เทพไท เสนพงศ์ วิพากษ์วิจารณ์การตรวจสอบฝ่ายบริหารของรัฐบาล และการไม่ตอบคำถามในสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ยังพูดถึงปัญหาการแทรกแซงกระบวนการตุลาการ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองและนักการเมือง
ก็ไม่ส่อเสียด ไม่เสียดสีอะไรหรอกครับท่านประธาน พูดเรื่องจริงครับท่านประธาน แต่ว่า เมื่อท่านประธานให้ถอนผมก็ยินดีครับ ไม่ขัดข้องครับท่านประธาน ในกรณีที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติเมื่อวานได้พูดถึงก้อนเส้า ๓ ก้อนว่ามันมีปัญหา ผมก็อยากจะเรียนว่ามันมี ปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน
ก้อนแรก ก็คือนิติบัญญัติครับ เพราะจะเห็นได้ว่าการทําหน้าที่นิติบัญญัติ ในการตรวจสอบฝ์ายบริหาร กฎหมายรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ไม่เป่ดช่องให้มีการตรวจสอบ ได้ง่ายครับ รวมไปถึงการที่ผู้บริหารไม่มาตอบกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎรจํานวน ๖ ป้ เปึนผู้บริหาร เปึนนายกรัฐมนตรีอยู่ ๖ ป้ ไม่ได้มาตอบกระทู้ถามแม้แต่ครั้งเดียว จึงมีที่มา รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เลยร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาโดยบัญญัติในมาตรา ๑๖๒ ว่า ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีจะต้องตอบกระทู้ถามต่อสภา ซึ่งตรงนี้เปึนจุดอ่อน ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ครับท่านประธาน
ก้อนเส้าก้อนที่สองครับ ฝ์ายบริหาร ท่านประธานก็จะได้เห็นว่าคนที่เปึน นายกรัฐมนตรีกําลังเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปรียบเหมือนกับระเบียบของบริษัททําหน้าที่ เปึนซีอีโอ (CEO) บริหารประเทศ ท่านประธานก็จะเห็นว่ามีการประชุม ครม. ถ่ายทอดทีวี รัฐมนตรีเปึนเพียงผู้ช่วย แล้วรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นี้เองได้บัญญัติเหมือนกับร่างของ คปพร. ฉบับหมอเหวงบอกในมาตรา ๒๐๔ ว่าคนที่จะเปึนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี จะต้องลาออกจากการเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นจะได้เห็นว่าช่องว่างระหว่างฝ์ายบริหารกับฝ์ายนิติบัญญัติห่างกันมาก ในยุคของรัฐบาล พันตํารวจโท ทักษิณท่านประธานก็จะเห็นว่ารัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี จะมาร่วมการประชุมสภานี่น้อยมาก ซึ่งเปึนจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ฉบับ คปพร. ก็หยิบยกขึ้นมาอีกเพื่อจะแก้ให้เปึนไปตามที่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เคยบัญญัติไว้ ส่วนก้อนเส้าก้อนที่ ๓ ครับท่านประธาน คืออํานาจตุลาการ เกือบล้มไปท่านประธาน ท่านประธานก็จะได้เห็นว่าเปึนสถาบันที่มีความมั่นคงมากที่สุด คู่กับบ้านเมือง คู่กับชาติ ประเทศไทย แม้ว่าจะมีการพยายามที่จะแทรกแซงกระบวนการตุลาการเท่าไรก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถที่จะประสบความสําเร็จได้ตามที่ต้องการ ถ้าท่านประธานจําได้ท่านประธาน ก็จะเห็นในคดีซุกหุ้นของการพิจารณาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในยุคนั้น ที่มีคะแนนเสียง ๘ : ๗ ท่านประธานก็ได้ยินข่าวว่ามีการลอบบี้ มีการวิ่งเต้น มีการเอาลูกเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการยื่นเงินยื่นทองจํานวนมากครับ เปึนช่องว่างจริง ๆ ครับ ทําให้ตุลาการเกือบเพลี่ยงพล้ําไป แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เราก็พยายามที่จะอุดช่องว่างตรงนี้มากที่สุดแล้ว ท่านประธานก็ยังเห็นครับมีทีมทนายความบางกลุ่มเอาถุงขนม เอาเงินใส่ไป ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วไปทิ้งไปลืมไว้ที่ศาล จะเห็นได้ชัดว่ามีการพยายามที่จะแทรกแซง ก้อนเส้าทั้ง ๓ ก้อนนี้ให้ล้มลงไปให้ได้ แล้วก็สถาปนาระบอบของตัวเองขึ้นมา เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีก็จริง แต่มันมีช่องว่างมาก ทําให้คนบางคน ใช้โอกาสเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เปึนเครื่องมือ จึงจําเปึนต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทางการเมือง แล้วก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพื่อที่จะอุดช่องว่างทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวานถ้าท่านประธานได้ฟังคําอภิปรายของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านถามครับว่าเราแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อใคร ผมก็อยากจะถามเหมือนกันนะครับว่า แล้วมีการประกาศดันทุรังเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับขึ้นมาอีกทําเพื่อใคร ผมอยากจะ เรียนว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่ถามว่าทําเพื่อใคร ประชาชนได้ประโยชน์ตรงไหน ผมก็อยากจะ ถามกลับว่าแล้วประชาชนเสียประโยชน์ตรงไหน การแก้รัฐธรรมนูญของ ครม. ของรัฐบาล ชุดนี้ ๒ ร่าง ผมอยากจะเรียนนะครับว่าถ้าหากว่านักการเมืองได้ประโยชน์ เปึนผลดี ต่อนักการเมือง พรรคการเมืองได้ประโยชน์เปึนผลดีต่อพรรคการเมือง ผลประโยชน์นั้น ก็ตกกับพี่น้องประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอนครับ ประชาชนก็จะได้ประโยชน์ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ถ้าการเมืองดี ประชาชนก็ได้ประโยชน์ด้วย เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเรียนนะครับว่า การที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมอ้างว่าพรรคประชาธิปัตย์ รัฐบาลชุดนี้ พยายามที่จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ให้ได้เพื่อประโยชน์ของพรรคร่วมรัฐบาล ผมคิดว่าไม่เปึนความจริงตามที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิมได้จินตนาการ ผมอยากจะให้ ท่านประธานได้ดูว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่ใช่ผลประโยชน์ของนักการเมือง โดยตรงอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยได้มีคณะกรรมการ ๒ ชุดขึ้นมาศึกษาจุดอ่อนของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพื่อจะนํามาแก้ไข ชุดแรกก็คือชุดของคณะกรรมการสมานฉันท์ ที่มีคุณดิเรก ถึงฝัืง ขอประทานโทษที่เอ่ยนามเปึนประธาน ชุดนั้นเปึนกรรมาธิการวิสามัญ ส่วนใหญ่ก็เปึนนักการเมืองแล้วก็มีข้อสรุป ๖ ข้อ หลายคนก็อาจจะวิพากษ์วิจารณ์ว่า เพราะนักการเมืองเปึนกรรมาธิการเลยหาข้อสรุปที่เปึนผลประโยชน์กับนักการเมืองทั้งสิ้น แต่หากว่าถ้าดูคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง ชุดแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญที่ตั้งโดยรัฐบาลโดยมี อาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ เปึนประธานชุดนี้เปึนนักวิชาการล้วน ๆ ครับ แล้วนักการเมืองก็ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง รัฐบาลก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงท่านประธาน ก็จะเห็นว่าข้อสรุปนี่ไม่ต่างกันครับ ว่าการเลือกตั้งนี่เราก็ควรที่จะเลือกในลักษณะเขตเล็ก แล้วก็เบอร์เดียวหรือวันแมนวันโหวต แต่ถ้าทวงถามจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ทําไมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ผมอยากจะเรียนนะครับว่าเพราะเงื่อนไขข้อสรุปมันต่างกัน จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับฉบับ คปพร. หรือฉบับหมอเหวง หรือร่างของ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ๑๐๒ คน ก็คือเขตเล็ก แต่ว่าหากพิจารณาดูในร่างของ อาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ท่านประธานก็จะแลเห็นว่าแม้ว่าเปึนเขตเล็กแต่ก็ขยายเขต ให้ใหญ่ขึ้น โดยสัดส่วนประชากรเฉลี่ยแล้ว ๑๗๐,๐๐๐ คนต่อเขตเลือกตั้ง ซึ่งต่างกับ เขตเลือกตั้งเดิมที่มีประชากรแค่ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คน เมื่อเขตเล็กวันแมนวันโหวต แต่ใหญ่กว่าเดิมก็ทําให้สามารถที่จะปัองกันการซื้อเสียงได้ระดับหนึ่ง ตรงนี้เองละครับ ผมอยากจะเรียนว่าเปึนจุดที่ทําให้พรรคประชาธิปัตย์เลยคิดว่าข้อสรุปของคณะกรรมการ ทั้ง ๒ ชุดที่เห็นพ้องต้องกันว่าควรที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เปึนเขตเล็กในจํานวน ๓๗๕ คน และในระบบสัดส่วน ๑๒๕ คน ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่สมเหตุสมผลครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่าที่พวกผมพยายามที่จะผลักดันให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญให้ประสบความสําเร็จก็เพราะกติกาเงื่อนไขที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้กับ สังคมว่าท่านจะยุบสภาก็ต่อเมื่อกติกาการเลือกตั้งได้รับการแก้ไข สถานการณ์การเมือง ดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาทุกคนบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ยุติธรรม ไม่เปึนธรรม มีการทําให้ได้เปรียบเสียเปรียบ แต่เมื่อวันนี้พวกเราจะมาแก้ไขให้มันยุติธรรม ไม่ให้มีการเสียเปรียบได้เปรียบ ผมไม่เข้าใจว่าทําไมคนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์กลับอยากจะใช้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ โดยไม่มีการแก้ไขอีกครับท่านประธาน ผมจึงแสดงความคิดเห็นไว้ กับท่านประธานเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ