รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

สุรเดช จิรัฐิติเจริญ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของกฎหมายรัฐธรรมนูญ และการไม่ควรแก้ไขหรือแตะต้องมันหากไม่มีความจำเป็น นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ และการออกกฎหมายเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทําหนังสือสัญญา และเรียกร้องให้พรรคการเมืองเสนอร่างรัฐธรรมนูญพร้อมกับแนวนโยบายที่จะดำเนินการ

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เรามาพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช. .... ซึ่งวันนี้มี ๔ ฉบับ ซึ่งเราจะมาพูดตาม มาตรา ๒๙๑ เกี่ยวกับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ฉบับที่ ๑ คือฉบับที่ทางคณะรัฐมนตรีเสนอมา ในมาตรา ๑๙๐ เพิ่งเสนอ มาวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน คือสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับเรื่องความเห็นชอบหนังสือสัญญา

ฉบับที่ ๒ ว่าด้วย ครม. เขาเสนอมาเช่นเดียวกันตามมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ก็เสนอมาเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน เกี่ยวกับเรื่องที่มาของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร

ฉบับที่ ๓ คือเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ ท่าน เสนอเมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เมื่อ ๙ เดือนที่แล้ว

และฉบับสุดท้าย คือที่เสนอโดยประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เสนอเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ เมื่อ ๒ ป้ที่แล้วก็มาพิจารณารวมกัน แต่ถ้าเกิดมาดูแล้วทั้ง ๔ ฉบับนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญของเรามีใช้มาตั้งแต่ ป้ ๒๔๗๕ ปัจจุบันนี้ ๗๘ ป้ ใช้ทั้งหมด ๑๖ ฉบับก็ถือว่าเปึนประเทศ ๆ หนึ่งที่ใช้ รัฐธรรมนูญค่อนข้างจะสูง แล้วรัฐธรรมนูญนั้นเราถือว่าเปึนกฎหมายสูงสุดนะครับ เราเองสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ถือเปึนตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทย จริงอยู่เราทําหน้าที่ พี่น้องประชาชนไม่สามารถทําหน้าที่แทนเราได้ เราเองจึงทําหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย ใน พ.ร.บ. หรือข้อกําหนดต่าง ๆ แต่รัฐธรรมนูญนั้นเดิมทีไม่ต้องผ่านประชามติ ปัจจุบันนี้ มาตรฐานการเปึนประชาธิปไตยสูงขึ้น ดังนั้นเองการที่จะทําอะไรต่าง ๆ คงต้องรับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่าสมาชิกในสภาแห่งนี้ ๖๐๐ คนอยากทําอะไรก็ทําได้ โดยอําเภอใจ ซึ่งผมขอพิจารณาทีละร่างนะครับ อย่างร่างที่ ๑ ร่างให้ความเห็นชอบ ตามหนังสือสัญญา มาตรา ๑๙๐ ซึ่งเสนอเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ปัญหาว่ามีการพิจารณาล่าช้า ไม่ชัดเจนของกฎหมาย จึงทําให้จําเปึนต้องออกกฎหมายบัญญัติเพิ่มเติมแก้ไขมาตรา ๑๙๐ แห่งนี้ แต่ถ้าเกิดดูจริง ๆ แล้วผมมองว่าการที่เดิมทีเจตนารมณ์มาตรา ๑๙๐ ว่าสมัยก่อน ฝ์ายบริหารจะทําอะไรก็สามารถทําได้เลย ปัจจุบันนี้การที่จะทําอะไรนั้นต้องขอความเห็นชอบ จากรัฐสภาเนื่องจากว่ารัฐสภาแห่งนี้เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ดังนั้นเองการจะทําอะไร คงต้องขอความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน แต่มันขัดเรื่องระเบียบ เรื่องข้อกําหนดต่าง ๆ ว่าความที่กฎหมายไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงทําให้ทุกอย่างตีความ ทุกอย่างกรอบการตกลง หรือหนังสือสัญญาต่าง ๆ ต้องเข้าสภาทั้งหมดทําให้เกิดความล่าช้า แต่ผมมองว่าความล่าช้า หรือปัญหาตามมาตรา ๑๙๐ นั้นสามารถแก้ไขได้ เช่น ถ้าเรามีการประชุมร่วมรัฐสภา กําหนดว่าทุกสัปดาห์ ส.ว. ประชุม ๑ วัน ส.ส. ประชุม ๒ วัน ถ้าเกิดมีการประชุมร่วมรัฐสภา สัปดาห์ละ ๑ วัน ก็สามารถจะสะสางงานหนังสือสัญญาต่าง ๆ ที่คั่งค้างในรัฐสภาแห่งนี้ สามารถพิจารณาได้ หรือแม้กระทั่งกฎหมาย ถ้ามองตามมาตรา ๑๙๐ จริง ๆ แล้วมาตรา ๑๙๐ นั้นสมบูรณ์อยู่แล้ว ถ้าอ่านตามในวรรคห้า บอกว่าให้มีกฎหมายว่าด้วยการกําหนดขั้นตอน และวิธีการจัดทําหนังสือสัญญารวมทั้งการแก้ไขเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากหนังสือสัญญา ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ก็มีบอกแล้วว่าให้สามารถออกกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องการกําหนดขั้นตอน และวิธีการ แต่ปัจจุบันนี้ตั้งแต่ทํามารัฐบาลเองยังไม่ออกกฎหมายตรงนี้ มีแต่ตีความอย่างเดียว มีแต่โยนเข้าสภาอย่างเดียว ถ้าเกิดว่าทางรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีมีการออกกฎหมาย ว่าด้วยขั้นตอนและวิธีการทําหนังสือสัญญานั้นก็สามารถกระทําได้ตามมาตรา ๑๙๐ วรรคห้า ที่มีอยู่แล้ว แล้วก็บอกว่าถ้ามีปัญหาก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนั้นเองถ้าเกิดว่าทาง รัฐบาลออกกฎหมายฉบับนี้มาเกี่ยวกับเรื่องขั้นตอนวิธีการแล้วก็เขียนรายละเอียดให้หมดเลย เหมือนเปึนกฎหมายลูกแล้วก็ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ก็จะได้เปึนแนวทางในการปฏิบัติ ดังนั้นเองจึงไม่ได้มีความจําเปึนที่จะต้องมาแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๙๐ เพราะถือว่าเปึนสาระสําคัญ เราเองจะแก้ไขรัฐธรรมนูญบ่อย ๆ ผมว่าไม่ใช่สิ่งที่ดีนะครับ เราไม่ได้ออก พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. รัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่จําเปึน ดังนั้นเองถ้าไม่มีความจําเปึน ก็ไม่ควรจะแก้ไขหรือแตะต้องมัน เพราะว่าต้องควรจะถามกับพี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่ง ในร่างที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องที่มาของ ส.ส. ตามมาตรา ๙๓ และมาตรา ๙๘ ซึ่งพูดถึงสัดส่วนนะครับ จริง ๆ แล้วหลักสําคัญคือจากเขตใหญ่เปึนเขตเล็ก หรือแม้กระทั่งจํานวนสัดส่วน ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ บอกว่า ส.ส. มี ๔๘๐ คน จากการเลือกตั้ง ๔๐๐ คน แบบสัดส่วน ๘๐ คน หรือ ๑ : ๕ ถ้าเทียบแล้วนะครับ หรือแม้กระทั่งว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มี ส.ส. ๕๐๐ คน จากเลือกตั้ง ๔๐๐ คน แบบสัดส่วน ๑๐๐ คน หรือ ๑ : ๔ ทีนี้จะมาแก้เปึน ๕๐๐ คน เลือกตั้ง ๓๗๕ คน แบบสัดส่วน ๑๒๕ คน หรือ ๑ : ๓ ถามว่ามันได้อะไรครับตัวนี้ เอาหลักอะไร มาคิดว่ามันมีสาระสําคัญ มีความจําเปึนอย่างไรที่มาแก้ว่าอันนี้เปึนความต้องการของ ส.ส. เท่านั้นหรือ เปึนสาระสําคัญในการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะว่าจริง ๆ แล้วกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ว่าเราแก้บ่อยนะครับ ความศักดิ์สิทธิของกฎหมายมันจะไม่มี ก็ขอฝากนะครับ หรือ แม้กระทั่งร่างที่ ๓ ที่ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ คนเสนอ คือตามมาตรา ๙๔ เพียงแค่จากเขตเล็กเปึนเขตใหญ่อย่างเดียว แล้วมาตรา ๑๙๐ ก็เหมือนอย่างที่ผมกล่าวมาแล้ว ตามที่ร่างของ ครม. เสนอมาเช่นเดียวกันนะครับ แต่ถ้ามามองร่างที่ ๔ ที่พี่น้องประชาชน จํานวน ๗๑,๕๔๓ คนเสนอนะครับ ซึ่งบอกว่าให้ใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไปใช้บังคับ เสียส่วนใหญ่ ก็จริงอยู่นะครับปัญหาเรื่องนี้เปึนปัญหาที่มีความขัดแย้งทางสังคมค่อนข้างจะสูง เนื่องจากว่าความชอบธรรมของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น บอกว่ามีการประชามติ ดังนั้นเองถ้าจะมาเปลี่ยนแปลงตามร่างที่ ๔ คือตามที่ประชาชนเสนอ บอกว่าเปลี่ยนแปลง ทั้งหมดนั้น ผมว่าจะนํามาซึ่งความขัดแย้งเปึนอันมากนะครับ ก็คงไม่รู้ว่าสิ่งใดที่ถูกที่ต้องนะครับ ดังนั้นในข้อเสนอของผมนั้น ผมมองว่ากฎหมายถ้าเกิดตามมาตรา ๑๙๐ นั้น เราก็สามารถ ก็มีกฎหมายกําหนดขั้นตอนในมาตรา ๑๙๐ วรรคห้าอยู่แล้วก็สามารถกระทําได้ ถ้าไม่แน่ใจ ก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความวินิจฉัยว่า สามารถกระทําได้ขนาดไหน

ส่วนเรื่องที่มาของ ส.ส. จะเปึนมาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ ก็ดี ผมว่า เปึนความต้องการของ ส.ส. มันไม่สนองตอบกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งมีปัญหา

เรื่องสุดท้ายที่ผมบอกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ๗๑,๐๐๐ คนนั้น ผมมองว่าน่าจะผ่านประชามติ แต่ประชามตินั้นขั้นตอนค่อนข้างจะมากมาย เปึนไปได้ไหม ว่าวาระของ ส.ส. นั้นเหลือเวลาอีกประมาณ ๑ ป้ อย่างเร็วสุดคือ ๑ ป้ อย่างเพื่อนสมาชิก ที่กล่าวมาแล้วบอกว่า เวลา ๑ ป้หรืออาจจะยุบสภาเร็ว ๆ นี้ ดังนั้นเองผมว่ารัฐธรรมนูญ ทั้ง ๔ ร่างเก็บไว้ให้พรรคการเมืองต่าง ๆ ถ้ามีการเลือกตั้งคราวหน้าท่านเสนอเลยว่า ถ้าท่าน เปึนฝ์ายรัฐบาลจะทําอะไร ยกร่างมาพร้อมกับแนวนโยบายนอกเหนือจากการบริหาร ราชการแผ่นดินแล้ว ให้ท่านเสนอร่างรัฐธรรมนูญว่าถ้าท่านมีเสียงข้างมากมาบริหารประเทศแล้ว ท่านจะมีนโยบายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ขอบคุณครับ