รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

วรงค์ เดชกิจวิกรม หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการแก้ไขกติกาของรัฐธรรมนูญ เพื่อเพิ่มความเป็นประชาธิปไตยและความโปร่งใสในการเมือง และวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ให้พรรคการเมืองเข้าแทรกแซงองค์กรอิสระ และการใช้อำนาจของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่เคารพประชาชน และขอให้สมาชิกสภารัฐสภาให้ความสำคัญกับการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศไทย

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมฟังเพื่อนสมาชิกได้มีการพูดอภิปรายพาดพิง ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางครั้งฟังแล้วก็ไม่สบายใจครับท่านประธาน เพราะว่าประเด็น ที่พาดพิงถึง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพื่อนสมาชิกหลายคนก็พยายามกล่าวอ้างถึง ตําหนิรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะประโยคที่ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นไม่เปึนประชาธิปไตย มีที่มาไม่ถูกต้อง และเจตนาของเพื่อนก็คงต้องการให้มีการปรับปรุง แก้ไข แต่ถ้าเรามีการพิจารณารัฐธรรมนูญด้วยความชอบธรรมจริง ๆ แล้วนี่ ทุกอย่าง เปึนเหรียญสองด้านครับ ด้านหัวก็ดีอย่างหนึ่ง ด้านก้อยก็ดีอย่างหนึ่ง แล้วบางคนดูถูก เหยียดหยามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จนกระทั่งผมมีความรู้สึกว่าเพื่อนสมาชิกเราบางคนก็ยัง โกหกตัวเองได้ครับ ที่ผมกล้าพูดเช่นนี้เนื่องจากว่าเพื่อนสมาชิกทุกคนเมื่อเข้ามาทําหน้าที่ ในรัฐสภา จะต้องปฏิญาณตนตามมาตรา ๑๒๓ ในเนื้อหาสั้น ๆ ที่เขียนไว้ว่าจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ เจตนาที่ผมจะพูดอย่างนี้ ผมต้องการจะย้ําเตือนพวกเราทุกคนว่าบางครั้งก็อย่าโกหกตัวเองครับ เราต้องยอมรับ ความเปึนจริง อะไรเปึนสิ่งที่ดีเราก็ต้องยอมรับว่าสิ่งนั้นเปึนสิ่งที่ดีครับ สิ่งไหนเปึนสิ่งที่ไม่ดี ก็ต้องปรับปรุงแก้ไข ดังนั้นผมยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มันก็มีทั้งดีและไม่ดี หลายอย่างได้รับการต่อยอดมาจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็ได้รับการต่อยอดมาจากรัฐธรรมนูญฉบับ รสช. ชีวิตในสังคมไทยมันหนีไม่พ้นนะครับ จะบอกว่าอย่างนี้จะต้องเปึนประชาธิปไตยแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เปึนสร้างตัวเอง ทําเผด็จการ มันไม่ใช่แล้ว ชีวิตของเราก็จะวนอยู่อย่างนี้ครับ เรากลับมาอยู่ในความเปึนจริง ผมฟังเพื่อนสมาชิกบางคนพยายามตําหนิ พรรครัฐบาล มีบางคนถามผมว่าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รัฐบาลชุดนี้ มีอะไรดีถึงกล้าที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางคนก็พยายามที่จะบอกว่าขณะนี้สังคมมีปัญหา มีภัยพิบัติ มีเรื่องน้ําท่วม ทําไมรัฐบาลไม่ลงไปแก้ไขเยียวยา ผมขออนุญาตแก้ต่างแทนรัฐบาล ก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะมาชี้แจง ผมอยากจะเรียนว่าขณะนี้ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้รับการมอบอํานาจจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาดูแลปัญหาการเยียวยาเรื่องน้ําท่วม ซึ่งในพื้นที่ของผมก็มีปัญหาเรื่องน้ําท่วม พี่น้องประชาชนขณะนี้กําลังได้รับการแก้ไข ผมคุยกับพี่น้อง เพื่อน ๆ ทางภาคอีสาน เงิน ๕,๐๐๐ บาทขณะนี้ลงสู่พี่น้องประชาชน กําลังปรับรูปแบบในการเยียวยา ในการช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา ซึ่งจะใช้เม็ดเงินประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นอยากจะเรียนกับเพื่อนสมาชิกว่าท่านไม่ต้องเปึนห่วงครับ ผมเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่านมีวิจารณญาณในการจัดสรรบทบาทว่าท่านควรจะทํา อะไร เมื่อไร ที่ไหน อย่างไร ดังนั้นให้ความมั่นใจกับเพื่อนสมาชิกได้ว่าปัญหาเรื่องน้ําท่วม ภัยพิบัติขณะนี้ได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่จากรัฐบาล เราคงจะต้องย้อนกลับมาเรื่อง รัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่งผมขอเท้าความตอนที่มีการรณรงค์ในการรับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทุกคนพูดชัดเจนรวมทั้งท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านบอกว่าอันไหน รับได้เราก็ต้องรับ สิ่งที่ไม่ดีก็ต้องปรับปรุงแก้ไข แม้แต่เพื่อนพันธมิตรที่มีการชุมนุมอยู่หน้า รัฐสภาแห่งนี้ก็ยอมรับครับว่าอันไหนรับได้ก็รับ อันไหนรับไม่ได้ก็ต้องปรับปรุงแก้ไข ทุกคน มีความเห็นสอดคล้องกัน หลังจากที่เข้ามาเปึนรัฐบาลเราต้องยอมรับว่าในช่วงนั้น ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านสมัคร สุนทรเวช ก็ได้เข้ามาเปึนรัฐบาล ก็มีแนวความคิดที่จะมี การปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญเช่นกัน แต่เนื่องจากว่า ณ วันนั้นถ้าพูดกันตรงไปตรงมา แล้วความพยายามของท่านไม่ประสบผลสําเร็จ เนื่องจากว่าอาจจะมีเจตนาแอบแฝง ที่ทําให้พี่น้องประชาชนมีความหวาดระแวง ทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยุติไป จนกระทั่งท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเปึนนายกรัฐมนตรี ท่านประธานคงจะทราบว่า มีการชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มมวลชน สิ่งหนึ่งนอกจากเรียกร้องให้มีการยุบสภาแล้ว เพื่อนสมาชิกเราเองก็มีการเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการพูดชัดเจนว่า พยายามกล่าวโจมตี กล่าวร้ายปัายสีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเราไม่ปฏิเสธว่าบางอย่าง ก็มีจุดที่บกพร่อง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็พูดไว้ชัดเจนว่าท่านก็พร้อมที่จะมีการปรับปรุง แก้ไข ผมจําได้ว่าประมาณเดือนเมษายน ป้ ๒๕๕๒ ตอนนั้นมีการประชุมผู้นําอาเซียนบวก ๓ ที่พัทยา มีการบุกไปทําลายการชุมนุมของผู้นําอาเซียนกับผู้นํา ๓ ประเทศ และช่วงนั้น ก็มีการเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีลาออกหรือยุบสภา สิ่งหนึ่งในการเรียกร้อง ณ วันนั้น ก็คือเรื่องประชาธิปไตยครับ มีการกล่าวหาเรื่องรัฐธรรมนูญ และท่านนายกรัฐมนตรี ก็จะพูดอยู่เสมอว่าท่านพร้อมอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าท่านนั้นมีเงื่อนไข ๓ ข้อ

เงื่อนไขข้อที่ ๑ คือต้องการที่จะปรับปรุงเศรษฐกิจของประเทศ แก้วิกฤติ เศรษฐกิจของประเทศ

เงื่อนไขข้อที่ ๒ ของท่านนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ท่านก็บอกว่าถ้าบ้านเมืองสงบ ท่านก็พร้อมที่จะยุบสภา

และเงื่อนไขข้อที่ ๓ ก็คือเรื่องการแก้ไขกติกา ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนก็ต้อง ยอมรับว่ากติกาก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เปึนที่ยอมรับของพี่น้องทุก ๆ ส่วน

นี่คือ ๓ ข้อที่จะต้องดําเนินการครับ จนกระทั่งดําเนินการต่อไปต่อมา ก็มีการชุมนุมครับ การชุมนุมประมาณเดือนพฤษภาคมของป้ที่ผ่านมา โดยเฉพาะ เหตุการณ์รุนแรงในช่วงวันที่ ๑๗ วันที่ ๑๘ วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของป้ ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา มีการเผาบ้านเผาเมืองเกิดขึ้น และกระบวนการเรียกร้องในยุคนั้นก็ไม่ต่างจาก การเรียกร้องเรื่องรัฐธรรมนูญเช่นกัน ที่มีการกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญไม่เปึนประชาธิปไตย ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศแผนปรองดองขึ้นมา ท่านได้ตั้งคณะกรรมการ ของท่านอานันท์ ท่านอาจารย์ประเวศ ท่านคณิต ณ นคร รวมทั้งของท่านอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ซึ่งเปึน ๑ ใน ๕ ข้อของแผนปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรี การทํางาน ของท่านอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ก็คือการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่ ผมจะโยงมาถึงตรงนี้พวกเราต้องจําได้ว่าของป้ก่อนนั้นรัฐสภาของเราโดยการเสนอแนะ จากทางรัฐบาลก็ได้มีการเป่ดประชุมร่วมของรัฐสภา ในยุคของป้ที่แล้วก่อนจะมาถึงป้นี้ ที่ประชุมรัฐสภาก็เห็นพ้องในการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ที่จะมีการปรับปรุงแก้ไข รัฐธรรมนูญด้วยกันถึง ๖ ประเด็นครับ ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนไม่มีสิทธิที่จะปฏิเสธ เนื่องจากว่าการตั้งสมาชิกรัฐสภานั้นมีทั้ง ส.ว. มีทั้ง ส.ส. รัฐบาลและเพื่อน ส.ส. จากฝ์ายค้าน โดยมีท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน ผลการศึกษาของชุดท่านดิเรก ถึงฝัืง วันนั้นได้มีบทสรุป ในการแก้ไขทั้งสิ้น ๖ ประเด็น ผมก็อยากจะเรียนนะครับว่าการแก้ไข ๖ ประเด็นของท่านดิเรก ถึงฝัืง ณ วันนั้นก็เอามาจากฐานรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ซึ่งฐานรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็เอามาจากฐานป้ ๒๕๔๐ ฐานป้ ๒๕๔๐ ก็เอามาจากฐานของ รสช. มันก็เปึนฐานต่อยอดกัน มาเรื่อย ๆ ก็เท่ากับว่า ณ วันนั้นของป้ที่แล้วก็คือป้ ๒๕๕๒ ที่คณะกรรมการสมานฉันท์ ของสภาเรารัฐสภาแต่งตั้งได้มีการศึกษาอย่างรอบคอบบนพื้นฐานแห่งความเห็นชอบ ร่วมกันทั้ง ส.ส. ส.ว. ฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลให้มีการแก้ไข ๖ ประเด็น ซึ่งสรุปสั้น ๆ ก็คือ ๑. มาตรา ๒๓๗ ในคดีเรื่องการยุบพรรค ๒. มาตรา ๒๖๕ ในกรณีที่ให้ ส.ส. เข้ามา ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ๓. มาตรา ๒๖๖ ให้ ส.ส. และ ส.ว. สามารถเข้าไปช่วยเหลือ การดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนผ่านระบบราชการได้ ๔. มีการเสนอแก้ไขที่มาของ ส.ว. ๕. มีการเสนอแก้ไขที่มาของ ส.ส. และสุดท้ายก็คือมีการเสนอแก้ไขมาตรา ๑๙๐ แต่เนื่องจาก ณ ป้ที่แล้วเองบทสรุป ๖ ข้อนั้นมีผลประโยชน์ของพรรคการเมืองและมีผลประโยชน์ ของนักการเมืองเกิดขึ้น ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็มีความห่วงใยว่าเนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ได้รับการลงประชามติประมาณ ๑๔ ล้านเสียงจากพี่น้องประชาชน และหลายมาตรา เปึนการแก้ไขที่มีความละเอียดอ่อน จึงได้เชิญทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลและวิปของ ส.ว. ไปพบกันที่ทําเนียบรัฐบาลเพื่อปรึกษาหารือเพื่อที่จะทําประชามติ เนื่องจากว่าจะต้อง ได้รับความร่วมมือทั้ง ๓ ส่วน เราคงจะไม่ปฏิเสธว่าวันนั้นถ้าพวกเราทั้ง ๓ ส่วน ทั้งฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาลและ ส.ว. มีความจริงใจซึ่งกันและกันวันนั้นรัฐบาลเสนอทําประชามติ เหตุผล ที่ท่านนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นเมื่อประมาณสักเกือบป้เศษ ๆ ที่ต้องการให้มีการตกลงร่วมกัน เนื่องจากว่าประชามตินั้นไม่ได้ผูกพันรัฐสภา หลังจากทําประชามติเสร็จแล้วเราก็เชื่อว่า ทุกคนร่วมกันแล้วแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป์านนี้เลือกตั้งไปนานแล้วครับ แต่เนื่องจากยังมี เพื่อนสมาชิกเราบางส่วนเล่นการเมืองประกาศถอนตัว เมื่อประกาศถอนตัวท่านนายกรัฐมนตรี ก็ทําอะไรไม่ได้เรื่องก็ต้องยุติไป จนกระทั่งเกิดความรุนแรงในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรีถึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง วันนี้รัฐบาลต้องเดินหน้าด้วยตัวเอง รัฐบาลได้ตัดสินใจตั้งคณะทํางานต่าง ๆ รวมถึงคณะของท่านดอกเตอร์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ผมก็เชื่อว่าคณะทํางานของอาจารย์สมบัตินั้นถ้าเอาสิ่งที่คณะกรรมการสมานฉันท์ ของรัฐสภาชุดนี้ศึกษาไว้ ๖ ประเด็นเอามาศึกษาต่อมันก็เปึนการต่อยอดแบบต่อเนื่อง มาเรื่อย ๆ เพียงแต่ว่าชุดของอาจารย์สมบัตินั้นท่านตัดประเด็นที่จะให้ ส.ส. ไปดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองออกไป จึงเหลือ ๕ ประเด็น หลังจากศึกษาจนมีความรอบคอบอย่างชัดเจน แล้วก็เสนอไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมจําเปึนต้องย้ําว่าท่านนายกรัฐมนตรีท่าน มีความกล้าหาญที่แสดงความเห็นชอบ เพราะท่านพูดชัดเจนว่า ๑ ในการยุบสภาเพื่อ คืนอํานาจให้กับประชาชนนั้นคือการแก้ไขกติกา วันนี้บ้านเมืองเริ่มสงบขึ้น อย่างน้อย สุราษฎร์โมเดล (Model) มีความชัดเจน ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ลงสมัครรับเลือกตั้ง มีเพื่อน ส.ส. จากพรรคเพื่อไทยลงไปช่วยเพื่อน ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไม่เกิดปัญหาครับ เราก็มองว่าวันนี้สังคมดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ก็เหลืออีกข้อเดียวว่ากติกา ต้องได้รับการแก้ไขก็คือรัฐธรรมนูญ ดังนั้นคนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ว่าทําไมรัฐบาลกล้าหาญ อะไรที่จะต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะว่าท่านนั้นรักษาคําพูดครับ ท่านพูดอยู่เสมอว่า ถ้าท่านแก้ไขข้อนี้เสร็จแล้วทุกอย่างจบครับ ผมก็เชื่อว่าจะนําไปสู่การยุบสภา ดังนั้น คนที่มาวิพากษ์วิจารณ์ไม่ว่าจะเปึนหลาย ๆ กลุ่มที่บอกว่านายกรัฐมนตรีกล้าหาญชาญชัย อะไรมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ณ วันนี้ เราต้องมองอดีตว่าทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป ไม่ใช่มามอง ในวันนี้ ณ รัฐสภาบอกว่าทําไมถึงต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ณ วันนี้ แต่ถ้าต่อจิ๊กซอว์ (Jigsaw) จากอดีตที่ผ่านมาจะรับรู้ว่าท่านได้เคยประกาศไว้แล้ว ท่านได้รักษาคําพูดตามที่ท่าน ได้ประกาศกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เหลือข้อนี้อีกข้อเดียวเท่านั้นเอง ถ้าแก้ไขเรียบร้อยแล้วทุกอย่างก็จบคืนอํานาจให้กับพี่น้องประชาชนครับ เมื่อคณะของ อาจารย์สมบัติเสนอคณะรัฐมนตรี ผมก็ได้รับทราบในฐานะสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ท่านก็ได้มาชี้แจงในที่ประชุมของ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์อย่างชัดเจน เอาให้ดูเปึน ประเด็น ๆ ไปว่าทําไมคณะรัฐมนตรีถึงมีมติแค่ ๒ ข้อ ท่านบอกว่าในใจจริงของท่าน ก็อยากจะทําทั้งหมด แต่เข้าใจดีว่าเปึนเรื่องละเอียดอ่อน การที่จะมีการแก้ไขมาตรา ๒๓๗ ยิ่งพรรคประชาธิปัตย์กําลังจะถูกศาลพิพากษาละเอียดอ่อนแน่นอน และเราก็เชื่อว่า อาจจะเปึนประเด็นที่นําไปสู่ความแตกแยกของสังคมมากยิ่งขึ้น การที่จะมาแก้ไขมาตรา ๒๖๖ ที่จะให้ ส.ส. ส.ว. เข้าไปเกี่ยวข้องในการดูแลเยียวยาทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ท่านก็ มองว่ามันละเอียดอ่อนครับ เดี๋ยวเขาจะหาว่า ส.ส. ส.ว. มีผลประโยชน์ในตําแหน่งหน้าที่ ตรงนี้ หรือแม้แต่การที่จะมีการแก้ไขที่มาของ ส.ว. ก็ละเอียดอ่อนเช่นกัน จึงเหลือแค่ ๒ ประเด็นที่คิดว่าอย่างน้อย ๆ ก็ได้ดําเนินการแก้ไขเพื่อให้คณะกรรมการที่ชุดอาจารย์สมบัติ คิดขึ้นมาได้เห็นรับรู้ว่ารัฐบาลนั้นขานรับ ผมเชื่อว่าโดยเฉพาะมาตรา ๑๙๐ ถ้าใจกว้าง จริง ๆ จะรับรู้ว่ามันเปึนการแก้ไขเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลทุกรัฐบาล ผมก็ไม่เชื่อหรอกว่า พรรคประชาธิปัตย์จะได้เปึนรัฐบาลตลอดไปครับ ก็เปึนไปได้ครับสมัยหน้าพรรคเพื่อไทย ก็อาจจะเปึนรัฐบาลก็ได้ แต่ผมไม่ต้องการว่าเงื่อนไขของมาตรา ๑๙๐ นั้นเปึนเงื่อนไข ที่ทําให้ประเทศไทยนั้นเสียโอกาสครับ เราคงได้ฟังรัฐมนตรีหลายท่านได้พูดว่าหลายสัญญา ที่มีการเซ็นกันเมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน จนป์านนี้รัฐบาลยังไม่ได้เซ็น ถ้าผมจําไม่ผิด มีประมาณ ๒ สัญญา บางโครงการรัฐมนตรีบอกว่าส่งตัวแทนไปไปนั่งจดปากกา เพื่อถ่ายรูปร่วมกับ ๑๐ ชาติอาเซียน บางครั้งมันเปึนศักดิ์ศรีของประเทศเหมือนกัน ถ้าเรามัวเล่นการเมืองอย่างเดียวประเทศก็แย่ ดังนั้นถ้าเราดูตามเนื้อหาจริง ๆ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ การแก้ไขนั้นเพื่อประโยชน์ทุกพรรคการเมืองเมื่อท่านมาเปึนรัฐบาล ผมจําได้ว่า ข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิก ส.ว. ในข้อกังวลเฉพาะประเด็นที่มีการแยกเปึน ๒ วรรค วรรคสองที่มีการแยกขึ้นมาใหม่ก็คือเรื่องความมั่นคงและเรื่องเขตแดน ซึ่งตรงนี้ เปึนความห่วงใยของเพื่อน ส.ว. ที่เกรงว่าจะเข้าสู้การพิจารณาของรัฐสภาแค่ครั้งเดียว ถ้าผมได้อ่านตามเนื้อหาตามปกติผมเข้าใจเหมือนท่าน ส.ว. ผมเรียนตรง ๆ ครับ เพียงแต่ว่า ได้มีโอกาสได้ซักถามคณะกรรมการที่ร่างเขายืนยันชัดเจนว่าเจตนารมณ์ในการแยกวรรคนี้ ออกมาเปึนวรรคที่สองนั้น ต้องการให้มีความแข็งแกร่ง เจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ต้องการให้เรื่องเขตแดนอธิปไตยของประเทศไทยนั้นยังมีความแข็งแกร่งที่จะผ่าน มันมีประเด็นที่เพื่อนเราไม่สบายใจมีการถกกันว่าขณะนี้ร่างเข้าสู่สภา ๔ ร่าง เมื่อสักครู่ ผมพูดไป ๒ ร่าง ก็คือร่างมาตรา ๑๙๐ ของรัฐบาล และร่างมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ คือ เขตใหญ่ไปสู่เขตเล็กของรัฐบาล ก็จะมีร่างฉบับของประชาชนหรือเพื่อนสมาชิกอาจจะใช้ คําว่าฉบับหมอเหวง เราก็มีการถกเถียงวิพากษ์วิจารณ์ตําหนิกันไปตําหนิกันมา หลายคน ตําหนิพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้คําอภิปรายในรัฐสภาเลย ทําไมด่วนใจร้อนที่บอกว่าจะไม่รับครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าก่อนที่พรรคประชาธิปัตย์ จะประชุมกันเพื่อมีมติ คณะทํางานกฎหมายเขาศึกษามาเรียบร้อยแล้วครับ ร่างต่าง ๆ ออกมาเปึน ๑ สัปดาห์เรียบร้อยแล้ว และเราก็ศึกษาในที่ประชุมพรรคชัดเจนแล้วว่าร่างนี้ เปึนร่างที่มีปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ประกาศว่าไม่รับร่างนี้โดยที่ใช้อคติ ส่วนตัว ถ้าทุกคนทําใจให้กว้างจําได้ว่าเมื่อต้นป้ ๒๕๔๙ วันนั้นอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ท่านยุบสภาและจะมีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง เคยมีการตกลงกันว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีปัญหาเยอะจริง ๆ เรามีการประชุมกันที่สภาแห่งนี้เพื่อจะลงสัตยาบัน เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วเราจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อย่างจริงจัง แต่วันนั้น เนื่องจากว่าบางคนอาจจะเหลิงครับ หรือฟัาลิขิตสมองให้ตัดสินใจผิดพลาดไปดึง พรรคเล็กมาปรึกษาหารือ พรรคใหญ่ ๓ พรรคเลยประกาศไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งจึงเกิด ภาพของสภาโจ๊กเกิดขึ้น วันนั้นก็เปึนที่รับรองอยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีปัญหา จริง ๆ ก็เปึนที่ยอมรับของพรรคไทยรักไทยในอดีตครับ มันจึงเปึนเหตุผลว่าทําไมเราจึงไม่รับ

นอกจากนั้นแล้วในร่างฉบับนี้ถ้าดูในบทเฉพาะกาล มาตรา ๒๓ ได้แฝงนัย ซ่อนเร้นไว้ชัดเจนในเจตนารมณ์ที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศมีความไม่ไว้วางใจนั่นคือ เจตนารมณ์ที่จะทําให้เกิดการนิรโทษกรรมให้คนบางกลุ่มเท่านั้นเอง และผมเชื่อว่า แค่เฉพาะข้อนี้ข้อเดียวสังคมมีปัญหาแน่นอนครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็ต้องเข้าใจว่า องค์กรอิสระในอดีตที่ผ่านมาโดยเฉพาะ กกต. ที่มาของ กกต. ในอดีตของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือฉบับหมอเหวงนั้นมีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการสรรหา จึงทําให้ กกต. นั้นไม่มีสภาพของความเปึนอิสระอย่างแท้จริง คงไม่มีใครเคยคิดว่า กกต. จะถูกศาลพิพากษาให้จําคุก แต่เพราะผลพวงของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เป่ดโอกาสให้ องค์กรอิสระถูกพรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซง สุดท้ายองค์กรอิสระเหล่านั้นถูกศาลตัดสิน ให้จําคุกครับ

และจุดประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ว่าให้เอกสิทธิ ส.ส. หรือให้เอกสิทธิ ส.ว. โดยเฉพาะ ส.ส. ไม่ต้องเคารพมติพรรค และมีการกล่าวหาว่าการให้เอกสิทธิ ส.ส. นั้นเผื่อจะได้เปึนการขายตัวได้ผมว่า บางครั้งดูถูกประชาชนจนเกินไปครับ ส.ส. ผ่านการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชน มีวิจารณญาณในการคิดได้ว่า อะไรควรอะไรไม่ควร พรรคประชาธิปัตย์ก็เหมือนกัน เมื่อมีมติพรรคออกมาแล้วก็ไม่ได้บังคับสมาชิกพรรค แต่บังเอิญเรามีวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง ที่รับรู้ว่าเราควรจะเคารพมติพรรค แต่ท่านทราบไหมว่าในรัฐธรรมนูญฉบับหมอเหวง ที่พรรคของเรามีมติออกไปนั้น เขามีมติ เขามีรูปแบบที่ประเภทไม่ใช่ซื้อเปึนคน ๆ เขาซื้อยกเล้า เขาซื้อยกพรรคที่ภาษาราชการใช้คําว่าเปึนการควบรวมของพรรคการเมือง มันดูน่ากลัว เปึนอย่างยิ่งครับท่านประธาน ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเปึนเหตุผลอันเชื่อได้ว่าพรรคของเราจึง ไม่สมควรที่จะรับร่างของฉบับหมอเหวงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าผม สุดท้ายจริง ๆ ว่าวันนี้ถึงพรุ่งนี้เช้าเปึนช่วงเวลาที่สําคัญอย่างยิ่งที่สมาชิกรัฐสภาไม่ว่า จะเปึน ส.ส. ซีกรัฐบาล ซีกฝ์ายค้านและเพื่อนสมาชิก ส.ว. ทุกท่านอยากจะให้ท่านไตร่ตรอง ว่าการตัดสินใจของท่านจะมีผลต่อการชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอนาคตของประเทศไทย และผมเชื่อว่าการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรี และคิดว่าคงอีกไม่นานท่านก็คงจะมา ชี้แจงให้เกิดความเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าการตัดสินใจที่เสนอแก้ครั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทย เดินต่อไปข้างหน้าครับ ผมหวังเปึนอย่างยิ่งว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือหวังแก่อนาคต ของประเทศไทยครับ ขอบคุณครับ