สุมล สุตะวิริยะวัฒน เสนอคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 4 ร่าง โดยยืนยันว่าฉบับปี 2550 ดีที่สุดและให้ประชาชนใช้ต่อ พร้อมชี้ว่าการแก้เฉพาะประเด็นสัญญาต่างประเทศและการเลือกตั้งไม่เพียงพอ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดเพชรบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ให้ท่านปรับ โสตประสาทนิดหนึ่งในการฟัง เพราะว่าหลังจากท่านนายกรัฐมนตรีอภิปรายไปแล้ว มันก็คงจะหมดหนังม้วนสําคัญอะไรไปอย่างนั้นทํานองนั้น แต่อย่างไรก็ตามในเมื่อได้ เข้าชื่อไว้ในการอภิปรายแล้วดิฉันก็จะทําหน้าที่จนถึงที่สุด ก่อนอื่นในการที่จะอภิปราย เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๔ ร่างนั้น ดิฉันขอพูดในที่นี้ว่าร่างทั้ง ๔ นั้น ดิฉันไม่รับ ทั้ง ๔ ร่าง ด้วยเหตุผลว่าทําไมจึงไม่รับทั้ง ๔ ร่าง เพราะดิฉันมีจุดยืนตั้งแต่เข้ามาเปึน สมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่ป้ ๒๕๕๑ แล้วว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นในความคิดของดิฉัน เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในขณะนี้ เหตุผลก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นให้อํานาจ ให้สิทธิแก่ประชาชน ดิฉันว่ามาก เพราะไม่ต้องรอกฎหมายลูกเลย มีผลบังคับใช้ และในมาตราอีกเยอะแยะเลยในการที่จะให้มีกฎหมายลูกออกมาบังคับใช้ เพียงแต่ องค์กรและสภานิติบัญญัติแห่งนี้ไม่รีบในการที่จะออกกฎหมายลูกมาเพื่อให้บทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ต่างหาก เช่น มาตรา ๖๗ วรรคสอง ในเรื่องของมาบตาพุด หรือแม้กระทั่ง กสทช. ซึ่งก็ยังได้ทําไป อย่างนี้เปึนต้น ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันถือว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้อํานาจแก่ปวงชนชาวไทยเยอะมาก แล้วดิฉันก็คิดว่านักการเมือง ไม่ชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อาจจะเปึนเพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนรัฐธรรมนูญ ที่มักจะได้ยินว่าเปึนยาแรง ดิฉันถามว่ารัฐธรรมนูญเปึนยาแรง แล้วถ้าท่านไม่ทําผิด รัฐธรรมนูญทําอะไรท่านได้ ทําไม่ได้ค่ะ ดิฉันรับประกัน ดิฉันเคยพูดในสภาแห่งนี้ตั้งแต่ ป้ ๒๕๕๑ ที่เราเริ่มพูดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ ๆ เลยว่ากฎหมายอะไรก็แล้วแต่ ถ้ายิ่งเข้มงวดแล้วเราไม่ได้ทําผิด กฎหมายนั้นก็ทําอะไรเราไม่ได้ ดั่งเช่นศีล ๒๒๗ ข้อ ของพระสงฆ์ที่ต้องถือปฏิบัติ ชายไทยใดถ้าไม่สามารถถือศีล ๒๒๗ ข้อนี้ได้ ก็อย่าเข้ามาบวช ไม่ใช่ต้องไปยกเลิก หรือเปลี่ยนศีล ๒๒๗ ข้อให้เข้ากับตัวผู้ที่จะบวชมันคงไม่ใช่อย่างนั้น ในทํานองเดียวกัน ดิฉันจึงถือว่าในช่วงนี้ให้คนไทยหรือประชาชนชาวไทยได้มีโอกาส แล้วก็ตลอดจน นักการเมืองได้มีโอกาสใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้อีกสักระยะหนึ่งอย่างน้อย ๆ ก็สัก ๕ ป้ บัดนี้ เข้ามา ๓ ป้กว่าแล้ว อีกป้กว่า ๆ ทนไม่ได้หรือ แล้วในความคิดของดิฉันว่ารัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีความผิดอะไรเลย เราต่างหากนักการเมือง แล้วเราทําไมไม่ดูตัวเราเองบ้างว่า ทําอะไร แล้วดิฉันก็ยังไม่เห็นด้วยว่าเราเปึนผู้มีส่วนได้เสียในการใช้รัฐธรรมนูญฉบับอะไร ก็แล้วแต่ที่เราจะร่างขึ้นมา แล้วเราจะมาเปึนผู้แก้เอง ดิฉันว่ามันไม่ถูก เพราะฉะนั้น ในความคิดของดิฉันนั้นการที่เราซึ่งเปึนสภานิติบัญญัติ เปึนปวงชนชาวไทยที่พ่อแม่พี่น้อง ไว้วางใจเลือกเข้ามา ดิฉันว่าถามประชาชนก่อนดีไหมว่าเขาจะแก้หรือไม่แก้ แล้วจากนั้น เราจึงมาดําเนินการตามขั้นตอน ไม่ใช่เรานึกอยากจะแก้ก็มาใช้สภาแห่งนี้ลงมติ ซึ่งดิฉัน ไม่เห็นด้วยเปึนอย่างยิ่งเลย แล้วก็ในการแก้ ๒ ประเด็นนี้นั้นคือมาตรา ๑๙๐ แล้วก็ มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ เรื่องของการทําสัญญากับต่างชาติ หรือเรื่องระบบการเลือกตั้ง ซึ่งดิฉันว่า ๒ ประเด็นนี้ ถ้ารัฐบาลจะเอา ๒ ประเด็นนี้เท่านั้นมันควรใช้มาตั้งแต่ที่ ท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน ที่คณะกรรมการสมานฉันท์ทําเมื่อตอนโน้นแล้ว แล้วปล่อย เวลาล่วงเลยมา มันเสียทั้งเวลาเสียทั้งงบประมาณด้วยซ้ําไป แล้วในที่สุดก็เอาแค่ ๒ ประเด็นในการแก้ไข ซึ่งในมาตรา ๑๙๐ ดิฉันว่ายังไม่ควรที่จะแก้ไข เราเพียงแต่กําหนด ประเภทสัญญาเข้าไปแค่นั้น แล้วเราเพียงแต่ใส่ประเภทสัญญามาให้รู้ว่าต้องเข้ามาสู่ สภาแห่งนี้หรือไม่ ก็แค่นั้น เหมือนกับเรียกว่าออกกฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ ไปแค่นั้นก็พอ ในระยะตรงนี้ ส่วนมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ นั้นดิฉันแน่นอนไม่เห็นด้วยกับ เขตเล็กเบอร์เดียว เพราะดิฉันเจอมาเอง เพราะดิฉันเปึน ส.ว. บ้านนอก เพราะฉะนั้น จะเห็นวิธีการการหาเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็เปึนจากการเลือกตั้ง ที่เราเรียกว่า กกต. ด้วย เพราะฉะนั้นจะรู้ แล้วดิฉันเคยได้ยินอดีต ส.ส. บ้านดิฉันเอง เขาพูดว่าอย่างไร เขาพูดว่าเขาจะช่วยเหลืออําเภอนี้ก่อน เพราะอําเภอนี้เลือกเขา อําเภออื่น เอาไว้ทีหลัง ซึ่งทําให้ดิฉันคิดได้เลยว่าเขาไม่ควรเปึน ส.ส. ของจังหวัดนั้นจังหวัดนี้ หรือจังหวัดเพชรบุรีจังหวัดของดิฉัน เขาควรจะเปึน ส.ส. ของอําเภอบ้านลาด ไม่ใช่ ส.ส. ของจังหวัดเพชรบุรี เพราะฉะนั้นระบบเขตเล็ก ดิฉันจึงไม่เห็นด้วย แล้วพอรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้ ส.ส. มาจากเขตใหญ่เรียงเบอร์ ดิฉันจึงเห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วก็เปึนวิธีการที่ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เห็นแล้วว่าเขตเล็กเบอร์เดียวมีปัญหา อย่างไรก็แล้วแต่ อันนี้เปึนมุมมองที่หลายท่านก็บอกว่าอันนั้นดี อันนั้นไม่ดี ซึ่งเปึนเรื่องของแต่ละคนที่จะมอง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ว่าเวลาที่เราทําในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ๒ ประเด็นมันแก้ปัญหา ความขัดแย้งได้หรือไม่ ถ้ามันนําไปสู่การปรองดองได้มันก็น่าจะทํา แต่ถ้ามันทําไม่ได้ มันไม่ไปถึง เวลาที่เราทําในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ๒ ประเด็นมันแก้ปัญหาความขัดแย้งได้หรือไม่ ถ้ามันนําไปสู่การปรองดองได้มันก็น่าจะทํา แต่ถ้ามันทําไม่ได้มันไม่ไปถึงแก้วิกฤติ ทางการเมืองของชาติได้ ก็อย่าได้ไปแก้ไขเลยเพราะมันจะเข้าตําราที่ว่าเกาไม่ถูกที่คัน ขอบคุณค่ะ