ชนินทร์ รุ่งแสง หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมที่จะพิจารณา และสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเสนอมา โดยเน้นย้ำถึงหลักการให้ประชาชนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการมีผู้แทนราษฎร 1 สิทธิ 1 เสียง 1 คน และต้องการแก้ไขปัญหาการโกงการเลือกตั้งที่บ่อนทำลายประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2540 โดยระบุว่าร่างที่เสนอไม่ดี และมีจุดบกพร่อง และเรียกร้องการพิจารณาใหม่ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเองต้องยอมรับว่าในเบื้องต้น ที่ได้ทราบว่าจะมีการพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับ ไม่ว่าจะเปึนฉบับของ คปพร. ของพรรคร่วมหรือ ๒ ร่างของรัฐบาลที่เสนอมานั้น ผมเองติดใจ แล้วก็มีคําถามว่าช่วงเวลานี้เหมาะสมหรือเปล่าที่เราจะเอามาพิจารณา เรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญในขณะที่ปัญหาต่าง ๆ รุมเร้า ปัญหาต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนยังต้องการให้ รัฐสภาแห่งนี้ได้แก้ไขไม่ว่าจะเปึนเรื่องของภัยพิบัติ เรื่องของปัญหาเศรษฐกิจต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามผมเองได้ติดตามข้อมูลแล้วก็ฟังคําชี้แจงจากหลาย ๆ ฝ์าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี โดยฟังด้วยเหตุด้วยผลและไม่มีอคติใด ๆ แล้วก็มอง ประโยชน์ของประเทศชาติเปึนหลัก ผมเองก็ได้เห็นพ้องแล้วก็คิดว่าเรื่องที่รัฐบาลเสนอนี้ เปึนเรื่องที่ใหญ่และสําคัญกับการก้าวไปข้างหน้าของประเทศของเรา เพราะฉะนั้นผมเอง ก็ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนในร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลได้เสนอมาทั้ง ๒ ฉบับ แล้วจะขออภิปรายร่างรัฐธรรมนูญอีก ๒ ฉบับที่มีฝ์าย คปพร. แล้วพรรคร่วมเสนอด้วยกัน
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเปึนความเห็นที่ตรงกันสําหรับ ผู้ที่เปึนตัวแทน ประชาชน ในเรื่องของภาคเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนเปึนเรื่องสําคัญและเรื่องใหญ่ เมื่อผมมาศึกษาและได้ติดตามผมคิดว่าเปึนสิ่งที่ทุกคนทราบดีนะครับว่า มาตรา ๑๙๐ นั้นเปึนมาตราที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเจรจาระหว่างประเทศ สนธิสัญญาต่าง ๆ นั้น มีการติดขัด มีปัญหา กระบวนการต่าง ๆ นั้นต้องมาเข้าสู่รัฐสภาเปึนจํานวนมาก ประเด็นนี้ เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนอย่างไร ท่านประธานครับ ผมคิดว่า เราทราบดีนะครับว่าประเทศเราเศรษฐกิจนั้นพึ่งพาการส่งออกถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าอะไรก็ตามที่เราสามารถที่จะสนับสนุนให้มีการค้าการขาย การส่งเสริมการส่งออก ที่มีความคล่องตัวและราบรื่นได้นั้น ผมถือว่าเปึนสิ่งที่จําเปึนที่สุดที่เราจะต้องสนับสนุนส่งเสริม เพราะฉะนั้นหมายความว่าปากท้องของพี่น้องประชาชน เศรษฐกิจของประเทศชาตินั้น ได้มีการผลักดันแก้ไขปัญหาด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้มาตรา ๑๙๐ เปึนมาตราที่ส่งผลกระทบอย่างยิ่ง กับการติดต่อเจรจาการค้าระหว่างเรากับต่างประเทศมายาวนาน เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมเองก็ขอสนับสนุนที่ควรจะมีการแก้ไขโดยร่างของรัฐบาล แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้ก็น่าจะ เห็นพ้องต้องกันจากทุก ๆ ฝ์ายเท่าที่ฟังแล้วก็เห็นว่าเปึนปัญหา แล้วก็คิดว่าน่าที่จะมี การแก้ไขในโอกาสนี้
ท่านประธานครับ ส่วนในเรื่องของมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่ว่าด้วย การแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น ผมเองคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่ละเอียดอ่อนครับ เปึนเรื่องที่มี การวิพากษ์วิจารณ์กันมามาก ผมคิดว่าเรื่องนี้เปึนเรื่องที่เราต้องมองที่เปัาหมายของ การแก้ไขที่ยืนอยู่บนหลักการที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศเปึนหลัก ทุกฝ์ายทราบดี ผมว่าไม่ว่าจะเปึนเขตเล็ก เขตใหญ่ ถ้าจะโกงโกงทั้งนั้นละครับ แต่ผม คิดว่าวันนี้เราควรจะมายึดถึงหลักในการที่จะทําให้ประเทศชาตินั้นไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง ผมเองคิดว่าหลักการสําคัญก็คือการที่จะให้ประชาชนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการที่จะมี ผู้แทนราษฎร ๑ สิทธิ ๑ เสียง ๑ คน ซึ่งเปึนหลักสากลที่ประเทศประชาธิปไตยส่วนใหญ่ ที่ได้ใช้กัน ก็คือวันแมนวันโหวต ก็คือ ๑ เขต ๑ คน แต่อย่างไรก็ตามผมเปึนห่วงว่าเรื่องของ การโกงการเลือกตั้งตรงนี้ก็เปึนปัญหาสําคัญที่บ่อนทําลายประชาธิปไตยในประเทศของเรา ก็เปึนเรื่องหนึ่งที่คงจะต้องมาหาทางแก้ไข แล้วก็ติดตามกันนะครับ มันอยู่ที่จิตสํานึก มันอยู่ที่การกระทําของทุกฝ์าย ไม่ว่าจะเปึนผู้ที่เล่นเอง หรือผู้ที่กํากับกติกาด้วย ผมคิดว่า ตรงนี้ก็เปึนสิ่งหนึ่งที่จะต้องมาหาทางแก้ไข เพราะว่าอย่างไรก็ตามเราก็มีองค์กรต่าง ๆ มีเงื่อนไขต่าง ๆ ในการที่จะไปติดตามควบคุมการรณรงค์หาเสียงที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมเองก็คงจะต้องสนับสนุนในหลักใหญ่ว่าเราคงจะต้องไปในทิศทาง ที่เปึนหลักก่อน ก็คือว่าประชาธิปัตย์ก็คงจะต้องให้ประชาชนนั้นมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน
ท่านประธานครับ ในส่วนร่างของ คปพร. ซึ่งยกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาเปึนหลักในการพิจารณา ท่านประธานครับ ผมคิดว่าขอพูดตรง ๆ นะครับท่านประธาน ผมรับไม่ได้ร่างตรงนี้ ผมว่าชัดเจนแล้ว พวกเราก็ทราบกันดีว่าร่างตรงนี้ไม่ใช่ร่างรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ดี ป้ ๒๕๔๐ แต่เปึนร่างที่มีช่องทางที่จะทําให้ผู้ไม่หวังดีนําไปใช้ในทิศทางที่ไม่ถูกไม่ต้อง แล้วก็พิสูจน์มาแล้วในคดีต่าง ๆ นั้นศาลได้พิสูจน์มาแล้วว่ามีความผิด และมีความผิดนั้น นี่ก็มาจากการใช้ช่องทางทางรัฐธรรมนูญที่เป่ดโอกาสให้ใช้ไม่ว่าจะเปึนการเข้าไปครอบงํา องค์กรอิสระ การเข้าไปใช้ช่องทางทางรัฐสภาในการออกกฎหมายเอื้อประโยชน์กับพวกพ้อง ตรงนี้ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่เราจะต้องมีการมาปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นเปึนเหตุผลที่สําคัญที่ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีจุดบกพร่อง เพราะฉะนั้นผมเองไม่เห็นด้วย แล้วก็คงจะไม่ขอรับในเรื่องของร่างของ คปพร. ท่านประธานครับ ต่อกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันต่าง ๆ นานาว่าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรัฐมนตรีนั้น ไม่มีจุดยืนทางการเมืองในเรื่องของรัฐธรรมนูญ ต้องเรียนว่าเรื่องนี้นี่ต้องให้ความเปึนธรรม แล้วก็ต้องมองย้อนไปว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก่อนที่จะมีการตัดสินใจในการเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้ ท่านประธานครับจริงอยู่ครับพรรคประชาธิปัตย์นั้นเคยมีมติที่จะ ไม่สนับสนุนเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญช่วงต้นป้ที่ผ่านมา แต่หลังจากนั้นเหตุการณ์ ช่วงเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมที่มีความวุ่นวายทางการเมืองเกิดการเผาบ้านเผาเมือง กรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศไทยนั้นย่อยยับจากการชุมนุมประท้วงจาก ความไม่หวังดีของผู้ที่มาชุมนุมประท้วงในบางส่วนที่ทําให้เกิดเหตุการณ์ตรงนั้น รัฐบาล โดยการนําของท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เสียสละได้แสดงให้เห็นถึงภาวะผู้นํายอมถอย กลับมา แล้วก็มีการประกาศแผนปรองดองแห่งชาติครับ ซึ่งเปึนแผนที่ทุกฝ์ายทั้งใน และต่างประเทศยอมรับ เปึนแผนที่ทุกฝ์ายเห็นว่าจะเปึนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ทําให้ เกิดทางรอด ทําให้เกิดอนาคตประเทศชาติได้ และสิ่งสําคัญที่สุด ๑ ใน ๕ ข้อของแผนนั้น ที่ทุกคนยอมรับนั้น ก็พูดถึงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเปึนธรรมและยอมรับ และให้เกิดนิติรัฐ นิติธรรมขึ้นในประเทศไทยด้วย เพราะฉะนั้นผมเองคิดว่าการที่รัฐบาล ได้นําเสนอร่างรัฐธรรมนูญเพื่อนําไปสู่การแก้ไขตรงนี้ ถือว่าเปึนการสะท้อนให้เห็นถึง ความตั้งใจและจริงจังในการที่จะนําแผนปรองดองนั้นให้เกิดเปึนรูปธรรมขึ้น เพราะว่า ๑ ในเงื่อนไขสําคัญในแผนปรองดองนั้นก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความเปึนธรรม และยอมรับได้ ถามว่า ๒ ข้อที่มีการแก้ไขตรงนี้นี่หลาย ๆ คนพูดไปต่าง ๆ นานาว่าเปึน ผลประโยชน์ของคนโน้นคนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร ต้องเรียนว่าต้องย้อนกลับไปว่า ๒ ข้อนี้ มาจากไหน ๒ ข้อนี้ก็มาจาก ๖ ข้อที่มาจากคณะกรรมการสมานฉันท์ที่ตั้งโดยรัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็มีทุกฝ์ายเข้ามาร่วมกันไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้านฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายวุฒิสภา แล้วหลังจากนั้น ๖ ข้อนั้นรัฐบาลก็นําไปสู่การพิจารณาในคณะกรรมการชุดของอาจารย์สมบัติซึ่งเปึน นักวิชาการที่มีความเปึนกลางเปึนที่ยอมรับ ถ้าไม่มองอย่างอคตินะครับ แล้วสุดท้าย ก็มาเปึน ๒ ข้อที่รัฐบาลเห็นว่าจะมีการแก้ แล้วมีปัญหาน้อยที่สุด และนําไปสู่ประโยชน์ ของประเทศชาติมากที่สุด เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าคงไม่ต้องไปพูดให้เบี่ยงเบนความสนใจ ผมคิดว่าชัดเจนในเรื่องของเหตุผลในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เหตุผลที่มาที่ไปของ ๒ ข้อว่ามาอย่างไร ไม่ใช่นายกรัฐมนตรียกเมฆหรือว่าใครหยิบยกขึ้นมาในการพิจารณา
ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายผมอยากจะเรียกร้องว่าวันนี้เรา มาประชุมกันเพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ของประเทศชาติ ๒ ข้อที่รัฐบาลเสนอนั้นก็อยู่ในส่วน ของป้ ๒๕๔๐ เช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากฝ์ายค้านที่ไม่สนับสนุนร่างของรัฐบาล ได้พิจารณาอย่างเปึนธรรมแล้ว ผมคิดว่าก็ควรจะคิดใหม่ว่า ๒ ข้อนี้เปึนส่วนหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เช่นกัน ก็อยากจะให้พิจารณากันใหม่ถ้าหากจะรับหรือไม่รับ อย่างไร สิ่งสําคัญประการหนึ่งผมคิดว่าทางฝ์ายที่เคยสนับสนุนรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีในส่วนของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ก็อยากให้ท่านช่วยใคร่ครวญนะครับ วันนี้ท่านอาจจะมีอะไรที่ติดใจกับการเสนอของนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่อยากจะให้มองกลับไปว่าคนอย่างนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์คงจะไม่ให้มีใครครอบงําง่าย ๆ ผมคิดว่าทุกคนคงจะเห็นด้วยว่าคนอย่างนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์นั้นคงจะไม่ตัดสินใจ บนพื้นฐานของประโยชน์ส่วนใดส่วนหนึ่ง คงจะตัดสินใจบนพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ประเทศชาติเปึนหลักครับ ขอบคุณมากครับ