วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความคิดเห็นว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ไม่ได้ปฏิบัติตามจริง โดยเฉพาะในภาคอีสาน และเสนอว่าการแก้ไขมาตรา 190 และมาตรา 94 จะช่วยให้การประชุมสภาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประโยชน์แก่ประชาชน
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน วรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรครวมชาติพัฒนา ท่านประธานรัฐสภาคะ ก่อนที่ดิฉันจะอภิปรายดิฉันอยากจะขอ เรียนท่านนะคะว่า ในโผนี้เขียนว่า ให้ดิฉันอภิปราย ๘ นาทีแต่เนื่องจากว่าทางพรรครวมชาติพัฒนา มีอยู่ ๙ ส.ส. ค่ะ ท่านประธานรัฐสภา ท่านชัย ชิดชอบ บอกว่าให้เวลาในการอภิปรายชี้เหตุผล แถลงในกรณีที่จะให้ ส.ส. หรือ ส.ว. ในสภานี้รับร่างในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ให้เวลา ๒๔ นาที ดิฉันก็คงจะต้องขออนุญาตท่านประธานรัฐสภาว่าขอใช้สิทธิของพรรครวมชาติพัฒนา ขออภิปราย ถ้าหากว่าเกิน ๒๔ นาที ก็คือใช้สิทธิหมดแล้ว แต่ถ้าหากว่าไม่เกินก็ขอยก ให้กับสมาชิกพรรคอื่นไปเลยนะคะท่านประธานที่เคารพ ดิฉันได้ร่วมเปึนผู้หนึ่งในจํานวน ๘๒ ท่าน ในกรณีร่างกฎหมายเพื่อจะแก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๒ มาตรา ซึ่งอยากเรียนท่านประธานรัฐสภา แล้วก็จะให้สมาชิกวุฒิสภาทุก ๆ ท่านได้เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่ผ่านมานั้น และได้มีการแก้ร่างรัฐธรรมนูญเปลี่ยนเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตัวดิฉันเองอยู่ในจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหารเปึนจังหวัดอันดับ ๒ ที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เนื้อหาสาระที่กําหนด อยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ประชาชนจังหวัดมุกดาหารหลาย ๆ คนก็ไม่ได้อ่าน แล้วก็ ไม่ได้ทําความเข้าใจให้ถ่องแท้ เพียงแต่ว่าได้รับคําแนะนําจากกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เปึนตัวแทนของประชาชนในการที่ร่างกฎหมาย เพื่อให้การคุ้มครองและให้ประโยชน์ กับประชาชน ท่านประธานรัฐสภาตัวดิฉันเองตั้งแต่เริ่มแรกก็ไม่ยอมรับเหมือนกันว่า ทําไม เราจะต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ดิฉันเห็นว่า การที่คุณรับเข้ามาแล้ว คุณเปึนเสียง ข้างมากในการที่ให้มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และประโยชน์นั้นก็สู่ประชาชน แต่พอ ได้มาอ่านร่างทั้ง ๒ ร่างเอาเข้ามาประกบกัน แล้วก็เห็นกรรมการสมานฉันท์ได้มีกําหนดไว้ อยู่ที่ ๖ มาตราว่าควรที่จะให้มีการแก้ไข ปรากฏว่าเมื่อได้มีการพูดคุยไปเสร็จสิ้นก็ให้เหลือ แก้ไขแค่ ๒ มาตรา ซึ่งเหตุผลดิฉันก็ยอมรับได้ ตั้งแต่แรกป้ ๒๕๓๘ ดิฉันได้รับการเลือกตั้ง เข้ามาในส่วนของยกเขตนะคะ เขตพวงใหญ่ ก็คือเท่ากับว่าอยู่ในภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ในส่วนความแตกต่างจากของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นแยกเขต ดิฉันได้เข้ามาสู่สภานี้ในกรณีของการเปึนผู้แทนราษฎรของเขตใหญ่ ป้ ๒๕๓๘ ดิฉันเปึน ส.ส. ป้ ๒๕๓๙ ดิฉันเปึน ส.ส. ป้ ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่ในช่วงระหว่างการเลือกตั้งป้ ๒๕๔๔ นั้นดิฉันได้สอบตกไป เพราะมีการแบ่งเขตเลือกตั้ง ทีนี้ในกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้นจากเขตใหญ่มาเปึนเขตเล็ก ก็เปึนที่กล่าวหา แล้วมีหลาย ๆ คนก็กล่าวหาว่าในเขตพื้นที่เล็กนั้นสามารถซื้อได้ ซื้อเอา ประชาชนนั้นเข้ามาและให้เขาเข้าไปคูหากาคะแนนและได้รับเสียงเลือกตั้งเข้ามาทั้งคณะ เลยค่ะ ก็คือในช่วงป้ ๒๕๔๔ นั้นก็ได้เข้ามาเปึน ส.ส. ในสภานี้เกือบจะเปึนพรรคเดียวที่มี เสียงส่วนมากในสภา เพราะช่วงนั้นอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จึงได้เห็นว่าในภาคอีสาน นั้นจะไม่ขอรับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันในฐานะที่อยู่ในภาคอีสานเปึน ส.ส. ในภาคอีสาน คนหนึ่งจึงอยากจะขอแสดงความคิดเห็นในกรณีที่ดิฉันได้ร่วมลงลายมือชื่อในกรณีที่ให้มี การแก้ไขกฎหมาย ๒ มาตรานี้ ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ อยากจะให้ทุก ๆ ท่านได้ยกมาดู ดิฉันได้ไปขอเจ้าหน้าที่มาอ่านดูแล้วเอามาเปรียบเทียบในส่วนต่าง ๆ ที่มีการแตกแยก แยกออกมาว่าให้มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นเกิดขึ้น ก็เนื่องจากว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ ท่านคะ ในมาตรา ๓๐ นั้นกําหนดให้ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บุคคลย่อมเสมอกัน ในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเปึนชายหรือหญิง มีสิทธิเท่าเทียมกัน ท่านคะ รัฐธรรมนูญเปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ไหนล่ะคะ สิทธิของชายและหญิงเท่าเทียมกันหรือเปล่า ๑๐ ป้ที่ผ่านมาจนมาถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันจึงเห็นว่าระยะทางพิสูจน์ม้ากาลเวลาพิสูจน์คนจริง ๆ กาลเวลาจะพิสูจน์ให้ได้ว่า รัฐธรรมนูญป้ ๒๕๕๐ ที่ชาวภาคอีสานโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดมุกดาหารของดิฉันเองไม่ รับร่างนั้นเพราะเขาไม่เข้าใจภายใต้กฎหมายที่กําหนดเอาไว้ รัฐธรรมนูญกําหนดเอาไว้นั้น เพื่อต้องการที่จะให้คุ้มครองให้กับประชาชนที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญซึ่งเปึนกฎหมายสูงสุด ของประเทศ ท่านคะ ในสภาผู้แทนราษฎรถ้ามีรัฐธรรมนูญก็ต้องกําหนดกฎหมายลูกออกมาแล้ว ก็คือจะต้องมีกําหนดร่างกฎหมายออกมา เพราะ ส.ส. และ ส.ว. ทําหน้าที่ในการร่าง และแก้กฎหมาย แก้กฎหมายในส่วนที่จะสามารถคุ้มครองและปัองกัน และให้ประโยชน์ กับประชาชนทั้งแผ่นดิน ท่านคะ มาตรา ๓๐ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่ได้คุ้มครอง ให้กับหญิงและชายเลย หญิงและชายไม่เท่าเทียมกัน แต่ปรากฏรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดออกมา ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายรับงานไปทําที่บ้าน ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายคุ้มครอง ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายว่าด้วยแรงงาน ไม่ว่าหญิงหรือชายได้ค่าแรงงานเท่าเทียมกัน แต่ก่อนนั้นถ้าหากว่าเปึนผู้หญิงไปทํางานในโรงงานกําหนดราคาอยู่ที่ ๘๐ บาท แต่ให้กับผู้ชาย ๑๒๐ บาท ท่านคะ คุ้มครองไหมคะ สิทธิไม่เท่าเทียมกัน มาถึงในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ดิฉันคิดว่าไม่ควรที่จะแก้ไขทั้งฉบับ ให้แก้ไขแค่เฉพาะ ๒ มาตรานี้ ดิฉันอยากจะยกตัวอย่าง ให้ฟังอีกมาตราหนึ่งในกฎหมาย มาตรา ๕๔ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ และรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๕๓ ท่านคิดดูสิคะ ผู้สูงอายุอยู่ในนี้กําหนดเอาไว้ข้อความนั้นคล้าย ๆ กัน ซึ่งให้กับผู้ที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ดิฉันคงไม่ต้องขออ่านให้มากนะคะ เพียงแต่อ่านย่อ ๆ ให้ท่านประธานรัฐสภาได้ทราบถึงว่าในเหตุผลที่ดิฉันอยากจะแก้ไขแค่ ๒ มาตรา มาตรา ๕๔ บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบป้บริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ จากรัฐ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ท่านคะ ผู้ที่มีอายุ ๖๐ ป้ก็คือผู้ที่สูงอายุ ในนี้กําหนด เอาไว้เขียนเสียสวยงามว่า รัฐบาลต้องให้การช่วยเหลือในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ คนแก่คนเฒ่า ดีใจกันไปทั้งหมู่บ้าน แต่ไปกําหนดไว้ว่าตามกฎหมายกําหนด และนโยบายของแต่ละพรรคกําหนดเอาไว้ ในหมู่บ้านนั้น ให้เบี้ยยังชีพกับผู้สูงอายุคนละ ๕๐๐ บาท กําหนดเอาไว้ให้แค่ ๒๐ คน ให้แค่ ๒๐ คน ในขณะที่หมู่บ้านนั้นมีถึง ๑๐๐ คน ใน ๘๐ คนนั้นว่าอย่างไรคะ มาถาม ส.ส. ส.ส. ลงพื้นที่ เขาถามว่าท่านครับ ไหนรัฐบาลจะให้ผู้เฒ่าผู้แก่ แล้วทําไมให้แค่ ๒๐ คน แล้วพวกผม จะได้ไหม พวกยายนี้จะได้ไหม บอกว่าได้ ยายได้ เพราะรัฐธรรมนูญกําหนดไว้แล้วจะต้อง ช่วยเหลือพวกกลุ่มท่านปรากฎว่า ยายและตาไปถามว่าเมื่อไรจะได้เงิน ๕๐๐ บาทนั้น แค่ ๕๐๐ บาทนะคะ แต่ได้คําตอบมาบอกว่าเดี๋ยวให้ ๒๐ คนนั้นตายก่อนแล้วคุณถึงได้รับ นี่ละค่ะ อีก ๘๐ คนต้องรอให้ ๒๐ คนตาย แต่ใน ๒๐ คน ถ้าเกิดไม่ตาย เขาตายก่อนก็คือ ไม่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว นี่ละค่ะดิฉันถึงบอกว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ปรากฏใน มาตรา ๕๓ ดิฉันอยากจะอ่านคร่าว ๆ ให้ท่านประธานรัฐสภาได้ทราบว่าดิฉันอ่านดูแล้วว่า ดีใจสําหรับผู้สูงอายุว่า ได้มีกฎหมายมารองรับ ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายผู้สูงอายุที่กําหนด เอาไว้ว่า ประชาชนคนไทยทุกคนที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไปจะได้รับการช่วยเหลือ เดี๋ยวดิฉัน อ่านในนี้ก่อน บุคคลซึ่งมีอายุเกินหกสิบป้บริบูรณ์และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ มีสิทธิได้รับสวัสดิการ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเปึนสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี และความช่วยเหลือที่เหมาะสมจากรัฐ นี่ละค่ะ คําว่า เปึนสาธารณะอย่างสมศักดิ์ศรี สมศักดิ์ศรี ของความเปึนคน สมศักดิ์ศรีของความเปึนมนุษย์ สมศักดิ์ศรีของการเปึนปูชนียบุคคล สมศักดิ์ศรีของการเปึนผู้ให้กําเนิดแก่ผู้ที่มาเขียนกฎหมายฉบับนี้ ดิฉันดีใจและมีกฎหมาย เกี่ยวกับผู้สูงอายุกําหนดมาให้ ประชาชนทุกคนเดี๋ยวนี้ ทุก ๆ คนที่มีอายุ ๖๐ ป้ขึ้นไป ไปลงทะเบียนปุ็บได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล จากเงินภาษีแผ่นดินของเขาเองด้วยซ้ําไป ได้ทุก ๆ คน และได้ทุก ๆ เดือน ปรากฏในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ๖ เดือนถึงให้ครั้งหนึ่ง แต่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้ทุก ๆ เดือน นี่ละครับเปึนผลดีสําหรับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันจึงจะบอกว่าไม่ขอตัดไปทั้งหมด ขอแก้ไขในส่วนแค่ของ ๒ มาตรา และเหตุผลที่ดิฉัน อยากจะยกให้ทุก ๆ ท่านได้คิดถึงอีกว่า ตอนนี้มาตรา ๘๕ ในรัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ดิฉัน ใช้เวลาอ่านให้ท่านฟังอีกสักเล็กน้อย ในมาตรา ๘๔ นั้นกําหนดไว้อย่างไรเกี่ยวกับ เรื่องที่ดิน ได้ประโยชน์จากที่ดินอย่างไร ป้ ๒๕๔๐ มาตรา ๘๔ รัฐต้องจัดระบบการถือครองที่ดิน และการใช้ที่ดินอย่างเหมาะสม จัดหาแหล่งน้ําเพื่อเกษตรกรรมให้เกษตรกรอย่างทั่วถึง และรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรให้ได้รับ การตอบแทนสูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการรวมตัวของเกษตรกร เพื่อวางแผนการเกษตร และรักษาผลประโยชน์รวมกันของเกษตรกร ท่านคะ ป้ ๒๕๔๐ จนถึง ป้ ๒๕๕๐ ก่อนที่จะ มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมาก็เนื่องจากว่าดิฉันไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทําไมรัฐบาลถึงไม่ทําให้ ทั้ง ๆ ที่เปึนกฎหมายสูงสุดของประเทศ ท่านช่วยดูแลเกษตรกรหรือไม่ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีจุดบกพร่องตรงนี้ ท่านเขียนกฎหมายเพื่อคุ้มครองให้ประโยชน์แก่เขา แต่ท่านไม่ทําให้กับเขา ท่านมีหน้าที่ที่จะต้องเขียนกฎหมาย และเพิ่มเติมแก้ไขกฎหมายให้กับเขา ปรากฏว่า ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉันอยากจะขออ่าน ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็ได้เขียนไว้เหมือนกัน คล้าย ๆ กันในมาตรา ๘๕ รัฐต้องดําเนินการตามแนวนโยบาย ด้านที่ดิน ในกรณีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ บอกว่าต้องจัดระบบไว้ให้ แต่ในส่วนนี้รัฐต้องดําเนินการ ตามแนวนโยบายด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมดังต่อไปนี้ ท่านประธาน รัฐสภา กําหนดหลักเกณฑ์การใช้ที่ดินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยให้คํานึงถึงความสอดคล้อง กับสภาพแวดล้อมของธรรมชาติ ทั้งผืนดิน ผืนน้ํา วิถีชีวิตของชุมชนท้องถิ่น และการดูแล รักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และกําหนดมาตรฐานการใช้ที่ดิน อย่างยั่งยืน โดยต้องให้ประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์การใช้ที่ดินนั้นมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจด้วย ท่านประธานรัฐสภา แตกต่างกันไหมคะ ดิฉันดีใจนะคะ ครั้งแรกว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี้จัดที่ดินให้กับประชาชน แต่ในกรณีจัดระบบให้ประชาชนนั้น สลับเส้นทางไปหมดเลยค่ะ ในพื้นที่ป์าสงวนแต่ก่อนนั้นเจ้าหน้าที่กรมป์าไม้ไปดูแล แต่ตอนนี้เจ้าหน้าที่กรมป์าไม้แต่ก่อนนั้นอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ตอนนี้มาอยู่ที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านคะ แค่ป้ ๒๕๔๐ และป้ ๒๕๕๐ แตกต่างกันแล้วก็เปลี่ยนแปลงไป ประชาชนทราบไหมคะ ไม่ทราบ โดนจับไปตลอด แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้มีกฎหมายพอดีกับว่าในส่วนที่ตัวดิฉันเองได้เข้ามาเปึน ผู้แทนราษฎรก็ได้มีความคิดในนี้ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ชาวภาคอีสานหลาย ๆ พื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดมุกดาหารไม่รับเปึนอันดับ ๒ แต่ท่านได้ประโยชน์และได้รับ ความคุ้มครอง เพราะท่านให้วรศุลีมาเปึนผู้แทนราษฎร ดิฉันทําหน้าที่ของการเขียนกฎหมาย มาคุ้มครองให้กับเขาประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารในกฎหมายว่าด้วยการยกเลิก ยกเลิกไม่จัดระบบ เปึนการยกเลิกการสงวนหวงห้าม เพื่อไม่ให้ใช้ประโยชน์ของทางราชการ เพื่อต้องการให้ประชาชนได้มีที่ทํากิน เกษตรกรชาวจังหวัดมุกดาหาร ๖๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบกับประเทศไทย ๕๗ เปอร์เซ็นต์ ก็มากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์แล้วในพื้นที่ทําการเกษตร และพื้นที่การเกษตรนั้นให้คุณแก่เขา ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนนี้เขาไม่ปลูกยางต้นหนึ่งไม่มีใครให้ไป ปลูกยางพาราเลย แต่ตอนนี้มีกฎหมายว่าด้วยสภาเกษตรกรแห่งชาติ ในมาตรา ๘๕ ภายใต้กฎหมายมาตรา ๘๕ นี้มีกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ และมีกฎหมายการยาง แห่งประเทศไทยออกมาสู่ประชาชนชาวภาคอีสาน จึงเห็นว่าทางชาวภาคอีสานคงจะรู้ แล้วก็จะสามารถลืมตาอ้าปากได้แล้ว แล้วก็เข้าใจนะคะว่ารัฐธรรมนูญนั้นให้คุณแก่เขา ดิฉันอยากขอชี้แจงในส่วนนี้แล้วก็ได้บอกสะท้อนถึงว่าทําไมดิฉันถึงต้องได้มาร่วมเปึน บุคคลคนหนึ่งใน ๘๒ คน ในกรณีที่จะให้แบ่งเขตเลือกตั้ง จากเขตใหญ่ ซึ่งตัวดิฉันเองมา เปึน ส.ส. ๒ ครั้ง มาในระบบเขตใหญ่ เพราะคงจะไม่ต้องกล่าวให้ท่านประธานรัฐสภา ได้ทราบ การแย่งชิงตําแหน่ง การแย่งชิงในการเปึน ส.ส. นั้นก็มีกลเกม กลอะไรต่าง ๆ หลายอย่าง แต่ดิฉันดีใจนะคะว่าดิฉันสามารถที่จะได้มาพูดในสภานี้เพราะดิฉันได้มาเปึน ส.ส. ในระบบเขตใหญ่ แต่ในกรณีที่ดิฉันร่วมร่างเปึนเขตเล็กนี้เพื่ออะไรคะ ดิฉันต้องการ อยากจะให้ประชาชนทุก ๆ พื้นที่เข้าใจว่า ส.ส. นั้นได้เข้ามาในสภานี้เพื่ออะไร ไม่ใช่ว่ามา เพื่อที่จะมาแย่งชิงตําแหน่งในการเปึนรัฐมนตรี หรือในการมาแย่งชิงตําแหน่งที่จะยกตําแหน่ง ให้กับผู้ที่กําหนดมาให้เขาเปึนปลัดกระทรวง กําหนดให้เขามาเปึนอธิบดี ซึ่งไม่ใช่หน้าที่ แล้วเขาเหล่านี้เขาก็ไม่กระทําแต่โดนกล่าวหาจนถึงปัจจุบัน ดิฉันจึงบอกว่าในการแบ่งเขต การเลือกตั้งนี้ก็สามารถ ดิฉันได้เขียนไว้ในร่างนี้รวม ๆ กับ ๘๒ ส.ส. ให้เหตุผลในการที่ อยากจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในกรณีของการแบ่งเขตเลือกตั้งจากเขตใหญ่มาเปึนเขตเล็ก เนื่องจากว่ากฎหมายที่ออกมานี้ไม่ว่าจะเปึนกฎหมายสภาเกษตรกรแห่งชาติ ไม่ว่าจะเปึน กฎหมายรับงานไปทําที่บ้าน และอีกอันหนึ่งกฎหมายว่าด้วยบัตรประจําตัวประชาชน กฎหมายการยางแห่งประเทศไทย ถ้ากฎหมายเหล่านี้ออกมา ถ้าหากว่า ส.ส. ในพื้นที่เขตใหญ่ ไปบอกกล่าวให้เขาไม่ทันกาลตามที่กฎหมายกําหนดออกมาเขาเหล่านั้นก็จะเสียสิทธิ ของตนเองไป ยกตัวอย่างให้ท่านทราบนะคะว่า อย่างเช่นอุทกภัยที่เกิดขึ้น อย่างเช่น การประกันราคาที่เกิดขึ้น ประชาชนในพื้นที่ยังไม่เข้าใจเลย ถ้าหากว่าประชาชนเข้าใจ ประชาชนจะรู้ว่าการประกันราคานี้ให้กับเกษตรกรนั้นดีมาก ดิฉันขอให้ท่านประธานรัฐสภา ไปตรวจสอบดูที่จังหวัดมุกดาหารของดิฉันก็ได้ ดิฉันได้ออกไปกระจายข่าวบอกไป ทุก ๆ หมู่บ้าน แต่เผอิญว่าในวันที่จะต้องมาทําหน้าที่ของการเปึนผู้แทนราษฎร ในสภาผู้แทนราษฎรนี้มีกําหนดไว้ ๑ อาทิตย์อยู่ ๓ วัน ดิฉันได้ลงพื้นที่แค่ ๔ วัน ใน ๔ วันนั้นไปไม่ทั่วถึง ๕๕๐ กว่าหมู่บ้าน ๕๕๐ หมู่บ้าน ๕๒ ตําบล ดิฉันไปถึงแค่บางตําบล ๑ ป้ไปถึงแค่ ๒๐๐ กว่าหมู่บ้าน อีก ๒๐๐ กว่าหมู่บ้านนั้นก็โทรศัพท์มาบอกว่าท่าน ส.ส. ผมก็กาคะแนนให้ท่านอยู่นะครับ ทําไมท่านไม่มาเยี่ยมไม่มาบอกผม เขาประกันราคา เขาได้เงินค่าชดเชยอะไรไปตั้งเยอะแยะ ทําไมท่านไม่มาบอกผมเลย เราก็บอกว่าเราถือสิทธิของการเปึน ส.ส. เราไม่สามารถที่จะ ไปให้ถึงท่านได้เร็วถึงขนาดนั้น ท่านควรจะต้องไปดูแลและไปใกล้ชิดกับกํานันและผู้ใหญ่บ้าน หรือไม่ก็ทางท่านนายอําเภอ หรือผู้ว่าราชการจังหวัด เกษตรจังหวัด เกษตรอําเภอ เขามีทั้งนั้น แต่ประชาชนไม่สนใจที่จะไปพบปะกลุ่มเหล่านี้นะคะ เขาเปึนข้าราชการ ประชาชนไม่กล้า ที่จะไปขอ หรือไม่กล้าที่จะไปถามเสียด้วย ต้องมาถาม ส.ส. ยังมีอีกว่าในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ให้สิทธิกับ ส.ส. ว่าให้ออกประชาสัมพันธ์ ไม่ว่ากฎหมายฉบับไหนที่ออกมานั้นให้ถือสิทธิ ในการที่ไปออกในรายการมองรัฐสภา ดิฉันก็ได้บอกกับเขาว่าดิฉันได้สิทธิของสภาผู้แทนราษฎร ให้ออกรายการวิทยุประกาศบอกว่ากฎหมายฉบับไหนที่ออกมาบังคับใช้เรียบร้อยแล้ว ทุก ๆ ท่านต้องปฏิบัติตามอย่างนี้ อย่างนี้นะคะ แต่เขาเหล่านั้นก็ไม่มีเวลาที่จะมาฟังวิทยุ หรือไม่มีเวลาที่จะต้องมาดูทีวี เขาไม่เข้าใจ เพราะ ๑ วันเขาจะต้องไปที่นาไปทํานาไปทําไร่ ตื่นแต่เช้าออกจากบ้านไปแล้ว กลางคืนถึงกลับมาบ้าน นี่ละคะชีวิตของคนชาวรากหญ้า ชีวิตของเกษตรกร ดิฉันจึงบอกว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งก็จะสามารถให้ส.ส. นั้นรู้สึกสํานึก ว่าตนเองเปึนตัวแทนของประชาชน ท่านจะต้องเข้าใจว่าท่านได้รับการเลือกตั้งเข้ามา แล้วท่านจะต้องทําสิ่งต่าง ๆ ให้กับเขา ท่านเปึนผู้ร่างกฎหมายให้กับเขา ท่านจะต้องไป อธิบายให้เขาเข้าใจว่ากฎหมายนั้นสามารถคุ้มครองเขาเท่าไร สามารถให้ประโยชน์เขาได้ มากน้อยเท่าไร ดิฉันจึงขอแรงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็วุฒิสภาในการแก้ไข เพิ่มเติมนี้แค่ ๒ มาตรา แค่ ๒ มาตราเท่านั้นเอง ดิฉันอยากจะให้ผ่านไปด้วยดี ซึ่งประวัติศาสตร์ ไม่เคยจารึกไว้เลยว่าการแก้รัฐธรรมนูญนี้จะต้องไม่ผ่านปฏิวัติเสียก่อน ได้ยินมาตลอดเวลา จะต้องปฏิวัติแล้วก็ยุบสภา ถ้ายุบสภาก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอยู่แล้วนะคะ แต่ในกรณีที่แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อต้องการให้รัฐธรรมนูญที่ตราขึ้นมาแล้ว โดยความคิดเห็น ของคน ๖๕ ล้านคนนั้นสามารถใช้ไปได้นาน ไม่ใช่ว่าใช้มาแค่ ๔ ป้นี้ ๓ ป้นี้ก็จะมาแก้ไข แล้ว แต่การแก้ไขเพิ่มเติมแค่ ๒ มาตรานี้มันไม่ใช่ประเด็นที่ว่าเราจะทําลายล้างรัฐธรรมนูญ ดิฉันจึงขอชี้แจงในกรณีของการแบ่งเขตเลือกตั้งนี้เพื่อให้เปึนการวิเคราะห์และคิดของทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ที่จะให้ลงคะแนนมาในครั้งนี้
ในกรณีของมาตรา ๑๙๐ ดิฉันเห็น ดิฉันคิดว่าเปึนส่วนดีในกรณีของ การมีกรอบข้อตกลงจะต้องเข้ามาที่สภา ถ้าเกิดว่ารัฐมนตรีคนนั้นเขาไม่มาแจ้ง เขาก็โดน เหมือนท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ท่านนพดล ปัทมะ ก็โดนคดีนี้ ไปแล้ว ดิฉันคิดว่าถ้าหากมาตรา ๑๙๐ นี้จะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในกรณีว่าให้ไปมี กรอบข้อตกลงกับต่างประเทศไว้ก่อน แล้วค่อยเอามาสู่สภานะคะ ไม่ใช่ว่าเอาเข้ามาสู่สภา แล้วออกไปค่อยไปตกลงกับต่างประเทศอย่างปัจจุบันที่เห็นนี้ ก่อนที่จะนําเอา ส.ส. และ ส.ว. เข้ามาร่วมประชุมในสภาเพื่อที่จะให้มีการลงมติในกรณีที่จะไปมีกรอบข้อตกลง หรือเซ็นสัญญาอะไรต่าง ๆ กับต่างประเทศ ไม่ว่าจะอาเซียนหรือเอเซียนต่าง ๆ ควรจะเอา เข้ามา พอหลังจากนี้เอาเข้ามาสู่ในสภา และจากไม่กี่วันก็เห็นท่านนายกรัฐมนตรีไปร่วม ประชุมกับเขา หอบเอกสารไปโดยที่แบบเร่ง ๆ ด่วน ๆ อย่างนี้ มันสมองในความคิดที่อยากจะให้ ประเทศชาติ ประเทศไทยของเราได้ประโยชน์อาจจะมีข้อตกหล่นบางสิ่งบางอย่างในกรณี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องมาฟังคําอภิปรายของ ส.ส. และ ส.ว. ในข้อตําหนิอย่างนั้น อย่างนี้ ดิฉันว่าถ้าในมาตรา ๑๙๐ นี้มอบอํานาจให้นายกรัฐมนตรีไปตกลงข้อตกลงอะไร ต่าง ๆ แล้วก็ให้สิทธิกับเขาไป ถ้าเขาทําผิด เรา ส.ส. ส.ว. ก็มารุมเอาว่าจะลงโทษนายกรัฐมนตรี นั้นอย่างไร ดิฉันจึงบอกว่าในการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ แล้วก็มาตรา ๙๔ นี้เปึนผลดีแก่ประชาชน ชาวจังหวัดมุกดาหารของตัวดิฉัน แล้วก็ประชาชนทั้งประชาชนทั้งประเทศด้วยนะคะ ท่านประธานรัฐสภาดิฉันก็ขอใช้เวลาของพรรครวมชาติพัฒนา ๒๔ นาทีนี้อาจจะยังพูดไม่หมด แต่อย่างไร ๆ ก็จะไม่ขอกินเวลาของ ส.ส. คนอื่นนะคะ เข้าใจว่าใกล้จะถึงวาระที่จะมี การเลือกตั้งแล้วอีก ๑ ป้นะคะ ถ้าไม่เอาเข้าตอนนี้ต่อไปการเลือกตั้งก็คงจะเข้าไม่ทัน แล้ว วันนี้เปึนวันสุดท้ายของสมัยประชุมกฎหมาย ก็ไม่คิดว่ากฎหมายนี้จะผ่านออกไปไหม ในการอภิปรายชี้แจงเหตุผลนี้ ก็ขอจบลงแค่นี้นะคะ ขอบคุณค่ะท่านประธานรัฐสภา