ไพบูลย์ ซําศิริพงษ์ หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ และเรียกร้องให้มีการแก้ไขใหม่โดยมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเพื่อให้มีความยอมรับและเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเสนอแนวทางแก้ไขโดยการรวมพลังประชาชนและรัฐธรรมนูญที่ยั่งยืน เพื่อให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ไพบูลย์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปทุมธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ที่มาของกระผมนั้นเปึนสมาชิกวุฒิสภา จากการเลือกตั้งจังหวัดปทุมธานี ป้ ๒๕๕๑ แล้วก็อีกสมัยหนึ่งคือสมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดปทุมธานี โดยการเลือกตั้งเช่นเดียวกันป้ ๔๙ เปึนอยู่ ๕ เดือนก็รุ่นเดียวกับ ท่านประธานนั่นละครับ เปึนอยู่ ๕ เดือน ก็โดนรัฐประหาร พี่น้องร่วมรุ่น ๒๐๐ ท่าน กลับเข้ามาเปึน ส.ว. ป้ ๒๕๕๑ ประมาณ ๓๐ ท่าน มาเปึน ส.ส. ประมาณ ๓๐ ท่าน ที่เหลืออีกประมาณ ๑๔๐ ท่าน ตกงานโดยไร้เหตุผล ใครจะให้ความเปึนธรรมกับพี่น้อง ส.ว. ป้ ๒๕๔๙ อีก ๑๔๐ ท่านที่เวลานี้ตกงานอยู่ โดยถูกตราหน้าว่าเปึนสภาผัวเมียในตอนนั้น โดยไร้เหตุไร้ผล ทั้งที่ความจริงแล้วมีสุภาพสตรีที่เปึนสามีภรรยากันนั้น ๑๑ คน ซึ่งถ้าคิดเปึน ๕.๕ เปอร์เซ็นต์ของจํานวน ส.ว. ทั้ง ๒๐๐ ท่านในตอนนั้น แต่ด้วยเหตุผลประการอื่น ทําการรัฐประหารทําให้มีการเปลี่ยนแปลงและสังคมนี้จะให้ความเปึนธรรมอย่างไร กับพี่น้อง ส.ว. ป้ ๒๕๔๙ อีก ๑๔๐ ท่าน ที่ปัจจุบันนี้ไม่ได้รับความเปึนธรรม ผมก็ขอเรียกร้อง สังคมทุกภาคส่วนว่าถ้าถึงโอกาสเมื่อไรต้องให้ความเปึนธรรมกับ ส.ว. ๒๕๔๙ ทั้ง ๑๔๐ ท่าน นั้นด้วย เมื่อพูดถึงร่างรัฐธรรมนูญที่เข้ามาครั้งเดียวนี้ ๔ ฉบับ กระผมพิจารณาแล้วก็ดูว่า ฉบับ คปพร. ที่มีประชาชนยื่นเข้ามา ๗๐,๐๐๐ กว่าชื่อนั้นคล้ายคลึงกับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งพอรับได้ แต่ด้วยมองโดยภาพรวมแล้วก็เปึนห่วงว่าถ้าหากรับเข้ามาแล้วก็ยังเปึนที่แตกแยก และไม่ได้รับความยินยอมหรือว่าไม่ได้เห็นพ้องต้องกันจากสังคมภาคก็ส่วนใหญ่ เช่นเดียวกัน ส่วนของภาค ส.ส. อีก ๑๐๒ ท่านที่ร่างเข้ามานั้น มองว่าก็ยังไม่เท่าไรเช่นเดียวกัน เพราะว่า มีการแก้ไขเพียงบางมาตราเท่านั้น ส่วนของรัฐบาลที่เข้ามาที่จะแก้ไขในมาตรา ๙๓ และมาตรา ๑๙๐ นั้น กระผมมองว่าในขณะนี้ยังไม่ถึงเวลานะครับ โดยเฉพาะเหตุผล ในการที่ไปลดจํานวน ส.ส. เขต จาก ๔๐๐ เหลือ ๓๗๕ นั้น เหตุผลมาจากอะไร กระผม ไม่ค่อยเชื่อถือในการพิจารณาของคณะกรรมการที่เสนอเข้ามา แล้วจาก ส.ส. บัญชีรายชื่อ จาก ๘๐ คน ไปเพิ่มเปึน ๑๒๕ คน มีเหตุผลอะไร และเอื้อประโยชน์หรือความได้เปรียบ ต่อพรรคการเมืองใด อันนี้เปึนเรื่องที่น่าคิด อันที่จริงแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ว่าจะมาตราใด ฉบับใดก็ตาม สิ่งที่สําคัญยิ่งและควรตระหนักก็คือ ควรตั้งที่ผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเปึนหลักแล้วมาพิจารณา เพราะฉะนั้นทั้ง ๔ ฉบับนี้ในความเห็นส่วนตัว ของผมจึงยังไม่เห็นด้วยในเวลานี้ สําหรับมาวิเคราะห์ดูว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีข้อดี ข้อเสียนั้น ก็เปึนที่ทราบอยู่ว่ามีทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน มีทั้งข้อดี ข้อเสีย ต่อสังคมไทย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ทุกคน หรือหลายส่วนก็พูดบอกว่าที่มานั้นมาจากอํานาจเผด็จการ ตั้งคณะ กลุ่มบุคคลขึ้นมาชุดหนึ่งแล้วก็มาทําการร่างรัฐธรรมนูญ ก็ไม่เปึนที่ยอมรับ กระผมเอง ในเบื้องแรกก็ไม่ยอมรับเช่นเดียวกัน แล้วผมก็เปึนคนโหวตไม่รับ แต่ปัจจุบันเราก็อาศัย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็อยู่กันมา ๓ ป้กว่าแล้ว อันที่จริงเราก็ไม่อยากจะไปพูดย้อนหลัง ในเมื่อเราก็มาวิเคราะห์แล้วว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีข้อดี ข้อเสีย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก็มีข้อดี ข้อเสีย ผมจึงคิดว่าทําไมเราไม่ตั้ง สสร. ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง โดยที่ปัจจุบันนี้ต่อไป ก็ยังคงใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก่อน เพียงแต่ว่าตั้ง สสร. ขึ้นมาแล้วเสมือนหนึ่งว่า เริ่มต้นกันใหม่เลย เอาจากบุคคลทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะ ส.ส. ส.ว. สมาชิก สภาพัฒนาการเมือง แล้วก็ทุกองค์กร แล้วก็ทุกจังหวัด แล้วก็ทุกภาคส่วนทุกอาชีพ คล้ายคลึงกับตอนที่ร่างของป้ ๒๕๔๐ นั้น แล้วว่ากันใหม่เลยให้เปึนที่ยอมรับของทุกคน ผมว่าโอกาสที่จะเปึนไปได้ เราไม่เรียกว่าป้ ๒๕๔๐ แล้วก็ไม่เรียกว่าป้ ๒๕๕๐ อาจจะ เปึนป้ ๒๕๕๔ ก็ว่าได้ มันก็จะกลายเปึนรัฐธรรมนูญที่ทุกคนยอมรับ ซึ่งทําควบคู่กันไป ในขณะนี้ ความจริงแล้วการที่มาเสนอร่างมาปรับปรุงแก้ไขในเวลานี้นั้น กระผมว่าความจริง มันเลยเวลาด้วย แต่ว่าไม่ใช่ทําเพียงเท่านี้ แต่ควรจะเปึนการทําในลักษณะภาพรวม ทําใหม่ทั้งฉบับ โดยคณะกรรมการจากทุกภาคส่วน ความเห็นของผมนั้นอยากจะเห็น การเมืองที่เปึนสีขาว การเมืองที่ไร้ซึ่งการทุจริตคอร์รัปชัน ปราศจากการซื้อสิทธิขายเสียง ทุกคนมีจิตสาธารณะต่อประเทศชาติ ต่อบ้านเมือง ต่อประชาชนเปึนหลัก ดังนั้นการที่จะ ทําการใด ๆ ก็แล้วแต่ก็ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนเจ้าของประเทศ มาแสดงความคิดเห็น แล้วจึงมาทําให้เปึนกฎหมายสูงสุดของชาติบ้านเมืองได้
ในข้อสุดท้าย ทุกวันนี้ก็มีการพูดจากันถึงเรื่องผ่านหรือไม่ผ่านรัฐธรรมนูญ จะมีการปฏิวัติรัฐประหารต่าง ๆ อะไรบ้างอย่างนี้ ผมว่าไม่ควรพูดเลยครับ พูดไปแล้ว รังแต่เหมือนกับไปชี้ทางนําทาง ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ว่ากลุ่มบุคคลไหนก็ตามไม่มีสิทธิ ไม่มีอํานาจ ในการที่จะทําการรัฐประหาร เพราะประชาชนเปึนเจ้าของประเทศ รัฐธรรมนูญไม่สามารถ แก้การปฏิวัติรัฐประหารได้ แต่ทางแก้รัฐประหารมีครับ กระผมขอพูดต่อพี่น้องประชาชน ชาวไทยทั่วประเทศเลยว่าทางแก้ของการปัองกันหรือสกัดการรัฐประหารง่ายนิดเดียว คือพี่น้องประชาชนทุกคนมีสัญญาใจกัน แล้วส่งสัญญาณกันเลยว่าเรามีการเตรียมพร้อมกัน ทุกขณะ โดยการประกอบสัมมาชีพตามปกติ แต่ถ้าวันใดมีการประกาศว่าคณะปฏิวัติ คณะปฏิรูปต่าง ๆ ขอให้พี่น้องพร้อมใจกันเลย ทุกสาย ทุกถนน มุ่งสู่กองบัญชาการคณะปฏิวัติหรือคณะปฏิรูป ถ้าหากมันเกิดขึ้นพุ่งตรงไป ที่นั่น ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน ๑๐ ล้านคนไปทวงถามว่าปฏิวัติทําไม ผมอยากจะรู้ว่าคนที่ปฏิวัติ ปฏิรูปหรือเปลี่ยนแปลงการปกครองอะไรทั้งหลายนั้นจะอยู่ได้หรือไม่ ถ้าหากประชาชน พร้อมใจกัน เพราะฉะนั้นนับจากวันนี้ไปถ้าหากว่ามีข่าวเมื่อไร พี่น้องประชาชนรวมใจกัน ใครมีป่คอัพ ใครมีรถบัส ใครมีรถส่วนตัว ใครมีมอเตอร์ไซค์ จักรยานยนต์ จักรยาน ก็มุ่ง ตรงไปเลยถนนทุกสายมุ่งไปยังกองบัญชาการที่เขาประกาศว่าเขาเปึนคณะอะไรต่อมิอะไร นั่นละครับแก้ได้ครับ แล้วอันนี้จะเปึนบทเรียนที่สูงสุด ซึ่งต่อไปจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้ เกิดขึ้นในประเทศไทยอีกครับ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผมว่าถึงเวลาที่เราจะ ทําการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยอาศัยพี่น้องการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทุกองค์กร แล้วมาทํากันแบบให้ทุกวงการยอมรับ มันจึงจะเปึนรัฐธรรมนูญที่ยั่งยืน แล้วไม่ต้องถก ไม่ต้องเถียงกันอีกครับ ขอบคุณครับ