อิทธิพล เรืองวรบูรณ์ อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา 94 และมาตรา 97 ที่เสนอให้เขตกลางลดขนาดลง และให้บัญชีรายชื่อส.ส.มีสัดส่วนเท่าเทียมระหว่างหญิงและชาย แต่ไม่ได้ระบุถึงความเป็นธรรมในการเลือกตั้ง
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม อิทธิพล เรืองวรบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจากสมาคม กํานันผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย จังหวัดนครพนม วันนี้ก็มีหลายท่านที่อภิปรายเกี่ยวกับ การได้มาของ ส.ว. ทั้งที่ไม่มีการเสนอขอแก้ไข ไม่ว่าจะเปึน ส.ว. ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง เขาเหล่านั้นก็คงจะภูมิใจที่ว่าประชาชนเปึนคนที่เลือกเขาเข้ามา แต่เบื้องหน้าเบื้องหลัง การได้มาอันนี้ทุกคนก็คงรู้อยู่แก่ใจ แต่สําหรับผม ส.ว. มาจากการสรรหา ส.ว. อิทธิพล เรืองวรบูรณ์ จากสมาคมกํานันผู้ใหญ่บ้านเปึนผู้ส่ง ผมก็ภูมิใจของผมเหมือนกัน คนที่เลือก หรือสรรหาผมเข้ามา ๗ องค์กร ก็เปึนองค์กรที่ผดุงความยุติธรรมของชาติบ้านเมือง สําหรับ วันนี้คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ และมาตรา ๑๙๐ แต่ผมก็พอจะรู้จุดประสงค์ของรัฐบาลที่นําเสนอเข้ามา ประสงค์หลักใหญ่ ก็คือต้องการอาจจะเพื่อแก้ไขเพื่อตนเอง และโดยเฉพาะในมาตรา ๙๔ ที่เสนอเข้ามา เขตกลางมาเปึนเขตเล็ก และมาตรา ๙๗ ส.ส. บัญชีรายชื่อ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ พวกเราก็ได้เห็นแล้วว่าทางการสรรหาผู้ที่จะเข้ามาเปึนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ก็ได้ มาจากทุกภาคส่วนของประเทศ เพื่อมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับนักการเมือง ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของบ้านเมือง ก็ตั้งแต่ชุดนี้เข้ามาทําการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ก็ยังไม่ได้แก้ไขไปถึงไหน แต่ก็ได้ทราบจากนักการเมืองต่าง ๆ บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เปึนประชาธิปไตย อย่างไรก็ต้องแก้ไขให้ได้ แม้แต่จะถามมติจากประชาชนทั้งประเทศ นักการเมืองเหล่านั้นก็ยังพูดอยู่เสมอ วิจารณ์อยู่เสมอว่า ไม่ว่าจะเปึนฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ก็จะบอกเสมอว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แม้แต่ฝ์ายค้าน ฝ์ายรัฐบาล ฝ์ายรัฐบาล ที่มาดําเนินการจัดตั้งรัฐบาลก็บอกว่ารับไประยะหนึ่งแล้วค่อยแก้ไขกันใหม่ นี่ละครับ ถึงมีวันนี้ขึ้นมา เมื่อเปึนอย่างนั้นหลาย ๆ ท่าน ก็คงจะคิดว่าเมื่อถึงเวลาก็ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ในการที่จะแก้ไขก็คงจะนึกถึง ประเทศชาติและประชาชนเปึนหลักครับ แต่ในการแก้ไขในวันนี้ทางรัฐบาลก็ได้ร่วมกัน กับผู้แทนราษฎร ก็แก้ไขให้เพื่อกับตนเอง และโดยเฉพาะที่ส่งมาตรา ๑๙๐ พ่วงเข้ามา อันนั้นก็เหมือนกับขายเหล้าพ่วงเบียร์เข้ามาเพื่อให้ดูดีกันแค่นั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับนี้ก็ทําให้นักการเมืองหลาย ๆ คนก็ต้องออกไปอยู่ข้างเวที ไปเปึนพี่เลี้ยง ไปอยู่หลังเวที ที่คอยกํากับ เขาออกไปอย่างนั้นแล้วทําไมไม่เสนอเข้ามา ให้เขาอยู่อย่างนั้นอย่างถาวรไป เพราะนักการเมืองเราก็รู้อยู่แล้วว่าเมื่อได้คืบก็จะเอาศอก ต่อไปเขาอาจจะแก้ไขเพื่อนิรโทษ ให้กับเขาเหล่านั้น แล้วถึงเวลานั้นจริง ๆ ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ตรงนี้ อาจจะไปแทนตําแหน่งของเขาในอนาคตนั้นก็ได้ คําว่า แก้ไข แก้ไขก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงก็คิดว่าน่าจะให้มันดีขึ้น ไม่ใช่วนเวียนอยู่กับที่ จากกลางก็มาเปึนเล็ก จากเล็ก ก็มาเปึนกลาง มันก็เวียนวนกันอยู่อย่างนั้นแล้วทําไมเมื่อเล็กบอกว่าไม่ดี ก็เอามาเปึน ขนาดกลาง เมื่อขนาดกลางเรามองแล้วว่ามันไปไม่ได้ มันไม่ดี มันไม่ถูกต้อง แล้วทําไม ไม่แก้เปึนขนาดใหญ่จังหวัดละ ๑ เขต หรือ ๒-๓ จังหวัดเปึน ๑ เขตก็เพื่อจะได้ปราบคน ที่เขาซื้อสิทธิซื้อเสียงกันได้ง่าย สมัยก่อนนะครับ สมัยก่อนเขาบอกซื้อเสียง การซื้อเสียง ก็คือซื้อให้กับตนเอง แต่ปัจจุบันเขาซื้อสิทธินะครับ เขาซื้อสิทธิเขาซื้ออย่างไร เขาซื้อสิทธิ คนที่อยู่ฝ์ายตรงกันข้ามกับเขาไม่ให้มาใช้สิทธิ มันเปึนอย่างนั้นจริง ๆ แล้วเขตใหญ่ มันดีอย่างไร ก็ประชาชนเขามีสิทธิที่จะเลือกผู้สมัครได้หลายคน เมื่อผู้แทนไม่ดี ขายตัว เขาก็ยังมีคนอื่น ๆ ที่เขาเลือกเข้ามา ๓-๔ คนมาดูแล เราต้องรู้ว่าประชาชนในชนบท เขายังต้องพึ่งพาอาศัยผู้แทนราษฎร แล้วมาตรา ๙๗ (๑) ก็เขียนไว้อย่างนี้ มาตรา ๙๗ (๑) ระบุว่าบัญชีรายชื่อต้องประกอบด้วยรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเปึนธรรม และต้องคํานึงถึงโอกาสสัดส่วนที่เหมาะสม และเท่าเทียมกันระหว่างหญิงและชาย วรรคท้ายนี้ก็ยกเอาของเก่ามา คําว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งจากภูมิภาคต่าง ๆ อย่างเปึนธรรม เขียนมาก็ไม่ได้ระบุ ไม่ได้ระบุว่าต้องมีภูมิลําเนา อยู่ในจังหวัดนั้นหรือจังหวัดนั้น ๆ จังหวัดละเท่าไร ก็ไม่ได้เขียนคําว่า เปึนธรรม อะไรคือความเปึนธรรม ให้เวลาเท่าไรครับ