ธนิตพล ไชยนันทน์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยชี้ว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 มีความดีขึ้นจากฉบับก่อนหน้า และไม่ใช่ฉบับเผด็จการ และขอแก้ไขมาตรา 190 เพื่อแก้ปัญหาสัญญาต่างประเทศที่ไม่ได้ลงนาม และขอแก้ไขมาตรา 93-98 เพื่อแก้ปัญหาจำนวน ส.ส. และวิธีการเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์ร่างที่แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยระบุว่าไม่เหมาะสมและอาจนำไปสู่ปัญหาและความขัดแย้ง และเสนอให้เริ่มแก้ไขจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว ซึ่งก็คือรัฐธรรมนูญปี 2550 และแก้ไขเรื่องที่มีปัญหาน้อยๆ ก่อน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ต่อญัตติการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในการแก้ไข รัฐธรรมนูญแต่ละครั้งครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วตลอด ระยะเวลาที่เรามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมา เรามักจะใช้รัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นจะเขียนตราขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นของประเทศในขณะนั้น ๆ ปัญหาขณะนี้ก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่ถูกตราขึ้นมาภายหลังจากที่มีการปฏิวัติครับ แต่วันนี้ผมคิดว่าเราปฏิเสธ ไม่ได้อย่างหนึ่งครับท่านประธาน ก็คือว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีที่มาที่ต้องบอกว่า วิธีการที่จะตรารัฐธรรมนูญนั้นค่อนข้างดีกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ด้วยซ้ําไป ที่ผม กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าถ้าท่านประธานจะนึกออกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้นมีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา แล้วก็ตรารัฐธรรมนูญขึ้นมาเปึนป้ ๒๕๔๐ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่สร้างขึ้นมาจากสภาร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น ยังไม่พอครับ ยังมีการทําประชามติด้วย แต่แน่นอนครับ ผมฟังเพื่อน ส.ส. หลายท่าน ก็พยายามจะบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ คือรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ ซึ่งท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการในร่างที่ผมเห็นเขียนไว้ในหลักการและเหตุผลร่างของประชาชน ก็เขียนไว้ชัดเจนว่าป้ ๒๕๔๙ ก็มีการใช้รัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ถึงจะเปึนรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวก็เถอะ นั่นละที่จะบอกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๙ เราบอกได้ว่าคือรัฐธรรมนูญ ฉบับเผด็จการ แต่ป้ ๒๕๕๐ ไม่ใช่ครับ แล้วผมต้องกราบเรียนว่าถ้าวันนี้พวกเราจะมานั่ง บอกว่าเอาป้ ๒๕๔๐ มาแล้วแก้ ปรับปรุง ท่านประธานครับ ผมไม่ถอยหลังไปด้วยหรอก ใครอยากถอยด้วยก็เชิญ เพราะอะไร เพราะว่าวันนี้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ใช้มาแล้ว ๓ ป้ แล้วเราก็รู้ว่าแล้วมันเกิดปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นจะปรับปรุงเปึนเรื่องปกติ ผมเรียนท่านประธานครับว่าร่างที่รัฐบาลเสนอ ๒ ฉบับเปึนร่างรัฐธรรมนูญที่ผมกราบเรียน ว่าเหมาะสมแล้วครับ มาตรา ๑๙๐ ครับ วันนี้เราจะบอกได้ไหมว่าสนธิสัญญาต่าง ๆ จะแยกประเภทกันอย่างไร นั่งเถียงกันอยู่นั่นละครับ จนกระทั่งสุดท้ายรัฐมนตรีไปลงนาม ในสัญญาไม่ทัน รัฐบาลทํางานไม่ได้ครับ รัฐบาลทํางานไม่ได้ผมยังไม่ตกใจเท่ากับ ประเทศทํางานไม่ได้ครับ ประเทศมันไม่ได้เดิน ปัญหาอีกอย่างหนึ่งครับท่านประธาน คือวันนี้ถ้าจะแก้มาตรา ๑๙๐ อย่ามาพูดว่าเพื่อรัฐบาล ไม่ใช่ครับ ถ้าจะบอกว่า แก้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะว่าต้องช่วยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ผมก็ยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะเมื่อ แก้เสร็จแล้วเดี๋ยวถ้ามีการเลือกตั้งป้นี้ ขอโทษครับ ปลายป้หน้า รัฐบาลอื่นอาจจะเข้ามา ก็มาใช้ได้ครับ เพราะมันเปึนรัฐธรรมนูญของคนไทย ของรัฐบาลไทย ช่วยคนไทย ให้ทํางานได้ดีขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลก ในส่วนของมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่เกี่ยวข้อง กับจํานวน ส.ส. และวิธีการเลือกตั้ง ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้เพื่อน ส.ส. หลายคนพยายามจะบอกว่าแก้เพื่อใคร ก็จะแก้เพื่อใครล่ะครับท่านประธาน ในเมื่อวันนี้ เพื่อน ส.ส. พรรคฝ์ายค้านเองก็พูดว่าโพลล์ (Poll) เขาก็สํารวจมาแล้วว่าถ้าจะ แก้รัฐธรรมนูญข้อนี้ก็ต้องแก้ ประชาชนก็เห็นด้วย ไม่ใช่โพลล์อย่างเดียวครับท่านประธาน ถ้าพูดถึงท่านดิเรก ถึงฝัืง ก็บอกว่าเรื่องนี้ก็ต้องแก้ อาจารย์สมบัติก็ต้องแก้ รวมไปถึง ร่างของเพื่อน ส.ส. พรรครัฐบาลที่เสนอด้วยครับ และเท่านั้นยังไม่พอครับท่านประธาน ร่างของประชาชนที่คุณหมอเหวงเปึนผู้นําเสนอก็ขอแก้ด้วยเหมือนกัน วันนี้ผมอยากถาม เหมือนกันว่าแก้เพื่อใครในเมื่อร่างของท่านก็เสนอเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่พวกผมเห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้เราจะแก้เพราะว่าวันหนึ่ง ผมยอมรับว่ามติของพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งหนึ่งเราเคยพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ แต่สิ่งหนึ่งก็คือว่าในขณะนั้นวันนี้สถานการณ์ มันเปลี่ยน ท่านประธาน วันนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนเพราะวันนั้นอาจารย์สมบัติไม่ได้พูด ถึงเรื่องนี้ ท่านยังพิจารณาไม่เสร็จครับ วันนี้มีหลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นกับ ประเทศ และเรากําลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติมาก ดังนั้นพวกผมก็คุยกันในพรรคครับ พรรคประชาธิปัตย์เราก็คุยกันว่าถ้าจําเปึนจะต้องแก้รัฐธรรมนูญเราควรจะเริ่มแก้จาก เรื่องอะไร แล้วผมก็บอกกับท่านประธานครับว่าท่านประธานลองดูดี ๆ เพื่อน ส.ส. เพื่อน ส.ว. ลองดูดี ๆ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญในเรื่องของที่มาของ ส.ส. รวมไปถึงจํานวน ส.ส. ใครได้รับผลกระทบที่สุด พวกเราครับ ส.ส. ในสภาครับ ประชาชนจะได้รับผลกระทบ อะไรล่ะครับ ในเมื่อเมื่อวันที่มีการเลือกตั้งจะใช้คนเดียวเขตเดียวหรือใช้ ๓ คน ๑ เขต พี่น้องประชาชนมี ส.ส. เปึนตัวแทนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานเรื่องนี้ ผมกราบเรียนว่าแน่นอนพวกเราบางคนก็อาจจะไม่สบายใจนักหรอกครับที่จะต้องแก้ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าพวกเราจะลงมติให้ร่างของรัฐบาลทั้ง ๒ ฉบับนี้ ถามว่า ทําไม ก็เพราะว่าพวกเราต้องการช่วยรัฐบาล ถ้า ๒ ฉบับนี้มันแก้แล้วมันลดปัญหา ความขัดแย้งได้ลดลงมากขึ้น พวกผมทําให้ครับ แม้แต่ว่าพวกผมจะเจ็บก็ยินดี สอบตกกันบ้างก็ยินดีถ้าซื้อเสียงไม่ไหว ซื้อเสียงไม่ได้เหมือนเขา พวกผมก็ยอมครับ
อีกส่วนหนึ่งครับท่านประธาน ร่างของพรรคร่วมรัฐบาล นี่ท่านประธาน ก็เห็นครับ ร่างนี้ก็เหมือนกับร่างของรัฐบาล นี่อย่างไรครับที่เปึนหลักฐานเครื่องยืนยันว่า ความต้องการของคนหลาย ๆ ฝ์ายต้องการว่า ๒ เรื่องนี้เปึนเรื่องที่แก้แล้วมันมีปัญหา น้อยที่สุด กระทบกับประชาชนน้อยที่สุด แต่ว่าร่างสุดท้ายครับ ผมต้องกราบขอโทษ ร่างของประชาชนที่นําโดยหมอเหวง ถ้าจะบอกว่าแก้ทั้งฉบับแล้วยกเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาผมไม่เห็นด้วย ถามว่าเพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ
ประการแรกเลยก็คือว่าร่างของประชาชนที่ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เอารัฐธรรมนูญป้ ๒๕๔๐ ถ้าเรามองตรรกะกันดี ๆ ครับ ร่างนี้คือร่างที่พี่น้องส่วนใหญ่ ไปลงไม่รับประชามติ ป้ ๒๕๕๐ นั่นหมายถึงคนที่รับประชามติต้องการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มากกว่า เสียงข้างมากคือประชาธิปไตยครับ
ประการที่สอง สิ่งที่ผมเห็นว่าไม่ควรแก้ก็เพราะว่ามีบทบัญญัติในมาตรา ต่าง ๆ หลายมาตราที่ถ้าแก้ไปปัูบมันจะมีปัญหาความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้น อย่างเช่น ผมยกตัวอย่างบทบัญญัติที่ว่าด้วยเรื่องของศาสนา ประเทศไทยเปึนเมืองพุทธครับ แต่พี่น้องมุสลิม พี่น้องคริสเตียน เขาจะอยู่กันอย่างไร ถ้าเราแก้กันตรง
ประการที่สาม เรื่องของการยกเลิกบทเฉพาะกาลต่าง ๆ ผมเรียน ท่านประธาน เรื่องการยกเลิกบทเฉพาะกาลนะครับ นี่ละครับคือคําถาม ถ้ายกเลิก บทเฉพาะกาลนี้แก้เพื่อใคร ถ้าจะเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาแล้วมาแก้ แก้เพื่อใครครับ
ประการที่สี่ ในการลดพระราชอํานาจก็เช่นเดียวกัน อันนี้พวกผมไม่สบายใจ
ประการที่ห้า เมื่อสักครู่ผมได้ฟังเพื่อน ส.ส. พรรคฝ์ายค้านพูดถึงเรื่องของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่กินได้ครับ และรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญฉบับที่กินไม่ได้ ผมเรียนท่านประธานนะครับ ผมเห็นด้วยที่เพื่อน ส.ส. ท่านนั้นพูดถึง แต่เห็นด้วยในมุมมองที่ไม่เหมือนกัน เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่บอกว่ากินได้นั่นหมายถึงมันโกงกินกันง่ายครับ แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่บอกว่า กินยาก เพราะมันโกงยากครับ อย่างน้อยก็ยากกว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นะครับ เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ชัดว่าวันนี้ถ้าเราต้องการจะแก้รัฐธรรมนูญด้วยเหตุผลว่า เราแก้เพื่อให้พี่น้องประชาชน จบแล้วครับท่านประธาน ผมสรุปว่าเพื่อให้มันเหมาะสม กับสถานการณ์ที่เกิดวิกฤติขึ้นกับประเทศ ผมคิดว่าเราควรจะเริ่มจากสิ่งที่เราใช้ปัจจุบัน สิ่งที่เรามีอยู่คือรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แล้วเราเริ่มแก้กันครับ ถ้าเราเห็นว่าเราใช้แล้ว ไม่ค่อยดีอยากจะปรับปรุงแก้ไข เริ่มแก้จากเรื่องที่สร้างปัญหาความขัดแย้ง หรือเรื่องที่มี ปัญหาน้อย ๆ ไปหาเรื่องที่มาก ๆ ใหญ่ ๆ ถ้าอย่างนี้ ผมคิดว่าประเทศเราก็เดินต่อได้ครับ แต่ถ้าเกิดสมมุติว่าจะเอาของเก่าไป ผมก็เรียนนะครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ใครอยากแก้ก็เชิญ ผมไม่เอาด้วยครับ สวัสดีครับ