รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

อภิชาต การิกาญจน์ เสนอแนะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปรับปรุงการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร และแก้ไขปัญหาการเมืองที่อ่อนแอ โดยเฉพาะปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเสนอแนะว่าควรแก้ไขมาตรา 93-98 เพื่อให้มีโอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญและพัฒนาการเมือง

นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมคิดว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญและการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนสิ่งจําเปึนที่เกี่ยวข้องกับ การนําพาชาติให้พ้นจากวิกฤติ นอกเหนือจากการนําพาชาติให้พ้นวิกฤติแล้ว อีกประการหนึ่ง ที่เปึนเปัาหมายสําคัญของการยกร่างรัฐธรรมนูญด้วยการแก้ไขในแต่ละครั้ง ผมคิดว่า การพัฒนาทางด้านการเมืองก็เปึนอีกประเด็นหนึ่งที่สําคัญที่เราต้องก้าวไปให้ถึง ปัญหาหนึ่ง ที่จําเปึนที่ต้องปฏิรูป ผมคิดว่าปัญหาของการทําหน้าที่ของฝ์ายนิติบัญญัติ เราผ่าน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เราผ่านรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ แต่ถ้าเรามองถึงการทําหน้าที่ของ ฝ์ายนิติบัญญัติ เมื่อเปรียบเทียบกับทั้ง ๓ ฝ์าย ไม่ว่าฝ์ายบริหาร ฝ์ายตุลาการแล้ว เราจะ เห็นว่าเราเปึนฝ์ายที่อ่อนล้าที่สุด เหตุผลที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าสภาของเราไม่ได้อยู่บน ความคาดหวังของพี่น้องประชาชน สภาของเราขาดการยอมรับ ขาดความมั่นใจจาก สังคมมากขึ้นทุกวัน ๆ เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเปึนส่วนหนึ่งที่ผมเชื่อว่า ข้อเสนอของอนุกรรมาธิการน่าจะคลี่คลายปัญหาในการที่จะรักษาความเชื่อมั่นของสภา ในวันข้างหน้า ผมเชื่อว่าเหตุที่สภาเราอยู่ในสภาพเช่นนี้ มันมีทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัย ภายใน

ในส่วนปัจจัยภายนอกสิ่งที่ต้องพูดถึงก็คือข้อวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อ โดยเฉพาะ สื่อทางเลือกที่โหมกระหน่ําในการทําลายภาพพจน์ของนักการเมืองในสภาทุกวัน นักการเมืองเลว นักการเมืองชั่วร้าย นักการเมืองหาประโยชน์ นักการเมืองยุคนี้ต้องให้หมดไป

ประการที่ ๒ ก็คือการเมืองภาคประชาชนซึ่งเข้มแข็งขึ้นทุกวัน เหตุผล ที่เข้มแข็งขึ้นส่วนหนึ่งเปึนเพราะความอ่อนล้าของพวกเราของการเมืองในระบบสภา ผมเคยพูดเช่นนี้ครับว่าการเมืองในระบบสภาเราเข้มแข็งคนจะไม่พึ่งการเมืองนอกสภา แต่วันที่เราอ่อนล้าการเมืองของนอกสภาก็เลยเข้มแข็งขึ้นตามช่วงเวลา

ประการที่ ๓ การทําภาระหน้าที่ของผู้แทนราษฎรไม่ได้เปึนไปตามความคาดหวัง ของสังคมและพี่น้องประชาชน นั่นคือปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับความไม่น่าเชื่อถือของสภา ซึ่งจําเปึนที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อการเปลี่ยนแปลง

ปัจจัยภายใน ปัญหาสภาล่มครับ ปัญหาการปฏิบัติหน้าที่ที่มีภาพของ การโต้แย้ง การโต้เถียง การว่ากล่าวไปมา การใช้ท่าทีและวาจาที่ไม่เหมาะสม การใช้คํา ที่เปึนปัญหา เมื่อเช้าเราเสียเวลาไป ๒ ชั่วโมง เพราะการใช้คําที่เปึนปัญหาในสภาแห่งนี้ ความไม่พร้อมของคนที่จะมาเปึนผู้แทนราษฎร อันนี้ต้องพูดครับ ผมเชื่อว่าหลายคน ที่เข้ามาสู่สภาวันนี้มาจากการที่สภาอัตคัดนักการเมืองที่ดีภายใต้การยุบพรรคไป ๒ ครั้ง การขาดคนจากบ้าน ๑๑๑ จากบ้าน ๑๐๙ แล้วส่งตัวแทนเข้ามา สิ่งหนึ่งก็คนหลายคน ไม่ได้เตรียมตัวเพื่อการที่จะมาทําหน้าที่เปึนผู้แทนราษฎรที่ดีในสภาผู้แทนราษฎร ปัญหา เหล่านี้ผมเชื่อว่าเปึนที่มาของข้อเสนอของคณะอนุกรรมการที่เรียกว่า อนุกรรมการพิจารณา แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มาของการแก้ไขมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่หลายคน มองไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์อะไร จะเปึนประโยชน์อย่างไร ผมว่าไม่ใช่นะครับ อนุกรรมการ ไม่กล้าเสนอต่อ ครม. เด็ดขาด ถ้าหากว่าข้อเสนอนี้ไม่เปึนประโยชน์และไม่เกี่ยวกับการที่จะ มีโอกาสแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วพัฒนาการเมืองให้ดีขึ้น มันต้องเปึนสาระ ต้องเปึนประโยชน์ ต้องมีทิศทางมิฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีจะไม่รับประเด็นนี้เด็ดขาดนะครับ เหตุผลของ ความเปลี่ยนแปลงผมเชื่อว่าเปึนนัยสําคัญ การเปลี่ยนแปลงจาก ๔๐๐ บวก ๘๐ ไปเปึน ๓๗๕ บวก ๑๒๕ เราเชื่อว่าภายใต้การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เราจะมีโอกาสที่จะได้คนดี ๆ อีกชุดหนึ่งที่เปึนผู้ที่มีประสบการณ์ในทางการเมืองเข้ามาสู่สภา การเพิ่มจาก ๘๐ ที่นั่ง ของบัญชีสัดส่วนไปเปึนบัญชีเดียวทั่วประเทศ เปึน ๑๒๕ คน เราจะมีที่นั่งของคนอีกชุดหนึ่ง อีก ๔๕ ที่นั่ง ซึ่งแต่ละพรรคได้เลือกคนดี คนที่มีประสบการณ์ ตัวแทนจากกลุ่มต่าง ๆ ตัวแทนจากความเท่าเทียมของกลุ่มชาย หญิง จากกลุ่มอาชีพ จากกลุ่มคนทุก ๆ กลุ่มเข้ามา การได้คนอีก ๔๕ ที่นั่งเข้ามาทําหน้าที่ในสภา ผมคิดว่าจะเปึนประโยชน์ ในส่วนที่ลดลงไปจาก ๔๐๐ คนเหลือ ๓๗๕ คน ๒๕ ที่นั่งเปึนปัญหาหรือไม่ ผมคิดว่า ๒๕ ที่นั่งจะเกลี่ยกระจายอยู่ในทุกพรรค แต่ละพรรคไม่น่าจะเกิน ๓ หรือ ๔ ที่นั่ง ถ้าแต่ละพรรค กําหนดคนที่ต้องลุกจากเขตขึ้นไปเพื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อ ๑๒๕ คนได้ จัดให้อยู่ในตําแหน่ง ที่เชื่อว่าจะเปึนผู้แทนราษฎรได้ เราคลี่คลายปัญหาเหล่านี้ได้ ประโยชน์ที่บอกว่า เปึนประโยชน์เฉพาะนักการเมือง เปึนประโยชน์เฉพาะพรรคการเมือง ผมเรียนกับ ท่านประธานเลยว่าไม่จริงครับ ถ้าเราสามารถทําให้สภานี้เปึนสภาที่เปึนที่รวมของคนดี เปึนสัปปายะสภาสถานที่เราคาดหวังของความดี ๗ ประการตามสภาใหม่ เราจะได้ นักการเมืองอีกชุดหนึ่งภายใต้กระบวนการในการเลือกสรรคนเข้ามาเปึนผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งหลังจากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในการเลือกตั้งคราวหน้า ถ้าเราได้ คนชุดใหม่ที่เราบอกว่าเราอยากเห็นคนดี คนมีประโยชน์ คนมีจิตใจรับใช้บ้านเมืองเข้ามา ระบบเขตถ้าหวังไม่ได้ ในระบบบัญชีรายชื่อบัญชีเดียว ๑๒๕ คน จะเปึนส่วนหนึ่ง ในการเติมเต็มส่วนที่เราเรียกหา ถ้าเราทําให้สภาเปึนประโยชน์ได้ ถ้าสภาสามารถ ใช้กระบวนการในการคัดเลือกคนเข้ามาเปึนผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ระบบได้อย่างสมบูรณ์ ผมเชื่อว่าประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงมาตราเดียวคือมาตรา ที่ว่าด้วยที่มาของ ส.ส. ผมเชื่อว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนจากการแก้ไข มาตรานี้จะมีตามมากับการที่เรามีสภาใหม่ มี ส.ส. ชุดใหม่จากการเลือกตั้ง แก้ไขประเด็นเดียว ถ้าเราสามารถทําได้ตามวัตถุประสงค์ของผู้ที่เสนอเพื่อการแก้มาตราที่มาของผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าจะเปึนประโยชน์อย่างแท้จริงในการพัฒนาการเมืองของเราอย่างแท้จริงครับ