รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

จตุพร พรหมพันธุ์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีที่บรรจุร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยไม่ดองหรือไม่รับเสียงประชาชน และสนับสนุนการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 190 ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และการสนับสนุนให้นักการเมืองยอมรับและเคารพสิทธิของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเมือง

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในระบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ผมขอเรียนกับท่านประธานเบื้องต้นเพื่อให้การทําหน้าที่ ของกระผมนั้นเปึนไปด้วยความราบรื่น ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมจะอธิบายเนื้อหาให้ ครบถ้วนกระบวนความ แล้วขอให้ท่านประธานได้ใช้ดุลยพินิจแบบที่พวกผมได้ฟัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และนายกรัฐมนตรี ด้วยท่วงทํานองที่สงบไม่ขัดขวางในขณะทําหน้าที่ ผมขอเรียนกับท่านประธานว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้นั้นเปึนเหตุการณ์ของความที่ไม่ปกติและความไม่ยุติธรรม ภาคประชาชนที่มีตัวแทนดอกเตอร์เมธาพันธ์มาเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ๗๑,๕๔๓ รายชื่อนั้นเขายื่นเข้าสู่รัฐสภาตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เกือบร่วม ๓ ป้ สภาจึงบรรจุให้เขาในวันที่ ๒๓ ร่างรัฐธรรมนูญของพรรคร่วม ส.ส.๑๐๒ คน วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เข้า ๙ เดือนบรรจุ ร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาล ๒ ร่าง ท่านประธาน ที่เคารพ ยื่นวันที่ ๑๖ บรรจุ วันที่ ๒๓ ๗ วันบรรจุขอเรียนกับท่านประธานว่าสิ่งที่รัฐบาล พยายามจะอ้างว่าเปึนข้อเสนอของคณะกรรมการชุดของนายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ว่าได้ฟังความจากพี่น้องประชาชนครบถ้วน นี่พาดหัวหนังสือพิมพ์มติชน สมบัติเผย ฟังชาวบ้าน ๓ วัน ๖๘ เปอร์เซ็นต์ หนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ไปฟัง คนไทยทั้งประเทศหรือเปล่าที่ยื่นเรื่องไปยังรัฐบาล รัฐบาลเปึนมติในการนําเสนอ ท่านประธานทราบไหมว่าคณะกรรมการชุดของสมบัตินั้นไปฟังประชาชน ๓ วัน วันที่ ๙ ถึงวันที่ ๑๑ ใช้เวลา ๕ วัน รัฐบาลก็เอาเรื่องนี้บรรจุเปึนมติคณะรัฐมนตรีแล้วส่งเรื่องมายัง รัฐสภา ท่านประธานทราบไหมครับว่าเขาฟังกันกี่คน ใช้วิธีโทรศัพท์ ๕๐ คู่เลขหมาย มีคนเข้าไปแสดงความเห็นที่บอกว่าฟังมาแล้ว ๖๘ เปอร์เซ็นต์เห็นชอบด้วย ฟังมาทั้งหมด ๑,๓๐๐ คน กับ ๘๐ คนจากจํานวน ๖๓ ล้านคนทั้งประเทศ สรุปความว่ารัฐบาลเองก็บอกว่า คณะกรรมการชุดนี้ได้ฟังความประชาชน ๑,๓๐๐ กับ ๘๐ คน ผมเรียนกับท่านประธานว่า เจตนารมณ์ที่ผมเองต้องยืนสนับสนุนร่างของประชาชนนั้น ไม่ใช่เพราะว่าพวกผมมี ความมั่นใจว่าจะผ่าน ผมบอกกับคุณหมอเหวงบอกผ่านท่านอาจารย์เมธาพันธ์ และพี่น้องเราที่ไปเข้าชื่อ ๗๐,๐๐๐ กว่าคนนั้นให้เชื่อว่ารัฐธรรมนูญร่างของประชาชนนั้น จะไม่ผ่านสภา และให้ทําใจเปึนการเบื้องต้นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีความเปึนไปได้ หลังจากการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยที่เขาต้องยืนสนับสนุนนั้น เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ บอกว่าประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ สามารถเข้าชื่อแก้ไข รัฐธรรมนูญได้ เวลาเราร่างรัฐธรรมนูญท่านประธานคงจะได้ยินทุกครั้งว่าต้องฟังเสียง ประชาชนสิ ประชาชนต้องมีสิทธิมีเสียงมีส่วน พอประชาชนเขาเสนอกฎหมายมาที่สภา ดองเขา ๓ ป้ แล้วบอกว่าวันนี้ไม่รับ ไม่รับมาแต่ไกล โดยไม่ได้ฟังความใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่ผมจะเข้ารายละเอียดในแต่ละฉบับนั้น ผมเรียนกับท่าน ประธานเลยว่าสถานการณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นมันจะบ่งบอกถึงอนาคตของประเทศ ในแต่ละครั้ง เช่น ถ้ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๑๗ เปึนผลผลิตจากการต่อสู้ของพี่น้องประชาชน ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๓๕ ก็เปึนผลพวงการยึดอํานาจ ๒๓ กุมภาพันธ์ ป้ ๒๕๓๔ ที่ท่านประธานเห็นครับร่างรัฐธรรมนูญเกิดชนวนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ มีคน บาดเจ็บล้มตายท้ายที่สุดต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๔ มาตรารวดภายในวันเดียว ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ประธานรัฐสภามาจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์พฤษภา ๒๕๓๕ ผ่านไป ๒ ป้ เรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร มาอดอาหารที่หน้าสภา มาเสนอความคิดว่าประเทศไทยก่อนหน้านี้รัฐธรรมนูญใช้มา ๑๕ ฉบับ ในวันนั้นบอกว่าเราไม่เคยมีรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนเลย ส่วนใหญ่ ก็มาจากกระบอกป๋น ท่านประธานที่เคารพ พวกผมเองก็เห็นว่าแนวความคิดของ เรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร เปึนความคิดที่เปึนประชาธิปไตย เราต้องการจะให้ รัฐธรรมนูญมาร่วมส่งเสียงเรียกร้องกับเรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร รัฐบาลเวลานั้น ที่นายกรัฐมนตรีเวลานี้เปึนโฆษกรัฐบาลนั้นไม่ได้ตอบสนองอะไรเลยในซีกรัฐบาล ประธานรัฐสภาเวลานั้นต่างหาก นายมารุต บุนนาค ได้ตั้งคณะกรรมการพัฒนา ประชาธิปไตย แต่ไม่ได้ทันพัฒนาประชาธิปไตยรัฐบาลชุดนั้นมีอันเปึนไปด้วย ส.ป.ก. ๔-๐๑ มาก่อน ท่านประธานที่เคารพ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่มีกระแสบอกว่า เราต้องมีการปฏิรูปทางการเมืองนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่ไปเป่ดประตูให้จะเปึน นายบรรหาร ศิลปอาชา เพราะในแวดวงทางการเมืองบอกว่าเปึนหลงจู๊บ้าง เปึนอะไรบ้าง แต่ปรากฏว่าในมิติของการแสดงออกทางประชาธิปไตยนั้น คนเป่ดประตูทางประชาธิปไตย ไปแก้ไขมาตรา ๒๑๑ ซึ่งเหมือนมาตรา ๒๙๑ ในรัฐธรรมนูญปัจจุบันนั้น ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเรียนกับท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่สะบัดธงเขียวกันพรึบ ท่านประธานที่เคารพ สีเขียวเปึนสีสัญลักษณ์ประจําพระองค์ของรัชกาลที่ ๗ สร้างความรู้สึกว่าเราได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนแล้ว พรรคพวกที่อยู่หน้าสภาเวลานี้ ก็ร่วมชุมนุมเรียกร้องกับพวกกระผมอยู่ที่ท้องสนามหลวง รอฟังกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะผ่านหรือเปล่า ท้ายที่สุดก็มีการผ่านรัฐสภา ท่านประธานคงจะจําความได้ว่าวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ ในวันที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เปึนประธานรัฐสภา เปึนผู้รับสนองพระบรมราชโองการ หลังจากนั้นรัฐบาลชุดนั้น ก็อยู่แป็บเดียว พรรคประชาธิปัตย์มาเปึนรัฐบาลภายใต้กติการัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ถึง ๓ ป้เต็ม ๆ ท่านประธานที่เคารพ บทเฉพาะกาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านเองคงจะ จําได้ว่าก็ได้อานิสงส์จากบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บอกว่ารัฐมนตรีต้องอายุ สามสิบห้าป้บริบูรณ์ ปรากฏว่าอยู่ระหว่างบทเฉพาะกาลก็ได้ พรรคประชาธิปัตย์ บริหารประเทศ ๓ ป้ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แปลความว่ากู้ไอเอ็มเอฟ (IMF) ก็ได้ รัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณมาต่ออีก ๖ ป้ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟก็ได้ ปราบปรามยาเสพติดก็ได้ สามารถดลบันดาลทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้กติกาอันนั้น แปลว่าใครเปึนรัฐบาลถ้าอยู่ภายใต้ กติกาที่เปึนประชาธิปไตยเราสามารถที่มีทางเลือกกันรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เราพูดกัน เราพูดถึงจิตวิญญาณประชาธิปไตยว่าเมื่อประชาชนเขามีความรู้สึกเปึนเจ้าของ ผมขอเรียนว่าถ้าปล่อยพรรคประชาธิปัตย์บริหารต่อ ๖ ป้ พันตํารวจโท ทักษิณ เหลือ ๓ ป้ ผมก็ไม่เชื่อว่าภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันรัฐบาลแต่ละรัฐบาลจะมีความสามารถ ที่เท่ากัน ท่านประธานที่เคารพ เรื่องเขตการเลือกตั้งก็เช่นเดียวกันครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บัญญัติเรื่องเขตเดียวเบอร์เดียว พันตํารวจโท ทักษิณ เขาไม่มีโอกาสได้รับเลือก เปึน สสร. ด้วยซ้ํา บอกว่า ส.ส. ต้องสังกัดพรรค ๙๐ วัน วันนั้นเราด่าเรื่องนักการเมือง ส.ส. ขายตัว บอกว่า ส.ส. ต้องสังกัดพรรค ท่านประธานที่เคารพ ระบุข้อต่าง ๆ มากมาย บอกว่าต่อไปนี้เราปฏิรูปทางการเมืองแล้ว ผมขอเรียนว่ากติกาที่รัฐบาลเสนอแก้ใหม่นั้นพวกผมบอกว่าไม่ใช่ไม่เห็นด้วย จะไปกลัว เรื่องเขตเดียวเบอร์เดียวไม่ใช่ เลือกตั้งครั้งแรกพรรคไทยรักไทย ๖ มกราคม ป้ ๒๕๔๔ พวกกระผมได้ ๒๔๔ พรรคประชาธิปัตย์แชมปีเก่าเวลานั้นได้ ๑๒๕ คน เขตเดียว เบอร์เดียวนะครับ วัน แมน วัน โหวต บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน เลือกตั้งครั้งที่ ๒ ป้ ๒๕๔๘ พวกกระผมพรรคไทยรักไทย ๓๗๗ คน พรรคประชาธิปัตย์เหลือ ๙๖ คน น้อยกว่าเกือบ สี่เท่าตัว เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานที่เคารพ ที่เราแสดงความรู้สึกเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญเรื่องเขตการเลือกตั้งนั้น ไม่ใช่มีความรู้สึกไหวหวั่นอะไรแต่ทันทีที่มีการยึด อํานาจ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เหตุผลต่าง ๆ ที่พยายามหยิบยกมาอธิบาย ๒ วันที่ผ่านมานี้ ท่านประธานคงจะแลเห็นว่ามีอะไรบ้างที่ข้อกล่าวหาในการยึดอํานาจ ข้อกล่าวหา ในการยึดอํานาจวันนี้มีอะไรไม่ตรงกันบ้างเวลาที่ไปกล่าวหา ไม่ว่าจะเปึนเรื่องแทรกแซง องค์กรอิสระ เรื่องสร้างความแตกแยกทุจริตคอรัปชั่น หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมกระทั่งการแทรกแซงสื่อ รัฐบาลชุดนี้ท่านประธานที่เคารพมีปัญหาเรื่องการทุจริต มากมายดังเปึนที่ปรากฏ ผมเรียนกับท่านประธานว่าแต่ทั้งหมดนั้นเวลาที่เขาไปยึดอํานาจ ผู้นําในการยึดอํานาจที่เรียกว่าประธาน คมช. นั้น เขาประกาศว่าเขามีบันได ๔ ขั้นเลยว่า ยุบพรรค ยึดทรัพย์ ให้พรรคแตก ให้รัฐธรรมนูญผ่าน เพื่อจะเปลี่ยนขั้วรัฐบาลนี่ปรากฏว่า ได้ยินกันไปทั่ว แล้วเวลาผ่านมามันก็พิสูจน์ว่าคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอัยการ ก็ไม่สั่งฟัอง แทรกแซงองค์กรอิสระกลายเปึนโอละพ่อเลย วุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง ๒๐๐ คนที่เปึนประธานวุฒิสภา คนที่เปึนรองประธานวุฒิสภาปรากฏว่ามาลง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์หลังจากการหมดวาระครั้งแรก เพราะฉะนั้นการกล่าวหาว่าใครเปึน เสียงข้างมากอย่างไรนั้นฟังไม่ขึ้น แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องการแทรกแซงสื่อ ท่านประธานลองดูช่อง ๑๑ ตั้งแต่อภิปรายไม่ไว้วางใจจนประทั่งปัจจุบัน นักข่าวถามผมว่า กลัวที่สุดในการอภิปรายครั้งนี้กลัวอะไร บอกผมกลัวตี่จับครับ กลัวจริง ๆ เพราะว่าการที่ จะตัดความรับรู้ของประชาชนนั้นเปึนความเสียหาย ท่านประธานที่เคารพ พอเขาวาง บันได ๔ ขั้น ท้ายที่สุดนายกรัฐมนตรีก็มาสารภาพกลางสภานี้เองบอกว่าเปึนคนไปเสนอ เรื่องเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ ท่านประธานทราบไหมครับว่าทั้งประเทศเรามี หน่วยเลือกตั้ง ๘๘,๕๐๐ หน่วยนั้น ก็มีการคิดกันสะระตะว่าถ้าวัน แมน วันโหวต แพ้มา ๒ ครั้ง ครั้งแรกเกือบสองเท่าตัว ครั้งที่ ๒ เกือบสี่เท่าตัว ครั้งที่ ๓ ปรากฏว่าไม่ขอชกด้วย ขอบอยคอต (Boycott) ท่านประธานที่เคารพการแบ่ง ส.ส. ในระบบจากบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน ไปซอยแบ่งกลุ่มเรียกว่าสัดส่วน ๘ กลุ่ม จากจํานวน ๑๐๐ คน เหลือ ๘๐ คน ท่านประธานลองอธิบายให้ผมฟังได้ไหมว่าเช่นจังหวัดนครราชสีมาไปรวมกับ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ได้อย่างไร รวมกระทั่งจังหวัดปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีติดกับกรุงเทพฯ ไปรวมกับโคราช ไปรวมกับ จังหวัดตราด อธิบายอะไรละครับ นั่นคือถ้าวิธีนี้จะชนะใช่ไหม แบ่งเขตเรียงเบอร์ชนะ แบ่งเขตอย่างนี้ก็ชนะใช่ไหม หรือแม้กระทั่งจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพร ไปรวมกับ จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของประธานวิป และจังหวัดสระบุรี ท่านประธานที่เคารพมันอธิบายอะไรไม่ได้เลย แม้กระทั่งเอาจังหวัดลพบุรีไปรวมกับ จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดขอนแก่น อย่างนี้อธิบายอะไรครับ เพราะเวลานั้น เขาได้รับโจทย์กันว่าให้จัดเขตเลือกตั้งอย่างไรก็ได้ให้พรรคพลังประชาชนแพ้การเลือกตั้ง คนที่ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขอประทานเอ่ยชื่อไม่ได้เปึนความลับอะไรเพราะเปึนข่าว อยู่ทั่ว นายจรัล ภักดีธนากุล บอกว่าได้รับโจทย์ในการร่างรัฐธรรมนูญบอกว่านักการเมือง เปึนคนที่มีความชั่วร้าย เพราะฉะนั้นต้องร่างรัฐธรรมนูญไว้ปัองกันนักการเมือง ท่านประธานที่เคารพปรากฏว่าผลการเลือกตั้ง ๒๓ ธันวาคม ป้ ๒๕๕๐ จากเขตเดียว เบอร์เดียว บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ เขตใหญ่ทั้งประเทศ แพ้ชนิดที่ไม่ต้องนับกันเลยก็ได้ ปรากฏว่าพอมาในแบบนี้ป่ดประตูทุกวิถีทาง กองกําลังช่วยสารพัด ท่านประธานที่เคารพ ผลการเลือกตั้งพรรคพลังประชาชนก็ได้ ๒๓๓ เสียง พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ ๑๖๔ เสียง ห่างกันเกือบ ๗๐ เสียง คนที่บอกเรื่องนี้ชัดเจนที่สุดคือนายบรรหาร ศิลปอาชา ไปเล่า ในวันเกิดของ นายประภัทร โพธสุธน บอกว่าตกลงกันมาก่อนว่าซีกนี้ ถ้าพรรคพลังประชาชน ได้เกิน ๒๐๐ เสียง เราจบกันไป แต่ไม่ถึง ๒๐๐ เสียง จัดตั้งรัฐบาล ให้พรรคประชาธิปัตย์ เปึนแกนนํา ผมเรียนกับท่านประธานที่เคารพ พวกเราชนะการเลือกตั้ง วันนี้พวกผมไม่ได้ ใส่ใจละครับ จะวัน แมน วัน โหวต จะเรียงเบอร์ จะตีลังกาเลือก พร้อมทุกกรณี แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าความรู้สึกในการที่จะวางแผนเพื่อที่จะร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อที่เปึนอคติกับคนใดคนหนึ่งนั่น วันหนึ่งเมื่อหน้าที่ของรัฐบาลมาอยู่กับอีกซีกหนึ่ง มันเลยกลายเปึนเรื่องโอล่ะพ่อ ท่านประธานลองนึกดูสิครับว่าเรื่องมาตรา ๑๙๐ ถ้าท่านประธานจําในสภานี้ได้ นายกรัฐมนตรีนั่นละครับ วันที่เราจะเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ กัน นายกรัฐมนตรีก็อ้างมาตรา ๑๙๐ ที่ระบุว่าให้มีกฎหมายว่า ด้วยการกําหนดและขั้นตอนโดยไม่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเลย ถ้าท่านจําความกันได้ว่า ส.ส. พรรคพลังประชาชนและวุฒิสมาชิกยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคพวกพี่น้องที่อยู่ หน้าสภาเวลานี้เปึนพวกกับรัฐบาลชุดนี้เวลานั้นประกาศชุมนุมต่อต้านเอาชื่อพวกผม ไปยื่นถอดถอน ท้ายที่สุดบอกขู่เลยว่าถ้าใครยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องพ้นจากการเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พี่น้องวุฒิสภาบางส่วนตกใจไปถอนชื่อ เสียงไม่ครบตามจํานวนก็ตกไปโดยปริยายแปลความกันเวลานั้นว่าแม้กระทั่งเรามี เสียงข้างมาก เมื่อพันธมิตรออกมาต่อต้านแก้ไขไม่ได้ไม่เปึนไร ร่างของประชาชนก็เสนอ คาสภาอยู่ในเวลานั้น มาคราวนี้ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่ากลุ่มคนกลุ่มเดียวกันที่ เคยต้านพวกกระผม วันนี้ก็มาต้านรัฐบาลชุดนี้ ก็ถือว่าแฟร์ (Fair) กันดี เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมันมีสภาพเหมือน ๑ ประเทศ ๒ ระบบ จริงอยู่คณะรัฐประหารถอนตัว ออกไปให้มีการเลือกตั้งแต่ได้ทิ้งรัฐธรรมนูญที่มีองค์กรอิสระนะครับ ไม่ว่าจะเปึน ศาลรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรต่าง ๆ คาเอาไว้ตามกลไกนี้มากมาย พวกผมชนะเลือกตั้ง นายสมัคร สุนทรเวช เปึนนายกรัฐมนตรี ๗ เดือน หาความผิดอะไรไม่ได้ ปรากฏว่า ไปทํากับข้าว ล้มคาตําแหน่งนายกรัฐมนตรี คากระทะเปึนคนแรกของโลก นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ มาเปึนนายกรัฐมนตรีต่อ มีการยึดสนามบินบอกว่าไม่ให้เข้าเฝัา วันที่ ๕ ธันวาคม วันที่ ๔ ธันวาคม วันที่ ๓ ธันวาคม สวนสนามก็ห้ามไป ยุบพรรคพลังประชาชน วันที่ ๒ ธันวาคม แถลงวันไหนยุบวันนั้น พรรคพลังประชาชนไม่ไป พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตยไป นายบรรหารคุกเข่าร่ําไห้ ไม่มีความเมตตาใด ๆ ทั้งสิ้น ผมบอกกับ ท่านประธานนะครับว่านี่คืออะไรครับ ในซีกของคําว่าประชาธิปไตยนั้นมันเหลืออยู่เพียง แค่การเลือกตั้ง แต่ซีกหนึ่งที่ทางคณะรัฐประหารได้วางยากันเอาไว้เพราะเขามีบทเรียน มากมาย เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนกับท่านประธานว่ายุบพรรคแล้วเขาก็รู้ว่ายังทําอะไรไม่ได้ ไปยึดทรัพย์เพื่อบอกว่าไม่มีเงินแล้วมาทางนี้ ให้พรรคแตกก็แตกไปได้บางส่วน ท้ายที่สุด ให้รัฐธรรมนูญผ่านและกลายมาเปึนยาดําจนถึงทุกวันนี้ ผมเรียนกับท่านประธานว่า กฎหมายร่างรัฐธรรมนูญที่ผมบอกกับพี่น้องประชาชน ผมบอกว่าไม่มีปัญหาอะไรเลย และเตือนพี่น้องคนเสื้อแดงว่าอย่ามาที่สภา ไม่มีประโยชน์อะไร และไม่ได้มีความคาดหวังว่า รัฐบาล ส.ว. กลุ่ม ๔๐ ซึ่งได้พูดความเท็จใส่ร้ายร่างของประชาชน เช่นบอกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปลิดรอนพระราชอํานาจ นี่เท็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนเขาไม่ไปแตะหมวด ๑ หมวด ๒ ที่เกี่ยวข้องกับหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ แปลว่าอยู่เหมือนเดิมไม่ยุ่ง ไปลิดรอนพระราชอํานาจส่วนไหน

ประเด็นที่ ๒ แสดงความโง่กันออกมาบอกว่าไม่สามารถแก้ไขตาม มาตรา ๒๙๑ ได้ เพราะร่างของประชาชน ๗๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อนั้นแก้ไขทั้งฉบับไม่ได้ ถ้าจะแก้ไขต้องไปแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ก่อน ก็หมวด ๑ หมวด ๒ ไม่แก้ แปลความกันว่า ไม่แก้ทั้งฉบับอยู่แล้ว คนฟังภาษาคนรู้เรื่องเขาอาจจะอธิบายอย่างนี้ ผมเรียน กับท่านประธานว่า เพราะฉะนั้น ณ ขณะนี้เราบอกว่าเรามีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน โดยสิ้นเชิง ผมเองนี่นะครับและพี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่าบางคนที่พยายามอ้างว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ผ่านประชามติมาแล้ว ท่านประธานลองดูบรรยากาศเวลา นั้นสิครับ วันนั้นท่านประธานก็อยู่ใกล้ ๆ พวกผมก็อยู่ ท่านประธานคงจะแลเห็นเหมือนกับ ผมว่า คมช. บังคับประชาชนไม่มีทางเลือก บอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ผ่าน คมช. มีสิทธิเอาร่างใดร่างหนึ่ง ป้ใดป้หนึ่งมาปรับปรุง สามารถประกาศใช้ภายใน ๑ เดือน ได้ทันที คนไทยมีความรู้สึกว่าเราต้องการการเลือกตั้งไปแก้วันหลังก็ได้ กลุ่มพันธมิตร เวลานั้นมีการรณรงค์คู่ขนานประกาศกับประชาชนแบบที่ นายชุมพล ศิลปอาชา มาบอก บอกว่าให้รับไปก่อนจะไปเข้าชื่อประชาชนแก้ภายหลัง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พูดเปึนคนแรก หลังจากรัฐธรรมนูญผ่านบอกว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ทั้งหมดนั้นประชาชนไม่มีทางเลือก ประชาชนจํานวนหนึ่งต้องการเดินเข้าสู่การเลือกตั้ง เพราะต้องการให้เผด็จการมันไปพ้น ๆ ประชาชนพร้อมไปตายกันดาบหน้า เพราะว่า ถ้าไม่เอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อาจจะได้ของที่เลวกว่านี้ เอาของเลวขนาดนี้มาก่อน ท่านประธานที่เคารพ สภาพรัฐธรรมนูญผ่าน ๑๔ ล้านเสียงเหมือนกับโจรปล้นบ้าน มาขอความเห็นชอบโดยเอาป๋นจ่อเจ้าของบ้าน ท้ายที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันก็ได้ผ่าน ด้วยอ้างว่าเสียงประชามติ แต่เวลานั้นไม่มีใครหน้าไหนเลยครับ แม้กระทั่ง สสร. ทุกอย่าง บอกว่าไปแก้ข้างหน้า ๆ แต่พอจะเอากันจริง ๆ จะเปึนจะตายขึ้นมา แต่ปรากฏว่าวันนี้ วันนี้ปรากฏว่าจะเอาเพียงแค่ ๒ มาตรา มาตรา ๑๙๐ เอาไว้อธิบายเอาไว้เปึนหน้าฉาก ว่าไม่ได้มีเรื่องส่วนตัว ไม่ได้แก้ไขเพื่อตัวเองแต่เพียงอย่างเดียว ท่านจะอธิบาย อย่างไรก็ตามครับ เรื่องเขตเลือกตั้งเบอร์เดียว วันแมนวันโหวต พรรคภูมิใจไทยก็ทวง พรรคชาติไทยพัฒนาก็ทวง พรรครวมใจชาติพัฒนาก็ทวง แล้วท่านประธานคงจําได้ว่า ตอน ๑๐๒ ส.ส. ที่เขาเสนอเข้าไป พรรคประชาธิปัตย์ประชุมมีมติ นายกรัฐมนตรี เปึนเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับเขตเดียวเบอร์เดียว ผมเรียนกับท่านประธานว่า เราผ่านบทเรียนมา ๒ สงกรานต์ ผ่านความตาย ความสูญเสีย ตั้งคณะกรรมการได้มาที นายดิเรก ถึงฝัืง ปรากฏว่าได้มา ๖ ข้อ เสนอ นายดิเรก ก็ไม่ถึงฝัืง รัฐบาลก็ไม่เอา ผมบอก กับพรรคพวกเวลานั้นบอกว่า ถ้าอย่างนั้นเราปล่อยให้พรรคประชาธิปัตย์เขาแสดงจุดยืน ที่ชัดเจน เพราะขืนไปสนับสนุน ท้ายที่สุดก็จะถูกทิ้งระหว่างกัน พรรคร่วมรัฐบาลไม่เชื่อ ๑๐๒ รายชื่อไปนําเสนอ พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เอาด้วย จนกระทั่งวันนี้ท่านประธาน ลองอธิบายสิ มันแตกต่างกันนิดเดียวล่ะครับ เขตเดียวเบอร์เดียว แต่มาเพิ่มสัดส่วน เพราะวันแมนวันโหวต ๔๐๐ เขต บัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน แพ้แล้ว แบ่งเขตเรียงเบอร์ สัดส่วนแบ่งจังหวัดชนิดที่อธิบายอะไรไม่ได้เลย แพ้แล้ว ทีนี้มันสูตรใหม่ ๓๗๕ บวก ๑๒๕ ยังไม่เคยแพ้ที อธิบายมิติอื่นไม่ได้เลยครับท่านประธานที่เคารพ ผมจึงบอกกับท่าน ประธานว่าเราไม่ใช่จะกลัวกับวิธีการเลือกตั้ง วันนี้รัฐบาลเสียงข้างมากอยู่แล้ว เชิญเลยครับ ท่านสามารถทําได้อยู่แล้วแต่บอกว่าพวกผมกลัว วันแมนวันโหวต ไม่ใช่ หรือจะเลือกตั้งเรียงเบอร์ กลัว ไม่ใช่ พวกผมพร้อมต่อสู้ทุกกรณีในสนามการเลือกตั้ง ที่มีความยุติธรรม แต่วันนี้มันไม่ใช่ครับ วันนี้มันเปึนเรื่องจิตวิญญาณ ความสํานึก ของคําว่า ประชาธิปไตย คําว่า รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ มีข้อด้อยไหมครับ บางมาตรา มีข้อด้อย เช่น ตรวจสอบรัฐบาลยาก เช่น บอกว่าต้องใช้เสียง ๒ ใน ๕ อภิปราย นายกรัฐมนตรีในกรณีไม่ไว้วางใจ ฝ์ายค้านเวลานั้นเสียงไม่ถึง ร่างของประชาชนบอกว่าต่อไปนี้ลดเหลือ ๑ ใน ๕ แปลว่า ๑๐๐ คนอภิปรายนายกรัฐมนตรีได้ กรณีรัฐมนตรีเพียงแค่ ๑ ใน ๖ ไม่ถึง ๑๐๐ คน อภิปรายรัฐมนตรีได้ ตอนปลายก่อนการยึดอํานาจได้มีการศึกษากันมากมาย เช่นว่า เมื่อการตรวจสอบเปึนอุปสรรคก็แก้ไข ผมเรียนกับท่านประธานว่าแม้กระทั่งความเชื่อ เรื่องการจะบรรจุศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ ประเทศไทยเปึนประเทศเดียวกัน เสียด้วยซ้ําที่ว่าเมื่อมีศาสนิกศาสนาพุทธ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ไม่มีโอกาสได้บรรจุ เปึนศาสนาประจําชาติ ร่าง คปพร. ที่ประชาชนเสนอเขาก็มีแนวความคิดทั้งที่เขาก็ไม่ได้มี อคติกับศาสนาอื่น ๆ ต่างคนต่างอยู่ด้วยกันได้ แต่ประเทศนี้ส่วนใหญ่เปึนศาสนาพุทธ ก็เปึนศาสนาประจําชาติ แต่ว่าศาสนาทุกศาสนาก็สามารถอยู่อย่างมีความภราดรภาพได้ ท่านประธานที่เคารพ หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องการสนับสนุนให้นักการเมืองย้ายพรรค ในเวลาที่จะมีการเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บอกว่า ต้อง ๙๐ วัน ไม่ว่ากรณียุบสภาหรือไม่ก็ตาม แต่นี่ยุบสภา ๓๐ วัน และขณะเดียวกัน การตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งต้องไม่น้อยกว่า ๔๕ วัน แปลความว่านับวันเลือกตั้ง ๓๐ วันครบ เวลานี้ไม่รู้ใครต้มใครกันในพรรคไหนกันบ้าง หมายความว่านักการเมืองนั้น ก็จะกลับไปสู่จุดเดิมเหมือนเดิมว่านี่อย่างไรเราต้องปฏิรูปทางการเมือง ทุกอย่างประเทศไทย เราผ่านมาหมดแล้ว ท่านประธาน จากจํานวน ๑๘ ฉบับของรัฐธรรมนูญวันนี้ผมจึงเรียน กับท่านประธานว่าแม้กระทั่งเรื่องสมาชิกวุฒิสภา โดยส่วนตนผมมีความรู้สึกเหมือน ส.ว. สิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ หลายคนมีความน่ารัก มีทัศนคติที่ดีในซีก ส.ว. สรรหา กว่า ส.ว. ที่มา จากการเลือกตั้งบางคนด้วยซ้ํา แต่ทว่าที่มาเรื่องจิตวิญญาณประชาธิปไตยนั้น เราต้องการให้มาจากประชาชน องค์กรอิสระต้องไม่มีสภาพอย่างนี้ ต้องมีประชาชน เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานที่เคารพ เราจึงบอกเลยว่าถ้าตราบใด ที่รัฐบาลบอกว่านี่เปึนการเริ่มต้นของขบวนการปรองดอง ผมไม่รู้จะปรองดองอย่างไร กับเขตเลือกตั้ง อธิบายว่าคนในชาติจะปรองดองได้อย่างไร จากเลือกตั้ง ๔๐๐ เขต เหลือ ๓๗๕ เขต สัดส่วนจาก ๘๐ มาเปึนเขตเดียว ๑๒๕ มันจะปรองดองหรือสามัคคีขึ้นมา ในชาติอย่างไร หมายความว่าถ้าไม่ได้อย่างนี้ชาติจะแตกแยกใช่ไหมครับ เพราะลดจาก ๔๐๐ เขตเหลือ ๓๗๕ เขต ชาติจะเกิดความสามัคคี มันไม่ใช่ครับท่านประธานที่เคารพ แต่เปึนเหตุผลของรัฐบาลที่อธิบาย นายกรัฐมนตรีท่านบอกว่าท่านเสนอวันเลือกตั้งให้แล้ว ๑๔ พฤศจิกายน ผมเรียนกับท่านประธานและบอกไปยังนายกรัฐมนตรีว่าพวกกระผมนั้น มีหมวก ๒ ใบเราจะเอาชีวิตของประชาชนมาแลกกับวันเลือกตั้งไม่ได้ ผมยังบอกกับ ท่านประธานตอนอภิปรายไม้ไว้วางใจเลยว่าถ้าเอาชีวิตของประชาชนคืนมาได้ ท่านจะอยู่ เปึนนายกรัฐมนตรีเปึนชาติก็เอาไปเถอะ นี่คือความรู้สึกที่แตกต่างกันว่าเราไม่ใช่ต้องการ วันเลือกตั้ง แล้วไปแลกกับชีวิตของประชาชน ที่เราอุปมาอุปไมยกันว่าไปขอหีบเลือกตั้ง แต่ท่านให้หีบศพกลับบ้าน วันนี้ท่านประธานที่เคารพ ผมฟังท่านอาจารย์คณิต ณ นคร เสนอแนวความคิดที่เปึนประโยชน์มากมาย วันนี้ในซีกรัฐบาลยังไม่ถูกดําเนินคดี ท่านอาจจะไม่มีความรู้สึก คําก็คนเขาเผาบ้านเผาเมือง ผู้ก่อการร้าย แต่คดีใช้บงการฆ่า ๙๑ ศพ พยายามฆ่าอีก ๒,๐๐๐ คน แม้กระทั่งการเผาเซ็นทรัลเวิล์ด ศาลากลางต่าง ๆ รอวันที่จะพิสูจน์ความจริงกันมากมาย คนถ้าไม่ถูกตีตรวน คนที่ไม่ถูกคุมขัง จะไม่มี ความรู้สึกว่าหัวใจของเขาเปึนอย่างไร เหมือนเด็กหนุ่มอายุ ๑๙ ป้ ที่รัฐบาลไปยื่นประกันตัว แล้วที่นายกรัฐมนตรีให้มาเข้าพบที่สภา ท่านก็บอกว่าทีหลังอย่าทํา ถ้าสมมุติเขาย้อน ถามว่าทีหลังอย่าฆ่าได้ไหม เอาความรู้สึกสิครับท่านประธานที่เคารพ วันนี้ผมต้องการให้ ประเทศเดินหน้า ผมเคยบอกกับนายอภิสิทธิ์ตอนเจรจาด้วยซ้ําว่าแล้ววันนี้ไปไหนก็ได้ เหมือนเลือกตั้งซ่อมจังหวัดสุราษฎร์ธานีพรรคประชาธิปัตย์ชนะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็ไป ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส่งคนไปลงหาเสียง บรรยากาศก็เปึนไปได้ด้วยดีไม่มีปัญหา จังหวัดขอนแก่นผมก็จะบอกพี่น้องว่าให้พรรคประชาธิปัตย์เขาหาเสียงกันอย่างเต็มที่ ภาคอีสานพรรคท่านประธานไปกันได้ตามปกติอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนว่า บรรยากาศอย่างนี้เรามีความต้องการ แต่ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา ผมบอกกับ พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ในวันที่เดินทางไปที่พรรคเพื่อไทย ผมบอกว่าโชคดีที่ได้คนผ่านโลก มาเจรจาด้วย แม้ว่าไม่รู้จะมีความหวังหรือไม่ อย่างไร แต่ดีกว่าไม่ได้คิดอะไรเลย พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ถูกศาลสั่งจําคุกตลอดชีวิต ถูกขัง ๘ เดือน ได้รับการปล่อยตัวมา เคยถูกตัดสิทธิทางการเมือง ผ่านความเจ็บปวด ผ่านความสําเร็จ ผ่านความสูญเสีย จึงเข้าใจอารมณ์คนที่มีความสูญเสีย แต่คนที่ผ่านความสําเร็จอย่างเดียวจะไม่เข้าใจว่า ความสูญเสียคืออะไร ผมจึงบอกกับพลตรี สนั่นว่าคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวอย่างท่าน นี่แหละที่จะเข้าใจว่าความรู้สึกของคนที่เขาเจ็บปวด ที่ถูกคุมขัง ถูกตีตรวน ถูกล่ามโซ่ ถูกซ้อมให้สารภาพ ถูกใส่ร้าย ถูกยัดเยียด ถูกตั้งข้อหาโดยไม่มีการชันสูตรพลิกศพ ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๔๘ ถึงมาตรา ๑๕๖ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่า ณ ขณะนี้บ้านเมืองมันจะเดินหน้าไปได้ด้วยความยุติธรรมทั้งนั้น ท่านประธานไม่คิดบ้างหรือครับว่า ในซีกคนที่ร่วมกันอย่างกลุ่มพันธมิตรที่เขามาตราหน้า รัฐบาลชุดนี้ ถึงใช้ขนาดบอกว่าตะบัดสัตย์ เนรคุณ ทุจริต ตอแหล ขายชาติ จนกระทั่ง คนในซีกรัฐบาลเองก็บอกว่าเนรคุณเฉพาะคนที่ไม่รู้จักพอเท่านั้น คนไทยเขาก็มี ความสงสัยเหมือนกัน อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ที่อยู่ซีกพันธมิตร ที่แข่งกับ อดีตรัฐมนตรี วิชาญ มีนชัยนันท์ ก็บอกเลยว่าแกนนําพรรคประชาธิปัตย์ให้เขาไปร่วมกับ พันธมิตรป้ ๒๕๔๙ ยังเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว ยังแจกเนคไทด์ ๔ เส้น ทั้งที่คน ๆ นั้นประกาศ ไม่เคยเลี้ยงกาแฟใครแม้แต่เพียงแก้วเดียว ผมเรียนกับท่านประธานว่าทั้งหมดนั้น พวกผมเองมองโลกอย่างยุติธรรมที่สุด วันนี้ผมไม่รู้ว่าใครตกลงอะไรไว้กับใคร แต่ท่าน ไปหาเขาถึงหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ตั้งแต่ก่อนการยึดอํานาจและขณะเปึนนายกรัฐมนตรี ทั้งหมดคนไทยก็ต้องการรับรู้เหมือนกันว่าเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน ทําไมมี ความคิดที่แตกต่างกัน ผมเรียนเปึนการสรุปอีกครั้งหนึ่งท่านประธานว่า ร่าง คปพร. พี่น้องประชาชน ๗๐,๐๐๐ รายชื่อ ดอกเตอร์เมธาพันธ์ หมอเหวง อยู่ในเรือนจํา ให้เข้าใจ มองโลกอย่างอนิจจัง ร่างนี้ไม่ผ่านสภาครับ แต่ในซีกพวกผมจะยืนเพื่อสร้างความเชื่อมั่น ให้กับประชาชนเขาได้พึงรับรู้ว่า เมื่อเขาใช้สิทธิสมาชิกรัฐสภาอย่างพวกเรานั้นไปรับเขา ส่วนจะมีการดําเนินการอย่างไรนั้นว่ากันตามกระบวนการ แต่ว่าเมื่อตก เราได้แสดงจุดยืนว่า ประชาชนอย่ามีความรู้สึกที่สิ้นหวัง ท่านประธานคงจะจําได้ ตอนร่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บอกว่าประชาชน ๒๐,๐๐๐ รายชื่อเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ ประชาชนไปเสนอ พ.ร.บ. ป์าชุมชน ไปตกในขั้นวุฒิสภา ในเวลานั้นประชาชนน้ําตาไหลกันบอกว่าชุมชนกับป์า จะอยู่ด้วยกันได้ เปึนกฎหมายฉบับแรกที่ประชาชนเสนอ รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ก็ตกมาแล้ว นี่เปึนการเสนอครั้งแรกในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ปรากฏว่าสภาชุดนี้ปฏิเสธ ที่จะรับก่อนที่จะมีการพิจารณากันเสียด้วยซ้ํา เหมือนกับตอนรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ พวกท่านนี่ละครับ ประกาศรับร่างตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นร่างเสียด้วยซ้ํา เพราะว่าตอนแรก ไม่เอา เวลาที่แสดงอาการอยากได้ต้องเอามากกว่าคนอื่น ท่านประธานลองไปดูเถอะครับ ตอนพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เรืออากาศตรี ฉลาด อดอาหารเกือบตาย ไม่ให้ความสนใจ แต่พอหมดว่าประชาชนกระแสธงเขียวสะพัด ประกาศยกมือล่วงหน้า เลยว่าอย่างไรก็ต้องรับทั้งที่ยังไม่ทันเห็นร่างดี เวลานี้พอร่างประชาชนเสนอ ประกาศรับ โดยที่ยังไม่มีการพิจารณาใด ๆ ผมเรียนกับท่านประธานว่าไม่มีปัญหาหรอกครับ แล้วบอก กับประชาชนว่าท่านได้ตั้งใจครับ เอาไว้วาดหวังว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีวันไหน ไม่ใช่สาระสําคัญ พรรคประชาธิปัตย์จะถูกยุบหรือไม่ถูกยุบไม่ใช่สาระสําคัญ วันไหนมีการเลือกตั้ง วันไหนจะเปึนวันของประชาชนที่เขาจะพิพากษากัน พวกผมก็จะไปบอก กับประชาชนว่าจะเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีการปรับปรุงบางเรื่องบางราว ขอฉันทานุมัติ ซีกคนที่อยู่หน้าสภาก็เห็นด้วยว่าไปถามความเห็นประชาชน พันธมิตร ไม่เห็นด้วยก็ไปถามประชาชน พรรคประชาธิปัตย์จะแก้ไขกี่ข้อไปถามประชาชน ทั้งหมด ผมเรียนกับท่านประธานว่าเราไม่ต้องจ่ายเงินทําประชามติ แต่เอาผลการเลือกตั้ง เปึนเครื่องบอกประชามติว่าเราต้องการอย่างไร แล้วประชาชนเปึนผู้กําหนด พวกผมเสนอ ประชาชนไม่เห็นด้วย ผมก็ไม่มีหน้ามาเสนอที่สภา แต่ประชาชนเห็นด้วยผมก็มานําเสนอ ผมจึงเรียนมายังท่านประธานสภาว่า ณ ขณะนี้เราต้องการให้ประเทศนี้เดินได้ การเอาใจเขา มาใส่ใจเรา วันนี้ถ้าเราหยุดความรู้สึกของประชาชน ไม่ให้ประชาชนเสนอทั้งทีเอะอะ ก็จะอ้างประชาชน พอเขาเอาจริง ๆ ก็ไม่กล้า ผมบอกกับพรรคพวกว่าแม้กระทั่งซีกต่าง กับผมเสนอ ผมก็ไม่ขัดข้อง ผมจึงเรียนกับท่านประธานสภาว่าพวกผมจะยืนสนับสนุน ร่างของประชาชน แม้ว่าจะแพ้ร่างนี้จะตก เพื่อไม่ให้ประชาชนสิ้นหวัง ส่วนร่างของรัฐบาล ท่านมีเสียงข้างมากอยู่แล้ว ถ้าพวกท่านอยากได้จริง ๆ ไม่ใช่ตบตาพรรคร่วมรัฐบาล ท่านทําสําเร็จอยู่แล้ว ขอบคุณท่านประธาน