พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ เสนอร่างรัฐธรรมนูญที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และเรียกร้องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชาติให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะการแก้ไขมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญที่มีข้อดีและข้อเสีย และต้องการให้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 กลับมาใช้แทนรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ที่มีข้อบกพร่อง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พีระเดช ศิริวันสาณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมไม่มีความสุขเลยกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นในบ้านในเมืองของเราวันนี้ ปัญหาใหญ่ของคนในชาติ ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ ทําให้ผมทํางานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่สนุกเลย ผมถือว่าเปึนเรื่องสําคัญที่สุดที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ทุกคนต้องทําเปึนอันดับแรกก็คือ ทําอย่างไรก็ได้ให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความสงบสุขโดยเร็ว ท่านประธานครับ หลาย ๆ คนบอกว่าจุดเริ่มต้นของปัญหาที่มันเกิดขึ้น ณ วันนี้คือรัฐธรรมนูญ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าการแก้รัฐธรรมนูญในวันนี้แก้เสร็จปุ็บจะทําให้คนในชาติหันกลับมา รักกัน ผมได้มีโอกาสอ่านร่างทั้ง ๔ ร่าง รวมถึงกระทั่งร่างที่ผมเองได้ลงชื่อเสนอร่างด้วย กราบเรียนตรง ๆ ครับ เสียงในการโหวตของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่าเปึนเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ก็จริง แต่ในการโหวตเสียงจริง ๆ ในความเปึนจริงเลย มันไม่ใช่อย่างนั้น มันต้องคํานึงถึงพรรคการเมือง มันต้องคํานึงถึงหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง วันนั้นผมเสนอร่างก็จริงครับ แต่วันนี้ไม่ได้แปลว่าผมจะเห็นด้วยกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ผมขอ อนุญาตลงไปในรายมาตรา
ในมาตรา ๑๙๐ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อเสียก็คือรัฐบาลไม่คล่องตัวในการทํางาน ผมเข้าใจครับ ทุกอย่างที่จะไปทําสนธิสัญญากับต่างประเทศต้องมาผ่านสภาหมด ผมทราบดีอาจจะเกิดความไม่คล่องตัวของรัฐบาล แต่ข้อดีก็มี ข้อดีก็คือในฐานะที่ผมเปึน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมควรมีสิทธิที่จะรับรู้ว่ารัฐบาลของเรา ประเทศของเราจะไป ตกลงอะไรกับต่างประเทศควรจะต้องมาผ่านสภา ขั้นตอน วิธีการมันอาจจะล่าช้าลงไปบ้าง แต่มันก็มีส่วนดี คณะกรรมการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญชุดนี้ก็สรุปออกมาว่าจําเปึนที่จะต้อง มีการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าหนังสือสัญญาแบบใดจะต้องผ่านสภา และหนังสือสัญญาแบบใดไม่ต้องผ่านสภา ส่วนกรณีที่ถ้าเกิดมีปัญหาการตีความเกิดขึ้น ก็จะต้องส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งวันนี้ผมเปึนผู้แทนราษฎรกราบเรียนตรง ๆ ครับ การเมืองวันนี้เปึนการเมืองประเภทที่จ้องจับผิดกัน สุดท้ายก็มีแต่เรื่องร้องเรียน แล้วสุดท้าย ก็ต้องให้ศาลเปึนคนตัดสิน ซึ่งผมว่ามันเปึนสิ่งที่ทําให้ทุกคนเกิดความหวาดระแวงในการทํางาน
ในเรื่องของระบบเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ เรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ทั้งหมด ๑๘ ฉบับ มีการเลือกตั้งมาแล้ว ๒๐ กว่าครั้ง ส.ส. ชุดนี้เปึนชุดที่ ๒๓ เท่าที่ผมได้ พยายามศึกษาน่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๐ ฉบับเดียวเท่านั้นที่มี ส.ส. ๑ เขตต่อ ๑ คน ที่เรียกว่าวันแมนวันโหวต รัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๐ ที่ทุกคนบอกว่าดีนักดีหนามาจาก ประชาชนมันก็เกิดปัญหาครับ เปึนครั้งแรกที่ประเทศไทยของเราเกิดรัฐบาลพรรคเดียวขึ้นมา และเปึนครั้งแรกที่ทําให้ฝ์ายบริหารมีอํานาจมากจนเกินไป จริง ๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ หรอกครับ มันอยู่ที่ผู้ใช้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลพรรคเดียวถ้าเอาช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญเข้ามา เปึนเงื่อนไขในการที่จะทําให้ตัวเองทําอะไรก็ได้ตามอํานาจของตัวเอง ผมว่าไม่ว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับไหนก็ไม่ดีทั้งนั้นละครับ
ในส่วนของรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ทุกคนบอกว่ามาจากเผด็จการ เผด็จการเปึนคนร่าง ถามว่าผมชอบรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ไหม ผมก็ไม่ชอบเท่าที่ควร ผมมีความรู้สึกว่าคนร่างรัฐธรรมนูญวันนี้มองนักการเมืองในแง่ร้าย มองว่า ส.ส. ส.ว. หรือนักการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศเปึนคนเลว เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างถึงล็อก ถึงจํากัดไว้หมด ท่านประธานครับ ผมเปึน ส.ส. จะทําหนังสือถึงหน่วยงานใด ๆ สักหน่วยงานหนึ่ง ผมไม่กล้าทํากลัวหาว่าไปก้าวก่าย แต่ในขณะที่ความเปึนจริงผมต้องรับรู้เรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน แต่ผมทําหนังสือต่อไปยังหน่วยงาน สุ่มเสี่ยงกับการที่จะโดนร้องเรียน นี่ละครับคือข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ทุกคนบอกว่า ไม่ดีอย่างนั้นไม่ดีอย่างนี้ แต่เราอย่าลืมว่าทุกวันนี้เราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ตามหลักความเสมอภาคที่บอกว่าประชาชน ๑ คน มีสิทธิ ๑ เสียง ควรจะเสมอภาคกัน ผมเห็นด้วยครับ แต่วันนี้พี่น้องประชาชนจังหวัดที่เลือก ส.ส. ได้ ๑ คน ไม่ได้มามีปัญหา กับจังหวัดที่เลือก ส.ส. ได้ ๓ คนเลย ปัญหามันไม่ใช่ว่าประชาชนคนหนึ่งเลือกได้ ๑ เสียง มีปัญหากับอีกคนหนึ่งที่เลือกได้ ๓ เสียง ไม่ใช่ครับ เพราะฉะนั้นผมไม่เชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญ ให้เหลือคนละ ๑ เสียง เลือกได้แล้วมันจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ผมอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญฉบับ ป้ ๒๕๔๐ โดยความเห็นส่วนตัวของผมเองนะครับ กราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นผมก็ทราบดีว่าท่านหัวหน้าชุมพล ท่านหัวหน้าบรรหารเปึนผู้ริเริ่ม เปึนผู้จัดแจง ในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่วันที่เปึนรัฐบาล พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ได้เปึนแกนนํา ในการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และผมกราบเรียนตรง ๆ ว่าผมมีความรู้สึก โดยความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมว่าจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งของบ้านเมืองเราเริ่มต้น มาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๔๐ นี่แหละ เพราะว่าเมื่อก่อนเลือกสมาชิกผู้แทนราษฎร ได้ ๑ คน สู้กันเอาเปึนเอาตายเลยครับ กลายเปึนว่าเลือกตั้งเสร็จแบ่งเปึน ๒ ฝัืง ฝัืงหนึ่ง คือลูกน้อง ส.ส. อีกฝัืงหนึ่งคือไม่ใช่ สรุปจนสุดท้ายใช้รัฐธรรมนูญมา ๗-๘ ป้ กลายเปึนว่า ทุกคนขัดแย้งกันไม่เลิก วันนี้เราเลือกผู้แทนราษฎรได้ ๒ คนบ้าง ๓ คนบ้าง ผมมีความรู้สึกว่า วันนี้มันเริ่มจะกลับคืนเข้าที่แล้ว หลาย ๆ คนชอบคนนี้ก็ยังสามารถที่จะเลือกได้อีก คนหนึ่ง แล้วสุดท้ายผู้นําท้องถิ่นหลาย ๆ คนวันนี้หลาย ๆ คนหันมาเข้าหากัน หันมาคุยกัน เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่าการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๒ ประเด็นจะทําให้เกิดความสมานฉันท์ โดยความรู้สึกส่วนตัวผมเองผมรู้สึกว่ามันยังไม่ตอบโจทย์ตรงนี้ครับ เขาบอกว่าเขตเลือกตั้งใหญ่ ซื้อสิทธิขายเสียงยาก ผมก็เห็นด้วยครับ ทําให้คนที่ไม่มีเงินแต่อยากเปึนสมาชิกผู้แทนราษฎร สามารถที่จะขอได้ บางคนอยากได้กระแสพรรคเลือกไป ๑ คน พออีกคนเลือกคนดี ที่อยู่ในใจก็ทําได้ครับ ในส่วนของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทยชุดนี้ผมก็ค่อนข้าง แปลกใจว่าท่านทําไมถึงให้ความสําคัญกับระบบ ส.ส. แบบสัดส่วนมากกว่า ส.ส. เขตผม กราบเรียนตรง ๆ วันนี้ถ้าเข้าไปพื้นที่ผมนะครับ ถามว่าชาวบ้านรู้จัก ส.ส. แบบสัดส่วนไหม ไม่รู้หรอกครับแล้วผมนี่ครับหนังหน้าไฟถึงเวลามีอะไรเข้าพื้นที่ลงพื้นที่ มีเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ชาวบ้านมาหาถามว่าชาวบ้านกล้าเข้าไปหานายอําเภอ เข้าไปหาผู้ว่าราชการจังหวัดไหม ไม่กล้าครับ แต่กับ ส.ส. โดยเฉพาะ ส.ส. รุ่น ๆ อย่างผมนี่ทุกคนกล้าเดินเข้ามาหา กล้าเดิน เข้ามาบอกแต่ในขณะที่ถ้าไปถามเขาว่าวันนี้ ส.ส. แบบสัดส่วนของท่านคือใคร ไม่รู้ครับ แต่กลายเปึนว่าคณะกรรมการชุดนี้กลับบอกว่า ส.ส. สัดส่วนเปึน ส.ส. ที่ซื้อสิทธิขายเสียง ได้ยาก จริงครับแต่มันทําอย่างไรครับ มันจะทําให้เกิดระบบพรรคการเมืองเข้มแข็งมากขึ้น แปลว่าใครอยากเปึน ส.ส. ไม่ต้องลงพื้นที่หรอกครับ ถึงเวลาวิ่งเข้าหาพรรคการเมือง อาจจะมี นายทุนพรรคมีคนนั้นคนนี้เข้ามา เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยหรอกครับกับการที่จะเปลี่ยน ส.ส. จาก ๔๐๐ คน มาเปึน ๓๗๕ คน ซึ่งก็ต้องมีอีก ๒๔-๒๕ จังหวัดที่ต้องลดจํานวน ส.ส. ลงเพราะฉะนั้นผมต้องขออนุญาตสงวนสิทธิไว้ว่าจากวันนี้ผมคงต้องขออนุญาตฟังเสียง เพื่อนสมาชิกทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในการอภิปรายก่อนการตัดสินใจ ที่จะโหวตลงมติ ขอบพระคุณครับ