จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ หารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญทั้ง 2 ร่างนั้นดี และขอให้รัฐสภาให้ความสำคัญกับประชาชน และให้ความเคารพต่อหน่วยงานอื่นๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้รัฐธรรมนูญสมบูรณ์แบบ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับท่านประธาน ผมจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานครับ จะไม่ลงในเรื่องเนื้อหาของร่างทั้ง ๔ ฉบับ เหตุผลครับท่านประธาน เนื่องจากทั้ง ๔ ฉบับ โดยเนื้อหาแล้วโดยหลัก ๆ มีส่วนแตกต่างกันน้อยมาก ไม่ว่าจะเปึนร่างของ คปพร. หรือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มีส่วนแตกต่างกันน้อยมาก เหมือนกันกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ส่วนอีก ๓ ร่างก็เปึนซับเซ็ท (Subset) หรือเปึนเพียงส่วนหนึ่งของร่างใหญ่ ในแง่ของเนื้อหาแล้วผมเห็นว่าเปึนสาระที่ ไม่ได้สําคัญมากในวาระแรกที่เปึนวาระรับหลักการครับท่านประธาน ผมมีข้อสังเกต อย่างนี้ครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถ้าหากจําได้นะครับ เราย้อนกลับไป ก่อนที่จะมีการลงประชามติ ผมขออนุญาตอ่านเอกสารบางตัวนะครับ เปึนเอกสาร คําประกาศของ สปป. เกี่ยวกับเหตุผลสําคัญในการรับร่างรัฐธรรมนูญ ผมอ่านแล้ว ผมจะขออนุญาตมอบให้ท่านประธานด้วย ในหน้า ๒ บอกว่า สปป. จึงมีมติรับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ไปก่อน ทั้งนี้ สปป. จะรณรงค์รวบรวมรายชื่อประชาชน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ตามมาตรา ๒๙๑ (๑) เพื่อผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้นําไปสู่การปฏิรูปการเมือง อย่างแท้จริง สปป. ก็ประกาศอย่างนั้นนะครับ ถ้าหากมองกล้องจะพอมองเห็นรูป ตอนประกาศ มีอยู่ ๓ ท่านครับ ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านก็แล้วกันนะครับ มีท่านพิภพ ธงไชย ท่านสมศักดิ์ โกศัยสุข แล้วก็ท่านสุริยะใส กตะศิลา ขออนุญาตมอบเอกสาร ให้ท่านประธานครับ หลังจากที่มีการลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญแล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ค่อนข้างมาก กรรมการที่สภาแห่งนี้ซึ่งท่านประธานได้แต่งตั้งขึ้น ก็ได้เสนอให้แก้ไขโดยเร่งด่วน ๖ มาตรา แล้วก็ประเด็นอื่น ๆ ซึ่งควรที่จะได้รับการแก้ไข ในภายหลังอีกจํานวนหนึ่ง คณะกรรมการที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งขึ้นก็เช่นเดียวกัน ครับท่านประธาน ก็ได้ระบุว่ามีประเด็นที่ควรที่จะได้รับการแก้ไข จึงไม่มีข้อสงสัยครับ ท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ยังไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบของประเทศไทย ยังเปึนรัฐธรรมนูญที่สมควรจะได้รับการปรับปรุงแก้ไข ผมคิดว่าประเด็นนี้คงไม่มีใคร ที่จะโต้แย้งครับ
ส่วนประเด็นที่สอง เปึนเรื่องของการทําประชามติ มีการอ้างเรื่องการทํา ประชามติค่อนข้างมาก แต่ลืมไปครับว่าการทําประชามติในครั้งนั้นในป้ ๒๕๕๐ เปึนการทําประชามติในสถานการณ์ที่บ้านเมืองเราไม่ปกติครับท่านประธาน มีกฎอัยการศึกครึ่งค่อนประเทศ มี พ.ร.บ. ประชามติซึ่งทําให้การรณรงค์รับร่างเปึนไปได้ โดยสะดวก แต่ผู้ที่จะรณรงค์ไม่รับร่างนั้นเปึนไปโดยยากลําบาก ดังนั้นจึงอาจจะ กล่าวได้ว่าทั้ง ๒ ฝ์าย ทั้งฝ์ายรับร่างและไม่รับร่างไม่ได้รับสิทธิในการที่จะสื่อสาร ความเห็นของตนเองโดยเท่าเทียมกันครับท่านประธาน นอกจากนี้ครับท่านประธาน ถ้าหากท่านประธานจะจําได้ในการลงประชามติครับ ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แม้แต่ สสร. เอง ก็มีการประชาสัมพันธ์เปึนที่ทราบกันโดยทั่วไปครับ ให้รับร่างไปก่อนแล้วจึงค่อยมี การปรับปรุงร่างนี้ในภายหลัง จึงอาจกล่าวได้ว่าไม่ว่าจะเปึน ๑๔ ล้านเสียงที่หยอด รับร่างนี้ หรือ ๑๑ ล้านเสียงที่ไม่รับร่าง ต่างก็ทราบโดยชัดเจนครับว่าร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะต้องได้มีการปรับปรุงแก้ไขในวาระต่อ ๆ ไป จึงถือได้ว่าเปึนประชามติ เปึนความเข้าใจร่วมกันของสังคมครับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะต้องถูกแก้ไข ในโอกาสต่อไป
ประเด็นที่สามครับท่านประธาน ในเรื่องของเนื้อหา ของ คปพร. รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทั้ง ๓ ฉบับเหมือนกันกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่แตกต่างกันน้อยกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ดังนั้นหลาย ๆ ท่าน ในที่นี้ก็ได้อภิปรายว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ดี ป้ ๒๕๕๐ ก็ดี ร่าง คปพร. ก็อยู่ระหว่างรัฐธรรมนูญเหล่านี้ จึงถือได้ว่าไม่ว่าร่างใดก็ตามก็เปึนร่างที่ดี ทั้งสิ้น และถ้าหากว่าเรามาดูในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรานี้ ก็ผ่านการประชามติเช่นเดียวกันครับ ประชามติบอกว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขได้ โดยกําหนดตาม (๑) ว่าคณะรัฐมนตรีแก้ไขได้ ส.ส. ส.ว. แก้ไขได้ ประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ ก็แก้ไขได้ และในการแก้ไขนั้นมีกรณีเดียวครับท่านประธานที่แก้ไขไม่ได้ก็คือรัฐธรรมนูญ ที่มีผลการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะเสนอมิได้ แต่ไม่ว่าร่างใดครับ ท่านประธาน คปพร. หรือร่างของ ๑๐๒ ส.ส. หรือจะเปึนร่างของคณะรัฐมนตรี ไม่ว่าร่างใดก็ตาม ก็เปึนไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ทั้งสิ้นนะครับ จึงไม่มีข้อขัดข้องประการใดที่รัฐสภาจะพิจารณาทั้ง ๔ ร่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากเราจะอ้างประชามตินะครับ ประชามติก็บอกว่าได้มอบอํานาจอย่างชัดเจน เปึนลายลักษณ์อักษรเปึนประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่าให้รัฐสภาซึ่งประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจํานวนประมาณ ๖๓๐ ท่านให้มี อํานาจแก้ไขได้ และไม่เพียงแต่มีอํานาจเท่านั้นครับท่านประธาน ยังมีหน้าที่ด้วย เมื่อมีการยื่นร่างทั้ง ๔ ฉบับมาโดยถูกต้องโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ จึงมีความจําเปึนที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องรับร่างนี้ในวาระที่หนึ่ง ในวาระรับหลักการ หลังจากนั้นจึงค่อยไปลงรายละเอียดว่าควรจะมีการแก้ไขหรือปรับปรุงในประการใด อย่างไรตามกระบวนการพิจารณากฎหมายโดยปกติ ท่านประธานครับ บ้านเมืองของเรา ขณะนี้ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ มีความจําเปึนอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรองดอง ระหว่างแต่ละภาคส่วน ในครั้งนี้ประชาชน ๗๐,๐๐๐ กว่าคนนะครับ ไม่ว่าเขาเหล่านั้น จะมีความคิดเห็นตรงกับท่านประธานหรือสมาชิกในที่นี้หรือไม่อย่างไร แต่ผมคิดว่า ประชาชน ๗๐,๐๐๐ คนถือว่าเปึนบุคคลที่มีความสําคัญ จําเปึนที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องให้ ความสําคัญกับพวกเขา ส.ส. ๑๐๒ ท่าน เปึนผู้แทนของปวงชนชาวไทยถึง ๑๐๒ ท่าน ก็มีความสําคัญที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องให้ความสําคัญเช่นเดียวกัน ครม. เปึนหนึ่ง ในอํานาจอธิปไตยก็เปึนหน่วยงานที่มีความสําคัญเช่นเดียวกัน เมื่อเราจะปรองดอง กันแล้วก็อาศัยเหตุนี้ครับต่างฝ์ายต่างให้ความเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกันก็รับทั้ง ๔ ร่าง เข้าไปพิจารณาก่อน ส่วนเนื้อหาโดยละเอียดนะครับท่านประธานก็ไปพิจารณาในชั้น คณะกรรมาธิการ ผมยังเชื่อมั่นอยู่ว่ารัฐสภาแห่งนี้คงจะไม่มีใครพิจารณารัฐธรรมนูญ ในทางที่จะเปึนทางเสียหายกับประเทศชาติอย่างแน่นอน ผมก็ขออนุญาตกราบเรียน ข้อเสนอของกระผมแต่เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน