รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ประเกียรติ นาสิมมา หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอต่อสภา โดยมี 4 ร่างที่นำเสนอ และเรียกร้องให้มีการอภิปรายและพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ที่มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนอำนาจจากประชาชนไปเป็นอำนาจขององค์กรอิสระ

นายประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประเกียรติ นาสิมมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็อภิปรายการเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในร่างที่เสนอเข้ามา มีทั้งหมด ๔ ร่าง

ร่างที่ ๑ ก็คือร่างฉบับของประชาชน

ร่างที่ ๒ ก็คือร่างของพรรคร่วมรัฐบาล

ร่างที่ ๓ แบ่งออกเปึน ๒ ร่าง เปึนร่างของ คณะรัฐมนตรี ซึ่งแยกออกเปึน ๒ ร่าง คือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ และการแก้ไขเขตเลือกตั้งและจํานวน ส.ส. ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะย้อนกลับไปที่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ เปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เราได้ใช้มาในระยะหนึ่ง ซึ่งพอจะเปรียบเทียบ กันได้ ผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ สร้างความอ่อนแอให้การเมือง ผิดจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งสร้างความเข้มแข็งทางการเมือง การสร้างความเข้มแข็งทางการเมือง ประโยชน์ที่จะได้รับ ก็คือการเมืองไปบริหารเศรษฐกิจ ถ้าการเมืองเข้มแข็งเศรษฐกิจ ก็เข้มแข็ง ประชาชนก็มีคุณภาพชีวิตที่ดี การได้รับความเชื่อถือจากนานาชาติ ต่างประเทศ ก็ได้รับความเชื่อถือสูงสุด ถ้าเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้ว มันดูว่าเศรษฐกิจ จะดี แต่ความจริงไม่ดี มันดูว่าประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ปรากฏว่าไม่ดี มันดูว่า เรากับต่างประเทศมีไมตรี สัมพันธไมตรีต่อกันที่ดี แต่เชื่อไหมว่าข่าวต่างประเทศนี่ มองประเทศไทยในทางลบทั้งนั้น นี่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปรียบเทียบคร่าว ๆ ให้ฟัง แต่อย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ได้ขึ้นมามีนัยสําคัญและมีเปัาหมาย นัยสําคัญก็คือต้องการจะเปลี่ยนอํานาจจากอํานาจของประชาชนมาเปึนอํานาจของ อํามาตย์ ซึ่งผมเคยอภิปรายในสภานี้ เปึนการเปลี่ยนโครงสร้างทางการบริหารอํานาจ อํานาจอธิปไตยของเรามี ๓ อํานาจ คือ อํานาจบริหาร ตุลาการและนิติบัญญัติ จริงอยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เรามีองค์กรอิสระ แต่เราเห็นชัดเจนว่าองค์กรอิสระ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นอยู่ภายใต้การควบคุมสายการบริหารของรัฐสภา แต่พอในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้อํานาจขององค์กรอิสระลอยครับ ไม่รู้ว่าอยู่กับส่วนไหน ของอํานาจอธิปไตย นี่ละคือที่มาของความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางอํานาจ สรุปแล้ว อํานาจบริหาร อํานาจตุลาการ อํานาจนิติบัญญัติ ซึ่งเคยเปึนของประชาชนกลายเปึน อํานาจขององค์กรอิสระเสียทั้งสิ้น จึงเกิดเปึนความเหลื่อมล้ําทางสังคม ความยุติธรรมสูญเสีย มี ๒ มาตรฐาน ผู้พิพากษา ตุลาการ ซึ่งเคยทํางานอยู่ในอํานาจตุลาการต้องกลายมาเปึน ใช้อํานาจบริหาร รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้องค์กรอิสระสามารถที่จะเสนอกฎหมาย ต่อสภาได้เอง ซึ่งผิดไปจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ตรงนี้ทุกฝ์ายทุกคนบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มีนัยสําคัญ มีเปัาหมาย เปัาหมายคือต้องการที่จะให้ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เปึนนายกรัฐมนตรี แล้วก็สามารถที่จะใช้อํานาจในการบริหาร ผ่านอํามาตย์ที่เรียกว่า องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ท่านสังเกตไหม ท่านประธานครับ ท่านเปึนศาล ในสมัยที่ท่านเปึนตุลาการ เปึนศาลอยู่นั้นท่านมีประธานศาลฎีกากี่คน มีประธานศาลสูงสุดกี่คน มีคนเดียวใช่ไหมครับ แต่เดี๋ยวนี้มี ๓ คน ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลฎีกาใครมีอํานาจสูงสุดในองค์กรนี้ นี่คือการทําลายฐานอํานาจที่เปึนของ ประชาชน แล้วโยนสิ่งที่ถูกทําลายนี้ไปอยู่ในกํามือขององค์กรอิสระ องค์กรอิสระมีกี่คน แต่ละองค์กรมี ๙ คน อย่างสูง กกต. มี ๕ คน แล้วการแทรกแซงง่ายไหมครับ เรามีข้อวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วประเทศว่าถูกแทรกแซงได้ง่าย นี่คือที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ว่าทําไมเราถึงต้องการแก้ไข และเปึนรัฐธรรมนูญที่สร้างความอ่อนแอ ให้กับประเทศไทย สร้างความขัดแย้งให้กับสังคมอย่างที่เราเห็นได้ชัดเจน ประชาชน ในหลายซีก ซีกหนึ่งที่ยอมลงมติให้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่าน ก็เพราะการเรียกร้อง ของคนในระยะนั้นที่อยู่ในภาวการณ์บริหารราชการแผ่นดินภายใต้กฎอัยการศึก และภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินตามพระราชกําหนดการบริหารราชการแผ่นดิน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แน่นอนมีทั้งการข่มขู่ ซึ่งพยานหลักฐานผมทราบ คะแนนออกมาที่ ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ เสียงเห็นชอบ อีก ๑๐,๗๐๐,๐๐๐ เสียงไม่เห็นชอบ ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ เสียงนั้น ส่วนหนึ่งเห็นว่ามีการปลอบใจว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะต้องถูกนําไปแก้ไข แน่นอน เมื่อท่านอภิสิทธิ์ได้เปึนนายกรัฐมนตรีสมใจแล้วได้เมินเฉยต่อการเรียกร้องที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ประชาชนผู้เดือดร้อนที่เห็นความเหลื่อมล้ําควักไปในกระเปิา ไม่มีเงินใช้สักสลึงนี่ เศรษฐกิจย่ําแย่ ประเทศเต็มไปด้วยยาเสพติด ความอ่อนแอ การสัมพันธ์ระหว่างประเทศคลอนแคลนจึงได้เสนอรัฐธรรมนูญที่แก้ไขโดยร่างประชาชนนี้ ขึ้นมา เปึนฉบับที่เรากําลังจะพิจารณาหลักการและเหตุผลอยู่เปึนฉบับแรก ค้างไว้อยู่นานครับ จนกระทั่งออกมารณรงค์เมื่อป้ ๒๕๕๒ เดินขบวนเรียกร้องขอให้ รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าแก้ไขไม่ได้ขอให้ลาออก ในที่สุดรัฐบาลก็ไม่สามารถที่จะทํา อะไรได้ มีคนตายเสียชีวิต รัฐบาลกระชับพื้นที่ แล้วก็ในที่สุดก็ต้องเพิกถอนล่าถอยออกไป จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะมีคณะกรรมการสมานฉันท์ออกมาศึกษา วิธีการต่าง ๆ นานา ก็ไม่สามารถที่จะลงเอยได้ เพราะความ ผมไม่อยากจะคําว่า สับปลับ คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะเปึนร่างเดียว แต่เสนอ ๖ ร่าง ในสมัยนั้น ถ้าใครชอบ ร่างไหนก็เอาร่างนั้น อย่างนี้มันไม่ถูก ในที่สุดประชาชนก็ออกมาเรียกร้องอีก ในเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ปรากฏว่าจากการบริหารราชการภายใต้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อํานาจของรัฐบาลนี้ใหญ่โตมาก สมารถที่จะกระชับพื้นที่จนทําให้ ประชาชนล้มตายเปึนจํานวนมาก บาดเจ็บสูญหาย ทรัพย์สินเสียหายเปึนจํานวนมาก เกิดจากการสั่งการภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินตามพระราชบัญญัติการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนั้น เมื่อประชาชนล่าถอยออกไปก็มีความหวาดวิตก แต่อย่างไรก็ตามประชาชนเขาก็จะให้โอกาสกับรัฐบาล เมื่อรัฐบาลตั้งหลักได้ไปทําอะไร ก็ไปให้ตั้งคณะทํางานขึ้นมา ๓ คณะ จริง ๆ แล้วคณะทํางานเหล่านั้นเปึนการตั้งโดย อํานาจของนายกรัฐมนตรี ทําไมนายกรัฐมนตรีไม่ถามสภาเหมือนอย่างที่เคยถามเมื่อสมัย ป้ ๒๕๕๒ นี่ก็เปึนข้อสงสัยข้อหนึ่ง แต่ก็ไม่ต้องสงสัย เพราะรัฐธรรมนูญนี้เปึนรัฐธรรมนูญ ที่สืบทอดอํานาจเผด็จการ ผู้มีอํานาจสูงสุดย่อมทําได้ทุกอย่างที่ถูกต้อง แม้กระทั่ง ประชาชนตายยังหาคนผิดไม่ได้ นักข่าวญี่ปุ์นตายก็ไม่รู้จะโยนความผิดไปให้ใคร อันนี้คือ เกิดจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี่คือเหตุผลรัฐธรรมนูญจะต้องถูกแก้ไข และการแก้ไขนั้น ก็ควรจะต้องแก้ไขใหญ่ ไม่ใช่แก้ไขแบบตัดมาปะ เพียงมาตราสองมาตราเท่านั้น อันที่จริงแล้วรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ตามหลักการและเหตุผล ผมเห็นว่ายังไม่สมควร ที่จะต้องมาแก้ไขในขณะนี้ ไม่มีเหตุผลเลยที่จะต้องมาแก้ไข เพราะการประชุมรัฐสภาคือ การประชุมร่วมกัน เราเคยชินเสียแล้วครับ เคยชินที่จะได้รับรู้ว่าการเจรจากับต่างประเทศ ของรัฐบาลนี่เกิดปัญหาอะไรขึ้นบ้าง เอาว่าใกล้ ๆ บ้านเรานี่คือการประชุมเรื่องชายแดน ไทย-เขมร เอ็มโอยู (MOU) ป้ ๒๕๔๓ เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แล้วไปทํา อะไรจนเกิดอะไรขึ้นครับ ขณะนี้เรื่องทั้งหลายกําลังโยนเข้ามาสู่คณะกรรมาธิการร่วมกัน ของรัฐสภาว่าเราจะยอมรับตามนี้ไหม เพราะนี่คือบ่อเกิดที่เราจะต้องเสียดินแดน ให้เขมร ๔.๖ ตารางกิโลเมตร ขณะนี้ฝ์ายบริหารกําลังโอนมาให้ฝ์ายนิติบัญญัติคือพวกเรา เปึนการพิจารณาว่าเราจะยอมเสียดินแดนดีไหม หรือจะแก้ไขอย่างไร เพราะจนปัญญาแล้ว รัฐบาลจนปัญญาไม่สามารถแก้ไข นี่คือความดีของมาตรา ๑๙๐ แต่เหตุที่มันยังมีปัญหา อยู่ก็เพราะว่ารัฐบาลแทนที่จะไปดําเนินการออกกฎหมายขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ใน รัฐธรรมนูญมาตรานี้ก็ไม่ทํา ถ้าเกิดปัญหามากกว่านั้น ศาลธรรมนูญยังวินิจฉัยได้ก็ยัง ไม่เกิดปัญหาเหล่านี้ ไหนล่ะว่ามันติดขัด ไหนล่ะว่ามันขัดข้อง ผมไม่เห็นว่ามันจะขัดข้องที่ ตรงไหน ประโยชน์แก่ประชาชนก็ไม่ได้ ส่วนการที่จะเสนอให้เลือกตั้งเขตใหญ่กว่าเดิม คือลดจํานวน ส.ส. เขตลงมา ทั้งนี้เพื่อจะให้เขตมันใหญ่ขึ้น และเพิ่มปาร์ตี้ ลิสท์ให้จํานวน ส.ส. ยังคงเท่าเดิม ผมเรียนว่าตรงนี้คิดผิดครับ โดยเปัาหมายก็คือว่าการเพิ่มเขตให้มันใหญ่ขึ้น เขตเดียวเบอร์เดียวให้มันใหญ่ขึ้นเพื่อปัองกันการซื้อสิทธิขายเสียง ผมทราบมาว่าอย่างนั้น แต่นี่คือการแก้ไขปลายเหตุ แต่นั่นละคนที่มีเงิน คนที่โกงกินคอร์รัปชันได้มากก็สามารถ ที่จะใช้เงินทุ่มไปตรงนี้เอา ส.ส. ของตัวเองขึ้นมาได้ แทนที่ท่านจะได้ ส.ส. ผู้ที่เสียสละ ทํางานเพื่อประเทศชาติแต่ยากจน มีอุดมการณ์ในการที่จะอยู่ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุขกลับกลายจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง ผมจึงไม่เห็นด้วย กับทั้ง ๒ ร่างของรัฐบาลที่เสนอมา ส่วนร่างของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นก็มีนัยเช่นเดียวกัน ผมเห็นว่ายังไม่เกิดประโยชน์แก่ประชาชน ถ้าหากว่าท่านแก้ ๒ ร่างของพรรคร่วม และของคณะรัฐมนตรีได้ ผมสงสารวิญญาณของวีรชนผู้กล้าที่ออกมาเดินขบวนเรียกร้อง ประชาธิปไตยให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทําไมถึงต้องเรียกร้องรัฐบาล เพราะรัฐบาล มีเสียงข้างมาก พรรคฝ์ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทยไม่มีปัญญาที่จะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะขอย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่ารัฐบาลโจมตีนักหนาว่าพรรคเพื่อไทยเปึนตัวถ่วง ไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์เสนอมาผมขอปฏิเสธครับ ในขณะที่เราเห็นด้วยกับ ๖ ร่างของที่ท่านดิเรก ถึงฝัืง ๖ ประเด็นที่ท่านดิเรก ถึงฝัืง เสนอมาเราเห็นด้วยนะครับ แต่ขอให้อยู่ในร่างเดียว แต่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ไม่ได้หรอกผมต้องแยกเปึน ๖ ร่าง อันนี้คือสิ่งที่เราถอยออกมาแล้วเราก็ยังมีเจตจํานง ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ อยู่ดี เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมเอง เมื่อได้พิจารณาหลักการและเหตุผลของการเสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ร่าง ผมขอสนับสนุนร่างของประชาชนซึ่งมีความใกล้เคียงและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ ของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาเปึนระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ส่วนอีก ๒ ร่าง ๓ ร่าง ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ อะไรและไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเสนอเข้ามาในตอนนี้ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ