รณฤทธิชัย คานเขต หารือประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 และสนับสนุนระบบเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับทราบปัญหาประชาชน
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม รณฤทธิชัย คานเขต จากจังหวัดยโสธรในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เรากําลังพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องของรัฐธรรมนูญที่จะขอให้มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะเห็นว่าช่วงระยะเวลาตั้งแต่เมื่อวานถึงวันนี้ ท่านสมาชิก รัฐสภาที่มีโอกาสได้อภิปรายก็จะพูดอยู่ใน ๒ ร่าง ก็คือ ร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ ป้ ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนรัฐธรรมนูญที่มาจาก การที่มีผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการปกครอง ฉีกรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ทิ้ง แล้วก็มี การร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ขึ้นมา คณะกรรมการที่ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ต้องยอมรับว่ามาจากคนซึ่งมีอํานาจครับ มาจากราชการ มาจากนักวิชาการเปึนส่วนใหญ่ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่เปึนผู้แทนราษฎรแทบจะไม่มีโอกาส ที่จะเข้ามาร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นมีบางส่วนที่กล่าวถึงรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ว่าเปึนรัฐธรรมนูญฉบับอํามาตยาธิปไตย ช่วงที่มีการรณรงค์เพื่อให้รับ ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ จะเห็นว่าเกิดความแตกแยกในเรื่องของแนวความคิดในการที่จะ รับร่าง ผมเปึนคนหนึ่งที่ไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ พาพี่น้องคัดค้าน ที่จังหวัดยโสธร คนเปึนเรือนหมื่น แต่เราก็ต้องยอมรับในกฎ กติกา เมื่อคนส่วนใหญ่เห็นว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เปึนร่างรัฐธรรมนูญที่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ต้องการที่จะ นําเอามาใช้ ไม่ว่าการรับในครั้งกระนั้นจะมาจากสาเหตุแรงจูงใจจากอะไรเราไม่ว่ากัน แต่หลังจากที่มีการรับร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ หรือในขณะที่มีการรณรงค์กันอยู่ก็จะ มีเสียงส่วนหนึ่งว่าให้รับไปก่อนได้ไหม อันไหนที่มันไม่ดีแล้วค่อยมาแก้ เพราะรัฐธรรมนูญ เขียนขึ้นโดยคน ถ้ารัฐธรรมนูญบางมาตราไม่เหมาะสมก็สมควรที่จะมีการแก้ ซึ่งในครั้งนี้ รัฐบาลเองก็ได้ยื่นในการพิจารณา ให้มีการอภิปรายกัน ทางรัฐบาลยื่นเข้ามา ๒ มาตรา คือมาตรา ๑๙๐ แล้วก็มาตราตั้งแต่ มาตรา ๑๙๑ ถึง ๑๙๘ เนื้อหาสาระใน ๒ มาตรานี้ ผมเชื่อว่าคนซึ่งเปึนผู้แทนราษฎร ที่อยู่กับพี่น้องประชาชน ท่านวุฒิสมาชิกที่อยู่ในพื้นที่มีแนวความนึกคิดไม่แตกต่างกัน หรอกครับว่าร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ได้เขียนผิดแผกแตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ซึ่งเราถือว่าเปึนรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มาจากพี่น้องประชาชนคนไทยร่วมกัน ร่างกันขึ้นมา ร่างรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ให้มีผู้แทนราษฎร ๔๐๐ เขตกับระบบสัดส่วน ๑๐๐ คน รวมเปึน ๕๐๐ คน แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ เขียนไว้ ๔๐๐ เขตบวกสัดส่วน อีก ๘๐ แล้วระบบสัดส่วนยังแบ่งออกเปึน ๘ กลุ่ม กลุ่มละ ๑๐ คน ซึ่งมีผู้อภิปราย หลายคนที่พูดถึงเรื่องนี้ว่าคนที่เปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเอา ๑๐ เขตเขตละ ๑๐ คนบางคนยังไม่รู้จักพื้นที่ด้วยซ้ําไป เพราะไปโยงเอาจํานวนของประชากรให้กับ ผู้ที่สมัครรับเลือกตั้งในนามของตัวแทนสัดส่วน บางคนไปไม่ทั่วหรอกครับ เพราะฉะนั้น ปัญหาหลังจากที่มีการได้รับเลือกตั้งเข้ามาแล้ว ตัวระบบสัดส่วนเขตละ ๑๐ คน ผมถาม ว่าสามารถที่จะเข้าไปรู้จักปัญหาพี่น้องประชาชนได้ทั่วถึงไหม เพราะปัญหาของบ้านเมือง เราทุกวันนี้ มันต้องรู้สมมุติฐานของโลกก่อนมันถึงจะแก้ไขได้ เหมือนหมอนี่ละครับ เพราะฉะนั้นคนเปึนผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะระบบไหนก็ตามแต่ การที่จะนําเอาปัญหา มาถกเถียงมาพูดจาในสภาได้ มันจะต้องรู้จักเหตุผลที่ดีเพียงพอ รู้จักปัญหาที่แท้จริง เพราะฉะนั้นมีการวิพากษ์วิจารณ์ไว้ตั้งแต่เริ่มแรกแล้วว่ารัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ มาตรานี้ ไม่ได้เกิดผลดีกับการที่มีตัวแทนของตัวเองเปึนตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เลย แต่ก็ยังดีว่าอย่างน้อย ๆ ถึงจะเปึนเขตใหญ่ เขตหนึ่งไม่เกิน ๓ คน บ้านผมยโสธรมีอยู่ ๔ คน แบ่งเปึน ๒ เขต ผู้แทนเขตละ ๒ คน ขนาดเขตละ ๒ คนแท้ ๆ บางทีเรายังไม่สามารถ จะรับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชนได้หมดทุกจุดเลย รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ ชัดเจน เขตละ ๑ คน บ้านผมยโสธรมีอยู่ ๔ คน ๔ เขต เวลาพี่น้องประชาชนมีปัญหาอะไรปุ็บ เราสามารถเข้าไปรับรู้เรื่องของปัญหาได้ชัดเจนมากขึ้นครับ เพราะฉะนั้นการที่ทาง คณะรัฐมนตรีได้ยื่นร่างในการแก้ไขเรื่องของระบบเขตในการเลือกตั้งเข้ามาใหม่ ผมก็ถือว่า เปึนสิ่งที่ดี แล้วผมเชื่อว่าเขตเดียวเบอร์เดียวคืออย่าไปสนใจเรื่องที่มันจะซื้อเสียง ไม่ซื้อเสียง อย่าไปดูถูกประชาชนเขาเลย คุณจะมีเงินเปึนถุงเปึนถัง คุณเขตใหญ่คุณจะเอาเงินไปโปรย หรือคุณเขตเล็กคุณจะเอาเงินไปโปรยนี่ ผมว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเขามีจิตใต้สํานึก ในการที่จะเลือกคนของตัวเองเข้ามาดูแลผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ดูแลพวกเขา เรื่องเงินตัดทิ้งไปได้เลย อย่ามาพูดกันอีกเลยนะครับ พูดไปมันก็ไร้สาระ เอามาพูด เรื่องของเขตเดียวเบอร์เดียว ผมรับได้ แล้วผมก็ต้องการด้วย เพราะอะไร ในโลกนี้ที่ผม พยายามติดตามเกี่ยวกับเรื่องของการเลือกตั้งของแต่ละประเทศ เอามานั่งอ่านกัน ประเทศที่เขาเจริญแล้วเขตเดียวเบอร์เดียวทั้งนั้น และสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ก็เท่าเทียมกัน เขตใหญ่บางทีไปได้อําเภอซึ่งเปึนอําเภอใหญ่กระจุกผู้แทนราษฎรกันอยู่ ตรงนั้น แล้วถามว่าอําเภอเล็กจะได้รับการดูแลเท่าเทียมกับในเขตที่เปึนพื้นที่ของตัวเอง แค่ไหน เพราะอย่าลืมว่าผู้แทนราษฎรมานั่งอยู่ในสภานี่เปึนตัวแทนของพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ เราจะออกกฎหมายก็ออกกันตรงสภานี่ละ การจะแก้ไขปัญหาให้กับญาติพี่น้องให้กับ ประชาชนให้กับชาติบ้านเมืองก็อยู่ตรงนี้อยู่ที่สภานี่ ถ้าตัวแทนเขตละ ๑ คนเขาก็สามารถ เอาปัญหาภายในเขตของเขาเข้ามาพูดในสภา เพื่อให้ท่านประธานเพื่อให้คนที่มีหน้าที่ ดูแลรับผิดชอบสามารถเอาปัญหาตัวนั้นไปแก้ไข เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์ แต่ถ้าผู้แทนราษฎรเขตใหญ่ อย่างบ้านผมตอนนี้ผู้แทนราษฎร ๔ คน เหลือ ๓ คน หัวถึงท้าย นี่เกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร ประเพณีของคนไทยเรานี่ยังต้องการเห็นหน้าผู้แทนราษฎรอยู่ จริง ๆ รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๕๐ ในมาตรา ๒๖๖ จริง ๆ แล้วผมอยากหยิบมาตรานี้เข้ามาร่วม ในการแก้ไขด้วยซ้ําไป เพราะมาตรา ๒๖๖ เขียนไว้ชัดเจนว่าห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปยุ่งเกี่ยวกับโครงการและงบประมาณของรัฐ ในอดีตที่ผ่านมาผู้แทนราษฎรกับข้าราชการ เราทํางานร่วมกัน แล้วผมอยากถามว่ามีข้าราชการคนไหนรู้ปัญหาพี่น้องประชาชนได้มาก เท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบ้าง ข้าราชการมาป้สองป้ บ้านผมป้เดียวบางทีย้ายแล้ว ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขเลย แต่ผู้แทนราษฎรไม่สามารถที่จะเข้าไปร่วมในการที่จะทํา โครงการ เข้าไปช่วยในเรื่องของแผนงาน ไปดูเรื่องงบประมาณให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้บ้านผมน้ําท่วมจะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ําจะแก้อย่างไร ต้องใช้งบประมาณจากไหน ข้าราชการเขาถึงจะมีความจริงใจอย่างไรก็ตามแต่ แต่การเข้าถึงปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่เหมือนกับตัวผู้แทนราษฎรหรอกครับ เพราะฉะนั้นเขตใหญ่สิ่งที่เห็นชัดเจนมากที่สุด ก็คือเรื่องของข้าราชการไม่สามารถเข้าถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนได้ถ่องแท้เหมือนกับ ตัวผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เวลาค่อนข้างสั้นนิดหนึ่ง แต่ว่าอย่างน้อย ๆ ก็ชี้ให้ชัดว่า รัฐธรรมนูญฉบับของคณะรัฐมนตรีที่ยื่นเข้ามาถึงจะแก้ไขอยู่แค่ ๒ มาตรา แต่ว่ามาตรา เกี่ยวกับเรื่องของการแบ่งเขต เขตเล็กผมถือว่าเปึนเขตที่มีความเหมาะสมในการที่ ผู้แทนราษฎรจะเข้าถึงปัญหาได้ทุกหมู่บ้าน แต่ขอนิดหนึ่งว่าใครไปเปึนกรรมาธิการวิสามัญ ให้ดูเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของเขต ๓๗๕ คน กับ ๑๒๕ คน ๓๗๕ คน คือเขต ๑๒๕ คน คือระบบสัดส่วน ผมไม่ได้กล่าวถึงท่านที่เปึนผู้แทนระบบสัดส่วนว่าท่านไม่ทํางานนะครับ แต่ว่าคนในเขต ผู้แทนราษฎรเขตมันอยู่กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ๓๗๕ คน ไปลดลงจากของเดิม ๔๐๐ คน เหลือ ๓๗๕ คน หายไป ๒๕ คน ถ้าเปึนใจผมถ้าอยากจะได้ ๕๐๐ คน อยากได้ระบบสัดส่วน ๘๐ คน เหมือนเดิมจะแบ่งเปึน ๘ กลุ่มก็ไม่ว่ากันนะครับ เอาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นไป ๔๒๐ คนได้ไหม แล้วก็เอาระบบสัดส่วนมาเปึน ๘๐ คน เหมือนเดิมได้ไหม หรือถ้าไม่ได้ก็เปึนเอาเหมือนป้ ๒๕๔๐ ก็คือเขต ๔๐๐ คน บวก ๑๐๐ คน ของระบบสัดส่วนจะได้ไหม ก็ฝากท่านที่เปึนกรรมาธิการวิสามัญในการที่จะ ไปแปรญัตตินะครับ สําหรับมาตรา ๑๙๐ จริง ๆ แล้วเวลาผมเกินไปต้องขออภัยนิดหนึ่ง