รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ อภิปรายเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยแสดงความเห็นชอบเกี่ยวกับมาตรา 190 และหารือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับที่มาของ ส.ส.เขตเดียวเบอร์เดียว และเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาในเรื่องการใช้เงินและการซื้อสิทธิขายเสียง นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ การปฏิวัติ พ.ศ. ๒๕๔๙ การเลือกตั้ง ส.ว. ในปี ๒๕๔๙ การร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ และการยุบพรรคการเมือง โดยเรียกร้องให้มีการลงโทษทุจริต การคดโกง และการซื้อขายเสียงอย่างจริงจัง

พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลตํารวจเอก สุนทร ซ้ายขวัญ สมาชิกวุฒิสภา สรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนอื่นในฐานะ ที่ผมเปึนนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ในพระบรมราชูปถัมภ์ต้องขอขอบคุณรัฐบาล ท่านประธานรัฐสภา พี่น้อง ส.ส. ท่านประธานวุฒิสภา เพื่อน ส.ส. พี่น้องประชาชน ทุกภาคส่วนที่ได้ไปช่วยเหลือพี่น้องชาวปักษ์ใต้ที่ว่าถูกอุทกภัยและวาตภัยที่ผ่านมา เปึนอย่างดียิ่ง และคิดว่าปัญหาภัยหนาวของพี่น้องชาวเหนือ ชาวอีสาน รัฐบาลและ ท่าน ส.ส. ทั้งหลายก็คงจะได้ช่วยกันอีกต่อไปนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคงจะ เปึนคนสุดท้ายของสมาชิกวุฒิสภาที่จะอภิปรายในคืนนี้ พี่น้องที่จะฟังคงนอนกันหมดแล้ว ในสภานี้ก็ไม่เหลือมีอยู่ ๔-๕ คนที่จะอภิปราย ไม่เปึนไรครับ ท่าน ส.ส. ก็ได้อภิปรายมา ๒ วัน ท่านพี่น้องที่รับฟังทางบ้านทุกท่านทําใจนะครับ แล้วก็แยกแยะต้องทําใจว่า ก็เหมือนกับพวกใครพวกมันนะครับ มาจาก ส.ส. ต่างพรรคกันเท่านั้นเอง ความคิดเห็น แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซึ่งความจริงเรื่องเดียวกันน่าจะมีความคิดเห็นสวนทางกันบ้าง ก็ไม่ค่อยจะสวนกัน ก็มีวินัยกันดีนะครับ ผมคิดว่าความจริงก็เปึนความคิดในทางการเมือง ซึ่งความคิดมันแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ความเห็นจะแตกต่าง ก็แล้วแต่นั่นก็เปึนเรื่องที่พี่น้องประชาชนที่รับฟังก็อย่าไปแตกทางหรืออย่าไปแยกพวก แยกพ้อง เราก็พี่น้องประชาชนคนไทยด้วยกัน พี่น้อง ส.ส. ส.ว. เราก็เช่นเดียวกันครับ ต่างคนต่างมาก็มีความคิดเห็นตัวเอง ได้อภิปรายมีความเห็นหลากหลาย หลากความคิด ก็เปึนเรื่องธรรมดา เปึนไปตามข้อเท็จจริงและตามเนื้อผ้า ประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับ ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ร่างที่รัฐบาลเสนอเข้ามานั้น ทุกคนได้อภิปรายกันมาหมดไม่มีอะไรที่ผมอภิปรายแล้วจะไม่เหมือนกับทุกท่านที่พูดมา ก็คงไม่ต้องกล่าวอะไรมาก เพียงแต่ว่าในร่างรัฐบาลที่เสนอขอแก้ไขในมาตรา ๑๙๐ การทําหนังสือสัญญาที่จะต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภานั้น ในเรื่องนี้เดิมผมก็มี ข้อห่วงใยเหมือนพี่น้อง ส.ว.ที่ทักท้วงและมีตั้งประเด็นไว้ แต่เมื่อท่านนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงแล้วความเปึนห่วงเปึนใยก็น่าจะหมดไปได้ แก้ได้ครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญนั้น แก้ได้แม้จะเปึนแก้เล็กแก้น้อย แต่ว่าท่านก็ต้องเห็นนะครับ เพราะว่าเพื่อน ส.ว. ทั้งหลาย คงจะเห็นนะครับ เข้าประชุมในเรื่องกรอบการเจรจาอะไรสักอย่างวันหนึ่ง ๒๐ ชั่วโมง หรือ ๑๐ ชั่วโมงไม่ได้สักกรอบหนึ่ง กลับไปก็ไม่ได้ ลงคะแนนก็ไม่ได้ บางทีคะแนนก็หาย สภาก็ล่มอีก ไม่ทราบเก่งกาจกันทุกคน บางคนอธิบายได้เปึนชั่วโมงแทบจะสร้างรางรถไฟได้ ทํารถไฟได้ อ่านกันมายอดเยี่ยมทั้งนั้น หรือว่าถ่วงเพื่อไม่ให้มันจบหรือเปึนเทคนิค ในทางการเมือง ผมก็ไม่ทราบนะครับ แต่ว่านั่นคือความเบื่อหน่ายที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ถ้าออกอันนี้มาเราก็จะได้โล่งใจว่าอะไรควรไม่ควรออกมา เราจะดูเท่าที่ควรจะได้มีเวลา ไปบริหารประเทศ มันเปึนประโยชน์กับประชาชนทีเดียวถ้ารัฐบาลเดินหน้าไปได้ ทุกอย่างออกไปได้มันก็เปึนการบริหารประเทศ ผลมาถึงประชาชนอยู่ดีนะครับ แนวโน้ม ผมก็น่าจะเห็นด้วยในเรื่องของร่างมาตรา ๑๙๐ นี้

สําหรับร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับที่มาของ ส.ส. เขตเดียวเบอร์เดียว วันแมน วัน โหวต จะเปึนเขตใหญ่เขตเล็กในความรู้สึกของผมคือเปึนเรื่องของการเมือง นั่นแหละครับทุกพรรคได้ประโยชน์ มันก็ได้ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอยู่ดี เพราะว่า ตรงนี้ไม่ใช่ว่าถ้าไม่ใช่พี่น้องประชาชนแล้วมันจะแก้ไม่ได้ มันก็แก้ได้ แต่ว่าทางพรรคฝ์ายค้าน ก็ไม่ได้อะไร ก็ยังท้ากันว่าผมเข้ามาผมก็ไปอะไรก็แล้วแต่ ไม่ได้ห่วงใยกันจะเขตใหญ่ เขตเล็ก เพราะฉะนั้นจะแก้ก็แก้ไป มันไม่ได้กระทบอะไร ไม่ได้เดือดร้อนกับ พี่น้องประชาชนด้วยตรงนี้ ผมคิดว่าน่าจะทําได้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าใจผม ผมคิดว่า เขตใหญ่น่าจะดีกว่าเหมือนที่เพื่อน ส.ว. เราได้กล่าวไปแล้วว่าเขตใหญ่ซื้อเสียงก็คงจะ ซื้อกันยากลําบาก คนดีก็ไม่มีโอกาสสอดแทรกเข้ามาได้ เพราะว่าถ้าคนดีก็เดินได้ แล้วถ้าทําผิดมันทําผิดโอกาสมาก ๆ ก็อาจจะจับกุมกันได้หรืออะไรกันได้ก็แล้วแต่ แต่ว่า อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อทางรัฐบาลแก้มาก็จะได้พิจารณากันอีกสักครั้งหนึ่ง เพราะว่า การใช้เงินใช้ทองตรงนี้ถ้าถามทุกท่าน ส.ส. ทุกคนไม่มีใครซื้อกันเลย ไม่มีใครปฏิเสธหมดทุกคน ก็อาจจะเปึนเรากล่าวหาโดยเลื่อนลอยก็ได้ ก็ขอให้เปึนเช่นนั้น เพราะฉะนั้นผมว่า การซื้อสิทธิขายเสียงก็อาจจะเปึนความคิดของคนที่เปึนห่วงเปึนใยมากเกินไป เพราะฉะนั้นอย่างไรก็แล้วแต่ในร่างนี้ก็คงจะได้พิจารณากัน

สําหรับเรื่องสุดท้ายที่เปึนห่วงคือร่างของประชาชนจํานวน ๗๑,๕๔๓ คน ที่หมอเหวงนําเสนอเข้ามา ก็เปึนความคิดของประชาชนที่ดี แต่ว่าเปึนประชาชนส่วนหนึ่ง ประชาชนประเทศไทยเรา ๖๐ ล้านคน ๗๐,๐๐๐ คนคงจะเปึนส่วนหนึ่ง แล้วคนที่ ไม่เห็นด้วยกับร่างนี้ก็น่าจะมีอีกเยอะแยะหลายหมื่น คง ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ กว่าคน เหมือนกันแต่ไม่มีลงชื่อกันมา แต่เราก็ไม่ทําอย่างนั้น นี่ก็เปึนความคิดของต่างคนต่างพวก ก็คิดต่างคนต่างไปกัน กลุ่มใครก็กลุ่มใครว่ากันไป ผมก็กราบเรียนว่าเปึนห่วงทั้งพี่น้องเสื้อแดง พี่น้องเสื้อเหลืองก็แล้วแต่ พี่น้องเสื้อแดงก็ร่างขึ้นมา ถ้าแก้หรือว่าเราร่างตามนี้ ดูรายละเอียดที่เพื่อนสมาชิกได้อธิบายกันไปแล้วในหลาย ๆ ข้อ ก็เหมือนกับ ล้มรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ป้ ๒๕๔๐ ก็ดี ป้ ๒๕๕๐ ก็ดี เปึนรัฐธรรมนูญที่ดีทั้งนั้น แต่ป้ ๒๕๔๐ นั้นเราได้แก้ไขกันมาโดยเมื่อมีปฏิวัติรัฐประหารไปแล้ว โดยป้ ๒๕๕๐ ก็เพื่ออุดช่องโหว่ ก็ไม่อยากจะพูดว่ามันมีสิ่งดี ไม่ดีก็คงจะรู้กันอยู่ทั่วไปอยู่แล้ว แต่ว่าแปลกใจอยู่ว่าเพื่อนสมาชิกฝ์ายหนึ่งบอกไม่เห็นความไม่ดีเลย เพื่อนอีกฝัืงก็เห็น ความไม่ดีไปหมด ผมก็ไม่รู้มันเปึนอย่างไร แล้วทําอย่างไรจะได้เห็นกันบ้างว่ามันไม่ดีบ้าง หรือดีหมด หรือไม่ดีหมด ขอให้ได้เห็นตรง ๆ หน่อย มาถามปรองดองคงจะไปกันได้ เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยภาพใหญ่หรือภาพรวมทั้งหมดคงต้องรอจังหวะ รัฐบาลต้องทําเหมือนกันแต่หาจังหวะดี ๆ หาความสมานสามัคคีกันได้จังหวะแล้วก็ หาโอกาสที่จะต้องแก้ไขกัน ตรงนี้ผมก็คงจะเห็นด้วยว่าในการจะแก้ไขกันอย่างไร ว่ากันอีกทีในอนาคต

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปึนสมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมก็อยากจะเรียนว่า ผมนั้นเลือกตั้งเข้ามาเปึน ส.ว. ในป้ ๒๕๔๙ ในกรุงเทพมหานคร เปึนลําดับที่ ๑๑ ของ ๑๘ คน ใน กทม. ขอบคุณพี่น้องชาวกรุงเทพมหานครที่เลือกมาในครั้งนั้น แม้ว่า ๕ เดือนถูกปฏิวัติ ไปเรียบร้อย ท่านสนธิไปก็ไม่เปึนไรนะครับ ผมก็ได้รับแต่งตั้งเปึนสมาชิกนิติบัญญัติ ซึ่งพี่น้องหลายท่านก็พาดพิงว่าผมเปึนผลพวงของ คมช. ไม่น่าเชื่อถือ แล้วก็มาเปึน สนช. ผ่านร่างกฎหมาย ป้ ๒๕๕๐ ที่ สสร. ในร่างของ คมช. ทุกคนก็ว่า ผมก็พูดไม่ถูก คมช. สสร. ทุกคนก็มีความคิดทั้งนั้น เปึนใหญ่เปึนโตกันในบ้านในเมืองคงไม่ชั่วร้ายกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นการที่เขาร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ผ่านออกมา เขาผ่านผมมา เราไม่ต้องการให้การเมืองอ่อนแอหรอกครับ แต่ว่าการทุจริต การคดโกง การซื้อเสียง การขายเสียง ซึ่งทุกคนบอกไม่มี ไม่มีดีครับ แต่ถ้ามีก็ต้องเอากัน ต้องลงโทษกัน โอเคเฉพาะตัวไม่ว่า แต่เปึนห่วงว่าทําไมลงเฉพาะคณะกรรมการแล้วลงยุบพรรค พรรคผมเห็นด้วยจะยุบ แต่ว่าน่าจะถูกลงโทษมากกว่ากรรมการเพียง ๑ คน เพราะกรรมการผู้บริหารพรรค น่าจะหัวหน้าพรรคเอย เลขาธิการพรรคเอย หรือคนที่ สําคัญ ๆ ๔-๕ คนต้องโดน แต่ผมเห็นโดน ๑๑๒ คน ๑๐๙ คน เราก็ไม่สบายใจ ก็ฝากไปด้วยว่าตรงนี้คงจะหาทางแก้ไขกันต่อไปนะครับ ผมขอฝากไว้ว่าในฐานะ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการสรรหานั้นก็ยังพร้อมและยินดีที่รับใช้พี่น้องประชาชน ขอขอบคุณทุกท่านครับ