รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ฐิติมา ฉายแสงพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีเนื้อหาที่ซับซ้อนและยุ่งเหยิงเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2550 โดยมี 4 ร่างที่แตกต่างกัน และมีวาระซ่อนเร้นแอบแฝง ท่านประธานรัฐสภาได้ร้องขอให้ ส.ส. และ ส.ว. อภิปรายเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และท่านประธานได้กล่าวถึงการถอดถอน ส.ส. และ ส.ว. ที่ไปลงนามเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นางฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน ฐิติมา ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ เมื่อวานดิฉันได้ฟังการอภิปราย เรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นี้ของทั้ง ส.ว. และ ส.ส. ทั้งวันทั้งคืนเลยนะคะ และวันนี้ก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากว่ามันมีกันทั้งหมด ๔ ร่างด้วยกัน ร่างของ ครม. ๒ ร่าง แล้วก็ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลที่มี ส.ส. ๑๐๒ คนนั้นไม่ได้ขอแก้ไขมากมายหลายเรื่อง หรือหลายมาตรานัก แต่ว่าร่างของประชาชน ๗๑,๕๔๓ ชื่อที่นําโดยนายแพทย์เหวง โตจิราการ นั้นแก้ไขมากหน่อย ประกอบกับการประชุมร่วมรัฐสภาครั้งนี้เปึนการประชุมในวาระที่หนึ่ง ว่ารัฐสภาแห่งนี้จะรับหลักการหรือไม่ แล้วรับจะรับร่างไหน พี่น้องประชาชนผู้ที่เปึนคอการเมือง ก็คงจะพอเดาออกว่าสภาแห่งนี้จะรับร่างไหนกันแน่ อย่างไรก็ตามเมื่อวานมีพี่น้องประชาชน บางคนโทรศัพท์มาหาดิฉันบอกว่าเขานั้นสับสนแล้วก็เรียงลําดับเหตุการณ์ไม่ถูก เพราะลืมไป ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างในสังคมไทยหรือว่าในสภาผู้แทนราษฎรเรา แต่เขาก็จําได้ว่าในอดีตนั้น มีการเสนอขอแก้ไขเปึนการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียว แล้วก็มีการเสนอขอแก้ไข เปึนแบบลักษณะ ๖ ประเด็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ มาประชุมรัฐสภาคราวนี้ เปึนวาระที่หนึ่ง ส.ส. ส.ว. ท่านใดอยากจะอภิปรายเรื่องอะไรเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ได้ ใครจะสนับสนุน ไม่สนับสนุนร่างใดมาตราใดด้วยเหตุผลอะไรก็ว่ากันไป การอภิปราย ในรัฐสภาจึงมีเนื้อหาและมีเหตุผลมากมายเต็มไปหมดทําให้คนนั้นสับสนท่านประธานจริง ๆ แล้ว เนื้อหาเรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดูว่าจะทําให้ ส.ส. ส.ว. บางคน รวมทั้งพี่น้องประชาชน จํานวนไม่น้อยนั้นสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ท่านประธานคะ แค่จะขอแก้ไขใน ๖ ประเด็น คราวที่แล้วที่เราพูดกันไว้ก็ดูจะยุ่งเหยิงชุลมุนวุ่นวายกันมากมายอยู่แล้วเนื้อหาเยอะ แต่ ณ วันนี้ เนื้อหาที่สามารถจะอภิปรายกันมันยิ่งมากเข้าไปใหญ่เลยเพราะว่ามันมีถึง ๔ ร่างด้วยกัน แถมมันมีวาระซ่อนเร้นแอบแฝงอีก ใครเดาได้ก็คงจะเก่งน่าดู สําหรับดิฉันเองเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง จําได้บ้าง จําไม่ได้บ้าง เดาบ้าง เดาไม่ได้บ้าง แต่ที่แน่ ๆ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๕๒ ภายใต้สภาพประเทศไทยที่ทุกอย่างไม่แน่นอนอะไรก็เกิดขึ้นได้ คนที่ปฏิบัติ ตามกฎหมายก็อาจจะถูกกล่าวหาว่าทําผิดกฎหมายได้ เพราะฉะนั้นบ้านเมืองมันจึงแปรปรวน ไปหมด ท่านประธานคะ ณ ขณะนั้นทั้ง ส.ส. ส.ว. ร่วมกันลงชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ตาม ๖ ประเด็น ลงชื่อกันเปึน ๑๐๐ คนทีเดียว เสร็จแล้วบางคนก็ต้องรีบถอนชื่อออก เพราะมีประชาชนเปึนนายแพทย์คนหนึ่งกับประชาชนอีก ๒๐,๐๐๐ คนมาลงชื่อขอใช้สิทธิ ตามมาตรา ๒๗๑ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ร้องต่อประธานวุฒิสภาให้ถอดถอน ส.ส. และ ส.ว. ที่ไปลงนามเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ เพราะ ส.ส. ส.ว. นั้นขอแก้ไขอะไร แก้ไขรัฐธรรมนูญแบบแบ่งเขตเรียงเบอร์เปึนเขตเดียว เบอร์เดียว ขอแก้ไขมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ให้ช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น หรือว่า ขอแก้ไขมาตรา ๑๙๐ เพื่อกําหนดความชัดเจนในหนังสือสัญญาที่ต้องไปทํากับต่างประเทศนั้น เปึนต้นนะคะ ท่านประธานค่ะ เขาร้องด้วยเหตุผลว่าอะไร ร้องว่า ส.ส. และ ส.ว. นั้นกระทําการ เพื่อตนเอง ขัดต่อมาตรา ๑๒๒ ที่บอก เพื่อกําหนดความชัดเจนในหนังสือสัญญาที่ต้องไปทํากับต่างประเทศนั้น อย่างนี้เปึนต้นนะคะ ท่านประธานคะเขาร้องด้วยเหตุผลว่าอะไร ร้องว่า ส.ส. และ ส.ว. นั้นกระทําการเพื่อตนเอง ขัดต่อมาตรา ๑๒๒ ที่บอกในบรรทัดสุดท้ายว่า เพื่อประโยชน์ต้องปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ส.ว. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของปวงชนชาวไทย โดยปราศจากการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เขาร้องด้วยว่าขัดต่อมาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๐ บอกว่า วุฒิสภามีอํานาจถอดถอนเพราะว่า ส.ส.หรือ ส.ว. ส่อว่าจงใจใช้อํานาจหน้าที่ ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอีก บอกอีกว่าผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ฐานปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบอีก บอกว่าจะนําไปสู่การถอดถอนและการดําเนินการตามมาตรา ๒๗๕ คือดําเนินคดีอาญากับผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองก็คือให้ศาลสั่งจําคุกนั่นเอง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ส.ส. และ ส.ว. ทําตามกฎหมายทําตามรัฐธรรมนูญด้วยซ้ําตามมาตรา ๒๙๑ ท่านประธานแต่ก็ต้องถูกร้องถอดถอน ท่านประธานคะขณะนี้เรื่องกําลังอยู่ในระหว่าง การดําเนินการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานโดย ป.ป.ช. อยู่ ซึ่งคาดว่า ส.ส. และ ส.ว. ก็กําลังถูก ป.ป.ช. กําลังดําเนินการอยู่หลายคนทีเดียว ท่านประธานเปึนที่น่าสังเกตว่า รัฐบาลขณะนี้ยื่นขอแก้ไขในประเด็นเขตใหญ่มาเปึนเขตเล็กและมาตรา ๑๙๐ เหมือนตอนนั้นเลย เหมือนจริง ๆ แต่ทําไมไม่มีประชาชนเข้าชื่อ ๒๐,๐๐๐ ชื่อมาถอดถอน แล้วดําเนินคดีอาญาหรือร้อง ป.ป.ช. หรือร้องประธาน ส.ว. ดิฉันคิดว่ามันมีวาระซ่อนเร้น แอบแฝงอยู่แน่นอนค่ะท่านประธาน การขอแก้ไขของรัฐบาลเปึนเขตเล็ก แล้วขอ ส.ส. สัดส่วนเปึนเขตที่ใหญ่ขึ้นนั้นมันมีประโยชน์กับพรรคประชาธิปัตย์เอง แล้วก็บางพรรค ที่เปึนพรรคเล็กพรรคน้อยอาจจะเปึนเช่นพรรคการเมืองใหม่ก็ได้เขาจึงไม่ร้องถอดถอน แล้วก็เปึนที่น่าสังเกตว่าผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภาแห่งนี้จํานวนไม่มากอาจจะเปึนการชุมนุม แก้เกี้ยวเท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วกลับกลายเปึนว่าอาจจะสนับสนุนอยู่ในใจด้วยซ้ําในกลุ่ม ผู้ชุมนุม เพราะฉะนั้นจึงเกิดคําถามว่าทําไมนายแพทย์คนนั้นหรือประชาชน ๒๐,๐๐๐ ชื่อนั้น เขาหายไปไหน ทําไมไม่ออกมาใช้สิทธิตามมาตรา ๒๗๑ และ มาตรา ๒๗๕ แล้วก็จะ กล่าวหาว่า ครม. หรือรัฐบาลซึ่งมี ส.ส. อยู่ในนั้นด้วย กระทําการเพื่อตนเองขัดกับมาตรา ๑๒๒ กับมาตรา ๒๗๐ หรือไม่ เพราะประเด็นนี้เนื้อหาร่าง พ.ร.บ. มันไม่ได้แตกต่างจากญัตตินั้นเลย กลับเห็นว่าการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ เปึนประโยชน์ต่อฝ์ายบริหารแน่ ๆ เลย แล้วก็เปึนไป ตามข้อตกลงที่พรรคประชาธิปัตย์เคยให้คํามั่นสัญญากับพรรคร่วมรัฐบาลตอนสมัย ตั้งรัฐบาลด้วยซ้ํานะคะ ท่านประธานหรือว่ากลุ่มประชาชน ๒๐,๐๐๐ คนนั้นเขาคัดค้าน เฉพาะเปึนตัวเลข ๔๐๐ คนกับ ๑๐๐ คน พอจาก ๔๐๐ คนมาเปึน ๓๗๕ คนเลยไม่คัดค้าน อะไรใด ๆ มันไม่ค่อยจะมีเหตุผลเท่าไรในการที่จะเรียกร้องอะไร กลุ่มประชาชนนั้น ถ้าเขาตีความว่าเพื่อประโยชน์ของตนเองนั้นก็ถือว่าจาก ๔๐๐ คนเปึน ๓๗๕ คน มันก็เพื่อประโยชน์ของตนเอง เพราะฉะนั้นควรจะมีจุดยืนในการที่จะร้องถอดถอน ทีนี้ถามว่าการแก้ไขจาก ๔๐๐ คนเปึน ๓๗๕ คนนั้น มันแก้ทําไม ดิฉันรู้สึกว่ามันไม่ได้ เกิดประโยชน์อะไร หรือว่ามันจะทําให้ปัองกันการซื้อเสียง มันก็ไม่ใช่ เพราะว่าถ้าคน มันจะซื้อเสียงมันก็ซื้อเสียงได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลย หากจะพิจารณา แก้ไขรัฐธรรมนูญ ดิฉันมีแนวคิดว่าไม่ควรจะแก้ไขแค่เพียง ๒ ประเด็นท่านประธาน ไม่ใช่แค่เพียงที่มาของ ส.ส. หรือว่ามาตรา ๑๙๐ เท่านั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นสมควร ที่จะแก้ไขหลายประเด็นด้วยกัน หลายมาตราด้วยกัน แล้วก็การที่นายกรัฐมนตรีออกมา อ้างว่าท่านไม่นํามาตรา ๒๓๗ เข้ามาสู่ร่าง พ.ร.บ. ครั้งนี้ เพราะว่ามันเกี่ยวกับการยุบ พรรคประชาธิปัตย์ เดี๋ยวพรรคประชาธิปัตย์อาจจะได้ประโยชน์ก็กรุณาอย่าได้พูดสวยหรู หรือพูดเสียให้ดูเปึนคนดี แท้ที่จริงแล้วพรรคประชาธิปัตย์นั้นอาจจะถูกยุบพรรค เพราะทําความผิดตาม พ.ร.บ. พรรคการเมือง เนื่องจากการใช้เงินผิดประเภทส่อไป ในทางทุจริต ไม่ใช่โดนยุบพรรคตามมาตรา ๒๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ป้ ๒๕๕๐ ดิฉันเองก็เลยไม่ขอรับร่างของรัฐบาล ๒ ร่าง แล้วก็ของพรรคร่วมอีก ๑ ร่าง แต่ขอสนับสนุนร่างของประชาชน ๗๑,๕๔๓ ชื่อที่แก้หลายมาตราหลายประเด็น จะเปึนประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่าค่ะ ขอบพระคุณค่ะ