สุนัย จุลพงศธร เสนอวิเคราะห์รัฐธรรมนูญ ปี 2550 และอธิบายถึงการเตรียมการของพรรคเพื่อไทยในขณะนั้น โดยหารือเรื่องการเมืองไทย ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของศาลตุลาการ
ขอบคุณครับ ท่านครับ นี่คือวิเคราะห์รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่พรรคเพื่อไทยในขณะที่อยู่ร่วมชู้ตุนาหงัน กับท่านประธานอยู่ในนามพรรคพลังประชาชน ท่านครับเราจัดระบบไว้เรียบร้อย นี่คือ บทวิเคราะห์รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐
ขอภาพต่อไปครับ ท่านครับเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ระบอบประชาธิปไตยทั้งหลายจะมีอํานาจ ๓ ส่วน ส่วนที่ ๑ คืออํานาจนิติบัญญัติคือสภา ส่วนที่ ๒ คืออํานาจบริหารคือรัฐบาล และส่วนที่ ๓ คืออํานาจตุลาการ ในโลกนี้ถ้าปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยต้องอยู่อย่างนี้ครับ แต่ประเทศไทยเปึนลักษณะพิเศษที่อํานาจตุลาการนั้นทั้งก่อนการเปลี่ยนแปลง การปกครองและหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่เคยขึ้นตรงต่อประชาชนเลย แต่อํานาจ ตุลาการนั้นขึ้นตรงต่อองค์พระมหากษัตริย์ ด้วยเหตุนี้เองประชาชนเราเรียกว่านี่คือ ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข ในขณะที่ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ฝรั่งเศส อังกฤษ มิติอํานาจตุลาการก็ต้องยึดโยงอยู่กับประชาชนครับ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลสูงสุด ต้องผ่านกระบวนการของสภา อย่างน้อยที่สุด สภาก็สามารถจะตรวจสอบประธานศาลฎีกาได้ป้ละครั้งหรือ ๒ ป้ครั้งก็แล้วแต่ แต่ระบบ ของเราไม่ได้นะครับ ด้วยเหตุนี้เองเราอยู่กันมายาวนานอย่างสงบร่มเย็นโดยไม่เคย กระทบกระเทือนต่อสถาบันตุลาการเลย เพราะเราถือว่าสถาบันตุลาการเปึนสถาบันสูง ที่เชื่อมโยงกับองค์พระประมุข เราจะไม่ตําหนิติเตียน เราให้เกียรติท่านเสมอ แต่ท่านครับ ความเปึน ๓ องค์กร ๓ สถาบันที่ว่านี้จึงมีฐานะเท่ากับเปึนก้อนเส้า ๓ ก้อนเวลาหุงข้าว แบบโบราณ ก้อนเส้านิติบัญญัติ ก้อนเส้ารัฐบาล ก้อนเส้าของตุลาการ มันต้องเสมอกัน หม้อข้าวจึงจะตั้งได้ แต่วันนี้คณะรัฐประหารได้กระทําโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือตั้งใจอะไร ก็ไม่ทราบ ได้ไปทําให้ก้อนเส้าขององค์กรตุลาการใหญ่เบ้อเร่อเท่อสูงกว่าคนอื่นหมด ดูจากไหน ดูจากวิกฤติสิครับ วิกฤติจึงเกิดขึ้นจากก้อนเส้าไม่ได้ดุลกัน หม้อข้าวที่ตั้ง จึงหกล่มเลย ๒ ป้มานี้ตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ไม่เคยเกิดความสงบเลย และวันนี้ได้ลาม ไปถึงสถาบันตุลาการอันเปึนสถาบันสําคัญที่สุด ลามไปถึงคลิปวิดีโอ (Clip Video) ฉาว ของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่มีที่มาที่ไปไฉนเลยสังคมจะเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญมีปัญหา ก็เพราะโครงสร้างอันนี้เอง ผมขอเสนอให้เป่ดโครงสร้างดูอีกสักครั้งเถอะครับ ท่านครับ โครงสร้างนี่เองคือที่มาของสิ่งที่เรียกว่า ตุลาการภิวัตน์ มาอย่างไรครับ ธรรมดาตุลาการ ก็เท่ากับสภา เท่ากับรัฐบาล แต่วันนี้ตุลาการกลายมาคุมรัฐบาล คุมสภา คุม ส.ส. หมดแล้ว อย่างนี้ไม่เคยมีเลยครับในรัฐธรรมนูญของประเทศไทย และไม่เคยมีในประเทศไหนในโลก ดูสิครับ ตรงซ้ายมืออันแรกท่านเห็นไหม ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานศาลรัฐธรรมนูญเปึนบุคคลสําคัญที่สุดที่จะมากําหนดกฎเกณฑ์การเมืองทั้งหมด โดยศาลจะร่างตัวแทนของศาลฎีกาและตัวแทนของศาลปกครองมาด้วยเปึน ๕ คน บวกด้วยประธานรัฐสภา ๑ คนกับประธานฝ์ายค้าน ๑ คนเปึน ๗ คน เสียงข้างมาก จึงอยู่ที่ศาลหมดครับ และ ๗ คนนี้เปึนคนมาเลือกองค์กรอิสระ องค์กรอิสระสมัยรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ต่างจากองค์กรอิสระสมัยป้ ๒๕๔๐ องค์กรอิสระป้ ๒๕๕๐ ได้ถูกเขียนขึ้นมา ให้เปึนตํารวจการเมือง โดยเฉพาะเปึนตํารวจการเมืองอย่างไรครับ เอาไว้จับผู้แทนราษฎร จะปลดออก เอาไว้ยุบพรรคต่าง ๆ พวกเรานี่อยู่ด้วยความหวาดกลัวหมด เดี๋ยวก็จะยุบ เดี๋ยวก็จะยุบ แต่เฉพาะพรรคเพื่อไทยไม่มีความหวาดกลัวแล้วเพราะถูกยุบจนชินแล้ว แต่พรรคประชาธิปัตย์สิครับยังไม่เคยถูกยุบ นั่งหายใจไม่ทั่วท้อง ท่านครับ เกิดจากอะไร เกิดจากองค์กรอิสระ ๔ องค์กรที่มีฐานะเปึนตํารวจสภา ใครเปึนคนตั้งตํารวจสภาล่ะครับ ใครเปึนคนตั้งตํารวจการเมือง ขอประทานโทษ ใครเปึนคนตั้งตํารวจการเมือง เสียงส่วนใหญ่ มาจากศาลหมด เห็นไหมครับ แล้วตํารวจการเมือง ๔ องค์กรนี้ตัวแทน ๔ คนมานั่ง ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เปึน ๗ คน เปึน ๗ อรหันต์ ยิ่งใหญ่ มากําหนด ส.ว. อีก ๗๔ คนครึ่ง สภา ส.ว. ๗๔ คน ครึ่ง สภานี้เท่ากับว่ามาจากศาล โดยตรง อํานาจของศาลนี้จึงเท่ากับประชาชนทั้งประเทศที่เลือก ส.ว. อีกครึ่งสภาครับ สิ่งเหล่านี้จึงไม่แปลกเลยครับที่เราเห็นชัดเจนก็คือว่าประธาน กกต. ป.ป.ช. ทั้งหลาย ส่วนใหญ่มาจากศาลหมด รวมตลอดทั้งท่านประธานของ ส.ว. ที่นั่งอยู่ขณะนี้ก็มาจากศาล ถ้าเรายอมรับความเปึนจริงจะเห็นได้ว่านี่คือโครงสร้างที่เราไปดึงศาลเข้ามาอยู่ในกระบวนการ ทางการเมือง แล้วปรากฏว่าเหตุการณ์นี้เองผมถึงบอกว่าเปึนอันตรายที่สุด เพราะศาล ไม่ได้อยู่เท่านี้ โครงสร้างนี้นักวิชาการที่ต้องขออนุญาตเอ่ยชื่อคือ นายธีรยุทธ บุญมี ซึ่งเปึนเพื่อนกับผมนี่แหละ อีกหลาย ๆ คนพยายามจะบอกนี่คือตุลาการภิวัตน์ นี่คือ ตุลาการภิวัตน์ ผมบอกว่าอันนี้อันตรายมากครับ ผมเปึนทนายความ ผมมีชีวิตอยู่จาก การประกอบอาชีพว่าความในศาล ผมไม่อยากเห็นโครงสร้างศาลถูกเปลี่ยนแปลง เพราะผมประกอบอาชีพจึงเปึนตัวเปึนตนเลี้ยงลูกเลี้ยงเมียอยู่ทุกวันนี้ก็จากการว่าความ แต่ปรากฏว่าถ้าทําอย่างนี้กันต่อไประบบก็จะพัง เพราะประชาชนจะหมดความศรัทธา ต่อระบบศาลแล้ว เพราะศาลเข้ามายุ่งการเมืองหมด ตรงนี้เองครับท่านประธาน ผมจึง เปรียบว่าสภานิติบัญญัตินี้มีฐานะเหมือนตุ๊กตาล้มลุก รัฐบาลก็เหมือนตุ๊กตาล้มลุก ไม่พอใจเขาปฏิวัติก็เท่ากับจับตุ๊กตาขว้างไปที่กําแพง พอขว้างไปเสร็จมันตกมาใหม่ มันก็ลุกใหม่ ก็จะเห็นได้ว่าพอยึดอํานาจเสร็จก็ต้องมีสภาต่อไป แต่ศาลไม่ใช่ครับ ศาลเปึนตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ (Plaster) ล้มแล้วแตกเลยครับ จึงเอาเข้ามายุ่งกับระบบการเมืองมากขนาดนี้ไม่ได้ และในอดีตปรากฏว่าก่อนที่จะเกิด การยึดอํานาจนั้นก็ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด ไปนั่งวางแผนยึดอํานาจกับเขาด้วยที่บ้านหม่อมหลวงป้ย์ มาลากุล ณ อยุธยา ท่านผู้นั้น ก็คือ ท่านประธานศาลปกครองสูงสุด ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน คือท่านอักขราทร ประธานศาลฎีกาคือ ท่านชาญชัย ลิขิตจิตถะ อีกคนหนึ่งก็เปึนศาลรัฐธรรมนูญวันนี้ ในขณะนั้น แล้วก็เปึนคนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วก็ไปนั่งประชุมด้วยคือ ท่านจรัญ ภักดีธนากุล เสร็จเรียบร้อยก่อนจะเกิดการปฏิวัติมีการตัดสินลงโทษคณะกรรมการ กกต. ตั้งแต่ กกต. ยังไม่เปึนจําเลย ยังไม่ได้เหยียบหัวบันไดศาล ศาลก็ขู่ว่าถ้าไม่ถอนตัวจะติดตะราง ตั้งแต่ยังไม่ได้เปึนจําเลย แล้วในที่สุดก็ติดตะรางจริง ๆ ท่านครับ และมาเปึนโครงสร้างอย่างนี้ มันก็พังสิครับ เมื่อพังอย่างนี้เรายังจะเก็บอันนี้ไว้อีกต่อไป แล้วใครจะรักษาสถาบัน ที่เรียกว่าประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ผมยังอยากจะถามว่าวันนี้ นักวิชาการที่บอกตุลาการภิวัตน์ดูคลิปศาลรัฐธรรมนูญหรือยัง ถ้าดูแล้วช่วยมาบอกหน่อยว่า นี่คือตุลาการภิวัตน์ มันไม่ถูกหรอกครับท่านประธาน ท่านก็เปึนผู้พิพากษามาก่อน คําว่า ตุลาการภิวัตน์คือ ตุลาการปฏิวัติ เพราะคําว่า อภิวัฒน์ คือ ปฏิวัติ เปึนอีกความหมายหนึ่ง เมื่อเปึนอย่างนั้นตุลาการภิวัตน์ จึงเปึนกระบวนการการตัดสินทางการเมืองมากกว่า ที่จะเน้นตัวบทกฎหมาย และวันนี้ประชาชนก็ถึงสัจธรรมแล้วว่า อ๋อ เปึนเช่นนี้เองมาจาก โครงสร้างรัฐธรรมนูญนี้เอง ท่านครับ คนเปึนผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มา ยกตัวอย่าง อย่างกรณีประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านอานันท์ ปันยารชุน เปึนประธานยกร่างรัฐธรรมนูญครับ ขอประทานโทษ ท่านอาจารย์บวรศักดิ์ เปึนเลขา ยกร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ วันนี้เขาฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทําไมท่านไม่ออกมาชี้แจงว่า อันนี้เปึนอันตรายที่สุด รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้อันตรายที่สุด สถาบันศาลกําลังจะกลายมา ต้องล้มลงแล้วลุกไม่ได้ เพราะไม่ใช่ตุ๊กตาล้มลุกเหมือนสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ตรงจุดนี้เองผมถึงบอกเสียดายที่สุด ถ้าเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเอาร่างรัฐธรรมนูญ ของประชาชนผนวกเข้าไปด้วย แล้วแก้ไขพร้อมกันไปทีเดียวจะมากจะน้อยอย่างไร เอาเสียเลยครับ ดีกว่าที่จะเหลือมาตราหลัก ๆ เพียงแค่ว่าเขตเลือกตั้งจะทําอย่างไร ผมขอเวลาอีกนิดเดียวครับ เพราะว่าเนื่องจากเวลาก็เริ่มลดน้อยถอยลง ผมจะขอเข้ามาสู่ ร่างของรัฐบาล ท่านครับ ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ของรัฐบาลนั้น แค่อ่านบทนิยามก็รู้แล้วว่าโกหก โดยที่เปึนการสมควร แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อให้การเลือกตั้งของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเปึนไปตามหลักการบนพื้นฐานของความเปึนธรรม และเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปึนประมุข ไม่เกี่ยวเลยครับ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้พูดถึงเขตเลือกตั้ง มี ๒ ส่วน เขตเลือกตั้งของ ส.ส. เขตอันหนึ่ง กับเขตเลือกตั้งของ ส.ส. บัญชีรายชื่ออีกอันหนึ่ง ท่านประธานจําได้ไหม ว่าวันที่ยังใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก่อนจะเกิดการรัฐประหารล้มรัฐบาลประชาธิปไตย ของท่าน พันตํารวจโท ทักษิณมีการกล่าวโจมตีท่านทักษิณว่าได้คะแนนถึง ๑๙ ล้านเสียง ประชาชนก็งง เลือกตั้งทําไมมันได้ ๑๙ ล้านเสียง เขาดูจากคะแนนบัญชีรายชื่อ เนื่องจาก ขณะนั้นกฎหมายเดิมให้เปึนเขตเดียว คือเขตประเทศ เปึน ๑ เขต คนที่ปฏิวัติ นักวิชาการ ศาลบางท่าน บอกว่าอย่างนี้เปึนการกระทบกระเทือนเบื้องยุคลบาท เพราะมีประชาชนถึง ๑๙ ล้านคน รักชอบพอคุณทักษิณ ทั้ง ๆ ที่ท่านทักษิณไม่ได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เลย แต่ท่านมาอยู่ในกลไกของระบอบประชาธิปไตย เมื่อเปึนผู้แทนราษฎรก็ต้องหาคะแนน สร้างความนิยม แก้ปัญหาความยากจนให้ประชาชน มันเปึนหน้าที่ของผู้แทนราษฎรทั่วไป แต่ท่านก็อ้างว่าเปึนมูลเชื้อที่ไม่ดี จึงมีการยึดอํานาจแล้วแก้ไขรัฐธรรมนูญร่างใหม่เปึนป้ ๒๕๕๐ ให้แบ่งปาร์ตี้ ลิสท์ (Party list) บัญชีรายชื่อนี้เปึน ๘ เขต และวันนี้เอาเหตุผลอะไรครับ ร่างของรัฐบาลกลับมาสู่ เปึนเขตเดียวอีกแล้ว ดังนั้นถ้าเหตุผลของการยึดอํานาจถูกต้องว่ากระทบกระเทือน เบื้องยุคลบาท วันนี้รัฐบาลกําลังจะเสนอสิ่งที่กระทบกระเทือนเบื้องยุคลบาทอีกใช่ไหม แต่ถ้าไม่ใช่เหตุผลนี้ก็แสดงว่าที่พูดไว้ตอนยึดอํานาจโกหก ต้องการเล่นงานทักษิณเขา เปึนหลักเท่านั้นเองครับ ดังนั้นถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านไป ปาร์ตี้ ลิสท์ ก็เปึนเขตเดียว อีกแล้ว ก็แน่นอนครับใครเปึนนายกรัฐมนตรีต้องมีเสียงมากแน่นอน เพราะมันลงคะแนน ให้พรรคนี่ครับ จริง ๆ ระบบมันเปึนประชาธิปไตยชัดเจนแล้ว คือเปึนการสะท้อนภาพว่า ประชาชนรักพรรคไหนมากที่สุด เชื่อมั่นพรรคไหนมากที่สุด แต่ในอดีตท่านก็บอกว่า กระทบกระเทือนเบื้องยุคลบาทนะครับ ถึงขนาดอดีตท่านผู้พิพากษาคนหนึ่งวันนี้ นั่งอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญผมไม่เอ่ยชื่อท่านละ