เจตน ศิรธรานนท์ แสดงความเห็นคัดค้านร่างกฎหมาย คปพร. โดยชี้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 และอาจสร้างความแตกแยกทางสังคม จึงไม่เห็นด้วยที่จะรับหลักการ ต่อมาเสนอความเห็นคัดค้านการรวมร่างกฎหมายเลือกตั้งเขตเล็กกับเขตใหญ่เป็นฉบับเดียว โดยชี้ว่าการเลือกตั้งเขตเล็กมีประโยชน์ต่อการลดปัญหาซื้อเสียงและสร้างความเท่าเทียม แต่ยอมรับว่าต้องเลือกแยกเป็น 2 ฉบับเพื่อรักษาความโปร่งใสของชาติไทย และอภิปรายสนับสนุนการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๔ เพื่อประโยชน์ในการเจรจาหนังสือสัญญาและผลประโยชน์ของชาติ โดยยืนยันว่าจะลงคะแนนให้ในชั้นคณะกรรมาธิการ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอยืนยันว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญมันก็เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในโลกที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับปรุง มีการแก้ไขให้ดีขึ้น แล้วก็ไม่มีรัฐธรรมนูญที่ไหนในโลกนี้ที่ไม่มี การเปลี่ยนแปลง ท่านประธานครับ ปัญหาก็คือว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล แล้วก็อีก ๒ ร่าง ในวันนี้เสนอขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์อย่างไร และเวลาที่เสนอเหมาะสมหรือไม่ ข้อสําคัญ คือแก้ปัญหาเรื่องความสมานฉันท์ปรองดองของชาติได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้จะแก้ไปทําไม ท่านประธานครับ การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ รัฐบาลเปึนหัวเรือใหญ่ แต่ว่าจังหวะเวลา มันสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญกําลังจะตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ มันก็ทําให้ประชาชนเขาสงสัยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนการแก้ไขที่ได้ประโยช น์ทางการเมืองใช่หรือไม่ แล้วก็ไม่เห็นว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร นอกจาก พรรคการเมืองเท่านั้นที่เปึนผู้ได้ประโยชน์ และการเสนอแก้ไขอาจจะสร้างความขัดแย้ง ทางการเมืองให้มากขึ้นด้วยซ้ํา เมื่อผมพิจารณาในแต่ละร่างนะครับท่านประธาน
ร่างแรก คือร่างของ คปพร. หรือร่างของหมอเหวง จากประชาชน ๗๑,๕๔๓ คน ในหลักการมันมีอยู่ในมาตรา ๓ ที่กําหนดพุทธศาสนาเปึนศาสนาประจําชาติ เปึนการเปลี่ยนแปลงไปจากรัฐธรรมนูญทั้งฉบับป้ ๒๕๔๐ และฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งเปึน มาตราที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่มาตรา ๙ ของรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับนั้น บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงเปึนพุทธมามกะ และทรงเปึนอัครศาสนูปถัมภก และฉบับอื่น ก่อนหน้านี้ก็เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าตรงนี้จะสร้างความแตกแยกเพราะมีทั้งคนเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ผมเองนับถือศาสนาพุทธ แต่เห็นว่าจะมีข้อเสียมากกว่าข้อดี และไม่มีประโยชน์ เพราะคนไทยจะดีมีจริยธรรมหรือไม่ ศาสนาจะรุ่งเรืองหรือเปล่า คงไม่ได้เกิดจากการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ร่างนี้นํารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาแทน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาลบล้างข้อดีของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่มีอยู่หลาย ๆ ประการ เช่น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ กําหนดให้มีผลบังคับใช้ทันที ไม่ต้องรอกฎหมายบัญญัติ ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวกและรวดเร็ว ประชาชนได้รับความเปึนธรรม จากการเวนคืนที่ดินมากขึ้น ประชาชนมีหลักประกันและสวัสดิภาพในการทํางาน คุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและห้ามนักการเมืองถือหุ้น มีบัญญัติให้มีการเรียนฟรี ๑๒ ป้ เด็ก เยาวชน สตรี และบุคคลในครอบครัวได้รับการคุ้มครองจากความรุนแรง สิทธิผู้สูงอายุมีองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค มีพับลิค เฮียริ่ง (Public Hearing) ก่อนทํา เมกะโปรเจคท์ (Mega Project) ที่มีผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อเกิดให้มี สภาเกษตรกร ล้วนแล้วแต่เปึนประโยชน์ทั้งสิ้น การที่จะมาล้มล้างข้อดีของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ นั้น ผมจึงไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นผมก็ไม่เห็นด้วย แล้วก็คิดว่าจะไม่รับหลักการ ในร่าง คปพร
ท่านประธานครับ ในร่างของ ส.ส. ๑๐๒ คน ก็คล้าย ๆ กับร่างที่เสนอโดย รัฐบาลในร่างที่ ๓ และร่างที่ ๔ ร่างของ ส.ส. ๑๐๒ คน มีเรื่องการเลือกตั้งเขตเล็ก และการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เช่นเดียวกัน แต่ปัญหาคือรวมกันเปึนฉบับเดียว ผิดกับของรัฐบาลที่แยกเปึน ๒ ฉบับ คือในร่างฉบับที่ ๓ กับร่างฉบับที่ ๔ เพราะฉะนั้น ในส่วนตัวผมเองผมเห็นด้วยกับเรื่องหนึ่งกับไม่เห็นด้วยอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้น ผมก็ไม่สามารถที่จะรวมกันแล้วรับในร่างของ ส.ส. ๑๐๒ คน ได้
มาถึงร่างที่ ๓ และร่างที่ ๔ ของรัฐบาล ท่านประธานครับ ในร่างที่ ๓ มีการเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้งจากเขตใหญ่เรียงเบอร์มาเปึนเขตเล็กเบอร์เดียว ท่านประธานครับ โดยความเปึนจริงแล้วด้วยใจจริง การเลือกตั้งเขตเล็กมีประโยชน์ มากมายหลายประการ ผู้สมัครที่ไม่มีเงินก็มีโอกาสได้รับเลือกเพราะเดินหาเสียงได้ทั่วถึง ๑ เสียงเลือกผู้แทนราษฎรได้ ๑ คน ถือว่ามีสิทธิเท่าเทียมกันของประชาชน เขตเล็กผู้แทนราษฎรอยู่ใกล้ชิดประชาชนและรับรู้ปัญหาของประชาชน เวลาเลือกตั้งซ่อม ใช้เงินน้อยกว่า ประเทศต่าง ๆ ล้วนแล้วแต่ใช้เขตเล็กทั้งสิ้น แต่ว่ามันมีข้อเสียอยู่แล้วก็ เปึนข้อดีของเขตใหญ่ก็คือเขตใหญ่ซื้อเสียงได้ยากกว่าและสามารถพัฒนาพรรคการเมือง ให้ดีกว่าที่เปึนอยู่ได้ ท่านประธานครับ ประเทศอินเดียมีประชากรอยู่ ๑,๑๐๐ ล้านคน เขามี ส.ส. อยู่ ๕๔๕ คน ไม่มีการซื้อเสียงครับเพราะซื้อไม่ได้ เขต ๑ มีประชากรอยู่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน ผมยกตัวอย่างตรงนี้มาให้ดูให้เห็นได้ชัดว่าอันนี้เขตใหญ่มันซื้อไม่ได้ เพราะฉะนั้นของเราเขตมันใหญ่ขึ้นมันก็ซื้อยากขึ้น เพราะฉะนั้นการซื้อเสียงของ ส.ส. มันเปึนต้นเหตุของปัญหาชาติบ้านเมือง เปึนต้นเหตุของความเลวร้ายทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น จากสถิติดัชนีองค์กรความโปร่งใสของไทยได้เพียง ๓.๕ และในรอบ ๑๕ ป้ไม่เคยเกิน ๑๕ เมื่อชั่งน้ําหนักผมจึงจําเปึนต้องเลือกการเลือกตั้งที่มีโอกาสซื้อเสียงน้อยกว่ามาใช้
ส่วนในร่างฉบับที่ ๔ ในการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ซึ่งเปึนปัญหาของรัฐสภา ตลอดในช่วงเวลาที่ผ่านมาในการทํางาน ๒ ป้เศษ ผมคิดว่าเกิดจากความไม่ชัดเจนของ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เมื่อได้ฟังนายกรัฐมนตรีท่านอภิสิทธิ์ชี้แจงและผมก็เข้าใจ ความจําเปึนในการแก้ไขดีขึ้น เพราะสอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น ผมเห็นประโยชน์ของ มาตรา ๑๙๐ ฉบับแก้ไขนี้
ในส่วนประเด็นวรรคสองของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และวรรคสามของ ร่างฉบับใหม่ที่แตกต่างกันในเรื่องหนังสือสัญญาที่มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขตซึ่งไทยมีสิทธิอธิปไตย แต่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้รับปากว่า จะแก้ไขตรงนี้ให้ เพราะว่าส่วนที่ขาดหายไปก็คือกรอบในการที่จะเจรจาแล้วก็ต้อง ผ่านการทําประชาพิจารณ์ ซึ่งตรงนี้ถ้าหากว่านายกรัฐมนตรีรับปากว่าจะแก้ไข ในชั้นคณะกรรมาธิการ ผมก็รับปากว่าผมจะโหวตให้ในร่างฉบับที่ ๔ นี้เพื่อประโยชน์ ในการทํางานของรัฐบาล ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อประเทศชาติต่อไป เพราะว่าจากเรื่อง ต่าง ๆ ในการเจรจาเอฟทีเอหรือสัญญาในระหว่างประเทศที่เข้ามาในสภาเรามีโอกาส ได้เรียนรู้แล้วก็ได้มาวิเคราะห์แล้วก็มาอภิปรายให้เกิดประโยชน์ต่อการทําข้อตกลง หรือว่าเอ็มโอยูในแต่ละเรื่อง แล้วก็รัฐบาลก็นําไปใช้ได้หลายเรื่องและผมเชื่อว่าตรงนี้ เปึนประโยชน์ครับ ผมรับในร่างที่ ๔ ครับ ขอบคุณครับ