รัฐสภา · ครั้งที่ ๙ · ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

วิฑูรย์ นามบุตร หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับมีความไม่สมบูรณ์และไม่ได้ดีถูกใจทุกคน และขอให้สมาชิกสภาปรับความคิดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมเสนอแนะวิธีการนับคะแนนแบบสัดส่วนในการเลือกตั้ง และเสนอให้กรรมาธิการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐบาล

นายวิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบสัดส่วน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบสัดส่วน กลุ่มที่ ๔ จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ และจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ มีการพูดกันมากว่าทําไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ แก้แล้วใครได้ประโยชน์ ซึ่งก็มีความเห็น แตกต่างกันไป แล้วแต่มุมที่แต่ละคนมอง ในสถานการณ์บ้านเมืองที่มีความคิดเห็น แตกต่างนําไปสู่ความแตกแยกของคนในชาติ มันยากครับที่จะนําไปสู่ความปรองดอง ความสมานฉันท์และความสามัคคีกัน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๔ ร่าง มีความแตกต่าง แล้วก็มีความเหมือน เฉกเช่นกับความคิดของเพื่อนสมาชิกรัฐสภา แต่ละท่านก็จะเอาบางจุดบางประเด็นที่เด่น และด้อยมาวิพากษ์วิจารณ์ ท่านประธานครับ แต่ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงก็จะนําไปสู่ บทสรุปที่ว่าไม่มีอะไรที่ดีสมบูรณ์แบบ จึงจะต้องนํามาสู่การแก้ไข ส่วนจะแก้ได้ หรือแก้ไม่ได้ก็อยู่ที่การปรับความคิดของสมาชิกส่วนใหญ่ว่าจะเอากันอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่ได้ดีถูกใจของทุกคน ฝ์ายค้านอาจจะ มองว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๔๐ ดีกว่าฉบับป้ ๒๕๕๐ ซึ่งก็มีทั้งความจริงแล้วก็ไม่ใช่ครับ มันมีความไม่จริงทั้งหมดหรอก ที่บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับป้ ๒๕๕๐ มีการทําประชามติ ได้ผลคะแนน ได้รับการสนับสนุนเพราะมีทหารไปข่มขู่ ไปบังคับพี่น้องประชาชน ในภาคอีสาน ซึ่งก็ไม่จริงครับท่านประธาน ผมก็อยู่ภาคอีสาน ผมไม่เคยเห็นมีทหารคนไหน ไปข่มขู่พี่น้องประชาชน อย่าไปดูถูกพี่น้องคนอีสานเลยครับ เขามีอํานาจ เขามีโอกาส และเขามีความคิดที่จะตัดสินใจอะไรต่าง ๆ ของพวกเขาได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะผลผลิตรัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ แรก ๆ ก็ไม่ค่อยมีปัญหาหรอกครับ แต่หลังการเลือกตั้ง ครั้งแรก ป้ ๒๕๔๔ ท่านทักษิณ ชินวัตร ที่ท่านเปึนหัวหน้าพรรคพลังธรรม แล้วก็เปึน รองนายกรัฐมนตรีสมัยพลเอก ชวลิตเปึนนายกรัฐมนตรีในสมัยพรรคความหวังใหม่ หลังจากท่านทักษิณบริหารพรรคพลังธรรมมา หลังจากที่ได้เปึนพรรคยอดนิยมของ กทม. พรรคประชาธิปัตย์เกือบสูญพันธุ์ครับใน กทม. เหลือท่านอภิสิทธิ์เปึนหนึ่งเดียวที่หลุดรอด เข้ามาได้ ใครล่ะครับจะคิดว่าพรรคพลังธรรมที่เคยยิ่งใหญ่ในขณะนั้น ท่านทักษิณ มาบริหารจนในที่สุดก็เกือบสูญพันธุ์ ทุกวันนี้ไม่มี ส.ส. ในสภาเหลืออยู่แล้ว ท่านประธาน ที่เคารพครับ พรรคไทยรักไทยชนะการเลือกตั้งในป้ ๒๕๔๔ แต่เพื่อนสมาชิกบางท่าน ก็บอกว่าเปึนการชนะที่ถล่มทลายจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน แน่นอนครับ การเลือกตั้งครั้งนั้นพรรคไทยรักไทยชนะเปึนที่ ๑ แต่ก็ไม่ถล่มทลาย ไม่ได้รับเสียงข้างมาก ในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากผลพวงหลาย ๆ อย่างครับ ป้ ๒๕๔๔ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ก็มีพรรคประชาธิปัตย์ ผมคนเดียวนี่ละครับหลุดรอดเข้ามาในสภา แต่ก็ใช่ว่าคนที่ไม่ได้ ของพรรคประชาธิปัตย์หรือของพรรคอื่นเขาไม่ได้คะแนนครับ อย่างเช่น ส.ส. อิสสระ สมชัย ถึงแม้ท่านจะไม่ได้ แต่ท่านก็แพ้แค่หลักพัน หรือท่านวิทยา ขันอาสา พรรคประชาธิปัตย์ที่จังหวัดอุบลราชธานี ท่านแพ้เลือกตั้ง ท่านก็แพ้พรรคไทยรักไทย เพียง ๔๘ คะแนนเท่านั้น ดังนั้นการเลือกตั้ง ป้ ๒๕๔๔ ไม่ใช่ว่าจะชนะกันมากมาย ก่ายกองครับ แต่ผลพวงจากการใช้รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ นํามาสู่การควบรวมอย่างที่ เพื่อนบางคนเขาพูดกันไป ท่านครับ มีการควบรวมพรรคเสรีธรรม หลังจากนั้นมาสู่ พรรคความหวังใหม่ มาสู่พรรคมวลชน แล้วก็พรรคอื่น ๆ เกือบหมดสภา พรรคไทยรักไทย มีเสียงเกินครึ่งหลังจากการเลือกตั้ง ปกติ ส.ส. จะย้ายพรรคไม่มีใครว่าหรอกครับ แต่ท่านจะย้ายพรรคจะโดยข้อกล่าวหาหรืออะไรก็ตาม แต่ก็เปึนการย้ายพรรค ก่อนการเลือกตั้ง แต่รัฐธรรมนูญ ป้ ๒๕๔๐ มีช่องว่าง มีช่องโหว่ให้โอกาสควบพรรค รวมพรรค หลังจากที่การเลือกตั้งผ่านไปแล้ว อยู่ในระหว่างการดํารงตําแหน่งก็สามารถ ควบรวมพรรคได้ ท่านครับ พอควบรวมแล้วก็เลยทําให้พรรคไทยรักไทยมี ส.ส. เกินครึ่ง เปึนจํานวนมาก ดังนั้นการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นอย่างไรก็ตาม เราก็จะต้องมาดูกันว่า ประเด็นไหนที่ควรจะแก้หรือควรจะไม่แก้ ประเด็นมาตราที่รัฐบาลเสนอแก้เข้ามาผมไม่พูด ซ้ําหรอกครับ ไม่ว่ามาตรา ๑๙๐ กรอบการเจรจาพันธะสัญญา ซึ่งความเห็นส่วนใหญ่ ที่พูดกันมาในสภาค่อนข้างจะไปในทิศทางอันเดียวกัน แรก ๆ ท่านประธานครับ ผมเปึนคนหนึ่งไม่เห็นด้วยในการที่จะมาแก้เรื่องมาตรา ๑๙๐ เพราะในฐานะที่เปึนประชาชนคนไทย ในฐานะที่เปึนสมาชิกรัฐสภาก็อยากจะทราบว่า รัฐบาลไปเจรจาไปตกลงมีพันธะสัญญามีกรอบการเจรจากับประเทศไหน อะไร อย่างไร แต่ท่านครับพอมาสู่การปฏิบัติ การบริหารก็ค่อนข้างเปึนปัญหาสมควรที่จะมีการปรับปรุง แก้ไข ท้ายที่สุดอย่างไร ๆ รัฐบาลก็ต้องนําเรื่องต่าง ๆ ที่ไปทํามามาบอกกับประชาชนมา แจ้งกับสภา ท่านประธานที่เคารพครับมาสู่การเลือกตั้งจะเปึนเขตเล็กเขตใหญ่ปัจจุบันนี้ ครับเรามีการเลือกตั้ง ส.ส. เขตละ ๑ คน เขตละ ๒ คน บางเขตก็ ๓ คน เราจะปรับมาเปึน การเลือกตั้งเขตละ ๑ คน ถามว่าเรื่องนี้ให้พูดกันอีก ๗ วัน ๗ คืนไม่จบหรอกครับ ใครชอบ ใครไม่ชอบ มันดีมันไม่ดีแตกต่างอะไรกันอย่างไรยากครับ มันก็เหมือนบอกว่าไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน มันยากที่จะหาคําตอบสิ้นสุดได้ ถ้าความเห็นส่วนของผม ผมก็บอกว่า ผมเห็นด้วยกับการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่แบบปัจจุบันนี้ครับ ผมไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง แบบเขตเล็ก แต่ในที่สุดความเห็นของผมจะเอาไปเปึนบรรทัดฐานว่าในเมื่อผมชอบ อย่างนี้คนอื่นจะต้องเห็นกับผมก็ไม่ใช่ ในพรรคประชาธิปัตย์ก็เช่นกัน ผมเห็นเพื่อนสมาชิก ของพรรคประชาธิปัตย์ของผมนี่ครับ ถกเถียงกันพูดคุยกันเยอะแยะเรื่องเขตเล็กเขตใหญ่ แต่ท้ายที่สุดครับ สมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์เราทุกคนนี่ครับในเมื่อเสียงส่วนใหญ่ ในเมื่อมติบอกออกมาว่าจะเปึนอย่างไร เราก็จะไปในทิศทางนั้น ผมอาจจะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย แต่ในเมื่อมติพรรคส่วนใหญ่ว่ามาผมก็จะต้องปฏิบัติตาม ท่านประธาน ที่เคารพครับผมอยากจะตั้งข้อสังเกตบางประการ ถ้าเกิดมีการนําเข้าไปสู่ในวาระที่สอง และวาระที่สาม ถ้ามันผ่านวาระที่หนึ่งรับหลักการไปในวันพรุ่งนี้ในรายละเอียดครับ ท่านประธาน บางเรื่องผมก็ยังติดใจเช่นกันว่า ทําไมจะต้องปรับ ส.ส. เขตจาก ๔๐๐ คน เหลือ ๓๗๕ คน ไหนเขาบอกว่าพวกเราอยากเลือกตั้งเร็วกันนี่ครับ ถ้าปรับจาก ๔๐๐ คน เหลือ ๓๗๕ คน ใน ส.ส.แบบเขตเลือกตั้งเปึนภาระที่จะต้องไปดําเนินการต่ออีกค่อนข้าง จะยุ่งยากนะครับ เพราะ กกต. ต้องไปแบ่งเขตเลือกตั้ง กกต. ต้องไปจัดสรรพื้นที่ว่า อําเภอไหนตําบลไหน ต้องไปแบ่งไปแยกไปแทรกไปซอยลงอีกเยอะครับ เปึนไปได้ไหม อยากจะฝากกรรมาธิการที่ทําหน้าที่ว่า ส.ส.เขตเราก็ ๔๐๐ คน เหมือนเดิมครับ ใน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อจะเปึน ๑๐๐ คน หรือ ๑๒๕ คน ก็ไม่มีใครขัดข้อง ท่านประธานที่เคารพครับ มันจะนําไปสู่การที่ไม่ต้องไปขัดไปแย้งกันในพื้นที่

และอีกประเด็นหนึ่งผมอยากจะฝากกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่า จํานวน ส.ส. และคะแนน ส.ส. แบบสัดส่วนนั้นทําอย่างไรทุกคะแนนถึงจะมีค่า ทําอย่างไร ทุกคะแนนถึงจะมีผล ในการเลือกตั้งของพวกเราผมก็บอกว่ามันมีทั้งจุดดีจุดเสียจุดอ่อน จุดด้อย ผมอยากจะขอให้กรรมาธิการไปพิจารณาไปทบทวนไปไตร่ตรองในรายละเอียด ในวาระที่สองและวาระที่สามต่อไป โดยส่วนตัวผมสนับสนุนร่างของรัฐบาล แต่ต้องนําไป ปรับปรุงแก้ไขต่อไปครับ