ชานิ ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 โดยเน้นย้ำว่าการแก้ไขต้องมีความเป็นจริงและมีความเป็นไปได้ ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งใหม่ และยังเน้นย้ำว่ารัฐธรรมนูญต้องแก้ไขได้บ่อยครั้ง และสนับสนุนร่างที่รัฐบาลเสนอ โดยระบุว่าข้อเสนอของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนมีปัญหาตามระบบการเลือกตั้ง และขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นไปได้และจริงใจ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อแสดงความคิดเห็นประกอบการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้ง ๔ ร่างไปพร้อม ๆ กัน นั่นก็คือ
๑. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จํานวน ๗๑,๕๔๓ คน เปึนผู้เสนอ)
๒. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๐๒ คน เปึนผู้เสนอ)
๓. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๑๙๐ คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
๔. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (มาตรา ๙๓ ถึง มาตรา ๙๘ คณะรัฐมนตรี เปึนผู้เสนอ)
ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่มีความหมาย สําคัญอย่างยิ่ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ และไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดายนัก ตลอดระยะประวัติศาสตร์ในทางการเมืองของประเทศเรา สิ่งที่ยากที่สุดของรัฐสภาแห่งนี้ ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรามีรัฐธรรมนูญใช้มาหลายฉบับอย่างน้อยก็ ๑๘ ฉบับ ท่านประธานครับเปึนไปได้อย่างไรในระบบของเราที่เมื่อคนฉีกรัฐธรรมนูญทําได้ง่ายกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือสิ่งที่เปึนปัญหาท้าทายจิตสํานึก และสิ่งที่เปึนปัญหาท้าทายของ รัฐสภาเราว่า เราควรจะมีท่าทีอย่างไร จะยอมรับหรือไม่ยอมรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนที่ เราจะเดินทางมาถึงวันนี้ ท่านประธานครับ สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศมีปัญหา มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย จนกระทั่งเรียกได้ว่าบัดนี้การเมืองไทยยังอยู่ในวิกฤติ และเรายังไม่สามารถออกจากวิกฤตินี้ได้ หลังการรัฐประหารทุกครั้งเราไปสู่การเลือกตั้ง และการเลือกตั้งเปึนทางออกของวิกฤตการณ์ทางการเมืองในขณะนั้นเสมอ แต่การเลือกตั้ง เมื่อป้ ๒๕๕๐ เปึนการเลือกตั้งที่คนรอคอย และเปึนการเลือกตั้งที่เราไม่สามารถ เอาการเมืองออกจากวิกฤติได้ และสิ่งตรงนี้เองครับ ความขัดแย้งการเผชิญหน้าในทาง การเมืองเกิดขึ้นเปึนระลอก ๆ และความรุนแรงยังดํารงอยู่ และอาจจะต้องเกิดขึ้นได้อีก ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่า ก่อนที่จะเสนอให้มีการแก้ไขในทาง การเมือง กลุ่มฝ์ายต่าง ๆ ได้ออกมาตั้งคําถาม คําถามที่ว่านั้นก็คือ
๑. รัฐธรรมนูญจําเปึนต้องแก้ไขหรือไม่ ๒. รัฐธรรมนูญแก้ไขเพื่อใคร ๓. ใครเปึนผู้เสนอแก้ และ ๔. ถ้าเสนอแก้แล้วไม่สําเร็จใครจะเปึนผู้รับผิดชอบ คําถามนี้ ผมคิดว่าเราจําเปึนที่จะต้องแสดงความเห็นร่วมกันของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ผมต้องเรียน กับท่านประธานอย่างนี้เปึนเบื้องต้นก็เพราะว่าในชีวิตทางการเมืองของผม ชีวิตทาง การเมืองความเปึนจริงของพวกเรา เราได้อยู่ในกระบวนการทางการเมืองของประเทศนี้ มานานพอที่จะอธิบายให้คนในสังคมนี้เห็นได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเราควรจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอะไร ผมเปึนคนหนึ่งที่มีความตื่นตัวในทางการเมืองมานานพอสมควร ผมมีความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในกระบวนการเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของประเทศนี้ในเงื่อนไข ของวิถีทางแห่งระบอบประชาธิปไตยทั้งสิ้น วิกฤติทางการเมืองที่เกิดขึ้น การเคลื่อนไหว ของคนเสื้อแดง แม้หลายเรื่องที่ผมไม่เห็นด้วยในการเคลื่อนไหวของเขาแต่ก็มีหลายอย่าง ที่ผมรับฟัง และผมพร้อมจะปรองดองรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างนั้นอย่างเสมอมา ผมเห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรและหลายเรื่องที่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับ การเคลื่อนไหวของพันธมิตร ท่านประธานครับ แต่ผมและคนรุ่นผมไม่เคยเห็นด้วยกับ การรัฐประหาร นี่เปึนสิ่งที่ผมต้องยืนยันกับท่านประธานเปึนเบื้องแรก เพราะเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ หรือไม่แก้รัฐธรรมนูญนําไปสู่การมีหรือไม่มีรัฐประหารเสมอของประเทศนี้ ผมถึงต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่าคนรุ่นผมได้รับความตื่นตัวทางการเมือง มาเมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ คือวันที่จอมพล ถนอม กิตติขจร ปฏิวัติตัวเอง ล้มรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปึนเงื่อนไขเบื้องต้นของการนําประเทศไทยเข้าสู่กระบวนการ ประชาธิปไตย และเราได้มีการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ มีการเคลื่อนไหวคัดค้าน การรัฐประหารแบบนี้เสมอมา ผมต้องกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ ก็เพราะว่า ตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่ในสภามาหลายป้เราเคยมีการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญน้อยมาก และเมื่อเสนอมาแล้วเราก็แก้ไขได้สําเร็จน้อยมากเช่นเดียวกัน เรื่องเขตเลือกตั้ง เปึนเรื่องหนึ่งที่ท้าทายต่อการแก้ไขหรือไม่แก้ไขตลอดระยะประวัติศาสตร์ของการเลือกตั้ง ในประเทศไทย บังเอิญผมได้อยู่ในระบอบการเลือกตั้งมาแล้วหลายรูปแบบ เขตละ ๓ คน ก็เคยเปึนผู้แทนครับ ชนะยกทีมก็มี ชนะ ๒ คนก็มี ชนะคนเดียวก็มี เขตเลือกตั้งเขตละคน ผมก็เคยลงเลือกตั้งแล้วก็ชนะเลือกตั้ง บัญชีรายชื่อผมก็เคยเปึน ระบบสัดส่วนที่เกิดขึ้น ใหม่สุดผมก็เปึนผู้แทนอยู่มาถึงปัจจุบันนี้ นี่คือสิ่งที่ข้อเท็จจริงก็คือว่าการใช้รูปแบบ เลือกตั้ง เขตเลือกตั้งแบบไหน อย่างไร นั่นเปึนเรื่องที่ท่านสมาชิกมีสิทธิ มีสิทธิอัตวินิจฉัย ที่จะเลือกหรือไม่เลือกแบบไหนก็ได แต่ที่ผมต้องเกริ่นกับท่านประธานอย่างนี้ก่อน ก็เพราะว่าเราต้องมายืนยันกันก่อนครับว่ารัฐธรรมนูญต้องเปึนสิ่งที่แก้ไขได้ ท่านเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยในประเด็นใดไม่สําคัญ แต่ต้องสําคัญก่อนว่ารัฐสภาต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญเราเคยเชื่อมั่นในชีวิตความเปึนจริงที่แตกต่างกันมาตลอด รัฐธรรมนูญไม่ใช่พระธรรมเจดีย์ครับท่านประธาน รัฐธรรมนูญไม่ใช่คัมภีร์ทางศาสนา ไม่ใช่เปึนสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์จนแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญเปึนเรื่องของระบบการเมือง และเปึน กระบวนการในทางการเมืองเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญจึงมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง ต้องเปลี่ยนแปลง และต้องแก้ไขตลอดระยะ ประวัติศาสตร์ ทําไมบ้านเราถึงใช้รัฐธรรมนูญเปลืองครับ ที่เราใช้รัฐธรรมนูญเปลือง ก็เพราะว่าเราแก้ไขยาก เราแก้ไขไม่ได้ และเราไม่ยอมให้มีการแก้ไข แต่ในที่สุดเราก็ฉีก รัฐธรรมนูญแล้วก็ฉีกได้ ฉีกสําเร็จ ฉีกได้ตลอดเวลา เราจะต้องให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น บ้านเราไม่ได้ต่อไปอีกแล้ว เรายืนเลือกในสิ่งที่ยกเลิกโดยไม่มองความเปึนจริงไม่ได้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าเรายืนยันให้ได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเปึนสิ่งที่ต้องทําได้ นี่เปึนสิ่งที่ เราจะต้องพูดจากันต่อไป
เรื่องที่สอง มีคําวิพากษ์วิจารณ์มากมายทั้ง ๔ ฉบับที่เสนอมาในวันนี้ มีคําถามอยู่คําถามหนึ่งก็คือว่าแก้เพื่อใคร คําถามนี้ผมคิดว่าเปึนคําถามที่ต้องการคําตอบ คําถามนี้เปึนสิ่งที่ท้าทายและผมคิดว่าผู้เสนอทั้ง ๔ ประเด็นเขาตอบคําถามนี้ได้แน่นอน ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญไม่มีเรื่องส่วนบุคคลนอกจากเรื่องของสิทธิเสรีภาพ รัฐธรรมนูญเปึนเรื่องของระบบการเมือง เปึนเรื่องของกระบวนการ และเปึนเรื่องของ เปัาหมายด้วย และในเมื่อเปึนอย่างนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่อาจจะตอบได้ว่าอะไร เพื่อใคร เปึนรายละเอียดเหมือนกับเอาของไปแจกน้ําท่วม เหมือนกับเงินสวัสดิการ ประชาชน มันมีรายละเอียดที่ลึกและเปึนความจริงมากกว่านั้น ไม่มีใครสามารถแก้ รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองได้อย่างแน่นอน เพราะวันนี้เรากําลังพิจารณาเพียงว่าเปึนการแก้ไข เพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อคนทุกกลุ่มได้รับโอกาสได้ดียิ่งกว่าเก่า และเปึนเครื่องมือ ที่จะไปตอบอนาคตในวันข้างหน้าด้วย ผมถึงยืนยันกับท่านประธานว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญในวันนี้ผมเคารพทั้ง ๔ ญัตติว่าไม่มีใครอาจทําเพื่อตัวเองได้เลยแม้แต่น้อย ส่วนเราจะเอารับหรือไม่รับฉบับไหนอย่างไรเราจะไปดูในรายละเอียดกัน
เรื่องที่สาม ใครเปึนผู้เสนอแก้ คําถามนี้เปึนคําถามที่มีอยู่จริง และคําตอบ ก็มีอยู่จริงตามรัฐธรรมนูญ รัฐบาลเสนอได้ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ครับ สมาชิกวุฒิสภาได้ครับ ภาคประชาชนซึ่งวันนี้เสนอแล้วเสนอได้ครับ และ ส.ส. กับ ส.ว. เสนอร่วมกันก็ได้อีกครับ แต่ว่าในคําว่าได้อีกก็คือว่าเรามีกันอยู่เท่านี้ครับเปึนผู้ที่เสนอ และวันนี้ท่านประธานครับ รัฐบาลเปึนผู้เสนอด้วยผู้หนึ่ง การเสนอของรัฐบาลวันนี้ ท่านประธานต้องยอมรับนะครับว่าวิกฤตการณ์ในทางการเมืองที่เกิดขึ้นรัฐบาล มีความรับผิดชอบอย่างหนึ่งก็คือจะต้องแก้ไขในเรื่องนี้ รัฐบาลเสนอแผนปรองดองแห่งชาติ รัฐบาลเรียกร้องความเชื่อมั่น รัฐบาลเสนอแผนปฏิรูปประเทศไทย กระบวนการเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ได้เปึนเรื่องของอนาคตทั้งสิ้น ผมได้กราบเรียนกับท่านประธานในเบื้องแรก แล้วว่า การเมืองไทยอยู่ในวิกฤติและหนทางการออกจากวิกฤติได้มีหนทางเดียวคือต้องไป เลือกตั้ง ปัญหาว่าเราจะไปเลือกตั้งด้วยวิธีไหนครับ เราจะไปเลือกตั้งแบบที่เราเคยไป เลือกมาแล้ว มีคนชอบและมีคนไม่ชอบแน่นอน แต่ว่ารูปแบบนั้นวิธีนั้นมีเหตุปัญหาที่ แบรออยู่ตรงหน้าเราจะเดินกับปัญหานี้อย่างไร ผมถึงบอกว่าวันนี้การเสนอของรัฐบาล เสนอเพื่อการแก้ไข ๒ ประการนี้เปึนการเลือกเรื่องที่มาเสนอด้วยความรับผิดชอบในทาง การเมืองเปึนอย่างยิ่ง เพราะประเด็นที่นําเสนอเปึนปัญหาเร่งด่วนที่เราจะต้องหาทางออก ให้กับวิกฤตการณ์ในทางการเมืองของประเทศ และปัญหาของประเทศไทยเราได้สูญเสีย ความเชื่อมั่นไปนานเกินไปแล้วครับ รัฐบาลได้ใช้ความพยายามในการเรียกร้อง ความเชื่อมั่นกลับคืนมา ผมมั่นใจว่าวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางขึ้นสู่เวทีสากลวันนั้น คนไทยสบายใจ คนไทยมีความเชื่อมั่น และคนไทยมีความสุข แต่อุปสรรคของความร่วมมือ อุปสรรคของการสร้างความเชื่อมั่นอยู่ในบางมาตราที่เสนอแก้ไขในวันนี้ก็เปึนเพียงเพื่อที่ เราจะแก้ไขปัญหาพื้นฐานของเบื้องต้นที่ผ่านกระบวนการตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพราะฉะนั้นผมถือว่าการเสนอของรัฐบาลในวันนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับชอบหรือไม่ชอบ ไม่ใช่ เรื่องเกี่ยวกับเคยพูดอย่างหนึ่งแล้วมาพูดอีกอย่างหนึ่ง แต่สําหรับผมและผมแน่ใจว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภาเห็นตรงกับผมว่านี่เปึนความรับผิดชอบในทางการเมืองของรัฐบาลที่ต้อง เสนอแก้ไข แต่เมื่อเสนอมาแล้ว หลายท่านก็มีความวิตกกังวลว่าบางประเด็นที่เสนอมา มันน้อยไปไหม บางฉบับนี่ก็มากเกินไปไหม ถ้าเสนอแล้วไม่ผ่านเลยนี่ใครจะรับผิดชอบ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ต้องทําความเข้าใจกันเช่นเดียวกันครับ เพราะว่าวันนี้เรากําลัง ประชุมร่วมกันของรัฐสภาการตัดสินใจเรื่องของรัฐธรรมนูญ เปึนการตัดสินใจของรัฐสภาโดยแท้ รัฐบาลหลังจากที่ได้เสนอแล้วไม่มีสิทธิตัดสินใจอีกแล้วว่าจะเอาหรือไม่เอาในฐานะรัฐบาล เพราะแม้กระทั่งกรรมาธิการรัฐบาลยังเสนอเองไม่ได้เปึนเรื่องของรัฐสภา และในระบอบ ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เปึนประมุข ในระบบรัฐสภาที่เราเดินมาถึงทุกวันนี้ เปึนระบบรัฐสภาที่รัฐบาลเขาไม่ต้องมีเสียงข้างมากในรัฐสภา และมีเสียงข้างมาก ในรัฐสภาไม่ได้ด้วย รัฐบาลไม่สามารถมีเสียงข้างมากอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นการผ่าน หรือไม่ผ่านรับผิดชอบหรือไม่รับผิดชอบเปึนเรื่องของสมาชิกรัฐสภาไม่ใช่เปึนเรื่องของ ผู้เสนอ ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่า คําถามในทางการเมืองนี่ มีการอภิปรายและมีการพูดจากันไป เพราะว่าข้อเสนอนี้รัฐบาลครั้งหนึ่งในประเทศไทยเราเคยมี อํานาจเหนือระบบ เราเคยมีอํานาจเหนือรัฐสภาในที่สุดเกิดอะไรขึ้นท่านประธานครับ ในที่สุด การเกิดอํานาจเหนือระบบ เกิดการแทรกแซงองค์กรอิสระ เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เกิดความปัืนป์วนในทางการเมือง เกิดวิกฤตการณ์ของประเทศนําไปสู่การรัฐประหาร สิ่งที่เราไม่ต้องการนี่ละครับ เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐบาลเขาไม่ได้มีเสียงข้างมากในรัฐสภา เพราะฉะนั้นคําตอบ ๔ คําถามนี้ ผมคิดว่าผมจําเปึนต้องกราบเรียนกับท่านประธาน เพื่อยืนยันว่า ๑. รัฐธรรมนูญต้องแก้ได้ ๒. การแก้นี้เพื่อระบบการเมือง เพื่อประเทศ และเพื่อประชาชน แล้วก็ผู้เสนอแก้ไขในวันนี้รัฐบาลได้เปึนคนเสนอมาซึ่งผมก็ต้องชมเชย และแน่นอนที่สุดความรับผิดชอบเปึนเรื่องของพวกเราทุกคน
ประการต่อไปครับท่านประธาน การเสนอแก้ไขในวันนี้อย่างที่ผมได้ กราบเรียนกับท่านประธานไปถึง ๔ ฉบับที่ว่า มันมีปัญหาทางการเมืองอยู่ด้วยอีก ๔ ประการ ๔ ประการนี้ที่ต้องกราบเรียนก็คือว่าความคิดเห็นของเราในการเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ชอบหรือไม่ชอบก็เปึนปัจจัยที่สําคัญอย่างหนึ่ง ผมกําลังเรียนกับ ท่านประธานว่าเวลาพูดถึงประเด็นในการแก้ไขมันมีปัญหาในทางการเมืองอยู่ด้วย ปัญหาในทางการเมืองที่ว่านั้นก็คือคนที่มาจากระบบเขตการเลือกตั้งแบบไหน คนที่เขา เคยได้ประโยชน์ในการเลือกตั้งในวิธีใด หรือเขาได้ประโยชน์อะไรจากการเลือกตั้งนั้น อยู่แล้วเขามักจะยึดติดในวิธีการนั้นเสมอ นี่ผมถือว่าเปึนธรรมดาและเปึนทั้งธรรมชาติ เพราะฉะนั้นประเด็นที่มีการพูดจากันทั้งหมดนี้หลายเรื่องจึงเปึนปัญหาทางการเมือง ที่เปึนวาทกรรมเพื่อที่จะพูดให้เกิดความเห็นที่ชอบหรือไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองคิดเท่านั้น
ประการที่ ๒ ในตัวตนของรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน ผมบอกแล้วว่า รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่มีใครเห็นเหมือนกันหรอกครับ มีความเห็นแตกต่างกันแน่นอน มีความคิดไม่เหมือนกันแน่นอน ฉบับหลังสุดการไปลงประชามติ ๑๐ ล้านเสียงต่อ ๑๔ ล้านคน ต้องถือว่าเปึนความคิดในทางการเมืองที่แตกต่าง และในความแตกต่างนั้น มันไม่ได้เพียงแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงถึงขนาดที่ว่าใกล้โดยเด็ดขาดเสียทีเดียว มันเปึน ความแตกต่างที่มีเหตุมีผลในตัวตนของตนเองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นด้วยความแตกต่างนี้ ละครับจึงเปึนเรื่องกําหนดของความชอบหรือไม่ชอบในรัฐธรรมนูญเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงไปสู่คําตอบว่าขอแก้หรือไม่ให้แก้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มีปัญหาทั้งในเรื่องของหลักการ ที่ควรแก้ไขหรือไม่ควรแก้ไข ประการนี้ก็คือเปึนเรื่องที่มีการถกเถียงแล้วก็โต้แย้งกันอีก เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ
ประการที่ ๓ ที่ผมต้องกราบเรียนก็คือว่าการแก้ไขหรือไม่แก้อะไรมันต้อง คํานึงถึงความเปึนไปได้ที่เราจะต้องนําเสนอเพื่อสู่การแก้ไขด้วย อย่างที่ผมกราบเรียน กับท่านประธานแล้วว่าเราเคยแก้รัฐธรรมนูญได้น้อยมาก และผมก็เปึนคนหนึ่งที่เคยผ่าน กระบวนการยอมรับในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญครั้งแรกแก้เรื่องเขตเลือกตั้ง เหมือนกัน ก่อนไปเลือกตั้งป้ ๒๕๒๖ ตอนนั้นก็กําหนดให้ทั้งจังหวัดเปึนเขตเลือกตั้ง กรุงเทพมหานครแบ่งเปึน ๓ เขต มีพระนครเหนือ พระนครใต้ แล้วก็ธนบุรี ๓ เขตเลือกตั้ง ๓ ส่วนนี้เปึนเขตเลือกตั้งใหญ่เกินไปไม่สอดคล้องกับความเปึนจริง สภาก็แก้ไขได้ เท่านี้ครับ เหตุที่ต้องแก้ไขได้เท่านี้ก็คือความเปึนจริงในทางการเมืองมันเปึนไปได้เท่านั้น ก็ต้องทําไปในลักษณะที่เท่านั้นจริง ๆ ต่อมาอีกเราจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หลังจาก เหตุการณ์ ๑๗ พฤษภา เราทําอย่างไรครับ ถ้าเรามาแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แน่นอนเราคง แก้ยาก ใช้วิธีแก้อย่างเดียวก็คือแก้แบบไปตั้ง สสร. ๑ ขึ้นมาทําหน้าที่ในการร่าง รัฐธรรมนูญ วันนั้นสภาผู้แทนราษฎรทําได้อย่างเดียวก็คือว่าอนุมัติกับไม่อนุมัติ แต่ในที่สุดผมและคนรุ่นผมสภาวันนั้นก็อนุมัติให้ไปทํา ผมบอกกับท่านประธานอย่างนี้ ก็คือว่าประเด็นที่จะนําไปสู่การแก้ไขเปึนเรื่องสําคัญ เปึนเรื่องใหญ่ ๑. พิสูจน์ได้ชัดว่า เราทําเพื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศ เราทําเพื่อระบบการเมืองของประเทศ และสุดท้าย ก็คือว่าเราทําบนหลักการ บนพื้นฐานของความเปึนไปได้ของการแก้ไข ๒ ประเด็น ที่รัฐบาลนํามาสู่การแก้ไขนั้นมันเปึนประเด็นที่มีความเปึนไปได้เพราะผ่านกระบวนการ ศึกษา ผ่านกระบวนการเห็นพ้อง หรืออย่างน้อยที่สุดก็กระบวนการที่มีความเห็นแตกต่าง ในทางความคิดน้อยที่สุด เปึนไปได้ที่สุด นี่คือทําไมเสนอถึง ๒ เรื่อง ๒ ประเด็น ตามที่รัฐบาลเสนอมา ผมจะไล่มาทีละประเด็นอย่างนี้ท่านประธานครับ สิ่งที่เปึนของ คณะกรรมการภาคประชาชน ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอมา ร่างนี้ได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรมานานพอสมควรแล้วจริง เราไม่อยู่ในจังหวะ ที่หยิบขึ้นกันมาพิจารณา วันนี้ผมจึงบอกว่าเปึนวัน เวลาที่อยู่ในจังหวะในเวลาที่เหมาะสมที่สภาเราต้องให้ความจริง จากเรื่องนี้ ร่างนี้ไม่ใช่เปึนสิ่งที่ดีหรือไม่ดี แต่ร่างนี้ได้ถูกเสนอขึ้นบนเงื่อนไขเชิงสัญลักษณ์ ว่าปฏิเสธรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ และจะเอารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ กลับคืนมา ข้อเสนอ เชิงสัญลักษณ์นี้เปึนข้อเสนอที่มีสิทธิเสนอ แล้วก็เปึนการเคลื่อนไหวที่สร้างความเข้าใจ ได้ง่าย แล้วก็ตรงตามที่ผู้เสนอเขาต้องการจริง ๆ ท่านประธานครับ วันนี้เราไม่มีสิ่งนั้น อยู่แล้ว วันนี้เรากําลังพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราไม่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ อยู่แล้ว เราไม่มีรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๔๗๖ อยู่แล้ว เราไม่มีรัฐธรรมนูญในอุดมคติแบบหลัง ๑๔ ตุลา เมื่อป้ ๒๕๑๗ อยู่แล้วครับ สิ่งนั้นได้ถูกฉีกทิ้งไปแล้ว แม้วิญญาณทางอารมณ์ ความรู้สึกยังดํารงอยู่ ตอนนี้เราพูดถึงการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ดีกว่ารัฐธรรมนูญ หลายฉบับที่ผ่านมา แต่รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มีปัจจัยมีเงื่อนไขที่ต้องได้รับการแก้ไข อยู่หลายเรื่องเช่นเดียวกัน มีการศึกษามีการทํามาแล้วหลายรอบ แล้วก็มีปัญหา จนกระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหาในเรื่องอะไรบ้าง ผมไม่ไปวิพากษ์ของภาคประชาชน ที่เสนอเข้ามา แต่ผมจะเรียนกับท่านประธานเพียงสัก ๒-๓ ประเด็นสั้น ๆ เท่านั้นเองว่า เรื่องเหล่านี้จึงยังไม่อาจที่จะยอมรับให้มีการแก้ไขได้ในปัจจุบัน เพราะไม่จริงในทางปฏิบัติ ที่จะทําได้ในเวลานี้ นั่นก็คือว่าการเสนอแก้ไขของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีปัญหาที่ทําให้เกิดการใช้อํานาจเหนือระบบในทางการเมืองขึ้น และในที่สุด เราก็จบลงด้วยการถูกรัฐประหารจริง ๆ นั่นก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ได้กําหนด ตัวแทนแบบใหม่ซึ่งทันสมัยมากครับ เปึนการเลือกตั้งเขตละคน แล้วก็มีบัญชีรายชื่อ ๑๐๐ คน เปึนครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของประเทศไทยที่เราเคารพทุกคะแนนเสียง ของประเทศนี้ เคารพอย่างไรท่านประธานครับ เราทําให้การเลือกตั้งออกเปึน ๔๐๐ เขต ๔๐๐ คน เปึนระบบวันแมนวันโหวต (One man one vote) ประชาชนทุกคนมีสิทธิเลือก ผู้แทนราษฎรได้ ๑ คน และคะแนนเลือก ๑ คนนี้มันเปึนการเลือกที่ผู้ชนะได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้แพ้ได้ ๐ เปอร์เซ็นต์ การแข่งขันอย่างนี้เข้มข้น รุนแรง แล้วก็แตกหัก เราถึงออกแบบ ให้รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ มีระบบบัญชีรายชื่อเกิดขึ้น ระบบบัญชีรายชื่อที่ว่านี้ เปึนเพียงตัวเสริมระบบ ไม่ได้เปึนตัวนําระบบ แต่พอเราเขียนต่อไปอีกว่านายกรัฐมนตรี ต้องเปึนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลต้องมาจากรัฐสภา คนที่เปึนผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจะต้องเข้าไปเปึนรัฐบาล เข้าไปเปึนรัฐมนตรี ต้องพ้นจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีผลอะไรเกิดขึ้นหลังจากการใช้ไปแล้ว ๒ ครั้ง ผลก็คือว่าทําให้ ผู้แทนราษฎรแบบปาร์ตี้ ลิสท์ที่เราเรียกว่าเปึนผู้แทนราษฎรมีเพื่อเสริมระบบนั้นกลายเปึน ตัวนําของระบบ เพราะรัฐบาลไม่มีวันที่จะตั้งคนเปึนผู้แทนเขตไปเปึนรัฐมนตรีได้ เพราะต้องออกจากการผู้แทนราษฎรและต้องไปเลือกตั้งซ่อม นี่เปึนปัญหาเบื้องต้น ของระบบการเมืองที่เปึนปัญหาและรอคอยการแก้ไขในอดีตมาแล้ว
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ การกําหนดบัญชีรายชื่อในระบบเก่านั้น ก็คือกําหนดให้มีตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป ก็แปลว่าเราต้องได้ ๕ เปอร์เซ็นต์ และจะได้ ๕ คน คนได้ ๔ เปอร์เซ็นต์ได้ ๐ การเมืองอย่างนี้เปึนการทําลายการเมือง เปึนการทําลาย พรรคเล็ก เปึนการทําลายโอกาสของคนมีเฉพาะที่ เปึนการทําลายของกลุ่มอาชีพ ผมได้รับโอกาสที่จะต่อไปครับ ผมจะใช้เวลาของพรรคประชาธิปัตย์ ผมจะใช้ต่อไม่นานนัก ท่านประธานครับ ผมอยากขอเปึนสัก ๓๐ นาที ท่านประธานครับ ผมขออธิบายต่อไปว่า สิ่งนี้เปึนความผิดพลาดของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐
ประการที่ ๓ ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นั้น เป่ดโอกาสให้มีการควบรวม พรรคการเมืองที่เกิดขึ้นหลังจากการเลือกตั้งได้ทันที การเลือกตั้งเมื่อป้ ๒๕๔๔ ด้วยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมากครับมีพรรคการเมืองได้มากที่สุดจริง แต่ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก เสียงข้างมากเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ เกิดจากการควบรวม ของพรรคการเมืองหนึ่งซึ่งมีอยู่ ๑๔ เสียง ไปบวกกับ๒๔๘ เสียง เปึน ๒๖๒ เสียง นาทีนั้น พรรคที่ได้ที่ ๑ ติดป้กบินเลยครับท่านประธานพรรคร่วมทั้งหลาย พรรคเล็กทั้งหลายก็ต้อง วิ่งไปหาแล้วก็ร่วมสังกัดกันเปึนรัฐบาลแล้วถูกกดดันให้ยุบตัวเองรวมกันเข้าเปึน พรรคการเมืองพรรคเดียว การควบรวมพรรคการเมืองวันนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ ทําให้เกิด การใช้ ทําให้คนที่เปึนนายกรัฐมนตรีคนที่เปึนรัฐบาลมีอํานาจเหนือสภาผู้แทนราษฎร โดยสิ้นเชิงและก้าวล่วงไปมีวุฒิสภาในสังกัด ทําให้รัฐบาลมีอํานาจเหนือระบบ การมีอํานาจเหนือระบบทําให้รัฐบาลมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทําให้รัฐบาลไปแทรกแซง องค์กรอิสระ ทําให้รัฐบาลไปมีอิทธิพลเหนืออํานาจอธิปไตยฝ์ายอื่นเช่นกระบวนการ ยุติธรรม ในที่สุดเกิดอะไรขึ้นครับ นี่เปึนปัญหาของระบบการเมืองต้องแก้ไขทั้งสิ้น
ประการที่ ๔ ซึ่งผมต้องการให้สั้นเข้ามา ก็คือว่าการแก้ไขที่เสนอมาแล้วนี้ มุ่งหวังที่จะยกเลิกบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีบทเฉพาะกาลไว้เพื่อที่จะให้กระบวนการที่ศาลเคยใช้ไปแล้ว คนที่ต้องโทษไปแล้ว ก็เปึนการนิรโทษกรรมให้กับคนที่ทําความผิดที่กระบวนการยุติธรรมได้ลงโทษไปแล้ว และผ่านพ้นไปแล้วมาสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อให้พ้นโทษด้วย ท่านประธานครับ ๓ ประเด็นนี้มีอยู่ในการเสนอการแก้ไขนี้ เปึนสิ่งที่นําความขัดแย้งมาสู่สังคมไทยใหม่ แน่นอน สิ่งที่นํามาสู่การเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยได้อย่างยากเย็นแน่นอน และนํามา ซึ่งสู่การคัดค้านแน่นอน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และผมคิดว่าเสียงของรัฐธรรมนูญที่ ภาคประชาชนได้เสนอมานั้น ผมเคารพ ผมรับฟัง เพียงแต่ผมอธิบายกับท่านไปแล้วว่า การแก้ไขต้องอยู่บนความเปึนจริงและมีความเปึนไปได้ และไม่นําไปสู่ความขัดแย้งใหม่ อีกในอนาคต และนี่ไม่ใช่เปึนการแก้ไขครั้งสุดท้ายในทางการเมืองของประเทศนี้ ผมคิดว่า รัฐธรรมนูญต้องทําได้บ่อย ต้องทําได้หลายครั้ง ทําได้ทุกเวลาที่มีปัญหา
ฉบับต่อมาครับ ผมบอกไว้ว่าจะอภิปรายให้กับทุกฉบับ ก็คือว่าของเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอมา ๑๐๒ ท่าน เปึนข้อเสนอที่คล้าย ๆ กับเปึนข้อเสนอ ที่รัฐบาลนําของคณะกรรมการเข้ามาเสนอสู่สภาผู้แทนราษฎร ปัญหาอยู่ตรงนี้ สิ่งที่เสนอมา ๔๐๐ คน ๔๐๐ เขตเลือกตั้ง นี่เปึนการคํานวณความเปึนจริงที่มีอยู่แล้ว ในปัจจุบัน แต่ว่าในระบบของเราที่เราถูกออกแบบมา ระบบที่แบ่งออกเปึนเขตพื้นที่ ๘ เขตกับบัญชีรายชื่อทั่วประเทศมีความหมายแตกต่างกันเปึนการเฉพาะแน่นอน ครั้งที่เราทําการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่แล้ว ระบบบัญชีรายชื่อพรรคมีเบอร์เลือกตั้งเบอร์ ๑ ในขณะเดียวกันลงเขตเลือกตั้งมีเบอร์ ๑ เบอร์ ๒ เบอร์ ๓ เบอร์ ๔ เบอร์ ๕ เบอร์ ๖ เบอร์ ๗ เบอร์ ๘ เบอร์ ๙ ความไม่ตรงกันของพื้นที่เหล่านี้มันถูกออกแบบมาตามเงื่อนไข ของรัฐธรรมนูญ แต่ว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอมา แม้ผมจะได้เคารพแล้วผมก็คิดว่า เปึนสิ่งที่ต้องรับฟัง ก็มีปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ๔๐๐ คน แต่อีก ๘๐ คนกลายเปึนเรื่องของ ระบบในพื้นเดิมของระบบสัดส่วนที่มาจากเขตหนึ่ง ๒ คน ๓ คน ก็อาจจะไม่สอดคล้อง และความเปึนจริงที่เปึนอยู่จริง ผมจึงขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยรัฐบาล ไม่ใช่ ว่าแล้วประเด็นอื่นไม่คิดจะแก้ไขหรือครับ ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมยังมีความเห็นแตกต่าง และสภานี้ยังมีความเห็นแตกต่างกับสิ่งที่ ดํารงอยู่แล้วนี้มากมาย แต่ถ้าคํานึงถึงความเปึนจริง คํานึงถึงความเปึนไปได้ ตัวเลข ๓๗๕ คน กับ ๑๒๕ คนในระบบบัญชีรายชื่อเปึนจํานวนหนึ่งซึ่งสมาชิกมีสิทธิ วิพากษ์วิจารณ์ แต่ว่าสิ่งที่กําลังเสนอมานี้ ท่านประธานครับ เปึนสิ่งที่เสนอมาภายใต้ เงื่อนไขของการสร้างความเห็นพ้องเปึนประการสําคัญที่สุด ผมเปึนหนึ่งในคณะกรรมการ ศึกษาปัญหาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ เปึนหนึ่งในคณะกรรมการสมานฉันท์ ประเด็นเหล่านี้เปึนประเด็นที่ถูกนํามาสู่การพิจารณาร่วมแก้ไขเช่นเดียวกัน ผมจึงขอสนับสนุนร่างของรัฐบาล และคิดว่ามันเปึนสิ่งที่เปึนจริง และมีความเปึนไปได้ ในการทํางานของระบบรัฐสภาในวันนี้ และนี่ถือว่าเปึนความรับผิดชอบอย่างยิ่ง ของรัฐบาลที่ต้องการนําการเมืองออกจากวิกฤติ และแก้ไขปัญหาของประเทศ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ