อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ หารือเรื่องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่เหมาะสม โดยอ้างเหตุผล 3 ประการ คือ การบิดเบือนรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม การครอบงำอำนาจของรัฐบาลที่ใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม และการเมืองที่ขาดความโปร่งใสและไม่มีคุณธรรม จริยธรรม นอกจากนี้ อภิชาต ยังระบุว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการปรับปรุงแต่งต่อเติมบางมาตรา ทำให้เกิดปัญหาต่อเนื่องไปในอนาคต
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ฉบับที่นําเข้าสู่ การพิจารณาของรัฐสภา ต้องถือว่าเปึนหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่จะต้องร่วมกัน พิจารณาตามกระบวนการประชาธิปไตย ผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาคนหนึ่งก็จําเปึน จะต้องลุกขึ้นมาแสดงความคิดเห็นกับร่างที่อยู่ต่อหน้าพวกเราทั้งหมดนี้ ประเด็นที่ต้องร่วมกันพิจารณาก็คือว่าเราจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างฉบับไหน ด้วยเหตุผลอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่เสนอโดย นายแพทย์เหวง โตจิราการ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจํานวน ๗๑,๕๔๓ คนนั้น เนื้อหา สาระหลักก็คือความพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แต่ขณะเดียวกันในร่างของนายแพทย์เหวงและคณะก็ได้มีการปรุงแต่งแก้ไข บางบทบางมาตราเพื่อสนองเจตนารมณ์บางประการ ข้อที่จะต้องพิจารณาก็คือว่า ร่างฉบับนี้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันของประเทศนี้ มีความเหมาะสม สําหรับการพัฒนาทางการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ คําตอบรวบยอดของผม ก็คือว่าไม่เหมาะสม เหตุผลหลักมีอยู่ ๓ ประการครับ
๑. แม้จะอ้างว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปึนการแก้ไขให้ไปใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับที่เปึนประชาธิปไตยที่สุด มีพี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุดฉบับหนึ่งก็ตาม แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ที่เรามีความคาดหวังว่าจะเปึน รัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิรูปทางการเมืองครั้งใหญ่ ก็เปึนรัฐธรรมนูญที่ก่อให้เกิดวิกฤติ ทางการเมืองมากมายแล้วก็ซึมลึกต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ ในระยะตั้งแต่ ป้ ๒๕๔๔-๒๕๔๘ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกบิดเบือนเพื่อนําไปรับใช้ผลประโยชน์ของ พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองที่ต้องการเผด็จอํานาจทางการเมืองเอาไว้ในมือแต่เพียง ผู้เดียวยาวนาน พูดกันตรง ๆ ก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกปล้นไปรับใช้ผลประโยชน์ ของนักการเมืองบางคนบางกลุ่ม ความจริงที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ
๑. มีการใช้ช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ผูกขาดอํานาจยาวนาน ย่ามใจถึงขนาดว่าจะครองอํานาจต่อเนื่อง ๑๐ ป้ ๒๐ ป้ เราได้ยินกันมาแล้ว แล้วพี่น้อง ประชาชนก็ถูกลดทอนอํานาจลงอย่างน่าใจหาย
๒. มีการใช้อํานาจอย่างไม่เปึนธรรม พี่น้องประชาชนถูกเข่นฆ่า ผู้บริสุทธิ์ ตายด้วยความผิดพลาดจากการใช้นโยบายที่ผิดพลาดจากคนที่ครองอํานาจทางการเมือง ในขณะนั้น กรณีตากใบ กรณีกรือเซะ กรณีสงครามยาเสพติด ตายไปกี่ศพสังคมนี้ ได้บันทึกเรื่องราวเหล่านี้ไว้อย่างต่อเนื่อง การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการที่เต็มไปด้วย ผลประโยชน์และพวกพ้องที่วันนี้มีคนมาพยายามกล่าวหารัฐบาลชุดนี้ ถ้าย้อนกลับไป ณ เวลานั้นก็จะเห็นว่าเพื่อนร่วมรุ่น พี่เขย น้องเมีย ได้ดิบได้ดีกัน เพราะการเอื้ออํานาจ ทางการเมืองของคนกลุ่มนี้
๓. การเมืองขาดความโปร่งใส ไม่มีคุณธรรม ไม่มีจริยธรรม มีการยุบสภา มีการเลือกตั้งใหม่ แล้วก็มีส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงพรรคเดียว เมื่อไม่ได้คะแนน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ตามกฎหมายก็ไปจ้างพรรคเล็ก แล้วก็ทําทุกวิถีทางจนกระทั่ง มีการยุบพรรคการเมือง ที่สําคัญที่สุดระบบการตรวจสอบอํานาจรัฐที่ถูกออกแบบไว้ใน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ถูกทําให้ล้มเหลวอย่างคาดไม่ถึงด้วยเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ ถึงต้องมาแก้ไขปัญหาเหล่านั้น จนกระทั่งบัดนี้องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ หรือแม้กระทั่งวุฒิสภาที่ถูก ออกแบบให้ทําหน้าที่ควบคุมการทํางานของฝ์ายบริหารก็ถูกแทรกแซง ถูกครอบงํา โดยผ่านกลไกการแต่งตั้งการสรรหา ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าเปึนยุคที่มีการแทรกแซงครอบงํา และคุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชนและสื่อสารมวลชนรุนแรงที่สุด จนต้องบอกว่ายุคนั้น เปึนยุคที่สื่อมวลชนเจ็บปวดถูกย่ํายีมากที่สุด กรณีการยึดสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ซึ่งเปึนโทรทัศน์ที่คนทั้งสังคมมีความคาดหวังว่าจะเปึนสถานีโทรทัศน์อิสระที่สามารถ ตรวจสอบฝ์ายบริหาร ตรวจสอบรัฐบาล และเปึนปากเปึนเสียงให้พี่น้องประชาชนได้ ก็ถูกยึดเข้าไปเปึนสมบัติส่วนตัวของบริษัทของผู้มีอํานาจทางการเมืองในขณะนั้น แล้วก็ ใช้สื่อของรัฐทั้งหมดโฆษณาชวนเชื่อเพื่อการคงอยู่ในอํานาจ จนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องมาเขียนบทบัญญัติเพื่อที่จะปกปัองไม่ให้สื่อสารมวลชนถูกคุกคาม ถูกครอบงํา ถูกแทรกแซงเหมือนกับที่เคยเปึนมาในยุคนั้น ในรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ถึงต้องไปเขียนว่า ห้ามแทรกแซงสื่อสารมวลชน ห้ามผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเปึนเจ้าของกิจการ หรือถือหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชนด้วย เหตุผลที่มาของอันนี้ก็คือว่าสาเหตุมาจาก การแทรกแซงครอบงําสื่อมวลชนในยุคนั้นที่รุนแรงที่สุดอันเปึนผลมาจากการใช้ช่องโหว่ ทางกฎหมายของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐
ประการที่ ๒ ท่านประธาน ร่างฉบับนี้มีการปรุงแต่งต่อเติมบางมาตรา เข้าไปแล้วก็กําลังสร้างปัญหาตามมาในอนาคต ผมยกตัวอย่างเดียว ไปเขียนไว้ใน ร่างมาตรา ๓ ต่อเติมสอดไส้เข้าไปบอกว่า ให้ศาสนาพุทธเปึนศาสนาประจําชาติ เขียนทําไมครับ ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ ป้ ๒๕๔๐ ป้ ๒๕๕๐ เขียนไว้ครอบคลุมอยู่แล้ว ประชาชนชาวไทย ไม่ว่าเหล่ากําเนิด เพศ หรือศาสนาใดย่อมอยู่ในความคุ้มครอง แห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน ไปเขียนให้เกิดความไม่สบายใจระหว่างคนที่นับถือศาสนา ต่างกันทําไมครับ
ประการที่ ๓ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันมามีความก้าวหน้า มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ไปมากแล้ว แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ยังจะกลับไปใช้อีก หรือครับ มาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ เรื่องของการจัดตั้งองค์กรจัดสรรคลื่น ความถี่ วันนี้ถ้าเกิดกลับไปใช้กฎหมายเก่าอันนั้นนี่ครับไม่ทันสมัยแล้ว โลก เทคโนโลยี ความสลับซับซ้อนของกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม ไปไกลแล้ว และรัฐสภาของเราก็ได้ออกกฎหมาย กสทช. มามีผลบังคับใช้แล้วด้วยนะครับ หรือยกตัวอย่างผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ก้าวไปไกลแล้วครับ แต่ฉบับ ของนายแพทย์เหวงและคณะยังให้กลับไปใช้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เราไปไกลถึง ขั้นตรวจสอบจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองแล้ว แต่ว่ายังให้กลับไป ทําหน้าที่ทางธุรการเฉย ๆ อยู่
ในหมวดการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ตามมีการพูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เน้นกระจายอํานาจ การกระจายอํานาจตายไปเสียแล้ว ไม่จริง ไปดูสิครับว่าในหมวด การปกครองส่วนท้องถิ่นของรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขาก้าวหน้าไปไกลมากแล้ว มีการทํา มาตรฐานกลางขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การให้บทบาทในการเชื่อมโยงระหว่าง การพัฒนาจังหวัด การพัฒนาประเทศ กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ชัดเจนมากว่า มีความก้าวหน้าไปแล้ว ทั้งหลายทั้งปวงผมต้องการชี้ให้เห็นว่าบ้านเมืองเราเดินเข้ามา ไปไกลแล้วครับ เราจะกลับไปใช้สิ่งเก่า ๆ แล้วก็กลับไปพบกับวิกฤติเดิม ๆ อีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่าไม่เหมาะสมแล้ว ผมจึงไม่เห็นชอบด้วยกับร่างของนายแพทย์เหวง โตจิราการ และคณะ กราบขอบพระคุณครับ