รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเรียกร้องให้ที่ประชุมพิจารณาในรายละเอียดและแก้ไขข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ปี 2540 โดยเฉพาะมาตรา 190 เกี่ยวกับการลงนามสัญญาระหว่างประเทศ และขอให้รัฐสภาอนุมัติตามขั้นตอนให้ชัดเจน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขเขตเลือกตั้ง โดยเสนอให้ลดจำนวนผู้แทนเขตลง และเปลี่ยนแปลงระบบบัญชีรายชื่อเพื่อให้ง่ายต่อการบริหาร

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ เราพิจารณารวมกันแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๔ ร่าง

ร่างแรก ผมเรียกสั้น ๆ ว่าร่างคุณหมอเหวง แต่ถ้าพูดให้ถูกต้องครับ เปึนร่างที่เสนอโดยภาคประชาชนเข้ามา ซึ่งก็เปึนประชาชนจํานวนมากทีเดียวที่เห็นว่า รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยังมีความดี แล้วก็เกลียดการทํารัฐประหาร ก็นําเสนอกลับเข้ามา ก็เปึนร่างคุณหมอเหวงนะครับ

ร่างที่ ๒ คือร่างของ ส.ส. จํานวนหนึ่งในสภาที่เข้าชื่อกันเปึนการแก้ไข มาตรา ๑๙๐ แล้วก็แก้ไขเรื่องเขตเลือกตั้ง

ร่างที่ ๓ เปึนร่างของคณะรัฐมนตรีแก้ไขเขตเลือกตั้งเช่นเดียวกัน ซึ่งเดี๋ยว จะได้คุยกันในรายละเอียด ผมพยายามใช้เวลา ๒๐ นาทีให้เปึนประโยชน์นะครับ

ร่างสุดท้ายคือร่างแก้ไขมาตรา ๑๙๐ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าหนังสือสัญญา ที่เวลาเราไปทํากับต่างประเทศจะต้องแก้ไขกันอย่างไรก็จะอยู่ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข มาตรา ๑๙๐ ฉบับนี้ ๔ เรื่องด้วยกัน

เอาเรื่องที่ ๑ ชัด ๆ ว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ร่างภาคประชาชน หรือร่างที่มีคุณหมอเหวงเปึนผู้เสนอร่วมด้วย ต้องเรียนว่าเปึนการเอาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับมาฟุ๋นคืนชีพใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าผ่านก็อาจจะเปึนร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ร่างนี้ผมเข้าใจความรู้สึกของผู้เสนอดีว่าหลายคนไม่เห็นด้วย กับการทํารัฐประหาร ผมเองก็เช่นเดียวกันครับ ผมไม่ชอบเลยครับ การทํารัฐประหาร การทําลายธรรมนูญสูงสุดในการปกครองประเทศ แต่ต้องเรียนอย่างนี้แล้วขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อีกต่อไป

เรียนย้ําต่อไปอีกนิดหนึ่งว่ากลุ่มคนที่เขาต้องทําการปฏิวัติ โดยอ้างว่า มีเหตุทุจริตเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางภายใต้การนําของท่านนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ในขณะนั้น หลายคนบอกว่าอ้างเหตุทุจริตเพียงพอแล้วในการทํารัฐประหาร แต่สําหรับผม ผมคิดว่าเหตุทุจริตไม่เพียงพอหรอกครับที่จะฉีกธรรมนูญสูงสุดในการปกครองประเทศ แต่ต้องยอมรับว่ามีการทุจริตจริงครับ เพราะมีคําพิพากษาจําคุกผู้บริหารระดับสูงสุด ในขณะนั้นเรียบร้อยแล้ว เกิดอะไรขึ้นครับ ทําไมคนกลุ่มหนึ่งจะต้องทําการปฏิวัติโดยอ้าง เหตุทุจริต เกิดอะไรขึ้นในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันผิดพลาดประการใด ผมขอยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ใช้เวลาไม่มากสําหรับกรณีนี้ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เกิดขึ้นเพราะต้องการจะเห็น นักการเมืองมีอํานาจมากขึ้น มีการทํางานสร้างสรรค์ให้กับประเทศแบบบูรณาการมากขึ้น ก็เลยเชื่อใจว่านักการเมืองจะใช้อํานาจอย่างถูกต้อง ความเปึนจริงที่เดินไปเกิดอะไรขึ้น เกิดว่าองค์กรอิสระที่ทําหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเปึน ป.ป.ช. ที่จะทําหน้าที่ตรวจสอบ การทุจริตของผู้บริหาร ไม่ว่าจะเปึน กกต. ที่เปึนองค์การอิสระเหมือนกันที่ทําหน้าที่ ช่วยคัดกรองกลุ่มคนที่จะกลับมาเปึนผู้บริหารประเทศ อ่อนแอทั้งสิ้น ทําไมเขาอ่อนแอครับ เพราะการเลือกองค์กรอิสระในขณะนั้นคนที่คัดเลือกคือท่านวุฒิสมาชิกหรือ ส.ว. ระบบแตกต่างกันนะครับ สมัยนั้น ส.ว. มีอํานาจเยอะมาก เวลาเสนอชื่อการตั้งองค์กร อิสระขึ้นมา เช่น เสนอ ๑๐ คน ส.ว. เลือก ๕ คนได้ เอาแค่ ๕ คน แล้วมันต่างอะไรกับ สมัยนี้ ต่างอีกครับเพราะที่มา ส.ว. ในขณะนั้นอิงกับพรรคการเมืองอิง กับกลุ่มอํานาจ เก่า ๆ ทางการเมือง เพราะเขาไม่มีข้อห้ามเหมือนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่ห้าม ส.ส. กับ ส.ว. เปึนญาติสนิทกัน พูดง่าย ๆ ครับ บางคนบอกว่าเกิดสภาผัวเมียขึ้นในสมัย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มันเลยเกิดระบบอุปถัมภ์ ส.ว. เกิดขึ้นไงครับ ข่าวลือจริงหรือไม่ ที่แพร่สะพัดว่า นายกรัฐมนตรีในช่วงนั้นมีการจ่ายเงินเดือนให้ ส.ว. จริงหรือไม่ ผมไม่ยืนยันนะครับ แต่ทําไมมันอาจจะเกิดขึ้นล่ะครับ เพราะเขาต้องอิงฐานเสียงทาง การเมือง เขาเปึนสามีภรรยากัน สามีลง ส.ส. แล้วก็ภรรยาลง ส.ว. แล้วตอนเลือก กรรมการอิสระในการที่ตรวจสอบเขาละครับ ไม่มีทางเลยครับที่เขาจะไม่เข้าข้างกันเอง แล้วไม่มีทางเลยที่องค์กรอิสระจะเข้มแข็งได้ นั่นละครับเหตุจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แล้วผมก็ย้ําอีกครั้งและขีดเส้นใต้ไปแล้ว ๕๐๐ ครั้งว่า หมดเวลาและไม่ใช่เวลา ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อีกต่อไป สําหรับป้นี้หรือป้หน้า หรือป้ต่อ ๆ ไปครับ พี่น้อง ที่เสนอชื่อเข้าชื่อมา ผมเชื่อว่าท่านเกลียดการปฏิวัติรัฐประหารเหมือนผม แต่เหมือนกัน ครับท่านก็คงเกลียดคนที่ทุจริตเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือสิ่งที่ผมไม่อาจ เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่จะนํากลับมาฟุ๋นคืนชีพอีกครั้งหนึ่ง รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีความดีหลายประการ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ สวัสดิการสังคมเกิดขึ้นเยอะนะครับ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ฉบับนี้ องค์กรอิสระมีความเข้มแข็งเพิ่มมากขึ้นจนกระทั่ง หลายคนเริ่มเกรงแล้วว่าเข้มแข็งเกินไปหรือไม่ ซึ่งอันนั้นคงจะต้องถกเถียงกันต่อไปในอนาคต ผมไม่เห็นด้วยที่จะนําร่างของฉบับคุณหมอเหวงกลับมาหรือร่างของภาคประชาชนชุดนี้ กลับมาฟุ๋นคืนชีพ

ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างที่ ๒ คือ ร่างของ ส.ส. ที่เสนอแก้ไข มาตรา ๑๙๐ และเขตเลือกตั้ง ร่างนี้เพื่อความรวดเร็วผมไม่ขออภิปรายเพราะมีหลักการ และเหตุผลค่อนข้างจะใกล้เคียงกับร่างของ ครม. อีก ๒ ร่างที่เหลือ

ร่างที่ ๓ เปึนร่างเกี่ยวกับการแก้ไขเขตเลือกตั้ง ปัจจุบันเรามี ส.ส. จํานวน ๔๘๐ คน ๔๐๐ คนมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เปึนเขตใหญ่ครับ อย่างของผม ร่วมกับคุณบุญยอดกับคุณสกลธีก็เรียงเบอร์กันเลยครับ ๑๐ ๑๑ ๑๒ เปึนต้นอย่างนี้ แต่สมัยก่อนเขตเดียวเบอร์เดียว ซึ่งตอนนี้เรากําลังจะแก้กลับมาเปึนเขตเดียวเบอร์เดียว โดยลดจํานวนผู้แทนเขตลงอยู่ที่ ๓๗๕ ส่วนระบบบัญชีรายชื่อปัจจุบันมีอยู่ ๘๐ โดยแบ่ง โซน (Zone) โซน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ เรียงไปเรื่อย ๆ ตามภาค ปัจจุบันกําลังจะกลับมาเปึน บัญชีรายชื่อเดียวคือมีจํานวน ๑๒๕ เปึนบัญชีเดียว ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะไปทางไหน รับได้ทั้งนั้นครับ แต่วันนี้ที่เรื่องนี้ต้องเข้ามาสู่สภา เพราะเปึนข้อเสนอจากท่านอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ซึ่งเปึนคณะกรรมการอิสระท่านนายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาเพื่อให้ศึกษา ก็พิจารณากันไปครับ ผมจะไม่กล่าวถึงร่างนี้มากนัก เพราะผมเองเปึนผู้มีส่วนได้เสีย และสู้ทุกสนามครับ ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก

ร่างสุดท้ายพูดกันนานครับ แล้วต้องขอเชียร์วันนี้ว่าท่าน ส.ส. ท่าน ส.ว. ขอร้องเถอะ ร่างที่ ๔ นี้ช่วยผ่านหน่อยครับ เปึนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เรื่องการทําสนธิสัญญาระหว่างประเทศ หนังสือสัญญา เรื่องนี้ถ้าให้เท้าความ ต้องเท้าความแบบนี้ว่ารัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบันที่เราใช้อยู่ง่าย ๆ ว่า หนังสือสัญญาใด ที่เราต้องไปทํากับต่างประเทศ แล้วเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขตแดน หรือเปึนเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการลงทุน งบประมาณ อย่างนี้เปึนต้น จะต้องให้ความเห็นชอบของสภา หลักการ ง่าย ๆ ก็คือว่าถ้าเรื่องไหนไปกระทบเรื่องอธิปไตย เรื่องดินแดนไปกระทบเรื่องการลงทุน งบประมาณอย่างกว้างขวางหรือมีนัยสําคัญ ก็ให้เข้าสู่สภาขอกรอบในการพิจารณาก่อน พอสภาอนุมัติกรอบก็นําไปสู่ฝ์ายบริหารคือรัฐบาลเขาก็ไปดําเนินเรื่องต่อครับ พอได้ข้อสรุป เปึนสัญญาก็เอาสัญญากลับเข้ามาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งก่อนจะเปึนผล แบบนี้ก็ดูดีเหมือน ไม่มีปัญหา ยกตัวอย่างง่าย ๆ สักนิดว่าเวลาขอกรอบขอกันอย่างไร เช่น รัฐบาลอยากจะ ไปทํารถไฟฟัาไปร่วมลงทุนทํารถไฟฟัาจากประเทศจีนเข้ามายังประเทศไทย ยกตัวอย่าง เปึนต้น เวลาขอกรอบก็ของ่าย ๆ ขอทํารถไฟฟัาร่วมกับจีนประเทศผ่านจังหวัดใดบ้าง ก็ขอกรอบง่าย ๆ อย่างนี้ สภาอนุมัติ สภาก็โยนลูกต่อไปให้กับทางรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเจรจาต่อ ข้อตกลงที่เกิดขึ้นระหว่างทางนี้เปึนเรื่องของรัฐบาลโดยแท้ พอจะเซ็นสัญญากัน จริง ๆ อย่างนี้ต้องเอากลับเข้ามาอีกที นี่คือรัฐธรรมนูญป้ปัจจุบัน มาตรา ๑๙๐ ปัญหา มันเกิด เรื่องโอละพ่อมันเกิดขึ้นก็ตรงที่ว่านี่พูดหมวดเรื่องของการลงทุนก่อนนะครับ ไม่พูด เรื่องดินแดน เดี๋ยวจะพูดเรื่องดินแดนแบบชัด ๆ อีกที การลงทุนมันเกิดขึ้นว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรา ๑๙๐ ไปใช้คําอย่างนี้ครับ ไปใช้คําว่า เรื่องที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งอย่างกว้างขวาง อีกอันหนึ่งครับ หรือมีผลผูกพันด้านการค้าการลงทุนหรืองบประมาณของประเทศ อย่างมีนัยสําคัญ ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งอย่างมีนัยสําคัญ ๒ ตัวนี้แหละเกิดการตีความ เกิดขึ้นแล้วมากน้อยแค่ไหน ปรากฏว่าจะขอกู้เงินแค่ ๑๐๐ ล้านเหรียญหรือประมาณ ๓๐ ล้านบาทไทยต้องผ่านสภาแห่งนี้หรือเปล่า ต้องฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนอีก หรือไม่ เราพยายามจะเอากฎหมายลูก ออกกฎหมายลูกให้ได้เพื่อไปสู่การปฏิบัติ ปรากฏ เกิดขึ้นไม่ได้ครับ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนแบบนี้ ไม่มีใครกล้าทําครับ เลยนํามาสู่การแก้ไข ในวันนี้ เรื่องนี้เรื่องสําคัญ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์สมบัติที่ได้ใส่เรื่องนี้เอาไว้อย่างดี ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ

แต่เรื่องที่ต้องกินเวลาท่านประธานและสภาแห่งนี้ ที่ผมเองเปึนห่วงก็คือ เรื่องของดินแดน รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา ๑๙๐ พูดเรื่องดินแดนง่าย ๆ ก็คือว่า ถ้าเรื่องไหนไปกระทบอธิปไตย เรื่องเขตแดน เรื่องดินแดน จะต้องขออนุญาตสภาแห่งนี้ แล้วก็ทําตามแบบที่ผมว่าเมื่อกี้ครับ ขอกรอบว่าจะไปเจรจากับประเทศนี้ โดยอาศัย อนุสัญญาฉบับนี้ จะไม่นอกกรอบนี้นะ สภาบอกโอเคอนุญาต รัฐบาลก็ไปคุยต่อครับ แล้วก็แน่นอน ถ้าเปึนหนังสือสัญญา ก่อนหนังสือสัญญาจะมีผลก็กลับเข้าสภาอนุมัติอีกครั้งหนึ่ง แต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ของท่านอาจารย์สมบัติผ่าน ครม. ผิดปกติครับ เมื่อสักครู่ ท่าน ส.ว. คํานูณได้พูดเรื่องนี้เอาไว้ผมก็เปึนห่วงเช่นเดียวกัน ผิดปกติตรงที่ว่าท่านไปยกเลิก การที่ต้องดําเนินการเข้ากรอบหรือการขออนุมัติสภา คือไปยกเลิกเรื่องขั้นตอนยุบยิบ ของมัน เพียงแต่ว่าด้วยความหวังดีท่านเขียนเป่ดหัวในร่างว่าให้เปึนอํานาจของรัฐสภา แต่ว่าเรื่องขั้นตอนนั้นท่านลบทิ้งออกหมดเลยนะครับ แล้วแถมไม่เป่ดช่องให้พวกผม ออกกฎหมายลูกได้อีก ผมก็มีความกังวลใจในส่วนนี้ว่าอยากจะให้เปึนเหมือนกับลักษณะ ของการลงทุนก็คือมีกรอบ เอากรอบเข้าก่อนแล้วให้รัฐบาลไปดําเนินการ พอสัญญามา ก็เอาสัญญาเข้าอีกทีหนึ่งเพื่อความรอบคอบ อยากให้มีบรรทัดฐานเหมือนกัน ทั้งการลงทุน และเรื่องเขตแดน ทําไมจึงพูดอย่างนั้นครับ พูดอย่างนั้นเพราะมีปัญหามาแล้วในอดีต เช่นความเข้าใจของภาคประชาชนต่อเอ็มโอยู (MOU) ป้ ๒๕๔๓ เรื่องปราสาทพระวิหาร ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้มีการเข้าใจไปกันใหญ่โตเลยว่ารัฐบาลโดย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ในป้ ๒๕๔๓ นั้นมีข้อตกลงที่เรียกว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ทําให้ประเทศไทย เสียดินแดนต่อประเทศกัมพูชา ซึ่งเปึนการเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิง ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ มีถ้อยคําอยู่คําหนึ่ง เขาพูดง่าย ๆ เอาสั้น ๆ ก็แล้วกัน เขาบอกอย่างนี้ ท่านประธานครับ การจัดทําเขตแดนทางบกทั้ง ๒ ประเทศทําตามเอกสารดังต่อไปนี้ มี ๓ อัน อนุสัญญา ป้ ๑๙๐๔ อนุสัญญาป้ ๑๙๐๗ นี่พูดถึงป้ ๑๙๐๗ นะครับ และประการที่มีปัญหาคือแผนที่ ถ้าผมพูดภาษาอังกฤษต้องแม็พส์ (Maps) ใส่เอส (S) ไปด้วย แล้วแผนที่ใช้คําอย่างนี้ แผนที่จัดทําขึ้นตามผลงานการปักปันเขตแดนของคณะกรรมการปักปันเขตแดนระหว่าง สยามกับอินโดจีน ขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้ง แผนที่ตามผลงานครับ ผลงานของคณะกรรมการ ปักปันเขตแดน ปัญหาก็มีอยู่ว่าแผนที่มีหลายฉบับ ระวางที่มีปัญหาอยู่ระวางหนึ่งเรียกว่า ระวางดงรัก ก็คือระวางตรงที่ปราสาทพระวิหารอยู่ละครับ ที่เรากําลังคุยกันอยู่ว่าสมัยนั้น เสียรู้หรือเปล่าไปยอมรับว่าแผนที่ฉบับดังกล่าวเปึนส่วนหนึ่งของสนธิสัญญาเอ็มโอยูฉบับนี้ คําตอบคือไม่ครับ แล้วนี่คือสิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้ต้องช่วยกันถ้า ส.ส. ในอนาคตมีโอกาสรับรู้ ทําไมไม่ครับ คําพิพากษา ป้ ๒๕๐๕ พูดชัด คําพิพากษา ป้ ๒๕๐๕ บอกอย่างนี้ครับ ท่านประธาน เขาบอกอย่างนี้นะครับ แผนที่นี้แปลเปึนภาษาง่าย ๆ เพราะว่าเปึนศัพท์ ที่แปลมาจากภาษาอังกฤษอาจจะเข้าใจยาก แผนที่ระวางดงรักไม่ได้เปึนผลงาน ของคณะกรรมการปักปันเขตแดน ภาษาอังกฤษเขาก็เขียนอยู่นะครับท่านประธาน นี่ก็ชัดอยู่เหมือนกัน แม็พ วอส เนเวอร์ ฟอร์มอลลี แอพพรูฟ บาย เดอะ เฟ่รสท์ มิกซ์ คอมมิสชัน (map was never formally approved by the first Mixed Commission) แปลว่าอะไร แปลว่าแนวคําวินิจฉัยของศาล ณ ขณะนั้นยืนยันชัดเจนว่าแผนที่ระวางดงรักฉบับนั้น ไม่ได้เปึนผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน เมื่อแผนที่ฉบับนั้นไม่ได้เปึนผลงาน ก็แปลว่าไม่ได้เปึนสิ่งที่อยู่ในเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ฉบับนี้ แล้วมันจะอยู่ได้อย่างไรล่ะครับ เรื่องนั้นเราขาดทุน แล้วใครจะไปเซ็นเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ในขณะนั้น เพราะฉะนั้นเปึนเรื่องหนึ่ง ที่ผมต้องการที่จะพูดในสภาแห่งนี้ผ่านท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนว่าเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ไม่ได้เปึนการยอมรับระวางดงรักที่ประเทศเขมรได้เปรียบแต่ประการใด เพราะไม่ได้เปึนผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน เพราะมีแนววินิจฉัยของศาลโลก ยืนยันชัดเจนว่าระวางดังกล่าวไม่ได้เปึนผลงานของคณะกรรมการปักปันเขตแดน ทําไมผมรู้ ท่านประธาน เพราะเขาตั้งไปเปึนคณะกรรมการศึกษาเรื่องนี้ครับ ทําไมผมรู้ครับท่านประธาน ผมรู้เพราะมาตรา ๑๙๐ เป่ดช่องให้ ส.ส. อย่างผมเข้าไปดู นี่ละครับคือข้อดีของมาตรา ๑๙๐ ถ้าท่านกําหนดขั้นตอนให้ชัด ๆ ลงไปเลยนะครับว่า ส.ส. จะเข้าไปเกี่ยวอย่างไร ได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเข้าไปมากก็อาจจะแทรกแซง การบริหารงานของฝ์ายบริหารได้ นี่แหละคือสิ่งที่อยากจะเห็นในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานครับ พอพูดเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ต้องเปึนเรื่องที่ผมเสียใจที่ถูกแปลเรื่อง ถูกการเข้าใจผิดไปต่าง ๆ นานา ถ้าเราไม่มีเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ฉบับนี้ ผลที่ตามมาของมัน ก็คือว่าเราจะไม่มีข้อตกลงที่เปึนสันติวิธีร่วมกับประเทศกัมพูชาในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ ที่ต่างฝ์ายต่างอ้างสิทธิ แล้วเมื่อวันนั้นละครับ นานาชาติก็จะเข้ามายุ่งกับเราเหมือนสมัย ป้ ๒๕๐๕ ที่ได้เสียปราสาทพระวิหารไป แต่วันนี้นานาชาติมายุ่งกับเราไม่ได้ เพราะเรา มีข้อตกลงที่เปึนทวิภาคีร่วมกันอยู่ เปึนข้อตกลงสันติภาพร่วมกัน วันนี้ชาติไหนเข้ามา ก็ไม่ได้ เพราะมีเอ็มโอยู ป้ ๒๕๔๓ ค้ําประกันอยู่ นี่ละเปึนเรื่องที่สมาชิกรัฐสภา เปึนเรื่องที่ พี่น้องคนไทยต้องเข้าใจเหมือนกัน และแน่นอนกระทรวงการต่างประเทศต้องเข้าใจ ทิศทางเหมือนกัน ใครกําหนดทิศทางได้ สภาอย่างไรครับ เพราะเปึนอํานาจนิติบัญญัติ ผมก็เลยอยากจะเห็นครับว่ามาตรา ๑๙๐ จะเปึนแบบร่างที่เสนอโดยเพิ่มเติมรายละเอียด อีกนิดว่าให้ขั้นตอนการขอกรอบ ขั้นตอนการอนุมัติหนังสือสัญญาเปึนเหมือนการค้า การลงทุน แล้วเป่ดโอกาสให้ไปทํากฎหมายลูก ระบุให้ชัดเจนว่าหนังสือสัญญาแบบไหน ต้องเข้าหรือไม่เข้า วันนี้พวกเรารับรองกันยันรายงานการประชุมเลยท่านประธาน เพราะเกิดแนววินิจฉัยของศาล ทําให้กระทรวงการต่างประเทศเขาลังเลเหมือนกัน หนังสือสัญญาใดนี่ เวลาอ่านมาตรา ๑๙๐ ต้องดูคําวินิจฉัยของศาลฎีกาในอดีตประกอบด้วย เปึนหนังสือสัญญาใดตามกฎหมายระหว่างประเทศ นั่นแปลว่าคู่สัญญาต้องเปึนรัฐกับรัฐ หรือรัฐกับองค์กรระหว่างประเทศ เมื่อตอนช่วงกลางวัน ผมได้ยินท่าน ส.ส. ท่านหนึ่งพูด แล้วผมตกใจเลย ท่านบอกว่ารัฐบาลไทยไปซื้อเครื่องบินจากต่างประเทศ ทําไมไม่เข้า มาตรา ๑๙๐ นี่ท่านประธาน นี่คือความที่ไม่เข้าใจของคนที่ไม่ได้อ่านแล้วศึกษาลึก ถ้าการซื้อของจากต่างประเทศไม่ได้เปึนรัฐต่อรัฐ รัฐกับองค์กรระหว่างประเทศ มันไม่เข้า มาตรา ๑๙๐ เห็นไหมครับ ขนาด ส.ส. ที่มีความใกล้ชิดกับสภาแห่งนี้ยังมีความไม่เข้าใจเลย แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพี่น้องประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการพิจารณาเรื่องหนังสือสัญญาใด ตามมาตรา ๑๙๐

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาสู่ตอนท้าย ๆ ของการอภิปรายในวันนี้ ต้องกราบขอร้องท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่าน ส.ว. โดยเฉพาะท่าน ส.ว. สรรหา ท่านกําลังจะหมดวาระลงเดือนกุมภาพันธ์ แล้วก็มีโอกาสที่จะได้กลับเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ต่ออายุอีก ๓ ป้ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นถูกผลักดันโดยภาคประชาชนจํานวนมาก ที่ไม่อยากให้เกิดการแก้ไข แต่วันนี้ท่านต้องสวมความกล้า ต้องมีอติสูโรครับ กล้าทํา ในสิ่งที่ถูกต้อง คุยกันเรื่องเหตุผล ถ้าท่านฟังเหตุผลได้โหวตให้ เราจะได้ก้าวข้ามไปด้วยกัน แล้วร่างฉบับนี้มันไม่ใช่ร่าง ครม. โดยแท้เสียทีเดียว เปึนร่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีให้ คณะกรรมการอิสระ เราต้องฟังความเห็นนักวิชาการ ถึงต้องเข้าสู่วาระที่หนึ่งในวันนี้ แล้วแน่นอนวาระที่สองในการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน วาระที่สามในการลงมติ เปึนเรื่องของสภาแห่งนี้ เรารับหลักการไป ไปช่วยกันคิดในชั้นคณะกรรมาธิการ ไปช่วยกัน ลงคะแนนในชั้นสุดท้ายในชั้นวาระที่สาม แล้วนี่คือความกล้าหาญที่ท่านเลือกได้ ด้วยตัวท่านเองครับท่านประธาน ขอบคุณครับ