ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร หารือเรื่องร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขเพื่อยุติธรรมและความสามัคคี และเสนอแนะว่าควรพิจารณาองค์ประกอบที่สำคัญในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่น การพิจารณาความเหมาะสมในเวลาและให้เวลาในการพิจารณาข้อดีข้อเสีย
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ตัวแทนพี่น้องลูกเสือไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ด้วยเปึนผู้อภิปรายตอนท้าย ๆ ซึ่งก็ได้ฟังผู้อภิปรายหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายถึงข้อดีข้อเสียกันค่อนข้างมาก แล้วก็คิดว่าท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ก็คงจะได้มีเปัาหมายในการลงมติไปเรียบร้อยแล้ว ผมเองค่อนข้างจะเปึนบุคคลที่น่ารังเกียจสําหรับคอฟันธงทั้งหลาย เพราะได้เชื่อว่า ข้อดีข้อเสียของท่านทั้งหลายไม่ว่าจะเปึนฝ์ายใดก็ตามมีเหตุผลที่น่าเชื่อถือทั้งสิ้น แล้วก็ ยังเชื่ออีกว่าทุกฝ์ายน่าที่จะไม่ถือประโยชน์ของตนเองเปึนหลัก แล้วก็ด้วยอยากจะเปึน คนประนีประนอมต้องการที่จะเปึนผู้ที่รักในความสมานฉันท์ตัวจริง ก็จะยินดีเสียสละ ยอมจํานนกับสิ่งที่จะพอยอมรับได้แม้ส่วนตัวจะเปึนคนที่ยึดถือหลักการและบรรทัดฐาน ต่าง ๆ ในการทํางานมาโดยตลอดชีวิตก็ตาม แต่ก็ยอมกับความก้าวหน้าของส่วนรวม ที่ไม่ถือว่าจะเสียบรรทัดฐานจนมากเกินไปนัก เพราะทุกอย่างย่อมมีข้อดีข้อเสีย จะแก้ก็ได้ ไม่แก้ก็ดีก็มีเหตุผลทั้งสิ้น แต่กรณีของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับก็เช่นกัน ก็อยากจะกล่าวว่ายินดีที่จะรับหลักการทั้งหมดถ้าหากว่าไม่มีตําหนิอะไรมาก ทั้งนี้ ก็เพื่อความยุติธรรมอันจะนําไปสู่ความสามัคคี เพราะว่ายุติธรรมนั้นในความหมาย ของผมไม่ได้หมายถึงความเท่าเทียมกันเปึนอย่างเดียว แต่ก็หมายถึงความหยุดเสีย ซึ่งความเห็นของแต่ละฝ์ายซึ่งอาจจะแตกต่างกัน โดยส่วนตัวแล้วเปึนอริกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญเปึนอย่างยิ่งโดยเฉพาะการแก้ไขโดยการปฏิวัติ
ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานพักรายละเอียดไว้ก่อนเพราะคิดว่า รายละเอียดต่าง ๆ นั้นถึงแม้ไม่พูดไปหลาย ๆ ท่านก็ได้พูดไปหมดแล้ว ขออนุญาตไปสู่ ประเด็นอื่นซึ่งยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญแน่นอน เพื่อที่จะเสนอสิ่งประกอบ ความคิดอื่น ๆ ของนักร่างรัฐธรรมนูญทั้งหลายที่มักจะลืมคิด ท่านเปึนผู้รู้แต่อาจจะมักลืม นั่นก็คือกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม โดยเฉพาะองค์ประกอบสําคัญของความเปึนชาติ ก็คือความรวมของชาติเปึนประการแรก ซึ่งหมายถึงชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สมัยก่อนมีพ่วงรัฐธรรมนูญไว้ด้วยซ้ําไปแต่ว่าก็ไม่จีรังยั่งยืน ในที่สุดก็เหลือไว้ความเปึนชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อันที่สองความเปึนอยู่ของประชาชน อันที่สามถึงจะมาเรื่อง แบบแผนทางการเมืองหรือเรียกว่าระบอบ การมีรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทั้ง ๑๘ ฉบับ ไม่ว่า จะเกิดจากการปฏิวัติหรือไม่ก็ตาม ก็มักจะใช้หลักทางวิชาการหรือเลียนแบบ ทางต่างประเทศมากกว่าที่จะลําดับความคิดจากความเปึนชาติและประชาชนของตนเอง ผลงานจึงนํามาซึ่งความขัดแย้งอยู่เสมอ ตัวอย่างลักษณะที่เปึนจุดเด่นจุดด้อยของคนไทย ที่ควรจะนึกถึงกันบ้าง ก็คือคนไทยเรารักความสบายทําให้เปึนคนที่ง่ายต่อการถูกชักจูง โดยเฉพาะในทางที่จะเปึนบาป พวกเราจึงมักจะต้องมีศาสนาเปึนเครื่องมือควบคุม พวกเรามักจะหลงเกียรติภูมิของตนเองทําให้มีเหตุขัดแย้งไม่ใคร่มีสามัคคีกัน จึงจําเปึนต้องมีผู้นํา ถ้าหากมีผู้นําซึ่งมีทศพิธราชธรรมเราก็จะมีความสุข พวกเรามักจะ คิดถึงส่วนรวมน้อยกว่าตนเองและพรรคพวกทําให้ย่อหย่อนต่อความเปึนส่วนรวม และหากจะพิจารณาถึงรากหญ้าเราควรจะเข้าใจถึงรากหญ้าว่ารากหญ้านั้นคือคนที่ ไม่มีเงินใช้สอยเลย ไม่มีทางจะหยิบยืมใครได้ นั่นรากหญ้าของจริง รากหญ้าคือผู้ที่ จะเกรงกลัวอํานาจป์าเถื่อนที่ไม่อาจหาญต่อสู้ได้ และรากหญ้าก็จะเปึนผู้ทนทุกข์กับ ความไม่สะดวกสบายทั้งปวง เพราะฉะนั้นจึงเป่ดโอกาสจุดเด่นจุดด้อยดังกล่าวนี้ คนไทยที่เด่น ๆ ก็มักจะเอาเปรียบได้ง่าย ๆ สรุปว่ารัฐธรรมนูญที่มีใช้มาอย่างลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาโดยตลอดมีเหตุสําคัญมาจากที่มาที่ไปอันชอบกล เขียนขึ้นจากหลักการที่คํานึงถึง ความเปึนชาติของตนน้อยมาก ล่าสุดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เขียนขึ้นด้วยความเปึนห่วง เสถียรภาพรัฐบาล จึงมุ่งให้อํานาจพรรคการเมืองแต่ก็กลัวอํานาจดังกล่าวจนล้นฟัา จนมีองค์กรอิสระขึ้นมา แต่กลับให้อํานาจประชาชนน้อยลงไป ก็จึงทําให้อํานาจล้นฟัานั้น เกิดเปึนอํานาจล้นฟัาขึ้นมาได้จริง จึงบังเกิดรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพื่อจะมาแก้ไขความเพ้อฝันตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ไปมุ่งลิดรอนอํานาจซึ่งไม่ดี เผอิญไม่ดีพอดีและอํานาจดังกล่าวนั้นก็จะนําทางไปสู่ ความร้าวฉานของชาติ ไปสู่การทําลายของชาติได้ จึงมีการลิดรอนกันอย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่าใช้ยาแรงอะไรทั้งนั้น ทําให้หลายฝ์ายเกิดขัดกันที่จะต้องมาเรียกร้อง ความเปึนธรรมให้กับผู้มีอํานาจล้นฟัานั้น เผอิญเปึนรัฐธรรมนูญซึ่งได้มาหลังจาก การปฏิวัติจึงถูกชี้จากฝ์ายที่ไม่เห็นด้วยให้ประชาชนไม่ยอมรับก็เกิดปัญหาเกิดขึ้น ความจริงแล้วรัฐธรรมนูญที่จะมีการแก้ไขของรัฐบาลนั้นมีเหตุผลเพียงพอต่อการยอมรับ แต่เผอิญมีเหตุอันควรตําหนิที่ขาดองค์ประกอบสําคัญอยู่ ๓ ประการคือ การที่ไป พิจารณาถึงความเหมาะสมในห้วงเวลาในการแก้ไข และไม่ตรงกับการที่จะมาสมานฉันท์ หรือปฏิรูปอะไรต่าง ๆ คือเขาทะเลาะกันเรื่องอื่น แต่ว่าเอาเรื่องนี้มาแก้ แต่ก็ยังเปึนความดี ที่จะมุ่งไปสู่ความปรองดอง และการให้เวลาในการพิจารณาข้อดีข้อเสียเพื่อให้เปึน วิวัฒนาการก็น้อย การเห็นแก่ชาติบ้านเมืองและประชาชนในลักษณะการทําประชามติ ก็มิได้กระทําโดยสมบูรณ์นักจึงเปึนข้อตําหนิ แต่ก็ยอมรับว่าเปึนจุดเริ่มต้นของการปรองดอง ที่รัฐบาลจะยอมให้กับฝ์ายอื่น ๆ บ้าง การปรองดองอาจจะทําทีละหลายเรื่องไม่ได้ เลือกเรื่องที่จะพอยอมรับได้ทําได้ก่อน อันนี้ก็น่าชมเชยและให้การสนับสนุน ดังนั้น พอถึงวาระที่สองก็น่าที่จะพิจารณาในองค์ประกอบดังกล่าวเพื่อจะให้เกิดความสมบูรณ์ แล้วพอถึงการลงมติรับวาระสุดท้ายก็น่าจะเปึนความชอบที่ประชาชนมีความเห็น ที่จะไม่ขัดแย้งกัน ซึ่งก็เปึนความฝันที่น่าจะพอเปึนไปได้ ผมก็อยากจะสนับสนุนรัฐบาล แต่ส่วนที่จะกลับไปสู่ครรลองเดิม ป้ ๒๕๔๐ นั้นคงทําได้ยาก ความจริงแล้วทั้ง คปพร. และป้ ๒๕๕๐ นั้นเปึนการแก้ไขป้ ๒๕๔๐ ทั้งสิ้น ผมขอแสดงความเห็นเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ