รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

อนุดิษฐ์ นาครทรรพ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอ โดยกล่าวหาว่าเป็นการแก้ไขเพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองและพรรคการเมืองบางกลุ่ม และเรียกร้องให้สภาแห่งนี้เป็นสภาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จะป้องกันการเมืองที่ไม่มีอุดมการณ์ นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการแก้ไขที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระ และมีที่มาจากกลุ่มบุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง และชี้ว่าผู้เสนอกฎหมายและนักการเมืองมีส่วนได้ส่วนเสีย และไม่เหมาะสมที่จะแก้ไขโดยไม่ประชามติ

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ สายไหม ดอนเมือง บางเขน พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ วันนี้กระผม ต้องขออนุญาตท่านประธานครับ ผมสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เสนอโดย นายแพทย์เหวง โตจิราการ ครับ ซึ่งมีรายชื่อพี่น้องที่ลงชื่อร่วมในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๑๒๐,๐๐๐ คนเศษครับ และแน่นอนครับกระผมนั้นไม่ได้เห็นด้วยกับร่างที่จะขอแก้ไข รัฐธรรมนูญเพียง ๒ ประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่มาของ ส.ส. เพราะผมเห็น ต่างจากที่ท่านนายกอภิสิทธิ์ได้ชี้แจงต่อสภาเมื่อสักครู่นี้อย่างสิ้นเชิงกระผมเชื่อจากข้อเท็จจริง ที่กระผมมีอยู่ว่าการอ้างถึงความต้องการ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียง ๒ ประเด็นนะครับ ที่เปึนอยู่ในขณะนี้เปึนเพียงการกระทําเพื่อสนองความต้องการทางการเมืองของกลุ่ม ผลประโยชน์ที่มีอํานาจล้นฟัาอยู่กลุ่มหนึ่งครับ คนกลุ่มนี้สามารถต่อรองผลประโยชน์ กับรัฐบาลจะต่อรองผลประโยชน์กับใครก็สุดแล้วแต่ แต่วันนี้ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชน ประจักษ์แล้วก็เห็นชัดเจนกับสิ่งที่ผมกําลังพูดอยู่ ซึ่งกระผมและพี่น้องประชาชนจํานวน มากเห็นว่าสาระสําคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นนั้นไม่ได้เกิดผลประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนครับ การแก้ไขดังกล่าวนั้นท่านต้องยอมรับครับ ท่านประธาน มันไม่ใช่ เปึนการแก้ไขในเรื่องของโครงสร้าง ไม่ได้เปึนการแก้ไขในเรื่องของระบบ ไม่ได้แก้ไข เพื่อให้เกิดผลดีต่อสังคมและประเทศชาติ แต่เปึนการแก้ที่เกิดประโยชน์กับนักการเมือง และก็พรรคการเมืองบางกลุ่มบางคนเท่านั้นเอง ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นนี้ จึงเปึนการอ้างถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในกระบวนการประชาธิปไตยที่อาจจะใช้รัฐสภาแห่งนี้ เปึนเพียงเครื่องมือในการที่จะกําหนดกติกาใหม่ เพื่อหวังผลในการที่จะชนะเลือกตั้งใช่หรือไม่ ซึ่งกระผมอยากราบเรียนไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับมาจากการเลือกตั้ง ท่านควรจะต้องคํานึงถึงว่าหากการแก้ไขดังกล่าวนั้นสําเร็จท่านจะได้พบกับการใช้กติกา ดังกล่าวนั้นเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ แม้ว่าวันนี้กระผมจะมี ความเชื่อมั่นในพี่น้องประชาชนของผมว่าเขาเข้าใจในกระบวนการประชาธิปไตย เขาเข้าใจ ในเรื่องผลร้ายของการซื้อสิทธิขายเสียงครับ แต่อย่างไรก็ดีครับท่านประธานการใช้อํานาจรัฐ แอบแฝงเพื่อแสวงประโยชน์และก็ให้ได้มาซึ่งคะแนนเสียงอย่างแยบยลในบางพื้นที่นั้น ย่อมเกิดขึ้นได้โดยง่ายครับ เพราะฉะนั้นมีการแก้ผ่านไปเรียบร้อย ท่านจะพบกับการใช้อํานาจอิทธิพลในการซื้อเสียง อย่างเบ็ดเสร็จครับ เพื่อให้ได้ชนะการเลือกตั้ง เพื่อให้ได้มาซึ่ง ส.ส. จํานวนมากเพื่อใช้เปึน เครื่องมือในการต่อรองให้ได้มาซึ่งตําแหน่งทางการเมืองอย่างแน่นอน และถ้ากติกา ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านกําลังจะสนับสนุนให้เกิดขึ้นเปึนจริง กระผมเชื่อมั่น เปึนอย่างยิ่งว่าการเมืองของประเทศนี้จะถอยหลังครับ แล้วจะถอยหลังอย่างกู่ไม่กลับด้วย แล้วประเทศนี้จะตกอยู่ในเงื้อมมือของนายทุนการเมืองที่สามารถต่อรองเพื่อให้ได้มา ซึ่งประโยชน์โดยไม่จําเปึนที่จะต้องฟังเสียงของพี่น้องประชาชนอีกครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ กระผมคิดว่าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนั้นท่านไม่ยอมให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ เพราะทุกท่านนั้นคงไม่ยอมให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปึนพระประมุข ซึ่งอํานาจอธิปไตยนั้นมาจากพี่น้องประชาชนกลายไปเปึนการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยซึ่งสามารถได้มาโดยการซื้อสิทธิขายเสียงหรือว่าใช้อํานาจรัฐ โดยเบ็ดเสร็จครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเราเน้น เรื่องของความชอบธรรม ธรรมาภิบาล เรื่องของประสิทธิภาพ เรื่องของความรับผิดชอบ เรื่องความโปร่งใสครับ ก่อนหน้านี้สภาแห่งนี้ได้ให้การสนับสนุนให้เกิดการกระจายอํานาจ ไปสู่พี่น้องประชาชน หรือแม้กระทั่งพยายามที่จะลดอํานาจ ลดบทบาทของรัฐลงเพื่อให้ ประเทศนี้เปึนประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุดครับ แต่ปัญหาที่กําลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ มันเกิดจากตัวแทนของพวกเราเองหรือเปล่าที่อาจจะยังขาดความเชื่อถือ ยังขาดจุดยืน หรือที่แย่ไปกว่านั้นพวกเราเข้าใจในเรื่องของประชาธิปไตยนั้นดีขึ้นแล้วหรือยัง เพราะฉะนั้น อันที่จริงนักการเมืองที่มีอุดมการณ์มีความเปึนประชาธิปไตยอย่างแท้จริงนั้นย่อมอาสา มาทําการเมืองด้วยจิตวิญญาณครับ ด้วยความเสียสละมุ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง ให้เกิดความเจริญของสังคม คํานึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมเปึนสําคัญครับ เพราะฉะนั้น หลักการสากลของความเปึนประชาธิปไตยนั้นจึงต้องคํานึงถึงสิทธิของประชาชน แล้วก็ ต้องทําเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนครับ

แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ประเด็นในครั้งนี้ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งกลับเปึนการ แก้เพื่อเป่ดโอกาสให้นักการเมืองบางกลุ่มสามารถใช้เงินลงทุนเพื่อให้ตัวเองชนะการเลือกตั้ง เมื่อได้รับชัยชนะแล้วนักการเมืองกลุ่มนี้แหละก็จะสร้างเครือข่ายที่พร้อมจะยกมือเพื่อให้ ได้มาซึ่งตําแหน่งทางการเมือง เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าการขอแก้กติกาในลักษณะนี้ ไม่ใช่ประชาธิปไตยครับ และการกระทําในลักษณะนี้ไม่ใช่การกระทําของพรรคการเมือง ที่เปึนของพี่น้องประชาชนครับ การกระทําแบบนี้คล้าย ๆ กับบริษัท เปึนบริษัทจํากัด เปึนที่รวมตัวของกลุ่มของก๊วนแล้วก็ใช้คําว่าเปึนพรรคการเมืองเอามาบังหน้า รวมตัวกันขึ้นมา หา ส.ส. ให้ได้มาก ๆ ครับ ใช้เปึนเครื่องมือในการต่อรองตําแหน่งและผลประโยชน์ และผลประโยชน์เหล่านั้นแน่นอนครับมาคุมอํานาจรัฐก็มีผลประโยชน์จากงบประมาณ ภาษีอากรของพี่น้องประชาชนของผมด้วยเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นการสร้าง ความชอบธรรมที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้กติกาที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทการเมืองเหล่านี้ ผมคิดว่าเปึนเรื่องที่ไม่ถูกต้องครับ แล้วก็ไม่สมเหตุสมผลตามหลักการประชาธิปไตย ที่ต้องถูกต้องและเปึนธรรมครับ รวมทั้งยังไม่ใช่ความชอบธรรมที่มาจากพี่น้องประชาชน ซึ่งถือเปึนหัวใจของระบอบประชาธิปไตย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเชื่อว่าพวกเราที่นั่งอยู่ในที่นี่อย่างน้อย ทุกคนต่างมีอุดมการณ์ประชาธิปไตยครับ มีหลักการ มีจุดยืนที่จะเปึนนักการเมืองที่ทํา หน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติและประชาชนครับ ดังนั้นผมเชื่อว่าทุกคน ก็ตั้งความหวังเอาไว้ในสมัยของพวกเรานี่ครับ เราอยากเห็นการเมืองที่ดีมีธรรมาภิบาล เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินในวันนี้มีประสิทธิภาพภายใต้ความรับผิดชอบที่ชัดเจน มีความโปร่งใสพร้อมที่จะตรวจสอบได้ตลอดเวลา ดังนั้นกติกาสูงสุดของประเทศนี้ นั่นก็คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี่ล่ะครับ ต้องกําหนดกติกาที่ทําให้นักการเมือง ที่มีจริยธรรม มีคุณธรรม และเปึนคนดีนั้นมีโอกาสเข้าสภามาให้ได้มากที่สุด และกระผม เห็นว่ารายละเอียดของรัฐธรรมนูญนั้น มีความจําเปึนที่จะต้องมีกติกาเพื่อปัองกันไม่ให้นายทุนทางการเมืองเหล่านี้ลงทุนทางการเมือง ได้ง่าย ๆ ซึ่งพวกเราบางคนอาจรู้ไม่เท่าทัน หากหลงไปรับกับหลักการในลักษณะดังกล่าว เพราะหากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านในวันนี้ท่านได้แสดงจุดยืนที่จะปัองกัน และพิทักษ์รักษากติกาที่เหมาะสมเหล่านี้เอาไว้ สภาแห่งนี้จะเปึนสภาที่ศักดิ์สิทธิ์ จะเปึนสภาที่ทําให้นักการเมืองที่ไร้อุดมการณ์เหล่านี้นั้นไม่มีโอกาสเข้ามาได้อีกเลย

เพราะฉะนั้นตามที่ผมได้กล่าวมาแล้วนั้นจะเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพียง ๒ ประเด็นนั้น โดยเฉพาะประเด็นที่เปึนที่มาของ ส.ส. ไม่ใช่เหตุผลเลยครับที่จะทํา เพื่อพี่น้องประชาชน แต่เปึนการขอแก้ไขเพื่อให้ได้เปรียบทางการเมืองกันก็เท่านั้นเอง และกระผมเชื่อว่าการรับหรือไม่รับร่างในวันพรุ่งนี้จะเปึนการท้าทายคุณธรรมทางการเมือง ของท่านครับ เปึนการท้าทายคุณธรรม มโนธรรม จริยธรรมครั้งยิ่งใหญ่ของพวกเราทุกคน ที่นั่งอยู่ตรงนี้ ผมและพี่น้องประชาชนจํานวนมาก เราเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวนั้นเกิดจากกลุ่ม นายทุนการเมืองกลุ่มหนึ่งครับ ผมย้ําอีกทีครับ เปึนกลุ่มที่ผมเชื่อว่ามีอํานาจต่อรอง กับรัฐบาล เปึนกลุ่มที่กําลังแสวงประโยชน์จากโครงการของรัฐ เปึนกลุ่มที่มีอิทธิพลครอบงํา ข้าราชการประจํา เปึนกลุ่มเดียวกันกับที่แอบไปทําอะไรในค่ายทหารนั่นแหละครับ และกลุ่มเดียวกันนี้วันนี้วางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แล้วก็จะแทรกแซงการใช้สิทธิใช้เสียง ของพี่น้องประชาชน จริงอยู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเปึนความชอบธรรมตามกฎหมาย ที่รัฐบาลนั้นดําเนินการได้ แต่ความชอบธรรมที่ทําให้เกิดการแทรกแซงการใช้สิทธิใช้เสียง ของประชาชนนั้นเปึนความชอบธรรมที่ขัดกับความรู้สึกของประชาชนครับ และผมถือว่า มันเปึนการฉวยโอกาสทางการเมืองอย่างที่ยอมรับไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดีเมื่อรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามของท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อท่าน เลือกที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม จากการกระทําครั้งนี้ผมเชื่อ ว่าท่านมีโอกาสสูงจะกลับมาเปึนนายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๒ แต่กระผมอยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีครับท่านยังจําคําพูด ของท่านที่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่ท่านจะมาเปึนนายกรัฐมนตรี ได้หรือไม่ ท่านให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อครั้งที่ท่านยังเปึนผู้นําฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร วันนั้นเปึนวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๑ ท่านกล่าวไว้ว่ารัฐบาลในขณะนั้น ก็คือรัฐบาล ของท่านสมัครนั้นไม่ควรจะอ้างว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ไม่เปึนประชาธิปไตย เพราะมาจากการทํารัฐประหาร ท่านบอกว่าการอ้างดังกล่าวนั้นมันฟังไม่ขึ้น เพราะหาก คิดเช่นนั้น ส.ส. ทุกคนก็มาจากการทํารัฐประหารทั้งหมด เพราะว่ามีที่มามาจากรัฐธรรมนูญ ฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งผมฟังตอนแรกการเปรียบเทียบก็ดูเหมือนมีเหตุผลละครับ แต่ถ้าเรา พิจารณาจากข้อเท็จจริง เราปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าถ้าไม่มีการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ วันนี้เราไม่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ดังนั้นใครก็แล้วแต่ที่กล่าวว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้นมีที่มามาจากการทํารัฐประหาร ผมเชื่อว่ามันกล่าวอ้างได้อย่างแน่นอน แล้วก็ชอบแล้วนะครับ แต่ประโยคต่อไปที่ท่านให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้ ประโยคนี้ น่าสนใจมากกว่าครับ ท่านพูดว่า วันนี้เราควรหันมาพูดถึงเนื้อหาที่มีปัญหาว่าไม่เปึน ประชาธิปไตยน่าจะเปึนประโยชน์มากกว่า ที่สําคัญคือควรหันไปแก้ไขปัญหาให้กับ ประเทศชาติบ้าง แทนที่จะมาหมกมุ่นอยู่กับการแก้รัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่ได้มีเจตนาจะฟุ๋นฝอยหาตะเข็บแต่อย่างใด แต่ผมคิดว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้พูดเอาไว้ครั้งนั้นมันก็มีเหตุผลอยู่ ถ้าวันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีคิดว่าประเทศชาติ ในวันนั้นมีปัญหา วันนี้มีปัญหามากกว่าครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องเร่งด่วน ในประเทศนี้ที่รัฐบาลนั้นควรจะต้องรีบแก้ไขวันนี้ท่านได้แก้ไขปัญหาทั้งหลายทั้งปวงนั้น เรียบร้อยแล้วหรือยังครับ ท่านได้เยียวยาพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติที่เกิดจากอุทกภัย ท่านได้เยียวยาพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยพิบัติที่เกิดจากอุทกภัยที่อาจจะไม่ได้ เกิดจากภัยธรรมชาติอย่างเดียว อาจจะเกิดผิดพลาดจากการบริหารจัดการหรือเปล่านั้น ผมไม่ทราบนะครับ ท่านแก้ไขให้เขาแล้วหรือยังครับ ท่านเยียวยาฟุ๋นฟูชีวิตของประชาชน ที่ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึงแล้วหรือไม่ครับ วันนี้ค่าเงินบาทเปึนอย่างไรครับ ส่งออก เขาก็ร้องกันโอดโอย ท่านแก้หรือยัง ทุจริตคอร์รัปชันไม่ต้องพูดถึงครับ มากมาย แล้ววันนี้ ท่านแก้หรือยังครับ การไม่ยอมจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชันให้เด็ดขาด เกิดจาการที่ท่าน ต้องการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงทางการเมืองของท่านใช่หรือไม่ ผมไม่ทราบครับ เหล่านี้ท่านได้ทําความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในฐานะผู้บริหารสูงสุดของประเทศนี้ แล้วหรือยังครับ เพราะฉะนั้นทั้งหมดที่กระผมกล่าวมาแล้วนั้นยกเปึนเหตุผลประกอบว่า วันนี้ประเทศของเรานั้นประสบปัญหาต่าง ๆ มากมายทีเดียวครับ จึงสอดคล้องกับที่ ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเอาไว้ว่าไปแก้ปัญหาให้ประเทศชาติดีกว่าอย่ามาหมกมุ่นกับแก้ไข รัฐธรรมนูญครับ แต่วันนี้เมื่อพวกท่านเลือกที่จะหมกมุ่นกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพวกกระผมนั้นไม่เห็นด้วยแล้วก็ไม่ได้ยอมรับ แต่ก็อยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลนั้น อย่าละเลยกับการแก้ไขปัญหาให้บ้านเมืองนี้ อย่างไรก็ดีครับ กระผมขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อีกครั้งหนึ่งเปึนการเตือนความจําของท่าน เมื่อสักครู่ท่านพูดผมจะย้ําอีกครั้งหนึ่งให้พี่น้องประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดสดอยู่นั้น ได้รับทราบ

ประเด็นที่ขอแก้ไขเรื่องเขตเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ในฐานะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็เปึนคนเซ็นหนังสือเสนอความเห็นต่อ สสร. ให้แก้ระบบเลือกตั้ง เปึนแบบเขตใหญ่เรียงเบอร์อย่างที่บังคับใช้อยู่ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่วันนี้ผ่านไป แบบก้นหม้อข้าวยังไม่ดําก็จะกลับมาเปึนแบบเขตเดียวเบอร์เดียวอีก

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ กระผมมีข้อสังเกต เกี่ยวกับการแก้ไขครั้งนี้เปึนการแก้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหานะครับ แต่ว่าเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับวิธีการแล้วก็ที่มา การร่างเนื้อหากติกาที่แก้ไขครั้งนี้เปึนการแก้ไขซึ่งมีที่มาจากกลุ่มบุคคล ที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงครับ จึงหลีกเลี่ยงคําครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนนั้นไม่ได้เลย โดยสําหรับเนื้อหานั้นเปึนการแก้ที่มีเหตุมีผลหรือไม่มีเหตุมีผล พี่น้องประชาชนวันนี้ ฟังการอภิปรายก็จะสามารถใช้วิจารณญาณวิเคราะห์กันได้ว่าวันนี้ใครมีเหตุผลเปึนอย่างไร

ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมจะเน้นก็คือว่าเราจํากันได้ไหมครับว่า ตอนที่ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ พวกเราถือนักถือหนากันว่าผู้ร่างหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ทุกคนที่เปึนคนออกกติกาจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งแรกที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แต่พอมาถึงยุคนี้กลับไม่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้เลยครับ ผู้เสนอแก้กติกา ผู้พิจารณา เขาเสนอแก้ไขกติกาเปึนนักการเมืองที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งสิ้นครับ ผมไม่ต้องการทําให้ บรรยากาศในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเสียครับ เพียงแต่ว่ากฎกติกามารยาทในอดีต ที่เคยวางไว้มีความชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนวันนี้นะครับ ผมสงสัยว่าปัจจุบันนี้จะเพิกเฉยเลยใช่หรือไม่ พวกเราจะอธิบายให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ ได้อย่างไรว่ากติกาที่ต้องแก้ไขในครั้งนี้ไม่มีคนที่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือว่าได้ประโยชน์ จากการแก้ไข หรือว่ากําหนดกติกาใหม่ เพราะในวันนี้มันชัดยิ่งกว่าชัดครับท่านประธานว่า การแก้ไขมันล้วนแล้วแต่มีคนที่มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวข้องโดยตรง ดังนั้นเรื่องนี้กระผม จึงขอฝากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับเรากําลังลืมเลือนหลักการที่ถือเปึนหัวใจ และความสําคัญในระบอบประชาธิปไตยไปแล้วใช่หรือไม่ครับ เพราะวันนี้สังคมกําลัง วิพากษ์วิจารณ์กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ถึงความไม่เหมาะสมในการแก้ไข เพราะเปึนการผลักดันแก้ไข จากนักการเมืองที่มีส่วนได้ส่วนเสียครับ เปึนลักษณะถือวิสาสะด้วย ชงเองกินเองเลยครับ โดยไม่ยอมถามเจ้าของบ้านก็คือพี่น้องประชาชนว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่ ที่สําคัญเปึนการ แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อสนองความต้องการของพวกนักการเมืองฉ้อฉลที่ตลอดชีวิตอยู่ใน เส้นทางการเมืองเข้ามาหาผลประโยชน์จนร่ํารวย สร้างเครือข่ายอย่างกว้างขวางใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นเหตุผลของท่านนายกอภิสิทธิ์ ที่อ้างว่าการเสนอข้อแก้ไขเพียง ๒ ประเด็น เพราะว่ามีความขัดแย้งน้อยที่สุด และสถานการณ์ในเวลานี้ได้เปลี่ยนไปแล้วไม่เปึน ต้องทําประชามติเพื่อรับฟังความเห็นก่อนนั้นนี่นะครับ วันนี้ผมคงต้องถามกลับครับ ถามว่าเปึนความเห็นร่วมกันของพวกนักการเมือง ใช่หรือไม่ครับ และเปึนนักการเมือง ที่อยู่ในข่ายประเภทนายทุน ใช่หรือไม่ ที่ต้องการให้ตัวเองนั้นสามารถเอาตัวรอดจาก การเลือกตั้งกลับเข้ามาอีก เมื่อแบ่งเขตเลือกตั้งเล็กลงจะทําให้สามารถควบคุมได้ง่าย ใช่หรือไม่ และยิ่งไปกว่านั้นครับ นักการเมืองดังกล่าวนั้นจะเปึนผู้หนุนหลังให้ใครก็ได้ใช่ไหม กลับไปมีอํานาจเปึนนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้งหนึ่ง ที่ผ่านมาแล้วกระผมชื่นชมที่รัฐบาล ที่นําโดยท่านนายกรัฐมนตรีมักจะอ้างหลักการที่ยึดโยงกับประชาชนอยู่ตลอดเวลา แต่คราวนี้มันเปลี่ยนไปครับ ท่านไปยึดเอาความต้องการของนักการเมืองเปึนหลักครับ ทั้ง ๆ ที่นี่คือเรื่องใหญ่เปึนเรื่องรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทําประชามติมาด้วยคะแนนเสียงกว่า ๑๔ ล้านเสียงครับ วันนั้นผมไม่ได้เห็นด้วยครับ แต่ในหลักการประชาธิปไตย ๑๔ ล้านเสียง ไม่น้อยครับ วันนี้ท่านถามคนที่เขามาอยู่ที่หน้าสภาหรือเปล่าวันนี้ท่านถามพี่น้องประชาชน ที่เขาเปึนเจ้าของแล้วหรือไม่ครับ เพราะฉะนั้นนาทีนี้ไม่ต้องมาพูดว่าหากเกิดอะไรขึ้นจะมี การรับผิดชอบ ผมเชื่อว่าทั้งหลายทั้งปวงนั้นมันเปึนวาทะที่ดูสวยหรู ดูเท่ แต่ขณะเดียวกัน นี่ไม่ว่ามองในมุมไหนก็แล้วแต่มันไม่ได้มีความจําเปึนเร่งด่วนที่จะต้องทํา มันไม่เกี่ยวกับ พี่น้องประชาชนครับ ท่านประธานทราบไหมครับเกี่ยวกับใคร เกี่ยวเพียงกลุ่มอิทธิพล ที่มีพิษร้ายหยิบมือเดียวเท่านั้นแหละที่ได้ประโยชน์ แต่วันนี้รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์นั้นกลับเลือกที่จะสนองความต้องการของคนประเภทนี้ ใช่หรือไม่ นิดเดียวครับ ดังนั้นป์วยการเปล่าที่จะมารับฟังเหตุผลที่สวยหรูครับ กระผมเชื่อแล้วก็ทราบว่าการผลักดัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เพียงเพื่อดิ้นรนให้อยู่ในอํานาจให้ได้มากที่สุดครับ และอาจจะ หวังผลในภายหน้าด้วยการมัดใจงูเห่าการเมืองเหล่านี้หรือเปล่า จะกลับมากอดคอกัน หลังการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือเปล่า อันนี้ผมไม่ทราบครับ สาระสําคัญผมคิดว่ามีเท่านั้น จริง ๆ ครับขอบคุณครับท่านประธาน