รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

สุนัย จุลพงศธร หารือเรื่องรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงหลักการเดิม และแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐบาล โดยเน้นย้ำถึงปัญหาการเขียนรายชื่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ และระบบการเมืองที่ถูกจับกุม ระบบพรรคการเมืองที่ถูกทำลาย และผลประโยชน์ของประชาชน

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านครับ กระผมเองพูดด้วยสํานึกในพระมหากรุณาธิคุณ เปึนห่วงเปึนใยต่อบ้านเมือง เอาข้อเท็จจริง มาเล่าให้ฟัง ท่านจะแกล้งลืมหรือท่านจะลืมจริง ๆ ไม่ทราบ ตอนที่ทักษิณก่อนจะถูก ยึดอํานาจนั้นก็มีการโจมตีว่ากําลังจะสร้างระบอบประธานาธิบดีขึ้น เพราะระบบการเลือกตั้ง ได้คะแนนถึง ๑๙ ล้านเสียง ถูกไหมครับ ดังนั้นด้วยเหตุนี้เองจึงเปึนปัจจัยสําคัญที่มี ท่านผู้พิพากษาท่านหนึ่งนั่งอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญวันนี้บอกว่าการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องให้เปึน ๘ เขต ไม่ให้มีเขตเดียว ประเทศเดียว เพราะเปึนการป่ดเงื่อนไขระบอบ ประธานาธิบดี แล้วทําไมวันนี้ร่างของรัฐบาลกลับมาเหมือนเดิม มันก็พิจารณาง่าย ๆ ครับ ท่านประธานว่า

ประเด็นที่ ๑ เปึนเพราะว่าที่ผ่านมาโกหกใช่ไหม เสียงมากของ พรรคการเมืองเปึนเรื่องปกติใช่ไหม พลเอก สนธิจะได้กลับไปบวชเข้าวัดเข้าวาเสีย อย่ามาเล่นการเมืองเลย เพราะท่านโกหกประชาชนไปแล้วนี่ หรือเปึนเพราะว่าถ้ามัน เปึนจริงทําไมกลับมาที่เดิมล่ะครับ นายกรัฐมนตรีต้องตอบตรงนี้ครับ

ประเด็นที่ ๒ จัดเขตเลือกตั้งเขตใหญ่เรียงเบอร์ เขตเล็กเบอร์เดียว อันนี้ ก็ว่ากันทั่วไป แต่เปึนเรื่องผลประโยชน์แท้ ๆ ของ ส.ส. ครับ ผมก็ชอบ เขตเดียว เบอร์เดียว แต่เราคิดว่าถ้าเราอยู่ ๆ เสนอแต่เรื่องนี้เราไม่ได้ใจประชาชน เราเปึนนักการเมืองแล้ว ทํางานไม่ได้ใจประชาชนทําไปทําไมละครับ เราถึงต้องคัดค้านอย่างไร ดังนั้นเมื่อท่าน ไม่ยอมรับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญประชาชนนั้น พรรคเพื่อไทยต้องวอล์ก เอาท์ (Walk out) เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ผมจึงต้องชี้แจงว่าเปึนเพราะเหตุการณ์นี้

อีกประเด็นหนึ่งของร่างรัฐบาลครับ ปรากฏว่าไปเพิ่มจํานวนปาร์ตี้ ลิสท์ เปึน ๑๒๕ คน ส.ส. เขตเหลือ ๓๗๕ คน เพราะอะไร บางคนก็บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ขัดแย้งกับพันธมิตรแล้ว ผมอาจจะมองแตกต่างไป ผมว่าถ้าเขียนอย่างนี้เป่ดช่องทางให้ พรรคขนาดเล็กโตขึ้นมาได้ครับ ผมไม่ได้รังเกียจพรรคขนาดเล็กหรือพรรคขนาดกลาง แต่การที่เป่ดปาร์ตี้ ลิสท์ ให้เปึน ๑๒๕ คน แล้วเลิกจากแบ่งเขต ๘ เขตเหลือเขตเดียวนี้ และเขตเดียวก็เขียนอีกครับ ไม่เหมือน ป้ ๒๕๔๐ กลายเปึนว่าไม่มีจํานวนขั้นต่ําครับ ก็เพื่อจะเป่ดทางให้แก่พรรคการเมืองเล็ก ๆ เกิดขึ้นได้ ฟังดูก็ดีครับ แต่บังเอิญมันมี พรรคการเมืองหนึ่งเหมือนกันที่อยากจะเกิดขึ้นสักที คือพรรคการเมืองใหม่ ไม่น่าจะเปึนโทษ ต่อพรรคการเมืองใหม่เลยครับการเขียนอย่างนี้ และน่าจะเอื้ออาทรด้วย ผมก็ไม่รู้ว่า ได้คําสั่งอะไรขึ้นมา เพราะพรรคการเมืองขนาดเล็กนั้นจะไม่มีคะแนนเสียงนิยม ๘ เขต เลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีคะแนนเปึนป๊ก ๆ ในแต่ละเขต ไม่หรอกครับ จะได้ ประโยชน์สูงสุดคือได้รวมทั้งประเทศ อย่างนี้เปึนต้น ดังนั้นตรงนี้เองก็ขอให้พี่น้องประชาชน ที่เป่ดฟังรายการอยู่นี้ติดตามการเมืองให้ชัดเจนว่าเขากําลังเล่นลิเกอะไรกันอยู่

อีกอันหนึ่ง ในอีกร่างหนึ่งก็คือเรื่องมาตรา ๑๙๐ ตอนนั้นก่อนจะยึดอํานาจ ก็โจมตีทักษิณไม่ใช่หรือครับว่ามีอํานาจมากเหลือเกินไป ทําอะไรผูกพันต่างประเทศ ประชาชนไม่รู้เรื่อง จึงเกิดการปฏิวัติแล้วก็มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ที่พวกท่าน ทั้งหลายนี่ละครับทํากันสนุก คนที่ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าเปึนกลาง ๆ ชื่อคุณสมบัตินั้น รู้จักกันดีกับผม เปึนคน ๑๔ ตุลารุ่นเดียวกัน ผมขอยืนยันว่าคนนี้ไม่ใช่เปึนกลางครับ สนับสนุนการยึดอํานาจตั้งแต่ต้น และเปึนคนที่โจมตีการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าใครขอแก้ไข เปึนโจร และเปึนคนโจมตีว่าการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในสมัยนายสมัครนั้นเปึนกระบวนการ ที่เอาประโยชน์เฉพาะผู้แทนราษฎร ต้องต่อต้าน แต่วันนี้มารับทําให้กับพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็แก้แค่ ๒ มาตรา แก้อย่างนี้ไม่เปึนการกลืนน้ําลายหรือครับท่านอธิการบดี ถ้าได้ยิน ก็กรุณาฟัองผมด้วย ข้อเท็จจริงมันเปึนอย่างนั้น ท่านครับ มาตรา ๑๙๐ นี้เองที่โจมตีว่า มีอํานาจมากเหลือเกินจึงต้องยึดอํานาจ แล้วก็มาร่างว่าต่อไปนี้การทําสนธิสัญญาต่าง ๆ ต้องผูกพันกับประชาชนผ่านสภา แล้ววันนี้ก็แก้กลับไปใหม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ก็แสดงว่า จะกลับอีหรอบเดิมอีกสิครับ ไหนว่าแก้แล้วจะเปึนประโยชน์ต่อประชาชน ประชาชน กลับไม่รู้ แล้วต่อไปนี้จะไปทําสนธิสัญญากับใคร อะไร อย่างไร ไม่รู้เรื่องทั้งนั้นแล้ว เมื่อมาตรา ๑๙๐ ถูกป่ดไป ผมถึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่ ทางรัฐบาลทําอยู่นี้ ๑. ไม่เหมาะเลย เพราะเสนอเข้ามาในช่วงที่จะใกล้วันมหามิ่งมงคล กับ ๒. ไม่ได้ใจประชาชนเลย

ด้วยเหตุนี้เองครับท่านประธาน ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลจะกลับใจเสียวันนี้ เพื่อนสมาชิกรัฐสภา เพื่อน ส.ว. จะกลับใจเสียวันนี้ ช่วยกันมาพิจารณาดูสิ เพราะอะไร เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ถ้าท่านไม่แก้ด้วยโครงสร้าง มันได้ทําลายระบบ โครงสร้างใหญ่ ๆ ของรัฐเสียหายหมด สิ่งแรกที่จะทําลายคือ

ประการที่ ๑ ทําลายระบบศาล ระบบความศรัทธาของศาล เพราะท่าน ไปดึงศาลมาติดคุกในระบบการเมืองแล้ว ออกก็ออกไม่ได้ครับท่านประธาน ถ้าท่านประธาน จะได้กรุณา แม้จะเปึนนอกกระบวนการก็ช่วยนําความปรารถนาดีของผมบอกกล่าวยัง เพื่อนผู้พิพากษาด้วยเถอะครับว่าวันนี้ศาลถูกจับมาติดคุกในสภาแล้ว ติดคุกในระบบ การเมืองแล้ว

ประการที่ ๒ ทําลายระบบพรรคอย่างยิ่งใหญ่ จากมาตรา ๑๒๒ ทําให้ ส.ส. ไม่ต้องฟังมติพรรคแล้วครับทําอะไรก็ได้ทั้งนั้น ดังนั้นการโยกย้ายสมาชิกซื้อตัวกัน สนุกไหมที่ผ่านมา ของผมก็ถูกซื้อตัวไปหลายคนแล้ว เพราะว่าไม่ต้องฟังมติพรรคครับ โหวตอย่างไรก็ได้ครับ โหวตทีก็ได้สตางค์ที โหวตทีก็ได้สตางค์ที นี่คือการทําลาย

ประการที่ ๓ ทําลายผลประโยชน์ของประชาชน เพราะ ส.ส. ไม่อาจจะนํา ความทุกข์ร้อนของประชาชนไปสู่รัฐมนตรีได้ตามมาตรา ๒๕๕ มาตรา ๒๕๖ และรวมไปถึง สมาชิกสภาเทศบาล สมาชิก อบต. และสมาชิก อบจ. ด้วยที่ไม่สามารถจะทําหนังสือ ร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากราชการได้โดยตรง เพราะจะถูกตัดสิทธิ ตัดสิทธิโดยใครครับ ตัดสิทธิโดยตํารวจสภา ตํารวจสภาเปึนใครครับ ก็องค์กรอิสระอย่างไรละครับ ใครตั้ง ศาลตั้งครับ

ประการที่ ๔ ที่สําคัญที่สุดคือทําลายระบบการกระจายอํานาจทั้งมวลเลย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นได้พูดถึงความชัดเจนคือการสร้างการกระจายอํานาจ ซึ่งเปึน ทิศทางใหม่ของโลกที่พัฒนาแล้วต้องกระจายอํานาจ การกระจายอํานาจคือกระจาย เม็ดเงินครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จึงเขียนชัดเจนว่า การกระจายอํานาจคือการกระจาย งบประมาณจะต้องไปสู่ อบต. อบจ. ทีละขั้น ๑๐ ป้ให้ครบ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ แล้ววันนี้พิสูจน์แล้วว่าการกระจายอํานาจสู่ อบต. อบจ. นั้นได้ทําให้การพัฒนาในระดับ ตําบล ในระดับหมู่บ้านเร็วขึ้นมากจากอดีตที่เราไม่กระจายอํานาจ ด้วยเหตุนี้เองผมจึง ต้องพูดถึงเรื่องนี้เพราะว่าการแก้ไขท่านไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย เพราะรัฐธรรมนูญที่ท่าน แก้ไขมันมี ๒ มาตรา ซึ่งไปซ้ํารอยก่อนที่จะยึดอํานาจกันเมื่อป้ ๒๕๔๙ ถ้าไม่ได้เจตนา เพราะท่านจะสร้างกระแสให้เกิดการยึดอํานาจก็แสดงว่าที่ผ่านมายึดอํานาจมันผิดครับ มันโกหก ท่านครับ วันนี้ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ได้ตัดเรื่องการกระจายอํานาจ ในเม็ดเงิน ๓๕ เปอร์เซ็นต์โดยสิ้นเชิงแล้ว จึงเห็นชัดเจนครับ ผมพูดใช้เวลาคร่าว ๆ ๔๐ นาทีในการอธิบายให้ท่านเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลจําเปึนอย่างยิ่งที่ต้องพิจารณาใหม่ ตื่นเถิดอย่าหลับใหลอยู่เลย จงเอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่ดอกเตอร์เมธาพันธ์ กล่าวนั้นเข้าไปผนวกกันทั้ง ๔ ฉบับ แล้วจะเอามากเอาน้อยค่อยไปว่ากัน หรือว่าท่านจะให้ บรรยากาศดี ถอนไปก่อนให้หลังวันเฉลิมพระชนมพรรษาก่อนค่อยมาว่ากันใหม่ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ