วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงทั้งฉบับ และตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการแก้ไข 2 หลักการ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ก่อนอื่น ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ตะกร้อหญิงไทยได้เหรียญทองแล้วเปึนข่าวดีครับ ท่านประธานครับ แนวคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นความจริงนักการเมืองทุกคน มีแนวคิดที่เปึนของตัวเองและจะแตกต่างกันบ้าง แต่ว่าเราต้องศึกษาประวัติศาสตร์ในการ จะก้าวต่อไปในอนาคต เช่น เมื่อป้ ๒๕๓๑ จนกระทั่งถึงป้ ๒๕๔๐ จะมีขบวนการประชาชน นักวิชาการต่าง ๆ เรียกร้องมากมายมหาศาลว่าต้องการให้ ประเทศไทยมีพรรคการเมืองน้อยลง มีพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง นักวิชาการบางท่าน ได้ยกตัวอย่างเช่นประเทศสหรัฐอเมริกา ประชาชนบางคนยกตัวอย่างเช่นประเทศอังกฤษ ซึ่งเขาเหล่านั้นเข้าใจว่าประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษมี ๒ พรรคการเมือง เช่นในประเทศสหรัฐอเมริกามีพรรครีพับลิกัน (Republican) และพรรคเดโมแครต (Democrat) ซึ่งความเปึนจริงแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกามีหลายพรรคการเมือง แต่ด้วยความโดดเด่นของ ๒ พรรคนี้ทําให้ประชาชนคนไทยและต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียเข้าใจว่า ๒ ประเทศนี้มี ๒ พรรคการเมือง เมื่อมีความเคลื่อนไหวอย่างนั้นเกิดขึ้น แม้กระทั่งเราเดินทางไปเยี่ยม ประชาชนในหมู่บ้านต่าง ๆ ประชาชนจะเรียกร้องบอกว่า ส.ส. ทําไมหลายพรรค ทําไม ไม่รวมกัน ทําไมไม่อยู่ด้วยกันเปึนพรรคเดียว ๒ พรรคพูดอย่างนี้เสมอ แล้วนักวิชาการ ก็ออกมาเรียกร้อง จนเกิดมีท่านชุมพล ศิลปอาชา นําเสนอแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ท่านทราบดีในป้นั้น จนเกิดขบวนการประชาชนเลือกตั้งเปึน สสร. ขึ้นมาแต่ละจังหวัด มีท่านประธานอุทัย พิมพ์ใจชน เปึนประธาน สสร. ในขณะนั้น ความคิดในวันนั้นต้องการให้พรรคการเมืองเปึนป๊กแผ่น มั่นคง เมื่อมาเปึนรัฐบาลจะได้ใช้ นโยบายของพรรคตัวเองในการบริหารบ้านเมืองได้อย่างมีเสถียรภาพ เปึนเอกภาพ ไม่ต้องคอยว่าพรรคนี้เสนอเรื่องนี้พรรคนั้นไม่เห็นด้วย พรรคนี้เสนอเรื่องนี้ พรรคนี้กลัวได้หน้า ไม่ต้องมีการขัดแข้งขัดขาซึ่งกันและกัน และสุดท้ายจะต้องพรรคนั้นที่เปึนแกนนําหรือเปึน พรรคใหญ่หรือเปึนพรรคเดียวของรัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน ในขณะนั้นคิดอย่างนั้นจริง ๆ แต่เราได้มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นเพียง ๙ ป้ รัฐธรรมนูญนั้น ก็สะดุดหยุดลงด้วยคณะปฏิวัติ ท่านประธานครับ เหตุผลในวันนั้นที่เขาต้องการให้ พรรคการเมืองเข้มแข็ง ให้คนที่เปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเปึนหัวหน้าพรรคการเมือง และเปึนนายกรัฐมนตรีนั้นเกิดจากคนคนหนึ่งที่สืบทอดต่อเนื่องอํานาจจาก ผบ.ทบ. ผบ. สูงสุด และมาเปึนนายกรัฐมนตรีถึง ๘ ป้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เปึนตัวอย่างหนึ่งที่นักการเมืองและประชาชน นักวิชาการทั้งหลายไม่ต้องการ ให้ระบบนี้อยู่ต่อไปในประเทศไทย ต้องการให้นักการเมืองมาแสดงจุดยืน ต้องการให้ นักการเมืองไปเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนและมาบริหารประเทศ ไม่ใช่ทหาร แต่สุดท้ายป้ ๒๕๔๙ ก็เกิดการรัฐประหารเกิดขึ้นแล้วอยู่ภายใต้การควบคุมของคณะปฏิวัติใน ๑ ป้เต็ม ท่านประธานครับ การร่างรัฐธรรมนูญนั้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นจะเห็นว่า การแต่งตั้งบุคคลเข้ามายกร่างและรับผิดชอบเปึนกรรมการล้วนแล้วแต่เรียกว่าคอนเซอร์เวทีฟ (Conservative) พวกอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง ผมยกตัวอย่างได้หลายคน แต่ว่าถ้าพูดไปแล้ว เดี๋ยวก็จะมีคนประท้วง จึงกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทําไมเรา ต้องการเปลี่ยนแปลง ต้องการแก้ไขทั้งฉบับ เราไม่ต้องการแก้ไขเพียง ๒ ฉบับ ถามว่า ๒ มาตรา หรือ ๒ หลักการ เช่น มาตรา ๑๙๐ การทําสนธิสัญญาและข้อตกลงกับ ต่างประเทศจะต้องขออนุมัติสภาถามว่ายกเลิกได้ไหม ยกเลิกได้ แก้ไขเขตเลือกตั้ง จากเขตใหญ่มาเปึนเขตเล็ก จากเขตเล็กเขตใหญ่ทําได้ไหม นักการเมืองพร้อมทุกเขต แต่ถามว่าหลักคิดของนักการเมืองอย่างพวกเราเวลาคิดอะไรไปแล้ว เราไม่ใช่ว่าคิดอะไร เราได้ประโยชน์ ต้องถามว่าเวลาคิดอะไรออกไปประชาชนได้ประโยชน์มากน้อยเพียงใด วันนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้คิดแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ๒ มาตรา ๒ หลักการ มาตรา ๑๙๐ และมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ถามว่าประชาชนได้อะไร วันนี้ปัญหาต่าง ๆ รุมเร้ารัฐบาล ไม่ว่าภัยธรรมชาติ ไม่ว่าเกิดเหตุการณ์นองเลือดวันที่ ๑๙ พฤษภาคม เปึนต้นมา บาดเจ็บล้มตายเปึนจํานวนมาก นายอภิสิทธิ์ต้องการสร้างความปรองดอง จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๒ ชุด ชุดหนึ่งคืออาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ คือเปึนกรรมการ ชุดที่เสนอให้ ครม. พิจารณาแล้วก็ตัดเอามา ๒ ประเด็นนี้ ถามว่าคณะกรรมการที่ตั้งใช้เงินชุดละ ๓๐ ล้านบาท คิดได้ ๒ ประเด็นอย่างนี้ถามว่า ปรองดองตรงไหน แก้รัฐธรรมนูญ ๒ หลักการแค่นี้ปรองดองตรงไหน มันไม่มีความจําเปึน ที่จะต้องแก้ ๒ ประเด็นนี้ ถ้าสมมุติว่าเราต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศจากรัฐธรรมนูญ ของเผด็จการในวันนั้น เราจะต้องยกร่างใหม่ทั้งฉบับหรือจะเทียบเคียงเอาป้ ๒๕๔๐ มาใช้ ก็ได้ ท่านประธานครับ มีคนเถียงผมหลายคนที่นั่งคุยกันไม่ว่า ส.ส. หรือ ส.ว. บางท่าน เขาบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่านการทําประชามติ ถูกต้องครับ แต่การทําประชามติ ในวันนั้นภายใต้กฎอะไร ภายใต้ใครเปึนคนควบคุมในการบริหารจัดการก็คือทหาร ท่านประธานจําได้ไหมภาคอีสานเขาใช้ทหารลงไปข่มขู่คุกคามประชาชนให้รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้น จังหวัดบุรีรัมย์ท่านก็โดน ในภาคอีสานมี ๑๙ จังหวัด ๑๘ จังหวัด ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เปึนสีแดงทั้งภาคอีสาน มีจังหวัดบุรีรัมย์จังหวัดเดียว ท่านประธานจําได้ ลูกชายท่านจําได้ วันนั้นจังหวัดบุรีรัมย์เปึนสีเขียวเพราะเขาส่งทหารไปเต็มพรืดทั้งจังหวัดบุรีรัมย์ ออกมาว่า จังหวัดบุรีรัมย์รับร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าไม่รับ ในขณะที่ภาคอีสานอีก ๑๘ จังหวัดไม่รับ มากกว่ารับ นั่นเกิดอะไรขึ้น นั่นคืออํานาจที่ถูกคุกคามโดยทหารบังคับประชาชนให้รับ ร่างรัฐธรรมนูญ แต่ผมก็ยินดีว่าภาคอีสานทั้ง ๑๘ จังหวัดนั้นเขาไม่กลัวทหาร มีจังหวัดเดียว จังหวัดบุรีรัมย์กลัวทหารรับร่างรัฐธรรมนูญสีเขียว เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่านการทําประชามติ ไม่ใช่ครับ ผ่านการถูกบังคับโดยกําลังทหารต่างหาก และบางกลุ่มบางคนแม้กระทั่งคนที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบัน และคนที่เปึนอดีต อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์บางคน ในคณะกรรมการยกร่างนั้นยังบอกว่าให้รับ ไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลังอย่างนี้เปึนต้น ประชาชนบางส่วนต้องการให้ประเทศชาติกลับสู่ สภาวะปกติต้องการมีการเลือกตั้งจึงรับมาก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้มันต้องถึงเวลาแก้ไข ทั้งร่างนี่คือหลักการกว้าง ๆ ท่านประธานครับ ผมไม่เชื่อว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่ฟัง ความรอบข้าง เดิมที่จะก้าวเข้ามาเปึนนายกรัฐมนตรีท่านก็ไปสัญญากับนายสนธิไว้ หลายเรื่อง ผมไม่อยากเอ่ย ไม่อยากพูดเลย วันที่ ๑๙ โฆษกพันธมิตรออกมาด่า นายกรัฐมนตรีเนรคุณตระบัดสัตย์สารพัด นายสนธิก็บอกว่าคําเดียวกัน แล้วก็จะบอกว่า ต่อไปประเทศชาติจะเข้าสู่กลียุค อย่างร้ายแรงที่สุดนายสนธิพูด เพราะฉะนั้นผมอยาก กราบเรียนท่านประธานว่าความเปึนธรรมต่างหาก ความเสมอภาคต่างหาก ความรัก ในประชาชนต่างหากที่จะนําพารัฐบาลอยู่ได้ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเทียบเคียงกัน ใกล้เคียงกันหมดตั้งแต่ป้ ๒๔๗๕ มาถึงปัจจุบัน มีความแตกต่างและวิวัฒนาการ ตามสภาพความเจริญของบ้านเมืองแต่วันนี้รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไรก็ตาม ท่านประธาน ครับ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญกี่ฉบับก็ตามประชาชนที่เจ็บแค้น ๒๐-๓๐ ล้านคน เขาก็ไม่ให้ อภัยรัฐบาลอยู่ดี เพราะฉะนั้นรัฐบาลเองจะต้องทบทวนว่าสิ่งที่คุณต้องการปรองดองกับ การแก้รัฐธรรมนูญ ๒ มาตรานี้มันคุ้มกันหรือไม่ ท่านประธานครับ รัฐบาลจะต้องคํานึงให้ ดีประเทศไทยวันนี้ขาดความเปึนธรรมในสังคม ขาดความรู้ความสามารถในการบริหาร บ้านเมือง ดังภาษิตโบราณบอกว่าชาติใดไร้ธรรมอําไพชาตินั้นบรรลัยแน่นอน เพราะฉะนั้น ฝากบอกรัฐบาลด้วย แก้ หรือ ไม่แก้ ไม่มีความหมาย ขอบคุณครับ