รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

สุรจิต ชิรเวทย์ หารือเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่าปัญหาคือการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญเอง และเสนอให้ใช้ทางเลือกในการแก้ไข เช่น ถอนร่างแก้ไขทั้ง 4 ร่าง, ใช้วิธีการตามข้อ 2 หรือ 3 หรือถามประชามติ และเรียกร้องให้ถามเจ้าของอำนาจอธิปไตย ซึ่งก็คือประชาชน

นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสงคราม

ขอบคุณครับ ท่านประธาน กระผม นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนจะอภิปรายเหตุผลและข้อเสนอในรายละเอียด กระผมก็ขอบอก ข้อสรุปหรือจุดยืนของกระผมไว้เลย คือกระผมไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทุกร่างนะครับ ซึ่งกระผมก็จะได้แสดงเหตุผลของกระผมต่อไป แต่กระผมก็มีข้อเสนอ ประกอบ ไม่ใช่ปฏิเสธโดยไม่มีข้อเสนอแนะนะครับ ข้อเสนอแนะสําหรับผมมีอยู่ ๓ ประการ ก็คือ

ข้อ ๑ หากท่านนายกรัฐมนตรีและท่านผู้เสนอร่างแก้ไขทุกฝ์ายเห็นว่า หลังการที่เราถกแถลงกันแล้วไม่มั่นใจว่าจะผ่านนะครับ หรือว่ามีหนทางอื่นดีกว่าก็ควรจะ ถอนร่างไปทั้ง ๔ ร่างนะครับ แล้วก็ใช้วิธีการตามข้อ ๒ ข้อ ๓ ต่อไป

ข้อ ๒ ก็คือหากทุกพรรคเห็นว่าน่าจะใช้วิธีอื่นเพื่อนําทางเลือกไปสู่ ประชาชน โดยพรรคใดอยากแก้ไขอย่างไรก็นําไปเปึนนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง ทั่วไปครั้งหน้านี้เพื่อขอต่อประชาชนนะครับ หรือ

ข้อ ๓ ก็ใช้วิธีตรงไปตรงมาที่สุดก็คือ ถามตรงต่อประชาชนโดยการ ลงประชามตินะครับ ทีนี้เหตุผลของผมก็คือว่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะประมุข ฝ์ายบริหารท่านบอกว่าท่านจะรับผิดชอบนะครับ ท่านก็คงจะได้ใคร่ครวญและมีเหตุผล ที่ท่านเชื่อมั่นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเปึนเครื่องมืออย่างหนึ่งในหลาย ๆ เครื่องมือ ที่จะนําไปสู่การปรองดอง

แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งของประชาชนและอีกส่วนหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา ก็มีเหตุผลอันหนักแน่นเช่นกันที่จะเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้ไม่ได้เปึนปัญหา หรืออุปสรรคอย่างที่คิด แต่เปึนเพราะการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่ได้ถูก ดําเนินการให้ครบถ้วน เช่น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของศาลหรือ องค์กรอิสระต่าง ๆ เช่น สตง. ป.ป.ช. ซึ่งกําลังทยอยผ่านออกไปอยู่ กับกฎหมายลูกต่าง ๆ อีกมากมายหลายฉบับที่ยังไม่ได้ออกตามเงื่อนเวลาที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือ เครื่องมือประกอบยังสร้างไม่ครบแล้วเหตุไฉนจึงจะไปติว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา อันนี้เปึนการพาลเกเรหรือเปล่า เปึนการติเรือทั้งโกลนไหม คือเพิ่งจะขุด เพิ่งจะถาก จะโกลนเรือ สร้างเรือขึ้นมา แล้วก็ยังไม่ได้ทําให้สําเร็จครบถ้วน ก็จะแก้ จะรื้อใหม่ กันเรื่อย ๆ ไป เครื่องมือประกอบโขนหัว ราโท กาบอ่อน กาบแข็ง นี่เสร็จแล้ว แต่ว่าเก๋ง หางเสือ พังงา นี่มันยังไม่เสร็จนะครับ เรือมันใหญ่ ของมันใหญ่เหมือนรัฐธรรมนูญนี่ ปล่อยลงน้ําแล้วของประกอบเรือยังไม่ครบนะครับ ยังสู้คลื่นไม่ได้ ต้องปรับแต่งเครื่องมือ ให้ครบถ้วนก่อน ก็ไม่เอาจะต่อใหม่ แก้โน่นแก้นี่ เรือมันก็จะไม่เปึนเรือ วุฒิสภาซึ่งอาจจะเปึนเพราะ เปึนสภาของผู้สูงอายุ ผู้อาวุโสอายุ ๔๐ ป้ขึ้นไปนะครับ เปึนกันหนเดียวนะครับ หมดวาระ แล้วก็ต้องวางไปเลี้ยงหลานก็เลยมีส่วนได้เสียน้อย วุฒิสภาก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา คณะหนึ่งนะครับ คือคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ นะครับ โดยไม่ได้มีวัตถุประสงค์ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ อย่างไรนะครับ แต่เปึนการศึกษาว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มีปัญหาในการบังคับใช้ อย่างไร ตัวรัฐธรรมนูญมันป์วยหรือผู้ใช้รัฐธรรมนูญมันป์วยกันแน่ เพราะว่าร่างกันมา ๑๘ ฉบับแล้ว สําหรับฉบับแรก พ.ศ. ๒๔๗๕ ผมก็ไม่ว่าอะไรประชาชนยังไม่เข้าใจว่า รัฐธรรมนูญคืออะไร เปึนลูกท่านเจ้าพหลพลพยุหเสนาหรืออย่างไร แต่ตอนนี้มัน ๑๘ ฉบับ แล้วนะครับ กรรมาธิการของวุฒิสภาก็มีข้อสรุปที่ชัดเจนนะครับ ซึ่งผมอยากจะขอยกตัวอย่าง สักนิดหนึ่ง ในรายงานบอกว่า ในต่างประเทศที่รัฐธรรมนูญมีความต่อเนื่องไม่มีปัญหาเหล่านี้ เพราะมีคดีต่าง ๆ เข้าสู่การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง และคําตัดสิน ของศาลรัฐธรรมนูญเปึนบรรทัดฐานแก่คดีต่าง ๆ ต่อมา แต่ในประเทศไทยนั้นรัฐธรรมนูญ มีอายุสั้นขาดความต่อเนื่อง องค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งสถาบันศาลรัฐธรรมนูญ ยังไม่มีความมั่นคงและไม่มีความต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงประสบปัญหาในการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ กระผมก็ขอยกตัวอย่างมาตรา ๑๙๐ อย่างที่หลายท่านได้พูดไปแล้ว ก็คือจริง ๆ แล้วท่านให้ไปออกกฎหมายลูกเพื่อกําหนดขั้นตอนและวิธีการนะครับ กรมสนธิสัญญาและกฎหมายของกระทรวงการต่างประเทศก็ไปยกร่างมาแล้วนะครับ แต่ว่ารัฐบาลไม่ดําเนินการต่อ คือไม่ได้นําเสนอต่อสภานี้ ไม่เอา ยุ่งยากนะครับ แก้ที่แม่เลยดีกว่า ก็คือแก้ที่รัฐธรรมนูญเลย ทั้ง ๆ ที่มาตรา ๑๙๐ วรรคหก ก็ได้ให้เครื่องมือ ไว้แล้วว่า ถ้ามีปัญหาก็ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญได้นะครับ อันนี้ก็เห็นชัดเจนว่าปัญหาไม่ได้ อยู่ที่รัฐธรรมนูญ อยู่ที่ผู้บังคับใช้ ผู้ปฏิบัติ ท่านว่ามันยุ่งยากในการเจรจา ความจริงแล้ว ถ้าท่านสร้างเครื่องมือให้ครบนะครับ แล้วก็แก้ข้อบังคับของสภาอีกส่วนหนึ่งให้มี คณะกรรมาธิการสามัญทํางานคู่ขนานกันไป เวลาเสนอเรื่องเข้าสภาก็จะเดินได้เร็วนะครับ การแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นอื่น ๆ ก็อย่างเดียวกันไม่พ้นไปจากนี้ก็คือเอาความสะดวก เอาตามใจ อันนี้ก็คือเหตุผลที่กระผมไม่เห็นด้วย สิ่งที่ควรทําท่านไม่ได้ไปทําให้ครบ คือการมีนายกรัฐมนตรีหนุ่ม ๆ ทนทานงานหนักมันก็ดีนะครับไม่เหน็ดเหนื่อย ท่านอาจจะ เห็นบ้านเมืองมันสงบไปหน่อยหรืออย่างไรนะครับ กระผมก็รักท่านคนหนุ่มหน่วยก้านดี แต่ว่าคนหนุ่มนี่ยังไม่เคยแก่ ลองเชื่อคนแก่ที่เคยเปึนหนุ่มมาก่อนบ้างแล้วกันนะครับ คือไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญนี้แก้ไขไม่ได้นะครับ แต่ว่าที่เสนอมาทุกร่างมันไม่ใช่ประเด็นที่จะแก้ ด้วยวิธีนี้นะครับ เพราะว่ายังมีวิธีอื่นแล้วก็เครื่องมืออื่น กระผมก็ไม่ได้มองการเมือง ในแง่ร้ายนะครับ ไม่ใช่คนลึกซึ้ง ไม่ชอบมองการเมืองแบบพงศาวดารจีนนะครับ ทีนี้รัฐธรรมนูญฉบับของคุณหมอเหวงแก้มากเกินไปนะครับ เราลองนึกถึงกระบวนการ ทํางานจะยาวมาก แล้วก็ไม่สอดคล้องกับวิวัฒนาการของรัฐธรรมนูญ ส่วนอีก ๓ ร่าง ของพรรคร่วมรัฐบาลและของ ครม. ก็เปึนการแก้ที่ผิวเผินไม่เห็นว่าจะนําไปสู่พัฒนาการ ที่ดีขึ้นอย่างไร กระผมจึงขอสรุปย้ําข้อเสนอทางเลือกทั้ง ๓ ประการที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น ก็คือถือเสียว่า ๒ วัน ๒ คืนนี้รัฐสภาได้ตรวจการบ้านให้แล้วนะครับ ถ้าท่านผู้เสนอเห็นว่า ข้อเสนอยังไม่ดีพอท่าทางจะผ่านสภาได้ยากนี่ ก็น่าจะใช้ทางเลือกในข้อ ๒ ข้อ ๓ โดยถอนร่างทั้ง ๔ ร่างไป

ทางเลือกที่ ๒ สําหรับผู้เสนอ ก็คือนําไปเปึนนโยบายในการหาเสียง เพื่อขออนุมัติต่อประชาชน

ข้อ ๓ ก็คือปรับข้อเสนอทุกอย่างนะครับ แล้วก็ไปขอมติจากประชาชน กระผมเอาข้อ ๓ ไว้ท้ายสุด เพราะว่านายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่า มันเปึนวิธีที่ ช้าและแพง คือการลงประชามตินี่นะครับ แต่จะทําอย่างไรได้ละครับ ประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญนี่มันไม่ใช่ของถูกของแบกะดินนะครับ เมื่อไม่มีวิธีอื่นก็ต้องถามเจ้าของ อํานาจอธิปไตยเขาดูนะครับ เราทั้งหมดเปึนผู้รับใช้ของประชาชนก็ต้องถาม นายเรา คือประชาชน จะถามตรงถามอ้อมก็ต้องถามนะครับ ขอบพระคุณครับ