ชวลิต วิชยสุทธิ์ หารือประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่เสนอแยกเป็น 2 ฉบับแทนที่จะรวมในฉบับเดียว พร้อมเรียกร้องให้พิจารณาอย่างรอบคอบ เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านประชามติ และชี้ว่ากระบวนการดังกล่าวทำให้ประชาชนมองรัฐสภาในแง่ลบ ชวลิต วิชยสุทธิ์ ยังเตือนถึงปัญหาทุจริตที่เพิ่มขึ้นภายใต้รัฐบาลปัจจุบัน วิจารณ์ความไม่เป็นกลางของคณะกรรมการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และตั้งคำถามต่อกระบวนการลดจำนวน ส.ส. เขต รวมถึงหารือปัญหาความเสื่อมถอยของสถาบันตุลาการจากการแทรกแซงทางการเมือง โดยเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อฟื้นฟูเกียรติภูมิและยกตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนาประชาธิปไตยแบบสันติวิธีของญี่ปุ่น
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดนครพนม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธาน ที่เคารพครับ การพิจารณาแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญที่กําลังพิจารณากันอยู่ในขณะนี้ มีบรรจุในระเบียบวาระอยู่ ๔ ร่าง รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอแก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายรัฐธรรมนูญต่อรัฐสภาถึง ๒ ร่าง แต่เปึนเพียงร่างละ ๑ ประเด็นเท่านั้น ร่างแรกหรือฉบับแรก แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙๐ ร่างที่ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ กระผมมีข้อสังเกตและข้อสอบถามรัฐบาลในฐานะที่รัฐบาลเปึนผู้เสนอ แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญถึง ๒ ฉบับ ๒ ร่างดังนี้
ประการแรก ทําไมรัฐบาลถึงทําเปึน ๒ ร่าง ทั้งที่แก้รัฐธรรมนูญเพียง ๒ ประเด็น ทําเหมือนกับไม่ได้ตั้งใจที่จะแก้รัฐธรรมนูญอย่างเปึนกระบวนการให้จบ ในฉบับเดียว ทําไมผมมีความเห็นเช่นนี้ท่านประธาน ผมมีเหตุผล การที่คณะรัฐมนตรี หรือรัฐบาลซึ่งมีเสียงข้างมาก โดยหลักจะต้องเปึนเอกภาพมั่นคง มั่นใจ ในการเสนอ ร่างกฎหมายอยู่ในฉบับเดียวครบถ้วนกระบวนความ แต่นี่ทําเหมือนไม่มั่นใจว่าประเด็นนี้ จะผ่านหรือประเด็นนี้จะไม่ผ่าน หรือเพียงเสนอต่อรัฐสภาให้เห็นว่าได้เสนอขอแก้ไข รัฐธรรมนูญตามสัญญาที่ได้ให้กันไว้ก่อนร่วมรัฐบาลเท่านั้น ส่วนจะผ่านหรือไม่ผ่าน เปึนเรื่องของรัฐสภา นอกจากนั้นรัฐบาลยังเสนอให้รัฐสภาพิจารณาในห้วงเวลาอันเปึน ช่วงสัปดาห์สุดท้ายที่จะป่ดสมัยประชุมทั้ง ๆ ที่เปึนกฎหมายสําคัญ
ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะขอสอบถามรัฐบาลในประการที่ ๒ ถึงจุดยืนของรัฐบาลในเรื่องนี้ก็คือว่า การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือประเด็นจุดยืน หลักของพรรคของตนเองในประเด็นเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นสําคัญยิ่ง เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ เปึนกฎหมายที่กําหนดกติกา การเมือง การปกครองของประเทศ แต่ละพรรคการเมืองจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีจุดยืน ของตนเองที่แสดงต่อสาธารณะมาตลอด พรรคเพื่อไทยเปึนพรรคการเมืองหนึ่งที่แสดง จุดยืนเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญมาอย่างมั่นคงว่าให้ความสําคัญกับกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะเปึนกฎหมายของประชาชนมาจากประชาธิปไตย มีหลักการ ที่สร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคการเมืองซึ่งเปึนพรรคการเมืองของประชาชน เพื่อประโยชน์ในการบริหารประเทศ พรรคเพื่อไทยจึงประกาศอยู่เสมอว่าหากมีโอกาส เข้ามาเปึนรัฐบาล พรรคก็จะเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยจะให้พี่น้อง ประชาชนมีส่วนร่วมประการสําคัญ กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะเปึนหลัก ในการพิจารณา ตรงไหนที่ล้าสมัยก็คงจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ตรงไหนที่จะเปึนหลักได้ในแนวทางประชาธิปไตยก็จะคงไว้ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพรรคมีจุดยืนของตนเองแล้ว ก็ต้องดูจุดยืนของพรรคอื่น ๆ ซึ่งจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้อง แสวงหาความร่วมมือในอันที่จะร่วมมือกันพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของเราจาก การติดตามจุดยืนของพรรคแกนนํารัฐบาลและจุดยืนของท่านนายกรัฐมนตรีต่อกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่ท่านแสดงต่อสาธารณะ เห็นชัดเจนครับ
ประการที่ ๑ ท่านให้ความสําคัญกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หากจะมีการแก้ไขต้องฟังเสียงประชาชนโดยต้องทําเปึนประชามติ
ประการที่ ๒ ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วจํานวนมาก แต่ผมเห็นว่า เปึนประเด็นสําคัญจําเปึนที่จะต้องมากล่าวไว้อีกครั้งหนึ่งก็คือว่าท่านให้ความสําคัญ ในเรื่องระบบเลือกตั้ง จุดยืนของพรรคการเมืองที่เปึนแกนนํารัฐบาลก็คือ ให้ความสําคัญ กับการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่ แบบแบ่งเขตเรียงเบอร์ โดยมีเหตุผลว่าเขตเล็กทุจริต เลือกตั้งได้ง่ายกว่า แต่ขณะนี้จุดยืนของพรรคการเมืองที่เปึนแกนนํารัฐบาลนั้นเปลี่ยนไป หรือไม่ พี่น้องประชาชนคงจะตัดสินได้ สิ่งที่หาเหตุผลเชิงลึกและได้คําตอบตรงกันก็คือว่า จําเปึนที่จะต้องดําเนินการเพราะได้สัญญากันไว้ก่อนเข้าร่วมรัฐบาล ท่านประธานครับ นี่หรือคือเหตุผลในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ สัญญาผมเห็นว่าเปึนเรื่องสําคัญ แต่ในขณะเดียวกันกฎหมายรัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ จําเปึนอย่างยิ่ง ที่จะต้องพิจารณาเรื่องนี้ในจุดยืนของตัวเองที่เคยแสดงไว้ต่อสาธารณะ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมได้เคยอภิปรายในสภานี้มาตลอดในการตรวจสอบรัฐบาล ในฐานะ ที่กระผมเปึนฝ์ายค้านก็คือการตรวจสอบการทุจริต ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ผม ได้อภิปรายว่ายอมพรรคร่วม ก็เพื่อที่จะให้เปึนไปตามสัญญา เพื่อที่จะให้รัฐบาลคงอยู่ ความเปึนรัฐบาล เรื่องการตรวจสอบการทุจริตก็เช่นกัน กระผมได้ดําเนินการในเรื่องนี้มา อย่างต่อเนื่องและยาวนาน แม้กระทั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาได้ยื่นกระทู้ถามสด สอบถามรัฐบาลถึงการใช้งบกลางแก้ปัญหาภัยแล้ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้ดําเนินการ ตรวจสอบ ขณะนี้จนถึงขั้นสั่งระงับการใช้งบ ๘๗๓ ล้านบาท ในงบภัยแล้งงบกลางป้ ๒๕๕๓ อาทิตย์ถัดมาต่อไปก็จะมีการเป่ดอีกในเรื่องประเด็นการทุจริต แล้วท่านยอมรับอย่างนี้ ได้เรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือ ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้ทุกสังคมทุกวงการ เขากล่าวถึงประเด็นการทุจริต ในรัฐบาลนี้ว่ามีมากมายเหลือเกิน และมากกว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้พูด เกินเลยเพราะมีการตรวจสอบอย่างเปึนกระบวนการแล้ว ในการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธานเหตุผลหนึ่งในการปฏิวัติรัฐประหารนั้นก็คือ เรื่องการกล่าวหาว่ามีการทุจริต แต่หลังจากใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึนรากเหง้า มาจากการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ขณะนี้เปึนอย่างไร ประเทศชาติ เสื่อมถอยอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เดี๋ยวนี้ประเทศเพื่อนบ้านของเราไปถึงไหน ๆ แล้ว นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนเขาเรียกร้อง เขาอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงหรือการพัฒนาไป ในทางที่ดีขึ้นไม่ใช่เสื่อมถอยถดถอยไปอย่างนี้ สิ่งที่เขามองตรงกันก็คือกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนี้เปึนองค์ประกอบหรือเปึนส่วนสําคัญ ที่ทําให้บ้านเมืองของเราถดถอย จึงมีความพยายามที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เปึนประชาธิปไตยมากขึ้น การพยายามที่จะมีการแก้ไขนั้นได้เห็นได้สอดคล้องกัน มาจากการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ซึ่งท่านประธานรัฐสภาทราบดี แต่ประเด็นที่เสนอ ขอแก้ไขครั้งนี้มีเพียง ๒ ประเด็น ซ้ํา ๒ ประเด็นนั้นยังแยกกันคนละฉบับอีก อย่างนี้ จะทําให้พี่น้องประชาชนมองรัฐสภาของเราอย่างไร นี่คือเหตุผลที่ผมเห็นว่าการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เปึนเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง
ประเด็นที่ ๓ ในข้อสังเกตและความเห็นของผมในการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ก็คือท่านนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณา เรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเปึนคณะกรรมการที่เปึนกลาง ท่านนายกรัฐมนตรี พูดเต็มปากเต็มคําว่าเปึนกลาง คําว่า เปึนกลาง ท่านเอาอะไรมาวัด กระบวนการ ในการเลือกอย่างนั้นหรือที่ว่าเปึนกลาง โดยส่วนตัวผมไม่มีอะไรเลยกับอาจารย์สมบัติ ให้ความเคารพท่านในฐานะที่เปึนนักวิชาการที่ทํางานเพื่อบ้านเมืองเพื่อสังคมมาในระดับหนึ่ง ที่พวกเราทราบกันดี แต่ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะเชื่อว่าอาจารย์สมบัติเปึนกลาง นั่นเปึนความเห็นของท่าน แต่ในขณะเดียวกันตั้งแต่เช้ามาเท่าที่ผมฟังเพื่อนสมาชิก ได้พูดถึง อาจารย์สมบัติเปึนกลางจริงหรือไม่ เอาอะไรตรงนั้นมาวัด สิ่งที่ผมเห็น และคลางแคลงก็คือวันหนึ่งผมอ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐพาดหัวตัวโต ประชาชนเห็นชอบ กับประเด็นแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๖๘ เปอร์เซ็นต์ เห็นเข้าผมก็สนใจเป่ดเนื้อในดู ปรากฏว่าเปึนการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ กฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุด ของประเทศฟังความเห็นกันทางโทรศัพท์ ในขณะที่กฎหมายรัฐธรรมนูญจําเปึนจะต้อง เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนคนทุกคน ท่านถึงกลับเคยแสดงความเห็นหรือจุดยืนว่า จะต้องให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมให้ความคิดเห็นถึงขั้นที่จะต้องทําประชามติในเรื่อง สําคัญ ๆ แต่นี่ท่านใช้คณะกรรมการที่ท่านตั้งขึ้นมาแล้วท่านบอกว่าเขาเปึนกลาง แต่ในเมื่อ คนอื่นเขาอาจจะเห็นว่าไม่เปึนกลาง เพราะมีอะไรที่มันไม่ชอบมาพากล เช่น การไปลด จํานวน ส.ส. เขต สิ่งที่เขาได้เคยปฏิบัติแล้วก็เปึน ส.ส. เขตอยู่ในปัจจุบัน ผมมั่นใจว่า ทุกพรรคการเมืองปัืนป์วนวุ่นวายแน่นอนหากจะมี ส.ส. เขตลดลงไป ๒๕ คน นี่ยกตัวอย่าง
ประการสุดท้ายครับท่านประธาน เปึนประการสําคัญอีกประการหนึ่ง ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับท่านผู้พิพากษาหลายท่านซึ่งเปึนผู้พิพากษาชั้นต้น เขาบอกว่า ในอดีตสถาบันตุลาการได้รับการยอมรับจากสังคมอย่างสูงยิ่ง ปัจจุบันสถาบันตุลาการ ไม่เหมือนเก่าแล้ว เพราะการเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ เขาวาดหวังว่าหากจะมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญทําอย่างไรตุลาการถึงจะกลับสถาบัน เพื่อไปอยู่ในวงการของเขาเหมือนเก่าอย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี ซึ่งก็เปึนสิ่งหนึ่ง ที่พวกผมในฐานะนักการเมืองจําเปึนที่จะต้องรับไว้เปึนข้อมูลในโอกาสต่อไปถ้ามีโอกาส จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้อย่างไร
ท้ายที่สุดจริง ๆ ครับท่านประธาน ข่าวลอยมาที่ว่าเปึนรายงาน ที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดว่ายุบสภาดีกว่าปฏิวัติ ไม่ว่าท่านจะพูดด้วยจุดประสงค์ใด ก็ตามแต่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะแสดงความเห็นไว้ต่อรัฐสภาแห่งนี้ก็คือว่า ประเทศเพื่อนบ้านของเราที่เติบโตในทางการเมืองมาพร้อมกัน ผมขอครึ่งนาที ท่านประธาน ประเทศญี่ปุ์นเขามีการพัฒนาประชาธิปไตยตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๕ ของเรา ของประเทศญี่ปุ์นสมัยเมจิ บ้านเมืองเขาเจริญมากเพราะเขาไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เขามีองค์ประกอบสังคมคล้ายกับประเทศไทย มีสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ของไทย มีองค์พระมหากษัตริย์ซึ่งสร้างชาติสร้างแผ่นดินมา ผมฝากตรงนี้ละครับขอให้การเมือง แก้ด้วยการเมือง ถ้ามีการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อไรชาติบ้านเมืองของเราจะถดถอยอย่างที่ เราเห็นอยู่ทุกวันนี้ ประเทศญี่ปุ์นเขาไปถึงไหนนั่นไปไกลมากแล้ว แต่ขณะนี้ประเทศ เพื่อนบ้านรอบ ๆ เราเขาไปเกินกว่าที่เราจะคาดคิด ขอฝากไว้เปึนประเด็นสุดท้ายครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ