรียนกับท่านประธานนะครับ ต้องพิจารณาถึงสภาพพื้นที่ด้วย ผมเองนั้นกลับมองเห็นสภาพพื้นที่ด้วย เราเอาจํานวนประชากรวัดอย่างเดียว ท่านประธานครับ ในการที่จะแบ่งจํานวนเขตพื้นที่ว่ามากหรือน้อย แต่เราไม่ได้ใช้เลยครับ ในเรื่องของขนาดของพื้นที่ว่ามีสภาพเปึนอย่างไร ตรงนี้ก็เปึนปัญหาอุปสรรคต่อการทํางาน ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่าในเรื่องของ พรรคการเมืองนั้น ผมเองขอเวลาอีกนิดเดียวท่านประธาน ในเรื่องของพรรคการเมือง ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับ เพราะมีส่วนเกี่ยวข้องในการทํางานวิจัยด้านนี้ ก็อยากจะ นําเสนอและอยากจะบอกครับ พรรคการเมืองนั้นต้องเปึนสถาบันครับท่านประธาน ให้มีความเข้มแข็ง เพราะว่าพรรคการเมืองนั้นเปึนสถาบันที่จะพัฒนานักการเมืองสู่ ในการที่จะเปึนผู้บริหารของประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าพรรคการเมืองอ่อนแอเมื่อไรก็ตาม แต่ประเทศเราก็จะได้นักการเมืองหรือผู้บริหารการเมืองที่มีความเข้าใจทางการเมือง หรือทางการบริหารไม่ดีเท่าที่ควรก็จะเกิดความอ่อนแอ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน หรือประเทศชาติจะไม่ได้ผลประโยชน์ต่อสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นขอกราบเรียน ท่านประธานครับการส่งเสริมให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งเปึนสถาบันทางการเมืองนั้น สมควรอย่างยิ่ง ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านมงคล ศรีคําแหง ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดจันทบุรีครับ ท่านประธานครับ ผมจะไม่ขอลงในรายละเอียดของร่างทั้ง ๔ ร่างนะครับ แต่ว่า ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและคณะที่อยู่ ๆ ทําไมท่านถึงเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาสู่สภา ทั้ง ๆ ที่สภาแห่งนี้จะป่ดอยู่อีกวัน สองวันนี้แล้ว ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ เดิมทีทางคณะรัฐมนตรีชุดนี้ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอยู่แล้วนะครับ ผมอยากจะนําเรียนอย่างนี้ เมื่อ ๒ ป้ที่แล้ว มี ส.ส. กับ ส.ว. เข้าชื่อกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรากฏว่ามีกลุ่มพันธมิตรเข้าชื่อถอดถอนผู้ที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะนี้กลุ่มพันธมิตร หายไปไหน ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา แล้วทําไมถึงไม่มาเข้าชื่อถอดถอน ท่านมี ๒ มาตรฐานอีกหรืออย่างไร ผมอยากจะเรียน อย่างนี้อีกนะครับ รัฐธรรมนูญผมเชื่อว่าทุกฉบับย่อมมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน ผมจะพูดถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราก็รู้แล้วว่าที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนอย่างไร มาจากการทํารัฐประหาร แล้วก็มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ขึ้นมานะครับ บอกว่า มีการขอประชามติ แล้วก็บอกว่ารับไปก่อน แล้วเดี๋ยวเข้ามาแล้วค่อยแก้ ลองใช้ไปก่อน ผมจําได้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอภิสิทธิ์บอกว่ารัฐธรรมนูญเปึนกติกา พวกเราก็คือคนเล่น แล้วทําไมครับ กติกามีอย่างไรเราก็ควรเล่นไปสิ แล้ววันนี้ทําไมท่านถึงแก้ แล้วแก้ทําไม แค่ ๒ ประเด็นนะครับ ที่มาของ ส.ส. ที่มาของ ส.ว. แล้วที่สําคัญที่สุดคือมาตราที่เกี่ยวกับ การยุบพรรคการเมือง มาตรานี้ก็รู้ หรือท่านคิดว่าพรรคท่านไม่ถูกยุบถึงไม่แตะต้อง ถึงไม่แก้ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้นะครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ทําให้พรรคการเมืองนี้ อ่อนแอนะครับ ท่านคิดดูสมาชิก กรรมการไปทําผิดยุบพรรค นี่หรือครับ แล้วทําไมไม่แก้ ท่านมาแก้มาตรา ๑๙๐ ผมเห็นด้วย แต่ถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งหมดที่มันบกพร่องอยู่
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านตั้งกรรมการสมานฉันท์ ๓ ฝ์าย มีทั้งฝ์ายค้าน มีทั้ง ส.ว. มีทั้งฝ์ายรัฐบาล ท่านประธานดิเรก ถึงฝัืง ได้นําเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น ท่านก็ไม่สนใจ เปึนรัฐบาลมา ๒ ป้ไม่เคยคิดจะแก้ แต่อยู่มาใกล้จะยุบสภา อยู่แล้ว สภาก็จะป่ดอีก ๒-๓ วันอยู่ ๆ เอาเรื่องเข้ามา เอาเรื่องเข้ามาแก้ ท่านก็รู้ว่า การแก้รัฐธรรมนูญมันเปึนประเด็นที่มุ่งไปสู่ความขัดแย้งนะครับ เรื่องที่จะแก้มีเยอะแยะ ท่านไม่แก้ รัฐธรรมนูญมันเปึนสายล่อฟัาท่านก็รู้อยู่แล้วนะครับ ผมอยากเรียนอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี มีเรื่องให้แก้เยอะแยะ ปัญหาพี่น้องประชาชน ปัญหาน้ําท่วม ทั้งประเทศ ปัญหาความขัดแย้ง ท่านลองดูสิครับ ท่านเคยแก้อะไรบ้างนอกจากกู้ กู้แล้วก็ใช้ แล้วก็สร้างเรื่อง สร้างปัญหา ผมบอกว่าการแก้รัฐธรรมนูญผมเห็นด้วยนะครับ ผมอยากเปึน ส.ว. เพราะผมอยากแก้รัฐธรรมนูญที่มันไม่สอดคล้องเหมาะสม อันไหน ที่มันไม่เปึนประชาธิปไตยเราต้องแก้ ในเมื่อรัฐธรรมนูญร่างด้วยคน ก็ต้องแก้ด้วยคนครับ ไม่มีปัญหา ขนาดฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งยังฉีกได้เลยครับท่านประธาน แล้วทําไมจะแก้ไม่ได้ ผมเห็นด้วย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในการแก้ แต่ขณะนี้มันถึงเวลาเหมาะสมไหม ความแตกแยก ของพรรคการเมือง ส.ส. ดูสิครับพูดทีก็ทะเลาะกันที แล้วจะแก้ได้อย่างไร ผมรู้ที่ท่านจะแก้ เพราะถูกพรรคร่วมรัฐบาลบีบคอ ท่านได้ประโยชน์ ถ้าไม่แก้เขาถอน ก็เลยแก้ไปอย่างนั้น โยนให้สภา ให้สภาเปึนคนล้างมลทิน ท่านก็บอกว่าแก้แล้ว แต่สภาไม่เอา ท่านก็จะอ้าง ได้อย่างนี้ ผมเชื่อว่าคนที่ได้ประโยชน์ก็คือรัฐบาล ประชาชนไม่ได้เกี่ยวเลย ได้ทางอ้อม มาตรา ๑๙๐ เท่านั้นเอง ก็อยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีลองดูประเทศพม่าเห็นไหมครับ เขาเปึนประชาธิปไตยเมื่อวานซืนนี้เอง เขาปล่อยอองซาน ซูจี แล้ว ท่านตานฉ่วยเปึน รัฐบาลเผด็จการมาเท่าไร ท่านเปึนรัฐบาลประชาธิปไตยมากี่สิบป้แล้วท่านเล่นการเมืองนี่ แล้วเคยคิดจะแก้ความสามัคคีไหม ขังลืมพวกเสื้อแดง คนตายเปึนร้อย แล้วจะแก้ สมานฉันท์ได้อย่างไร ท่านจะปรองดองอย่างไร หรือปองร้ายอยู่วันยังค่ํา ศอฉ. ทําไม ไม่ยุบเขาไป ท่านจะปรองดองทําไมทําอย่างนี้ครับ ผมอยากเรียนท่านประธาน ท่านประธานอย่าไปเออออห่อหมกกับรัฐบาลมากนัก ไม่รู้ว่าสมัยหน้าพรรคท่าน จะได้อยู่ร่วมรัฐบาลหรือเปล่า ผมว่าชั่วโมงนี้ไม่ควรที่จะสร้างปัญหา ไม่ควรที่จะ แก้รัฐธรรมนูญ เพราะว่าข้างหน้าก็ไม่เห็นด้วย ผมไม่รู้ว่าพันธมิตรแกล้งไม่เห็นด้วยหรือเปล่า หรือว่า รู้กันกับพรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากเรียกร้องนะครับ เคยทําอย่างไรก็ทํา จุดยืนของ พันธมิตรมีนะครับ เคยถอดถอนพวกผม ๒๐,๐๐๐ ชื่อ แล้วตอนนี้ไปไหนครับท่านประธาน เรียกร้องหน่อยสิครับ ให้มันมีมาตรฐานเดียวกัน ท่านบอกว่าเราต้องมีบรรทัดฐานเดียวกัน พรรคท่านมีคนเดียวเองบรรทัดฐานคือท่านบัญญัติ ผมอยากจะฝากไปถึงรัฐบาลนะครับ ผมนี่เห็นด้วยอยู่แล้วในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ว่าขณะนี้ใกล้จะถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา เราอย่าสร้างปัญหาให้กับประเทศชาติเลยครับ ขอบคุณมากครับ
พูดได้ดีมากครับ ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านไมตรี สอยเหลือง สละสิทธินะครับ เมื่อสละสิทธิแล้วก็ขอคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ เชิญครับ
ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะนักการเมืองสมัยแรก ผ่านการเลือกตั้งมาครั้งเดียว อยากจะกล่าวว่าโอ มาย ก็อด (Oh my God) ประเทศนี้ ยังตกลงกันไม่ได้อีกหรือว่าจะเอาเลือกตั้งแบบไหน มีประชาธิปไตยมา ๗๐ กว่าป้แล้ว ประเทศที่เขาเปึนเผด็จการจนเขากลับมาเปึนประชาธิปไตย จนเขาพัฒนาไปถึงไหน ประเทศไทยยังมาคุยกันว่าจะเลือกตั้งแบบไหน แบบเขตเล็ก เขตใหญ่ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่าการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมันมีเรื่องของหลายประเด็น ในเรื่องของเหตุผลหรือว่าความต้องการของแต่ละคน แต่ผมว่าสิ่งที่สําคัญคือหลังจากนี้ แล้วเราจะเดินกันไปทางไหน ประเทศไทยจะเดินไปทางไหน ปัญหาจะมีไหม อันนี้ผมว่า เปึนเรื่องสําคัญ แล้วเรื่องที่สําคัญก็คือว่าเรายอมรับกติกากันไหม ปัญหาของบ้านเราคือ นักกีฬาไม่ยอมรับกติกา เล่นแล้วไม่ถนัด ไม่มัน เปลี่ยนกติกาใหม่ มันก็จะเปึนอย่างนี้ ไปตลอด สิ่งที่สําคัญก็คือว่าหลังเลือกตั้งแล้วเรายอมรับกันไหมว่าการเลือกตั้ง คือสิ่งที่ประชาชนกําหนด เราเล่นการเมืองกันข้างถนน เล่นการเมืองกันนอกสภา แล้วก็ มาบอกว่าต้องมาแก้เรื่องนั้นเรื่องนี้รัฐธรรมนูญ ผมว่ามันอยู่ที่คน ผมเองกราบเรียนว่า บางประเทศ ขออนุญาตยกเลยว่าประเทศสหรัฐอเมริกา ท่านครับ เขาผลัดกันคนละ ๘ ป้ ไม่มีพรรคไหนที่อยู่ ๔ ป้ เขาให้ ๘ ป้ บริหารบ้านเมืองนี้ไปเลย รีพับลิกัน (Republican) เดโมแครท (Democrat) ในประวัติศาสตร์ของเขามีคดีวอเตอร์เกท (Watergate) เรื่องเดียวที่ทําให้ประธานาธิบดีท่านหนึ่งออกไป เรียกว่าพรรคที่ดูแลตอนนั้นได้ดูแล แค่ ๔ ป้ เขาผลัดกัน เขารู้กัน เขาเล่นกันเพื่อบ้านเมือง แต่วันนี้ของเราไปเรียกร้อง ประชาชนให้ออกมาโดยที่ถ้าตัวเองเสียฐานผลประโยชน์ มันก็จะเปึนอยู่อย่างนี้ สิ่งที่สําคัญที่จะต้องแก้มากที่สุดคืออะไรรู้ไหมครับ ไม่ใช่แก้รัฐธรรมนูญครับ มันต้องแก้ สันดานนักการเมือง แก้สันดานพวกที่มีอํานาจในบ้านเมืองนี้ และแก้นิสัยคนไทย ไม่ใช่แก้ รัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ผมว่ารัฐธรรมนูญมันเปึนเรื่องที่ผมว่าต้องแก้นิสัยพวกเรานี่ละครับ ถ้าไม่อย่างนั้นปัญหามันจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา มันไม่จบครับ กฎ กติกา มารยาท ไม่ใช่เปึน เรื่องที่จะปฏิบัติ หลังเลือกตั้งแล้วถ้าคุณต้องการอะไรคุณก็ใช้การรณรงค์กับประชาชน แต่ไม่ใช่ใช้ม็อบ (Mob) ออกมากดดันกัน ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองมันก็จะมีปัญหา ผมบอกว่าท่านนายกรัฐมนตรีครับ ถึงเวลาแล้ว อยู่มาก็นานแล้ว พอสมควรแล้วนะครับ เอาให้เขาคราวหน้าค่อยว่ากันไหม ยุบสภาเลยให้เขาว่ากันไป แล้วก็ให้ทุกคนยอมรับ ในกติกา ได้หรือไม่ได้ตามประสงค์ ก็เปึนเรื่องที่ต้องไปต่อสู้กันในครั้งใหม่คือการเลือกตั้ง ครั้งใหม่ กลุ่มนี้ สีนี้ ต้องการแบบนี้ คุณก็ไปรณรงค์กับประชาชน แต่ไม่ใช่ไปเอาประชาชนมาเปึนเครื่องต่อรอง เอาเหตุการณ์ต่าง ๆ มาเปึนเครื่องต่อรอง ผมเองผมเรียนว่าเราจะเอาอะไรชี้ขาดกับประเทศนี้ ถ้าจะเอาการเลือกตั้งเปึนเรื่องชี้ขาด เปึนเรื่องการยอมรับ ก็ว่ากันมาเรื่องการเลือกตั้ง แต่วิธีการเลือกตั้งนั้นในเมืองไทยเรา มันสับสน วิธีการได้มากับหน้าที่ ส.ส. การได้ ส.ส. มากับหน้าที่ ส.ส. มันไม่สอดคล้องกัน ถ้าบอกว่าจะ ๑ เสียงเหมือนกันทั่วประเทศ มันไม่จริงหรอกครับ น้ําหนักเสียง มันไม่เหมือนกัน บางคนเลือก ส.ส. จังหวัดนี้คือเลือกรัฐมนตรี แต่เลือก ส.ส. จังหวัดนี้ คือเลือก ส.ส. มันไม่เหมือนกันหรอกครับท่าน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกติกาไหนก็ได้แต่ขอให้เรา ยอมรับกัน แล้วก็จบเสียทีไปว่ากันเรื่องพัฒนาชาติไทย มีประชาธิปไตยมา ๗๐ ป้ยังไม่มี แล้วทุกคนก็อ้างว่านั่นคือเสียงของประชาชน ผมเปึนตัวแทนนะ ประชาชนคิดอย่างนั้น คิดอย่างนี้นะ อีกฝ์ายหนึ่งก็บอกว่าผมก็มีประชาชน ผมกราบเรียนว่าถึงเวลาที่จะต้อง ยอมรับ วันนี้สิ่งที่สําคัญคือต้องแก้นิสัยครับ ไม่ใช่แก้รัฐธรรมนูญ แล้วหลังจากนั้นถ้าเราให้ ประชาชนตัดสินใจโดยการเลือกตั้งครั้งหน้า มอบภาระให้ประชาชนไป ผมเชื่อว่า คนอย่างนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใครก็กดดันท่านไม่ได้ ที่ท่านเสนอมาคราวนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดนะครับ เพราะมันเปึนเรื่องที่ต้องทํา นั่นก็คือแต่เราถึงเวลาหรือยังว่าแก้แล้ว มันจะเกิดอะไรขึ้น แก้แล้วปัญหามันจะจบไหม อะไรที่รัฐบาลคิดผมเชื่อว่าทุกคนก็คิดทันหมด จะช้าหรือเร็วแค่นั้น ผมกราบเรียนว่าวันนี้มันต้องแก้นิสัยครับ ต้องแก้นิสัยพวกเรานี่ละ แก้การเมืองไม่ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญ แล้วผมเองอยากจะบอกว่าผมจับการเลือกตั้ง แบบไหนก็ได้ แต่มันไม่สําคัญ ผมจะมาเปึนผู้แทนราษฎรต่อหรือไม่เปึนต่อไม่ใช่เรื่องสําคัญ แต่ประเทศนี้จะเดินไปทางไหน หลังจากเราเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าแล้ว ถ้ายังมีปัญหาอยู่ ผมเรียกร้องว่าทําเลวเพื่อชาติเสียทีไม่ดีหรือครับ ผมเห็นแต่เรียกร้องกันให้ทําดีเพื่อชาติ ทําเลวเพื่อชาติบ้าง คือขจัดอ้ายคนที่มันสร้างปัญหาสังคมไทยให้มันออกไปเสีย ทําเลว เพื่อชาติบ้างผมว่าบ้านเมืองนี้จะเจริญแล้วก็จะดีขึ้น กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ขอยืนหยัดว่าผมรับหลักการอยู่แล้วกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ท่านต้องตัดสินใจครับ วันนี้บ้านเมืองส่วนหนึ่งอยู่ในกํามือท่าน แล้วผมเชื่อว่า ทางออกคือโยนสิ่งนั้นให้กับประชาชน กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ยืนยันว่า ต้องแก้รัฐธรรมนูญ แล้วก็แก้นิสัยด้วยครับ กราบขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ๑๐ นาที เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ สมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านประธานครับ เกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมาย การตั้งคําถามก็คือใครได้อะไร ทําไมถึงแก้ ประโยชน์ตกกับใคร ชาวบ้านได้หรือเปล่า กฎหมายป้ ๒๕๕๐ ถามพี่น้องประชาชนในการลงประชามติ แต่จะแก้ไขทําไมไม่ถาม ทําไมรวบรัดตัดยอดไปในส่วนส่วนนี้ ทําไมหยิบขึ้นมาเปึนปัญหาเร่งด่วน ปัญหาเร่งด่วน มีมากมาย น้ําท่วมครึ่งค่อนประเทศ ทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะเรื่องนี้ลามมาถึง ในสภาผู้แทนราษฎร เอกสารนี้ได้รับมา ท่านประธานครับ ปลวกขึ้นสภาแล้ว ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ป้ละ ๔๐-๕๐ ล้านบาท สตง. ตรวจสอบ เอกสารอยู่นี่ทั้งหมด ท่านทําไม ไม่ดําเนินการแก้ไข การทุจริตคอร์รัปชันถึงในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ปล่อยปละละเลย ทําไม รายชื่ออยู่นี่ทั้งหมด จะส่งให้ท่านและสื่อมวลชนไปตรวจสอบทั้งหมด เกี่ยวกับ อาหาร เครื่องดื่ม ได้ข่าวว่าตกหัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ส.ส. ป้ละ ๕๐ ล้านบาท หายไป ป้ละ ๓๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ปัญหาต่าง ๆ กฎหมายมาตรา ๑๙๐ กฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ มาตรา ๑๙๐ มีข้อดี ข้อเสีย ข้อดีก็คือเร็ว ข้อดีก็คือได้ตรวจสอบรู้ว่ารัฐวิสาหกิจใครไปกู้เงินบ้าง ใครพาชาวบ้านไปเปึนหนี้บ้าง รู้หมด สภารู้หมด ชาวบ้านรู้หมด แต่ถ้าตัดมาตรา ๑๙๐ ออก ชาวบ้านไม่รู้ สภาไม่รู้ รู้ตอนใช้หนี้ท่านประธานครับ หนี้สินเพิ่มขึ้นมาเปึน ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ลงนามกับ ประเทศจีนอีก ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินกลางภัยพิบัติน้ําท่วมข่าวว่าจะกู้เงินอีก อันนี้ มันมีข้อดี ข้อเสียของมัน แล้วแต่ท่านสมาชิกจะออกความคิดเห็นในส่วนนี้ ผมขอใช้เวลา เกี่ยวกับมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ มากกว่า ตรงนี้ผมดูแล้วชาวบ้านไม่ได้อะไรเลย ท่านประธาน ผม ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์รุ่นไม่ขายตัว มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่แก้ไข โดยเฉพาะเขตใหญ่เปึนเขตเล็ก ออกแบบมาเพื่อให้การซื้อ ส.ส. ง่าย แล้วก็ขายตัวง่าย แค่นั้นเอง อันนี้จุดประสงค์คือเปึนการทําลายระบบการเมืองอย่างยับเยินเลย ทําไมผมว่า อย่างนั้นท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ระบุไว้ว่า ผู้ที่มี คุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้งต้องเปึนสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง เพียงพรรคเดียวเปึนเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง ก็แสดงว่า ขายตัวได้ถึงวันยุบสภา วันจับเบอร์ วันสมัคร ๔๕ วันถ้ายุบสภา ถ้าไม่ยุบไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน อันนี้ท่านออกกฎหมายเพื่อเอื้อให้ ส.ส. ขายตัวหรือครับท่านประธาน ให้นายทุน ซื้อตัว ส.ส. เขตเดียวเบอร์เดียว แล้วโดยการเอื้อกฎหมาย มาตรา ๑๐๑ (๓) เสียหายที่สุด จุดประสงค์ตรงนี้ ถ้าผมคาดการณ์ไม่ผิด แนวทางที่ท่านวางไว้ก็คาดการณ์ว่า พรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสถูกยุบ ท่านถึงรีบเร่งเอากฎหมายฉบับนี้เข้า การยุบพรรค ตัดสิทธิกรรมการบริหารจะตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมา การตั้งรัฐบาลใหม่ก็ต้องอาศัยพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลท่านก็เอาตัวนี้มาจับไว้มันเข้าวาระแรก แต่ก็รอวาระที่สอง วาระที่สาม แต่จับไว้ก่อน ๒๙ ศาลป่ดคดี ถ้าไม่ตัดสินแบบพรรคพลังประชาชนก็อาจจะเลื่อนไป ก็คงไม่เกินเดือนหน้าถ้าตัดสินยุบพรรค ยุบสภา ท่านก็ซื้อ ส.ส. เข้ามา อันนี้จะเปึน ประโยชน์กับชาวบ้านอย่างไร ท่านประธานครับ การยุบพรรค การยุบสภา การเร่งรีบ นี่คือจุดประสงค์ที่ผมมอง มันไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ชาวบ้านเลย โดยเฉพาะเขตเล็ก วิธีการ ของเขตเล็กการใช้เงินเสียหายมากที่สุดในกระบวนการของการเลือกเขตเล็ก ทําให้สังคม เสียหายอย่างยับเยิน ในอดีตที่ผ่านมาคนที่มีเงิน คนที่มีกลุ่มทุน สังคมแม้แต่งานศพ แย่งกันเหมางานศพครับท่านประธาน งานศพแทนที่เราจะไปตามปกติธรรมดา ผู้ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งแย่งประมูลงานศพ ๆ ละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท เหมางานศพ งานกีฬา เหมางานกีฬาเลยแย่งกัน ๕๐,๐๐๐ บาทเอาไหม ๗๐,๐๐๐ บาทเอาไหม หาประธานมา งานบุญบั้งไฟ งานเข้าพรรษา งานลอยกระทง แย่งกันเหมา แย่งกันประมูล แย่งกันตัดลูกนิมิต ท่านประธานครับ ข้อดีข้อเสียมันเกิด ท่านกําลังจะทําลายสังคม ทําลายระบบรัฐธรรมนูญอย่างเห็นได้อย่างชัดเจน อันนี้คือสิ่งเสียหาย ท่านนายกรัฐมนตรี กลุ่มพันธมิตรวันสองวันผมนึกว่าเล่นปาหี่ ผมนั่งดู กลุ่มพันธมิตรออกเอเอสทีวี (ASTV) ทําไมเขากล่าวหาท่านมากเหลือเกินท่านครับ เขาบอกว่าทวงบุญคุณ บุญคุณอะไรผมไม่ทราบ ท่านเป่ดเผยหน่อยสิครับ ทวงบุญคุณ อะไรบ้าง เขาหาว่าท่านนายกรัฐมนตรีเหมือนเด็กเลี้ยงแกะพูดกลับไปกลับมา พรรคประชาธิปัตย์เคยไม่เอาเขตเล็ก แล้วกลับไปกลับมาเอาเขตเล็ก จะแก้ไขหรือไม่แก้ เปลี่ยนไป พูดกลับไปกลับมา ทําไมมันออกไปในแนวนี้ล่ะครับท่านประธาน กลุ่มด้านศีลธรรม โดยเฉพาะกลุ่มสันติอโศกเขาบอกว่าในทางธรรมะเขากล่าวหาท่านว่าดีแต่ปาก ใจสกปรก ทําไมกลุ่มพันธมิตรกล่าวหาท่านอย่างรุนแรงอย่างนี้ แล้วท่านทําไมเฉยอยู่ มันเปึน ความจริงหรือเปล่า ในสภาผู้แทนราษฎรผมติดใจคําคําหนึ่งของ ส.ส. ที่กล่าว ในสภาผู้แทนราษฎรก็คือใครก็ตามที่เอาสิทธิเอาเสียงของพี่น้องประชาชนไปขายจะต้อง เอาชื่อไปจารึกไว้บนหนังหมา แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญออกมาเอื้อให้ ส.ส. ขายตัว ให้พรรคการเมืองซื้อ ส.ส. จากกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) มันเสื่อมเสีย ทั้งสภาครับท่านประธาน มันไม่น่าจะเกิด จริง ๆ แล้วกฎหมาย ป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป มันก็เหมือนปลาแต่ละตัวมันจะมีก้างของมัน เพราะฉะนั้น กฎหมาย ป้ ๒๕๔๐ ปรัชญาของกฎหมายก็คือกฎหมายอะไรก็ช่างที่ออกมาแล้ว สร้างความสุขให้พี่น้องประชาชนคือกฎหมายที่ดีที่สุดครับ กฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ การตรวจสอบเน้นใช้ยาแรง เราก็เอามาผสมผสานกันก็ได้ ทําไมไปบอกว่าตรงนี้ดี ตรงนี้ ไม่ดี มันมีข้อดีของมัน ข้อเสียของมัน แล้วเวลามันเหมาะไหม การปรองดองของท่าน มันเหมาะไหม ข้อขัดแย้งเกิดขึ้น ตายเปึนร้อยเจ็บเปึนพัน ขอหีบเลือกตั้งได้หีบศพกลับมา การปรองดองที่ดีที่สุดในระบอบประชาธิปไตยครับท่านประธาน สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ การยอมรับการเลือกตั้ง ประเด็นมันมีอยู่แค่นี้
อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือกระบวนการยุติธรรมต้องหยุด ๒ มาตรฐาน ตราชั่ง ต้องไม่เอียง กระบวนการยุติธรรมต้องเดินไปได้ เกิดการยอมรับของคนทั้งประเทศ ไม่ว่าในสภาหรือนอกสภา กลุ่มชนทั้งหมดต้องยอมรับได้ ไม่อย่างนั้นการปรองดอง จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับท่านประธาน ก็กราบเรียนเปึนแนวทางสําหรับผู้ที่จะตัดสินใจ ในการลงคะแนนพรุ่งนี้ครับ
ท่านสมาชิกครับ ลําดับ การอภิปรายเปึนอย่างนี้นะครับ ต่อไปก็เปึนท่านสมชาติ ท่านชาดา ท่านณพฤษภ์ ท่านสุรชัย ท่านทวีศักดิ์และท่านฐนโรจน์นะครับ เชิญท่านสมชาติครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม สมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนครปฐม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ในวันนี้เปึนการพิจารณาแก้ไขร่างกฎหมาย ๔ ฉบับ ซึ่งฉบับแรก เปึนกฎหมายของ คปพร. และอีก ๓ ฉบับจากคณะรัฐมนตรี ๒ ฉบับ อีกฉบับหนึ่ง จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๐๒ ท่าน ที่ผมฟังมาตั้งแต่เมื่อวานจนถึงวันนี้ครึ่งวัน มีแต่คนวิพากษ์วิจารณ์ท่านนายกรัฐมนตรีที่ทําให้เราสมาชิกรัฐสภาสับสนในทางความคิด ของท่าน แต่สิ่งที่ท่านกระทําที่ผ่านมาในอดีตท่านจะปฏิเสธตลอดในเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ แล้วในวันนี้ อาทิตย์นี้เปึนอาทิตย์สุดท้ายของสภา ก็ปรากฏวาระการประชุม แก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนตัวของผมที่ได้ฟังรู้สึกเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านมีเลศนัย ท่านมีอํานาจมืดยืนอยู่ข้างหลังท่าน แต่กระผมไม่เชื่อกระผมไม่เชื่อว่าจะมีอํานาจใด ที่จะมาทําให้นายกรัฐมนตรีคนคนนี้ยื่นร่าง พ.ร.บ. แก้กฎหมายถึง ๓ ฉบับ บวกกับ กฎหมายของ คปพร. อีก ๑ ฉบับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ อย่างมาตรา ๑๙๐ ที่ท่านเสนอ เข้ามา จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วย ผมสงสารข้าราชการประจํา ทุกครั้งที่มีกรอบการเจรจา เรื่องการค้า ท่านเชื่อไหม ข้าราชการของกระทรวงพาณิชย์จะต้องมาขอร้องสมาชิกวุฒิสภา โดยเฉพาะ วิปของวุฒิสภาให้ช่วย เพราะมิฉะนั้นประเทศเราจะเสียโอกาสไป ถ้าไปถ่วงไว้ดึงไว้ ด้วยความรู้สึกที่ผมพร้อมที่จะสนับสนุน มาตรา ๑๙๐ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีครับ คณะทํางานของท่านเหลือเชื่อว่าบกพร่องได้อย่างไร อย่างมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ที่เมื่อ เช้าท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านอนุรักษ์ นิยมเวช ท่านได้พูดถึงไปแล้ว ผมจะขออนุญาต เอ่ยนามท่าน ส.ว. อนุรักษ์ นิยมเวช ตรงนี้นะครับ อันนี้ทําให้ผมมีความรู้สึกอึดอัด อึดอัดมาก ในวรรคสอง ขอให้ท่านช่วยให้นักกฎหมายของท่านเป่ดดูนะครับ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง เสียดายท่านนายกรัฐมนตรี เสียดายครับ แล้วก็เช่นเดียวกับ มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๘ ผมเห็นด้วยท่านนายกรัฐมนตรี เห็นด้วยที่จะให้เปึนเขตเล็กเบอร์เดียวครับ ท่านครับ ท่านเคยได้ยินคนดีศรีตรังไหม คืออดีตนายกรัฐมนตรีชวน นายกรัฐมนตรีชวน ไม่ต้องเสียเงิน ไม่ต้องซื้อเสียงขายเสียง ถ้าเราเปึนเขตเล็กเราก็จะมีคนดีศรีอําเภอนะครับ อันนี้เปึนโอกาสให้คนดีที่ไม่มีทุนทรัพย์มีโอกาสเข้ามารับใช้ในสภา มันไม่จําเปึนหรอกครับ ที่จะเปึนเขตใหญ่เรียงเบอร์ ไม่จําเปึนครับ ถ้ามันจะใช้เงินมันใช้ทั้งเขตเล็กเขตใหญ่ ผมมีประสบการณ์ทางการเมือง เคยต่อสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ในเขตเลือกตั้ง จังหวัดนครปฐมของผม ผมแพ้สตางค์ครับ เขตใหญ่ครับ ผมแพ้สตางค์ ถ้าเอ่ยชื่อ ท่านก็คงทราบ อดีตสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตไม่ได้พาดพิงไปถึงทําให้ เกิดความเสื่อมเสีย เพราะผมเห็นด้วยในเขตเลือกตั้งเขตเล็กเบอร์เล็กเบอร์เดียวครับ แต่ท่านอันหนึ่งน่าเสียดายในเรื่องบัญชีสัดส่วน ท่านไปเพิ่มบัญชีสัดส่วนเปึน ๑๒๕ คน ไปตัดในเขตเลือกตั้งเหลือ ๓๗๕ คน ท่านครับ บางจังหวัดยังไม่รู้เลยตัวแทนของเขา ใครคือ ส.ส. บัญชีรายชื่อ แปลก ผมไม่ทราบเหมือนกัน ว่าเหตุใดถึงไปลด ส.ส. เขตเลือกตั้งซึ่งเขาใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่า ส.ส. บัญชีรายชื่อ อันนี้ผมเสียใจแล้วก็เสียดายเช่นเดียวกับ มาตรา ๑๙๐ ทั้งที่ผมเพิ่งเห็นครั้งแรก พอมาเห็นว่า นี่มันอะไรกันครับ ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเชื่อท่านมีความสุจริตใจเปึนที่ตั้ง ต้องการเห็นบ้านเมืองเกิดความปรองดองสมานฉันท์ และวันนี้มีร่าง คปพร. ที่เสนอเข้ามา ท่านทําไมไม่รับครับ บอกลูกพรรคของท่าน ขออนุญาตเถอะครับ ต้องเอ่ยนามอีกท่านหนึ่ง เมื่อวานท่าน พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ ซึ่งท่านเปึนสมาชิกวุฒิสภา ท่านได้พูดว่า อย่างไรครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีข้อดี ป้ ๒๕๕๐ ก็มีข้อดีและข้อเสีย ทําไมไม่เอา ๒ รัฐธรรมนูญมารวมกันและตั้ง สสร. คณะทํางานศึกษาข้อดี ข้อเสีย ของรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๒ ฉบับ แต่เมื่อฟังการอภิปรายแล้วท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมเสียใจที่สมาชิกพรรค ประชาธิปัตย์ตั้งปัอมประณามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั่นมันเรื่องตัวคนที่ทําให้เกิด ความเสียหาย เราก็พูดกันอย่างไม่ป่ดบัง ซึ่งท่านก็ประจานกันอยู่ตลอดเวลาก็คือท่านอดีต นายกรัฐมนตรีทักษิณ รัฐธรรมนูญมันไม่เสียครับ แต่ท่านโทษว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้งที่มีข้อดีมากมายเช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อันนี้ผมฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านต้องการเห็นประเทศชาติของเราเกิดความปรองดองสมานฉันท์ ก็เปึนบุญกุศล ของท่านอย่างยิ่ง ท่านอายุยังน้อยครับท่านนายกรัฐมนตรี ผมเคารพท่านและนิยมชมชื่น ในความสามารถของท่าน ก็ขอฝากท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ลําดับ การอภิปรายปรับปรุงเล็กน้อยนะครับ ต่อไปก็เปึนท่านเทวฤทธิ์ ท่านณพฤษภ์ ท่านสุรชัย ท่านทวีศักดิ์ ท่านธารา ท่านชรินทร์ แล้วก็ท่านพีรพันธุ์นะครับ เชิญท่านเทวฤทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเทวฤทธิ์ นิกรเทศ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคกิจสังคมจากจังหวัดหนองคาย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นก็รู้สึกดีใจและยินดีเปึนอย่างยิ่งที่วันนี้ไม่ว่าจะเปึนรัฐบาล ที่ให้ความสําคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้ว่าในร่างของรัฐบาลนั้นจะเสนอมา ๒ ร่าง ร่างละ ๑ มาตรา ซึ่งถ้าเราย้อนกลับไปในช่วงเราเกิดวิกฤติช่วงแรก ๆ หลังจาก การเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทางสภาของเรา สมาชิกรัฐสภาทั้งหมดก็ได้รับการร้องขอ จากทางรัฐบาลให้อภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และหลังจากนั้น สภาของเราก็ได้มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมการชุดนั้นได้สรุปออกมาได้อย่างผมถือว่าดีมาก ประเด็นที่คณะกรรมการ ชุดนั้นได้เสนอให้กับทางรัฐบาลในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทั้ง ๖ ประเด็น ผมถือว่า เปึนประเด็นที่เหมาะสมและมีความสําคัญเปึนอย่างยิ่งนะครับ แต่รัฐบาลกลับนํามา เพียงแค่ ๒ ประเด็นเท่านั้นเอง ตรงนี้เปึนสิ่งที่ผมเสียดายนะครับว่าคณะกรรมการชุดนั้น ได้ทํางานผมถือว่าอย่างดีเยี่ยมนะครับ ซึ่งแต่ละประเด็นก็ตั้งแต่
ประเด็นที่ ๑ ที่ทางคณะกรรมการชุดนั้นเสนอก็คือมาตรา ๒๓๗ การยุบ พรรคการเมือง การตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรค ซึ่งผมถือว่าพรรคการเมือง ในประเทศไทยยุบง่ายเกินไป ก็ควรจะมีการแก้ไขในประเด็นนี้นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือที่มาของ ส.ส. ซึ่งผมจะได้ลงรายละเอียดต่อไป
ประเด็นที่ ๓ ที่มาของ ส.ว. ซึ่งคณะกรรมการชุดนั้นก็ได้คิดว่าน่าจะมี ส.ว. มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดซึ่งผมก็มีความรู้สึกว่าในประเทศที่เปึนประชาธิปไตยต้องให้ พี่น้องประชาชนเปึนคนตัดสิน ไม่ใช่ว่าให้บุคคลแค่ ๗ ท่านมาเปึนคณะกรรมการตัดสิน สรรหาแทนพี่น้องประชาชนทั้ง ๖๐ กว่าล้านคน
ประเด็นที่ ๔ ก็คือมาตรา ๑๙๐ ซึ่งผมคาดว่าทางสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ก็คง ไม่มีความขัดข้อง เพราะว่าเราก็เห็นปัญหาและอุปสรรค แต่ผมก็อยากจะให้ข้อคิด ในมาตรา ๑๙๐ ที่จะแก้ว่าในส่วนของประเด็นที่เปึนประเด็นที่สําคัญจริง ๆ ที่มีผลต่อ ความมั่นคงก็น่าจะคงไว้ให้สมาชิกรัฐสภาให้การรับรองเสียก่อน
ประเด็นที่ ๕ เปึนประเด็นที่น่าสังเกตประเด็นหนึ่งนะครับ ซึ่งหลาย ๆ ท่าน หรือสื่อมวลชน หรือทางพี่น้องประชาชนก็อาจจะคิดว่าการดํารงตําแหน่งทางการเมือง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีความที่เรียกว่าจะเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนก็คือ ส.ส. มาเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีไม่ได้ มาเปึนเลขานุการรัฐมนตรีไม่ได้ ตรงนี้ผมถือว่าทําให้ นักการเมืองรุ่นใหม่ ๆ ได้ขาดโอกาสในการที่จะฝ๊กงาน พูดง่าย ๆ ครับฝ๊กงานที่จะทํางาน ในอนาคตอาจจะได้เปึนรัฐมนตรีต่อไป ไม่ใช่ว่าข้ามจากตําแหน่งของ ส.ส. แล้วก็ข้ามไป เปึนรัฐมนตรีเลยผมคิดว่าการเรียนรู้งานเปึนสิ่งที่สําคัญ
ประเด็นที่ ๖ ที่คณะกรรมการคณะนั้นเสนอมาก็คือการทําหน้าที่ ส.ส. ในการที่เรียกว่าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ส.ส. ส.ว.นะครับ ไม่สามารถที่จะทําหนังสือ ถึงส่วนราชการได้ ไม่สามารถที่จะทําหนังสือที่จะแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนได้
ซึ่งตรงนี้เปึน ๖ ประเด็นที่ผมคิดว่าทางคณะกรรมการท่านได้พิจารณา อย่างดียิ่งแล้วแล้วก็จะเกิดความปรองดองและสมานฉันท์มากที่สุด ย้อนกลับมาว่า ผมเปึน ๑ ใน ๑๐๒ ส.ส. ของสภาแห่งนี้ พรรคกิจสังคมก็ได้เสนอแก้ไขร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ถือว่าพวกผมมีความคิดที่ว่า โดยเฉพาะในเรื่องระบบเขตเลือกตั้ง ผมขอลงประเด็นลึกตรงนี้ ย้อนกลับไปเมื่อป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญฉบับนั้นถือว่า เปึนฉบับของพี่น้องประชาชน แล้วหลาย ๆ ท่านก็ได้บอกว่าเปึนฉบับที่ดีที่สุดตั้งแต่ ประเทศไทยเคยมีมา ในขณะนั้นก็เช่นเดียวกันผมจบการศึกษาระดับปริญญาโท มาหมาด ๆ ช่วงนั้นอายุ ๒๔ ป้ ก็ได้คิดจะทํางานทางการเมืองก็ได้ตัดสินใจลงสู่สนาม ทางการเมือง ต้องขอเล่านิดหนึ่งนะครับท่านประธาน เพราะว่าการที่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง หรือผู้สมัครหน้าใหม่ ๆ คนหนึ่งกระโจนเข้าลงสู่สนามการเลือกตั้งในครั้งแรกในขณะนั้น แล้วระบบเลือกตั้งในอดีตที่ผ่านมาเปึนระบบเขตใหญ่เรียงเบอร์มาโดยตลอด รัฐธรรมนูญ ทั้ง ๑๘ ฉบับที่ผ่านมานะครับก็มีฉบับป้ ๒๕๔๐ นี่ละครับที่เปึนเขตเดียวเบอร์เดียว ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรุ่นนั้นเข้าสู่สภาหินอ่อนแห่งนี้ ล้วนแต่เปึนคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่สามารถที่จะแหวกกระแสม่านสีม่วง ม่านสีเทาเข้ามาสู่สภา แห่งนี้ได้ เหตุผลอย่างไรหรือครับ ท่านประธานครับเขตใหญ่ต้องใช้ผู้มีบารมีมาก ไม่บารมีมาก ก็สตางค์มาก การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้สมัครจะเดินเข้าหาพี่น้องประชาชนนั้น เปึนไปยากมากที่จะพบปะกับพี่น้องประชาชนได้อย่างละเอียด แต่ด้วยขณะนั้นเปึน เขตเล็กพื้นที่ก็ประมาณ ๓-๔ อําเภอ ประชากรก็ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน ผมกล้ายืนยัน ได้เลยครับว่า กว่าครึ่งในขณะนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรุ่นใหม่ ๆ ที่เข้ามานั้นได้มี ความตั้งใจนะครับ ได้มีโอกาสที่จะเดินพบปะประชาชน ใช้การเมืองอย่างคนรุ่นใหม่ ไปพบปะพี่น้องประชาชน ไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชน รับทราบปัญหา รู้ปัญหา ทุก ๆ หมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านก็แทบจะทุกหลังคาเรือนก็ว่าได้ เพราะว่าจํานวนเขต การเลือกตั้งนั้นไม่ใหญ่มากนัก ตรงนี้ละครับผมถือว่าเปึนประเด็นที่สําคัญ ถ้าถาม พี่น้องประชาชนตอนนี้ผมมั่นใจครับว่าพี่น้องประชาชนต้องการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาจากเขตเดียวเบอร์เดียว เพราะว่าความใกล้ชิดจะมีมากกว่าอย่างแน่นอน ปัจจุบันนี้ หรืออดีตที่ผ่านมา ผมเติบโตมาสมัย ส.ส. ๓ ท่าน ๔ ท่าน ๓ ท่าน หรือ ๒ ท่าน ในเขตเลือกตั้ง ความรับผิดชอบก็ไม่ชัดเจน จะไปหา ส.ส. แต่ละทีส่วนมากจะพบแต่ ตัวแทน เจอแต่ตัวแทนไม่เจอ ส.ส. สักที ก็เนื่องจากว่าเขตใหญ่และภารกิจ ส.ส. ก็เยอะนะครับ ที่จะดูแล หรือบางท่านก็อาจจะโกหกพี่น้องประชาชนบอกว่าไปอําเภอนั้นไปอําเภอนี้ ก็ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ เพราะเนื่องจากว่าเขตเลือกตั้งมันใหญ่ แต่ในขณะนั้น เขตการเลือกตั้งขนาดเล็ก ส.ส. ไม่สามารถที่จะหลบหน้าประชาชนได้เลย เพราะว่ามีอยู่ กันแค่นั้น พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อนอะไรก็จะสามารถเข้ามาปรึกษาหารือ และ ส.ส. ก็สามารถนําปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นมาแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่าง รวดเร็ว ตรงนี้ทางตัวกระผมเองและพรรคกิจสังคม รวมทั้ง ส.ส. ๑๐๒ ท่าน ที่เสนอมา ตรงนี้ ก็หวังว่าทางสมาชิกรัฐสภาจะให้การพิจารณาความเห็นตรงนี้ นี่คือประเด็น ในมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ก็คือที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้
ประเด็นสําคัญอีกประเด็นหนึ่ง ก็คือในส่วนฉบับของ คปพร. ซึ่งมี การพูดจากันมากมายเหลือเกินว่าฉบับนี้มีการแก้ไขมากมาย มีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ในส่วนตัวของผมแล้วผมก็อยากจะสนับสนุน ไม่ใช่ว่าอยากจะสนับสนุน ผมพร้อมที่จะ สนับสนุนให้ร่างฉบับของพี่น้องประชาชน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนเข้ามาสู่สภาของเราก็มา พิจารณากัน สิ่งไหนที่ดีก็อยากจะให้พวกเราช่วยกันพิจารณา สิ่งไหนไม่ดีพวกเราก็ไม่เห็นด้วย ไม่ใช่สิ่งที่ลําบาก ถือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ก็ถือว่าเปึนครั้งประวัติศาสตร์ อีกครั้งหนึ่ง แม้ว่าที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นก็เราคงต้องยอมรับครับว่ามาจาก การไม่เปึนประชาธิปไตย แต่เมื่อนํามาบังคับใช้ในประเทศของเรา นํามาบังคับใช้กับ พี่น้องประชาชน ผมจําได้นะครับว่าก่อนที่จะมีการรณรงค์กันทั้งประเทศว่าจะลงประชามติว่า จะรับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หรือไม่นั้นก็มีการพูดจากัน ก็ต้องยอมรับกันนะครับว่า หลาย ๆ ท่านโดยเฉพาะผู้มีบารมีทั้งหลายก็บอกว่าก็อยากจะให้รับไปก่อน รับไปก่อนแล้ว ค่อยมาแก้ทีหลัง นี่ครับก็ผ่านมา วันนี้ก็ผ่านมาถึง ๓ ป้ ๓ ป้ ผมก็คิดว่าถึงเวลาอันเหมาะสมแล้ว ที่พวกเราจะร่วมกันที่จะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แม้ว่าที่มาจะไม่ค่อยสวยหรูนัก แต่เมื่อ พวกเราเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั้งหมดทั้งประเทศก็อยากจะให้ช่วยกันขัดเกลา รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีฉบับหนึ่งของประเทศไทยของเรา ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอขอบพระคุณครับ
รัฐสภาขอต้อนรับ คณะนักศึกษาปริญญาเอกและปริญญาโท หลักสูตรสื่อสารการเมือง วิทยาลัยสื่อสาร การเมือง มหาวิทยาลัยเกริก ที่มาเยี่ยมชมรัฐสภาด้วยความยินดีครับ ต่อไปเชิญ ท่านณพฤษภ์ครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ตัวแทนพี่น้องลูกเสือไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ด้วยเปึนผู้อภิปรายตอนท้าย ๆ ซึ่งก็ได้ฟังผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายถึงข้อดีข้อเสียกันค่อนข้างมาก แล้วก็คิดว่าท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ก็คงจะได้มีเปัาหมายในการลงมติไปเรียบร้อยแล้ว ผมเองค่อนข้างจะเปึนบุคคลที่น่ารังเกียจสําหรับคอฟันธงทั้งหลาย เพราะได้เชื่อว่า ข้อดีข้อเสียของท่านทั้งหลายไม่ว่าจะเปึนฝ์ายใดก็ตามมีเหตุผลที่น่าเชื่อถือทั้งสิ้น แล้วก็ ยังเชื่ออีกว่าทุกฝ์ายน่าที่จะไม่ถือประโยชน์ของตนเองเปึนหลัก แล้วก็ด้วยอยากจะเปึน คนประนีประนอมต้องการที่จะเปึนผู้ที่รักในความสมานฉันท์ตัวจริง ก็จะยินดีเสียสละ ยอมจํานนกับสิ่งที่จะพอยอมรับได้แม้ส่วนตัวจะเปึนคนที่ยึดถือหลักการและบรรทัดฐาน ต่าง ๆ ในการทํางานมาโดยตลอดชีวิตก็ตาม แต่ก็ยอมกับความก้าวหน้าของส่วนรวม ที่ไม่ถือว่าจะเสียบรรทัดฐานจนมากเกินไปนัก เพราะทุกอย่างย่อมมีข้อดีข้อเสีย จะแก้ก็ได้ ไม่แก้ก็ดีก็มีเหตุผลทั้งสิ้น แต่กรณีของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับก็เช่นกัน ก็อยากจะกล่าวว่ายินดีที่จะรับหลักการทั้งหมดถ้าหากว่าไม่มีตําหนิอะไรมาก ทั้งนี้ ก็เพื่อความยุติธรรมอันจะนําไปสู่ความสามัคคี เพราะว่ายุติธรรมนั้นในความหมาย ของผมไม่ได้หมายถึงความเท่าเทียมกันเปึนอย่างเดียว แต่ก็หมายถึงความหยุดเสีย ซึ่งความเห็นของแต่ละฝ์ายซึ่งอาจจะแตกต่างกัน โดยส่วนตัวแล้วเปึนอริกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญเปึนอย่างยิ่งโดยเฉพาะการแก้ไขโดยการปฏิวัติ
ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานพักรายละเอียดไว้ก่อนเพราะคิดว่า รายละเอียดต่าง ๆ นั้นถึงแม้ไม่พูดไปหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดไปหมดแล้ว ขออนุญาตไปสู่ ประเด็นอื่นซึ่งยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญแน่นอน เพื่อที่จะเสนอสิ่งประกอบ ความคิดอื่น ๆ ของนักร่างรัฐธรรมนูญทั้งหลายที่มักจะลืมคิด ท่านเปึนผู้รู้แต่อาจจะมักลืม นั่นก็คือกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม โดยเฉพาะองค์ประกอบสําคัญของความเปึนชาติ ก็คือความรวมของชาติเปึนประการแรก ซึ่งหมายถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สมัยก่อนมีพ่วงรัฐธรรมนูญไว้ด้วยซ้ําไปแต่ว่าก็ไม่จีรังยั่งยืน ในที่สุดก็เหลือไว้ความเปึนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันที่สองความเปึนอยู่ของประชาชน อันที่สามถึงจะมาเรื่อง แบบแผนทางการเมืองหรือเรียกว่าระบอบ การมีรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทั้ง ๑๘ ฉบับ ไม่ว่า จะเกิดจากการปฏิวัติหรือไม่ก็ตาม ก็มักจะใช้หลักทางวิชาการหรือเลียนแบบ ทางต่างประเทศมากกว่าที่จะลําดับความคิดจากความเปึนชาติและประชาชนของตนเอง ผลงานจึงนํามาซึ่งความขัดแย้งอยู่เสมอ ตัวอย่างลักษณะที่เปึนจุดเด่นจุดด้อยของคนไทย ที่ควรจะนึกถึงกันบ้าง ก็คือคนไทยเรารักความสบายทําให้เปึนคนที่ง่ายต่อการถูกชักจูง โดยเฉพาะในทางที่จะเปึนบาป พวกเราจึงมักจะต้องมีศาสนาเปึนเครื่องมือควบคุม พวกเรามักจะหลงเกียรติภูมิของตนเองทําให้มีเหตุขัดแย้งไม่ใคร่มีสามัคคีกัน จึงจําเปึนต้องมีผู้นํา ถ้าหากมีผู้นําซึ่งมีทศพิธราชธรรมเราก็จะมีความสุข พวกเรามักจะ คิดถึงส่วนรวมน้อยกว่าตนเองและพรรคพวกทําให้ย่อหย่อนต่อความเปึนส่วนรวม และหากจะพิจารณาถึงรากหญ้าเราควรจะเข้าใจถึงรากหญ้าว่ารากหญ้านั้นคือคนที่ ไม่มีเงินใช้สอยเลย ไม่มีทางจะหยิบยืมใครได้ นั่นรากหญ้าของจริง รากหญ้าคือผู้ที่ จะเกรงกลัวอํานาจป์าเถื่อนที่ไม่อาจหาญต่อสู้ได้ และรากหญ้าก็จะเปึนผู้ทนทุกข์กับ ความไม่สะดวกสบายทั้งปวง เพราะฉะนั้นจึงเป่ดโอกาสจุดเด่นจุดด้อยดังกล่าวนี้ คนไทยที่เด่น ๆ ก็มักจะเอาเปรียบได้ง่าย ๆ สรุปว่ารัฐธรรมนูญที่มีใช้มาอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาโดยตลอดมีเหตุสําคัญมาจากที่มาที่ไปอันชอบกล เขียนขึ้นจากหลักการที่คํานึงถึง ความเปึนชาติของตนน้อยมาก ล่าสุดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขียนขึ้นด้วยความเปึนห่วง เสถียรภาพรัฐบาล จึงมุ่งให้อํานาจพรรคการเมืองแต่ก็กลัวอํานาจดังกล่าวจนล้นฟัา จนมีองค์กรอิสระขึ้นมา แต่กลับให้อํานาจประชาชนน้อยลงไป ก็จึงทําให้อํานาจล้นฟัานั้น เกิดเปึนอํานาจล้นฟัาขึ้นมาได้จริง จึงบังเกิดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพื่อจะมาแก้ไขความเพ้อฝันตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ไปมุ่งลิดรอนอํานาจซึ่งไม่ดี เผอิญไม่ดีพอดีและอํานาจดังกล่าวนั้นก็จะนําทางไปสู่ ความร้าวฉานของชาติ ไปสู่การทําลายของชาติได้ จึงมีการลิดรอนกันอย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่าใช้ยาแรงอะไรทั้งนั้น ทําให้หลายฝ์ายเกิดขัดกันที่จะต้องมาเรียกร้อง ความเปึนธรรมให้กับผู้มีอํานาจล้นฟัานั้น เผอิญเปึนรัฐธรรมนูญซึ่งได้มาหลังจาก การปฏิวัติจึงถูกชี้จากฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยให้ประชาชนไม่ยอมรับก็เกิดปัญหาเกิดขึ้น ความจริงแล้วรัฐธรรมนูญที่จะมีการแก้ไขของรัฐบาลนั้นมีเหตุผลเพียงพอต่อการยอมรับ แต่เผอิญมีเหตุอันควรตําหนิที่ขาดองค์ประกอบสําคัญอยู่ ๓ ประการคือ การที่ไป พิจารณาถึงความเหมาะสมในห้วงเวลาในการแก้ไข และไม่ตรงกับการที่จะมาสมานฉันท์ หรือปฏิรูปอะไรต่าง ๆ คือเขาทะเลาะกันเรื่องอื่น แต่ว่าเอาเรื่องนี้มาแก้ แต่ก็ยังเปึนความดี ที่จะมุ่งไปสู่ความปรองดอง และการให้เวลาในการพิจารณาข้อดีข้อเสียเพื่อให้เปึน วิวัฒนาการก็น้อย การเห็นแก่ชาติบ้านเมืองและประชาชนในลักษณะการทําประชามติ ก็มิได้กระทําโดยสมบูรณ์นักจึงเปึนข้อตําหนิ แต่ก็ยอมรับว่าเปึนจุดเริ่มต้นของการปรองดอง ที่รัฐบาลจะยอมให้กับฝ์ายอื่น ๆ บ้าง การปรองดองอาจจะทําทีละหลายเรื่องไม่ได้ เลือกเรื่องที่จะพอยอมรับได้ทําได้ก่อน อันนี้ก็น่าชมเชยและให้การสนับสนุน ดังนั้น พอถึงวาระที่สองก็น่าที่จะพิจารณาในองค์ประกอบดังกล่าวเพื่อจะให้เกิดความสมบูรณ์ แล้วพอถึงการลงมติรับวาระสุดท้ายก็น่าจะเปึนความชอบที่ประชาชนมีความเห็น ที่จะไม่ขัดแย้งกัน ซึ่งก็เปึนความฝันที่น่าจะพอเปึนไปได้ ผมก็อยากจะสนับสนุนรัฐบาล แต่ส่วนที่จะกลับไปสู่ครรลองเดิม ป้ ๒๕๔๐ นั้นคงทําได้ยาก ความจริงแล้วทั้ง คปพร. และป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนการแก้ไขป้ ๒๕๔๐ ทั้งสิ้น ผมขอแสดงความเห็นเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุรชัยครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ ผม สุรชัย เบ้าจรรยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานสภา ที่เคารพรักครับ วันนี้ผมขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช. .... ซึ่งมีทั้งหมด ๔ ฉบับ ๓ ฝ์าย
๑. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เปึนผู้เสนอ)
๒. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ คน เปึนผู้เสนอ)
๓. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๙๓ -๙๘) (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ) แล้วก็
๔. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๑๙๐) (คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทย ของพวกเราใช้รัฐธรรมนูญเปลืองมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ แล้วก็ที่ผ่าน ๆ มาทั่วโลก เขายอมรับว่าประเทศไทยของพวกเราล้มลุกคลุกคลานในระบอบประชาธิปไตย ที่ผ่านมา นักการเมืองไม่สังกัดพรรคก็มี สังกัดพรรคก็มีครับ ที่ผ่านมามีแต่พรรคเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เปึนปะติดปะต่อ หลังจากนั้นมาก็มีพรรคใหญ่ ๆ ๓ พรรค ๔ พรรค สมาชิกผู้แทนราษฎร ก็ทําไม่ได้เปึนกอบเปึนกํา มีการเลือกตั้งแบ่งเขตเรียงเบอร์ใหญ่ ในอดีตที่ผ่านมาผมก็เคย สมัครสมาชิกผู้แทนราษฎรในเขตใหญ่เหมือนกันกว้างมากครับ เขตหนึ่งอย่างน้อยต้องมี ๘ อําเภอ ๙ อําเภอ กว่าจะถึงประชาชนมันยากเย็นแสนเข็ญครับ ประชาชนเขาไม่ใกล้ชิด กับ ส.ส. ส.ส. ก็ไม่ได้ใกล้ชิดกับประชาชน หลังจากนั้นมาท่านประธานสภาที่เคารพรัก ป้ ๒๕๓๘ ป้ ๒๕๓๙ การเมืองของพวกเราเริ่มเจริญรุดหน้า ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ มี สสร. ขึ้นมา มีการปรับปรุง แก้ไขรัฐธรรมนูญหลายป้ครับกว่าจะได้ฉบับนี้เข้ามา เขาเรียกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนจริง ๆ ผมมาดูรายละเอียดร่างของ คปพร. ฉบับของประชาชน หรือว่า ฉบับของหมอเหวง ร่วมลงลายมือชื่อทั้งหมดมีประชาชน ๗๑,๕๔๓ คน แล้วก็เปึน การรวมตัวกันของ ๓๕ องค์กร เห็นไหมล่ะ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กว่าจะได้มา ก็ยากเย็นแสนเข็ญ ประชาชนของเราจับตาเฝัาดูว่าเลือกตั้งสมาชิกผู้แทนราษฎร ตัวคนเดียวก็เลือกมาแล้ว แบ่งเขตใหญ่ก็เลือกมาแล้ว พอดีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กําลังจะเกิดมาครับ มีพรรคหลายพรรคตั้งพรรคขึ้นมารองรับ ช่วงนั้นพรรคไทยรักไทย ตั้งขึ้นมาใหม่ ๆ มารองรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้โดยตรงเลย ประชาชนเขาก็ฮือฮาครับ ท่านประธาน เพราะว่าเขาอยากจะได้รัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนจริง ๆ เปึนหัวหน้า พรรคคนใหม่ด้วยครับ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ประชาชนลงคะแนนให้ อย่างถล่มทลายเกือบ ๒๕๐ เสียงครับท่านประธาน ได้เปึนแกนนําจัดตั้งรัฐบาล ประชาชน เขาชอบครับ บริหารราชการแผ่นดิน ๔ ป้เต็ม ๆ พอมีการเลือกตั้งใหม่ก็ได้ถล่มทลายอีก เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันสอดคล้องกับภาวะปัจจุบันของคน รากหญ้า ประชาชนก็ใกล้ชิดกับสมาชิกผู้แทนราษฎร คบหากันง่าย มันจะแตกต่างกันกับ เขตใหญ่เรียงเบอร์ไปคนละทิศคนละทางครับ ฉะนั้นวันนี้ฉบับของ คปพร. ของหมอเหวง จริง ๆ แล้วก็ของป้ ๒๕๔๐ นั่นแหละครับท่านประธาน เพราะว่าอย่างไรครับ มีคนสนับสนุนทั่วทุกมุม ส.ส. มี ๒ ระบบ อย่างระบบเขตถ้าคุณแน่จริงสิครับ มีผลงานดี เขาก็เลือกตลอด ๔๐๐ คน ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อส่งกันทุกพรรค ถ้าพรรคคุณดี มีนโยบายดี เขาก็เลือกมาเยอะไม่ต้องมาแบ่งภาคแบบปัจจุบัน มีบัญชีเดียวทั่วประเทศครับ ท่านประธาน ประชาชนเขารักเขาก็เลือกเอง แล้วก็ ส.ว. เหมือนกับครับท่านประธาน ก็มาจากการเลือกตั้งทั้งหมดจะแตกต่างกันกับปัจจุบันนี้เอง แบบสรรหาครึ่งหนึ่ง แบบเลือกตั้งครึ่งหนึ่ง จังหวัดใหญ่ก็ได้ ส.ว. เยอะ จังหวัดเล็กก็ได้ไปคนสองคน อันนี้ เปึนเรื่องปกติของจํานวนประชากร ฉะนั้นในความรู้สึกของประชาชนเขาบอกว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ดีที่สุดในโลก เข้าใจง่าย แล้วก็คล่องตัวในการทํางานทางการเมือง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานสภาที่เคารพรักครับ หลังจากใช้มาดีแล้วเกิดการปฏิวัติ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เห็นไหมล่ะครับ เมืองไทยเรานี่ มันชอบล้มลุกคลุกคลาน อยู่เฉย ๆ มาฉีกรัฐธรรมนูญของประชาชนทิ้ง แล้วก็มาร่างขึ้นใหม่ ร่างแบบองค์กรต่าง ๆ มารวมตัวกันแบบฉุกเฉินท่านประธานครับ ไม่ถึงป้ครับ รัฐธรรมนูญ ปกครองประเทศต้องใช้เวลานานครับ อย่างป้ ๒๕๔๐ ใช้เวลากี่ป้ ท่านประธานทราบไหม และอันนี้ร่างแป็บเดียว แล้วก็มาประกาศใช้ด้วยความจํายอม เห็นไหมล่ะครับ เพราะว่า การปฏิวัติแล้ว คมช. ก็ยึดอํานาจ ตั้งคนกลุ่มหนึ่งมาปฏิวัติ ตั้งคนกลุ่มหนึ่งมาร่างรัฐธรรมนูญ มันจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๔๐ มีทุกภาคส่วน มีตัวแทน ของประชาชนทุกหมู่เหล่ามาให้ความคิดเห็นกัน มันก็เลยเกิดปัญหานี่ครับ ป้ ๒๕๕๐ ทุกวันนี้มีไม่รู้กี่เสื้อสีครับ ฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถามว่าเข้ากับเหตุการณ์ปัจจุบันไหม ผมว่าไม่เข้าหรอกครับ ความขัดแย้งเยอะ แล้วก็ในเนื้อหาเปึนการทําลายพรรคการเมือง ทําให้พรรคการเมืองอ่อนแอ เป่ดโอกาสให้องค์กรอิสระอะไรต่าง ๆ มีอํานาจ ความสมดุล ความถ่วงดุลไม่เท่าเทียมกัน ท่านประธานสภาที่เคารพรัก ผมถึงบอกว่าวันนี้เราต้องเอาป้ ๒๕๔๐ กลับเข้ามาใหม่ ได้แล้วครับท่านประธานครับ เพราะว่าอะไรครับ ประชาชนเขาจะเลือกตามใจชอบ อย่างส่วนสรรหามีไม่กี่กลุ่มเองครับ สรรหาเข้ามา ประชาชนเขาไม่รับทราบเลย มาจากไหน ก็ไม่รู้ ป้ ๒๕๔๐ ส.ว. ก็เลือกตั้งมาหมด ส.ส. ก็เลือกตั้งมาหมด ลงลึกไปถึงรากหญ้า วันนี้รัฐบาลเอาร่างนี้เข้ามาผมมามองดูแล้ว มันก็ของป้ ๒๕๔๐ นั่นแหละครับ ผมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลมีวาระซ่อนเร้นอะไรหรือเปล่า ทําไมไม่เอาเข้ามาหมด เอาเฉพาะ การเลือกตั้งแบ่งเขตเบอร์เดียว ฉะนั้นผมขอกราบเรียนว่ารัฐบาลน่าจะเอามาเยอะ ๆ เอามาทั้งหมด เอามายกชุดเลยก็ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ
สําหรับมาตรา ๑๙๐ อันนี้เปึนหัวใจสําคัญ ไม่ได้หรอกครับท่านประธาน ปล่อยไม่ได้ครับ เรื่องต่าง ๆ ต้องผ่านสภาหมดครับ อย่างท่านผู้ทรงเกียรติหลายท่าน ยกตัวอย่างการจัดซื้ออาวุธหลายหมื่นพันล้านบาทนี่ครับ ไปจัดทํากันเอง การแบ่งเขต ดินแดนของต่างประเทศของพวกเราไม่ว่าประเทศเขมรหรือประเทศกัมพูชานี่ครับ ท่านประธาน มันต้องเข้าสภา เพราะว่าชาวบ้านเขาเลือก ส.ส. มาเปึนตัวแทนเปึนปากเปึนเสียง เลือก ส.ว. มาเรามาถกกันในสภาครับ ไม่ใช่ว่า ครม. เขาไปจัดตั้งเอง ฉะนั้นผม ขอสนับสนุนฉบับของหมอเหวง ป้ ๒๕๔๐ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านทวีศักดิ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ทวีศักดิ์ คิดบรรจง สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราได้มาร่วมกันทําในสิ่งที่เปึน เรื่องที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าในการทํากิจกรรมทางการเมืองนั้น กิจกรรมหนึ่ง ที่เราละเลยไม่ได้ ก็คือการพิจารณากฎหมาย และกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเปึนกฎหมาย ที่สําคัญและเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ ซึ่งเปึนเรื่องธรรมดาว่าในกฎหมาย รัฐธรรมนูญทุกฉบับนั้น ก็จะมีทั้งข้อดี มีทั้งข้อด้อยด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ เปึนเช่นเดียวกันครับ ไม่มีข้อยกเว้น แล้ววันนี้เรามีโอกาสดีครับ ที่ได้มีโอกาสมาร่วมกันพิจารณาถึงร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับต่าง ๆ รวม ๔ ฉบับ ซึ่งผมถือว่าเปึนช่องทางที่จะทําให้เราได้มีการปรับปรุงในสิ่งที่เราคิดว่ามันเปึนข้อด้อย ของรัฐธรรมนูญที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น การแก้ไขโดยผ่าน ทางสภานั้น ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่มีความชอบธรรมเปึนอย่างยิ่ง เพราะการแก้ไขโดยวิถีทาง ของรัฐสภานั้น เปึนการแก้ไขโดยสันติวิธี ซึ่งเปึนสิ่งที่เปึนยอดปรารถนาของพวกเราทุกคน กระผมอยากจะขอกราบเรียนว่าในร่างทั้งหมดนั้น ผมขอพิจารณาดังต่อไปนี้ครับ
ร่างแรก ก็คือร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เปึนผู้เสนอ ซึ่งเนื้อใหญ่ใจความก็คือว่าต้องการที่จะนํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บางส่วน มาใช้เปึนหลัก ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งที่เราเคยมีมา จุดเด่นของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ว่าจะเปึน เรื่องของสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนก็ดี ไม่ว่าจะเปึนเรื่องของการปกครองท้องถิ่นก็ดี และที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องของการจัดระบอบการเมือง สร้างความเข้มแข็งให้กับ พรรคการเมืองและระบอบการเมือง ซึ่งเปึนเรื่องที่มีความโดดเด่นมากที่สุดของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ ในอดีตนั้นการเมืองของเราได้ประสบความล้มลุกคลุกคลาน มาโดยตลอด เพราะว่าฝ์ายรัฐบาลหรือฝ์ายบริหารนั้นจําเปึนที่จะต้องได้รับเสียงสนับสนุน จากฝ์ายนิติบัญญัติ และด้วยการจัดกลไกที่ไม่ค่อยจะสมดุลกันนักทําให้รัฐบาลนั้น ได้รับเสียงสนับสนุน ในบางครั้งก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นได้แก้ปัญหาตรงนี้ได้หมด จึงมีรัฐบาลที่มีความเข้มแข็งสามารถ ที่จะบริหารบ้านเมืองไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงสนับสนุนมากนัก เพราะว่านักการเมืองนั้นต้องอยู่ในระเบียบวินัย นักการเมืองนั้นจะต้องอยู่ภายใต้ การกํากับของพรรคการเมือง แต่อย่างไรก็ตามเรื่องของความผิดพลาดในเรื่องของ การทํางานภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นไม่ใช่เกิดจากตัวรัฐธรรมนูญ แต่มันเกิดจาก การกระทําของบุคคลที่ใช้รัฐธรรมนูญ พยายามเติมโน่นพยายามใส่นี่เข้าไปจนกระทั่ง กลไกต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญนั้นขาดความสมดุล ไม่สามารถที่จะดําเนินการไปได้ ติดขัด ไปหมด แล้วก็กลายเปึนเหตุของการทํารัฐประหารในโอกาสต่อมา จริง ๆ แล้วถ้าหากว่า นักการเมืองของเรามีความตั้งอกตั้งใจ มีความซื่อสัตย์สุจริต และต้องการที่จะปกปัอง ผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเปึนสําคัญแล้ว กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ดังกล่าวนั้นก็จะเปึนกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง แต่ทว่าอย่างไร ก็ตามครับ เมื่อระยะเวลาผ่านไป รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ควรจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงขอกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นก็เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ดีที่สุด แต่ก็จะต้องปรับปรุงซึ่งเราในฐานะสมาชิกรัฐสภานั้นก็คงจะได้รับหลักการ เพื่อที่จะใช้ช่องทางของรัฐสภานั้นปรับปรุงต่อไป ส่วนในเรื่องของร่างรัฐธรรมนูญ ของรัฐบาล ในเรื่องเขตเดียวเบอร์เดียว แล้วก็มาตรา ๑๙๐ เรื่องเกี่ยวกับการทํา สนธิสัญญากับต่างประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศนั้นกระผมเองก็เห็นด้วย เช่นเดียวกันครับ ในเรื่องของเขตเดียวเบอร์เดียวนั้นจริง ๆ แล้วเราได้พูดคุยกันมามาก แต่สิ่งที่มีข้อกังขาอยู่อย่างเดียวก็คือว่า ทําไมรัฐบาลจึงเสนอว่าให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในเขตนั้นเพียง ๓๗๕ คน ซึ่งจริง ๆ แล้วเราได้พูดกัน ได้คิดกัน แล้วได้ตกผลึกในจํานวน ที่ลงตัวนั้นก็คือ ๔๐๐ คน ซึ่งเราได้พูดกันมานานแล้ว ก็คงจะต้องขอรับฟังคําอธิบาย จากรัฐบาลในโอกาสต่อไป เช่นเดียวกับมาตรา ๑๙๐ หนังสือสัญญาใดที่มีผลกระทบ ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพัน ด้านการค้า การลงทุนหรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ต้องได้รับ ความเห็นชอบของรัฐสภา ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ ตรงนี้ครับ คงจะต้องขอรับฟัง คําอธิบายอย่างมาก ๆ ครับว่า คําว่า มีผลกระทบอย่างกว้างขวาง นั้นคืออะไร มีผลผูกพัน ทางด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญนั้นเปึนอย่างไร แล้วก็ตามที่กฎหมายบัญญัตินั้นจะบัญญัติอย่างไร ซึ่งตรงนี้ต้องขอรับฟังคําอธิบายครับ โดยสรุปแล้วร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งหมดนั้นเปึนกฎหมายที่กระผมตั้งสมมุติฐานไว้ ก่อนว่าเกิดขึ้นจากเจตนาดีที่ต้องการจะสร้างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทําได้ เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่าเราควรจะรับร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมดนั้น เพื่อพิจารณาเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาของเราได้มีโอกาสช่วยกันดู แล้วก็ช่วยกันแก้ไข ช่วยกันติติงเพื่อเราจะได้มีรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดเพื่อใช้เปึนหลักในการบริหารประเทศต่อไป ขอบคุณครับ
ต่อไปท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พร้อมไหมครับ เชิญเลยครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในขณะที่ ผมอภิปรายในเรื่องของรัฐธรรมนูญ พี่น้องชาวไทยของเราก็มีโอกาสที่จะได้ชมการแข่งขัน กีฬาเอเชียนเกมส์จากประเทศจีน ขณะนี้ก็ขอเรียนว่าเปึนการชิงชนะเลิศตะกร้อทีมชาย เราพบกับประเทศมาเลเซีย ยินดีครับพี่น้องชาวไทยจะได้มีความสุขพร้อมทั้งได้ฟัง การอภิปรายเรื่องของรัฐธรรมนูญด้วย และโดยเฉพาะเมื่อวานในขณะที่มีการอภิปราย พร้อมทั้งถ่ายทอดเรื่องกีฬา การแข่งขันกีฬากาบัดดี้ประเทศไทยของเราก็ชนะ ประเทศอิหร่านครับท่านประธาน และโดยเฉพาะรักบี้ที่หลายคนไม่คาดคิด รักบี้หญิง ๗ คนของเราได้เหรียญทองแดงครับ แล้วก็กราบเรียนว่ากาบัดดี้ไม่ใช่ตี่จับ ตี่จับ เปึนภาษาไทยหมายถึงเกมการเล่น แต่กาบัดดี้เปึนกีฬาในกีฬาเอเชียนเกมส์
ท่านประธานครับ มาเข้าเรื่องรัฐธรรมนูญครับ เราใช้รัฐธรรมนูญกันมา ๑๘ ฉบับแล้วครับ ๗๘ ป้ ตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ อาจจะเปึน เพราะมีการยึดอํานาจรัฐประหาร หรือมีการแย่งชิงอํานาจทางการเมืองกัน ปัจจุบันนี้ เราใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐ ๓ ป้เศษแล้ว แล้ววันนี้เช่นเดียวกันสภาของเรามีโอกาสได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ก็คือการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนครั้งที่ ๖ ในประวัติศาสตร์รัฐสภาไทยครับ ท่านประธานครับ ถามว่าเคยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้างไหม มีครับ สาระสําคัญเช่น ตั้งแต่ป้ ๒๔๘๒ มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันครั้งแรกในสมัยรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขณะนั้น แก้ไขชื่อประเทศจากประเทศสยามเปึนประเทศไทย มีการรับหลักการแล้วก็เห็นชอบ ตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๔๘๒ มีการแก้ไขมาตลอดครับ ครั้งที่ ๒ ก็เนื่องจากอยู่ใน ภาวะสงคราม ก็มีการขยายการดํารงตําแหน่งของ ส.ส. ออกไป ๒ ป้ ในสมัยรัฐบาล ท่านจอมพล ป. พิบูลสงคราม เช่นเดียวกัน ครั้งที่ ๓ ป้ ๒๕๒๕ สมัยรัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มีการแก้ไขให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องสังกัดพรรคการเมือง ท่านประธานครับ สังเกตไหมครับว่าขณะนั้นมีข่าวว่ามี ส.ส. ขายตัว อยู่มุ้งนี้ที ย้ายไปอยู่ที่โน่นทีหนึ่ง ก็เลยมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ ส.ส. สังกัดพรรคการเมือง ครั้งที่ ๔ ในสมัยรัฐบาลท่านบรรหาร ศิลปอาชา มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องของ หมวด ๑๒ การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็คือเพื่อที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ แล้วก็มีครั้งที่ ๕ ป้ ๒๕๔๘ แก้ไขรัฐธรรมนูญในสมัยรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็คือแก้ไของค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหา คณะกรรมการปัองกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่ดี สามารถใช้ตามยุคตามสมัย ขณะนี้เรามีการถามกันว่ารัฐบาลทําไมไม่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วกลับไปใช้ ในป้ ๒๔๗๕ บ้าง ทําไมไม่กลับไปใช้ป้ ๒๕๒๑ หรือทําไมไม่กลับไปใช้ของป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนแล้วว่ารัฐธรรมนูญจะดีอยู่ที่ช่วงเวลาด้วยครับ แล้วสิ่งสําคัญรัฐธรรมนูญจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่คนใช้ครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ดีแค่ไหนก็แล้วแต่ถ้าเกิดคนใช้ไม่ดี แน่นอนก็ทําให้รัฐธรรมนูญดังกล่าวไม่ดีตามไปด้วย มีการถามว่าแล้วทําไมรัฐบาลถึงไม่แก้ไขทั้ง ๖ ประเด็น ทั้งที่ท่าน ส.ว. ดิเรก เปึนประธาน แล้วก็ทั้งอาจารย์สมบัติ เปึนประธาน ทําไมไม่เอา ทั้ง ๖ ประเด็น ทั้ง ๕ ประเด็น ท่านประธานครับ ประเด็นที่ ส.ส. เปึนเลขานุการได้ เปึนที่ปรึกษารัฐมนตรีได้ แน่นอนอันนั้นเปึนสิ่งที่ ส.ส. ที่ได้ประโยชน์ ส.ว. ควรจะมาจาก การสรรหาหรือมาจากการเลือกตั้ง อันนั้นได้ที่ท่านประธานหรือ ส.ว. เรื่องคดียุบพรรค ทําไมถึงไม่เอามาแก้ ท่านประธานครับ ขณะนี้เปึนที่ทราบว่าพรรคประชาธิปัตย์กําลังอยู่ ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ เห็นไหมครับท่านประธานรัฐบาลไม่ได้เอาเข้ามา แล้วถ้าเกิดเอาเข้ามาวันนี้สนุกมาก ท่านประธานคงเห็นจากหน้าสื่อแล้วว่าในกระบวนการ ยุบพรรคในการแทรกแซงศาลรัฐธรรมนูญหรือองค์กรยุติธรรมมีเยอะมาก คนเปึนอดีตผู้นํา คนเปึนเมียอดีตผู้นํา คนเปึนทนายความ คนเปึนโฆษกพรรค ทั้งข่มขู่ ทั้งแทรกแซงตุลาการ เยอะไปหมด ถ้าเกิดมีการแก้ไขตรงนี้แน่นอนหลายคนก็อาจจะคิดว่ารัฐบาล โดยเฉพาะ รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เปึนการแก้ไขเพื่อรัฐบาลเองหรือเพื่อ ส.ส. เอง แต่วันนี้เรามาแก้ไขกันเพียง ๒ ประเด็น ๒ มาตราแค่นั้น ท่านประธานครับ ผมเปรียบเทียบว่ารัฐธรรมนูญแต่ละฉบับดีอยู่แล้ว แต่จะแตกต่างกันอยู่ที่คนใช้ หลายคนอภิปราย ผมพยายามสังเกตว่าฝ์ายค้านก็จะอภิปรายว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ดี เนื่องจากสมัยนั้นคนที่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือ พันตํารวจโท ทักษิณ ในขณะเดียวกัน หลายคนก็บอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดี เนื่องจากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เปึนคนใช้ ผมอยากเปรียบเทียบให้ท่านฟังท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ ทําให้เศรษฐกิจดีขึ้นไหม หลายคนก็บอกว่าป้ ๒๕๔๐ ก็ทําให้ดีขึ้น รัฐบาลสมัยนั้นสามารถ ใช้ทุนหรือใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้ก่อนเวลา ซึ่งในสมัยรัฐบาลของท่าน พลเอก ชวลิตกู้ไว้ รัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณก็สามารถที่จะใช้หนี้ก่อนเวลาก็ถือว่าดี ป้ ๒๕๕๐ ถามว่า ดีไหม ท่านประธานเห็นไหมขณะนี้ยางพารากิโลกรัมละ ๑๐๐ กว่าบาท ๑๒๐ บาท อยู่กันหลายเดือนแล้ว ราคาสินค้าเกษตรตอนนี้ดีไหมครับ ข้าว ปาล์มน้ํามันกิโลกรัมละ ๗ บาทตอนนี้ ทุกอย่างเศรษฐกิจดีขึ้นทุกฉบับ เราถือว่าดีขึ้นทุกฉบับ
ส่วนที่ ๒ การใช้รัฐธรรมนูญทําให้เกิดการทุจริตไหมครับ แน่นอนในป้ ๒๕๔๐ บอกว่ามีการทุจริตเชิงนโยบาย มีการแก้กฎหมาย มีการโกงกันตั้งแต่พื้นดินยันหลังคา ของสนามบินสุวรรณภูมิ มีการบอกว่าในสมัยนั้นมีการโกงกันทั้งโคตร ในสมัยนี้ป้ ๒๕๕๐ ถามว่ามีข่าวไหม ก็มี นายกรัฐมนตรีก็ใช้กฎเหล็กออกมา ท่านประธานครับ ผลการตรวจสอบ การทุจริตในป้ ๒๕๔๐ มีไหม แน่นอนผู้นําประเทศถูกตัดสินจําคุก เนื่องจากหลายท่าน ก็บอกว่าความผิดแค่เมียไปซื้อที่ดิน ผัวติดคุก บางทีบางท่านอาจจะลืมไป ผัวที่ติดคุก เนื่องจากเปึนประธานคณะกรรมการในการขายที่ดินของรัฐในราคา ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ขายเพียงแค่ ๗๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็คือเปึนการทุจริตอย่างหนึ่ง ถามว่ามีการแทรกแซง องค์กรต่าง ๆ ไหม ท่านประธานครับ วันนี้เปึนวันคล้ายวันเกิดของคุณสุทธิชัย หยุ่น ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ถูกคุกคามมาก สมัยนั้นถูกป่ดเดอะเนชั่น ถูกตรวจสอบบัญชี ทรัพย์สิน มีการแทรกแซงตุลาการ มีการกลับคําตัดสิน ในสภาของเราสามารถตรวจสอบ ได้ไหม ป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ ตรวจสอบไม่ได้เลยครับท่านประธาน ผลปรากฏว่าผู้นํา ของเราหลังจากที่เราไม่ได้ตรวจสอบ แต่ทั่วโลกเขาก็บอกว่าเรามีผู้นํา ๑ ใน ๕ ของโลก เปึนผู้นําด้านเลว อันนี้แน่นอนเปึนการใช้รัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ท่านประธานครับ หลายคน พูดว่า ป้ ๒๕๕๐ เรื่องสิทธิมนุษยชนถูกละเมิดมาก องค์กรยูเอ็น (UN) เข้ามาตรวจสอบ ประเทศไทยโดยเฉพาะในช่วงที่มีการฆ่าตัดตอนยาเสพติด ๓,๐๐๐ กว่าศพ หลายคน มีปัญหาทางด้านการเมืองถูกฆ่าแล้วก็โยนเปึนยาเสพติด ซ้ํามีกรณีตากใบครับ พี่น้อง ประชาชนตายกัน ถูกจับมัดมือแล้วก็โยนขึ้นรถ ท่านประธานเห็นไหม ที่ประเทศเขมร เมื่อไม่กี่วันนี้ประชาชนทับกันตายไม่มีอากาศหายใจ ตรงนี้คือการละเมิดสิทธิมนุษยชน รัฐธรรมนูญดีอยู่แล้วครับท่านประธาน อยู่ที่คนใช้แค่นั้น แล้ววันนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ระยะเวลามันเปลี่ยนก็ควรจะมีการแก้ไข โดยเฉพาะ ๒ มาตรา ผมเห็นควรว่า ท่าน ส.ว. ครับ ท่านสมาชิกครับ ได้โปรดรับหลักการเพื่อเราเข้าไปแก้ไขให้ประเทศไทย ของเราดีขึ้นครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
รัฐสภาขอต้อนรับ คณะนักศึกษาและอาจารย์สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ ด้วยความยินดีครับ ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัด หนองคาย ขอประท้วงท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ที่อภิปรายไปนั้นครับ เนื่องจาก ท่านสมบูรณ์ให้ข้อมูลผิดกล่าวโทษคนอื่นว่านายกรัฐมนตรีบางคนให้เมียซื้อที่ดินต่ํากว่า ราคาจริง จริง ๆ แล้วคุณหญิงเขาซื้อในราคาสูงกว่าราคาที่เขาประกาศขาย แล้วซื้อขาย ในตลาดหลักทรัพย์ เขามีการประมูลขายกันนะครับ เขาไม่ได้ไปแอบซื้อที่ไหน เพราะฉะนั้น ก็ขอให้ระมัดระวังคําพูดท่านด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสมบูรณ์ เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตรัง สมาชิกรัฐสภา ก็ต้องขอขอบคุณท่านผู้ประท้วงนะครับ เรื่องกรณีคดีของคุณหญิงที่ซื้อที่ดินรัชดา ขณะนี้ก็แน่ชัดแล้ว ศาลตัดสินแล้วว่านายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ขณะนั้นมีความผิดครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านสมคิดครับ
ผมขอประท้วง ผู้อภิปรายอีกครั้งหนึ่งครับ ถ้าบอกว่าเขาทําผิดคืนไปทําไม คืนที่ดินไปทําไม คืนเงินไป ทําไมครับ เพราะเห็นที่ดินมีราคาถึงขอคืนใช่ไหม ทําไมไม่ให้ความผิดเขาล่ะ เอาคืนไปทําไม เอาเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยทําไม
ท่านเชาวรินธร์ว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ถ้านี่เปึนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และไม่มีการถ่ายทอดผมคงจะไม่รบกวนเวลา แต่เมื่อมีการถ่ายทอดและมีสมาชิก ไปอภิปรายในลักษณะที่คุณสมคิด บาลไธสง ได้ประท้วงเมื่อสักครู่ทําความเสื่อมเสียให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร อย่างไม่เปึนธรรม ในขณะนี้ศาลแพ่งได้พิพากษาว่า การซื้อขายที่ดินแปลงนั้นเปึนโมฆะ ให้คุณหญิงพจมานคืนที่ดิน ในขณะเดียวกันให้ กองทุนฟุ๋นฟูคืนเงินพร้อมดอกเบี้ยร้อย ๗.๕ ซึ่งกระบวนการตรงนี้คุณหญิงก็คืนที่ไปแล้ว กองทุนฟุ๋นฟูก็ชําระเงินคืนมาแล้ว อัยการไม่ได้มีการอุทธรณ์คําพิพากษาศาลแพ่งแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นแสดงว่าการซื้อขายที่ดินคดีที่ดินรัชดาไม่มีแล้วสารบบความ ขอให้เข้าใจเสียใหม่ครับ ท่านประธาน
ทุกคนเข้าใจ เชิญท่านชรินทร์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดตาก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอร่วมให้ความเห็น แสดงความคิดเห็น อภิปราย ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับด้วยกันที่นําเสนอให้กับวุฒิสภาพิจารณาในครั้งนี้ ทั้ง ๔ ฉบับนั้น ประกอบด้วย ฉบับแรกของ คปพร. ซึ่งพี่น้องประชาชนคนไทย ๗๐,๐๐๐ คนได้ลงชื่อ เสนอขอให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ฉบับที่สอง คือของพรรคร่วมรัฐบาลหรือว่า ส.ส. ๑๐๒ คน ฉบับที่สาม ฉบับที่สี่นั้นเปึนของรัฐบาล
สําหรับฉบับแรกนั้นของ คปพร. ในความเห็นของผมแล้วคิดว่ารัฐสภาแห่งนี้ จะต้องให้ความสําคัญเปึนอย่างยิ่ง เพราะว่าพี่น้องประชาชนถึง ๗๐,๐๐๐ คนให้การรับรอง ลงชื่อมา เราก็จะต้องให้การพิจาณาและใคร่ครวญอย่างรอบคอบ เนื้อหาโดยรวมแล้ว จากการพิจารณาก็เห็นว่าได้มีการขอแก้ไขในสิ่งที่เปึนประโยชน์แทบทั้งสิ้นนะครับ โดยส่วนใหญ่ก็ปรับปรุงมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเราถือว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับ ที่ดีที่สุดของเมืองไทยจนถึงขณะนี้ แต่ว่าเมื่อคํานึงถึงบรรยากาศทางการเมืองในปัจจุบันนี้ ผมคิดว่าถ้าหากว่ามีการรับร่างฉบับนี้แล้วบ้านเมือง ซึ่งมันค่อนข้างจะแตกแยกอยู่แล้วก็ คงจะแตกแยกมากไปกว่านี้อีกนะครับ ทั้ง ๆ ที่แม้ว่าผมจะเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ก็คิดว่า น่าจะต้องรอไปก่อน เพราะว่ารัฐธรรมนูญอย่างไรก็ตามควรจะต้องมีการแก้ไขครั้งใหญ่ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้เปึนรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างสมบูรณ์ เพราะอย่างที่ทราบกันดี ว่ารัฐธรรมนูญในปัจจุบันนี้ก็ถือว่าเปึนมรดกตกทอดมาจากคณะปฏิวัติเมื่อ ๔ ป้ที่ผ่านมา สิ่งนี้ถึงแม้รัฐธรรมนูญจะดีอย่างไรก็ตามแต่เมื่อคํานึงถึงที่มาที่ไปแล้วก็ยังไม่ค่อยสง่างาม เท่าที่ควร ร่างฉบับที่ ๒ ซึ่งเปึนของพรรครัฐบาล ส่วนใหญ่ก็เปึนการแก้ไขมาจาก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยข้อดีทั่วไปนั้นก็เปึนที่ยอมรับได้ว่า มีข้อดีอยู่มากมาย แต่ก็มีข้อเสียซึ่งตามความเห็นของกระผมเองก็คิดว่าไม่น่าจะเปึนเช่นนี้ นั่นก็คือได้ตัดระบบบัญชีรายชื่อหรือว่าปาร์ตี้ลิสท์ออกไปจนหมดสิ้นนะครับ ระบบนี้ที่จริง เปึนของใหม่ของรัฐธรรมนูญไทย แต่ประชาชนคนไทยก็ได้คุ้นเคยใช้มาเปึนระยะเวลานาน พอสมควรแล้ว เราก็เริ่มจะคุ้นเคยแล้ว ถ้าจะตัดออกไปนี่ก็เปึนสิ่งที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง ระบบบัญชีรายชื่อนั้นเรานํามาจากประเทศเยอรมนีคือระบบดองช์ (Douche) คิดว่า มันเหมาะกับประเทศไทยอย่างยิ่ง เมื่อคํานึงถึงว่าทุกวันนี้เราบอกว่ามีการซื้อเสียงกันมากมาย ระบบสัดส่วนนี้จะทําให้คนดีมีความรู้ได้เข้ามาสู่วงการเมืองได้มากขึ้น ยิ่งได้คนดีคนมีความรู้ เข้ามามากเท่าไรก็จะทําให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งมากขึ้น และประชาชนเอง ก็มีโอกาสที่จะเลือกคนดีเข้ามาเปึน ส.ส. ของตัวเอง ระบบสัดส่วนนี้ก็จะช่วยปัองกันให้ การซื้อเสียงลดน้อยลงไปได้มากนะครับ เพราะฉะนั้นผมไม่แปลกใจเลยที่ฉบับรัฐบาล ต่อมานี้ได้มีการเพิ่มระบบสัดส่วน เพื่อชดเชยกับระบบเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว เพราะด้วยเหตุนี้เองฉบับพรรคร่วมรัฐบาลนี้กระผมจึงคิดว่ายังไม่ค่อยจะเห็นด้วย แล้วก็ไม่อาจจะรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ สําหรับฉบับที่ ๓ ฉบับที่ ๔ ของรัฐบาล ซึ่งได้พิจารณาดูแล้วก็มีการแก้ไขไม่มาก ก็คิดว่าน่าที่จะอยู่ในวิสัยที่สังคมไทยจะรับได้ เพราะว่าไม่มีการแก้ไขมากมายอะไร ถ้ายิ่งแก้ไขมาก การคัดค้านก็คงจะมีมากขึ้น เปึนทวีคูณนะครับ และร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเสนอเข้ามามี ๒ ฉบับคือ ร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ และร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มาตรา ๑๙๐ ซึ่งโดยรวมแล้วอย่างที่เรียนเมื่อสักครู่แล้วครับว่ามีการแก้ไขไม่มาก และคิดว่า ไม่น่าจะมีปัญหามากมาย ถ้าหากว่าทางรัฐสภาแห่งนี้จะรับร่างดังกล่าวทั้ง ๒ ฉบับ โดยสาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คือ มีการแก้ไขเพิ่มเติมจํานวน ส.ส. อีก ๒๐ คน จาก ๔๘๐ คน เปึน ๕๐๐ คน โดยแบ่งเปึน ส.ส. แบบแบ่งเขต ๓๗๕ คน และแบบบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน และที่สําคัญยิ่งก็คือได้เปลี่ยนระบบเลือกตั้งจากแบบเขตใหญ่เรียงเบอร์มาเปึน เขตเดียวเบอร์เดียวเหมือนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนที่ทราบกันดีว่าระบบแบบนี้แบบเขตเดียว เบอร์เดียวนั้นก็ก่อให้เกิดความไม่ค่อยลงรอยกันในพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะสมาชิก อาวุโสไม่อยากจะให้เปลี่ยนระบบการเลือกตั้ง เพราะเห็นว่าระบบเขตเดียวเบอร์เดียวนั้น จะทําให้มีการซื้อเสียงได้ง่าย แต่ในฐานะที่ผมเองนั้น เปึนสมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง ผมเห็นว่าประชาชนทุกวันนี้ไม่ได้ถึงกับจะต้องมี การซื้อเสียงกันได้ง่าย ๆ นะครับ เพราะว่าคงจะต้องคํานึงถึงคุณความดีของคนด้วย แล้วตรงกันข้ามนะครับเขตเล็ก ๆ นี้จะทําให้สามารถคุ้มครองดูแลประชาชนได้ง่ายขึ้น การแก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาหรือประสบปัญหาต่าง ๆ ก็ทําด้วย รวดเร็ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าระบบเขตเดียวเบอร์เดียวนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างน้อย ที่สุดก็จะทําให้คนไทยทุกคนมีสิทธิลงคะแนนเสียงเพียง ๑ คะแนนคือวัน แมน วัน โหวต ไม่ใช่ว่าบางคนสามารถเลือกได้ ๓ คนหรือ ๔ คน สําหรับร่างอีกฉบับหนึ่งที่กําหนดให้มี หนังสือสัญญานะครับ มาตรา ๑๙๐ เกี่ยวกับหนังสือสนธิสัญญาต่าง ๆ ที่จะต้องมาให้ รัฐสภาให้ความเห็นชอบ เรื่องนี้เองท่านที่เปึนข้าราชการเก่า ผมยืนยันได้เลยนะครับว่า ถ้าหากไม่มีการแก้ไขมาตรานี้จะทําให้ประเทศไทยเราถอยหลังไปทุกวัน ๆ เพราะว่า หนังสือสนธิสัญญาบางครั้งเปึนเรื่องเล็กน้อยไม่มีอะไรที่น่าจะต้องเข้ามาสู่รัฐสภาแห่งนี้เลย แต่ว่าโดยความที่รัฐธรรมนูญกําหนดไว้ไม่ชัดเจน ก็ทําให้ต้องนําเข้ามาสู่รัฐสภาแห่งนี้ แทบจะทุกฉบับเลย เปึนการเสียเวลามาก บางครั้งกรอบสัญญาเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมเห็นว่า อภิปรายกันตั้งทั้งวันทั้งคืนเลย ตั้งครึ่งวันก็มีเปึนการเสียเวลามากนะครับ ข้าราชการเอง ของกระทรวงต่าง ๆ ไม่ว่ากระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม ก็ต้องเสียเวลามาเฝัารัฐมนตรีของตัวเองเพื่อชี้แจงนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรานี้ถ้าหาก มีการแก้ไขเพื่อเปึนการแยกประเภทให้ชัดเจนว่าสิ่งไหนควรจะแก้ไข สิ่งใดที่ไม่ควรจะ นําเข้ามาเปึนการชัดเจน ผมว่าจะเปึนคุณูปการอย่างยิ่งแก่ประเทศของเรา โดยสรุปแล้ว ผมคิดว่าการแก้ไขครั้งนี้เปึนการแก้ไขชั่วคราวเท่านั้น แต่ในอนาคตนั้นจะต้องมีการแก้ไข อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติโดยรวม ขอบพระคุณมากครับ
ลําดับการอภิปรายนะครับ ต่อไปก็คือท่านพีรพันธุ์ ท่านจตุรงค์ ท่านรณฤทธิชัย ท่านวันชัย ท่านจุลพันธ์ ท่านรสสุคนธ์ แล้วก็ท่านอภิชาตครับ เชิญท่านพีรพันธุ์ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร จากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังการอภิปรายมานี่ก็เปึนวันที่ ๒ แล้ว จากที่ ท่านสมาชิกได้ร่วมแสดงความคิดเห็นกันผมก็พอจะสรุปได้ว่าทางซีกของรัฐบาลยืนยันว่า จะสนับสนุนร่างของรัฐบาลทั้ง ๒ ฉบับ ส่วนร่างของสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ท่านก็บอกว่าท่านก็คงจะงดออกเสียง ทางซีก ส.ว. หลายท่านที่ฟังดูแล้วผมก็จับความได้ว่า มีส่วนหนึ่งที่ไปหนุนร่างของ คปพร. เพราะเห็นว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตย โดยยึดมาจากฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึนหลัก แต่หลายท่านก็บอกว่าไม่เอาทั้ง ๔ ร่าง ส่วนฝ์ายค้าน รวมทั้งผมด้วย เราประกาศอย่างชัดเจนว่าเราจะสนับสนุนร่างของ คปพร. ซึ่งมีสาระสําคัญหลัก ก็คือเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมาเปึนรัฐธรรมนูญที่เราเรียกอย่างภูมิใจว่าเปึนฉบับ ของประชาชน ท่านประธานเห็นไหมครับ เอาแค่ในสภาแห่งนี้พวกเราที่จะพิจารณาร่วมกัน แก้ไขรัฐธรรมนูญก็หาความเปึนหนึ่งเดียวกันยาก มองดูความเปึนเอกภาพค่อนข้างยาก แม้ในสภาแห่งนี้เห็นไหมครับ ดูเหมือนการแตกแยกทางความคิดก็มีมากมายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วถ้าทางรัฐบาลเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องสูงสุด ถ้ามีการพูดคุยกันมาก่อน ตกลงกติกากันมาก่อน อะไรกันมาก่อน มันจะง่าย แล้วก็ทําให้การแก้ไขเปึนไปอย่างราบรื่นด้วยนะครับ เหตุที่เปึนเช่นนี้นะครับท่านประธาน ผมคิดว่าก็เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมันเปึนหนึ่งของวิกฤติของปัญหา คือตัวรัฐธรรมนูญก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมขึ้นอย่างมากมาย ทําไมผมจึงพูดอย่างนี้ เหตุที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีปัญหาเช่นนี้ก็เพราะเรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญเปึนผลผลิต ของการรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ อันนี้ทุกคนยืนยันอย่างชัดเจนนะครับ
เรื่องที่สอง ก็คือเนื้อหาไม่เปึนประชาธิปไตย แน่นอนครับหลายท่าน อภิปรายว่าเอาละถึงแม้จะมีที่มาอย่างนี้ เนื้อหาเปึนอย่างนี้ แต่ว่าก็ผ่านประชามติมา แต่ท่านประธานอย่าลืมว่าประชามติครั้งนั้นทําขึ้น ผมคิดว่ามีการข่มขู่ทั้งอํานาจรัฐด้วยและทางกฎหมายด้วย ทางอํานาจรัฐก็หมายความว่า มีคนที่ฮึ่ม ๆ ไว้บอกว่าจะต้องรับนะ ผู้คนเองจํานวนไม่น้อยครับอยากจะหลีกหนีออกจาก ภาวะการเมืองแบบนั้น อยากจะบอกโลกว่าประเทศไทยเปึนประชาธิปไตยแล้ว ก็เลยฝ๋นใจ รับไปก่อนเพื่อที่หวังจะมีการแก้ไขปัญหา ที่ซ้ําร้ายกว่านั้นก็คือท่านประธานครับ ถ้าท่าน ไปดูรัฐธรรมนูญชั่วคราว ป้ ๒๕๔๙ เขียนไว้ชัดครับ บอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ผ่านประชามติ คณะผู้ยึดอํานาจ คณะรัฐประหารตอนนั้น ซึ่งจะเรียกอะไรผมจําชื่อ ไม่ได้แล้ว บอกว่าคณะนั้นสามารถที่จะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ได้มาประกาศใช้ต่อไป นี่อย่างไรทําให้ผู้คนบอก ออกกันดีกว่า รับไปก่อนเถอะก็หวังว่าจะมีการแก้ไข เห็นไหม นี่คือเหตุหลัก ๆ ที่ผมคิดว่าการที่มีคนลุกขึ้นมาแก้ โดยคณะ คปพร. ประชาชนเข้าชื่อกันมา ถึงแม้มันจะค้างอยู่ในสภามาแล้วร่วม ๒ ป้ก็ตาม ก็เปึนความริเริ่มเพราะเขาเห็นแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีปัญหา ฉะนั้นเมื่อทั้งเนื้อหาก็ดี ที่มาก็ดีไม่เปึนประชาธิปไตย ก็ไม่ควรที่จะยึดถือไว้ให้เปึนรัฐธรรมนูญของประเทศเปึนกฎหมายหลักของประเทศต่อไป
เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในเรื่อง เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ครับท่านประธาน ผมได้เรียนไปแล้วว่ามันร่างขึ้นมา ด้วยความพยายามที่จะขจัดอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณออกไปให้ได้ ตรงไหนที่มีทักษิณอยู่ เขาก็มองเปึนปัญหาแล้วก็แก้กันตรงนั้น ผมก็เลยถามต่อไปว่าถ้าเปึนอย่างนั้น ถ้าเกิดมี ทักษิณกลับขึ้นมาเกิด หรือมีคนอย่างคุณทักษิณนี่ ทักษิณ ๑ ทักษิณ ๒ ไปเรื่อย ไม่ต้องแก้ รัฐธรรมนูญตามล่าไล่ไปเรื่อย ๆ หรือครับ คือแทนที่จะดูเนื้อหาของประชาธิปไตย แยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือประชาธิปไตย พัฒนาการของประชาธิปไตย การแก้ไปอย่างนี้ ก็เลยทําให้เกิดปัญหาสร้างความเสียหายให้กับประเทศตามมาอยู่หลายเรื่อง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้สร้างผลเสียหายกับประเทศมาก ลิดรอนประชาธิปไตยของประชาชนริบอํานาจ ที่มาจากการเลือกตั้ง เอาอํานาจของประชาชนไปให้ตุลาการภิวัตน์ที่เรามีชื่อกันอยู่ทุกวันนี้ แล้วทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าคือใคร รวมทั้งองค์กรอิสระซึ่งสร้างขึ้นมา ท่านประธานไปดูสิครับ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีแยกองค์กรอิสระและองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญซึ่งไม่รู้ มันคืออะไร องค์กรเหล่านี้สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะสกัดกั้นไปเตะถ่วงอํานาจของฝ์ายบริหาร ผมไปดูบุคคลที่มีส่วนในการร่าง ท่านประธานครับ มีตุลาการหลายท่านครับ มีนักวิชาการ ก็หลายท่าน บุคคลเหล่านี้เมื่อร่างเสร็จ วันนี้เข้าไปเสวยอํานาจเอาตัวเองไปอยู่ในองค์กรอิสระ ไปอยู่ตรงนั้นอยู่ตรงนี้หลายคนครับ อย่างนี้ไม่เรียกว่ามีการขัดผลประโยชน์หรือครับ นี่คือสิ่งที่ผมเห็นอย่างชัดเจนว่าตัวรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเปึนปัญหา โครงสร้างทาง การเมืองที่เกิดขึ้นเขาต้องการให้รัฐบาลอ่อนแอ ตัวอย่างที่ดีที่สุดท่านประธานครับ ก็คือการกําหนดว่าการเลือกบุคคลให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเปึนอิสระของ ส.ส. เห็นไหมครับท่านประธาน พรรคตอนเลือกตั้งเขาบอกประชาชนว่าอย่างไร พอกลับเข้ามานี้ ไปทําอีกอย่างหนึ่ง แล้วประชาชนเขาก็รอวันที่อยากจะตัดสินใหม่อยากจะเลือกตั้งใหม่ อยากจะเอาคนอย่างนี้ออกไปจากรัฐสภาให้ได้ นี่คือสิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันก่อให้เกิดขึ้น แล้วผมก็คิดว่ามันก่อให้เกิดความเสียหาย ก่อให้เกิดทําให้ผู้เลือกตั้งเขารู้สึกว่าคนเหล่านี้ หักหลังประชาชน ทรยศต่อประชาชน นี่คือสิ่งที่มันแฝงอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเปึนปัญหา เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลอย่างนี้ เมื่อ คปพร. เสนอขึ้นมาผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการเสนอแก้ของ คปพร. โดยความพยายามที่จะเอา หลักสําคัญของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะดีจะชั่วอย่างไรก็พิสูจน์มาแล้วว่ามันสร้างความเจริญให้กับประเทศ มีรัฐบาลที่เข้มแข็ง ซึ่งเปึนวัตถุประสงค์หลักของรัฐธรรมนูญฉบับนั้น การที่มีฝ์ายบริหารที่เข้มแข็งนี่เปึน ความจําเปึนสําหรับประเทศที่กําลังพัฒนาอย่างประเทศไทย และพวกเราก็เห็นแล้ว ทันที ที่รัฐบาลสามารถดํารงอยู่ได้อย่างครบถ้วนตามวาระ ๔ วาระ ประเทศพัฒนาไปเร็วมาก การเปลี่ยนแปลงทุกคนเห็น นี่คือผลผลิตของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เห็นไหมครับ แต่ก็ใช่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนั้นจะไม่มีปัญหามันก็มี แต่ว่าก็พยายามให้มีการแก้ไข อย่างเช่นปัญหา ที่พวกเราเห็นกันมากก็คือการที่พอมีพรรคการเมืองเข้าไปเปึนกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ก็มีปัญหากัน ก็มีการแก้ไขแล้ว เอาผู้แทนพรรคการเมืองออก เปลี่ยนเปึนผู้แทนจากซีก ส.ส. รัฐบาลกับฝ์ายค้านก็มีการแก้ไขไปนะครับ ผมคิดว่าถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นไม่มีการแก้ไข มีการศึกษากันแล้วว่าจะแก้ไขอย่างไร แต่ถ้ามีการแก้ไขเปึนขั้นตอนขึ้นมาป์านนี้ประเทศไม่อยู่อย่างนี้ โดยเฉพาะถ้าไม่มีรัฐประหาร ป้ ๒๕๔๙ ประเทศของเรานี้ไปไกลแล้ว นี่คือเหตุผลที่ผมสนับสนุนการแก้ไขของ คปพร. ที่จะเอาสิ่งที่ถูกต้องเอาหลักการที่ถูกต้องกลับมาเปึนรัฐธรรมนูญของประเทศ ท่านประธานครับ สําหรับร่างการแก้ไขของรัฐบาลกับของพรรคร่วมรัฐบาล ผมแปลกใจจริง ๆ เมื่อคราวก่อน เมื่อเกิดป้ ๒๕๕๒ มีการชุมนุมทางการเมืองตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดกลางสภานี้ ตอนดึกบอกว่าถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันเปึนทางออกของประเทศพวกเราไปช่วยกัน คิดมาสิ ก็มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ขึ้นมา ท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน พวกเรา ก็ใช้เวลากันไม่น้อยศึกษามาและผมแนะนําเองบอกว่าให้แก้ก่อน ๖ ประเด็นนะ แล้วก็ให้มี การเลือกตั้ง แล้วยังบอกต่อไปว่าหลังจากนั้นก็ให้สภาชุดใหม่ไปแก้ไขทั้งฉบับเปึน ๒ ระยะเวลา ต่อเนื่องกันไป แต่ว่าก็ไม่มีการดําเนินการใด ๆ ต่อมา พอมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น ป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลก็ไปตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกแล้ว เอานักวิชาการหลายคนที่เคย อยู่ในการร่างรัฐธรรมนูญมาก่อนมาศึกษาใหม่ ศึกษาสิ่งที่คณะกรรมการสมานฉันท์ ได้ทําแล้ว แต่ว่าเมื่อเขาศึกษามาแล้วก็ยังดีนะครับท่านประธาน เขาก็ยังเสนอเห็นด้วยกับ คณะกรรมการสมานฉันท์ว่าให้แก้อย่างน้อยก็ ๕ ประเด็นหลัก เช่น มาตรา ๒๓๗ ซึ่งเปึนเรื่องการยุบพรรคการเมือง เลิกการลงโทษแบบเหมาเข่ง ใครทําผิดก็ลงโทษคนนั้น พรรคการเมืองไม่ควรจะถูกยุบ นี่คือหลักของประชาธิปไตย รัฐบาลไม่ได้หยิบขึ้นมาแก้อ้างว่า ถ้าแก้ข้อนี้ตัวเองจะได้ประโยชน์ พรรคบางพรรคกําลังถูกพิจารณาเรื่องการยุบพรรคอยู่ ไม่อยากจะให้เปึนปัญหา ซึ่งมันคนละเรื่องเลย พรรคจะยุบหรือไม่ยุบมันไม่เกี่ยวกับ การแก้ไขอันนี้ แต่ว่าการแก้ไขนี้จะทําให้ประเทศเปึนประชาธิปไตยมากขึ้น ที่มาของ ส.ส. แก้เปึนเขตละ ๑ คน ซึ่งก็ตรงกับป้ ๒๕๔๐ แต่ว่าเหตุผลในการแก้ท่านบอกว่าต้องการให้มี การเลือกตั้ง ส.ส. เปึนไปตามหลักบนพื้นฐานของความเปึนธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็ง ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยครับ แต่ว่าแก้เพียงส่วนเดียว ที่สําคัญก็คือว่า เมื่อการไปแก้ตามนี้ไปลดจํานวน ส.ส. ลง เขตจาก ๓๐๐ เหลือ ๓๗๕ คน ผมก็นึกคงหวัง จะไปแบ่งเขตกันใหม่ใช่ไหมเพราะเขตมันกว้างขึ้น แล้วรัฐบาลก็จะชิงความได้เปรียบ แบ่งเขตที่ตัวเองอยากต้องการเหมือนกับที่มีการแบ่งเขต ส.ส. เขตในปัจจุบัน อยู่ดี ๆ เอาจังหวัดนครราชสีมาไปรวมกับจังหวัดตราด ๒ จังหวัดไปรวมกันได้อย่างไร นี่คือปัญหา ที่เกิดขึ้นหรือเอาจังหวัดสระบุรีไปรวมกับจังหวัดชุมพรอย่างนี้เปึนเขต การเลือกตั้งเขต มันมีปัญหามากในทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่ามันไม่น่าจะเปึนตามที่รัฐบาล ตั้งเปัาหมายไว้ ที่สําคัญก็คือที่มาของ ส.ว. ท่านประธานครับ ทําไมไม่แตะเลย ทั้ง ๆ ที่กรรมการชุดของท่านดิเรก ชุดของอาจารย์สมบัติบอกแล้วว่าควรจะแก้ อย่างน้อย ของอาจารย์สมบัติเราไม่แก้โครงสร้าง แต่ว่าแก้การสรรหาได้ไหม ท่านไม่แตะ ผมคิดว่า ท่านไม่แตะก็เพราะท่านรู้ว่าเดือนกุมภาพันธ์ ส.ว. สรรหาจะครบวาระครับ แล้วก็จะมี การสรรหาใหม่เลยไม่แตะเห็นไหมครับท่านประธาน นี่คือหลักประชาธิปไตย ผมถามว่า ถ้าอย่างนั้นต่อไปเดี๋ยววันศุกร์นี้ท่านประธานนัดประชุมให้มีการประชุมแก้ไขกฎหมายต่อไป คือตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้นมา แล้วถ้าตั้งจังหวัดบึงกาฬสําเร็จไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญอีกหรือ ก็เพราะ ส.ว. เขาบอกให้มาจังหวัดละ ๑ คน เห็นไหมครับ แล้วทําไมไม่แก้ นี่คือตัวอย่าง ที่คิดว่ารัฐบาลเองคิดไม่รอบคอบ เพียงแต่ว่าอยากจะแก้ในสิ่งที่ตัวเองได้ประโยชน์ แต่ว่า ประชาชนแทบจะไม่ได้อะไร นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเปึนเรื่องหลัก ๆ ที่ควรจะมีการแก้ไข แล้วก็ไม่ทํา
ส่วนเรื่องมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ มีสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปแล้ว รัฐบาลไปแยกเปึน ๒ วรรค วรรคสองนี่เขาเหมือนรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ที่เคยมีบัญญัติ ขึ้นมาแล้ว ส่วนวรรคสามท่านไปแยกขึ้นมาว่าเปึนสนธิสัญญาที่ดูเปึนปัญหาอยู่ในขณะนี้ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าถ้าเปึนสนธิสัญญาที่เกี่ยวกับเอฟทีเอ (FTA) นั่นล่ะ ก็ควรจะมีการแก้ไข ให้มันชัดเจนขึ้น แต่ผมก็อยากจะเรียนท่านประธานว่าที่จริงแล้วมาตรา ๑๙๐ ปัญหาที่มัน เกิดขึ้นก็เพราะศาลรัฐธรรมนูญเองไปตีความโดยใช้คําว่า อาจจะ ๆ หน่วยราชการหลายหน่วยที่เสนอกฎหมายมา เขาห่วงว่าเมื่อศาลตีความออกมาว่าอาจจะ ๆ อะไรมันก็เปึนปัญหาไปหมด แต่วิธีแก้ผมก็บอกแล้วว่าที่จริงกระทรวงการต่างประเทศ เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศไปแล้ว ยืนยันไปสิ อันไหนที่เข้าวรรคสองหรือ วรรคสามไปได้ ส่วนคําพิพากษา คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ให้เปึนปัญหาเฉพาะ เรื่องของคดีไป ยึดเอาเปึนบรรทัดฐานอะไรไม่ได้เลย ผมก็คิดว่าด้วยเหตุผลที่ผมได้ กราบเรียนท่านประธานมาแล้ว ผมคิดว่าการแก้ไขเพียงเท่านี้มันไม่ได้นําไปสู่การเปึน ปัญหาอะไรเลย ในเรื่องของบางท่านที่ผมฟังดูท่านก็ห่วงว่าถ้าเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมาจะมีปัญหาตามมา เช่นจะเปึนการลดพระราชอํานาจบ้าง ผมว่าตรงไหนล่ะ ก็เขาไม่ได้แก้เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์เลย ไม่ได้แตะเลยเหมือนเดิม บางท่านก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นก็จะทําให้องค์กรอิสระมีปัญหา ไม่มีหรอกครับ เพราะถ้ากลับไปใช้ป้ ๒๕๔๐ จะทําให้องค์กรอิสระนั้นมีจุดยึดโยงกับประชาชนได้อย่างชัดเจน ที่สําคัญก็คือบางคน ก็บอกว่าถ้าไปเอาตามฉบับของ คปพร. ซึ่งในบทเฉพาะกาลยกเลิกมาตรา ๓๐๙ ก็จะทํา ให้มีการนิรโทษให้แก่บุคคลบางคนซึ่งไม่จริงเลย มาตรา ๓๐๙ ภาษาที่ผมเรียกว่าเปึนซูเปอร์ รัฐธรรมนูญ คือเปึนมาตราที่ใหญ่ที่สุด เพราะเปึนการนิรโทษกรรมกับคณะผู้ยึดอํานาจ รวมทั้งองค์กรที่เขาตั้งขึ้นมาด้วย ซึ่งไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับไหนเขียนอย่างนี้ ก็เลยทําให้ คณะรัฐประหารสมัยนั้น องค์กรที่เขาตั้งขึ้นมาไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบของใครเลย แม้กระทั่งศาลก็เข้าไปตรวจสอบไม่ได้ การยกเลิกมาตรา ๓๐๙ ก็จะกลับทําให้ทุกคน จะอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน คือสามารถที่จะตรวจสอบได้ นี่คือหลักที่ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานว่า การแก้ไขตามร่างของ คปพร. นั้นน่าจะเปึนประโยชน์สําหรับประเทศ มากยิ่งกว่า
ท่านประธานครับ เอาละเมื่อสักครู่ในตอนต้นผมได้เรียนท่านประธาน ไปแล้วว่าการแก้ไขแม้แต่ในสภาเองมันก็หาความปรองดองยาก อย่าหวังว่าการแก้ไขนี้ จะนําไปสู่ความปรองดองเลย ผมและพวกเพื่อนหลายคนก็เคยเสนอมาแล้วว่าถ้าอยากให้ ความปรองดองเกิดขึ้นมันไม่ยากหรอกครับท่านประธานถ้ารัฐบาลกล้าหน่อย เราเริ่มต้น กันใหม่ดีไหมครับท่านประธาน เริ่มต้นอย่างไรครับ ก็ไม่ยากเลยครับยุบสภาเสีย แล้วก็ให้ ประชาชนเขาตัดสินใจกันใหม่ ใครมีความเห็นอย่างไรก็นําไปเสนอ และเมื่อประชาชนเขา ได้ตัดสินใจแล้ว เขาได้บอกแล้วเราก็ดําเนินการตามความต้องการของประชาชน ไปช่วยกันทํารัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนด้วยวิธีการที่เปึนที่มามาแล้วของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั่นแหละผมเชื่อว่าการปรองดองก็จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน
ต่อไปเชิญท่านจตุรงค์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา กระผม นายแพทย์จตุรงค์ ธีระกนก สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ประการแรกก็คงต้องขอขอบคุณท่านประธานรัฐสภาที่ได้นําวาระนี้ เข้าสู่ที่ประชุมของรัฐสภาแห่งนี้ แต่การใช้มาในระยะหนึ่งก็อาจจะเกิดปัญหาอาจจะใช้ช่องว่างของที่เกิดขึ้นตรงนั้นทําให้ การบริหารที่เข้มแข็งเกิดขึ้นก่อให้เกิดสภาวะที่เราเรียกว่าเผด็จการทางรัฐสภาเกิดขึ้น การตรวจสอบคณะฝ์ายบริหารเองทําได้ยากขึ้น จึงกลายเปึนจุด ๆ หนึ่งของการที่จะทําให้ เกิดการรัฐประหารเกิดขึ้นตรงนั้นนะครับ
จุดเด่นอีกจุดหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เท่าที่ผมทราบก็คือว่า ความเปึนประชาธิปไตย โดยปรัชญาที่ว่า โดยประชาชน เพื่อประชาชน เพราะฉะนั้น ในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เองก็ได้บัญญัติเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. ก็คือการเลือกตั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แน่ละเมื่อการเลือกตั้งเข้ามาด้วยความต้องคาดหวังว่าสมาชิกวุฒิสภาเอง จะต้องเปึนผู้ที่เปึนกลางทางการเมือง แต่ระบบการเลือกตั้งเราก็ถูกว่ากลายเปึนว่า ความเปึนกลางทางการเมืองนั้นเริ่มหายน้อยลง เพราะฉะนั้นโดยประชาชนแต่สําหรับ เพื่อประชาชนนั้นล่ะจะได้มากน้อยขนาดไหน จึงเปึนสาเหตุหนึ่งของการเกิดการเปลี่ยนแปลง ในการที่จะนําไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เกิดขึ้น
ในส่วนที่ ๓ ที่ผมเห็นว่าในส่วนดีของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ก็คือ ความเสมอภาค เปึนกฎหมายหรือเปึนรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่กําหนดที่มาของ ส.ส. ให้มีเขตเดียว เสียงเดียว หรือวัน แมนวัน โหวต ซึ่งในขณะนี้ในร่างของ ส.ส. เอง และร่างของรัฐบาลเองก็ได้นํากลับเข้ามาใช้อีกเปึนส่วนหนึ่ง ตรงนั้นเปึนการให้สิทธิ เสมอภาคกัน ๑ คน มี ๑ เสียง ตรงนั้นก็คือการให้ความเสมอภาค ซึ่งนับว่าเปึนข้อดี แต่ใน ป้ ๒๕๕๐ เองกลับคิดว่าการที่มีเขตเล็กทําให้การซื้อเสียงง่ายขึ้น ก็ไปเปลี่ยนเปึน เขตใหญ่อีกครั้งหนึ่ง แต่ตรงนี้คงจะพิสูจน์ได้ว่าการกลับมาสู่เขตเล็กนั้นก็คงจะเปึนสิ่งที่รับ เพราะทั้งร่างของรัฐบาลเองและร่างของ ส.ส. เองที่นําเข้าสู่การพิจารณาในวันนี้ด้วยกัน ก็กลับมาสู่ลักษณะของวัน แมน วัน โหวตอีกครั้งหนึ่งนะครับ ปัจจัยของการที่มีเขตเล็กนั้น ก็คงจะทําให้การดูแลประชาชนของ ส.ส. ในเขตพื้นที่นั้นสามารถดําเนินการอยู่ เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องเปึนการที่จะชั่งน้ําหนักว่าเมื่อเรากําหนดให้ ส.ส. เองสามารถที่จะ เข้าไปดูแลหาความทุกข์ยากหรือหาปัญหาต่าง ๆ จากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขต ความรับผิดชอบของเขานําเข้ามาสู่ระบบรัฐสภาตรงนี้มาสู่การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน ตรงนั้นก็คงเปึนส่วนหนึ่ง ในขณะเดียวกันเราก็มี ส.ส. ที่เปึนปาร์ตี้ลิสต์ ถ้าเรา ยังกําหนดว่าบทบาทของ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์เองก็คงจะทํางานในภาพใหญ่หรือภาพกว้าง ของประเทศของพรรคในการที่จะนํานโยบายดี ๆ ออกมาเพื่อให้เกิดความนิยมของ พี่น้องประชาชนเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นค่านิยมหรือคะแนนนิยมของพรรคก็จะเกิดขึ้นตรงนั้น นั่นก็คงเปึนส่วนหนึ่งหรือเปึนส่วนดีของการที่จะมี ส.ส. ทั้งในเขตพื้นที่และมีปาร์ตี้ลิสท์นะครับ
ประเด็นปัญหาเกิดขึ้นว่าในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เองก็พยายาม จะแก้ข้อบกพร่อง จะอุดรูโหว่ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ไม่ว่าเรื่องของการที่จะเกิด เผด็จการณ์ทางรัฐสภา ซึ่งเราคงโทษรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญคงเปึนตัว ที่เขียนมาด้วยเจตนารมณ์ที่ดี แต่การกระทําและเวลาที่เปลี่ยนไปทําให้เห็นช่องว่าง หรือจุดโหว่ของรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น ตรงนั้นเองในรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เอง ก็พยายามจะแก้ไขในแนวทางตรงนั้น โดยการกําหนดให้อํานาจหรือให้ความเปึนอิสระ กับ ส.ส. ในพรรคมากขึ้น เช่นการที่ไม่ต้องใช้มติของพรรคในเรื่องของการโหวตต่าง ๆ เหล่านั้นเปึนต้น ในมาตรา ๑๖๒ วรรคสองตรงนั้น ผมเข้าใจว่าก็จะทําให้ความเปึนอิสระ ของ ส.ส. มากขึ้น การโยกย้ายหรือเปลี่ยนพรรคก็ทําได้ง่ายขึ้น การควบยุบพรรคทําไม่ได้ เปึนต้นอย่างนี้ แต่ตรงนั้นเองในส่วนเด่นที่พยายามจะแก้ไขตรงนั้นก็เกิดปัญหาขึ้นว่า
อันที่ ๑ ที่พวกเราได้พูดคุยกันคือการย้ายพรรคได้ง่ายก็ทําให้เกิดกระบวนการ ของการเปลี่ยนหรือการซื้อขายที่เราโจมตีกันนะครับ นั่นก็คงเปึนส่วนหนึ่ง
อันที่สําคัญที่สุดก็คือ ทําให้ระบบพรรคการเมืองนั้นอ่อนแอลง การควบคุม การบริหารของฝ์ายบริหารเองก็คงจะต้องพึ่งพาหรือต้องพึ่งพาสมาชิกมากขึ้นตรงนั้น ก็เกิด ความอ่อนแอ ตรงนั้นก็ควรมาให้การบริหารต่าง ๆ อาจจะดําเนินการไปไม่ค่อยราบรื่นมากนัก
ในอีกส่วนหนึ่งในเรื่องของ ส.ว. ที่มาของ ส.ว. ซึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๐ ถือว่าเปึนประชาธิปไตยมาตรงนั้น ความที่ต้องการจะให้ได้ ส.ว. ที่เปึนกลาง ต้องการ ส.ว. ที่มีความหลากหลายในวิชาชีพก็เลยยินยอมในการที่จะให้เกิดการเลือกตั้ง ครึ่งหนึ่งและสรรหาครึ่งหนึ่ง ผมว่าส่วนนี้ก็อาจจะเปึนส่วนหนึ่งทําให้เราสามารถที่จะได้ ในส่วนของ ส.ว. ในส่วนที่จะเปึนกลาง โดยคิดว่าน่าจะเปึนกลางมากขึ้น มีความหลากหลาย ของวิชาชีพมากที่สุดแล้ว แต่ประเด็นปัญหาก็คงอยู่ที่วิธีการสรรหาเข้ามาโดยใช้ คณะกรรมการเพียง ๗ คนในการเลือก ๗๔ คนหรือครึ่งหนึ่งของพวกเราเข้ามา ตรงนั้นเอง ก็คงยังมีปัญหาอยู่นะครับ
ส่วนหนึ่งในเรื่องของการให้สิทธิและเสรีภาพต้องยอมรับว่าในรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ ให้สิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนมากกว่าป้ ๒๕๔๐ ที่นําเรียนมาทั้งหมด นั้นก็คงเปึนการเปรียบเทียบว่าไม่มีอะไรที่จะดีที่สุดและไม่มีอะไรที่ด้อยที่สุด แต่ถ้าเรา ได้นําส่วนที่ดีมาไว้และแก้ไขในส่วนที่ด้อยร่วมกัน ผมคิดว่าเราน่าจะได้รัฐธรรมนูญที่ดี ที่เปึนประโยชน์และมีความยุติธรรมและเปึนสิ่งที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุด ขอบคุณครับ
เชิญท่านรณฤทธิชัยนะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม รณฤทธิชัย คานเขต จากจังหวัดยโสธรในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรากําลังพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของรัฐธรรมนูญที่จะขอให้มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะเห็นว่าช่วงระยะเวลาตั้งแต่เมื่อวานถึงวันนี้ ท่านสมาชิก รัฐสภาที่มีโอกาสได้อภิปรายก็จะพูดอยู่ใน ๒ ร่าง ก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ ป้ ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจาก การที่มีผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการปกครอง ฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทิ้ง แล้วก็มี การร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขึ้นมา คณะกรรมการที่ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องยอมรับว่ามาจากคนซึ่งมีอํานาจครับ มาจากราชการ มาจากนักวิชาการเปึนส่วนใหญ่ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่เปึนผู้แทนราษฎรแทบจะไม่มีโอกาส ที่จะเข้ามาร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นมีบางส่วนที่กล่าวถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับอํามาตยาธิปไตย ช่วงที่มีการรณรงค์เพื่อให้รับ ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะเห็นว่าเกิดความแตกแยกในเรื่องของแนวความคิดในการที่จะ รับร่าง ผมเปึนคนหนึ่งที่ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ พาพี่น้องคัดค้าน ที่จังหวัดยโสธร คนเปึนเรือนหมื่น แต่เราก็ต้องยอมรับในกฎ กติกา เมื่อคนส่วนใหญ่เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนร่างรัฐธรรมนูญที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ต้องการที่จะ นําเอามาใช้ ไม่ว่าการรับในครั้งกระนั้นจะมาจากสาเหตุแรงจูงใจจากอะไรเราไม่ว่ากัน แต่หลังจากที่มีการรับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หรือในขณะที่มีการรณรงค์กันอยู่ก็จะ มีเสียงส่วนหนึ่งว่าให้รับไปก่อนได้ไหม อันไหนที่มันไม่ดีแล้วค่อยมาแก้ เพราะรัฐธรรมนูญ เขียนขึ้นโดยคน ถ้ารัฐธรรมนูญบางมาตราไม่เหมาะสมก็สมควรที่จะมีการแก้ ซึ่งในครั้งนี้ รัฐบาลเองก็ได้ยื่นในการพิจารณา ให้มีการอภิปรายกัน ทางรัฐบาลยื่นเข้ามา ๒ มาตรา คือมาตรา ๑๙๐ แล้วก็มาตราตั้งแต่ มาตรา ๑๙๑ ถึง ๑๙๘ เนื้อหาสาระใน ๒ มาตรานี้ ผมเชื่อว่าคนซึ่งเปึนผู้แทนราษฎร ที่อยู่กับพี่น้องประชาชน ท่านวุฒิสมาชิกที่อยู่ในพื้นที่มีแนวความนึกคิดไม่แตกต่างกัน หรอกครับว่าร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้เขียนผิดแผกแตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเราถือว่าเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาจากพี่น้องประชาชนคนไทยร่วมกัน ร่างกันขึ้นมา ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ให้มีผู้แทนราษฎร ๔๐๐ เขตกับระบบสัดส่วน ๑๐๐ คน รวมเปึน ๕๐๐ คน แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนไว้ ๔๐๐ เขตบวกสัดส่วน อีก ๘๐ แล้วระบบสัดส่วนยังแบ่งออกเปึน ๘ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๐ คน ซึ่งมีผู้อภิปราย หลายคนที่พูดถึงเรื่องนี้ว่าคนที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเอา ๑๐ เขตเขตละ ๑๐ คนบางคนยังไม่รู้จักพื้นที่ด้วยซ้ําไป เพราะไปโยงเอาจํานวนของประชากรให้กับ ผู้ที่สมัครรับเลือกตั้งในนามของตัวแทนสัดส่วน บางคนไปไม่ทั่วหรอกครับ เพราะฉะนั้น ปัญหาหลังจากที่มีการได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้ว ตัวระบบสัดส่วนเขตละ ๑๐ คน ผมถาม ว่าสามารถที่จะเข้าไปรู้จักปัญหาพี่น้องประชาชนได้ทั่วถึงไหม เพราะปัญหาของบ้านเมือง เราทุกวันนี้ มันต้องรู้สมมุติฐานของโลกก่อนมันถึงจะแก้ไขได้ เหมือนหมอนี่ละครับ เพราะฉะนั้นคนเปึนผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะระบบไหนก็ตามแต่ การที่จะนําเอาปัญหา มาถกเถียงมาพูดจาในสภาได้ มันจะต้องรู้จักเหตุผลที่ดีเพียงพอ รู้จักปัญหาที่แท้จริง เพราะฉะนั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์ไว้ตั้งแต่เริ่มแรกแล้วว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรานี้ ไม่ได้เกิดผลดีกับการที่มีตัวแทนของตัวเองเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เลย แต่ก็ยังดีว่าอย่างน้อย ๆ ถึงจะเปึนเขตใหญ่ เขตหนึ่งไม่เกิน ๓ คน บ้านผมยโสธรมีอยู่ ๔ คน แบ่งเปึน ๒ เขต ผู้แทนเขตละ ๒ คน ขนาดเขตละ ๒ คนแท้ ๆ บางทีเรายังไม่สามารถ จะรับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนได้หมดทุกจุดเลย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ชัดเจน เขตละ ๑ คน บ้านผมยโสธรมีอยู่ ๔ คน ๔ เขต เวลาพี่น้องประชาชนมีปัญหาอะไรปุ็บ เราสามารถเข้าไปรับรู้เรื่องของปัญหาได้ชัดเจนมากขึ้นครับ เพราะฉะนั้นการที่ทาง คณะรัฐมนตรีได้ยื่นร่างในการแก้ไขเรื่องของระบบเขตในการเลือกตั้งเข้ามาใหม่ ผมก็ถือว่า เปึนสิ่งที่ดี แล้วผมเชื่อว่าเขตเดียวเบอร์เดียวคืออย่าไปสนใจเรื่องที่มันจะซื้อเสียง ไม่ซื้อเสียง อย่าไปดูถูกประชาชนเขาเลย คุณจะมีเงินเปึนถุงเปึนถัง คุณเขตใหญ่คุณจะเอาเงินไปโปรย หรือคุณเขตเล็กคุณจะเอาเงินไปโปรยนี่ ผมว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเขามีจิตใต้สํานึก ในการที่จะเลือกคนของตัวเองเข้ามาดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ดูแลพวกเขา เรื่องเงินตัดทิ้งไปได้เลย อย่ามาพูดกันอีกเลยนะครับ พูดไปมันก็ไร้สาระ เอามาพูด เรื่องของเขตเดียวเบอร์เดียว ผมรับได้ แล้วผมก็ต้องการด้วย เพราะอะไร ในโลกนี้ที่ผม พยายามติดตามเกี่ยวกับเรื่องของการเลือกตั้งของแต่ละประเทศ เอามานั่งอ่านกัน ประเทศที่เขาเจริญแล้วเขตเดียวเบอร์เดียวทั้งนั้น และสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ก็เท่าเทียมกัน เขตใหญ่บางทีไปได้อําเภอซึ่งเปึนอําเภอใหญ่กระจุกผู้แทนราษฎรกันอยู่ ตรงนั้น แล้วถามว่าอําเภอเล็กจะได้รับการดูแลเท่าเทียมกับในเขตที่เปึนพื้นที่ของตัวเอง แค่ไหน เพราะอย่าลืมว่าผู้แทนราษฎรมานั่งอยู่ในสภานี่เปึนตัวแทนของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เราจะออกกฎหมายก็ออกกันตรงสภานี่ละ การจะแก้ไขปัญหาให้กับญาติพี่น้องให้กับ ประชาชนให้กับชาติบ้านเมืองก็อยู่ตรงนี้อยู่ที่สภานี่ ถ้าตัวแทนเขตละ ๑ คนเขาก็สามารถ เอาปัญหาภายในเขตของเขาเข้ามาพูดในสภา เพื่อให้ท่านประธานเพื่อให้คนที่มีหน้าที่ ดูแลรับผิดชอบสามารถเอาปัญหาตัวนั้นไปแก้ไข เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์ แต่ถ้าผู้แทนราษฎรเขตใหญ่ อย่างบ้านผมตอนนี้ผู้แทนราษฎร ๔ คน เหลือ ๓ คน หัวถึงท้าย นี่เกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร ประเพณีของคนไทยเรานี่ยังต้องการเห็นหน้าผู้แทนราษฎรอยู่ จริง ๆ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๒๖๖ จริง ๆ แล้วผมอยากหยิบมาตรานี้เข้ามาร่วม ในการแก้ไขด้วยซ้ําไป เพราะมาตรา ๒๖๖ เขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปยุ่งเกี่ยวกับโครงการและงบประมาณของรัฐ ในอดีตที่ผ่านมาผู้แทนราษฎรกับข้าราชการ เราทํางานร่วมกัน แล้วผมอยากถามว่ามีข้าราชการคนไหนรู้ปัญหาพี่น้องประชาชนได้มาก เท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบ้าง ข้าราชการมาป้สองป้ บ้านผมป้เดียวบางทีย้ายแล้ว ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขเลย แต่ผู้แทนราษฎรไม่สามารถที่จะเข้าไปร่วมในการที่จะทํา โครงการ เข้าไปช่วยในเรื่องของแผนงาน ไปดูเรื่องงบประมาณให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้บ้านผมน้ําท่วมจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําจะแก้อย่างไร ต้องใช้งบประมาณจากไหน ข้าราชการเขาถึงจะมีความจริงใจอย่างไรก็ตามแต่ แต่การเข้าถึงปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่เหมือนกับตัวผู้แทนราษฎรหรอกครับ เพราะฉะนั้นเขตใหญ่สิ่งที่เห็นชัดเจนมากที่สุด ก็คือเรื่องของข้าราชการไม่สามารถเข้าถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ถ่องแท้เหมือนกับ ตัวผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เวลาค่อนข้างสั้นนิดหนึ่ง แต่ว่าอย่างน้อย ๆ ก็ชี้ให้ชัดว่า รัฐธรรมนูญฉบับของคณะรัฐมนตรีที่ยื่นเข้ามาถึงจะแก้ไขอยู่แค่ ๒ มาตรา แต่ว่ามาตรา เกี่ยวกับเรื่องของการแบ่งเขต เขตเล็กผมถือว่าเปึนเขตที่มีความเหมาะสมในการที่ ผู้แทนราษฎรจะเข้าถึงปัญหาได้ทุกหมู่บ้าน แต่ขอนิดหนึ่งว่าใครไปเปึนกรรมาธิการวิสามัญ ให้ดูเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของเขต ๓๗๕ คน กับ ๑๒๕ คน ๓๗๕ คน คือเขต ๑๒๕ คน คือระบบสัดส่วน ผมไม่ได้กล่าวถึงท่านที่เปึนผู้แทนระบบสัดส่วนว่าท่านไม่ทํางานนะครับ แต่ว่าคนในเขต ผู้แทนราษฎรเขตมันอยู่กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ๓๗๕ คน ไปลดลงจากของเดิม ๔๐๐ คน เหลือ ๓๗๕ คน หายไป ๒๕ คน ถ้าเปึนใจผมถ้าอยากจะได้ ๕๐๐ คน อยากได้ระบบสัดส่วน ๘๐ คน เหมือนเดิมจะแบ่งเปึน ๘ กลุ่มก็ไม่ว่ากันนะครับ เอาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นไป ๔๒๐ คนได้ไหม แล้วก็เอาระบบสัดส่วนมาเปึน ๘๐ คน เหมือนเดิมได้ไหม หรือถ้าไม่ได้ก็เปึนเอาเหมือนป้ ๒๕๔๐ ก็คือเขต ๔๐๐ คน บวก ๑๐๐ คน ของระบบสัดส่วนจะได้ไหม ก็ฝากท่านที่เปึนกรรมาธิการวิสามัญในการที่จะ ไปแปรญัตตินะครับ สําหรับมาตรา ๑๙๐ จริง ๆ แล้วเวลาผมเกินไปต้องขออภัยนิดหนึ่ง
หมดเวลาแล้วครับ ท่านรณฤทธิชัย
ผมก็ขอฝากว่า มาตรา ๑๙๐ ข้าราชการที่ไปทําเกี่ยวกับเรื่องของสัญญานี่เขาบ่นมา ก็คิดว่ามาตรา ๑๙๐ ก็น่าจะปรับ แต่ขอฝากเรื่องของเขตกับระบบสัดส่วนไว้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปเชิญท่านวันชัย
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายวันชัย แสงสุขเอี่ยม สมาชิกวุฒิสภาแบบสรรหา ภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ต้องขอบพระคุณรัฐบาลที่ได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติเข้ามา ๒ ฉบับ แล้วก็มีฉบับของหมอเหวง คปพร. นี่มาอีกฉบับหนึ่ง รวมทั้งฉบับของ ๑๐๒ ส.ส. ด้วย ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช ….
ร่างที่ ๑ ร่างของ คปพร. โดยมีประชาชนเสนอชื่อ ๗๑,๐๐๐ กว่าคน ท่านประธานครับ ผมต้องให้ความเคารพกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะว่ามีการทําประชามติ แล้วก็มีประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเห็นชอบด้วยมากกว่า ๑๔ ล้านคน ซึ่งเกินกึ่งหนึ่ง ของผู้ลงคะแนนลงประชามติ ก็ต้องเคารพเสียงประชาชนส่วนใหญ่ครับ แต่อันนี้ไม่ได้ละเลย ร่างฉบับนี้ของ คปพร. ที่มีประชาชนเสนอ ๗๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ความแตกต่างเยอะมาก ๑๔ ล้านคน กับ ๗๐,๐๐๐ กว่าคน ผมคิดว่าร่างของ คปพร. มันก็คล้ายกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่แล้ว แล้วเราก็เข้าใจดี รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ดีอยู่แล้วอยู่ที่คนใช้มากกว่า ถ้าจะแก้ทั้งฉบับอย่างนี้ก็ขอเสนอว่าให้จัดให้มี สสร. ๓ เสียเลย ทําประชามติครับ เรามี พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการลงประชามติแล้ว ใช้ให้เกิดประโยชน์ครับ
ส่วนร่างที่ ๒ ร่างของ ส.ส. ๑๐๒ คน ซึ่งเสนอโดย ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ทั้งหมด ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอถามพรรคร่วมรัฐบาลที่เสนอรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ เพราะว่าฉบับ ส.ส. ๑๐๒ คน เสนอมาแบบหนึ่งคือ ส.ส. เขตเดียวเบอร์เดียว ๔๐๐ คน ไม่มี ส.ส. แบบสัดส่วน ในขณะที่ฉบับของคณะรัฐมนตรี ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลก็มีส่วนร่วมในการตัดสินใจอยู่ด้วย ท่านก็เสนออีกระบบหนึ่งเปึน ส.ส. เขตเดียวเบอร์เดียว ๓๗๕ คน แล้วก็ ส.ส. สัดส่วน ๑๒๕ คน รวมเปึน ๕๐๐ คน หมายความว่าเสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับเลย บุคคลกลุ่มเดียวกันเสนอทั้ง ๒ ฉบับ ที่มีความแตกต่างกัน ระบบเลือกตั้ง ส.ส. ผมก็เลยเปึนงงว่าจะเอาระบบไหนกันแน่ แล้วก็ได้ทราบจากสื่อบางฉบับว่าจะถอน ก็ขอความชัดเจนหน่อยครับว่าจะถอนหรือว่า จะให้พิจารณากันอย่างไร เพราะท่านเสนอทั้งฉบับ ๑๐๒ คน กับฉบับ ครม. ไปด้วย
ทีนี้มาฉบับที่ ๓ ร่างของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับ ส.ส. ตามมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ก็เปลี่ยนจาก ๔๘๐ คน มาเปึน ๕๐๐ คน ให้เปึน ส.ส. เขตเดียวเบอร์เดียว ๓๗๕ คน แล้วก็ ส.ส. บัญชีรายชื่อทั้งประเทศ ๑๒๕ คน แทนการแบ่งกลุ่มจังหวัด ๘ กลุ่ม ก็อยากจะดูหลักการและเหตุผลว่า ครม. มีหลักการ และเหตุผลอย่างไร ผมก็ไปดูหลักการและเหตุผลเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนี้ระบุเหตุผลว่าเปึนไปตามหลักการบนพื้นฐานของความเปึนธรรม และเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของการปกครอง ก็เลยจะเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะเปึนตัวแทนของ ครม. ผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญว่าจะสร้างความเข้มแข็ง ทําให้การปกครองเข้มแข็งขึ้นได้อย่างไร กับการแก้ไขระบบการเลือกตั้ง ๓๗๕ บวก ๑๒๕ มันจะทําให้การปกครองเข้มแข็งขึ้นจริง หรือไม่
ส่วนเหตุผลอีกประการหนึ่งก็บอกว่าจะทําให้การบริหารราชการแผ่นดิน เปึนไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เหตุผลนี้ก็เลยจะเรียนถามท่านนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกันว่ามันจะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นอย่างไร ส.ส. ระบบใหม่ ๓๗๕ บวก ๑๒๕ มันจะทําให้การบริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพดีขึ้นจริงหรือ หรือว่ามันจะทําให้ รัฐบาลซึ่งเปึนผู้บริหารราชการแผ่นดินมีประสิทธิภาพมากขึ้น อันนี้ก็ต้องพิจารณา หลักการและเหตุผล แต่ว่ามีประการหนึ่งเปึนข้อสังเกต ด้าน ส.ส. เขตก็ซอยเขตให้มันเล็กลง จากเขตละ ๓ คนก็เปึนเขตละ ๑ คน ก็เปึนเขตเดียว เบอร์เดียว แต่ในทางตรงกันข้าม ส.ส. สัดส่วนกลับเพิ่มเขตให้มันใหญ่ขึ้น ก็แปลกดีนะครับ กลุ่มจังหวัดมีทั้งหมด ๘ กลุ่ม ตั้งแต่ ๓ จังหวัดไปจนถึง ๑๕ จังหวัด แต่ว่ากลับมาเปลี่ยนเปึน ๗๖ จังหวัด ทั้งประเทศเปึนเขตการเลือกตั้งของ ส.ส. สัดส่วน นั่นหมายความว่า ส.ส. สัดส่วน มันเปลี่ยนจากเขตกลุ่มจังหวัดที่เล็ก ๓-๑๕ จังหวัดกลายเปึน ๗๖ จังหวัดเลย ดูแล้วแนวความคิด ๒ แนวสวนทางกันนะครับ ส.ส. เขตกลับทําให้เปึนเขตเดียวเบอร์เดียวเล็กลงแต่ ส.ส. สัดส่วน กลับทําให้กลุ่มจังหวัดมันใหญ่ขึ้นเปึน ๗๖ จังหวัดทั่วประเทศเลย ก็งงอยู่ว่าท่านจะเอาอย่างไร กันแน่ แล้วมันจะเกิดประโยชน์อะไรกับประชาชน
ทีนี้ในเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๔ เกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ เกี่ยวกับ การทําหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา หลักการและเหตุผลท่านก็บอกว่า ยังมีความเข้าใจที่แตกต่างกัน เนื่องจากไม่มีความชัดเจนเพียงพอ จึงเปึนอุปสรรคในการดําเนิน นโยบายด้านการต่างประเทศของรัฐ ก็เลยจะเรียนถามว่ามันเปึนอุปสรรคอย่างไร ถ้าใช้ มาตรา ๑๙๐ เดิมกับการที่จะแก้ไขใหม่มันจะลดอุปสรรคจริงหรือท่านก็ต้องตอบว่ามันลด อุปสรรคอย่างไร
อีกเหตุผลหนึ่งก็คือว่าแก้ไขเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนในการนําไปปฏิบัติ อย่างถูกต้องต่อไป ก็ต้องเรียนถามว่าจะมีความชัดเจนมากกว่ามาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จริงหรือ แล้วก็ได้ดูรายละเอียดแล้วก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็อภิปราย ละเอียดกันมาเยอะ ดูแล้วมันก็ไม่ได้ชัดเจนกว่ามาตรา ๑๙๐ ปัจจุบัน ซึ่งจริง ๆ แล้วน่าจะ มีสาระน้อยกว่าฉบับปัจจุบันเสียอีกนะครับ
หลักการและเหตุผลต่อไปท่านก็บอกว่า โดยให้มีการตรากฎหมาย กําหนด รายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของหนังสือสัญญาที่จะต้องมีลักษณะใด จึงจะนําเสนอให้ รัฐสภาเห็นชอบ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ ก็ระบุอยู่แล้วว่าต้องให้มีการตรากฎหมาย แต่ปัจจุบันนี้ยังไม่มีการออกกฎหมายมาเลยสักทีหนึ่ง แล้วก็จะให้แน่ใจได้อย่างไรว่าถ้าแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นี้แล้ว ท่านจะตรากฎหมายประกอบมาตรานี้ออกมา ปัจจุบันก็ยังไม่มี ผ่านมาหลายป้แล้ว ๓ ป้แล้ว จะให้แน่ใจได้อย่างไรว่าจะออกกฎหมายได้ ถ้ารัฐสภาแห่งนี้ ยอมปรับปรุงเสียใหม่ ก็คงจะต้องขอคําชี้แจงให้ชัดเจนก่อนที่จะรับร่างไว้พิจารณา หรือว่า จะไม่เห็นชอบด้วย ซึ่งก็ต้องติดตามดูพรุ่งนี้ ท่านประธานครับ ขออีกนิดเดียวขอยก พุทธสุภาษิตมากล่าวสักเล็กน้อย การไม่ทําความชั่วทั้งปวงหนึ่ง การบําเพ็ญแต่ความดีหนึ่ง การทําจิตของตนให้ผ่องใสหนึ่ง นั่นเปึนคําสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขันติคือความอดทน เปึนตบะอย่างยิ่ง พระพุทธเจ้าทั้งหลายกล่าวว่านิพพานเปึนบรมธรรม ผู้ทําร้ายคนอื่นไม่ชื่อว่า เปึนบรรพชิต ผู้เบียดเบียนคนอื่นไม่ชื่อว่าเปึนสมณะ การไม่กล่าวร้าย การไม่ทําร้ายหนึ่ง การไม่สํารวมในปาฏิโมกข์หนึ่ง ความเปึนผู้รู้จักประมาณในอาหารหนึ่ง ที่นั่งนอนอันสงบหนึ่ง ความเพียรในอธิจิตหนึ่ง นั่นเปึนคําสอนของพระพุทธเจ้า ก็ขอบคุณท่านประธานมากครับ เราคงต้องรอดูกันพรุ่งนี้ว่ารัฐสภาแห่งนี้จะตัดสินใจอย่างไร แล้วก็ต้องขอคําชี้แจงจาก ผู้เสนอกฎหมายให้ชัดเจนเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านจุลพันธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบเรียนว่าวันนี้ เปึนเรื่องของการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีเข้ามาถึง ๔ ร่างที่รัฐสภาแห่งนี้ ผมเอง ในส่วนตัวคงจะต้องกราบเรียนว่าผมสนับสนุนในร่างของประชาชน ก็คือร่างที่นําโดย ท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ เปึนหลัก เพราะว่าค้างคาอยู่ในรัฐสภาแห่งนี้เปึนเวลากว่า ๒ ป้แล้ว ซึ่งทางวิปเองก็พยายามประสานงาน แต่ในที่สุดก็ยังไม่ได้รับการบรรจุเข้ามา จนกระทั่งวันนี้ก็มาพร้อมกับร่างของรัฐบาล ๒ ฉบับ กับร่างของเพื่อนพรรคร่วมรัฐบาลอีก ๑ ฉบับ ในอีก ๓ ร่าง ซึ่งเปึนเรื่องของการแก้ไขในมาตรา ๑๙๐ เรื่องกรอบการเจรจาระหว่างประเทศกับเรื่อง ที่มาของ ส.ส. ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าคงจะให้ความเห็นชอบไม่ได้ เพราะว่า มันเปึนการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลเท่านั้น มาตรา ๑๙๐ ถ้าดูในรายละเอียดแล้ว มันเปึนการแก้แบบลูบหน้าปะจมูก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาซึ่งรัฐสภาแห่งนี้เจอกับกฎหมาย ที่ต้องมานั่งพิจารณากรอบในเรื่องบางเรื่อง ซึ่งอาจจะไม่มีความจําเปึนจริง ๆ หลายครั้ง หลายหน มันไม่สามารถแก้ได้อย่างชัดเจน และที่สําคัญต้องกราบเรียนว่ามันเหมือนกับ เมื่อก่อนพรรคการเมืองที่เปึนรัฐบาลในวันนี้ก็ได้ประโยชน์จากมาตรา ๑๙๐ ในอดีต จนเปึนรัฐบาล วันนี้แตกคอกับเพื่อน เพื่อนมาประท้วงอยู่หน้าสภา วันนี้ก็พยายามที่จะผ่าน มาตรา ๑๙๐ ออกไปให้ได้เพื่อที่จะไม่ต้องมาผ่านการพิจารณาของสภาในบางประเด็น
ในส่วนของที่มา ส.ส. มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ไม่ต้องพูดให้มากความ เพราะมันชัดเจนครับ มันเปึนการแลกซื้อต่อเวลาเท่านั้นเองกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อที่รัฐบาล จะประครองตัวต่อไปได้ได้อยู่ในอํานาจต่อไป ผมกราบเรียนเลยว่าสําหรับพรรคเพื่อไทยนั้น จะเขตเล็กเขตใหญ่ไม่มีผลนะครับ เพราะว่าเราผ่านมาหมดแล้ว เขตเล็กเราก็ชนะการเลือกตั้ง เขตใหญ่เราก็ชนะการเลือกตั้งมาอีก เพราะฉะนั้นในส่วนตัวแล้วผมบอกเลยว่าเรื่องการแก้ไข ในพื้นที่การเลือกตั้งไม่มีผลกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะฉะนั้น ถ้าจะแก้ ๒ ประเด็นอย่างที่ร่างของรัฐบาลเสนอเข้ามา ผมบอกว่าอย่าแก้ดีกว่า แต่ไม่ใช่ว่า ผมรักชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ อย่างไร เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่มามันมา จากการปฏิวัติรัฐประหาร มันเปึนไข่กา มันไม่ออกเปึนลูกหงส์ มันไม่มีทางดีไปได้ คนที่เข้า ไปร่างต้องกราบเรียนว่าถ้าคนที่มีหัวใจที่มันเปึนประชาธิปไตยที่แท้จริงเขาคงไม่ไปร่วม สังฆกรรมในการร่างรัฐธรรมนูญในระหว่างการปฏิวัติรัฐประหารอยู่แล้ว นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนถวิลหาถึงรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ อย่างยิ่งเขาอยากได้ กลับมา วันนี้ร่างของประชาชนที่ทางนายแพทย์เหวงเปึนผู้นําเสนอ ต้องกราบเรียนว่า มันเปึนร่างที่มีความใกล้เคียงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่สุด แต่ผมต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่าผมก็ผิดหวังเล็ก ๆ เพราะว่าบางพรรคการเมือง บางกลุ่มการเมือง ก็ปฏิเสธในร่างของ คปพร. ในร่างของประชาชนนี้ตั้งแต่ยังไม่ได้รับฟังเขาแถลงที่สภาด้วยซ้ํา ซึ่งตรงจุดนี้มันเปึนการแสดงให้เห็นว่านักการเมืองในรัฐสภาแห่งนี้ควรจะรับฟังเสียง ของประชาชนเปึนหลัก เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนเลยว่าผมเองจะต้องอธิบายในเรื่องของ ผลดีของร่าง คปพร. ร่างของประชาชนนี้ให้กับเพื่อนสมาชิกที่อาจจะยังไม่ได้ตัดสินใจ รวมถึงพี่น้องประชาชนทางบ้านด้วย หัวใจของร่าง คปพร. มีอยู่ในมาตรา ๔ คือยกเลิก รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เกือบทั้งหมด ยกเว้นหมวดทั่วไป แล้วก็หมวดที่เกี่ยวเนื่อง กับพระมหากษัตริย์ แล้วก็แบ่งเปึนหมวด ๓-๑๒ มีบทเฉพาะกาล ผมจะยกบางหมวด ที่จะเปึนประโยชน์กับพี่น้องประชาชน นั่นก็คือเรื่องของหมวดเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพ ของชนชาวไทย แล้วก็หมวดที่เกี่ยวกับเรื่องของการตรวจสอบการใช้อํานาจของรัฐ การตรวจสอบการใช้อํานาจของรัฐในปัจจุบันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าเรื่องของ การทุจริตคอร์รัปชันไม่ลับอีกต่อไป คนรู้กันทั่วแล้วก็เห็นเรียกว่าจับตรงไหนก็เจอตรงนั้น การตรวจสอบมันอ่อนลงหรือไม่ การตรวจสอบมันบกพร่องอย่างนั้นหรือ เรื่องของสิทธิ ของปวงชนชาวไทยในหมวด ๓ หลาย ๆ มาตราที่จะแก้ขึ้นมาก็จะบอก อย่างเช่น มาตรา ๒๘ บอกว่า บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตน มาตรา ๒๙ บอกว่า จํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลจะกระทําไม่ได้ห้ามที่จะให้ใช้กฎหมายบังคับแก่กรณีใด กรณีหนึ่งหรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเปึนการเจาะจงก็ไม่ได้เช่นกัน มาตรา ๓๐ บอกว่า ห้ามเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ เพศ อายุ สถานะไปเรื่อย ๆ การศึกษา ศาสนาหรือความคิดเห็นทางการเมือง ขีดเส้นใต้คําว่า การคิดเห็นทางการเมือง ก็ห้ามที่จะไปจํากัดสิทธิของเขา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กราบเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้ มันมีการละเมิดสิทธิเหล่านี้อยู่อย่างเห็นได้ชัด วันนี้มีการห้ามขายแม้แต่รองเท้าแตะ มีการห้ามขายสินค้าความคิดทางการเมืองที่เปึนฝัืงตรงกันข้าม ถ้าร่างของนายแพทย์เหวง ผ่านผมว่า ศอฉ. นั่งตบยุงไม่มีอะไรทําแล้ว เพราะว่าท่านละเมิดเกือบทุกข้อ แต่ถ้ามาดูในรายละเอียดแล้วนี่ มาเปรียบเทียบดูระหว่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ทางนายแพทย์เหวงเขาดึงกลับมานี่พอมาดูรายมาตราแล้ว หลาย ๆ มาตรามันคล้ายกันครับ มันคงอยู่ที่ความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ นั่นก็คือ ฉบับป้ ๒๕๕๐ มันร่างโดยเริ่มมาจากการปฏิวัติ ดูเหมือนว่าคณะทหารที่เขาผ่าน การปฏิวัติรัฐประหารมาและวันนี้อยู่ใน ศอฉ. หรืออะไรต่าง ๆ นี่เขาอาจจะไม่ได้มองถึง ความศักดิ์สิทธิ์ของมัน อาจจะไม่ได้เคารพมันอย่างแท้จริง อาจจะมีการล่วงละเมิด อาจจะไม่ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ในขณะตอนที่เปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต้องยอมรับว่าบ้านเมืองมันดีกว่านี้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้ถ้าเราจะดึงเอา ฉบับร่างของ คปพร. มาเปึนหลักนี่นะครับ หลายท่านก็ท้วงติงว่ากลัวบางมาตรา มาตรา ๒๓ บอกว่า บรรดาประกาศ คําสั่ง กฎ หรือการกระทําใด โดยคณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข เหล่านั้นถ้าขัดแย้งกับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะแก้ไขเพิ่มเติมนี้เปึนอันใช้บังคับไม่ได้ ก็มีหลายคน ไปกลัวว่าเปึนการนิรโทษกรรมหรือเปล่า เปึนการไปแก้ไขสิ่งที่เขาปฏิวัติมาไหมต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่ามันไม่ใช่ครับ คนที่ทําผิด ถ้ากระทําผิด ก็ต้องได้รับโทษตามนั้น หรือว่าท่านกลัวว่าเขาไม่ผิดจริงแล้วจะหลุดออกมาได้จากความผิดที่มีการใส่ร้ายปัายสี เหล่านั้น อันนี้ก็เปึนข้อท้วงติงของผม ในส่วนของมาตราอีกมาตราหนึ่ง ซึ่งเปึนเหตุผล อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมอยากจะให้การสนับสนุนกับร่างของประชาชนนั้นคือการยกเลิก รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในหลาย ๆ มาตรา โดยเฉพาะมาตรา ๓๐๙ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐๙ บอกว่าบรรดาการใด ๆ ที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ตอนช่วงปฏิวัติของ คมช. ให้ถือว่าการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อน หรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ให้ถือว่าการกระทํานั้นชอบด้วย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ ผมถือว่าเปึนจุดด่างพร้อยของระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขของประเทศไทยอย่างแท้จริง ต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่ามันเหมือนกับปฏิวัติมาแล้วอย่างไรก็ถูก ทั้งก่อนและหลัง อนาคต อดีต ปัจจุบันมันถูกไปหมด ทั้งที่จริง ๆ ผมทราบว่าพี่น้องประชาชนคนไทยรวมถึงสมาชิก ในรัฐสภาแห่งนี้ปฏิเสธการปฏิวัติรัฐประหารครับ แล้วเราจะยอมรับให้มันมีมาตรา อย่างมาตรา ๓๐๙ นี้อยู่ในรัฐธรรมนูญอย่างนั้นหรือ เพียงแค่การยกเลิกมาตรา ๓๐๙ ออกไปนี่ ผมก็บอกว่าเพียงพอแล้วครับที่ผมจะรับรองให้กับร่างของ คปพร.
สุดท้ายนี้นะครับ ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าความขัดแย้ง ในสังคม วันนี้มันถึงจุดที่มันอิ่มตัวแล้ว มันเยอะมาก ผู้เล่นเยอะไปหมด รัฐบาล ฝ์ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล ข้างนอกมีสีเหลือง สีแดง สีน้ําเงิน ปมมันมัดแน่น วิธีการที่จะแก้ไข ปัญหานี้นะครับ ผมต้องกราบเรียนผ่านท่านประธานไปว่าวิธีเดียวคือสางมันทีละปมครับ และร่างของประชาชน ร่างของ คปพร. โดยนายแพทย์เหวง โตจิราการ นี่ละเปึนสิ่งหนึ่ง ซึ่งคนกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มคนที่เรียกว่าคนเสื้อแดงนี่เขาถวิลหา เขาเสนอเข้ามาเองครับ ผ่านกําลังของกลุ่มคนที่เรียกว่าคนเสื้อแดงนั้นละ วันนี้เขาเรียกร้องเพียงแค่ขอให้รัฐธรรมนูญ ได้มีการแก้ไขเพื่อที่กลับไปใช้เหมือนป้ ๒๕๔๐ ก็คือร่างฉบับนี้ นอกจากนั้นแล้วเขาก็บอกว่า ขอยุบสภา ถ้าเราทําตามขั้นตอนดังกล่าวนี้ อย่างน้อยคุณตัดผู้เล่นออกไป ๑ คน จากปัญหา ความขัดแย้ง เลือกตั้งมาใหม่ถ้าท่านได้เปึนรัฐบาลแสดงความยินดีด้วย ผมเชื่อว่าพลัง ของมวลชนจากกลุ่มคนเสื้อแดงก็คงไม่ออกมาคัดค้าน ในขณะเดียวกันถ้าเลือกตั้งมา เปลี่ยนฝัืงรัฐบาลขึ้นมา ผมอาจจะมีโอกาสได้เปึนฝัืงรัฐบาล ก็ปล่อยให้มันเปึนไปตามครรลอง แห่งประชาธิปไตยครับ อย่างน้อยผู้เล่นในสนามแห่งความขัดแย้งนี้มันก็จะลดน้อยลงไป ๑ ฝัืง ปัญหาความขัดแย้ง ปัญหาเรื่องของความปรองดองในประเทศ มันก็มีทิศทาง ที่จะแก้ไขได้ ผมต้องสรุปว่าผมรับร่างเฉพาะร่างของประชาชนนะครับ แล้วต้องกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปว่าในกรณีที่ร่างของประชาชนนี้ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาแห่งนี้ ผมต้องขอสงวนสิทธิในการที่จะไม่ร่วมสังฆกรรมกับการดันเอาร่างที่มันเปึนการแก้ไข เพื่อประโยชน์ส่วนตนของรัฐบาลให้ผ่านครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรสสุคนธ์ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รสสุคนธ์ ภูริเดช สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ใคร่ขออภิปรายและข้อสังเกตต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้ง ๔ ฉบับนะคะ ก่อนอื่นดิฉันก็จะเรียนท่านประธานว่าดิฉัน มีเพื่อนสมาชิกที่ได้อภิปรายไปแล้วคือ วันชัย แสงสุขเอี่ยม ได้พูดในประเด็นที่เกี่ยวทั้ง ๔ ร่าง ดิฉันก็จะเน้นตรงประเด็นที่ดิฉันมีความเห็นนะคะ ร่างแรกก็คือ
๑. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เปึนผู้เสนอ) ดิฉันมองว่า ในประเด็นที่ดิฉันตั้งคําถามก็คือว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีการทําประชามติทั้งฉบับแล้ว ข้อเสนอมีการเปลี่ยนแปลง โดยที่ประชาชนมีสิทธิเลือกตั้งจํานวน ๗๑,๕๔๓ คน มีการเปลี่ยนแปลง เปึนอันมาก เพราะฉะนั้นสมาชิกรัฐสภาเปึนเพียงตัวแทนพี่น้องประชาชนเท่านั้นในบางเรื่อง แต่ไม่น่าที่จะเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้ทุกเรื่องและทั้งหมด โดยเฉพาะการแก้ รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ดิฉันมองว่าเห็นควรจะเสนอให้ผ่านโดยการทําประชามติหรือการรับฟัง ความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคและทุกส่วน แต่มิใช่หมายความว่าไม่ยอมรับนะคะ อันนี้ต้องเปึนประชามติ
๒. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ คน เปึนผู้เสนอ)
๓. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘) (คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอ) นั้น ดิฉันมองว่า ปัญหาที่ได้เสนอมานั้น ท่านวันชัย แสงสุขเอี่ยม ซึ่งดิฉันขออนุญาตเอ่ยชื่อนะคะ ว่าท่าน ได้ตั้งประเด็นขึ้นมาแล้วดิฉันไม่พูดถึง สําหรับ ๒ ร่างอันนี้ดิฉันมองในลักษณะอย่างนี้ว่า ในกรณีที่หลักเกณฑ์วิธีการตลอดจนจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมีนั้น ดิฉัน มองว่าปัจจุบันประเทศไทยปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบตัวแทนในปัจจุบัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาถือเปึนผู้ใช้อํานาจอธิปไตยแทนประชาชน ผู้เลือกตั้ง ดังนั้นหากคนทั่วประเทศมีความเสมอภาคในการเลือกตั้ง ส.ส. ได้ ๑ คน ไม่ว่า อยู่ที่ใดตามร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในขณะที่ระบบ แบ่งเขตเรียงเบอร์ บางจังหวัดเลือก ส.ส. ได้ ๓ คน ๒ คน ๑ คนบ้าง ที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันนั้น ดิฉันมองว่าสมควรที่จะพิจารณาถึงความเหมาะสมของประชาชนในด้าน ความเสมอภาคที่ ๑ คนมี ๑ เสียง หรือเรียกว่า วันแมนวันโหวต ที่แสดงถึงความเปึน ประชาธิปไตยสูงสุดและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกในการเลือกตั้งแบบเขตละ ๑ คน ประมาณ ร้อยละ ๙๐ เช่น ประเทศอังกฤษ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศแคนาดา เปึนต้น จะได้ แสดงออกได้ทางหนึ่งผ่านทางการเลือกตั้งระบบเขตเดียวคนเดียว ตามที่ร่างทั้งของ คณะรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนผู้เสนอ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีข้อดีและข้อเสีย ที่ดิฉันมองว่าแบบดังกล่าวข้างต้นเท่าที่ปรากฏมาก่อนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คือมีแนวโน้ม ที่ชัดเจนว่าด้วยเหตุผลการแบ่งเขตเลือกตั้ง การพัฒนาไปสู่ระบบพรรคการเมืองเปึนลักษณะแบบ ๒ พรรคใหญ่ ดังนั้นความจําเปึนในการอยู่รอดของพรรคการเมืองส่งผลให้พรรคการเมือง ขนาดเล็กที่มีความแตกต่างในเชิงอุดมการณ์หรือจุดยืนไม่มากนักมองเห็นความจําเปึน ในเชิงยุทธศาสตร์ที่จะต้องรวมเข้าด้วยกันเพื่อโอกาสในการแข่งขันในการเลือกตั้ง มิฉะนั้นอาจจะ ถูกกําจัดออกไปจากระบบการเมือง นอกจากนี้ดิฉันก็ยังมีความรู้สึกว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันมีการกําหนดจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ แต่ต่อมาทาง ครม. ได้เสนอเปึน ๒ ลักษณะ ขึ้นมา ดิฉันก็ตั้งคําถามว่า ส.ส. เขต ๓๗๕ คน แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คนนั้น ความคิดมีเจตนารมณ์อย่างไร เพราะหากพิจารณาจากจํานวนตัวเลขแล้วเปึนที่คาดหมายได้ว่า ส.ส. ซึ่งมาจาก ส.ส. เขตคงจะมีความวุ่นวายเพราะว่าไปลดจํานวนของเขาลง
อีกประเด็นหนึ่งในกรณีที่ให้ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน ส่วนดีก็คือดิฉัน มองว่าอาจจะได้ผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ แต่ขณะเดียวกันดิฉันก็ มองว่ามันเปึนการทําให้นายทุนหรือผู้ที่มีความประสงค์อยากจะเข้ามาในรัฐบาลหรือ ในผู้ที่มีความเปึนพรรคที่จะได้เปึนรัฐบาลนั้นน่ะก็อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น อันนี้ ก็เปึนผลเสียนะคะ
สําหรับอันนี้ดิฉันมองอยู่แล้วว่าถ้ารัฐสภาแห่งนี้เห็นสมควรแก้ไขปรับปรุง และในส่วนที่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการ ตลอดจนจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันมองว่าต้องคํานึงถึงประโยชน์และความเรียกว่าไม่ทําให้ ส.ส. ที่เดิมเขามีสิทธิอยู่นั้น ลดน้อยลงไปนะคะ นี่คือเปึนความเห็นของดิฉัน
ทีนี้ท่านประธานที่เคารพคะดิฉันก็จะมีสิทธิพูดถึงในกรณีที่การขอแก้ไข มาตรา ๑๙๐ โดยกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการทําหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภา ในฐานะที่ดิฉันเปึนสมาชิกวุฒิสภาได้ติดตามการทํางานของรัฐบาล โดยเฉพาะ ในประเด็นการดําเนินการตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญนั้นดิฉันเห็นว่าปัญหาที่รัฐบาล และรัฐสภาพึงพิจารณานั้นมีดังนี้นะคะ ก็คือตามมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ระบุว่าต้องมีกฎหมาย กําหนดรายละเอียดการดําเนินการตามมาตราภายในหนึ่งป้ คือรายละเอียดมาตรานี้ไว้ ภายในหนึ่งป้ นับแต่วันที่รัฐบาลประกาศนโยบายต่อรัฐสภา ปัญหาคือหลังรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีผลบังคับใช้ มีข้อขัดแย้งทางการเมืองเกิดขึ้นเปึนระยะ การตรากฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ ภายในหนึ่งป้จึงไม่สามารถปฏิบัติได้ ดังนั้นความชัดเจนในการปฏิบัติจึงเปึนปัญหาในเรื่องใด ที่ต้องเข้าสภา แล้วเข้าสภาแล้วต้องมีขั้นตอนปฏิบัติอย่างไร อันนี้ดิฉันก็มองว่าการตีความ ของรัฐธรรมนูญนั้นก็เปึนทางออกก็คือต้องส่งไปให้กับศาลรัฐธรรมนูญนะคะ อันนี้ก็เปึน เหตุผลหนึ่งที่ดิฉันเห็นด้วยว่ามาตรา ๑๙๐ ขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายลูกออกมานะคะ เพราะฉะนั้นถ้าแก้ไขแล้วจะมีประโยชน์อย่างไร ในรายละเอียดก็คือว่าหลักการเพิ่ม หรือสร้างความได้เปรียบในการที่จะไปเจรจานั้น ในกรณีที่รัฐบาลต้องอาศัยความรวดเร็ว หรือความต่อรองในการที่เปึนการติดต่อระหว่างประเทศในการเจรจานี้จะต้องดูในหลัก ที่ว่าการที่เราไม่เป่ดพื้นที่ให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารโดยตรงจากรัฐสภาก่อนนั้นจะ เปึนไปได้ไหมหรือทําให้เกิดความเหลื่อมล้ําหรือการตัดสินใจของรัฐบาลเปึนไปเสีย ประโยชน์หรือไม่ อันนี้คือเปึนเจตนารมณ์ที่สําคัญของรัฐธรรมนูญนะคะ สําหรับดิฉันมองแล้ว เห็นว่าในกรณีที่พูดมานี้ตลอดดิฉันมองว่ารัฐบาลมีความรู้สึกอย่างเดียวกันคือว่าทําอย่างไร ที่รัฐบาลจะบริหารประเทศได้ด้วยความราบรื่น ความรู้สึกของดิฉันก็เช่นเดียวกับท่านสมาชิก ที่พูดมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ว่ามันควรจะมีการชี้แจงในประเด็นกรณีที่เพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ของดิฉันคือคุณวันชัย แสงสุขเอี่ยม ได้พูดถึงนั้นดิฉันว่าเปึนประเด็นที่ถูกต้อง
ก่อนอื่นดิฉันก็มองว่าวันนี้ดิฉันได้รับความรู้สึกว่าการที่ท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เสนอร่างทั้ง ๔ ร่างเข้ามานั้น ดิฉันมองว่ามันเปึนความกล้าหาญ และถูกต้องตรงที่ว่าเรื่องทั้งหมดที่เข้ามาในสภาแล้วก็ควรจะให้สภารับรู้ แล้วสมาชิกรัฐสภา จะได้แสดงความคิดเห็นเปึนอย่างไรก็เปึนความคิดเห็น ลงมติอย่างไรก็ต้องเปึนที่ยอมรับ ขอบคุณค่ะ
ลําดับการอภิปรายนะครับ ต่อไปท่านอภิชาต ท่านอัจฉรา ท่านประเสริฐ ท่านไพบูลย์ ท่านทวีวัฒน์ ท่านอิทธิพล แล้วก็ท่านวิเชียรครับ เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญและการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนสิ่งจําเปึนที่เกี่ยวข้องกับ การนําพาชาติให้พ้นจากวิกฤติ นอกเหนือจากการนําพาชาติให้พ้นวิกฤติแล้ว อีกประการหนึ่ง ที่เปึนเปัาหมายสําคัญของการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยการแก้ไขในแต่ละครั้ง ผมคิดว่า การพัฒนาทางด้านการเมืองก็เปึนอีกประเด็นหนึ่งที่สําคัญที่เราต้องก้าวไปให้ถึง ปัญหาหนึ่ง ที่จําเปึนที่ต้องปฏิรูป ผมคิดว่าปัญหาของการทําหน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติ เราผ่าน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เราผ่านรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ถ้าเรามองถึงการทําหน้าที่ของ ฝ์ายนิติบัญญัติ เมื่อเปรียบเทียบกับทั้ง ๓ ฝ์าย ไม่ว่าฝ์ายบริหาร ฝ์ายตุลาการแล้ว เราจะ เห็นว่าเราเปึนฝ์ายที่อ่อนล้าที่สุด เหตุผลที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าสภาของเราไม่ได้อยู่บน ความคาดหวังของพี่น้องประชาชน สภาของเราขาดการยอมรับ ขาดความมั่นใจจาก สังคมมากขึ้นทุกวัน ๆ เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเปึนส่วนหนึ่งที่ผมเชื่อว่า ข้อเสนอของอนุกรรมาธิการน่าจะคลี่คลายปัญหาในการที่จะรักษาความเชื่อมั่นของสภา ในวันข้างหน้า ผมเชื่อว่าเหตุที่สภาเราอยู่ในสภาพเช่นนี้ มันมีทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัย ภายใน
ในส่วนปัจจัยภายนอกสิ่งที่ต้องพูดถึงก็คือข้อวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อ โดยเฉพาะ สื่อทางเลือกที่โหมกระหน่ําในการทําลายภาพพจน์ของนักการเมืองในสภาทุกวัน นักการเมืองเลว นักการเมืองชั่วร้าย นักการเมืองหาประโยชน์ นักการเมืองยุคนี้ต้องให้หมดไป
ประการที่ ๒ ก็คือการเมืองภาคประชาชนซึ่งเข้มแข็งขึ้นทุกวัน เหตุผล ที่เข้มแข็งขึ้นส่วนหนึ่งเปึนเพราะความอ่อนล้าของพวกเราของการเมืองในระบบสภา ผมเคยพูดเช่นนี้ครับว่าการเมืองในระบบสภาเราเข้มแข็งคนจะไม่พึ่งการเมืองนอกสภา แต่วันที่เราอ่อนล้าการเมืองของนอกสภาก็เลยเข้มแข็งขึ้นตามช่วงเวลา
ประการที่ ๓ การทําภาระหน้าที่ของผู้แทนราษฎรไม่ได้เปึนไปตามความคาดหวัง ของสังคมและพี่น้องประชาชน นั่นคือปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับความไม่น่าเชื่อถือของสภา ซึ่งจําเปึนที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อการเปลี่ยนแปลง
ปัจจัยภายใน ปัญหาสภาล่มครับ ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ที่มีภาพของ การโต้แย้ง การโต้เถียง การว่ากล่าวไปมา การใช้ท่าทีและวาจาที่ไม่เหมาะสม การใช้คํา ที่เปึนปัญหา เมื่อเช้าเราเสียเวลาไป ๒ ชั่วโมง เพราะการใช้คําที่เปึนปัญหาในสภาแห่งนี้ ความไม่พร้อมของคนที่จะมาเปึนผู้แทนราษฎร อันนี้ต้องพูดครับ ผมเชื่อว่าหลายคน ที่เข้ามาสู่สภาวันนี้มาจากการที่สภาอัตคัดนักการเมืองที่ดีภายใต้การยุบพรรคไป ๒ ครั้ง การขาดคนจากบ้าน ๑๑๑ จากบ้าน ๑๐๙ แล้วส่งตัวแทนเข้ามา สิ่งหนึ่งก็คนหลายคน ไม่ได้เตรียมตัวเพื่อการที่จะมาทําหน้าที่เปึนผู้แทนราษฎรที่ดีในสภาผู้แทนราษฎร ปัญหา เหล่านี้ผมเชื่อว่าเปึนที่มาของข้อเสนอของคณะอนุกรรมการที่เรียกว่า อนุกรรมการพิจารณา แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาของการแก้ไขมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่หลายคน มองไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไร จะเปึนประโยชน์อย่างไร ผมว่าไม่ใช่นะครับ อนุกรรมการ ไม่กล้าเสนอต่อ ครม. เด็ดขาด ถ้าหากว่าข้อเสนอนี้ไม่เปึนประโยชน์และไม่เกี่ยวกับการที่จะ มีโอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วพัฒนาการเมืองให้ดีขึ้น มันต้องเปึนสาระ ต้องเปึนประโยชน์ ต้องมีทิศทางมิฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีจะไม่รับประเด็นนี้เด็ดขาดนะครับ เหตุผลของ ความเปลี่ยนแปลงผมเชื่อว่าเปึนนัยสําคัญ การเปลี่ยนแปลงจาก ๔๐๐ บวก ๘๐ ไปเปึน ๓๗๕ บวก ๑๒๕ เราเชื่อว่าภายใต้การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เราจะมีโอกาสที่จะได้คนดี ๆ อีกชุดหนึ่งที่เปึนผู้ที่มีประสบการณ์ในทางการเมืองเข้ามาสู่สภา การเพิ่มจาก ๘๐ ที่นั่ง ของบัญชีสัดส่วนไปเปึนบัญชีเดียวทั่วประเทศ เปึน ๑๒๕ คน เราจะมีที่นั่งของคนอีกชุดหนึ่ง อีก ๔๕ ที่นั่ง ซึ่งแต่ละพรรคได้เลือกคนดี คนที่มีประสบการณ์ ตัวแทนจากกลุ่มต่าง ๆ ตัวแทนจากความเท่าเทียมของกลุ่มชาย หญิง จากกลุ่มอาชีพ จากกลุ่มคนทุก ๆ กลุ่มเข้ามา การได้คนอีก ๔๕ ที่นั่งเข้ามาทําหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ ในส่วนที่ลดลงไปจาก ๔๐๐ คนเหลือ ๓๗๕ คน ๒๕ ที่นั่งเปึนปัญหาหรือไม่ ผมคิดว่า ๒๕ ที่นั่งจะเกลี่ยกระจายอยู่ในทุกพรรค แต่ละพรรคไม่น่าจะเกิน ๓ หรือ ๔ ที่นั่ง ถ้าแต่ละพรรค กําหนดคนที่ต้องลุกจากเขตขึ้นไปเพื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คนได้ จัดให้อยู่ในตําแหน่ง ที่เชื่อว่าจะเปึนผู้แทนราษฎรได้ เราคลี่คลายปัญหาเหล่านี้ได้ ประโยชน์ที่บอกว่า เปึนประโยชน์เฉพาะนักการเมือง เปึนประโยชน์เฉพาะพรรคการเมือง ผมเรียนกับ ท่านประธานเลยว่าไม่จริงครับ ถ้าเราสามารถทําให้สภานี้เปึนสภาที่เปึนที่รวมของคนดี เปึนสัปปายะสภาสถานที่เราคาดหวังของความดี ๗ ประการตามสภาใหม่ เราจะได้ นักการเมืองอีกชุดหนึ่งภายใต้กระบวนการในการเลือกสรรคนเข้ามาเปึนผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งหลังจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการเลือกตั้งคราวหน้า ถ้าเราได้ คนชุดใหม่ที่เราบอกว่าเราอยากเห็นคนดี คนมีประโยชน์ คนมีจิตใจรับใช้บ้านเมืองเข้ามา ระบบเขตถ้าหวังไม่ได้ ในระบบบัญชีรายชื่อบัญชีเดียว ๑๒๕ คน จะเปึนส่วนหนึ่ง ในการเติมเต็มส่วนที่เราเรียกหา ถ้าเราทําให้สภาเปึนประโยชน์ได้ ถ้าสภาสามารถ ใช้กระบวนการในการคัดเลือกคนเข้ามาเปึนผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ระบบได้อย่างสมบูรณ์ ผมเชื่อว่าประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียวคือมาตรา ที่ว่าด้วยที่มาของ ส.ส. ผมเชื่อว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนจากการแก้ไข มาตรานี้จะมีตามมากับการที่เรามีสภาใหม่ มี ส.ส. ชุดใหม่จากการเลือกตั้ง แก้ไขประเด็นเดียว ถ้าเราสามารถทําได้ตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่เสนอเพื่อการแก้มาตราที่มาของผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์อย่างแท้จริงในการพัฒนาการเมืองของเราอย่างแท้จริงครับ
เชิญท่านอัจฉราครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รองศาสตราจารย์อัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ขออนุญาตอภิปรายร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ดังนี้
ท่านประธานคะ ดิฉันขอเข้าสู่ประเด็นสําหรับร่างหนึ่งของ คปพร. ในข้อ ๖ บทเฉพาะกาล การได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และร่างรัฐธรรมนูญ ๒ ของ ส.ส. ในข้อ ๔ บทเฉพาะกาล การได้มาซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ดิฉันขอเพิ่มเติม ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเพื่อโปรดพิจารณาด้วย ผลการศึกษา ดิฉันพบรายงานการทําวิจัย ที่เปึนส่วนหนึ่งของการศึกษาในหลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิตของอดีตสมาชิกวุฒิสภา ในหัวข้อ สมาชิกวุฒิสภาไทยศึกษาเปรียบเทียบสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง กับสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง โดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ ทางการเมืองจากกลุ่มนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ และกลุ่มสื่อสารมวลชน ต่อความเห็นที่ว่าวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งในป้ ๒๕๓๙ และจากการแต่งตั้งในป้ ๒๕๔๓ ปฏิบัติงานส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบ และได้สรุปว่าควรจะมีการได้มา ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาโดยไม่ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมดหรือแต่งตั้งทั้งหมด ควรมี การผสมผสานกันระหว่างการแต่งตั้งและการเลือกตั้ง ซึ่งในการศึกษาวิจัยอันนี้ก็สอดคล้องกับการศึกษากึ่งวิจัยของดิฉันเรื่ององค์ประกอบ และอํานาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาชุดแรก ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนส่วนหนึ่งของการทํารายงานวิชาการส่วนบุคคล ในหลักสูตร ประกาศนียบัตรชั้นสูงการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสําหรับนักบริหาร ระดับสูงของสถาบันพระปกเกล้า และดิฉันก็ได้ผลสรุปที่นําเสนอในรายงานเปึนประเด็น สําคัญ ๒ ประเด็น คือ
ข้อที่ ๑ ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสําคัญด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ของวุฒิสมาชิกจากการสรรหาและเลือกตั้ง แต่มีส่วนดีที่กลุ่มที่ได้จากการสรรหา มีการกระจายบุคคลที่ได้รับการสรรหาตามภาพหรือองค์กรต่าง ๆ ที่ส่งมา ทั้งนี้มีข้อกําหนดจาก กกต. ต่อการสรรหา ให้คํานึงถึงองค์ประกอบจากบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณ์ที่จะเปึนประโยชน์ในการปฏิบัติงานของวุฒิสภาเปึนสําคัญ และให้คํานึงถึง องค์ประกอบจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน โอกาส และความเท่าเทียมกันทางเพศ สัดส่วนของบุคคลในแต่ละภาค รวมทั้งการให้โอกาส กับผู้ด้อยโอกาสทางสังคมด้วย ดังนั้นสมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ณ ปัจจุบัน โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ๗๔ ท่าน จึงมาจากภาค และองค์กรต่าง ๆ ที่มีความหลากหลาย อันนี้ก็เปึนข้อมูลเชิงสถิติ มีภาควิชาการ ๑๕ ท่าน มีภาครัฐ ๑๔ ท่าน มีภาคเอกชน ๑๕ ท่าน มีภาควิชาชีพ ๑๕ ท่าน และภาคอื่น ๆ อีก ๑๕ ท่าน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีอัตราส่วนของหญิงต่อชาย ๑ : ๖ แล้วก็มีผู้ด้อยโอกาสก็คือมีผู้พิการ ซึ่งได้เข้ามาด้วย ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งสําหรับสมาชิกวุฒิสภาของเราสําหรับการกลั่นกรอง กฎหมาย
สําหรับผลการศึกษาของดิฉันในข้อ ๒ ดิฉันได้ใช้แบบสอบถามในข้อคิดเห็น สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาและเลือกตั้ง ๑๐๓ ท่าน เกี่ยวกับการทําหน้าที่ในบทบาท ของสมาชิกวุฒิสภา พบว่าสมาชิกวุฒิสภาจากการเลือกตั้งและสรรหามีความคิดเห็น ที่แตกต่างกันบ้างในบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ แต่ความคิดเห็นที่เปึนประเด็นสําคัญ ของวุฒิสภาชุดนี้คือสามารถทําหน้าที่ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และมีความสามัคคี ซึ่งกันและกันเมื่อได้ทํางานร่วมกัน สรุปในการอภิปรายการแก้ไขตามร่างที่ ๑ และร่างที่ ๒ ของดิฉันคือไม่มีความจําเปึนที่จะปรับแก้ตามทั้งร่างที่ ๑ และร่างที่ ๒ สําหรับร่างที่ ๓ และร่างที่ ๔ ที่เสนอเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมโดยคณะรัฐมนตรีนั้น ดิฉันขออภิปรายเพิ่มเติม ในประเด็นที่นอกเหนือจากการอภิปรายของสมาชิกวุฒิสภาเราในมาตรา ๑๙๐ และการแก้ไขเพิ่มเติมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้ง ดิฉันขออนุญาต เปรียบเทียบร่างฉบับป้ ๒๕๔๐ กับฉบับป้ ๒๕๕๐ ดังนี้ค่ะ
สําหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนที่ยอมรับของสมาชิกรัฐสภา และประชาชนส่วนใหญ่ว่าเปึนฉบับที่ดีเท่าที่เคยปรับแก้ไขมา และได้ผ่านการประชาพิจารณ์ มาแล้ว แต่เมื่อนําไปใช้ในรัฐบาลที่แล้วซึ่งผ่านมา ๒ วาระของรัฐบาลในการบริหารประเทศชาติ ก็เปึนที่ทราบว่ามีจุดอ่อนที่ทําให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เกิดวิกฤติความไม่สงบ ไม่ลงรอยกัน มีความปัืนป์วนทั้งในภาครัฐและภาคประชาชน จนเกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล และนําไปสู่ การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งถึงแม้จะได้แก้ไขจุดอ่อนแล้ว และได้รับการทําประชาพิจารณ์แล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีบางมาตราที่ทําให้เกิดการตีความที่ยังเปึนข้อกังขาและนํามาซึ่งการฟัองร้อง และการไม่เห็นด้วยในระบบการเลือกตั้งที่ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านสมาชิกรัฐสภาได้อภิปรายกันไป ดิฉันในฐานะสมาชิกรัฐสภามีความเห็นว่าอาจจะต้องมีการปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในอนาคตแต่ควรที่จะอยู่ในช่วงที่เหมาะสม และควรที่จะใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ไปก่อน อย่างน้อย ๒ วาระ เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ นะคะ และเมื่อมี การเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่เพื่อทําหน้าที่บริหารอีกครั้ง จึงนํามาแก้ไขโดยจะได้มี ข้อมูลเชิงประจักษ์ จึงเห็นสมควรให้ใช้ระบบเลือกตั้งในมาตรา ๙๓ มาตรา ๙๔ ในหมวด ๖ ของร่างปัจจุบันไปก่อน อย่างไรก็ตามขอเวลาอีกนิดหนึ่งนะคะท่านประธาน ในความเห็น ส่วนตัวของดิฉัน เหตุการณ์และสถานการณ์ มิติความแตกแยกและความไม่ปรองดอง ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่ผ่านมาคงก็ไม่น่าใช่เกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ เปึนสําคัญ แต่น่าจะเกิดจากความแตกต่างของบุคคล หรือความเปึนปัจเจกของแต่ละบุคคลแต่ละคณะ และการมีผลเกี่ยวร่วมกัน และการยังไม่ได้กฎหมายลูกหรือ พ.ร.บ. ประกอบร่างรัฐธรรมนูญ การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ร่างของคณะรัฐมนตรีตามที่เสนอเข้าสู่วาระ เปึนการเสนอ เพื่อสมาชิกเองมากกว่า ดิฉันจึงเห็นควรชะลอไว้ก่อน ถ้าเปึนไปได้รัฐบาลควรจะเร่งระดม แก้ปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นกับภาคประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน อาทิ ผลกระทบจาก อุทกภัย วาตภัย ภัยหนาว ภัยแล้ง และภัยจากเศรษฐกิจ สังคม โจรผู้ร้าย ตลอดจน ความเหลื่อมล้ําทางสังคมและคุณภาพชีวิตประชาชนที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ของประเทศไทย ขอขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
เชิญท่านประเสริฐครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพในองค์ความรู้ สติปัญญาและสถานะอันทรงความรู้แห่งสภานี้ ต่อวุฒิสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ด้วยความขอบคุณต่อบรรพบุรุษที่ได้นิยามคําว่า คน แทนคําว่า มนุษย์ หรือ ฮิวแมน (Human) ในภาษาอังกฤษ ใช้อักษร ค กับ น มารวมกันเปึน คน แล้วก็ได้ นิยามกริยาการผสมคนกัน ใช้ ค กับ น คนกัน ทําให้คนกับควาย ค ควาย กับ น หนู มารวมเปึน คน วันนี้องค์ความรู้สติปัญญาทั้งหลาย สภาแห่งนี้เราร่วมกันคิดร่วมกันทํา สภาพของประเทศไทยในปัจจุบันนี้กระผมเข้าใจว่าเปึนสภาพของผีหลอก และตาบอดคลําช้าง วันนี้คนที่เฉลียวฉลาดทําตัวเปึนผี คนที่ไม่มีข้อมูลขาดข้อมูลหรืออ่อนสติปัญญากว่า ก็ถูกหลอก วันนี้การเมืองการปกครองพาประเทศไทยเดินมองแบบตาบอดคลําช้าง รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ ภาพพจน์ ภาพลักษณ์ของประเทศนี้ดูที่รัฐธรรมนูญ ทั่วทั้งโลกกระแสโลกยอมรับประเทศที่เปึนประชาธิปไตยถึงจะค้าขายด้วย เพราะมีองค์ความรู้ มีหลักคิด คิดมากแล้ว วันนี้ที่มาของประเทศไทย รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีที่มาเกิดจาก การปฏิวัติรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนป้ ๒๕๔๐ มา ผลของการใช้รัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับนี้ เปึนโครงสร้างของประเทศ เปึนภาพพจน์ เปึนหน้าตา ของประเทศ แสดงถึงความศิวิไลซ์ (Civilize) แสดงถึงความรู้ ความคิดของผู้คนในประเทศนี้ กระผมไม่เข้าใจว่าทําไมวันนี้รัฐบาลถึงเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงแค่ ๒ เรื่อง เรื่องของสัญญา เรื่องของวิธีการเลือกตั้งที่มาของ ส.ส. ที่ผ่านมาการฆ่า การทําลาย ความแตกแยกทางความคิด การเกิด ๒ มาตรฐานเกิดขึ้นมากมายพร้อมที่จะให้แก้ตลอดเวลา ทําไม ณ ขณะนั้น ถึงไม่แก้รัฐธรรมนูญ แล้วแก้ตามคณะกรรมการหรือคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อศึกษา ในการแก้ไขปัญหาของประเทศนี้ วันนี้กระผมจะขออนุญาตถาม ผมไม่แสดงทัศนคติใด ๆ อีก แต่จะถาม ถามในฐานะที่เปึนประชาชน ถามในฐานะของการใช้องค์ความรู้ทางวิชาการ และถามในฐานะที่เปึนผู้แทนของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้การแก้รัฐธรรมนูญ แค่ ๒ เรื่องประชาชนได้อะไร ทําเพื่อใคร ๙ ประเด็น
ประเด็นแรก ถามว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้แล้วประชาชนเสียภาษีน้อยลงใช่ไหม การค้าการขายดีขึ้น รายได้ของพี่น้องประชาชนมากขึ้น มีชีวิตดีขึ้น มีความสุขมากขึ้น สังคมดีขึ้นหรือ
ประเด็นที่สอง แก้ไขแล้วระบบการตรวจสอบดีขึ้น เงินภาษีของประชาชน ถูกใช้อย่างคุ้มค่า การคอร์รัปชันน้อยลง การโยกย้ายข้าราชการมีความเปึนธรรม ไม่เล่นพรรค เล่นพวก กระโดดข้ามหัวไปกระโดดข้ามหัวมา ประชาชนไม่ถูกกลั่นแกล้ง ไม่ถูกรีดไถ ไม่ถูกกล่าวหา รัฐบาลมีธรรมาภิบาล ประเทศมีความยุติธรรม ไม่เกิด ๒ มาตรฐานหรือ
ประเด็นที่สาม ภาพการแก้รัฐธรรมนูญ ๒ เรื่องนี้จะทําให้ภาพพจน์ ภาพลักษณ์ ของประเทศดีขึ้น สร้างความมั่นใจ ความเชื่อถือให้ทั่วทั้งโลก การส่งออกดีขึ้น การลงทุน จากต่างประเทศมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาเที่ยวประเทศของเรา มากขึ้นหรือ
ประเด็นที่สี่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ทําให้อํานาจอธิปไตยเปึนของประชาชน อํานาจถูกคืนกลับสู่ประชาชน การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในอนาคตจะเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม จะไม่มีการปฏิวัติหักล้างอํานาจของประชาชนอีกหรือ
ประเด็นที่ห้า ประชาชนเองมีสิทธิเสรีภาพอันแท้จริง ไม่ถูกจํากัดสิทธิมัดมือชก มีความเสมอภาคไม่เกิด ๒ มาตรฐาน รัฐบาลยอมรับฟังเสียงของประชาชนเคารพประชาชน รัฐบาลเคารพกฎหมาย ไม่ใช่บอกให้ประชาชนเคารพกฎหมาย แต่ว่าลิดรอนสิทธิของ ประชาชนหรือ
ประเด็นที่หก แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วรัฐบาลนี้จะเก่งขึ้น ดูแลทุกข์สุข ของประชาชนได้ดีขึ้น แก้ไขปัญหาน้ําท่วม ภัยธรรมชาติ ข้าวไม่ยากหมากไม่แพง ผลผลิต ไม่ตกต่ํา ขายได้ราคาดี ชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศอยู่รอดปลอดภัย ยาบ้าลดลง การพนันไฮโลโปปัืนเถื่อนไม่มี เศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนมีเงินจับจ่ายใช้สอย ใช้ได้คล่อง รัฐบาลทํางานตามนโยบายได้ผลดีเลิศประเสริฐศรี บ้านเมืองไม่แตกแยก ประชาชนมีความสุขมากหรือ
ประเด็นที่เจ็ด การแก้ไขแล้วทําให้การเมืองดีขึ้น เคารพสภา ไม่ส่งทหาร ควบคุมสภา ไม่สนับสนุนเผด็จการ ไม่ให้มีการปฏิวัติ ถ้ามีต้องคัดค้าน ถ้ามีต้องต่อต้าน เคารพประชาชน ไม่ฆ่าประชาชนคนไทยไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนั้น ไม่เอาพวกมากลากไป ยอมรับเหตุรับผล ไม่เปึนเผด็จการรัฐสภา ไม่ออกกฎหมายเอื้อประโยชน์พวกพ้อง ยอมรับ การตรวจสอบของระบบรัฐสภาหรือ
ประเด็นที่แปด แก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วเคารพรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน ไม่ใช่เคารพรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วบอกว่าดี ดี แล้วก็ดี แล้วก็ ทําลายภาพพจน์ ภาพลักษณ์ของประเทศ ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญต้องแก้ให้มีที่มาโดยประชาชน จะได้ถือว่าเปึนรัฐธรรมนูญของประชาชนเปึนประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ใช่เปึนประโยชน์ แก่พรรคพวกพรรคการเมือง อํานาจอธิปไตยแก้แล้วอํานาจอธิปไตยควรมี ๓ ขาถ่วงดุลกัน อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ ไม่ใช่มี ๔ ขา เพิ่มอํานาจองค์กรอิสระ แต่ตรวจสอบไม่ได้ ระบบการสรรหาต้องมีความยุติธรรม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างแท้จริง
ประเด็นที่เก้า เมื่อท่านแก้ไขรัฐธรรมนูญถ้ามีการแก้แล้วขอให้ยุบสภาเสีย แล้วเลือกตั้งใหม่เร็ว ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือประเด็นของประชาชนแก้ไข รัฐธรรมนูญแก้เถอะครับ ถ้าไม่ดีก็แก้กัน ที่มาที่ไป ภาพพจน์ ภาพลักษณ์ ความเปึนอธิปไตย นี่คือความแข็งแกร่งคือศักดิ์ศรีของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ถ้าท่านคิดว่าปฏิวัติมาใช้คน ไม่กี่คน ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาร่าง แล้วบอกว่าดีเลิศประเสริฐศรี ผมก็บอกว่าที่มาที่ไป มันไปเสียแล้ว มันไม่ถูกไม่ควรอย่าไปทําเลยครับ สติ ปัญญา องค์ความรู้ หลักการ เหตุผล อุดมการณ์ จิตวิญญาณ เพราะว่ามีมาไม่ถูกต้องถึงต้องฆ่ากันเยอะแยะมากมายขนาดนี้ วันนี้ไม่มาเถียงกับใครครับ วันนี้เพียงแต่มาบอกว่าความรัก ความห่วงใย ความไว้วางใจ ความกล้าที่จะเสียสละ กล้าที่จะพาประเทศนี้เดินด้วยกัน ไม่ได้เดินเดี่ยวเดินคนเดียว วันนี้ ต้องตั้งสติใช้ปัญญาคิดกันให้ดี ๆ ถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วท่านไม่ควรจะแก้ที่ ๒ เรื่อง ท่านควรจะแก้ทั้งหมดเลย แต่ถ้าแก้ไม่ได้ต้องรอเวลาอีกก็รอต่อไป กระผมในฐานะตัวแทน ของประชาชน วันนี้ขอให้สภาแห่งนี้ทรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์แห่งการพูดจาการใช้เหตุใช้ผล การใช้องค์ความรู้ตามหลักการ อุดมการณ์ จิตวิญญาณของระบอบประชาธิปไตย ขอบคุณมากครับ
ต่อไปท่านไพบูลย์ ซําศิริพงษ์ ครับ อยู่ไหมครับ อยู่ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ไพบูลย์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปทุมธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่มาของกระผมนั้นเปึนสมาชิกวุฒิสภา จากการเลือกตั้งจังหวัดปทุมธานี ป้ ๒๕๕๑ แล้วก็อีกสมัยหนึ่งคือสมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดปทุมธานี โดยการเลือกตั้งเช่นเดียวกันป้ ๔๙ เปึนอยู่ ๕ เดือนก็รุ่นเดียวกับ ท่านประธานนั่นละครับ เปึนอยู่ ๕ เดือน ก็โดนรัฐประหาร พี่น้องร่วมรุ่น ๒๐๐ ท่าน กลับเข้ามาเปึน ส.ว. ป้ ๒๕๕๑ ประมาณ ๓๐ ท่าน มาเปึน ส.ส. ประมาณ ๓๐ ท่าน ที่เหลืออีกประมาณ ๑๔๐ ท่าน ตกงานโดยไร้เหตุผล ใครจะให้ความเปึนธรรมกับพี่น้อง ส.ว. ป้ ๒๕๔๙ อีก ๑๔๐ ท่านที่เวลานี้ตกงานอยู่ โดยถูกตราหน้าว่าเปึนสภาผัวเมียในตอนนั้น โดยไร้เหตุไร้ผล ทั้งที่ความจริงแล้วมีสุภาพสตรีที่เปึนสามีภรรยากันนั้น ๑๑ คน ซึ่งถ้าคิดเปึน ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ของจํานวน ส.ว. ทั้ง ๒๐๐ ท่านในตอนนั้น แต่ด้วยเหตุผลประการอื่น ทําการรัฐประหารทําให้มีการเปลี่ยนแปลงและสังคมนี้จะให้ความเปึนธรรมอย่างไร กับพี่น้อง ส.ว. ป้ ๒๕๔๙ อีก ๑๔๐ ท่าน ที่ปัจจุบันนี้ไม่ได้รับความเปึนธรรม ผมก็ขอเรียกร้อง สังคมทุกภาคส่วนว่าถ้าถึงโอกาสเมื่อไรต้องให้ความเปึนธรรมกับ ส.ว. ๒๕๔๙ ทั้ง ๑๔๐ ท่าน นั้นด้วย เมื่อพูดถึงร่างรัฐธรรมนูญที่เข้ามาครั้งเดียวนี้ ๔ ฉบับ กระผมพิจารณาแล้วก็ดูว่า ฉบับ คปพร. ที่มีประชาชนยื่นเข้ามา ๗๐,๐๐๐ กว่าชื่อนั้นคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งพอรับได้ แต่ด้วยมองโดยภาพรวมแล้วก็เปึนห่วงว่าถ้าหากรับเข้ามาแล้วก็ยังเปึนที่แตกแยก และไม่ได้รับความยินยอมหรือว่าไม่ได้เห็นพ้องต้องกันจากสังคมภาคก็ส่วนใหญ่ เช่นเดียวกัน ส่วนของภาค ส.ส. อีก ๑๐๒ ท่านที่ร่างเข้ามานั้น มองว่าก็ยังไม่เท่าไรเช่นเดียวกัน เพราะว่า มีการแก้ไขเพียงบางมาตราเท่านั้น ส่วนของรัฐบาลที่เข้ามาที่จะแก้ไขในมาตรา ๙๓ และมาตรา ๑๙๐ นั้น กระผมมองว่าในขณะนี้ยังไม่ถึงเวลานะครับ โดยเฉพาะเหตุผล ในการที่ไปลดจํานวน ส.ส. เขต จาก ๔๐๐ เหลือ ๓๗๕ นั้น เหตุผลมาจากอะไร กระผม ไม่ค่อยเชื่อถือในการพิจารณาของคณะกรรมการที่เสนอเข้ามา แล้วจาก ส.ส. บัญชีรายชื่อ จาก ๘๐ คน ไปเพิ่มเปึน ๑๒๕ คน มีเหตุผลอะไร และเอื้อประโยชน์หรือความได้เปรียบ ต่อพรรคการเมืองใด อันนี้เปึนเรื่องที่น่าคิด อันที่จริงแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะมาตราใด ฉบับใดก็ตาม สิ่งที่สําคัญยิ่งและควรตระหนักก็คือ ควรตั้งที่ผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเปึนหลักแล้วมาพิจารณา เพราะฉะนั้นทั้ง ๔ ฉบับนี้ในความเห็นส่วนตัว ของผมจึงยังไม่เห็นด้วยในเวลานี้ สําหรับมาวิเคราะห์ดูว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีข้อดี ข้อเสียนั้น ก็เปึนที่ทราบอยู่ว่ามีทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ต่อสังคมไทย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทุกคน หรือหลายส่วนก็พูดบอกว่าที่มานั้นมาจากอํานาจเผด็จการ ตั้งคณะ กลุ่มบุคคลขึ้นมาชุดหนึ่งแล้วก็มาทําการร่างรัฐธรรมนูญ ก็ไม่เปึนที่ยอมรับ กระผมเอง ในเบื้องแรกก็ไม่ยอมรับเช่นเดียวกัน แล้วผมก็เปึนคนโหวตไม่รับ แต่ปัจจุบันเราก็อาศัย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็อยู่กันมา ๓ ป้กว่าแล้ว อันที่จริงเราก็ไม่อยากจะไปพูดย้อนหลัง ในเมื่อเราก็มาวิเคราะห์แล้วว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีข้อดี ข้อเสีย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มีข้อดี ข้อเสีย ผมจึงคิดว่าทําไมเราไม่ตั้ง สสร. ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง โดยที่ปัจจุบันนี้ต่อไป ก็ยังคงใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก่อน เพียงแต่ว่าตั้ง สสร. ขึ้นมาแล้วเสมือนหนึ่งว่า เริ่มต้นกันใหม่เลย เอาจากบุคคลทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะ ส.ส. ส.ว. สมาชิก สภาพัฒนาการเมือง แล้วก็ทุกองค์กร แล้วก็ทุกจังหวัด แล้วก็ทุกภาคส่วนทุกอาชีพ คล้ายคลึงกับตอนที่ร่างของป้ ๒๕๔๐ นั้น แล้วว่ากันใหม่เลยให้เปึนที่ยอมรับของทุกคน ผมว่าโอกาสที่จะเปึนไปได้ เราไม่เรียกว่าป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ไม่เรียกว่าป้ ๒๕๕๐ อาจจะ เปึนป้ ๒๕๕๔ ก็ว่าได้ มันก็จะกลายเปึนรัฐธรรมนูญที่ทุกคนยอมรับ ซึ่งทําควบคู่กันไป ในขณะนี้ ความจริงแล้วการที่มาเสนอร่างมาปรับปรุงแก้ไขในเวลานี้นั้น กระผมว่าความจริง มันเลยเวลาด้วย แต่ว่าไม่ใช่ทําเพียงเท่านี้ แต่ควรจะเปึนการทําในลักษณะภาพรวม ทําใหม่ทั้งฉบับ โดยคณะกรรมการจากทุกภาคส่วน ความเห็นของผมนั้นอยากจะเห็น การเมืองที่เปึนสีขาว การเมืองที่ไร้ซึ่งการทุจริตคอร์รัปชัน ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง ทุกคนมีจิตสาธารณะต่อประเทศชาติ ต่อบ้านเมือง ต่อประชาชนเปึนหลัก ดังนั้นการที่จะ ทําการใด ๆ ก็แล้วแต่ก็ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนเจ้าของประเทศ มาแสดงความคิดเห็น แล้วจึงมาทําให้เปึนกฎหมายสูงสุดของชาติบ้านเมืองได้
ในข้อสุดท้าย ทุกวันนี้ก็มีการพูดจากันถึงเรื่องผ่านหรือไม่ผ่านรัฐธรรมนูญ จะมีการปฏิวัติรัฐประหารต่าง ๆ อะไรบ้างอย่างนี้ ผมว่าไม่ควรพูดเลยครับ พูดไปแล้ว รังแต่เหมือนกับไปชี้ทางนําทาง ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ว่ากลุ่มบุคคลไหนก็ตามไม่มีสิทธิ ไม่มีอํานาจ ในการที่จะทําการรัฐประหาร เพราะประชาชนเปึนเจ้าของประเทศ รัฐธรรมนูญไม่สามารถ แก้การปฏิวัติรัฐประหารได้ แต่ทางแก้รัฐประหารมีครับ กระผมขอพูดต่อพี่น้องประชาชน ชาวไทยทั่วประเทศเลยว่าทางแก้ของการปัองกันหรือสกัดการรัฐประหารง่ายนิดเดียว คือพี่น้องประชาชนทุกคนมีสัญญาใจกัน แล้วส่งสัญญาณกันเลยว่าเรามีการเตรียมพร้อมกัน ทุกขณะ โดยการประกอบสัมมาชีพตามปกติ แต่ถ้าวันใดมีการประกาศว่าคณะปฏิวัติ คณะปฏิรูปต่าง ๆ ขอให้พี่น้องพร้อมใจกันเลย ทุกสาย ทุกถนน มุ่งสู่กองบัญชาการคณะปฏิวัติหรือคณะปฏิรูป ถ้าหากมันเกิดขึ้นพุ่งตรงไป ที่นั่น ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ๑๐ ล้านคนไปทวงถามว่าปฏิวัติทําไม ผมอยากจะรู้ว่าคนที่ปฏิวัติ ปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงการปกครองอะไรทั้งหลายนั้นจะอยู่ได้หรือไม่ ถ้าหากประชาชน พร้อมใจกัน เพราะฉะนั้นนับจากวันนี้ไปถ้าหากว่ามีข่าวเมื่อไร พี่น้องประชาชนรวมใจกัน ใครมีป่คอัพ ใครมีรถบัส ใครมีรถส่วนตัว ใครมีมอเตอร์ไซค์ จักรยานยนต์ จักรยาน ก็มุ่ง ตรงไปเลยถนนทุกสายมุ่งไปยังกองบัญชาการที่เขาประกาศว่าเขาเปึนคณะอะไรต่อมิอะไร นั่นละครับแก้ได้ครับ แล้วอันนี้จะเปึนบทเรียนที่สูงสุด ซึ่งต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้ เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมว่าถึงเวลาที่เราจะ ทําการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยอาศัยพี่น้องการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทุกองค์กร แล้วมาทํากันแบบให้ทุกวงการยอมรับ มันจึงจะเปึนรัฐธรรมนูญที่ยั่งยืน แล้วไม่ต้องถก ไม่ต้องเถียงกันอีกครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปคุณทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย ๑๐ นาที
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคภูมิใจไทย ในฐานะเปึนสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กระผมเอง ดีใจที่ท่านประธานรัฐสภาได้บรรจุระเบียบวาระเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาในสัปดาห์สุดท้าย ของการประชุมสภาในสมัยนี้ แม้จะมีระยะเวลาอันน้อยนิด แต่กระผมคิดว่ามันเปึน ความต้องการของพี่น้องประชาชนที่อยากรู้หรือต้องการทราบว่าทิศทางของการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นจะเปึนไปในรูปแบบใดนะครับ เพราะฉะนั้นกระผมเองก็อยากจะกราบเรียน กับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาจากประสบการณ์ ผมคงจะไม่ไล่มาตรานั้นมาตรานี้ มากมาย เพียงแต่จะยกเปึนข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในคราวนี้นั้นเราจะสามารถ ทําได้มากน้อยแค่ไหนเพียงไร ในระยะเวลาอันสั้น และถ้าหากเวลาที่เหลือนั้นผมขอกราบเรียน ท่านประธานว่าผมขอมอบให้ท่าน ส.ส. จุมพฏ บุญใหญ่ ซึ่งเปึนนักกฎหมายที่เชี่ยวชาญ ทางด้านกฎหมาย เพื่อจะมาชี้ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ให้ชัดเจน เพื่อพี่น้องประชาชน ได้เกิดความรู้เกิดความเข้าใจ และการตัดสินใจได้อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ กระผมเอง ก็ผ่านการเลือกตั้งจากรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับด้วยกัน สมหวังบ้าง ไม่สมหวังบ้าง บางครั้งบางคราวผมคิดว่าไม่น่าจะยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เกิดปฏิวัติรัฐประหาร หรือเกิดการยกเลิกไป ก็ต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เรื่อยมาหลายครั้งตั้งแต่ป้ ๒๕๒๖ ผมจึงคิดว่ามาในคราวนี้ตั้งแต่บัดนี้เปึนต้นไป ถ้าหากเรามีการแก้ไขมาตราใดมาตราหนึ่ง เรียบร้อยแล้ว ถ้ายังไม่เสร็จสิ้นในโอกาสต่อไปเราก็แก้ไขอีกจนเสร็จสมบูรณ์ ก็คิดว่าคงจะ ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลาย ๆ ครั้งให้เกิดความสับสนในหมู่พี่น้องประชาชนอีกต่อไป ผมเองอยากจะกราบเรียนย้อนหลังว่าเมื่อการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา ตั้งแต่ป้ ๒๕๒๖ เปึนต้นมานั้นผมมักจะประสบความสําเร็จในการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ เพราะฉะนั้น ผมก็มุ่งหวังว่าถ้ารัฐธรรมนูญเปึนเขตใหญ่มี ส.ส. หลายคนในเขตนั้นลงเลือกตั้งพร้อม ๆ กัน ๒ คนหรือ ๓ คน อย่างน้อยก็ ๒ คนอย่างมากก็ ๓ คนเท่าที่ผ่านมา ก็จะทําให้พี่น้องประชาชน ได้เกิดการตัดสินใจว่าจะเอาใครเลือกใคร แม้เลือกไปดํารงตําแหน่งแล้ว เลือกไปเปึน ส.ส. แล้ว รับผิดชอบร่วมกัน ๓ คนในเขตนั้น ถ้าคนหนึ่งไม่อยู่ อีกคนหนึ่งอยู่ก็ยังเปึนที่พึ่งกับพี่น้องประชาชนคนยากคนจนหรือพี่น้อง ประชาชนชาวไทยของเราในชนบทได้ นี่เปึนความเปึนจริงของสังคมในปัจจุบันของเรา ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ๔ ฉบับที่เสนอเข้ามาในวันนี้นั้น ผมขอกล่าวถึงฉบับแรกก่อนสักเล็กน้อย เพราะมีบางประเด็นที่ผมติดใจและผมให้ความสนใจ เช่นว่าฉบับที่มาจากประชาชนของคุณหมอเหวงหรือคุณหมออะไรผมก็ไม่อยากจะเอ่ยนามท่าน ต้องขออภัยด้วยนะครับ ผมดูจากสรุปของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรในเอกสาร ประกอบการพิจารณานั้น ผมต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ เพราะว่ามีเวลาน้อยนิด พอมาเห็น ข้อสรุปนี้แล้วก็สามารถที่จะชี้ประเด็นได้อยู่พอสมควรตามความคิดเห็นของผม ฉบับที่มาจาก ประชาชนนั้นผมค่อนข้างติดใจในประเด็นที่ว่าแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับศาสนา โดยกําหนดให้ ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ อันนี้ผมต้องขอประทานอภัยกับผู้ที่นับถือศาสนาอื่น ผมมีความประทับใจอย่างยิ่งในฉบับนี้เพราะว่าผมนับถือศาสนาพุทธ และผมถือว่า ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบ จากรัฐสภานี้ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์อย่างยิ่ง อย่างมหาศาลทีเดียว แล้วก็จะทําให้ ความขัดแย้งทั้งหลายแหล่นั้นมันมลายหายไปก็ได้ มีหลายประเด็น ๖-๗ ประเด็นที่เขาสรุปไว้ ในเอกสารฉบับนี้ แต่ผมคงจะไม่กล่าวไปถึง ๕-๖ ประเด็นหรือครบทุกประเด็น ผมจะกราบเรียน เปึนประเด็นสั้น ๆ ว่าถึงแม้ว่าผมจะเห็นด้วยในหลาย ๆ ข้อจากการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับของประชาชนนั้น แต่ในภาวการณ์ปัจจุบันนี้ผมก็ไม่สามารถที่จะรับรองร่างกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ เพราะเนื่องจากว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นในบ้านเมือง เกิดการฆ่าฟัน เกิดการล้มตายกันเกือบร้อยศพในอดีตกาลที่ผ่านมา จนบัดนี้ยังไม่ทราบว่าใครผิดใครถูก ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่สามารถที่จะตัดสินลงไปได้ว่าใครผิดใครถูกได้ เพราะฉะนั้นผมว่าฉบับนี้ถึงจะมีเนื้อหาที่เหมาะสมหรือดีแค่ไหน เพียงไรในส่วนตัวของผมเองนั้น คิดว่าในปัจจุบันนี้ยังไม่เหมาะสมที่จะรับร่างฉบับนี้
อีกฉบับต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ฉบับที่ผมเองกับสมาชิกในพรรค ของผมคือพรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาได้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาใน ๒-๓ ประเด็น จริง ๆ แล้วผมให้ความสําคัญกับการทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศ กับต่างประเทศ เพราะเห็นว่ามันมีปัญหาเยอะแยะมากมายที่รัฐบาลเราไม่สามารถที่จะ ให้ความร่วมมือหรือแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้ ก็เนื่องจากว่าเราไม่ได้มีการกําหนดการทํา หนังสือสัญญากับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศที่ต้องได้รับความเห็นชอบ จากรัฐสภา อันนี้เปึนประเด็นสําคัญอย่างหนึ่ง จริง ๆ แล้วในเนื้อหานั้นผมมีความขัดแย้ง ในใจอยู่ กระผมกราบเรียนกับท่านประธานตรง ๆ ว่าผมเปึน ส.ส. เขตใหญ่มาก่อน ในวันนี้เมื่อผมรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วผมก็ต้องขอโทษกับพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง ของผม ขอประทานอภัยที่ต้องเอ่ยถึงเขตเลือกตั้งของผมในเขตอําเภอเมืองก็ดีในจังหวัด สกลนคร อําเภอโคกศรีสุพรรณ อําเภอภูพาน อําเภอกุดบาก อําเภอพรรณานิคม อําเภอ เต่างอยอําเภอกุสุมาลย์ อําเภอโพนนาแก้ว ต่าง ๆ เหล่านี้ ถ้าหากว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านสภาไปแล้วตามร่างที่พรรคผมเสนอร่วมกับ พรรคชาติไทยพัฒนานี้ ก็จะทําให้เขตการเลือกตั้งเล็กลง แต่ว่าใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่ใช่เขตเล็กเหมือนเมื่อก่อน แต่เปึนเขตเล็กขนาดใหญ่ ใหญ่ขึ้น แต่ว่าไม่สามารถครอบคลุม ทุกอําเภอในเขตเลือกตั้งที่เคยสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย หรือสนับสนุนการเลือกตั้งของผม มาในอดีต ไม่ว่าผมจะสังกัดพรรคการเมืองพรรคไหนก็ต้องขอทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน แบบนี้ว่ามันมีเหตุผลและความจําเปึน ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเขตเลือกตั้งจะต้อง ให้เหมือนกับนานาอารยประเทศที่เขาเจริญแล้ว เขาต้องการที่จะให้เขตเล็กพอสมควร พอที่จะให้มี ส.ส. ๑ คนเกิดความรับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และให้การทํางาน ที่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ถ้าหากว่าการแก้ไขคราวนี้ผ่านที่ประชุมรัฐสภานี้ ไปก็คงจะไม่ได้เยี่ยมยามถามข่าวพี่น้องใน ๘-๙ อําเภอที่ผมเคยรับผิดชอบมาก่อน ก็ขอกราบเรียนไว้ในประเด็นนี้ด้วย
สําหรับที่รัฐบาลเสนอเข้ามาอีก ๒ ร่างสุดท้ายนั้น ผมเองก็มีความเห็นด้วย ถึงแม้ว่าจะเปึนการแก้ประเด็นสั้น ๆ ก็ต้องขอยกมือสนับสนุนด้วยนะครับ ผมขอขอบคุณ ท่านประธานครับ
ต่อไปท่านอิทธิพล เรืองวรบูรณ์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม อิทธิพล เรืองวรบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจากสมาคม กํานันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย จังหวัดนครพนม วันนี้ก็มีหลายท่านที่อภิปรายเกี่ยวกับ การได้มาของ ส.ว. ทั้งที่ไม่มีการเสนอขอแก้ไข ไม่ว่าจะเปึน ส.ว. ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง เขาเหล่านั้นก็คงจะภูมิใจที่ว่าประชาชนเปึนคนที่เลือกเขาเข้ามา แต่เบื้องหน้าเบื้องหลัง การได้มาอันนี้ทุกคนก็คงรู้อยู่แก่ใจ แต่สําหรับผม ส.ว. มาจากการสรรหา ส.ว. อิทธิพล เรืองวรบูรณ์ จากสมาคมกํานันผู้ใหญ่บ้านเปึนผู้ส่ง ผมก็ภูมิใจของผมเหมือนกัน คนที่เลือก หรือสรรหาผมเข้ามา ๗ องค์กร ก็เปึนองค์กรที่ผดุงความยุติธรรมของชาติบ้านเมือง สําหรับ วันนี้คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ และมาตรา ๑๙๐ แต่ผมก็พอจะรู้จุดประสงค์ของรัฐบาลที่นําเสนอเข้ามา ประสงค์หลักใหญ่ ก็คือต้องการอาจจะเพื่อแก้ไขเพื่อตนเอง และโดยเฉพาะในมาตรา ๙๔ ที่เสนอเข้ามา เขตกลางมาเปึนเขตเล็ก และมาตรา ๙๗ ส.ส. บัญชีรายชื่อ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ พวกเราก็ได้เห็นแล้วว่าทางการสรรหาผู้ที่จะเข้ามาเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้ มาจากทุกภาคส่วนของประเทศ เพื่อมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับนักการเมือง ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของบ้านเมือง ก็ตั้งแต่ชุดนี้เข้ามาทําการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ก็ยังไม่ได้แก้ไขไปถึงไหน แต่ก็ได้ทราบจากนักการเมืองต่าง ๆ บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เปึนประชาธิปไตย อย่างไรก็ต้องแก้ไขให้ได้ แม้แต่จะถามมติจากประชาชนทั้งประเทศ นักการเมืองเหล่านั้นก็ยังพูดอยู่เสมอ วิจารณ์อยู่เสมอว่า ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ก็จะบอกเสมอว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้แต่ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายรัฐบาล ที่มาดําเนินการจัดตั้งรัฐบาลก็บอกว่ารับไประยะหนึ่งแล้วค่อยแก้ไขกันใหม่ นี่ละครับ ถึงมีวันนี้ขึ้นมา เมื่อเปึนอย่างนั้นหลาย ๆ ท่าน ก็คงจะคิดว่าเมื่อถึงเวลาก็ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ในการที่จะแก้ไขก็คงจะนึกถึง ประเทศชาติและประชาชนเปึนหลักครับ แต่ในการแก้ไขในวันนี้ทางรัฐบาลก็ได้ร่วมกัน กับผู้แทนราษฎร ก็แก้ไขให้เพื่อกับตนเอง และโดยเฉพาะที่ส่งมาตรา ๑๙๐ พ่วงเข้ามา อันนั้นก็เหมือนกับขายเหล้าพ่วงเบียร์เข้ามาเพื่อให้ดูดีกันแค่นั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับนี้ก็ทําให้นักการเมืองหลาย ๆ คนก็ต้องออกไปอยู่ข้างเวที ไปเปึนพี่เลี้ยง ไปอยู่หลังเวที ที่คอยกํากับ เขาออกไปอย่างนั้นแล้วทําไมไม่เสนอเข้ามา ให้เขาอยู่อย่างนั้นอย่างถาวรไป เพราะนักการเมืองเราก็รู้อยู่แล้วว่าเมื่อได้คืบก็จะเอาศอก ต่อไปเขาอาจจะแก้ไขเพื่อนิรโทษ ให้กับเขาเหล่านั้น แล้วถึงเวลานั้นจริง ๆ ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ตรงนี้ อาจจะไปแทนตําแหน่งของเขาในอนาคตนั้นก็ได้ คําว่า แก้ไข แก้ไขก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงก็คิดว่าน่าจะให้มันดีขึ้น ไม่ใช่วนเวียนอยู่กับที่ จากกลางก็มาเปึนเล็ก จากเล็ก ก็มาเปึนกลาง มันก็เวียนวนกันอยู่อย่างนั้นแล้วทําไมเมื่อเล็กบอกว่าไม่ดี ก็เอามาเปึน ขนาดกลาง เมื่อขนาดกลางเรามองแล้วว่ามันไปไม่ได้ มันไม่ดี มันไม่ถูกต้อง แล้วทําไม ไม่แก้เปึนขนาดใหญ่จังหวัดละ ๑ เขต หรือ ๒-๓ จังหวัดเปึน ๑ เขตก็เพื่อจะได้ปราบคน ที่เขาซื้อสิทธิซื้อเสียงกันได้ง่าย สมัยก่อนนะครับ สมัยก่อนเขาบอกซื้อเสียง การซื้อเสียง ก็คือซื้อให้กับตนเอง แต่ปัจจุบันเขาซื้อสิทธินะครับ เขาซื้อสิทธิเขาซื้ออย่างไร เขาซื้อสิทธิ คนที่อยู่ฝ์ายตรงกันข้ามกับเขาไม่ให้มาใช้สิทธิ มันเปึนอย่างนั้นจริง ๆ แล้วเขตใหญ่ มันดีอย่างไร ก็ประชาชนเขามีสิทธิที่จะเลือกผู้สมัครได้หลายคน เมื่อผู้แทนไม่ดี ขายตัว เขาก็ยังมีคนอื่น ๆ ที่เขาเลือกเข้ามา ๓-๔ คนมาดูแล เราต้องรู้ว่าประชาชนในชนบท เขายังต้องพึ่งพาอาศัยผู้แทนราษฎร แล้วมาตรา ๙๗ (๑) ก็เขียนไว้อย่างนี้ มาตรา ๙๗ (๑) ระบุว่าบัญชีรายชื่อต้องประกอบด้วยรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเปึนธรรม และต้องคํานึงถึงโอกาสสัดส่วนที่เหมาะสม และเท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชาย วรรคท้ายนี้ก็ยกเอาของเก่ามา คําว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเปึนธรรม เขียนมาก็ไม่ได้ระบุ ไม่ได้ระบุว่าต้องมีภูมิลําเนา อยู่ในจังหวัดนั้นหรือจังหวัดนั้น ๆ จังหวัดละเท่าไร ก็ไม่ได้เขียนคําว่า เปึนธรรม อะไรคือความเปึนธรรม ให้เวลาเท่าไรครับ
ท่านต้องขอวิปท่าน
เห็นบอกว่า ๘ นาทีผมพูดยังไม่ถึง ๓ นาทีเลยนะครับ
ท่านมัวแต่บรรยายมากไปครับ ถ้าท่าน เอาเนื้อ ๆ เหมือนกับกํานันชัยนี้รับรองได้เยอะครับ
ก็กําลังจะเข้าเนื้อ ผมคิดว่าเวลาผม ๘ นาทีอย่างไรก็ไม่เกิน แล้วทีนี้จะเอาอย่างไร
ก็มันก็เกินแล้วครับ
ผมก็ยังไม่ได้พูด ยังไม่ได้อภิปรายเข้าเนื้ออะไรเลยครับ
แล้วแต่ฝ์ายวิป
จะว่าอย่างไรครับ
ถามวิปครับ
ผมก็เข้าใจว่า ผม ๘ นาทีเหมือนกับคนอื่นเขา
ท่านสมชายมีความเห็นอย่างไร ให้ท่านต่อไหม
ท่านประธานครับ ผม สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภาในฐานะวิปก็เรียนว่าท่าน ส.ว. จะได้คนละ ๘ นาที ท่านประธานให้เวลา ๘ นาทีได้ไหมครับ
ไม่ใช่ผมเปึนคนให้นะครับ กลุ่มท่านเอง ๕๕ ท่านเปึนคนหารคนละ ๘ นาที ตอนนี้ของ ส.ว.เองมีเวลาอยู่ ๑๕๐ นาทีคือ ๒ ชั่วโมง กับ ๓๐ นาทีแต่ยังมีผู้ที่อภิปรายอีกประมาณ ๒๗ คน
ท่าน ส.ว. อิทธิพล ใช้ไปครบ ๘ นาทีแล้วก็ครบ ๘ นาที
ไม่ถึงนะครับ ไม่ถึง ๘ นาทีแน่นอน ไม่ถึง ๔ นาทีเมื่อกี้ผมอภิปรายนะครับ
ทางเจ้าหน้าที่ ไม่ทราบ
นาฬิกาคงไม่โกง เพราะเด็กเปึนพยาน อยู่ข้างบนเยอะครับ เมื่อมีมติอย่างนั้นแล้วก็หยุดก่อนก็ได้ครับหายใจยาว ๆ
อีกไม่นานครับ
ท่านอิทธิพลค่อยแปรญัตติแล้วก็พูดได้ เต็มที่ครับ
ไม่นานครับ ผมขออีกสัก ๔ นาทีครับ
เท่าไรนะครับ
๔ นาทีครับ เพราะเมื่อกี้ผมคิดว่าไม่ถึง ๔ นาทีด้วยที่ผมอภิปราย
ให้ ๒ นาทีพอแล้ว
แล้วรัฐธรรมนูญ ก็ยังมีหลายมาตราที่จะแก้ไข เพราะเผื่อที่จะคิดอยากจะแก้ไขก็อย่างเช่นมาตรา ๑๐๑ (๓) ส.ส. ที่จะลงสมัครต้องสังกัดพรรคไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ผู้ที่จะลงสมัครทํางานทางการเมือง บางครั้งเขาก็ไปหาเสียง พอถึงเวลาเข้าจริง ๆ หัวหน้าพรรคหรือพรรคการเมืองมาฮั้วกัน เขาก็ไม่มีสิทธิที่จะลงสมัคร ตัวนี้ถ้าเผื่อคิดอยากจะแก้ในอนาคตผมก็คิดว่าอย่างน้อย ๆ ก็ให้เขาลงอิสระได้ แล้ววันนี้รัฐบาลที่อยู่ได้มาถึง ๒ ป้ผมคิดว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ไม่ได้ไปแตะ รัฐธรรมนูญ ถ้าเผื่อเราจะมองย้อนหลังถึง ๒ รัฐบาลที่ผ่านมาในอดีตที่มีอันเปึนไป เพราะพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อในยามบ้านเมืองยังมีปัญหา ยังไม่สงบอาจจะ เกิดปัญหาขึ้นมาอีกได้ ฉะนั้นวันนี้ผมคิดว่าผมรับไม่ได้และก็คงจะผ่านรัฐธรรมนูญ ของรัฐบาลนี้ไม่ได้ครับ
ขอบคุณครับ ความจริงผมให้ ๒ นาที ก็ยังเหลือเวลาอยู่ ต่อไปท่านวิเชียร ขาวขํา ๑๐ นาที ท่านวิเชียรรอสักประเดี๋ยวครับ สภายินดีต้อนรับครูและนักเรียนโรงเรียนเทพมงคลรังสีจากจังหวัดกาญจนบุรีด้วยความยินดี ขณะนี้สภากําลังพิจารณาพระราชบัญญัติสําคัญ คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๔ ฉบับ ก็ยินดี ต้อนรับทุกท่านนะครับ เชิญท่านวิเชียรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ก่อนอื่น ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ตะกร้อหญิงไทยได้เหรียญทองแล้วเปึนข่าวดีครับ ท่านประธานครับ แนวคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นความจริงนักการเมืองทุกคน มีแนวคิดที่เปึนของตัวเองและจะแตกต่างกันบ้าง แต่ว่าเราต้องศึกษาประวัติศาสตร์ในการ จะก้าวต่อไปในอนาคต เช่น เมื่อป้ ๒๕๓๑ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๐ จะมีขบวนการประชาชน นักวิชาการต่าง ๆ เรียกร้องมากมายมหาศาลว่าต้องการให้ ประเทศไทยมีพรรคการเมืองน้อยลง มีพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง นักวิชาการบางท่าน ได้ยกตัวอย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ประชาชนบางคนยกตัวอย่างเช่นประเทศอังกฤษ ซึ่งเขาเหล่านั้นเข้าใจว่าประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษมี ๒ พรรคการเมือง เช่นในประเทศสหรัฐอเมริกามีพรรครีพับลิกัน (Republican) และพรรคเดโมแครต (Democrat) ซึ่งความเปึนจริงแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกามีหลายพรรคการเมือง แต่ด้วยความโดดเด่นของ ๒ พรรคนี้ทําให้ประชาชนคนไทยและต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียเข้าใจว่า ๒ ประเทศนี้มี ๒ พรรคการเมือง เมื่อมีความเคลื่อนไหวอย่างนั้นเกิดขึ้น แม้กระทั่งเราเดินทางไปเยี่ยม ประชาชนในหมู่บ้านต่าง ๆ ประชาชนจะเรียกร้องบอกว่า ส.ส. ทําไมหลายพรรค ทําไม ไม่รวมกัน ทําไมไม่อยู่ด้วยกันเปึนพรรคเดียว ๒ พรรคพูดอย่างนี้เสมอ แล้วนักวิชาการ ก็ออกมาเรียกร้อง จนเกิดมีท่านชุมพล ศิลปอาชา นําเสนอแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ท่านทราบดีในป้นั้น จนเกิดขบวนการประชาชนเลือกตั้งเปึน สสร. ขึ้นมาแต่ละจังหวัด มีท่านประธานอุทัย พิมพ์ใจชน เปึนประธาน สสร. ในขณะนั้น ความคิดในวันนั้นต้องการให้พรรคการเมืองเปึนป๊กแผ่น มั่นคง เมื่อมาเปึนรัฐบาลจะได้ใช้ นโยบายของพรรคตัวเองในการบริหารบ้านเมืองได้อย่างมีเสถียรภาพ เปึนเอกภาพ ไม่ต้องคอยว่าพรรคนี้เสนอเรื่องนี้พรรคนั้นไม่เห็นด้วย พรรคนี้เสนอเรื่องนี้ พรรคนี้กลัวได้หน้า ไม่ต้องมีการขัดแข้งขัดขาซึ่งกันและกัน และสุดท้ายจะต้องพรรคนั้นที่เปึนแกนนําหรือเปึน พรรคใหญ่หรือเปึนพรรคเดียวของรัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน ในขณะนั้นคิดอย่างนั้นจริง ๆ แต่เราได้มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเพียง ๙ ป้ รัฐธรรมนูญนั้น ก็สะดุดหยุดลงด้วยคณะปฏิวัติ ท่านประธานครับ เหตุผลในวันนั้นที่เขาต้องการให้ พรรคการเมืองเข้มแข็ง ให้คนที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเปึนหัวหน้าพรรคการเมือง และเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นเกิดจากคนคนหนึ่งที่สืบทอดต่อเนื่องอํานาจจาก ผบ.ทบ. ผบ. สูงสุด และมาเปึนนายกรัฐมนตรีถึง ๘ ป้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปึนตัวอย่างหนึ่งที่นักการเมืองและประชาชน นักวิชาการทั้งหลายไม่ต้องการ ให้ระบบนี้อยู่ต่อไปในประเทศไทย ต้องการให้นักการเมืองมาแสดงจุดยืน ต้องการให้ นักการเมืองไปเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนและมาบริหารประเทศ ไม่ใช่ทหาร แต่สุดท้ายป้ ๒๕๔๙ ก็เกิดการรัฐประหารเกิดขึ้นแล้วอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะปฏิวัติใน ๑ ป้เต็ม ท่านประธานครับ การร่างรัฐธรรมนูญนั้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นจะเห็นว่า การแต่งตั้งบุคคลเข้ามายกร่างและรับผิดชอบเปึนกรรมการล้วนแล้วแต่เรียกว่าคอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) พวกอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง ผมยกตัวอย่างได้หลายคน แต่ว่าถ้าพูดไปแล้ว เดี๋ยวก็จะมีคนประท้วง จึงกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทําไมเรา ต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องการแก้ไขทั้งฉบับ เราไม่ต้องการแก้ไขเพียง ๒ ฉบับ ถามว่า ๒ มาตรา หรือ ๒ หลักการ เช่น มาตรา ๑๙๐ การทําสนธิสัญญาและข้อตกลงกับ ต่างประเทศจะต้องขออนุมัติสภาถามว่ายกเลิกได้ไหม ยกเลิกได้ แก้ไขเขตเลือกตั้ง จากเขตใหญ่มาเปึนเขตเล็ก จากเขตเล็กเขตใหญ่ทําได้ไหม นักการเมืองพร้อมทุกเขต แต่ถามว่าหลักคิดของนักการเมืองอย่างพวกเราเวลาคิดอะไรไปแล้ว เราไม่ใช่ว่าคิดอะไร เราได้ประโยชน์ ต้องถามว่าเวลาคิดอะไรออกไปประชาชนได้ประโยชน์มากน้อยเพียงใด วันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้คิดแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ๒ มาตรา ๒ หลักการ มาตรา ๑๙๐ และมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ถามว่าประชาชนได้อะไร วันนี้ปัญหาต่าง ๆ รุมเร้ารัฐบาล ไม่ว่าภัยธรรมชาติ ไม่ว่าเกิดเหตุการณ์นองเลือดวันที่ ๑๙ พฤษภาคม เปึนต้นมา บาดเจ็บล้มตายเปึนจํานวนมาก นายอภิสิทธิ์ต้องการสร้างความปรองดอง จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ชุดหนึ่งคืออาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ คือเปึนกรรมการ ชุดที่เสนอให้ ครม. พิจารณาแล้วก็ตัดเอามา ๒ ประเด็นนี้ ถามว่าคณะกรรมการที่ตั้งใช้เงินชุดละ ๓๐ ล้านบาท คิดได้ ๒ ประเด็นอย่างนี้ถามว่า ปรองดองตรงไหน แก้รัฐธรรมนูญ ๒ หลักการแค่นี้ปรองดองตรงไหน มันไม่มีความจําเปึน ที่จะต้องแก้ ๒ ประเด็นนี้ ถ้าสมมุติว่าเราต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศจากรัฐธรรมนูญ ของเผด็จการในวันนั้น เราจะต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับหรือจะเทียบเคียงเอาป้ ๒๕๔๐ มาใช้ ก็ได้ ท่านประธานครับ มีคนเถียงผมหลายคนที่นั่งคุยกันไม่ว่า ส.ส. หรือ ส.ว. บางท่าน เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่านการทําประชามติ ถูกต้องครับ แต่การทําประชามติ ในวันนั้นภายใต้กฎอะไร ภายใต้ใครเปึนคนควบคุมในการบริหารจัดการก็คือทหาร ท่านประธานจําได้ไหมภาคอีสานเขาใช้ทหารลงไปข่มขู่คุกคามประชาชนให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้น จังหวัดบุรีรัมย์ท่านก็โดน ในภาคอีสานมี ๑๙ จังหวัด ๑๘ จังหวัด ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เปึนสีแดงทั้งภาคอีสาน มีจังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดเดียว ท่านประธานจําได้ ลูกชายท่านจําได้ วันนั้นจังหวัดบุรีรัมย์เปึนสีเขียวเพราะเขาส่งทหารไปเต็มพรืดทั้งจังหวัดบุรีรัมย์ ออกมาว่า จังหวัดบุรีรัมย์รับร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าไม่รับ ในขณะที่ภาคอีสานอีก ๑๘ จังหวัดไม่รับ มากกว่ารับ นั่นเกิดอะไรขึ้น นั่นคืออํานาจที่ถูกคุกคามโดยทหารบังคับประชาชนให้รับ ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ผมก็ยินดีว่าภาคอีสานทั้ง ๑๘ จังหวัดนั้นเขาไม่กลัวทหาร มีจังหวัดเดียว จังหวัดบุรีรัมย์กลัวทหารรับร่างรัฐธรรมนูญสีเขียว เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่านการทําประชามติ ไม่ใช่ครับ ผ่านการถูกบังคับโดยกําลังทหารต่างหาก และบางกลุ่มบางคนแม้กระทั่งคนที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบัน และคนที่เปึนอดีต อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์บางคน ในคณะกรรมการยกร่างนั้นยังบอกว่าให้รับ ไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลังอย่างนี้เปึนต้น ประชาชนบางส่วนต้องการให้ประเทศชาติกลับสู่ สภาวะปกติต้องการมีการเลือกตั้งจึงรับมาก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้มันต้องถึงเวลาแก้ไข ทั้งร่างนี่คือหลักการกว้าง ๆ ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่ฟัง ความรอบข้าง เดิมที่จะก้าวเข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีท่านก็ไปสัญญากับนายสนธิไว้ หลายเรื่อง ผมไม่อยากเอ่ย ไม่อยากพูดเลย วันที่ ๑๙ โฆษกพันธมิตรออกมาด่า นายกรัฐมนตรีเนรคุณตระบัดสัตย์สารพัด นายสนธิก็บอกว่าคําเดียวกัน แล้วก็จะบอกว่า ต่อไปประเทศชาติจะเข้าสู่กลียุค อย่างร้ายแรงที่สุดนายสนธิพูด เพราะฉะนั้นผมอยาก กราบเรียนท่านประธานว่าความเปึนธรรมต่างหาก ความเสมอภาคต่างหาก ความรัก ในประชาชนต่างหากที่จะนําพารัฐบาลอยู่ได้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเทียบเคียงกัน ใกล้เคียงกันหมดตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ มาถึงปัจจุบัน มีความแตกต่างและวิวัฒนาการ ตามสภาพความเจริญของบ้านเมืองแต่วันนี้รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไรก็ตาม ท่านประธาน ครับ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญกี่ฉบับก็ตามประชาชนที่เจ็บแค้น ๒๐-๓๐ ล้านคน เขาก็ไม่ให้ อภัยรัฐบาลอยู่ดี เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองจะต้องทบทวนว่าสิ่งที่คุณต้องการปรองดองกับ การแก้รัฐธรรมนูญ ๒ มาตรานี้มันคุ้มกันหรือไม่ ท่านประธานครับ รัฐบาลจะต้องคํานึงให้ ดีประเทศไทยวันนี้ขาดความเปึนธรรมในสังคม ขาดความรู้ความสามารถในการบริหาร บ้านเมือง ดังภาษิตโบราณบอกว่าชาติใดไร้ธรรมอําไพชาตินั้นบรรลัยแน่นอน เพราะฉะนั้น ฝากบอกรัฐบาลด้วย แก้ หรือ ไม่แก้ ไม่มีความหมาย ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล ครับ
(นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงอะไร ดีแล้วที่เขาบอกว่า ทหารยึดครองจังหวัดบุรีรัมย์ดีแล้ว ดีกว่าให้คนอื่นไปยึดครอง
ไม่ใช่ครับ ผมเกรงว่าพี่น้องประชาชนจะเข้าใจคลาดเคลื่อน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวครับท่านประธาน กระผม นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตกราบเรียนทําความเข้าใจกับ ท่านที่อภิปรายที่เพิ่งจบลงไปนะครับ คนบุรีรัมย์เราไม่ได้กลัวสีเขียว ไม่ได้กลัวสีไหนหรอก ในวันที่มีการโหวตเรื่องร่างรัฐธรรมนูญนั้นเราก็อยู่ในชุดเดียวกันละครับ แต่ทว่าเมื่อเหตุมันเกิดขึ้น เราไม่สามารถไปบังคับไปจับมือพี่น้องประชาชนคนไหนกาได้ ผลออกมาอย่างไรนั่นคือมติ ของพี่น้องประชาชนครับ ทหารก็เปึนคนไทยเปึนลูกชาวบ้าน ไม่ใช่ยักษ์ ใช่มารมาจากไหน คนบุรีรัมย์ไม่กลัวสีเขียวและไม่กลัวทุกสีครับ ร ๙/๒๕๕๓ (ส. นิติบัญญัติ) รัชนีพร ๒๗๒/๑
ระบายพอแล้ว นั่งลง เชิญท่านสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูลครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ผม สิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดกาฬสินธุ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา รัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ๑๘ ฉบับ ๗๘ ป้ วันนี้มีการอภิปรายพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้งหมด ๔ ฉบับ ผมจึงขออภิปรายรวมดังต่อไปนี้นะครับ ผมถือว่ารัฐธรรมนูญ เปึนกฎหมายสูงสุดที่สามารถแก้ไขได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้มาแล้วทั้งสิ้น ๓ ป้ มีสิ่งที่ต้อง มีการแก้ไข แต่ต้องมีการพิจารณาโดยสมาชิกรัฐสภาของเราอย่างรอบคอบและทั่วถึงนะครับ มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่เกี่ยวกับสภาผู้แทนราษฎร การลดจํานวน ส.ส. เขตลงจาก ๔๐๐ ท่าน เหลือ ๓๗๕ ท่าน หายไปทั้งหมด ๒๕ ท่านผมคิดว่าน่าจะเกิดความวุ่นวาย เพราะเขตที่หายไป ๒๕ ท่าน ก็จะต้องมีการแบ่งเขตใหม่และมีอะไรอีกมากมาย เปึนการลดอํานาจ ของประชาชนแล้วก็เพิ่มจํานวน ส.ส. บัญชีรายชื่อเปึน ๑๒๕ ท่าน ก็จะให้เกิดปัญหา ประเด็นการแบ่งเขตกลุ่มจังหวัด เปลี่ยนจากกลุ่มจังหวัดเปึนเขตทั่วประเทศ ในการเลือกตั้ง ส.ส. บัญชีรายชื่อผมค่อนข้างจะเห็นด้วย เพราะการแบ่งกลุ่มเปึน ๘ กลุ่มที่ผ่านมามี ปัญหามากมายเพราะมีการโยกจังหวัดข้ามภาคกันก่อให้เกิดปัญหาที่ประชาชนไม่เข้าใจนะครับ มาตรา ๑๙๐ การแก้ไขเพื่อให้เกิดความชัดเจนของสนธิสัญญากรอบเจรจาระหว่างประเทศ ผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ดี เพราะที่ผ่านมาผู้บริหารกระทรวงต่าง ๆ ไม่ค่อยกล้าที่จะตัดสินใจ ในการเจรจาหรือการทําสัญญาต่าง ๆ ดังนั้นจึงใช้เวลารัฐสภาค่อนข้างมากในการให้รัฐสภา เปึนผู้ตัดสินใจผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ควรจะแก้ไขแค่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ นี้ เพราะฉะนั้น น่าจะมีการแก้ไขอีกหลาย ๆ เรื่องที่เรามีปัญหาในการใช้มา ๓ ป้ มาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๒๑ เกี่ยวกับวุฒิสภา ผมอยากเน้นประเด็นนี้นะครับ สมาชิกวุฒิสภาจํานวน ๑๕๐ ท่าน มาจากการเลือกตั้ง ๗๖ ท่าน จังหวัดละ ๑ ท่าน แบบสรรหา ๗๔ ท่าน ป้ ๒๕๕๐ มีผู้มีสิทธิ ๔๕,๖๐๐,๐๐๐ คนโดยประมาณ ผมลองคํานวณดู กรรมการคัดสรร ๗ ท่าน เลือก ส.ว. ๗๔ ท่าน ๑. กรรมการคัดสรรสามารถเลือก ส.ว. ได้ประมาณ ๑๐ ท่าน ประมาณเปึนตัวเลข เพราะฉะนั้นท่านใช้สิทธิของประชาชนเท่ากับ ๖,๓๕๐,๐๐๐ คน ผมคิดว่าเปึนระบอบ ที่ไม่เปึนประชาธิปไตย ๗ ท่าน เขาเรียกว่า ๗ อรหันต์ มีสิทธิเท่ากับประชาชนทั้งประเทศเลือก ๗๔ คน กับ ๗๖ คนผมคิดว่าประเด็นนี้ควรจะมีการแก้ไข ซึ่งจากคณะกรรมการสมานฉันท์ ของท่านดิเรกหรือของท่านดอกเตอร์สมบัติ ประเด็นนี้เปึนประเด็นที่ควรจะมีการพิจารณา อย่างกว้างขวาง อย่างน้อยใน ๒ ประเด็น จํานวน ส.ว. คัดสรรน่าจะลดลง ผมคิดว่า ส.ว. คัดสรรมีคุณภาพถ้าคงไว้ไม่น่าจะถึง ๗๔ คน อย่างมากคือ ๑ ใน ๓ ของสมาชิกวุฒิสภา ทั้งหมด และกรรมการคัดสรร ผมคิดว่าน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงจํานวนจาก ๗ ท่าน กรรมการชุดดอกเตอร์สมบัติเสนอเปึน ๔๐ ท่าน เพื่อให้การคัดสรรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
มาตรา ๔๘ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองจะเปึนเจ้าของกิจการ หรือถือหุ้น ในกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ โทรคมนาคมไม่ได้ ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่า แม้เพียงมีหุ้น ๑ หุ้นก็จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง ผมคิดว่ามาตรานี้น่าจะเปึนมาตราที่ต้อง มีการพิจารณาแก้ไขเช่นกัน เพราะจํากัดสิทธิของนักการเมืองมากเหลือเกินโดยเฉพาะ มาตรา ๒๖๕ ห้ามผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก้าวก่ายบริษัทต่าง ๆ ห้ามรับเงิน ไม่กระทําการ ต้องห้ามตามมาตรา ๔๘ และประเด็นที่สําคัญก็คือให้นําความในมาตรา ๒๓๔ มาใช้บังคับ กับคู่สมรสและบุตร ปกติมาตราอื่น ๆ จะบอกว่าบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่มาตรา ๒๖๕ เหมารวมถึงบุตร ไม่ว่าบุตรจะอายุเท่าไรก็ตามจะมีผล ผมบอกถ้ามีการหาข้อมูลกันจริง ๆ ประเด็นนี้จะมีผู้ถูกกระทบและตัดสิทธิทางการเมืองอีกมากมาย เราจะไปรู้ได้อย่างไรว่า บุตรเราแยกครอบครัวไปแล้วไปซื้อหุ้น ๑ หุ้น ที่เปึน ส.ว. ส.ส. ก็จะหมดสภาพตาม คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
มาตรา ๓๐๙ ซึ่งผมคิดว่าเปึนมาตราที่มีการให้อภัยโทษที่ค่อนข้างจะก่อน และหลัง ประเด็นขนาดโทษที่เรายุบพรรค เพราะวินิจฉัยว่าผู้บริหารพรรคที่ทําความผิด เปึนปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยแต่ผู้ที่ทําการปฏิวัติฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เราให้อภัยโทษ มาตรา ๓๐๙ เปึนมาตราที่ผมคิดว่าน่าจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพื่อให้ การปฏิวัติในประเทศไทยไม่ใช่มีข่าวคราวปฏิวัติอยู่ตลอดเวลานะครับ มาตรา ๓๐๙ บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๑๙ ว่าเปึนการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าว ไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ให้ถือว่าการนั้น และการกระทํานั้นชอบด้วย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกรัฐสภาควรพิจารณาในประเด็นนี้
ผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่มีความจําเปึนเมื่อรัฐธรรมนูญ มีปัญหา รัฐธรรมนูญต้องทําให้เกิดการพัฒนาของระบอบประชาธิปไตย ผมจึงฝากว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้กลไกของรัฐสภาของเรา แล้วก็ขอให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภา ใช้เวลาในการพินิจพิเคราะห์ไตร่ตรองว่าประเด็นไหนควรจะแก้ไขเพื่อให้บ้านเมืองของเรา เข้าสู่สภาวะปกติเกิดความปรองดอง ขอกราบขอบพระคุณครับ
ต่อไปท่านชนินทร์ รุ่งแสง ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเองต้องยอมรับว่าในเบื้องต้น ที่ได้ทราบว่าจะมีการพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับ ไม่ว่าจะเปึนฉบับของ คปพร. ของพรรคร่วมหรือ ๒ ร่างของรัฐบาลที่เสนอมานั้น ผมเองติดใจ แล้วก็มีคําถามว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมหรือเปล่าที่เราจะเอามาพิจารณา เรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญในขณะที่ปัญหาต่าง ๆ รุมเร้า ปัญหาต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนยังต้องการให้ รัฐสภาแห่งนี้ได้แก้ไขไม่ว่าจะเปึนเรื่องของภัยพิบัติ เรื่องของปัญหาเศรษฐกิจต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามผมเองได้ติดตามข้อมูลแล้วก็ฟังคําชี้แจงจากหลาย ๆ ฝ์าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี โดยฟังด้วยเหตุด้วยผลและไม่มีอคติใด ๆ แล้วก็มอง ประโยชน์ของประเทศชาติเปึนหลัก ผมเองก็ได้เห็นพ้องแล้วก็คิดว่าเรื่องที่รัฐบาลเสนอนี้ เปึนเรื่องที่ใหญ่และสําคัญกับการก้าวไปข้างหน้าของประเทศของเรา เพราะฉะนั้นผมเอง ก็ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนในร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลได้เสนอมาทั้ง ๒ ฉบับ แล้วจะขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญอีก ๒ ฉบับที่มีฝ์าย คปพร. แล้วพรรคร่วมเสนอด้วยกัน
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเปึนความเห็นที่ตรงกันสําหรับ ผู้ที่เปึนตัวแทน ประชาชน ในเรื่องของภาคเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนเปึนเรื่องสําคัญและเรื่องใหญ่ เมื่อผมมาศึกษาและได้ติดตามผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ทุกคนทราบดีนะครับว่า มาตรา ๑๙๐ นั้นเปึนมาตราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเจรจาระหว่างประเทศ สนธิสัญญาต่าง ๆ นั้น มีการติดขัด มีปัญหา กระบวนการต่าง ๆ นั้นต้องมาเข้าสู่รัฐสภาเปึนจํานวนมาก ประเด็นนี้ เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนอย่างไร ท่านประธานครับ ผมคิดว่า เราทราบดีนะครับว่าประเทศเราเศรษฐกิจนั้นพึ่งพาการส่งออกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าอะไรก็ตามที่เราสามารถที่จะสนับสนุนให้มีการค้าการขาย การส่งเสริมการส่งออก ที่มีความคล่องตัวและราบรื่นได้นั้น ผมถือว่าเปึนสิ่งที่จําเปึนที่สุดที่เราจะต้องสนับสนุนส่งเสริม เพราะฉะนั้นหมายความว่าปากท้องของพี่น้องประชาชน เศรษฐกิจของประเทศชาตินั้น ได้มีการผลักดันแก้ไขปัญหาด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้มาตรา ๑๙๐ เปึนมาตราที่ส่งผลกระทบอย่างยิ่ง กับการติดต่อเจรจาการค้าระหว่างเรากับต่างประเทศมายาวนาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมเองก็ขอสนับสนุนที่ควรจะมีการแก้ไขโดยร่างของรัฐบาล แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้ก็น่าจะ เห็นพ้องต้องกันจากทุก ๆ ฝ์ายเท่าที่ฟังแล้วก็เห็นว่าเปึนปัญหา แล้วก็คิดว่าน่าที่จะมี การแก้ไขในโอกาสนี้
ท่านประธานครับ ส่วนในเรื่องของมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่ว่าด้วย การแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น ผมเองคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อนครับ เปึนเรื่องที่มี การวิพากษ์วิจารณ์กันมามาก ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราต้องมองที่เปัาหมายของ การแก้ไขที่ยืนอยู่บนหลักการที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศเปึนหลัก ทุกฝ์ายทราบดี ผมว่าไม่ว่าจะเปึนเขตเล็ก เขตใหญ่ ถ้าจะโกงโกงทั้งนั้นละครับ แต่ผม คิดว่าวันนี้เราควรจะมายึดถึงหลักในการที่จะทําให้ประเทศชาตินั้นไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง ผมเองคิดว่าหลักการสําคัญก็คือการที่จะให้ประชาชนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการที่จะมี ผู้แทนราษฎร ๑ สิทธิ ๑ เสียง ๑ คน ซึ่งเปึนหลักสากลที่ประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่ ที่ได้ใช้กัน ก็คือวันแมนวันโหวต ก็คือ ๑ เขต ๑ คน แต่อย่างไรก็ตามผมเปึนห่วงว่าเรื่องของ การโกงการเลือกตั้งตรงนี้ก็เปึนปัญหาสําคัญที่บ่อนทําลายประชาธิปไตยในประเทศของเรา ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่คงจะต้องมาหาทางแก้ไข แล้วก็ติดตามกันนะครับ มันอยู่ที่จิตสํานึก มันอยู่ที่การกระทําของทุกฝ์าย ไม่ว่าจะเปึนผู้ที่เล่นเอง หรือผู้ที่กํากับกติกาด้วย ผมคิดว่า ตรงนี้ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่จะต้องมาหาทางแก้ไข เพราะว่าอย่างไรก็ตามเราก็มีองค์กรต่าง ๆ มีเงื่อนไขต่าง ๆ ในการที่จะไปติดตามควบคุมการรณรงค์หาเสียงที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเองก็คงจะต้องสนับสนุนในหลักใหญ่ว่าเราคงจะต้องไปในทิศทาง ที่เปึนหลักก่อน ก็คือว่าประชาธิปัตย์ก็คงจะต้องให้ประชาชนนั้นมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน
ท่านประธานครับ ในส่วนร่างของ คปพร. ซึ่งยกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาเปึนหลักในการพิจารณา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าขอพูดตรง ๆ นะครับท่านประธาน ผมรับไม่ได้ร่างตรงนี้ ผมว่าชัดเจนแล้ว พวกเราก็ทราบกันดีว่าร่างตรงนี้ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ดี ป้ ๒๕๔๐ แต่เปึนร่างที่มีช่องทางที่จะทําให้ผู้ไม่หวังดีนําไปใช้ในทิศทางที่ไม่ถูกไม่ต้อง แล้วก็พิสูจน์มาแล้วในคดีต่าง ๆ นั้นศาลได้พิสูจน์มาแล้วว่ามีความผิด และมีความผิดนั้น นี่ก็มาจากการใช้ช่องทางทางรัฐธรรมนูญที่เป่ดโอกาสให้ใช้ไม่ว่าจะเปึนการเข้าไปครอบงํา องค์กรอิสระ การเข้าไปใช้ช่องทางทางรัฐสภาในการออกกฎหมายเอื้อประโยชน์กับพวกพ้อง ตรงนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เราจะต้องมีการมาปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นเปึนเหตุผลที่สําคัญที่ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีจุดบกพร่อง เพราะฉะนั้นผมเองไม่เห็นด้วย แล้วก็คงจะไม่ขอรับในเรื่องของร่างของ คปพร. ท่านประธานครับ ต่อกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันต่าง ๆ นานาว่าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรัฐมนตรีนั้น ไม่มีจุดยืนทางการเมืองในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ต้องเรียนว่าเรื่องนี้นี่ต้องให้ความเปึนธรรม แล้วก็ต้องมองย้อนไปว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก่อนที่จะมีการตัดสินใจในการเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้ ท่านประธานครับจริงอยู่ครับพรรคประชาธิปัตย์นั้นเคยมีมติที่จะ ไม่สนับสนุนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญช่วงต้นป้ที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ ช่วงเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมที่มีความวุ่นวายทางการเมืองเกิดการเผาบ้านเผาเมือง กรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศไทยนั้นย่อยยับจากการชุมนุมประท้วงจาก ความไม่หวังดีของผู้ที่มาชุมนุมประท้วงในบางส่วนที่ทําให้เกิดเหตุการณ์ตรงนั้น รัฐบาล โดยการนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เสียสละได้แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นํายอมถอย กลับมา แล้วก็มีการประกาศแผนปรองดองแห่งชาติครับ ซึ่งเปึนแผนที่ทุกฝ์ายทั้งใน และต่างประเทศยอมรับ เปึนแผนที่ทุกฝ์ายเห็นว่าจะเปึนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ทําให้ เกิดทางรอด ทําให้เกิดอนาคตประเทศชาติได้ และสิ่งสําคัญที่สุด ๑ ใน ๕ ข้อของแผนนั้น ที่ทุกคนยอมรับนั้น ก็พูดถึงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเปึนธรรมและยอมรับ และให้เกิดนิติรัฐ นิติธรรมขึ้นในประเทศไทยด้วย เพราะฉะนั้นผมเองคิดว่าการที่รัฐบาล ได้นําเสนอร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนําไปสู่การแก้ไขตรงนี้ ถือว่าเปึนการสะท้อนให้เห็นถึง ความตั้งใจและจริงจังในการที่จะนําแผนปรองดองนั้นให้เกิดเปึนรูปธรรมขึ้น เพราะว่า ๑ ในเงื่อนไขสําคัญในแผนปรองดองนั้นก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความเปึนธรรม และยอมรับได้ ถามว่า ๒ ข้อที่มีการแก้ไขตรงนี้นี่หลาย ๆ คนพูดไปต่าง ๆ นานาว่าเปึน ผลประโยชน์ของคนโน้นคนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ต้องเรียนว่าต้องย้อนกลับไปว่า ๒ ข้อนี้ มาจากไหน ๒ ข้อนี้ก็มาจาก ๖ ข้อที่มาจากคณะกรรมการสมานฉันท์ที่ตั้งโดยรัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็มีทุกฝ์ายเข้ามาร่วมกันไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายวุฒิสภา แล้วหลังจากนั้น ๖ ข้อนั้นรัฐบาลก็นําไปสู่การพิจารณาในคณะกรรมการชุดของอาจารย์สมบัติซึ่งเปึน นักวิชาการที่มีความเปึนกลางเปึนที่ยอมรับ ถ้าไม่มองอย่างอคตินะครับ แล้วสุดท้าย ก็มาเปึน ๒ ข้อที่รัฐบาลเห็นว่าจะมีการแก้ แล้วมีปัญหาน้อยที่สุด และนําไปสู่ประโยชน์ ของประเทศชาติมากที่สุด เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าคงไม่ต้องไปพูดให้เบี่ยงเบนความสนใจ ผมคิดว่าชัดเจนในเรื่องของเหตุผลในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหตุผลที่มาที่ไปของ ๒ ข้อว่ามาอย่างไร ไม่ใช่นายกรัฐมนตรียกเมฆหรือว่าใครหยิบยกขึ้นมาในการพิจารณา
ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายผมอยากจะเรียกร้องว่าวันนี้เรา มาประชุมกันเพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ของประเทศชาติ ๒ ข้อที่รัฐบาลเสนอนั้นก็อยู่ในส่วน ของป้ ๒๕๔๐ เช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากฝ์ายค้านที่ไม่สนับสนุนร่างของรัฐบาล ได้พิจารณาอย่างเปึนธรรมแล้ว ผมคิดว่าก็ควรจะคิดใหม่ว่า ๒ ข้อนี้เปึนส่วนหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เช่นกัน ก็อยากจะให้พิจารณากันใหม่ถ้าหากจะรับหรือไม่รับ อย่างไร สิ่งสําคัญประการหนึ่งผมคิดว่าทางฝ์ายที่เคยสนับสนุนรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีในส่วนของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ก็อยากให้ท่านช่วยใคร่ครวญนะครับ วันนี้ท่านอาจจะมีอะไรที่ติดใจกับการเสนอของนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อยากจะให้มองกลับไปว่าคนอย่างนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คงจะไม่ให้มีใครครอบงําง่าย ๆ ผมคิดว่าทุกคนคงจะเห็นด้วยว่าคนอย่างนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นคงจะไม่ตัดสินใจ บนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนใดส่วนหนึ่ง คงจะตัดสินใจบนพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ประเทศชาติเปึนหลักครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถือว่าเปึนประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอีกหน้าหนึ่งที่รัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาในสภาแห่งนี้ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ได้มีการแก้ไขพิจารณา ตลอดระยะเวลาตั้งแต่เมื่อวานจนกระทั่งวันนี้ ผมมีโอกาสได้รับฟัง การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญจากเพื่อนสมาชิก และได้ประมวลสรุปว่า เพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่ ได้มองว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนรัฐธรรมนูญที่ไม่เปึนประชาธิปไตย เปึนรัฐธรรมนูญที่มี ปัญหา มีที่มาไม่โปร่งใส ไม่ตามครรลองประชาธิปไตย นี่คือข้อสรุป ส่วนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น ทราบว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ก็มีปัญหาบางประการที่ต้อง มีการแก้ไขเช่นกัน สรุปความว่าอยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเปึนฉบับป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๔๐ แต่การแก้ไขนั้นก็มีการนําเสนอจากประชาชนรวบรวมรายชื่อกันประมาณ ๑๐๐,๐๐๐๐ กว่าคน แต่คัดรายชื่อแล้วเหลือ ๗๐,๐๐๐ กว่าคน ได้นําเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่คิดว่าน่าจะเปึนร่างรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดเข้าสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไม่อยากจะกล่าวหา แต่ก็ขอตั้งเปึนข้อสังเกตในความใจแคบ ความไม่ใจกว้างของรัฐบาล และพรรคในรัฐบาล ที่แม้แต่การนําร่างรัฐธรรมนูญที่จะเข้ามาแก้ไขในสภาแห่งนี้ ใช้เวลา แช่อยู่ในสภาเปึนระยะเวลาหลายเดือน ไม่นําร่างรัฐธรรมนูญนี้เข้ามาเพื่อการพิจารณา แล้วนํามาพิจารณาในช่วงท้ายของสมัยประชุม รีบร้อน แล้วก็เวลาจํากัด ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ยังได้ถูกนําเข้าไปก่อนที่จะนําร่างนี้เข้ามาเพื่อไปพิจารณาในพรรคการเมืองบางพรรค แล้วก็มีมติออกมาว่าไม่ควรจะรับร่าง คปพร. หรือฉบับของประชาชน นี่ก็ถือว่าเปึนความใจแคบ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รับฟังจากการนําเสนอร่างของผู้เสนอเลยว่ามีข้อดี ข้อเสียอย่างไร เพราะฉะนั้น ผมถือว่ารัฐบาลใจแคบเกินไปในการที่จะเป่ดใจในการรับร่างรัฐธรรมนูญหลาย ๆ ฉบับ เพื่อการพิจารณา
เรื่องที่ ๒ ที่ผมกล่าวหาว่ารัฐบาลนี้ใจไม่กว้างพอ อย่างเช่นในเรื่องของ การที่จะถ่ายทอดการนําเสนอการพิจารณาของสมาชิกให้ประชาชนได้รับทราบ รับปาก ตอนแรก บอกว่าจะไม่มีการถ่ายทอดสด หลังมาบอกว่ามีการถ่ายทอด พอเอาเข้าจริง ๆ แล้ว บางช่วงบางตอนที่สําคัญ ๆ ไม่ถ่ายทอดเลย อย่างเมื่อวานนี้ ผมตั้งข้อสังเกตจากช่วงเวลา ตั้งแต่บ่าย ๒ โมงเปึนต้นไปจนกระทั่งถึง ๒ ทุ่ม พยายามค้นหาดูว่ามีสัญญาณช่องไหนบ้าง ที่ถ่ายทอด ปรากฏว่ามีการถ่ายทอดกีฬาเอเชียนเกมส์ ทั้ง ๆ ที่ช่อง ๗ ซึ่งเปึนช่องปกติ ที่เขารับถ่ายทอดอยู่แล้วก็ยังมีการถ่ายทอดถึง ๒ ช่อง นี่เปึนความไม่ใจกว้างที่ผมอยากจะ ตั้งข้อสังเกตเอาไว้
เรื่องที่ ๓ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในฉบับที่รัฐบาลนําเสนอเข้ามา ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขเขตเลือกตั้งจากเขตใหญ่เปึนเขตเล็ก ลําพังการแก้ไข เขตเลือกตั้งไม่เท่าไร เพราะว่าในซีกฝ์ายค้านพวกกระผมนั้นได้ผ่านการเลือกตั้งมาทั้ง ๒ ระบบ จะเปึนเลือกตั้งแบบเขตเล็กเบอร์เดียวเขตเดียว หรือจะเปึนเขตใหญ่ ๒ คน ๓ คน พวกเราพร้อมในการที่จะเลือกตั้ง แต่ประโยชน์ที่ท่านนําเข้ามาในตอนนี้ถามว่าเหมาะสําหรับ การที่จะนําเรื่องนี้เข้ามาพิจารณาหรือไม่ ประโยชน์ตกที่ประชาชนหรือไม่ นี่เปึนเรื่องสําคัญ มิหนําซ้ําในร่างของรัฐบาลยังไปลดจํานวน ส.ส. เขตจาก ๔๐๐ คน เหลือ ๓๗๕ คน แล้วไปบวกให้กับ ส.ส. สัดส่วน เดิมทีเดียว ๘๐ คนบวกเข้าไปอีก ๔๐ คน เปึน ๑๒๐ คน จาก ๔๘๐ คน เปึน ๕๐๐ คน และสัดส่วนนั้นจะมีถึง ๑๒๕ คน ท่านประธานที่เคารพครับ ตรงนี้มันเกิดอะไรขึ้น ผมตั้งข้อสังเกตว่าในสัดส่วนที่เกิดเพิ่มขึ้นมานั้นเปึนการเป่ดช่อง ให้กับนายทุน นายทุนที่จะเข้ามาเปึนนายทุนของพรรคการเมือง เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผล ใดเลยที่ทางผู้ร่างเองได้มองว่าประโยชน์ที่จะตกกับประชาชนนั้นคือ ส.ส. เขต ซึ่งอยู่ใกล้ชิด กับประชาชน ท่านไม่ได้มองประโยชน์ของประชาชนเลย แต่ท่านกลับที่จะลดจํานวน เอาจํานวน ส.ส. ที่จะดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิดนั้นไปให้กับนายทุน นี่คือข้อสังเกตที่ผม อยากจะเรียนท่านประธานเพื่อที่จะให้ประธานได้บอกต่อไปยังผู้ร่าง ในเรื่องที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในเรื่องของการเลือกตั้ง เมื่อสักครู่ผมได้กราบเรียนไปแล้วว่า จะเปึนเขตใหญ่ เขตเล็กพวกเราพร้อมในการที่จะรับได้ แต่ในเรื่องของจํานวนมีปัญหา ที่พวกเรานั้นมองว่าไม่เกิดประโยชน์ และการแก้รัฐธรรมนูญนั้นควรจะแก้หลาย ๆ เรื่องที่เปึนปัญหา มีคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาก็บอกว่า ๖ ประเด็น แต่ ๖ ประเด็นก็ยัง ไม่ครอบคลุม เรื่องสําคัญที่สุดที่ไม่มีใครกล้าแตะเลยคือมาตรา ๓๐๙ มาตรา ๓๐๙ ไม่มีใครกล้าแตะเลย กลัวอะไรนักหนา ทําไมไม่กล้าที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากทหาร และไม่เปึนประชาธิปไตย ท่านประธานครับ นี่ฝาก
อีกเรื่องหนึ่ง สําหรับมาตรา ๑๙๐ ที่รัฐบาลอยากจะให้มีการแก้ไขยกเว้น ผมมองว่าเรื่องนี้จริง ๆ แล้วเราในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภามีความภาคภูมิใจที่ได้มี การตรวจสอบกลั่นกรองแนวคิดหรือสิ่งที่รัฐบาลจะไ ปทําการเจรจา หรือไปเซ็นสัญญา กับประเทศต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เราเปึนรัฐสภา ถ้าไม่มีมาตรา ๑๙๐ แล้วรัฐบาลหมกเม็ดไปเซ็นสัญญาเกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ เกิดอะไรขึ้น อยากจะ ฝากท่านสมาชิกทุกท่านได้พิจารณา
สําหรับท่านบอกว่ามันทําให้เกิดการล่าช้าเสียเวลา ขณะนี้ท่านประธาน ก็ขยันอยู่แล้ว ท่านประธานได้เรียกประชุมในทุกสัปดาห์ เรื่องใดด่วนเอาเข้ามาประชุม ทุกวันอังคาร วันจันทร์ประชุมพรรค วันอังคารประชุมรัฐสภา ทุกสัปดาห์ก็สามารถที่จะ แก้ปัญหาได้ เรื่องต่าง ๆ ไม่เคยค้างคาเลย กรอบเจรจาต่าง ๆ ก็จะลื่นไหลได้ อยากจะฝาก ท่านประธานว่าในการที่จะยกเลิกมาตรา ๑๙๐ นั้นจะทําให้รัฐสภานั้นอ่อนแอสูญเสียอํานาจ ในการที่จะตรวจสอบรัฐบาล แล้วเราจะเปึนสภาตรายาง ไม่มีอํานาจในการตรวจสอบ อะไรเลยนะครับ ก็ฝากเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ อีกนิดเดียว ที่เราเสียเวลาในการพิจารณาเรื่องเหล่านี้ผมยังมองว่า ไม่มีความจําเปึนที่จะนําเรื่องนี้เข้ามา ทั้ง ๆ ที่ปัญหาของประเทศชาติมีอีกมากมายเหลือเกิน ปัญหาน้ําท่วม ปัญหาภัยแล้งขวางหน้าเราอยู่ ทําไมไม่หยิบยกเรื่องนี้เข้ามาพูดกันในสภา ทําไมเอาเรื่องที่ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์เอามาพูดกันในสภา ก็อยากจะฝากท่านประธาน นะครับว่าเรื่องนี้ผมอย่างไรก็เห็นด้วยที่มีการแก้ไข แต่อยากให้มีการแก้ไขทั้งฉบับ ก็ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปท่านมณเฑียร บุญตัน ครับ
กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานได้แสดงความเห็นที่จนถึง ณ ขณะนี้กระผมยังไม่มีความเชื่อมั่นและไม่มีความเชื่อถือพอในการที่จะให้การสนับสนุน การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ผมจะให้เหตุผลประกอบการอภิปราย
สาเหตุที่ผมคิดว่าการแก้ไขในครั้งนี้ยังไม่มีน้ําหนักเพียงพอที่จะได้รับ ความเชื่อมั่นจากผมนั้น ก็เพราะว่าผมคิดว่าสังคมไทยเรานั้นเปึนสังคมที่ให้ความสําคัญ กับรัฐธรรมนูญน้อยเกินไป รัฐธรรมนูญในสายตาของประชาชนทั่วไปเปึนของสูงจนกระทั่ง ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงได้ แต่สําหรับผู้มีอํานาจแล้วรัฐธรรมนูญเปึนของเล่น ในรอบ ๗๘ ป้ที่ผ่านมาเราเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญถึง ๑๗-๑๘ ครั้ง บางครั้งเราก็ฉีกทิ้ง บางครั้งเราก็แก้ไขตามสถานการณ์ ซึ่งมันเปึนลักษณะที่ผิดวิสัยของกฎหมายสูงสุด ของประเทศอาจจะเปึนได้ว่าสังคมไทยเราเปึนสังคมที่ยึดถือหลักปฏิบัตินิยม อาศัยสถานการณ์ เปึนตัวชักนํามากกว่าหลักคิดที่เปึนหลักปรัชญา ผมคิดว่าเราคงต้องกลับมาตั้งสตินะครับ ถ้าหลายท่านยังตั้งสติไม่ได้ก็จะเชิญชวนให้ท่านช่วยหลับตาเหมือนที่ผมมองไม่เห็น ถ้าท่านหลับตาเราอาจจะตั้งสติได้ เกิดความสงบ จิตใจไม่หมกมุ่น ไม่มีความขุ่นมัว แล้วเราก็ค่อยมาตั้งตัวกันใหม่ เมื่อจิตใจเราปราศจากอคติแล้วผมคิดว่าเราก็จะกลับไปสู่ การพยายามหาคําตอบโดยที่เรารู้สาเหตุของปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผม ได้เรียนไปแล้วนะครับว่ารัฐธรรมนูญเปึนของเล่นสําหรับผู้มีอํานาจ เพราะว่าเราชอบที่จะ ทําอย่างไรก็ได้เพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจตามอําเภอใจ เสร็จแล้วเราก็ทําอย่างไรก็ได้เพื่อที่จะ รักษาอํานาจที่มีอยู่ สุดท้ายก็คือทําอย่างไรก็ได้เพื่อที่จะกําจัดคู่ต่อสู้ทางการเมืองหรือ คนที่ไม่เห็นด้วยกับเราในทางการเมือง ผมได้มีโอกาสฟังหลายท่านที่เปึนสมาชิกรัฐสภา เมื่อเปลี่ยนสถานะจากฝ์ายค้านไปเปึนฝ์ายรัฐบาล วิธีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องเดียวกัน ก็เปลี่ยนไปจากฝ์ายรัฐบาลมาเปึนฝ์ายค้านก็เปลี่ยนวิธีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องเดียวกัน ไปอีกทางหนึ่ง ยกตัวอย่าง มาตรา ๑๙๐ ซึ่งอยู่ในร่างของรัฐบาลแล้วก็อยู่ในร่างของ พรรคร่วมรัฐบาลด้วย โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่ามีเหตุผลเพียงพอที่ได้รับการแก้ไขครับ แต่อย่างไรก็ตามจุดที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเสนอให้มีการแก้ไข ถ้าท่านจะดูให้ดี จริง ๆ มันอยู่ที่เรื่องของประเภทของหนังสือสัญญาเท่านั้น ถ้าท่านแตะเฉพาะวรรคห้าว่าด้วย เรื่องของการมีกฎหมายที่จะกําหนดประเภทหนังสือสัญญา ผมก็จะมีความสบายใจ ยิ่งกว่านี้ในการที่จะให้การสนับสนุน แต่นี่ท่านก้าวล่วงพ้นไปถึงการจํากัดประเภท ของหนังสือสัญญาที่จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามวรรคสองด้วย ไม่เฉพาะแต่ ในวรรคห้าที่จะไปออกเปึนพระราชบัญญัติ แล้วท่านก็ยังไปแก้ในวรรคสามอีก เพราะฉะนั้น การที่ประชาชนจะมีโอกาสตรวจสอบการกระทําใด ๆ ของรัฐบาล ก็จะมีน้อยลงถ้าท่านดูให้ดี เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าท่านกลับไปทบทวนใหม่ และแก้ไข เฉพาะวรรคห้าก็อาจจะมีน้ําหนักเพียงพอ เพราะคิดว่าฝ์ายบริหารไม่ว่าจะเปึนพรรคใดก็ตาม เข้ามาบริหารประสบความยุ่งยากลําบาก แต่ในขณะที่ท่านยังไม่ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมมีข้อเสนอครับ ผมคิดว่าอาศัยกลไกของรัฐสภาเราก็สามารถที่จะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน สองสภา เพื่อกลั่นกรองเรื่องที่จะเข้ามาสู่การพิจารณาของสภาได้ โดยไม่ต้องเปึนภาระ การตัดสินใจของฝ์ายบริหาร ในเมื่อฝ์ายบริหารเองไม่มั่นใจกลัวว่าจะลงเอยโดยกรณี เดียวกันกับประเทศกัมพูชาเมื่อ ๒ ป้ที่แล้ว ท่านก็ใช้กระบวนการของรัฐสภาแหละครับ กลั่นกรองว่าเรื่องใดควรนําเข้าสู่การพิจารณาของสภาใหญ่ เรื่องใดไม่จําเปึน ความรับผิดชอบ ก็อยู่ที่รัฐสภาครับ ไม่ได้เปึนการบิดเบือนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแต่ประการใด
ส่วนในเรื่องเขตเลือกตั้ง ซึ่งผมคิดว่าแม้ว่าผมจะเห็นด้วยโดยหลักการ ถึงเรื่องของความเท่าเทียมในการใช้สิทธิเสรีภาพในการเลือกผู้แทนราษฎรก็ตาม ผมก็ยังคิดว่าเงื่อนไขในการแก้รัฐธรรมนูญในขณะนี้ยังไม่มีน้ําหนักเพียงพอที่จะนําไปสู่ การแก้ไขครับ เพราะผมคิดว่าการตกผลึกทางความคิดของพี่น้องประชาชนในเรื่องข้อดี ข้อเสียของเขตใหญ่เขตเล็กก็ดี ในเรื่องของการซื้อสิทธิขายเสียงก็ดี ผมคิดว่ามันไม่ได้ มาจากขนาดของเขตนะครับ แต่ผมคิดว่ามันมาจากเรื่องของระบบอุปถัมภ์ มันมาจาก เรื่องของความเชื่อ ความหวังผลดลบันดาลของภายนอก หวังพึ่งวีรบุรุษขี่ม้าขาว แม้กระทั่งผีสางเทวดาเราก็ไม่ละเว้น เรายังมีการบนบานศาลกล่าว คือเราติดสินบน ทั้งมนุษย์ด้วยกันเองแล้วก็ยังติดสินบนเทวดา ไหนเลยครับเราจะไม่มีการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่ว่าขนาดจะเล็กลงหรือใหญ่ขึ้นก็ไม่ได้เปึนการแก้ปัญหาหรอกครับ ฉะนั้นผมคิดว่า การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนเรื่องใหญ่ เปึนเรื่องกติกาสูงสุดของประเทศชาติ ไม่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฉบับป้ ๒๕๕๐ จะมีที่มาอย่างไรก็ตาม ไม่ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ จะมีที่มาอย่างไรก็ตามนะครับ ขณะนี้เราอยู่ในกติกาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ การกระทําใด ๆ ที่จะทําให้มีความรู้สึกหรือความเข้าใจได้ว่าสังคมไทยเรานั้นเอาแต่ใจตัวเอง นึกอยากจะแก้ เมื่อไรก็แก้ นึกอยากจะฉีกทิ้งเมื่อไรก็ฉีกนั้น ผมคิดว่าเราน่าจะต้องพักเรื่องนี้ไว้ ให้เวลา กับการปฏิรูปประเทศไทยโดยเนื้อหาเปึนตัวชี้วัดว่าสมควรที่เราจะแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ในลักษณะใดไม่ดีกว่าหรือครับ ขณะนี้กระบวนการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีเอง ก็ได้ตั้งกรรมการขึ้นหลายชุด กําลังเริ่มศึกษาเนื้อหาอย่างลึกซึ้งให้โอกาสสังคมไทยปฏิรูป ตัวเอง ปฏิรูปสภาวะทางจิตใจ วุฒิภาวะทางการเมือง แล้วเราเอาวุฒิภาวะทางการเมือง เอาความเข้าใจที่มีต่อประชาธิปไตย ซึ่งมีการตกผลึกทางความคิดมาหาวิธีการแก้ไข รัฐธรรมนูญเมื่อเราพร้อม ในขณะนี้เอาเวลาไปออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้ครบ เอาเวลาไปบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งก็มีข้อดีอยู่มากนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการส่งเสริมเสริมสร้างธรรมาภิบาล อาจจะมีข้อเสียอยู่บ้างในเรื่อง ความอ่อนแอ ของพรรคการเมืองก็ดี หรือข้อจํากัดของนักการเมืองบางประการก็ดี ซึ่งผมคิดว่าก็อธิบาย ได้ ก็อาศัยช่วงระยะเวลาที่เราจะปฏิรูปประเทศไทยในเชิงเนื้อหานี่ละครับ นําไปสู่การแก้ รัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบ โดยใช้สติ โดยไม่ถูกครอบงําด้วยวาระแอบแฝงทางการเมืองใด ๆ ผมคิดว่าประเทศไทยจะได้รับอานิสงส์สูงสุดครับ
ท้ายที่สุดนี้ผมอยากจะขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนทั้งหลายได้ให้ความสนใจ ต่อการเมือง ต่อประชาธิปไตย ต่อสิทธิเสรีภาพของตัวเราเอง โดยไม่ยอมตนให้อยู่ภายใต้ การครอบงําใด ๆ ของผู้แสวงหาอํานาจ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ต่อไปท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก ๑๐ นาทีครับ
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๙๐ ค่ะ ท่านประธานคะ เปึนที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าที่มาของมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นมาจากเจตจํานงที่ต้องการตรากฎหมาย เพื่อเปึนการวางแนวทางให้การทํางานของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการทําหนังสือสัญญา ระหว่างประเทศเปึนไปอย่างรอบคอบและโปร่งใส อีกทั้งยังเป่ดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น ให้ฝ์ายนิติบัญญัติได้มีโอกาสถ่วงดุลการทํางาน ของฝ์ายรัฐบาล และยังเปึนการบังคับให้รัฐบาลต้องมีการวางแผนกําหนดมาตรการเยียวยา หากมีผลกระทบด้านลบเกิดขึ้นกับภาคส่วนต่าง ๆ ด้วยเจตนารมณ์ดังกล่าวของมาตรา ๑๙๐ จึงได้มีการกําหนดในวรรคสองไว้ว่า หนังสือสัญญาใดที่รัฐบาลทํากับนานาประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ หากมีผลกระทบต่ออาณาเขตประเทศไทยหรืออธิปไตยของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง รวมถึงถ้าเอกสาร สัญญานั้นมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณอย่างมีนัยสําคัญ เอกสารเหล่านั้น ต้องเสนอเข้าสู่รัฐสภาเพื่อขอการอนุมัติ ซึ่งดิฉันถือว่าเปึนเรื่องที่ดีเปึนเจตนารมณ์ที่น่าชื่นชม ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นะคะ แต่อย่างไรก็ตามเราก็พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐสภาแห่งนี้ ก็คือเราต้องพิจารณาเอกสารมากมาย สืบเนื่องมาจากว่ามีความไม่ชัดเจนในถ้อยคําบางคํา ของรัฐธรรมนูญ ถามว่ามันเปึนความผิดของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ หรือเปล่าที่ไม่สามารถ ลงรายละเอียดทุกประเด็นทุกคําพูด ให้คนอ่านทุก ๆ คนตีความไปในทิศทางเดียวกัน ดิฉันคิดว่าไม่ใช่ความผิดของรัฐธรรมนูญค่ะ เพราะรัฐธรรมนูญเปึนกรอบโครงสร้างของ การบริหารประเทศ เปึนแนวทางในการออกกฎหมายลูก ดังนั้นการระบุรายละเอียดมากจนเกินไป กลับจะกลายเปึนปัญหาในทางปฏิบัติได้ แล้วที่สําคัญ มาตรา ๑๙๐ นี้ได้กําหนดไว้ในวรรคห้า ให้มีการออกฎหมายลูก ซึ่งคือการออกกฎหมายกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือ สัญญาระหว่างประเทศ แต่ ๓ ป้ผ่านไปหลังจากที่เราได้ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ เราก็ยังไม่สามารถออกกฎหมายลูกฉบับที่เราคาดหวังไว้ได้ ถามว่าเราจะแก้ปัญหาของสภา ที่จะต้องพิจารณาเอกสารมากมายในแต่ละครั้งที่มีการประชุมร่วมอย่างไร เพราะว่าแต่ละ ครั้งที่เราต้องรับผิดชอบในการพิจารณาเอกสารหลายฉบับที่มีความหลากหลาย ทําให้รัฐสภาแห่งนี้ ไม่สามารถทําหน้าที่ตามเจตนารมณ์ที่กําหนดไว้ในมาตรา ๑๙๐ ได้ ถ้าจะแก้ปัญหาโดย การกลับไปใช้มาตรา ๒๒๔ ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือมาตรา ๒๒๔ ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับที่พี่น้องประชาชนเสนอเข้ามา ดิฉันก็คิดว่ามันไม่ใช่ทางออกหรอกค่ะ เพราะว่า ในมาตรา ๒๒๔ นั้นไม่ได้ระบุถึงเอกสารสัญญาที่มีผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง หรือเอกสารสัญญาที่มีผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนอย่างมีนัยสําคัญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ และฉบับที่เสนอโดยประชาชนนั้นไม่มี ไม่ได้ระบุถึงเอกสารใน ๒ ลักษณะนี้ ถ้าเราตัดออกไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือมันเปึนการตัดโอกาสที่จะให้ภาคส่วนต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องที่อาจจะได้รับ ผลกระทบจากการทําหนังสือสัญญาในลักษณะนั้น ตัดโอกาสที่เขาจะแสดงความคิดเห็น ตัดโอกาสที่จะให้ฝ์ายนิติบัญญัติจะเข้ามามีบทบาทในการถ่วงดุลอํานาจการบริหารของรัฐบาล ดังปัญหาที่เกิดขึ้นในกรณีการเซ็นเอกสารสัญญาการค้าเสรีระหว่างไทย-จีน ไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ที่รีบดําเนินการลงนามในเอกสารสัญญาโดยที่ไม่ได้ปรึกษาภาคส่วน อย่างรอบคอบทําให้มีผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเปึนผู้ปลูกหัวหอม กระเทียม หรือพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงวัวนะคะ ปัญหาเหล่านั้นยังเปึนปัญหาอยู่ถึงทุกวันนี้ เพราะว่า การรีบลงนามในเอกสารสัญญาโดยไม่พิจารณาอย่างรอบคอบทําให้ไม่มีการกําหนด มาตรการเยียวยาอย่างชัดเจน ดิฉันจึงเห็นว่าการที่จะแก้ปัญหาความไม่ชัดเจนในมาตรา ๑๙๐ โดยการตัด ๒ เอกสารสัญญานี้ออกไปไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง แล้วถ้าถามว่าถ้าจะแก้ไข คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ หรือเปล่า ท่านประธานคะ ดิฉันก็เคยเปึนผู้หนึ่ง ที่อภิปรายไม่สนับสนุนให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ เมื่อครั้งที่คณะกรรมการสมานฉันท์ ได้เสนอมา เพราะดิฉันเชื่อมั่นว่าปัญหาที่รัฐสภาประสบอยู่ไม่ใช่เปึนปัญหาที่ตัวรัฐธรรมนูญ แต่เปึนปัญหาของการไม่ออกกฎหมายลูกที่มีการกําหนดขั้นตอนการจัดทําหนังสือสัญญา ที่ชัดเจน แต่เมื่อเวลาผ่านไปดิฉันก็ตระหนักถึงความจริงแล้วว่าการที่จะออกกฎหมายลูกท่ามกลาง ความไม่แน่ใจของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเปึนคณะรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ หรือกระทรวงอื่น ๆ เขาไม่กล้าออกกฎหมายลูกกันค่ะ เพราะเขาไม่แน่ใจว่าการที่จะ ออกกฎหมายลูกที่ระบุไว้ว่าให้มีกฎหมายกําหนดขั้นตอนการจัดทําหนังสือสัญญานั้น จะสามารถกําหนดประเภทหนังสือสัญญาได้หรือเปล่า ที่เราต้องพิจารณาเอกสารมากมายนั้น เปึนเพราะมีเอกสารหลายประเภทเข้าสู่สภา ดังนั้นทางออกก็คือต้องออกกฎมายลูก ให้แยกประเภทหนังสือสัญญาให้ได้ ๒๔ ประเทศทั่วโลก ในกลุ่มประเทศโออีซีดี (OECD) นี่ เขาก็มีกฎหมายในลักษณะเดียวกับมาตรา ๑๙๐ แต่เขาก็ไม่มีปัญหาเช่นเดียวกับ ประเทศไทยเราค่ะ เพราะว่าเขาสามารถแยกเอกสารประเภทสัญญาได้ชัดเจน ขออนุญาต ยกตัวอย่างอย่างเช่นที่ฝรั่งเศสนะคะ รัฐสภาจะเห็นชอบเฉพาะในกรณีที่เอกสารสัญญานั้น เกี่ยวข้องกับสันติภาพ เกี่ยวข้องกับสนธิสัญญาการค้าหรือที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน รวมถึงอาณาเขตประเทศ ในกรณีของประเทศสหรัฐอเมริกาเขาให้อํานาจประธานาธิบดี อย่างเต็มที่ในการเจรจาและลงนามในสนธิสัญญาจากนั้นค่อยรายงานต่อวุฒิสภา สําหรับกรณีที่เปึนข้อตกลงทางสหรัฐอเมริกาเขาให้อํานาจแก่ฝ์ายบริหารอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่ต้องผ่านเข้ารัฐสภาเลยในกรณีที่เปึนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ การทหารและอื่น ๆ ที่ไม่กระทบต่อสิทธิของประชาชน แต่ถ้าเปึนเรื่องใดที่เกี่ยวข้อง กับการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ประธานาธิบดีต้องปรึกษาหารือกับสภาคองเกรส (Congress) ก่อน นั่นหมายความว่าเขามีกฎหมายเช่นเดียวกับมาตรา ๑๙๐ แต่ว่าเขามี กฎหมายลูกที่แยกประเภทอย่างชัดเจน เมื่อที่ผ่านมาเราไม่มีกฎหมายลูกเพราะเรา ไม่แน่ใจว่าถ้าเราออกกฎหมายแยกประเภทจะเปึนการกระทําเกินอํานาจที่รัฐธรรมนูญ ให้หรือเปล่า เมื่อ ๓ ป้ผ่านไปเราก็ยังกังวลอยู่ วันนี้ดิฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วละค่ะที่จะต้อง แก้รัฐธรรมนูญโดยที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอมาว่าให้เพิ่มข้อความในวรรคห้าจากเดิมนะคะ ให้เปึนให้อํานาจในการออกกฎหมายลูกที่จะแยกประเภทเอกสารสัญญา ซึ่งถ้อยคําอื่น ๆ ก็ยังคงและรักษาไว้เพื่อให้อํานาจในการถ่วงดุลต่อรัฐสภาเหมือนในฉบับของป้ ๒๕๕๐ ดิฉันจึงขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี แต่ก็ขออนุญาตท่านประธานว่านอกจากกฎหมายลูกที่เราจะต้องเร่งออก ซึ่งดิฉันเชื่อว่า ถ้าสภาแห่งนี้รับยอมรับที่จะให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ในอีกไม่นานเราก็คงจะมีกฎหมายลูก แต่เพียงแค่มีกฎหมายลูกที่แยกประเภทเอกสารสัญญาเท่านั้นยังไม่เพียงพอหรอกค่ะ ที่จะให้รัฐสภาของเราดําเนินการได้ตามเจตนารมณ์ของรัฐสภา ดิฉันคิดว่ายังมีความจําเปึน ที่จะต้องมีคณะกรรมาธิการร่วมกัน ๒ สภาที่จะอนุญาตให้ทั้งสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรร่วมกันดําเนินงานพิจารณาเอกสารสัญญาหรือซักถามข้อมูลที่จะเปึน ประโยชน์ต่อการบริหารงานของรัฐบาล ในสหรัฐอเมริกาเองเขาก็มี ๒ สภาร่วมกันระหว่าง วุฒิสภาและผู้แทนราษฎร และในกรณีที่เปึนเอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้าก็จะมี คณะกรรมการพิเศษที่จะพิจารณาเรื่องนี้ และเช่นเดียวกับประเทศออสเตรเลียนะคะ เขาก็มีคณะกรรมการร่วมที่จะปฏิบัติหน้าที่ คอยพิจารณาเอกสารสัญญาก่อนเสนอเข้าสู่ สภาทํางานตลอดทั้งป้ และในกรณีที่เปึนเรื่องเกี่ยวกับการค้า การค้าเสรีก็มีสภาที่ปรึกษา ที่ส่วนงานของรัฐบาลจะต้องขอคําแนะนําจากกรรมาธิการชุดนี้
สุดท้ายดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข เพิ่มเติมของคณะรัฐมนตรี ก็หวังเปึนอย่างยิ่งว่าในอนาคตรัฐสภาแห่งนี้จะได้ร่วมกัน พิจารณาออกกฎหมายลูกเพื่อแก้ไขปัญหาการพิจารณาเอกสารสัญญาของสภา ขอบคุณค่ะ
ต่อไปคุณฐิติมา ฉายแสง ๑๐ นาที ก่อนที่คุณฐิติมาจะอภิปราย เชิญคุณผ่องศรี เพราะว่าบอกมานานแล้ว เชิญครับเดี๋ยวเดียวครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกรัฐสภานะคะ ดิฉันขออนุญาต รบกวนเวลาสั้น ๆ เพื่อเรียนเรื่องของเวลาที่ได้บริหารตกลงร่วมกันไว้ ขณะนี้ทางพรรคร่วมฝ์ายค้าน ได้เหลือเวลาอยู่อีกประมาณ ๑ ชั่วโมง ๒๘ นาที เพราะฉะนั้นขออนุญาตว่าในส่วนของ สมาชิกวุฒิสภานั้นสมาชิกที่เหลือกับเวลาที่เหลือก็พอดีใกล้เคียงกัน เหลือในส่วนของ พรรคฝ์ายค้านที่ดูจากเวลาที่แจ้งมาจะเกินอยู่ประมาณ ๖๐ นาที ก็ขอความกรุณาได้บริหารเวลา แล้วก็ผู้อภิปรายให้ตามที่ตกลงกันไว้ค่ะ ขอกราบเรียนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
คุณฐิติมา เชิญ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ เมื่อวานดิฉันได้ฟังการอภิปราย เรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ของทั้ง ส.ว. และ ส.ส. ทั้งวันทั้งคืนเลยนะคะ และวันนี้ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่ามันมีกันทั้งหมด ๔ ร่างด้วยกัน ร่างของ ครม. ๒ ร่าง แล้วก็ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลที่มี ส.ส. ๑๐๒ คนนั้นไม่ได้ขอแก้ไขมากมายหลายเรื่อง หรือหลายมาตรานัก แต่ว่าร่างของประชาชน ๗๑,๕๔๓ ชื่อที่นําโดยนายแพทย์เหวง โตจิราการ นั้นแก้ไขมากหน่อย ประกอบกับการประชุมร่วมรัฐสภาครั้งนี้เปึนการประชุมในวาระที่หนึ่ง ว่ารัฐสภาแห่งนี้จะรับหลักการหรือไม่ แล้วรับจะรับร่างไหน พี่น้องประชาชนผู้ที่เปึนคอการเมือง ก็คงจะพอเดาออกว่าสภาแห่งนี้จะรับร่างไหนกันแน่ อย่างไรก็ตามเมื่อวานมีพี่น้องประชาชน บางคนโทรศัพท์มาหาดิฉันบอกว่าเขานั้นสับสนแล้วก็เรียงลําดับเหตุการณ์ไม่ถูก เพราะลืมไป ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างในสังคมไทยหรือว่าในสภาผู้แทนราษฎรเรา แต่เขาก็จําได้ว่าในอดีตนั้น มีการเสนอขอแก้ไขเปึนการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว แล้วก็มีการเสนอขอแก้ไข เปึนแบบลักษณะ ๖ ประเด็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ มาประชุมรัฐสภาคราวนี้ เปึนวาระที่หนึ่ง ส.ส. ส.ว. ท่านใดอยากจะอภิปรายเรื่องอะไรเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ได้ ใครจะสนับสนุน ไม่สนับสนุนร่างใดมาตราใดด้วยเหตุผลอะไรก็ว่ากันไป การอภิปราย ในรัฐสภาจึงมีเนื้อหาและมีเหตุผลมากมายเต็มไปหมดทําให้คนนั้นสับสนท่านประธานจริง ๆ แล้ว เนื้อหาเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูว่าจะทําให้ ส.ส. ส.ว. บางคน รวมทั้งพี่น้องประชาชน จํานวนไม่น้อยนั้นสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ท่านประธานคะ แค่จะขอแก้ไขใน ๖ ประเด็น คราวที่แล้วที่เราพูดกันไว้ก็ดูจะยุ่งเหยิงชุลมุนวุ่นวายกันมากมายอยู่แล้วเนื้อหาเยอะ แต่ ณ วันนี้ เนื้อหาที่สามารถจะอภิปรายกันมันยิ่งมากเข้าไปใหญ่เลยเพราะว่ามันมีถึง ๔ ร่างด้วยกัน แถมมันมีวาระซ่อนเร้นแอบแฝงอีก ใครเดาได้ก็คงจะเก่งน่าดู สําหรับดิฉันเองเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง จําได้บ้าง จําไม่ได้บ้าง เดาบ้าง เดาไม่ได้บ้าง แต่ที่แน่ ๆ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๒ ภายใต้สภาพประเทศไทยที่ทุกอย่างไม่แน่นอนอะไรก็เกิดขึ้นได้ คนที่ปฏิบัติ ตามกฎหมายก็อาจจะถูกกล่าวหาว่าทําผิดกฎหมายได้ เพราะฉะนั้นบ้านเมืองมันจึงแปรปรวน ไปหมด ท่านประธานคะ ณ ขณะนั้นทั้ง ส.ส. ส.ว. ร่วมกันลงชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตาม ๖ ประเด็น ลงชื่อกันเปึน ๑๐๐ คนทีเดียว เสร็จแล้วบางคนก็ต้องรีบถอนชื่อออก เพราะมีประชาชนเปึนนายแพทย์คนหนึ่งกับประชาชนอีก ๒๐,๐๐๐ คนมาลงชื่อขอใช้สิทธิ ตามมาตรา ๒๗๑ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ร้องต่อประธานวุฒิสภาให้ถอดถอน ส.ส. และ ส.ว. ที่ไปลงนามเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ เพราะ ส.ส. ส.ว. นั้นขอแก้ไขอะไร แก้ไขรัฐธรรมนูญแบบแบ่งเขตเรียงเบอร์เปึนเขตเดียว เบอร์เดียว ขอแก้ไขมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ให้ช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น หรือว่า ขอแก้ไขมาตรา ๑๙๐ เพื่อกําหนดความชัดเจนในหนังสือสัญญาที่ต้องไปทํากับต่างประเทศนั้น เปึนต้นนะคะ ท่านประธานค่ะ เขาร้องด้วยเหตุผลว่าอะไร ร้องว่า ส.ส. และ ส.ว. นั้นกระทําการ เพื่อตนเอง ขัดต่อมาตรา ๑๒๒ ที่บอก เพื่อกําหนดความชัดเจนในหนังสือสัญญาที่ต้องไปทํากับต่างประเทศนั้น อย่างนี้เปึนต้นนะคะ ท่านประธานคะเขาร้องด้วยเหตุผลว่าอะไร ร้องว่า ส.ส. และ ส.ว. นั้นกระทําการเพื่อตนเอง ขัดต่อมาตรา ๑๒๒ ที่บอกในบรรทัดสุดท้ายว่า เพื่อประโยชน์ต้องปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ส.ว. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เขาร้องด้วยว่าขัดต่อมาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๐ บอกว่า วุฒิสภามีอํานาจถอดถอนเพราะว่า ส.ส.หรือ ส.ว. ส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอีก บอกอีกว่าผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ฐานปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบอีก บอกว่าจะนําไปสู่การถอดถอนและการดําเนินการตามมาตรา ๒๗๕ คือดําเนินคดีอาญากับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็คือให้ศาลสั่งจําคุกนั่นเอง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ส.ส. และ ส.ว. ทําตามกฎหมายทําตามรัฐธรรมนูญด้วยซ้ําตามมาตรา ๒๙๑ ท่านประธานแต่ก็ต้องถูกร้องถอดถอน ท่านประธานคะขณะนี้เรื่องกําลังอยู่ในระหว่าง การดําเนินการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานโดย ป.ป.ช. อยู่ ซึ่งคาดว่า ส.ส. และ ส.ว. ก็กําลังถูก ป.ป.ช. กําลังดําเนินการอยู่หลายคนทีเดียว ท่านประธานเปึนที่น่าสังเกตว่า รัฐบาลขณะนี้ยื่นขอแก้ไขในประเด็นเขตใหญ่มาเปึนเขตเล็กและมาตรา ๑๙๐ เหมือนตอนนั้นเลย เหมือนจริง ๆ แต่ทําไมไม่มีประชาชนเข้าชื่อ ๒๐,๐๐๐ ชื่อมาถอดถอน แล้วดําเนินคดีอาญาหรือร้อง ป.ป.ช. หรือร้องประธาน ส.ว. ดิฉันคิดว่ามันมีวาระซ่อนเร้น แอบแฝงอยู่แน่นอนค่ะท่านประธาน การขอแก้ไขของรัฐบาลเปึนเขตเล็ก แล้วขอ ส.ส. สัดส่วนเปึนเขตที่ใหญ่ขึ้นนั้นมันมีประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์เอง แล้วก็บางพรรค ที่เปึนพรรคเล็กพรรคน้อยอาจจะเปึนเช่นพรรคการเมืองใหม่ก็ได้เขาจึงไม่ร้องถอดถอน แล้วก็เปึนที่น่าสังเกตว่าผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภาแห่งนี้จํานวนไม่มากอาจจะเปึนการชุมนุม แก้เกี้ยวเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วกลับกลายเปึนว่าอาจจะสนับสนุนอยู่ในใจด้วยซ้ําในกลุ่ม ผู้ชุมนุม เพราะฉะนั้นจึงเกิดคําถามว่าทําไมนายแพทย์คนนั้นหรือประชาชน ๒๐,๐๐๐ ชื่อนั้น เขาหายไปไหน ทําไมไม่ออกมาใช้สิทธิตามมาตรา ๒๗๑ และ มาตรา ๒๗๕ แล้วก็จะ กล่าวหาว่า ครม. หรือรัฐบาลซึ่งมี ส.ส. อยู่ในนั้นด้วย กระทําการเพื่อตนเองขัดกับมาตรา ๑๒๒ กับมาตรา ๒๗๐ หรือไม่ เพราะประเด็นนี้เนื้อหาร่าง พ.ร.บ. มันไม่ได้แตกต่างจากญัตตินั้นเลย กลับเห็นว่าการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ เปึนประโยชน์ต่อฝ์ายบริหารแน่ ๆ เลย แล้วก็เปึนไป ตามข้อตกลงที่พรรคประชาธิปัตย์เคยให้คํามั่นสัญญากับพรรคร่วมรัฐบาลตอนสมัย ตั้งรัฐบาลด้วยซ้ํานะคะ ท่านประธานหรือว่ากลุ่มประชาชน ๒๐,๐๐๐ คนนั้นเขาคัดค้าน เฉพาะเปึนตัวเลข ๔๐๐ คนกับ ๑๐๐ คน พอจาก ๔๐๐ คนมาเปึน ๓๗๕ คนเลยไม่คัดค้าน อะไรใด ๆ มันไม่ค่อยจะมีเหตุผลเท่าไรในการที่จะเรียกร้องอะไร กลุ่มประชาชนนั้น ถ้าเขาตีความว่าเพื่อประโยชน์ของตนเองนั้นก็ถือว่าจาก ๔๐๐ คนเปึน ๓๗๕ คน มันก็เพื่อประโยชน์ของตนเอง เพราะฉะนั้นควรจะมีจุดยืนในการที่จะร้องถอดถอน ทีนี้ถามว่าการแก้ไขจาก ๔๐๐ คนเปึน ๓๗๕ คนนั้น มันแก้ทําไม ดิฉันรู้สึกว่ามันไม่ได้ เกิดประโยชน์อะไร หรือว่ามันจะทําให้ปัองกันการซื้อเสียง มันก็ไม่ใช่ เพราะว่าถ้าคน มันจะซื้อเสียงมันก็ซื้อเสียงได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย หากจะพิจารณา แก้ไขรัฐธรรมนูญ ดิฉันมีแนวคิดว่าไม่ควรจะแก้ไขแค่เพียง ๒ ประเด็นท่านประธาน ไม่ใช่แค่เพียงที่มาของ ส.ส. หรือว่ามาตรา ๑๙๐ เท่านั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นสมควร ที่จะแก้ไขหลายประเด็นด้วยกัน หลายมาตราด้วยกัน แล้วก็การที่นายกรัฐมนตรีออกมา อ้างว่าท่านไม่นํามาตรา ๒๓๗ เข้ามาสู่ร่าง พ.ร.บ. ครั้งนี้ เพราะว่ามันเกี่ยวกับการยุบ พรรคประชาธิปัตย์ เดี๋ยวพรรคประชาธิปัตย์อาจจะได้ประโยชน์ก็กรุณาอย่าได้พูดสวยหรู หรือพูดเสียให้ดูเปึนคนดี แท้ที่จริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์นั้นอาจจะถูกยุบพรรค เพราะทําความผิดตาม พ.ร.บ. พรรคการเมือง เนื่องจากการใช้เงินผิดประเภทส่อไป ในทางทุจริต ไม่ใช่โดนยุบพรรคตามมาตรา ๒๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันเองก็เลยไม่ขอรับร่างของรัฐบาล ๒ ร่าง แล้วก็ของพรรคร่วมอีก ๑ ร่าง แต่ขอสนับสนุนร่างของประชาชน ๗๑,๕๔๓ ชื่อที่แก้หลายมาตราหลายประเด็น จะเปึนประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่าค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ผมได้รับหนังสือจากท่านประธานวิป ฝ์ายค้านนะครับ ท่านขอถอนรายชื่อตั้งแต่ท่านวรวัจน์ไปจนหมด แต่ท่านมีเหตุผลว่า ให้ผมเปึนผู้พิจารณา เชิญท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอกราบเรียนท่านประธานในเรื่องรายละเอียด ขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่งนะครับ เนื่องจากว่ารายชื่อที่เราได้ส่งให้ท่านประธานแล้วก็กํากับเวลาไปให้อาจจะต้องมีการปรับปรุง เนื่องจากระยะเวลาตามที่มีอยู่นั้นมันอาจจะน้อยเกินไปสําหรับการแสดงความคิดเห็น แล้วก็ได้นําเรียนในเรื่องของเวลาประกอบกับมอบให้ท่านประธานช่วยพิจารณานะครับ แล้วเมื่อสักครู่ผมก็ได้นําเรียนในเรื่องของเวลากับคุณผ่องศรีว่าอาจจะเออร์เรอ (Error) หรือว่ามีการเพิ่มขึ้นไปบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมจะพยายามทําให้ดีที่สุดเพื่อให้การพิจารณา รัฐธรรมนูญนั้นเปึนไปตามวัตถุประสงค์ของรัฐสภาและสมาชิกทุกท่านครับ
ที่ท่านขีดออกแสดงว่าผู้ที่มีรายชื่อเหล่านี้
คือได้มีการปรับปรุงมาแล้วท่านครับ
ให้ผมปรับปรุง
ผมปรับปรุงพร้อมกับแนบรายละเอียดให้ท่านไปครับ ถ้ามีประเด็นเพิ่มเติมเดี๋ยวฝาก ท่านเลขาธิการ เดี๋ยวผมจะเดินเข้าไปครับ
ผมเห็นรายละเอียดนี้ผมก็เลยตกใจ เห็นขีด ๆ ก็แสดงว่าต้องถอน ผมเข้าใจอย่างนั้น คือในหนังสือที่ท่านบอกว่า
เดี๋ยวท่านประธานให้ท่านเลขาธิการไว้ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะเดินไป ขอบคุณมากครับ
ก็เลยได้รับหนังสือจากท่านเชาวรินธร์ ฉบับหนึ่ง ก็ไม่สามารถที่จะปฏิบัติตามได้เพราะว่ามีคิวครับ เพราะท่านก็อาวุโสแล้ว ถ้าผิดคิวผมก็โดนอีก ฉะนั้นต่อไปเชิญท่านสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล เชิญครับ ต้องตามคิวครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตใช้เวลานี้ได้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่รัฐบาลได้เสนอเข้ามา ๒ ฉบับ และพรรคร่วมรัฐบาลเสนอเข้ามา ๑ ฉบับ และ คปพร. เสนอเข้ามา ๑ ฉบับ ดังนี้ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเริ่มแรกที่จะมีการแก้กฎหมายกันนั้น ก็ดูเหมือนว่าจะเปึนเพื่อเจตนาที่จะให้เกิดการปรองดองและลดความขัดแย้งในขณะนั้น แต่ปรากฏว่าที่มีการนําเสนอเข้ามานั้นมันดูเหมือนว่าจะเปึนการลดความขัดแย้ง ของพรรคการเมืองกันเอง ไม่ได้ลดความขัดแย้งของประชาชนแต่อย่างใด ซึ่งการแก้รัฐธรรมนูญ ตามที่เสนอกันเข้ามานี้ผมยังมองไม่เห็นเลยว่าตรงไหนที่จะเปึนการแก้ความขัดแย้ง ของประชาชน ความขัดแย้งของประชาชนที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาดังกล่าวที่ผ่านมานี้ ที่จะแก้ได้จริง ๆ นั้นก็คือจะต้องแก้โดยให้สังคมนี้เกิดความยุติธรรม เราทุกคนนี่ก็รู้ว่า สังคมจะสงบได้นั้นต้องความยุติธรรมเท่านั้น ไม่ใช่มาแก้รัฐธรรมนูญเพียงข้อสองข้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉบับแรกนั้นเปึนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมเอง ก็มองไม่เห็นว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้นเปึนอุปสรรคในการบริหารราชการแต่อย่างใด ที่ผ่านมาการประชุมของเรานั้นมีอุปสรรค เมื่อพิจารณาดูแล้วนั้นก็เหตุจากองค์ประชุมไม่ครบ องค์ประชุมไม่ครบนั้นเปึนหน้าที่ของรัฐบาลครับ ฝ์ายค้านชื่อก็บอกแล้วฝ์ายค้าน ก็คงไม่มาสนับสนุนรัฐบาลทุกเรื่องแน่นอน ไม่อย่างนั้นต้องเปลี่ยนชื่อเปึนฝ์ายสนับสนุน หรืออะไรก็ตามที เพราะฉะนั้นองค์ประชุมไม่ครบนั้นเปึนเรื่องของรัฐบาล ปรากฏว่า สมาชิกซีกรัฐบาลลาประชุมกัน แล้วก็ทําให้ที่ประชุมล่ม แล้ววันนี้จะมาแก้มาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๐ ในอดีตก็เคยมีปัญหาเปึนอุปสรรคกับการบริหารราชการแผ่นดินอยู่แล้ว การที่นําเข้ามาตรงนี้ในสภาแห่งนี้มันจะเปึนความรอบคอบช่วยกันคิด ช่วยกันดู อย่าให้ไป เพลี่ยงพล้ําเสียท่าการทําสนธิสัญญาต่าง ๆ กับประเทศใด ๆ แล้วก็เสียเปรียบเขา นั่นเปึนเรื่องของมาตรา ๑๙๐
ส่วนฉบับที่ ๒ และฉบับที่ ๓ เนื้อหาส่วนใหญ่ก็เปึนเรื่องเขตเดียว เบอร์เดียว หรือเขตใหญ่เรียงเบอร์อะไรนี่นะครับ ซึ่งผมดูแล้วไม่ว่าจะเปึนเขตเดียวเบอร์เดียว หรือเขตใหญ่เรียงเบอร์ต่างก็มีเหตุผลของตัวเองทั้งนั้นนะครับ แล้วที่สําคัญก็มาจาก ประชาชน ซึ่งประชาชนเปึนผู้เลือกทั้งนั้น
ส่วนฉบับที่ ๔ ที่มาจาก คปพร. นั้นก็มากไป เปึนการแก้เกือบทั้งฉบับ แล้วก็มีความใกล้เคียงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และที่สําคัญคือถูกมองว่ามาจากบุคคล กลุ่มหนึ่ง กลุ่มคนเสื้อแดง ฉะนั้นก็ยังเปึนความเห็นของคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น ถึงแม้จะมี การลงชื่อจํานวนตั้ง ๗๐,๐๐๐ กว่าคนก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับการแก้กฎหมาย รัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อจะทําแล้วนะครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีข้อบกพร่อง ที่เราก็รู้เห็นอยู่แล้ว รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มีข้อบกพร่อง ฉะนั้นเมื่อจะแก้ทั้งทีครับ ก็เอาข้อบกพร่องทั้งหมดมาแก้ไขกัน และที่สําคัญยิ่งไม่ใช่คณะใครคนใดคนหนึ่ง คณะนักวิชาการหรือนักการเมืองเปึนบางกลุ่มจะมากําหนดว่าจะต้องเปลี่ยนอย่างโน้นอย่างนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ หลักประชาธิปไตยนั้น
ข้อแรก ประชาชนคือผู้ที่มีอํานาจสูงสุด ฉะนั้นถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญก็ต้องให้ ประชาชนเขามีส่วนร่วมในทุกขบวน ซึ่งที่ผ่านมานั้นเราก็พบว่ามีความผิดพลาดหลายประเด็น เช่น กรณีของหลาย ๆ มาตราในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับปัจจุบันนี้ ก็ผิดไปจาก หลักประชาธิปไตย ยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๒๖๕ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดถึง เปึนมาตราที่นําความในวรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ ไปใช้กับคู่สมรสและบุตร เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดถึง ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นซ้ําอีกครั้งหนึ่งว่า การที่ไปกําหนดคู่สมรสและบุตรนั้น มาตราอื่นไม่มีเลย มีแต่มาตรา ๒๖๕ มาตราเดียว ที่กําหนดไว้อย่างนั้น คู่สมรสและบุตร ซึ่งทั่วไปเขาจะมีคําต่อว่า บรรลุนิติภาวะ ผมก็ไป เป่ดดูคําว่า บรรลุนิติภาวะ ในพจนานุกรมของราชบัณฑิตสถานเขาให้ความหมายบอกว่า บรรลุนิติภาวะนั้น คือ การพ้นวัยเด็กและให้มีสิทธิและเสรีภาพตามกฎหมาย มาตรานี้ กําหนดไว้อย่างนี้มันต้องผิดซึ่งหลักประชาธิปไตย อันนี้ก็เปึนอันหนึ่งที่ต้องแก้ไข และในมาตรานี้ก็เช่นเดียวกัน ห้าม ส.ส. ส.ว. เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงส่วนราชการ ท่านประธานที่เคารพ ส.ส. ส.ว. นี่มาจากประชาชน ประชาชนเปึนคนเลือกเข้ามาเปึนตัวแทน จะนําความเดือดร้อนของประชาชนไปยังหน่วยราชการไม่ได้เชียวหรือครับ นี่หรือครับ คือประชาธิปไตย มันผิดซึ่งหลักการของประชาธิปไตยโดยแท้จริง ฉะนั้นผมจึงมีความเห็นว่าการจะแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้น ขอให้ทําในคราวเดียว และที่สําคัญยิ่งขอให้มาจากประชาชนให้ประชาชน มีส่วนร่วมทุกกระบวนการ เพราะอํานาจนั้นเปึนของประชาชน ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไปคุณจุมพฏ บุญใหญ่ ๓๓ นาที
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม จุมพฏ บุญใหญ่ ผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. พิกิฏ ศรีชนะ จากจังหวัดยโสธร ท่านมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ จากจังหวัดนนทบุรีที่สละเวลาของพรรคภูมิใจไทย ให้กระผมเปึนผู้อภิปราย ท่านประธานครับ ผมเปึนผู้หนึ่งที่ได้เสนอร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรา ๒ ประเด็น ๒ เรื่อง คือเรื่องของการเข้าสู่อํานาจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเรื่องของการที่รัฐบาลจะต้องไปทําสนธิสัญญาใด ๆ นั้นจะต้องมาขอความเห็นชอบ ต่อรัฐสภา ท่านประธานครับ ในฐานะของการเปึนกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง กระผมได้ใช้งบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรลงสัมมนาประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเปึน ผู้นําท้องถิ่นของอําเภอวาริชภูมิและอําเภอนิคมน้ําอูน ใช้งบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท ได้ขอทราบมติของพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนผู้นําท้องถิ่นทุกหมู่บ้าน ที่เข้าร่วมสัมมนา มติเปึนเอกฉันท์ครับ มาตรา ๑๙๐ ห้ามแก้ไข เพราะฉะนั้นผมจึงไม่ขอรับ ร่างของรัฐบาลที่จะแก้ไขมาตรา ๑๙๐ เพื่อให้เปึนไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน ในเขตเลือกตั้งที่กระผมได้ลงสัมมนา และเสียงเปึนเอกฉันท์เช่นเดียวกันครับ เรื่องการเข้าสู่ อํานาจหรือเขตเลือกตั้งนั้นเสียงเปึนเอกฉันท์ต้องการให้เปึนผู้แทนราษฎรเขตละ ๑ คน คนละ ๑ เขต โดยพี่น้องประชาชนให้เหตุผลว่าเขตกว้าง นานเหลือเกินจะได้พบหน้า ผู้แทนราษฎร มีปัญหาก็ไม่รู้จะไปหาใคร เพราะฉะนั้นกระผมจะได้อภิปรายเพื่อสนับสนุน แนวความคิดของพี่น้องประชาชน และสนับสนุนร่างที่กระผมได้ร่วมเสนอเกี่ยวกับระบบ เลือกตั้ง ท่านประธานครับ มีคําถามท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายและตั้งประเด็น คําถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องเขตเลือกตั้ง เรื่องการเข้าสู่อํานาจของผู้แทนราษฎรนั้น เปึนการแก้ไขเพื่อตนเองหรือไม่ นี่คือคําถามที่ตั้งคําถามไว้ และการแก้ไขนี้จะได้ประโยชน์ ประชาชนและประเทศชาติจะได้ประโยชน์หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ คําอภิปราย ของกระผมจะไม่ข้องแวะพาดพิงการเสียดสีใด ๆ ของเพื่อนสมาชิกที่พยายามจะเสียดสีมา ที่พรรคภูมิใจไทยและที่กระผมครับ ผมจะอภิปรายโดยเนื้อหาและหลักวิชาการเกี่ยวกับ ระบบเลือกตั้งอย่างเดียวเท่านั้น ท่านประธานครับ การเข้าสู่อํานาจทางการเมือง โดยระบบเลือกตั้งในโลกนี้มีเพียง ๓ ระบบเท่านั้น นั่นคือระบบเสียงข้างมาก ระบบสัดส่วน และระบบผสมของเสียงข้างมาก เรามาดูว่าระบบการเลือกตั้งตอบปัญหาใดของการเข้าสู่ อํานาจในการใช้อํานาจปกครองประเทศ การเมืองของประเทศใด ๆ ก็ตามจะมีภาพ หรือนําประเทศชาติไปในทางใดนั้น การเข้าสู่อํานาจเปึนสิ่งสําคัญที่สุด เช่น สหรัฐอเมริกา มีระบบ ๒ พรรคการเมือง ถ้าประเทศไทยต้องการระบบ ๒ พรรคการเมือง มีรัฐบาลที่มี เสถียรภาพ ท่านก็ต้องจัดระบบการเลือกตั้งหรือระบบการเข้าสู่อํานาจที่ตอบโจทย์นี้ให้ได้ ระบบการเลือกตั้งของประเทศเยอรมันเปึนการเลือกตั้งแบบระบบสัดส่วน เสียงของประชาชน ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ไม่มีเสียงใดที่ถูกทอดทิ้ง ไม่ได้รับฟัง ถ้าท่านต้องการให้ เจตนารมณ์ของประชาชนได้รับการสนองตอบทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ตัวแทน ของคนทุกกลุ่มอาชีพ ทุกชนชั้นมีที่นั่งในรัฐสภา ท่านก็ต้องใช้ระบบสัดส่วนของประเทศเยอรมัน ท่านประธานครับ เรามาดูว่าระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้เปึนระบบ การเลือกตั้งชนิดใด ผมขอกราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่า ระบบการเลือกตั้งของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ ไม่ใช่ของใหม่ครับ เปึนระบบที่ใช้มาตั้งแต่การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๑๗ ตั้งแต่สมัยท่านศาสตราจารย์ สัญญา ธรรมศักดิ์ เปึนนายกรัฐมนตรีท่านมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ขอประทานอภัย ที่เอ่ยนามท่าน ท่านประธานครับป้ ๒๕๑๘ เรื่อยมาจนถึงป้ ๒๕๓๙ การเลือกตั้ง ๑๐ ครั้ง ใช้ระบบการเลือกตั้งเสียงข้างมากครับ แต่ไม่ใช่เสียงข้างมากเด็ดขาด นั่นหมายความว่า ผู้เข้าแข่งขันการเลือกตั้งชนะคู่ต่อสู้หรือผู้แข่งขันคนอื่นพียง ๑ คะแนนเสียงก็ได้เก้าอี้ หรือได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร เสียงอื่น ๆ ท่านประธานครับได้รับการทอดทิ้ง กระผม จะยกตัวอย่างให้เห็นชัด กระผมได้รับเลือกตั้งในนามพรรคพลังประชาชนเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ คะแนนเสียงที่กระผมได้รับคือ ๔๔,๕๐๐ คะแนนในขณะที่ผู้มีสิทธิ ออกเสียงเลือกตั้งคือ ๒๐๐,๐๐๐ คน แสดงว่าผมไม่ใช่ตัวแทนข้างมากท่านประธานครับ เพราะคะแนนไม่เกินกึ่งหนึ่งหรือไม่ใช่เสียงข้างมากโดยเด็ดขาด ถ้าเสียงข้างมาก โดยเด็ดขาดต้องได้คะแนนเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในขณะเดียวกันผมได้รับเลือกตั้ง เข้ามาในอันดับที่ ๒ เพราะเขตเลือกตั้งผมมี ๒ คน ถ้าเอาคะแนนของคนที่ได้อันดับที่ ๓ คือพรรคเพื่อแผ่นดิน ลําดับที่ ๔ คือพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาเข้ามารวมแล้ว คะแนน ๒ พรรคนี้รวมกันแล้วจะมีมากกว่าผม คือมีคะแนนถึง ๔๖,๐๐๐ คะแนน แต่ ๔๖,๐๐๐ คะแนนนี้ ถูกตัดทิ้ง ท่านประธานครับนี่คือระบบเลือกตั้งเสียงข้างมากธรรมดา ระบบเลือกตั้ง เสียงข้างมากนั้นเราจะใช้วิธี ๑ เขตมี ๑ คน หรือภาษาที่ท่านพูดประจําก็คือวันแมนวันโหวต ความจริงวันแมนวันโหวตในความหมายที่แท้จริงนั้นคือ ๑ เสียงนับ ๑ คะแนนเท่ากัน ท่านจะเปึนดอกเตอร์ท่านกาบัตรก็นับท่าน ๑ แต้ม ไม่ได้นับท่าน ๒ แต้ม ถ้าจะบอกว่า วันแมนวันเรฟเพอเซนเทอทีฟ (One man One representative) หรือประชาชน ๑ คน ตั้งผู้แทนได้ ๑ คนเท่านั้น เพราะฉะนั้นระบบเสียงข้างมากไม่เด็ดขาดที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใช้อยู่ในขณะนี้ ถ้าเราจะให้ทั้งจังหวัดเปึน ๑ เขตเลือกตั้งก็ได้ครับ แต่ให้ ๑ คนแม้จะมี ผู้แทน ๓ คนก็ให้ท่านทําคะแนนเพียง ๑ คะแนนเท่านั้นกา ๑ แต้มเท่านั้นนับคะแนน แล้วใครได้คะแนนที่ ๑ ก็เปึนผู้แทน ที่ ๒ เปึนผู้แทน ที่ ๓ เปึนผู้แทน ที่ ๔ ก็ไม่ต้องเปึนผู้แทน ท่านประธานครับถามว่าระบบเลือกตั้งที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใช้อยู่นี้ไม่สะท้อน หรือบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างไร พูดปากเปล่าไม่ได้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านตารางคะแนน เพราะว่าเปึนตัวเลข ผลของคะแนนที่เอามาจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ พรรคพลังประชาชนได้คะแนนเสียงจาก เขตเลือกตั้งทั่วประเทศทั้งหมด ๒๖,๙๗๑,๒๓๐ คะแนน คิดเปึนร้อยละ ๓๖.๘๒ ถ้าเราใช้ ระบบสัดส่วนคือทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ประชาชนทุกคนมีตัวแทนของตัวเอง พรรคพลังประชาชนจะได้ผู้แทนราษฎรจากเขตเลือกตั้งเพียง ๑๔๗ ที่นั่งเท่านั้น แต่ปรากฏว่า พรรคพลังประชาชนได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรจากระบบเขตถึง ๑๙๙ คน นั่นคือเจตนารมณ์ ของประชาชนได้ผิดเพี้ยนไป เพราะระบบการเลือกตั้งแบบเสียงข้างมาก
ท่านประธานครับ มาดูคะแนนของพรรคประชาธิปัตย์ครับ พรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคะแนนเสียงในคราวเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ๒๒,๑๒๘,๓๓๔ คะแนน คิดเปึน ๓๐.๒๑ เปอร์เซ็นต์ พรรคประชาธิปัตย์ถ้าได้คะแนนขนาดนี้คิดเปึนสัดส่วนแล้ว คือคิดทุกคะแนนเสียงคํานวณเปึนเก้าอี้ผู้แทนราษฎรออกมา พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ผู้แทนราษฎรเพียง ๑๒๑ ที่นั่งเท่านั้น แต่พรรคประชาธิปัตย์กลับมีผู้แทนจากเขตเลือกตั้ง ถึง ๑๓๑ ที่นั่ง นั่นคือเกินไป ๑๐ ที่นั่งครับ
ท่านประธานครับมาดูพรรคชาติไทยหรือปัจจุบันคือพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติไทยมีคะแนนเสียงจากเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ๖,๔๘๖,๕๕๓ คะแนน คิดเปึน ร้อยละ ๘.๘๕ ควรได้ผู้แทนราษฎรมีที่นั่งจากเขตเลือกตั้ง ๓๕ ที่นั่ง ถ้าเราใช้ระบบสัดส่วนนะครับ แต่ปรากฏว่าน่าเสียดายครับพรรคชาติไทยได้ที่นั่งจากเขตเลือกตั้งเพียง ๓๐ ที่นั่งเท่านั้น คือหายไป ๕ ที่นั่ง มาดูอีกพรรคหนึ่งครับ ยิ่งดูพรรคนี้แล้วสะท้อนใจว่าเจตนารมณ์ ของประชาชนนั้นถูกบิดเบือนโดยระบบการเลือกตั้งเสียงข้างมากที่ใช้อยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั่นคือพรรคเพื่อแผ่นดิน
ท่านประธานครับ พรรคเพื่อแผ่นดินได้คะแนนเสียงจากเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ๖,๖๔๗,๑๙๓ คะแนน คิดเปึนร้อยละ ๙.๐๗ คํานวณเก้าอี้ที่นั่งผู้แทนราษฎรออกมาแล้ว พรรคเพื่อแผ่นดินต้องได้ผู้แทนราษฎร ๓๖ ที่นั่งจากเขตเลือกตั้ง แต่พรรคเพื่อแผ่นดิน กลับมีที่นั่งจากเขตเลือกตั้งเพียง ๑๗ ที่นั่งเท่านั้น
ท่านประธานครับ ผมจะไล่เลียงไปให้หมดเพื่อบันทึกไว้ในรัฐสภา ท่านประธานครับ พรรคมัชฌิมาธิปไตยได้คะแนนเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ๓,๙๑๒,๓๓๐ คะแนน คิดเปึนร้อยละ ๕.๓๔ ควรได้เก้าอี้หรือที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรในระบบเขต ๒๑ เก้าอี้ แต่พรรคมัชฌิมาธิปไตยกลับได้เพียง ๑๑ เก้าอี้เท่านั้น
มาดูพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาท่านประธานครับ ได้คะแนนจากเขตเลือกตั้ง ทั่วประเทศ ๓,๔๘๒,๙๐๔ คะแนน คิดเปึนร้อยละ ๔.๗๕ ควรได้เก้าอี้ถึง ๑๙ ที่นั่ง แต่พรรครวมใจไทยชาติพัฒนากลับได้เก้าอี้ในระบบเขตเลือกตั้งเพียง ๘ ที่นั่งเท่านั้น ท่านประธานครับ มาดูพรรคประชาราช พรรคสุดท้ายที่ได้รับการเลือกตั้ง พรรคประชาราช มีคะแนนจากเขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ๑,๖๗๕,๒๐๕ คะแนน คิดเปึนร้อยละ ๒.๒๙ ควรได้ เก้าอี้ที่นั่งในระบบเขต ถ้าคิดแบบระบบสัดส่วนหรือใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนควรได้ เก้าอี้ถึง ๙ ที่นั่ง แต่พรรคประชาราชกลับได้เพียง ๔ ที่นั่งเท่านั้น นี่คือการผิดเพี้ยนไป ของเจตนารมณ์ของประชาชน เพราะระบบคะแนนที่แพ้ถูกตัดทิ้งครับ
ท่านประธานครับ ย้อนมาที่คะแนนของผมนะครับ ๔๔,๕๐๐ คะแนน ผู้มีสิทธิ ๒๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้น ๑๕๐,๐๐๐ คนไม่ได้เลือกผม ผมจึงไม่กล้าบังอาจ ประกาศว่าผมคือตัวแทนของประชาชนทั้งหมด เพราะ ๑๕๐,๐๐๐ คนไม่ได้เลือกผม ในขณะเดียวกันคนที่ได้อันดับรองผมไป ๒ คนบวกคะแนนกันก็เกินผมแล้ว คนเหล่านี้ ไม่มีตัวแทนเข้ามานั่งเปึนปากเปึนเสียงของเขาในสภาผู้แทนราษฎรเลย เพราะการเลือกตั้ง ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คือการเลือกตั้งระบบเสียงข้างมาก นอกจากนั้นพรรคอื่น ๆ ที่มิได้ รับการเลือกตั้งหรือมิได้รับที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร มีคะแนนเขตเลือกตั้งรวมกันทั้งประเทศ ๑,๙๓๕,๒๓๕ คะแนน คน ๑,๙๐๐,๐๐๐ คนที่เขาไม่ได้เลือกผู้แทนราษฎรแต่เขาเลือกคนอื่น ไม่มีผู้แทนราษฎรของเขาอยู่ในสภา เพราะฉะนั้นกลุ่มผลประโยชน์เหล่านี้จึงกลายเปึน กลุ่มม็อบ (Mob) กลายเปึนกลุ่มผู้ที่เรียกร้องอยู่ข้างถนนหรือไม่ เพราะเขาไม่มีตัวแทน ที่รู้ผลประโยชน์ รู้ความบกพร่อง รู้ความเดือดร้อนของเขา มาเปึนปากเปึนเสียง เถียงแทนเขาในสภา
ท่านประธานครับ นี่คือข้อบกพร่องของระบบเลือกตั้งเสียงข้างมากที่บิดเบือน หรือทําให้เจตนารมณ์ของประชาชนผิดเพี้ยนไป เปึนเหตุผลประการที่ ๑ ที่พรรคภูมิใจไทย เห็นว่าจะต้องแก้ไขระบบเลือกตั้งนี้ มิได้ที่จะแก้ไขเพื่อหวังว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้เข้ามา ในสภาผู้แทนราษฎร โดยที่หลายท่านอภิปรายว่าทําเปึนเขตเล็กเพื่อหวังจะเอาเงินไปซื้อเสียง ถ้าพูดอย่างนั้นท่านประธานครับ พรรคไทยรักไทยเมื่อป้ ๒๕๔๔ ซึ่งเลือกตั้งเขตเล็กก็ซื้อ เสียงมาทุกเขตสิครับ ซึ่งไม่จริงครับ ในขณะเดียวกัน ป้ ๒๕๔๘ พรรคไทยรักไทยได้ ๓๗๑ ที่นั่ง ก็เลือกตั้งเขตเล็ก ซื้อเสียงหรือเปล่า ท่านคงปฏิเสธนะครับ ถ้าท่านปฏิเสธ แล้วการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าใช้ระบบ ๑ เขต ๑ คนแล้วคงไม่อาจกล่าวหาใครได้หรอกครับว่า มีการซื้อเสียง ในขณะเดียวกันท่านประธานที่เคารพ ถ้าหลายท่านบอกว่าเขตเล็กซื้อเสียงง่าย เขตใหญ่ซื้อเสียงยาก แล้วผมถามว่าการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ๗๖ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งใช้จังหวัดเปึนเขตเลือกตั้งนั้นมีการซื้อเสียงหรือไม่ ผมไม่ยืนยันครับ ท่านที่อยู่ในวงการเลือกตั้งท่านคงจะรู้ดี เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเขตเล็ก หรือเขตใหญ่ถ้าแก้ปัญหาเรื่องซื้อเสียงไม่ได้ เพราะเปึนสํานึกของผู้สมัครรับเลือกตั้ง และเปึนสํานึกของประชาชนที่ลงคะแนนที่จะค่อย ๆ เรียนรู้และปรับเปลี่ยนไปว่า การซื้อสิทธิขายเสียงนั้นได้ทําลายผลประโยชน์ของเขาอย่างไร เขาก็จะเลิกเอง ท่านประธานครับ และจริง ๆ แล้วเงินซื้อเสียงไม่ได้ ผมขอยืนยันครับ เพราะอะไร ถ้าเขาไม่เลือก เอาไปให้เท่าไรเขาก็ไม่เลือก แต่เงินเขาจะเอา นี่คือความจริงครับ เพราะฉะนั้นเลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ผมเชื่อว่าคนที่แผ่นเสียงตกร่องซื้อเสียง ๆ ผมปฏิเสธ ผมเข้ามาในสภาแห่งนี้ในนามพรรคพลังประชาชนนั้นด้วยชื่อเสียงเกียรติคุณของอดีต หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ไม่ได้ซื้อเสียงครับ ในขณะเดียวกันผมก็ไม่บังอาจไปพูดว่า คนอื่นซื้อเสียงหรอก แต่ถ้าเขาไม่เลือกก็คือเขาไม่เลือก
ท่านประธานครับมาดูว่าเขตเล็กที่พรรคภูมิใจไทยอยากจะได้นั้น แก้เพื่อพรรคภูมิใจไทยหรือแก้เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ย้อนไปที่ป้ ๒๕๔๔ และป้ ๒๕๔๘ แต่สถิติป้ ๒๕๔๔ ผมหาไม่ทัน ผมหาทันป้ ๒๕๔๘ ใกล้ดีครับ ซึ่งเปึนป้ที่พรรคไทยรักไทยชนะแบบฟัาถล่มแผ่นดินทลาย ๓๗๗ เก้าอี้ ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ทําไมละป้ ๒๕๔๔ เสียงเกินกึ่งโดนใบแดงบ้าง ก็หายไป ป้ ๒๕๔๘ ฟัาถล่มแผ่นดินทลาย เพราะระบบนี้การเลือกตั้งแบบเขตละคน คนละเขตนี้มันนําไปสู่อะไร นําไปสู่การทําให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ นําไปสู่ทําให้ประเทศนั้น เกิดพรรคการเมือง ๒ พรรค ทําไมจึงเกิดพรรคการเมือง ๒ พรรค เพราะประชาชนจะเลือก พรรคใหญ่ที่นํานโยบายไปสู่การปฏิบัติได้ครับ เขาจะตัดสินใจ ไม่มีลูกห้อยไม่มีลูกโหน ความจริงถ้าเลือกเขตใหญ่ผมมีลูกห้อยลูกโหน ท่านประธานครับ ไม่กลัวตก เขตเล็กนี่ ชักไม่มั่นใจ แต่ก็ต้องเอาเขตเล็กเพื่ออะไรครับ เพื่อให้ประเทศนี้ได้มีพรรคการเมือง ๒ พรรค เกิดขึ้น พรรคไหนจะพัฒนาขึ้นไปเปึนพรรคคู่กับพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ว่ากัน อาจจะ พรรคภูมิใจไทยก็ได้ ไม่แน่หรอก ท่านประธานทําไมละเราจึงต้องการให้เกิดพรรคการเมือง ๒ พรรค เพื่อให้รัฐบาลนั้นได้เปึนรัฐบาลเพียงพรรคเดียว เพื่อให้รัฐบาลนั้นได้มีเสถียรภาพ เพื่อให้รัฐบาลนั้นบริหารประเทศได้ครบตามวาระ ๔ ป้ เพื่อให้รัฐบาลนั้นได้นํานโยบาย ที่แถลงไว้ต่อประชาชนไปปฏิบัติให้เปึนจริง แข่งขันกันด้วยนโยบาย ถ้าการแก้ไขด้วยเหตุผล อย่างนี้ประเทศชาติและประชาชนได้ผลประโยชน์อย่างนี้ ผมถามท่านประธานว่า พรรคภูมิใจไทยและพรรคชาติไทยพัฒนาที่เสนอแก้กฎหมายนี้ แก้เพื่อตัวเองหรือ แก้เพื่อฆ่าตัวเองนะครับนี่ ท่านประธานครับ แล้วจุดอ่อนของระบบนี้มีไหม ถ้าเราจะเอา ระบบการเลือกตั้ง การนําเข้าสู่อํานาจนั้น ระบบมันจะมี ๒ คําตอบ คําตอบที่ ๑ คือเรา ต้องการเสถียรภาพของรัฐบาลหรือเราต้องการเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน ถ้าเรา ต้องการเสถียรภาพของรัฐบาลหนีไม่พ้นเขตละคน คนละเขต ๑ คนนับ ๑ คะแนน และต้องตัดระบบสัดส่วนหรือระบบบัญชีรายชื่อภาษาฝรั่งว่าปาร์ตี้ลิสท์ทิ้งครับ ถ้าจะให้มี ผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คน ก็ ๕๐๐ เขต ไม่ต้องมีประเภทนายทุนบินมาลงที่ปาร์ตี้ลิสท์ ไม่ต้องมีครับ ทุกคนลงไปยกมือไหว้ กราบไหว้ประชาชนเท่ากันหมด ๕๐๐ เขต ๕๐๐ คน หัวหน้าพรรคก็ต้องไปยกมือไหว้เหมือนกัน เขตใครเขตมัน ไม่ต้องมีปาร์ตี้ลิสท์เพื่ออะไร เพื่อตัดนายทุนครับ ทําอย่างนี้ถ้าการเลือกตั้งเข้าสู่ระบบนี้ผมรับประกันและพูดบันทึกไว้ ในสภาว่าไม่เกิน ๓ การเลือกตั้งประเทศไทยจะมีพรรคการเมืองเหลือ ๒ พรรค แต่พรรคอะไร ไม่ทราบ ๑. ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่น่าจะตาย แต่อีกพรรคหนึ่งที่จะคู่กันมานั้น ก็คาดว่าน่าจะเปึนพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทยละก็ไม่แน่ ไม่มีอะไรแน่หรอกครับ อยู่ที่ว่าท่าน อยู่ที่ว่าท่านจะทําประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้หรือไม่เพียงใด แต่จริง ๆ แล้ว ก็คือประโยชน์ที่ประเทศและประชาชนจะได้ถ้าใช้ระบบนี้คือการเมืองมั่นคง รัฐบาล มีเสถียรภาพ แก้ปัญหาประชาชนได้โดยนโยบาย นี่จึงเปึนคําตอบที่กระผมขอกราบเรียนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยวิธีนี้ไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ไม่ใช่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมีระบบซ่อนเร้น แล้วมาดูสิครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญถ้าเปึน เขตละคน คนละเขตเพื่อมุ่งไปสู่การเกิดรัฐบาล ๒ รัฐบาล ประเทศที่มีพรรคการเมือง ๒ พรรคและรัฐบาลพรรคเดียวนั้นมีจุดบกพร่องไหมครับ มี ท่านประธานครับ มาดูสถิติ ป้ ๒๕๔๘ ที่พรรคไทยรักไทยทําให้ฟัาถล่มแผ่นดินทลาย พรรคไทยรักไทยได้ ส.ส. จากระบบเขต ๓๑๐ คน คะแนนของพรรคไทยรักไทยจากระบบเขตละคน คนละเขต ทั่วประเทศทั้งหมด ๑๖,๕๒๓,๓๔๔ คะแนน คิดเปึนร้อยละ ๕๑.๑๐ ถ้าคํานวณแบบ ระบบสัดส่วนคือคํานวณแบบระบบที่ไม่ทิ้งคะแนนของประชาชนแม้แต่เสียงเดียว ให้ทุกเสียงมีความหมาย พรรคไทยรักไทย ป้ ๒๕๔๘ ควรได้เก้าอี้เพียง ๒๐๕ เก้าอี้ จากระบบเขต แต่ปรากฏว่าพรรคไทยรักไทยได้ ๓๑๐ เก้าอี้ นั่นแสดงว่าเจตนารมณ์ ของประชาชนได้ผิดเพี้ยนไปถึง ๑๐๕ เก้าอี้ เพราะระบบเสียงข้างมากเหมือนกัน เนื่องจาก การเปึนเขตละคน คนละเขตก็คือเสียงข้างมาก เพียงแต่เสียงข้างมากที่ ๑ เขตมี ๑ คน ป้ ๒๕๕๐ เปึนเสียงข้างมาก แต่ ๑ เขตมี ๑ คน มี ๒ คน มี ๓ คน หมายความว่ายังเปึน ระบบเสียงข้างมากเหมือนเดิม จึงเปึนระบบเลือกตั้งที่ผิดเพี้ยน เจตนารมณ์ของประชาชน ผิดเพี้ยน แต่ก็ยังดีกว่าระบบของป้ ๒๕๕๐ ที่นอกจากเจตนารมณ์ของประชาชนผิดเพี้ยน แล้วยังทําให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพครับ ซึ่งก็เห็น ๆ กันอยู่ครับตั้งแต่ป้ ๒๕๑๘ มาจนถึง ป้ ๒๕๓๙ เห็น ๆ กันอยู่ว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพครับ และปัจจุบันนี้รัฐบาลก็ไม่มีเสถียรภาพ มันอยู่ได้อย่างไรก็เปึนน่าอัศจรรย์อยู่
ท่านประธานครับ มาดูพรรคประชาธิปัตย์ ป้ ๒๕๔๘ พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนจากระบบเขตเลือกตั้ง ๔๐๐ เขตทั่วประเทศ ๗,๔๐๑,๖๓๑ คะแนน คิดเปึน ร้อยละ ๒๒.๘๙ คิดเก้าอี้ออกมาถ้าให้ตามระบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ควรได้ ผู้แทนราษฎร ๙๒ คนครับ แต่ปรากฏว่าจริง ๆ แล้วป้ ๒๕๔๘ พรรคประชาธิปัตย์ได้น้อยไป เพราะพรรคประชาธิปัตย์ได้แค่ ๗๐ คน เห็นไหมครับ นี่คือความผิดเพี้ยนของเจตนารมณ์ ของประชาชนอันเกิดเนื่องจากระบบเลือกตั้งเสียงข้างมาก ไม่ว่าจะเสียงข้างมากเขตละ ๑ คนหรือเสียงข้างมากเขตละ ๑ คนถึงเขตละ ๓ คน เพราะคะแนนที่แพ้ถูกตัดทิ้งครับ ในขณะที่บางเขตนั้นอาจจะแพ้ชนะกันที่หลักพัน บางคนอาจจะได้ ๙๐,๐๐๐ คะแนน หรือได้ ๔๐,๐๐๐ คะแนน อีกคนหนึ่งได้ ๓๐,๐๐๐ คะแนน ๓๐,๐๐๐ คะแนนไม่มีความหมายเลย ทําให้เก้าอี้หรือที่นั่งของสภาผู้แทนราษฎรไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน
มาดูพรรคชาติไทย ซึ่งได้เก้าอี้เหมือนกันในป้ ๒๕๔๘ พรรคชาติไทย ได้คะแนน ๓,๑๑๙,๔๗๓ คะแนน คิดเปึนร้อยละ ๙.๖๕ ควรได้ผู้แทนราษฎร จากเขตเลือกตั้งถ้าใช้ระบบสัดส่วนทุกเสียงมีความหมาย พรรคชาติไทยต้องได้เก้าอี้ หรือที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร ๓๙ ที่นั่ง แต่ความจริงพรรคชาติไทยกลับได้เพียง ๑๘ ที่นั่ง เท่านั้น เห็นไหมนี่คือมันผิดเพี้ยนอย่างไร พรรคไทยรักไทยไม่ควรได้ขนาดนั้นถ้าใช้ ระบบสัดส่วน ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย เปึนไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน แต่พอใช้ระบบเสียงข้างมาก เก้าอี้มันเลยไปอยู่ที่พรรคไทยรักไทย
ท่านประธานครับ พรรคมหาชนนี่น่าเสียดายครับ พรรคมหาชนได้มา ๒ คน ซึ่งความจริงไม่ใช่ ถ้าใช้ระบบสัดส่วนทุกคะแนนเสียงมีความหมายไม่ตัดคะแนน ที่แพ้ทิ้ง นํามาคํานวณเปึนเก้าอี้ ท่านประธานครับ พรรคมหาชนได้คะแนนเลือกตั้งไม่ได้น้อยกว่าพรรคชาติไทยเลยครับ ได้ ๒,๒๒๓,๓๙๙ คะแนน แต่ ๒,๒๒๓,๓๙๙ คะแนนกลับได้ ส.ส. เขตเพียง ๒ คนเท่านั้น แต่ถ้าคิดโดยระบบสัดส่วน พรรคมหาชนควรได้เก้าอี้ หรือที่นั่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึง ๒๘ ที่นั่ง เห็นไหมครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหายไป ๒๖ คน นี่คือความผิดเพี้ยน บกพร่องของระบบเลือกตั้งเสียงข้างมาก ซึ่งใช้อยู่ในการเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญในอดีตไล่มาตั้งแต่ป้ ๒๕๑๗ ท่านประธานที่เคารพ รัฐสภาแห่งนี้จะต้องพิจารณาว่าท่านต้องการรัฐบาลพรรคเดียว ประเทศมี ๒ พรรคการเมือง การบริหารประเทศชาติเปึนไปโดยสงบราบรื่นครับ หรือท่านต้องการให้เจตนารมณ์ ของพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกคะแนนเสียงได้รับการพิจารณา ทุกกลุ่มผลประโยชน์ มีตัวแทนของตัวเองเข้ามานั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเปึนปากเปึนเสียงให้กับกลุ่ม ผลประโยชน์เหล่านั้น ถ้าท่านบอกว่าไม่แก้ละ ไม่เอาละ เพราะแก้เพื่อตัวเอง เพราะแก้ว่า มีข้อตกลงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลกับท่านนายกรัฐมนตรี เพราะยังไม่เหมาะสม ท่านจะรอ เวลาไหนล่ะครับ แล้วท่านจะให้ประเทศนี้มีรัฐบาลที่เสถียรภาพก็ไม่มี เจตนารมณ์ ของประชาชนก็ไม่สะท้อน ผ่านระบบเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้อีกต่อไปหรือ ถ้าท่านบอกว่าต้องยุติการที่จะให้ประเทศนี้มีรัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ ยุติที่จะให้ประเทศนี้ มีผู้แทนที่ไม่สะท้อนต่อเจตนารมณ์ของประชาชน ให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิมีเสียงเท่ากัน และคะแนนเสียงได้รับพิจารณาครับ ท่านต้องหยุดการใช้ระบบเลือกตั้งเสียงข้างมาก ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั่นคือต้องแก้ไข ส่วนจะแก้อย่างไรไปว่ากันชั้นคณะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ถ้าท่านต้องการให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ผู้แทนราษฎรสะท้อน เจตนารมณ์ของประชาชน ต้องใช้ระบบสัดส่วนครับ คํานวณเลยครับ ถ้าจะเอาสัดส่วน สัก ๒๕๐ ดีไหม อันนี้เสนอเปึนรายละเอียดเท่านั้นนะครับ เขต ๒๕๐ หรือถ้าจะเอารัฐบาล พรรคเดียว ประเทศมี ๒ พรรค ท่านก็ต้องเอาเขตละคน คนละเขต แล้วก็ยกสัดส่วนทิ้ง ๕๐๐ เขตก็ว่าไปเลย ท่านประธานที่เคารพ ผมเสนออย่างนี้ครับ เสนอให้ใช้ระบบผสมครับ และผมมีความเห็นว่าในขณะที่ประเทศชาติของเราขณะนี้มีความแตกแยกร้าวฉาน โดยบางครั้งก็หาสาเหตุของความแตกแยกนั้นไม่ได้ เพียงแต่ท่านชี้หน้าด่าผม ผมชี้หน้า ด่าท่านกลับ ด่ากันไปด่ากันมาหาสาเหตุไม่ได้เหมือนน้ําผึ้งหยดเดียว ถ้าเราจะให้ สมัครสมานแล้ว ผมอยากจะให้ใช้ระบบผสมให้คํานึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนด้วย นั่นคือใช้ทั้งระบบสัดส่วนและใช้ทั้งระบบเสียงข้างมากมาผสมกัน ใช้เขตละ ๑ คน ใครชนะเลือกตั้งในระดับเขตก็ให้ท่านได้เปึนผู้แทนราษฎรไปเลยในระดับเขต ส่วนในระดับ สัดส่วนหรือบัญชีรายชื่อนั้นก็เอาคะแนนของทั้งประเทศมาคํานวณว่าพรรคการเมืองใด ควรได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรจํานวนเท่าใด เมื่อได้ตัวเลขว่าพรรคใดควรได้จํานวน เท่าใดแล้ว จึงเอาจํานวนเก้าอี้ของเขตเลือกตั้งนั้นมาหักออกจากยอดเต็มของพรรคการเมือง ที่ควรจะได้เก้าอี้ผู้แทนราษฎร ถ้ายังได้ไม่ครบตามสัดส่วนที่ควรจะได้ ก็เพิ่มเข้าไปที่ระบบ บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ถ้าเปึนอย่างนี้แล้วพี่น้องประชาชนที่เปึนพรรคการเมืองเล็ก ๆ ที่มีฐานคะแนนเสียง ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ คน กลุ่มพี่น้องเกษตรกรก็หาผู้แทนราษฎรของตัวเองในสภาได้ยากเหลือเกิน อาจจะเปึน พรรคเล็ก ๆ มีสมาชิกเปึนเกษตรกรอยู่ ๗๐๐,๐๐๐ คน หรือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ก็อาจจะมี เก้าอี้ของพรรคเกษตรกร ๑ เก้าอี้ หรือพรรคแรงงาน ๒ เก้าอี้ เพื่อมาสะท้อนปัญหา ของพี่น้องประชาชนเหล่านั้นในสภาผู้แทนราษฎรได้
ในที่สุดนี้ท่านประธานครับ กระผมขอสรุปประเด็นอภิปรายว่าการเสนอแก้ ระบบการเลือกตั้งหรือระบบการเข้าสู่อํานาจของพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งผมเปึนผู้หนึ่งที่ลงชื่อ ในนั้น มิได้เสนอแก้เพราะเพื่อที่จะให้ตัวเองได้ผลประโยชน์ ด้วยเหตุผลที่อภิปรายมา และมิได้เสนอแก้เพราะว่ามีผลสัญญาใด ๆ อันนี้ผมไม่อาจพูดแทนท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มีผลสัญญาใจใด ๆ หรอกครับ แต่ว่าถึงเวลาหรือยัง หรือเราจะปล่อยให้เกิดรัฐบาล ไร้เสถียรภาพขึ้นมาอีกในการเลือกตั้งครั้งหน้าแล้วก็มีปัญหาอีกต่อไป หรือเราจะเริ่มแก้เสีย ตอนนี้ แก้เสร็จแล้วก็ยุบสภาไปเลือกตั้งเข้ามาครับ ท่านประธานครับ และกระผมอยากจะ กราบวิงวอนว่าสําหรับท่านที่จะเปึนคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ขอได้โปรดพิจารณา การเลือกตั้งระบบผสมที่ใช้สัดส่วนและเสียงข้างมากให้ผู้แทนราษฎรสะท้อนต่อเจตนารมณ์ ของพี่น้องประชาชน และให้พี่น้องประชาชนได้เข้ามามีสิทธิมีเสียงในสภาผู้แทนราษฎร ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ต่อไปก็เปึนท่านเรวัต ท่านคํานูณ แล้วก็ท่านอรรถวิชช์นะครับ เชิญท่านเรวัตครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต สิรินุกุล ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งขณะนี้รัฐสภา กําลังพิจารณาอยู่ก็มีทั้งหมด ๔ ร่างด้วยกันนะครับ ก็มีของฉบับประชาชน ของรัฐบาล ๒ ฉบับ แล้วก็ของท่านผู้มีเกียรติ ส.ส. อีก ๑ ฉบับ ในการเสนอร่างของฉบับประชาชน เปึนที่น่าสนใจเพราะว่าประชาชนจํานวนถึง ๗๑,๕๔๓ คนเสนอมา ที่น่าสนใจก็คือว่า เปึนการนําเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ขึ้นมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง และศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นได้พูดไว้ชัดเจนครับ ได้รายงานระบุชัดเจนเลย และคณะกรรมการชุดนี้เปึนผู้ทรงคุณวุฒิ มาจาก ส.ส. ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ส.ว. แล้วก็ข้าราชการผู้มีความรู้ บอกไว้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนการยอมรับ ของสังคมไทย แล้วก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในระบอบประชาธิปไตยและเปึนของประชาชน โดยแท้จริง ตรงนี้ครับเปึนเรื่องสําคัญ แล้วก็ทําให้ผู้ร่างคือ สสร. นั้นมีเจตนาอย่างแน่วแน่ ที่จะให้รัฐธรรมนูญพรรคการเมืองเข้มแข็ง แล้วก็มีการบริหารประเทศชาติอย่างมีเสถียรภาพ แล้วก็เปึนไปตามความหวังที่ สสร. ต้องการ นั่นก็คือในช่วงระยะป้ ๒๕๔๔-๒๕๔๙ ต่อป้ ๒๕๔๘ ด้วย พรรคไทยรักไทยได้รับเลือกมาเปึนรัฐบาลในครั้งแรกมากที่สุด แล้วก็ สุดท้ายเปึนพรรคเดียว สมเจตนารมณ์ของผู้ร่าง จนทําให้ประเทศชาตินี่ครับท่านประธาน ประเทศไทยเราไม่เคยเจริญมากมายถึงขนาดนั้นก็เจริญรุ่งเรืองอย่างที่สุดครับ โดยมี พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เปึนนายกรัฐมนตรี ตรงนี้ใครปฏิเสธไม่ได้ ได้นําเอาสิ่งที่ท่านมีความรู้เฉียบแหลมในนโยบายต่าง ๆ ไม่ว่าเงิน ๓๐ บาทรักษาทุกโรค เอสเอ็มอี (SME) เอสเอ็มแอล (SML) กองทุนหมู่บ้าน ประกันราคาพืชผล ทางการเกษตร จนจํานําราคาข้าว ท่านประธานครับ แล้วก็ราคาข้าวก็ดี มันก็ดี อ้อยก็ดี พืชผลทางการเกษตรทุกชนิดราคาสูงขึ้นหมด พี่น้องประชาชนกินดีอยู่ดี นี่คือสิ่ง ที่ทําให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จับต้องได้ทําได้ แล้วก็เปึนประโยชน์ต่อพี่น้อง โดยแท้จริง ทีนี้พอมาถึงป้ ๒๕๔๙ ครับท่านประธาน ในที่สุดครับในร่างรัฐธรรมนูญ ชุดที่ผ่านมานั้น สสร. เขายังบอกไปอีกว่าถ้าผมจําไม่ผิดผมยังจําได้ว่า จะไม่มีการปฏิวัติ รัฐประหาร เพราะรัฐบาลเข้มแข็ง แต่ในที่สุดครับวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ปฏิวัติ เรียบร้อย ฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทิ้งไป แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นยังบอกไปอีกว่าป้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนรัฐธรรมนูญที่นําไปสู่วิกฤติ ที่สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ ทั้งทางด้านการเมือง การเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมอันดีงามของคนไทย ตลอดจนสถานภาพของประเทศในสายตาของชาวโลก ปัญหาต่าง ๆ ยังคุกรุ่นถึงวันนี้ นี่คือที่มาของป้ ๒๕๕๐ ไม่เปึนระบอบประชาธิปไตย แล้วเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ เมื่อเปึนเช่นนี้เปึนทางหนึ่งไหมเพื่อสกัดกั้นความเจริญเติบโต ของพรรคไทยรักไทยของท่าน พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปึนการสกัดกั้นไหมครับ จะมองไปทางอื่นไม่ได้ เมื่อเปึนอย่างนี้ครับท่านประธาน ก็เลย มีเสียงวุ่นวายมากมาย แล้วตรงนี้ที่ สสร. บอกว่าจะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารท่านเชื่อได้ อย่างไร ผมไม่เชื่อ เพราะถ้าหากว่าจะทําให้เกิดรัฐประหารหรือปฏิวัตินั้นง่ายนิดเดียว เพราะมีฝ์ายหนึ่งที่จะล้มล้างอยู่แล้ว ถ้าเกิดพรรคไทยรักไทยโตขึ้นมา เสร็จแล้วเปึนอย่างไร พอเลือกตั้งป้ ๒๕๕๐ มาเปึนพรรคพลังประชาชนครับ พรรคไทยรักไทยถูกยุบ ก็ได้ นายกรัฐมนตรีท่านสมัคร สุนทรเวช ซึ่งท่านถึงแก่กรรมไปแล้ว แล้วก็มาท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เปึนนายกรัฐมนตรี แล้วเปึนอย่างไรครับ ยุบอีก ยุบพรรคพลังประชาชนไปอีก มาเปึนพรรคเพื่อไทย แล้วก็มาเปึนฝ์ายค้านทุกวันนี้ ท่านประธานครับไม่ว่ากรณีใด ๆ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็จะต้องคํานึงถึงสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไร แล้วก็คํานึงถึงพรรคการเมืองอย่างไรให้รัฐบาลมีเสถียรภาพบริหารประเทศชาติ ไปอย่างไร นี่คือเจตนาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อเปึนอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมเห็นด้วย ที่ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติได้พูดไปเมื่อกี้นี้ว่าจะทํากันอย่างไร เมื่อมีการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เปึนการแสดงออกของพี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทยรอพิสูจน์ผลงาน ของรัฐบาล จากวันนั้นถึงวันนี้ได้เกิดประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไรหรือไม่ ในสายตาของประชาชนไม่มีเลย พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ครับ ประเทศชาติเสียหายเพราะประชาชนแตกแยก นั่นคือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเราจะต้อง แก้ไขกันต่อไป เมื่อเปึนเช่นนี้คณะกรรมการสมานฉันท์ก็ได้เสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๖ ประเด็น แต่เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่า ๔ ประเด็นนั้นไม่รับ รับไม่ได้ เพราะทําให้เกิดประโยชน์ต่อนักการเมือง รับอยู่ ๒ ประเด็น คือการแก้ไขที่มาของ ส.ส. แล้วก็ มาตรา ๑๙๐ กระผมได้ฟังท่านสมาชิกผู้มีเกียรติแห่งรัฐสภานี้ได้พูดไปในมาตรา ๑๙๐ พอดี และการเลือกตั้งที่แก้ไขเปึนเขตเล็กก็ดี ความจริงเขตเล็กเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่แล้ว แล้วเขาเห็นดีเห็นงามอยู่แล้ว แต่เพื่อการสกัดกั้นที่จะไม่ให้เจริญเติบโตของพรรคการเมือง ก็เลยแก้ในป้ ๒๕๕๐ เปึนเขตใหญ่ มาแก้เขตเล็กใหม่ ท่านประธานครับ การแก้ไขเช่นนั้น ไม่สําคัญ สําคัญอยู่ที่ว่าให้เหลือ ๓๗๕ คน แล้วก็เปึนบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน เปึน ๕๐๐ คน มี ส.ส. ๕๐๐ คน ตรงนี้ก็มองครับ ก็มองดูไปว่ามีการพูดไปว่าตรงนี้จะมีส่วนได้ส่วนเสีย ของพรรคการเมืองหรือไม่ กระผมเข้าใจว่ามี แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านว่าการเลือกตั้งทุกครั้งเปึนบทพิสูจน์ ผมยังเชื่อมั่นอยู่ว่าพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวภาคอีสาน ภาคเหนือ เปึนผู้ที่มีความจดจํา แล้วฝังใจใครจะไปอย่างไรก็คงไม่ได้ ฝังใจอยู่ว่าสิ่งที่เขาได้รับเขาเกิดประโยชน์อะไรไหม ในช่วงที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเปึนนายกรัฐมนตรี ตรงนี้ครับ นี่คือสิ่งที่จะพิสูจน์ต่อไป ผมก็เลยคิดว่าในการจะให้ได้กรณีใด ๆ ก็แล้วแต่ นั่นเปึนอีกเรื่องหนึ่งแต่คงจะลบเลือน ความรู้สึกความฝังใจของพี่น้องประชาชนคงไม่ได้
ในมาตรา ๑๙๐ ที่แก้ไข กระผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ที่ได้พูดไปว่าถ้าหากจะออกกฎหมายเพื่อรองรับแก้ไขเพียงมาตรา ๑๙๐ แล้วไม่ต้อง ส่งรัฐสภาให้พิจารณานั้นความจริงก็เปึนเรื่องดีครับ แต่นั่นรัฐสภาจะไม่ได้รู้อะไรเลย แล้วก็ไปแก้ไขอย่างไรก็ไม่รู้ การที่ให้รัฐสภารับรู้ ส.ส. ส.ว. รับรู้ รัฐสภาแห่งนี้ นั่นก็คือ ประชาชนรับรู้ ประชาชนจะได้ทราบครับ กระผมคิดว่าตรงนี้ก็ไม่น่าจะแก้
ท้ายที่สุดครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับ การที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนที่เสนอโดยประชาชน ๗๑,๕๔๓ คน เพราะนั่นคือเอากฎหมายหรือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๔๐ มาใช้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไปเชิญท่านคํานูณครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ พูดกันมายาวนานผมขอสรุปว่าการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เข้ามาเที่ยวนี้ ๒ ร่างของคณะรัฐมนตรีนั้นมีเจตนาเล็งเห็นผลที่ต้องการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ เปึนหลัก ส่วนประเด็นอื่นนั้นก็เสนอเข้ามาเพื่อให้ได้ชื่อว่าเสนอแล้วเปึนสําคัญ ส่วนจะผ่าน หรือไม่ผ่านนั้นก็ไม่เปึนไร ถ้าผ่านได้ก็ดี ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมอยากจะพูดก็คือว่า การแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ตามร่างของคณะรัฐมนตรีคือร่างที่ ๔ นั้น เปึนการแก้ไขใหญ่ ไม่ใช่แก้ไขเล็กน้อยอย่างที่พยายามจะพูดกันเปึนการแก้ไขใหญ่ใน ๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือตัดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนออกไปในการรับรู้ ร่างสัญญากลุ่มหนึ่งก็คือที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของไทย
ประการที่ ๒ ร่างของ ครม. แก้ไขมาตรา ๑๙๐ นั้น ไปไกลกว่าร่างของ ๑๐๒ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล ไปไกลกว่าร่างของคณะกรรมการสมานฉันท์
ประการที่ ๓ ร่างแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ของรัฐบาลเฉพาะประเด็นการรับรู้ ของประชาชนในเรื่องร่างสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศไทยนั้นถอยหลัง ตกคลองไปเท่ากับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาตรา ๒๒๔ ท่านประธานครับ ถ้ารัฐสภาแห่งนี้ มีมติรับหลักการร่างแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ของรัฐบาล แล้วไม่มีการแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการ สิ่งที่จะเกิดขึ้นง่าย ๆ เลยครับท่านประธาน ก็คือว่าหนังสือสัญญาประเภทที่มีบทเปลี่ยนแปลง อาณาเขตประเทศไทยหรือพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอํานาจ ตามหนังสือสัญญา หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติ เพื่อให้เปึนไปตามหนังสือสัญญา ซึ่งเปึนกลุ่มหนึ่งมีอยู่ ๓ ประเภทนั้น แม้ว่าจะยังต้อง ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาอยู่ แต่ก็ไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเดิมในมาตรา ๑๙๐ เดิม ทั้ง ๔ ประการ
ประการที่ ๑ ไม่ต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
ประการที่ ๒ ไม่ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาและไม่ต้องเสนอกรอบการเจรจาต่อ รัฐสภา ขีดเส้นใต้ตรงคําว่า ไม่ต้องเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา
ประการที่ ๓ แสดงเจตนาให้มีผลผูกพันได้เลยไม่ต้องให้ประชาชนสามารถ เข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น
ประการที่ ๔ ในกรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญานั้นก่อให้เกิด ผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมก็ไม่ต้องดําเนินการ แก้ไขหรือเยียวยาอย่างรวดเร็ว เหมาะสมและเปึนธรรม
ท่านประธานครับ ขออรรถาธิบายต่อไปเท่าที่เวลาจะเอื้ออํานวยว่า มาตรา ๑๙๐ เดิมนั้น ออกแบบไว้ได้งดงามตามสมควร ท่าน ส.ว. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ได้อภิปรายไปเมื่อกลางดึกเมื่อคืนนี้ ส่วนประเด็นที่ผมจะพูดในวันนี้ท่าน ส.ว. นายอนุรักษ์ นิยมเวช ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้พูดไปส่วนหนึ่งในภาคเช้า ท่านประธานครับ แต่เดิม มาตรา ๑๙๐ นั้น แบ่งสัญญาที่ต้องเข้ารัฐสภาออกเปึน ๒ กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือหนังสือสัญญา ที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตประเทศไทยแยกออกได้เปึน ๓ ประเภท กลุ่มที่ ๒ หนังสือสัญญา ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผล ผูกพันทางด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ อันนี้ แยกได้เปึน ๒ ประเภท หลักการใหญ่ของเดิมก็คือว่าให้หนังสือสัญญาทั้ง ๒ กลุ่ม ๕ ประเภท ซึ่งเดิมบรรจุอยู่ในมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง จะต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา มาตรา ๑๙๐ เดิมนั้นยังกําหนดรายละเอียดไว้ด้วยทุกขั้นตอนที่หนังสือสัญญาทั้ง ๒ กลุ่ม ๕ ประเภท จะต้องเดินตามไปอย่างเคร่งครัดทั้งก่อนและหลังลงนาม และมีระยะเวลา ในการพิจารณาของรัฐสภาไว้ด้วย ก่อนลงนาม
๑. ครม. ต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
๒. ครม. ชี้แจงต่อรัฐสภาและเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาหลังลงนาม
๓. ก่อนแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน ครม. ต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึง รายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น
๔. ในกรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญานั้นก่อให้เกิดผลกระทบต่อ ประชาชน ครม. ต้องดําเนินการแก้ไขหรือเยียวยาอย่างรวดเร็วเหมาะสมและเปึนธรรม ส่วนกําหนดเวลานั้นก็คือ
๕. รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน
ทั้ง ๕ ประการนี้ถูกตัดออกไปในกรณีร่างแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ของรัฐบาล ในกรณีของหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศไทย คือแต่เดิม มาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ได้กําหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทํา หนังสือสัญญา สําหรับหนังสือสัญญากลุ่มที่ ๒ ก็คือกระทบเศรษฐกิจ สังคม กระทบ ต่องบประมาณครับ แนวความคิดที่จะมีการเสนอแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ที่มีมาตั้งแต่ยุค คณะกรรมการสมานฉันท์ ยุคร่างของ ๑๐๒ ส.ส. ก็คือการแก้ไขเฉพาะวรรคห้านี้ที่กําหนดให้กฎหมายลูกเพิ่มคําว่า ประเภทของสัญญา เข้าไป แก้ไขแค่นี้ทําให้สังคมเห็นว่าพอรับได้ ซึ่งเพราะอะไรครับ เพราะว่าหนังสือสัญญา ทั้ง ๒ กลุ่ม ๕ ประเภทก็ยังจะต้องเปึนไปตามเงื่อนไข ๕ ประการเหมือนเดิม ยกเว้น หนังสือสัญญาบางอย่างในกลุ่มที่ ๒ ประเภทที่ ๔ และประเภทที่ ๕ จะหลุดไป หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญสําเร็จ และหนังสือสัญญาบางอย่างนั้นบังเอิญไม่อยู่ใน การจําแนกประเภทของกฎหมายลูกที่จะออกมา ท่านประธานครับ แต่ว่าร่างแก้ไข มาตรา ๑๙๐ ของคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ใครเปึนคนเขียน กฎหมายก็แล้วแต่ แต่ท่านใช้แทคติก (Tactic) ในการเขียนกฎหมาย แยกหนังสือสัญญา ทั้ง ๒ กลุ่ม ๕ ประเภทที่เคยบัญญัติอยู่รวมกันในมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง ออกเปึน ๒ วรรค คือวรรคสองและวรรคสามในร่างใหม่ สรุปก็คือหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนอาณาเขต ยังอยู่ในมาตรา ๑๙๐ วรรคสอง หนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แยกมาอยู่ในมาตรา ๑๙๐ วรรคสาม ทําให้มาตรา ๑๙๐ ของร่างใหม่ขยายเปึน ๗ วรรค แล้วในวรรคต่อ ๆ มาคือวรรคสามและวรรคสี่เดิม หรือวรรคสี่และวรรคห้าใหม่ที่กําหนด เงื่อนไข ๔ ประการแรกไว้ ดันไปจงใจเขียนบังคับแต่เฉพาะหนังสือตามวรรคสาม คือสัญญาประเภทที่กระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม และงบประมาณอย่างกว้างขวาง ตัดหนังสือสัญญากลุ่มหนึ่งที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยออกไปจากเงื่อนไขบังคับ ๔ ประการ สรุปก็คือว่าถ้าเผื่อมีการรับหลักการร่างมาตรา ๑๙๐ ของรัฐบาลที่รัฐบาล บอกว่าแก้ไขเล็กน้อย แต่จริง ๆ แก้ไขเยอะโดยไม่มีการไปแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปก็คือหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยแม้ว่าจะยัง ถูกบังคับให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาอยู่ แต่ก็ไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเดิมทั้ง ๔ ประการ ทวนอีกครั้งครับ
ประการ ๑ ไม่ต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีความการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน
ประการ ๒ ไม่ต้องชี้แจงต่อรัฐสภาและไม่ต้องเสนอกรอบการเจรจา ต่อรัฐสภา
ประการ ๓ แสดงเจตนาให้มีผลผูกพันได้เลยไม่ต้องให้ประชาชนสามารถ เข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น
ประการ ๔ ในกรณีที่การปฏิบัติการตามหนังสือสัญญานั้นก่อให้เกิด ผลกระทบต่อประชาชนหรือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ก็ไม่ต้องดําเนินการ แก้ไขหรือเยียวยาอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเปึนธรรม ท่านประธานครับ เรื่องแบบนี้ รัฐบาลเคยชี้แจงไหม ท่านประธานครับ เรื่องแบบนี้มันสอดคล้องกับประเด็นที่กําลัง เปึนปัญหาจนรัฐสภาต้องตั้งคณะกรรมาธิการอยู่ในขณะนี้ คือกรณีรับรองบันทึกการประชุม เจบีซี (JBC) ไทย-กัมพูชาหรือไม่ เรื่องนี้รัฐบาลจะต้องเปึนผู้ตอบให้กระจ่าง แน่นอนครับ ท่านอาจจะตอบว่าขอสัญญาว่าจะเข้าไปแก้ไขในชั้นคณะกรรมาธิการ กลับมารวมวรรคสอง กับวรรคสามเข้าไปใหม่ ท่านก็พูดให้ชัดเจน แต่กระผมเห็นว่าการเสนอเรื่องนี้เข้ามา โดยไม่พูดให้กระจ่างว่าเปึนการแก้ไขใหญ่ แต่บอกว่าเปึนการแก้ไขเล็กน้อยนั้นกระผมเห็นว่า เปึนอันตราย เพราะฉะนั้นในชั้นนี้กระผมขอไม่ขอรับหลักการทั้ง ๔ ร่าง กราบขอบคุณครับ
ต่อไปก็จะเปึนท่านอรรถวิชช์ ท่านเกียรติ์อุดม ท่านพรทิพย์ โล่ห์วีระ ท่านวิฑูรย์ ท่านสุรจิตร ท่านศิริวัฒน์ ท่านประกอบ ท่านวิทยา ท่านสนธยา ท่านธนา ท่านวรวัจน์ ท่านยุทธนา แล้วก็ท่านสุวโรชนะครับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ เราพิจารณารวมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๔ ร่าง
ร่างแรก ผมเรียกสั้น ๆ ว่าร่างคุณหมอเหวง แต่ถ้าพูดให้ถูกต้องครับ เปึนร่างที่เสนอโดยภาคประชาชนเข้ามา ซึ่งก็เปึนประชาชนจํานวนมากทีเดียวที่เห็นว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยังมีความดี แล้วก็เกลียดการทํารัฐประหาร ก็นําเสนอกลับเข้ามา ก็เปึนร่างคุณหมอเหวงนะครับ
ร่างที่ ๒ คือร่างของ ส.ส. จํานวนหนึ่งในสภาที่เข้าชื่อกันเปึนการแก้ไข มาตรา ๑๙๐ แล้วก็แก้ไขเรื่องเขตเลือกตั้ง
ร่างที่ ๓ เปึนร่างของคณะรัฐมนตรีแก้ไขเขตเลือกตั้งเช่นเดียวกัน ซึ่งเดี๋ยว จะได้คุยกันในรายละเอียด ผมพยายามใช้เวลา ๒๐ นาทีให้เปึนประโยชน์นะครับ
ร่างสุดท้ายคือร่างแก้ไขมาตรา ๑๙๐ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าหนังสือสัญญา ที่เวลาเราไปทํากับต่างประเทศจะต้องแก้ไขกันอย่างไรก็จะอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข มาตรา ๑๙๐ ฉบับนี้ ๔ เรื่องด้วยกัน
เอาเรื่องที่ ๑ ชัด ๆ ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ร่างภาคประชาชน หรือร่างที่มีคุณหมอเหวงเปึนผู้เสนอร่วมด้วย ต้องเรียนว่าเปึนการเอาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมาฟุ๋นคืนชีพใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าผ่านก็อาจจะเปึนร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ร่างนี้ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้เสนอดีว่าหลายคนไม่เห็นด้วย กับการทํารัฐประหาร ผมเองก็เช่นเดียวกันครับ ผมไม่ชอบเลยครับ การทํารัฐประหาร การทําลายธรรมนูญสูงสุดในการปกครองประเทศ แต่ต้องเรียนอย่างนี้แล้วขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อีกต่อไป
เรียนย้ําต่อไปอีกนิดหนึ่งว่ากลุ่มคนที่เขาต้องทําการปฏิวัติ โดยอ้างว่า มีเหตุทุจริตเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ในขณะนั้น หลายคนบอกว่าอ้างเหตุทุจริตเพียงพอแล้วในการทํารัฐประหาร แต่สําหรับผม ผมคิดว่าเหตุทุจริตไม่เพียงพอหรอกครับที่จะฉีกธรรมนูญสูงสุดในการปกครองประเทศ แต่ต้องยอมรับว่ามีการทุจริตจริงครับ เพราะมีคําพิพากษาจําคุกผู้บริหารระดับสูงสุด ในขณะนั้นเรียบร้อยแล้ว เกิดอะไรขึ้นครับ ทําไมคนกลุ่มหนึ่งจะต้องทําการปฏิวัติโดยอ้าง เหตุทุจริต เกิดอะไรขึ้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันผิดพลาดประการใด ผมขอยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ใช้เวลาไม่มากสําหรับกรณีนี้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เกิดขึ้นเพราะต้องการจะเห็น นักการเมืองมีอํานาจมากขึ้น มีการทํางานสร้างสรรค์ให้กับประเทศแบบบูรณาการมากขึ้น ก็เลยเชื่อใจว่านักการเมืองจะใช้อํานาจอย่างถูกต้อง ความเปึนจริงที่เดินไปเกิดอะไรขึ้น เกิดว่าองค์กรอิสระที่ทําหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. ที่จะทําหน้าที่ตรวจสอบ การทุจริตของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเปึน กกต. ที่เปึนองค์การอิสระเหมือนกันที่ทําหน้าที่ ช่วยคัดกรองกลุ่มคนที่จะกลับมาเปึนผู้บริหารประเทศ อ่อนแอทั้งสิ้น ทําไมเขาอ่อนแอครับ เพราะการเลือกองค์กรอิสระในขณะนั้นคนที่คัดเลือกคือท่านวุฒิสมาชิกหรือ ส.ว. ระบบแตกต่างกันนะครับ สมัยนั้น ส.ว. มีอํานาจเยอะมาก เวลาเสนอชื่อการตั้งองค์กร อิสระขึ้นมา เช่น เสนอ ๑๐ คน ส.ว. เลือก ๕ คนได้ เอาแค่ ๕ คน แล้วมันต่างอะไรกับ สมัยนี้ ต่างอีกครับเพราะที่มา ส.ว. ในขณะนั้นอิงกับพรรคการเมืองอิง กับกลุ่มอํานาจ เก่า ๆ ทางการเมือง เพราะเขาไม่มีข้อห้ามเหมือนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ห้าม ส.ส. กับ ส.ว. เปึนญาติสนิทกัน พูดง่าย ๆ ครับ บางคนบอกว่าเกิดสภาผัวเมียขึ้นในสมัย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันเลยเกิดระบบอุปถัมภ์ ส.ว. เกิดขึ้นไงครับ ข่าวลือจริงหรือไม่ ที่แพร่สะพัดว่า นายกรัฐมนตรีในช่วงนั้นมีการจ่ายเงินเดือนให้ ส.ว. จริงหรือไม่ ผมไม่ยืนยันนะครับ แต่ทําไมมันอาจจะเกิดขึ้นล่ะครับ เพราะเขาต้องอิงฐานเสียงทาง การเมือง เขาเปึนสามีภรรยากัน สามีลง ส.ส. แล้วก็ภรรยาลง ส.ว. แล้วตอนเลือก กรรมการอิสระในการที่ตรวจสอบเขาละครับ ไม่มีทางเลยครับที่เขาจะไม่เข้าข้างกันเอง แล้วไม่มีทางเลยที่องค์กรอิสระจะเข้มแข็งได้ นั่นละครับเหตุจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วผมก็ย้ําอีกครั้งและขีดเส้นใต้ไปแล้ว ๕๐๐ ครั้งว่า หมดเวลาและไม่ใช่เวลา ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อีกต่อไป สําหรับป้นี้หรือป้หน้า หรือป้ต่อ ๆ ไปครับ พี่น้อง ที่เสนอชื่อเข้าชื่อมา ผมเชื่อว่าท่านเกลียดการปฏิวัติรัฐประหารเหมือนผม แต่เหมือนกัน ครับท่านก็คงเกลียดคนที่ทุจริตเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือสิ่งที่ผมไม่อาจ เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่จะนํากลับมาฟุ๋นคืนชีพอีกครั้งหนึ่ง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีความดีหลายประการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สวัสดิการสังคมเกิดขึ้นเยอะนะครับ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับนี้ องค์กรอิสระมีความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้นจนกระทั่ง หลายคนเริ่มเกรงแล้วว่าเข้มแข็งเกินไปหรือไม่ ซึ่งอันนั้นคงจะต้องถกเถียงกันต่อไปในอนาคต ผมไม่เห็นด้วยที่จะนําร่างของฉบับคุณหมอเหวงกลับมาหรือร่างของภาคประชาชนชุดนี้ กลับมาฟุ๋นคืนชีพ
ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างที่ ๒ คือ ร่างของ ส.ส. ที่เสนอแก้ไข มาตรา ๑๙๐ และเขตเลือกตั้ง ร่างนี้เพื่อความรวดเร็วผมไม่ขออภิปรายเพราะมีหลักการ และเหตุผลค่อนข้างจะใกล้เคียงกับร่างของ ครม. อีก ๒ ร่างที่เหลือ
ร่างที่ ๓ เปึนร่างเกี่ยวกับการแก้ไขเขตเลือกตั้ง ปัจจุบันเรามี ส.ส. จํานวน ๔๘๐ คน ๔๐๐ คนมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เปึนเขตใหญ่ครับ อย่างของผม ร่วมกับคุณบุญยอดกับคุณสกลธีก็เรียงเบอร์กันเลยครับ ๑๐ ๑๑ ๑๒ เปึนต้นอย่างนี้ แต่สมัยก่อนเขตเดียวเบอร์เดียว ซึ่งตอนนี้เรากําลังจะแก้กลับมาเปึนเขตเดียวเบอร์เดียว โดยลดจํานวนผู้แทนเขตลงอยู่ที่ ๓๗๕ ส่วนระบบบัญชีรายชื่อปัจจุบันมีอยู่ ๘๐ โดยแบ่ง โซน (Zone) โซน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ เรียงไปเรื่อย ๆ ตามภาค ปัจจุบันกําลังจะกลับมาเปึน บัญชีรายชื่อเดียวคือมีจํานวน ๑๒๕ เปึนบัญชีเดียว ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะไปทางไหน รับได้ทั้งนั้นครับ แต่วันนี้ที่เรื่องนี้ต้องเข้ามาสู่สภา เพราะเปึนข้อเสนอจากท่านอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ซึ่งเปึนคณะกรรมการอิสระท่านนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาเพื่อให้ศึกษา ก็พิจารณากันไปครับ ผมจะไม่กล่าวถึงร่างนี้มากนัก เพราะผมเองเปึนผู้มีส่วนได้เสีย และสู้ทุกสนามครับ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก
ร่างสุดท้ายพูดกันนานครับ แล้วต้องขอเชียร์วันนี้ว่าท่าน ส.ส. ท่าน ส.ว. ขอร้องเถอะ ร่างที่ ๔ นี้ช่วยผ่านหน่อยครับ เปึนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เรื่องการทําสนธิสัญญาระหว่างประเทศ หนังสือสัญญา เรื่องนี้ถ้าให้เท้าความ ต้องเท้าความแบบนี้ว่ารัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบันที่เราใช้อยู่ง่าย ๆ ว่า หนังสือสัญญาใด ที่เราต้องไปทํากับต่างประเทศ แล้วเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขตแดน หรือเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการลงทุน งบประมาณ อย่างนี้เปึนต้น จะต้องให้ความเห็นชอบของสภา หลักการ ง่าย ๆ ก็คือว่าถ้าเรื่องไหนไปกระทบเรื่องอธิปไตย เรื่องดินแดนไปกระทบเรื่องการลงทุน งบประมาณอย่างกว้างขวางหรือมีนัยสําคัญ ก็ให้เข้าสู่สภาขอกรอบในการพิจารณาก่อน พอสภาอนุมัติกรอบก็นําไปสู่ฝ์ายบริหารคือรัฐบาลเขาก็ไปดําเนินเรื่องต่อครับ พอได้ข้อสรุป เปึนสัญญาก็เอาสัญญากลับเข้ามาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเปึนผล แบบนี้ก็ดูดีเหมือน ไม่มีปัญหา ยกตัวอย่างง่าย ๆ สักนิดว่าเวลาขอกรอบขอกันอย่างไร เช่น รัฐบาลอยากจะ ไปทํารถไฟฟัาไปร่วมลงทุนทํารถไฟฟัาจากประเทศจีนเข้ามายังประเทศไทย ยกตัวอย่าง เปึนต้น เวลาขอกรอบก็ของ่าย ๆ ขอทํารถไฟฟัาร่วมกับจีนประเทศผ่านจังหวัดใดบ้าง ก็ขอกรอบง่าย ๆ อย่างนี้ สภาอนุมัติ สภาก็โยนลูกต่อไปให้กับทางรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเจรจาต่อ ข้อตกลงที่เกิดขึ้นระหว่างทางนี้เปึนเรื่องของรัฐบาลโดยแท้ พอจะเซ็นสัญญากัน จริง ๆ อย่างนี้ต้องเอากลับเข้ามาอีกที นี่คือรัฐธรรมนูญป้ปัจจุบัน มาตรา ๑๙๐ ปัญหา มันเกิด เรื่องโอละพ่อมันเกิดขึ้นก็ตรงที่ว่านี่พูดหมวดเรื่องของการลงทุนก่อนนะครับ ไม่พูด เรื่องดินแดน เดี๋ยวจะพูดเรื่องดินแดนแบบชัด ๆ อีกที การลงทุนมันเกิดขึ้นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ ไปใช้คําอย่างนี้ครับ ไปใช้คําว่า เรื่องที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งอย่างกว้างขวาง อีกอันหนึ่งครับ หรือมีผลผูกพันด้านการค้าการลงทุนหรืองบประมาณของประเทศ อย่างมีนัยสําคัญ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งอย่างมีนัยสําคัญ ๒ ตัวนี้แหละเกิดการตีความ เกิดขึ้นแล้วมากน้อยแค่ไหน ปรากฏว่าจะขอกู้เงินแค่ ๑๐๐ ล้านเหรียญหรือประมาณ ๓๐ ล้านบาทไทยต้องผ่านสภาแห่งนี้หรือเปล่า ต้องฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนอีก หรือไม่ เราพยายามจะเอากฎหมายลูก ออกกฎหมายลูกให้ได้เพื่อไปสู่การปฏิบัติ ปรากฏ เกิดขึ้นไม่ได้ครับ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนแบบนี้ ไม่มีใครกล้าทําครับ เลยนํามาสู่การแก้ไข ในวันนี้ เรื่องนี้เรื่องสําคัญ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์สมบัติที่ได้ใส่เรื่องนี้เอาไว้อย่างดี ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ
แต่เรื่องที่ต้องกินเวลาท่านประธานและสภาแห่งนี้ ที่ผมเองเปึนห่วงก็คือ เรื่องของดินแดน รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๑๙๐ พูดเรื่องดินแดนง่าย ๆ ก็คือว่า ถ้าเรื่องไหนไปกระทบอธิปไตย เรื่องเขตแดน เรื่องดินแดน จะต้องขออนุญาตสภาแห่งนี้ แล้วก็ทําตามแบบที่ผมว่าเมื่อกี้ครับ ขอกรอบว่าจะไปเจรจากับประเทศนี้ โดยอาศัย อนุสัญญาฉบับนี้ จะไม่นอกกรอบนี้นะ สภาบอกโอเคอนุญาต รัฐบาลก็ไปคุยต่อครับ แล้วก็แน่นอน ถ้าเปึนหนังสือสัญญา ก่อนหนังสือสัญญาจะมีผลก็กลับเข้าสภาอนุมัติอีกครั้งหนึ่ง แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ของท่านอาจารย์สมบัติผ่าน ครม. ผิดปกติครับ เมื่อสักครู่ ท่าน ส.ว. คํานูณได้พูดเรื่องนี้เอาไว้ผมก็เปึนห่วงเช่นเดียวกัน ผิดปกติตรงที่ว่าท่านไปยกเลิก การที่ต้องดําเนินการเข้ากรอบหรือการขออนุมัติสภา คือไปยกเลิกเรื่องขั้นตอนยุบยิบ ของมัน เพียงแต่ว่าด้วยความหวังดีท่านเขียนเป่ดหัวในร่างว่าให้เปึนอํานาจของรัฐสภา แต่ว่าเรื่องขั้นตอนนั้นท่านลบทิ้งออกหมดเลยนะครับ แล้วแถมไม่เป่ดช่องให้พวกผม ออกกฎหมายลูกได้อีก ผมก็มีความกังวลใจในส่วนนี้ว่าอยากจะให้เปึนเหมือนกับลักษณะ ของการลงทุนก็คือมีกรอบ เอากรอบเข้าก่อนแล้วให้รัฐบาลไปดําเนินการ พอสัญญามา ก็เอาสัญญาเข้าอีกทีหนึ่งเพื่อความรอบคอบ อยากให้มีบรรทัดฐานเหมือนกัน ทั้งการลงทุน และเรื่องเขตแดน ทําไมจึงพูดอย่างนั้นครับ พูดอย่างนั้นเพราะมีปัญหามาแล้วในอดีต เช่นความเข้าใจของภาคประชาชนต่อเอ็มโอยู (MOU) ป้ ๒๕๔๓ เรื่องปราสาทพระวิหาร ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มีการเข้าใจไปกันใหญ่โตเลยว่ารัฐบาลโดย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ในป้ ๒๕๔๓ นั้นมีข้อตกลงที่เรียกว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ทําให้ประเทศไทย เสียดินแดนต่อประเทศกัมพูชา ซึ่งเปึนการเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ มีถ้อยคําอยู่คําหนึ่ง เขาพูดง่าย ๆ เอาสั้น ๆ ก็แล้วกัน เขาบอกอย่างนี้ ท่านประธานครับ การจัดทําเขตแดนทางบกทั้ง ๒ ประเทศทําตามเอกสารดังต่อไปนี้ มี ๓ อัน อนุสัญญา ป้ ๑๙๐๔ อนุสัญญาป้ ๑๙๐๗ นี่พูดถึงป้ ๑๙๐๗ นะครับ และประการที่มีปัญหาคือแผนที่ ถ้าผมพูดภาษาอังกฤษต้องแม็พส์ (Maps) ใส่เอส (S) ไปด้วย แล้วแผนที่ใช้คําอย่างนี้ แผนที่จัดทําขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่าง สยามกับอินโดจีน ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง แผนที่ตามผลงานครับ ผลงานของคณะกรรมการ ปักปันเขตแดน ปัญหาก็มีอยู่ว่าแผนที่มีหลายฉบับ ระวางที่มีปัญหาอยู่ระวางหนึ่งเรียกว่า ระวางดงรัก ก็คือระวางตรงที่ปราสาทพระวิหารอยู่ละครับ ที่เรากําลังคุยกันอยู่ว่าสมัยนั้น เสียรู้หรือเปล่าไปยอมรับว่าแผนที่ฉบับดังกล่าวเปึนส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาเอ็มโอยูฉบับนี้ คําตอบคือไม่ครับ แล้วนี่คือสิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้ต้องช่วยกันถ้า ส.ส. ในอนาคตมีโอกาสรับรู้ ทําไมไม่ครับ คําพิพากษา ป้ ๒๕๐๕ พูดชัด คําพิพากษา ป้ ๒๕๐๕ บอกอย่างนี้ครับ ท่านประธาน เขาบอกอย่างนี้นะครับ แผนที่นี้แปลเปึนภาษาง่าย ๆ เพราะว่าเปึนศัพท์ ที่แปลมาจากภาษาอังกฤษอาจจะเข้าใจยาก แผนที่ระวางดงรักไม่ได้เปึนผลงาน ของคณะกรรมการปักปันเขตแดน ภาษาอังกฤษเขาก็เขียนอยู่นะครับท่านประธาน นี่ก็ชัดอยู่เหมือนกัน แม็พ วอส เนเวอร์ ฟอร์มอลลี แอพพรูฟ บาย เดอะ เฟ่รสท์ มิกซ์ คอมมิสชัน (map was never formally approved by the first Mixed Commission) แปลว่าอะไร แปลว่าแนวคําวินิจฉัยของศาล ณ ขณะนั้นยืนยันชัดเจนว่าแผนที่ระวางดงรักฉบับนั้น ไม่ได้เปึนผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน เมื่อแผนที่ฉบับนั้นไม่ได้เปึนผลงาน ก็แปลว่าไม่ได้เปึนสิ่งที่อยู่ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ฉบับนี้ แล้วมันจะอยู่ได้อย่างไรล่ะครับ เรื่องนั้นเราขาดทุน แล้วใครจะไปเซ็นเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ในขณะนั้น เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องหนึ่ง ที่ผมต้องการที่จะพูดในสภาแห่งนี้ผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ไม่ได้เปึนการยอมรับระวางดงรักที่ประเทศเขมรได้เปรียบแต่ประการใด เพราะไม่ได้เปึนผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน เพราะมีแนววินิจฉัยของศาลโลก ยืนยันชัดเจนว่าระวางดังกล่าวไม่ได้เปึนผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน ทําไมผมรู้ ท่านประธาน เพราะเขาตั้งไปเปึนคณะกรรมการศึกษาเรื่องนี้ครับ ทําไมผมรู้ครับท่านประธาน ผมรู้เพราะมาตรา ๑๙๐ เป่ดช่องให้ ส.ส. อย่างผมเข้าไปดู นี่ละครับคือข้อดีของมาตรา ๑๙๐ ถ้าท่านกําหนดขั้นตอนให้ชัด ๆ ลงไปเลยนะครับว่า ส.ส. จะเข้าไปเกี่ยวอย่างไร ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเข้าไปมากก็อาจจะแทรกแซง การบริหารงานของฝ์ายบริหารได้ นี่แหละคือสิ่งที่อยากจะเห็นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานครับ พอพูดเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ต้องเปึนเรื่องที่ผมเสียใจที่ถูกแปลเรื่อง ถูกการเข้าใจผิดไปต่าง ๆ นานา ถ้าเราไม่มีเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ฉบับนี้ ผลที่ตามมาของมัน ก็คือว่าเราจะไม่มีข้อตกลงที่เปึนสันติวิธีร่วมกับประเทศกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ ที่ต่างฝ์ายต่างอ้างสิทธิ แล้วเมื่อวันนั้นละครับ นานาชาติก็จะเข้ามายุ่งกับเราเหมือนสมัย ป้ ๒๕๐๕ ที่ได้เสียปราสาทพระวิหารไป แต่วันนี้นานาชาติมายุ่งกับเราไม่ได้ เพราะเรา มีข้อตกลงที่เปึนทวิภาคีร่วมกันอยู่ เปึนข้อตกลงสันติภาพร่วมกัน วันนี้ชาติไหนเข้ามา ก็ไม่ได้ เพราะมีเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ค้ําประกันอยู่ นี่ละเปึนเรื่องที่สมาชิกรัฐสภา เปึนเรื่องที่ พี่น้องคนไทยต้องเข้าใจเหมือนกัน และแน่นอนกระทรวงการต่างประเทศต้องเข้าใจ ทิศทางเหมือนกัน ใครกําหนดทิศทางได้ สภาอย่างไรครับ เพราะเปึนอํานาจนิติบัญญัติ ผมก็เลยอยากจะเห็นครับว่ามาตรา ๑๙๐ จะเปึนแบบร่างที่เสนอโดยเพิ่มเติมรายละเอียด อีกนิดว่าให้ขั้นตอนการขอกรอบ ขั้นตอนการอนุมัติหนังสือสัญญาเปึนเหมือนการค้า การลงทุน แล้วเป่ดโอกาสให้ไปทํากฎหมายลูก ระบุให้ชัดเจนว่าหนังสือสัญญาแบบไหน ต้องเข้าหรือไม่เข้า วันนี้พวกเรารับรองกันยันรายงานการประชุมเลยท่านประธาน เพราะเกิดแนววินิจฉัยของศาล ทําให้กระทรวงการต่างประเทศเขาลังเลเหมือนกัน หนังสือสัญญาใดนี่ เวลาอ่านมาตรา ๑๙๐ ต้องดูคําวินิจฉัยของศาลฎีกาในอดีตประกอบด้วย เปึนหนังสือสัญญาใดตามกฎหมายระหว่างประเทศ นั่นแปลว่าคู่สัญญาต้องเปึนรัฐกับรัฐ หรือรัฐกับองค์กรระหว่างประเทศ เมื่อตอนช่วงกลางวัน ผมได้ยินท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งพูด แล้วผมตกใจเลย ท่านบอกว่ารัฐบาลไทยไปซื้อเครื่องบินจากต่างประเทศ ทําไมไม่เข้า มาตรา ๑๙๐ นี่ท่านประธาน นี่คือความที่ไม่เข้าใจของคนที่ไม่ได้อ่านแล้วศึกษาลึก ถ้าการซื้อของจากต่างประเทศไม่ได้เปึนรัฐต่อรัฐ รัฐกับองค์กรระหว่างประเทศ มันไม่เข้า มาตรา ๑๙๐ เห็นไหมครับ ขนาด ส.ส. ที่มีความใกล้ชิดกับสภาแห่งนี้ยังมีความไม่เข้าใจเลย แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพี่น้องประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการพิจารณาเรื่องหนังสือสัญญาใด ตามมาตรา ๑๙๐
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาสู่ตอนท้าย ๆ ของการอภิปรายในวันนี้ ต้องกราบขอร้องท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่าน ส.ว. โดยเฉพาะท่าน ส.ว. สรรหา ท่านกําลังจะหมดวาระลงเดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็มีโอกาสที่จะได้กลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ต่ออายุอีก ๓ ป้ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นถูกผลักดันโดยภาคประชาชนจํานวนมาก ที่ไม่อยากให้เกิดการแก้ไข แต่วันนี้ท่านต้องสวมความกล้า ต้องมีอติสูโรครับ กล้าทํา ในสิ่งที่ถูกต้อง คุยกันเรื่องเหตุผล ถ้าท่านฟังเหตุผลได้โหวตให้ เราจะได้ก้าวข้ามไปด้วยกัน แล้วร่างฉบับนี้มันไม่ใช่ร่าง ครม. โดยแท้เสียทีเดียว เปึนร่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้ คณะกรรมการอิสระ เราต้องฟังความเห็นนักวิชาการ ถึงต้องเข้าสู่วาระที่หนึ่งในวันนี้ แล้วแน่นอนวาระที่สองในการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน วาระที่สามในการลงมติ เปึนเรื่องของสภาแห่งนี้ เรารับหลักการไป ไปช่วยกันคิดในชั้นคณะกรรมาธิการ ไปช่วยกัน ลงคะแนนในชั้นสุดท้ายในชั้นวาระที่สาม แล้วนี่คือความกล้าหาญที่ท่านเลือกได้ ด้วยตัวท่านเองครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ต่อไปเชิญท่านเกียรติ์อุดม
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมดีใจวันนี้ที่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุขได้นําร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เข้ามาสู่ให้กับสมาชิกรัฐสภาได้พูดได้แสดงความคิดเห็น แต่ก็เสียใจเมื่อพี่น้องประชาชน ในเขตเลือกตั้งของกระผมได้สอบถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ มาตราของรัฐบาลนั้น ประชาชนได้อะไร สร้างความปรองดองสมานฉันท์แบบไหน เขาถามมา มีแต่สร้าง ความแตกแยกครับท่านประธาน ท่านเห็นหรือไม่ที่หน้ารัฐสภา ๒ วันแล้วก็ยังมีกลุ่ม พี่น้องประชาชนที่บอกไม่เห็นด้วยที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรานี้ สิ่งดี ๆ ทําไมไม่แก้ละครับ ท่านประธาน ผมจะยกตัวอย่างมาตรา ๒๙๖ ที่คณะกรรมการสมานฉันท์ ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านคณะกรรมการสมานฉันท์ที่เปึนสมาชิกรัฐสภาเสนอมา ทําไมไม่เอา แล้วท่าน ก็ไปตั้งคณะกรรมการปรองดอง มีท่านอานันท์ ปันยารชุน ท่านอานันท์มาจากไหนครับ จากการเลือกตั้งป้ไหน ผมยังไม่เห็นมีการเลือกตั้งเลย ยังไม่เคยได้รับการเลือกตั้งเลย ท่านอานันท์เปึนนายกรัฐมนตรี แต่ว่าไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แล้วท่านจะไปสมานฉันท์ ได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่รัฐบาลได้นําเสนอเข้ามา ผมได้อ่านแล้วตกใจ โดยที่เปึนการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนไปตามหลักการบนพื้นฐานแห่งความเปึนธรรม แสดงว่าที่เลือกมาไม่เปึนธรรมใช่ไหมครับท่านประธาน สมาชิกหลายท่านก็เอ่ยอ้าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ดี ฉบับนี้ดี รัฐธรรมนูญมันดีทุกฉบับ แต่คนปฏิบัติ คนมันอิจฉากัน ท่านไปบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ดี ทําให้มีการปฏิวัติ แล้วไม่ดีตรงไหนครับ อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณใช้หนี้ประเทศไทย ปลดแอกจากไอเอ็มเอฟ (IMF) เดี๋ยวนี้มันดี ตรงไหนรัฐบาลนี้กู้หนี้ยืมสินมาเปึน ๓๓๓ ล้านบาทแล้ว นี่ละครับคือเหตุผลที่ประชาชน เขาถามมา เพราะฉะนั้นการพูดในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้เราต้องพูดด้วยเหตุด้วยผล เราอย่าไปตําหนิคนนั้นตําหนิคนนี้ ส่วนดีเขาก็มี เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมจึงเห็นด้วยกับ หลักการเหตุผลของพี่น้องประชาชนจํานวน ๗๐,๐๐๐ กว่าคนได้ลงชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ ที่จริงแล้วถ้าจะสร้างความสมานฉันท์ท่านต้องเอาบรรจุเข้าระเบียบวาระเสนอแก้ตั้งแต่ สมัยรัฐบาล ฯพณฯ สมัคร สุนทรเวช ฯพณฯ สมชาย ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้แหละครับ ขณะนั้นเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านนายกรัฐมนตรีสมชายบอกว่าจะร่วม สมานฉันท์แก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านก็ประกาศเปึนเพียงบอกว่าร่วม เวลาถึงวันนัดท่านก็ไม่เข้า นี่ละครับท่านประธานต้องมองอดีต ถ้าจะพูดอดีตต้องพูดให้หมด อย่าไปพูดให้คนอื่นเสียหาย ต้องพูดให้เปึนกลาง เพราะฉะนั้นพี่น้องเพื่อนสมาชิกรัฐสภาท่านต้องฟังหูไว้หูด้วยเหตุด้วยผล การแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลนั้นไม่ได้มีประโยชน์ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น ในวันนี้ผมมีเวลาน้อยนิด อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกทุกท่านจงตริตรองไตร่ตรองดี ๆ ก่อนที่ท่านจะรับหลักการนะครับ ขอขอบคุณมากครับ
ต่อไปเชิญท่านพรทิพย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน พรทิพย์ โล่ห์วีระ จันทร์รัตนปรีดา สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดชัยภูมิ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา สําหรับร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้ง ๔ ฉบับนั้น ดิฉันขออนุญาตอภิปรายในร่างของคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้ามาคือร่างที่ ๓ และร่างที่ ๔ ร่างที่ ๓ ที่เกี่ยวข้องกับร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่คณะรัฐมนตรีเปึนผู้เสนอมานั้น ดิฉันมีข้อคําถามกราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาถึงรัฐบาลอยู่ ๓-๔ ประเด็นดังนี้
ประเด็นแรก จํานวน ส.ส. ๔๘๐ คน เพิ่มเปึน ๕๐๐ คน
ประเด็นที่สอง จํานวน ส.ส. บัญชีรายชื่อเพิ่มเติมจาก ๘๐ คนเปึน ๑๒๕ คน
ประเด็นที่สาม การลดเขต ส.ส. ในเขตเลือกตั้งจาก ๔๐๐ เขต เปึน ๓๗๕ เขต ดิฉันอยากจะกราบเรียนถามว่าฐานคิดเหล่านี้ท่านคิดจากฐานคิดในเรื่องอย่างไร และมีเหตุผลใดในการแบ่งเขตเหล่านี้ จริงอยู่ดิฉันทราบดีว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในมาตราเหล่านี้เปึนร่างของอาจารย์สมบัติ และร่างนี้เปึนร่างที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ดิฉันอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่รัฐบาลจะต้องตอบให้ได้นั่นคือเหตุผลในสิ่งที่กราบเรียน ไว้ข้างต้น
ประเด็นต่อมาเรื่องของเขตเลือกตั้งเปึนเขตเล็ก ดิฉันเห็นว่าแม้ว่าจะเปึน เรื่องที่เหมาะสม แต่เปึนประเด็นที่จะต้องคิดให้ดีว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งเปึนเขตเล็กนั้น บางส่วนได้ประโยชน์ แต่ในการพัฒนานั้นการแบ่งเขตเลือกตั้งเปึนเขตเล็กนั้น ในเขตจังหวัด ในเขตอําเภอ แต่ละอําเภอในการพัฒนาจะต้องพัฒนาซึ่งมีการพัฒนา ที่เกี่ยวเนื่องกัน การพัฒนาในเขตใดเขตหนึ่งอาจจะต้องเกี่ยวโยงไปถึงปัญหาของ เขตอําเภอที่ติดตามมา ดิฉันอยากกราบเรียนว่าในส่วนของการแบ่งเขตเลือกตั้งเปึน เขตใหญ่นั้นประเด็นของข้อดีก็มีมากมาย
ประเด็นต่อมาที่ดิฉันอยากจะกราบเรียนถามถึงรัฐบาล ก็คือร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มาตรา ๑๙๐ ที่ ครม. เปึนผู้เสนอเช่นเดียวกัน ดิฉันมีข้อเรียนถามเช่นเดียวกับท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านคํานูณ สิทธิสมาน ก็คือในเรื่องของมาตรา ๑๙๐ นั้น ดิฉันอยากกราบเรียนถามว่าในมาตรา ๑๙๐ เดิมนั้น ในวรรคสองเหตุใดร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงได้มีการแก้ไขจากวรรคสอง เปึนวรรคสองและวรรคสาม โดยมีการแยกสัญญา หนังสือสัญญาในมาตรา ๑๙๐ วรรคสองเดิม หนังสือสัญญาใดในวรรคสองเดิมมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจตามหนังสือ สัญญาหรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติ เพื่อให้ การเปึนไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสําคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับเรื่อง ดังกล่าว
ก่อนการดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศ หรือองค์การ ระหว่างประเทศตามวรรคสอง คณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภา เพื่อขอความเห็นชอบด้วย
ดิฉันเห็นว่าร่างเดิมนั้นเปึนร่างที่สมบูรณ์แล้ว ดิฉันก็อยากทราบเหตุผลว่า เหตุใดท่านถึงทําวรรคสองและวรรคสาม พร้อมกับในวรรคสี่ ก่อนการดําเนินการ เพื่อทําหนังสือสัญญานั้น ครม. ต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนเฉพาะในวรรคที่เกี่ยวข้องกับหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวางเท่านั้นเอง อันนี้เปึนประเด็นคําถาม ที่ท่านวุฒิสมาชิกหลายท่านได้กราบเรียนถามถึงรัฐบาล ซึ่งดิฉันก็มีประเด็นเหล่านี้ เหมือนกัน ท่านประธานที่เคารพคะ สําหรับในมาตรา ๑๙๐ นั้น ดิฉันไม่เห็นปัญหา ที่จะต้องมีการแก้ไข ที่ผ่านมานั้นดิฉันเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจากการนํากรอบการเจรจา ตามมาตรา ๑๙๐ เข้ามาสู่รัฐสภานั้น เปึนกรอบการเจรจา เปึนการประชุมที่รัฐบาลจะต้อง เปึนผู้รับผิดชอบในการนําเข้ามา รัฐบาลก็จะต้องมีการประสานงานกับทางสภาว่า ท่านจะมีเวลาในการอภิปรายกี่ชั่วโมง ท่านจะต้องมีเวลาลงมติในเวลาใด เพื่อให้สมาชิก ทุกท่านได้ร่วมใจกันบริหารว่าเขาอาจจะต้องอภิปรายในเวลาเท่าใด ถ้ามีคนอภิปรายเยอะ ก็อาจจะมีคนเปลี่ยนคนอภิปรายเข้าไปในกรอบอื่น ๆ ซึ่งอันนี้เปึนสิ่งที่รัฐบาลจะต้อง ดําเนินการ เพื่อให้มีการประสานงานร่วมกัน แต่ที่ผ่านมานั้นไม่ใช่ความผิดของรัฐสภา แม้ว่าจะมีการนับองค์ประชุมอย่างไรก็ตาม ดิฉันทราบดีว่าในวันที่ไม่ครบองค์ประชุมนั้น สมาชิกวุฒิสภาหลายท่านมีการประชุม เนื่องจากว่ามีการนัดหมายการประชุมไว้ก่อน ล่วงหน้า แต่เนื่องจากว่าไม่มีกรอบเวลาที่แน่นอน ทําให้จะต้องมีการวิ่งไปวิ่งมาก่อให้เกิด ปัญหาในการประชุม ดิฉันเห็นว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่รัฐบาลจะต้องบริหารการจัดการให้ดี ไม่ใช่เปึนปัญหาของรัฐธรรมนูญ ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉันมีเหตุผลที่จะต้อง กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาผ่านไปถึงรัฐบาลว่าในสถานการณ์เช่นนี้ดิฉันไม่เห็นด้วย ที่จะมีการเสนอประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา ด้วยดิฉันมีเหตุผล ๒ ประเด็นดังนี้
ประเด็นที่ ๑ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีวิกฤตการณ์ที่เปึนปัญหาเฉพาะหน้า ที่ผ่านมาเมื่อเดือนที่แล้ว นั่นคือเรามีปัญหาของการเกิดภัยพิบัติน้ําท่วมอย่างแสนสาหัส ทั้งจากภาคอีสาน ภาคกลาง และลงไปภาคใต้ พี่น้องประชาชนมีความทุกข์ยากแสนสาหัส เขาต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งรัฐบาลเองก็ให้ความช่วยเหลือแก่เขาได้ช้ามาก เหตุใด เราไม่ระดมสรรพกําลังที่เรามีอยู่ในขณะนี้ไประดมความช่วยเหลือ ซึ่งเปึนปัญหา เฉพาะหน้าของพี่น้องประชาชน
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานคะ ปัญหาความแตกแยกทางด้านความคิด ทางการเมืองในสังคมไทย เปึนปัญหาสําคัญที่ทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกันในฐานะ สมาชิกรัฐสภา การต่อสู้ทางการเมืองจากการที่ใช้ธงชาติเปึนตัวนํา แต่ปัจจุบันการต่อสู้ ทางการเมืองเราใช้สีเสื้อค่ะ ท่านประธานคะ ธงชาติเราหายไปแล้ว ปัญหานี้เปึนปัญหา สําคัญที่รัฐบาลจะทําอย่างไรที่จะทําให้เกิดความปรองดองในหมู่พี่น้องประชาชน อันนี้ดิฉันถือว่าเปึนปัญหาสําคัญ การนําประเด็นปัญหาการแก้รัฐธรรมนูญเข้ามาสู่รัฐสภา เปึนประเด็นที่ก่อให้เกิดความขัดแย้ง แล้วก็ต่อเนื่องว่ารัฐสภาแห่งนี้จะรับร่างในร่างใด ร่าง ๑ ร่าง ๒ ร่าง ๓ เปึนสิ่งที่สมาชิกรัฐสภาจะต้องตัดสินใจ แต่จําเปึนด้วยหรือคะ ในขณะที่บ้านเมืองเราเกิดวิกฤติถึง ๒ ด้าน ทั้งภาวะภัยพิบัติจากน้ําท่วม และปัญหา แตกแยกของสังคมทางด้านความคิดทางการเมือง ซึ่งแตกแยกกันเหมือนไม่เคยปรากฏเลย ในอดีตที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพคะ หากเราจะต้องมามุ่งดูเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญในปัจจุบันนี้ ดิฉันกราบเรียนว่าดิฉันไม่ทราบว่าดิฉันจะกลับไปตอบคําถาม พี่น้องประชาชนได้อย่างไร จริงอยู่ดิฉันทราบดีว่ารัฐธรรมนูญนั้น ทั้งฉบับของ ป้ ๒๕๔๐ และฉบับของ ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันเห็นด้วยว่าบางส่วน บางฉบับมีทั้งข้อดี มีจุดเด่น และจุดด้อย ทั้ง ๒ ฉบับ ในเวลาสถานการณ์ที่เหมาะสม ดิฉันเห็นว่าสภาแห่งนี้อาจจะต้องมีการนํา เรื่องเหล่านี้มาพูดคุยกันอีกครั้งหนึ่ง หรือรัฐบาลจะให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นต่าง ๆ ที่ให้ประชาชนทุกท่าน ประชาชนทุกส่วน เข้ามามีส่วนร่วม ดิฉันว่าเปึนเรื่องดีค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะท่านประธานคะ
เชิญท่านวิฑูรย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๔ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ มีการพูดกันมากว่าทําไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ แก้แล้วใครได้ประโยชน์ ซึ่งก็มีความเห็น แตกต่างกันไป แล้วแต่มุมที่แต่ละคนมอง ในสถานการณ์บ้านเมืองที่มีความคิดเห็น แตกต่างนําไปสู่ความแตกแยกของคนในชาติ มันยากครับที่จะนําไปสู่ความปรองดอง ความสมานฉันท์และความสามัคคีกัน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ร่าง มีความแตกต่าง แล้วก็มีความเหมือน เฉกเช่นกับความคิดของเพื่อนสมาชิกรัฐสภา แต่ละท่านก็จะเอาบางจุดบางประเด็นที่เด่น และด้อยมาวิพากษ์วิจารณ์ ท่านประธานครับ แต่ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงก็จะนําไปสู่ บทสรุปที่ว่าไม่มีอะไรที่ดีสมบูรณ์แบบ จึงจะต้องนํามาสู่การแก้ไข ส่วนจะแก้ได้ หรือแก้ไม่ได้ก็อยู่ที่การปรับความคิดของสมาชิกส่วนใหญ่ว่าจะเอากันอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่ได้ดีถูกใจของทุกคน ฝ์ายค้านอาจจะ มองว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ดีกว่าฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งก็มีทั้งความจริงแล้วก็ไม่ใช่ครับ มันมีความไม่จริงทั้งหมดหรอก ที่บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีการทําประชามติ ได้ผลคะแนน ได้รับการสนับสนุนเพราะมีทหารไปข่มขู่ ไปบังคับพี่น้องประชาชน ในภาคอีสาน ซึ่งก็ไม่จริงครับท่านประธาน ผมก็อยู่ภาคอีสาน ผมไม่เคยเห็นมีทหารคนไหน ไปข่มขู่พี่น้องประชาชน อย่าไปดูถูกพี่น้องคนอีสานเลยครับ เขามีอํานาจ เขามีโอกาส และเขามีความคิดที่จะตัดสินใจอะไรต่าง ๆ ของพวกเขาได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะผลผลิตรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แรก ๆ ก็ไม่ค่อยมีปัญหาหรอกครับ แต่หลังการเลือกตั้ง ครั้งแรก ป้ ๒๕๔๔ ท่านทักษิณ ชินวัตร ที่ท่านเปึนหัวหน้าพรรคพลังธรรม แล้วก็เปึน รองนายกรัฐมนตรีสมัยพลเอก ชวลิตเปึนนายกรัฐมนตรีในสมัยพรรคความหวังใหม่ หลังจากท่านทักษิณบริหารพรรคพลังธรรมมา หลังจากที่ได้เปึนพรรคยอดนิยมของ กทม. พรรคประชาธิปัตย์เกือบสูญพันธุ์ครับใน กทม. เหลือท่านอภิสิทธิ์เปึนหนึ่งเดียวที่หลุดรอด เข้ามาได้ ใครล่ะครับจะคิดว่าพรรคพลังธรรมที่เคยยิ่งใหญ่ในขณะนั้น ท่านทักษิณ มาบริหารจนในที่สุดก็เกือบสูญพันธุ์ ทุกวันนี้ไม่มี ส.ส. ในสภาเหลืออยู่แล้ว ท่านประธาน ที่เคารพครับ พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งในป้ ๒๕๔๔ แต่เพื่อนสมาชิกบางท่าน ก็บอกว่าเปึนการชนะที่ถล่มทลายจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน แน่นอนครับ การเลือกตั้งครั้งนั้นพรรคไทยรักไทยชนะเปึนที่ ๑ แต่ก็ไม่ถล่มทลาย ไม่ได้รับเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากผลพวงหลาย ๆ อย่างครับ ป้ ๒๕๔๔ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ก็มีพรรคประชาธิปัตย์ ผมคนเดียวนี่ละครับหลุดรอดเข้ามาในสภา แต่ก็ใช่ว่าคนที่ไม่ได้ ของพรรคประชาธิปัตย์หรือของพรรคอื่นเขาไม่ได้คะแนนครับ อย่างเช่น ส.ส. อิสสระ สมชัย ถึงแม้ท่านจะไม่ได้ แต่ท่านก็แพ้แค่หลักพัน หรือท่านวิทยา ขันอาสา พรรคประชาธิปัตย์ที่จังหวัดอุบลราชธานี ท่านแพ้เลือกตั้ง ท่านก็แพ้พรรคไทยรักไทย เพียง ๔๘ คะแนนเท่านั้น ดังนั้นการเลือกตั้ง ป้ ๒๕๔๔ ไม่ใช่ว่าจะชนะกันมากมาย ก่ายกองครับ แต่ผลพวงจากการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นํามาสู่การควบรวมอย่างที่ เพื่อนบางคนเขาพูดกันไป ท่านครับ มีการควบรวมพรรคเสรีธรรม หลังจากนั้นมาสู่ พรรคความหวังใหม่ มาสู่พรรคมวลชน แล้วก็พรรคอื่น ๆ เกือบหมดสภา พรรคไทยรักไทย มีเสียงเกินครึ่งหลังจากการเลือกตั้ง ปกติ ส.ส. จะย้ายพรรคไม่มีใครว่าหรอกครับ แต่ท่านจะย้ายพรรคจะโดยข้อกล่าวหาหรืออะไรก็ตาม แต่ก็เปึนการย้ายพรรค ก่อนการเลือกตั้ง แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีช่องว่าง มีช่องโหว่ให้โอกาสควบพรรค รวมพรรค หลังจากที่การเลือกตั้งผ่านไปแล้ว อยู่ในระหว่างการดํารงตําแหน่งก็สามารถ ควบรวมพรรคได้ ท่านครับ พอควบรวมแล้วก็เลยทําให้พรรคไทยรักไทยมี ส.ส. เกินครึ่ง เปึนจํานวนมาก ดังนั้นการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม เราก็จะต้องมาดูกันว่า ประเด็นไหนที่ควรจะแก้หรือควรจะไม่แก้ ประเด็นมาตราที่รัฐบาลเสนอแก้เข้ามาผมไม่พูด ซ้ําหรอกครับ ไม่ว่ามาตรา ๑๙๐ กรอบการเจรจาพันธะสัญญา ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ ที่พูดกันมาในสภาค่อนข้างจะไปในทิศทางอันเดียวกัน แรก ๆ ท่านประธานครับ ผมเปึนคนหนึ่งไม่เห็นด้วยในการที่จะมาแก้เรื่องมาตรา ๑๙๐ เพราะในฐานะที่เปึนประชาชนคนไทย ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภาก็อยากจะทราบว่า รัฐบาลไปเจรจาไปตกลงมีพันธะสัญญามีกรอบการเจรจากับประเทศไหน อะไร อย่างไร แต่ท่านครับพอมาสู่การปฏิบัติ การบริหารก็ค่อนข้างเปึนปัญหาสมควรที่จะมีการปรับปรุง แก้ไข ท้ายที่สุดอย่างไร ๆ รัฐบาลก็ต้องนําเรื่องต่าง ๆ ที่ไปทํามามาบอกกับประชาชนมา แจ้งกับสภา ท่านประธานที่เคารพครับมาสู่การเลือกตั้งจะเปึนเขตเล็กเขตใหญ่ปัจจุบันนี้ ครับเรามีการเลือกตั้ง ส.ส. เขตละ ๑ คน เขตละ ๒ คน บางเขตก็ ๓ คน เราจะปรับมาเปึน การเลือกตั้งเขตละ ๑ คน ถามว่าเรื่องนี้ให้พูดกันอีก ๗ วัน ๗ คืนไม่จบหรอกครับ ใครชอบ ใครไม่ชอบ มันดีมันไม่ดีแตกต่างอะไรกันอย่างไรยากครับ มันก็เหมือนบอกว่าไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน มันยากที่จะหาคําตอบสิ้นสุดได้ ถ้าความเห็นส่วนของผม ผมก็บอกว่า ผมเห็นด้วยกับการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่แบบปัจจุบันนี้ครับ ผมไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง แบบเขตเล็ก แต่ในที่สุดความเห็นของผมจะเอาไปเปึนบรรทัดฐานว่าในเมื่อผมชอบ อย่างนี้คนอื่นจะต้องเห็นกับผมก็ไม่ใช่ ในพรรคประชาธิปัตย์ก็เช่นกัน ผมเห็นเพื่อนสมาชิก ของพรรคประชาธิปัตย์ของผมนี่ครับ ถกเถียงกันพูดคุยกันเยอะแยะเรื่องเขตเล็กเขตใหญ่ แต่ท้ายที่สุดครับ สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์เราทุกคนนี่ครับในเมื่อเสียงส่วนใหญ่ ในเมื่อมติบอกออกมาว่าจะเปึนอย่างไร เราก็จะไปในทิศทางนั้น ผมอาจจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย แต่ในเมื่อมติพรรคส่วนใหญ่ว่ามาผมก็จะต้องปฏิบัติตาม ท่านประธาน ที่เคารพครับผมอยากจะตั้งข้อสังเกตบางประการ ถ้าเกิดมีการนําเข้าไปสู่ในวาระที่สอง และวาระที่สาม ถ้ามันผ่านวาระที่หนึ่งรับหลักการไปในวันพรุ่งนี้ในรายละเอียดครับ ท่านประธาน บางเรื่องผมก็ยังติดใจเช่นกันว่า ทําไมจะต้องปรับ ส.ส. เขตจาก ๔๐๐ คน เหลือ ๓๗๕ คน ไหนเขาบอกว่าพวกเราอยากเลือกตั้งเร็วกันนี่ครับ ถ้าปรับจาก ๔๐๐ คน เหลือ ๓๗๕ คน ใน ส.ส.แบบเขตเลือกตั้งเปึนภาระที่จะต้องไปดําเนินการต่ออีกค่อนข้าง จะยุ่งยากนะครับ เพราะ กกต. ต้องไปแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต. ต้องไปจัดสรรพื้นที่ว่า อําเภอไหนตําบลไหน ต้องไปแบ่งไปแยกไปแทรกไปซอยลงอีกเยอะครับ เปึนไปได้ไหม อยากจะฝากกรรมาธิการที่ทําหน้าที่ว่า ส.ส.เขตเราก็ ๔๐๐ คน เหมือนเดิมครับ ใน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อจะเปึน ๑๐๐ คน หรือ ๑๒๕ คน ก็ไม่มีใครขัดข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ มันจะนําไปสู่การที่ไม่ต้องไปขัดไปแย้งกันในพื้นที่
และอีกประเด็นหนึ่งผมอยากจะฝากกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า จํานวน ส.ส. และคะแนน ส.ส. แบบสัดส่วนนั้นทําอย่างไรทุกคะแนนถึงจะมีค่า ทําอย่างไร ทุกคะแนนถึงจะมีผล ในการเลือกตั้งของพวกเราผมก็บอกว่ามันมีทั้งจุดดีจุดเสียจุดอ่อน จุดด้อย ผมอยากจะขอให้กรรมาธิการไปพิจารณาไปทบทวนไปไตร่ตรองในรายละเอียด ในวาระที่สองและวาระที่สามต่อไป โดยส่วนตัวผมสนับสนุนร่างของรัฐบาล แต่ต้องนําไป ปรับปรุงแก้ไขต่อไปครับ
เชิญท่านสุรจิตรครับ
ท่านประธานรัฐสภาครับ กระผม สุรจิตร ยนต์ตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ท่านครับการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของผมนั้น ผมถือว่าวันนี้เปึนวันที่มีความสําคัญมาก ที่ผ่านมา ๓ ป้นี่พิจารณากฎหมาย หลายฉบับซึ่งก็เปึนกฎหมายลูก วันนี้เราพูดกันเรื่องกฎหมายแม่ซึ่งมีความสําคัญมาก ผมอยากจะพูดว่าแม่แบบของรัฐธรรมนูญฉบับที่ผมชื่นชมมาโดยตลอดก็คือ ฉบับป้ ๒๕๔๐ ครับ วันนี้ได้เห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เสนอโดยประชาชน ๗๐,๐๐๐ กว่าคน ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่มีจิตวิญญาณของประชาชนอยู่ในนั้น เปึนเรื่องที่ พวกเราจะดูถูกไม่ได้ ท่านทราบไหมว่ากระบวนการในการตรวจสอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กว่าจะเข้ามาถึงสภาได้ผ่านมาด้วยความยุ่งยาก แล้วก็มีอยู่มากมายนะครับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนฉบับใหม่มีข้อดีก็คือว่าเอาแค่ ตัวอย่างอาจจะล้อมาจากป้ ๒๕๔๐ ที่หลายท่านอาจจะรู้สึกว่ามันไม่ดี แต่ผมคิดว่าเปึน ฉบับที่ สสร. ร่างด้วยความยากลําบากเช่นกัน ป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๓ ฉบับประชาชน นี่คล้ายกันมากครับ มีข้อแตกต่างอยู่เล็กน้อยก็คือเรื่องการลงมติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีซึ่งทําได้ง่ายขึ้น ฝ์ายรัฐบาลน่าจะชอบนะครับเพราะว่า สมัยหน้าพรรคเพื่อไทยเปึนรัฐบาลแล้วท่านก็ลงมติไม่ไว้วางใจท่านใช้เสียงน้อยลง เปึนเรื่องที่ง่ายสําหรับท่านมากนะครับ ท่านน่าจะรีบเอา
อีกอย่างหนึ่งครับ เรื่องการคุ้มครอง สิ่งที่เราเรียกกันว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คุ้มครองสิ่งที่เปึนการกระทําล้มล้างรัฐธรรมนูญของคณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ก็ต้องถูกยกเลิกเพื่อให้ กระบวนการเหล่านี้ การปฏิวัติจะได้เลิกเสียทีครับ ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๓ ยังพูดเรื่อง การปฏิวัติเปึนเรื่องเล่น ๆ เปึนเรื่องที่พูดกันได้เช้าเย็นเช้าเย็นเปึนเรื่องปกติ นานาอารยประเทศผมคิดว่าเขาไปกันไกลมากแล้วนะครับ ประเทศไทยยังมาวนเวียน อยู่กับเรื่องการปฏิวัติอยู่ในวงจรเหล่านี้ ท่านครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มันมีข้อบกพร่องในตัวมันเองมากมาย แต่ว่าท่านก็ทราบที่มาของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งจะต้องแก้ทั้งฉบับ จะต้องแก้ในหลายประเด็น เพราะว่าคนที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เอาลูกของอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยคนหนึ่งซึ่งท่านไม่ชอบหน้าท่านแปะไว้ที่ ข้างฝา แล้วก็ท่านออกรัฐธรรมนูญเพื่อจะกําจัด สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าวันนี้สิ่งที่ท่านบอกว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บกพร่อง ป้ ๒๕๕๐ ก็ไม่ได้ต่างกันหรอกครับ องค์กรอิสระทุกวันนี้ ก็ไม่เห็นมีความเปึนอิสระเลยครับ อํานาจตุลาการก็ถูกลากเข้ามาจนเสื่อมศรัทธา หมดแล้วจากประชาชนทั้งประเทศ ระบบการตรวจสอบการทุจริตก็ล้มเหลวไม่ได้มีอะไร ดีกว่ากันเลยท่านครับ วันนี้ผมแปลกใจก็คือว่ารัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลมีมติไว้ ล่วงหน้าว่าจะไม่รับร่างฉบับของประชาชน จะงดออกเสียงสําหรับร่างของ ส.ส. ๑๐๒ คน ซึ่งผมก็แปลกใจว่าทําไมท่านไม่เอาเข้าไปทั้งหมดแล้วก็ไปพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการ มันเกิดเหตุอย่างนี้ได้อย่างไร มติล่วงหน้าอย่างนี้เท่ากับท่านดูถูกร่างของประชาชนที่เสนอ เข้ามาด้วยความยากลําบาก ผมไม่เห็นจะมีความยากลําบากตรงไหนในการไปพิจารณา ท่านมีเวลาอีก ๑ ป้ รัฐบาลหรือสภานี้ก็มีเวลาที่จะพิจารณาเรื่องเหล่านี้ วันนี้พวกเราจึง บอกว่าเราใช้เวลา ๒ วัน รวมวันพรุ่งนี้ ๓ วันเพื่อจะแก้รัฐธรรมนูญอยู่แค่ ๒ ประเด็น ไม่ใช่ว่าไม่เห็นด้วยเขตใหญ่เขตเล็กพรรคเพื่อไทยไม่ได้กลัวหรอกครับ อย่างไรก็ได้ มาตรา ๑๙๐ ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่วันนี้ผมตกใจและผมแปลกใจที่ท่านเร่งรีบ คณะรัฐมนตรีมี มติตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตั้งหลายคณะ คณะกรรมการปฏิรูปโดยมีท่านอานันท์ ปันยารชุน เปึนประธาน คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ คือท่านคณิต ณ นคร ท่านคณิตเสนอหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องพี่น้องเสื้อแดง ที่ถูกขังคุก ท่านบอกว่าน่าจะปล่อยได้แล้ว ท่านรู้ไหมครับท่านที่อยู่ในคุกเขาคงขีดนับวัน ทุกวันว่าเขาจองจํากี่วันแล้วจากความผิดที่เขาคิดว่าเขาไม่ได้ทํา แต่มีเรื่องที่ต้องรีบทํา ตั้งเยอะแยะ แต่วันนี้ท่านมาเสนอแก้รัฐธรรมนูญแค่ ๒ ประเด็น ผมว่าวันนี้ท่านทําเพื่อใคร ท่านตอบตัวเองให้ได้ ท่านไม่ต้องหลอกประชาชนทั้งประเทศจะนะครับ ท่านรีบร้อน เพื่อใครและท่านแก้ปัญหาให้ใคร วันนี้ผมวิงวอนครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภาท่านมีอิสระ ในความคิดของท่าน ท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านวันนี้ผมอยากจะให้ท่านใช้ดุลยพินิจ วันพรุ่งนี้อย่างวิญ็ูชน ขอให้ท่านมีความเปึนอิสระและประเทศชาติจะต้องฝากความหวัง ไว้กับท่านครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสิริวัฒน์ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมใคร่เรียนท่านประธานที่เปึนเรื่องของ ธงก่อนในใจผมนะครับ ๔ ร่างจาก ๓ ส่วนผมรับทั้งหมด เพียงแต่ว่าหลักคิดหรือว่าเหตุผลในการรับร่างไว้พิจารณาในเบื้องต้นก่อนนั้นอาจจะ แตกต่างกันไป ผมเองกับเพื่อนสมาชิกจํานวนไม่น้อยในส่วนของ ส.ว. เช่น อาจารย์เจริญ ภักดีวานิช จากจังหวัดพัทลุง และอีกหลายท่าน เรามีหลักคิดในเรื่องของการดูว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้นเปึนประชาธิปไตยหรือมีความเปึนนิติธรรมมากน้อยแค่ไหน ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น มีความเปึนประชาธิปไตย และมีความเปึนนิติธรรมค่อนข้างน้อย เราดูที่ไหนครับท่านประธาน เราดูทั้งที่มาและเราดู ทั้งเนื้อหา จริงอยู่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะผ่านประชามติซึ่งเรายอมรับเมื่อมาเปึน กฎหมายเรายอมรับ ปฏิบัติตามนะครับแต่เราไม่เชื่อในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ว่ากระบวนการ ที่เราทําประชามติมานั้นเปึนกระบวนการที่โปร่งใสพอ ท่านประธานคงยังจําได้นะครับ คมช. และคณะบอกว่าถ้าหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับอื่น ที่อยู่ข้างหลังที่อาจจะเอาออกมาใช้ได้แล้วแต่ทางพลพรรคของ คมช. นี่แหละที่เรียกได้ว่า เปึนประชามติที่โปร่งใส แล้วนอกจากนั้นก็มีการโน้มนําให้ประชาชนบอกว่ารับไปก่อนค่อยแก้ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศรวมถึงภาคใต้ของกระผมด้วย เห็นว่าต้องมีการเลือกตั้งก่อน จึงได้มีการยอมรับ ดังนั้นท่านประธานครับนี่คือหลักคิดของพวกเราที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไม่มีความเปึนประชาธิปไตยที่เพียงพอ หลังจากรัฐประหาร เมื่อป้ ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ ผมย้ําว่าไม่ว่ารัฐประหารใครไม่ควรรัฐประหารทั้งนั้น ผมเปึนจําเลยที่ ๑ เมื่อตอนที่มี รสช. ก็คือตอนรัฐประหาร พลเอก ชาติชาย ขณะนั้นผมประท้วง พลเอก ชาติชายอยู่ แต่เมื่อมี รสช. เราเห็นว่าคนที่เข้ามามีอํานาจไม่ผ่านความเห็นชอบจากประชาชนนั่นไม่ชอบ ท่านประธานครับ นับจากมีรัฐประหาร ๔-๕ ป้แล้วผมเสียดายว่าสมาชิกรัฐสภา และรัฐบาลเองใช้หลักคิดที่เปึนประชาธิปไตยไม่มากพอ ถึงแม้ผมจะรับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๔ ฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่า ผมถือว่าได้แก้ไขในรัฐธรรมนูญนี้ น้อยมาก ยังมีอีกหลายประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานที่เรายังไม่ได้รับ การแก้ไข ผมจึงต้องรับร่างของประชาชนมาด้วย เพราะในร่างของประชาชนนั้นมีหลาย ประเด็นที่มีโอกาสในการที่จะแก้ไข ยกตัวอย่างเช่น ท่านประธานครับ เรื่องนี้ ผมจําเปึนต้องพูด พูดแล้วตัวเองก็อาจจะเสียประโยชน์ไม่เปึนอะไรครับ ที่มาของ ส.ว. ท่านประธานครับ ส.ว. ณ ปัจจุบันมาจากการสรรหาประมาณครึ่งหนึ่ง คําถามก็คือว่า เรามีสิทธิอะไรในการที่จะเอาอํานาจประชาชนไปตั้งปวงชนชาวไทย จริงอยู่ผมไม่ได้ มีปัญหากับบรรดา ส.ว. สรรหา ในแง่ที่เปึนเรื่องของบุคคลครับ แต่ว่าในแง่ของหลักการ และที่มานั้นผมยอมรับไม่ได้ ท่านประธานครับ ไม่ใช่แค่เพียงที่มาเท่านั้นนะครับ แต่ในเรื่องของสมัยของ ส.ว. ยังแตกต่างกันในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานทราบไหม พี่น้องประชาชนไม่เคยทราบเลยว่าหลังจาก ส.ว. สรรหาหมดอายุลง ส.ว. สรรหานั้น มีสิทธิที่จะเปึนต่ออีกสมัยหนึ่ง อีก ๖ ป้ รวมแล้วเปึน ๙ ป้ ส.ว. เลือกตั้งไม่มีสิทธิที่จะ เปึนต่ออีกสมัยหนึ่ง คําถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนอย่างนี้ไว้บนหลักการหรือบน หลักคิดอะไรครับ บางคนเปึน สนช. มา ๒ ป้แล้วท่านประธาน รวมแล้วเท่ากับ ๑๑ ป้ ท่านประธานครับ นี่ตั้งอยู่บนหลักคิดหรือฐานคิดอะไร ผมอยากย้ําว่าผมไม่มีปัญหา ในเรื่องของตัวบุคคล คําถามก็คือทําไมทางสมาชิกรัฐสภา บังเอิญ ส.ว. เสนอโดยลําพัง ไม่ได้นะครับ ทําไมรัฐบาลจึงไม่เสนอแก้ ทีแรกนะครับท่านประธานตอนรณรงค์ให้มีการรับ บอกว่าหลังจากนี้ค่อยไปแก้ให้เปึนประชาธิปไตย หลังจากนั้นไม่แก้จึงมีการตั้ง คณะกรรมการสมานฉันท์ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมืองและแก้ไข รัฐธรรมนูญมาจากหลายฝ์ายครับเสนอให้แก้เปึน ๒ ส่วน ๖ ประเด็นแก้ก่อน และหลังจากนั้นแก้ทั้งฉบับท่านดิเรก ถึงฝัืง ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ขนาดท่านเปึน ส.ว. แบบสรรหาท่านไปทําให้ร่าง ๖ ประเด็นนั้น ส.ว. ต้องมาจาก การเลือกตั้งทั้งหมดครับ และทั้งหมดนี้คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อปฏิรูปการเมือง และรัฐธรรมนูญมาจากความดําริของท่านนายกรัฐมนตรี ผมเสียดายว่าผมพยายามลุ้นท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านเปึนนักเรียนอังกฤษ และผมหนุนคนรุ่นใหม่ คนจังหวัดนครศรีธรรมราชทราบดี ท่านน่าจะเปึนผู้นํา ด้านประชาธิปไตย แต่อนิจจาผ่านมา ๔ ป้ เรายังวนเวียนกับการตั้งประเด็นที่ไม่เกี่ยวกับ เรื่องหลักประชาธิปไตยกับหลักนิติธรรม ท่านประธานครับ การยุบพรรคการเมือง ท่านประธานครับ เขียนมาได้อย่างไรครับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมพูดเรื่องนี้ไม่ใช่ว่าต้องการ จะช่วยพรรคประชาธิปัตย์หรือต้องการเอาสถานการณ์ ณ ขณะนี้ขึ้นมาพูดนะครับ ไม่ว่า ยุบพรรคไหนก็ไม่เห็นด้วยทั้งนั้น ถามว่าทําไมครับ สมาชิกที่เขาไม่รู้เรื่องด้วยทําไมเขา จะต้องถูกลงโทษ หลักนี้เปึนหลักนิติธรรมนะครับ ใครผิดต้องถูกลงโทษ ส่วนคนไม่ผิด ไม่ถูกลงโทษ เมื่อไปลงโทษเขาไม่ว่าจะเปึน ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่กําลังจะเกิดขึ้น หรือพรรคอื่นในอดีต ถามว่ามันสอดคล้องกับหลักนิติธรรมตรงไหนครับ หลายคนบอกว่าไม่ได้นักการเมืองชั่วต้องใช้ยาแรง ข้อนี้ผมไม่เถียง แต่ใช้ยาแรงนะครับ คนเปึนเอดส์ก็ใช้ยาแรงกับคนเปึนเอดส์สิครับ คนที่ไม่เปึนอะไรเลยไปใช้ยาแรงมันผิดจุด ดังนั้นท่านประธานครับ สังคมไทยถูกวาทกรรมทําให้เรื่องเหล่านี้เปึนเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล เพราะฉะนั้นผมไม่เข้าใจว่าทําไมรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี และสมาชิกรัฐสภา จึงไม่มี ความกล้าหาญพอในการที่จะเสนอแก้ไข อย่าตั้งหลักคิดว่าเพื่อใครหรือเอาใครมาก่อน สังคมไทยขัดแย้งกันไม่จบเพราะเอาบุคคล หรือเอาฝ์าย หรือเอาใครขึ้นมาก่อน แต่ถ้าหากว่าสังคมไทยเหมือนกับสากลโลก เอาหลักการขึ้นมาก่อนครับ นั่นก็คือ หลักนิติธรรมและหลักประชาธิปไตย จะเพื่อใครก็ช่าง ใครจะได้ประโยชน์ถ้ามันเปึน ประชาธิปไตยก็ช่างมัน ถ้าหากมีหลักนิติธรรมใครจะได้ประโยชน์ก็ช่างมัน สถานการณ์ หรือสภาพการณ์เปึนเรื่องรองจากเรื่องหลักการ ผมอยากให้พวกเราได้ตั้งหลักให้ดีนะครับ สมาชิกรัฐสภานี้เครดิตเสื่อมลงทุกวัน อํานาจนอกระบบก็มีอยู่จริง จนท่านนายกรัฐมนตรี พูดและสื่อก็เอามาลง อย่าลืมนะครับ แทบทุกพรรคเคยถูกรัฐประหารมาแล้วทั้งนั้น ป้ ๒๕๑๙ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ก็ถูกรัฐประหารครับ พรรคประชาธิปัตย์ก็มี พวกขวากว่า ดังนั้นถ้าหากว่าเราไม่พยายามที่จะยึดหรือสร้างทั้งตัวกฎหมายที่เปึน ประชาธิปไตย และทั้งตัววัฒนธรรมหรือความรู้สึกนึกคิดที่ให้คนยอมรับในหลักการ ประชาธิปไตย ผมคิดว่าการเมืองไปไม่รอด ท่านประธานครับ ในสุดท้ายผมจึงอยากจะ บอกว่าขอเรียกร้องให้ทุกฝ์ายได้เข้ามายึดหลักการ ผมเองเคยเคารพบางบุคคล ที่ยึดหลักการ แต่น่าเสียดายว่าตอนหลังเอาสภาพการณ์มาเปึนตัวนํา แล้วผมยังเคารพ ท่านนะครับ แต่ผมอยากกราบเรียนว่าประเทศไทยไม่มีวันที่หลุดพ้นไปจากเงื้อมมือ ของอํานาจเผด็จการนอกสภาถ้าหากว่าเราไม่สร้างหลักประชาธิปไตยให้ปักหลักปักฐาน ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านประกอบนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมได้รับฟังความคิดเห็นของ เพื่อนสมาชิกรัฐสภาทั้งในส่วนของ ส.ส. ฝ์ายพรรคร่วมฝ์ายค้าน แล้วก็ฝ์ายพรรคร่วมรัฐบาล และเพื่อนสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง ๒ วันท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าประเด็นที่พวกเรา ถกเถียงกัน แล้วก็บางประเด็นมีความเห็นสอดคล้องกัน บางประเด็นมีความเห็น ที่แตกต่างกันนั้น เพราะว่าฐานคิดแต่ละคน ประสบการณ์แต่ละคนแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ผม อยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ได้คิดถึงประเทศชาติเปึนตัวตั้ง อย่าคิดถึงตัวเองเปึนหลักสําคัญ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าตั้งแต่เราได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง ป้ ๒๔๗๕ มาถึง บัดนี้ท่านครับ เรามีการปฏิวัติรัฐประหารมาแล้วจํานวน ๑๘ ครั้ง สําเร็จ ๑๑ ครั้ง กบฏคือทําไม่สําเร็จจํานวน ๗ ครั้ง แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย สูงสุดของประเทศ คือกฎหมายรัฐธรรมนูญถึง ๑๘ ฉบับ บางฉบับเปลี่ยนแปลงใหม่ ทั้งฉบับ บางฉบับก็มีการปรับปรุงเล็กน้อย ทั้งนี้ ผมคิดว่าเปึนนิมิตหมายที่ดีที่เรามา ปรับปรุงปรับแต่งกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก เพราะว่ามาจากการยกร่างของนักวิชาการ มาจากการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงจุดด้อยของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เรายอมรับว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด เพราะมาจากมติ ของมหาชน นั่นหมายความว่าพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบด้วย ก็เรียนว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น เปึนรัฐธรรมนูญที่ใช้ได้ แต่แน่นอนที่สุดท่านประธานครับ ในดีมีเสีย ในเสียมีดี ทุกอย่างไม่มีอะไรดี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ใช้มาระยะหนึ่งก็เห็นความบกพร่อง กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใช้มา ระยะหนึ่งก็เห็นความบกพร่อง ผมกราบเรียนว่าถ้าเรามาช่วยกันดู ช่วยกันปรับ ช่วยกัน เปลี่ยนสิ่งบกพร่องให้ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ให้มันสอดคล้องกับความต้องการของ พี่น้องประชาชน ให้มันสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึน ประมุข ให้มันสอดคล้องกับวัฒนธรรมของประเทศไทย ผมว่าสิ่งนั้นละครับ เพื่อนสมาชิก รัฐสภาแห่งนี้ควรจะกระทํา ท่านประธานครับ จริง ๆ กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เรามาพูดคุย กันในรัฐสภาแห่งนี้มี ๓-๔ ฉบับด้วยกัน
ฉบับแรก มาจากประชาชนเข้าชื่อกันเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๗๑,๕๔๓ คน ซึ่งฉบับนี้แก้ไขมาก แล้วก็ประเด็นส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับหนึ่ง
ฉบับที่สอง เปึนของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวน ๑๐๒ ท่าน ได้ร่วมกันเสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใน ๒ ประเด็น ก็คือประเด็นเรื่อง เขตเลือกตั้ง จากเขตเดียวเรียงเบอร์ ไม่เกิน ๓ คน กับเรื่องของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ การทําสนธิสัญญากับต่างประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ
แล้วก็ฉบับที่อนุกรรมาธิการไปปรับปรุงกฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อความสมานฉันท์ เสนอโดย ครม. ๒ ฉบับด้วยกัน คือ
ฉบับที่ ๑ เรื่องเกี่ยวกับเขตเลือกตั้ง เขตเดียวเบอร์เดียว จํานวน ๓๗๕ เขตเลือกตั้ง จากแบบบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คน
ฉบับที่ ๒ เรื่องของมาตรา ๑๙๐ ก็คือการทําสนธิสัญญากับต่างประเทศ หรือองค์กรระหว่างประเทศ ก็แค่นี้เองครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่เราพูดคุย วันนี้นี่ผมต้องการสิ่งที่เหมือนกันไม่อยากจะพูดสิ่งที่แตกต่างกัน สิ่งที่เหมือนกันของ กฎหมายที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ได้เสนอเข้ามา ทั้งในส่วนของประชาชน ในส่วนของ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในส่วนของ ครม. มีสิ่งเดียวที่คิดตรงกันก็คือ เรื่องของเขตเลือกตั้ง ผมไม่เข้าใจว่าทําไมเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้หลงประเด็นตัวเอง ที่ผมกราบเรียนว่าหลงประเด็นตัวเองเพราะว่า สิ่งที่เหมือนกันของกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับที่เกี่ยวข้องกับเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ก็คือเรื่องของเขตเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว เขตเล็ก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ให้ชี้ชัดไปเลยว่าฉบับของประชาชน ในมาตรา ๙๘ กําหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจํานวน ๕๐๐ คน มาจากเขตเลือกตั้งเขตละ ๑ คน ๔๐๐ เขต มาจากบัญชีรายชื่อ ๑ บัญชี ๑๐๐ คน ก็เหมือนกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในมาตรา ๙๘ ของฉบับประชาชน ท่านประธานเห็นไหม ฉบับของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ คน ในมาตรา ๙๔ ก็เช่นเดียวกันท่านประธาน ก็คือให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาจากเขตเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว จํานวน ๔๐๐ เขต ๔๐๐ คน และมาจากสัดส่วน จํานวน ๘ เขต เขตละ ๑๐ คน มีความแตกต่างในเรื่องของสัดส่วน แต่ในส่วนของ เขตเลือกตั้งเหมือนกันไม่มีอะไรผิดเพี้ยน ท่านประธานครับ ฉบับของท่านอาจารย์สมบัติ ซึ่งเสนอโดย ครม. ในมาตรา ๙๓ เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีจํานวน ๕๐๐ คนมาจากเขตเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว จํานวน ๓๗๕ คน บัญชีรายชื่อ ๑ บัญชี ๑๒๕ คน นั่นหมายความว่าประเด็นหลัก ประเด็นที่สําคัญ กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ ท่านประธาน ที่เสนอโดยภาคประชาชนเสนอโดยเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเสนอโดยนักวิชาการ ซึ่งนําเสนอโดย ครม. มีประเด็นที่เห็นตรงกันก็คือการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเขตใหญ่เรียงเบอร์ให้กลับมาเปึนเขตเดียวเบอร์เดียว เขตเดียว ๑ คน คือเขตเล็กนั่นเอง เหมือนกันทั้งหมดเพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า ประเด็นนี้น่าจะเปึนประเด็นที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ยอมรับได้ เพราะเปึนความเห็นเหมือน ไม่ใช่ความเห็นต่าง และผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่าหลักการ ในการคิดเรื่องเขตเลือกตั้งเขตเล็ก เขตเดียวเบอร์เดียวนั้นมันเปึนหลักสากล ท่านประธานครับ ในประเทศญี่ปุ์นคล้ายของเรานะครับ ก็คือใช้เขตเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว จํานวน ๓๐๐ คน แล้วก็บัญชีรายชื่อจํานวน ๑๒๐ คน คล้ายกับของเรา ประเทศอังกฤษ ใช้แบบเขตเดียวเบอร์เดียว คือการเลือกตั้งโดยใช้เสียงส่วนใหญ่แบบสัมพัทธ์ก็คือไม่ถึง กึ่งหนึ่งก็ได้ แต่เสียงข้างมากก็ถือว่าชนะการเลือกตั้ง ในประเทศเยอรมนีเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งโดยกําหนดเขตเลือกตั้งเขตเล็กเขตเดียวเบอร์เดียวนั้นเปึน หลักสากล และเปึนหลักเสมอภาค ผมจึงมองไม่ออกครับท่านประธานว่าในวันลงมติ วันพรุ่งนี้ประเด็นการเลือกตั้งเขตเล็กเบอร์เดียวนั้นไม่มีใครเห็นต่างในสภาแห่งนี้ เพราะว่า กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับได้ตรา ได้บัญญัติเหมือนกัน ก็ขอกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกรัฐสภา พรรคเพื่อไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนอื่นผมแสดงความดีใจในฐานะที่เปึนฝ์ายนิติบัญญัติ และเปึนสมาชิกรัฐสภา ที่ได้มีโอกาสพิจารณาในเรื่องของการแก้ไขกฎหมายสูงสุด ของประเทศคือร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนไปตามบทบัญญัติ และเปึนไปตามอํานาจหน้าที่ ตามมาตรา ๒๙๑ แห่งรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ผมเรียนตามตรงนะครับว่า ผมได้ยินและได้พูดคุยได้สนทนากับอดีตหัวหน้าคณะ คมช. จริง ๆ ผมไม่คิดว่าผมจะพูดคุยกับเขา แต่พอได้ไปทําหน้าที่และไปได้เกี่ยวข้อง ผมต้องทําใจ ในการที่ได้มีการพูดคุย เขาเพิ่งรู้ว่าประชาธิปไตยเปึนอย่างไร แล้วเขาก็เริ่มเข้ามาสู่ พรรคการเมือง ซึ่งผมเองก็ดีใจนะครับที่เขารู้จักการเมือง กําลังเตรียมตัวที่จะมาเปึน นักการเมือง ซึ่งในอดีตเขาบอกว่าการเมืองเปึนเรื่องที่เลวร้าย และในเวลาเดียวกัน ผมก็ดีใจที่ผู้ที่ออกมาต่อสู้ ออกมาเรียกร้องในระบอบประชาธิปไตย แม้ว่าผมจะ ไม่ค่อยชอบเขาแต่เขาก็มีพรรคการเมืองเปึนของตัวเอง แล้วเขากําลังเรียกร้องสิทธิ อยู่ข้างนอกรัฐสภา แต่สิ่งที่ผมต้องพูดต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าผมอยากแสดงความคิดเห็นว่า มันเกิดอะไรขึ้นต่อพวกเรา หรือเราจะเปึนตรายางครับท่านประธาน เรากําลังอยู่ในบท บทหนึ่งของผู้เปึนรัฐบาล ผู้มีอํานาจหรือเปล่า เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าเราคงต้องใช้ วุฒิภาวะในการพิจารณา การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ร่างที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานรัฐสภา โดยเฉพาะท่านชัย ชิดชอบ และท่านประธานวุฒิสภา ที่ท่านต้องทําหน้าที่ตรงนี้ ประเด็นของผมที่สําคัญ ผมเองสนับสนุนร่างของประชาชน สาเหตุที่ผมสนับสนุนร่างของประชาชนเนื่องจากว่ามีความคล้ายกันกับรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ คือรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งมีความสมบูรณ์แบบ และมีการบังคับใช้มาเปึนระยะเวลายาวนานพอสมควร มันทําให้ประชาชนผู้มีส่วนร่วม ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพในทางการเมือง การเปึนสมาชิกพรรคการเมือง การมีส่วนร่วม ในการคิดเรื่องนโยบายกับพรรคการเมืองทําให้เกิดประชานิยมอย่างกว้างขวาง แต่ท่านประธานเชื่อหรือไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นกลับเปึนที่น่ารังเกียจสําหรับคนที่มีอคตินะครับ อคติกับใคร กับคนที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งพรรคการเมืองและตัวบุคคล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนําเรียนว่าร่างที่บรรจุอยู่ในระเบียบวาระของ พี่น้องประชาชนที่มีการเข้าชื่อกัน ๗๑,๕๔๓ ชื่อ ตรงนี้เปึนสิ่งที่ผมภาคภูมิใจว่ามันได้ระบุ อยู่ในเรื่องอะไรบ้าง สิ่งแรกที่ผมดูนะครับว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร สิทธิเสรีภาพของ พี่น้องปวงชนชาวไทย เขาพูดในสิ่งนี้ไว้นั่นหมายถึงว่าหากมันไม่ดีก็มีกระบวนการ ในการแปรญัตติ เมื่อเราตั้งคณะกรรมาธิการแล้วมีการแก้ไขได้ มันได้ผนวกแฝงไว้ในเรื่อง ของอํานาจหน้าที่หรือสิทธิขั้นพื้นฐานที่เขาพึงจะมีมันได้พูดถึงหน้าที่ของปวงชนชาวไทย มันได้พูดถึงแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐซึ่งท่านประธานรู้หรือไม่ว่าปัจจุบันนั้นเปึนอย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ ปัจจุบันนั้นมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงครับ มีการใช้อํานาจโดยมิชอบ มีการกระทบกระเทือนสิทธิของพี่น้องที่มาเรียกร้องในระบอบประชาธิปไตยไม่ว่าจะเปึนสีใด สิ่งเหล่านี้ถ้ามันเปึนสิ่งไม่ดีทําไมรัฐบาลไม่นําไปแก้ไข ในฐานะเปึนผู้บริหารประเทศ สิ่งสําคัญที่สุดนะครับ มันได้พูดถึงระบบรัฐสภาไว้ ท่านเชื่อหรือไม่ระบบรัฐสภา ประกอบไปด้วยวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร บางเวลาเราถูกคุกคามครับ ที่ผ่านมา ท่านประธานผมขอขอบคุณครับ ท่านออกมาตอบโต้จากการกระทําของทหารที่มา ป่ดล้อมรัฐสภาแห่งนี้ไว้ เราถูกคุกคามทางอํานาจ ท่านประธานลองคิดสิครับ อํานาจมีอยู่ ๓ ฝ์าย ฝ์ายนิติบัญญัติ คือพวกเรา ฝ์ายตุลาการเปึนอย่างไรครับ ท่านดูแล้วปัจจุบัน มันกําลังจะมีปัญหาถูกต้อง หรือไม่ ฝ์ายบริหาร แน่นอนครับ ต่างคนต่างไม่อยากให้มีการเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซง แต่ผมแปลกใจว่าร่างฉบับนี้เปึนร่างที่พี่น้องประชาชนเสนอเข้ามา ซึ่งเราสามารถดําเนิน เข้าไปในการแปรญัตติแก้ไขได้ ท่านประธานลองตามผมไปเรื่อย ๆ นะครับ ว่าด้วย การตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ว่าด้วยองค์กรอิสระ เช่น การตรวจเงินแผ่นดิน ผมไม่รังเกียจรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อย่างน้อยผมก็กระโดดและใช้แพของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นถึงจะเปึนแพเน่า ๆ ก็เข้ามาอยู่ในการทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อถึงเวลาผมกลับมองว่าเรื่องบางเรื่อง ถ้ามันนําไปสู่กระบวนการความขัดแย้ง ทําไมเราไม่แก้ สิ่งที่ผมจําเปึนต้องเสนอแนะต่อที่ประชุมแห่งนี้ผมคิดว่าร่างของพี่น้อง ประชาชนที่นําโดยนายแพทย์เหวง โตจิราการ และคณะ ซึ่งดอกเตอร์เมธาพันธ์ได้เปึน ผู้นําเสนอ ผมดีใจที่ได้มีโอกาสทําหน้าที่ในฐานะเปึนสมาชิกรัฐสภาในการพิจารณา แต่ผมแปลกใจนะครับว่าในฐานะที่เปึนสมาชิก เมื่อติดตามไปดูแล้วสิ่งที่เรา ประสบความสําเร็จในการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทําให้อะไรเกิดขึ้น ๑. การเมืองมั่นคง พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง การดําเนินการด้านนโยบาย ไม่ว่าจะเปึนนโยบาย ของพรรคนําไปสู่พี่น้องประชาชนได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง นําไปสู่กระบวนการคิด แล้วก็นําเสนออย่างเปึนรูปแบบโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง ผมไม่พูดถึง เขตเล็กเขตใหญ่นะครับ แต่สิ่งเหล่านั้นมันเปึนเสน่ห์ทางการเมืองที่เรายังดูแล้วยังจดจํา และยังอยากให้มันเกิดขึ้นในสังคมไทย แล้ววันนี้ก็มีร่างฉบับหนึ่งที่เราเห็นว่า พี่น้องประชาชนเสนอเข้ามา และมีหลักการและเหตุผล สาระเปึนไปตามที่ผมได้กล่าว คล้ายก็คือ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ ถ้าเราดูว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บางมาตรานั้น ส่วนใหญ่แล้วในทางปฏิบัติมีความขัดแย้ง เช่นองค์กรอิสระที่มีปัญหาอยู่ ทุกวันนี้ว่ากระบวนการตรวจสอบไม่สามารถที่จะนําผู้กระทําความผิดมาลงโทษได้ บัญญัติเอาไว้ว่าการมีอํานาจขององค์กรอิสระ การจะต้องตรากฎหมาย เพื่อให้องค์กร อิสระนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่ได้ จนกระทั่งเปึนที่มาแห่งเรื่องโจ๊ก (Joke) หรือเรื่องที่เอาไป พูดคุยเปึนว่าเล่นเช่นสํานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ท่านประธานครับ กว่าจะผ่าน ร่างพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการไปล้มลุกคลุกคลานสิ้นดีเลยครับ วุฒิสภาแก้ไขแล้วถ้ายังรับไม่ได้แล้ว ผมก็ว่าไม่ได้ตราออกเปึนกฎหมาย เราเห็นได้ชัดครับ เพราะฉะนั้นผมยังคิดว่าบางเรื่องรัฐบาลน่าจะแก้ไขเพราะมันเปึนประโยชน์กับ ประเทศชาติ สิ่งเหล่านี้ผมยกตัวอย่างว่าเมื่อมองดูแล้วอํานาจ ๓ ฝ์ายปัจจุบันผมไม่สบายใจ มีทหารยศระดับเท่ากับซี ๑๐ ไม่ถึงซี ๑๑ หรอกครับ ออกมาพูดทุกวัน เขากําลังแทรกแซง ฝ์ายบริหารหรือไม่ ผมก็อยากจะถามนายกรัฐมนตรีเหมือนกันว่ายศขนาดนั้นอยู่ใน สังกัดกระทรวงกลาโหม ออกมาทุกวันจะยึดอํานาจหรืออย่างไร มันเกิดอะไรขึ้นกับ บ้านนี้เมืองนี้ ครับท่านประธาน ผบ.ทบ. ก็ออกมา ผมถามว่าเขามีอํานาจอะไร สิ่งเหล่านี้ เราพบว่า มาตรฐานที่เกิดขึ้นในสังคมน่าจะนําไปสู่กระบวนการแก้ไขหลาย ๆ เรื่อง เพราะฉะนั้น เมื่อดูร่างของรัฐบาลที่นํามาเสนอนะครับท่านประธาน ผมเปรียบเทียบร่างของ พี่น้องประชาชนที่มาเสนอกับร่างของรัฐบาลที่หลายท่านอภิปรายแล้วพยายามจะสร้าง แรงจูงใจให้พวกเราเห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ไป เกี่ยวข้องกับบรรดาสัญญาใด ๆ ที่รัฐจะทําจะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ ผมชักไม่มั่นใจ เดิมทีผมเห็นว่าสมควรที่จะแก้ แต่ถ้าสําหรับรัฐบาลชุดนี้แล้วผมว่าเอาไว้ ก็ท่าทางน่าจะดี เพราะว่าเวลาไปเจรจาไปทําอะไรเกิดขึ้น เราไม่ไว้ใจหรอกครับ ยกตัวอย่าง การเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย-กัมพูชา ผมดูแล้วถ้ารัฐบาลไม่มีความสามารถ ก็สมควรที่จะคงมาตรา ๑๙๐ ไว้ แล้วถ้าท่านอยากจะแก้หรืออยากจะให้กรอบอํานาจได้รับ การพิจารณาในทิศทางที่ไวก็ไปร่างเปึนร่างประกอบรัฐธรรมนูญมา แล้วก็รัฐสภาแห่งนี้ ได้พิจารณา ผมยังมีความเห็นอย่างนั้นนะครับ เพราะผมดูว่าการบริหารราชการของ นายกรัฐมนตรีกับคณะค่อนข้างจะหน่อมแน้ม เพราะฉะนั้นถ้าเกิดให้อํานาจไปโดย การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมเห็นว่าสมควร ถ้าเกิดแก้ไปแล้วรัฐบาลมีอํานาจ อาจใช้อํานาจไม่เปึน เสียหายครับ เพราะฉะนั้นเห็นสมควรว่าควรจะมาผ่านรัฐสภาตามเดิม
อีกร่างหนึ่งที่พูดกันถึงเรื่องเขตเลือกตั้ง ซึ่งผมก็เรียนตามตรงว่า ข้อเท็จจริงแล้วน่าจะเปึนความตกลงของรัฐบาลกับพรรคร่วมมากกว่า มันไม่ได้เกี่ยวข้อง กับปัญหาของการบริหารราชการแผ่นดินตามที่ผมได้นําเรียน ถามว่าผมก็เปึน สมาชิกผู้แทนราษฎรที่จะมาจากการเลือกตั้ง และผมคิดว่าสมาชิกในพรรคเพื่อไทย หลาย ๆ ท่านเขาก็เปึนสมาชิกผู้แทนราษฎรที่ผ่านการเลือกตั้ง แต่วันนี้ถ้าเราจะทําด้วย งบประมาณที่ท่านพยายามจะให้หลายฝ์ายแสดงความคิดเห็นเหมือนกับว่าเปึนเรื่องที่ สมควรที่จะดําเนินการผ่านนักวิชาการ ผมเห็นว่านั่นไม่ใช่ครับท่าน เพราะฉะนั้น ในความเห็นของผมว่าร่างของพี่น้องประชาชนยังเปึนร่างที่ผมได้นําเรียนกับที่ประชุมแห่งนี้ว่า มันมีสาระต่าง ๆ หากเราดําเนินการรับร่างของพี่น้องประชาชน ซึ่งนายแพทย์เหวง โตจิราการ เปึนผู้นําเสนอ ผมเห็นเรายังแปรญัตติได้ ผมยังเห็นว่าเราสามารถที่จะ เข้ากระบวนการว่าสิ่งใดที่เปึนปัญหาและเปึนผลกระทบกับการปฏิบัติหน้าที่หรือบริหาร ราชการแผ่นดินแล้วเกิดความล้มเหลวน่าที่จะต้องแก้ไข ไหน ๆ แล้วครับท่านประธานรัฐสภา ท่านวุฒิสมาชิก ท่าน ส.ส.ในแต่ละพรรคการเมือง ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านเปึนตัวแทน ของปวงชนชาวไทย ผมเห็นสมควรว่าถ้ามีหลาย ๆ ประเด็นแล้วตามร่างของพี่น้องประชาชน ถ้าเรารับหลักการตรงนี้แล้วรวมประกอบการพิจารณา มันจะทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ถ้าเปรียบเทียบกับงบประมาณแล้วผมคิดว่า เราไม่ได้ผลาญงบประมาณแผ่นดินนะครับ แล้วเราเองก็จงภาคภูมิใจว่าเราเปึน ฝ์ายนิติบัญญัติ เราเปึนสมาชิกรัฐสภา แล้วเราได้ทําตามมาตรา ๒๙๑ ที่รัฐธรรมนูญนั้น ให้สิทธิพวกเรา ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าเราคงพิจารณาด้วยวุฒิภาวะของพวกเรา ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านสนธยาครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การสรรหาองค์กรภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตประทานกราบเรียน ผ่านท่านประธาน ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบเรียนถามท่านประธานก่อน ที่จริงผม กลับบ้านแล้ว ท่านประธานครับ บังเอิญ ส.ว. พี่เลิฟ (Love) ของกระผมที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ได้โทรศัพท์ไปตามว่าสมาชิกวุฒิสภานั้นเปึนผู้แทนปวงชนชาวไทย ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ จะต้องมาแสดงตนแล้วก็อภิปรายแสดงความเห็นในสภาแห่งนี้ ผมไม่ทราบว่าผมได้เวลากี่นาทีครับท่านประธาน
ท่านได้เวลา ๘ นาทีครับ
ดังนั้น ผมคงจะต้องใช้เวลาเพียงสัก ๓ นาทีก็พอครับ ที่เหลืออยากจะมอบให้ท่าน ส.ว. ประสงค์ นุรักษ์ แต่ไม่เปึนไรครับท่านประธาน กราบเรียนว่า ส.ว. สรรหา ๑๘ กุมภาพันธ์ป้หน้า ครบกําหนดเวลาต้องลงจอดถอดหัวโขน ร้องตะโกนหมดอํานาจวาสนา จึงขอกราบลา ไว้ล่วงหน้า ท่านประธานครับ กราบเรียนว่ารัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก่อนที่จะบริหารราชการแผ่นดินนั้นก็จะต้องแถลงนโยบาย กระผมกราบเรียน เพื่อทบทวนให้ท่านรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ประธานอภัยต้องเอ่ยนาม ผู้แทนจากจังหวัดตรัง ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ต้องกราบขอบพระคุณจริง ๆ ครับ ในวันนั้นนโยบายได้แถลงไว้ที่กระทรวงการต่างประเทศ ผมเองได้แต่งเครื่องแบบแบบนี้ แต่ไม่ใช่ชุดนี้ป้นรั้วเข้าไปรับทราบนโยบายของท่านแล้วก็ลงนามเปึนคนที่ ๑๐๓ บทบาท หน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิกรัฐสภานั้น หน้าที่ทางด้านนิติบัญญัติประการหนึ่ง ก็คือการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๖ หลังจาก ที่รัฐบาลของท่านได้แถลงนโยบาย กระผมเองได้ติดตามการบริหารราชการแผ่นดินของ ท่านตลอดมาภายใต้คณะรัฐมนตรี ดังนั้นในการควบคุมประการสําคัญก็คือการตั้ง กระทู้ถาม ตามมาตรา ๑๕๖ และวุฒิสภาได้ขอเป่ดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา ๑๖๑ ไปแล้ว ท่านประธานครับ ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินและการตรวจสอบ การบริหารราชการนั้น ที่สําคัญที่สุดรวดเร็วว่องไวยิ่งกว่ากระทู้ถามคือดําริของ ท่านประธาน ในขณะนี้คือท่านรองประธานรัฐสภาซึ่งทําหน้าที่ประธานรัฐสภาในวันนี้ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านจริง ๆ ครับ ในเชิงปริมาณนั้นในการปรึกษาหารือ เพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ท่านก็จะต้องให้เจ้าหน้าที่ส่งเอกสารต่าง ๆ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ต้องตอบมาภายใน ๓๐ วัน ท่านประธานครับ เปึนที่ยอมรับอยู่แล้วว่าในเชิงปริมาณนั้น ส.ว. ที่มาจากการสรรหา ๗๔ คนผนวกกับ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ๗๖ คน กระผมปรึกษาหารือเปึนอันดับ ๑ ครับท่านประธาน นอกจากนั้นแล้ว ท่านประธานรัฐสภา ขอประทานเอ่ยนาม ท่านชัย ชิดชอบ ท่านก็ได้ กรุณาให้การอนุเคราะห์กระผมเหมือนเปึนลูกหลานได้ให้อภิปรายแล้วก็ได้ให้แสดง คําปรึกษาหารือ ก็มากที่สุดครับในส่วนของสมาชิกวุฒิสภา ดังนั้นการปรึกษาหารือ ในเชิงปริมาณเพื่อจะสะท้อนให้เห็นว่าการทําหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาหรือสมาชิก รัฐสภานั้นจําเปึนจะต้องลงพื้นที่ ในการบริหารราชการจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระผมเองยศก็บอกอยู่แล้วนะครับเปึนตํารวจ ก็อยากจะกราบเรียน เปึนฐานข้อมูลว่าในสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหานั้นล้วนแล้วแต่เปึนนายพลทั้งสิ้น มี ๖ คน กระผมคนเดียวที่เปึนพันตํารวจเอก แล้วก็ได้ทําหน้าที่นั้นสมบูรณ์ มีหลายท่าน ได้ทําการอภิปรายในร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับดังกล่าว มีทั้งเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่เปึน ส.ส. แล้วก็ ส.ว. ต่างได้กรุณาแสดงความเห็น พาดพิงถึงที่มาของ ส.ว. จากการสรรหานั้น ขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยัง สมาชิกรัฐสภาที่ได้กรุณาพาดพิงว่า กระผมรับราชการครั้งสุดท้ายอยู่ที่จังหวัดอํานาจเจริญ เกษียณอายุราชการเมื่อป้ ๒๕๔๙ ครับ ไม่ได้มีเส้นมีสายเลย ท่านประธานด้วยความเคารพ แต่โดยที่ได้รับการสรรหามาแล้ว เปึนนายตํารวจบ้านนอกครับ จะไปมีเส้นมีสายที่ไหน แต่ก็กราบเรียนว่าเมื่อ ๓๐ กว่าป้ที่แล้วที่สภาแห่งนี้ กระผมเคยมาเดินอยู่ทางด้านหลัง ที่ท่านประธานนั่ง บางครั้งก็ถือเอกสารมาส่งให้ ฯพณฯ รัฐมนตรีท่านหนึ่งในอดีต เพราะครั้งนั้น กระผมเปึนนายตํารวจติดตามรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าผมได้เห็นสมาชิกรัฐสภาที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่าน แล้วก็มีหลายท่านเฉกเช่นเดียวกันยังอยู่จนกระทั่งปัจจุบันนี้ ดังนั้นในหลายท่านที่ได้กรุณา พาดพิงว่า ส.ว. ที่มาจากการสรรหานั้นก็ไม่รู้ข้อมูล ไม่เปึนไปตามระบอบประชาธิปไตย ก็กราบเรียนว่าในเชิงปริมาณผมลงพื้นที่มากที่สุด ดังนั้นในส่วนนี้เพียงแต่มาแสดงตน เพื่อจะให้ท่านประธานได้บันทึกไว้เปึนหลักฐานว่าช่วงที่ท่านตรวจสอบองค์ประชุมนั้น กระผมมาไม่ทันครับ แต่ก็อยู่ในสภา แต่ในวันนี้เพียงแต่ขออนุญาตที่จะมาทําหน้าที่ไฮไลท์ (Hi light) จะอยู่ในวันพรุ่งนี้ครับท่านประธานครับ กระผมเองมีอยู่ ๒ มือ แต่ข้อบังคับ การประชุมวุฒิสภาบอกว่า เมื่อแสดงตนแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่ จะรับหลักการหรือไม่ ก็คงจะอยู่ในวันพรุ่งนี้ครับ วันนี้เพียงแต่จะมาชี้ให้เห็นว่าขอความกรุณาเถอะครับ อย่ากระแหนะกระแหนกันเลย ผมเองรับราชการอยู่ทางภาคตะวันออก ไม่ว่าจะบ้านเล็ก บ้านใหญ่จ่ายทั้งสิ้น อยู่ภาคอีสานจ่ายทั้งสิ้น ดังนั้นก็ขออนุญาตที่จะสื่อสารผ่านท่านประธาน ว่าในวันพรุ่งนี้ผมจะใช้สิทธิของสมาชิกรัฐสภาที่จะรับหรือไม่ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน
เชิญท่านวรงค์นะครับ ท่านมีเวลา ๑๕ นาที
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมฟังเพื่อนสมาชิกได้มีการพูดอภิปรายพาดพิง ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางครั้งฟังแล้วก็ไม่สบายใจครับท่านประธาน เพราะว่าประเด็น ที่พาดพิงถึง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพื่อนสมาชิกหลายคนก็พยายามกล่าวอ้างถึง ตําหนิรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะประโยคที่ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นไม่เปึนประชาธิปไตย มีที่มาไม่ถูกต้อง และเจตนาของเพื่อนก็คงต้องการให้มีการปรับปรุง แก้ไข แต่ถ้าเรามีการพิจารณารัฐธรรมนูญด้วยความชอบธรรมจริง ๆ แล้วนี่ ทุกอย่าง เปึนเหรียญสองด้านครับ ด้านหัวก็ดีอย่างหนึ่ง ด้านก้อยก็ดีอย่างหนึ่ง แล้วบางคนดูถูก เหยียดหยามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จนกระทั่งผมมีความรู้สึกว่าเพื่อนสมาชิกเราบางคนก็ยัง โกหกตัวเองได้ครับ ที่ผมกล้าพูดเช่นนี้เนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนเมื่อเข้ามาทําหน้าที่ ในรัฐสภา จะต้องปฏิญาณตนตามมาตรา ๑๒๓ ในเนื้อหาสั้น ๆ ที่เขียนไว้ว่าจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ เจตนาที่ผมจะพูดอย่างนี้ ผมต้องการจะย้ําเตือนพวกเราทุกคนว่าบางครั้งก็อย่าโกหกตัวเองครับ เราต้องยอมรับ ความเปึนจริง อะไรเปึนสิ่งที่ดีเราก็ต้องยอมรับว่าสิ่งนั้นเปึนสิ่งที่ดีครับ สิ่งไหนเปึนสิ่งที่ไม่ดี ก็ต้องปรับปรุงแก้ไข ดังนั้นผมยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันก็มีทั้งดีและไม่ดี หลายอย่างได้รับการต่อยอดมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ได้รับการต่อยอดมาจากรัฐธรรมนูญฉบับ รสช. ชีวิตในสังคมไทยมันหนีไม่พ้นนะครับ จะบอกว่าอย่างนี้จะต้องเปึนประชาธิปไตยแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เปึนสร้างตัวเอง ทําเผด็จการ มันไม่ใช่แล้ว ชีวิตของเราก็จะวนอยู่อย่างนี้ครับ เรากลับมาอยู่ในความเปึนจริง ผมฟังเพื่อนสมาชิกบางคนพยายามตําหนิ พรรครัฐบาล มีบางคนถามผมว่าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลชุดนี้ มีอะไรดีถึงกล้าที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางคนก็พยายามที่จะบอกว่าขณะนี้สังคมมีปัญหา มีภัยพิบัติ มีเรื่องน้ําท่วม ทําไมรัฐบาลไม่ลงไปแก้ไขเยียวยา ผมขออนุญาตแก้ต่างแทนรัฐบาล ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะมาชี้แจง ผมอยากจะเรียนว่าขณะนี้ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้รับการมอบอํานาจจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาดูแลปัญหาการเยียวยาเรื่องน้ําท่วม ซึ่งในพื้นที่ของผมก็มีปัญหาเรื่องน้ําท่วม พี่น้องประชาชนขณะนี้กําลังได้รับการแก้ไข ผมคุยกับพี่น้อง เพื่อน ๆ ทางภาคอีสาน เงิน ๕,๐๐๐ บาทขณะนี้ลงสู่พี่น้องประชาชน กําลังปรับรูปแบบในการเยียวยา ในการช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา ซึ่งจะใช้เม็ดเงินประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นอยากจะเรียนกับเพื่อนสมาชิกว่าท่านไม่ต้องเปึนห่วงครับ ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีวิจารณญาณในการจัดสรรบทบาทว่าท่านควรจะทํา อะไร เมื่อไร ที่ไหน อย่างไร ดังนั้นให้ความมั่นใจกับเพื่อนสมาชิกได้ว่าปัญหาเรื่องน้ําท่วม ภัยพิบัติขณะนี้ได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่จากรัฐบาล เราคงจะต้องย้อนกลับมาเรื่อง รัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่งผมขอเท้าความตอนที่มีการรณรงค์ในการรับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทุกคนพูดชัดเจนรวมทั้งท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านบอกว่าอันไหน รับได้เราก็ต้องรับ สิ่งที่ไม่ดีก็ต้องปรับปรุงแก้ไข แม้แต่เพื่อนพันธมิตรที่มีการชุมนุมอยู่หน้า รัฐสภาแห่งนี้ก็ยอมรับครับว่าอันไหนรับได้ก็รับ อันไหนรับไม่ได้ก็ต้องปรับปรุงแก้ไข ทุกคน มีความเห็นสอดคล้องกัน หลังจากที่เข้ามาเปึนรัฐบาลเราต้องยอมรับว่าในช่วงนั้น ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านสมัคร สุนทรเวช ก็ได้เข้ามาเปึนรัฐบาล ก็มีแนวความคิดที่จะมี การปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่เนื่องจากว่า ณ วันนั้นถ้าพูดกันตรงไปตรงมา แล้วความพยายามของท่านไม่ประสบผลสําเร็จ เนื่องจากว่าอาจจะมีเจตนาแอบแฝง ที่ทําให้พี่น้องประชาชนมีความหวาดระแวง ทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยุติไป จนกระทั่งท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านประธานคงจะทราบว่า มีการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มมวลชน สิ่งหนึ่งนอกจากเรียกร้องให้มีการยุบสภาแล้ว เพื่อนสมาชิกเราเองก็มีการเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการพูดชัดเจนว่า พยายามกล่าวโจมตี กล่าวร้ายปัายสีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเราไม่ปฏิเสธว่าบางอย่าง ก็มีจุดที่บกพร่อง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็พูดไว้ชัดเจนว่าท่านก็พร้อมที่จะมีการปรับปรุง แก้ไข ผมจําได้ว่าประมาณเดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ ตอนนั้นมีการประชุมผู้นําอาเซียนบวก ๓ ที่พัทยา มีการบุกไปทําลายการชุมนุมของผู้นําอาเซียนกับผู้นํา ๓ ประเทศ และช่วงนั้น ก็มีการเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภา สิ่งหนึ่งในการเรียกร้อง ณ วันนั้น ก็คือเรื่องประชาธิปไตยครับ มีการกล่าวหาเรื่องรัฐธรรมนูญ และท่านนายกรัฐมนตรี ก็จะพูดอยู่เสมอว่าท่านพร้อมอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าท่านนั้นมีเงื่อนไข ๓ ข้อ
เงื่อนไขข้อที่ ๑ คือต้องการที่จะปรับปรุงเศรษฐกิจของประเทศ แก้วิกฤติ เศรษฐกิจของประเทศ
เงื่อนไขข้อที่ ๒ ของท่านนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ท่านก็บอกว่าถ้าบ้านเมืองสงบ ท่านก็พร้อมที่จะยุบสภา
และเงื่อนไขข้อที่ ๓ ก็คือเรื่องการแก้ไขกติกา ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนก็ต้อง ยอมรับว่ากติกาก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เปึนที่ยอมรับของพี่น้องทุก ๆ ส่วน
นี่คือ ๓ ข้อที่จะต้องดําเนินการครับ จนกระทั่งดําเนินการต่อไปต่อมา ก็มีการชุมนุมครับ การชุมนุมประมาณเดือนพฤษภาคมของป้ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ เหตุการณ์รุนแรงในช่วงวันที่ ๑๗ วันที่ ๑๘ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของป้ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา มีการเผาบ้านเผาเมืองเกิดขึ้น และกระบวนการเรียกร้องในยุคนั้นก็ไม่ต่างจาก การเรียกร้องเรื่องรัฐธรรมนูญเช่นกัน ที่มีการกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญไม่เปึนประชาธิปไตย ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแผนปรองดองขึ้นมา ท่านได้ตั้งคณะกรรมการ ของท่านอานันท์ ท่านอาจารย์ประเวศ ท่านคณิต ณ นคร รวมทั้งของท่านอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ซึ่งเปึน ๑ ใน ๕ ข้อของแผนปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรี การทํางาน ของท่านอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ก็คือการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่ ผมจะโยงมาถึงตรงนี้พวกเราต้องจําได้ว่าของป้ก่อนนั้นรัฐสภาของเราโดยการเสนอแนะ จากทางรัฐบาลก็ได้มีการเป่ดประชุมร่วมของรัฐสภา ในยุคของป้ที่แล้วก่อนจะมาถึงป้นี้ ที่ประชุมรัฐสภาก็เห็นพ้องในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข รัฐธรรมนูญด้วยกันถึง ๖ ประเด็นครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธ เนื่องจากว่าการตั้งสมาชิกรัฐสภานั้นมีทั้ง ส.ว. มีทั้ง ส.ส. รัฐบาลและเพื่อน ส.ส. จากฝ์ายค้าน โดยมีท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน ผลการศึกษาของชุดท่านดิเรก ถึงฝัืง วันนั้นได้มีบทสรุป ในการแก้ไขทั้งสิ้น ๖ ประเด็น ผมก็อยากจะเรียนนะครับว่าการแก้ไข ๖ ประเด็นของท่านดิเรก ถึงฝัืง ณ วันนั้นก็เอามาจากฐานรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งฐานรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็เอามาจากฐานป้ ๒๕๔๐ ฐานป้ ๒๕๔๐ ก็เอามาจากฐานของ รสช. มันก็เปึนฐานต่อยอดกัน มาเรื่อย ๆ ก็เท่ากับว่า ณ วันนั้นของป้ที่แล้วก็คือป้ ๒๕๕๒ ที่คณะกรรมการสมานฉันท์ ของสภาเรารัฐสภาแต่งตั้งได้มีการศึกษาอย่างรอบคอบบนพื้นฐานแห่งความเห็นชอบ ร่วมกันทั้ง ส.ส. ส.ว. ฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลให้มีการแก้ไข ๖ ประเด็น ซึ่งสรุปสั้น ๆ ก็คือ ๑. มาตรา ๒๓๗ ในคดีเรื่องการยุบพรรค ๒. มาตรา ๒๖๕ ในกรณีที่ให้ ส.ส. เข้ามา ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๓. มาตรา ๒๖๖ ให้ ส.ส. และ ส.ว. สามารถเข้าไปช่วยเหลือ การดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนผ่านระบบราชการได้ ๔. มีการเสนอแก้ไขที่มาของ ส.ว. ๕. มีการเสนอแก้ไขที่มาของ ส.ส. และสุดท้ายก็คือมีการเสนอแก้ไขมาตรา ๑๙๐ แต่เนื่องจาก ณ ป้ที่แล้วเองบทสรุป ๖ ข้อนั้นมีผลประโยชน์ของพรรคการเมืองและมีผลประโยชน์ ของนักการเมืองเกิดขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็มีความห่วงใยว่าเนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ได้รับการลงประชามติประมาณ ๑๔ ล้านเสียงจากพี่น้องประชาชน และหลายมาตรา เปึนการแก้ไขที่มีความละเอียดอ่อน จึงได้เชิญทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลและวิปของ ส.ว. ไปพบกันที่ทําเนียบรัฐบาลเพื่อปรึกษาหารือเพื่อที่จะทําประชามติ เนื่องจากว่าจะต้อง ได้รับความร่วมมือทั้ง ๓ ส่วน เราคงจะไม่ปฏิเสธว่าวันนั้นถ้าพวกเราทั้ง ๓ ส่วน ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลและ ส.ว. มีความจริงใจซึ่งกันและกันวันนั้นรัฐบาลเสนอทําประชามติ เหตุผล ที่ท่านนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นเมื่อประมาณสักเกือบป้เศษ ๆ ที่ต้องการให้มีการตกลงร่วมกัน เนื่องจากว่าประชามตินั้นไม่ได้ผูกพันรัฐสภา หลังจากทําประชามติเสร็จแล้วเราก็เชื่อว่า ทุกคนร่วมกันแล้วแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป์านนี้เลือกตั้งไปนานแล้วครับ แต่เนื่องจากยังมี เพื่อนสมาชิกเราบางส่วนเล่นการเมืองประกาศถอนตัว เมื่อประกาศถอนตัวท่านนายกรัฐมนตรี ก็ทําอะไรไม่ได้เรื่องก็ต้องยุติไป จนกระทั่งเกิดความรุนแรงในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีถึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง วันนี้รัฐบาลต้องเดินหน้าด้วยตัวเอง รัฐบาลได้ตัดสินใจตั้งคณะทํางานต่าง ๆ รวมถึงคณะของท่านดอกเตอร์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ผมก็เชื่อว่าคณะทํางานของอาจารย์สมบัตินั้นถ้าเอาสิ่งที่คณะกรรมการสมานฉันท์ ของรัฐสภาชุดนี้ศึกษาไว้ ๖ ประเด็นเอามาศึกษาต่อมันก็เปึนการต่อยอดแบบต่อเนื่อง มาเรื่อย ๆ เพียงแต่ว่าชุดของอาจารย์สมบัตินั้นท่านตัดประเด็นที่จะให้ ส.ส. ไปดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองออกไป จึงเหลือ ๕ ประเด็น หลังจากศึกษาจนมีความรอบคอบอย่างชัดเจน แล้วก็เสนอไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมจําเปึนต้องย้ําว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่าน มีความกล้าหาญที่แสดงความเห็นชอบ เพราะท่านพูดชัดเจนว่า ๑ ในการยุบสภาเพื่อ คืนอํานาจให้กับประชาชนนั้นคือการแก้ไขกติกา วันนี้บ้านเมืองเริ่มสงบขึ้น อย่างน้อย สุราษฎร์โมเดล (Model) มีความชัดเจน ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ลงสมัครรับเลือกตั้ง มีเพื่อน ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยลงไปช่วยเพื่อน ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่เกิดปัญหาครับ เราก็มองว่าวันนี้สังคมดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ก็เหลืออีกข้อเดียวว่ากติกา ต้องได้รับการแก้ไขก็คือรัฐธรรมนูญ ดังนั้นคนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ว่าทําไมรัฐบาลกล้าหาญ อะไรที่จะต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะว่าท่านนั้นรักษาคําพูดครับ ท่านพูดอยู่เสมอว่า ถ้าท่านแก้ไขข้อนี้เสร็จแล้วทุกอย่างจบครับ ผมก็เชื่อว่าจะนําไปสู่การยุบสภา ดังนั้น คนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะเปึนหลาย ๆ กลุ่มที่บอกว่านายกรัฐมนตรีกล้าหาญชาญชัย อะไรมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ณ วันนี้ เราต้องมองอดีตว่าทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป ไม่ใช่มามอง ในวันนี้ ณ รัฐสภาบอกว่าทําไมถึงต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ณ วันนี้ แต่ถ้าต่อจิ๊กซอว์ (Jigsaw) จากอดีตที่ผ่านมาจะรับรู้ว่าท่านได้เคยประกาศไว้แล้ว ท่านได้รักษาคําพูดตามที่ท่าน ได้ประกาศกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เหลือข้อนี้อีกข้อเดียวเท่านั้นเอง ถ้าแก้ไขเรียบร้อยแล้วทุกอย่างก็จบคืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชนครับ เมื่อคณะของ อาจารย์สมบัติเสนอคณะรัฐมนตรี ผมก็ได้รับทราบในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ท่านก็ได้มาชี้แจงในที่ประชุมของ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน เอาให้ดูเปึน ประเด็น ๆ ไปว่าทําไมคณะรัฐมนตรีถึงมีมติแค่ ๒ ข้อ ท่านบอกว่าในใจจริงของท่าน ก็อยากจะทําทั้งหมด แต่เข้าใจดีว่าเปึนเรื่องละเอียดอ่อน การที่จะมีการแก้ไขมาตรา ๒๓๗ ยิ่งพรรคประชาธิปัตย์กําลังจะถูกศาลพิพากษาละเอียดอ่อนแน่นอน และเราก็เชื่อว่า อาจจะเปึนประเด็นที่นําไปสู่ความแตกแยกของสังคมมากยิ่งขึ้น การที่จะมาแก้ไขมาตรา ๒๖๖ ที่จะให้ ส.ส. ส.ว. เข้าไปเกี่ยวข้องในการดูแลเยียวยาทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ท่านก็ มองว่ามันละเอียดอ่อนครับ เดี๋ยวเขาจะหาว่า ส.ส. ส.ว. มีผลประโยชน์ในตําแหน่งหน้าที่ ตรงนี้ หรือแม้แต่การที่จะมีการแก้ไขที่มาของ ส.ว. ก็ละเอียดอ่อนเช่นกัน จึงเหลือแค่ ๒ ประเด็นที่คิดว่าอย่างน้อย ๆ ก็ได้ดําเนินการแก้ไขเพื่อให้คณะกรรมการที่ชุดอาจารย์สมบัติ คิดขึ้นมาได้เห็นรับรู้ว่ารัฐบาลนั้นขานรับ ผมเชื่อว่าโดยเฉพาะมาตรา ๑๙๐ ถ้าใจกว้าง จริง ๆ จะรับรู้ว่ามันเปึนการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลทุกรัฐบาล ผมก็ไม่เชื่อหรอกว่า พรรคประชาธิปัตย์จะได้เปึนรัฐบาลตลอดไปครับ ก็เปึนไปได้ครับสมัยหน้าพรรคเพื่อไทย ก็อาจจะเปึนรัฐบาลก็ได้ แต่ผมไม่ต้องการว่าเงื่อนไขของมาตรา ๑๙๐ นั้นเปึนเงื่อนไข ที่ทําให้ประเทศไทยนั้นเสียโอกาสครับ เราคงได้ฟังรัฐมนตรีหลายท่านได้พูดว่าหลายสัญญา ที่มีการเซ็นกันเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน จนป์านนี้รัฐบาลยังไม่ได้เซ็น ถ้าผมจําไม่ผิด มีประมาณ ๒ สัญญา บางโครงการรัฐมนตรีบอกว่าส่งตัวแทนไปไปนั่งจดปากกา เพื่อถ่ายรูปร่วมกับ ๑๐ ชาติอาเซียน บางครั้งมันเปึนศักดิ์ศรีของประเทศเหมือนกัน ถ้าเรามัวเล่นการเมืองอย่างเดียวประเทศก็แย่ ดังนั้นถ้าเราดูตามเนื้อหาจริง ๆ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ การแก้ไขนั้นเพื่อประโยชน์ทุกพรรคการเมืองเมื่อท่านมาเปึนรัฐบาล ผมจําได้ว่า ข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิก ส.ว. ในข้อกังวลเฉพาะประเด็นที่มีการแยกเปึน ๒ วรรค วรรคสองที่มีการแยกขึ้นมาใหม่ก็คือเรื่องความมั่นคงและเรื่องเขตแดน ซึ่งตรงนี้ เปึนความห่วงใยของเพื่อน ส.ว. ที่เกรงว่าจะเข้าสู้การพิจารณาของรัฐสภาแค่ครั้งเดียว ถ้าผมได้อ่านตามเนื้อหาตามปกติผมเข้าใจเหมือนท่าน ส.ว. ผมเรียนตรง ๆ ครับ เพียงแต่ว่า ได้มีโอกาสได้ซักถามคณะกรรมการที่ร่างเขายืนยันชัดเจนว่าเจตนารมณ์ในการแยกวรรคนี้ ออกมาเปึนวรรคที่สองนั้น ต้องการให้มีความแข็งแกร่ง เจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ต้องการให้เรื่องเขตแดนอธิปไตยของประเทศไทยนั้นยังมีความแข็งแกร่งที่จะผ่าน มันมีประเด็นที่เพื่อนเราไม่สบายใจมีการถกกันว่าขณะนี้ร่างเข้าสู่สภา ๔ ร่าง เมื่อสักครู่ ผมพูดไป ๒ ร่าง ก็คือร่างมาตรา ๑๙๐ ของรัฐบาล และร่างมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ คือ เขตใหญ่ไปสู่เขตเล็กของรัฐบาล ก็จะมีร่างฉบับของประชาชนหรือเพื่อนสมาชิกอาจจะใช้ คําว่าฉบับหมอเหวง เราก็มีการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ตําหนิกันไปตําหนิกันมา หลายคน ตําหนิพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้คําอภิปรายในรัฐสภาเลย ทําไมด่วนใจร้อนที่บอกว่าจะไม่รับครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์ จะประชุมกันเพื่อมีมติ คณะทํางานกฎหมายเขาศึกษามาเรียบร้อยแล้วครับ ร่างต่าง ๆ ออกมาเปึน ๑ สัปดาห์เรียบร้อยแล้ว และเราก็ศึกษาในที่ประชุมพรรคชัดเจนแล้วว่าร่างนี้ เปึนร่างที่มีปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าไม่รับร่างนี้โดยที่ใช้อคติ ส่วนตัว ถ้าทุกคนทําใจให้กว้างจําได้ว่าเมื่อต้นป้ ๒๕๔๙ วันนั้นอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ท่านยุบสภาและจะมีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง เคยมีการตกลงกันว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีปัญหาเยอะจริง ๆ เรามีการประชุมกันที่สภาแห่งนี้เพื่อจะลงสัตยาบัน เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วเราจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างจริงจัง แต่วันนั้น เนื่องจากว่าบางคนอาจจะเหลิงครับ หรือฟัาลิขิตสมองให้ตัดสินใจผิดพลาดไปดึง พรรคเล็กมาปรึกษาหารือ พรรคใหญ่ ๓ พรรคเลยประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งจึงเกิด ภาพของสภาโจ๊กเกิดขึ้น วันนั้นก็เปึนที่รับรองอยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีปัญหา จริง ๆ ก็เปึนที่ยอมรับของพรรคไทยรักไทยในอดีตครับ มันจึงเปึนเหตุผลว่าทําไมเราจึงไม่รับ
นอกจากนั้นแล้วในร่างฉบับนี้ถ้าดูในบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๓ ได้แฝงนัย ซ่อนเร้นไว้ชัดเจนในเจตนารมณ์ที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศมีความไม่ไว้วางใจนั่นคือ เจตนารมณ์ที่จะทําให้เกิดการนิรโทษกรรมให้คนบางกลุ่มเท่านั้นเอง และผมเชื่อว่า แค่เฉพาะข้อนี้ข้อเดียวสังคมมีปัญหาแน่นอนครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็ต้องเข้าใจว่า องค์กรอิสระในอดีตที่ผ่านมาโดยเฉพาะ กกต. ที่มาของ กกต. ในอดีตของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือฉบับหมอเหวงนั้นมีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการสรรหา จึงทําให้ กกต. นั้นไม่มีสภาพของความเปึนอิสระอย่างแท้จริง คงไม่มีใครเคยคิดว่า กกต. จะถูกศาลพิพากษาให้จําคุก แต่เพราะผลพวงของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เป่ดโอกาสให้ องค์กรอิสระถูกพรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซง สุดท้ายองค์กรอิสระเหล่านั้นถูกศาลตัดสิน ให้จําคุกครับ
และจุดประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ว่าให้เอกสิทธิ ส.ส. หรือให้เอกสิทธิ ส.ว. โดยเฉพาะ ส.ส. ไม่ต้องเคารพมติพรรค และมีการกล่าวหาว่าการให้เอกสิทธิ ส.ส. นั้นเผื่อจะได้เปึนการขายตัวได้ผมว่า บางครั้งดูถูกประชาชนจนเกินไปครับ ส.ส. ผ่านการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชน มีวิจารณญาณในการคิดได้ว่า อะไรควรอะไรไม่ควร พรรคประชาธิปัตย์ก็เหมือนกัน เมื่อมีมติพรรคออกมาแล้วก็ไม่ได้บังคับสมาชิกพรรค แต่บังเอิญเรามีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ที่รับรู้ว่าเราควรจะเคารพมติพรรค แต่ท่านทราบไหมว่าในรัฐธรรมนูญฉบับหมอเหวง ที่พรรคของเรามีมติออกไปนั้น เขามีมติ เขามีรูปแบบที่ประเภทไม่ใช่ซื้อเปึนคน ๆ เขาซื้อยกเล้า เขาซื้อยกพรรคที่ภาษาราชการใช้คําว่าเปึนการควบรวมของพรรคการเมือง มันดูน่ากลัว เปึนอย่างยิ่งครับท่านประธาน ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเปึนเหตุผลอันเชื่อได้ว่าพรรคของเราจึง ไม่สมควรที่จะรับร่างของฉบับหมอเหวงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าผม สุดท้ายจริง ๆ ว่าวันนี้ถึงพรุ่งนี้เช้าเปึนช่วงเวลาที่สําคัญอย่างยิ่งที่สมาชิกรัฐสภาไม่ว่า จะเปึน ส.ส. ซีกรัฐบาล ซีกฝ์ายค้านและเพื่อนสมาชิก ส.ว. ทุกท่านอยากจะให้ท่านไตร่ตรอง ว่าการตัดสินใจของท่านจะมีผลต่อการชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอนาคตของประเทศไทย และผมเชื่อว่าการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรี และคิดว่าคงอีกไม่นานท่านก็คงจะมา ชี้แจงให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าการตัดสินใจที่เสนอแก้ครั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทย เดินต่อไปข้างหน้าครับ ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือหวังแก่อนาคต ของประเทศไทยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวรวัจน์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เรากําลังพิจารณาถึง เรื่องที่สําคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศ นั่นคือการแก้ไขกฎหมายสูงสุดของประเทศ หรือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ จริง ๆ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีหลายเรื่อง ที่ต้องแก้ไข มีหลายเรื่องที่เปึนปัญหา แต่ว่าหลายคนก็ฟังแล้วอาจจะตามไม่ทัน ไม่รู้ว่า เรื่องที่พูดนั้นท่านสมาชิกอภิปรายมานั้นมันใช่หรือไม่ใช่ เพราะแต่ละท่านก็อภิปราย เสนอเหตุผลที่แตกต่างกันไป ซึ่งเปึนความแตกต่างซึ่งถ้าคนไม่ติดตามตลอดไม่อยากฟัง ไม่อยากเข้าใจเลย ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนท่านประธานอย่างนี้ วันนี้ไม่ต้อง ดูอะไรมากนะครับท่านประธาน หลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมอยากเรียนท่านประธานว่า ท่านประธานลองดูสิครับ หลังจากมีรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ขึ้นมาความเปึนอยู่ของ พี่น้องประชาชนเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ ไปดูสิครับ ถามพี่น้องประชาชนทั้งประเทศสิ วันนี้ส่วนใหญ่แล้วหนี้ครัวเรือนของพี่น้องประชาชนเพิ่มขึ้นไหมครับ พี่น้องประชาชน หนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มีคนบางกลุ่มเท่านั้นท่านประธานที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้น รวยขึ้น ท่านประธานไปถามพี่น้องประชาชนสิครับ วันนี้ยาเสพติดเยอะไหม จริง ๆ ในสมัยของ ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ท่านปราบไปจะหมดแล้ว พี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศดีใจ รัฐบาลเข้มแข็งปราบยาเสพติดลูกหลานไม่ติดยาเสพติด ท่านประธาน ไปดูวันนี้สิครับ ยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ทุกชุมชนยาเสพติดเต็มไปหมด รัฐบาล ทําอะไรไหมครับ ถามพี่น้องประชาชนสิเปึนอย่างไร ท่านประธานไปดูสิอบายมุข เปึนอย่างไรครับ บ่อนการพนัน ความเสื่อมโทรมของสังคม วันนี้เลวร้ายถึงขีดสุดแล้วอย่างไร รัฐบาลนี้ทําอะไรไหม เอาง่าย ๆ ครับ ผมถามง่าย ๆ เลย แม้แต่เรื่องลอตเตอรี่ง่ายที่สุดเลย สมัยก่อนใบละ ๘๐ บาท วันนี้ใบละ ๑๑๐ บาท ๑๒๐ บาท รัฐบาลทําอะไรครับ เฉย แล้วเงินส่วนเกินไปเข้ากระเปิาใครละครับ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เปึนเพราะอะไร เพราะว่ารัฐบาลนี้มิได้ใส่ใจพี่น้องประชาชนเท่าที่ควร เขาใส่ใจอะไรครับท่านประธาน เขาใส่ใจคนที่แต่งตั้งขึ้นมา ท่านประธานคงจําได้นะครับ จริง ๆ เมื่อมีการปฏิวัติ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ พอหลังจากการปฏิวัติเสร็จก็มี คมช. ขึ้นมาแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ แล้วเขาก็ยัดเยียด อ้างว่าความเปึนประชาธิปไตยให้กับพวกเรา เขาอ้างว่าเปึนประชาธิปไตย ให้กับพวกเรา แต่จริง ๆ เขาเขียนหมดเลย เขาเขียนกฎกติกา เขียนอะไรไว้หมดเลย เดี๋ยวนี้ไปถามคนไทยหรือ ถามว่าท่านคิดว่าประเทศไทยเปึนประชาธิปไตยไหม หลายคน ยังเชื่อว่าเปึนนะครับท่านประธาน แต่จริง ๆ แล้วพวกเรารู้อยู่เต็มอก เปึนหรือไม่เปึน ถ้าเปึนวันนี้รัฐบาลจะต้องฟังเสียงพี่น้องประชาชนมากขึ้น แต่รัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาในค่ายทหารนั้น เขาคิดว่าวันนี้เลือกตั้งเขาไม่สนใจหรอกครับ เขาคิดว่าพอถึงเวลาถ้ามันสู้ไม่ได้จริง ๆ ก็ปฏิวัติมันเสียเลย กฎกติกาเหล่านี้บ้านเมืองสังคมเราถึงเปึนแบบนี้ พี่น้องประชาชน ถึงถูกทอดทิ้งครับ ถูกทอดทิ้ง ได้รับความลําบากกันเปึนอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนทุกวันนี้กล้ํากลืนฝ๋นทน ลําบากนะครับ ออกมาเรียกร้องอยากให้มี การยุบสภาเถอะ ไม่อยากได้แล้ว อยากมีการเลือกตั้งใหม่ อยากมีการตัดสินใจใหม่ ทุกคนรอวันของการเปลี่ยนแปลง เมื่อไรรัฐบาลจะยุบสภา เมื่อไรรัฐบาลที่โกงกิน การทุจริตเหล่านั้นจะหมดไป ท่านประธานครับ ท่านประธานดํารงอยู่ตําแหน่งอันเปึนเกือบที่สุด ของประเทศ ท่านประธานเคยได้ยินไหมครับ ยุคใดสมัยใดที่มีการทุจริตคอร์รัปชันมาก เท่ากับยุคนี้ เปึนที่รู้อยู่แก่ใจของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ รู้ครับ ยุคนี้มันถึงขีดสุดแล้ว จริง ๆ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส แล้วอย่างไร กฎกติกาเหล่านี้ถ้าเรา ยังปล่อยให้สังคมเปึนแบบนี้แล้วพี่น้องประชาชนของเราจะอยู่ได้อย่างไร ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนโดยทหาร เขียนโดยคณะปฏิวัติแล้วก็ตั้งรัฐบาลนี้ขึ้นมาในค่ายทหาร จริง ๆ ถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลตอนนั้นน่ะเต็มใจไหม ผมไม่แน่ใจหรอกครับ แต่ภาพที่ การตั้งรัฐบาลนั้นไปเกิดขึ้นในค่ายทหารมันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลนี้ถูกครอบงํา โดยกลไกที่มาจากอํานาจเผด็จการ จริง ๆ แล้วเขาวางกฎกติกาเอาไว้หมด เขาเตรียมไว้หมดแล้ว เขากะว่าเมื่อปฏิวัติเสร็จปุ็บก็เอาคราบประชาธิปไตยฉาบไว้ ปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ตอนนั้นเขาคิดว่าเขาคอนโทรล (Control) เชิงกลไกไว้หมดครับ ทหารลงไปควบคุมพื้นที่ ควบคุมกลไกเบ็ดเสร็จ แต่มันพลาดไปหน่อยครับท่านประธาน มันพลาดไปตรงที่เขา ประมาทพี่น้องประชาชน เขาคิดว่าเขาควบคุมพี่น้องประชาชนได้โดยกลไกต่าง ๆ นานา ควบคุมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นําหมู่บ้าน ควบคุมสื่อทั้งหมด ควบคุมได้หมด เขาดูถูก พี่น้องประชาชน แล้วอย่างไรครับพี่น้องประชาชนเขาฮึดสู้เลือกพรรคพลังประชาชนขึ้นมา ทั้งสภา ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครได้เปึนนายกรัฐมนตรี แต่ท่านประธานครับ กลไกที่เขา เขียนไว้มันรุนแรงเหลือเกิน ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครพ้นจากตําแหน่งไปด้วยข้อหา เปึนลูกจ้างทําอาหาร ตลกไหมครับ เปึนที่น่าหัวเราะไปทั้งประเทศทั่วโลกมองเข้ามาด้วย ความประหลาดใจ ประเทศไทยมันเกิดอะไรขึ้น นายกรัฐมนตรีพ้นไปด้วยกลไกอย่างนั้น ตอนนั้น ส.ส. พรรคพลังประชาชนก็ฮึดสู้ ผลักดันท่านนายกรัฐมนตรีสมชายขึ้นมาเปึน นายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ กลไกที่มันถูกวางเอาไว้ ท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย ก็อยู่ได้ไม่นานหรอกครับก็ต้องพ้นจากตําแหน่งไป การปลดนายกรัฐมนตรีที่มาจาก การเลือกตั้งนี่มันง่ายดายเสียเหลือเกินภายในประเทศนี้ ท่านประธานครับนี่ไงครับ นี่คือ สิ่งที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทย นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นี้ ไม่มีประเทศไหนทั่วโลกหรอกครับที่เขาเปึนแบบนี้ ท่านประธานครับ พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปึนรัฐบาลจากการจัดตั้งในค่ายทหาร แล้วมันดีอย่างไรครับเอาพรรคประชาธิปัตย์ เปึนรัฐบาล มันดีอย่างไร ดีสิครับท่านประธาน งบทหารเพิ่มขึ้น ๆ แต่ท่านประธานครับ งบพี่น้องประชาชนน้อยลง ๆ อะไรมันไปถึงพี่น้องประชาชนบ้างล่ะครับ งบเอสเอ็มแอล ที่บอกว่าเปึนการให้อํานาจพี่น้องประชาชนในการตัดสินใจในชุมชนของตัวเองเปึนอย่างไร เปลี่ยนชื่อเปึนชุมชนพอเพียงแล้วเปึนอย่างไร โกงไหมครับ ถามพี่น้องประชาชนที่ติดตาม ข่าวสารบ้านเมืองสิ โกงไหม แล้วอย่างไรครับ กลไกตรวจสอบทํางานไหมครับท่านประธาน ท่านประธานเปึนอดีตผู้พิพากษาอยู่ตําแหน่งสูงสุดลองใช้วิจารณญาณตัดสินใจที กลไก ตรวจสอบมาทํางานสิ น่าหัวเราะนะครับ งบโอทอป (OTOP) ของพี่น้องประชาชนไปไหน เมื่อก่อนนี้ทุกหมู่บ้าน ๑ ตําบล ๑ ผลิตภัณฑ์ทําการค้าขายมีรายได้ วันนี้มันไปไหมครับ ท่านประธาน มันหายไปไหน งบประมาณต่าง ๆ ของพี่น้องประชาชนมันหายไปหมด มีแต่เรื่องทุจริต ท่านประธานครับ จริง ๆ ในมือผมนี่เปึนบัญชีเรื่องทุจริตมากมายมหาศาล ไม่เคยเห็นนะรัฐบาลไหนมันจะทุจริตได้มากขนาดนี้ครับ นี่ถ้าผมอ่านรายการทั้งหมด ให้ท่านประธานฟัง โอ้โฮท่านประธานครับ มีตั้งแต่ชุมชนพอเพียง มีตั้งแต่รถเข็นกระเปิา ราคา ๕๐,๐๐๐ กว่าบาท มีรถไฟฟัาสายสีม่วง มีเรื่องของจีที ๒๐๐ (GT200) มีบันลูน มีทุจริตคอมพิวเตอร์ เข้าโรงเรียนนายอําเภอ งบท้องถิ่น รถเมล์
ท่านวรวัจน์ครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านประท้วงอะไรครับ
แน่นอน ท่านประธานครับ ผมพูดนี่ต้องประท้วง มันทนไม่ไหวหรอกเรื่องนี้ มันบาดหัวใจ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้อภิปราย ข้อ ๔๓ การอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นหรือเกี่ยวกับประเด็นที่กําลังปรึกษากันอยู่ ท่านพูดมา เปึนเวลาช้านาน ผมยังไม่เห็นเข้าเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และผมกราบเรียน ท่านผู้อภิปราย ผมก็ผิดหวัง ผมหวังว่าการอภิปรายครั้งนี้ท่านจะมีคลิปมาประกอบด้วย เพราะท่านมีฝ้มือในเรื่องของเรื่องคลิป พอไม่มีคลิปผมก็ผิดหวังอยู่พอสมควร ท่านประธาน คงต้องควบคุมให้อยู่ในประเด็นครับ
เอานะครับท่าน
ท่านประธานครับ เอาไหมครับ คลิปประจวบเอาไหม เพิ่งออกมานี่นะครับ เอาไหมครับ อยากดูไหมครับ ขออนุญาตท่านประธานอยากดูไหมครับ คลิปประจวบพูดถึงงบที่ ๒๕๘ ล้านบาท ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไปฉ้อโกงมา ที่ กกต. มีความเห็น อยากเห็นไหมครับ ไปเป่ดดูไหม ให้ท่านประธานลองอนุญาตดูจะเป่ดให้ดู อยู่ในยูทูบ (Youtube) มีอยู่ที่นี่พร้อมไหมครับ
เดี๋ยวท่านอรรถพรเอาแล้ว
ท่านประธาน จะลองเป่ดไหมครับ ผมขออนุญาตท่านประธานขอเป่ดดูครับ
ท่านอภิปรายต่อนะครับ ท่านอรรถพรก็เลิกประท้วงได้นะครับ เอาเถอะ
ท่านประธานครับ นี่มันทุจริตมาก ๆ ท่านประธานรู้ไหมอะไร รัฐบาลนี้ไปกู้ ๆ ขึ้นมา แล้วก็ข่าวโกงเต็มไปหมดครับ มีแต่โกง ๆ เต็มหัวพี่น้องประชาชนไปหมด ท่านประธานครับ วันนี้พี่น้องประชาชน มันมีแต่หนี้ ๆ ท่านประธานรู้ไหมครับ สมัยก่อนนี้เขาเปึนรัฐบาลกันนี่ราคาข้าวขึ้นไปถึง ตันละประมาณ ๑๔,๐๐๐ บาทบ้าง ข้าวหอมมะลิไปถึง ๒๐,๐๐๐ บาท แล้ววันนี้รัฐบาลนี้ เปึนอย่างไรครับ เหลือ ๖,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท ที่จริงผมต้องเรียนท่านประธานครับ วันนี้น้ําท่วมทั้งประเทศปริมาณข้าวลดลงไปมหาศาลเลย วันนี้ราคาข้าวจะต้องไม่ต่ํากว่า ๑๖,๐๐๐-๑๗,๐๐๐ บาท ข้าวหอมมะลิ ข้าวเหนียวต้องไม่ต่ํากว่า ๒๒,๐๐๐-๒๕,๐๐๐ บาท ทําไมมันถึงเปึนอย่างนี้ ท่านประธานได้ข่าวใช่ไหมครับ มีคนเอาข้าวในโกดังของรัฐบาล ไปขาย เอาไปขายเสร็จแล้วปุ็บก็นึกว่าป้นี้จะซื้อข้าวกลับไปเติมครับ พอดีน้ํามันท่วม ท่วมเสร็จก็ไม่มีข้าวไปคืน รัฐบาลก็จําเปึนต้องปล่อยอย่างนี้ล่ะครับ เปึนไปได้อย่างไร ข้าวเสียหายประเทศไทยเปึนผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก ข้าวเสียหายขนาดนี้ แล้วราคาข้าวพี่น้องประชาชนได้แค่นี้ เปึนไปได้อย่างไร ท่านประธานครับ ต้องเรียน พี่น้องประชาชนวันนี้นี่ถ้าพรรคเพื่อไทยเปึนรัฐบาลบอกเลยราคาข้าวขาวไม่มีต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท ราคาข้าวหอมมะลิวันนี้ ท่านประธาน ณ วันนี้เลยไม่มีต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาท ข้าวเหนียวก็ไม่ต่ํากว่า ๒๐,๐๐๐ บาท
เดี๋ยวมีผู้ประท้วงท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ส. จันทบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงผู้กําลังอภิปราย ท่านวรวัจน์ครับ ซึ่งเปรียบเสมือนเปึนพี่ชาย ของผมคนหนึ่ง ผมอยากจะฟังท่านอภิปรายเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าตรงไหนดี ตรงไหนไม่ดี ท่านกําลังอภิปรายผิดข้อบังคับ ท่านประธานครับ ข้อ ๕ (๓)อยากจะให้ ท่านประธานควบคุมการอภิปรายของท่านอภิปรายอยู่ขณะนี้ด้วยนะครับ ท่านประธาน วินิจฉัยด่วนเลยนะครับ
ท่านก็พยายามอยู่ในประเด็น ท่านพูดต่อได้ครับ
ท่านประธานครับ เปึนธรรมดาใครที่กินปูนร้อนท้องมันฟังไม่ได้หรอก จริง ๆ ทนฟังเสียหน่อยสิ จริง ๆ ไม่ใช่อภิปรายไม่ไว้วางใจนะครับ ถ้าอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงนี่ผมบอกได้เลย ข้อมูลทุจริตของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์เยอะมาก เพียงแต่วันนี้เราไม่พูดถึง เราเก็บไว้ก่อน เดี๋ยวถึงวันนั้นท่านจะเห็น ท่านจะเห็นเองว่าท่านทําอะไรเอาไว้ ไม่ใช่แต่ของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ก็เยอะท่านประธาน แต่เดี๋ยวยังไม่พูดถึงเวลาก่อน ผมจะบอกว่าอย่างนี้ วันนี้เขาพยายามแก้รัฐธรรมนูญ เพราะสิ่งที่เขาทําไว้กับพี่น้องประชาชน วันนี้พี่น้องรู้ครับ ทุจริตโกงมหาศาล พี่น้องประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส เลือกตั้งวันนี้ก็แพ้ ท่านประธาน แพ้แน่นอน ไปทําโพลล์ (Poll) ดูครับ แพ้แน่นอนครับ รู้อยู่เต็มอกว่าแพ้ พอแพ้แล้วอย่างไร ก็เลยบอกนักวิชาการ ไปตั้งนักวิชาการเข้ามา ผมไม่เอ่ยชื่อหรอกครับ แต่ผมบอกว่าเสียดาย แต่ว่าสังคมรู้ว่าอะไรเปึนอะไร รัฐตั้งขึ้นมาเองครับ เสนอขึ้นมาเสร็จก็เลือกบางประเด็น เพราะว่าต้องการที่จะชนะพรรคเพื่อไทยอย่างไร ต้องการกลับมาเปึนรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธาน แล้วถ้าแพ้นี่มันหมดนะครับ ไม่มีเหลือเลยครับวันนี้ศักดิ์ศรีความเชื่อถือ เกลี้ยงไม่มีเหลือเลย พี่น้องประชาชนเขาไม่ปล่อยเอาไว้หรอก ก็เลยแก้ให้เปึนเขตเล็กเสียเลย อย่างไร เขตเล็กซื้อเสียงง่าย พรรคประชาธิปัตย์ก็พูดเองครับ เขตเล็กซื้อเสียงง่ายไม่เอา จะเอาเขตใหญ่ วันนี้เกิดอะไรครับ ไปเช็กโพลล์มาเสร็จแล้วไม่รู้จะทําอย่างไร สู้ก็สู้ไม่ได้ เอาแล้วเสี่ยงดวง เพราะอะไรครับ วันนี้เขาคิดว่าเงินที่ตุนเอาไว้จะไปซื้อเสียงในเขตเล็กได้ ได้หรือครับ พี่น้องประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบขนาดนี้ พี่น้องประชาชนถูกโกงถูกรีดภาษี อย่างนี้ เขาคิดหรือว่าเขาจะเลือก ภาษีน้ํามันขึ้นไปถึง ๑๐ บาท น้ํามันออกจากโรงกลั่น ลิตรละ ๑๖-๑๗ บาท ขาย ๓๐ บาท ขาย ๔๐ บาท วันนี้จริง ๆ อยากกระตุ้นการท่องเที่ยว อยากลดค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน อยากให้ของถูกลงนี่น้ํามันลดได้ลิตรละ ๑๐ บาท สบาย ๆ ทําไมต้องเก็บภาษี ทําไมต้องรีดภาษี ป้ที่ผ่านมาท่านประธานรู้ไหมครับ เก็บภาษี สรรพสามิตน้ํามันได้ถึงประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มขึ้น ๖๑ เปอร์เซ็นต์ มาจากไหน ก็มาจากการที่รัฐบาลรีดภาษีพี่น้องประชาชนอย่างไร เติมถังละ ๕๐ ลิตร ก็จ่ายแล้ว ๕๐๐ บาท เดือนหนึ่งกี่ถัง ป้หนึ่งกี่หมื่น ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนไม่ไหวแล้ว วันนี้มีแต่หนี้สิน เงินทองมันหายไปหมด วันนี้สิ่งที่เขาต้องการก็คือเปลี่ยนแก้ไขกฎกติกา เพื่อที่จะชนะพรรคเพื่อไทย แต่ไม่มีทางหรอกครับ พี่น้องประชาชนไม่ปล่อยให้รัฐบาลที่โกง และทุจริตกลับมาเปึนรัฐบาลแน่นอน เพราะสิ่งเหล่านั้นมันทําให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน เชิญประท้วงต่อครับ ผมให้โอกาสประท้วงครับ
คุณหมอวรงค์เชิญครับ ท่านประท้วงอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ผมขออนุญาตประท้วงคนที่กําลังอภิปรายอยู่นั้น ผมคิดว่าเขา กําลังเข้าใจผิดนะครับท่านประธาน เพราะว่าคําที่พูดของเขาคําก็โกงสองคําก็โกง ผมอยากจะบอกว่าคนที่โกงนั้นถูกศาลพิพากษาไปแล้วตอนนี้อยู่ต่างประเทศ ต้องชี้ตัวคน ให้ถูก พวกเรายังอยู่ปกติดีอยู่ เรายังไม่มีปัญหาอะไร คนโกงนั้นศาลพิพากษาติดคุก แล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศ ผมคิดว่าท่านกําลังเข้าใจผิดนะครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ เขาประท้วงเสร็จแล้ว ผมต่อเลย เดี๋ยวเตรียมไว้นะครับ ชุดเล็ก ชุดใหญ่ เตรียมไว้ได้เลย เดี๋ยวผมอนุญาต มันฟังไม่ไหวหรอกครับ พูดคําว่าทุจริตนี่นะครับ ไปถาม พี่น้องประชาชนว่าทุจริตจริงไหม รัฐบาลนี้โกงจริงไหม ลองทําโพลล์ไหม ลองดูก็ได้ วัดกันดูเลยว่าโกงหรือไม่โกง ท่านประธานครับ วันนี้แก้ไขเขตเปึนเขตเล็ก เพราะว่า บางคนคิดว่าเขตเล็กคนจ่ายเงินจะได้จ่ายน้อยหน่อย แต่จริง ๆ แล้ว ท่านประธานครับ ไปถาม ส.ส. ซีกรัฐบาลดู หลายคนรู้เปึนเขตเล็กเมื่อไรก็สอบตก ผมไปนั่งคุยดูหมดแล้ว ไม่อยากได้หรอก ไม่แน่ครับ พรุ่งนี้อาจจะเห็นของดี ๆ ก็ได้ อาจจะมีการพลิก อาจจะ ไม่ผ่านสภาก็ได้ พรุ่งนี้พี่น้อง ส.ส. เองก็ไม่อยากได้ครับแต่ถูกบังคับ
ท่านวรวัจน์ครับมีผู้ประท้วง
เชิญครับ ผมอนุญาต เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ
พักหายใจเสียหน่อยประท้วงครับ
จริง ๆ เขาเสียมารยาทนะครับท่านประธาน
ประท้วง ๒ คนหรือ
ผม นายแพทย์วรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ผมประท้วงก่อนครับ ท่านประธาน พอดีมีประเด็นที่ต่อเนื่อง
ถ้าประท้วงก่อนทางโน้นก็นั่งลงก่อน
เข้าใจว่า เมื่อสักครู่ท่านประธานจะให้เขาถอนคําพูด เพราะผมกําลังจะชี้ให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เขาเข้าใจนั้น เข้าใจผิด เขากําลังมากล่าวให้ร้ายปัายสีพรรคประชาธิปัตย์ เพราะผมกําลังจะบอกเขาว่า คนที่โกงนั้นถูกศาลพิพากษาไปแล้วกําลังอยู่ต่างประเทศหนีอยู่ด้วย ดังนั้นต้องถอนคําพูดครับ ท่านประธาน เขากําลังให้ร้ายปัายสีโดยที่ไม่มีเหตุไม่มีผล เพราะผมเข้าใจดีว่าคน ๆ นี้ อยู่จังหวัดแพร่ เขาไม่มีอะไรก็พูดทุจริต ๆ โกง ๆ วัน ๆ หนึ่งก็วนอยู่แค่นี้ครับท่านประธาน ต้องถอนคําพูดครับท่านประธาน
ถอนอย่างไรครับ
ให้ถอน ข้อกล่าวหาคําว่า โกง ออก อย่าไปพูดคําว่าโกงครับ เพราะว่าเราไม่โกง เราไม่เกี่ยวข้อง ครับท่านประธาน ถ้าโกงนี่คุณยื่นหลักฐานมาไม่ใช่กล่าวหากันลอย ๆ ครับท่านประธาน มันเสียหายท่านประธาน เพราะเขารู้ดีว่าวันนี้รัฐบาลชุดนี้กําลังได้รับการยอมรับจาก พี่น้องชาวไร่ชาวนาอย่างสูงครับท่านประธาน
ผมก็เข้าใจว่ารัฐบาลไม่ได้โกงครับ
อย่างนั้น ท่านประธานต้องควบคุมเขานะครับ จะปล่อยให้เขามากล่าวหากันลอย ๆ ในที่ประชุม แห่งนี้ไม่ได้
ผมเพิ่งขึ้นมานั่งไม่รู้เรื่องก็เลย
ผมสรุป ประเด็นให้ท่านประธานทราบว่าเขากําลังกล่าวหารัฐบาล เขากําลังอภิปรายไม่ตรง ประเด็นด้วยท่านประธาน มากล่าวหารัฐบาล
ให้ผมควบคุมดูสักหน่อยได้ไหม ควบคุมดูว่าถ้าเขาไม่อยู่ในกรอบข้อบังคับ
ผมฝาก ท่านประธานครับ พอดีประธานเพิ่งขึ้นมาใหม่ไม่เปึนไรครับ ก็ฝากท่านประธานช่วยดูครับ ว่าอย่าปล่อยให้เขาวกวนอยู่ในสิ่งที่ไม่เปึนความเปึนจริงครับ เขากําลังทําในสิ่งที่ ไร้สาระมากท่านประธาน ผมถึงย้ํานะครับว่าคนโกงนั้นหนีไปแล้ว ศาลตัดสินไปแล้ว อยู่ต่างประเทศไปแล้วครับท่านประธาน
อ้าวลุกขึ้นอีกแล้ว
ไม่เปึนไรครับ อนุญาต ท่านประธานครับ เต็มทีเลยครับ แต่หักเวลาของพรรคประชาธิปัตย์นะ
พักผ่อนเสียหน่อย ว่ามา
ท่านประธานครับ ไม่ได้อยากให้เสียเวลานะครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานฟังอยู่ว่าคุณวรวัจน์ได้อภิปราย เรื่องอะไรบ้าง
ไม่ได้ฟังจริง ๆ ครับ ง่วงนิดหน่อย เลยไม่ได้ฟังครับ
ไม่เปึนไรครับ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ คือขณะนี้เราอภิปรายเรื่องของรัฐธรรมนูญ แต่ว่าคุณวรวัจน์ก็พยายามจะเฉี่ยวเรื่องของรัฐธรรมนูญ แต่ว่าสุดท้ายแล้วก็เปึน การกล่าวหารัฐบาลว่าโกงบ้าง ว่าทุจริตบ้าง ทีนี้ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ พวกผมพยายามอดทน เพราะว่าไม่ได้อยากมีปัญหาในสภา แล้วเวลาของฝ์ายค้าน ผมประสานงานกับวิปฝ์ายค้านเขาก็บอกครับว่าขณะนี้เวลาใช้เขาเกินแล้ว แต่ยังมี ผู้อภิปรายอีกเยอะ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าถ้าเกิดไม่มีการควบคุม การประชุม แล้วปล่อยให้คุณวรวัจน์หรือคนประเภทที่ลุกขึ้นมาแล้วใช้เวทีของ การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญไปพูดเรื่องของการทุจริต ซึ่งเขาสามารถทําได้อยู่แล้ว ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มันไม่ใช่เวทีนี้ครับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงวิปฝ์ายค้านด้วยครับว่าถ้าท่านไม่ควบคุม เวลาของท่านซึ่งหมดแล้ว พวกผม ก็ต้องขออนุญาตที่จะทําตามระเบียบที่พวกเราได้วางกันไว้ร่วมกันครับ
ก็พอเข้าใจแล้วละครับ คุณวิเชียร ประท้วงคุณวรวัจน์หรืออย่างไร นี่เขาประท้วงคุณวรวัจน์นะ คุณวิเชียรจะประท้วงด้วยหรือ
คืออย่างนี้ ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตอธิบาย
นั่นเขายังยืนอยู่ เชิญ ประท้วงอะไรผม
ท่านประธาน ผมยืนขึ้นยกมือเหนือศีรษะแสดงว่าผมประท้วง
แล้วผมก็บอกว่าคุณประท้วง ประท้วง ว่าอะไรผม
ผมต้องอธิบาย ให้ท่านประธานทราบว่าผมประท้วงเพราะอะไร ผมไม่ได้ประท้วงคุณวรวัจน์ ผมประท้วง หมอวรงค์ ที่คุณหมอวรงค์กล่าวหาว่าคนโกงนั้นศาลพิพากษาแล้วหนีไปอยู่ต่างประเทศ ผมให้หมอวรงค์ถอนคําพูดเหมือนกัน อันที่ ๑
อันที่ ๒ การอภิปรายรัฐธรรมนูญนั้น สามารถพูดเชื่อมโยงได้ทุกเรื่อง แล้วสุดท้ายคุณวรวัจน์ก็จะบอกว่าเปึนเพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ภาคการตรวจสอบ อ่อนแอจึงเกิดการคดโกง ก็ต้องเปึนอย่างนี้ครับ จะให้เขาลุกขึ้นมาพูดว่าไม่เห็นด้วย แล้วนั่งลงหรือครับ ผมให้คุณวรงค์ถอนครับท่านประธาน ถอนคําพูดว่า คนโกงนี่ถูกศาล พิพากษาหนีไปอยู่ต่างประเทศ ท่านประธานวินิจฉัยครับ
ผมก็ไม่รู้ว่าใครโกงใครครับ
คนกล่าว ก็ต้องถอนครับ คุณวรวัจน์เขาอภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญ เขาต้องเชื่อมโยงในทุก ๆ เรื่อง เปึนมิติของรัฐบาลหรืออดีตรัฐบาลได้ แล้วเขาจะบอกว่าเปึนเพราะรัฐธรรมนูญฉบับไหน ๆ มันต้องอธิบายอย่างนี้ แล้วจะไม่ให้เขาพูดได้อย่างไร เวลาพอเขาลุกขึ้นมาว่าพวกผมล่ะ พวกผมนั่งฟังเปึน ๔-๕ ชั่วโมงเหมือนกันครับ ทนหน่อยสิ
ผมวินิจฉัยนะครับ ใครว่าโกง ใครไม่โกง อันนี้ผมก็ไม่ทราบ เพียงแต่ทราบว่าทางฝ์ายหมอวรงค์บอกว่าให้ถอน แล้วฝ์ายท่านวิเชียร ก็บอกว่าให้ถอน มันเจ๊ากันได้ไหม ทั้งคู่เจ๊ากันได้ไหมครับ แล้วก็ให้คุณวรวัจน์อภิปรายต่อ แล้วผมจะคุมเอง ถ้าอันไหนมันนอกกรอบผมจะป่ดเสียงนะครับ เพื่องานมันจะได้เดิน เพื่อความเปึนธรรมทุกฝ์าย เอานะคุณวิเชียร หัวใจคุณ หัวใจผมเหมือนกัน
ท่านประธานครับ สําหรับผมต้องการให้คุณวรวัจน์อภิปรายไปอย่างราบรื่น ใครเขาจะกล่าวหาใครว่าโกง ประชาชนรู้เอง ไหนคุณวรงค์บอกว่าขณะนี้ประชาชนชาวไร่ชาวนากําลังนิยม พรรคประชาธิปัตย์อย่างไร ก็รีบยุบสภาสิครับ แล้วให้ชาวไร่ชาวนาเยอะ ๆ เลือกเข้ามา ผมยอมครับ ผมไม่บังคับให้เขาถอนก็ได้ แต่อย่าบังคับคุณวรวัจน์ถอน ขอบคุณครับ
คือผมขอร้องทั้ง ๒ ฝ์ายให้เจ๊ากัน ก็พูดภาษาตลาดไปหน่อย ต้องขออภัยนะครับ เพราะว่าผมไม่ค่อยรู้ภาษากลาง ๆ ดีเท่าไร ก็เลยว่าเจ๊ากัน ก็ขอร้องนะครับ เพื่องานจะได้เดิน เชิญคุณวรวัจน์ช่วยกรุณาอภิปราย ในกรอบของรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับครับ เรื่องอื่นเอาไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจถ้าสภาอยู่ถึง เป่ดสมัยสามัญทั่วไป เชิญเลยครับ
ท่านประธานครับ ผมจะไม่พูดให้มันบาดใจเพื่อนสมาชิกมากกว่านี้ เพราะบางครั้ง เขาฟังแล้วทนไม่ค่อยได้ ผมก็ไม่อยากจะให้
คือตอนนี้ชาวบ้านเขากําลังรอฟัง คุณอยู่เต็มที่เลย เขารอฟังนานแล้ว พูดให้มันเข้าหลักเข้าเกณฑ์เลย คุณต้องเปึนรัฐมนตรีอีก แน่นอนครับ เชิญครับ
ผมเรียน ท่านประธานครับ วันนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญวันนี้ที่จะแก้ไขเพียงเพื่อเอาชนะเลือกตั้ง เขตเล็กเขตใหญ่ได้อะไร รัฐธรรมนูญที่ทําให้กลไกตรวจสอบการทุจริตที่มันอ่อนแอมันต้อง แก้ตรงนั้น บ้านเมืองถึงไปได้ พี่น้องประชาชนถึงจะอยู่รอด พวกเราในสภานี้เปึนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็เดือดร้อนแสนสาหัส รัฐบาลขูดรีดภาษี มีการโกงกินเกิดขึ้นเต็มบ้านเต็มเมือง รัฐธรรมนูญที่เปึนกฎหมายสูงสุด ของประเทศสมัยก่อนไม่เคยเปึนอย่างนี้ มันเปึนเมื่อป้ ๒๕๕๐ ทําไมไม่แก้ แก้เพียงแต่ ชนะเลือกตั้ง เพื่ออะไรครับ ฟังไม่ได้
ผมจะเล่าให้ฟังอีกประเด็นหนึ่ง มาตรา ๑๙๐ ท่านประธาน เคยคิดว่า เมื่อก่อนนี้เปึนภาระมากเลย ต้องเอามาตรา ๑๙๐ เข้าสภา แต่จริง ๆ แล้วเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญเขียนไว้ดี เขียนไว้เพื่อให้ตัวแทนประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตรวจ ประเด็นที่รัฐบาลจะไปดําเนินการกับต่างประเทศ ดูสิว่ากระทบกระเทือนไหม รัฐบาลเตรียม มาตรการเยียวยาไว้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไหม ให้สภาซึ่งเปึนตัวแทนตรวจสอบ วันนี้ เขาบอกว่าไม่ครับ เอาแค่บางเรื่อง ผมยกตัวอย่างจริง ๆ แล้วเรื่องที่จังหวัดตากที่แม่สอด พื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ แม่สอดครับไปทําเขื่อนปัองกันตลิ่งพัง รัฐบาลพม่าประท้วงมา ๑๓ ครั้ง รัฐบาลไทยทําอะไร ผมต้องเรียนอย่างนี้จริง ๆ แล้วท่านไปทําขัดต่อมติ ครม. วันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๐ ครม. มีมติการทําเขื่อนปัองกันตลิ่งพังก็ดี หรือการทําเขื่อนปัองกัน ในลําน้ําก็ดีที่จะมีผลต่อกระแสน้ําและกระทบกระเทือนกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น จะต้องมี การตกลงและได้รับความยินยอมจากประเทศเพื่อนบ้านเสียก่อน รัฐบาลนี้ทําไหม ไม่ทําครับ ท่านประธาน ไปก่อสร้างเลย แล้วอย่างไร เกิดการป่ดด่านที่ชายแดน เขาประท้วงไป ๑๓ ครั้ง ไม่ทําอะไร แก้ไขไม่ได้ เพราะไปทําก่อนที่ตกลงกับเขาไว้อีกครับ การค้าชายแดน ที่แม่สอด จังหวัดตากจากเดือนละประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาทเหลือประมาณ ๑,๓๐๐-๑,๔๐๐ ล้านบาท เสียหายมากมาย วันนี้ยังป่ดด่านอยู่ แล้วแก้ได้ไหม บอกว่า จะต้องไปตั้งคณะกรรมการชายแดนเจบีซี (GBC) เอาเรื่องเตรียมเข้าเสนอรัฐสภา ไม่มีหรอกครับ ในเรื่องนั้นเปึนเรื่องการปักปันเขตชายแดนทางบก ทางน้ําไม่ได้มีเลย เพราะฉะนั้น คณะกรรมการที่ตั้งไว้ก็ไม่มีอํานาจไปแก้ไข พี่น้องชาวจังหวัดตากเดือดร้อนแสนสาหัส ก็เพราะอะไร ท่านประธานครับ เพราะว่าไม่ได้มีการมาให้รัฐสภาตรวจสอบเลยครับ ไปทําก่อนเลยครับ ทําแล้วเสียหาย แล้วรับผิดชอบไหมครับ ผิดมาตรา ๑๙๐ ไหม วันนี้ผมบอกมาตรา ๑๙๐ ที่ให้รัฐสภา ตรวจสอบนั้นถูกต้องแล้วครับ ไม่สมควรไปแก้ไขเลย เห็นไหมถ้าไปทําก่อนแล้วเปึนอย่างไร แก้ได้ไหม แก้ไม่ได้ ท่านประธานครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องบอกว่ารัฐบาลคิดแก้อะไร เรื่องที่ไม่ได้เรื่อง จริง ๆ การที่มันช้า เพราะการทํางานของเจ้ากระทรวงที่ไม่พร้อม ไม่พร้อม แล้วกว่าจะเอาเข้ารอจนเส้นยาแดงผ่าแปดแล้วค่อยเอาเข้า จะไปทันได้อย่างไร ท่านประธาน ไม่ทันหรอก พรุ่งนี้ท่านประธานครับจะมีการตัดสิน ผมเรียนท่านประธานเอาไว้ตรงนี้ด้วย ผมได้ข่าวว่าจะให้คณะรัฐมนตรีโหวตออกเสียงด้วย ผมเรียนไว้ตรงนี้ครับ เรื่องนี้คณะรัฐมนตรี เกี่ยวไหม มีส่วนได้เสียไหม มีครับ เพราะว่าการที่ไม่ต้องเอาเข้าสภารัฐมนตรีสบายเลย ไปทําอะไรก็ได้ การที่ไม่ให้สมาชิกรัฐสภาตรวจสอบนี่นะครับ คณะรัฐมนตรีมีส่วนได้เสีย ทางตรง เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้คณะรัฐมนตรีที่โหวตเสียงในมาตราเหล่านี้ได้ผลเต็ม ๆ เลย มีผลประโยชน์ทางตรงเลย เพราะฉะนั้นโหวตเสียงเมื่อไรก็ขัดรัฐธรรมนูญเมื่อนั้น ก็จะดูครับ ท่านประธาน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเรียนว่าวันนี้พรรคฝ์ายค้านเราสู้ไม่ได้หรอก เสียงในสภา สู้ไม่ได้ แต่วันที่มีการเลือกตั้งพี่น้องประชาชนจะเปึนคนตัดสิน จะเปึนคนพิพากษาเอง เขารอวันนั้นอยู่ ผมฝากท่านประธานไว้เพียงเท่านี้ แล้วก็ฝากเรียนพี่น้องประชาชนด้วยครับ รอถึงวันเลือกตั้งแล้วพิพากษาด้วยครับใครโกง ไม่โกงครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ต่อไปนะครับ ท่าน พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ สมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี เปึนสมาชิกวุฒิสภาสรรหาภาควิชาการ ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เปึนวาระในการที่มีการพิจารณายกร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมอยากจะบอกว่า เปึนเรื่องสําคัญมาก เปึนกฎหมายที่สําคัญมากที่สภาแห่งนี้จะต้องพิจารณาโดยรอบคอบ เพราะเปึนเรื่องที่จะต้องนํามาใช้นํามาปฏิบัติกับประชาชนโดยทั่วไป ตามที่สมาชิกแห่งรัฐสภานี้ ได้มีการอภิปรายในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยมีการเสนอเพื่อพิจารณาร่วมกัน พร้อมกันด้วยการแก้ไขพิจารณาร่างดังกล่าวถึง ๔ ฉบับ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่า การอภิปรายที่ผ่านมาสมาชิกส่วนใหญ่ได้มีการอภิปรายทั้งเห็นด้วยแล้วก็ไม่เห็นด้วย ในการที่จะมีการปรับปรุงแก้ไขครั้งนี้อย่างกว้างขวาง ท่านประธานครับ ผมสงสัยว่าต้นร่าง ที่รัฐบาลเสนอมาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขเพียงใด เพราะหลายเรื่องหลายประการที่มีสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ช่วงเวลาต่าง ๆ ก็ดี มันไม่เหมาะสมในการที่จะใช้เวลานี้มาพิจารณาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย อันนี้ เปึนส่วนหนึ่งที่ผมเปึนห่วงว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จริงหรือไม่ ท่านประธานครับ กระผมเห็นด้วยในการปรับปรุงแก้ไข เห็นด้วยทั้ง ๔ ฉบับว่าจะต้องมี การแก้ไขตามอย่างที่เสนอครับ ไม่ใช่ของรัฐบาลดี ไม่ใช่ของ คปพร. ดี ผมว่าทั้ง ๔ ฉบับ พอฟังได้ ผมจะบอกให้ว่าเท่าที่ผมมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องการใช้รัฐธรรมนูญตลอดมา ของสภาแห่งนี้ ผมอยากจะเรียนว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถือได้ว่าเปึนรัฐธรรมนูญตัวอย่าง เปึนรัฐธรรมนูญที่สุดของประเทศฉบับหนึ่งที่เราใช้กันมา แต่อย่างไรก็ดีผู้ที่นํามาใช้ มีการศึกษา มีการนําช่องว่างต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๐ เปึนช่องว่าง แต่อย่างไรก็ดีผู้ที่นํามาใช้มีการศึกษา มีการนําช่องว่างต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนช่องว่าง แล้วก็เอามาเปึนประโยชน์ของตัวเอง ของพรรคตัวเอง จนเปึนเหตุให้มี การล้มล้าง มีการรัฐประหาร มีการปฏิวัติ แล้วก็ถูกเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญฉบับนั้นมาเปึน พ.ศ. ๒๕๕๐ อย่างที่เรารู้กันนะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่คิดว่าดีนั้น ถามว่าดีไหม ผมอยากจะบอกว่าส่วนหนึ่งดี แล้วก็ใช้ได้ตามที่ ท่านสมาชิกอื่น ๆ ได้อภิปรายไปแล้ว แต่เชื่อไหมว่าหลายมาตราผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญก็ดี ผู้ที่ผ่านรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาก็ดีมาจากคณะปฏิวัติ มาจากคณะ สนช. คณะ สสร. ซึ่งถ้าจะพูดตามความจริงแล้ว ก็คือมาจากคณะรัฐประหาร หรือคณะปฏิวัติ ถามว่ามาจาก ประชาธิปไตยไหม ถ้าจะให้พูดตามความจริงก็คือ ไม่ใช่มาจากประชาธิปไตยโดยตรง มาจากการยกร่างของคณะปฏิวัติแล้วเอามาใช้ แล้วก็เอามามีการประกาศใช้ จากนั้น พอประกาศใช้ ส่วนหนึ่งที่อยู่ฝ์ายตรงข้ามที่ได้รับผลกระทบจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็มี การต่อต้าน มีการแตกแยกกันอย่างรุนแรง พยามที่จะให้มีการแก้ไขกันหลายประเด็น ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยที่จะให้มีการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ใหม่ ในหลายประเด็น รวมทั้งรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ด้วย ผมอยากจะให้แก้ไขมากกว่า ๒ ประเด็น ที่มีอยู่นะครับ อยากจะให้มีการตั้ง สสร. ชุดใหม่ ประกอบด้วยนักการเมือง นักวิชาการ และประชาชน ที่ได้รับการยอมรับมายกร่างทั้งฉบับนะครับ โดยเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนตัวตั้ง แล้วก็ผ่านกระบวนการทางรัฐสภา โดยให้มองว่า เปึนรัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แบบมีพื้นฐานมาจากการมีส่วนร่วม ของประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ประเด็นอีกหลายประเด็นที่ผมอยากจะ ยกตัวอย่าง ที่อยากจะให้มีการแก้ไขมากกว่า ๒ ประเด็นดังกล่าว หลายเรื่องมากที่ข้อบกพร่อง ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บกพร่องมากมาย ยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๒๓๗ ในส่วนของ การยุบพรรคการเมือง และมีผลไปถึงกรรมการบริหารพรรคการเมืองแต่ละพรรค ซึ่งกระผม และประชาชนโดยทั่วไปมองเห็นว่ามาตรานี้ควรจะต้องมีการแก้ไข ท่านประธานครับ เท่าที่ผ่านมาจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรานี้ได้ทําลายระบบพรรคการเมือง มีปัญหามากมาย ท่านประธานครับ จากผลของการใช้มาตราดังกล่าวทําให้มีการใช้กฎหมายย้อนหลัง ทําให้มีการยุบพรรคการเมืองด้วยกันหลายพรรค ในช่วงเวลาเพียง ๓ ป้ ได้มีการตัดสินให้ กรรมการบริหารพรรคการเมืองหลายพรรคหมดสิทธิทางการเมือง หมดสภาพที่จะเข้ามา เปึนตัวแทนของประชาชนที่จะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ท่านประธานครับต่อมาก็มี การเบี่ยงเบนในคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ และเกือบทุกพรรคการเมืองเพื่อหลีกเลี่ยง ไม่ให้อยู่ในเงื่อนไขในการที่ให้ตัดสิทธิทางการเมืองของผู้ที่เปึนผู้บริหารตัวจริงครับ คณะกรรมการบริหารพรรคไม่ได้บริหารพรรคที่แท้จริงเหมือนหลอกลวงประชาชน ท่านประธานครับ อย่างนี้ถือว่าเปึนการสร้างระบบนอมินี (Nominee) ของกรรมการบริหารพรรค ท่านประธานครับ ไม่เพียงแต่เท่านั้น นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองต่างก็ไปอยู่ เบื้องหลังของพรรคการเมืองที่ตั้งใหม่ ที่ไปสวมอยู่กับพรรคชื่อใหม่ และเปึนตัวจริง ในการบริหาร ท่านประธานครับ ผมอยากจะบอกว่าเมื่อเปึนลักษณะเช่นนี้บุคคลที่ถูกตัดสิทธิ ทางการเมืองกลับมีอิสระในการบริหาร ไม่ถูกควบคุม ถูกตรวจสอบ กลับเปึนประโยชน์กับ ตัวบุคคลมากกว่าการทุจริต การคอร์รัปชันยิ่งทวีเพิ่มมากขึ้นจากการบริหารพรรคการเมือง ที่อยู่นอกระบบดังกล่าว ทุกวันนี้ไม่เฉพาะเรื่องการทุจริต การเบียดบังเอางบประมาณไปเปึนประโยชน์แต่เพียง อย่างเดียว ยังลงไปถึงการแต่งตั้งเลื่อนชั้น เลื่อนตําแหน่ง ของข้าราชการทุกรูปแบบ ทั้งเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านการเมืองและด้านทรัพย์สิน มีปลัดกระทรวงนอมินี มีอธิบดีนอมินี มีทุกอย่างที่เปึนนอมินี ผมอยากจะบอกว่าเหล่านี้คือปัญหาจากมาตรา ๒๓๗ ที่ไม่มีการแก้ไข ผมอยากจะฝากไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน
ขอบคุณครับ คุณธนิตพลประท้วง อะไร ผมผิดข้อบังคับข้อไหน
ท่านประธานครับ ผมขอใช้สิทธิพาดพิงครับ แต่ว่าลุกเร็วไปหน่อย ขอกราบประทานโทษท่านประธาน แต่ว่า ขอให้สิทธิพาดพิงเรื่องที่คุณวรวัจน์พูดถึงจังหวัดตากเมื่อสักครู่นะครับ ใช้เวลาสั้น ๆ ครับ ท่านประธาน
พาดพิงคุณหรือพาดพิงใคร
เสียหาย ถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ
เขาไม่ได้พูดถึงคุณ
เพราะว่า ผมเปึน ส.ส. ของพรรครัฐบาล และเมื่อสักครู่นี้คุณวรวัจน์ได้พูดพาดพิงถึงว่าที่จังหวัดตาก พม่าป่ดสะพานไม่ให้มีการค้าขาย เปึนเพราะว่ารัฐบาลไม่ได้นําเรื่องเอกสารสนธิสัญญา เข้ามาตามมาตรา ๑๙๐ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ความจริงที่ผม อยากจะชี้แจงก็คือว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับมติของคณะรัฐมนตรีเลยตามที่ คุณวรวัจน์พูดถึง
อันที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องนี้เปึนงบปกติที่ไม่เกี่ยวข้อง แล้วเขาก็มาทํา ตลิ่งตามปกติ
เดี๋ยวคุณธนิตพล
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าการป่ดชายแดนในเขตพื้นที่พม่า ถ้าคุณวรวัจน์ จะติดตามข่าวนะครับ เปึนเรื่องภายในของประเทศเขาเองครับ ซึ่งเราไม่สามารถเข้าไป ยุ่งเกี่ยวได้ แต่การที่คุณวรวัจน์มากล่าวอ้างอย่างนี้แล้วกลายเปึนว่าทางคณะรัฐมนตรี รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ทําให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศในเขตพื้นที่จังหวัดตาก
มีผู้ประท้วงครับ
เรื่องนี้ที่ผม บอกว่าผมถูกพาดพิงและผมไม่เห็นด้วย และวันนี้คุณวรวัจน์เองก็พูดจาใส่ร้ายต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องทุจริต ไม่ว่าจะเปึนเรื่องโกง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ ในยุคของคุณวรวัจน์เองก็มี เรื่องโกงลําไยเช่นเดียวกัน แล้วผมกราบเรียนว่าพวกผมไม่กลัวแพ้หรอก ไม่ต้องห่วงครับ ผมดูโพลล์แต่ละสํานักนี่เขาสํารวจมาแล้วว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน
พอแล้วที่พาดพิง พอเข้าใจแล้วครับ คุณชลน่านมีอะไรหรือครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตประท้วงท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรตินะครับที่ได้ลุกขึ้นใช้สิทธิพาดพิง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทําผิดข้อบังคับ ข้อที่ ๔๕ ชัดเจนครับท่านประธาน การใช้สิทธิพาดพิงหมายถึงตัวเองส่วนตัวเสียหาย ท่านวรวัจน์กล่าวหาคณะรัฐบาล ท่านไม่ได้เปึนรัฐบาล และสิทธิของการอภิปราย การกล่าวหาของสมาชิกเปึนไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๐ ขออนุญาตด้วย เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ประท้วงเรื่องโกงนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงนะครับ โปรดได้วินิจฉัย ถ้าอะไรที่เปึนเรื่องของรัฐบาลให้รัฐบาลชี้แจงครับ รอท่านเปึนรัฐมนตรี ถึงได้มาชี้แจง ไม่ได้เกี่ยวข้องนะครับท่านประธาน โปรดได้วินิจฉัยให้ถูกต้องด้วยครับ ขอบคุณครับ
เขาก็พูดไปแล้วครับ จะให้ผมทํา อย่างไร เขาพูดไปแล้ว ผมห้ามเขาไม่ได้ เขาพูดไปแล้วนะครับ คุณวรวัจน์พอแล้วครับ ท่านนายกรัฐมนตรียกมือครับ เดี๋ยวท่านจะชี้แจงครับ นั่งลงก่อนเถอะครับ
ท่านประธาน ผมเรียนอย่างนี้ครับ
ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ เพราะว่า พูดไปพูดมาก็
ท่านประธานครับ ท่านฟังก่อนครับ เรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ เกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ เปึนเรื่องของการแก้ไข ปัญหาของรัฐธรรมนูญ ผมพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่จริง ๆ แล้วผู้ร่างรัฐธรรมนูญ เขาต้องการให้มาตรา ๑๙๐ ให้รัฐบาลนําเข้ามาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขาตรวจสอบ
เข้าใจแล้วละครับ
แต่เหตุ ที่เกิดขึ้นเพราะรัฐบาลนี้ที่เปึนคนไปสร้างเขื่อนปัองกันตลิ่งพัง จนได้รับการประท้วงจาก ชาวบ้านถึง ๓ ครั้ง
โต้กันไปโต้กันมาก็ไม่จบสักทีครับ
รัฐบาลแก้ไข ไม่ได้ครับเรื่องนี้ ผมถามอย่างเดียว มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดตากไหม ถ้าแก้ได้ไปแก้สิครับ
เรื่องที่ถามเรื่องอะไรครับ
ตรงนี้ผิด มาตรา ๑๙๐ ครับ ผมถึงยกตัวอย่างว่ามาตรา ๑๙๐ ถ้าแก้แบบนี้แล้วนี่
เอาไว้ เรื่องที่ครูถามเรื่องอะไรครับ
ผมไม่ผิด มาตรา ๑๙๐ นี่ครับ ผมถึงยกตัวอย่างว่ามาตรา ๑๙๐ ถ้าแก้แบบนี้แล้วพี่น้องประชาชน จะเสียหาย มันต้องบอกว่าแก้อย่างไร เยียวยาไหม แก้ไขอย่างไรไหม มันต้องการ ให้รัฐบาลดําเนินการ
พอแล้วครับ เข้าใจแล้วครับ
ผมว่า ท่านผู้แทนราษฎรจังหวัดตากไม่ดูแลพี่น้องประชาชนเลย ท่านประธาน
ท่านนายกรัฐมนตรียกมือ ๓ ครั้งแล้วครับ ท่านจะได้ชี้แจง ท่านนายกรัฐมนตรีไม่พูดข้างบนหรือ ท่านพูดในนามผู้แทนราษฎรหรือ มันน่าจะข้างบนนะครับ สง่าผ่าเผย เชิญครับ ตามอัธยาศัยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ และในฐานะนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ที่กราบเรียนท่านประธานขออนุญาตที่จะพูดตรงนี้ ก็เพราะว่าการใช้สิทธิของผมนั้นมีทั้งในส่วนที่เปึนการชี้แจงในร่างของคณะรัฐมนตรี และมีในส่วนที่ผมต้องการแสดงความคิดเห็นในฐานะ ส.ส. และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ต่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับอื่น ๆ ด้วย และขออภัยท่านประธานนะครับ ต้องติง ท่านประธานนิดหนึ่ง จะยืนข้างล่างหรือยืนข้างบนมีความสง่างามเท่ากัน เพราะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรก็มีความสําคัญแล้วก็ทําหน้าที่ในฝ์ายนิติบัญญัติ ส่วนในฐานะนายกรัฐมนตรี ก็ทําหน้าที่ในฝ์ายบริหาร ท่านประธานที่เคารพครับ เบื้องต้นคงต้องชี้แจงเพื่อนสมาชิก สักนิดหนึ่งนะครับ สืบเนื่องมาจากที่มีการใช้สิทธิพาดพิงกันเมื่อสักครู่ ก็ขอเรียนว่ารัฐบาล ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นที่แม่สอด และผมเดินทางไปสหภาพพม่า ได้มีการสอบถาม และพูดคุยเรื่องนี้โดยตรงกับท่านนายกรัฐมนตรีของประเทศพม่า ซึ่งได้ยืนยันกับผมครับ ว่าเรื่องทั้งหมดเปึนปัญหาภายในประเทศของเขา แล้วก็ขอความร่วมมือในการที่จะช่วย คลี่คลายปัญหา ซึ่งจะเห็นว่าต่อมาในช่วงของการเลือกตั้งได้ลุกลามมาเปึนการปะทะกัน แล้วก็มีผลกระทบต่อพื้นที่บริเวณชายแดน ไม่ใช่เฉพาะที่แม่สอด แต่ว่าบริเวณอื่นด้วย อันนี้คือข้อเท็จจริง ท่านจะได้ทราบว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้นกับมติคณะรัฐมนตรี ไม่ได้เกี่ยวข้องทั้งสิ้นอะไรกับมาตรา ๑๙๐
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาในการที่จะอภิปราย แบ่งเปึนส่วน ๆ นะครับ
ส่วนแรก ขอชี้แจงในส่วนของการแก้ไขเพิ่มเติมที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ในเรื่องของมาตรา ๑๙๐ แต่ผมอยากจะเรียนก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นว่า ผมฟังการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ วันแล้ว บางท่านก็อภิปรายอยู่ในเนื้อหา ของรัฐธรรมนูญ บางท่านก็อาจจะมีการอภิปรายเพื่อโจมตีรัฐบาลหรือฝ์ายตรงกันข้าม ซึ่งก็เปึนปกติ การอภิปรายในสภาผมเข้าใจ ในฐานะที่อยู่ในสภาแห่งนี้มาเปึนเวลานาน แต่ว่าขณะเดียวกันที่ผมประหลาดใจก็คือว่าเวลาลงไปในเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอ บางท่านพูดจาประหนึ่งว่าเนื้อหาสาระในร่างทั้ง ๒ ร่างมันมีความชั่วร้าย มันมีความเลว มันมีความเสียหายอย่างมากมายมหาศาล ผมฟังเมื่อบ่ายบางท่านบอกว่า การเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าเขตเลือกตั้งเขตละคนเปึนสิ่งที่เลวร้าย เปึนสิ่งที่จะสนับสนุนการซื้อเสียง การซื้อ ส.ส. ผมก็ต้องขอถามว่าแล้วก่อนหน้านี้จุดยืน ของพรรคฝ์ายค้านในเรื่องเขตเลือกตั้งคืออะไร ตั้งแต่มีการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จุดยืนของพรรคฝ์ายค้านมาโดยตลอดก็คือยืนยันว่าระบบเขตเลือกตั้งเขตละคนดีกว่า วันนั้นท่านยืนยันเพราะอะไรครับ เพราะมันซื้อเสียงง่ายหรือ หรือเพราะมันซื้อ ส.ส. ง่าย หรืออะไร ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าผมอยากให้การอภิปรายเราอยู่กับความเปึนจริง เดี๋ยวผมจะพูดจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีต่อเรื่องของเขตเลือกตั้ง ร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๒ ร่างดังที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานตั้งแต่ตอนนําเสนอในช่วงต้นมันมีที่มาที่ไป และที่มาที่ไปก็มาจากทั้งคณะกรรมการสมานฉันท์และคณะกรรมการที่รัฐบาลได้แต่งตั้งขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาในคณะกรรมการสมานฉันท์มีสมาชิกของทุกพรรคการเมืองและสมาชิกวุฒิสภา ร่วมอยู่ด้วย แล้วมีการนําเสนอเรื่องนี้มาเปึนผลงานของสภา ผมจึงอยากกราบเรียนว่าไม่เปึนไรครับวันนี้เราอยากจะฉกฉวยโอกาสทางการเมือง ในการอภิปรายอย่างไรก็แล้วแต่ แต่เราไม่ควรสร้างความสับสน และการตัดสินใจของผม และพรรคประชาธิปัตย์ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีที่นําเสนอและพรรคประชาธิปัตย์ ที่สนับสนุนร่างทั้ง ๒ ฉบับนี้เปึนเหตุผลที่เกี่ยวโยงกับการให้ความเคารพต่อกระบวนการ ที่เรากําลังทําอยู่ทั้งในเรื่องของสภา ทั้งในเรื่องของคณะกรรมการปฏิรูปและปรองดอง สมานฉันท์ของรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะขอชี้แจงในเรื่องมาตรา ๑๙๐ ก่อน เพราะว่าเรื่องนี้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ประเด็นซึ่งควรจะมีความขัดแย้งกัน เนื่องจากว่า ในการประชุมร่วมของรัฐสภาเกือบทุกครั้งที่เราต้องมาถกเถียงกันในเรื่องของบรรดา หนังสือสัญญาต่าง ๆ ผมว่าเพื่อนสมาชิกเกือบครบทุกพรรคและสมาชิกวุฒิสภาเคย ตั้งข้อสังเกตมาเสมอครับว่า ทําไมหนังสือสัญญาที่จะต้องนําเสนอต่อสภาจึงมีมากมาย เพียงนี้ บางเรื่องไม่น่าจะเปึนเรื่องที่กระทบกระเทือนตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีการเสนอเข้ามา เรื่องนี้เปึนปัญหามาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลที่แล้ว มีความกังวลมากหลังจากการไปลงนามในแถลงการณ์ร่วมกับประเทศกัมพูชา แล้วต่อมา ถูกศาลวินิจฉัยว่าไม่ได้ดําเนินการตามมาตรา ๑๙๐ ทําให้รัฐบาลตั้งแต่ชุดที่แล้ว และบรรดาข้าราชการตามกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ มีความหวาดวิตกว่าหากไม่นําเสนอ หนังสือสัญญาข้อตกลงแถลงการณ์ที่มีการทําในการประชุมกับประเทศต่าง ๆ แล้วก็จะ เดินซ้ํารอยกรณีนั้น ซึ่งไม่เพียงแต่ทําให้หนังสือสัญญาเปึนโมฆะดังที่แถลงการณ์ร่วม ที่ตอนนั้นไปลงนามไว้เปึนโมฆะ แต่ปรากฏว่ามีข้าราชการและผู้ที่เกี่ยวข้องถูกดําเนินคดีด้วย ท่านประธานจะเห็นว่ารัฐบาลที่แล้วจึงมีการเสนอเรื่องหนังสือสัญญาและมีการไปทํา ข้อตกลงต่าง ๆ หลังจากนั้นเปึนต้นมาน้อยมาก มีเพียงการมาเสนอกรอบในการไปเจรจา กับประเทศกัมพูชาเพื่อแก้ปัญหาซึ่งเปึนปัญหาเร่งด่วนในขณะนั้นครับ เนื่องจากเกิด ความรุนแรงแล้วก็การปะทะขึ้นในบริเวณชายแดน อันนี้คือข้อเท็จจริงครับ ผมเข้ามา บริหารราชการแผ่นดินมีเรื่องที่เปึนหนังสือสัญญาต่าง ๆ เยอะมากครับที่ค้างอยู่ตาม กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ แล้วทุกคนพอเสนอเข้ามาที่คณะรัฐมนตรีจะบอกว่าไม่แน่ใจ ว่ามันเข้าตามมาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ขอให้รัฐบาลส่งเข้าสภาทุกฉบับ ผมกราบเรียนว่า จริง ๆ คณะรัฐมนตรีของผมใช้ดุลยพินิจหลายครั้งแล้วว่าไม่น่าจะเข้าตามมาตรา ๑๙๐ ก็ลดไปได้จํานวนหนึ่งครับ แต่ก็ยังมีอีกจํานวนมากที่ต้องบอกว่าอ่านรัฐธรรมนูญแล้ว มันตอบยาก ตอบยากว่าการกระทบต่อเศรษฐกิจหรือต่องบประมาณมีนัยสําคัญแค่ไหน กี่ล้านบาท ร้อยละเท่าไรของงบประมาณ ไม่มีใครตอบได้ครับ ในเบื้องต้นเราก็เข้าใจว่า ปัญหานี้น่าจะแก้ได้ด้วยการเสนอกฎหมายลูก แล้วรัฐบาลชุดนี้ก็ได้ดําเนินการเสนอ กฎหมายลูกเข้ามาสู่สภา ในการเสนอเข้าสู่สภานั้นบังเอิญก็มีประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวข้อง กับหนังสือสัญญาประเภทที่กระทรวงการคลังเขาไปทําครับ ซึ่งทางกฤษฎีกาเห็นว่า หนังสือสัญญาที่กระทรวงการคลังไปทําไม่ใช่มีลักษณะในเรื่องของหนังสือสัญญาตาม มาตรา ๑๙๐ เท่ากับเปึนการทําสัญญาพูดง่าย ๆ เหมือนกับเปึนการทําธุรกิจ เช่นไปทํา ตกลงกับธนาคารโลกหรืออะไรต่าง ๆ ก็จึงมีการมาเขียนลงไปในมาตราหนึ่งว่าหนังสือสัญญา ประเภทนั้นไม่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรา ๑๙๐ ตามกฎหมายลูกที่เสนอเข้ามา เมื่อรัฐบาล เสนอเข้ามาเพื่อนสมาชิกรวมทั้งพรรคฝ์ายค้านท้วงติงว่าอันนี้ทําไม่ได้ รัฐบาลไปเขียน ในกฎหมายไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้อนุญาตให้ไปกําหนดประเภทของหนังสือสัญญา รัฐธรรมนูญบอกว่ากฎหมายออกได้เพียงไปบอกว่าขั้นตอน วิธีการทําอย่างไร แต่ไม่สามารถ จะเขียนกฎหมายเพื่อกําหนดหลักเกณฑ์หรือกําหนดประเภทของหนังสือสัญญาได้ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายในวันนั้นผมจึงตัดสินใจถอนร่างดังกล่าวกลับไป แล้วก็ต้องไปปรับปรุงแก้ไขเพื่อตัดประเด็นนั้นออกแล้วก็ตรวจสอบกับทางฝ์ายกฎหมาย คือทางกฤษฎีกาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งกฤษฎีกายืนยันว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ในปัจจุบัน ไม่อนุญาตให้มีการไปตรากฎหมายในลักษณะที่ไปกําหนดหลักเกณฑ์หรือประเภทของ หนังสือสัญญาได้ ถามว่าเรามีทางออกอื่นไหม มีครับ รอส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่จุดอ่อนของการใช้วิธีอย่างนี้มี ๒ เรื่อง
เรื่องแรก เปึนที่ทราบกันดีว่าระยะเวลาในเรื่องของการที่จะส่งเข้าสู่ กระบวนการและการตีความของศาลรัฐธรรมนูญนั้นตอบยากมากว่าจะใช้เวลานาน แค่ไหน
เรื่องที่สอง ก็คือผมไม่แน่ใจว่าศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนองค์กรในฝ์ายตุลาการ ควรจะเปึนผู้ใช้ดุลยพินิจหรือไม่ครับ ในการประเมินสิ่งที่จริง ๆ แล้วเปึนประเด็นในเชิง ของการบริหาร เช่นว่ากระทบกระเทือนต่อความมั่นคงหรือกระทบกระเทือนต่อเศรษฐกิจ มากน้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นโดยสรุปทางออกที่ดีที่สุดก็คือเราควรจะให้สภา ตรากฎหมายขึ้นกําหนดเปึนหลักเกณฑ์ อาจจะระบุไปก็ได้ว่าหนังสือสัญญาประเภทไหน ที่กระทบกระเทือนกับงบประมาณ ถ้าเปึนงบประมาณเกินจํานวนเท่าไร สัดส่วนเท่าไร ระบุลงไปเลยครับ แล้วรัฐบาลก็จะมีความชัดเจนว่ากรณีไหนจําเปึนต้องเสนอต่อสภา กรณีไหนนั้นไม่เข้าตามมาตรา ๑๙๐ เจตนาของการเสนอร่างมีเพียงเท่านี้ และหลักการ ที่เสนอมาก็มีเพียงเท่านี้ครับ แต่จากการอภิปรายของสมาชิกหลายท่านโดยเฉพาะ เพื่อนสมาชิกวุฒิสภานะครับ ที่ได้แสดงความกังวลว่าในการยกร่างของคณะกรรมการ ของท่านอาจารย์สมบัติ ขอประทานโทษเอ่ยนามท่าน แล้วก็ที่ทางกฤษฎีกาช่วยดูให้ บังเอิญไปแยกปัญหาหนังสือสัญญาตามวรรคสองกับวรรคสามออกจากกัน แล้วก็เกิด ความห่วงใยว่าถ้าเปึนเช่นนี้หนังสือสัญญาตามวรรคสองมันจะไม่ผ่านกระบวนการ ที่เกี่ยวข้องกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน หรือการมีกรอบการเจรจา หรือมี การจะต้องมาเยียวยาถ้ามีความจําเปึน อย่างนี้เปึนต้น ผมก็สงสัยเหมือนกันนะครับ สอบถามไปยังผู้ร่างเขาก็ยืนยันว่าจริง ๆ ไม่ได้มีเจตนาจะแยก แต่ที่เขียนมาอย่างนี้เข้าใจ ว่าไปดูแนวของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับ ป้ ๒๕๕๐ ก็คือในวรรคสองไปเอาแนวของ ป้ ๒๕๔๐ มา แล้วก็คงไปเข้าใจว่าตอนป้ ๒๕๕๐ ที่ไปแก้ แก้ตอนนั้นเพราะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ มากที่สุดก็คือเรื่องการไปทําข้อตกลงเขตการค้าเสรีคือเปึนเรื่องของเศรษฐกิจครับ แล้วการเจรจาตกลงเขตการค้าเสรีมันก็ควรจะได้มีกระบวนการตามวรรคสี่ วรรคห้าที่ว่า ผมกราบเรียนยืนยันกับท่านประธานครับ เมื่อเปึนเช่นนี้ผมก็ไม่สบายใจว่าจะไม่ครอบคลุม หนังสือสัญญาตามวรรคสอง ผมก็เรียนยืนยันว่าถ้าจะกรุณารับหลักการพวกเราจะแปรญัตติ ให้ครอบคลุมถึงวรรคสอง เพราะเจตนาไม่ได้มีเรื่องของการที่จะไปแยกกระบวนการตรงนี้หรอก แต่สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดก็คือประเภทของหนังสือสัญญาที่จะทํา ที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการ มาตรา ๑๙๐ อันนี้คือคําชี้แจงของผมในฐานะที่เปึนผู้เสนอของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับนี้ในนามของคณะรัฐมนตรี ผมขออนุญาตใช้เวลาที่เหลืออภิปรายในฐานะ ส.ส. ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และบางครั้งก็ในฐานะนายกรัฐมนตรี
ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์มีเวลาเหลือ ๒ ชั่วโมง ๕ นาทีครับ
ใช้ไม่หมดครับท่านมีท่านอื่น จะใช้สิทธิต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องจุดยืนเกี่ยวกับ รัฐธรรมนูญมาก ผมคิดว่าผมอยากจะเท้าความให้เห็นว่าเรื่องของรัฐธรรมนูญมันเปึน อย่างไร จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถือเปึนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของรัฐธรรมนูญหรือรูปแบบของระบอบ ประชาธิปไตยของประเทศไทยครั้งสําคัญ ก่อนหน้านั้นถ้าเราจะวัดว่าความเปึนประชาธิปไตยของรัฐธรรมนูญ ความเปึนประชาธิปไตย ของระบบการเมืองอยู่ที่เรื่องของระบบเลือกตั้งและการให้เสียงข้างมากเปึนใหญ่ ต้องบอก ว่ารัฐธรรมนูญก่อนป้ ๒๕๔๐ หลายฉบับ มีสิ่งนั้นค่อนข้างจะสมบูรณ์แล้วหลายฉบับ หลัง ๑๔ ตุลาฉบับหนึ่งละ แล้วถ้าจําไม่ผิดก็คือฉบับป้ ๒๕๑๗ ที่นําไปสู่การเลือกตั้ง ป้ ๒๕๑๘ ป้ ๒๕๑๙ และแม้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๔ เปึนผลพวงมาจาก รสช. ก็ตาม แต่รัฐสภาหลังการเลือกตั้งเดือนกันยายน ป้ ๒๕๓๕ เคยมีการแก้ไขกันเรียกว่ารื้อกัน เกือบทั้งฉบับ แล้วก็ได้กําหนดหลักการตามแนวทางของระบบรัฐสภาที่เปึนประชาธิปไตย ที่บอกว่าเสียงข้างมากในสภาเปึนใหญ่เอาไว้แล้ว สิ่งที่เราต้องทําความเข้าใจกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เปึนนวัตกรรมทางการเมืองจริง ๆ ๒ เรื่องครับ
เรื่องแรก คือการบัญญัติในเชิงสิทธิเสรีภาพที่กว้างขวาง และวางกลไกที่จะ ดูแลคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน นั่นคือความงดงามประการที่ ๑ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ประการที่ ๒ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าพวกเรา ในสภาไม่อาจครองศรัทธาของประชาชนได้ในหลายเรื่อง ประชาชนไม่เชื่อว่าพวกเรากันเอง จะชี้กันได้ว่าใครโกง ใครไม่โกง ประชาชนไม่อยากให้พวกเรากันเองมีส่วนไปตีความว่า อะไรชอบด้วยรัฐธรรมนูญครับ อะไรผิดกฎหมาย ไม่ผิดกฎหมาย จึงเปึนที่มาของการมี บทบัญญัติเรื่องศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องศาลปกครอง เรื่อง ป.ป.ช. และองค์กรอิสระทั้งหลาย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ผมไม่ลงไปในรายละเอียดทั้งหมด นี่ต่างหากคือนวัตกรรม ของป้ ๒๕๔๐ แน่นอนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เสริมบทบาทของพรรคการเมืองมากขึ้น เพราะเห็นว่าได้โอนอํานาจการตรวจสอบนี้ไปให้องค์กรอิสระแล้วก็จึงเขียนบทบัญญัติเพื่อ เสริมความเข้มแข็งของพรรคการเมือง โดยเฉพาะในการที่จะทําให้พรรคการเมืองขนาดใหญ่ เกิดขึ้นได้ง่าย มีระบบบัญชีรายชื่อ มีการควบรวมพรรคกันได้ เหล่านี้เปึนต้น ท่านประธาน จําได้หรือเปล่าผมไม่ทราบนะครับว่าพรรคการเมืองแรกที่ออกมายืนสนับสนุนบอกให้รับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คือพรรคประชาธิปัตย์ครับ แล้วพวกผมก็ถูกต่อว่าครับ หลายท่าน ที่ต่อว่าพวกผมนั่งอยู่ซีกโน้น ว่าทําไมถึงจะรับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี่คือประวัติศาสตร์ เพราะเห็นว่ากําลังจะมีการโอนอํานาจไปให้กับองค์กรอิสระมากมาย แต่ในที่สุดมีการรณรงค์ ตอนนั้นก็เปึนธงเขียว ธงเหลือง แล้วรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ออกมาประกาศใช้ รัฐบาล ที่บริหารบ้านเมืองภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็พรรคประชาธิปัตย์ครับ แล้วก็เริ่มเสริม อํานาจของ กกต. ตอนแรก กกต. ไม่มีอํานาจให้ใบแดง ให้แต่ใบเหลือง เลือกแล้วเลือกอีก เลือกแล้วเหลืองอีก กกต. ก็ไม่รู้จะทําอย่างไร ก็พยายามไปสรุปว่าถ้าเหลือง ๒ ครั้ง เปึน ๑ แดงเหมือนฟุตบอล แต่ไม่มีกฎหมายรองรับ ที่สุดก็รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แก้กฎหมายเพื่อให้ กกต. สามารถที่จะมีอํานาจให้ใบแดงได้ อย่างนี้เปึนต้น แล้วเราก็เชื่อว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะนําพาการเมืองไทยให้พัฒนาได้ แต่ผมไม่จําเปึนต้องตอกย้ํามากละครับว่าที่เพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปราย ไปหลายคนก็คือว่าที่สุดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่เปึนอย่างที่เราคาดหวัง เพราะมันมีช่องว่าง ช่องโหว่ จนในที่สุดอํานาจต่าง ๆ นั้นเข้ามาครอบงําองค์กรอิสระ แม้กระทั่งวุฒิสภามี การบิดเบือนแล้วก็เกิดปัญหา ใครมาบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ทําให้บ้านเมือง แตกแยก ผมถามว่าแล้วอะไรเกิดขึ้น ป้ ๒๕๔๘ ป้ ๒๕๔๙ ผมเปึนผู้สนับสนุนรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้น และผมก็เปึนคนหนึ่งที่เสียใจมากว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นถูกกระทําโดยผู้มีอํานาจ จนในที่สุดมีคนเขียนหนังสือถึงท่านว่ารัฐธรรมนูญตายแล้ว และถ้าจํากันได้ครับในวันที่มี การยุบสภาต้นป้ ๒๕๔๙ ความบิดเบือนของโครงสร้างต่าง ๆ ทําให้พรรคการเมืองฝ์ายค้าน ในขณะนั้นจับมือกันบอกว่าเราจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าลงสมัครรับเลือกตั้งต้องมา รับปากกันก่อนว่า รื้อกันใหม่ทั้งฉบับ สุดท้ายก็ปรากฏว่าพรรครัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นก็ไม่มาตกลงกับพวกเรา แต่ก็อุตส่าห์เรียกประชุมพรรคการเมืองเล็ก ๆ น้อย ๆ พรรคการเมืองที่ไม่อยู่ในสภาทั้งหมดที่อาคารรัฐสภาแห่งนี้ครับ แล้วบอกว่าถึงเวลาแล้ว ที่จะรื้อรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้งฉบับ ผมกราบเรียนมาทั้งหมดนี้เพื่อที่จะบอกว่า ผมเข้าใจในความรู้สึกในความผูกพันกับรัฐธรรมนูญที่ได้ชื่อว่าเปึนรัฐธรรมนูญของประชาชน นี่มันมีครับ แต่ประสบการณ์หลัง ป้ ๒๕๔๐ มันมีมากพอแล้วที่เราบอกว่ามันไม่จําเปึน ต้องเดินกลับไปจุดนั้นครับ เราเดินไปข้างหน้า นี่คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วผม กราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีหลายเรื่องที่ด้อย เช่น บัญญัติตอนนั้นว่าจะลงสมัคร ส.ส. ต้องจบปริญญาตรี ผมก็ไม่เห็นด้วย แล้วก็มีบทบัญญัติที่บอกว่าไม่ให้ ส.ส. ไปเปึน รัฐมนตรีพร้อมกันครับ ซึ่งก็ทําให้ในที่สุดกลายเปึนว่า ส.ส. ถูกแบ่งออกเปึน ๒ ระดับ คือคนลงเขตนี่ไม่มีโอกาสเลย เพราะไม่มีคนไหนอยากจะแต่งตั้งรัฐมนตรีแล้วถูกครหาว่า ทําให้เสียงบประมาณในการไปเลือกตั้งซ่อม ทั้งที่ความเปึนจริงคุณภาพของ ส.ส. เขต กับ ส.ส. สัดส่วนหรือบัญชีรายชื่อไม่ได้แตกต่างกันครับ ใจผมยังเคยเสนอเลยครับว่า ความจริงควรจะลงสมัครรับเลือกตั้งเปึน ส.ส. บัญชีรายชื่อควรจะมีการกําหนดคุณสมบัติ ว่าอย่างน้อยควรจะลงสมัครรับเลือกตั้งเขตมาก่อน เพราะผมเห็นว่าใกล้ชิดกับประชาชน มากกว่า ผมจึงบอกว่าวันนี้ไม่รับร่างของ คปพร. นี่เพราะผมเห็นว่าเราเดินเลยจุดนั้นมาแล้ว
ประการที่ ๒ ที่ไม่รับก็เพราะว่านอกเหนือจากความพยายามในการที่จะ เปลี่ยนบทบัญญัติกลับไปเปึนเหมือน ป้ ๒๕๔๐ มันมีประเด็นที่จะสร้างความแตกแยก ขัดแย้งกันว่าที่เขียนเหมือนกับจะลบล้างสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากป้ ๒๕๔๙ หลังจาก การรัฐประหาร มันเปึนการนิรโทษกรรมบุคคลหรือไม่ พันธมิตรที่ชุมนุมกันเมื่อป้ ๒๕๕๑ ที่บอกไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มันเรื่องนี้ มันไม่ใช่เรื่องมาตรา ๑๙๐หรอก มันไม่ใช่เรื่องเขตเลือกตั้งหรอก มันเรื่องนี้ว่าตกลงจะแก้ช่วยพวกพ้องหรือตัวเองหรือไม่ นี่คือเหตุผลที่เราไม่รับ ด้วยความเคารพนะครับ ประชาชนท่านก็ใช้สิทธิของท่านมา ผมเข้าใจ แต่ผมเห็นว่าถ้าผ่านไปจะขัดแย้งกันรุนแรงมากสถานการณ์จะย้อนกลับไปเหมือน ๒ ป้ก่อน ผมไม่ขัดข้องละครับ ถ้าในอนาคตเหมือนกับที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอไว้ว่า ในระยะกลาง ระยะยาวอยากจะทํา สสร. กันอีกรอบไหม อยากจะเอาเรื่องนี้ไปหาเสียงกัน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ขัดข้องละครับ แต่วันนี้ปลดเงื่อนไขความขัดแย้งตรงนี้ออกไปก่อน จากการเมืองไทยในขณะนี้ จากสังคมไทยในขณะนี้ นี่คือร่างแรกที่ผมอยากจะขออนุญาต กราบเรียน
ก็มาถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แน่นอนครับ มาจากการรัฐประหาร แล้วตรงนี้ ที่มันเปึนเหมือนกับแผลอยู่ในจิตใจของหลาย ๆ คน บางคนไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ไม่ชอบเพราะมาจากการรัฐประหาร เปึนความรู้สึกที่เข้าใจได้ แล้วผมก็ เข้าใจว่าหลายคนที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น มีประเด็นในเชิงอารมณ์ ความรู้สึกและในเชิงสัญลักษณ์ เรื่องจริงครับ ท่าน ส.ส. ชํานิ อภิปรายเรื่องนี้ได้ชัดเจน ผมไม่จําเปึนต้องย้ํา แต่เปึนเรื่องของสัญลักษณ์ เพราะว่าไปแล้วเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่ครับ ถามไปแล้วโครงสร้างไม่ได้ต่างจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มากนักหรอก พยายามไปอุดช่องโหว่ช่องว่างจากปัญหาของการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วมัน ไม่เปึนไปตามเจตนารมณ์ แต่แก้แล้วดีขึ้นหรือไม่ดีขึ้น อันนี้ก็เปึนความเห็นที่แตกต่างกัน บางเรื่องก็อาจจะกลายเปึนสุดโต่งอีกด้านหนึ่ง อย่างนี้เปึนต้น แต่ไม่ได้เลวร้ายหรอกครับ ผู้แทนประชาชน ๗๐,๐๐๐ กว่าท่านอาจจะรังเกียจรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ท่านทราบ ใช่ไหมว่าถ้าไม่ใช่เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไม่ได้เปึน ฉบับแรกที่อนุญาตให้ประชาชนเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มันไม่ได้เลวร้ายแน่นอน เรื่องจริงอยู่ตรงนี้ครับ เพราะฉะนั้นการต่อสู้ที่ผ่านมา ๑. มันเปึนเรื่องสัญลักษณ์ ๒. มันเปึน ปัญหาข้อกล่าวหาว่าเปึนการแก้ไขเพื่อนิรโทษกรรม เพื่อประโยชน์พวกพ้องหรือไม่ ผมและพรรคประชาธิปัตย์และรัฐบาลเข้ามาก็พยายามที่จะดูว่าจะทํากันอย่างไร พอเกิดเหตุ เมษายน ๒๕๕๒ เหตุการณ์จบลง ผมก็มาใช้กระบวนการของรัฐสภาเป่ดอภิปรายทั่วไป มีการพูดแสดงความคิดเห็นกันมากมาย แล้วเราก็ตกลงกันว่าท่านประธานจะกรุณาตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง แล้วก็มีท่าน ส.ว. ดิเรก ได้รับความไว้วางใจ ก็เชิญทุกคนมา ที่จริงก่อนหน้านั้นก็มีคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรศึกษาว่ารัฐธรรมนูญบังคับ ใช้แล้วมีปัญหาไหม มันจึงเปึนเรื่องที่ดูผิวเผินแล้วแปลกอย่างไรครับว่าในขณะที่มีคน ที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รับไม่ได้เลย แต่พอไปศึกษาจริง ๆ ทําไมถึงออกมาแค่ ๑ ประเด็น ๒ ประเด็น ๖ ประเด็น เพราะสิ่งที่มันรับไม่ได้ มันเปึนปัญหาเชิงสัญลักษณ์ เปึนหลัก ๖ ประเด็น เมื่อทําออกมาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม พวกเรานักการเมือง เราเข้าใจกันครับ ผู้แทนราษฎรอยากจะบอกปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แต่กังวลว่าถือเปึนการแทรกแซงฝ์ายบริหารหรือไม่ ผมก็เปึนคนหนึ่งที่เห็นว่าผู้แทนราษฎร ควรจะเปึนเลขานุการรัฐมนตรีได้ ควรจะเปึนโฆษกรัฐบาลได้ ควรจะเปึนที่ปรึกษารัฐมนตรี ได้ แต่ต้องยอมรับครับว่าถ้าเราหยิบประเด็นเหล่านี้ขึ้นมาทีไรสังคมเข้าใจเรายาก สังคม ก็คิดแต่เพียงว่าพวกเราอยากได้อํานาจกันเพิ่มขึ้น ผมก็คิดหาทางออกว่าถ้าสังคมยังมี ลักษณะของการต่อต้านแม้ ๖ ประเด็น ผมก็จึงชวนวิป ๓ ฝ์ายมาคุยกันครับ บอกว่า เพื่อให้เกิดความยอมรับเอาอย่างนี้ไหม รัฐบาลจะไปทําประชามติ เพราะรัฐบาลมีอํานาจ ตามรัฐธรรมนูญที่ไปทําประชามติ แต่ประชามติมันไม่สามารถผูกพันฝ์ายนิติบัญญัติได้ ถ้าวิป ๓ ฝ์ายตกลงกันเดินหน้าไปทําประชามติ แล้วตกลงกันว่าผลออกมาอย่างไรก็เสนอ ตามนั้น ผมจะเดินเลย แล้วถ้าจําได้วันนั้นผมไปไกลกว่านั้นด้วย ผมบอกเพื่อความสมานฉันท์ ทําเสร็จปัูบผมยุบสภา ไปคุยกันที่ทําเนียบตกลงกัน แต่หลังจากนั้นออกมาจากทําเนียบ ทางฝ์ายค้านไม่เห็นด้วย มันก็เดินต่อไม่ได้ นี่คือข้อเท็จจริง หลังจากนั้นมาพรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบันก็มีความต้องการที่จะผลักดันบางประเด็นอีก ก็มีเรื่องเขตเลือกตั้งนอกเหนือจากมาตรา ๑๙๐ ซึ่งทุกพรรคพูดกันมาตลอดว่า เราเห็นสอดคล้องต้องกัน เดี๋ยวผมจะย้อนกลับไปในเรื่องเขตเลือกตั้งนี่ละครับว่าจุดยืน ต่าง ๆ มันเปึนอย่างไร แต่ว่าโดยสรุปก็คือว่าเรื่องนี้มันก็เดินต่อยากจนเกิดเหตุการณ์ ซ้ําอีกครั้งเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคมป้นี้ แล้วก็ต้องขอเรียนนะครับ ท่านต่อว่าต่อขาน ผมมากว่าเพียงเรียกร้องให้ยุบสภาขอแค่จะไปใช้สิทธิหย่อนบัตรลงในหีบเลือกตั้ง ท่านครับ ผมเสนอให้ไปหย่อนบัตรกัน ๑๔ พฤศจิกายน ผมไม่ใช่ฝ์ายที่ปฏิเสธข้อเสนอนี้ครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเราเสียใจกันทั้งนั้นละครับ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก แต่ต้องถามว่าวันที่ผมเสนอว่าไปเลือกตั้งกัน ๑๔ พฤศจิกายน ทําไมไม่ยอมรับ ผมก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า พอหลังเหตุการณ์ปมรัฐธรรมนูญยังเปึนปัญหาอยู่ ผมก็คิดว่า เอาละ เขาว่านักการเมืองคิดกันเอง สภาคิดกันเอง เราก็เอาคนข้างนอกเขามาช่วยดูให้ ให้โจทย์เขาไปเลย ๖ ข้อ บวกกับเรื่องอื่น ๆ ก็เปึนที่มาของคณะกรรมการของท่านอาจารย์สมบัติ แล้วท่านก็เสนอกลับมาว่าใน ๖ ประเด็นนี้ท่านเห็นด้วยแค่ ๕ ประเด็น แล้วก็มาถึงจุดที่ ครม. ต้องตัดสินใจว่า ๕ ประเด็นจะทําอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปึนนายกรัฐมนตรี ในยามที่บ้านเมืองวิกฤติ ผมถูกกล่าวหาว่าเปึนคู่กรณี ฝ์ายค้านก็อาจจะมองว่าตัวเอง เปึนคู่กรณี ผมก็พยายามที่จะหาทางให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุข เกิดความสมานฉันท์ ผมก็ต้องไปไหว้วานคนที่เขาไม่ได้ถูกมองว่าเปึนคู่กรณีมาช่วยทํางาน บอกบ้านเมืองมี ๒ มาตรฐาน มีความเหลื่อมล้ํา เรามาดูกัน ประเด็นอะไรกันบ้างที่เราจะต้องมาช่วยแก้ไข ให้ความเปึนธรรมกับพี่น้องประชาชนในสังคม จริงอยู่รัฐบาลทํานโยบายไปหลายเรื่องแล้ว จะเปึนเบี้ยยังชีพ จะเปึนประกันรายได้เกษตรกร จะเปึนการที่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ สวัสดิการมากมาย แต่เอาละอาจจะมีเรื่องอื่นยังทําไม่สําเร็จ นี่ทําไปแล้วยังไม่จุใจ ที่ดิน จะต้องทําเพิ่มเติมมาศึกษากันให้หมด ข้องใจกันว่าอะไรเกิดขึ้นในช่วงเหตุการณ์ มีทางไหม ที่จะมีการค้นหาความจริงนําไปสู่การสมานฉันท์ ผมก็มีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งเข้ามา แล้วเขาก็อิสระครับ ผมให้น้ําหนักกับคนที่ทํางานเหล่านี้ทั้งหมด เพราะคนเหล่านี้ไม่จําเปึน ต้องเข้ามาในยามที่บ้านเมืองมีปัญหาเลย เขาเข้ามาเขาเปลืองตัวครับ เขาเข้ามานี่บางที ยังไม่ทันเริ่มทําอะไรเลย เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา ยกตัวอย่างอาจารย์คณิตนี่ พอเอ่ยชื่อปัูบตั้งข้อสงสัยทันทีว่าเขาจะไม่เปึนกลาง เขาจะไม่มาดูแลฝ์ายผู้ชุมนุม เห็นไหม ทํางานปัูบอาจารย์คณิตให้ความสําคัญกับความเปึนอยู่ของผู้ถูกคุมขัง ของสิทธิ ของผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมถูกดําเนินคดี แล้วถามว่าผมใส่ใจไหม ก่อนอาจารย์คณิต ทํารายงานมาถ้าอ่านจดหมายอาจารย์คณิตถึงผมฉบับสุดท้ายนี่ครับ ท่านยังยอมรับว่า ที่รัฐบาลได้ใส่ใจโดยเอาข้อมูลจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก่อนหน้านี้ส่ง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพไปช่วยดูหน่อยว่าคนที่ถูกคุมขังอยู่นี้จะช่วยเหลือเขาได้ อย่างไร ไม่ใช่จับผิดหรือจับมั่ว หรืออะไร ไม่ใช่อย่างที่เข้าใจกันนะครับ แต่ปรากฏว่ามีคน จํานวนไม่น้อยเลย บังเอิญไม่ใช่แกนนําครับ ไม่ได้รับการดูแลเรื่องของทนายความ ไม่ได้รับการดูแลในเรื่องของสิทธิที่พึงจะใช้ได้ในเรื่องการประกันตัว ผมก็บอกกรมคุ้มครองสิทธิของรัฐบาลมีหน้าที่โดยตรงไปทํา ท่านรัฐมนตรีพีระพันธุ์ไปทํา นี่ก็เริ่มต้นไปแล้ว ยื่นขอศาลประกัน ๕ คน ๕ คนนี้ไม่เคยมีใครมาช่วยก่อนเลยเรื่องการยื่น ขอประกันตัว ศาลอนุญาต ๓ คน ไม่อนุญาต ๒ คน ก็เปึนดุลยพินิจของศาลครับ
ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการเหล่านี้ ผมเห็นด้วยบ้าง ไม่เห็นด้วยบ้าง แต่ถ้าผมยึดเอาแต่ความเห็นของผม ความเห็นของรัฐบาล ก็เท่ากับผมไปหลอกคนเหล่านี้มาทํางานให้กับบ้านเมือง ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน ในยามที่ เขาเข้ามา เขาเปลืองตัว เขาถูกด่า เขาถูกวิจารณ์ เราก็ไปไหว้วานเขา พอเขาทํางานเสร็จ ไม่ถูกใจเราเราก็บอกว่าไม่รับ ผมว่านั่นไม่ใช่ความรับผิดชอบที่ถูกต้องของคนเปึนหัวหน้า รัฐบาล แต่เราก็ต้องขีดเส้น หลักการบางเรื่องก็ต้องขีดเส้น ผมเห็นว่า ๕ ฉบับ ๓ ใน ๕ ฉบับ มีปัญหา
๑. ประเด็นเรื่องอํานาจ ส.ส. ผมคิดว่าเสนอเข้ามานี่พวกเราตกเปึนจําเลยอีก ว่าแก้เพื่อตัวเองอย่างนั้นอย่างนี้
๒. เรื่องของวุฒิสภา มีปัญหาทางเทคนิค เพราะว่ากระบวนการสรรหา กําลังจะเริ่มต้นแล้ว ถ้าไปแก้ไขก็จะเปึนปัญหาอีกได้เช่นเดียวกันครับ และ
๓. เรื่องยุบพรรค ถ้าถามจุดยืนผม ผมไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรค แต่ผม เห็นด้วยว่าเรื่องที่ร้ายแรงนี่กรรมการบริหารพรรคสมควรถูกตัดสิทธิทั้งหมดเพราะต้อง รับผิดชอบร่วมกัน แต่พรรคเปึนของสมาชิกไม่ใช่ของกรรมการบริหาร แต่ผมถามว่า ถ้าวันนี้ผมเสนอเรื่องมาตรา ๒๓๗ เข้ามา พอผมไม่เสนอท่านบอกว่าไม่กล้าบ้าง คิดว่า ตัวเองไม่ถูกยุบบ้าง ลองผมเสนอสิครับ วันที่คนอื่นเขาถูกยุบแล้วเขาเสนอไม่เห็นด้วย วันตัวเองจะถูกยุบเลยเสนอเข้ามา พรรคประชาธิปัตย์ทําไม่ได้ครับ วันที่ ๒๙ นี้ไปแถลงป่ดคดี ไม่รู้จะวินิจฉัยเมื่อไร ไม่รู้คําวินิจฉัยคืออะไร แต่ไม่ถูกต้องแน่นอนถ้าพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้จะยื่นมาเพื่อจะบอกว่าต่อไปนี้จะไม่มีการยุบพรรค แล้วจะมีผลเปึนการนิรโทษกรรม ตัวเองถ้าเราผิด นี่ไม่ใช่มาตรฐานพรรคประชาธิปัตย์ ๒ เรื่องที่เสนอเข้ามา มาตรา ๑๙๐ ผมอธิบายไปแล้ว เหลือเรื่องเขตเลือกตั้ง เรื่องเขตเลือกตั้งนะครับ ถามว่าผมคิดอย่างไร พรรคประชาธิปัตย์คิดอย่างไร วันที่มีการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมยอมรับครับ ผมเปึนคนเดียว เปึนตัวแทนของพรรคการเมืองเดียว ที่เสนอว่าอยากให้เลือกตั้งแบบ เขตละ ๓ คน เขตละ ๒ คน หรือเขตละ ๑ คน แล้วแต่กรณี ด้วยความเชื่อที่ว่า
๑. เขตเลือกตั้งที่ใหญ่กว่าทําให้พฤติกรรมของการลงคะแนนเสียงตัดสินใจ มีลักษณะที่อิงกับประเด็นในเชิงนโยบายมากกว่าถ้าเปึนเขตเล็ก ซึ่งจะทําให้เปึนเรื่อง การแข่งขันกันในลักษณะท้องถิ่นมากขึ้น
๒. ด้วยความเชื่อที่ว่าการแข่งขันเขตละคนมันรุนแรง เพราะมีคนเดียวที่ได้ คนที่ ๒ มันตก แต่การเลือกตั้งแบบ ๓ คน ๒ คน มีลักษณะถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากกว่า นี่ก็เปึนความคิดจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วพวกผมก็ถูกต่อว่าที่เสนออย่างนี้นี่ ๑. ไม่คํานึงถึงความเปึนธรรม ระบบนี้ไม่เปึนสากล แล้วก็อ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์ จะได้เปรียบจากการที่เปึนเขตใหญ่ ทุกท่านที ่วันนี้วันนี้มาอภิปรายคัดค้านเขตละคน ล้วนแล้วแต่บอกผมมาก่อนว่าเขตละคน ดีกว่า เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่าใครเปลี่ยน ไม่เปลี่ยนจุดยืน มันก็ชี้หน้ากันได้ทั้งนั้นครับ แต่ผมมีเหตุผลว่าทําไมผมเสนอมาวันนี้
ข้อแรก ผมอยากจะทําความชัดเจนเสียก่อนว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคร่วม วันที่ผมไปพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลในการจัดตั้งรัฐบาลคุยกันเรื่องรัฐธรรมนูญจริงครับ แล้วสิ่งที่เราคุยกันผมเคยชี้แจงในสภาอย่างไรผมก็ยืนยันอย่างนั้น เราบอกเรื่อง รัฐธรรมนูญแบ่งออกเปึน ๓ ส่วน
ส่วนที่ ๑ อะไรที่เปึนปัญหาในทางเทคนิคแก้ได้ มาตรา ๑๙๐ เปึนตัวอย่าง
ส่วนที่ ๒ เรื่องใดที่เปึนลักษณะของการนิรโทษกรรมทําให้เกิด ความแตกแยกไม่เอา ตกลงกัน
ส่วนที่ ๓ บางเรื่องผมก็คุยกับแกนนําพรรคร่วมตรงไปตรงมาบอก เราเห็น ไม่ตรงกันนะคือเขตเลือกตั้ง แล้วก็ไม่มีข้อตกลงอะไร ก็บอกว่าค่อยพิจารณากันไป
ต่อมาเมื่อพรรคร่วมเสนอร่างของ ๑๐๒ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ก็ยืนยัน จุดเดิมว่าเราไม่เห็นด้วย แล้ววันนี้ก็ต้องขอบอกกับพรรคร่วมว่า พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่อาจสนับสนุนร่างของ ๑๐๒ ส.ส. ได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่เราได้พิจารณาไปแล้ว แต่ร่างของท่านอาจารย์สมบัติที่เสนอเข้ามามันมีการไปปรับ มีการไปแต่ง เพราะท่านรับฟัง สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ท้วงติง
ประการแรก ท่านก็เห็นคล้อยกับคนที่เคยสนับสนุนเขตละคนว่ามันเปึนธรรม มันเปึนสากล แต่ท่านก็กังวลเหมือนพรรคประชาธิปัตย์กังวลว่ากรณีถ้าเขตละคนมันเขต เล็กเกินไปหรือเปล่า ท่านก็จึงไปลดจํานวนเขตเพื่อประโยชน์ให้เขตที่เล็กที่สุดใหญ่ขึ้นมาก็ ๒๕ เขต แล้วที่สําคัญก็คือท่านก็บอกว่าถ้าเรากลัวลักษณะของเขตละคนมันเปึนเรื่องของ การที่จะทําให้การเมืองเปึนเรื่องท้องถิ่นมากเกินไป ก็ทําไมไม่เพิ่มการเลือกตั้งที่มันเปึน การแข่งขันระดับชาติด้วยการดึงเอา ส.ส. สัดส่วนแปรกลับมาเปึนบัญชีรายชื่อระดับชาติ แล้วก็เพิ่มสัดส่วนเสียจาก ๘๐ คนมาเปึน ๑๒๕ คน ผมยังถามอาจารย์เลยบอกว่า อาจารย์ครับ พวกผมเคยคิดว่าเขตเล็กมันซื้อเสียงง่ายกว่า อาจารย์ก็ตอบว่าในความเห็นคณะกรรมการ ของท่านไม่จริง ก็เปึนความเห็นที่อาจจะยังมีดุลยพินิจความคิดที่แตกต่างกันได้ แต่ประเด็น ก็คือว่าคณะกรรมการได้เอาข้อเสนอเดิม ได้เอาความเห็นของพรรค ได้เอาความเห็นของ คณะกรรมการของสภา และพรรคอื่น ๆ มาสังเคราะห์แล้วเสนอมาอย่างนี้ ผมก็ต้อง ตัดสินใจ ผมไม่เสนอร่างนี้เข้ามา ผมยืนยันรัฐบาลอยู่ได้ ไม่ได้มีปัญหาละครับ อยู่ได้ แล้วอยู่ไม่ได้ก็ไม่เปึนอะไรก็ไปเลือกตั้งกัน ไม่ได้มีปัญหาเลย แต่สิ่งที่ผมต้องคิดก็คือว่า ผมจะเอาอะไรเปึนหลัก เขาเสนอมา ๕ ประเด็น ผมจะเสนอแค่มาตรา ๑๙๐ แล้วผมจะตอบ ว่าที่ผมไม่เอาประเด็นเรื่องเขตเลือกตั้ง ผมมีเหตุผลอะไรครับ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วย มันไม่เหมือนเหตุผลอีก ๓ ฉบับที่บอกว่ามันกําลังสร้างความขัดแย้ง มันขัดกับ หลักการอย่างรุนแรงเรื่องการนิรโทษกรรมให้ตัวเอง มันไม่ใช่ ผมจึงต้องขอกับเพื่อนสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ว่าวันนี้ความรับผิดชอบของผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาลในฐานะ นายกรัฐมนตรีมันยิ่งใหญ่กว่าความรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าพรรค แล้วผมก็มาคิดครับ เราเรียกร้องความสมานฉันท์ เราเรียกร้องความปรองดอง ผมถามว่าความสมานฉันท์ ความปรองดองจะเกิดขึ้นได้อย่างไรถ้าไม่มีใครยอมใครกันบ้างเลย ต่างคนต่างยืนอยู่จุดเดิม เมื่อไรล่ะครับจะสมานฉันท์ ผมจึงบอกว่าประเด็นนี้ พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอม แล้วก็เปึนเรื่องที่ให้รัฐสภาพิจารณา การเสนอเข้ามา ในจังหวะเวลานี้ท่านบอกว่าไม่มีเรื่องอื่นทําแล้วหรือ ปัญหาบ้านเมืองเยอะแยะ ผมก็บอกว่า ผมเห็นทุกครั้งประชุมร่วมกันของรัฐสภา ผมจะเอาข้อตกลงที่กําลังไปทํากับต่างประเทศ ท่านก็บอกต้องเอารัฐธรรมนูญขึ้นมาก่อนท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ไม่กระทบ การแก้ปัญหาอื่นหรอกครับ แต่เรื่องนี้กําลังจะขจัด ๑ เงื่อนไขของความขัดแย้งออกไปจาก สภาชุดนี้ครับ พรุ่งนี้สภาชุดนี้จะจบกันเสียทีกับความอึมครึมเรื่องรัฐธรรมนูญ แล้วหมดไป อีก ๑ เงื่อนไขที่ผมเคยบอกเอาไว้ในเรื่องของการที่จะนําไปสู่การยุบสภา นี่คือความตั้งใจ ในเรื่องความปรองดองสมานฉันท์ไม่มีอะไรเลยที่เปึนประโยชน์ส่วนตัว ไม่มีอะไรเลยที่เปึน ประโยชน์ส่วนพรรค ไม่มีอะไรเลยที่เปึนประโยชน์ของรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง มีแต่เรื่องของ การขับเคลื่อนบ้านเมืองไปข้างหน้ากับการให้รัฐบาลทุกชุดทํางานได้ดีขึ้น นี่คือจุดยืนของผม ในฐานะนายกรัฐมนตรี และผมขอขอบคุณสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่บอกว่าจุดยืนนี้เปึนจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ในวันนี้เช่นเดียวกัน ผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ ผมถูกตําหนิ ถูกต่อว่าต่อขานถูกด่าทอมากมาย แต่เจตนาผมเปึนอย่างนี้ ไม่มีอะไร แอบแฝง และผมเดินหน้าเสนอให้รัฐสภาช่วยกันทําเรื่องนี้เถอะครับ สิ่งที่เราจะได้ก็คือว่า เรายืนยันว่ารัฐสภาแห่งนี้มีความชอบธรรม มีอํานาจตามที่รัฐธรรมนูญให้อํานาจเราไว้ ในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่เราจะใช้อํานาจนั้นด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวังไม่เอาเรื่องที่เปึนผลประโยชน์ของตน ระมัดระวังไม่เอาเรื่องที่จะก่อให้เกิด ความขัดแย้งในวงกว้างเกิดขึ้นกับสังคม นี่คือเหตุผลที่ผมขอความกรุณาเพื่อนสมาชิก รัฐสภาสนับสนุน ๒ ฉบับของคณะรัฐมนตรี และเหตุผลที่ผมไม่สนับสนุนอีก ๒ ฉบับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมเรียนให้ทาง พรรคเพื่อไทยทราบนะครับ พรรคเพื่อไทยหมดเวลาแล้วนะครับ ผมก็จะปรึกษากับ วิปฝ์ายรัฐบาลนะครับ จะแบ่งเวลาที่เหลือของพรรคประชาธิปัตย์ให้ทางพรรคเพื่อไทย ไหมครับ เดี๋ยวครับท่านวิทยา เดี๋ยวผมถามเขาก่อนครับ เพราะข้อตกลงเดิมมันมี เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ข้อถามของท่านประธานสภา ผมก็คงถามกลับกับฝ์ายค้านครับ แล้วก็ถามกลับไปยังวิปวุฒิสภาด้วยนะครับ เพราะว่า ข้อตกลงดังกล่าวเปึนข้อตกลง ๓ ฝ์าย ถ้าเพื่อน ๒ ฝ์ายต้องการอย่างไรก็หารือครับ ถ้าฝ์ายค้านต้องการต่อเวลาจะต่อสักกี่นาที ก็จะได้เปึนข้อยุติครับ เพราะว่าถ้าไม่หารือกัน ตรงกลางตรงนี้ถึงเวลาข้อตกลงก็จะเปึนอย่างนี้ทุกครั้งครับ
คือผมก็บอกว่าเราถึง ๒๘ ชั่วโมง หมายความว่าพอถึง ๖ ทุ่มวันนี้มันก็ ๒๘ ชั่วโมงแล้วล่ะ ฉะนั้นเวลาที่ท่านเหลือ ท่านจะเจียดให้ทางพรรคเพื่อไทยได้ไหมบางส่วน
ผมก็เรียนถามครับ ผมมีเวลาเหลือครับ แล้วถ้าเพื่อนสมาชิกต้องการก็ช่วยบอกครับว่า ต้องการสักเท่าไรครับ
เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ ครับ
ท่านประธานครับ เมื่อเปึนข้อหารือที่ผมได้รับข้อยุติจากท่านประธานแล้วอยู่ในมือ ของท่านประธานแล้ว ผมก็ได้นําเรียนกับวิปส่วนของรัฐบาลแล้ว ก็มีบุคคลตามที่ผมได้ตัด ลดแล้ว ผมคิดว่ามันอยู่ในเวลาที่ไม่ได้ดึกมากนัก ผมคิดว่า ๕ ทุ่มเศษ ๆ ก็น่าจะจบครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณา
ผมไม่ขัดข้องนะครับ จะตีหนึ่ง ตีสอง ตีสาม ตีสี่ ตีห้า
ผมคงไม่รบกวนถึงขนาดนั้นนะครับท่านครับ
ผมก็จะอยู่ครับ ไม่ต้องห่วง ทีนี้ ห่วงอย่างเดียวว่าข้อตกลงเราใน ๒๘ ชั่วโมง แบ่งเปึน ๓ ส่วนทางวุฒิสภาก็มีเวลาเหลือ ๑ ชั่วโมง กับ ๓ นาที แล้วก็ยังมีผู้ที่มีรายชื่อของวุฒิสภา มีอยู่ประมาณ ๑๐ ท่าน ถ้าท่านละ ๘ นาทีก็คงจะลดลงบ้าง และส่วนทางพรรคเพื่อไทยก็มี ๗ ท่าน แต่ละท่าน ก็ ๒๐ นาที ๓๕ นาที ๑๐ นาที อะไรต่าง ๆ นี่ครับ เชิญตกลงกันให้เรียบก่อนครับ
ไม่ยุ่งยากครับท่านประธาน ท่านบอกผมมาว่าท่านต้องการกี่นาทีครับ
เมื่อสักครู่ผมกราบเรียนท่านประธานแล้วนะครับว่าผมใช้ประมาณชั่วโมงนิด ๆ นะครับ ๕ ทุ่มเศษ ๆ ก็คงจะจบครับ
คือขอ ๑ ชั่วโมง เพราะเมื่อสักครู่นี้ ท่านนายกรัฐมนตรี เอาไป ๔๘ นาทีนะครับ เหลือเวลา ๒ ชั่วโมง ๕ นาที ถ้าทางนี้ เขาขอ ๑ ชั่วโมง ก็ควรจะให้เขาครับ
ไม่ขัดข้องครับท่าน แต่ถ้าทางฝ์ายค้านรับปากผมว่า ๑ ชั่วโมง ก็ให้เปึนหนึ่งชั่วโมงนะครับ ยินดีครับ
คงเปึนไปอย่างนั้นนะครับท่านประธาน ผมคิดว่าเรื่องอื่น ๆ ผมก็ไม่ได้ติดใจ จะเปึน ๑ ชั่วโมง ๕ นาที ก็ไม่น่าจะเสียหายนะครับ แต่ผมขอใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวครับ ท่านประธาน
เอาเรื่องนี้ให้จบก่อนครับ
มันจะจบแล้วครับ
คือหมายความ ๑ ชั่วโมง แล้วก็ทีนี้ ตามที่ท่านขอมานะครับ อย่างคุณจตุพรนี่ ๓๕ นาที คุณอนุดิษฐ์ ๒๐ นาที มันก็ ๕๕ นาที คุณนิยม ๑๐ นาที คุณนิรมิต ๗ นาที
ท่านประธานหมดตรงไหน เอาตรงนั้นหรือเปล่าครับ
ไหนครับ
๑ ชั่วโมง ๕ นาที หมดตรงไหนจบตรงนั้นครับท่าน
เอาแค่นั้นนะครับ
ก่อนอื่นผมขอใช้สิทธิพาดพิง ๒ ประเด็น
เดี๋ยวครับคุณวิทยา บุรณศิริ คุณวิทยา แก้วภราดัย จะขอพูดนิดหนึ่งครับ เชิญครับ
นิดเดียวครับท่านประธาน คือท่านขอผม ๑ ชั่วโมง ผมให้ ๑ ชั่วโมง ก็จบครับ แต่ผมให้ ๑ ชั่วโมง และท่านขอ ๑ ชั่วโมง ๕ นาที อย่างนี้ไม่จบครับ เราเอาว่าจบแค่ ๑ ชั่วโมง ก็ ๑ ชั่วโมง พอครับ
เอาชั่วโมงเดียว ไม่เปึนไรครับ
ก็ชั่วโมงเดียวก็ชั่วโมงเดียวนะครับ เชิญครับ พาดพิงอะไรเชิญครับ
ท่านประธานรัฐสภาครับ ผมวิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา พรรคเพื่อไทย ผมต้อง ขออนุญาตกรณีการพาดพิงของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ผมอยากจะขอความกรุณา ช่วยกรุณานั่งลงให้เปึนระเบียบเรียบร้อย แล้วก็หยุดปรึกษาหารือ เพราะนี่เปึนห้องประชุม เชิญครับ มีอะไรครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม สุรชัย ชัยตระกูลทอง นะครับ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา อยากจะ เรียนเสนอท่านประธานเช่นนี้นะครับว่าเนื่องจากว่าทางวิปฝ์ายรัฐบาลได้จัดเวลา ให้วิปฝ์ายค้านใช่ไหมครับ แล้วทาง ส.ว. เราเองเหลืออยู่ประมาณ ๖-๗ ท่าน ซึ่งจะใช้เวลา ไม่ถึง ๑ ชั่วโมง แล้วผมก็คิดว่าความเปึนธรรมนั้นก็คือว่า
เวลาของท่านมีครับ
ควรที่จะให้ ส.ว. นั้น ได้พูดแต่ละท่าน ๆ จนครบก่อน แล้วเวลาของวิปรัฐบาล ให้วิปฝ์ายค้านจึงเปึนเวลาที่ ต่อจาก ส.ว. ครับ ผมคิดว่าการจัดคิวนี้จะเปึนธรรม ขอบคุณครับ
คือทราบว่าทางฝ์ายรัฐบาล เขาให้เกียรติทั้ง ส.ว. และทางพรรคเพื่อไทย เขาจะไม่พูดเลย ไม่มีในรายการ แล้วครับ
ใช่ครับท่านประธาน คือการจัดคิว หมายความว่าอยากจะให้ท่านประธานได้จัดคิวให้ ส.ว. ได้อภิปราย จนครบถ้วนก่อน แล้วจากนั้นเสร็จจึงจะให้ทางพรรคเพื่อไทยได้อภิปรายต่อครับ จึงขอ เสนอเช่นนี้ครับ
ต้องสลับกันนะครับ คือสภา เขาทําอย่างนี้ต้องสลับ ถ้าจะทําอย่างนั้นมันก็ผิดกฎเกณฑ์ไปหน่อยครับ เดี๋ยวถ้ายิ่งพูด ก็ยิ่งช้าครับ เชิญท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะสมาชิก พรรคเพื่อไทย ฝ์ายค้าน จําเปึนขออนุญาตนะครับ ต่อการพาดพิงของนายกรัฐมนตรี กรณีที่ถูกกล่าวหาว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาดูเสมือนว่าพรรคเพื่อไทยเองก็ไม่ได้ขัดข้อง ในเรื่องของเขตเดียวเบอร์เดียวนะครับ แล้วก็ดูเสมือนว่าพรรคให้การสนับสนุนขณะนี้มา แต่อยู่ ๆ รัฐบาลเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับเขตเดียวเบอร์เดียวแล้ว ทําไมพรรคเพื่อไทยถึงปฏิเสธ ผมต้องยอมรับครับท่านประธานว่าในอดีตที่ผ่านมา กับปัจจุบันมันต่างกันครับ แต่ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีจะใช้เวทีนี้และกล่าวหาว่าพอมาถึง ตอนนี้ทําไมดูเสมือนว่าพรรคเพื่อไทยนั้นตีรวน เราต้องยอมรับว่ามาตรฐานมันต่างกันครับ ในอดีตที่ผ่านมากระบวนการเลือกตั้งก็ดี คณะกรรมการ กกต. ก็ดี ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ผมคิดว่าเขาน่าไว้ใจกว่าปัจจุบัน เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อท่านอยู่ในอํานาจรัฐนั้น ผมชักไม่ไว้ใจ เพราะว่ามาตรฐานทางกฎหมายนั้นเปลี่ยนไป เพราะว่าเราได้รับผลกระทบ และเราเจ็บครับ เรารู้ว่าสิ่งที่เราเจ็บเราเกิดขึ้นอย่างไร เพราะฉะนั้นความตกลงของท่าน กับพรรคการเมืองใดแม้ท่านจะปฏิเสธ แต่ตรงนี้เราขอสงวนไว้นะครับว่าขอเปึน การพิจารณาในเอกสิทธิ์ของสมาชิกในเรื่องเขตเดียวเบอร์เดียว
ครับ
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านกล่าวว่ามีข้อตกลงในอดีตที่ผ่านมาในการแก้ไขและไปพบที่ทําเนียบ รัฐบาล ผมในฐานะที่เปึนคณะทํางาน ถูกต้องครับ ท่านกล่าวว่ารับปากเหมือนกับว่า แก้รัฐธรรมนูญนั้นจะดําเนินการได้โดยการต้องทําประชามติก่อน ผมเรียนตามตรง ที่ผมตอบปฏิเสธและพรรคต้องปฏิเสธ เพราะว่ากระบวนการทําประชามติมันเกิด ทีหลังครับ มันต้องมีการแก้รัฐธรรมนูญก่อนถึงจะไปฟังความคิดเห็น ไม่ใช่ประชามติก่อน แล้วค่อยมาแก้ครับ ตรงนี้ต้องกราบเรียนนะครับ ถ้าพูดต่างกรรมต่างวาระกันมันเข้าใจกัน ผิดนะครับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวจะว่าพรรคเพื่อไทยในฐานะที่เปึนพรรคฝ์ายค้านไม่เห็นด้วย แล้วก็เปลี่ยนคําพูดหรือสับปลับอย่างนั้นผมว่าไม่ใช่ครับ
พอเข้าใจแล้วครับ
เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องแก้ไขนะครับ เพราะผมได้นําเรียนว่าเอกสิทธิ์ของท่านในสภาแห่งนี้
คือเวลามันจะหมดนะครับ
เวลา ไม่เคยหนีนะครับ ท่านประธานผมเคารพท่านนะครับ ผมให้ท่านเปึนครั้งสุดท้าย เมื่อตอนกลางวันไปแล้วนะครับ ท่านให้เวลาสักนิดหนึ่งผมจะอธิบายทําความเข้าใจครับ เพราะฉะนั้นความรู้สึกของท่านนายกรัฐมนตรีต่อการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งนี้เปึนเอกสิทธิ์ของท่าน เมื่อท่านไม่รับร่างประชาชนท่านก็บอกไปเลยว่า ท่านไม่รับเพราะเหตุใด แต่ท่านมาบอกสภาตอนนี้ก่อนที่ท่านแสดงความคิดเห็นต่อ สื่อมวลชนนั้นก็ต่างกันอยู่แล้ว แต่วันนี้เราต้องเคารพว่ารัฐสภาแห่งนี้เขามีวุฒิภาวะ เพราะฉะนั้นเขาทราบดีครับว่าเขาจะตัดสินใจอย่างไร ผมขอนะครับว่าขอเปึนวุฒิภาวะ ในการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
คุณผ่องศรีเชิญ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพค่ะ ดิฉัน ผ่องศรี ธาราภูมิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแล้วก็ในฐานะผู้ประสานงานเรื่องการอภิปราย ดิฉันได้รับการประสานจากท่านสมาชิกวุฒิสภานะคะ เนื่องจากว่าในรายการของ ท่านสมาชิกวุฒิสภาเหลืออยู่ประมาณ ๑๐ ท่าน แล้วก็ทราบว่าทางฝ์ายค้านเหลือ ประมาณ ๓ ท่าน เพื่อให้การอภิปรายสลับนั้นพอดีกันนะคะ เพราะว่าเนื่องจาก ทางวุฒิสภานั้นท่านละประมาณ ๗-๘ นาที ก็ขออนุญาตสลับว่าเปึนท่าน ส.ว. ๓ นาที แล้วก็ฝ์ายค้าน ๑ นาทีนะคะ เพื่อให้จบพอดีกัน ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้น พรรครัฐบาลก็คงจะยังไม่ใช้สิทธิอภิปรายนะคะ แต่ว่าเวลาที่เหลือยังคงสงวนไว้ค่ะ
ผมจะถาม เอาอย่างที่ว่านะครับ เพื่อจะได้ตามเวลา ท่านวิทยา
(นายนายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน ได้ยืน และยกมือขึ้น)
เดี๋ยวครับ ผมยังไม่อนุญาตเลยครับ คุณจตุพร เชิญนั่งลงก่อน ผมจะขอตกลงกับวิปฝ์ายค้านก่อนครับ คือให้ ส.ว. ๓ นาที เพราะตามกฎที่ของท่านก็พอดี ๓ ท่าน
แต่ว่าการทําหน้าที่เปึนของฝ์ายผมก่อนครับ เพราะว่าครั้งที่แล้ววุฒิสภาได้แสดงไว้
ผมเข้าใจครับ แต่หมายความว่า ทางฝ์ายท่าน ๓ นาทีใน ๑ ชั่วโมงนี่นะครับ แล้วก็ ส.ว.พอจบ ๑ คนก็ ส.ว. ๓ นาทีแล้วก็ สลับมานี่ ๑ คน แล้วก็สลับไปนี่ ๓ นาที ก็สลับกันอย่างนี้จนจบนะครับ ขออย่างนี้นะครับ ถือเปึนมติของที่ประชุมนะครับ
ต่อไปคุณจตุพร ความจริงคุณอนุดิษฐ์ แต่คุณอนุดิษฐ์สละสิทธิหรือเปล่า ไม่สละเปึนการสลับกันใช่ไหมครับ เชิญคุณจตุพรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขอเรียนกับท่านประธานเบื้องต้นเพื่อให้การทําหน้าที่ ของกระผมนั้นเปึนไปด้วยความราบรื่น ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมจะอธิบายเนื้อหาให้ ครบถ้วนกระบวนความ แล้วขอให้ท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจแบบที่พวกผมได้ฟัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายกรัฐมนตรี ด้วยท่วงทํานองที่สงบไม่ขัดขวางในขณะทําหน้าที่ ผมขอเรียนกับท่านประธานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้นั้นเปึนเหตุการณ์ของความที่ไม่ปกติและความไม่ยุติธรรม ภาคประชาชนที่มีตัวแทนดอกเตอร์เมธาพันธ์มาเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ๗๑,๕๔๓ รายชื่อนั้นเขายื่นเข้าสู่รัฐสภาตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เกือบร่วม ๓ ป้ สภาจึงบรรจุให้เขาในวันที่ ๒๓ ร่างรัฐธรรมนูญของพรรคร่วม ส.ส.๑๐๒ คน วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เข้า ๙ เดือนบรรจุ ร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ๒ ร่าง ท่านประธาน ที่เคารพ ยื่นวันที่ ๑๖ บรรจุ วันที่ ๒๓ ๗ วันบรรจุขอเรียนกับท่านประธานว่าสิ่งที่รัฐบาล พยายามจะอ้างว่าเปึนข้อเสนอของคณะกรรมการชุดของนายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ว่าได้ฟังความจากพี่น้องประชาชนครบถ้วน นี่พาดหัวหนังสือพิมพ์มติชน สมบัติเผย ฟังชาวบ้าน ๓ วัน ๖๘ เปอร์เซ็นต์ หนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ไปฟัง คนไทยทั้งประเทศหรือเปล่าที่ยื่นเรื่องไปยังรัฐบาล รัฐบาลเปึนมติในการนําเสนอ ท่านประธานทราบไหมว่าคณะกรรมการชุดของสมบัตินั้นไปฟังประชาชน ๓ วัน วันที่ ๙ ถึงวันที่ ๑๑ ใช้เวลา ๕ วัน รัฐบาลก็เอาเรื่องนี้บรรจุเปึนมติคณะรัฐมนตรีแล้วส่งเรื่องมายัง รัฐสภา ท่านประธานทราบไหมครับว่าเขาฟังกันกี่คน ใช้วิธีโทรศัพท์ ๕๐ คู่เลขหมาย มีคนเข้าไปแสดงความเห็นที่บอกว่าฟังมาแล้ว ๖๘ เปอร์เซ็นต์เห็นชอบด้วย ฟังมาทั้งหมด ๑,๓๐๐ คน กับ ๘๐ คนจากจํานวน ๖๓ ล้านคนทั้งประเทศ สรุปความว่ารัฐบาลเองก็บอกว่า คณะกรรมการชุดนี้ได้ฟังความประชาชน ๑,๓๐๐ กับ ๘๐ คน ผมเรียนกับท่านประธานว่า เจตนารมณ์ที่ผมเองต้องยืนสนับสนุนร่างของประชาชนนั้น ไม่ใช่เพราะว่าพวกผมมี ความมั่นใจว่าจะผ่าน ผมบอกกับคุณหมอเหวงบอกผ่านท่านอาจารย์เมธาพันธ์ และพี่น้องเราที่ไปเข้าชื่อ ๗๐,๐๐๐ กว่าคนนั้นให้เชื่อว่ารัฐธรรมนูญร่างของประชาชนนั้น จะไม่ผ่านสภา และให้ทําใจเปึนการเบื้องต้นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีความเปึนไปได้ หลังจากการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่เขาต้องยืนสนับสนุนนั้น เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ บอกว่าประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ สามารถเข้าชื่อแก้ไข รัฐธรรมนูญได้ เวลาเราร่างรัฐธรรมนูญท่านประธานคงจะได้ยินทุกครั้งว่าต้องฟังเสียง ประชาชนสิ ประชาชนต้องมีสิทธิมีเสียงมีส่วน พอประชาชนเขาเสนอกฎหมายมาที่สภา ดองเขา ๓ ป้ แล้วบอกว่าวันนี้ไม่รับ ไม่รับมาแต่ไกล โดยไม่ได้ฟังความใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่ผมจะเข้ารายละเอียดในแต่ละฉบับนั้น ผมเรียนกับท่าน ประธานเลยว่าสถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมันจะบ่งบอกถึงอนาคตของประเทศ ในแต่ละครั้ง เช่น ถ้ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๑๗ เปึนผลผลิตจากการต่อสู้ของพี่น้องประชาชน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๕ ก็เปึนผลพวงการยึดอํานาจ ๒๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๓๔ ที่ท่านประธานเห็นครับร่างรัฐธรรมนูญเกิดชนวนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มีคน บาดเจ็บล้มตายท้ายที่สุดต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๔ มาตรารวดภายในวันเดียว ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ประธานรัฐสภามาจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์พฤษภา ๒๕๓๕ ผ่านไป ๒ ป้ เรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร มาอดอาหารที่หน้าสภา มาเสนอความคิดว่าประเทศไทยก่อนหน้านี้รัฐธรรมนูญใช้มา ๑๕ ฉบับ ในวันนั้นบอกว่าเราไม่เคยมีรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนเลย ส่วนใหญ่ ก็มาจากกระบอกป๋น ท่านประธานที่เคารพ พวกผมเองก็เห็นว่าแนวความคิดของ เรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร เปึนความคิดที่เปึนประชาธิปไตย เราต้องการจะให้ รัฐธรรมนูญมาร่วมส่งเสียงเรียกร้องกับเรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร รัฐบาลเวลานั้น ที่นายกรัฐมนตรีเวลานี้เปึนโฆษกรัฐบาลนั้นไม่ได้ตอบสนองอะไรเลยในซีกรัฐบาล ประธานรัฐสภาเวลานั้นต่างหาก นายมารุต บุนนาค ได้ตั้งคณะกรรมการพัฒนา ประชาธิปไตย แต่ไม่ได้ทันพัฒนาประชาธิปไตยรัฐบาลชุดนั้นมีอันเปึนไปด้วย ส.ป.ก. ๔-๐๑ มาก่อน ท่านประธานที่เคารพ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่มีกระแสบอกว่า เราต้องมีการปฏิรูปทางการเมืองนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่ไปเป่ดประตูให้จะเปึน นายบรรหาร ศิลปอาชา เพราะในแวดวงทางการเมืองบอกว่าเปึนหลงจู๊บ้าง เปึนอะไรบ้าง แต่ปรากฏว่าในมิติของการแสดงออกทางประชาธิปไตยนั้น คนเป่ดประตูทางประชาธิปไตย ไปแก้ไขมาตรา ๒๑๑ ซึ่งเหมือนมาตรา ๒๙๑ ในรัฐธรรมนูญปัจจุบันนั้น ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่สะบัดธงเขียวกันพรึบ ท่านประธานที่เคารพ สีเขียวเปึนสีสัญลักษณ์ประจําพระองค์ของรัชกาลที่ ๗ สร้างความรู้สึกว่าเราได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแล้ว พรรคพวกที่อยู่หน้าสภาเวลานี้ ก็ร่วมชุมนุมเรียกร้องกับพวกกระผมอยู่ที่ท้องสนามหลวง รอฟังกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะผ่านหรือเปล่า ท้ายที่สุดก็มีการผ่านรัฐสภา ท่านประธานคงจะจําความได้ว่าวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ ในวันที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เปึนประธานรัฐสภา เปึนผู้รับสนองพระบรมราชโองการ หลังจากนั้นรัฐบาลชุดนั้น ก็อยู่แป็บเดียว พรรคประชาธิปัตย์มาเปึนรัฐบาลภายใต้กติการัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ถึง ๓ ป้เต็ม ๆ ท่านประธานที่เคารพ บทเฉพาะกาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเองคงจะ จําได้ว่าก็ได้อานิสงส์จากบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บอกว่ารัฐมนตรีต้องอายุ สามสิบห้าป้บริบูรณ์ ปรากฏว่าอยู่ระหว่างบทเฉพาะกาลก็ได้ พรรคประชาธิปัตย์ บริหารประเทศ ๓ ป้ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แปลความว่ากู้ไอเอ็มเอฟ (IMF) ก็ได้ รัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณมาต่ออีก ๖ ป้ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟก็ได้ ปราบปรามยาเสพติดก็ได้ สามารถดลบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้กติกาอันนั้น แปลว่าใครเปึนรัฐบาลถ้าอยู่ภายใต้ กติกาที่เปึนประชาธิปไตยเราสามารถที่มีทางเลือกกันรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เราพูดกัน เราพูดถึงจิตวิญญาณประชาธิปไตยว่าเมื่อประชาชนเขามีความรู้สึกเปึนเจ้าของ ผมขอเรียนว่าถ้าปล่อยพรรคประชาธิปัตย์บริหารต่อ ๖ ป้ พันตํารวจโท ทักษิณ เหลือ ๓ ป้ ผมก็ไม่เชื่อว่าภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันรัฐบาลแต่ละรัฐบาลจะมีความสามารถ ที่เท่ากัน ท่านประธานที่เคารพ เรื่องเขตการเลือกตั้งก็เช่นเดียวกันครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บัญญัติเรื่องเขตเดียวเบอร์เดียว พันตํารวจโท ทักษิณ เขาไม่มีโอกาสได้รับเลือก เปึน สสร. ด้วยซ้ํา บอกว่า ส.ส. ต้องสังกัดพรรค ๙๐ วัน วันนั้นเราด่าเรื่องนักการเมือง ส.ส. ขายตัว บอกว่า ส.ส. ต้องสังกัดพรรค ท่านประธานที่เคารพ ระบุข้อต่าง ๆ มากมาย บอกว่าต่อไปนี้เราปฏิรูปทางการเมืองแล้ว ผมขอเรียนว่ากติกาที่รัฐบาลเสนอแก้ใหม่นั้นพวกผมบอกว่าไม่ใช่ไม่เห็นด้วย จะไปกลัว เรื่องเขตเดียวเบอร์เดียวไม่ใช่ เลือกตั้งครั้งแรกพรรคไทยรักไทย ๖ มกราคม ป้ ๒๕๔๔ พวกกระผมได้ ๒๔๔ พรรคประชาธิปัตย์แชมปีเก่าเวลานั้นได้ ๑๒๕ คน เขตเดียว เบอร์เดียวนะครับ วัน แมน วัน โหวต บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน เลือกตั้งครั้งที่ ๒ ป้ ๒๕๔๘ พวกกระผมพรรคไทยรักไทย ๓๗๗ คน พรรคประชาธิปัตย์เหลือ ๙๖ คน น้อยกว่าเกือบ สี่เท่าตัว เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานที่เคารพ ที่เราแสดงความรู้สึกเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญเรื่องเขตการเลือกตั้งนั้น ไม่ใช่มีความรู้สึกไหวหวั่นอะไรแต่ทันทีที่มีการยึด อํานาจ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เหตุผลต่าง ๆ ที่พยายามหยิบยกมาอธิบาย ๒ วันที่ผ่านมานี้ ท่านประธานคงจะแลเห็นว่ามีอะไรบ้างที่ข้อกล่าวหาในการยึดอํานาจ ข้อกล่าวหา ในการยึดอํานาจวันนี้มีอะไรไม่ตรงกันบ้างเวลาที่ไปกล่าวหา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องแทรกแซง องค์กรอิสระ เรื่องสร้างความแตกแยกทุจริตคอรัปชั่น หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมกระทั่งการแทรกแซงสื่อ รัฐบาลชุดนี้ท่านประธานที่เคารพมีปัญหาเรื่องการทุจริต มากมายดังเปึนที่ปรากฏ ผมเรียนกับท่านประธานว่าแต่ทั้งหมดนั้นเวลาที่เขาไปยึดอํานาจ ผู้นําในการยึดอํานาจที่เรียกว่าประธาน คมช. นั้น เขาประกาศว่าเขามีบันได ๔ ขั้นเลยว่า ยุบพรรค ยึดทรัพย์ ให้พรรคแตก ให้รัฐธรรมนูญผ่าน เพื่อจะเปลี่ยนขั้วรัฐบาลนี่ปรากฏว่า ได้ยินกันไปทั่ว แล้วเวลาผ่านมามันก็พิสูจน์ว่าคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอัยการ ก็ไม่สั่งฟัอง แทรกแซงองค์กรอิสระกลายเปึนโอละพ่อเลย วุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คนที่เปึนประธานวุฒิสภา คนที่เปึนรองประธานวุฒิสภาปรากฏว่ามาลง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์หลังจากการหมดวาระครั้งแรก เพราะฉะนั้นการกล่าวหาว่าใครเปึน เสียงข้างมากอย่างไรนั้นฟังไม่ขึ้น แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องการแทรกแซงสื่อ ท่านประธานลองดูช่อง ๑๑ ตั้งแต่อภิปรายไม่ไว้วางใจจนประทั่งปัจจุบัน นักข่าวถามผมว่า กลัวที่สุดในการอภิปรายครั้งนี้กลัวอะไร บอกผมกลัวตี่จับครับ กลัวจริง ๆ เพราะว่าการที่ จะตัดความรับรู้ของประชาชนนั้นเปึนความเสียหาย ท่านประธานที่เคารพ พอเขาวาง บันได ๔ ขั้น ท้ายที่สุดนายกรัฐมนตรีก็มาสารภาพกลางสภานี้เองบอกว่าเปึนคนไปเสนอ เรื่องเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ ท่านประธานทราบไหมครับว่าทั้งประเทศเรามี หน่วยเลือกตั้ง ๘๘,๕๐๐ หน่วยนั้น ก็มีการคิดกันสะระตะว่าถ้าวัน แมน วันโหวต แพ้มา ๒ ครั้ง ครั้งแรกเกือบสองเท่าตัว ครั้งที่ ๒ เกือบสี่เท่าตัว ครั้งที่ ๓ ปรากฏว่าไม่ขอชกด้วย ขอบอยคอต (Boycott) ท่านประธานที่เคารพการแบ่ง ส.ส. ในระบบจากบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน ไปซอยแบ่งกลุ่มเรียกว่าสัดส่วน ๘ กลุ่ม จากจํานวน ๑๐๐ คน เหลือ ๘๐ คน ท่านประธานลองอธิบายให้ผมฟังได้ไหมว่าเช่นจังหวัดนครราชสีมาไปรวมกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ได้อย่างไร รวมกระทั่งจังหวัดปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีติดกับกรุงเทพฯ ไปรวมกับโคราช ไปรวมกับ จังหวัดตราด อธิบายอะไรละครับ นั่นคือถ้าวิธีนี้จะชนะใช่ไหม แบ่งเขตเรียงเบอร์ชนะ แบ่งเขตอย่างนี้ก็ชนะใช่ไหม หรือแม้กระทั่งจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร ไปรวมกับ จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของประธานวิป และจังหวัดสระบุรี ท่านประธานที่เคารพมันอธิบายอะไรไม่ได้เลย แม้กระทั่งเอาจังหวัดลพบุรีไปรวมกับ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดขอนแก่น อย่างนี้อธิบายอะไรครับ เพราะเวลานั้น เขาได้รับโจทย์กันว่าให้จัดเขตเลือกตั้งอย่างไรก็ได้ให้พรรคพลังประชาชนแพ้การเลือกตั้ง คนที่ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขอประทานเอ่ยชื่อไม่ได้เปึนความลับอะไรเพราะเปึนข่าว อยู่ทั่ว นายจรัล ภักดีธนากุล บอกว่าได้รับโจทย์ในการร่างรัฐธรรมนูญบอกว่านักการเมือง เปึนคนที่มีความชั่วร้าย เพราะฉะนั้นต้องร่างรัฐธรรมนูญไว้ปัองกันนักการเมือง ท่านประธานที่เคารพปรากฏว่าผลการเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ จากเขตเดียว เบอร์เดียว บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ เขตใหญ่ทั้งประเทศ แพ้ชนิดที่ไม่ต้องนับกันเลยก็ได้ ปรากฏว่าพอมาในแบบนี้ป่ดประตูทุกวิถีทาง กองกําลังช่วยสารพัด ท่านประธานที่เคารพ ผลการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชนก็ได้ ๒๓๓ เสียง พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ ๑๖๔ เสียง ห่างกันเกือบ ๗๐ เสียง คนที่บอกเรื่องนี้ชัดเจนที่สุดคือนายบรรหาร ศิลปอาชา ไปเล่า ในวันเกิดของ นายประภัทร โพธสุธน บอกว่าตกลงกันมาก่อนว่าซีกนี้ ถ้าพรรคพลังประชาชน ได้เกิน ๒๐๐ เสียง เราจบกันไป แต่ไม่ถึง ๒๐๐ เสียง จัดตั้งรัฐบาล ให้พรรคประชาธิปัตย์ เปึนแกนนํา ผมเรียนกับท่านประธานที่เคารพ พวกเราชนะการเลือกตั้ง วันนี้พวกผมไม่ได้ ใส่ใจละครับ จะวัน แมน วัน โหวต จะเรียงเบอร์ จะตีลังกาเลือก พร้อมทุกกรณี แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าความรู้สึกในการที่จะวางแผนเพื่อที่จะร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อที่เปึนอคติกับคนใดคนหนึ่งนั่น วันหนึ่งเมื่อหน้าที่ของรัฐบาลมาอยู่กับอีกซีกหนึ่ง มันเลยกลายเปึนเรื่องโอล่ะพ่อ ท่านประธานลองนึกดูสิครับว่าเรื่องมาตรา ๑๙๐ ถ้าท่านประธานจําในสภานี้ได้ นายกรัฐมนตรีนั่นละครับ วันที่เราจะเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ กัน นายกรัฐมนตรีก็อ้างมาตรา ๑๙๐ ที่ระบุว่าให้มีกฎหมายว่า ด้วยการกําหนดและขั้นตอนโดยไม่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย ถ้าท่านจําความกันได้ว่า ส.ส. พรรคพลังประชาชนและวุฒิสมาชิกยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพวกพี่น้องที่อยู่ หน้าสภาเวลานี้เปึนพวกกับรัฐบาลชุดนี้เวลานั้นประกาศชุมนุมต่อต้านเอาชื่อพวกผม ไปยื่นถอดถอน ท้ายที่สุดบอกขู่เลยว่าถ้าใครยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องพ้นจากการเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พี่น้องวุฒิสภาบางส่วนตกใจไปถอนชื่อ เสียงไม่ครบตามจํานวนก็ตกไปโดยปริยายแปลความกันเวลานั้นว่าแม้กระทั่งเรามี เสียงข้างมาก เมื่อพันธมิตรออกมาต่อต้านแก้ไขไม่ได้ไม่เปึนไร ร่างของประชาชนก็เสนอ คาสภาอยู่ในเวลานั้น มาคราวนี้ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่ากลุ่มคนกลุ่มเดียวกันที่ เคยต้านพวกกระผม วันนี้ก็มาต้านรัฐบาลชุดนี้ ก็ถือว่าแฟร์ (Fair) กันดี เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมันมีสภาพเหมือน ๑ ประเทศ ๒ ระบบ จริงอยู่คณะรัฐประหารถอนตัว ออกไปให้มีการเลือกตั้งแต่ได้ทิ้งรัฐธรรมนูญที่มีองค์กรอิสระนะครับ ไม่ว่าจะเปึน ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรต่าง ๆ คาเอาไว้ตามกลไกนี้มากมาย พวกผมชนะเลือกตั้ง นายสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ๗ เดือน หาความผิดอะไรไม่ได้ ปรากฏว่า ไปทํากับข้าว ล้มคาตําแหน่งนายกรัฐมนตรี คากระทะเปึนคนแรกของโลก นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเปึนนายกรัฐมนตรีต่อ มีการยึดสนามบินบอกว่าไม่ให้เข้าเฝัา วันที่ ๕ ธันวาคม วันที่ ๔ ธันวาคม วันที่ ๓ ธันวาคม สวนสนามก็ห้ามไป ยุบพรรคพลังประชาชน วันที่ ๒ ธันวาคม แถลงวันไหนยุบวันนั้น พรรคพลังประชาชนไม่ไป พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตยไป นายบรรหารคุกเข่าร่ําไห้ ไม่มีความเมตตาใด ๆ ทั้งสิ้น ผมบอกกับ ท่านประธานนะครับว่านี่คืออะไรครับ ในซีกของคําว่าประชาธิปไตยนั้นมันเหลืออยู่เพียง แค่การเลือกตั้ง แต่ซีกหนึ่งที่ทางคณะรัฐประหารได้วางยากันเอาไว้เพราะเขามีบทเรียน มากมาย เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนกับท่านประธานว่ายุบพรรคแล้วเขาก็รู้ว่ายังทําอะไรไม่ได้ ไปยึดทรัพย์เพื่อบอกว่าไม่มีเงินแล้วมาทางนี้ ให้พรรคแตกก็แตกไปได้บางส่วน ท้ายที่สุด ให้รัฐธรรมนูญผ่านและกลายมาเปึนยาดําจนถึงทุกวันนี้ ผมเรียนกับท่านประธานว่า กฎหมายร่างรัฐธรรมนูญที่ผมบอกกับพี่น้องประชาชน ผมบอกว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย และเตือนพี่น้องคนเสื้อแดงว่าอย่ามาที่สภา ไม่มีประโยชน์อะไร และไม่ได้มีความคาดหวังว่า รัฐบาล ส.ว. กลุ่ม ๔๐ ซึ่งได้พูดความเท็จใส่ร้ายร่างของประชาชน เช่นบอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปลิดรอนพระราชอํานาจ นี่เท็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนเขาไม่ไปแตะหมวด ๑ หมวด ๒ ที่เกี่ยวข้องกับหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ แปลว่าอยู่เหมือนเดิมไม่ยุ่ง ไปลิดรอนพระราชอํานาจส่วนไหน
ประเด็นที่ ๒ แสดงความโง่กันออกมาบอกว่าไม่สามารถแก้ไขตาม มาตรา ๒๙๑ ได้ เพราะร่างของประชาชน ๗๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อนั้นแก้ไขทั้งฉบับไม่ได้ ถ้าจะแก้ไขต้องไปแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ก่อน ก็หมวด ๑ หมวด ๒ ไม่แก้ แปลความกันว่า ไม่แก้ทั้งฉบับอยู่แล้ว คนฟังภาษาคนรู้เรื่องเขาอาจจะอธิบายอย่างนี้ ผมเรียน กับท่านประธานว่า เพราะฉะนั้น ณ ขณะนี้เราบอกว่าเรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน โดยสิ้นเชิง ผมเองนี่นะครับและพี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่าบางคนที่พยายามอ้างว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ผ่านประชามติมาแล้ว ท่านประธานลองดูบรรยากาศเวลา นั้นสิครับ วันนั้นท่านประธานก็อยู่ใกล้ ๆ พวกผมก็อยู่ ท่านประธานคงจะแลเห็นเหมือนกับ ผมว่า คมช. บังคับประชาชนไม่มีทางเลือก บอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ผ่าน คมช. มีสิทธิเอาร่างใดร่างหนึ่ง ป้ใดป้หนึ่งมาปรับปรุง สามารถประกาศใช้ภายใน ๑ เดือน ได้ทันที คนไทยมีความรู้สึกว่าเราต้องการการเลือกตั้งไปแก้วันหลังก็ได้ กลุ่มพันธมิตร เวลานั้นมีการรณรงค์คู่ขนานประกาศกับประชาชนแบบที่ นายชุมพล ศิลปอาชา มาบอก บอกว่าให้รับไปก่อนจะไปเข้าชื่อประชาชนแก้ภายหลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดเปึนคนแรก หลังจากรัฐธรรมนูญผ่านบอกว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ทั้งหมดนั้นประชาชนไม่มีทางเลือก ประชาชนจํานวนหนึ่งต้องการเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง เพราะต้องการให้เผด็จการมันไปพ้น ๆ ประชาชนพร้อมไปตายกันดาบหน้า เพราะว่า ถ้าไม่เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อาจจะได้ของที่เลวกว่านี้ เอาของเลวขนาดนี้มาก่อน ท่านประธานที่เคารพ สภาพรัฐธรรมนูญผ่าน ๑๔ ล้านเสียงเหมือนกับโจรปล้นบ้าน มาขอความเห็นชอบโดยเอาป๋นจ่อเจ้าของบ้าน ท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันก็ได้ผ่าน ด้วยอ้างว่าเสียงประชามติ แต่เวลานั้นไม่มีใครหน้าไหนเลยครับ แม้กระทั่ง สสร. ทุกอย่าง บอกว่าไปแก้ข้างหน้า ๆ แต่พอจะเอากันจริง ๆ จะเปึนจะตายขึ้นมา แต่ปรากฏว่าวันนี้ วันนี้ปรากฏว่าจะเอาเพียงแค่ ๒ มาตรา มาตรา ๑๙๐ เอาไว้อธิบายเอาไว้เปึนหน้าฉาก ว่าไม่ได้มีเรื่องส่วนตัว ไม่ได้แก้ไขเพื่อตัวเองแต่เพียงอย่างเดียว ท่านจะอธิบาย อย่างไรก็ตามครับ เรื่องเขตเลือกตั้งเบอร์เดียว วันแมนวันโหวต พรรคภูมิใจไทยก็ทวง พรรคชาติไทยพัฒนาก็ทวง พรรครวมใจชาติพัฒนาก็ทวง แล้วท่านประธานคงจําได้ว่า ตอน ๑๐๒ ส.ส. ที่เขาเสนอเข้าไป พรรคประชาธิปัตย์ประชุมมีมติ นายกรัฐมนตรี เปึนเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับเขตเดียวเบอร์เดียว ผมเรียนกับท่านประธานว่า เราผ่านบทเรียนมา ๒ สงกรานต์ ผ่านความตาย ความสูญเสีย ตั้งคณะกรรมการได้มาที นายดิเรก ถึงฝัืง ปรากฏว่าได้มา ๖ ข้อ เสนอ นายดิเรก ก็ไม่ถึงฝัืง รัฐบาลก็ไม่เอา ผมบอก กับพรรคพวกเวลานั้นบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเราปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์เขาแสดงจุดยืน ที่ชัดเจน เพราะขืนไปสนับสนุน ท้ายที่สุดก็จะถูกทิ้งระหว่างกัน พรรคร่วมรัฐบาลไม่เชื่อ ๑๐๒ รายชื่อไปนําเสนอ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เอาด้วย จนกระทั่งวันนี้ท่านประธาน ลองอธิบายสิ มันแตกต่างกันนิดเดียวล่ะครับ เขตเดียวเบอร์เดียว แต่มาเพิ่มสัดส่วน เพราะวันแมนวันโหวต ๔๐๐ เขต บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน แพ้แล้ว แบ่งเขตเรียงเบอร์ สัดส่วนแบ่งจังหวัดชนิดที่อธิบายอะไรไม่ได้เลย แพ้แล้ว ทีนี้มันสูตรใหม่ ๓๗๕ บวก ๑๒๕ ยังไม่เคยแพ้ที อธิบายมิติอื่นไม่ได้เลยครับท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกกับท่าน ประธานว่าเราไม่ใช่จะกลัวกับวิธีการเลือกตั้ง วันนี้รัฐบาลเสียงข้างมากอยู่แล้ว เชิญเลยครับ ท่านสามารถทําได้อยู่แล้วแต่บอกว่าพวกผมกลัว วันแมนวันโหวต ไม่ใช่ หรือจะเลือกตั้งเรียงเบอร์ กลัว ไม่ใช่ พวกผมพร้อมต่อสู้ทุกกรณีในสนามการเลือกตั้ง ที่มีความยุติธรรม แต่วันนี้มันไม่ใช่ครับ วันนี้มันเปึนเรื่องจิตวิญญาณ ความสํานึก ของคําว่า ประชาธิปไตย คําว่า รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ มีข้อด้อยไหมครับ บางมาตรา มีข้อด้อย เช่น ตรวจสอบรัฐบาลยาก เช่น บอกว่าต้องใช้เสียง ๒ ใน ๕ อภิปราย นายกรัฐมนตรีในกรณีไม่ไว้วางใจ ฝ์ายค้านเวลานั้นเสียงไม่ถึง ร่างของประชาชนบอกว่าต่อไปนี้ลดเหลือ ๑ ใน ๕ แปลว่า ๑๐๐ คนอภิปรายนายกรัฐมนตรีได้ กรณีรัฐมนตรีเพียงแค่ ๑ ใน ๖ ไม่ถึง ๑๐๐ คน อภิปรายรัฐมนตรีได้ ตอนปลายก่อนการยึดอํานาจได้มีการศึกษากันมากมาย เช่นว่า เมื่อการตรวจสอบเปึนอุปสรรคก็แก้ไข ผมเรียนกับท่านประธานว่าแม้กระทั่งความเชื่อ เรื่องการจะบรรจุศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ ประเทศไทยเปึนประเทศเดียวกัน เสียด้วยซ้ําที่ว่าเมื่อมีศาสนิกศาสนาพุทธ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ไม่มีโอกาสได้บรรจุ เปึนศาสนาประจําชาติ ร่าง คปพร. ที่ประชาชนเสนอเขาก็มีแนวความคิดทั้งที่เขาก็ไม่ได้มี อคติกับศาสนาอื่น ๆ ต่างคนต่างอยู่ด้วยกันได้ แต่ประเทศนี้ส่วนใหญ่เปึนศาสนาพุทธ ก็เปึนศาสนาประจําชาติ แต่ว่าศาสนาทุกศาสนาก็สามารถอยู่อย่างมีความภราดรภาพได้ ท่านประธานที่เคารพ หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องการสนับสนุนให้นักการเมืองย้ายพรรค ในเวลาที่จะมีการเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บอกว่า ต้อง ๙๐ วัน ไม่ว่ากรณียุบสภาหรือไม่ก็ตาม แต่นี่ยุบสภา ๓๐ วัน และขณะเดียวกัน การตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งต้องไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน แปลความว่านับวันเลือกตั้ง ๓๐ วันครบ เวลานี้ไม่รู้ใครต้มใครกันในพรรคไหนกันบ้าง หมายความว่านักการเมืองนั้น ก็จะกลับไปสู่จุดเดิมเหมือนเดิมว่านี่อย่างไรเราต้องปฏิรูปทางการเมือง ทุกอย่างประเทศไทย เราผ่านมาหมดแล้ว ท่านประธาน จากจํานวน ๑๘ ฉบับของรัฐธรรมนูญวันนี้ผมจึงเรียน กับท่านประธานว่าแม้กระทั่งเรื่องสมาชิกวุฒิสภา โดยส่วนตนผมมีความรู้สึกเหมือน ส.ว. สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ หลายคนมีความน่ารัก มีทัศนคติที่ดีในซีก ส.ว. สรรหา กว่า ส.ว. ที่มา จากการเลือกตั้งบางคนด้วยซ้ํา แต่ทว่าที่มาเรื่องจิตวิญญาณประชาธิปไตยนั้น เราต้องการให้มาจากประชาชน องค์กรอิสระต้องไม่มีสภาพอย่างนี้ ต้องมีประชาชน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานที่เคารพ เราจึงบอกเลยว่าถ้าตราบใด ที่รัฐบาลบอกว่านี่เปึนการเริ่มต้นของขบวนการปรองดอง ผมไม่รู้จะปรองดองอย่างไร กับเขตเลือกตั้ง อธิบายว่าคนในชาติจะปรองดองได้อย่างไร จากเลือกตั้ง ๔๐๐ เขต เหลือ ๓๗๕ เขต สัดส่วนจาก ๘๐ มาเปึนเขตเดียว ๑๒๕ มันจะปรองดองหรือสามัคคีขึ้นมา ในชาติอย่างไร หมายความว่าถ้าไม่ได้อย่างนี้ชาติจะแตกแยกใช่ไหมครับ เพราะลดจาก ๔๐๐ เขตเหลือ ๓๗๕ เขต ชาติจะเกิดความสามัคคี มันไม่ใช่ครับท่านประธานที่เคารพ แต่เปึนเหตุผลของรัฐบาลที่อธิบาย นายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าท่านเสนอวันเลือกตั้งให้แล้ว ๑๔ พฤศจิกายน ผมเรียนกับท่านประธานและบอกไปยังนายกรัฐมนตรีว่าพวกกระผมนั้น มีหมวก ๒ ใบเราจะเอาชีวิตของประชาชนมาแลกกับวันเลือกตั้งไม่ได้ ผมยังบอกกับ ท่านประธานตอนอภิปรายไม้ไว้วางใจเลยว่าถ้าเอาชีวิตของประชาชนคืนมาได้ ท่านจะอยู่ เปึนนายกรัฐมนตรีเปึนชาติก็เอาไปเถอะ นี่คือความรู้สึกที่แตกต่างกันว่าเราไม่ใช่ต้องการ วันเลือกตั้ง แล้วไปแลกกับชีวิตของประชาชน ที่เราอุปมาอุปไมยกันว่าไปขอหีบเลือกตั้ง แต่ท่านให้หีบศพกลับบ้าน วันนี้ท่านประธานที่เคารพ ผมฟังท่านอาจารย์คณิต ณ นคร เสนอแนวความคิดที่เปึนประโยชน์มากมาย วันนี้ในซีกรัฐบาลยังไม่ถูกดําเนินคดี ท่านอาจจะไม่มีความรู้สึก คําก็คนเขาเผาบ้านเผาเมือง ผู้ก่อการร้าย แต่คดีใช้บงการฆ่า ๙๑ ศพ พยายามฆ่าอีก ๒,๐๐๐ คน แม้กระทั่งการเผาเซ็นทรัลเวิล์ด ศาลากลางต่าง ๆ รอวันที่จะพิสูจน์ความจริงกันมากมาย คนถ้าไม่ถูกตีตรวน คนที่ไม่ถูกคุมขัง จะไม่มี ความรู้สึกว่าหัวใจของเขาเปึนอย่างไร เหมือนเด็กหนุ่มอายุ ๑๙ ป้ ที่รัฐบาลไปยื่นประกันตัว แล้วที่นายกรัฐมนตรีให้มาเข้าพบที่สภา ท่านก็บอกว่าทีหลังอย่าทํา ถ้าสมมุติเขาย้อน ถามว่าทีหลังอย่าฆ่าได้ไหม เอาความรู้สึกสิครับท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมต้องการให้ ประเทศเดินหน้า ผมเคยบอกกับนายอภิสิทธิ์ตอนเจรจาด้วยซ้ําว่าแล้ววันนี้ไปไหนก็ได้ เหมือนเลือกตั้งซ่อมจังหวัดสุราษฎร์ธานีพรรคประชาธิปัตย์ชนะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ไป ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส่งคนไปลงหาเสียง บรรยากาศก็เปึนไปได้ด้วยดีไม่มีปัญหา จังหวัดขอนแก่นผมก็จะบอกพี่น้องว่าให้พรรคประชาธิปัตย์เขาหาเสียงกันอย่างเต็มที่ ภาคอีสานพรรคท่านประธานไปกันได้ตามปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนว่า บรรยากาศอย่างนี้เรามีความต้องการ แต่ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ผมบอกกับ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ในวันที่เดินทางไปที่พรรคเพื่อไทย ผมบอกว่าโชคดีที่ได้คนผ่านโลก มาเจรจาด้วย แม้ว่าไม่รู้จะมีความหวังหรือไม่ อย่างไร แต่ดีกว่าไม่ได้คิดอะไรเลย พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ถูกศาลสั่งจําคุกตลอดชีวิต ถูกขัง ๘ เดือน ได้รับการปล่อยตัวมา เคยถูกตัดสิทธิทางการเมือง ผ่านความเจ็บปวด ผ่านความสําเร็จ ผ่านความสูญเสีย จึงเข้าใจอารมณ์คนที่มีความสูญเสีย แต่คนที่ผ่านความสําเร็จอย่างเดียวจะไม่เข้าใจว่า ความสูญเสียคืออะไร ผมจึงบอกกับพลตรี สนั่นว่าคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวอย่างท่าน นี่แหละที่จะเข้าใจว่าความรู้สึกของคนที่เขาเจ็บปวด ที่ถูกคุมขัง ถูกตีตรวน ถูกล่ามโซ่ ถูกซ้อมให้สารภาพ ถูกใส่ร้าย ถูกยัดเยียด ถูกตั้งข้อหาโดยไม่มีการชันสูตรพลิกศพ ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๔๘ ถึงมาตรา ๑๕๖ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่า ณ ขณะนี้บ้านเมืองมันจะเดินหน้าไปได้ด้วยความยุติธรรมทั้งนั้น ท่านประธานไม่คิดบ้างหรือครับว่า ในซีกคนที่ร่วมกันอย่างกลุ่มพันธมิตรที่เขามาตราหน้า รัฐบาลชุดนี้ ถึงใช้ขนาดบอกว่าตะบัดสัตย์ เนรคุณ ทุจริต ตอแหล ขายชาติ จนกระทั่ง คนในซีกรัฐบาลเองก็บอกว่าเนรคุณเฉพาะคนที่ไม่รู้จักพอเท่านั้น คนไทยเขาก็มี ความสงสัยเหมือนกัน อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ซีกพันธมิตร ที่แข่งกับ อดีตรัฐมนตรี วิชาญ มีนชัยนันท์ ก็บอกเลยว่าแกนนําพรรคประชาธิปัตย์ให้เขาไปร่วมกับ พันธมิตรป้ ๒๕๔๙ ยังเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว ยังแจกเนคไทด์ ๔ เส้น ทั้งที่คน ๆ นั้นประกาศ ไม่เคยเลี้ยงกาแฟใครแม้แต่เพียงแก้วเดียว ผมเรียนกับท่านประธานว่าทั้งหมดนั้น พวกผมเองมองโลกอย่างยุติธรรมที่สุด วันนี้ผมไม่รู้ว่าใครตกลงอะไรไว้กับใคร แต่ท่าน ไปหาเขาถึงหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ตั้งแต่ก่อนการยึดอํานาจและขณะเปึนนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดคนไทยก็ต้องการรับรู้เหมือนกันว่าเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ทําไมมี ความคิดที่แตกต่างกัน ผมเรียนเปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่งท่านประธานว่า ร่าง คปพร. พี่น้องประชาชน ๗๐,๐๐๐ รายชื่อ ดอกเตอร์เมธาพันธ์ หมอเหวง อยู่ในเรือนจํา ให้เข้าใจ มองโลกอย่างอนิจจัง ร่างนี้ไม่ผ่านสภาครับ แต่ในซีกพวกผมจะยืนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนเขาได้พึงรับรู้ว่า เมื่อเขาใช้สิทธิสมาชิกรัฐสภาอย่างพวกเรานั้นไปรับเขา ส่วนจะมีการดําเนินการอย่างไรนั้นว่ากันตามกระบวนการ แต่ว่าเมื่อตก เราได้แสดงจุดยืนว่า ประชาชนอย่ามีความรู้สึกที่สิ้นหวัง ท่านประธานคงจะจําได้ ตอนร่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บอกว่าประชาชน ๒๐,๐๐๐ รายชื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ ประชาชนไปเสนอ พ.ร.บ. ป์าชุมชน ไปตกในขั้นวุฒิสภา ในเวลานั้นประชาชนน้ําตาไหลกันบอกว่าชุมชนกับป์า จะอยู่ด้วยกันได้ เปึนกฎหมายฉบับแรกที่ประชาชนเสนอ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ก็ตกมาแล้ว นี่เปึนการเสนอครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ปรากฏว่าสภาชุดนี้ปฏิเสธ ที่จะรับก่อนที่จะมีการพิจารณากันเสียด้วยซ้ํา เหมือนกับตอนรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ พวกท่านนี่ละครับ ประกาศรับร่างตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นร่างเสียด้วยซ้ํา เพราะว่าตอนแรก ไม่เอา เวลาที่แสดงอาการอยากได้ต้องเอามากกว่าคนอื่น ท่านประธานลองไปดูเถอะครับ ตอนพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เรืออากาศตรี ฉลาด อดอาหารเกือบตาย ไม่ให้ความสนใจ แต่พอหมดว่าประชาชนกระแสธงเขียวสะพัด ประกาศยกมือล่วงหน้า เลยว่าอย่างไรก็ต้องรับทั้งที่ยังไม่ทันเห็นร่างดี เวลานี้พอร่างประชาชนเสนอ ประกาศรับ โดยที่ยังไม่มีการพิจารณาใด ๆ ผมเรียนกับท่านประธานว่าไม่มีปัญหาหรอกครับ แล้วบอก กับประชาชนว่าท่านได้ตั้งใจครับ เอาไว้วาดหวังว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีวันไหน ไม่ใช่สาระสําคัญ พรรคประชาธิปัตย์จะถูกยุบหรือไม่ถูกยุบไม่ใช่สาระสําคัญ วันไหนมีการเลือกตั้ง วันไหนจะเปึนวันของประชาชนที่เขาจะพิพากษากัน พวกผมก็จะไปบอก กับประชาชนว่าจะเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีการปรับปรุงบางเรื่องบางราว ขอฉันทานุมัติ ซีกคนที่อยู่หน้าสภาก็เห็นด้วยว่าไปถามความเห็นประชาชน พันธมิตร ไม่เห็นด้วยก็ไปถามประชาชน พรรคประชาธิปัตย์จะแก้ไขกี่ข้อไปถามประชาชน ทั้งหมด ผมเรียนกับท่านประธานว่าเราไม่ต้องจ่ายเงินทําประชามติ แต่เอาผลการเลือกตั้ง เปึนเครื่องบอกประชามติว่าเราต้องการอย่างไร แล้วประชาชนเปึนผู้กําหนด พวกผมเสนอ ประชาชนไม่เห็นด้วย ผมก็ไม่มีหน้ามาเสนอที่สภา แต่ประชาชนเห็นด้วยผมก็มานําเสนอ ผมจึงเรียนมายังท่านประธานสภาว่า ณ ขณะนี้เราต้องการให้ประเทศนี้เดินได้ การเอาใจเขา มาใส่ใจเรา วันนี้ถ้าเราหยุดความรู้สึกของประชาชน ไม่ให้ประชาชนเสนอทั้งทีเอะอะ ก็จะอ้างประชาชน พอเขาเอาจริง ๆ ก็ไม่กล้า ผมบอกกับพรรคพวกว่าแม้กระทั่งซีกต่าง กับผมเสนอ ผมก็ไม่ขัดข้อง ผมจึงเรียนกับท่านประธานสภาว่าพวกผมจะยืนสนับสนุน ร่างของประชาชน แม้ว่าจะแพ้ร่างนี้จะตก เพื่อไม่ให้ประชาชนสิ้นหวัง ส่วนร่างของรัฐบาล ท่านมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว ถ้าพวกท่านอยากได้จริง ๆ ไม่ใช่ตบตาพรรคร่วมรัฐบาล ท่านทําสําเร็จอยู่แล้ว ขอบคุณท่านประธาน
ขอบคุณครับ ต่อไปก็ตามข้อตกลง เชิญคุณสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ให้ท่านปรับ โสตประสาทนิดหนึ่งในการฟัง เพราะว่าหลังจากท่านนายกรัฐมนตรีอภิปรายไปแล้ว มันก็คงจะหมดหนังม้วนสําคัญอะไรไปอย่างนั้นทํานองนั้น แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อได้ เข้าชื่อไว้ในการอภิปรายแล้วดิฉันก็จะทําหน้าที่จนถึงที่สุด ก่อนอื่นในการที่จะอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๔ ร่างนั้น ดิฉันขอพูดในที่นี้ว่าร่างทั้ง ๔ นั้น ดิฉันไม่รับ ทั้ง ๔ ร่าง ด้วยเหตุผลว่าทําไมจึงไม่รับทั้ง ๔ ร่าง เพราะดิฉันมีจุดยืนตั้งแต่เข้ามาเปึน สมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ แล้วว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นในความคิดของดิฉัน เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในขณะนี้ เหตุผลก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นให้อํานาจ ให้สิทธิแก่ประชาชน ดิฉันว่ามาก เพราะไม่ต้องรอกฎหมายลูกเลย มีผลบังคับใช้ และในมาตราอีกเยอะแยะเลยในการที่จะให้มีกฎหมายลูกออกมาบังคับใช้ เพียงแต่ องค์กรและสภานิติบัญญัติแห่งนี้ไม่รีบในการที่จะออกกฎหมายลูกมาเพื่อให้บทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ต่างหาก เช่น มาตรา ๖๗ วรรคสอง ในเรื่องของมาบตาพุด หรือแม้กระทั่ง กสทช. ซึ่งก็ยังได้ทําไป อย่างนี้เปึนต้น ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันถือว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้อํานาจแก่ปวงชนชาวไทยเยอะมาก แล้วดิฉันก็คิดว่านักการเมือง ไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อาจจะเปึนเพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญ ที่มักจะได้ยินว่าเปึนยาแรง ดิฉันถามว่ารัฐธรรมนูญเปึนยาแรง แล้วถ้าท่านไม่ทําผิด รัฐธรรมนูญทําอะไรท่านได้ ทําไม่ได้ค่ะ ดิฉันรับประกัน ดิฉันเคยพูดในสภาแห่งนี้ตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ ที่เราเริ่มพูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ ๆ เลยว่ากฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ถ้ายิ่งเข้มงวดแล้วเราไม่ได้ทําผิด กฎหมายนั้นก็ทําอะไรเราไม่ได้ ดั่งเช่นศีล ๒๒๗ ข้อ ของพระสงฆ์ที่ต้องถือปฏิบัติ ชายไทยใดถ้าไม่สามารถถือศีล ๒๒๗ ข้อนี้ได้ ก็อย่าเข้ามาบวช ไม่ใช่ต้องไปยกเลิก หรือเปลี่ยนศีล ๒๒๗ ข้อให้เข้ากับตัวผู้ที่จะบวชมันคงไม่ใช่อย่างนั้น ในทํานองเดียวกัน ดิฉันจึงถือว่าในช่วงนี้ให้คนไทยหรือประชาชนชาวไทยได้มีโอกาส แล้วก็ตลอดจน นักการเมืองได้มีโอกาสใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกสักระยะหนึ่งอย่างน้อย ๆ ก็สัก ๕ ป้ บัดนี้ เข้ามา ๓ ป้กว่าแล้ว อีกป้กว่า ๆ ทนไม่ได้หรือ แล้วในความคิดของดิฉันว่ารัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีความผิดอะไรเลย เราต่างหากนักการเมือง แล้วเราทําไมไม่ดูตัวเราเองบ้างว่า ทําอะไร แล้วดิฉันก็ยังไม่เห็นด้วยว่าเราเปึนผู้มีส่วนได้เสียในการใช้รัฐธรรมนูญฉบับอะไร ก็แล้วแต่ที่เราจะร่างขึ้นมา แล้วเราจะมาเปึนผู้แก้เอง ดิฉันว่ามันไม่ถูก เพราะฉะนั้น ในความคิดของดิฉันนั้นการที่เราซึ่งเปึนสภานิติบัญญัติ เปึนปวงชนชาวไทยที่พ่อแม่พี่น้อง ไว้วางใจเลือกเข้ามา ดิฉันว่าถามประชาชนก่อนดีไหมว่าเขาจะแก้หรือไม่แก้ แล้วจากนั้น เราจึงมาดําเนินการตามขั้นตอน ไม่ใช่เรานึกอยากจะแก้ก็มาใช้สภาแห่งนี้ลงมติ ซึ่งดิฉัน ไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งเลย แล้วก็ในการแก้ ๒ ประเด็นนี้นั้นคือมาตรา ๑๙๐ แล้วก็ มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ เรื่องของการทําสัญญากับต่างชาติ หรือเรื่องระบบการเลือกตั้ง ซึ่งดิฉันว่า ๒ ประเด็นนี้ ถ้ารัฐบาลจะเอา ๒ ประเด็นนี้เท่านั้นมันควรใช้มาตั้งแต่ที่ ท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน ที่คณะกรรมการสมานฉันท์ทําเมื่อตอนโน้นแล้ว แล้วปล่อย เวลาล่วงเลยมา มันเสียทั้งเวลาเสียทั้งงบประมาณด้วยซ้ําไป แล้วในที่สุดก็เอาแค่ ๒ ประเด็นในการแก้ไข ซึ่งในมาตรา ๑๙๐ ดิฉันว่ายังไม่ควรที่จะแก้ไข เราเพียงแต่กําหนด ประเภทสัญญาเข้าไปแค่นั้น แล้วเราเพียงแต่ใส่ประเภทสัญญามาให้รู้ว่าต้องเข้ามาสู่ สภาแห่งนี้หรือไม่ ก็แค่นั้น เหมือนกับเรียกว่าออกกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ ไปแค่นั้นก็พอ ในระยะตรงนี้ ส่วนมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ นั้นดิฉันแน่นอนไม่เห็นด้วยกับ เขตเล็กเบอร์เดียว เพราะดิฉันเจอมาเอง เพราะดิฉันเปึน ส.ว. บ้านนอก เพราะฉะนั้น จะเห็นวิธีการการหาเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เปึนจากการเลือกตั้ง ที่เราเรียกว่า กกต. ด้วย เพราะฉะนั้นจะรู้ แล้วดิฉันเคยได้ยินอดีต ส.ส. บ้านดิฉันเอง เขาพูดว่าอย่างไร เขาพูดว่าเขาจะช่วยเหลืออําเภอนี้ก่อน เพราะอําเภอนี้เลือกเขา อําเภออื่น เอาไว้ทีหลัง ซึ่งทําให้ดิฉันคิดได้เลยว่าเขาไม่ควรเปึน ส.ส. ของจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ หรือจังหวัดเพชรบุรีจังหวัดของดิฉัน เขาควรจะเปึน ส.ส. ของอําเภอบ้านลาด ไม่ใช่ ส.ส. ของจังหวัดเพชรบุรี เพราะฉะนั้นระบบเขตเล็ก ดิฉันจึงไม่เห็นด้วย แล้วพอรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้ ส.ส. มาจากเขตใหญ่เรียงเบอร์ ดิฉันจึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วก็เปึนวิธีการที่ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เห็นแล้วว่าเขตเล็กเบอร์เดียวมีปัญหา อย่างไรก็แล้วแต่ อันนี้เปึนมุมมองที่หลายท่านก็บอกว่าอันนั้นดี อันนั้นไม่ดี ซึ่งเปึนเรื่องของแต่ละคนที่จะมอง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ว่าเวลาที่เราทําในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ๒ ประเด็นมันแก้ปัญหา ความขัดแย้งได้หรือไม่ ถ้ามันนําไปสู่การปรองดองได้มันก็น่าจะทํา แต่ถ้ามันทําไม่ได้ มันไม่ไปถึง เวลาที่เราทําในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ๒ ประเด็นมันแก้ปัญหาความขัดแย้งได้หรือไม่ ถ้ามันนําไปสู่การปรองดองได้มันก็น่าจะทํา แต่ถ้ามันทําไม่ได้มันไม่ไปถึงแก้วิกฤติ ทางการเมืองของชาติได้ ก็อย่าได้ไปแก้ไขเลยเพราะมันจะเข้าตําราที่ว่าเกาไม่ถูกที่คัน ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ในฐานะของสมาชิกรัฐสภา วันนี้เรามีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเปึนวันที่ ๒ ในส่วน เรื่องของการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจํานวน ๔ ฉบับ โดยมีฉบับ คปพร. เปึนการแก้ไขทั้งฉบับโดย ใช้ฐานของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นอกจากนั้นก็มีฉบับที่ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลจํานวน ๑๐๒ ท่านได้เสนอแก้ไขใน ๒ ส่วน แล้วก็ฉบับของรัฐบาลซึ่งมี ๒ ฉบับด้วยกัน เปึนเรื่อง ของระบบการเลือกตั้ง ที่มา ส.ส. แล้วก็อีกฉบับหนึ่งเปึนเรื่องของมาตรา ๑๙๐
ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในส่วนแรกในร่างรัฐธรรมนูญฉบับ คปพร. นั้น ซึ่งเปึนการแก้ไขทั้งฉบับ ด้วยความเคารพก็เห็นว่าผมโดยส่วนตัวมองว่ารัฐธรรมนูญ ทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ ต่างก็มีปัญหา มีข้อดีและข้อด้อยที่ต่างกันไป สิ่งหนึ่งซึ่งอยากจะสะท้อนก็คือว่าถ้าดูในระเบียบวาระร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ของ คปพร. นี้ถูกบรรจุระเบียบวาระมา ๒ ป้ กับ ๑ เดือนครับ สิ่งตรงนี้อยากจะสะท้อนให้ท่านประธานแล้วก็ทางฝ์ายบริหารได้เห็นว่า สิ่งหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในรัฐสภาแห่งนี้ก็คือการละเลยในการที่จะหยิบยกมาพิจารณา ทั้ง ๆ ที่เปึนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ก็คือว่าเป่ดโอกาสให้ประชาชนตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ คน สามารถที่จะยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่เมื่อยื่นมาแล้ว บรรจุระเบียบวาระแล้ว ๒ ป้กับ ๑ เดือนครับ สภาไม่ได้ใส่ใจ นั่นเท่ากับการละเลยเจตนารมณ์ทั้งของประชาชน และของรัฐธรรมนูญที่กําลังใช้อยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่กังวลต่อไปก็คือว่าในรัฐธรรมนูญฉบับ เดียวกันได้อนุญาตให้ประชาชน ๑๐,๐๐๐ ชื่อเข้าชื่อกันแก้กฎหมายได้หรือยกร่างกฎหมายได้ กําลังจะห่วงว่าสิ่งเดียวกันจะเกิดขึ้นหรือไม่ครับ ว่าถ้ามีการนําเสนอจากประชาชนมาแล้ว ถ้ารัฐบาลไม่ใส่ใจหรือว่ารัฐสภาไม่ใส่ใจ การยกร่างกฎหมายของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ก็จะไม่เกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากก็คือว่าน่าจะได้มีการกําหนดในข้อบังคับการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาที่จะได้กําหนดเงื่อนเวลาว่าหากต่อไปในภายหน้าถ้าจะมีการเสนอแก้ไขกฎหมาย โดยประชาชนควรจะได้มีเงื่อนเวลากําหนดไว้ด้วยว่าสภาจะพิจารณาเมื่อไร จะพิจารณา ให้แล้วเสร็จเมื่อไรด้วย อันนี้คือประเด็นที่ ๑
ส่วนในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ผมคิดว่าถ้าเปึนไปได้รัฐสภา น่าจะเปึนเจ้าภาพในการตั้ง สสร. ๓ ที่อาจจะเอาทั้ง ๒ ฉบับมาพิจารณาดูว่ามีประเด็นใด ที่เปึนปัญหาแล้วก็จะยกร่างใหม่ ก็อาจจะเปึนประโยชน์ แล้วก็เมื่อยกร่างเสร็จอาจจะ กลับไปสู่ประชามติ หรือจะให้วุฒิสภารับรองก็แล้วแต่
ส่วนในเรื่องที่ ๒ ในเรื่องกฎหมายอีก ๓ ฉบับก็มี ๒ ประเด็น เรื่องของ ระบบการเลือกตั้งกับเรื่องของมาตรา ๑๙๐ ในส่วนเรื่องระบบการเลือกตั้งนั้นผมคิดว่า วันนี้ถ้ามองย้อนกลับไปประเทศไทยเคยใช้ทั้ง ๒ ระบบมาแล้ว ไม่ว่าจะเปึนระบบเขตเดียว เบอร์เดียวกับ ๑ เขต ๓ คนหรือที่เรียกกันว่าพวงใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผ่านมาก็คือในรัฐสภาแห่งนี้ เราเห็นความไม่จริงใจ ความไม่รู้จักละอายของนักการเมือง การตะแบงตีความ การกระแนะกระแหนซึ่งกันและกัน โดยไม่ได้สะท้อนในความรับผิดชอบต่อประชาชน ฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่มีความรู้สึก ก็คือว่าไม่ว่าระบบเลือกตั้งจะเปึนแบบไหนก็ตาม ตราบใดถ้านักการเมืองที่มานั่งอยู่ ในสภาแห่งนี้ยังไม่มีความรู้สึกในสิ่งซึ่งเปึนการสะท้อนที่ได้ทําหน้าที่ตรงนี้ แล้วก็การคิดถึง ประชาชน ผมคิดว่าก็คงจะไม่ต่างกันว่ามีระบบไหนก็ตาม
ส่วนที่ ๓ ที่สําคัญก็คือ เรื่องของมาตรา ๑๙๐ ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้มาให้ความกระจ่างมากขึ้น ถ้าดูในหลักการและเหตุผลจะเห็นชัดเจนว่ามีความเข้าใจ ที่ต่างกัน เนื่องจากไม่มีความชัดเจนเพียงพอจึงเปึนอุปสรรคในการดําเนินนโยบาย เรื่องต่างประเทศ แต่ประเด็นที่ท่านนายกรัฐมนตรีท่านพูดไม่ครบ ที่จริงแล้วถ้าทุกท่านมี มาตรา ๑๙๐ ที่อยู่ต่อหน้าทั้งฉบับ จะเห็นชัดว่าในมาตรา ๑๙๐ ในการยกร่างของรัฐบาล คงวรรคหนึ่งไว้วรรคเดียวนะครับ ในส่วนที่ว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจ ในการทําหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่น กับนานาประเทศ หรือกับองค์กรระหว่างประเทศ อันนี้เปึนวรรคเดียวที่ร่างรัฐบาลคงอยู่ นอกนั้น ท่านเปลี่ยนหมดนะครับ ในวรรคสองก็แบ่งเปึน ๒ วรรค เอาตัดตอนส่วนหนึ่งไปอยู่ ในวรรคสาม แล้วไม่ใช่ท่านตัดไปอยู่วรรคสามเฉย ๆ ท่านตัดส่วนท้ายของวรรคสอง ซึ่งมีเงื่อนเวลากําหนดว่า ในการนี้ รัฐบาลจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน ออกไปด้วยครับ นอกจากนี้แล้วในวรรคสี่ วรรคห้า ท่านก็ไปปรับแก้ ที่จริงแล้วถ้าดูเปรียบเทียบ ระหว่าง ๒ ฉบับ ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันและฉบับที่ยกร่างใหม่และนําเสนอโดยคณะรัฐมนตรี สิ่งที่ทําง่ายที่สุดก็คือการแก้ในวรรคห้า โดยการเพิ่มคําที่รัฐบาลต้องการคือคําว่า ประเภท กรอบเจรจา เข้าไปนะครับ โดยเขียนว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดประเภท กรอบเจรจา ขั้นตอนและวิธีการจัดทําหนังสือสัญญา ถ้าตรงนี้แก้เพียงแค่นี้ ความก็ได้ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีต้องการ แต่ที่นําเสนอมามันไม่ตรงกับที่ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องการเลย ฉะนั้นผมขอเสนอว่าถ้ารัฐบาลนี้จะรับ โดยจะไปปรับแก้เฉพาะวรรคห้า เพียงวรรคเดียว แล้วก็ขอเพิ่มอีก ๒ อย่างก็คือว่า การขอความเห็นชอบของรัฐสภาจะต้อง ดําเนินการให้พิจารณาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วัน ที่จะต้องใส่เข้าไปตรงนี้เพิ่มเติม เพราะว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาจะเห็นว่าเราต้องมาเร่งพิจารณาในช่วงเวลาเพียง ๒-๓ วัน ก่อนที่รัฐบาลจะไปลงนามหรือว่าบางครั้งบินไปรอลงนาม แต่ต้องรอให้รัฐสภานี้พิจารณา ซึ่งตรงนั้นจะเห็นว่ารัฐสภาไม่มีเวลาที่จะดําเนินการ สุดท้ายก็ทําให้เกิด ๒ อย่างก็คือว่า รับหลักการไป เพราะว่าความจํายอมหรือว่ามิฉะนั้นการเดินทางไปก็เปึนการฟาวล์ (Foul) เพราะว่ารัฐสภายังไม่ให้ความเห็นชอบ ประเด็นนี้ผมคิดว่าเปึนประเด็นหนึ่งที่สําคัญ
อีกประเด็นหนึ่งก็คือในเรื่องของรายละเอียด ผมเคยได้มีการนําเสนอ ในสภาแห่งนี้หลายครั้งว่าในเรื่องของรายละเอียด เรื่องของการเจรจานั้นรัฐบาลควรจะได้ มีการแสดงความสําคัญว่าในกรอบการเจรจานั้นจะเกิดประโยชน์หรือโทษประการใด ใครจะได้รับความเสียหาย แล้วรัฐบาลมีแผนจะเยียวยาอย่างไร ที่สําคัญที่สุดนิดเดียวครับ ท่านประธาน ก็คือกรณีของเกษตรกร ผมได้พูดในเวทีรัฐสภาแห่งนี้หลายครั้ง ว่าในกรอบ การเยียวยาของเกษตรกรนั้น ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทําสัญญาต่าง ๆ ที่ผูกพัน โดยรัฐ ปรากฏว่าไม่ได้รับการดูแลภายใต้กองทุนเยียวยาของรัฐนะครับ เพราะว่ากองทุนนั้น ได้ตั้งกรอบว่าเปึนเรื่องของการที่จะดูแลเรื่องศักยภาพในการแข่งขันหรือว่าปรับโครงสร้าง การผลิต ไม่ได้เกี่ยวพันถึงการเยียวยาแต่ประการใด ฉะนั้นขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล ให้พิจารณาในประเด็นนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปพลตํารวจตรี เกริก กัลยาณมิตรครับ ท่านเกริกครับ ผมขออนุญาตนิดนะครับ ตอนนี้ผมแจ้งให้ทางพรรคเพื่อไทยทราบนะครับ หมายความว่าครั้งแรกเราได้ ๘ ชั่วโมง ๒๔ นาที บวกกับ ๑ ชั่วโมง เปึน ๙ ชั่วโมง ๒๔ นาที ใช้ไปแล้ว ๙ ชั่วโมง ๕ นาที คงเหลือ ๑๙ นาทีครับ แจ้งให้ทราบนะครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลตํารวจตรี เกริก กัลยาณมิตร สมาชิกวุฒิสภา ในระบบสรรหา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในกรณีรัฐบาล เสนอขอให้มีการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกับฉบับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ คนซึ่งเปึนผู้เสนอ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับของ ครม. จํานวน ๒ ฉบับ จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับคือป้ ๒๕๔๐ กับป้ ๒๕๕๐ ก็มีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย คละเคล้ากันไป ฉะนั้นแล้วแต่ผู้ใช้จะนําเอาส่วนดีนั้นออกมาใช้ได้อย่างไร เราจะเห็นว่า รัฐธรรมนูญนําออกมาใช้แล้วทั้งหมด ๑๘ ฉบับ ตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ ทุกฉบับนําเอามา ลองผิดลองถูกกันมา ๗๘ ป้แล้ว ถ้าเปึนคนก็อายุมากแล้วนะครับ เราควรจะเอาส่วนที่ดี ของรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับที่ตกผลึกแล้วนั้นมาปรับปรุงใช้ให้ถูกกับลักษณะนิสัยใจคอ ของคนไทยตามกาลเวลาอย่างเหมาะสมได้อย่างไร อันนี้คือสิ่งที่เราควรจะต้องคิดกัน การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทําได้ ถ้าทําแล้วจะเกิดเปึนประโยชน์ต่อบ้านเมืองและทําให้ นักการเมืองทุกคน ทุกระดับ ทุกชั้น นั้นมีจิตสาธารณะนึกถึงแต่ประโยชน์ของบ้านเมือง มิใช่เข้ามาเล่นการเมืองเพื่อทุจริตคอร์รัปชัน กอบโกยเอาผลประโยชน์ส่วนตนอย่างเดียว อย่างนี้ไม่ถูกต้อง ผมยังสงสัยว่าทําไมรัฐบาลชุดนี้จึงต้องนําเอาปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังกล่าวเข้ามาสู่สภาในช่วงเวลาที่จะป่ดสมัยประชุมในขณะนี้ พอเมื่อฟังท่านนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ก็ทราบและเห็นใจท่าน แล้วก็ขอให้กําลังใจท่านนั้นทํางานต่อไป ให้สําเร็จ เพราะว่ายังมีปัญหาอีกมากมายที่จะต้องช่วยกันแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับ นั้น ทั้งป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ ก็มาจากฐานเดียวกันก็คือมาจากสีเขียว แต่รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นเอาส่วนดี ๆ ของป้ ๒๕๔๐ มาใช้เข้ามาแก้ไขแก้ปัญหาบ้านเมือง เช่นการให้มีการลงมติจากประชาชนทั่วประเทศเปึนขั้นเปึนตอนและมีความเห็น จากประชาชนจํานวน ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ คนเศษ ถ้าหากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะต้อง ให้สอบถามจากประชาชนก่อน และขอให้ประชาชนนั้นมีการลงมติเพราะว่าประชาชนนั้น เปึนเจ้าของประเทศ ข้อดีของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐นี้ก็คือให้สิทธิเสรีภาพของประชาชน เข้ามาทําการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐอย่างจริงจัง และการให้ประชาชนหวงแหนรักษา ธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทั้งหลายที่ไม่ให้ถูกทําลายลงไป เช่นป์าไม้ในขณะนี้ ผมอยากจะเห็นรัฐบาลชุดนี้เร่งดําเนินการเรื่องเร่งด่วนควบคู่กันไปกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ก็คือ
๑. เร่งดูแลทุกข์สุขพี่น้องชาวไร่ชาวนาที่ถูกอุทกภัยขณะนี้ น้ําท่วมข้าวเสียหาย และขอให้รัฐบาลนั้นเยียวยาให้เขากลับมาสู่สภาพเดิม สามารถดําเนินชีวิตอยู่ได้อย่าง เท่าเทียมทันกับผู้อื่น และต้องช่วยให้ชาวนานั้นมีผลผลิตส่งข้าวออกขายแข่งกับต่างประเทศได้ ในขณะนี้
และนอกจากนี้ก็ขอให้ช่วยเร่งรัดในเรื่องการปราบปรามยาเสพติด และเรื่องโจรผู้ร้ายอย่างจริงจังนะครับ และเร่งรัดปราบปรามเกี่ยวกับเรื่องการทุจริต คอร์รัปชันอีกต่อไปด้วย เราจะเห็นว่าขณะนี้ ป.ป.ช. ของเราได้มีการจัดประชุมสัมมนา ในเรื่องทุจริตระดับโลก ครั้งที่ ๑๔ ขึ้นในประเทศไทย ประเทศไทยเรานั้นติดอันดับที่ ๗๓ จาก ๑๗๘ ประเทศของโลก และอันดับที่ ๙ ของประเทศในแถบเอเชีย ฉะนั้นก็อยากจะเห็น รัฐบาลชุดนี้ได้ดําเนินการทําในเรื่องนี้อย่างจริงจังตามที่ได้แถลงนโยบายเอาไว้ในวันที่ เข้ามารับตําแหน่ง
นอกจากนี้อยากจะให้รัฐบาลช่วยกันอนุรักษ์ป์าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ ให้คงสภาพไว้ เพราะเราทราบกันดีว่าป์าไม้ถูกทําลายไปเหลืออยู่ไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จึงทําให้เกิดอุทกภัยและภาวะโลกร้อน มีมลพิษมาก เพราะเราทําร้ายป์าไม้ ทําร้ายป์า และเกิดอุทกภัยกลับมาดังที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้ ฉะนั้นจึงอยากขอให้รัฐบาลนั้นเร่งดําเนินการ ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปด้วย
สรุปก็คือการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นควรจะมีการแก้ไขบางประเด็น และที่เปึนประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศ เช่น กฎหมายลูกของรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ซึ่งยังค้างอยู่จํานวนมาก เมื่อแก้ไขแล้วต้องเปึนประโยชน์อย่างแท้จริง มิใช่แก้ เพื่อประโยชน์ต่อนักการเมืองหรือพรรคการเมืองเท่านั้น และไม่ควรจะซ่อนเร้นในเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ รวมทั้งต้องเป่ดโอกาสให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ส่วนจะรับรองหรือไม่รับรองในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของผมก็คงจะต้องรอออกสิทธิในวัน พรุ่งนี้ครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญคุณอนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๑๙ นาที แต่ผมจะเพิ่มให้อีก ๑ นาที เปึน ๒๐ ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร
มีอะไรครับ เดี๋ยวคุณอนุดิษฐ์ มีอะไรครับ ท่านพิเชษฐ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่ท่านประธานวิปรัฐบาล ได้ให้เวลาไว้ ๑ ชั่วโมง ท่านจตุพรใช้ไป ๓๕ นาทีก็เหลืออีก ๒๕ นาที
คือท่านวิทยา บุรณศิริ ใช้ไปเกือบ ๕๐ นาทีครับ
เปึนการพาดพิง คือพวกผมเหลืออีก ๗ คน
ผมทราบครับ เดี๋ยวผมดําเนินการ จะบริหาร ถ้ามีเวลาก็จะให้นะครับ แต่ขอให้มันจบตามข้อตกลงก่อนครับ
ผมรอ ท่านประธานครับ
ก็รอก่อนแล้วกันนะครับ แต่ว่าสั้น ๆ กันหน่อยก็คงจะไปได้ เชิญคุณอนุดิษฐ์ครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ สายไหม ดอนเมือง บางเขน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้กระผม ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ผมสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เสนอโดย นายแพทย์เหวง โตจิราการ ครับ ซึ่งมีรายชื่อพี่น้องที่ลงชื่อร่วมในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๑๒๐,๐๐๐ คนเศษครับ และแน่นอนครับกระผมนั้นไม่ได้เห็นด้วยกับร่างที่จะขอแก้ไข รัฐธรรมนูญเพียง ๒ ประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่มาของ ส.ส. เพราะผมเห็น ต่างจากที่ท่านนายกอภิสิทธิ์ได้ชี้แจงต่อสภาเมื่อสักครู่นี้อย่างสิ้นเชิงกระผมเชื่อจากข้อเท็จจริง ที่กระผมมีอยู่ว่าการอ้างถึงความต้องการ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียง ๒ ประเด็นนะครับ ที่เปึนอยู่ในขณะนี้เปึนเพียงการกระทําเพื่อสนองความต้องการทางการเมืองของกลุ่ม ผลประโยชน์ที่มีอํานาจล้นฟัาอยู่กลุ่มหนึ่งครับ คนกลุ่มนี้สามารถต่อรองผลประโยชน์ กับรัฐบาลจะต่อรองผลประโยชน์กับใครก็สุดแล้วแต่ แต่วันนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ประจักษ์แล้วก็เห็นชัดเจนกับสิ่งที่ผมกําลังพูดอยู่ ซึ่งกระผมและพี่น้องประชาชนจํานวน มากเห็นว่าสาระสําคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นนั้นไม่ได้เกิดผลประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนครับ การแก้ไขดังกล่าวนั้นท่านต้องยอมรับครับ ท่านประธาน มันไม่ใช่ เปึนการแก้ไขในเรื่องของโครงสร้าง ไม่ได้เปึนการแก้ไขในเรื่องของระบบ ไม่ได้แก้ไข เพื่อให้เกิดผลดีต่อสังคมและประเทศชาติ แต่เปึนการแก้ที่เกิดประโยชน์กับนักการเมือง และก็พรรคการเมืองบางกลุ่มบางคนเท่านั้นเอง ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นนี้ จึงเปึนการอ้างถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในกระบวนการประชาธิปไตยที่อาจจะใช้รัฐสภาแห่งนี้ เปึนเพียงเครื่องมือในการที่จะกําหนดกติกาใหม่ เพื่อหวังผลในการที่จะชนะเลือกตั้งใช่หรือไม่ ซึ่งกระผมอยากราบเรียนไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับมาจากการเลือกตั้ง ท่านควรจะต้องคํานึงถึงว่าหากการแก้ไขดังกล่าวนั้นสําเร็จท่านจะได้พบกับการใช้กติกา ดังกล่าวนั้นเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ แม้ว่าวันนี้กระผมจะมี ความเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชนของผมว่าเขาเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตย เขาเข้าใจ ในเรื่องผลร้ายของการซื้อสิทธิขายเสียงครับ แต่อย่างไรก็ดีครับท่านประธานการใช้อํานาจรัฐ แอบแฝงเพื่อแสวงประโยชน์และก็ให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงอย่างแยบยลในบางพื้นที่นั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยง่ายครับ เพราะฉะนั้นมีการแก้ผ่านไปเรียบร้อย ท่านจะพบกับการใช้อํานาจอิทธิพลในการซื้อเสียง อย่างเบ็ดเสร็จครับ เพื่อให้ได้ชนะการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ส. จํานวนมากเพื่อใช้เปึน เครื่องมือในการต่อรองให้ได้มาซึ่งตําแหน่งทางการเมืองอย่างแน่นอน และถ้ากติกา ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านกําลังจะสนับสนุนให้เกิดขึ้นเปึนจริง กระผมเชื่อมั่น เปึนอย่างยิ่งว่าการเมืองของประเทศนี้จะถอยหลังครับ แล้วจะถอยหลังอย่างกู่ไม่กลับด้วย แล้วประเทศนี้จะตกอยู่ในเงื้อมมือของนายทุนการเมืองที่สามารถต่อรองเพื่อให้ได้มา ซึ่งประโยชน์โดยไม่จําเปึนที่จะต้องฟังเสียงของพี่น้องประชาชนอีกครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ กระผมคิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนั้นท่านไม่ยอมให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ เพราะทุกท่านนั้นคงไม่ยอมให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนพระประมุข ซึ่งอํานาจอธิปไตยนั้นมาจากพี่น้องประชาชนกลายไปเปึนการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยซึ่งสามารถได้มาโดยการซื้อสิทธิขายเสียงหรือว่าใช้อํานาจรัฐ โดยเบ็ดเสร็จครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเราเน้น เรื่องของความชอบธรรม ธรรมาภิบาล เรื่องของประสิทธิภาพ เรื่องของความรับผิดชอบ เรื่องความโปร่งใสครับ ก่อนหน้านี้สภาแห่งนี้ได้ให้การสนับสนุนให้เกิดการกระจายอํานาจ ไปสู่พี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่งพยายามที่จะลดอํานาจ ลดบทบาทของรัฐลงเพื่อให้ ประเทศนี้เปึนประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุดครับ แต่ปัญหาที่กําลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ มันเกิดจากตัวแทนของพวกเราเองหรือเปล่าที่อาจจะยังขาดความเชื่อถือ ยังขาดจุดยืน หรือที่แย่ไปกว่านั้นพวกเราเข้าใจในเรื่องของประชาธิปไตยนั้นดีขึ้นแล้วหรือยัง เพราะฉะนั้น อันที่จริงนักการเมืองที่มีอุดมการณ์มีความเปึนประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนั้นย่อมอาสา มาทําการเมืองด้วยจิตวิญญาณครับ ด้วยความเสียสละมุ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้เกิดความเจริญของสังคม คํานึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเปึนสําคัญครับ เพราะฉะนั้น หลักการสากลของความเปึนประชาธิปไตยนั้นจึงต้องคํานึงถึงสิทธิของประชาชน แล้วก็ ต้องทําเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนครับ
แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นในครั้งนี้ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งกลับเปึนการ แก้เพื่อเป่ดโอกาสให้นักการเมืองบางกลุ่มสามารถใช้เงินลงทุนเพื่อให้ตัวเองชนะการเลือกตั้ง เมื่อได้รับชัยชนะแล้วนักการเมืองกลุ่มนี้แหละก็จะสร้างเครือข่ายที่พร้อมจะยกมือเพื่อให้ ได้มาซึ่งตําแหน่งทางการเมือง เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าการขอแก้กติกาในลักษณะนี้ ไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ และการกระทําในลักษณะนี้ไม่ใช่การกระทําของพรรคการเมือง ที่เปึนของพี่น้องประชาชนครับ การกระทําแบบนี้คล้าย ๆ กับบริษัท เปึนบริษัทจํากัด เปึนที่รวมตัวของกลุ่มของก๊วนแล้วก็ใช้คําว่าเปึนพรรคการเมืองเอามาบังหน้า รวมตัวกันขึ้นมา หา ส.ส. ให้ได้มาก ๆ ครับ ใช้เปึนเครื่องมือในการต่อรองตําแหน่งและผลประโยชน์ และผลประโยชน์เหล่านั้นแน่นอนครับมาคุมอํานาจรัฐก็มีผลประโยชน์จากงบประมาณ ภาษีอากรของพี่น้องประชาชนของผมด้วยเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นการสร้าง ความชอบธรรมที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้กติกาที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทการเมืองเหล่านี้ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้องครับ แล้วก็ไม่สมเหตุสมผลตามหลักการประชาธิปไตย ที่ต้องถูกต้องและเปึนธรรมครับ รวมทั้งยังไม่ใช่ความชอบธรรมที่มาจากพี่น้องประชาชน ซึ่งถือเปึนหัวใจของระบอบประชาธิปไตย
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเชื่อว่าพวกเราที่นั่งอยู่ในที่นี่อย่างน้อย ทุกคนต่างมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยครับ มีหลักการ มีจุดยืนที่จะเปึนนักการเมืองที่ทํา หน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนครับ ดังนั้นผมเชื่อว่าทุกคน ก็ตั้งความหวังเอาไว้ในสมัยของพวกเรานี่ครับ เราอยากเห็นการเมืองที่ดีมีธรรมาภิบาล เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินในวันนี้มีประสิทธิภาพภายใต้ความรับผิดชอบที่ชัดเจน มีความโปร่งใสพร้อมที่จะตรวจสอบได้ตลอดเวลา ดังนั้นกติกาสูงสุดของประเทศนี้ นั่นก็คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี่ล่ะครับ ต้องกําหนดกติกาที่ทําให้นักการเมือง ที่มีจริยธรรม มีคุณธรรม และเปึนคนดีนั้นมีโอกาสเข้าสภามาให้ได้มากที่สุด และกระผม เห็นว่ารายละเอียดของรัฐธรรมนูญนั้น มีความจําเปึนที่จะต้องมีกติกาเพื่อปัองกันไม่ให้นายทุนทางการเมืองเหล่านี้ลงทุนทางการเมือง ได้ง่าย ๆ ซึ่งพวกเราบางคนอาจรู้ไม่เท่าทัน หากหลงไปรับกับหลักการในลักษณะดังกล่าว เพราะหากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านในวันนี้ท่านได้แสดงจุดยืนที่จะปัองกัน และพิทักษ์รักษากติกาที่เหมาะสมเหล่านี้เอาไว้ สภาแห่งนี้จะเปึนสภาที่ศักดิ์สิทธิ์ จะเปึนสภาที่ทําให้นักการเมืองที่ไร้อุดมการณ์เหล่านี้นั้นไม่มีโอกาสเข้ามาได้อีกเลย
เพราะฉะนั้นตามที่ผมได้กล่าวมาแล้วนั้นจะเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียง ๒ ประเด็นนั้น โดยเฉพาะประเด็นที่เปึนที่มาของ ส.ส. ไม่ใช่เหตุผลเลยครับที่จะทํา เพื่อพี่น้องประชาชน แต่เปึนการขอแก้ไขเพื่อให้ได้เปรียบทางการเมืองกันก็เท่านั้นเอง และกระผมเชื่อว่าการรับหรือไม่รับร่างในวันพรุ่งนี้จะเปึนการท้าทายคุณธรรมทางการเมือง ของท่านครับ เปึนการท้าทายคุณธรรม มโนธรรม จริยธรรมครั้งยิ่งใหญ่ของพวกเราทุกคน ที่นั่งอยู่ตรงนี้ ผมและพี่น้องประชาชนจํานวนมาก เราเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวนั้นเกิดจากกลุ่ม นายทุนการเมืองกลุ่มหนึ่งครับ ผมย้ําอีกทีครับ เปึนกลุ่มที่ผมเชื่อว่ามีอํานาจต่อรอง กับรัฐบาล เปึนกลุ่มที่กําลังแสวงประโยชน์จากโครงการของรัฐ เปึนกลุ่มที่มีอิทธิพลครอบงํา ข้าราชการประจํา เปึนกลุ่มเดียวกันกับที่แอบไปทําอะไรในค่ายทหารนั่นแหละครับ และกลุ่มเดียวกันนี้วันนี้วางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แล้วก็จะแทรกแซงการใช้สิทธิใช้เสียง ของพี่น้องประชาชน จริงอยู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนความชอบธรรมตามกฎหมาย ที่รัฐบาลนั้นดําเนินการได้ แต่ความชอบธรรมที่ทําให้เกิดการแทรกแซงการใช้สิทธิใช้เสียง ของประชาชนนั้นเปึนความชอบธรรมที่ขัดกับความรู้สึกของประชาชนครับ และผมถือว่า มันเปึนการฉวยโอกาสทางการเมืองอย่างที่ยอมรับไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดีเมื่อรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามของท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อท่าน เลือกที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม จากการกระทําครั้งนี้ผมเชื่อ ว่าท่านมีโอกาสสูงจะกลับมาเปึนนายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๒ แต่กระผมอยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีครับท่านยังจําคําพูด ของท่านที่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่ท่านจะมาเปึนนายกรัฐมนตรี ได้หรือไม่ ท่านให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อครั้งที่ท่านยังเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร วันนั้นเปึนวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๑ ท่านกล่าวไว้ว่ารัฐบาลในขณะนั้น ก็คือรัฐบาล ของท่านสมัครนั้นไม่ควรจะอ้างว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ไม่เปึนประชาธิปไตย เพราะมาจากการทํารัฐประหาร ท่านบอกว่าการอ้างดังกล่าวนั้นมันฟังไม่ขึ้น เพราะหาก คิดเช่นนั้น ส.ส. ทุกคนก็มาจากการทํารัฐประหารทั้งหมด เพราะว่ามีที่มามาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งผมฟังตอนแรกการเปรียบเทียบก็ดูเหมือนมีเหตุผลละครับ แต่ถ้าเรา พิจารณาจากข้อเท็จจริง เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าถ้าไม่มีการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ วันนี้เราไม่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดังนั้นใครก็แล้วแต่ที่กล่าวว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีที่มามาจากการทํารัฐประหาร ผมเชื่อว่ามันกล่าวอ้างได้อย่างแน่นอน แล้วก็ชอบแล้วนะครับ แต่ประโยคต่อไปที่ท่านให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้ ประโยคนี้ น่าสนใจมากกว่าครับ ท่านพูดว่า วันนี้เราควรหันมาพูดถึงเนื้อหาที่มีปัญหาว่าไม่เปึน ประชาธิปไตยน่าจะเปึนประโยชน์มากกว่า ที่สําคัญคือควรหันไปแก้ไขปัญหาให้กับ ประเทศชาติบ้าง แทนที่จะมาหมกมุ่นอยู่กับการแก้รัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้มีเจตนาจะฟุ๋นฝอยหาตะเข็บแต่อย่างใด แต่ผมคิดว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้พูดเอาไว้ครั้งนั้นมันก็มีเหตุผลอยู่ ถ้าวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีคิดว่าประเทศชาติ ในวันนั้นมีปัญหา วันนี้มีปัญหามากกว่าครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องเร่งด่วน ในประเทศนี้ที่รัฐบาลนั้นควรจะต้องรีบแก้ไขวันนี้ท่านได้แก้ไขปัญหาทั้งหลายทั้งปวงนั้น เรียบร้อยแล้วหรือยังครับ ท่านได้เยียวยาพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติที่เกิดจากอุทกภัย ท่านได้เยียวยาพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติที่เกิดจากอุทกภัยที่อาจจะไม่ได้ เกิดจากภัยธรรมชาติอย่างเดียว อาจจะเกิดผิดพลาดจากการบริหารจัดการหรือเปล่านั้น ผมไม่ทราบนะครับ ท่านแก้ไขให้เขาแล้วหรือยังครับ ท่านเยียวยาฟุ๋นฟูชีวิตของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงแล้วหรือไม่ครับ วันนี้ค่าเงินบาทเปึนอย่างไรครับ ส่งออก เขาก็ร้องกันโอดโอย ท่านแก้หรือยัง ทุจริตคอร์รัปชันไม่ต้องพูดถึงครับ มากมาย แล้ววันนี้ ท่านแก้หรือยังครับ การไม่ยอมจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชันให้เด็ดขาด เกิดจาการที่ท่าน ต้องการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงทางการเมืองของท่านใช่หรือไม่ ผมไม่ทราบครับ เหล่านี้ท่านได้ทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศนี้ แล้วหรือยังครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดที่กระผมกล่าวมาแล้วนั้นยกเปึนเหตุผลประกอบว่า วันนี้ประเทศของเรานั้นประสบปัญหาต่าง ๆ มากมายทีเดียวครับ จึงสอดคล้องกับที่ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเอาไว้ว่าไปแก้ปัญหาให้ประเทศชาติดีกว่าอย่ามาหมกมุ่นกับแก้ไข รัฐธรรมนูญครับ แต่วันนี้เมื่อพวกท่านเลือกที่จะหมกมุ่นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพวกกระผมนั้นไม่เห็นด้วยแล้วก็ไม่ได้ยอมรับ แต่ก็อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลนั้น อย่าละเลยกับการแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองนี้ อย่างไรก็ดีครับ กระผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อีกครั้งหนึ่งเปึนการเตือนความจําของท่าน เมื่อสักครู่ท่านพูดผมจะย้ําอีกครั้งหนึ่งให้พี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดสดอยู่นั้น ได้รับทราบ
ประเด็นที่ขอแก้ไขเรื่องเขตเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็เปึนคนเซ็นหนังสือเสนอความเห็นต่อ สสร. ให้แก้ระบบเลือกตั้ง เปึนแบบเขตใหญ่เรียงเบอร์อย่างที่บังคับใช้อยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่วันนี้ผ่านไป แบบก้นหม้อข้าวยังไม่ดําก็จะกลับมาเปึนแบบเขตเดียวเบอร์เดียวอีก
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ กระผมมีข้อสังเกต เกี่ยวกับการแก้ไขครั้งนี้เปึนการแก้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหานะครับ แต่ว่าเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับวิธีการแล้วก็ที่มา การร่างเนื้อหากติกาที่แก้ไขครั้งนี้เปึนการแก้ไขซึ่งมีที่มาจากกลุ่มบุคคล ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงครับ จึงหลีกเลี่ยงคําครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนั้นไม่ได้เลย โดยสําหรับเนื้อหานั้นเปึนการแก้ที่มีเหตุมีผลหรือไม่มีเหตุมีผล พี่น้องประชาชนวันนี้ ฟังการอภิปรายก็จะสามารถใช้วิจารณญาณวิเคราะห์กันได้ว่าวันนี้ใครมีเหตุผลเปึนอย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะเน้นก็คือว่าเราจํากันได้ไหมครับว่า ตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ พวกเราถือนักถือหนากันว่าผู้ร่างหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกคนที่เปึนคนออกกติกาจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งแรกที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แต่พอมาถึงยุคนี้กลับไม่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้เลยครับ ผู้เสนอแก้กติกา ผู้พิจารณา เขาเสนอแก้ไขกติกาเปึนนักการเมืองที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสิ้นครับ ผมไม่ต้องการทําให้ บรรยากาศในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเสียครับ เพียงแต่ว่ากฎกติกามารยาทในอดีต ที่เคยวางไว้มีความชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนวันนี้นะครับ ผมสงสัยว่าปัจจุบันนี้จะเพิกเฉยเลยใช่หรือไม่ พวกเราจะอธิบายให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ ได้อย่างไรว่ากติกาที่ต้องแก้ไขในครั้งนี้ไม่มีคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือว่าได้ประโยชน์ จากการแก้ไข หรือว่ากําหนดกติกาใหม่ เพราะในวันนี้มันชัดยิ่งกว่าชัดครับท่านประธานว่า การแก้ไขมันล้วนแล้วแต่มีคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวข้องโดยตรง ดังนั้นเรื่องนี้กระผม จึงขอฝากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับเรากําลังลืมเลือนหลักการที่ถือเปึนหัวใจ และความสําคัญในระบอบประชาธิปไตยไปแล้วใช่หรือไม่ครับ เพราะวันนี้สังคมกําลัง วิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงความไม่เหมาะสมในการแก้ไข เพราะเปึนการผลักดันแก้ไข จากนักการเมืองที่มีส่วนได้ส่วนเสียครับ เปึนลักษณะถือวิสาสะด้วย ชงเองกินเองเลยครับ โดยไม่ยอมถามเจ้าของบ้านก็คือพี่น้องประชาชนว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่ ที่สําคัญเปึนการ แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสนองความต้องการของพวกนักการเมืองฉ้อฉลที่ตลอดชีวิตอยู่ใน เส้นทางการเมืองเข้ามาหาผลประโยชน์จนร่ํารวย สร้างเครือข่ายอย่างกว้างขวางใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นเหตุผลของท่านนายกอภิสิทธิ์ ที่อ้างว่าการเสนอข้อแก้ไขเพียง ๒ ประเด็น เพราะว่ามีความขัดแย้งน้อยที่สุด และสถานการณ์ในเวลานี้ได้เปลี่ยนไปแล้วไม่เปึน ต้องทําประชามติเพื่อรับฟังความเห็นก่อนนั้นนี่นะครับ วันนี้ผมคงต้องถามกลับครับ ถามว่าเปึนความเห็นร่วมกันของพวกนักการเมือง ใช่หรือไม่ครับ และเปึนนักการเมือง ที่อยู่ในข่ายประเภทนายทุน ใช่หรือไม่ ที่ต้องการให้ตัวเองนั้นสามารถเอาตัวรอดจาก การเลือกตั้งกลับเข้ามาอีก เมื่อแบ่งเขตเลือกตั้งเล็กลงจะทําให้สามารถควบคุมได้ง่าย ใช่หรือไม่ และยิ่งไปกว่านั้นครับ นักการเมืองดังกล่าวนั้นจะเปึนผู้หนุนหลังให้ใครก็ได้ใช่ไหม กลับไปมีอํานาจเปึนนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้งหนึ่ง ที่ผ่านมาแล้วกระผมชื่นชมที่รัฐบาล ที่นําโดยท่านนายกรัฐมนตรีมักจะอ้างหลักการที่ยึดโยงกับประชาชนอยู่ตลอดเวลา แต่คราวนี้มันเปลี่ยนไปครับ ท่านไปยึดเอาความต้องการของนักการเมืองเปึนหลักครับ ทั้ง ๆ ที่นี่คือเรื่องใหญ่เปึนเรื่องรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทําประชามติมาด้วยคะแนนเสียงกว่า ๑๔ ล้านเสียงครับ วันนั้นผมไม่ได้เห็นด้วยครับ แต่ในหลักการประชาธิปไตย ๑๔ ล้านเสียง ไม่น้อยครับ วันนี้ท่านถามคนที่เขามาอยู่ที่หน้าสภาหรือเปล่าวันนี้ท่านถามพี่น้องประชาชน ที่เขาเปึนเจ้าของแล้วหรือไม่ครับ เพราะฉะนั้นนาทีนี้ไม่ต้องมาพูดว่าหากเกิดอะไรขึ้นจะมี การรับผิดชอบ ผมเชื่อว่าทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันเปึนวาทะที่ดูสวยหรู ดูเท่ แต่ขณะเดียวกัน นี่ไม่ว่ามองในมุมไหนก็แล้วแต่มันไม่ได้มีความจําเปึนเร่งด่วนที่จะต้องทํา มันไม่เกี่ยวกับ พี่น้องประชาชนครับ ท่านประธานทราบไหมครับเกี่ยวกับใคร เกี่ยวเพียงกลุ่มอิทธิพล ที่มีพิษร้ายหยิบมือเดียวเท่านั้นแหละที่ได้ประโยชน์ แต่วันนี้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์นั้นกลับเลือกที่จะสนองความต้องการของคนประเภทนี้ ใช่หรือไม่ นิดเดียวครับ ดังนั้นป์วยการเปล่าที่จะมารับฟังเหตุผลที่สวยหรูครับ กระผมเชื่อแล้วก็ทราบว่าการผลักดัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เพียงเพื่อดิ้นรนให้อยู่ในอํานาจให้ได้มากที่สุดครับ และอาจจะ หวังผลในภายหน้าด้วยการมัดใจงูเห่าการเมืองเหล่านี้หรือเปล่า จะกลับมากอดคอกัน หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบครับ สาระสําคัญผมคิดว่ามีเท่านั้น จริง ๆ ครับขอบคุณครับท่านประธาน
ต่อไป คุณสุรชัย ชัยตระกูลทอง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดชลบุรี และในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมได้นั่งฟังแล้วก็ใช้ดุลยพินิจได้พิจารณา เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ๔ ฉบับ ผมเองก็ได้ระลึกถึงว่าประชาธิปไตยบ้านเรา เปึนอย่างไร แล้วก็กว่า ๗๘ ป้แล้วที่เรียกว่าประเทศไทยเราเองนั้นมีการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยและมีรัฐธรรมนูญมาถึง ๑๘ ฉบับ แล้วทุกฉบับนั้นจะถูกเขียนขึ้นด้วยการทํา รัฐประหารเปึนส่วนใหญ่ แล้วผมเองนั้นก็เปึนคนหนึ่งที่ชื่นชมและชื่นชอบในรัฐธรรมนูญ ฉบับ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเปึนรัฐธรรมนูญที่ถูกเขียนขึ้นโดยประชาชน และมีกรอบระยะเวลา เพียงพอที่เหมาะสม และมีการทําประชาพิจารณ์ ตลอดจนมี สสร. ที่ช่วยกันสร้างขึ้นมา แล้วก็เปึนที่ยอมรับนะครับ แล้วผมเองนั้นก็ได้ใช้โอกาสของตัวกระผมเองซึ่งในฐานะที่ นักอุตสาหกรรม เปึนอดีตผู้นําในภาคอุตสาหกรรมเข้ามาสมัครรับเลือกตั้ง ส.ว. ของ จังหวัดชลบุรี ผมได้เห็นว่ารัฐธรรมนูญนั้นค่อนข้างที่จะส่งเสริมให้คนที่มีความรู้มีความสามารถ ได้เข้ามาในระบอบการเมืองการปกครองนะครับ สิ่งหนึ่งที่วันนี้เราพูดถึงรัฐธรรมนูญ ๔ ฉบับนั้น ผมคนหนึ่งเห็นด้วยว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้นเปึนสิ่งที่ดี เพราะว่า ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ผมได้กล่าวก็คือว่า ผมเองนั้นได้สมัครรับเลือกตั้งเปึน ส.ว.และผมเองนั้นก็ได้รับเลือกเปึน ส.ว. แต่ไม่สามารถ เข้ามาในสภาแห่งนี้ได้ ต้องอยู่นอกสภาเปึนเวลา ๕ เดือน จากนั้นก็จะถูกการปฏิวัติไป การที่เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็หมายความว่ากรอบระยะเวลาหรือเงื่อนไขเวลาที่เปลี่ยนไปนั้น ความล้าหลัง ความเสื่อมของข้อกฎหมายนั้น เราจําเปึนต้องนํามาทบทวน และต้องแก้กัน ด้วยสภาแห่งนี้ให้ได้ โดยใช้กลไกของสภานิติบัญญัติของเราหรือรัฐสภาของเรานั้นเปึนผู้ ขับเคลื่อนในการแก้ไขมากกว่าใช้อํานาจอื่นที่ไม่ใช่อํานาจประชาธิปไตยเข้ามาแก้ไข อันนี้ ผมขอสนับสนุนนะครับ แล้วก็ในส่วนดีของรัฐธรรมนูญฉบับที่นําเสนอโดยประชาชน เข้าชื่อกันถึง ๗๑,๕๔๓ คน ที่ได้ยื่นมาว่าขอใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เข้ามาเพื่อแก้ไข และมาใช้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็มีสิ่งที่ดีอยู่หลายอย่าง ผมอยากจะ กราบเรียนอย่างนี้ว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้ถูกพัฒนาระบอบประชาธิปไตยมาถึง ลําดับขั้นที่ ๓ ในลําดับการพัฒนาประชาธิปไตยมีอยู่ ๓ ขั้นตอน
ขั้นแรกก็คือเปึนการเลือกตั้งทางตรง คือประชาชนก็เลือกผู้นําไปเลย
อันที่สอง ก็ถูกพัฒนาเปึนการเลือกตั้งแบบทางอ้อม ก็โดยมีผู้แทนเปึน ส.ส. และ ส.ว. แล้วรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนการพัฒนาที่ล่าสุดก็คือการเลือกตั้งทางอ้อม รวมกับองค์กรอิสระที่มีขึ้นมา ๗ องค์กรอิสระ เราก็จะได้พบว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในข้อเสียนั้นผมมีความเชื่อมั่นว่าคงเกิดจากผู้ใช้รัฐธรรมนูญมากกว่าที่ใช้อํานาจของรัฐก็ดี เข้าแทรกแซง หรือองค์กรอิสระที่รัฐธรรมนูญได้เขียนขึ้นมาก็ดีไม่ได้เปึนกลาง ไม่มี ความเที่ยงธรรม จึงทําให้รัฐธรรมนูญนั้นเสื่อมลงไปนะครับ ผมก็เลยเห็นว่าถ้ามีการปรับปรุง ผู้ใช้และเข้าใจถึงรัฐธรรมนูญที่ดีก็จะสามารถที่จะใช้รัฐธรรมนูญให้เปึนประโยชน์กับ ประเทศชาติได้นะครับ
แล้วในอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือในเรื่องที่เรียกว่า ส.ว. ที่เราได้กล่าวถึงกันว่า ส.ว. นั้นมาจากการเลือกตั้ง ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นถึง ๒๐๐ คน และรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีจัดเปึนทั้ง ๒ แบบ คือแบบเลือกตั้งและแบบสรรหา ซึ่งในอดีตก่อนที่จะมี การเลือกตั้ง ส.ว. นั้นก็มาจากการแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีนําชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ สุดท้าย ก็มองว่าไม่ใช่เปึนระบอบประชาธิปไตยที่ดีจึงทําให้เกิดการเลือกตั้ง เมื่อมีการเลือกตั้ง เสร็จแล้วก็ถูกการกล่าวหาว่าเปึนสภาที่เรียกว่าเปึนสภาทาสก็ดี หรือสภาที่ไม่ปฏิบัติ ตามหน้าที่ของวุฒิสภาที่ดี ผมเองเรียนอย่างนี้ว่าผมเรียกว่าเปึนความเสื่อมของผู้ที่ใช้อํานาจ ผู้ที่อยู่ในตําแหน่ง ฉะนั้นการที่เรามีรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ขึ้นมา แล้ว ส.ว. มาจาก การสรรหา ผมเองก็เห็นว่าไม่ได้ผิดอะไรไป เพียงแต่ว่าความเสื่อมอาจจะเกิดขึ้นได้อีก ในระยะอันใกล้ ๆ ถ้าหากว่าบุคคลที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ ตัวแทนทั้งหมด ๗ ท่าน เปึนผู้ที่คัดสรรผู้ที่มาทําหน้าที่ ส.ว. สรรหา แต่วิธีการคัดสรรนั้นไม่เปึนธรรม ไม่ยุติธรรม เล่นพรรคเล่นพวก ความเสื่อมก็จะต้องเกิดขึ้นอีก รัฐธรรมนูญก็ต้องแก้กลับไปให้ประชาชน เปึนผู้เลือกตั้งย่อมน่าจะดีกว่าอีกเปึนอย่างนั้นนะครับ ถ้าหากว่าการสรรหานั้นเปึนธรรม ผมก็คิดว่าก็ยังสามารถที่จะใช้ต่อไปได้นะครับ
ส่วนมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่มีการแก้ไขเกี่ยวกับ ส.ส. เขตนะครับ เหลือ ๓๗๕ ส.ส. บัญชีรายชื่อเปึน ๑๒๕ นี่นะครับ ผมเองอยากจะสนับสนุนอย่างนี้ว่า เขตเดียวเบอร์เดียว ผมคิดว่าเปึนการเลือกตั้ง ส.ส. ผู้แทนราษฎรที่ดีที่สุด สามารถเลือกคนดี เลือกคนเปึนตัวแทนจริง ๆ ส่วนบัญชีรายชื่อนั้นผมยังสนับสนุนว่าต้องเปึนเขตเดียว เพราะว่า ๘ เขต เจตนารมณ์ของบัญชีรายชื่อหมายความว่า ส.ส. ทั้ง ๘ เขตต้องเปึนเขต ยุทธศาสตร์ ๘ เขต แต่ผมเห็นเขียนตอนหาเสียงเท่านั้นเอง หลังจากนั้นรัฐบาลไม่เคยหยิบยุทธศาสตร์ทั้ง ๘ เขตมาประยุกต์ มาวางเปึนกลยุทธ์ ในการบริหารราชการแผ่นดิน กลายเปึนว่าเปึนการเขียนเพื่อ ถ้าว่ากันจริง ๆ ก็คือ หลอกลวงประชาชน เพื่อให้ประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. บัญชีรายชื่อ ๘ เขต ควรจะรวมกันเหลือเขตเดียวทั่วประเทศ ผมว่าน่าจะเหมาะสมและถูกต้องครับ ส่วนมาตรา ๑๙๐ เองนั้นผมได้มีโอกาสเดินทางไปพบเอกอัครราชทูตไทยประจํา หลายประเทศนะครับ ทั้งในยุโรป ทั้งในอเมริกา ซึ่งก็ยอมรับว่ามาตรา ๑๙๐ นั้นก็มี ผลกระทบต่อการเจรจาข้อตกลงต่าง ๆ ซึ่งไม่กระทบกับความมั่นคง แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ผมยังเชื่อว่ามาตรา ๑๙๐ ยังเปึนประโยชน์อยู่นะครับ เพียงแต่ว่ารัฐบาลควรจะต้องไป ออกกฎหมายลูกที่บ่งบอกว่าสนธิสัญญาข้อตกลงอย่างไรที่จะไม่ต้องผ่านรัฐสภาแห่งนี้ สามารถกระทําได้ อันนั้นผมคิดว่าน่าจะทําให้สภาผู้แทนราษฎรก็ดี วุฒิสภาก็ดี ได้สามารถ ตรวจสอบ ได้รับรู้ถึงข้อตกลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลที่ได้ไปทํากับต่างประเทศไว้ ผมเองนั้นก็ขอสนับสนุนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะทําได้และควรจะทําในรัฐสภาแห่งนี้ ขอขอบคุณครับ
คุณประสงค์ นุรักษ์
กระผม นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ผู้แทนปวงชนชาวไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภาคนที่ ๕๐ สําหรับการอภิปรายเรื่องนี้นะครับ สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ คงได้ตัดสินใจกันแล้วว่าข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะตัดสินใจกันอย่างไร กระผมก็เช่นเดียวกันครับ กระผมมาในวันนี้เพื่อให้ประชาชนผู้เปึนตัวการได้ทราบ ผ่านทางท่านประธานรัฐสภาว่ากระผมซึ่งเปึนตัวแทนตัดสินใจอย่างไร กระผมได้แสดง ความชัดเจนในเรื่องนี้มานานแล้วว่ายังไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ เพราะประเทศชาติและประชาชนยังเผชิญกับปัญหาด้านอื่นที่มีความสําคัญต่อชีวิต และความเปึนอยู่อีกมากมาย ซึ่งเราควรจัดอันดับความสําคัญก่อนหลังเพราะกฎเกณฑ์ กติกาสังคมจะเขียนไว้อย่างไรก็ตาม หากทุกคนยินดีปฏิบัติร่วมกันในกติกานั้นสันติสุข ก็จะเกิดขึ้นเองบนพื้นฐานอันเดียวกัน กระผมเปึน ส.ว. หัวโบราณมาจากการสรรหา ซึ่งเปึนการเลือกตั้งทางอ้อมไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงคือโดยประชาชน แต่ก็มี หน้าที่การปฏิบัติงานให้กับประเทศชาติและประชาชนเช่นเดียวกันครับ กระผมได้รับ การสนับสนุนจากผู้ใช้แรงงานคือสหภาพแรงงานการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งขั้นสุดท้าย คณะกรรมการสรรหาได้ให้โอกาสกระผมมารับใช้ประเทศชาติในช่วงบั้นปลายของชีวิต ขอขอบพระคุณมากครับ
ท่านประธานครับ การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลซึ่งมีเสียงข้างมาก เสนอไม่ได้กระทบกระทั่งเรื่อง ส.ว. สรรหาเลยแม้แต่น้อย นับว่าโชคดีครับที่กระผมไม่ต้อง แก้ข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวซึ่งจะต้องมาเกี่ยวข้องด้วย ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกติกาสูงสุดของสังคมไม่ใช่ศิลาจารึก ไม่ใช่บทบัญญัติ ๑๐ ประการ ที่ไม่อาจจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่หากกระทําตอนนี้เปึนการข้ามขั้นตอนครับ ข้ามขั้นตอน อย่างไร กระผมขออธิบายตามที่กระผมเข้าใจในหลักการและขั้นตอนของประชาธิปไตย ที่ทุกคนเรียกร้องและหวนหา คือการยอมรับเสียงข้างมาก รักษาผลประโยชน์ของเสียงข้างน้อย และไม่ทอดทิ้งผู้ไม่ได้ใช้เสียง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งใช้ร่วมกันอยู่ในขณะนี้จะได้มา อย่างไรก็ตาม แต่ได้ถูกเสนอให้ประชาชนทั้งประเทศแสดงความเห็นด้วยการลงประชามติ มาแล้วซึ่งเสียงข้างมากเห็นชอบ แต่น่าเสียใจที่พี่น้องชาวไทยในต่างประเทศไม่ได้มีโอกาส ร่วมด้วยในครั้งนั้น ทั้ง ๆ ที่ได้เรียกร้องขอให้ใช้สิทธิอันนั้น แต่มีข้อขัดข้องเรื่องขั้นตอน ไม่เช่นนั้นจะได้คะแนนความเห็นชอบมากกว่าที่ปรากฏอีกครับ ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนในการลงประชามติครั้งแรกของประวัติศาสตร์การเมืองไทย คนที่ได้รับ การเคารพและรักษาไว้ให้นานที่สุดจนกว่าจะมีความจําเปึนอันยิ่งยวดเพื่อผลประโยชน์ ที่แท้จริงของชาติและประชาชน ไม่ใช่เพื่อให้สอดคล้องสนองผลประโยชน์ของนักการเมือง หรือขานรับการต่อรองระหว่างนักการเมืองด้วยกัน กระผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยทั้งจากการใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับ วิถีสังคมของประเทศที่เขายึดมั่นและเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยมานาน และจาก การไปศึกษาดูงานในการทําหน้าที่สมาชิกวุฒิสภาในต่างประเทศด้วยเงินภาษีของประชาชน กระผมมีความเชื่อมั่นครับว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุขของประเทศไทยเรานั้นดีที่สุดสําหรับประเทศไทย หากประชาชนมีความเข้าใจ และเคารพต่อเสียงข้างมาก การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ทั้งหมดผมยังมองไม่เห็นว่า จะเปึนประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร และการใช้ต่อไปจะเปึนโทษอย่างไร และครั้งนี้ กระผมได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนทั้งในประเทศและในต่างประเทศ ผมได้ยก เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาหารือเสมอ ได้รับความเห็นยืนยันจากกลุ่มชนว่า ยังไม่ถึงเวลา ไม่ใช่แก้ไขไม่ได้ครับ ซึ่งเปึนแนวทางเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ก่อนหน้านี้ และพรรคการเมืองใหม่ รวมทั้งพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจนถึงขณะนี้ ท่านประธานครับ ในโลกของประชาธิปไตย รัฐบาลจะต้องรับฟังเสียงของประชาชนครับ การที่จะให้ประชาชนรับฟังตามการผันผวนและความต้องการของรัฐบาลนั้นเปึนลักษณะ ของเผด็จการครับ ฉะนั้นกระผมขอยืนยันการตัดสินใจครั้งสําคัญยิ่งของกระผมในการ ทําหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยในครั้งนี้ ก่อนที่จะสิ้นสุดวาระตามกติกาในอีก ๓ เดือน ข้างหน้า คือไม่เห็นด้วยกับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับ กระผมจะเห็นด้วย และจะร่วมพิจารณาด้วยหากสอบถามพี่น้องประชาชนชาวไทยก่อนว่าจะให้มีการแก้ไขหรือไม่ หากได้รับการเห็นชอบจากเสียงส่วนมากจะกี่คนก็ตามแต่ คนที่เคยถูกจี้ในครั้งกระนั้น จะได้มีโอกาสกลับใจครับ แล้วเรามาร่วมกันหาแนวทางว่าจะแก้ไขกันอย่างไรต่อไป พรุ่งนี้เปึนวันลงคะแนน ด้วยความเคารพต่อมติเสียงข้างมากของปวงชนชาวไทย หากองค์ประชุมขาดไป ๑ คน ๑ คนนั้นคือกระผม นายประสงค์ นุรักษ์ ครับ กระผม ขอเลือกการเดินทางไปต่างจังหวัดเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนซึ่งผมเชื่อว่ามีความสําคัญ มากกว่า เพราะกระผมมีความเชื่ออย่างสูงสุดว่าหากกระผมมาร่วมพิจารณาแก้ไขกติกา สังคม ซึ่งสมาชิกคือประชาชนส่วนใหญ่ของสังคมให้กระผมใช้และปฏิบัติ และเขายัง ไม่บอกให้แก้ไข หากกระผมขืนกระทําไป กระทําก็คือกบฏต่อประชาชน และกระผม คือผู้ฉ้อฉลประชาธิปไตยไปด้วย กระผมกระทําไม่ได้ครับ ขอบพระคุณมากครับ
ต่อไปท่านวรินทร์ เทียมจรัส ครับ
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวรินทร์ เทียมจรัส สมาชิกวุฒิสภาสรรหาจากองค์กรภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุด กฎหมายอื่นใดจะขัดไม่ได้ ฉะนั้นการแก้รัฐธรรมนูญนั้นจําเปึนจะต้องมีกฎเกณฑ์ และเงื่อนไขพิเศษต่างไปจากกฎหมายธรรมดา การเสนอแก้กฎหมายโดยประชาชน ท่านก็สามารถทําได้ โดยที่จะต้องเปึนเรื่องที่ถูกบัญญัติไว้ในหมวด ๓ เรื่องสิทธิเสรีภาพ ของชนชาวไทย และในหมวด ๕ เรื่องแนวนโยบายแห่งรัฐ ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖๓ ประกอบมาตรา ๒๙๑ ซึ่งกําหนดให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะทําได้โดยหลักเกณฑ์ และวิธีการ โดยการเสนอญัตติเพิ่มเติมจากประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้ง ๕๐,๐๐๐ ชื่อ เข้าชื่อกันเสนอกฎหมาย จากหลักเกณฑ์ดังกล่าวนั้นจะพบว่า ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยประชาชนที่เข้ามาพิจารณาครั้งนี้ไม่อยู่ในหมวด ๓ และในหมวด ๕ แล้วก็ยังไม่มี กฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ผ่านการลงประชามติ ฉะนั้นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับ จึงต้องอยู่ในบังคับของหมวด ๗ ของรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๖๕ ว่าด้วยเรื่องการลงประชามติในเรื่องที่สําคัญ และมีผลกระทบต่อประชาชน ท่านประธานครับ ผมเปึนผู้สนับสนุนในเรื่องการเมือง ภาคพลเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนมาตลอด จึงไม่อาจเห็นชอบด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับได้ ประชาชนเลือกสมาชิกแห่งสภานี้มา ก็มุ่งหวังที่จะให้สมาชิกแห่งสภานี้มาตรากฎหมายเพื่อบําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับประชาชน ทําให้บ้านเมืองนั้นสงบสุข มีความสมานสามัคคี การอ้างว่าเปึนตัวแทนของปวงชนชาวไทยแล้วแก้กฎหมายโดยไม่มี การลงประชามติก่อนนั้น ผมเห็นว่าเปึนเรื่องการกระทําที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย กระผมเห็นว่า ในขณะนี้เปึนเวลาที่ไม่เหมาะสมที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะยังไม่มีการลงประชามติ และประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในภาวะที่ผจญทุกข์ภัยอันเกิดจากอุทกภัยทั้งแผ่นดิน รัฐบาลควรจะเอาใจใส่กับการซับน้ําตาให้ชาวบ้านนะครับ อย่างน้อยก็ควรจะจัดสรรงบประมาณ สนับสนุนการพระราชทานถุงยังชีพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และใช้เวลาวางแผน เรื่องการจัดการน้ําให้เปึนแผนแม่บทและเปึนแผนของชาติตามที่เคยมีพระราชกระแสดํารัส เกี่ยวกับเรื่องน้ํามาตลอดเวลา รัฐบาลก็ต้องแสดงความชัดเจนในจุดยืนที่จะจัดการกับ เรื่องการทุจริตในการนําเอางบประมาณไปใช้ในเรื่องน้ําท่วมที่ผ่านมา ภาวการณ์วันนี้ ยังไม่จําเปึนจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะการแก้ไขจะไม่สามารถลดหรือหยุดยั้ง ความขัดแย้งหรือสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นได้ การแก้ไขเรื่องเขตเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ของใคร แล้วก็เพื่อสนองความต้องการของใครหรือสนองตัณหาของใครนั้น รัฐบาลที่ดีจะไม่แก้ปัญหา บ้านเมืองด้วยการแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันวัน มาตรา ๑๙๐ ไม่ใช่เพิ่งมีมาในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่เปึนบทบัญญัติที่มีมาแล้วตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในมาตรา ๒๑๔ ซึ่งผมเองเปึนคนที่ นําเรื่องขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทําการวินิจฉัยและทําการตีความกฎหมาย นั่นคือต้นเค้า ของการเขียนรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๙๐ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้เอง ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพมาตรา ๑๙๐ นั้นมีความลงตัว ไม่จําเปึนต้องแก้ไข เพราะเปึนบทบัญญัติ ที่รวมเอาอํานาจทั้ง ๓ ไว้ในมาตราเดียวกัน กล่าวคือว่าฝ์ายบริหารคือรัฐบาลนั้นสามารถ ที่จะทําความตกลงระหว่างประเทศได้ภายใต้กรอบที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบ และขณะเดียวกัน รัฐสภาก็ทําการตรวจสอบ แล้วถ้ามีข้อโต้แย้งที่ฝ์ายบริหารต้องการจะทําก็สามารถที่จะ นําคดีขึ้นสู่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อทําการชี้ขาดได้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ นั้น จําเปึนต้องศึกษารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐธรรมนูญ มาตรา๑๙๐ วรรคแรก ซึ่งเปึนหมวด ๙ ว่าด้วยคณะรัฐมนตรีผู้ใช้อํานาจบริหารประเทศ วรรคแรกบัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการทําหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่น กับนานาประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ บทบัญญัติมาตรา ๑๙๐ จึงเปึนบทบัญญัติว่าด้วยความมั่นคงของชาติโดยตรงนะครับ ซึ่งกําหนดให้ความสําคัญ ในลําดับต่าง ๆ ในการทําความตกลงระหว่างประเทศ เมื่อรัฐบาลทําหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแล้ว รัฐสภาก็ไปทําการกํากับดูแล แล้วก็มีการชี้ขาดด้วยอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ผมจึงเห็นว่า มาตรา ๑๙๐ นั้นเปึนเรื่องความลงตัวที่มีอยู่แล้ว ในกฎหมายนั้นไม่มีความจําเปึนที่ต้องแก้ไข
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าไม่ควรจะ ยุบสภา ไม่ควรต้องลาออก แล้วก็ไม่ควรต้องแก้รัฐธรรมนูญในขณะนี้ เพราะบ้านเมือง ยังต้องการผู้ถือหางเสือเรือประเทศต่อไป แล้วก็ยืนยันนะครับ ผมยืนยันว่าผมไม่รับร่างกฎหมาย ทั้ง ๔ ฉบับ ขอบคุณครับ
ขอให้ ส.ว. จบ แล้วก็จะให้ท่าน ส.ส. ต่อ ต่อไปก็ท่านสาย กังกเวคิน
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาย กังกเวคิน สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดระยอง เนื่องจากเวลาจํากัดนะครับ ขออภิปรายเฉพาะประเด็นที่มาของ ส.ว. ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับของคุณหมอเหวง โตจิราการ กับพวก ซึ่งตามร่างฉบับนี้ได้แก้ที่มาของ ส.ว. ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน ซึ่ง ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ๗๖ จังหวัด ๗๖ คน และมาจากการสรรหา หรือเสมือนการแต่งตั้งอีก ๗๔ คนรวมเปึน ๑๕๐ คน แล้วก็มาแก้เปลี่ยนเปึนเลือกตั้งทั้งสิ้น ๒๐๐ คนเหมือนรูปแบบเดิมสมัยการเลือกตั้งป้ ๒๕๔๓ หรือป้ ๒๕๔๙ ท่านประธานครับ ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนดให้มี ๒ สภาก็เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาทําหน้าที่เปึน สภาตรวจสอบ คือมีหน้าที่ตรวจสอบทั้งฝ์ายข้าราชการประจํา และวุฒิสมาชิกทําหน้าที่เปึนสภาตรวจสอบ คือมีหน้าที่ตรวจสอบทั้งฝ์ายข้าราชการประจํา และข้าราชการการเมือง เช่น นอกจากการกลั่นกรองกฎหมายแล้วยังให้มีหน้าที่ ในการให้ความเห็นชอบ ในการแต่งตั้งและถอดถอนบุคลากรในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่มีหน้าที่บทบาทสําคัญ ได้แก่ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด กรรมการการเลือกตั้ง กรรมการ ป.ป.ช. เปึนต้น นอกจากนั้นยังมีหน้าที่ถอดถอน นักการเมืองและข้าราชการระดับสูงที่ฉ้อโกงได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกําหนด ท่านประธานครับ เมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญกําหนดหน้าที่ความรับผิดชอบให้วุฒิสมาชิก เปึนพิเศษแตกต่างไปจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะนั้นรัฐธรรมนูญจึงได้กําหนดที่มา ที่ไปของ ส.ว. หรือวุฒิสมาชิกแตกต่างไปจาก ส.ส. บ้างเปึนธรรมดา ท่านประธานครับ ประเทศไทยเราเคยกําหนดวิธีการได้มาของ ส.ว. และทดลองใช้มาแล้วทั้ง ๒ แบบ ทั้งเลือกตั้งทั้งหมด แต่งตั้งทั้งหมดและแบบลูกผสมอย่างที่เปึนอยู่ทุกวันนี้ เคยมีผู้วิเคราะห์ ผลของที่มาทั้ง ๒ แบบ ปรากฏว่าวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมดมีประสิทธิภาพ การทํางานมากกว่าวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จึงออกมาแบบพบกันคนละครึ่งทาง คือเลือกตั้งส่วนหนึ่งและแต่งตั้งหรือสรรหาส่วนหนึ่ง จํานวนไล่เลี่ยกัน ซึ่งทดลองใช้มาแล้วใกล้จะครบ ๓ ป้ พอที่จะนําเอาไปเปรียบเทียบ หรือประเมินผลกับวุฒิสมาชิกรุ่นที่มาจากการเลือกตั้งในป้ ๒๕๔๓ ได้ไม่ยากนัก ว่าแบบไหนเปึนอย่างไร ผมไม่อาจวิเคราะห์ออกมาได้ในที่นี้ เพราะไม่เปึนธรรมกับพวก ที่เขาพ้นหน้าที่ไปหมดแล้ว แต่แบบผสมนี้การสรรหาวุฒิสมาชิกควรจะต้องดําเนินการ ให้รอบคอบรัดกุมเพื่อให้ได้คนดีเหมาะสมที่จะเข้ามาใช้อํานาจหน้าที่ของการเปึนสมาชิก วุฒิสภาอย่างมีคุณภาพ ท่านประธานครับ ถ้าเรามีวุฒิสมาชิกเลือกตั้งทั้งหมด ๒๐๐ คน ตามร่างนี้ คนที่เลือก ส.ส. กับ ส.ว. ก็เปึนคนเดียวกัน ประสิทธิภาพของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ของประเทศเราในขณะนี้คงเปึนการยากที่ท่านจะแยกได้ว่าควรเลือก ส.ว. ให้แตกต่าง จากการเลือก ส.ส. ได้อย่างไร เพราะต้องยอมรับความจริงว่าฐานเสียงส่วนใหญ่นั้น นักการเมืองกับพรรคการเมืองควบคุมไว้หมดเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เปึนการยากที่จะได้ วุฒิสมาชิกจากการเลือกตั้งที่ปราศจากการอุปถัมภ์ของฝ์ายการเมือง เมื่อเปึนเช่นนี้เราก็ จะได้วุฒิสมาชิกจากการเลือกตั้งส่วนหนึ่งที่ต้องติดหนี้บุญคุณหรืออยู่ในอุปถัมภ์ของ ฝ์ายการเมือง อาจทําให้ขาดความมีอิสระในการทําหน้าที่ของสภาตรวจสอบก็เปึนได้ ท่านประธานครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เราระดมความคิดร่วมกันอยู่ในขณะนี้ น่าจะเปึน การแก้ปัญหาบ้านเมืองที่ปลายเหตุ ความจริงในหมู่ผู้รู้ทุกคนต่างก็ทราบดีว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนฉบับที่คนโบราณเขาเรียกว่ายาหม้อใหญ่เอาไว้รักษาโรคคนโกงกิน บ้านเมือง รวมทั้งคนทุจริตการเลือกตั้ง แต่ที่มันรักษาโรคไม่หายเร็วทันใจคนดู ก็เพราะว่า คนไข้คือประเทศไทยของเราป์วยหนักหนาสาหัสจนคนไข้ค่อนข้างจะดื้อยา เพราะว่า เจ็บป์วยมานาน ๕-๖ ป้ติดต่อกัน นายแพทย์ใหญ่อย่างท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต้องใช้ ความอุตสาหะวิริยะอย่างสูงจึงจะรักษาโรคร้ายนี้ได้ ผมในฐานะเปึนญาติคนไข้คนหนึ่ง ก็ยังยินดีให้หมอคนนี้รักษาต่อ เพราะมองดูแล้วในโลกการเมืองไทยยามนี้คงจะหาหมอ ที่ดีกว่านี้ได้ไม่ง่ายนัก ขอเพียงแต่ให้คุณหมอกล้าเสี่ยงวางยาแรง ๆ ขึ้นหน่อย โรคอาจจะ ทุเลาได้ ตอนนี้ท่านได้ผู้ช่วยหมอเข้มแข็งแล้วทั้ง ๒ คน ทั้งผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ฉวยโอกาสนี้วางยาอย่างแรงคงไม่ทําให้คนไข้ถึง ช็อกตาย เพราะมีผู้ช่วยดี เปึนห่วงอยู่อย่างเดียวว่าเวลาวางยาทดลองยาของหมอจะหมด เสียก่อนเท่านั้น ก็ต้องสุดแท้แต่เวรกรรมของบ้านเมือง ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผล ดังกล่าวแล้วในเวลาจํากัด ผมจะต้องพิจารณาโดยถ่องแท้ว่าจะรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้หรือไม่ เมื่อได้ฟังคําอธิบายของเจ้าของร่างเมื่อตอนที่ผ่านมานี้โดยท่านนายกรัฐมนตรีก็คิดว่า คืนนี้จะกลับไปนอนคิดอีกทีหนึ่ง สําหรับร่างรัฐบาลในการแก้ไขอย่างที่ผมบอกนะครับ มาตรา ๑๙๐ นั้นค่อนข้างละเอียดอ่อน แต่ก็จะเอาไปไตร่ตรองให้รอบคอบอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเรื่องการกําหนดเขตเลือกตั้งเขตใหญ่เขตเล็กนั้นคงจะยังไม่เห็นด้วยกับการกําหนด เขตเล็กเบอร์เดียวนะครับ เพราะว่าน่าจะซื้อเสียงได้ง่ายกว่า แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ก็จะขอไปนอนคิดอีกสักคืนหนึ่งครับ สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกคน ที่ยังอยู่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามคําปฏิญาณที่ให้ไว้กับสภานี้เมื่อวันที่เข้ารับตําแหน่งครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านอนุศักดิ์ คงมาลัย ครับ เอาให้จบต้องพูดทุกคนครับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ อนุศักดิ์ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่นครับ ในตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ วันที่ผ่านมาก็ถือว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวคราว การแสดงความคิดเห็นของรัฐสภาของเรานั้นถือว่าเปึนเรื่องที่ดี ท่านที่ยังคง อดตาหลับขับตานอนอยู่วันนี้ก็เที่ยงคืนครึ่งนะครับ คงจะได้เห็นบทบาทของฝ์ายต่าง ๆ ที่ได้แสดงออก ผมคงไม่ตําหนิท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านได้นําเอาวาระนี้เข้ามาสู่ การพิจารณาของรัฐสภา การนําเอาวาระนี้เข้ามาสู่การพิจารณานั้นถือเปึนความกล้าหาญ อย่างมากอย่างหนึ่ง แม้ว่าจะถูกกล่าวหาว่ามีวาระซ่อนเร้นโดยการนําเอาร่างของตัวเอง เข้ามา ๒ เรื่องในตอนท้าย คือ ๒ ร่าง แต่ในขณะเดียวกันก็ถือโอกาสที่ทําให้ร่างที่ พี่น้องประชาชนจํานวน ๑๒๓,๐๐๐ คนลงชื่อมา แต่ว่าได้มีการตรวจสอบความถูกต้อง ของเอกสารก็พบว่ามีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เข้าเสนอชื่อถูกต้องนั้นมีหลักฐาน ครบถ้วนเพียงประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่ว่ากัน เพราะถือว่าน่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ที่ ถูกต้อง จะอย่างไรก็ตามในการนําเสนอตลอดระยะเวลา ๒ วันที่ผ่านมา ความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนที่ถ่ายทอดผ่านทางผู้แทนของเขา ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านในปัจจุบัน ซึ่งเคยเปึนรัฐบาลมาก่อน เปึนรัฐบาลอยู่ในช่วงที่ร่างนี้ถูกเสนอเข้ามา หรือว่าเปึน ฝ์ายรัฐบาลปัจจุบันซึ่งเคยเปึนฝ์ายค้านมาก่อน ต่างก็พูดสลับกันไปสลับกันมาในลักษณะ ที่มีข้อคิดเห็น มีเหตุผลที่ยืนอยู่บนเหตุผลของตัวเอง ถ้าหากเหตุผลนั้นเปึนเหตุผลที่ สอดคล้องกับเหตุผล เปึนผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน นั่นคงจะเปึนเรื่องที่ดี แต่เราคง จะได้เห็นวาทะ คารม หรืออารมณ์ที่สอดคล้อง ที่แนบมากับความคิดเห็นเหล่านั้นซึ่งถือว่า พี่น้องประชาชนบางท่านอาจจะติดตามจนกระทั่งเลยเถิด แล้วก็มีความอิน (in) ไปกับ สิ่งเหล่านั้นด้วย กระผมคิดว่าการโต้แย้งไปมาในลักษณะอย่างนี้อาจจะอยู่บนฐานคิด ที่เปึนเฉพาะของตัวเอง ดังนั้นเมื่อเข้ามาดูในข้อคิดเห็นของ คปพร. ในการนําเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับหนาอันนี้นะครับ ผมไม่แน่ใจว่า จะเปึนการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปึนการยกเลิกเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผมพยายามจะอ่านเข้าไปในแต่ละมาตราตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นในส่วนที่เปึนหนังสือนําที่ พยายามจะยกถึงเหตุผลที่จะระบุว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยกร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย สมาชิกที่ผ่านการคัดเลือกจากภาคประชาชน ได้รับการเลือกตั้งจากรัฐสภา มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง เปึนการยกร่างท่ามกลางบรรยากาศ หรือสภาวะสังคมที่เปึนประชาธิปไตย เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งเลย ผมเองมีส่วนสนับสนุน มีส่วนช่วยในการรณรงค์ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เมื่อป้ ๒๕๓๙ ป้ ๒๕๔๐ ร่วมกัน ในขณะเดียวกันในตอนท้ายของจดหมายนําท่านได้ พูดถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาควรจะขอให้คณะรัฐมนตรีจัดทํา ประชามติ อันนี้ผมก็เห็นด้วยกับที่ คปพร. เสนอมา แต่สิ่งที่ผมไม่แน่ใจว่าผมจะเห็นด้วยไหม นั่นก็คือเหตุผลที่ท่านได้อ้างเข้ามาไว้ในนี้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเปึนการสร้าง ระบบพรรคการเมืองที่เปึนองค์กรหลักที่ทําให้ระบอบประชาธิปไตยเข้มแข็ง หรือสร้างระบบการเมืองที่มั่นคง ระบบการควบคุมตรวจสอบทางการเมืองที่มากขึ้น ผมไม่แน่ใจครับ องค์กรอิสระในช่วงที่ผ่านมานั้นถูกแทรกแซง มีกระบวนการของการทุจริต คอร์รัปชัน มีผลประโยชน์ทับซ้อนในระดับชาติอย่างสูงเลย ซึ่งถือว่าเปึนเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น บนความป่ติยินดีของพี่น้องประชาชนที่ได้เห็นรัฐธรรมนูญที่มีความเปึนประชาธิปไตยอย่างสูง ในขณะที่เหตุผลออกมาว่าประเทศมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมาก มีการชําระหนี้ ให้กองทุนเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ (IMF) นั่นก็เปึนเรื่องของการขายทรัพย์ ชําระหนี้ ประเทศชาติขาดทุน พี่น้องประชาชนจํานวนหนึ่ง ผู้ประกอบการจํานวนหนึ่ง ขาดทุน เพื่อที่จะให้นายทุนจํานวนหนึ่งมาช้อนซื้อในราคาถูกได้เงินก้อนนั้นเหล่านั้นไป ได้เงินกู้ไป ก็เอาไปเพื่อที่จะเอาไปชําระหนี้ให้ไอเอ็มเอฟมันก็ทําได้ ไม่ได้จะได้เปึนปัญหาว่า ตอนนั้นใครเข้ามาในช่วงเวลาที่ทุกอย่างมันต่ําสุด ทุกอย่างมันก็ขึ้นมาสูงสุดได้ เช่นเดียวกัน ในขณะที่ได้พูดถึงว่าประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนและปัจจัยพื้นฐาน ในการดํารงชีพ ท่านประธานครับ ประชาชนได้เรียนรู้ตั้งแต่วันนั้นที่จะได้ใช้หนี้สินจาก บัตรเครดิตแล้วก็มีการบริโภคตามกระแสของการตลาดที่เลยขอบเขตความพอเพียง ซึ่งเปึนแนวคิดที่เราจะต้องยึดถือกันอยู่ในปัจจุบันให้เปึนหลัก ซึ่งถือว่าเปึนแนวความคิด ที่ผมไม่แน่ใจว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเปึนคุณูประการของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือการบริหาร ที่เกิดขึ้นในช่วงหลังรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือเปล่า ท่านประธานครับ เมื่อลงไปดู ในบันทึกหลักการและเหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเหตุผลส่วนที่บอกว่านโยบาย เกี่ยวกับการดูแลประชาชนผู้ด้อยโอกาสเพื่อให้ได้รับปัจจัยพื้นฐานในการดํารงชีพ ประสบความสําเร็จอย่างมากอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และการเข้าถึงยาและหมอ รวมทั้งแนวทางที่ถูก อันนี้เปึนแนวทางที่ถูกกําหนดเอาไว้อย่างเดิมนั้นจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ กําหนดเอาไว้ในลักษณะรักษาฟรีอยู่จนปัจจุบันนี้ ในขณะนั้นกระบวนการทางการเมือง ได้เข้าไปแทรกแซงจนกระทั่งทําให้เกิดการรักษาฟรีจนไม่รู้จักขอบเขต ปัจจุบันขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุขและงบประมาณที่ประเทศชาติต้องใช้ในเรื่องเหล่านี้กําลังบานมาก ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งไม่แน่ใจว่าจะไปหยุดตรงไหน แล้วจะต้องเริ่มกลับมาย้อนคิด ในระบบที่ท่านผู้ที่ได้เคยคิดในเรื่องนี้เอาไว้นั่นก็คือระบบที่จะต้องมีการร่วมจ่ายของ พี่น้องประชาชน ไม่ใช่เอาประชานิยมสุดขั้วมาใช้แล้วก็หลอกลวงพี่น้องประชาชน ให้เห็นว่านี่คือสิ่งที่เปึนความห่วงใยหรือความปรารถนาดีจากผู้ที่เข้ามาเปึนผู้บริหาร ในขณะนั้น ท่านประธานครับ ในเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญฉบับ คปพร. นั้นกระผมคิดว่า ที่ได้พูดว่าได้ให้ความสําคัญกับพี่น้องประชาชน ผมไม่แน่ใจครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมวดสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยนั้นในขณะที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ให้ ความสําคัญมากกว่าแล้วได้ให้รายละเอียดมากกว่าอย่างมากมาย เมื่อลงไปดู ในรายละเอียดแต่ละบทแต่ละมาตรานั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งยกตัวอย่าง สิทธิทางศาล ของปวงชนชาวไทย หรือสิทธิทางศาลของบุคคลต่าง ๆ หรือไม่ว่าจะเปึนมาตราส่วนอื่น ๆ ที่เปึนสิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิในทรัพย์สิน สิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ ทั้งหลายทั้งปวงถูกกําหนดเอาไว้อย่างชัดเจนเปึนพัฒนาการที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาเกิดขึ้นในป้ ๒๕๕๐ อันนี้คือสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า ดังนั้นกระผมจึงขอสรุปว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่น่าที่จะเหมาะสมเอามาใช้ในการพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบริบทที่เกี่ยวกับมาตรา ๑๙๐ ถือว่าล้าหลังไปไม่น้อยกว่า ๑๐ ป้แล้วครับ ขอบคุณครับ
ท่านนายเจตน์ ศิรธรานนท์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอยืนยันว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญมันก็เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในโลกที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับปรุง มีการแก้ไขให้ดีขึ้น แล้วก็ไม่มีรัฐธรรมนูญที่ไหนในโลกนี้ที่ไม่มี การเปลี่ยนแปลง ท่านประธานครับ ปัญหาก็คือว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล แล้วก็อีก ๒ ร่าง ในวันนี้เสนอขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์อย่างไร และเวลาที่เสนอเหมาะสมหรือไม่ ข้อสําคัญ คือแก้ปัญหาเรื่องความสมานฉันท์ปรองดองของชาติได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้จะแก้ไปทําไม ท่านประธานครับ การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ รัฐบาลเปึนหัวเรือใหญ่ แต่ว่าจังหวะเวลา มันสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญกําลังจะตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ มันก็ทําให้ประชาชนเขาสงสัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนการแก้ไขที่ได้ประโยช น์ทางการเมืองใช่หรือไม่ แล้วก็ไม่เห็นว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร นอกจาก พรรคการเมืองเท่านั้นที่เปึนผู้ได้ประโยชน์ และการเสนอแก้ไขอาจจะสร้างความขัดแย้ง ทางการเมืองให้มากขึ้นด้วยซ้ํา เมื่อผมพิจารณาในแต่ละร่างนะครับท่านประธาน
ร่างแรก คือร่างของ คปพร. หรือร่างของหมอเหวง จากประชาชน ๗๑,๕๔๓ คน ในหลักการมันมีอยู่ในมาตรา ๓ ที่กําหนดพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ เปึนการเปลี่ยนแปลงไปจากรัฐธรรมนูญทั้งฉบับป้ ๒๕๔๐ และฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึน มาตราที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่มาตรา ๙ ของรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับนั้น บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพุทธมามกะ และทรงเปึนอัครศาสนูปถัมภก และฉบับอื่น ก่อนหน้านี้ก็เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าตรงนี้จะสร้างความแตกแยกเพราะมีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ผมเองนับถือศาสนาพุทธ แต่เห็นว่าจะมีข้อเสียมากกว่าข้อดี และไม่มีประโยชน์ เพราะคนไทยจะดีมีจริยธรรมหรือไม่ ศาสนาจะรุ่งเรืองหรือเปล่า คงไม่ได้เกิดจากการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ร่างนี้นํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาแทน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาลบล้างข้อดีของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่มีอยู่หลาย ๆ ประการ เช่น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดให้มีผลบังคับใช้ทันที ไม่ต้องรอกฎหมายบัญญัติ ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกและรวดเร็ว ประชาชนได้รับความเปึนธรรม จากการเวนคืนที่ดินมากขึ้น ประชาชนมีหลักประกันและสวัสดิภาพในการทํางาน คุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและห้ามนักการเมืองถือหุ้น มีบัญญัติให้มีการเรียนฟรี ๑๒ ป้ เด็ก เยาวชน สตรี และบุคคลในครอบครัวได้รับการคุ้มครองจากความรุนแรง สิทธิผู้สูงอายุมีองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค มีพับลิค เฮียริ่ง (Public Hearing) ก่อนทํา เมกะโปรเจคท์ (Mega Project) ที่มีผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อเกิดให้มี สภาเกษตรกร ล้วนแล้วแต่เปึนประโยชน์ทั้งสิ้น การที่จะมาล้มล้างข้อดีของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ผมจึงไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นผมก็ไม่เห็นด้วย แล้วก็คิดว่าจะไม่รับหลักการ ในร่าง คปพร
ท่านประธานครับ ในร่างของ ส.ส. ๑๐๒ คน ก็คล้าย ๆ กับร่างที่เสนอโดย รัฐบาลในร่างที่ ๓ และร่างที่ ๔ ร่างของ ส.ส. ๑๐๒ คน มีเรื่องการเลือกตั้งเขตเล็ก และการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เช่นเดียวกัน แต่ปัญหาคือรวมกันเปึนฉบับเดียว ผิดกับของรัฐบาลที่แยกเปึน ๒ ฉบับ คือในร่างฉบับที่ ๓ กับร่างฉบับที่ ๔ เพราะฉะนั้น ในส่วนตัวผมเองผมเห็นด้วยกับเรื่องหนึ่งกับไม่เห็นด้วยอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้น ผมก็ไม่สามารถที่จะรวมกันแล้วรับในร่างของ ส.ส. ๑๐๒ คน ได้
มาถึงร่างที่ ๓ และร่างที่ ๔ ของรัฐบาล ท่านประธานครับ ในร่างที่ ๓ มีการเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้งจากเขตใหญ่เรียงเบอร์มาเปึนเขตเล็กเบอร์เดียว ท่านประธานครับ โดยความเปึนจริงแล้วด้วยใจจริง การเลือกตั้งเขตเล็กมีประโยชน์ มากมายหลายประการ ผู้สมัครที่ไม่มีเงินก็มีโอกาสได้รับเลือกเพราะเดินหาเสียงได้ทั่วถึง ๑ เสียงเลือกผู้แทนราษฎรได้ ๑ คน ถือว่ามีสิทธิเท่าเทียมกันของประชาชน เขตเล็กผู้แทนราษฎรอยู่ใกล้ชิดประชาชนและรับรู้ปัญหาของประชาชน เวลาเลือกตั้งซ่อม ใช้เงินน้อยกว่า ประเทศต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ใช้เขตเล็กทั้งสิ้น แต่ว่ามันมีข้อเสียอยู่แล้วก็ เปึนข้อดีของเขตใหญ่ก็คือเขตใหญ่ซื้อเสียงได้ยากกว่าและสามารถพัฒนาพรรคการเมือง ให้ดีกว่าที่เปึนอยู่ได้ ท่านประธานครับ ประเทศอินเดียมีประชากรอยู่ ๑,๑๐๐ ล้านคน เขามี ส.ส. อยู่ ๕๔๕ คน ไม่มีการซื้อเสียงครับเพราะซื้อไม่ได้ เขต ๑ มีประชากรอยู่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมยกตัวอย่างตรงนี้มาให้ดูให้เห็นได้ชัดว่าอันนี้เขตใหญ่มันซื้อไม่ได้ เพราะฉะนั้นของเราเขตมันใหญ่ขึ้นมันก็ซื้อยากขึ้น เพราะฉะนั้นการซื้อเสียงของ ส.ส. มันเปึนต้นเหตุของปัญหาชาติบ้านเมือง เปึนต้นเหตุของความเลวร้ายทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น จากสถิติดัชนีองค์กรความโปร่งใสของไทยได้เพียง ๓.๕ และในรอบ ๑๕ ป้ไม่เคยเกิน ๑๕ เมื่อชั่งน้ําหนักผมจึงจําเปึนต้องเลือกการเลือกตั้งที่มีโอกาสซื้อเสียงน้อยกว่ามาใช้
ส่วนในร่างฉบับที่ ๔ ในการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ซึ่งเปึนปัญหาของรัฐสภา ตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมาในการทํางาน ๒ ป้เศษ ผมคิดว่าเกิดจากความไม่ชัดเจนของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เมื่อได้ฟังนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ชี้แจงและผมก็เข้าใจ ความจําเปึนในการแก้ไขดีขึ้น เพราะสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น ผมเห็นประโยชน์ของ มาตรา ๑๙๐ ฉบับแก้ไขนี้
ในส่วนประเด็นวรรคสองของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และวรรคสามของ ร่างฉบับใหม่ที่แตกต่างกันในเรื่องหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งไทยมีสิทธิอธิปไตย แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้รับปากว่า จะแก้ไขตรงนี้ให้ เพราะว่าส่วนที่ขาดหายไปก็คือกรอบในการที่จะเจรจาแล้วก็ต้อง ผ่านการทําประชาพิจารณ์ ซึ่งตรงนี้ถ้าหากว่านายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะแก้ไข ในชั้นคณะกรรมาธิการ ผมก็รับปากว่าผมจะโหวตให้ในร่างฉบับที่ ๔ นี้เพื่อประโยชน์ ในการทํางานของรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อประเทศชาติต่อไป เพราะว่าจากเรื่อง ต่าง ๆ ในการเจรจาเอฟทีเอหรือสัญญาในระหว่างประเทศที่เข้ามาในสภาเรามีโอกาส ได้เรียนรู้แล้วก็ได้มาวิเคราะห์แล้วก็มาอภิปรายให้เกิดประโยชน์ต่อการทําข้อตกลง หรือว่าเอ็มโอยูในแต่ละเรื่อง แล้วก็รัฐบาลก็นําไปใช้ได้หลายเรื่องและผมเชื่อว่าตรงนี้ เปึนประโยชน์ครับ ผมรับในร่างที่ ๔ ครับ ขอบคุณครับ
ต่อไปท่าน พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ ครับ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ สมาชิกวุฒิสภา สรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนอื่นในฐานะ ที่ผมเปึนนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ต้องขอขอบคุณรัฐบาล ท่านประธานรัฐสภา พี่น้อง ส.ส. ท่านประธานวุฒิสภา เพื่อน ส.ส. พี่น้องประชาชน ทุกภาคส่วนที่ได้ไปช่วยเหลือพี่น้องชาวปักษ์ใต้ที่ว่าถูกอุทกภัยและวาตภัยที่ผ่านมา เปึนอย่างดียิ่ง และคิดว่าปัญหาภัยหนาวของพี่น้องชาวเหนือ ชาวอีสาน รัฐบาลและ ท่าน ส.ส. ทั้งหลายก็คงจะได้ช่วยกันอีกต่อไปนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงจะ เปึนคนสุดท้ายของสมาชิกวุฒิสภาที่จะอภิปรายในคืนนี้ พี่น้องที่จะฟังคงนอนกันหมดแล้ว ในสภานี้ก็ไม่เหลือมีอยู่ ๔-๕ คนที่จะอภิปราย ไม่เปึนไรครับ ท่าน ส.ส. ก็ได้อภิปรายมา ๒ วัน ท่านพี่น้องที่รับฟังทางบ้านทุกท่านทําใจนะครับ แล้วก็แยกแยะต้องทําใจว่า ก็เหมือนกับพวกใครพวกมันนะครับ มาจาก ส.ส. ต่างพรรคกันเท่านั้นเอง ความคิดเห็น แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งความจริงเรื่องเดียวกันน่าจะมีความคิดเห็นสวนทางกันบ้าง ก็ไม่ค่อยจะสวนกัน ก็มีวินัยกันดีนะครับ ผมคิดว่าความจริงก็เปึนความคิดในทางการเมือง ซึ่งความคิดมันแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ความเห็นจะแตกต่าง ก็แล้วแต่นั่นก็เปึนเรื่องที่พี่น้องประชาชนที่รับฟังก็อย่าไปแตกทางหรืออย่าไปแยกพวก แยกพ้อง เราก็พี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน พี่น้อง ส.ส. ส.ว. เราก็เช่นเดียวกันครับ ต่างคนต่างมาก็มีความคิดเห็นตัวเอง ได้อภิปรายมีความเห็นหลากหลาย หลากความคิด ก็เปึนเรื่องธรรมดา เปึนไปตามข้อเท็จจริงและตามเนื้อผ้า ประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับ ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ร่างที่รัฐบาลเสนอเข้ามานั้น ทุกคนได้อภิปรายกันมาหมดไม่มีอะไรที่ผมอภิปรายแล้วจะไม่เหมือนกับทุกท่านที่พูดมา ก็คงไม่ต้องกล่าวอะไรมาก เพียงแต่ว่าในร่างรัฐบาลที่เสนอขอแก้ไขในมาตรา ๑๙๐ การทําหนังสือสัญญาที่จะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภานั้น ในเรื่องนี้เดิมผมก็มี ข้อห่วงใยเหมือนพี่น้อง ส.ว.ที่ทักท้วงและมีตั้งประเด็นไว้ แต่เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงแล้วความเปึนห่วงเปึนใยก็น่าจะหมดไปได้ แก้ได้ครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญนั้น แก้ได้แม้จะเปึนแก้เล็กแก้น้อย แต่ว่าท่านก็ต้องเห็นนะครับ เพราะว่าเพื่อน ส.ว. ทั้งหลาย คงจะเห็นนะครับ เข้าประชุมในเรื่องกรอบการเจรจาอะไรสักอย่างวันหนึ่ง ๒๐ ชั่วโมง หรือ ๑๐ ชั่วโมงไม่ได้สักกรอบหนึ่ง กลับไปก็ไม่ได้ ลงคะแนนก็ไม่ได้ บางทีคะแนนก็หาย สภาก็ล่มอีก ไม่ทราบเก่งกาจกันทุกคน บางคนอธิบายได้เปึนชั่วโมงแทบจะสร้างรางรถไฟได้ ทํารถไฟได้ อ่านกันมายอดเยี่ยมทั้งนั้น หรือว่าถ่วงเพื่อไม่ให้มันจบหรือเปึนเทคนิค ในทางการเมือง ผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่ว่านั่นคือความเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้าออกอันนี้มาเราก็จะได้โล่งใจว่าอะไรควรไม่ควรออกมา เราจะดูเท่าที่ควรจะได้มีเวลา ไปบริหารประเทศ มันเปึนประโยชน์กับประชาชนทีเดียวถ้ารัฐบาลเดินหน้าไปได้ ทุกอย่างออกไปได้มันก็เปึนการบริหารประเทศ ผลมาถึงประชาชนอยู่ดีนะครับ แนวโน้ม ผมก็น่าจะเห็นด้วยในเรื่องของร่างมาตรา ๑๙๐ นี้
สําหรับร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับที่มาของ ส.ส. เขตเดียวเบอร์เดียว วันแมน วัน โหวต จะเปึนเขตใหญ่เขตเล็กในความรู้สึกของผมคือเปึนเรื่องของการเมือง นั่นแหละครับทุกพรรคได้ประโยชน์ มันก็ได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอยู่ดี เพราะว่า ตรงนี้ไม่ใช่ว่าถ้าไม่ใช่พี่น้องประชาชนแล้วมันจะแก้ไม่ได้ มันก็แก้ได้ แต่ว่าทางพรรคฝ์ายค้าน ก็ไม่ได้อะไร ก็ยังท้ากันว่าผมเข้ามาผมก็ไปอะไรก็แล้วแต่ ไม่ได้ห่วงใยกันจะเขตใหญ่ เขตเล็ก เพราะฉะนั้นจะแก้ก็แก้ไป มันไม่ได้กระทบอะไร ไม่ได้เดือดร้อนกับ พี่น้องประชาชนด้วยตรงนี้ ผมคิดว่าน่าจะทําได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าใจผม ผมคิดว่า เขตใหญ่น่าจะดีกว่าเหมือนที่เพื่อน ส.ว. เราได้กล่าวไปแล้วว่าเขตใหญ่ซื้อเสียงก็คงจะ ซื้อกันยากลําบาก คนดีก็ไม่มีโอกาสสอดแทรกเข้ามาได้ เพราะว่าถ้าคนดีก็เดินได้ แล้วถ้าทําผิดมันทําผิดโอกาสมาก ๆ ก็อาจจะจับกุมกันได้หรืออะไรกันได้ก็แล้วแต่ แต่ว่า อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อทางรัฐบาลแก้มาก็จะได้พิจารณากันอีกสักครั้งหนึ่ง เพราะว่า การใช้เงินใช้ทองตรงนี้ถ้าถามทุกท่าน ส.ส. ทุกคนไม่มีใครซื้อกันเลย ไม่มีใครปฏิเสธหมดทุกคน ก็อาจจะเปึนเรากล่าวหาโดยเลื่อนลอยก็ได้ ก็ขอให้เปึนเช่นนั้น เพราะฉะนั้นผมว่า การซื้อสิทธิขายเสียงก็อาจจะเปึนความคิดของคนที่เปึนห่วงเปึนใยมากเกินไป เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ในร่างนี้ก็คงจะได้พิจารณากัน
สําหรับเรื่องสุดท้ายที่เปึนห่วงคือร่างของประชาชนจํานวน ๗๑,๕๔๓ คน ที่หมอเหวงนําเสนอเข้ามา ก็เปึนความคิดของประชาชนที่ดี แต่ว่าเปึนประชาชนส่วนหนึ่ง ประชาชนประเทศไทยเรา ๖๐ ล้านคน ๗๐,๐๐๐ คนคงจะเปึนส่วนหนึ่ง แล้วคนที่ ไม่เห็นด้วยกับร่างนี้ก็น่าจะมีอีกเยอะแยะหลายหมื่น คง ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ กว่าคน เหมือนกันแต่ไม่มีลงชื่อกันมา แต่เราก็ไม่ทําอย่างนั้น นี่ก็เปึนความคิดของต่างคนต่างพวก ก็คิดต่างคนต่างไปกัน กลุ่มใครก็กลุ่มใครว่ากันไป ผมก็กราบเรียนว่าเปึนห่วงทั้งพี่น้องเสื้อแดง พี่น้องเสื้อเหลืองก็แล้วแต่ พี่น้องเสื้อแดงก็ร่างขึ้นมา ถ้าแก้หรือว่าเราร่างตามนี้ ดูรายละเอียดที่เพื่อนสมาชิกได้อธิบายกันไปแล้วในหลาย ๆ ข้อ ก็เหมือนกับ ล้มรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๔๐ ก็ดี ป้ ๒๕๕๐ ก็ดี เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีทั้งนั้น แต่ป้ ๒๕๔๐ นั้นเราได้แก้ไขกันมาโดยเมื่อมีปฏิวัติรัฐประหารไปแล้ว โดยป้ ๒๕๕๐ ก็เพื่ออุดช่องโหว่ ก็ไม่อยากจะพูดว่ามันมีสิ่งดี ไม่ดีก็คงจะรู้กันอยู่ทั่วไปอยู่แล้ว แต่ว่าแปลกใจอยู่ว่าเพื่อนสมาชิกฝ์ายหนึ่งบอกไม่เห็นความไม่ดีเลย เพื่อนอีกฝัืงก็เห็น ความไม่ดีไปหมด ผมก็ไม่รู้มันเปึนอย่างไร แล้วทําอย่างไรจะได้เห็นกันบ้างว่ามันไม่ดีบ้าง หรือดีหมด หรือไม่ดีหมด ขอให้ได้เห็นตรง ๆ หน่อย มาถามปรองดองคงจะไปกันได้ เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยภาพใหญ่หรือภาพรวมทั้งหมดคงต้องรอจังหวะ รัฐบาลต้องทําเหมือนกันแต่หาจังหวะดี ๆ หาความสมานสามัคคีกันได้จังหวะแล้วก็ หาโอกาสที่จะต้องแก้ไขกัน ตรงนี้ผมก็คงจะเห็นด้วยว่าในการจะแก้ไขกันอย่างไร ว่ากันอีกทีในอนาคต
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมก็อยากจะเรียนว่า ผมนั้นเลือกตั้งเข้ามาเปึน ส.ว. ในป้ ๒๕๔๙ ในกรุงเทพมหานคร เปึนลําดับที่ ๑๑ ของ ๑๘ คน ใน กทม. ขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครที่เลือกมาในครั้งนั้น แม้ว่า ๕ เดือนถูกปฏิวัติ ไปเรียบร้อย ท่านสนธิไปก็ไม่เปึนไรนะครับ ผมก็ได้รับแต่งตั้งเปึนสมาชิกนิติบัญญัติ ซึ่งพี่น้องหลายท่านก็พาดพิงว่าผมเปึนผลพวงของ คมช. ไม่น่าเชื่อถือ แล้วก็มาเปึน สนช. ผ่านร่างกฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ ที่ สสร. ในร่างของ คมช. ทุกคนก็ว่า ผมก็พูดไม่ถูก คมช. สสร. ทุกคนก็มีความคิดทั้งนั้น เปึนใหญ่เปึนโตกันในบ้านในเมืองคงไม่ชั่วร้ายกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นการที่เขาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่านออกมา เขาผ่านผมมา เราไม่ต้องการให้การเมืองอ่อนแอหรอกครับ แต่ว่าการทุจริต การคดโกง การซื้อเสียง การขายเสียง ซึ่งทุกคนบอกไม่มี ไม่มีดีครับ แต่ถ้ามีก็ต้องเอากัน ต้องลงโทษกัน โอเคเฉพาะตัวไม่ว่า แต่เปึนห่วงว่าทําไมลงเฉพาะคณะกรรมการแล้วลงยุบพรรค พรรคผมเห็นด้วยจะยุบ แต่ว่าน่าจะถูกลงโทษมากกว่ากรรมการเพียง ๑ คน เพราะกรรมการผู้บริหารพรรค น่าจะหัวหน้าพรรคเอย เลขาธิการพรรคเอย หรือคนที่ สําคัญ ๆ ๔-๕ คนต้องโดน แต่ผมเห็นโดน ๑๑๒ คน ๑๐๙ คน เราก็ไม่สบายใจ ก็ฝากไปด้วยว่าตรงนี้คงจะหาทางแก้ไขกันต่อไปนะครับ ผมขอฝากไว้ว่าในฐานะ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหานั้นก็ยังพร้อมและยินดีที่รับใช้พี่น้องประชาชน ขอขอบคุณทุกท่านครับ
เราต้องอนุโลมครับ เพราะผมได้ รับปากไว้แล้ว แต่ขอคนละ ๕ นาที ผมก็เหนื่อยพอสมควรนะครับ แต่ผมเห็นแก่ท่าน ท่านต้องหาเสียงนะครับ ฉะนั้นแต่ละท่านท่านละ ๕ นาที เชิญท่านพิเชษฐ์ก่อนครับ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย
ผมว่าท่าน ส.ว. ครับ ช่วยนั่งฟัง ส.ส. เขาพูดบ้างครับ เขาก็สู้อุตส่าห์นั่งฟังท่าน
ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ถ้าไม่พูดคงไม่ได้นะครับ เพราะว่ารอมา ๒ วัน พี่น้องประชาชนเขาฝากมาว่าแทบไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะทนความยั่วยุของผลประโยชน์ไม่ไหวนะครับ เขาบอกยึดติด ลาภ ยศ สรรเสริญ เมามันในอํานาจ และที่สําคัญที่สุดพี่น้องพันธมิตรบอกว่า
ท่านประท้วงอะไรครับ
พี่น้องพันธมิตรฝากบอกว่า
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกรัฐสภา ความจริงพวกเราก็ให้เกียรติ พอสมควรนะครับ ถือว่าเปึนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ข้อตกลงตั้งแต่เริ่มต้นที่พรรคร่วมรัฐบาล วิปวุฒิสภาแล้วก็พรรคฝ์ายค้านได้ตกลง ทุกครั้งพรรคร่วมฝ์ายค้านไม่เคยทําตามกติกา แต่เราก็ถือว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องสําคัญ จะขอเพิ่มเติมอย่างไรเพื่อให้บรรยากาศมันเดินหน้าได้
ผมว่าจะจบแล้ว เหลืออยู่ ๓-๔ ท่าน ขอความกรุณาเถอะครับ เพื่อความสามัคคีครับ
แต่ว่า พอให้พิเศษแล้วท่านประธานครับ ลุกขึ้นมาอภิปรายอย่างนี้ไม่ได้ครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าท่านต้องกําชับท่านสมาชิกท่านนี้ด้วยครับว่าอย่าได้ ใส่ร้ายปัายสีซึ่งผิดข้อบังคับ ความจริงบรรยากาศมันน่าจะจบได้ด้วยดีอยู่แล้ว แต่ว่า ถ้าลุกขึ้นมาอภิปรายอย่างนี้ ผมกับพรรคร่วมรัฐบาลก็คงจะไม่ยอมนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
เขาก็ต้องอภิปรายในกรอบของ รัฐธรรมนูญ เพราะว่าเขาก็เปึนผู้แทนราษฎร เปึนตัวแทน ที่นี่เปึนที่พูด เชิญพูดต่อ ตามเวลานะครับ แล้วอย่าไปกระแทกกระทั้นเสียดสีอะไรไม่เอานะครับ
ธรรมดานี่ผมอยู่ตรงข้ามกับพันธมิตร แต่ว่าทางเสื้อเหลืองเขาก็ฝากบอกมาว่า ท่านอภิสิทธิ์นี่กล้าหาญที่จะเนรคุณคุณต่อคุณสนธิ ลิ้มทองกุล
ก็มีผู้ประท้วงอีกแล้วละครับ ผมว่า มาพูดเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญเถอะครับ อย่าไปเรื่องบุคคลอะไร ๆ ผมว่าการเสียดสี ผมเรียนแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมก็จะป่ดประชุม พูดดี ๆ ก็แล้วกัน กราบขอโทษนะครับ
คือว่า คนที่รับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มี ๑๔ ล้านคน ท่านประธานครับ ๑๔ ล้านคนเห็นชอบ ใช้เงินไป ๒,๐๐๐ ล้านบาทในการทําประชามติ แต่ว่าการแก้ไข ๒ ประเด็น ปรากฏว่าไม่ถามพี่น้องประชาชน อันนี้ละครับ ที่เขากล่าวหา มา ๒ วันว่าแก้ไขเพื่อตัวเอง การแบ่งเขต เขตเดียวเบอร์เดียวนั้นทําเพื่อพวกพ้อง ในมาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๐ เปึนมาตราเดียวที่เปึนของพี่น้องประชาชนไว้ตรวจสอบ ฝ์ายบริหาร ฝ์ายรัฐบาลจะไปทําธุรกรรมในต่างประเทศกับบุคคลที่อยู่นอกประเทศไทย ที่ไม่ใช่คนไทย ประชาชนต้องรับรู้ว่าคุณไปทําธุรกรรมอะไรบ้าง ท่านประธานครับ ถ้าเกิดว่าแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ไปแล้ว รัฐมนตรีคนไหนจะไปทําสัญญา จะไปติดต่อกับ ต่างประเทศสามารถทําได้โดยที่สภาผู้แทนราษฎรไม่มีสิทธิรับรู้ ท่านประธานครับ ๘ แสนล้านบาท รถไฟความเร็วสูง ๕ สาย ถ้ายกเลิกมาตรา ๑๙๐ พี่น้องประชาชน ไม่มีสิทธิรับรู้ เงิน ๘ แสนล้านบาทที่จะไปกู้มา เขาจะต้องเปึนหนี้หัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุ นี่คือผลพวงของการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ พี่น้องคนไทย
เกือบจะจบแล้วนะครับ เหลืออีก ๒ นาที
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืน และยกมือขึ้น)
คุณบุญยอดประท้วงอะไร
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมทราบว่า บรรยากาศไม่ควรจะต้องประท้วงแล้ว แต่ท่านผู้อภิปรายอภิปรายไม่ตรงข้อเท็จจริงเลยครับ ท่านกําลังอภิปรายว่ามาตรา ๑๙๐ จะถูกยกเลิก รัฐมนตรีจะไปเซ็นสัญญาได้โดยที่ไม่ต้อง ผ่านสภา ๘ แสนล้านบาทเมื่อสักครู่ท่านก็พูดอย่างนี้นะครับ มันเปึนไปตามที่อยู่ใน ร่างของรัฐบาลหรือเปล่าละครับ มาตรา ๑๙๐ ท่านอ่านมาหรือเปล่าครับว่าเขาเขียน มาอย่างไร และเขายกเลิกอย่างที่ท่านพูดหรือครับ มันไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับท่านประธาน นี่คือการให้ข้อมูลที่เปึนเท็จต่อสภาแห่งนี้และต่อประชาชนครับ ท่านประธานปล่อยอย่างนี้ ไม่ได้นะครับ
ก็เปึนสิทธิในการที่อภิปรายครับ เขาไม่ได้เสียดสีอะไรนะครับ เป่ดโอกาสให้เขาพูดก่อนนะครับ ก็ประท้วงไป ผมไม่ได้ว่า เชิญพูดเลยครับ ประท้วงก็ประท้วงไปครับ
การแก้ไขนั้นมันสามารถออกได้ทุกทางครับ
ท่านประธาน ผมต้องประท้วงท่านนะครับ คุณภาพของการประชุมมีนะครับ
ผมให้คุณประท้วงก็ประท้วงไป
ผมประท้วงว่าเมื่อสักครู่นี้เท่ากับท่านไม่ได้ฟังต่อผู้อภิปรายเลยนะครับ ผู้อภิปราย พูดผิดและเปึนเท็จ เพราะว่ารัฐบาลไม่ได้นําเสนอที่จะยกเลิกมาตรา ๑๙๐ รัฐบาล ให้รายละเอียดของมาตรา ๑๙๐เพิ่มเติมขึ้น แล้วท่านจะอธิบายอย่างไรกับสภา และประชาชนละครับ ท่านปล่อยให้คนพูดเปึนเท็จพูดในสภาได้อย่างไรครับ ผิดข้อบังคับ การประชุมครับ ผมประท้วงท่านและประท้วงผู้อภิปรายครับ
ผมก็ยังไม่เห็นว่าเปึนเท็จตรงไหนครับ
ท่านไม่ฟังนี่ครับ ก็ผมพูดอธิบายให้ท่านฟัง ท่านไม่ฟังนะครับ
คุณพูดคนเดียวว่าเท็จ ผมฟังแล้ว ยังไม่ได้เท็จอะไรสักนิดนะครับ คือคนไม่ถูกกันแล้วหาเรื่องกันมันไม่ถูกต้องหรอกครับ ฟังเขาก่อนนะครับ ถ้าเขาทําผิดประเด็นแล้วผมจะให้เขาหยุดทันทีครับ เชิญพูดต่อครับ อย่านอกประเด็นครับ
ท่านประธานครับ ผมขอฝากท่านผู้อาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะท่านชวน หลีกภัย ซึ่งอดีตหัวหน้าพรรค ซึ่งท่านมีจุดยืนทางการเมือง ซึ่งผมเคารพนับถือ ขอให้ท่าน รักษาจุดยืนของท่าน แล้วก็ขอให้เปึนแบบอย่างที่ดีในระบอบประชาธิปไตยเผื่อว่าอนาคต การเมืองของประเทศจะได้เจริญก้าวหน้ามากกว่านี้ ท่านประธานครับ ผมจะเสียใจ เปึนอย่างยิ่งถ้าสภาแห่งนี้ไม่รับร่างของประชาชน ซึ่งได้ลงชื่อกัน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ว่าตรวจสอบรายชื่อแล้วสมบูรณ์อยู่ ๗๘,๐๐๐ คน ถ้าเกิดว่าสภาแห่งนี้ไม่รับร่าง ผมก็ถือว่าสภาแห่งนี้ทรยศต่อพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านนายกรัฐมนตรี
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ๒ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก สมาชิกที่เพิ่งอภิปรายไปบอกว่ารัฐบาลเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะตัดโอกาสผู้แทนประชาชนในการรับรู้เรื่องของการทําหนังสือสัญญากับ ต่างประเทศเปึนเท็จครับ รัฐบาลไม่ได้เสนอให้ยกเว้นหรือยกเลิกมาตรา ๑๙๐ รัฐบาล เพียงแต่เสนอว่าหนังสือสัญญาประเภทใดจะต้องอยู่ในบังคับมาตรา ๑๙๐ ให้ไปกําหนด หลักเกณฑ์ได้ในกฎหมายลูก แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับ คปพร. ยกเลิกมาตรา ๑๙๐ ถ้านายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คิดอย่างที่พูดพรุ่งนี้ต้องไม่รับฉบับ คปพร. เพราะไปยกเลิก มาตรา ๑๙๐ จะได้รู้ครับว่าใครเปึนคนโกหก
ประการที่สอง ผมไม่เนรคุณใครครับ แล้วก็ไม่เปึนขี้ข้าใครด้วย ขอบพระคุณครับ
พอแล้วกระมังครับ พอหอมปากหอมคอแล้ว
นิดเดียวครับท่านประธาน
เอานิดหน่อย
ใช้สิทธิ พาดพิงครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเอ่ยชื่อผม ผมไม่เปึนคนที่ต่อล้อต่อเถียงหรอกครับ ท่านประธาน การแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ นั้นมันออกได้ทุกทางครับ ถ้าตั้งคณะกรรมาธิการแล้วสามารถที่จะออกได้ทุกทาง ท่านก็ยังไม่ทราบว่าจะแก้ไข ออกมาอย่างไร จะว่าผมพูดเท็จไม่ได้นะครับ
มีในตัวร่างแล้วละครับคุณพิเชษฐ์ ในตัวร่างเขามีว่าแก้ประเด็นไหน ๆ มีนะครับ
พรุ่งนี้ก็ดูก็แล้วกัน ท่านประธาน พรุ่งนี้ก็ดูแล้วกันครับว่าผมจะโหวตอย่างไร ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ คุณสมคิด สั้น ๆ หน่อย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสมคิด บาลไธสง ผมถือว่าเปึนเกียรติ อย่างยิ่งในการเปึนผู้แทนราษฎรของผมครับ มันจะสว่างผมก็ต้องทนขอให้ผมได้พูด ๑ นาที วินาทีเดียวผมก็สําคัญ เพราะได้อาสามาเปึนตัวแทนพี่น้องประชาชน ได้แสดง ความคิดเห็นในเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะมันเปึนเรื่องใหญ่ของประเทศนะครับ หลายท่าน ก็พูดมาแล้วผมจะไม่ซ้ํารอยนะครับ สําหรับเรื่องร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ผมรับอยู่แล้ว เพราะผมเปึนตัวแทนของประชาชน ผมไม่รับร่างของประชาชนผมจะไป เปึนผู้แทนทําไม สําหรับร่างอื่น ๆ ที่ว่ามานั้นผมขอวิพากษ์วิจารณ์ดังนี้ครับ ก่อนที่ผมจะ พูดถึงเรื่องร่างรัฐธรรมนูญนี้ มีท่านผู้มีเกียรติทางบ้านครับคือดอกเตอร์กิตติวัฒน์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต โทรศัพท์มาหาผมบอกว่าที่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่า เปึนพรรคการเมืองพรรคแรกที่รับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จริง แต่บอกว่ามีพรรคการเมือง ตรงข้าม คือพรรคไทยรักไทยกระมังผมว่าอย่างนั้น ใช่หรือไม่ที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นอาจารย์ดอกเตอร์กิตติวัฒน์ก็เลยบอกว่าก็แสดงว่าคุณอภิสิทธิ์ โกหกคนทั้งประเทศใช่ไหม เพราะว่าป้ ๒๕๔๐ พรรคไทยรักไทยยังไม่มีนะครับ อันนี้ผิดถูก อย่างไรให้ท่านพิจารณาก็แล้วกัน เพราะว่าผู้ฟังทางบ้านเขาฟังเขาตอบมาอย่างนี้ครับ
มาพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมอยากแสดงความคิดเห็นสั้น ๆ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ ทําไมเราถึงยินยอมว่าป้ ๒๕๔๐ มันดี ใครจะว่าอย่างไรก็ตาม เพราะว่าผ่านกระบวนการของประชาชน ผมในฐานะเปึนตัวแทนประชาชนผมก็ว่านี่คือ รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดของประเทศนี้ แต่ก็ถูกฉีกไป แต่พวกเราหลายคนมายกยอปอปัุนว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดี ดี แต่ผมมองว่ามันคือของเถื่อน ของเถื่อนดี คุณจะซื้อกางเกง ตัวละ ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาทมาจากอเมริกาที่ไม่ผ่านศุลกากร มันเปึนของเถื่อน ไปไหน มันก็เปึนของเถื่อน ผมมองไปอย่างนี้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่คุณว่าป้ ๒๕๕๐ ดี ดีในเนื้อหา แต่ว่ามันเปึนของเถื่อน มันไม่ผ่านกระบวนการที่ประชาชนเขายอมรับ นี่ผมมองอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นขอให้พวกเราตั้งสติดี ๆ คือไม่ยกยอปอปัุนโดยที่ว่ามันไม่ถูกต้อง เปึนสินค้า ที่มีราคาแพงเหมือนกัน แต่มันไม่ผ่านกระบวนการศุลกากรเขา อันนี้ผมมองไปอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องรัฐธรรมนูญคือเราอย่ายกยอกันเกินไป เพราะว่ามันไม่มีอะไรดีไป มากกว่ากันหรอก แต่เพียงว่ากระบวนการมันผิดขั้นตอนไม่ได้ผ่านกระบวนการ ของประชาชน ประชาชนถึงไม่ยอมรับ มันมีแค่นี้ครับ เพราะฉะนั้นเราจะทําอย่างไร ในฐานะที่เราเปึนผู้แทนราษฎร หรือเปึนรัฐสภา เราจะนํารัฐธรรมนูญที่เปึนประโยชน์ กับประชาชนให้ผ่านขบวนการที่เขายอมรับแค่นั้นนะครับ
สําหรับเรื่องเขตเลือกตั้งจะเปึนเขตไหนก็ตาม ผมว่าเขตทั้งประเทศ ผมจะเลือกตั้งเขตทั้งประเทศเลยนะครับ ผมไม่อยากเลือกตั้งหรอกเขตเล็ก ๆ น้อย ๆ เปึน ผู้แทนปวงชน มันจะตกจะได้ไม่สําคัญ ขอให้เราผ่านการคัดเลือกของประชาชน ไม่ได้ กลัวเลยใครจะซื้อเงินซื้อเสียงทําไปเถอะ เพราะฉะนั้นเขตเล็กเขตน้อยไม่ใช่สาระสําคัญ สําหรับนักการเมืองอย่างผมนะครับ ไม่สนใจเลยคุณจะมีเงินกี่ร้อยกี่ล้านไปทําเถอะ ถ้าชาวบ้านเขาเชื่อคุณ เขาเลือกคุณคุณก็มาทําหน้าที่ แต่ว่าคุณต้องรู้ตัวอยู่ในตัวว่า คุณมาแบบสกปรกไหม เพราะฉะนั้นก็ขอฝากไปยังผู้แทนเราทุกคน สมาชิกรัฐสภาทุกคน อย่าว่าให้กันเลยนะครับ เขตเล็กเขตน้อยท่านอยากทําอะไรท่านชนะทําไปเถอะครับ ผมก็จะไปตามกระบวนการที่รัฐสภานี้รองรับ ผมไม่เกรงกลัวเลยเรื่องจะตกหรือได้ ไม่จําเปึน ถ้าประชาชนเห็นว่าเรามีความจําเปึน มีความสําคัญกับเขาเขาก็คงเลือกเรา แค่นั้นครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ
คุณนิยม เวชกามา เดี๋ยวครับ คุณนิยม ท่านนายกรัฐมนตรีขอตอบหน่อย
ท่านประธานที่เคารพครับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้สิทธิพาดพิงครับ เมื่อสักครู่ผมไม่ทราบท่านนั่งกับใครนะครับ ผมไม่ได้อภิปรายอย่างนั้นนะครับ ผมอภิปรายว่าพรรคประชาธิปัตย์เปึนพรรคการเมือง แรกที่ประกาศรับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ถูกติงจากสมาชิกซึ่งปัจจุบันนั่งอยู่ซีกโน้น ขณะนั้นพรรคไทยรักไทยไม่มีครับ แต่พรรคไทยรักไทยตอนเกิดขึ้นมานี่ได้ ส.ส. ไปจาก รัฐสภาชุดที่พิจารณารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ประมาณ ๑๐๐ กว่าท่าน ซึ่งตอนหลัง หลังจากถูกกระแสสังคมจึงมายอมรับเปึนส่วนใหญ่ แต่ช่วงแรกคือตําหนิว่าทําไม พรรคประชาธิปัตย์รีบแสดงท่าทีรับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะได้ทราบประวัติศาสตร์ อย่างถูกต้องครับ
เชิญท่านนิยม เวชกามา
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ต้องขอขอบพระคุณจริง ๆ เพราะผมรอ ๒ วัน วันนี้ก็จะเปึนวันที่ ๓ แล้ว ต้องพูดเพราะว่าจะขอให้บันทึกไว้ ในสภาแห่งนี้ว่าร่างกฎหมายสําคัญ ๆ ขนาดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เปึนประวัติศาสตร์ ของรัฐสภาไทย ท่านประธานครับ ที่มีประชาชนร่วมลงชื่อ ๑๒๓,๖๑๐ คน มันเปึนครั้งแรก จริง ๆ ที่ผมศึกษาประวัติศาสตร์ที่ประชาชนร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ถึงแม้จริง ๆ แล้วจะตรวจสอบโดยส่งให้ผู้ว่าทั่วประเทศรวมถึง กรุงเทพมหานครด้วย จะเหลือ ๗๑,๕๔๓ คนก็ตาม ก็ถือเปึนประวัติศาสตร์ที่มีมา ผมเองครั้งแรกก็ไม่มั่นใจว่าเห็นอ่านในมติชนคาดหัวว่าเปึนมติ ปชป. วิปรัฐบาลหักดิบ ฉีกร่างเหวง ผมก็ไม่เข้าใจว่าครั้งแรกคงไม่ถึงขนาดนั้น อย่างน้อยก็ต้องรับหลักการไว้บ้าง เพราะนี่เปึนร่างของประชาชนจริง ๆ ที่มาร่วมกันแก้ไข แต่วันนี้ผมได้ฟังท่านนายกรัฐมนตรี พูดแล้วก็ไม่สบายใจว่าอย่างไรก็ตกแน่นอนในวันพรุ่งนี้ แต่อย่างไรก็ตามมันเปึนร่าง ของประชาชน อยากจะให้บันทึกว่าพวกผมอย่างไรก็ต้องรับร่างตัวนี้ ถึงแม้จะรู้ว่า ต้องแพ้ก็ต้องรับเพราะว่าท่านนายกรัฐมนตรีพูดแล้วก็ค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่สมัย ท่านรับตําแหน่งใหม่ ๆ ว่าประชาชนมาก่อน แต่วันนี้คงไม่ใช่แล้วละผมคิดว่านะครับ อันนี้ถึงกราบเรียนว่าขอพูดว่าลักษณะแบบนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะโกหกประชาชน ก็แล้วแต่ แต่ขอให้ประชาชนพิจารณาเอาก็แล้วกัน เพราะว่ามันเปึนเรื่องที่เจ็บปวดจริง ๆ พี่น้องลงชื่อกันตั้ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ต้องมารับฟังแค่ท่านอาจารย์สมบัติบอกว่า ๑,๐๐๐ กว่าคนนี่มันเปึนเรื่องที่รับโทรศัพท์แต่ยอมรับความจริง วันนี้ผมฟังจากท่านนายกรัฐมนตรีพูดชัดเจนแล้วว่ารับแค่ ๒ ร่างเท่านั้น ส่วนร่างของ ประชาชนกับร่างของ ส.ส. ในซีกพรรคร่วมรัฐบาลเองคงไม่รับ อันนี้ผมต้องกราบเรียนว่า มันเปึนเรื่องที่พี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับที่จะพิจารณาซึ่งร่างของเขาเอง มีความคิดอย่างนั้น จริงอยู่ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านประชามติของประชาชน ๑๔ ล้านคน ผมก็ยอมรับ แต่อีก ๑๐ ล้านคนไม่รับ แต่ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าในจํานวน ๑๔ ล้านคนที่รับ บ้านผมจังหวัดสกลนคร คมช. ใช้ข้าราชการออกไปพบกับพี่น้องประชาชนมากที่สุดคือผู้ว่าราชการจังหวัด ผมเองตอนนั้นทําข่าวของไอทีวี (ITV) อยู่ ไปทุกที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไปพบพี่น้องประชาชน ๑๘ อําเภอก็ไปขอร้องให้เขารับหลักการไป แกไปบอกเขาอย่างนั้น หลังจากนั้นก็ค่อยไปแก้ ก็พูดในทํานองเชิงขู่ด้วยซ้ําไปว่ารับไปแล้วถ้าไม่รับก็จะเอาอันอื่นมาใช้ ฉะนั้นถ้าอยากให้ มีการเลือกตั้งก็ให้รับไปก่อน อันนี้คือเปึนคําที่ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ไปเกณฑ์ เอาพี่น้องประชาชนทั้ง ๑๘ อําเภอ โดยให้ อบต. เทศบาล กํานัน ผู้ใหญ่บ้านมาพบ ๑๘ อําเภอจริง ๆ ครับ ผมตามไปทุกอําเภอ เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้ผมจึงคิดว่าถ้ามันมีโอกาส จริง ๆ ผมไม่ได้มีความคิดที่จะไม่เห็นด้วย การแก้ไขรัฐธรรมนูญมันทําได้ หลายท่าน ก็บอกว่าไม่ใช่อนุสาวรีย์ ไม่ใช่พระไตรป่ฎกอะไร ต้องแก้ได้ ครับ แก้ได้ ผมไม่ได้คัดค้าน เพียงแต่ว่าแก้ ๒ ประเด็น มันไม่ใช่ทางแก้ที่เปึนประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง แม้กระทั่งพูดถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่บอกว่าจาก ๔๐๐ เหลือ ๓๗๕ ในความคิดผม ผู้แทนราษฎรซึ่งอยู่กับพี่น้องประชาชนในเขตจะซาบซึ้งว่าถ้าเขาขาดผู้แทนราษฎรของเขา ไปคนหนึ่งสองคนยิ่งห่างไกลไป เพราะฉะนั้นสัดส่วนก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ระดับผู้บริหาร ผู้กําหนดนโยบายไม่มีความจําเปึนต้องมีมากขนาดนั้นในความคิดผม ๘๐-๙๐ คนแค่นี้ ก็ทะเลาะกันแล้ว เพราะว่าต้องมาเปึนรัฐมนตรีบ้าง อะไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมจึงคิดว่าในลักษณะที่ตัดผู้แทนราษฎรไปไม่ใช่เรื่องดี พี่น้องประชาชนเสียประโยชน์ ผมจึงฝากท่านประธานว่าถ้าอย่างไรก็ฝากเปึนความคิดว่ากลับไปทบทวนใหม่ดีที่สุด ขอบคุณมากครับ
ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ คนสุดท้าย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจโท เชาวรินธร์ ลัทธศักย์ศิริ ส.ส. แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ปกติผมก็ไม่นั่ง ทนขนาดนี้หรอก แต่วันนี้ด้วยจิตวิญญาณของนักการเมือง ถ้าผมไม่ได้พูดคืนนี้ต่อให้ ตายไปก็นอนตาไม่หลับ จําเปึนต้องพูด
ผมรู้จึงให้พูดคนสุดท้าย
ขอบคุณครับท่านประธาน เพราะก่อนจะถึงวันพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดในที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์เปึนข่าวออกไปทั่วทั้งประเทศ สาระก็คือบอกว่าจะพยายามรักษาสภาไว้ปัองกันมิให้เกิดการปฏิวัติ ท่านประธานครับ ผมขอส่งคําขอบคุณผ่านท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เปึนคําพูดที่มีค่าสําหรับ ระบอบประชาธิปไตย และสําหรับนักการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้งมาทั้ง ส.ส. เขต ส.ส. แบบสัดส่วน และ ส.ว. รวมทั้งสิ้น ๘ สมัย ผมขอคารวะต่อคํากล่าวของ ท่านนายกรัฐมนตรี เปึนความจริงครับท่านประธาน บ้านเมืองของเราตั้งแต่มีการเลือกตั้งกันมา ผ่านการปฏิวัติรัฐประหารมานับครั้งไม่ถ้วน จากรุ่นสู่รุ่น นักการเมืองรุ่นพี่เจอมาแล้วนักต่อนัก ขอให้รักษาสภาไว้เถอะครับ อย่างไรเสียพวกเรา ๓๐๐-๔๐๐ คน รวมทั้ง ส.ว. ด้วย ก็ยังมีศักดิ์มีศรีเปึนตัวแทนปวงชนชาวไทย แต่เมื่อใดก็ตามที่มีการปฏิวัติพวกเราคง ไม่ต่างไปกว่าประชาชนที่ไม่มีคุณค่า ผมเคยแพ้เลือกตั้ง ท่านประธานครับ ช่วงเปึน ส.ส. ไปไหนก็มีคนต้อนรับ แต่พอแพ้เลือกตั้งแค่ไปหาหัวหน้าพรรค ๑๓ ครั้งกว่าจะได้พบ ยากกว่าการไปหาเจ้าเข้าทรงจุดธูปปัูบเจ้าก็เข้าร่างแล้วก็ถามว่าลูกมีอะไรปรึกษาหารือกันได้ แต่พอแพ้เลือกตั้งไปหาหัวหน้าพรรคหาไม่ได้ เข้าพบลําบาก นี่คือความเจ็บปวด ของนักการเมือง เพราะฉะนั้นที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะพยายามรักษาสภาไว้ หรือปัองกันไม่ให้มีการปฏิวัตินั้น ขอได้รับความคารวะจากผมด้วยความจริงใจ แต่ผม ขอกราบเรียนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ในครั้งนี้จะผ่านหรือไม่ผ่านก็ตาม มันก็ยังจะมีการปฏิวัติมาอีก ดังนั้นจึงเปึนหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่จะต้องร่วมมือ ร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่และธํารงรักษาไว้ซึ่งสถาบันรัฐสภาให้เปึนที่พึ่งของประชาชน ท่านประธานครับ เมื่อใดก็ตามที่มีการปฏิวัติ ไม่มีสภา ประชาชนไม่มีที่พึ่ง พวกเราทุกคน ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนจะรู้ดี ที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปว่าต่อให้เรา แก้ผ่านหรือไม่ผ่าน มันก็ยังไม่มีสิ่งใดที่วางใจได้ว่าจะไม่มีการปฏิวัติ เพราะเหตุผล ๒-๓ ประการที่ผมจะต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เพื่อนสมาชิกทั้งสภา ได้รับทราบ
ประการที่ ๑ เหตุปัจจัยที่การปฏิวัติยังเกิดขึ้นในประเทศบ้านเมืองของเรานี้ มาจากคําพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับที่ ๔๕/๒๔๙๖) ศาลฎีกาไปรับรองอํานาจของ คณะปฏิวัติว่าปฏิวัติสําเร็จก็มีอํานาจรัฐาธิปัตย์ในการที่จะปกครองบริหารบ้านเมือง ในการออกกฎหมาย ออกข้อบังคับ ออกกฎระเบียบต่าง ๆ ใช้บังคับกับการปกครอง ประเทศ และศาลทุกยุคทุกสมัยต่อจากนั้นก็ถือเปึนแบบเดียวกันคือยึดเปึนแนวเดียวกัน นั่นข้อที่ ๑ ที่จะเปึนอันตรายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ เปึนประมุข แล้วยังจะต้องเปึนต่อไป
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ คงปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าการปฏิวัติทุกครั้ง หัวหน้าปฏิวัติคนไหนบ้างที่ยากจน ผมอายุ ๖๕ ป้ เกิดวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๔๘๘ นี่ผ่าน ๖๕ ป้มาเพียงแค่ ๔ วัน ๕ วัน แต่ผมผ่านการรับรู้เรื่องปฏิวัติมาหลายครั้ง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ หัวหน้าคณะปฏิวัติ ตอนนั้นผมเปึนนักเรียนมัธยมศึกษา จอมพลสฤษดิ์ถึงแก่อนิจกรรม ผมขอกราบเรียนว่านักการเมืองคนนี้ จอมพลสฤษดิ์ ผมเคารพนับถือ แต่สิ่งที่ผมพูดนี่คือข้อเท็จจริง ที่ผมบอกว่าผมเคารพนับถือเพราะเตี่ยผม มาจากเมืองจีนสูบฝ่ืนตั้งแต่อายุ ๑๗ ป้ หาเงินได้เท่าไรสูบฝ่ืนหมด ลูกเต้าลําบากอย่างไร เตี่ยสูบฝ่ืน จอมพลสฤษดิ์ประกาศเลิกฝ่ืนผมนับถือ ผมเจอรูปจอมพลสฤษดิ์ที่ไหน ผมยกมือไหว้ แต่ความจริงก็คือจอมพลสฤษดิ์เปึนนักปฏิวัติคนแรกในชีวิตผม แล้วถูกยึดทรัพย์ ๒,๐๐๐ ล้านบาท
หมดเวลาครับ
ไม่มีหมดหรอกครับท่านประธาน ไม่มีหมด ท่านทนฟังผมหน่อย ผมทนรอมา ๓ วันเพื่อมาพูดคืนนี้ เพื่อจะให้สติแก่ทุกคนว่านักปฏิวัติทุกคนร่ํารวยทั้งนั้น จอมพลถนอมถูกยึดทรัพย์ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท พลเรือเอก สงัด ชลออยู่ เปึนนักปฏิวัติ คนต่อมาใช้ชื่อว่าคณะปฏิรูปการปกครองเพื่อการปกครองแผ่นดิน ถัดมา พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ เห็นไหมฟัองกันระหว่างบ้านเล็กบ้านใหญ่กี่ร้อยล้านละ มาถึง พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน กี่พันล้านก็ไม่รู้ ที่สําคัญที่สุดคนที่ร่วมมือกับ พลเอก สนธิ ปฏิวัติเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ร่ํารวยตาม ๆ กัน คนเหล่านี้จะค้าขายจะมีเงินเปึนร้อยล้านพันล้านไหม
ก็อย่าพูดถึงบุคคลภายนอกครับ เขาไม่มีสิทธิที่จะมาชี้แจงในนี้
แต่ผมพูดข้อเท็จจริง ท่านประธานครับ ทนฟังหน่อย
มันไม่ใช่ครับ
ข้อเท็จจริงผมจะให้สติพวกราทุกคน
ปัญหาถ้าเขาร้องเรียนมา ผมก็ต้อง ทําหนังสือประกาศให้เขาทราบ
ก็ไม่เปึนอะไร ผมรับผิดชอบสิ่งที่ผมพูด
มันไม่ใช่แต่ท่านพูดคนเดียว มันหนัก ผมนี่จะต้องแก้
ไม่เปึนอะไรท่านประธาน
ฉะนั้นกระผมก็ขอความกรุณาป่ด การอภิปรายแล้วนะครับ เพราะว่า
ไม่ได้ ท่านประธาน อย่างนี้ผมประท้วงจนตายเลย ผมยังไม่จบเนื้อถ้อย กระทงความ ฟังอีกนิดหนึ่งสิ
ผมสู้อุตส่าห์ให้เกียรติท่าน เรานัดกัน ว่าคนละ ๕ นาที เดี๋ยวผมก็ถูกประท้วงอีกครับ
นั่นท่านพูดเอง เอาอย่างนี้ท่านประธาน ผมขออีกนิดเดียว
ผมให้ ๑ นาที
อีก ๑ นาที ผมจะบอกท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับ ไม่ว่าจะเปึนร่างของรัฐบาล ร่าง ๑๐๒ ส.ส. และร่างของ คปพร. ผมก็ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่บอกว่าศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ เขียนไปทําไมในเมื่อมีมาตรา ๙ ไว้สําคัญยิ่งกว่านั้นอีก มาตรา ๙ ท่านประธานไปดูสิ พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพุทธมามกะ นั่นยิ่งกว่าเขียนว่าศาสนาพุทธเปึนศาสนา ประจําชาติ จะมาเรียกร้องไปทําไม ไม่มีเหตุผล ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติตั้งแต่ กรุงสุโขทัยเปึนราชธานี ท่านประธานไปดูสิครับ ในศิลาจารึก หน้าที่ ๒ ผมขออนุญาต อาจจะเกิน ๑ นาทีไม่เกิน ๓๐ วินาที นิดเดียวท่านประธาน นี่เปึนสาระสําคัญจะได้ เลิกพูดกันเสียที ถ้าเขียนบอกศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มันก็เท่ากับศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติในป้ ๒๕๕๐ แต่แท้ที่จริงศาสนาพุทธ เปึนศาสนาประจําชาติมาตั้งแต่กรุงสุโขทัยเปึนราชธานี ดังที่ผมกล่าวอ้างว่าอยู่ใน หลักศิลาจารึก หน้าที่ ๒ ในเมืองสุโขทัยนี้มักทาน มักทรงศีล มักโปรยทาน พ่อขุนรามคําแหงเจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ ชาวเจ้า ท่วยปัืวท่วยนาง ลูกเจ้า ลูกขุน ทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง ฝูงท่วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงศีลเมื่อพรรษา ทุกคน เมื่อออกพรรษากรานกฐินเดือนหนึ่งจึงแล้ว เมื่อกรานกฐินมีพนมเบี้ยพนมหมาก นี่เปึนสิ่งที่บ่งบอกว่าศาสนาพุทธอยู่คู่กับประเทศไทยมาตั้งแต่กรุงสุโขทัยเปึนราชธานี เพราะฉะนั้นจะมาแก้ทําไมว่าให้ใส่ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ ผมไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ผมก็ไม่โหวตให้ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ผมได้เป่ดโอกาสให้ ท่านสมาชิกรัฐสภาอภิปรายมาแล้วรวมเบ็ดเสร็จก็ประมาณ ๓๓ ชั่วโมง ๒ วัน พรุ่งนี้ เปึนวันที่จะต้องลงมติ ไม่ใช่พรุ่งนี้ คือวันนี้เปึนวันที่ ๒๕ แล้ว ฉะนั้นขอเชิญท่านสมาชิก ทุกท่าน ๐๙.๓๐ นาฬิกา เราก็มาโหวตกันครับ ก็ถือว่าเปึนการป่ดอภิปรายแล้วนะครับ พรุ่งนี้ก็โหวต แล้วก็ขอป่ดประชุมครับ ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือครับ
เลิกประชุมเวลา ๐๑.๒๗ นาฬิกา
ของวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๓