พีรพันธุ์ พาลุสุข หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 มีปัญหาและไม่เป็นประชาธิปไตย และเรียกร้องให้แก้ไขปัญหานี้ โดยเสนอแนวคิดในการยุบสภาเพื่อให้ประชาชนเข้ามาเลือกตั้งใหม่ และใช้วิธีการประชาธิปไตยในการสร้างรัฐธรรมนูญ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร จากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังการอภิปรายมานี่ก็เปึนวันที่ ๒ แล้ว จากที่ ท่านสมาชิกได้ร่วมแสดงความคิดเห็นกันผมก็พอจะสรุปได้ว่าทางซีกของรัฐบาลยืนยันว่า จะสนับสนุนร่างของรัฐบาลทั้ง ๒ ฉบับ ส่วนร่างของสมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ท่านก็บอกว่าท่านก็คงจะงดออกเสียง ทางซีก ส.ว. หลายท่านที่ฟังดูแล้วผมก็จับความได้ว่า มีส่วนหนึ่งที่ไปหนุนร่างของ คปพร. เพราะเห็นว่าเปึนรัฐธรรมนูญที่เปึนประชาธิปไตย โดยยึดมาจากฉบับป้ ๒๕๔๐ เปึนหลัก แต่หลายท่านก็บอกว่าไม่เอาทั้ง ๔ ร่าง ส่วนฝ์ายค้าน รวมทั้งผมด้วย เราประกาศอย่างชัดเจนว่าเราจะสนับสนุนร่างของ คปพร. ซึ่งมีสาระสําคัญหลัก ก็คือเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมาเปึนรัฐธรรมนูญที่เราเรียกอย่างภูมิใจว่าเปึนฉบับ ของประชาชน ท่านประธานเห็นไหมครับ เอาแค่ในสภาแห่งนี้พวกเราที่จะพิจารณาร่วมกัน แก้ไขรัฐธรรมนูญก็หาความเปึนหนึ่งเดียวกันยาก มองดูความเปึนเอกภาพค่อนข้างยาก แม้ในสภาแห่งนี้เห็นไหมครับ ดูเหมือนการแตกแยกทางความคิดก็มีมากมายเหลือเกิน เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วถ้าทางรัฐบาลเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องสูงสุด ถ้ามีการพูดคุยกันมาก่อน ตกลงกติกากันมาก่อน อะไรกันมาก่อน มันจะง่าย แล้วก็ทําให้การแก้ไขเปึนไปอย่างราบรื่นด้วยนะครับ เหตุที่เปึนเช่นนี้นะครับท่านประธาน ผมคิดว่าก็เพราะรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมันเปึนหนึ่งของวิกฤติของปัญหา คือตัวรัฐธรรมนูญก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคมขึ้นอย่างมากมาย ทําไมผมจึงพูดอย่างนี้ เหตุที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีปัญหาเช่นนี้ก็เพราะเรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญเปึนผลผลิต ของการรัฐประหารเมื่อ ๑๙ กันยายน ป้ ๒๕๔๙ อันนี้ทุกคนยืนยันอย่างชัดเจนนะครับ
เรื่องที่สอง ก็คือเนื้อหาไม่เปึนประชาธิปไตย แน่นอนครับหลายท่าน อภิปรายว่าเอาละถึงแม้จะมีที่มาอย่างนี้ เนื้อหาเปึนอย่างนี้ แต่ว่าก็ผ่านประชามติมา แต่ท่านประธานอย่าลืมว่าประชามติครั้งนั้นทําขึ้น ผมคิดว่ามีการข่มขู่ทั้งอํานาจรัฐด้วยและทางกฎหมายด้วย ทางอํานาจรัฐก็หมายความว่า มีคนที่ฮึ่ม ๆ ไว้บอกว่าจะต้องรับนะ ผู้คนเองจํานวนไม่น้อยครับอยากจะหลีกหนีออกจาก ภาวะการเมืองแบบนั้น อยากจะบอกโลกว่าประเทศไทยเปึนประชาธิปไตยแล้ว ก็เลยฝ๋นใจ รับไปก่อนเพื่อที่หวังจะมีการแก้ไขปัญหา ที่ซ้ําร้ายกว่านั้นก็คือท่านประธานครับ ถ้าท่าน ไปดูรัฐธรรมนูญชั่วคราว ป้ ๒๕๔๙ เขียนไว้ชัดครับ บอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไม่ผ่านประชามติ คณะผู้ยึดอํานาจ คณะรัฐประหารตอนนั้น ซึ่งจะเรียกอะไรผมจําชื่อ ไม่ได้แล้ว บอกว่าคณะนั้นสามารถที่จะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ได้มาประกาศใช้ต่อไป นี่อย่างไรทําให้ผู้คนบอก ออกกันดีกว่า รับไปก่อนเถอะก็หวังว่าจะมีการแก้ไข เห็นไหม นี่คือเหตุหลัก ๆ ที่ผมคิดว่าการที่มีคนลุกขึ้นมาแก้ โดยคณะ คปพร. ประชาชนเข้าชื่อกันมา ถึงแม้มันจะค้างอยู่ในสภามาแล้วร่วม ๒ ป้ก็ตาม ก็เปึนความริเริ่มเพราะเขาเห็นแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีปัญหา ฉะนั้นเมื่อทั้งเนื้อหาก็ดี ที่มาก็ดีไม่เปึนประชาธิปไตย ก็ไม่ควรที่จะยึดถือไว้ให้เปึนรัฐธรรมนูญของประเทศเปึนกฎหมายหลักของประเทศต่อไป
เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ในเรื่อง เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ครับท่านประธาน ผมได้เรียนไปแล้วว่ามันร่างขึ้นมา ด้วยความพยายามที่จะขจัดอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณออกไปให้ได้ ตรงไหนที่มีทักษิณอยู่ เขาก็มองเปึนปัญหาแล้วก็แก้กันตรงนั้น ผมก็เลยถามต่อไปว่าถ้าเปึนอย่างนั้น ถ้าเกิดมี ทักษิณกลับขึ้นมาเกิด หรือมีคนอย่างคุณทักษิณนี่ ทักษิณ ๑ ทักษิณ ๒ ไปเรื่อย ไม่ต้องแก้ รัฐธรรมนูญตามล่าไล่ไปเรื่อย ๆ หรือครับ คือแทนที่จะดูเนื้อหาของประชาธิปไตย แยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือประชาธิปไตย พัฒนาการของประชาธิปไตย การแก้ไปอย่างนี้ ก็เลยทําให้เกิดปัญหาสร้างความเสียหายให้กับประเทศตามมาอยู่หลายเรื่อง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้สร้างผลเสียหายกับประเทศมาก ลิดรอนประชาธิปไตยของประชาชนริบอํานาจ ที่มาจากการเลือกตั้ง เอาอํานาจของประชาชนไปให้ตุลาการภิวัตน์ที่เรามีชื่อกันอยู่ทุกวันนี้ แล้วทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าคือใคร รวมทั้งองค์กรอิสระซึ่งสร้างขึ้นมา ท่านประธานไปดูสิครับ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีแยกองค์กรอิสระและองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญซึ่งไม่รู้ มันคืออะไร องค์กรเหล่านี้สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะสกัดกั้นไปเตะถ่วงอํานาจของฝ์ายบริหาร ผมไปดูบุคคลที่มีส่วนในการร่าง ท่านประธานครับ มีตุลาการหลายท่านครับ มีนักวิชาการ ก็หลายท่าน บุคคลเหล่านี้เมื่อร่างเสร็จ วันนี้เข้าไปเสวยอํานาจเอาตัวเองไปอยู่ในองค์กรอิสระ ไปอยู่ตรงนั้นอยู่ตรงนี้หลายคนครับ อย่างนี้ไม่เรียกว่ามีการขัดผลประโยชน์หรือครับ นี่คือสิ่งที่ผมเห็นอย่างชัดเจนว่าตัวรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเปึนปัญหา โครงสร้างทาง การเมืองที่เกิดขึ้นเขาต้องการให้รัฐบาลอ่อนแอ ตัวอย่างที่ดีที่สุดท่านประธานครับ ก็คือการกําหนดว่าการเลือกบุคคลให้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเปึนอิสระของ ส.ส. เห็นไหมครับท่านประธาน พรรคตอนเลือกตั้งเขาบอกประชาชนว่าอย่างไร พอกลับเข้ามานี้ ไปทําอีกอย่างหนึ่ง แล้วประชาชนเขาก็รอวันที่อยากจะตัดสินใหม่อยากจะเลือกตั้งใหม่ อยากจะเอาคนอย่างนี้ออกไปจากรัฐสภาให้ได้ นี่คือสิ่งที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันก่อให้เกิดขึ้น แล้วผมก็คิดว่ามันก่อให้เกิดความเสียหาย ก่อให้เกิดทําให้ผู้เลือกตั้งเขารู้สึกว่าคนเหล่านี้ หักหลังประชาชน ทรยศต่อประชาชน นี่คือสิ่งที่มันแฝงอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันเปึนปัญหา เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลอย่างนี้ เมื่อ คปพร. เสนอขึ้นมาผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการเสนอแก้ของ คปพร. โดยความพยายามที่จะเอา หลักสําคัญของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ จะดีจะชั่วอย่างไรก็พิสูจน์มาแล้วว่ามันสร้างความเจริญให้กับประเทศ มีรัฐบาลที่เข้มแข็ง ซึ่งเปึนวัตถุประสงค์หลักของรัฐธรรมนูญฉบับนั้น การที่มีฝ์ายบริหารที่เข้มแข็งนี่เปึน ความจําเปึนสําหรับประเทศที่กําลังพัฒนาอย่างประเทศไทย และพวกเราก็เห็นแล้ว ทันที ที่รัฐบาลสามารถดํารงอยู่ได้อย่างครบถ้วนตามวาระ ๔ วาระ ประเทศพัฒนาไปเร็วมาก การเปลี่ยนแปลงทุกคนเห็น นี่คือผลผลิตของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เห็นไหมครับ แต่ก็ใช่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนั้นจะไม่มีปัญหามันก็มี แต่ว่าก็พยายามให้มีการแก้ไข อย่างเช่นปัญหา ที่พวกเราเห็นกันมากก็คือการที่พอมีพรรคการเมืองเข้าไปเปึนกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ก็มีปัญหากัน ก็มีการแก้ไขแล้ว เอาผู้แทนพรรคการเมืองออก เปลี่ยนเปึนผู้แทนจากซีก ส.ส. รัฐบาลกับฝ์ายค้านก็มีการแก้ไขไปนะครับ ผมคิดว่าถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นไม่มีการแก้ไข มีการศึกษากันแล้วว่าจะแก้ไขอย่างไร แต่ถ้ามีการแก้ไขเปึนขั้นตอนขึ้นมาป์านนี้ประเทศไม่อยู่อย่างนี้ โดยเฉพาะถ้าไม่มีรัฐประหาร ป้ ๒๕๔๙ ประเทศของเรานี้ไปไกลแล้ว นี่คือเหตุผลที่ผมสนับสนุนการแก้ไขของ คปพร. ที่จะเอาสิ่งที่ถูกต้องเอาหลักการที่ถูกต้องกลับมาเปึนรัฐธรรมนูญของประเทศ ท่านประธานครับ สําหรับร่างการแก้ไขของรัฐบาลกับของพรรคร่วมรัฐบาล ผมแปลกใจจริง ๆ เมื่อคราวก่อน เมื่อเกิดป้ ๒๕๕๒ มีการชุมนุมทางการเมืองตอนนั้นท่านนายกรัฐมนตรีก็พูดกลางสภานี้ ตอนดึกบอกว่าถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมันเปึนทางออกของประเทศพวกเราไปช่วยกัน คิดมาสิ ก็มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ขึ้นมา ท่านดิเรก ถึงฝัืง เปึนประธาน พวกเรา ก็ใช้เวลากันไม่น้อยศึกษามาและผมแนะนําเองบอกว่าให้แก้ก่อน ๖ ประเด็นนะ แล้วก็ให้มี การเลือกตั้ง แล้วยังบอกต่อไปว่าหลังจากนั้นก็ให้สภาชุดใหม่ไปแก้ไขทั้งฉบับเปึน ๒ ระยะเวลา ต่อเนื่องกันไป แต่ว่าก็ไม่มีการดําเนินการใด ๆ ต่อมา พอมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น ป้ ๒๕๕๒ รัฐบาลก็ไปตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกแล้ว เอานักวิชาการหลายคนที่เคย อยู่ในการร่างรัฐธรรมนูญมาก่อนมาศึกษาใหม่ ศึกษาสิ่งที่คณะกรรมการสมานฉันท์ ได้ทําแล้ว แต่ว่าเมื่อเขาศึกษามาแล้วก็ยังดีนะครับท่านประธาน เขาก็ยังเสนอเห็นด้วยกับ คณะกรรมการสมานฉันท์ว่าให้แก้อย่างน้อยก็ ๕ ประเด็นหลัก เช่น มาตรา ๒๓๗ ซึ่งเปึนเรื่องการยุบพรรคการเมือง เลิกการลงโทษแบบเหมาเข่ง ใครทําผิดก็ลงโทษคนนั้น พรรคการเมืองไม่ควรจะถูกยุบ นี่คือหลักของประชาธิปไตย รัฐบาลไม่ได้หยิบขึ้นมาแก้อ้างว่า ถ้าแก้ข้อนี้ตัวเองจะได้ประโยชน์ พรรคบางพรรคกําลังถูกพิจารณาเรื่องการยุบพรรคอยู่ ไม่อยากจะให้เปึนปัญหา ซึ่งมันคนละเรื่องเลย พรรคจะยุบหรือไม่ยุบมันไม่เกี่ยวกับ การแก้ไขอันนี้ แต่ว่าการแก้ไขนี้จะทําให้ประเทศเปึนประชาธิปไตยมากขึ้น ที่มาของ ส.ส. แก้เปึนเขตละ ๑ คน ซึ่งก็ตรงกับป้ ๒๕๔๐ แต่ว่าเหตุผลในการแก้ท่านบอกว่าต้องการให้มี การเลือกตั้ง ส.ส. เปึนไปตามหลักบนพื้นฐานของความเปึนธรรม เสริมสร้างความเข้มแข็ง ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยครับ แต่ว่าแก้เพียงส่วนเดียว ที่สําคัญก็คือว่า เมื่อการไปแก้ตามนี้ไปลดจํานวน ส.ส. ลง เขตจาก ๓๐๐ เหลือ ๓๗๕ คน ผมก็นึกคงหวัง จะไปแบ่งเขตกันใหม่ใช่ไหมเพราะเขตมันกว้างขึ้น แล้วรัฐบาลก็จะชิงความได้เปรียบ แบ่งเขตที่ตัวเองอยากต้องการเหมือนกับที่มีการแบ่งเขต ส.ส. เขตในปัจจุบัน อยู่ดี ๆ เอาจังหวัดนครราชสีมาไปรวมกับจังหวัดตราด ๒ จังหวัดไปรวมกันได้อย่างไร นี่คือปัญหา ที่เกิดขึ้นหรือเอาจังหวัดสระบุรีไปรวมกับจังหวัดชุมพรอย่างนี้เปึนเขต การเลือกตั้งเขต มันมีปัญหามากในทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่ามันไม่น่าจะเปึนตามที่รัฐบาล ตั้งเปัาหมายไว้ ที่สําคัญก็คือที่มาของ ส.ว. ท่านประธานครับ ทําไมไม่แตะเลย ทั้ง ๆ ที่กรรมการชุดของท่านดิเรก ชุดของอาจารย์สมบัติบอกแล้วว่าควรจะแก้ อย่างน้อย ของอาจารย์สมบัติเราไม่แก้โครงสร้าง แต่ว่าแก้การสรรหาได้ไหม ท่านไม่แตะ ผมคิดว่า ท่านไม่แตะก็เพราะท่านรู้ว่าเดือนกุมภาพันธ์ ส.ว. สรรหาจะครบวาระครับ แล้วก็จะมี การสรรหาใหม่เลยไม่แตะเห็นไหมครับท่านประธาน นี่คือหลักประชาธิปไตย ผมถามว่า ถ้าอย่างนั้นต่อไปเดี๋ยววันศุกร์นี้ท่านประธานนัดประชุมให้มีการประชุมแก้ไขกฎหมายต่อไป คือตั้งจังหวัดบึงกาฬขึ้นมา แล้วถ้าตั้งจังหวัดบึงกาฬสําเร็จไม่ต้องแก้รัฐธรรมนูญอีกหรือ ก็เพราะ ส.ว. เขาบอกให้มาจังหวัดละ ๑ คน เห็นไหมครับ แล้วทําไมไม่แก้ นี่คือตัวอย่าง ที่คิดว่ารัฐบาลเองคิดไม่รอบคอบ เพียงแต่ว่าอยากจะแก้ในสิ่งที่ตัวเองได้ประโยชน์ แต่ว่า ประชาชนแทบจะไม่ได้อะไร นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าเปึนเรื่องหลัก ๆ ที่ควรจะมีการแก้ไข แล้วก็ไม่ทํา
ส่วนเรื่องมาตรา ๑๙๐ ท่านประธานครับ มีสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปแล้ว รัฐบาลไปแยกเปึน ๒ วรรค วรรคสองนี่เขาเหมือนรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ที่เคยมีบัญญัติ ขึ้นมาแล้ว ส่วนวรรคสามท่านไปแยกขึ้นมาว่าเปึนสนธิสัญญาที่ดูเปึนปัญหาอยู่ในขณะนี้ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าถ้าเปึนสนธิสัญญาที่เกี่ยวกับเอฟทีเอ (FTA) นั่นล่ะ ก็ควรจะมีการแก้ไข ให้มันชัดเจนขึ้น แต่ผมก็อยากจะเรียนท่านประธานว่าที่จริงแล้วมาตรา ๑๙๐ ปัญหาที่มัน เกิดขึ้นก็เพราะศาลรัฐธรรมนูญเองไปตีความโดยใช้คําว่า อาจจะ ๆ หน่วยราชการหลายหน่วยที่เสนอกฎหมายมา เขาห่วงว่าเมื่อศาลตีความออกมาว่าอาจจะ ๆ อะไรมันก็เปึนปัญหาไปหมด แต่วิธีแก้ผมก็บอกแล้วว่าที่จริงกระทรวงการต่างประเทศ เชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศไปแล้ว ยืนยันไปสิ อันไหนที่เข้าวรรคสองหรือ วรรคสามไปได้ ส่วนคําพิพากษา คําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็ให้เปึนปัญหาเฉพาะ เรื่องของคดีไป ยึดเอาเปึนบรรทัดฐานอะไรไม่ได้เลย ผมก็คิดว่าด้วยเหตุผลที่ผมได้ กราบเรียนท่านประธานมาแล้ว ผมคิดว่าการแก้ไขเพียงเท่านี้มันไม่ได้นําไปสู่การเปึน ปัญหาอะไรเลย ในเรื่องของบางท่านที่ผมฟังดูท่านก็ห่วงว่าถ้าเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมาจะมีปัญหาตามมา เช่นจะเปึนการลดพระราชอํานาจบ้าง ผมว่าตรงไหนล่ะ ก็เขาไม่ได้แก้เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์เลย ไม่ได้แตะเลยเหมือนเดิม บางท่านก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นก็จะทําให้องค์กรอิสระมีปัญหา ไม่มีหรอกครับ เพราะถ้ากลับไปใช้ป้ ๒๕๔๐ จะทําให้องค์กรอิสระนั้นมีจุดยึดโยงกับประชาชนได้อย่างชัดเจน ที่สําคัญก็คือบางคน ก็บอกว่าถ้าไปเอาตามฉบับของ คปพร. ซึ่งในบทเฉพาะกาลยกเลิกมาตรา ๓๐๙ ก็จะทํา ให้มีการนิรโทษให้แก่บุคคลบางคนซึ่งไม่จริงเลย มาตรา ๓๐๙ ภาษาที่ผมเรียกว่าเปึนซูเปอร์ รัฐธรรมนูญ คือเปึนมาตราที่ใหญ่ที่สุด เพราะเปึนการนิรโทษกรรมกับคณะผู้ยึดอํานาจ รวมทั้งองค์กรที่เขาตั้งขึ้นมาด้วย ซึ่งไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับไหนเขียนอย่างนี้ ก็เลยทําให้ คณะรัฐประหารสมัยนั้น องค์กรที่เขาตั้งขึ้นมาไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบของใครเลย แม้กระทั่งศาลก็เข้าไปตรวจสอบไม่ได้ การยกเลิกมาตรา ๓๐๙ ก็จะกลับทําให้ทุกคน จะอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน คือสามารถที่จะตรวจสอบได้ นี่คือหลักที่ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานว่า การแก้ไขตามร่างของ คปพร. นั้นน่าจะเปึนประโยชน์สําหรับประเทศ มากยิ่งกว่า
ท่านประธานครับ เอาละเมื่อสักครู่ในตอนต้นผมได้เรียนท่านประธาน ไปแล้วว่าการแก้ไขแม้แต่ในสภาเองมันก็หาความปรองดองยาก อย่าหวังว่าการแก้ไขนี้ จะนําไปสู่ความปรองดองเลย ผมและพวกเพื่อนหลายคนก็เคยเสนอมาแล้วว่าถ้าอยากให้ ความปรองดองเกิดขึ้นมันไม่ยากหรอกครับท่านประธานถ้ารัฐบาลกล้าหน่อย เราเริ่มต้น กันใหม่ดีไหมครับท่านประธาน เริ่มต้นอย่างไรครับ ก็ไม่ยากเลยครับยุบสภาเสีย แล้วก็ให้ ประชาชนเขาตัดสินใจกันใหม่ ใครมีความเห็นอย่างไรก็นําไปเสนอ และเมื่อประชาชนเขา ได้ตัดสินใจแล้ว เขาได้บอกแล้วเราก็ดําเนินการตามความต้องการของประชาชน ไปช่วยกันทํารัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนด้วยวิธีการที่เปึนที่มามาแล้วของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั่นแหละผมเชื่อว่าการปรองดองก็จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน