วุฒิพงศ์ ฉายแสง หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยวิจารณ์รัฐธรรมนูญปี 2550 ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ล้าหลังและไม่เหมาะสม และเรียกร้องให้เคารพผู้อาวุโส ผู้ทรงศีล และสตรี เพื่อส่งเสริมการสร้างชาติและศีลธรรมอันดี นอกจากนี้ ยังแสดงความไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติที่เกิดขึ้น และเรียกร้องการปฏิบัติตามหลักการทางศาสนาพุทธ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม วุฒิพงศ์ ฉายแสง ส.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย วันนี้ เรามาพูดเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญกันนะครับ ถ้าหากว่าไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ป์านนี้เราคงมีการแก้รัฐธรรมนูญ แล้วก็พัฒนารัฐธรรมนูญ ให้มีความเปึนประชาธิปไตยในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วก็คงไม่เกิดความแตกแยก เหมือนการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในปัจจุบัน ที่มาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกพูดว่ามาจากการปฏิวัติรัฐประหาร เหมือนกันมันคงพูดอย่างนั้นไม่ได้ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นร่างในป้ ๒๕๔๐ หลังจากมีการรัฐประหารจากป้ ๒๕๓๔ แล้วก็มีการเลือกตั้งมาตามวิถีระบอบ ประชาธิปไตย เมื่อเลิกแล้วมีการเรียกร้องจากนักวิชาการ ประชาชน จนเปึนเหตุให้เรา ต้องแก้รัฐธรรมนูญบางมาตราเพื่อให้เกิด สสร. ขึ้นมา แล้วก็มีการคัด สสร. แล้วเลือก สสร. ขึ้นมาแล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงที่ประเทศนั้นเปึนประชาธิปไตยแล้วมาจาก การเลือกตั้งของประชาชน จะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นจะรับสนอง พระบรมราชโองการโดยประธานรัฐสภา ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ นั้น รับสนอง พระบรมราชโองการจากท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มันคนละอย่างกันอย่างชัดเจน ถ้าหากไม่ได้พูดตรงนี้ จริง ๆ ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้ เพราะว่าเรื่องนี้ก็พูดกันมานานแล้ว แต่ต้องพูดเพราะว่ามีเพื่อนสมาชิกบางคนไปพูดว่า เหมือนกันจะทําให้ประชาชนที่อาจจะไม่สนใจเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นไขว้เขวได้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มีความล้าหลังมากในสายตาชาวโลก ตอนผมเปึนรัฐมนตรี ได้เจอทูตหลายประเทศเขาก็บ่นกับผมแต่เขาไม่กล้าพูดออกสื่อ เพราะเนื่องจากว่า อาจจะมีการกระทบทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แล้วก็จากที่เราเห็นอยู่นะครับ เห็นความแตกแยกของคนในชาติแล้วก็เกิดความเสื่อมของบ้านเมือง ซึ่งก็ไม่น่าเชื่อว่า ประเทศเราพัฒนามาขนาดนี้แล้วมีการร่างรัฐธรรมนูญในป้ ๒๕๔๐ จนปลุกกระแสคน ให้เข้าใจเรื่องรัฐธรรมนูญ คนเข้าใจกันเต็มไปหมด แล้วสื่อก็ทันสมัย มีการใช้อินเตอร์เนต กันไปแล้วนะครับ แล้วก็ยังมีการปฏิวัติรัฐประหาร ซึ่งทําให้เปึนเรื่องที่เสียชื่ออย่างมาก ที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ต้องดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วคณะปฏิวัติไม่เคย ที่จะตําหนิติเตียนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เลย ผมสังเกตตลอด เพราะว่าตัวผมเองนั้น เวลาพรรคไทยรักไทยตอนนั้นจะไปบรรยายเรื่องรัฐธรรมนูญเขาก็ให้ผมไปพูดแทน รู้สึกจะ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของการสัมมนาภายนอก ผมจะไปพูดตามมหาวิทยาลัย ผมเปึน ตัวแทนของพรรคไทยรักไทยในช่วงนั้น ก็สังเกตเห็นตลอดนะครับว่ามีประเด็นอยู่ ไม่กี่ประเด็นเท่านั้นที่อยากจะแก้ไข แล้วก็พวกทหารทั้งหลาย ขุนทหารทั้งหลาย ที่ทําการปฏิวัติ ไม่มีใครท้วงติงเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เลย เปึนเรื่องน่าแปลกมาก ตรงที่ว่าจ้องฉีกอย่างเดียว แต่ประเทศเรานั้นเกิดเรื่องแบบนี้มานาน แล้วก็มีการฉีก รัฐธรรมนูญมาหลายฉบับมาก คือตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองมาก็ฉีกกันมาตลอด ซึ่งผมในฐานะชาวพุทธก็เปึนเรื่องแปลกใจ เพราะว่าเรื่องนี้มันทําให้บ้านเมืองเสื่อม เนื่องจากว่าผมเปึนคนชอบอ่านหนังสือธรรมะ แล้วก็สนใจเอาธรรมะมาใช้กับ ชีวิตประจําวัน ในฐานะที่เราเปึนนักการเมืองก็ต้องสนใจ เหตุที่ทําให้บ้านเมืองเสื่อม พระพุทธเจ้าพูดมาเปึนคาถาเรียกว่า อปริหานิยธรรม ๗ ประการ ผมเคยพูดบนสแตนด์ (Stand) ของท่านเมื่อประมาณไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีครูมาให้ผมพูดเรื่องนี้เกี่ยวกับ เรื่องการเมืองการปกครอง ผมก็เลยบอกว่าต้องมาพูดกันเรื่องนี้ก่อนว่าบ้านเมืองมันเสื่อม เพราะเหตุนี้ อปริหานิยธรรม ๗ ประการ ผมก็คงต้องขอพูดทั้ง ๗ ประการเลย เพราะเนื่องจากว่าเราเปึนนักการเมืองต้องรู้ว่าบ้านเมืองจะต้องเสื่อมอย่างไร
ข้อที่ ๑ เกี่ยวกับเรื่องการประชุมกันเนืองนิจ เขามีเหตุผลว่าคือ เปึนการระดมความคิด
ข้อที่ ๒ เปึนการประชุมพร้อมเพรียงกันและเลิกพร้อมกัน ก็คือเพื่อให้รับรู้ พร้อม ๆ กันจะได้เกิดความสามัคคี ทําอะไรก็ประสบความสําเร็จได้ง่าย
ข้อที่ ๓ ไม่ยกเลิกบัญญัติที่ตกลงกันไว้และบัญญัติสิ่งที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ อันนี้เรื่องใหญ่มากก็คือเรื่องรัฐธรรมนูญนั่นเองที่บัญญัติข้อใหญ่ของการปกครองของ ประเทศนั่นเองที่เรายกเลิกสิ่งที่ตกลงกันไว้ แล้วก็ไปบัญญัติสิ่งที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ จะทําให้ คนในประเทศนั้นมีความแตกแยก แล้วก็จะไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน
ข้อที่ ๔ ให้ความเคารพกับผู้อาวุโสที่เปึนคนดีและเปึนผู้ที่น่านับถือ เพื่ออะไร เพื่อให้คนในประเทศนั้นมีแบบอย่างที่ดี
ข้อที่ ๕ ใครทําดีให้ประเทศชาติก็ต้องสร้างอนุสาวรีย์ให้ คือให้คนในชาติ ได้ทราบประวัติศาสตร์ว่าคนดีได้ทําอะไรไว้กับประเทศนี้
ข้อที่ ๖ ก็คือดูแลผู้หญิงและสตรี ก็เพื่อให้เปึนการสร้างชาติ สร้างคน รุ่นใหม่ แล้วก็เพื่อให้ศีลธรรมอันดีนั้นอยู่ในประเทศเรา ไม่รังแกสตรี
ข้อที่ ๗ ก็คือต้องดูแลผู้ทรงศีล ผู้ถือศีลพจน์ เพื่อให้พวกนี้มาสอนคนในชาติ ให้เปึนคนดี อันนี้พระพุทธเจ้าสอนไว้เกี่ยวกับแคว้นมคธจะไปตีแคว้นวัชชี แล้วแคว้นวัชชี ปฏิบัติตามนี้ พระพุทธเจ้าบอกเมื่อปฏิบัติตามนี้แล้วตีไม่แตกหรอก ทําอย่างไรก็ไม่มีทางแพ้ ทั้ง ๆ ที่แคว้นมคธโตกว่า
คราวนี้มีเรื่องที่น่าสนใจก็คือว่าการปฏิวัติซ้ําซากแล้วก็การฉีกรัฐธรรมนูญ ซ้ําซาก ผมก็ยังงงตรงนี้ว่าป้นี้ผมไปทอดกฐินเจอทหารเต็มไปหมด ไปทอดกฐิน ผ้าป์า อยากทําบุญ เอาบุญเข้ากระเปิาหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ปรากฏว่าไม่ยอมปฏิบัติ ตามธรรมะ พระพุทธเจ้าสอนไว้เลยนะครับว่าตอนพระอานนท์ถามพระพุทธเจ้าว่า ถ้าปรินิพพานแล้วจะทําอย่างไรพระพุทธเจ้าไม่อยู่ ท่านก็บอกว่าถ้าพระองค์ปรินิพพาน ไปแล้วก็จะต้องทําเปึนหลักแทนตัวพระองค์ ปัญหาว่าเราเปึนเมืองพุทธและเปึนเมืองพุทธ ที่ค่อนข้างจะโตที่สุดในภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแทบจะโตที่สุดในโลก แต่กลับกลายเปึนให้ประเทศเกาหลี ประเทศญี่ปุ์น ประเทศไต้หวัน ซึ่งปกครองระบอบ ประชาธิปไตยพร้อม ๆ กับเราเขาไม่เคยปฏิวัติเลยสักครั้งหนึ่ง แต่เขาปฏิบัติ ของเรารู้ แต่ไม่ยอมทํา ผมต้องฝากสมาชิกทุกท่านที่เปึนชาวพุทธ แล้วก็ไม่ใช่เปึนชาวพุทธก็ควรจะ ไปเอารับรู้ไว้ เพราะว่านี่เปึนสัจจะ เปึนความจริง
ส่วนเรื่องเกี่ยวกับเรื่องความเสื่อมที่เกิดความแตกแยกในบ้านเมืองนั้น มีความเสื่อมอย่างไร ตอนช่วงปฏิวัติทุกครั้งในการปฏิวัติผมเปึนลูกนักการเมืองพอรู้อยู่ ตลอดเวลาว่าการปฏิวัติแต่ละครั้งมีการใส่ร้ายผู้ที่ถูกปฏิวัติ เพื่อให้สมเหตุในการปฏิวัติ การปฏิวัติคราวนี้ทําเสียชื่อมาก เนื่องจากว่าเราเปึนประเทศที่พัฒนาไปไกลแล้วทางด้าน ประชาธิปไตยกลับมีการปฏิวัติรัฐประหารทําให้ต่างชาติดูถูกเรามาก ใครที่ไปค้าขาย ต่างประเทศจะรับรู้เรื่องนี้ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงจะต้องมีการแก้ไข และไม่ใช่แก้ไข เพียงแค่นี้ การปฏิวัติคราวนี้ที่ผมไปรับทราบจากพ่อค้าที่ค้าขายในเมืองจีนเขาระบาย ให้ฟังว่ามีบริษัทจีนยักษ์ใหญ่เข้ามาในสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ปรากฏว่าทหารเข้าไป ยึดเอกสารเขา ทําเอกสารเขาหายไปหมดเลย แล้วกล่าวหาว่าเขาเอาเงินให้นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ปรากฏสอบไปสอบมาเขายังไม่ให้เงินนายกรัฐมนตรีทักษิณเลย เอกสารเขา หายไปหมดแล้ว อย่างนี้เปึนต้น นี่คือการปฏิวัติรัฐประหารที่ทําให้บ้านเมืองนั้นเสื่อม แล้วก็เมื่อเสื่อมแล้วมันไม่พอ ดันไปร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ออกมา โดยในเนื้อหามันเปึนตัวทําให้เสื่อมชัดเจน จึงทําให้เกิดความแตกแยกและให้เกิด ความอยุติธรรมเกิดขึ้น ที่พูดอย่างนี้เพราะว่าอะไร ผมยกตัวอย่างนะครับ เปรียบเสมือนว่า มีการแข่งขันกันเกิดขึ้นระหว่างเสื้อเหลืองขลิบน้ําเงินกับเสื้อแดง นักฟุตบอลเตะกัน ผมเปรียบเทียบเปึนฟุตบอลว่ามันเสื่อมอย่างไรบ้านเมืองตอนนี้ กรรมการผู้เป์าตัดสิน คือเทียบได้กับศาลรัฐธรรมนูญเพราะสามารถเป์าชี้ขาดได้ กรรมการอีก ๒ คนซึ่งเปึน ไลน์แมน (Lineman) ก็คือ ป.ป.ช. กับ กกต. สามารถทําให้เกมส์นั้นเปลี่ยนได้เหมือนกัน ถ้าหากว่ากรรมการฟุตบอลทีมไหนตัดสินไม่ยุติธรรมก็จะมีการทะเลาะวิวาทตีกันเปึน เนืองนิจ นี่เปึนเรื่องปกติของทีมฟุตบอลเลย เพราะว่าคนไทยนิยมฟุตบอลค่อนข้างจะรู้ อยู่แล้วว่าถ้ามีการอยุติธรรมเกิดขึ้นในลักษณะแบบนี้ในสนามฟุตบอลก็จะมีการตีกัน เมืองไทยนี่เปึนอย่างนี้ชัดเจนคือศาลรัฐธรรมนูญก็คือคนตัดสินชี้ขาด มีคนกระทําผิด อยู่คนเดียวซึ่งไม่รู้ว่าผิดจริงหรือเปล่านะครับ เขาใช้กฎหมายย้อนหลังไปเป์าให้เขาว่า เสื้อแดงชุดเอ (A) ห้ามเล่น ๕ ป้ พอเอาชุดแดงทีมบี (B) มาอีก ไปผัดก๋วยเตี๋ยวหน่อยเดียว ก็หลุดออกไปแล้ว แล้วก็ยังมาบอกว่าให้หยุดเล่นอีก ๕ ป้เพราะว่าทําผิด ตอนนี้เอาชุดซี (C) ลงอีกแล้ว ไม่รู้จะมีอะไรอีกแล้ว ประชาชนเขาก็ต้องเดินขบวน เขาก็ต้องลงมาทะเลาะ กับกรรมการ พอทะเลาะกับกรรมการดันเอาป๋นยิงตายไปเกือบ ๑๐๐ คน บาดเจ็บอีก ๒,๐๐๐ คน นี่โกรธกันบ้านเมืองมิแตกแยกกันใหญ่ นี่เกิดจากกรรมการแท้ ๆ คือองค์กรอิสระ องค์กรอิสระที่ว่านี้ที่มาขององค์กรอิสระนั้นเราไปดูในบทเฉพาะกาล เขาบอกไว้ในมาตรา ๓๐๙ ว่า บรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักร (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเปึนการชอบด้วยกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อนหรือหลัง วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ถือว่าการนั้นและการกระทํานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ก็คือองค์กรอิสระทั้งหลายเปึนหน่วยงานที่มาจากคณะปฏิวัติ คมช. ทั้งนั้น เลือกตั้ง คราวที่แล้วมีการรังแกกันอย่างสุดขีด ซีกพวกผมก็ชนะขึ้นมา แทนที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ให้เกิดความเปึนประชาธิปไตย องค์กรอิสระต้องออกไปได้แล้ว ก็ยังไม่ได้แก้ แล้วนี่ดันจะ มาแก้กฎหมายเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าเทียบกับร่างกายผมถือว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ เปึนเรื่องที่ไม่สําคัญเลย เพราะเนื่องจากว่าสิ่งที่สําคัญก็คือสาระที่อยู่ในรัฐธรรมนูญว่า ทําให้บ้านเมืองแตกแยก การแตกแยกไม่ใช่แตกแยกเฉพาะองค์กรอิสระที่ทําให้บ้านเมือง แตกแยก ยังมีอํานาจของ ส.ว. สรรหา ซึ่งมาเกือบครึ่งหนึ่งแล้วก็มาจากองค์กรของศาล ซึ่งมาจาก คมช. ในชุดแรก แล้วก็มีอํานาจในการไปถอดถอนคนโน้นคนนี้ได้ ซึ่งจริง ๆ แม้ยังไม่ได้ถอดถอนแต่สามารถสรรหาเลือกใครก็ได้ ซึ่งต่างจาก ส.ว. ที่มาจากป้ ๒๕๔๐ เนื่องจากว่า ส.ว. ป้ ๒๕๔๐ ไม่สามารถล็อบบี้ (Lobby) กันได้เลย เนื่องจากว่าแต่ละคน อยู่จังหวัดใครจังหวัดมันไม่รู้จักซึ่งกันและกันเลย แต่ ส.ว. สรรหานั้นเปึนกลุ่มก้อนมา ๗๔ คนก่อนแล้วเปึนพวกเดียวกัน ไปเอาคนมาอีกหน่อยมันเกินครึ่งแล้ว ซึ่งมันเกิด การล็อบบี้ได้ ตรงนี้อํานาจมันเอียง เมื่อสักครู่ผมพูดว่ารัฐธรรมนูญถ้าเปึนร่างกายมนุษย์ แล้วเรากําลังจะแก้ไขกัน ตอนนี้ร่างกายมันเจ็บหนักเหมือนคนเปึนโรคหัวใจเกิดอาการช็อก หัวใจมันสําคัญมาก มันช็อกล้มลงไปกับพื้น คนในบ้านปัจจุบันที่รัฐบาลนี้ทํา ที่กลับ เอาเข้าสภาจะผ่าน ๒ มาตรานี้ก็คือเกี่ยวกับกฎหมายเลือกตั้งและเกี่ยวกับกฎหมาย มาตรา ๑๙๐ ก็คือเปึนเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนกับว่าคนล้มลงไปแผลถลอกวิ่งไปหา ทิงเจอร์มาทาแผล แทนที่จะเอาคนไปโรงพยาบาลเพื่อไปรับการรักษา เนื่องจากว่าเขาเปึนโรคหัวใจ ดันหาทิงเจอร์อยู่ตั้งนาน คนต้องตายก่อนแน่ คือไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรสําคัญ อะไร ไม่สําคัญ เรื่องการเลือกตั้งเขตเดียวคนเดียวเขาก็รู้กันอยู่แล้วว่าในโลกว่ามันทันสมัยที่สุด แต่พวกผมมองว่ามันยังไม่จําเปึน ตอนนี้ยังไม่เท่าไร เพราะเนื่องจากว่าสาระสําคัญ มันอยู่ที่องค์กรอิสระที่มีปัญหาทําให้คนนั้นไม่พอใจกับบ้านเมืองนี้จนได้ยินกับหู หลายครั้งแล้ว บางคนอยากจะพังศาลทิ้งกันหมดแล้ว เขาไม่รับระบบนี้ครับ แล้วผมคิดว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญคราวนี้มันไม่มีความจําเปึนพอ ตัวพรรคของผมนั้นสนับสนุน การแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยการเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เข้ามา แล้วก็แก้ไขบางมาตรา เพื่อให้ทันสมัย ซึ่งตรงนั้นผมเชื่อมั่นว่าอยากจะให้มีการเลือกตั้งเสียก่อน แต่การเลือกตั้ง คราวนี้ถ้าไม่แก้องค์กรอิสระก็จะมีการแกล้งกันเหมือนกรรมการสนามฟุตบอลที่เปึน กรรมการไลน์แมน คอยเช็กออฟไซด์ (Off-side) พวกผมก็ลําบากตลอด ไม่ซื้อเสียง ก็จะกลายเปึนซื้อเสียง ไม่รู้อะไรก็จะต้องเปึนคนที่ทําความชั่วขึ้นมา เรื่องอย่างนี้จะต้อง ปรากฏอีกมากมายในการเลือกตั้งคราวต่อไป พวกผมระวังกันตลอด เลือกตั้งคราวที่แล้ว ผมไม่เคยไปซื้อเสียงอะไรเลย เพราะผมเล่นการเมืองแบบไม่เคยซื้อเสียง ยังมีการกล่าวหาว่า ซื้อเสียง แต่ผมก็โชคดีตรงที่ว่าผมเอากล้องอิเล็กทรอนิกส์ใส่หน้าอกลูกน้องไปคุยกับคน ที่มันไปเปึนพยาน ปรากฏคนเปึนพยานเกิดมายังไม่รู้เลยว่าจุดที่ซื้อเสียงที่เขาไป เปึนพยานให้ผมอยู่ตรงไหน ผมก็เลยเอาอันนี้ไปให้ กกต. กกต. ก็เลยยกฟัองผม เพราะว่า มันเกินไปครับ เอาคนมาใส่ร้ายให้ผม แต่ปรากฏว่าคนที่ใส่ร้ายผมยังไม่รู้เลยว่าตําบลนั้น อยู่ตรงไหนของโลก เพราะว่าเขาอายุประมาณ ๒๐ ป้ไม่ค่อยได้ไปไหน อย่างนี้บ้านเมือง มันเสียหายมาก องค์กรอิสระแบบนี้ต้องเอาออกก่อนแล้วถึงจะมาพูดกัน ดังนั้น ผมในฐานะที่เราเปึนตัวแทนประชาชนแล้วก็กําลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภา เราต้อง คํานึงถึงเหตุการณ์บ้านเมืองด้วยว่าเหตุการณ์บ้านเมืองนั้นดําเนินมาอย่างไร จริง ๆ แล้ว รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีเรื่องผิดอีกเยอะแยะ ซุกซ่อนไว้เยอะแยะ แต่ประเด็นหลัก ๆ มันอยู่ตรงองค์กรอิสระที่ไม่ให้ความเปึนธรรม แล้วการเข้าสู่อํานาจ ใครมาเปึน นายกรัฐมนตรี ถ้าไม่เปึนพวกเดียวกับองค์กรอิสระนี้ก็จะถูกกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา ทําให้ บริหารประเทศไม่ได้ กลายเปึนว่าประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งนั้นเล็กกว่าองค์กรอิสระ ซึ่งระบอบการปกครองแบบนี้ประเทศประชาธิปไตยเขาไม่มีในโลกนี้ มีประเทศไทย ประเทศเดียวที่กําลังทําอย่างนี้อยู่ ฉะนั้นแล้วการที่จะแก้ก็ควรจะแก้ให้มันทันสมัย ทันกับเหตุการณ์บ้านเมือง แล้วไม่ควรให้เกิดความอยุติธรรมเกิดขึ้น เมื่อไม่มี ความอยุติธรรมเกิดขึ้นแล้วก็ให้ยุบสภาเสีย แล้วให้มีการเลือกตั้งใหม่ ผมพูดไปอย่างนี้ ผมก็ยอมรับว่าทุกคนก็เชื่อมั่นว่าที่ผมพูดมันถูกทั้งนั้นแหละ แต่จะไม่ทํา เพราะว่าล็อก กันมาหมดแล้ว ผมก็รู้อยู่ แต่ผมก็ต้องพูด พูดเพื่อให้บ้านเมืองได้รู้ว่าสาเหตุหลัก มันคืออะไร แล้วอปริหานิยธรรมจะได้รู้สักทีว่าคนในชาติเราเปึนคนพุทธไม่เคยรับรู้เรื่อง อย่างนี้เลย พระพุทธเจ้าสอนไว้ และเปึนเรื่องที่เปึนจริงทั้งนั้น แต่เราย่ํายีประชาธิปไตย มาเปึนเวลา ๗๐ กว่าป้แล้ว ปฏิวัติกันมาตลอด แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อตนเอง ไม่เคยร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชน ให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ผมเคยไปเปึนตัวแทน ขณะมีการปฏิวัติรัฐประหารแล้ว เปึนตัวแทนของพรรคไทยรักไทยไปคุยกับ สถาบันพระปกเกล้า ผมก็ฝากประเด็นสุดท้ายก่อนที่ผมจะออกไปว่า ท่านถ้าหากไปร่วม การร่างรัฐธรรมนูญคราวนี้ อย่าร่างรัฐธรรมนูญให้ผู้แทนหรือนักการเมืองอ่อนแอเปึนเหตุ ให้ปฏิวัติได้ง่าย ๆ นะ ผมไม่ต้องการอย่างนี้ ขอฝากประเด็นนี้ไว้นะครับ แล้วลงท้าย คนที่ผมฝากก็ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจากรัฐธรรมนูญนี้ออกมาแล้วว่ามันทําอย่างนี้ ไม่เปึนประชาธิปไตยและทําให้นักการเมืองอ่อนแอ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเปึนอย่างนี้ ก็พูดตามผม ผมยังภูมิใจว่าผมได้ฝากประเด็นนี้ไว้ แล้วก็เปึนจริงตามที่ผมพูด ผมก็หวังว่า การประชุมคราวนี้คงจะทําให้พวกเราได้มีจิตสํานึกในการรักชาติรักประชาธิปไตย มากขึ้นครับ ขอบคุณครับ