สุโข วุฑฒิโชติ แสดงความเห็นในเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงภัยคอร์รัปชันในเชิงนโยบายและภัยการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วน และอธิษฐานขอพระคุ้มครองให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองให้ยั่งยืนอยู่ และให้ประชาชนมีความสุขสงบ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุโข วุฑฒิโชติ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรปราการ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอร่วมแสดงความเห็นในเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ด้วย เรียนว่าเมื่อสักครู่มีคนโทรศัพท์มาหาผมบอกพ่อทําไมสภาทะเลาะกันอย่างนี้ เขาเปึนอย่างนี้กันหรือ เด็กอายุ ๑๐ กว่าขวบพูดเมื่อสักครู่ เราก็แปลกใจ เขาก็อธิบายด้วยว่า นี่เปึนการแสดงประชาธิปไตยที่ถูกต้องมีผู้ใหญ่ดูแลกันอยู่ก็เปึนที่น่าสนใจ ขออนุญาต เรียนว่าตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ จนกระทั่งบัดนี้ประเทศไทยใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญมาแล้วจํานวน ถึง ๑๖ ฉบับ ล้มลุกคลุกคลานไปตามยุคตามสมัยของความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายจนกระทั่ง ฉบับที่ได้รับการกล่าวขวัญอยู่เปึนพิเศษในสภาแห่งนี้ก็มี ๒ ฉบับ ฉบับป้ ๒๕๔๐ กับฉบับ ป้ ๒๕๕๐ ทุกฉบับในความเห็นของผมนั้นมีทั้งส่วนดีและส่วนบกพร่องด้วยกันทั้งนั้น อยู่ที่คนใช้ คนมีอํานาจจะใช้ ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนเปึนที่ตั้ง เปึนสิ่งสําคัญมาก ท่านประธานที่เคารพครับ คงไม่ปฏิเสธว่าในขณะนี้ผมเชื่อมั่นเปึนอย่างยิ่งว่าประชาชน คนไทยกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ไม่มีความสุขเท่าไรหรอกครับ ในการอยู่ในบ้านเมืองแห่งนี้ ในภาวะการปกครองการดูแลความเปึนอยู่ของชาวบ้านชาวเมืองขณะนี้ ไม่ว่าจะเปึน เรื่องทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเปึนเรื่องความปลอดภัย ไม่ว่าจะเรื่องการเปึนอยู่ การสารพัดอย่าง มันลําบากลําบนไปหมด มันเปลี่ยนแปลงไปมากมายจนเปึนที่น่าวิตกกังวลว่าเราจะอยู่กัน ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ในวันนี้ทางรัฐบาลส่งร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมา ๔ ร่าง เพื่อให้พวกเราได้ร่วมพิจารณาตัดสินว่าร่างฉบับใดเปึนร่างที่มีคุณภาพและจะดูแลปกปัอง ให้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทําได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุผล ทั้งหลายก็เนื่องมาจากความวุ่นวายเดือดร้อนในขณะนี้มันเกิดขึ้นแทบจะทุกหย่อมหญ้า ไม่ว่าจะภัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วไป และหนึ่งภัยที่ประชาชนได้รับทางหู ทางตา ได้ยิน ตลอดเวลาคือภัยของการเมืองที่อยู่ในลักษณะของพวกใครพวกมัน ผลประโยชน์ ใครจะได้รับมาก ได้รับน้อยกว่ากัน แล้วมันเปึนภัยฉกาจฉกรรจ์อย่างหนึ่ง และภัยสําคัญ อีกภัยหนึ่ง ซึ่งแม้แต่กฎหมายเมื่อป้ ๒๕๔๐ ที่เราทราบกันอยู่ว่ามันก็มีส่วนหนึ่งเหมือนกัน ที่เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในเชิงนโยบายให้มีอันเปลี่ยนแปลงอะไรต่าง ๆ มากมาย และแน่นอนที่สุดมันก็เกิดมนต์ดําเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ของประเทศไทย นั่นคือการรัฐประหาร การปฏิวัติ ถึงแม้จะเลี่ยงคําพูดอย่างไรก็ตาม มันก็ไม่พ้นการยึดอํานาจ และปกครองโดยลักษณะเผด็จการ จะอ้างอะไรก็แล้วแต่ ออกมาตลอด ผมนั่งฟังอยู่ตรงนี้ประมาณ ๒ ชั่วโมง มีผู้อภิปรายบางท่านก็บอกว่า การรัฐประหารดีนะ มีส่วนดีอยู่บ้าง แต่ไม่พูดถึงส่วนไม่ดี ฉะนั้นในขณะนี้ประชาชน ที่สดับตรับฟังข่าวก็เงี่ยหูฟังว่ามันจะไปรอดกันไหมนี่ มันจะยุบสภาไหม จะยุบเมื่อไหร่ แอ่นแอ๊นจะออกมาเมื่อไร เหล่านี้มันเกิดขึ้นตลอดเวลา ดังนั้นในขณะนี้เรื่องภัยที่เกิดขึ้น คือภัยการเมือง ภัยความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเปึนพรรครัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาลอะไรก็แล้วแต่ ที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็เปึนภัยอันหนึ่งที่กระทบกระเทือนมาถึงประชาชน และที่สําคัญอย่างยิ่ง ที่ใครไม่อยากให้เกิดมันก็เกิดขึ้นแล้วก็คือภัยธรรมชาติ ประชาชนเดือดร้อน ถึงค่อนประเทศขณะนี้ ประเทศชาติสูญเสียทรัพยากรต่าง ๆ เปึนหมื่นเปึนแสนล้าน ข่าวคราวที่ออกมา ทางสภาก็ดีออกไปช่วยเหลืออะไรต่าง ๆ เปึนข่าวออกไปโดยตลอด ล้วนแล้วแต่ไปตกต้องถึงประชาชนโดยตลอด ในขณะที่รัฐบาลเสนอร่างนี้ขึ้นมาก็มีเสียง ต่าง ๆ นานาออกมาว่ามันจะผ่านไหม มันจะได้ประโยชน์อะไรกันบ้าง อย่างนี้เปึนต้น อย่างไรก็ตามในกรณีที่เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรง เกิดสีสันต่าง ๆ มากขึ้นในเมืองไทย เปึนที่กล่าวขวัญไปทั่วโลกว่าประเทศไทยเกิดการขัดแย้งอย่างนี้ สยามเมืองยิ้ม หมดคุณค่าลงไปทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น ท่านประธานครับ ในขณะที่ เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นทางรัฐบาลเองก็พยายามที่จะขจัดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ เท่าที่ ทราบกันอยู่ โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ตั้งชื่อสวยหรูว่าคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยมีภาคีทั้งหลายทั้งปวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล รัฐสภา และประชาชน ทั้งหลาย เข้ามาปรึกษาหารือกันว่าจะหาทางออกอย่างไรให้ประเทศชาติดําเนินไปได้ ๖ ข้อ ที่ออกมามันก็แห้วไป ไม่ได้มีการสานต่อต่าง ๆ เกิดขึ้น แต่อย่างน้อยที่สุดเท่าที่ทราบ อยู่ใน ๒ มาตราที่พูดกันอยู่ ซึ่งก็สามารถที่จะดําเนินการได้ ขออนุญาตสรุปให้สั้นขึ้นมาว่า มีคําถามว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ไหม ก็ต้องตอบว่าได้ มีคําถามต่อไป อีกว่าแล้วจะแก้เมื่อไร แก้เดี๋ยวนี้หรือเปล่า ถ้าแก้เดี๋ยวนี้ทําไมเราต้องแก้เดี๋ยวนี้ คอยไป อีกหน่อยไม่ได้หรือให้บ้านเมืองมันดูดีกว่านี้ ให้สงบเงียบ ประชาชนหายใจเข้าหายใจออก ได้เต็มปอด ได้มีสติกําลังความคิดสักระยะหนึ่งได้ไหม มีคําถามว่าทําไมต้องเสนอ มาตอนนี้ด้วยคําถามต่อไปอีกว่าแก้เมื่อไรพูดไปแล้วนะครับ แล้วจําเปึนไหมจะต้องแก้ สําคัญคํานี้ครับ แก้อย่างไร แค่นั้นยังไม่พอ แก้เพื่อใคร ใครมันแอบเปึนอ้ายโม่ง อยู่ข้างหลังหรือเปล่า ที่ถูกบีบให้ส่งร่างทั้ง ๔ ร่างนี้เข้ามา หลังจากแก้ตรงนี้แล้วอ้ายโม่ง ตัวที่ไม่ปรากฏมันจะได้อะไรขึ้นมาบ้างจากการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญดังกล่าว เปึนสิ่งที่ น่าคิดและน่าสนใจเราไม่อยากมองว่ามีใครซ่อนอยู่ข้างหลัง เบื้องหลังของการแก้กฎหมาย รัฐธรรมนูญนี้เปึนสิ่งที่น่าคิด และถามอีกคําหนึ่งว่าเมื่อแก้เรียบร้อยแล้วประชาชน ได้รับผลประโยชน์ทั้งทางตรงทางอ้อมอย่างไรต่อการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ว่าจะเปึน ร่างที่ ๑ ร่างที่ ๒ ร่างที่ ๓ หรือร่างที่ ๔ อย่างไร
สุดท้ายนะครับ ท่านผู้มีเกียรติครับ บังเอิญผมไม่ได้ไปลอยกระทงกับเขาหรอก ลอยบนเตียงในมุ้ง แต่เวลาไปกราบพระกราบเจ้าอะไรที่ไหนไม่เคยขออะไรให้ตัวเอง พนมมือขึ้นมาก็อธิษฐานมองพระพุทธรูปข้างหน้า ขอให้โปรดคุ้มครองให้ประเทศชาติที่ชื่อ ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองให้ยั่งยืนอยู่ ให้ประชาชนมีความสุขสงบ มันจะเปึน ยอดปรารถนาของเราไม่ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ