รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ระเบียบวาระที่ ๒ ไม่มี

ระเบียบวาระที่ ๓ ไม่มี

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนนะครับ เรื่องด่วนที่ ๑ ร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (นายสุนัย จุลพงศธร กับคณะ เป็นผู้เสนอ) แต่เนื่องจากมีร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... อีก ๒ ฉบับ คือ ๑. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (นายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ๒. ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีหลักการทํานองเดียวกันน่าจะนํามา พิจารณาร่วมกัน ในส่วนของการลงมติ ผมจะให้ออกเสียงลงคะแนนพร้อมกัน ในคราวเดียวกันนะครับ มีเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ท่านนิพิฏฐ์เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตหารือท่านประธานนะครับ เนื่องจากท่านประธานก็ได้กราบเรียนต่อที่สภานี้ แล้วก็เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมนี้ นอกจากจะมีร่างที่ท่านประธานได้กรุณากล่าวไปแล้ว เมื่อสักครู่ ยังมีร่างของประชาชนอยู่อีกร่างหนึ่ง ซึ่งรอการพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ถ้าเรา พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่ท่านประธานได้กรุณากล่าวขึ้นมาทั้ง ๓ ฉบับในวันนี้ ในขณะนี้ จะทําให้ร่างรัฐธรรมนูญของประชาชนซึ่งขอแก้ไขเพิ่มเติมด้วยนั้นตกไป จะไม่ได้รับ การพิจารณาในขณะนี้ ในขณะที่รัฐบาลเองก็ได้ประกาศเจตนารมณ์อยู่ตลอดเวลาว่า การเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้รัฐบาลจะมอบอํานาจให้ประชาชนผ่านทาง สสร. เป็นผู้ดําเนินการแก้ไขเพิ่มเติม แต่ว่าเมื่อรัฐบาลได้บอกว่าจะให้ความเห็นของประชาชน เป็นใหญ่ รัฐบาลกลับละเลยไม่หยิบยกร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนได้ขอแก้ไขขึ้นมาพิจารณา ในขณะนี้ด้วย ประกอบกับรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลนี้ โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ขออภัยเอ่ยนามท่าน ท่านก็ได้ประกาศอยู่ตลอดเวลาว่าการพิจารณารัฐธรรมนูญ ในขณะนี้บรรยากาศของประเทศไม่เอื้ออํานวยต่อการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในขณะนี้ ควรจะยืดระยะเวลาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญออกไป อย่างน้อยก็เป็นปลายปีนี้ ผมคิดว่าถ้ามีการเลื่อนการพิจารณาวันนี้ไปรอผลแล้วก็นําร่างรัฐธรรมนูญของฉบับประชาชน ขึ้นมาพิจารณาด้วยก็จะตรงตามเจตนารมณ์ที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ว่าจะฟังความเห็น ของประชาชน ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ท่านประธานคงจําได้ครับว่าเมื่อรัฐบาลนี้ ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา รัฐบาลได้นําญัตติเสนอยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ ในการพิจารณาของรัฐบาลชุดที่แล้ว และมีการยุบสภา เมื่อรัฐบาลนี้ได้บริหารประเทศชาติ รัฐบาลได้ยืนยันกฎหมายที่จะนํากฎหมายของรัฐบาลชุดที่แล้วมาดําเนินการต่อ และรัฐบาล ไม่ยืนยันกฎหมายบางฉบับ ในครั้งนั้นผมได้ยืนขึ้นถามท่านนายกรัฐมนตรีว่ามีกฎหมาย อยู่ฉบับหนึ่งที่รัฐบาลไม่ยกขึ้นมายืนยันพิจารณาต่อ คือร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม ในที่สาธารณะ ท่านประธานคงจําได้ครับว่าร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่สามไปแล้ว เข้าสู่การพิจารณา ของวุฒิสภา ท่านประธานครับ ในครั้งนั้นรัฐบาลได้ตอบว่ารัฐบาลไม่ยืนยันกฎหมายการชุมนุม ในที่สาธารณะ เพราะว่าคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมาย โดยดอกเตอร์คณิต ณ นคร ให้ความเห็นกับรัฐบาลว่า รัฐบาลไม่ควรที่จะเสนอกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ โดยอ้างเหตุผลว่าน่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญและลิดรอนสิทธิของประชาชน แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่า เมื่อดอกเตอร์คณิต ณ นคร บอกว่ารัฐบาลไม่ควรยืนยันร่างกฎหมาย การชุมนุมในที่สาธารณะ รัฐบาลก็นําเหตุผลของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย รัฐบาล ก็นําเหตุผลของดอกเตอร์คณิต ณ นคร นั้น มาปฏิเสธไม่ยืนยันร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม ในที่สาธารณะ มาวันนี้ท่านประธานครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายโดยดอกเตอร์คณิต ณ นคร ก็ได้มีหนังสือถึงรัฐบาล ได้มีหนังสือถึงท่านประธานรัฐสภาว่า ควรที่จะมีการชะลอการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกไปก่อน ด้วยเหตุผลว่าควรฟัง ความคิดเห็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชนเสียก่อน ผมถามท่านประธานฝากไปถึง รัฐบาลว่าทําไมละครับ ทําไมรัฐบาลไม่ฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ทําไมรัฐบาลเลือกฟังบางเรื่องและเลือกที่จะไม่ฟังบางเรื่อง เรื่องไหนที่ตรงตามเจตนา ของรัฐบาล รัฐบาลเลือกที่จะฟังดอกเตอร์คณิต ณ นคร แต่ในครั้งนี้ครับ คณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายบอกว่าควรชะลอการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปก่อน รัฐบาลกลับไม่ฟัง รัฐบาลกลับเดินหน้าที่จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเรียนท่านประธานว่า ข้อเท็จจริงเดียวกันแล้วปฏิบัติต่างกัน เขาเรียกว่า ๒ มาตรฐานครับ คําว่า ๒ มาตรฐานนี้ครับ รัฐบาลได้กล่าวหาคนอื่นมามากแล้วครับ ดอกเตอร์คณิตบอกว่าควรชะลอรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไปก่อน แต่รัฐบาลปฏิเสธที่จะฟังคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ผมเลยกราบเรียนหารือ ท่านประธานครับว่าเพื่อให้บรรยากาศการพิจารณารัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เป็นไปด้วยบรรยากาศที่ดี ขอเรียนท่านประธานนะครับ ฝากถึงสมาชิกรัฐสภาทุกท่านนะครับว่า ควรที่จะมีการชะลอการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกไปก่อนครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านพีรพันธุ์ครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกรัฐสภา ผมประสงค์ที่จะชี้แจงเพิ่มเติมนิดเดียว เมื่อครู่ท่านสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายได้ให้ความเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ รัฐบาลฟังความคิดเห็นของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ผมยืนยันว่าร่างพระราชบัญญัติ ชุมนุมในที่สาธารณะนั้นพวกผมในขณะนั้นที่เป็นฝ่ายไม่ได้เห็นด้วยกับกฎหมายนั้นเลย เนื่องจากเนื้อหามันไม่ใช่กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะ มีเนื้อหาที่ขัดกับหลัก ประชาธิปไตยหลายเรื่อง บังเอิญว่าความเห็นของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย มันสอดคล้องกับความเห็นของรัฐบาลเท่านั้นเอง วันนี้สําหรับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับของประชาชนนั้น ยังต้องใช้เวลาในการตรวจสอบรายชื่อกันอีกนาน ยังไม่ทราบว่า จะเสร็จสิ้นกันเมื่อไร แต่อย่างไรก็ตามในซีกของทางเสียงข้างมากพวกผมเองก็ได้มีการพูดคุย กับตัวแทนประชาชนที่ได้มีการเสนอร่างกฎหมายเหล่านั้นแล้ว พวกเขาเองก็ไม่ได้ขัดข้อง แล้วก็คาดว่าเราก็มีกระบวนการที่จะนําร่างและความคิดเห็นของประชาชนนั้นมาประกอบ ในการพิจารณาต่อไป เมื่อท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระเป็นอย่างนี้แล้ว กระผมคิดว่า ก็ควรจะดําเนินการต่อไปตามระเบียบวาระที่ท่านประธานได้บรรจุไว้แล้วครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าข้อหารือของท่านประธาน และข้อความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่ได้เรียนกับท่านประธานรัฐสภาว่า จริง ๆ รัฐสภาของเรากําลังจะพิจารณากฎหมายที่สําคัญที่สุดในการปกครองประเทศ คือ กฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่เราก็มีประเด็นที่ผมคิดว่าเราจะต้องรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ผ่านประชามติและประชามติที่กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ก็เป็นที่ยอมรับกันโดยสากลว่าได้มีการดําเนินการในการลงประชามติ ที่มีความโปร่งใส แต่เมื่อรัฐบาลได้กล่าวอ้างว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้ เพื่อให้ เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน เพราะรัฐบาลนี้ได้มีการหาเสียงเอาไว้ว่า จะมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นประเด็นจึงเป็นที่น่าแปลกใจว่าทําไมครับ เมื่อรัฐบาลต้องการที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญแต่รัฐบาลกลับละเลยที่จะไม่รอ ร่างของประชาชนที่ได้มีการเตรียมการและยกร่าง และในประเด็นของร่างของประชาชนดังกล่าว ตามที่ทราบมาก็มีนัยที่แตกต่างกันกับร่างของรัฐบาล ผมคิดว่าการเปิดกว้างเพื่อนําร่าง ของประชาชนมาพิจารณาด้วยก็จะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกรัฐสภาในการพิจารณา

ส่วนต่อประเด็นที่เพื่อนสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม คุณพีรพันธุ์บอกว่า เราจะรับฟังความคิดเห็นจากร่างของประชาชน ผมอยากจะกราบเรียนว่าเป็นข้อเสนอที่สภานี้ ควรจะได้พิจารณาว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นไปดังกล่าวนั้นหรือเปล่าครับ ก็เพราะว่า การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้เป็นการแก้ไขมาตรา ๒๙๑ เพื่อให้มีการจัดตั้ง สสร. คือ ให้มีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อดําเนินการในการยกร่าง ในกรณีดังกล่าวนี้รัฐสภา จะเชื่อมั่นได้อย่างไรครับว่าคณะกรรมการดังกล่าวจะไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน อย่างทั่วถึง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเริ่มต้นด้วยมีจิตกุศลที่ดีในการที่จะร่างกฎหมาย รัฐธรรมนูญในคราวนี้ ผมอยากจะเรียกร้องเพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้กรุณาพิจารณากันอีกครั้งหนึ่งว่า เราจะรอเวลาเพื่อที่จะนําร่างของประชาชนเข้ามาพิจารณาพร้อมกันหรือไม่ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสามารถ แก้วมีชัย

นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต่อประเด็นที่ท่านสมาชิกฝ่ายค้าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนิพิฏฐ์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าทําไมเราไม่รอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนแล้วถึงนํามา รวมพิจารณาพร้อมกัน กระผมอยากกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพในความคิดเห็น และข้อสังเกตของท่านนิพิฏฐ์ และด้วยความเคารพในข้อคิดเห็นของท่านคณิต ณ นคร ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ได้ให้ข้อสังเกตไว้เช่นกัน ผมคิดว่า ท่านประธานได้บรรจุระเบียบวาระในการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญนี้เหมาะสมแล้วนะครับ ผมมีเหตุผลอยู่ ๓ ประการใหญ่ ๆ

ประการแรก สิทธิในการเสนอกฎหมายของประชาชน ซึ่งกระผมเองก็มีส่วน ที่ไปเขียนเรื่องนี้เมื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จริง ๆ แล้วสิทธิดังกล่าวมันเป็นเพียงการกระตุ้น ให้สมาชิกรัฐสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ตระหนักว่าขณะนี้ประชาชนเขาต้องการ จะเสนอร่างพระราชบัญญัติหรือกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประชาชนบ้าง ฉะนั้นเมื่อเขาเข้าชื่อกันสมาชิกรัฐสภาหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่จําเป็นจะต้อง ให้ประชาชนเขาเดือดร้อน ก็อาจจะรีบเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติหรือร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญนั้นก่อนก็ได้ ฉะนั้นในการนี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ ๒ พรรคการเมืองใหญ่ ๆ แล้วคณะรัฐมนตรีก็ได้นําเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาซึ่งสาระของร่างที่จะแก้ไข ก็ใกล้เคียงกับที่พี่น้องประชาชนต้องการ นั่นก็คือเราอยากได้สภาร่างรัฐธรรมนูญหรือคณะ ที่จะขึ้นไปจัดทํารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ดังนั้นผมเห็นว่ายิ่งทําได้เร็วก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนและผมก็มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนที่ได้เสนอร่างผ่านท่านประธานรัฐสภา ก็คงจะเห็นชอบ เห็นด้วยที่เราได้มีการเร่งรัดนําร่างของรัฐบาลและร่างของเพื่อนสมาชิก เข้ามาพิจารณาในวันนี้ และที่สําคัญครับท่านประธานครับ ขณะที่เรามีการพิจารณาร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ในชั้นกรรมาธิการ กรรมาธิการก็มีอํานาจที่จะเชิญตัวแทนของประชาชน ที่นําเสนอร่างเข้ามาให้ข้อมูลแสดงความคิดเห็นประกอบ ซึ่งก็สามารถทําได้จะตั้งเป็น อนุกรรมาธิการลงไปสอบถามโดยตรงก็ได้หรือจะเชิญเขามาชี้แจงในที่ประชุมก็ได้ ฉะนั้น ผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหาที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมได้แสดงความคิดเห็น นอกจากนั้น เรื่องสําคัญครับท่านครับ คราวนี้ที่เรากําลังจะแก้รัฐธรรมนูญนี้ สมาชิกรัฐสภาพวกเรา จะไม่ใช่ไปแก้ในบทมาตราต่าง ๆ เราเพียงแต่จะตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญให้เขา ไปทํารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งในช่วงที่มีการทํารัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้นละครับ พี่น้องประชาชน ทั้งประเทศจะได้มีโอกาสร่วมแสดงความคิดเห็นว่าท่านจะเอาอะไร ไม่เอาอะไร ตรงนั้น คือสาระสําคัญ ตรงนั้นคือกระบวนการที่สําคัญ วันนี้เราเพียงแต่จะช่วยกันให้มีองค์กร ที่จะไปทํารัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งก็สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนที่เข้าชื่อกัน เสนอเช่นกันครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุกิจครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็นด้วยกับท่านนิพิฏฐ์และท่านชินวรณ์ที่จะให้เลื่อนวาระ การพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญวันนี้ไปก่อนนะครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สําคัญ เรื่องนี้ ไม่ใช่แก้เฉพาะเท่าที่ผมอ่านนะครับ มาตราเดียวคือ มาตรา ๒๙๑ เท่านั้นนะครับ แต่นี่ เป็นการแก้ทั้งฉบับครับ เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญที่พวกบางกลุ่มบางเหล่าตั้งข้อรังเกียจ เดียดฉันท์มาตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นความสําคัญในวันนี้เท่าที่ผมตรวจสอบดูปรากฏว่า ร่างของภาคประชาชนไม่ได้มีเพียงร่างเดียวนะครับ มีตั้ง ๓ ร่างที่เสนอเข้าสู่สภา แม้บางร่าง อาจจะไม่สมบูรณ์แล้วเขาขอกลับไปทบทวนใหม่ แต่ผมเชื่อว่าในเมื่อมันเป็นเจตนา ของพี่น้องประชาชนที่อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ก็สมควรที่ท่านประธานจะให้โอกาส แก่เขา แล้วสถานะของร่างเหล่านี้ที่มีคนจํานวน ๕๐,๐๐๐ กว่าคนมาเข้าชื่อนี่ ท่านประธาน จะไม่ให้ความสําคัญกับเขาหรอกหรือครับ ต้องเรียนถามท่านประธานว่าท่านประธาน จะทําอย่างไรกับร่างอันนี้ เพราะว่าเขาเสนอเข้ามาแล้วตอนนี้ เมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ เขาก็ต้องเสนอต่อท่านประธาน ผมเรียนถามท่านประธานนะครับ ประชาชน ตั้ง ๕๐,๐๐๐ กว่าคนเข้าชื่อมานี่ เมื่อเขาเสนอเข้ามาแล้วเขาตรวจสอบเสร็จแล้ว ท่านประธานจะดําเนินการต่อไปอย่างไรกับกฎหมายอันนี้ ท่านจะบรรจุหรือไม่ ซึ่งท่าน ก็ต้องบรรจุครับ แล้วจะเอามาพิจารณาหรือไม่ อันนี้ต้องเรียนถามท่านประธานครับว่า ท่านประธานเห็นความสําคัญเสียงของพี่น้องประชาชนที่เขาเสนอเข้ามาหรือเปล่า เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านนิพิฏฐ์และท่านชินวรณ์ที่จะให้เลื่อน การพิจารณาวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ไปก่อนครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวรชัย เหมะ

นายวรชัย เหมะ สมาชกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การเสนอร่างของประชาชนนั้น มี ๓ ร่างครับ ผมได้ประชุมร่วมกับผู้เสนอทั้ง ๓ ร่างครับ ทุกท่านไม่ติดใจเรื่องนี้ครับ ยินดี ให้รัฐบาลเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ครับ เหตุผลเพราะว่าการเสนอร่าง ของประชาชน ๑๐,๐๐๐ ชื่อ ท่านประธานทราบไหมครับว่าเขาไม่สามารถเข้ามามีส่วนร่วม ในการเป็นกรรมาธิการได้เลยแม้แต่คนเดียว เพราะฉะนั้นเนื้อหาสาระที่เราตกลงกันวันนั้น ว่าเราสามารถที่เอาร่างของท่านมาพิจารณา แล้วตั้งให้ผู้เสนอเป็นที่ปรึกษาครับ เงื่อนไข ขั้นตอน ท่านทราบไหมครับว่ามันยากเย็นแค่ไหน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้อํานาจประชาชน ๑๐,๐๐๐ ชื่อ แต่ว่า ๑๐,๐๐๐ ชื่อนั้นต้องมีการตรวจสอบครับ กระบวนการเป็นปีครับ ยาวเหยียดเลยครับ กว่าจะเอาร่างเข้าสภาได้ครับ เพราะฉะนั้นวันนี้กับดักของประเทศ คือรัฐบาลไม่สามารถบริหารงานได้ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บริหารประเทศ ๒ ปี ติดกับดัก ประเทศ รัฐบาลไม่สงบ เพราะฉะนั้นในเมื่อการเมืองไม่สงบก็ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ประเทศได้ ถ้าการเมืองนิ่ง ประเทศก็เดินไปข้างหน้าได้ครับ มาจากกับดักของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีกับดักวางไว้สําหรับการบริหารงานของรัฐบาล หลายเงื่อนไข หลายขั้นตอนเดินไปไม่ได้จริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นการที่จะแก้ปัญหาให้ประเทศชาติประชาชนได้ต้องแก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญต้องเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน การแก้รัฐธรรมนูญเที่ยวนี้ ไม่ใช่ ส.ส. เป็นคนแก้ครับ เสนอให้มีการตั้ง สสร. ที่มาจากประชาชนครับ ท่านประธานรัฐสภา เพราะฉะนั้น วันนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องแก้ปัญหาให้ประชาชน ท่านเห็นหรือยังครับว่าในการเสนอ กฎหมายบางอย่าง พระราชกําหนดบางฉบับต้องมีการตีความ ขั้นตอนล่าช้าไปอีกครับ เพราะฉะนั้นวันนี้จําเป็นจริง ๆ ครับ ผมขอให้ท่านประธานดําเนินการต่อไปเลยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

รัฐสภายินดีต้อนรับ บุคลากรจากองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านดอนจากจังหวัดชัยภูมิครับ เชิญหมอวรงค์ครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด พิษณุโลก ผมไม่อยากให้รัฐสภาเราลืมง่ายท่านประธาน ผมจําได้ว่าเราเคยมีการพิจารณา แก้ไขรัฐธรรมนูญตอนสมัยที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี วันนั้นเพื่อนสมาชิกของเรา ก็พยายามเรียกร้องให้มีการเอาร่างของภาคประชาชนเข้ามาพิจารณาร่วมกัน แล้วอยู่ ๆ วันนี้ ทั้งรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกก็ลืมกันหมด แล้วมิหนําซ้ํามีการตอบแทนภาคประชาชนด้วยว่า ตกลงกันได้ ผมก็อยากจะถามว่ารัฐธรรมนูญมีการลงชื่อประชาชนเป็นหมื่น ๆ ชื่อครับ ท่านสมาชิกท่านได้ไปตกลงกับพี่น้องประชาชนเป็นหมื่น ๆ คนหรือไม่ครับ ไม่ใช่ว่าไปตกลง แค่คนสองคน แล้วไปตอบว่าขณะนี้ตกลงกันได้แล้ว แต่มันมีประเด็นที่สําคัญ ท่านประธานครับ ผมอยากจะย้ําว่าท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่ารัฐบาลจะไม่เสนอ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงแรก ท่านจําได้ไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ท่านเคยพูด แล้วท่านก็บอกว่าตอนหลังรัฐบาลมาเสนออีกครั้งหนึ่งในนามของคณะรัฐมนตรีเพื่อต้องการ รักษาสิทธิ เพราะว่ามีร่างของภาคประชาชนเสนอเข้ามา อยู่ ๆ รัฐบาลจะเสนอเข้ามา เพื่อรักษาสิทธิ เพราะว่ามีประชาชนเสนอเข้ามา แต่ไป ๆ มา ๆ รัฐบาลก็ชิงที่จะพิจารณา ร่างของรัฐบาลและร่างของพรรคการเมืองเท่ากับว่าเป็นการตัดสิทธิร่างของภาคประชาชน ผมก็เลยไม่เข้าใจว่าคําว่า รักษาสิทธิ ของรัฐบาลในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มันเป็นอย่างไรครับ อยากจะขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีช่วยชี้แจงให้พวกผมเข้าใจนิดหนึ่ง แล้วก็ผมขออนุญาตตอบแทนท่านหัวหน้าพรรคของผมครับ ที่บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา มีกับดัก ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บังเอิญท่านนั่งอยู่หน้าผมท่านก็พูดมาว่า ท่านไม่รู้สึกว่ามีกับดักครับ ท่านทํางานมา ๒ ปีครึ่ง รัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นอุปสรรคในการ ทํางาน แต่กลุ่มคนเสื้อแดงต่างหากที่เป็นอุปสรรคในการทํางานของท่าน ผมตอบแทนท่านครับ เพราะท่านคุยให้ผมฟังตรงนี้ แล้วผมมีประเด็นที่ผมขัดแย้งกับเพื่อนสมาชิกที่บอกว่า

(นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ คุณหมอครับ เชิญครับ ท่านวิเชียรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้อภิปรายที่กล่าวหาว่าคนเสื้อแดง เป็นอุปสรรคต่อการทํางานของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ผมเรียนถามท่านประธานว่าคุณหมอวรงค์ ได้อภิปรายว่าคนเสื้อแดงเป็นอุปสรรคนี่ อุปสรรคอย่างไร เขาเสียหายนะครับ เขายืนอยู่ข้างนอก เขาไม่ได้พูด เขาไม่ได้มานั่งในสภา อยู่ ๆ กล่าวหาบอกกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นอุปสรรค ต่อการทํางานของรัฐบาลอย่างนี้ เราอย่าใช้โอกาสอย่างนี้กล่าวหาคนอื่นลอย ๆ สิครับ มันต่างคนต่างโตกันแล้ว ในสภาพูดอย่างนี้ไม่ได้หรอกครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาละครับ พอแล้วครับ ท่านวิเชียรครับ คุณหมอครับโปรดระมัดระวังด้วยนะครับ เชิญต่อครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก บังเอิญ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีท่านนั่งอยู่หน้าผมครับ ตอนที่เพื่อนสมาชิกบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นกับดักกับรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในการทําหน้าที่ของรัฐบาล ๒ ปีครึ่ง ท่านก็ เปรยให้พวกผมฟังว่ารัฐธรรมนูญชุดนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคครับ แล้วเหตุการณ์อดีตที่ผ่านมานี่ การทุบรถของท่าน การทําลาย การประชุมอาเซียน (ASEAN) ที่พัทยา การเผาบ้านเผาเมือง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมออย่าเลยไปถึงโน่น เลยครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่สาระเมื่อสักครู่ชี้แจงให้เห็นภาพครับว่าท่านบอกว่า อันนั้นต่างหากที่เป็นอุปสรรคต่อการทําหน้าที่ของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผมฟังดูเพื่อนสมาชิกบอกว่าสิทธิในการเสนอกฎหมายเป็นของประชาชน แต่บอกว่าเป็นเพียง การกระตุ้น เพื่อให้พรรคการเมืองเสนอร่างเข้ามา ท่านคิดไปเองหรือเปล่าครับ ผมว่า มันชักจะไปกันใหญ่แล้วประเทศไทยครับ เราเชื่อว่าสิทธิในการให้ประชาชนเสนอกฎหมายนี่ เราก็หวังว่าประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างกฎหมาย ประชาชนเสนอร่างรัฐธรรมนูญ เราก็หวังว่าประชาชนก็เข้ามามีส่วนร่วมที่เกี่ยวข้องกับการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ แต่วันนี้ ท่านตีความว่าประชาชนเสนอกฎหมายเพียงเพื่อกระตุ้นนักการเมือง หรือกระตุ้น พรรคการเมือง หรือกระตุ้นรัฐบาลเพื่อให้เสนอกฎหมาย แล้วเท่ากับว่าร่างของประชาชน ไม่สมควรจะได้รับการพิจารณา ผมว่าสับสนไปกันใหญ่ครับ ผมเลยงงว่าอะไร คือ ๑ มาตรฐาน หรือ ๒ มาตรฐาน

ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานอีกหนึ่งประเด็น ซึ่งอันนี้เป็นคําถาม ถึงท่านประธานโดยตรงครับ แล้วก็อยากให้ท่านประธานตอบกับเพื่อนสมาชิกของเรา อย่างน้อยเป็นข้อมูลต่อการตัดสินใจว่าเรื่องนี้ควรจะเลื่อนหรือไม่ ท่านประธานคงจะทราบนะครับ ว่าข่าวช่วงวัน ๒ วันที่ผ่านมา มีหนังสือจากท่านประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คือท่านคณิต ณ นคร เห็นหนังสือพิมพ์บอกว่าทําหนังสือถึงท่านประธานรัฐสภาเพื่อให้ท่าน พิจารณาเลื่อนระเบียบวาระในการพิจารณาเรื่องรัฐธรรมนูญ ถ้าเรื่องนี้เป็นจริงผมขออนุญาต ให้ท่านลองอ่านให้เพื่อนสมาชิกรัฐสภาได้ฟัง เพราะผมเชื่อว่าประเด็นเหล่านี้จะเป็นประเด็น ต่อการตัดสินใจว่าเรื่องนี้ควรจะเลื่อนหรือไม่ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมได้สั่งให้แจกเอกสาร ของท่านอาจารย์คณิตที่ว่าให้กับสมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ แล้วก็ส่วนความเห็นของท่านคณิตนั้น พวกเราจะเห็นเป็นประการใดผมถือว่าให้เป็นความเห็นของที่ประชุมนะครับ อยู่ในเอกสาร ประกอบการพิจารณาแล้วนะครับ ได้ส่งให้สมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ แท้จริงต้องกราบท่านประธานด้วยความเคารพ ที่ได้เห็นความสําคัญของข้อเสนอ

(นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านไพจิตครับ คุณหมอ ประท้วงหรือครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ครับ ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์วรงค์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก เมื่อสักครู่ที่ท่าน ได้บอกว่าเอกสารท่านแจกแล้ว ผมไม่เห็นครับท่านประธาน ถ้าท่านมีท่านได้โปรดอ่าน ให้พวกเราได้ฟังเลยดีกว่าจะได้จบทีเดียวไปเลยครับ ขอบคุณครับ เพราะผมไม่เห็นเอกสารครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อครู่ท่านเลขาธิการ มายืนยันกับผม ผมถึงได้ประกาศตามที่ท่านเลขาธิการได้ยืนยัน เชิญท่านไพจิตครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพที่ท่านประธานได้ให้ความสําคัญต่อการทําหน้าที่ของต่างภาระ ทั้งของสภา โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วทั้งของคณะรัฐมนตรีซึ่งทําหน้าที่ในการบริหารบ้านเมือง ที่ได้เสนอกฎหมายที่สําคัญคือร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วอันสุดท้ายก็คือประชาชนที่เป็น ผลสะท้อนในการมีส่วนร่วมที่เป็นการพัฒนาประชาธิปไตย และที่สําคัญท่านประธาน ให้ความสําคัญต่อคณะบุคคลที่ถือว่าได้มีบทบาทในการที่จะทําให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตย คือต่อบันทึกหนังสือของท่านประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ได้เสนอมาต่อสภา แท้ที่จริงแล้วท่านประธานสามารถที่จะได้ดําเนินการประชุมตามวาระเพื่อให้สภาได้พิจารณา โดยข้อบังคับอยู่แล้ว ท่านประธานครับ พวกกระผมเองนี่สํานึกว่าการทําหน้าที่ในการพิจารณาร่างแก้ไข พระราชบัญญัติกฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้นี่เป็นสาระที่สําคัญ เป็นชีวิตจิตใจ ของการทําหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นพอพี่น้องประชาชนเสนอนี่ ผมยังเชื่อว่ากระบวนการต่าง ๆ ก็จะนําไปสู่การแก้ไขที่การให้พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วม มิได้เป็นอย่างอื่น แล้วสาระที่สําคัญที่ท่านคณิต ณ นคร เสนอก็คือขอให้ พี่น้องประชาชนเหล่านี้ที่มีบทบาทในการที่อยากจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เมื่อได้มาใคร่ครวญดูข้อบังคับ ดูกฎหมายรัฐธรรมนูญแล้ว แล้วพี่น้องประชาชนซึ่งก็รักชาติ รักประชาธิปไตย ที่ต้องการเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ก็เห็นว่าควรที่จะให้มีการพิจารณาตามที่รัฐบาลซึ่งเป็นภาระหน้าที่ที่มีหน้าที่ ในการเป็นเจ้าภาพอยู่แล้วเป็นหลัก จากนั้นก็มี ส.ส. ๒ พรรคการเมืองใหญ่ ๓ พรรคการเมือง ๔ พรรคการเมืองร่วมกันเสนอเพื่อที่จะให้มีการแก้ไข โดยนัยเหล่านี้ คือตัวแทนที่จะทําหน้าที่ได้อยู่แล้ว ท่านประธานครับ แปลว่าจะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ รายชื่อทั้งหมด ทั้งมวลที่ยังขาดเอกสารประกอบอยู่ ทั้ง ๓ ร่างของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ มีที่สมบูรณ์ จํานวนที่เกินกว่า ๕๐,๐๐๐ ชื่อ คือร่างของท่านอาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ์ นอกจากนั้นอีก ๒ ร่างยังต้องขอรายชื่อให้เพิ่มเติมให้พอ ๕๐,๐๐๐ ชื่อ อย่างของท่านเยี่ยมยอดนี่ก็เพิ่งได้ ๑๕,๓๒๐ ชุด ที่มีหลักฐานครบ ของท่านนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ ก็มี ๔๖,๙๕๖ ชุดที่ครบนะครับ แล้วเมื่อครบ ๕๐,๐๐๐ ชื่อแล้วต้องส่งไปยัง กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบ ประกาศแต่ละจังหวัด แต่ละสํานักทะเบียน ใช้เวลาทั้งหมด อีกประมาณ ๙๐ วัน โดยนัย ท่านประธานครับ เมื่อมีเจ้าภาพกฎหมายคือคณะรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพหลักในการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อเสนอมาแล้ว สภาซึ่งเป็นตัวแทน ภาคประชาชนโดยรัฐธรรมนูญก็ได้เสนอร่างของสมาชิกรัฐสภา เพราะฉะนั้นจึงมีความสมบูรณ์ มีเหตุผลพร้อมที่จะได้พิจารณา ผมเห็นด้วยตามที่ท่านประธานได้บรรจุทั้ง ๓ ฉบับไว้ แล้วพิจารณาโดยข้อบังคับ ขอความกรุณาให้ท่านประธานได้พิจารณาตามเหตุตามผล ตามข้อบังคับที่จะพิจารณา เมื่อบรรจุมาแล้วก็ชอบที่จะนําเสนอในการพิจารณาตามข้อบังคับ การนัดประชุมรัฐสภา ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการที่จะทําให้บ้านเมืองมีรัฐธรรมนูญที่เกิดจาก การแก้ไขของสมาชิกรัฐสภา โดยนัยทั้งหมดจะใช้เวลาอีกพอสมควร จึงมีความเหมาะสม ที่จะต้องพิจารณาได้เลยโดยไม่ต้องเลื่อนไปตามข้อเสนอของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอไปที่ท่านวุฒิสมาชิกด้วยนะครับ ท่าน พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ครับ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการชุมนุม ในที่สาธารณะมาตั้งแต่ต้น แล้วก็ได้หารือทั้งในที่ประชุมวุฒิสภาและที่ประชุมรัฐสภานะครับ เพราะผมเห็นว่าในการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตยนั้นเราจะปล่อยให้กฎหมู่ มาอยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ เมื่อมีการชุมนุมมาก ๆ แล้วควบคุมไม่ได้ เราก็เห็นปรากฏการณ์ เรื่องปิดทําเนียบรัฐบาล ยึดสนามบิน เผาบ้านเผาเมือง ขณะนี้ก็มีม็อบ (Mob) มาอยู่ หน้ารัฐสภา เมื่อเช้านี้ชักธงแดงครับ ส่งเสียงหนวกหูแล้วก็เป็นการกดดันการทํางาน ของสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ ก็ขอความกรุณาท่านประธานได้โปรดให้ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ดําเนินการตามกฎหมายนะครับ ไปดูว่าการส่งเสียงนั้นเกินขีดมาตรฐานที่กําหนดไว้หรือเปล่า แล้วช่วยกรุณาให้ความสะดวก ให้เขาเลิกไปนะครับ มิฉะนั้นอาจจะมีม็อบอีกกลุ่มหนึ่งมา บ้านเมืองก็จะเกิดปัญหานะครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลได้กรุณาแต่งตั้ง ให้ดําเนินการ ได้เสนอชัดเจนว่ารัฐสภาควรปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๙๑ ที่มุ่งหมายให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา และถือเป็น ความรับผิดชอบต่อเจตนารมณ์ เจตจํานงของประชาชนผู้เข้าชื่อ และขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีจํานวนมากกว่า ๑๕๐,๐๐๐ คน ๑๕๐,๐๐๐ คนนี้ เป็นจํานวนประชาชนซึ่งเยอะนะครับ เราจะไปตัดสิทธิประชาชนเหล่านี้ไม่ได้นะครับ อันนี้เป็นบรรทัดฐานที่สําคัญในการที่จะเสนอตอบสนองต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการเสนอกฎหมายและตามครรลองของประชาธิปไตย คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จึงขอเสนอให้ประธานรัฐสภาเลื่อนการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ออกไปก่อน เพื่อรอให้กระบวนการตรวจสอบ รายชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ของประชาชนทั้ง ๓ ฉบับแล้วเสร็จ เพื่อที่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... โดยคณะภาคประชาชนนั้นมีโอกาสได้รับการพิจารณาครับ อันนี้เป็นสิ่งสําคัญครับ ถ้าสมมุติท่านประธานรีบร้อนแล้วก็รีบรัดดําเนินการพิจารณา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับในวันนี้ ผมคิดว่าเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนครับ ขอท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยในประเด็นนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านจุรินทร์ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พังงา

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะทําความเข้าใจกับท่านประธานและเพื่อนสมาชิก เนื่องจาก มีสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงข้อบังคับในเรื่องของการบรรจุระเบียบวาระร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับที่กําลังจะพิจารณาอยู่ในขณะนี้ว่าท่านประธานได้ดําเนินการถูกต้อง ตามข้อบังคับแล้วทุกประการ ซึ่งกระผมขอกราบเรียนทําความเข้าใจว่าข้อบังคับที่ว่านั้น น่าจะหมายถึงข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๙๑ ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่า ให้ประธานรัฐสภาบรรจุ ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ร่วมกันของรัฐสภาภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่ได้รับญัตตินั้น ซึ่งการบรรจุระเบียบวาระ ของท่านประธานเข้าสู่การประชุมรัฐสภาเป็นสิ่งที่เป็นไปตามข้อบังคับ แต่ข้อบังคับที่ว่านั้น ระบุเพียงให้ท่านประธานบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ แต่ไม่ได้บังคับว่าจะต้องมีการนําขึ้นมา พิจารณาในทันทีทันใด เพราะฉะนั้นการที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หลายท่านได้ลุกขึ้น เสนอต่อท่านประธานให้เลื่อนระเบียบวาระการประชุมนี้ไปก่อน จึงไม่ได้เป็นการปฏิบัติ ผิดไปจากข้อบังคับแต่ประการใด ทั้งนี้ก็ด้วยเหตุผลที่พวกกระผมได้กราบเรียนต่อท่านประธาน หลายเหตุผล เช่น ทําไมในหลายกรณีรัฐบาลฟังข้อเสนอของดอกเตอร์คณิต ณ นคร แต่กรณีนี้ ดอกเตอร์คณิต ณ นคร เสนอให้เลื่อนการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไปก่อนเพื่อรอ ร่างของภาคประชาชน แต่ทําไมรัฐบาลจึงไม่ฟังในกรณีนี้ ทําไมรัฐบาลไม่ให้ความสนใจ กับร่างที่อ้างว่าเป็นร่างของภาคประชาชน เมื่อรัฐบาลอ้างให้ความสําคัญกับประชาชน มาโดยลําดับในการให้เหตุผลในทุกเรื่อง รวมทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็อ้างว่า แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน

นอกจากนั้นเหตุผลอีกประการหนึ่งก็คือสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็เพราะต้องการที่จะเร่งรีบ รวบรัดในการดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้บรรลุเป้าหมาย ตามที่รัฐบาลประสงค์ไว้ในวาระซ่อนเร้นที่สังคมเคลือบแคลง สงสัย ถ้ารัฐบาลอ้างว่า ต้องการเร่งรีบ รวบรัดเรื่องนี้เพื่อประชาชน มีระเบียบวาระที่ค้างอยู่ในวาระการประชุม ร่วมกันของรัฐสภาจํานวนมาก ทําไมรัฐบาลหรือท่านประธานไม่หยิบยกเรื่องนี้ ขึ้นมาพิจารณา เช่น ร่างความตกลงเพื่อส่งเสริมคุ้มครองการลงทุนระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสหภาพพม่าซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในเรื่อง การลงทุนของประเทศต่อไปในอนาคต นอกจากนั้นก็มีร่างที่ค้างอยู่จํานวนมาก เช่น กรอบการเจรจาอนุสัญญาความตกลงเพื่อเว้นการเก็บภาษีซ้อนตามข้อตกลงอนุสัญญา ถึง ๑๑ ฉบับ กับ ๑๐ กว่าประเทศ ซึ่งเป็นประโยชน์ในเรื่องการค้าต่อไป นอกจากนั้น ก็มีโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ ระยะที่ ๓ ทําไมรัฐบาลไม่ให้ความสําคัญ กับเรื่องนี้ โดยการเร่งรัดนําขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง ชัดเจนกับประชาชน แต่กลับไปดําเนินการในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลายฝ่ายก็เห็นชัดเจนแล้วว่าในที่สุดก็จะนําไปสู่ความขัดแย้ง แตกแยก และอาจจะเป็น การก่อวิกฤติรอบใหม่ให้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา เพราะฉะนั้นกระผมจึงขออนุญาตนี้เสนอ ต่อท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วนในญัตติที่ขอเสนอ ให้มีการเลื่อนการพิจารณาวาระ หรือญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกไปก่อนจนกว่า จะมีร่างของภาคประชาชนเข้ามาร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งพวกกระผมจะได้ให้เหตุผลเพิ่มเติม ต่อไปอีกเป็นลําดับครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านเสนอเป็นญัตติมาแล้ว ใช่ไหมครับ ก็ต้องขอผู้รับรอง

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)

เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่ท่านสมาชิกเสียงข้างน้อยได้เสนอญัตติให้ขอเลื่อน การประชุมครั้งนี้ออกไป โดยอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๓๑ นะครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน ขอเสนอญัตติขอให้ประชุมเป็นไปตามระเบียบวาระ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นผมขอมติเลย ได้ไหมครับ ท่านสงวนมีอะไรครับ

นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน

ท่านประธานครับ เพราะว่าตั้งแต่เช้ามาจนถึงขณะนี้ผมขอใช้สิทธิพาดพิงนิดหนึ่ง เพราะผมเองเป็นคนประกาศตัว ตั้งแต่ก่อนสิ้นปี ร่างรัฐธรรมนูญเสนอต่อรัฐสภา ผมใช้เวลาสั้น ๆ ประเด็นเดียวครับว่า ทําไมถึงไม่คัดค้านเรื่องนี้ในที่ประชุมร่วมกันระหว่างภาคประชาชนกับฝ่ายวิป (Whip) รัฐบาล ท่านครับความยุ่งยากทั้งหมดมันเกิดจากพระราชบัญญัติว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอ กฎหมาย พ.ศ. ๒๕๔๒ รวบรวมก็ยากแล้ว พวกผม ๕๒,๐๐๐ คน เหลือ ๔๖,๐๐๐ กว่าคน เพิ่มให้อีก ให้ครบภายใน ๓๐ วัน มันก็ไม่ยาก แต่ไปดูมาตรา ๘ เมื่อครบแล้ว ตรวจสอบแล้ว ท่านประธานยังต้องไปประกาศทุกตําบล จนถึงตําบลของคนที่เสนอร่าง พวกผม ๒๐๐,๐๐๐ กว่ารายชื่อ แต่ละท่านเสนอมาเกือบครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ของผมมีถึง จังหวัดนราธิวาสที่ส่งมา ท่านประธานครับแค่นี้ยังไม่พอครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ อนุญาตให้ประชาชน ๕๐,๐๐๐ รายชื่อ เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่ท่านไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ สิครับ เขียนเป็นสาระสําคัญว่าเราจะใช้ข้อบังคับโดยอนุโลมได้ แต่ยกเว้น เรื่องกรรมาธิการ ก็หมายความว่ากรรมาธิการนั้นมีเฉพาะสมาชิกรัฐสภาเท่านั้น ถ้าอย่างนั้น ที่ประชุมวันนั้นก็ขอประธานวิปรัฐบาลว่าเป็นไปได้ไหมใช้ระบบการร่างรัฐธรรมนูญ แบบปี ๒๕๔๐ พวกเรามีข้อแตกต่างเรื่องคุณสมบัติ เรื่องที่มาของ สสร. เรื่องมาตรา ๒๙๑ ทั้ง ๓ ฉบับ ทั้งของรัฐบาล ทั้งของพรรคชาติไทยพัฒนา มีคุณสมบัติที่ต่างกัน ขอนําส่วน ที่แตกต่างเข้ามาพิจารณาได้ไหม และขอให้ทุกร่างที่เสนอโดยประชาชน ท่านให้โอกาส สัก ๒ ท่านต่อฉบับ เป็นที่ปรึกษา แสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง ยกเว้นไม่มีสิทธิลงคะแนน เมื่อจะตัดสินมาตราใดมาตราหนึ่ง ที่ประชุมก็ยอมรับ จึงเห็นว่าแม้รอพวกเราอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้า ก็ไม่มีสิทธิเข้าไปเป็นกรรมาธิการอยู่ดี มีสิทธิแค่มานั่งชี้แจงกฎหมาย ข้อแตกต่างนั้น ก็เอาไปรวบรวม วันนี้ข้อแตกต่างก็จะเอาไปพิจารณาอยู่แล้ว แล้วยังให้สิทธิฝ่ายประชาชน ที่เป็นผู้เสนอกฎหมายเข้าไปพิจารณาในฐานะที่เป็นที่ปรึกษากรรมาธิการ แล้วแสดง ความคิดเห็นได้ทุกมาตรา ผมคิดว่าวันนี้ถึงโอกาสที่จะต้องขอบคุณรัฐบาลว่าถ้าท่านเร่งอย่างนี้ พวกเราก็ดีใจครับ ขอบคุณครับ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนิพิฏฐ์เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอใช้สิทธิประท้วงท่านประธานนะครับ ในข้อ ๕ ของข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ๒๕๕๓ ข้อ ๕ ท่านประธานเป็นผู้แทนรัฐสภา ในกิจการภายนอก แล้วก็มีอํานาจหน้าที่ของท่านประธานไล่ลงมานะครับ แล้วผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่าตามที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้ง ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้มีหนังสือถึงท่านประธานรัฐสภา ผมขออนุญาตอ่านประกอบคําประท้วงของกระผมนะครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายจึงขอเสนอให้ประธานรัฐสภาเลื่อนการพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ออกไปก่อน เพื่อรอให้กระบวนการตรวจสอบรายชื่อของผู้เข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ของประชาชนทั้ง ๓ ฉบับ แล้วเสร็จ เพื่อที่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... โดยภาคประชาชนมีโอกาสได้รับการพิจารณาด้วยในที่สุด นี่เป็นหนังสือของ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีถึงท่าน เมื่อท่านมีหนังสือถึงท่านประธานแล้วก็ต้องไปดูว่า อํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีอย่างไรบ้างท่านประธาน อํานาจหน้าที่ ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายใน (๕) มาตรา ๑๙ ผมอ่านเฉพาะ (๕) (๕) บอกว่า ให้มีหน้าที่เสนอความเห็นและข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ก็คือเสนอ ต่อท่านประธานและรัฐสภาเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งที่เสนอโดยสมาชิกรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผมอ่านแค่นี้นะครับ เมื่อท่านมีหนังสือถึงท่านประธาน เมื่อประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีหนังสือ ถึงท่านประธานตามมาตรา ๑๙ (๕) ท่านประธานเกษียนอย่างไรครับ ท่านจะเก็บไว้ ไม่ได้นะครับ ท่านทําหน้าที่อย่างไรครับ ท่านเก็บใส่ลิ้นชักหรือครับ หรือท่านแจ้งสมาชิกอย่างเดียว เพื่อให้สมาชิกมาลงมติกันว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ผมอยากดูคําสั่งท่านประธานครับ ท่านเป็นผู้แทนของเรา เขามีหนังสือถึงท่านแล้วท่านเก็บไว้ ผมเลยประท้วงท่านครับว่า ในข้อ ๕ ท่านต้องปฏิบัติหน้าที่ ท่านต้องชี้แจงนะครับว่าท่านเกษียนสั่งอย่างไร ไม่ใช่ ท่านสําเนาให้สมาชิกโดยไม่มีลายมือชื่อท่านเลย หรือท่านไม่ได้สั่งอะไรเลย ท่านชี้แจงนะครับ ผมประท้วงท่านครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณท่านนิพิฏฐ์ครับ ผมได้เกษียนในหนังสือที่ว่านี้ หนังสือที่เสนอให้ผม ยื่นให้ผมบอกว่าเพื่อทราบ แล้วก็เพื่อ ได้โปรดอนุญาตให้แจกเอกสารนั้นให้กับสมาชิก ผมก็เซ็นรับทราบ เดี๋ยวท่านฟังผมชี้แจงก่อน แล้วก็อนุญาตให้แจกเอกสารให้กับสมาชิก แต่เนื่องจากผมให้เกียรติกับท่านอาจารย์คณิต ผมถึงอนุญาตให้รัฐสภาของพวกเราได้นําประเด็นนี้หลังจากที่ได้รับเอกสารที่ว่าแล้ว นําประเด็นนี้มาหารือในที่ประชุม เท่ากับผมอนุญาตให้พวกเราได้หารือประเด็นเรื่องนี้แล้ว แต่เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมวันนี้เป็นร่างของสมาชิก เพราะฉะนั้นเพื่อให้เกียรติกับสมาชิกผมก็จะถือโอกาสนี้ให้ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณาในข้อเสนอ ของอาจารย์คณิต ก็เท่ากับผมให้เกียรติกับสมาชิกเป็นผู้พิจารณานะครับ เชิญท่านขจิตรครับ

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านขจิตรขอให้ท่านนิพิฏฐ์ ต่อเนื่องนิดเดียว

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตต่อเนื่องนิดเดียวนะครับ และเรื่องนี้ได้สิ้นกระแสความ ให้มันจบ แล้วก็เข้าใจร่วมกันนะครับ ในเอกสารความจริงท่านประธานไม่ได้แจ้งเลยนะครับ อันนี้เป็นเอกสารของกลุ่มงานบริการวิชาการเขาครับ ท่านประธานไม่ได้แจ้งครับ ถ้าท่านประธานประสงค์จะให้ท่านสมาชิกได้อภิปรายท่านต้องบอกสิครับว่ามันมีเรื่องนี้มา บังเอิญผมก็ไปเห็นว่ามันมีเอกสารของประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายอยู่ คือถ้า ภาษาชาวบ้านเขาเรียกประธานลักไก่ครับ พอมีหนังสือมาให้ท่านประธาน ท่านประธาน เกษียนอย่างไรครับ ถ้าท่านประธานจะเกษียนให้สมาชิกอภิปรายว่าควรเลื่อนหรือไม่เลื่อน ท่านก็บรรจุมาสิครับว่าท่านประธานแจ้งว่ามีหนังสือนี้มา และให้สมาชิกอภิปราย ถ้าท่านสมาชิกรัฐสภาไม่ตรวจพบหนังสือนี้ อันนี้มันก็หายไปเลย ท่านประธานก็ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่ ทั้งหมดมันมีกฎหมายควบคุมอยู่ครับ ผมเลยเรียนท่านประธานว่า แจกตัวจริงมาครับ ว่าท่านประธานปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องหรือไม่ ท่านเกษียนอย่างไร เขาเสนอมา เพื่อโปรดพิจารณา เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องแจกฉบับจริงมาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนิพิฏฐ์ครับ ผมเข้าใจ ประเด็นแล้ว ผมได้เกษียนลงในหนังสือ อนุญาตให้ส่งเอกสารที่ว่าให้กับสมาชิกทุกท่าน ผมเกษียนไปแล้วครับ ก็ไม่ทราบแต่ผมสั่งไว้แล้ว ผมสั่งแล้วครับ แล้วเอกสารก็อยู่ในมือท่าน อยู่แล้วนี่ครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวท่านเลขาธิการช่วยดูแล้วก็แจกด้วยนะครับ

(นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านขจิตร เชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๔ จังหวัดอุดรธานี ผมขอประท้วงผู้อภิปรายคือประธานวิปฝ่ายค้าน ที่อภิปรายว่าผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ วรรคสอง ห้ามผู้อภิปรายใส่ร้าย ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานได้พิจารณา ให้ท่านประธานวิปฝ่ายค้านที่อภิปรายใส่ร้ายรัฐบาลว่าการเสนอรัฐธรรมนูญนี้มีวาระซ่อนเร้น ถ้าผมไม่ประท้วงประเด็นนี้ก็จะลุกขึ้นมาพูดอีกมาก เหตุผลของผมก็คือว่ารัฐบาลนี้ได้เสนอ นโยบายจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตั้งแต่เป็นพรรค แล้วก็รณรงค์หาเสียง เขียนนโยบาย ชัดเจน เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วก็ได้แถลงนโยบายต่อสภาแห่งนี้เป็นลายลักษณ์อักษร นโยบายเร่งด่วนก็บอกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน และได้รับ ความไว้วางใจเข้ามาด้วยเสียงส่วนใหญ่ แล้วก็ได้จัดตั้งรัฐบาล ขณะนี้เวลาได้ผ่านมานานแล้ว เพราะฉะนั้นการเสนอวันนี้ จึงเป็นการกระทําตามลําดับขั้นตอน ไม่มีวาระซ่อนเร้น การพูดถึงว่ารัฐบาลมีวาระซ่อนเร้น จึงเป็นการให้ร้ายตามข้อบังคับดังกล่าว ขอให้ท่านประธาน ได้พิจารณาให้ประธานวิปฝ่ายค้านได้ถอนคําว่า มีวาระซ่อนเร้น ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอวินิจฉัยนะครับ ก็คงไม่ต้องถึงกับถอนนะครับ เตือนท่านประธานวิปฝ่ายค้านด้วยก็แล้วกัน ผมว่าพอสมควร กระมังครับ เราใช้เวลาชั่วโมงแล้วครับ ท่านจุรินทร์ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ความจริงผู้ที่จะต้องถอนคือท่านผู้แทนที่เพิ่งอภิปราย เสร็จไปเมื่อสักครู่ครับ กระผมไม่ได้ใส่ร้ายใครเลยครับ และที่กระผมพูดนั้นบอกว่ารัฐบาล มีวาระซ่อนเร้น มันเป็นข้อเท็จจริง เพราะมีที่มาที่ไป ท่านทราบไหมครับ ใครที่ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เสร็จแล้ว จุด จุด จุด จะกลับประเทศโดยสง่างาม ก็ผู้แทนราษฎร พรรคท่านนะครับ ซึ่งเป็นหนึ่งในมือที่จะยกสนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้น กระผมไม่ได้อยู่ ๆ ก็ไปใส่ร้ายว่าจะมีวาระซ่อนเร้น แต่พวกท่านประกาศออกมาเองว่า ที่สุดมันมีวาระซ่อนเร้นแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้ใครกลับประเทศอย่างสง่างาม ปัจจุบันความจริง กลับประเทศได้ แต่จะต้องมาเข้ากระบวนการยุติธรรม แต่ถ้ากลับในความหมายสง่างาม แปลว่าพ้นผิดแล้วใช่ไหมครับ หรือล้างผิดไปแล้วใช่ไหมครับ นี่คือวาระซ่อนเร้นใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นกระผมไม่ได้อยู่ ๆ ไปกล่าวโดยไม่มีที่มาที่ไป นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ท่านบอกว่ารัฐบาลเขียนนโยบายไว้ชัดเจนก่อนหน้านี้ว่า จะแก้รัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนเลยครับว่าที่สุดนโยบายของท่านที่เขียนไว้ท่านกลับไปดูสิครับ ท่านเขียนนโยบายว่าอย่างไรตอนหาเสียง เพราะตอนหาเสียงท่านเขียนนโยบายบนไก่ไว้ทั้งตัว เหมือนกับที่ผมพูด แต่พอทําจริง ๆ แก้บนเหลือแต่ขนกับปีก ผมย้ําคํานี้ การแก้รัฐธรรมนูญ ก็เหมือนกัน ท่านกลับไปดูว่าท่านเขียนประชามติไว้กี่ครั้ง แต่พอเสนอเข้าสภา เหลือประชามติครั้งเดียวครับ ตอนหาเสียงบอกจะทําประชามติเสียก่อนว่าให้ประชาชนตัดสิน จะเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือเห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถ้าเห็นด้วยกับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แปลว่าไม่ต้องแก้ แต่ท่านตัดตอนตอนนี้ไม่ทําเลยครับ กลับมาเสนอ เป็นเรื่องด่วนตั้ง สสร. ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเอาไปทําประชามติเฉพาะช่วงหลังครั้งเดียว ตัดไปหนึ่งครึ่ง จุดนี้จึงเป็นจุดที่ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าที่ผมพูดมันมีเหตุผลทั้งหมด และขอบคุณท่านประธานที่กรุณาบอกว่าผมไม่ต้องถอน เพราะผมพูดความจริง และขอ ความกรุณาท่านประธานต้องไม่ตักเตือนผมในลักษณะเมื่อสักครู่ เพราะผมไม่ได้ทําอะไร ผิดข้อบังคับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ใช้สิทธิประท้วง หลายท่านครับ เชิญครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี ท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้อภิปรายเมื่อสักครู่เป็นเหตุผลน่ารับฟัง แต่ไม่ตรงความจริง ไม่มีใครพูดหรอกครับว่าแก้รัฐธรรมนูญแล้ว พันตํารวจโท ทักษิณจะกลับบ้าน ผมนี่ละเป็นคนพูดว่า ต้องร่างพระราชบัญญัติปรองดอง ๖ มาตรา ผมพูดครับ เพราะผมอยากให้บ้านเมืองมันสงบ ส่วนผมจะร่างอย่างไรก็อยู่ที่สภาจะเห็นด้วยหรือไม่ ท่านไปทึกทักตกอกตกใจกันก่อนเหตุ รอผมเสนอก่อนสิครับ เราเองไม่ได้กินแกลบ พวกผมรณรงค์มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ว่าเราไม่เอา รัฐธรรมนูญที่มาจากกากเดนเผด็จการ มันมาจากปฏิวัติมันไม่เป็นประชาธิปไตย แล้วผมบอกต่อ พี่น้องเลือกให้ขาด ถ้าเราชนะเลือกตั้งตั้งแต่พรรคพลังประชาชน ๒๓๒ คน ก็แก้ไม่ได้ เกิดยุบพรรคก็เอาคนของพวกผมไปเป็นรัฐบาล ผมก็หาเสียงต่อว่าเลือกครั้งนี้เมื่อคราวที่แล้ว เลือกให้ชัด เลือกให้ขาด พรรคเพื่อไทยจะแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ ท่านก็แก้นี่ครับ สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็แก้นี่ครับ แต่ท่านแก้มาตรา ๙๓ เรื่องจํานวน ส.ส. เรื่องจํานวนปาร์ตี้ลิสท์ (Party list) อันนั้นเรื่องของท่าน แต่เราแก้ เพื่อเปิดทางให้มี สสร. สสร. ๗๗ คนมาจากการเลือกตั้ง ๒๒ คน สถาบันอุดมศึกษาส่งเข้ามา รัฐสภาเลือกเป็น ๙๙ คน แล้วยกร่างให้เสร็จ ๑๘๐ วัน ยกร่างเสร็จไปทําประชามติ รู้ได้อย่างไรครับว่า ๙๙ คน เขาจะร่าง รู้ได้อย่างไรว่า ๗๗ คนมาจากไหน ท่านเป็นเทวดาหรือ ถึงรู้ว่าสถาบันอุดมศึกษาเขาจะส่งใครมา สถาบันละ ๒ คน เวลาเลือกรัฐสภาเลือก อย่าไปสร้างความปั่นป่วนเลย ถ้าผมเอาเปรียบอย่างที่พวกท่านคิด รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ คณะรัฐมนตรีก็แก้ได้ ส.ส. ๑ ใน ๓ ก็แก้ได้ ผมชนะมานี่ครับ ชนะมาบอกว่าเพราะนโยบาย จะแก้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เมื่อชนะผมก็ทํา แต่ไม่ได้ทําในนามรัฐบาลเลย เปิดมาตรา ๒๙๑ ให้มันกว้างขึ้น แก้มาตรา ๒๙๑ ๑/๑๗ ๑๗ ประเด็น มีที่มาของ สสร. แล้วท่านวิตกทุกข์ร้อนอะไรครับ ว่าจะแก้อย่างนี้ ใครจะกลับ ใครจะมา ก็ให้ สสร. เขาแก้มาสิ แล้วไม่พอใจก็โหวต ดีเบต (Debate) กันในสภา เล่นการเมือง มันต้องมีเหตุผล คิดอย่างพวกท่านผมทําแล้ว แต่ผมไม่ได้ทําครับ คิดอย่างพวกท่าน ก็ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเลยสิ นี่เราเปิดโอกาสให้มี สสร. คุณวุฒิก็ไม่ได้กําหนด เวลาท่านแก้ ผมไม่เห็นด้วยก็เป็นสิทธิของผม เพราะท่านแก้มาตรา ๙๓ จาก ๔๐๐ กับ ๘๐ ท่านไปเอา ปาร์ตี้ลิสท์ ๑๒๕ ท่านเพิ่มเขตเลือกตั้งเป็น ๓๗๕ อย่างนั้นแก้เพื่อประชาชนหรือ นั่นพรรคประชาธิปัตย์แก้นะ แต่คราวนี้พรรคเพื่อไทยแก้ เพื่อให้มี สสร. ส่วน สสร. จะทําอย่างไร เรื่องของเขา ทําเสร็จขอประชามติภายใน ๔๕ วัน ไม่เกิน ๖๐ วัน ประชาชนไม่เอาด้วยก็จบ แต่ถ้ารัฐธรรมนูญตก เราเขียนไว้เสร็จใน ๑๗ ประเด็น ถ้า สสร. ๑ ใน ๓ บอกให้ร่างใหม่ ร่างอีก แต่ สสร. เก่าต้องเปลี่ยน แล้วก็เอื้อ สสร. ใหม่ แล้วมันจะเป็นจะตายอะไรครับอย่างนี้ ผมเรียนท่านประธานด้วยความตรงไปตรงมา ถามมา ตอบไป มาเลยประชาชนจะได้รู้เสียทีว่า บ้านนี้เมืองนี้ความจริงมันคืออะไร ผมไม่ก้าวข้าม พันตํารวจโท ทักษิณ นะครับ ก็เป็นสิทธิของผม ผมยังรักเคารพ และไม่มีใครพูดว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว พันตํารวจโท ทักษิณจะกลับบ้าน ผมแฟร์ (Fair) พอ ผมนี่พูดว่าผมจะยกร่างพระราชบัญญัติปรองดอง ๖ มาตรา การเมือง จะได้เข้าที่เข้าทาง แต่ฆ่าคน ๙๑ ศพ ไม่ให้ ใครสั่งฆ่า ผมไม่ทราบ เดี๋ยวศาลจะไต่สวนเร็ว ๆ นี้ เอาเบา ๆ รอบแรกก่อนครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ มีผู้เสนอ ให้เลื่อน แล้วมีผู้รับรอง แล้วก็มีผู้เสนอไม่เลื่อน ก็มีผู้รับรอง เราก็หารือกันมามากกว่า ชั่วโมงแล้วนะครับ ใช้เวลาก็พอสมควร ไม่เป็นอะไร ผมให้เกียรติท่านจุรินทร์อีกรอบ เชิญครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ กระผม จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ ต้องขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิงสั้น ๆ เท่านั้นละครับ ไม่ประสงค์จะให้ต่อความยาวสาวความยืดออกไป แต่กรณี ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ท่านบอกว่าผมพูดไม่ตรงความจริง ไม่มีใครพูดกรณี แก้รัฐธรรมนูญแล้วบุคคลผู้หนึ่งจะกลับประเทศอย่างสง่างาม ผมยืนยันว่ามีคนพูด แล้วคนพูดนี่ ปรากฏอยู่ในข่าวหนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ บอกไว้ว่า หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชนเป็นประชาธิปไตยเรียบร้อยแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์จากการเมืองประเทศไทย และหลังจากร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว จุด จุด จุด อดีตนายกรัฐมนตรีจะกลับประเทศจะกลับมาอย่างสง่างาม ผมไม่ประสงค์จะเอ่ยชื่อ เพราะไม่ต้องการพาดพิงไม่มีที่สิ้นสุด แต่ท่านไปดูหนังสือพิมพ์ข่าวสดฉบับนี้ครับ แล้วท่านจะรู้ ว่าใครเป็นคนพูด แล้วเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดียวกับรองนายกรัฐมนตรีด้วย

ประการที่ ๒ ท่านบอกว่าตั้ง สสร. ขึ้นมา สสร. จะไปทําอย่างไรก็เรื่องของเขา แปลว่าต่อไปนี้ท่านเซ็นเช็ค (Cheque) เปล่าให้ สสร. สสร. จะไปทําอย่างไร รัฐบาลยอมรับ ใช่ไหมครับ เป็นเรื่องของ สสร. ถ้า สสร. ไปแก้กระทบสถาบัน รัฐบาลเอาใช่ไหมครับ ท่านต้องตอบให้ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นจุดนี้จึงเป็นสิ่งที่พวกผม

(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านเฉลิมครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี ผมไม่แปลกใจครับ เพราะคุณจุรินทร์จบรัฐศาสตร์ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดในการปกครอง ประเทศ ไปลบล้างความผิดใครได้ครับ มันเป็นกติกาประชาธิปไตย คุณพูดคลุมเครือ อ้าย จุด จุด จุด มันไม่มีหรอกครับ แต่พวกผมรับไม่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ปฏิวัตินิรโทษกรรมไปแล้ว ก็จบ ยังมีมาตรา ๓๐๙ เขียนเอาไว้ว่าอะไรที่ทํามาก่อนไม่ผิด และหลังจากรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ท่านชอบนี่ครับประกาศใช้การกระทําครั้งหน้าต่อไปก็ไม่ผิด มันมีประเทศไหนบ้าง ในระบอบประชาธิปไตยที่มีรัฐธรรมนูญอย่างนี้ เราจึงรณรงค์บอกกับประชาชน รัฐธรรมนูญอย่างนี้ เขียนไว้แค่อ่านก็เสียสายตา แต่พวกผมขมขื่นอย่างไร เราแพ้เราก็แก้ไม่ได้ และผมไปรณรงค์ ผมเป็นคนพูดทั่วประเทศ แล้วผมไม่เข้าใจแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วใครจะพ้นผิด พ้นถูก มันไม่มี มันเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศท่านพูดอะไรก็พูดได้ผมตอบได้ทั้งนั้น อย่าไปบิดเบือนเดี๋ยวประชาชนอยู่ทางบ้านจะบอกว่ารัฐบาลแก้ทําไม และยังไม่ทันฟังเลย ออกอาการแล้ว เรามีชัด ห้ามแตะหมวดพระมหากษัตริย์ อ่านร่างหรือยัง เรามีชัด และไม่แก้ไขอะไรเปลี่ยนแปลง โครงสร้างประเทศ เดี๋ยวฟังผมแถลง แล้วฟังผมแถลงคุณอภิสิทธิ์ยืนปุ๊บผมตอบทันที มันไม่มีใครกลัวใครหรอกครับ แต่อย่าไปพูดให้กํากวมบอกว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ประเดี๋ยวคนนั้นจะพ้นโทษ มันมีมาตราไหนครับ แล้วประชาชนเขาเอาด้วยหรือ เซ็นเช็คเปล่า หมายความว่าอย่างไรเช็คเปล่า สุดท้ายประชาชนต้องลงประชามติ ไม่มีหรอกครับที่ท่านพูดนี่ ท่านพูดไม่ตรง เลี้ยวไปเลี้ยวมา พูดให้อีกฝ่ายเสียหาย โดยขาดข้อเท็จจริงและองค์ประกอบ ถ่ายทอดสดครับวันนี้ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เก่งรอบหน้าก็ได้เยอะ ถ้าประชาชนชอบ ถ้าเห็นแนวทางของผมใครจะสูญพันธุ์หรือไม่ ไม่รู้ ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน ขอบคุณครับ

(นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ ที่จริงผมว่า มันสมควรแล้วนะครับ ก็ว่ากันไปว่ากันมาแล้วก็ใช้เวลามาชั่วโมงเศษแล้วครับ เชิญ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ ขออภัยครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ ต้องขออภัยครับ ผมพยายามให้ทั้ง ๒ ฝ่ายใช้สิทธิสลับนะครับ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวผมอนุญาตท่านครับ ท่านนั่งก่อน ท่านพิเชษฐ์ นั่งก่อนเดี๋ยวผมอนุญาต เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ความจริงไม่อยากจะต้องรบกวนเวลาของสภานะครับ แต่ว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ความจริงท่านใช้สิทธิประท้วง แต่ทําเกินเลยไปกว่าการประท้วงมากนะครับ เพราะว่าที่จริง ท่านประธานวิปฝ่ายค้านก็ได้ชี้ให้เห็นแล้วว่าที่มีการบอกว่าท่านได้กล่าวอ้างสิ่งที่ไม่เป็นความจริง ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมพูดก็ไม่ใช่ เพราะมีรายงานจากสื่อมวลชนชัดเจน แล้วเข้าใจว่า ตัวสมาชิกที่พูดเขาก็ยอมรับว่าเขาพูด ถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีจะกรุณาฟังคนอื่นบ้างนะครับ อย่าอยู่แต่ในโลกของตัวเองนี่ท่านก็จะทราบว่าคนอื่นเขาพูดอะไรไว้บ้าง อันนี้ก็เป็นประเด็นแรก ที่อยากจะกราบเรียน

ประการที่ ๒ ความจริงผมยังไม่ได้ตั้งใจจะใช้สิทธิในการอภิปรายคนแรกละครับ แต่อยู่ดี ๆ ท่านก็มาท้าผมซึ่งก็เป็นเรื่องไม่สมควรเท่าไร ความจริงก็แปลกใจว่าผมก็เห็น ท่านก็ไปท้าบอกให้ไปดีเบตเรื่องนั้น เรื่องนี้กัน เข้ามาสู่สภาก็พิจารณากันในนี้อยู่แล้วละครับ พวกผมก็ไม่เคยหนีไปไหนนะครับ มีแต่ว่าทุกครั้งก็เชิญชวนพวกท่านนี่ละครับมาตอบคําถามบ้าง อะไรบ้าง ซึ่งมักจะไม่ค่อยอยู่กันนะครับ แต่เมื่อครู่ท่านพูดนี่ ผมว่าเดี๋ยวประชาชนจะสับสน ไหน ๆ ก็อ้างตัวเป็นผู้ที่มีการศึกษาทางกฎหมาย ท่านบอกว่าท่านเขียนเอาไว้ชัดเจนว่า ห้ามแก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์ ไม่จริงครับ ท่านเขียนเพียงตามหลักของรัฐธรรมนูญ เท่านั้นเองครับว่า รัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นจะเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไม่ได้ แต่ไม่ได้ความหมายว่าแก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์ ไม่ได้ครับ ท่านยืนยันไหมครับ ช่วยบอกผมสิครับ มาตราไหนครับ ที่ห้ามแก้ไข หมวดพระมหากษัตริย์

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ พาดพิงครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านเฉลิมครับ เดี๋ยวผม จะอนุญาตท่าน เพราะประท้วงไว้นานแล้ว ไม่อย่างนั้น เมื่อสักครู่นี้ผมอนุญาตท่านพิเชษฐ์ ไว้แล้วครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

คงไม่แล้วครับท่าน ทีเดียวก็คงจะจบแล้วครับท่าน ผมจะเสนอเรื่องเดียวกันครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านพิเชษฐ์จะขัดข้องไหม

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมเองได้ใช้ สิทธิที่ประท้วง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านพิเชษฐ์จะขัดข้องไหม ถ้าจะอนุญาตท่านสุนัย

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมเป็นวิป ผมใช้สิทธิประท้วงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุนัย จุลพงศธร ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ให้โอกาส อย่างน้อยที่สุด เป็นตัวแทนวิปในการที่จะนําเสนอบ้าง ท่านประธานครับ เรื่องนี้ต้องขอประทานโทษจริง ๆ ครับ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ท่านรองนายกรัฐมนตรีคือท่านอาจจะเดินทางไปต่างประเทศ ท่านอาจจะอยู่ในส่วนรัฐบาล แต่ว่าส่วนสภานี่ครับที่พรรคเพื่อไทยเราได้คุยกัน ท่านหัวหน้ายงยุทธกําชับนักกําชับหนาว่าเรื่องความสามัคคีปรองดองบางทีบางสิ่งบางอย่าง ต้องยอมบ้าง และวันนี้ท่านประธานครับ ถ้าเป็นหมอดูทํานายถูกเปี๊ยะเลยครับ ดังนั้นผมคิดว่า วันนี้อย่าไปท้ากันเลยครับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เรากําลังดําเนินการอยู่นี้ มันเป็นประวัติศาสตร์ และมันต้องผ่านด้วยความสามัคคีเท่านั้น ขอประทานโทษจริง ๆ ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีอย่าท้าใครเลยครับ เพราะวิปก็เหนื่อยมากครับ ขอเถอะครับ หนักนิดเบาหน่อย เป็นสีสันครับท่านประธาน ท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ท่านประธานวิปฝ่ายค้านจะพูดบ้าง ผมก็บอกทุกคนให้เราอดทนกันครับ เพราะว่าถ้าเราแสดงบทบาทอย่างนี้นอกจากประชาชน จะเบื่อหน่ายแล้ว เพื่อน ส.ว. เขาก็จะเบื่อหน่ายอีก ดังนั้นผมคิดว่าวันนี้เป็นไปได้ขอให้อดทน เถอะครับ พี่ครับ ผมอายุน้อยกว่าพี่แต่ขอเคารพสักครั้งเถอะครับ ขอให้ท่านประธาน โหวตญัตติเลยครับ จะเอาอย่างไรให้เดินต่อเลยครับ ไม่ต้องพูดกันแล้ว ขอบพระคุณครับ

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอแสดงความชื่นชม ท่านสุนัยเป็นพิเศษจริง ๆ วันนี้ ท่านพิเชษฐ์พอแล้วกระมังครับ ให้ท่านสักเล็กน้อย เชิญครับ ใช้สิทธิประท้วงนะครับ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็เป็นวิปรัฐบาลคนหนึ่งครับ ท่านประธาน ผมใช้สิทธิประท้วงท่านประธานมานานมาก มีผู้เสนอญัตติให้เลื่อนไป และมีผู้เสนอญัตติให้ดําเนินการต่อ ผมประท้วงท่านตามข้อบังคับรัฐสภา ข้อ ๕ วรรคสี่ ให้ท่านดําเนินการอย่างเฉียบขาดทันทีนะครับท่านประธาน การประชุมถึงจะดําเนินไปได้ครับ ขอให้ท่านปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๕

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับที่ประท้วง ประเด็นนี้นะครับ ขอบคุณมากครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงเล็กน้อยใช่ไหมครับ เชิญครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี ด้วยความเคารพท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ที่ผมท้าผ่านหนังสือพิมพ์นี่ เพราะคนฟากท่าน คําก็ วาระซ่อนเร้น คําก็ แก้เพื่อคนคนเดียว คําก็ มีคนอยู่เบื้องหลัง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ขออภัยครับ ผมว่าจบอย่างท่านสุนัยดีแล้วนะครับ จริง ๆ ต้องขอความกรุณาท่านครับ ทราบครับ ผมเข้าใจครับ พอเถอะครับท่านรองนายกรัฐมนตรีมันจะได้เดินต่อ ด้วยความเคารพพอเถอะครับ มันจะได้เดินต่อครับ ผมว่ามันจบดีแล้วอย่างท่านสุนัย ขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ผมขอมติเลยนะครับ พอแล้วกระมังครับ ผมว่า สมควรแล้วนะครับ เราใช้เวลาเกือบชั่วโมงครึ่งแล้วนะครับ ผมเห็นว่าสมควรแล้ว

(นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ที่ลุกขึ้นมาประท้วงทั้งนั้นนะครับ ใช้สิทธิประท้วงนะครับ ท่านอาคมครับ ให้เกียรติเพราะท่านไม่ค่อยได้ประท้วง เชิญครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

วันนี้ประธาน ใจเย็นมากครับ ขออนุญาตชมเชย เฉพาะกรณีนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ก่อนที่เรา จะได้พิจารณากันวันนี้ว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน หรือจะแก้หรือไม่แก้นะครับท่านประธาน อยากจะให้ท่านประธานเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นสักเล็กน้อย เหมือนที่ท่านประธานกําลัง กระทําต่อผมในขณะนี้ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านพยายาม จะให้เหตุผลถึงเรื่องที่รัฐบาลจําเป็นจะต้องเสนอมา ผมว่าท่านเฉลิมก็พูดตรงดี เพราะว่า ท่านเป็นคนแบบนั้น คือท่านดูกฎหมายรู้ อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น แต่วันนี้ท่านกร่างไปหน่อยครับ ขออภัยท่านประธานครับที่จะต้องพูดความจริง ก่อนที่สมาชิกรัฐสภานี้จะได้ลงมติว่าจะเลื่อน หรือไม่เลื่อน ผมขออนุญาต ๒ นาทีเท่านั้นเอง อ่านคําข้อเสนอแนะของอาจารย์คณิต ซึ่งไม่มีใครเอามาอ่านก่อน ท่านประธานครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้พิจารณาว่า เหตุผลที่จําเป็นให้เลื่อนเพราะว่าบัดนี้ประเทศไทยยัง

(นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอาคมครับ มีผู้ประท้วงครับ ท่านครูมานิตย์เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ผมขอประท้วงท่านประธานนะครับ ข้อ ๕ หมวดว่าด้วยอํานาจ และหน้าที่ของประธานรัฐสภา (๓) กับ (๔) ถ้าท่านประธานได้กรุณาปล่อยไปอย่างนี้ ไม่มีที่สิ้นสุดหรอกครับ หารือกันอยู่นี้ละครับ มันหาข้อยุติไม่ได้ เมื่อสักครู่ทั้ง ๒ ฝ่ายก็ได้เสนอ ขึ้นมาแล้ว ซีกของฝ่ายค้านก็บอกว่าขอเลื่อน ทางซีกนี้คุณหมอชลน่านก็ขอมติว่าขอให้ ดําเนินการต่อ มันไม่มีสิ้นสุดหรอกครับ แล้วมันก็เป็นความหลากหลาย ผมเข้าใจครับ พี่อาคมผมกําลังจะพูดมันเป็นความหลากหลาย เสน่ห์ของประชาธิปไตย แต่ท้ายที่สุดแล้ว ตรงนี้จะต้องใช้มติ ไม่อย่างนั้นไม่จบหรอกครับท่านประธาน ท่านประธานได้โปรดสงสาร คําเสนอของผมกับของท่านพิเชษฐ์เถอะครับ ให้ท่านขอมติเถอะครับ ให้ท่านประธาน พิจารณาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขออย่างนี้ครับเพื่อที่จะ อะลุ่มอล่วย ผมจะให้ท่านอาคมได้พูดเมื่อสักครู่กําลังจะจบแล้ว ถ้าจบแล้วผมจะขอมติเลยนะครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ใช่ ท่านประธานครับ ผมบอกท่านประธานแล้ว

(นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขอตามนี้ได้ไหมครับ เห็นยืนขึ้นอีกตั้งหลายคน ไม่อย่างนั้นก็ไม่จบ ท่านธนาใช้สิทธิประท้วงใช่ไหมครับ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ครับ กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ที่ผมประท้วงท่านประธาน เพราะว่าวินิจฉัยดุลยพินิจของท่านประธานนั้นเกรงว่าจะไม่ชอบ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ เป็นการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ วันนี้เป็นเรื่องที่ พี่น้องประชาชนจับตามองว่าสภาแห่งนี้จะเดินหน้าเพื่อแก้ปัญหาของชาติอย่างไร ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ในช่วงต้นเป็นการหารือว่าจะเลื่อนระเบียบวาระนี้ไปก่อน หรือไม่ เนื่องจากมีร่างของประชาชนรอเข้าบรรจุในระเบียบวาระ แต่หลังจากอภิปรายไปได้ สักครู่หนึ่งท่านประธานวิปฝ่ายค้านก็ได้เสนอเป็นญัตติ และทางฝ่ายรัฐบาลก็เสนอเป็นญัตติ ให้ประชุมตามระเบียบวาระ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านประธานแยกเป็น ๒ กรณีครับ ในช่วงแรกเป็นการหารือปกติ แต่เมื่อมีผู้เสนอญัตติขอให้มีการเลื่อนระเบียบวาระท่านประธาน ต้องให้ที่ประชุมแห่งนี้อภิปรายสนับสนุนญัตติของทั้ง ๒ ฝ่ายก่อนครับท่านประธาน ผมกราบเรียนว่าผมมีเรื่องที่จะนําเรียนท่านประธานถึงความสําคัญของร่างประชาชน ที่จําเป็นจะต้องประกอบในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ เราเรียกร้องว่า ความเห็นของพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งสําคัญ แต่วันนี้เราละเลยพี่น้องประชาชนที่เขาเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามา สภานี้จะตอบได้ ได้อย่างไรครับว่าทําเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นผมลุกขึ้นมาคัดค้าน ประท้วงท่านประธานว่าดุลยวินิจฉัยนี้ไม่ชอบ อยากให้ท่านประธานได้ให้ที่ประชุมแห่งนี้ ได้พิจารณาญัตติในข้อสนับสนุนและคัดค้านญัตติของทั้ง ๒ ฝ่ายด้วยครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านธนาครับ ที่จริง ท่านประท้วงก็มีเหตุผลนะครับ แต่เราใช้เวลาในการหารือก่อนหน้านั้นพอสมควร แล้วก็ ได้ใช้เวลาหลังจากเสนอญัตติแล้วก็ถือว่าพอสมควร แต่ไม่เป็นอะไรครับ ผมจะอะลุ่มอล่วย แล้วก็จะให้สิทธิน่าจะอีกสักคน ๒ คนนะครับ ท่านพายัพด้วยหรือเปล่าครับ เชิญครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ฟังท่านประธานทําหน้าที่ประธานรัฐสภามาตั้งแต่เช้าจนถึงบัดนี้ ท่านประธานพยายามที่จะใช้ความอะลุ่มอล่วย ความปรองดองให้เกิดการประชุมสภานี้ เป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๕ ท่านประธานเปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีโอกาสได้อภิปราย เรื่องนี้กันมามากพอสมควร ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลด้วยกันทั้งสิ้น และเมื่อมีผู้เสนอญัตติ ให้มีการพิจารณาไปตามวาระ ท่านประธานก็ควรปฏิบัติตามข้อบังคับการประชุมสภาด้วย ผมไม่คิดเลยครับว่าวันนี้ท่านประธานสภาของผมจะแกว่งไปแกว่งมาขนาดนี้ ท่านประธาน โปรดทําหน้าที่ของท่านเถอะครับ เมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าให้ประธานรัฐสภา ทําหน้าที่ในการประชุมรัฐสภาให้เป็นไปตามด้วยความสงบเรียบร้อย ให้เป็นไปตาม ระเบียบวาระต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านประธานโปรดใช้กฎหมายให้เป็นประโยชน์เถอะครับ ความอะลุ่มอล่วย ท่านประธานได้ทําหน้าที่ตรงนี้หมดแล้ว เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานลงมติเถอะครับ ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ นี่ประท้วงครั้งที่ ๑

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณท่านพายัพครับ ที่จริงก็ไม่ได้ผิดข้อบังคับอะไรนะครับ และผมก็ไม่ได้กลับไปกลับมาอะไรหรอก เป็นการอะลุ่มอล่วย เพราะมีการเสนอญัตติก็ต้องมีการอภิปรายประกอบความเห็น ส่วนที่เมื่อครู่ผมอยากให้จบเพราะเห็นว่าพอสมควรแล้ว แต่เนื่องจากเพื่อให้ความสงบเรียบร้อย ดําเนินไปด้วยความเรียบร้อยผมก็จะอะลุ่มอล่วยอีกฝ่าย เอาว่าจบท่านอาคม ผมก็จะอนุญาต ฝ่ายทางนี้อีกคน แล้วก็ท่านธนา แล้วก็ฝ่ายนี้อีกคนแล้วก็จบนะครับ แล้วผมจะไม่อนุญาตอีก จะขอมติเลย เชิญท่านอาคมต่อครับ พอเถอะครับคุณหมอสุกิจครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกรัฐสภา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนั่งเถอะครับ ท่านอาคมจะได้พูดต่อ คุณหมอนั่งเถอะครับ เชิญครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แล้วขณะนี้ รัฐบาลถ่ายทอดผมเชื่อว่ามีคนดูนับหลายสิบล้านคน ถ้ารัฐบาลเร่งรีบจนเกินไปผมว่ารัฐบาล เสียแต้ม ผมไม่อยากจะให้รัฐบาลทําอย่างนั้น พวกผมได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชน กันทั้งประเทศ ถ้าท่านประธานฟังพวกผม เท่ากับท่านประธานฟังคนทั้งประเทศด้วย ผมกําลังจะบอกว่าก่อนที่เราจะตัดสินใจเลื่อนหรือไม่เลื่อนนะครับ มันมีประโยคอยู่ ๒-๓ ประโยค ผมอยากให้สมาชิกรัฐสภานี้ใช้ดุลยพินิจและต้องรับผิดชอบ ท่านประธานครับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายได้บอกว่าเหตุผลที่ต้องการให้เลื่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คราวนี้ไปก่อน เพราะว่าประเทศไทยปัจจุบันยังมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ที่มีความรุนแรง ลึกซึ้ง และกว้างขวางระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ที่ยังคงดํารงอยู่และยังไม่มีแนวโน้ม ที่จะยุติลงได้ แม้จะมีความพยายามแก้ไขปัญหานี้อย่างต่อเนื่องจากหลายฝ่าย สังคมไทย จิ้งจกทักเขายังหยุด นี่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายของประเทศทัก แล้วไม่ใช่ไม่ให้แก้ เขาบอกเลื่อนไปก่อนขณะนี้ปัญหาของแพง ปัญหาน้ํามันแพง อย่างอื่นอีกมากมาย รัฐบาล ไม่เสียหายอะไรเพียงแต่ว่าถอยไปก่อน ร่นไปก่อน ปัญหาน้ําท่วม ปัญหาเรื่องอื่นมีเยอะแยะ นี่คือเหตุผลครับท่านประธานครับ ผมใช้เวลา ๒ นาที ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมไม่ทราบว่าประท้วงอะไรครับ มันไม่มีใครเขาทําผิดข้อบังคับนะครับ พอแล้วกระมังครับ ไม่ประท้วงแล้วกระมังครับ เชิญคุณหมอเหวงครับ

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาสภา สั้น ๆ ครับท่านประธาน เพราะว่าในเวลาอภิปรายเรื่องการแก้มาตรา ๒๙๑ ผมก็จะใช้สิทธิ อีกครั้งหนึ่ง ผมจะใช้สิทธิสั้น ๆ เท่านั้นเองครับท่านประธานครับ คือว่าสมาชิกสภาหลายท่าน แสดงความคิดเห็นดูประหนึ่งว่าเคารพความคิดเห็นของอาจารย์คณิตเสียเหลือเกิน

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณหมอสุกิจประท้วงอะไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับการประชุมร่วมกัน ข้อ ๔๐ และข้อ ๔๑ แต่ผมไม่เข้าใจเลยว่าทําไมผู้ประท้วงท่านประธานเห็นแล้วก็ไม่ชี้ ไปชี้ ให้หมอเหวงขึ้นมาอภิปราย ท่านประธานต้องให้สิทธิผู้ประท้วงก่อนสิครับเพราะการประท้วง เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ผมประท้วงข้อ ๔๐ ข้อ ๔๑ ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียน เมื่อมีผู้เสนอญัตติ ผู้เสนอญัตติอภิปรายเสร็จแล้วนะครับ ข้อ ๔๑ ต้องเป็นการอภิปราย สลับไปสลับมาระหว่างผู้ที่เห็นด้วยกับผู้ที่คัดค้านญัตติ เพราะฉะนั้นท่านประธานจะมา กําหนดไม่ได้หรอกครับ ตราบใดที่ยังมีผู้ประสงค์ที่จะแสดงความคิดเห็นคัดค้านหรือเห็นด้วย กับญัตติ ท่านประธานต้องให้โอกาสเขา ยังมีอีกหลายท่าน ท่านชํานิ ท่านนิพนธ์ อยากจะ อภิปรายแต่ท่านจะมาตัดสิทธิว่าเหลือคน ๒ คน อย่างนี้ไม่ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมจะเคารพกติกาของรัฐสภานะครับเพราะว่าท่านประธานได้กรุณา อนุญาตให้รัฐสภาแสดงความคิดเห็นสั้น ๆ แล้วจํานวนคนไม่มากเพื่อพิจารณาต่อไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอไม่เป็นอะไรครับ คุณหมอต่อครับ เมื่อครู่ผมก็อนุญาตแล้วพอสมควร เชิญครับคุณหมอครับ

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตพูดนะครับ ไม่ทราบว่าท่านประธานอนุญาต ให้ผมพูดแล้วหรือยังนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

คืออย่างนี้นะครับ คือมีสมาชิกหลายท่านเอ่ยอ้างถึงอาจารย์คณิต เอ่ยอ้างถึงคําท้วงติงของ คปก. นะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ จริง ๆ ผมไม่ทราบว่าท่านสมาชิกอ่านแล้วเข้าใจหรือเปล่า ผมสงสัยจริง ๆ ครับ ถ้าหากท่านเข้าใจท่านคงไม่มาโต้แย้งเป็นอันขาดเลยครับ คือข้อท้วงติง ของอาจารย์คณิตเรารับฟังด้วยความเคารพนะครับ คืออาจารย์คณิตเกรงว่าสภาแห่งนี้ จะไม่ได้เอาเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมของทั้ง ๖ ร่างมาพิจารณาร่วมกัน ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังและให้สมาชิกทุกท่านฟังด้วยนะครับ ท่านจะได้เข้าใจ ตรงกับที่ผมเข้าใจ หากว่าท่านเข้าใจไม่ตรงเหมือนที่ผมเข้าใจได้โปรดแย้งผมได้นะครับ คือ ข้อความสุดท้ายก็คือ เพื่อที่ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... โดยภาคประชาชน มีโอกาสได้รับการพิจารณาด้วยในที่สุดนะครับ ท่านประธาน ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่าประชาชน ๑๕๐,๐๐๐ คน ถ้าเรา เปิดโอกาสให้เขาพูดเขาก็อยากจะพูดนะครับ แต่ในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ ๑๕๐,๐๐๐ คนพูด เมื่อเป็นอย่างนี้เขาก็แยกเป็น ๓ กลุ่มและแต่ละกลุ่มเขาก็ไปถอด เอาใจความสําคัญของประชาชน แต่ละ ๕๐,๐๐๐ คนที่เขาคิด จึงคลอดออกมาเป็น ร่างแก้ไขเพิ่มเติมของแต่ละฉบับ เพราะฉะนั้นในมือของท่านประธานหรือในมือ ของสํานักงานเลขาธิการรัฐสภาขณะนี้มีร่างแก้ไขเพิ่มเติมของประชาชนทั้ง ๓ ร่างอยู่แล้ว แล้วในขณะเดียวกันแต่ละร่างก็จะมีคนซึ่งเข้าใจและสกัดเอาแก่นพร้อมที่จะแถลงได้ ทั้ง ๓ ร่างอยู่แล้ว ดังนั้นกราบเรียนท่านประธานนะครับถึงแม้เราจะพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมของรัฐบาล หรือว่าอีก ๒ ฉบับ ของพรรคเพื่อไทยและของพรรคชาติไทยพัฒนาก็ไม่ได้หมายความว่า เราทําลายเจตจํานงของอาจารย์คณิตนะครับ คือเพื่อให้เจตจํานงของรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ของภาคประชาชนได้มีโอกาสรับการพิจารณาด้วยในที่สุด เพราะว่ากระบวนการ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสักนิดหนึ่งนะครับ สมมุติว่าถ้าเราสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แล้วสภารับร่าง ๓ ร่างนี้นะครับ แล้วก็เดินหน้าต่อไป มันก็จะไปบรรจบกับเวลาที่ทางรัฐสภา ตรวจสอบบัญชีรายชื่อของประชาชนทั้ง ๓ ร่างครบถ้วนเรียบร้อย เมื่อเป็นอย่างนี้ เราก็สามารถที่จะหยิบยกเอาข้อ ๖๔ ประกอบกับข้อ ๙๕ ของข้อบังคับรัฐสภามาใช้ ให้เป็นประโยชน์ได้ เพราะฉะนั้นเราก็สามารถที่จะนําเอาคณะกรรมาธิการมีอํานาจ ตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาปัญหาใด ๆ ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอํานาจหน้าที่ตามแต่ ที่จะมอบหมายได้ ในจังหวะนั้นนะครับ คณะกรรมาธิการก็สามารถตั้งคณะอนุกรรมาธิการ จากทั้ง ๓ ชุดได้ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ใครก็ตาม ที่จะมาบิดเบือนว่าร่างทั้งสามของรัฐบาลนี่นะครับ พิจารณาไปโดยไม่ได้ใส่ใจหรือไม่ได้เคารพ เจตจํานงของร่างประชาชน ๓ ร่าง ขอด้วยความเคารพนะครับ ไม่จริงครับ ข้อต่อมาก็คือว่า ประธานวิปรัฐบาลให้ความเคารพต่อร่างทั้ง ๓ ร่าง ดังนั้นจึงได้เปิดประชุมนอกรอบกับตัวแทน ที่มีอํานาจเต็มของทั้ง ๓ ร่างนี้ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปแล้วนะครับว่า เราไม่สามารถ เชิญคน ๑๕๐,๐๐๐ คนมาประชุมร่วมกันได้ ดังนั้นพวกเขาดังกล่าวจึงสามารถที่จะมีผู้นํา ซึ่งสามารถที่จะกลั่นกรองความคิดของพวกเขาออกมาได้ ประธานวิปรัฐบาลได้ให้เกียรติ ทั้ง ๓ ร่าง โดยเชิญผู้ที่มีความรับผิดชอบเต็ม มีอํานาจเต็มในการตัดสินใจของทั้ง ๓ ร่าง มาปรึกษาหารือ ซึ่งทั้ง ๓ ร่าง ตัวแทนที่มีอํานาจรับผิดชอบเต็มก็ยินยอมนะครับ อนุญาต ที่จะให้ทางรัฐบาลพิจารณา ๓ ร่าง และสภาพิจารณา ๓ ร่างที่เสนอเข้ามาก่อน โดยยอมรับ กติกาข้อนี้ก็คือว่า ในเวลาที่พิจารณารายชื่อครบถ้วนเรียบร้อยแล้วสามารถที่จะ ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาได้ นี่ประการที่ ๑ นะครับ

ประการที่ ๒ ที่ต้องกราบเรียนท่านประธาน ในวันนั้นได้มีการแลกเปลี่ยนกัน แล้วก็ในวันนั้นก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราไปรับฟังความคิดเห็นของเนื้อหาที่สําคัญ ของทั้ง ๓ ร่าง แล้วประธานวิปรัฐบาลก็ได้ให้คํามั่นสัญญาในที่ประชุมนะครับว่าจะเก็บเอา ข้อความที่แตกต่างกันของทั้ง ๓ ร่างดังกล่าวนะครับ คือรวมเป็น ๖ ร่างนี่มาประกอบ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการถ้าเราจะมีการตั้งขึ้นในวันนี้นะครับ

ประการที่ ๓ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมขออนุญาตที่จะชี้แจง สักนิดหนึ่ง มิเช่นนั้นจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ก็คือมีท่านสมาชิกผู้มีเกียรติอภิปรายบอกว่า การยกร่างใหม่ทั้งร่างเป็นการปฏิวัติรัฐประหาร ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า รัฐธรรมนูญที่ร่างใหม่มาได้ ๒ ทางครับ ทางหนึ่งก็คือมาจากกระบอกปืน มาจากรถถัง หรือมาจากศาลเตี้ย อีกทางหนึ่งมาจากการร่างโดยประชาชน ซึ่งในประวัติศาสตร์ ของรัฐธรรมนูญประเทศไทยนี้ก็มี ๓ ร่างนะครับ ที่สามารถร่างได้โดยที่มีสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็มีรัฐสภาอยู่แล้วนะครับ ก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๔๘๙ ของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ปี ๒๕๑๗ ในสมัยอาจารย์คึกฤทธิ์ และปี ๒๕๔๐ ดังนั้นขอกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับ การดําเนินการแก้มาตรา ๒๙๑ ของเราในวันนี้ไม่ใช่ เป็นการรัฐประหารโดยใช้ปืน หรือโดยใช้รถถังนะครับ ถ้าหากจะเป็นอะไรก็คือว่า เป็นการร่างรัฐธรรมนูญโดยใช้อํานาจรัฏฐาธิปัตย์ของประชาชน เพื่อที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาจากปากกระบอกปืนนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่ท่านประธานได้โปรดกรุณา เห็นด้วยกับการพิจารณาร่างทั้ง ๓ ร่างในวันนี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ ผมจะดําเนินการ ตามที่ท่านคุณหมอสุกิจประท้วงไว้เมื่อสักครู่นะครับ ก็จะเปิดโอกาสให้หารือต่อ แต่คิดว่าหารือ ถ้าเห็นพอสมควรก็จะหารือว่าควรปิดอภิปรายหรือไม่นะครับ เชิญท่านธนาครับ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ เมื่อสักครู่ผมใช้ คําว่าหารือ แต่ที่จริงไม่ใช่ อภิปรายประกอบคําเสนอญัตติ เชิญท่านต่อครับ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อว่าวันนี้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้ติดตามการทําหน้าที่ของรัฐสภาในวันนี้ วันนี้มีร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช. .... ยื่นเข้ามาจํานวน ๓ ฉบับ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะเอ่ยผู้ยื่นทั้ง ๓ ฉบับ คือ

ร่างที่ ๑ เป็นร่างของนายสุนัย จุลพงศธร กับคณะ ซึ่งแน่นอนครับ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นของพรรคเพื่อไทย

ร่างที่ ๒ เป็นร่างของนายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ แน่นอนครับ ท่านภราดรกับคณะก็เป็นสมาชิกของพรรคชาติไทยพัฒนา แล้วก็มีสมาชิก ของพรรคเพื่อไทยร่วมเสนอด้วย

ส่วนร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๓ เป็นร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ แน่นอน คณะรัฐมนตรีมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร

เพราะฉะนั้นวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ เป็นการดําเนินการของนักการเมืองจากพรรคการเมืองเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศ ฉบับปี ๒๕๕๐ ในการแก้ไขทั้งฉบับ สิ่งที่ผมกราบเรียนเนื่องจากท่านประธานวิปรัฐบาล ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้เสนอต่อที่ประชุมว่าวันนี้รัฐสภากําลังทําหน้าที่สําคัญ ของประเทศ การแก้ไขกฎหมายโดยปกติทั่วไปก็เป็นเรื่องสําคัญอยู่แล้วครับท่านประธาน แต่วันนี้เรากําลังจะทําการแก้ไขบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๕๐ วันนี้ไม่ได้ แก้ไขบางมาตรา บางประเด็น แต่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ด้วยการใช้มาตรา ๒๙๑ แห่งบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มีการตั้ง สสร. และมีการเลือกตั้ง สสร. จากการสรรหาขึ้นมาทําหน้าที่ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันมากมายพอสมควรครับว่าวันนี้ถ้าตั้ง สสร. ไปแล้ว ความรับผิดชอบต่อสภาแห่งนี้ ต่อพี่น้องประชาชนจะเป็นอย่างไร วันนี้แม้บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญจะกําหนดไว้ชัดเจนครับว่าจะไม่สามารถก้าวล่วงเข้าไปแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับ พระมหากษัตริย์ หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครอง แต่เนื่องจากรูปแบบในการยกร่าง สสร. นั้น ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน ปล่อยอํานาจอิสระทั้งหมดให้กับคณะผู้ร่าง สสร. ไปดําเนินการ นั่นคือสิ่งที่พวกเราเป็นห่วงครับว่าถ้าวันหนึ่งได้หยิบยกประเด็นที่เป็นปัญหา ความขัดแย้งของสังคมขึ้นมา นั่นก็หมายถึงประเทศกลับเข้าสู่สภาวะแห่งความขัดแย้ง เดินหน้าต่อไปไม่ได้อีก และท้ายที่สุดประเทศก็จะเสียโอกาสในการพัฒนาต่อไป ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าจุดประสงค์หลักในการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ จุดประสงค์หลักสําคัญที่สุดก็คือแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ไม่ได้ แก้ไขเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง ไม่ได้แก้ไขเพื่อประโยชน์นักการเมือง เพราะฉะนั้น สิ่งที่พวกเรากําลังอภิปรายในวันนี้ก็คือเราได้ต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยกันตลอดมา ๖๐ กว่าปี เรียกร้องให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ เรียกร้องว่า อํานาจอธิปไตยทั้งหมดนั้นเป็นของพี่น้องประชาชน ถึงขนาดว่ามีการพัฒนาการแก้ไขกฎหมาย เพราะเราพูดกันว่าการแก้ไขกฎหมาย การกําหนดทิศทางของประเทศ หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท้ายที่สุดตกอยู่ในมือของนักการเมือง และท้ายที่สุดก็ไม่พ้นแก้ไขเพื่อประโยชน์ของตัวเอง การพัฒนาทางการเมืองเปลี่ยนมาเรื่อยครับ จนกระทั่งปี ๒๕๔๒ ที่เราได้รัฐธรรมนูญ ฉบับที่เราเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุด วันนั้นถึงขนาดมีการเสนอกฎหมายให้มีการเข้าชื่อ ของพี่น้องประชาชนในการเสนอกฎหมายได้ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะพี่น้องประชาชนมีความรู้สึกว่าการแก้ไขกฎหมายนั้นไม่ใช่หน้าที่อย่างเดียว ของนักการเมืองและพรรคการเมือง ประชาชนต้องมีสิทธิ ต้องมีส่วนร่วม ในการที่จะเสนอ ปัญหา ในการที่จะหยิบยกปัญหาของตัวเองและปัญหาของประเทศชาติเข้าร่วมพิจารณาด้วย กับนักการเมือง โดยใช้สภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภาเป็นแนวทางในการแก้ไข ต่อสู้เรียกร้อง เสียชีวิตพี่น้องประชาชนมากมาย และวันนี้ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าพรรคที่เสนอ ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญก็พูดตลอดเวลาครับว่ายืนเคียงข้างพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน เรียกร้องประชาธิปไตย แล้วก็เกิดขบวนการการเปลี่ยนแปลงกันมาจนวันนี้ วันนี้ ผมภาคภูมิใจครับที่เรามีร่างของพี่น้องประชาชน ๓ ฉบับ อยู่ในมือท่านประธานรัฐสภา แต่ผมไม่สบายใจครับที่ท่านประธานรัฐสภาเมื่อคณะรัฐมนตรีซึ่งก่อนหน้านั้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศชัดเจนเป็นสัญญาประชาคมต่อพี่น้องประชาชนว่า พรรครัฐบาลและรัฐบาลจะไม่เป็นเจ้าภาพในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ไม่ทราบว่า มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นครับ คณะรัฐมนตรีก็เสนอร่างฉบับนี้เข้าสู่รัฐสภา โดยท่านตอบสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนว่ารัฐบาลต้องรักษาสิทธิในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานสืบเนื่องจากที่ผมได้อภิปรายในช่วงแรก ก็คือ วันนี้รัฐบาลรักษาสิทธิอะไรครับ สิทธิในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นสิทธิเพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชน

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านธนามีผู้ประท้วงครับ ท่านสุนัยเชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ครับ ยังยืนยันในจุดเดิมและต้องขอประทานโทษ น้องธนา ซึ่งมีฐานะเป็นน้องชายทีเดียวครับ สิ่งที่ท่านพูดอยู่นี่ เดี๋ยวให้เข้าคิวในการอภิปราย เรื่องรัฐธรรมนูญเลยครับ เพราะต้องพูดกันอยู่แล้ว อันนี้ไม่ใช่เรื่องหารืออะไรแล้วครับ ผมอยากให้ท่านประธานเดินหน้าเข้าสู่การลงมติเลยครับ ขอประทานโทษนะน้องนะ เพราะว่ามันเป็นเวลาที่จะต้องไปพูดกันตอนโน้นครับ เนื้อหามันอยู่ในเรื่องนี้หมดแล้วครับ ขอบพระคุณครับ ท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ประเด็นที่จะอภิปรายกัน ในตอนนี้นะครับ เป็นประเด็นประกอบญัตติที่เสนอให้เลื่อน หรือไม่เลื่อน เอาเฉพาะประเด็นนี้ แล้วผมเห็นว่าควรจะต้องอนุญาตให้ท่านธนา แล้วก็มาซีกนี้อีกสักท่านหนึ่งนะครับ แล้วก็ ขอไปที่ ส.ว. อีก ๑ คน ก็น่าจะพอสมควรนะครับ เชิญต่อครับ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านสุนัยในฐานะนักการเมืองอาวุโส ผมกราบเรียนครับ วันนี้รัฐสภาแห่งนี้ต้องทําหน้าที่ต้องเป็นผู้ใหญ่ครับ ท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เป็นสิทธิของท่าน ท่านอภิปรายด้วยเหตุด้วยผลเพื่อให้พี่น้องประชาชน ให้ภาคประชาชนได้รับทราบ พวกผมเมื่อสักครู่นี้ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านหมอชลน่าน ได้พูดว่าเสียงส่วนน้อย ผมรับครับ ว่าวันนี้พวกผมเป็นเสียงส่วนน้อย แต่พวกผมก็มาจาก พี่น้องประชาชนเหมือนกัน พวกผมมีสิทธิที่จะแสดงความคิด ความเห็นถึงปัญหาในการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วผมกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าวันนี้เป็นโอกาสเดียวที่รัฐสภาแห่งนี้ จะได้ทําหน้าที่เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ภาคภูมิใจ ผมอยากจะให้ท่านประธานใจกว้างครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสําคัญ ถ้าจะต้องใช้เวลาเดินหน้าไปเถอะครับ เพื่อกระตุ้น ให้พี่น้องประชาชนให้มาตระหนักถึงว่าบัดนี้รัฐสภาแห่งนี้กําลังเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ พี่น้องประชาชนจะมีผลกระทบ มีส่วนได้เสีย วันนี้ท่านต้องก้าวลงมาเพื่อแสดงจุดยืน แสดงความคิดเห็นว่าท่านเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ สิ่งที่ผมอภิปรายทั้งหมดอยู่ในญัตติครับ ญัตติที่ผมสนับสนุนก็คือ เห็นควรที่จะให้เลื่อนระเบียบวาระนี้ไปก่อน เพื่อรอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเข้ามา แล้วผมจะได้กราบเรียนท่านประธานต่อไปครับ ว่าวันนี้ท่านพูดครับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อประชาชนนั้นเป็นสิ่งสวยงาม การต่อสู้เรียกร้องของพี่น้องประชาชนที่ผ่านมานั้นเป็นพลัง อันบริสุทธิ์ แต่ผมไม่สบายใจครับ ที่สมาชิกจากพรรคร่วมรัฐบาลลุกขึ้นมาแล้วอภิปรายว่า กระบวนการขั้นตอนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนนั้นเป็นปัญหายุ่งยาก ต้องใช้เวลามาก ท่านพูดคํานี้ได้อย่างไร วันที่ท่านใช้เขาเป็นมวลชนในการต่อสู้เรียกร้อง ท่านบอกว่าเป็นมวลชนที่สวยงาม แต่วันนี้เขาได้ใช้สิทธิในฐานะภาคประชาชน เสนอร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเข้ามา ท่านบอกว่าเป็นเรื่องยุ่งยากต้องใช้เวลา อาจจะต้อง ใช้เวลา ๒ เดือน ๓ เดือน ทําไมครับ วันหนึ่งท่านเห็นว่าสวยงาม แต่มาวันนี้ท่านเห็นว่า เป็นเรื่องยุ่งยากเพราะต้องมีการตรวจสอบ ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ถ้าจะเคารพเสียงประชาชนต้องเคารพตั้งแต่ต้นจนจบ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ เริ่มจะวนเวียน ซ้ําซากอยู่ประเด็นนี้ ท่านช่วยกระชับด้วยครับ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทราบว่าสิ่งที่ผมอภิปรายนั้นอยู่ในประเด็นหรือไม่ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณาทําให้เห็นว่าวาระนี้เป็นวาระของประเทศ ท่านจะกําหนดตัวคนที่จะมาตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ต่าง ๆ ให้เร็วขึ้น แน่นอนครับ ส่วนการขั้นตอนไปประกาศที่อําเภอ ตําบลต่าง ๆ เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย แต่อย่างน้อย ๆ ทําให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่เขามีส่วนร่วมในการเสนอร่างฉบับนี้ เขารู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ประเด็นนี้ นี่ผมได้ยินพูดเกือบทุกคน มันวนอยู่ตรงนี้ละครับ ท่านกระชับเถอะครับ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่วนหรอกครับ ท่านประธานครับ ผมถึงแปลกใจท่านประธานว่า ท่านประธาน ปล่อยให้มีร่างประชาชนเข้ามา ท่านประธานก็รอที่จะดําเนินการตรวจสอบ แต่พอมีร่าง ของคณะรัฐมนตรีเข้ามา ท่านประธานพิจารณาได้อย่างไรครับ ว่าต้องบรรจุให้สภาแห่งนี้ พิจารณาภายใน ๑๕ วัน ซึ่งท่านประธานวิปรัฐบาลท่านก็ได้พูดชัดเจนว่าในข้อบังคับ ของที่ประชุมรัฐสภานั้น ให้อํานาจท่านประธานบรรจุในระเบียบวาระ ส่วนว่าถ้าที่ประชุม รัฐสภาเห็นว่ามีความจําเป็นเร่งด่วนต้องพิจารณาก็สามารถหยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้ แต่ไม่ใช่รวบรัด ตั้งการประชุมวันนี้โดยท่านประธานรัฐสภา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

นี่ก็ซ้ํากับท่านจุรินทร์อีกละ ก็ซ้ําอยู่ตรงนี้ ท่านกระชับเถอะครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืน และยกมือขึ้น)

มีผู้ประท้วงครับ ท่านสุนัย เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมได้ทําให้ ท่านเฉลิม อยู่บํารุง อาจจะไม่พอใจผมบ้าง แต่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ขอประท้วงท่านที่อภิปรายในฐานะน้องนี่นะครับ ปล่อยเชือกเรือออกทะเลเสียทีเถอะครับ เราจะได้คุยเรื่องคุยราวในเรื่องเนื้อหาเสียที แล้วสิ่งที่ท่านพูดมานี้เป็นความรู้ดีมากครับ เดี๋ยวไปอภิปรายในส่วนนั้นครับ ท่านครับ ขอให้ท่านประธานเคร่งครัดต่อข้อบังคับ หน่อยเถอะครับ ท่านครับ ผมไม่ทราบว่าท่านประธานวันนี้ทานซุปมาหรืออย่างไรไม่ทราบนะครับ เรือมันต้องออกได้แล้วครับ ท่านครับ กรุณาปลดเชือกได้แล้วครับ ท่านประธานครับ เรารู้ทิศทางอยู่ครับว่ามีคนส่วนหนึ่งไม่อยากให้เรือออกครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านใช้เวลาสักอีกนาทีหนึ่ง ก็สมควรครับ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็วันนี้อย่างไรครับผมพูดแทนภาคประชาชนที่เขาเสนอ ร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแล้วท่านก็รับฟังไม่ได้อย่างไรครับ ท่านบอกว่าพี่น้องประชาชน เป็นสิ่งสวยงาม วันนี้ผมพูดแทนตัวแทนภาคประชาชนทั้งหมดว่าสิทธิที่เขาพึงมีพึงได้ ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ท่านไปเพิกเฉยเขาได้อย่างไร แล้วท่านก็บอกว่าผมพูดจา ไม่เป็นสาระ ทําไมครับ วันนี้ภาคประชาชนมันอืดเป็นเรือเกลือหรืออย่างไรครับ มันไม่ทันใจท่าน ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า รัฐบาลนี้ลุกขึ้นพูดเสมอครับว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลที่มาจากพี่น้องประชาชน ผมไม่ปฏิเสธครับ แต่ผมบอกท่านคําหนึ่งครับว่าท่านเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากมาจากประชาชนจริง ท่านไม่ได้ มาจากพี่น้องประชาชนทั้งหมดของประเทศ ท่านไม่สามารถที่จะทําอะไรก็ได้ตามอําเภอใจ โดยไม่ได้นึกถึงคนเสียงข้างน้อยที่ไม่ได้เลือกท่าน หรือคนที่เขาเลือกท่านแต่เขาก็ไม่ได้เห็นด้วย กับกระบวนการของท่านทั้งหมดในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนท่านครับว่า รัฐสภาแห่งนี้ต้องมองครับ ท้ายที่สุดผมบอกท่านว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องนึกถึงประเทศ และประชาชน วันนี้ท่านบริหารประเทศชาติบ้านเมืองเดินหน้าได้ไม่มีปัญหา ไม่เหมือน สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ที่มีม็อบต่าง ๆ มา ไม่ยอมให้รัฐบาลเดินหน้าในการแก้ไขปัญหา ให้ประชาชน วันนี้ท่านเดินหน้าได้เต็มที่เลยครับ แต่ท่านทําทําไมครับ ท่านหยิบ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแล้วก็เริ่มสร้างปัญหาแล้ว อย่างที่พวกเราได้กราบเรียนท่าน เพราะนี่คือจุดเปราะบางของประเทศ วันนี้ยังไม่สามารถสร้างความปรองดองได้ จุดที่จะกระตุ้น ให้เกิดความขัดแย้งในสังคมก็คือเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ท่านทําทําไมครับ วันนี้ท่านเห็นแล้วครับ การประชุมสภาในวันนี้มีม็อบทั้ง ๒ ฝ่ายแล้ว แล้ววันนี้ถ้าสภาแห่งนี้จะรวบรัดไม่ยอมฟัง ความคิดเห็นของประชาชน ผมว่าท่านเดินไม่ได้หรอกครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนครับ ท่านเป็นรัฐบาลของประชาชน ท่านไม่ได้เป็นรัฐบาลของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ท่านต้องนึกถึงว่า การทํางานของท่านนั้นท้ายที่สุดจะสร้างปัญหาหรือสร้างความสําเร็จให้กับประเทศชาติ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านใช้สิทธิ เชิญครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอใช้เวลาไม่เกิน ๒ นาทีครับ ขออนุญาตหารือท่านประธาน แล้วก็หารือเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ในที่ประชุมนี้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ จริง ๆ เรื่องนี้ท่าทีใครเป็นอย่างไร มันชัดตั้งแต่ก่อนเปิดประชุม แล้วที่แสดงความคิดเห็นกันมาก็ยิ่งชัดว่าใครต้องการอะไร ผมว่า ประชาชนที่เขาติดตามการประชุมต้องการทราบเหตุผลว่าฝ่ายที่เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มีเหตุผล มีหลักการอย่างไร ฝ่ายที่คัดค้านก็มีเวลาตามกรอบที่วิปเขาประชุมตกลงกัน ทําได้อยู่แล้ว ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานบอกว่าฝ่ายค้านพูดที ฝ่ายรัฐบาลพูดทีกันอย่างนี้มันเดินไม่ได้ ผมเชื่อว่าวันนี้สมาชิกฝ่ายรัฐบาลถ้าท่านประธานบอกว่าจะเดินไปตามญัตติ ๒ ญัตติที่เสนอคาอยู่ ไม่มีใครลุกขึ้นอภิปรายอีกแล้ว แล้วก็ฝ่ายค้านท่านสมาชิกที่อภิปรายเมื่อสักครู่ครบถ้วน สมบูรณ์ ชัดเจน หนักแน่น เข้าใจดีแล้ว ก็น่าที่จะให้ท่านประธานใช้ดุลยพินิจอย่างเด็ดขาด แม้ว่าจะมีการหารือเรื่องนี้หลายครั้ง แต่ท่านประธานยังไม่ตัดสินใจ ผมก็เลยจะกราบเรียน ไม่อย่างนั้นสับสนกันไปหมด สมาชิกพรรคฝ่ายค้านซึ่งเห็นต่างกันตลอดกับประชาชนที่เข้าชื่อกัน แก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้ลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชนกลุ่มนั้น จนสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลซึ่งเห็นด้วยปกป้องไม่ทันด้วยซ้ําไป อันนี้เป็นเรื่องน่าประหลาด แล้วถ้าปล่อยไปแบบนี้ จะยืดเยื้อยาวนานซ้ําซาก ประชาชนก็จะไม่ได้ประโยชน์แล้วก็จะอึดอัดกับการประชุม ขอความกรุณาท่านประธานได้โปรดใช้ดุลยพินิจอย่างเด็ดขาด เดินหน้าเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ เมื่อสักครู่ผมอะลุ่มอล่วยเพื่อที่จะให้เปิดโอกาสให้บ้างนะครับ แล้วก็จะมาที่ท่าน ส.ว. อีกท่านหนึ่ง แล้วฝ่ายรัฐบาลอีกท่านหนึ่งก็เห็นว่าพอสมควรแล้วนะครับ

(นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านนิพนธ์ประท้วงใช่ไหมครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงท่านประธาน เพราะว่าท่านประธานทําผิดข้อบังคับ ที่จริง ผมพยายามยกมือในการที่จะอภิปรายตั้งแต่เริ่ม แต่ท่านประธานก็ไม่ชี้เพราะว่าผมพยายาม เคารพข้อบังคับคือยกมือกับประท้วงมันต่างกัน แล้วก็ดูการทําหน้าที่ของประธานมา ท่านประธานครับ พอรัฐมนตรีชี้แจงมีเพื่อนสมาชิกท่านรัชฎาภรณ์ลุกขึ้นประท้วง ตามข้อบังคับ ท่านต้องชี้คนประท้วงก่อนครับ เพราะเขาต้องมีเหตุสําคัญในการที่บอกว่า ทําผิดข้อบังคับข้อไหน ท่านประธานไม่ชี้ปล่อยให้คนที่อภิปรายพูดจนจบอย่างนี้ไม่ได้ ท่านไปดูข้อบังคับสิครับ ผมจะอ่านข้อบังคับ ข้อ ๔๑ ให้ท่านประธานฟังอีกครั้งก็ได้ครับ ท่านประธานครับ การประท้วงนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนิพนธ์ครับ ผมเข้าใจครับ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมอนุญาตให้ท่านรัชฎาภรณ์ได้ใช้สิทธิ ขอเชิญครับ

นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ไม่ครับ เพราะว่าเวลาที่ถ้าท่านกําลังอภิปรายอยู่ เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีกําลังอภิปราย มันพาดพิง ทําให้ผู้อื่นเสียหาย ท่านปล่อยให้พูดจนจบได้อย่างไรล่ะครับ ไม่ได้นะครับ ทําหน้าที่อย่างนี้ ไม่ได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

พาดพิงก็ใช้สิทธิกัน หลังจากอภิปรายจบแล้วทั้งนั้นละครับ ถ้าหากพาดพิงเสียหายท่านก็ใช้สิทธิได้

นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ทันทีที่เขา ยกมือขึ้น ท่านต้องให้เขาอภิปราย ให้เขาแสดงเหตุผลก่อน

(นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืน และยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ ผมอนุญาตแล้ว ท่านรัชฎาใช้สิทธิประท้วงนะครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ค่ะ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันชื่อ รัชฎาภรณ์ค่ะ รัชฎา แล้วมี ภรณ์ ด้วยนะคะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขออภัยครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ค่ะ เมื่อครู่ที่ดิฉันจะประท้วงท่าน เพราะว่าท่านรัฐมนตรีถ้าท่านลุกขึ้นอภิปรายในฐานะรัฐมนตรีได้ แต่ท่านบอกว่าในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันยกมือเป็นชั่วโมงแล้วนะคะ แต่ท่านก็ทําเป็น มองไม่เห็น ดิฉันนั่งอยู่ข้างหลังท่านก็ทําท่ามองไม่เห็นอย่างนี้ อุตส่าห์มานั่งข้างหน้า ท่านยังมองไม่เห็น ยืนอยู่แล้วนะคะตอนนี้ คือดิฉันอยากจะเรียนว่าที่จริงแล้วดิฉัน จะอภิปรายไม่เข้าในเรื่องเนื้อหาเลย แต่ดิฉันจะอภิปรายในญัตติที่บอกว่าควรจะให้เลื่อนไป ก็เพราะว่าที่จริงแล้วประชาธิปไตยทุกคนทราบ เรามีระบบตัวแทนกับระบบประชาธิปไตย ทางตรง

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

สรุปท่านจะอภิปราย หรือท่านประท้วง

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ประกอบการประท้วงด้วยค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ประท้วงต้องมีคนผิด ข้อบังคับนะครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ก็ท่านประธานค่ะ ผิดข้อบังคับที่ดิฉันเรียนท่านแล้วเมื่อครู่นี้ค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผิดข้อไหนล่ะครับ

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ที่ท่านชี้รัฐมนตรีพูด แล้วรัฐมนตรีท่านก็พูดในฐานะสมาชิกรัฐสภา แล้วท่านก็ชี้ ที่จริง ท่านกําหนดคนอื่นเอาไว้แล้ว กําหนดวุฒิสมาชิกเอาไว้แล้ว แล้วท่านก็ไปลัดคิวอย่างนั้น ถ้าเป็นพูดในฐานะรัฐมนตรี ข้อบังคับก็บอกว่าได้ แต่ท่านบอกว่าในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉัน นั่งฟังอยู่ค่ะ ดิฉันก็เป็นสมาชิกรัฐสภา แล้วก็อยากจะพูดเรื่องนี้ดิฉันตั้งใจมากเลย ยังคิดว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าท่านประท้วงประเด็นนี้ ถือว่าประท้วงจบแล้วนะครับ ผมวินิจฉัยนะครับ ท่านใช้สิทธิในซีกของรัฐบาลก็ไม่ผิด ผมก็อนุญาตให้ท่านแล้วก็ไม่มีอะไรผิด ไม่มีใครผิดข้อบังคับครับ ท่านนั่งเถอะครับ ท่านนั่งเถอะครับ ผมไม่ได้อนุญาตครับ ท่านใช้สิทธิประท้วง ท่านไม่มีสิทธิอภิปรายเพราะท่านใช้สิทธิประท้วง นั่งเถอะครับ ผมไปที่ทางท่าน ส.ว. ที่พูดไว้เมื่อสักครู่ ขอเป็นท่านสุดท้ายครับ ท่านกฤช อาทิตย์แก้ว เชิญครับ

นายกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภา กําแพงเพชร

ท่านประธานที่เคารพครับ กฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกําแพงเพชร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมอ่อนใจครับ ท่านประธาน ผมยกมือตั้งแต่ผมเข้ามานั่ง ๒ ชั่วโมง ผมก็ยังต้องขอขอบคุณท่านประธาน ที่ได้กรุณาให้ผมได้ขึ้นมา อาจจะต้องขออนุญาตเป็นคนสุดท้ายนะครับ ใช้เวลานิดเดียว สิ่งที่ผมอยากจะนําเรียนท่านประธาน ก็คือว่าเราได้มีการเสนอญัตติว่าจะเลื่อนการประชุม ครั้งนี้ไปหรือไม่ ได้มีทั้ง ๒ ญัตติแล้ว แล้วถึงเวลาท่านประธานก็ไม่อนุญาตให้ดําเนินการต่อสักที เพื่อน ๆ สมาชิกวุฒิสภาของผมกําลังจะชวนกันกลับบ้านแล้วครับท่านประธาน จริง ๆ ครับ ถ้าผมชวนกลับหมดนะครับท่านประธาน ดังนั้นจึงอยากจะขอความกรุณาท่านประธานนะครับ ให้ดําเนินการว่ากันไปตามระเบียบวาระตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หลังจากที่ท่านได้ถามญัตติ ที่เขาขอมาแล้วว่าจะเลื่อน ไม่เลื่อน เสร็จจากผมขอความกรุณาท่านประธานได้ดําเนินการ ให้เป็นไปตามที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เสนอญัตติไว้นะครับ แล้วก็ดําเนินการให้แล้วเสร็จ นี่เราเลยเวลามามากแล้วท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วผมอยากจะกราบเรียนว่าเรายังยืนยันนะครับ ถ้าช้ากว่านี้พวกเราจะกลับบ้านหมดแล้วครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมใช้อํานาจประธานนะครับ หารือที่ประชุมควรปิดการอภิปรายหรือยัง เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นอื่น ที่จําเป็นที่จะต้องพูดกับท่านประธาน และรวมทั้งท่านสมาชิกรัฐสภาทุกท่านด้วย ในข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ครับท่านประธาน เมื่อมีร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอต่อรัฐสภา ให้ประธานรัฐสภาเปิดเผยเพื่อให้ประชาชนทราบ และสามารถเข้าถึงข้อมูลรายละเอียด ของร่างธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมนั้นได้โดยสะดวกตามวิธีการที่ประธานรัฐสภากําหนด ดังนั้น ข้อนี้ผมจึงต้องเรียนถามท่านประธานรัฐสภาว่าท่านได้ดําเนินการตามข้อ ๘๘ แล้วหรือไม่ รวมทั้งข้อบังคับ ข้อ ๙๑ ข้อ ๙๑ นั้นพูดถึงเรื่องที่ว่าประธานรัฐสภาจะต้องบรรจุ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมภายใน ๑๕ วัน เว้นแต่เป็นร่างของประชาชน ร่างประชาชน จะนับเมื่อมีการตรวจสอบเอกสารถูกต้องครบถ้วนแล้ว ในเรื่องนี้ท่านทําในข้อ ๙๑ ด้วยหรือไม่ สิ่งที่ท่านประธานต้องแจ้งต่อที่ประชุมรัฐสภาให้ชัดเจนก็คือว่า ร่างของประชาชน ตกลงมีกี่ร่างกันแน่ เป็นร่างของใคร ผมต้องถือว่าผมไม่ได้รับทราบจากท่านประธานนะครับ ผมรับทราบจากบันทึกความเห็นของท่านดอกเตอร์คณิต ณ นคร และคณะ ที่ส่งมาพูด ในทํานองว่ามีอยู่ ๓ ร่าง เสนอโดยนายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ เสนอโดยนายเยี่ยมยอด ศรีมันตะ และเสนอโดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นอย่างไร ท่านประธาน

(นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม สัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านประธาน ในข้อ ๕ ที่ท่านไม่มีความเด็ดขาด แล้วก็ขอสนับสนุนท่านประธานครับ ด้วยความอะลุ่มอล่วย ที่จะให้สภาแห่งนี้ประชุมไปโดยราบรื่น แต่ความเด็ดขาดของท่านยังกลับไปกลับมา โดยเฉพาะความเป็นห่วงของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่เป็นห่วงร่างฉบับของประชาชนที่ไม่ได้ เอามาร่วมพิจารณา แต่วันนี้ผมขออนุญาตที่จะนําความคิดเห็นของสมาชิกท่านผู้อาวุโสท่านหนึ่ง ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนาม คือท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ตกลงท่านประท้วงหรือเปล่า สมควรครับ เดี๋ยวฟังอีกสักนิดหนึ่ง สัก ๓๐ วินาที แล้วก็จะขอมติเลยครับ

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

ขออนุญาตท่านประธานต่อนะครับ ผมจะขอสนับสนุนตรงนี้ครับว่าความคิดเห็น ของท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ที่ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านกล่าวไว้ในหน้า ๗๖ นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสัมภาษณ์ครับ สมควรนั่งเถอะ พอแล้วกระมังครับ นั่งเถอะจะได้ต่อ ก็ขอท่านสัก ๓๐ วินาที เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอย้ําประเด็น ของผมนะครับว่าก่อนที่เราจะลงมติว่าจะดําเนินการต่อไปหรือไม่ ท่านต้องอธิบายข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ว่าท่านประธานสภาได้เปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขที่บรรจุที่ว่านี้ต่อประชาชนที่ เพื่อจะให้เข้าถึงได้โดยสะดวกตามวิธีการที่ประธานสภากําหนดแล้วหรือไม่ ข้อ ๙๑ ในเรื่องของการบรรจุตามระยะเวลาที่ว่าของภาคประชาชนจะต้องกําหนดนับเวลา ๑๕ วัน หลังจากที่ตรวจเอกสารเรียบร้อยแล้วท่านทําแล้วหรือไม่ครับ แล้วภาคประชาชนทั้ง ๓ ร่างนั้น มีอะไรบ้างครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ที่จริงเรื่องนี้ก็ทราบ กันโดยทั่วไปอยู่แล้วนะครับ อย่าเสียเวลาเลยครับ ผมขอมติเลยครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบเพื่อทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกด้วยนะครับ ท่านบุญยอดเชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านจะอธิบาย เพียงแค่ว่าเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปอยู่แล้ว ข้อบังคับกําหนดชัดเจนนะครับ ประธาน ต้องกําหนดวิธีการและให้ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก ท่านประธานต้องอธิบาย ต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ว่าท่านได้ดําเนินการตามข้อบังคับนี้แล้ว อย่างไร หรือไม่ ท่านทําวันที่เท่าไร ประชาชนเข้าสะดวกแล้วหรือยัง เขารับรู้เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้หรือยังครับ เป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการที่จะได้รับข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ถ้าท่านประธาน ยังไม่ได้ทําถือว่าเรื่องนี้ต้องตกไปโดยอัตโนมัติอยู่แล้วครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ชี้แจงท่านบุญยอดนะครับ เมื่อสักครู่ได้เรียนหารือกับท่านเลขาธิการ ท่านเลขาธิการก็เรียนว่าได้มีการแจ้งปกติ โดยที่ได้แจ้งในเว็บไซต์ (Web site) ของรัฐสภา ก็ทํากันอย่างนี้มาโดยตลอดอยู่แล้ว ผมขอมติเลยนะครับ

(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืน และยกมือขึ้น)

ท่านบุญยอดนั่งเถอะครับ ไม่มีอะไรแล้วนะครับ ท่านประท้วงนะครับ เชิญครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ประเด็นแรกท่านจะบอกว่าทําโดยปกติไม่ได้ เพราะประธานรัฐสภาต้องกําหนด ร่างที่มาล่าสุดก็คือร่างของนายภราดร ปริศนานันทกุล และร่างของทางรัฐบาลโดยท่าน พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ผมถามว่าท่านมีคําสั่งกําหนดในวันที่ เท่าไร ถ้าท่านบอกว่ามีอยู่ในเว็บไชต์ รัฐสภาได้เอาทั้ง ๓ ร่างนี้ลงบรรจุในเว็บไซต์ทั้งหมด จริงหรือไม่ ลงตั้งแต่วันที่เท่าไร ผมให้สมาชิกเมื่อสักครู่เปิดดูยังหาไม่เจอครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นไม่ได้เป็นไปตามข้อบังคับข้อนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณานะครับว่าเรื่องนี้ พิจารณาต่อไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะท่านไม่ได้ทําตามข้อบังคับที่ระบุเอาไว้ในข้อบังคับ การประชุมรัฐสภาครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เลขาธิการได้ยืนยันกับผมว่า ได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ตามปกติอยู่แล้ว จบแล้วครับ ขอมติเลยครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติครับ ท่านใช้สิทธิแสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

รัฐสภายินดีต้อนรับ ฯพณฯ นายอับบาส อาลีอีซา อัลมาดี ประธานคณะกรรมาธิการกิจการเยาวชนและการกีฬา สภาผู้แทนราษฎรบาห์เรนและคณะสมาชิกรัฐสภาบาห์เรน ซึ่งเดินทางมาเยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐสภาไทย ระหว่างวันที่ ๒๒-๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ด้วยความยินดียิ่งครับ เรียบร้อยนะครับไม่มีปัญหานะครับ ส่งผลได้เลยครับ จํานวน ผู้เข้าร่วมประชุม ๔๒๑ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ

ผมขอมติเลยนะครับว่าเห็นควรที่จะเลื่อนการพิจารณา ถามญัตติว่าเห็นควร ที่จะเลื่อนการพิจารณาหรือไม่ ไม่เป็นไรครับ ถามเห็นควรที่จะให้มีการเลื่อนหรือไม่นะครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ ท่านวิชาญ เชิญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อครู่นี้ท่านประธานต้องถามว่ามติของรัฐสภาว่า ที่คุณหมอชลน่านเสนอ เอาตามคุณหมอชลน่านหรือเปล่าว่าเป็นไปตามที่บรรจุ แต่ส่วน ของท่านจุรินทร์ ท่านเสนอว่าจะไม่ขอให้มีการบรรจุตรงนี้ให้เอาเรื่องอื่นขึ้นมา เพราะฉะนั้น ท่านต้องขอมติครับว่าเห็นด้วยกับการเสนอของคุณหมอชลน่านหรือเปล่า หรือถ้าไม่ ก็เห็นด้วยกับท่านจุรินทร์เท่านั้นเองครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นไรครับ มีท่านจุรินทร์ เสนอญัตติให้มีการเลื่อน ผมก็ถามว่าเห็นด้วยกับญัตติท่านจุรินทร์หรือไม่ที่จะให้มีการเลื่อน ก็เท่านั้นครับ อย่ามาถกเถียงเรื่องเล็กน้อยเลยครับ มันเข้าใจแล้วก็เอาเถอะครับ ไม่มีผิดหรอกครับ ใช้สิทธิเถอะครับ เห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้มีการเลื่อนก็แค่นี้ครับ ใช้สิทธิ ได้เลยครับ

(นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เห็นยืนประท้วงข้างหลัง ท่านวิเชียรหรือเปล่าครับไม่แน่ใจ มองไม่ถนัด

นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ สักครู่นี้ ท่านประธานไม่ได้บอกว่าต้องกดปุ่มไหน เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ท่านประธานต้องถามว่า ท่านใดเห็นด้วยกับญัตติของคุณหมอชลน่านให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดที่เห็นด้วยกับญัตติของคุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย มันต้องอย่างนี้ มันถึงจะกดถูกท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ผมถาม ญัตติ ผมก็ถามอย่างนี้มาโดยตลอด กระชับ แล้วสั้นเข้าใจครับ เห็นด้วยที่จะให้มีการเลื่อน หรือไม่ ก็แค่นี้ ถ้าไม่เห็นด้วยก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ก็แค่นี้เอง เชิญท่านเรืองเดช เชิญครับ

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ท่านประธานยังไม่ได้พูดนะครับ ท่านประธานครับ ต้องชัดเจนครับ ข้างหลังเขาไม่กล้ากดกันเลยครับแถวนี้นี่ ทั้งท่าน ส.ว. ผู้ทรงเกียรติ หลายคนไม่กล้ากด เพราะไม่รู้ว่ามติเป็นอย่างไรบ้างครับ ประธานต้องล้างก่อนนะครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เจ้าหน้าที่ลบก่อนนะครับ เพื่อความสบายใจครับ ผมถามใหม่ เห็นด้วยกับญัตติของท่านจุรินทร์ ที่ให้มีการเลื่อนหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย พอใจนะครับอย่างนี้นะครับ เชิญครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

เรียบร้อยหรือยังครับ เรียบร้อยปิดการลงคะแนน ส่งผลได้เลยครับ เห็นด้วย ๑๘๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๔๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ดําเนินการต่อไปนะครับ

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนนะครับที่ผมได้ชี้แจงกับสมาชิกไปแล้ว ทั้งหมดมีอยู่ ๓ ร่าง ซึ่งมีเรื่องในหลักการทํานองเดียวกัน ก็จะนํามาพิจารณาร่วมกันนะครับ ส่วนการลงมติ ผมจะให้ออกเสียงลงคะแนนพร้อมกันในคราวเดียวกันนะครับ เพื่อจะได้ ไม่เสียเวลา ถ้าไม่มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอื่นผมขออนุญาตดําเนินการตามนี้เลยนะครับ ท่านบุญยอดมีอะไรครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นว่าในหลักการและเหตุผลของร่าง ๓ ร่างนี้ไม่เหมือนกันครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานบอกว่าจะให้พิจารณาทั้งร่วมกัน แล้วก็การลงมติจะรวมกันนั้น ผมไม่เห็นด้วยครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าเมื่อมีหลักการต่างกันเห็นชัดเจนนะครับ ผมได้อ่านจากในนี้ แล้วผมขอยืนยันอีกครั้งนะครับต่อรัฐสภาว่าในการที่บอกว่าไปเผยแพร่ ในเว็บไซต์รัฐสภานั้นไม่มีนะครับ ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้โดยสะดวก ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภานะครับ ผมขอยืนยันว่าสภาไม่ได้นําร่างทั้ง ๓ ร่างเสนอ ต่อประชาชนนะครับ แล้วผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องคนละเรื่องครับ ขอให้ลงมติแยกครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอชลน่าน เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ข้อหารือของท่านประธานเรื่องการพิจารณาว่าจะนําร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง ๓ ฉบับ มาพิจารณารวมกันหรือไม่นะครับ ประเด็นนี้ผมต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า โดยข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาของเรา กรณีถ้ามีหลักการทํานองเดียวกันนะครับ คําว่า ทํานองเดียวกัน มันอาจจะมีร่างหนึ่ง เช่นร่างของคณะรัฐมนตรีมีหลักการ ๕ หลักการ แต่อีก ๒ ร่างมี ๓ หลักการ แต่ ๓ หลักการนี้อยู่ใน ๕ หลักการ ก็ถือว่าเป็นหลักการทํานองเดียวกัน สามารถนํามาพิจารณารวมกันได้ หลังจากพิจารณาแล้วสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้จะมีความเห็นว่า ใช้ร่างใดเป็นหลักในการพิจารณาก็เป็นมติของสมาชิกรัฐสภา ส่วนการลงมติ ท่านประธานครับ แน่นอนครับ เพื่อนสมาชิกทักท้วงไว้ว่าควรจะลงมติแยก ตรงนี้ไม่เป็นประเด็นครับ พวกเรา ก็เห็นด้วย เวลาลงมติเราก็จะลงแยกในแต่ละฉบับ แต่วิธีการทําได้หลายอย่างครับ วิธีการลงมติแยกทําได้หลายอย่าง อย่างแรกที่เป็นประเพณีปฏิบัติกันมานะครับ ซึ่งเป็นประเพณีทั้ง ๒ ลักษณะ ลักษณะที่ ๑ คือทีละฉบับ สมาชิก ๑ ท่าน ลุกขึ้นมา ๑ ฉบับ ยาวไป ๖๕๐ ท่าน ก็ ๖๕๐ ครั้ง พอฉบับที่ ๒ ๖๕๐ ครั้ง ฉบับที่ ๓ ๖๕๐ ครั้ง ลักษณะ อย่างนี้ใช้เวลาไม่ต่ําว่าฉบับละ ๒ ชั่วโมงครึ่งครับ แต่มีอีกวิธีการหนึ่งที่มีผลทํานองเดียวกัน แล้วไม่มีผิดข้อบังคับ ก็คือสมาชิก ๑ ท่าน สามารถจะให้ความเห็นในแต่ละฉบับในคราวเดียวกัน ได้เลย เช่น ฉบับที่ ๑ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ฉบับที่ ๒ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ฉบับที่ ๓ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ในคราวเดียวกันได้ อันนี้คือการลงแยก ก็เป็นเรื่องที่น่าจะพิจารณาดําเนินการ ต่อไปได้ครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เชิญครับ ผมขอดําเนินการต่อนะครับ เชิญผู้เสนอร่างท่านที่ ๑ คือ ท่านสุนัย จุลพงศธร เชิญครับ ท่านอุดมเดชครับ

นายอุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

ผมได้รับ การหารือจากท่านหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาว่ามีความประสงค์จะขอในการที่นําเสนอ ร่างของพรรคชาติไทยพัฒนาก่อน เนื่องจากท่านติดภารกิจในการเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วยนะครับ ขออนุญาตท่านชุมพล ศิลปอาชา ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่นี้ผมยังนําเสนอต่อที่ประชุมนะครับว่า การพิจารณาใน ๓ ร่างนี้มีหลักการที่แตกต่างกัน ขอพิจารณาในการแยกร่างแต่ละร่างครับ และการลงมติก็แยกร่างด้วยครับ ขอท่านประธานวินิจฉัยด้วยนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มี ๒ ท่านเสนอแย้งกันอยู่ ใช่ไหมครับ เป็นญัตติใช่ไหมครับ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกในการที่จะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเพิ่มเติมนี่นะครับ ให้พิจารณาแยก ฟังความเป็นอย่างนั้น จริง ๆ แล้วในการพิจารณา ท่านประธานครับ ถ้าดูตามสาระและหลักการและเหตุผลของตัวร่างทั้ง ๓ ร่างแล้วนี่ ก็เป็นความเห็นของสภาว่า กรณีถ้ามีหลักการทํานองเดียวกัน ผมเน้นเลยทํานองเดียวกันสามารถมาพิจารณารวมได้ แต่ลงมติก็ลงแยกไป การพิจารณารวมหมายถึง ๑ ผู้เสนอก็เริ่มเสนอในท่านที่ ๑ ไป เสนอแยกอยู่แล้วครับ เสนอแยก ท่านที่ ๑ เสนอเสร็จนะครับ เจ้าของร่างที่ ๒ ก็เสนอ หลังจากนั้นเจ้าของร่างที่ ๓ เสนอ พอจบแล้วก็เป็นหน้าที่ของสมาชิกที่จะให้การพิจารณา อย่างนี้เรียกว่าการพิจารณารวมครับ แต่เสนอเสนอแยกครับ พิจารณารวมก็แล้วแต่ ความเห็นของเพื่อนสมาชิกว่าจะเห็นใน ๓ ร่างนี้อย่างไร ในหลักการและเหตุผล ที่ผมบอกว่า หลักการทํานองเดียวกันนะครับ ตรวจดูทั้ง ๓ ร่างนี้ร่างของคณะรัฐมนตรีมี ๕ หลักการ ร่างของเพื่อนสมาชิกมี ๓ หลักการ แต่ ๓ หลักการนี้อยู่ใน ๕ หลักการ ก็ใช้คําว่าเป็นทํานอง เดียวกันได้นะครับ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าอยากจะขออนุญาตท่านประธานได้พิจารณา ว่าน่าจะพิจารณารวมโดยการแยกแถลงหลักการและเหตุผลในพิจารณารวม แล้วก็แยกลงมติครับ กราบเรียนท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านบุญยอดครับ ผมได้รับทราบว่าเมื่อครู่นี้ท่านประธานรัฐสภาท่านได้หารือที่ประชุมแล้ว แล้วก็ตอนนั้น ไม่มีท่านผู้ใดขัดข้อง เพราะฉะนั้นผมก็ขอ ท่านว่าเลยครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกรัฐสภา ในขณะนั้น ท่านประธานรัฐสภาท่านถามว่ามีผู้ใดขัดข้องหรือไม่ ผมจึงลุกขึ้นยืนและผมขอแสดง ความเห็นว่าผมขัดข้องครับท่านประธาน จึงดําเนินการมาถึงขณะนี้นะครับ ผมยังยืนยันครับว่า ผมไม่เห็นด้วยในการพิจารณารวมกัน เพราะหลักการของทั้ง ๓ ร่าง มีหลักการแตกต่างกัน จึงขอเสนอพิจารณาแยกแต่ละร่าง และการลงมติแยกแต่ละร่างครับ ผมเป็นคนคัดค้านไว้ครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ ถ้าเพื่อนสมาชิกมีความประสงค์อย่างนั้นจริง ผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกรัฐสภา ก็คงจะต้องเป็นดุลยพินิจของท่านประธานครับ ท่านเปิดดูหลักการเลยครับ ผมไม่อยาก ให้การลงมติเป็นไปในลักษณะที่เป็นไปตามความเห็นของเพื่อนสมาชิกโดยที่ไม่ดูข้อเท็จจริง ถ้าเราดูข้อเท็จจริงนะครับ ใครก็บอกได้ว่ามันเป็นลักษณะหลักการทํานองเดียวกัน เพราะ ๒ ร่าง มีหลักการอยู่ในร่างที่ ๓ จริงอยู่ครับร่างที่ ๓ อาจจะมีหลักการมากกว่า ๒ ร่าง แต่ ๒ ร่างนี้มีหลักการอยู่ในร่างที่ ๓ อย่างนี้ในความเห็นผมอยากให้ท่านประธาน เป็นผู้วินิจฉัยไปเลยครับว่าลักษณะอย่างนี้เป็นหลักการทํานองเดียวกันไหม ไม่ต้อง ถามสภาหรอกครับ ถ้าถามสภาก็คือลงมติครับ ถ้าลงมติก็รบกวนเพื่อนสมาชิกอีกเขาต้อง เข้ามาลงมติว่าจะมายืนยันว่าอันนี้คือหลักการทํานองเดียวกันไหม มายืนยันว่าจะพิจารณา แยกหรือเปล่า ก็ด้วยความเคารพครับท่านประธานครับ ประเด็นการลงมติอย่างนี้ เป็นการรบกวนเพื่อนสมาชิกโดยใช่เหตุครับ ไม่มีความจําเป็นใด ๆ เลย ขออนุญาตพูดความจริงครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านข้างหลังครับ

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่าได้พิจารณากฎหมาย มาจํานวนมากแล้ว แล้วกฎหมายการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ โดยหลักการก็คือแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๓๖ และมาตรา ๒๙๑ ทั้ง ๓ ฉบับ มีหลักการแก้ไข ๒ มาตรานี้เท่านั้นเหมือนกัน แต่ในรายละเอียดอาจจะเพิ่มวงเล็บเข้าไป เพราะฉะนั้นโดยสรุปหลักการก็คือเป็นหลักการ อันเดียวกันมันไม่ได้เหมือนกันทุกตัวอักษรหรอกครับ แต่ว่าเป็นหลักการอันเดียวกัน และทํานองเดียวกันไม่มีอะไรที่จะต้องพิจารณาแตกต่างไปอีกครับ จากตัวหนังสือทั้ง ๓ ร่างครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ แต่ว่า สภาของเรามีธรรมเนียมปฏิบัตินะครับ ถ้าหากว่าเรามีความเห็นไม่ตรงกันผมก็จําเป็นจะต้อง ขอมตินะครับ มีความเห็นว่าแยกพิจารณา แยกลงมติตามข้อเสนอของท่านบุญยอดนะครับ ขอเชิญเพื่อนสมาชิกลงมติครับ เชิญท่านวิชาญครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านนิดเดียวครับ ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา เมื่อครู่ท่านบุญยอดเพียงแต่ว่าสอบถามความคิดเห็นนะครับว่าท่านมี ความเห็นส่วนตัวในเรื่องดังกล่าวที่จะต้องแยก ส่วนคุณหมอชลน่านก็มีความเห็นว่าควรจะ รวมได้ ทีนี้ไม่มีการเสนอญัตติทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วท่านประธานบอกว่าให้ลงมติไม่มีผู้รับรอง ไม่มีการเสนอญัตติ แล้วจริง ๆ แล้ว ธรรมเนียมปฏิบัติในการเสนอกฎหมายหลายร่าง เราก็ต้องยึดถือร่างใดร่างหนึ่ง ทีนี้ขณะนี้ยังไม่เข้าสู่กระบวนการเลยครับ ยังไม่มีใครอ่านร่าง แต่ละร่างเลยท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นไรครับ ผมขอบคุณครับ ท่านบุญยอดเสนอเป็นญัตติไหมครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกรัฐสภา จริง ๆ ท่านประธานถามความเห็นว่ามีใครจะเห็นคัดค้านหรือไม่ ผมก็ลุกขึ้นเพื่อแสดง ความเห็นคัดค้าน เมื่อมีคนเห็นคัดค้านอย่างที่ท่านประธานรัฐสภามีวินิจฉัยเมื่อสักครู่แล้วครับ ผมเห็นคัดค้านแย้งไว้ เมื่อเห็นไม่ตรงกัน ท่านก็คงจะต้องขอมตินะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าท่านอยากจะขอให้เป็นญัตติ ผมก็ขอผู้สนับสนุนญัตติครับว่าผมเห็นว่าให้เป็นการแยก ในการพิจารณาและแยกการลงมติครับ ขอผู้สนับสนุนครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ถูกต้องนะครับ เชิญครับ

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอทั้งออกความเห็นและเสนอญัตติด้วยนะครับ ที่ผ่านมามีกฎหมายหลาย ๆ อย่างที่มันเหมือน ๆ กัน เวลาอภิปรายไป ๆ มา ๆ มันก็พันกัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ การพิจารณา พ.ร.ก. ที่ผ่านนะครับ ตอนแรกจะให้แยก เอาไปเอามา พันกันหมดเลยนะครับ เพราะฉะนั้นในแง่ปฏิบัติมันก็ไปด้วยกัน แต่ในเมื่อมีท่านสมาชิก เสนอว่าอยากจะให้แยก ผมก็เสนอญัตติว่าขอให้พิจารณารวมนะครับ เพราะว่าหลักการ อันเดียวกันครับ การอภิปรายก็ง่ายประหยัดเวลาด้วยครับ ขอบคุณครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ

(พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบเพื่อทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)

เชิญเพื่อนสมาชิกเตรียมตัว ลงมติครับ กดบัตรแสดงตนด้วยครับ ท่านสมาชิกเข้ามาแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนนะครับ ท่านมีอะไรครับ เชิญครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ เมื่อครู่สมาชิกกําลังทานอาหารอยู่ รอนิดหนึ่งครับ ท่านอย่าเพิ่งเร่งรีบครับ ท่านประธาน อีกหลายท่านครับ หลังจากยื้อประชุมมานานตั้งแต่เช้า พี่น้องสมาชิกรัฐสภาของเรา หิวข้าว รออีกนิดหนึ่งครับท่านประธานครับ อย่าเร่งรีบครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญคุณหมอครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกรัฐสภา เพื่อความชัดเจนในการลงมตินะครับ ก็จะได้เป็นวิธีการปฏิบัติที่จะดําเนินการต่อไปกรณีมีการลงมตินะครับ เมื่อเพื่อนสมาชิก เสนอแยกพิจารณาแยกลงมตินะครับ กระผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานว่า คําว่า แยกลงมติ ไม่ได้คัดค้าน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ไม่จําเป็นต้องไปขอความเห็นจากที่ประชุม ในขณะนี้ ไม่ได้คัดค้านครับ แต่วิธีการที่ผมได้นําเรียนไปแล้วว่าวิธีการแยกลงมติสามารถ ทําได้ ๒ กรณี ถ้าจะใช้เวลาทั้งวันก็ทีละฉบับ ทีละฉบับ แต่ถ้าสมาชิกท่านหนึ่งลุกขึ้น ให้ความเห็นในคราวเดียวกันไปทั้ง ๓ ร่าง ร่างที่ ๑ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็แจ้งกับที่สภาแห่งนี้ ร่างที่ ๒ เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็แจ้งกับสภาแห่งนี้ หรืองดออกเสียงก็บอกไป ร่างที่ ๓ บอกว่า เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็เป็นการแยกลงมติได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ไม่ควร ที่จะต้องมาโหวตครับ ไม่ต้องจะลงคะแนน เดี๋ยวมันจะมีความสับสน กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญกดบัตรแสดงตนนะครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ส่งผลได้ครับ ขณะนี้มีสมาชิก เข้าประชุม ๓๖๕ ท่าน

ผมจะขอมตินะครับ หากท่านผู้ใดเห็นด้วยกับข้อเสนอของ ท่านบุญยอด คือ ให้แยกพิจารณาแยกลงมติให้กด เห็นด้วย นะครับ หากไม่เห็นด้วยกด ไม่เห็นด้วย นะครับ มีท่านผู้ใดไม่เข้าใจครับ เชิญกดบัตรแสดงตนครับ หากท่านผู้ใดเห็นควรให้แยกพิจารณา แยกลงมติ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย นะครับ หากผู้ใดเห็นแย้งกด ไม่เห็นด้วย เชิญออกเสียงครับ เชิญคุณหมอครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องขออนุญาตก่อนที่ประธานจะประกาศคะแนน ผมเกรงว่าคะแนนออกมาแล้วจะเกิด ปัญหาในการที่จะนําไปบังคับใช้ต่อ เรื่องที่ท่านประธานบอกว่าแยกพิจารณาแยกลงมติ ถ้าเกิดคะแนนเสียงออกมาแยกพิจารณา แยกลงมติ ไม่ชนะ คือแพ้นะครับ มันจะแปลความว่า รวมพิจารณา รวมลงมติทันที ผมได้ทักท้วงไว้ครับ ประเด็นแยกลงมติซีกเสียงข้างมาก และสมาชิกวุฒิสภาหลาย ๆ ท่านก็เห็นด้วยว่าควรจะแยกลงมติ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ผมอยากให้ท่านประธานตัดตรงนี้เลยครับว่าเอาเฉพาะเรื่องรวมพิจารณาพอครับ เอาเฉพาะ ประเด็นเรื่องของญัตติรวม หรือแยกพิจารณาพอครับ ให้เป็นความเห็นของรัฐสภาไป ส่วนเรื่องการลงมติตรงกันครับ ไม่จําเป็นต้องออกเสียงครับ มันตรงกันอยู่แล้ว แต่วิธีการ เท่านั้นเองที่เราจะมาคุยในรายละเอียดกันครับ เพราะเกิดออกมาปุ๊บมันจะแปลความว่า รวมพิจารณา รวมลงมตินะครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญครับ

นายคมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล ท่านประธานครับ ต้องขอ ความกรุณาท่านประธานให้แยกเรื่องตั้งคําถามเป็น ๒ เรื่องด้วยกัน เพราะว่าตามที่คุณหมอ ได้เกริ่นนํามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วว่า ถ้าท่านถามเป็น ๒ เรื่องด้วยกัน ตัวสุดท้ายที่ว่า แยกการลงมติมันก็จะไปเข้าเรื่องเกี่ยวกับการแยกเรื่องการพิจารณา เพราะฉะนั้นความสับสน จะเกิดขึ้น ท่านถามประเด็นเดียวครับ เพราะว่าประเด็นท้ายความเห็นเราตรงกันอยู่แล้วว่า ต้องแยกการลงมติครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้น ผมขอทําความเข้าใจใหม่นะครับ ถามความเข้าใจใหม่นะครับ ล้างเมื่อสักครู่ก่อน เมื่อสักครู่ ล้างไปก่อนนะครับ ผมจะขอมติว่าจะรวมการพิจารณาทั้ง ๓ ฉบับ หรือแยกการพิจารณา ส่วนการลงมตินั้นเราคงจะเหมือนกันนะครับ ลงมติทีละฉบับนะครับ อันนั้นจะไม่ถามนะครับ ผมขอถามว่าที่ประชุมเห็นควรรวมการพิจารณา ถ้าท่านเห็นควรรวมการพิจารณาให้กด เห็นด้วย นะครับ หากเห็นควรแยกการพิจารณาให้กด ไม่เห็นด้วย เชิญออกเสียงครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)

ส่งผลครับ เชิญครับ เดี๋ยวนะครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๔๔๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๕๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗๙ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๓ ท่านนะครับ แปลว่าที่ประชุมเห็นว่าให้รวม การพิจารณานะครับ เชิญครับ ข้างหลังเชิญครับ

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ผมลงมติ เห็นด้วยนะครับ ขอให้บันทึกไว้ด้วย ผม ขจิตร ชัยนิคม หมายเลขที่ ๒๙ ครับ เมื่อครู่ กดผิดพลาดครับ สับสนครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ

เชิญท่านหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาครับ

นายชุมพล ศิลปอาชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา สมาชิกรัฐสภา กระผม และคณะ จํานวน ๑๒๘ ท่าน ขอเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... เพื่อพิจารณาดังนี้

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนี้

(๑) กําหนดให้รัฐสภาเป็นผู้ให้ความเห็นชอบสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ ประเภท ที่เสนอโดยสภาของสถาบันอุดมศึกษา องค์กรภาคเศรษฐกิจสังคมและภาคเอกชน (เพิ่มเติม (๑๗) ของมาตรา ๑๓๖)

(๒) กําหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพี่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งสมาชิกทั้งสองสภาย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย และหากเกิดกรณีร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา จึงกําหนดให้ประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่หรือไม่เห็นชอบ กับร่างรัฐธรรมนูญ (เพิ่มเติมหมวด ๑๖ การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗)

เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง ทําให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ เกิดความไม่มั่นคงและต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการได้มาซึ่งองค์กรที่ใช้อํานาจอธิปไตย และการได้มาซึ่งบุคคลในองค์กรอิสระต่าง ๆ ขาดการเชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชน และขัดต่อหลักความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีระบบ การถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีประสิทธิภาพ ทําให้เกิดความเสียหายต่อระบบอํานวยความยุติธรรมกับประชาชน เปิดช่องให้มี การเลือกปฏิบัติเป็นสองมาตรฐาน และมีการใช้ดุลพินิจเกินขอบเขต

กระผมและคณะจึงเห็นเป็นการสมควรกําหนดให้มีวิธีการจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ทั้งฉบับ โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้จัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีต้นแบบมาจากมาตรา ๒๑๑ เมื่อปี ๒๕๓๘ สมัยท่านอดีตนายกรัฐมนตรี บรรหาร ศิลปอาชา เป็นผู้ดําเนินการ จึงจําเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญฉบับนี้

ท่านประธานครับ ณ ถึงบัดนี้ทางพรรคชาติไทยพัฒนามีความเห็นว่า ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมีการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับใหม่ เหตุผลสําคัญก็คือว่าข้อโต้แย้งต่าง ๆ ขณะนี้ที่ปรากฏมาโดยตลอดระยะเวลา ๔-๕ ปีด้วยกัน ต่างฝ่ายก็ต่างก็กล่าวหาว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ไม่ดี มาจากวิถีทางที่ไม่ชอบธรรม ทางฝ่ายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ก็บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ นั้น ก็เป็นรัฐธรรมนูญที่มีจุดบกพร่อง ให้อํานาจฝ่ายบริหารมากเกินไป ดังนั้นการพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ดําเนินการ มาโดยตลอดระยะเวลา ๔ ปีที่ผ่านมา เป็นการแก้ไขในลักษณะทีละประเด็น การแก้ไข ในลักษณะทีละประเด็นก็ไม่ประสบผลสําเร็จ มักจะมีการต่อต้านกันอยู่เสมอโดยกล่าวอ้างว่า เป็นการแก้ไขเพื่อบุคคลบางคน แก้ไขเพื่อพรรคการเมืองบางพรรค ดังนั้นเพื่อที่จะ ลบข้อโต้แย้ง ข้อถกเถียงรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ หรือรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญฉบับใดจะดีกว่ากัน ทางพรรคชาติไทยพัฒนาเราจึงเห็นว่าต้นแบบมาตรา ๒๑๑ ที่เคยนํามาใช้จนประสบความสําเร็จเมื่อปี ๒๕๔๐ แล้วนั้น น่าจะเป็นต้นแบบที่นํามาใช้ เพื่อที่จะประสานความขัดแย้งในสถานการณ์ขณะนี้ได้เป็นอย่างดี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมอยากจะกราบเรียนว่ารูปแบบของสภา ร่างรัฐธรรมนูญ ตามที่เสนอขึ้นมานั้นเป็นรูปแบบที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประกอบไปด้วย ตัวแทนของทุกภาค แล้วก็ทุกจังหวัด และมีนักวิชาการที่เกี่ยวข้องทั้งทางด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐสภาชุดนี้ จะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบแก่บรรดานักวิชาการต่าง ๆ เหล่านั้นจํานวน ๒๒ ท่านด้วยกัน ในกรณี รูปแบบของสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ กรณีหากหวาดระแวงว่า สสร. จะทําปู้ยี่ปู้ยํา กับรัฐธรรมนูญเพื่อคนใดคนหนึ่ง หรือพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือมีวาระซ่อนเร้นอะไร ก็ตามที ในร่างของพรรคชาติไทยพัฒนาได้กําหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อยกร่างเสร็จ เรียบร้อยแล้วต้องกลับเอาเข้ามาให้รัฐสภาชุดนี้เห็นชอบก่อน ด้วยวิธีการนี้รัฐสภา ก็จะสามารถตรวจสอบความโปร่งใสและความถูกต้องได้ก่อนที่จะมีผลใช้บังคับ ที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากว่า สสร. นั้นจะไปทําเพื่อคนใดคนหนึ่งเพื่อพรรคการเมือง พรรคใดพรรคหนึ่ง หรือแม้กระทั่งว่าจะไปซ่อนเร้นอะไรเข้าไว้ในนั้น คงกระทําได้ลําบาก ในรูปแบบของ สสร. ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งนักวิชาการและมาจากทุกภาคส่วนของประเทศไทยเรา ดังนั้นเมื่อไปยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วเป็นห่วงกันว่าจะมีซ่อนเร้น เอากลับเข้ามาสู่รัฐสภา อีกครั้งหนึ่งเลยครับ ไม่ต้องตรงไปที่ลงประชามติ ตรงไปลงที่ประชามติก็เดี๋ยวจะมีข้อครหาอีก ดังนั้นเอาเข้ามาสู่รัฐสภาชุดนี้ให้ท่านสมาชิกวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ ความโปร่งใสกันอีกครั้งหนึ่งว่ามีอะไรที่ต้องมาปู้ยี่ปู้ยํารัฐธรรมนูญหรือเปล่า มีการซ่อนเร้นอะไร หรือเปล่า ทําเพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่งหรือพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งหรือเปล่า ดังนั้นโดยวิธีนี้จะขจัดข้อครหาที่ท่านสมาชิกทั้งหลายได้อภิปรายไปว่าจะเป็นการไปซ่อนเร้น อะไรกันขึ้นมา สสร. ทุกคนก็อาจจะถูกล็อกมาในแต่ละที่ก็ได้ ในกรณีเมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอให้นํากลับมาเข้ารัฐสภาตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง โดยวิธีนี้ถ้ารัฐสภาตรวจสอบแล้วเห็นว่าไม่ถูกต้อง มีการกระทําอันใดที่ส่อไปในทางที่ ไม่เป็นประชาธิปไตย รัฐสภาชุดนี้ก็ไม่รับรองรัฐธรรมนูญฉบับนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนั้น ก็ต้องตกไป ด้วยวิธีนี้ละครับคือเป็นวิธีการที่จะทําให้ความโปร่งใส และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาสามารถตรวจสอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ ถ้าหากรัฐสภาชุดนี้ไม่เห็นชอบ เราก็วกไปหากระบวนการลงประชามติ เรฟเฟอเรนดัม (Referendum) ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง เช่นเดียวกันกับในโครงร่างของมาตรา ๒๑๑ เมื่อสมัยปี ๒๕๓๘ ท่านประธานสภาครับ ทําไมถึงจะต้องมายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ตลอดระยะเวลา ๔-๕ ปี เราพยายามแล้ว พยายามอีกครับที่จะแก้ไขจุดอ่อนต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ด้วยการนําเสนอแก้ไข ทีละประเด็น ๆ ไป แต่ไม่เคยประสบผลสําเร็จเลย เมื่อแก้ไขไม่ได้ แต่ผลกระทบจาก รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันทําให้ระบบพรรคการเมืองเป็นอัมพาตไปหมด เวลานี้ พรรคการเมืองถูกยุบเป็นว่าเล่น พรรคที่ตั้งขึ้นมามีความต่อเนื่องถึง ๓๕ ปีก็ถูกยุบไปดื้อ ๆ เวลานี้เหลืออยู่พรรคเดียวที่มีอายุ ๖๕ ปีที่ยังรอวันที่จะถูกยุบเมื่อไรก็ไม่ทราบ ดังนั้นถ้าเรา ไม่ได้มีการแก้ไขทีละประเด็น โดยเฉพาะมาตราที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ถ้าไม่ได้แก้ อนาคตพรรคการเมืองสูญพันธุ์แน่ สภาพพรรคการเมืองตอนนี้เป็นอย่างไรครับท่านประธาน เป็นสภาพพรรคการเมืองนอมินี (Nominee) ทั้งนั้น กรรมการบริหารก็นอมินี ทุกคน หลบฉากหมด ไม่ยอมเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง อย่างนี้สภาพของพรรคการเมือง เมืองไทย เวลานี้กลายเป็นสภาพตกอยู่ในมือของคนขับรถบ้าง คนสวนบ้าง คนใช้ในบ้านบ้าง สภาพอย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรในประเทศไทย เราจะพัฒนาพรรคการเมืองของประเทศไทย ไปสู่แนวทางประชาธิปไตยให้ดีขึ้น ทําไมเราต้องมีบทบัญญัติและข้อจํากัดลักษณะอย่างนี้ ทําให้การพัฒนาระบบพรรคการเมืองมันเดินต่อไปไม่ได้ บทบัญญัติบางมาตราบัญญัติขึ้นมา ไม่ทราบมีเจตนาอะไร คนคนหนึ่งทําผิดในพรรคการเมือง ถูกกล่าวหาว่าทําผิด ผิดจริง ไม่จริงไม่รู้ล่ะ แต่เมื่อ กกต. วินิจฉัยว่าได้ทําผิดทุจริตในการเลือกตั้ง คนคนเดียวนี่ทําผิด ในบ้าน กล่าวหาว่าทําผิด เสร็จแล้วบัญญัติต่อไปว่าคนในบ้านทั้งบ้านนั่นต้องทําผิดด้วย หรือว่า ทําผิดด้วย สมมุติบ้านนั้นมีคน ๑๐๐ คน คนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าทําผิด อีก ๙๙ คนก็ถือว่า ทําผิดด้วย มิหนําซ้ํายิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน บ้านคือที่อาศัย มันเป็นนามธรรม ไม่ใช่ รูปธรรม เป็นอาคารสถานที่ เป็นโต๊ะเป็นเก้าอี้ต่าง ๆ ไม่ได้ทําผิดอะไรกับเขาเลย บทบัญญัติ อันนี้เขาบอกว่าต้องรื้อบ้านนั้นทิ้งตามไปด้วย

ประการที่ ๑ ไม่ใช่เฉพาะลงโทษคนที่ถูกกล่าวห่าวากระทําความผิดเท่านั้น

ประการที่ ๒ ยังถือว่าคนทั้งหมดที่อยู่ในพรรคหรือในบ้านกระทําความผิดด้วย เท่านั้นไม่พอ ถือว่าบ้านอันนั้นก็ทําผิดด้วยต้องรื้อทิ้งให้หมด

สภาพอย่างนี้มันเกิดขึ้นมาตลอดระยะเวลา ๔ ปี พรรคการเมืองบางพรรค ถูกยุบแล้วยุบอีก ยุบแล้วยุบอีก ต้องไปจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ รวมทั้งพรรคชาติไทยพัฒนา ของผม แม้กระทั่งจะยุบพรรคชาติไทยทั้งทีนี่นะครับ ทําไมจะต้องทําลุกลี้ลุกลน เอาคําวินิจฉัยเก่า ๆ ที่เคยยุบพรรคอื่นมาลอกแล้วมาเขียนเพื่อยุบพรรคชาติไทย คนที่เป็น ผู้ถูกกล่าวหา ขอประทานโทษท่านประธานครับ ขอเอ่ยเลยจะได้ชัดเจนยิ่งขึ้นคือ นายมณเฑียร สงฆ์ประชา เป็นรองเลขาธิการพรรคชาติไทย แต่ในคําวินิจฉัยตอนอ่าน ไม่ทราบว่าไปเอาคําวินิจฉัยเดิมมาก๊อปปี้ เป็นแต่เพียงไม่ได้เปลี่ยนตําแหน่ง บอกว่า นายมณเฑียร สงฆ์ประชา เป็นรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เป็นไปได้อย่างไรครับ จะลงโทษคนทั้งที ไปบอกตําแหน่งเขาไปอยู่พรรคอื่น พอโดนทักท้วงเข้าก็เปลี่ยนใหม่เสีย ก็เปลี่ยนใหม่ ขอโทษ เขาก็อ่านว่า รองเลขาธิการพรรคชาติไทย ลักษณะอย่างนี้ผมไม่ทราบว่ามีเจตนาอะไร จะยุบพรรคชาติไทยทั้งที ยุบให้สง่างามหน่อยครับ ไม่ใช่ทํากันอย่างนี้ ไม่ถูกเลย อันนี้คือปัญหาอันหนึ่งที่สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เวลานี้ ณ ถึงปัจจุบันนี้ มีข้อศึกษาให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ อยู่มากมาย นับตั้งแต่ข้อเสนอของท่าน ส.ว. ดิเรก ถึงฝั่ง และคณะ ก็พยายามเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แบบทีละประเด็น มาโดยตลอด แต่ก็ไม่มีใครรับฟัง ข้อเสนอของ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ก็นําเสนอมาแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมืองมาอย่างดี มีข้อความ มีถ้อยคํา มีหลักการที่ดีมากก็ไม่ได้รับการประสานต่อ ข้อเสนอของท่านอานันท์ ปันยารชุน ซึ่งเสนอ เรื่องปฏิรูปโครงสร้างอํานาจของประเทศก็ไม่ได้มีใครรับฟังจนกระทั่งบัดนี้ ข้อเสนอ ของนายแพทย์ประเวศ วะสี เรื่องปฏิรูปประเทศ หรือแม้กระทั่งข้อเสนอของท่านดอกเตอร์คณิต ณ นคร ทั้งหมดนี่มีการศึกษา มีการดูแล วิจัย ถึงสภาพปัญหาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ว่ามันส่งผลอย่างไร ตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นขึ้นมา เราจะไปบอกว่าทั้ง ๕ คณะ ไม่ว่าศาสตราจารย์ประเวศ อาจารย์อานันท์ ปันยารชุน หรือดอกเตอร์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ หรือว่าคุณดิเรก ถึงฝั่ง ทําข้อเสนอทั้งหมดเพื่อส่วนตัวอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่ครับ ทุกคน เห็นสภาพปัญหาว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่าไปบอกเลยไม่มีความจําเป็นต้องแก้ไข ขอให้ยอมรับความจริงกัน ทุกฝ่ายควรจะยืนอยู่บนจุดของประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนได้แล้ว ถึงเวลาที่บ้านเมืองมันควรจะยุติและสงบ ความอคติทั้งหลายมันก็ควร จะเสร็จสิ้นไป ดังนั้นข้อเสนอของพรรคชาติไทยพัฒนา จึงให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ อันนี้ โปร่งใส เป็นคณะบุคคลสามารถตรวจสอบ ถ้าทํามีการหมกเม็ดอะไร ก็เอากลับเข้าสู่รัฐสภา วิพากษ์วิจารณ์กันได้อีก อย่างไรก็ตามทีนะครับ ไม่ใช่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น ไม่มีข้อดี มีข้อดีอยู่เป็นจํานวนไม่น้อยนะครับ พูดด้วยความเป็นธรรม นี่ก็ยกตัวอย่างเช่นเป็นต้นว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไปให้อํานาจวุฒิสภาเขามากเกินไป ให้อํานาจวุฒิสภาทั้งคัดเลือก และเห็นชอบ ปัญหามันถึงได้เกิดขึ้นว่าวุฒิสภานั้นมีอํานาจเบ็ดเสร็จในการเลือกบุคคล เข้าดํารงในองค์กรอิสระทั้งหมด องค์กรอิสระทั้งหมด ดังนั้นวุฒิสภาสมัยนั้น ขอประทานโทษนะครับ ผมเองก็อยู่ในวุฒิสภาสมัยนั้น จึงมีสมญานามว่าเป็นสภาทาสก็เพราะว่าให้อํานาจทั้งคัดเลือก และสรรหา ทั้งสรรหาและคัดเลือก อํานาจอยู่ในคนคนเดียว และองค์กรองค์กรเดียว ปัญหาจึงได้เกิดขึ้นมากมาย การวิ่งเต้น การล็อบบี้ (Lobby) ต่าง ๆ นั้นมีไม่สิ้นสุด ไม่ว่า วุฒิสภาชุดนี้ก็ตามทีเมื่อผลประโยชน์มาถึงเมื่อไรละก็ การล็อบบี้นั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศ ที่สับสนวุ่นวายที่สุดเช่นเดียวกัน แต่ในสมัยวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นมีมากกว่าครับ เพราะองค์อํานาจเด็ดขาดอยู่ที่วุฒิสภา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ได้แก้ไขประเด็นนี้ทําให้ภาพพจน์ของวุฒิสภาดีขึ้น กล่าวคือตัดอํานาจในการสรรหาออกไปเสีย ให้มีคณะกรรมการสรรหาขึ้นมาชุดหนึ่ง เสร็จแล้วก็ให้วุฒิสภาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ เท่านั้นพอนะครับ อันนี้เป็นจุดที่ดีมากสําหรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ได้แก้ไขจุดอ่อน ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่ท่านประธานสภาที่เคารพครับ แทนที่จะเป็นการแก้ปัญหา มันก็เลยกลับเพิ่มปัญหาขึ้นมาอีก กรณีถ้าว่าวุฒิสภาไม่เห็นชอบกับชื่อที่คณะกรรมการสรรหา เสนอมา แล้วคณะกรรมการสรรหายังสามารถที่จะยืนยันชื่อเหล่านั้นไปยังวุฒิสภาได้อีก ถึงตอนนี้ละครับ ถ้าวุฒิสภาไม่เห็นด้วยหรือไม่ชอบ ถือว่ารายชื่อนั้นเห็นชอบ ท่านประธานครับ มันอะไรครับ คณะกรรมการสรรหานี่ไปใหญ่กว่าองค์กรวุฒิสภาได้อย่างไร ไม่ได้ครับ เมื่อองค์กรวุฒิสภาไม่เห็นชอบ คณะกรรมการสรรหาก็ต้องไปสรรหามาใหม่ ไม่ใช่แค่ยืนยัน ชื่อเก่าแล้วก็ต้องเอาตามชื่อนั้น อย่างนั้นคณะกรรมการสรรหาก็ใหญ่กว่าองค์กร อํานาจอธิปไตยอย่างนั้นหรือ อันนี้ละครับ คือจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อีกอันหนึ่ง มีทั้งข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัวของมันเองในการแก้ไข ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมเจอปัญหา ได้รับการเลือกตั้ง เป็นสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี ๒๕๔๓ รอมาจน ๔-๕ เดือน ไม่สามารถประชุมสภาได้สักทีหนึ่ง เพราะศาลรัฐธรรมนูญไปตีความว่า ส.ว. ต้องได้รับการเลือกตั้งมาครบ ๒๐๐ คน โอ้โห กว่าจะครบ ๒๐๐ คน กินเวลาไปเท่าไรครับ ๕-๖ เดือนด้วยกัน ระหว่างนั้นผมได้รับเงินเดือนฟรี งานก็ไม่ได้ทํา ขณะเดียวกันสมาชิกวุฒิสภาซึ่งหมดอายุไปแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญก็วินิจฉัยว่า ทํางานไม่ได้ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ สุญญากาศมันเลยเกิดขึ้นเกือบ ๕ เดือนในสมัยนั้น วุฒิสภา ก็เลยว่างเว้นกัน ไม่มีวุฒิสภาทั้งเลือกตั้งแล้วก็ชุดแต่งตั้งเดิม ทําให้การทํางานของวุฒิสภา เป็นปัญหามาก รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ได้ไปแก้ไขจุดนี้ ดีมากอันนี้ครับ ก็ต้องขอชม ไปแก้ไขว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าได้รับการประกาศรับรองแล้วก็สามารถเปิดประชุมสภาได้ แล้วก็ยังเขียนเลยไปถึง ส.ส. เราด้วย ว่าถ้า ส.ส. ได้มา ๙๕ เปอร์เซ็นต์ สามารถเรียกประชุมได้ ไม่ต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ครบถ้วนทั้งหมด อันนี้ก็คือจุดดีอีกจุดหนึ่งของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งต้องคงไว้นะครับ

ประการที่ ๓ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นี้สร้างปัญหา จะว่ารัฐธรรมนูญ สร้างปัญหา หรือศาลรัฐธรรมนูญสร้างปัญหาก็ไม่รู้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้เขียนเอาไว้ว่า รัฐมนตรีที่ต้องคําพิพากษาให้จําคุก ก็ต้องพ้นจากตําแหน่ง แต่ปรากฏศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไปตีความว่าคําว่า ต้องคําพิพากษาจําคุก นี่ต้องจําคุกจริง ๆ คือหมายความว่า ต้องไปนอนอยู่คุก ถึงจะหลุดจากตําแหน่ง มันเป็นไปอย่างนี้ได้อย่างไร แล้วก็มีกรณี รัฐมนตรีโดนเข้าก็เลยหลุดไป กระผมอยากจะกราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ไปแก้ไขใหม่แล้ว ไม่ใช่ต้องไปจําคุกจริง ๆ แค่เพียงการรอลงอาญาเท่านั้นก็พอ หรือแม้ว่าคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด ก็ต้องหลุดจากตําแหน่ง อันนี้เป็นข้อดีที่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ก็ได้แก้ไข แต่ท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันข้อเสียก็อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วในเรื่องของอํานาจ วุฒิสภา ในเรื่องของพรรคการเมือง พรรคการเมืองตอนนี้ถูกยุบเป็นว่าเล่นแล้วครับ เหลือพรรค ๖๕ ปี อยู่พรรคเดียวที่รอเวลาจะถูกยุบ เมื่อไรก็ไม่รู้ พรรคผมพรรคชาติไทย ๓๕ ปี เรียบร้อยโรงเรียนจีนไปแล้วนะครับ ไหน ๆ จะยุบพรรคชาติไทยทั้งที วันหลัง ก็ขออย่าทําลุกลี้ลุกลน แล้วอย่าอ่านผิด ๆ ถูก ๆ ก็แล้วกันนะครับ ขอฝากเอาไว้ด้วยนะครับ ไม่ได้หมิ่นประมาทศาลรัฐธรรมนูญ

ท่านประธานครับ จุดยืนของพรรคชาติไทยพัฒนาอยากจะกราบเรียนเสนอ อย่างนี้นะครับ ขอให้ สสร. ที่จะร่างต่อไปขอให้คงส่วนดีของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไว้ และเอาส่วนเข้มแข็งของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เข้ามาใช้ เข้ามาคงไว้ให้หมด เอาทั้ง ๒ อัน มาบวก จุดดี จุดแข็งของทั้ง ๒ อันมาบวกกันเข้าไป แล้วเพิ่มเติมแก้ไขมาตรา ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ตัดทิ้งไปให้หมด หรือจะปฏิรูปแม้กระทั่งที่มาของนายกรัฐมนตรี ก็น่าจะทําได้นะครับ สมัยท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไปสํารวจประชาชน ปรากฏว่าประชาชนเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์บอกว่านายกรัฐมนตรีควรจะมี ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่ตอนนั้นคณะกรรมการยกร่างไม่กล้า ก็เลยใช้ระบบวิธีการแยกอํานาจ กล่าวคือห้าม ส.ส. ไปเป็นรัฐมนตรี โดยบอกว่าเป็นขั้นตอนขั้นหนึ่งที่จะก้าวไปสู่ในการเลือกผู้บริหารโดยตรง ท่านประธานครับ เวลานี้องค์กรต่าง ๆ ของท้องถิ่นทั้งหมด เขาเลือกตั้งผู้บริหารโดยตรง มาหมดแล้วครับ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเลือกตั้งมาโดยตรงตั้งนานแล้ว สมัยปี ๒๕๒๗ ซึ่งผมกับพรรคพวกเป็นคนผลักดันขึ้นมาเอง อบจ. นายก อบจ. ก็เลือกตั้งโดยตรงแล้ว นายกเทศบาลก็เลือกตั้งโดยตรงแล้ว อบต. นายก อบต. ก็เลือกตั้งโดยตรงแล้ว พัทยา ก็เลือกตั้งโดยตรงแล้ว เวลานี้โครงสร้างข้างล่างทั้งหมดนี้ ผู้บริหารตามในโครงสร้างนั้น มีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงทั้งนั้น มันไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ขยับในเรื่องของ ในระดับชาติของเราด้วย มีเหลือค้างอยู่ที่นี่เท่านั้นเอง ทุกวันนี้สภาเราทํางานก็ไม่ได้ รัฐบาล ทํางานก็ไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างคอยเลื่อยขาเก้าอี้ซึ่งกันและกัน อย่างนี้งานประเทศชาติมันจะเดิน ตรงไหน เดินไม่ได้ ผมก็อยากจะขอกราบเรียนว่าในหลายประเด็นที่ควรจะนํามาศึกษาได้แล้วนะครับ อํานาจของฝ่ายนิติบัญญัติ ผมกราบเรียนว่ารัฐสภาเป็นผู้อนุมัติกฎหมายร่างพระราชบัญญัติ แต่ทําไมประธานรัฐสภาไม่มีอํานาจลงนามสนองพระบรมราชโองการพระราชบัญญัติ เรื่องนี้ก็ต้องนํามาปรับปรุงแก้ไข การเปิดประชุมสภา สมัยประชุมสภาก็ควรเป็นอํานาจ ของประธานรัฐสภา เวลานี้องค์กรปกครองท้องถิ่นทั้งนั้นเลยนะครับ นายกองค์กรปกครองท้องถิ่น ทุกคนมีอํานาจเรียกประชุมสภาของเขาเอง แต่ว่าประธานรัฐสภาของเราไม่มีอํานาจ เรียกประชุม ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมก็อยากจะกราบเรียนว่า ทางพรรคชาติไทยพัฒนาเราใคร่กราบเรียนเสนอว่าขอให้นําส่วนดีต่าง ๆ มาผนวกกันเข้าไป แล้วขอให้ทุกฝ่ายลดราวาศอกทิฐิซึ่งกันและกันนะครับ ขอให้เดินหน้าเสียทีครับ ในเรื่อง ของการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะการปฏิรูปการเมืองที่จําเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้าง ของรัฐธรรมนูญ ถ้าเราไม่ทํา วิกฤติการเมืองก็ดี วิกฤติสังคมที่เป็นมาโดยตลอด ๔-๕ ปีที่แล้วมา มันก็จะยังคงดํารงอยู่ เพราะมันมีคนบางคน พรรคบางพรรคที่บริสุทธิ์ ไม่ได้รับความเป็นธรรมนะครับ เรื่องพวกนี้ต้องแก้ไขเพื่อที่จะไม่ให้เกิดคดีขึ้นอีกในอนาคต องค์กรอิสระต่าง ๆ ที่ทํางานอยู่ เวลานี้ก็ยังขาดประสิทธิภาพอยู่ ก็จะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขใหม่ หน้าที่ขององค์กรอิสระ หลายองค์กรขี่กัน ต่างคนต่างทํางานซ้ําซ้อนกัน ก็คงต้องเอาไปปรับปรุงแก้ไข เขียนให้มัน ชัดเจนว่าใครมีหน้าที่อะไร ศาลปกครองมีหน้าที่อย่างไร เอาให้ชัดเลย ศาลรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่อย่างไร เอาให้ชัดเลย ไม่ใช่ต่างคนต่างมาทําในเรื่องเดียวกัน อันนี้ก็ไม่ค่อย จะถูกต้องนักนะครับ เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วกระผมก็อยากจะกราบเรียนว่าความจําเป็น ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงมีขึ้น แล้วก็ถึงเวลาแล้วครับ ผมว่าขอให้ทําเพื่อประชาชน ประเทศชาติกันเสียที ต้องแก้นะครับ ไม่แก้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นปัญหาต่าง ๆ มันจะปรากฏอยู่เรื่อย แล้วก็แก้ไขรัฐธรรมนูญทีละประเด็นไม่ได้แน่ละครับ ปิดประตูได้เลย ขืนแก้ไขทีละประเด็น วิกฤติก็เกิดขึ้นมาทีละประเด็นอีกเหมือนกัน ดังนั้นใช้วิธีการที่ได้ทําสมัย ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีบรรหาร ร่างมาตรา ๒๑๑ เอา สสร. เป็นทางออก แล้วก็ใคร อยากจะมีอะไรก็ไปพูดกันใน สสร. เสีย วิกฤติความขัดแย้งต่าง ๆ ขอให้ไปจบอยู่ใน สภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วไม่ต้องไปกลัวครับ สภาร่างรัฐธรรมนูญชุดนี้จะไปดําเนินการ ทําอะไรที่ปู้ยี่ปู้ยํากับรัฐธรรมนูญ หรือจะไปซ่อนเร้นอะไรเข้าไว้ สังคม ๖๕ ล้านคนสามารถ ดูแลได้ ผมถามว่าในร่างของพรรคชาติไทยพัฒนาให้เอาร่างรัฐธรรมนูญกลับเข้ามาสู่รัฐสภา ให้ตรวจสอบและให้เห็นชอบก่อนด้วย ด้วยวิธีนี้นะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงเลยครับ อะไรที่มัน ไม่สุจริต อะไรที่มันไม่สวยงาม สภาชุดนี้สามารถถกเถียง วินิจฉัยกันได้ แล้วไม่ต้องผ่าน ถ้ามันมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นที่ทําให้รัฐธรรมนูญต้องถูกปู้ยี่ปู้ยํานะครับ กระผมก็อยากจะ กราบเรียนจุดยืน แล้วก็เจตนารมณ์ของพรรคชาติไทยพัฒนาของเราที่ได้นําเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มาเพื่อ การพิจารณาของรัฐสภาครับ ขอบพระคุณมากครับ

(นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุนัย จุลพงศธร ครับ เชิญท่านประท้วงอะไรครับ พาดพิง เชิญครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปรายได้พูดถึงพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ซึ่งมีอายุถึง ๖๕ ปี พูดถึงกระบวนการของการยุบพรรค พูดถึงกระบวนการตุลาการที่ทําให้ พรรคของท่านนั้นต้องโดนยุบ เข้าใจว่าเนื้อหาของการอภิปรายของท่านนั้น ประกอบ ร่างรัฐธรรมนูญที่ท่านนําเสนอเข้ามาออกแนวเป็นลักษณะของการระบายความอึดอัด ที่พรรคโดนยุบ แล้วก็พาดพิงมาถึงพรรคผม ก็ต้องเรียนท่านประธานครับว่าถ้าผมไม่ลุกขึ้นมาพูด ผู้ที่ฟังอยู่อาจจะเข้าใจได้ว่าผมเห็นด้วยกับผู้อภิปราย

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ สั้น ๆ นะครับ เอาเฉพาะที่ท่านเสียหายนะครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ตรงนี้ละครับที่กําลังจะเรียนให้ท่านประธานทราบว่าถ้ากระผมไม่ลุกขึ้นมาพูด มันจะ กลับกลายเป็นว่ากระผมเห็นด้วยในสิ่งที่ท่านผู้อภิปรายพูดว่ากระบวนการตุลาการนั้น มีปัญหา จริง ๆ พรรคประชาธิปัตย์เองก็โดนคดียุบพรรคเช่นเดียวกันครับ แต่ว่า ศาลพิพากษาแล้วพ้นจากคดีโดยพรรคไม่ถูกยุบ ไม่ได้หมายความว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้น มีสิทธิเหนือพรรคอื่น ๆและแน่นอนครับว่ากรณีแบบนี้ถ้าถามคนที่ถูกตัดสินในเรื่องของ ความผิดต่าง ๆ นั้น ไม่มีใครยอมรับหรอกครับท่านประธาน ต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสินวินิจฉัย ออกมา พรรคประชาธิปัตย์เองก็อยู่ในกระบวนการเดียวกัน โดนฟ้องร้องคดียุบพรรค เช่นเดียวกัน และเราก็ผ่านกระบวนการตัดสินของศาลเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าผลที่ออกมานั้น ไม่ได้เป็นไปอย่างที่พรรคของท่านผู้อภิปรายโดน เพราะฉะนั้นถ้ากระผมไม่ลุกขึ้นพูด ก็จะเท่ากับว่ากระผมเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านผู้อภิปรายพูดว่ากระบวนการของตุลาการนั้น ไม่มีความเที่ยงตรง ซึ่งต้องยอมรับว่า ณ วันนี้ผมเชื่อว่าคุณภาพของรัฐธรรมนูญนั้น จริง ๆ แล้วยังอยู่ในมาตรฐานที่รับได้ แต่ปัญหามันกลายเป็นว่าคุณภาพของนักการเมือง ต่างหากที่ไม่ยอมรับคําตัดสินใจของศาลของตุลาการ ซึ่งผมคิดว่ากรณีแบบนี้จะไปอ้าง ไม่ได้หรอกครับว่าปิดท้ายพอพรรคโดนยุบแล้ว ท้ายที่สุดเกิดความเสียหายขึ้นกับสภา จนนักการเมืองต้องไปเอาคนรถเป็นผู้แทน คนใช้มาเป็นผู้แทน ไม่ใช่ครับ

(นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือเพื่อประท้วง ผู้ที่ประท้วงเมื่อสักครู่นี้ครับ ท่านผู้ประท้วงกล่าวประท้วงถึงท่านผู้อภิปรายก่อนหน้า ว่าผู้อภิปรายก่อนหน้านั้น ได้พาดพิงถึงพรรคการเมืองของท่านว่าพรรคการเมืองของท่าน มีอภิสิทธิ์ จริง ๆ ผู้อภิปรายก่อนหน้าท่านไม่ได้เอ่ยถึง แล้วก็ไม่ได้พูดถึงเลยนะครับว่า พรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งมีอภิสิทธิ์เหนือพรรคอื่น ไม่ได้พูดครับ ท่านพูดเพียงแต่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีบางมาตราที่เป็นไปในลักษณะที่ไม่เป็นธรรม และเป็นไปในลักษณะ ที่ตีรวมทั้งหมดว่าเป็นผู้ผิดทั้ง ๆ ที่คนที่กระทําความผิด

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ เข้าใจแล้วนะครับ เชิญทั้ง ๒ ท่านนั่งเถอะครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

เพราะฉะนั้นผมจึงต้องประท้วงครับท่านประธาน เพราะผู้อภิปรายไม่ได้กล่าวพาดพิงไปถึง พรรคการเมืองของท่าน เป็นเพียงกล่าวเพื่อแสดงความเป็นห่วงว่าวันหนึ่งข้างหน้า พรรคการเมืองของท่านอาจจะทําผิดหรือไม่ทําผิดก็อาจจะถูกยุบพรรคเหมือนอย่างพรรคพวกผม

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจแล้วครับท่านครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

ก็เป็นการแสดงความเป็นห่วงครับ พวกผมไม่ได้ไปพาดพิงถึงพรรคท่าน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ ผมฟังอยู่ครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

ท่านประธานครับ ผมเกรงว่าท่านผู้ประท้วงจะไม่เข้าใจเนื้อหาสาระที่ผมได้ลุกขึ้นพูดในเรื่องของ กรณีพาดพิง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ ไม่ได้เอ่ยถึง พรรคของท่านเลยนะครับ ผมฟังอยู่ เชิญท่านนั่งครับ

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

ท่านประธานครับ กรณีอย่างนี้มีอยู่พรรคเดียวละครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับท่าน เชิญท่านนั่งเถอะครับ ท่านเองก็ไม่ได้เสียหายนะครับ เชิญท่านนั่งนะครับ ขอบคุณครับ

เชิญท่านสุนัยต่อครับ ท่านเสนอร่างรัฐธรรมนูญนะครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สุนัย จุลพงศธร ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ๕ ปีที่ผ่านมามันมีข้อขัดแย้งกันเยอะ แต่ว่าถ้าเราจะเดินไปได้ราบเรียบ แล้วก็สามัคคีกันไปได้ เราก็ต้องจัดประสานงานกัน พรรคเพื่อไทยก็ได้ดําเนินการประสานงานโดยแบ่งงาน กันหลายสัดส่วนครับ ในส่วนของการนําเสนอ แม้ผมจะเป็นต้นร่างในการนําเสนอแต่ว่า พรรคได้มอบหมายให้ท่านอุดมเดช ประธานวิปเป็นผู้นําเสนอ และผมจะเป็นผู้กล่าวสรุป ตอนสุดท้ายครับท่านประธาน ขออนุญาตกราบเรียนให้ท่านอุดมเดชครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านอุดมเดชครับ

นายอุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสาผู้แทนราษฎร นนทบุรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม อุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังนี้

(๑) กําหนดให้รัฐสภาเป็นผู้ให้ความเห็นชอบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ประเภทที่เสนอโดยสภาของสถาบันอุดมศึกษา องค์กรภาคเศรษฐกิจสังคม และภาคเอกชน (เพิ่มเติม (๑๗) ของมาตรา ๑๓๖)

(๒) กําหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และกําหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ กับร่างรัฐธรรมนูญ (เพิ่มเติมหมวด ๑๖ การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๖)

เหตุผล โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ไม่ส่งเสริมระบบ พรรคการเมือง ทําให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ เกิดความไม่มั่นคงและต่อเนื่อง ในการบริหารราชการแผ่นดิน กระบวนการได้มาซึ่งองค์กรที่ใช้อํานาจอธิปไตย และการได้มา ซึ่งบุคคลในองค์กรอิสระต่าง ๆ ขาดการเชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชน และขัดต่อ หลักความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีระบบการถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการ และองค์กร อิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีประสิทธิภาพ ทําให้เกิดความเสียหายต่อระบบอํานวย ความยุติธรรมกับประชาชน เปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติเป็นสองมาตรฐาน และมีการใช้ดุลพินิจ ที่เกินขอบเขต

ปัญหาทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าว เป็นผลมาจากกระบวนการได้มา ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มิได้เป็นไปตามหลักการของการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ที่อํานาจสูงสุดในการปกครองประเทศเป็นของประชาชน แต่เป็นรัฐธรรมนูญ ที่สืบทอดจากอํานาจการกระทํารัฐประหาร อันเป็นการได้อํานาจการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ทําให้เกิดผลกระทบ ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญบางมาตราให้การรับรอง การกระทําของคณะรัฐประหาร โดยปราศจากการตรวจสอบ เป็นผลให้เกิดการเลือกปฏิบัติ โดยไม่เป็นธรรม เกิดความไม่เท่าเทียมกันของคนในสังคม ก่อให้เกิดความแตกแยก ในหมู่ประชาชน จนเกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย จึงเป็นการสมควร ที่จะจัดให้มีการ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีความเป็นประชาธิปไตย ทั้งกระบวนการจัดทําที่ให้ประชาชน มีส่วนร่วม และให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ และเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ อันจะส่งผล ให้ประเทศชาติมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยแท้จริง กล่าวคืออํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล ตลอดจนองค์กรตามรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐมีความเป็นนิติรัฐ โดยสมบูรณ์ ให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยเสมอภาคเท่าเทียมกัน และใช้อํานาจเป็นไปตามหลักนิติธรรมอย่างแท้จริง จึงจําเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญนี้

ท่านประธานที่เคารพครับ สาระสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งโดยหลักการแล้ว ในส่วนร่าง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๒๗๕ คน ที่ได้ลงลายมือชื่อ แล้วก็ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในครั้งนี้ เราเพียงแต่ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๙๑ โดยเพิ่มเติมหมวดที่ ๑๖ การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในสาระสําคัญก็คือว่าให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ประกอบไปด้วย สมาชิก ๒ ประเภท คือประเภทที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนโดยตรง โดยกําหนดให้จังหวัดละ ๑ คน และประเภทที่มาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุม ของรัฐสภาแห่งนี้ ซึ่งผ่านกระบวนการคัดเลือกจากสภาสถาบันอุดมศึกษา จํานวน ๒๒ คน โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งสองประเภทจะต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้บัญญัติไว้ ในขณะเดียวกันให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นผู้ดําเนินการในการจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญประเภทที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แล้วเสร็จภายใน ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลบังคับใช้ และให้ สภาสถาบันอุดมศึกษาคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์เพื่อเสนอให้เป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ และเสนอให้รัฐสภาเพื่อพิจารณาคัดเลือกให้เหลือจํานวน ๒๒ คน โดยในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมีองค์ประกอบ มีประธาน สภาร่างรัฐธรรมนูญ ๑ คน มีรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ๑ หรือ ๒ คน และได้รับ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ รวมถึงอํานาจหน้าที่และผลตอบแทนของประธาน รองประธานและสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๙ ถึง ๒๙๑/๑๐ ซึ่งได้กําหนดไว้ในสาระสําคัญ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในการทําร่างรัฐธรรมนูญให้สภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น ทําให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน กําหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้อกําหนด ข้อห้ามในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญซึ่งระบุไว้ ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ประเทศไทยซึ่งวันนี้เป็นที่ยอมรับกันว่า เป็นประชาธิปไตยจะมีรัฐธรรมนูญที่มาจากพี่น้องประชาชน จะมีรัฐธรรมนูญที่มีสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากพี่น้องประชาชนนั้น ผมเชื่อเหลือเกินว่าเป็นความสวยงาม ของระบอบประชาธิปไตย เราอย่าได้ไปคิดกังวลกับสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ พี่น้องประชาชนจะใช้สิทธิในการที่จะเลือกตัวแทนของเขาเหล่านั้นเข้ามาใช้อํานาจในการ ร่างรัฐธรรมนูญ อย่าไปกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นครับ ผมเชื่อเหลือเกินว่าผู้ที่จะมาเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญจะทําหน้าที่ของเขาให้ถูกต้องตามหลักนิติรัฐ ตามหลักนิติธรรมแล้ว ผมเชื่อว่าเขาเหล่านั้นคงจะมีความตั้งใจทําสิ่งที่เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ทุก ๆ คนนั้นมีที่มาแล้วก็มีสถานะของตนเอง ผมเชื่อเหลือเกินว่าการที่สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากพี่น้องประชาชนก็จะมีความภาคภูมิใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ท่านทั้งหลายที่นั่งประชุมอยู่ในสภานี้ ซึ่งก็เป็นตัวแทนจากประชาชนเช่นกัน

ด้วยเหตุผลสาระสําคัญที่ได้มีโอกาสนําเสนอในครั้งนี้ผมและสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๒๗๕ คน จึงได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... มา ณ โอกาสนี้ หวังว่าจะให้ท่านสมาชิกรัฐสภา ทุกท่านได้ให้การสนับสนุนแล้วก็ให้ข้อโต้แย้งในสิ่งที่เป็นประโยชน์ในการที่จะให้สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญได้นําไปใช้ปฏิบัติในกรณีที่จะได้มีโอกาสร่างรัฐธรรมนูญในโอกาสต่อไปครับ ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้กรุณามอบหมายให้ผม เป็นตัวแทนนําเสนอร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา โดยมีหลักการ และเหตุผลดังต่อไปนี้

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ดังต่อไปนี้

(๑) กําหนดให้รัฐสภาประชุมร่วมกันในกรณีการให้ความเห็นชอบสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมรัฐสภา และกรณีการให้ ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เพิ่ม (๑๗) และ (๑๘) ของมาตรา ๑๓๖)

(๒) กําหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อมีหน้าที่จัดทําร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่และกําหนดกระบวนการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ (เพิ่มหมวด ๑๖ การจัดทํา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗)

(๓) กําหนดให้มีการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีผลใช้บังคับ (มาตรา ๕)

เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรกําหนดให้มีวิธีการจัดทํารัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ทั้งฉบับเพื่อเป็นพื้นฐานสําคัญในการปฏิรูปการเมือง โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกสองประเภท ประเภทที่หนึ่งมาจากการเลือกตั้งในจังหวัด จังหวัดละ หนึ่งคน และประเภทที่สองมาจากรัฐสภาคัดเลือกบุคคลจากหลายสาขาอาชีพ รวมเป็น องค์กรในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ให้มี เสถียรภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุมัติ รัฐธรรมนูญโดยการออกเสียงประชามติได้ด้วย ทั้งนี้ โดยยังคงรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไว้ตลอดไป จึงจําเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย

ผมย้ํากับท่านประธานและท่านผู้ชมทางบ้าน บรรยากาศสับสน หลายคน แสดงความคิดเห็นว่าจะมีการรื้อโครงสร้างประเทศ จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสถาบัน ซึ่งเหตุผลได้บอกไว้แล้วว่า ทั้งนี้โดยยังคงรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขไว้ตลอดไป เพราะฉะนั้นใครที่พูดจาสองแง่สองง่ามก็ให้ประชาชนตัดสินได้ว่า บุคคลเหล่านั้นกําลังสร้างความเท็จ และรัฐบาลเสนอแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ไม่ใช่การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ตามที่เอาไปพูดจากันริมถนนรนแคม ย้ําอีกครั้งครับท่านผู้ชมทางบ้าน รัฐบาลขอแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่ได้แก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ประมวลกฎหมายอาญานั้นเป็นกฎหมายบังคับใช้ ในการลงโทษ แต่บทบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขโดย สสร. ต่อไปนี้ ซึ่งจะว่ากันวันข้างหน้า จะไปยกโทษ ยกผิดให้ใครไม่ได้ทั้งนั้น เพราะเราเห็นว่าพวกผมได้รณรงค์หาเสียง ตั้งแต่พรรคพลังประชาชน บอกเอาไว้ว่าถ้าพี่น้องประชาชนเลือกพวกผมเข้ามาเยอะ ๆ เราจะแก้ไขบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ เพราะเราปฏิเสธ เป็นรัฐธรรมนูญที่เริ่มต้นจากการปฏิวัติรัฐประหาร แล้วคณะปฏิวัติตั้ง สมช. เรียนตรง ๆ พวกผมไม่ชอบ พวกผมไม่เอา แต่พอเลือกตั้งได้ ๒๓๒ คน ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ ในระหว่างเป็นฝ่ายค้าน ๒ ปี ๗ เดือน ผมนั่งรถตระเวน ๒๐ จังหวัด ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ๒๗๐,๐๐๐ กิโลเมตร ได้บอกกับ พี่น้องประชาชนอย่างเปิดเผยว่าถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลและมีเสียงมากพอจะแก้ไข บทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นที่บอกว่าไม่ยอมบอก ไม่เปิดเผย ไม่แสดง เจตจํานง ใครที่พูดอย่างนั้นกล่าวเท็จ ผมพูดทุกเวที พูดทุกที่ว่าถ้าพรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้ง จะแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และการแก้ไขครั้งนี้ ถ้ารัฐบาลเอาเปรียบ รัฐบาลอยากแก้ตามอําเภอใจ รัฐบาลจะแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ทําไม

- ๔๔/๑ เพราะมาตรา ๒๙๑ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อนุญาตให้ ๔ ฝ่าย แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ ๑. คือรัฐบาล ๒. ผู้แทน ๑ ใน ๓ เสียงพวกผมก็พอ ๓. ส.ส. บวก ส.ว. ๑ ใน ๓ แต่ ส.ว. ขอแก้เองไม่ได้ ๔. ประชาชน นี่ชัดเจนว่าพวกผมไม่ได้เอาใจเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาความรู้สึก ไม่ได้เอาความคิดเห็นส่วนตัวที่จะแก้รัฐธรรมนูญ เราจึงนําเสนอมาเพื่อขอแก้ไขมาตรา ๒๙๑ เพิ่มให้มีโอกาสเลือก สสร. จังหวัดละคน ใครบังคับได้ครับว่าใครจะเลือกใคร สถาบันการศึกษาส่งมา นิติศาสตร์มหาชน รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ วิชาชีพ เสนอมา ๒๒ คน เราก็เลือกให้เหลือทั้งหมดจากนิติศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ๖ คน เลือกให้เหลือ รวมแล้ว ๒๒ คน เป็น ๙๙ คน พอเลือกเสร็จระหว่างยกร่างก็รับฟังประชาชน ยกร่างเสร็จ ต้องทําประชามติ ต้องถามประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ข้อห่วงใย ข้อกังวลเลิกเสียทีเถอะครับ ฝนไม่ตก แดดไม่ออกอย่าเพิ่งกางร่ม ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้ว่า ๗๗ คน ใครจะได้เป็น ยังไม่มีใครรู้นักปราชญ์ราชบัณฑิตอีก ๒๒ คน ใครจะได้เป็น ก็เลือกโดยรัฐสภา กระผม มีเหตุผลสําคัญแล้วสมควรกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภาที่เคารพ ตลอดจนท่านผู้ชมทางบ้าน พรรคเพื่อไทยเสนอฉบับหนึ่ง ประชาชนร่วมด้วยหรือไม่แล้วแต่ พรรคชาติไทยพัฒนาก็ว่าไป แต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยขอแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ที่พาดพิงสถาบัน ใครพูดเท็จขอให้เวรกรรม ลงโทษ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญกับประมวลกฎหมายอาญามันคนละเรื่อง ใครที่ประท้วงอยู่ กลับไปนั่งฟังที่บ้าน แล้วท่านจะมีสติ ท่านจะมีความคิด รัฐบาลชุดนี้ก็จงรักภักดี ใครล่ะครับ ที่ไม่จงรักภักดี ผมเล่นการเมืองมาเป็นรัฐมนตรีมา ๖ ครั้ง รองนายกรัฐมนตรี ๑ ครั้ง ก็ ๗ ครั้ง ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อหน้าพระพักตร์ พรรคเพื่อไทยมีความจงรักภักดี ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ยิ่งหย่อน แต่พรรคเพื่อไทยมีมารยาทไม่เคยกล่าวหาใครว่าไม่จงรักภักดี เพราะผมรู้ว่าพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่ามีความจงรักภักดีและเทิดทูนสถาบันเป็นล้นพ้น ผมมีสิ่งสําคัญแล้วสมควรที่จะกราบเรียนท่านประธานรัฐสภาและสมาชิกรัฐสภา บางคนบอกว่า เราต้องการให้เกิดปัญหา มีรัฐบาลที่ไหนจะให้บ้านเมืองมีปัญหา เราเป็นรัฐบาลนะ ผมไม่ได้เป็นฝ่ายค้านนะ มีหน้าที่บริหารราชการบ้านเมือง แล้วก็ไปบอกว่าไหนว่าจะแก้ ไม่แก้ วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ฯพณฯ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์มอบหมายผมนี่ละครับ เป็นคนแถลงเรื่องการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นวาระเร่งด่วนภายใน ๑ ปี ผมไม่ปฏิเสธ ผมเคยบอกว่าเอาสัก ๖ เดือนก่อนไหม เอา ๘ เดือนก่อนไหม แต่ภายใน ๑ ปี เราเสนอแก้ ท่านวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ความจริงไม่ใช่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ายังไม่คิดแก้ แต่เมื่อดูแล้วไทม์เทเบิ้ล (Time table) ตารางเวลามันถึง เพราะได้แถลงต่อรัฐสภา รัฐบาลไม่แก้รัฐบาลก็เสียหาย สิ่งสําคัญและสมควรที่ผมจะต้องกราบเรียนก็คือว่าตามที่ คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๔ โดยได้กําหนดให้การเร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วม อย่างกว้างขวาง โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะดําเนินการในปีแรก ข้อกล่าวหาว่าใครอยู่เบื้องหลัง ก็บอก ท่านประธานรัฐสภาอย่างนี้ครับ คือประชาชนที่เลือกพวกผมมาด้วยเสียงข้างมากอยู่เบื้องหลัง ไปมา ๗ ย่านน้ํา เลือกให้ขาด เลือกพรรคเพื่อไทยให้ขาด เลือกให้ขาด แล้วก็ขาดจริง ๆ นี่มีคนเขาแอบกระซิบตอนหลังนะว่าขนาดโกงแล้วยังได้ ๒๖๕ ส่วนใครโกงไม่มีใครบอก ก็เลยไม่รู้ว่าใครโกง ท่านประธานครับ

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ มีประท้วงครับ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ผมอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านรองนายกรัฐมนตรีที่กําลัง อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ท่านกําลังสับสนบทบาท ระหว่างบทบาทการเป็นตัวแทน รัฐบาลมาอภิปรายถึงร่างญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ และบทบาทในพรรคเพื่อไทย การอภิปราย ที่เต็มไปด้วยความสับสนเช่นนี้ไม่เกิดประโยชน์กับสาธารณชน ขอให้ท่านประธานควบคุม การอภิปรายของท่านรองนายกรัฐมนตรี และได้ทําหน้าที่อย่างถูกต้องตามสถานะที่ถูก ที่ชัดเจน และขอให้ท่านระบุชัดเจนลงไปเลยครับ เพื่อไม่ให้สาธารณชนเกิดความสับสน ว่าที่ระบุว่ามีการโกงการเลือกตั้ง ใครโกง โกงเมื่อไร โกงอย่างไร ให้ชัดเจนกลางสภาแห่งนี้ ไม่อย่างนั้นผมจะถือว่าท่านพูดเท็จกลางสภาครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกรุณาอยู่ในเรื่องที่อภิปรายนะครับ เชิญครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผมยังไม่ได้นอกประเด็นเลย ที่มาบอกว่าเรามาแก้โดยไม่เคยบอกกับ พี่น้องประชาชน ผมบอกว่าผมนี่เป็นคนไปปราศรัย แล้วผมบอกประชาชนไว้ แล้วก็มีคน มาบอกว่าโกงแล้วยังเหลือ ๒๖๕ ผมก็รับฟังไว้ เพราะผมก็ไม่ทราบว่าใครโกง เพราะผม ไม่มีอํานาจรัฐ ก็เท่านั้นละครับ เขาปรารภ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านต่อเถอะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

เอาเถอะครับ การอภิปรายของผมวันนี้ ถ้าประชาชนไม่ชอบเลือกตั้งรอบหน้าพวกผมก็แพ้

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านสมาชิก ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมนั่งฟังท่านอยู่นะครับ ท่านบอกว่าโกงแล้วยังได้ ๒๖๕ มีคนมาบอกท่าน กระบวนการเลือกตั้งนี่ครับ กกต. เขากํากับดูแลการเลือกตั้ง ถ้าท่านบอกว่ามีการโกงอย่างน้อยคนที่เสียหายคือ กกต. ต้องเสียหายครับ เพราะเขากํากับดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ท่านบอกว่าโกง เท่ากับกล่าวหา กกต. ครับ และใครละครับบอกท่านว่าโกง ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง เป็นนายตํารวจ ลูกผู้ชายพอไหมครับ ผมท้าท่านครับ ถ้าท่านเป็นลูกผู้ชายจริง ๆ บอกสิครับว่าใครเป็นคนมาบอกท่านว่าโกง ถ้าท่านไม่กล้า ท่านต้องถอนคําพูดครับ ขอบคุณครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ ผมผู้ชายเต็มตัว ผมจะเป็นผู้หญิงได้อย่างไร ไม่ใช่สํานวน การโกงไม่ใช่ กกต. โกง มันโกงจากพื้นที่ โกงจากอะไรต่าง ๆ โกงจากอํานาจรัฐหลายภาคส่วน ก็เขาบอกมา

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

สําบัดสํานวน ครับท่าน ไม่เอาครับ อย่างนั้นไม่เป็นผู้ใหญ่ ท่านบอกว่ามีการโกง และโกงแล้วได้ ๒๖๕ ผมบอกว่า กกต. เขาคุมการเลือกตั้ง ที่ท่านบอกว่าโกงแสดงว่า กกต. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ ไปกล่าวหาเขาว่าเลือกตั้งโดยไม่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม มันเสียดสีบุคคลภายนอกเขา ถ้าท่าน ลูกผู้ชายจริงก็ถอนสิครับ ง่าย ๆ ครับ ไปกล่าวหาว่าโกงได้อย่างไรครับ โกงถูกยุบพรรค มาแล้ว เคยมีไหมครับ อย่างนั้นละโกงเลยยุบพรรค ชัดไหมครับ ท่านกล่าวหาว่ามีการโกง การเลือกตั้ง ท่านต้องถอน เท่านั้นเอง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ เชิญครับ มีผู้ประท้วง

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านวินิจฉัย ก่อนสิครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานว่ามีการพูดเสียดสีบุคคลภายนอกเสียหาย มีการกล่าวว่าโกง การเลือกตั้ง ผมบอกว่าให้ถอน ท่านวินิจฉัยสิครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมก็ยังฟังอยู่นะครับเมื่อครู่ ก็ยังไม่ค่อยชัดเจนนะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีกรุณาอยู่ในเรื่องที่เรา

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่นะครับ ท่านพอแล้วนะครับ ถ้าเผื่อท่านเถียงกันแล้วผมก็ไม่ทราบจะทําอย่างไร

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ผมไม่ได้ระบุนะครับว่าใคร โกง ผมบอกมีคนเขามาบอก

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านใช้อํานาจสิครับ ท่านประธาน อํานาจอยู่ที่ท่านครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านต้องใช้ ตามข้อบังคับ ผมไม่ได้ผิด

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านใช้อํานาจ สิครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนั่งเถอะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพนะครับ ผมบอกว่ามีคนมาบอก

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านฟังผมนิดได้ไหมครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ได้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านกรุณาให้อยู่กรอบเถอะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ครับ แล้วผมไม่ได้ พาดพิง กกต. เลย ผมไม่ได้หมายถึง กกต.

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ กรุณาอยู่ในเรื่องที่เราคุยกันนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ถ้าอย่างนั้นผมต่อนะครับ ผมต่อ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานครับ ต้องตั้งสติกันนิดหนึ่งนะครับ ใช้เวลาตั้งสตินะครับ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ผมจดไว้ท่านประธานครับ กล่าวว่ามีการโกงการเลือกตั้ง โกงแล้วยังได้ ๒๖๕ ผมบอกว่า ต้องถอนครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านอย่างนี้ ผมก็ฟังอยู่ท่าน ไม่ได้เอ่ยชื่อพรรคเลยนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ไม่จําเป็น ต้องเอ่ยชื่อครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

นี่ไม่ได้ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ เชิญท่านกรุณานั่งเถอะครับ ท่านมีอะไรครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธานครับ ท่านประธานกลัวหรือครับที่จะวินิจฉัยให้ความเป็นธรรมครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มิได้ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

แล้วพูดว่า โกง ได้ไหมครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมฟังอยู่ ยังไม่ได้เอ่ย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

พูดว่า มีการโกงเลือกตั้ง ได้ไหมครับ ผมกล่าวว่าท่านประธานโกงเลือกตั้งได้ไหม ว่าสมาชิกมาจาก การโกงเลือกตั้ง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอทีละท่านนะครับ ทางนี้ นั่งก่อนนะครับ เชิญท่านครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านครับ กล่าวหาว่าสมาชิกมาจากการโกงเลือกตั้ง อย่างนี้ต้องถอนนิดเดียวเท่านั้นเองครับ โกงก็ยังได้ อย่างนี้ กล่าวหาว่ามีการโกงไม่ได้เท่านั้นเองครับ ท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับท่าน ผมวินิจฉัยแล้วยังไม่มีท่านผู้ใดเสียหายเลยเชิญท่านนั่งเถอะครับ เชิญต่อครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

แล้วสมาชิก ที่มาจากการโกงการเลือกตั้งไม่เสียหายหรือครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านมีอะไรครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ผมต่อนะครับ ท่านประธาน เหตุผลต่อไปที่ต้องเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... เนื่องจากขณะนี้มีหลายฝ่ายทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และภาคประชาชนได้เห็นพ้องให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยได้เสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมกัน ซึ่งสอดคล้องกับคณะรัฐมนตรี ซึ่งเสนอ ร่างรัฐธรรมนูญโดยมีสาระสําคัญ และกระผมสมควรจะได้กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา รายละเอียดดังต่อไปนี้

(๑) กําหนดให้รัฐสภาประชุมร่วมกันในกรณีการให้ความเห็นชอบสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมของรัฐสภา และกรณี ให้ความเห็นชอบญัตติให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่

(๒) กําหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญทําหน้าที่จัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประกอบด้วยสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจังหวัดละ ๑ คน จํานวน ๗๗ คน และสมาชิกซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยที่ประชุมของรัฐสภา จํานวน ๒๒ คน แบ่งเป็น ๓ ประเภทดังนี้

(ก) ผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน จํานวน ๖ คน

(ข) ผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ จํานวน ๖ คน

(ค) ผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมายหรือการร่างรัฐธรรมนูญ จํานวน ๑๐ คน

(๓) กําหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ

(๔) กําหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดําเนินการจัดให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจังหวัดละ ๑ คน ให้แล้วเสร็จภายใน ๗๕ วัน นับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกากําหนดสมัครรับเลือกตั้ง และกําหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับ โดยวันเลือกตั้งต้องกําหนด เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ซึ่งร่างมาตรา ๕ บทเฉพาะกาล กําหนดให้มี การตราพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ

เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรับรอง ผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วันนับแต่วันเลือกตั้ง โดยให้ผู้สมัครที่รับคะแนนสูงสุด ในการเลือกตั้งแต่ละจังหวัดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญของจังหวัดนั้น

(๕) กําหนดให้รัฐสภาดําเนินการคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมา จากการคัดเลือกโดยที่ประชุมของรัฐสภาจํานวน ๒๒ คนให้แล้วเสร็จภายใน ๗๕ วัน นับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกาตามที่กล่าวมาแล้วใน (๔) มีผลใช้บังคับ โดยมีกระบวนการ ดังนี้

เลือกโดยตรงจากประชาชนก็เสร็จ ๗๕ วัน ส่งมาจากสถาบันอุดมศึกษาเลือก โดยรัฐสภาอีก ๒๒ คน ก็เสร็จภายใน ๗๕ วัน แปลว่าพร้อมกัน

ต่อไปผมมีเรื่องกราบเรียนต่อว่าให้องค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สภา ของสถาบันอุดมศึกษา องค์กรภาคเศรษฐกิจ สังคมและองค์กรภาคเอกชนตามหลักเกณฑ์ ที่ประธานรัฐสภากําหนดแต่ละแห่ง คัดเลือกบุคคลซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามที่ จะเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญประเภทละไม่เกิน ๒ คน และส่งให้ประธานรัฐสภาภายใน ๑๕ วันนับแต่วันพ้นกําหนดวันรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจาก การเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

ให้ประธานรัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการจํานวน ๑๕ คนเพื่อทําหน้าที่ ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แล้วส่งผลให้ประธานรัฐสภาเพื่อเรียกประชุมรัฐสภา เพื่อลงมติคัดเลือกบุคคล ตามบัญชีรายชื่อฯ โดยลงคะแนนเป็นการลับ ส่งมาแล้วจากสถาบันอุดมศึกษา ประธานรัฐสภาตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติความถูกต้องชอบธรรมอีก ๑๕ วัน ถ้าไม่เรียบร้อยก็ยังไม่มีการเลือกโดยรัฐสภาในจํานวน ๒๒ คน

(๖) กําหนดให้มีการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรกต้องไม่เกิน ๑๐ วัน นับแต่วันที่ได้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครบจํานวน ๙๙ คน

(๗) กําหนดเหตุที่สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง ในกรณีต่าง ๆ และการจัดให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแทนตําแหน่งที่ว่างลง

(๘) กําหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดทําร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ภายใน ๑๘๐ วันนับแต่วันประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรกตาม (๖) ซึ่งต้องจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในทั่วทุกภูมิภาคด้วย

เมื่อถึงตรงนี้ก็ย้ํากับประธานรัฐสภาอีกครั้งที่บอกว่าพรรคเพื่อไทย อยู่เบื้องหลังการแก้ไขไม่มีตรงไหนเลยครับที่มีจุดเชื่อมโยง เพราะ สสร. มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงจากประชาชน ๗๗ คน สถาบันอุดมศึกษาส่งมาตรวจสอบคุณสมบัติ ๑๕ วัน รัฐสภา เลือกให้เหลือ ๒๒ คน รวมกับนิติศาสตร์มหาชน รัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ รวมแล้วเป็น ๙๙ คน จบสักทีเถอะครับไอ้กระแนะกระแหน ร่างรัฐธรรมนูญจะออกมา อย่างนั้นอย่างนี้ ก็วันนี้ยังไม่มี สสร. เลย แล้วรู้ไหมว่าในแต่ละจังหวัดเขาจะเลือกใคร พวกผม เอาปืนไปจี้อธิการบดีเขาได้ไหมว่าให้ส่งคนนั้นคนนี้มา ไม่มีสิทธิเลยครับ มันต้องพูดกัน ตรงไปตรงมา พรรคเพื่อไทยคิดเป็น รัฐบาลคิดถูก รัฐบาลทําเป็น เราจึงมีแนวคิดแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ให้มี สสร. ๙๙ คน

(๘) กําหนดให้สภาร่างรัฐธรรมนูญต้องจัดทําร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ๑๘๐ วัน ในระหว่าง ๑๘๐ วัน รับฟังความเห็นของประชาชนด้วย

ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลง รูปแบบของรัฐจะกระทํามิได้ ชัดเจนนะครับ ท่านสมาชิกที่แคลงใจสบายใจได้ ไม่มีใครหรอกครับ ที่จะคิดเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ แค่คิดก็ผิด แค่นึกก็ไม่มีวันเจริญ พวกผมคิดดีทําดีครับ ไม่คิดดีทําดี ไม่ชนะถล่มทลายอย่างนี้ครับ ก็ระหว่างหาเสียงถูกกล่าวหาตลอด ใจเหนือสิ่งอื่นใด ไม่มีหรอกครับ และผมไม่เล่นการเมืองแบบตอดเล็กตอดน้อย ไปกล่าวหาเรื่องไร้สาระ เอาเนื้อ ๆ เอาเน้น ๆ เอานโยบาย บอกว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน ๑ ปี ซึ่งเราก็ทําแล้ว

(๙) เมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว ให้เสนอต่อ ประธานรัฐสภา ซึ่งหากเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญมิได้มีลักษณะตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ที่ต้องเสนอให้รัฐสภาวินิจฉัย ก็ให้ส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง นี่เราเพลย์เซฟ (Play save) ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มหก ไม่ใช่สุกเอาเผากินอย่างที่วิพากษ์วิจารณ์ ฟังเสียก่อนแล้วค่อย วิพากษ์วิจารณ์ หากต้องให้รัฐสภาวินิจฉัยก็ให้ส่งไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งต้องจัด ให้มีการออกเสียงประชามติของประชาชนว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญนั้นหรือไม่ ผมจําได้ครับ ร่างมาตรา ๒๑๑ พวกอยากได้ใคร่ดีมาหาเสียงตอนหลัง รักประชาธิปไตย ชอบประชาธิปไตย คนคิดเรื่องนี้คือนายบรรหาร ศิลปอาชา ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม มีส่วนร่วมคิด นักการเมืองในขณะนั้นเห็นด้วยเกือบจะทุกพรรค มีบางพรรคถึงขนาดสะบัดธงเขียวชื่นชอบว่าแก้มาตรา ๒๑๑ ให้มี สสร. มีบางพรรค รณรงค์ให้พี่น้องประชาชนที่ถนนสีลมเปิดไฟกลางวันเหมือนรถที่ประเทศสิงคโปร์ และรัฐธรรมนูญฉบับนั้นไม่ได้ขอประชามติด้วย ทําไมชอบกันเหลือเกินล่ะ ของรัฐบาล ระหว่างร่างฟังความเห็น ร่างเสร็จขอประชามติ ถ้าเกิดประชามติไม่ผ่าน รัฐธรรมนูญตก สสร. ๑ ใน ๓ ยังยืนยันก็ยกร่างใหม่ได้ แต่ สสร. ชุดเดิมต้องออกไป แล้วเลือกตั้งเข้ามาใหม่ ถ้าท่านผู้ชมทางบ้านติดตามละก็งานนี้รอบหน้าพรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนเยอะ มันไม่ได้ เป็นไปอย่างที่พวกท่านคิด ไม่ได้เป็นไปอย่างคนใส่ร้ายว่าพรรคเพื่อไทยจะแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อคนคนเดียว แก้เพื่อใครครับ สุพรีม ลอว์ ออฟ เดอะ แลนด์ (Supreme law of the land) กฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ มันไม่ใช่พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม มันไม่ใช่พระราชบัญญัติอภัยโทษ มันไปแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ สมัยรัฐบาลที่แล้วก็แก้ แต่ท่านแก้เล็ก ๆ ท่านแก้จํานวน ส.ส. ก็เรื่องของท่าน ท่านแก้มาตรา ๑๙๐ ท่านแก้ มาตรา ๙๓ แต่ผมคิดกัน รัฐบาลคิด เราแก้ทั้งฉบับ กราบเรียนท่านประธานต่อนะครับว่า เมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้ว ย้ําอีกครั้งหนึ่งให้เสนอ ต่อประธานรัฐสภา ซึ่งหากเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญมิได้มีลักษณะตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ ตามร่างที่ส่งไปแล้วในวรรคห้า ก็ต้องเสนอให้รัฐสภาวินิจฉัย ก็ให้ส่งไปยังคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ซึ่งต้องจัดให้มีการออกเสียงประชามติของประชาชนว่าจะเห็นชอบ กับร่างรัฐธรรมนูญนั้นหรือไม่ และนําหลักเกณฑ์วิธีการออกเสียงประชามติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาบังคับใช้ ในกรณี ที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งด้วยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วย กับร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประธานรัฐสภานําร่างรัฐธรรมนูญขึ้นกราบบังคมทูลทูลเกล้าฯ ถวาย โดยนํามาตรา ๑๕๐ และมาตรา ๑๕๑ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ที่บอกว่าเราจะไปหาแนวทางใหม่จะหาวิธีการในการทําประชามติเอาตาม ร่างพระราชบัญญัติประชามติ ซึ่งเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่มีอยู่แล้ว ออร์แกนิก ลอว์ (Organic Law) ที่มีอยู่แล้วครับ รัฐบาลไม่ทําอะไรเลยครับ แต่รัฐบาลผลักดันให้มี ๙๙ คน ที่มาจากการเลือกตั้งโดยบริสุทธิ์ยุติธรรมท่ามกลางความตรงไปตรงมา ไม่ใช่ท่ามกลาง ความอิจฉาริษยาของใคร ผมเรียนท่านประธานต่อ

(๑๐) ในกรณีร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไปหรือการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ ไม่แล้วเสร็จ เพราะเหตุสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๒๙๑/๑๕ (๑) หรือ (๒) คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามจํานวนที่กําหนดมีสิทธิเสนอญัตติต่อรัฐสภาเพื่อให้มีมติให้มีการจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่อีกได้ และบุคคลที่เคยเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญชุดเดิมจะเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญอีกไม่ได้ นอกจากนี้เมื่อรัฐบาลมีมติอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วจะมีการเสนอญัตติ ในเรื่องนั้นอีกไม่ได้ เว้นแต่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ รอบคอบ รัดกุม ปกป้อง เพราะพวกผมต้นทุนต่ํา คิดก็ผิดแล้ว ต้องอธิบายกันอย่างนี้ละครับ พวกประชุมจะได้กลับบ้าน มาชุมนุมทําไม ของดีหรือ แนวคิดใหม่ ลุ๊ค (Look) ใหม่ ไม่ได้มีอะไรใครได้เปรียบเสียเปรียบ ต่อนะครับท่านประธาน

(๑๑) กําหนดให้สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นสํานักงาน เลขานุการของสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ข้อนี้ผมเป็นคนตั้งข้อสังเกตในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ก็ส่งคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงเป็นที่มามาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๖ มามาตรา ๒๙๑/๑๗ เขียนกับมือส่วนหนึ่ง ดูกับตา เพราะนายกรัฐมนตรีกรุณาผมให้กํากับดูแลงาน สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่ต้องกระแนะกระแหนผมหรอกครับ ที่ว่าอ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น ถูกต้องครับ ถูกต้องจริง ๆ ผมเรียนปริญญาโทกฎหมายเอกชน ๒ ปี ๖ เดือน เรียนปริญญาเอกอีก ๕ ปี ๖ เดือน รวมแล้ว ๘ ปีเต็มที่เรียนกฎหมายมหาชน ถามว่า ผมเก่งกว่าท่านไหม ไม่ ไม่เก่งกว่า พวกท่านเก่งทุกคน คนเรียนกฎหมายไม่ใช่จะเก่ง แต่ว่า ผมเรียนมาทางนี้โดยตรง มันจึงมีความเข้าใจ ผมก็แปลกใจ พรรคเพื่อไทยจะแก้ไขประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ก็พูดแล้วพูดอีก ย้ําแล้วย้ําอีก นี่ก็ย้ําอีก พวกจะแพร่เชื้อ ยุติเสีย เราแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ได้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และรัฐบาล พรรคเพื่อไทยจะไม่ยอมให้ใครแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ โดยเด็ดขาด บางคนก็บอกว่าประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อ เข้าชื่อขอแก้ไขจะทําอย่างไร ก็อ่านกฎหมาย ไม่ครบหมดอย่างไรครับ ประชาชนจะแก้ไขกฎหมายได้เขากําหนดไว้ว่า ๑. ละเมิดสิทธิ ขั้นพื้นฐาน ๒. บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ นี่ชัด ๆ ไม่ใช่อยู่ ๆ ประชาชน ๕๐,๐๐๐ ชื่อจะมาแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ก็พวกปัญญาทึบมันคิด พวกหาเรื่องจะให้รัฐบาล มีปัญหา ไม่มีทางครับ รัฐบาล ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ยืนยันแล้ว แต่ท่านเป็นคนไม่ชอบ ให้สัมภาษณ์ก็เหมือนว่ากลัว ก็เหมือนหลบ เมื่อเช้าหนังสือพิมพ์กับผมก็ชนไปยกหนึ่งแล้ว มาถามเรื่องแฟทเอฟว่าทําไมรัฐบาลไม่แก้ไขให้ ปปง. มีอํานาจ ผมบอกผมเป็นประธาน ปปง. แฟทเอฟเขาไม่ใช่สมาชิกยูเอ็น (UN) แฟทเอฟไม่ใช่สมาชิกเวิลด์แบงก์ (World bank) แฟทเอฟไม่ใช่สมาชิกขององค์กร เขาเป็นที่ปรึกษาจี ๗ (G7) เขามี ๓๖ ประเทศ ประเทศไทย ไม่ได้เป็นสมาชิก เขาร่างกฎหมายมาผมนั่งประชุมแล้วผมบอกเอากลับไป ทําไมหรือครับ ก็มันมีอํานาจเหนือศาล องค์กร ปปง. จะมีอํานาจเหนือศาลได้อย่างไร ผมบอกยังไม่เห็นด้วย นักข่าวมาบอกว่า เดี๋ยวจะเอานักธุรกิจมาพบผม บอกอ้าวเดี๋ยวก็เหมือนนายกรัฐมนตรี หาว่าธุรกิจซ้ําซ้อน ธุรกิจซ้ําซ้อน ผมไม่กล้าพบนักธุรกิจ ตรงนี้มันต้องมีความเป็นธรรม รัฐบาลจะดําเนินการแก้ไขกฎหมาย ท่านทักษิณ ชินวัตร ทําไว้ปี ๒๕๔๔ เรื่องเทอร์เรอริสม์ (Terrorism) แก้ไข ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ มาตรา ๑๓๕/๓ มาตรา ๑๓๕/๔ และบ้านเราถ้าออกกฎหมายไว้คมกริบ ถ้าวันหนึ่งคุณใช้อํานาจมันไม่สุจริต ธนาคาร จะเดือดร้อน นักธุรกิจเย้ว เย้ว เย้ว ก็เดือดร้อน แล้วเป็นอย่างไรครับ พันตํารวจโท ทักษิณ แก้ไขกฎหมายเทอร์เรอริสม์ แล้วก็แก้ไขกฎหมายฟอกเงิน ผู้ก่อการร้ายถูกยึดทรัพย์ ถูกอายัดทรัพย์ ความผิด ๙ ประเภท ๑๐ ประเภท ค้ามนุษย์ ทุจริต คดโกง การพนัน มีครบครับ แล้ววันดีคืนดีแฟทเอฟเป็นใคร แฟทเอฟมาสั่งรัฐบาล ผมบอกแล้วอย่างไรคุณมีสิทธิคิดได้ ผมไม่ได้เป็นสมาชิกของคุณ คุณไม่ได้เป็นสมาชิกยูเอ็น ก็มีเรื่องต้องปรารภเอาไว้ตรงนี้ครับ ท่านผู้ชมทางบ้านเมื่อมีโอกาสฟังคําอภิปรายก็จะได้มีความเข้าใจ

(๑๑) กําหนดบทเฉพาะกาลให้มีการตราพระราชกฤษฎีกา กําหนดให้มี การรับสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑/๕ ภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับเพื่อให้ได้มาซึ่งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ภายใน ๙๐ วัน นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ

เลือก ๗๕ คน ๑๕ วัน กกต. ต้องรับรองแล้วเสนอมาประธานรัฐสภา เราทําไว้ครบหมดครับ ผมหวังว่าการอภิปรายวันนี้ต้องสร้างสรรค์ ถ้าใช้ความรู้สึก ใช้มโนสํานึก ใช้ความเข้าใจมันก็เหน็บแนมทะเลาะกันไปทะเลาะกันมาไม่มีประโยชน์ ผมพูดมายาวนิดหนึ่ง ก็จะสรุปว่ารัฐบาลภายใต้ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ยกร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแก้ไข มาตราหลัก คือมาตรา ๒๙๑ กําหนดเป็น ๑๗ ประเด็น สารัตถะสําคัญ สสร. มาจาก การเลือกตั้งโดยตรง ๗๗ คน สถาบันอุดมศึกษาส่งมา ประธานรัฐสภาตรวจสอบคุณสมบัติ ครบแล้วต้องเลือกให้เสร็จ ให้เหลือ ๒๒ คน รวมแล้ว ๙๙ คน ไหนล่ะครับ ใครเป็นก็อดฟาเธอร์ (Godfather) อยู่เบื้องหลัง ไหนล่ะครับพิมพ์เขียว วันนี้ด้วยความเคารพท่านประธาน และเพื่อนสมาชิก ๗๗ จังหวัดยังไม่รู้เลยครับใครจะลงรับสมัคร ยังไม่รู้ครับ แล้วประชาชน เขาเลือกเป็น เขาเลือก ส.ก. ก็แบบหนึ่ง เลือก ส.ส. ก็แบบหนึ่ง เลือกผู้ว่าราชการก็แบบหนึ่ง เขาเลือก อบต. ก็แบบหนึ่ง อบจ. ก็แบบหนึ่ง ส.จ. ก็แบบหนึ่ง นายก อบจ. ก็แบบหนึ่ง ผมย้ํากับท่านผู้ชมทางบ้าน วันนี้เราเป็นแต่เพียงออกกติกาให้มีการเลือก สสร. โดยตรงจาก ประชาชน ๗๗ คน ให้สถาบันอุดมศึกษาส่งนิติศาสตร์มหาชนมา ๖ คน รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ รวมทั้งหมดนี้เอามา นักปราชญ์ราชบัณฑิตอีก ๑๐ ที่เราจะเลือก แต่ส่งมา มากกว่านี้ก็แล้วแต่ท่าน เลือกเหลือตัวเลขกลม ๆ ๙๙ คน ๙๙ คนไปทํารัฐธรรมนูญให้เสร็จ ๑๘๐ วัน รัฐบาลไม่เกี่ยวข้อง ไม่มีอะไรที่จะไปสั่งเขาได้ ๙๙ คนเลือกเสร็จ มาเลือก ยกร่างรัฐธรรมนูญ เอารัฐธรรมนูญไปถามประชาชนอีกว่าเอาไหมนี่ที่ร่างอย่างนี้ ถ้าประชาชนไม่เอาก็ต้องกลับมาทบทวนกันใหม่ มีตรงไหนครับท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ที่ว่า พันตํารวจโท ทักษิณอยู่เบื้องหลัง ที่ว่ารัฐบาลอยู่เบื้องหลัง

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมครับ ท่านนั้น อภิปรายวนเวียนซ้ําซากในประเด็นนี้ ผมฟังจดตามไม่ต่ํากว่า ๔ รอบแล้วครับ คงจะต้องสรุป แล้วก็เพื่อจะเปิดโอกาสให้เพื่อนสมาชิกท่านอื่นได้อภิปรายต่อไป ท่านประธานควบคุมด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี กรุณาสรุปนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ เป็นสิทธิของรัฐบาลครับ ทีหลังประท้วงให้มันถูกข้อบังคับ นี่เป็นสิทธิของรัฐบาล รัฐบาล เขามอบหมายผม ผมก็มีสิทธิมีเวลาอภิปราย ผมจะอภิปรายจนจบเวลารัฐบาลก็ได้ ก็แปลว่า รัฐบาลหมดเวลา ไม่มีวกวนนะครับ คนเขาชอบทั้งบ้านทั้งเมืองที่เอาความจริงมาบอก เพราะก่อนหน้านี้มันพูดกันไม่ชัด แก้รัฐธรรมนูญจะกระทบสถาบันพระมหากษัตริย์ไหม ไม่มี แก้รัฐธรรมนูญเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ไหม มันคนละประเด็น แก้รัฐธรรมนูญจะทําให้คนนั้นพ้นโทษ ไม่มีความผิด มันคนละเรื่อง ก็ท่านพูดกันมาเยอะ เวลาผมพูดบ้าง ต้องฟัง ไม่ฟังก็เดินจากห้องประชุมไป เพราะว่าผมไม่ต้องการพูดให้ท่านฟัง ผมต้องการพูดให้ประธานรัฐสภาฟัง ผมต้องการพูดให้สมาชิกรัฐสภาฟัง แล้วผมต้องการ สื่อสารความเข้าใจไปยังพี่น้องประชนชนทางบ้านว่าที่พรรคเพื่อไทยรับเอาไว้ว่า จะแก้รัฐธรรมนูญเราทําแล้ว พวกประท้วงเลิกเสีย ไม่มีละครับที่จะไปปรับโครงสร้างประเทศ

(นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

คือท่านไกล จากคลองบางขุนเทียนไปถึงคลองสุเอซแล้วครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านผู้อภิปราย ที่ได้กล่าวผมไม่รู้ข้อบังคับ แน่นอนครับ ท่านชี้แจงในฐานะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ตัวแทนนายกรัฐมนตรีในการเสนอร่างแก้ไขมีสิทธิอภิปรายครับ ท่านอภิปราย ๔-๕ ชั่วโมง ก็ได้ครับ อย่างมากชาวบ้านก็ปิดทีวีแล้วนะครับ แต่ท่านไม่มีสิทธิวนเวียนซ้ําซากครับ ท่านต้องเกรงใจเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ที่เขารออภิปรายทั้งวุฒิสมาชิก ทั้งรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้าน ท่านวนเวียนประเด็นตรงนี้ ๔ รอบเข้าไปแล้ว ท่านต้องเกรงใจพวกเรา ท่านไม่มีสิทธิตรงนี้ครับ ท่านประธานควบคุมท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี กรุณานะครับ อย่าวนเวียนมากนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ ไม่วนเวียนมันก็พวกบ่างช่างยุ มันก็ออกไปพูดไม่จบ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ไม่อย่างนั้นไม่จบครับ ท่านกรุณาสรุปนะครับ อย่าออกนอกประเด็น

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ใช่ครับ เพราะมัน ถูกใส่ร้ายไว้เยอะ วันนี้มันได้จบกันเสียที แก้เพื่อใคร แก้เพื่อพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่เลือกพรรคเพื่อไทยมา และถึงแม้จะไม่ได้เลือก ท่านจะได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจริง ๆ ใครนิยมชมชื่นรัฐธรรมนูญที่มาจาการปฏิวัติ พี่น้องประชาชนเขารู้ แต่พวกผมไม่นิยมชมชื่น ส่วนใครนิยมเชิญ ที่บอกว่าอยู่ในมือนักการเมือง ไม่ใช่ครับ เรายังไม่รู้ใครเป็น สสร. ๙๙ คนนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ ท่านหลายรอบแล้วครับ เชิญสรุปเถอะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

แล้วก็บอกว่ารัฐบาล ต้องการความขัดแย้ง แต่พวกผมมีปัญญาครับ ผมอยากให้มีความสงบเรียบร้อย ประท้วง คัดค้านให้มีเหตุผล แล้วอย่าไปสงสัยใครเลย อย่าไปสงสัยพรรคเพื่อไทย ผมประกาศทุกที่ ทุกเวทีปราศรัยว่าถ้ามีโอกาสผมจะเสนอร่างพระราชบัญญัติปรองดอง หลังปฏิวัติ ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์หมด แล้วผมจะพา พันตําตรวจโท ทักษิณกลับบ้าน ผมเปิดเผยนะครับ ส่วนจะทําได้หรือไม่นั้นก็แล้วแต่โอกาสอํานวย แล้วแต่จังหวะการเมือง แล้วแต่รัฐสภา ซึ่งผม จะเสนอร่างพระราชบัญญัติปรองดองในอีกไม่นานนัก และร่างพระราชบัญญัติปรองดอง ก็ไม่เกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็เอาไปวนกันอะไรกัน ผมตรงไปตรงมา ความกลัว ทําให้เสื่อม ความจริงเท่านั้นครับที่มีอยู่ได้ คณะรัฐมนตรีหวังเป็นอย่างยิ่งว่าร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้จะได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ขอกราบขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ คือเดี๋ยวผม ต้องขอนิดหนึ่ง เนื่องจากขณะนี้ผมได้รายชื่อทั้ง ๓ ฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน แล้วก็ ฝ่ายวุฒิสมาชิก ของวุฒิสมาชิกแบ่งกันชัดเจนว่าอภิปรายท่านละ ๘ นาที ฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ก็มีกําหนดเวลาของท่านอยู่นะครับ ผมจะขอบริหารเวลาให้เสมอกันนะครับโดยประมาณ เช่นว่าถ้าฝ่ายรัฐบาล ๒๐ นาที ฝ่ายค้าน ๒๕ นาที อะไรอย่างนี้ครับ ส.ว. ก็จะประมาณเท่า ๆ กัน เพื่อความเสมอกันนะครับทั้ง ๓ ฝ่าย เพราะเหตุว่าทั้ง ๓ ฝ่ายก็มีฝ่ายละ ๘ ชั่วโมงเท่ากันนะครับ ผมขอบริหารเวลาอย่างนี้นะครับ เริ่มต้นจากฝ่ายรัฐบาลก่อนนะครับ เชิญท่านสามารถ แก้วมีชัย ๒๐ นาทีครับ ว่าอย่างไรนะครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานในข้อหารือท่านประธานในประเด็นที่จะมีเวลา อภิปรายในสัดส่วนเท่ากัน ตรงนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ประเด็นที่ท่านประธานอนุญาต ให้ฝ่ายรัฐบาลขึ้นก่อนนี่ โดยวิธีปฏิบัติแล้วฝ่ายรัฐบาลเป็นผู้เสนอกฎหมายครับ เราก็อนุญาต ให้ฝ่ายค้านเป็นลําดับต่อไป แล้วก็ไปที่วุฒิสมาชิกนะครับ หลังจากวุฒิสมาชิกแล้ว ก็มาที่รัฐบาลจะเป็นรอบอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ โปรดพิจารณาครับผม

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ บังเอิญ ผมก็ซื่อนะครับ คือตามโปรแกรม (Program) นี้เขียนมาอย่างนี้ ผมก็เลยว่าไปตามนี้ ขอบคุณจริง ๆ นะครับ ถ้าอย่างนั้นก็ขอเชิญท่านสมาชิกฝ่ายค้านนะครับ เชิญท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน เชิญครับ

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม บัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ขอกราบเรียนท่านประธานว่าท่านประธานคงจะได้ สบายใจขึ้นอีกสักเล็กน้อยครับ เพราะว่าเสียงของกระผมคงไม่ดังแบบผู้มีอํานาจอย่างเพื่อน ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ครับ เพราะฉะนั้นเมื่อเสียงไม่ดัง กระผมคิดว่าท่านประธานก็คงจะได้กรุณาตั้งใจฟังตามสมควร ท่านประธานซื่อก็ดีแล้วละครับ เพราะว่าความซื่อไม่ได้เป็นปัญหาของประเทศ ในเบื้องต้นก็คงจะต้องขอถือโอกาสนี้ แสดงความเสียใจกับประชาชนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ จํานวนกว่า ๑๕๐,๐๐๐ คน เพราะเหตุผลว่าร่างของท่านไม่ได้รับการพิจารณาที่จะรอ เพื่อได้พิจารณาร่วมกัน แล้วก็เช่นเดียวกันครับคงต้องถือโอกาสนี้แสดงความเสียใจ กับท่านประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คือท่านอาจารย์คณิต ณ นคร ซึ่งความเห็น ของท่านที่จะให้รอการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง ๓ ฉบับนี้ ไปรอพิจารณาร่วมกันกับฉบับของประชาชนไม่ได้รับการพิจารณาเช่นเดียวกันครับ แต่อย่างไรก็ตามสําหรับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ผมคิดว่าเราพยายามทุกวิถีทางที่จะให้ มีการชะลอ แต่เมื่อเสียงข้างมากในรัฐสภาท่านไม่เอาด้วย เราก็คงจะต้องทําหน้าที่ต่อไป

ท่านประธานครับ กระผมขอเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่ากระผม เป็นคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยเลยครับ กับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง ๓ ฉบับที่กําลัง ได้รับการพิจารณาอยู่ในขณะนี้ แต่ก่อนที่จะลงไปในรายละเอียดของเหตุผลที่ไม่ยอมรับร่าง ทั้ง ๓ ฉบับ กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นเสียก่อนว่าคงไม่มีใคร ปฏิเสธครับ ท่านประธานครับ ว่ากฎหมายไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสูงสุด หรือไม่ใช่กฎหมายสูงสุด เมื่อกฎหมายได้กําหนดขึ้นมาเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวมของประเทศ เมื่อประโยชน์ ส่วนรวมเปลี่ยน สังคมเปลี่ยน กฎหมายก็ย่อมจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงตาม แต่ว่า ประการสําคัญที่สุดก็คือว่าการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายต้องเป็นการเปลี่ยนแปลง อย่างสอดคล้องต้องกันกับสภาวการณ์ของปัญหาที่เปลี่ยนไปจริง ๆ ครับ นั่นก็หมายถึงว่า มีการเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมโดยแท้ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเพื่อประโยชน์ ของใครคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างที่กําลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้

ประการสําคัญที่สุดอีกประการหนึ่งก็คือว่าการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่ว่านั้น จําเป็นจะต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงตามหลักการ วิธีการและขั้นตอนที่กําหนดไว้ อย่างชัดเจนครับ ซึ่งในเรื่องของรัฐธรรมนูญอีกสักครู่กระผมก็คงจะได้มีโอกาสอภิปราย ในประเด็นเหล่านี้ให้ลึกลงไปในรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ขอกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุผล ประการแรกที่พวกกระผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่างในวันนี้ ก็เพราะว่าพวกเรามีความมั่นใจว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ไม่ใช่ปัญหาของประเทศ ในขณะนี้ แล้วก็ไม่ใช่กับดักอย่างที่ท่านสมาชิกบางคน บางท่านท่านได้พูดถึงในชั้นเริ่มต้น ของการพิจารณาในวันนี้ ปัญหาของประเทศในวันนี้กระผมเข้าใจว่าในส่วนลึก ๆ รัฐบาลทราบครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ทราบ ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายว่าวันนี้ท่านไม่ได้ มีโอกาสมานั่งรับฟังการพิจารณารัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายที่สําคัญของประเทศ ที่ผมคิดว่าลึก ๆ รัฐบาลทราบลึก ๆ ท่านนายกรัฐมนตรีทราบ เพราะพวกผมได้ยินกันอยู่บ่อยครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์พูดชัดเจนมาก บอกปัญหาเร่งด่วนของประเทศวันนี้ คือปัญหา การฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัยกับปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ท่านพูดชัดครับ แล้วท่าน ก็ยังพูดต่อไปอีกว่าเรื่องกฎหมาย เรื่องรัฐธรรมนูญคงจะปล่อยไว้ให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ นั่นแสดงว่าอย่างไรครับ นั่นแสดงว่า ๑. รัฐบาลเข้าใจว่าอะไรคือปัญหาเร่งด่วน อะไร คือปัญหาของประเทศวันนี้ และทั้งยังแสดงออกมาให้เห็นด้วยว่าจะปล่อยให้เรื่อง ของรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของรัฐสภา ก็เป็นที่น่าประหลาดใจตามสมควรครับ แล้วท้ายสุด รัฐบาลก็เร่งเสนอเข้ามาครับ เร่งเสนอเข้ามาชนิดที่ว่าในรายละเอียดนั้นดูจะรีบเร่ง มากไปกว่าร่างฉบับใด ๆ ด้วยกันทั้งสิ้น ตรงนี้เป็นข้อน่าพิจารณามาก ท่านประธานครับ ผมฟังนายกรัฐมนตรีแล้วผมเชื่อครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมยังมีความรู้สึกอยู่เสมอว่าปัญหา เอาอยู่หรือไม่อยู่ คือปัญหาฟื้นฟูและป้องกันอุทกภัยนั้นยังเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศอยู่ครับ ก็นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีสําหรับรัฐบาลเมื่อวานนี้ครับ ที่ศาลรัฐธรรมนูญท่านได้วินิจฉัยว่า พระราชกําหนดทั้ง ๒ ฉบับ ที่พรรคประชาธิปัตย์ของกระผมกับบรรดา สมาชิกวุฒิสภาจํานวนหนึ่งท่านได้ยื่นไปที่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นได้ผ่านการพิจารณา เป็นที่เรียบร้อย ศาลบอกว่ารัฐบาลทําได้ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ผมคิดว่าถ้าจะมีเหตุให้การแก้ปัญหาการฟื้นฟูและการแก้ปัญหา การป้องกันอุทกภัย จะเกิดความไม่สําเร็จไม่ว่าจะด้วยประการใด ๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลนี้ก็คงหมด โอกาสที่จะโยนบาปให้คนอื่นต้องรับผิดชอบแทนไปเสียแล้ว เรื่องปัญหาเศรษฐกิจวันนี้ กระผมเข้าใจว่าทั้งปัญหาเศรษฐกิจภายนอกและปัญหาเศรษฐกิจภายในดูจะยังรุมเร้ารัฐบาล อยู่ชัดเจนครับ โดยเฉพาะเศรษฐกิจชาวบ้านนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าวันนี้สาหัสสากรรจ์มากครับ ค่าครองชีพซึ่งสูงขึ้นทุกวัน อันเป็นเรื่องที่สืบเนื่องมาจากการกระชากราคาพลังงาน คือ น้ํามันและแก๊สขึ้นอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลเคยบอกอยู่เสมอว่าจะพยายาม ลดราคาสิ่งเหล่านี้ จะพยายามกระชากราคาสินค้าให้ต่ําลง แต่วันนี้มันกลับเป็นคนละเรื่อง ผมคิดว่าอย่างนี้ก็ยังเป็นเรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นด้วยความตระหนักในปัญหาของประเทศชาติ ปัญหาของประชาชนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ พวกกระผมจึงเห็นว่าวันนี้ปัญหาเร่งด่วนไม่ใช่ปัญหา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยิ่งประกอบกับมีการยอมรับค่อนข้างจะสําคัญมากว่าปัญหาบ้านเมือง วันนี้ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ครับ การเสนอร่างรัฐธรรมนูญซึ่งดูจะเป็นประเด็นของความขัดแย้ง เข้ามาสู่การพิจารณานั้นอาจจะเป็นการเพิ่มความขัดแย้งอย่างรุนแรงให้เพิ่มขึ้นอีกได้ ซึ่งในหนังสือของท่านประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่ท่านประธานรัฐสภา ได้กรุณาแจกจ่ายให้พวกเราได้รับรู้รับทราบในวันนี้ก็ดูจะพูดถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าทั้ง ๒ ประการนี้ได้กลายเป็นเหตุผลในประการแรกที่พวกกระผม เห็นว่าจะไม่รับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับที่กําลังจะพิจารณากันครับ

เหตุผลประการที่ ๒ ท่านประธานครับ กระผมได้เกริ่นกับท่านประธานไว้แล้ว ตามสมควรว่าหลักของการแก้กฎหมายนอกเหนือจากจะแก้เพื่อประโยชน์ของสังคมโดยรวม อย่างแท้จริงแล้วละก็ หากจะมีหลักเกณฑ์ มีวิธีการที่กําหนดไว้สําหรับการแก้ไขกฎหมาย เหล่านั้นรัฐบาลต้องทําตามและรัฐสภาต้องทําตามครับ ในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ต้องยอมรับความจริงว่ามีบัญญัติไว้ค่อนข้างจะชัดเจนในมาตรา ๒๙๑ ที่รัฐบาลนี้ และเพื่อนสมาชิกในสภานี้หลายพรรคพยายามแก้ไขนั่นล่ะครับ นั่นก็หมายถึงว่าต้องแก้ เป็นประเด็น ๆ ไปครับ ถ้าเห็นว่าประเด็นใดมีปัญหา ประเด็นใดยังเป็นอุปสรรคข้อขัดข้อง ในการบริหารราชการแผ่นดินก็เสนอเข้ามาเป็นเรื่อง ๆ พร้อมเหตุผลและความจําเป็น ที่จะต้องแก้ ซึ่งจะต้องทํากันเช่นนั้นครับ ซึ่งพวกกระผมก็เคยทําเป็นตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว ในรอบปีที่ผ่านมา วันนี้ท่านประธานครับ รัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีและเพื่อนสมาชิก จากพรรคร่วมรัฐบาลอีกอย่างน้อย ๒ พรรคได้เสนอร่างเข้ามาในลักษณะที่ล้มเลิกรัฐธรรมนูญ ไปทั้งฉบับ คือยกเลิกรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ไปเลย ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถทําได้ครับ เพราะอย่างน้อยก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าขัดกับตัวรัฐธรรมนูญที่กําหนดไว้แล้วในมาตรา ๒๙๑ อย่างแน่นอน จะใช้วิธีเลี่ยงบาลีโดยแก้ไขเพิ่มเติมให้มีหมวดใหม่ขึ้นมาต่อจากมาตรา ๒๙๑ โดยเท้าความไปถึงวิธีการที่เคยกระทํากันมาแล้วก่อนจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ผมคิดว่าไม่เหมือนกันครับ กระผมคิดว่าวันนี้กับก่อนจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ นั้น อย่างน้อยที่สุดมีข้อเท็จจริง ๒ ประการซึ่งขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง

ประการแรกในทางข้อเท็จจริงครับ ต้องยอมรับความจริงว่าบรรยากาศ ก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๓๔ เพื่อจัดทําเป็นรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นฉบับปี ๒๕๔๐ ด้วยเหตุผลที่อ้างว่าเพื่อเป็นการปฏิรูปการเมือง เพื่อเป็นการปฏิรูปประเทศไทย กระผมคิดว่า ใครก็ตามที่ติดตามการเมืองมาตั้งแต่ครั้งนั้นก็จะพบความจริงว่าวันนั้นบรรยากาศไม่เหมือน วันนี้ครับ วันนั้นเป็นบรรยากาศของความร่วมมืออย่างดียิ่ง ความระแวงแคลงใจระหว่างกัน ก็ดูเกือบจะไม่มีครับ ความขัดแย้งอย่างรุนแรงไม่ได้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเหมือนอย่างที่ เป็นอยู่ในขณะนี้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะความรู้สึกร่วม ของความจําเป็นที่จะต้องมีการปฏิรูป การเมืองในเวลานั้นให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น บทบัญญัติที่ได้รับการพูดถึงกันอยู่เสมอ ก็คือนายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากการเลือกตั้ง ประธานสภาผู้แทนราษฎรจะต้องเป็นประธานรัฐสภา การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต้องสามารถกระทํากันได้อย่างง่ายดายมากขึ้น แม้จะได้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๓๔ ไปบ้างแล้วตามสมควร แต่ความรู้สึกอย่างนั้น ยังไม่จบสิ้นลงไป เรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมืองครับ แต่ประการสําคัญที่สุดเวลานั้นก็คือว่า ก่อนหน้าที่รัฐมนตรีก่อนหน้าที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมาตรา ๒๙๑ อย่างที่บางท่านได้พูดถึงไปเมื่อสักครู่นี้ บรรยากาศก่อนหน้านั้น ซึ่งเป็นบรรยากาศของความร่วมมืออย่างดียิ่ง ก็คือบรรยากาศของความเห็นร่วมด้วยในการที่ ท่านประธานรัฐสภาในเวลานั้นคือท่านประธานมารุตครับ ซึ่งเป็นช่วงระหว่างเวลาที่อยู่ ระหว่างสมัยของท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ท่านประธานมารุตได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเรียกว่าคณะกรรมการพัฒนาการเมือง โดยมีอาจารย์ หมอประเวศ วะสี เป็นประธาน กระผมจําได้อย่างแม่นยําว่ากระผมได้เห็นกรรมการคณะนั้น ได้ดําเนินการภายใต้ความร่วมมือที่สอดคล้องกับเสียงเรียกร้องต้องกันของประชาชนอย่างดียิ่ง เพราะกระผมบังเอิญนั่งเป็นรองประธานอยู่ด้วย มีแนวความคิดหลายเรื่อง มีแนวความคิด หลายประการครับ ที่สอดคล้องต้องกันกับความรู้สึกคนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นในทันที ที่รัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารในสมัยต่อมามีดําริจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแก้ไข มาตรา ๒๙๑ อย่างที่ว่านี้ครับ ความร่วมมือจึงเกิดขึ้นอย่างดียิ่ง ไม่ได้ขัดแย้งกันอย่างที่ เป็นอยู่ในเวลานี้

ความแตกต่างประการที่ ๒ ซึ่งกระผมเข้าใจว่าน่าจะถือเป็นปัญหา ข้อกฎหมายเช่นเดียวกันก็คือว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๓๔ ซึ่งได้รับการแก้ไขนั้น ไม่ได้ผ่านการจัดทําประชามติ ซึ่งต่างกันกับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่เราจะแก้กันอยู่ ในขณะนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้รับการแก้ไขโดยมีการจัดทําประชามติจนเป็นที่เรียบร้อย ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่าสําหรับคนที่เรียนกฎหมายกันมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเคยเรียนเรื่องรัฐธรรมนูญ ท่านครูบาอาจารย์สมัยเก่า ๆ นั้นจะบอกกับบรรดาลูกศิษย์ลูกหาว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่เรียกว่าแก้ไขยาก เพราะฉะนั้นจึงมีการกําหนดไว้ชัดเจน ถึงหลักการและวิธีการแก้ไขไว้ในตัวรัฐธรรมนูญเอง ท่านบอกว่าที่รัฐธรรมนูญจําเป็นต้องเป็น กฎหมายที่มีความแก้ไขยาก ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ถ้าปล่อยให้มีการแก้ไขกันง่าย ๆ หลักของประเทศจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่เสมอ คนในชาติ ก็จะไม่มีหลักยึด เพราะฉะนั้นในทันทีที่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ได้ผ่านการจัดทํา ประชามติให้ความเห็นชอบจากประชาชนในชั้นสุดท้ายถึงกว่า ๑๔ ล้านเสียง เกือบ ๆ จะ ๑๕ ล้านเสียง ท่านประธานครับ กระผมเข้าใจว่าตรงนี้ที่เป็นการสนับสนุนส่งเสริม ให้รัฐธรรมนูญ ซึ่งในทางตําราถือว่าเป็นกฎหมายที่แก้ไขยากอยู่แล้ว แล้วจะมาแก้ไขอย่างง่าย ๆ โดยไม่มีการจัดทําประชามติก่อน ล้มเลิกกันง่าย ๆ ทั้งฉบับ เป็นเรื่องที่ทําได้หรือไม่ ผมคิดว่า ตรงนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมายอย่างสําคัญมากซึ่งในความรู้สึกของกระผม กระผมคิดว่า ทําไม่ได้

เหตุผลประการที่ ๓ ก็คือเหตุผลต่อกรณีที่มีการพูดจากันอยู่เสมอ ๆ แม้กระทั่งในสภานี้ ซึ่งเมื่อสักครู่ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านก็พูด ท่านบอกว่าเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติ มีรากฐานมาจากตรงนั้น ท่านรับไม่ได้ท่านก็อยากจะเลิก ซึ่งกระผมเห็นว่าถ้าเราตั้งหลักกัน ตรงนั้นครับ แล้วก็คิดกันอย่างนั้น ก็คงจะต้องมีรัฐธรรมนูญอื่นอีกหลายต่อหลายฉบับครับ แต่ว่ารัฐธรรมนูญเหล่านั้นก็หาได้รับการยกเลิกไม่ แถมหลายฉบับก็ได้รับการปฏิบัติ ได้รับการบังคับใช้ด้วยดีมาเป็นระยะ ๆ สมัยหนึ่งเรามักได้ยินกันอยู่บ่อยครับ ทั้งนอกสภา และทั้งในสภานี้ครับ มีคนพูดคําคมว่า จะเป็นแมวสีอะไรก็ได้ครับถ้าสามารถจับหนูเป็น และสามารถจับหนูได้ ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว นั่นก็หมายถึงว่าที่มาของกลไก ที่มาของเครื่องจักรที่จะใช้ในการปฏิบัติ ภารกิจที่สําคัญ จะเป็นมาอย่างไรก็สุดแท้แต่ แต่ถ้าสามารถนํามาใช้แล้วสามารถบรรลุ ความมุ่งหมายตามที่ประสงค์ไว้ได้ก็น่าจะเป็นเรื่องเพียงพอตามสมควร ตรงนี้จะสอดคล้อง หรือไม่สอดคล้องกับคําพูดของผู้นําประเทศไทยยุคหนึ่งหรือไม่ก็ไม่ทราบ ที่บอกว่า ประชาธิปไตยเป็นแต่เพียงวิธีการ ความมุ่งหมายต่างหากที่เป็นเรื่องสําคัญ กระผม ก็คิดอย่างนี้ครับ กระผมคิดว่าถ้าวันนี้เรามาดูในเรื่องมีรากฐาน มีที่มาจากการปฏิวัติ รัฐประหารหรือไม่แต่เพียงประการเดียวแล้วละก็ ผมคิดว่าคงไม่ถูก ใจผมผมจะดูว่า รัฐธรรมนูญนั้นใช้ได้หรือใช้ไม่ได้เพียงใด กระผมดูอยู่ ๓ อย่างครับ คือ ๑. ดูกระบวนการ จัดทํา ซึ่งทุกคนก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องสําคัญมาก วันนี้ก็เห็น ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ก็เน้นแล้วเน้นอีกว่ากระบวนการจัดทําที่จะทําขึ้นใหม่ต้องดี ๒. ดูเนื้อหาสาระ ๓. ดูผลบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้กันอยู่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ กระผมคิดว่าตลอดระยะเวลาของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมานั้น ต้องถือว่าใช้ได้ครับ กระบวนการจัดทําปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นกระบวนการจัดทําที่ค่อนข้าง จะครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งของการมีส่วนร่วมของประชาชน และการรับฟังความคิด ความเห็นอย่างกว้างขวาง ในเอกสารที่รัฐสภากรุณาแจกในวันนี้ ที่พูดถึงกระบวนการในการ จัดทํารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น ดูจะกล่าวไว้อย่างน่าประทับใจยิ่งครับ มีการตั้ง คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องหลายต่อหลายคณะที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม และการรับฟัง ความคิดความเห็นของประชาชนอย่างกว้างขวาง มีทั้งกับงานหลัก มีทั้งกับงานระดับภาค ระดับจังหวัด และที่สําคัญที่สุดก็คือว่าก่อนการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่าง นอกเหนือจากจะต้องฟังคณะกรรมการในส่วนที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังลงทุนเดินทางไปรับฟัง ความคิดความเห็นจากประชาชนทั่วทั้งภูมิภาค ยกร่างเสร็จนอกจากต้องพิมพ์ออกเผยแพร่แล้ว ยังจะต้องมีการจัดส่งให้ผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อยที่สุดถึง ๑๒ องค์กร เพื่อตรวจสอบ เพื่อให้ ความเห็นเพิ่มเติม แล้วก็นํามาจัดทําเป็นรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะฉะนั้นในแง่กระบวนการ เช่นนี้ท่านประธานครับ จะมีรากฐานที่มาจากปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ อย่างไร ก็สุดแท้แต่ แต่ว่าในแง่กระบวนการต้องถือว่าครบถ้วน ในแง่ของเนื้อหาสาระ ในแง่ของความมุ่งหมาย ซึ่งมีอยู่อย่างน้อย ๔ ประการด้วยกัน ก็คือ ๑. ความพยายามที่จะขยายการรับรอง คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้มากขึ้น ความพยายามในการขจัดการใช้อํานาจ อย่างเบี่ยงเบนและไม่เป็นธรรม ความพยายามทําให้การเมืองเป็นการเมืองที่โปร่งใส ประชาธิปไตยราคาถูก และมีคุณธรรมจริยธรรมมากยิ่งขึ้น การสนับสนุนส่งเสริม องค์กรตรวจสอบให้ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น มีการแทรกแซงได้น้อยลง ท่านประธานครับ เราปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดช่วงระยะเวลาที่ใช้มาแม้จะยังไม่นานนักครับ แต่ว่าก็มีสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นมากมายตามสมควร ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ก็ยังอุตส่าห์ได้ยินท่านสมาชิก คนสําคัญของพรรคชาติไทยพัฒนา คือคุณชุมพล ศิลปอาชา ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านก็พูดถึงข้อดี ๆ เหล่านี้เอาไว้มากตามสมควร แน่นอนครับ ในดีก็มีเสีย ในเสียก็มีดี ดูมาตราสําคัญของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์มากเป็นอย่างยิ่งครับ ซึ่งก็คือมาตราที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีส่วนทําให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ ไม่มีความต่อเนื่อง กระผมเข้าใจครับท่านประธานที่เคารพ การพูดในลักษณะเช่นนี้ก็คือการพูดถึง บทมาตรา ๒๓๗ ที่ทําให้การยุบพรรคการเมืองสามารถกระทําได้ง่ายมากขึ้น มาตรานี้ จะเรียกว่าเป็นการใช้ยาแรงเกินไปกว่าเหตุก็อาจจะสามารถพูดเช่นนั้นได้ แต่ว่าจากการที่ กระผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคณะกรรมาธิการยกร่างหลายต่อหลายคน ท่านอธิบายชัดเจนมาก ท่านบอกว่าในเวลาที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กําลังพิจารณากันอยู่นั้น ปัญหาหนึ่งที่ได้รับการหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อพิจารณามากที่สุดคือปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งรุนแรงขึ้นทุกวัน ตรงนี้ละครับท่านบอกว่าถ้าเราปล่อยให้ประชาธิปไตยมีราคาแพง มากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนแนวโน้มที่กําลังเกิดขึ้นในประเทศไทยตลอดช่วงระยะเวลาหลายปี ที่ผ่านมา ท่านบอกว่าท้ายสุดพรรคการเมืองก็เป็นแต่เพียงเครือข่ายของระบบทุนเท่านั้นเองครับ ส่วนจะเป็นทุนคนเดียว หรือกลุ่มทุนก็สุดแท้แต่ เพราะเมื่อพรรคการเมืองต้องใช้เงินมาก ประชาธิปไตยราคาแพงมาก หนีไม่พ้นครับที่พรรคการเมืองต้องวิ่งเข้าหากลุ่มทุนเพื่อขอรับ การสนับสนุน รับการสนับสนุนมาก ๆ ความเป็นเนื้อ เป็นหนี้บุญคุณก็เกิดขึ้น ประชาธิปไตย ก็มีปัญหาได้ จึงเกิดมาตรา ๒๓๗ ครับ ท่านบอกว่าการซื้อสิทธิ ขายเสียงไม่สามารถจะขจัดได้เลยครับ ถ้าพรรคการเมืองไม่ร่วมมือด้วย ไม่ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย ผมคิดว่าตรงนี้คือที่มาของปัญหา มาตรา ๒๓๗ ที่บอกว่าถ้ามีการกระทําทุจริตการเลือกตั้งแล้วเป็นที่ปรากฏชัดว่าการกระทํา ที่ว่านั้นเป็นการกระทําของกรรมการบริหารพรรคหรือแม้แต่สมาชิกทํา แต่กรรมการบริหารพรรค ร่วมรู้เห็นเป็นใจด้วย ต้องยุบพรรค ต้องเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารทั้งคณะ มีคนพูดเมื่อสักครู่บอกว่ามีอยู่พรรคเดียวเท่านั้นเองที่ไม่เคยถูกยุบและอาจจะถูกยุบ ในวันข้างหน้าได้ เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ ก็คงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ครับนอกเหนือจาก พรรคประชาธิปัตย์ของพวกกระผม ก็จะกราบเรียนท่านประธานไว้ตรงนี้ว่าเราก็เคยเจอครับ เราเคยถูกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งให้มีการยุบพรรคอย่างน้อยก็ ๒ ครั้งมาแล้ว เมื่อเร็ว ๆ มานี้ครับ แต่ว่าท่านประธานครับกฎหมายจะรุนแรงอย่างไรก็แล้วแต่ครับ ถ้าการกระทําผิดไม่เกิดขึ้นกฎหมายก็คงไม่มีผลอะไรด้วยกันทั้งสิ้น เรารอดพ้นจากการยุบพรรค มาถึง ๒ ครั้ง ๒ หน เพราะไม่ได้มีส่วนในการร่วมกระทําความผิดด้วย มันก็เท่านั้นเองครับ แต่ว่าแน่นอนครับ จะเรียกว่าแรงก็แรงครับ กระผมคิดว่าบางทีความรุนแรงตรงนี้น่าจะลดลงได้ ในระดับหนึ่งเหมือนกันครับ คือเมื่อปรากฏว่ามีการทําความผิดเกิดขึ้นแล้วพรรคไม่ต้องยุบ แต่ความรับผิดชอบของกรรมการบริหารที่มีส่วนรู้เห็นเป็นใจผมคิดว่าไม่พ้นผิด เพราะแน่นอนครับ ถ้าพ้นผิดกันง่าย ๆ ความรับผิดชอบในการขจัดการซื้อสิทธิขายเสียง ก็เกิดขึ้นไม่ได้ แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นวันหนึ่งซึ่งวันนี้ก็เริ่มพูดถึงกันอยู่แล้วว่าความน่ากังวลที่สุด สําหรับประเทศไทยนั้นคงไม่ใช่เรื่องรัฐประหารครับ แต่เป็นเรื่องทุนผูกขาดทางการเมือง ที่เข้ามาผูกขาดอํานาจทางการเมืองเกิดขึ้น ปัญหาตรงนี้ก็คือปัญหาว่าแล้วเราจะช่วยทําให้ ประชาธิปไตยของเราราคาถูกได้อย่างไร จึงไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของทุนผูกขาดที่จะเข้ามา ผูกขาดอํานาจต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องน่ากลัวมาก มาตรา ๓๐๙ ก็เป็นอีกมาตราหนึ่งครับ วันนี้ ก็ได้ยินผู้เกี่ยวข้องหลายต่อหลายคนพูดถึงมาตรานี้ในลักษณะที่ไม่ค่อยดีนัก แน่นอนครับ โดยตัวบทมาตราที่เขียนไว้เพื่อรับรองการกระทํา หรือคําสั่งที่สืบเนื่องมาจากการปฏิวัติ รัฐประหารอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ก็ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่สู้จะเป็นมงคลเท่าไรนัก แต่ว่าจากการที่ ได้มีโอกาสพูดคุยกับคณะกรรมาธิการยกร่างมาตรานี้ท่านก็บอกไว้เหมือนกันครับ ท่านบอก ท่านไม่ได้ห่วงเรื่องอื่น ห่วงสํานวนการสอบสวนของคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ที่ตั้งขึ้นมาในเวลานั้น แล้วก็เริ่มทําการตรวจสอบอย่างมีหลักมีฐานตามสมควร ซึ่งว่าตามจริง ก็เป็นแต่เพียงพนักงานสอบสวนเบื้องต้นเท่านั้นครับ สอบสวนเสร็จแล้วก็ต้องส่งให้พนักงานอัยการ แล้วส่งศาลตามตัวบทกฎหมายที่มีอยู่ก่อนหน้าการปฏิรูปการเมืองการปกครองด้วยกันทั้งสิ้น แล้วก็เป็นตัวบทกฎหมายที่สืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ด้วยกันทั้งสิ้น ท่านบอกท่านถึงกังวลตรงนี้ครับ ยกเลิกคําสั่งอื่นไม่เป็นไร แต่ถ้ามีผลให้สํานวนการสอบสวน ของกรรมการตรวจสอบทั้งหมด เป็นโมฆะไม่มีกฎหมายรับรอง ท่านบอกก็น่าเสียดายครับว่า ความเสียหายหลายเรื่องซึ่งทําท่าจะได้รับการชดเชยให้แก่รัฐ ก็ต้องเป็นอันระงับยับยั้งลง ไม่สามารถจะดําเนินการต่อไปได้ ท่านประธานครับ นี่คือเหตุผลในประการที่ ๓ ซึ่งเป็น เหตุผลที่สืบเนื่องมาจากเหตุอ้างแบบกําปั้นทุบดินว่าเมื่อลองได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มีรากฐานมาจากการปฏิวัติแล้วต้องยกเลิกเสียด้วยกันทั้งสิ้น กระผมเองก็ไม่ได้มีความนิยม ชมชื่นต่อการปฏิวัติรัฐประหารในประเทศสักเท่าไรครับ เพียงแต่ว่าเมื่อกฎหมายเป็นประโยชน์ เมื่อกฎหมายใช้ได้การจะยกเลิกเสียง่าย ๆ ก็คงจะต้องมีความระมัดระวังตามสมควร เช่นเดียวกัน

ความไม่เห็นชอบในประการที่ ๔ ต่อร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับที่กําลัง พิจารณากันอยู่นี้ คือความไม่เห็นชอบด้วยจากข้อบกพร่องที่มีอยู่ในตัวร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ฉบับเอง ซึ่งจะเป็นความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจกระผมก็ไม่อาจทราบได้ แต่อ่านดูแล้ว น่ากังวล ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องจําได้ว่าทุกครั้งที่มีการจัดทํารัฐธรรมนูญขึ้นมา ในประเทศนี้ สิ่งหนึ่งที่มักจะมีการหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อพิจารณาอยู่เสมอ ๆ ก็คือความเป็นอิสระ ของสภาร่างรัฐธรรมนูญ และความเป็นอิสระของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคราวนี้ ก็พูดถึงครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภานี้ เมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมาก็แถลงไว้ชัด บอกจะสนับสนุนส่งเสริมการปฏิรูปการเมือง โดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีความเป็นอิสระและมีประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ดูบทบัญญัติหลายต่อหลาย มาตราของร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่แก้ไขมานี้แล้ว มองหาความเป็นอิสระไม่ค่อยเจอ ตรงนี้ น่ากังวลมาก กระผมอาจจะเป็นคนคิดมากไปก็ได้ครับ แต่อะไรก็ตามท่านประธานครับ ถ้าจะกระทําเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแล้วล่ะก็ คงจะต้องมีความระมัดระวังว่าจะเดินไปสู่ เป้าหมาย จะเดินไปสู่จุดนั้นอย่างแท้จริง ดูคุณสมบัติของคนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สมาชิกสภา สสร. หรือแม้แต่จะมาจากการคัดเลือก เห็นได้ชัดครับว่าเป็นเพียงคุณสมบัติเบื้องต้น ของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้นเองครับ กระผมรังเกียจ คนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือ ไม่ครับ เพราะกระผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องยอมรับความจริงว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแต่ละคนก็คงเหมือนกับคนในวงการ ทั่ว ๆ ไปครับ อาจจะมีบุคลิกภาพ มีความน่าพึงพอใจ มีคุณสมบัติอันพึงประสงค์ และบางส่วนก็อาจจะมีไม่พึงประสงค์บ้างก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่ถ้าเราต้องการที่จะทํา รัฐธรรมนูญให้มีความเป็นอิสระจริง ๆ ผมคิดว่าเราคงจะต้องมีความเข้มงวดกวดขัน ในคุณสมบัติเหล่านี้ตามสมควรครับ เพราะวันนี้ก็เริ่มมีการพูดจากันแล้วว่า สสร. ภาคนั้น น่าจะเป็นของพรรคนั้น สสร. ภาคนี้ก็น่าจะเป็นคนของพรรคโน้น ซึ่งเรื่องอย่างนี้ ต้องยอมรับว่าไม่เป็นมงคลด้วยกันทั้งสิ้น จะตอบง่าย ๆ แบบกําปั้นทุบดิน อย่าง ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิมว่า ก็มันยังไม่เลือกกันมาเลย จะไปรู้ได้อย่างไรก็ไม่ได้ ความจําเป็นที่จะต้องมีความระมัดระวังอย่างที่สุดเพื่อไม่ให้อิทธิพล ทางการเมืองเข้ามาครอบงําเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องจําเป็นมาก เพราะฉะนั้น ในความรู้สึกของผมนั้นกระผมคิดว่าคุณสมบัติของสมาชิกสภา สสร. ไม่ว่าเป็น สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง หรือไม่ว่าจะเป็น สสร. ที่จะผ่านการคัดเลือกมาจากการคัดเลือกชั้นต้นแล้ว ก็ตาม คุณสมบัติที่น่าจะนํามาใช้เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าปลอดจากการครอบงํา หรือความเกี่ยวโยงของฝ่ายการเมืองอย่างแท้จริงครับ ก็คือคุณสมบัติที่มีกําหนดไว้แล้ว ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภา นั่นก็หมายถึงว่าในส่วนนี้ถ้าเจ้าของร่างใจกว้าง ยอมให้มีการแก้ไขในลักษณะที่ลด ความเชื่อมโยงกับการเมืองลงได้ตามสมควร เช่น กําหนดเพิ่มเติมลงไปว่าต้องไม่เป็นบุพการี ต้องไม่เป็นคู่สมรส ต้องไม่เป็นบุตรของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือผู้ดํารงตําแหน่งอื่น ต้องไม่เป็นหรือเคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พ้นจากตําแหน่งมาแล้วไม่ถึงเวลา ๕ ปี ต้องไม่ดํารงตําแหน่งเป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือดํารงตําแหน่งในพรรคการเมือง หรือถ้าเคยเป็นก็ต้องพ้นจากสภาพเช่นนั้นมาแล้วไม่น้อยกว่าเป็นเวลา ๕ ปี ผมคิดว่าถ้าทําได้ อย่างนี้อย่างน้อยความระแวงแคลงใจว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีสมาชิกผ่านมาจาก การเลือกตั้งนั้น จะไม่ใช่สมาชิกเครือข่ายของพรรคการเมือง ของรัฐบาล หรือของใครต่อใคร ที่สามารถสั่งการได้ อย่างนี้คนก็คงจะสบายใจมากขึ้น

เรื่องที่ ๒ ในเหตุผลอย่างเดียวกันท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านก็พูดซ้ําแล้วซ้ําอีกว่าทําไมไม่เห็นด้วยกับการคัดเลือกชั้นต้น ของสภาอุดมศึกษาซึ่งคัดเลือกขึ้นมาก่อน ท่านบอกเมื่อมีการคัดเลือกขึ้นมาในลักษณะเช่นนี้แล้ว จะไปบอกว่ารัฐบาลครอบงํา หรือใครครอบงําได้อย่างไร ผมคิดว่าไม่ใช่เช่นนั้นนะครับ เรื่องนี้ เป็นที่น่ากังวลมาก เพราะไม่ว่าการคัดเลือกชั้นต้นจะกระทําโดยสภาอุดมศึกษา ซึ่งตรงนี้ หากจะไปเทียบเคียงกับฉบับปี ๒๕๔๐ ซึ่งเวลานั้นมีสภาอุดมศึกษาอยู่ประมาณ ๒๙ สภาสถาบัน การคัดเลือกเบื้องต้นก็ได้กลุ่มคนจํานวนมากเข้ามาให้รัฐสภาคัดเลือกก่อน แต่เมื่อมาถึงวันนี้กระผมเข้าใจว่าจํานวนนี้ก็ยิ่งจะมีจํานวนมากขึ้น แล้วสําคัญที่ไม่เข้าใจไปอีกว่า ในร่างของรัฐบาลเองครับดูจะมีเพิ่มเติมไปจากร่างของฝ่ายอื่น ๆ โดยเพิ่มภาคเศรษฐกิจ และสังคม แล้วภาคเอกชนเข้ามาด้วย กระผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าการเพิ่มเติมเข้ามา ในลักษณะเช่นนี้อาจจะเพิ่มเติมด้วยความรู้สึกว่าถ้าจํานวนคนที่ได้รับการคัดเลือกในชั้นต้น ยังมีจํานวนไม่มากพอ บางทีการคัดเลือกในชั้นสุดท้ายที่อยากจะได้คนที่มีคุณสมบัติ อันพึงประสงค์สําหรับตนเองอาจจะเกิดขึ้นไม่ได้ จึงเพิ่มจํานวนมากขึ้นมาอีก กระผมอาจจะ คิดมากท่านประธานครับ แต่ก็อย่างที่กราบเรียนท่านประธานไว้แล้วว่าถ้าจะตั้งใจ เพื่อประโยชน์ส่วนรวม การระมัดระวังให้การดําเนินการเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ให้คนหายแคลงใจ กระผมคิดว่าตรงนี้เป็นเรื่องสําคัญมาก และแน่นอนครับตรงนี้อธิบายว่าอย่างไร ตรงนี้อธิบายว่าไม่ว่าการคัดเลือกชั้นต้นจะได้มาในจํานวนบุคคลที่มีหลักมีเกณฑ์ อย่างมากมายเพียงไรก็แล้วแต่ แต่เมื่อการคัดเลือกที่ดําเนินการในชั้นต้นมีจํานวนมากกว่า ๑๐๐ ถึง ๒๐๐ แล้วเมื่อเข้ามาถึงรัฐสภาให้รัฐสภาเลือกเอาประเภทละ ๗ คน ๘ คน เท่านั้น ท่านประธานครับ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงข้างมากในรัฐสภาขณะนี้เป็นของใคร เพราะฉะนั้นการคัดเลือกจะมีเหตุมีผลอย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อเข้ามาถึงรัฐสภาแล้วมี การคัดเลือกโดยรัฐสภา ผมคิดว่าฝ่ายรัฐสภาเสียงข้างมากย่อมสามารถที่จะเลือกเอาบุคคล ที่ตัวเองมีความพึงพอใจ คือพูดจากันได้เข้ามาเป็นส่วนใหญ่ แล้วตรงนี้จะเรียกว่าเราจะมี สภาร่างรัฐธรรมนูญ และมี สสร. ที่มีความเป็นอิสระอย่างไร ผมคิดว่าตรงนี้ก็ต้องแก้ไข ถ้าแก้ไขไม่ได้ก็คงรับกันยาก แล้วก็เป็นปัญหาแน่นอนครับ

เหตุผลประการสุดท้ายท่านประธานครับ คือเหตุผลที่พูดกันมากเป็นพิเศษครับ คือนอกเหนือจากจะทําได้หรือทําไม่ได้ จะขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างที่กระผม ได้กราบเรียนไว้ในเหตุผลข้อที่ ๒ แล้ว มีคนพูดชัด เมื่อสักครู่ก็มีคนพูดถึงอีกว่าการจัดทํา รัฐธรรมนูญในฉบับอย่างนี้ในลักษณะเช่นนี้ มันเปรียบได้ง่าย ๆ กับเจ้าของเช็คครับ ลงลายมือชื่อในเช็คในฐานะผู้สั่งจ่าย แล้วก็มอบเช็คให้กับผู้ถือไป โดยไม่ได้ระบุจํานวนเงิน ที่แน่นอนลงไป ท่านประธานครับ ตรงนี้อันตรายครับ ถ้าผู้ถือเช็คมีความสุจริตไว้ใจกันได้ ก็ดีอยู่ แต่ถ้าผู้ถือเช็คเกิดไม่มีความสุจริต ตกอยู่ภายใต้การครอบงําของใครต่อใคร ท่านประธานลองคิดดูเถอะครับว่าปัญหามันจะเกิดขึ้นมากมายขนาดไหน ภายใต้หลักการวิธีการที่เราทํารัฐธรรมนูญกันอยู่ในขณะนี้ทั้ง ๓ ร่าง ๓ ฉบับ ต้องกราบเรียน ท่านประธานไว้ทีเดียวว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ครับ แต่ย่อมจะเป็นอํานาจ ของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่สามารถจะไปดําเนินการอะไรก็ได้ทั้งนั้น ที่ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านพูดถึงเมื่อสักครู่ว่าไม่มีทางครับ ที่จะไปแตะต้อง หมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ เพราะเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนแล้วครับ เขียนเอาไว้ อย่างชัดเจนแล้วว่าร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไม่สามารถกระทําได้ ท่านประธานครับ ข้อความอย่างนี้ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคนระดับดอกเตอร์ อย่าง ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิมท่านแปลความไม่ถูก มันไม่ได้ หมายความว่าจะทําอะไรไม่ได้เลยครับ เพียงแต่ว่าถ้าตราบใดการปกครองของประเทศเรา ยังเป็นการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแล้ว ไม่ว่า พระราชอํานาจจะถูกบั่นทอน จะถูกแก้ไข จะถูกเปลี่ยนแปลงอย่างไร ทําไม่ได้ ไม่ใช่ครับ ทําได้ครับ เพียงแต่ว่าถ้าทําลงไปแล้วจะมีผลไปถึงการเปลี่ยนแปลงว่าองค์พระมหากษัตริย์ ไม่ใช่องค์ประมุขอีกต่อไป นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่าถ้าทําลงไปแล้วไม่กระทบสถานะตรงนั้น แต่กระทบสถานะในด้านอื่น อย่างเช่นพระราชอํานาจ อย่างนี้ยังทําได้ มันทําให้กระผม อดที่จะนึกไปถึงความคิดความอ่านของคนบางกลุ่มซึ่งได้รับการเสนอเมื่อไม่ช้าเมื่อไม่นานมานี้ นั่นก็คือ ๑. ยกเลิกความผิดที่กระทําต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สําเร็จราชการ แทนพระองค์ออกมาเสียจากหมวดว่าด้วยความมั่นคงของประเทศ โดยเพิ่มหมวด พระมหากษัตริย์ขึ้นมาใหม่ แยกความผิดที่กระทําต่อองค์พระราชินี รัชทายาท และผู้สําเร็จราชการ แทนพระองค์ ออกเป็นอีกความผิดหนึ่งต่างหากจากองค์พระมหากษัตริย์ ลดโทษที่กระทํา ต่อองค์พระมหากษัตริย์ลงให้เหลือเพียง ๓ ปีเท่านั้น ซึ่งความจริงก็เพียงเทียบเท่ากับ การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาเท่านั้น โดยร่างรัฐธรรมนูญที่นําเสนอกันมาในเวลานี้ครับ ซึ่งกระผมมั่นใจว่าอาจจะไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้น กระผมมั่นใจในความจงรักภักดี ของคนหลายคนในรัฐบาลนี้ แต่กระผมมีความรู้สึกว่าการเปิดช่องว่างช่องโหว่ในการจัดทํา รัฐธรรมนูญให้เกิดขึ้นในลักษณะเช่นนี้ แล้วก็ยังไม่มีความแน่ใจตามสมควรว่าเราจะมี สภาร่างรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นอิสระอย่างแท้จริง ไม่สามารถจะมั่นใจได้ว่าเราจะได้ สมาชิกสภาร่างมาโดยปราศจากการครอบงําขององค์กรใด ๆ ของบุคคลใด ๆ ทั้งสิ้น ถ้าเกิดเสียงข้างมากในสภาร่างรัฐธรรมนูญเกิดถูกครอบงําได้ด้วยความคิดในลักษณะ คล้าย ๆ กันนี้ เราจะมีหลักประกันอะไรครับ เราจะมีหลักประกันอะไรที่สามารถจะป้องกัน ไม่ให้เกิดการปฏิรูปหลายต่อหลายอย่าง อย่างที่เราไม่ปรารถนาจะให้มีการปฏิรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราตระหนักว่านั่นไม่ใช่การดําเนินการที่เป็นไปด้วยความสุจริต ตามสมควรแล้วละก็ ผมคิดว่าอันตราย ใครจะเสี่ยงก็เสี่ยงเถอะครับ แต่ว่าพวกกระผม ก็คงไม่อยากเสี่ยงด้วยครับ แล้วด้วยเหตุผลที่ได้กราบเรียนท่านประธานมาทั้งหมดนี่นะครับ พวกกระผมจึงไม่สามารถที่จะรับหลักการของร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับได้ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ เพื่อบริหารเวลาให้สมดุลนะครับ ผมจะให้ท่านวุฒิสมาชิกซึ่งกําหนดเวลาท่านละ ๘ นาทีนี่นะครับ ได้อภิปรายต่อเนื่องกัน ๓ ท่านนะครับ เริ่มตั้งแต่ท่านตรึงใจ บูรณสมภพ แล้วก็มา ท่านสนธยา และท่านชรินทร์ เชิญท่านตรึงใจ ๘ นาทีนะครับ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้สามารถ แก้ไขได้ เพราะว่าสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคและสมัย เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือที่เราเรียกกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ ก็มีมาตรา ๒๙๑ ที่ระบุ ให้สามารถที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราต่าง ๆ ได้ แต่อย่างไรก็ดีการแก้ไขหรือจะ เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญก็จะต้องมีเหตุมีผล มีประเด็นว่ามาตราใดก็ต้องระบุว่ามาตราไหน เมื่อบังคับใช้แล้วมีปัญหาอะไร และการบริหารประเทศเพื่อประโยชน์ของประเทศ เพื่อประโยชน์สาธารณะมีการติดขัดหรือขัดข้องอย่างไร ซึ่งท่านสามารถแก้ไขในรายมาตราได้ ไม่จําเป็นจะต้องไปแก้ไขในมาตรา ๒๙๑ เพราะการแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ก็จะเป็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งท่านสามารถจะแก้ไขในมาตราไหนก็ได้ทั้งนั้น เพราะมาตรา ๒๙๑ จะระบุไม่ให้แก้ไขบางมาตรา เช่นมาตราที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ เป็นต้น การที่ พรรคการเมืองและกลุ่มผู้ต้องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ระบุประเด็นปัญหา ให้ชัดเจน ดิฉันก็เกรงว่าสมาชิกสภาที่ร่างรัฐธรรมนูญหรือที่เรียกว่า สสร. ที่กําลังจะได้รับ การแต่งตั้งขึ้นมาอาจจะมีความประสงค์ใหญ่ ๆ อยู่ ซึ่งดิฉันจับประเด็นได้ ๓ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ จะแก้ไขในหมวดของพระมหากษัตริย์ ดิฉันไม่ค่อยเชื่อ ท่านรองนายกรัฐมนตรี ขออภัยนะคะ เพราะหลายครั้งที่ท่านพูดแล้วก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้อาจจะมีเจตนาเพื่อที่ให้สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเพียง สัญลักษณ์หรือเป็นเพียงตรายาง ดังเช่นที่มีผู้ออกมาแสดงความเห็นในทํานองที่ว่า พระมหากษัตริย์จําเป็นจะต้องสาบานตนต่อรัฐสภาเมื่อเข้ารับตําแหน่ง หรือห้ามมิให้ พระมหากษัตริย์มีพระราชดํารัสต่อสาธารณชน เป็นต้น ดิฉันไม่ทราบว่าคิดอย่างนี้ออกมาได้ อย่างไร ในฐานะที่ดิฉันเป็นสมาชิกวุฒิสภา ดิฉันขอไม่ให้แก้รัฐธรรมนูญในหมวดนี้นะคะ ไม่ทราบได้หรือเปล่า

ประเด็นที่ ๒ จะแก้ไขมาตราและหมวดอื่น ๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลหนึ่ง หรือหลายคนที่ต้องคําพิพากษาให้ตัดสินให้ริบทรัพย์สมบัติ ทรัพย์นั้นก็อาจจะมาด้วย การประพฤติมิชอบ แล้วทรัพย์สมบัตินี้ก็ถูกริบเข้าคลังไป ถ้าแก้หมวดนี้ผู้ที่ถูกริบทรัพย์ ก็ได้เงินคืน แถมยังมีมาตราที่แก้ว่าถ้าได้รับนิรโทษกรรมก็มาสมัคร ส.ส. ได้ หรือผู้ที่ถูก ริบทรัพย์ซึ่งไม่สามารถมาสมัคร ส.ส. ได้ เขาก็กลับมาสมัครได้ มาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ข้อนี้น่ากลัวมากนะคะ

ประเด็นที่ ๓ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปูทางสู่ฐานอํานาจของกลุ่มบุคคล เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นรัฐไทยใหม่ ที่เป็นเผด็จการโดยทุนผูกขาดด้วยวิธีการดังนี้นะคะ

ข้อแรก แก้ไขมาตราที่ขัดขวางการทุจริตในการเลือกตั้ง การใช้เงินซื้อเสียง ในการเลือกตั้ง ถ้าแก้ไขมาตรานี้อีกหน่อยประเทศไทยซึ่งนับวันก็จะขึ้นลําดับประเทศ ที่มีการทุจริตภายในประเทศขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในโลก

ข้อต่อไป แก้ไขให้พรรคการเมืองสามารถซื้อพรรคอื่น พรรคเล็ก พรรคน้อย มาควบรวม รวมกับพรรคของตนเพื่อควบคุม ส.ส. ในสภา อันนี้ก็นําไปสู่ระบบเผด็จการ นําไปสู่สภาทาส สภาผัวเมีย ซึ่งเป็นมาแล้วในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐

ข้อ ค แก้ไขที่มาและวิธีการสรรหาองค์กรอิสระและที่มาของวุฒิสภาด้วยนะคะ ทําให้พรรคการเมืองมีอิทธิพลในการคัดเลือกคนของตนให้เข้ามาในสภาเข้าไปดําเนินการได้

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในหลาย ๆ มาตราที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว ไม่เป็นประโยชน์อันใดต่อประชาชน มีแต่จะทําให้เกิดระบบทุนผูกขาดเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทุกสถาบันในสังคมจะถูกทําให้อ่อนแอ ในที่สุดสถาบันประชาชนเองจะถูกยึดครอง ประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตย ท่านถูกหลอกนะคะ ท่านจะถูกยึดครองโดยอยู่ภายใต้ การควบคุมของนายทุนพรรคการเมืองค่ะ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ผ่านการลงประชามติ มาแล้ว แล้วนับเป็นครั้งแรกด้วยที่มีการผ่านประชามติ ก็นับว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับ ที่มีความชอบธรรมถือเป็นรัฐธรรมนูญที่มีเหตุมีผลเป็นส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ ท่านแก้บางมาตรา เช่น มาตรา ๑๙๐ แต่บางมาตราไม่ควรแก้ เพราะฉะนั้นเมื่อจะถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะนําไปสู่เป้าหมายอะไร คําตอบก็คือนโยบายหลัก ของรัฐธรรมนูญนี้ คือนําอดีตผู้ทําความผิดกลับบ้านโดยปราศจากความผิด ซึ่งกระบวนการ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะต้องสอดแทรกข้อนี้ไว้อย่างแน่นอน การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ สถาบันจะทํางานก็จะมีอุปสรรค ดิฉันก็ขอว่าอย่าได้แก้ไขข้อที่เกี่ยวกับ สถาบันทหาร สถาบันตุลาการ สถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อจะยึดครองสถาบันประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา ๘ นาทีนะครับ

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภาสรรหา องค์กรภาคเอกชน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ตามที่สมาชิกรัฐสภาได้มีการร่วมประชุมกันในวันนี้นั้น เพื่อทําหน้าที่อันสําคัญยิ่งให้แก่ประเทศชาติ ก็คือเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ร่างดังกล่าว และกฎหมายดังกล่าวนี้ นับว่าวันนี้จะเป็นวันประวัติศาสตร์อีกวันหนึ่ง และเป็นกฎหมายที่สําคัญอย่างยิ่ง และได้วางหลักสาระสําคัญว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎหมายสูงสุด ของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นใช้บังคับมิได้ ดังนั้นท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ในเมื่อสมาชิกรัฐสภาได้มีมติในวันนี้โดยท่านสมาชิก รัฐสภาผู้ทรงเกียรติทั้งหลายก่อนที่จะเริ่มขับเคลื่อน แสดงความเห็นอภิปรายแลกเปลี่ยน ความรู้นั้น ในฐานะที่กระผมเป็นสมาชิกรัฐสภาและเป็นสมาชิกวุฒิสภา ต้องกราบเรียน ผ่านท่านประธาน รู้สึกกังวลใจครับ ตลอดระยะเวลา ๒ ชั่วโมงที่มีการแสดงความคิดเห็น ชิงไหวชิงพริบตลอดมา ไม่ว่าจะมีการประชุมร่วมกันในนัดไหน น้อยนะครับที่จะไม่มี การแสดงความคิดเห็นดังกล่าว ดังนั้นกระผมในฐานะสมาชิกรัฐสภาก็กราบเรียนว่าวันนี้ จําเป็นอย่างยิ่งจะต้องใช้สิทธิที่จะแสดงความเห็น และปกติแล้วกระผมไม่เคยอยู่เลยต้น ๆ อยู่สภานี้มา ๔ ปี ครั้งนี้เช่นเดียวกันครับนับว่าเป็นครั้งประวัติศาสตร์ และประชาชน ที่ได้รับฟังทางสื่ออย่างทางบ้านนั้นก็คงจะให้ความสนใจ ท่านประธานครับ กฎหมาย รัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบันนั้นในมาตรา ๑๒๒ ได้วางหลักสาระสําคัญว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย นอกจากนั้นครับ สาระสําคัญ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ๑ ๒ ๓ ได้วางหลักว่า ก่อนที่จะปฏิบัติหน้าที่นั้นจะต้อง ปฏิญาณตนแห่งสภาของตนว่าจะมีปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ กราบเรียนเพิ่มเติมผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกรัฐสภา ผู้ทรงเกียรติว่าตลอดระยะเวลาที่กระผมได้ทําหน้าที่ดังกล่าว ๒ ครั้ง แล้วกระผมยังได้ ปฏิญาณในใจว่าในช่วงท้ายของชีวิตนี้จะปฏิบัติหน้าที่แทนคุณแผ่นดิน ใช้หนี้แผ่นดิน และราชบัลลังก์ จากปฐมเหตุที่กระผมได้ยกประกอบ นําไปสู่การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ รัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ได้มีกฎเกณฑ์กติกามารยาทวางไว้ ท่านประธานครับ กระผมได้ตรวจดูร่าง ที่ได้เสนอผ่านมาทั้ง ๓ ร่าง ปรากฏว่าในร่างแก้ไขนั้นกระผมเองอดีตนั้นเป็นข้าราชการประจํา จําเป็นอย่างยิ่งครับ เราจะต้องทําหน้าที่เพื่อหน้าที่ ญัตติการแก้ไขเพิ่มเติม แน่นอนครับ ต้องมาจาก ครม. หรือ ส.ส. จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ หรือจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ร่วมกันใน ๒ สภา ก็แล้วแต่ ก็เป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่กระผมกราบเรียนผ่านท่านประธานว่า ในฐานะที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา และมาอภิปรายในฐานะสมาชิกรัฐสภานั้นก็ต้อง ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ครับ และตามกลไกของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ที่ได้วางหลัก สาระสําคัญในการแก้ไขไว้ชัดเจน ผมจะขอประทานกราบเรียนอ่านสักหนึ่งอนุครับ ท่านประธาน ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมมาจากคณะรัฐมนตรีตามที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ญัตติขอแก้ไขต่าง ๆ จะมีผลเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะเสนอมิได้ แน่นอนครับ คงไม่เป็นเช่นนั้น ผมเรียนต่อไปว่าในการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ ถ้าเป็นไป ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ โดยสาระให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งทําหน้าที่ ประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละคนนั้น รวม ๗๗ คน ก็ไม่ขัดข้องครับ ท่านประธาน แต่ข้อสังเกตของกระผมในฐานะที่เป็นข้าราชการประจํามานั้น ต้องประทาน กราบเรียนผ่านท่านประธานรัฐสภาด้วยความกังวลใจว่า สําหรับในภาคเหนือและภาคอีสานนั้น ก็เป็นที่รู้อยู่ครับว่าเป็นฐานเสียงของพรรคใด เช่นเดียวกันครับในทางกลับกันในส่วนของ ภาคใต้นั้นก็แน่นอนครับ ฐานเสียงก็จะเป็นของพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด ดังที่ทราบอยู่แล้ว นอกจากนั้นสมาชิกซึ่งมาจากการคัดเลือกโดยรัฐสภานั้นประกอบไปด้วย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายมหาชน รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์และมีประสบการณ์ ทางการเมืองต่าง ๆ นี่ ๗ บวก ๗ บวกอีก ๘ เป็น ๒๒ กระผมเชื่อว่าในการพิจารณาคัดเลือกนั้น สมาชิกรัฐสภาอาจจะมีความรอบคอบหรือไม่ เนื่องจากว่าท่านที่ได้รับการเลือกตั้งมาแล้ว แน่นอนครับจะต้องมีการวางตัว แล้วก็มีระบบอุปถัมภ์

ท่านประธานครับ ในประการสุดท้ายที่กระผมในฐานะที่ขอมีส่วนร่วม ในการอภิปรายแลกเปลี่ยนในครั้งนี้นั้น ขอกราบเรียนว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ถ้ามีการแก้ไข รัฐธรรมนูญตามร่างดังกล่าว จะเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างไร และในเมื่อมี สภาร่างรัฐธรรมนูญจํานวนดังกล่าวแล้ว เงินเดือนค่าตอบแทนต่าง ๆ ตลอดจนเบี้ยประชุม จะคุ้มค่าหรือไม่ ทั้งนี้สมาชิกรัฐสภาก็มีหน้าที่อยู่แล้ว หากท่านสามารถจะอภิปรายให้กระผม ได้มีความมั่นใจว่าแก้แล้วจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและชาติบ้านเมืองได้ เมื่อนั้นละครับ ในวันพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงคืน ถ้ามีการลงมติผมก็จะพิจารณาว่าจะให้การส่งเสริมสนับสนุน ร่างดังกล่าวหรือไม่ กราบขอบพระคุณท่านประธานรัฐสภาอย่างสูงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณที่รักษาเวลานะครับ ท่านชรินทร์ หาญสืบสาย ๘ นาทีครับ

นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา ตาก 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดตาก ผมก็ขอร่วม แสดงความคิดเห็นในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ ด้วยเช่นเดียวกันนะครับ

ประเด็นแรก ซึ่งพวกเราสมาชิกรัฐสภาได้ยินได้ฟังตั้งแต่เช้าแล้วนะครับว่า หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ประเด็นก็คือเราควรจะแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือ ฉบับปี ๒๕๕๐ หรือไม่นะครับ เมื่อคํานึงถึงความวุ่นวาย ทางการเมืองระยะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ก็เห็นว่าน่าจะถึงเวลาแล้วที่ควรจะต้องมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญเสียที เมื่อในช่วงสมัยที่ผ่านมาปีที่แล้วนะครับ รัฐบาลเองก็มีการพยายามที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญยื่นมาสภาหลายครั้ง เกือบทุกครั้งเมื่อยื่นมาแล้วก็มีการเลื่อนวาระทุกครั้งไป ในคราวนี้ฝ่ายค้านตอนนั้นได้เป็นรัฐบาล แล้วก็ถือเป็นสิ่งชอบธรรมที่รัฐบาลจะนําขึ้นมา ดําเนินการอีกครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อเห็นว่ารัฐบาลจะต้องมีการดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ ก็มีว่าควรจะมีการตั้ง สสร. ขึ้นมาหรือไม่ ซึ่งแน่นอนนะครับ ถ้าหากว่าเรายังใช้ฉบับเดิม ก็ยังจะเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่หลายฝ่ายเขาบอกว่ามาจากการรัฐประหาร ก็อยากให้ เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง นั่นก็คือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ยกร่างโดยเสียงของประชาชน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งหรือว่ามีที่มามาจากการเลือกตั้ง จึงจะเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันนั้นก็เป็นความคิดเห็นที่อาจจะแตกต่างกันได้นะครับ เมื่อมี สสร. ขึ้นมา ผมคิดว่า มันก็มีที่มาหลายทาง คือเหตุผลที่ว่าควรจะยกร่างหรือไม่หลายฝ่ายได้พูดไปแล้ว ทางฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาล แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่เห็นว่าที่มาของ ที่มีข้อบกพร่องหลายประการ เช่น ที่มาของ ส.ว. ก็ดี วิธีการสรรหาที่อาจจะไม่โปร่งใส หรือการลงโทษพรรคในการหากว่ากรรมการบริหารท่านใดท่านหนึ่งทุจริตการเลือกตั้ง หรือผิดรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะถูกยุบพรรคได้นะครับ ซึ่งตรงนี้เองก็คิดว่าไม่น่าจะเป็น ประชาธิปไตย ควรจะต้องคํานึงถึงให้รอบคอบว่าสมควรจะต้องแก้ไขประเด็นนี้นะครับ ทีนี้กลับมาเรื่องที่จะต้องตั้ง สสร. นี่นะครับ ก็คิดว่าถ้าหากว่าจะมีการตั้ง สสร. ขึ้นมาแล้ว ก็มีปัญหาว่าที่มาของ สสร. นั้นจะมาอย่างไร ซึ่งหลายฝ่ายก็อ้างว่าที่มาของ สสร. นั้น อาจจะเป็นการครอบงําจากรัฐบาล นั่นก็คือรัฐบาลอาจจะมีวิธีการต่าง ๆ ที่จะทําให้ผู้ที่จะ เข้าเป็น สสร. นั้นเป็นพวกรัฐบาลทั้งหมดนะครับ ซึ่งผมก็คิดได้แต่ผมก็เชื่อว่าวิธีการต่าง ๆ นั้น ก็คงจะมีการดําเนินการที่โปร่งใสแล้วก็เป็นที่ยอมรับของสังคม เพราะหากว่าใครก็ตามที่ ดําเนินการออกไปไม่เป็นที่ยอมรับของประเทศ ของประชาชนโดยส่วนรวมแล้ว สสร. ไม่เป็นที่ยอมรับแล้วก็ยากที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านไปได้ ถึงแม้จะผ่านไปแล้วก็คงจะมี ปัญหาวุ่นวายตามมาอีกมากมายนะครับ โดยเหตุนี้ผมคิดว่าฝ่ายค้านก็ดีผมว่าผู้ที่คัดค้าน ไม่เห็นด้วยก็ไม่ควรจะตีตนไปก่อนไข้ ควรจะให้โอกาส สสร. ที่จะตั้งขึ้นมานี้ดําเนินการดู สักพักหนึ่งก่อนว่าองค์ประกอบ ที่มา และคุณสมบัตินั้นจะเป็นไปประชาธิปไตย หรือว่าโปร่งใสมากน้อยเพียงใดนะครับ

ประเด็นสําคัญก็คือเรื่ององค์ประกอบที่มาแล้วก็คุณสมบัติจะต้องเป็นที่ ยอมรับของประชาชน เพราะว่าประเด็นสําคัญที่เป็นห่วงกันก็คือเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ที่ถ้าหากว่า สสร. มีที่มาไม่โปร่งใสแล้ว การร่างรัฐธรรมนูญนี้อาจจะเป็นการตามใจ พรรครัฐบาลมากเกินไป เช่น อาจจะมีการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการเมือง การปกครองประเทศในปัจจุบัน อาจจะกระทบต่อสถาบันเบื้องสูง หรือว่าอาจจะทําให้ ฝ่ายค้านเสียเปรียบในเชิงการเมืองด้วยก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในประเด็นเหล่านี้ เราอาจจะกลัวกันมากจนเกินไปและผมก็เชื่อว่า สสร. ที่ตั้งมานี้ก็จะประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายฝ่ายด้วยกันเป็นผู้ที่ทรงเกียรติที่ไม่น่าจะมาเป็นเครื่องไม้เครื่องมือ ของรัฐบาลโดยเสียชื่อเสียงโดยไม่จําเป็น ผมก็หวังว่าถ้าหากว่า สสร. ที่ตั้งขึ้นมานี้ได้คํานึง ถึงประชาชน ได้คํานึงถึงผลประโยชน์บ้านเมืองในอนาคตแล้วก็คงจะทําหน้าที่ได้ดีพอสมควร ก็คงจะรออีกสักพักหนึ่งครับว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไรนะครับ

และอีกประการหนึ่งข้อสําคัญประการสุดท้ายเลย เมื่อรัฐธรรมนูญร่างเสร็จแล้ว ก็จะต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนในการลงมติอีกครั้งหนึ่ง ลงประชามติ ตามรัฐธรรมนูญนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีสาระสําคัญ สาระต่าง ๆ ที่กระทบ ต่อโครงสร้างการเมืองการปกครองในปัจจุบันนั้นก็คงจะไม่ผ่านไปง่าย ๆ ครับ ท่านประธาน ที่เคารพ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นเป็นที่ยอมรับของนักรัฐศาสตร์ทั่วโลกครับว่า เป็นการปกครองที่เลวน้อยที่สุดถึงแม้ว่าอาจจะไม่ได้เป็นการปกครองที่ดีที่สุดก็ตาม เพราะฉะนั้นการดําเนินการใด ๆ ที่เขาดําเนินกันมาตามระบอบประชาธิปไตย หรือตามครรลองประชาธิปไตยนั้นก็น่าจะเป็นที่ยอมรับของประชาชน จริงอยู่อาจจะมี ผู้ไม่เห็นด้วยหรือผู้ที่คัดค้านก็เป็นเรื่องปกติที่จะต้องมีคนไม่เห็นด้วย แต่ว่าการคัดค้านนั้น ก็ควรจะเป็นไปในระบอบประชาธิปไตย ไม่ควรจะใช้วิธีการรุนแรงหรือว่าผิดกฎหมาย เพราะสิ่งนั้นจะทําให้เกิดปัญหาตามมาไม่เป็นที่สิ้นสุดนะครับ ส่วนฝ่ายรัฐบาลเองนะครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นฝ่ายเสียงข้างมากนะครับ ก็หวังว่ารัฐบาลนั้นจะไม่ใช้เสียงข้างมากนั้นทําอะไร ตามอําเภอใจโดยไม่คํานึงถึงเสียงส่วนน้อยตามหลักการที่กล่าวกันว่าที่ว่ามาจอริตี้ รูล (Majority rule) ไมนอริตี้ ไรท์ (Minority right) บ้านเมืองจึงสงบเรียบร้อยได้ ท่านประธาน ที่เคารพ ในการยกร่างฉบับนี้กระผมก็หวังว่าจะมีเนื้อหาสาระออกมาหลังจาก ร่างเสร็จเรียบร้อยนะครับ มีสาระออกมาที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น โดยนําข้อดี จากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ รวมทั้งฉบับที่ใช้ปัจจุบันด้วย หลายท่านได้บอกแล้วว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นมีข้อดีมากมาย มีข้อเสียตรงไหนเราก็แก้ไข ส่วนข้อดีนั้น ก็ควรจะนํามาใส่ไว้ อันนี้คือทําให้รัฐธรรมนูญของเราเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายมากขึ้นนะครับ ข้อสําคัญครับ สสร. ที่จะตั้งขึ้นมานี้จะต้องคํานึงถึงเสียงคัดค้านที่ประชาชนวิตกกังวลว่า จะกระทบต่อสถาบันหรือว่าจะทําให้เอารัดเอาเปรียบไปกระทบต่อองค์กรอิสระต่าง ๆ ซึ่งหลายองค์กรทําให้การเลือกตั้งคดโกงกันง่าย ทุจริตง่าย และสิ่งเหล่านี้ สสร.จะต้องนําไป พิจารณาแล้วก็ดําเนินการให้ดีที่สุดนะครับ

โดยสรุปนี้กระผมคิดว่าการมี สสร. จะทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่ เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น และเป็นที่ยอมรับของประชาชน และการมี สสร. เป็นการบอกให้ ทราบว่าอย่าได้มีการปฏิวัติรัฐประหารอีก เพราะไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมโลก ถ้าเกิดขึ้นอีก ก็จะมีการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่อีกเช่นเดียวกันนี้อีกครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านสามารถ แก้วมีชัย ๒๐ นาทีนะครับ

นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก็เป็นอีกวาระหนึ่งที่รัฐสภาเราจะได้ มีโอกาสพิจารณาแก้ไขกฎหมายสําคัญของบ้านเมือง นั่นก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ กระผม จะใช้เวลาที่มีอยู่นี้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุดนะครับ หลายท่านได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น ซึ่งผมเองก็เคารพในความคิดเห็นของท่านทั้งหลาย วันนี้มีร่างแก้ไขเพิ่มเติมเข้าสู่การพิจารณา อยู่ ๓ ร่างนะครับ ร่างแรกเป็นของคณะรัฐมนตรี ร่างที่ ๒ เป็นของเพื่อนสมาชิกพรรคกระผมเอง คือพรรคเพื่อไทย ร่างที่ ๓ ก็เป็นร่างของพรรคชาติไทยพัฒนา ซึ่งก็มีท่านสมาชิกพรรคอื่น ในบางส่วนอยู่ในฝ่ายค้านก็ได้ร่วมลงชื่อด้วย สาระสําคัญทั้ง ๓ ร่างก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันนะครับ อยากให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นไปจัดทํารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จริง ๆ แล้วในรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันในมาตรา ๒๙๑ ให้อํานาจพวกเราสมาชิกรัฐสภาเป็นผู้ที่จะสามารถแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ สมาชิกผู้มีเกียรติหลายท่านก็บอกว่าทําไมเราไม่แก้บางมาตรา โดยใช้อํานาจตามมาตรา ๒๙๑ ที่เรามีอยู่ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า รัฐธรรมนูญเวลาเขาออกแบบเขาเอาไปผูกโยงกันไว้หมดแล้วครับ ฉะนั้นเวลาจะแก้ เราไปแก้บางมาตรามันก็กระทบบางมาตรา แล้วมันจะทําให้โครงสร้างที่วางไว้เสียหายหมด เราไม่อยากจะทําในลักษณะไปปะผุเป็นจุด ๆ นะครับ วันนี้มันถึงเวลาที่เราน่าจะมายกร่างกัน ทั้งฉบับ ครั้นเราจะทํากันเองก็จะถูกตําหนิติเตียนกล่าวหาว่าเรามีส่วนได้ส่วนเสีย เดี๋ยวก็จะ เขียนเพื่อตัวเองอีก ฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดก็คือให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีสมาชิก ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ก็คือส่วนหนึ่งผูกโยงกับพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนเลือกตั้งตัวแทน เข้ามาจากทุกจังหวัด หลายท่านได้ให้ข้อมูลไปแล้วนะครับ มี ๗๗ ท่าน ส่วนที่เหลือซึ่งขณะนี้ เรากําหนดว่ารวมแล้วมี ๙๙ ท่าน ที่เหลืออีก ๒๒ ท่านก็มาจากภาควิชาการ คือผู้มีความรู้ ทางด้านนิติศาสตร์กฎหมายมหาชนส่วนหนึ่ง มีความรู้ทางด้านรัฐศาสตร์อีกส่วนหนึ่ง และผู้มี ประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน และการร่างรัฐธรรมนูญอีกส่วนหนึ่ง เอา ๒ ส่วนมาประกอบกัน แล้วให้เขามีความเป็นอิสระในการที่จะไปจัดทํารัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ โดยปราศจากการชี้นํา กระทําท่ามกลางสายตาของพี่น้องประชาชนไม่ได้ ไปแอบร่างกันที่ไหนนะครับ ขณะที่ยกร่างก็เปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งประเทศ ได้ประชาพิจารณ์ ได้แสดงความคิดเห็น ใครสนใจในประเด็นไหนก็มีสิทธิที่จะเข้ามา มีส่วนร่วมได้ ตรงนี้เป็นหลักสําคัญ และหลังจากนั้นแล้วเมื่อร่างเสร็จจัดทําเสร็จ เราก็ เอากลับไปถามพี่น้องประชาชนอีกว่าท่านจะรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมไม่อยากจะให้ พวกเราระแวงสงสัยกันเสียแต่ต้น หรือมีอคติ ผมมั่นใจ ผมศรัทธาในพี่น้องประชาชนว่า ๑. เขาจะเลือกคนที่เหมาะสมจากแต่ละจังหวัดเข้ามาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อว่าสถาบันการศึกษาก็ดี หรือองค์กรต่าง ๆ ที่เราให้อํานาจเขาคัดเลือกผู้ที่เหมาะสม เสนอมาเพื่อให้รัฐสภาของเราได้เลือกในฐานะผู้ชํานาญการ ผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ เขามี ความรับผิดชอบที่จะเลือกคนที่เหมาะสมเข้ามา และที่สําคัญผมเชื่อในสํานึกความรับผิดชอบ ของบรรดาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เขาจะเข้ามาทําหน้าที่ของเขาอย่างสมเกียรติ สมภาคภูมิ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของบ้านของเมือง กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ปี ๒๔๗๕ มาจนถึงวันนี้นี่ เรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๘ ฉบับ เฉลี่ยอายุ ๘๐ ปีประชาธิปไตยเรา รัฐธรรมนูญ ๑ ฉบับ ใช้แค่ ๔ ปีกว่า บางฉบับทหารร่างให้เรา บางฉบับประชาชนมีส่วนเข้าไปยกร่าง หลังวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ท่านประธานก็คงจําได้ เรามีโอกาสตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ สมัยท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีนักวิชาการมากมายเข้าไปทํา รัฐธรรมนูญฉบับนั้น ซึ่งเราถือว่าเป็นฉบับแรกนะครับ คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ ที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด แต่ในที่สุดก็น่าเสียดายครับใช้ได้แค่ ๒ ปี ก็ถูกฉีกทิ้ง หลังจากนั้น ก็วิวัฒนาการมาเรื่อยจนกระทั่งเกิดเสียงเรียกร้องปฏิรูปการเมืองเมื่อปี ๒๕๓๔ ปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๓๖ ปี ๒๕๓๗ ปี ๒๕๓๘ จนเราได้แก้ไขวิธีการจัดทํารัฐธรรมนูญเหมือนที่เรากําลัง จะทําอยู่นี่ละครับ คือแก้ไขมาตรา ๒๑๑ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๔ แล้วมาประกาศใช้ ในปี ๒๕๓๘ มี สสร. ขึ้นมาจัดทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กระผมเองก็มีโอกาสเข้าไปทําหน้าที่ ตรงนั้น ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าขณะที่เราจัดทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราสามารถ ที่จะปลุกกระแสความตื่นตัวของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ โดยเปิดเวทีประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นทุกจังหวัดให้ประชาชนได้แสดง ความคิดเห็น ซึ่งผลพลอยได้คืออะไร ท่านประธานครับ ประชาชนจะมีความรู้สึกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นของเขา เขามีส่วนร่วมในการยกร่าง ถ้าไม่ได้ประชาชนช่วยกันหนุน ช่วยกันผลักดัน ก็คงยากที่จะผ่านออกไปใช้ได้ ท่านคงจําธงเขียวได้นะครับ ที่มีการให้กําลังใจ มีการเรียกร้องต้องการ ในที่สุดเราก็ได้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งตรงนั้นทุกคนก็บอกว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประวัติศาสตร์ ก็คงจะไม่มีใครมาล้มเลิกได้อีกแล้ว ผมเองเป็นสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ วันแรกที่เป็น สิ่งที่โดนคืออะไรครับโดนกล่าวหาว่าผมนี่เป็นร่างทรง ของพรรคโน้นพรรคนี้ ทั้ง ๆ ที่ผมถามตัวเองว่าไม่เคยมีใครมาบงการชี้นําเราเลยว่าให้เรา ร่างรัฐธรรมนูญแบบโน้นแบบนี่ เราก็ทําโดยความเป็นอิสระของเรา และขณะเดียวกันนะครับ บรรดานักวิชาการทั้งหลายที่มานั่งอยู่ด้วยกันผมจําได้หลายท่าน เช่น ท่านศาสตราจารย์สุจิต บุญบงการ คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านศาสตราจารย์ราชบัณฑิต ดอกเตอร์ลิขิต ธีรเวคิน หรือใครต่อใคร ทุกคนล้วนแต่เป็นนักวิชาการที่มีความรู้ มีประสบการณ์ ก็นําเอาสิ่งที่ท่านได้พบได้เห็นจากต่างประเทศเข้ามาปรับใช้ อันไหน ที่เหมาะสมก็ใช้และเราก็ไปดูรัฐธรรมนูญทุกฉบับที่เคยใช้อยู่ในบ้านในเมือง อันไหนดีเราก็ หยิบเอามาใช้ เราไม่นึกเหมือนกันนะครับว่าสิ่งที่เราได้ทําไว้วันหนึ่งจะมาถูกครหานินทาว่า ร่างเพื่อคนนั้นคนนี้ ทั้ง ๆ ที่คนที่เขาไปกล่าวหานี่ไม่ได้เข้ามายุ่งด้วยเลยนะครับ ผมยืนยันได้ อาจจะเป็นเพราะหลังจากมีรัฐธรรมนูญแล้ว ผู้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญจะไปบิดเบือน เบี่ยงเบนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นั่นมันเป็นเรื่องของคนอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งถ้าเราถือหลัก ตามครรลองประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ มันมีข้อบกพร่อง ผิดพลาดหลังจาก ที่เราใช้มา ๘ ปี ๑๑ เดือนกับ ๘ วันนะครับ เราก็สามารถจะใช้กระบวนการในรัฐสภาแก้ไข ได้ในส่วนที่ผิดพลาดบกพร่อง เพราะมันคงไม่สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ไม่มีฉบับไหน ที่จะสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในที่สุดรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็ถูกฉีกทิ้งอีก แล้วก็มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ขึ้นมาใช้ ก็เป็นที่ครหานินทาอีกครับว่าที่มา มันไม่ชอบ มันมาจากคนร่างที่เผด็จการตั้งขึ้นมา ทั้ง ๆ ที่ผมก็ชื่นชมนะครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่นี่ บางส่วนก็ไปเอาของปี ๒๕๔๐ ที่ดี ๆ มาใช้ บางเรื่องท่านก้าวหน้า ท่านเพิ่มเติมมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ท่านให้สิทธิพี่น้องประชาชนที่จะเข้าชื่อเสนอกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บอกว่าต้องเข้าชื่อ ๕๐,๐๐๐ คน แต่ของปี ๒๕๕๐ บอกว่าถ้าเป็น กฎหมายปกติธรรมดาก็เอา ๑๐,๐๐๐ คนก็พอ อันนี้ก็ถือว่าก้าวหน้า การคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพประชาชนก็มีการเพิ่มเติมอีกมากมาย แต่ในปี ๒๕๕๐ เองก็มีข้อบกพร่องอีกครับ ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ฟัง มาตรา ๑๙๐ ที่มีคนพูด ไปแล้วนี่ เราก็ยังไม่ได้แก้ไขนะครับ การจะไปทําสัญญา ไปเจรจากับต่างประเทศนี่ วันนี้ มันไม่มีความคล่องตัว กระทรวงการต่างประเทศก็อึดอัดใจ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้หลัก ผู้ใหญ่ของทางประเทศจีนนะครับ เขาบอกว่าขนาดน้ําท่วม อุทกภัยที่เกิดขึ้น ประเทศจีน จะเอาเงินมาช่วยเหลือ ฝ่ายที่รับผิดชอบของฝั่งประเทศไทยยังไม่กล้าจะไปเซ็นอะไรกับเขา กลัวว่าจะผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ทั้ง ๆ ที่เขาจะเอามาช่วยนะครับ หรือลูกเรือจีน ที่ขนสินค้าจากเมืองจีนมาขึ้นที่อําเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงรายบ้านผม ถูกฆาตกรรมไป ๑๓ ศพ ประเทศจีนเขางดส่งกองเรือมา การค้าขายทําไม่ได้ เสียหายมากมาย ในที่สุดประเทศจีน เขาก็เชิญประเทศไทยไปร่วม บอกว่าต่อไปนี้เราจะบูรณาการกัน ๔ ฝ่าย ทั้งประเทศจีน ทั้งประเทศไทย ทั้งประเทศลาว ทั้งประเทศพม่า ดูแลรักษาลําน้ําโขงเพื่อจะไม่ให้เกิดเหตุอีก ประเทศอื่นเขาเซ็นกันหมดละครับ เหลือประเทศไทยบอกว่าต้องกลับมาหารือกันก่อนว่า ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ หรือไม่ ซึ่งถ้าเราไม่ทําให้มันชัดเจน มันก็จะเป็นปัญหาคาราคาซัง อย่างนี้นะครับท่านประธาน หรือแม้กระทั่งมาตรา ๒๖๖ เพื่อนสมาชิกทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ส.ว. ท่านคงมีประสบการณ์ เขาบอกว่าห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ใช้สถานะความเป็นสมาชิกไปยุ่งเกี่ยว ก้าวก่ายกับการปฏิบัติราชการประจํา แล้วโทษอย่างไรครับ ถ้าไปยุ่งนี่คือถูกออกจากตําแหน่ง ทีนี้เวลาเราเป็นผู้แทนราษฎรที่ประชาชนเลือกมา หรือท่านเป็น ส.ว. ที่จะต้องไปพบประชาชน เจอเหตุเล็ก ๆ น้อย ๆ ฝายมันจะแตก ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าท่าน ส.ส. ทําอย่างไรจะประสานกับทางอําเภอ ประสานกับกรมป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยขอกระสอบทรายมา พวกผมมีแรงงาน มีทรายพร้อม จะช่วยแก้ปัญหา ผมไปติดต่ออําเภอก็ไม่ได้ครับ เดี๋ยวก็จะผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ แล้วในที่สุดท่านประธานก็ต้องมาเปิดให้หารือก่อนเข้าวาระการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗ เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งมันน่าจะจบอยู่ในพื้นที่มันก็ต้องเอามาเข้าในสภา ท่านประธาน ก็ต้องส่งเรื่องไปให้กระทรวง ทบวง กรม กว่าข้างบนจะลงไปถึงข้างล่าง กว่าจะแก้ไข ให้ประชาชน มันไม่ได้นะครับอย่างนี้ครับ จําเป็นต้องปรับปรุง ต้องแก้ไข อันนี้ก็เป็น อีกจุดหนึ่งที่ผมชี้ให้ท่านประธานเห็น หรือมาตรา ๒๖๕ ห้ามมิให้ผู้เป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไปดํารงตําแหน่งทางบริหาร วันนี้ท่านก็จะเห็นนะครับ บรรดาเลขานุการ รัฐมนตรี ที่ปรึกษารัฐมนตรีเดินวนอยู่รอบห้องประชุม เข้ามาก็ไม่ได้ ประสานงานกับ ส.ส. ก็ลําบาก ความห่างเหินมันเกิดขึ้น จนกระทั่งทําให้การแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ไม่สามารถทําได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาตรา ๒๓๗ คงไม่ต้องพูดกระมังครับ ยุบพรรคการเมือง ใครเป็นกรรมการบริหารพรรค เกิดทําผิดพลั้งเผลอขึ้นไปปราศรัยพูดจาอะไรเพี้ยนไปนิดหนึ่ง ไม่ได้ระวังก็เจอข้อหาหลอกลวงดูหมิ่น เสียดสี อะไรก็แล้วแต่ที่ กกต. เขากําหนด เป็นระเบียบออกมา ก็มีสิทธิถูกยุบพรรคได้ทั้ง ๆ ที่สมาชิกอื่นเป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน หรือกรรมการบริหารอื่นเขาไม่ได้รู้เรื่องด้วยก็ต้องถูกเพิกถอนสิทธิไปด้วย อย่างนี้ ก็ต้องปรับปรุงแก้ไข ที่สําคัญท่านประธาน ท่านก็คงทราบ มาตรา ๓๐๓ รัฐธรรมนูญบอกว่า การลงมติให้แก้ไข เพิ่มเติมหรือไม่ให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญต้องมีคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกของแต่ละสภา ปรากฏมีร่างพระราชบัญญัติบางฉบับ เข้ามาแล้วผ่านก็ไม่ผ่าน ตกก็ไม่ตก ก็คาราคาซังอยู่อย่างนี้ เพราะมันไม่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่ง ทั้ง ๒ ข้าง ก็หาทางออกไม่ได้ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า เราคงจะต้องมาสะสาง มาปรับปรุงแก้ไขนะครับ ไม่ได้เพื่อประโยชน์ใคร แต่เพื่อประโยชน์ ของบ้านเมืองและเพื่อประโยชน์ของลูกหลาน เราเอาสิครับ รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ ไล่มาเรื่อยละครับ อันไหนที่เป็นจุดแข็ง จุดเด่น มันเป็นของดี เราก็เอามาใช้ อันไหนไม่ดีก็ตัด ออกไป ไปดูของต่างประเทศเขาว่าอย่างไรครับ เขาก้าวหน้ากว่าเรา เขาเป็นประชาธิปไตย มานานกว่าเรา ตรงไหนที่มันปรับใช้กับบ้านเมืองเราได้ เราก็นํามาใช้ มันไม่ได้เสียหายนะครับ และที่สําคัญผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าเราไม่ได้ไปแอบเขียนกัน ๓ คน ๗ คน ไม่เหมือน รัฐธรรมนูญใต้ตุ่มแบบที่เป็นมาในประวัติศาสตร์นะครับ เราเขียนท่ามกลางสายตา ของสาธารณชน เราเขียนไป เรารับฟังความคิดเห็นไป พี่น้องสื่อมวลชนทั้งหลายก็มาช่วยกัน ติติง วิพากษ์วิจารณ์ เปิดเวที ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วงเสวนาทั้งหลาย พี่น้องประชาชน ก็จะได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ท่านไม่ต้องห่วงนะครับ จะมีการไปแตะสถาบันพระมหากษัตริย์ จะมีการไปเขียนเพื่อประโยชน์ของคนบางคน มันทําไม่ได้นะครับ ในที่สุดเราก็ต้องนําไปสู่ การขอประชามติของพี่น้องประชาชนว่าท่านรับ ไม่รับ กระผมอยากกราบเรียนนะครับว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ท่านทั้งหลายก็บอกว่าก่อนแก้ทําไมไม่ไปถามประชามติ ของประชาชนเสียก่อนว่าจะแก้ ไม่แก้ ท่านประธานครับ ผมจําได้ว่าเมื่อครั้งเรามีการทํา ประชามติรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ จําได้ว่าท่านสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญและผู้มีอํานาจในบ้านเมืองขณะนั้นท่านบอกว่ารับไปก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อย ไปแก้ทีหลัง มีอะไรค่อยแก้ ตอนนี้รับไปก่อน หลายคนรับเพราะอะไรท่านประธาน รับเพราะ ๑. อยากให้มีการเลือกตั้ง เราจะได้เลือกตั้งเร็ว ๆ นักธุรกิจเขาก็รณรงค์กันบอกรับไปเถอะ บ้านเมืองมันจะได้นิ่ง เศรษฐกิจมันจะได้เดินหน้า นักลงทุนต่างประเทศเขาจะได้มั่นใจ สถานการณ์การเมืองของเราดีแล้ว พวกเราก็รับกันมา ท่านดูสถิตินะครับ ประชามติ รับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ของผู้มาใช้สิทธิ ที่ไม่รับ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ๕๗ เปอร์เซ็นต์รับเพราะอยากเลือกตั้ง รับเพราะอยากเห็นบ้านเมืองสงบ อยากเห็นเศรษฐกิจ มันเดินหน้า แต่มีเงื่อนไขว่ารับไปแล้วค่อยไปแก้นะ มาถึงวันนี้เรากําลังจะแก้ให้มันดีขึ้น เรากําลังจะให้ความเคลือบแคลงสงสัยทั้งหลายมันหมดไปว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ที่ใช้อยู่ มันเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากเผด็จการ ก็เอาเสียครับวันนี้เรามาช่วยกันสนับสนุนให้มี สสร. ขึ้นมา แล้วมาช่วยกันติดตามดู สสร. เขาไปทํางาน เราไม่ไปบอกเขาหรอกครับว่าให้เขาแก้ มาตรานั้น มาตรานี้ ผมศรัทธา ผมเชื่อถือว่าตัวแทนของประชาชนทั้งหลายซึ่งเขาต้อง รับผิดชอบต่อประชาชนที่เขาเลือกเข้ามาและผมเชื่อนักวิชาการที่เขาจะเข้ามาช่วยดูแล ในฐานะภาคผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย ๒ อย่างมาร่วมกัน คงจะทําให้เราได้รัฐธรรมนูญที่ดีกว่าทุกฉบับ ที่ผ่านมา ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ และเมื่อนั้นข้อขัดแย้งทางสังคมอันเนื่องมาจากกติกาสําคัญ ของบ้านเมืองก็จะได้หมดไป ผมในฐานะเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ พวกเราก็มองนะครับ รัฐธรรมนูญ บางคนมองว่าแก้แล้วจะเกิดเงื่อนไขความขัดแย้งต่อ แต่วันนี้ผมมองว่าแก้แล้วทําให้มันดีขึ้น ทําให้ทุกคนสบายใจ มันก็เป็นการลดความขัดแย้งของสังคม

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฝากเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน วันนี้ เป็นโอกาสสําคัญที่เราจะได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ให้บ้านเมืองโดยการช่วยกันผลักดัน ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อไปทํากติกาสูงสุดของบ้านเมืองที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย และจะเป็นมรดกอันดีงามให้กับลูกหลานที่จะได้ใช้ต่อไปในอนาคต ก็ขอพวกเราช่วยกัน สนับสนุน และท่านระมัดระวังได้แต่ไม่ควรจะระแวงกันมากเกินไปครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ครับ

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมาจากจังหวัดตาก ในฐานะของสมาชิกรัฐสภานะครับ ท่านประธานครับ ต้องเรียนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นั้น เป็นเรื่องที่สําคัญที่คนทั้งหลายนั้นต้องคอยติดตามกันมา โดยตลอดนะครับ เราได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพื่อที่จะให้มีการร่าง รัฐธรรมนูญใหม่ โดยจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ขึ้นมา ต้องเรียนจากเรื่องนี้ครับว่า ในเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับที่ได้เสนอมานั้นเป็นของรัฐบาลเสีย ๑ ฉบับนะครับ เป็นของสมาชิกจากฝั่งรัฐบาล พรรครัฐบาลอีก ๒ ฉบับ เหตุผลหลัก ๆ ที่ได้อ้างว่าจําเป็น ที่จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มีเหตุผลเอาไว้อยู่ ๒-๓ ประการนะครับ

ประการหนึ่ง ก็คือเพื่อปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองขึ้นใหม่ให้มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันนี้ก็เป็นฉบับหนึ่ง ย่อ ๆ ว่าประการนี้ละครับ บางฉบับนั้น ให้เหตุผลว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น มีบทบัญญัติไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตย ไม่ส่งเสริม ระบบพรรคการเมือง ทําให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ การได้มาซึ่งองค์กรอิสระ ขาดการเชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชน ขัดต่อหลักความเป็นประชาธิปไตย ไม่มี ระบบถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการ เหล่านี้เป็นเหตุผลนะครับ ผมเรียนว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันมาในระยะหนึ่งนั้นนี้นะครับ ผมดูแล้วข้อกล่าวหาเหล่านี้ ข้อกล่าว โดยเหตุโดยผลทั้งหลายเหล่านี้นั้นก็ยังมองไม่ชัดเจนนะครับว่ามันอยู่ในข้อไหน มาตราไหน ในประเด็นใดที่ออกมาค่อนข้างชัดเจน แต่ว่ามีการศึกษารัฐธรรมนูญมาแล้ว มีการได้ดู ในเรื่องเหล่านี้มาแล้ว ท่านประธานคงจําได้นะครับว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้ของปี ๒๕๕๐ นั้น ได้มี การศึกษาปรับปรุงมาอย่างน้อย ๒ ครั้ง ในครั้งแรกนั้นปี ๒๕๕๑ มีการศึกษาการบังคับใช้ โดยตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาการศึกษาการบังคับใช้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในช่วงนั้น มีดอกเตอร์กระมล ทองธรรมชาติ ได้เป็นประธาน แล้วก็ได้ดําเนินการกันมา ก็พิจารณาแล้ว เห็นว่ามาตรา ๑๙๐ บ้างหรือว่ามาตราอะไรต่าง ๆ นี้มีปัญหาในการบังคับใช้ ซึ่งต่อมานั้น เรายังมีคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมี ส.ว. ดิเรก ถึงฝั่ง ในขณะนั้นเป็นประธาน ก็ได้มาศึกษาดูเหมือนกันครับ แล้วก็มี ๖ ประเด็นอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปเมื่อครู่นี้นะครับว่าจริง ๆ มันมีประเด็นเรื่อง เกี่ยวกับการยุบพรรค มีประเด็นในเรื่องของการได้มา ที่มาของ ส.ว. ส.ส. อะไรต่าง ๆ นั้นนะครับ หรือว่ามาตรา ๑๙๐ พอเป็นอย่างนี้นั้นนี่ก็ได้มีการแก้ไขนะครับ ไม่ใช่ว่าไม่มีการแก้ไข แล้วก็ได้มีการปรับแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ผ่านมา อย่างน้อยยังได้มีการศึกษา ของดอกเตอร์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ที่เราได้ให้ศึกษาให้รายละเอียด ในที่สุดมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญอยู่ ๒ รายการ ท่านประธานคงจําได้ มีการแก้ไขที่มาของ ส.ส. บ้าง มีการแก้ไขมาตรา ๑๙๐ ที่มีการติดต่อ ประสานงานกับต่างประเทศที่ใช้ดําเนินการในต่างประเทศบ้าง แล้วแก้ไขกันเสร็จเป็นตอน ๆ ไป ผมเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่มีกันอยู่นั้นถ้ามันมีปัญหามันสามารถที่จะแก้ไขปรับปรุงกันได้ ทุกรายการนะครับ เพราะเรามองเห็นกันอยู่ว่าอะไรที่มันจะเป็นปัญหา ถ้าเรามาเห็นร่วมกัน แล้วว่ามันเป็นปัญหาก็สามารถที่จะมาดําเนินการจัดการแก้ไขได้ การจัดทํา สสร. เพื่อแก้รัฐธรรมนูญนั้น เราจะต้องมี สสร. ๙๙ คน ตามที่ทางรัฐบาลได้พูดไว้เมื่อในช่วง ตอนเช้านี้นะครับว่า เราจะต้องมี สสร. ๙๙ คน ๗๗ คนมาจากจังหวัดต่าง ๆ อีก ๒๒ คนนั้น จะมาจากนักวิชาการ อาจารย์มหาวิทยาลัยอะไรต่าง ๆ นะครับ ต้องเรียนย้ํานะครับว่า ผมมีความเห็นเช่นเดียวกันนะครับ อย่างท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านได้พูดไว้ว่า จริง ๆ แล้วยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เมื่อเราไม่ทราบว่าเป็นใครท่านเขียนเอาไว้เลยนะครับว่า เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเพื่อเหตุผลอย่างนี้ ๆ คนที่เขามา ๙๙ คน เขาเห็นอย่างนี้หรือเปล่าครับ เขามาแล้วจะเขียนเพื่อมาสอดคล้องกับสิ่งเหล่านี้หรือเปล่า เขาอาจจะไม่ได้แก้ในสิ่งที่ ท่านต้องการกันเลยก็ได้ เพราะเรายังไม่ทราบเลยว่าใคร แล้วไม่รู้เลยว่าเป็นใคร เพราะฉะนั้น คุณสมบัติต่าง ๆ ที่คนจะมาเป็น สสร. นั้น ที่จะเข้ามาแล้วมาดําเนินการนั้น ถ้ามาทําไปแล้ว มันไม่สอดคล้องกับสิ่งเหล่านี้เลยเราคงไม่สามารถที่จะไปกําหนดกฎเกณฑ์กับเขาได้จริง ๆ ถ้าสมมุติว่า สสร. เหล่านั้นได้มาซึ่งพี่น้องประชาชน ได้คัดเลือกกันมาโดยตรงอย่างถูกต้อง สมบูรณ์แบบกันจริง ๆ เราก็คงกําหนดเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่ออกมาจะเป็น หน้าตาอย่างไรยังทราบกันไม่ได้ ตามเหตุผลที่ว่าไว้จะแก้อะไรครับ ถ่วงดุลอํานาจองค์กรตุลาการ ขัดหลักประชาธิปไตยอะไรต่าง ๆ เขียนไว้เยอะแยะนี่ครับ จริง ๆ อาจจะไม่ใช่อย่างนี้ก็ได้ เขาอาจจะเขียนมาอย่างไรเราไม่ทราบได้ การทํา สสร. นั้น จริง ๆ แล้วการที่จัดให้มี สสร. หลายคนอาจจะมองเห็นว่ารัฐบาลใจกว้าง รัฐบาลก็เลยไปจัด สสร. เพื่อให้มีการดําเนินการ แต่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งเขาไม่ได้คิดทํานองนั้น เขาคิดว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องของการไม่อยาก จะต้องรับผิดชอบ ให้ไปทําในเรื่องที่ไปทํากันได้เสีย ถ้าสามารถมีสิทธิ มีหนทางใด ที่มันสามารถที่จะกําหนดกันได้คุณไปเขียนอะไรออกมาแล้วไม่ต้องผ่านทางเราอีกต่อไป เราก็ไม่ต้องรับผิดชอบได้ สุดท้ายแล้วก็เป็นเรื่องของ สสร. เป็นเรื่องของฝ่ายโน้นทํา ฝ่ายนี้ทํา ซึ่งไม่เกี่ยวกับทางฝ่ายรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับทางพรรครัฐบาล นี่ผมได้เล่าให้ฟังอย่างนี้เพราะว่า เหตุผลอย่างนี้มีการพูดกันไม่ใช่น้อยทีเดียวนะครับ ผมต้องเรียนว่าเราหลายคนบอกว่า ทําไมเราจะไปปฏิเสธการเลือก สสร. เราไม่ปฏิเสธครับ ถ้าเราจะมี สสร. เพื่อมาแก้ไข ปรับปรุงรัฐธรรมนูญ แต่ต้องเรียนว่า สสร. นั้นเลือกตั้ง เรามีการเลือกตั้งเช่นเดียวกับ ผู้แทนราษฎร เช่นเดียวกับ ส.ว. ที่จะมีการเลือกตั้งในส่วนเลือกตั้ง ส.ว. อีกส่วนหนึ่งมาจาก การแต่งตั้ง ส.ส. กับ ส.ว. นั้น ที่ได้กันมานั้นก็น่าจะเช่นเดียวกันนะครับ อยู่ในทํานองเดียวกัน กับ สสร. ที่ว่า ที่กําลังยังมองไม่เห็นอยู่นี้นะครับ ผมต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น มันไม่ได้ขี้เหร่อะไรมากมายนักนะครับ เพียงแต่ว่าถ้าชื่อมันขี้เหร่นั้น เราก็มาปรับปรุงกันเสีย มาช่วยกันทําเสีย มาดูเสียว่ามันควรจะเป็นอย่างไร ควรที่จะแก้ ตรงไหน มันไม่ดี จุดไหนมันใช้ไม่ได้ คนที่จะมาแก้ไขปรับปรุงให้มันดีได้เอาให้ตามใจ อย่างที่เราว่า อย่างที่เราว่าตามเหตุตามผลทั้งหมด เราทําได้หมด พรรครัฐบาลเป็นพรรค เสียงใหญ่ เราใช้ ส.ส. ส.ว. ซึ่งก็คัดเลือกมาตรงจากประชาชนเหมือนกันครับ ก็มาแก้กันได้นี่ครับ กลไกในสภานี้ครับ ไม่ต้องเอา ๙๙ คนหรอกครับ เอามัน ๖๕๐ คน มาช่วยกันดูยังได้เลยครับ มาจากประชาชนทั้งสิ้น มาจากคนที่มีประสบการณ์ทางวิชาการต่าง ๆ ทั้งสิ้น มาช่วยกันทําว่า เราจะทํากันอย่างไร แก้ไขในประเด็นอะไรที่มัน ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย ในประเด็นอะไร ที่มันขัดข้อง ประเด็นอะไรที่มันทําให้ประเทศชาติไม่มีประสิทธิภาพอะไรใส่ได้หมด เพราะฉะนั้นในประเด็นเหล่านี้นั้นผมคิดว่าถ้าเราเอาเข้ามาแล้วก็มาดําเนินการนั้น มันน่าจะทําให้มองเห็นกันอย่างชัดเจน มันอย่างเปิดเผยว่าสิ่งที่เราจะแก้นั้นคืออะไร กับในสิ่งที่ กําลังจะไปร่าง ซึ่งเราก็มองไม่เห็นนะครับ ในขณะนี้ยังมองไม่เห็นเลยว่าจะออกมาเป็นรูปร่าง หน้าตาอย่างไร หลายคนก็ข้องใจโทษเขาไม่ได้ครับว่าอาจจะเขียนมาแล้ว อาจจะมีปัญหา ตรงนั้นบ้าง อาจจะมีตรงนี้บ้าง อาจจะขัดข้องกับเรื่องนั้นเรื่องนี้บ้าง มองไม่เห็นในขณะนี้ เพราะฉะนั้นผมต้องเรียนว่าถ้าเราจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แล้วก็ใช้ผู้แทนราษฎรเรา ส.ว. เราที่มีกันอยู่ทั้งหมดนี้มาช่วยกันดําเนินการนั้นก็มีเช่นเดียวกันนะครับ มาจาก พี่น้องประชาชนทั้งสิ้น หรือว่าท่านจะปฏิเสธว่าไม่ได้มาจากพี่น้องประชาชน มาครับ พวกเรา มากันทั้งหมด แล้วเราก็จะรู้ว่าประเด็นไหนที่มันติดขัด ประเด็นไหนที่เป็นปัญหา และยิ่งกว่านั้นครับ ผมมีหลายคนที่บ่นว่าเป็นห่วงนั้น ผมต้องเรียนว่าข้อเป็นห่วงของหลายคน ที่พูดมานั้นนี่มันก็มีเหตุ มีผลนะครับ บางคนบอกว่า สสร. ที่เลือกมานี่เห็นไหมครับ ไม่ได้ กําหนดเลยว่าสังกัดพรรคการเมืองได้ไหม ไม่เขียนไว้ในกฎหมายครับ สุดท้ายแล้วพอเรา เลือก สสร. ขึ้นป้ายได้ไหมครับ ผมสมัครเป็น สสร. จังหวัดนี้ ผมอยู่ในพรรคเพื่อไทย ผม สสร. จังหวัดนี้ผมอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ผม สสร. จังหวัดนี้อยู่พรรค คือถ้าเป็นอย่างนั้น ออกมาแล้วผลทั้งหลายที่ออกมามันก็ไม่ได้ต่างไปจากสภานี้ละครับ ออกมาเสร็จ มติพรรค เขาบอกว่าควรจะเขียนอย่างนี้ คุณเอาไปเขียนอย่างนั้นออกมา คุณควรจะต้องเขียนออกมา อย่างนี้ มันก็ถูกครอบงําครับ ในทางการเมืองสุดท้ายแล้วมันก็ไม่ได้เป็นอิสระอย่างที่ เราคิดกันเลยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้นั้นนี่มันต้องมาดูกันด้วยเหมือนกันนะครับว่า จริง ๆ แล้วทั้งหมดนี่มันเป็นอย่างไร ผมถึงคิดว่าการดําเนินการอย่างนี้นั้นถ้าเราได้พิจารณากัน ให้ละเอียดแล้วก็คิดว่าเราต้องการหวังผลกันจริง ๆ การพิจารณาที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในประเด็นต่าง ๆ ที่เราคิดว่ามีปัญหา เราก็แก้กันตรงนั้นได้ หลายคนยอมรับนะครับว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ต้องถือว่าก็ใช้ได้อยู่ ก็เป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้ได้และเป็นรัฐธรรมนูญ ที่ดีอันหนึ่งครับ เพราะว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่แก้ปัญหามาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งก็ได้ ดําเนินการกันมาแล้วก็อะไรที่เป็นปัญหาที่เราคิดว่าเป็นปัญหานั้น คนร่างเขาก็มีเหตุผลของเขา ก็เอามานั่งถกกัน มานั่งแก้กัน ดูกันว่าทั้งหมดมันควรจะเป็นอย่างไร ผมเรียนว่าอย่างนี้ เพื่อจะให้มองเห็นภาพนะครับว่าการดําเนินการที่เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเราสามารถที่จะ ดําเนินการกันได้นะครับ ผมเรียนว่าการจัดทํา สสร. นั้นท่านประธานคงจําได้ครับ ปี ๒๕๔๐ นั้น เราก็มีกันมาแล้ว เรามีกันมาก่อนแล้ว การจัดทํา สสร. ในปี ๒๕๔๐ นั้นก็ไม่ได้มีการเลือกตั้ง โดยตรงอย่างนี้นะครับ เพียงแต่คัดสรรมาจาก ๗๖ จังหวัด แล้วก็เอาจากผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย เอาจากคนที่มีความรู้ความสามารถเพิ่มมาอีก ๒๓ คน ก็เป็น ๙๙ คนเหมือนกัน แล้วก็มา ร่างรัฐธรรมนูญ เราได้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่หลายคนพยายามจะบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญของพี่น้องประชาชนโดยตรงอะไรก็ตามนะครับ เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ดีที่สุด ก็ต้องยอมรับครับว่าจริง ๆ แล้วนั้นรัฐธรรมนูญชุดปี ๒๕๔๐ นั้นต้องถือว่า ก็เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีมากฉบับหนึ่งนะครับ แต่ว่าการที่รัฐธรรมนูญที่เราใช้กันนั้นมันไม่ได้อยู่ที่ ตัวรัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญที่ว่านี้ใช้ไป ๘ ปี ๑๑ เดือน ๘ วัน อย่างที่ท่านว่านั้น จริง ๆ ครับ แต่ว่ามันไม่ได้ใช้ ที่มันล่มไปมันไม่ใช่ล่มไปเพราะว่าตัวรัฐธรรมนูญมันไม่ดีหรือมันมีปัญหา รัฐธรรมนูญมันมีปัญหาเรื่องนั้น ไม่ใช่ครับ จริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ใช้มาจนถึง ปี ๒๕๔๙ รัฐธรรมนูญนี้นั้น ผู้บริหารประเทศใช้มีอยู่ ๒ คน คนหนึ่งก็คือหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ครับ นายชวน หลีกภัย ใช้เมื่อท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๔๔ ตอนนั้นท่านเป็นนายกรัฐมนตรีก็ใช้มาไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ กกต. ป.ป.ช. ท่านเป็นอิสระในการดําเนินการ ไม่ได้มีการแทรกแซง ส.ว. วุฒิสมาชิกที่อยู่ ไม่มีใครไปยุ่งเลยครับ ท่านมีอิสระที่จะทําอะไรทุกอย่าง เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกันนี้เมื่อหลังจากปี ๒๕๔๔ ใช้อีกคนหนึ่งครับ ท่านเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เพราะฉะนั้นปี ๒๕๔๔ ถึงปี ๒๕๔๙ มันมีปัญหาอะไรครับ มีปัญหาไม่ว่าจะเป็น ส.ว. ไม่ว่าจะไปเป็น กกต. ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็นอะไร เริ่มมีปัญหากันหมด เพราะได้ถูกแทรกแซงกันโดยวิธีการต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ส.ว. ส่วนหนึ่ง ก็มีปัญหาครับ ถ้าในตอนนั้นก็คงทราบกันดี กกต. มีปัญหาจนถูกฟ้องติดคุกกันครับ ศาลสั่งจําคุกเลยครับ เพราะฉะนั้นมันขึ้นอยู่กับว่าใครมาใช้รัฐธรรมนูญนั้นครับ พอเข้า แทรกแซงมาก ๆ แรงกดดันมันก็มีกันขึ้นเรื่อยครับ ความไม่เป็นธรรมในยุคนั้นมันเลยมากขึ้น ๆ จากปี ๒๕๔๔ ไปถึงปี ๒๕๔๙ ช่วงระยะเวลาเท่านั้นทําให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นอยู่ไม่ได้ ช่วงนั้นความเป็นธรรมหาอะไรไม่ได้แล้วครับ จังหวัดไหนไม่เลือกพรรครัฐบาล ไม่ต้องไปทํา จังหวัดไหนอะไรมันมีกันหมด เพราะฉะนั้นคนมันกดดันมากครับ ในที่สุดแล้วรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ว่านี้ ปี ๒๕๔๐ ที่ดีนั้น ก็ไปไม่รอด เพราะฉะนั้นเราดูกันแล้วจริง ๆ มันไม่ใช่ ตัวรัฐธรรมนูญครับ มันอยู่ที่คนใช้รัฐธรรมนูญ ถ้าใช้รัฐธรรมนูญที่ถูกต้องไปได้ดี ด้วยความเป็นธรรม ด้วยความสุจริตใจ รัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ดําเนินการได้ตลอดครับ ฉบับไหนก็พอไปได้ เพราะเป็นแนวทางที่เราจะเดินทําให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง ถ้าเรา มีความเป็นธรรม มีการดําเนินการมันไม่น่ามีปัญหาอะไรครับ ท่านประธานครับ การแก้ รัฐธรรมนูญอย่างนี้นั้น อ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น จะต้องเขียนใหม่ครับ เขียนให้เป็นประชาธิปไตย ผมเองนี่เรียนตรง ๆ นะครับว่าผมอยู่มา กับวงการเมืองนี้ต้องเรียกว่าจนวันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ มาอยู่เป็นผู้แทนราษฎร แต่จริง ๆ แล้ว ผมอยู่ในวงการเมืองมาก่อนเป็นผู้แทนราษฎร เพราะคุณพ่อผมนั้นก่อร่าง สร้างพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างน้อยก็ ๖๕ ปีแล้วครับ แล้วไม่เคยไปไหนกันเลยครับ ตั้งแต่ คุณพ่อผม มาอยู่รุ่นผม ตอนนี้มารุ่นลูก เพราะฉะนั้นเราอยู่กันมาเราก็รู้ครับว่า การเป็นประชาธิปไตยมันเป็นอย่างไรครับ การเป็นประชาธิปไตยนั้น จริง ๆ มันจะต้อง มาจากพี่น้องประชาชนคัดสรรเข้ามา เราใช้ระบบตัวแทน เลือกผู้แทนราษฎรเข้ามา ผู้แทนราษฎรนั้นก็มาทําหน้าที่กันในสภาครับ มีปัญหาของบ้านของเมืองอย่างไรเลือกรัฐบาล เข้าไป ผู้แทนราษฎรคอยดูแล คอยคุมรัฐบาล รัฐบาลทําไปได้ถูกต้องไหม มีอะไรมีปัญหา สภาเป็นเวทีที่เรามาสู้ความคิดกัน ใครได้คะแนนเสียงข้างมาก พี่น้องประชาชนยอมรับ ก็ไปเป็นรัฐบาล พรรคไหนที่มีใครยอมรับน้อยกว่า พี่น้องประชาชนไม่ค่อยรับก็ไปเป็น ฝ่ายค้าน ผมเป็นทั้งรัฐบาล ผมเป็นทั้งฝ่ายค้านมาเยอะแยะครับ เป็นมาหลายครั้งหลายหน แต่ผมก็ถือว่าสิ่งเหล่านั้นมันคือประชาธิปไตย แต่ว่าประชาธิปไตยหลัง ๆ ที่มาอ้างกันนั้น บางทีผมก็ไม่เข้าใจครับ เพราะผมก็ไม่เคยนะครับ พรรคที่ผมอยู่นั้น เป็นประชาธิปไตย เราก็มีอย่างนี้ครับ เลือกตั้งเสร็จเราก็มาสู้กันในสภา จบแล้วก็กลับไปเลือกตั้งกันใหม่ก็ว่ากันมา เราก็ได้ระบบตัวแทน แต่ว่ายุคหลังมันไม่ใช่ครับ พอเราได้เข้ามา เข้ามาตามกลไกของรัฐสภาจริง ๆ มาเป็นรัฐบาล ตอนหลังพอคนอื่นเขาเป็นฝ่ายค้าน ครึ่งหนึ่งเขาอยู่ในสภา อีกครึ่งหนึ่งอยู่นอกสภา คนเป็นรัฐบาลไป ไปไหนก็ไปโดนเย้ว เย้ว เย้ว แล้วก็บอกว่านั่นพวกเดียวกัน แล้วก็กลายเป็น อะไร สุดท้ายแล้วก็มานั่งทะเลาะกันอยู่อย่างนี้ครับ แล้วก็บอกว่านี่ละคือประชาธิปไตย เราจะแสวงหาประชาธิปไตยที่ไหนกันอีกครับ ถ้าประชาธิปไตยจริง ๆ มันไม่ได้ยากเย็น ขนาดนั้นครับ เพียงแต่ว่าถ้าท่านเอาตัวแทนของพี่น้องประชาชนมา แล้วก็มาอยู่ในสภาสิครับ พูดกันในสภา สู้กันในสภา ความคิดความเห็นต่าง ๆ มาสู้กันในสภาครับ เสื้อสีนั้น สีนี้ ไม่ใช่แล้วครับ นั่นไม่ใช่ประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราแสวงหาประชาธิปไตยคือเราอยากได้ประชาธิปไตยจริง ๆ แล้วบ้านเมือง จะอยู่รอดปลอดภัย อ้ายเรื่องที่จะสมานฉันท์ อ้ายเรื่องจะอะไรต่าง ๆ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นครับ ถ้าเราได้ดําเนินการกันตามระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ ระบอบประชาธิปไตย บริสุทธิ์กันจริง ๆ แล้วนี่ ทํากันอย่างซื่อสัตย์สุจริต ทุกอย่างก็สามารถที่จะดําเนินการกันได้ แก้ปัญหาทั้งหมดได้แน่นอนครับ แต่ว่าถ้าอย่างว่ามีการใช้วิธีกันร้อยแปดปัญหาก็ไม่จบ คิดกันร้อยแปดหาวิธีกันร้อยแปดก็คิดปัญหาบ้านเมืองก็ไม่จบ เพราะฉะนั้นผมก็ต้องเรียนว่า ทั้งหมดทั้งหลายนี้ท่านประธานครับ การแก้รัฐธรรมนูญที่ผมได้คุยให้ท่านประธานฟังนั้น ต้องยอมรับว่าทั้งหมดที่เล่าให้ฟังทั้งหมดนั้นจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น สามารถที่จะแก้ไขได้ แล้วเรามองเห็นทุกอย่าง แล้วเวลาเราแก้ไขเราสามารถที่จะมาช่วยกัน ดูได้เลยครับทั้งหมด อยากจะได้ให้เป็นอย่างไร อยากจะออกมาเป็นอย่างไร อยู่ในมือพวกเรา ๖๕๐ คน ยังได้เลยครับ จะแก้ออกมาตรงไหน จุดไหนไม่ดี ไม่เป็นประชาธิปไตย ตรงไหน มีปัญหา มีอุปสรรคอย่างไร แก้ได้หมดครับ แล้วเราก็จะทําให้บ้านเมืองเราเดินต่อไปได้เลยครับ ผมก็จึงเห็นว่าทั้งหมดนี้ผมยังไม่เห็นด้วยกับการที่จะต้องไปทําร่างใหม่ ทําอะไรอีกเยอะแยะ ขึ้นไป เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาสนี้ได้ชี้แจงในส่วนเหล่านี้นะครับ แล้วขอแสดงความไม่เห็นด้วย ที่จะให้มีการแก้ไขในมาตรา ๒๙๑ อย่างที่ว่านี้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เป็นวุฒิสมาชิกสัก ๓ ท่าน ท่านละ ๘ นาทีนะครับ ท่านดิเรก ถึงฝั่ง เชิญครับ

นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกวุฒิสภา นนทบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา กระผม นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดนนทบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมนั้นดีใจอย่างยิ่งที่วันนี้รัฐสภาของเราได้นําเสนอ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าผมเองนั้นในฐานะประธานคณะกรรมการ สมานฉันท์ได้เป็นผู้เปิดประเด็นในการเสนอแก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้ เหตุผลที่เรา ได้เสนอแก้มานั้นเนื่องจากภาวะนั้นบ้านเมืองเราเกิดวิกฤติเป็นอย่างยิ่งและในภาวะนั้น ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ๑ ชุด เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งประกอบ ไปด้วยคู่กรณีทั้งหลายทั้งปวง และชุดนั้นเราได้นําเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญไป ๖ ประเด็น นอกจากเราเสนอแก้ ๖ ประเด็นแล้ว เราได้บอกว่าในระยะยาวนั้นเราจะต้องมี สสร. เพื่อนํา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้มาพิจารณาและแก้ทั้งฉบับ เราได้เสนอเรื่องนี้มาและติดตามเรื่องนี้ มาโดยตลอด แต่ ๖ ประเด็นกว่าเราจะแก้ได้ ทําให้เกิดปัญหาไปหลายประการ ซึ่งผม ไม่อยากจะย้อนกลับไปพูดอีก ผมจึงอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าเหตุผลที่เรา ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น เพราะเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนจริง ๆ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้นหมายถึง การปกครองของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ของประชาธิปไตย ก็คือรัฐธรรมนูญที่ต้องมาจากประชาชน ด้วยเหตุนี้เองรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จึงเกิดความขัดแย้งเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วเนื้อหาของรัฐธรรมนูญนั้นผมคงไม่มีเวลาพูดอย่างละเอียด ความจริงอยากได้ เวลาสักชั่วโมงหนึ่งจะได้อธิบายอย่างละเอียดว่าเหตุใดเราถึงจําเป็นต้องแก้เป็นอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นในหลาย ๆ มาตรามันขัดกับหลักการของการร่างรัฐธรรมนูญ ขัดกับหลักการของการสร้างรัฐธรรมนูญที่ทั่วโลกเขาทํากัน หลักของการร่างรัฐธรรมนูญนั้น ๑. เขาต้องการจํากัดอํานาจของผู้ปกครองและคุ้มครองสิทธิของประชาชน ๒. ต้องการ สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคม ๓. สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กับรัฐบาล นี่เป็นหลักสากลที่ทั่วโลกในระบอบประชาธิปไตยเขาใช้กันในการร่างรัฐธรรมนูญ ทีนี้เรามาดู รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ของเรา ในหลาย ๆ มาตรามันขัดกับหลักการตรงนี้ เราจึงได้เสนอแก้ แล้วเราได้ยกประเด็นที่แก้ไว้ให้อย่างชัดเจน คือมาตรา ๒๓๗ ซึ่งผมพูดอย่างนี้มา ไม่รู้จะกี่ครั้งแล้วว่า มาตรา ๒๓๗ นี้เองมันเป็นประเด็นที่ขัดกับหลักการในการ ร่างรัฐธรรมนูญหลายเรื่องหลายประการ ไม่มีที่ไหนหรอกครับ ที่เขาเอาคนที่ไม่ได้ ทําความผิดไปลงโทษ เพราะฉะนั้นตรงนี้เองมันจึงขัดกับหลักของสิทธิมนุษยชน เพราะฉะนั้น เราจึงเสนอให้แก้มาตรา ๒๓๗ เป็นประเด็นแรกใน ๖ ประเด็นนั้น แต่จนบัดนี้เราก็ยังไม่ได้ ดําเนินการแก้ไข และใน ๓ ข้อของหลักการในการที่สร้างรัฐธรรมนูญนั้น ข้อที่ ๓ บอกว่า สร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้กับรัฐบาล รัฐบาลจะมีเสถียรภาพได้อย่างไรในเมื่อ พรรคการเมืองนั้นถูกยุบ ยุบแล้วยุบอีก พรรคใดขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็หวาดระแวงไปหมดว่า จะถูกฟ้อง แล้วในที่สุดก็ถูกยุบพรรค นี่คือเสถียรภาพทางการเมืองที่มันขัดกับหลักการ ในการร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นผมจึงได้เสนอว่าหลังจากแก้ ๖ ประเด็นแล้วให้มี สสร. ๓ ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิจารณารัฐธรรมนูญทั้งฉบับ อะไรดีเราเก็บไว้ ผมพูดมาตลอด รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ของดีเราก็มีเยอะ แต่สิ่งที่ไม่ดีเราก็แก้เสีย แก้เสียโดยให้ สสร. เป็นคนแก้ ผมค้านมาตลอดที่มีผู้เสนอว่าไม่ต้องตั้ง สสร. หรอก ให้วุฒิสภามาแก้ก็ได้ ให้ตั้งคณะทํางาน ชุดหนึ่งมาแก้ก็ได้ ผมจึงค้านในสิ่งเหล่านี้มาโดยตลอด ค้านอาจารย์อุกฤษ ค้านนิติราษฎร์ ค้านท่านสดศรี ขอประทานโทษที่ต้องพูดถึง ๓ ท่านเหล่านั้น เพราะว่าถ้าตั้งเอามาแก้ โดยคณะหนึ่งคณะใดมันไม่จบหรอกครับ มันไม่จบเนื่องจากว่าก็จะต้องถูกกล่าวหาโดยตลอดว่า มันเกิดจากคณะหนึ่งคณะใด ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของตัวรัฐธรรมนูญที่ต้องมาจากประชาชน เพราะฉะนั้นเราจึงเสนอว่าต้องตั้งเป็น สสร. ๓ ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจากประชาชน โดยตรง เมื่อมาจากเขาโดยตรงแล้ว แล้วเมื่อเขาช่วยกันคิด ช่วยกันทํา ช่วยกันแก้ ใครจะมา บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ชอบ รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมาจากผู้หนึ่งผู้ใด ไม่มีใครที่จะมาพูด ในสิ่งเหล่านั้นได้ ผมอยากจะยกเอาพระราชหัตถเลขาของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๗ ที่พระองค์ ได้สละราชสมบัติและพระราชทานรัฐธรรมนูญ พระราชทานสิ่งที่เป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ให้กับพี่น้องปวงชนชาวไทย ก็คือว่าพระองค์มีพระราชหัตถเลขาว่า ข้าพเจ้ามีความเต็มใจ ที่จะสละอํานาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอม ยกอํานาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อํานาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร พระราชหัตถเลขานี้ถ้าเราพิจารณาให้ชัด พระองค์พูดไว้ชัดเจนเลยว่าท่านมิต้องการยกอํานาจของพระองค์ท่านนั้นให้กับผู้หนึ่งผู้ใด คณะหนึ่งคณะใด ท่านต้องการให้สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นของประชาชน เพราะฉะนั้นการที่ คณะปฏิวัติรัฐประหารปฏิวัติเสร็จร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา ก็ขัดกับเจตนารมณ์ของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๗ แล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมจึงหยิบยกมาเพื่อชี้แจงให้ท่านทั้งหลายได้เห็นว่า รัฐธรรมนูญนั้นแก้ได้ครับ ประเทศสหรัฐอเมริกาแม้ว่าเขาจะมีรัฐธรรมนูญฉบับเดียว แต่เขา แก้มาแล้ว ๓๐ กว่าครั้ง ไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยในโลกนี้ แก้ไขไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นต้องแก้ไขได้ และจะต้องแก้โดย สสร. เท่านั้น จึงจะไม่ทําให้เกิดปัญหาติดตามมา และจึงจะสมกับเจตนารมณ์ของล้นเกล้า รัชกาลที่ ๗ ที่ได้พระราชทานให้แก่พี่น้องปวงชนชาวไทยไว้ ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานรัฐสภาเป็นอย่างยิ่ง ผมมีเวลา ๘ นาที ก็คงจะพูดได้เพียงแค่นี้ ผมยืนยันว่า รัฐธรรมนูญนั้นแก้ไขได้ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ต้องแก้ไขต่อไปครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ เชิญครับ

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา ศรีสะเกษ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ประเด็นที่เรากําลังพิจารณาอยู่ก็คือว่าควรจะมี การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานครับว่าในเรื่องการปกครอง ประเทศนั้น ระบบเป็นสิ่งที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็นบริษัทหรือประเทศก็ตาม การที่ประเทศหรือบริษัทจะมีความเจริญรุ่งเรืององคาพยพต่าง ๆ จะสามารถทําหน้าที่ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมีประสิทธิผลจําเป็นต้องมีระบบที่ดี ซึ่งระบบที่ดีในที่นี้ในเรื่องของ การปกครองก็คือการมีรัฐธรรมนูญที่ดี มีรัฐธรรมนูญที่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งจะต้องประกอบด้วยหลักการดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธานครับ เป็นหลักการที่ยอมรับกันทั่วไปในระดับสากลครับ

เรื่องแรก ก็คือของไรท์ (Right) และลิเบอร์ตี้ (Liberty) หรือเรื่องของ สิทธิและเสรีภาพ

เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของความเสมอภาคหรือที่เรียกกันว่าอีควอลิตี้ (Equality)

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของภราดรภาพหรือที่เรียกกันว่าฟราเทอนิตี้ (Fraternity) นะครับ

เรื่องที่ ๔ ท่านประธานครับ เป็นเรื่องของความยุติธรรม เป็นเรื่องของหลัก นิติธรรมที่เรียกกันว่ารูลออฟลอว์ (Rule of Law) ครับท่านประธาน

เรื่องที่ ๕ เป็นเรื่องของหลักการแบ่งแยกอํานาจอธิปไตย หรือที่เรียกว่า หลักเซพาราชั่น ออฟ พาวเวอร์ (Separation of Power)

สําหรับรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๘ ฉบับปัจจุบันนี้นะครับ มีปัญหาในประเด็น เรื่องของหลักนิติธรรมในบางประการ แล้วก็มีปัญหาในเรื่องของหลักแบ่งแยกอํานาจอธิปไตย ในบางประการ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ถ้าเราจะสังเกตจากการให้สัมภาษณ์ ของบุคคลต่าง ๆ ในแวดวงสังคมของเรานะครับ ก็จะยอมรับกันนะครับว่าร่างรัฐธรรมนูญ หมายถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๘ นี่นะครับ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่ยังมีปัญหา จําเป็นต้องได้รับการแก้ไข อาจจะแตกต่างกันบ้างในเรื่องของประเด็นที่ต้องแก้ไข แต่ความจําเป็นแน่นอนชัดเจนครับว่าต้องมีการแก้ไขครับท่านประธาน ความขัดแย้ง ในเรื่องของรัฐธรรมนูญนะครับท่านประธาน มีปัญหาเกิดขึ้นเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน ไม่ว่า จะเป็น ปี ๒๕๕๑ ซึ่งมีการชุมนุมหน้ารัฐสภาต่อเนื่องไปจนถึงกองบัญชาการตํารวจนครบาล หรือปี ๒๕๕๒ ที่สามเหลี่ยมดินแดง ปี ๒๕๕๔ เกิดเหตุการณ์ที่สี่แยกราชประสงค์ซึ่งเป็น เหตุการณ์ที่รุนแรงมาก ถ้าพวกเราสังเกตกันนะครับ ความรุนแรงเกิดขึ้น รุนแรงขึ้น เป็นลําดับ จึงมีความจําเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขระบบสักครั้งหนึ่งเพื่อที่จะช่วยปลดล็อก ปลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอนาคตครับ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตไปที่ร่างฉบับปัจจุบันที่ส่งเข้ามา ๓ ร่าง มีบางประเด็นที่ผมได้พิจารณาแล้วคิดว่าอาจจะมีปัญหาครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของมาตรา ๒๙๑/๑ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า สสร. ประกอบด้วย (๑) สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนจังหวัดละ ๑ คน เป็นจํานวนทั้งสิ้น ๗๗ คนครับ ท่านประธานครับ ซึ่งประเทศไทยไม่ว่าจังหวัดใดก็ถือว่า เป็นคนไทยเช่นเดียวกัน การมาแบ่งแยกว่าจังหวัดละ ๑ คนนั้น ความจริงแล้วเสมือนกับ บอกว่าจังหวัดศรีสะเกษกับจังหวัดอุบลราชธานีมีความแตกต่างกัน ซึ่งความจริงแล้ว ไม่ใช่ ถ้าหากว่าเป็นตามประวัติศาสตร์ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาแต่ละรัฐอาจจะมีความแตกต่าง กันบ้าง จึงต้องมีข้อบัญญัติว่า ส.ว. รัฐหนึ่งมีได้ ๒ คน แต่ของประเทศไทยนั้นไม่ได้มีลักษณะ เช่นนั้นครับ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดทางภาคเหนือหรือภาคใต้ก็เป็นคนไทยเช่นเดียวกัน ถ้าหาก จะได้มีการพิจารณาในวาระที่สองต่อไปนะครับ ถ้าหากได้มีการแก้ไขส่วนนี้ให้ สสร. มาจากสัดส่วนประชากรน่าจะมีความเหมาะสมกว่าครับ ก็ขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเรื่องนี้ไว้ครับ

ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ผมพิจารณาในร่างแล้วคิดว่ายังมีปัญหาอยู่ก็คือเรื่องของ มาตรา ๒๙๑/๙ วรรคแรก มีการบัญญัติไว้ว่าภายใน ๑๐ วันนับแต่วันถัดจากวันที่มี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครบจํานวน ขออนุญาตเน้นคําว่า ครบจํานวน ตามมาตรา ๒๙๑ (๑) และมาตรา ๒๙๑ (๒) ให้มีการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้สมาชิกได้มาประชุม เป็นครั้งแรก การบัญญัติว่าให้ครบจํานวนอาจจะเกิดปัญหาได้ครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากมี ๗๗ คน บวก ๒๒ คน ขาดไปคนหนึ่งก็ไม่ครบจํานวน การประชุมครั้งแรก ก็อาจจะล่าช้าไปจึงสมควรที่จะได้มีการแก้ไขเรื่องดังกล่าวในวาระที่สอง โดยการแก้ไขให้เป็น ทํานองเดียวกันกับมาตรา ๙๓ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันครับ คือเอาแค่ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ก็พอครับ ก็ขออนุญาตให้ข้อคิดเห็นประเด็นนี้ไว้ด้วยครับ

อีกประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน เป็นเรื่องของประเด็นที่มีความกังวลกัน อยู่มากครับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ หรือจะมีการเปลี่ยนรูป ของรัฐหรือไม่ ประเด็นนี้ผมคิดว่าในฐานะที่ทุกคนที่เป็นคนไทยก็คงจะไม่มีผู้ใดประสงค์ ที่จะทําการอันใดอันเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท ในรัฐธรรมนูญเดิมได้เขียนไว้ ในมาตรา ๒๙๑ (๑) วรรคสอง เขียนว่า ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผล เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะเสนอมิได้ คือของเดิมก็ระบุไว้แล้วว่า ถ้าจะมี การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขกระทําไม่ได้ เสนอก็เสนอไม่ได้นะครับ ส่วนในร่างฉบับใหม่ที่เสนอเข้ามาครับ ก็ได้มีการระบุเช่นเดียวกันครับว่า ร่างรัฐธรรมนูญอยู่ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า เขียนว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการ เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทํามิได้ ก็มีการเขียนบัญญัติไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด ความกังวลของเพื่อนสมาชิกว่า สําหรับของเดิมบอกว่าญัตติขอแก้ไขเสนอไม่ได้ ของใหม่ ก็เขียนซ้ําอีกครั้งหนึ่งว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีผลเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะกระทํามิได้ ดังนั้นโดยเจตนารมณ์ที่พวกเราได้ร่วมกันพิจารณาก็คงเป็นที่ชัดเจนว่า ถ้าหากว่ามี สสร. ขึ้นมาจริง ก็คงจะมิสามารถที่จะมีรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลง รูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ ก็คงจะไม่มีครับ ก็อยากจะให้พวกเราได้ช่วยกันพิจารณา ในประเด็นนี้ด้วยครับ ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าท่านประธาน ในปี ๒๕๕๘ ก็จะมีเออีซี (AEC) ประชาคมอาเซียนแล้ว มีความจําเป็นที่พวกเราจะต้องพยายามแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ ในประเทศของเราให้เกิดความปรองดอง ให้มีระบบการทํางานที่มีประสิทธิภาพโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นประเทศของเราเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเออีซีแล้ว พวกเรา จะไม่สามารถแข่งขันหรือตามประเทศเพื่อนบ้านของเราได้เลยนะครับ จึงมีความจําเป็น ที่ผมเห็นว่าควรที่จะรับร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวในวาระที่หนึ่งไปก่อนครับ ส่วนประเด็น ที่จําเป็นต้องมีการแก้ไขก็คงจะได้มีการพิจารณาต่อไปในวาระที่สอง ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ครับ

นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสาคร 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสาคร วันนี้ผมรู้สึกดีใจ ที่ทางรัฐบาลได้นําร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ จริง ๆ แล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เหมือนกับเป็นการแก้ไขกติกาซึ่งกติกาต่าง ๆ ย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เราเองนั้น มีรัฐธรรมนูญทั้งหมด ๑๘ ฉบับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ผมจึงสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทําให้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอาจจะคลี่คลายไปในทางที่ดี เพราะที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาหลาย ๆ ปี ประชาชนเรามีความขัดแย้งกัน สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า มีความขัดแย้งเกิดจากกติกาไม่ค่อยดี ฉะนั้นถ้าการแก้ไขกติกาที่ดีแล้วจะนํามาซึ่ง ความปรองดองกัน ผมก็ดีใจที่รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพราะว่าการแก้ไขทั้งฉบับเหมือนกับเราเอากติกาดี ๆ จากรัฐธรรมนูญอื่นมาใส่ไว้รวมกัน แล้วก็จะทําให้เราสามารถที่จะนํากติกานี้มาใช้บังคับ ในสังคมได้ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเอง ก็มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สมัยก่อนประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีความขัดแย้งกันสูงถึงขนาดเกิด สงครามฝ่ายเหนือ ฝ่ายใต้ แต่ก็ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนกระทั่งสามารถปรองดองกัน แล้วก็อยู่เป็นประเทศสหรัฐอเมริกาทุกวันนี้

ในเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญผมอยากจะนําเสนอเรื่องที่มาของ สสร. สสร. นั้น ผมอยากจะให้มีความเป็นกลาง เพราะว่าที่ผ่านมาอาจจะมีการเมืองสนับสนุน หรือว่าเป็นตัวแทนของนักการเมืองมา ถ้าใช้กติกาคุณสมบัติเช่นเดียวกับ ส.ว. ก็จะลดปัญหา เรื่องการเมือง ทุกฝ่ายต้องเห็นแก่ส่วนรวม จะต้องพยายามทํากติกาให้เป็นกลางที่สุด เพื่อที่จะได้นํามาซึ่งความสงบสุข จริง ๆ แล้วรัฐธรรมนูญนี้ถ้าเราแก้ไขแล้วจะทําให้เรา สามารถที่จะนําประเทศผ่านวิกฤติได้ โดยเฉพาะในปี ๒๕๕๘ เออีซีจะบังคับ ผมเอง ก็เห็นอย่างประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศพม่า ขณะนี้ก็พยายามที่จะแก้ไข เปลี่ยนแปลง การปกครองจากระบอบสังคมนิยมก็พยายามเป็นประชาธิปไตย จะเห็นได้ว่ามีความตื่นตัวมาก ฉะนั้นถ้าเรามีกติกาที่ดีก็คงจะทําให้ประเทศชาติสามารถเดินได้ หลายปีนี้ประเทศไทย หยุดอยู่กับที่เพราะว่าเราไม่ได้มีการพัฒนาเลย เฉพาะแก้ปัญหาแต่ละวันก็ทําให้เราลําบาก ในการดําเนินกิจการของประเทศ รัฐบาลที่ผ่านมาแต่ละรัฐบาลก็มีปัญหาซึ่งกันและกัน ก็ผลัดหมุนเวียนกันเป็นรัฐบาล จริง ๆ แล้วผมอยากจะให้ทุกคนเห็นว่าถ้ามีกติกาที่ดี มีการเลือกตั้ง ๔ ปีครั้งหนึ่ง แล้วก็อยู่กันจนครบ ๔ ปี ทุกรัฐบาลก็จะทําให้ช่วยพัฒนา ประเทศ แล้วก็ทําให้ประเทศชาติสามารถที่จะเดินไปได้ เราเคยเป็นผู้นําในอาเซียน ปัจจุบัน ไม่ใช่นะครับ เพราะเรากําลังเดินถอยหลัง ซึ่งเหมือนกับอยู่กับที่ครับ เพื่อนบ้านเราเอง ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย สมัยก่อนนี้เราเองต้องให้เขามาดูงาน ที่บ้านเรา แต่ขณะนี้เราเองต้องไปดูงานที่บ้านเขา ซึ่งจริง ๆ แล้วผมไม่อยากเห็นประเทศไทย จะต้องอยู่กับที่ จริง ๆ ผมเรียนตรง ๆ ว่าถ้าการเมืองของเรานิ่ง ทุกอย่างเดินได้อย่างสบาย เพราะผมเชื่อในความสามารถของคนไทยว่าไม่แพ้ประเทศใดในโลก แม้แต่ประเทศสิงคโปร์ ที่ว่าเก่งกาจนะครับ ถ้าเทียบคนไทยแล้วไม่เก่งกว่าคนไทยครับ แต่เราขาดการนําที่ดี รัฐบาลเองทํางานเดี๋ยวก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เดี๋ยวพรรคโน้นขึ้น พรรคนี้ขึ้น ก็ทําให้เรา ไม่สามารถที่จะเดินไปได้อย่างราบเรียบ ก็อยากจะให้ทุกท่านที่เป็นสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ได้ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกันจริง ๆ ขอให้ทุกคนคํานึงถึงประเทศชาติ เพราะลูกหลานเรา จะต้องอยู่ในประเทศนี้อีกนะครับ เราไม่ได้อยู่เฉพาะรุ่นเรานี้ ฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างสามารถ พูดคุยกันได้ ผมอยากจะให้มีความปรองดองจริง ๆ ไม่ใช่เล่นเกมการเมือง จริง ๆ แล้ว การเมืองก็คือการเมือง ผมเข้าใจครับ แต่ว่าเราควรจะเล่นในจุดที่พอเหมาะ อย่าเอาสิ่งที่ไม่ดี มาใส่ร้ายคนอื่น ผมก็อยากเห็นประเทศชาติพัฒนาอย่างถาวร ประเทศเราเป็นสุวรรณภูมินะครับ มีความอุดมสมบูรณ์จริง ๆ แต่เราพยายามที่จะไม่เอาความอุดมสมบูรณ์มาใช้นะครับ จริง ๆ แล้วศักยภาพของประเทศเราแข็งแกร่งเกือบทุกด้าน แต่เรามีเพียงเรื่องการเมืองเท่านั้น ที่ไม่แข็งแกร่งเท่าเขา ผมก็อยากจะให้ทุกท่านได้ดูประเทศต่าง ๆ เพราะว่าถ้าการเมืองเรานิ่งแล้ว เราสามารถที่จะทําอะไรก็ได้ การทําผิด ทําถูก ผมคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครทําถูก ตลอดเวลา แล้วก็ไม่มีใครทําผิดตลอดเวลา เราเป็นคนไทยด้วยกันให้อภัยซึ่งกันและกัน ผมคิดว่าถ้าเรายึดคติว่าพึ่งพาซึ่งกันและกันนะครับ ประเทศเราก็อยู่ได้ จริง ๆ แล้ว ผมก็เสียดายว่าเราขาดผู้นําที่ต่อเนื่อง จะเห็นว่ารัฐบาลแต่ละรัฐบาลเป็นแค่ไม่กี่ปีก็เปลี่ยนอีกแล้ว เราไม่เหมือนประเทศมาเลเซียซึ่งประเทศมาเลเซียมีรัฐบาล ๒๐ กว่าปี เขาพัฒนาจากหลังเรา เกือบ ๑๐ ปีกลายเป็นรุดหน้าเรา ผมถึงอยากจะฝากนักการเมืองทุก ๆ ท่านว่าให้ร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจกัน อันไหนผิดอันไหนถูก ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แล้วก็ไม่เป็นการเสียหน้า แต่เราทุกวันนี้มันมีวิกฤติเรื่องการเมือง ก็ขอให้ ทุกคนมาช่วยกันแล้วก็ร่วมมือ ร่วมแรงร่วมใจจริง ๆ ผมคิดว่าทุกคนรักประเทศชาติ แต่บางครั้งอาจจะลืม ผมก็เลยขอนําเสนอสิ่งนี้เพื่อจะให้เป็นสิ่งที่ทุกท่านจะได้รู้ว่าการแก้ไข สามารถทําได้ แล้วก็มาคุยกันว่าเราจะแก้ไขอย่างไรและเดินทางกันอย่างไร ผมคิดว่า ถ้าประเทศไทยรุดหน้าเจริญขึ้นความสงบสุขก็เกิดขึ้นแล้วพวกเราก็จะอยู่อย่างสบาย แล้วลูกหลานก็จะอยู่อย่างสบายสืบไปนะครับ ผมขอนําเสนอแค่นี้ครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านพีรพันธุ์ พาลุสุข ๒๐ นาทีครับ

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดยโสธร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้รับฟังข้อคิดเห็นจากท่านสมาชิก ทั้งวุฒิสมาชิก แล้วก็สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่เช้ามาถึงขณะนี้ ประเด็นที่พวกเรากําลัง จะอภิปรายกันเพื่อที่จะพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต่อไป ตามที่รัฐบาลและสมาชิก รัฐสภาจํานวนหนึ่งได้เสนอเข้ามา เท่าที่ฟังดูจนถึงขณะนี้ฝ่ายหนึ่งพูดไว้ชัดเจนว่าต้องการ แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยจะใช้รูปแบบให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเป็นผู้จัดทํา ส่วนอีกซีกหนึ่งยังไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้เหตุผลว่าขณะนี้ รัฐธรรมนูญไม่ใช่ปัญหาของประเทศ รัฐบาลยังมีปัญหาอื่น ๆ กันอยู่อีกมาก เพราะฉะนั้น รัฐบาลน่าจะเอาเวลาเหล่านี้ไปแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ พวกผมคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นปัญหาของประเทศ แล้วก็จําเป็น ต้องแก้ไขให้เร็วที่สุดเท่าที่สามารถจะทําได้ ทําไมผมจึงคิดอย่างนี้ ท่านประธานครับ ถ้าผม ไปหยิบดูรัฐธรรมนูญที่คนไทยถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง คือฉบับปี ๒๕๔๐ ในคําปรารภของรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ก็ได้เขียนไว้อย่างชัดเจนว่าเมื่อได้ใช้รัฐธรรมนูญผ่านไป ระยะหนึ่งแล้วรัฐธรรมนูญย่อมเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมแห่งกาลเวลา และสภาวการณ์ของบ้านเมือง รัฐธรรมนูญจะสร้างกําหนดกฎเกณฑ์สําคัญที่กระจ่างแจ้ง ชัดเจน สามารถใช้เป็นหลักในการปกครองประเทศได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีบทบัญญัติให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จําเป็นนะครับ เมื่อสถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงไปและมีความจําเป็น ที่จะต้องแก้ไขผู้ที่จะแก้ไขก็คือตามสิ่งที่บัญญัติไว้แล้วในมาตรา ๒๙๑ นะครับ ซึ่งได้แก่ คณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา แล้วก็พี่น้องประชาชนที่จะเข้าชื่อกันมา แต่ว่า ในการดําเนินการแก้ไขคราวนี้ตามร่างของผู้ที่เสนอนั้น ก็ต้องการให้มีการยกร่างขึ้นมา โดยตั้งคณะที่จะมายกร่างรัฐธรรมนูญก็คือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งจําเป็นจะต้อง เพิ่มเติมแก้ไขวิธีการจัดทํารัฐธรรมนูญใหม่ ก็คือเพิ่มเข้าไปในอีกหมวดหนึ่งเป็นหมวดว่าด้วย การแก้ไขจัดทํารัฐธรรมนูญใหม่ตามร่างที่ได้นําเสนอมาแล้ว

ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมคิดว่ามันจําเป็นต้องแก้ ถึงแม้จะมีสมาชิก บางท่านบอกว่าถ้าจําเป็นต้องแก้จริง ๆ ทําไมไม่แก้เป็นทีละประเด็น ทีละเรื่องเหมือนที่ เคยทํามาแล้ว แล้วก็ใช้มาตรการในมาตรา ๒๙๑ นั่นล่ะคือแก้เป็นประเด็น ๆ ไป แต่คราวนี้ ตามร่างที่เสนอก็เข้าใจว่าจะมีการแก้ไขกันทั้งฉบับ ทํานองเดียวกันกับการจัดทํารัฐธรรมนูญ เมื่อปี ๒๕๔๐ ซึ่งมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๓๔ ก็คือมาตรา ๒๑๑ ซึ่งเป็นที่มา ของการมีสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก แล้วก็จัดทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ผมจําเป็นต้อง ชี้แจงตรงนี้ก็เพราะผมมีความรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญที่ดีนั้นที่จะใช้ได้ ผู้คนจะต้องรู้สึกว่า เป็นรัฐธรรมนูญของคนทั้งประเทศ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมคิดว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ใช้ร่วมกันไม่ได้ ของคนทั้งประเทศ ท่านประธานก็เห็นนะครับ พอฝ่ายหนึ่งคิดว่าจะเริ่มแก้รัฐธรรมนูญ อีกฝ่ายหนึ่งก็ชักธงขึ้นมาทันทีบอกไม่ให้แก้ ไม่ให้แตะต้อง มันเป็นอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ก็ต้องย้อนกลับมาดูว่าทําไมรัฐธรรมนูญฉบับนี้ในความเห็นของกระผมเองนะครับ จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ผู้คนจะใช้ร่วมกันไม่ได้ทั้งประเทศ ถ้าเราย้อนกลับไปดูกระบวน ของการจัดทํารัฐธรรมนูญ ถึงแม้จะมีสมาชิกบางท่านบอกว่าฉบับปี ๒๕๕๐ ได้มีการจัดทํา อย่างเป็นกระบวนการ มีคณะยกร่างก็มี สสร. เหมือนกัน สสร. ๒ มีกระบวนการรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน มีการไปสอบถามความเห็นของประชาชนและสุดท้ายก็มี การลงประชามติ แต่อย่างไรก็ตามนะครับ เมื่อใช้มา ๆ ก็มีความพยายามที่จะแก้กันอยู่หลายครั้ง ถ้าผมเริ่มต้นเหมือนที่สมาชิกหลายท่านได้กล่าวมาแล้ว หลังเลือกตั้งปี ๒๕๕๐ สภาแห่งนี้ ก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาพิจารณาการใช้ การปฏิบัติตาม และการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ก็คือศึกษาปัญหาการบังคับใช้ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั่นเอง แต่ไปดูรายงานฉบับนี้ผมก็เสียดายว่าเมื่อศึกษากันไปแล้ว ได้มีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภา แต่ช่วงนั้นปัญหาของพวกเราในทางการเมือง มันก็มีอยู่ ก็ทําให้ผลของการศึกษารายงานผลการบังคับใช้ของรัฐธรรมนูญปีนี้ฉบับนั้น ไม่ค่อยจะได้รับความสนใจ เอาล่ะ ถึงแม้คณะกรรมาธิการที่ไปศึกษามานั้นจะบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพิ่งจะเริ่มใช้หลายเรื่องดูจะมีปัญหาบังคับใช้แต่หลายเรื่องยังไม่มีปัญหา บังคับใช้ แต่นั่นเป็นผลการศึกษาหลังปี ๒๕๕๐ ใหม่ ๆ แต่พอต่อมานะครับ มันเกิด วิกฤตการณ์ทางการเมืองและสิ่งที่พวกเราจะเห็นก็คือสิ่งที่ประชาชนเขาเรียกร้อง ก็คือ เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และหลังจากเมื่อมีปัญหาทางการเมืองเกิดขึ้น ครั้งสําคัญ ๆ นะครับ รัฐบาลก่อน ๆ นั้นก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้น ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านดิเรก ถึงฝั่ง ท่านก็ได้พูดถึงแล้วเพราะในฐานะ ที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมการชุดนั้น ซึ่งในข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าในเบื้องต้นนั้น ให้แก้ไขไปก่อนประมาณ ๕-๖ ประเด็น เสร็จแล้วจัดเลือกตั้ง เมื่อเลือกตั้งเสร็จก็ให้ สภาชุดใหม่ซึ่งจะมีความชอบธรรมมาดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยใช้ รูปแบบของ สสร. แนวคิดของการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยรูปแบบของ สสร. มันไม่ได้เริ่มต้น จากที่พวกผมเท่านั้น แต่มีการเริ่มต้นกันมาก่อน ถามว่าในรายงานของคณะกรรมการ สมานฉันท์นั้นทําไมจึงใช้รูปแบบให้มีคณะ สสร. ขึ้นมาเป็นผู้ยกร่าง เพราะเราคิดว่าสภา หลังจากการเลือกตั้งมันเป็นสภาที่เป็นปัญหามาก พวกเราที่เป็นเหมือนต้นตอของปัญหาเอง ก็ไม่ควรที่จะมาเป็นผู้ยกร่าง ฉะนั้นการมีรูปแบบของ สสร. น่าจะดีที่สุด ท่านประธานครับ ถัดต่อมานั้นนะครับ รัฐบาลที่แล้วเอง รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์นะครับ ก็ยังได้ ตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอของคณะกรรมการ สมานฉันท์ ก็คือชุดของท่านดิเรกได้เสนอไว้ แล้วรัฐบาลก็เอารายงานฉบับนั้น ตั้งคณะกรรมการอีกชุดหนึ่งขึ้นมาศึกษาดูว่าจะดําเนินการกันอย่างไร ผมไปอ่านดูในรายงาน ของคณะกรรมการฉบับนี้มีหลายเรื่องที่น่าสนใจครับ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะเรื่อง ที่เป็นเรื่องสําคัญที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจของเรื่องก็คือการปฏิรูปโครงสร้างของรัฐธรรมนูญ เพื่อการปฏิรูปการเมือง มีข้อเสนอหลายเรื่อง เขาระบุไว้ชัดเจนว่า ระบบรัฐสภาของเรา เป็นระบบรัฐสภาที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพ พรรคการเมืองขาดความเข้มแข็ง ก็มีข้อเสนอแนะที่น่าสนใจอยู่หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือว่าทําอย่างไรรัฐบาลจึงจะมี ความเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ และสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้จนครบวาระ ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ทําอย่างไรจึงจะเป็นไปตามหลักการ แบ่งแยกอํานาจ ในเรื่องของพรรคการเมือง คณะกรรมการชุดนั้นก็ระบุไว้ชัดเจนว่า ระบบรัฐสภาต้องการพรรคการเมืองที่มีความเข้มแข็งมีวินัย แต่ทั้งหมดนี้มันก็คือปัญหา จุดที่เป็นจุดน่าสนใจในรายงานของคณะกรรมการชุดนั้นก็คือว่า เรื่ององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็มีปัญหามาก ขาดความยึดโยงกับผู้มีอํานาจคือประชาชน ในข้อเสนอ ของคณะกรรมการชุดนั้นเขาก็เสนอไว้ชัดเจนว่า องค์กรอิสระนี่ถ้าจะมีนะครับ ควรจะมีเพียง ๓ องค์กรก็พอแล้ว ก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ส่วนองค์กรอื่นถ้าจะมีไม่จําเป็นต้อง เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอเหล่านี้ละครับท่านประธานที่ผมยืนยันว่าเป็นข้อเสนอ ที่ต้องการเห็นการปฏิรูปการเมืองที่มันเกิดจริง ๆ ผมขอเน้นกลับมาว่าทําไมผมจึงคิดว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่มันไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่คนทั้งประเทศเห็นพ้องกัน ยังเป็นข้อถกเถียงกัน อยู่เสมอ เพราะอีกฝ่ายหนึ่งเรียกร้องต่อรัฐบาลขอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถึงแม้หลายคน จะบอกว่าพวกผมนี่เป็นรัฐบาลก็ได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้นี่ จริงครับท่านประธาน เราได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญนี้ แต่อย่าลืมนะครับ พวกผมมาเป็นรัฐบาล ๒ ครั้ง แล้วก็ถูก กลไกในรัฐธรรมนูญนี้ล่ะเอาออกจากการเป็นรัฐบาล ๒ ครั้ง ประชาชนเขาเข้ามาเรียกร้อง ขอให้มีการแก้ไขก็เพราะเขาเห็นว่าเป็นรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งแล้ว และกลไกที่ท่าน เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญนี่เอารัฐบาลของเขาออก มีการยุบพรรค มีการให้นายกรัฐมนตรี พ้นจากตําแหน่ง โดยความรู้สึกของพวกเขา เขาเห็นว่ามันไม่ชอบธรรม ตรงนี้ล่ะ ที่เขาก็เรียกร้องมาอยู่ตลอด และสุดท้ายผลจากการเรียกร้องนั่นใช่ไหมครับ ท่านก็เห็นแล้ว มันเกิดปัญหาวิกฤติทางการเมืองเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่าทําอย่างไรเราจึงจะได้ รัฐธรรมนูญที่คนทั้งประเทศยอมรับร่วมกันว่านี่เป็นรัฐธรรมนูญของเรานะ วิธีที่จะจัดทํา รัฐธรรมนูญผมคิดว่าคงไม่มีวิธีการไหนที่จะดีไปกว่านี้อีก ก็คือเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่มา มันเป็นอย่างนั้น ผลที่มันเกิดขึ้นเราก็เห็นชัดเจนว่ารัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ รัฐบาลไม่มี ความมั่นคง การบริหารประเทศมันก็เป็นอย่างที่พวกเราได้เห็นกันอยู่ จําเป็นจะต้อง มีการแก้ไขนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ไขควรจะทําอย่างไร ถ้าจะทําตามแบบที่สมาชิก บางท่านบอกว่าแก้เป็นเรื่อง ๆ ไปสิ เหมือนที่เคยทํามาแล้ว ทันทีที่พวกผมลุกขึ้นมาพูดว่า จะขอแก้รัฐธรรมนูญ ท่านก็กล่าวหาทําเพื่อคนคนเดียว ทําเพื่อให้ใครได้ประโยชน์ เป็นอย่างนี้อยู่ตลอด คือถ้าเป็นอยู่อย่างนี้นะครับเราก็คงจะเดินหน้ากันต่อไปยาก ผมก็เลยคิดว่า วิธีที่ดีที่สุดก็คือเอาตามที่คณะกรรมการสมานฉันท์ได้เคยเสนอไว้ นั่นก็คือให้มี สสร. ขึ้นมา เป็นผู้ยกร่าง อย่างนี้ก็น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ทีนี้ สสร. ที่เราจะกําหนดไว้ต่อไป จะมีที่มากันอย่างไร เรามีบทเรียนจากการมี สสร. ที่จัดทํารัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๐ ซึ่งในตอนนั้นก็ให้มีการเลือกกัน สมัครกันที่แต่ละจังหวัด เลือกกันมาให้เหลือ ๑๐ คน แล้วก็มาให้รัฐสภาเป็นผู้เลือกให้เหลือจังหวัดละ ๑ คน สสร. ที่ทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีปัญหาเยอะมาก เพราะว่าเราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าจัดทํากัน อย่างไร แม้ประชามติจะลงอย่างไรเราก็เห็นกันอยู่ตลอดเวลานะครับ ผมก็เลยคิดว่าจําเป็น ที่จะต้องมีการปรับปรุงที่มาของ สสร. และวิธีที่ดีที่สุดนั้นก็คือว่าควรจะใช้วิธีการเลือกตั้ง เมื่อใช้วิธีการเลือกตั้งแล้วหลายท่านอาจจะคิดว่า สสร. ที่จะมาจากการเลือกตั้งก็คงจะหนีไม่พ้นว่า อิทธิพลของพรรคการเมือง คราบของนักการเมือง แต่ผมก็คิดว่า ท่านประธานครับ ในประเทศ ที่เป็นประชาธิปไตย ถ้ามีการเลือกตั้งและการเลือกตั้งนั้นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครที่จะปฏิเสธความเป็นประชาธิปไตย ถ้าเราไม่ยอมรับหลัก ของการเลือกตั้งแล้วเราก็คงจะไม่มีวิธีไหนที่ดีกว่านี้อีก เพราะฉะนั้นเมื่อมีการเลือกตั้ง เราก็เชื่อได้ว่า สสร. ที่จะมาจากการเลือกตั้งนั้น เขาจะต้องยึดเอาประชาชนเป็นฐาน มีความเชื่อมั่นจากประชาชน ถ้าเลือกตั้งแล้วเขาก็ย่อมจะฟังเสียงของประชาชน แต่ระหว่าง การจัดทํารัฐธรรมนูญนั้น ก็ยังมีบทบัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่าให้มีการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนอยู่ตลอดด้วย อันนี้ก็จะเป็นหลักประกันที่จะทําให้การจัดทํารัฐธรรมนูญนั้น เป็นไปตามที่ประชาชนเองเขาคาดหวังไว้

ในส่วนที่เป็นหลักสําคัญนะครับ ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่จะมายกร่างรัฐธรรมนูญ ก็คือกลุ่มที่จะมาจากการเลือกตั้งทางอ้อม มาจากการสรรหาของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ รวมทั้งจากภาคเอกชน ถ้ายึดตามร่างของรัฐบาลก็จะได้บุคคลกลุ่มนี้ขึ้นมาจํานวน ๒๒ คน จะมีการเสนอมาจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ซึ่งผมก็เชื่อว่าสถาบันเหล่านั้นเขาคงจะ คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ มีความสามารถ แล้วก็ด้วยกระบวนการคัดเลือก สุดท้ายก็มาให้ รัฐสภาเป็นผู้เลือกว่าให้เหลือไว้จํานวน ๒๒ คนนั้น เชื่อได้ว่าท่านเหล่านี้เราจะได้นักวิชาการ ที่มีความเชี่ยวชาญ ได้ผู้มีประสบการณ์ในการบริหารบ้านเมืองเข้ามาก็จะทําให้ท่านเหล่านี้ มีความเป็นอิสระ สามารถที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญที่ดีให้กับประเทศได้ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าด้วยกระบวนการที่ได้กล่าวมานี้นะครับ จากประสบการณ์ที่เราเคยจัดทํา รัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๐ มาแล้ว ซึ่งก็ได้รัฐธรรมนูญที่ดีของประเทศ ด้วยวิธีการ ทํานองเดียวกันอย่างนี้ผมเชื่อว่าเราก็จะได้รัฐธรรมนูญตามที่ประชาชนต้องการนะครับ

มีบางเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมนะครับ หลายท่าน ก็บอกว่าถ้าเราให้ สสร. ไป เหมือนกับเป็นการเซ็นเช็คเปล่าให้ไปจะไปจัดทําอย่างไรก็ได้ ผมคิดว่ากระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญนั้น ก็จะได้เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ อยู่แล้วว่า ในการจัดทํารัฐธรรมนูญจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั่วทุกภูมิภาค นี่ก็เป็นหลักประกันที่เชื่อว่าข้อบกพร่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะได้รับการแก้ไข ผมเชื่อว่าถ้ามีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างนั้นแล้วก็เชื่อว่าประชาชนเอง ก็จะเข้ามาเสนอข้อคิดเห็นและเขามีความต้องการอย่างไร เขาก็ย่อมเสนอความต้องการ ของเขาเหล่านั้นต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้วเราก็จะได้รัฐธรรมนูญตามที่ประเทศชาติ ต้องการ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าขณะนี้สังคมไทยนี่หลายคนก็คิดว่ามันมีปัญหากันมาก เป็นสังคมที่ยังมีความเปราะบางกันอยู่เยอะ โดยเฉพาะเรื่องของการเมืองนะครับ วิธีการ ที่จะแก้ไขที่ดีที่สุดนั้นก็คงจะไม่มีวิธีไหนที่ดีกว่านี้แล้ว คราวนี้เป็นโอกาสของพวกเรานะครับ ผมคิดว่ารัฐสภาแห่งนี้ถ้าพวกเราร่วมอกร่วมใจกันนะครับ ข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันนั้นสามารถ จะพูดคุยกันได้ ถ้าพวกเราหันหน้ามาพูดคุยกัน แล้วก็ช่วยกันปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญแก้ไข เพิ่มเติม มาตรา ๒๙๑ ที่เสนอวันนี้ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเราก็จะได้คณะ สสร. ที่ดี ที่มีความเป็นอิสระ แล้วก็สามารถที่จะจัดทํารัฐธรรมนูญที่ดีให้กับประเทศได้ ผมจึงสนับสนุน แล้วก็พร้อมที่จะร่วมกับสมาชิกทุกท่านเพื่อพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญตามที่ได้เสนอไว้ ต่อไปครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่านชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ครับ

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้ฟังผู้เสนอร่างญัตติ แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่าง ได้ฟังคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๓ ฝ่าย ซึ่งเป็น การอภิปรายที่ให้ความเห็นบนจุดยืนทางการเมืองที่ตัวเองตั้งใจ หลังจากที่ผมได้ศึกษา ทั้ง ๓ ร่าง และได้ฟังคําชี้แจงของผู้เสนอร่างทั้ง ๓ ร่างแล้ว พบว่าหลักการเป็นหลักการ เดียวกัน แต่ว่าเหตุผลที่นําเสนอนั้นต่างกัน ซึ่งผมจําเป็นที่จะต้องอภิปรายและพูดจาถึงเรื่องนี้ ก่อนเข้าสู่รายละเอียดกับท่านประธานสักเล็กน้อย

ท่านประธานครับ ข้อเสนอของพรรคเพื่อไทยที่บอกให้เหตุผลว่าจําเป็นต้อง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น เพราะกระบวนการได้มาซึ่งองค์กรที่ใช้อํานาจอธิปไตย และการได้มาซึ่งบุคคลในองค์กรอิสระต่าง ๆ ขาดการเชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชน และขัดต่อหลักความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีการถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการ และองค์กรอิสระ นี่เป็นเหตุผลหลักของพรรคเพื่อไทยที่นํามาเสนอเพื่อการแก้ไขในวันนี้

ส่วนเหตุผลของพรรคชาติไทยพัฒนาบอกว่าปัญหาทั้งหลายทั้งปวงดังกล่าว เป็นผลมาจากกระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มิได้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่อํานาจสูงสุดเป็นของประชาชน แต่เป็นรัฐธรรมนูญที่สืบทอดมาจากอํานาจของการทํารัฐประหาร ฉบับนี้ผู้เสนอมี พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นผู้ร่วมเสนอด้วย

ฉบับที่ ๓ เป็นของรัฐบาลที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีบอกว่ากําหนดให้มี การจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และใช้เหตุผลของการเสนอครั้งนี้ โดยที่เป็นการสมควร กําหนดให้มีวิธีการจัดทํารัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับเพื่อเป็นพื้นฐานสําคัญในการปฏิรูปการเมือง

ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าประเทศไทยเราไม่เคยมีรัฐธรรมนูญที่ดี อย่างเช่น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ มาก่อน ถ้าประเทศไทยไม่เคยมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาก่อน และถ้าวันนี้ประเทศไทยเราไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นฉบับที่ ๑๘ ที่กําลังใช้อยู่ ในปัจจุบันมาก่อน ข้อเสนอที่ให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นจึงเป็นข้อเสนอที่น่าเร้าใจ เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ แต่ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลทั้ง ๓ ฉบับ ที่ผมต้องกราบเรียนกับ ท่านประธานก็คือว่าผมไม่เห็นด้วยกับการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทําไมถึงไม่เห็นด้วยกับ การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญที่กําลังแก้ไขเพื่อไปสู่การร่างใหม่นั้น มีกระบวนการเดียวกันกับที่เราเคยมีรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๐ และมีกระบวนการเดียวกัน กับการทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่เป็นสิ่งที่เราจะพิจารณาอะไร ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ต้องการ เผด็จการ พรรคประชาธิปัตย์ปฏิเสธทั้งเผด็จการทหาร และปฏิเสธทั้งเผด็จการทุนนิยม สามานย์ รูปแบบและวิถีแห่งเผด็จการเป็นวิถีที่ต้องปฏิเสธและเราไม่อาจรับได้ ดูรัฐธรรมนูญ มันเป็นเรื่องของอะไรกันแน่ เป็นเรื่องของใครร่าง หรือว่าเป็นเรื่องของเนื้อหา นี่เป็นสิ่งที่สภานี้ จะต้องพิจารณา ผมพูดอย่างนี้ได้เพราะว่าเมื่อวันที่จัดทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ผมก็อยู่ วันที่ทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมก็ไม่ได้อยู่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติอะไรกับเขา แต่ว่า กระบวนการไปจัดทํารัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ มันเป็นกระบวนการเดียวกันกับกระบวนการที่เรากําลังจะใช้และได้ใช้ มาแล้วทั้งปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าผมเองก็ไม่ใช่เป็นคนที่จะเชื่อว่า รัฐธรรมนูญนั้นดีที่สุดจนแตะต้องไม่ได้ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญนั้นดีที่สุดจนกระทั่งว่า จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แน่นอนครับ ผมยืนยันและความเชื่อของผม และความเชื่อ ของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือว่ารัฐธรรมนูญต้องแก้ได้ และแน่นอนมีปัญหาตรงไหนต้องเสนอ แก้ตรงนั้น ประเทศไทยการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเราล้มลุกคลุกคลานก็จริงครับ แต่เราเดินมาไกลกว่าที่จะไปนับ ๑ ใหม่กันอีกแล้ว ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้ว มีวิถี แห่งประชาธิปไตยแล้ว และมีอนาคตต้องเป็นประชาธิปไตยด้วย ระบอบอื่นแทนที่ระบอบนี้ ของประเทศไทยไม่ได้แน่นอน ไม่ว่าจะมาจากวิถีแห่งใด ไม่ว่าจะมาจากเส้นทางใด และไม่ว่า จะมาจากบุคคลกลุ่มคณะใด นี่เป็นจุดยืนยันของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ทําไมผมจึงบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นถึงไม่ได้แตกต่างจากปี ๒๕๔๐ ได้กราบเรียนท่านไปแล้วว่ากระบวนการมันเป็นกระบวนการเดียวกันและเป็นเรื่องที่อยู่ ในเงื่อนไขเดียวกัน เรากลับมาดูเนื้อหาของประชาธิปไตยเถอะครับ เรากลับมาดูวิถี ของระบอบประชาธิปไตยที่เรากําลังใช้อยู่เดี๋ยวนี้เถอะครับ มีตรงไหนที่บอกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าท่านตอบได้ อธิบายได้ ก็เสนอแก้ตรงนั้นสิครับ นี่มันเป็นวิธีการ ออกแบบของรัฐธรรมนูญและมีวิถีทางที่เดินมาตามเงื่อนไขของระบอบประชาธิปไตย ผมยืนยันกับท่านประธานครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญของใครกันแน่ มาจากไหนกันแน่ มาได้อย่างไรกันแน่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันต่างกับปี ๒๕๔๐ นิดเดียวครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาหลังรัฐบาลชวน หลีกภัย เพียงแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันมาหลัง รัฐบาลของคณะรัฐประหาร แต่มันไม่ใช่เป็นรัฐธรรมนูญของคณะรัฐประหาร ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับเดียวกันนี้ท่านประธานเปิดดูสิครับ ที่เขียนไว้อย่างชัดเจนก่อนที่จะนําความ ขึ้นกราบบังคมทูล บอกไว้เลยครับว่าจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับสําหรับ เป็นแนวทางการปกครองประเทศ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น อย่างกว้างขวางทุกขั้นตอนและนําความคิดเห็นเหล่านี้มาเป็นข้อคํานึงพิเศษในการยกร่าง และพิจารณาแปรญัตติโดยต่อเนื่อง เมื่อจัดทําร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบและได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อให้ความเห็นชอบ แก่ร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การออกเสียงลงประชามติปรากฏว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยเสียงข้างมากของผู้มาออกเสียงประชามติเห็นชอบให้นําร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาบังคับใช้ นี่คือก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงลงพระปรมาภิไธย ได้กราบบังคมทูลไปอย่างนี้ ท่านประธานครับ นี่เป็นข้อเท็จจริงของรัฐธรรมนูญ ผมไม่อยากให้เราใช้ความรู้สึกชอบ หรือไม่ชอบ มากําหนดความเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ แต่ต้องกําหนดจากเนื้อหา ของความเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตย วิถีอย่างนี้เป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้ามัน เป็นประชาธิปไตยมันก็เป็นครับ มันเป็นเผด็จการทหารมันก็เป็นเผด็จการครับ มันเผด็จการ ของทุนนิยมสามานย์มันก็เป็นเผด็จการครับ ด้วยวิถีแห่งเผด็จการที่ผมกราบเรียน จึงไม่ใช่ เป็นเรื่องที่เราจะใช้เป็นเงื่อนไขของการร่างหรือไม่ร่าง เพราะมันไม่มีข้อเท็จจริงอย่างนั้น ผมมีอยู่ ๗ ประการ ท่านประธานครับ ที่จะกราบเรียนกับท่านประธานก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทยที่ได้มีการทําประชามติ แน่นอนครับ การลงประชามติมีคนเห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย แต่เสียงข้างมากเป็นตัวกําหนดของการเห็นด้วย และบังคับใช้ คนไม่เห็นด้วยเขาก็อาจจะชอบหรือไม่ชอบ นั่นเป็นเรื่องของความคิด นั่นเป็นเรื่องของวิถีที่เขาจะตัดสินใจเองได้ แต่ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับเดียว ที่มาจากการทําประชามติ ชีวิตผมท่านประธานครับ เดินในถนนการเมืองมานานเป็นครั้งแรก ที่ได้มีโอกาสไปลงมติกับเขา

ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ ได้สร้าง หลักประกันอะไร รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ได้สร้างหลักประกันให้กับระบอบประชาธิปไตย และระบบการเมืองไทย อะไรคือระบบการเมืองไทยครับ ระบบการเมืองไทยคือการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อํานาจอธิปไตย เป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับการคุ้มครอง ประชาชนชาวไทย ไม่ว่าเหล่ากําเนิด เพศหรือศาสนาใดย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน นี่คือ ปัญหาที่ผมจะต้องกราบเรียนกับท่านประธานว่ามันเป็นปัญหาทางหลักการ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ออกแบบมาและค้ําประกันให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบบการเมืองไทย เป็นอย่างไรครับมีประชาธิปไตย แต่ไม่มีพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่ระบบนี้แน่นอน มีพระมหากษัตริย์แต่ไม่มีประชาธิปไตย ไม่ใช่ ระบบนี้แน่นอน เพราะฉะนั้นระบบการเมืองที่ว่านี้ได้ถูกค้ําประกันไว้อย่างชัดเจน ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมไม่เห็นว่ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปเปลี่ยนแปลง

ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ หลักประกันของสถาบันหลักทางการเมือง ของประเทศ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้กําหนดวิถีทางของระบอบประชาธิปไตยกําหนด ให้มีอํานาจหน้าที่ให้รัฐสภามีอํานาจหน้าที่มีบทบาท มีกระบวนการในฐานะผู้แทนปวงชน มีบทบาทในการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทําหน้าที่อย่างเข้มแข็งและชัดเจน ให้รัฐบาล มาจากการเลือกตั้งของสภาผู้แทนราษฎรที่มีกระบวนการที่แน่นอน มีคุณสมบัติที่เหมาะสม มีอํานาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มีศาลยุติธรรมที่มีความเที่ยงธรรม เป็นอิสระ ปราศจาก การถูกแทรกแซง นี่เป็นระบบที่ถูกค้ําประกันโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมไม่มีเหตุผลอะไรเลย ที่เราจะต้องไปเปลี่ยนแปลงสถาบันทางการเมืองของประเทศด้วยการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ หลักประกันขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ นี่เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสําคัญ การตรวจสอบโดยประชาชน การตรวจสอบโดยผู้แทนปวงชนและการตรวจสอบโดยองค์กรอิสระและองค์กรรัฐธรรมนูญ เป็นวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย เป็นวิถีทางแห่งการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หลักประกันองค์กรอิสระเหล่านี้ถูกค้ําประกันโดยรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ผมไม่เห็นมีเหตุผลอะไรเลยที่เราจะปฏิเสธองค์กรแห่งการตรวจสอบนี้ เพื่อพิทักษ์สิทธิ โอกาส และเงื่อนไขที่ดีของประชาชน

ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ หลักประกันสําหรับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและกระจายอํานาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นี่เป็นวิถีอีกอันหนึ่ง ที่เราต้องยืนยันในระบอบประชาธิปไตย วันนี้การควบรวมอํานาจเข้าสู่ส่วนกลาง การขายตรง จากทําเนียบ การมีบทบาทเหนือประชาคมของท้องถิ่นและการกดดันท้องถิ่นให้แปลกแยก ไปจากอํานาจของรัฐบาล เป็นสิ่งที่เรายอมไม่ได้อีกแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ได้ค้ําประกันสิ่งนี้ และนี่คือวิถีทางที่ผมยืนยันได้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญ แห่งวิถีของประชาธิปไตยและเราต้องก้าวเดิน

ประการที่ ๖ ท่านประธานครับ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๐ และบทบัญญัติฉบับปี ๒๕๕๐ ก็ยังค้ําประกันในเรื่องนี้ และรักษาเรื่องนี้ไว้ให้ประชาชนได้มีบทบาทในการมีส่วนร่วมดําเนินการตั้งแต่เสนอกฎหมาย และตรวจสอบทั้งสิ้น นี่เป็นเรื่องที่ผมยืนยันอีกว่ามันเป็นหลักการที่ดีที่รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ได้ค้ําประกันไว้

มีเรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญค้ําประกัน ก็คือ เรื่องที่ ๗ ผมจําเป็นต้องพูดเรื่องนี้เพราะว่าเมื่อสักครู่นี้เรามีการพูดถึงเรื่องการปรองดอง ผมไม่เห็นเหตุผลในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อการปรองดองหรือไม่ปรองดอง รัฐธรรมนูญ มันเป็นวิถีของระบบการเมือง เป็นเงื่อนไขเรื่องสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และองค์กรแห่งการบริหารจัดการแห่งรัฐ มันไม่มีเรื่องของการปรองดองหรือไม่ปรองดอง อยู่ในรัฐธรรมนูญ แต่มันมีเรื่องของการปฏิบัติต่อฝ่ายต่าง ๆ อย่างเหมาะสมและเที่ยงธรรม นั่นคือเป็นวิถีทาง เป็นอย่างไรครับท่านประธาน ในประการที่ ๗ ก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ได้มีการพูดจาไว้บางเรื่องที่แตกต่างไปจากอดีต นั่นก็คือการดําเนินคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นผลมาจากการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ไม่ว่า เป็นการตรวจสอบทรัพย์สิน การกระทําที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือการถอดถอน ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ดําเนินการไว้ด้วยเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ค้ําประกันในเรื่องนี้ครับ ค้ําประกันว่าคนที่ทําผิดมาแล้วยังต้องดํารงความผิดต่อไป ผมถึงไม่ประหลาดใจเลยว่าทําไม ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่มีคนเชื่อว่าถ้าถูกแก้ไข ถูกรื้อออกไปจากการค้ําประกัน โดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันมีผลต่อใครสักคนหนึ่ง หรือมีผลต่อใครบางคนในการที่จะ รอดพ้นจากการเป็นความผิด เพราะตลอดระยะเวลาได้เพียรพยายามที่ขออภัยโทษแล้ว ก็ไม่ได้ หรือเพียรพยายามที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมก็ไม่อยู่ในเงื่อนไข รัฐธรรมนูญ จึงเป็นปัจจัยที่ถูกอ้างว่าเป็นเงื่อนไขของการปรองดอง ท่านประธานครับ ถ้าเรา จะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยเพียงเหตุผลว่าเพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ปรองดอง เพราะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพียงแต่ให้ใครบางคนพ้นผิด หรือว่าแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อให้ โอกาสกับเงื่อนไขของยุติความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นเพราะความขัดแย้ง นั่นไม่ใช่ เป็นประเด็นที่จัดทําอันนี้ได้เลย ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ผมไม่คิดว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จะเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด แต่สําหรับผมผมคิดว่าประเทศไทย ได้เดินทางมาไกลเกินไปแล้ว ถ้าเราออกแบบรัฐธรรมนูญครั้งหน้าให้เป็นฉบับที่ ๑๙ ท่านประธานครับ มีหลักประกันอะไรอีกว่าประเทศไทยนี้ไม่มีฉบับที่ ๒๐ มีหลักประกันอะไร ที่ไม่มีฉบับที่ ๒๑ ผมคิดว่าประเทศไทยที่เดินทางไกลมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๘ นั้น เพราะเงื่อนไขใหญ่อันหนึ่งก็คือว่า รัฐธรรมนูญแก้ไขไม่ได้ รัฐธรรมนูญแก้ไขยาก และในที่สุด มีการเปลี่ยนแปลง แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมคิดว่าวันนี้ประเทศไทยได้เดินผ่านจุดนั้น ไปแล้วครับ วันนี้ประเทศไทยได้เดินผ่านจุดประชาธิปไตยเผด็จการว่ามันเป็นของใครไปแล้วครับ ไม่ว่าเป็นของใคร ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่เราจะรับได้และอยู่ที่นั่นได้ เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้ เป็นข้อเสนอของทั้ง ๓ ฉบับนี้ เสนอแล้วบอกผมว่าเราจะแก้เรื่องอะไร มีหลักการอย่างไร ผมยินดีที่จะให้การสนับสนุน ท่านประธานคงจําได้ว่าเมื่อสักครู่นี้เหตุผลอันหนึ่งที่ก่อน ๆ ที่จะเริ่มพิจารณากัน ท่านประธานวิปได้เสนอเลื่อนการพิจารณาของญัตตินี้ออกไป เพื่ออะไรครับ ไม่ใช่เพื่อที่ว่าเราเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยกับญัตติ แต่ว่าพอมันมีญัตติของภาคประชาชนอยู่ ญัตติที่ภาคของการมีส่วนร่วมอยู่ มันไม่ว่าเป็นของใครครับ มันไม่ว่าถูกหรือผิดละครับ แต่เมื่อเสนอมาแล้วมันต้องพิจารณาไปด้วยกัน เราละเลยหลักเกณฑ์แห่งวิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตยเสียเองต่างหาก

เพราะฉะนั้นมาถึงขณะนี้ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่ผมได้กราบเรียน กับท่านประธาน หลักประกันทั้ง ๗ ประการนี้ เป็นหลักประกันยืนยันว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ค้ําประกันให้กับระบบการเมืองไทย และระบบของวิถีทางของระบอบ ประชาธิปไตยไทย ผู้เสนอแก้วันนี้ยืนยันอย่างนี้ได้ไหมครับว่า เราจะพิทักษ์รักษาหลักการ พื้นฐานแห่งความเข้มแข็งของระบบนี้ไว้กับรัฐธรรมนูญในการที่เราจะต้องร่างขึ้นใหม่ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรลงมติไป รัฐธรรมนูญฉบับนั้นที่จะมาในอนาคตเราคงได้เห็นพร้อมกัน ตอนลงประชามติ ท่านละครับ ผู้แทนปวงชนที่อยู่ในสภาแห่งนี้จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมือที่จะ ถ่ายโอนในการให้ใครไปทําอะไรก็ได้ และถ่ายโอนให้ใครไปช่วยเหลือใครเพื่อให้เขาพ้นผิด ได้เพียงเพื่อใช้สิ่งที่เรียกว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา ๓ ท่านนะครับ ท่านละ ๘ นาทีครับ มีท่านสิงห์ชัย ท่านประจิตต์ แล้วก็ท่านสุพจน์ เชิญท่านสิงห์ชัย ทุ่งทอง ๘ นาทีครับ

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง สมาชิกวุฒิสภา อุทัยธานี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ พี่และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม ส.ว. จากจังหวัดอุทัย สิงห์ชัย ทุ่งทอง ก่อนที่ผมจะอภิปรายในเนื้อหาสาระผมอยากจะขอปรึกษาหารือท่านประธานนิดหนึ่ง ในเรื่องข้อบังคับการประชุม ข้อ ๓๑/๑ คืออย่างนี้ครับ ตลอดระยะเวลาที่อภิปรายมาช่วงเช้า แล้วผมก็อยากจะท้วงติงไปยังวิปผมด้วย วุฒิสภานี่นะครับ การอภิปรายของวุฒิสภาน่าจะให้ เวลามากกว่านี้ ๘ นาทีมันบีบหัวใจเหลือเกินครับ แล้วท่านรู้ไหมละครับว่าการแก้รัฐธรรมนูญนี่ มันไม่ใช่หมายความว่าตอบได้อย่างเดียวว่า เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย มันจะต้องอธิบายความ ความเข้าใจ และผมถามว่าคนที่น่าจะดูเป็นกลางที่สุดคือใคร วุฒิสภาใช่ไหม วุฒิสภา ๑๕๐ คน มันไม่มีพรรคการเมือง แต่ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายนี่นะครับมันแน่นอนที่สุด มันมี เห็นด้วยกับไม่เห็นด้วย ทุกคนก็เอาต่างเหตุผลมา เพราะฉะนั้นผมขอติงไปที่วิปด้วยนะครับ และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านว่าวันข้างหน้าครับ เพราะเวทีนี้มันคือเวทีของพวกเราที่จะแสดง ความคิดเห็น ไม่ใช่มาตั้ง ๕ นาที ๗ นาที ออกมาพูดแป๊บ ๆ จบ ไม่ใช่ครับ ประชาชนเขาอยากจะรู้ ว่าความคิดเราเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ผมขอเริ่มแล้วครับ ขอบพระคุณครับ

ท่านประธานครับ วันนี้เรามาพูดกันถึงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้ผมถือว่า เป็นโชคดีในรอบ ๔ ปีที่เป็นสมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยแต่ละท่านที่ออกมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้อาวุโสทางการเมือง มีข้อคิด ความคิดเห็นที่น่ารับฟังทั้งสิ้น ในส่วนตัวของกระผมนั้นผมคงด้วยเวลาเพียง ๘ นาทีนี่นะครับ คงไม่สามารถจะไปพูดในรายละเอียดได้ แต่ผมมีความคิดหรือมีพ๊อยท์ (Point) ในหัว อยู่อย่างเดียวครับว่า ขณะนี้ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยจากประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน และวันนี้ฝ่ายบริหารเป็นใครครับ มาจากไหนครับ ไม่ได้มาจาก นาย ก นาย ข ครับ มาจากประชาชนส่วนใหญ่ เท่าที่ผมฟังมานี่นะครับ อาจจะด้วยทางอ้อม ทางแคบ โฉบไปเฉี่ยวมา ล้วนแล้วแต่ไม่ค่อยให้ความสําคัญ ยังดูแคลน ยังมาพูดไม่ได้เห็น ความสําคัญของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ด้วยเวลาอันน้อยนิดขอพูดกว้าง ๆ ในเมื่อเรายึดหลักแบบนี้แล้วนะครับ เราจะแก้รัฐธรรมนูญจะอะไรก็แล้วแต่ มันทําได้ ผมเห็นด้วย แล้วทําไมถึงต้องแก้ปี ๒๕๕๐ ผมยังจะไม่พูดในรายละเอียดของรัฐธรรมนูญว่า ดีหรือไม่ดี ผลอย่างไร ผมว่ามีหลายท่านได้ยกประเด็นเอามาพูด แต่สิ่งสําคัญระบอบ ประชาธิปไตยนั้นมันไม่ได้เกิดอยู่ในประเทศไทยประเทศเดียว เราเป็นที่ยอมรับในทั่วโลกว่า น่าจะเป็นระบอบที่เหมาะสมที่สุดในการขับเคลื่อนสังคมในโลกนี้ เพราะฉะนั้นภาพที่มัน ติดมาปี ๒๕๕๐ คืออะไร ผมว่าหลาย ๆ ท่านเข้าใจ หรือหลาย ๆ ท่านเข้าใจแต่แกล้งไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นผมไม่ติดใจเลย ส่วนในรายละเอียดจะแก้อย่างไร เมื่อไร อย่าตีตนไปก่อนไข้ครับ ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าฝ่ายบริหารที่มาจากประชาชนจะยอมถูลู่ถูกังแก้อะไรที่ทุกคนกล่าวหากัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอให้ยุติได้แล้วครับว่าเกี่ยวกับสถาบัน ผมว่าเราพอกันได้แล้วครับ ผมพูดมาหลายครั้ง หลายวาระเสมอว่าสําหรับสถาบันนั้นคือจิตวิญญาณครับ จิตวิญญาณ ของคนไทย มิสามารถที่จะแบ่งแยกได้ ไม่ต้องพูดครับ อย่าไปคิดว่าจะอย่างโน้นจะอย่างนี้ ไม่ใช่ครับ เอาประเด็นนี้สําคัญก่อน ไหน ๆ พูดก็พูดแล้ว อาจจะพูดเรื่องเก่า ผมก็ไม่รู้ว่า มันจะมีอันตรายอะไรกับผมไหม ผมนี่นะครับมองดูว่าที่ผ่านมายกตัวอย่างอดีตนายกรัฐมนตรี คนหนึ่งที่ขณะนี้อยู่ต่างประเทศ จําได้ไหมครับ ๓ ปีที่ผ่านมานี่ครับ มีหลายท่านหลายคน ที่พูดเสมอนะครับว่า เลวร้ายจะจับโน่นจับนี่ แต่วันนี้ก็ยังจับไม่ได้เพราะเหตุใด ผมมานั่งสรุป ด้วยมันสมองของผม ผมบอกเออผมสรุปแล้วการที่ได้ไปต่างประเทศด้วย ได้ไปรู้ ไปเห็น ไปพูด ไปคุย มันได้สรุปอยู่อันหนึ่งว่าคนทั่วโลกนี้นะครับ เขาไม่รู้หรอกครับว่า คมช. คตส. เทวดาจากชั้นไหนมาอยู่ในประเทศไทย เขาไม่รู้หรอกครับ เขารู้อย่างเดียวครับว่า ประเทศไทยมันปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มีนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งมาจาก การเลือกตั้ง วันหนึ่งไม่สามารถจะเข้าประเทศได้ นี่คือหลักง่าย ๆ ครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะเรียนว่าวันนี้เราจะยึดอะไรเป็นแก่นครับ ถ้าไม่ยึดจากเสียงประชาชน ถ้าหากว่า เรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย หลายครั้งเปิดทีวี เปิดฟังก็จะพูดกันเสมอครับว่า คนส่วนใหญ่ซื้อได้ อะไรต่ออะไร คือมันพูดไปได้อย่างไรครับ ถ้าหากว่าเราปกครองโดยเผด็จ การสิครับ โดย นาย ก ผมจะบอกเลยครับว่าผมจะเชื่อนาย ก แต่วันนี้ประเทศไทย ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย อันมีประชาชนส่วนใหญ่เป็นผู้เลือกตั้งเรามา นักการเมือง จะยิ่งใหญ่ไม่ได้ยิ่งใหญ่ด้วยตัวเอง ไม่ได้ยิ่งใหญ่ได้มายืนในสภาหินอ่อนแห่งนี้ ยิ่งใหญ่ จากประชาชนครับ ท่านประธานครับ ถ้าเราเข้าใจหลักอย่างนี้แล้ว ประเทศเรา มันจะไม่เจริญก้าวหน้า มันจะไม่ยิ่งใหญ่ ไม่อะไรมากมาย ไม่ต้องไปเสียใจครับ ในเมื่อ ประชาชนส่วนใหญ่ของเรายังเป็นแบบนี้ เราก็ต้องยอมรับอยู่ร่วมกับเขา แล้วขับเคลื่อนไปครับ ถ้าหากว่าเรามองแบบนี้ ผมว่าบ้านเมืองไปได้ แต่ถ้าหากว่าเรามองใครคิดไม่เห็น ใครไม่เหมือน ใครคิดตรงข้ามข้างตัวเอง ทําลายอย่างเดียว ไม่ใช่ครับ ตลอด ๔ ปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นประสบการณ์ชั้นยอดสําหรับชีวิตผม ในฐานะที่ไม่เคยดํารงตําแหน่งทางการเมืองมา อย่างน้อยที่สุดได้เห็นว่านี่คือกระบวนการพัฒนาในระบอบประชาธิปไตย มันอาจจะไม่ดีนัก อาจจะไม่ดีเหมือนอ้างประเทศญี่ปุ่น ประเทศอังกฤษ อะไรไปโน้นนะครับ ก็นี่มันประเทศไทยครับ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งสถาบันพระมหากษัตริย์นี่นะครับ ขอย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ อย่าครับ อย่าได้ไปพูด อย่าได้ไปอ้างเลยครับ ถ้าท่านอ้างหรือบอกใครนี่ครับตายทั้งเป็นครับ ตายไปเลย มันหมดลมหายใจครับ ตายทั้งเป็นคือได้แต่ลืมตาหายใจ มันเป็นอย่างไรครับชีวิต ท่านประธานครับ วันนี้ด้วยเวลาอันน้อยนิด ก็คงจะพูดในหลักการกว้าง ๆ ผมจากประชาชนครับ จากประชาชนรากหญ้า ลูกชาวบ้าน หลานชาวนา ได้เป็น ส.ว. วันนี้ก็โดยประชาชน เหมือนกันครับ ประชาชนชาวอุทัยธานี และแน่นอนที่สุดครับ ตลอด ๔ ปีที่ทํามา ก็ต้องทํา เพื่อประชาชนครับ ผมไม่รู้จะเอาอะไรมาเป็นหลักครับ ถ้าไม่ใช่เพื่อประชาชนครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประจิตต์ โรจนพฤกษ์ ๘ นาทีครับ

นายประจิตต์ โรจนพฤกษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประจิตต์ โรจนพฤกษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอกราบเรียนว่าข้ออ้างที่ว่าการเสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนี้ เป็นเพียงการแก้ไข รัฐธรรมนูญมาตราเดียวหรือ ๒ มาตรา คือมาตรา ๒๙๑ โดยเพิ่มหมวดที่ ๑๖ ว่าด้วย การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ เกี่ยวกับการให้รัฐสภาประชุมร่วมกัน โดยเพิ่มเติม (๑๑) ให้รวมถึงกรณีให้ความเห็นชอบของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้น กระผมมีความเห็นว่า ไม่อาจจะกระทําได้ เพราะเป็นการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน เนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่มีบทบัญญัติใดให้กระทําได้ มีเพียง บทบัญญัติในหมวดที่ ๑๕ เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่ในกรณีนี้ในหลักการ และเหตุผล รวมทั้งในร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับดังกล่าวก็กล่าวว่าเป็นการจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ทั้งฉบับเพื่อใช้แทนฉบับปัจจุบัน อาจมีคําถามว่าในเมื่อไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ห้ามไว้ดังเช่นในมาตรา ๒๙๑ (๑) ที่บัญญัติว่า ญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่มีผลเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปรัฐจะเสนอมิได้ จึงย่อมกระทําได้ดั่งที่จัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อใช้แทนฉบับปัจจุบัน กระผมเห็นว่าถ้ากระทําเช่นนั้นก็จะเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันโดยรัฐสภา อันเป็นการกระทําตรงข้ามกับคําปฏิญาณตนในการรับตําแหน่ง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่าจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กระผมจึงมีความเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหากจะมีข้อดีข้อเสียในเรื่องใดก็ควรจะแก้ไขเฉพาะในประเด็นนั้น ๆ ท่านประธานครับ ในเมื่อกระผมเห็นว่าเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญในการจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ ดังนั้นกระผมจึงไม่ขอให้ความเห็นในเรื่องเกี่ยวกับ รายละเอียดในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้ง ๓ ฉบับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุพจน์ เลียดประถม ครับ

นายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภา ตราด 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราด ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเองใคร่ขออภิปรายในประเด็นของการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่นผมก็ต้องเรียน ต่อท่านประธานว่าโดยหลักการแล้วผมเห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แต่ผมมีประเด็นที่จะเสนอข้อคิดเห็นต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ในประเด็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเรียนว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ที่เป็นกติกาของประเทศ แต่บ้านเมืองจะดีจะเลวไม่ได้อยู่ที่กฎหมายเสียทั้งหมดนะครับ ต้องเรียนต่อท่านประธานว่าหลักสําคัญอยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย อยู่ที่จิตสํานึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนักการเมือง เจ้าหน้าที่ข้าราชการทั้งหลาย วันนี้เราเองเราถกเถียงกันมากเรื่องการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสมือนหนึ่งว่าถ้าเรามีรัฐธรรมนูญที่ดีเลิศแล้วนี่ประเทศชาติเรา ก็จะเดินหน้าไปอย่างไม่มีปัญหาหรือมีอุปสรรคใด ๆ แต่แท้ที่จริงเราก็ใช้รัฐธรรมนูญ มาหลายฉบับแล้วนะครับ ๑๗-๑๘ ฉบับแล้วนะครับ บ้านเมืองเราก็ยังมีปัญหาอยู่ แสดงว่า ตัวรัฐธรรมนูญไม่ใช่เป็นปัญหาเสียทีเดียว ปัญหาที่สําคัญอยู่ที่จิตสํานึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง ก็เลยต้องเรียนต่อท่านประธานว่าวันนี้เองเราใช้สภาแห่งนี้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ ผมได้เรียนแต่ต้นแล้วว่า ผมเห็นด้วยในหลักการ แต่หลาย ๆ สิ่งที่อยากจะพูดคุยกันในวันนี้ ก็ต้องเรียนต่อท่านประธานว่าพี่น้องประชาชนจะได้อะไรจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ประเทศชาติจะได้อะไร ก็ต้องถามไปยังรัฐบาลนะครับว่า สิ่งที่เราทําในวันนี้เป็นปัญหา เร่งด่วนสําคัญอย่างยิ่งหรือไม่ ถ้าเราเทียบกับปัญหาอุทกภัย ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ หรือปัญหาทางด้านก่อการร้าย ก็ต้องตอบต่อสภาแห่งนี้ผ่านไปยังพี่น้องประชาชน จะได้รับทราบกันว่าสิ่งที่เรากําลังเร่งทํากันอยู่นี้ มันมีความเร่งด่วนมากน้อยแค่ไหน และจะอธิบายสังคมอย่างไรว่าสิ่งที่เราทําอยู่นี้มีความเหมาะสม

ประการต่อมา รัฐบาลคงต้องตอบคําถามให้ชัดเจนนะครับว่า เหตุใดถึงไม่แก้ รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ เดิม ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เรามาแก้กันวันนี้คือวิธีการ ที่เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องเรียนต่อท่านประธานว่าเดิมก็มีอยู่แล้ว การแก้ไข รัฐธรรมนูญ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้แก้ไขไว้ได้อยู่แล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑ ใน ๓ คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ๑ ใน ๓ ประชาชน ๕๐,๐๐๐ คน สามารถเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่วันนี้รัฐบาลเองใช้ทางเลือกที่จะเลือกเป็น สสร. ซึ่งมาจาก การเลือกตั้ง ๗๗ คน แล้วก็ที่ให้สภาแห่งนี้เลือกอีก ๒๒ คน รัฐบาลคงต้องตอบสภาแห่งนี้ ให้ชัดว่านอกจากการมีส่วนร่วมแล้วนี่ มีเหตุผลอะไรซึ่งรัฐธรรมนูญเดิมมีอยู่แล้ว ในมาตรา ๒๙๑ ในวิธีการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นผมจะเรียนท่านประธานต่อไปว่า ในประเด็นที่สําคัญที่ผมอยากจะขออภิปรายก็คือตัวเหตุผลของร่างทั้ง ๓ ร่าง โดยเฉพาะร่าง ของทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็จะเห็นว่าเหตุผลอธิบายความไปถึง เช่น มีบทบัญญัติ หลายประการที่ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง ทําให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ เกิดความไม่มั่นคงและต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน ผมต้องขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานว่า ก็คงจะอ่านเพียงย่อ ๆ เท่านี้นะครับ ในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ร่างมีเหตุผลเหมือนกัน ซึ่งตัวเหตุผลนี้ต้องเรียน ต่อท่านประธานว่ามันน่าจะเป็นเหตุผลในการที่เราจะอภิปรายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มากกว่า เหตุผลตรงจุดนี้เราน่าจะพูดถึงว่าเหตุผลใดท่านถึงใช้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่เราพูดถึงเรื่องการยุบพรรค พูดถึงเรื่ององค์กรอิสระ ท่านทราบได้อย่างไรครับว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเขาจะแก้ในประเด็นเหล่านี้ รัฐบาลเองก็ตอบในสภาแห่งนี้ว่า ยังไม่รู้เลย สสร. เป็นใคร ยังไม่รู้เลยผู้แทนจากสถาบันอุดมศึกษา หรือนักกฎหมาย ทางด้านกฎหมายมหาชนหรือรัฐศาสตร์จะเป็นใคร แต่ประเด็นของท่านท่านเสนอเหตุผลนะครับ ท่านเสนอเหตุผลในประเด็นของเนื้อหา ท่านทราบหรือเปล่าครับแล้วเขาจะแก้ตามที่ ท่านเขียนไหมครับ ประเด็นวันนี้เรากําลังพูดกันถึงที่มาของการที่จะได้ สสร. ซึ่งเป็นวิธีการ แก้ไขรัฐธรรมนูญมากกว่า ในประเด็นเหล่านี้เราน่าจะอธิบายความให้ชัดเจนนะครับว่า สสร. ท้ายที่สุดแล้วประชาชนเขาจะมีส่วนร่วมอย่างไร เหตุผลยืดยาวเลยนะครับของท่านที่ท่าน เขียนมานี่นะครับ โดยหลักแล้วท่านจะไปแตะเข้าไปในเนื้อหาของการยุบพรรคการเมือง ผมก็ต้องเรียนต่อท่านประธานว่าผมเองก็ไม่เห็นด้วยเรื่องการยุบพรรคการเมือง คงไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนในโลกนี้ ผมเคยเปรียบเทียบอุปมาอุปไมยเหมือนกรรมการ ผู้จัดการบริษัททําผิด ท้ายที่สุดเราจะยุบบริษัทไหม ผมเองก็ไม่เห็นด้วยในหลักการ แต่ว่า ในร่างหลักการเหตุผลถ้าเราเสนอวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้ สสร. ตัวเหตุผลท่านน่าจะ สอดคล้องกับร่าง ในร่างท่านท่านได้ถึงวิธีการได้มาของ สสร. การเลือกตั้ง ผลตอบแทน ของ สสร. การที่จะร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายในกี่วันต่อกี่วัน ท่านพูดในประเด็นเหล่านั้น มากกว่า แต่ตัวเหตุผลท่านก็เอาร่างนั้นให้มันตรงกัน อันนี้ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต อยากให้ ทางผู้ที่เสนอร่างได้อธิบายถึงประเด็นเหล่านี้ ในขณะที่ตัวร่างของคณะรัฐมนตรีเองก็ได้พูดถึงเหตุผล ผมเองก็คงต้องอธิบายเพียงสั้น ๆ เพราะเนื่องจากเวลาจํากัดว่ามีอยู่ท่อนหนึ่งว่าท่านเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ อนุมัติรัฐธรรมนูญโดยการออกเสียงประชามติได้ด้วย ผมก็ต้องเรียนต่อท่านประธานว่า เหตุผลนี้รัฐธรรมนูญฉบับที่แล้วก็ออกเสียงประชามตินะท่านประธาน เพราะฉะนั้นก็เรียนว่า การจะเขียนตัวหลักการผมไม่ขัดข้อง แต่ตัวเหตุผลไม่ตรงไม่สอดคล้องกับร่าง เพราะฉะนั้น ถ้าเราเขียนให้สอดคล้องกับร่างสมาชิกอ่านแล้วก็จะเห็นว่ามีการเตรียม มีการเขียนร่าง มาอย่างดี ผมเลยอยากอภิปรายในประเด็นเหล่านี้ว่าท่านเขียนตัวร่างประหนึ่งว่าท่านมีธง หรือมีแนวจะแก้ไขอยู่ในใจทั้ง ๆ ที่ท่านตอบสภาแห่งนี้ว่าท่านไม่ทราบว่า สสร. หรือตัวแทน ของสถาบันต่าง ๆ หรือตัวแทนของนักกฎหมาย ของรัฐศาสตร์ท่านยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ก็ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งเหล่านี้ผมอยากขออนุญาตตั้งข้อสังเกตเอาไว้ ในระยะเวลาที่จํากัดนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเชิญท่าน พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย ๓๐ นาทีครับ

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา จะขออภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ประเทศไทยของเรา มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หลักการ ที่สําคัญของระบอบประชาธิปไตยก็คือว่าประชาชนทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีสิทธิและมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ระบอบประชาธิปไตยอํานาจสูงสุด คืออํานาจ ของประชาชนประชาธิปไตยนั้นยึดถือเสียงข้างมากเป็นมติ แต่อย่างไรก็ตามเสียงข้างมาก ก็ต้องรับฟังเสียงข้างน้อย ประชาธิปไตยที่สง่างามที่ดีงามนั้นทุกฝ่ายต้องรับฟังความคิดเห็น ที่แตกต่างด้วยความสบายใจ แล้วก็พร้อมที่จะทําให้ความแตกต่างนั้นลดน้อยที่สุด จนในที่สุด ได้กลายเป็นความเห็นร่วมกัน วันนี้ก็เหมือนกันครับ เราได้นําความคิดเห็นที่แตกต่าง มาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในรัฐสภาแห่งนี้เพื่อให้มวลสมาชิกรัฐสภาทุกท่าน นําไปตรึกตรองแล้วก็ใช้วิจารณญาณที่เห็นสมควรพิจารณาว่าจะสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ หรือไม่ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายสนับสนุน อยากจะเรียนอย่างนี้ครับว่าปัญหาของบ้านเมืองของเรา ๖ ปีที่ผ่านมานั้น แท้ที่จริงแล้ว เป็นปัญหาการแย่งชิงอํานาจทางการเมืองระหว่างคน ๒ กลุ่ม ระหว่างพรรคการเมือง ๒ พรรค ทั้ง ๒ พรรคต่างก็มีผู้สนับสนุนไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เมื่อเกิดปัญหาทางการเมือง แทนที่จะต้องใช้วิถีทางทางการเมืองเข้ามาแก้ปัญหากลับมีการทําการรัฐประหาร ซึ่งถือว่า เป็นโชคร้ายของชาติบ้านเมืองของเรา ผลจากการทํารัฐประหารทําให้บ้านเมืองถอยหลังไป ๓๐ ปี หลังจากนั้นก็มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ นักปราชญ์ ได้บอกว่าไม่มีคณะรัฐประหารใดในโลกที่ไม่คิดสืบทอดอํานาจ อันนี้เป็นเรื่องจริง เพราะว่า ผู้ทําการรัฐประหารนั้นก็จะเกรงกลัวว่าตนจะถูกผู้ที่เราล้มล้างกลับมาแก้แค้น เพราะฉะนั้น ก็จะต้องสืบทอดอํานาจทุกคณะ คณะรัฐประหาร ปี ๒๕๔๙ ก็เช่นเดียวกันไม่มีข้อยกเว้น แล้วปราชญ์ก็ยังบอกอีกครับว่าคณะกลุ่มใดออกกฎหมายก็จะออกกฎหมายเพื่อเอื้ออํานวย กับคนกลุ่มนั้น ๆ การออกกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ออกโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งตั้งโดยคณะรัฐประหารส่วนใหญ่เป็นข้าราชการเก่า บางส่วนก็เป็นนักวิชาการ ที่นิยมชมชอบการทํารัฐประหาร ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน ไม่ได้มี การยึดโยงจากประชาชน เพราะฉะนั้นเขาเหล่านั้น ท่านเหล่านั้นก็จะขาดจิตวิญญาณ ของความเป็นประชาธิปไตยไปโดยปริยาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการผู้ใหญ่บางคน เรามีวัฒนธรรมประเพณีหลายท่านคิดว่าประชาชนเป็นลูกน้องของข้าราชการเหล่านั้น เพราะฉะนั้นจิตวิญญาณในการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญก็จะไม่ให้ความสําคัญอํานาจ ของประชาชน ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายแม่บทของประเทศชาติ เป็นกฎหมาย มหาชน ทุกประเทศทั่วโลกกฎหมายมหาชนจะต้องเป็นกฎหมายในเชิงบวกหรือโพซิทีฟ ลอว์ (Positive Law) เป็นกฎหมายในเชิงสร้างสรรค์ เขาจะบอกว่าคุณทําอะไรได้บ้าง คุณควรทํา อะไร กฎหมายมหาชนไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็นกฎหมายในเชิงลบ คือห้ามทําอ้ายโน่น ห้ามทําอ้ายนี่ ถ้าทําแล้วจะต้องถูกลงโทษ อันนี้คือหลักปฏิบัติที่เป็นสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นเมื่อเป็นหลักของบ้านเมืองของเรา การร่างรัฐธรรมนูญจะต้อง ร่างอย่างกลาง ๆ ไม่สุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง ต้องร่างโดย ปราศจากอคติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น อคติด้วยความรัก ไม่ว่าจะเป็นอคติด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะเป็นอคติด้วยความเกลียด ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ร่างขึ้นโดยพื้นฐาน ของความระแวงและไม่ไว้วางใจอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง และไม่ไว้วางใจพรรคการเมือง พรรคหนึ่ง ท่านทั้งหลายครับ ท่านประธานครับ ได้มีกับดักทางการเมืองไว้ทําลาย อดีตนายกรัฐมนตรีและพรรคการเมืองนั้น ๆ ไว้ในกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ทําไมผมถึงพูดอย่างนั้นครับ มีเพื่อนของผมท่านหนึ่งเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งเป็น ผู้มีบทบาทในการร่างรัฐธรรมนูญอยู่ในคณะ คมช. เคยมาปรารภกับผมและเพื่อน ๆ ว่า อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งเก่ง แล้วมีสตางค์เยอะ เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายที่ป้องกัน ไม่ให้อดีตนายกรัฐมนตรีท่านนี้กลับมามีอํานาจทําได้ยาก นั่นก็หมายความว่า การออกกฎหมาย กฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ได้วางแนวทางไว้ชัดเจนก่อนการทํากฎหมายรัฐธรรมนูญว่า จะป้องกัน นักการเมืองคนหนึ่ง พรรคการเมืองหนึ่ง ท่านประธานครับ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ของคณะร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาคิดว่าจะทําลายคนคนหนึ่ง คิดว่าจะทําลายพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ผลกระทบมีมหาศาลเพราะว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นใช้บังคับต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ทั่วประเทศ ผลเสียหายเกิดขึ้นอย่างไรครับ เกิดขึ้นกับระบอบประชาธิปไตยที่ผิดเพี้ยนไปของเรา เกิดผลกระทบขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่เขาต้องการเลือกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ขึ้นมาเป็นรัฐบาล แต่ก็มาบิดพลิ้วอํานาจของประชาชนให้พรรคการเมืองอีกพรรคหนึ่ง เป็นรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ กับดักอยู่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นหลายองค์กร ผมจะพูดสั้น ๆ เฉพาะเพียงแค่ ๓ องค์กรที่ชัดเจน ๓ องค์กรที่ว่าก็คือ ๑. วุฒิสภา องค์กร ที่ ๒ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรที่ ๓ ก็คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ ซึ่งผมขอใช้ตัวย่อว่า ป.ป.ช. จะเห็นได้ว่าการเตรียมการทําลายพรรคการเมืองนั้น วางแผนกันถึงการเลือกตั้ง ๓ สมัย หรือ ๙ ปี เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าทั้ง ๓ องค์กร มีวาระในการดํารงตําแหน่ง ๙ ปี ทั้ง ๓ องค์กร ทั้ง ๆ ที่โดยปกติแล้วองค์กรที่มีอํานาจมาก อย่างนี้ วาระในการดํารงตําแหน่งไม่ควรเกิน ๔ ปี หรืออย่างมากก็ไม่เกิน ๕ ปี แต่ต้องการ ให้มีการเลือกตั้ง ๓ ครั้ง ๙ ปี เพื่อให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งสูญหายไปจาก วงการการเมืองไทย อันนี้คือข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ การมีวุฒิสภาที่มีอํานาจมาก อํานาจทั้งให้ความเห็นชอบบุคคลดํารงตําแหน่งและอํานาจ ในการถอดถอนบุคคลดํารงตําแหน่งหรือนักการเมืองทั้งหลายถือว่ามีอํานาจมาก ผู้ที่ถืออํานาจนี้จะต้องมาจากการเลือกตั้งคือได้รับมอบอํานาจจากพี่น้องประชาชน แต่ได้ออกแบบให้มีวุฒิสภามาจากการเลือกตั้ง ๗๗ ท่าน แล้วก็มาจากการคัดสรรซึ่งผมถือว่า เป็นการคัดสรรที่ไม่มีประสิทธิภาพ โดยการคัดสรรจากบุคลากรเพียง ๗ ท่าน ส่วนใหญ่ มาจากวงการศาล และอีกส่วนใหญ่มาจากผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มันมีประโยชน์ทับซ้อนครับท่านประธาน เพราะว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญเลือกวุฒิสมาชิกคัดสรร ผมขออนุญาตเรียกว่า วุฒิสมาชิกแต่งตั้ง เลือกมาแล้ววุฒิสมาชิกเหล่านี้ท่านก็มีอํานาจ ในการถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ มันเห็นชัดเจนว่าประโยชน์ทับซ้อน วุฒิสมาชิกแต่งตั้งท่านใดล่ะครับที่จะกล้าไปถอดถอนคนที่เลือกตัวเองเข้ามาเป็นวุฒิสมาชิก อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาซึ่งผมจะไม่ขอเอ่ยในลักษณะตัวบุคคล มันเป็นหลักการที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ โดยหลักแล้วผู้ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนสมควรจะมี อํานาจถอดถอนผู้ที่มาจากการแต่งตั้ง ทีนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับตรรกครับ แทนที่จะให้ฝ่ายเลือกตั้งถอดถอนฝ่ายแต่งตั้ง กลับไปมอบอํานาจที่ยิ่งใหญ่มหาศาลให้กับวุฒิสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้งมีอํานาจในการ ถอดถอน ส.ส. หรือนักการเมือง หรือใครก็ตามที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นการผิดหลัก ประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ผมขอเสนออย่างนี้ครับ บันทึกไว้เลยครับ เพื่อให้ สสร. หรือให้คณะกรรมาธิการได้นําไปพิจารณา ถ้าหากว่ายังคงดํารงอํานาจอย่างมากของวุฒิสภา ในการถอดถอน ท่านจะต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่ถ้าลดอํานาจในการถอดถอน เหลือแต่เป็นเพียงให้การรับรองกฎหมาย ท่านมาจากการแต่งตั้งทั้งหมดได้ครับ แต่ผมเป็นคน มองโลกในแง่ดีครับ วุฒิสมาชิกส่วนหนึ่งก็ต้องการให้มาจากสาขาวิชาชีพอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งอย่างเดียวนั้นไม่สามารถเป็นหลักประกันได้ว่าตัวแทนสาขาวิชาชีพ จะมีโอกาสเข้ามาเป็นวุฒิสมาชิก เพราะฉะนั้นผมเสนออย่างนี้ครับ ก็จะต้องมีองค์ประกอบ ของทั้งส่วนที่มาจากการเลือกตั้ง และส่วนที่มาจากการสรรหา แต่จํานวนอัตราส่วน ของผู้ที่มาจากการเลือกตั้งต้องมีจํานวนมากกว่า เพราะมีอํานาจมาก ผมขอเสนอ ๒ เท่าครับ และวุฒิสมาชิกที่มาจากการสรรหามีจํานวน ๑ เท่า เช่น มีวุฒิสมาชิกทั้งหมด ๒๔๐ คน มาจากการเลือกตั้ง ๑๘๐ คน และมาจากการสรรหาตามวิชาชีพอีก ๘๐ คน เราก็จะได้ องค์ประกอบของวุฒิสภาที่มีคุณภาพมาก แล้วก็ได้เป็นตัวแทนของสาขาวิชาชีพโดยตรง ยกตัวอย่างเช่น อย่างต้องการหมอก็ให้แพทยสภาเขาเลือกกันเองว่าเอาหมอชนบทมา ๑ คน เอาหมอในเมืองเข้ามา ๑ คน เป็นตัวแทนวุฒิสมาชิกสรรหา สถาปนิกก็เช่นเดียวกันครับ ก็ให้ สถาปนิกสยามเลือกตัวแทนของเขาเข้ามาเป็นตัวแทนในวุฒิสภา ทําอย่างนี้ในทุกสาขาวิชาชีพ เราก็จะได้องค์ประกอบของวุฒิสภาที่เป็นองค์ประกอบที่สามารถทํางาน และมีความ เป็นกลางทางการเมืองได้อย่างแท้จริง ก็เป็นข้อเสนอในส่วนของวุฒิสภา

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเอาศาลรัฐธรรมนูญแต่เพียงนิดหน่อย ก็แล้วกันนะครับ เวลาจํากัด ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. ก็เช่นเดียวกัน ที่มา ขององค์ประกอบนั้นไม่ได้มีการยึดโยงจากประชาชนเลย แล้วส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ประกอบอาชีพ ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญและ ป.ป.ช. นั้นเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องให้คุณให้โทษทางการเมือง เพราะฉะนั้นองค์ประกอบไม่ควรเอาข้าราชการฝ่ายตุลาการเป็นหลัก ควรจะเปิดโอกาส ให้ข้าราชการประเภทอื่นหลากหลายอาชีพเข้ามาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของศาลรัฐธรรมนูญ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าจะต้องมีองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๒ องค์กรนี้ไว้เพื่อทําการตรวจสอบ การทุจริตและประพฤติมิชอบของบรรดานักการเมือง แต่อย่างไรก็ตามวาระในการดํารง ตําแหน่ง ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเป็น ๙ ปี บุคคลใดก็ตามที่มีอํานาจมาก ๆ และอยู่ในเวลามาก ๆ เขาเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้มีอิทธิพลเสียเอง อันนี้คือหลักธรรมชาติครับ เพราะฉะนั้น ผมขอเสนอครับ องค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย ซึ่งองค์กรอื่นๆ ปรากฏว่ามีวาระ ในการดํารงตําแหน่งแค่เพียง ๖ ปี แต่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ๒ องค์กรที่มีอํานาจมาก กลับมีวาระในการดํารงตําแหน่งถึง ๙ ปี ผมขอเสนอว่าลดเหลือ ๕ ปีนะครับ เราก็จะได้ บุคคลอื่น ๆ ที่เข้ามาทําหน้าที่ในองค์กรทั้ง ๒ องค์กรนี้ วุฒิสมาชิกก็เช่นเดียวกันครับ ทําไม ผมถึงบอกให้สรรหาจากสาขาวิชาชีพ เพราะเราเห็นชัดเจนนะครับว่าการสรรหาโดยคน ๗ คน ไม่มีประสิทธิภาพครับ เราสังเกตจากอะไรครับ สังเกตจากการสรรหาวุฒิสมาชิก รอบที่ ๒ มีวุฒิสมาชิกท่านที่ผ่านการสรรหาในรอบแรกเข้ามาเป็นอีกจํานวนมากนะครับ จํานวนมากครับ เพราะฉะนั้นมันก็มีข้อสังเกตอยู่ ๒ อย่างว่ากระบวนการในการสรรหา ไม่ถูกต้องหรืออย่างไร บรรดาผู้สรรหาทั้ง ๗ ท่าน ไม่รู้จักคน ๖๓ ล้านคนดีพอหรืออย่างไร หรือก็มีความคิดเห็นประการที่ ๒ ก็คือว่าประเทศไทยมีคนดี มีความรู้ มีความสามารถ ที่เหมาะจะมาเป็นวุฒิสมาชิกอยู่แค่เพียงเท่านี้นะหรือ อันนี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาของการสรรหา โดยบุคลากรเพียง ๗ คน เพราะฉะนั้นมันมีความจําเป็นที่จะต้องให้สรรหาโดยสาขาวิชาชีพ เขาจะรู้กันดีนะครับ

ท่านประธานครับ นอกจากนั้นมาตรา ๒๓๗ เปิดโอกาสให้มีการยุบพรรคการเมือง ตัดสิทธิคณะกรรมการบริหารพรรค มันขัดต่อหลักประชาธิปไตย ขัดต่อหลักนิติธรรมชัดเจน ผู้ที่ไม่ได้กระทําผิดแต่ต้องรับผิดด้วย ผมเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยไปร่วมประชุมองค์การ รัฐสภาโลกหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อปลายปีที่ผ่านมาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ องค์การ รัฐสภาโลกได้รับเรื่องร้องทุกข์จากบรรดาผู้ถูกตัดสิทธิทั้งหลายครับ เขานําไปพิจารณา ประชุมกันโดยคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนขององค์การรัฐสภาโลกหลายครั้ง ผมต้องเรียน ให้ทราบครับ องค์การรัฐสภาโลกคือที่ประชุมของรัฐสภาทั่วโลกจํานวน ๑๔๐ กว่าประเทศ เขาได้ข้อสรุปและข้อยุติในเรื่องการยุบพรรคการเมืองและการตัดสิทธิคณะกรรมการบริหาร พรรคการเมืองในประเทศไทยว่าอย่างไรครับ ขออภัยต้องใช้ภาษาอังกฤษนะครับ เขาใช้ว่า คอนเดมเนชั่น (Condemnation) หมายความว่าประณามประเทศไทย ประณามประเทศไทย ว่าอะไร ว่าการตัดสิทธิการยุบพรรคการเมือง การตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรค เป็นวิถีทาง ที่ขัดต่อหลักการของประชาธิปไตยอย่างรุนแรง เป็นวิถีทางที่ขัดต่อหลักนิติธรรมอย่างรุนแรง เช่นเดียวกัน แล้วก็ขอให้บอกว่าให้ประเทศไทยไปแก้ไขกฎหมายอันนี้เสีย เพราะเขาบอกว่า อะไรครับ การที่อ้างว่าเป็นการดําเนินการตามกฎหมายนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง เพราะกฎหมายที่ว่านั้นเป็นกฎหมายที่เขาใช้คําภาษาอังกฤษว่า อาฟเตอร์ คูเดทา (After coup d’état) เป็นกฎหมายที่เกิดขึ้นภายหลังจากการทํารัฐประหารครับ อันนี้ เป็นข้อหนึ่งที่ผมจะต้องเรียนบรรดาพี่น้องให้ได้รับทราบ ให้บรรดาเพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่า มันจึงมีความจําเป็นครับ เพราะว่าพรรคการเมืองนั้นเป็นสถาบัน เป็นองค์กรเช่นเดียวกัน กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการทําผิด ใครทําผิดจะต้องถูกลงโทษตามโทษานุโทษ ผมไม่ปฏิเสธนะครับว่าท่านใดทําผิดแล้วจะไม่ถูกลงโทษก็ต้องถูกลงโทษไปตามโทษานุโทษ แต่การยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคต้องยกเลิกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ หน้าที่ของบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสมาชิกนั้นที่มาจากการเลือกตั้ง เราไม่ใช่ มีหน้าที่แต่เพียงออกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว เรามีหน้าที่หลักถึง ๔ ประการครับ

หน้าที่แรก คือออกกฎหมายในสภา

หน้าที่ที่ ๒ คือตรวจสอบการทํางานของรัฐบาลผ่านคณะกรรมาธิการ ผ่านการตั้งกระทู้ถามการตรวจสอบต่าง ๆ

แต่หน้าที่ที่สําคัญประการที่ ๓ ก็คือจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม อันนี้เป็นหน้าที่หลักของพวกเราทุกคน

หน้าที่ประการสุดท้ายที่สําคัญอย่างยิ่งครับ จะต้องรับทราบปัญหา ของพี่น้องประชาชนแล้วนําปัญหานี้มาสะท้อนให้กับฝ่ายบริหารเพื่อนําไปแก้ไขปัญหา ของพี่น้องประชาชน แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ร่างขึ้นมาด้วยความไม่ไว้ใจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร่างขึ้นมาโดยคิดว่าคนที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือนักการเมืองนั้นเป็นคนเลวเสียทั้งสิ้น

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ทําหน้าที่เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร มาเกือบ ๔ ปี ได้ทําหน้าที่ที่ผมสามารถยืนยันว่าผมทําหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จะขอเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบว่าบัดนี้ประชาชนเขาพัฒนาไปมาก เกี่ยวกับเรื่องการเมืองและประชาธิปไตย การเลือกตั้งนั้นเขาเลือกบุคลากรที่มีคุณภาพครับ ผมเรียนยืนยันต่อหน้าเพื่อนสมาชิกรัฐสภาทุกท่านครับ ขณะนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เกิน ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นคนดีมีความรู้ มีความสามารถ แล้วก็เป็นคนที่มีคุณธรรม แต่ผม ไม่ปฏิเสธครับเราก็มีคนที่ออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง ซึ่งมีจํากัดมีจํานวนไม่มาก แล้วทําไม เอาข้อด้อยมาเพื่อกีดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้น มาตรา ๒๖๖ ก็เช่นเดียวกันครับก็ต้องยกเลิกครับ ห้ามไม่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งสะท้อนปัญหาของประชาชนให้กับฝ่ายบริหารนําไป แก้ไข ถือว่าเป็นการห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสมาชิกไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ที่ตัวเอง สมควรจะต้องปฏิบัติ ขัดต่อหลักประชาธิปไตยอย่างสิ้นเชิง ท่านประธานที่เคารพครับ การออกกฎหมายรัฐธรรมนูญโดยมีความรู้สึกอคติส่งผลชัดเจนครับ เราได้เห็นการตัดสิน ทางการเมืองเรื่องการยุบพรรคหรือไม่ยุบพรรค หรือเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เป็น สองมาตรฐาน ประชาชนรับรู้ได้ผมขอไม่อธิบายรายละเอียด ก็เนื่องจากเกิดช่องว่างปุ๊บ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องการจะเป็นประชาธิปไตยแต่แฝงเนื้อหาของเผด็จการเอาไว้ เราจึงเรียกว่ารัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการซ่อนรูป ถ้าเผด็จการตรง ๆ ไม่ค่อยน่ากลัว เผด็จการ ซ่อนรูปน่ากลัวกว่า จึงเป็นปัญหาให้เกิดขึ้นใน ๓-๔ ปีที่ผ่านมาของประเทศชาติของเรา ท่านประธานครับ ตัวอย่างอันหนึ่งที่เห็นชัดเจนว่าเขียนโดยความมีอคตินี้คือมาตรา ๓๐๒ ท่านบรรดาสมาชิกเปิดดูหน้า ๒๓๔ วรรคแปด วรรคที่ ๒ รองจากสุดท้าย ไปเปิดโอกาส ให้องค์กรตามรัฐธรรมนูญออกกฎหมายลูกได้เอง เสนอกฎหมายลูกได้เอง แล้วก็กลัวว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจะทําให้กฎหมายนั้น ๆ ตกไปง่าย ก็เขียน ด้วยความมีอคติครับ ท่านไปอ่านดูมาตรา ๓๐๒ วรรคแปด วรรคที่ ๒ รองจากสุดท้าย เขียนไว้ว่า ในการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ให้ความเห็นชอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญใด ๆ ต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของแต่ละสภา นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ เขียนด้วยความระแวง กลัวว่าพระราชบัญญัติจะตกง่าย ก็เขียนให้พระราชบัญญัติมันตกยาก ๆ ปกติจะต้องเขียนว่า การให้ความเห็นชอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ จะเห็นชอบก็ต้องด้วย คะแนนเสียงเห็นชอบเกินกึ่งหนึ่ง ทีนี้ก็เกิดปัญหาสิครับ สภาผู้แทนราษฎรมี ส.ส. ๕๐๐ คน มีอยู่วันหนึ่งมีผู้มาร่วมประชุม ๔๖๐ คน ๔๖๐ คนนะครับ แล้วก็มีพระราชบัญญัติลูกเข้ามา ปรากฏว่ามีผู้ไม่ให้ความเห็นชอบ ๒๔๐ คะแนน แล้วก็มีผู้ให้ความเห็นชอบ ๒๒๐ คะแนน ถามว่าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นท่านประธานจะวินิจฉัยอย่างไร เห็นชอบ ๒๒๐ คะแนน ไม่เห็นชอบ ๒๔๐ คะแนน ข้อปฏิบัติก็คือไม่เห็นชอบใช่ไหมครับ เพราะเห็นชอบมันน้อยกว่า ไม่เห็นชอบ แต่ไม่เห็นชอบไม่ได้ เพราะไปติดกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่เขียนด้วย ความมีอคติไว้ว่าถ้าจะไม่เห็นชอบต้องไม่เห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งก็คือ ๒๕๑ คะแนน ทีนี้ทําอย่างไรครับ เดินหน้าก็ไม่ได้ ถอยหลังก็ไม่ได้ มาตรการอย่างนี้ก็ต้อง แก้ไขครับ แล้วมีอย่างนี้อยู่หลายมาตราครับ ผมในฐานะเป็นผู้ใช้ผมเห็นปัญหาที่เกิดขึ้น ก็ฝากคณะกรรมาธิการหรือ สสร. ร่างขึ้นมาแล้วก็นําไปแก้ไขด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วย เห็นชอบในหลักการการตั้ง สสร. ตามมาตรา ๒๙๑ ประโยชน์ของการตั้ง สสร. เพื่ออะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ หรือแม้กระทั่งธรรมนูญการปกครองของคณะรัฐประหาร ล้วนมีทั้งความดี และความไม่ดี การตั้ง สสร. นั้นเพื่อเปิดโอกาสให้นําเอาส่วนที่ดีของรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ มาใช้ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อันนี้จะเห็นเลยครับประโยชน์มหาศาล ผมเห็นชอบ ในหลักการในการให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชน โดยตรง ประโยชน์คืออะไรครับ เขาก็จะมีความรู้สึกมีจิตวิญญาณของความเป็น ประชาธิปไตย เขาจะให้ความสําคัญต่ออํานาจประชาชน ท่านประธานครับ แต่ผมไม่เห็นด้วย ในรายละเอียดเพราะการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจังหวัดละ ๑ คน ยังไม่สะท้อน ความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เพราะว่าประชากรในแต่ละจังหวัดไม่เท่าเทียมกัน เราควรจะนําจํานวนประชากรเข้ามาเป็นเครื่องประกอบในการเลือกตั้งสมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญด้วย เช่น ตั้งเกณฑ์ไว้ ๖๐๐,๐๐๐ คนต่อ สสร. ๑ ท่าน เราก็จะได้ สสร. ทั่วประเทศ กรุงเทพมหานคร ๑๐ ท่าน จังหวัดเชียงใหม่อาจจะ ๓ ท่านหรือ ๒ ท่าน เราจะมี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ๑๑๑ คน ตัวเลขพ้องกับ ๑๑๑ คนพอดี แล้วหลังจากนั้น เราก็ไปเอาส่วนประกอบจากนักวิชาการซึ่งเห็นชอบตามร่างเดิม ไปแบ่งสัดส่วนให้ดี นักวิชาการฝ่ายนิติศาสตร์ ๑๓ คน นักวิชาการฝ่ายรัฐศาสตร์ ๑๓ คน และนักวิชาการอื่น ๆ หรืออาชีพอื่น ๆ อีก ๑๓ คน เราก็จะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญถึง ๑๕๐ คน

เรื่องที่ ๒ ที่เห็นแตกต่างในรายละเอียดครับ ทุกร่างกําหนดให้ สสร. จะต้อง ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายใน ๖ เดือนหรือ ๑๘๐ วัน ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสําคัญ กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ดีก็จะนําพาชาติบ้านเมืองของเรา ไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง หากว่าเราผิดพลาดไปสร้างรัฐธรรมนูญที่ไม่ดี ผลกระทบก็จะ ตกอยู่กับพี่น้องประชาชน ผมขอเสนอเพื่อให้คณะกรรมาธิการได้นําไปพิจารณา สสร. จะมี โอกาสในการร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นควรใช้เวลา ๑ ปี เพื่ออะไรครับ เพื่อความรอบคอบ และการรับฟังเสียงของประชาชนเป็นเรื่องสําคัญ เพราะฉะนั้น สสร. จะต้องมีหน้าที่ในการ ทําประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ต้องใช้เวลา ๑ ปี ท่านประธานครับ ผมไปร่วมประชุมสภาโลกหลายครั้ง ขณะนี้องค์การรัฐสภาโลก เขามีมติชัดเจนให้ทุกประเทศสนับสนุน ให้สุภาพสตรีเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง เพราะสถิติเขาบอกว่านักการเมืองสุภาพสตรีมีความรับผิดชอบมากกว่าสุภาพบุรุษ เพราะฉะนั้นต้องฝาก สสร. ด้วยครับ ท่านต้องเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้ออํานวยให้สุภาพสตรี เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองให้มากขึ้น ๆ แต่ต้องไม่ใช้ในลักษณะบังคับนะครับ ก็เป็น อีกเรื่องหนึ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานเพื่อบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญที่ออกมานี่อาจจะเกิดการลิดรอนสิทธิของบุคคลที่ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ซึ่งดํารงตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ไม่ว่าจะเป็น ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง และมาจากการแต่งตั้ง ถ้าหากว่าเราไปกําหนดว่าวาระในการดํารงตําแหน่งเหลือ ๔ ปีนี้ ก็เป็นการรอนสิทธิ บุคคลที่ดํารงตําแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญก็เช่นเดียวกัน อาจจะถูก รอนสิทธิตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ การออกกฎหมายรอนสิทธิย้อนหลังเป็นเรื่อง ไม่สมควรกระทําอย่างยิ่งในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากไว้นะครับ สสร. ท่านก็จะต้องมีบทเฉพาะกาล ให้ผู้ที่ถูกลิดรอนสิทธิท่านสามารถดํารงตําแหน่งเดิมได้ จนสิ้นวาระในการดํารงตําแหน่งของท่าน ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมจะฝากท่านประธานไปยัง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้น ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมาย สําคัญของประเทศ เรามีเป้าหมายหรือมีสมมุติฐานว่าคนไทยทุกคนจะต้องรู้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายรัฐธรรมนูญพี่น้องประชาชนต้องรู้ครับ แต่ถ้าหากว่าเรามีมาตรา เป็นจํานวนมากถึง ๓๐๐ กว่ามาตรานั้นผมกล้าท้าเลยครับว่าไม่มีใครที่จะจําได้หมด ผมเอง มีหน้าที่ในการเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เวลาเปิดสภาแต่ละครั้งผมยังต้องเอา ๓๐๙ มาตรามานั่งท่องครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องฝากกราบเรียนครับ ประเทศอังกฤษ มี ๕๑ มาตรา ประเทศญี่ปุ่นมี ๙๓ มาตรา ประเทศฝรั่งเศส ประเทศนอร์เวย์มีไม่เกิน ๑๐๐ มาตรา ขอความกรุณา สสร. ร่างกฎหมายด้วยถ้อยคําที่กระชับ เข้าใจง่าย และมี จํานวนมาตราไม่ควรเกิน ๑๒๐ มาตรา อันนี้เป็นข้อคิดเห็นครับ เพราะอะไร เพราะว่า จะทําให้เกิดความง่ายต่อพี่น้องประชาชนที่จะสามารถจํากฎหมายรัฐธรรมนูญนี้ได้

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะเสนอก็คือว่า หน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก หน้าที่ของเราคืออะไรครับ ออกกฎหมายใช่ไหมครับ แก้ไขกฎหมายใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ต้องอยู่ในภาระหน้าที่ของพวกเราครับ แต่ทุกร่างเขียนเหมือนกันหมดครับว่า เมื่อ สสร. ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้นําไปทําประชามติ แล้วหลังจากนั้นก็ดําเนินการ ตามมาตรา ๑๕๐ และมาตรา ๑๕๑ โดยอนุโลม อันนั้นผมไม่ขัดข้อง แต่สิ่งหนึ่งก็คือบรรดา พวกเรา บรรดาสมาชิกรัฐสภาเราหนีความรับผิดชอบไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นหลังจากที่ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญเสร็จจะต้องนําเข้ารัฐสภาให้ได้รับ ความเห็นชอบจากบรรดาสมาชิกวุฒิสภา บรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน โดยไม่มีการแก้ไข ถ้าหากว่าสมาชิกรัฐสภาไม่เห็นชอบก็ต้องส่งกลับไปให้ สสร. ดําเนินการ แก้ไขใหม่ สมาชิกหลายท่าน นักวิชาการหลายคนได้บอกว่า เป็นการเซ็นเช็คเปล่า ผมเรียนอย่างนี้ครับ ถ้าเรากําหนดหัวข้อให้ชัดเจนว่าจะต้องแก้อย่างโน้น แก้อย่างนี้แล้ว สสร. ต้องทําตาม เมื่อเริ่มต้นกระบวนการก็ไม่เป็นประชาธิปไตยเสียแล้ว เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญก็จะไม่เป็นประชาธิปไตยครับ แต่สิ่งสําคัญก็คือเราจะต้องให้ สสร. เขารับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน เรายังมีบทบาทภาระหน้าที่ในการจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ เห็นชอบในท้ายที่สุดได้ เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบเสร็จก็นําไปทําประชามติ เมื่อประชามติผ่าน จึงจะนําความกราบบังคับทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อีกเรื่องหนึ่งที่พี่น้องประชาชนและบรรดาเพื่อนสมาชิกไม่สบายใจเขาบอกว่า เซ็นเช็คเปล่า เมื่อเซ็นเช็คเปล่าแล้ว สสร. จะไปทําอะไรก็ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง สถาบัน ผมว่าเรื่องนี้ไม่ยากครับ ผมมั่นใจนะครับ ใครก็ตามที่มาเป็น สสร. เขาไม่ยุ่งกับเรื่อง หมวดสถาบันอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่าบรรดาสมาชิกยังไม่สบายใจครับ กรรมาธิการนี่แก้ได้ครับ แก้ได้โดยแก้ไขในร่างของร่างใดร่างหนึ่งที่จะเป็นหลัก แก้โดยบอกว่า ห้าม สสร. แก้ไข รายละเอียดในหมวด ๒ คือหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นการปิดตายเลยครับ ทุกคน ก็สบายใจ อันนี้ก็เป็นข้อเสนอแนะข้อหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมั่นใจครับว่าความจริงรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องทั้งหมด ของกระบวนการประชาธิปไตย แต่รัฐธรรมนูญเป็นกรอบ เป็นกฎหมายที่จะใช้สําหรับ กระบวนการประชาธิปไตย ๖ ปีที่ผ่านมาบ้านเมืองเสียหายอย่างรุนแรง ความแตกแยก เกิดขึ้นทุกหัวระแหง การที่จะแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองให้เกิดความปรองดองได้อยู่ที่ พวกเราทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมาชิกรัฐสภาไม่ว่าท่านจะเป็นวุฒิสมาชิกมาจากการสรรหา วุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง เราล้วนเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยด้วยกันทั้งสิ้น การจะแก้ไข ปัญหาสร้างความปรองดองได้นั้น คนไทยทุกฝ่ายต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน แต่กระบวนการ ที่จะทําให้การปรองดองเกิดขึ้นได้นั้น กฎหมายรัฐธรรมนูญ การบังคับใช้กฎหมาย ต้องเป็นธรรมและมีมาตรฐานสากล กฎหมายรัฐธรรมนูญก็เป็นกระบวนการหนึ่งที่จะทําให้ เกิดความปรองดองขึ้นได้ เพราะกระบวนการใช้กฎหมายเป็นธรรม ผมต้องขอกราบเรียน บรรดาเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ขอความกรุณาให้การสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ร่าง ขอขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นสมาชิกฝ่ายค้าน ๒ ท่าน ท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ จะมีท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ แล้วก็ท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ นะครับ เชิญท่านสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์ 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ถือได้ว่า รัฐสภาแห่งนี้เราได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งให้กับระบอบประชาธิปไตย วันนี้ มีฝ่ายรัฐบาลนั้นได้เสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมา โดยเสนอร่างมา ๓ ฉบับ จริง ๆ แล้วเราหารือกันตั้งแต่เช้าแล้วว่าจริง ๆ ร่างทั้งหมดนั้นมีอยู่ ๖ ฉบับ แต่วันนี้ ที่เข้ามา ๓ ฉบับนั้นประกอบไปด้วยร่างที่รัฐบาลเสนอครับ โดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งเสนอ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ร่างของพรรคเพื่อไทยได้เสนอเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ร่างของ พรรคชาติไทยพัฒนาได้ยื่นเสนอเมื่อวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๓ ร่างนี้เป็นร่างที่เรานํามา พิจารณาในวันนี้ ส่วนร่างที่ไม่ได้นํามาพิจารณาในวันนี้ประกอบไปด้วยร่างที่ กลุ่มสภาประชาชนไทยยื่นเมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม กลุ่มท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากภาคเหนือยื่นเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ และกลุ่ม นปช. ได้ยื่นเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ทั้ง ๓ ร่าง ไม่ได้นํามาเสนอต่อสภาในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับ ในความเป็นจริงว่าสรรพสิ่งทั้งหลายนั้นย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันกับรัฐธรรมนูญ ผมก็เชื่อว่าไม่ว่าอะไรก็ย่อมเปลี่ยนแปลงได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้ววันนี้เมื่อรัฐบาลบอกว่า มีเหตุผล มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่รัฐบาลนั้น มีเสียงข้างมากอยู่ในสภาอยู่แล้ว ผมก็มั่นใจว่ารัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขนั้นจะต้องผ่านสภาแน่ แต่วันนี้ผมอยากจะให้เราทบทวนนิดหนึ่งว่าแน่นอนครับ บอกว่าเป็นนโยบายที่เร่งด่วน ของรัฐบาล ผมอยากถามว่านโยบายที่เร่งด่วนของรัฐบาลนั้นมันไม่ใช่มีเฉพาะรัฐธรรมนูญ อย่างเดียวนะครับ วันนี้เป็นที่ทราบโดยทั่วไปของบรรดาพี่น้องประชาชนครับ หลายสิ่ง หลายอย่างวันนี้พี่น้องประชาชนก็ประสบกับปัญหาความเดือดร้อน ถามว่าวันนี้ปัญหา เรื่องน้ําจะท่วมนี่เร่งด่วนไหมครับ เดือนกุมภาพันธ์จะสิ้นแล้ว อีก ๓ เดือนฝนจะมานะครับ วันนี้รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมเอาไว้แล้วหรือยัง มากน้อยแค่ไหนครับ วันนี้ข้าวแกง ราคาแพง เป็นจานละ ๔๐ บาท ๓๕ บาท เร่งด่วนไหมครับ ปัญหาของปากท้องประชาชน น้ํามันวันนี้ขึ้นราคา แก๊สหุงต้มขึ้นราคา สินค้าทุกอย่างขึ้นราคา เป็นปัญหาเร่งด่วน ของรัฐบาลที่จะต้องแก้ไขช่วยเหลือพี่น้องประชาชนไหมครับ ในขณะที่ปัญหาของพืชผลทางการเกษตรมีราคาตกต่ํา พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน ท่านคง ได้รับทราบรายงานนั้นแล้วนะครับ ว่าการจํานําข้าวที่จังหวัดบุรีรัมย์บ้านผมมีการสวมสิทธิ เป็นข่าวเมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมา รัฐบาลได้ไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างไร การชดเชยค่าเสียหายพี่น้องที่ถูกน้ําท่วม พืชผลทางการเกษตรเสียหายได้ครบถ้วนแล้ว หรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาเร่งด่วนทั้งนั้น แต่อย่างไรก็ตาม ผมเห็นด้วยว่ารัฐธรรมนูญนั้น ควรมีการแก้ไข แต่ถ้าหากจะมาอ้างว่าเป็นการแก้ไขโดยเป็นนโยบายเร่งด่วนนั้น ผมเพียงแต่ ยกตัวอย่างปัญหาเร่งด่วนซึ่งน่าจะเป็นปัญหาเร่งด่วนที่เกี่ยวข้องกับบรรดาพี่น้องประชาชน โดยตรงมาให้ท่านประธานได้รับทราบเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญทุกฉบับ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เรามักจะได้ยินกันอยู่เสมอว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่ดี ที่สุด แต่ในขณะที่เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดนั้นก็มีข้อผิดพลาดบกพร่องจนต้องทําให้เกิดมี การเปลี่ยนแปลง ในขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ผมก็เชื่อแน่ได้ว่ามันก็ไม่ใช่ เป็นรัฐธรรมนูญที่มีผลเสียทั้งฉบับ ข้อดีก็มี ข้อเสียก็มี จริง ๆ แล้วผมเห็นด้วยครับว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นถ้าเราจะสามารถแก้ไขได้โดยรวดเร็วก็จะเกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน ผมมาดูแล้วครับ วันนี้ทั้ง ๓ ฉบับบอกว่าให้คณะกรรมการ สสร. ไปร่าง รัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน ที่มาของ สสร. มาจากไหนครับ ให้คณะกรรมการ การเลือกตั้งจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ (๑) หลักเกณฑ์วิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งกําหนดโดยอาจนําหลักเกณฑ์วิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งมาใช้บังคับโดยอนุโลม ผมถามท่านประธานครับ คณะกรรมการ การเลือกตั้งประกาศเลือกตั้ง สสร. สสร. ที่ได้รับการเลือกตั้งมามีสิทธิที่จะถูกใบแดงได้ไหมครับ เหมือนที่ ส.ส. โดน ตรงนี้ต่างหากครับ ถ้าหากว่ามีสิทธิถูกใบแดง เมื่อครู่นี้ท่านสมาชิก ผู้มีเกียรติได้อภิปรายบอกว่าต้องมีสมาชิก สสร. ครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถึงจะเปิดประชุม สสร. ได้ ถ้าหากว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม มีการถูกใบแดง ขึ้นมานี่ สมมุตินะครับ แล้วปัญหาอย่างนี้เราจะแก้ไขอย่างไร ที่ผมเรียนประเด็นนี้ขึ้นมานั้น ก็เพื่อที่จะให้มีการเตรียมการแก้ไขเอาไว้ ว่าเราจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรในเมื่อเราระบุ เอาไว้ว่าเมื่อประกาศมีแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อย มี สสร. เสร็จเรียบร้อยจะต้อง ดําเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน ปัญหาที่ผมไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็เหมือนกับหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายเอาไว้แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๒๓๗ เรื่องการยุบ พรรคการเมือง ซึ่งผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ สมมุติ ครอบครัวหนึ่งมีลูกอยู่ ๕ คน บังเอิญลูกคนโตเป็นโจรทําความผิดครับ ถามว่าแล้วลูก อีก ๔ คน ที่อยู่ที่บ้านเขาไม่ได้ผิดด้วยนี่ ทําไมเขาจะต้องไปติดคุกด้วยละครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อถ้ามีกรรมการบริหารพรรคหรือสมาชิกคนใดทําความผิด แน่นอนครับ จะเพิ่มโทษอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของกฎหมายที่จะต้องแก้ไข แต่ถามว่าคนอื่น ๆ นั้น คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทําความผิดจะไปเหมาเป็นเข่งว่าผิดด้วยกัน ผมก็เห็นว่า ไม่เป็นธรรม อย่างนี้เป็นต้นนะครับ รวมไปถึงมาตราที่เป็นปัญหาในเรื่องของการบริหาร ราชการแผ่นดิน มาตรา ๑๙๐ ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ปัญหาเหล่านี้ผมจึงเห็นว่า รัฐธรรมนูญนั้นเราแก้ไขได้ เพียงแต่วันนี้เราจะแก้ไขอย่างไรนั้นให้เกิดประโยชน์กับบรรดา พี่น้องประชาชนนะครับ

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากไว้ ใครจะเป็น สสร. ก็ตามแต่ หลายท่านในสภาแห่งนี้ ได้สะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชนออกมาแล้วว่าท่านจะสามารถร่างอย่างไรที่จะ ไม่ให้มีผลกระทบด้านจิตใจต่อพี่น้องประชาชน ถ้าท่านสามารถทําอย่างนั้นได้ผมก็คิดว่า พี่น้องประชาชนก็พร้อมจะรับได้ แต่ในขณะเดียวกันถ้าท่านไปร่างกฎหมายฉบับนี้ ออกมาแล้วมีผลกระทบต่อความรู้สึกนึกคิดของพี่น้องประชาชนในสิ่งที่เขารักเขาหวงแหน ผมเชื่อแน่ได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งสําหรับสังคมไทยของเรา ที่เราจะได้พบได้เห็น ซึ่งผมไม่อยากจะให้เกิดขึ้นในสังคมของเรา ขอบพระคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่าน พันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ ๑๐ นาทีครับ

พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมใคร่ขอแสดงข้อคิด ความเห็นเพื่อสนับสนุนความไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับยกร่างใหม่ ทิ้งของเก่า ทําของใหม่ ทั้งฉบับนะครับ ขอแสดงความรู้สึกที่ไม่เห็นด้วย แต่กระผมไม่ได้ปฏิเสธ การแก้รัฐธรรมนูญเป็นประเด็น ประเด็น ประเด็น อะไรที่ไม่เหมาะก็แก้ อุปมาดั่งเสื้อผ้า ท่านประธานครับ เสื้อผ้านั้นก็ต้องเหมาะกับร่างกาย เมื่อตัดแล้วมันคับ มันหลวมก็แก้ เป็นจุด ๆ เป็นส่วน ๆ ถ้าแก้ได้ก็ต้องแก้ ไม่ใช่ว่าทิ้งชุดทั้งชุด กระผมกราบเรียนนะครับว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นจุด ๆ เป็นประเด็น ๆ นั้นโดยสมาชิกรัฐสภา ส.ส. ๕๐๐ คน และวุฒิสมาชิก ๑๕๐ คน จํานวนตัวเลขเหล่านี้อย่างไรเสียก็น่าจะมีเหตุมีผลมากกว่า แก้โดย สสร. ครับ ซึ่งจะเป็นการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมากมายมหาศาลและใช้เวลามาก ในการแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ในชีวิตของกระผมที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ เป็นฉบับที่ ๑๘ ช่วงชีวิตที่ผ่านมาผมเกือบจะครบทุกฉบับครับ ได้ผ่านรัฐธรรมนูญมา แก้แล้วก็แก้อีก ๆ และจุดนี้ก็เป็นจุดที่เป็นรอยต่อว่าเรากําลัง ดําเนินการทุกวิถีทางเพื่อนําไปสู่การมีรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๙ อีกฉบับหนึ่ง กระผม มีเพื่อนนักศึกษาเป็นคนต่างชาติ เป็นคนญี่ปุ่นครับท่านประธาน เรามีความสนิทกัน เรียนหนังสือด้วยกัน สนิทขนาดล้อการเมืองกันได้ เพื่อนญี่ปุ่นผมเขาล้อผมว่า พันเอก วินัย น่าอิจฉาจริงประเทศไทยนั้นเป็นเสมือนตลาดนัดของรัฐธรรมนูญ มีหลายฉบับให้เลือก จะเอาเวอร์ชั่น (Version) ไหน ๑๘ แบบ ไม่รวมการแก้ไข ฉบับที่ ๑ ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ แล้วมีการแก้ไขอีก แต่ไม่ได้ยกร่างทั้งฉบับ มีมากมายก่ายกอง เราเป็นแฟชั่นรัฐธรรมนูญของโลก ก็ว่าได้ เป็นตลาดนัดรัฐธรรมนูญของโลกประเทศหนึ่งก็ว่าได้ เป็นคําหยอกล้อ กระเซ้า เย้าแหย่กัน ท่านประธานที่เคารพครับ ญี่ปุ่นนั้นถึงวันนี้หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ วันนี้ญี่ปุ่น ได้ใช้รัฐธรรมนูญเพียงฉบับเดียวครับ ๗๐ ปีใช้มา ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลง คนญี่ปุ่นก็ไม่ได้ เคยยกร่างเขียนรัฐธรรมนูญเอง รัฐธรรมนูญที่ญี่ปุ่นใช้อยู่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้น เขียนโดยแมคอาเธอร์ครับ ยังใช้อยู่ถึงปัจจุบัน ต่างกับประเทศไทยครับ พ.ศ. ๒๔๗๕ เปลี่ยนแปลงการปกครองมาถึงวันนี้ครับ เรามีแล้ว ๑๘ ฉบับ ไม่นับรวมฉบับที่แก้ไข เล็ก ๆ น้อย ๆ เอาว่าฉบับใหม่เอี่ยม ยกร่างทั้งฉบับ ๑๘ ฉบับและเรากําลังจะมีฉบับที่ ๑๙ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็มีข้อสังเกตว่าคนไทยนั้น เราเขียนรัฐธรรมนูญเอง แล้วก็ แก้เอง เขียนเองก็ลบเอง เขียนแล้วเขียนอีก เสมือนหนึ่งว่าเราไม่รู้จักตัวเราเอง เราค้น ตัวเราเองไม่พบ เหมือนเด็กทารกครับ แก้แล้วก็แก้อีกและไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อไร ผมกราบเรียนว่า ผมมีข้อสังเกต ทําไมผมยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นครับ ประเทศใช้รัฐธรรมนูญมา ๗๐ ปี ฉบับเดียวร่างโดยแมคอาเธอร์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้วเขาก็หวงแหนด้วยไม่อยาก เปลี่ยนแปลง ทําไมประเทศญี่ปุ่นมีเพียงฉบับเดียว เพราะคนญี่ปุ่น ต่างจากคนไทยครับ ท่านประธาน คนญี่ปุ่นนั้นเขาพยายามที่จะปรับตัวของเขาเอง ปรับตัวของคนญี่ปุ่นเอง ให้เข้ากับหลักเกณฑ์ หลักการให้เข้ากับรัฐธรรมนูญต่างจากคนไทยครับ พยายามที่จะปรับ เอารัฐธรรมนูญ ปรับเอาหลักเกณฑ์หลักการเข้าหาตัวเราเอง ถ้าเป็นอย่างนี้มันคงไม่มีวัน สิ้นสุด ท่านประธานที่เคารพครับ จากความแตกต่างชาติหนึ่งปรับหลักเกณฑ์เข้ากับตนเอง อีกชาติหนึ่งปรับตัวเองเข้ากับหลักการ เป็นความแตกต่างของความมั่นคงของรัฐธรรมนูญ เปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น กระผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า เราจะร่างรัฐธรรมนูญให้ดีแค่ไหน เพียงใดก็แล้วแต่นะครับ ผมมีความเห็นว่าหัวใจสําคัญที่สุด ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ พิสูจน์ครั้งแล้วครั้งเล่าฉบับเดียวกัน คณะนี้ใช้แล้วไม่มีปัญหา อีกคณะหนึ่ง มาใช้มีปัญหา ความสําคัญของเรื่องนี้ จึงไม่อยู่ที่รัฐธรรมนูญ แต่ความสําคัญของเรื่องนี้ อยู่ที่ตัวของบุคคลโดยเฉพาะ คนสําคัญที่สุดมีปราชญ์เขาเปรียบเปรยเอาไว้ครับว่า ต่อให้โมซาร์ท ต่อให้บีโทเฟน ครับ มาเขียนโน้ตดนตรีดี ๆ ให้ปีศาจให้อเวจีเล่นดนตรี ไม่มีวันจะไพเราะ ต่อให้เอาปี่พระอภัยมณีจับใส่ปากแม่ผีเสื้อสมุทร แล้วก็ชีเปลือย ไม่มีวันครับที่ดนตรีจะไพเราะเพาะพริ้งได้ นี่ละครับกระผมจึงกราบเรียนว่าความสําคัญนั้น อยู่ที่คน ถ้าเราไม่ปรับตัวของเราเข้ากับหลักเกณฑ์หลักการ แต่ไปปรับหลักเกณฑ์หลักการ เข้ากับตัวเรา เปลี่ยนคณะก็เปลี่ยนเหตุผล ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอกราบเรียนว่า การแก้รัฐธรรมนูญนั้น ผมมีข้อสังวร มีข้อพึงสังเกต มีคนเคยบอกว่ารัฐธรรมนูญที่เราเล่นอยู่ ทุกวันนี้ ที่แก้อยู่ทุกวันนี้เหมือนกับเล่นเหรียญกลที่มี ๒ ด้าน ปกติเหรียญ ๒ ด้าน ด้านนี้ เป็นหัว อีกด้านหนึ่งก็เป็นก้อย แต่เหรียญที่เรากําลังเล่นอยู่ทุกวันนี้ สังคมเล่นอยู่ทุกวันนี้ เป็นเหรียญที่แปลกครับ ๒ ด้านเหมือนกัน ด้านหนึ่งเป็นหัว พลิกไปอีกด้านหนึ่งก็เป็นหัว ด้านหนึ่งเป็นก้อย พลิกไปอีกด้านหนึ่งก็ยังเป็นก้อย มันแปลความว่าอย่างนี้ท่านประธาน มีการแปลความว่าอย่างนี้ ท่านสังเกตดูให้ดีในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองของไทย รัฐธรรมนูญ ๑๗-๑๘ ฉบับที่ผ่านมา วิกฤตการณ์นําไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญและเมื่อแก้ รัฐธรรมนูญแล้วก็จะนําไปสู่วิกฤตการณ์เห็นไหมครับ พลิกด้านไหนก็เจอวิกฤติ พลิกด้านไหน ก็เกิดปัญหา นี่จึงเป็นข้อที่กระผมมีความเป็นห่วงเป็นใยว่าการแก้รัฐธรรมนูญนั้นผมเกรง จะนําไปสู่วิกฤตการณ์ หมายถึงว่าการแก้ทั้งฉบับ ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ แต่ถ้าแก้เป็นประเด็น ๆ โอกาสที่จะเสี่ยงกับวิกฤตการณ์นั้นจะลดน้อยลง ท่านประธานที่เคารพครับ มีบางคน ถึงกับตั้งสมการว่าการแก้รัฐธรรมนูญไม่ว่าครั้งใดเท่ากับวิกฤติ จะเอาประวัติศาสตร์ตอนใด ของบ้านเมืองเรามาเปรียบเทียบก็เป็นอย่างนี้ เปรียบเสมือนว่ารอยเกวียนที่เวียนทับรอยโค ประวัติศาสตร์ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในเรื่องอย่างนี้เลย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขอกราบเรียนนะครับว่าผมนั้นไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ที่มีการแก้ไขเล็ก ๆ น้อย ๆ มาแล้วครั้งหนึ่ง แล้วจะแก้อีก คราวนี้ ผมกราบเรียนนะครับว่า ๓๐๙ มาตรา มีมากมายหลายมาตราที่กระผมไม่ชอบ กระผมคิดเหมือนหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายมาแล้วกระผมจะไม่พูดซ้ํา คิดใหม่ก็เหมือนกัน อันนี้ก็ไม่ดี อันโน้นก็ไม่ดี แก้สิครับ แก้เป็นประเด็น ๆ ผมกราบเรียนนะครับว่าผมไม่เห็นด้วยที่ใครก็แล้วแต่ที่จะบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ รับไม่ได้ เพราะมาจากการปฏิวัติ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านพูดอย่างนี้แล้วหลังจาก ปี ๒๔๗๕ พันเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา ที่เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร เปลี่ยนแปลง การปกครองและมีรัฐธรรมนูญหลายฉบับมาจากหลังปฏิวัติทําไมท่านไม่โต้แย้งจุดนั้นบ้าง ทําไมท่านจึงมาโต้แย้งเฉพาะจุดปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ชอบการปฏิวัติ วันนี้ ก็ยังตะขิดตะขวงใจ ๓๐๙ มาตรา มีหลายมาตราที่ผมไม่ชอบแล้วก็ไม่อยากจะรับมันเลย แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ผมปฏิเสธความชอบธรรมของการปฏิวัติแล้วนํามาสู่ การแก้รัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้ การปฏิวัติชอบไหมครับ ผมไม่ชอบ แต่ปฏิเสธความชอบธรรม ไม่ได้ หลักความชอบธรรมในทางรัฐศาสตร์มี ๓ ข้อ ผมขอใช้คําภาษาอังกฤษเพราะเป็น ศัพท์รัฐศาสตร์ ความชอบธรรม คือลิจิทิเมซี่ (Legitimacy) ครับ ลิจิทิเมซี่ ความชอบธรรม จะเกิดขึ้นได้จากหลัก ๓ ประการ ๑. การกระทํานั้นสําเร็จ ๒. ได้เวลา และ ๓. ประชาชน สนับสนุน ผมถามว่าการปฏิวัติเมื่อปี ๒๕๔๙ สําเร็จไหมครับ สําเร็จ ครองบ้านครองเมือง มาถึง ๒ ปีกว่า มีรัฐบาล มีสภายกร่างรัฐธรรมนูญ ท่านที่เคารพ มีเวลาไหม มี ๒ ปีกว่า ทําสําเร็จและมีเวลา ๒ ปีกว่า ประชาชนเห็นไหมครับ ถ้าเผื่อมีประชาชนเอาดอกไม้ไปมอบ มีการไชโยโห่ร้องแสดงความชื่นชม เราจะปฏิเสธอย่างไรว่าคนไม่สนับสนุน แน่นอน มีคน ไม่น้อยที่คัดค้านแล้วลงดินคัดค้าน ท่านที่เคารพครับ เมื่อเขาปฏิวัติยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมา มีกระบวนการอย่างที่เราได้เห็น แล้วเราจะปฏิเสธอย่างไร ท่านที่เคารพครับ เนื่องจาก กระผมมีเวลาเพียง ๑๐ นาที ก็ขอกราบเรียนนะครับว่า กระผมขอแสดงความเห็นคัดค้าน ในการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่ไม่ปฏิเสธในการที่จะแก้ไขเป็นประเด็น ๆ อย่างที่ ทํามาแล้ว ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปจะเป็นสมาชิกวุฒิสภา ๓ ท่าน ท่านละ ๘ นาทีนะครับ คือท่านเกชา ท่านรองศาสตราจารย์พรพันธุ์ ท่าน พลตํารวจโท พิชัย เชิญท่านเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ ๘ นาทีครับ

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ราชบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดราชบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา กระผมเป็นผู้หนึ่ง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่ได้ลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ จนกระทั่งถูกหลาย ๆ ท่านลงชื่อยื่นถอดถอนต่อ ป.ป.ช. ป.ป.ช. ก็ได้ยุติเรื่องนี้ ไปเรียบร้อยแล้ว มาวันนี้ซึ่งผมรอคอยมาเป็นเวลา ๔ ปี ที่จะได้เห็นมีการแก้รัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับ โดยการแก้มาตรา ๒๙๑ เสียก่อน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งนะครับ ตลอดระยะเวลาที่ใช้รัฐธรรมนูญนี้มา ๕ ปีที่รอคอยกันมา ผมมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทั้งเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านด้วยที่จะรอคอยวันนี้นะครับ ผมได้เห็นชื่อของท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ท่านเป็นผู้หนึ่งด้วยที่ลงชื่อในการแก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ซึ่งเมื่อ ๖ ปีที่แล้ว ท่านเองเป็นผู้นําการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ผมได้รับการเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาทั้ง ๒ ฉบับ ทั้งฉบับปี ๒๕๔๐ เลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๔๙ แล้วฉบับปี ๒๕๕๐ เลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๕๑ จึงได้เป็น ส.ว. ๒ สมัยติดต่อกันนะครับ การที่ ผู้เสนอแก้มาตรา ๒๙๑ จะตั้ง สสร. ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นส่วนร่วมของ ภาคพี่น้องประชาชนที่ได้แก้ให้ครอบคลุมทุก ๆ ประเด็นนะครับ ไม่ต้องมีเรื่องซ่อนเร้น อย่างที่เคยทํากันมา ที่มาทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ท่านก็เห็นอยู่ปัจจุบันนี้ทํางานแล้วเป็นอย่างไร มีหลายท่านโทรศัพท์หาผมว่าการแก้ครั้งนี้จะเป็นการแก้ทั้งฉบับ ผมก็บอกว่าการแก้ครั้งนี้ ก็เหมือนการปรับปรุง แต่แก้โดยพี่น้องประชาชน ฉบับที่ ๑๘ แล้วจะมีอีกสักกี่ฉบับ ถ้าจําเป็นต้องแก้ก็แก้ได้ตลอด ไม่ได้บอกว่าฉบับนี้แล้ว ไม่สามารถแก้ได้ต้องใช้ไปตลอด ฉบับหน้าที่จะมีฉบับที่ ๑๙ จะมีหรือเปล่ายังไม่ทราบ ถ้าไม่สมบูรณ์ก็ต้องแก้อีกได้ แต่ผมยังเห็นด้วยกับท่าน พันเอก อภิวันท์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม หลังจากที่ สสร. เสร็จแล้วให้สภาให้ความเห็นชอบหรือรับรอง แล้วจึงนําไปให้ลงประชามติ ประชามติครั้งนี้เขียนไว้ไม่น้อยกว่า ๔๕ แต่ไม่เกิน ๖๐ เรามี พ.ร.บ. ร่างประชามติเขียนไว้ว่า ไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน ไม่เกิน ๑๒๐ วัน แต่ครั้งนี้เราก็มาปรับเปลี่ยนไปนะครับ ก็ไม่ทราบว่า การใช้ระยะเวลาเร่งรัดนั้นจะเกิดประโยชน์มากมายแค่ไหนนะครับ

มีประเด็นหนึ่งนะครับเกี่ยวกับเรื่องการเปิดกว้างให้กับพี่น้องประชาชน ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามผู้สมัคร สสร. ผมขอเสนอไว้อย่างหนึ่งว่าท่านที่ เคยเป็น สสร. เมื่อปี ๒๕๕๐ ผมว่าในครั้งนี้คุณสมบัติต้องห้ามผมว่าน่าจะห้ามชุดนี้ไว้ ได้ให้ชุดอื่นได้ทําหน้าที่อย่างนี้บ้าง เพราะว่าท่านทําแล้วนี่ หลายท่านก็บอกว่าไม่ดี หรืออะไรก็แล้วแต่ วันที่ไปรับร่างประชามติผมอยู่ในชนบทก็จะมีนะครับไปบอกว่าให้รับ ๆ กันไปก่อน ถ้าไม่รับ คมช. จะเขียนเอง ก็จะรุนแรงมากกว่านี้ก็ให้รับฉบับนี้เสียแล้ววันหน้า ค่อยว่ากัน พอวันนี้จะมีการแก้หลาย ๆ ท่านก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทําไม รัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงไม่สามารถที่จะแตะได้ ทั้ง ๆ ที่ท่านผู้ฉีกรัฐธรรมนูญนี้ก็ยังเห็นด้วย ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

มีเรื่องหนึ่งที่บอกว่าเป็นคําพูดที่พูดยากมาก แต่พูดแล้วเกิดความสําคัญ ที่ยิ่งใหญ่ ก็คือคําว่า ให้อภัย ซึ่งตรงนี้เรากําลังยึดติดเกี่ยวกับเรื่องกลัวคนโน้น กลัวคนนี้ ว่าเขาจะเป็นอะไรหรือเปล่า แก้เพื่อใครไหม ผมเชื่อว่าการแก้ด้วยส่วนรวมนั้น โดยพี่น้องประชาชนคงไม่สามารถที่จะไปแก้เพื่อประโยชน์แก่คนใดคนหนึ่งได้ ทั้งนี้ อีกประเด็นหนึ่งที่สมาชิก สสร. ที่ท่านระบุไว้ทั้ง ๓ ฉบับ เพียง ๓๕ ปี ผมว่าจริง ๆ แล้ว น่าจะได้ผู้ทรงวุฒิที่สูงกว่านี้ ถ้าสัก ๔๐ ปีจะดีขึ้นไหมก็ไปว่ากันต่อในวาระต่อไป ผมเห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้ สสร. เพื่อการพัฒนารัฐธรรมนูญนั้นให้ดียิ่งขึ้น ขึ้น ๆ ไป ท่านอาจจะเกรงกลัวว่าพรรครัฐบาลอาจจะมีเสียงข้างมากจะไปได้ สสร. มากหรือเปล่า ผมว่าท่านกลัวตีตนไปก่อนไข้ คงไม่มีใครไปยินยอมให้รัฐบาล หรือว่าฝ่ายค้าน หรือพรรคหนึ่ง พรรคใดได้กระทําปู้ยี้ปู้ยํากับประเทศไทยของเรา พระสยามเทวาธิราชของเรานั้นมีจริง ทุกคนก็เห็นอยู่ ระเบิดกี่ครั้งแล้วนะครับ ระเบิดไม่ได้ อีกครั้งสุดท้ายนี้ก็ระเบิดตัวเองไป นี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทยเรานะครับ ก็ในโอกาสนี้ผมและเพื่อน ๆ อีกหลายท่าน ที่ได้พูดคุยกันนั้นก็เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ๘ นาทีครับ

รองศาสตราจารย์พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ดิฉัน แพทย์หญิงพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา จากการสรรหา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ คงจะเป็นที่ยอมรับกันว่า ได้มีความพยายามในการที่จะใช้มาตรา ๒๙๑ เพื่อที่จะทําให้เกิดการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทั้งฉบับ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนี่รัฐธรรมนูญมาตรานี้ก็เป็นการแก้ไข และเปลี่ยนแปลงเท่านั้นไม่ใช่ให้ยกเลิก แต่ก็สามารถที่จะมีการเปิดช่องลดเลี้ยวจนกระทั่ง ยกเลิกได้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าชมเชยนะคะ แต่ว่าดิฉันเองก็เกรงว่าต่อไปถ้าหากว่าการเมืองเปลี่ยนแปลงไปมีกลุ่มอื่นซึ่งมีอํานาจ มีเสียงข้างมากเข้ามาเกิดไม่ชอบใจรัฐธรรมนูญฉบับที่ยกร่างขึ้นใหม่ ก็จะสามารถที่จะใช้กลไก อันเดียวกันนี้ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะร่างอย่างเข้มแข็งให้แก้ยากแค่ไหน ก็จะต้องมี ความพยายามที่จะแก้ให้ได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นก็อาจจะเป็นตัวอย่างให้มีการแก้ต่อ ๆ ไปเรื่อย ๆ ซึ่งหลายท่านอาจจะไม่เดือดร้อนในการที่จะทําเช่นนี้ แต่ว่าขอให้คิดถึงชื่อเสียง ของประเทศชาติ นึกถึงความเชื่อมั่นขององค์กรต่าง ๆ ที่เขาจะมาเกี่ยวข้องแล้วก็จะมาลงทุน ในประเทศไทย จะมีความรู้สึกอย่างไรที่เราเปลี่ยนรัฐธรรมนูญกันเป็นว่าเล่น ก็ไม่เป็นไร ถ้าเผื่อมีเสียงข้างมากก็สามารถจะเปลี่ยนได้ แต่การยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีประชาชนให้ความเห็นชอบ ถึงแม้ว่าท่านจะบอกว่าให้ความเห็นชอบอย่างขอไปที หรืออะไรก็ตามที แต่คงไม่มีคนที่คิดเช่นนั้นถึง ๑๔,๗๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นจํานวนมากทีเดียว ในการที่จะยกเลิกทางที่ถูกต้องก็ควรจะต้องทําประชามติเช่นกันว่าจะขอยกเลิก มีการ ให้ฉันทานุมัติเป็นประชามติที่ถูกต้องหรือเปล่าว่าขอยกเลิก อนุญาตให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ แต่ในอีกข้อหนึ่งก็คือในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยให้มี สสร. นั้น ซึ่งทางฝ่ายผู้เสนอ ก็บอกว่า สสร. นั้นได้รับเลือกตั้งมาเป็นคนกลางจริง ๆ แต่ท่านลองไปตรวจสอบคุณสมบัติ ของผู้เป็น สสร. ซึ่งระบุไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ท่านจะเห็นว่าไม่มีข้อใดเลยที่กําหนดว่า สสร. จะต้องไม่สังกัดพรรคการเมืองหรือเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองใด ๆ เพราะฉะนั้นมันก็มี โอกาสที่จะเป็นไปได้อย่างสูงสุดของสภาพการเมืองในขณะนี้ว่า สสร. ที่จะได้เข้ามานี่ คือผู้ที่ สังกัดพรรคการเมืองทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก็จะคงความเป็นกลางทางด้านการเมืองไว้ไม่ได้นะคะ อันนี้ถ้าหากว่าท่านต้องการความเป็นกลางจริง ๆ ก็ควรจะกําหนดคุณลักษณะเพิ่มเติม ของ สสร. ในข้อห้ามอันนี้ลงไปด้วย นอกจากนั้นในหลักการและเหตุผล ดิฉันพยายามที่จะ มองว่าเหตุผลในการที่จะต้องเปลี่ยนรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ มันเนื่องมาจากอะไร ทั้ง ๓ ฉบับ ฉบับหนึ่งก็ยาวมาก คือทั้งหมดสรุปได้ว่าต้องการให้พรรคการเมืองและรัฐบาลก็คือ เสียงส่วนใหญ่นั้นมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เสถียรภาพก็คือความมั่นคงยืนยาว ของรัฐบาลหรือพรรคการเมือง จะเป็นการดีถ้าหากว่าสิ่งเหล่านี้จะเชื่อมโยงกับความเจริญ แล้วก็เสถียรภาพของประเทศ แต่เท่าที่ผ่านมาบทเรียนทําให้เรารู้ว่ารัฐบาลที่มีเสถียรภาพ มากที่สุด ปกครองประเทศยืนยาวมากที่สุดก็ประสบกับข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) มากที่สุดเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในประเทศไทย ท่านจะให้ความแน่ใจได้หรือไม่ว่า เสถียรภาพของพรรคการเมืองนั้นก็คือความมั่นคง ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ นอกจากนั้นยิ่งบอกว่าทําให้มีโครงสร้างทางการเมืองมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดิฉัน มองไม่เห็นว่ามันจะเกี่ยวข้องกันในสภาพใด เพราะว่าประสิทธิภาพของพรรคการเมือง หรือรัฐบาลนั้น ย่อมมาจากคุณภาพของบุคลากร ของพรรคการเมืองนั้นเอง ถ้าเผื่อว่า เราจะมองดูจากบทเรียนที่ผ่านมาในประสิทธิภาพของการบริหารจัดการน้ําท่วม ในประสิทธิภาพของการที่จะดูแลค่าครองชีพไม่ให้สูงขึ้น หรือประสิทธิภาพในการรับมือ กับราคาของพลังงานที่เพิ่มขึ้นนี้ จัดว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แล้วอันนี้นี่เราจะถามว่า มันเป็นความผิดของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตราใด แล้วถ้าเผื่อแก้จะทําให้ประสิทธิภาพ เหล่านี้ดีขึ้นหรือไม่ นอกจากนั้นในกรอบของเหตุผลนี่ก็เขียนไว้ว่าจะยังคงรักษาระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไว้ตลอดไปนะคะ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี เป็นกรอบอันเดียวที่มองเห็นอยู่นะคะ แต่จะมั่นใจได้อย่างไร เพราะว่าในร่างทุกร่าง ที่ส่งมานั้นในมาตรา ๒๙๑ ที่เปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่ (๑) ถึง (๑๑) ไม่มีข้อใดเลยที่ระบุว่า จะไม่แตะต้องหมวด ๒ ซึ่งเป็นหมวดของพระมหากษัตริย์นะคะ เพราะฉะนั้นถ้าหาก จะให้ประชาชนมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นก็ควรจะต้องระบุเอาไว้ในร่างของการแก้ไขนั้นด้วย ขอบคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่าน พลตํารวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์ ๘ นาทีครับ

พลตํารวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์ สมาชิกวุฒิสภา อุดรธานี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์ สมาชิกวุฒิสภา จากจังหวัดอุดรธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เป็นการประชุมรัฐสภานะครับ มีทั้ง ส.ส. ส.ว. จะมาทําหน้าที่ในการที่จะพิจารณาการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในวาระที่หนึ่ง หลายท่านก็ได้อภิปรายไปมากพอสมควรแล้วครับ ตั้งแต่ก่อนเที่ยงมาวันนี้ ความจริงแล้ว ผมตั้งใจจะพูดไปหลายอย่าง แต่หลายท่านก็พูดในเรื่องที่ผมคิดไว้แล้ว ก็ไม่อยากจะฉายหนังซ้ํา ก็มีผู้รู้ท่านบอกว่าพูดมากไม่ค่อยมีคนชอบฟัง ถ้าทําเสียงดังเกินไปก็คนไม่กลัวนะครับ ดังนั้น ผมก็จะขอนําเสนอท่านสัก ๓ ประการ ในฐานะที่ผมจะต้องมีส่วนร่วมในการจะออก ความเห็นว่าเห็นชอบด้วยหรือไม่เห็นชอบนะครับ

ประการที่ ๑ ก็คือเกี่ยวกับตัวร่างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญมีมา ๑๘ ฉบับแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ มาถึงปัจจุบันนี้ อายุ ๘๐ ปีแล้วนะครับ ๑๘ ฉบับนี้เฉลี่ยแล้วก็ประมาณ ฉบับละ ๔ ปีเศษ ๆ ฉบับที่ ๑๘ นี้ยกร่างเมื่อปี ๒๕๔๙ ขณะนี้อายุประมาณ ๕ ปีเศษ ก็คงจะ ถึงวาระในการที่จะต้องพิจารณานะครับอันนี้ ผมอยากจะฝากไปยังคณะ สสร. ซึ่งจะมาด้วย รูปแบบใดก็ตามที่หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ขอฝากเกี่ยวกับเรื่องผมมีมุมมอง และข้อสังเกตที่จะฝากไปก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับมีทั้งข้อดีข้อเสีย และข้อบกพร่องทั้งหลายที่มีอยู่ ท่าน สสร. ต้องไปศึกษามาว่าตั้งแต่ฉบับที่ ๑ มาถึงปัจจุบัน มีข้อดีข้อเสีย ข้อบกพร่องอะไรบ้าง วงจรทางการเมืองอย่างนี้ทําไมถึงมีการรัฐประหาร แล้วก็มีการล้มล้างกันมาโดยตลอด แล้วก็มีการฉีกทิ้ง สร้างธรรมนูญการปกครองใหม่ แล้วก็มาร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญใหม่ เสร็จแล้วก็ปฏิวัติรัฐประหารกันไปอีก เพราะฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นประวัติศาสตร์มาแล้ว ๘๐ ปี ฉะนั้นกฎหมายรัฐธรรมนูญมีข้อใด ที่บกพร่อง มีที่ใดที่จะต้องอุดช่องว่าง ช่องรูโหว่อะไรต่าง ๆ อย่างไรก็ขอให้ท่านได้พิจารณา เรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งตั้งแต่ฉบับที่ ๑ ถึงฉบับที่ ๑๘ นะครับ ซึ่งหลายท่านก็พูดไปแล้ว

ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะเรียนฝากเป็นพิเศษก็คือเรื่องนักการเมือง ปัญหาต่าง ๆ นี่เขาบอกว่าที่บ้านเมืองเรามีปัญหาขณะนี้ในทางการเมืองก็อยู่ที่ ตัวนักการเมือง ฉะนั้นถ้านักการเมืองนั้นท่านเป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์ อุดมคติ ท่านเข้ามาเล่นการเมือง ท่านเข้ามาสู่อํานาจทางการเมืองด้วยจิตใจที่ยึดชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนเป็นที่ตั้งนั้น โดยไม่เห็นกับประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ไม่แสวงหาอํานาจและผลประโยชน์โดยไม่ชอบธรรม ไม่ปกป้องช่วยเหลือพวกพ้อง แล้วก็ ไม่ทําลายล้างคู่ต่อสู้ ผมว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทําให้เด็กรุ่นใหม่ คอการเมือง รุ่นใหม่ที่จะต้องสร้างขึ้นมา เขาจะได้รับภาระการเมืองตรงนี้สืบทอดต่อไป หลายท่านนะครับ นักการเมืองหลายท่านทั้งผู้อาวุโส ผมเองนั้นได้พยายามสังเกตอยากจะหาตัวอย่างรูปแบบ นักการเมืองที่ดีที่ผมอยากจะเดินตาม ก็ยังสับสนอยู่เหมือนกันนะครับ บางท่านท่านทะเลาะกัน ท่านอภิปรายท่านโต้แย้งกันดุเดือดรุนแรงแบบผีไม่เผา เงาไม่เหยียบกัน แต่สักพักหนึ่ง พอผลประโยชน์ลงตัวท่านก็กอดกันกลมดิก ประชาชนก็สับสน เอ๊ะการเมืองมันเล่นกัน อย่างไร จะเอาแบบอย่างอย่างไรดี เพราะฉะนั้นการเมืองตรงนี้ สสร. ท่านก็ต้องเขียนแล้ว ถ้านักการเมืองมาเป็นแล้วนี่หารูปแบบให้คนรุ่นใหม่ที่จะต้องสืบทอดไปหน่อยว่า ต่อไปนี้ จะฝากอนาคตของบ้านเมืองไว้ให้กับผู้ใด สําหรับ สสร. ที่จะต้อง เมื่อครู่หลายท่านได้พิจารณาแล้วว่ามีหลายรูปแบบจะคิดกัน แต่ผม ไม่ติดใจหรอกครับขอให้ได้มาอย่างไรก็ตาม แต่ขอให้ท่านได้เขียนแล้วก็สะท้อนมุมมอง ให้พี่น้องประชนเขารับว่าเขียนออกมาแล้ว และทําแล้วมันเกิดประโยชน์กับบ้านเมืองอย่างไรบ้าง ไม่ใช่เขียนแล้วท่านก็ยังแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ก็ยังทะเลาะเบาะแว้งกันตรงนี้ แล้วก็ยังทิ่มแทงกัน เชือดเฉือนกันอยู่ตลอดเวลานะครับ แล้วไม่ทราบมันเป็นรูปแบบอย่างไร หลายคนก็มาบอกว่า เป็นนักการเมืองก็ต้องเป็นอย่างนี้ ที่จริง ๆ มันต้องเป็นอย่างนี้หรือเปล่า ท่านต้องพูดเรื่อง ไม่จริงให้คนเชื่อได้ ผมก็ยังสงสัยอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมว่าถ้าแก้ที่ ตัวนักการเมืองได้บ้านเมืองของเราก็ไม่มีปัญหาก็จะไปได้ ขณะนี้เราใช้รัฐมนตรีเปลืองมากนะครับ ๒๘ ท่านแล้ว อายุของนายกรัฐมนตรีประมาณ ๒ ปีเศษ ๆ ท่านเปลี่ยนแล้ว เมื่อเป็นอย่างนี้ บ้านเมืองของเราจะมั่นคงได้อย่างไร เพราะฉะนั้นที่หลายท่านมาพูดว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญ อย่างนั้นอย่างนี้ ผมว่าจริง ๆ แล้วมันอยู่ที่ผู้มาเล่นการเมืองมากกว่านะครับ

สําหรับท้ายที่สุดนี้ผมอยากจะเรียนฝาก สสร. ไว้ก็เพียงแต่ว่าท่านก็คง ต้องเขียนให้ถ่วงดุลอํานาจทั้ง ๓ อํานาจ ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร แล้วก็ฝ่ายตุลาการ ให้ตรวจสอบถ่วงดุล แล้วก็ดําเนินการทําให้บ้านเมืองนี้เดินหน้าได้ อย่าเขียนไว้ให้บ้านเมือง พบทางตัน ก็ขอกราบเรียนผ่านท่านประธานฝากไปยังคณะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องที่จะต้องไป ร่างรัฐธรรมนูญในฉบับต่อไป สําหรับผมผมเห็นด้วยครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี ครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านรองนายกรัฐมนตรี มีผู้ประท้วงครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานนะครับ ว่าท่านให้สิทธิท่านรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอะไรครับ วันนี้มันไม่ใช่เป็นการประชุมวาระปกตินะครับ ท่านเป็นผู้อยู่ในฐานะ ของผู้เสนอกฎหมาย แล้วท่านก็เสนอจบไปแล้วนี่ครับ ตอนนี้ท่านไม่มีหน้าที่ที่จะมาตอบโต้ อะไรแล้วนะครับ แล้วก็ทุกฝ่ายยังมีคิวอีกมากมายทีเดียว แม้แต่พวกผมเองยังไม่มีคิวเลยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอสุกิจครับ เราแบ่ง เวลากันฝ่ายละ ๘ ชั่วโมงอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ใช้เวลาในส่วน ของ ๘ ชั่วโมงตรงนี้ของฝ่ายรัฐบาล ท่านก็เป็น ส.ส. อยู่ด้วย

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ถ้าในฐานะที่ ท่านเป็นผู้เสนอกฎหมาย ท่านจบไปแล้วนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นอะไรครับ ท่านมีสิทธิ อภิปราย

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านจะอภิปราย หรือว่าอะไร ท่านจะใช้สิทธิอภิปรายท่านประธานก็แจ้งสิครับว่าท่านรองนายกรัฐมนตรี ใช้สิทธิอภิปราย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านใช้สิทธิอภิปรายในเวลา ของฝ่ายรัฐบาล ไม่เป็นอะไรครับ เป็นสิทธิ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระผมเป็นคนเสนอ ญัตติแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้การอภิปรายนี่เป็นเท็จ ประชาชนฟังก็สับสน คําก็แตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ คําก็เกรงว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะไปกระทบต่อสถาบัน ผมไม่อยากระบุชื่อเดี๋ยวทะเลาะกัน แปลว่าท่านไม่ได้อ่านร่างแก้ไขที่รัฐบาลเสนอ ผมเรียนท่านประธานว่ารัฐบาลได้เสนอในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ความสรุป

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมก็ฟังอยู่นะครับ ก็ไม่ได้มีผิด อะไรนะครับ เชิญครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม หมอสุกิจ ส.ส. ตรัง ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมก็ไม่เข้าใจท่านประธานฟังแล้ว ท่านประธานไม่รู้สึกอะไรหรือครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอกว่าการอภิปรายเป็นเท็จ แสดงว่าคนที่พูดมาล่วงหน้าซึ่งเป็นสมาชิกรัฐสภาพูดเท็จหรือครับ อย่างนี้พูดเลื่อนลอยไม่ได้ครับ ท่านต้องระบุออกมาว่าใครครับที่พูดเท็จไม่อย่างนั้นแล้วก็เสียหายกันทั้งสภานะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรี ระบุข้อความซึ่งท่านกําลังจะชี้แจงว่าเป็นเท็จในประเด็นอะไรบ้าง เป็นประเด็นของข้อความ ท่านไม่ได้ระบุตัวบุคคล ไม่ได้พาดพิงถึงใคร เชิญคุณหมอนั่งเถอะครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ นั่งเถอะครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีต่อ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ที่กระผมว่าเป็นเท็จเพราะว่ามีการอภิปรายพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ เปรียบเสมือนว่าถ้ามี สสร. แล้ว การร่างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญจะกระทบต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์ ในความเป็นจริงผมมีหน้าที่ชี้แจงสั้น ๆ กระชับ ประเด็นก็คือว่าผู้อภิปราย ไม่ได้อ่านร่างในหลักการ เหตุผล และร่างพระราชบัญญัติขอแก้ไขที่รัฐบาลได้กราบเรียนท่าน ไปแล้ว ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลง การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลง รูปแบบของรัฐจะกระทํามิได้ ในกรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะ ตามวรรคห้า ให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป ให้อภิปรายกันเรื่องอื่นเถอะครับ เรื่องนี้ มันมีข้อห้ามและข้อจํากัดในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ห้ามแตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามเปลี่ยนแปลงการปกครอง หากไปแตะต้องหรือเปลี่ยนแปลง ถ้ารัฐสภาวินิจฉัยแล้วว่า ต้องห้ามตามวรรคห้า ก็ให้รัฐธรรมนูญตกไปมันชัดเจนครับ

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรี มีผู้ประท้วง คุณหมอสุกิจ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายแพทย์สุกิจจากจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมต้องประท้วงท่านประธานเพื่อเป็นบรรทัดฐาน เมื่อครุ่ผมก็เรียนถามท่านประธานว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีใช้ฐานะอะไร ท่านบอกว่าในฐานะผู้อภิปราย ท่านประธานครับ ถ้าในฐานะผู้อภิปรายท่านรองนายกรัฐมนตรีต้องลงมาพูดข้างล่างครับ ถ้าจะชี้แจงข้างบน ต้องชี้แจงในฐานะรัฐมนตรี ซึ่งผมเรียนท่านแล้วว่าวันนี้อยู่ในวาระพิเศษนะครับ ไม่ใช่ วาระธรรมดาที่รัฐมนตรีจะมาชี้แจงตอบข้อซักถามของสมาชิก ผมอยากให้ท่านประธาน ปฏิบัติให้ถูกต้องตามธรรมเนียมแบบแผนด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ที่จริงประเด็นไม่มีอะไรนะครับ เพียงแต่มีการอภิปรายพาดพิงถึงเท่านั้นเองแล้วท่านก็มาชี้แจงในข้อเท็จจริงที่ท่านได้ระบุไป เมื่อสักครู่เท่านั้นเอง แล้วก็คิดว่าจบแล้วด้วย

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ก็จบแล้วครับ ไม่มีครับที่จะไปกระทบสถาบันหรือเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไม่มีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาเป็นว่าท่านใช้สิทธิ พาดพิงก็แล้วกันนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็จบแล้วครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

คือผมอยากให้ อภิปรายประเด็นอื่นกันนะครับ แล้วเราก็ยังไม่รู้ว่า สสร. ใครมาเป็น แล้วก็ยังไม่รู้ว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านพอแล้วกระมัง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธาน ถ้าผมพูดไม่สะเด็ดน้ํา มันก็ไม่ชัดครับ ขอนาทีเดียวครับ ถ้าการยกร่างรัฐธรรมนูญโดย สสร. ที่จะมีขึ้นในอนาคตมีไปกระทบสถาบันหรือเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย แล้วสภาวินิจฉัยว่าเป็นลักษณะนั้นให้รัฐธรรมนูญที่ร่างใหม่มาตกไป ถ้าท่านอภิปรายเรื่องนี้ ผมก็ต้องชี้แจง ส่วนชี้แจงแล้วท่านไม่ฟังก็สุดแต่ท่าน ผมต้องการชี้แจงให้พี่น้องประชาชน คนทางบ้านฟังแล้วรับทราบว่ารัฐบาลไม่มีเจตนา รัฐบาลนี้ก็จงรักภักดีไม่น้อยกว่าคนอื่น ขอบพระคุณครับท่านประธาน

(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอประท้วงอะไรครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานเห็นไหมครับว่าฟังแล้วไม่มีที่ไหนเลยที่ท่านบอกว่าเป็นเท็จ ผมก็ไม่ทราบว่าทําไมท่านรีบลงไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นไรครับ ก็ประชาชน เขาฟังอยู่ครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ความจริง ท่านประธานต้องให้ท่านถอนคําพูดนะครับที่บอกว่า ที่ประชุมกล่าวเท็จ หรือไม่ก็ท่านระบุ มาเลยว่าใครที่พูดเท็จ ก็ว่ามาสิครับว่าเท็จตรงไหน อย่างไร แต่ผมฟังทั้งหมดแล้วไม่มีครับ ที่ท่านบอกว่า พูดเท็จตั้งแต่ตอนแรก

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านก็ไม่ได้ระบุว่าใคร พูดเท็จนะครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ก็ไม่ได้สิครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านพูดในประเด็นข้อความ และท่านก็ชี้ประเด็นข้อความของท่าน ประชาชนเขาฟังอยู่

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

เพราะอย่างนั้น ผมถึงต้องประท้วงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาล่ะครับอย่าไปพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านเอาเถอะ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ไม่ได้หรอกครับ ท่านประธานครับ มาบอกว่าใครพูดเท็จมันเรื่องใหญ่นะครับ สําหรับท่านประธานหรือคนอื่น อาจจะว่าเรื่องเล็ก แต่สําหรับผมนี้เรื่องใหญ่นะครับ ถ้าบอกว่าฝ่ายค้านพูดเท็จยิ่งยอม ไม่ได้เลยครับ ถึงท่านไม่ระบุ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าเขาบอกว่าฝ่ายค้าน พูดเท็จนี่ ผมจะให้ถอน

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ก็ให้ท่านถอนไปสิครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมจะให้ถอน แต่เขาไม่ได้ ระบุ

นายสุกิจ อัถโปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ก็ให้ท่านบอกสิครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เขาไม่ได้ระบุครับ

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ท่านพูดลอย ๆ ได้หรือในสภาแห่งนี้นะครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนั่งเถอะครับ นั่งเถอะครับ ผมย้ํานะครับเขาไม่ได้ระบุว่าใครพูดเท็จ ถ้าเขาระบุ ผมให้ถอนครับ พอแล้วครับ นั่งเถอะครับ คุณหมอนั่งเถอะครับ ด้วยความกรุณาเถอะครับ นั่งครับ ท่านอรรถพรนั่งเถอะครับ

(นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับท่าน ประท้วงนะครับ

นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

ท่านประธานครับ กระผม เรืองเดช สุพรรณฝ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ขอประท้วงครับ ประท้วงตามข้อ ๕ ครับ ประธานวินิจฉัยแล้วถือว่าเป็นเด็ดขาดครับ

(รองศาสตราจารย์พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภาภาควิชาชีพ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่าน ส.ว. พรพันธุ์ เชิญครับ

รองศาสตราจารย์พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ขอบคุณท่านประธาน ดิฉันแพทย์หญิง พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภาสรรหา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ดิฉันขอประท้วงในกรณีที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดถึงการอ้างถึง สถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งดิฉันก็ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้นะคะ ด้วยข้อมูลที่ไม่ได้เป็นเท็จ ทั้งสิ้น เพราะดิฉันเรียนกับท่านประธานว่าในร่างของที่ส่งมาไม่ว่าจะเป็นทั้ง ๓ ร่างนั้น มีเพียง ระบุไว้ว่าจะรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไว้ตลอดไปนะคะ แต่ว่าในร่างมาตรา ๒๙๑ ตั้งแต่ (๑) ถึง (๑๗) นั้นมิได้มีข้อใดเลยที่ระบุว่าจะไม่เปลี่ยนแปลง หมวด ๒ ที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ เพราะการที่จะคงไว้ในระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ก็สามารถที่จะทําได้แล้วก็เป็นที่ ยอมรับ แต่ในหมวด ๒ นั้นได้กล่าวถึงการที่จะทําให้พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในสถานะ ที่เป็นที่เทิดทูนและเหมาะสมอย่างยิ่งอย่างที่ควรเป็นอยู่นั้น มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีรายละเอียดนะคะ เพราะฉะนั้นการที่ไม่ได้ระบุไว้ก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาละครับ สมควรแล้วครับ

รองศาสตราจารย์พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

แล้วดิฉันก็ไม่ได้พูดไม่จริงด้วย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิชาญครับ ๒๐ นาทีครับ

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งจะมี การแก้ไขเพิ่มเติม แล้วก็มีร่าง ๓ ร่าง ผมเองได้ดูในส่วนเบื้องต้นแล้วนะครับ ทั้ง ๓ ร่างนั้น ก็มีเป้าหมายวัตถุประสงค์คล้ายคลึงกัน แล้วก็เป็นเป้าหมายซึ่งผมเองคิดว่าตรงกับใจผม โดยเฉพาะการที่จะเลือกคนกลางขึ้นมาดําเนินการในการยกร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๙๑ ซึ่งในแต่ละรายละเอียดนั้นก็มีการเขียนไว้ชัดเจนว่าการได้มาของตัว สสร. โดยเฉพาะในเรื่อง ของการได้มาจากการเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดถึง ๗๗ จังหวัด และยังมีจากการสรรหา จากตําแหน่งต่าง ๆ อีก ๒๒ ท่าน รวมเป็น ๙๙ ท่าน ดังนั้นในส่วนของรายละเอียดซึ่งบางที เพื่อนสมาชิกเอง ขออนุญาตว่าที่ถกเถียงกันซึ่งอาจจะมีสาระ หรือบางคนเป็นห่วงวิตกกังวล ในรายละเอียดหลายอย่าง อาทิเช่น ในเรื่องที่เมื่อสักครู่มีการถกเถียงกันในเรื่องที่อาจจะมี การพูดกล่าวล่วงเลยไปถึงหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์นั้น ผมคิดว่าพวกเราเองในฐานะ สมาชิกแห่งรัฐสภาแห่งนี้คงไม่มีใครหรอกครับที่จะไปล่วงเกิน ก้าวล่วงไปถึงพระราชอํานาจ ของพระองค์ท่าน และยืนยันครับว่าผมคนหนึ่งที่คงไม่ยอมให้มีการพิจารณาในส่วนของ สสร. ที่จะมีการเลือกตั้งเข้ามา แล้วก็จะมีการไปใช้ หรือการที่จะไปหยิบยกการร่างรัฐธรรมนูญ ลึกลงไปในรายละเอียดดังกล่าว ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับว่าตั้งแต่ช่วงเช้า มาจนถึงขณะนี้ทุกคนเองเป็นห่วงว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ใช้ไปถึง ๑๘ ฉบับนั้น มีความบ่งบอกถึงว่าแล้วประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญเปลืองหรือเปล่า แล้วที่มาที่ไป ของรัฐธรรมนูญก็มีคนกล่าวเพียงแต่เนื้อหารายละเอียด แต่ผมเองฟังแล้วนะครับ เมื่อสักครู่ ท่าน พันเอก อภิวันท์ท่านเองได้อภิปรายไว้ดีมากครับ ส่วนผมเองนั้นก็คงจะขออนุญาตมาต่อ เอาช่วงเบื้องต้นนะครับซึ่งจะไม่ไปเกี่ยวข้องในส่วนของเนื้อหา เพราะตรงกับที่ผมจะอภิปราย แต่ขออนุญาตย้อนขึ้นไปสักหน่อยนะครับว่า ที่เราเป็นห่วงวิตกกังวลว่าประเทศไทยต่อจากนี้ไป เราจะเดินอย่างไร ในอดีตเราต้องพูดก่อนก่อนที่จะมาถึงปัจจุบัน อดีตประเทศไทยนั้น ปี ๒๔๗๕ ซึ่งเป็นปีที่เราได้รับพระราชทานรัฐธรรมนูญจากล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๗ แล้วก็มี การใช้รัฐธรรมนูญเป็นฉบับแรก ซึ่งจะบอกได้เลยครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญปกครองแผ่นดินสยาม ปี ๒๔๗๕ หรือฉบับชั่วคราว ที่มี ๑๘ ฉบับนี้ ฉบับเริ่มต้นก็คือฉบับนี้ละครับ ต่อไปเป็นฉบับที่ ๒ ครับ คือรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรสยาม แล้วก็มารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๘๙ แล้วก็มาแก้ไขเป็นรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ๒๔๙๐ หรือที่เรียกกันว่ารัฐธรรมนูญตุ่มแดง ซึ่งคนร่างนั้นเกรงกังวลว่าจะมีการหยิบยกในเรื่องประเด็นดังกล่าว แล้วเกิดการพิพาทกัน ก็เอาไปซุกไว้ใต้ตุ่ม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่ ๕ ปี ๒๔๙๒ รัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติมเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๕ ท่านประธานครับ ทั้งหมด ๑๘ ฉบับ ผมขออนุญาตไม่ได้อ่านทั้งหมดนะครับ แต่ไล่เรียงไปแล้ว ฉบับสุดท้ายที่เราใช้กันอยู่ คือ ฉบับปี ๒๕๕๐ ท่านประธานทราบไหมครับว่าก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับ บ้านเมืองเราเป็นอย่างไรครับ ในต่างประเทศสมัยย้อนไปปี ๒๔๗๕ เขาบอกว่าการเลือกตั้งโดยระบอบประชาธิปไตยดีที่สุดครับ ในยุโรป ในประเทศอังกฤษที่เราชอบเอ่ยอ้างว่าเขาใช้รัฐธรรมนูญกันไม่ฟุ่มเฟือย จริงครับ เขามีขนบธรรมเนียมประเพณีมีระบบระเบียบตั้งแต่สมัยย้อนยุคไป ที่เขามีระบบขุนนาง แล้วก็มีระบอบกษัตริย์ แต่การที่เขามีรูปแบบของเขาในเรื่องของการพูดคุยกันเป็นรูป ของขุนนางต่าง ๆ และมีการลงคะแนนเสียง โดยมีกษัตริย์นั้นเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งอํานาจ และท้ายที่สุดอํานาจต่าง ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงครับ ท่านจะเห็นว่าประเทศต่าง ๆ มีอาณาจักรของตัวเอง บางคนก็ล่าอาณานิคม บางคนก็ไปเผยแพร่ความเปลี่ยนแปลง ของประเทศนั้น แล้วก็การเปลี่ยนแปลงพอมาถึงเมืองไทย ท่านประธานทราบไหมครับว่า ประเทศไทยใช้รัฐธรรมนูญบอกว่าฟุ่มเฟือย ผมขออนุญาตครับว่าเราเองมีการเปลี่ยนแปลง แล้วมีการฉีกรัฐธรรมนูญ มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ มีการปรับเปลี่ยนจะเป็นรูปแบบ ของการทําอะไรก็ตามที่บอกว่ามีการปฏิวัติรัฐประหาร มีคณะปฏิรูป มีคณะปฏิวัติ มีคณะราษฎร์ ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าต้องการเปลี่ยนแปลงต้องการใช้อํานาจ ซึ่งปี ๒๔๗๕ นั้น ผมเรียนว่าเป็นจุดเริ่มต้น แต่พอเริ่มต้นแล้ว เมื่อครู่ท่าน พันเอก อภิวันท์ บอกว่าไม่มีใครหรอกครับ ที่เมื่อทําการปฏิวัติรัฐประหารแล้วจะปล่อยปละละเลยไม่รักษา ซึ่งอํานาจ เช่นเดียวกันครับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็มีการติดในเรื่องของปัญหา ติดในเรื่อง ของสิ่งต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญหลายสิ่งหลายอย่าง จะเป็นมาตรา ๒๓๗ จะเป็น มาตรา ๓๐๙ ในแต่ละมาตราที่เขียนไว้ หรือบางมาตราที่ทําให้สภาแห่งนี้ ซึ่งเป็นตัวแทน ของพี่น้องประชาชนเองนั้นไม่ได้รับอํานาจในเรื่องของหน้าที่ในการเข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน มิหนําซ้ํานะครับในมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ นี้ เราเองยังถูกถอดถอนโดยการใช้อํานาจ ซึ่งเป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐสภา แล้วก็เป็นอํานาจหน้าที่เมื่อเห็นความเดือดร้อนจําเป็น ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตว่า ๒๔ ครั้ง ที่ประเทศไทยได้รับรัฐธรรมนูญมา ปี ๒๔๗๕ มีการปฏิวัติรัฐประหาร รัฐประหารนั้นบ่งบอกอยู่แล้วครับว่าเป็นการที่จะแย่งชิงอํานาจจากคนที่ มีอํานาจในการปกครองประเทศ เพื่อที่จะเอาอํานาจใหม่มา และแต่ละครั้งท่านทราบไหมครับ ท่านประธาน ๑๒ ครั้ง ปฏิวัติสําเร็จครับ อีกครึ่งหนึ่ง ๑๒ ครั้ง ปฏิวัติไม่สําเร็จเขาเรียกว่า กบฏ การปฏิวัติในส่วนต้นครั้งแรก ปี ๒๔๗๖ ครับ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาเปิดสภาผู้แทนราษฎรพร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา นี่ละครับเกิดขึ้นครั้งแรกแล้วก็เกิดต่อมาครับมีการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๔๗๖ โดย พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนายึดอํานาจจากพระยาโนปกรณ์นิติธาดา มีการยึดอํานาจโดยรัฐประหาร มีการยึดอํานาจโดยทหารทั้งสิ้น มีครั้งแรกมีพลเรือน ซึ่งเข้าไปร่วมอยู่ ๙๙ คน นอกนั้นเป็นการทํารัฐประหาร ซึ่งเกิดขึ้นโดยอํานาจ จากปากกระบอกปืน แล้วก็เป็นความสําเร็จโดยการหยิบอ้างมาโดยตลอดว่าการปกครอง ทุกครั้งมีปัญหา เพราะว่าข้าวยากหมากแพง เกิดเพราะว่านายกรัฐมนตรีทําไม่ชอบ เกิดเพราะว่ามีการทุจริต เกิดเพราะว่ามาแย่งชิงในเรื่องของการนําประโยชน์มาใช้ให้กับพวกพ้อง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ท่านประธานครับ เป็นสิ่งที่บ่งบอกออกมาโดยตรงว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้น มีความประสงค์อย่างเดียวกันครับคือต้องการเอาอํานาจมา และการเอาอํานาจมาแล้วก็คือ การที่จะต้องงดใช้กฎหมายก็คือรัฐธรรมนูญละครับ การงดใช้รัฐธรรมนูญบางทีก็ฉีกทิ้ง เพราะใช้อํานาจในการปกครองโดยใช้ทหารเข้าไปดูแล แต่สิ่งที่ตามมาครับ เมื่อมี การรัฐประหารทุกประเทศก็บอกว่าประเทศไทยเป็นประเทศซึ่งด้อยในเรื่องของการพัฒนา ด้อยในเรื่องของประชาธิปไตย ก็มีการแอนตี้ (Anti) มีการไม่ติดต่อ ไม่มีการคบค้าสมาคม เหมือนกับล่าสุดเมื่อปี ๒๕๕๐ หลายคนบ่งบอกครับบอกว่าเดินทางไปต่างประเทศ ก็ถูกเพ่งเล็งมองว่าไม่มีความสง่างาม ไม่อยากจะคบค้า การติดต่อค้าขายกับคนในประเทศต่าง ๆ ก็ลดน้อยลงครับ แล้วบางมาตราอย่างมาตรา ๑๙๐ ถึงแม้รัฐบาลทุกประเทศเขามีอํานาจ ในการที่จะไปใช้อํานาจในการติดต่อในการสร้างความมั่นคง ในการประสานงาน ในการที่จะ นําสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องเศรษฐกิจต่าง ๆ แต่ปรากฏออกมาครับว่าไปใช้อํานาจเหล่านั้น ในการติดต่อประสานต่าง ๆ ไม่ได้ เพราะเกรงกลัวในเรื่องของการถูกถอดถอน เกรงกลัว ในเรื่องของการตั้งองค์กรอิสระซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นในสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง วันนี้ผมดีใจครับที่มีการสังคายนาในเรื่องของรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น และผมดีใจกับท่าน พลเอก สนธิ นะครับ ซึ่งท่านเองเป็นตัวอย่างทั้ง ๒ ด้านนะครับ ด้านหนึ่งคือด้านการปฏิวัติ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ คงไม่เสียหายครับ อีกด้านหนึ่งผมดีใจกับท่านนะครับ ท่านมาสู่สภา มาลงเลือกตั้ง แล้วท่านเองก็มาทําหน้าที่ในการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญ ที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหาร ท่านประธานครับ วันนี้นอกจากการทํารัฐประหารที่ไม่สําเร็จ ที่เกิดขึ้นอีก ๑๒ ครั้ง ท่านประธานทราบไหมครับว่ากบฏ ร.ศ. ๑๓๐ กบฏบวรเดช เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๔๗๖ และมีกบฏครั้งสุดท้ายครั้งที่ ๑๒ คือกบฏนอกราชการ วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ นี่คือกลุ่มเหล่านี้ก็คือการทํารัฐประหารใน ๒๔ ครั้งแต่ไม่สําเร็จ พวกนี้บางคนติดคุก ติดตะราง บางคนก็โดนถูกยิงทิ้งก่อนที่จะออกนอกประเทศ ก็เป็นความเวทนาละครับ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นอุทาหรณ์ครับท่านประธาน ผมเองที่พูดมาเพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ได้เห็นว่า การวิวัฒนาการในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและผู้ชมทางบ้านจะได้ทราบว่ามันเป็นการแย่งชิง อํานาจครับ ระบอบประชาธิปไตยก็คือการใช้อํานาจโดยผ่านประชาชนมาสู่ตัวแทนก็คือ คนที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วก็มาตั้งรัฐบาล ผมถามกลับไปทางฝ่ายค้านครับว่าวันนี้ถ้าท่าน แข่งขันในเรื่องของการต่อสู้ทางการเมือง ท่านก็ต้องยอมรับกติกาครับว่าเสียงข้างมาก ในสภาแห่งนี้ เมื่อมีการเลือกตั้งเข้ามาเขาเอานโยบายมาส่วนหนึ่งครับ เขาบอกว่าเขาจะ แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าไม่ทําเดี๋ยวท่านก็ยื่นถอดถอนครับ เพราะท่านต้องบังคับครับ แม้กระทั่งบางทีท่านบอกว่าไม่ทําในเรื่องการลอยตัวแก๊ส อย่างนี้ท่านก็ยังไปส่ง เรื่องถอดถอน ท่านบอกว่าไม่ทําในเรื่องของการถมทะเล ท่านยังออกมาพูดครับ แม้กระทั่ง ในเรื่องของเวทีบางเวที ท่านเองยังใช้เวทีต่าง ๆ ที่ฝ่ายหนึ่งได้แข่งขันกันเอานโยบายมาต่อสู้กัน เพราะอะไร เพราะรัฐธรรมนูญครับ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ครับบอกว่าจะต้องมีการมาพูด เสนอนโยบายต่าง ๆ ซึ่งเป็นการผูกมัดรัฐบาล แต่เป็นเรื่องที่ดีครับ ผมก็เห็นด้วยครับว่า สิ่งที่อ้างอิง สิ่งที่กล่าวไปนั้นโครงการต่าง ๆ ต้องทําให้ได้ แล้วทําให้เห็น ท่านประธานครับ วันนี้ผมไม่ได้กังวลประชาชนหรอกครับ อย่าไปอ้างประชาชนครับ นักการเมืองนี่ตัวดี ท่านประธาน สภาแห่งนี้ทั้งในส่วนของฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ท่านต้องไปทําความเข้าใจ กับประชาชน กลุ่มที่เหลือเป็นกลุ่มก้อนที่คอยปลุกปั่นประชาชนละครับ เป็นกลุ่มที่จะทําให้ เกิดความแตกแยก พอสีเหลืองออก สีแดงเคลื่อน ผมถามว่า ๒ สีเผชิญหน้ากันมันก็เกิด ความแตกแยกกัน แต่เป็นประชาชนทั้งหมดละครับ แต่เมื่อไรรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศดี เอานโยบายดี ๆ มาทําให้กับประชาชน ประชาชนก็ได้รับ ตรงนี้ต่างหากครับ รัฐธรรมนูญ เป็นตัวประกอบ แต่ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ดี ท่านประธานครับ มาตรา ๒๓๗ ใครบอกว่าดีละครับ ท่านบอกเองครับบอกว่ามาตรา ๒๓๗ มีปัญหา แต่ท่านกําลังโกหกครับ ท่านกําลังเอาเงื่อนไข ของรัฐธรรมนูญที่เรากําลังจะแก้ไข บอกถ้าแก้ไขขยับมาตรานี้ มาตราโน้นแล้วจะเกิดปัญหาต่อสภา ความไม่มั่นคงของรัฐบาลจะเกิด ประชาชนจะเดือดร้อน แล้วก็ไปพูดบอกว่ามีเรื่องอื่นต้องทําครับ สิ่งที่ทําควบคู่กันไปมันทําได้ครับ สมัยประชุมนี้เขาเรียกว่าสมัยสามัญนิติบัญญัติ การที่จะแก้ไขกฎหมายต้องแก้ไขในสมัยนี้ แต่บอกว่าทําไมไม่ดูแลในเรื่องของเศรษฐกิจ กําลังทําครับ ก็ท่านเองไปยื่น พ.ร.ก. ๒ ฉบับ ศาลรัฐธรรมนูญตีความไปแล้ว เมื่อตีความแล้วก็จะเอาเข้าในสัปดาห์หน้า สิ่งเหล่านี้ละครับ เป็นสิ่งที่เกิดจากผลพวงจากการเมือง นี่คือการเมืองครับ นี่คือรัฐสภา ถ้าไม่เล่นการเมือง แล้วไม่เล่นในสภาแล้วท่านจะไปเล่นที่ไหนครับ ท่านพูดเองครับ พวกผมเองอยู่ในฝ่ายรัฐบาล เราก็ต้องเสนอในสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน อีกทางหนึ่งผมเชื่อว่าวุฒิสมาชิก ก็คิดเหมือนกันถึงแม้จะส่วนหนึ่งนะครับ ๗๖ คนมาจากการเลือกตั้ง ๗๔ คนมาจากการสรรหา ผมก็ยังคิดว่าเป็นสิ่งและสีสันจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่ให้ดีผมคิดว่า ๗๔ คนนี่เลือกตั้ง เถอะครับ เพราะข้อครหาในการสรรหามันก็มี ผมไม่ได้ว่านะครับ แต่สิ่งต่าง ๆ ผมยังเชื่อว่า ใน ๗๔ คนนั้นเป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นคนที่มีความรู้ แล้วก็ถ้าลงไปเลือกตั้งท่านได้เปรียบ อยู่แล้วครับ เพราะวันนี้ท่านมีความรู้ความสามารถ ท่านพูดในสภา ท่านทํากฎหมายต่างๆ จนคนรู้จักเยอะแยะ ไม่เห็นต้องรังเกียจรังงอนครับ และในส่วนหนึ่งรายงานฉบับนี้ครับ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง การศึกษาและการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านดิเรก ถึงฝั่ง ตอนแรก ๆ ผมคิดว่าใกล้ฝั่งครับ แต่นี่ถึงฝั่งแล้วครับ เพราะวันนี้ ๖ ข้อ แก้ไข ไป ๒ ข้อ มาตรา ๑๙๐ วันนี้ก็ยังแก้ไขไม่ดีนะครับ ส่วนมาตรา ๙๓ ที่บอกว่าแก้ไขในส่วนของ การแบ่งเขตเลือกตั้งให้มันเล็กลงก็ได้ไปส่วนหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ดีผมว่ามันยังคลุมพื้นที่ ไม่ทั่วถึงหรอกครับ ปาร์ตี้ลิสท์เองหรือเขตพื้นที่ต่าง ๆ ก็ต้องไปดูความเหมาะสม ผมคง ไม่ก้าวล่วงละครับ หรือในส่วนของ ๖ ข้อที่กล่าวไปจะเป็นอํานาจหน้าที่ก็ตามของรัฐสภา ทั้งฝ่ายผู้แทนราษฎรกับฝ่าย ส.ว. เองก็ต้องลงมาดูว่าจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้หรือครับ เดี๋ยวก็ ถูกถอดถอนครับ ผมถูกถอดถอน ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็ถูกถอดถอน ไปด้วยกันครับ ก็ออกไปข้างนอกด้วยกันครับ ถูกถอดถอนด้วยกัน ต่างคนต่างสาดขี้โคลนเข้ามาสภาแห่งนี้ เพราะท่านเองบอกว่าท่านเป็นฝ่ายค้าน มีสภาประเทศไทยละครับบอกว่าค้านก็ค้านตลอดครับ ตั้งแต่เริ่มยื่นก็เริ่มค้าน กฎหมายทุกฉบับน้อยครับที่จะให้ความร่วมมือ ประชาชนทางบ้าน จนเขาบอกว่าเบื่อเอือมระอา ท่านไปดูครับ ติ๊ก ๆ ไม่เห็นมีใครบอกว่าสภาดี แล้ววันนี้ถ้ายัง ขืนเล่นการเมืองกันนะครับ เราเองกําลังทํากฎหมาย แล้วก็ไม่ได้เป็นคนที่จะลงไป ร่างกฎหมาย เพียงแต่มอบหมายให้ สสร. ลงไป แล้ว สสร. ก็มีที่มาที่ไป แต่เราเองกําลังบ่น แล้วก็บอกว่าอันนั้นไม่ดี อันนี้ไม่ดี ติเถอะครับ แต่อย่าใช้โอกาสและเวลาอันมีค่าของรัฐสภา ผมต้องขอบคุณนะครับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาที่เป็นฝ่ายวุฒิสมาชิกเมื่อเช้านี้บอกว่า ถ้าขืน ทําอย่างนี้เสียเวลาเป็น ๒ ชั่วโมง เดี๋ยวผมจะชวนพรรคพวกออกจากห้องประชุม ดีครับ เป็นการเตือนครับ เพราะคุณวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่กันทั้งนั้นครับ แต่มุมมองยังเป็นเด็กอยู่ เมื่อยังเป็นผู้ใหญ่ไม่พอแล้วประชาชนเขาจะมองว่าเราเป็นตัวแทนในระดับไหนครับ เราเป็น ตัวแทนระดับชาติท่านประธาน ผมจึงขออนุญาตท่านประธานครับว่าในการที่จะ ทําร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๙๑ ตรงนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ แล้วก็ เป็นโอกาสที่จะใช้ สสร. ถ้าเรามีมุมมองความคิดเห็นท่านเสนอไปเถอะครับว่าอันไหน ควรที่จะให้เขารับไป เรายังไม่รู้ครับว่าใครจะมาเป็น สสร. ถ้าใครรู้ก็ต้องแทงหวยถูกละครับ เพราะว่าประชาชนเป็นคนเลือกและให้ กกต. เองลงมาเป็นคนช่วยดูแลในการเลือกตั้ง ความบริสุทธิ์ยุติธรรมการดูแลในส่วนต่าง ๆ เหล่านี้ท่านเองจะไปกล่าวหาคนที่ควบคุม การเลือกตั้ง อย่างไรก็ตามผมฝากครับว่าสภาแห่งนี้ไม่ใช่ของพวกเรานะ เราถูกเลือก มาใช้งาน เพราะทําหน้าที่เป็นบ่าวที่ดีของประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวรชัย เหมะ ๑๐ นาทีครับ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณ ส.ว. ครับ ที่ร่วมอภิปรายสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ แล้วก็ขอบคุณรัฐบาลครับ แล้วก็ขอบคุณพี่น้องประชาชนครับที่เสนอร่างขึ้นมา ท่านประธานสภาที่เคารพ วันนี้ ประเทศไทยนั้นต้องยอมรับว่ามีปัญหาอย่างจริง ๆ ครับ เราจะเห็นว่าประเทศเพื่อนบ้าน เขานิ่งครับ การเมืองเขานิ่งครับ ประเทศเขาไม่เกิดวิกฤติ แม้แต่ประเทศในอาเซียนด้วยกันครับ ท่านประธาน แม้แต่ประเทศพม่าในวันนี้ท่านทราบไหมครับว่าเขามีการปรองดอง มีการเลือกตั้ง มีประชาธิปไตย เขามีการเจรจากับชนกลุ่มน้อย เขามีการเจรจากับฝ่ายค้าน ประเทศกัมพูชาเขามีนายกรัฐมนตรีคนเดียวมาหลายปี ประเทศมาเลเซีย ประเทศลาว ก็เหมือนกันครับ หลายประเทศการเมืองสงบ รัฐบาลเป็นรัฐบาลเดียวหลายสมัยหลายปีครับ ทําให้ประเทศชาติเขาสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างสบาย พัฒนาประเทศได้อย่างดีกว่า ประเทศไทย วันนี้เราจะเห็นว่าประเทศไทยนั้นหยุดอยู่กับที่แล้วก็ถอยหลังครับ ๔ ปี ๕ ปี หลังจากมีการยึดอํานาจ มีการทํารัฐประหารครับ ท่านประธาน หลังจากนั้นปัญหา ของประเทศมีความขัดแย้งอย่างรุนแรง ใน ๕ ปีนั้น มีรัฐบาลถึง ๔ รัฐบาลครับ มีนายกรัฐมนตรีถึง ๔ ท่านด้วยกันครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าประเทศไทยนั้น รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพขึ้นมาอยู่ไม่ถึงปี ขึ้นมาอยู่แค่ ๓ เดือนก็ต้องมีอันเป็นไปครับ เพราะฉะนั้นในเมื่อประเทศมีการเมืองไม่มั่นคง รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพแล้วรัฐบาลจะเอา นโยบายไปแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างไรครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นวันนี้เราคงจะคิดว่าทําไมประเทศไทยจึงเป็นอย่างนี้

อีกเรื่องหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ถามว่าวันนี้เราแก้รัฐธรรมนูญเพื่อคน คนเดียวหรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ อย่าดูถูกพี่น้องประชาชน เราบอกว่าเราแก้ มาตรา ๒๙๑ ครับ ส.ส. ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือว่าท่าน ส.ว. ท่านไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญด้วยตัว ของท่าน ส.ส. หรือพรรคเพื่อไทยจะมาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อตั้ง สสร. แล้วก็เราแก้กันเองครับ แต่วันนี้พรรคเพื่อไทยเสนอให้มีการตั้ง สสร. แก้มาตรา ๒๙๑ เพื่อที่จะไปร่างรัฐธรรมนูญครับ แล้ว สสร. นั้นให้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ประชาชนนั้นไม่โง่หรอกครับ ที่จะเลือก ตัวแทนของตัวเองที่ไม่รู้เรื่องมาสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ประชาชนคนไทย ได้รับรู้แล้วว่าวันนี้ประเทศมันมีปัญหา เพราะฉะนั้นกับดักของประเทศที่มีปัญหา เพราะการยึดอํานาจรัฐประหาร แล้วตั้งองค์กรอิสระใช้อํานาจแทนคณะยึดอํานาจ แล้วเขียน รัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ท่านประธานครับ ที่อ้างว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น มีการทําประชามติ มีพี่น้องประชาชน ๑๔ ล้านเสียงครับ เรื่องจริงครับ ท่านประธานครับ แต่ท่านทราบไหมครับว่าในการทําประชามตินั้นภายใต้กฎอัยการศึก มีการใช้กําลังทหาร ออกไปทุกหมู่บ้าน มีการสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งนายอําเภอ สั่งกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปบอก พี่น้องประชาชนว่าต้องรับ ถ้าไม่รับอาจจะมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการข่มขู่ แล้วก็ ที่สําคัญบอกว่าถ้ารัฐธรรมนูญมีการทําประชามติไม่ผ่าน จะเอารัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ได้ ที่ คมช. เห็นว่าที่จะเอามาใช้ได้เลยทันที นี่คือข้อเท็จจริงครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นวันนี้ประเทศไทยถือว่ามีรัฐธรรมนูญที่ผ่านการยอมรับจากพี่น้องประชาชน ๑๔ ล้านเสียงก็จริง แต่ว่าเป็นการบังคับประชาชนให้ลงมติหรือเปล่าครับ ผมขอถามเรื่องนี้ครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นอํานาจอธิปไตยที่แท้จริงต้องเป็นของประชาชน รัฐธรรมนูญนั้นต้องเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงครับ การใช้อํานาจนั้นต้องพี่น้องประชาชน มอบให้ครับ การยึดอํานาจ ท่านลองคิดดูครับ ว่าอํานาจในสมัยยุคท่าน จอมพล สฤษดิ์ ท่านถนอม ท่านยึดอํานาจ ท่านลูกผู้ชายตัวจริงครับ ยอมรับว่าฉันยึดอํานาจแล้ว ฉันเป็น นายกรัฐมนตรี แต่ยุคปัจจุบันนี้ท่านทราบไหมครับ ว่าสังคมโลกไม่ยอมรับการยึดอํานาจ การทํารัฐประหาร เพราะฉะนั้นต้องการซ่อนรูปไว้ภายใต้องค์กรอิสระและรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าการเกิดคําครหาที่ว่าสองมาตรฐาน มันมาอย่างไรครับ เราจะเห็นว่าการเคลื่อนไหวของประชาชนมีอยู่ ๒ กลุ่ม หลายสีเสื้อครับ สีเสื้อหนึ่ง ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย สีเสื้อหนึ่งออกมาเคลื่อนไหวต้าน ท่านทราบไหมครับว่า บางเรื่องขับรถทับตํารวจทําผิดกฎหมายอาญาไม่ติดคุกครับ นี่คือแสดงออกให้เห็นถึงว่า การใช้กฎหมายสองมาตรฐานภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ภายใต้องค์กรอิสระครับ คนบางสีโดนจับ ศาลตัดสินในทันทีข้อหาไม่จงรักภักดีครับท่านประธาน กลุ่มสีเสื้อหนึ่ง ออกมาพูดเหมือนกันคดีเดียวกัน แต่อีกกลุ่มหนึ่งไม่เป็นอะไรครับ อีกกลุ่มหนึ่งติดคุกไปแล้วครับ นี่คือสองมาตรฐานหรือเปล่าครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันมีปัญหาจริง ๆ เป็นกับดักของประเทศจริง ๆ ครับ ในยุครัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพ เราเห็นว่าในยุครัฐบาลนั้นสามารถแก้ปัญหา ให้ประเทศได้อย่างมั่นคง แก้ปัญหายาเสพติด แก้ปัญหาหนี้สินของประเทศ สร้างความมั่นคง ให้ประเทศ ประเทศไทย คนไทยไปไหนทั่วโลกมีศักดิ์ศรีได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นักลงทุนแห่มาลงทุนในประเทศไทยในยุคนั้นทุกคนก็ทราบครับ ท่านประธาน ความมั่นคงของประเทศมันต้องเกิดจากการที่รัฐบาลมีเสถียรภาพ วันนี้ ท่านเห็นแล้วใช่ไหมครับว่าประเทศ ความขัดแย้งมันขยาย ๆ มากขึ้นทุกวัน ท่านลองคิดดูสิครับว่า พรรคการเมืองที่อ่อนแอหรือเปล่า พรรคการเมืองซีกหนึ่งทําอะไรผิดหมด ถูกยุบครับ พรรคการเมืองอีกซีกหนึ่งทําอะไรก็ไม่เป็นอะไร คดีคล้าย ๆ กันครับ นี่ที่มาของรัฐธรรมนูญ และการใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญขององค์กรอิสระหรือเปล่าครับ นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านประธานครับ เราจําเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย วันนี้เราต้องแก้รัฐธรรมนูญ เพราะถ้าไม่แก้ ๕ ปีที่ผ่านมานั้นเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นกับดักของประเทศ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นไม่สามารถ ทําให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าได้เลยครับท่านประธาน เราต้องแก้ครับ วันนี้ ผมต้องขอบคุณรัฐบาล ขอบคุณภาคประชาชน ผมขอบคุณท่าน ส.ว. ที่เห็นความสําคัญ ในการแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นฝ่ายค้าน ๓ ท่านนะครับ ท่านบุญเลิศ ไพรินทร์ ๑๐ นาที แล้วก็ท่านรัชดา ๘ นาที ท่านจักรวาล อีก ๑๐ นาทีครับ เชิญท่านบุญเลิศ ไพรินทร์ ครับ ๑๐ นาทีครับ

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม บุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมนั่งฟังมาทั้งวัน ก็ได้ประโยชน์มากครับ ได้ความรู้มากมาย จะเห็นว่ามีเพื่อนสมาชิกของผมซึ่งผมเคารพนับถือนะครับ ซึ่งจะไม่ขอเอ่ยนาม ท่านพูดถึงรัฐธรรมนูญเผด็จการซ่อนรูป ซึ่งหมายถึงรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน แต่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตเพื่อให้ประชาชนได้ติดตามได้ว่ารัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตยอําพราง เผด็จการ ทุนสามานย์ อํามหิต ต้องระวังให้ดีเหมือนกัน อยากจะให้ ประชาชนติดตามว่ารัฐธรรมนูญเผด็จการซ่อนรูปกับรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยอําพราง เผด็จการ ทุนสามานย์ อํามหิต ใครจะอํามหิตมากกว่ากัน ใครจะเป็นโทษ เป็นภัยแก่สังคม ใครจะทําให้เกิดความแตกแยกในหมู่มวลประชาชนคนไทยด้วยกัน เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนว่ารูปแบบการเมืองการปกครองของโลกมันมีอยู่ เผด็จการกับประชาธิปไตย เผด็จการก็มีฝ่ายซ้ายก็คือพวกคอมมิวนิสซึม (Communism) พวกฝ่ายซ้ายก็คืออํานาจนิยม เผด็จการทหาร ส่วนประชาธิปไตยก็มี ๒ แบบ ก็คือแบบรัฐสภาและประธานาธิบดี แต่ระบบ ทั้งหลายทั้ง ๔ ประการนั้นความสําคัญมันจะมีน้อยกว่าพฤติกรรมของนักการเมืองและบุคคล ที่เกี่ยวข้องครับ ท่านประธานครับ พฤติกรรมของนักการเมืองจะต้องมีความรู้ความสามารถ ทักษะ และมีคุณธรรมจริยธรรม ทําประโยชน์เพื่อส่วนรวมเพื่อประเทศชาติและประชาชน ส่วนใหญ่ของประเทศ อย่างนี้เราเรียกว่าจะเป็นระบบเผด็จการก็ยังประโยชน์ เพื่อประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่ ถ้าเป็นประชาธิปไตยก็เป็นไปเพื่อประโยชน์สุข ของประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สําคัญนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าระบบการเมืองสําคัญครับ แต่สําคัญน้อยกว่า พฤติกรรมของนักการเมือง ผมได้กราบเรียนมาตลอดเวลาในที่ประชุมแห่งนี้ว่าการที่ประเทศไทย ไม่เป็นประชาธิปไตย ที่เป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริงนั้น เป็นเพราะว่ารัฐธรรมนูญเป็นบ่อเกิดหรือเป็นเหตุแห่งปัญหา หรือมันเป็นเพราะว่าพฤติกรรม ของนักการเมืองและบุคคลที่เกี่ยวข้องกันแน่ ถ้ามันเกิดขึ้นทั้ง ๒ ทาง คือเกิดจากระบบ คือรัฐธรรมนูญไม่เหมาะสมก็ควรจะแก้บางมาตราที่มันไม่เหมาะสม ๓๐๙ มาตรานี้มันไม่ใช่ว่า มันไม่ดีทั้งหมด รัฐธรรมนูญฉบับนี้แม้ที่มาจะมาจากรัฐประหาร แต่มันเป็นการต่อยอด และปรับปรุงจากปี ๒๕๔๐ ซึ่งเราบอกว่าที่มาจากประชาชน แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เราบอกว่ามันมาจากปฏิวัติ ต้นไม้มันเสีย ออกดอกออกผลมันก็เสีย มันไม่จริงอย่างนั้นนะครับ มันไม่ใช่ผลไม้ มันไม่ใช่ต้นไม้ เพราะว่ามนุษย์ที่ไปร่างนั้นเป็นคนเก่งคนดีมากพอสมควร ทีเดียว เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เสียหายทั้งหมด การที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียง ๒ มาตรา คือมาตรา ๑๓๖ กับมาตรา ๒๙๑ เพื่อยกเลิกฉบับปัจจุบันทั้งฉบับ เป็นจริงหรือไม่อยากจะถาม ที่ประชุมแห่งนี้ เพราะว่าที่ประชุมแห่งนี้จะเป็นจําเลย เพราะว่าเราจะกําหนด เราจะเขียน รัฐธรรมนูญฉบับปรับปรุงแก้ไข มาตรา ๑๓๖ กับมาตรา ๒๙๑ เพื่อให้เรามีอํานาจ ในการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ เรามีอํานาจหรือเปล่า ถ้าเราคิดว่าเราจะให้สภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ไปยกร่างใหม่ทั้งหมด โดยไม่คํานึงถึงมาตราใด ๆ เลย นอกจากมาตรา ๑๓๖ และมาตรา ๒๙๑ แต่ถ้าดูที่กําหนดไว้ในมาตรา ๔ ในร่างรัฐธรรมนูญ ที่เสนอมาทั้ง ๓ ฉบับนั้น เขาบอกให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นหมวด ๑๖ การจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ มาตรา ๒๙๑/๑ ถึงมาตรา ๒๙๑/๑๗ มาตรา ๒๙๑/๑ กําหนดให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ ทําหน้าที่จัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อันนี้สุ่มเสี่ยงมากนะครับ ท่านประธานที่เคารพ สุ่มเสี่ยงอย่างไรครับ สุ่มเสี่ยงที่เราจะทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ มาตรา ๖๘ มาตรา ๒๙๑ มาตรา ๒๗๐ มาตรา ๒๗๕ เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่า ถ้าเอาให้ดี เอาให้ชัด เพราะเรารัฐสภาแห่งนี้จะเป็นจําเลย การกระทําถ้าที่ประชุมรัฐสภาแห่ง นี้ต้องการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยใช้วิธีการแก้มาตรา ๑๓๖ และมาตรา ๒๙๑ เป็น เครื่องมือย่อมไม่อาจกระทําได้ ด้วยเหตุผลว่าการกระทําเช่นนั้นจะขัดกับข้อห้ามการใช้สิทธิ และเสรีภาพตามมาตรา ๒๘ และมาตรา ๖๘ มาตรา ๒๘ บอกว่าการจัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่แทนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ต้องถือได้ว่าเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน หรือไม่ บุคคลหรือกลุ่มบุคคลผู้เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทําตัวเป็นปฏิปักษ์ ต่อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหรือไม่ มีเวลาจํากัดเหลือเกินนะ ส่วนมาตรา ๖๘ ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรายกเลิกทั้งฉบับเท่ากับว่าเราล้มล้างรัฐธรรมนูญ เราล้มล้างรัฐธรรมนูญเราก็ล้มล้าง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แล้วก็เป็นการได้มาซึ่งอํานาจ โดยมิชอบที่จะปกครองประเทศไทยโดยไม่ได้มีวิถีตามที่กําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะฉะนั้นก็สุ่มเสี่ยงที่พรรคที่เสนอก็อาจจะถูกยุบได้ ถูกถอดถอนตามมาตรา ๒๗๐ ได้ ถูกดําเนินคดีอาญา โดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ เพราะฉะนั้นทําอย่างไรถึงจะหลีกพ้นไม่ให้รัฐสภาแห่งนี้ตกเป็นเหยื่อหรือเป็นเครื่องมือ หรือเป็นจําเลยของสังคม ซึ่งบุคคลภายนอกสามารถนําความขึ้นเสนอให้อัยการสูงสุด ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหลาย แล้วนําเรื่องเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ถ้าวินิจฉัย ได้ความจริงว่าผิดรัฐธรรมนูญก็จะต้องถูกยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิ ๕ ปี อะไรต่าง ๆ นั้น เพราะฉะนั้นก็อยากจะกราบเรียนว่าเราจะทําอย่างไรถึงจะให้ทั้งระบบ คือรัฐธรรมนูญ และพฤติกรรมของมนุษย์ คือนักการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน อย่างแท้จริง จะไม่ใช้รัฐธรรมนูญเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และอํานาจเพื่อพรรคตัวเอง เพื่อกลุ่มตัวเอง เพื่อเพื่อนฝูงตัวเอง แต่จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน เพื่อประโยชน์ ของประเทศชาติและประชาชนส่วนใหญ่ให้จงได้ ทั้งนี้เพราะสมาชิกรัฐสภาไม่ใช่เป็นเพียงแค่ เป็นตัวแทนของพรรคการเมือง แต่เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยทั้งประเทศครับ ขอขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านรัชดา ธนาดิเรก ๘ นาทีนะครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นผู้หนึ่งที่มีความเชื่อว่ารัฐธรรมนูญนั้นแก้ได้ และต้องแก้ไขหากเราพบข้อบกพร่อง แต่ไม่ใช่จะแก้อะไรก็ได้ จะแก้อย่างไรก็ได้ จนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เราไม่รู้ว่าจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ดิฉันได้รับฟังคําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกที่สนับสนุน ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๒๙๑ เพื่อจะให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลายท่านพูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ เป็นตัวปัญหา เป็นฉบับที่ทําให้เกิดสังคม มีความแตกแยก เป็นฉบับที่ทําให้บ้านเมืองไม่สงบสุข ดิฉันก็อยากจะตั้งคําถาม ผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกว่าเหตุการณ์ที่บ้านเมืองไม่สงบสุขนี้มันไม่ใช่ เป็นเพราะคนหรือคะ มันเป็นเพราะกระดาษแผ่นหนึ่งหรือคะ ถ้าคนในสังคมไม่เคารพ กฎหมาย ไม่รู้ว่ากฎหมายนั้นมีความสําคัญอย่างไร ถ้าคนในสังคมฉ้อราษฎร์บังหลวง คอร์รัปชันแล้วได้ดี คนที่คิดร้ายต่อประเทศชาติแล้วได้ดี ต่อให้มีรัฐธรรมนูญอีกกี่ฉบับ แก้อีกกี่ครั้ง บ้านเมืองก็ไม่มีวันสงบสุขได้ ดิฉันคิดว่าเราน่าจะพิจารณาในการปรับปรุง ตัวบุคคลมากกว่าที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนะคะ หลายท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ ขาดความเชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชน ให้อํานาจตุลาการ ให้อํานาจแก่องค์กรอิสระ มากเกินไป เป็นปัญหามาตลอด ๔-๕ ปีที่ผ่านมา ท่านก็ชี้ให้เห็นสิคะว่าที่มันเป็นปัญหานั้น มันมาตราไหน มันประเด็นใด ถ้าเถียงกัน ๔-๕ ปี แล้วยังชี้ไม่ได้ว่ามันเป็นประเด็นไหน เชื่อมโยงกับมาตราใดในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ดิฉันก็ไม่แน่ใจว่ามี สสร. แล้วเขาจะแก้ได้ ถูกใจท่านหรือเปล่า หลายท่านบอกว่าที่ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเพราะได้เคยสัญญาไว้ กับพี่น้องประชาชนไว้ในช่วงหาเสียง ดิฉันเห็นด้วยค่ะ เราเป็นพรรคการเมือง เป็นนักการเมือง อะไรที่สัญญาไว้กับพี่น้องประชาชนต้องทําให้ได้ ในส่วนของรัฐบาลตอนที่ ท่านหาเสียงท่านก็บอกว่าท่านจะกระชากราคาสินค้า จะกระชากค่าครองชีพลงมา วันนี้ ท่านไม่คิดจะรักษาสัญญานั้นแล้วหรือคะ ถ้าท่านบอกว่าท่านจะรักษาสัญญา ดิฉันก็เห็นด้วยค่ะ ถ้าการดําเนินการตามสัญญานั้นจะทําให้บ้านเมืองเจริญ จะทําให้บ้านเมืองสงบสุข ทําเถอะค่ะ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ท่านแน่ใจได้อย่างไรคะว่าแก้แล้วบ้านเมืองจะสงบสุข แค่วันนี้มีการเสนอร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพียงมาตรา ๒๙๑ ก็มีแล้วม็อบเล็ก ๆ ๒ ม็อบ เดือนหน้าก็คาดว่าจะมี เราก็ไม่รู้ว่าจะใหญ่โตขนาดไหน และในอนาคตหากมีการแก้ไขมากมาย และนําไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ความวุ่นวายของบ้านเมืองจะเป็นระดับไหน ท่านไม่คิดถึง ตรงนั้นหรือคะ ในเมื่อวันนี้รัฐบาลมีภารกิจต้องดําเนินการอีกมากมาย ทําไมไม่ทําเรื่องอื่นก่อน ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มาจากเผด็จการ อย่าลืมนะคะว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ก็ได้ผ่านการทําประชามติ เสียงที่สนับสนุน ๑๔ ล้านกว่าเสียง ที่ไม่สนับสนุน ๑๐ ล้านกว่าเสียง เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านไม่ได้พิจารณาหรือคะว่ามันดีกว่าในอดีตที่ผ่านมาแค่ไหน ถ้าท่านไม่ได้พิจารณาดิฉันก็จะขออนุญาตท่านประธานยกบางประเด็นให้เพื่อนสมาชิก ได้พิจารณากันดูนะคะ ปี ๒๕๕๐ นั้นมีข้อเด่นกว่าปี ๒๕๔๐ และฉบับก่อน ๆ ในประเด็นที่ว่า ทําให้มีการควบคุมจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองอันเป็นวัตถุประสงค์ที่สําคัญ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือให้โอกาสผู้ตรวจการแผ่นดินมีอํานาจในการดําเนินการเกี่ยวกับ จริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทําไมคะ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะเข้ามาตรวจพฤติกรรมของนักการเมืองแล้วมันเสียหายหรือคะ ทําไมท่านไม่มองในข้อดีบ้าง เรื่องสิทธิชุมชนไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับไหนที่พูดถึงสิทธิชุมชน วันนี้รัฐธรรมนูญเปิดโอกาส ให้ชุมชนได้ดําเนินการฟ้องร้องต่อรัฐหากการดําเนินการใด ๆ ของรัฐเป็นการละเมิดสิทธิ หรือกระทบต่อชีวิต สิ่งแวดล้อมของพี่น้องประชาชน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เปิดโอกาส ให้สภาแห่งนี้ดําเนินการตรวจสอบการปฏิบัติราชการของคณะรัฐมนตรีได้ง่ายขึ้น เพียงใช้ ส.ส. จํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ก็สามารถยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้ แต่ฉบับปี ๒๕๔๐ ต้องใช้ถึง ๒ ใน ๕ สิ่งดี ๆ อย่างนี้ทําไมไม่พูด คําว่า แก้ไข ดิฉันยืนยันนะคะว่า รัฐธรรมนูญแก้ไขได้และต้องแก้ไขในเรื่องที่มันบกพร่อง แต่คําว่า แก้ไข นั้นมันแตกต่างจาก คําว่า ยกร่างใหม่ มันแตกต่างกันตรงที่ว่าคําว่า แก้ไข คือ แก้ไขในสิ่งที่ไม่ดี แก้ไขในสิ่งที่เป็น จุดด้อย แต่รักษาข้อดีไว้ แต่การยกร่างใหม่เราไม่อาจรู้ได้ว่าข้อดีที่เราอยากจะรักษาไว้มันจะ ยังอยู่หรือเปล่า แล้วการเปลี่ยนแปลงข้อที่ท่านแก้ไขดิฉันก็ไม่มั่นใจว่ามันจะนําไปสู่การแก้ไข หรือจะนําไปสู่สถานการณ์ที่แย่ลงไปกว่านี้ ดิฉันยืนยันนะคะท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ และต้องแก้ไข แต่ไม่มีความจําเป็นใด ๆ ที่ต้องมาเสนอขอแก้ไขมาตรา ๒๙๑ เพื่อนําไปสู่ การแต่งตั้งคณะ สสร. และเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในเมื่อรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ มาตรา ๒๙๑ ที่มีอยู่นี้เปิดโอกาสให้คณะรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ ส.ว. และภาคประชาชน เสนอเป็นญัตติ เสนอมาเลยค่ะว่าประเด็นที่ท่านคิดว่ามันเป็นอุปสรรค เป็นปัญหาต่อความสงบสุขของบ้านเมืองมันเกี่ยวข้องกับมาตราไหนก็ชี้ให้ชัดแล้วเรามาแก้ไข ร่วมกัน แต่ท่านก็ไม่เลือกที่จะทําเช่นนั้น ไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน ดิฉันก็คิดว่าสิ่งที่ดิฉัน ได้อภิปราย ณ ช่วงเวลาอันสั้นนี้จะสามารถเปลี่ยนใจเพื่อนสมาชิกที่สนับสนุนอยากให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ แต่ถ้าหากดิฉันโชคไม่ดี ดิฉันไม่สามารถทําให้เพื่อนสมาชิก เปลี่ยนใจและเห็นคล้อยตามดิฉันได้ ดิฉันก็อยากจะขอฝากคณะกรรมาธิการที่จะเกิดขึ้น ในอนาคตว่า เพื่อให้เกิดความสบายใจในทุกภาคส่วนในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ที่ท่านเขียนไว้ว่า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทํามิได้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชนชาวไทยที่ทุกคนเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ ช่วยระบุไปได้ไหมคะว่าในวรรคห้านี้ร่างรัฐธรรมนูญจะไม่กระทบต่อหมวดพระมหากษัตริย์ด้วย เพียงเท่านี้ดิฉันคิดว่าในเบื้องต้นหากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ดิฉัน ก็จะได้สบายใจ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล ครับ ๑๐ นาที

นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุโขทัย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังท่านผู้ทรง เกียรติตั้งแต่เช้ามาจนถึงเวลานี้ประมาณ ๑๐ กว่าชั่วโมงแล้ว ในเนื้อหาเนื้อความที่แต่ละท่าน ได้อภิปรายนั้นก็คงจะไม่แตกต่างกัน เพราะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็ทางฝ่ายวิปรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีก็ส่งการแก้ไขมา ๓ ฉบับ ดูแล้วก็คงจะเป็น ลักษณะคล้ายคลึงกัน ไม่แตกต่างกันนะครับ ท่านประธานครับ ในอดีตรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าหากจะมาพูดถึงแล้วก็เป็นกฎหมายสูงสุดแล้วก็ศักดิ์สิทธิ์ การจะหยิบยกเอามาแก้ไข ปรับปรุงค่อนข้างยาก ด้วยสาเหตุหลายประการ สาเหตุสําคัญที่สุดคือความปรองดอง และสามัคคีคนในประเทศชาติไม่ได้แตกแยกกัน การเมืองทําการเมืองกัน ไม่ได้เล่นการเมืองกัน สิ่งเหล่านี้จึงทําให้รัฐธรรมนูญในอดีตนั้นควบคุมง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากแต่ไม่เกิดประเด็น ทะเลาะเบาะแว้งกัน กลับตรงข้ามในอดีตกล่าวคือ ในปัจจุบันมีนักวิชาการ มีผู้เชี่ยวชาญ มีการเมืองเข้มข้น มีความเห็นการชิงไหวชิงพริบกันด้านการบริหารจัดการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ที่เข้ามาบริหารรัฐบาล วันนี้เอาประชาชนมาพูดกันเป็นแสนเป็นหมื่นในสภาแห่งนี้ว่า เห็นชอบและไม่เห็นชอบ ผมตอบได้เลยว่าไม่ได้ดูถูกพี่น้องประชาชนที่เอามานั้นถามว่า มีสักกี่คนที่จะรู้เรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ภาพพจน์ ของสภาแห่งนี้อันประกอบไปด้วยสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มันยับเยิน ท่านไปถามประชาชนทั่วไป แม้แต่ร้านข้าวแกงว่าเมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือแก้ไข รัฐธรรมนูญครั้งใดชาวบ้านจะบอกว่าแก้ไขเพื่อตัวมัน แก้ไขเพื่อรัฐบาลมัน แก้ไขแล้ว ไม่เห็นพวกเราได้อะไรเลย เพราะวันนี้นักการเมืองทําให้รัฐธรรมนูญนั้นห่างตัวชาวบ้าน เบื่อหน่าย ไม่อยากสนใจ ผมนั่งฟังแต่เช้ามาก็คือข้อความหรือเหตุผลซ้ํา ๆ กัน เหมือนผม ก็จะพูดเหมือนกันวันนี้ ผมกราบเรียนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องใช้เวลา ต้องใช้งบประมาณ และที่สําคัญที่บอกกันพร่ําเพรื่อเหลือหลายเหลือเกิน มาจากประชาชน การใช้คําว่า การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องเร่งด่วนนั้น ผมว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูก ในขณะที่การวิกฤติของประเทศไทย หลังจากที่หลังน้ําท่วมมา ผมเองยังเจ็บตาที่ร้องไห้ กับคนสุโขทัยไม่หาย ซึ่งเป็นเรื่องสําคัญวันนี้นกขมิ้น นกกระจอกบินไป บินมา ผมจะดูว่าอีก ๔ เดือนข้างหน้านกขมิ้นจะเป็นนกกระจอกหรือเปล่า ผมเชื่อน้ําสุโขทัย ปลาทุกตัวจะไหลมา สู่กรุงเทพฯ เหมือนเดิม ในภาวะเศรษฐกิจจอดปั้มน้ํามันกินข้าวแกงสักจานหนึ่ง บอกว่า ขาย ๓๕ บาทไม่ได้ต้องขาย ๒๕ บาท เพราะอะไร เพราะกระทรวงพาณิชย์ควบคุม แทนที่ จะกินจานเดียวอิ่ม ๓๕ บาทมีไข่ดาว กลับต้องไม่มีไข่ดาวกิน ๒ จาน ๕๐ บาท ทําไมไม่รีบ ไปแก้ไขค่าครองชีพสูง วันนี้ระเบิดตูมตาม ใครไม่อยากมาเที่ยว ไม่อยากไปห้างสรรพสินค้า กลัวไปหมด ภาพพจน์เสีย การลงทุนไม่มีความมั่นใจ ทําไมพวกเราไม่คิดกัน ผมพูดอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าผมจะมาขัดแย้งหรือไม่เห็นชอบในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ เพราะว่าผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมเชื่อใน ๓ ฉบับนั้นลงมาด้วยหลักและเหตุผลเดียวกัน ต้องมีข้อบกพร่องแน่นอน ในสิ่งต่าง ๆ นั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่าในฐานะผมเลือกตั้งมา ๒ ครั้ง น้ําตาร่วง ผมกล้าสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์คนสุโขทัยว่าไม่เคยทําผิดเลยในเรื่องการเลือกตั้ง แต่ผมต้อง ถูกมาเลือกตั้งใหม่ เลือกตั้งในข้อหาที่ไม่น่าจะผิดเลย ถ้าผมผิดก็คงผิดทั้งสภา แต่ผมก็ต้อง เลือกตั้งใหม่ นี่คือการแทรกแซง กฎหมายบางตัวตรงนี้ต้องแก้เพื่อลดอํานาจบทบาท บางส่วนขององค์กรอิสระนี่ก็ต้องทํา เราก็ไม่ว่ากัน ถือว่าผู้ที่จะแก้ขอให้แก้ถูกจุด แก้ถูกมาตราเท่านั้นเอง แล้ววันนี้พอพูดมาถึง พาดพิงไปถึงหมวดสถาบัน ลองพูดหมวดสถาบันแล้วมีท่านใดขึ้นมา ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ขึ้นมาพูดสิเดี๋ยวสภาเต็มเลย พอไม่พูดหมวดสถาบันนี่ออกไปแล้วที่ห้องอาหารกัน ไม่ค่อยสนใจ วันนี้ผู้หลักผู้ใหญ่โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมก็พูดแล้วพูดอีกว่า เราจะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องหมวดสถาบัน เราจะไม่ก้าวก่ายเพราะว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ ให้บุคคลต่างประเทศอะไร ผมเห็นพูดตั้งแต่วันเปิดสภาครั้งแรกก็ได้ จนถึงวันนี้ก็ยังไม่จบ จนวินาทีสุดท้าย พอเข้ามาเป็นประเด็นทุกที เสียเวลา ผมถึงบอกว่าเราเป็นผู้ทรงเกียรติ ในสภาแห่งนี้ มีทั้ง ๒ สภาอยู่ตรงนี้ เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตรงนี้เป็นสิ่งสําคัญ เมื่อเขาบอกว่าไม่พาดพิงถึงเราก็ต้องให้เกียรติเขา เรายังมีเวลาที่จะลงมติกันอีกเยอะ ว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในที่ถ้าจะมีการสรรหา ท่านประธานครับ วันนี้วิตกอยู่เรื่องเดียว คือการสรรหา ๙๙ ท่านที่มาจากภาครัฐ ๗๗ ท่าน ที่มาจากตัวแทนแต่ละจังหวัด ๑ ท่าน แล้วก็สรรหา ๒๒ ท่าน ถ้าเราได้คนดี การเมืองไม่เข้าไปแทรกแซง ผมว่ารัฐธรรมนูญ ที่จะแก้ไขในวันนี้ที่ตั้งใจจะแก้ไขวันนี้ต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่ดี แต่หากว่าการเมืองเข้ามา แทรกแซง เรามีความมั่นใจได้อย่างไรว่า ๗๗ ท่าน จะได้นักวิชาการหรือคนที่ตั้งใจจะมาช่วย แก้ปัญหา แต่ไม่ได้มาเพราะอุดมการณ์การเมืองที่เขาสร้างไว้ว่าจะเป็นอํานาจในการผ่าน รัฐธรรมนูญที่แก้ไขอันนี้ไปให้ราบรื่น เพราะเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นี่เป็นสิ่งสําคัญ ผมถึงกราบเรียนว่าวันนี้ฟังมาตั้งนานแล้วก็คงจะพูดซ้ําเหมือนกับหลาย ๆ ท่านที่พูดมา แล้วก็ คงจะตอกย้ําไปว่าอย่าเอาประชาชนมาบอกว่ามีส่วนร่วมทั้ง ๒ ฝ่าย ประชาชนเบื่อครับ บอกว่าวันนี้ผมจะพูดนะครับประมาณไม่รู้กี่โมง ไม่อยากฟังถ้าเรื่องรัฐธรรมนูญ เพราะอะไร เพราะมันไม่ได้เอื้อประโยชน์กับชาวบ้าน เพราะเขาห่างตัว ผมเลยบอกว่าวันนี้แก้แล้ว ในสาระในการจัดทํา แล้วก็การใช้ข้อบังคับออกมาใช้ทุกคนพอใจหรือไม่ ถูกใจหรือยัง แล้วจะเกิดความปรองดองกันได้ไหม ถ้าตรงนี้ตอบไม่ได้ผมยืนยันหากมีรัฐบาลชุดใหม่ เปลี่ยนไปจากรัฐบาลชุดเดิมนี้ก็แก้กันใหม่ครับ แน่นอนเป็นสัจธรรมต่างคนก็ต่างมีเหตุผลว่า ต้องแก้ใหม่ เพราะว่ามันขัดตรงนี้ไม่สะดวกกับการบริหารบ้านเมืองอ้างไปไม่ให้เกิดผล ประโยชน์กับประชาชน จริง ๆ ไม่ใช่ครับท่านประธานครับ ผมกราบเรียนในฐานะผมเป็น สมาชิกใหม่สภาแห่งนี้ในสมัยแรก จึงกราบเรียนว่าขอให้สภาอันทรงเกียรตินี้ให้เกียรติ ซึ่งกันและกัน อะไรที่เขารับปากว่าไม่ก็คือไม่ แล้วก็เชื่อกันอย่าเอามาเป็นประเด็นในสภาแห่งนี้ เสียเวลาที่พี่น้องประชาชนเปิดโทรทัศน์ดูหรือทีวีดู เสียไฟฟ้า แล้วเขาไม่เสียอารมณ์ สร้างสรรค์กันทุกฝ่าย ช่วยกันทุกฝ่าย เวลาร่างออกมาแล้ว สสร. ร่างออกมาแล้ว อะไรไม่ดี ก็ต้องรู้จักถอยคนละก้าว ผมเชื่อเวลาร่างออกมาแล้วพิจารณากันแล้วต้องมีอีกยกใหญ่ที่ต้อง มาทะเลาะเบาะแว้งหรือมาขัดแย้งกันในสภานี้อย่างแน่นอน กล้าเอาหัวเป็นเดิมพัน วันนี้ ปัญหาต่าง ๆ ที่ผมบอกว่าเป็นวิกฤติที่บ้านเมืองต้องการให้แก้ไขก็อยากให้รัฐบาลได้มุ่งเห็น เราบอกว่าเราต้องตราพระราชกําหนดมากู้เงินเพื่อมาเยียวยาคนน้ําท่วม แต่การเร่งด่วน เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนั้นต้องใช้งบประมาณพอสมควร ก็ไม่ได้ขัดแย้งอะไร ขอให้ท่าน มีความตั้งใจและมีวัตถุประสงค์จริง ๆ ที่จะแก้แล้วให้มันจบ ให้เป็นรัฐธรรมนูญศักดิ์สิทธิ์ เหมือนในอดีต ใครจะมาแตะมาต้องนั้นรู้สึกความเกรงกลัวบ้าง ไม่ใช่ว่าวันนี้ใช้อํานาจฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งมาก แล้วก็มาลงมติว่าต้องมีการแก้ไข มันไม่จบสิ้นนะครับ เหมือนงูแก้แห เหมือนพายเรือในอ่าง วนไปวนมาอยู่ตรงนี้ แล้วเราจะเดินไปอย่างไรประเทศไทย ไหนบอกว่า นโยบายเราก็จะสร้างอนาคตประเทศไทยให้ดีขึ้น ผมห่วงวิตกครับท่านประธานครับ วิกฤติที่จะเกิดขึ้นอีก ๔-๕ เดือนในฐานะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย เป็นน้ําแรกที่ไหลลงมาสู่ตรงนี้ ไม่เคยเสียใจที่ฝ่ายบริหารหรือคณะรัฐมนตรีจะไม่ไปเยี่ยม ไม่มีเคยดูแล ไม่เคยพูดถึงแม้กระทั่งสื่อมวลชนว่าจังหวัดสุโขทัยมันท่วมก่อน แล้งก่อน เป็นนโยบายเร่งด่วนต้องรีบทํา ไม่เคยพูดเพราะว่าไม่มีฝ่ายบริหารหรือฝ่ายรัฐบาลอยู่ตรง เขตเลือกตั้งนั้นก็ตามแต่ ผมบอกพี่น้องไม่ต้องเสียใจ น้ําบ้านเรามาแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไป แล้วมันจะไปท่วมขังที่กรุงเทพมหานคร รัฐบาลจะรู้ กราบเรียนท่านประธานแค่นี้ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอไปที่วุฒิสมาชิกนะครับ ๓ ท่านครับ เชิญท่านประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ ๘ นาทีครับ

นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ขอนแก่น 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดขอนแก่น ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การเมืองขณะนี้แย่งชิง ผลประโยชน์ของ ๒ พรรคการเมือง น่าสงสารประเทศไทยจริง ๆ ครับ ท่านทราบไหมครับ ท่านกําลังต่อสู้เพื่อช่วงชิงอํานาจ ท่านกําลังแย่งชิงผลประโยชน์ คนที่เสียหายก็คือประชาชน ทุกคนพยายามที่จะหวังเพื่อแข่งขันช่วงชิงผลประโยชน์ ท่าน ส.ส. ของทั้ง ๒ พรรค โปรดเห็นใจชาวบ้านที่เลือกท่านเข้ามาเถอะครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับการแก้ไข ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเพิ่มเติม สิ่งที่ผมจะขอก็คือการให้เกียรติ ๗๗ คนที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องไม่ดูถูกเขาครับ เขามีที่มาคือในจังหวัดเขาเลือกเขา ท่านก็ต้องควรให้เกียรติ เพราะมิฉะนั้นการแข่งขันจะไม่มีความเชื่อใจกันเลยหรือครับ ท่านครับ แม้แต่ พ.ร.ก. ๒ ฉบับ ที่เพิ่งผ่านศาลรัฐธรรมนูญไป ท่านทราบไหมครับว่าต่างประเทศเขาพูดอย่างไร แค่มี การตรวจสอบแค่นั้นละครับ เขามองแล้วนะครับว่าอํานาจรัฐถูกท้าทาย จริง ๆ นะครับ รู้อยู่ว่า น้ําท่วม สิ่งที่ควรจะต้องเห็นใจแล้วก็สร้างสรรค์ เพราะท่านมาตรวจสอบการใช้เงิน ของรัฐบาล กระผมกลับมีความรู้สึกว่านั่นน่าชื่นชมเป็นการทําเพื่อการสร้างสรรค์ ทุกคน ก็ชื่นชมครับว่าเราทําเพื่อการสร้างสรรค์ ถ้าเขาผิดเพราะว่าการใช้เงินไม่ถูกต้องมีการคอร์รัปชัน ท่านลงให้ตายเลยครับ แต่ถ้าหากว่ามีการไม่เชื่อใจ ไม่ไว้ใจกันก็เป็นเช่นนี้ละครับประเทศชาติ ครม. หรือรัฐบาลเปลี่ยนได้ทุกกี่ปี ๒-๓ ปีเปลี่ยน บางครั้งไม่ถึงปีก็เปลี่ยน นี่ละครับ เช่นกันนะครับ เมื่อเปลี่ยนคนก็คือเปลี่ยนคนฝึกงานใหม่ เปลี่ยนคนทํางานใหม่ประเทศชาติ ก็ไม่ต่อเนื่อง นี่ละครับคือสาเหตุของการทําให้ประเทศชาติเรา ตอนนี้ในอาเซียนนะครับ ท่านประธานบอกว่าเป็นประเทศที่ ๙ แล้วครับ ล้าหลังเป็นประเทศที่ ๙ ใน ๑๐ ประเทศนี้ ท่านจะเป็นประเทศที่ ๑๐ หรือเปล่าครับ ที่เราต้องถอยหลังไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ กระผม จึงขอความกรุณาท่าน ส.สที่มาจากการเลือกตั้งทั้ง ๒ ฝ่าย โปรดกรุณาครับถ้าท่าน จะตรวจสอบการคอร์รัปชันของท่าน ท่านตรวจสอบเถอะครับ อย่างเช่นกรณีที่บอกว่า มีการลงประชามติ กระผมก็เห็นด้วยนะครับเพราะอย่างไรก็ตามการลงประชามติก็คือ เสียงของประชาชน ท่านยังไม่ทราบเลยว่า สสร. มาจากใคร มาได้อย่างไร ให้เขาเลือกก่อนนะครับ เมื่อไม่ถูกให้เขาตัดสินใจ ประเทศชาติคือของทุก ๆ คน ไม่ใช่นักการเมืองคนใดคนหนึ่ง ในสภาแห่งนี้ ดังนั้นสิ่งที่ท่านกําลังถกเถียงกันอยู่นี้คือท่านเอาข้อที่เกิดผลประโยชน์ ของพวกเราเองมาแข่งกันเองอย่างนี้ รัฐบาลพยายามจะแก้เราต้องให้โอกาสเขา เราต้อง ตรวจสอบในการที่เขาจะใช้เงินอย่างไร เขาทํางานไปด้วยเรื่องของเศรษฐกิจ เขาทํางาน ไปด้วยเรื่องของการแก้ไข เขามีคนหลายคน เขามีหลายสมองนะครับ เขาช่วยกันคิด ให้เวลาเขาในการวางแผน ขอให้เกียรติซึ่งกันและกันนะครับ ท่านตรวจสอบเถอะครับ เห็นไหมครับ กยศ. ก็ยังมีการคอร์รัปชัน แม้แต่ระดับมหาวิทยาลัยยังมีการคอร์รัปชันกัน อย่างนั้นอีก ท่านตรวจสอบในสิ่งเหล่านี้แล้วท่านก็ลงให้ผิด จับให้ได้แล้วก็เอาให้ตายไปเลยครับ เราอย่ามาแข่งกันด้วยวาทะ แข่งกันด้วยวาจาไม่เกิดประโยชน์เลยครับ ให้ความเป็นธรรม กับพี่น้องประชาชน สิ่งที่ไม่ได้เป็นมาตรฐานเดียวกันก็ขอให้ใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน อะไรที่เป็น สองมาตรฐานก็โปรดแก้ไขเถอะครับ ทําให้เป็นนิติธรรม นิติรัฐ ท่านครับ แม้แต่ผมเดินทางไปต่างประเทศเขาถามว่ารัฐธรรมนูญของคุณนี้ทําไม ส.ว. มาสมัยเดียวฝึกงานจนเป็น เว้น ๑ วาระ ผมบอกรัฐธรรมนูญท่านเขียนไว้อย่างนั้นนะครับ ๑ วาระแล้วก็ฝึกใหม่ ชุดใหม่เข้ามาก็ไม่ต่างกับ ครม. หรือรัฐบาลหรอกครับเข้ามา ๒ ปี เปลี่ยนใหม่ ฝึกใหม่ก็อย่างนี้นะครับ ประเทศชาติถูกหัวเราะเยาะ ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือครับ อันนี้ขอความกรุณาโปรดทํางานอย่างสร้างสรรค์กัน

แล้วก็อีกข้อหนึ่ง ก็คือผมต้องเห็นด้วยกับท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ผมชื่นชมแม้ท่านจะเป็นผู้นําของการปฏิวัติ คนเราทุกคนยังมีเวลาเปลี่ยน ทุกอย่างก็เปลี่ยนได้ กระผมเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านทําอยู่ ส่วนในกรณีที่มีการใช้สถาบันเพื่อมาโจมตีซึ่งกันและกันผมขอความกรุณาครับ พระองค์ท่าน อยู่เหนือสิ่งอื่นใดเราต้องไม่ใช้สิ่งเหล่านี้มาทําร้ายซึ่งกันและกัน คนไทยฟังแล้วเศร้าใจนะครับ ผม พี่น้องชาวขอนแก่นมีความรู้สึกว่าเหนื่อยใจกับการกระทําที่ไม่ได้มาตรฐาน การกระทําที่เห็นกันสองมาตรฐานชัด ๆ เท่านี้ ยิ่งทําให้เกิดความแตกแยกมากขึ้น พวกเรา ควรจะไปจังหวัดใดก็ได้ ไปด้วยความสง่าผ่าเผย ไปด้วยความรู้สึกทุกคนชื่นชมเหมือนในอดีต ไม่ควรที่จะเกิดความรู้สึกว่าไปที่ไหนแล้วเกิดความรู้สึกไม่สบายใจ มีสีต่าง ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง

อีกข้อหนึ่งครับ กระผมขอเรียนนิดหนึ่งครับว่าการที่รัฐบาล ผมยืนยัน ส่วนหนึ่งนะครับ ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมได้พูดไว้นะครับว่าท่านไม่ให้แตะต้อง เรื่องมาตรา ๑๑๒ กระผมเองก็คนหนึ่งที่เห็นว่าพวกเราทุกคนมีพระองค์ท่านอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้นสิ่งเหล่านี้ไม่ควรจะนําสถาบันมากล่าวโดยเป็นประจําเช่นนั้น กระผมขอพูดผ่านนะครับ ถ้ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยแตะต้องสถาบันในสิ่งที่ท่านได้พูดเป็นประชาคมออกไปแล้ว กระผมคนหนึ่งที่จะร่วมต่อต้านท่าน ผมไม่เห็นด้วยนะครับ ฉะนั้นเราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ท่าน ส.ส. ต้องให้เกียรติและท่านพูดแล้วว่าท่านจะไม่แตะต้อง มาตรา ๑๑๒ ท่านต้องให้เกียรติ มิฉะนั้นเถียงกันไม่จบหรอกครับ แล้วท่านเองก็จะช่วงชิงอํานาจโดยใช้สถาบันมาเป็นข้ออ้าง วันนี้พูดไปก็เกิดปัญหากันอีก ผมขอให้ยุติสิ่งเหล่านี้นะครับ เราช่วยกันทํางานเพื่อสร้างสรรค์ ประเทศชาติเราถูกน้ําท่วมทําอย่างไรให้ประเทศชาติเขาเกิดความเชื่อมั่น เมืองนอกมาลงทุน แล้วมีความรู้สึกอยากอยู่กับเราต่อไป ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมชาย แสวงการ ๘ นาทีนะครับ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คงต้องเรียนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ใน ๓ ร่างของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ผมต้องเรียนเลย ครับว่าผมไม่เห็นด้วย เหตุผลที่ไม่เห็นด้วยดังนี้ครับ

รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ แล้วก็เคยแก้ไขแล้ว แต่สิ่งที่ท่านและได้ทํามาตลอดก็คือ บอกว่ารัฐบาลที่แล้วแก้ ๒ มาตรา ๓ มาตรา รัฐบาลนี้แก้เพียงมาตราเดียว แต่สิ่งที่ท่านแก้นั้น เป็นมาตราหัวใจ เป็นสิ่งที่แก้แล้วเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญ เป็นการขัดรัฐธรรมนูญครับ ผมเรียนว่าท่านกําลังทําผิดรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ในหมวด ๑๖ ที่ท่านเขียนไว้ ถัดจากนั้นครับ สสร. ที่กล่าวอ้างว่าจะเป็นประชาธิปไตยนั้น เป็นภาพลวงตาที่ท่านบอกกับสังคมว่าประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งแต่เพียงอย่างเดียว ที่มา ของ สสร. ๙๙ คน ผมจะลองชี้ให้ดูนะครับ ๒๒ คนผ่านสถาบันการศึกษา แล้วผ่านจากไหนครับ เข้ามาผ่านในสภานี้ ท่านมีมือที่เยอะกว่า ได้คนที่เลือกไปแน่นอน ๒๒ คน มีการล็อกมาจาก ในสถาบันการศึกษาซึ่งหลายส่วนก็เข้าไปเป็นกรรมการสถาบัน ๗๗ คน ไม่ต้องพูดถึงครับ อาจจะมีหลงมาบ้างสักคน ๒ คนอย่าง ส.ว. ในกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นใน ๙๙ คน ๙๒-๙๕ คน ก็เป็นคนของท่านนั่นละครับ ผมก็ต้องเรียนว่าเพราะฉะนั้นสิ่งที่จะถามต่อไปนี้ สิ่งที่ท่านยังไม่ได้ตอบ แล้วผมก็คงจะ ไม่พยายามไปแอบอ้างสถาบันเหมือนที่หลายคนกําลังจะพยายามกล่าวหา แต่ผมคิดว่า รัฐบาลผู้เสนอกฎหมายต้องมีความชัดเจนครับว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่สงสัยอยู่นั้นจะต้อง เคลียร์ให้ชัดก่อนลงมติ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเรายอมรับครับว่าทําได้ แต่ทําแล้ว พอยกร่างรัฐธรรมนูญสิ่งต่าง ๆ จะหายไปหมดตั้งแต่มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๓๐๙ คณะกรรมการสมานฉันท์เองก็เสนอประเด็น ความจริงถ้าอยากจะแก้รัฐธรรมนูญ เราก็รู้ครับว่า อยากจะแก้มาตราไหน จะแก้ที่มาของ ส.ว. ก็แก้สิครับ จะแก้เรื่องมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ แก้สิครับ จะแก้มาตรา ๒๓๗ เพื่อแก้เรื่องการยุบพรรค ก็แก้สิครับ หรือจะแก้มาตรา ๓๐๙ เพื่อช่วยเหลือใครบางคน ก็แก้เลยครับเสนอมาเลย อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่ากล้าหาญ และชัดเจน แต่การที่ไปแอบอ้างแล้วใช้ สสร. หลอกลวงประชาชน จะทําให้เกิดความสับสน สิ่งที่ยังไม่ได้มีคําตอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่มาขององค์กรอิสระต่าง ๆ ซึ่งในเหตุผล และหลักการได้เขียนแล้วครับว่ามีหลายองค์กรที่อาจจะต้องถูกยกเลิกไป หรือเปลี่ยนที่มา ไม่ว่าจะเป็นคําถามเรื่องศาลปกครอง ไม่ว่าจะเป็นคําถามเรื่องที่มาของ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็น คําถามเรื่องที่มาของ กกต. และองค์กรตรวจสอบทั้งหมด รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีครับ มาจาก สสร. แต่ สสร. ที่มาก็ต่างกันกับ สสร. ที่ท่านกําลังจะเขียน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาจากการตกผลึกของสังคมร่วมกัน มีกรอบ มีกติกาก่อนจะมาเขียน แต่นี่ท่านกําลังจะร่าง สสร. ที่ไม่มีกรอบ ไม่มีกติกา แล้วองค์กรอิสระตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งเคยมีมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็มาแก้ไขในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาจากจุดโหว่ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งทําให้อํานาจรัฐมากเกินการตรวจสอบ ทําให้องค์กรอิสระ ท่านลองนึกภาพดูสิครับว่าที่มาของ ป.ป.ช. ในขณะนั้นเป็นอย่างไร ที่มาของ กกต. ขณะนั้น เป็นอย่างไร บัดนี้กําลังจะทําสิ่งเหล่านั้นกลับไปเช่นเดิมใช่หรือไม่ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีข้อดีเยอะมากครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหมวดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น หมวดในเรื่องของการให้ความเป็นธรรมต่าง ๆ ที่สําคัญครับ มาตราที่ผมคิดว่ารัฐบาล ต้องตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง ขึ้นมาตอบ แล้วยังไม่เกิดความชัดเจน ผมคิดว่า ตอบเสียให้ชัดเจน หมวด ๒ เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ได้มีเพียงมาตราเดียว มีตั้งแต่ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ซึ่งผมต้องเรียนในชัดเจนว่ามันมีความสงสัยอยู่หลาย ๆ ประการ เพราะในการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ขนานเป็นแนวเดียวกันกับมวลชนของท่านนั้น ไม่ว่า จะเป็นกลุ่มนิติราษฎร์ กลุ่มของคุณธิดา กลุ่มต่าง ๆ นั้นเคยพูดถึงเรื่องการจะเปลี่ยนแปลง องคมนตรีซึ่งเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่จะ ห้ามพระมหากษัตริย์แสดงปาฐกถาหรือแสดงพระราชดํารัส ไม่ว่าจะต้องเป็นการสาบานตน อะไรต่าง ๆ ของนักวิชาการกลุ่มหนึ่ง มาตรา ๘ ยังคงเขียนไว้ชัดเจนเรื่องของ องค์พระมหากษัตริย์ทรงยังดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่สักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ท่อนสําคัญ คือวรรคต่อมาอีกครับ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดมิได้ นั่นก็คือ ต่อเนื่องไปถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ซึ่งมีคณะกลุ่มหนึ่งกําลังออกไปรณรงค์ ควบคู่กับการแจกใบปลิวเถื่อน ซีดีเถื่อน โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมก็เรียนครับว่า กลุ่มที่เดินเคลื่อนไหวไปพร้อม ๆ กันนั้นไม่อยากจะกล่าวหาครับว่ารัฐบาลปากว่าตาขยิบ ขณะเดียวกันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที (ICT) บอกว่าจะปราบเว็บไซต์เถื่อน วันนี้ ท่านเข้าไปในเว็บไซต์เถื่อนที่ไหนก็ได้ครับ ก็ยังเจอสิ่งเหล่านี้อยู่เต็มไปหมด นั่นคือความสงสัย และความระแวงต้องตอบละครับว่าในมาตราต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับองค์พระมหากษัตริย์ ในมาตราที่เกี่ยวข้องกับการเลือกและแต่งตั้งองคมนตรี การสืบสันตติวงศ์ การแต่งตั้ง ผู้สําเร็จราชการต่าง ๆ ตั้งแต่มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ นั้น ท่านจะดํารงไว้ทุกถ้อยคํา ทุกมาตราโดยไม่มีการแตะ อย่าพูดลอย ๆ ผมคิดว่าอันนี้เป็นสัญญาที่ผมอยากให้บันทึกไว้ ในสภาแห่งนี้

นอกเหนือจากสิ่งที่ต้องบันทึกต่อไป ก็คือว่าในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เราคงไม่อยากเห็นครับว่าท่านยึดอํานาจฝ่ายบริหารแล้ว ท่านยึดอํานาจฝ่ายนิติบัญญัติแล้ว ท่านกําลังจะยึดอํานาจฝ่ายตุลาการและองค์กรอิสระอีก มิเช่นนั้นสิ่งที่จะเกิดการตรวจสอบ ถ่วงดุลกันใน ๓ อํานาจอธิปไตยของไทย ของชาตินั้นคงทําไม่ได้นะครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ ผมคิดว่ารัฐบาลต้องตอบให้ชัดเจน แล้วก็ต้องบอกกับประชาชนครับ เพราะวันนี้ผลสํารวจ ของนิด้าโพลเขาออกมาแล้วครับว่า ๕๘.๔ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของการยกเลิก รัฐธรรมนูญที่รัฐบาลกําลังทําอยู่

(นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธารัฐสภา

ท่านสมชาย มีผู้ประท้วง เชิญคุณหมอครับ

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เหวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมไม่ต้องการที่จะรบกวน บรรยากาศของการอภิปรายเลย แต่ว่ามีหลายประเด็น ผมพยายามทนฟังเพื่อที่จะฟัง ให้ครบถ้วน แต่ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ และขออนุญาตประท้วง ท่านผู้กําลังอภิปราย เพราะหลายเรื่องไม่เป็นความจริงครับ อาทิเช่น ท่านกล่าวหารัฐบาลว่า ปากว่าตาขยิบในเรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อันนี้เสียหายรุนแรงครับ เสียหาย รุนแรงมาก ผมกราบเรียนท่านประธานขอความกรุณาให้ผู้อภิปรายกรุณาถอนเถอะครับ ไม่มีครับ ไม่มีจริง ๆ ครับ ไอซีทีปราบเว็บไซต์เถื่อนกี่หมื่นเว็บไซต์ครับ จนทั่วโลก เขาประท้วงประเทศไทยอยู่ในวันนี้นะครับ เพราะฉะนั้นที่ท่านกล่าวหาทุกอย่าง ถ้ามีความจริง กรุณาเอามาเสนอหน่อย อย่าพูดโดยไม่มีความจริงครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานช่วยกรุณา วินิจฉัยด้วย แล้วขอความกรุณาอย่าไปพูดถึงคนซึ่งไม่มีโอกาสมาแถลงในสภาแห่งนี้ ผมว่าท่านควรจะต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรมครับ ใครก็ตามที่ไม่ได้อยู่ในสภา อย่าไปกล่าวถึงเขาครับ เพราะฉะนั้นเอากลับมาเรื่องประเด็นนี้ก็คือว่า ผู้อภิปรายได้กล่าวหา รัฐบาลว่ารัฐบาลนี้ปากว่าตาขยิบในเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมพยายามทน แล้วผมพยายามรักษามารยาทที่จะไม่ประท้วง แต่อย่างนี้ไม่ได้ครับ รัฐบาลเสียหาย ท่านประธานโปรดพิจารณาแล้วขอให้ท่านผู้อภิปรายถอนด้วยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาละครับ บรรยากาศ กําลังมาดีนะครับ เอาว่าผมคงยังไม่ให้ถอน แต่อยากเตือนท่านผู้อภิปราย ไม่อยากให้วกวน ซ้ําซากอยู่ในเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วก็เห็นด้วยกับท่าน ส.ว. ประเสริฐ เมื่อสักครู่ท่านก็พูดได้ดีมาก ไม่อยากให้ท่านวนอยู่กับเรื่องที่ว่านี้

นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ขอนแก่น

ขอบคุณ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ พอเถอะครับ เอาละครับ สมควรแล้วครับ

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ปากว่าตาขยิบครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ทราบครับ เชิญท่านต่อครับ

นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ขอนแก่น

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผมเพียงแต่ต้องการถามรัฐบาลครับ โดยเฉพาะท่านรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ให้เกิดความชัดเจนเท่านี้เองครับ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ จะไม่แก้ไข ท่านตอบแค่นี้ผมพอใจ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ๘ นาทีนะครับ

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา มุกดาหาร 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมรู้สึกมีความสุขมากครับ ที่ได้มีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามาในรัฐบาลชุดนี้ เนื่องจากว่าเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๑ กระผมเป็นสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรก แล้วก็ได้มีประชาชนมายื่นรายชื่อ จํานวน ๑๕๐,๐๐๐ รายชื่อ ให้กับสมาชิกรัฐสภา ผมไปรับที่หน้ารัฐสภาครับ แต่ว่า จากรัฐบาลชุดที่แล้วก็ได้รับรายชื่อเหล่านั้นเข้ามาพิจารณาในสภาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าตกไปนะครับ ในวันนี้ผมจึงมีความสุขมากที่ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สาเหตุ ที่มีความสุขก็เพราะว่าตามที่รัฐบาลได้ยืนยันแล้วว่าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะไม่มี การแก้ไขหมวด ๒ ส่วนพระมหากษัตริย์ อันนี้ผมก็มีความสุขมากเช่นเดียวกัน แต่การแก้ไข รายละเอียดอื่นนั้นผมก็เห็นว่าได้เวลาอันสมควรที่จะมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ สักทีหนึ่ง ตั้งแต่ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมา การที่จะมาทํางานในฝ่ายรัฐสภาก็ดี ฝ่ายบริหารก็ดี ก็จะไม่มีความสุขเลยนะครับ เนื่องจากว่ามีการประท้วงปิดล้อมสภาหลายครั้ง และรัฐบาลก็ล้มไป ๓ รัฐบาลแล้ว ๒ รัฐบาลล้มไปก็คือท่านสมัคร ท่านสมชาย และท่านอภิสิทธิ์ก็ยุบสภา ก็ถือว่าล้มไป ๓ รัฐบาล เพราะฉะนั้นรัฐบาลที่ ๔ นี้ก็มีควรจะมี การแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศชาติของเราในขณะนี้ชาติไทยต้องการความรัก ความสามัคคีต้องการความปรองดองของคนในชาติ เพราะฉะนั้นได้เวลาแล้วที่ทุกคน ที่มีความเห็นต่างในเรื่องความคิดเรื่องอุดมการณ์ก็ควรจะมีการสังคายนาเกี่ยวกับการแก้ไข รัฐธรรมนูญด้วยกัน ใครมีความเห็นอย่างไรก็เอาไปทําประชาพิจารณ์เพื่อประโยชน์ ของประเทศชาติ ในอดีตที่ผ่านมา จอมพล ป. พิบูลสงคราม ในขณะที่สงครามโลก ครั้งที่ ๒ ท่านได้บอกว่าเชื่อผู้นําชาติพ้นภัย ในขณะนั้นผู้นําเกือบจะหมดท่าแล้ว ในที่สุดประเทศไทยเรา ก็รักษาอธิปไตยไว้ได้นะครับ ซึ่งก็ทําให้พ้นจากการเป็นผู้แพ้สงคราม ส่วนในปัจจุบันนี้ นับตั้งแต่ปี ๒๔๘๒ เป็นต้นมาก็ปรากฏว่าคนไทยไม่เชื่อผู้นํา ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่า ที่ไม่เชื่อผู้นําก็คือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมาจากพี่น้องประชาชน ก็มีการปฏิวัติ สาเหตุ ที่มีการปฏิวัติก็คือบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ไม่เชื่อผู้นําที่จะบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้ จึงได้ ปฏิวัติ พอมีปฏิวัติเสร็จก็มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเข้ามา ไม่นานก็มีการปฏิวัติอีก เช่นเดียวกันนะครับ เพราะฉะนั้นจนถึงปัจจุบันนี้คนไทยก็ยังไม่เชื่อผู้นําอีก ผู้นําคนไหนขึ้นมา ก็มีการประท้วงขับไล่ ถอดถอน เพราะฉะนั้นในการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ ผมก็อยาก จะฝากไปยัง สสร. ที่จะมีขึ้น ๙๙ คนว่า

ประเด็นที่ ๑ ขอความกรุณาให้คงหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ไว้ เนื่องจากว่า ประเพณีการเมืองการปกครองของไทย ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ เป็นต้นมาได้มี การตรารัฐธรรมนูญไว้ในลักษณะนี้ตลอดมาเป็นเวลา ๘๐ ปีแล้ว และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งต่อไปก็ควรจะคงไว้ตลอดไปนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะให้มีการแก้ไขก็คือการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่า ๘๐ ปีที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีมา ๓ ทาง ๑. มาจากการเลือกตั้งของ ส.ส. ๒. มาจากการปฏิวัติ ๓. มาจากการแต่งตั้งโดยเชิญบุคคลภายนอกมาเป็น เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้ อํานาจอันนี้ก็ควรมอบให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเอง ก็คือ ๑. เลือก ส.ส. โดยตรง จากประชาชนทั้งบัญชีรายชื่อและ ส.ส. เขต อันที่ ๒ ก็คือฝ่ายบริหารก็ควรจะให้ประชาชน เป็นคนเลือกโดยตรง เพราะว่าการเลือกอยู่ในสภามีปัญหาเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้าง มีสีมีสัน เกิดขึ้นไม่จบกันสักทีนะครับ ดังนั้นสิ่งที่ดีอํานาจนิติบัญญัติให้ประชาชนเลือกของเขาเอง อํานาจบริหารให้ประชาชนเลือกของเขาเอง เขาจะมีความสุข ที่ ส.ส. เลือกไป ประชาชน เขาไม่มีความสุข เพราะว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจาก ส.ส. ประชาชนบางคน เขาไม่ชอบเลยเขาไม่อยากได้ แล้วก็เป็นการกีดกันคนดีมีความรู้ที่จะมาบริหารประเทศชาติเป็นผู้นํา เป็นนายกรัฐมนตรี กีดกัน เพราะว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทั้งปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ บอกว่านายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการกีดกันคนดี เป็นการกีดกันคนที่ไม่ต้องการสังกัด พรรคการเมือง เพราะฉะนั้นโอกาสที่ สสร. ที่ควรจะทําก็ควรจะ ในส่วนนี้เอาไปทํา ประชาพิจารณ์ด้วยนะครับ ถ้าประชาชนเห็นด้วยในการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง ก็ประชาพิจารณ์กันมา ถ้าประชาชนไม่เห็นด้วยก็ถือว่าตกไป ก็เอาเหมือนเดิมผมก็ไม่ว่าอะไร คืออยากจะพิสูจน์ว่าคนไทย ในปี ๒๕๔๐ หรือปี ๒๕๕๐ ก็ไปทําประชาพิจารณ์เช่นเดียวกัน ซึ่งผมก็เคยเข้าร่วมในการทําประชาพิจารณ์ทั้ง ๒ ฉบับ ผมก็เคยเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ในที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้มีการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ปรากฏว่ารู้สึกว่า จะมีปัญหาเกี่ยวกับหลาย ๆ อย่างอยู่นะครับ ก็คืออํานาจนิติบัญญัติ พระมหากษัตริย์ทรงใช้ อํานาจนิติบัญญัติโดยรัฐสภา ทรงใช้อํานาจบริหารโดยคณะรัฐมนตรี หรือรัฐบาล และทรงใช้ อํานาจตุลาการทางฝ่ายศาลนะครับ ในปัจจุบันนี้อํานาจนิติบัญญัติและอํานาจฝ่ายบริหาร ไม่มีการถ่วงดุลกันเลย เนื่องจากว่านายกรัฐมนตรีก็เป็น ส.ส. อยู่ด้วย เป็นนายกรัฐมนตรีด้วย รัฐมนตรีหลายคนก็เป็น ส.ส. อยู่ด้วย นั่งเก้าอี้ ๒ แห่ง ๒ ที่ เพราะฉะนั้นผมว่าการบริหาร ราชการแผ่นดินของไทยไม่ถ่วงดุลอํานาจซึ่งกันและกัน ส.ส. พึ่งนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีพึ่ง ส.ส. นายกรัฐมนตรีมีเสียงข้างมากก็สามารถที่จะขอความร่วมมือจาก ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลได้ ฝ่ายรัฐบาลซึ่งทําหน้าที่เป็นรัฐบาลก็มีอํานาจที่จะถ่วงดุล ส.ส. ก็คือ ยุบสภา ต่อไปนายกรัฐมนตรีไม่ควรจะมีอํานาจยุบสภา เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้ทําความผิดเลยที่ผ่านมา ไม่เคยมีความผิดเลย นายกรัฐมนตรีไม่มีความสามารถที่จะ บริหารราชการแผ่นดินต่อไป ก็ไปยุบสภาเขานะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องมีการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีโดยตรงนะครับ ก็ขอฝากให้กับ สสร. ได้ไปดําเนินการในส่วนนี้ด้วยครับ กราบขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มาที่ฝ่ายรัฐบาล ๒ ท่านนะครับ ท่านสงวน พงษ์มณี ครับ ๑๕ นาที และตามด้วยท่านไพจิตนะครับ ๑๐ นาทีครับ เชิญ ท่านสงวนครับ

นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลําพูน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเอง จะใช้เวลาสั้น ๆ ๑๕ นาที ถือว่าสั้นที่จะพูดเรื่องใหญ่ ท่านประธานครับ มันมีความกังวล เกิดขึ้นในรัฐสภาแห่งนี้อยู่ ๒-๓ เรื่อง ที่ชัดเจนที่สุดก็คือความกังวลว่าถ้าชาวบ้านเลือกตั้งตรง มาแล้ว ๗๗ คน จะไหวหรือครับ จะเข้าใจหรือครับ เรื่องนี้มันพิสูจน์ได้ง่าย ท่านก็ดูใน สมาชิกวุฒิสภาสิครับที่เลือกมาแบบนั้น ๗๗ คนไหวไหม ดีไหม หรือว่าไม่ดีเลย วิธีง่าย ๆ ก็อย่างนี้ละ ส่วน ๒๒ คนนั้นน่ะ กลัวเหลือเกินว่าจะแก้หมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์ และกล่าวอ้างถึงคณะนิติราษฎร์ ผมจะถามว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเลือกหรืออาจารย์วรเจตน์ เรามีสิทธิที่จะเลือกนอกจากที่มหาวิทยาลัยส่งมาหรือเปล่า ไม่มี เพราะฉะนั้นถ้าเราไว้ใจ ประชาชน ไว้ใจมหาวิทยาลัยของรัฐ เราต้องเชื่อว่าทุกคนรักชาติ รักแผ่นดิน อันนี้เป็นที่ ๑ ไม่ต้องไปกลัวครับ อันที่ ๒ กลัวว่าจะรุนแรงเหลือง-แดงจะสู้กัน ไม่จริงครับ ประชาชน ที่จัดตั้งกันมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เขามีสํานึกของเขา ถ้าเมื่อไรที่เขาสู้กับรัฐ เขาเอาจริงเอาจังครับ ไม่ว่าเหลืองหรือแดง ที่ผ่านมามีตัวอย่างมาแล้ว แต่ถ้าเหลืองกับแดง จะสู้กันไม่เกิดอุบัติเหตุแน่นอน เขาชั่งใจ เขารู้ ท่านครับ รัฐธรรมนูญมันคืออะไรอยากจะพูดสั้น ๆ อีกเรื่องหนึ่ง รัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นกฎหมายสูงสุดเพียงอย่างเดียวนะครับ รัฐธรรมนูญคือ กรอบการสร้างดุลอํานาจทางสังคม ถ้าดุลอํานาจมันเสถียรมันใกล้เคียง มันไม่เอารัดเอาเปรียบกัน ไม่ต้องใช้กฎหมายมันก็ปรองดอง คําสั่ง ๖๖/๒๓ ของ พลเอก เปรมที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นคําสั่งนายกรัฐมนตรี สามารถยกเลิกความผิดทางอาญาที่เกิดขึ้นทั้งแผ่นดินได้ เพราะอะไรครับ เพราะขืนปล่อยให้ต่อสู้กันประเทศชาติจะเสียหาย หัวใจของคําสั่งนั้น มีเพียงอย่างเดียวว่าให้คนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองต่างกันอยู่ในสังคมเดียวกันได้ ถ้าเรา อยู่กันอย่างนี้ออกกฎหมายกี่ฉบับเพื่อความปรองดองก็ไม่ปรองดอง

ท่านครับ เรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่งทําไมต้อง สสร. วันนี้ยิ่งเห็นชัดว่าต้อง สสร. เพราะในสภาแห่งนี้เป็นนักการเมืองที่สั่งสมบทเรียนกันมาทุกคน ทุกคนมีต้นทุน มีมวลชนเดินตาม มีคนที่สามารถจะบอกมวลชนให้เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ เราต่างคน มีต้นทุนหมด ผมไม่ได้พูดเรื่องอื่น จะยกตัวอย่างผมเองต้นทุนเรื่องวุฒิสมาชิก ผมไม่เคยเห็นด้วย ในการที่ให้เขาเป็นครั้งเดียว เพราะอะไรครับ ไม่ได้พูดเอาใจใครนะครับ ผมมาอยู่สภาแห่งนี้ ใช้เวลา ๕ ปีถึงจะมีความรู้ขนาดนี้ เข้าใจระบบอย่างนี้ วุฒิสมาชิกคุณเข้ามาใหม่ ๆ อย่างน้อย ๓ ปีครึ่งกว่าจะรู้เรื่อง ๖ ปีก็เท่ากับเป็นหมอแล้ว เข้าใจแล้ว เก่งแล้ว มาชุดใหม่ ชุดนี้ออกไปหมด มาชุดใหม่กว่าจะเรียนรู้อีก ๓ ปีครึ่งท่านประธาน สังคมเสียหาย เพราะท่านคือผลผลิตของสังคม ท่านมากลั่นกรองกฎหมายไม่ใช่ว่ามาแต่งตั้งถอดถอนอย่างเดียว กลั่นกรองกฎหมายไม่กลับไปหาประชาชนจะกลั่นกรองอย่างไรให้กฎหมายนั้นมันมีประโยชน์ กับประชาชน ออกกฎหมายทุกฉบับรอนสิทธิประชาชนทั้งสิ้น นี่คือปัญหาที่ต้องมีความคิดว่า ไม่เป็น สสร. ไม่ได้ เพราะว่าผมเองก็มีต้นทุนอย่างนี้ ถ้าผมพูดอย่างนี้ปุ๊บ นี่เอาใจ ส.ว. นี่ ด่าอย่างนี้ เราไม่ต้องไปยุ่งเลยครับให้ชาวบ้านเขาทํา ที่จะถามว่าตรงนี้ยืนยันว่าจะแก้ไหม ต้องไปถาม สสร. ที่จะเลือกใหม่ไม่ใช่มาถามรัฐบาล ถามว่ารัฐบาลทําไมไม่แก้ปัญหา ก็ให้ สสร. ทําแล้วจะได้ไปแก้ปัญหาอย่างไร

ท่านครับ ผมเหลือเวลาอีก ๑๐ นาทีจะพูดรัฐธรรมนูญในเชิงหลักการว่าทําไม ต้องแก้ ท่านครับ ถ้าวงกลมตรงกลางนี้เป็นประชาชน ถ้าเป็นประชาชนนะ ประชาชนเลือก ส.ว. ไว้ตรวจสอบ ถอดถอน กลั่นกรอง ประชาชนเลือกฝั่งนี้คือ ส.ส. เอาไปเลือกผู้บริหาร ประเทศ เสร็จแล้วให้ตัวแทนของประชาชนร่วมกับเสนาบดีกลั่นกรองคนเข้ามาสู่กระบวนการ องค์กรอิสระให้มาเป็น ๒ เท่า แล้วให้วุฒิสมาชิกเลือกเป็นหนึ่ง นี่คืออํานาจรัฐตามมาตรา ๓ อํานาจรัฐเป็นของประชาชน อํานาจอธิปไตยเป็นของประชาชน แต่มาวันนี้อํานาจอธิปไตย เป็นแบ่งครึ่ง ยกตัวอย่างตัวเดียวเลยท่านครับ เรื่องเดียว องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระทั้งหลาย ถ้าหากมีการกลั่นกรองคัดสรรมาจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่บอกไว้ กรรมการคัดสรรนี่ กลั่นกรองมา ๕ ส.ว. ไม่เห็นด้วยเขายังยืนยันได้อํานาจอยู่ที่ไหน อํานาจอยู่ที่เสนาบดีผู้คัดเลือก เห็นไหมครับมันผิดหลักการอย่างไร แก้หลักการเสีย อย่างอื่นมันก็จะไปได้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ อํานาจอยู่ที่ชาวบ้านเขาถึงเรียกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้สร้างรัฐของพลเมือง แล้วปี ๒๕๕๐ ล่ะไม่มีใครพูดแต่ผมจะพูดเป็นรัฐของเสนาบดี เพราะเสนาบดีมีอํานาจมาก วันนี้เขตอํานาจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญมีปัญหา วันนี้จัดตั้ง องค์กรขึ้นมาหลายองค์กร ผมยกตัวอย่าง องค์กรเหล่านี้เขาก็มีปัญหา ศาลเขาก็มีปัญหา เขาไม่รู้ว่าทําไมศาลนี้จึงต้องตัดสินเรื่องนี้ได้ วันนี้มติของ ครม. นี่คือนโยบายของรัฐบาล คนตัดสินนโยบายต้องประชาชน คุณทําไม่ดีถ้าคุณทุจริตเดี๋ยวองค์กรตัดสินได้ แต่ถ้านโยบายไม่ดี ใครตัดสินครับ คราวหน้าไม่เลือกประชาชนเป็นคนตัดสิน แต่วันนี้สามารถให้ศาลปกครอง พิจารณานโยบายได้ว่าใช้ได้หรือไม่ได้ จะชอบหรือไม่ชอบ ถ้าเป็นอย่างนี้เราต้องเลือกตั้ง ทําไม ก็ให้ศาลปกครองเป็นคนเลือกไปสิ นี่คือเหตุผลที่หลักการอย่างหนึ่งมันต้องดู ไม่ได้ทําลายใครนะครับ

ท่านครับ หลายคนบอกว่าคนแก้รัฐธรรมนูญต้องถูกถอดถอนเพราะคุณ ล้มล้างรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญหลัก ๆ ท่านประธานครับ มีแค่ ๗ มาตรา นี่คือบททั่วไป ๗ มาตรา วันนี้รัฐธรรมนูญของเรานี่ขาดสภาพบังคับตามมาตรา ๖ ผมคุยกับ ผู้พิพากษาหลายท่านครับ นั่งคุยกัน นั่งสนทนาธรรมกัน วันนี้เขาบอกว่ากระบวนการคิด ในระบบนี่ไม่ค่อยมีการพิพากษาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖ เลย มาตรา ๖ เขียนไว้อย่างไรครับ กฎหมาย ระเบียบ กฎข้อบังคับใดขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญนี้ เป็นอันใช้มิได้ แต่วันนี้ เราตัดสินตามกฎหมายหมดเลย เพราะอะไรครับ เพราะสภาพบังคับของรัฐธรรมนูญมันไม่ชัด ข้อโต้แย้งบางอย่างเต็มไปหมด ปัญหาบางอย่างไม่น่าจะรกศาลก็รกศาล เพราะอะไรครับ เราไม่มีมาตราที่ว่าด้วยการบริหารราชการแผ่นดิน เราไม่มีตําแหน่งทางการเมืองในระบบราชการ ต่อไปมันน่าจะมีไหม ใครขึ้นมาก็คนชุดนี้ขึ้นเลย ขึ้นเพราะการเมือง ถ้านักการเมืองกลุ่มนี้ ขึ้นเป็นรัฐบาล ไป คุณก็ต้องไป เหมือนบ้านอื่นเมืองอื่น แต่วันนี้พอคุณขึ้นมาเพราะการเมือง พอเขาจะไปแตะหน่อยฟ้องศาลปกครองเลยว่าแทรกแซง ชาวบ้านตาดํา ๆ เขาเจ็บปวด กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ตรงไหน เอาเรื่องเดียวท่านครับ เราหาเสียงไว้อย่างไรก็ตามนะครับ วันนี้คนหาเสียงและคนคุมยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งเป็น ส.ส. นั้นไม่มีสิทธิ ไม่มีโอกาสเข้าไป ทํางานร่วมกับฝ่ายประจําเลย ท่านดูนะครับ ผมพูดเรื่องพรรคผม เราบอกว่าเอสเอ็มแอล (SML) หมู่บ้านขนาดเล็ก ๓๐๐,๐๐๐ บาท ขนาดกลาง ๔๐๐,๐๐๐ บาท ขนาดใหญ่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ฝ่ายประจําเขียนเราเข้าไปไม่ได้เลย เขียนเสร็จเลย ขนาดเล็กมี ๓ อย่าง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท เปลี่ยนแปลงนโยบายหมด เขียนเป็นเล่มเลย ส่งไปทั่วประเทศ ชาวบ้านก็มาว่าเรา เราก็ไปคุย กับข้าราชการประจําเมื่อมีปัญหาแล้ว บอกว่าไม่ใช่นะ เจตนารมณ์เป็นอย่างนี้ ก็ปรับใหม่ กว่าจะใช้ได้ตั้งหลายเดือน วันนี้เอาอีกแล้ว พักหนี้จะพักไม่ได้อีกแล้ว ทางราชการก็บอกว่า กระทรวงการคลังบอกว่าต้องทําตามระเบียบ พักหนี้ไม่ได้ต้องเป็นหนี้ ปปน. คือ ปรับโครงสร้างหนี้เท่านั้น กับหนี้เอ็นพีแอล (NPL) ผมบอกไม่ใช่ เราหาเสียงว่าถ้าไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท พัก เขาบอกไม่ได้ผิดระเบียบ นั่นเขาไม่ได้เป็นเราอย่างไร ถ้ามีแต่ระเบียบ ไม่ต้องมีนโยบายก็ไม่ต้องมีรัฐบาล ไม่ต้องมีการเลือกตั้ง ที่มีนโยบายเพราะเราถือว่า ระเบียบคุณไม่ถูก ระเบียบคุณใช้ไม่ได้ ชาวบ้านเดือดร้อน นี่คือเราทําอย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ วันนี้ความยากลําบากนี้ใครเดือดร้อน ชาวบ้าน จะช่วยชาวบ้านไม่ได้เลย ถ้าน้ําท่วมนี่ครับ วันนี้ต้องใช้หน้า ใช้ปาก เดินไปหา เขียนหนังสือไม่ได้ ถูกถอดถอนครับ รับของยังต้องถูกถอดถอนเลย นี่คือปัญหาของรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ ไม่เกี่ยวกับชาวบ้าน ไม่จริงครับ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าหากว่าเราจะสร้างดุลอํานาจ ทางสังคมให้ทัดเทียม เราควรจะทําอย่างไร ก็คิดว่าองค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลายขณะนี้ ทํางานแล้วครับ เมื่อประชาชนบอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลเห็นด้วยกับการแก้ รัฐธรรมนูญ องค์กรตามรัฐธรรมนูญท่านทํางานแล้ว ท่านประธานครับ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ท่านทํางานแล้ว ท่านทําตามหน้าที่ ตามกฎหมาย ตั้งคณะทํางานมา ๑๐ คน เพื่อเสนอความเห็น ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้ผมคิดว่าศาลเขาก็ต้องมีการคิดว่าเขาจะปรับปรุงอย่างไร จะทําอย่างไร หลายหน่วยงานเขาจะมาที่ไหน ไม่ใช่มาที่รัฐบาล ไม่ใช่มาที่รัฐสภา เขาจะพุ่ง ตรงไปที่ สสร. ที่กําลังจะเลือกขึ้น ผมคิดว่าเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลจะได้แก้ปัญหาบ้านเมือง เป็นโอกาสดีที่ว่าเราจะมีคณะบุคคลคณะหนึ่งต้องรับฟังความเห็นจากประชาชน ทีนี้หลายคนก็บอกว่าทําไมต้อง ๗๗ คนเท่านั้น ทําไมไม่เป็นไปตามสัดส่วนประชากร นี่ไม่ใช่อัตราส่วน นี่เป็นเรื่องของสัดส่วนปัญหา ผมอยู่จังหวัดลําพูนมี ๘ อําเภอ สสร. ของผม ต้องไปรับฟัง ๘ เขต กรุงเทพฯ นี่ต้องรับฟัง ๕๐ กว่าเขต จังหวัดเชียงใหม่ต้อง ๒๕ เขต รับฟังปัญหามาแล้วเอาปัญหามาโซล์ว (Solve) กันที่ในกรุงเทพมหานคร เหมือนที่ทํา ใน สสร. ตอนนั้น ในที่สุดปัญหาจะแก้อย่างไร จะเขียนอย่างไร ทางท่านนั้นก็ถูกกํากับดูแล โดยใครครับ โดยสื่อ โดยพวกเรากันเอง โดยพี่น้องประชาชน แล้วที่สุดมันจะออกมาดี ท่านครับ การประชามติครั้งนี้จะไม่เหมือนเดิมแน่นอน ท่านประธานที่เคารพ มันจะ ไม่เหมือนเดิมตอนไหนครับ ตอนที่ผมเป็นชาวบ้านนี่ ตอนนั้นไม่ได้เป็นนักการเมือง จะคัดค้านหรือไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ชุมนุมปุ๊บ เป็นอย่างไรครับ ชุมนุมเชิญคุณจาตุรนต์ ไปพูด ยังไม่ทันจะพูดเครื่องบินมาบินวนเลยครับ นี่หรือครับ ประชามติที่ชื่นชมกัน ทั้งประเทศ คนจะเดินมานี่ ท่าน ส.ส. หลายท่านต้องใช้ผู้หญิงไปกันนะครับ เพราะตํารวจ มาปิดทางหมดเลย นี่หรือการประชามติที่ผ่านมาแล้วชื่นชม หลายจังหวัดในภาคเหนือ ก็ยังชนะอยู่ เพราะอะไร เพราะไม่เห็นด้วยกับกระบวนการอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมจึง เรียนท่านประธานว่าวันนี้ โอกาสนี้ เรามีโอกาสที่จะร่วมกันแสดงความคิดเห็นเพื่อผลักดัน ให้เกิดการแก้ไขปัญหา ผมคิดว่าภารกิจทางประวัติศาสตร์ของเราได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เรามาช่วยกันเขียนประวัติศาสตร์ของประชาชนว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตหนึ่งที่เราเป็นสมาชิกรัฐสภา ได้มีโอกาสผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยประชาชน และให้ประชาชนนั้น เน้นให้ประชาชนแก้ไขปัญหาของประเทศชาติโดยผ่านการรับฟังความคิดเห็น หากจะเพิ่มเติมตรงไหน ใครที่มีโอกาสได้เป็นกรรมาธิการครับ ก็ช่วยรับฟังความคิดเห็น เพื่อนสมาชิกรัฐสภาก็ช่วยเข้าไปแปรญัตติให้มันหลากหลาย ให้มันดีขึ้น ให้มันงดงามขึ้น ให้มันมีประโยชน์มากขึ้น ชาวบ้านก็จะได้ประโยชน์ สังคมก็จะได้ประโยชน์ วันนี้ต้นทุน ของพวกเราที่มีอยู่วันนี้ดีมากครับ อดทนฟังความเห็นที่ต่างจากเรา อดทนฟังความเห็น ที่ไม่เหมือนกับเรานี่มันสร้างสรรค์ครับ แล้วไม่ต้องกลัวความรุนแรงครับ วันนี้สังคมจะเป็น ผู้ให้คําตอบเรา ขอร้องอย่างเดียว ท่านประธานครับ ส่งผ่านไปยังสื่อมวลชน ถ้าท่านทําให้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นวาระแห่งชาติ ผมคิดว่าวันนี้ครูบาอาจารย์ทั่วประเทศ ซึ่งเขา เป็นปัญญาชนในชนบท เขาพร้อมที่จะร่วมกับเราหลายแสนคน ปัญญาชนในชนบทมีตั้งแต่ ปริญญาตรีถึงปริญญาเอกนะครับ ถ้าเขาได้สนใจเรื่องนี้ผมเชื่อว่าชาวบ้านจะเข้าใจมากขึ้น วันนี้ ชาวบ้านคิด ชาวบ้านทํา ชาวบ้านรู้ ชาวบ้านเข้าใจ ไว้ใจเขาเถอะครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ฝ่ายค้านช่วยส่ง รายชื่อด้วยนะครับ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ๑๐ นาทีครับ

นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ การทําหน้าที่ในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ซึ่งกระผมเป็นหนึ่งในจํานวนของคณะที่ได้ยื่นขอแก้ไข รัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นภารกิจของนักการเมืองร่วมสมัยที่ต้องสร้างประวัติศาสตร์ของชีวิต การเป็นผู้แทนราษฎรที่มีความสําคัญ ท่านประธานครับ ฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ คือมรดกบาป ที่เกิดจากการยึดอํานาจของประชาชน คนที่ได้อํานาจโดยสุจริตต้องถูกการใช้อํานาจที่มิชอบ แล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่ ผมกราบเรียนว่าข้อกําหนดที่ทําลาย คุ้มครองจนให้ คณะที่ทําการรัฐประหารมีอํานาจล้นฟ้า ล้นแผ่นดิน ก็คือมาตรา ๓๐๙ ที่บอกว่าทําทั้ง ก่อนการปฏิวัติ ก่อนยึดอํานาจ ขณะยึดอํานาจ หลังการยึดอํานาจแล้วยังชอบ ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นการสร้างเกราะที่ปกป้องและเป็นพิษเป็นภัยอย่างยิ่ง ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมไม่ถือว่าเป็นความบกพร่องหรือเกิดเหตุที่เกิดแทรกซ้อน แต่มันเป็นผล ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ไม่ได้คิดวาดฝันว่าจะมีเหตุการณ์ปราบปรามการชุมนุมผู้บริสุทธิ์ มีการเสียชีวิตมากมาย โหดเหี้ยมและที่สุดของที่สุดกลางกรุงเทพมหานคร ตาย ๙๑ คน บาดเจ็บ ๒,๐๐๐ คน กลางกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศ บรรยากาศทั้งหลาย เสียหายไปหมด เพราะผลพวงจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ทําลายพรรคการเมือง นักการเมืองต่างมีอุดมการณ์ มีความใฝ่ฝันที่จะทํา หน้าที่ตามระบอบประชาธิปไตย แต่ที่สุดพอรัฐธรรมนูญฉบับนี้ออกมา มีการให้อํานาจ และเป็นผลที่ทําให้เกิดการยุบพรรค ตัดสิทธินักการเมือง ที่สุดแล้วนักการเมืองหลายคน พรรคการเมืองเสียหายครับ ท่านประธานครับ เกิดงูเห่าภาค ๒ ภาค ๓ ที่สุดแล้วก็เป็นผล ที่ทําให้นักการเมืองอ่อนแอ ได้รับการดูหมิ่นดูแคลนจากประชาชน วันนี้จึงเป็นเหตุที่สําคัญ ที่จําเป็นที่ต้องพยายามทํากันอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้พยายามที่จะให้มีการแก้ไข แต่ยังไม่สําเร็จ ได้สําเร็จไปบ้างเป็นบางส่วน แต่คราวนี้ท่านประธานครับ กระผมและคณะพรรคเพื่อไทย ต้องถือว่าแม้นของรัฐบาลเอง ๑ ฉบับที่รัฐบาลเสนอขึ้นมาได้แสดงความจริงใจ ต่อพี่น้องประชาชน ทั้งต่อหน้าและลับหลังการมีอํานาจ การแสวงหาอํานาจระหว่าง การเลือกตั้ง หลังจากเป็นรัฐบาลก็บอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทําให้เสร็จ ให้เริ่มต้นทํา ภายใน ๑ ปี วันนี้รัฐบาลก็เสนอเข้ามาปากและใจตรงกันครับ ผมต้องชื่นชมรัฐบาลนะครับ ที่พูดแล้วก็ทํา บางคนบอกว่าทําไมไม่ไปแก้ปัญหาเรื่องน้ําท่วม มันเร่งด่วนจําเป็นกว่า แต่รัฐบาลก็เสนอพระราชกําหนดเพื่อที่จะเอาเงินมาฟื้น ก็บอกว่าไม่จําเป็น ไม่เร่งด่วน ก็ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดีนะครับวันนี้ยังได้มีเหตุผลอันสมควรว่ารัฐบาลได้ทํา ในสิ่งที่ถูกแล้ว นี่คือความจริงใจของพรรคการเมือง ความทุ่มเทใจให้กับประชาชน ของนักการเมืองครับ ท่านประธานครับ ไม่มีการแก้ไขในหมวดที่เกี่ยวข้องกับความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอนนะครับ ในร่างที่ของคณะกระผมและของรัฐบาลก็ดี และของพรรคชาติไทยพัฒนาก็ดีนะครับ ไม่เกี่ยวกับการแก้ ป. วิ. อาญา มาตรา ๑๑๒ ดังที่ มีคนพยายามที่จะบิดเบือนแล้วก็ใส่ร้าย ผมกราบเรียนท่านประธานให้ทราบว่าตรงนี้ไม่เกี่ยว แล้วก็ยืนยันว่าเป็นเจตนารมณ์ที่สําคัญที่เป็นเรื่องที่เป็นคอขาดบาดตายของพรรคเพื่อไทยที่มี ความจงรักภักดี แล้วชื่นชมต่อการมีประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ท่านประธานครับ สาระสําคัญจริง ๆ คณะสมาชิกพรรคเพื่อไทยเห็นว่าอํานาจอันนี้ เป็นของประชาชน การที่จะต้องมีการแก้ไข ขอให้เป็นรายละเอียด ด้วยเหตุผลว่าพวกเรา เป็นนักการเมือง ความพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๙๑ แม้มีอํานาจที่จะต้องทํา ถ้าหากพวกกระผมทําก็จะถูกข้อกล่าวหาว่าใช้เสียงข้างมาก แก้เพื่อประโยชน์ให้กับ ท่านทักษิณก็ดี ให้กับพวกผมก็ดีนะครับ นี่คือข้อกล่าวหากันทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่โดยกฎหมายรัฐธรรมนูญได้ให้ไว้ พวกผมก็ใจกว้างครับ ท่านประธานครับ ก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นไปหาตัวแทนของประชาชนเข้ามา ก็คือให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ มาจากไหนครับ มาจากการเลือกของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ๗๗ จังหวัด ๗๗ คน จะยากดีมีจนขอให้เป็นคนที่อยู่กับพี่น้อง มีคุณลักษณะอยู่ในพื้นที่ สัมพันธ์ความยากความจนปัญหาเดือดร้อนทั้งหลายที่เกิดขึ้นเขาก็จะรู้กัน คนที่จะมีคุณสมบัติ เป็น สสร. ที่สําคัญที่สุดก็คือมีภูมิลําเนาเคยอยู่ติดต่อกัน ๕ ปี ก็ถือว่าเป็นเวลาที่พอเหมาะ พอควรที่จะซึมซับต่อความเป็นตัวแทนของแต่ละจังหวัด ๆ ได้ นี่คือเค้าโครงที่ควรที่จะมี เป็นหลัก เพราะตัวแทนของท่านเหล่านี้นะครับ ผู้แทนเป็นไม่ได้นะครับ คนที่เกี่ยวข้อง เป็นข้าราชการการเมืองไม่สามารถที่จะไปสมัครแล้วก็เลือกตั้ง การดําเนินการเลือกตั้งโดย คณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งวันนี้ต้องถือว่าเป็นองค์กรที่ดีที่สุดแม้ยังจะมีข้อบกพร่อง แต่ก็ถือว่าเราเคารพกันปล่อยให้ท่านทําภาระหน้าที่ในการเลือกตั้งจากตัวแทน ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ตัวแทนของพี่น้องประชาชนโดยในชั้นนี้ ทุกพรรคการเมือง พี่น้องก็มีสิทธิเท่ากันคนละ ๑ เสียง ก็ไปกาใครที่ได้คะแนนมากที่สุด ก็มาเป็นตัวแทนร่างรัฐธรรมนูญ แม้เวลาจะกําหนดว่าต้องเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นี่คือ เจตนาของพวกผม เห็นว่ามีความจําเป็น มันรอมานานอยากแก้มานานทําไม่สําเร็จ เสียงไม่พอ วันนี้ก็เลยกําหนดว่าเอา ๑๘๐ วัน ทําเสียให้เสร็จ ก็เป็นภาระหน้าที่ของ คณะสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องไปดําเนินการกัน ส่วนจะมีเนื้อหาประการใดนะครับ ท่านประธานครับ ที่สําคัญจะต้องมีการทําประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น ของพี่น้องประชาชนโดย สสร. ชุดนี้ละครับ โอกาสที่ตัวแทนภาคประชาชนที่มีความตั้งใจ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมก็จะมีบทบาท โดยคณะกรรมาธิการที่จะตั้งให้ไปทํางาน เอาความรู้สึก เอาความเห็นทั้งหมดมาสู่การทําให้สมบูรณ์ แล้วไม่ต้องกลับมาสภาผู้แทนราษฎร ไม่ต้อง กลับมานะครับ ทําเสร็จปุ๊บก็เข้าให้ กกต. ทําประชามติเลย ประชามติก็คือการสอบถาม ตัวเลข ปี ๒๕๕๐ บอก ๑๔ ล้านเสียง ไม่เอา ๑๐ ล้านเสียงเศษ ผมก็จะเฝ้าคอยว่า พอ กกต. ประชามติ ทําของ สสร. ชุดนี้เสร็จ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะทุ่มเททั้งเห็นด้วยไม่เห็นด้วย อย่างล้นหลามนะครับ มากมาย และใช้เหตุใช้ผลของบทบาทในการที่จะทําในเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญ เพราะมันเห็นผลแล้วนะครับ ปี ๒๕๕๐ นี้ ๑๔ ล้านเสียงแล้วเป็นอย่างไร ชีวิตตลอด ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นไม่ได้บอกขอให้รับไปก่อน ๆ แล้วค่อยมาแก้ แต่พอจะแก้จริง ๆ กลับไม่แก้ ผมเรียนอย่างนี้นะครับปากกับใจผมมันตรงกัน รักก็บอกรัก ชอบก็บอกชอบ วันนี้เอาหัวใจมาสู่มือของพี่น้องประชาชนก็เชื่อมั่นว่าโดยวิธีการเหล่านี้ละครับ ท่านประธานครับ จะนําไปสู่ความสําเร็จเพราะพี่น้องจะเป็นผนังทองแดงกําแพงเหล็ก แล้วตัดสินในเรื่องที่ดีที่สุดเพื่ออนาคตเพื่อชีวิตที่มีความสุข ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนาที รัชกิจประการ ๑๐ นาทีครับ

นางนาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ประธานรัฐสภาค่ะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่เรามาพูดในเรื่องของการแก้ไข การพูดเรื่องการแก้ไข แสดงว่ามันต้องมีปัญหา เพราะว่าถ้าเกิดอยู่ ๆ เรามาพูดเรื่องการแก้ไข เลยมันคงเป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้จากที่เราได้อ่าน แล้วก็ศึกษามาในเรื่องของ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช. ..... ซึ่งเรา ได้อภิปรายในวันนี้ สําหรับตัวดิฉันเองอยากจะพูดในเรื่องของกรอบแนวคิด ๒ เรื่อง ก็คือที่มา ของรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่าส่วนใหญ่ถ้าเราได้ศึกษาหรือค้นคว้ามา ที่มาของรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ ของประเทศไทยเราก็ถือกําเนิดมาภายใต้เงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการปกครอง จะเห็นว่าทั้ง ๑๘ ฉบับ เกิดมาด้วยเหตุผลนี้ทั้งนั้นเลย ตั้งแต่ฉบับแรก ก็คือปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ จนถึงฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นฉบับที่ ๑๘ แล้ว แล้วสิ่งที่สําคัญ พระราชบัญญัติฉบับนี้ในปี ๒๕๕๐ เป็นฉบับที่ยาวที่สุดด้วย ทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งมีถึง ๓๐๙ มาตรา รวมถึงปี ๒๕๔๐ ซึ่งมี ๓๓๖ มาตรา แล้วก็ปี ๒๕๑๗ ซึ่งมี ๒๓๘ มาตราด้วย สิ่งสําคัญที่สุด ของรัฐธรรมนูญท่านประธานที่ดิฉันอยากจะได้กล่าวถึง แล้วก็พูดถึง รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างชาติ รวมถึงใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศด้วย เพราะรัฐธรรมนูญมีความเกี่ยวข้องกับความกินดีอยู่ดีของประชาชนด้วย จะเห็นว่า รัฐธรรมนูญที่ดีจะต้องมีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในชาติด้วย เพราะฉะนั้น วันนี้สิ่งสําคัญที่เราได้มาพูดถึงในเรื่องของการแก้ไขในวันนี้ สําหรับตัวดิฉันเองได้ไปศึกษา ในหลาย ๆ ประการ ในหลาย ๆ ข้อคิด เกี่ยวกับในเรื่องของการจัดทํา สสร. ซึ่งไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของข้อมูลจากองค์กรสหประชาชาติเพื่อการพัฒนา หรือเราเรียกยูเอ็นดีพี (UNDP) หรือว่าสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย แล้วก็การเลือกตั้ง หรือว่า ไอดีอีเอ (IDEA) หรือแม้แต่สุดท้ายข้อมูลที่นํามาจากเครือข่ายระหว่างประเทศทางด้าน การพัฒนารัฐธรรมนูญ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าไอเอ็นซีโอดี (INCOD) ที่สําคัญก่อนที่เรา จะมีแก้ไข หรือจะทําอะไรก็แล้วแต่ที่เราจะต้องดูในเรื่องของสถานการณ์ของประเทศ ในขณะที่เรามีการแก้ไขว่าวันนี้สถานการณ์ในบ้านเมืองเรามันเป็นอย่างไร เมื่อเกิดมีปัญหา เราก็ได้นํามาแก้ไขในประเด็นนี้

ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ดิฉันอยากจะได้มากล่าวถึงในวันนี้ ก็คือกระบวนการ แก้ไข ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในวันนี้ ก็มีการพูดถึงมาตรา ๒๙๑ ซึ่งมีความซับซ้อนแล้วก็ละเอียดอ่อนในรูปแบบของการเลือก สสร. ซึ่งจะเห็นว่าทั้ง ๓ ร่าง ที่ได้นําเสนอในวันนี้ ทั้งของรัฐบาลเอง แล้วก็ทั้งของท่าน ส.ส. ท่านสุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม รวมถึงของท่านภราดร ปริศนานันทกุล ด้วย ในเรื่องที่มาของ สสร. ซึ่งแตกต่างกันในเรื่องของ ๗๗ คน ๗๗ จังหวัดนี้เหมือนกัน ส่วนที่มา ของผู้เชี่ยวชาญทั้ง ๒๒ คน ซึ่งแตกต่างกัน จะเห็นว่าส่วนใหญ่ในเรื่อง ๒๒ คน ที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของรัฐบาล แล้วก็ของท่านสมาชิก ก็คือผู้เชี่ยวชาญทางด้าน กฎหมายมหาชน แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญรัฐประศาสนศาสตร์ รวมถึงผู้ที่มีประสบการณ์ทางด้าน การเมืองการบริหาร สัดส่วนจะแตกต่างกัน ในขณะที่ของรัฐบาล ก็คือ ๖ ๖ บวก ๑๐ คน ในข้อที่ดิฉันกล่าวมา รวมถึงของสมาชิกก็คือสัดส่วนคือ ๗ ๗ บวก ๘ คนนะคะ ดิฉันจะไม่พูดถึงจํานวนสมาชิก ตรงนี้นะคะ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะพูดถึงในเรื่องของคุณสมบัติของ สสร. ทั้ง ๒๒ ท่านที่เราจะ มีการคัดเลือกโดยสภาของเรา รวมถึง ๗๗ คนที่จะต้องมีการเลือกตั้งด้วยนะคะ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ สําคัญโดยเฉพาะ ๗๗ คน ที่มาจาก ๗๗ จังหวัด ที่จะต้องไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ที่อยู่ในภาคส่วนที่ท่านอยู่ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สําคัญนะคะ เพราะว่าเมื่อท่านได้ปัญหา หรือได้ข้อคิดเห็นที่ท่านได้มาแล้ว สิ่งสําคัญที่สุดก็คือ สสร. ที่เราเลือกตั้งมา จะต้องเสนอ ความคิดเห็นที่ต้องประกอบด้วยความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบในเรื่องของศีลธรรม และในเรื่องของข้อเท็จจริงนะคะ ซึ่งในหลักศาสนาเขาเรียกว่า อคติ ๔ ซึ่งข้อมูลที่ได้มานี่ค่ะ การนําเสนอจะต้องไม่ลําเอียงด้วยอคติ ๔ อย่าง ประเด็นแรกก็คือไม่ลําเอียงเรื่องความรัก บางทีข้อมูลที่เราได้มาถ้าเกิดว่าเราอยากให้มีการแก้ไขอะไรที่เขาแนะนํามาก็ดีไปหมด เพราะเราอยากให้มีการแก้ไข หรือแม้แต่เราไม่นําเสนอข้อมูลด้วยความโกรธ หรือความเกลียดนะคะ ถ้าเกิดเราได้ข้อมูลมาแล้วบางครั้งถ้าเราไม่อยากให้แก้ไข เราก็จะ เสนอข้อมูลด้วยความไม่เป็นจริง แล้วก็ข้อเท็จจริงที่ไม่สมบูรณ์ หรือแม้แต่การที่จะต้อง นําเสนอข้อมูลด้วยความหลง หรือความโง่เขลาของตนเอง สิ่งสําคัญที่สุดที่ สสร. ที่จะต้องมี คือต้องไปศึกษาแล้วก็นําข้อมูลนั้นมาประกอบด้วย สุดท้ายก็ในเรื่องของการนําเสนอ ความคิดเห็นของ สสร. จะต้องไม่เป็นไปด้วยความกลัว กลัวว่าถ้าเอาข้อเท็จจริงมานําเสนอแล้ว เดี๋ยวคนโน้นจะโกรธ จะเกลียด จะไม่ชอบอะไรอย่างนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สําคัญ ที่ดิฉันจะต้องขอฝากไว้ในเรื่องของคุณสมบัติของ สสร. ทั้ง ๔ ประเด็น เพราะว่าอคติ ๔ ถ้าท่านได้มีโอกาสได้มารับเลือกเป็น สสร. ทั้ง ๗๗ บวก ๒๒ แล้ว เป็นสิ่งที่ไม่ควรประพฤติ เพราะเป็นอกุศลกรรมเป็นสิ่งที่ไม่ดี แล้วก็ไม่มีประโยชน์นะคะ ครั้งหนึ่งถ้าเกิดได้มีโอกาสเป็นแล้ว ถ้าเกิดเราประพฤติอย่างนี้ตัวเองก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ และสิ่งสําคัญที่สุดเกียรติยศชื่อเสียง ที่เราได้สร้างมาก็จะทําให้เสื่อมไปด้วย ตรงกันข้ามค่ะท่านประธาน ถ้าเกิดว่า สสร. มีคุณสมบัติที่ดี ไม่ประพฤติในอคติ ๔ แล้วก็จะเป็นคนที่มีคุณธรรม เจริญด้วยเกียรติยศ ชื่อเสียง คนเขาก็นับหน้าถือตา มีคนยกย่องและสรรเสริญ ท้ายสุดเมื่อร่างรัฐธรรมนูญ ที่ได้นําเสนอแล้วก็จะนําไปสู่การใช้ที่ไม่เกิดปัญหา แล้วจะได้บรรลุวัตถุประสงค์ของประเทศไทย ในเรื่องที่จะอยู่ดีมีสุขนะคะ ไม่นําไปสู่ปัญหาที่จะต้องมาแก้ไข แก้แล้วแก้อีกนะคะ อันนี้ เป็นสิ่งที่สําคัญที่ดิฉันอยากจะขอฝากแล้วก็ให้ข้อคิดเห็นในประเด็นของคุณสมบัติของ สสร. ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ๑๓ นาทีครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

เรียนประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมต้องเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับว่าได้ฟังหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้วในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะ นําเสนอผ่านไปยังรัฐบาลด้วยนะครับว่าตั้งแต่วันแรกที่มีประเด็นข่าวออกมาว่าจะมี การเดินหน้าไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็ให้สัมภาษณ์โดยตลอดครับว่าจะเป็น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ทุกท่านก็คงเห็นพ้องต้องกันแล้วว่าวันนี้ไม่ได้เป็นการแก้ไข รัฐธรรมนูญครับ เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญอันเก่าที่ใช้อยู่ปัจจุบัน แล้วนํามาซึ่งการตั้ง สสร. เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลเอง ท่านผู้บริหาร ท่านรองนายกรัฐมนตรี หลาย ๆ ท่านออกมาบอกว่าจะไม่แก้ตรงโน้น จะแก้บางมาตรา ไม่ใช่แล้วครับ วันนี้ความจริงก็เกิดขึ้นว่าเมื่อมีการตั้ง สสร. ขึ้นมา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในทุกมาตราสามารถทําได้

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่งก็คือว่า ผมไม่แน่ใจครับว่าเป้าหมายของรัฐบาลในการที่จะตั้ง สสร. ในครั้งนี้ ก็พูดกันว่าจะไม่แตะต้อง ในบางมาตรา ผมขออนุญาตยกตัวอย่างนะครับ อย่างมาตราอยู่ในหมวด ๒ ที่เกี่ยวกับ พระมหากษัตริย์ เมื่อมีการพูดถึงเรื่องนี้หลาย ๆ คนก็รู้สึกว่าไม่ควรนําขึ้นมาพูด แต่ผมเรียนครับ ด้วยกระบวนการว่าถ้าไม่อภิปรายในวันนี้แล้วมันเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ผมถามว่า ท่านประธานจะรับผิดชอบไหมครับ หลาย ๆ ท่านรวมทั้งท่านรองนายกรัฐมนตรีได้กรุณา พูดเมื่อสักครู่ว่าก็ได้เขียนไว้แล้วในร่างของมาตรา ๒๙๑/๑๑ ว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ มีผลเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทํามิได้ อันนี้เขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นการเปลี่ยนแปลง การปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ไม่ได้บอกเลยครับว่าในหมวดที่เกี่ยวกับ พระมหากษัตริย์ท่านจะแก้ไม่ได้ ลองเปิดไปดูในหมวดที่เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีหลายเรื่องครับท่านประธาน มีอยู่ ๒-๓ มาตราพูดถึงเรื่ององคมตรี การแต่งตั้งองคมนตรีที่มาที่ไปและอํานาจหน้าที่ของท่านองคมนตรี ต้องยอมรับครับว่า ที่ผ่านมา ๒-๓ ปี มีการพูดถึงองคมนตรีเป็นอย่างมาก ทั้งในทางที่ดี แต่ส่วนใหญ่จะเป็น ในทางที่เสียหายครับ กระผมไม่แน่ใจครับว่าการแก้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้โดยการตั้ง สสร. มานั้น ใครครับจะรับประกันได้ว่าจะไม่มีการแก้มาตราเหล่านี้ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ แล้วยังมี อีกหลายมาตราในหมวดพระมหากษัตริย์ที่ผมเชื่อครับว่าพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ มีความกังวล ผมไม่พูดหรอกครับว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ผมเรียนว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก แล้วก็ไม่ได้ถูกป้องกันไว้ตามที่มีร่างเสนอขึ้นมาในมาตรา ๒๙๑/๑๑ ตามที่ทาง ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไว้ตั้งแต่ต้น รวมทั้งในเรื่องขององค์กรอิสระ ผมเรียน ท่านประธานครับ เมื่อไปเปิดดูในร่างที่เสนอเข้ามาในร่างของพรรคเพื่อไทย ในส่วนที่เป็น เหตุผลหรือแม้กระทั่งในร่างของพรรคร่วมรัฐบาลในส่วนที่เป็นเหตุผล ก็เขียนไว้ชัดเจนครับว่า การได้มาซึ่งบุคคลในองค์กรอิสระต่าง ๆ ขาดการเชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชน และขัดต่อหลักความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีระบบการถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการ และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีประสิทธิภาพ ทําให้เกิดความเสียหายต่อระบบ อํานวยความยุติธรรมกับประชาชน เปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติเป็นสองมาตรฐาน และมี การใช้ดุลยพินิจที่เกินขอบเขต เขียนไว้เหมือนกันทั้ง ๒ ร่างครับท่านประธาน ตกลงยืนยัน ใช่ไหมครับว่าการแก้รัฐธรรมนูญที่จะมาโดย สสร. ในครั้งนี้แน่นอนว่ามีการตั้งใจตั้งธงไว้ อยู่แล้วว่าจะแก้องค์กรอิสระ เหตุผลที่แก้คืออะไรครับ ท่านกลัวอะไรครับ ถ้าท่านไม่ได้ เป็นคนที่ทําผิด ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ กกต. ป.ป.ช. ผมถามว่าถ้าท่านไม่ทําผิด ท่านกลัวอะไรครับ และที่บอกสองมาตรฐาน ผมเห็นว่าทุกครั้งที่ท่านได้รับประโยชน์ จากการตีความต่าง ๆ ของรัฐธรรมนูญหรือจากหน่วยงานองค์กรอิสระ ท่านก็เห็น ท่านก็ไม่ได้พูดอะไรนี่ครับ พ.ร.ก. ที่ผ่านมา พอผ่านผมก็เห็นท่านออกมาแสดงความยินดี ดีใจกัน สองมาตรฐาน เพราะบางครั้งมันไม่เป็นไปตามใจพวกท่านใช่ไหมครับ ไปขัดขวาง การดําเนินการบางอย่างของท่านใช่หรือไม่ สมาชิกหลาย ๆ คนพูดไว้แล้วครับว่า ถ้าท่านมั่นใจว่าท่านไม่ได้ทําอะไรผิด ก็ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องไปแก้ครับ แต่ถ้าไม่ดีตรงไหน ท่านบอกสิครับ สองมาตรฐาน พอท่านไม่ได้ประโยชน์ ท่านก็บอกสองมาตรฐาน อย่างนี้ ไม่ใช่ครับ อย่างนี้มันอยู่ที่วิธีคิดของพวกท่านครับ แล้วผมเรียนครับว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ ไม่เหมาะสมในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญ แต่ผมไม่ได้บอกว่าแก้ไม่ได้นะครับ แต่ผมบอกว่า อย่าหลอกกันครับ อย่าหลอกประชาชนว่าแก้รัฐธรรมนูญแก้บางมาตรา ท่านฉีกรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ทิ้งแล้วท่านจะร่างใหม่ทั้งหมดโดยไม่มีหลักประกันอะไรเลยว่าท่านจะแก้หรือไม่แก้ มาตราไหนบ้าง แล้วหลาย ๆ มาตราก็ละเอียดอ่อนมาก อย่างที่ผมได้นําเรียนท่านประธาน ไปแล้ว

มันมีอีกเรื่องหนึ่งครับที่ถ้าผมไม่พูดวันนี้ก็คงจะไม่สบายใจเป็นอย่างมาก ท่านทราบไหมครับว่าในร่างเกือบทุกร่าง โดยเฉพาะร่างที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง ๒ ร่างครับ เมื่อไปดูในคุณสมบัติของผู้ที่จะมาลงสมัครเข้าเป็น สสร. ท่านทราบไหมครับ สิ่งที่น่าตกใจที่สุดก็คือว่าคุณสมบัติของผู้ที่จะลงสมัครตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ สสร. ปี ๒๕๔๐ ก็มีกําหนดไว้ตามที่ ผมเชื่อว่าท่านประธานและพี่น้องประชาชนทุกคน ก็ทราบดีครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความรู้ความสามารถ อาชีพ ห้ามอันนี้ ไม่ห้ามอันนี้ เคยรับราชการมาก่อน เคยเป็นผู้ที่อยู่ในทะเบียนบ้าน ไม่เกินกี่ปี ๆ ก็ดูไม่แปลกอะไรครับ ก็อ่านแล้วก็ดูเป็นปกติ แต่ท่านทราบไหมครับในร่างของทั้ง ๒-๓ ร่างที่เสนอกันมานั้น ในมาตรา ๒๙๑/๓ ครับ (๑) เขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามมิให้ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๑๐๒ (๑) (๒) (๓) (๔) (๖) (๗) (๙) และ (๑๒) (๑๓) (๑๔) อ่านดูก็อาจจะดูเฉย ๆ ครับท่านประธาน แต่เมื่อไปดูในแต่ละวงเล็บ ก็มีการขยายความดังนี้ครับ (๑) ต้องไม่เป็นผู้ที่ติดยาเสพติดให้โทษ ต้องเป็นบุคคลที่ไม่ ล้มละลาย ก็อยู่ในวงเล็บที่กําหนดไว้ ก็ไม่แปลกครับ แต่ที่แปลกคืออะไรครับ พอไล่ลงมา พอถึง (๕) ในร่างทั้ง ๒ ร่างนี่กระโดดข้ามไปครับ (๑) (๒) (๓) (๔) แล้วไป (๖) ผมก็เลย ไปสงสัยครับว่า (๕) มันเขียนไว้ว่าอะไร ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านครับ (๕) เคยต้อง คําพิพากษาให้จําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึง ๕ ปี ในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิด อันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ถามว่าทําไมไม่ใส่ไว้ละครับ ไปกระโดดข้าม (๕) ไปทําไมครับ ท่านต้องการจะเปิดให้ใครมาสมัครเข้ามาเป็น สสร. ครับ ถ้าจริงใจ ทําไมไม่ล้อมาเหมือนที่ล้อทุก ๆ วงเล็บมาละครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ แล้วพอมาครั้งนี้ ทุกร่างกระโดดข้าม (๕) ทั้งหมดครับ ท่านกลัวใครหรือครับที่มีความผิดแล้วจะมาลงสมัคร สสร. ไม่ได้ ผมไม่แน่ใจว่าหลาย ๆ จังหวัดมีใครครับที่มีความผิดต้องโทษ แล้วท่านดึงออกไป เพื่อให้เขามีสิทธิในการเข้ามาลงสมัครได้ ทําไมละครับว่าในการที่จะกําหนดไว้ในบุคคล ที่ต้องห้ามที่ลงไม่ได้นี่ ไม่มี (๕) ความจริงใจอยู่ตรงไหนผมไม่ทราบ แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมเชื่อ ว่าท่านต้องตอบครับ ผมไม่แน่ใจว่าคนร่างอาจจะเผลอตกไปแต่มันดูตั้งใจนิดหน่อยครับ

อีกเรื่องหนึ่งครับซึ่งถ้าจะไม่พูดก็คงไม่ได้อีกเช่นกันครับ เจตนาในการแก้ รัฐธรรมนูญในครั้งนี้หลาย ๆ คน ผมได้ฟังฝ่ายที่เสนอก็คือฝ่ายรัฐบาลท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยก็พูดดี ๆ หลายคนครับว่าจะแก้เพื่อประชาชน ไม่แก้ เพื่อคนคนเดียว จะทําเพื่อให้เป็นประโยชน์โดยการตั้ง สสร. เพราะว่าครอบงําไม่ได้ ผมขออนุญาตท่านประธานครับว่า เมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับมีผู้บริหารชุดนี้ละครับไปที่ จังหวัดหนึ่งในภาคอีสานครับ แล้วก็ไปขึ้นเวทีปราศรัย แล้วก็พูดยืนยันครับว่าแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ จะเอาท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร กลับบ้าน ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันเกี่ยวข้องกัน อย่างไร แล้วก็ไม่เข้าใจว่าที่พูดแบบนี้มันเกี่ยวพันกับการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้อย่างไร พอดี ผมมาเจอสมาชิกอีกท่านหนึ่งก็ให้สัมภาษณ์เช่นกันว่าแก้รัฐธรรมนูญเสร็จจะทําให้ พรรคประชาธิปัตย์สูญพันธุ์ ผมถามว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วเป็นไปตามที่สมาชิกทุกคน บอกว่าเป็นเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แล้วมันจะเกี่ยวอะไรกับพรรคประชาธิปัตย์ ต้องสูญพันธุ์ครับ ท่านมั่นใจหรือเปล่าครับว่าการที่ท่านแก้ครั้งนี้ไม่ได้แก้เพื่อตัวท่านเอง ไม่ได้แก้เพื่อเป็นการทําลายพรรคคู่แข่งหรือในเชิงของการเมือง แล้วไปเกี่ยวอะไร กับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณครับ ถ้าบอกไม่ได้แก้เพื่อคนคนเดียว ผมขออนุญาต ท่านประธานนะครับ ผมได้ขออนุญาตท่านประธานไปแล้วในเรื่องของการเปิดคลิปวิดีโอ (Clip video) สั้น ๆ นะครับ ขออนุญาตทางห้องโสตทัศนูปกรณ์เอาอันแรกขึ้นมาก่อนครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)

นี่ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งได้ไปแล้วไปพูดว่า เมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อย ท่านจะพาท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณกลับบ้านครับ อันนี้อ้างอิงได้นะครับ หลาย ๆ ท่าน ผมก็ให้ความเป็นธรรมนะครับ ผมก็ไปเอามาจากสื่อสารต่าง ๆ นี่ละครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่า มันเกี่ยวพันกันตรงไหน ต่อไปครับ ตั้งใจดูดี ๆ ครับ เป็นคลิปสั้น ๆ แต่ค่อนข้างมีเหตุผล แล้วไม่ได้ไปกระทบกับใครที่อยู่นอกสภาครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปเสียง)

“............... : หลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชน และเป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มที่เรียบร้อยแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์จากการเมือง ประเทศไทยครับ แล้วผมจะบอกเลยนะครับว่าหลังจากที่ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ได้ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยแล้วทักษิณจะกลับมา อย่างสง่างามในประเทศไทยครับ”

เห็นไหมครับท่านประธาน ผมก็ซื่อครับ เมื่อพูดแบบนี้ เขียนแบบนี้ผมก็มาถามนะครับว่า

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านเอาอย่างนี้ดีไหม เดี๋ยวจะจบแล้ว เดี๋ยวท่านใช้สิทธิพาดพิงทีหลัง เชิญต่อครับ ท่านต่อเลยครับ

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมก็คิดว่าผมไม่ได้พาดพิงใครนะครับ ใกล้จะจบแล้ว ผมแค่ อยากจะถามว่าตกลงแล้วสิ่งที่ผมได้เห็นจากสื่อออกมาทุกช่องนะครับ ทั้งหนังสือพิมพ์ ทั้งโทรทัศน์ ตกลงว่าแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มันไปเกี่ยวอะไรกับท่านอดีตผู้นําประเทศครับ ถ้าแก้เพื่อประชาชนแล้วจะไปเกี่ยวอะไรกับการนําท่านกลับมา จะไปเกี่ยวอะไรกับการที่ทําให้ พรรคประชาธิปัตย์สูญพันธุ์ ตกลงท่านโกหกคนที่อยู่นอกสภาที่ท่านไปหาเสียง ไปปราศรัย เอาไว้ หรือท่านโกหกพวกเราในสภาครับ ผมก็ต้องมาถามครับ เพราะว่าผมก็ฟังหลาย ๆ ท่าน ก็พูดดีมากมีเหตุผล ผมก็ยินดีด้วย แต่พอมาเจอแบบนี้ผมมีความจําเป็นจริง ๆ ต้องถามว่า ความจริงใจอยู่ที่ไหน แล้วผมฝากไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม อยู่บํารุง นะครับว่า ท่านอย่าท้าเลยครับ ท่านอย่าเอาตัวท่านเป็นประกันเลยครับ เพราะว่าคนที่อยู่ในภาพนั้น ก็เป็นคนที่สังกัดอยู่ในพรรคท่านครับ ท่านไปถามกันให้ดีก่อนแล้วค่อยมาท้าพวกผมว่า ตกลงท่านจะแก้มาตราไหน และไม่แก้มาตราไหนครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอครับ เฉพาะประเด็นที่โดนพาดพิงนะครับ

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมยืนยันครับว่าผมพูดจริงตามที่ปรากฏในวิดีโอ แล้วจริง ๆ นี่นะครับ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าผู้ที่บริโภคข่าวสารถ้าฉลาดในการบริโภคก็จะสันทัดในการสกัด ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ออกมา แต่หากโง่ในการบริโภคนะครับ ผมก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ผมพูดชัดนะครับว่าถ้าแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยแล้ว แล้วประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ในวันนั้นผมบอกว่านายกรัฐมนตรีทักษิณจะกลับมา ผมให้ ความหมายในลักษณะที่คนซึ่งฉลาดจะเข้าใจ ความหมายของผมก็คือว่าเมื่อประเทศ เป็นประชาธิปไตยแล้วประชาชน ๖๗ ล้านคนจะได้อานิสงส์ของประชาธิปไตยอย่างเต็ม ๆ นายกรัฐมนตรีทักษิณก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง ดังนั้นนายกรัฐมนตรีทักษิณก็จะได้รับอานิสงส์ จากการที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างเต็ม ๆ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีทักษิณสามารถ ที่จะกลับประเทศไทยได้อย่างสง่างาม

ท่านประธานต้องอนุญาตให้ผมอธิบายต่อนิดหนึ่งนะครับ ต้องอนุญาต ให้อธิบายต่อเพราะว่าความนี้สําคัญ ท่านประธานครับ ในโลกนี้มีประวัติศาสตร์ที่เป็นจริง ให้ชาวโลกเรียนรู้เยอะแยะ ในสมัยเผด็จการทรราชชะตากรรมของผู้คนถูกบิดเบือนไป

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านคุณหมอต้องขออภัย สิ่งที่ท่านเสียหายได้ชี้แจงครบหมดแล้วครับ ที่เสียหายท่านได้ชี้แจงครบหมดแล้วครับ เอาละครับ พอแล้วครับ คุณหมอพอเถอะครับมันจบแล้วครับ ท่านได้ชี้แจงในสิ่งที่เสียหายครบถ้วนแล้ว ผมไปที่วุฒิสมาชิก ๓ ท่านครับ ท่านแรกท่านสุรจิต ชิรเวทย์ ๘ นาที เชิญครับ

นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสงคราม 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธาน กระผม นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดสมุทรสงคราม กระผม ก็อยากจะขอเรียนว่ารัฐธรรมนูญเป็นของแก้ได้นะครับ แต่ต้องทําให้ถูกวิธีที่กําหนดไว้ แล้วก็ ที่เสนอมาทั้ง ๓ ร่างนี้ กระผมเห็นว่าเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่น่าจะทําได้ แล้วก็ จะก่อให้เกิดปัญหายืดเยื้อกันไปอีกยาวนานนะครับ ในอดีตที่ผ่านมาช่วงแรก ของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ผู้เปลี่ยนแปลงก็เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเอง ด้วยอุดมการณ์ ด้วยเจตนาดี แต่แล้วมันก็กลายเป็นการช่วงชิงอํานาจปกครอง ใครได้อํานาจ ก็ไปลิดรอนอีกฝ่ายหนึ่ง ไป ๆ มา ๆ ก็ลืมหลักการประชาธิปไตยกลายเป็นเรื่องการแย่งชิง อํานาจนะครับ แล้วถ้าประชาธิปไตยมันเกิดขึ้นได้โดยการเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ผมก็คิดว่า ประเทศไทยคงเป็นประชาธิปไตยไปนานแล้ว เพราะถ้านับรวมทั้งฉบับชั่วคราวด้วย เราก็มีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๙ ฉบับ น่าจะไปลงกินเนสส์ บุ๊ค (Guinness book) ได้แล้ว โดยเราแก้ไขน้อยกว่าที่ยกร่างใหม่ นั่นก็คือเราถอยไปนับ ๑ ใหม่เรื่อยไปเราก็เลยไม่เคย ไปถึงไหน ก็ไม่ต้องไปโทษใครไม่ว่าฝ่ายทหารหรือฝ่ายพลเรือนก็ใช้วิธีเดียวกันนะครับ ทีนี้ การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญผมเข้าใจว่ามันเริ่มขึ้นหลังปี ๒๕๓๕ หลังเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ ซึ่งได้นํามาสู่ปัญหาในปัจจุบันนี้ โดยเราก็ยังกังวลอยู่กับประชาธิปไตย แบบตัวแทน แล้วก็ละเลยประชาธิปไตยแบบทางตรงซึ่งสามารถใช้ได้ในชุมชน เราไม่ได้ พยายามในเรื่องนี้เลยนะครับ หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬซึ่งประชาชนเบื่อหน่าย ทั้งนักการเมือง ทั้งฝ่ายทหารที่วนเวียนกันอยู่ในวงการเมือง สังคมก็เลยหมดความไว้วางใจ ก็เลยไปตั้ง สสร. มายกร่าง แล้วก็กันฝ่ายการเมืองออกไป สสร. ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงไม่ใช่ คนในแวดวงการเมืองก็เจตนาดี แต่ไม่เข้าใจนิสัยคนไทยก็อยากจะเห็นการเมืองไทย มีเสถียรภาพเหมือนมาเลย์ของดอกเตอร์มหาธีร์หรือประเทศสิงคโปร์ของนายลี กวนยู ก็เลยไปสร้างเงื่อนไขซึ่งเป็นปัญหาอันสําคัญต่อมา ก็คือการบังคับให้ ส.ส. สังกัด พรรคการเมือง ไม่อย่างนั้นลงสมัครไม่ได้ก็เป็นการลิดรอนเสรีภาพทางการเมืองอยู่แล้ว โดยไปเอาแบบอย่างมาจากประเทศเกาหลีซึ่งปัจจุบันประเทศเกาหลีเขาเลิกไปแล้วนะครับ เมื่อบังคับให้ ส.ส. สังกัดพรรคการเมืองแล้ว พรรคการเมืองก็ยังกุม ส.ส. อย่างเบ็ดเสร็จ โดยสามารถลงมติเพิกถอนสมาชิกสภาพของ ส.ส. ได้ พรรคการเมืองก็เลยไม่ใช่ พรรคการเมืองอีกต่อไปนะครับ ฝ่ายทุนก็เห็นโอกาสนี้ก็ระดมทุนเข้ามาผูกขาดอํานาจ ทางการเมือง โดยเข้ามาเป็นเจ้าของพรรคการเมือง เราจะเห็นว่าในพรรคการเมืองบางพรรค หัวหน้าพรรคเขายังไม่เรียกหัวหน้าเลยนะครับ แต่เขาเรียกนาย เหมือนกับนักการเมือง ท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาเรียกนายอําเภอว่านาย เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดว่านายนะครับ มันก็เลยกลายเป็นว่า ผู้มีหน้าที่รับใช้ราษฎรกลายเป็นนาย ส่วนราษฎรซึ่งเป็นนายจริง ๆ กลายเป็นบ่าวไป นี่ก็คือข้อพิสูจน์ว่า ๘๐ ปีมานี้เราไม่ได้ไปถึงไหนเลยนะครับ ในร่างรัฐธรรมนูญ ๒ ร่างของ ๒ พรรคที่เสนอมาให้เหตุผลในการแก้ไว้ข้อหนึ่งว่า ในเหตุผล ของเขาว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทําให้พรรคการเมืองอ่อนแอ แต่กระผมกลับเห็นว่าทุกวันนี้ พรรคการเมืองมีอํานาจมากเกินไป คือท่านมองในแง่ที่ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีโทษรุนแรง ถึงเรื่องการยุบพรรค และเว้นวรรคกรรมการบริหารพรรคนะครับ ซึ่งประเด็นนี้ผมก็เห็นด้วย ว่ามันแรงเกินไป แต่ท่านก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องการเทคโอเวอร์ (Takeover) พรรคการเมือง ซึ่งกระทํากันได้อย่างเปิดเผยนะครับ แล้วก็การครอบงําเหล่านี้ก็แผ่ขยายลงไปจนถึง ระดับท้องถิ่นนะครับ ซึ่งเราก็ไม่เคยพบเคยเห็นกันมาก่อน เดี๋ยวนี้ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นขึ้นมา ก็จะได้เห็นการเมืองแบบวงศาคณาญาตินะครับ พร้อม ๆ กับการรับเหมาโครงการก่อสร้างต่าง ๆ สัมปทานต่าง ๆ คือถ้าไม่เลือกข้างก็ถูกกินนะครับ ผมคิดว่านี่ต่างหากที่เป็นสาเหตุที่เป็น ปัญหาการเมืองที่สั่งสมมานะครับ เพราะว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์อีกต่อไป แต่เป็น เรื่องผลประโยชน์ คนรุ่นก่อนเล่นการเมืองแล้วจน คนสมัยนี้เล่นการเมืองแล้วรวยนะครับ

ท่านอภิวันท์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านมีข้อเสนอแนะหลายข้อที่ผมก็เห็นด้วยว่า เป็นประเด็นที่น่าจะมาถกเถียงแก้ไขกันได้นะครับ แต่ในประเด็นมาตรา ๒๖๖ กับมาตรา ๒๖๗ ที่ห้าม ส.ส. ส.ว. แทรกแซงข้าราชการประจํา แล้วก็มีหลายท่านมองว่าเป็นอุปสรรค ต่อการช่วยเหลือประชาชน คือผมคิดว่าอันนี้ไม่ใช่อุปสรรคนะครับ เพราะว่าเราเป็น ฝ่ายนิติบัญญัติ แล้วเราก็สามารถทําการตรวจสอบฝ่ายบริหารผ่านระบบคณะกรรมาธิการ ผ่านการตั้งกระทู้ถามได้อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ขนาดห้ามแทรกแซงอย่างนี้ก็ยังล้วงลูกกัน จนระบบราชการเละเทะไปหมดแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นกระผมจึงหวังว่าจะได้เห็นข้อเสนอ ในการแก้ไขตามแบบแผนวิธีการที่กําหนดไว้ตามเจตนารมณ์ในมาตรา ๒๙๑ ก็คือเสนอร่างมา พร้อมกับยกร่างรัฐธรรมนูญเลขมาตรากับเนื้อหามาเลยนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว เราก็จะขัดหรือสุ่มเสี่ยงต่อประเด็นที่ผมได้กล่าวไว้ตั้งแต่ตอนต้นก็คือ มันจะเป็นการยกเลิก รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แล้วก็เป็นการผิดต่อคําปฏิญาณ เสี่ยงต่อความผิดตามมาตรา ๖๘ และมาตรา ๑๕๔ เพราะกระผมดูแล้วว่าไม่มีความจําเป็นต้องจัดทํารัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ยิ่งฟังท่านชี้แจงก็ยิ่งเห็นว่าไม่จําเป็น ก็คือผมดูแล้วหมวดที่เป็นปัญหาน่าจะอยู่ในหมวด รัฐสภากับหมวดองค์กรอิสระนะครับ ซึ่งก็สามารถยกร่างมาถกเถียงอภิปรายกันได้ บทบัญญัติข้อกําหนดเรื่องการยุบพรรคซึ่งแรงไปนี่ ผมว่าหลายฝ่ายเริ่มตกผลึกแล้ว เป็นสิ่งที่ น่าจะแก้ไขได้ บทบัญญัติที่ไม่ให้ศาลเข้ามาเป็นกรรมการสรรหาองค์กรอิสระ ผมก็คิดว่า ตกผลึกกันแล้ว ศาลเองก็ไม่ได้ต้องการแบบนั้น แต่เราไปกําหนดให้ท่านเข้ามา ทําหน้าที่นั้นเองนะครับ บทบัญญัติให้ ส.ส. ต้องสังกัดพรรค ซึ่งลดเสรีภาพทางการเมือง ลดเสรีภาพในการรับสมัครเลือกตั้ง บทบัญญัติที่ให้พรรคสามารถมีมติเพิกถอน ส.ส. อันนี้ ก็น่าจะแก้ไขได้ แต่ว่าประเด็นปัญหาที่ผมไม่เห็นด้วยกับ ๓ ร่างที่เสนอมาก็เพราะว่า มันคลุมเครือ แล้วก็ให้ไปตั้ง สสร. มาทํา ผมว่ามันไม่จําเป็นต้องไปเปลืองงบประมาณขนาดนั้น สถานการณ์เมื่อปี ๒๕๔๐ กับปีปัจจุบันนี้มันไม่เหมือนกันนะครับ ผมคิดว่าสมาชิกทั้ง ๖๔๙ คน น่าจะพิจารณาสิ่งนี้ได้นะครับ ผมก็หวังว่าทางฝ่ายรัฐบาลและทั้งพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล ที่เสนอมานี้ก็ไม่น่าจะทิฐิ น่าจะเอากลับไปปรับปรุงแก้ไข แล้วก็เสนอมาใหม่ได้นะครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านโสภณ ศรีมาเหล็ก ๘ นาทีครับ

นายโสภณ ศรีมาเหล็ก สมาชิกวุฒิสภา น่าน 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม กํานันโสภณ ศรีมาเหล็ก สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดน่าน วันนี้ก็ดีใจที่รัฐบาล ได้มีแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ นะครับ ซึ่งผมเห็น หลักการและแนวทางในการออกแบบสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาจากภาคส่วนต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็มาจากการเลือกตั้ง จากพี่น้องประชาชนใน ๗๗ จังหวัด ๗๗ คน และมาจากภาควิชาชีพสาขาอื่น ๆ อีก ๒๒ คน รวมทั้งหมด ๙๙ คน ผมว่านี่คือประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแก้ ดังนั้นในการออกแบบ สสร. ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ นี้ ดังนั้นถือว่าสมบูรณ์แบบ พี่น้องประชาชน ได้มีกระบวนการ ได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการในการแก้ไขเพิ่มเติม ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง กฎ กติกาต่าง ๆ ที่มันอาจจะติดขัดอยู่เพื่อจะให้การเมือง บ้านเมืองของเรา สังคมของเราได้เดินไปข้างหน้าได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ที่ผ่านมาในการตั้ง สสร. ในการร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้นมาจากสมัชชาแห่งชาติ ๒,๐๐๐ คน ผมก็อยู่ ๑ ใน ๒,๐๐๐ คนนะครับ แต่กติกาการเลือกไปกาที่ไหนก็ได้ ในห้องน้ําที่ไหน วุ่นวายนะครับ กาให้ได้มา ๒๐๐ คน จาก ๒๐๐ คน คณะ คมช. คัดเหลือ ๑๐๐ คน ไม่มีความโปร่งใส อาจจะไม่มีความยุติธรรมกับผู้ที่มีชื่ออยู่ใน ๒๐๐ คน ความวุ่นวายในการเลือกตั้ง ๒,๐๐๐ คน มาเป็น ๒๐๐ คน ก็วุ่นวายพอสมควร ผมถึงบอกว่าเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน เลือกตั้งกํานันบ้านผม ชาวบ้านยังเป็นระเบียบเรียบร้อย เข้าเป็นแถว เลือกตั้งได้คนที่มาเป็นผู้แทนอย่างแท้จริง นี่คือที่มาของ สสร. ๒๕๕๐ ดังนั้นกระบวนการในการที่จะหา สสร. เข้ามาสมบูรณ์แบบที่สุด ดังนั้นผมให้การสนับสนุนหลักการในการออกแบบ สสร. ที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่สมควรแก้ไขอย่างยิ่ง ก็คือที่มาของ ส.ว. ทุกวันนี้ก็มาจากการเลือกตั้ง ๗๖ จังหวัด ๗๖ ท่าน มาจากการสรรหาอีก ๗๔ ท่าน ดังนั้นยังมีความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน ต่างคน ต่างที่มา ยังไม่มีความพร้อมในการบริหารจัดการ จริงอยู่สมาชิกรัฐสภาที่มาจากการสรรหา มีความรู้ความสามารถในด้านวิชาชีพ แต่บางครั้งอาจจะไม่มีพื้นที่ลง ยังมีความสับสน ในบทบาทอํานาจหน้าที่ของตัวเองนะครับ แล้วความแตกต่างกันคือ ส.ว. สรรหา เป็น ๓ ปี แล้วสามารถสรรหาต่อได้เป็นอีก ๖ ปี ทีพวกผม ส.ว. จากการเลือกตั้ง ๗๖ จังหวัด เป็นได้วาระเดียว เว้นวรรคอีก ๒ ปี ห้ามไปเกี่ยวข้องกับการเมือง ไปเป็นสมาชิก อบต. ก็ไม่ได้ เข้าสวนเลี้ยงหลานอย่างเดียวเหมือนท่านผู้ว่าฯ กฤช อาทิตย์แก้ว ว่า ดังนั้นวิธีการไหน ที่จะให้เป็นผู้แทนอย่างแท้จริง ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการบริหารประเทศชาติ บ้านเมืองของเรา เพราะฉะนั้นกฎกติกาใดที่มันไม่มีความเหมาะสม มันต้องมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ ตามกาลเทศะ เพื่อให้การบริหารจัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ในประเทศของเราได้เดินต่อไปได้อย่างลุล่วงต่อไปนะครับ ดังนั้นผมเห็นด้วยในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ผมก็เป็นกลางทางการเมืองสมาชิกวุฒิสภาไม่อยู่พรรคไหนทั้งนั้น ไม่อยู่สีเหลือง ไม่อยู่สีแดง ไม่อยู่สีอื่น ๆ ผมก็ศรีมาเหล็ก ดังนั้นการทํางานเพื่อพี่น้องประชาชน ทําอย่างไร ให้เกิดความผาสุก บําบัดทุกข์บํารุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน ทําอย่างไรที่จะให้เกิด ความปรองดองความสมานฉันท์ในบ้านในเมืองของเรานะครับ ฝากทางรัฐบาลด้วย ในการบริหารจัดการประเทศของเรา ขอให้ท่านได้เห็นใจพี่น้องกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก สภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการหมู่บ้าน คณะกรรมการชุมชน ที่มีอยู่หมู่บ้านและชุมชน หมู่บ้านละ ๑๕ คน ช่วยพัฒนาศักยภาพให้ความรู้เขาในการเลือกตั้ง แต่ละครั้ง คณะกรรมการหมู่บ้านเหล่านี้เป็นคณะกรรมการประจําหน่วยเลือกตั้ง เป็นคณะกรรมการนับคะแนนประจําหน่วยเลือกตั้งด้วย เพราะฉะนั้นเราใช้เขาได้ทุกเรื่อง ในหมู่บ้านในชุมชนต่าง ๆ ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพให้ความรู้ ให้สิทธิสวัสดิการ ของคณะกรรมการหมู่บ้านจะทําให้ประเทศชาติของเราเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

แล้วก็ฝากไว้ด้วยมี ส.ว. ท่านหนึ่งเมื่อครู่ออกเอสเอ็มเอส (SMS) ไป ทั่วประเทศว่ารัฐบาลได้ขอเสียง ส.ว. สนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วก็จะให้ งบประมาณในการลงพื้นที่ พูดโดยไม่คิดก่อน ในการเลือกตั้งประธานวุฒิสภาท่านก่อน ที่เข้ามาก่อน ๔ ปีที่แล้วนะครับ ก็มีการปูดข่าวแบบนี้ออกมาเหมือนกันนะครับว่าเลือกตั้ง ประธานวุฒิสภาได้เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รถเบนซ์ ๑ คัน ผมไม่กล้าขับรถเบนซ์นะปัจจุบันนี้นะครับ ชอบปูดข่าวอย่างนี้ เอาอัตราของตัวเองมาเป็นที่ตั้งมองคนอื่นในแง่ร้าย ดังนั้นอยากจะฝาก ไว้ด้วยนะครับ และหลาย ๆ คนพูดว่า ส.ว. มาจากการเลือกตั้ง ส.ส. มาจากการเลือกตั้ง ใช้เงินมาทั้งนั้น แน่จริงคุณไปแข่งกับผมที่จังหวัดน่านสิครับ คุณเอาเงินไปลงสัก ๑๐๐ ล้านบาทไหมครับ แข่งกับกํานันโสภณที่จังหวัดน่านดูสิครับเขาจะเลือก หรือเปล่านะครับ ดังนั้นคุณอย่าเอาปัจจัยของตัวเองมาเป็นที่ตั้งแล้วมองคนอื่นในแง่ร้ายตลอด ดังนั้นผมฝากไว้ด้วย ผมอยากจะพูดบางครั้งมันอัดอั้นตันใจมันพูดในภาษากํานันของผม ดังนั้นก็อย่าได้ถือสาหาความกับผมแล้วกันนะครับ ดังนั้นใช้จินตนาการของตัวเองมาว่าให้คนอื่น มันไม่ถูกต้อง ดังนั้นก็ขอฝากไว้ด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นเพื่อนผม เรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ด้วยกัน รหัสเดียวกัน ดังนั้นผมให้การสนับสนุนในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ แล้วก็เพื่อน ๆ ผมที่ในเฟซบุ๊ก (Facebook) หลายพันคนสนับสนุนให้ กํานันโสภณ ศรีมาเหล็ก ส.ว. จังหวัดน่าน สนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านพีระ มานะทัศน์ ๘ นาทีครับ

นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภา ลําปาง 🔗

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดลําปาง ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ทางการเมืองของประเทศไทย หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ สําหรับผมเองนั้นเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องสําคัญ เนื่องจากว่าประเทศชาติสะบักสะบอมมามากแล้ว เราต้องเดิน ก้าวไปข้างหน้า ไม่อยากให้ติดกับหรือฝังใจอยู่กับอดีตมากจนเกินไป มีปราชญ์หลายท่าน ได้พูดว่าอดีตเป็นเครื่องเตือนใจ อยากจะให้มองไปข้างหน้า เป้าหมายของการแก้ไข รัฐธรรมนูญในครั้งนี้อยู่ที่การปฏิรูปการเมือง การเมืองนั้นเป็นเรื่องสําคัญสําหรับประชาชน ทุกคน ถ้าหากว่าเราไม่สามารถปฏิรูปการเมืองได้ ก็ยากที่จะก้าวไปข้างหน้า หลาย ๆ ประเทศเพื่อนบ้านของเราต่างก็มองดูประเทศไทยแล้วหลายคนก็วิจารณ์ว่า ประเทศไทยอยู่ ๆ ก็หยุดชะงักไปเฉย ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน หลาย ๆ ประเทศรอบบ้านเรา เขาเจริญก้าวหน้าอย่างมาก ยกตัวอย่างประเทศลาว ประเทศเพื่อนบ้านที่สําคัญของเรามีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ ๒ ของประเทศในเอเชียด้วยกันรองจากประเทศจีน อัตราการเจริญเติบโตประมาณร้อยละ ๘ ต่อปี สูงมากนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่เราทุกคนจะต้องให้ความสนใจ และให้ความสําคัญของการที่จะต้องปฏิรูปการเมือง เพื่อให้ชาติก้าวไปข้างหน้าให้ได้ ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่ใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุด ๘๐ ปี ปัจจุบัน ก็เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๘ และจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ยาวที่สุดมี ๓๐๐ กว่ามาตรา ก็ติดอันดับโลกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นในการทําการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น จึงเป็นสิ่งที่จําเป็นเพราะว่าในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์วิกฤติทางการเมืองเกิดขึ้น หลายครั้งหลายหน เกิดความแตกแยกขาดความสามัคคี ความร่วมไม้ร่วมมือของประชาชน ในชาติ ประชาชนแบ่งเป็นก๊กเป็นฝ่าย รัฐธรรมนูญหลายมาตราเป็นอุปสรรคต่อพรรคการเมือง โดยเฉพาะในมาตรา ๒๓๗ หลายท่านก็ได้พูดไปแล้วว่าการยุบพรรคการเมืองทําให้ พรรคการเมืองอ่อนแอ บางพรรคถูกยุบ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง แทบทุกพรรคถูกยุบก็ทําให้หวาดผวานะครับ มันเหมือนกับมีอํานาจลึกลับสั่งให้มีการยุบ อันนี้เป็นความรู้สึกของชาวบ้านเขา การยุบพรรค ก็เหมือนกับเราไปเผาบ้านเพราะว่าพรรคมันมีสมาชิกอยู่ บางพรรคมีจํานวนเป็นล้าน ๆ คน แล้วจะให้เขาไปอยู่ที่ไหน นี่ละครับเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งเรา ควรจะต้องแก้ไขไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับ สสร. นะครับ อันนี้ก็เป็นเพียง ข้อสังเกตที่อยากจะให้มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะนําไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน

สําหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขนะครับ ที่ผมเห็นว่าเห็นควร ให้การสนับสนุนใน ๓ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ คือการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะว่าในร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขนี้ทั้ง ๓ ฉบับนะครับ ต่างก็มุ่งไปที่จะให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญทําหน้าที่ ในการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ที่มาของสมาชิกนั้นก็มาจากประชาชน ประเภทแรก คือประเภทที่มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ ๑ ท่าน เป็นจํานวน ๗๗ คนด้วยกัน ส่วนที่ ๒ ก็มาจากคัดเลือก คัดเลือกโดยตัวแทนของประชาชนคือในรัฐสภานี่เอง ทั้ง ส.ส. ส.ว. ก็ถือเป็นผู้แทนของปวงชน เพราะฉะนั้นฐานที่มาของผู้จะไปยกร่างรัฐธรรมนูญก็มาจากฐาน ของประชาชนทั้งหมดนะครับ

ประการที่ ๒ การอนุมัติใช้รัฐธรรมนูญหลังจากที่ สสร. ร่างเสร็จแล้วนั้น ก็อยู่ที่ประชาชนจะตัดสินใจโดยผ่านการออกเสียงประชามติซึ่งทางรัฐสภาจะส่งให้ทาง กกต. ไปดําเนินการ

นี่คือรัฐธรรมนูญโฉมหน้าใหม่ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้นะครับจะทําให้ประชาชน ยอมรับ การยอมรับในรัฐธรรมนูญนั้นผมถือว่าเป็นเรื่องสําคัญเพราะว่าจะทําให้เกิด ความเชื่อมั่น คือคนในสังคมถ้าอยู่ร่วมกันถ้ามีความรู้สึกไม่เชื่อมั่นแล้ว การจะร่วมมือกัน ทํางานเพื่อผลักดันให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้านั้นก็เป็นเรื่องยาก จากบทเรียนในอดีต หลายครั้งหลายหนที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าประเทศเรานั้นเคยเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้ากว่า หลาย ๆ ประเทศในกลุ่มเอเชียจนกระทั่งในช่วงหนึ่งเราก็เคยมีบทบาทของผู้นําของเอเชีย แต่วันนี้ผมไม่แน่ใจว่าในเอเชียประเทศไทยยืนอยู่ตรงจุดไหน อยู่ตรงที่ใด เพราะฉะนั้น ก็อยากจะสนับสนุนตรงนี้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชนกับการอนุมัติโดยประชาชนนั้น ถือว่ามีความสําคัญต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มุ่งเน้นให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วม เพราะว่าอํานาจทั้งหมดเป็นอํานาจของประชาชน ถ้าหากจะให้ประชาชน เขาเลือกเส้นทางของเขาเองก็น่าจะเป็นประโยชน์ แล้วก็จะทําให้เกิดพลังความสามัคคี ของชาติได้พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตลอดไป ขอบคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นฝ่ายรัฐบาล ๒ ท่านนะครับ ๒๘ นาที ท่านแรกคือท่านพันธุ์ศักดิ์ ท่านที่ ๒ นายแพทย์เหวงนะครับ เชิญท่านพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา ๑๓ นาทีครับ

นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา วันนี้ผมได้มีโอกาสนั่งฟังเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นท่านสมาชิกวุฒิสภา ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งฝ่ายค้าน แล้วก็ฝ่ายรัฐบาลก็ดี ผมเชื่อว่าวันนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าพี่น้องประชาชนเองนั้น ต่างเฝ้าจับตาการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายรัฐธรรมนูญในวันนี้เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งหลายกระแส ในวันนี้พี่น้องที่ชมการถ่ายทอดทีวีอยู่ก็คงจะได้รับทราบข้อมูลจากทั้ง ๒ ฝ่าย ซึ่งระบอบ ประชาธิปไตยนั้นการฟังเสียงของทุกคนเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างยิ่ง ผมว่าในวันนี้เป็นวันสําคัญอีกนะครับที่พี่น้องที่อยู่ทางบ้านได้รับคํายืนยันจากท่านสมาชิก และจากท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเฉลิม อยู่บํารุง ขออภัยต้องเอ่ยนามนะครับ ซึ่งท่านได้ยืนยันว่าจะไม่มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบันอย่างแน่นอน ผมเอง ก็รู้สึกสบายใจนะครับ เพราะว่ากลับไปที่บ้านก็มีประชาชนนั้นสอบถามเป็นจํานวนมาก ท่านสมาชิกที่รักและเคารพ ท่านประธานที่เคารพนะครับ เรื่องของการประชุมสภาของเรานั้น พี่น้องประชาชนสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบางทีต้องไปทําความเข้าใจในเรื่องของ การประชุมที่มีการถ่ายทอด บางทีในสภาเรารู้สึกว่าจะมีสมาชิกอยู่โหรงเหรงก็ตามนะครับ ก็ต้องไปอธิบายกันว่าหลายท่านมีภารกิจในการประชุมกรรมาธิการอยู่นอกห้องบ้าง ประชาชนก็เข้าใจนะครับ เนื่องจากเราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เราทําหน้าที่ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนก็ถือว่าเป็นหน้าที่ของ ส.ส. ซึ่งยืนยันนะครับว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมเองก็ให้ความร่วมมือแล้วก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่ากฎหมาย สูงสุดของประเทศเป็นกฎหมายที่นํามาบริหารประเทศเพื่อเป็นเข็มทิศในการที่จะนําประเทศ ไปสู่ความเจริญในอนาคต ทั้งตัวประชาชนแล้วก็ประเทศของเรา เรามีกฎหมายมาหลายฉบับ ถึงวันนี้มี ๑๘ ฉบับเข้าไปแล้วนะครับ แต่ว่าการเมืองตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ ก็เข้าปีที่ ๘๐ พี่น้องประชาชนหลายท่านเดี๋ยวนี้มีความเข้าใจเรื่องกฎหมายเป็นอย่างยิ่งนะครับ ซึ่งได้ สอบถาม แล้วก็คอยติดตามเรื่องการแก้ไขปัญหาในเรื่องของกฎหมายของเราตลอดเวลา

ผมดูเรื่องของการที่มีท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งเป็น เรื่องสําคัญที่มีความเห็นแตกต่างบ้าง แต่ผมเชื่อว่าในสภาแห่งนี้ท่านสมาชิกคงได้ ทําความเข้าใจกันนะครับว่าเราคงต้องร่วมไม้ร่วมมือกัน เพื่อที่จะทํางานของสภานี่ให้สําเร็จ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เรื่องที่สําคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่มาของวุฒิสมาชิกนะครับ ซึ่งสมัยก่อนนี้ก็มีการแต่งตั้ง แล้วก็มีระยะเวลาในการที่จะให้การแต่งตั้งนั้นหมดไป ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ขณะนี้เราก็มี ๒ ประเภท ผมเชื่อว่าท่านวุฒิสมาชิกทุกท่านมีความรู้ ความสามารถนะครับ มีความรู้ความสามารถทุกท่าน ผมชื่นชมกับท่านวุฒิสมาชิกนะครับ แต่ว่าเรา มาดูเรื่องของความเป็นมา ถ้าเราจะมีการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยนั้น ก็คงต้องให้มี การเลือกตั้งทั้งหมดหรือจะแต่งตั้งทั้งหมดเลย ผมก็ไม่เกี่ยงนะครับ นี่คือที่มาของวุฒิสภา ความเป็นอิสระของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกันนะครับ ซึ่งก็เป็นที่ครหาบางทีก็จะมี การพูดกันถึงเรื่องของงูเห่าบ้างต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น แล้วก็บางทีบางเรื่องเราไม่สามารถที่จะ ไปแหกมติพรรคได้ เนื่องจากระบบพรรคการเมืองนั้นต้องฟังเสียงมติพรรคด้วยนะครับ ซึ่งเป็นความเห็นที่บางทีก็อาจจะค้านกับตัวสมาชิกก็คงจะดําเนินการอะไรไม่ได้

องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระนะครับ ก็มีหลายท่านได้อภิปรายไว้มาก โดยการที่จะมีการเลือกองค์กรอิสระนั้นอยู่ในมือของคน แค่ ๗ คนเท่านั้น ซึ่งจริง ๆ ๗ ท่านนั้นก็เป็นบุคคลซึ่งมีความสําคัญในประเทศของเราทั้งนั้นนะครับ แต่ระบอบประชาธิปไตยนั้นเราคงต้องใช้ระบบที่มันให้เกิดประโยชน์ แล้วก็เห็นเป็นรูปธรรมว่า มีความโปร่งใสนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องของการยุบพรรคและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของกรรมการบริหารพรรค ผมเชื่อว่าหลายท่านคงจะอึดอัดนะครับในเรื่องนี้ เพราะว่า ไม่ว่าจะเป็น มาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๐๙ ที่ผ่านมาก็ตาม ผู้ที่ไม่ได้กระทําความผิดนั้น ต้องรับโทษไปด้วยนะครับ ถูกเว้นวรรคทางการเมือง ๕ ปี ก็เท่ากับ ๒ สมัย เท่ากับ ๘ ปี เหมือนกัน ฉะนั้นในเรื่องนี้ผมเชื่อว่าท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านที่อภิปรายไปแล้วนี่นะครับ ก็คงจะนําไปสู่ สสร. ที่จะมีการเลือกตั้งกันในโอกาสข้างหน้านี่จะได้รับข้อมูลนี้ไปสู่แนวทาง ในการแก้ไขในอนาคตต่อไปนะครับ

การห้ามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภานี่ละครับไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่อง ของการบริหารงานของข้าราชการประจําก็ดี เรื่องนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องสําคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าเราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ในเวลาเราเลือกตั้งเราไปบอกประชาชนไว้ว่า ถ้ามีปัญหาอะไรเราจะดําเนินการประสานงานให้นะครับ เราไม่ได้บอกว่าเราจะจัดการให้ แต่จะประสานงานให้นะครับ ให้ลุล่วงตามที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อน แต่บางทีก็จะเกิดเหตุ อย่างที่ผ่านมาท่านสมาชิกหลายท่านก็ถูกยื่นถอดถอนไปแล้วก็มีนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมเชื่อว่า เราไม่พ้นจากการที่จะต้องรับผิดชอบในเรื่องของพี่น้องประชาชนนะครับ บางทีเราไปหาเสียง นโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองก็ดี ของตัวผู้สมัครเองก็ดี ต้องการที่จะเข้าถึงประชาชน ในการที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในโอกาสที่ท้องถิ่นเองหรือผู้ที่รับผิดชอบนั้น ไม่ยอมดําเนินการให้กับพี่น้องประชาชน ผมถือว่าเรื่องนี้ควรที่จะมีการแก้ไขนะครับ แต่ว่า (๑) (๒) ของมาตรา ๒๖๖ ก็พอที่จะรับได้นะครับ เพราะว่าถือว่าเป็นการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย ซึ่งบางทีก็จะเป็นเรื่องของระบบอุปถัมภ์ซึ่งจะทําให้คนที่ มีความรู้ความสามารถไม่สามารถที่จะเข้าสู่ตําแหน่งได้ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการปิดกั้นความเจริญ ในหน้าที่การงานของเขาด้วยนะครับ ใน (๓) ก็เหมือนกันนะครับ ซึ่งมีตําแหน่งเงินเดือน และมิใช่ข้าราชการการเมือง อันนี้ก็เหมือนกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ผมเชื่อว่า ๒ วงเล็บนี้ (๒) (๓) นี้ผมเห็นด้วย แต่ว่าการบริหารราชการที่เข้าไปเกี่ยวข้องนี่ผมเชื่อว่าไม่พ้นหน้าที่ของ ส.ส. ถึงแม้ว่าจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติก็ตาม อันนี้ก็คงจะมีการแก้ไขกันต่อไปนะครับ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าในการประชุมวันนี้ถึงแม้ว่าจะถึง ตีสอง ตีสามก็ตาม แล้วก็ในวันพรุ่งนี้อีก ๑ วัน จะจบหรือไม่ ยังไม่แน่ใจนะครับ แต่ก็ยัง ไม่สรุปว่าจะแก้ไขในมาตราไหน ผมเชื่อว่าทางฝ่ายรัฐบาลเองคิดถูกต้องแล้วครับ ที่ได้ มีโอกาสในการที่จะแก้เพิ่มเติม มาตรา ๒๙๑ ลงไป ไม่ใช้มาตรา ๒๙๑ มาแก้ไขในสภา โดย ส.ส. เอง หรือวุฒิสภา เพราะว่าถ้าเราแก้เองก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนทั่วไป ที่เขานินทากันว่าแก้เพื่อตัวเอง อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้นได้มีโอกาสในการที่จะแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๙๑ ลงไปให้มีการเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญจังหวัดละ ๑ คน แล้วก็ยังมี นักวิชาการอีก ๒๒ คนนี่ ผมเชื่อว่า ๙๙ คนน่าจะมีความคิดที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ซึ่งวันนี้ เรายังไม่รู้หรอกครับว่าเขาจะแก้อะไรกัน จะแก้มาตราไหน ซึ่งเราเป็นห่วงกันก็คือในส่วนของ สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นก็ได้รับคํายืนยันแล้วว่า ถ้ามีการแก้ไขจริง ๆ ก็คงจะไม่รับ ในร่างฉบับนี้ ฉะนั้นผมขอวอนว่าในขณะนี้เราคงจะต้องให้ความร่วมมือกัน รัฐสภาก็คงจะ ขอความกรุณาทุกท่านให้ร่วมมือกันประชุม ๒ วันนี้ให้จบเป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อที่จะให้ นําไปสู่การแก้ไขเพื่อพี่น้องประชาชนในอนาคตนั้นทําได้ตลอด ๆ ไป แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กฎหมายที่เราพิจารณากันในวันนี้ เสร็จจากการประชุมแล้วนําไปสู่การเลือก สสร. แล้ว พี่น้องประชาชนก็คงจะอยู่ดีกินดีด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ ๑๕ นาทีครับ

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะกราบเรียนถามข้อมูลขั้นต้นเสียก่อนนะครับ ที่จะนําไปสู่ข้อสรุปว่าทําไมเราต้องรับรอง ร่างแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ท่านประธานครับ มีประมวลกฎหมายอาญามาตราหนึ่ง ถูกทําลายแล้ว ทําลายอีก ถูกเหยียบย่ําแล้วเหยียบย่ําอีกจากคณะรัฐประหาร ผมกราบเรียนท่านประธาน อย่างนี้นะครับ ก็คือมาตรา ๑๑๓ ผู้ใดใช้กําลังประทุษร้ายหรือเพียงแค่ขู่เข็ญว่าจะใช้กําลัง ประทุษร้ายเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร หรืออํานาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อํานาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือแบ่งแยก ราชอาณาจักร หรือยึดอํานาจปกครองในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทํา ความผิดฐานเป็นกบฏครับ ท่านประธานครับ ปรากฏว่าคณะรัฐประหารชุดแล้วชุดเล่าที่ชนะ เขาใช้วิธีการออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมครับ อ้ายนี่ผิดแล้วนะครับ ผมรับไม่ได้แล้วนะครับ แต่คณะรัฐประหารชุดวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ วางอํานาจบาตรใหญ่และเหิมเกริม ยิ่งกว่านั้นครับ ก็คือเอาเรื่องนิรโทษกรรมนี่ ยกระดับกลายเป็นรัฐธรรมนูญครับ ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานนะครับ นี่จึงเป็นที่มาว่าทําไมเราจะต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้ได้ คือรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) ปี ๒๕๔๙ ก่อนนะครับ ท่านเขียนไว้ในนี้เลยครับ ท่านไม่มียางอายเลย ไม่มีความอายแก่ฟ้าแก่ดินเลย คณะรัฐประหารชุดก่อน ๆ นี้เขายังมี ความอายต่อฟ้าต่อดินบ้าง ไม่เอาเรื่องการนิรโทษกรรมไปปรากฏไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่คณะรัฐประหารชุดนี้ มาตรา ๓๗ บรรดาการกระทําทั้งหลายซึ่งได้กระทําเนื่องในการยึดอํานาจ และควบคุมอํานาจการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ของหัวหน้า และคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมตลอดทั้งการกระทําของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทําดังกล่าว หรือของผู้ซึ่งได้รับ มอบหมายจากหัวหน้า หรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือของผู้ซึ่งได้รับคําสั่งจากผู้ที่ได้รับมอบหมาย จากหัวหน้าหรือคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขอันได้กระทําไปเพื่อการดังกล่าวข้างต้นนั้น การกระทําดังกล่าวมาทั้งหมดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการกระทําเพื่อให้มีผลบังคับในทางนิติบัญญัติ ในทางบริหาร หรือในทางตุลาการ รวมทั้งการลงโทษและการกระทําอันเป็นการบริหารราชการอย่างอื่น ไม่ว่ากระทําในฐานะ ตัวการผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทํา หรือผู้ถูกใช้ให้กระทํา และไม่ว่ากระทําในวันที่ดังกล่าว หรือก่อน หรือหลังวันที่กล่าวนั้น หากการกระทํานั้นผิดต่อกฎหมายให้ผู้กระทํานั้นพ้นจาก ความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง ผมไม่เคยเห็นครับ การรัฐประหารในประเทศไทยที่วางอํานาจบาตรใหญ่และเหยียบย่ํา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ มากขนาดนี้นะครับท่านประธาน นอกจากนี้ คณะรัฐประหารชุดดังกล่าวยังคิดการณ์ไกลนะครับ ท่านประธานครับ จึงเป็นที่มา ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เราพูดกันอยู่นะครับ ดังนั้นผมก็กราบเรียนท่านประธานนะครับ ว่าใครก็ตามที่ประกาศว่าต่อต้านรัฐประหาร ท่านต้องคัดค้านรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และท่านต้องฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ อย่างสันติวิธี โดยใช้อํานาจรัฐาธิปัตย์ของประชาชนไทย ทั่วทั้งประเทศ ผมยืนยันต้องฉีกครับ ใช้อํานาจรัฐาธิปัตย์ของประชาชนทั่วประเทศเป็นผู้ฉีกครับ ท่านประธานครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาจากคณะรัฐประหารโดยตรงครับ ท่านไปอ่านดูสิครับ มาตรา ๑๙ ถึงมาตรา ๓๒ ท่านประธานครับเมื่อสักครู่ผมเสียเวลาในการอ่าน มาตรา ๓๗ ไปมากพอสมควร ผมจะสรุปคร่าว ๆ ของมาตรา ๑๙ จนถึงมาตรา ๓๒ นะครับ คณะรัฐประหารเขาจะตั้งคนมา ๒,๐๐๐ คน และเขาบอกว่าให้คน ๒,๐๐๐ คน เลือกกันเอง เหลือ ๒๐๐ คน แต่ในนั้นมีโผครับ ๒๐๐ คน แล้วคณะรัฐประหารเลือกเหลืออีก ๑๐๐ คน เขาชี้นิ้วลงไปเลยครับ แล้วให้ ๑๐๐ คนดังกล่าวนี้ตั้ง ๒๕ คนขึ้นมาร่าง ๒๕ คนไม่พอ คณะรัฐประหารใส่เข้าไปอีก ๑๐ คน เป็น ๓๕ คน แล้ว ๓๕ คนดังกล่าวนี้ไปเลือกหัวหน้ากัน ขึ้นมา เขาไม่พอใจครับ จึงเป็นที่มาของประธานร่าง ซึ่งชาวบ้านชาวช่องทั่วไปเขาเรียกกันนะครับ ผมไม่ทราบว่าเขาชื่ออะไร แต่เขาเรียกกันว่าหน้าแหลมฟันดํา ไม่ทราบจริงหรือเปล่า เขาไม่พอใจประธานที่ ๓๕ คนนั้นเลือก แต่เขาก็เลยตั้งใจจะไปเลือกคนซึ่งชาวบ้านเขาเรียกกัน ชื่ออะไรผมบังเอิญลืมไปเสียแล้ว นี่อย่างไรครับจึงเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ช่วยตอบผมหน่อยสิครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นประชาธิปไตยที่ตรงไหน ลําพังเฉพาะ แค่มาตราเดียวของมาตรา ๓๐๙ เราก็สามารถที่จะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้แล้วครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญจะต้องเป็นบทบัญญัติสูงสุดในการตราไว้ซึ่งในแผ่นดินนี้ว่า แผ่นดินนี้เป็นประชาธิปไตย แต่มาตรา ๓๐๙ มาตราเดียวครับ ท่านประธานครับ บรรดา การใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการ ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าก่อน หรือหลัง ไม่ว่าก่อนหรือหลังด้วยนะครับ และไม่มีกําหนดเริ่มต้นเมื่อไร แล้วไปสิ้นสุดเมื่อไร ให้ถือว่าการนั้นและการกระทํานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ ดังนั้นแค่มาตราเดียวนะครับ ท่ านประธานครับ ก็สมควรแล้วที่จะต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วก็ร่างกันใหม่

คราวนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ พรรคเพื่อไทย นี่ใจใหญ่ครับ จริง ๆ พรรคเพื่อไทยสามารถจัดตั้งรัฐบาล ๓๐๐ เสียงขึ้นมา แล้วด้วยความ เคารพนะครับ ในการทําความเข้าใจต่อวุฒิสมาชิก ผมก็เชื่อมั่นนะครับว่าจะมี พี่น้องวุฒิสมาชิกจํานวนหนึ่งที่เขาสนับสนุนเรานะครับ ดังนั้นเรามีความเป็นไปได้ที่เราจะเอา ๓๐๐ บวกอีก ๓๐ ดังนั้นการแสวงหาคะแนนเสียงสัก ๓๓๐ เพื่อไปร่างของฉบับรัฐบาลขึ้นมา แล้วก็เอามาเรียกว่าใช้อํานาจบาตรใหญ่ใส่เข้าไปในรัฐสภา อันนี้ผมเชื่อว่าทําได้ครับ แต่พรรคเพื่อไทยไม่ทําครับ รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไม่ทําครับ ใช้วิธีการเคารพอํานาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ใช้วิธีการต้องการให้ประชาชนชาวไทย ทั่วทั้งประเทศมีส่วนร่างรัฐธรรมนูญ จึงเป็นที่มาในการที่จะไปแก้มาตรา ๒๙๑ เพื่อให้ พี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศได้มีโอกาสเลือก สสร. กับตัวเองโดยตรงครับ ตรงนี้หลักการ ตรงกันทั้ง ๖ ฉบับนะครับท่านประธาน เพียงแต่ว่าผมอาจจะมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างจาก ทางรัฐบาลหรือทางพรรคสักนิดเดียวเท่านั้นเอง ก็คือว่าใจผมไหน ๆ เราจะต้องการ รัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นประชาธิปไตยเต็มที่แล้ว ไฉนเลยตั้งแต่ก้าวแรกเราไม่ทําให้มันเป็น ประชาธิปไตยเต็มสมบูรณ์ครับ ดังนั้นในความเห็นของผม ผมเห็นด้วยกับการแก้มาตรา ๒๙๑ ผมเห็นด้วยกับของรัฐบาล แต่ผมก็อยากจะฝากไว้นะครับว่ากรรมาธิการครับ หากว่าร่างแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ของรัฐบาล ผ่านไปแล้ว ท่านได้ช่วยโปรดพิจารณาได้ไหมครับว่าที่มาของ สสร. กระผมอยากจะฝาก ความคิดเห็นไว้นะครับว่าควรจะเอาจํานวนประชาชนทั่วทั้งประเทศเป็นหลัก เพื่อจะได้เคารพ สิทธิประชาธิปไตยที่เท่าเทียมกันของประชาชนทุกคนครับ ไม่อย่างนั้นเราอธิบายไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ เพราะว่ากรุงเทพฯ มี ๑๐ ล้านคน แล้วทําไมเราจึงได้ สสร. คนเดียวครับ ของกรุงเทพมหานคร เมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดระนอง นี่พูดถึงจํานวนประชากรนะครับ เขามี ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนเท่านั้นเอง แต่กลับได้ สสร. ๑ คนเท่ากัน ดังนั้นเท่ากับเป็น การทําลายสิทธิประชาธิปไตยที่เท่าเทียมกันของระหว่างคนกรุงเทพฯ กับคนระนอง ไปโดยสิ้นเชิง อันนี้ประการที่ ๑ ที่ผมเห็นแตกต่างจากทางรัฐบาลนิดหน่อย

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเห็นแตกต่างจากทางรัฐบาลนิดหน่อย ซึ่งขออนุญาต ได้กราบเรียนท่านประธานไว้ แต่อย่างไรก็ตามผมสนับสนุนร่างรัฐบาล เพียงแต่ให้ข้อคิดไว้ว่า กรรมาธิการที่จะมาปรับแก้กรุณานําเอาความคิดเห็นผมไปประกอบด้วย นั่นก็คือผมต้อง กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าผมมีความเป็นห่วงประเทศไทยมาก ทั้งนี้เนื่องจากว่าเวลา คณะรัฐประหารชุดต่าง ๆ เวลาเขาได้อํานาจแล้วนี่นะครับ สิ่งที่เขาทํา เขาฉลาดมากเลยก็คือ เขาไปยึดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาครับ หลังจากที่ยึดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาแล้ว เขาอัดฉีด ความคิดอนุรักษ์นิยม จารีตนิยมเต็ม ๆ เข้าไปในสถาบันการศึกษาครับ ถ้าหากนับเนื่องตั้งแต่ ปี ๒๔๙๐ เป็นต้นมาจนถึงวันนี้ ปี ๒๕๕๕ นี้ก็ประมาณเกือบ ๖๐ ปีแล้ว ๖๐ ปี ที่สถาบันอุดมศึกษาถูกยัดความคิดอนุรักษ์นิยมและจารีตนิยม ผมจึงเป็นห่วงว่าเราจะไป ควานหานักวิชาการที่เขามีความคิดเสรีนิยม ที่มีความคิดประชาธิปไตยและยอมรับหลักนิติรัฐ นิติธรรมได้หรือไม่ครับ ผมเกรงว่าจะไม่ได้ครับ เพราะว่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในทัศนะส่วนตัวผมและในสายตาของประชาชนทั่วทั้งประเทศ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยที่ก้าวหน้าที่สุดครับ แต่ท่านประธานก็เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าอธิการบดี คนปัจจุบัน ขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ปิดกั้นเสรีภาพทางปัญญาครับ เป็นการสะท้อนออกว่า จิตวิญญาณของเขานั้นไม่รักประชาธิปไตยเลยแม้แต่น้อย กระทั่งเสรีภาพทางปัญญา ยังไม่อนุญาตให้มีในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แม้แต่น้อยครับ เมื่อเป็นอย่างนี้เราจะไป ควานหานักวิชาการที่เขามีเสรีนิยม แล้วก็มีจิตวิญญาณที่เป็นประชาธิปไตยมาจากไหน ดังนั้นกลับมาประเด็นนี้ผมสนับสนุนให้ประชาชนเลือกโดยตรง ๑๐๐ คนเลยครับ หรืออาจจะ ๑๑๑ คน ดังที่ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอภิวันท์ท่านได้เสนอไว้ ต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับ ทัศนะอันนี้มันซ่อนเร้นด้วยทัศนะที่ไม่เชื่อมั่นประชาชนด้วย คุณดูแคลนประชาชนหรือเปล่า จึงคิดว่าถ้าให้ประชาชนเลือกโดยตรงแล้วประชาชนจะขาดแคลนคนซึ่งมีความสามารถ ในการที่จะร่างรัฐธรรมนูญได้ อันนี้เป็นความคิดที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง ผมเคยอภิปราย ในสภาแห่งนี้แล้วนะครับว่าขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอให้สมาชิกรัฐสภาทุกคนกรุณา กวาดล้างความคิดดูหมิ่นดูแคลนประชาชนออกจากสมองให้สิ้นเชิงด้วยครับ

แล้วข้อต่อมาท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับว่าในความเป็นห่วงเป็นใย ของสมาชิกสภาของเรานะครับว่าจะไปแตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่าประชาชนไทยทุกท่านเคารพรักและจงรักภักดีครับ ดังนั้นถ้าคุณ ไปสงสัยคนอื่นแสดงว่าคุณไม่เคารพคนอื่น หลักการของทุกศาสนาบอกไว้ชัดนะ ทันทีที่คุณ ไม่เคารพคนอื่นแปลว่าคุณไม่เคารพตัวคุณเองครับ หลักการศาสนาบอกไว้ชัดเลยนะครับ คุณต้องเคารพคนอื่นเพื่อเป็นการสะท้อนออกว่าคุณเคารพตัวคุณเอง คุณไม่เคารพคนอื่นได้ อย่างไร คุณไปตั้งข้อสงสัยคนอื่นเขาได้อย่างไรว่าเขาไม่จงรักภักดี ผมถามกลับ แสดงว่าลึก ๆ คุณมีความไม่จงรักภักดีแฝงเร้นอยู่หรืออย่างไรครับ เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกที่เคารพครับ อย่าติเรือทั้งโกลน ตีตนไปก่อนไข้ แล้วช่วยกรุณาเคารพประชาชนด้วยนะครับ

แล้วข้อต่อมามีการพูดกันมากเหลือเกิน ท่านประธานครับ พูดแบลงก์เช็ค (Blank cheque) แบลงก์เช็ค ผมว่าพวกท่านนี้นะครับไม่ทราบว่าพวกท่านดูแคลน ดูข้าม ผลงานของพวกท่านเองหรือเปล่า จริง ๆ หลายเรื่องผมไม่เห็นด้วยนะครับ แต่ผมเคารพว่า เป็นผลงาน อาทิเช่น ผลงานของท่านอาจารย์ดิเรก ถึงฝั่ง ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ เป็นผลงานอันทรงคุณค่าที่ทุกคนเคารพครับ กระทั่งผลงานของสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ซึ่งผม ไม่เห็นด้วยเยอะเลยนะครับ อันนี้ก็เป็นผลงานที่ตั้งเอาไว้แล้วครับ และท่านคิดว่า สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เขาจะมองข้ามผลงาน ๒ ชิ้นนี้หรือ แล้วท่านคิดว่า สสร. เขาจะมองข้ามการอภิปรายทางการเมืองที่สะสมมาใน ๕ ปีนี้หรือ ผมว่าคุณดูหมิ่นดูแคลนคน มากเกินไปแล้วครับ แล้วก็ตีตนไปก่อนไข้มากเกินไปครับ ไม่ได้แบลงก์เช็คครับ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้การที่เราเลือก สสร. เพราะว่าเราต้องการให้ สสร. มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดของประเทศ และหากเป็นไปได้ก็คือว่า ต้องป้องกันไม่ให้เกิดรัฐประหารด้วยครับ

ผมมีแง่มุมทางกฎหมายของผมนะครับ ท่านประธาน ขออนุญาตไม่ว่า นักการเมืองคนไหนหรือพรรคการเมืองคนไหนกรุณาอย่ามาใส่ร้ายป้ายสี ผมว่าจะเอา ความคิดของผมไปยัดเยียดใส่ สสร. ไม่ใช่ เพราะเรามีเสรีภาพในการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ผมคิดว่าวิธีการในการที่จะทําให้การรัฐประหารหมดสิ้นไปก็คือว่าในช่วงที่รัฐประหาร มีอํานาจอยู่ เขาออกกฎหมายอะไรของเขา ออกรัฐธรรมนูญอะไรของเขา ไม่เป็นไรคุณมีปืนอยู่ คุณใช้ปืนของคุณจี้ศีรษะคนบังคับให้เขายอมรับ แต่ทันทีที่ปืนคุณวางลงกับพื้น แล้วประชาชนมีอํานาจขึ้นมา ผมกราบเรียนท่านประธานประชาชนมีสิทธิและมีอํานาจ ในการที่จะยกเลิกผลพวงของกฎหมายทุกประการที่รัฐประหารทิ้งเอาไว้ให้ประชาชนครับ

หัวข้อต่อมามีคนพูดมากเรื่องประชามติ ต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ ผมก็เงี่ยหูฟังแล้วจะพยายามไม่ซ้ําประเด็น ท่านประธานทราบไหมครับว่า ประชามติ ปี ๒๕๕๐ เป็นประชามติที่ไม่เป็นประชาธิปไตยครับ เอาเฉพาะเรื่องเดียว ท่านประธานครับ มีการประกาศกฎอัยการศึก ๔๗ จังหวัดใน ๗๖ จังหวัดของประเทศไทย คิดเป็น ๖๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ในจังหวัดที่มีการประกาศกฎอัยการศึก นั่นก็หมายความว่า อํานาจปืนเสียงปืนดังที่สุด และในความเป็นจริง คมช. ในระยะนั้นส่งทหารลงไป ถ้า คมช. ต้องการโต้แย้งกับผม ผมพร้อมที่จะโต้แย้งกับคุณ ผมมีหลักฐานครับ เพราะว่าตรงข้ามคลินิกผม มีสลัม มีคนประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน เขามาร้องไห้ร่ําไห้กับผมเพราะเขาถูกดูแคลน เหยียดหยาม ดูหมิ่น คือมีทหาร ๓ คนพกปืนเอ็ม ๑๖ ไป บอกชาวบ้านบอก ขออนุญาต ท่านประธานใช้ภาษาชาวบ้าน มึงต้องลงรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นะโว้ย ไม่อย่างนั้นมีเรื่อง นี่คืออะไรครับท่านประธาน แล้วคุณจะบอกว่าเป็นประชามติที่เป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร แล้วเราจะเคารพได้อย่างไร กระทั่งเราไม่ยอมรับ แต่ว่าความที่เราเคารพประชาธิปไตย บ้านเมืองต้องมีขื่อมีแป เราจึงเคารพรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาจนถึงวันนี้ เราเห็นช่อง ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ในการที่จะแก้ได้ เราถึงแก้ไปตามครรลอง เราไม่ใช้ อํานาจบาตรใหญ่ของเราในการที่จะยัดใส่เข้าไปในนั้น เพราะฉะนั้นที่ท่านบอกว่าประชามติ มันมีผล ๑๔ ล้านคนของท่านมีเอ็กซิทโพล (Exit Poll) บอกชัด ๓๐ เปอร์เซ็นต์ บอกว่า เขากาไปเพราะต้องการให้ คมช. พ้นไป เขากาไปต้องการให้รัฐบาลสุรยุทธ์ จุลานนท์ พ้นไป เขากาไปต้องการให้มีการเลือกตั้งใหม่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๑๔ ล้านคน นั่นก็คือ ๔,๒๐๐,๐๐๐ คน เขาสักแต่ว่ากาไปครับ เมื่อสักแต่ว่ากาไปต้องเอา ๔,๒๐๐,๐๐๐ คน ไปบวกกับคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมไม่ต้องการฟื้นฝอยหาตะเข็บ แต่ต้องกราบเรียนประธานนะครับ คนที่พูดเอาแต่ได้โปรดโต้แย้งผมหน่อยว่า สิ่งที่ผมพูด ผิดอะไรบ้าง กลับมาประเด็นนะครับท่านประธาน ผมอาจจะพูดเสียงดังหน่อย แต่ว่าในใจ ผมต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดของประเทศไทย ดังนั้นต้องกราบเรียนประธาน ด้วยความเคารพ ในวันนี้ผมขอยื่นมือแห่งมิตรไมตรี ไมตรีจิตมิตรภาพไปยังสมาชิกรัฐสภาทุกคน กระทั่งคนที่มีความเห็นทางการเมืองไม่ตรงกับผม แล้วผมอยากจะยื่นไมตรีจิตมิตรภาพ ด้วยมืออันนี้ ไปยังประชาชนไทยทั่วทั้งประเทศ เราช่วยกันได้ไหม เราช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ดีที่สุดของประชาชนเท่าที่มีอยู่ในประเทศไทยจนถึงวันนี้ ขอบคุณท่านครับประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นฝ่ายค้านนะครับ ๓๐ นาที ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ๒๐ นาที ท่านณรงค์ ดูดิง ๑๐ นาที เชิญท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ๒๐ นาทีครับ

นายกนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นในเรื่อง ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งหมดนี้ ๕ ประเด็นด้วยกัน

ในประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของเป้าหมายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่กําหนดแนวทางและวิธีการของการอยู่ร่วมกันของประชาชน เพื่อให้ได้มาซึ่งสังคมที่มี ความปลอดภัย มีสันติสุข มีความมั่นคง แล้วก็มีความเจริญก้าวหน้า นี่คือความหมาย ของรัฐธรรมนูญ นั่นก็หมายความว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องผลักดันให้เป้าหมายดังกล่าว ตามความหมายดังกล่าวนั้นดีขึ้นไม่ใช่เลวลง ไม่ใช่ต่ําลง เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราจะต้องตระหนักถึงความสําคัญในเรื่องนี้ ในประเด็นของกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ก็จะต้องเป็นกระบวนการที่ทําให้ทุกภาคส่วนของสังคมยอมรับ ไว้วางใจ และเชื่อมั่นได้ว่า จะนําไปสู่เป้าหมายที่ดีขึ้นดังที่ผมได้กล่าวไปแล้ว ท่านประธานครับ คําถามก็คือว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญในครั้งนี้มีเป้าหมายอะไร และจะทําด้วยกระบวนการที่สามารถจะสร้าง การยอมรับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทุกภาคส่วนได้หรือไม่ นี่คือ คําถามที่เราจะต้องตอบครับในฐานะสมาชิกรัฐสภา คําตอบที่ชัดเจนครับ ท่านประธานครับ วันนี้จะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ความเป็นจริงบอกว่าบรรยากาศและเงื่อนไขในบ้านเมืองของเรา ยังไม่พร้อมและไม่เอื้อที่จะทําให้เกิดการยกร่างรัฐธรรมนูญในลักษณะที่ได้มีการนําเสนอ ในวันนี้ ความไม่เป็นเอกฉันท์ ความไม่มีเอกภาพเหล่านี้เมื่อเราร่างรัฐธรรมนูญใหม่ขึ้นมา ด้วยบรรยากาศและเงื่อนไขอย่างนี้ ผมอยากจะขออนุญาตเตือนไว้ล่วงหน้าก่อนเลยนะครับว่า ด้วยความเป็นห่วงจริง ๆ ครับท่านประธาน กระบวนการและรัฐธรรมนูญที่เราจะได้มา ในอนาคตนี้ผมเกรงว่าจะไม่ได้ทําให้บ้านเมืองของเราเป็นสุขมากขึ้น แต่จะทําให้ บ้านเมืองของเรากลับวุ่นวายและมีปัญหามากขึ้น นั่นคือประเด็นที่หนึ่งที่ผมคิดว่าสําคัญ

ในประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตย้ําอีกครั้งหนึ่งให้ชัดเจน ไม่ต้องใช้สติปัญญามากมายก็เข้าใจได้ครับ รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ครับ และถ้ารัฐธรรมนูญไม่ดี ก็ต้องแก้ครับ วันนี้เรากําลังแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แสดงว่าเรากําลังบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ไม่ดีมีข้อบกพร่อง เราก็ต้องแก้ไขครับ เป็นเรื่องธรรมดา คําถาม ก็คือว่าข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น มีอะไรบ้างที่ไม่ดีและต้องแก้ไข ผมหาคําตอบนี้ได้จากหลักการและเหตุผลทั้ง ๓ ร่าง ได้บอกว่าการแก้ไขตรงนี้เพราะว่า รัฐธรรมนูญไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตยและได้อธิบายเหตุผลอยู่ ๔ ข้อด้วยกัน

ข้อที่ ๑ ไม่ส่งเสริมให้ระบบพรรคการเมืองเข้มแข็ง

ข้อที่ ๒ องค์กรอิสระใช้อํานาจอธิปไตย ขาดการเชื่อมโยงกับอํานาจของ ประชาชน

ประการที่ ๓ ไม่มีระบบการถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการและองค์กร อิสระ

ประการที่ ๔ รัฐธรรมนูญสืบทอดอํานาจมาจากการทํารัฐประหาร มีบาง มาตรารับรองการกระทําของคณะรัฐประหารโดยปราศจากการตรวจสอบ

๔ ประเด็นนี้ใช่ไหมครับที่ท่านต้องการแก้ ไม่มีประเด็นอื่น ๆ ใช่ไหมครับ ที่ท่านต้องการแก้ ถ้าท่านชัดเจนอย่างนี้เรามาพูดกันให้ตรงประเด็นไม่ดีกว่าหรือครับ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้บอกว่าไม่ชอบใจมาตรา ๓๐๙ ท่านก็แก้ มาตรา ๓๐๙ สิครับ ไม่จําเป็นต้องฉีกรัฐธรรมนูญก็ได้ ถ้าท่านเห็นว่ามาตรา ๓๐๙ ไม่ดีตรงไหนท่านแก้สิครับ แต่ไม่ใช่ว่ามาตรา ๓๐๙ ไม่ดี เพราะฉะนั้นฉีกรัฐธรรมนูญ ผมไม่เข้าใจว่าตรรกทางความคิดของท่านอยู่ตรงไหนกันแน่ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้น เรามาพูดกันเถอะครับ ไมตรีที่ท่านจะพยายามหยิบยื่นให้นั้น ผมพยายามจะรับครับ แต่มัน ไม่สัมผัสกัน สําหรับผมแล้ว ๔ ประเด็นนี้เราน่าจะมาพูดกันให้ชัดนะครับว่ามีข้อบกพร่อง อะไร รายละเอียดของปัญหาคืออะไร ถ้าเรากล้าที่จะมาพูดกันอย่างนี้ ในสภาแห่งนี้ ผมคิดว่า ตรงนี้คือความกล้าหาญทางจริยธรรมครับ และเป็นความรับผิดชอบทางการเมืองว่า เราต้องการแก้ในเรื่องนี้ ในประเด็นนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้กับ สสร. ที่จะไปทําตามที่ สสร. เห็นสมควร นั่นคือประเด็นที่ ๒ ที่ผมคิดว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้และเราควรจะพูดกัน

ประการที่ ๓ กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่นําเสนอมาทั้ง ๓ ฉบับนี้ ผมขออนุญาตตั้งคําถามเหมือนกับเพื่อนสมาชิกหลายคนครับว่า ทําไมต้องตั้ง สสร. ท่านได้ให้คําตอบแล้วนะครับว่า สสร. ตั้งขึ้นเพื่อให้ สสร. ซึ่งเป็น ตัวแทนของประชาชนมีอิสรภาพที่จะแก้อะไรก็ได้ตามที่ท่านเห็นสมควร ถ้ารัฐบาล หรือพรรคการเมืองใดไปกําหนดแนวทางก็เท่ากับว่าไปชี้นําซึ่งไม่ถูกต้อง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตถามแทนพ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศนะครับว่า ท่านเชื่อไหมครับที่เขาพูดอย่างนั้นว่าเป็นเรื่องจริง ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าถ้าท่าน ยังไม่พูดความจริง แล้วเราจะแก้ปัญหากันได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะ ขออนุญาตเรียนกับท่านประธานด้วยความเคารพและเป็นห่วงจริง ๆ เพราะมีเพื่อนสมาชิก ได้เตือนแล้วนะครับว่า มาตรา ๒๙๑ ได้บอกชัดเจนไว้ว่าให้ใช้รัฐสภาและกลไกต่าง ๆ ที่ได้ กําหนดไว้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้เรากําลังแก้มาตรานี้ ซึ่งเป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญ เมื่อเราแก้สิ่งที่รัฐธรรมนูญกําหนด ผมถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือยกร่างใหม่นี้ จะเป็น เรื่องที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญได้อย่างไร การใช้ สสร. โดยไม่บอกประเด็นว่าจะแก้ไข รัฐธรรมนูญอย่างไรบ้างนั้น มันเป็นการให้แบลงก์เช็คจริง ๆ ครับ เขียนเช็คเปล่าจริง ๆ ครับ เพราะว่าเท่ากับเปิดโอกาสให้กับ สสร. ที่จะยกร่างประเด็นไหนก็ได้ที่เห็นว่าสมควร ซึ่งท่าน ก็ได้บอกแล้ว ได้ทั้งหมดละครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามท่านว่าที่ท่านบอกว่า สสร. สามารถร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างอิสระเสรีนั้น ผมถามท่านด้วยความเคารพจริง ๆ ว่ามีใคร เชื่อบ้างครับ ที่ท่านพูดแบบนั้น พ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้าน เชื่อไหมครับว่า สสร. สามารถจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อย่างเป็นอิสระจริง นี่คือคําถามครับท่านประธานครับ นั่นก็หมายความว่าถ้าเราจะพูดความจริงกันตรงไปตรงมา ผมอยากจะถามคําถามว่า สสร. อาจจะแก้หรือยกร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่สอดคล้องกับประเด็นที่ท่านต้องการก็ได้นะครับ ท่านไม่คิดว่าเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงในความตั้งใจของท่านที่ดีในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือครับ หรือท่านเชื่อว่าท่านมีกรรมวิธีของท่านที่จะทําให้ สสร. แก้ไขในประเด็นตามที่ท่านต้องการได้ สิ่งเหล่านี้ที่ผมได้ยกตัวอย่างในตอนต้นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกระบวนการ แก้ไขรัฐธรรมนูญว่าต้องสามารถสร้างความไว้วางใจ ความเชื่อถือ ความเชื่อมั่นได้ แต่วันนี้ มันไม่เกิดครับ และที่สําคัญครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะขออนุญาตพูดถึงคุณสมบัติ ของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ผมกล้าที่จะยืนยันกับท่านประธานนะครับว่า ที่มาของสมาชิก รัฐสภาแห่งนี้จํานวนมากมาจากการเลือกตั้งครับ แล้วก็ท่านที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งในส่วนของ วุฒิสมาชิก ท่านก็มีวุฒิภาวะที่มากและสูง ประสบการณ์มาก เพราะฉะนั้นถ้าจะเปรียบเทียบ ทั้งที่มาที่เป็นความชอบธรรมทางการเมืองและวุฒิภาวะของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ผมมั่นใจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับว่าไม่ด้อยไปกว่าสมาชิก สสร. ที่ท่านจะได้แต่ประการใด และเมื่อ เป็นเช่นนี้คําถามก็คือว่าทําไมถึงต้องใช้ สสร. ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แทนที่เราจะใช้รัฐสภาแห่งนี้ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้าผมกลับตรรกของผมก็จะเห็นชัดเจนครับ มันมีคําถามว่าท่านไม่ใช้ รัฐสภาแห่งนี้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เพราะว่ารัฐสภาแห่งนี้จะปกป้องผลประโยชน์ ของตัวเองหรอกครับ แต่เพราะว่าท่านกลัวใช่หรือไม่ ที่จะมาอภิปรายประเด็นต่าง ๆ ในรายละเอียดของประเด็นที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เช่นท่านกลัวใช่ไหมครับว่า จะมาอภิปรายมาตรา ๓๐๙ ว่าต้องแก้เพราะอะไร เหตุผลเป็นอย่างไร แก้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ใครคือผู้ได้ประโยชน์ สิ่งเหล่านี้ท่านกลัวใช่หรือไม่ ถ้าท่านไม่กลัวเราพูดกันในสภาสิครับ เพราะเราเป็นสมาชิกรัฐสภา แล้ะรัฐธรรมนูญก็ได้ให้หน้าที่กับเราและความรับผิดชอบกับเรา ในเรื่องดังกล่าว ผมขออนุญาตบอกล่วงหน้าไว้เลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ขอให้รอดู ผลของรัฐธรรมนูญที่ออกมาตามกระบวนการที่ท่านได้เสนอไว้ใน สสร. นี้ เมื่อความจริง ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญที่ออกมาเป็นอย่างไร วันนั้นละครับที่จะเป็นบทพิสูจน์ว่าเป้าหมายของ การแก้ไขรัฐธรรมนูญคืออะไร และไม่ต้องมาอธิบายแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น ความจริงมันจะเป็นคนบอก และความจริงเป็นตัวกําหนดความยุติธรรมของบ้านเมืองของเรา เพราะฉะนั้นการอ้าง สสร. ผมไม่สามารถจะเข้าใจได้เป็นอย่างอื่น นอกจากการใช้ สสร. เป็นข้ออ้าง เพื่อให้ผลลัพธ์ ของรัฐธรรมนูญที่ออกมาจะได้ไม่ต้องรับผิดชอบโดยตรง มีกันชนชั้น ๒ ชั้น ๓ เพื่อที่จะบอกว่า ก็มันช่วยไม่ได้นี่ เพราะ สสร. ร่างมาแบบนี้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเคารพ เราก็ต้องปฏิบัติตาม ผมบอกเลยนะครับว่าคําอธิบายแบบนี้ ในอีก ๑ ปีจากนี้ไปเรารับไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากเห็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลต้องมีความกล้าหาญทางจริยธรรมแล้วลุกขึ้นพูดกับเรา อย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุและผล เพราะพรรคฝ่ายค้านเรายืนยันแล้วนะครับว่ารัฐธรรมนูญ แก้ไขได้ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แก้ไขได้ครับท่านประธานครับ

ในประเด็นที่ ๔ เป็นประเด็นสําคัญครับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องของ หลักการสําคัญของรัฐธรรมนูญที่ต้องไม่แก้ไข และเราจะต้องมีกลไกบอก สสร. ด้วยว่า ห้ามแก้ไข เพราะอย่างน้อยที่สุดผมยืนยันได้ว่ามีประชาชนนับ ๑๐ ล้านคน ที่มีความเห็นว่า ไม่ต้องการให้แก้ไขในประเด็นเหล่านี้

ประการที่ ๑ คําว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนี้ แก้ไขไม่ได้ ซึ่งท่านได้ยืนยันแล้วนะครับว่าท่านไม่แก้ไข แต่เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ผมขออนุญาตอธิบายครับ คําว่า พระมหากษัตริย์ ในบริบทของสังคมไทยนั้นประกอบด้วย เงื่อนไขสําคัญ ๆ อยู่ ๒ ข้อครับท่านประธาน อันแรกก็คือจะต้องมีพระราชอํานาจ ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่มีพระราชอํานาจ เรามีพระมหากษัตริย์ไปทําอะไรครับ และด้วย พระราชอํานาจเหล่านี้มิใช่หรือที่พระมหากษัตริย์ของไทยในอดีตจนถึงปัจจุบันได้รักษา บ้านเมืองของเราและแม้กระทั่งรักษาให้เอกราชและอธิปไตยของชาติของเราคงอยู่จนถึงวันนี้ ประการที่ ๒ ที่เราจะต้องเข้าใจเวลาพูดถึงพระมหากษัตริย์ก็คือพระราชประเพณีปฏิบัติ ของพระมหากษัตริย์ ซึ่งมีพระราชประเพณีมากมายที่ได้เป็นกฎเกณฑ์กติกา ของพระมหากษัตริย์ในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพระมหากษัตริย์ของประเทศ สิ่งเหล่านี้ ถ้าไม่มีพระราชประเพณีปฏิบัติที่เราสืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนานนับร้อย ๆ ปี ผมถามว่า เรามีพระมหากษัตริย์ไปเพื่ออะไรครับ นั่นก็หมายความว่าพระมหากษัตริย์ที่เราพูดถึง ขอความกรุณาเข้าใจให้ชัดเจน ไม่ใช่พระมหากษัตริย์เฉย ๆ นั่นเป็นภาษาเขียน แต่เราต้องการพระมหากษัตริย์ซึ่งทรงไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพที่คนไทยได้รับประโยชน์ มาเป็นเวลากว่า ๘๐๐ ปีแล้ว นี่ต่างหากครับที่เราต้องการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะขอให้เรากลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ ไม่ต้องไกลละครับ ของพระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ของเรา ซึ่งเราอ้างและอัญเชิญพระราชหัตถเลขา มาประดิษฐ์ไว้ในสภานี้ ผมคิดว่าเราต้องเข้าใจให้ชัดเจนนะครับ คําถามของผมก็คือว่า ทําไมรัชกาลที่ ๗ ทรงสละราชสมบัติครับ ท่านกลับไปศึกษาสิครับ ไม่ใช่อยู่ ๆ ท่านนึก อยากจะสละราชสมบัติ ท่านก็ลุกขึ้นมาสละราชสมบัติ ไม่ใช่หรอกครับ มันมีเหตุผล มันมีปัจจัย มันมีสภาวะแวดล้อมที่ทําให้พระองค์ทรงเห็นว่าถ้าพระองค์จะทรงดํารงการเป็น พระมหากษัตริย์ ในความหมายที่ไม่ได้เป็นอย่างที่ผมได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ พระองค์ท่าน ก็ไม่ทรงจําเป็นที่จะต้องเป็นพระมหากษัตริย์อีกต่อไป ถ้าเป็นอย่างนี้ เราเข้าใจอย่างนี้ แล้วกลับไปอ่านลายพระราชหัตถเลขาใหม่ว่าจะทรงมอบอํานาจให้กับใคร ด้วยเหตุผลอะไรนั้น เราจะเข้าใจความหมายที่ลึกกว่าความเข้าใจเพียงผิวเผินเท่านั้นครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออนุญาตพูด แล้วก็ย้ําให้ชัดเจนว่าการที่พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขนั้นต้องเป็นในความหมายอย่างนี้ครับท่านประธาน เราไม่ต้องการ รัฐธรรมนูญที่มีพระมหากษัตริย์ครับ แต่ให้อํานาจนายกรัฐมนตรีมากกว่าพระมหากษัตริย์ เช่นปรากฏแล้วในบางประเทศ เราไม่ต้องการอย่างนั้นครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนกับ ท่านประธานว่าถ้าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ใครก็ได้จะสามารถแสดงการดูหมิ่น เหยียดหยาม ดูถูก ผมและคนไทยไม่ต้องการครับ ถ้าเรามีพระมหากษัตริย์ที่ใกล้ชิดกับประชาชนไม่ได้ ช่วยเหลือประชาชนไม่ได้ ผมและคนไทยไม่ต้องการครับ ถ้าเราจะมีพระมหากษัตริย์ ที่ไม่สามารถพูดเตือนสติคนไทยให้ข้อคิดที่ดีงามที่เป็นประโยชน์กับประชาชนได้ ผมและคนไทย ไม่ต้องการครับ ตามตัวอย่างที่ผมยกมาเล็กน้อยแค่นี้เอง ก็น่าจะทําให้เราเข้าใจแล้วว่า คํากล่าวอ้างแค่แต่เพียงว่าระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น มีความหมายตรงอย่างที่เราต้องการ ไม่ใช่ครับท่านประธาน ผมคิดว่าสมาชิกได้พูดกันชัดเจนว่า มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ต้องไม่แก้ไข ผมขออนุญาตฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ขอให้ท่านมารับปากกับที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้หรือไม่ คนอื่นผมไม่เชื่อครับ ผมเชื่อ นายกรัฐมนตรีท่านเดียวครับ ขอให้นายกรัฐมนตรีมาบอกว่ามาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ จะไม่มีการแก้ไขครับ ท่านประธานครับ

ประการที่ ๒ ที่เราต้องไม่แก้ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักร เป็นอาณาจักร ของพระมหากษัตริย์ครับ เพราะเราเป็นอย่างนี้มากว่า ๘๐๐ ปีแล้วตั้งแต่สมัยสุโขทัย ที่เราเป็นชาติมา แก้ไขไม่ได้ครับ

ประการที่ ๓ เราจะต้องคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่สามารถตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อํานาจตามรัฐธรรมนูญได้ เราต้องคงไว้ครับ เราต้องคงไว้ซึ่งระบบตุลาการที่เป็นระบบศาลตามวิชาชีพที่มีมืออาชีพ ศาลที่ได้รับการฝึกฝน มาเป็นอย่างดี เป็นผู้อํานวยความยุติธรรมให้กับบ้านเมืองของเรามาโดยตลอดเป็นเวลา นับร้อยปีแล้ว เราไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ครับ และที่สําคัญคือเราต้องการ ที่จะรักษาไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล สิทธิเสรีภาพของปัจเจกชนนี้เป็นเรื่องที่สําคัญมาก เพราะว่าถ้าสิทธิเสรีภาพของประชาชนถูกคุกคาม ถูกปิดกั้นจะด้วยวิธีการใด ๆ ก็ตาม สิ่งเหล่านั้นเราไม่ต้องการและเราไม่เรียกว่าประชาธิปไตย ประเด็นที่จะต้องพิจารณาแก้ไข มี ๓ เรื่องครับ อันที่ ๑ เราต้องการเห็นการตรวจสอบและถ่วงดุลฝ่ายบริหารที่เป็นเผด็จการ ด้วยเสียงข้างมาก วันนี้เราคงต้องไม่ปฏิเสธนะครับว่าเผด็จการเสียงข้างมากเป็นปัญหา ของระบอบประชาธิปไตยของประเทศของเรา ในประการที่ ๒ เราต้องการระบบ การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ เสรี และยุติธรรม รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้คิดกลไกอันหนึ่งเรียกว่า กกต. ขึ้นมา ในการปฏิบัติอาจจะมีปัญหามีข้อบกพร่อง ถ้าท่านจะแก้ไขท่านต้องแก้ว่า จะมีกลไกอะไรใหม่ที่จะเป็นหลักประกันต่อการเลือกตั้งว่าจะบริสุทธิ์ยุติธรรมและเป็นเสรี อย่างแท้จริง นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องแก้ในรัฐธรรมนูญนี้ ประการที่ ๓ เราจะต้องสร้างกลไก ให้กับประชาชนที่สามารถมีส่วนร่วมในการบริหารประเทศ แล้วก็แสดงความเป็น ประชาธิปไตยได้ทุกวันครับ ไม่ใช่เฉพาะในวันเลือกตั้งเท่านั้น สิ่งที่สําคัญมากที่ผมอยากจะขอ อนุญาตเรียนว่าประชาชนอาจจะเห็นด้วยกับบางประเด็นของเสียงข้างมาก ในเวลาเดียวกัน ประชาชนก็เห็นด้วยกับบางประเด็นของเสียงข้างน้อยครับ เพราะฉะนั้นเสียงข้างมาก ไม่สามารถสรุปประเด็นทุกประเด็นว่าถูกต้องตามที่ตัวเองต้องการโดยไม่ฟังเสียงข้างน้อย ความคิดของประชาชนในแต่ละประเด็นก็เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา เปลี่ยนแปลง ตามสภาวะแวดล้อม เปลี่ยนแปลงตามข้อมูลข่าวสารที่ได้รับ ถ้าเป็นอย่างนี้ท่านไม่รับฟัง เสียงข้างน้อย แล้วท่านจะเรียกว่าท่านเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร การที่มีบางท่านคิดว่า ความคิดของตัวเองเท่านั้นที่ถูกต้อง คนอื่นผิดหมด ถ้าใครที่คิดไม่เหมือนกับตัวคนนั้นผิด ความคิดอย่างนี้สิครับท่านประธานที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะมันเป็นจุดกําเนิดที่นําไปสู่ เผด็จการของเสียงข้างมาก เราต้องการรัฐธรรมนูญที่รักษาสิทธิของเสียงข้างน้อย และป้องกันไม่ให้เกิดเผด็จการของเสียงข้างมาก นี่คือประเด็นที่ต้องแก้และห้ามแก้ครับ

ท่านประธาน ความหมายของประชาธิปไตย ขออนุญาตวิปฝ่ายค้านนะครับ หักเวลาได้ไหมครับ ประเด็นที่สําคัญในเรื่องประชาธิปไตยอีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าการเลือกตั้ง ได้มาซึ่งตัวแทนของประชาชนครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตัวแทน ประชาชนจะรักษาผลประโยชน์ของประชาชนในทุกกรณีนะครับ ตรงนี้เป็นความเป็นจริง ข้อมูลเชิงประจักษ์ก็ยืนยันได้ปรากฏแล้ว เพราะฉะนั้นการให้ประชาชนมีเสรีภาพ ในการเลือกตั้ง แต่ไม่ให้ประชาชนเขามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ทุกขั้นตอนนั้นจะเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร การเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมเป็นเรื่อง ที่สําคัญ ประชาธิปไตยที่ผมกล่าวนี้เป็นประชาธิปไตยที่เราเรียกว่าเสรีครับ แต่มันมี ประชาธิปไตยอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่าประชาธิปไตยที่เบ็ดเสร็จเผด็จการครับ เราไม่ได้ต้องการ ประชาธิปไตยเบ็ดเสร็จเผด็จการครับ เราต้องการประชาธิปไตยที่เป็นเสรี เพราะฉะนั้น คําถามของผมก็คือว่ารัฐธรรมนูญที่เราจะยกร่างมานี้โดย สสร. จะมีหลักประกันอะไรครับ ท่านประธาน ที่เราจะได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่เป็นเสรี ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่เป็น เผด็จการเบ็ดเสร็จ จุดแตกต่างที่สําคัญของ ๒ เรื่องนี้ก็คืออิสรภาพครับท่านประธาน อิสรภาพ ประชาธิปไตยเสรีนั้น เราปฏิเสธการใช้อํานาจบังคับ แต่เราหวงแหนสิทธิเสรีภาพ ของบุคคล เราต้องการและเราเชื่อว่าคนมีสติปัญญาเพียงพอที่จะตัดสินได้ว่าอะไรดี หรือไม่ดี ประชาธิปไตยที่เป็นเสรีเราจะเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างและความคิดเห็น ที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นวันนี้ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานด้วยเคารพว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยกระบวนการที่ไม่ถูกต้อง ที่ไม่สามารถสร้างการยอมรับและความเชื่อถือ เชื่อมั่น ของประชาชนได้ อย่างน้อยผมเรียนด้วยความเคารพว่าไม่น้อยกว่า ๑๐ ล้านคน เป็นความเสี่ยง ของประชาธิปไตยของประเทศไทยในวันนี้ที่จะเดินเข้าไปสู่การเป็นเผด็จการของเสียงข้างมาก และตรงนี้ละครับที่จะเป็นปัญหาสําหรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ท่านประธานครับ ผมได้ตั้งประเด็นและโจทย์ไว้ชัดเจนไม่ต้องตอบผมวันนี้ก็ได้ครับ ยกเว้น ท่านนายกรัฐมนตรีอย่างเดียว มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ท่านต้องมายืนยัน ถ้าไม่วันนี้ต้องเป็น พรุ่งนี้ว่าท่านจะไม่แตะต้องแม้แต่คําเดียว อย่างน้อยก็จะทําให้พี่น้องประชาชนของเรา สบายใจ และรอให้วันที่รัฐธรรมนูญออกมาก่อนเถอะครับ แล้วเราจะได้รู้ว่าประชาธิปไตย ที่เรากําลังเดินไปนั้น เป็นประชาธิปไตยแบบเสรี หรือประชาธิปไตยแบบเผด็จการเบ็ดเสร็จ ขอขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านณรงค์ ดูดิง ๑๐ นาทีครับ

นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา 🔗

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เบื้องต้นผมอยากจะเรียนว่าผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ที่กําลัง ดําเนินการอยู่ขณะนี้นะครับ เนื่องจากว่าผมเกรงว่าประชาชนทั่วไปนั้นอาจจะไม่ทราบ เพียงแต่มองว่าแก้ไขเพิ่มเติมเล็กน้อย แต่การแก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา ๒๙๑ นั้น ถือว่า เป็นการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ทั้งฉบับ มันจะยังผลอย่างมหาศาล ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญนั้นถ้าบางประเทศนะครับ ถือว่าเป็นเรื่องสําคัญมาก ของเราก็บ่งบอกชัดเจน แล้วว่ารัฐหมายถึงว่ารัฐธรรมนูญนั้นก็คือบ่งบอกถึงการเป็นรัฐ การรักษารัฐ การชี้ถึงแนวทาง ในการที่รัฐจะดําเนินได้ จะปฏิบัติได้ จะบริหารได้โดยรัฐธรรมนูญ แต่สําหรับต่างประเทศ ผมจะหยิบยกประเทศมาเลเซียซึ่งเขาไม่เคยมีการฉีกรัฐธรรมนูญก่อนเลยนะครับ รัฐธรรมนูญ ของประเทศมาเลเซียนั้นตามรัฐธรรมนูญ ภาษาของเรานั้นประเทศมาเลเซียเขาเรียกว่า ลึมบากอ บิงการอ เขาหมายถึงว่าโครงสร้างของประเทศ นั่นคือเสาของเขาเทียบว่า รัฐธรรมนูญคือเสาของประเทศ เสาของประเทศหมายความว่าบ้านต้องมีเสา ถ้าไม่มีเสา ประเทศล้มได้นะครับ ฉันใดก็ฉันนั้น รัฐธรรมนูญที่กําลังดําเนินการอยู่นี้ ที่ท่านกําลังเสนอมานี้ กําลังที่จะมอบหมายให้กับใครก็ไม่ทราบ ๙๙ คน ๗๐ กว่าคน ที่ไหน หน้าตาเป็นอย่างไร ยังไม่ทราบ แต่ก็จะให้ท่านเหล่านั้นไปเขียนขึ้นมา ขณะที่วันนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่าไม่รู้จะเอาอะไร ไม่รู้ว่าท่านจะแก้ไขอย่างไรเพื่อจะให้ท่านเหล่านั้นมาแก้ไข นี่คือการล้มแล้วแล้วก็เขียนใหม่ ท่านเกลียดรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านบอกว่ามาจากเผด็จการ มาจากการทํารัฐประหาร แต่ท่านทราบไหมครับ เหตุใดถึงได้ทํารัฐประหารขึ้นมา เหตุใดรัฐประหารถึงเกิดขึ้นมาในอดีต ทําให้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้นมีอันต้องยกเลิกไป มีอันต้องถูกฉีกไป สาเหตุมาจากไหน ท่านประธานครับ คงจํากันได้ พี่น้องประชาชนก็จํากันได้ว่าเหตุใด ใครเป็นรัฐบาลในขณะนั้น พรรคไหนเป็นแกนนําในการจัดตั้งรัฐบาลในขณะนั้นเป็นรัฐบาลอยู่ในขณะนั้นได้ทําอะไรไปบ้าง กี่ประการ อย่างน้อยวันนั้นเหตุที่ทําให้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ท่านทั้งหลายก็ชื่นชมนัก ชื่นชมหนาว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ แต่ท่านทราบไหมรัฐธรรมนูญนั้นก็ถูกฉีกไปจากมือ ของท่านเองนะครับ ผมเกรงว่าวันนี้รัฐธรรมนูญที่ดี ๆ นี้จะซ้ํารอยเดิมอีกหรือเปล่า เกรงว่าจะเกิดปัญหาซ้ํารอยเดิมหรือว่าเป็นวงจรอุบาทว์ขึ้นมาอาจจะเป็นได้ สิ่งนี้เรา ไม่ปรารถนา เราในฐานะเดินอยู่บนหนทางของรัฐสภานะครับ เรามีความศรัทธาต่อระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น เราต้องการจะดําเนินตามนโยบาย แนวทางของประชาธิปไตย ท่านประธานครับ สาเหตุสําคัญที่ผมเรียนสักครู่ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น ได้ถูกฉีกไปเพราะเหตุอะไร ภายใต้การนําของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ในขณะนั้น สิ่งสําคัญที่คณะ คมช. ได้ให้เหตุผลก็คือการบริหารประเทศมีผลประโยชน์ทับซ้อน

ประการที่ ๑ ใครเป็นคนทําล่ะครับ ก็ผู้บริหารนั่นละ รัฐบาลเป็นคนทํา บริหารประเทศโดยมีผลประโยชน์ทับซ้อน คอร์รัปชันเชิงนโยบาย มีการคอร์รัปชัน อย่างมากมาย จนเป็นคดีความมากมายเข้าสู่ศาล ขณะนี้คดีก็ยังไม่เสร็จนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แล้วก็แทรกแซงองค์กรอิสระนะครับ

และอีกประการหนึ่ง ก็คือละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง มีการฆ่าตัดตอน มีการฆ่าประชาชนในมัสยิดที่กรือเซะ ที่ตากใบต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วก็จากเหตุการณ์จากวันนั้น มาถึงวันนี้ยังไม่จบสิ้น ผมอยากเท้าความว่านี่คือที่มาของเผด็จการ การเปลี่ยนแปลงมาจาก ใครละครับ มาจากพรรคการเมือง มาจากการปกครองของนักการเมืองนั่นล่ะครับ ดังนั้น การเมืองวันนี้ต้องพึงสังวรณ์ว่าอย่าให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ํารอยอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมอยากจะเท้าความในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ นั้นมันไม่เหมือนกับการแก้ไข กฎหมายธรรมดาทั่วไป เพราะการแก้ไขมาตรา ๒๙๑ นั้นน้อยนักที่พี่น้องประชาชนที่ฟัง อยู่ทางบ้านจะได้เข้าใจว่าเป็นแก้เล็ก ๆ น้อย ๆ ถ้าหากแก้ไขเล็กน้อย เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ผมคนหนึ่งที่จะยกมือให้กับฝ่ายที่เสนอ ถ้าหากมีการแก้ไขในส่วนที่สําคัญที่ท่านเห็นว่า รัฐธรรมนูญนั้นไม่เป็นประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญนั้นไม่สามารถจะปฏิบัติได้ รัฐบาลทํางาน ไม่ได้ แต่นี่ไม่ใช่นะครับ การแก้ครั้งนี้หมายความว่าท่านฉีกไปทั้งฉบับ เหตุผลละครับ เหตุผลที่ท่านเสนอมา ผมดูจากหลักการและเหตุผลที่ท่านเสนอมานี้ พอหยิบออกมาได้ ๙ ประการด้วยกัน ผมอยากจะให้ผู้ที่เสนอร่างรัฐธรรมนูญโดยรัฐบาล โดยรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีตอบด้วยครับว่าประเด็นเหล่านี้ เหตุผลเหล่านี้ใช่หรือไม่ หรือว่าประเด็น ที่หมอเหวงพูดสักครู่แล้ว ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ว่าเกลียดรัฐธรรมนูญเนื่องจาก รัฐธรรมนูญนี้เป็นเผด็จการ หรือว่าเป็นเหตุผลตามที่ถูกอ้างในรัฐธรรมนูญในหลักการ และเหตุผลในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญนะครับ

ประการที่ ๑ ผมจะไปอย่างเร็ว ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ท่านบอกว่าไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ผมถามว่าตรงไหน ไม่สอดคล้องตรงไหน ทําไมไม่แก้ตรงนั้น ถ้ามาตราไหนของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ว่าไม่สอดคล้อง ไม่สอดคล้องตรงไหน ตอนนี้มีการเลือกตั้ง มีการบริหารประเทศอย่างถูกต้อง มีการเลือกตั้ง มีการอะไรทุกอย่าง ไม่สอดคล้องตรงไหน ทําไมท่านไม่บอกมา

ประการที่ ๒ ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง ไม่ส่งเสริมอย่างไรละครับ ตอนนี้พรรคการเมืองมี กกต. มีกองทุนการเมือง พรรคการเมืองก็จะเอาเงินจากกองทุน การเมืองอะไรต่าง ๆ มากมาย ไม่ส่งเสริมตรงไหนละครับ ไม่ให้มีสมาชิกพรรคที่ใหญ่โต หรืออย่างไร พรรคท่านก็ใหญ่โตอยู่ขณะนี้

ประการที่ ๓ ทําให้ระบบพรรคการเมืองอ่อนแอ อ่อนแออย่างไรละครับ พรรคการเมืองเข้มแข็ง ตอนนี้ก็เข้มแข็งอยู่ ถ้าอ่อนแออย่างไร ไม่มั่นคง ทําไมไม่มั่นคง ท่านทําผิดอะไรหรือเปล่า จึงจะต้องมีพรรคที่ไม่มั่นคง ถ้าไม่ทําผิดต้องมั่นคงอย่างแน่นอน

ประการที่ ๔ ไม่ต่อเนื่องในการบริหารราชการแผ่นดิน ท่านจะต่อเนื่อง ได้อย่างไรเมื่อท่านทําผิดกฎหมาย ท่านทําผิดรัฐธรรมนูญถึงกับต้องยุบพรรค แล้วก็ตั้ง พรรคใหม่ ตั้งพรรคใหม่อยู่อย่างนี้ ลองท่านไม่ทําผิดสิครับ พรรคก็ต้องมั่นคงต่อเนื่อง อย่างแน่นอนนะครับ

ประการที่ ๕ การได้มาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น อํานาจที่ได้มานั้น ไม่ได้เชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชน และขัดต่อหลักประชาธิปไตย และรัฐธรรมนูญอื่น ๆ ละครับ ได้มาอย่างนี้หรือเปล่าครับ หรือว่ารัฐธรรมนูญตั้งแต่พระยามโนปกรณ์นิติธาดามาโยง กับประชาชน เฉพาะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เท่านั้นหรือที่ไม่โยง เดิมทีประเทศไทย เราก็ปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นะครับ มิได้มาจากหลักประชาธิปไตย ตั้งแต่ต้นนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ

ประการที่ ๖ ไม่มีระบบถ่วงดุลของอํานาจองค์กรตุลาการ และองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ ท่านจะถ่วงดุลอย่างไรละครับ อํานาจถ่วงดุลขององค์กรตุลาการ ก็คือ อํานาจนิติบัญญัติ อํานาจบริหาร และอํานาจตุลาการตามหลักประชาธิปไตย

ประการที่ ๗ ทําให้เสียหายต่อระบบอํานวยความยุติธรรมกับประชาชน เสียหายตรงไหนท่านก็ไม่บอก ผมอยากจะให้ท่านตอบจาก ๙ ประเด็นดังกล่าว

ประการที่ ๘ ก็คือเปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติเป็นสองมาตรฐาน ตรงไหน ที่ว่าสองมาตรฐาน ตรงนี้ท่านก็ไม่ได้บอก

ประการที่ ๙ มีการใช้ดุลยพินิจที่เกินขอบเขต ศาลใช้ดุลยพินิจเกินขอบเขต ตรงไหน ท่านก็สามารถดําเนินการได้ ประมวลกฎหมายอาญาก็มีมาตรา ๑๕๗ ถ้าทําผิด ก็สามารถดําเนินการได้

ท่านครับ ด้วยเหตุผลที่กล่าวทั้งหมดนี้ ผมอยากจะเรียนว่าผมไม่อาจจะยกมือ ให้กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ได้ เพราะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้นั้นเป็นเสมือน กงล้อกงหนึ่งที่วงเวียนกันไปกันมานะครับ ต่อไปถ้าแก้เสร็จแล้ว คนต่อไปก็จะถามท่านว่า แล้วสภาชุดนี้ละมาจากรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตยเหมือนกัน แล้วก็จะไปแก้ รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร จึงขอเรียนมาให้ท่านประธานทราบ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา ๔ ท่าน ท่านสุริยา ท่านทวีศักดิ์ พลเอก ชูชาติ พลโท พงศ์เอก เชิญท่านสุริยา ปันจอร์ ๘ นาทีครับ

นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา สตูล 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสตูล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอร่วม แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ท่านประธานครับ ผมฟังมาตั้งแต่เช้าส่วนใหญ่มักจะนําเรื่องของอดีต มากล่าว มาพูด มาย้ํา ซ้ํา แล้วก็เติมเสียด้วยซ้ํานะครับ ซึ่งท่านประธานครับ ผมเคยพูด ในสภาแห่งนี้อย่างน้อย ๒ ครั้ง ตราบใดที่เรายังวนเวียนอยู่ในวงจรของอดีตไม่ขยับขับเคลื่อน สู่ปัจจุบันและอนาคต เรื่องของความปรองดอง ความสมานฉันท์ ความเป็นพี่น้อง ความรักสามัคคี ความเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขสีเข้มข้น สีคนไทยด้วยกันนั้นจะไม่ปรากฏ ในอนาคต เป็นห่วงมาก ๆ ครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เด็กเล็ก ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ที่อยู่ ทางบ้านคงหลับแล้ว แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังไม่ควรที่จะใช้อารมณ์ เขาเรียกว่า พายุอารมณ์ ประทังเข้าหากันนี้ก็ยังไม่เหมาะสม ด้วยเหตุผลว่าเด็กมองว่าผู้ใหญ่ในสภาคือต้นแบบต้นฉบับ ที่จะนําไปใช้ในชีวิตในโอกาสต่อไป เพราะฉะนั้นผมอยากจะใคร่ขอวิงวอนอย่างนี้นะครับ ท่านครับ ว่าแม้จะมีอารมณ์บ้างอันเนื่องมาจากความคิดเห็นไม่ตรงกัน ไม่สอดคล้องกัน แต่ควรที่จะเก็บระงับอารมณ์เพราะขณะนี้ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ผมรู้และเข้าใจว่าการเมืองนั้นเป็นเรื่องของการช่วงชิงอํานาจ เป็นเรื่องที่ไม่มีใครปฏิเสธ แต่อํานาจที่ได้ทุกคนจะอ้างว่าเป็นอํานาจที่ชอบ แน่นอนครับ เป็นอํานาจที่ชอบก็ต้องยอมรับ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้คํานึงถึงประเทศชาติถึงไม่ใช่พูดแต่ปาก ท่านประธานครับ ผมเคยพูดอย่างน้อยก็ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้งว่าเราต่างคนต่างใช้วาทะในสภาแห่งนี้ด้วยคําพูด ที่ว่า เพื่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ผมเคยพูดในทํานองว่าถ้าเพื่อชาติจริง ๆ ศาสนาจริง ๆ พระมหากษัตริย์จริง ๆ เราคนไทยที่นั่งอยู่ตรงนี้จะต้องพูดกันรู้เรื่องและเข้าใจ ถึงเหตุผลของกันและกัน อย่าไปประเมินคร่าว ๆ ว่าคําพูดหรือความคิดเห็นข้อเสนอแนะ ของตนเองนั้นถูก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านอื่นเขาก็คิดว่าถูก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ความคิดที่แตกต่างทางการเมือง เราควรที่จะหาโอกาสมาหลอมรวมเข้าด้วยกัน ถ้าเป็นอย่างนี้ เลือดของคนไทยก็จะเข้มข้น ประเทศชาติก็จะปลอดภัย ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ นั้น ท่านประธานครับ ขณะนี้ผมอยากจะเรียน กับท่านสมาชิกทั้งหลายว่าผมยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ ทั้งสิ้นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนคนหนึ่ง ผมจะมารับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะด้วยเหตุและผลของกันและกันในสภาแห่งนี้ เมื่อถึงวันพรุ่งนี้หรือวันที่จะสรุป ผมจะใช้ดุลยพินิจในฐานะผู้แทนของประชาชนแล้วตัดสิน ท่านประธานครับ ถ้าถามว่า สสร. ๗๗ คนนั้นเห็นด้วยหรือไม่ อันนี้ต้องขออนุญาตที่จะขอแย้งสักนิดหนึ่ง สมัยหนึ่งผมไม่อ้าง เดี๋ยวจะมีปัญหา สมาชิกวุฒิสภาในกรุงเทพมหานคร ๑๘ คน จังหวัดสตูล ๑ คน แต่ปรับเปลี่ยนมาเป็นกรุงเทพมหานคร ๑ คนกับจังหวัดสตูล ๑ คน อันนี้ต้องคิด และวิเคราะห์ว่าจะสมเหตุสมผลหรือไม่ จังหวัดระนอง ๑ คน กรุงเทพฯ ก็ ๑ คน ต้องคิด และพิจารณา บางท่านอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องของสัดส่วนเป็นเรื่องของอัตราส่วน อันนี้ ก็แล้วแต่ความคิด แต่วันที่เราจะสรุปวันนั้นคือวันตัดสินครับ ท่านประธานครับ

ประการที่ ๒ ประเภทที่ ๒ ของ สสร. ที่บอกว่า ๒๒ คน ถามว่าเห็นด้วย หรือไม่ ขออนุญาตที่จะแย้งสักนิดหนึ่งก็คงจะไม่ผิด นั่นก็คือถ้า ๒๒ คน จริง ๆ แล้ว เราไปมอบหมายให้กับสภาสถาบันอุดมศึกษา ถ้าเราจะกระจัดกระจายให้มีความหลากหลาย สาขาอาชีพ ซึ่งจะเป็นการร่วมกันสร้างประเทศชาติโดยเฉพาะเกษตรกรซึ่งเป็นประชากร ที่จํานวนมหาศาล เรียกว่าเป็นอัตราส่วนที่มากที่สุด แต่เราก็ไม่ปรากฏผู้แทนของเกษตรกร ทั้ง ๆ ที่เราเคยพูดว่าชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ ถ้าชาวนาไม่ทํานาคนไทยเราจะไป รับประทานข้าวได้ที่ไหน แต่ในวันที่มีความสําคัญอย่างวันนี้ ชาวนาเราลืมเสียเลย ลืมอย่างสนิทเลย เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะได้ขยายในส่วนนี้ อาจจะเพิ่มจํานวน สักเท่าไร อันนี้ก็ไม่ว่ากันนะครับ

ประเด็นเรื่องของการยุบพรรคการเมือง อันนี้ผมขออนุญาตที่จะแย้งสักนิดหนึ่ง เหมือนกัน เช่นเดียวกันก็เนื่องจากว่าคนที่ไม่ได้กระทําความผิดตรงนี้ละครับที่ผมเห็นว่า หลักการและเหตุผลในข้อ ๑ ซึ่งผมไม่ได้เรียงข้อบอกว่าเพื่อที่จะสร้าง ปรับโครงสร้าง ของการเมืองให้มีความมั่นคง ท่านประธานครับ พรรคการเมืองถูกยุบอันเนื่องมาจาก กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งหลาย ๆ ท่านพูดตรงกันเหมือนกันด้วยเหตุผลว่า กรรมการของพรรคกระทําความผิด แต่เอาไปเอามาปรากฏว่าคนอื่นก็โดนด้วย แต่ที่หนัก ไปกว่านั้นต้องไปพังบ้านซึ่งเป็นของพี่น้องประชาชน มีสมาชิกนับเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้าน แต่ต้องมาทลายเขาด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เพราะฉะนั้นผมว่าน่าจะ ไม่ยุติธรรมท่านประธานครับ ขอขอบคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านทวีศักดิ์ คิดบรรจง ๘ นาทีครับ

นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง สมาชิกวุฒิสภา บุรีรัมย์ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ทวีศักดิ์ คิดบรรจง สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะสมาชิก รัฐสภา ท่านประธานครับ ผมขอเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ดังต่อไปนี้

ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ฉบับปี ๒๕๕๐ ได้ถูกตั้ง ข้อรังเกียจเดียดฉันท์ เพราะอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ และถือเป็นสาเหตุประการหนึ่งในอันที่จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม กระผมขอเรียนว่า ในความเห็นส่วนตัวแล้วกระผมไม่เคยคิดรังเกียจความเป็นมาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะในรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีส่วนที่ดี ๆ อยู่มาก และเช่นเดียวกันครับ เป็นเรื่องธรรมดา ที่ในหลายมุมมอง หลายแง่หลายมุมก็จะต้องมีคนที่เห็นความไม่ถูกต้องหรือข้อด้อย ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นเรื่องธรรมดา ผมเรียนว่าผมไม่เคยรังเกียจความเป็นมา ของรัฐธรรมนูญ เพราะผมถือว่า สสร. ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้นั้นก็ล้วนแต่เป็นบุคคล ที่มีวุฒิภาวะมีความรู้ด้วยกันทั้งสิ้นและที่สําคัญก็คือว่าทุกคนต่างก็เป็นคนไทย ทุกคนต่างก็มี ความรักชาติ รักบ้านเมืองเช่นเดียวกันทั้งสิ้น ซึ่งตรงนี้เราจะปฏิเสธไม่ได้เลย แต่อย่างไรก็ตามครับ ในมุมมองของแต่ละคนนั้นก็ย่อมจะแตกต่างกันได้ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาในระบอประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพ ในมุมมองของกระผมนั้นเห็นด้วยที่จะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยเหตุผลมิใช่จากความเป็นมาอย่างที่กระผมได้กราบเรียนแล้ว แต่กระผมเห็นว่าในเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญในหลายเรื่อง ในหลายประเด็นคิดว่า ยังมีปัญหาและยังเป็นอุปสรรคต่อการจัดการบ้านเมือง ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญนั้น เป็นเสมือนแก่นที่สําคัญของบ้านของเมือง เพราะรัฐธรรมนูญจะกําหนดในเรื่องสําคัญ ๆ ของ ประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถาบันสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปของรัฐ ไม่ว่า จะเป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพของพี่น้องปวงชนชาวไทย และกําหนดบทบาทของฟันเฟือง ที่สําคัญของชาติ คือฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ เพราะฉะนั้นเราจึงจะต้องช่วยกันในการที่จะช่วยขัดเกลาแก้ไขให้รัฐธรรมนูญนั้น มีความสมบูรณ์ที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุดเท่าที่เราจะกระทําได้ และการที่จะแก้ไข รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดนั้นจะไว้วางใจใครให้ทําให้เป็นเจ้าภาพละครับ ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะได้เปิดช่องทางถึง ๔ ช่องทางในการแก้ไขก็ตาม แต่เมื่อแก้ไขแล้วจะได้รับการยอมรับแค่ไหน เพียงไร เพราะฉะนั้นการที่เสนอให้มี สสร. สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนส่วนหนึ่งและจากการสรรหาอีกส่วนหนึ่งนั้น คิดว่าสมาชิก สสร. ที่จะเกิดขึ้นนั้น คงจะสามารถดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประโยชน์กับพี่น้อง ให้กับบ้านเมืองของเรา ได้อย่างแน่นอน เพราะคนที่มานั้นมาจากพี่น้องที่ประชาชนเลือก มาจากบุคคลที่มี ความเชี่ยวชาญในเรื่องของกฎหมาย ในเรื่องของรัฐศาสตร์ ในเรื่องของรัฐประศาสนศาสตร์ ในเรื่องของประสบการณ์ทางด้านการเมืองและการบริหารแผ่นดินจํานวนถึง ๙๙ คน ก็น่าจะ เป็นการผสมกลมกลืนที่ใช้ได้ และอีกประการหนึ่งก็จะลดภาวะความตึงเครียด และความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน กระผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญนี้คงจะต้องมีการแก้ไขจุดอ่อนต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องของการยุบพรรค ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๗ ซึ่งกระผมคิดว่า ผู้ร่างคงจะมีเจตนาดีที่อยากจะลดในเรื่องของการกระทําผิดต่อกฎหมายเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลดเรื่องการซื้อเสียงซึ่งเป็นเรื่องที่ทําความเสียหายให้กับบ้านเมืองเป็นอย่างมาก แต่เมื่อ เราใช้ไปแล้วก็ปรากฏว่าเกิดผลเสียอย่างมากมาย ปรากฏว่าเมื่อพรรคถูกยุบ กรรมการบริหารพรรคถูกตัดสิทธิทางการเมือง เราเสียดายครับ กรรมการบริหารพรรคหลายคน ที่มีความรู้ความสามารถ และมีความสุจริต และไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นเกี่ยวกับเรื่องของการทุจริต การกระทําผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งเลยต้องถูกแขวนไว้ถึง ๕ ปี หรืออีกประการหนึ่งในเรื่อง ของอํานาจหน้าที่ขององค์กรตุลาการซึ่งเราได้มอบอํานาจให้ท่านเหล่านั้นเป็นพิเศษ ในการสรรหาบุคลากรในองค์กรตามรัฐธรรมนูญและองค์กรอื่น ซึ่งเป็นบทบาทที่แปลกใหม่ สําหรับท่านเหล่านั้น องค์กรตุลาการนั้นท่านไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง และท่านใช้ วิชาชีพของท่านด้วยความรู้ความสามารถและด้วยความเป็นธรรม สร้างความยุติธรรม ให้กับสังคม แต่อยู่ ๆ ก็ปรากฏว่ามีอํานาจซึ่งล่องลอยมาเหมือนกับล่องลอยมาจากนภากาศ แล้วมาตกอยู่หน้าท่านก็ทําให้ท่านไม่สบายใจนัก อีกอันหนึ่งก็คือการปรับปรุงองค์กร ตามรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีทั้งองค์กรที่เป็นหลักแก่บ้านเมือง มีประโยชน์ และมีทั้งองค์กรที่น่าจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขหรือบางองค์กรนั้นคิดว่า ถ้าหากว่าไม่มีประโยชน์ก็สมควรที่จะยุบลง เพราะการมีองค์กรเหล่านั้นถ้าหากว่า ไม่มีประโยชน์อย่างแท้จริงนั้นถือว่าเป็นการฟุ่มเฟือย เพราะว่าองค์กรแต่ละองค์กรนั้น ได้ใช้จ่ายเงินงบประมาณจํานวนมากมาย ตรงนี้เป็นเรื่องที่สําคัญมาก ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนการแก้ไขทั้งฉบับ เพราะว่าการแก้ไขแต่ละจุดนั้นก็อาจจะกระทบและโยงใย ไปส่วนอื่น ๆ ด้วย เพราะฉะนั้นการแก้ไขจึงเป็นสิ่งที่ควรกระทํา แต่กระผมขอกราบเรียนว่า เมื่อ สสร. ได้ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภา เพราะรัฐสภานั้น ก็เป็นองค์กรที่ยึดโยงอยู่กับประชาชนเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นก่อนที่จะให้ประชาชน ลงประชามตินั้น จะต้องให้รัฐสภาได้พิจารณา ได้ติติง ได้แก้ไข เพื่อให้รัฐธรรมนูญที่ร่างมานั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่มีความสมบูรณ์และเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติของเรา ให้มากที่สุดสมกับเจตนารมณ์ที่ได้มีการจัดตั้ง สสร. ขึ้นมาและสมกับเจตนารมณ์ที่เรา จะช่วยกันแก้ไขรัฐธรรมนูญและจะร่างรัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ที่สุดให้กับประเทศชาติ ขอขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่าน พลเอก ชูชาติ สุขสงวน ๘ นาทีครับ

พลเอก ชูชาติ สุขสงวน สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ 🔗

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลเอก ชูชาติ สุขสงวน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ สถานการณ์บ้านเมืองของไทยในขณะนี้เป็นที่ยอมรับกันว่าอยู่ในภาวะ แตกแยก ร้าวฉานไปทุกหย่อมหญ้า เกิดการโต้แย้งกันในทุกชนชั้น ในทุกชุมชน ในทุกอาคาร บ้านเรือน แม้แต่คนในบ้านเดียวกันก็ไม่สามารถที่จะพูดประเด็นทางการเมืองต่อกันได้ สังคมไทยติดกับความแตกแยกทางความคิด ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงต่อประเทศชาติ ที่เราจะต้องก้าวข้ามให้ได้เพื่อให้บ้านเมืองนั้นจะได้เดินก้าวไปข้างหน้า ในเรื่องนี้ ท่านศาสตราจารย์คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้มีหนังสือ เรียนท่านประธานรัฐสภา ลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เรื่องความเห็นและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ท่านได้สรุปสภาวะของสังคมไทยในปัจจุบันว่า ปัจจุบันประเทศไทยกําลังประสบปัญหา แนวทางการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยที่แตกแยกกันจนนําไปสู่ปัญหาด้านต่าง ๆ รวมทั้ง ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่มีความรุนแรง ลึกซึ้ง และกว้างขวางระหว่างฝ่ายต่าง ๆ ที่ยังคงดํารงอยู่และไม่มีแนวโน้มเอียงที่จะยุติลงได้แม้จะมีความพยายามแก้ไขปัญหานี้ อย่างต่อเนื่องจากหลายฝ่ายก็ตาม ดังนั้นการเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามร่างทั้ง ๓ ฉบับ โดยมีเจตนาที่มุ่งไปเพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตยที่แท้จริงและเพื่อให้เกิด ความสามารถในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่สามารถนํามาเป็นเครื่องมือหรือเป็นกลไกสําคัญ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการแก้ไขปัญหาความแตกแยกในสังคมได้ในระดับหนึ่ง จึงถือได้ว่าเป็นโอกาสดีที่สังคมไทยที่อย่างน้อยจะได้มีการเลือกที่จะออกจากวังวน แห่งความขัดแย้ง แตกแยก และอย่างน้อยก็จะได้เริ่มต้นก้าวข้ามวิกฤติ ท่านประธานครับ แม้กฎหมายจะกําหนดว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใด ของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับใดที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือกฎหมายนั้น ใช้บังคับไม่ได้และเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณีใดก็ให้วินิจฉัยไปตาม ประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แสดงว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้มีทั้งลายลักษณ์อักษรและมีทั้งที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร ที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญจารีตประเพณี แต่รัฐธรรมนูญก็ไม่ใช่ของศักดิ์สิทธิ์ที่สูงส่งจนกระทั่ง แก้ไขไม่ได้ การร่างและการบัญญัติรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของกระบวนการนิติบัญญัติ ที่ประชาชนได้มอบอํานาจให้สภานิติบัญญัติ คือรัฐสภาแห่งนี้โดยในมาตรา ๓ วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้กําหนดไว้ว่า การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา ต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีการขอแก้ไขนี้ ได้กําหนดขั้นตอนของการแก้ไขเอาไว้ว่า โดยกําหนดไว้ในมาตรา ๒๙๑ เป็นสาระสําคัญว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนั้น

ในประเด็นแรก การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญจะมีผลการเปลี่ยนแปลง ระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะกระทํามิได้

และในประการที่ ๒ ที่เป็นสําคัญก็คือญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมจะต้องเสนอเป็น ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและให้รัฐสภาพิจารณาเป็น ๓ วาระ การที่กฎหมายกําหนด เช่นนี้จึงเป็นอุปสรรคที่ทําให้การแก้ไขเพิ่มเติมจะต้องดําเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเหตุว่า ในปัจจุบันคงไม่มีใครยอมให้มีใครเสนอร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาได้เอง แต่มีวิธีการที่ประเทศไทย ได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วถึง ๓ ครั้ง คือการตั้ง สสร. ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ ในลักษณะนี้ในปัจจุบันการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ก็เป็นการเสนอ แก้ไขในลักษณะนี้เช่นกัน ซึ่งแนวทางการแก้ไขนั้นจะเห็นว่า นอกจากจะมีการกําหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญถึง ๑๔ ขั้นตอนดังกล่าวข้างต้นแล้ว ในข้อบังคับของการประชุมรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๓ ในหมวด ๗ ว่าด้วยการเสนอและการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม ยังได้กําหนดขั้นตอนการปฏิบัติเอาไว้ถึง ๒๐ ขั้นตอน ในร่าง ๒๐ ขั้นตอนนี้ได้กําหนดไว้ว่า การพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ให้กระทําเป็น ๓ วาระ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สําคัญ การพิจารณาในวาระที่สองนั้นให้ที่ประชุมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาคณะหนึ่งซึ่งมีจํานวน ๔๕ คน ซึ่งจะเห็นได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้นได้มีการพิจารณาจากคณะกรรมาธิการและสมาชิก ของรัฐสภานี้ก็ยังมีโอกาสที่จะแปรญัตติในขั้นตอนที่ ๒ ในขั้นตอนที่ ๓ ในการแปรญัตตินั้น จะต้องแปรญัตติเป็นรายมาตรา การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่สองนั้น ให้เราออกเสียง ลงคะแนนเรียงลําดับตามมาตราซึ่งให้ถือเอาเสียงส่วนใหญ่เป็นประมาณนะครับ ในขั้นตอนนี้ จะเห็นได้ว่าในทุกขั้นตอนแม้สภาแห่งนี้จะได้รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญนั้น ก็ยังเป็นไปตามขั้นตอนของการแก้ที่มีการกําหนดขั้นตอนไว้โดยชัดเจน แล้วเมื่อถึงขั้นตอน ของการพิจารณาในชั้นแปรญัตติ สมาชิกทุกท่านก็ยังสามารถที่จะแก้ไขในขั้นตอน ของการแปรญัตติได้ แล้วในขั้นตอนสุดท้ายเมื่อมีการพิจารณาถึงขั้นรับการหลักการ ถ้าหากไม่เป็นไปตามความเห็นของสมาชิกผู้นั้นที่ขอแปรญัตติไว้ ก็อาจจะไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นได้ เพราะฉะนั้นกระผมจึงคิดว่าการที่สภาแห่งนี้ได้มีการพูดกันอย่างมาก ด้วยความห่วงใยจนเป็นการวิตกจริตที่เกิดขึ้นนั้นน่าจะพิจารณาด้วยสติ แล้วก็จิตที่โปร่ง ในเหตุผลที่เกิดขึ้นนี้ได้ ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะถามท่านประธานว่า อํานาจหน้าที่ในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมวันนี้ทั้ง ๓ ฉบับ ได้มาถึง สมาชิกรัฐสภาแล้ว ท่านทั้งหลายจะสละโอกาสและละเว้นอํานาจหน้าที่เพื่อให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยในท้องถนน หรือในค่ายทหารที่จะเรียกว่า อาฟเตอร์ คูเดทา หรือท่านจะใช้อํานาจหน้าที่ของท่านตามที่ท่านมีหน้าที่ สําหรับผมขอสนับสนุน การรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่าน พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน ครับ

พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน สมาชิกวุฒิสภา พะเยา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพะเยา ผมขออนุญาตอภิปรายในร่างรัฐธรรมนูญในฉบับนี้ดังต่อไปนี้

ในส่วนที่คณะวุฒิสภาได้คุยกันในหลาย ๆ เรื่อง รวมทั้งสมาชิกรัฐสภาได้กล่าว ในที่ประชุมแห่งนี้ ผมก็คิดว่ามีเรื่องที่จะต้องศึกษาอยู่มากมาย ในฐานะที่ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา ผมก็มีความเป็นห่วงในรัฐธรรมนูญที่เราจะร่างขึ้นมานี้ วันนี้เราได้อภิปราย ผมคาดว่ามันจะล่วงเกินรัฐธรรมนูญที่เราอภิปรายมานี้ เกินกว่าที่เรา ควรจะใช้พิจารณา เพราะว่าเราได้อภิปรายถึงรัฐธรรมนูญฉบับที่เรายังไม่ได้ร่าง ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญที่ยังไม่ได้ร่างเราก็ยังไม่รู้ว่า สสร. ที่จะร่างนั้นคือใคร ความกังวลทั้งหลายแหล่นั้น ที่เกิดขึ้นมานี้อันเกิดจากว่าตามความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาหลาย ๆ ท่านด้วยกัน ควรจะได้พิจารณาในเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญโดย สสร. ที่จะตั้งขึ้นมาใหม่นี้ ให้มันเป็นไป ตามแนวทางที่พวกเราได้คิดไว้ ผมก็ไม่ทราบว่าในส่วนของผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ท่านมีเจตนาให้มันเป็นไปอย่างไรในปลายทางคือรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนผู้ที่มีความคิดเห็น ตรงข้ามก็ยังไม่ทราบว่าเจตนาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ออกมานั้น โดย สสร. ที่ร่างมานั้น มันทําให้เกิดผลดี ผลเสียอย่างไร สิ่งที่ผมเป็นกังวลอยู่ขณะนี้

ประการที่ ๑ ก็คือว่าในส่วนของร่างทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งสมาชิกได้ร่างขึ้นมานั้น ในหลักการนี้ได้กําหนดไว้ว่าเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เป็นร่างใหม่ทั้งฉบับ อันนี้ ผมคิดว่ามันจึงได้เกิดปัญหาขึ้นมาว่ามันมีปัญหาเรื่องการเซ็นเช็คเปล่า การเปิดช่องว่าง ให้ สสร. ได้ดําเนินการเขียนเอาเอง ในส่วนของความกังวลใจของผมก็คือว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะทําได้ เพราะว่า ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรี ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ซึ่งได้ยืนยันไปแล้ว ในที่ประชุมแห่งนี้ รวมทั้งท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ รวมทั้งท่าน พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย หลายคนนะครับ แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายคนได้กล่าวยืนยันไว้ว่าเราจะไม่ทําในส่วนนี้ แต่จะ ให้มันคมชัดถึงขนาดว่าจะไม่แตะต้องในมาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ของหมวด ๒ นั้น ก็คงจะ เป็นไปไม่ได้เพราะว่าได้มอบหมายให้กับทาง สสร. ได้ดําเนินการไปแล้วนะครับ สําหรับ ฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นคิดว่าในส่วนของผู้ที่ร่างมานั้นทําไมถึงต้องแก้ไขทั้งฉบับ คิดว่า เหตุมันเกิดจากว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เราจะร่างขึ้นมานี้เราก็ต้องการให้เกิดความบริสุทธิ์ ให้มันปลอดจากมลทินอันเกิดจากรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องมาจาก การปฏิวัติรัฐประหาร ผมก็มีความหวังว่าตามที่ท่านนายแพทย์เหวง โตจิราการ นั้นได้กล่าวไว้ว่า ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทิ้งไปเสีย ฉบับปี ๒๕๕๐ ถ้าจะร่างขึ้นมาใหม่ก็คาดไว้ว่าในหมวด ๒ ก็ต้องหยิบฉบับที่ฉีกขึ้นมาเขียนอีก ทั้งนี้ก็เพราะว่าทุก ๆ ฉบับที่เรานํามาใช้ ไม่ว่าจะเป็น รัฐธรรมนูญอันเกิดจากการเลือกตั้งประชาธิปไตยเต็มใบหรือเกิดจากการปฏิวัติรัฐประหาร หรือครึ่งใบใด ๆ ก็ตาม ลอกหมวด ๒ มาทุกฉบับ เพราะฉะนั้นในฉบับใหม่ที่กําลังจะร่างนี้ ผมก็คาดว่าไม่น่าที่จะเอามาตราใดมาตราหนึ่งในหมวด ๒ ออก เพราะถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญ เต็มใบ แล้วก็ทําให้มันเกิดความใสสะอาด เพราะฉะนั้นก็อย่าไปวิตกจริตกันให้มากในการที่ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกมาในรูปใด ขณะนี้ท่านได้วิพากษ์วิจารณ์กันไปเสียเต็มประดานะครับ ในขณะที่ร่างฉบับใหม่ยังไม่ได้ร่างเลย สสร. อยู่ไหนก็ยังไม่ทราบ ข้อเสนอแนะของผมก็คือว่า ในส่วนของ สสร. ที่จะเกิดขึ้นอย่างไรก็ต้องเกิดแน่ เราก็ไม่ได้มีความกังวลใจว่า สสร. ที่ได้เกิด ขึ้นมาใหม่นี้จะมีคุณสมบัติหรือลักษณะแบบใด แต่เราก็คาดหวังไว้ว่าผู้ที่จะต้อง ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับนี้ คงจะต้องได้พิจารณาให้รอบคอบในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน คงไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยงในเวลาอันสั้นในบั้นปลายของชีวิต

ประการที่ ๑ ก็คือว่าตัว สสร. ตอนนี้เราอภิปรายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อเป็นการตีลูกกันไว้ก่อนไม่ทราบว่าในโอกาสข้างหน้าในระหว่างที่มันมีการแปรญัตติ หรือกรรมาธิการต่าง ๆ ที่จะได้ไปพิจารณานั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ เราอาจจะไม่มีโอกาส ได้ไปชี้แจง เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้ถึงแม้ว่าท่านประธานจะได้กล่าวหลายครั้งก็ตามว่า หยุดทีเถอะครับ พอทีเถอะครับ เรื่องหมวดที่ ๒ เรื่องพระมหากษัตริย์นั้นเราน่าจะเลิกพูดกันได้แล้ว แต่มันก็คงไม่มีเรื่องใดที่จะได้กล่าวถึงมากกว่านี้ เพราะว่าสมาชิกหลาย ๆ ท่านก็ได้อ่าน ทั้ง ๓ ฉบับมาแล้ว รวมทั้งทุก ๆ ท่านก็ยังไม่ได้มีความรู้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะฉะนั้น ก็ยังคงมีข้อกังวลใจเช่นเดียวกับผมในหมวด ๒ นี้นะครับ ผมว่าในส่วนของ สสร. ที่จะเกิดขึ้นใหม่นี้ น่าจะนําเอารัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนได้ร่างขึ้นถึงแม้ว่าจะยังไม่เสร็จ ส่งไม่ทัน หรือไม่สามารถ จะเข้าดําเนินการมาให้รัฐสภาแห่งนี้ได้พิจารณาได้ ก็น่าจะหยิบมาได้ในโอกาสนั้นนะครับ ถึงแม้ว่าขณะนี้ยังล่ารายชื่อไม่ทัน แต่ผมคิดว่าร่างมีหมดแล้วไม่อย่างนั้นคนก็จะไม่ลงรายชื่อ เราจะได้เห็นบ้างหรือไม่ได้เห็นก็ตามก็อาจจะหยิบขึ้นมาได้จากคณะกรรมาธิการ หรืออนุกรรมาธิการที่เราจะตั้งขึ้นตามที่ท่านนายแพทย์เหวงได้กล่าวขึ้นไว้แต่ต้นนะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คือว่ามีเพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งได้กรุณาว่าขอให้นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ รับปากไว้ว่าจะไม่ไปแตะต้องหมวด ๒ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ผมคิดว่าท่านคงไม่แตะต้อง หรอกครับ เพราะว่าท่านไม่ได้เป็นคนร่าง เพราะฉะนั้นท่านรับปากได้ว่าไม่แตะต้อง แต่คนร่าง คือ สสร. เราก็ต้องไปพิจารณาตรงนั้น ไปช่วยกันพิจารณาตรงนั้น วันนี้ถ้าเราอาจจะไม่มี ความเห็นใด ๆ ว่าท่านจะพิจารณาเลือก สสร. แบบใด แต่คิดว่าเราควรจะผ่านรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ เพื่อที่จะได้นํามาพิจารณา คือเปิดโอกาสให้ทางผู้ที่เสนอนั้น มีโอกาสได้ชี้แจงบ้าง มันคงไม่ง่ายเกินไปที่จะแก้ไขอะไรได้ง่าย ๆ ในโอกาสต่อไป ผมขอขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ ๑๐ นาทีนะครับ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ได้ฟัง ท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติพูดแล้วผมก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมาครับ ที่บอกใจชื้นเพราะว่า เป็นพวกผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งนั้นที่ได้กรุณาพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ผมอยู่จากเส้นทาง การดํารงชีวิตที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญในฐานะประชาชนมาหลายปี ท่านประธานครับ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬก็อยู่ในวงจรนั้นด้วยครับ จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงไปจนถึงปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ ย้อนความกลับนิดเดียว ท่านประธานครับ ๒-๓ ปีก่อนผมไปเมืองปุตราจายา ที่ประเทศมาเลเซียครับ ไปชมเมืองเขา ไปดูประเทศมาเลเซีย เห็นแล้วก็ตื่นเต้น ท่านประธานครับ ที่ตื่นเต้นเพราะว่าเดี๋ยวนี้ประเทศมาเลเซียเจริญกว่าเราเยอะ พอเราไปค้นในข้อมูลต่าง ๆ เราก็เห็นทันทีว่าประเทศมาเลเซียที่เจริญได้ก็เพราะว่าดอกเตอร์มหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ท่านประธานครับ หลังจากที่ประเทศอังกฤษปลดปล่อยประเทศ มาเลเซีย ปี ๒๕๐๐ ท่านประธานครับ บริหารราชการแผ่นดินมาต่อเนื่อง ๒๒ ปี มีนายกรัฐมนตรีแค่ ๕ คน สมัยก่อนเราเรียกว่าเสือเหลืองมาเลเซียนี่ละครับ วันนี้ ท่านประธานครับ เขาเขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมการเมืองแห่งชาติมาเลเซีย ปี ๒๐๒๐ เราก็ตามหลังเขาอยู่ต่อไปครับ สมัยก่อนเขาตามเรานะครับ ไม่ว่าจะด้านใดก็แล้วแต่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านประธานครับ มีหลักประกันยืนยันได้จากการสํารวจการเมืองในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่เรียกกันว่าอาเซียน

เรื่องต่อมาท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตพูดถึงเรื่องอดีตเป็นหลัก ท่านประธานครับ ไม่ใช่คนที่จะไปจมปลักกับอดีตนะครับ แต่ผมจะนําอดีตมาเป็นสติ ทําปัจจุบันให้เกิดสุขครับ และวางทางแห่งอนาคตที่สดใสให้กับประเทศไทยและคนไทยทุกคน เมื่อมีอดีตแน่นอนครับ มันต้องมีอนาคต เพราะฐานของอดีตนําไปสู่การแก้ไขครับ หลายท่าน มีบ้านท่านก็อยากจะแก้ไขปรับปรุงบ้านของท่านครับ ถ้าอยู่แล้วถ้าเกิดมันมีกับระเบิด มากมาย เดินเข้าไปเดี๋ยวจะต้องคอยกู้ระเบิด แทนที่จะทํามาหากินกัน วัน ๆ ไม่ต้องทําอะไร ท่านประธานครับ มันก็ลักษณะคล้ายกับรัฐธรรมนูญนั่นละครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราออกแบบ บ้านที่ดี เข้าไปแล้วคนในบ้านอยู่มีความสุข ผมก็เชื่อว่าเศรษฐกิจปากท้อง บ้านเมือง มันก็เดินหน้าได้ครับ ท่านประธานครับ ผมย้อนความกลับไปไกลหน่อยครับ ก่อนพฤษภาทมิฬ ปี ๒๕๓๕ ท่านประธานก็มีเหตุการณ์ดังที่ทราบความกันแล้ว หลังจากนั้นก็มีการพยายาม ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยึดหลักประชาชน ท่านประธานครับ ฉบับปี ๒๕๔๐ ที่เราพูดกันว่า เป็นฉบับของประชาชน ถ้าท่านจําได้นะครับ ถ้าฝ่ายค้านท่านจําได้ตอนนั้นมีการแก้ไข มาตรา ๒๑๑ เหมือนกัน มาตรา ๒๑๑ เขียนอย่างไรครับ ก็เขียนเหมือนกับมาตรา ๒๙๑ วันนี้ละครับท่านประธาน ท่านจะตื่นเต้นอะไร เพียงแต่ว่าลักษณะเป้าหมายการเดินทาง เหมือนกัน แต่ระหว่างเดินมันอาจจะไม่เหมือนกัน แต่เป้าหมายการแก้ไขเพื่อประชาชน เหมือนกันครับ ที่ผมอ้างมาตรา ๒๑๑ ในยุคนั้น คืออะไรครับ ก็คือการตั้ง สสร. ให้จังหวัด เลือกกันมาครับ จะมี ๕๐ คน ๑๐๐ คน ท่านเลือกไป แต่สุดท้ายปลายทาง สสร. ทั้งหลาย ก็ไปเลือกมา แล้วก็ช่วยกันร่างจนกระทั่งเป็นฉบับประชาชนครับ ปี ๒๕๔๐ หลังจาก ประกาศใช้ ขออภัยนะครับที่เอ่ยนามท่าน ก็ ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย นี่ละครับ ท่านก็เป็น นายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ ปี ๒๕๔๐ ก็ว่ากันไป จะเกิดต้มยํากุ้ง ไครซิส (Crisis) หรือวิกฤตการณ์ในประเทศไทย ทางด้านของธุรกิจการเงิน ต่อเนื่องจนกระทั่งเป็นท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ มารัฐบาลท่านชวน ๒ ครับ ต่อเนื่องมาปี ๒๕๔๔ รัฐบาล ท่าน พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร พรรคไทยรักไทยก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็ทํากันมาต่อเนื่องยาวนานครับ สุดท้ายปลายทางผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ ๆ รถถังวิ่งออกมาวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ตอนนั้นผมเป็นผู้สื่อข่าวอยู่ไอทีวี (ITV) ก็บุกขึ้นไป กองบรรณาธิการ ยังมีภาพปรากฏเลย ท่านประธานครับ เราไม่รู้หรอกครับว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ ๆ เรารู้สึกว่าเอาละเผด็จการมาอีกแล้ว หลังจากพฤษภาคม ๒๕๓๕ ตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม วันที่ ๑๙ พฤษภาคม เหตุการณ์แบบนั้นย้อนกลับคืนมา ที่ผมบอกว่าผมไม่เห็นด้วย กับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นัยสําคัญอย่างนี้ท่านประธานครับ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือว่า รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ พูดกันมาตั้งแต่เช้าครับ มาจากเผด็จการ อันนี้แปลเป็นคําอื่น ไม่ได้เลยครับ ก็คือมาจากการยึดอํานาจครับ ไม่ได้มาจากรากฐานของประชาชนเหมือน ฉบับปี ๒๕๔๐ อย่างแน่นอนครับ แม้ท่านจะอ้างว่ามีการร่างรัฐธรรมนูญ มีการตั้ง สสร. จะมาจากไหน อย่างไร คัดมาจาก ๒,๒๐๐ คน แล้วเหลือเพียงแค่ไม่กี่ร้อยคน สุดท้ายปลายทางแล้วทําประชามติ ท่านประธานครับ ผมจําแม่นเลยตอนที่ทําประชามติ ท่านก็พูดกันบ่อยว่ารับไปก่อน สุดท้ายปลายทางแล้วรับไปแล้วเกิดอะไรขึ้นละครับ เดี๋ยวค่อยแก้กัน มันไม่ค่อยจะเหมาะสม ไม่ดีเท่าไร แล้วที่น่าแปลกอีก ท่านประธานครับ ท่านจําได้ไหมครับ ตอนเขาทําประชามติ เขาทํากันท่ามกลางปลายกระบอกปืนครับ ที่ผมพูด อย่างนี้อะไรรู้ไหมครับ ทําในขณะที่ประเทศไทยประกาศกฎอัยการศึก และชาวบ้านต่างถิ่น รู้กันบ้างไหมครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนั้นเป็นอย่างไร หลายคนก็บอกว่าอยากให้บ้านเมืองสงบ เอาละก็รับร่างกันไป

ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ผมอยากจะเหลียวหลังและแลหน้า เหลียวหลังไปดูก่อนครับ ผมจําได้ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในปัจจุบัน ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน เห็นใจท่านครับ บ้านเมืองไม่สงบ ทะเลาะเบาะแว้งกัน วุ่นวาย มากมาย พูดง่าย ๆ ก็คือเกิดปัญหากลางกรุงนี่ละครับ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๒ ตั้งแต่ดินแดงเกิดเหตุ จนกระทั่งมีคนเจ็บ คนตาย ผมถามมีใครมีความสุขบ้างครับ เป็นผู้นําประเทศ มีคนตายในประเทศไทย ไม่มีหรอกครับ ผมก็เชื่อว่าใครเป็นผู้นําประเทศไหน ก็ไม่อยากให้มีใครเจ็บใครตายในประเทศครับ ถ้าคุยกันรู้เรื่องครับ

ประเด็นต่อมาที่น่าสนใจ ตอนนั้นผมฟังแล้วผมเข้าท่าเข้าทางกับตัวเอง แล้วที่บอกอย่างนี้เพราะอะไรรู้ไหมครับ ท่านประธานครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านก็มี การเรียกประชุมครับ ประชุมตั้งแต่ท่านประธานรัฐสภา ท่านประธานวิปร่วมรัฐบาล วิปฝ่ายค้าน กรรมาธิการวิสามัญ กิจการวุฒิสภา เรื่องประชุมโต๊ะกันครับ แล้วตั้งคณะกรรมการ สมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาแก้รัฐธรรมนูญครับ มีใครนั่งอยู่ละครับ ท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติของผมครับ ท่านดิเรก ถึงฝั่ง ท่านเสนอออกมา ๖ ประเด็น ท่านประธานจําได้ไหมครับ อยู่ในรายงานฉบับนี้ครับ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือการยุบพรรคการเมืองและเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง หัวหน้าพรรค อย่างที่ท่านพูดกันนี่ครับ กรรมการบริหารพรรคไปทําอะไรก็แล้วแต่ยุบพรรค พูดกันไปทั้งวันแล้ว แต่ผมถามหน่อยครับ ตอนนั้นทําไมรัฐบาลชุดที่แล้วไม่แก้ครับ หรือว่า ท่านนั่งทางในได้ว่า คดียุบพรรคประชาธิปัตย์อย่างไรก็ไม่ยุบเพราะหนังเหนียวหรือเปล่าครับ

แต่ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ข้อ ๒ ที่มาของมาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ก็คือแก้แบบแบ่งเขต ๓ เขตเรียงเบอร์ก็แก้ไป ท่านรู้อยู่แล้ว อันนี้ท่านแก้

เรื่องต่อมาครับ ประเด็นของสมาชิกวุฒิสภาในประเด็นที่ ๓ ที่คณะชุดนี้ เขาพูด ท่านไม่ได้แก้ครับ

ประเด็นที่ ๔ ท่านแก้ครับเรื่องมาตรา ๑๙๐

ประเด็นที่ ๕ เรื่องของการดํารงตําแหน่งของผู้แทนราษฎร มาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๖ ผมโดนเต็ม ๆ ท่านประธานครับ ผู้แทนสมัยแรกครับ ช่วยน้ําท่วมจําได้ ใช่ไหมครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมถามว่าถ้าเกิดท่านแก้ประเด็นนี้ ท่านประธานครับ ท่านอภิสิทธิ์และท่านหมอวรงค์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่ต้องร่วมชะตากรรมกับผมในมาตรา เดียวกันนี้ครับ จิตบริสุทธิ์ด้วยกันทั้งนั้นครับ เอาของไปช่วยบริจาคประชาชน พวกผมก็ทําเหมือนกัน ถ้าแก้มาตรานี้ตั้งแต่ตอนสมัยรัฐบาลท่าน ท่านไม่ต้องไปศาลรัฐธรรมนูญแบบพวกผมครับ อย่างนี้น่าเสียใจครับว่าทําไมจึงไม่มีการแก้ วาระนี้ก็ค้างต่อไป ท่านประธานครับ

สุดท้ายในรัฐบาลของท่านอีกเช่นเดียวกันครับ ผมทบทวนความหลัง เพื่อจะมองว่าอดีตทําไมเราต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ครับ ที่น่าสนใจก็คือท่านได้มี การตั้งคณะกรรมการพิจารณาแนวทางของชุดท่านดิเรก ถึงฝั่ง คือคณะกรรมการเขาบอก ๖ ประเด็นแล้ว ท่านประธานครับ แล้วก็ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาอีก สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ก็อย่างที่เป็นข่าวนี่ละครับ อะไรละครับ ก็แก้ ๒ ประเด็นครับ แก้ที่มาของ ส.ส. แก้แบ่งเขตเลือกตั้ง แก้มาตรา ๑๙๐ ประเด็นที่น่าสนใจ ท่านประธานครับ ทําไมละครับ การยุบพรรคเกิดขึ้นมากมายหลากหลายจนกระทั่งท่านเลือกตั้งใหม่ ท่านมีความหวังอะไรหรือครับ ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ เมื่อวัน ๒ วันนี้ท่านประธานดูภาพข่าวภาพนี้นะครับ ผมขออนุญาตแล้วนะครับ อยากจะให้ ขึ้นจอให้ท่านสมาชิกได้ดูครับ ขอภาพหน่อยครับ ผมเห็นแล้วประทับใจ ท่านประธานครับ คนรักประชาธิปไตยนี่ปลื้มเลยท่านประธานครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ ชัดเจนครับ ภาพยนตร์เดอะเลดี้กําลังดังฉายอยู่ในกรุงเทพมหานครครับ อองซาน ซูจี ผู้นําสัญลักษณ์ ประชาธิปไตยครับ โอโห้ผมเห็นนี่ผมตื่นเต้นเลยนะ ที่ตื่นเต้นเพราะเห็นตั้งแต่คุณเกียรติ พี่องอาจ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ในอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไป ตอนท่านเป็น นายกรัฐมนตรีท่านไม่ได้ไปท่านประธานครับ ท่านเพิ่งมาไปตอนเป็นฝ่ายค้าน พอไปแล้ว ผมใจชื้นครับ อยากจะไปเงี่ยหูฟังว่าท่านคุยอะไรกันนอกเหนือจากที่เป็นข่าวบ้างไหม เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ สัญลักษณ์ของคําว่า ประชาธิปไตย ที่ท่านออง ซาน ซูจี ได้กรุณาจนกระทั่งมาเป็นภาพยนตร์จนมิเชล โหย่ว เล่นเสียจนโด่งดัง ผมเชื่อว่า มันคือสัญลักษณ์ของประชาธิปไตยครับ เพราะฉะนั้นท่านเดินทางกลับมา ท่านเห็น ฝ่ายรัฐบาลกําลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับที่มาจากเผด็จการ ถ้าผมเป็น ผมก็ไม่อยากคิด ไม่คิดขนาดนั้นหรอกครับ ถ้าผมคิดนะครับ ถ้าผมได้มีโอกาสไปเจอผมกลับมา ผมจะ พลังแห่งชีวิต ประชาธิปไตยมันคือออง ซาน ซูจี อะไรก็แล้วแต่ที่มาโดยประชาชน ท่านดัน ให้สุดลิ่มทิ่มประตูครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ ท่านประธานครับ ผมขอเรียกร้องไปยังฝ่ายค้านครับ ถ้าท่านมีโอกาสนะครับ ท่านส่งเสริมไปเถอะครับระบอบประชาธิปไตย อย่างน้อยการตั้ง สสร. มาจาก ๗๗ คน มาจากแต่ละจังหวัด ๒๒ คน มาจากนักวิชาการมันก็ยังดีกว่า มาจากปลายกระบอกปืน ท่านประธานครับ สุดท้ายปลายทางครับยังดีกว่าปี ๒๕๔๐ ด้วยซ้ํา ที่ สสร. นั้นมาจากการเลือกตั้งโดยตรง แล้วก็ยังดีกว่าปี ๒๕๕๐ แน่นอนที่ประชามติ ท่ามกลางปลายกระบอกปืนครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุรสาล ผาสุข ครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาตพาดพิงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมก็ฟังอยู่ตลอดไม่เสียหายนี่

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

มี ๒ ประเด็นครับที่คิดว่าต้องเรียนให้ท่านประธานทราบ เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิด ความเข้าใจผิด

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ประเด็นไหนครับ

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

กรณีแรกเรื่องของการแจกของกับเรื่องของกรณีของการยุบพรรค

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มันก็ไม่ได้เสียหายผมก็ฟังอยู่

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมคิดว่าค่อนข้างชัดเจนครับท่านประธาน เพราะว่าการแจกของกรณีของคุณจิรายุเอง กับของท่านอภิสิทธิ์และคุณหมอวรงค์นั้นไม่ได้เหมือนกันนะครับ มันมีความแตกต่างกัน อย่างชัดเจน จะมาบอกว่าเหมือนกันคงไม่ได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มันไม่เสียหาย ผมฟังแล้ว ไม่เสียหาย

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่เสียหายได้อย่างไรท่านประธาน เพราะว่ากรณีของท่านจิรายุ ขอประทานอภัยที่เอ่ยนาม แล้วก็เพื่อนสมาชิกกําลังอยู่ในกระบวนการของการถอดถอนกันอยู่ ซึ่งผิดกันกับเรื่องนี้นะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่เป็นไรเพื่อสบายใจ ขอให้ ๑ นาที

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

คือต้องเรียนท่านประธานครับว่ากรณีของการแจกของนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนะครับ เพราะว่ากรณีที่ท่านอภิสิทธิ์และคุณหมอวรงค์เอาของไปแจกนั้นท่านไม่ได้ไปแปะป้ายหรอกครับว่า เป็นของใคร อย่างไรนะครับ ท่านก็บอกโดยตรงว่าเป็นของจากกระทรวง พม. เอาไปแจกนะครับ นั่นประการที่ ๑ ซึ่งแตกต่างจากกรณีของท่านจิรายุ ซึ่งติดป้ายชื่อกันชัดเจนว่าของใคร อย่างไรนะครับ ส่วนกรณีของการยุบพรรคนั้น เมื่อเช้าผมก็ได้เรียนไปครั้งหนึ่งแล้วนะครับว่า กระบวนการของการยุบพรรคนั้น กระบวนการของการส่งศาลพิจารณานั้นไม่มีใครหยั่งรู้ ก่อนหรอกครับว่าพรรคใดจะยุบหรือไม่ยุบ กระบวนการทั้งหมดนั้นถ้าไม่ผิด ก็ไม่ต้องกังวล ถ้าผิดศาลท่านก็สั่งไปตามผิด ถ้าไม่ผิดท่านก็ไม่มีโอกาสมายุบพรรคแน่นอน อันนี้เป็นเรื่องที่ ต้องเรียนให้ทราบ ไม่มีใครสามารถหยั่งรู้ได้ก่อน เหมือนกับที่คนคลองสามวาไม่หยั่งรู้หรอกครับว่า คุณจิรายุจะมาเป็นผู้แทนราษฎร แล้วก็ไม่มีคนคลองสามวาคนไหนที่จะหยั่งรู้ได้ว่า คุณจิรายุจะหลุดจากตําแหน่งเมื่อไร ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

นิดหน่อย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ นี่ละครับมันเป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย ใช้สิทธิพาดพิงครับ คือผมพูดด้วยหลักวิชาการครับ ส่วนฝั่งโน้นจะค่อนแคะแกะเกาอะไรก็แล้วแต่ครับ คนดู เขาก็เข้าใจ ย้ําอีกนิดเดียวท่านประธานครับ ผมติดป้ายที่เรือเอง พ่นเอง พูดหลายครั้ง จะให้ไปตะโกนใกล้ ๆ หูไหม สตางค์ผมมีปัญหาอะไร ผมก็พูดหลายครั้ง ท่านประธานครับ ก็ชอบหยิบประเด็นจุ๊กจิ๊ก ๆ แบบนี้ ชอบจริง ๆ พรรคฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาล่ะพอแล้ว หอมปาก หอมคอครับ คนละนิดคนละหน่อย ท่านสุรสาล ผาสุข ครับ เชิญ ๑๐ นาทีครับ

นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิงห์บุรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผม ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช. .... ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็น ในประเด็นที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ ๑ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงเหตุผลและความจําเป็น ที่จะต้องมีร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงนั้นมีเหตุผลและมีความจําเป็นหลายประการ แต่ด้วยข้อจํากัดของเวลา กระผมจะขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นในบางประการ ดังต่อไปนี้

ในประการที่ ๑ ต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้ ถึงแม้ จะเป็นอดีตก็ตาม แต่ว่าไม่มีเจตนาที่จะทําความเสียหายกับใคร แต่ว่าต้องการที่จะใช้อดีตนั้น เป็นบทเรียนที่จะนําไปสู่การที่จะแก้ปัญหาในอนาคต ประเด็นนี้ขอกราบเรียนท่านว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ นั้น ยกร่างขึ้นมาจากผลพวง ของการรัฐประหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่นานาอารยประเทศที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ไม่ยอมรับ ถ้าเรามองย้อนหลังกลับไปนะครับ เราจะพบว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อยู่บนพื้นฐานของความไม่ไว้วางใจ และความไม่เชื่อถือของประชาชน แม้กระทั่งการเข้าสู่ ขั้นตอนของการทําประชามติ สถานการณ์และสภาพแวดล้อมไม่เอื้อให้ประชาชนสามารถ ตัดสินใจได้ภายใต้บรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นการทํา ประชามติในขณะที่ประเทศอยู่ภายใต้การประกาศกฎอัยการศึก กลไกของรัฐถูกควบคุมไว้ อย่างเบ็ดเสร็จ ท่ามกลางการโหมกระแสว่าถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ยกร่างมานั้นไม่ผ่านการทํา ประชามติ ก็สามารถจะหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้ก็ได้ ในขณะเดียวกันนั้นก็โปรยยาหอม เอาไว้ว่ารับไปก่อนแล้วค่อยมาแก้ในภายหลัง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เรามาขอรับ ยาหอมนั้นคืนเรามาขอแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

ในประการที่ ๒ นั้น ขอกราบเรียนท่านว่าอํานาจอธิปไตยซึ่งโดยทั่วไปนั้น จะถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่าอํานาจอธิปไตยนั้น เป็นของประชาชนชาวไทย แต่ที่ผ่านมา ท่านประธานที่เคารพครับ จากสิ่งที่เราพบ จากสิ่งที่เราเห็น และเราได้ยินนั้นมีหลายสิ่ง หลายประการที่แสดงให้เราเห็นว่าอํานาจอธิปไตยนั้นไม่ได้อยู่กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของ อํานาจอย่างแท้จริง กระผมขออนุญาตที่จะยกบทบัญญัติภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่กระผม เห็นว่าอํานาจอธิปไตยนั้นยังไม่เป็นของประชาชนที่แท้จริงครับ ในมาตรา ๑๑๓ ซึ่งอาจจะมี หลายท่านพูดไปแล้วนะครับว่าการสรรหาวุฒิสมาชิกโดยใช้คณะกรรมการสรรหาจํานวน ๗ คนนั้นอาจจะยังไม่บ่งบอกถึงว่านี่คืออํานาจอยู่กับประชาชน

ในประการถัดมาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ องค์กรอิสระที่มีอํานาจมาก มากจนกระทั่งมีหลายเรื่องที่เป็นการพิจารณาจากองค์กรอิสระเหล่านี้ที่ไม่สามารถ ตอบคําถามตามหลักนิติธรรมได้ ยกตัวอย่างซึ่งก็ทราบกันดีอยู่โดยทั่วไปเช่นการยุบพรรคการเมือง เป็นต้น

ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลและความจําเป็นอีกประการหนึ่ง ในประการที่ ๒ ที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี่นะครับมีบทบัญญัติที่ทําให้การทํางานของ ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารนั้นในบางกรณีเกิดความล่าช้า ไม่สามารถสนองตอบ ความคาดหวังของประชาชนที่พึงมีต่อฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารได้ ขออนุญาต ยกตัวอย่างประกอบนะครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๐๖ (๑) ซึ่งพูดไปบ้างแล้วว่า ห้ามไม่ให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเข้าไปเกี่ยวข้องก้าวก่ายหรือแทรกแซง การปฏิบัติราชการหรือการดําเนินงานในหน้าที่ของข้าราชการประจํา ตรงนี้ต้องกราบเรียน ว่า ส.ส. อย่างเรานั้นหรือท่านวุฒิสมาชิกนั้นทํางานอยู่กับประชาชน มีหน้าที่ดูแลบําบัดทุกข์ บํารุงสุขประชาชน สิ่งใดก็ตามที่เกิดปัญหาขึ้นกับคนเราจะเข้าไปโดยเร็ว ไม่ชักช้า เพราะฉะนั้นบทบัญญัติตรงนี้อาจทําให้เกิดความล่าช้าในการแก้ปัญหาและตอบสนอง ความต้องการของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงที่ผ่านมานั้นการแก้ปัญหาและการให้ ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลจากน้ําท่วมก็เป็นตัวอย่างหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนี้ในมาตรา ๑๙๐ ซึ่งก็พูดซ้ําขออนุญาตที่จะตรงนี้ เพราะต้องการตอกย้ําว่า นี่คือ ปัญหาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ครับ มาตรา ๑๙๐ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดําเนินการเพื่อทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศ รัฐธรรมนูญในมาตรานี้ บังคับให้รัฐบาลใดก็ตามจะต้องนําไปขอความเห็นชอบจากรัฐสภาหลายครั้งนะครับ ทําให้ ฝ่ายบริหารนั้นอาจจะทํางานไม่คล่องตัวเท่าไรนักและที่สําคัญอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ นานาประเทศนั้นอาจมองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเราว่าเป็นบุคคล ที่ไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไรนัก

ท่านประธานที่เคารพครับ ยังมีอีกหลายประเด็นที่เป็นปัญหาที่เกิดจากการใช้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เช่น บทเฉพาะกาล ขออนุญาตพูดซ้ําตรงนี้อีกครั้งหนึ่งว่าในบทเฉพาะ กาลที่ระบุเอาไว้ว่าบรรดาการใด ๆ ที่ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง การกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าว ไม่ว่าก่อนหรือหลังวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้ถือว่าการกระทํานั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บทเฉพาะกาลนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ส่งผลให้การกระทําใด ๆ ที่เป็นผลพวงของการรัฐประหาร เป็นการกระทําที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมานั้น มีบุคคลหลายฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีปัญหา แล้วก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในสังคมอยู่ในขณะนั้น รวมถึงปัจจุบันนี้ด้วย อย่างไรก็ตามแต่ ท่านประธานที่เคารพครับ บทบัญญัติในหลายประการด้วยกันของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เป็น สิ่งที่ดีมีประโยชน์ที่อาจจะยังคงไว้ เพราะว่า ส.ส. หลายท่านที่ได้อภิปรายในประเด็นตรงนี้ ก็ชี้ให้เห็นว่าบทบัญญัติหลายประการยังเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และมีคุณค่าอยู่

ท่านประธานที่เคารพครับ จากเหตุผลที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานมานั้น จึงมีความจําเป็นที่จะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กระผมต้องขอบคุณ คณะรัฐมนตรี ขอบคุณพรรคเพื่อไทย ขอบคุณพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ได้เสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... เข้าสู่รัฐสภาในโอกาสนี้ โดยทุกร่างนั้นอยู่ภายใต้หลักการเดียวกัน คือการแก้ไขเฉพาะ มาตรา ๒๙๑ เท่านั้น การแก้ไขในมาตรานี้เพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เข้าไปทําหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ โดยจํานวนหนึ่งของสมาชิกนี้ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยประชาชน ส่วนอีกจํานวนหนึ่งนั้นได้มาโดยการคัดเลือกโดยที่ประชุมของรัฐสภา ที่ผ่านมาทางสภาของสถาบันอุดมศึกษา ท่านประธานที่เคารพครับ ภายใต้กระบวนการได้มา ซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญดังที่กระผมได้กราบเรียนมาแล้วข้างต้นนั้น กระผมเชื่อว่า เราจะได้บุคคลที่มีความรู้ มีความสามารถที่เป็นที่ไว้วางใจของประชาชน และได้บุคคล ที่ได้ผ่านการกลั่นกรองของสภามหาวิทยาลัยมาเป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งจะทําการคัดเลือก โดยผ่านรัฐสภาอีกครั้งหนึ่งให้เข้าไปร่วมกันยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป กระผมขออนุญาต ที่จะเรียนท่านประธานรัฐสภาว่าขออนุญาตสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทุกร่างที่เสนอเข้ามา รวมไปถึงร่างของประชาชน ที่ได้แสดงเจตนาเจตจํานงแน่วแน่ในการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ นี้ด้วย

ในประการสุดท้ายครับ มีข้อคําถามบางประการที่อยากจะกราบเรียน ผ่านท่านประธานรัฐสภาไว้ก็คือ ได้มีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางท่านพูดถึง ประชาธิปไตยราคาแพงจําเป็นต้องใช้ยาแรง กราบเรียนว่าการทําให้ประชาธิปไตยมีราคาถูก ก็มีวิธีการต่าง ๆ มากมายที่ประเทศประชาธิปไตยในโลกนี้เขาใช้กัน โดยไม่จําเป็นต้องใช้ยาแรง ซึ่งนานาประเทศเขาพากันประณาม หรือการล้มล้างรัฐธรรมนูญกันง่าย ๆ โดยไม่มีการทํา ประชามติก่อนก็ไม่น่าจะทํากันได้ ประเด็นนี้ขอกราบเรียนว่าการล้มล้างรัฐธรรมนูญเมืองไทยนั้น บางฉบับนั้นก็ไม่มีการทําประชามติเหมือนกัน เป็นการล้มล้างที่ผ่านกระบวนการอย่างใด อย่างหนึ่งนะครับ คนที่ล้มล้างนั้นก็ไม่สนใจด้วยซ้ําไปว่าจะต้องถามประชาชนก่อนหรือไม่ว่า เขาจะล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านเจือ ราชสีห์ ๑๐ นาที ครับ

นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเป็นอีกผู้หนึ่งท่านประธานรัฐสภาครับ ที่ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นะครับ ผมไปดูไปฟัง คําอภิปรายของเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ก็ตกใจเหมือนกันนะครับว่า ไม่ใช่เป็นการแก้ไข เพิ่มเติมนะครับ บอกว่าจะฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ก็ดูแล้วรู้สึกจะมีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ผมเองที่ผมไม่เห็นด้วยต่อการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมมีเหตุผลสนับสนุนอยู่ ๓-๔ ประเด็นครับ ผมคิดว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการแก้ไขที่รีบร้อนซ่อนเงื่อน มากมาย การรีบร้อนแสดงให้เห็นได้เลยนะครับว่าวันนี้เรารีบ แม้แต่ประชาชนที่จะมีส่วนร่วม ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเราก็ไม่ได้รอ เราบอกว่าเดินไปข้างหน้าไม่ต้องรอ นั่นคือแสดงให้เห็น ถึงความรีบร้อน แล้วก็ทางรัฐบาลบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบายเร่งด่วนที่จะต้องทําให้เสร็จ ภายในปีแรก ผมเองก็ฟังท่านนายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายวันแรกเหมือนกันครับ นโยบาย เร่งด่วนปีแรกไม่ใช่ทําเรื่องนี้เรื่องเดียวหรอกครับ มีทําประมาณเกือบ ๓๐ เรื่อง ถ้าผมจําได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้ทําก็คือว่าปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน รัฐบาล ละเลยยังไม่ได้คิดแก้ปัญหาเลย ตอนนี้ราคาสินค้าแพงขึ้น ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ลําบากลง นั่นก็คือความเร่งด่วนเหมือนกันที่รัฐบาลจะต้องแก้ปัญหา ราคาน้ํามันแพง สิ่งนี้ มันก็อยู่ในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเหมือนกันนะครับ รัฐบาลก็ยังไม่คิดจะทํา ผมคิดว่า เรื่องรัฐธรรมนูญยังไม่ได้เป็นปัญหา เป็นอุปสรรคในการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้เลย เรื่องเร่งด่วนอื่น ๆ ปัญหาของพี่น้องประชาชนต่างหาก ที่น่าจะทําก่อน ปัญหาเรื่องน้ําท่วม เป็นการบริหารผิดพลาดของรัฐบาล เงินค่าชดเชยที่ประชาชนคอยอยู่ เรื่องเหล่านี้ต่างหาก ที่รัฐบาลน่าที่จะคิดแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนก่อน เรื่องการปรองดองก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ ที่รัฐบาลพูดเอาไว้ นายกรัฐมนตรีพูดตลอดก่อนเลือกตั้งก็พูด ปรองดองท่านก็พูดเหมือนกับผู้สื่อข่าวให้สมญานาม เป็นนกแก้ว ท่านก็ท่องไปเรื่อยปรองดอง ๆ มานโยบายก็ปรองดองอีกเหมือนกันครับ ปรองดองรัฐบาลก็ยังไม่ได้ทํา ปรองดองถ้ารัฐบาลไม่ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องทั้งประเทศ ไม่ให้มีมาตรฐานเดียวกัน มีหลายมาตรฐานเกิดปรองดองไม่ได้หรอกครับ นั่นก็คือสิ่งที่รัฐบาล ต้องทํา ปรองดองได้อย่างไรครับ ปรองดองที่จะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้ท่านดูหนังสือ ของประธานสภาเอง หนังสือของสภาไปบอกว่าสํารวจโพลล์มาแล้ว ตอนนี้นิด้าโพลบอกว่า การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญจะเผชิญหน้าเกิดความขัดแย้งเกือบเท่าไรครับท่าน ไม่รู้ตั้ง ๗๒ เปอร์เซ็นต์ นี่หรือครับนายกรัฐมนตรีต้องการความปรองดอง มันเป็นไปไม่ได้ครับ จะต้องเกิดความขัดแย้งวิกฤติของประเทศจะเกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่ผมพูดคนเดียวนะครับ นี่คือโพลล์ของสถาบันนิด้าบอกว่าจะเผชิญความขัดแย้ง ความสุขของพี่น้องประชาชนลดลงครับ เมื่อพูดถึงการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ นั่นแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้มีความจริงใจที่พูดถึง เรื่องการปรองดอง ปรองดองเหมือนที่ผมบอกว่าต้องมีความเป็นธรรมครับ ไม่ใช่ว่าในกรณีที่ ถ้าเสื้อแดงถ้าเกิดค่าชดเชยต้องให้ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ในกรณีที่นโยบายของรัฐบาล คราวที่แล้วผิดพลาด ให้พี่น้องประชาชน ตํารวจ ทหารตายที่ภาคใต้จ่ายค่าชดเชยนิดเดียวครับ ขณะนี้เรื่องนี้ก็จะทําให้สังคมแตกแยกอีกครั้งหนึ่งสวนทางกับนโยบายของรัฐบาลอย่างสิ้นเชิงครับ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่ารัฐบาลต้องทํา พูดไว้แล้วต้องทํานะครับ ไม่ใช่เลือกทําเฉพาะ เรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างเดียว เรื่องปรองดองความเป็นธรรมให้กับพี่น้องทั่วประเทศ ท่านก็ต้องทําครับ บุคคลทั่วไปไม่เชื่อว่าคราวนี้การแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ จะแก้ กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผมก็อ้างเอกสารของท่านที่แจกมา ในนิด้าโพลเหมือนกัน ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เขาบอกว่าแก้กฎหมายคราวนี้เพื่อให้นักการเมืองเอง เท่านั้นละครับได้ประโยชน์ เพราะอะไรครับ คนไม่เชื่อรัฐบาลครับ ไม่เชื่อเพราะอะไรครับ เพราะมีสิ่งบอกเหตุมาหลายครั้งว่ารัฐบาลชุดนี้จะทําเพื่อคนคนเดียว ตอนที่คณะรัฐมนตรี เตรียมจะออกพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษให้กับบางคนนะครับ นั่นก็เตรียมไว้ คราวนี้ ก็เหมือนกันรีบร้อนซ่อนเงื่อนเพื่อใครหรือเปล่า มันมีลางบอกเหตุมาเรื่อย ๆ นะครับ พวกผม ไม่ได้วิตกจริตกันตามที่มีการอภิปรายหรอกครับ มันมีลางบอกเหตุ มันมีสิ่งบอกเหตุ ผมไม่ได้ ไม่เชื่อคนเดียว คนทั่วประเทศ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ ก็ไม่เชื่อเหมือนกัน เพราะว่า ๗-๘ เดือน ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือให้กับคนบางคนหลายเรื่องครับ เตรียมที่จะออกพระราชกฤษฎีกา พระราชทานอภัยโทษ ให้พาสปอร์ต (Passport) สีแดง ทํามาหลายอย่างครับ คราวนี้ ก็เหมือนกันคนคิดว่ารัฐบาลชุดนี้กําลังเตรียมกฎหมายรัฐธรรมนูญ เตรียมที่จะช่วยเหลือใคร บางคนหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่สังคมไม่เชื่อถือ สิ่งที่คนทั่วประเทศไม่เชื่อถือ ผมเองต้องมา เรียนกับท่านประธานว่า ผมเองไม่เห็นด้วยครับ เพราะว่ามันไม่มีความจําเป็น ไม่มี ความเร่งด่วนที่จะต้องแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เรื่อง สสร. ก็เหมือนกันครับ สสร. ขณะนี้ กําลังถูกหยิบยืมมาเพื่อที่จะอ้างว่า ให้เป็นผู้พิจารณาตามที่ สสร. เห็นสมควร แต่เมื่อตอนเช้า พอถามกันไปถามกันมาว่าแล้ว ๒-๓ ประเด็น สถาบันพระมหากษัตริย์แก้ไหม ตอนแรก ท่านรองนายกรัฐมนตรีก็ไม่ตอบ แต่พอบอกว่าแก้ไหม ยืนยันว่าแก้ ตอนแรกบอกว่าต้องให้ สสร. ว่ากันไป โยนกันไปโยนกันมา แต่ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เหมือนกับที่สื่อมวลชนพูดว่ามีการสับขาหลอก สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ พวกผมไม่มีทางที่จะไว้ใจได้หรอกครับว่าการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญคราวนี้ เป็นการแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญเพื่อพวกพ้อง เพื่อบุคคลคนใดคนหนึ่งหรือไม่ สถาบัน พระมหากษัตริย์ องค์กรอิสระจะถูกลดทอนหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจ รัฐบาล ต้องให้คํามั่นสัญญา รัฐบาลจะต้องบอกให้กับสภาได้รับรู้ ได้รับทราบให้ชัดเจนครับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็แก้เหมือนกันกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แก้ไม่ได้นะครับ แก้ได้ แต่ว่าเราก็บอกกับพี่น้องประชาชนอย่างชัดเจนว่า สิ่งที่เราแก้ต้องเป็นประโยชน์กับ ประเทศชาติจริง ๆ กฎหมายมาตรา ๑๙๐ เป็นปัญหา เป็นอุปสรรค เราแก้ครับ ก็แก้ได้ เหมือนท่านสมาชิกพูดเมื่อสักครู่ว่าทําไมท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่ได้แก้ทุกเรื่อง ที่ได้ศึกษามา ผมอยากเรียนให้กับสมาชิกได้เข้าใจว่าเราเองไม่ได้เห็นผลประโยชน์ของตัวเอง เป็นหลักหรอกครับ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ รู้ว่าพวกเรามีปัญหา มีอุปสรรค แต่ว่า ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คิดว่าถ้าเราแก้น่าจะเป็นปัญหาของประเทศชาติมากกว่า เราก็เลย ได้หยิบยกบางประเด็นขึ้นมาเท่านั้นเพื่อจะแก้ให้กับประเทศชาติ เราไม่ได้ฉวยจังหวะ เพื่อพวกเรากันเอง อันนั้นต้องเรียนทําความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเจตนารมณ์ มันเป็น สิ่งที่ชัดเจนว่าเราได้ทําเพื่อประเทศชาติ หรือทําเพื่อตัวเราหรือเปล่า ฉะนั้นในวันนี้ผมเอง ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการที่จะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาทั้ง ๓ ฉบับ แล้วก็เห็นว่า ยังไม่มีความจําเป็นตามเหตุผลที่ได้อธิบายประกอบแล้ว ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอภิชาต การิกาญจน์ ๑๐ นาที ครับ

นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมไม่เห็นด้วยกับการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้นะครับ เพราะเห็นว่าหลังจากการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นี่ เรามีพรรคที่มีเสียงข้างมากเป็นรัฐบาล เรามีพรรคฝ่ายค้าน สามารถดําเนินงานในทาง การเมืองซึ่งขณะนี้ผมคิดว่าไม่มีเรื่องใด ๆ ที่เห็นว่าจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราอยู่ใน ระบบสภา ปัญหาที่เกี่ยวเนื่อง ๒ เรื่อง คือเรื่องรัฐธรรมนูญกับความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกัน รัฐธรรมนูญเป็นกติกาทางการเมืองอันเป็นแนวทาง ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะใช้ในการดําเนินงานในทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของชาติ ของบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน เรามักจะตําหนิและกล่าวโทษรัฐธรรมนูญ โดยไม่ดู ให้ลึกซึ้งว่าปัญหาของรัฐธรรมนูญนั้นเป็นปัญหาในตัวรัฐธรรมนูญหรือเป็นปัญหาในตัว ของนักการเมือง หากจะมองให้ลึกซึ้งลงไปถึงปัญหาในทางการเมืองแล้วจะเห็นว่ากลายเป็น ปัญหาที่เกิดจากนักการเมืองได้สร้างปัญหาให้กับชาติบ้านเมืองมากกว่าจะเป็นปัญหา อันเกิดจากรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าปัญหาของนักการเมืองและสภาพการเมืองที่เลวร้าย เป็นปัจจัยหลักที่ทําให้เกิดปัญหาในทางการเมืองตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นักการเมือง ใช้อํานาจล้นเกินรัฐธรรมนูญ ใช้ช่องว่างของรัฐธรรมนูญในการแสวงหาประโยชน์ ในทางการเมืองจนทําให้กติกา ในทางการเมืองกลายเป็นปัญหาในเรื่องการบังคับใช้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การตรวจสอบในทางการเมืองไม่สามารถทําได้ การที่นักการเมือง เข้ามาทําธุรกิจในทางการเมือง หาประโยชน์โดยการใช้อํานาจในทางการเมือง การแทรกแซง องค์กรอิสระ ปัญหาเหล่านี้กลายเป็นปัญหาที่เกิดจากนักการเมืองทั้งสิ้น ไม่ได้เกิดจาก รัฐธรรมนูญแต่อย่างใด

ประการที่ ๒ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกครั้ง ในทุกฉบับ ไม่ว่าจะเป็น รัฐธรรมนูญของปี ๒๕๑๗ ของปี ๒๕๔๐ หรือปี ๒๕๕๐ การแก้ไขทุกครั้งอารมณ์ของผู้คนในสังคม อยู่ในอารมณ์ที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง ถามว่าวันนี้ในสถานการณ์ การเมืองที่ผ่านความยุ่งยาก ผ่านความวุ่นวาย เกิดความรุนแรง เสียเลือดเนื้อ เสียชีวิต และเกิดความแตกแยกในสังคมเป็น ๒ ขั้ว ที่เป็นอยู่ขณะนี้ ผมคิดว่าสังคมวันนี้เราต้องการ การปรองดอง ต้องการความสมานฉันท์มากกว่าต้องการการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงไม่น่าจะ เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ การหยิบยกเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาน่าจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับสังคม แล้วก็ซ้ําเติมสังคมให้ยุ่งยากยิ่งขึ้น ผมคิดว่า อารมณ์ของผู้คนในสังคมวันนี้ไม่มีใครที่เห็นว่าเป็นความจําเป็นในทางการเมืองที่ต้องแก้ไข รัฐธรรมนูญ

ประการที่ ๓ สภาพการเมืองช่วงหลังมีความเปลี่ยนแปลงของการเมือง ๒ ด้าน คือการเมืองในระบบสภากับการเมืองของภาคประชาชนนอกสภา จะเห็นได้ว่า ๔-๕ ปีหลัง อํานาจทางการเมืองของพลังทางการเมืองนอกสภามีพลังมากที่สามารถ ทําให้เกิดความเปลี่ยนแปลงล้มรัฐบาลได้ถึง ๓ รัฐบาล สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา อันเกิดจากความบกพร่อง หรือปัญหาอันเกิดจากรัฐธรรมนูญ นั่นหมายความว่าแม้ไม่อยู่ ในระบบสภา ประชาชนยังมีโอกาส ยังมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นในทางการเมือง รวมพลังต่อรองในทางการเมือง แล้วมีอํานาจยิ่งกว่าการเมืองในระบบสภา

ประการที่ ๔ ในสภาพการเมืองของประเทศไทยที่ผ่านมาที่เราเห็นได้ว่า คนยากจนยังคงเป็นฐานเสียงการเมืองขนาดใหญ่ที่ใครได้ครองใจคนเหล่านี้ก็สามารถ ยึดกุมอํานาจในทางการเมืองได้ คนยากจนที่ผมคิดว่าไม่ใช่แค่จนเงิน แต่บนความยากจน เขาจนโอกาส จนอํานาจ จนศักดิ์ศรี การที่บุคคลเหล่านี้ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรม ในทางการเมือง ได้ร่วมชุมนุมน่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่ทําให้เขามีความสุข มีชีวิตชีวา ในการร่วมภารกิจในทางการเมือง ภายใต้การปลุกระดมทางการเมือง ภายใต้การจูงใจ ทางการเมือง ถึงกับยอมบาดเจ็บล้มตาย เสียเลือดเนื้อ เสียชีวิต บางคนพิการ หลังจาก เหตุการณ์สงบแล้วบนความยากจนก็พบว่ายังคงยากจนเหมือนเดิม ขณะที่กลุ่มแกนนํา ได้ยกฐานะ ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้เป็นรัฐมนตรี การจูงใจ การหาประเด็น ในการต่อเนื่องความรู้สึกในทางการเมืองของกลุ่มคนที่เป็นฐานการเมืองขนาดใหญ่ ของประเทศนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าจะถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในทางการเมืองเพื่อสานต่อ ภารกิจ หรือสานต่อความรู้สึกในทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ เราไม่เห็นปัญหาอื่นเลยในเรื่อง รัฐธรรมนูญ เห็นอย่างเดียวก็คือ การถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นในทางการเมือง เพื่อสืบทอดภารกิจและความรู้สึกของพี่น้องคนยากจน ซึ่งเป็นเสียงส่วนใหญ่ในการชี้ขาด ทางการเมืองในประเทศนี้ ในขณะนี้

ประเด็นสุดท้ายครับ เป้าหมายในทางการเมืองของพลังการเมืองนอกสภา บางกลุ่มที่มียุทธศาสตร์ที่คิดว่ามีเป้าหมายไปไกลกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราคาดเดาได้ จากแนวคิดทางการเมือง จากการดําเนินงานในทางการเมือง จากการต่อเนื่องแนวคิดในทาง การเมืองที่ค่อนข้างสุดขั้ว พลังการเมืองเหล่านี้ยังคงสามารถจูงใจและปลุกระดม ทางการเมืองได้ ซึ่งสิ่งนี้จะนําไปสู่สิ่งที่เรียกว่า ความขัดแย้งทางการเมือง ที่แบ่งคนให้เป็น ๒ ข้างอย่างชัดเจน แบ่งคนให้เป็น ๒ ขั้วอย่างชัดเจน ถ้าหากก้าวถึงยุทธศาสตร์แบบนั้นจริง ๆ อย่างที่พูดกันว่าเป้าหมายของยุทธศาสตร์ในทางการเมืองที่อยากก้าวไปสู่ความเป็น ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ตามแนวทางของพลังมวลชนกลุ่มนี้ มันจะตรงข้ามหรือขัดแย้ง กับการเมืองกระแสหลักของคนในประเทศนี้อีกกว่า ๓๐ ล้านคน ซึ่งผมเชื่อว่าการเมือง ภายใต้ความเชื่อของกระแสหลักยังเชื่อในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุข ถ้าการเมืองก้าวไปสู่ความขัดแย้งของคน ๒ ขั้วอย่างชัดเจนในวันข้างหน้า และแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนําไปสู่ทิศทางแบบนั้น เราไม่มีทางนําความสามัคคี ความกลับมาเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติได้ ผมยังไม่เห็นความจําเป็นของการแก้ไข รัฐธรรมนูญในขณะนี้ ผมยังไม่เห็นว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นวิกฤติในทางการเมืองของชาติ ของบ้านเมืองและผมยังคาดการณ์ไปว่าสภาพเช่นนี้จะทําให้เกิดวิกฤติรัฐธรรมนูญนําไปสู่ วิกฤติทางการเมืองและสังคม ซึ่งเชื่อว่าเป็นไปได้ในวันข้างหน้า ผมจึงไม่เห็นด้วยกับ การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระเช่นนี้ รัฐบาลยังมีเวลาอีก ๓ ปีกว่านะครับ ยังมีเวลาพอ ที่จะทําตามนโยบายที่ได้แถลงไว้กับพี่น้องประชาชน ยังมีเวลาที่น่าจะลงตัวเหมาะสม กว่าการเลือกใช้เวลานี้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม ไม่ลงตัว แล้วจะสร้างปัญหา ให้กับชาติกับบ้านเมืองครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านผุสดี ตามไท ๑๐ นาทีครับ

นางผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉันผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าดิฉัน แล้วก็พรรคประชาธิปัตย์เห็นตรงกันว่ารัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ แต่ก็แก้ไขได้ค่ะ บางท่านเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ เหมือนกับบ้าน ถ้าเผื่อว่าคนอยู่ไม่มีความสุขก็ต้องแก้ไข ท่านประธานคะ บ้านจะเป็นอย่างไร สวยเก๋ขนาดไหน แก้ไขกี่ครั้งถ้าคนที่อยู่ในบ้านนั้นไร้คุณธรรม จริยธรรม บ้านก็ลุกเป็นไฟได้เสมอ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่หลายคนรังเกียจนี้นะคะ ก็มีฐานมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั่นล่ะค่ะ แล้วก็แก้ไขให้ดีไปกว่าเดิมในหลายเรื่อง ดิฉันขออนุญาตท่านประธานยกตัวอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งก็ใช้ได้เลยโดยไม่ต้องรอให้มีการบัญญัติ กฎหมาย หรือจะเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนทั้งหญิงและชายในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ตามมาตรา ๘๗ หรือว่าการให้การตรวจสอบการใช้อํานาจนายกรัฐมนตรีนั้นทําได้ง่ายขึ้น แล้วก็อีกหลายมาตรา ซึ่งล้วนแต่สะท้อนถึงแนวคิดที่ก้าวหน้าไปพอสมควร ท่านประธานคะ บางมาตราอาจต้องแก้ไขก็แก้ไขได้ค่ะ การกล่าวอ้างว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น เป็นผลไม้ พิษที่มาจากต้นไม้พิษต้องฉีกทิ้ง จึงเป็นเพียงวาทกรรมที่ชักนําให้ประชาชนจํานวนไม่น้อย หลงเชื่อโดยไม่ทันได้มีโอกาสดูเนื้อใน น่าประหลาดนะคะท่านประธาน การสํารวจ ของสํานักวิจัยเอแบคโพล เรื่องประชาชนเคยอ่านรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมไปถึงความเห็น ต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งดําเนินการในช่วงต้นเดือนมกราคมปีนี้เอง พบว่าเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญเลย เกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เคยอ่านบ้างค่ะ แล้วก็ มีเพียง ๓.๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้อ่านอย่างละเอียด แล้วก็ยังพบนะคะว่าขนาดไม่เคย อ่านกันเลยหรืออ่านกันบ้างในจํานวนมาก แต่ ๕๔ เปอร์เซ็นต์รู้สึกว่าควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางประเด็น แต่ก็ต้องทําเพื่อประโยชน์ของสังคมโดยส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ท่านประธานคะ ง่ายมากที่จะพูดว่าให้เราหันหน้ามาร่วมมือกัน ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ ง่ายมากนะคะที่จะพูดว่าให้อภัยกันเถอะแล้วก็เดินหน้าต่อไป ง่ายมากเลยนะคะที่จะให้สัมภาษณ์ กล่าวหาว่าพวกที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นพวกตีตนไปก่อนไข้ เพราะยังไม่รู้เลยว่า สสร. จะเป็นใคร มาจากไหน เนื้อหาสาระ ของการแก้ไขจะเป็นอย่างไรแล้วแต่ สสร. ก็เป็นเพราะอย่างนี้ล่ะค่ะ ท่านประธานคะ ที่ทําให้ ดิฉันกังวล ไม่ไว้ใจ ไม่เชื่อใจ แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะนี้ คือ เพียงให้มี สสร. แต่ไม่บอกสาระที่จะแก้ไขให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น รัฐบาลไปหาเสียง รัฐบาล กําหนดไว้เป็นนโยบายเร่งด่วนที่จะดําเนินการในปีแรกตามข้อ ๑.๑๖ ที่รัฐบาลแถลงไว้ ต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งระบุว่าจะเร่งรัดและผลักดันการปฏิรูปการเมือง ที่ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางโดยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระยกร่าง รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อวางกลไกการใช้อํานาจอธิปไตยที่ยึดหลักนิติธรรม และองค์กรที่ใช้ อํานาจรัฐที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนและพร้อมรับการตรวจสอบ ทั้งนี้ให้ประชาชน เห็นชอบผ่านการออกเสียงประชามติ ท่านประธานคะ ชัดอยู่แล้วว่ารัฐบาลมีความประสงค์ จะทําอะไรในเรื่องนี้ แน่ ๆ ค่ะ ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นอิสระ แน่ค่ะ จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วจะมีสาระอะไรบ้างท่านประธานคะ ก็มีเรื่องการวางกลไก การใช้อํานาจอธิปไตยที่ยึดหลักนิติธรรม อย่างไรคะท่านประธาน อะไรบ้างคือกลไกที่ท่านว่า แล้วอะไรคะคืออํานาจอธิปไตยที่ท่านพูดถึง แล้วก็อะไรคะคือหลักนิติธรรมของท่าน นอกจากนั้นก็ยังจะมีเรื่ององค์กรที่ใช้อํานาจรัฐที่มีความรับผิดชอบต่อประชาชนและพร้อมรับ การตรวจสอบ องค์กรที่ใช้อํานาจรัฐที่ท่านพูดถึงคือองค์กรใดบ้างคะ คณะรัฐมนตรี องค์กร อิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ ศาล หรือว่าทุกองค์กรอื่น ยกเว้นนายกรัฐมนตรีหรือเปล่าคะ หรือว่าท่านคิดจะยุบเลิกองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่คอยติดตามตรวจสอบนักการเมืองอยู่ แล้วก็ ที่พูดว่าพร้อมรับการตรวจสอบคืออย่างไรคะ เอาง่าย ๆ ท่านประธานคะ การตรวจสอบ การใช้อํานาจของคณะรัฐมนตรีไม่ว่าจะโดยภาคส่วนใดทั้งในสภา นอกสภา ไม่ง่ายเลยค่ะ จะตั้งกระทู้ถามสดนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีก็ไม่ค่อยมาตอบ จะตรวจสอบกันนอกสภา ก็จะมีคณะออกมาปกป้องกันอลหม่านไปหมด อะไรกันนักหนาคะท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วในสังคมประชาธิปไตยหลักการที่สําคัญอย่างหนึ่งที่ทุกคนโดยเฉพาะรัฐบาล ต้องยอมรับ แล้วก็นักประชาธิปไตยทั้งหลายต้องยอมรับก็คือว่าต้องมีการตรวจสอบ การใช้อํานาจเสมอโดยเฉพาะเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ฉะนั้น ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้ว รัฐบาลก็รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าจะแก้ไขสาระอะไรบ้าง แต่ไม่มีความกล้าหาญที่จะบอกต่อสมาชิก รัฐสภา ต่อสาธารณะเพื่อให้ประชาชนนั้นได้มีส่วนร่วมคิดกันอย่างกว้างขวางตามที่ท่าน ได้ระบุไว้ในนโยบายเร่งด่วน แถมในช่วงแรก ๆ ท่านประธานคะ รัฐบาลก็ยังมีทีท่ายึกยัก ไม่มีความกล้าหาญที่จะเริ่มเป็นผู้แก้ไข บอกให้เป็นหน้าที่ของสภา คงจะรอชิมลางปฏิกิริยา ของสังคมหรืออย่างไร ดิฉันไม่แน่ใจนะคะ จนต้องให้ประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลเป็นผู้ริเริ่ม น่าเสียดายจริง ๆ ท่านประธานคะ ที่วันนี้รัฐบาลชิงเสนอร่างเข้าสู่สภาและทิ้งของประชาชนไปเลย ด้วยคําอธิบายง่าย ๆ ว่าเข้าใจกันแล้วนะคะ ท่านประธานคะ หากรัฐบาลจะเริ่มต้นแก้ไข ด้วยความซื่อสัตย์ต่อกัน ด้วยความจริงใจ ด้วยความตั้งใจก็จะดีมาก ท่านให้มี สสร. แต่ท่าน ก็ควรบอกให้สาธารณะทราบเลยโดยไม่ต้องปิดบัง ให้มีข้อสงสัยกังวล เพื่อนสมาชิก ท่านประธานคะ ที่จริงก็ได้อภิปรายก่อนหน้านี้ในสาระที่ดูเสมือนว่าจะแก้ไขในอนาคตไปบ้างแล้ว บางประเด็นมีคุณค่าที่จะให้ทุกคนได้ถกเถียงแล้วก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แล้วก็ประเด็นใดที่ท่านมั่นใจว่าจะไม่แตะต้อง เช่น เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้อภิปรายไปแล้ว ท่านก็ ประกาศเลยค่ะ ดิฉันมองไม่เห็นว่าจะเสียหายที่ตรงไหน ดิฉันจะสนับสนุนให้ด้วยซ้ํา จะดีกว่าไหมคะ ถ้าเผื่อท่านบอกให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นเลยว่าจะแก้ไขสาระอะไร ประชาชนจะได้ ร่วมคิดร่วมสร้างรัฐธรรมนูญด้วยกันอย่างจริงจังตามที่ท่านปรารถนา แทนที่จะบอกว่า แล้วแต่ สสร. ยังไม่รู้เลยว่า สสร. เป็นใคร รัฐบาลจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะแก้ไขอะไร สับขาหลอกอีกแล้วหรือคะท่านประธานคะ น่าเสียดายจริง ๆ รัฐบาลน่าจะใช้โอกาสนี้ละค่ะ เป็นจุดเริ่มต้นของการปรองดองได้ แต่ท่านเลือกที่จะไม่ทํา ยิ่งไปกว่านั้นท่านประธานคะ จุดมุ่งหมายของการแก้รัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก็ถูกเปิดเผย ในเวลาต่อมา ทําไมดิฉันทราบและทําไมดิฉันถึงพูดเช่นนี้ ท่านประธานคะ เมื่อช่วงหัวค่ํา เราทุกคนก็ได้ฟังได้ดูจากบนจอในสภานี้ล่ะคะ ชัดเจนที่ฟังพร้อม ๆ กันทุกคน เพื่อนสมาชิก ที่อยู่ในที่นี้ เช่น หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญพรรคประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์ หลังการ แก้ไขรัฐธรรมนูญคุณทักษิณจะกลับมาอย่างสง่างาม ถ้าเป็นเช่นนั้นท่านประธานคะ ดิฉัน ก็ขออนุญาตเรียนถามว่าท่านจะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไรกันจึงจะบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ข้างต้น หรือท่านประธานคะ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นการยึดครองประเทศตามที่สื่อ ดิฉันต้องขออภัยที่เอ่ยนาม แต่ว่ามันลงไปในสื่อแล้วนะคะ คือคุณเปลว ศรีเงิน ใช้คําว่า แดงทั้งแผ่นดินทักษิณเป็นใหญ่แต่ผู้เดียว ขอบพระคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอมาที่วุฒิสมาชิกานะครับ เชิญท่านยุทธนา ยุพฤทธิ์ ๘ นาทีครับ

นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา ยโสธร 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดยโสธร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่างของ ครม. พรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา มีสาระสําคัญส่วนใหญ่คล้ายกัน กล่าวคือให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ สสร.ขึ้นมา ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ โดยเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ใช้อยู่นี้เป็นปัญหาและเป็น อุปสรรคในการพัฒนาประชาธิปไตยในการพัฒนาประเทศ ผมเห็นด้วยกับสมาชิกรัฐสภาหลายท่าน ที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว. บุรีรัมย์ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ในประเด็นที่ว่าไม่ได้รังเกียจรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทุกท่าน ล้วนแต่เป็นคนไทยที่มีความรู้และทรงคุณวุฒิ ซึ่งทุกท่านก็ล้วนรักชาติ รักประเทศ และมุ่งหวังที่จะให้เกิดความผาสุกและพัฒนาประเทศด้วยกันทั้งนั้น แต่ในขณะเดียวกัน ผมเป็นผู้หนึ่งที่ร่วมลงชื่อในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เมื่อปี ๒๕๕๑ และเป็นผู้เสนอ ญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อศึกษาและแก้ไขบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต่อวุฒิสภา เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๕๑ ในทันทีที่เข้ารับตําแหน่งสมาชิกวุฒิสภา ทั้งนี้ กระผมมีเหตุผลประกอบดังนี้

ประการที่ ๑ พี่น้องชาวจังหวัดยโสธรที่ได้ไว้วางใจเลือกผมมาเป็นผู้แทน ไม่ให้ความเห็นชอบในการลงคะแนนประชามติ โดยไม่ให้ความเห็นชอบจํานวน ๖๙ เปอร์เซ็นต์เศษ

ประการที่ ๒ ในฐานะที่ผมเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้โดยดํารงตําแหน่งประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะหนึ่ง ในสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทําให้ได้ทราบถึงรายละเอียดขั้นตอนและวิธีการ ของกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่แม้ว่าจะมีจุดแข็งที่เพิ่มอํานาจและการมีส่วนร่วม ของประชาชน ตลอดจนนําเอาส่วนดีในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาบัญญัติ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จากทั้งหมด ๓๐๙ มาตรา ผมคิดว่ามากกว่าครึ่ง หรือเกือบ ๒๐๐ มาตรา แต่ก็มีข้อเสียอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นที่มาของการร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากอํานาจ แฝงจากรัฐประหาร ไม่เป็นประชาธิปไตย การมีอคติต่อนักการเมือง พรรคการเมือง ในภาพลบเกินไป การตั้งอคติต่อบุคคลที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่งและนํามาเป็น โจทย์ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ รวมทั้งปัญหาในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันนี้หลายมาตราด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๑๙๐ มาตรา ๒๓๗ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ มาตรา ๓๐๒ มาตรา ๓๐๙ หรือปัญหาในการขัดแย้งในการบัญญัติศาสนาพุทธ ให้เป็นศาสนาประจําชาติ การตัดสิทธิพี่น้องประชาชนคนไทย ๒๐ กว่าล้านคน ที่ปลอดการเมืองไม่เกิน ๕ ปี ไม่ให้สมัครเป็นสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ สมาชิก สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือสมาชิกวุฒิสภา ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ส่งเสริม ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองด้วยการสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองให้มากขึ้น แต่ถูกรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๙ ฉบับชั่วคราวและรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นฉบับที่ ๑๘ ตัดสิทธิทางการเมืองไป รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ นั้น ทําให้ พรรคการเมืองเข้มแข็งเกินไปแต่ในขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ทําให้ พรรคการเมืองอ่อนแอลงมากเกินไปเช่นเดียวกัน ผมเห็นว่าหากร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ฉบับ สามารถผ่านการพิจารณาในวาระที่สามก็ควรที่จะออกแบบให้พรรคการเมือง ที่เป็นสถาบันการเมืองที่สําคัญที่สุดสถาบันหนึ่งในระบอบประชาธิปไตยมีระบบที่สามารถ ตรวจสอบและถ่วงดุลเพื่อที่จะได้นําพาประเทศไปสู่การพัฒนาและสามารถแข่งขันกับ นานาอารยประเทศได้ ไม่ใช่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งเหมือนเช่นในปัจจุบันนี้ รัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นร่างขึ้นภายหลังจากการรัฐประหารของทหาร (คณะปฏิรูปการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย หรือ คปค.) เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ ต่อมามีการจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี ๒๕๔๙ กําหนดให้มีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. และให้มีสมาชิกสมัชชาแห่งชาติจํานวน ๒,๐๐๐ คน มาประชุมและเลือกกันเอง ให้เหลือ ๒๐๐ คน เสร็จแล้วให้อํานาจ คมช. เป็นผู้คัดเลือกให้เหลือ ๑๐๐ คน เพื่อเป็น สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. เพื่อมาร่างรัฐธรรมนูญ นอกจากนั้นยังให้อํานาจ คมช. เป็นผู้พิจารณาเสนอชื่อและคัดเลือกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญอีกจํานวน ๑๐ ท่าน รวมกับที่ สสร. คัดเลือกอีก ๒๕ ท่าน รวมเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น ๓๕ ท่าน ซึ่งภายหลังมีการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็มีการรณรงค์ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ และมีการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ ผลปรากฏว่าประชาชน เห็นด้วยกว่า ๑๔.๗ ล้านเสียง หรือ ๕๗ เปอร์เซ็นต์ และไม่เห็นด้วยกว่า ๑๑ ล้านเสียง หรือ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้การลงคะแนนประชามติมีเงื่อนไขที่ว่าหากประชาชนไม่เห็นด้วย คมช. สามารถนํารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับปรุงแก้ไข แล้วบังคับใช้เลยก็ได้นะครับ เพื่อความสง่างามและเป็นประชาธิปไตย กระผมคิดว่าในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ภายหลังที่เราได้มีการตกผลึกในการใช้รัฐธรรมนูญมากว่า ๕ ปีเศษ คิดว่าการเสนอตั้งให้มี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นน่าจะเป็นทางออกที่สําคัญ เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญของเรานั้น มีความสง่างามและมีความเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ และคิดว่าในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลา ที่เหมาะสมในการพิจารณาปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญ กระผมเห็นควรสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้ง ๓ ร่าง ของคณะรัฐมนตรี และนายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา และคณะ รวมทั้งร่างของนายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และคณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านประสงค์ นุรักษ์

นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น 🔗

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทยครับ ก่อนที่ผมจะร่วมอภิปรายในร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ผมขออนุญาตท่านประธานสื่อกับพี่น้องประชาชน ซึ่งฟังอยู่ทางบ้านก่อนครับ ช่วงเวลา ๒๐ ชั่วโมงต่อจากนี้ไปเป็นช่วงเวลาซึ่งพี่น้องประชาชน จะได้มีโอกาสติดต่อหรือประสานงานกับตัวแทนของประชาชนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. เพราะว่าทุกคนคือตัวแทนของพี่น้องประชาชนในการที่จะให้ความเห็นกับตัวแทน ของท่านว่าอีก ๒๐ ชั่วโมงข้างหน้านี้ ท่านจะลงคะแนนในเรื่องของการเสนอในวันนี้ ในทางหนึ่งทางใด เพราะการติดต่อของประชาชนกับผู้แทนนั้นถือว่าเป็นหน้าที่อันหนึ่ง ของพลเมืองที่ต้องกระทําในประเทศซึ่งมีความเจริญแล้วทางการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตย ผมมีความเชื่อมั่นครับ ว่าขณะนี้ เดี๋ยวนี้ประเทศไทยเรามีความเจริญก้าวหน้า พอที่จะใช้ระบอบประชาธิปไตยครอบคลุมถึงทุกคนครับ

ท่านประธานครับ การร่วมอภิปรายของผมในวันนี้อาจจะถูกใจใคร หรือไม่ถูกใจใคร ผมไม่สามารถที่จะหยั่งได้ แต่ที่สําคัญที่สุดเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของผม ตามที่ผมได้ให้สัตย์ปฏิญาณไว้ในสถานที่แห่งนี้ถึง ๒ ครั้งว่า ผมจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังมาตลอดทั้งวันวันนี้ ว่าการที่จะได้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น เป็นการร่างซึ่งมีที่มาซึ่งไม่เป็นที่พอใจของ ประชาชนหลายคน หลายหมู่ หลายเหล่า แต่ความจริงตามหลักรัฐศาสตร์ที่ผมได้ศึกษามา เป็นเวลานานพอสมควรประกอบกับที่ผมได้มีชีวิตอยู่ในประเทศซึ่งมีความชื่นชมในระบอบ ประชาธิปไตยอย่างแท้จริงคือประเทศสหรัฐอเมริกามา ๓๗ ปี ผมมีความเข้าใจครับว่า ตามหลักรัฐศาสตร์นั้นการได้มาซึ่งอํานาจรัฐนั้นมีหลายประการครับ แล้วก็ถ้าหากว่า มีความสําเร็จในการได้มาซึ่งอํานาจรัฐแล้วก็ได้มีการปฏิบัติข้ามขั้นตอนในระบอบ ซึ่งเรียกว่า เป็นที่ยอมรับของประชาชนได้ ทําให้ประชาชนมีความสุข ประชาชนมีความพอใจ ผมว่า ผมรับได้ครับ จะมาด้วยระบอบไหนก็ตามแต่ จะด้วยวิธีการเลือกตั้ง หรือโดยวิธีอื่นก็ตามครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ศึกษาร่างทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งถือว่าเป็นร่างฝาแฝดสาม มีข้อความ มีเนื้อหาสาระที่ไม่แตกต่างกัน ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ เริ่มจาก หลักการของการร่าง เหตุผลของการที่จะนําเสนอขึ้นมานั้นเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๒๙๑ ตามหลักการที่มานั้นเป็นการแก้ไขเหมือนกับว่าเอาปลาตัวเล็ก ไปตกปลาตัวใหญ่ ผลของการที่จะแก้ไขนั้นคือการแก้ไขไม่ใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเลยนะครับ เป็นการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา ซึ่งเขียนว่าเป็นการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น ทั้งฉบับ ผมได้ให้สัตย์ปฏิญาณต่อหน้าสถานที่แห่งนี้ไว้แล้วว่า ผมจะรักษารัฐธรรมนูญ ฉบับที่ผมให้สัตย์ปฏิญาณไว้ เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะก่อให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น ประเทศชาติที่มีความมั่นคงในระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญเป็นการบ่งบอก ลักษณะหนึ่งว่ามีความมั่นคงหรือไม่ การอยู่ของรัฐธรรมนูญที่ยาวนานเท่าไร แสดงถึง ความมั่นคงของประชาธิปไตยมากเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งจะเป็นการเปลี่ยนแปลง ทั้งฉบับหรือบางส่วนก็ตามแต่ เป็นสิ่งที่ไม่น่าพึงปรารถนาในระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง แต่ถ้าหากว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่จําเป็น สามารถจะรับรองได้ครับ รัฐธรรมนูญ เป็นหลักการเมืองและการปกครอง ไม่ใช่เป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎกในพุทธศาสนา หรือคัมภีร์อัลกุรอานในศาสนาอิสลาม หรือคัมภีร์ไบเบิลในศาสนาคริสต์ ซึ่งไม่อาจจะ เปลี่ยนแปลงได้ ผมขอยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงบางครั้งยอมรับได้ครับ แต่ถ้าถามว่าครั้งนี้ จะยอมรับได้ไหม ผมมีข้อสงสัยหลายประการครับ

ประการที่ ๑ ผมขอยกตัวอย่างมาตรา ๒๙๑ ที่เสนอแก้มา (๑๓) ที่จะให้ มีการลงประชามติภายใน ๖๐ วัน หรือ ๔๕ วัน รัฐธรรมนูญผมคิดว่าคงจะเป็น ๑๐๐ มาตรา เวลาเพียงแค่นั้นจะเพียงพอหรือครับ ที่จะรับฟังความเห็นของประชาชนที่จะให้ลงประชามติ ในเวลาดังกล่าว ผมว่าเวลาสัก ๖๐ เดือน หรือ ๔๕ เดือน น่าจะมีความเหมาะสมมากกว่า ที่จะให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้อย่างแท้จริง จะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือ กกต. ก็ตามแต่ ในการให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องของความเป็นจริงของรัฐธรรมนูญที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขว่าเราเองจะยอมรับหรือไม่ ขนาดไหน ก่อนจะลงประชามติ ท่านประธานครับ เวลา ๖๐ วันนั้นผมคิดว่าน้อยเกินไป บางครั้งบางประเทศเขาใช้เวลา การเปลี่ยนแปลงมาตราเดียวเวลานับเป็นปีกว่าจะสําเร็จได้ นี่เป็นประการหนึ่งทําให้ผม มีความสงสัยว่าถ้าหากมีการลงประชามติกันแล้วจะได้สาระสําคัญที่แท้จริงจากพี่น้องประชาชน หรือไม่

อีกอันหนึ่งครับ ท่านประธานครับ หากว่าการลงมตินั้นประชาชนไม่ยอมรับ หรือปฏิเสธ แต่การเสนอร่างนี้อ้างว่าเห็นความสําคัญของประชาธิปไตย ถือเสียง ของประชาชนเป็นใหญ่ ถ้าหากประชาชนลงประชามติรับก็จะนําเสนอต่อไปตามขั้นตอน ที่ระบุไว้ แต่ถ้าหากประชาชนไม่รับ ยังมีวิธีการอื่นที่จะปฏิเสธการไม่ยอมรับของประชาชน อีกครั้งหนึ่ง นี่หรือครับเป็นแนวทางและความคิดที่จะยอมรับประชามติของประชาชน ผมเห็นว่าวิธีการดังกล่าวนั้นเป็นวิธีการที่จะสร้างความสลับซับซ้อน เป็นการที่จะสร้าง ความมึนงงให้กับพี่น้องประชาชนในการที่จะยอมรับหรือไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับที่คิด จะร่างขึ้นมาในโอกาสข้างหน้า ชื่อของสภาร่างรัฐธรรมนูญก็เป็นการบ่งบอกอันหนึ่งว่า นี่ไม่ใช่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการร่างฉบับใหม่ ถ้าหากว่าจะเป็นสภาแก้ไขก็ควรจะ เป็นสภาแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ ไม่ใช่สภาร่าง ผมจึงเห็นว่าวิธีการใช้คําพูด กลไกต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ที่ส่งเสนอมาในวันนี้มีข้อสงสัยมากครับ ผมเองพยายาม ยกผลประโยชน์ให้กับข้อสงสัยผม แต่ผมถือว่าผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน มีความสําคัญมากกว่ายิ่งนัก ผมมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าเมื่อไรก็ตามแต่ ถ้าหากว่าการเสนอเพื่อการแก้ไขนั้นยึดมั่นในประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนเป็นเกณฑ์ ขณะนี้ เวลานี้รัฐบาลมีภารกิจมากมายมหาศาลที่จะแก้ไข ปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยหลายประการปัญหาน้ําท่วมครั้งที่แล้วมา ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้ยังเป็นปัญหาที่มากมายที่รัฐบาลแก้ไข ผมเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะมีการ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าหากเป็นการแก้ไขเพียงบางมาตราผมก็ยังพอจะรับได้ เพราะฉะนั้นในวันพรุ่งนี้ผมเองจะรอรับฟังพี่น้องประชาชนครับ เบอร์โทรศัพท์ของผม เบอร์ ๐๘๓-๑๓๑-๑๐๒๔ ขอให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ที่บ้านใช้เบอร์โทรศัพท์นี้ร่วมแสดง ความเห็นชี้แจงมาที่ผม เพราะผมจะใช้ความเห็นของพี่น้องประชาชนเป็นการตัดสินใจของผม ในฐานะเป็นตัวแทนของท่านวันพรุ่งนี้ครับ ขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ครับ

นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ กระผม นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตกราบเรียนแสดงความเห็นในเรื่องของการพิจารณาในเรื่องด่วน เรื่องแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ซึ่งมีทั้ง ๓ ร่างด้วยกัน ทั้งของรัฐบาลแล้วก็ของท่านสุนัย จุลพงศธร และท่านภราดร ปริศนานันทกุล โดยเท่าที่อ่านหลักการทั้ง ๓ ฉบับเหมือนกัน จะมีส่วนต่างอยู่บ้างก็คือ ในเรื่องของเหตุผล ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับว่าที่จริงแล้วถ้าผู้เสนอได้เขียนให้เกิด ความชัดเจนมากขึ้นนะครับว่ารัฐธรรมนูญที่ท่านกําลังจะเสนอร่างแก้ไขนั้นเห็นว่า ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีปัญหา ทั้งที่มาและเนื้อหา แล้วก็วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสตามมาตรา ๒๙๑ ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยสมาชิก รัฐสภาเพียงลําพัง เนื่องจากผู้เสนอเห็นว่าควรมีการแก้ไขทั้งฉบับ แล้วก็ถ้าได้มีการอธิบายไปว่า การแก้ไขทั้งฉบับนั้นควรดําเนินการโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ จึงได้เสนอให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยเพิ่มช่องทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับด้วยวิธีการ ตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๒๙๑/๑ คือถ้าท่านเขียนอย่างนี้ผมคิดว่าประชาชนคงจะได้มีความเข้าใจมากขึ้น แล้วก็น่าจะได้ ขยายความต่อไปนะครับว่ารายละเอียดและเนื้อหาของรัฐธรรมนูญที่จะยกร่างขึ้นใหม่ เป็นดุลยพินิจของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่จะได้มาจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ ที่รัฐสภากําลังพิจารณาอยู่นี้ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมเชื่อว่าประชาชนจะมีความเข้าใจมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอยากจะกราบเรียนว่าในมาตรา ๒๙๑/๑ นี้นะครับ ที่เขียนไว้ก็มีความกังวล เพราะว่าท่านไปเขียนไว้ว่าให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญทําหน้าที่จัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามหมวดนี้ นั่นหมายความว่าท่านจะยกร่างทั้งฉบับ ในขณะที่การยกร่างทั้งฉบับนี้ สร้างความกังวลให้กับเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแล้วก็ประชาชนในหลาย ๆ ประการด้วยกัน ที่จริงแล้ว เรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่นะครับ ผมได้ค้นจากวิกิพีเดีย (Wikipedia) สารานุกรมเสรี เคยมีสภาร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๔ ครั้ง ครั้งที่ ๑ เมื่อปี ๒๔๙๑ แล้วก็ ครั้งต่อมาปี ๒๕๐๒ ปี ๒๕๓๙ และครั้งสุดท้ายเมื่อปี ๒๕๕๐ ฉะนั้นสภาร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่สิ่งน่ากลัวครับ เพราะเราได้ผ่านกระบวนการนี้มาแล้ว ประเด็นปัญหาก็คือว่า ที่หลายท่านกังวลคือ มาตรา ๒๙๑/๑ ในมาตรานี้ที่เป็นการเปิด ผมคิดว่าถ้าท่านที่ ได้อ่านรัฐธรรมนูญเปรียบเทียบ ๒ ฉบับ ระหว่างปี ๒๕๔๐ กับปี ๒๕๕๐ ซึ่งเราเอามาทํา เทียบเคียงจะเห็นว่า โดยรวมแล้วหลักการต่าง ๆ ไม่ได้ขัดแย้งกัน ซึ่งผมเองพยายามจะค้น เปรียบเทียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวด ๑ ถึงหมวด ๕ หมวด ๑ ที่ว่าด้วยบททั่วไป หมวด ๒ ว่าด้วยหมวดพระมหากษัตริย์ หมวด ๓ สิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย และหมวด ๔ ก็คือหน้าที่ของชนชาวไทย หมวด ๕ แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ใน ๕ หมวดนี้ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แทบจะไม่มีความต่างเท่าไร เพียงแต่ว่า ข้อดีของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้ก็คือว่าไปเขียนขยายความให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ในส่วนของความไม่ชัดเจนต่าง ๆ แล้วก็เพิ่มในเรื่องสิทธิต่าง ๆ ของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แต่เดิมในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีการระบุว่าสิทธิต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกําหนด แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ปลดล็อกสามารถใช้สิทธิได้ทันที ไม่ต้องไปรอกฎหมาย อันนี้ คือข้อดีของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมคิดว่าถ้าอยากจะเสนอในที่ประชุมนี้ดัง ๆ นะครับว่า ถ้าเราสามารถที่จะให้คงหมวด ๑ ถึงหมวด ๕ ไว้ แล้วท่านจะแก้ตั้งแต่หมวด ๖ คือ ว่าด้วยรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นที่มาของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาหรือว่าเรื่องอื่น ๆ รวมทั้ง องค์กรต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ท่านแก้ไปเลยครับ แต่ถ้าท่านคงหมวด ๑ ถึงหมวด ๕ ไว้ ผมคิดว่าผมจะเป็นคนหนึ่งที่สนับสนุนเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าท่านจะไม่แตะ โดยเฉพาะ ในหมวด ๒ ก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้ว

นอกจากนี้ผมอยากกราบเรียนว่าในส่วนของตัวร่างเอง ผมมีข้อสังเกตอยู่ ๒ ประเด็นด้วยกัน คือ

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของมาตรา ๒๙๑/๒ และมาตรา ๒๙๑/๓ ก็คือว่า การได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่กําหนดคุณสมบัติไว้ คือพยายามจะดูนะครับว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องคุณสมบัติผู้ที่สนใจจะสมัครเข้ามารับเลือกตั้งหรือว่ารับ การคัดเลือก สิ่งที่กังวลก็คือว่าถ้าดูทั้ง ๒ ส่วนนี้แล้วไม่มีข้อจํากัดนะครับว่าบุคคลจะใช้สิทธิ มากกว่า ๑ ช่องทางได้หรือไม่นะครับ ประเด็นนี้ผมอยากจะเรียนว่าถ้าผมเองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณสมบัติของมาตรา ๒๙๑/๒ (๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่รับสมัครเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า ๕ ปี เป็นบุคคลที่เกิดในจังหวัดที่สมัคร หรือว่าเคยศึกษาในสถานศึกษาที่อยู่ ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง คือถ้าเกิดผมเองมีคุณสมบัติอยู่หลายแห่ง เช่น เกิดจังหวัดสมุทรสาคร ไปเรียนที่จังหวัดเชียงใหม่ ถ้าผมอยู่ในกําหนดที่ว่าผมสมัครได้ทั้ง ๒ แห่งไหม หรือว่า ในขณะเดียวกันถ้าผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ผมจะสามารถสมัครผ่านกระบวนการ คัดเลือกได้ไหม จริงอยู่กระบวนการได้มาเกิดขึ้นพร้อมกัน ก็คิดว่าอาจจะไม่มีใครบ้าไปสมัคร ทุกช่องทาง แต่เมื่อกฎหมายไม่ได้กําหนดไว้ว่าสมัครได้ช่องทางเดียว ฉะนั้นก็เปิดโอกาส ฉะนั้นประเด็นนี้คือประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝาก

ประเด็นที่ ๒ ก็คือในมาตรา ๒๙๑/๓ ซึ่งเป็นข้อห้ามนะครับ คือห้ามเป็น ข้าราชการที่มีตําแหน่งเงินเดือนประจํา พนักงาน ลูกจ้างหน่วยงานของรัฐ หน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ เป็นเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของรัฐ คือตรงนี้ความกังวลก็คือว่าสมาชิกที่มาจาก การคัดเลือก ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขากฎหมายมหาชนก็ดี รัฐศาสตร์ หรือการปกครองก็ดี ถ้ามีข้อจํากัดอย่างนี้ ประเด็นก็คือว่าเราจะมีตัวเลือกที่ลดน้อยลง เพราะฉะนั้นขออนุญาต ขอตั้งข้อสังเกตในเรื่องของการร่างแก้ไขทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งมีประเด็นได้กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะ อย่างยิ่งอย่างที่กราบเรียนนะครับว่า ผมเองคิดว่าน่าจะได้มีการสงวนในหมวด ๑ ถึงหมวด ๕ ผมอยากจะเรียนว่าในหมวด ๑ นั้น ซึ่งเป็นบทนิยามทั่วไป เขียนไว้กว้าง ๆ แล้วก็มี ความชัดเจนมาก คือประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรหนึ่งเดียวแบ่งแยกมิได้ อันนี้เป็นต้น ที่อยากจะกราบเรียนว่าในเรื่องทั้ง ๕ หมวดนี้ รัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๐ ได้เขียนไว้ดีแล้ว จึงอยากจะฝากเป็นข้อเสนอให้ท่านสมาชิกรัฐสภาได้พิจารณา ขอบพระคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นฝ่ายรัฐบาล ๒ ท่านนะครับ ท่านชวลิตกับท่านพายัพนะครับ เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ๑๕ นาทีครับ

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเป็นผู้ หนึ่งที่ได้ร่วมลงชื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งกระผมมีเหตุผลประกอบ หลายประการ ดังนี้

ประการแรก ทําไมต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีข้อบกพร่อง หรือมีปัญหาในการบังคับใช้หรือไม่ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่กําหนดกรอบกติกา โครงสร้าง ทางการเมืองการปกครอง กําหนดที่มาของอํานาจอธิปไตยซึ่งเป็นเสาหลักในการปกครอง ประเทศ หากเปรียบประเทศเป็นบ้าน กฎหมายรัฐธรรมนูญก็คือแบบแปลนของบ้าน หากวิศวกรออกแบบของบ้านไม่ดี ไม่ถูกหลักวิชา หลังคารั่ว น้ําฝนก็ซึมได้ หน้าต่าง ปิดไม่สนิท ลมเข้า ฝนเข้า แดดเข้า ผู้คนที่อยู่ในบ้านก็อยู่อย่างไม่เป็นสุข ซึ่งจะต้องแก้ไข ปรับปรุงแบบแปลนให้สมบูรณ์ เพื่อให้ผู้คนที่อยู่ในบ้านนั้นอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญก็เช่นกัน หากมีการศึกษาพบว่ามีข้อบกพร่อง ที่จะทําให้บ้านเมืองไม่เป็นอารยะ กฎ กติกาไม่เป็นธรรม มีปัญหาการบังคับใช้ ผู้แทนปวงชน ก็มีสิทธิที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญตามที่มีกฎหมายเปิดช่องไว้ ท่านประธานครับ สภาผู้แทนราษฎรของเรามีการศึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่ว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นี้มีปัญหาการบังคับใช้ ผมได้ตรวจข้อมูลย้อนหลังพบว่าอย่างน้อยมีรายงาน ๒ ฉบับครับท่านประธาน ในรายงานฉบับแรกเป็นรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการบังคับใช้ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยมีผู้เสนอญัตติ ด้วยกันถึง ๗ ญัตติครับท่านประธาน ไม่ใช่น้อยทีเดียว ทุกพรรคการเมือง แล้วก็ออกรายงานมา ๑ ฉบับ ท่านประธานครับ รายงานนี้ ๑ ฉบับ มีการศึกษาปัญหาอะไรบ้าง ศึกษาปัญหา เกี่ยวกับรูปแบบโครงสร้างของรัฐธรรมนูญและบทเฉพาะกาล ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับ สิทธิเสรีภาพ หน้าที่ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ ระหว่างสถาบันตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ศึกษาองค์กรตามรัฐธรรมนูญและการตรวจสอบ การใช้อํานาจรัฐ ศึกษาปัญหาเกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น นี่จะเห็นได้ว่าเป็นการศึกษา ปัญหาการบังคับใช้เป็นรายงานฉบับแรกที่ผมไปตรวจสอบ มีรายงานอะไรอีกที่ทํา อย่างเป็นทางการ ท่านอดีตประธานรัฐสภา คือท่านชัย ชิดชอบ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้มีคําสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีท่านดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนนทบุรี เป็นประธาน มีคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล นักวิชาการ และวุฒิสภา มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดเป็นข่าวเป็นคราว เป็นที่ทราบกันดีทั้งประเทศ มีการเสนอแนะออกมาเป็นรายงานฉบับนี้อีก ๑ เล่ม ๖ ประเด็นด้วยกันว่า กฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มีปัญหาการบังคับใช้ มีข้อบกพร่อง นี่ก็อยากจะเรียนว่า เป็นการศึกษาอย่างเป็นทางการ ไม่นับวงเสวนาทางวิชาการซึ่งมีนับครั้งไม่ถ้วนที่กล่าวว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีประเด็นปัญหาและข้อบกพร่องมากมาย และถ้าท่านประธาน ได้ฟังตั้งแต่เช้าจะเห็นได้ว่ามีสมาชิกรัฐสภาทั้งฝ่ายวุฒิสภา ทั้งฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรได้บอกกล่าว ถึงประเด็นที่เป็นปัญหาซึ่งผมจะไม่กล่าวซ้ําในประเด็นที่ได้อภิปรายไปแล้ว แต่ผมจะยก บางประเด็นที่กระผมเห็นว่ามีความสําคัญยิ่งและคิดว่าเป็นประเด็นที่จะต้องนําเสนอในที่นี้ อีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือว่าที่มาของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐

ท่านประธานที่เคารพครับ นับแต่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมือง การปกครอง ในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ บ้านเมืองของเราตกต่ําอย่างขีดสุด ซึ่งเป็น ที่ทราบกันดีว่านับจากการปฏิวัติรัฐประหารบ้านเมืองของเราตกต่ํา ไม่มีใครคบค้าสมาคม กับเราด้วย มีการฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่พี่น้องประชาชนว่าเป็นของเขา คือฉบับ ปี ๒๕๔๐ และมีการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี ๒๕๔๙ แล้วก็นํามาสู่ กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะย้อนหลังไป สักนิดหนึ่งนับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา เรามีกฎหมาย รัฐธรรมนูญถึง ๑๘ ฉบับ เราใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลกเฉลี่ยแล้ว ๔ ปีเศษ ต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ ๑ ฉบับ ซึ่งใน ๑๘ ฉบับนั้น ๑๐ กว่าครั้งมาจากการปฏิวัติ รัฐประหาร นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่มาจากประชาชนเลือกจริง ๆ เมื่อนับเวลา ในการบริหารประเทศนับว่าทั้งน้อยและไม่ต่อเนื่อง ประชาธิปไตยของประเทศไทยจึงลุ่ม ๆ ดอน ๆ อย่างที่เห็น และบางครั้งก็ถึงกับถอยหลังเข้าคลอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีผู้ช่วย ส.ส. อยู่คนหนึ่ง เขาจบการศึกษา ชั้นปริญญาตรีจากประเทศญี่ปุ่น ผมเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นกับประเทศไทยอยู่ในเอเชีย เหมือนกัน มีสถาบันพระมหากษัตริย์เหมือนกัน ผมลองให้เขาไปค้นประวัติศาสตร์การเมือง การปกครองของประเทศญี่ปุ่น เพราะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองการปกครอง ใกล้ ๆ กับประเทศไทย ประเทศญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองในสมัยราชวงศ์เมจิ แต่ประเทศญี่ปุ่นไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารเลย ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการเมือง การปกครองมานี่ ปฏิวัติรัฐประหารไปหลายครั้ง เปลี่ยนแปลงฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญ อย่างที่ผมได้กราบเรียนมาตั้งแต่ต้น นี่ทําไมถึงแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยของเราถึงยังไม่ไปไหน เพราะการเมืองมันไม่ต่อเนื่อง การเมืองมันไม่นิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ มีครั้งหนึ่ง ที่การเมืองเริ่มนิ่ง เริ่มต่อเนื่อง ตั้งแต่พรรคไทยรักไทยเข้ามาบริหารประเทศในปี ๒๕๔๔ จนครบเทอมในปี ๒๕๔๘ เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลประชาธิปไตยอยู่ครบเทอม เราสามารถ ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้ก่อนกําหนด เราสามารถตั้งงบประมาณสมดุลได้เป็นครั้งแรก แสดงถึงภาวะเศรษฐกิจของบ้านเมืองที่แข็งแกร่ง บ้านเมืองเจริญเติบโต ชาวนา พี่น้องเกษตรกรขายข้าวได้ในราคาดี มีการกล่าวหาว่าเป็นเผด็จการรัฐสภาถ้าอยู่ครองอํานาจนาน ๆ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเรามองไปดูที่ประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลง การปกครองมา พรรคแอลดีพี (LDP) ครองอํานาจมา ๕๐ กว่าปี ไม่เห็นมีใครไปกล่าวหาว่า เขาเป็นเผด็จการรัฐสภา ไม่เห็นมีใครไปปฏิวัติรัฐประหารพรรคแอลดีพี ท่านประธานที่เคารพครับ แต่หากพรรคแอลดีพีบริหารบกพร่อง ทุจริต คอร์รัปชัน ประชาชนของประเทศญี่ปุ่น เขาเปลี่ยนของเขาเองครับ ปัจจุบันนี้พรรคดีพีเจ (DPJ) ซึ่งเป็นฝ่ายค้านเข้ามาครองอํานาจ เขาเปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองของเขาโดยประชาชน นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝาก ไปยัง สสร. ผมมีประเด็นเดียวเท่านั้นละครับว่าทําอย่างไรถึงจะให้ความสําคัญกับการต่อต้าน รัฐประหาร ผมมีประเด็นที่เคยอ่านคําพิพากษาของผู้พิพากษาศาลฎีกาท่านหนึ่งที่เขียน ชัดเจน ไม่เห็นด้วยกับการปฏิวัติรัฐประหาร ทําอย่างไรในการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถึงจะมีบทบัญญัติข้อนี้ จะเอาไว้ตรงไหน อย่างไรหรือจะไปอยู่ในพระธรรมนูญศาลยุติธรรม หรือจะทําอย่างไรประการใดก็ได้ ที่จะให้ทุกฝ่ายได้สํานึกว่าการที่บ้านเมืองของเราไม่ได้ ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องเหมือนนานาอารยประเทศของเขานั้น ทําให้ บ้านเมืองของเราไม่ไปถึงไหน ขณะนี้ประเทศเพื่อนบ้านของเรา เขากําลังค่อย ๆ แซงเราไป แซงเราไป เรายังติดกับดักแห่งความขัดแย้งอยู่ นี่คือสิ่งที่ผมมีประเด็นเดียว

ประการสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ผมได้โอกาสอันดีจากเพื่อนสมาชิก เลือกให้เป็นกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ผมได้รับ เลือกเป็นเลขานุการ ประชุมทุกวันอังคารครับท่านประธาน นั่งคู่กับประธาน ซึ่งได้รับเลือก ให้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญ นั่นก็คือ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อวันอังคารที่แล้ว ซึ่งอยู่ในช่วงของการยื่นญัตติแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมได้มีโอกาสเรียนถามท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน หลังเลิกประชุม ท่านครับ ท่านกรุณา เสียสละมาเป็นประธานกรรมาธิการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ แสดงว่า ท่านมีสปิริต (Spirit) ท่านเคยเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ท่านเคยฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็ทําคลอดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ด้วยการร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ท่านจะเซ็นรับรองหรือเป็นผู้เสนอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือไม่ ท่านตอบผม โดยท่านไม่ลังเลเลยครับท่านประธาน ท่านบอก ชวลิตประสานเลย เอามาให้ผมลงนาม นี่แสดงถึงสปิริตของท่าน

ท่านประธานครับ ผมจบแล้ว จบในที่นี้คืออะไร คนที่เคยปฏิวัติ แล้วก็มา ขอแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นซากหรือกากเดนของคณะปฏิวัตินั้นด้วยตนเอง ผมถือว่า นี่คือสปิริตสูงสุดที่เราทุกฝ่ายควรจะร่วมไม้ร่วมมือกันทําให้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ สสร. จะร่างขึ้นนั้นเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นประโยชน์ต่อระบอบประชาธิปไตยของเรา และผมหวังว่าในอนาคตประเทศไทยจะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารอีกแล้ว การเปลี่ยนแปลง ขอให้เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่าน พายัพ ปั้นเกตุ ๑๐ นาที ครับ

นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ตั้งแต่เที่ยงวันมาจนถึงขณะนี้นั้นเที่ยงคืนกว่า ๆ เราใช้เวลากันมาประมาณ ๑๒ ชั่วโมงเศษ ที่ได้ปรึกษาหารือกันถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตลอดเวลา ๑๒ ชั่วโมง ที่ผ่านมานั้น ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเรามีความเคารพในความคิดเห็นของพี่น้อง สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ บางท่านเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางท่านไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็น ความเห็นต่างที่มีความสวยงามในระบอบประชาธิปไตยซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้เลย แต่ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ท่ามกลางความห่วงใยของพี่น้องสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ที่บางท่านไม่เห็นด้วย บางฝ่ายมีความเห็นต่างกัน ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า มีหลายประเด็นทีเดียวที่ต้องหยิบยกมาพูดในเวลานี้เพื่อทําความเข้าใจกับพี่น้องสมาชิก และส่งสัญญาณไปถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านที่บางคนก็หลับแล้ว บางคนก็ฝันว่า เราจะได้รัฐธรรมนูญใหม่ ฝันว่าจะได้เลือก สสร. ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เป็นความต้องการ ของประชาชนส่วนหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้เลยครับท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ ท่านประธาน เพราะว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เป็นหลักการ ของประเทศที่จะทําให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศนั้นสามารถอยู่ร่วมกันภายใต้ กติกาเดียวกัน ปกครองในระบอบที่เหมือนกัน คือประชาธิปไตย กฎ กติกาใด ๆ ที่มี การร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นนั้นก็สามารถใช้ร่วมกันได้ ถ้าเราร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นผ่านมา เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าเมื่อจะมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถามว่าทําได้ไหม พี่น้องสมาชิกในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ก็บอกเลยว่า สามารถทําได้ ต่างประเทศก็มีการแก้ไข ในประเทศไทยเราขณะนี้ก็มีการแก้ไขมาแล้วหลายครั้ง ไม่ใช่เพิ่งมี การมาตั้ง สสร. ในวันนี้ ที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ก็มีการตั้ง สสร. มาเช่นเดียวกัน ทําไมต้องตั้ง สสร. ละครับท่านประธาน เหตุผลประการง่าย ๆ ก็คือว่าเป็นการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ในการเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นการที่เราให้มีการร่างกฎหมาย รัฐธรรมนูญโดยผ่านความเห็นชอบจากประชาชน โดยประชาชนเป็นคนเลือกมานั้นเป็นเรื่อง ที่ถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย ส่วนว่าประชาชนที่เลือกตัวแทนมาแล้วนั้นจะเลือกใครนั้น เป็นสิทธิของประชาชนเขา เราอย่าไปวิตกกังวลมากจนเกินไป บางคนรู้สึกวิตกจริต มีออกอาการเห็นชัดเจน บางคนหน้ามืดตาลาย บางคนไม่สบายเอาด้วยซ้ําไปว่าเอ๊ะกฎหมาย สสร. นี้ผ่านมาได้อย่างไร ไม่ต้องตกใจครับท่านประธาน เรื่องอย่างนี้มันเป็นกฎ กติกา ของระบอบประชาธิปไตย มันสามารถเกิดขึ้นได้และมันก็เป็นไปตามความต้องการ ของพี่น้องประชาชน ส่วนว่าจะร่างอย่างไร จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรนั้นเป็นเรื่องที่เราต้อง เคารพกติกา เคารพความคิดเห็นของประชาชน ถ้าประชาชนเขาไม่เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ผ่านมา มันดีเสียทุกข้อเลย ก็ต้องยอมรับความเห็นของประชาชน ยอมรับความเห็นของ สสร. ส่วนใหญ่ แต่ทํานองเดียวกันถ้าความคิดเห็นของ สสร. และมีความเห็นต่างกันนั้น เขามีสิทธิ จะแก้ไขข้อโน้น ข้อนี้ จะ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๑๐ ข้อ ในประเด็นต่าง ๆ นั้นเราก็ต้องรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน เราปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ แล้วเราก็ต้องเคารพความคิดเห็น ของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ มีบางท่านบอกว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้น ในประเทศไทย จะทําให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้นภายในประเทศ ท่านประธานครับ ในระบอบ ประชาธิปไตยความเห็นต่างเป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ประชาธิปไตยนั้นมีคนที่เขาเห็นด้วยกับเราและไม่เห็นด้วยกับเรา แต่กติกามันมีอยู่ว่า เมื่อมีความเห็นส่วนใหญ่เห็นอย่างไร ก็ยอมรับเช่นนั้น ถ้ายอมรับกติกาอันนี้ได้ เราเดินหน้า ในระบอบประชาธิปไตยต่อไปได้ แต่ตราบใดก็ตามถ้าเรายังมีความเห็นที่เป็นอคติ เป็นเอตทัคคะอยู่ เห็นแก่ตัวเอง เห็นว่าอะไรก็เป็นของกู อะไรก็ต้องบอกความเชื่อกู ไปเสียหมดนี่ เราจะแก้ไขอะไรไม่ได้เลย และเราจะฟังความเห็นประชาชนไม่ได้ เราจะ เดินหน้าระบอบประชาธิปไตยต่อไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ความขัดแย้งนั้น ถ้ามันเกิดขึ้นเพราะความเห็นต่าง และเสียงส่วนใหญ่เห็นอย่างไรยอมรับอย่างนั้น มันจะ ไม่เกิดความขัดแย้งที่มีความรุนแรงขึ้นในประเทศ แต่ถ้าความขัดแย้งนั้นเกิดขึ้นจากเจตนา ของกลุ่มคน หรือเจตนาของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ ต้องการเห็นความวุ่นวายในบ้านนี้เมืองนี้จากการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็นั่นถือว่า เป็นเจตนาร้ายที่สังคมต้องจดจําไว้เช่นเดียวกัน และต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า สังคมประเทศไทยนั้นเคยได้จดจําเจตนาร้ายของใครต่อใครในบ้านนี้เมืองนี้ไว้หลายประการแล้ว หลายครั้งด้วยเช่นเดียวกัน การใส่ร้ายป้ายสีกัน การทําลายล้างบุคคลอื่นโดยใช้ช่องว่างต่าง ๆ นั้น ในสังคมนั้นเกิดขึ้นได้แลเห็นแล้วก็เคยทํามา วันนี้ประชาชนเขาฉลาดมากแล้ว ประชาชน รู้หมดว่าใครทําอย่างไร ใครคิดดีต่อบ้านเมือง ใครคิดดีต่อระบอบประชาธิปไตย ใครคิดดี ต่อสถาบัน วันนี้ประชาชนรู้เห็นหมดแล้ว หูตาสว่างกันหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเราจึงปฏิเสธ ไม่ได้หรอกครับว่าระบอบประชาธิปไตยนั้นได้เข้าซึมลึกไปถึงพี่น้องประชาชนแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ พี่น้องเพื่อนสมาชิกเราหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นทํานองว่าการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีวาระซ่อนเร้นสิท่า สงสัยจะมีการแก้ไขกฎหมายมาตราโน้น มาตรานี้ วิตกจริตไปทําไม ในเมื่อเรามอบสิทธินี้ให้กับประชาชน ประชาชนเขาคิดอย่างไร กับบ้านนี้เมืองนี้ล่ะ เขาอยากอยู่บนผืนแผ่นดินแห่งนี้ ในประเทศไทย ๗๖ จังหวัด ความเห็น ต่างกัน ๑๗๐ อย่าง ก็มีที่ยืนเหมือนกันหมด สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้ในความแตกต่างนั้น ไม่ใช่เรื่องเสียหายเลย เพียงแต่เรายอมรับความแตกต่างในสังคมได้หรือไม่เท่านั้น ท่านประธานครับ มีการกล่าวกันรุนแรงถึงขนาดว่ารายการนี้คิดจะเอาคนโน้นมาเอาคนนี้ มาทําเพื่อคนโน้น เพื่อคนนี้ มันไม่ใช่ระบุอย่างนั้นหรอก เพราะว่า สสร. เขามาจาก การเลือกตั้ง แล้วจังหวัดไหนใครจะมาบ้างยังไม่รู้เลย แต่ถ้าบางคนบอกว่าถ้าอย่างนี้ ฝ่ายที่เสนอที่เป็นฝ่ายรัฐบาลก็มีโอกาสที่จะได้เสียงส่วนใหญ่สิ อย่างนี้เป็นการล็อบบี้ (Lobby) เป็นการเผด็จการรัฐสภาใช่หรือไม่ ถ้าพูดอย่างนี้ก็เกินไป นั่นไปดูถูกความคิดเห็น ประชาชนที่เขาตัดสินใจมาแล้ว ถ้าประชาชนส่วนใหญ่เขาเลือกใครมาก็แสดงว่าประชาชน เขาเห็นชอบแล้วก็ต้องยอมรับความเห็นของเขา ในทํานองเดียวกันครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมเห็นด้วยกับการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนี้ในหลาย ๆ ประเด็น ผมก็รู้ครับว่าบางพื้นที่ บางภาคจะไม่มี สสร. ที่เป็นพวกที่อยู่ข้างเดียวกับผมเลย ผมรู้ครับ แต่ผมยอมรับได้ พวกกระผมยอมรับได้ในความเห็นที่แตกต่างกันในบางพื้นที่ แต่ผมก็ยอมรับ ในความเห็นที่ต่างกันและยอมรับเสียงส่วนใหญ่ได้เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ น่าเสียดาย วันนี้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศตั้งแต่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวกันหลากสีหลายกลุ่ม เพื่ออะไรหรือครับ ท่านประธาน ก็เพื่อต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพราะเขาเห็นแล้วว่าการปฏิวัติ รัฐประหารนั้น ไม่มีผลดีต่อประเทศชาติบ้านเมือง ไม่มีผลดีต่อประชาชน ไม่มีผลดีต่ออนาคต ของประเทศ เขาจึงมีการต่อสู้ มีการชุมนุม มีการเรียกร้อง ผมเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการนั้น ท่านประธานครับ ให้คนที่เขาต่อสู้เรียกร้องและมีความเห็นต่างและไม่มีเวทีในการที่จะต่อสู้ แสดงความคิดเห็นนั้นได้มีโอกาสได้ใช้สภาแห่งนี้ในการที่จะแสดงความคิดเห็นและต่อสู้กัน ในสภาไม่ดีกว่าไปต่อสู้ข้างนอกสภาหรือ เมื่อเรายึดมั่นในระบบรัฐสภาก็ปล่อยให้ประชาชน เขาเลือกตั้งคนที่เขาเห็นว่าดี เห็นว่าชอบและเหมือนกับเขาเข้ามาต่อสู้กันในสภาตามระบอบ ประชาธิปไตยสิครับ ผมเคารพท่านเสมอในความเห็นของท่าน แต่วันนี้อย่าลืมความคิดเห็น ที่เป็นของประชาชนและขอให้เคารพความคิดเห็นของประชาชนด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นฝ่ายค้าน ๒ ท่าน นะครับ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ แล้วก็ท่านธนิตพล ไชยนันท์ เชิญท่านประกอบ รัตนพันธ์ ๑๐ นาทีนะครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเองได้ดูร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ทั้งฉบับของรัฐบาล ทั้งฉบับ ของพรรคเพื่อไทยและฉบับของพรรคชาติไทยพัฒนา อีกทั้งได้ฟังจากการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ทั้ง ๓ ส่วน คือจากวุฒิสภา พรรครัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ เท่าที่ผมตรวจสอบหลักการ เหตุผลในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น ปรากฏว่ามีหลักการที่เป็นเหตุแห่งการอ้างเพื่อที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ๓ ประการหลัก ด้วยกัน

ประการที่ ๑ มองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ไม่เป็นประชาธิปไตย

ประการที่ ๒ อ้างว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง

ประการที่ ๓ อ้างว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรอิสระไม่เชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชน

๓ เหตุที่กล่าวอ้างบอกว่านําไปสู่ความขัดแย้งของพี่น้องประชาชน และเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าถ้าเรามองกันอย่างเป็นธรรม มองอย่างใจยุติธรรม มองอย่างไม่มีอคติใด ๆ ทั้งสิ้น มองแบบไม่เอาความแค้นในอดีตเข้ามาสะสาง ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าเหตุ ๓ ประการนั้นอาจจะมีจริงครับ แต่น้อยมาก ไม่ควรเป็นสาเหตุที่จะ นําไปสู่การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเนื่องจากว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้หลายท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ แต่ไม่ใช่ว่าแก้ไขบ่อย เหมือนกับเปลี่ยนเสื้อผ้า มันไม่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่เป็นที่เชื่อถือของพี่น้องประชาชน และอารยประเทศอย่างแน่นอน

ท่านประธานที่เคารพครับ การประชุมรัฐสภาวันนี้เป็นการพิจารณา รับหลักการที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราจะรับ หลักการเพื่อที่จะเปิดประตูสู่การปรับปรุงแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือไม่นั้น ผมเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาล ไปยังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาในที่นี้นะครับ ด้วยเหตุผลที่สําคัญเป็นคําถามสั้น ๆ เพื่อนําไปสู่คําตอบและนําไปสู่เหตุผลว่าควรที่ที่จะรับ หลักการเพื่อที่จะนําไปสู่การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ๓ ข้อ ด้วยคําถาม

คําถามข้อที่ ๑ ถามว่าเหตุอ้างที่จะไปแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นที่บอกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่เป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ ที่ผมถาม คําถามนี้เพราะว่าในที่ประชุมสภาแห่งนี้มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หลายท่านบอกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะว่ามาจากคณะรัฐประหาร เปรียบเสมือนว่าต้นไม้ที่เป็นพิษ ลูกไม้ที่เกิดมาย่อมเป็นพิษฉันใดฉันนั้น หลายท่านบอกว่าวิธีการได้มาของรัฐธรรมนูญนั้น ไม่สําคัญเท่ากับสาระเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ถ้าเกิดว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญดี ไม่ว่า จะมาอย่างไรก็น่าที่จะยอมรับได้ ก็กราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ แล้วแต่มุมมองครับ แต่ผมกราบเรียนว่า ถ้าเรามองถึงการได้มา มองถึงการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นํามาสู่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านอย่าลืมนะครับว่าทําไมที่มีการรัฐประหาร ทําไมที่มี สสร. เกิดขึ้นแล้วก็แก้ไข รัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา ท่านประธานครับ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ สิ่งที่เราไม่คิด ไม่คาด ไม่ฝัน และไม่อยากพบ ก็คือการปฏิวัติ แต่ท่านเชื่อไหมครับ การปฏิวัติวันนั้นเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เป็นเรื่องช็อค (Shock) ของสังคม เพราะว่าการปฏิวัติเป็นสิ่งเลวร้ายมากครับ แต่ผมถามท่านประธานว่า วันนั้นคนทําการปฏิวัติได้รับดอกไม้นะครับ ถามว่าทําไม เหตุผลผมคิดว่าไม่ยากท่านประธานครับ ณ วันนั้น ผมเชื่อว่าการปฏิวัติเลวร้ายน้อยกว่าการปกครองแผ่นดิน การปกครองแผ่นดิน ทําให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ผลประโยชน์ทับซ้อน การทุจริต การแทรกแซงองค์กรอิสระ การปฏิวัติ พี่น้องประชาชนแซ่ซ้อง ยินดี ซึ่งไม่ควรปรากฏขึ้นในสังคมประชาธิปไตย แต่วันนั้นเกิดขึ้นแล้วครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ เนื้อหาสาระ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ปิดช่องโหว่ จุดอ่อนของปี ๒๕๕๐ ทําให้คนที่คิด ทรยศต่อบ้านเมือง ทําให้คนที่คิดไม่ดีต่อประเทศชาติทํายากขึ้น ด้วยเหตุนี้หรือเปล่าครับ ที่จะทําให้หลายคนอึดอัดใจกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และพยายามที่จะทําร้าย ยกเลิกกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ขึ้นใหม่ ใช่หรือไม่

ท่านประธานครับ คําถามข้อที่ ๒ ผมถามว่า ถ้าเกิดว่าแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญแล้วประเทศชาติดีขึ้นไหมครับ พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้นไหมครับ ใครรับรอง ได้ครับ วันนี้ผมเข้าใจว่าท่านประธานเอง รัฐบาลเอง เพื่อนสมาชิกรัฐสภาเองตระหนักอยู่ ในใจนะครับว่า ถ้าแก้ไขรัฐธรรมแน่นอนที่สุดครับ ความขัดแย้งในสังคมซึ่งเราไม่อยากให้ เกิดขึ้นกลับมาอย่างแน่นอน รัฐบาลมีความสุขหรือครับที่พี่น้องประชาชนแตกแยกกัน ทําร้ายกัน ท่านไม่คิดที่จะนําประเทศชาติให้มันโดดเด่นในสังคมอาเซียนหรือครับ เราคิดที่จะ เห็นแก่ตัวอย่างนี้หรือครับ ผมคิดว่าเป็นความคิดที่ไม่ควรอย่างยิ่ง

สุดท้ายครับ คําถามที่ ๓ ซึ่งเป็นคําถามใหญ่ และเป็นคําถามที่พี่น้องประชาชน คนไทยกังวลมาก ก็คือเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญไปกระทบกับสถาบันชั้นสูงที่ ปวงชนชาวไทยเทิดทูนเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมหรือไม่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมได้พูด ในที่ประชุมสภาแห่งนี้นะครับ แต่ผมกราบเรียนว่าพูดไม่หมด ถ้าเกิดเป็นหลักประกันจริง ๆ แล้ว รัฐบาลต้องรับรองว่าจะไม่ต้องไปแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในหมวด ๒ ที่ว่าด้วย พระมหากษัตริย์ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ถ้าอย่างนี้ผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนคนไทย คงจะพอรับได้ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าคําถาม ๓ ข้อของผม ถ้าเกิด รัฐบาลตอบไม่ได้ก็ไม่ควรรับหลักการในกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ ขอบพระคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านธนิตพล ไชยนันทน์ ๑๐ นาทีครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ท่านประธานครับ ในส่วนของการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเสนอต่อรัฐสภาแห่งนี้นะครับ ผมดูคร่าว ๆ ถ้าเราไม่คิดอะไรกันเลยก็คงจะเป็นแค่การขอแก้ไขเพียงแค่มาตราเดียว ก็คือ มาตรา ๒๙๑ แต่ตามความเป็นจริงแล้ว ในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรานี้เราปฏิเสธ ไม่ได้หรอกครับท่านประธานว่าการขอแก้ไขครั้งนี้จะนําไปสู่การฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ และเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ผมเรียนท่านประธานตรง ๆ ครับว่า ผมต้องตั้งคําถามถามรัฐบาล ว่าวันนี้ความจําเป็นที่เราจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้โดยเริ่มจากการแก้มาตรา ๒๙๑ รัฐบาลจําเป็นมากน้อยขนาดไหนครับ ถ้าเราเทียบกับปัญหาที่เกิดขึ้นของประเทศ ผมก็ยอมรับว่าการปรองดองนั้นเป็นเรื่องที่จําเป็น แต่วันนี้ถ้าท่านประธานหรือแม้แต่รัฐบาล จะหันมาสนใจกับประชาชนสักนิดหนึ่ง ท่านจะรู้เลยครับว่ามันมีปัญหาอื่นอีกมากมายครับ โดยเฉพาะปัญหาหลัก ๆ ก็คือเรื่องของปากท้องพี่น้องประชาชน เรื่องของความยากจน วันนี้คนจนกําลังจะจนตายกันอยู่แล้วจากปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเรื่องของอุทกภัย เรื่องของ ภัยธรรมชาติต่าง ๆ รวมไปถึงการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลที่ผิดพลาดอันหนึ่ง ที่ผมต้องอดพูดไม่ได้ ก็คือเรื่องของราคาพืชผลการเกษตร วันนี้ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ํา เกษตรกรไม่มีสตางค์ จะขายพืชผลการเกษตรก็ไม่ได้ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ที่ผมคิดว่าวันนี้รัฐบาลน่าจะนํามาดูแลก่อนครับ ไม่ใช่เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเรียนท่านประธานว่าในส่วนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทางรัฐบาลได้เสนอต่อสภาในวันนี้ จริง ๆ แล้วผมคิดว่ามันจะไม่เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเท่าไรหรอกครับ สิ่งเดียว ที่มันจะเกิดประโยชน์ได้ที่รัฐบาลเขียนไว้ก็คือในเรื่องของความปรองดอง ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าสมมุติเราผ่านเรื่องนี้กันไปได้ แก้ได้ ความปรองดองมันจะเกิดขึ้น จริงหรือเปล่า หมู่บ้านเสื้อแดงวันนี้ถ้าแก้รัฐธรรมนูญแล้วหมู่บ้านเสื้อแดงยังมีอยู่ไหมครับ หรือว่าหมดไปแล้ว มีอะไรมารับประกันได้ และที่สําคัญที่สุดผมก็มองเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ มันเป็นรัฐธรรมนูญที่จริง ๆ แล้วมันพอไปได้ครับ พอที่จะบังคับใช้ได้ จริงครับ ว่ามันมาจากการรัฐประหาร แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าปัญหาหลัก ๆ ของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ก็คือเรื่องของการถูกใช้เป็นข้ออ้างทางการเมือง ผมเรียนท่านประธานครับ ว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองทุกครั้งที่เกิดขึ้นที่มีปัญหาอยู่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกใช้ เป็นข้ออ้างอยู่ตลอดเวลา และผมก็คิดว่าสุดท้ายแล้วความจริงแล้วก็คือว่าถ้าเรามองย้อน กลับไปรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เขียนขึ้น เขียนจากไหน เขียนจากการเกิดปฏิวัติ รัฐประหารเกิดขึ้น แล้วเคยมองย้อนกลับไปไหมละครับว่า การปฏิวัติรัฐประหารมันเกิด จากไหนล่ะครับ มันก็เกิดจากการบริหารประเทศของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณอย่างไรครับ ที่ใช้อํานาจรัฐเกินเลยจากขอบเขตที่คนในประเทศหลาย ๆ คนเขาพึงจะรับได้ ผมเรียน ท่านประธานนะครับว่าในยุคก่อนนั้นผมเป็น ส.ส. อยู่ ผมก็จําได้มีการพูดถึงเรื่องมากมาย เกี่ยวกับเรื่องของการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง จนกระทั่งมีคดีความหรือแม้แต่เรื่อง ของการทุจริตเชิงนโยบายที่ไม่ใช่การทุจริตคดโกงกันแบบทั่วไปครับ คือใช้นโยบายรัฐ ทุจริตกันเลย หรือแม้แต่เรื่องของการใช้อํานาจรัฐโดยมิชอบ ละเมิดสิทธิเสรีภาพ ท่านประธานจะให้ประท้วงก่อนไหมครับ

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ได้ยืน และยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านที่ประท้วงครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงผู้กําลังอภิปรายที่กําลัง ให้ร้ายเสียดสีบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในสภาแห่งนี้ ขอให้ท่านได้วินิจฉัยให้ผู้อภิปรายได้ถอนคําพูดว่า การรัฐประหารเกิดจากการบริหารงานของนายกรัฐมนตรีทักษิณ เสียหายครับ ท่านประธานครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมขอให้ท่านผู้อภิปราย กรุณาอยู่ในกรอบนะครับ แล้วก็อย่าไปพาดพิงถึงท่านที่อยู่นอกที่ประชุมเรานะครับ เชิญต่อครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ท่านประธานครับ ผมก็จะพยายามนะครับ ด้วยความเคารพท่านครับท่านประธาน จะพยายามไม่ไปพาดพิง ถึงบุคคลที่อยู่นอกประเทศนะครับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ในส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์เราเองผมเรียนท่านประธานว่าพวกเราไม่เห็นด้วยเลยนะครับกับเรื่อง ของการทํารัฐประหาร แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่พวกเราก็ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ส่วนที่มานี่ มาจากการทํารัฐประหารด้วย แต่สิ่งที่พวกเราเป็นห่วงก็คือว่าวันนี้การรวบหัวรวบหาง แล้วขอแก้รัฐธรรมนูญโดยที่ทางรัฐบาล ผมเชื่อว่ายังคิดไม่รอบคอบละครับ เพราะถ้า คิดรอบคอบ เราจะไม่เห็นเสื้อหลากสี เสื้อแดงมาชุมนุมกันอยู่หน้าสภาครับ ผมยังคิดอย่างนี้ครับ ท่านประธานว่าพวกเราไม่เห็นด้วยกับการทํารัฐประหารครับ แต่ปัญหาก็คือว่าถ้าต้องการ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แปลง่าย ๆ คือถ้าจะฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทิ้ง ผมคิดว่ามันต้องไม่ใช่ วันนี้ที่เราจะเริ่มกัน ผมอยากให้รัฐบาลกลับไปคิดให้รอบคอบแล้วก็หาทางที่จะแก้ปัญหา ในเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่ลดความขัดแย้งให้มากที่สุด ไม่ใช่อย่างที่ผมเห็นมันจะ เพิ่มความขัดแย้ง อย่างเช่น ถ้าท่านประธานดูนะครับ มาตรา ๒๙๑ คือการเริ่มที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญ มีข้อกังขาหลายคนแล้วก็หลายกลุ่มรวมถึงพวกผมที่เป็น ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสาระสําคัญในการแก้ไข อย่างเช่น ในส่วนที่จะเลือก สสร. จากรัฐสภาเลือก ๒๒ คน เลือกจากไหนครับ เลือกจากรัฐสภา เพราะฉะนั้นเป็นคําตอบที่ไม่ต้องบอกก็รู้อยู่แล้วครับว่าถ้าเลือกจากรัฐสภานั่นหมายถึง เสียงข้างมากจะสามารถที่จะคัดสรร สสร. ที่เป็นพวกพ้องของตัวเองได้ครับ

ประการต่อมาในส่วนของจังหวัด ๗๗ จังหวัด จังหวัดละ ๑ คน เลือก สสร. ทั้งหมด ๗๗ คน ผมเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้เราก็รู้ดีกันอยู่ครับว่าหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ได้ถูกตัดทอนลงมา การเลือก สสร. นั้นสุดท้ายแล้วเรามีโอกาสสูงที่จะได้คนของพรรคการเมือง ที่ครอบครองจังหวัดนั้นอยู่มาเป็นตัวแทน สสร. มันมีโอกาสสูงครับ ท่านประธานเอง ผ่านการเลือกตั้ง ส.ว. ก็ทราบดีว่า การเลือกตั้งแต่ละครั้งพรรคการเมืองมีผล ขนาดไหน ในการได้มาซึ่งนักการเมืองรวมไปถึง สสร. นั้นด้วย และวันนี้สิ่งที่สําคัญที่สุด ท่านประธานเมื่อสักครู่ก็ได้ฟังท่าน ส.ว. พูดถึงข่าวการล็อบบี้ ส.ว. ในเรื่องของการที่จะให้ท่านสมาชิกวุฒิสภาเลือกลงมติเห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รัฐบาลเสนอ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ท่าน ส.ว. ออกมาพูดเองในข่าว ผมอ่านข่าวเจอในเรื่อง ของโครงการต่าง ๆ ที่จะให้ก็ดี เรื่องการฝากงานก็ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่ผมก็ไม่ทราบว่า จริงหรือเปล่า แต่อย่างน้อยที่สุดคนที่เห็นข่าวเขาก็จะสงสัยและกังขาในการเริ่มต้นแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเลยครับ

สุดท้ายก็คือว่าถ้าท่านประธานเห็นว่าเพียงแค่เราต้องการค้นหา สสร. คัดสรร ขึ้นมาก็ยังมีความขัดแย้งกันมากมายขนาดนี้แล้วครับ ยังมีข้อกังขาข้อสงสัยมากมายขนาดนี้ พวกผมยังเชื่อครับว่าวันนี้มันยังมีอีกหลายวิธี ผมไม่เชื่อว่าคนในประเทศทั้งหมดเราจะคิดกันได้ แค่นี้หรือครับ คิดกันได้แค่ตั้ง สสร. ด้วยวิธีง่าย ๆ เอา ๙๙ คน ๗๗ คนมาจากแต่ละจังหวัด อีก ๒๒ คนมาจากในสภา ใกล้จบแล้วครับท่านประธานผมสรุปแล้ว คิดกันได้แค่นี้ ผมไม่เชื่อครับ มันยังมีอีกหลายวิธีที่เราสามารถทําได้ เพียงแต่ว่ารัฐบาลกลับไปทบทวนหาวิธีที่จะหาทางตั้ง สสร. นี้ในการลดความขัดแย้งมากที่สุด ผมคิดว่าถ้ารัฐบาลต้องการการปรองดองครับ สิ่งหนึ่ง ที่รัฐบาลต้องฟัง คือฟังฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเองให้มากที่สุด เพราะแน่นอนฝ่ายที่เห็นด้วย กับรัฐบาลเขายินดีแล้วก็ยินยอมรัฐบาลอยู่แล้ว แต่การปรองดองไม่ได้หมายถึงว่าฝ่ายที่ เห็นด้วยกับรัฐบาลฝ่ายเดียว แต่ต้องเป็นฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลด้วย และเมื่อฟังแล้ว ผมคิดว่ารัฐบาลก็จะได้หาวิธีที่จะตั้ง สสร. ใหม่ที่ไม่มีความขัดแย้ง หรือมีความขัดแย้ง น้อยที่สุด เราก็จะได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ไม่มีความขัดแย้งและเป็นรัฐธรรมนูญที่คนไทยทุกคน เราภูมิใจครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปท่านสมาชิกวุฒิสภา ๓ ท่านนะครับ ท่านธานี ท่านกฤช ท่านมงคล ท่านละ ๘ นาทีครับ เชิญท่านธานี อ่อนละเอียด ครับ

นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น 🔗

กราบเรียนท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาบางประเด็น โดยใช้ระยะเวลาสั้น ๆ เพราะ บัดนี้ก็ดึกมากแล้ว

ประการแรก กระผมมีความเห็นด้วยในการที่จะแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เพราะโดยหลักการแล้วการแก้ไขกฎหมายใด ๆ เมื่อมีการใช้ไปสักพักหนึ่งย่อมต้องเกิดปัญหา อุปสรรคและการบังคับใช้อยู่บางประการที่อาจจะมีปัญหา ทั้งก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม หรือปัญหาต่าง ๆ ซึ่งเมื่อมีการบังคับใช้ไปสักพักหนึ่งความขัดแย้งนั้นก็จะเกิดขึ้น การแก้ไข กฎหมายใด ๆ โดยหลักการแก้ไขได้ แม้กระทั่งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ในมาตรา ๒๙๑ ก็บัญญัติให้สามารถแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญได้ กระผมเอง ฟังท่านสมาชิกรัฐสภาหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็ได้ชี้ประเด็นปัญหาต่าง ๆ เป็นที่น่าฟังอย่างยิ่ง แล้วผมก็เห็นด้วยหลายประการ แม้กระทั่งการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหา ท่านก็มีประเด็นมุมมองที่น่าฟัง ประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น มันเป็นประเด็นปัญหาซึ่งสังคมได้ตกผลึกและเป็นที่ยอมรับ ของสังคม การแก้ไขประเด็นปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้น สามารถจะยื่นขอแก้ไขตามช่องทาง ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ได้ ผมขอกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาว่ากระผมมีความกังวลใจอยู่ประการหนึ่งที่จะ กราบเรียนว่าหากท่านประธานรัฐสภาดูร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับที่เรา กําลังพิจารณาอยู่นี้จะเห็นได้ว่าในเหตุผลที่ขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนั้น เขียนไว้ ในทํานองเดียวกันว่าเพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนี้ กระผมมีความไม่สบายใจอย่างยิ่งเพราะว่าตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๑๒๓ สมาชิก รัฐสภามีหน้าที่จะต้องรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ การที่ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ทั้งฉบับ โดยให้ สสร. ทําการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาก็จะไม่เป็นการที่จะยกเลิกเพิกถอนรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ หรือประการใด อันนี้เป็นข้อกังวลใจที่กระผมอยากจะกราบเรียนต่อท่าน ประธานรัฐสภา

อีกประการหนึ่งก็คือในร่างขอแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนั้นกําหนดไว้ใน มาตรา ๒๙๑/๑๑ ในทํานองเดียวกันว่าการวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ สสร. เมื่อร่างเสร็จแล้ว การวินิจฉัยว่าร่างฉบับนั้นที่ สสร. ร่างเสร็จจะขัดหรือชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ หาได้เป็นอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญไม่ ทั้งนี้ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ กําหนดว่าการวินิจฉัย ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ สสร. ร่างเสร็จนั้น เป็นอํานาจของรัฐสภาในการวินิจฉัย กระผม มีความเห็นว่าอาจที่จะไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ ในการวินิจฉัยว่ากฎหมายใด ๆ เป็นกฎหมายที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในปี ๒๕๓๔ ซึ่งมีรัฐธรรมนูญ แล้วมีการแก้ไขเพิ่มเติมเมื่อปี ๒๕๓๙ ฉบับที่ ๖ กําหนดให้มี สสร. เกิดขึ้น ทํานองเดียวกับการขอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม ๓ ฉบับนี้ข้อความในทํานองเดียวกัน แต่ปรากฏว่าในปี ๒๕๓๔ นั้นมันยังไม่มีศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยว่ากฎหมายใดขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นมาโดยเป็นผลจากรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ในปี ๒๕๕๐ นี้ก็คือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็มีศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่ในการวินิจฉัย การที่ร่างรัฐธรรมนูญที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมทั้ง ๓ ฉบับตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ กําหนดให้ การวินิจฉัยนั้นเป็นอํานาจของรัฐสภา กระผมไม่มีความสบายใจในการที่จะก้าวล่วงอํานาจ ของศาลรัฐธรรมนูญครับ

ประการสุดท้ายนะครับ ในเหตุผลนั้นก็เขียนเหตุผลในการขอร่างแก้ไข เพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่าขาดความเชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชนในองค์กรอิสระ เช่น ศาล ผมจะขอกราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่าตลอดระยะเวลา ๑๐๐ กว่าปี องค์กรตุลาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาล บุพตุลาการท่านได้สั่งสมคุณงามความดีเป็นที่น่าเชื่อถือต่อสังคม ไม่ว่าในยามมีการปฏิวัติรัฐประหารก็ถือว่าเป็นศาลทหารก็คือศาลยุติธรรมในการตัดสิน พิพากษาคดี สังคมยอมรับสถาบันตุลาการ แต่บางประเด็นที่ท่านอดีตรองประธานวุฒิสภา ชี้ให้เห็นว่าวงการตุลาการไปก้าวก่ายวงการอื่น ผลพวงจากตุลาการภิวัตน์ถ้าหากมีการแก้ไข เพิ่มเติมในประเด็นนี้ผมเห็นด้วยครับ แต่การที่จะเขียนบทบัญญัติโดยอ้างเหตุว่าศาลควรที่จะ ยึดโยงกับประชาชน เหตุผลอันนี้อันตรายมากครับท่าน หากศาลจะต้องได้รับความเห็นชอบ จากฝ่ายนิติบัญญัติ หรือฝ่ายบริหาร ความเป็นอิสระ หรืออํานาจตุลาการที่เคยถ่วงดุล ต่ออํานาจ ๓ อํานาจนี้ มันจะดูกระไรอยู่

สุดท้ายนะครับ ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนี้ เป็นการยกร่างขึ้นใหม่ทั้งฉบับ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปรียบเสมือนร่างรัฐธรรมนูญฉบับต้นลานครับ เกิดขึ้นมาเมื่อไร ต้นแม่ตายทันทีครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านกฤช อาทิตย์แก้ว

นายกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภา กําแพงเพชร 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกําแพงเพชร ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรียนท่านประธานครับ เมื่อครู่นี้ผมได้ฟังท่านสมาชิกผู้มีเกียรติจากพรรคประชาธิปัตย์ได้พูด ถึงเรื่องของข่าวที่ว่ารัฐบาลได้ให้สินบน ส.ว. ด้วยการให้โครงการ ฟังแล้วไม่สบายใจนัก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าบุคคลที่ส่งข่าวเป็นบุคคลอยู่ในแวดวง ส.ว. เรานี่ละครับ แล้วบุคคลนี้ถ้าจะเรียกตรง ๆ ว่าเป็นนักเต้าข่าว คนที่เป็น ส.ว. รู้กันดี แล้วก็เคยเต้าข่าว ในเรื่องของการรับสินบน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท รถเบนซ์ ๑ คัน เพื่อเลือกประธานสภา มาครั้งหนึ่งแล้ว แล้วเราก็ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกันในวุฒิสภา ๔ ปีผ่านไป ยังไม่ออกมาเลยครับ ท่านประธานครับ ยังไม่ออกมาเลยว่าอ้ายรถเบนซ์ ๑ คัน กับเงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่ใครรับบ้าง เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ว่าข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนี้ครับ แล้วข่าวก็ไม่ใช่เต้าแค่ ๒ ข่าวนี้ มีเยอะแยะมากมาย ที่เขาเต้าไปเรื่อย ก็อยากจะกราบเรียนว่าสมาชิกวุฒิสภานี้เป็นผู้ทรงเกียรติ คงไม่ด้อยกว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นกราบเรียนว่าถ้าจะนําสิ่งใดมาพูดในสภาแห่งนี้ ขอได้โปรดให้เกียรติกันด้วย

ท่านประธานครับ ในมือของผมนี่เป็นร่างรัฐธรรมนูญ เขาเขียนอย่างนี้ครับ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เรียนเจ้าบ้านทุกครัวเรือน หนังสือนี้เพื่อศึกษา และใช้ประกอบเป็นข้อมูลในการออกเสียงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๐ ฉบับลงประชามติ ผมเป็นเจ้าบ้านหลังหนึ่ง แล้วผมก็ได้รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ ตอนที่ เขาปฏิวัตินี่ครับ แล้วก็ส่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปที่บ้านเจ้าบ้าน ผมอ่านหมดแล้วครับ แล้วผมเขียนเอาไว้อย่างนี้ครับ ผมเขียนว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับ คมช. ที่อัปยศ ขออนุญาต ท่านประธาน คงไม่หยาบนะครับ ผมเขียนไว้เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ผมรอคอยวันนี้ มา ๕ ปี ผมเข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภานี่ในรอบที่ ๒ รอบแรกปี ๒๕๔๙ ถูกยึดอํานาจ รอบที่ ๒ ผมเข้ามาใหม่ ผมเข้ามาด้วยความหวังว่าผมจะได้แก้รัฐธรรมนูญ ผมยืนยันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย ผมเชื่อในความเป็นประชาธิปไตยของประเทศไทย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย เริ่มตั้งแต่รัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย แล้วจะ เอาคําว่า ประชาธิปไตย ไปบอกว่าเป็นของคนในประเทศนี้ได้อย่างไร แน่นอน องค์ประกอบ ของประชาธิปไตยมันไม่ได้หมายความว่ารัฐธรรมนูญฉบับเดียว แต่ว่าองค์ประกอบ ของประชาธิปไตยที่สําคัญคือรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับ มาตรา ๑๖๒ เขียนไว้อย่างนี้ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีอิสระจากมติพรรคการเมือง ในการตั้งกระทู้ถามอภิปรายและการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เขียนไว้อย่างนี้ พรรคก็แตกแยกตั้งแต่เริ่มเขียนแล้วครับ ในวรรคท้ายของมาตรา ๑๖๒ มาตรา ๒๓๗ ไม่ต้อง พูดถึงครับ ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคไปหลายพรรคแล้วนะครับ มาตรา ๓๐๙ ยิ่งน่ากลัว ผมอ่านให้ฟังอีกทีเพื่อความชัดเจน เวลาผมมีน้อย บรรดาการใด ๆ ที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๔๙ ว่าเป็นการชอบด้วยกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการกระทําที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีดังกล่าว ไม่ว่าก่อนหรือหลัง ประกาศใช้ ก็ถือว่าถูกต้อง ใช้ได้หมด แล้วมันจะเป็นประชาธิปไตยอย่างไรครับท่านประธาน ยิ่งไปกว่านั้นนะครับ ในมาตรา ๓๐๑ วรรคสอง ในเรื่องของการแต่งตั้งประธาน สตง. บอกให้ รักษาการต่อไป รักษาการต่อไปจนกระทั่งมีเรื่องแย่งเก้าอี้กัน ทุกวันนี้ก็ยังไม่จบครับ นี่ครับ รัฐธรรมนูญฉบับอัปยศครับ กราบเรียนท่านประธาน เราพยายามที่จะแก้กฎหมายกัน แก้รัฐธรรมนูญกัน แล้วก็ได้ยื่นเรื่องขอแก้มาหลายครั้ง แล้วก็มีผู้บอกว่ายื่นไปเถอะ คุณทํา เพื่อตัวเองก็จะถอดถอน ครั้งนี้ก็อีกแล้วครับ ขู่จะถอดถอนพวกเรา พวก ส.ว. ทั้งหลาย ที่ยื่นหน้าไปขอแก้รัฐธรรมนูญ ไปช่วยท่านแก้รัฐธรรมนูญ บอกว่าคุณเสร็จแน่ งานนี้จะถอดถอน ไม่ใช่บอกแค่ในส่วนที่ประชุมที่ ส.ว. นะครับ เมื่อสักครู่นี้ก็ได้ยินครับว่าจะถอดถอน ผม กฤช อาทิตย์แก้ว ครับ ท่านประธานครับ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกําแพงเพชร หมายเลข ๐๐๒ ถ้าจะถอดถอนจดชื่อไปเลย จดหมายเลขผมเลยนะครับ แล้วมีเพื่อนผมอีกคนหนึ่งครับ ชื่อ เจริญ ภักดีวานิช เป็นสมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดพัทลุง พร้อมที่จะรับการถอดถอน ขอให้ จริงเสียทีเถอะ อย่าโม้ ท่านประธานครับ มันอึดอัดใจนะครับ กับการอยู่กับรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ผมเป็นนักรัฐศาสตร์ครับ ผมอ่านรัฐธรรมนูญมาเกือบทุกฉบับ ที่ผมสามารถอ่านได้ในทุกประเทศในโลก ผมไม่เคยเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใดที่มันยุ่งยาก มากมายเท่ากับรัฐธรรมนูญฉบับอัปยศของ คมช. นี้เลยนะครับ เขียนอะไรไว้เยอะแยะในนี้ อย่างที่ไม่สมควร แม้กระทั่งการให้ข้าราชการประเภทหนึ่งมีอายุราชการถึง ๗๐ ปี ก็เขียนไว้ ในนี้ครับ มันต้องเขียนไว้ในกฎหมายลูก เขียนไว้ในนี้ครับ นี่หรือครับรัฐธรรมนูญ เขาต้อง เขียนไว้หลวม ๆ แล้วก็สิ่งที่ไม่ควรจะบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ ใส่ไว้ในกฎหมายลูก เพราะฉะนั้น สสร. ที่กําลังจะเกิดขึ้นโดยพี่น้องประชาชนจะมาเป็น ผมฝากรัฐบาลด้วยนะครับ แล้วก็ฝาก ทางพรรคฝ่ายค้านด้วยครับ อย่าไปดูหมิ่นว่าประชาชนโง่นะครับ พี่น้องประชาชนเขาฉลาดนะครับ เมื่อเช้านี้ผมกราบเรียนว่าพอผมพูดกราบเรียนท่านประธานว่า เขาจะเดินกันออกหมดแล้ว ส.ว. นี้นะครับ เพราะว่าท่านมัวแต่ทะเลาะกันอยู่ คนโทรศัพท์มาบอกผมเยอะแยะเลยครับ บอกว่าดีแล้วที่พูดนั่นนะครับ เรือจะได้เคลื่อนเสียทีหนึ่ง หมดเวลาแล้วครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านมงคล ศรีคําแหง ครับ

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดจันทบุรี ไม่ต้องบอกสถานะ ก็คงจะทราบ ผมรอวันนี้มา ๔-๕ ปี เหมือนกับหลาย ๆ ท่านนะครับ อยากเป็น ส.ว. เพราะต้องการมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ พอเข้ามาปีแรกก็ลงชื่อแก้ไข รัฐธรรมนูญร่วมกับ ส.ส. เลย ปรากฏว่าถูกพันธมิตร กลุ่มพันธมิตรเข้าชื่อถอดถอน แต่ก็ ทําอะไรไม่ได้หรอกครับ เพราะมันเป็นหน้าที่ ส.ว. ส.ส. มีหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเคยพูด หลายครั้งนะครับ รัฐธรรมนูญนั้นเป็นกฎ กติกา รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เป็นกฎกติกา ที่สังคมพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ต้องให้การยอมรับนะครับ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทุกท่านพูดมารู้กันดีว่าที่มามันเป็นอย่างไร มาจากคณะปฏิวัตินะครับ หลายมาตรา สร้างปัญหาให้กับประเทศ โดยเฉพาะผมบอกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ฆ่าตัดตอน พรรคการเมืองและทําลายนักการเมือง ท่านดูเถอะครับ มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าลูกพรรคหรือใคร ก็แล้วแต่ ซื้อเสียง หลอกลวงนะครับ ยุบพรรค มีที่ไหนครับ ลูกหลานไปขโมยของหรือถูกใส่ ร้ายป้ายสีนะครับ ฆ่าพ่อ ฆ่าปู่ รื้อบ้านนะครับ ดีนะครับหลายพรรคโดนกันหมด มีแต่ พรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวที่ไม่โดน เพราะว่าพรรคนี้อาจจะมีแต่คนดี ๆ อยู่ก็ได้ ไม่เคยทําอะไร ผิดเลย หรือชาวบ้านเขาพูดว่าพรรคประชาธิปัตย์เส้นใหญ่ กฎหมายรัฐธรรมนูญเลยคุ้มครอง ผมก็ไม่ทราบนะครับชาวบ้านเขาพูดนะครับ ผมเป็นตัวแทนชาวบ้านผมก็ฟัง ๆ มา แต่ผมบอกว่า รัฐธรรมนูญ ผมดีใจที่ท่าน ส.ส. และคณะรัฐมนตรีเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามานะครับ โดยใช้ช่องทาง มาตรา ๒๙๑ ซึ่งเปิดให้มี สสร. จากทุกจังหวัด จากทุกภาคส่วนของสังคมนะครับ หลายท่านบอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น จะทําให้เกิดวิกฤติ เกิดความแตกแยก ๓-๔ ปีมานี้ ไม่เห็นมีใครแก้เลย มีแต่พรรคประชาธิปัตย์แก้ งุบงิบแก้ ใช้เสียงข้างมากแก้ ก็ไม่เป็นอะไร แก้ ๒ มาตรา แก้เพื่อใครครับ พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์อะไรหรือไม่ แก้แบ่งเขตเลือกตั้ง ให้เป็นเขตเล็ก แก้บัญชีรายชื่อเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ พวกเราก็ไม่ว่าท่านมีอํานาจที่จะทํา พวกผมเห็นชอบก็เห็น ไม่เห็นชอบผมก็ลงไม่เห็นชอบนะครับ เป็นสิทธิอันชอบธรรม ใครมีเสียงมากในสภาก็ทําได้ แต่ผมดีใจที่รัฐบาลนี้ แล้วก็ท่าน ส.ส. ที่เสนอร่างทั้ง ๓ ร่างเข้ามา แล้วใช้ช่องทางที่ให้ประชาชนทุกภาคส่วนนั้น เป็นตัวแทนเข้ามาร่างนะครับ ผมเชื่อนะครับ พวกท่านอาจจะบอกว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า สสร. ที่ประชาชนเลือกเข้ามาจะมาแก้ ถูกใจพวกเราหรือไม่ ไม่เป็นอะไรผมเชื่อว่า สสร. นั้น คนที่อยู่ในแวดวงการเมืองและสนใจ การเมืองและอยากเป็น สสร. นั้น ผมเชื่อว่าปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีอะไรบ้างนะครับ ท่านไม่ต้องไปเป็นห่วงเขาหรอก เขารู้พอ ๆ กับเราล่ะ เผลอ ๆ รู้ดีกว่าเราด้วยว่าควรจะต้อง แก้จุดไหนที่มันเป็นปัญหาของชาติบ้านเมือง มาตราไหนที่มันทําให้ประเทศชาติอ่อนแอ แล้วการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ผมมองว่าประชาชนทั้งประเทศได้ประโยชน์ ประเทศชาติก็ได้ ประโยชน์ ถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญนั้นเป็นกติกาที่สังคมยอมรับ ทุกพรรคการเมือง ทุกภาคส่วน ยอมรับนะครับ ทําให้การเมืองเข้มแข็ง พรรคการเมืองเข้มแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพ ผมเชื่อว่า ต่างชาติก็ให้ความเชื่อมั่น นักลงทุนก็ให้ความเชื่อมั่น รัฐบาลก็มีอายุยืนยาว ไม่ใช่ ๓-๔ ปีที่ผ่านมา กี่รัฐบาลแล้ว ท่านคิดดูเถอะครับ แล้วทําไมจะไม่แก้กันอีก แล้วไม่ต้องห่วงหรอกว่ารัฐบาลนี้ แทนที่จะเอาเวลาไปทําอย่างอื่นเรื่องปากเรื่องท้อง ไปแก้ปัญหาอุทกภัย ไม่ต้องห่วง ผมเชื่อว่า รัฐบาลเขาทําอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาไม่ไปตั้ง สสร. เข้ามาแก้รัฐธรรมนูญแทนหรอก ไม่ต้องเป็นห่วงรัฐบาลกับข้าราชการประจําเขาทํางานได้อยู่แล้ว แล้วยิ่ง พ.ร.ก. ให้กระทรวงการคลังกู้เงินยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะดีกว่า ตอนรัฐบาลอะไรนะผมจําไม่ได้ที่ใครเข้มแข็งอะไรนี่ที่กู้เงินมาทํา เกี่ยวกับให้ใครเข้มแข็งไม่รู้นะ ผมว่าครั้งนี้น่าจะเป็นประโยชน์แล้วก็มีความชัดเจนในการใช้ เงินมากกว่า ผมเชื่อเหลือเกินว่าท่าน ส.ว. หลาย ๆ คน รวมทั้งตัวผมสนับสนุนการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็อยากจะให้ท่านทราบว่าหลายมาตรา ตั้งแต่ที่มาของ ส.ว. แล้วครับ มันไม่เป็นประชาธิปไตย พรรคพวกผมหลายคนมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไร แต่มาตามกติกา แต่กติกานั้นท่านคิดดูเถอะครับ พวกผมไม่ใช่ หาเสียงนะ ไปแนะนําตัว ๗๐๐-๘๐๐ หมู่บ้าน แต่กติกาอีกกติกาหนึ่งท่านลองดูสิ แล้วมีสิทธิ โดนใบแดง ใบเหลืองไหม โดนใส่ร้ายมีไหม ไม่มี พวกเลือกตั้งทั้งหลาย ส.ส. ส.ว. นายก อบจ. นายกเทศบาลโดนกันหมด แล้วถ้าพวกท่าน ๗ คน เลือกมาจะมีสิทธิโดนอย่างพวกผมไหม จะมีโดนใส่ร้ายบ้างไหม นี่หรือรัฐธรรมนูญที่จะทําให้สังคมยอมรับ ผมไม่ได้รังเกียจพรรคพวก ผมนะ แต่หลายคนน่ารังเกียจเต้าข่าวก็มี หาว่าแจกรถเบนซ์ หาว่ารัฐบาลมาล็อบบี้ ไม่ต้อง ล็อบบี้หรอกครับ พวกเรารอมานานแล้วที่จะช่วยไม่ต้องห่วง ผมคิดแก้รัฐธรรมนูญ ก่อนรัฐบาลนี้อีก ก่อนนายกรัฐมนตรีปูจะเข้ามาอีก ที่อยากเป็น ส.ว. ก็เพราะตรงนี้เอง มันไม่เป็นประชาธิปไตย ท่านประธานผมพูดคนสุดท้ายมันคงจะต้องขอสักครึ่งชั่วโมง มันพูดแล้วมันในอารมณ์ มันสะใจครับท่าน คือรอวันนี้มานานจริง ๆ ไม่อย่างนั้นผมไม่เคยอยู่ สภาดึกดื่นขนาดนี้ บอกพวกเราทุกคนไม่ต้องห่วงก็ต้องช่วยกันโอกาสเปิดแล้วนะครับ เมื่อก่อนนี้เราอยากแก้แต่เราไม่มีโอกาส ตอนนี้คณะรัฐมนตรีแล้วก็ท่าน ส.ส. เสนอเข้ามา

แล้วอีกเรื่องหนึ่งอยากจะขอชมเชยหรืออยากจะขออย่างไรก็ไม่รู้นะ พลเอก สนธิ ต้องขอเอ่ยนาม ไม่รู้ว่าท่านอยู่ไหม ท่านเป็นคนปฏิวัติ ท่านเป็นคนคุม การร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่ท่านมาตั้งพรรคการเมือง ท่านคงคิดเห็นแล้วว่าการปฏิวัติ ที่ผ่านมามันไม่ดีนี่นา มันไม่ยั่งยืน เอาดอกไม้มาให้ ๒-๓ วัน แล้วต่อไปด่าอย่างเดียวเลย หาเรื่องเขาก็ไม่ได้ ฆ่ามันก็ไม่ตาย ยุบพรรคมันก็ยังโตขึ้น ๆ ไม่ได้ ท่านก็เลยบอกว่า ระบบเผด็จการไม่ได้ ต้องใช้ระบอบประชาธิปไตย ท่านก็มาตั้งพรรคการเมือง ผมก็ต้อง ขอบคุณท่านที่ท่านเห็นผิดแล้วมาเห็นชอบทีหลัง แล้วก็ยังเสนอชื่อเข้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ด้วย ท่านคือลูกผู้ชายชาติทหารจริง ๆ ที่ผ่านมาทํามากับมือแล้วมันไม่ดีท่านก็กลับมา ทําใหม่ ก็ต้องขอชื่นชม ก็ฝากเจ้าของร่างด้วยนะครับว่า ส.ว. ส่วนใหญ่รวมทั้ง ส.ว. จันทบุรี คนนี้ มงคล ศรีคําแหง สนับสนุนเต็มที่ ขอบพระคุณครับท่านครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นฝ่ายรัฐบาล ๓ ท่าน ท่านละ ๑๐ นาทีนะครับ มีท่านกุสุมาลวตี ท่านสหรัฐ แล้วก็ท่านธนิก เชิญท่านกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ๑๐ นาทีครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันนั่งฟังผู้อภิปรายที่เพิ่ง นั่งลงไป ส.ว. จังหวัดจันทบุรีนะคะ คือดิฉันก็ไม่อยากจะประท้วงในระหว่างที่ท่านอภิปราย เดี๋ยวถ้าดิฉันลุกประท้วงท่านก็จะอภิปรายไม่ถูกนะคะ คือดิฉันอยากให้ท่านถอนนะคะว่า พรรคประชาธิปัตย์เส้นใหญ่หรืออย่างไรเลยไม่โดนยุบพรรค ท่านต้องเข้าใจใหม่นะคะ พรรคประชาธิปัตย์มันไม่ได้ทําผิดแล้วมันจะให้โดนยุบพรรคได้อย่างไร ท่านพูดอย่างนี้ มันไม่ถูกนะคะ มันทําให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหาย และดิฉันก็คิดว่าเมื่อคนมันไม่ทําผิดก็จะ ให้เขาโดนยุบพรรค พอเขาไม่โดนยุบพรรคก็สะใจตัวเองหรืออย่างไร แล้วบางคนไปล็อบบี้ เพื่อให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ไปจ่ายให้ผลประโยชน์เมื่อเขาไม่รับ เขาให้คนที่ทําผิดยุบพรรค ก็มาด่าพรรคประชาธิปัตย์อีก อย่างนี้มันหมายความว่าอย่างไร ต้องถอนนะคะไม่อย่างนั้น ดิฉันไม่ยอมค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านมงคลมีอะไรนะครับ

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม มงคล ศรีคําแหง ส.ว. จังหวัดจันทบุรีครับ ผมโดนพาดพิงครับ ผมไม่ได้พูดนะครับ ผมบอกว่าชาวบ้านเขาพูด ผมเป็น ส.ว. เขาพูดให้ฟัง ผมบอกว่าที่เขาไม่โดนยุบพรรค เขาอาจจะมีแต่คนดี ๆ เขาไม่ได้ซื้อเสียง เขาไม่เคยหลอกลวงใคร เขาอาจจะทํางานด้วยปาก เลยไม่มีหลักฐานในการเอาผิดอะไรอย่างนี้ แล้วชาวบ้านก็เขาถามผมว่าเขาเส้นใหญ่หรือ ผมบอก เอ๊ะ ก็ไม่รู้นะ ผมก็ไม่รู้ว่าเขาเส้นใหญ่หรือเปล่า ผมไม่ได้พูดนะครับ ชาวบ้านเขาถาม

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องขออภัย ท่านประธานนะครับว่าผู้อภิปรายซึ่งเป็น ส.ว. ผมไม่เข้าใจว่า ส.ว. เขาบอก ส.ว. เป็นกลาง ไม่ใช่หรือครับ ผมไม่เข้าใจว่าเขาอ้างประชาชนเพื่อที่จะไปดูแคลนพรรคการเมืองได้อย่างไร ผมคิดว่ามาตรฐานท่านต่ํามากเลยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวนะครับ ท่านประท้วง หรืออย่างไรครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านต้องพิจารณาวินิจฉัยเพื่อที่ให้เขาถอนคําพูดที่ว่า พรรคประชาธิปัตย์เส้นใหญ่ เสียหาย มากครับและดูถูกศาลรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ พูดอย่างนี้ไม่ใช่ความเป็นกลาง ไม่ใช่ ส.ว. ต้อง ให้เขาถอนครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านมงคลครับ ท่านบอก ท่านไม่ได้พูด ท่านเล่าให้ฟังว่า

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี

ท่านประธานที่เคารพครับ คือชาวบ้านเขาพูดกัน เพราะว่าพรรคโน้นโดนครั้งแล้วครั้งเล่า ๒ ครั้ง แล้วที่เป็นประเด็นที่ พรรคประชาธิปัตย์ถูกสอบสวนอยู่เป็นข่าว เขาก็ถามว่าในฐานะที่เราเป็น ส.ว. เราอยู่ในสภา เขาคิดว่าเราคงจะรู้เรื่อง เรื่องภายในเรื่องการเมืองดีเขาก็เลยถาม แล้วเขาก็พูดกันว่าไม่โดน มันต้องมีหลักฐาน ผมไม่ได้ก้าวล่วงนะครับ ไม่ได้ล่วงเกินศาลนะครับ ผมเชื่อมั่นในศาล แต่ว่าชาวบ้านเขาถามผม ผมก็บอกผมตอบไม่ได้ เพราะว่าต้องอยู่ที่พยานหลักฐาน และชาวบ้านเขาบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็เส้นใหญ่สิ ผมบอกผมไม่ทราบ

(นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจแล้วครับ เชิญท่านนั่ง คืออย่างนี้นะครับ บังเอิญมันผ่านมาแล้วนะครับ แล้วก็จบแล้ว ผมอยากจะขอ ดึกแล้วนะครับ ทีละท่านครับ ท่านตกลงกันเองท่านจะให้ใครพูดครับ ท่านตกลงกันเองได้ไหมครับ แล้วก็ ที่เหลือกรุณานั่งครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ คิดว่าคงต้องพูดทั้ง ๒ คนนะครับ เพราะประท้วง ๒ คน ที่ผมประท้วงนะครับ เที่ยวนี้ประท้วงท่านประธาน ท่านต้องควบคุมการประชุมครับ ท่านปล่อยให้ ส.ว. คนนี้มาพูดได้อย่างไร การเอาประชาชนมาบังหน้าและมาใส่ร้าย พรรคการเมืองนี่ใช้ไม่ได้ ผมกราบเรียนว่าถ้าผมกล่าวอ้างประชาชนและโจมตีท่านล่ะ ผมผิดไหม มันไม่ได้ครับ วิธีพูดอย่างนี้มันใช้ไม่ได้ ต้องถอนนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้ครับ ผมก็ฟังอยู่ เมื่อครู่ แต่ว่าท่านก็พูดอย่างนี้ ผมก็ได้ยินว่าชาวบ้านพูดนะครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

อ้างครับ อ้างชาวบ้านครับ เด็กอมมือเป็นคนมาบอกครับ ไม่ได้ครับ ไม่ได้ต้องถอนครับ ปล่อยอย่างนี้ไม่ได้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจะพูดทีละคนได้ไหมครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

เมื่อครู่ผมให้อภัยนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ทีละคนได้ไหมครับ ให้ผมวินิจฉัยได้ไหมครับ

นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ให้ท่านวินิจฉัยก่อนครับ ได้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยว่าเมื่อครู่ ผมฟังอยู่นะครับ แล้วก็ท่านมงคลก็ได้เรียนให้ที่ประชุมทราบแล้วว่าท่านได้ยินมา ชาวบ้านพูดนะครับ ก็เข้าใจอย่างนั้น ท่านไม่ได้พูดเองครับ ท่านรับผิดชอบนะครับอันนี้ ท่านพูดเอง ถ้าเผื่ออย่างไรท่านก็เสียเองครับ

(นายธนิตพล ไชยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ประท้วง ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตากครับ ผมเรียนท่านประธานครับว่าท่าน ส.ว. ที่พูดเมื่อสักครู่นี้ มันคือการเสียดสี คือการใส่ร้าย พรรคประชาธิปัตย์อย่างเห็นได้ชัดครับ และโดยวุฒิภาวะ ซึ่งท่านประธานก็เป็น ส.ว. อยู่ ท่านประธานก็ควรทราบครับว่าคําอภิปรายของท่านวุฒิสมาชิกที่อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ เป็นสิ่งที่ท่าน ส.ว. ไม่ควรจะนําเรื่องของพรรคการเมืองมาพูดกล่าวอ้างเพื่อเป็นการเสียดสี ในวาระนี้เลย ท่านประธานพูดถูกเลยครับ บอกว่าการประชุมมันดําเนินไปได้ด้วยดีครับ ผมก็จะถามท่านประธานครับ อยากให้การประชุมเป็นไปได้ด้วยดีอย่างนี้หรือเปล่าละครับ ถ้าอยากท่านประธานต้องคุมการประชุมครับ โดยสามัญสํานึกท่านประธานก็เห็นอยู่ครับว่า การอภิปรายเมื่อสักครู่ ส่วนใหญ่เนื้อหาเป็นการเสียดสีพรรคประชาธิปัตย์ ใส่ร้าย พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งพวกผมยอมไม่ได้ และท่านประธานก็เห็นว่ามีคนประท้วงจากซีก ของฝ่ายค้านมากมายไปหมด ผมถามคําวินิจฉัยท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธาน อยากให้การประชุมนี้ดําเนินต่อไปได้ด้วยความสงบเรียบร้อย คําวินิจฉัยของท่านประธานนั้น ควรจะเป็นคําวินิจฉัยที่ให้เกียรติทางพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ให้ถูกใส่ร้าย ให้บันทึก อยู่ในรายงานการประชุม แล้วท่านประธานบอกว่าเรื่องมันแล้วไปแล้ว ถ้าอย่างนี้พวกผม ยอมไม่ได้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับ ถ้าอย่างนั้น ท่านมงคลครับ ท่านมีอะไรเรื่องเดียวกันหรือเปล่า เรื่องเดียวกัน เดี๋ยวผมขอวินิจฉัยก่อนนะครับ ท่านมงคลครับ ขอความกรุณาเถอะครับ

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี

ขอความกรุณาอะไรครับท่านครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ที่ท่านพูดไปเมื่อครู่นี้

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี

ผมบอกว่าชาวบ้านพูด เมื่อกี้ คนที่ประท้วงผมเขายังบอกเขาว่า ๆ พวกผมยังบอกเลยว่าเขาไหน เขาอะไร พอผมบอกว่าชาวบ้านพูด จะมาบอกได้อย่างไร เรื่องนี้เป็นข่าวครึกโครมครับ ลงหนังสือพิมพ์ ไม่รู้เท่าไร พรรคโน้นจะถูกยุบ พรรคนี้จะถูกยุบ มีการล็อบบี้ตรงโน้นตรงนี้ ในฐานะที่ผมเป็น ส.ว. ชาวบ้านเขาก็ถามผมท่าน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านมงคลครับ คืออย่างนี้ บังเอิญท่านพูดพาดพิงไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ อยากจะขอให้ท่าน

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี

ก็ผมเป็นคนตรง เขาถามผม อย่างไร เขาพูดอย่างไร ผมก็พูดให้ฟัง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านถอนเรื่อง พรรคประชาธิปัตย์ก็แล้วกันนะครับ

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี

ผมถอนแทนชาวบ้านก็ได้ ชาวบ้านเขาถามผม แต่ให้ผมถอน ผมไม่ถอน เพราะผมไม่ได้พูด ผมเอาคําพูดของชาวบ้าน ที่ถามผมมา ไม่มีปัญหาเพื่อประธานผมทําได้อยู่แล้ว

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านกรุณาถอนแทนชาวบ้านนะครับ

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี

ได้ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณมากครับ เชิญต่อนะครับ ๓ ท่านต่อไปนะครับ

(นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืน และยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม ชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปรายนะครับ ซึ่งผม ก็ไม่คาดคิดนะครับว่าจะออกมาจากปากท่านสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งผมก็ไม่ทราบอะไรไปดลใจนะครับ ท่านพูดอภิปรายเหมือนกับเป็นฝ่ายรัฐบาล ประเด็นที่ผมจะพูดเป็นประเด็นที่บิดเบือน โดยสิ้นเชิง ท่านบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์แก้ไขรัฐธรรมนูญ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านชนินทร์ ท่านประท้วง เรื่องอะไรนะครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านบิดเบือนข้อเท็จจริงและใส่ร้ายครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านเสียหายไหมครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

เสียหายครับ ผมเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เอาเฉพาะส่วนที่ท่าน สั้น ๆ นะครับ

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านกล่าวหาว่าพรรคประชาธิปัตย์แก้ไขรัฐธรรมนูญใน ๒ ประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ ได้ประโยชน์ ตรงนี้ชัดเจนนะครับ ไม่ใช่ชาวบ้าน ท่านพูดครับ พรรคประชาธิปัตย์ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ๓ ประเด็นและเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ ประโยชน์ ของชาติบ้านเมืองมาตรา ๑๙๐ ในส่วนของเรื่องกฎหมายเลือกตั้งเขตเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องที่ จริง ๆ แล้วต้องบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เห็นด้วย แต่ว่าวันนั้นที่แก้ไขเพราะว่า เป็นข้อเสนอจากคณะกรรมการปรองดองที่มีข้อเสนอมา ๗ ข้อ แต่ประชาธิปัตย์เห็นด้วย ๓ ข้อ ที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ ณ ขณะนั้นที่กําลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งนะครับ เพราะฉะนั้นท่านวุฒิสมาชิกบอกว่ามีการแก้ไข ๒ ประเด็นนั้นบิดเบือนข้อเท็จจริงครับ จริง ๆ แล้วมีการแก้ไข ๓ ประเด็นที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติไม่ใช่เป็นประโยชน์ กับพรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอให้ท่านถอนครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

อย่างนี้นะครับท่านชนินทร์ ท่านก็ได้ชี้แจงชัดเจนแล้วนะครับ ก็เป็นอันว่าเป็นที่เข้าใจกันครับ เชิญต่อเถอะครับ เหลืออีก ๓ ท่านเอง

นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

มันบันทึกในการประชุมครับ พรรคประชาธิปัตย์เสียหายครับ รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เสียหายครับ ท่านวุฒิสมาชิกบิดเบือนข้อเท็จจริงครับ ไม่ทราบข้อเท็จจริงแล้วมาพูด ไร้วุฒิภาวะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านก็ได้ชี้แจงแล้วนะครับ ท่านชนินทร์ได้ชี้แจงแล้วครับ เชิญต่อ ๓ ท่านนะครับ เชิญท่านกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ครับ ๑๐ นาทีนะครับ

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ จากเหตุผล ที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๕๐ มีหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับการเป็น ประชาธิปไตยที่แท้จริง ชนชั้นไหนย่อมรักษาผลประโยชน์ของชนชั้นนั้น ชนชั้นไหน ออกกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น เพื่อประโยชน์ของผู้แต่งตั้ง เพื่อประโยชน์ของผู้ให้โอกาส ฉะนั้นค่ะท่านประธานการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คมช. เป็นผู้แต่งตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คมช. คือใครคะ คมช. คือผู้ยึดอํานาจรัฐประหาร ยึดอํานาจ จากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็คือรัฐบาลของดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ค่ะ ด้วยเหตุผล มีสมมุติฐานว่าพรรคการเมืองและนักการเมืองไม่ดี มีผลประโยชน์ทับซ้อนต่าง ๆ นานา การตั้งองค์กรอิสระเพื่อถ่วงดุลอํานาจและมีอํานาจอย่างมากมายเพื่อทําลายล้างนักการเมือง และพรรคการเมือง ยุบพรรคการเมือง มัดมือนักการเมืองให้เสียสิทธิทางการเมือง จนมีคําว่า ๑๑๑ และ ๑๐๙ เกิดขึ้น ขาดความเชื่อมโยงกับเจ้าของอํานาจอธิปไตยที่แท้จริงก็คือ ประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ เมื่อประชาชนส่วนใหญ่เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง ก็มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นค่ะท่านประธาน ดิฉันเป็นนักการเมืองมีหัวใจเป็นประชาธิปไตยค่ะ ถ้าเป็นตัวดิฉันนะคะ ดิฉันจะไม่มีวันที่จะเดินไปเหยียบราบ ๑๑ เป็นอันขาดค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาล บ้านเมืองอยู่ในสภาวะสงบเรียบร้อยแล้ว สมควรให้มี ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยการเลือกตั้งของประชาชนหรือเราเรียกว่า สสร. ซึ่งมิใช่เป็นการคัดสรร จากผู้มีอํานาจ ผู้แต่งตั้ง ฉะนั้นการมี สสร. ในครั้งนี้คงเป็นประชาธิปไตย ให้ประโยชน์ ต่อแผ่นดินมากขึ้น ดิฉันเชื่อว่าผู้คนที่มาจากการเลือกตั้งมาเป็น สสร. คงมีความเป็นอิสระ เข้าใจความเป็นประชาธิปไตย ให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยเสมอภาค ทุกภาคส่วนนะคะ ท่านประธานคะ สิ่งที่มองเห็นที่ผ่านมาเป็นบทเรียนที่เจ็บปวด เมื่อได้ เห็นชัดว่ามีการใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญทําลายล้างคนไทยด้วยกัน มีการแบ่งฝ่ายทําร้ายกัน เหมือนไม่ใช่คนไทยด้วยกัน ความมีอคติต่อฝ่ายตรงข้าม ความอิจฉาริษยาอยู่ในหัวใจ ใช้ความได้เปรียบในการใช้อํานาจรัฐ ใช้กฎหมาย มีการวินิจฉัยแบบ ๒ มาตรฐาน แล้วกล่าวหาว่าคนนั้นคนนี้เป็นนักโทษ ใส่ร้ายป้ายสีสารพัดรูปแบบ เปรียบเสมือนการปิดฟ้า ด้วยฝ่ามือ ใส่ร้ายเพื่อให้ประชาชนเชื่อและทําลายล้าง เพื่อแย่งชิงอํานาจรัฐ แย่งชิง ประชาชน ท่านประธานคะ ประชาชนมองเห็นความจริง ประชาชนคนไทยไม่ใช่คนโง่ มหาชนทั้งหลายให้ฉันทานุมัติในการเลือกตั้ง ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แม้จะมี อํานาจเงิน อํานาจรัฐ แต่ไม่มีสิ่งใดที่จะยิ่งใหญ่เท่ากับอํานาจของประชาชนที่มีอุดมการณ์ มีประชาธิปไตยในหัวใจ สิ่งที่ประชาชนเห็นกับสิ่งที่ถูกชี้นําเป็นคนละอย่างกัน ดิฉันขอให้ เคารพการตัดสินใจของประชาชนด้วยนะคะ ด้วยเหตุผลความผิดพลาด ความบกพร่อง ของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับเดิมนําไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดความปรองดอง ความสมานฉันท์ เพื่อเป็นรัฐธรรมนูญภาคประชาชนอย่างแท้จริง ดิฉันไม่อยากเห็นภาพ ที่รู้สึกขมขื่นว่าคนไทยสามารถยิงคนไทยด้วยกันได้ ด้วยคําสั่งของคนไทย ด้วยความเชื่อว่า เป็นคนละพวก เป็นคนละสี เป็นคนละฝ่าย ท่านประธานที่เคารพคะ ต่างคนต่างนิยาม ต่างความคิดต่างดวงใจ ต่างชีวิตต่างทิศฐาน ต่างนิสัยต่างอารมณ์อุดมการณ์ ต่างสันดาน จึงก่อเหตุอาเพศภัย เรานั้นเป็นคนไทยใช่ใครอื่น ไทยขมขื่นเกิดจากใครไร้เหตุผล ความอิจฉา ความริษยาวิสัยพาล พาลย่อมมาอย่างป่าเถื่อน จึงกลบเกลื่อนด้วยสมองของคนป่า ตัดสินด้วยกําลังขาดปัญญา ตีราคาชี้ให้เห็นความเป็นคน

ท่านประธานคะ ดิฉันอยากเห็นบ้านเมืองเดินไปอย่างเป็นประชาธิปไตย ได้รับการยอมรับจากนานาอารยประเทศ การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ดิฉันหวังว่าจะมี ความเป็นรัฐธรรมนูญที่ใจกว้างกับทุกฝ่าย มีการถ่วงดุลอย่างมีเหตุ มีผล เคารพสิทธิ ของประชาชน เป็นรัฐธรรมนูญที่ศักดิ์สิทธิ์ มีศักดิ์ศรีและปราศจากการซ่อนเงื่อนต่าง ๆ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขในครั้งนี้ ขอบคุณค่ะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี ๑๐ นาทีครับ

นายสหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี 🔗

ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ เวลา ๑๖.๔๙ นาฬิกา องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย ในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๘ ของประเทศไทย ซึ่งมีท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นําทูลเกล้าฯ ถวาย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่จะมีการลงพระปรมาภิไธยนั้น ย้อนกลับไปในอดีตก่อนที่จะมีการลง ผมต้องกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละแห่งเขามีการให้ทหารเข้าไปอบรมประชาธิปไตย มันเป็นเรื่อง แปลกครับ ทหารมีหน้าที่ป้องกันประเทศชาติ แต่ ณ วันนั้นทหารเข้าไปอบรมประชาธิปไตย แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เข้าไปอบรมครับ เขาเข้าไปเพื่อที่จะดูว่าใครจะขัดจะขวางรัฐธรรมนูญ ฉบับดังกล่าว ผมเป็นหนึ่งคนที่ทหารหมายหัวไว้ว่าถ้าเกิดขัดขวางเขาก็จะให้ใช้วิธีหลายสิ่ง หลายอย่าง จนในครั้งนั้นเราก็ต้องคอยแนะนํา คอยบอกประชาชนว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นรัฐธรรมนูญที่เราต้องคอยแอบ คอยซ่อน รอเวลาที่จะแก้ไข แต่พอถึงเวลา ท่านประธาน ที่เคารพครับ เราก็ได้รับการบีบบังคับโดยทางอ้อม สาเหตุที่ต้องพูดอย่างนี้หมายความว่า ถ้าเราไม่รับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คมช. บอกจะใช้รัฐธรรมนูญฉบับไหนก็ไม่รู้มาใช้บังคับ เพราะฉะนั้นวันนั้นประชาชนต้องยอมรับไปก่อน โดยข้อกล่าวหามาว่าถ้าไม่รับ ก็ใช้รัฐธรรมนูญฉบับอื่น แต่ถ้ารับมีเงื่อนไขว่ารับไปแล้วค่อยแก้ไข เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ตรงใจประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ประชาชนนั้นลําบากใจ เพราะสาเหตุอย่างน้อยเราก็ไม่ได้เกิดจากความรู้สึกเพราะเรามีทหารเข้าไปคอยแนะนํา คอยบีบบังคับ สิ่งต่าง ๆ ที่เราได้เห็น ได้พบนั้นประชาชนบอกว่าอยากจะมีการแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ในการตั้ง สสร. ในสมัย คมช. นั้น เขามีการตั้งมาหลายคน แล้วมีการเลือก พอเลือกเสร็จเหลือไม่กี่คน ท่านประธานครับ ในช่วงที่มีการเลือกมันมีเรื่องแปลก แปลกตรงไหน แปลกตรงที่ว่าคนที่ได้รับเลือกนั้นไม่เลือกตัวเองเป็น สสร. มันไม่เคยมี วิธีการอย่างนี้ ผมเป็นผู้แทนราษฎร ผมอยู่ในเขตเลือกตั้งใครจะเลือกใครไม่รู้ แต่ผมต้อง เลือกตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกด้วยการที่เราต้องอยากเป็น แต่วันนั้นไม่ใช่ เขามีการตั้งมา ตั้งนาย ก นาย ข นาย ค จนถึงนาย ฮ ก็ไม่มีการเลือกตัวเองไปเลือกใครก็ไม่รู้ที่เขาบังคับว่า ต้องเลือกนาย ก นาย ข นาย ค นาย ค ควาย นี่เขาบอกว่าเรื่องแปลก เพราะฉะนั้นวันนั้น จะอ้างว่า คมช. ตั้งคนที่ถูกต้อง แล้วมาแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ เพราะเขาล็อกสเปก (Spec) แต่วันนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้กําลังที่จะให้มี สสร. มาจาก การเลือกตั้งทั้งประเทศ เราเลือกตั้งจากคนที่สมัครเข้ามา พอเราสมัครเข้าไปเราก็เลือกตั้ง แบบผู้แทนราษฎร ชอบนาย ก ชอบนาย ข ชอบนาย ค ชอบนาย ค ควาย ก็เลือกไป เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ ตามระบอบประชาธิปไตยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ต้องนําเรียนท่านประธานว่าสร้างความอ่อนแอ ให้กับพรรคการเมือง ยอมรับครับว่าเราต้องพูดซ้ํากัน เพราะเรื่องจริงก็คือการที่มี การยุบพรรคการเมือง ในสมัยก่อนผมต้องเรียนให้ทราบว่าการที่ยุบพรรคไทยรักไทย ยุบพรรคพลังประชาชนนั้นคนพรรคไทยรักไทยยอมรับได้ คนพรรคพลังประชาชนยอมรับได้ ไม่เป็นอะไรครับ เราถือว่าเรามาตามกติกา แต่ไปยุบพรรคของเพื่อนพวกผม พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตยอย่างนี้มันไม่สมควร เพราะว่าอะไรครับ เพราะพรรคต่าง ๆ นั้นเขาไม่รู้ ไม่เห็น แต่พรรคของเรานั้นต้องยอมรับความจริงครับว่าเราต้องยอมรับกติกา การที่ยุบพรรค ต่าง ๆ นั้น ทําให้หลายท่านต้องขาด เว้นวรรค ผมต้องนําเรียนท่านประธานอย่างนี้ เพราะเราเองไม่รู้ว่าจะมีการยุบพรรค หลายท่านก็มีการไม่ได้ลงผู้แทนราษฎร หลายท่าน ต้องเว้นวรรคทางด้านการเมือง ท่านประธานครับ หลายสิ่งหลายอย่างซึ่งกําหนด ในรัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องที่มันต้องมีการแก้ไข มีมาตราหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นมาตราที่ผมยังสงสัยและเป็นเรื่องที่น่าแปลกเรื่องคุณสมบัติของผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมาไม่นานนี้มีบิดา มีพ่อ มีแม่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราเสียชีวิต หลายคนอยากจะบวชหน้าไฟให้กับพ่อ กับแม่ แต่ปรากฏก็ทําไม่ได้ ถ้าบวชไปแล้ว ต้องขาดคุณสมบัติ ตรงนี้ต่างหากครับ เราก็นับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ทําไมเราไม่ให้ โอกาสเขาได้บวชหน้าไฟให้กับพ่อ กับแม่ของท่านล่ะ เพราะฉะนั้นวันนี้เราน่าจะมีการแก้ไข หลายมาตราครับที่บอกตรง ๆ ว่ายังมีการติด การขัด เราต้องมีการตกแต่ง มีการเสริมข้อมูล ต่าง ๆ ให้ชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมถือว่ารัฐธรรมนูญในฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น มีข้อบกพร่องอย่างมากต้องมีการแก้ไข เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงสนับสนุนให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อจะได้สู่รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์แบบต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านธนิก มาสีพิทักษ์ ๑๐ นาทีครับ

นายธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่ได้มีผู้นําเสนอร่างทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งตัวกระผมเองนั้น ขอสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ต่อร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งที่ผ่านมามีหลายฉบับ แต่ส่วนมากร่างโดยคณะรัฐประหารที่มาจากประชาชนนั้นถือว่า เป็นส่วนน้อยแทบจะพูดได้ว่ามีเพียงแค่ฉบับเดียวด้วยซ้ําไป ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกครั้งที่มีการปฏิวัติรัฐประหารนั้น คณะปฏิวัติรัฐประหารก็จะมีการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งทั้งนั้น แต่ผมยังไม่เห็นมีใครไปคัดค้านหรือไปแสดงออกที่บ่งบอกว่าไม่เห็นด้วย หลายครั้ง ที่บุคคลเหล่านั้นเพียงไม่แสดงออกอย่างเดียว ยังให้การสนับสนุนด้วยซ้ําไป ทั้งที่ปากก็บอกว่า ต้องการประชาธิปไตย ในโอกาสนี้เป็นโอกาสอันดีในการที่เราจะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อที่จะให้เป็นประชาธิปไตย ผมขออนุญาตย้อนไปถึงภาพในอดีตเกี่ยวกับเรื่องของ การปฏิวัติรัฐประหารเพื่อที่จะได้มาซึ่งอํานาจ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการปฏิวัติ รัฐประหารทุกครั้งนั้นมักจะอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา โดยเฉพาะเรื่องของการคอร์รัปชันก็บอกว่า ในฝ่ายการเมืองนั้นส่วนมากแล้วหวังเพื่อผลประโยชน์ แต่เมื่อมีการปฏิวัติตั้งรัฐบาลขึ้นมา ผมไม่ทราบว่ามีการหวังผลประโยชน์หรือเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ไม่มีฝ่ายตรวจสอบ อันนั้นคือสิ่งที่ เกิดขึ้นในส่วนของหลังการปฏิวัติ ทีนี้เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาก็เพื่อที่จะปกป้องตัวเอง ฉะนั้นแล้วในโอกาสนี้ผมก็ต้องขอร้องพรรคฝ่ายค้านเหมือนกันว่าในการยกร่างเพื่อที่จะ ล้างคราบ เพื่อที่จะทําลายภาพที่เกิดขึ้นที่เป็นประวัติศาสตร์ชาติไทย นั่นหมายถึงว่าขอให้มัน จบไปเสียกับรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะรัฐประหาร ขอให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ร่างโดย พี่น้องประชาชนเหมือนกับหลาย ๆ ท่านที่กล่าวมาว่าในการร่างกฎหมายนั้นไม่ว่าชนชั้นไหน ที่ร่างก็เพื่อชนชั้นนั้น ฉันใดก็ฉันนั้นในการร่างกฎหมายนั้นถ้าประชาชนร่างก็เพื่อประชาชน แน่นอนในการตั้ง สสร. ก็เช่นกันเห็นหลายท่านเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่า สสร. ที่เลือกมานั้น จะเป็นร่างทรง หลายท่านก็บอกว่ากลัวว่าจะร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อบุคคลคนเดียว ต้องกราบเรียนครับ คําก็คนเดียว ๒ คําก็บุคคลคนเดียว ที่ผ่านมานั้นถามว่าหลาย ๆ ท่าน ที่รวมกลุ่มกันกลั่นแกล้งทําลายบุคคลคนเดียวนั้น ถามว่าประชาชนไม่รู้หรือและไม่เห็นหรือ ว่าบุคคลคนนั้นถูกกลั่นแกล้ง จึงเป็นที่มาของการเลือกตั้งที่ผ่านมาทําให้พรรคเพื่อไทย ชนะถล่มทลาย เพราะว่าแน่นอนคนไทยขี้สงสาร นั่นคือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ ชอบเชียร์คนที่อ่อนแอกว่าในขณะซึ่งถูกรังแก หรือในขณะ ซึ่งถูกกลั่นแกล้งนั่นคือสิ่งที่สําคัญ ก็เหมือนที่เขาบอกว่าคนไทยชอบเชียร์มวยรอง นี่ละครับ ท่านประธานที่เคารพ จึงเป็นเหตุให้ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างที่หลาย ๆ ท่านได้เห็น ก็อยากจะบอก แล้วก็สื่อไปถึงผู้ที่ชอบพูด แล้วก็ย้ําพูดทุกครั้งทุกคราที่บอกว่าทําเพื่อ คนคนเดียว ทําเพื่อคนคนเดียว ควรจะเลิกพูดได้แล้วนะครับ ฉะนั้นแล้วในการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ กับการที่ต้องยกร่างใหม่สมควรแล้วนะครับ เพราะจะได้ ให้มันเป็นเพียงแค่ประวัติศาสตร์ไป ในส่วนของรัฐธรรมนูญที่มาจากคณะรัฐประหาร อันไหน ที่ไม่ดีก็ควรจะมีการแก้ไข อันไหนที่ดีก็ควรจะนํามาใช้ในรัฐธรรมนูญฉบับต่อไปนะครับ ทีนี้ ถามว่าทําไมต้องยกร่างใหม่ แน่นอนนะครับ อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วนะครับว่า สําคัญ คือเรื่องของที่มา เพราะว่าฉบับเก่านั้นที่มาก็เสมือนหนึ่งว่ามาจากที่ที่ในหลักประชาธิปไตย เขาไม่เห็นด้วย เขาไม่ยอมรับ ที่มานี้เป็นส่วนสําคัญในการบอกถึงคุณภาพ ไม่ว่าอะไร ก็แล้วแต่ อย่างข้าวหอมมะลิที่อร่อยที่สุด หอมที่สุดก็ต้องมาจากทุ่งกุลาร้องให้ ส้มโอหวานที่สุด ก็ต้องมาจากจังหวัดราชบุรี กล้วยไข่ที่อร่อยก็ต้องมาจากจังหวัดกําแพงเพชร ฉันใดก็ฉันนั้น รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดต้องมาจากพี่น้องประชาชน ในการยกร่างตามมาตรา ๒๙๑ แห่งรัฐธรรมนูญซึ่งจะต้องมี สสร. อย่างที่ผมกราบเรียนไป ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องเป็นห่วงว่า จะต้องมีใครไปครอบงํา ไม่ต้องไประแวง เพราะว่าอย่างไรก็แล้วแต่นั้นต้องผ่านการเลือกตั้ง ของพี่น้องประชาชน และที่สําคัญก็ไม่ต้องไปดูถูกพี่น้องประชาชนว่าจะต้องเลือกตั้ง มาอย่างไร เพราะการเลือกตั้งนั้นเลือกตั้งทั้งจังหวัด เอาเพียงแค่คนคนเดียว แล้วผมเชื่อว่า มีคนสมัครที่มีความรู้ความสามารถไม่น้อยทีเดียวในแต่ละจังหวัด และประชาชนนั้นตื่นตัวมาก ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ก็เช่นกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ที่จังหวัดขอนแก่น ถือว่าตื่นตัวมาก มีการดําเนินการโดยพี่น้องประชาชนในการเข้าชื่อเพื่อเสนอให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง ไม่มีใครไปบอก ไม่มีใครไปกระตุ้น หลายแสนฉบับที่ส่งมา หรือที่รวบรวมกัน และที่สําคัญนั้นพี่น้องประชาชนก็บอกว่าถึงแม้ว่าจะไม่ได้ร่วมลงชื่อ ในส่วนหนึ่ง แต่ก็เป็นกําลังใจให้กับการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น ฉะนั้นแล้ว โอกาสอย่างนี้เป็นโอกาสอันดีมาก ๆ ในการที่เราในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน จะได้ทําตามเจตนารมณ์ หรือความตั้งใจของพี่น้องประชาชน

ในโอกาสสุดท้ายนี้ผมอยากจะฝากไปถึงคณะ สสร. ที่จะร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยากจะฝากถึงว่าจะทําอย่างไรที่จะไม่ให้มีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นในอนาคต และไม่มี การฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งอีก จะทําอย่างไรที่จะให้รู้สึกเกิดการกริ่งเกรงกลัวในการที่จะปฏิวัติ รัฐประหาร ซึ่งผมก็มีแนวความคิดว่าน่าจะมีคณะอีกคณะหนึ่งเป็นลักษณะคณะมนตรี ประจําให้สหประชาชาติให้มีจํานวน ๑ ใน ๓ ของจํานวนคณะรัฐมนตรี ขอท่านประธานนะครับ ผมคนสุดท้ายพอดีขอแป๊บหนึ่งครับ ถ้าคณะรัฐมนตรีมี ๓๖ ท่าน ก็มีคณะมนตรี ๑๒ ท่าน ให้มีการแต่งตั้งในระหว่างนั้นก็ไปประจําอยู่ที่สหประชาชาติ ถ้าเมื่อไรมีการปฏิวัติรัฐประหาร คณะมนตรีนี้สามารถทําหน้าที่ในการเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นเพื่อที่จะทําหน้าที่ในการเป็นรัฐบาล ของประเทศไทย เพราะอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ถ้าไม่มีวิธีการป้องกันอย่างเหนียวแน่น ผมเชื่อว่าในอนาคตก็จะมีคนมาอ้างเพื่อที่จะใช้ประโยชน์ให้กับตัวเองในการที่จะทําปฏิวัติ รัฐประหาร จึงขอเสนอให้คณะ สสร. ได้หาวิธีการป้องกันเพื่อที่จะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหาร เกิดขึ้นในอนาคต ส่วนที่ผมนําเรียนนี้ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ในโอกาสนี้ก็เป็นกําลังใจให้กับ ผู้ร่างรัฐธรรมนูญในอนาคต ขอให้ท่านตั้งใจ แล้วก็มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนส่วนมาก ให้การสนับสนุนในการที่จะทําหน้าที่ของท่านในการร่างรัฐธรรมนูญในฉบับใหม่ ซึ่งจะเป็น ฉบับประวัติศาสตร์ของประเทศชาติไทยเราแน่นอน กราบขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ วันนี้ เราได้ประชุมกันนานเกินกว่า ๑๖ ชั่วโมงแล้วนะครับ ผมขอพักการประชุม แล้วก็ประชุมใหม่ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกานะครับ

พักประชุมเวลา ๐๒.๐๒ นาฬิกา

ของวันศุกร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๕

เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๙.๐๕ นาฬิกา

ของวันศุกร์ที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๕

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกเมื่อคืนดึกไปนิดหนึ่ง ไม่ให้เสียเวลาขอเริ่มเลยนะครับ ท่านวุฒิสมาชิกครับ ท่านสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ๘ นาทีครับ

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ผม สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตเริ่มต้นกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเมื่อวานผมได้นั่งฟังการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกตลอดเวลาเป็นเวลามากกว่า ๑๖ ชั่วโมง ประเด็นที่จับได้ก็คือเรายังมี ความเห็นแตกต่างกันในเรื่องของการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ และผมเชื่อว่า ท่านประธานซึ่งนั่งฟังอยู่ตลอดเวลาเช่นเดียวกันคงได้ข้อยุติเช่นเดียวกับผมแล้วนะครับว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนั้นมิใช่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการร่างเพื่อเสนอให้ มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วนําไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยการเพิ่มเติม หมวดใหม่ขึ้นมา ๑ หมวด คือหมวด ๑๖ ว่าด้วยการยกร่างรัฐธรรมนูญ เหตุผลที่นํามาเสนอ เพื่อนําไปสู่การพิจารณายกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วนําไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นั้น ก็ปรากฏเหตุผลชัดเจนอยู่ในหลักการและเหตุผลของร่างทั้ง ๓ ฉบับนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าหลายเหตุผลที่เขียนแล้วให้รู้สึกดูดีในร่างกฎหมาย ทั้ง ๓ ฉบับนั้นแท้ที่จริงแล้วมีบทบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญที่สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าความจริงแล้วหลาย ๆ เรื่องที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพื่อนสมาชิกไม่ได้นํามาอภิปรายเพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับพี่น้องประชาชน ที่ติดตามรับฟังข่าวสารการอภิปรายการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญของสภาแห่งนี้ เราพยายาม จะนําเสนอข้อมูลเพียงแง่มุมเดียวเพื่อให้พี่น้องประชาชนคล้อยตาม ตรงนี้ครับท่านประธาน ผมถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของบ้านเมือง ถ้าเรากล้า ที่จะเสนอให้มีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เรากล้าเอาความจริงมาบอกกับพี่น้องประชาชน ทั้งหมดให้ครบถ้วนทุกด้าน เพื่อที่พี่น้องประชาชนจะได้มีมิติของความคิดอย่างครบด้าน และนําไปสู่กระบวนการตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เหตุผลที่ผมพูดอย่างนี้ ก็เพราะว่าในร่างทั้ง ๓ ฉบับนั้นเราก็คงทราบดีว่ามีการนําเสนอให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นมา แล้วก็เขียนให้ดูดีต่อไปว่าเมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วจะนําไปสู่การทําประชามติ ของพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสินใจ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียน ก็คือว่าท่านประธานและเพื่อนสมาชิกคงทราบดีว่าขณะนี้เรามีกฎหมายว่าด้วยประชามติ ประกาศใช้บังคับแล้ว กระบวนการหนึ่งซึ่งจะต้องถูกกําหนดให้ทําในขั้นตอนของการทํา ประชามตินี้ก็คือกระบวนการของการให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนอย่างถูกต้องครบถ้วนทุกด้าน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสไปตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่เมื่อสภาแห่งนี้ ยังเลือกที่จะพูดความจริงเพียงด้านเดียว มิติเดียว แล้วจะเป็นหลักประกันได้อย่างไรครับ ท่านประธานว่าเมื่อถึงกระบวนการที่เราต้องไปทําประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถึงขั้นตอน ที่เราจะต้องเอาข้อมูลไปชี้แจงกับพี่น้องประชาชนเราจะไม่ใช้วิธีเดียวกันแบบนี้ ก็คือเลือกที่จะ ให้ข้อมูลกับพี่น้องประชาชนเพียงบางด้าน เพื่อโน้มน้าวให้พี่น้องประชาชนคล้อยตามไป ในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบถึงสิ่งที่มีการอภิปราย เมื่อวานนี้ แต่ให้ข้อมูลอย่างไม่ครบถ้วน อย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมกราบเรียนว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แท้ที่จริงแล้วก็ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งพวกเราหลายคน ก็ชื่นชมครับว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนดีที่สุดในจํานวน ๑๖ ฉบับที่ประเทศไทยเคยมีมา แต่เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เราไม่เอามาพูดกันว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นหลักในการพิจารณายกร่าง แล้วเอาปัญหาข้อบกพร่องถอดบทเรียนของการบังคับใช้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ประมาณ ๙ ปีมาเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอดความคิดออกมาเป็น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมเรียนว่าหมวด ๑ ถึงหมวด ๕ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ถูกถ่ายทอดมา เป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยไม่มีการแก้ไขเลยครับ แต่มีการต่อยอดความคิดเข้าไปเพื่อให้เกิด พัฒนาการของกระบวนการประชาธิปไตยในประเทศไทยมากขึ้น ผมจึงเรียนอย่างนี้ครับว่า ยกตัวอย่างเช่นในหมวด ๕ ซึ่งเป็นหมวดว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ เราก็มาเขียนใส่ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ให้แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐเป็นสิ่งที่ผู้บริหารคือรัฐบาลต้องทํา จากเดิมที่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กําหนดให้เป็นเพียงแนวทางในการตรากฎหมายเท่านั้นเอง เหตุผลนั้นก็คือว่าต้องการให้มีการบรรจุวาระสําคัญของประเทศชาติให้เป็นวาระแห่งชาติ ผ่านรูปแบบการกําหนดให้เป็นนโยบายขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าพรรคการเมืองใดเข้ามาบริหารประเทศ แล้วจะต้องเป็นคนดําเนินการตามนโยบายขั้นพื้นฐานเหล่านั้น

อีกประเด็นหนึ่งซึ่งพูดกันมากเหลือเกินครับ เรื่องของการปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมว่าที่ผ่านมาของการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เรามีกระบวนการยุติธรรมที่เป็น ๒ มาตรฐาน ผมกราบเรียนว่าประเด็นนี้เขามองกันตั้งแต่ตอนร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้ว ด้วยเหตุนี้ในมาตรา ๘๑ (๓) (๔) เขาถึงกําหนดให้มีการจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกฎหมายในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จึงกําหนดให้มีการตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศชาติ ๗-๘ เดือนนี้ท่านได้เลือกทําแล้วหรือยังในเรื่องของ การที่จะปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมผ่านกลไกที่มีอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่บางที ท่านก็เลือกที่จะไม่ทํา ยกตัวอย่างเช่นเมื่อวานที่มีการเสนอความเห็นของคณะกรรมการ ปฏิรูปกฎหมายที่ให้ชะลอการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไปก่อน ท่านก็รีบเร่งขึ้นไปทําครับ ทั้ง ๆ ที่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็เขียนไว้แล้วว่าให้มีองค์กรขึ้นมาปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการปฏิรูปกระบวนการกฎหมาย นอกจากนี้ผมขอกราบเรียนว่ายังมีอีกหลาย ๆ เรื่องในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งเป็นข้อดี ในการที่เพิ่มเติม เช่น เรื่องของสิทธิเสรีภาพของประชาชน กําหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพิ่มหมวดใหม่ว่าด้วยหมวดการมีส่วนร่วมของประชาชน เพิ่มหลักประกันในการคุ้มครอง ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประเทศว่าจะต้องไม่ถูกครอบงําโดยทุนเอกชน จะต้อง ไม่ถูกครอบงําโดยการผ่านกระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งใช้โครงข่ายขั้นพื้นฐาน ที่ใช้อํานาจรัฐไปเวนคืนที่ดินของประชาชนมาสร้างโครงข่ายต่าง ๆ เหล่านี้ นี่คือข้อดี ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่เราไม่หยิบมาพูดกันครับ

ประเด็นสุดท้าย เนื่องจากเวลาผมมีน้อยมากสําหรับการพูดเรื่องของบ้านเมือง ภายใน ๘ นาที ผมกําลังจะกราบเรียนว่าเมื่อเราเลือกที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญ หรือบางคน พูดหนักหนาไปถึงขึ้นการฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมถึงกราบเรียนท่านประธานครับว่า ผมไม่อาจที่จะเห็นด้วยได้ และผมเห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าสิ่งที่เรากําลังพิจารณา ณ วันนี้ไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวิเชียร คันฉ่อง ๘ นาที

นายวิเชียร คันฉ่อง สมาชิกวุฒิสภา ตรัง 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม วิเชียร คันฉ่อง สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดตรัง จากการพิจารณาที่ผ่านมา เมื่อวานนี้จนกระทั่งถึงวันนี้ก็มีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ บางท่านก็มองว่ามันอาจจะไม่ชอบ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถึงอย่างไรก็ตามการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นการเสนอร่างของรัฐบาลแล้ว ก็พรรคร่วมรัฐบาล เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบทั้งหลายแหล่ที่จะเกิดขึ้น ผมคิดว่านั่นคือ ภารกิจของเสียงส่วนใหญ่ในสภาแห่งนี้ก็คือฝ่ายรัฐบาล แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมคาดหมายว่า กฎหมายนี้คงจะผ่านจากที่ประชุมแห่งนี้ ก็อยากจะให้ข้อสังเกตในบางเรื่องบางประการ นอกเหนือจากเพื่อนสมาชิกรัฐสภาของเราได้อภิปรายไปแล้วเมื่อวาน ผมคิดว่าปัญหาของ ความแตกแยกก็ดี ปัญหาที่เกิดขึ้นที่สําคัญในบ้านเมืองของเราในขณะนี้ เมื่อวานก็ได้พูดถึง เรื่องปัญหาเศรษฐกิจกัน แต่ผมมองว่าตัวสําคัญอีกตัวจักรหนึ่งก็คือเรื่องปัญหาเรื่องการทุจริต ซึ่งยังไม่มีใครพูด ที่พูดถึงเรื่องการทุจริตนี่ ปรากฏว่าหลายยุคหลายสมัยแล้วในระยะหลัง มีการทุจริตเพิ่มขึ้นมา เริ่มตั้งแต่มีการซื้อเสียงเป็นต้นมาแล้วก็มีการยุบพรรคการเมือง ถามว่ามีการยุบพรรคการเมืองนี่เห็นด้วยไหม โดยส่วนตัวผมบอกตรง ๆ ว่าผมไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ถ้าเป็นไปได้ต้องลงโทษคนที่ซื้อเสียงให้มากที่สุด ผมคิดว่า กกต. นี้น่าจะหยิบยกกฎหมาย ที่เขียนเอาไว้ว่าผู้ใดทําผิดกฎหมายเลือกตั้งให้ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ต้องหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาดําเนินการกับผู้ที่กระทําความผิดเกี่ยวกับเรื่องการซื้อเสียงให้ได้ การซื้อเสียงนี่นํามาสู่เรื่องการทุจริตเรื่องอื่นอีก เช่นการซื้อขายตําแหน่ง เพราะคนที่เข้าไป โดยใช้จ่ายเงินจํานวนมาก ในที่สุดก็พยายามวิ่งเต้นตรงไหนที่มีโอกาสจะฉวยโอกาสได้ ก็มีการฉวยโอกาสและมีการซื้อขายตําแหน่งกัน เราอาจจะเห็นว่าการซื้อขายตําแหน่งนี่ มองแล้วผิวเผินไม่เป็นอะไร แต่ถามว่าเงินที่เขาเอามาซื้อตําแหน่งนะเอามาจากไหนครับ ถ้าเป็นเงินส่วนตัวผมคิดว่าไม่มีใครควักหรอกครับ แต่ถ้าเงินที่ได้มาโดยไม่สุจริตสิ เช่น จากบ่อนการพนัน จากยาเสพติด ถ้าเป็นในลักษณะที่ว่านี้ ถามว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตัวตรงนี้ในที่สุดผมคิดว่าคนที่เข้าสู่ตําแหน่งโดยระบบจากการประพฤติ มิชอบเหล่านี้ มันก็หมดความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ผมคิดว่าหลายคนที่นี่ไม่กล้าชี้ช่องว่า ที่ตรงนั้น คนนั้น บริเวณตรงนั้นมีการกระทําความผิด มีบ่อนการพนันที่ตรงนั้นมีการซื้อขาย ยาเสพติด ถ้าเป็นอย่างนี้แล้วประโยชน์จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติได้อย่างไรตัวตรงนี้ผมคิดว่า เราน่าจะต้องทําอย่างไรให้มันเคร่งครัด เพราะผมมองว่าการบัญญัติกฎหมายเราบัญญัติ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ เราบัญญัติเพื่อเอามาแก้ไขปัญหาของประเทศ เพราะฉะนั้นถ้าตรงไหนที่จะบรรจุลงไปได้ก็ต้องรีบนะครับ

อีกประการหนึ่งก็คือคนที่จะเข้าสู่ตําแหน่งทางการเมือง ผมคิดว่าในเมื่อเรา ถูกครหาติฉินนินทาว่าบางคนเข้ามาก็หาประโยชน์ ซึ่งคิดว่าคงไม่มากนัก แต่บุคคลเหล่านี้ ทําให้สถาบันพลอยเสื่อมเสียไปด้วย ทําอย่างไร ผมคิดว่าข้อนี้เราน่าจะคิดถึงเรื่องคุณสมบัติ ของคนที่มาเป็น ส.ส. ส.ว. ทําอย่างไรคุณสมบัติของคนเหล่านี้นี่ให้มีการสอบพฤติกรรม ย้อนหลังในเรื่องของการเสียภาษีไปสัก ๑๐ ปี เราจะเห็นว่าคนเหล่านี้ในระยะที่ผ่านมา เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบในการเสียภาษีให้กับรัฐไหม ถ้าคนเหล่านี้ทําด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรมมาเป็นผู้แทน ผมคิดว่าคนนี้ก็จะเป็นผู้แทนที่ดี แต่ถ้าฉ้อโกงมาตั้งแต่เบื้องต้นนี่ อย่าไปหวังเลยว่าคนเหล่านี้จะประพฤติดีในการปฏิบัติหน้าที่ นั่นคือเรื่องที่อยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าวันนี้จากการอภิปรายมาหลายท่าน เราน่าจะจูน (Tune) ความคิด ประสานความคิดในการที่จะแก้ปัญหาหรือร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่นี้ได้ ตอนที่ได้รับร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยส่วนตัวแล้วขอเรียนตรง ๆ ว่าเอ๊ะยังไม่เห็นทิศทางในการที่จะแก้ เพราะปรากฏว่าแนวความคิดต่าง ๆ มันไม่ตกผลึก แนวความคิดต่าง ๆ มันไม่มีการประสานกันว่าเราน่าจะแก้ตรงนั้น แก้ตรงนี้แก้ตรงโน้น มองในมุมหนึ่งก็ยอมรับเหมือนกันว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐เป็นกฎหมายที่ดี ฉบับหนึ่งเหมือนกัน เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่แก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เอาข้อบกพร่องในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นี่ละมาแก้ มาปรับเสียใหม่ เพราะฉะนั้น มาถึง ณ บัดนี้ก็เหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเราก็จําเป็น ที่จะต้องแก้ถ้าหากว่ามันมีอะไรขาดตกบกพร่องประการใด แต่ในขณะเดียวกันเพื่อให้ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างจริง ๆ จัง ๆ คนที่จะมาร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญให้กับเรานี่ผมคิดว่า เขาไม่รู้หรอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร เราเป็นผู้ใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นจําเป็นที่พวกเรา จะต้องชี้ช่องให้เขาเห็นว่ามันมีปัญหาตรงนั้นตรงนี้

อีกประการหนึ่ง ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานโดยตรงนะครับ ในฐานะที่ท่านประธานจะเป็นผู้ออกกฎ หลักเกณฑ์ในการที่จะให้มีคณะกรรมการจํานวน ๑๕ คนขึ้นมาคัดเลือก สสร. ที่จะมาจากนักวิชาการ ผมคิดว่าตัวตรงนี้ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง ผมเกรงว่าข้อครหาจะเกิดขึ้นกับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านต้องมาคิดนะครับว่าการออก กฎระเบียบตรงนี้จะปกป้องท่านประธานอย่างไร ว่าเราทําด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมครับ มีคณะกรรมการขึ้นมาจากบุคคลภายนอกได้ไหม โดยไม่ต้องเอามาจากที่นี่ใช่ไหมครับ เอามาจากหลากหลายอย่างนี้ทําได้ไหม เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นข้อคิดประการหนึ่ง ที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานรัฐสภาที่จะออกกฎระเบียบในการตั้งคณะกรรมการเพื่อสรรหา สสร. ต่อไป ขอกราบขอบคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เพื่อให้เวลาสมดุลนะครับ ผมมาที่ทางฝ่ายค้านครับ ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ ๗ นาทีครับ

พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสงขลา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ การแก้รัฐธรรมนูญ แก้ได้ครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็แก้ได้ แต่บรรยากาศตอนนี้ไม่สมควรที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ท่านตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ขึ้นมาทํางานยังไม่เสร็จสิ้น ท่านก็เสนอแก้รัฐธรรมนูญ ประชาชนยังผวาอยู่ในเรื่องเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจากการแตกแยกของพรรคการเมือง ความคิดเห็นไม่ตรงกัน การที่พันธมิตร ล้อมสภาผู้แทนราษฎร น้องโบว์เสียชีวิต พันตํารวจโท เมธีถูกระเบิดที่ราชประสงค์ เสื้อแดงประท้วง นปช. ประท้วง แล้วก็มีการเสียชีวิต พันเอก ร่มเกล้าเสียชีวิต ถูกยิง เสธ. แดงถูกยิง การล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ การทุบรถนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่กระทรวงมหาดไทย ภาพเหล่านี้ยังอยู่ในความทรงจําของประชาชน กลิ่นคาวเลือดยังไม่จาง แล้วอยู่ ๆ ท่านก็บอกว่าอยากให้มีการปรองดองภายในประเทศ ท่านเสนอแก้รัฐธรรมนูญ ในขณะที่บรรยากาศยังไม่พร้อม ที่จริงเวลานี้เรื่องสําคัญ ๆ ก็มีอยู่ สินค้าที่ราคาแพง ถีบตัวสูงขึ้น น้ํามันวันนี้ขึ้นมาอีก ๒ เหรียญนะครับ ต่อไปน้ํามันจะถึง ๕๐ บาทต่อ ๑ ลิตรแล้ว ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการตายกันทุกวัน ท่านไม่สนใจ ท่านคิดจะแก้ รัฐธรรมนูญ ตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งในการแก้รัฐธรรมนูญของท่านในครั้งนี้นะครับ แล้วกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นที่ ๒ นะครับ ท่านใช้ สสร. ท่านไม่ใช้สภา ท่านอ้างว่า สสร. มาจากประชาชน แล้วสภาละครับ สภาก็มาจากประชาชนเช่นกัน แต่ สสร. ท่านคุมได้ เมื่อวานนี้มีผู้อภิปรายฝ่ายรัฐบาลบอกว่าไม่รู้ว่าใครจะเป็น สสร. ใช่ตอนนี้ไม่รู้ครับ แต่ถ้าเป่านกหวีดสมัครเมื่อไรท่านรู้ ท่านควบคุมได้แน่นอน ตรงนี้ท่านพูด ความจริงเถอะครับท่าน ในภาคอีสานที่ท่านคุมไม่ได้ ที่ท่านไม่แน่ใจอยู่ ๒ จังหวัดเท่านั้น คือจังหวัดอุบลราชธานีกับจังหวัดบุรีรัมย์ นอกนั้นท่านคุมได้หมด เพราะว่าชาวบ้านธรรมดา ๆ ใครจะหาเสียงได้ทั้งจังหวัด ฐานการเมืองเป็นหลักที่จะระบุขึ้นว่าต้องการใครเป็น สสร. ในการแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ตรงนั้นท่านซัดเข้าไปประมาณ ๔๐-๕๐ คนแล้ว เกินครึ่งหนึ่งแล้ว และแต่งตั้งในสภา ๒๒ ท่าน แล้วก็ไม่ครอบคลุมไปทั้งหมด ชาวเกษตรกรไม่มี กลุ่มผู้นําศาสนาไม่มี โดยเฉพาะพวกมุสลิมไม่มีทางที่จะเข้าไปได้เลย เหมือนกับเลือก ส.ว. ครั้งที่แล้ว ส.ว. สรรหาไม่มีมุสลิมสักคนเดียวในจํานวน ๗๐ กว่าคน ในครั้งนี้รูปการก็ไม่มีมุสลิม ทั้งที่มีมุสลิมอยู่ประมาณเกือบ ๑๐ ล้านคนในประเทศไทย ท่านไม่ได้คํานึงถึงเลย ท่านคิดว่าอันไหนที่ท่านคุมได้แล้วท่านก็ดําเนินการ อย่างนี้มันเป็น เรื่องที่มันไม่ยุติธรรม แล้วท่านก็พูดว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่ดีอย่างโน้น ไม่ดีอย่างนี้ แต่ความประพฤติละครับ รัฐธรรมนูญไม่มีตัวตนหรอกครับ แต่คนละครับท่าน ปัญหาเกิดการปฏิวัติครั้งที่แล้ว ท่านก็พูดไปตลอดเวลาว่าเผด็จการรัฐประหาร การกระทําละครับ ท่านแทรกแซงองค์กรอิสระ ผลประโยชน์ซับซ้อน การคอร์รัปชันอย่างมโหฬาร ท่านพูดแบบ ไม่เกรงใจท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตนกลิน เลยนะครับ ซึ่งจะเป็นหัวหน้าปรองดองอยู่ในที่นี้ เป็นสมาชิกเหมือนกับพวกเรา ท่านพูดว่ารัฐประหาร รัฐประหาร ไม่ดีอย่างโน้น ไม่ดีอย่างนี้ ท่าน พลเอก สนธิ ท่านเป็นสุภาพบุรุษ ท่านเป็นผู้ใหญ่ ท่านไม่ออกมาพูดหรอกครับ แต่ถ้าผมเอง ท่านบอกว่าอย่างนั้น ผมจะลุกขึ้นมาทันที เพราะท่านคอร์รัปชันครับ ท่านแทรกแซงองค์กรอิสระ ตอนนี้ท่านแทรกแซงองค์กรอิสระไม่ได้เพราะแก้โดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านก็มาแก้ รัฐธรรมนูญอีก ก็เลยอยากจะให้พ่อแม่พี่น้องทั้งประเทศได้พิจารณาในการลงประชามติว่า สมควรที่จะแก้รัฐธรรมนูญในช่วงนี้หรือไม่นะครับ ในขณะที่ประชาชน ๑๕๐,๐๐๐ คน รัฐธรรมนูญเพื่อแก้ ๓ ฉบับ ฉบับละ ๕๐,๐๐๐ คน ๕๐,๐๐๐ คน ๑๕๐,๐๐๐ คน ที่ลงชื่อไป แล้วปรากฏว่าท่านไม่ได้ออกมาพิจารณาเลยนะครับ

(นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุรินทร์ครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านวิเชียรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วิเชียร ขาวขํา อยากขอประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ คือผู้อภิปรายได้พูดถึง พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน แล้วก็พูดถึงว่าท่านไม่ลุกขึ้นมาต่อว่า ต่อขานคนอื่น แล้วก็บอกว่าพวกท่านคอร์รัปชัน ท่านคอร์รัปชัน พวกท่านแทรกแซงองค์กรอิสระ ผมเห็นว่าเป็นการผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ เป็นการใส่ร้ายผู้อื่น เพราะฉะนั้นท่านประธาน ต้องให้ผู้อภิปรายถอนนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ของรัฐสภา ท่านขอเตือนระมัดระวังคําพูดสักนิดหนึ่งนะครับ ท่านต่อเลยครับ

พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ขอบคุณ ท่านประธานครับ เป็นคําของคณะปฏิรูปกับคณะปฏิวัติในตอนนั้นที่อ้างว่าสาเหตุจากการปฏิวัติ เพราะว่าแทรกแซงองค์กรอิสระ คอร์รัปชันประโยชน์ซ้ําซ้อน อันนี้เป็นคําของพลเอก สนธิ ที่แถลงว่าในการปฏิวัติ เหตุผลของการปฏิวัติในครั้งนั้นครับ

(นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็ประท้วงอีกทีหนึ่งเชิญครับ

นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมเรียนอย่างนี้ ครั้งแรกผู้อภิปรายไม่ได้พูดอย่างนั้น ผู้อภิปรายพูดก็พวกท่านคอร์รัปชัน อย่างไร ก็พวกท่านแทรกแซงองค์กรอิสระอย่างไร พูดอย่างนี้ครับ แล้วผมประท้วงให้ ท่านผู้อภิปรายถอน ท่านประธาน กรุณาแล้วตักเตือนผมก็รับได้ แต่ไม่ใช่ว่าตอกย้ําคําเดิม บอกอ้างว่าคณะปฏิวัติกล่าวอ้างอย่างนั้นมันไม่ใช่ ถ้าท่านพูดอย่างนี้ผมก็ต้องประท้วงอย่างนี้ ว่าท่านต้องถอน แต่ว่าท่านประธานวินิจฉัยว่ากรุณาตักเตือนแล้ว กรุณาอย่าย้ําอีกทีหนึ่ง แล้วลูกผู้ชายครับ ใครจะกล่าวหาอย่างไร

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

สมควร ท่านวิเชียร ท่านโปรดระวังด้วยนะครับ ท่านต่อด้วยครับ

พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มันไม่ใช่แก้ไขแล้ว ปัญหาต่าง ๆ มันจะตามมาเพราะว่า รัฐบาลไม่กล้ารับผิดชอบไม่ใช่ลูกผู้ชายที่แท้จริง ท่านแบกความรับผิดชอบไปให้ สสร. นะครับ สสร. จะแก้อย่างไรก็ได้แต่ผมบอกไว้ก่อนเลยว่าถ้าแก้หมวด ๒ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ในหมวดของพระมหากษัตริย์ ผมนี่จะเป็นตัวที่จะต้องใช้กําลังออกนอกสภานะครับ ผมก็จะขอเตือนไว้ด้วยว่าถ้าท่านแก้หมวด ๒ หมวดพระมหากษัตริย์ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ผมนั้นจะเคลื่อนไหวนอกสภา ขอขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอาคม เอ่งฉ้วน ครับ ๑๐ นาทีครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ผมขอใช้เวลาไม่มาก ท่านประธานครับ การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเสนอมานั้น แล้วก็มีพรรคการเมืองอื่นมาด้วยอีก ๒ ร่าง กระผมไม่เห็นด้วยโดยผมมีเหตุผล ท่านประธาน ต้องยอมรับนะครับว่าในสภานี้มันมีความเห็นต่างได้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าเหตุผล ที่รัฐบาลเสนอมานั้นอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติซึ่งเรื่องนี้ พูดกันมานาน ผมถามว่าประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับ มีอยู่กี่ฉบับครับที่ไม่มีการปฏิวัติ และร่างรัฐธรรมนูญ เราไม่เคยพูดถึงที่มาของการปฏิวัติ ท่านประธานผมอยากกราบเรียน กับท่านประธานว่าเราพูดข้างเดียว เราพูดความจริงครึ่งเดียว เพราะฉะนั้นที่ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ พูดก็มีส่วนถูกต้องอยู่ว่าตอนที่เขาปฏิวัติเขาอ้างว่ามีการแทรกแซงองค์กรอิสระ มีการให้เงินเดือน ส.ว. ในขณะนั้นเพิ่มเติมมาจากเงินเดือนที่รับอยู่แล้ว ผมหลีกเลี่ยงที่จะใช้ คําว่า ซื้อ ส.ว. มีการกระทําการหลายอย่างครับจนไปถึงขนาดที่ผลประโยชน์ทับซ้อน มีการทุจริต จึงมีการปฏิวัติรัฐธรรมนูญฉบับนี้เกิดขึ้นมา ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เขาบัญญัติในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญไว้ ในมาตรา ๒๙๑ ผมอยากจะอ่านให้พี่น้องประชาชนฟังด้วย เพราะว่าสภานี้เป็นสภา ของประชาชน การที่ท่านประธานอนุญาตให้มีการถ่ายทอดนั่นละผมว่าทําถูกแล้ว ประชาชนเจ้าของอํานาจเขาจะได้รู้เรื่องว่าประชาชนที่เขาเลือก ส.ว. เลือก ส.ส. มาขณะนี้ คิดอะไรอยู่รวมทั้งรัฐบาลด้วย ในมาตรา ๒๙๑ มันพูดไว้ชัดเลยว่า หมวด ๑๕ การแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาให้แค่เพิ่มเติมได้ แก้ไขได้ ไม่ใช่ให้คิดที่จะร่างใหม่ทั้งฉบับ มันจึงมีหมวดว่าด้วยการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ให้กระทําได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ มันมีแต่หมวดว่าด้วยการแก้ไขทั้งนั้น ไม่มีบอกว่ามีการร่างใหม่ เมื่อวานออกมายืนยันชัดเจนว่าร่างใหม่ ๆ แล้วอ้างว่ารัฐธรรมนูญ มาจากการปฏิวัติ บอกพวกผมก่อนได้ไหมรัฐบาลว่าอุปสรรครัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มันมีอุปสรรคมาตราไหนบอกพวกผมก่อน ถ้าพวกผมเห็นด้วยเราก็ยินดีร่วมมือ ในการแก้ไขแต่มันต้องแก้ไขบางฉบับไม่ใช่ยกร่างใหม่ทั้งหมด ซึ่งเราไม่มั่นใจว่าอะไร จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง

ในประเด็นแรก ผมบอกแล้วว่ามันไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะร่างใหม่ทั้งฉบับ ตรงนี้ประชาชนอาจจะงงว่าเรามาร่างใหม่ทั้งฉบับได้อย่างไร ก็โยนไปให้ สสร. อย่างไร สสร. ๙๙ คน ที่จะเลือกตั้งมาจากทั้งประเทศ สสร. มาร่างใหม่มันมีการพูดจากันนะครับ ซึ่งเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น เขาบอกว่า สสร. ที่จะมาใหม่มันจะมีการสั่งการกันได้ ร่างตามแนวไหนที่เขาต้องการก็ร่างได้หมดตรงนี้ครับ แล้วพอในที่สุดก็จะเอากลับไปให้ ประชาชนลงประชามติ ผมถามว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ประชาชน ๑๔ ล้านคน เห็นชอบ ให้ประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญปกครองประเทศ ๑๔ ล้านคนยังไม่พอหรือครับ ต้องร่างใหม่กัน ทั้งฉบับแล้วเอาไปทําประชามติอีกครั้งหนึ่ง นี่คือสิ่งที่ประชาชนยังไม่เข้าใจ ผมจึงอยากจะย้ํา ในประเด็นนี้

ในประเด็นที่ ๒ ที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งคือรัฐบาลเร่งรีบ ในวันที่แถลงนโยบายก็ดี ในการที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก็ดี บอกว่ารัฐบาลจะฟังเสียงประชาชน รัฐบาลไม่รีบร้อนหรอก แต่ว่ารัฐบาลแก้แน่รัฐธรรมนูญ เราก็เห็นด้วยบางฉบับ บางมาตราแก้ได้และเราก็ยินดีร่วมมือ แต่ว่าวันนี้ไม่ใช่ครับ ไม่ฟังเลย เมื่อวานพวกผมทักท้วงว่าเลื่อนไปก่อน คณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ท่านอาจารย์คณิต ณ นคร ก็บอกว่าเลื่อนไปก่อนขณะนี้บรรยากาศยังไม่พอ รัฐบาลไม่ยอม ไม่ฟังใช้เสียงข้างมากไป ผมก็เคารพครับเมื่อวานโหวตแพ้ก็ไม่เป็นไร แต่นี่คือเหตุผลที่พวกผมค้าน ผมอยากจะกราบเรียนถึงพี่น้องเพื่อน ๆ ประชาชนที่ร่วมลงชื่อในการร่างรัฐธรรมนูญมาเสนอ ประธานสภายังมีอีก ๓ ร่าง ซึ่งเหตุผลที่เขาอ้างว่ารอไม่ได้ ๓ ร่างนั้นเพราะตรวจสอบรายชื่อ ใช้เวลานาน ก็ทําไมไม่ทําให้มันเร็วล่ะ ผมไม่พูดถึง ๒ ร่างอื่น แต่ผมพูดถึงร่างของนางธิดา นางธิดาเป็นใคร นางธิดาเป็นหัวหน้า นปช. เมื่อ ๒-๓ สัปดาห์ที่แล้วนางธิดาพา นปช. แดงหมดเลยนะไม่ใช่แดงทั้งแผ่นดินนะ แดงทั้งใต้ถุนสภา ท่านประธานก็อนุญาตให้เข้ามาได้ ผมก็ไม่ว่าครับ เพราะสภานี้เป็นสภาของประชาชนถ้าเข้ามาแล้วไม่ทําความเสียหายก็เข้ามา เข้ามาเปิดไฮด์ปาร์ค (Hyde park) ข้างล่างมีโทรโข่ง นางธิดาก็มายื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมกับ ส.ส. ชุมพล จุลใส จะลงไปข้างล่างลงไม่ได้ครับ แดงทั้งแผ่นดิน แดงทั้งใต้ถุนสภา เวลานี้เขาไม่พูดว่าแดงทั้งแผ่นดินแล้ว เขาพูดว่าแพงทั้งแผ่นดินแล้วเวลานี้ ท่านประธานครับ ทําไมไม่รอของนางธิดาครับ ส.ส. ในสภานี้ใส่เสื้อแดงลงไปเลย ถอดสูท ใส่เสื้อแดงลงไปนั่งร่วมกับนางธิดา แล้วแถลงบอกว่านี่จะร่วมมือเอามายื่นประธานสภา เพื่อให้มาแก้ไขรัฐธรรมนูญทันกับฉบับที่รัฐบาลเสนอ ส.ส. ท่านนั้นไม่ต้องทําถึงขนาดนั้น ถอดสูท ใส่เสื้อแดง เสร็จแล้วพอนางธิดากลับไปเปลี่ยนเสื้อแดงในห้องที่ทํางาน ส.ส. ครับ ผมอยู่ข้างล่างพอดี อัญชลี วานิช เทพบุตร อยู่กับผมพอดี วิ่งไปเปลี่ยนเสื้อแดงในห้องน้ําแล้ว ก็ใส่สูทกลับมาเดินอีก ไม่ต้องทําถึงขนาดนั้นครับ ผมก็รู้ว่านางธิดากับหมอเหวงเป็นอะไรกัน ไม่ต้องทําถึงขนาดนั้น นี่ข้อที่ ๒ ที่ผมไม่เห็นด้วย ท่านประธานครับ ต้องรอหน่อยสิครับ ไหนบอกว่ารัฐบาลบอกว่ารัฐบาลนี้จะอยู่ ๔ บวก ๔ บวก ๔ คุณอยู่ไปตั้ง ๑๒ ปี ๔ บวก ๔ บวก ๔ แล้วคุณรีบแก้รัฐธรรมนูญไปไหน ใครสั่งครับท่านประธาน ใครสั่งให้แก้ ใครสั่งให้รีบ ไหนบอกว่าจะรอประชาชน นี่ท่านเฉลิมเดี๋ยวถ้านั่งรถอยู่ ฟังอยู่ก็ฟังผมด้วยแล้วมาตอบผมด้วย เป็นตัวตั้งตัวตีพูดแต่ละเรื่อง แต่ละคําเดี๋ยวนี้พูดมากจนไม่รู้จะเชื่อดีหรือไม่เชื่อดีแล้ว เป็นผู้นําประเทศพูดจาต้องมีหลักฐาน ต้องมีหลักการหน่อย ผมก็ฟังจากท่านว่าท่านไม่รีบ ท่านไม่รีบ แต่ที่ไหนได้เมื่อวานท่านมาฉอด ฉอด ฉอด รีบด้วยเหตุผลอะไรไม่รู้

ท่านประธานครับ เอาข้อที่ ๓ ข้อที่ ๓ ที่ผมไม่เห็นด้วย ขณะนี้ก็เห็นอยู่แล้ว ว่าบ้านเมืองมีปัญหาแล้วก็ยังมีความแตกแยกกันอยู่ เนื่องจากว่ามันเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลง ท่านก็ชนะเลือกตั้ง ประชาชนที่เลือกท่านก็พออกพอใจ อยากจะเห็นผลงานที่ท่านไปแถลงไว้ แต่หลายเรื่องเขาก็ผิดหวัง แต่ว่าฝ่ายค้านก็เข้าใจครับ เสียงข้างน้อยก็ต้องยอมรับ เพราะว่ารัฐบาลปกครองในระบอบประชาธิปไตยประเทศนี้ ก็ต้องให้เสียงข้างมากเป็นรัฐบาล เสียงข้างน้อยก็ควบคุมรัฐบาลไป แต่ว่าในระบอบประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้ว ท่านประธาน ก็เข้าใจดี ถึงแม้ว่าท่านประธานจะเรียนวิศวะก็ตาม เขาให้คํานึงถึงเสียงข้างน้อยด้วย เสียงข้างมากปกครองประเทศ แต่ต้องคํานึงถึงเสียงข้างน้อย ต้องคํานึงถึงเสียงของพวกผมด้วย เสียงที่พวกผมทักมีความหมาย เพราะประชาชนเลือกพวกผมมาเป็น ๑๐ ล้านคนเหมือนกัน แต่ว่าวันนี้พี่น้องครับแน่นอนประชาชนที่เลือกผมก็ผิดหวัง แต่เขาเข้าใจได้ว่าประชาธิปไตย ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง นี่คือสีสัน นี่คือสิ่งที่เราต้องยอมรับกติกา บ้านเมืองยังมีปัญหามากมาย ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าถ้าเราจะรอไปอีกสักพักหนึ่ง ท่านประธานครับ ให้บรรยากาศมันดีกว่านี้ แล้วก็เอาปัญหาที่มันเป็นปัญหาจริง ๆ เชิญทุกพรรคมา เมื่อเชิญทุกพรรคมาแล้วเราก็จะมาบอกกันว่าอันนี้มีอุปสรรคนะ เรื่องกรรมการพรรคการเมือง คนทําความผิดแป๊บเดียว เรายุบทั้งพรรคไม่เอานะ มาแก้ หรือเรื่องใดก็ได้ที่ท่านสมาชิกวุฒิสภา พูดว่ามันมีอุปสรรคอยู่ก็เอามาแก้ได้ แต่ว่าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย เพราะขณะนี้เราใช้มาตั้งปี เกือบ ๕ ปีแล้วท่านประธาน ผลพวงทั้งหมดที่เรามานั่งอยู่ในนี้มันมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ รัฐธรรมนูญไม่เลวหรอกครับ ถ้ามันจะเลวจริง ๆ ก็คนเลวคนทําให้มันเสียหาย รัฐธรรมนูญมันไม่เลวหรอก แต่ว่าคนที่ประพฤติสิครับ ทํานอกรัฐธรรมนูญ ผมอยากจะกราบเรียน กับท่านประธานว่าที่ผมไม่ไว้ใจอีกอย่างหนึ่งท่านประธาน ผมไปอ่านในร่างนี้ถ้าเราต้องการ ให้ สสร. ปลอดจากการเมือง หรือต้องการให้มันมีอิสระจริง ๆ เหมือนที่ท่านแถลงพวกที่ สนับสนุนก็ฟังให้ดีนะครับ ผมจะฟ้องประชาชนเลย ในข้อกําหนดนี้เขียนไว้ว่าบุคคลที่จะ สมัคร สสร. เป็นข้าราชการไม่ได้ เป็นนักการเมืองได้ ผมยังไม่แน่ใจว่ามีความผิดทางอาญา ที่ถูกจับตอนเดินขบวนเสื้อแดงสมัครได้หรือเปล่า ผมว่าน่าจะได้นะ เพราะในนี้ไม่ได้ห้ามไว้ เพราะฉะนั้น สสร. ฉบับนี้เขียนขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้พวกที่ถูกจับกุมดําเนินคดีสมัคร สสร. ได้ แต่ไปห้ามข้าราชการประจํา ทําไมละครับ ไม่กําหนดว่า สสร. นี่ถ้าจะให้ปลอดจริง ๆ ก็คือว่า ต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองมาอย่างน้อย ๕ ปี และเมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จประกาศใช้ ลงพระปรมาภิไธย ท่านจะกลับไปสมัคร ส.ส. ส.ว. ไม่ได้อีก ๕ ปี ท่านเฉลิมกล้าไหมครับ ยืนยันไหมประเด็นนี้ เขียนมาแก้ไขเพิ่มเติมว่า สสร. ต้องปลอดจากการเมือง อย่างนี้ละครับ เราปล่อยให้ประชาชนเลือกตั้ง ถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้ปลอด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างน้อย ๆ ก็คนที่มาร่างรัฐธรรมนูญเขาจะได้มีความเป็นอิสระไม่ใช่ร่างเพื่อตัวเอง เมื่อวานผมไม่สบายใจ มีคนบอกว่าเที่ยวนี้เขาไปต่อรองกับท่านวุฒิสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง ที่อยู่ในสภานี้บอกว่า ช่วยสนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับนี้เถอะ เพราะท่าน ส.ส. ท่าน ส.ว. ที่จะลงเลือกตั้งนี่ รัฐธรรมนูญปัจจุบันนี้ยังไม่แก้ ห้ามไปลงในสมัยที่ ๒ ท่านเป็น ๖ ปีก็พอแล้ว ท่านต้องหยุดก่อน แต่มีการต่อรองว่าเที่ยวนี้จะแก้ให้ท่าน เขียนให้ท่านว่า เมื่อผ่านรัฐธรรมนูญไปแล้ว ท่านสามารถไปลงได้อีก ถ้าอย่างนี้มันก็เป็นผลประโยชน์ เอาไปล่อกันอีกแล้ว ยิ่งกว่าให้เงินเดือนอีกอย่างนี้ อย่างนี้คือสิ่งที่ไม่สบายใจ อย่างไรท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมถึงเรียกร้องว่า สสร. ต้องมาจากการปลอดจริง ๆ ท่านประธานไม่ต้องพูด ผมจะจบอยู่แล้ว ท่านประธานอย่าไปจับไมโครโฟน ผมรู้ดี เรารักกันท่านประธานครับ นาน ๆ คนระดับผมขึ้นมาพูดอีกที ท่านประธานกับผมก็อยู่กันไม่นานแล้วในสภานี้ ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนว่าทั้งหมดที่ผมพูดนี้

(นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอาคม มีผู้ประท้วงครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ให้ผมต่อเวลา ใช่ไหมครับ

นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภา ฉะเชิงเทรา

ท่านประธานครับ ผม นิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะที่สมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปรายซึ่งเป็นผู้อาวุโสทางการเมืองนะครับ การที่ท่านจะอภิปราย หรือกล่าวอ้างอะไรนั้น ท่านอย่าได้คิด ท่านอย่าได้นึกว่าสิ่งที่สมาชิกวุฒิสภาที่มาจาก การเลือกตั้งนั้นจะประพฤติหรือปฏิบัติอย่างที่ท่านได้กล่าวอ้าง เพราะฉะนั้นผมจะขอให้ ท่านประธานนั้นได้ใช้อํานาจให้ท่านผู้อภิปรายนั้นได้กรุณาถอนคําพูดครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอาคมครับ ประชุมบรรยากาศดีมาตลอดครับ นิดเดียวครับ ท่านถอนเสียก็จบ

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ดีมากครับ คือการถอนคําพูดในสภานี่แสดงว่าสิ่งที่เราพูดไปนั้นมันไม่ถูกต้อง แต่ท่านนิคมก็บอกแล้วว่า แกก็นับถือผม ผมก็นับถือแก แต่ผมไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นจริง เพราะว่ามันต้องพิสูจน์ ตอนร่างรัฐธรรมนูญ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านถอนเถอะครับ ท่านอาคมถอนเถอะครับ ถอนที่ไปใส่ร้ายเขาว่ามีผลประโยชน์ ท่านครับ ผมวินิจฉัยให้ถอน ควรถอนครับท่านครับ

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เพราะฉะนั้น เพื่อให้ประธานมีอํานาจ ผมขอถอน ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับท่านครับ ต้องขอบคุณมากเลยครับ บรรยากาศมาดีแล้วครับ ท่านเทพไท เสนพงศ์ ๑๓ นาที เชิญครับ

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องเรียนกับท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาเลยครับ ว่าผมคนหนึ่งครับที่ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับที่เสนอต่อสภาในวันนี้ ผมมีเหตุผล ก็คือว่าการที่มีร่างทั้ง ๓ ฉบับเสนอต่อสภา โดยอ้างเรื่องมีความจําเป็นที่จะต้อง แก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดเรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ตลอดเวลาว่าเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบธรรม แล้วก็พยายามที่จะอ้างเรื่องรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ขึ้นมาเทียบเคียงอยู่ตลอดเวลา ตลอดระยะเวลาที่มีการหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ในสนามเลือกตั้ง และเวทีการเมืองอื่นก็พยายามที่จะหยิบยกเรื่องรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ขึ้นมา โดยบอกว่าถ้ามีโอกาสในการแก้ไขและมีโอกาสที่จะเป็นรัฐบาลก็จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ขึ้นมา ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในเรื่องหลักการและเรื่องแนวทางในระบอบประชาธิปไตย ไม่ต่างกันเลยครับท่านประธาน ยิ่งด้วยซ้ําไปก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีประชาธิปไตยมากกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เสียด้วยซ้ําไปครับ เพียงแต่ที่มาของ รัฐธรรมนูญที่มีความแตกต่างกัน ผมเชื่อครับท่านประธานว่าถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้ ไปประกาศหรือไปผ่านการร่างของ สสร. ของชุดที่จะมีการแต่งตั้งขึ้นมานี่ครับ ผมก็คิดว่าคนเหล่านี้ก็ยอมรับแล้วก็ชื่นชมว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็เป็นรัฐธรรมนูญ ที่มีประชาธิปไตย ที่ผมเรียนว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีความเป็นประชาธิปไตยและก้าวหน้า กว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็คือว่าท่านประธานคงจะเห็นครับว่าเค้าโครงและหลักการของ รัฐธรรมนูญทั้ง ๒ ฉบับไม่แตกต่างกันเลย เพียงแต่เราเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ขึ้นมา อุดช่องโหว่หรือช่องว่างของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ในวันที่เราประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ทุกคนก็ยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีประชาธิปไตยแล้วก็รอบคอบ แต่เรามี นักการเมืองบางคนบางกลุ่มที่เขาบอกว่าฉลาดแกมโกงนะครับท่านประธานได้อาศัยช่องว่าง ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง จึงเป็นที่มาของสาเหตุ ของการล้มล้างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และมีการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ขึ้นมา โดยอุดช่องโหว่ ช่องว่างของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ในจุดต่าง ๆ แค่นั้นเองครับ เช่นกรณีไหนบ้าง ท่านประธาน เช่น กรณีการแทรกแซงองค์กรอิสระ การที่ตัวแทนของพรรคการเมืองเข้าไป เป็นกรรมการสรรหาองค์กรอิสระแล้วมีการบล็อกโหวต (Block vote) ขึ้นมา มีเรื่องการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรในกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจทําได้ยาก สิ่งเหล่านี้เป็นหลักการสําคัญที่ทําให้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เห็นว่าก็ควรที่จะอุดช่องโหว่ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ขึ้นมา จึงทําให้เป็นรัฐธรรมนูญที่ผมเชื่อว่าในส่วนตัวผมคิดว่า ค่อนข้างสมบูรณ์และไม่มีปัญหาในทางปฏิบัติใด ๆ ทั้งสิ้น ผมอยากกราบเรียนกับ ท่านประธานครับว่าผมอยากจะให้คนเหล่านี้ล้มเลิกแนวความคิดเรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญ อยากจะให้ดูเนื้อหาของรัฐธรรมนูญมากกว่าที่มา ถ้าท่านประธานเคยได้ยินคํากล่าวของ เติ้งเสี่ยวผิงที่บอกว่าแมวสีอะไรก็ได้ขอให้จับหนู รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กับปี ๒๕๕๐ เช่นเดียวกันครับท่านประธาน เราก็ไม่ควรที่จะพูดถึงที่มาพูดถึงเนื้อหาว่าวันนี้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหน แล้วควรจะแก้ไขตรงไหนครับ ผมตั้งคําถามนี้ กับบุคคลที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หลายครั้งครับ ก็ไม่มีใครตอบได้เลยว่าตรงไหนบ้าง ที่ควรจะแก้ไข ถ้ากลับไปดูการศึกษาของคณะกรรมาธิการอย่างน้อย ๒ ชุด ก็คือคณะกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องปัญหารัฐธรรมนูญที่มีคุณดิเรก ถึงฝั่ง ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม ศึกษา แล้วก็คณะกรรมการของอาจารย์สมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามอีกครั้ง ศึกษา เห็นได้ชัดว่าจุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีเพียง ๓-๔ จุด แค่นั้นเอง ในส่วนตัวผมคิดว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่สมาชิกพูดและมีผลกระทบต่อสมาชิกนี่ ผมคิดว่าแค่ ๒ จุดครับ คือมาตรา ๒๓๗ กับมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ เท่านั้นเองครับ นั่นก็คือเกี่ยวกับการยุบพรรค สมาชิกเป็นห่วง กลัวจะกระทบของตัวเอง ผมเองส่วนตัว ก็ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรค แต่ว่าผมเห็นว่าเมื่อมีการทุจริตในการเลือกตั้งของพรรคการเมือง จะต้องมีคนรับผิดชอบ กรรมการบริหารพรรคถ้ารู้เห็น อันนี้ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หลายคนบอกว่ามีปัญหากับการปฏิบัติหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการช่วยเหลือประชาชน รวมไปถึงการที่จะมีตําแหน่ง ทางการเมืองของ ส.ส. ที่จะเข้าไปเป็นเลขานุการรัฐมนตรีและที่ปรึกษารัฐมนตรี เพื่อจะไปเป็นศึกษางานในด้านการบริหารเพื่อวันข้างหน้าจะก้าวหน้าไปเป็นรัฐมนตรี ในอนาคต อันนี้ผมก็ไม่ได้ติดใจครับ ผมถือว่าเป็นข้อบกพร่องที่สมาชิกส่วนใหญ่อยากจะให้มี แต่ผมติดใจก็คือว่ามันไม่ใช่ปัญหาของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่ปัญหาของคนส่วนใหญ่ ของประเทศนี้ แต่มันเป็นปัญหาส่วนบุคคลที่มีคนพยายามที่จะแก้ไขซึ่งไม่มีหลักประกันใดว่า จะไม่แก้ไขได้ ข้อที่เป็นห่วงก็คือ กรณีมาตรา ๑๐๒ (๗) ที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บอกว่าบุคคลที่เคยต้องคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ํารวยผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ผมถามท่านประธานนะครับ มาตรานี้กระทบกับใครบ้างในแผ่นดินนี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงรู้ว่ากระทบแก่คนคนเดียวแค่นั้นเองละครับ และมีหลักประกัน อะไรว่าวันข้างหน้าถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๒ (๗) หล่นหายไปด้วยความเจตนา หรือไม่เจตนาของ สสร. ก็ตาม ก็จะทําให้คนคนหนึ่งที่มีคุณสมบัติที่ขาดตามมาตรา ๑๐๒ (๗) มีโอกาสเข้ามาในวงการเมืองอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอันนี้ผมคิดว่ามันเป็นการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อคนคนเดียวมากกว่าเพื่อคนทั้งประเทศครับท่านประธาน อีกมาตราหนึ่งที่ผมคิดว่า หลายคนกังวลก็คือมาตรา ๓๐๙ ซึ่งอยู่ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมเชื่อนะครับ ถ้าหากว่า สสร. หรือเราอนุมัติให้ สสร. ฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วก็ร่างขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับ แม้ว่าอาจจะหมิ่นเหม่ต่อการขัดต่อรัฐธรรมนูญตามที่ท่าน ส.ส. อาคม ได้พูดก็ตาม ตรงนี้เอง คนที่ได้รับผลประโยชน์จากมาตรา ๓๐๙ เต็ม ๆ ก็เป็นบุคคลคนเดียวครับท่านประธาน ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ครับ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานครับว่าการที่เรารู้ จุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญเพียง ๓-๔ จุด มันก็ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะเลิกรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดแล้วก็ร่างใหม่ ผมจะไม่พูดในกรณีการตั้ง สสร. แล้วก็แก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะเช็คเปล่า หรือแบลงก์เช็ค แต่ผมเรียนว่าการให้ สสร. ไปยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ต่างอะไรกับเรา ให้กระดาษไปแผ่นหนึ่งให้กับนักเรียนอนุบาลไปวาดรูปโดยไม่บอกเค้าโครงและให้เขาระบายสี ท่านประธานก็ลองนึกภาพดูว่าภาพที่ออกมามันจะเป็นอย่างไร อันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าหากว่าเราไม่ได้ขีดหรือให้กรอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เราไม่มีหลักประกันใด ๆ ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกมาอย่างไรครับ จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ แม้ว่า ร้อยตํารวจเอก เฉลิม จะยืนยันว่าในร่างของรัฐบาล ได้เขียนเรื่องนี้ไว้ชัด แต่เราไม่มีหลักประกันเพราะมันมีช่องว่างว่ามันสามารถที่จะแก้ไขได้ หลายคนวิตกกังวลว่า ถ้าหากว่าเราไม่มีความชัดเจนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีหลักประกันอะไรหรือไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่เกิดสภาพเป็นรัฐไทยใหม่ เหมือนกับกลุ่มการเมืองบางกลุ่มเคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หมวดพระมหากษัตริย์ครับ ที่ผมวิตกไปก็คือมีนักการเมืองอาวุโสเมื่อวานได้อภิปราย โดยเสนอแนวความคิดเรื่องการเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีโดยตรง ผมอยากจะเรียนครับว่า โครงสร้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ผมยังไม่เคยเห็นประเทศไหนที่เขามีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แก้ให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง ท่านประธานลองคิดดูครับว่านายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจะมีอํานาจ จะมีความเชื่อมั่น จะมีความผยองเหิมเกริม ขนาดไหนครับ ในวันที่เราไม่มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรง เลือกทางอ้อม ท่านประธาน ก็เห็นอยู่ครับ มีนักการเมืองบางคนพยายามที่จะยก ๑๕ ล้านเสียงขึ้นมาพูดอยู่ตลอดเวลาว่า นี่คือฉันทานุมัติจากพี่น้องประชาชนจะทําอะไรก็ได้ แล้วก็ไปตัดสินใหม่ในการเลือกตั้ง ครั้งต่อไป ถ้าเรามีนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง และมีเสียงสนับสนุนเป็น ๒๐ ล้านเสียง ท่านประธานแน่ใจหรือครับว่านายกรัฐมนตรีคนนั้นที่จะไม่อาจหาญ หรือปีกกล้าหรือกร่างเหมือนกับรัฐมนตรีบางคนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ผมอยากจะเรียนว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่นี้นะครับ เมื่อเราพบปัญหาหรือไม้ผุ เพียงแผ่นสองแผ่น ท่านประธานคิดดูครับเราก็ควรจะแก้ไข ไม่ใช่ว่าเราจะรื้อบ้านทั้งบ้านด้วยซ้ําไป ผมคิดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้มีผลกระทบต่อสภาพการเมืองและสภาพสังคม ต่อคนส่วนใหญ่ใน ๓ ประการครับ

ประการแรกสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม ท่านประธานก็เห็นครับ ว่าวันนี้มีกลุ่มหลากสี มีกลุ่มเสื้อแดง มีกลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ อีกหลายกลุ่มครับ และไม่แน่ใจว่าในวันข้างหน้าสถานการณ์การเมืองจะพัฒนาไปอย่างไร

ประการที่ ๒ สิ้นเปลืองงบประมาณ ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานนะครับ ว่าเลือกตั้ง สสร. ใช้งบประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ระหว่าง สสร. ปฏิบัติหน้าที่ใช้สิทธิ เหมือนกับ ส.ส. ทุกประการ ใช้งบประมาณอีกเท่าไร ทําประชามติอีก ๓,๕๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าเราต้องเสียเงินงบประมาณประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท

ประการที่ ๓ โอกาสที่รัฐบาลจะสนใจปัญหาประชาชนเรื่องข้าวของแพง เรื่องน้ําท่วม แทบจะไม่มีครับ เพราะรัฐบาลเอาใจใส่แล้วก็เฝ้าระวังเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นส่วนใหญ่ เหตุผลทั้งหมดนี้ที่ผมคิดว่าผมไม่สนับสนุนครับ การที่สมาชิกหลายท่าน พยายามพูดกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีขึ้นมาเพื่อกลั่นแกล้ง พันตํารวจโท ทักษิณ ผมก็อยากจะตั้งคําถามกับท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เกิดขึ้นมีการพยายามทํา เพื่อพันตํารวจโท ทักษิณ เพียงคนเดียวใช่หรือไม่ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มาที่ซีกรัฐบาลครับ ท่านวัฒนา เมืองสุข ๑๕ นาทีครับ

นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัฒนา เมืองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ โดยมีเหตุผลดังนี้ครับ

ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นจนนําไปสู่การสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ในสังคมไทยมีที่มาจากความขัดแย้งทางการเมือง สาเหตุสําคัญก็คือเป็นความขัดแย้งในเชิง โครงสร้างที่เกิดจากการเมือง การปกครอง กฎหมาย การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นไป ตามหลักนิติธรรม รวมถึงกลไกในระบอบประชาธิปไตยที่อ่อนแอ สิ่งนี้ผมไม่ได้พูดขึ้นเอง แต่มาจากการศึกษาของคณะกรรมการอิสระที่รัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลนี้ได้ให้ทําหน้าที่ ในเรื่องของการปรองดอง เมื่อพิจารณาสาเหตุของปัญหาแล้วก็มาดูประกอบกับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เราจะพบว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นี้ คือต้นเหตุแห่งความขัดแย้งทั้งปวง ผมตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกหลายท่าน โดยเฉพาะท่านสมาชิกวุฒิสภาหลายท่าน บอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ก็มาจากปี ๒๕๔๐ ท่านสมาชิกฝ่ายค้านที่อภิปราย อยากดูสาระ หลายท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ อาจจะมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย เหมือนไม้ผุเพียงบางแผ่น เหตุไฉนถึงต้องรื้อทั้งบ้าน แต่ความจริงที่ผุไม่ใช่เพียงบางแผ่น ไม่ใช่ไม้ครับ แต่ผุที่ฐานราก ถ้าท่านไม่แก้ไขก็จะพังกันมาลงทั้งประเทศ กระผมกราบเรียนอย่างนี้ ท่านประธานครับ กระผมยอมรับว่าการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้นํามาซึ่งความขัดแย้ง อย่างแน่นอน แต่การไม่แก้ ไม่ได้แปลว่าไม่มีความขัดแย้ง การไม่แก้ก็ยังมีความขัดแย้งเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงทางที่จะต้องเลือกระหว่างแก้ ไม่แก้ ผมว่าดีที่สุดกระบวนการ ทางประชาธิปไตยก็คือให้ประชาชนตัดสิน ท่านประธานครับ การขอแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ กระผมคิดว่าเป็นกระบวนการที่น่าจะเป็นประชาธิปไตยที่สุด พรรคการเมืองได้แถลง เป็นนโยบายหาเสียงไว้รวมถึงกระบวนการแก้ไขทําโดยการตั้ง สสร. มีการเลือกตั้ง เราเป็นนักการเมืองที่มาจากระบอบประชาธิปไตยอย่ากลัวการเลือกตั้ง อย่ากลัวประชาชนครับ ผมจะกราบเรียนท่านประธานถึงเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ ที่กระผมเห็นว่าขัดต่อหลักการประชาธิปไตยไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรม และที่สําคัญครับ ขัดต่อกติกาของสหประชาชาติซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายระหว่างประเทศ นั่นคือกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือที่ภาษาอังกฤษ ใช้ตัวย่อว่า ไอซีซีพีอาร์ (ICCPR) ท่านสมาชิกทั้งหลายถ้าไม่มั่นใจนะครับ คลิก (Click) เข้าไป ในกูเกิล ไปเปิดดูผมจะกราบเรียนต่อไป เพราะฉะนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กระผมไม่ได้ดูว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีที่มาจากใคร แต่เราดูว่าสาระของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นประชาธิปไตยเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ ถ้าไม่เป็นต้องแก้ไขครับ เราจะปล่อยให้ ความอัปลักษณ์อย่างนี้อยู่คู่กับสังคมไทยประจานความเป็นสังคมที่ไม่มีศิวิไลซ์ (Civilize) กับประชาคมโลกผมคิดว่าไม่ควรจะให้เกิดขึ้น

ประการแรกครับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ไม่ได้สร้างดุลยภาพระหว่าง อํานาจอธิปไตยทั้ง ๓ อํานาจ โดยเฉพาะองค์กรอิสระที่ทําหน้าที่ตรวจสอบไม่สามารถ ที่จะถูกตรวจสอบกลับได้ หรือนัยหนึ่งก็คือการไม่มีความรับผิดชอบทางกฎหมาย ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรม คําว่า หลักนิติธรรม ไม่ใช่คําที่เราพูดขึ้นเองครับ เป็นคําที่ เลขาธิการสหประชาชาติได้หยิบยกเป็นหลักฐานอ้างอิง ถ้าท่านไม่มั่นใจคลิกเข้าไปดูในกูเกิล เช่นกันว่ารูล ออฟ ลอว์ (Rule of Law) ในความหมายของยูเอ็น ท่านจะบอกว่าหลักนิติ ธรรมคืออะไร เราจะพบว่าอํานาจอธิปไตยของประชาชนทั้ง ๓ อํานาจ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ บัญญัติว่าเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อํานาจผ่านองค์กร ๓ องค์กร ก็คือนิติบัญญัติผ่านรัฐสภา ฝ่ายบริหารผ่านคณะรัฐมนตรี และตุลาการก็ผ่าน ศาลยุติธรรมต่าง ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คือฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร วันนี้มีการตรวจสอบซึ่งกันและกันได้ แต่ไม่สามารถจะตรวจสอบการใช้อํานาจของฝ่ายตุลาการได้ ตรงนี้นํามาซึ่งปัญหา รวมถึงไม่สามารถตรวจสอบการใช้อํานาจขององค์กรอิสระทั้งหลายได้ เช่น ป.ป.ช. เป็นต้น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเราจะพบว่ามีคดีของ ป.ป.ช. ขาดอายุความ แต่เราไม่เห็นการแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น เราปล่อยสิ่งนี้เกิดในสังคมไทยไม่ได้ครับ องค์กรอิสระที่ทําหน้าที่ตรวจสอบเป็นองค์กรที่ใช้อํานาจของประชาชนเจ้าของอํานาจต้อง ตรวจสอบได้

ปัญหาประการที่ ๒ ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านประธานที่เคารพครับ ก็คือการเข้าสู่อํานาจของหลายองค์กรไม่เป็นไปตามหลักประชาธิปไตย แต่ไม่สําคัญเท่ากับ ขัดกับหลักการถ่วงดุลและตรวจสอบซึ่งกันและกัน ซึ่งในหลักนิติธรรม เขาเรียกว่า ความรับผิดชอบทางกฎหมายคือแอคเคานทาบิลิตี้ ทู เดอะ ลอว์ (Accountability to the law) เช่น การสรรหาผู้ที่จะทําหน้าที่ตรวจสอบถูกสรรหาโดยบุคคลที่จะถูกตรวจสอบ ตรงนี้ขัดกันโดยสิ้นเชิงครับ และถือเป็นการขัดกันซึ่งผลประโยชน์ไม่บังควรจะเกิดขึ้น ผมยอมรับว่าหลักการในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ก็เป็นหลักการประชาธิปไตยมีองค์กร ที่ทําหน้าที่ตรวจสอบ มีการตรวจสอบ แต่การได้มาซึ่งคนที่เข้ามาอยู่ในองค์กรนั้น เป็นกระบวนการที่รับไม่ได้ในทางรัฐธรรมนูญ ท่านที่เคารพครับ ผู้ที่ทําหน้าที่สรรหา ส.ว. ประกอบด้วยผู้ที่จะถูก ส.ว. ตรวจสอบ กระผมไม่ได้รังเกียจ ส.ว. การมี ส.ว.ต้องสัมพันธ์กับ อํานาจที่ท่านจะใช้ เราจะให้ ส.ว. ทําอะไร ถ้าเราจะให้ท่านตรวจสอบกฎหมาย กลั่นกรองกฎหมายไม่ต้องเลือกตั้งครับ คัดสรรเข้ามา แต่ถ้าจะใช้อํานาจของประชาชน ต้องมีที่มาจากประชาชนและต้องตรวจสอบการใช้อํานาจได้ องค์กรอิสระเช่นกันครับ

ปัญหาประการที่ ๓ ท่านที่เคารพครับ คือรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอุปสรรคต่อ การแก้ไขปัญหาสาธารณะและการพัฒนาประเทศ เช่น กรณีมาตรา ๖๗ ที่รัฐธรรมนูญ บัญญัติให้ประโยชน์ของท้องถิ่นเหนือกว่าประโยชน์ของรัฐบาลกลางในกรณีเป็นประโยชน์ สาธารณะซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกเขาทํากันครับ ประโยชน์ของรัฐบาลกลางในเรื่องสาธารณะต้อง เหนือประโยชน์ของท้องถิ่นแล้วที่สําคัญถ้าเป็นประโยชน์สาธารณะแล้ว รัฐบาลไม่ต้องถาม ความยินยอมทั้งสิ้น เช่น ไม่ต้องถามว่าท่านประธานอยากเสียภาษีไหม อยากเกณฑ์ทหารไหม เขาออกกฎหมายบังคับเลยครับ การมีมาตรา ๖๗ จะทําให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาน้ําท่วมไม่ได้ การทําทางน้ําผ่านหรือฟลัดเวย์ (Floodway) ที่ผ่าน อบต. ใดต้องไปทําประชาพิจารณ์ ต้องไปขอความยินยอม ประเทศไทยมี ๘,๐๐๐ อบต. ครับท่านประธาน การแก้ไขปัญหา ของประชาชนทําไม่ได้แน่นอนถ้ายังมีบทบัญญัตินี้อยู่ เห็นได้ชัดว่าเป็นบทบัญญัติ ที่ขัดต่อหลักกฎหมายทั่วไป

อีกประการหนึ่งครับ บทบัญญัติของมาตรา ๑๙๐ ทําให้การแก้ไขปัญหา การค้าระหว่างประเทศมีปัญหา รายละเอียดเรื่องนี้สมาชิกหลายท่านได้พูดแล้ว ผมไม่พูดซ้ํา

ปัญหาประการต่อมา การให้ตุลาการซึ่งเป็นองค์กรที่จะต้องตัดสินอรรถคดี ขององค์กรทั้งหลายเข้ามามีบทบาททางการเมืองเป็นการผิดหลักการโดยสิ้นเชิงครับ เราให้องค์กรจากภาคยุติธรรมไม่ว่าตุลาการมาคัดเลือกคนเข้าสู่ตําแหน่ง แล้วคนที่เข้าสู่ตําแหน่ง ก็คือคนที่จะต้องไปตรวจสอบการใช้อํานาจของพวกเขา ผมถึงบอกหลักการถ่วงดุลมัน ล้มเหลว นี่ครับที่ผมตอบคําถามท่านสมาชิกพรรคฝ่ายค้านว่าเพราะเหตุใดจึงต้องแก้ไข

ประการต่อมารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ใช้หลักความรับผิดชอบหมู่คณะ ในทางกฎหมายที่เขาเรียกว่าเอสโซซิเอท กู๊ด (Associate good) กรณีมาตรา ๒๓๗ คนที่ไม่ได้กระทําความผิดก็ต้องรับผลไปด้วย ซึ่งหลักความรับผิดของหมู่คณะมันมีแค่ ความรับผิดชอบหรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าเรสพอนซิบิลิตี้ (Responsibility) ไม่ใช่ความรับผิด เช่น เราต้องลาออก รับผิดชอบต่อการกระทําของคนอื่น ของลูกน้องเราอย่างนี้ เขาเรียกความรับผิดชอบ แต่ถ้าลูกน้องเราไปทําผิดโดยที่เราไม่รู้เรื่อง และเอาเราไปติดคุกด้วย ไม่มีในโลกครับ ขัดต่อหลักนิติธรรม แต่มันก็เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้ว ถ้าไม่แก้ไข จะปล่อยให้มันประจานความล้มเหลวของประเทศไทยในสายตาประชาคมโลกต่อไปหรือครับ

หลักต่อมาครับท่านประธาน บทบัญญัติในเรื่องศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ขัดต่อกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง หรือไอซีซีพีอาร์ ของสหประชาชาติ ในมาตรา ๑๔ ข้อ ๕ ของกติกาดังกล่าวบัญญัติไว้ว่าบุคคลผู้ต้องคําพิพากษาให้ลงโทษในทางอาญาย่อมมีสิทธิ ที่จะอุทธรณ์คําพิพากษานั้นไปยังศาลที่สูงกว่า ภาษาอังกฤษเขาใช้คําว่า เดอะ ไฮเออร์ ไทรบิวเนิล (The higher tribunal) แต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาทางการเมืองของเรามีศาลเดียวครับ กติกาบทบัญญัตินี้ขัดต่อหลักกฎหมายสากลของสหประชาชาติซึ่งเป็นกฎหมายที่ประเทศไทย เข้าเป็นภาคี โดยการภาคยานุวัฒน์เมื่อปี ๒๕๓๙ มีผลบังคับกับประเทศไทยในปี ๒๕๔๐ แล้วเราจะปล่อยความเลอะเทอะแบบนี้ให้อยู่ในสังคมไทยหรือครับ ท่านกําลังจะบอกกับ สังคมโลกว่าประเทศไทยนี้มันเป็นประเทศที่ไร้อารยะ ไม่มีความรู้ความเข้าใจเลย มีบทบัญญัติของกฎหมายที่ขัดกับหลักนิติธรรมสากล ขัดกับกฎเกณฑ์ของสหประชาชาติ ขัดกับหลักมนุษยชน ท่านต้องการอย่างนั้นหรือครับ จริงอยู่ถึงแม้มาตรา ๒๗๘ ของรัฐธรรมนูญจะบอกว่าถ้ามีข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ให้อุทธรณ์ไปยังที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หรือท่านกําลังจะบอกผมว่าที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นศาลที่ ๔ สูงกว่าศาลฎีกาอีก บทบัญญัติทั้งปวงมันขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิงมันรับไม่ได้ครับ

ประการต่อมาครับ ในหลักนิติธรรมกฎหมายต้องมีความแน่นอนครับ ภาษาทางกฎหมายเขาใช้คําว่าลีเกิล เซอเทินลี (Legal certainly) การเข้าถึงกฎหมาย ของประชาชนต้องเข้าถึงได้โดยง่าย ไม่ได้แปลว่าให้ไปจ้างทนายนะครับ แต่ประชาชนต้อง อ่านกฎหมายได้มีความเข้าใจ แต่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ขาดความชัดเจน ขาดความแน่นอน จนต้องนําไปสู่การตีความทางกฎหมายไม่เว้นแต่ละวัน ถ้าไม่คิดว่าฝ่ายค้านหาเรื่อง ก็ต้องบอกว่ากฎหมายไม่ชัดเจน ซึ่งขัดกับหลักนิติธรรมชัดเจนครับ เราจะปล่อยให้กฎหมาย ที่มีความไม่ชัดเจนอยู่ในสังคม ให้ประชาชนขัดแย้งกัน ต้องนําไปสู่การตีความทุกวัน มันนํามาซึ่งความขัดแย้งครับ ท้ายที่สุดถ้าการตีความไม่เป็นไปอย่างที่ใจของอีกฝั่งหนึ่ง ก็นําไปสู่ความขัดแย้งเช่นกัน

ท้ายที่สุดท่านประธานครับ บทบัญญัติในมาตรา ๓๐๙ ขัดต่อนิติประเพณี ของประเทศไทย และนิติประเพณีของสากล มาตรา ๓๐๙ เป็นเรื่องของการนิรโทษกรรม คือการลืมการกระทําในอดีต ไม่มีการลืมการกระทําในอนาคตครับ ดังนั้นการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่ได้แก้ไขเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่มันเป็นการแก้ไขเพื่อวางโครงสร้าง ทางการเมืองของประเทศเสียใหม่ ท่านประธานครับ การเมืองกับการแข่งขันกีฬาเหมือนกัน การเมืองมีคนดูกีฬาก็มีคนดู ฟุตบอลแข่งกัน ๒ ทีม ถ้ากรรมการมีความเป็นกลางแพ้ ชนะ คนไม่ชกกัน นักฟุตบอลไม่ชกกัน การเมืองก็เหมือนกันถ้ามีความเป็นธรรมแพ้ก็ต้องยอมแพ้ แต่ถ้าฟุตบอลแข่งกันกรรมการลําเอียงเมื่อไร นอกจากนักฟุตบอลชกกันแล้วคนดูรอบสนาม ก็จะลงมาเหยียบกรรมการ แล้วเหยียบนักฟุตบอลด้วย เราจะปล่อยสภาพสังคมแบบนี้ ให้อยู่ในสังคมไทยหรือครับ สิ่งที่สมาชิกฝ่ายค้านเรียกร้องให้ผมบอกว่าไม่เหมาะสมอย่างไร รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมบอกเชิงโครงสร้างทั้งหมด และไม่เป็นเชิงโครงสร้างแค่ประเทศไทย แต่เป็นโครงสร้างของสากลด้วยซ้ํา ถามว่ามีใครได้ประโยชน์จากการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่มีครับ แต่เป็นประเทศไทยได้รับประโยชน์ อย่างน้อยประเทศไทยจะถูกยกขึ้นเป็นสังคมแห่งอารยะ ไม่ใช่สังคมที่รู้ผิดแล้วไม่แก้ไข คุณแม่ผมสอนครับ คนดีต้องแก้ไขครับ ท่านประธานครับ ท่านสมาชิกฝ่ายค้านท่านหนึ่งบอกว่าองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ถูกครอบงํา เพราะว่ากระบวนการคัดสรรที่มาจากพรรคการเมือง ขนาดถูกครอบงํามีคนหนึ่งในพรรคการเมือง ไปหลุดอยู่ในการคัดสรรยังเกิดการครอบงําได้ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เอาคนที่จะ ถูกตรวจสอบไปคัดคนที่ตรวจสอบเขา แล้วกระบานการตรวจสอบจะใช้ได้อย่างไรครับ อํานาจอธิปไตยที่เป็นอํานาจของประชาชนไม่ได้รับการรับรองครับ

ท้ายที่สุดกระผมกราบเรียนว่าที่มาที่ไปของรัฐธรรมนูญไม่มีความสลักสําคัญ เท่ากับเนื้อหาสาระ สิ่งที่ผมกราบเรียนไม่ได้บอกเลยสาระของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มาจากเผด็จการหรือไม่ไม่สําคัญ แม้มาจากประชาชนถ้าเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย ก็รับไม่ได้ก็ต้องแก้ไข และคําว่า ประชาธิปไตย หรือหลักคําว่า นิติธรรมไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง ไปคิดขึ้นมาเอง มันมีหลักฐานการอ้างอิง มีเรฟเฟอเรนซ์ (Reference) มีอยู่ในเอกสาร ของสหประชาชาติ ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ไม่สามารถจะพูดขึ้นมาลอย ๆ ได้ ผมยอมรับหลักการ ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ กับปี ๒๕๔๐ เหมือนกันมีองค์การต่าง ๆ เหมือนกัน แต่การเข้าสู่อํานาจไม่เหมือนกันโดยสิ้นเชิง รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ทําให้การตรวจสอบ การใช้อํานาจของประชาชนล้มเหลว ทําให้อํานาจของประชาชนไม่ได้รับการยอมรับ ทําให้องค์กรอิสระและองค์กรที่ไม่ถูกตรวจสอบใช้อํานาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ และขัดต่อหลักนิติธรรมนํามาซึ่งความขัดแย้ง ถ้าวันนี้เราไม่แก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ในสังคมไทยจะไม่ยุติครับและบ้านเมืองปรองดองไม่ได้ ถามว่าทําไมต้องแก้วันนี้ ผมก็บอกแล้วครับไม่แก้ก็ขัดแย้ง แก้ก็ขัดแย้ง เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเราก็คือต้องทํา ในสิ่งที่เห็นว่าดีที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุดครับ เป็นนักการเมืองอย่ากลัวประชาชนครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวิเชียร ขาวขํา ๑๐ นาที

นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนว่าการบริหารราชการแผ่นดิน หรือการบริหารบ้านเมืองนั้น กลไกหนึ่งหรือเครื่องมือหนึ่งของรัฐบาลนั้น จะต้องเป็น กฎหมายหรือกฎกติกาของสังคม เราต้องยอมรับว่าหลายปีที่ผ่านมาเราได้ใช้กฎหมาย หรือกฎระเบียบที่เป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์จากคณะปฏิวัติ เรายืนยันว่าเป็นร่องรอย ทางประวัติศาสตร์ที่ประชาชนไม่ต้องการ แม้จะมีบางพรรคบางพวกนิยมชมชอบว่า การปฏิวัติรัฐประหารนั้น ทําไปโดยความชอบธรรมอย่างไรก็ตาม แต่ในนานาอารยประเทศ คําว่า ปฏิวัติรัฐประหาร จะไม่ถูกยกย่องจากสังคมโดยทั่วไป แม้จะเป็นการปฏิวัติที่บางกลุ่มชอบ บางกลุ่มไม่ชอบก็ตาม แต่ท้ายที่สุดถ้าการปฏิวัติผ่านไปแล้ว ร่องรอยทางประวัติศาสตร์นั้น เขาก็จะพยายามลบเลือนให้หายไปจากประวัติศาสตร์ของประเทศนั้น ท่านประธานครับ วันนั้นเราจํากันได้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญของคณะปฏิวัติที่ผ่านมาเขาตั้งคณะร่างรัฐธรรมนูญ มาจากอํานาจปลายปืนหรือการปฏิวัติ เขาตั้งคณะบุคคลขึ้นมา แล้วนอกจากนั้น ท่านทั้งหลายคงจําได้ว่าการที่ให้ประชาชนลงประชามติในการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น จะมีทหารลงไปคุมอยู่ทุกตําบล แม้กระทั่งอําเภอบ้านผือ อําเภอบ้านผมจะมีนายทหารคนหนึ่ง แล้วก็มีทหารชั้นประทวนอีก ๕ คน และตําบลละ ๒ คน วันนั้นไปก็ไปเจอกันในการร่วมงาน ของอําเภอบ้านผือ ผมก็ทักทายกับเขา เขาก็บอกว่าเขามาทําตามหน้าที่ แล้วผมก็ขึ้นป้ายว่า ผมไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นสีแดงเต็มทั้งพื้นที่ มีนายทหารไปบอกนายอําเภอ ให้นายอําเภอมาสั่งผม ให้ผมเอาป้ายเหล่านั้นลง ผมก็บอกว่ามันเป็นสิทธิเสรีภาพของผม ผมสามารถแสดงออกโดยไม่ไปกระทบใคร ผมไม่เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมก็แสดงออก โดยการเขียนบอกประชาชนให้รู้ว่าผมไม่เห็นชอบ แต่ท้ายที่สุดท่านประธานคงจําได้ ในทั้งหมด ๑๙ จังหวัดเวลานั้นของภาคอีสาน ยังไม่มีจังหวัดบึงกาฬ ๑๙ จังหวัดเวลานั้น เป็นสีแดง ๑๘ จังหวัด ก็คือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้น – ยกเว้นจังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งมีทหารลงไปเต็มพื้นที่ทุกหมู่บ้าน แล้วไปหลอกประชาชนว่า ให้รับร่างฉบับนี้เป็นของคนโน้น คนนี้ ซึ่งอ้างสถาบันบางอย่างให้ประชาชนไขว้เขว แล้วเอารูป ที่พวกเราเคารพสักการะแต่ไม่อยากกล่าวถึงในสภาแห่งนี้ซึ่งเป็นข้อห้าม ไปหลอกประชาชน ไปแจกประชาชน แล้วหลอกประชาชนให้รับรัฐธรรมนูญฉบับนั้นจนจังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดเดียว ในภาคอีสานที่เป็นสีเขียว การรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นชนะการไม่รับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ พรรคการเมืองเก่าแก่บางพรรคเคยร่วมสภาด้วยกันมาสมัยนั้นเป็นตัวตั้งตัวตี ในการแก้ ปว. ๒๑๘ ท่านประธานคงจําได้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ถึงปี ๒๕๓๕ พยายามเหลือเกินว่า คําว่า ปว. คือปฏิวัตินี่ล่ะครับ มาตรา ๒๑๘ มันเป็นอุปสรรค มันเป็นร่องรอยของเผด็จการ ผมจําได้ครับ ยังก้องอยู่ในหูครับ เราจะต้องแก้ไข เราจะต้องลบมันออกไปจนกระทั่งพยายาม ช่วยกันในสภาแห่งนั้น จะไม่มีคําว่า ปว. ใดเลยในรัฐธรรมนูญ ในกฎหมายทุกฉบับ แม้กระทั่ง กฎหมายอาญา กฎหมายอาญาทุกฉบับทุกมาตรา ถ้ามีคําว่า ปว. อยู่ขึ้นต้น เราช่วยกันแก้ไขทั้งสิ้น ไม่ให้เหลือร่องรอยนั้น แม้กระทั่งในต่างประเทศก็เช่นเดียวกันถ้าหากเราจะย้อนไปอย่างนั้น เราจะเห็นว่าทุกคนไม่นิยมชมชอบการปฏิวัติ นี่คือเหตุผลหนึ่งในการที่เราจะเสนอให้มี การแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จริงอยู่มีการไม่เห็นด้วย มีการเห็นต่าง ของฝ่ายอีกฝ่ายหนึ่งแต่ก็เป็นสิทธิเสรีภาพของท่าน เราฝ่ายเสียงข้างมากเราเห็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้สมควรจะแก้ไข สมควรจะเปลี่ยนแปลง เราก็นําเสนอเข้าสู่สภา ซึ่งมันเป็นหลักประชาธิปไตยทั่ว ๆ ไป เราไม่ต้องพูดถึงสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ เราย้อนกลับไป ตามหมู่บ้านต่าง ๆ เวลาเขาจะจัดงานบุญงานกุศลต่าง ๆ เขาก็จะประชุมกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาจะประชุมชาวบ้าน ประชุมชาวบ้านแล้วก็ถามว่าเราจะจ้างอะไรมาเป็นมหรสพ อย่างบ้านผมบางครั้งเสียงส่วนหนึ่งก็บอกจ้างหมอลํา บางกลุ่มก็บอกจ้างหนัง บางกลุ่มก็บอก จ้างดนตรี สุดท้ายเอาเสียงอะไรตัดสินครับ คือเสียงลงมติ เสียงส่วนใหญ่ว่าไปจ้างหมอลําก็ ต้องไปจ้างหมอลํา เสียงส่วนน้อยเขาก็ยอมรับ แม้กระทั่งในภาคใต้ บางจังหวัดบางหมู่บ้าน ก็บอกว่ากลุ่มหนึ่งบอกจ้างหนังตะลุง บางหมู่บ้านบอกจ้างภาพยนตร์ สุดท้ายเอาอะไรตัดสิน สุดท้ายสังคมส่วนรวมก็ต้องเอาเสียงส่วนใหญ่ตัดสินว่าเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นฝ่ายเรา จึงมองเห็นว่าการคงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นอุปสรรคต่อการทําหน้าที่ของผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ และเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบพรรคการเมือง ตามมาตรา ๒๓๗ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๓๐๙ เราพูดกันเหลือเกินว่าไม่มีรัฐธรรมนูญ ฉบับไหนเลยที่เขียนไว้เช่นนี้ว่าการกระทําทั้งก่อนและหลังรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ถือว่า ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เขาไม่เขียนกันแล้วครับ เขาเขียนเฉพาะว่าการกระทําก่อน อันหลังนี้เขาไม่เขียนกันแล้วครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียน เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นว่าการแก้ไข ขณะนี้จึงสมควรด้วยเวลา และนอกจากนั้นการให้เกียรติบุคคลอื่นในการเข้ามาเป็น สสร. ท่านประธานครับ มีหลายคนวิตกกังวลจะฝ่ายใดก็ช่าง วิตกกังวลว่าบุคคลนั้นเข้ามาแล้ว จะมาแก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์ บุคคลนั้นเข้ามาจะมายกเลิกมาตรา ๑๐๒ (๗) เรารู้หรือยังว่าใครจะมาเป็น สสร. จังหวัดใดบ้าง ใครบ้าง เราจะไปพูดอย่างนั้นเราจะไม่ให้เกียรติ กลุ่มบุคคลเหล่านั้นหรือ เขามาจากการเลือกตั้งของประชาชนไม่ว่าจังหวัดใดก็ตาม พอเขาเสนอตัวเข้ามาประชาชนใช้ดุลยพินิจในการเลือกตั้งเขาเข้ามา เขาย่อมมีสามัญสํานึก ในความจงรักภักดี เขาย่อมมีสามัญสํานึกในการบริหารบ้านเมืองของพวกเราด้วยกัน ต่างคนต่างเข้ามารับผิดชอบบ้านเมืองด้วยกัน เขาจะไม่ทําอย่างที่พวกท่านกล่าวหา เขาจะไม่ไปยกเลิกมาตรา ๑๐๒ (๗) ให้บุคคลที่กระทําความผิดทางการเมืองในการคอร์รัปชัน อย่างนั้นอย่างนี้กลับมาเล่นการเมือง แต่ว่าท่านพูดจามาทั้งหลายก็มุ่งเน้นไปบุคคลคนเดียวที่ถูกกล่าวหา ท่านประธานครับ เราต้องยอมรับว่าคณะปฏิวัติคณะนั้นตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทําที่ก่อให้เกิด ความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ขึ้นมานี่ตั้งเฉพาะคนที่อยู่ตรงกันข้ามอดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนั้นมาตรวจสอบทรัพย์สินเขา อย่างนี้มันเป็นธรรมที่ไหนละครับ เพราะฉะนั้นเราจะต้อง เป็นกลางทําใจยอมรับบุคคลอื่นบ้าง จริงอยู่ท่านบอกว่าการเลือกตั้ง สสร. นี่พรรคฝ่ายโน้น ฝ่ายนี้จะได้ประโยชน์ ท่านประธานครับ บ้านเมืองไหนประชาชนนิยมชมชอบอะไร เราต้องยกย่องประชาชนแล้วให้เกียรติประชาชน เราจะเอาหลักการอะไรมาบริหารบ้านเมือง เอาหลักกูมันก็ไม่ได้ มันต้องเป็นหลักการ เสียงส่วนใหญ่ต้องมาเป็นรัฐบาล ไม่ใช่เสียงส่วนน้อย อาศัยทหาร อาศัยอะไรเข้ามาเป็นรัฐบาลไม่ใช่ เขาเลือกพรรคไหนเข้ามาพรรคนั้น มาเป็นรัฐบาล พอพรรคนั้นเป็นรัฐบาลเขาจะแก้กฎหมายเขาก็ต้องทําตามเสียงส่วนใหญ่ แต่เราก็ฟังไม่ใช่ไม่ฟังเสียงส่วนน้อย ท่านประธานจะเห็นว่าการพูดการจาแต่ละครั้ง นี่จะพยายามดูหมิ่นดูแคลน และพยากรณ์ไปล่วงหน้าว่าคนนั้นจะเลว คนนั้นจะชั่ว จะแก้อย่างนั้นอย่างนี้ ผมว่ามันไม่ใช่ละครับ เราให้เกียรติตัวเอง อยากให้คนอื่นให้เกียรติตัวเอง เราต้องให้เกียรติคนอื่นว่าเขาคงไม่คิดชั่วอย่างที่พวกท่านคิดครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอเจตน์ ศิรธรานนท์ ๘ นาทีนะครับ

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมเองก็ฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ จํานวน ๑๔ ชั่วโมงเต็ม ต่อวันนี้อีกชั่วโมงครึ่ง ก็มีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนและก็ฝ่ายที่คัดค้าน ร่างการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนี้ แล้วก็เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาก็อภิปราย ทั้งเห็นด้วยและคัดค้าน ก็จริง ๆ แล้วประโยชน์ที่จะได้จากการอภิปราย ๒ วันนี้ ก็คือในเรื่องของ สสร. ถ้าเกิดขึ้นก็หมายถึงว่าเป็นประเด็นที่เพื่อนสมาชิกจะได้อภิปราย แล้วก็ฝาก สสร. เก็บเอาไว้ อีกประเด็นหนึ่งก็คือประชาชนจะได้ติดตามดูแล้วก็ตรวจสอบดูว่า สิ่งที่คาดหมายในทางที่เลวร้ายของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น จะเป็นไปตามที่ตั้งข้อสังเกตเอาไว้หรือไม่ ท่านประธานครับ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่างนี้ มีหลักการเหมือนกันทั้ง ๓ ร่าง แต่เหตุผลของร่างจากพรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา เหมือนกันซึ่งแตกต่างจากร่างของรัฐบาล ทั้ง ๓ ร่างนั้นล้วนแต่ไม่พูดถึงรายละเอียดที่จะแก้ไข แต่กล่าวถึงวิธีการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ในหลักการของการเขียน กฎหมายใดก็สนองตอบต่อกลุ่มคนผู้เขียนกฎหมายนั้น แล้วก็เนื่องจากผู้เสนอร่างกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมตรงนี้เป็นรัฐบาลแล้วก็พรรคร่วม เพราะฉะนั้นก็เป็นไปตามเจตนารมณ์ ของพรรคเพื่อไทยที่เคยหาเสียงไว้ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกตินะครับ แต่ทีนี้เราก็สามารถคาดการณ์ในตัวของ สสร. ได้ว่าจะมาจากที่ใด และแนวทางของ รัฐธรรมนูญฉบับที่ ๑๙ ที่จะเกิดขึ้นนี่จะมีทิศทางไปในแนวทางใด ท่านประธานครับ ในเหตุผลของร่างทั้ง ๒ ของพรรคการเมืองที่เขียนว่า ผมขออ่านยกมาในบางส่วนว่า กระบวนการได้มาซึ่งองค์กรที่ใช้อํานาจอธิปไตยและการได้มาซึ่งบุคคลในองค์กรอิสระต่าง ๆ ขาดความเชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชน และขัดต่อหลักความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีระบบถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่มีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบอํานวยความยุติธรรมกับประชาชน เปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติเป็น ๒ มาตรฐาน และมีการใช้ดุลยพินิจที่เกินขอบเขต ตรงนี้อยู่ในเหตุผลของ ๒ ร่างของ ๒ พรรคการเมือง แต่ว่ายังดีที่ไม่มีในร่างหลักหรือว่าร่างของ ครม. หรือร่างของรัฐบาล แล้วก็ประกอบกับผม ฟังการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภาบางท่าน ทําให้ผมเชื่อว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ถึงแม้ว่าบางท่านอาจจะพูดว่า ผมเหมือนกับเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไปแล้วว่าวิตกจริตเกินเหตุ แต่ผมเชื่อด้วยความเชื่อส่วนตัวว่า มันจะเกิดขึ้นว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญรวมถึงองค์กรตุลาการ ซึ่งตรงนี้เป็นข้อกังวลใจอย่างยิ่ง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทั้ง ๓ ฉบับ ไม่ใช่การขอแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๒๙๑ เพียงมาตราเดียว แต่แท้ที่จริงเป็นการจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามที่ระบุไว้ในหลักการและเหตุผลของทั้ง ๓ ฉบับ โดยการเพิ่มหมวดใหม่ คือหมวด ๑๖ หัวข้อการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อเรามาดูหมวด ๑๕ การประชุม ที่จะเกิดขึ้นก็คือว่าหมวด ๑๕ เขียนว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แล้วก็ทางร่างทั้ง ๓ นี่ ยกขึ้นมาอิง มาตรา ๒๙๑ คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้กระทําได้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการต่าง ๆ ซึ่งก็จะไม่กล่าวในรายละเอียดในที่นี้ แต่ว่าในหลักของรัฐธรรมนูญ แล้วก็จําเป็นต้องเป็นเรื่องที่การแก้ไขหรือการเขียนใหม่ทั้งฉบับนี่มันต้องทําได้ยาก รัฐธรรมนูญโดยทั่วไป ๆ มันต้องทําได้ยาก ผมเองได้มีโอกาสคุยกับเพื่อนสมาชิกรัฐสภา ประเทศเยอรมนีนะครับ เขาก็สงสัยว่าทําไมเราถึงแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่าย เพราะว่าถ้าทํา ตามการประชุมในเมื่อวานจนถึงวันนี้นี่เราก็จะเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเทศเรานี่ มันทําได้ง่าย ถ้าหากว่าทําได้ง่ายอย่างนั้น ท่านประธานครับ แล้วก็ถ้าหากว่าเปลี่ยนขั้ว พรรคฝ่ายค้านขึ้นมาก็จะแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหรือ เขียนใหม่ทั้งฉบับอีกหรือไม่ เป็นฉบับที่ ๒๐ อีกหรือเปล่า ผมก็สงสัยตรงนั้นนะครับ เพราะว่าผมก็คิดว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยก็เขามีเจตนารมณ์ที่จะทําให้แก้ไขได้ยาก มีมาตรา ๒๙๑ ขึ้นมาก็เพียงแต่ว่าต้องการให้แก้ไขเป็นประเด็น แล้วเมื่อเราฝึก เราดูคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ศึกษาเอาไว้มี ๖ มาตรา แก้ไขไปแล้ว ๑ มาตรา ก็คือมาตรา ๑๙๐ จึงเหลือมาตราต่าง ๆ ทั้งการยุบพรรคการเมือง ที่มาของ ส.ว. ห้าม ส.ส. เป็นรัฐมนตรีและเลขานุการ ห้าม ส.ส. แทรกแซงการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งหมดที่คณะกรรมการชุดท่านดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธานนี่เสนอแล้วคิดว่าเป็นความบกพร่องของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงเสนอประเด็นที่จะแก้ไข ถ้าหากว่าเอาประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้มาใส่ไว้นะครับ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๙๑ ก็สามารถจะแก้ไขได้ แล้วก็สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ แต่ว่าการที่เราเขียนใหม่ขึ้นมาทั้งฉบับ ตามหลักการและเหตุผลของ ๓ ร่างนั้น มันก็สุ่มเสี่ยงต่อการจะถูกตีความว่าเป็นการล้มล้าง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามมาตรา ๖๘ และมาตรา ๒๘ วรรคหนึ่ง จึงเป็นการฉีก รัฐธรรมนูญทิ้งและปฏิวัติเงียบ ท่านประธานครับ ในเรื่องของการตั้ง สสร. นี่เราสามารถ จะใช้รัฐสภาที่มีในปัจจุบันทําหน้าที่แก้ไขรัฐธรรมนูญตามที่ต้องการได้ เพราะการเลือก สสร. ๗๗ คน ไม่ต่างจาก ส.ว. สรรหาที่มี ๗๖ คนแต่อย่างไร ผมสงสัยว่าร่างทั้ง ๓ ฉบับที่เกิดขึ้นมา เป็นการเขียนล้ออดีตที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๑ คือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ พ.ศ. ๒๕๔๐ ทั้งฉบับในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีบรรหาร ศิลปอาชา กระแสต่างกันกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ สมัยนั้นประชาชนต้องการปฏิรูปทางการเมืองและไม่มีใคร ส่งฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ แต่การที่ไม่มีใครส่งฟ้อง ไม่ได้หมายถึงว่าถูกต้องนะครับ การที่ไม่มีใครส่งฟ้องเพราะกระแสไม่ต้องการ แต่ว่าคราวนี้เป็นข้อที่น่าสงสัยแล้วก็ ส.ส. ที่เข้าชื่อเสนอร่างนี้สุ่มเสี่ยงต่อการจะถูกถอดถอนตามาตรา ๒๗๐ ด้วยครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านเจริญ ภักดีวานิช ๘ นาทีครับ

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม เจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพัทลุง ก่อนอื่นกระผมสนับสนุน การร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมเจ็บปวดแทนเหมือนคนไทยทั้งประเทศและอับอาย ในการรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ เศรษฐกิจเสียหาย ต่างประเทศประณามเรานะครับ ที่สําคัญก็คือเกิดความแตกแยกจนปัจจุบัน ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรีของเราทุกคน หลังปฏิวัติถูกด่า ๒๔ ชั่วโมงครับ เบอร์หนึ่งของประเทศนะ น่าอับอายไหมครับ เนื่องจากความแตกแยก นี่คือมรดกของการรัฐประหาร ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ท่านเลขาธิการสหประชาชาตินี่ครับ ท่านโคฟี อันนัน ท่านได้กล่าวว่าอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ท่านกล่าวว่าไม่สนับสนุนให้เกิดรัฐประหารไม่ว่าที่ไหนก็ตามครับ แล้วท่านกล่าวที่น่าเจ็บปวดกว่านี้ก็คือว่าในสหภาพแอฟริกานี่ เราจะไม่สนับสนุนผู้ที่ก้าวขึ้น สู่อํานาจด้วยกระบอกปืน ประเทศนิวซีแลนด์ ท่านนายกรัฐมนตรีเอลิน คลาก ได้ประณาม ขบวนการใดที่มีจุดประสงค์เพื่อล้มล้างรัฐบาลหากขบวนการนั้นไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหราชอาณาจักรคืออังกฤษไม่พอใจต่อการใช้กําลังยึดอํานาจ ผมประหยัดเวลาเพราะเวลาผมน้อยครับท่านประธาน ประเทศสหรัฐอเมริกาเขาไม่พอใจ ตัดเงินช่วยเหลือ ๘๐๐ ล้านบาทครับ ที่น่าเจ็บปวดกว่านี้ครับ สหภาพรัฐสภาไอพียู (IPU) ไอพียูตัดสิทธิประเทศไทยเราออกจากการเป็นสมาชิกรัฐสภา ผมกราบเรียนท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมถึงได้แสดงท่าทีการต่อต้านรัฐประหารโดยการโน โหวต (No Vote) ในแห่งสภานี้กระผมก็ได้พูด ๒-๓ ครั้ง ในตอนที่คณะกรรมการสมานฉันท์ได้เสนอต่อสภาว่า ขอให้นํานักรัฐประหารมาลงโทษให้ได้ ให้ศาลตัดสินให้ได้ เพื่อต่อไปนี้จะไม่มีการรัฐประหาร ในประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าทําไมสนับสนุน เอแบค โพล ได้สํารวจประชากร ๒๘ จังหวัด ๑๘ ปีขึ้นไป ๔,๕๖๑ คน ๕๓.๘ เปอร์เซ็นต์ เห็นด้วย เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๑ นักวิชาการ ๑๓๗ คน ทั่วประเทศก็เรียกร้องให้มี การแก้รัฐธรรมนูญใหม่ สิ่งที่เรียกร้องนั้น

ประการแรกก็คือขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ กระผมกราบเรียน ท่านประธานว่าในการเสนอร่างครั้งนี้นั้นให้มี สสร. ถ้าเผื่อเราอยู่ในสังคมประชาธิปไตย เราไม่เชื่อถือประชาชนนี่ก็คือความแตกแยกส่วนหนึ่ง เราดูถูกคนจน คนบ้านนอกว่าไม่มีการศึกษา เราไม่ยอมรับการเลือกตั้ง เราไม่ยอมรับการตัดสินใจของประชาชน ความแตกแยกจึงเกิดขึ้น สังคมประชาธิปไตยถือว่าอํานาจสูงสุดก็คือของประชาชน การเลือก สสร. ครั้งนี้ก็นําไปสู่ การเปลี่ยนแปลง หรือการแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ดังนั้นเราต้องวางใจ ในการตัดสินใจของประชาชน กระผมมีข้อสังเกตในการเสนอร่างครั้งนี้ ๒-๓ ข้อ ท่านประธานครับ กระผมกับคณะคิดว่าจะแปรญัตติคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นสมาชิก สสร. ต้องให้พ้นจากการเมืองนะครับ ในมาตรา ๒๙๑/๕ ผมคิดว่ามีความจําเป็นเพื่อให้เกิดวางใจว่า สสร. ไม่ถูกครอบงําทางการเมือง

ประการที่ ๒ ที่กระผมคิดว่าน่าจะต้องแปรญัตติก็คือมาตรา ๒๙๑/๑๑ ครับ การกําหนด ๑๘๐ วัน กระผมไม่เห็นด้วย เพราะว่าการร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ใช้เวลาน้อยอาจจะขาดความรอบคอบ

เรื่องสุดท้าย มาตรา ๒๙๑/๑๓ ที่กระผมเป็นห่วงก็คือว่าการที่ สสร. ร่างเสร็จ การวินิจฉัยว่าขัดแย้งหรือเป็นไปในลักษณะตามมาตรา ๒๑๑ ก็คือที่เกี่ยวข้องกับ พระมหากษัตริย์นั้นให้ส่งต่อสภาเป็นผู้วินิจฉัย อันนี้ผมคิดว่ามีความจําเป็นครับท่านประธาน อํานาจนี้เป็นอํานาจของสภา กระผมขอกราบเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มีข้อดีเยอะแยะ แต่ผลจากการที่เราใช้รัฐธรรมนูญมา กระผมกราบเรียนเนื่องจากว่า ในมาตรา ๒๒๙ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ กําหนดให้องค์กรอิสระต่าง ๆ ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ องค์กรอิสระเหล่านี้พอปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ บอกว่าองค์กรเหล่านี้ จะต้องให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ เพราะฉะนั้นการที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้นั้นนําไปสู่ ความไม่น่าเชื่อถือของบางฝ่ายที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม กระผมกราบเรียนท่านประธานว่า การที่เราให้ตุลาการมีอํานาจมากขึ้น ที่จริงท่านไม่อยากให้อํานาจทางการเมืองหรอก แต่นําไปสู่การที่ท่านเอง ไม่มีครั้งไหนครับท่านประธานที่ตุลาการถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด ในช่วงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐

ประการแรก ถ้าท่านประธานดูคลิปวิดีโอของศาลรัฐธรรมนูญ จะเห็นภาพ ท่านตุลาการท่านไม่เจตนาอย่างนั้นเลย แต่ว่าทําให้ภาพพจน์ของท่านเองนั้น เกิดความเสียหาย

ในกรณี ป.ป.ช. ก็เหมือนกันครับ เนื่องจากว่าการให้พ้นตําแหน่ง ส.ส. ๑ ใน ๔ ป.ป.ช. ขณะนี้ เรื่องกําลังค้างอยู่ที่วุฒิสภาในการร้องให้พ้นจากตําแหน่ง ตามมาตรา ๒๔๘ เพราะว่าผู้ที่ร้องกล่าวหาว่า ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่ไม่เที่ยงธรรม แล้วก็ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ ประชาชนสามารถติดตามได้

กรณีของกรรมการการเลือกตั้ง ท่านประธานครับ กรณีให้ใบแดงครับ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ให้ใบแดงก่อนประกาศผล แล้วศาลก็ตัดสินว่าชอบด้วย การเลือกตั้งนั้นถูกต้อง ทําให้องค์กรต่าง ๆ ท้องถิ่นเสียเวลาไปหลายเดือนครับ ท่านประธานครับ มีกรณีเยอะแยะ กระผมมีเวลาจํากัด

อันสุดท้ายที่ผมกราบเรียนก็คืออยากจะนําข้อเสนอกราบเรียนนะครับ ประการแรกรัฐสภาแห่งนี้มอบอํานาจกฎหมายสูงสุดให้อยู่ในมือประชาชน เพราะฉะนั้น ประชาชนต้องใช้ข้อมูลในการที่จะเลือก สสร. ที่น่านับถือ ให้เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ตรวจสอบการทุจริตให้เข้มข้นเพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศชาติ

ท่านประธานครับ ผมเสนอข้อที่ ๒ เมื่อร่างเสร็จ ไม่ว่าใครก็ตาม พวกผม ส.ว. ส.ส. องค์กรอิสระต่าง ๆ เข้าสู่กระบวนการใหม่ ออกพร้อมกัน แล้วก็หาใหม่พร้อมกัน เพื่อให้เข้าไปสู่กติกาของรัฐธรรมนูญใหม่ดําเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประการที่ ๓ การต่อสู้ของตุลาคม ๒๕๑๖ พ.ศ. ๒๕๑๙ พ.ศ. ๒๕๓๕ เลือดนองพื้นแผ่นดิน วิญญาณของคนเหล่านั้น บ้านผมถังแดง ตาย ๓๐๐-๔๐๐ คน เรียกร้องความเป็นธรรม เรียกร้องประชาธิปไตย ประเทศตูนีเซีย ประเทศซีเรีย ประเทศลิเบีย ประเทศอียิปต์ เป็นบทเรียนที่คนไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคนยอมสละชีพเพื่ออะไรท่านประธาน เพื่อประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ ขอบพระคุณมากท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่าน พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์

พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมได้รับฟังที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้ให้ข้อคิดเห็น ในเรื่องของการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับมาเป็นเวลาเกือบ ๒๐ ชั่วโมง ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่หลายท่านให้ข้อคิดที่ดีและเป็นข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์นะครับ แต่ในส่วนที่ ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่เราต้องทําความเข้าใจให้ตรงกันเสียก่อนว่าขณะนี้เรากําลัง ทําอะไรกัน หลายคนได้พูดกันว่าขณะนี้เรากําลังแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเราดูหลักการ และเหตุผลของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ทั้งของรัฐบาลและของทั้ง ๒ พรรคการเมือง ที่เสนอเข้ามานั้นเป็นการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อจัดร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมีเหตุผลที่คล้ายคลึงกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ ไม่เป็นประชาธิปไตย และมีที่มาจากรัฐประหาร เพราะฉะนั้นหลักการของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับนั้นคงไม่ใช่เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมแล้วจัดทําขึ้นใหม่โดยใช้กระบวนการ สสร. เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าว อาจจะใช้ถ้อยคําที่รุนแรงไปว่าการยกเลิกนั้นเสมือนกับ การฉีกรัฐธรรมนูญฉบับเดิมแล้วก็กําหนดร่างใหม่ขึ้นมา แล้วก็มอบให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. เป็นผู้จัดทํา หลายท่านได้ให้ข้อกังวลว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นผู้ใด ก็ยังไม่ทราบและจะมีกระบวนการอย่างไรเขาจะเห็นด้วยกับสิ่งที่เราอภิปรายกันตลอด ๒ วันนี้ หรือไม่ในจุดอ่อนที่เราได้ชี้ประเด็นกันก็ยังไม่ทราบนะครับ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่า การแก้รัฐธรรมนูญนั้นผมยอมรับว่าสมควรแก้ สาระที่ควรแก้นั้นก็มีเพื่อนสมาชิกได้ให้ ข้อคิดเห็นมากมายนะครับ มีประเด็นที่น่าสนใจแม้กระทั่งเรื่องของที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ที่ผมเป็นอยู่ ผมก็ยินดีที่จะมีการพิจารณากัน แต่อย่างไรก็ตามในสิ่งที่เราต้องยอมรับว่า การเล่นการเมืองหรือการดําเนินบริหารราชการแผ่นดินนั้นจําเป็นจะต้องอาศัยกฎกติกา ที่มีอยู่แล้วและเป็นผู้ดําเนินการ ในร่างที่เสนอมาบอกว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยอ้างอิง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ นั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ นั้น ได้บอกกระบวนการในการดําเนินการต่าง ๆ ที่ชัดเจน มีข้อบังคับของรัฐสภาหมวด ๗ ตั้งแต่ข้อ ๘๖-๑๐๖ กําหนดขั้นตอนไว้ทุกอย่าง กระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะมีความโปร่งใสชัดเจนนะครับ จะนําทุกสิ่งทุกอย่างมาอธิบายกันในรัฐสภาแห่งนี้ ถ่ายทอดโทรทัศน์ไปทั่วประเทศและเราสามารถจะมีกระบวนการในการที่จะรับฟังความเห็น ของประชาชนได้ทุกขณะ ขณะนี้ประเทศชาติได้เจริญก้าวหน้าไปมากแล้ว ระบบโซเชียล มีเดีย (Social media) หรือสื่อสารสาธารณะนั้นสามารถที่จะทําให้ข้อมูลต่าง ๆ ความต้องการ ของประชาชน อย่างเมื่อวานนี้มีเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่งบอกว่าใครเห็นด้วยอย่างไร ให้โทรศัพท์หรือส่งแมสเสจ (Message) เข้ามายังโทรศัพท์ของท่านเป็นต้น เพราะฉะนั้น ในสิ่งที่ผมเรียนว่าผมเห็นด้วยกับการที่จะแก้ไขแต่ถามว่าทําไมเราถึงไม่แก้ไขด้วย กระบวนการปกติล่ะครับ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้ยกมานั้น ผมคิดว่าเป็นประเด็นที่ดี ควรแก้ทั้งนั้น ก็กระทําตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑ คือเสนอร่างเข้ามาแล้วก็ปฏิบัติ ตามข้อบังคับที่ระบุว่าจะแก้ไขมาตราใด ด้วยเหตุผลอะไร มีหลักการและเหตุผลอย่างไร เสนอเข้ามาจะแก้สัก ๒๐-๓๐ มาตราก็สามารถจะทําได้ แล้วก็ผ่านกระบวนการ ทั้ง ๒๐ ขั้นตอนที่กําหนดไว้ในข้อบังคับรัฐสภา เพราะฉะนั้นในสิ่งอันนี้การพิจารณา ในเรื่องหลักการและเหตุผล ผมมีข้อกังวลอยู่ ๔ ประการครับ

ประการแรก ในส่วนตัวผมเองนั้น ผมมีความคิดว่าผมยืนเข้ามาในสภาแห่งนี้ วันแรกแล้วผมปฏิญาณตนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๓ ว่า ผมจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ ผมขอเน้นว่าจะปฏิบัติตาม แต่ขณะนี้ เรากําลังจะมาสู่มติว่าเราจะไม่ปฏิบัติตามอันนั้น เราจะแก้ไขกฎกติกาที่กําหนดไว้ ซึ่งในร่างทั้งหมดก็ไม่ได้อธิบายเหตุผลว่ามันมีปัญหาอะไรหรือเราจะไม่สามารถทําตาม มาตรา ๒๙๑ เดิมได้ แล้วท่านจะต้องมาแก้ใหม่โดยให้ สสร. ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ผมมีความรู้สึก ว่าสิ่งอันนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องตระหนักไว้นิดหนึ่งว่าเราได้เปล่งวาจาในสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ แล้วเราจะลบล้างสิ่งที่เราปฏิญาณไว้หรือไม่ นอกจากนั้นประมวลจริยธรรมของวุฒิสภา ในข้อ ๗ ก็ต้องบอกว่าเราจะเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติและรักษาไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ เราจะเป็นแบบอย่างไหม อันนี้คือประเด็นที่ผมถามตัวเองนะครับ ผมไม่ได้ถามเพื่อนสมาชิก แต่ผมคิดว่าผมยังอยากจะเป็นในสิ่งที่เป็นแบบอย่างในเรื่องของการดํารงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ

ในประการที่ ๒ เราปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่รัฐธรรมนูญได้ให้เราเป็น ผู้ดําเนินการด้านนิติบัญญัติก็คือการแก้และออกกฎหมายต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องของ มาตรา ๒๙๑ ที่กําหนดให้เราเป็นผู้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้เรากําลังจะแก้กฎหมาย เพื่อจะให้คนอื่นเขาทําหน้าที่แทนเรา เราลองนึกภาพสิครับว่าเราทําไม่ได้หรือเปล่า เราไม่มีขีดความสามารถเท่าเทียมกับ สสร. ที่จะเรียกมาหรือไม่ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้ พูดแล้วว่ามันคงไม่ใช่แต่ถามว่าทําไมล่ะ เราหาเหตุผลให้กับตัวเองได้ไหมว่าทําไมเราไม่ทํา ในสิ่งที่รัฐธรรมนูญได้กําหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบให้เรา แล้วเราโอนหน้าที่ รับผิดชอบอันนี้ไปให้ผู้อื่น ซึ่งเราไม่ทราบว่าเป็นใครแล้วเขาจะมีความรู้ความสามารถ เท่าเทียมกับพวกเราที่นั่งกันอยู่ทั้ง ๖๐๐ ท่านได้ไหม อันนี้ก็เป็นประเด็นที่อยากถาม ซึ่งผมยังหาคําตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

ประการที่ ๓ เราคงต้องมองผลกระทบจากการร่างรัฐธรรมนูญใหม่นะครับ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้งหมดจะต้องมีการยกร่างใหม่ ผมจําได้ว่าเมื่อตอน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เข้ามาในสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้นจะต้องเพิ่มพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ ๓ ฉบับเข้ามาก็คือ กรรมการการเลือกตั้ง การเลือกตั้ง และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเรื่องพรรคการเมือง เพื่อจะให้มีกลไกในการที่เดิน ตามรัฐธรรมนูญนั้นทําได้ เพราะฉะนั้นสภาร่างรัฐธรรมนูญก็จะต้องทําทั้ง ๓ ร่าง พระราชบัญญัตินี้เข้ามาอีกในเวลา ๑๘๐ วัน จะทําได้ไม่ได้ก็คงจะเป็นสิ่งที่พวกเราคงจะคิดกันได้ นอกจากนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ดี เราถามตัวเราเองหรือเปล่าว่าเรานั้นได้ ออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้ครบถ้วนแล้วหรือยังโดยเฉพาะฝ่ายบริหาร หรือหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบ อันนี้เป็นจุดหนึ่งซึ่งทําให้รัฐธรรมนูญไม่สามารถเดินไป ในสิ่งที่เป็นสิ่งที่เราต้องการได้

ในประการสุดท้าย ที่ผมอยากเรียนว่าผมก็เหมือนกับเพื่อนสมาชิกครับ ผมเป็นอดีตทหารก็จริง แต่ผมไม่ค่อยชอบการปฏิวัติเพราะว่าเป็นการใช้การรุนแรง และในสิ่งที่ฝืนใจคน เพราะฉะนั้นผมมีความตั้งใจตั้งแต่รับราชการแล้วว่าผมจะไม่ทําการ ไปร่วมกับการรัฐประหารและจะไม่ยอมฉีกรัฐธรรมนูญ แต่วันนี้ผมกําลังจะต้องตัดสินใจ บนทางเลือกที่ผมจะต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญเอง ซึ่งก็เสมือนกับว่าผมกําลังจะต้องเข้าไป มีส่วนร่วมในการที่จะล้มล้างระบบการปกครอง ซึ่งอนาคตเป็นอย่างไรยังไม่ทราบ ผมก็ฝากเพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันคิดไว้ว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เราจะตัดสินใจอย่างไรในคืนนี้ ในทางแพร่ง ๒ แพร่งว่าเราจะทําหน้าที่ของเรา หรือเราจะมอบหน้าที่ให้คนอื่นเขาทําแทนเรา ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา กระผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นและแสดงจุดยืน ทั้งในส่วนของกระผม และรวบรวมความเห็นของเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้วบางส่วน เพื่อสะท้อนถึงเหตุผลให้ท่านประธานได้เห็นว่า ทําไมพวกกระผมจึงคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลในครั้งนี้ ขอกราบเรียน กับท่านประธานว่า กระผมเป็นผู้หนึ่งที่สนใจติดตามเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยลําดับ ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง หรือจะบอกว่า ใช้รัฐธรรมนูญเปลืองที่สุดในโลกประเทศหนึ่งก็ว่าได้ ถ้าเราย้อนไปดูประวัติศาสตร์ตั้งแต่ วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ซึ่งเป็นวันที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ ระบอบประชาธิปไตย เราจะพบความจริงว่าประชาธิปไตยประเทศไทยลุ่ม ๆ ดอน ๆ มาตลอด มีการยึดอํานาจถึง ๒๔ ครั้ง แต่การยึดอํานาจที่ว่านั้นเป็นการยึดอํานาจที่ประสบความสําเร็จ หรือที่เรียกว่าการปฏิวัติรัฐประหาร ๑๓ ครั้ง แล้วก็ไม่สําเร็จหรือที่เรียกว่ากบฏ ๑๑ ครั้ง แต่การรัฐประหารที่ประสบความสําเร็จ ๑๓ ครั้ง เมื่อมาเปรียบเทียบกับตัวเลขรัฐธรรมนูญ เราจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญของประเทศไทยใช้มาจนถึงฉบับปัจจุบันเป็นฉบับที่ ๑๘ มากกว่า จํานวนครั้งของการก่อการปฏิวัติรัฐประหาร ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าการยกเลิก ล้มล้างรัฐธรรมนูญไม่ได้เกิดจากการรัฐประหารหรือปฏิวัติแต่เพียงอย่างเดียว ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาลฉบับที่เรากําลังพิจารณากันอยู่ในที่ประชุมรัฐสภาในวันนี้ ความจริงโดยข้อเท็จจริงก็คือ

ประการที่ ๑ เป็นการเพิ่มสถิติจํานวนรัฐธรรมนูญให้กับประเทศไทยขึ้นมาอีก ๑ ฉบับ จาก ๑๘ ฉบับเป็น ๑๙ ฉบับ หรือเป็นฉบับที่ ๑๙ รัฐบาลบอกว่าแก้รัฐธรรมนูญเที่ยวนี้ เป็นการแก้รัฐธรรมนูญมาตราเดียว ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงก็คือเป็นการแก้มาตราเดียว แต่มีผลเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แล้วตั้ง สสร. ขึ้นมาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็เหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ว่ามันก็คือการฉีก รัฐธรรมนูญเหมือนหลายฉบับที่โดนคณะปฏิวัติรัฐประหารฉีกมาในอดีต เพียงแต่ว่าเที่ยวนี้ เปลี่ยนรูปแบบ เปลี่ยนจากการฉีกโดยคณะรัฐประหารก็ให้ลงมติฉีกกันในรัฐสภา ตั้งแท่นโดยรัฐบาลชุดนี้อาศัยมือ สสร. เขียนรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ เหตุผลที่รัฐบาลกล่าวอ้าง เพื่อการฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่ใช้อยู่ครั้งนี้ก็คือหลักใหญ่รัฐบาลอ้างว่าต้นไม้พิษ ผลออกมาย่อมเป็นพิษ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เป็นผลพวงจากการรัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งถือว่าเป็นพิษ เพราะฉะนั้น รัฐธรรมนูญที่ออกมาก็ต้องเป็นรัฐธรรมนูญพิษ โดยไม่ได้ดูว่าเนื้อหาที่มาสุดท้ายของขั้นตอน กระบวนการของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ผ่านกระบวนการประชามติ และเป็นประชามติ ครั้งแรกครั้งเดียวที่เกิดขึ้นในประเทศไทย นั่นหมายความว่าได้ผ่านกระบวนการยอมรับ จากประชาชนคนไทยทั้งประเทศมาแล้ว ถ้าหากรัฐบาลจะถือตรรกะอันนี้ต้นไม้พิษผลออกมา ย่อมเป็นพิษ การเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมาภายใต้รัฐธรรมนูญนี้ก็ต้องเป็นการเลือกตั้งพิษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นั่งอยู่ในที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ก็ต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิษ รัฐบาลชุดนี้ก็ต้องเป็นรัฐบาลพิษ และรัฐธรรมนูญใหม่ที่ท่านกําลังจะยกเลิกฉบับปัจจุบัน ไปเขียนขึ้นมาใหม่ก็ต้องกลายเป็นรัฐธรรมนูญพิษ เพราะเป็นทายาทที่เกิดจากการริเริ่ม เริ่มต้นของรัฐบาลพิษ ถ้าเราถือตรรกะนี้ประเทศไทยก็จะเต็มไปด้วยสิ่งสารพัดพิษ แล้วก็จะ ไม่มีวันรู้จบ ไม่มีวันจบสิ้น เพราะฉะนั้นการดูรัฐธรรมนูญกระผมจึงกราบเรียนว่าจะดูแต่ที่มา ครึ่งเดียวไม่ได้ เราจะต้องมาดูที่เนื้อหาด้วยว่ารัฐธรรมนูญนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร ถ้าดูแต่ที่มา ก็จะเถียงกันไม่มีวันรู้จบ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับว่ากระผมเป็นคนหนึ่ง ที่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เหตุผลไม่ใช่เพราะกระผมฝักใฝ่เผด็จการ และเหตุผลไม่ใช่เพราะกระผมสนับสนุน การรัฐประหาร แต่เพราะเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อน ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่หลายท่านอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่สุดฉบับหนึ่ง และรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงและบริบท ทางการเมืองของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปให้เหมาะสมสอดคล้องมากขึ้นมาแล้วโดยลําดับ ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น ประเด็นที่กระผมเห็นว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันได้ปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ นั้น มีอยู่หลายประเด็นด้วยกัน ผมขอใช้เวลาตรงนี้กราบเรียนต่อท่านประธานอย่างน้อยที่สุดในเรื่องของการตรวจสอบ ถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติในหมวดว่าด้วยรัฐสภา ในเรื่องของการตรวจสอบ ถ่วงดุลระหว่างฝ่ายบริหารกับนิติบัญญัติในการทําหน้าที่ของรัฐบาลกับฝ่ายค้าน และผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ในการตรวจสอบการทําหน้าที่ของรัฐบาล รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ บัญญัติไว้ว่าถ้าฝ่ายค้านหรือฝ่ายนิติบัญญัติจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๕ สภาผู้แทนราษฎร โดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีด้วยกัน ๕๐๐ คน ถ้าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีทุจริต กระผมผิดกฎหมาย กระทําสิ่งที่ทําให้บ้านเมืองเสียหาย ต้องมีเสียงอย่างน้อย ๒๐๐ เสียง ไม่เช่นนั้นตรวจสอบ นายกรัฐมนตรีในสภาด้วยการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้เลย นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ยังเปิดโอกาสให้ ถ้ารัฐมนตรีท่านใดถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ สามารถปรับคณะรัฐมนตรี หนีการอภิปรายได้ เช่น เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง ก ถ้าฝ่ายค้านยื่นญัตติ อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเข้าด้วยช่วยเหลือ ย้ายไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ข ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจฝ่ายค้านตกเลยครับ คนทุจริตคนนั้นไม่มีวันถูกตรวจสอบ ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เลย นี่คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ยังเปิดโอกาสให้ควบรวมพรรคการเมืองได้ เช่น นาย ก ลงรับสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรค ข ได้รับเลือกตั้งมาเสร็จอาจจะไปยุบรวมพรรคควบกับอีกพรรคหนึ่งนะครับ แล้วในที่สุด ก็เหมือนการทรยศประชาชน ประชาชนเลือกเขามาในนามพรรค ข พอเป็นผู้แทนราษฎร กลายไปเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรค ค เพราะเปิดโอกาสให้พรรค ค ควบรวมกับ พรรค ข ได้ นี่คือปัญหา แล้วในที่สุดก็เกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ รัฐบาลที่ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มี ๓ รัฐบาลครับ รัฐบาลพลเอก ชวลิต ใช้ได้ไม่ถึงเดือนหรือโดยประมาณ ๑ เดือน ถัดจากนั้น เป็นรัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย ๒ รัฐบาลนี้ไม่มีปัญหาเลยครับ แต่รัฐบาล หลังจากนั้นคือรัฐบาลคุณทักษิณ ชินวัตร เราจะพบความจริงว่าในที่สุดมีการใช้ช่องว่าง ของรัฐธรรมนูญก่อให้เกิดปัญหา เวลาตั้งรัฐบาล รัฐบาลยุคนั้นต้องพยายามตั้งรัฐบาลให้เกิน ๓๐๐ เสียง เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านมีไม่ถึง ๒๐๐ เสียง เมื่อมีไม่ถึง ๒๐๐ เสียง มีแค่ ๑๙๙ เสียงลงไป นายกรัฐมนตรีจะไม่มีทางถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้เลย เพราะรัฐธรรมนูญกําหนดต้องมีเสียง ๒๐๐ ขึ้นไป ที่สุดนายกรัฐมนตรีก็เลยกลายเป็นว่า โดยแนวนี้เขาจะทําอะไรก็ได้ ไม่มีวันถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เกิดการปรับคณะรัฐมนตรี ย้ายรัฐมนตรี หนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน เมื่อตั้งรัฐบาลแล้ว มีการบีบบังคับ พรรคร่วมรัฐบาลให้มาควบรวมเป็นพรรคการเมืองเดียวกันกับรัฐบาลแกนนํา เพราะรัฐบาล แกนนําพรรคนั้นมีไม่ถึง ๓๐๐ เสียง มี ๒๖๓ เสียง พรรคร่วมรัฐบาลจึงถูกบีบให้มา ควบรวมกันเพื่อให้ได้เกิน ๓๐๐ เสียงในพรรคเดียวกัน ป้องกันการถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล เพื่อคงความเกิน ๓๐๐ เสียงเอาไว้ และฝ่ายค้านจะได้ตรวจสอบนายกรัฐมนตรีไม่ได้ นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านจุรินทร์ครับ มีผู้ประท้วง เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตประท้วงท่าน ส.ส. ผู้อภิปราย ไม่ต้องถอนคําพูดครับ แต่สิ่งที่ท่านพูดนั้นโกหก ทั้งนั้นนะครับ จบครับ ไม่มีใครไปบีบบังคับ สิ่งต่าง ๆ ที่ทักษิณได้คะแนนมานั้นเป็นเพราะ ผลงานของเขาครับ แต่ท่านโกหกสังคม ก็โกหกไปเถอะครับ ไม่เป็นไรครับ เขาไม่เชื่อคุณหรอก ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านจุรินทร์ ต่อครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ขอให้ท่านที่ประท้วงถอนครับ แต่ผมยืนยันว่าสิ่งที่กระผมพูด เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น

(นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านจุรินทร์ มีผู้ประท้วงครับ ท่านนิพิฏฐ์ เชิญ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ขออภัยครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะครับ ผมขออนุญาตขออภัยท่านจุรินทร์นะครับ เมื่อสักครู่ท่านสุนัย ขออภัยเอ่ยนาม ได้ยืนขึ้นลักษณะเป็นการประท้วง แล้วก็บอกว่าท่านจุรินทร์ไม่จําเป็นต้องถอน ยืนขึ้นในลักษณะพูดเสียดสีว่าท่านจุรินทร์โกหกหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ แล้วก็นั่งลง ผมไม่เห็นว่า ท่านประธานได้ดําเนินการเรื่องนี้อย่างไรเลย พฤติกรรมเหล่านี้ครับเมื่อวาน ขออภัยท่านประธาน นิดเถอะครับ ท่านสุนัยคนนี้บอกว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นการประชุมอย่างสมานฉันท์ อย่างเรียบร้อย แต่ว่าพฤติกรรมของท่านสุนัยวันนี้นะครับมันไม่ใช่เป็นอย่างนั้น มันเป็นพฤติกรรมที่น่าละอายอย่างยิ่งที่ยืนขึ้นแล้วไปต่อว่าคนอื่นว่าโกหกอย่างนี้ใช้ไม่ได้ ท่านประธานต้องมีวิธีการในการตําหนิสมาชิกซึ่งขัดจังหวะและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เหล่านี้ครับ ท่านจะไม่วินิจฉัยเลยไม่ได้ครับพฤติกรรมของท่านสุนัยเมื่อสักครู่นี้ท่านจะวินิจฉัย อย่างไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เมื่อกี้ที่จริง ผมกําลังจะวินิจฉัย พอดีมีคุณหมอสุกิจประท้วง แล้วเห็นท่านจุรินทร์แสดงอาการบอกว่า ไม่ต้องประท้วงก็เห็นหมอนั่งลงผมก็เข้าใจว่าเจตนาท่านจุรินทร์ก็อยากจะอภิปรายต่อ ไม่เป็นไรครับก็ขออนุญาตวินิจฉัยครับ ที่จริงท่านจุรินทร์กําลังแสดงความคิดเห็นนะครับ จริงเท็จอย่างไรประชาชนเขาฟังอยู่ เพราะฉะนั้นท่านสุนัยควรต้องให้เกียรตินะครับ แล้วท่านก็มีสิทธิที่จะลุกขึ้นอภิปรายในข้อเท็จจริงอะไรก็ว่ากันไป ประชาชนเขาจะตัดสินครับ ก็พอสมควรท่านสุนัยครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)

เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย ขอประท้วงท่านนิพิฎฐ์ ผมยังรักษามาตรฐานที่พูดอยู่ครับ สิ่งที่ท่านนิพิฏฐ์นั่นกําลัง กล่าวหาผม ที่ผมลุกขึ้นประท้วงท่านคุณจุรินทร์นั้นนี่เป็นการให้ความเคารพและไม่ให้ต้อง ถอนคําพูด ไม่ใช่หมายความว่าไม่ใช่พูดผิดนะครับ แต่ผมเห็นว่าถอนคําพูดเป็นภาระต่อท่าน ประธานมาก ดังนั้นถ้าคนอื่นพูดผมจะไม่ประท้วง แต่นี่เป็นถึงประธานวิป ผมเห็นว่าเป็น สาระสําคัญก็ขอติดท้ายในบันทึกของประวัติศาสตร์ของสภาเท่านั้นเอง แต่ยังอดทนต่อไป ครับ และขอบคุณที่แสดงความเห็นที่แตกต่างครับ ขอบคุณครับท่านครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ สมควรกระมั่งครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธาน ที่เคารพ ใช้เวลานิดหน่อยเถอะครับ เพื่อการประชุมครั้งต่อไปจะได้เรียบร้อยนะครับ ท่านประธานครับ เวลาสมาชิกยืนขึ้นแล้วบอกว่ามีการใช้วาจาเสียดสี หรือโกหก หรือใส่ร้าย หน้าที่ท่านประธานต้องวินิจฉัย ถ้าผมกล่าวหาสมาชิกท่านใดท่านหนึ่งว่าสมาชิกกําลังโกหก แล้วผมบอกไม่ต้องถอนคําพูดอย่างนี้ข้อบังคับใช้ไม่ได้ครับ ท่านประธานตามผมทันไหมครับ ท่านสุนัยยืนขึ้นแล้วบอกว่าท่านสมาชิกคือท่านจุรินทร์กําลังพูดโกหก ท่านจุรินทร์กําลัง อธิบายถึงจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ประชาชนตัดสินเอง ผมเห็นด้วยกับท่านประธาน แต่ว่าจู่ ๆ จะยืนขึ้นแล้วบอกว่าสมาชิกโกหกและไม่ต้องถอน ไม่ได้ คุณสุนัยนั่นละต้องถอนคําพูด ทั้งหมดที่พูดมา ผมเข้าใจถูกไหมท่านประธานครับ ยืนขึ้นแล้วบอกว่าเขาโกหก แล้วบอกไม่ต้องถอน แต่ไปกล่าวหาเขา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับผมวินิจฉัย

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

วินิจฉัยเถอะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เมื่อกี้ผมวินิจฉัยแล้ว ได้เตือนท่านสุนัยไปแล้วครับ ไม่อยากให้เสียเวลาครับ ท่านจุรินทร์ต่อเถอะครับ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นโดยปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างที่กระผมกราบเรียนกับ ท่านประธานไปเมื่อสักครู่จึงเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดรัฐบาลที่ลุแก่อํานาจนะครับ กินรวบประเทศไทยจนการเมืองไม่มีทางออก ในที่สุดเกิดการรัฐประหาร วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ คณะรัฐประหารได้อ้างเหตุผล ๔ ประการในการทํารัฐประหาร

ประการที่ ๑ ให้เหตุผลว่าฝ่ายบริหารก่อความขัดแย้งแบ่งฝ่ายขึ้นในประเทศ

ประการที่ ๒ เกิดข้อเคลือบแคลงสงสัยเรื่องการทุจริตประพฤตมิชอบ

ประการที่ ๓ หน่วยงานอิสระหรือองค์กรอิสระถูกครอบงําทางการเมือง

ประการที่ ๔ มีความหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

นี่คือเหตุผลที่คณะรัฐประหาร วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ได้นํามากล่าวอ้าง ในการยึดอํานาจ ในที่สุดจึงเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามสําหรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น ยังได้รับการปรับปรุงแก้ไขเมื่อมีการ ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันอีกหลายประการ เช่นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ใครถูกวุฒิสภาถอดถอนห้ามสมัครผู้แทนราษฎร ๕ ปี แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ให้ยาแรงกว่านั้น ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองถูกถอดถอนห้ามสมัครผู้แทนราษฎรตลอดไป ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองสําหรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ให้ยื่นบัญชีทรัพย์สินระบุไว้เท่านั้น แต่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองต้องยื่นทั้งก่อนและหลังจากพ้นจากตําแหน่ง ที่สําคัญรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังกําหนดให้มีประมวลจริยธรรมผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ขณะที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไม่มีครับในเรื่องนี้ ข้าราชการละเมิด ประมวลจริยธรรมผิดวินัย ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองถ้าละเมิดจริยธรรมมีเหตุให้ถูกถอดถอนได้ ถือเป็นเหตุถอดถอนได้ นี่คือความก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นที่มาที่สังคมปัจจุบันเริ่มให้ความสําคัญกับเรื่องของการที่ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองต้องประพฤติตามประมวลจริยธรรม และผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ถ้าละเมิดจริยธรรม หรือส่อว่าหรือมีผู้สงสัยว่าสามารถที่จะยื่นให้มีการตรวจสอบทาง จริยธรรมได้ เช่นมีการยื่นในเรื่องของโครงการบ้านหลังแรก กรณีบริษัท ขออภัยที่เอ่ยนาม เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ของนายกรัฐมนตรี หรือกรณียื่นประมวลจริยธรรม กรณีแต่งตั้งรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี คุณนลินี ทวีสิน กรณีเกี่ยวพันกับการขึ้นบัญชีดํา ของกระทรวงการคลังของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่กรณีที่กําลังเป็นปัญหาอื้อฉาวอยู่ ในขณะนี้ ซึ่งกระผมจะไม่เอ่ยถึงครับ แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจ นี่ก็เป็นประเด็นของรัฐธรรมนูญ ฉบับในปัจจุบันที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบมาตรฐานทางจริยธรรม ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้ ที่สําคัญไปอีกอันหนึ่ง รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมุ่งเน้น ในเรื่องของการแก้ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงและการโกงการเลือกตั้ง เป็นรูปธรรมชัดเจน ขึ้นกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เช่นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ระบุแต่เพียงว่าถ้าโกงเลือกตั้ง ซื้อสิทธิขายเสียงโทษยุบพรรค แต่รัฐธรรมนูญปัจจุบันไปไกลถึงขนาดนอกจากยุบพรรค กรรมการบริหารพรรคต้องรับผิดชอบร่วมด้วยถ้าปล่อยปละละเลยรู้เห็นเป็นใจ และพิสูจน์ไม่ได้ว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากยุบพรรคกรรมการบริหารพรรคต้องห้ามดํารงตําแหน่งทางการเมือง หรือเล่นการเมือง ๕ ปี นี่คือการให้ยาแรงเพื่อสกัดวงจรอุบาทว์ในระบบการเมืองประเทศไทย ที่เป็นมะเร็งร้ายที่สุดของเรา คือซื้อเสียงโกงเลือกตั้ง เสร็จแล้วมีอํานาจ มีอํานาจเสร็จแล้ว ถอนทุนคืน ถอนทุนคืนเสร็จแล้วกลับมาซื้อเสียงโกงเลือกตั้ง แล้วกลับไปมีอํานาจแล้วถอนทุนคืน เป็นวงจรอุบาทว์ไม่มีวันรู้จบ ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ปรับปรุงแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ให้มีความเข้มแข็งก้าวหน้าและสกัดวงจรอุบาทว์ได้ชัดเจน เป็นรูปธรรมขึ้น ในส่วนองค์กรอิสระครับ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็กําหนดให้ปลอดการเมืองมากขึ้น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ท่านประธานก็ทราบเช่นเดียวกับผม ตัวแทนพรรคการเมืองสามารถ เข้าไปเป็นกรรมการสรรหาองค์กรอิสระได้ ในที่สุดเกิดการทดแทนบุญคุณทางการเมือง ผมยกตัวอย่างชัดเจนประการเดียวครับ คณะกรรมการสรรหา กรรมการ ป.ป.ช. ท่านประธานคงจําได้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กําหนดว่าใครจะได้เป็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีคณะกรรมการสรรหา ๑๕ คน ตัวแทนพรรคการเมืองที่มี ส.ส. ในสภาทุกพรรค แม้พรรคนั้น มีคนเดียวก็ได้รับ ๑ ที่นั่ง สามารถเข้าไปเป็นกรรมการสรรหาได้ในที่ประชุมสรรหากรรมการ ป.ป.ช. และกําหนดไว้ว่าผู้ที่จะได้เป็นกรรมการ ป.ป.ช. ต้องได้เสีย ๓ ใน ๔ ขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ แปลว่าต้องมี ๑๒ เสียง จะต้องมีผู้ค้านไม่เกิน ๓ คน จึงเกิดการบล็อก โหวต เพราะรัฐบาลมีเสียง ๔-๕ เสียง เนื่องจากเกิดการซุก ส.ส. ไว้ในพรรคการเมืองบางพรรค เอาไว้แค่คนเดียวก็พอเพื่อมาโหวตในการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. ที่สุดคนคนนั้นจะดีขนาดไหน เก่งขนาดไหน เหมาะสมขนาดไหน ถ้ามีคนค้าน ๔ คนขึ้นไปไม่มีวันได้เป็นกรรมการ ป.ป.ช. รัฐบาลมีกี่เสียงครับ เกิน ๔ เสียง เพราะฉะนั้นถ้ารัฐบาลไม่ชี้ให้ใครเป็นคนนั้นไม่มีวันได้เป็น หรือถ้ารัฐบาลค้านใครเพราะเหตุผลใดก็ตามคนนั้นไม่มีวันได้เป็นกรรมการ ป.ป.ช. ตรงนี้จึงเป็นจุดอ่อนที่สุดก็เลยเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิด ป.ป.ช. ร่างทรงรัฐบาล ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้อุดช่องว่างจุดอ่อนตรงนี้เพื่อป้องกันการทดแทน บุญคุณทางการเมือง โดยให้การสรรหาองค์กรอิสระปลอดจากการเมืองมากขึ้น ในเรื่องการมีส่วนร่วม ของประชาชน ผมก็คิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ปรับปรุงพัฒนามาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้น ยกตัวอย่างชัดเจนเช่น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เปิดโอกาสให้ประชาชน สามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมายได้ครับ และเป็นครั้งแรกแล้วต้องยกย่องชมเชยว่านั่นคือ รัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่พอมาปี ๒๕๕๐ เราเปิดกว้างกว่านั้น ปี ๒๕๔๐ จะเสนอกฎหมายต้อง ๕๐,๐๐๐ ชื่อครับ แต่พอมาปี ๒๕๕๐ เหลือแค่ ๑๐,๐๐๐ ชื่อ ก็เสนอกฎหมายได้ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้น ๑ ใน ๓ ของคณะกรรมการวิสามัญต้องถูกบังคับให้เอาตัวแทนภาคประชาชนที่ยื่นเสนอกฎหมายเข้า ไปเป็นกรรมาธิการด้วย นี่คือความก้าวหน้าของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน เมื่อเทียบกับปี ๒๕๔๐ การถอดถอนผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเพราะกระทําทุจริตผิดกฎหมาย ถ้าประชาชน จะยื่นถอดถอนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ต้องใช้คน ๕๐,๐๐๐ คน แต่ฉบับปัจจุบันแค่ ๒๐,๐๐๐ คน ใครทุจริตทําผิดกฎหมายประชาชนยื่นถอดถอนได้ครับ การแก้รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กําหนดไว้ ๓ ทางเท่านั้นถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญ ๑. ส.ส. ไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ เข้าชื่อกัน ๒. ส.ส. บวก ส.ว. ๑ ใน ๔ เข้าชื่อกัน หรือ ๓. คณะรัฐมนตรีเสนอ มี ๓ ทางเท่านี้ละครับ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เปิดทางที่ ๔ ให้ นั่นก็คือให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอ แก้รัฐธรรมนูญได้โดยใช้เสียง ๕๐,๐๐๐ ชื่อ เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงเป็นที่มา ทําไม นปช. ทําไมภาคประชาชนเสนอแก้รัฐธรรมนูญได้ ถ้าไม่ใช่อานิสงส์ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ท่านบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญพิษ นี่คือปรากฏการณ์ที่เป็นจริงที่ผมขอกราบเรียนกับท่านประธาน นอกจากนั้นหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ระบุว่า ถ้าประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพในเรื่องใดต้องรอกฎหมายบัญญัติก่อน แต่สิทธิเสรีภาพ ของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเกิดทันทีที่รัฐธรรมนูญบังคับใช้ไม่ต้องรอ กฎหมายบัญญัติ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิเสรีภาพในการศึกษา การรับบริการด้านสาธารณสุข สวัสดิการจากรัฐ สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน สิทธิชุมชน เสรีภาพในการชุมนุมเกิดทันที ที่สําคัญท่านประธานครับเรื่องสถาบัน รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันระบุไว้ชัดเจนในแนวนโยบายแห่งรัฐครับว่ารัฐต้องพิทักษ์ สถาบันพระมหากษัตริย์ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไม่ได้ระบุในเรื่องนี้ไว้ แต่อย่างไรก็ตาม กระผมขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหน ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ มีทั้งข้อดี ข้อด้อยด้วยกันทั้งสิ้น รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็มีจุดอ่อน แล้วก็มีข้อด้อยอย่างน้อยมาตรา ๑๙๐ ที่กําหนดให้การทําหนังสือสัญญากับนานาประเทศ คณะรัฐมนตรีต้องเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย ด้านหนึ่งดีครับ ดีสําหรับการป้องกันรัฐบาลที่มุบมิบหาประโยชน์จากการทําสัญญากับต่างประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งจะเป็นอุปสรรคกับรัฐบาลสุจริตทําให้ต่างประเทศสามารถรอบรู้ ล่วงรู้ความลับกรอบการเจรจาเพื่อรักษาความได้เปรียบและประโยชน์ในการเจรจาให้กับ ประเทศไทยได้ล่วงหน้า ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่รัฐบาลชุดที่แล้วได้ปรับปรุงแก้ไขมาตรานี้ไปส่วนหนึ่ง จุดอ่อนอีกอันหนึ่งของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือการจํากัดบทบาทการปฏิบัติหน้าที่ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาในการประสานส่วนราชการเพื่อแก้ปัญหา ให้กับประชาชน จุดอ่อนเหล่านี้ควรได้รับการปรับปรุงแก้ไขต่อไป ผมพูดมาถึงตรงนี้ ท่านประธานอาจจะถามว่าถ้าอย่างนั้นเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันได้อย่างไร ทําไมพวกกระผม มาคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับของรัฐบาลในขณะนี้ ขอกราบเรียนกับท่านประธานครับ จุดยืนของพวกกระผมก็คือรัฐธรรมนูญแก้ได้แต่ท่านต้องตั้งโจทย์ให้ชัดเจนก่อน เนื้อหาประเด็นใดเป็นปัญหากับส่วนรวม มาตราใดเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลในการทํางานเพื่อประชาชนเมื่อโจทย์ชัดแล้ว ท่านก็แก้ให้ตรงโจทย์ แก้เป็นประเด็น ๆ ไปนี่คือจุดยืนของพวกกระผม แต่จนวันนี้สังคมไม่เคยได้รับคําตอบ จากรัฐบาลที่เป็นผู้ริเริ่มแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ว่ารัฐธรรมนูญมาตราใดเป็นปัญหา ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน การแก้ปัญหาน้ําท่วมที่ล้มเหลวของรัฐบาล การแก้ปัญหา ค่าครองชีพที่ล้มเหลวจนพูดกันติดปากเหมือนที่อภิปรายเมื่อเช้าว่าแพงทั้งแผ่นดิน การแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ําล้มเหลวเป็นเพราะฝีมือรัฐบาลหรือเพราะรัฐธรรมนูญ รัฐบาลยืนกระต่ายขาเดียวอยู่อย่างเดียวว่าต้องฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันทิ้งแล้วก็ตั้ง สสร. ขึ้นมาเขียนใหม่ทั้งฉบับเสมือน สสร. เป็นยาขนานวิเศษท่ามกลางข้อกังขาจากสังคมครับท่านประธาน ข้อกังขาในเรื่อง สสร. ล็อกสเปก (Lock spec) ข้อกังขาในเรื่องถ้าแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยรัฐบาลนี้ด้วยวิธีนี้มันก็เป็นเสมือนการเซ็นเช็คเปล่า แล้วก็เปิดโอกาสให้คนที่มีหน้าที่ อํานาจไปเติมตัวเลขเอาเท่าไรก็ได้ โดยไม่มีหลักประกันใด ๆ สําหรับประชาชนเจ้าของประเทศ ท่านอาจจะบอกว่าพูดกันเยอะแล้วเรื่องเซ็นเช็คเปล่า รัฐบาลก็ชี้แจงไปหลายรอบว่าเป็นเรื่อง สสร. แต่กระผมขอเน้นย้ําอีกครั้งหนึ่งว่าเรื่องนี้ต้องพูด เรื่องนี้ต้องย้ําว่ามันเหมือนการเซ็นเช็คเปล่า ให้ไปจริง ๆ ที่สําคัญ สสร. ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว รัฐสภาไม่มีสิทธิตรวจสอบใด ๆ ได้อีกได้ เลยครับ เพราะท่านไปเขียนขั้นตอน สสร. ร่างเสร็จ เอาไปทําประชามติเลย ไม่เปิดโอกาสให้ เอากลับมาให้รัฐสภาได้ตรวจสอบอีก เสมือนจงใจปิดปากการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา และ หาก สสร. ที่ว่าเป็น สสร. ล็อก สเปก เป็นจริง ก็เหมือนกับรัฐบาลได้กําหนดเป้าหมายเป็น การภายใน แล้วไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะอ้างว่า สสร. เป็นผู้ดําเนินการ เท่ากับรัฐบาลบรรลุ เป้าโดยไม่ต้องออกแรงด้วยวิธีการยืมมือ สสร. แล้วก็เอาไปส่งทําประชามติแบบมัดมือชกกับ ประชาชนว่ารับหรือไม่รับเท่านั้น โดยรัฐสภาและประชาชนไม่มีสิทธิปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่เขา กังวลได้เลยแม้แต่คําเดียว เพราะฉะนั้นพวกกระผมจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามแนวทางของรัฐบาลชุดนี้ในสถานการณ์และบริบททางการเมืองปัจจุบันนี้ อย่างน้อย กระผมมีเหตุผลที่ต้องการให้ท่านประธานบันทึกไว้ ๓ ประการ

ประการที่ ๑ กระผมขอกราบเรียนว่าที่พวกกระผมไม่เห็นด้วยก็เพราะว่า สถานการณ์ปัจจุบันต่างกับสถานการณ์แก้รัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๐ ครับ การร่าง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราตั้ง สสร. แต่ช่วงเวลานั้นทุกฝ่ายในสังคมเห็นพ้องต้องกัน และมี เป้าหมายร่วมกันชัดเจนว่าเราจะเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อการปฏิรูปการเมือง แต่ในสถานการณ์ ปัจจุบันท่านประธานต้องยอมรับความจริงเราขาดความเห็นพ้อง ต้องยอมรับความจริงว่าการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เขียนใหม่ทั้งฉบับเป็นเพียงความต้องการฝ่าย เดียวของรัฐบาลกับผู้ร่วมกระบวนการ และสังคมกังวลว่าที่สุดจะเป็นฉนวนนําไปสู่ความ ขัดแย้ง แตกแยก และวิกฤติรอบใหม่ของประเทศโดยไม่จําเป็น ตรงนี้คือเหตุผลประการที่ ๑ ที่ทําไมพวกกระผมจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญของรัฐบาลนี้ในสถานการณ์นี้

เหตุผลประการที่ ๒ พวกกระผมเชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้มีวาระซ่อน เร้น ท่านมีสิทธิปฏิเสธครับ แต่พวกกระผมก็มีสิทธิเชื่อ ที่เชื่อไม่ใช่วิตกจริต ไม่ใช่ติเรือทั้ง โกลนเหมือนเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปเมื่อวาน แล้วไม่ใช่เรื่องตีตนไปก่อนไข้ แต่ที่เชื่อเพราะ รู้เท่าทัน ว่าเป้าหมายที่แท้จริงประการหนึ่งของการแก้รัฐธรรมนูญเที่ยวนี้คืออะไร และไม่ใช่ จินตนาการ แต่เพราะมีเหตุจูงใจให้เชื่อและส่อว่าที่สุดจะนําไปสู่การล้างผิดให้คนพิเศษโดย อ้างประชาธิปไตยบังหน้า เมื่อวานกระผมก็ได้อธิบายหลักฐานให้ท่านประธานได้ทราบแล้ว ขอย้ําอีกครั้งหนึ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครัฐบาลเองให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าหลังได้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้วคนพิเศษจะกลับมาอย่างสง่างาม กลับมาอย่างสง่างามได้อย่างไร ถ้าไม่ล้างผิดเสียก่อน ตรงนี้จึงเป็นที่มาที่ทําไมพวกกระผมเชื่อว่าแก้รัฐธรรมนูญเที่ยวนี้ มีวาระซ่อนเร้น

และเหตุผลประการที่ ๓ ที่พวกกระผมไม่เห็นด้วยก็เพราะว่าไม่มีหลักประกัน ว่าสถาบันหลักของประเทศจะไม่ถูกกระทบกระเทือนในสิ่งอันไม่บังควร และสิ่งอันไม่สมควร สถาบันหลักที่ว่าคือสถาบันพระมหากษัตริย์ องค์กรอิสระอาจจะรวมไปถึงศาลยุติธรรม สําหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาลอ้างเสมอ เมื่อวานก็อ้างรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่แก้ มาตรา ๑๑๒ ไม่พอครับ มาตรา ๑๑๒ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ เรากําลังพูดเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๒ คือประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ มันคนละเรื่องเดียวกัน

ข้อ ๒ รัฐบาลอ้างยืนยันว่าจะไม่แก้ไขในเรื่องของการที่จะทําให้ประเทศไทย ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่พอเช่นเดียวกันครับ และเหตุผลข้อนี้ท่านนํามาอ้างไม่ได้ ท่านนํามาอ้างไม่ได้เพราะท่านไม่มีสิทธิอ้าง ไม่มีสิทธิอ้าง เพราะเขาบังคับไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ (๑) วรรคท้ายว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านจะทําอย่างไรก็ได้แต่ห้ามแก้ ๒ เรื่อง

เรื่องที่ ๑ ห้ามแก้เรื่องประเทศไทยต้องมีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กับ

เรื่องที่ ๒ ห้ามเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ ประเทศไทยต้องเป็นรัฐเดี่ยว เป็นสหรัฐไม่ได้ เป็นสหพันธรัฐไม่ได้ เป็นสมาพันธรัฐไม่ได้ ต้องเป็นรัฐเดียวเป็นราชอาณาจักรเท่านั้น เพราะฉะนั้น ๒ ข้อนี้ท่านจะอ้างไม่อ้างท่านก็ไม่มีสิทธิแก้ แก้เมื่อไรผิดรัฐธรรมนูญเมื่อนั้น สิ่งที่เราต้องการหลักประกันคือสิ่งที่ท่านพยายามเฉไฉ ท่านบอกว่าเป็นเรื่อง สสร. ไม่เกี่ยวกับท่าน นี่คือสิ่งที่เราเป็นห่วงนะครับว่าท่านต้องประกันไว้ว่าท่านจะไม่แก้หมวด ๒ ที่ว่าด้วย สถาบันพระมหากษัตริย์ รวมทั้งมาตรา ๘ ที่ระบุไว้ว่าองค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารง อยู่ในฐานะอันที่เป็นเคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้อง พระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ทําไมท่านไม่กล้าให้หลักประกันครับ ในสิ่งที่สังคมต้องการ หลักประกันเรื่องนี้ และเหตุสําคัญยิ่งไปกว่านั้นอีกอันหนึ่งที่ท่านไม่ให้หลักประกันเรื่องนี้ ให้มีความชัดเจนจนนําไปสู่ความสงสัย ก็เพราะก่อนหน้านี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครัฐบาลไปร่วมลงชื่อแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ที่รัฐบาลปฏิเสธว่าจะไม่แก้เสมือนรัฐบาลตี ๒ หน้า ยิ่งทําให้สังคมไม่มั่นใจ ท่านยืนยันแต่ผู้แทนพรรคท่านกลับไปทําในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ยืนยัน แล้วจะทําให้พวกกระผมมั่นใจได้อย่างไรครับว่าสิ่งที่ท่านยืนยันไม่ว่าเรื่องอะไรสรุปแล้ว ท่านจะไม่ทํา นี่คือสิ่งที่เป็นที่มาที่ทําให้พวกกระผมต้องตั้งข้อสังเกตและขอหลักประกัน จากรัฐบาล ในเรื่ององค์กรอิสระครับ พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าองค์กรอิสระเป็นเรื่องจําเป็น สําหรับประเทศไทย พวกกระผมเป็นห่วงว่าจะมีการยกเลิก ที่กระผมเป็นห่วงว่า จะมีการยกเลิกไม่ได้แปลว่าไม่มีที่มาที่ไปนะครับ และไม่ได้หมายความว่าอยู่ ๆ พวกกระผม วิตกจริตหรือจินตนาการ แต่เพราะมันมีหลักฐานที่มาที่ส่อว่าเป็นไปได้ที่หากมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ท่านจะยกเลิกองค์กรอิสระซึ่งเป็นกลไกสําคัญในการตรวจสอบทั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติและกลไกของรัฐ เอกสารอยู่ในมือของผมครับ คําแถลงและคําให้สัมภาษณ์ ของผู้แทนราษฎรและผู้มีบทบาทสําคัญในซีกรัฐบาล ผมไม่เอ่ยชื่อครับ ไม่เอ่ยชื่อ ไม่ใช่หมายความว่าไม่มีรายละเอียดหลักฐาน แต่ไม่ประสงค์ให้พาดพิง คณะทํางาน ด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทยท่านหนึ่งกล่าวว่าจะต้องยกเลิกองค์กรอิสระต่าง ๆ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญและคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. ชุดนี้เป็นผลพวงจากรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ นี่คณะทํางานด้านกฎหมายนะครับ ผู้แทนราษฎรอีกท่านหนึ่งระบุยืนยันชัดเจนว่าในเอกสาร การผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างเร่งด่วนครั้งนี้เป็นมติของคณะกรรมการบริหารพรรค ในการแก้ไขมีการเพิ่มเติมในประเด็นที่ว่าด้วยการลดพระราชอํานาจของพระมหากษัตริย์ ทางอ้อม ตลอดจนการยกเลิกองค์กรอิสระต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ นี่คือความเห็น ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซีกรัฐบาล เพราะฉะนั้นจะไม่ทําให้พวกกระผมและสังคม เกิดความเคลือบแคลงสงสัยได้อย่างไร เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาที่พวกกระผม ต้องขอหลักประกันจากรัฐบาลว่าถ้ารัฐบาลจริงใจบริสุทธิ์ใจว่าจะไม่แตะต้องสถาบัน จะไม่แก้เพื่อผลประโยชน์ของส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง ผมขอให้รัฐบาลดําเนินการดังนี้

ข้อ ๑ ขอให้เขียนไว้เป็นเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมฉบับปัจจุบันนี้ แก้มาตรา ๒๙๑ ว่าท่านจะไม่แตะ ๒ เรื่องนี้

ข้อ ๒ หรือถ้าท่านไม่ทําอย่างนี้ เขียนให้ชัดว่า สสร. ร่างแล้วจะต้องเอา กลับมารัฐสภาก่อน หากเข้าเงื่อนไขมีผลกระทบ ๒ เรื่องที่ผมกราบเรียน ท่านจะต้องเปิดโอกาส ให้มีการแก้ไขได้ หรือสุดท้ายถ้าไม่รู้จะไปทางไหน ท่านจะต้องให้คํารับรองว่าถ้ายังหลุดรอด ออกไปจนถึงการทําประชามติ รัฐบาลจะยืนยันรณรงค์ให้ประชาชนไม่รับรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขใหม่ ด้วยวิธีนี้จึงจะทําให้สังคมคลายความกังวลลงไปได้บางส่วน นอกจากไม่มี หลักประกันใด ๆ แล้ว ผมขอกราบเรียนสุดท้ายกับท่านประธานครับว่ารัฐบาลชุดนี้ยังเร่งรีบ รวบรัดทุกขั้นตอนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งบอกว่า จะแก้รัฐธรรมนูญอีก ๘ เดือน เอาเข้าจริงยังไม่ทันถึงเดือน เรียบร้อยโรงเรียนรัฐบาลไปแล้ว เพราะอะไร ทําไม เพราะใบสั่งหรือสับขาหลอก หรือมั่นใจว่าสถานการณ์นี้เอาอยู่แล้ว จึงกล้าเร่งรีบรวบรัดเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้ามา

ประการที่ ๒ การบรรจุระเบียบวาระข้อบังคับบังคับแค่ให้บรรจุภายใน ๑๕ วัน แต่ท่านไปไกลถึงขนาดเร่งหยิบยกขึ้นมาพิจารณาภายใน ๑๕ วัน โดยข้อบังคับไม่ได้บังคับ

ประการที่ ๓ ขั้นตอน กระบวนการในการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านเร่งรีบ ทุกขั้นตอนครับ ๕ วันก็เอา ๑๐ วันก็เอา ร่างของพรรคเพื่อไทยที่เสนอไปเบื้องต้นแล้ว รัฐบาลเสนอตามหลัง ร่างพรรคเพื่อไทยบอกว่าการรับรอง สสร. ให้ทําภายใน ๓๐ วัน รัฐบาลบอกว่าช้าไป ขอ ๑๕ วัน การทําประชามติ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเขากําหนดว่า การทําประชามติต้องทําไม่ก่อน ๙๐ วันและไม่เกิน ๑๒๐ วัน เพื่อต้องการให้ประชาชนได้ศึกษา ทําความเข้าใจอย่างน้อย ๓ เดือน และไม่ให้ไกลไปถึง ๑๒๐ วันหลังจากนั้นนะครับ เพราะเดี๋ยวจะเป็นการถ่วงการทําประชามติ แต่ท่านไม่เอาครับ ท่านลดครึ่งราคาลงมาเหลือแค่ ๔๕-๖๐ วัน

ประการที่ ๔ ในเรื่องการทําประชามติ นอกจากเร่งรัดเวลาท่านยังเลี่ยงบาลี ไม่ปฏิบัติตามข้อสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนตอนหาเสียง ท่านบอกเหมือนกับกรณีเดียวกันกับ เรื่องค่าแรงขั้นต่ํา เรื่องค่าแรงขั้นต่ําท่านหาเสียงบอกว่าค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาท แต่เอาเข้าจริง กลายเป็นรายได้ ๓๐๐ บาท เงินเดือนระดับปริญญาตรีไม่ต่ํากว่า ๑๕,๐๐๐ บาท เอาเข้าจริง เงินเดือนใกล้เคียงกับของเดิมเพิ่มเงินเพิ่มกลายเป็นรายได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ขณะที่รัฐบาลก่อน ๆ เขาก็ทํากันเพียงแต่ยังไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท กรณีนี้เหมือนกันท่านสัญญาไว้ตอนหาเสียงว่า ท่านจะทําประชามติ ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ก่อนแก้รัฐธรรมนูญให้ไปถามประชาชนก่อนว่า จะเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หรือปี ๒๕๕๐ เป็นต้นแบบ ครั้งที่ ๒ สสร. ร่างเสร็จค่อยเอาไป ทําประชามติถามประชาชนอีกครั้งหนึ่ง แต่พอเอาเข้าจริงท่านตัดตอนการทําประชามติ ครั้งที่ ๑ ท่านกลัวอะไร หรือกลัวประชาชนยืนยันว่าเขาเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วท่านแก้ลําบาก ก็เลยเหลือครึ่งหลัง แค่ไปทําประชามติหลังจาก สสร. ร่างเสร็จแล้วเท่านั้น นี่คือกรณี ที่พวกกระผมได้มองเห็นชัดเจนว่ารัฐบาลพยายามเร่งรีบเร่งรัดทุกขั้นตอน โดยเหตุผล ที่กระผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานสภามาทั้งหมดนี้ พวกกระผมจึงไม่เห็นด้วยกับการฉีก รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แล้วเขียนใหม่ขึ้นมาทั้งฉบับตามข้อเสนอของรัฐบาลในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอครับ

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ด้วยความเคารพต่อท่านประธานนะครับ ผมเห็นว่าบรรยากาศการประชุม วันนี้เป็นไปได้ด้วยดี ผมเองก็อยากจะทําให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กระผม คิดว่าอะไรที่พูดแล้วทําให้เกิดความเสียหายนี่มีความจําเป็นต้องทําความกระจ่างให้เกิดขึ้น ผมถูกพาดพิงนะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตที่จะใช้สิทธิพาดพิง แม้ว่าท่านผู้อภิปราย จะไม่ได้เอ่ยชื่อผมนะครับ แต่ว่าตรงนั้นมี ๒ อย่างที่ระบุตรงกันว่าเป็นตัวผม นั่นก็คือ ส.ส. อีกอันหนึ่งก็คือบอกว่าแก้รัฐธรรมนูญแล้วจะทําให้ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณกลับมา อย่างสง่างาม คือเมื่อวานตอนค่ําท่านก็เห็นแล้วได้มีการแสดงภาพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

เป็นอื่นไม่ได้ครับยกเว้นผมครับ ดังนั้น ผมก็ขออนุญาตที่จะใช้สิทธิพาดพิงครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คุณหมอหากว่าท่านเสียหายนะครับ กรุณาสรุปครับ ชี้แจงได้ครับ สรุปครับ

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ คือเมื่อวานนี้ ผมก็พยายามที่จะรักษาเวลาที่ประชุมครับ แต่ว่าก็พยายามที่จะไม่เข้าใจกัน ผมได้กราบเรียน ท่านประธานแล้วว่าหากคนที่มีจิตใจงดงาม แล้วก็สกัดผลึกของความคิดของผมได้ ก็คงจะไม่มีปัญหาครับ ยกเว้นคนที่จิตใจต่ําทรามหรือโง่ หรือแกล้งโง่ ด้วยความเคารพครับ และนี่คือความจริง ก็จะไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูดแล้วตีความไปในทางที่ผิดครับ ผมพูดชัดนะครับ ผมพูดแล้วผมยืนยันจะเป็นสิ่งนี้จริง ก็คือเมื่อประเทศไทยได้รับรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็น ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แล้วนะครับ ประชาชนไทยทุกคนจะได้อานิสงส์จากสิ่งนี้ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณก็จะได้อานิสงส์ด้วย ๖๗ ล้านคนได้อานิสงส์จากการเป็น ประชาธิปไตยที่แท้จริงของประเทศไทย แล้วไฉนเลยนายกรัฐมนตรีทักษิณซึ่งเป็นคนไทยคนหนึ่ง จะไม่ได้รับอานิสงส์อันนี้ด้วยหรือครับ อานิสงส์นั้นคืออะไรครับท่านประธาน อานิสงส์ก็คือว่า ท่านถูกกระบวนการยุติธรรมที่บิดเบี้ยวนี่ลงโทษ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ อย่างนี้นะครับ คุณหมอกรุณาพูดส่วนที่คุณหมอเสียหายนะครับ

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

ผมกําลังกราบเรียนท่านประธานครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณจะได้กลับมาหลังจากที่ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่แข็งแรง สมบูรณ์แล้วจากการที่มีรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นประชาธิปไตยนะครับ ทั้งนี้เนื่องจากว่าคดี ความทั้งหลายที่ตั้งต้นด้วยกระบวนการยุติธรรมที่ถูกบิดเบือน บิดเบี้ยว ไม่ได้เป็นไปตามหลัก นิติรัฐยุติธรรมนี่ก็จะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่ได้นะครับ คุณหมอครับ ถ้าอย่างนั้นไม่ได้ครับ ผมไม่อนุญาต ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะขอชี้แจงในเวลาของ คณะรัฐมนตรีครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี 🔗

ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระผมนําเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านได้อภิปรายตั้งแต่แรกนี่ต้องขอชื่นชมว่าดีมาก ท่านยกประเด็นว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ว่าดี แล้วมามีข้อบกพร่องทีหลัง แล้วรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ไปปรับ แต่รอบท้าย ๆ ท่านเหมือน อภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านมาผิดคิว แล้วก็มาผิดงาน ถ้าจะไม่ไว้วางใจต้องรอบหน้าสิครับ แล้วท่านให้ผมยืนยัน ผมยืนยันตรงนี้ ๑. พรรคเพื่อไทยไม่แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ โดยเด็ดขาด และพรรคเพื่อไทยเป็นประชาธิปไตย ถ้าสมาชิกบางคนเขาจะไป ลงชื่อเห็นด้วยกับแก้แล้วบังคับเขาได้หรือครับ ท่านอย่าเอาข้อยกเว้นมาเป็นหลัก ในการวิจารณ์รัฐบาล ผมจะบอกให้ว่าปี ๒๕๔๐ พันตํารวจโท ทักษิณ ยังไม่ได้เล่นการเมือง สมัครเป็นสมาชิก สสร. ที่จังหวัดเชียงใหม่แข่งมากับพลตํารวจเอก สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ มีนักการเมืองและพรรคการเมืองพรรคหนึ่งมันคิดอุบาทว์สกัดพันตํารวจโท ทักษิณ นี่ละครับ ไม่ได้ผ่านเป็น สสร. เพราะฉะนั้นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ พรรคการเมืองที่อุบาทว์ พรรคหนึ่ง แกล้งพันตํารวจโท ทักษิณ พันตํารวจโท ทักษิณ จึงไม่ได้มีส่วนร่วมร่าง แล้วการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญขณะนั้น ผมเองนี่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีโอกาสปรึกษาก็มีแนวคิดเบื้องต้นว่าต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็งยื่นญัตติต่อ ๒ ใน ๕ พรรคไทยรักไทยเขาชนะขาด ฝ่ายค้านมีไม่ถึง ๒๐๐ เสียง ก็ยื่นไม่ได้นี่ครับ มันไม่ใช่รัฐบาล ไปห้ามไม่ให้ยื่น ก็กําหนดกติกากันเอาไว้อย่างนั้น เมื่อยื่นไม่ได้ ก็ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ วันนี้มันชัดครับว่าพรรคประชาธิปัตย์ชอบรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ พวกผมไม่ชอบ ผมเห็นควรแก้ แต่แก้อย่างไรเป็นเรื่องของ สสร. เป็นอนาคต เย็นผมจะอธิบายคําว่า เช็คเปล่า ให้ฟัง ปี ๒๔๗๕ ปี ๒๔๗๖ ก็ยังคิดว่าประชาชนยังจบประถมศึกษาไม่เกินกึ่งครึ่ง นี่ผ่านมา ๘๐ ปี ถ้านักการเมืองจะคิดอย่างนั้นก็เป็นเรื่องพวกท่าน ถึงเวลาเลือกตั้งจะเป็นตัวตัดสิน เช็คเปล่า ประชาชนเขาก็ฉีกทิ้งนะครับ เขาจะไปยอมรับหรือ มันกลั่นกรองตั้งเยอะ ท่านพูดเมื่อสักครู่ถูกใจผมจริง ๆ ที่ท่านบอกอ้ายนักการเมือง พูดง่าย ๆ ท่านพูดทํานองว่า นักการเมืองทุจริตการเลือกตั้ง ซื้อเสียง แล้วมาเป็นรัฐบาล แล้วโกงกิน แล้วทุจริตการเลือกตั้ง ใช้อํานาจ บังเอิญว่าท่านลืมไปนิดหนึ่งเลือกตั้งปี ๒๕๕๐ ท่ามกลางอํานาจเผด็จการ ท่ามกลางอํานาจอันชั่วร้าย ผมไปปราศรัยที่ไหนมีรถประกบหัวท้ายแต่พอดีเป็นตํารวจเก่า ผมก็เฉย ๆ ตํารวจยังไม่ยอมมาดูแลเวลาพวกผมไปปราศรัยทั้ง ๆ เป็นหน้าที่ ไม่มีอํานาจรัฐ ตอนนั้นอํานาจรัฐมาจากการปฏิวัติ พวกผมก็ชนะ ชนะใครไม่อยากพูดเดี๋ยวพาดพิง พอตอนหลังกลับขั้ว พวกท่านมาเป็นรัฐบาล ๒ ปี ๗ เดือน เลือกตั้งวันที่ ๓ กรกฎาคม ยากลําบาก ขออําเภอปราศรัย ไม่ให้ ขอผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ให้ ขอโรงเรียน ไม่ให้ ต้องไปปราศรัยตามสุมทุมพุ่มไม้ พวกผมก็ได้มา ๒๖๕ ที่นั่ง เพราะฉะนั้นที่ท่านพูดนะถูก อ้ายนักการเมืองมันชั่ว มันเลว มันใช้อํานาจแล้วชนะเลือกตั้ง ถูกต้องที่สุดพวกผมก็ปลอดภัยไป เพราะพวกผมอยู่ในสถานะลําบาก ต้องชมท่านนะว่าประธานวิปพูดตรงครับ

อีกอันหนึ่งที่ท่านทําเป็นเหมือนไม่เข้าใจ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ร่างที่รัฐบาลเสนอมาชัดเจน แจ่มแจ้งไม่ได้มีอะไรเคลือบแคลงครับ ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทําไม่ได้ ท่านมีสิทธิสงสัย ท่านมีสิทธิระแวง แต่อย่าไปคิดสิครับว่าพวกท่านจะผูกขาดความจงรักภักดีไว้พรรคเดียว พรรคผมนี่นายทหาร นายตํารวจเดินชนกันหัวแตกทุกวันที่พรรคเพื่อไทย ราชองครักษ์ทั้งนั้นครับ ท่านดูอีกวรรคสิครับ ในกรณียกร่างรัฐธรรมนูญแล้วไปขัดแย้งกับมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า เขาให้รัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคห้าให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป นี่หรือครับ ไม่มีหลักประกัน มีครบ แต่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ลืมเมื่อ ๘๐ ปีที่แล้ว ๘๐ ปีที่แล้ว คณะราษฎร์ให้มีผู้แทนประเภท ๑ ให้มีผู้แทนประเภท ๒ แล้วบอกว่าถ้าประชาชนมีความรู้ แล้วถึงจะมีผู้แทนประเภทหนึ่งมาจากการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่รัฐบาล ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยวันนี้มีความเชื่อว่าประชาชนรู้การเมือง เรียนการเมือง เก่งการเมือง เข้าใจการเมือง เขาถึงเลือกตั้งอย่างนี้ละครับ ท่ามกลางการรณรงค์หาเสียง ป้ายขึ้นพรึบหมดว่าพวกผมไม่จงรักภักดี ทั้ง ๆ ที่พวกผมจงรักภักดี ถ้าประชาชนเขาเชื่อ กลุ่มคนที่กล่าวหา กล่าวร้ายพวกผม ไม่ชนะอย่างนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นยืนยันว่า เรามีวิธีการแก้ไขเอาไว้เด็ดขาด และผมไม่อยากจะให้ผู้อภิปรายคนอื่น หมวดพระมหากษัตริย์ว่า อย่างไร ไม่แตะต้องโดยเด็ดขาด วรรคห้าเขียนเสีย ถ้าเกิด สสร. รุ่มร่ามก็ยังบอกเลย ให้รัฐสภาวินิจฉัย ให้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคห้าตกไป นี่หรือครับ ไม่มีหลักประกัน เดิมผมกะว่าจะรวบไว้ตอนเย็น ปี ๒๕๔๐ มีพรรคการเมืองอุบาทว์ พรรคหนึ่งปิดกั้น พันตํารวจโท ทักษิณไม่ให้เป็น สสร. แล้วมาแพ้ พลตํารวจเอก สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ ในสภา คนรุ่นใหม่จะได้รู้ประวัติ เดี๋ยวตอนบ่ายผมมีอีกหนึ่งรอบครับ รอบนี้เอาเท่านี้ก่อน ขอบพระคุณครับท่านประธาน

พลเอกธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านผู้ประท้วงทีละท่าน นะครับ เชิญท่านรองนายกฯ ท่านสุเทพครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตใช้สิทธิพาดพิง ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ซึ่งแม้ว่า จะพยายามปรับปรุงโฉมการพูดจาอภิปรายใหม่ให้ดูนุ่มนวลขึ้น แต่ว่าก็ไม่ทิ้งนิสัยถาวรอย่างเดิม พูดจาให้คนเข้าใจผิดและอาจจะเป็นเหตุให้พรรคประชาธิปัตย์ของผมเสียหาย รวมทั้งตัวผมเอง ซึ่งเคยเป็นรัฐบาลเมื่อ ๒ ปีกับ ๗ เดือนที่ผ่านมา ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมได้พูดถึง ผมจึงขออนุญาตชี้แจงเฉพาะในส่วนที่ผมเห็นว่าคําพูดของท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม ทําให้คนเข้าใจผิดนะครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

กรุณาสรุปสั้น ๆ นะครับท่าน พอเข้าใจนะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ครับ

ในประการที่ ๑ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมได้ใช้คําที่จริง ๆ ไม่ควรจะพูด จากปากรองนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ ที่บอกว่ามีพรรคการเมืองอุบาทว์พรรคหนึ่งปิดกั้น ขัดขวางทักษิณไม่ให้ได้รับเลือกเป็น สสร. เมื่อปี ๒๕๔๐ ผมไม่ทราบว่าพรรคการเมืองอุบาทว์ ที่รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมพูดนั้นเป็นพรรคที่รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมสังกัดอยู่หรือเปล่า แต่ที่ผมยืนยันก็คือว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กระทําการใด ๆ ที่จะมาอ้างได้ว่าเป็นการสกัดกั้น ปิดกั้น ขัดขวางไม่ให้ พันตํารวจโท ทักษิณได้เป็น สสร. ในปี ๒๕๔๐

ในประการที่ ๒ รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมเขาบอกว่าการเลือกตั้งปี ๒๕๕๐ พวกเขาหาเสียงด้วยความยากลําบาก ท่ามกลางอํานาจเผด็จการ แล้วก็ถูกขัดขวางต่าง ๆ นานา มันทําให้คนอาจจะเข้าใจได้ว่าการขัดขวางที่รองนายกรัฐมนตรีเฉลิมพูดถึงนั้นอาจจะมี พรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวข้อง ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าในการเลือกตั้งปี ๒๕๕๐ พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้หาเสียงด้วยวิธีการที่สุจริตตรงไปตรงมาอย่างคนมีวัฒนธรรม ทางการเมืองที่ดี ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องขัดขวางพรรคของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม แต่ประการใดทั้งสิ้น ในทางกลับกันครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านชวน หลีกภัย ไปตั้งเวทีปราศรัย บางจังหวัดถูกบรรดาสมุนลิ่วล้อบริวารของฝ่ายนั้น พังเวที ไล่ทุบ ไล่ตีกระเจิดกระเจิง เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้บันทึกข้อเท็จจริงว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ถูกกระทํา ไม่ได้ไปกระทําการอย่างที่พูดจาให้เข้าใจผิด

ในประการที่ ๓ ที่บอกว่าเมื่อพวกผมเป็นรัฐบาล ๒ ปี กับ ๗ เดือน แล้วไปหาเสียงเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นั้นทําให้พรรคของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ทุกข์ยากเหลือเกิน ต้องไปหาเสียงตามสุมทุมพุ่มไม้อะไรที่ว่านั้น ไม่อายคนเขาบ้างหรือ พูดอย่างนี้ ผมเรียนนะครับว่าการเลือกตั้งปี ๒๕๕๔ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ตั้งใจที่ให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบรรยากาศของการสร้างสรรค์ ไม่เคยไปใช้อํานาจรัฐ ไม่เคยไปสั่งผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่เคยไปสั่งผู้อํานวยการโรงเรียนที่ไม่ให้ความร่วมมืออะไรที่เฉลิมพูด มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ เราสู้กันด้วยความขาวสะอาด แพ้ชนะก็ว่ากันนะครับแล้วไม่เคยพูด ไม่เคยวิจารณ์เลยหลังจากที่ผลการเลือกตั้งออกมาแล้ว ซึ่งคนที่ติดตามการเมืองก็รู้ดีว่า การแพ้ การชนะเป็นอย่างไร แต่ว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาพูด เราต้องการให้บ้านเมืองคืนกลับสู่ ความสงบเรียบร้อย เราต้องการรักษาบรรยากาศของการเลือกตั้งให้สงบเรียบร้อย นี่คือข้อเท็จจริง ผมไม่หวังให้คุณเฉลิมแก้คําพูดหรือว่าถอนคําพูดอะไรทั้งสิ้น แต่ผมต้องการ ให้สภาได้บันทึกขอเอาไว้ว่าในฐานะเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่เคยอยู่ ในรัฐบาลที่รับผิดชอบคราวที่แล้ว ขอให้บันทึกข้อเท็จจริงเรื่องนี้เอาไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี สั้น ๆ นะครับท่าน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพบอกว่าถึงแม้ผมจะปรับปรุงการอภิปรายแต่ก็ไม่ทิ้งนิสัยถาวร ผมไม่เคยปรับปรุงครับ ผมเป็นเฉลิมคนเดิม เป็นฝ่ายค้านอย่างไร เป็นรัฐบาลก็อย่างนั้นครับ พูดเสียงดังฟังชัด และที่แปลกมันก็แปลกนิดเดียวเท่านั้นละครับ ไปไหนมาไหนก็มีรถตํารวจนํา อย่างอื่นผมเหมือนเดิม รถตามก็รถที่บ้าน เพราะผมมีความสุจริตใจว่าผมไม่ได้ทําผิด คิดร้ายกับใครไว้ ก็ไม่ได้ระวังตัว แล้วพอดีมันเป็นตํารวจเก่า ยิงปืนแม่น ก็เลยไม่กลัวคนร้าย ผมไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลยครับ

ข้อที่ ๑ ที่ท่านตอบว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้สกัดกั้น พันตํารวจโท ทักษิณ ที่ผมอภิปรายผมไม่ได้ระบุชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ผมบอกว่าพรรคอุบาทว์ ใครล่ะที่ทํา แต่ผมไม่ได้บอกนี่ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ท่านยืนขึ้นมาทําไมล่ะ ผมไม่ได้บอกว่า พรรคประชาธิปัตย์ ผมบอกว่ามีพรรคอุบาทว์พรรคหนึ่งสกัดกั้น พันตํารวจโท ทักษิณ ไม่ให้เป็น สสร. จังหวัดเชียงใหม่

เรื่องที่ ๒ ท่านบอกว่าการเลือกตั้ง ปี ๒๕๕๐ และท่านไม่มาเกี่ยวข้องอะไร ต่าง ๆ ก็คณะปฏิวัติ ปฏิวัติวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ แล้วอํานาจคณะปฏิวัติ ถ้าเขาชอบ เขาจะมาปฏิวัติพรรคไทยรักไทยหรือครับ กระผมก็พูดตามสภาพความเป็นจริง

(นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ มีผู้ประท้วง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ประท้วงเรื่องอะไร

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับท่าน ท่านเดียวนะครับ

นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สตูล

ท่านประธานสภา ที่เคารพ ฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ ผมเกรงว่า ในบันทึกของการประชุมของรัฐสภาอันมีเกียรติในวันนี้นั้น เราจะมีคําพูดที่ไม่สุภาพและเป็นคําพูด ที่ไม่บังควรที่จะเป็นตัวอย่างให้กับเยาวชน นักศึกษา ขอให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีถอนคําพูด คําว่า อุบาทว์ พรรคการเมืองอุบาทว์ เพราะมันเป็นคําพูดที่มาจากสมองที่อุบาทว์นะครับ ขอให้ถอนครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ คําว่า อุบาทว์ แปลว่า ไม่ดี ก็เท่านั้นครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นอะไรครับ แต่ว่าคนอาจจะเข้าใจว่าไม่ค่อยเพราะนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่เป็นอะไร ผมถอน คําว่า อุบาทว์

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

กรุณาหลีกเลี่ยงหน่อยแล้วกัน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

และคําว่า อุบาทว์ ออกมานี่ ผมอ่านจากพจนานุกรมว่ามันแปลว่า ไม่ดี ไม่ใช่ออกจากสมองผมหรอก ถ้าผมถอน คําว่า อุบาทว์ พรรคการเมืองที่ไม่ดี พรรคการเมืองที่อิจฉาริษยา คอยขัดขวางเขา

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านต่อครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ข้อที่ ๒ การเลือกตั้ง ปี ๒๕๕๐ ท่านประธานเองเป็นแม่ทัพนายกองมาก่อน คนปฏิวัติล้มรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ก็แปลว่า เขาต้องไม่ชอบพวกผม การรณรงค์หาเสียงมันก็ลําบาก ผมรู้จักตํารวจเยอะกลางคืนก็มาพี่ พรุ่งนี้พี่ไปปราศรัยผมไปดูจราจรไม่ได้ พี่ไปปราศรัยผมดูแลความปลอดภัยไม่ได้ครับ ผมบอกไม่เป็นอะไรหรอกน้อง เกิดครั้งเดียวมันตายครั้งเดียว ผมก็บอกว่าผมหาเสียงลําบาก แล้วผมไม่ได้บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ไปขัดขวาง ท่านก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล ผมเป็นคนความจําสั้น แต่ว่าผมหาเสียงลําบาก เพราะพวกปฏิวัติเขาเพิ่งปฏิวัติไป ท่านก็บอกว่าพี่ชวนกับท่านอภิสิทธิ์ ไปหาเสียงแล้วถูกพังเวทีก็แจ้งความจับสิครับ คดีไม่ขาดอายุความครับ เดี๋ยวจัดให้ พอท่านบอกว่าท่านเป็นรัฐบาลท่านไม่ได้แกล้งผม ผมไม่ได้ว่าท่านแกล้ง แต่เจ้าหน้าที่มันไม่เอาด้วย ท่านสุเทพท่านไม่รู้ ท่านไปไหนนํา ๓ ตาม ๒ เพราะท่านมีตําแหน่ง ผมนี้ไปขอใช้ที่ปราศรัย ขอโรงเรียน บอกไม่ได้ ขอผู้ว่าราชการจังหวัด บอกไม่ได้ ขออําเภอ บอกไม่ได้ ขอที่ไหน ๆ ก็ไม่ได้ เว้นแต่หลวงพ่อตามวัดเท่านั้นท่านให้ และที่เขาไม่ให้เขาไม่ได้บอกท่านสั่งนะ นี่ผมพูดถึง ความทุกข์ยาก ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพกับผมรู้จักกันมาสมัยพรรคประชาธิปัตย์ เราไม่ได้เป็นศัตรูคู่อาฆาต แต่ที่ผมมาปรับทุกข์ผูกมิตร ก็เพื่อให้รู้ว่ากว่าจะชนะมาได้ เลือดตาแทบกระเด็น แล้วก็ยืนยันว่าไม่แก้ ป. อาญา มาตรา ๑๑๒ แก้ไขรัฐธรรมนูญ แตะหมวดพระมหากษัตริย์ไม่ได้ในวรรคห้า ถ้าใครไปแตะรัฐสภาพิจารณาให้ตกไปได้ มันจะได้จบ ไม่อย่างนั้นก็พูดกันแต่เรื่องนี้ ท่านจุรินทร์ทีแรกก็พูดเนี๊ยบ เนี๊ยบจริง ๆ ประเด็น ๆ พอตอนหลัง เหมือนไม่ไว้วางใจ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นฝ่ายรัฐบาล ๒ ท่าน มีท่านชาดากับท่านขจิตรนะครับ ท่านละ ๑๐ นาทีครับ เชิญท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ ๑๐ นาทีครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เรียนท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ก็ถือว่าเราได้ดูผู้อาวุโสทั้งนั้นที่ผมเคารพรักนับถือทั้ง ๒ ท่าน ท่านประธานที่เคารพ เรามีรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ จนถึง ณ วันนี้อย่างที่หลายท่านกล่าวกันว่า ๘๐ ปี ๘๐ ปีนั้น ๑๘ ฉบับ ท่านประธานครับ ๑๘ ฉบับถ้าหารไปแล้วก็ฉบับละ ๔ ปี ๔ เดือน ถ้านับเป็นเดือน ก็ฉบับละ ๕๓ เดือน ๕๓.๓๓๓ เลขเศษ ๔ เศษ ๓ เหมือนกันหมด ถ้าเป็นเด็กคนที่อายุ ๔ ขวบครึ่ง ประมาณ ๔ ขวบครึ่ง หรือ ๔ ขวบ ๔ เดือน ถือว่ายังไร้สิ่งที่เรียกว่า ความรับผิดชอบได้เลย ยังไม่โตเต็มที่ยังไม่ได้ทําอะไรที่เป็นประโยชน์ได้เลย ยังอยู่ในช่วงที่ ต้องให้พ่อแม่ดูแลและอนุบาลอยู่ตลอด รัฐธรรมนูญเปลี่ยนได้ไหม เรียนท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญเปลี่ยนได้แน่นอน วัน เวลาเปลี่ยน ความคิดต้องเปลี่ยน ทุกอย่างต้องเปลี่ยน ผู้คนเราก็เหมือนกันอายุเท่านี้ก็คิดอีกอย่างหนึ่ง อายุเท่านี้ก็คิดอีกอย่างหนึ่งนะครับ รัฐธรรมนูญเปลี่ยนเปลี่ยนได้ ผมเองไม่กล้าจะบอกว่าอันไหนดีหรือไม่ดี เพราะผมถือว่า ผมเป็นนักกีฬา ผมเป็นนักกีฬารัฐธรรมนูญคือกติกาที่ผมจะต้องเล่นตามกติกา ดังนั้นนักกีฬา อย่างผมไม่กล้าไปเลือกกติกา เช่นเดียวกันวันนี้พรรคชาติไทยพัฒนาก็มีแนวความคิดเรื่องนี้ เหมือนกันก็จึงให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยใช้คนกลางที่เป็น สสร. มากําหนดกติกา บ้านเมือง ในเมื่อเรามีผู้กําหนดกติกาแต่อย่าลืมมาถามนักกีฬาด้วยเวลาที่ทําเสร็จแล้ว แต่สิ่งที่ผมว่าสิ่งที่สําคัญมากที่สุดของประเทศนี้ไม่ใช่การแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ มันต้องแก้นิสัย นักการเมืองก่อน แล้วก็ต้องแก้นิสัยผู้มีอํานาจในบ้านเมืองนี้ แล้วก็ต้องแก้นิสัยคนไทยด้วย ที่ผมบอกว่านักการเมืองผมก็ต้องแก้เหมือนกันครับไม่ใช่ผมเป็นคนดี วันนี้เราต้องแก้ตรงนี้ก่อนครับ ถ้าไม่แก้ตรงนี้เรามีรัฐธรรมนูญกี่ฉบับบ้านเมืองนี้ก็จะมีปัญหาตลอด เราเดินทางไปในทางเส้นนี้ เจออุปสรรคปัญหา เจอก้อนหิน เจอสิ่งที่เป็นอุปสรรคเราไม่ได้ยกก้อนหินออกครับ แต่เราถอยหลังกลับไปเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งทุก ๔ ปีตามค่าเฉลี่ย แล้วผมถามว่ามันจะพัฒนาได้ อย่างไร ถ้านับเป็นอายุก็วันนี้ประชาธิปไตยมีในประเทศไทย ๘๐ ปี แต่รัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับ ฉบับละ ๔ ปี ๔ เดือน ท่านประธานที่เคารพ วันนี้ท่านแก้ครับ แก้นักการเมือง แล้วก็แก้ประชาชน ผมกราบเรียนประธานสภาที่เคารพรัก ผมเองเข้ามาเป็นนักการเมือง เมื่อสมัยที่แล้วเต็มตัวในฐานะนักการเมืองระดับชาติจากนักการเมืองท้องถิ่น ก็ได้รับคําพูด หรือจากหนังสือพิมพ์จากสิ่งต่าง ๆ มากมายว่านักการเมืองมันชั่ว มันเลว ผมเองไม่ได้ปฏิเสธ ในทุกวงการย่อมต้องมี แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกกับท่านประธานที่เคารพรักว่า วันนี้ถึงเวลาหรือยังถ้ามีรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วที่เราจะมีขึ้นใหม่ ปล่อยให้มันเดินไป ให้มันเป็นวัยรุ่นก็ยังดี ทุกคนยอมรับในกติกาไม่ใช่ว่าเกิดขึ้นมามีอํานาจมีอะไรต่าง ๆ ก็แก้ไขกันอยู่อย่างนี้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพว่าสิ่งที่เราเป็นห่วงกันนะครับ ในเรื่องหมวดพระมหากษัตริย์ ผมเรียนกับพี่น้องทุกท่านที่เป็นห่วงว่าไม่มีใครแตะต้องหรอกครับ และไม่มีใครกล้าแตะต้องผมจึงไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้มากนัก แต่ผมบอกได้เลยครับด้วยความเคารพว่าถ้าใครมาแตะต้องในหมวดนี้หรือเข้ามา ผมเชื่อว่า คนไทยหลายล้านคนไม่ยอม ผมเองก็ไม่ยอมครับ ผมให้ความมั่นใจได้เลย วันนี้สิ่งที่พวกเรา กระทํานั้นผมว่ามันชักจะเกินเลยเกินไป แล้วผมเชื่อว่าคนไทยทุกคนไม่ว่าคนไหนก็ตามเทิดไว้ ซึ่งองค์พระมหากษัตริย์ที่พวกเราชาวไทยเคารพนับถือ ไม่มีหรอกครับ ถ้ามีผมคนหนึ่ง แล้วจะอยู่ข้างหน้า ผมเชื่ออย่างนั้น กราบเรียนด้วยความเคารพว่าเช่นเดียวกัน เรื่อง ป. วิอาญา มาตรา ๑๑๒ คณะนิติราษฎร์ก็ว่ากันไปตามเถอะครับ อันนั้นความคิดท่าน ท่านจะแก้แก้ได้ผมเห็นด้วยควรแก้ครับ แต่แก้เป็นประหารชีวิต สมควรแก้ครับ แก้เป็นประหารชีวิตเลย วันนี้เราอยู่ในแผ่นดินที่มีเจ้าของ เราไม่ใช่บางประเทศนะครับ เราไม่ใช่บางประเทศที่เป็นอันธพาลไปแย่งเกาะเขามาอยู่ แย่งพื้นที่เขามาอยู่ และวันนี้ก็ยังทํา ตัวเป็นอันธพาล พูดถึงตรงนี้ผมก็ขออนุญาตจบเพียงเท่านี้ แต่อยากจะบอกไว้ว่า วันนี้นักการเมืองต้องแก้เพราะอะไรครับ ท่านไปดูประเทศสหรัฐอเมริกาผมบอกได้เลยครับ ๒ พรรคการเมืองเขาผลัดกันคนละ ๘ ปี เขาผลัดกันคนละ ๘ ปี ทั้งนี้อย่างไรก็ตาม มีการหาตัวแทนพรรค แต่ผมทํานายได้เลยครับว่าตัวแทนพรรคจะเป็นใครก็ตามของฝ่ายริพับลิกัน (Republican) แต่คนที่จะเป็นประธานาธิบดีต่อไปก็คือโอบามา เขาผลัดกันครับ แต่ถ้าขึ้นวาระที่ ๒ แล้วใกล้ ๆ จะหมดสมัยที่ ๒ ของโอบามาจะมีตัวเด่นของริพับลิกันขึ้นมา นี่คือสัญญาลับ ๆ ของเขา เขาแบ่งครับ บริหารประเทศคนละ ๘ ปี นั่นคือการปาหี่ระดับโลก ไม่มีพรรคไหนที่อยู่เกิน ๘ ปี นอกจากคดีวอเตอร์เกตในอดีตนั่นเป็นอุบัติเหตุทางการเมือง คราวที่แล้วท่านอัล กอร์ ชนะ ก็ยังต้องหยุดการฟ้องร้อง นี่คือตัวอย่างที่ผมอยากจะให้เห็นว่าเขาแบ่งกันบริหารบ้านเมือง เขาเอาบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง แต่วันนี้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจากอะไรครับ อีกฟากหนึ่งพูดอะไรก็ผิดหมด อีกฟากหนึ่งพูดอะไรก็ผิดหมด ให้พูดดีอย่างไรก็แล้วแต่ ในเมื่ออยู่คนละพรรค คุณผิดแน่นอน มันถึงวุ่นวาย บ้านเมืองเราถึงเดินไปไหนไม่ได้ เราต้องยอมรับในความคิดเห็น ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ผมไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องการจํานํา สินค้าราคาเกษตร แต่ผมถือว่าพรรคแกนนําของรัฐบาลได้รับเลือกตั้งมา ๒๖๕ เสียง นโยบายของเขาบอกกับประชาชนอย่างนั้น เราต้องให้เกียรติเขา เพราะประชาชนเลือกเขา ๒๖๕ เสียง แต่ถ้าทําดีหรือไม่ดีค่อยมาว่ากัน ผมกราบเรียนด้วยความเคารพเราต้องยอมรับ ในความคิดเห็นคนอื่น เช่นเดียวกันเพื่อนเราก็ทําผิด เราก็ต้องบอกสิครับว่าเพื่อนเราผิด แต่เราเข้าข้างเพื่อน แต่ไม่ใช่ว่าเพื่อนผิดก็ไปดันทุรังกันว่าเพื่อนถูก ความถูกต้องมันจึงไม่เกิด นี่คือปัจจัยสําคัญ นักการเมืองต้องแก้ก่อนครับ ต้องแก้นิสัย แก้แนวความคิดสิครับ ผมไม่อยากใช้คําว่า สันดาน ที่ผมพูดนี่ผมไม่ได้ว่าผู้อื่น ตัวผมเองก็ต้องแก้ มีหลายเรื่อง ก็ต้องแก้นะครับ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ คนไทยทุกคนก็ต้องแก้ ท่านประธานครับ ถ้าไม่อย่างนั้นเราก็จะอยู่วังวนแบบนี้ตลอด ผมเรียนด้วยความเคารพ วันนี้ท้ายนี้ ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสในฐานะของสมาชิกรัฐสภา แต่บ้านเมืองนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้น คนที่จะต้องรับผิดชอบคนแรกคือนักการเมือง คนที่ ๒ คือข้าราชการทุกคน และคนที่ ๓ คือสื่อมวลชน ถ้า ๓ องค์ประกอบนี้ดี บ้านเมืองนี้เจริญแน่นอน ผมเรียนด้วยความเคารพ มีคนกล่าวกับผมคําหนึ่งว่าถ้าสภาผู้แทนราษฎรดีแล้วเกิน ๒๕๑ ประเทศเป็นมหาอํานาจ ผมก็บอกไม่รู้เหมือนกัน เพราะผมไม่สามารถไปบอกว่าใครดี ใครเลวได้ แต่ผมคงไม่ใช่คนดี ใน ๒๕๑ นั้น เพราะผมไม่รู้ว่าคนดีคืออะไร แต่ผมอยากจะบอกว่าเกิดเป็นคน เกิดเป็นนักการเมืองต้องทําเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชน ทําจริง ๆ แล้วก็ต้อง เพื่อประเทศชาติจริง ๆ วันนี้ถ้าเราไม่เริ่มต้นกัน ผมเชื่อว่าเรากําลังเดินสู่ทางตันแน่นอน ไม่ต้องไปกลัวหรอกครับว่า ใครเขาจะกลับมา อยู่ที่ไหนเขาก็คนไทย ไม่ให้เขากลับแผ่นดินไทยไม่ได้ บ้านเขา เมืองเขา อย่าไปคิดว่าทําอะไรเพื่อคนคนเดียว ไม่ใช่ ดูกันไปครับ ท่านต้องใจเย็น ๆ เหมือนกันครับ ถ้าเขาทําประชาชนจะตัดสินเองว่าผิดหรือถูก เราต้องยอมรับในความคิดเห็นของประชาชน แล้วก็ต้องยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นด้วย กราบเรียนด้วยความเคารพ ผมขอขอบคุณ ท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกรัฐสภา พรรคชาติไทยพัฒนาครับ สวัสดีครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ ๑๐ นาทีครับ

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี 🔗

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ สมาชิกรัฐสภา ขณะนี้เรากําลังพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ สาระสําคัญหลักก็อยู่ที่ มาตรา ๒๙๑ แล้วก็ทําให้ ไปแก้มาตรา ๒๓๖ ด้วย ประเด็นสําคัญก็คือให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเพิ่มหมวด ๑๖ ในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา ถามว่าในความคิดของผมเองนั้น ถ้าหากจะแก้ โดยสภาผู้แทนราษฎรหรือรัฐสภา ผมเห็นด้วยไหม ผมก็เห็นด้วย แล้วผมอยากแก้แบบนั้น แล้วผมก็เชื่อว่าผมทําได้ ผมเป็นกรรมาธิการและทําได้ดีด้วย แต่ว่าเมื่อเราพิจารณากันในพรรค ความเห็นของผมก็ต้องยอมรับเหตุผลว่านักการเมืองประเภทเอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นมีอยู่เยอะ ๒๐ ปีอย่างไรก็ ๒๐ ปีอย่างนั้น บางคนก็ร้ายแรงกว่าเดิมอีก เพราะฉะนั้นเพื่อที่จะให้เป็น กลางนําไปสู่การแก้ไข โดยเคารพต่อประชาชนเจ้าของประเทศ เราจึงเสนอกฎหมายนี้มา เพื่อให้มีการเลือก สสร. แล้วก็นักวิชาการเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้น ถามว่าผมทําไม สนับสนุนแล้วก็เห็นด้วย ผมเห็นด้วยตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรหรือยังไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎรแล้ว ท่านประธานครับ พี่น้องผมอยู่เขตเลือกตั้งที่ ๔ จังหวัดอุดรธานี กว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แล้วลงมติไม่เห็นด้วยมาแล้ว แล้ววันเลือกตั้ง พี่น้องผมเขาเลือกผมมา เลือกมาด้วยความรักและความศรัทธาต่อพรรคเพื่อไทย ด้วยความประทับใจในผลงานของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ เขาพูดชัดเจนอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ผมจึงจะต้องเห็นด้วยสอดคล้องกับพี่น้องประชาชนผม แล้วผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยความเห็นของผม ผมไม่ต้องอธิบายเป็นมาตราเพราะมีคนพูดมากแล้วว่ามันไม่ดีตรงไหน อย่างไร คนที่ฟัง ๆ แล้วก็ยังลุกขึ้นมาพูดเหมือนเดิม ยังไม่เข้าใจว่ามันดี ก็ยังเข้าใจว่า ที่ว่าดีวิเศษ ก็ยังดีวิเศษอยู่เหมือนเดิม ไม่พูดแล้วครับ มันควรแก้ไขมาตราอะไร จะไม่พยายามพูด แต่สิ่งที่ผมได้รับจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทั้งก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ทั้งหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ผมไม่มีอะไรประทับใจเลยครับ สิ่งที่เกิดขึ้นขณะที่ใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผมไม่มีเวลาอธิบายว่าชาวบ้านเป็นอย่างไร สภาเป็นอย่างไร ผมอธิบาย คนที่บริหารประเทศ อธิบายตัวนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะเกิดรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อดีตนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ก็ถูกกระทํา ถูกยึดอํานาจ โดยไม่ถูกต้อง นี่ผมไม่คิดว่าผมจะได้ยินซ้ําซากว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจาก การเลือกตั้งที่ประกาศตัวเองว่านิยมชมชอบระบอบประชาธิปไตย รังเกียจเผด็จการ ไม่นิยมการยึดอํานาจ แต่ว่ายินดีเสวยผล แล้วก็ดีใจลุกขึ้นมาเชียร์กันใหญ่ว่ารัฐธรรมนูญนี้ดี ไม่คิดว่าจะได้ยินซ้ําซาก ไม่เป็นไรครับ ผมจะอธิบายเหตุผลว่าผมทําไมอยากจะแก้ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นอกจากพูดมาแล้วว่าพี่น้องประชาชนที่เลือกผมมาเขาไม่เห็นด้วย เขาอยากให้แก้ไข สิ่งที่ผมได้รับและได้รู้ในฐานะที่คนไทยคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศนี้ ทั้งขณะที่เป็น ผู้แทนราษฎรและไม่เป็นผู้แทนราษฎรอยู่นอกสภา ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านว่าหลังจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ สิ่งที่เกิดขึ้นกับ นายกรัฐมนตรี ผมถือว่าคนที่มีอํานาจบริหารสูงสุด เป็นตัวแทนนักการเมืองที่จะเข้ามา บริหารประเทศ นายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรีบางท่านถูกออกเพราะว่าไปทํากับข้าวออกทีวี ต่างประเทศเขาก็งงกันไปหมดครับ แล้วร้ายกว่านั้นครับจากผลของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญดีหรือไม่ดีมันไม่ใช่อยู่ที่หนังสือ อยู่ที่ตัวผู้ปฏิบัติ นี่ผมก็เห็นด้วย รัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมได้เห็นอดีตนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง บอกเคารพประชาชน เสียงประชาชน ๑ คนก็ต้องฟัง แต่คนมาเป็นแสน อดีตนายกรัฐมนตรีตัดสินใจใช้กําลังทหารครับ ใช้กําลังทหารเข้ายุติเหตุการณ์ ทหารเขาก็พูดชัดครับ อยู่เฉย ๆ เขาออกมาไม่ได้ ต้องมีคนที่มี อํานาจตัดสินใจใช้เขาถึงออกมา ผมไม่ว่าหรอกครับ ผมว่าอะไรไม่ได้ เพราะท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านใช้อํานาจแล้วมันเกิดอะไรขึ้น คนล้มตายทั่วบ้านทั่วเมืองเลือดท่วมแผ่นดิน ตายเป็นร้อย เจ็บเกินพัน หนีสูญหายเท่าไรไม่ทราบ แต่วันนี้ใครรับผิดชอบครับ คนที่สั่งตัดสินใจ รับผิดชอบไหมครับ แสดงความรับผิดชอบอย่างไรครับ ผมไม่เห็นมีแน่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทําไมถึงลอยนวลอยู่ได้ ในอดีตประเทศไทยไม่เคยมีที่ใช้กําลังทหาร ประชาชนตายเป็นร้อย จะยืนหยัดอยู่ได้ก็เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช่ไหมละ ผล ผมถึงอยากให้มีการแก้ไขอย่างไรครับ แก้เร็วเท่าไรดีเท่านั้น แก้เยอะเท่าไรดีเท่านั้น แก้ในสิ่งที่แก้ได้ ไม่ต้องวิตกวิจารณ์อะไร สิ่งที่แก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องมาแก้เขาเขียนห้ามไว้ชัดเจนแล้ว ผมไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ อยู่อีกอย่างหนึ่ง มีเพื่อนผมบางคนก็กล่าวไว้บอกว่าทําไมไม่เขียนไว้ว่าคนที่มาร่าง สสร. ไม่ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองได้ไหม ผมเห็นแต่ที่มาร่างปี ๒๕๕๐ ผมไม่ยอมรับ เพราะว่าคนที่มาร่างเขาไม่ได้สนใจการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพราะว่าเขียนกําหนดไว้ ใครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเข้ามาเขียนไม่ได้ รัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว ปี ๒๕๕๐ แล้วประเทศนี้มันปกครองด้วยระบอบอะไรล่ะ คนที่สนใจพรรคการเมือง สนใจเข้าร่วมกับ ขบวนการประชาธิปไตยในประเทศนี้ เข้าไปเป็นสมาชิกพรรคการเมืองถูกเขียนห้ามไว้ ไม่ให้มาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ แล้วจะเขียนไปเป็นอะไรละครับ ถ้าไม่เขียนไป เพื่อส่งเสริมประชาธิปไตย ถ้าเขียนให้เป็นประชาธิปไตย คนที่สนใจประชาธิปไตย เขาต้องสนใจพรรคการเมือง เขาต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมือง แล้วกฎหมายเขียนห้ามไว้ แล้วจะให้เขียนไปเป็นอะไร เพราะฉะนั้นเขาถึงพูดว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ท่านมานิต จิตต์จันทร์กลับ พูดทุกครั้ง ที่ลุกขึ้นพูดเที่ยวนี้ท่านไม่ได้มา ผมเลยไม่ได้ยิน ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญนี้ เป็นรัฐธรรมนูญโจร ก็ไม่ได้เห็นใครฟ้องท่านนี่ตลอดการเป็นผู้แทน แต่วันนี้ท่านไม่ได้มาเป็นผู้แทนเลย ไม่ได้พูดไม่ได้ยิน ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นประเทศนี้เป็นประชาธิปไตย ผมจึงเห็นด้วยกับการแก้ไขที่จะมอบอํานาจให้ประชาชน ผมไม่วิตกหรอกครับ ผมเคารพประชาชนของผมครับ วันนี้ประชาธิปไตยมันเดินมามากแล้ว ประชาชนรู้อะไร มากกว่าพวกเราในหลายเรื่อง ผมจึงเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญวันนี้ครับ ขอบคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผม ขอใช้สิทธิพาดพิง เรื่องที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้อภิปรายพาดพิงแล้วทําให้กระผมเสียหาย มีอยู่ ๒ ประเด็นครับ ท่านประธาน

ในประเด็นแรกผู้อภิปรายได้อภิปรายใจความสําคัญว่ารัฐบาลที่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งทหารปราบปรามประชาชนเป็นเหตุให้มีคนตาย

ประการที่ ๒ ได้อภิปรายบอกว่าคนที่สั่งนั้นไม่รับผิดชอบ เรื่องนี้ถ้าผมไม่ชี้แจง ก็จะเกิดความเสียหาย จะมีการบันทึกข้อความที่ไม่เป็นความจริงไว้ในรายงานการประชุม ของรัฐสภา

กระผมขออนุญาตชี้แจงในประเด็นแรกอย่างนี้ว่า เรื่องที่เขาอภิปรายเมื่อสักครู่ว่า ท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐบาล หรือตัวผม จะไปสั่งทหารปราบปรามประชาชนจนเป็นเหตุ ให้คนตายนั้น ไม่ใช่ ข้อเท็จจริงก็คือว่าได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมก่อเหตุวุ่นวายก่อความไม่สงบขึ้น ในบ้านเมือง เอาอาวุธสงครามมาเข่นฆ่าเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ เผาบ้านเผาเมือง ใครเป็นรัฐบาลก็ต้องดูแลรักษาบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อย ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรือตัวผมซึ่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงอยู่ในขณะนั้น ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลรักษาบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับ ความเดือดร้อนให้พ้นจากภัยอันตรายทั้งหลาย ไม่มีการสั่งทหารเข้าไปปราบปรามเข่นฆ่า ประชาชนอย่างที่ผู้อภิปรายเมื่อสักครู่ได้กล่าวอ้างแต่ประการใดทั้งสิ้น เรื่องที่มีคนตาย ต้นเหตุเริ่มต้นก็คือพวกผู้ก่อการร้ายที่ปะปนร่วมอยู่ในกลุ่มของเขา เริ่มต้นขึ้นก่อน เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน และเป็นลําดับต่อ ๆ มา ซึ่งผมจะไม่ลงในรายละเอียด แต่ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้สั่งให้ทหารไปปราบประชาชน ไม่มีการเข้าไปสลายฝูงชน ไม่มีการไปเที่ยวไล่ยิง ประชาชน อย่าเที่ยวพยายามบิดเบือนวาดภาพให้เกิดขึ้น สิ่งที่ผมพูดนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ทั้งหลายนั้นได้มีการนําเอาภาพ เอาวิดีโอมาถ่ายทอดออกอากาศทางสื่อทั้งในประเทศ และต่างประเทศ แต่ก็ยังพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงนี้กันอยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้น ผมยังจะต้องยืนยัน และถ้าจะพูดอีกผมขออนุญาตท่านประธานลงในรายละเอียดให้ลึกกว่านี้อีก

ในประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่บอกว่าคนสั่งไม่รับผิดชอบ ผมรับผิดชอบ ผมเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี จากนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้อํานวยการรักษาความสงบเรียบร้อย และต่อมาให้เป็น ผู้อํานวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินของบ้านเมือง คําสั่งทุกคําสั่งผมเป็นคนเซ็น ผมเป็นคนสั่ง ผมรับผิดชอบ วันที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เสนอแนวทางปรองดอง เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ เพื่อต้องการให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบ กลุ่มผู้ชุมนุมแกนนําต่อรอง ยื่นเป็นเงื่อนไขเพราะเจตนาจริงคือไม่รับแผนปรองดอง แต่บอกว่าผมจะต้องเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมยอมรับข้อกล่าวหาเป็นผู้ต้องหา ผมก็ได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ที่ฝ่ายเขากล่าวหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขณะนี้กรณีนี้กําลังเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. ถ้า ป.ป.ช. มีคําวินิจฉัยอย่างไรก็ต้องเดินขึ้นสู่ศาล ผมรับผิดชอบ กรณีที่กล่าวหาว่ามีคนตายวันนี้เป็นรัฐบาลก็พิสูจน์มาสิครับ ผมได้รวบรวมเอกสารหลักฐานพยาน ทั้งหลายยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายไปเรียบร้อยแล้ว และพร้อมที่จะพิสูจน์ความจริง เพราะฉะนั้นผมขอเรียนยืนยันกับท่านประธานตรงนี้ว่า

ประการที่ ๑ คือรัฐบาลที่แล้วท่านนายกรัฐมนตรีและตัวผมไม่ได้สั่งการ ให้ทหารไปปราบปรามประชาชน และข้อเท็จจริงทหารก็ไม่ได้ปฏิบัติอะไรที่เป็นการไปเข่นฆ่า ปราบปรามประชาชนตามนัยที่เขาพยายามจะแสดงกันอยู่ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทําหน้าที่รักษา ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่รัฐบาลจะต้องปฏิบัติ เราทําตามหน้าที่

ประการที่ ๒ ในฐานะเป็นผู้สั่งการผมรับผิดชอบทุกอย่างและพร้อมที่จะ พิสูจน์ความจริงนี้ในทุกกรณีครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

(นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญคุณหมอก่อนครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมขอใช้สิทธิ พาดพิงครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านถูกพาดพิงเรื่อง เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่าที่ผู้อภิปรายคนที่แล้วคือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้ใช้สิทธิพาดพิงตอบโต้ ส.ส. ขจิตร ชัยนิคม แล้วก็มีประเด็นที่พาดพิง เกี่ยวข้องกับกระผม เพราะว่ากระผมก็เป็นพวกที่นายสุเทพลุกขึ้นกล่าวหาไม่ว่าจะเรื่องเผา บ้านเผาเมือง เข่นฆ่าเจ้าหน้าที่ และรวมกระทั่งว่าตัวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น ได้ไปยื่นมอบตัวที่ดีเอสไอ (DSI) แล้ว ทําไมพวกผมจึงไม่ยอมรับ ผมขอชี้แจงดังนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ การที่นายสุเทพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรครับ เอาเฉพาะส่วนที่ ท่านเสียหาย สั้น ๆ นะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เฉพาะเลยครับ ความเสียหายที่เกิดความตายเกิดขึ้นทั้ง ๙๑ ศพ เป็นประชาชน ๘๐ ศพ เจ้าหน้าที่ ๑๐ กว่าศพนั้น เป็นโศกนาฏกรรมที่ใครไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ได้มีการพยายามกล่าวอ้างว่าเหตุที่ต้องปราบปราม เข่นฆ่าประชาชน เพราะประชาชนเขาเผาบ้านเผาเมือง ผมขอเรียนกับท่านประธานนะครับ ว่าทุกศพที่ตายไม่มีใครอยู่ในกองไฟแม้แต่เพียงรายเดียว ทุกคนตายในสภาพมือเปล่า ๖ ศพ วัดปทุมวนารามราชวรวิหารในเขตอภัยทานเขาไปเผาวัดปทุมวนารามราชวรวิหาร

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

นิดหนึ่งครับท่าน ท่านจตุพร นิดเดียวครับ ขอให้เป็นเรื่องที่ท่านเสียหายนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เสียหายสิครับ เพราะผมเองก็ถูกดําเนินคดี

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เอาเฉพาะที่ท่านเสียหาย โดยสรุปนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ก็กําลังจะถูกดําเนินคดี เพียงแต่ว่าช่วงที่ผ่านมานั้นนายสุเทพเป็นรัฐบาล คดีจึงดึงไปกว่า ๑๙ เดือนในชั้นพนักงานสอบสวนไม่ยอมที่จะไปนําสํานวนการชันสูตรพลิกศพ ไปไต่สวนในศาล เพิ่งมาสมัยรัฐบาลนี้ที่ร้อยตํารวจเอก ดอกเตอร์เฉลิม อยู่บํารุง กํากับดูแล สํานักงานตํารวจแห่งชาติกํากับดูแลกระทรวงยุติธรรมเพิ่งทําสํานวนชันสูตรเสร็จเพียงแค่ ๑๖ สํานวนเท่านั้น เพราะฉะนั้นการลุกขึ้นมากล่าวอ้างแล้วก็ใช้วิธีทีเผลอนั้นไม่ใช่วิสัย เพราะฉะนั้นเรื่องการต่อสู้ทางคดีความนั้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องไปพิสูจน์ในชั้นศาล แต่ที่กล่าวหาว่าเหตุเพราะเผาบ้านเผาเมืองนั้น กรณีเซ็นทรัลเวิร์ดนี้ที่ก็จะมีการพิสูจน์กัน อย่างชัดเจน และความตายทั้งหมดเกิดขึ้นก่อนที่จะมีไฟไหม้ทั้งสิ้น พวกคุณฆ่าแล้วเผา

ประเด็นต่อมาครับ การไปมอบตัวที่ดีเอสไอของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั้น นายสุเทพเข้าใจว่าคนในบ้านในเมืองนี้เขาไม่เรียนรู้กฎหมายกันหรืออย่างไร ความจริงเรื่องนี้ ก็พูดกันในที่ประชุมหลายหน แต่ยังอุตส่าห์ได้แสดงความโง่ออกมาเพราะว่าการไปมอบตัวนั้น นั่นคือหมายความว่าไปรับทราบข้อกล่าวหา

(นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพรมีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพครับ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา

ประเด็นแรกครับ ท่านประธาน สิ่งที่ท่านสมาชิกลุกขึ้นมาอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ ผมเกรงว่าจะไม่เป็นไปตามข้อบังคับอยู่ ๒ กรณีด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ ก็คือ มีสมาชิกพรรครัฐบาลลุกขึ้นมาอภิปรายพาดพิงท่านสุเทพ ท่านสุเทพก็ลุกขึ้นมาตอบข้อพาดพิงที่ทําให้เสียหาย แต่ไม่ได้เอ่ยถึงท่านสมาชิกที่ลุกขึ้นมา อภิปรายเมื่อสักครู่เลยครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทราบกันดีของพี่น้องประชาชน ผมว่าขณะนี้ คดีก็อยู่ในชั้นของกระบวนการยุติธรรมแล้ว ผมเชื่อว่าเวทีนี้ก็คงจะไม่ใช่เวทีที่ท่านจะมาพูดจากัน ตรงนี้ นั่นประเด็นหนึ่ง

ประเด็นที่ ๒ การพูดจาใส่ร้าย พูดจาหยาบคาย กล่าวหาคนอื่นโง่ คนอื่นไป ดําเนินการตามที่ตัวเองคิดไว้ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อบังคับ พูดจาเสียดสี ใช้คําที่ไม่สุภาพ ผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า สภานี้เป็นสภาอันทรงเกียรติ ไม่ใช่สภาข้างถนน เพราะฉะนั้นจะพูดจะจาต้องเคารพให้เกียรติกับสภา ผมขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

อย่างนี้นะครับ เมื่อสักครู่นี้ ท่านขจิตรก็อภิปรายนะครับ ท่านสุเทพก็ชี้แจงนะครับ ท่านจตุพรก็ชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ ท่านธนาก็เห็นว่าอาจจะมีไม่เหมาะสม ผมคิดว่าทุกท่านได้ชี้แจงเป็นที่เข้าใจแล้ว

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

นิดเดียว ท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

อย่างนี้นะครับ ยังไม่จบ นะครับท่านจตุพร

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

นิดเดียวครับ สั้น ๆ ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่ได้ครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

คือท่านประธาน ต้องชี้ให้เห็นว่าท่านให้นายสุเทพได้ชี้แจง แล้วทําไมทีผมไม่ให้ชี้แจง เงินเดือนเท่ากันไหมครับนี่

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้ท่านรอให้ผม วินิจฉัยให้จบก่อนนะครับ เชิญท่านนั่งทั้ง ๒ ท่านครับ คุณหมอด้วยครับ ยังครับเมื่อสักครู่นี้ ผมให้ท่านจตุพร ท่านเป็นคนบอกกันเองว่าให้ท่านนั่งและท่านจตุพรพูด เชิญคุณหมอ นั่งเถอะครับ เชิญท่านจตุพรครับ ให้ผมวินิจฉัยนะครับ ผมจะพยายามอยู่ตรงกลาง ท่านอย่าให้ผมเฉนะครับ เชิญท่านนั่งครับ คืออย่างนี้เราก็คุยกันมาวันกว่าแล้ว แล้วเหลือเวลา อีกไม่น้อยนะครับ แล้วผมได้พยายามที่จะฟังทุกท่านที่พูด ท่านก็ได้ชี้แจงแสดงเหตุผล ของท่านแล้ว แล้วผมเชื่อว่าผู้ฟังที่มีอยู่ที่บ้านที่มีความคิดท่านเข้าใจครับ ท่านเห็นครับ ขอความกรุณาให้ได้เดินต่อเถอะนะครับ เรากําลังจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากท่านจะพูด เรื่องสักครู่นี้ ผมไม่อนุญาตนะครับ สั้น ๆ ท่านจตุพร ผมอนุญาตสรุป กรุณาอย่าพูดพาดพิง อีกนะครับ คุณหมอเชิญนั่งก่อนครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ ทุกอย่างผมได้อภิปรายความในที่ประชุมสภาแห่งนี้แล้วเรื่องการไปดีเอสไอ ของนายสุเทพว่าไม่ใช่วิธีตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ประเด็นสุดท้ายก็คือว่า กระสุนปืน ๑๒๐,๐๐๐ นัดที่ยิงใส่ประชาชนนั้น สไนเปอร์ (Sniper) ๒,๕๒๐ นัดนั้น ตามบันทึกการเบิกจ่ายอาวุธปืนนั้น นายสุเทพจะรับผิดชอบอย่างไร ขอบคุณท่านประธาน

(นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คุณหมอมีเรื่องเดียวกัน หรือเปล่าครับ

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

ท่านประธาน ผมสั้นนิดเดียวครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มิได้ครับ ผมเรียนถามว่า เรื่องเดียวกันไหมครับ

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

เรื่องเดียวกัน แต่ว่าไม่ซ้ําประเด็นครับ ไม่ซ้ํากันเลย ไม่ซ้ําครับท่านประธาน ท่านต้องอนุญาตให้ผมพูดเพราะว่าไม่ซ้ํากับที่คุณจตุพรพูด

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ถ้าคุณหมอพูดซ้ํา ผมไม่อนุญาตนะครับ

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

ถูกต้องครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญนิดเดียวสั้น ๆ นะครับ

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนท่านประธาน ผมขอให้ท่านประธานโปรดวินิจฉัยด้วย ผมขอเรียกร้องให้ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ถอนคําว่า ผู้ก่อการร้าย ออก ถ้าหากท่านไม่ถอน ท่านต้องพิสูจน์ว่ามีผู้ก่อการร้ายจริง คือท่านมีคําพูดอันหนึ่ง ผมเสียหายครับ เพราะผมเป็นแกนนําของผู้ชุมนุมและท่านบอก ในผู้ชุมนุมมีผู้ก่อการร้าย ผมรับฟังนะครับ ถ้าจริงกรุณาโชว์ตัวเลยครับ แต่หากไม่จริง ท่านกรุณา ถอนด้วยครับ ถอนคําเดียวครับ ถอนคําว่า ผู้ก่อการร้าย ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คุณหมอครับ กรุณาเถอะครับ ผมก็พยายามฟังอยู่แล้วก็ยังไม่ได้พาดพิงเอ่ยชื่อถึงท่านเลยนะครับ คุณหมอครับ กรุณาผมเถอะ นั่งเถอะ ๆ ไม่หรอกครับ ผมฟังอยู่ทุกท่านได้ชี้แจงหมดแล้ว

นายเหวง โตจิราการ กรรมาธิการ

ผมยอมรับได้เพราะศาลจะให้ความยุติธรรม กับผมเอง แต่คนเป็นแสน ๆ คนจะตอบในที่นี้ได้อย่างไรครับ ไปกล่าวหาเขาได้อย่างไรว่า คนเป็นแสนเป็นผู้ก่อการร้าย มีจริงหรือเปล่าครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนั่งนะครับ เรื่องนี้ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ เชิญท่านนั่งเถอะครับ จะได้เดินต่อครับ ต่อไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา ๒ ท่าน ท่านละ ๘ นาที ท่านภิญโญ สายนุ้ย กับท่านสมชาติ พรรณพัฒน์ เชิญท่านภิญโญครับ ท่านสุเทพครับ ถ้าเรื่องเดิมผมพอแล้วนะครับ

นายภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภา กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกระบี่ จังหวัดกระบี่ เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารักครับ ตอนนี้พระเอกกําลังของขึ้น ตัวประกอบกําลังมั่วครับท่านประธานครับ

(นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านภิญโญครับ เดี๋ยวเราลองฟังเสียง ผู้ประท้วงก่อนครับ เชิญท่านสุเทพก่อนครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อสักครู่ผมยืนขึ้นเพื่อขอใช้สิทธิพาดพิง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

มันอย่างนี้ท่านถ้าเผื่อท่านพูด พร้อมกันทุกคนมันไม่มีใครฟังกันหรอกครับ ขณะนี้ผมอนุญาตท่านสุเทพ ท่านกรุณานั่งเถอะครับ ยังมีท่านขจิตรอยู่ข้างหลังอีก ไม่ละครับ ท่านกรุณานั่งเถอะครับ ท่านมีสิทธิ แต่ผมก็มีสิทธิครับ เชิญท่านนั่งเถอะครับ ผมฟังอยู่ครับท่าน กรุณานั่งครับ เชิญท่านสุเทพครับ เชิญท่านนั่งก่อนได้ไหม แป๊บเดียวครับ ท่านต้องต่อจากทางโน้นครับ ท่านสุเทพกรุณาอย่าซ้ําเรื่องเก่าที่ผมวินิจฉัยแล้วครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ เพื่อให้เข้าใจว่าผมทําอะไรอยู่ ตอนแรกผมลุกขึ้นขอใช้สิทธิพาดพิง ท่านประธานก็ไปเรียกท่านอื่นให้อภิปรายต่อไป ผมก็ประท้วง ประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ทั้งวรรคหนึ่ง วรรคสอง ที่ต้องประท้วงคืออย่างนี้ท่านประธานครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๕ ถ้ามีการอภิปรายและทําให้ผมเสียหาย ทําให้สมาชิกเสียหาย สมาชิกก็มีสิทธิที่จะร้องขอ ท่านประธานให้วินิจฉัยเพื่อที่จะขอสิทธิอภิปรายชี้แจง เพราะฉะนั้นผมยืนประท้วง ก็เพื่อขอให้ท่านประธานได้อนุญาตให้ผมได้ใช้สิทธิอภิปรายข้อความที่นายจตุพรได้อภิปราย และพาดพิงให้ผมเสียหาย ๔ ข้อความด้วยกัน และใช้เวลากระชับสั้น ๆ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

อย่างนี้นะครับท่านสุเทพ ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ ทั้งท่านสุเทพ และท่านจตุพรก็ได้ชี้แจงแล้วนะครับ ผมคิดว่า ผมได้วินิจฉัยแล้ว แล้วผู้ฟังก็ฟังอยู่ ผมเชื่อว่าทุกท่านเข้าใจแล้วนะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธานนะครับ ผมเกรงว่าเราจะสื่อสารผิดกัน เมื่อมีสมาชิกพรรคเพื่อไทยอภิปรายพาดพิงผม ผมได้ลุกขึ้นชี้แจง จบแล้วครับ ถ้านายจตุพร พรหมพันธุ์ ไม่ลุกขึ้นมาอภิปราย ผมก็ไม่ต้องใช้สิทธิพาดพิง แต่ว่าเมื่อท่านประธานอนุญาต ให้นายจตุพร พรหมพันธุ์ ลุกขึ้นมาอภิปราย นายจตุพรได้อภิปรายแล้วทําให้ผมเสียหาย ถ้าท่านประธานไม่อนุญาตให้ผมชี้แจงข้อกล่าวหาของนายจตุพรก็ไม่เป็นธรรมกับผมครับ ท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานวินิจฉัยก่อน ผมไม่ได้ข่มขู่นะครับ ผมใช้ธรรมดา แต่ว่าท่านประธานก็ดูเอาแล้วกัน ผมเรียกร้องขอความเป็นธรรมว่าผมก็นั่งของผมอยู่ตามปกติ ฟังการอภิปรายที่เขาแสดงเหตุ แสดงผลทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี อยู่ ๆ ก็มีสมาชิกพรรคเพื่อไทยลุกขึ้นมากล่าวหา ทําให้ผมเสียหาย ผมก็ลุกขึ้นชี้แจง แล้วไม่ได้พาดพิงคนอื่นเลยนอกจากนั้น และท่านประธาน ก็ไปอนุญาตให้นายจตุพรลุกขึ้นมากล่าวหาผมข้อหาเสียหาย ๔-๕ ข้อ ผมขอความเป็นธรรมว่า ให้ผมได้ชี้แจงข้อกล่าวหา ๔-๕ ข้อนั้นได้ไหมครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ เมื่อกี้ผมก็ได้ขอให้คุณจตุพรจบแล้ว แล้วก็ขอให้ท่านสุเทพคิดว่าได้อธิบายกันเป็นที่เข้าใจแล้ว ทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ผมว่าได้ยินตรงกันหมดแล้วนะครับ ผมขอนะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ด้วยความเคารพต่อท่านประธานนะครับ ผมเกรงว่าท่านประธานจะเสียหายนะครับ เพราะข้อเท็จจริงก็คือว่าสิ่งที่นายจตุพรกล่าวหาผม ผมยังไม่มีโอกาสได้ชี้แจงเลย

(นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ทั้ง ๒ ท่านที่อยู่ข้างหลัง ท่านสุเทพมีอะไรครับ

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ ผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขอประท้วงท่านประธานนะครับ ท่านประธานครับ ท่านไม่ดําเนินการประชุมให้เป็นที่เรียบร้อยตามที่ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ถูกท่านจตุพร กล่าวพาดพิงซึ่งเป็นคนละตอนกัน แน่นอนครับตอนที่ท่านสุเทพได้อภิปรายไปนั้น ท่านจตุพรได้รับสิทธิในการชี้แจงอภิปราย แล้วก็กล่าวพาดพิงถึงท่านสุเทพอีก ถ้าไม่ให้ท่านสุเทพอธิบาย ผมคิดว่าประชาชนทางบ้านก็อาจจะไม่เข้าใจในเหตุผล ไม่เข้าใจ ในถ้อยกระบวนความที่ครบถ้วนสมบูรณ์ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ สักครู่นี้ผมได้เตือน ท่านจตุพรไปแล้วนะครับ ได้ขอให้ท่านหยุดพูดแล้วนะครับ จบเถอะครับ คืออย่างนี้นะครับ ต่างฝ่ายก็ต่างพูดกันแล้วผมก็เห็นว่าที่ประชุมเราได้คุยกันแล้วทุกท่านที่ฟังอยู่ก็ได้ยิน เหมือนกันก็คงจะเข้าใจกันหมดแล้วนะครับ จบนะครับ ผมวินิจฉัยแล้วเชิญทุกท่านนั่งเถอะครับ เชิญต่อครับ เชิญท่านภิญโญครับ

นายภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภา กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกระบี่ จังหวัดกระบี่เมืองหน้าอยู่ผู้คนน่ารัก ท่านประธานครับ ผมกําลังจะอภิปราย แต่ว่า

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ถ้าหากว่าผมวินิจฉัยแล้ว ท่านไม่ฟังผมก็ไม่ทราบจะทําอย่างไรนะครับ เชิญท่านนั่งเถอะครับ ผมไม่อนุญาตครับ เชิญท่านภิญโญต่อครับ

นายภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภา กระบี่

ท่านประธานที่เคารพครับ เคารพหลายเที่ยวแต่ก็ดีครับ ผมมีความสุขดีครับ ท่านประธานครับ ไม่เป็นไร ผมจะได้เกิน ๘ นาที แต่ว่าเวลาท่านอย่าหักนะท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจะตกลงกันได้ไหมครับ ว่าท่านไหนจะพูดก่อน เชิญครับ ที่เหลือกรุณานั่งครับ

(นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อบังคับ ข้อ ๔๕ เมื่อมีการฝ่าฝืนข้อบังคับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านพูดพร้อมกันผมก็ไม่ทราบว่า จะฟังใครนะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

สมาชิกรัฐสภา ก็ประท้วงได้แล้วให้ท่านประธานวินิจฉัย ในกรณีที่มีการอภิปรายพาดพิงที่ทําให้เสียหาย ผู้ที่ถูกพาดพิงก็มีสิทธิชี้แจง ผมเท้าความท่านประธานอย่างนี้ครับว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ทําให้ผมเสียหาย โดยกล่าวหาข้อที่ ๑ ว่าในสมัยที่ผมเป็นรัฐบาล ผมไปดึงคดีเอาไว้ ๑๙ เดือน ไม่ให้มีการชันสูตรศพ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงแต่ประการใดทั้งสิ้น ในช่วงที่เราเป็นรัฐบาลเราไม่เคยแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ทั้งตํารวจ ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ปฏิบัติหน้าที่ไปตามปกติ ผมไม่ได้ลงไปแทรกแซงเลยครับ ไม่มีการดึงคดีไว้ ๑๙ เดือนตามที่กล่าวหา อันนี้ข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ ที่บอกว่าพวกผมฆ่าแล้วเผา อันนี้เป็นการใส่ร้ายไม่เป็นความจริง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานเมื่อสักครู่นี้แล้วว่ากรณีที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๓ นั้น ในฐานะรัฐบาลเราได้ทําหน้าที่ รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง แล้วปรากฏว่ามีการก่อเหตุร้าย มีการชุมนุม โดยผิดกฎหมายโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ผมกล่าวอ้างเอง เป็นคําวินิจฉัยของศาล ๓ ครั้งว่าการชุมนุมนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ใช้สิทธิเกินที่รัฐธรรมนูญกําหนด ไปสร้างความเดือดร้อน ให้กับประชาชนทั่วไป สร้างความเสียหายให้กับประชาชน รัฐบาลก็มีหน้าที่ไปรักษาความสงบเรียบร้อย แก้ไขสถานการณ์ แล้วได้พยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์ด้วยความประนีประนอม ละมุนละม่อมอย่างที่สุด ขอเจรจามีหลักฐานชัดเจนถ่ายทอดไปทั้งประเทศทางสถานีโทรทัศน์ คือความพยายามของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ที่จะเจรจากับแกนนําผู้ชุมนุม เมื่อวันที่ ๒๘ และวันที่ ๒๙ มีนาคม แล้วก็ไม่ได้ผล เหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นคือเกิดขึ้นวันที่ ๑๐ เมษายน ที่ถนนราชดําเนิน ที่สี่แยกคอกวัว มีผู้ก่อการร้ายใส่ชุดดําใช้อาวุธสงคราม ใช้ระเบิดมือขว้าง ใช้ปืนเอ็ม ๑๖ (M16) ปืนอาก้าออกมายิงทหาร ออกมายิงประชาชน นั่นล่ะคือเหตุการณ์ ที่เกิดการฆ่ากันตายเป็นครั้งแรก ไม่ใช่การกระทําของฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายนั้นล่ะครับทํา ผู้ก่อการร้ายนั้นล่ะทํา แล้วผู้ก่อการร้ายนั้นก็ปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม มีวิดีโอ ชัดเจนครับว่า ผู้ก่อการร้ายไปยิงทหารเสร็จกลับมาปรึกษาหารือกัน ๒-๓ คนกับกลุ่มเสื้อแดงแล้วกลับไปยิง ตอบนี่ชัดเจน มีวิดีโออื่น ๆ อีกทั้งสื่อไทย สื่อต่างประเทศเห็นชัด กรณีเซ็นทรัลเวิลด์ ที่คุณจตุพรเอามาพูด ก็ได้เอามาอภิปรายในสภานี้แล้วผมก็ได้เคยมาชี้แจงแล้ว แล้วขณะนี้คดีความ ก็อยู่ในขั้นตอนของการดําเนินการก็จะได้พิสูจน์กัน ผมเอารูปเอาวิดีโอมาชี้ให้ชัดให้เห็น ในสภานี้หลายครั้งแล้วว่าคนที่เผาเซ็นทรัลเวิลด์นั้นเป็นคนกลุ่มเดียวกับผู้ก่อการร้าย และผู้ชุมนุมที่ชัดเจน ท่านประธานครับ คุณจตุพรบอกว่าผมไปรายงานตัวไปมอบตัวที่ดีเอสไอ ไม่เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา ผมเรียนกับท่านประธานว่าเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ผมได้ไปรายงานตัวต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาที่กลุ่มคนฝ่ายนั้น เป็นผู้ตั้งข้อกล่าวหาเพื่อที่จะยอมตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามข้อเรียกร้องของแกนนํา ของผู้ชุมนุมเพราะหวังว่าถ้าผมได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อาจจะเป็นช่องทางให้แกนนําเหล่านั้น ได้รับแผนปรองดองของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ บ้านเมืองก็จะได้คืนกลับสู่ความสงบเรียบร้อย ที่ผมต้องไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเพราะว่าเขาไปแจ้งความอยู่ที่นั่น ผมก็ต้องไปรับทราบ ข้อกล่าวหาที่นั่น ไปมอบตัวที่นั่น แต่พวกผมเป็นนักการเมือง ผมเป็นรองนายกรัฐมนตรี มีกฎหมายกําหนดไว้ว่า คนที่จะสอบสวนคดีเบื้องต้นในกรณีของนักการเมืองหรือรัฐมนตรีนั้น คือ ป.ป.ช. ดีเอสไอเขาก็ส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช. วันนี้ผมก็ยังอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ที่ถูก ป.ป.ช. สอบสวนอยู่ ส่งเอกสาร ส่งหลักฐานไปแล้ว นี่ ป.ป.ช. ก็ทําหนังสือมาอีกแล้ว ครับว่าต้องไปให้ปากคําด้วยวาจา ซึ่งผมก็ต้องไป กระบวนการยุติธรรมจะไปสิ้นสุดอย่างไร ก็ว่าไปตามกระบวนการ ผมตั้งใจเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในวันนั้นเป็นความสมัครใจของผม เพราะคิดว่าบ้านเมืองจะได้สงบเรียนร้อย แต่ผมมาทราบทีหลังครับว่าที่เขาไม่รับแผน ปรองดองนั้นเพราะคุณทักษิณสั่งการมาว่าไม่ต้องเอา

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุเทพกรุณาสรุปด้วยนะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ท่านครับ ผมยังไม่จบเลยนะครับ

ประการที่ ๒ ผมไม่ได้ดูหมิ่นปัญญาพี่น้องประชาชนแต่อย่างใด เมื่อกฎหมาย เป็นอย่างนี้ผมก็ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างนี้ และวันนี้ก็ยังพร้อมที่จะได้รับการพิสูจน์ ตามกระบวนการยุติธรรม

ประการที่ ๓ ที่คุณจตุพรได้มากล่าวหาเรื่องกระสุน ๑๒๐,๐๐๐ นัดอะไรต่ออะไร สไนเปอร์ อะไรนี่นะครับ ผมไม่เคยทราบว่ามีกระสุนขนาดนี้ ถ้ามีที่จะต้องให้รับผิดชอบ ก็วันนี้เป็นรัฐบาลก็ตั้งข้อหามา ผมไม่กังวลใจหรอกครับ ผมก็ทําใจเหมือนพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งหลายว่าวันนี้บ้านเมืองมันเป็นอย่างนี้ พวกเผาบ้านเมืองได้ดิบได้ดี เป็นเสนาบดี พวกติดคุก สร้างคุกพิเศษให้อยู่ คนตายชดใช้เป็นพิเศษ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็ทําใจได้ เพราะฉะนั้นมีอํานาจแล้วจะใช้อะไรกับผมเชิญ ผมพร้อมที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริง และไม่หลบหนี ไปต่างประเทศ ไม่ต้องการกฎหมายนิรโทษกรรมใด ๆ มาครอบคลุม พิสูจน์ความจริง ให้เห็นประจักษ์ ผมขอชี้แจงให้ท่านประธานได้ทราบเพียงแค่นี้ สําหรับคุณหมอเหวง ที่ลุกขึ้นมาบอกว่า ผมกล่าวหาใส่ร้ายเรื่องผู้ก่อการร้ายนั้นผมว่าตามรูปคดี ตามสํานวน ตามหลักฐาน เจ้าหน้าที่ทําเสนอมาว่าพฤติกรรมอย่างนี้เข้าข่ายผู้ก่อการร้าย แล้วบางคดี ก็ได้ส่งฟ้องแล้ว บางคดีอยู่ที่เจ้าหน้าที่ กําลังจะส่งฟ้องอยู่ในเร็ว ๆ นี้ และผู้ที่ถูกข้อกล่าวหา เป็นผู้ก่อการร้ายบางคนก็เป็นรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้ บางคนก็เป็น ส.ส. อยู่ในสภาในขณะนี้ ครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจุตพร สั้น ๆ นะครับ เชิญครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมจะไม่ใช้เวลามากกว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่า การที่นายสุเทพเดินทางไปดีเอสไอเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ นั้น นายสุเทพไปเพียง แค่รับทราบว่ามีคนไปจ้างความดําเนินคดี

(นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ประท้วงเรื่องอะไรครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ผมขอประท้วง ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องกรุณาควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับ ที่ผมประท้วงนี่ก็คือว่า ผมได้ลุกขึ้นชี้แจงข้อกล่าวหาที่นายจตุพรเป็นคนเริ่มต้นกล่าวหาผม และผมไม่ได้พูดจาอะไรให้นายจตุพรเสียหายเลย เพราะฉะนั้นท่านประธานจะไปอนุญาตให้ นายจตุพรลุกขึ้นมาอภิปรายต่อไม่ได้ ยกเว้นว่าท่านประธานจะต้องบอกกับสมาชิกแห่งนี้ว่า ผมได้พูดจาอะไรให้นายจตุพรเสียหาย เพราะถ้าท่านประธานอนุญาตให้นายจตุพรพูดอีก ผมก็รู้ว่านายจตุพรจะต้องพูดแล้วทําให้เป็นปัญหาอีก ผมก็ต้องลุกขึ้นมาขออนุญาตพูดอีก

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

คืออย่างนี้นะครับท่าน ท่านพูดแล้วก็เกี่ยวกันไปเกี่ยวกันมา โยงกันไปโยงกันมา ผมก็ให้โอกาสท่านพูดกันคนละครั้งนะครับ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ทีนี้ก็กลายเป็น ๒ ต่อ ๑ สิครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

คือคนเรา มันต้องมีจิตใจนักเลงกันเสียบ้าง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านจตุพร ผมขอให้สั้นสุด ๆ ได้ไหมครับ จริง ๆ ครับ ไม่อย่างนั้นเราเดินไม่ได้ครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เมื่อเวลาที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ความจริงก็อาวุโสกว่าผมมากมาย ผมนั่งฟังด้วยมีสติ แต่นายสุเทพควรจะเป็นผู้ใหญ่ ที่มีสตินะครับ ก็ฟังผมอย่างมีสติเสียบ้าง อายุมากกว่าเกือบ ๒๐ ปี แก่แล้ว

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ อย่าเสียดสีกันนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เพราะฉะนั้น นั่งฟังผมสิครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านรู้สึกว่า ท่านเสียหายแล้วก็

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เสียหายสิครับ เพราะว่าผมบอกว่าที่นายสุเทพไปที่ดีเอสไอนั้นนะครับ ไม่ใช่เป็นการไปมอบตัว ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา นายสุเทพไปรับทราบว่ามีคนไปแจ้งความ จึงไม่เข้าสู่ กระบวนการตามกฎหมาย นายสุเทพที่พูดเป็นความเท็จ นี่ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ ท่านจตุพรครับ ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับหลายท่านด้วย

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

แล้วเวลานายสุเทพ ยืนอภิปรายทําไมพวกผมไม่ยืนประท้วงละ ให้มันแฟร์ (Fair) กันบ้าง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมต้องให้โอกาส ผู้ประท้วงครับ ทางโน้นประท้วงก่อนนะครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ดูสิครับว่าผมนั่งฟังอย่างมีสติ นิ่งสงบ แล้วนายสุเทพควรมีจิตใจนักเลงเสียบ้างนะครับ ใช้ไม่ได้จริง

นายธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมคิดว่าถ้าเผื่อเราตกลงกันไม่ได้ ผมคงจะต้องขอพักประชุมครับ

พักประชุมเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๓.๑๗ นาฬิกา

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมขอดําเนินการประชุมต่อ นะครับ เชิญท่านจตุพรครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับ แล้วก็ได้หารือกับทางประธานวิป เพื่อให้สภาเดินหน้าไปข้างหน้าได้ ทุกเรื่องระหว่างผมกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ อยู่ในกระบวนการยุติธรรมนะครับ ให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน ให้เดินหน้า เรื่องรัฐธรรมนูญต่อไป ไม่มีปัญหาอะไร ขอบคุณท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปผมขอเชิญ สมาชิกวุฒิสภา ๒ ท่านนะครับ ท่านภิญโญ สายนุ้ย กับท่านสมชาติ พรรณพัฒน์ เชิญท่านภิญโญ สายนุ้ย ๘ นาทีนะครับ

นายภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภา กระบี่ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิญโญ สายนุ้ย ผมเคารพประธานครั้งที่ ๕ แล้วครับ ท่านประธานครับ กว่าจะได้พูด ความจริงผมตั้งใจจะให้ท่านสมชาติพูดก่อน แต่ว่าบอกไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกระบี่ เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารักครับ ผมดีใจมาก ที่ผมคนหนึ่ง ที่เคยร่วมลงชื่อเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว แต่ปรากฏว่าต้องถอนชื่อด้วยถูกกดดัน มา ณ วันนี้รอมา ๓ ปีกว่าก็มีการแก้ไขเข้ามาในสภาแห่งนี้อีกแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ธรรมนูญของรัฐเป็นกฎหมายที่ยิ่งใหญ่และเป็นกฎหมายที่ไม่สแททิค (Static) ครับ ต้องไดนามิค (Dynamic) ครับ คําว่า ไดนามิคแปลว่าต้องปรับปรุง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ เอฟเวอรี่ ฟอร์ เชนจ์ (Every for change) ครับท่านประธาน ต้องมันมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้คงจะเป็นฉบับปี ๒๕๕๖ ที่รัฐบาลเร่งรีบเสนอเข้ามาก็เพราะว่ามันต้องใช้เวลาในการที่จะ ร่างแก้ไข เพราะว่ากว่าจะผ่านวาระที่สามของมาตรา ๒๙๑ นี้ก็ต้องใช้เวลานะครับ เมื่อมาตรา ๒๙๑ ผ่านแล้วก็ต้องใช้เวลาในการเลือกตั้ง สสร. ท่านประธานครับ ในการปรับปรุงแก้ไขธรรมนูญของรัฐครั้งนี้เมื่อพูดในเชิงวิจัยครับ ท่านประธานครับ ในร่างทั้งหมดที่เสนอเข้ามานั้นกลุ่มประชากรเป็นประชาชนทั้งประเทศ ๖๗ ล้านกว่าคน เป็นกลุ่มประชากร ให้สภาแห่งนี้คิดออกแบบในการดําเนินการกระบวนการ ดําเนินการวิจัยแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ผมเข้าใจว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่สรณะ ที่จะแก้ไขปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เราไม่อคติครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ดีใจมาก ที่วาระนี้เข้ามาในวาระที่หนึ่ง ผมคนหนึ่งที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย คอยดูตอนโหวตครับ ท่านประธาน เพราะถ้าพูดว่าเห็นด้วยตอนนี้ก็ยังไม่ได้ ถ้าจะไม่เห็นด้วยตอนนี้ก็ยังไม่ได้ แต่ดีใจมากที่ผมได้อภิปราย ในเวลาอันน้อยนิดก็จริงอยู่ แต่ว่าผมได้มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น่าจะเป็นฉบับปี ๒๕๕๖ นี้ ท่านประธานครับ ธรรมนูญของรัฐ จากประชาชน เพื่อประชาชน โดยประชาชน เพราะว่าเราทั้งหลายที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ ก็คือประชาชน คิดออกแบบเพื่อให้ประชาชนเลือกตัวแทนเข้ามาเพื่อร่างธรรมนูญของรัฐ แล้วรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในระหว่างที่ร่าง เสร็จแล้วเอารัฐธรรมนูญ มาลงประชามติ ท่านประธานครับ ผมนั้นคิดว่ารัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ มาถึงจะปี ๒๕๕๖ นี้เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีทุกฉบับครับ แต่ต้องไดนามิค คือต้องเปลี่ยน ปรับปรุงให้มันดีขึ้น เพราะว่าไม่มีอะไรที่จะดีอยู่ทุกเวลา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ดีนะครับ ไม่ใช่ไม่ดี ถ้าไม่ดี ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ในบริเวณรัฐสภาแห่งนี้นั้นท่านก็เป็นไม่ได้ เพราะท่านเป็นตาม รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่นั่งอยู่ตรงนี้ทุกท่านเลยครับ ผมก็คนหนึ่งครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทําให้ นายภิญโญ สายนุ้ย ได้เป็นสมาชิกวุฒิสภาของจังหวัดกระบี่ ถ้าไม่ใช่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ไม่สามารถจะเป็นได้ มา ณ วันนี้เหตุการณ์และเวลาได้เปลี่ยนแปลง ได้เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ก็ทําให้ความทันสมัยของทุกสิ่งทุกอย่างที่เราใช้นั้นมันจะไม่ทันสมัยแล้ว สมัยตอนแรก ที่ใช้โทรศัพท์มือถือนะครับ แยกค่ายกัน กว่าจะใช้ได้ ใช้แล้วแพงมาก ณ บัดนี้ใช้ฟรีก็มี นี่ครับ แสดงว่าต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ สสร. ที่เราจะเลือก ให้ประชาชนเลือก ๗๗ คน แล้วก็ให้สมาชิกรัฐสภาเลือกอีก ๒๒ คนนั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ สสร. อ่านหนังสือออกครับ เพราะเดี๋ยวนี้คนจบการศึกษาภาคบังคับ ม. ๓ ท่านประธานครับ เมื่อ สสร. อ่านหนังสือออก พวกเราก็สามารถที่จะช่วยกันดูแลนะครับ เมื่ออ่านหนังสือออกแล้วก็แสดงว่าต้องรู้เรื่อง เพราะฉะนั้น ๒ วัน ๒๔ ชั่วโมงในการอภิปราย ใน ๒ วันนี้นั้นจะเป็นข้อคิดเห็นให้สภาร่างรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ นําข้อคิดเห็น เหล่านี้ไปทําฉบับร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๖ มาเพื่อให้พวกเราทั้งหลายได้วินิจฉัยอีกทีหนึ่งครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นในการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือว่าธรรมนูญของรัฐครั้งนี้นั้น ผมคิดว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็คิดว่าดูตอนโหวตเอาแล้วกันครับ แต่ว่าในลึก ๆ แล้ว อาจเป็นเรื่องดี ต้องใช้เวลาในการคิดพิจารณานะครับ ท่านประธานครับ เราอย่ามาทะเลาะกันเลยครับ ทะเลาะไปก็ไม่มีประโยชน์ เรามาคิดร่วมกันนะครับ เพราะพระเจ้าสั่งไว้ว่าเราจงทําความดี กับเพื่อนร่วมโลกนี้เหมือนกับที่พระเจ้าทําความดีกับเรานะครับ ซึ่งบัญญัติในอัลกุรอานนะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเราต้องทําความดีซึ่งกันและกันไม่ใช่ว่ากดไมค์แล้วก็มาว่า กล่าวกันจนทําให้ผมต้องไม่ได้พูดตามเวลาและไม่แน่ใจว่าตอนนี้ได้ถ่ายทอดหรือไม่ก็ไม่ทราบ นะครับ ผมไม่มั่นใจนะครับ ผมเลยอยากจะให้ท่านสมชาติพูดก่อนเมื่อกี้นะครับ เป็นความผิดพลาดของท่านขจิตร ชัยนิคม ก็ไม่ได้ เพราะท่านขจิตรไม่ผิดนะครับ เป็นเพื่อนผม เรียนร่วมกันมาตั้งแต่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ท่านขจิตรไม่ได้ผิดครับ แต่ผมก็ไม่ได้กล่าวว่า ท่านสุเทพผิดหรือท่านจตุพรผิด แต่ก็เป็นกระบวนการที่เราต้องพูดคุยกันครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในเวลา ๒ วันนี้ สิ่งทั้งหลายที่เราได้ร่วมกันคิดร่วมกันวิพากษ์วิจารณ์ให้สรุปข้อดี ของการพูดทั้งหลายนําไปรวมกันเพื่อเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๐๖ ที่จะนําไปใช้ไม่ต่ํากว่า ๕๐ ปีข้างหน้าครับ คือจะไม่มีการปรับปรุงแก้ไขทั้งฉบับ มีการปรับปรุงใช้ถึง ๕๐ ปีข้างหน้าครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสมชาติ พรรณพัฒน์ ครับ

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครปฐม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่าน นานเท่าไรแล้วที่เราไม่เคยได้ยินคําว่า หิริโอตตัปปะ นานเท่าไรแล้วครับ สภาแห่งนี้เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้ผู้อื่น เช่นเมื่อคืนนี้ มีท่านสมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่งจากภาคเหนือตอนล่างนะครับ ท่านกล่าวหาสมาชิกวุฒิสภา ที่มาจากการเลือกตั้งว่าที่จะรับเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะมีผลประโยชน์ ท่านครับ นี่หรือครับ สภาอันทรงเกียรติ ด้วยความเคารพผมมีลูกสาว ลูกสาวผมถามพ่อ พ่อเป็นนักการเมืองทําไม ถามว่าทําไมลูก หนูไม่เห็นมันมีสาระอะไรเลย ท่านประธานครับ ผมก็ถามเขาแล้วพ่อหนูล่ะ พ่อเป็นคนดี ผมพูดด้วยความภูมิใจนะครับ เราต้องมาอยู่แวดวง ทุกครั้งตั้งแต่ประชุมเรื่องน้ําท่วม เรื่อง พ.ร.ก. เงินกู้ จนถึงวันนี้นะครับ ถ้าท่านตั้งข้อสังเกต สักนิดหนึ่ง ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ มันมีปัญหาหรือเปล่านะครับ ตั้งข้อสังเกต เจ้าของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ วันนี้ท่านเข้าชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันหมายความว่าอย่างไรครับ บางพรรคบอกว่าปี ๒๕๔๐ ทุนสามานย์ ปี ๒๕๕๐ เผด็จการ ไปนิยมชมชื่นว่า ปี ๒๕๕๐ ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ แต่เจ้าของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ขอเข้าชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ นี่คือคําตอบครับท่าน เจ้าของรัฐธรรมนูญเองเป็นผู้เลือก สสร. เอง แต่งตั้ง สนช. เอง ยังไม่เห็นเลย เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันมีข้อผิดพลาดในโครงสร้างของมัน ประเทศชาติเราจะเดินหน้าไปได้อย่างไรครับท่านประธานครับ เดินหน้าไม่ได้ถ้าเรายังมี นักการเมืองที่เห็นผลประโยชน์แก่ตน มีความคิด มีจิตสํานึกในรูปของมิจฉาทิฐิ ท่านครับ ประชาชนเป็นผู้ตัดสินครับ ทุกครั้งการเลือกตั้งมันจะบอกอะไรได้ ประชาชนเอาใคร ท่านครับ ไม่มีประโยชน์ที่เราจะต้องมาเอาเวลาของรัฐสภานี้มาเปลืองน้ําลาย ประชาชนเขา ไม่รับหรอกครับ วันนี้ประชาชนไม่ใช่คนโง่ ประชาชนเขารับฟัง เขาดูทีวี ฟังสถานีวิทยุที่ถ่ายทอดเขารู้ว่า นักการเมืองวันนี้ใครดี ใครไม่ดี พรรคไหนดี พรรคไหนไม่ดี นี่คือเสียงของประชาชนครับ ท่านอาจจะลืมไปแล้วว่ารัฐธรรมนูญนี้ใครเป็นเจ้าของครับ เป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ท่านหลงว่าท่านเป็นเจ้าของประเทศ หัวโขนมันไม่จีรังหรอกครับ ท่านได้มานั่ง ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้จากใครละครับ จากประชาชนนะครับ ประชาชนเป็นนายของท่าน ประชาชนเป็นนายของเรา ไม่ใช่ว่าฉันพูดเก่ง ผมเสียดายนะครับ อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ผมไม่ขอเอ่ย ผมเคยนิยมชมชื่นว่าท่านเป็นคนหนุ่ม ท่านเป็นคนเก่ง ความรู้ดี แต่ทําไมวิธีคิด ของท่านทั้งที่ท่านน่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องหลายสมัย พร้อมทั้งอดีตรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับเงิน ๆ ทอง ๆ เพราะผมรู้จักตระกูลท่านเป็นคนดีมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าไปติดหล่มอะไร ไปติดหล่มอะไร ได้เป็นรัฐบาลทุกครั้งก็เพราะอุบัติเหตุทางการเมือง ตรงนี้สิครับที่เป็นข้อคิด ฉันจะทําอย่างไรให้ประชาชนเลือกฉันมา เพราะประชาชนเขาเบื่อ ผมขอเข้ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่มันมีบางสิ่งที่ต้องแก้ไขนะครับ เช่น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองครับท่านมันเป็นศาลเดียว แล้วผมก็ถามท่านในเวลาเดียวกันว่าศาลปกครอง อยู่ในตุลาการหรือเปล่าครับ ใช่ แต่ศาลปกครองไม่เห็นด้วยเลยครับที่จะมีศาลเดียว แล้วผมโชคดี ที่ได้คุยกับท่านผู้พิพากษาที่ท่านมีใจเป็นธรรม ใจเป็นกลาง เขาก็บอกว่าอากู๋มันไม่ใช่หรอกครับ ขออนุญาตนะครับ เขาจะเรียกผมอากู๋ ที่ถูกที่ต้องมันต้องสามารถอุทธรณ์ได้ เช่น กรรมการ พิทักษ์คุณธรรมที่พลาดท่าเสียทีของ ก.พ. ที่ไปมีศาลเดียว ทางศาลปกครองบอกรับไม่ได้ พอกรุงเทพมหานครก็ขอให้มีศาลเดียว แต่โชคดีเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทําให้ พ.ร.บ. ฉบับนั้น ตกไปคนกรุงเทพมหานคร ที่ผมยกตัวอย่างแล้วมันก็มีอีกหลายเรื่องในเรื่องที่มีการแก้ไข บัญชีสัดส่วนกับบัญชีเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ประชาชนต้องการพึ่งพาคนของเขา ที่เขาเลือกขึ้นมาก็คือมาจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อไรที่มาจากบัญชีรายชื่อมันควรจะมีในจํานวน สัดส่วนที่พอสมควรท่านประธานครับ เขาไม่รู้จักด้วยครับ ใครคือสมาชิกที่อยู่ในบัญชีสัดส่วน นี่คือปัญหาของประเทศเราซึ่งมันก็มีอีกหลายกรณี ผมถึงเห็นด้วยอย่างที่ผมพูดแล้ว รัฐธรรมนูญนี้ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ในการตั้ง สสร. นี้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่ขอเพิ่มจํานวน ๗๕ เป็น ๑๕๐ ให้มันหลากหลายมากขึ้น ระยะเวลาที่พิจารณาในเรื่อง ร่างรัฐธรรมนูญควรใช้เวลาสัก ๑ ปีถ้าเป็นไปได้ ผมคิดว่าเราจะได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ ต่อประชาชน เพราะประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ไม่ใช่พวกเรานะครับ อย่าหลงตัวนะครับ ผมขอเลยครับ ท่านผู้แทนอันทรงเกียรติ แล้วก็ขออย่าเอาดีใส่ตัว เอาความชั่วให้ผู้อื่น ซึ่งมันไม่ถูกท่านประธานครับ ผมวิงวอนเพราะคนรุ่นใหม่ ผมไม่อยากไปตอบคําถามของลูกผม ตลอดเวลาครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกวุฒิสภาหรือเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็รู้จักลูกสาวผมเยอะ ลูกสาวผมเป็นคนใส่ใจเรื่องการเมือง เพิ่งอายุ ๑๐ ขวบนะ แต่รู้ถึง ในระบอบรัฐธรรมนูญ การปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ เสียดายเวลา ที่เราเสียไปนะครับ เพราะเรื่องที่มันเกิดขึ้นมันเกิดขึ้นไปแล้ว แล้วการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ท่านประธานครับ ประชาชนเขาได้ตัดสินแล้วผมบอกแล้วครับ ประชาชนไม่ได้โง่ อย่าดูถูกประชาชน สิ่งที่สําคัญผมวิงวอนเรามาจากประชาชนนะครับ ให้เกียรติประชาชนบ้างครับ เขาเบื่อแล้วครับที่ดูในรัฐสภาของเราครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นสมาชิกฝ่ายค้านนะครับ ๒ ท่านครับ ท่านละ ๑๐ นาที ท่านเรืองศักดิ์กับท่านสามารถ เชิญท่านเรืองศักดิ์ งามสมภาค ๑๐ นาทีครับ

นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ผมได้มีส่วนร่วมในการเสนอแนะอภิปรายในวันนี้ ในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ทราบกันดีว่าเป็นสาระสําคัญ เป็นความสําคัญของกฎหมาย รัฐธรรมนูญซึ่งได้ทราบกันว่าเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศชาติ แต่ในเรื่องนี้วันนี้ได้เสนอมา ในความสําคัญของรัฐธรรมนูญนี้นะครับ รัฐธรรมนูญที่ดีก็จะทําให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า การบริหารประเทศเป็นไปโดยง่าย ความแตกแยกก็จะไม่ได้เกิด ในเรื่องราวต่าง ๆ ก็สามารถ แก้ไขได้โดยง่าย ถ้าหากเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ดี ปัญหาก็จะเกิดอย่างที่เคยเกิดขึ้นมา ปัญหา ความแตกแยกก็เกิดขึ้นอย่างมากในปัจจุบันที่เราได้ทราบกันอยู่ รัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นมานั้น ก็ต้องมาจากผู้ร่างหรือผู้เขียนรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรียกว่า สสร. ที่เรากําลังพิจารณาในการที่จะให้มี ในวันนี้ ผมคิดว่า สสร. ก็เป็นผู้ที่จะร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็ในการนี้ผมคิดว่าการที่จัดตั้ง สสร. เป็นความสําคัญเป็นอย่างยิ่งยวด หาก สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั่วประเทศ หรือส่วนใหญ่ของประชาชนแล้ว หรือประชาชนให้ความยอมรับนับถือ สสร. ชุดนั้นผมคิดว่า รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวก็คงจะเป็นผลดีต่อประชาชนทั่วไป ทําให้เกิดประโยชน์ ต่อประเทศชาติบ้านเมือง หากตรงกันข้าม หาก สสร. ได้เกิดกําเนิดจากกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งซึ่งทําเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งก็เช่นเดียวกันก็จะทําให้รัฐธรรมนูญ ดังกล่าวเป็นไปด้วยความไม่พร้อมที่จะบริหารประเทศ คือทําให้เกิดปัญหาต่าง ๆ นานา วันนี้เราพูดถึงเรื่องในการที่เราตั้ง สสร. โดยการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๕๐ ก็อยากจะพูดถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก่อน ปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วประเด็นปัญหาของรัฐธรรมนูญที่ประมวลได้จากประชาชนหรือนักวิชาการภาคส่วนต่าง ๆ แล้ว สรุปว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นผลมาจากการปฏิวัติรัฐประหารก็คิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ คงจะมีข้อตําหนิหรือข้อที่จะต้องนํามาแก้ไขจึงต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมา รัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น ปี ๒๕๕๐ นั้น ก็โดย สสร. ที่ คมช. เป็นผู้ตั้งจากการที่คัดเลือกโดยการแต่งตั้ง สมัชชาแห่งชาติครั้งก่อน จากจํานวน ๒,๐๐๐ คน เหลือ ๒๐๐ คน จาก ๒๐๐ คน เหลือ ๑๐๐ คน และในที่สุดเหลือ ๑๐ คน ก็มีการกํากับกลั่นกรองจาก คมช. ทั้งสิ้น ก็จะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมาจาก คมช. แม้จะมีการประชามติก็ตามจากจํานวนประชาชน ที่ลงประชามติจํานวน ๒๕ ล้านคน ก็ก่ํากึ่งกันมากระหว่างผู้เห็นชอบกับผู้ไม่เห็นชอบ ผู้เห็นชอบจํานวนทั้งสิ้น ๑๔ ล้านคน ไม่เห็นชอบ ๑๑ ล้านคน อัตราส่วนใกล้เคียงกันมาก จะเห็นได้ว่าในการที่เห็นชอบ ๑๔ ล้านคน กับ ๑๑ ล้านคนนั้น ประชาชนที่ให้การเห็นชอบ ส่วนหนึ่งหรือส่วนมากบอกว่าให้ความเห็นชอบไปก่อน เมื่อเป็นรัฐธรรมนูญเพื่อให้ การเลือกตั้งโดยเร็ว เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วก็จะมาพิจารณาให้หาทางแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไป เช่นเดียวกันนี้ที่ได้กระทํากันอยู่ ผมคิดว่าจากการที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้เสนอเข้ามา ที่จะแก้ไขตามมาตรา ๒๙๑ นั้นเป็นการเหมาะสมแล้ว ในรอบ ๕ ปีที่ผ่านมาความเป็นจริง เกิดความขัดแย้งต่อต้านจากประชาชน นักวิชาการกลุ่มใหญ่ ๆ จํานวนมาก ทําให้เกิดปัญหา ความขัดแย้ง กําลังทําการปรองดองกันอยู่ แต่ผมได้ทราบว่าเห็นเมื่อกี้นะครับ ความปรองดองจะเกิดไม่ได้นะครับ เราเป็นผู้แทนของประชาชน วันนี้ถ่ายทอดออกไป ทั่วประเทศ ความปรองดองที่เกิดขึ้นจะเกิดลําบากครับ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้าง นะครับ การที่มาถกเถียงกันให้เด็กเยาวชนได้เห็น ผมคิดว่าความหวังในการปรองดองคงจะ เป็นไปโดยยากนะครับ ข้อร้องเรียนจากประชาชนทั่ว ๆ ไปในเรื่องของสมาชิกวุฒิสภา ก็เช่นกัน ก็ขอให้มีการเลือกตั้งทั้งหมด อันนี้เป็นความต้องการของคนบางส่วนแล้วก็ส่วนใหญ่ ที่ต้องการนะครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าในการที่จะแก้ไขอะไรก็แล้วแต่ก็สามารถจะเกิดขึ้นได้ ถ้าปัญหาใด กติกาใด ๆ ที่เกิดปัญหาแล้วก็สามารถที่จะแก้ได้ อย่างเช่นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นี้เช่นเดียวกันครับ แม้แต่ท่านประธาน คมช. ซึ่งขณะนี้เป็นผู้แทนราษฎร ก็ยังลงชื่อ สนับสนุนให้มีการแก้รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น ซึ่งท่านเองตอนนั้นเป็นผู้กํากับดูแลอยู่ นะครับ พูดกันง่าย ๆ ในเรื่องของ สสร. ปี ๒๕๕๐ ก็ยังสนับสนุนให้เกิดการแก้ไขในวันนี้ นะครับ เป็นที่ยอมรับกันนะครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ใช้มาแล้ว ๕ ปี ปัญหาก็ย่อมจะ เกิดขึ้นหลาย ๆ อย่าง ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องของการเลือกตั้งก็ดี ในเรื่องของพรรคการเมืองก็ดี ในเรื่องของตุลาการ ซึ่งไม่มีความถ่วงดุล แล้วก็ในเรื่องขององค์กรอิสระนะครับ ซึ่งมีอํานาจล้นฟ้า ชี้เป็นชี้ตายได้ สามารถที่จะทําให้ท่านหนึ่งท่านใดยุบไปกับตา อันนี้ก็ควรจะมีการแก้ไขให้ อํานาจนั้นมีอยู่พอเพียง สามารถที่จะตรวจสอบได้เช่นเดียวกันนะครับ ในเรื่องต่าง ๆ ผมคิดว่า ประเด็นพิจารณาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. นี่นะครับ ประเด็นสําคัญที่สุด เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นที่สําคัญ กระบวนการพัฒนาประชาธิปไตย และแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมือง เพราะหากที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้รับการยอมรับจากประชาชน ทั่วไปแล้ว ทุกฝ่าย ผมคิดว่าอุดมการณ์และความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน ย่อมส่งผลให้การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความชอบธรรมมากขึ้นนะครับ อย่างไรก็ตาม สรุปแล้วผมคิดว่าจํานวนเสียงของรัฐบาล อย่างไรเสียการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็คงจะ ผ่านไปแน่นะครับ ผมก็คิดว่าในการให้การสนับสนุนนั้นอย่างมีเงื่อนไข

ประการแรก ขอฝากไว้นะครับ การเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง สสร. ที่จะแต่งตั้งขึ้นนี้ นะครับ ขอให้พรรคการเมืองไม่ควรเข้าไปมีบทบาทครอบคลุม ครอบงํา ความรู้สึกย่อมไม่รับ สสร. ถ้าหากมีการเข้าไปยุ่งเกี่ยวครอบงํา ครั้งนี้ก็เหมือนกัน สสร. ปี ๒๕๕๐ จะเกิด การต่อต้านอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนะครับ เช่นที่ผ่านมา

ประการที่ ๒ ผมอยากจะขอให้ละเว้นอย่าไปแตะต้องบทบัญญัติเกี่ยวกับ สถาบันพระมหากษัตริย์หรือไม่กระทําการใด ๆ ที่เป็นการก้าวล่วงและกระทบกระเทือนต่อ องค์พระมหากษัตริย์ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์อันเป็นที่เคารพรักหวงแหนของประชาชน ชาวไทยนะครับ

ประการที่ ๓ ผมขอให้ สสร. ได้ตรวจสอบและแก้ไขในหมวดของศาล ให้มีการถ่วงดุลและตรวจสอบได้โดยง่ายนะครับ

ประการที่ ๔ ขอให้มีการแก้ไขในส่วนขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เช่น องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือองค์กรไหนที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หรือมีปัญหาก็ควรจะยกเลิกได้ก็ยกเลิกไปเสียเลยนะครับ

ประการสุดท้ายนะครับ ผมขอกราบเรียนขอให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่จะมี สสร. นี้ ขอให้เกิดจากประชาชน และขอให้ประชาชนได้รับอานิสงส์ ได้ผลประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะเกิดขึ้นได้ ผลที่สุดว่าการที่จะร่างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คงจะเกิดดีขึ้น อย่างน้อยก็ดีขึ้น มีการแก้ไขมีการปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น หวังว่า สสร. ที่ได้มาจะมาจากความสุจริตยุติธรรมนะครับ ผมขอสนับสนุนอีกคนหนึ่งนะครับ โดยมีเงื่อนไขนะครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ครับ

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ๘๐ ปีภายใต้ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เราใช้รัฐธรรมนูญเพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอํานาจ และเป็นเครื่องมือในการปฏิรูปการเมืองมาแล้ว ๑๘ ฉบับ มาถึงวันนี้รัฐบาลเตรียมที่จะ จัดทํารัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๙ ต้องการยกเลิก ฉบับที่ ๑๘ โดยอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มาจากระบอบเผด็จการ ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๘ หรือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มาจากประชามติของประชาชน ท่านประธานครับ แม้ว่ารัฐบาล จะยกภาระหน้าที่ในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญให้กับสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ก็ตาม แต่รัฐบาลก็หนีความรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้นจากรัฐธรรมนูญไม่ได้ ดังนั้นกระผม ขอตั้งคําถาม ๑๐ ข้อไปถึงรัฐบาล เพื่อความกระจ่างชัดของพี่น้องประชาชน คําถาม

ข้อที่ ๑ การเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ โดยอ้างว่าไม่ดี เมื่อเห็นว่าไม่ดี ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ดังนั้นเมื่อแก้รัฐธรรมนูญแล้วและมีผลบังคับใช้แล้วรัฐบาล ก็คือรัฐบาลจะกล้าที่ประกาศยุบสภาทันทีหรือไม่

ข้อที่ ๒ หากทําประชามติเพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญแล้วปรากฏว่ามีประชามติ ไม่เห็นชอบรัฐบาลจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรเมื่อเสียงส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอให้จัดทํา

ข้อ ๓ รัฐบาลยอมรับหรือไม่ว่าที่ผ่านมาการเลือกตั้งทุกระดับมีการซื้อสิทธิขายเสียง กันเป็นจํานวนมาก รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่จะยืนยันว่ารัฐธรรมนูญที่จะร่างนี้มีระบบ และมาตรการป้องกัน ควบคุมและลงโทษอย่างเข้มงวดกวดขันจริงจังและมีประสิทธิภาพ

ข้อ ๔ รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่ยืนยันว่าจะให้อํานาจที่เข้มแข็งกับ การเมืองภาคประชาชนในการตรวจสอบนักการเมือง

ข้อ ๕ ในช่วงที่มีการรณรงค์เพื่อรับร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คนในฝั่งรัฐบาล ในขณะนี้หลายคนได้เคยกล่าวไว้หลายครั้งหลายหนว่าให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โดยอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากวิถีประชาธิปไตย และเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด ถึงวันนี้ เหตุใดจึงคิดจะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เหตุใดจึงไม่เสนอให้กลับไปใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งสามารถประหยัดเวลาและงบประมาณได้เป็นจํานวนมาก

ข้อ ๖ มีคํากล่าวอ้างว่าถ้าผู้ร่างกฎหมายกับผู้ใช้กฎหมายเป็นคนคนเดียวกัน หรือกลุ่มเดียวกัน ก็ย่อมจะร่างกฎหมายเพื่อให้ตนเองหรือกลุ่มของตนเองได้รับประโยชน์ ฉะนั้นการร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ รัฐบาลมีหลักประกันใดที่จะยืนยันว่าคํากล่าวนี้ ไม่เป็นความจริง

ข้อ ๗ รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่จะยืนยันว่ารัฐธรรมนูญที่จะร่างนี้ ไม่มีผลกระทบต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพรักยิ่งของประชาชน

ข้อ ๘ รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่จะยืนยันว่าจะไม่ช่วยเหลือ ไม่เอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด และจะไม่มีการลบล้างความผิดในคดีอาญา ให้แก่ผู้ใดทั้งสิ้น

ข้อ ๙ รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่ยืนยันว่ารัฐธรรมนูญที่จะร่างนี้ จะไม่มีผลแทรกแซง ๓ อํานาจหลักตามระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอํานาจตุลาการ

ข้อ ๑๐ รัฐบาลมีหลักประกันอะไรที่จะยืนยันว่าจะคงมีองค์กรอิสระ และองค์กรอิสระจะไม่ถูกแทรกแซงจากรัฐบาลหรือผู้มีอํานาจ

ท่านประธานครับ กระบวนการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ดูเหมือนว่า เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นประชาธิปไตยในรูปแบบมากกว่าประชาธิปไตยในเนื้อหา เป็นประชาธิปไตยด้วยวิธีการมากกว่าประชาธิปไตยที่สามารถสนองตอบความต้องการของ พี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่สามารถจัดทํารัฐธรรมนูญภายใต้ เงื่อนไขดังต่อไปนี้

๑. มีบรรยากาศปรองดองสมานฉันท์ มีความต้องการที่จะปฏิรูปการเมือง ไม่มีบรรยากาศความขัดแย้งทางการเมืองเช่นในเวลานี้ ซึ่งเป็นความขัดแย้งอย่างร้าวลึก ยากที่จะประสาน

๒. กระบวนการได้มาซึ่ง สสร. ต้องมีความโปร่งใส

๓. ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องเป็นธรรมไม่ลําเอียง ไม่หวังที่จะช่วยเหลือ ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการเฉพาะ และ

๔. ประชาชนต้องมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญใหม่ที่เราจะได้มาก็จะเป็นเพียงรัฐธรรมนูญฉบับผู้ชนะเท่านั้น ซึ่งอาจจะถูกครหาได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการรัฐสภาก็ได้ ท่านประธานครับ การเมืองไทยก็จะไม่สามารถหนีวงจรแห่งความเลวร้ายไปได้ ประชาธิปไตยไทยก็จะยังคง ล้มลุกคลุกคลานเช่นนี้ตลอดไป ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นฝ่ายรัฐบาล ๒ ท่าน นะครับ ท่านวรรณรัตน์กับท่านศรัณย์วุฒิ เชิญท่านวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ๑๒ นาทีครับ

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยและขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ทั้ง ๓ ฉบับ เพราะว่าทั้ง ๓ ฉบับนั้นก็มีวัตถุประสงค์ เช่นเดียวกัน คือการเข้าไปแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๙๑ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อเป็นการเปิดทางให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของ ประชาชนทั้งประเทศและจากการเลือกตั้งของรัฐสภาเพื่อที่จะให้ สสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญนี้เข้าไปทําหน้าที่ในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ให้มีความเป็นประชาธิปไตยตามปรัชญาและอุดมการณ์ของการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเหมือนกับนานาอารยประเทศทั้งหลายที่เขาถือปฏิบัติกันอยู่ ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากเราจะถามว่าบ้านไหน เมืองไหน สังคมไหน ประเทศไหนมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยหรือไม่เขาดูอะไรกัน เขาดูกันที่ตรงไหน คําตอบก็คือเขาดูที่องค์ประกอบ ๓ ประการด้วยกัน

ประการแรก บ้านไหน เมืองไหน สังคมไหน มีโครงสร้างของการเมือง การปกครองที่เป็นประชาธิปไตยหรือไม่ เป็นต้นว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีรัฐสภา มีสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีระบบ พรรคการเมืองที่ตั้งอยู่บนฐานมวลชนของคนทั้งประเทศหรือไม่ อย่างไร

ประการที่ ๒ เขาดูที่เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญที่เป็นแม่บทในการบริหาร ปกครองประเทศว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่

ประการที่ ๓ ก็ดูที่วิถีชีวิตของผู้คนในสังคม ในบ้าน ในเมือง ว่าเขามี วิถีประชาธิปไตยหรือมีวัฒนธรรมประชาธิปไตยหรือไม่ อย่างไร ถ้าสังคมไหน ประเทศไหน มีครบทั้ง ๓ องค์ประกอบที่กล่าวมาแล้วก็ถือได้ว่าประเทศนั้น สังคมนั้น มีความเป็น ประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าสังคมไหนหรือประเทศไหนมีองค์ประกอบ ไม่ครบทั้ง ๓ ประการ ไม่อาจจะเรียกได้ว่าสังคมนั้นมีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเราหันมาดูประเทศไทยของเราในขณะนี้เราก็จะเห็นได้ชัดเจนว่า เรามีโครงสร้างในการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย มีรัฐบาล มีสภาผู้แทนราษฎร มีรัฐสภา มีระบบพรรคการเมือง เรามีวิถีประชาธิปไตย มีวัฒนธรรมประชาธิปไตยมากพอสมควร แต่ถ้าเรามาดูที่เนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญที่จะเป็นแม่บทกฎหมายในการปกครองประเทศแล้ว โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้คือฉบับปี ๒๕๕๐ แม้เนื้อหาสาระบางส่วนจะมีข้อดีอยู่ มากพอสมควร เป็นต้นว่าหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ และหมวดที่ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพ ของปวงชนชาวไทยเป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามสาระสําคัญบางส่วนของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ยังมีความบกพร่องไม่มีความเป็นประชาธิปไตย มิหนําซ้ําบางส่วนยังขัดแย้งหรือสวนทางกับ การพัฒนาประชาธิปไตยด้วยซ้ําไป ดังเห็นได้จากรายงานและข้อเสนอแนะของ คณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งประกอบไปด้วย ส.ส. จากพรรคร่วมรัฐบาล ส.ส. จากซีกฝ่ายค้าน ตัวแทนจากวุฒิสมาชิก และรัฐสภาสมัยที่แล้ว รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด ๓๙ ท่าน ที่ได้รับแต่งตั้งจากรัฐสภาสมัยที่แล้ว ให้มาทําหน้าที่ในการศึกษาการใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งก็ได้รับรายงานจากคณะกรรมการชุดนี้ ต่อรัฐสภาว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีข้อบกพร่องอยู่บางประการที่สมควรจะได้รับการแก้ไข อย่างน้อยที่สุดก็ ๖ ประเด็นด้วย ประกอบด้วย

ประเด็นที่ ๑ มาตรา ๒๓๗ ที่เกี่ยวกับการยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอน สิทธิทางการเมืองของหัวหน้าพรรค หรือของคณะกรรมการบริหารพรรคที่เกี่ยวเนื่องจาก การกระทําความผิดกฎหมายเลือกตั้งของสมาชิกพรรคในพรรคของตน

ประเด็นที่ ๒ มาตรา ๙๓ ถึงมาตรา ๙๘ ที่เกี่ยวเนื่องกับที่มาของ ส.ส. ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้มีการแก้ไขไปแล้วในรัฐบาลที่แล้ว

ประเด็นที่ ๓ มาตรา ๑๑๑ ถึงมาตรา ๑๒๑ ที่เกี่ยวกับที่มาของ ส.ว.

ประเด็นที่ ๔ มาตรา ๑๙๐ ที่เกี่ยวกับการทําหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับ ความเห็นชอบจากรัฐสภาของรัฐบาล

ประเด็นที่ ๕ มาตรา ๒๖๕ ที่เกี่ยวกับการเข้าดํารงตําแหน่งทางการเมืองของ ส.ส. และ

ประเด็นที่ ๖ มาตรา ๒๖๖ ที่เกี่ยวกับบทบาทการทําหน้าที่ของ ส.ส. ในการ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งรายละเอียดผมจะไม่ขอพูดในที่นี้ เพราะว่า หลายท่านได้กล่าวกันมาแล้ว ซึ่งผลจากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านประธานที่เคารพ ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินในบางเรื่อง แล้วก็ต้องถือว่า เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยอย่างที่เราประสบอยู่ในขณะนี้ที่ทุกฝ่ายต่างพยายามที่จะ เรียกร้อง แล้วก็แสวงหาความสามัคคีปรองดองสมานฉันท์ของสังคมไทยให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ดังนั้นท่านประธานที่เคารพ ส่วนหนึ่งของกระบวนการในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ของประเทศเพื่อการบรรลุสู่ความสามัคคีปรองดองความสมานฉันท์ของคนในชาติ จึงจําเป็นต้องปฏิรูปการเมืองเสียใหม่ด้วยการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นทั้งฉบับ เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีความเป็นประชาธิปไตยและเป็นรัฐธรรมนูญฉบับของประชาชน อย่างแท้จริงต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าโลกทุกวันนี้ ต่างยอมรับกันว่าการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้นที่ถือว่า เป็นการปกครองที่ดีที่สุดในปัจจุบันที่จะนําพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและนําพา ชีวิตของผู้คนในบ้านในเมืองไปสู่ความมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน ได้แก่ ประเทศต่าง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เคยปกครองด้วยระบบอื่นที่มิใช่ระบอบเสรีประชาธิปไตย โดยเฉพาะประเทศที่ปกครองด้วยระบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ทั้งหลาย ในปัจจุบันนี้ต่างพากัน หันหลังให้กับลัทธิคอมมิวนิสต์กันหมด แล้วก็หันหน้าเข้าสู่การปฏิรูปการเมืองการปกครอง ของประเทศเสียใหม่ด้วยการจัดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนับตั้งแต่ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นลูกพี่ใหญ่ในค่ายคอมมิวนิสต์กลุ่มประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในเครือของสหภาพโซเวียตเดิม กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกและแม้กระทั่งประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ขณะนี้ ก็มีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงไปสู่การปกครองแบบประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านของเราด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ศาสตราจารย์อมาตยา เซน ศาสตราจารย์ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ชาวอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกคนหนึ่ง ซึ่งเป็น อาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่สําคัญที่มีชื่อเสียงหลายแห่งทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นในอเมริกา ยุโรป หรือที่อื่น ๆ เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เหล่านี้เป็นต้น เป็นผู้ที่ค้นคิดต้นแบบในการนําเอาแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ไปใช้ในการแก้ไข ปัญหาความยากจนของผู้ยากไร้ แล้วก็เป็นเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ในปี ๑๙๙๘ ได้กล่าวไว้ว่า ที่ใดมีประชาธิปไตยที่นั่นไม่มีคนอดอาหารตาย ซึ่งประเด็นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาและอุดมการณ์ทางการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อย่างแท้จริง เพราะรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย รัฐบาลที่มาจากประชาชนนั้นย่อมต้องมี ความจริงจังและใส่ใจในการที่ดูแลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกหย่อมหญ้า ในทุกระดับตั้งแต่ระดับรากหญ้าขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่าบัดนี้ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องปฏิรูปการเมืองของเราเสียใหม่คือการขับเคลื่อนประเทศให้ไปสู่ ความเจริญก้าวหน้าในทุก ๆ มิติ ทั้งด้านการเมืองเศรษฐกิจและสังคม โดยการจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาใช้บังคับ เพื่อสนองตอบเจตนารมณ์ของประชาชนส่วนใหญ่ ทั้งประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในขณะนี้ เช่นเดียวกับนานาอารยประเทศทั้งหลายที่เขามี การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เขาก็มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญของเขา เช่นเดียวกันเป็นประจํา ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบในการ ปกครองประชาธิปไตยระบบประธานาธิบดีซึ่งเขามีรัฐธรรมนูญที่ใช้มาแล้ว ๒๒๐ กว่าปี เขาก็มีการแก้ไขมาแล้ว ๑๘ ครั้ง ประเทศฝรั่งเศสก็เช่นเดียวกัน ประเทศฝรั่งเศส มีรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ฉบับสุดท้ายที่ประกาศใช้ในปี ๑๙๕๘ ที่เรียกว่าคอนสทิทิวชัน ออฟ เดอะ ฟิฟท์ รีพับลิก (Constitution of the Fifth Republic) ใช้มาแล้ว ๕๔ ปี ก็ได้มี การแก้ไขถึง ๑๘ ครั้ง ประเทศเยอรมนีใช้มาตั้งแต่ปี ๑๙๔๖ ๖๖ ปีที่ผ่านมาก็มีการแก้ไขไปถึง ๔๓ ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อไม่นานมานี้ ท่านประธานที่เคารพ ท่านคงจะจําได้ว่าการจัดทํา ประชามติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อนหน้าที่มีการใช้ หลายคนคัดค้าน หลายฝ่ายคัดค้าน แต่ก็มีการรณรงค์บอกว่าให้ใช้ไปก่อนข้อบกพร่องต่าง ๆ นั้นค่อยมาแก้ทีหลังเพื่อจะให้มี การเลือกตั้งโดยเร็ว ผมคิดว่าบัดนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ เหล่านั้น โดยการจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ เพราะถ้าหากเราจะเอาไปแก้ไขในส่วนที่บกพร่องคงไว้ ในส่วนดีบางส่วนนั้นอาจจะมีการยากลําบากในกระบวนการแก้ไข เพราะฉะนั้นเราสามารถที่จะ คงส่วนที่ดีของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไว้ แล้วก็แก้ไขเพิ่มเติมส่วนใหม่ ด้วยวิธีการยกร่างทั้งฉบับ ซึ่งอาจจะสะดวกกว่า เพราะฉะนั้นผมจึงขอสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และเห็นสมควรที่รัฐสภาจะให้การสนับสนุนต่อไป ขอบคุณมากครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ๑๐ นาทีครับ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุตรดิตถ์ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุตรดิตถ์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้ผมอยากจะบอกว่าทําไม ผมต้องลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมจะนําเรียนเป็นลําดับโดยตั้งแต่ที่มาก่อน แล้วจะพูดถึงวังวนพัฒนารัฐธรรมนูญ และประชาธิปไตยไทยว่าอยู่ในวังวนอย่างไร แล้วจะชําแหละว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น มันดีมากเลย แต่มันมีปัญหาอะไรที่รับไม่ได้ ขณะเดียวกันก็จะพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๕ และแนวทางที่อยากจะเห็น และผลดี ที่จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติจะเป็นอย่างไร สุดท้ายก็จะฝากถึงจิตวิญญาณคนไทยทั้งประเทศว่า ผมจะกล่าวอะไรกับคนไทยทั้งประเทศ ตามผมมานะครับท่านประธาน ผมนั่งฟังอยู่ ๒ วัน หงุดหงิดมาก ผมอยากจะบอกท่านประธานว่าเรากําลังหลงทาง หลงรัฐธรรมนูญ พูดกันไปพูดกันมา ยังหาข้อสรุปไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นจิตวิญญาณอยากจะบอกทุกคนนะครับว่า โปรดอย่าลืม นะครับว่าพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น ท่านได้ให้ ความหมายไว้ดีมาก คําที่ท่านบอกนั้นผมอยากขอสไลด์ (Slide) ขึ้นเลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ข้าพเจ้า มีความเต็มใจที่จะสละอํานาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมจะยกอํานาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะ เพื่อใช้อํานาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร์ นี่เป็น พระราชดํารัสพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทุกคนต้องสําเหนียกนะครับ ท่านกําลังบอกอะไรเรา ท่านประธานครับ ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ ผมอยากจะบอกว่า ระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นในโลกตั้งแต่ ๔,๕๐๐ ปีก่อนพุทธกาลนะครับ บรานอลอ้างว่า ตัวอย่างระบอบประชาธิปไตยนั้นประชาชนให้ใช้อํานาจประชาธิปไตยของตนเอง บรานอล เป็นชาวฟินิเซียนนะครับ เป็นประเทศซีเรียในปัจจุบัน และเมื่อ ๒,๕๐๐ ปีก่อนพุทธกาล นครรัฐกรีกโบราณ คือกรุงเอเธนส์นี่ละครับ มีการคัดเลือกพลเมืองธรรมดาเข้าสู่รัฐการ เขาเรียก รัฐการ และศาล คงเป็นราชการในระบบนั้น และมีการประชุม ชุมนุมพลเมืองทุกชั้น ซึ่งเป็นประชาธิปไตยครั้งแรกในยุคนั้น ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ และเมื่อก่อนคริสต์ศักราช ๑๒๑๕ มีกําเนิดแมกนาคาร์ตา ลิเบอร์ทาทัม นั่นเป็นภาษาลาตินนะครับ เป็นธรรมนูญฉบับแรก ของประเทศอังกฤษ กษัตริย์ตกลงกับขุนนางแบ่งอํานาจการปกครอง อันนี้คือที่มา เรามาดู ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ เมื่อปีคริสต์ศักราช ๑๗๘๘ รัฐธรรมนูญฉบับแรก ในประเทศสหรัฐอเมริกา สมัยจอร์จ วอชิงตัน เป็นประธานาธิบดีของประเทศสหรัฐอเมริกา มีการปรับปรุงรัฐธรรมนูญมาทั้งหมด ๒๗ ครั้ง และประชาธิปไตยเขาเบ่งบานมาก ท่านประธาน เหตุผลก็เพราะว่าทั้งประเทศอังกฤษ ทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาไม่เคยมี การปฏิวัติเลยครับ นี่คือสิ่งที่อยากจะบอกให้ทุกคนได้รับทราบ ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ และเมื่อ ๙๕ ปีที่แล้ว แนวคิดรัฐธรรมนูญที่จุติขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ในสมัยรัชกาลที่ ๖ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๑ ท่านดูนะครับ การวางรากฐานการปกครอง แนวคิดประชาธิปไตย นครจําลองนี้ได้พระราชทานนามว่า ดุสิตธานี ณ วังพญาไท จึงเกิดขึ้นในยุคนั้น และพอมา รัชกาลที่ ๗ นะครับ พระราชทานรัฐธรรมนูญครั้งแรกผมไม่อ่านนะครับ เมื่อสักครู่นี้อ่านไปแล้ว ซ้ํากัน ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ ท่านดูนะครับ ชื่อ เซอร์วินสตัน เชอร์ชิลล์ กล่าวไว้ว่าอย่างไรครับ เขาบอกประชาธิปไตยไม่ใช่รูปแบบการปกครองที่ดีที่สุด แต่เป็นรูปแบบการปกครองที่ เลวน้อยที่สุดต่างหาก อันนี้คือคําจํากัดความที่ชัดเจนมาก ขณะเดียวกันนะครับ อับราฮัม ลินคอล์น ของประเทศสหรัฐอเมริกาเขาบอกว่ารัฐบาล ของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนไม่มีวันตายไปจากโลก ท่านได้ยินชัดเจนไหมครับ ความหมายนี้ก็หมายถึงประชาธิปไตยนั่นเองล่ะครับ ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ ทีนี้มาดูวังวน รัฐธรรมนูญของประเทศไทยกับพัฒนาการ ๘๐ ปี วังวน ๘๐ ปีของรัฐธรรมนูญไทย ท่านดู ช่องแรกซ้ายมือตั้งแต่เมื่อปี ๒๔๗๕ สมัยรัชกาลที่ ๗ ส่งมอบให้กับราษฎรชาวสยาม เป็นรัฐธรรมนูญฉบับคณะราษฎร์ อํานาจยังเป็นของชนชั้นสูง ต่อมาช่องกลางมาดูต่อไป ในช่วงตั้งแต่ ปี ๒๔๙๐ ปี ๒๕๕๐ เป็นยุคแห่งการปฏิวัติรัฐประหาร ครอบงําอํานาจ รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยล้มลุกคลุกคลาน เป็นยุคอํามาตยาธิปไตยชัดเจนมากนะครับ ช่องขวาสุดที่เรากําลังถกเถียงกันว่าจะแก้หรืออย่างไรนี่นะครับ คือรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๕ เป็นฉบับที่จะสะท้อนเจตนารมณ์ประชาธิปไตย คืนอํานาจอธิปไตยเป็นของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน นี่คือสิ่งที่กําลังจะกล่าวถึง ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ มาดูนะครับ วันนี้โลกกําลังเปลี่ยนนะครับ ผมเอาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ อันที่จริงเปลี่ยนถึง ๕ อย่าง

อันที่ ๑ ในระบบการปกครอง เปลี่ยน ระหว่างแกนนอนกับแกนตั้ง แกนตั้ง ก็คือคนชั้นสูงที่เคยมีอํานาจอยู่ก่อนนั้น ขณะที่แกนนอนก็คือคนชั้นล่างแล้วก็คนรากหญ้า ที่มีจํานวนมาก กําลังเคลื่อนตัวมาขบทับกันเขาเรียก แคลช ออฟ ศิวิไลซ์เซชันส์ (Clash of Civilizations) เป็นยุคเผด็จการจะต้องสู่ประชาธิปไตย เราดูประเทศอียิปต์ ดูประเทศลิเบีย ดูประเทศซีเรียเป็นตัวอย่างนะครับว่าเกิดสงครามกลางเมืองรุนแรงนองเลือดกันทั้งบ้านทั้งเมืองเลย เราอยากจะเห็นสิ่งนี้หรือครับ โลกเปลี่ยนเพราะว่าเทคโนโลยีเปลี่ยน มันเกิด แคททะลิสต์ (Catalyst) ก็คือว่าเป็นตัวเร่ง เทคโนโลยีเป็นตัวเร่งมากท่านประธาน มีข่าวสารนิดเดียว ส่งเอสเอ็มเอสเข้าไปไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลกนี้ มันสื่อถึงกันหมดเลยไม่มีใครเก็บความลับได้ อันนี้จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นตัวเร่ง

ประการที่ ๒ เขาบอกว่า เดอะ พาวเวอร์ ชิฟท์ (The Power Shift) เดอะ พาวเวอร์ ชิฟท์ ช่องสุดท้ายข้างล่างสีเหลืองนะครับ เขาบอกว่า ชิฟท์ เวสท์ ทู อีสท์ (Shift West to East) นั่นหมายถึงว่าพลังอํานาจที่จากตะวันตกกําลังจะเคลื่อนมาสู่ ตะวันออก ผมกําลังบอกว่าวันนี้เกิดแรงกดดันอย่างมาก เราต้องเลือกนะครับว่าเราจะแก้ รัฐธรรมนูญที่ดีที่เป็นฉบับประชาชน ทุกคนมีส่วนร่วมและยอมรับกันหรือจะรอให้นองเลือดก่อน แล้วถึงจะมาแก้รัฐธรรมนูญ อันนี้ต้องฝากเป็นข้อคิดครับ ขอดูสไลด์ต่อไปเลยครับ ทําไม ไม่ยอมรับฉบับปี ๒๕๕๐ ผมขึ้นเครื่องหมาย เควสชัน มาร์ค (Question mark) โต ๆ เลย ผมบอกว่าที่มาคือ ออริจินส์ (Origins) นั้น มาจากการรัฐประหาร ผมเข้าใจคําว่า ดีเซนซี (Decency) ดีเซนซีคือการมาที่ไม่ถูกทํานองคลองธรรม ใครสักคนหนึ่งที่เป็นผู้นําประเทศ แล้วทําตัวไม่ถูกทํานองคลองธรรม นั่นก็จะเป็นที่ไม่ยอมรับของประชาชน เขาเรียกว่าขาด แซงติตี้ (Sanctity) นั่นแปลว่าเป็นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมันเองมันไม่มีความศักดิ์สิทธิ์เลย ท่านประธาน นึกถึงนะครับ สมมุติว่าท่านประธานรักคุณพ่อมากเลย ท่านเอาแจกันอันหนึ่ง ราคาล้านกว่าบาทไปให้คุณพ่อ คุณพ่อบอกแจกันประธานนี่สวยมากลูกรัก พ่อถูกใจเหลือเกิน แต่หารู้ไม่ว่าแจกันนั้นเป็นแจกันที่ขโมยมา ปล้นมา บังคับเขามา อย่างนี้ความภูมิใจ จะเหลือไหมครับ นี่คือสิ่งที่ผมกล่าวถึง

อันที่ ๒ เรื่อง โพรซีเดอร์ (Procedure) ก็ผิด กระบวนการผิดไม่สมบูรณ์ ตอนยกมือโหวตนั้นผ่านไหมนั้นกฎหมายฉบับนี้คนมาไม่ถึงครึ่งและยกมือผ่าน ขณะเดียวกัน ก็ดิ้นรนให้ไปทําประชามติเพื่อให้ประชาชนมาเป็นจําเลย มาเป็นตัวประกัน ถือว่ารับแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ปี ๒๕๕๐ เป็นมติ นี่หรือครับคือมติที่มา

มาดูประเด็นที่ ๓ นะครับ เขาเรียกว่าเกิดภาวะจํายอม อันเดอร์ ดูเรส (Under Duress) เป็นการทั้งหลอก ทั้งปลอบ ทั้งขู่ ทั้งบังคับเลย ประชาชนถ้าไม่เอา ผมจะเอารัฐธรรมนูญฉบับอื่นมาใส่ แล้วแต่ผมจะเลือกฉบับไหนก็ได้ อย่างนี้หรือครับ นี่คือรัฐธรรมนูญฉบับที่ผมรับไม่ได้จริง ๆ

ประการที่ ๔ เขาเรียกว่า ซุปปาร์ คอนสทิทิวชัน (Supra Constitution) นั่นแปลว่าอะไรครับ อํานาจเหนืออํานาจนะครับ ในอํานาจรัฐธรรมนูญยังมีอํานาจบางอย่าง เหนือกว่าอํานาจรัฐธรรมนูญอีก และจึงบัญญัติ มาตรา ๓๐๙ มาเพื่ออะไรครับ มาตรา ๒๓๗ บัญญัติมาเพื่ออะไรครับ เพื่อจะมายุบวัดใช่ไหมครับ มีพระลูกวัดองค์หนึ่งทําผิด พระทุกองค์ ในวัดต้องถูกจับสึกหมด สึกไม่พอนะครับ ยุบวัดด้วยนะครับ มีไหมครับในโลกนี้วัดทั้งวัด ถูกยุบไปนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผมรับไม่ได้ ขณะเดียวกันองค์กรอิสระต่าง ๆ ไม่ว่า คตส. กกต. ป.ป.ช. เก็บเอาไว้ทําไมล่ะครับทั้ง ๆ ที่ มันไม่น่าจะมีอํานาจอยู่ต่อก็ยังอยู่ได้ ทั้งหมดนี้เพื่อฆ่าคนคนเดียวและเพื่อคนคนเดียว อีกเช่นกันคือใครผมไม่บอกท่านคิดเองนะครับ สุดท้ายเลยครับเขาบอกว่าอันสปิริชวล (Unspiritual) ขาดจิตวิญญาณ เขาเรียกว่ามองข้ามปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ต้องการให้เกิดอะไรขึ้น ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ มาดูวงจรนะครับ วงจรอุบาทว์ ของรัฐธรรมนูญเกิดอะไรขึ้นครับ สีดําอันที่บนสุดเลยนะครับท่านดูนะครับ แน่นอนล่ะครับ เกิดจากการปฏิวัติรัฐประหารก่อน ปฏิวัติเสร็จครับ ฉีกรัฐธรรมนูญ แน่นอนครับเป็นการล็อกสเปก ตามสแตนดาร์ด (Standard) และมีแพทเทิร์น (Pattern) เดียว แพทเทิร์นอื่น ๆ ทําไม่ได้ เสร็จแล้วก็นิรโทษกรรมให้ตัวเอง ใช้มาตรา ๓๐๙ ทุกอย่างตัวเองไม่ผิดครับ ต่อจากนั้น ก็ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เรียกว่าฉบับเผด็จการ ฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ถกเถียงกันอยู่ทุกวันนี้ละครับ ขณะเดียวกันก็ตั้งรัฐบาลที่เผด็จการเป็นคนตั้งคือรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร

ขอดูสไลด์ต่อไปครับ ผมจึงบอกว่าทําไมต้องแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าแก้เสร็จแล้ว เราจะได้หยุดวงจรอุบาทว์ รัฐประหาร การฉีกรัฐธรรมนูญก็จะได้ถูกแก้ไขเสียที ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นทําให้ประเทศเราเสียเกียรติภูมิ อันนี้ผมถึงบอกว่าสิ่งนี้เราต้องแก้ ท่านดูต่อไปนะครับ ผมอยากจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันผมอยากทราบวัฒนธรรม ทางการเมืองสลายขั้วต่าง ๆ การเมืองต้องพัฒนาลดปัญหาความขัดแย้ง นี่คือสิ่งที่ ผมอยากจะให้เห็น และหลักประกันทางการเมืองยึดมั่นพระราชปณิธาน เทิดทูนสถาบัน หยุดรัฐประหาร นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็นในฉบับปี ๒๕๕๕ จะทําได้ไหมนี่ มาดูนะครับ จิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญ

ขอสไลด์ต่อไปครับ ดูตั้งแต่ช่องสีบนสุดครับ รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตย มาตรา ๒๙๑ เราแก้ไขรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๕๐ ขณะเดียวกันเราจะร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนโดยมี สสร. มาจากประชาชน อย่าเพิ่งไปถกเถียงกันเลยครับว่าเดี๋ยวคนนั้น จะร่างอย่างนี้จะไปอย่างนั้น ท่านยังไม่เห็นหน้า สสร. เลย ใครเก่งมากที่จะเดาถูกขนาดนั้น ตีปลาหน้าไซใครก็ทําเป็นแต่ขอให้ดูก่อนเถอะครับ ขณะเดียวกันเราเลือกตั้งมาจากประชาชน การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นแล้วก็จะมาจากประชาชน สภาก็จะมาจากประชาชน รัฐบาลก็จะมาจาก ประชาชน ไม่มีรัฐธรรมนูญจากการปฏิวัติ แต่จะมีการอภิวัตน์รัฐธรรมนูญ นี่คือสิ่งที่ ผมอยากจะบอก

ขอสไลด์ต่อไปครับ ใกล้จะจบแล้วครับเดี๋ยวประธานจะเร่งเวลาผมอีก ผมขอฝาก สสร. ด้วยนะครับ มีมาตรา ๑๗๐ คราวที่แล้วผมยังอารมณ์ค้างอยู่เลย คาใจมาก เงินนอกงบประมาณที่คนมือเปิบ ไอ้เหลือบ ไอ้โม่งเอาไปใช้กันอย่างมือเปิบเลยโดยไม่ต้อง ผ่านระบบเลย ตรงนี้ผมอยากให้ไหน ๆ จะแก้แล้วฝาก สสร. ด้วยนะครับประเด็นนี้ ผมไม่อ่านนะครับเดี๋ยวจะฝากไว้ที่ประธานนะครับ

สรุป ท่านผู้ทรงเกียรติและประชาชนคนไทยทั้งประเทศขอให้มั่นใจ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นรัฐบาลชุดใด ถ้าขาดซึ่งความชอบธรรม ท่านฟังนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใดนะครับ ถ้าขาดซึ่งความชอบธรรม ฉ้อฉลในอํานาจ คอร์รัปชัน ไร้ผลงานต่อให้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดในโลกฉบับใดก็ไม่สามารถปกป้องรัฐบาลชุดนั้นได้ ท่านอย่าไปตื่นเต้นเลยครับปล่อยให้เขาร่างไปเถอะครับ ขณะเดียวกันผมอยากจะฝากคนไทย ทั้งประเทศว่าตราบใดก็ตามที่ประชาชนคนไทยยังจนและเขลา การศึกษายังไม่ได้พัฒนา ประชาธิปไตยจะไม่ก้าวหน้าครับท่านประธานครับ และผมอยากจะฝากว่ามีคําพูดที่พูดกันอยู่ ตลอดเวลาว่าชนใดบัญญัติกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ระบุชัดว่า มาจากชนชั้นใด บัญญัติเพื่ออะไร ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๕ ของประชาชน ให้ประชาชนเขาทําเถอะครับ โดยประชาชน เพื่อประชาชน อย่าไปตื่นเต้นเลย ผมมั่นใจว่า ออกมาแล้วจะต้องดี ขณะเดียวกัน ขอสไลด์ต่อไปเลยครับ แสดงว่าสไลด์หมดแล้ว

สุดท้ายนี้ผมอยากสะท้อนจิตวิญญาณคนไทยด้วยคําพูดที่ว่า ประชาชาติ ต้องพัฒนาพลังอํานาจ ประชาชาติต้องการประชาธิปไตย ประชาไทยต้องการสิทธิเสรี ประชาชีต้องการศักดิ์ศรีและความเป็นมนุษย์และความยุติธรรม นี่ผมอยากจะบอกว่า ผมเชื่อนะครับว่าคนไทยทั้งประเทศเลยเขาอยากเห็นประชาธิปไตยยั่งยืน อยากเห็น ประชาธิปไตยไทยเบ่งบาน แต่ที่ผ่านมาเขาได้เห็นไหม ๘๐ ปีมันบอกชัดเจนว่าอยู่ในวังวนอะไร และผมอยากจะบอกว่าวันนี้เราจะต้องยืนหยัดต่อสู้สากลโลกนะครับ พม่าเปิดประเทศเร็ว ๆ นี้ นะครับ ออง ซาน ซูจี ได้เข้ามาสู่การเมือง ระวังจับตาให้ดีนะครับ การเมืองเราจะพัฒนา ล้าหลังกว่าพม่า ท่านจะเอาอย่างนั้นหรือครับ และผมอยากจะบอกว่าวันนี้ผมขอสะท้อน จิตวิญญาณคนไทยทั้งประเทศได้ไหมครับ สักครั้งหนึ่ง ขอประทานอภัยแทนคนไทย ทั้งประเทศด้วย ต้องใช้คําพูดแบบสะท้อนจิตวิญญาณจริง ๆ คนไทยทั้งประเทศเขาอยากจะบอกว่า กูขอประกาศก้องปฐพี แผ่นดินนี้กูเป็นเจ้าของเหมือนกัน ขอบคุณครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์ เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไปที่วุฒิสมาชิกนะครับ ท่านวันชัย สอนศิริ ครับ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญนี่แก้ไขได้อยู่แล้ว ถ้าเห็นว่าตรงไหน ส่วนไหนมีข้อบกพร่อง ตรงไหนเป็นอุปสรรค ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และตรงไหนไม่เหมาะสมกับยุคสถานการณ์หรือยุคสมัย กับการดําเนินการในขณะนั้น ท่านประธานที่เคารพ มีท่านสมาชิกหลายท่านกล่าวไว้แล้วว่า รัฐธรรมนูญในแต่ละฉบับไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับใดที่สมบูรณ์แบบที่สุด และไม่มีรัฐธรรมนูญ ฉบับใดที่ดีที่สุดครับ รัฐธรรมนูญแต่ละฉบับมีจุดอ่อน มีจุดแข็ง มีจุดด้อย และมีจุดดีอยู่ในตัว ทั้งนั้น ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายกันมา ๒ วันจนกระทั่ง ณ วันนี้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการยุบพรรคตามมาตรา ๒๓๗ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องขององค์กรอิสระ รวมทั้งที่มาของ ส.ว. หรืออื่น ๆ ถ้าจะเอามาเถียงกันนี่เถียงกันได้ทั้งวันครับ เพราะแต่ละประเด็นนั้นมีจุดด้อย จุดดี จุดอ่อน จุดแข็งอยู่ในตัวของมันครับท่านประธาน เอาละครับ เมื่อเราใช้รัฐธรรมนูญ ที่เห็นว่าเป็นปัญหามาแล้วระยะหนึ่ง แล้วตอนนี้ต้องการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาเปิดช่องให้ แก้ไขอยู่แล้วครับท่านประธาน ในมาตรา ๒๙๑ ที่ว่านี่ ใครแก้ไขครับ ได้บอกกันมาแล้วก็คือ ครม. ส.ส. ส.ว. ที่รัฐธรรมนูญเขากําหนดอย่างนี้เพราะเขาเห็นว่า ครม. หรือคณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. นี่เป็นผู้ใช้รัฐธรรมนูญและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญโดยตรง เมื่อเห็นว่ามีอุปสรรค มีปัญหาใด ๆ ก็ย่อมจะเสนอแก้ไขขึ้นมาได้ และคนที่รู้เรื่องรัฐธรรมนูญและใช้รัฐธรรมนูญ และผมถือว่าน่าจะเป็นผู้รู้ดีที่สุดครับท่านประธาน นั่นก็คือคณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ที่นั่งอยู่ ที่นี่ละครับ การที่มี สสร. มาเป็นผู้พิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถามจริง ๆ เถอะครับท่านประธาน คนอื่นจะรู้ดีกว่าผู้ใช้ได้อย่างไรครับ ผมถือว่าเป็นการเสนอแก้รัฐธรรมนูญโดยดูถูกตัว ส.ส. ส.ว. และคณะรัฐมนตรีด้วยตัวเองครับท่านประธาน และเป็นการเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่รังเกียจตัวเอง และก็เป็นการบิดบังซ่อนเร้นตัวเอง เอาคนอื่นมาเป็นเกราะกําบังตัวเอง และที่สําคัญผมถือว่าเป็นการปัดความรับผิดชอบอย่างสิ้นเชิงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เราจะเห็นได้และเรามักจะได้ยินกันมาโดยตลอดว่า คนร่างไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ร่าง เหมือนโลงศพนะครับ คนทําไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ทํา ก็เมื่อท่านเองนี่ในฐานะ เป็นผู้ใช้รัฐธรรมนูญและเป็นผู้ที่เห็นจุดอ่อนจุดแข็งของรัฐธรรมนูญ และท่านเป็นผู้ที่มีโอกาส ในการที่จะทํารัฐธรรมนูญ ถามว่าท่านโยนภาระอันนี้ไปให้กับคนอื่นทําไม คันเองนะท่านประธาน แล้วไปให้คนอื่นมาเกา มันจะหายคันไหมครับ นอกจากเราไปบอกเขาว่าเกาตรงโน้นเกาตรงนี้ นั่นแปลว่าเรายังมีอํานาจแฝงอยู่ ผมจึงกราบเรียนว่าคันเองแล้วไปให้คนอื่นเกา ผิดที่ผิดทาง ผิดตัวผิดฝาครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ สสร. ๙๙ คนตามรัฐธรรมนูญ ที่ท่านเสนอแก้ไขนั้นผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานว่าเขาเป็นผู้วิเศษหรือเป็นเทวดา มาจากไหนครับ เขาจะรู้ดีไปกว่าท่านคณะรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ที่ใช้รัฐธรรมนูญนี้ได้อย่างไรครับ ทั้งหมดที่อภิปรายกันมาในสภานี่ชี้จุดอ่อน จุดบกพร่อง จุดแข็ง ก็ท่าน ส.ส. ส.ว. ทั้งสิ้น และคณะรัฐมนตรี ถ้าท่านบอกว่าต้องการให้มันเป็นประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้งก็ ส.ส. ๔๐๐ เขตนี้ก็มาจากการเลือกตั้งครับท่านประธาน ส.ว. ๗๖ จังหวัดก็มาจากการเลือกตั้งครับ แล้วท่านก็บอกว่าต้องการมีนักวิชาการจากสถาบันการศึกษาก็ภาคสัดส่วน ๑๐๐ คนนี่ ก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ ส.ส. สรรหาก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับนักวิชาการ ๒๒ คนนั้นเลย รวม ๆ แล้วท่านมีทั้ง ส.ส. ส.ว. ไม่น้อยกว่า ๖๕๐ คน ถามจริง ๆ เถอะ คนพวกนี้อ่อนด้อยอะไรกว่า สสร. ๙๙ คน คนทั้งหมด ๖๕๐ คน ครบถ้วน รอบด้าน เป็นทั้งนักวิชาการและเป็นผู้ที่ใช้กฎหมายเองโดยตรง นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า เรื่องอย่างนี้เป็นสิ่งที่เราเห็นเรากลับไม่ทําและหลายท่านได้มีการอภิปรายกันมาแล้ว ซึ่งผมก็เห็นด้วยว่าการมี สสร. ไปนั้นก็สิ้นเปลืองงบประมาณไปเปล่า เขาไม่ได้เป็นผู้รู้ และเป็นผู้ใช้รัฐธรรมนูญโดยตรงและรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนี้ครับท่านประธาน เขาก็ไม่ได้ กําหนดไว้ว่าให้มี สสร. นั้นเป็นผู้แก้ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องไม่ตรงถูกต้องตามรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งอาจจะเป็นประเด็นเป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งจะต้องตีความกันต่อไป

ประการต่อมาครับ ท่านประธานครับ สุดท้ายในเวลาจํากัด ๘ นาที ของ ส.ว. ที่มีการอ้างว่าเป็นผลไม้พิษมาจากซากเดนเผด็จการ เอากันอย่างนี้ไหมครับท่านประธาน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันเสร็จ เริ่มต้นกันใหม่เลย ยุบสภาแล้วเริ่มนับหนึ่งกันใหม่ เพราะทุกวันที่นั่งอยู่แม้แต่ตัวประธานนั่งอยู่ นั่นก็มาจากผลไม้พิษเหมือนกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าถ้าจะล้างพิษทั้งหมดมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้วไปกันให้หมดเริ่มนับหนึ่ง จะเอากันอย่างนี้ไหมครับท่านประธาน และผมอยากจะตั้งข้อสังเกตอีกสักเล็กน้อยครับ ท่านประธาน มีคนกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ร่างมาท่ามกลางความเกลียดชัง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร และรัฐธรรมนูญฉบับที่จะแก้ไขนี้เห็นเขาบอกว่า ร่างมาท่ามกลางความรัก พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ถ้าท่านเอาความรัก ความเกลียด มาเป็นตัวตั้งในการร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ผมเชื่อเหลือเกินว่าบรรยากาศแห่งความรัก และความเกลียดนั้นจะบานปลายมากยิ่งขึ้น และผมไม่แน่ใจว่าวันหนึ่งจะเอาอยู่ หรือเอาไม่อยู่ครับ ท่านประธาน อีกนิดเดียวท่านประธานครับ จบแล้วครับ ผมอยากจะยืมคําพูดของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ที่พูดเมื่อวานนี้ ถามว่าแก้รัฐธรรมนูญวันนี้มีใครจะเป็นจะตายไหม มีใครเดือดร้อนไหม ผมอยากจะถามกลับไปเหมือนกันว่าถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญวันนี้มีใครจะเป็นจะตายไหม มีใครเดือดร้อนไหม ข้าราชการ ทหาร ตํารวจ พ่อค้า ประชาชนเดือดร้อนไหม เพราะฉะนั้น ผมกราบเรียนว่าคนไทยในประเทศไทยทุกคนไม่น่าจะมีใครเดือดร้อน เพราะฉะนั้นจึงไม่เห็น มีประเด็นอะไรที่จะไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร แต่กราบเรียนเป็นประการสุดท้ายว่า ผมเห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เห็นด้วยต่อวิธีการในการแก้ไขครับ ท่านประธานครับ

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมว่าเล็กน้อยอย่าประท้วงเลยครับ ท่านประสิทธิ์ครับ ผมว่าอย่าประท้วงดีกว่า เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ช่างมันเถอะครับ เชิญครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผมขอประท้วงผู้อภิปรายที่อภิปรายจบไปเมื่อกี้ กระทําผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๔๓ โดยกล่าวหาว่าคนที่จะมาเป็น สสร. ไม่ใช่ผู้ใช้กฎหมาย คนที่จะมาเป็น สสร. ก็เป็นคนไทยอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญอันเดียวกัน กล่าวหาว่า แก้กฎหมายตัวนี้เกาไม่ตรงจุดคัน จะต้องให้ ส.ส. ส.ว. หรือคณะรัฐมนตรีเป็นคนยื่นเสนอ ในการแก้ไข ถามว่าบางครั้งผมคันนี่ ผมยังให้เมียผมเกาแล้วถูกที่คันเลยนะครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาละครับ พอแล้วครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

และอีกอย่างหนึ่ง นิดเดียวครับท่านประธาน ผมทราบมาว่ามีคณะบุคคลหลังจากลงมติแล้วนี่ จะมีการยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตีความว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้ขัดต่อกฎหมาย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็ไม่รู้ว่าประท้วงตรงไหนครับ เชิญท่านรสนา โตสิตระกูล ครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ในฐานะสมาชิกรัฐสภานะคะ ดิฉันเองก็คงจะไม่พูดลงรายละเอียดในเรื่องของสิ่งที่ดิฉันไม่เห็นด้วย กับการที่จะแก้รัฐธรรมนูญในร่างทั้ง ๓ ร่าง โดยที่ทั้ง ๓ ร่างนั้นมุ่งไปเพื่อที่จะ ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ สิ่งที่น่าเป็นห่วงดิฉันเองคิดว่าเป็นความห่วงกังวลก็คือว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นการถ่ายโอนอํานาจของสภาไปสู่ สสร. ซึ่งการถ่ายโอน อํานาจนั้นเป็นการถ่ายโอนอํานาจไปโดยสิ้นเชิง ก็คือการมอบหมายอํานาจให้ สสร. เป็นผู้ร่าง แล้วหลังจากนั้นก็จะไม่ได้กลับเข้ามาที่สภาอีก ดิฉันคิดว่าในการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น ก็ยังมีการออกแบบโครงร่างต่าง ๆ ขึ้นมาจนตกผลึกแล้ว แต่ปรากฏว่าในการร่างครั้งนี้ ได้มีการถ่ายโอนอํานาจไปให้กับ สสร. โดยที่ไม่ได้มีการกําหนดกรอบโครงไว้แต่ประการใด ดิฉันเองคิดว่าสิ่งที่คนเรียกว่าเป็นการเซ็นเช็คเปล่าก็คือการที่เราปล่อยให้คนที่เข้ามาร่างนั้น ร่างโดยที่ไม่ได้มีกรอบโครงแต่ประการใด

อีกประการหนึ่ง ดิฉันคิดว่าเรื่องของกําหนดเวลา ๑๘๐ วันนั้น มันจะ กลายเป็นประชาธิปไตยจานด่วนไปหน่อยนะคะ แล้วก็ประชาธิปไตยจานด่วนเหล่านี้ดิฉันคิดว่า เป็นสิ่งที่สําคัญว่าเมื่อ สสร. นั้นมาจากลักษณะของการเลือกตั้งจังหวัดละ ๑ คน ก็จะมี ความไม่แตกต่างไปจากตัวแทนของพรรคการเมือง ซึ่งถ้าหากว่าจะให้มีการเลือกในลักษณะนี้ ควรใช้สภาเป็นผู้แก้ไขจะดีกว่า แต่การที่เราให้เลือก สสร. ขึ้นมานั้นดิฉันคิดว่า สสร. นั้น ควรจะเป็นผู้แทนทางความคิด การเมืองและผลประโยชน์ของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม จะเป็นสิ่งที่ดีกว่า คือใน ๒ วันนี้เราก็ได้ยินมากมายนะคะ เรื่องเกี่ยวกับประชาธิปไตย เราอ้างว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้นเป็นเรื่องประชาธิปไตย แต่ดิฉันคิดว่าสิ่งที่คน เกิดความกังวลก็คือว่าเราจะอาศัยการแก้รัฐธรรมนูญนั้นนําไปสู่การลบล้างความผิด ทางอาญาของนักการเมืองหรือไม่ หรือนําไปสู่การผูกขาดอํานาจทางเศรษฐกิจหรือไม่นะคะ ดิฉันคิดว่าเวลาเราพูดกันถึงประชาธิปไตยนั้นเราเน้นแต่ประชาธิปไตยทางรูปแบบ ในขณะที่ ดิฉันคิดว่าประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจนั้นก็มีความสําคัญ ท่านปรีดี พนมยงค์ เคยกล่าวไว้ว่า การกระจายอํานาจทางเศรษฐกิจของประชาชนนั้นเป็นส่วนสําคัญของประชาธิปไตย ทางการเมือง เพราะว่าการมีประชาธิปไตยทางการเมืองเพียงอย่างเดียวโดยไม่มี ประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจนั้นราษฎรส่วนใหญ่จะไม่ได้รับประโยชน์ เพราะเนื่องจากว่า คนที่กุมอํานาจทางเศรษฐกิจนั้นสามารถที่จะใช้ประชาธิปไตยทางการเมืองได้มากกว่า ดิฉันคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้มีการพูดถึงว่าประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจนั้น ได้รับการรับรองโดยรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ แต่สิ่งที่สําคัญที่สุด คือการรับรองอํานาจของประชาชนนั้นไม่ได้มีการปฏิบัติอย่างแท้จริง ซึ่งอาจจะไม่ใช่ เป็นปัญหาเรื่องของรัฐธรรมนูญเพียงประการเดียวนะคะ ดิฉันคิดว่ารัฐบาลนั้นไม่ได้ให้ความสนใจ กับการที่จะส่งเสริมให้เกิดการกระจายอํานาจทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน มีนักวิชาการรัฐศาสตร์ ชาวเยอรมันท่านหนึ่งชื่อ เคลาส์ ออฟ นะคะ กล่าวถึงการร่วมมือระหว่างพรรคการเมือง และกลุ่มทุนขนาดใหญ่ในนามของพันธมิตรร่วมความมั่นคงและความเติบโตทางเศรษฐกิจว่า ได้สถาปนาสถาบันทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทนที่อาศัยการเลือกตั้ง จากประชาชนเข้ามาเป็นฐานสร้างความชอบธรรมและผูกขาดอํานาจในทางเศรษฐกิจ โดยไม่เปิดพื้นที่ให้กับประชาชนนะคะ สิ่งเหล่านี้ก็คือการสร้างระบบอุปถัมภ์ใหม่โดยนโยบาย ประชานิยม ดิฉันคิดว่ารัฐบาลเองในการหาเสียงได้พูดถึงหลาย ๆ เรื่อง ตั้งแต่ในเรื่องของ การจะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในส่วนที่เป็นเรื่องของราคาพลังงานก็ตาม การดํารงชีวิตต่าง ๆ ก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้ ดิฉันคิดว่าไม่ได้มีการทําอย่างแท้จริง รัฐบาลยังคง ใช้ทฤษฎีการพัฒนาที่เราเรียกว่าเชิร์คเคอร์ ดาวน์ (Shirker down) หรือพูดง่าย ๆ คือ อุ้มคนรวยก่อนแล้วค่อยช่วยคนจน เพราะฉะนั้นทฤษฎีเหล่านี้ผ่านมาแล้ว ๕๐ ปี ในการอุ้มคนรวยเพื่อช่วยคนจนนั้น กลับทําให้เราเกิดช่องว่างระหว่างคนรวย คนจน สูงตั้งแต่ ๑๒-๑๕ เท่า ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ นั้นมีช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนนั้นน้อยกว่าเรามาก แต่สิ่งเหล่านี้ดิฉันคิดว่าในการแก้รัฐธรรมนูญที่สําคัญนั้นเราไม่มีกรอบโครงว่ามีเรื่องอะไรบ้าง ที่เราไม่ควรจะแก้ไข ดิฉันคิดว่ารัฐบาลเองตอนหาเสียงที่อ้างว่าได้เสียงสนับสนุนมา ๑๕ ล้านเสียง จึงมีความชอบธรรมในการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่ที่จริงในการหาเสียงของรัฐบาล พูดถึงการกระชากค่าครองชีพ การลดราคาพลังงาน แต่พอเข้ามาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง ตรงกันข้ามค่ะ ปรากฏว่ารัฐบาลได้กระชากค่าครองชีพของประชาชนขึ้นทั้งหมด ราคาพลังงานพุ่งทะลุทะลวง ซึ่งถ้าลองไปดูประเทศอื่น ๆ ราคาพลังงานต่ํากว่าเรามาก ดิฉันคิดว่าถ้าหากรัฐบาลลองหาเสียงตั้งแต่แรกว่าจะกระชากค่าครองชีพขึ้น ขึ้นราคาพลังงาน ทั้งระบบ แต่จะลดภาษีนิติบุคคลให้กับคนรวยก่อน จาก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันไม่แน่ใจนะคะว่ารัฐบาลยังจะได้รับเสียงสนับสนุน ๑๕ ล้านเสียง เพื่อที่จะอ้างว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญตามที่ได้หาเสียงไว้หรือไม่นะคะ ดิฉันคิดว่าในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นได้มีการรับรองสิทธิของประชาชนหลาย ๆ เรื่อง สมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่ง กล่าวถึงเหตุผลว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพราะว่าในมาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าได้นําเอาประโยชน์ท้องถิ่นมาอยู่เหนือผลประโยชน์ ของส่วนกลาง ดิฉันคิดว่าสิ่งนี้อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งก็เคยพูดเช่นเดียวกันนะคะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น มาตรา ๖๗ และมาตรา ๑๙๐ นั้น เป็นอุปสรรค ดิฉันคิดว่ามันเป็นอุปสรรค สําหรับนักการเมืองและกลุ่มทุนผูกขาด เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่ได้รับการรับรองสิทธิ ของประชาชนนั้น เมื่อยกร่างใหม่สิ่งเหล่านี้เราไม่เห็นนะคะว่าจะมีการแก้ไขอย่างไร คนของรัฐบาลเคยออกมาพูดเรื่องการที่จะขายหุ้น ๒ เปอร์เซ็นต์ของ ปตท. นะคะ แต่ตอนนี้ ขายไม่ได้ ที่จริงเนื่องจากว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ได้ระบุเอาไว้ชัดเจนว่าโครงข่าย พื้นฐานที่เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานของรัฐนั้น รัฐบาลจะต้องถือหุ้นอย่างน้อย ๕๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วไม่แน่ใจนะคะว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีการยกมาตรานี้ ออกไปหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่แทนที่จะมี การแก้ไขในสภานั้นเป็นการอําพรางที่จะไม่ให้มีการเห็นว่าต้องการจะแก้อะไรหรือไม่ มาตรา ๓๙๐ ถ้ามีการแก้ไขก็ถูกตั้งคําถามว่าจะนําไปสู่การลบล้างคดีอาญาของอดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ต้องมาถกเถียงกัน โดยใช้วิธีการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับเลย ดิฉันคิดว่ายังมีมาตราหลาย ๆ มาตรา ซึ่งรับรองสิทธิของประชาชน และดิฉันคิดว่าทรัพยากร ทั้งหลายโดยเฉพาะพลังงานนั้นกําลังเป็นสิ่งที่ถูกจับตาโดยนักการเมืองกลุ่มทุนผูกขาด และพรรคการเมืองที่กําลังดูแลบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทําให้สังคม เกิดความไม่ไว้วางใจนะคะว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยอาศัยการโอนอํานาจทั้งหมด ไปให้กับ สสร. นั้น เป็นวิธีการอําพรางเพื่อไม่ให้เราเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ แล้วปรากฏว่า เมื่อเราได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ก็เสมือนว่าเราได้พาดสายพานที่เราจะต้องเดินไปตาม สายพานนั้น โดยที่เราไม่รู้ว่าสุดสายพานนั้นจะกลายเป็นตะแลงแกงสําหรับประชาชนหรือไม่ เราอ้างถึงสิทธิของประชาชน อ้างถึงประชาธิปไตยของประชาชน แต่สิ่งที่เราไม่เคยพูดถึงคือ ทําอย่างไรที่เราจะมีการกระจายอํานาจทางเศรษฐกิจให้เกิดประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ กับประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งที่ทุกคนกังวลก็คือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่นั้นจะนําไปสู่ การกินรวบในทางเศรษฐกิจนอกเหนือจากส่วนที่มีคนกังวลในเรื่องของ สถาบันพระมหากษัตริย์ ดิฉันคิดว่าท่านปรีดี พนมยงค์ ที่หลายท่านเอ่ยอ้างถึงนั้น ท่านกล่าวว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น จะต้องมีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจด้วยและเศรษฐกิจเสรีนั้น จะต้องไม่ใช่เสรีภาพของหมาจิ้งจอกในเล้าไก่ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่จะร่างใหม่ สิ่งที่ประชาชนหวาดเกรงกันก็คือว่าอาจจะกลายเป็นรัฐธรรมนูญสําหรับกลุ่มทุนผูกขาด ที่จะมาผูกขาดประเทศไทยและผ่องถ่ายทรัพย์สินของชาติไปเป็นทรัพย์สินของนายทุน มากกว่านะคะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรี จะใช้สิทธิพาดพิงใช่ไหมครับ ท่านใช้สิทธิพาดพิงหรือจะอภิปรายครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

๒ ส่วนสั้น ๆ ครับ พาดพิงส่วนหนึ่ง แล้วก็ในนามรัฐบาลส่วนหนึ่ง เดี๋ยวประชาชนสับสน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นท่านใช้สิทธิ อภิปรายสั้น ๆ นะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ที่รัฐบาลมอบหมายให้ทําหน้าที่ชี้แจงและนําเสนอร่าง

เรื่องแรกก็คือที่ท่าน ส.ว. วันชัย สอนศิริ บอกว่าถ้าไม่แก้แล้วใครจะเป็นจะตาย ด้วยความเคารพท่านประธานรัฐสภาและสมาชิก พวกผมเป็นนักการเมืองที่มาจาก การเลือกตั้ง สังกัดพรรคการเมือง ต้องรณรงค์หาเสียง แล้วบอกนโยบาย ๑ ๒ ๓ ว่า จะทําอย่างไรถ้าชนะเลือกตั้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ พวกผมเรียกรัฐธรรมนูญ เผด็จการ แล้วบอกถ้าพี่น้องประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยมาได้เสียงข้างมากแก้ได้ พวกผมจะแก้ ปี ๒๕๕๐ ได้ ๒๓๒ เสียง ไม่เกินกึ่งหนึ่งก็แก้ไม่ได้ เราก็รณรงค์ต่อ ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เผด็จการ ถ้าเราชนะกึ่งหนึ่งเราจะแก้ ถ้าไม่แก้พวกผมตายครับ เลือกตั้งรอบหน้าใครจะเลือกละครับ พวกท่านโชคดีครับผมไม่ได้อิจฉา ท่านเป็นวุฒิสมาชิกมาจากสรรหาหน้าขาวอย่างไข่ปอก ท่านไม่เหนื่อยครับ ผมหน้าดําอย่างกับก้นหม้อกว่าจะเป็นผู้แทนราษฎรได้ และถ้าวันนี้ พรรคเพื่อไทยไม่แก้ผมจะลงพื้นที่ได้อย่างไร ท่านคัดค้านก็คัดค้านไป แต่ไม่ต้องมาถามว่า ใครจะเป็นจะตายเพราะท่านมาจากการสรรหา ท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่ผมไม่ได้ หมายความว่าท่านไม่มีความรู้

(นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกฯ ท่านครับ ที่จริงก็เรื่องเล็กน้อย เชิญครับ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม วันชัย สอนศิริ ด้วยความเคารพต่อท่านประธานและผู้ที่กําลังอภิปราย ความจริงแล้ว ผมก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเท่าไร คําพูดแค่นี้เล็กน้อย แต่บอกว่า ส.ว. หน้าขาวเหมือนไข่ปอก ผมเองนี่หน้าดําเหมือนก้นบ้างอะไรท่านพูดเมื่อกี้นี้ผมก็จําไม่ได้ศัพท์จับไม่ได้กระเดียด ก็ไม่ได้ ถือเป็นเรื่องอะไรมากมาย แต่ผมถือว่าเป็นคําพูดที่เสียดสีประชดประชัน สักแต่ว่าอ้ายพวกนี้ เข้ามานั่งแล้วหน้าบางไม่ต้องทําอะไร ผมว่าถ้าด้วยความเคารพ ผมเองไม่ได้ติดใจอะไร ผมเชื่อแล้วก็เคารพในตัวท่านเก่ง กล้า สามารถ ยอมรับในความสามารถของท่าน แต่คํานี้ ผมว่าถ้าไม่จําเป็นขอความกรุณาถอนเถอะครับ มันเสียดสี กระผมนี่ก็หน้าดํานะครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยครับ ที่จริง ก็เรื่องเล็กน้อยซึ่งคงไม่น่าจะต้องมาใช้เวลา เรียนท่านสมาชิกนะครับ คืนนี้น่าจะตีสี่ เท่าที่ผม ไล่เวลาดู เพราะฉะนั้นถ้าอะไรที่มันไม่จําเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ขอความกรุณาเถอะครับ แล้วท่านที่อภิปรายถ้าจะไม่พาดพิงทําให้คนอื่นเสียหายจะขอบคุณอย่างยิ่งนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ประท้วงทั้ง ๒ ท่าน ผมวินิจฉัยว่ามันก็เล็กน้อยไม่อยากให้เสียเวลา ท่านกระทบนะครับ ขอสักนาทีหนึ่ง คุณวันชัยพอเถอะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

คําว่า หน้าขาว เหมือนไข่ปอก เป็นคําอุปมาอุปไมย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เอาแค่นี้พอ ท่านวันชัยก็ขอพอแล้วครับ ยุติแค่นี้จะได้จบ ท่านต่อของท่านครับสักนาทีหนึ่ง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

คือผมอุปมาอุปไมย ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เข้าใจครับ ต่อของท่านเลยครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ที่นี้พวกผมได้เดินหาเสียง เพราะพรรคเขาตั้งให้ผมเป็นหัวหน้าทีมปราศรัย แล้วผมก็ปราศรัยทุกที่ว่าถ้าชนะเลือกตั้ง จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการ ถ้าพวกใครชื่นชอบประชาชนเขาก็ตัดสินก็ไม่เป็นไร แต่พวกผมไม่เอา ทีนี้ตอบคําอภิปรายของท่าน ส.ส. รสนา สักนิดครับ เดี๋ยวประชาชน จะสับสน ท่านบอกว่ามาตรา ๓๙๐ รัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการมีสูงสุดมาตรา ๓๐๙ ถ้าท่านพูดผิด มือระดับท่านผิดไม่ได้ มาตรา ๓๐๙ จะยกเลิกหรือไม่เป็นอนาคต แต่มันเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับเดียวและมาตราเดียวตั้งแต่มีมาของเมืองไทย ในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๗ ของรัฐธรรมนูญปกครองราชอาณาจักรของคณะปฏิวัติ เขาก็นิรโทษความผิดของคณะปฏิวัติ เอาไว้แล้ว แล้วเมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ฉบับที่ ๑๘ ในมาตรา ๓๐๙ เมืองไทยไม่เคยมี ร่างรัฐธรรมนูญอย่างนี้ การกระทําใดก่อนประกาศใช้รัฐธรรมนูญให้ถือว่าไม่เป็นความผิด และการกระทําใดที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วในมาตรา ๓๐๙ ก็ให้ถือว่าการกระทํา ไม่เป็นความผิด คนส่วนใหญ่ของประเทศเขารับไม่ได้ แต่ถ้าท่านรับได้ก็แล้วแต่ และในความเป็นจริง การแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมันเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ฝรั่งเขาเรียก สุพรีม ลอว์ ออฟ เดอะ แลนด์ (Supreme Law of the Land) ไม่ใช่แก้ไขแล้วจะทําให้ใคร พ้นผิด จะทําให้ใครไม่ต้องถูกลงโทษมันคนละประเด็น คนละเรื่องกัน กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ

(นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุรพงษ์

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

ขออนุญาต ท่านประธานค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมฟังอยู่ไม่มีอะไรเสียหาย ไม่อนุญาตครับ คงไม่อนุญาตครับ ท่านนั่งเถอะครับ ผมฟังอยู่ไม่มีอะไรเสียหาย

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

ดิฉันไม่ได้เรียน เรื่องเสียหายค่ะ ต้องการแก้ข้อมูลนิดหนึ่ง ท่านรองนายกรัฐมนตรีพูดถึงดิฉันว่าเป็น ส.ส. เหมือนกันนะคะ ดิฉันเป็น ส.ว. ค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ก็คงพอแล้วครับ เป็น ส.ว. ทราบครับ ท่านพอเถอะครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

ดิฉัน ขออนุญาตอย่างนี้นะคะ ท่านบอกว่าดิฉันสนับสนุนมาตรา ๓๐๙ ดิฉันต้องขออนุญาตอธิบาย นะคะว่าขออนุญาตครึ่งนาทีค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญครับ ครึ่งนาทีครับ

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

คือท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิม บอกว่าดิฉันสนับสนุนมาตรา ๓๐๙ ดิฉันต้องขออนุญาต อธิบายนะคะว่าที่จริงรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดิฉันก็โหวตไม่รับนะคะ แต่ดิฉันโหวตไม่รับก็เพราะ มาตรา ๓๐๙ เช่นเดียวกัน แต่การที่จะแก้มาตรา ๓๐๙ นั้นดิฉันคิดว่ามาพูดในสภาได้ ไม่มีความจําเป็นที่จะต้องไปยกร่างใหม่ทั้งฉบับ แล้วก็พูดกันให้ชัดเจนแล้วควรจะบอกว่า การที่จะไปแก้ไขคําตัดสินต่าง ๆ ของตุลาการที่ได้มีการตัดสินไปแล้วในเรื่องคดีอาญานั้น จะต้องรับประกันให้กับสภาด้วยนะคะว่าจะไม่มีการลบล้างความผิดทางอาญา ของนักการเมืองท่านใดก็ตามในนั้นด้วย ดิฉันต้องการสิ่งนี้ ดิฉันคิดว่าเนื่องจากเราไม่มี การแก้รัฐธรรมนูญในสภา เราโอนอํานาจไปให้คนอื่น มันทําให้เป็นการปิดบังซ่อนเร้น ความปรารถนาที่แท้จริงว่าต้องการทําอะไร และจุดนี้เป็นจุดที่จะทําให้เกิดความวุ่นวาย ในประเทศนะคะ เพราะว่าคนที่เขาต่อต้านการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะไม่ให้เอาผิดอดีตนายกรัฐมนตรีที่ต้องคดีอาญาค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

อย่างนี้มันก็ไม่จบ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เฉพาะประเด็นที่เสียหายเมื่อสักครู่ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผมไม่ได้เสียหายหรอก แต่ประชาชนฟังจะเข้าใจสับสน ผมเป็นตัวแทน คณะรัฐมนตรีเสนอร่างพระราชบัญญัติ ขอประทานโทษ เสนอแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยมี สสร. ๙๙ คน ๑. ผมยังไม่รู้ว่าใครได้รับเลือก ๗๗ คน จาก ๗๗ จังหวัด ๒. นักปราชญ์ราชบัณฑิตอีก ๒๒ คน รวมเป็น ๙๙ คน ผมก็ไม่ทราบ รัฐบาลก็ไม่ทราบ และคนในเมืองไทยก็ยังไม่มีใครทราบ และจะรู้อย่างไรว่าเขาจะไปร่างอย่างนั้น ไปร่างอย่างนี้ เพราะสุดท้ายเลยมันต้องให้เครดิตประชาชน ทําประชามติ ถ้าจะบอกว่า ให้รับปากไม่ร่างตรงนี้ ไม่เริ่มตรงนั้น ไม่เริ่มตรงโน้น แต่ถ้าผมไม่ตอบรัฐบาลก็เสียหาย นอนยังไม่หลับแต่ถามว่าฝันเรื่องอะไรแล้วจะไปบอกท่านได้หรือ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

สมควรครับ ท่านสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล ๘ นาทีครับ

นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล สมาชิกวุฒิสภา กาญจนบุรี 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรพงษ์ ตันธนศรีกุล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่รัฐบาลได้เสนอ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมเข้าสู่สภาในวันนี้นั้นกระผมขออภิปราย และแสดงความเห็นดังนี้ครับ รัฐธรรมนูญนั้นถือว่าเป็นกติกาของสังคมที่จะต้องกําหนดร่วมกัน แล้วก็รัฐธรรมนูญนั้นถือเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เพราะฉะนั้นจําเป็นอย่างยิ่งครับ ที่กติกานั้นจะต้องชัดเจน แล้วก็เป็นธรรม ถ้าหากว่ากติกาที่เรากําหนดนั้นไม่ชัดเจน ไม่เป็นธรรม สังคมนั้นก็จะวุ่นวาย และในหลาย ๆ ประเทศนะครับ เขาก็กําหนดรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น ระบอบสังคมนิยมก็ตาม ไม่ว่าระบอบประชาธิปไตย ก็จะกําหนดรัฐธรรมนูญคือข้อกฎเกณฑ์ ของสังคมทั้งนั้นครับ และถ้าหากว่ารัฐธรรมนูญนั้นไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรมนะครับ มันก็อาจจะก่อให้เกิดความขัดแย้งในสังคม อาจจะเกิดระบบ ๒ มาตรฐาน แล้วก็อาจจะเกิด การตีความแบบศรีธนญชัย โดยเฉพาะนักกฎหมายที่ไม่มีจรรยาบรรณ ก็จะสร้างความวุ่นวาย ให้กับสังคมนั้น ๆ ครับ ประเทศไทยนั้นเลือกที่จะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย มีการให้คําจํากัดความว่าประชาธิปไตยนั้น หลายประการครับ ยกตัวอย่างเช่น ประชาธิปไตยคือการปกครองของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน ซึ่งความหมายนี้ก็หมายถึงความว่าประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน ประชาธิปไตยคือ การปกครองที่ใช้ความเห็นฝ่ายข้างมากเป็นเกณฑ์ ขณะเดียวกันก็รับฟังเสียงฝ่ายข้างน้อย ทั้งนี้อยู่บนเหตุผลความเป็นธรรมและความเสมอภาคเท่าเทียมกัน บ้างก็บอกว่า ประชาธิปไตยคือการปกครองที่ให้ส่วนใหญ่ของประชาชนได้มีความสุข ขณะเดียวกัน ก็คุ้มครองคนกลุ่มน้อยให้ได้รับความคุ้มครองและให้มีความทุกข์น้อยที่สุด ท่านประธานครับ ในโลกนี้มีประเทศอยู่ ๒๔๖ ประเทศ หลาย ๆ ประเทศเลือกที่จะปกครองด้วย ระบอบประชาธิปไตย ด้วยเหตุผลว่าการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยนั้น เป็นระบอบเดียว ที่ให้สิทธิและเสรีภาพกับประชาชนมากที่สุด หลาย ๆ ประเทศประกาศตัวเองว่าได้ปกครองด้วย ระบอบประชาธิปไตย บ้างก็เต็มใบ ไม่เต็มใบ ประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ไม่เต็มใบนั้น ก็จะอยู่ภายใต้การปกครองของชนชั้นสูงหรือที่เรียกว่า อมาตย์และนายทุน คนกลุ่มนี้ก็จะควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินในประเทศของตนเอง วันใดที่มีกลุ่มชนใด ขึ้นมาขัดทําให้ตัวเองอาจจะเสียอํานาจ เสียประโยชน์ ก็จะทําให้เกิดมีการรัฐประหาร ผมไม่แน่ใจว่าประเทศไทยนั้นเราก้าวข้ามจุดนั้นไปหรือยังครับ ซึ่งประเทศที่เป็น ประชาธิปไตยนั้น จําเป็นที่จะต้องฟังเสียงของประชาชนเป็นสําคัญ และต้องมีความเป็นธรรมในทุกประการ คราวนี้หันกลับมาดูรัฐธรรมนูญของปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ ซึ่งบ้างก็ว่าปี ๒๕๔๐ นั้น มีจุดแข็ง มีจุดอ่อน ปี ๒๕๕๐ ก็มีจุดแข็ง มีจุดอ่อน ทําไมเราไม่เอาจุดแข็งของทั้ง ๒ อันนี้แล้วมาแก้ไขกัน ผมยกตัวอย่างความถูกต้องหรือไม่ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นะครับ มาตรา ๑๑๖ เป็นเรื่องของการเว้นวรรค ส.ว. ๒ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ ส.ว. ในสภานี้ ๗๖ คน ไปลงเลือกตั้งใหม่คิดหรือครับว่า จะได้รับเลือกเข้ามา ผมคนหนึ่งละครับ ไม่คิด และหากแม้ว่าผมได้รับเลือกเข้ามา ผิดตรงไหนครับ ท่านประธานครับ ประชาชนเป็นผู้เลือกผม ทําไมต้องจํากัดสิทธิผม มันไม่สอดคล้องกับประเทศที่เป็นประชาธิปไตย มาตรา ๒๓๗ ว่าด้วยเรื่องของการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและยุบพรรค ท่านประธานครับ คนหนึ่งทําผิดที่เหลือติดคุกหมด ที่หลาย ๆ ท่านพูดถึง คนหนึ่งถูกลงโทษ ที่เหลือไม่รู้เรื่อง ถูกลงโทษด้วย แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือไปยุบพรรคเขาทําไม พรรคเป็นของมหาชน ท่านคิดอย่างไร คนร่างคิดอย่างไร เด็ก ป. ๖ ที่บ้านผมคุยกันเขายังสงสัยผู้ใหญ่เขาคิดอย่างไร เขาใช้อะไร คนหนึ่งตอบบอกใช้ก้านสมองคิด ผมตกใจครับ ก้านสมอง พอดีผมเรียนวิทยาศาสตร์ ก้านสมองมันมีเฉพาะในแมลงสัตว์ปีกเท่านั้นนะ อย่างนี้เป็นต้น ไปทําเขาทําไมนะครับ มาตรา ๒๖๕ ซึ่งมี ๔ วงเล็บ (๑) พูดถึงการไม่ดํารงตําแหน่งทางการเมืองในส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผิด ส.ส. เป็นเลขานุการรัฐมนตรีไม่ได้ ไม่เคยครับ ผมไม่เห็น รัฐธรรมนูญที่ไหนเขาเขียน ประเทศไทยปกครองอย่างนี้หรือ เลขานุการไม่ใช่ว่าเตรียมไว้ สําหรับเป็นรัฐมนตรีหรือครับ และ (๒) อีกวงเล็บหนึ่งนั้นบอกว่าไม่รับ หรือแทรกแซง หรือก้าวก่ายหน่วยราชการ หมายถึงคนเป็นผู้แทนช่วยใครช่วยชาวบ้านไม่ได้เลยใช่ไหมครับ ผมอยู่ต่างจังหวัดนี่ครับ ผมอยู่จังหวัดกาญจนบุรี ผมเป็น ส.ว. ประชาชนไม่รู้หรอกครับ เขาไม่สนใจหรอกคุณเป็น ส.ว. หรือ ส.ส. เขารู้แต่ว่าคุณเป็นผู้แทนที่เขาต้องพึ่งได้ แต่ว่า ไม่สามารถที่จะไปพูดกับส่วนราชการ เอาความทุกข์ของราษฎรไปบอกส่วนราชการได้ มันถูกต้องแล้วหรือ ในวรรคสองของ (๒) นี้ยังมีเรื่องของไม่มีหุ้นในบริษัทสัมปทาน ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อนี้เลวร้ายมากนะครับ ที่บอกว่าห้ามถึงภรรยาและบุตร ผมไม่ทราบว่าผู้ร่างนี้มีเจตนาหรือว่าผิดพลาดนะครับ ถ้าเจตนานี่ก็เป็นเรื่องที่แปลก ในเมื่อข้ออื่น ๆ เขาบอกภรรยาและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่ข้อนี้เขียนไว้เพียงว่าภรรยา และบุตรเท่านั้น นั่นหมายความว่าบุตรอายุ ๖๐ ปี ก็ถือหุ้นสัมปทานแม้หุ้นเดียวก็ไม่ได้ ผมไปดูในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานว่า คําว่า บรรลุนิติภาวะ นั้นหมายความว่า อย่างไร นั่นหมายความว่าคนที่อายุ ๒๑ ปี นั่นให้เด็กที่อายุเกิน ๒๐ ปี ให้ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ที่ สามารถทํานิติกรรมใด ๆ ได้ ฉะนั้นกลับกลายเป็นว่าทําอะไรไม่ได้นะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่อยากจะให้ท่านประธานได้เรียนกับ สสร. ที่ยังไม่รู้ ยังไม่เห็นเงาเลยนะครับ วันนี้ครับ ทั้งหลายทั้ง ๙๙ ท่านนี่ครับ สิ่งที่ท่านจะต้องทํานั้นร่างรัฐธรรมนูญนั้นขอให้มันสั้น ๆ น้อย ๆ ไม่อย่างนั้นปัญหามันเยอะ รายละเอียดค่อยไปออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ภายหลัง และที่สําคัญเป็นอย่างยิ่งท่านจะต้องร่างรัฐธรรมนูญนี้ภายใต้ความสุจริตใจ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านบุญดํารง ประเสริฐโสภา ๑๐ นาทีนะครับ

นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ผม นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ครับ เป็นการกระทําขึ้นท่ามกลางของวิกฤติความเดือดร้อนของประชาชนจากเหตุการณ์ มหาอุทกภัยและการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องพลังงานและ การอุดหนุนภาคการเกษตรส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสครับ ท่านประธานครับ สินค้าอุปโภคบริโภคแพงทั่วแผ่นดิน น้ํามันก็ดี ข้าวปลาอาหารปรับราคา สูงขึ้นไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ยาคูลท์และตั๋วดูหนัง ส่วนรายได้ของประชาชนนั้น กลับมีอยู่เท่าเดิมครับท่านประธานครับ และประชาชนจํานวนมากนั้นขาดรายได้ เนื่องจาก โรงงานปิดตัวลงจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในครั้งที่ผ่านมา ดังนั้นเวลานี้นั้นไม่เป็นเวลาที่ เหมาะสมที่จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นผมเห็นด้วยครับว่า ควรแก้ไข แต่ต้องรอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ ไม่ใช่ทําขึ้นอย่างเร่งด่วนครับ ท่านประธานครับ เวลานี้นั้นควรจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเรื่องปากท้อง ของประชาชน และหาวิธีป้องกันมิให้เกิดมหาอุทกภัยซ้ําซากขึ้นอีก ท่านประธานครับ อีก ๓-๔ เดือนข้างหน้านั้นก็จะถึงฤดูฝนอีกแล้ว แต่ทางรัฐบาลนั้นกลับมาเสนอแก้ไข รัฐธรรมนูญเป็นการรีบเร่ง เร่งด่วน เป็นการที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ไม่ดีนั้นสามารถแก้ไขได้ครับ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นก็มีข้อที่ไม่ดีควรแก้ไข หลายประการ แต่ต้องรอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ครับ ท่านประธานครับ ซึ่งผมขอตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดท่านประธานจึงไม่นําร่างของประชาชนมาพิจารณา แต่กลับมีการหยิบยกและเร่งรีบ บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่าง ของรัฐบาล พรรคเพื่อไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นร่างของประชาชนได้เสนอเข้ามาก่อนแล้วทั้ง ๓ ร่าง ซึ่งอยู่ในระหว่าง การตรวจสอบรายชื่อ ซึ่งการตรวจสอบรายชื่อนั้นต้องใช้เวลาประมาณ ๒ เดือนก็เสร็จ ซึ่งสามารถรอได้ แต่ทําไมไม่รอ คําถามก็คือว่าท่านประธานจะเอาร่างของประชาชนทั้ง ๓ ร่าง ทิ้งไว้ที่ไหนครับ ท่านประธานครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตามแม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในช่วงจังหวะนี้ก็ตาม เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องเร่งด่วน เรื่องที่ควรที่จะ กระทําในปัจจุบันนี้และขณะนี้เป็นการเร่งด่วนคือแก้ปัญหาปากท้องและความเป็นอยู่ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ประชาชนนั้นยังคงได้รับความเดือดร้อนจําเป็นอย่างยิ่ง ต้องทําการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งต้องเร่งให้การแก้ไขปัญหาของประชาชนมากกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครับ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญขณะนี้นั้นประชาชนคงจะไม่ได้รับประโยชน์ มากนัก การแก้ไขรัฐธรรมนูญของทางรัฐบาลที่กําลังพิจารณากันอยู่ขณะนี้นั้น ในท้ายที่สุดนั้น ก็คงจะมีเสียงสนับสนุนจากในสภาให้มีการแก้ไขอยู่ดี เพราะว่าทางรัฐบาลนั้นคุมเสียงข้างมากไว้ ดังนั้นวิธีการแก้ไขขั้นตอนต้องชัดเจนโปร่งใส ในส่วนของการได้มาของ สสร. นั้น จะเป็นปัญหาอย่างมาก ซึ่งอาจจะมีการทุจริตก็ได้ ดังนั้นเมื่อได้ สสร. มาแล้วในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องไม่มีนัยสําคัญเข้าไปเกี่ยวข้อง ๓ ประการ ดังที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้ ประการแรกห้ามแตะต้อง หมวดพระมหากษัตริย์ ประการที่ ๒ หมวดเกี่ยวกับเรื่องของศาล และประการสุดท้าย องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ประการดังกล่าวนั้นห้ามแตะต้องโดยเด็ดขาดครับ ท่านประธานครับ ให้มีการนําร่างของฉบับประชาชนนํามาพิจารณาร่วมกันกับร่างที่รัฐบาล ได้ยื่นมา สาเหตุก็เพื่อให้ สสร. นั้นที่ได้รับการคัดเลือกมานั้นมีการนําเอาไปพิจารณาดูถึงผลดี และผลเสียของฉบับประชาชนหรือร่างของรัฐบาลต้องมีการฟังเสียงพรรคการเมืองขนาดเล็กด้วยครับ ท่านประธาน ต้องมีการกําหนดกรอบของเนื้อหาที่ได้แก้ไขกับ สสร. โดยให้ สสร. ทุกคน ที่ได้มีการแสดงความคิดเห็นต่อกัน แต่ยังไม่มีมติจนกว่าจะได้รับความเห็นชอบจากประชาชนก่อนครับ ขอบคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ๑๐ นาทีครับ

นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมยืนยันต่อท่านประธานนะครับว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายสูงสุดในการบริหารประเทศ แล้วก็ขอยืนยันว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นแก้ไขได้ครับ เพียงแต่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ศึกษาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับอย่างละเอียด ร่างทั้ง ๓ ฉบับนั้น มีหลักการที่เกือบเหมือนกันทั้งหมด ที่อาจจะมีแตกต่างกันอยู่บ้างก็คือร่างของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่มีรายละเอียดหลักการที่แตกต่างก็คือประเด็นของร่างแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคชาติไทยพัฒนา ก็คือว่าหลังจากที่ สสร. ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จร่างของพรรคชาติไทยพัฒนานั้นเขียนไว้ว่า ให้ส่งมาให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ แต่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของท่านสุนัยแล้วก็ของรัฐบาล ตรงกัน ก็คือต้องส่งไปให้ กกต. ทําประชามติตามกฎหมาย ผมมีข้อสังเกตครับว่าเหตุผลของ ร่างพรรคชาติไทยพัฒนาแล้วก็ร่างของท่านสุนัยนั้น มีข้อความที่เหมือนกันทุกตัวอักษรครับ ข้อสังเกตของผมก็คือว่าถ้าเป็นไปได้ก็ไปลงชื่อในร่างเดียวกัน แล้วก็ส่งมาให้สภาพิจารณา ก็จะสะดวกกับการที่สมาชิกจะให้ความเห็นในการลงมติในร่างเดียวกัน เหตุผลทั้ง ๓ ร่าง ในการที่จะขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ก็มีหลักเกณฑ์ที่ตรงกันอยู่ ๔-๕ ข้อ เหตุผลที่ว่านั้น ก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นไม่เป็นประชาธิปไตย เพื่อนสมาชิกก็อภิปรายเยอะนะครับว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะอะไร เป็นรัฐธรรมนูญมีที่มาจากการรัฐประหาร

เหตุผลข้อที่ ๒ ก็คือไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมืองและทําให้พรรคการเมือง อ่อนแอ อันนี้ผมเข้าใจว่าก็คงจะเป็น มาตรา ๒๓๗ ก็คือการทําผิดของการเลือกตั้ง และกรรมการบริหารพรรคมีส่วนร่วมรู้เห็นก็ต้องไปถึงความผิดยุบพรรค

เหตุผลข้อที่ ๓ ก็คือองค์กรอิสระขาดความเชื่อมโยงกับประชาชน ขัดกับ หลักประชาธิปไตย ซึ่งอันนี้ก็ตรงกันทุกร่างครับ แล้วก็มีการอภิปรายพูดไปในทิศทางเดียวกัน

ประเด็นที่ ๔ ก็คือบอกว่าไม่มีระบบถ่วงดุลอํานาจตุลาการและองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญ แถมมิหนําซ้ําก็มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ขัดกับหลักรูล ออฟ ลอว์ แล้วก็อภิปรายเสมือนว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ไม่มีความเป็น ประชาธิปไตย ผมเรียนกับท่านประธานถามผ่านไปว่าท่านได้อ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ละเอียดดีแล้วหรือครับ ท่านได้อ่านได้ศึกษาแล้วหรือครับว่ามันไม่เป็น ประชาธิปไตยตรงไหน ในขณะที่ท่านกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่ผมก็จะกล่าวหาท่านว่า ร่างของท่านไม่เป็นประชาธิปไตยครับ เอาเพียงว่าตามหลักการและเหตุผลที่ทั้ง ๓ ร่าง ที่เขียนมานี้มันก็ขัดกับหลักประชาธิปไตยอยู่แล้ว ผมขออนุญาตอ่านเหตุผลในร่างของท่านสุนัย ขออนุญาตต้องเอ่ยนาม เหตุผลท่านบอกว่าการได้มาซึ่งบุคคลในองค์กรอิสระต่าง ๆ ขาดการเชื่อมโยงกับอํานาจประชาชน ขัดต่อหลักประชาธิปไตย ไม่มีระบบการถ่วงดุลอํานาจ ขององค์กรตุลากร และองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนนิติศาสตร์ครับ สมัยปริญญาตรี ผมเข้าใจว่าหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีใช้อํานาจ ๓ อํานาจ ๑. อํานาจบริหารใช้อํานาจผ่าน ท่านนายกรัฐมนตรี ๒. อํานาจนิติบัญญัติมีท่านเป็นประมุขตรวจสอบซึ่งกันและกัน แต่อํานาจตุลาการสิครับ อํานาจตุลาการต้องเป็นอิสระ แล้วก็ไม่สามารถแทรกแซงได้ครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทุกฉบับเขียนไว้ชัดเจน ปี ๒๕๕๐ ก็เขียนไว้ครับ ปี ๒๕๕๐ มาตรา ๓ เขียนไว้ชัดว่า อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล และในหมวดของศาลก็เขียนไว้ชัดอีกครับ ในมาตรา ๑๙๗ วรรคสอง เขียนไว้ชัดว่า ผู้พิพากษาและตุลาการต้องมีอิสระในการพิจารณา พิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย ท่านประธานก็จะเห็นใช่ไหมครับ ผมเข้าใจว่าท่านประธานเคยดํารงตําแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ถ้าผมจําไม่ผิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่สามารถที่จะเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีต่าง ๆ ได้แม้แต่น้อย มีอํานาจบังคับบัญชาเฉพาะฝ่ายธุรการเท่านั้นครับ แต่เหตุผลของกฎหมายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ มีเจตจํานง มีวัตถุประสงค์จะเข้าไปแทรกแซงหรือจะไปถ่วงดุล ผมเรียนท่านประธานว่า ไปไกลถึงขนาดว่าจะยึดโยงกับภาคประชาชน ผมไปศึกษาระบบของประเทศอังกฤษซึ่งเป็น รัฐเดียว ซึ่งเหมือนกับประเทศไทย ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเช่นกับพวกเรานี่ละครับ ประเทศอังกฤษเขาก็ใช้ระบบยึดโยงมีองค์กรอิสระในการไปเลือกคัดสรรศาลให้มาทําหน้าที่ ในการพิจารณาพิพากษาคดีครับ ถามว่าก่อนหน้านี้เขาคิดอย่างไร เขาเคยมีปัญหาก่อนหน้าที่จะ เปลี่ยนแปลงมาใช้ระบบในปัจจุบันนี้ครับ เพราะก่อนหน้านี้เขาลองใช้การเชื่อมโยงกับ ภาคประชาชน แต่สุดท้ายในการปฏิบัติหน้าที่เขามีปัญหาครับ มีปัญหาว่าการตัดสินนั้น ไม่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เขาก็เลยเปลี่ยนมาใช้ระบบองค์กรอิสระเหมือนที่ใช้อยู่ ทุกวันนี้ครับ แต่เรากําลังจะเปลี่ยนละครับ กลับไปใช้ในระบบที่ยึดโยงกับภาคประชาชน แล้วท่านจะไปตรวจสอบถ่วงดุลอํานาจศาลได้อย่างไรครับ เพราะศาลเป็นอิสระ อํานาจตุลาการ เป็นอิสระ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากเหตุผลของร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... นี้ได้พูดถึงเหตุผล ซึ่งผมเรียน กับท่านประธานว่าเหตุผลนั้นขัดต่อหลักประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ผมไม่เห็นด้วยกับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้ง ๓ ร่าง หลายท่านอภิปรายว่าพวกเราไม่ไว้ใจฝ่ายบริหารก็มีสิทธิครับที่จะบอกว่าเราไม่ไว้ใจ แต่ว่า โดยพฤติกรรมที่ผ่านมาในอดีตที่เราติดตาม ๖ เดือนที่ผ่านมา ท่านประธานจําได้ไหมครับ เรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งก็เพิ่งผ่านมาไม่นานครับ มีเจตนาแอบแฝง แต่ก็ทําไม่สําเร็จ ไม่รวมที่ท่านพุฒิพงศ์อภิปรายชัดเจนว่าสมาชิกของท่านเองก็ไปพูดปราศรัยให้กับพี่น้อง ของพวกท่านฟังว่าเป้าหมายสุดท้ายของการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่ออะไร ผมเรียนว่า ผมก็ไม่ไว้ใจครับ แต่ว่าผมไม่ไว้ใจไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความคิดไปเอง แต่ว่าอยู่บนพื้นฐาน ของเหตุผลและพฤติกรรมที่ผ่านมา

เหตุผลข้อที่ ๒ ก็คือความจําเป็นเร่งด่วนครับ ผมก็เห็นด้วยกับท่านวันชัย สอนศิริ ครับ ถ้าเปรียบเทียบความจําเป็นเร่งด่วนของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ แน่นอนที่สุดครับ วันนี้ราคาพลังงาน ก๊าซแพง น้ํามันแพง ราคาข้าวแกงแพงครับ ราคาพืชผลทางการเกษตร ตกต่ําที่สุด ตัวชี้วัดที่สําคัญครับท่านประธาน ม็อบอย่างไรครับ ม็อบที่เขามาเรียกร้อง ไม่ได้เป็น ม็อบทางการเมือง เขามาเรียกร้องว่าราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ํา ไม่ว่าจะเป็น มันสําปะหลัง เป็นยางพารา เป็นข้าว ทั้งหมดเร่งด่วนทั้งหมดครับ ถ้าเปรียบเทียบกับ การแก้รัฐธรรมนูญทําไมรอไม่ได้ครับ มีข้อสังเกตสั้น ๆ กราบเรียนท่านประธานไปว่า หลายคนก็พูดว่าจะไปตั้ง สสร. แล้วจะไปรู้ได้อย่างไรว่า สสร. จะแก้กฎหมายมีรายละเอียด อย่างไร มีผู้เสนอกฎหมายของร่างร่างหนึ่งลุกขึ้นมาพูดอภิปรายครึ่งชั่วโมงครับ ทั้ง ๆ ที่ ร่างกฎหมายฉบับนั้นเป็นร่างที่จะขอแก้ไขให้ได้มาซึ่ง สสร. แต่ลุกขึ้นไปพูดถึงมาตรา ๒๓๗ เรื่องการยุบพรรคไม่เป็นธรรม ถูกตัดสินไม่เป็นธรรม ผมถามว่าท่านเห็นข้อขัดข้องในมาตรานี้ ทําไมท่านไม่แก้มาตรานี้ละครับ ท่านมั่นใจใช่ไหมครับว่าท่านล็อก สสร. ได้ และสุดท้าย ก็จะแก้มาตรา ๒๓๗ ที่ท่านเป็นห่วง อันนี้ละครับที่ผมอยากจะฝาก และเพื่อนสมาชิกหลายคน ก็พูดตรงกันว่าเราไม่ไว้ใจครับ เพราะพฤติกรรม ถ้าจะให้เราไว้ใจท่านยืนยันกับเราได้ไหมครับว่า พฤติกรรมเช่นว่านี้ การแก้หมวด ๒ ทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นใน สสร. ที่ท่านจะร่างขึ้นมา ที่สําคัญที่สุดนะครับ ท่านต้องยืนยันให้ได้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มันไม่ได้ทําเพื่อคนคนเดียว ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวรงค์ เดชกิจวิกรม ๑๐ นาทีครับ

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพิษณุโลก ท่านประธานคงทราบนะครับว่าในช่วง ๒ วันที่ผ่านมาเราได้มีการถกเรื่องหนังสือเล่มนี้ แค่ฉบับเดียว นี่คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี ๒๕๕๐ แล้วก็ได้มีการถกเถียงกันไป ถกเถียงกันมา แต่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานด้วยความรู้สึกจริง ๆ ว่า จุดข้อกังวล ของผมเองผมไม่เชื่อครับ ไม่เชื่อกับการที่คนของรัฐบาล หรือรัฐมนตรีบางท่านมาพูดกับ พวกเราในสภาผู้แทนราษฎร ถามว่าทําไมไม่เชื่อ เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่มีการพูดในสภา พูดเหมือนเป็นหลักการที่ดี แต่ทําไม่ได้ อย่างน้อย ๆ ท่านประธานคงจําได้ประมาณสัก ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเคยเอากระทู้ถามเรื่องมันสําปะหลังของพี่น้องเกษตรกร รัฐบาล ก็ส่งคนมาตอบแบบมีหลักการเยอะแยะไปหมด แต่สุดท้ายวันนี้ท่านก็ยังทําไม่ได้ วันนี้มีพี่น้องเกษตรกร ชาวไร่มันสําปะหลังจากจังหวัดกาญจนบุรีก็มาร้องเรียนผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร บอกท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดช่วยกระทุ้งรัฐบาล เขาบอกว่าบ้านเขา จํานําเกือบทุกอย่างแล้ว เหลือแค่อย่างเดียวคือมันสําปะหลังยังจํานําไม่ได้ แล้วจะให้ผมไปเชื่อ รัฐบาลชุดนี้ได้อย่างไรครับ แล้วยิ่งบนวิธีคิดบางสิ่งบางอย่างที่ผมเคยบอกว่าคนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์คนอื่น แต่สุดท้าย ต้องไปทําสิ่งนั้นมันยิ่งเชื่อไม่ได้ ท่านเคยจําได้ไหมครับว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลชุดนี้ซึ่งก่อนหน้านั้น เป็นผู้แทนฝ่ายค้านเคยวิพากษ์วิจารณ์ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกดีแต่กู้ เอาแต่กู้ ตอนนั้นท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กู้เงิน พ.ร.ก. ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปัญหาภาวะ แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส (Hamburger Crisis) ซึ่งก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากต่างประเทศ รัฐบาลชุดที่แล้วกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ชี้หน้าเอาแต่กู้ ๆ แล้ววันนี้ผ่านไปอย่างไรครับ ๖ เดือนกว่ารัฐบาลชุดนี้กู้ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมมีความรู้สึกว่าพวกท่านพูดเวลาสุดท้าย ท่านก็ต้องทําเองมันกลายเป็นว่าว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองทําให้ผมไม่มั่นใจท่านประธาน ถ้าท่านเคยว่าอะไรแล้วท่านไม่ทําสิ่งนั้นไม่เป็นไรครับ ท่านประธาน วันนี้ที่ท่านมาพูด ผมอาจจะเชื่อท่าน แต่ท่านเคยว่าแต่ปรากฏว่าท่านกลับทําสิ่งนั้นแล้วทํามากกว่านั้น จากอดีตที่ผ่านมาเคยกู้เขากู้แค่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ ณ วันนี้ ๖ เดือนเศษท่านกู้ไปแล้ว ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นอกจากนั้นแล้วประเด็นที่ท่านกล่าวหารัฐธรรมนูญชุดที่ผ่านมา เป็นซากเดนเผด็จการ เป็นผลไม้พิษ ผลพวงที่เกิดจากเผด็จการก็ต้องเป็นผลไม้พิษ เมื่อเช้า ที่ผมชอบมากคือท่านประธานจุรินทร์ ท่านประธานวิปรัฐบาลได้มาตอกย้ําให้เห็นไม่อย่างนั้น พวกเราทุกคน ส.ส. ส.ว. รัฐบาลชุดนี้เป็นผลไม้พิษหมด แต่ท่านสังเกตไหมครับว่าเวลาผลพวง ที่คนของรัฐบาลชุดนี้ได้รับไม่มีใครพูดถึง แต่อะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ได้ดั่งใจก็จะวิพากษ์วิจารณ์ ถ้าผมจะพูดภาษาชาวบ้านก็เท่ากับว่าขณะนี้รัฐบาลตลอดจนพวกท่านเอาแต่ได้ครับ อันไหน ที่ได้ประโยชน์ท่านไม่พูดถึง อันไหนที่เสียประโยชน์ไม่ได้ดั่งใจก็กล่าวหาว่าเป็นผลไม้พิษ และยิ่งฟังคําพิพากษาลึก ๆ แล้วผมก็ดีใจแทนศาลรัฐธรรมนูญ ผมก็สงสารศาลรัฐธรรมนูญ เหมือนกันว่าถ้าเกิดศาลพิพากษาว่ามีคําวินิจฉัยว่า พ.ร.ก. ขัดรัฐธรรมนูญสงสัยต้องมีการ วิพากษ์วิจารณ์ว่า ๒ มาตรฐาน แต่ก็โชคดีครับ ศาลก็พิพากษาแบบตรงไปตรงมาบอกว่า ไม่ขัดก็ได้รับประโยชน์ไป ไม่อย่างนั้นคงอาจจะได้ยินประโยคที่ว่า ๒ มาตรฐานตามมาอีก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าวันนี้เราพูดถึงรัฐธรรมนูญ เราพูดถึงคําว่า ประชาธิปไตย ผมไม่มั่นใจว่าประชาธิปไตยของพวกท่านกับของพวกผมตรงกันไหม ประชาธิปไตยของพวกผมหมายถึงว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชนครับ ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ ที่จะเดินทางไปที่ไหนโดยที่ไม่ถูกไล่ ประชาชนมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นที่ไม่มีคนมาคุกคาม แต่กลายเป็นว่าขณะนี้ท่านประธานคงจําได้ว่าช่วง ๑ วัน ๒ วันที่ผ่านมามีคุณครูท่านหนึ่ง ที่จังหวัดพิษณุโลกออกข้อสอบภาษาไทย มีการเปรียบเทียบในการเยียวยาเงินคนเผาบ้านเผาเมืองได้ ๗,๗๕๐,๐๐๐ บาท กับทหารที่เสียชีวิตในการปกป้องประเทศได้เงินเยียวยา ๕๐๐,๐๐๐ บาท แค่นี้เองท่านประธานก็คงทราบหนังสือพิมพ์ลงข่าวชัดเจนว่ามีมวลชนคนเสื้อแดงไปคุกคามเขา ผมถามว่านี่หรือคือประชาธิปไตย ดังนั้นผมไม่มั่นใจว่าคําว่า ประชาธิปไตย ของพวกท่าน กับของพวกผมมันตรงกันหรือไม่ และผมก็เรียกร้องนะครับว่าท่านเป็นรัฐบาลท่านก็ต้องดูแล คนของท่านให้อยู่ในกติกาของกฎหมาย เสรีภาพทางวิชาการไม่ว่าจะเป็นที่ธรรมศาสตร์ หรือที่โรงเรียนพระพุทธชินราชที่บ้านผมมีเสรีภาพเหมือนกัน อาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ กับครูที่บ้านผมเขาควรมีเสรีภาพทางวิชาการเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าอะไรที่ถูกใจตัวเอง ถูกต้อง อะไรที่ไม่ถูกใจไปคุกคามนี่หรือคือประชาธิปไตยครับ ประเด็นที่สําคัญที่จะต้องพูดกันวันนี้ ก็คือเรื่องรัฐธรรมนูญ ผมต้องย้ํา วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ย้ําเหมือนกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือฉบับที่กําลังถืออยู่แก้ไขได้ แต่ถามว่าทําไมวันนี้พวกผมออกมาคัดค้าน คําตอบที่ผมออกมา คัดค้านกันเพราะผมไม่ไว้วางใจ ถามว่าทําไมไม่ไว้วางใจเพราะว่าพฤติกรรมของรัฐบาล และคนบางกลุ่มทําให้พวกเราไม่ไว้วางใจ คําถามถามว่าพวกเราหวาดระแวงอะไร คําตอบคือ เราเกรงว่าเมื่อมีการหนีจากเผด็จการของทหารเราจะไปเจอเผด็จการทุนนิยมสามานย์ครับ เรากลัวตรงนี้ท่านประธาน ท่านบอกว่าขณะนี้เราจะใช้ สสร. และมีบางท่านได้พาดพิงถึง สสร. ปี ๒๕๔๐ ผมบอกว่า ปี ๒๕๔๐ กับปี ๒๕๕๕ มันไม่เหมือนกัน ตอนปี ๒๕๔๐ กระแสสังคมมีการเรียกร้องให้มีการ ปฏิรูปการเมือง ทุกภาคส่วนมีการเห็นพ้องตรงกัน แต่ปี ๒๕๕๕ มันไม่ใช่ ปี ๒๕๕๕ ทุกภาคส่วน ไม่ได้เห็นพ้องตรงกัน มันมีความขัดแย้งกัน ดังนั้นท่านจะเอาของปี ๒๕๔๐ มาเทียบกับ ปี ๒๕๕๕ ณ ปัจจุบันนี้ไม่ได้ และผมอยากจะย้ํากับท่านประธานนะครับว่า วันนี้ถ้าจะตั้ง สสร. ๙๙ คน ส่วนหนึ่ง ๗๗ คน จังหวัดละ ๑ คนมาจากการเลือกตั้งจากประชาชน อีกส่วนหนึ่ง ๒๒ คน พูดภาษาชาวบ้านคือเป็นนักวิชาการ แล้วท่านแน่ใจหรือครับว่า ๗๗ คนนี้จะปลอดการเมือง พวกเราทุกคนต้องเอาความจริงมาคุยกัน เราเป็นผู้แทนราษฎรเรารู้ว่าลําพังการหาเสียง เลือกตั้ง ถ้าท่านลองลงหาเสียงเลือกตั้งสังกัดพรรคการเมืองเล็ก ๆ มันก็สู้พรรคการเมืองใหญ่ ไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมีการเลือกตั้ง สสร. มันเป็นไปไม่ได้ที่พรรคการเมืองจะไม่เข้ามาแทรกแซงครับ และสุดท้ายคนพวกนี้ก็คือคนของพรรคการเมืองครับ และนอกจากนี้แล้ว ๒๒ คนที่มาจาก การแต่งตั้ง ผมจําได้ว่าพวกท่านปฏิเสธคนที่มาจากการแต่งตั้ง วันนี้มีเพื่อน ส.ว. มาจาก การเลือกตั้งที่ผ่านมา ๗๖ คน มาจากการแต่งตั้ง ๗๔ คน มีรัฐมนตรีบางท่านพยายาม กระแนะกระแหนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ส.ว. บางท่านมาจากการแต่งตั้ง สุดท้ายท่านก็ต้อง กลืนน้ําลายตัวเอง คําถามถามว่าทําไมกลืนน้ําลายเพราะว่าการเลือก สสร. ๗๗ คนมาจาก การเลือกตั้ง แต่ ๒๒ คนก็มาจากการแต่งตั้งครับ มันก็มีค่าเท่ากันละครับ เท่ากับ ส.ว. ก็ควรจะ มีสิทธิที่มาจากการแต่งตั้งเหมือนกันเพราะในเมื่อวันนี้ท่านวิพากษ์วิจารณ์ ส.ว. ที่ท่านบอกว่า มาจากการแต่งตั้งหรือว่ามาจากการลากตั้ง และสุดท้ายท่านก็สร้างกติกา สสร. ๗๗ คน มาจากการเลือกตั้ง ๒๒ คนมาจากการแต่งตั้งและให้สิทธิแบบเท่าเทียมกัน สุดท้ายพวกท่าน ก็กลืนน้ําลายตัวเองทําให้ผมไม่รู้เลยว่าผมจะยืนตรงไหนครับ หลักการของประชาธิปไตย ที่ท่านพูดมันจะเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะว่าท่านพูดเองแล้วท่านก็กลืนน้ําลายตัวเอง ท่านประธานที่เคารพครับ และมีประเด็นที่ผมต้องย้ํากับท่านประธานที่มีการพาดพิงถึงข้อ ๘๘ ที่เป็นข้อบังคับของการประชุมรัฐสภาที่เขียนไว้ชัดเจนว่าร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอนี้จะต้อง มีการเปิดเผยให้กับประชาชนได้รับทราบโดยสะดวกตามวิธีการที่ประธานรัฐสภากําหนด เมื่อวานนี้มีการประท้วงท่านประธาน ตอนแรกตอนที่มีการประท้วงอยู่ท่านก็งง ๆ แล้วสุดท้ายมีท่านเลขาธิการไปกระซิบบอกว่าลงในเว็บไซต์ ความจริงแล้วท่านต้องเข้าใจนะครับ เพราะข้อ ๘๘ เขียนไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นไปตามวิธีการที่ประธานรัฐสภากําหนด แล้วท่านบอกว่า อยู่ในเว็บไซต์ พวกผมดูในเว็บไซต์ไม่มีครับ ผมไม่อยากจะบอกว่าท่านโกหกนะครับ แต่มันไม่เป็นไปตามนั้น ผมจึงเกรงว่ากระบวนการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ขัดต่อ ข้อบังคับซึ่งผมก็ไม่มั่นใจนะครับว่าการขัดต่อข้อบังคับจะทําให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ สมบูรณ์แบบหรือไม่ นอกจากนี้แล้วท่านประธานคงจะเข้าใจว่ารัฐบาลชุดนี้ภายใต้การนําของ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ มวลชนคนเสื้อแดงและคณะนิติราษฎร์เป็นเรื่องเดียวกัน เราปฏิเสธไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่าวันนี้ไม่ต้องพูด มันได้รับการพิสูจน์จากข้อเท็จจริง จุดที่พวกเรากังวลคือมีข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ที่มีการเสนอเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เขามีการพูดไว้ว่าถ้ามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเขาจะมีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ศาล กองทัพ และสถาบันการเมือง พวกท่านรัฐบาลต้องให้ความมั่นใจกับพวกเราว่าข้อเสนอของ นิติราษฎร์ต้องไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการครั้งนี้และผมอยากจะย้ํานะครับว่า โดยเฉพาะข้อที่เขียนไว้ชัดเจนว่าพระมหากษัตริย์ต้องสาบานตนว่าจะพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ผมว่าสังคมไทยรับไม่ได้ อย่าว่าเอามาเขียนนะครับท่านประธานครับ ลําพังแค่พูดให้คนได้ฟัง ผมว่าประชาชนคนไทยก็รับไม่ได้ แล้วอยากจะย้ําโดยสรุปนะครับว่าข้อกังวลของพวกเราคือ เรากลัวหนีจากรัฐธรรมนูญที่อ้างว่าเป็นเผด็จการทหาร แต่กลายเป็นรัฐธรรมนูญของเผด็จการ ทุนสามานย์ เราหวาดระแวงว่านายทุนกําลังจะมาครอบงําประเทศ แล้วอยากจะย้ํานะครับว่า ๑๕ ล้านเสียง คนที่มีสิทธิไม่มีโอกาสเลือกท่านถึง ๒๕ ล้านเสียงนะครับ อย่าดูถูกประชาชน ๒๕ ล้านเสียงส่วนนี้ สักวันหนึ่งเขาจะออกมาไล่ท่านครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มาที่ซีกรัฐบาลนะครับ ท่านนิติภูมิ นวรัตน์ ๑๐ นาทีครับ

ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นิติภูมิ นวรัตน์ บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา คือผมอยากจะเรียนกับท่านประธานสภานะครับว่า มนุษย์เรา มันก็เหมือนกับเป็นบริษัท คือบางคนก็เรียกว่าตามกระแสโลกแบบไม่ทัน คิดแบบตกโลก ผมว่าแนวโน้มของโลกทุกวันนี้เรากําลังเข้าหาสู่หลักที่เป็นแบบประชาธิปไตย แต่ว่ามีคนตกโลก บางกลุ่ม บางพวกพยายามจะดึงประเทศให้พ้นจากความเป็นประชาธิปไตย คือผมอยากจะ เรียนกับท่านประธานรัฐสภานะครับว่าผมเองชอบเรื่องของกิจการระหว่างประเทศ ผมก็พาตัวผมเองไปคบหาสมาคมกับบรรดาทูตหรือบรรดาผู้คนที่อยู่ในแวดวงของการ ระหว่างประเทศ คือในห้วงช่วงหลายปีที่ผ่านมาผมก็จะไปคบค้าสมาคมกับบรรดาทูตต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทูตที่มาจากทางซีกของโลกตะวันตก แล้วก็รวมทั้งของโลกยุโรป ตะวันออกนะครับ มาช่วงหนึ่งผมก็ไปทานข้าวที่ทําเนียบทูตบ้าง เชิญท่านมาทานข้าว ที่บ้านผมบ้างนะครับ ก็คบค้าสมาคมกันแบบอย่างนี้นะครับ จนมีอยู่วันหนึ่งผมไปสมัคร สมาชิกวุฒิสภาได้ แล้วก็ได้ลําดับดีของประเทศไทยนะครับ ผู้คนที่เป็นแวดวงแบบเพื่อนฝูงก็ดีใจ ก็ชักชวนเชื้อเชิญกันให้ผมเดินทางไปเยือนประเทศพวกเรา แล้วผมก็รออยู่ครับ แต่ในห้วง ช่วงนั้นในขณะที่ผมเป็นว่าที่สมาชิกวุฒิสภานี่นะครับ ได้ที่ ๑ ของประเทศไทยด้วยนะครับ ที่ ๑ ของ กทม. ก็ปรากฏว่ามีการปฏิวัติรัฐประหาร ผมก็กลายเป็น ส.ว. ที่ว่าเป็นพวกสอบตก ก็ไม่เชิงสอบตก หมายความว่าเป็น ส.ว. ที่เรียกว่ารอเก้อ เพราะพรรคพวกบอกว่าเป็น ส.ว. แบบรอเก้อครับ ความที่ได้คะแนนดีแบบนิดหน่อยนี่นะครับ เขาก็แต่งตั้งผมเป็นสมาชิก สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผมก็เป็นแบบ สนช. พอเป็นแบบ สนช. ผมก็ได้รับเลือกให้เป็น ประธานของสมาชิกกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทยกับฮังการี แล้วก็เป็นกรรมการบริหารของไทย กับออสเตรเลีย พอในห้วงช่วงนี้นะครับ จากผู้คน จากเอกอัครราชทูตที่เคยคบค้าสมาคมกันนี่ เคยไปทานข้าวที่บ้านท่านนะครับ เคยเชิญท่านมาทานข้าวที่บ้านผม ครั้งหนึ่งบรรดาสมาชิก ของผมก็บอกกับผมว่าน่าจะพาสมาชิกกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาเดินทางไปเยือนประเทศฮังการี คนที่เคยคบค้าสมาคมกันนี่พอผมไปขอท่านอีกครั้งหนึ่ง บอกนี่ผมอยากจะพาคณะสมาชิก รัฐสภาของไทยไปเยือนฮังการี ปรากฏว่าได้รับการปฏิเสธ คนที่เคยคบกันมาก่อนท่านก็ พูดความจริงให้ฟังว่าผมเองคราวนี้มาเป็นสมาชิกรัฐสภานี่แต่ผมคลอด ไม่ได้คลอดมาจาก หลักการแบบประชาธิปไตย ผมคลอดมาจากหลักเผด็จการ ผมคลอดมาจาก ปฏิวัติรัฐประหาร อันนั้นสร้างความเจ็บช้ําน้ําใจให้ผมมาก แล้วผมก็นึกอยู่ตลอดเวลาครับ พอมาเหตุการณ์ต่อมาคราวนี้เราก็อยากไปออสเตรเลีย ผมในฐานะที่เป็นกรรมการบริหาร กลุ่มสมาชิกรัฐสภาไทย-ออสเตรเลีย ก็เตรียมตัวไปพบกับเอกอัครราชทูต แล้วก็ปรากฏว่า ไม่ได้รับการตอบรับอีกครับ ท่านก็นั่งนิ่งเป็นลิงป่วย ไม่ยอมจะตอบจะพูดจาอะไรกับเราเลยครับ แล้วพอสุดท้ายครับ ท่านก็มากระซิบบอกว่ารอให้มีการเลือกตั้งอย่างสมบูรณ์ก่อน รอให้ผม กระโจนเข้ามาสู่การเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยก่อนครับ นี่ละครับ คือผมอยากจะบอกว่า วันนี้ทําไมเราจึงไม่ยอมรับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็เพราะว่ามันไม่ได้มาจากประชาธิปไตย อย่างสมบูรณ์ครับ ในห้วงช่วงที่ผ่านมานี่นะครับ ผมก็ออกไปกับทีมของพรรคเพื่อไทย ออกไปพูดจาปราศรัยกับผู้คนก่อนที่จะมีการเลือกตั้งนี่นะครับ เป็นการรณรงค์หาเสียง เลือกตั้งผมก็ไปสัญญาทางโน้น ก็ไปพูดจากับประชาชนแบบคนทั่วไปละครับ สัญญาแบบที่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมบอกนี่นะครับ สัญญา ข้อ ๑ ข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ และหนึ่งใน บรรดามากมายหลายข้อนั้นก็คือว่า ถ้าได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าพรรคเพื่อไทย ได้เป็นรัฐบาล เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้ววันนี้เวลานาทีนั้นก็มาถึงแล้วครับ จะให้พวกผม นั่งนิ่งเป็นลิงป่วยคาสภาอยู่ได้อย่างไรครับ ดังนั้นผมอยากจะเรียนว่าวันนี้เราถึงเวลาแล้วที่ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วก็ไม่ได้แก้อะไรมากเลยนะครับ แก้เพียงมาตราเดียวเท่านั้น โอนอํานาจของเรานี่ คือโอนอํานาจต่าง ๆ ไปให้สู่ประชาชน เพียงแค่มาตรา ๒๙๑ เท่านั้นเองนะครับ บังเอิญว่าคนขับรถของผมนี่มาจากจังหวัดระยองแล้วก็เป็นคนที่ ก็อยากจะเรียนกับ ท่านประธานรัฐสภาแบบตามตรงนะครับ ผมอยู่พรรคเพื่อไทย เป็น ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย แต่คนขับรถนี่อยู่ในพรรคอื่นนะครับ แล้วก็อยู่กันอย่างแบบมีความสุข แต่ในห้วงช่วงพักหลัง ๆ นี่ เขาก็มักจะเข้าใจผิดแล้วก็มักจะถามผมถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถามเขาจินตนาการ ไปไกลมากอย่างกับที่ผู้คนคุยกันเลยครับว่าเราจะแก้ไขมาตราโน้น แก้มาตรานี้ ผมต้อง อรรถาธิบายขยายความให้ฟังว่าแก้เพียงมาตราเดียวคืนอํานาจไปให้กับประชาชน เรา ส.ส. ส.ว. นี่เราทําได้ครับ เราสามารถจะมาอธิบายขยายความในสภา แต่ทางที่ดีที่สุดมันน่าจะ คืนอํานาจไปให้กับประชาชน คือวันนี้ผมเดินทางไปพบกับพี่น้องประชาชนในภาคอีสาน เขาก็บอกว่าอยากจะแก้รัฐธรรมนูญ ผมไปพบประชาชนในภาคใต้ วันที่ ๒๐ มกราคมที่ผ่านมา ไปพบกับประชาชนที่จังหวัดสงขลา วันที่ ๒๑ มกราคมที่ผ่านมาไปพบกับประชาชนที่จังหวัดพัทลุง เขาก็บอกว่าเขาไม่อยากจะแก้ไข คราวนี้มันเกิดความแตกแยกไปในสังคมแล้วครับ คนบางพวก อยากจะแก้ไข คนบางพวกไม่อยากจะแก้ไข ผมคิดว่าความแตกแยกแบบขัดแย้งอันนี้ มันจะดํารงคงต่อไปยาวนานมาก ในทางที่ดีที่สุดนี่น่าจะโยนอํานาจอันนี้ไปให้กับกลุ่มคนที่ เราเรียกว่า สสร. นี่นะครับ แล้วคนพวกนี้ก็มาจากการเลือกตั้งแล้วเราก็ยังไม่รู้เลยว่า เขาจะแก้อะไร วันนี้ผู้คนอธิบายขยายความพูดคุยกันเต็มสภาไปหมดว่าจะแก้มาตราโน้นว่า จะแก้อย่างนี้ โดยแท้ที่จริงยังไม่รู้เลยว่าใครจะมาเป็น สสร. ด้วยซ้ํา ดังนั้นผมอยากจะเรียนว่า วันนี้บางคนจินตนาการไปไกลมากครับ ความคิดพวกเขานี่กลายเป็นพวกแบบโทรเลข วันนี้ โลกเรานี่ไปสู่โลกแบบดิจิตอล (Digital) แล้วนะครับ เราไม่ได้ใช้โทรเลข ไม่ได้ใช้จดหมาย หรือบางคนเราไม่ได้ใช้แฟกซ์ (Fax) แล้วแต่ความคิดของเขานี่ยังล้าหลังอยู่ ผมจึงอยากจะ ขอถือโอกาสนี้ขอเรียกร้องผ่านท่านประธานรัฐสภานี้ไปยังบรรดาเพื่อนสมาชิกว่าเราน่าจะ กลับมาสู่กระแสของโลก กระแสของโลกวันนี้ก็คือกระแสแบบประชาธิปไตยและท่านจะเห็นว่า บางประเทศ แม้แต่ก่อนเก่านี่เขาอาจจะไม่เป็นประชาธิปไตย แต่พอเขาขยับตัวมาเป็น ประชาธิปไตยเราจะเห็น เอาใกล้ ๆ กับบ้านเรานี่นะครับ ในการประชุมดาวอส ที่ผ่านมา ท่านจะเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของประเทศพม่าเป็นรัฐมนตรีที่ได้รับ ความนิยมอย่างมากจริง ๆ บรรดาผู้คน บรรดารัฐมนตรีของประเทศต่าง ๆ บรรดาผู้นํา นายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี ตัวนายกรัฐมนตรีหรือตัวประธานาธิบดีต่างก็เข้าไปพูดคุยกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของประเทศพม่าครับ ที่เขาพูดคุยเพราะว่า ประเทศพม่ากําลังเนื้อหอม ที่ว่ากําลังเนื้อหอมเพราะอยู่ในช่วงของกําลังปฏิรูปประชาธิปไตย แต่ในขณะประเทศที่มีพรหมแดนประชิดติดกันใกล้ ๆ กันอย่างนี้ เรากลับถอยห่างจาก หลักประชาธิปไตยมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมจึงอยากจะเรียกร้องและผมเห็นด้วยครับที่เราจะแก้ไข รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพื่อนําประเทศนี้ไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ แล้วก็ อยากจะเรียกร้องครับว่าอย่ากลายเป็นคนประเภทตกโลกครับ ขอขอบพระคุณมาก สวัสดีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล ๑๐ นาทีครับ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง 🔗

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานนะครับที่ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกหน้าใหม่อย่างผมได้มีส่วนร่วมในการนําเสนอ ความคิดเห็นและร่วมอภิปรายเพื่อให้การสนับสนุนในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งเรา อยู่ในการประชุมร่วมกันรัฐสภาในวันนี้ ผมอยากจะชี้แจงและชี้ให้เห็นถึงความจําเป็นครับ ความจําเป็นที่ว่าทําไมวันนี้เราจึงจะต้องแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อมั่นว่าสมาชิกทุกท่าน ที่อยู่ในห้องนี้นั้นมีสิ่งหนึ่งที่เราเห็นตรงกันครับ นั่นก็คือความไม่ถูกต้อง นั่นก็คือความไม่ชอบธรรม ถึงที่มาของกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ และคงไม่มีใครปฏิเสธหรอกครับ ถ้าหากผมจะบอกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้น ถูกสร้างขึ้นมาหรือถูกเขียนขึ้นมา ในภาวะที่ประเทศของพวกเราอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ ไม่ปกติก็เพราะว่า ๑. เราอยู่ในช่วงเวลาของการปฏิวัติรัฐประหาร อยู่ในห้วงเวลาที่รัฐบาลนั้น เป็นรัฐบาลเผด็จการ อยู่ในภาวะไม่ปกติก็เพราะว่ามีการฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งเราเรียกกันว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนทิ้งไป อยู่ในภาวะไม่ปกติก็เพราะว่าที่มาของ สสร. ในสมัยนั้น มีการคัดเลือกจาก คมช. ซึ่งไม่ได้มีการเชื่อมโยงต่อพี่น้องประชาชนเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วที่สําคัญครับ อยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ เพราะเกิดขึ้นในขณะที่ประเทศของพวกเรานั้น เป็นประเทศที่อยู่ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่กฎหมายแม่บทหลัก นั่นก็คือกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง ไม่ได้มีความยึดโยงต่อหลักของ ประชาธิปไตยเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะฉะนั้นผมจึงมีคําถามครับ คําถามที่ว่าแล้วกฎหมาย ที่ไม่ได้มีรากฐาน ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นที่มาจากพี่น้องประชาชน ไม่ได้มีหลักเกณฑ์จาก ระบอบประชาธิปไตยนั้น จะเป็นกฎหมายของปวงชนชาวไทยได้อย่างไร และเช่นกันครับ แล้วเราจะไปคาดหวังการพัฒนาในระบอบประชาธิปไตยของประเทศของพวกเราได้อย่างไร ถ้าหากว่ากฎหมายแม่บทหลักนั้นไม่ได้มีหลักเกณฑ์ ไม่ได้มีที่มาอย่างถูกต้องตามหลักของ ประชาธิปไตยเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วเราจะไปคาดหวังได้อย่างไร ว่าอยากจะเห็น การเก็บดอกออกผล อยากจะเห็นประชาธิปไตยที่เบ่งบานจากต้นไม้ที่ปลูกขึ้นมาจากรัฐบาล เผด็จการได้อย่างนั้นหรือครับ แล้วเราจะเห็นถึงผลกระทบหลากหลายอย่างที่ส่งผลมาจาก รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ เป็นผลกระทบที่ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางและในหลากหลายมิติ เป็นผลกระทบที่สร้างบาดแผล ที่สร้างความเจ็บช้ํา ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศ ของพวกเราในหลากหลายมิติ ในมุมหนึ่งนั่นก็คือมิติทางด้านสังคม คงไม่มีใครปฏิเสธนะครับ ถ้าหากผมจะบอกว่าวันนี้สังคมไทยของพวกเราเต็มไปด้วยความแตกต่างทางความคิดของคนที่ เห็นต่างทางด้านการเมืองและนําไปสู่ความแตกแยก และนําไปสู่ความร้าวฉานของสังคมไทย ในปัจจุบัน แล้วยังไม่มีทีท่าครับว่าเหตุการณ์ในการสร้างความสมานฉันท์ เหตุการณ์ในการ สร้างความปรองดองของประเทศของพวกเรานั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

อีกตัวอย่างหนึ่งครับ นั่นก็คือผลกระทบในมิติของทางด้านการเมือง เราจะเห็น ปรากฏการณ์ที่ทําให้เกิดความเปราะบางของพรรคการเมืองในแต่ละพรรค จะเห็น ปรากฏการณ์ที่ทําให้พรรคการเมืองนั้นมีความอ่อนแอ เราจะเห็นครับ ในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ มีพรรคการเมืองหลายพรรคครับ ที่ถูกยุบไป มีพรรคการเมืองหลายพรรคครับ ที่ยุบแล้วตั้งใหม่ก็ถูกยุบเข้าไปอีก แล้วมีบุคลากรทางการเมืองหลายต่อหลายคนที่ต้องถูกเพิกถอนสิทธิ ที่ต้องถูกลิดรอนสิทธิ ทางการเมืองของเขาไป ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทําความผิดเลย แล้วที่สําคัญครับ เราคงจะได้ยินคํากล่าวขวัญว่า กฎหมายฉบับนี้นั้นกลายเป็นเครื่องมือและอาวุธที่จะใช้กลั่นแกล้ง ทางการเมือง เครื่องมือและอาวุธที่จะใช้ทําลายล้างคู่ต่อสู้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน นี่จึงเป็นเหตุผลครับ และเป็นผลพวงที่เกิดขึ้นจากกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้มีรากเหง้าที่มาจากพี่น้องประชาชน และไม่ได้มีจิตวิญญาณของระบอบประชาธิปไตยเลยแม้แต่นิดเดียว และนี่เป็นเหตุผลครับ เหตุผลว่าทําไมวันนี้พวกเราเอง สมาชิกรัฐสภาจึงต้องมีการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อที่จะคืนความถูกต้อง คืนกฎหมายที่มีความชอบธรรม ที่มีวิธีการที่ถูกต้องที่มาจาก ประชาชนและยึดหลักตามระบอบประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประชาชนคนไทยโดยเร็วที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินครับว่าในสภาแห่งนี้เราอาจจะมีทั้งฝั่งที่ ให้การสนับสนุนในการแก้ไข และอาจจะมีฝั่งที่ไม่เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ แต่ผมเชื่อมั่นครับ เชื่อมั่นว่าไม่ว่าสมาชิกจะอยู่ในซีกไหนก็แล้วแต่ จะอยู่ในฝั่งของรัฐบาล จะอยู่ในซีกของฝ่ายค้าน หรือไม่ว่าจะเป็นท่านสมาชิกวุฒิสภาผู้ทรงเกียรติก็ดี สิ่งหนึ่ง ที่เราเห็นตรงกันและเป็นเป้าวัตถุประสงค์ที่พวกเราอยากจะเห็นนั้นก็คือเราอยากจะเห็น กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง เป็นกฎหมายของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง คําถามก็คือแล้วเราจะทําอย่างไรเพื่อที่จะได้ กฎหมายของประชาชนอย่างแท้จริง ผมอยากจะย้อนกลับไปในเหตุการณ์ปีพุทธศักราช ๒๕๓๘ ในขณะนั้นพรรคชาติไทยเดิม ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีท่านได้กําหนดให้มีการเลือกตั้ง สสร. แล้วท่านก็ได้เล็งเห็นความสําคัญของการที่จะยึดโยงและเอาพี่น้องประชาชนเป็น ศูนย์กลางของการปรับแก้ในการเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญขึ้นมา และนั่นจึงเป็นเหตุผลครับ เป็นเหตุผลว่าทําไมกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น จึงได้รับการยอมรับ จึงได้รับการ กล่าวขานว่าเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง ผมจึงคิดครับว่าปัจจัย ความสําเร็จหรือปัจจัยแห่งความล้มเหลวในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นั้น หัวใจสําคัญที่สุดก็คือการอยู่ที่การมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน ทางพรรคชาติไทยพัฒนาเอง จึงได้เสนอร่างครับ ในการที่จะเปิดช่องให้มีการเลือก สสร. ขึ้นมาโดยผ่านตัวแทนของ พี่น้องประชาชนทั้ง ๗๗ จังหวัด ให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น กระบวนการในการเลือกคนที่จะมาเป็นตัวแทนของเขาในการเลือกคนที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ นั่นก็คือการเลือกตั้ง สสร. และผมก็ต้องกราบเรียนครับว่าการมีส่วนร่วมของ พี่น้องประชาชนนั้นไม่ได้จํากัดและไม่ได้สิ้นสุดลงเฉพาะวันที่เขาลงไปเข้าหีบ เข้าคูหากาเลือก ตัวแทนคนที่จะมาเป็น สสร. แต่เพียงเท่านั้น แต่กระบวนการและขั้นตอนในการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนที่สําคัญยิ่งไปกว่านั้น นั่นก็คือกระบวนการในการเสนอความคิดเห็น โดย สสร. จะต้องออกไปรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ทุกหมู่เหล่า ทุกสาขาอาชีพทั่วทั้งประเทศ ซึ่งสิ่งที่ผมอยากจะเห็นในการออกไปรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ แน่นอนครับ จะต้องเป็นการรับฟังความคิดเห็นซึ่งปราศจากซึ่งอคติทั้งหลายทั้งมวล อคติจาก ความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันก็ดี อคติที่เกิดจากความเหลื่อมล้ําทางรายได้ ทางสังคมก็ดี เพื่อให้แน่ใจครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทยไม่ว่าจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหน ไม่ว่าจะอยู่ภูมิภาคไหนก็แล้วแต่เขาจะได้มีส่วนสําคัญในการร่าง ในการเขียนกฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนนี้ขึ้นมา

และสุดท้ายครับ หลังจากที่ สสร. ได้ยกร่างขึ้นมาเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ผมก็เข้าใจครับ เข้าใจถึงความห่วงใยของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายกันมา ในช่วง ๒ วันนี้ว่าเราจะทราบได้อย่างไรครับว่า สสร. จะไปเขียนกฎหมายเพื่อเอื้อให้กับใคร หรือเปล่า เอาเจตนารมณ์ที่แท้จริงของการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนไปบิดเบือน ตามกลไกของ สสร. หรือเปล่า เพราะฉะนั้นร่างของพรรคชาติไทยพัฒนาจึงระบุเอาไว้ว่า หลังจากที่ สสร. ยกร่างเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วให้กลับมาที่สภาแห่งนี้ครับ ให้ท่านสมาชิก ทุกท่านในที่นี้มีส่วนร่วมในการพิจารณาและให้ความเห็นต่อกฎหมายที่จะกําลังจะประกาศใช้ ในอันดับต่อไป

และสุดท้ายครับ ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ก็เพื่อที่จะให้ได้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่มีความถูกต้อง ที่มีความยึดโยงกับพี่น้องประชาชน ให้มีความถูกต้องตามหลักของ ระบอบประชาธิปไตย และท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าใจครับ เข้าใจว่าไม่มีกฎหมายใด ในโลกนี้หรอกครับ จะเขียนกี่ครั้งก็แล้วแต่ จะไปใช้อย่างไรก็แล้ว ไม่มีกฎหมายใดหรอกครับ ที่มันจะสมบูรณ์แบบไปทุกอย่างโดยไม่มีข้อบกพร่อง และผมก็เข้าใจครับว่าเราเองไม่สามารถ ที่จะแก้ไขกฎหมายหรือเขียนกฎหมายให้ถูกใจคนทุกคนได้ ให้ถูกใจทุกพรรค ทุกภาคส่วนได้ แต่เราทําให้มันมีความถูกต้องตามหลักของประชาธิปไตย เราทําให้มีความถูกต้องตามหลัก ของการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนได้ครับ

และสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ก็คือผมอยากจะเห็นเป็นสิ่งเดียวกับที่ พี่น้องประชาชนอยากจะเห็นละครับ ก็คือเจตนารมณ์ที่บริสุทธิ์ที่จะออกมาแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประเทศชาติของพวกเราก้าวข้ามผ่านวิกฤติเพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่ แก้ไขเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ใช่แก้ไขเพื่อคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะฉะนั้นวันนี้จะเป็น โอกาสที่ดีที่ท่านสมาชิกทุกท่านที่จะได้มาช่วยกันผลักดัน ที่จะมาช่วยกันสนับสนุน ช่วยกัน ผลักดันหมุนวงล้อประชาธิปไตยของพวกเราให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ อย่างมั่นคง และอย่างสง่างามร่วมกันครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไปที่วุฒิสมาชิกครับ ท่านมณเฑียร บุญตัน ๘ นาทีครับ

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น 🔗

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภาจากการสรรหาภาคอื่น ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นกระผมขอขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสตัวแทนคนเล็กคนน้อย ซึ่งเป็นคนกลุ่มแรกที่ถูกลืม และเป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่ได้รับการระลึกนึกถึงในทุกบรรยากาศ ได้มีโอกาสนําเสนอความเห็นต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นะครับ และผมขออนุญาต บังอาจเรียนเตือนท่านประธานในลักษณะเดียวกันกับที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไป ๒-๓ ครั้ง เมื่อวานและวันนี้นะครับ กรณี ข้อ ๘๘ ของข้อบังคับกําหนดให้มีการเผยแพร่ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกนั้น กระผม ได้ตรวจสอบดูแล้วนะครับปรากฏว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ปรากฏบนเว็บไซต์ของรัฐสภานั้น ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยสะดวกของพี่น้องประชาชนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการอ่านอย่างตัวกระผม เพราะว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติม ดังกล่าวเป็นพีดีเอฟ (PDF) แบบสแกน (Scan) นะครับ เพราะฉะนั้นไม่สามารถที่จะเซิร์ช (Search) ไม่สามารถจะอ่านได้ ผมจึงเกรงว่าจะเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการขัดข้อบังคับ และขัดรัฐธรรมนูญนะครับ เดี๋ยวจะมาตกม้าตายหลังจากที่เราอภิปรายไปแล้ว ๒ วันครับ

ประการต่อมาครับ ผมยังไม่สามารถในขณะนี้ ยังไม่อาจที่จะเห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในลักษณะที่เป็นการเสนอมานี้ นั่นไม่ได้หมายความว่าผมไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ ผมพูดมาโดยตลอดว่ากฎหมายมนุษย์เขียนขึ้นก็สามารถ เปลี่ยนแปลงได้ รัฐธรรมนูญก็เช่นกันครับ ประเทศสหรัฐอเมริกามีรัฐธรรมนูญฉบับเดียวครับ มีการแก้ไขในรอบ ๒๐๐ ปี ๑๗ ครั้ง และมีประเด็นการแก้ไขเพิ่มเติม ๒๗ ประเด็น แต่ไม่มี การแก้ไขทั้งฉบับ กระผมเห็นว่าการแก้ไขมาตราเดียวคือ มาตรา ๒๙๑ ตามข้อเขียน หรือตามมิติวิธีที่นําเสนอมานี้ถูกต้องครับ แต่นัยที่นําเสนอในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งกระผมไม่แน่ใจนะครับว่าเป็นการขัดต่อ เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันหรือไม่ และไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทําคลอดโดยใคร หรือมีที่มาอย่างไร ท่านสมาชิกท่านอื่นก็ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้วว่าไม่ได้เป็นตัวชี้วัด เนื้อหาหรือความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริงที่สมบูรณ์ ดังที่หลายประเทศได้มีการระบุไปแล้วนะครับ เช่น รัฐธรรมนูญของประเทศญี่ปุ่น ร่างโดยกองกําลังต่างชาติที่ยึดครอง หลังแพ้สงครามโลก ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศญี่ปุ่นไม่เป็นประชาธิปไตยครับ อย่างไรก็ตามผมคิดว่า ในท้ายที่สุดแล้วการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมิติประเพณีที่เป็นการยกร่างใหม่ทั้งหมดย่อมไม่ได้เป็น เครื่องแสดงวุฒิภาวะของความเป็นประชาธิปไตย แต่ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น ย่อมประกอบด้วยความอดทน อดกลั้นต่อความแตกต่าง เป็นวัฒนธรรมประชาธิปไตยที่เชื่อใน หลักเหตุและผล ตราบใดที่สังคมไทยนั้นยังเต็มไปด้วยการบนบานศาลกล่าว เชื่อเรื่องดวง มากกว่าเรื่องกรรม เชื่อในเรื่องระบบอุปถัมภ์ ลูกน้องลูกพี่ เชื่อในเรื่องการฝากในเรื่องเส้นสาย เชื่อในเรื่องการลัดคิว ผมเชื่อว่าวัฒนธรรมประชาธิปไตยก็ยังไม่เกิด และผมเชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในเชิงประเด็นซึ่งแน่นอนครับ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ นั้นมีจุดอ่อนหลายประการ ผมเอง ไม่เห็นด้วยกับมาตรา ๒๓๗ เป็นอย่างยิ่ง และยินดีที่จะสนับสนุนการแก้ไขมาตรานี้ครับ ถ้ามีการเสนอเป็นเชิงประเด็นอย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วนะครับว่าการแก้ไขแบบยกเครื่องใหม่ เป็นเพียงวัฏจักรของการล้มล้างรัฐธรรมนูญโดยอํานาจเผด็จการทั้งการทหารและอํานาจทุน สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไม่ว่าจะเป็นขุนศึกหรือนายทุนก็พอ ๆ กันนะครับ

อีกประการหนึ่งผมคิดว่าเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ไม่ได้เป็น ตัวแสดงการตกผลึกหรือกระแสสังคมที่มีความสมานฉันท์และการเห็นพ้องต้องกัน ผมคิดว่า รัฐบาลซึ่งผมเชื่อแน่ว่าท่านอยู่ครบวาระอย่างแน่นอนจะใจเย็นอีกสักนิดหนึ่งให้สังคมได้มีการถก ตกผลึกทางความคิด ลดความขัดแย้งลง แล้วก็ค่อย ๆ เสนอประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยที่เราไม่จําเป็นต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่ ล้มกระดานแล้วเขียนใหม่ เพราะว่าจะเป็นการต่ออายุ ต่อวงจรการเลิกล้มรัฐธรรมนูญแบบที่นักรัฐประหารหรือนักผูกขาดอํานาจนิยมทํากันในทุกประเทศ เราอาจจะต้องอดทนแก้ทีละประเด็นไปอีกสัก ๒๐๐-๓๐๐ ปี แบบประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ต้องเป็นไปครับ เพราะนั่นคือครรลองของประชาธิปไตย ต้องยุติวงจรของการคว่ํากติกาทั้งฉบับ จึงจะถือว่าเป็นการแสดงวุฒิภาวะของวัฒนธรรมประชาธิปไตย

ประการต่อมา ผมคิดว่าถึงผมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยผมคะเนดูแล้ว เสียงของรัฐบาลอย่างไรก็ผ่านอยู่แล้ว ผมคิดว่ามีประเด็นที่จะต้องแสดงความเป็นห่วง ผมมีความเคารพในสิทธิของพี่น้องประชาชนและวุฒิภาวะของประชาชนในการเลือก แต่ผมมีความเป็นห่วงว่าความเชื่อมโยงของการเลือกตั้งระหว่างการเลือกตั้ง สสร. นั้น ไม่อาจมีหลักประกันว่าได้มีการขาดกันกับระบบฐานเสียงของการจัดตั้งในระบบ พรรคการเมือง ไม่ได้เป็นพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่ทุกพรรค เราจะทําอย่างไรมีหลักประกันละครับว่า สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับระบบฐานเสียงการเลือกตั้ง ซึ่งมีพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่สามารถเข้าไปจัดตั้งหรือเข้าไปกําหนดโดยมีอิทธิพลเหนือ การตัดสินใจของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้ อันนี้ผมหมายถึงทุกพรรคนะครับ เพราะฉะนั้นกรอบการออกแบบลักษณะของ สสร. นั้นจะต้องทําอย่างระมัดระวัง จะทําอย่างไรให้คนเหล่านี้ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหลังจากที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้วครับ จะมีหลักประกันอะไรว่าเขาเหล่านี้จะไม่กลับไปได้รับตําแหน่งแล้วใช้อํานาจเสียเอง ทางการเมืองหลังจากมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

ประการต่อมา หลักประกันที่กระผมยังไม่มีความมั่นใจและผมอยากจะ ขอความมั่นใจจากรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีก็คือหลักประกันว่า ประเด็นที่เป็นความห่วงใยอย่างยิ่งของพี่น้องปวงชนชาวไทยก็คือว่าท่านจะมีหลักประกัน ในกรอบซึ่งสามารถแก้ไขได้ในขั้นกรรมาธิการนะครับว่าจะไม่มีการแก้ไขหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเลย ท่านให้หลักประกันได้ไหมครับ

หลักประกันต่อมาก็คือว่าในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะทําขึ้นมาใหม่นี้ ถึงผมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม ผมไม่แน่ใจว่าท่านสามารถคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนไม่น้อยไปกว่าที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้หรือไม่ ไม่มีการลิดรอน ไม่มีการลดทอนสิทธิเสรีภาพโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนพิการและผู้ด้อยโอกาสทางสังคม เฉพาะเรื่องคนพิการก็บัญญัติไว้ถึง ๖ มาตราแล้วครับ ในมาตรา ๓๐ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๔ มาตรา ๘๐ และมาตรา ๑๔๒ ท่านจะให้หลักประกันไหมครับว่าคนตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้ จะไม่ถูกลดทอนสิทธิ เพราะท่านบอกท่านยังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร และท่านจะให้ หลักประกันไหมครับว่าคลื่นความถี่ซึ่งเป็นสมบัติของชาติจะต้องจัดสรรไว้สําหรับประโยชน์ สาธารณะจะไม่ถูกแปรเปลี่ยน ไม่ถูกแก้ไขจนกระทั่งกลับไปสู่ระบบสัมปทานหรือระบบที่ อํานาจทุนสามารถจะเข้ามาแทรกแซงได้ ท่านจะให้หลักประกันไหมครับว่าสิทธิของชุมชน สิทธิในการที่จะดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพตามมาตรา ๖๗ จะไม่ถูกลดทอนโดยการเขียน ของ สสร. ถ้าท่านสามารถให้หลักประกันและท่านออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ ก่อนการลงคะแนนได้ไม่แน่ครับผมอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้ ขอบพระคุณมากครับท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสุรเดช จิรัฐิติเจริญ

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี 🔗

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปราจีนบุรี ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ วันนี้เราก็พูดมา ๒ วันแล้วเกี่ยวกับเรื่องร่างรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้ง ๓ ฉบับ ท่านประธานครับ วันนี้เราพูดอยู่บนความเชื่อซึ่งอยู่ ๒ แนวคิด ความเชื่อหนึ่งอยู่ที่ว่าต้องมีการเชื่อมโยงกับ ประชาชน ทําอย่างไรถึงจะมีความเชื่อมโยงว่าที่มาของอํานาจ ความเชื่อมโยงเป็นอย่างไร อีกความเชื่อหนึ่งบอกว่าจะมีการถ่วงดุลของอํานาจของตุลาการ หรือองค์กรอิสระอย่างไร เป็นการต่อสู้ทางความเชื่อ แม้กระทั่งเรื่องความคิด ความคิดหนึ่งก็บอกว่าต้องไม่แก้ เนื่องจากว่า บนพื้นฐานแห่งความไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม กับความคิดหนึ่งบอกว่า ต้องแก้เพื่อให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยที่มีอยู่ ท่านประธานครับ ทุกคนสมาชิก รัฐสภาแห่งนี้ ๖๔๘ ท่าน ทุกคนมีวุฒิภาวะพอ บางทีผมก็ไม่สบายใจที่มีข่าวว่าสมาชิกวุฒิสภา มีการล็อบบี้กัน ผมคิดว่าทุกคนมีวุฒิภาวะพอที่จะคิดอย่างไรบนพื้นฐานปัจจัยแต่ละท่าน ไม่เหมือนกัน บางทีการตัดสินใจจะรับร่างหรือไม่รับร่างทุกคนมีเหตุผล มีปัจจัยที่แตกต่างกัน เป็นความคิดตามที่คนคิดอย่างนั้นพอ แล้วก็เป็นข้อสังเกตที่เราพูดถึงกัน แล้วส่วนเรื่องหลักการ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๒๙๑ นั้น เพราะเดิมทีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ นั้น เป็นอํานาจของสมาชิกรัฐสภาในการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ระบุไว้ แต่วันนี้ทั้ง ๓ ร่างจะกระทําโดยที่จะมอบอํานาจของสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ให้กับ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ที่เราพูดกันนะครับ โดยที่จะเอาจากจังหวัดละ ๑ คน ๗๗ จังหวัด แล้วก็ในการคัดเลือกจาก ๒๒ คน โดยรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมคิดว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ดี ปี ๒๕๔๐ ก็ดี คงไม่มีอะไรที่ถูกหรือผิด คงไม่มีรัฐธรรมนูญอะไร ที่ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือผิดทุกอย่าง ดังนั้นเองจะมีข้อดี ข้อเสียที่แตกต่างกัน แม้กระทั่งวันนี้ดี แต่สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปต้องดูที่บริบทหรือสถานการณ์ด้วย ดังนั้นเอง ผมว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่ไม่เลวร้าย แต่เราจะปรับให้มันเหมาะสมกับสถานการณ์ อย่างไร เป็นสิ่งที่เราพูดกัน ถ้าเรามองถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เทียบกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ในส่วนของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นมีมากกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ คือมีทั้งหมด ๑๕ หมวด ส่วนของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มี ๑๒ หมวด ซึ่งถ้ามองถึงข้อดีของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วมีรายละเอียดค่อนข้างจะมากเกี่ยวกับเรื่องหมวดการมีส่วนร่วมทางการเมือง โดยตรงของประชาชน สิทธิเข้าชื่อประชามติก็ดี หรือหมวด ๘ การเงินการคลัง และงบประมาณ ซึ่งเป็นการคุมวินัยทางการเงินการคลัง หรือแม้กระทั่งเรื่องของหมวด ๑๓ จริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งประมวลจริยธรรม ทั้งหมดนี้เรามีรายละเอียดค่อนข้างจะชัดเจน แต่ในแนวปฏิบัติไม่ค่อยทํากัน อย่างเช่น เรามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๑ แก้เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม เรื่องการแบ่งเขตที่ผ่านมา โดยเฉพาะฉบับที่ ๒ เช่นเดียวกันครับ เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๔ เช่นเดียวกันตามมาตรา ๑๙๐ แต่ในมาตรา ๑๘๐ นั้นบอกว่าให้มีการกําหนดวิธีการกําหนดการและประเภทกรอบการเจรจา โดยเฉพาะมาตรา ๔ บอกว่าให้ดําเนินการจัดการให้มีกฎหมายตามมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญภายใน ๑ ปี นับแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ วันนี้วันที่ ๒๔ อีก ๑ สัปดาห์ก็ครบ ๑ ปีแล้ว กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เราพูดว่า จําเป็นอย่างยิ่งตามมาตรา ๑๙๐ มีปัญหาต้องแก้ไข ต้องมีกฎหมายลูกประกอบอีก ๑ สัปดาห์ถึงปีแล้วก็ยังไม่ทํากัน ดังนั้นเองนะครับข้อจํากัดนี้ค่อนข้างจะมี ถ้ามีข้อดี ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เช่นเดียวกัน ค่อนข้างจะมีรายละเอียดค่อนข้างจะชัดเจน อย่างเช่นหมวด ๓ ในเรื่องสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ซึ่งจะมีรายละเอียดมากกว่านะครับ หรือแม้กระทั่งแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐก็มีมากกว่า หรือแม้กระทั่งที่ดีที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือ ตามมาตรา ๑๑๕ คุณสมบัติของ ส.ว. จึงทําให้ผมมีวันนี้ได้ ที่สามารถได้มาทํางานในวุฒิสภา ข้อดี แต่ข้อเสียของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เพื่อนสมาชิกก็พูดกันหลายท่านแล้ว จะเป็นมาตรา ๒๓๗ ที่ว่าผู้กระทําความผิดคนเดียวจะยุบทั้งพรรค ยุบคนอื่นที่เป็นกรรมการบริหารพรรคก็ดี หรือสถาบันพรรคการเมืองที่มีอยู่นั้นต้องยุบไป มันถูกต้องแล้วหรือ หรืออํานาจหน้าที่ที่เราใช้ ท่านผู้พิพากษาหรือท่านตุลาการต่าง ๆ ซึ่งท่านมีอํานาจหน้าที่ด้านตุลาการมากแล้ว อย่ารบกวนท่านไปมากเลยครับ เพราะว่าท่านก็มีหน้าที่ของที่ท่านต้องทํางานในส่วนของ ตุลาการท่านอยู่ ท่านประธานครับ ถ้าเรามองในเรื่องของถ้าเปรียบเทียบรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ขั้นตอนเราบอกว่าเรามี สสร. และให้สภาให้ความเห็นชอบ แต่ถ้าเทียบกับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เรามี สสร. แล้วก็ประชามติ แต่ถ้าไม่ผ่าน ค่อยใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๙ แต่วันนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่างนั้น ซึ่งสาระสําคัญคือบอกว่าให้ทํา สสร. แล้วก็ทําประชามติ ถ้าผ่านก็มีผลบังคับใช้ ถ้าไม่ผ่านก็ให้เข้าสภา ซึ่งญัตติสามารถให้ความเห็นชอบ อีกรอบหนึ่งได้ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าถ้าให้ดีเพื่อความเป็นธรรม บนพื้นฐานความเชื่อ ทั้ง ๒ ฝ่าย ตามมาตรา ๒๙๑/๑๖ นั้น ถ้าสภาร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาแล้วผ่านประชามติแล้ว ถ้าเห็นชอบก็ควรจะบังคับใช้ แต่ถ้าไม่เห็นชอบควรจะใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทั้งฉบับ ผมว่าจะเป็นการดี เพื่อเป็นการทดสอบนะครับ เพื่อเป็นการว่าระบอบประชาธิปไตยเราคงยัง เคารพเสียงส่วนใหญ่ และฟังเสียงส่วนน้อย ดังนั้นเอง ตอนนี้มี ๒ ความคิด ๒ ความเชื่อ ระหว่างว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นสิ่งที่ดี แตะต้องไม่ได้ กับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีการแก้ไขโดย สสร. จะยกร่างอย่างไรก็ตาม ก็คงจะมาดูกันว่าถ้าเกิดจะประชามติ เห็นอย่างไร ถ้าเห็นชอบก็ควรใช้ฉบับใหม่ ถ้าไม่เห็นชอบก็ควรใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เช่นเดิมเป็นสิ่งที่ดี

ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ก็ขอฝากนะครับว่าการที่เป็นสมาชิก สสร. นั้น จะมีความสมบูรณ์แบบได้ ก็อยู่ด้วย ๓ ฝ่ายนะครับ ฝ่ายที่ ๑ คือพวกเราเอง คือสมาชิก รัฐสภาที่จะต้องคัดเลือกเข้าไป ๒๒ คน ทําหน้าที่เป็น สสร. และอีก ๗๗ คน ก็คงเป็นหน้าที่ของ พี่น้องประชาชนว่าเราจะเอา สสร. รูปร่างหน้าตาหรือคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างไร เป็นตัวแทนในการร่างอย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของประชาชน แล้วก็เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะ ลงประชามติในโอกาสต่อไป และที่ฝากสุดท้ายนะครับว่า ถ้าโอกาสหน้าสมาชิก สสร. ที่ได้เป็น ๙๙ คน ในโอกาสต่อไป ผมคิดว่าคงต้องมองผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก นะครับว่าจะทําอย่างไรให้ผลประโยชน์ของประเทศชาตินั้นมีความผาสุกแล้วก็ผลประโยชน์ ส่วนรวมในโอกาสต่อไปครับ ขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านคํานูณ สิทธิสมาน

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ กล่าวโดยหลักการแล้วกระผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในลักษณะที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ก็คือการแก้ไขในลักษณะที่เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทั้งฉบับแล้วเขียนใหม่ และที่สําคัญก็คือเป็นการเขียนใหม่โดยปราศจากกรอบ ด้วยเหตุผลสําคัญที่สุดเพียงข้อเดียวที่จะขออนุญาตเลือกมานะครับ ก็คือเป็นการไม่ตอบโจทย์ ของประเทศไทยในปัจจุบัน ไม่นําไปสู่ความปรองดอง แล้วก็ไม่นําไปสู่ความสงบสุข ท่านประธานครับ การเขียนรัฐธรรมนูญโดยไม่มีการกําหนดกรอบไว้ ก็คือการไม่ตอบโจทย์ ของบ้านเมือง เพราะนอกจากจะไม่นําไปสู่ความปรองดองและไม่นําไปสู่ความสงบสุขแล้ว ก็ยังมีความเป็นไปได้มากพอสมควรที่จะมีโอกาสนําไปสู่ความขัดแย้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง และถ้าหาก เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้นจริงตามร่างที่เราพิจารณากันนี้ ๒ ใน ๓ ฉบับ คือร่างของพรรคเพื่อไทย และร่างของรัฐบาลแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการพิจารณามาจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ จะหลุดลอยออกจากรัฐสภาไป เราไม่มีโอกาสที่จะแก้ไขสถานการณ์ในขณะนั้น คงมีเพียงร่างของ พรรคชาติไทยพัฒนาเพียงร่างเดียวที่กําหนดให้ร่างรัฐธรรมนูญจากสภาร่างรัฐธรรมนูญ กลับมาสู่การพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติโดยแก้ไขไม่ได้ของรัฐสภาครั้งหนึ่งก่อน

ประเด็นสําคัญที่สุดครับท่านประธานที่เราพูดกันมาเข้าวันที่ ๒ แล้วนี่นะครับ ก็คือหลายคนเป็นห่วง โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภาจะเป็นห่วงประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐว่า อาจจะเกิดขึ้น หรือพูดให้เป็นรูปธรรมหลายท่านก็ได้พูดกันมาแล้วว่าเป็นห่วงเรื่องเนื้อหาของ รัฐธรรมนูญในหมวด ๒ พระมหากษัตริย์ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ แต่ในที่นี้กระผม จะพูดเพิ่มเติมไปด้วยว่าก็ต้องรวมหมวด ๑ บททั่วไป มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๗ ด้วย ท่านประธานครับ ทางรัฐบาลก็ได้ชี้แจงมาว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับรัฐบาลได้ป้องกันไว้แล้ว ทั้งในหลักการและเหตุผลที่เขียนไว้ว่าทั้งนี้โดยยังคงรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขไว้ตลอดไปแล้วก็ยังเป็นข้อห้ามในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ที่บอกว่าร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะกระทํามิได้ โดยในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหก กําหนดให้รัฐสภาเป็นผู้วินิจฉัย แต่ผมเห็นว่า แค่นี้ไม่เพียงพอครับท่านประธาน ก็เพราะว่าคําว่า ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นั้นมีมาตั้งแต่วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ แต่สถานะ ของสถาบันพระมหากษัตริย์ พระราชอํานาจ นิติประเพณี มีหลายรูปแบบตามบริบทของ สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้น มีทั้งตามพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม ชั่วคราว ฉบับวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ มีทั้งตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ ไปจนถึงก่อนการรัฐประหารวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๔๙๐ มีทั้งหลังปี ๒๔๙๐ และหลังปี ๒๕๐๐ และมีทั้งตามข้อเสนอของนักวิชาการบางคนบางกลุ่มรวมทั้ง คณะนิติราษฎร์ด้วย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวอ้างมานั้นท่านก็ล้วนกล่าวว่าเป็นไปตามหลักการ ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทั้งสิ้น และยังคงมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทั้งสิ้น แต่ว่ารูปแบบระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขทั้งเนื้อหาในรัฐธรรมนูญ นิติประเพณี และประเพณีต่าง ๆ ที่คนรุ่นเราคุ้นชินนั้นส่วนใหญ่จะเป็นไปตามเนื้อหาในหมวด ๑ และหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ก็เหมือนรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ทุกตัวอักษร ซึ่งดํารงอยู่มายาวนานไม่ต่ํากว่า ๕๐ ปีแล้ว เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญจะคงหลักการในมาตรา ๘ ที่มีมา ตั้งแต่รัฐธรรมนูญฉบับวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ หรือว่าจะยกเลิก แล้วไปเขียนตามแบบ มาตรา ๖ ของพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยาม ฉบับชั่วคราว วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๔๗๕ เราจะแน่ใจได้อย่างไรครับท่านประธานว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าจะคงบทบัญญัติว่าด้วยคณะองคมนตรีที่เพิ่งมีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๔๙๒ ไว้ เราจะแน่ใจได้อย่างไรครับว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญท่านจะคงบัญญัติว่าด้วยพระราชอํานาจ ในประเด็นการแก้ไขกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ รวมทั้งการแต่งตั้ง ผู้สําเร็จราชการแทนพระองค์ในกรณีต่าง ๆ ไว้ดังเดิมทุกประการ เราจะแน่ใจได้อย่างไรครับว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญท่านจะไม่บัญญัติเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญใหม่ว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนา ประจําชาติ อันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการสําคัญเดิมว่าด้วยศาสนาและสถาบัน พระมหากษัตริย์ที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙ อย่างชาญฉลาดแล้วว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็น พุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ท่านประธานครับ ร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ไม่ได้มีข้อความใดบอกไว้เลยว่าให้คงบทบัญญัติในหมวด ๑ และหมวด ๒ มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๒๕ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เอาไว้ ซึ่งก็เหมือนกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ หลังปี ๒๕๐๐ เป็นต้นมา แถมในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคสอง ยังระบุไว้อีกว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญอาจนํารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งที่เห็นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยสูง มาเป็นต้นแบบในการยกร่างก็ได้ ท่านประธานครับ อะไรคือความหมายของคําว่า ประชาธิปไตยสูง พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราววันที่ ๒๗ มิถุนายน มีความเป็นประชาธิปไตยสูงหรือไม่ การไม่มีคณะองคมนตรีเหมือนรัฐธรรมนูญ ก่อนปี ๒๔๙๒ เป็นประชาธิปไตยสูงหรือไม่ สภาร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้พิจารณาครับ ไม่ใช่รัฐบาล และไม่ใช่รัฐสภาแห่งนี้ กระผมไม่รู้ครับว่ามันจะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่รัฐบาลและเพื่อนสมาชิกผู้เสนอร่างท่านจะรู้ได้ อย่างไรครับว่าจะไม่เกิดขึ้น ท่านจะรับประกันได้อย่างไรครับ กระผมไม่ได้ยืนยันตายตัวว่า เนื้อหาในหมวด ๑ และหมวด ๒ จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย สรรพสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ทั้งนั้น ตามยุคสมัย และผมไม่ขอกล่าวหาว่าหลักการอื่นนอกจากที่เขียนไว้ในหมวด ๑ และหมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ จะไม่เป็นไปตามหลักการของระบอบประชาธิปไตย แต่ท่านประธานครับ เราทําใจและเราพูดกันตรงไปตรงมา ณ ที่นี้ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน ผมเชื่อว่าเราคงเห็นพ้องต้องกันแล้วว่ายังไม่ใช่เวลาที่จะมาพิจารณาว่าจะเปลี่ยนแปลงเนื้อหา เหล่านั้นหรือไม่ อย่างไร เพราะอะไรครับ เพราะว่าในการพิจารณาว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ครั้งนี้ หากเกิดขึ้นจะเกิดขึ้นภายใต้บรรยากาศการเคลื่อนไหวมวลชนที่มีความเห็นต่างกัน โดยถือกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นฐานในการเคลื่อนไหว มวลชนเพื่อรักษามวลชน ขยายมวลชนของทุกกลุ่ม อะไรจะเกิดขึ้นครับท่านประธาน คงไม่ใช่ความปรองดองเป็นแน่ จริงอยู่ครับมีข้อห้ามในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า และทางแก้ไขในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหก คือกล่าวว่าในกรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่า ร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคห้าให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป แต่การไปให้อํานาจวินิจฉัย เรื่องสําคัญอย่างนี้ไว้กับท่านประธานรัฐสภาเพียงคนเดียวในมาตรา ๒๙๑/๑๓ วรรคสอง ที่กล่าวว่าเมื่อประธานรัฐสภาได้รับร่างรัฐธรรมนูญแล้ว หากเห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญนั้น มิได้มีลักษณะตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ที่จะต้องเสนอรัฐสภาวินิจฉัย ความข้อนี้ ยังรัดกุมไม่เพียงพอครับ เพราะว่าก็เหมือนเป็นการโยนภาระอันหนักอึ้งให้ท่านประธาน รัฐสภาเป็นผู้วินิจฉัยแต่เพียงท่านเดียว ในขณะที่สมาชิกรัฐสภาไม่มีโอกาสร่วมพิจารณาด้วย ท่านประธานครับ อีกนิดเดียวครับ ความในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคหก ก็ลอกมาจาก รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มมาตรา ๒๑๑ เมื่อปี ๒๕๓๙ แต่คัดมาไม่หมดครับตกในสาระสําคัญ คราวแก้ไขมาตรา ๒๑๑ เมื่อปี ๒๕๓๙ นั้น ร่างรัฐธรรมนูญจากสภาร่างรัฐธรรมนูญทั้งหมด ที่ร่างมาจะต้องผ่านเข้ามาสู่การพิจารณาของรัฐสภาก่อน ท่านประธานครับ ถ้าจะให้ รอบคอบรัดกุมจริง ๆ ก่อนจะนําไปทําประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาจาก สภาร่างรัฐธรรมนูญจะต้องกลับมาผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อนครับ เพราะฉะนั้นแม้ว่า กระผมจะลงมติไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขในครั้งนี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์มีความเป็นไปได้สูง ถ้าไม่เกิดปาฏิหาริย์อย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นว่า คืนนี้รัฐสภาก็ต้องลงมติให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังที่เกิดขึ้น กระผมขอเสนอว่าถ้ารัฐสภาผ่านหลักการในวาระที่หนึ่ง จําเป็นจะต้องมี การแก้ไขในวาระที่สอง ใน ๒ ประการด้วยกัน ก็คือปรับแก้มาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ให้รัดกุมชัดเจน ให้เกิดความชัดเจนไปเลยว่าไม่ให้มีการแก้ไขความในหมวด ๑ และหมวด ๒ มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๒๕ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ซึ่งก็เหมือนทุกตัวอักษรกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และเหมือนโดยสารัตถะสําคัญกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านั้นหลังปี ๒๕๐๐ เป็นต้นมา และข้อ ๒ ก่อนจะนําไปลงประชามติเห็นควรให้กลับมาสู่การพิจารณาลงมติ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบโดยแก้ไขไม่ได้ของรัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ๑๐ นาทีครับ

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อจากพรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ทั้ง ๓ ฉบับที่เสนอและพิจารณาในรัฐสภาแห่งนี้ในวันนี้

โดยประเด็นที่มีความสําคัญประการที่ ๑ ก็คือว่าสถานการณ์บ้านเมือง ในปัจจุบันไม่มีความเร่งด่วนที่จะต้องมีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชานที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งในเรื่องของปัญหาน้ําท่วม ซึ่งทางรัฐบาลก็พยายามเร่งที่จะ เข้าไปเยียวยาแก้ไข หรือแม้แต่มีมาตรการในการป้องกันน้ําท่วมในปีนี้

ประการที่ ๒ ก็คือในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจปากท้องข้าวของแพง น้ํามันแพง และที่สําคัญก็คือราคาพืชผลการเกษตรตกต่ํา ซึ่งก็เป็นประเด็นที่รัฐบาลควรให้ความสําคัญ ในการไปแก้ไข แม้ว่ารัฐบาลจะมีการอ้างว่าวันนี้จะมีข้อเสนอแนวทางในเรื่องการปรองดอง แล้วก็มีความหวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการที่จะเดินหน้าสู่ ความปรองดอง แต่ว่าอย่างไรก็ตามถ้าท่านประธานจะไปได้ดูข้อคิดเห็นของพี่น้องประชาชน ที่มีการสํารวจจากสถาบันการศึกษา ทั้งนิด้าโพลและเอแบคโพลล์ก็จะพบว่า ๗๒.๙ เปอร์เซ็นต์ ของพี่น้องประชาชนแสดงความคิดเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนําไปสู่ความขัดแย้ง ในทางการเมืองอีก และ ๔๙ เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปโดย เพื่อประโยชน์ของนักการเมือง ถ้าท่านประธานได้ไปดูในผลสํารวจของเอแบคโพลล์ก็จะพบว่า กว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของพี่น้องประชาชนไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและแม้ว่า ประมาณเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของพี่น้องประชาชนจะเคยอ่านบ้าง แต่ส่วนใหญ่จําไม่ได้ว่า สาระสําคัญในร่างรัฐธรรมนูญจะมีประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาปากท้องและเกิดประโยชน์อะไร จากรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็แปลว่าความเร่งด่วนในการที่รัฐบาลหรือร่างรัฐธรรมนูญอีก ๒ ฉบับ ที่เสนอโดยพรรคเพื่อไทยและพรรคชาติไทยพัฒนา ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เป็นสิ่งที่ พี่น้องประชาชนในปัจจุบันยังไม่เห็นความจําเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข

ประเด็นต่อไปที่ผมเองอยากที่จะกล่าวถึง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือข้อเสนอแนะ ของประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ดอกเตอร์คณิต ณ นคร ซึ่งได้มีจดหมายผ่านถึง ท่านประธานรัฐสภาและรัฐบาลได้เสนอแนะในเรื่องของการพิจารณาที่จะชะลอและเลื่อน การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อรอให้มี กระบวนการตรวจสอบรายชื่อของผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนทั้ง ๓ ฉบับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสได้เสนอร่างเพื่อร่วมพิจารณาแก้ไขในวันนี้ด้วย เพราะฉะนั้นในประเด็นดังกล่าวก็เป็นประการที่ ๑ ที่ผมไม่เห็นด้วยในแนวทางที่จะเสนอ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ในวันนี้

ประการที่ ๒ ที่มีความสําคัญที่อยากกราบเรียนท่านประธานถึงแนวทาง ในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ซึ่งมีสาระที่มีความใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสนอให้มีการเลือกตั้งและแต่งตั้ง สสร. หรือสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้ไปเป็น ผู้ดําเนินการจัดทํารัฐธรรมนูญ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่แม้ว่าจะมีการอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร และมีข้ออ้างของผู้เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นต่าง ๆ ที่มีความสําคัญ ๔ ประการ ด้วยกันก็คือ

ประการที่ ๑ เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง คือพูดง่าย ๆ ทําให้พรรคการเมืองอ่อนแอ มีการยุบพรรคได้ตามมาตรา ๒๓๗ กระบวนการได้มาในเรื่องของ องค์กรอิสระขาดการยึดโยงกับอํานาจของประชาชน และ

ประการที่ ๒ ก็คือไม่มีระบบถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการ องค์กรอิสระ

ประการสุดท้าย ที่ผมได้พูดไปแล้วก็คือรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากอํานาจรัฐประหาร แต่อย่างไรก็ตามถ้าท่านประธานจะได้พิจารณา ถึงแนวทางและกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็จะพบว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ที่มีแนวทางที่ชัดเจนในการยึดถือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นวิถีทางในการปกครองประเทศ มีแนวทางในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของ พี่น้องประชาชนและส่งเสริมบทบาทของพี่น้องประชาชนให้มีส่วนร่วมในการปกครอง และตรวจสอบการใช้อํานาจของรัฐอย่างเป็นรูปธรรม และมีกลไกของสถาบันทางการเมือง นิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร และมีดุลยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพในเรื่องของการตรวจสอบ ขององค์กรอิสระที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสุจริต เที่ยงธรรม รวมทั้งกระบวนการที่ได้มา ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ได้ผ่านกระบวนการในเรื่องของการแสดงประชามติ ประเด็นที่ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานถึงข้อห่วงใยที่ผมเองและพรรคประชาธิปัตย์มีต่อ ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งดูเหมือนว่ารัฐบาลเองหรือร่างอีก ๒ ฉบับ ไม่ได้มีกรอบในการที่จะสร้าง ความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่ารัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่างนี้จะไม่มีการลดทอนอํานาจ ไม่มีการแก้ไขในประเด็นที่ผมถือว่ามีสาระสําคัญที่อยากกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไปบ้างแล้ว แต่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ ก็คือแม้ว่าในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีการกล่าวว่ายังคงยึดแนวทางการปกครองประเทศ ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ว่าพี่น้องประชาชนจะมั่นใจ ได้อย่างไรว่าในแนวทางที่ได้มีการกําหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวจะไม่รวมถึง โอกาสที่จะมีการไปแตะต้องหรือการแก้ไขในหมวด ๒ หรือหมวดพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา ๘ ที่พูดถึงว่าองค์พระมหากษัตริย์ ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้อง พระมหากษัตริย์ในทางใดมิได้ ซึ่งเป็นประเด็น ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ได้แสดงความคิดเห็นห่วงใยถึงกระบวนการที่มีการขับเคลื่อนในการที่จะ มีการแก้ไขแม้ว่าจะเป็นเรื่องมาตรา ๑๑๒ แต่ก็มีทิศทางในการที่จะไปกระทบถึงแนวทาง ในเรื่องของการที่จะละเมิดพระราชอํานาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๑ ที่มีความสําคัญ

ประเด็นที่ ๒ ที่มีการกล่าวในเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับก็คือ ในเรื่องของกระบวนการซึ่งอาจจะไปลดทอนอํานาจหรือแม้แต่การแทรกแซงอํานาจของศาล ซึ่งมีการระบุชัดในหมวด ๑ ของมาตรา ๓ ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่กล่าวว่า อํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์เป็นผู้ใช้อํานาจทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล รวมทั้งองค์กรรัฐธรรมนูญและหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ซึ่งอันนี้ก็เป็นประเด็นที่มีความสําคัญที่ท่านประธานและรัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้ยื่นร่าง จะสร้างหลักประกันได้อย่างไรว่าจะไม่มีการไปแทรกแซงอํานาจของศาลตามมาตรา ๓ และรวมถึงมาตรา ๑๙๗ ในหมวดของศาลที่ได้มีการระบุชัดเจนว่าศาลมีความเป็นอิสระ ในการที่จะพิจารณาในกระบวนการยุติธรรมตามหลักนิติธรรมและนิติรัฐ

ประการที่ ๓ ที่มีความสําคัญก็คือการส่งเสริมบทบาทของการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนซึ่งก็ถือว่ามีความสําคัญที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้มีความแตกต่าง และได้มีพิจารณาเพิ่มเติมเมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมาตรา ๑๖๓ ที่มีการกําหนดให้ประชาชนไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐ คน มีอํานาจในการที่จะ เสนอร่างพิจารณากฎหมายหรือแม้แต่มาตรา ๑๖๔ ที่กําหนดให้ประชาชนไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ คน มีอํานาจที่จะเสนอต่อประธานวุฒิสภาในการถอดถอนนายกรัฐมนตรี และผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองซึ่งก็เห็นว่าส่งเสริมในเรื่องของกระบวนการการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง

ประการที่ ๔ ก็คือในเรื่องของการตรวจสอบถ่วงดุลอํานาจรัฐโดยองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นประเด็นที่เป็นเหตุผลสําคัญของร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับที่จะได้เสนอให้มีการแก้ไข ในเรื่องของบทบาทขององค์กรอิสระในการที่จะตรวจสอบประเด็นที่ถือว่ามีความสําคัญ ที่เป็นสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทั้งในเรื่องของหมวด ๑๑ ก็คือหมวดของ องค์กรตามรัฐธรรมนูญในหัวข้อที่ว่าด้วยองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการ กกต. ที่มากํากับดูแลในเรื่องการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดินที่จะมีบทบาทสําคัญในเรื่องของ การตรวจสอบทั้งในเรื่องจริยธรรมของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง บทบาทของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งมีบทบาทที่สําคัญในเรื่องของการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงมาตราในหมวด ๑๒ ของการตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ได้มีการกําหนดในเรื่องของการตรวจสอบอํานาจรัฐอย่างเข้มแข็ง รวมถึงในเรื่องของ การกําหนดในเรื่องของประเด็นที่จะส่งเสริมในเรื่องของความเป็นอิสระและการส่งเสริม ในเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหมวด ๑๔ ในมาตรา ๒๘๑ ที่รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ได้ส่งเสริมในเรื่องของความเป็นอิสระให้ท้องถิ่นสามารถที่จะปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ ของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นนั้น ซึ่งผมถือว่าเป็นสาระสําคัญของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่ได้กําหนดให้มีความแตกต่าง

ประเด็นสุดท้ายก็คือหลังจากที่ได้มีการร่างแล้วไม่ได้มีการกําหนดให้ ร่างรัฐธรรมนูญจาก สสร. ต้องกลับมาพิจารณาในรัฐสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้น ในประเด็นทั้งหมดที่ผมกล่าวถึงทําให้ผมไม่อาจจะไว้วางใจร่างรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับว่า มีเจตนารมณ์ที่แท้จริง เพื่อการแก้ไข เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและพี่น้องประชาชน และส่งเสริมในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมและการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างแท้จริง ขอบพระคุณมากครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๒๐ นาทีครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมนั่งฟัง เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแสดงความเห็นถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญมา ๒ วัน วันนี้ก็พูดได้ว่า ไม่ต้องทํานายทายทักแล้วละครับว่าการลงมติของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมง ข้างหน้านี้จะมีทิศทางไปในทางไหน ผมทํานายได้ว่าเสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภาแห่งนี้จะลงมติ รับร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พุทธศักราช .... ในวันนี้ เพราะว่าสิ่งที่ท่านสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายมาก็แสดงถึงความกังวลของสมาชิกอยู่บางประการ สมาชิกบางท่าน รู้สึกจะมีความกังวลว่าถ้าเราไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เหมือนกับเราจะถูกตราหน้า ว่าเป็นผู้ที่ไม่นิยมประชาธิปไตย ถ้าเราไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเหมือนกับเราจะเป็นผู้นิยม เผด็จการ แต่ว่าในขณะเดียวกันสมาชิกท่านไหนที่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ดูเหมือนกระแส ของสังคมจะยกย่องว่าเป็นนักประชาธิปไตย เรายื่นข้อกล่าวหาเหล่านี้ให้กับเพื่อนสมาชิก ในรัฐสภาแห่งนี้ไปแล้วครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่น่าเศร้าที่ผมนั่งฟังอยู่ ๒ วันที่ผ่านมาก็คือ มีหลายท่านครับได้อ้างความเป็นประชาธิปไตย อ้างว่าท่านทั้งหลาย พรรคการเมือง บางพรรคได้ต่อสู้กับระบบเผด็จการ แต่ว่าไปกล่าวหาพรรคการเมืองบางพรรคซึ่งดูประหนึ่ง ว่าพาดพิงมาถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่าเราไปฝักใฝ่อยู่กับการกระทําที่เป็นเผด็จการ ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าคํากล่าวหา หรือคําพูดว่าใครผู้ใดคนหนึ่งเป็นผู้นิยมเผด็จการ หรือรักประชาธิปไตยมันต้องดูการกระทําของพรรคการเมืองนั้น และดูการกระทํา ของนักการเมืองเหล่านั้นประกอบด้วย ลําพังการยืนขึ้นมาแล้วกล่าวหาเพื่อนสมาชิก กล่าวหาพรรคการเมืองว่าไม่เป็นประชาธิปไตยนั้นผมคิดว่ามันง่ายเกินไปครับ ต้องดู เบื้องหลัง ต้องดูการกระทําของผู้ที่พูดด้วย ท่านประธานคงได้ยินคํากล่าวครับว่า ธรรมะนั้น ต้องดูว่าเปล่งออกมาจากปากของใคร บางครั้งธรรมะไม่ได้เปล่งออกจากปากของผู้ทรงศีล หรอกครับ เช่นเดียวกันครับ บางครั้งธรรมะก็เปล่งมาจากปากของโจรได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นใครจะอ้างความเป็นประชาธิปไตยต้องดูพฤติกรรมย้อนหลังของคนเหล่านั้นด้วย เช่นเดียวกันครับ พรรคการเมืองพรรคไหนที่นิยมประชาธิปไตยก็ต้องดูพฤติกรรมย้อนหลัง ในชีวิตผมผมรังเกียจเรื่องไม่กี่เรื่องหรอกครับในการกระทําของนักการเมือง ในการกระทํา ของพรรคการเมือง สิ่งหนึ่งที่ผมรังเกียจมาตลอด และวันนี้ก็รังเกียจ อาทิตย์ที่แล้วผมยืนขึ้น อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ผมก็บอกว่าผมรังเกียจพฤติกรรมของนักการเมืองที่บอกว่า เป็นประชาธิปไตย และมีพฤติกรรมในการแทรกแซงองค์กรอิสระ ผมรังเกียจมาก ท่านประธานครับ ผมยืนยันท่านประธาน ยืนยันถึงท่านผู้ฟังที่ฟังอยู่ทางบ้านว่าในชีวิตผม ในชีวิตของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผมสังกัดอยู่ เราไม่เคยแทรกแซงองค์กรอิสระ ผมยืนยันกับ ท่านประธาน ยืนยันกับท่านผู้ฟังทางบ้านได้ครับว่า เราไม่เคยแทรกแซงศาลยุติธรรม แต่ว่า พรรคการเมืองไหน นักการเมืองคนไหนที่อ้างความเป็นประชาธิปไตย เคยแทรกแซง กระบวนการยุติธรรมผมจะไม่กล่าวในที่นี้ครับ ท่านประธานที่ครับ ย้อนหลังสักนิดเถอะครับ ท่านประธานคงจําได้เมื่อไม่กี่ปีมานี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งที่เป็นองค์กรอิสระถูกศาล พิพากษาจําคุก โดยไม่มีการรอการลงอาญา จําได้ไหมครับ ทําไมคนไทยถึงลืมง่ายละครับ คณะกรรมการการเลือกตั้งซึ่งเป็นองค์กรอิสระในไม่กี่ปีมานี้ครับ ย้อนหลังไปไม่กี่ปีนี้ชุดนั้น ถูกศาลพิพากษาจําคุกโดยไม่รอการลงโทษ ผมคิดว่าการกระทําของพรรคการเมืองไหนไม่ต้อง กล่าวหรอกครับ แน่นอนท่านประธานครับ ไม่ใช่การกระทําของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ว่าท่านครับวันนี้คนซึ่งอยู่ในสังกัดพรรคการเมืองเหล่านั้น คนซึ่งแทรกแซงคณะกรรมการ การเลือกตั้งจนทําให้คณะกรรมการการเลือกตั้งถูกจําคุกนั้น ปากอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตย ทําไมคนไทยถึงลืมง่ายครับ นี่คือการแทรกแซงองค์กรอิสระ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อ อีกสักตัวอย่างครับ ผมเรียนว่าพรรคนี้ที่ผมสังกัดอยู่เราให้เกียรติสถาบันตุลาการ เราให้เกียรติศาล พวกผมถูกฟ้องทุกวัน หัวหน้าพรรคผมก็ถูกฟ้องทุกวันครับ สมาชิกเรา ก็ถูกฟ้องทุกวันครับ แต่ท่านประธานไม่เคยได้ยินนะครับว่าวันเวลาที่เราถูกฟ้องเราไป แทรกแซงศาลไม่มีครับ หัวหน้าพรรคการเมืองประชาธิปัตย์ทุกคนถูกฟ้อง แต่ผมยืนยันว่า ไม่เคยแทรกแซงดุลยพินิจของศาล มีไหมครับในชีวิตของท่านประธานที่ท่านรู้จัก พรรคประชาธิปัตย์ว่าเราเคยแทรกแซงศาลบ้างไหม มีไหมครับคนในพรรคประชาธิปัตย์ เคยทําห่อขนมไปหล่นหน้าศาล หน้าบัลลังก์ศาลมีไหมครับ ผมเรียนท่านประธานว่า พฤติกรรมเหล่านั้น ผมเริ่มต้นบอกว่าการพูดถึงหลักประชาธิปไตยต้องดูที่การกระทํา ผมบอกท่านประธานว่าธรรมะมันต้องดูว่าเปล่งออกมาจากปากของใคร ธรรมะอาจจะ เปล่งออกมาจากปากของโจรก็ได้ครับ ไม่จําเป็นว่าผู้ทรงศีลต้องเปล่งธรรมะอย่างเดียว เพราะฉะนั้นต้องดูการกระทําว่าใครมีพฤติกรรมฝักใฝ่เผด็จการ ประชาธิปไตยมันแทรกแซงเขาไม่ได้ ถ้าเราอยู่ในหลักการของประชาธิปไตยแล้วเราไปแทรกแซงองค์กรอิสระพรรคการเมือง หรือการกระทําเหล่านั้นไม่อาจนับเนื่องได้ว่ามีการกระทําที่เป็นประชาธิปไตย ท่านประธานครับ ผมเจ็บปวดนะครับ เมื่อตอนเช้ามีท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ขึ้นมากล่าวต่อสภาแห่งนี้ แต่ท่านประธานก็ไม่ได้ให้ถอนคําพูดอะไรหรอกครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรี เฉลิมบอกว่าผมจดไว้ครับ ท่านประธานครับ ผมพูดได้นะครับ พูดตามท่านนะครับ ท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิมพูดว่าพรรคอุบาทว์พรรคหนึ่งแทรกแซง พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไม่ให้ได้เป็น สสร. ในปี ๒๕๔๐ ไม่มีใครประท้วง ผมก็ไม่ได้ประท้วงท่านครับ เพราะท่านไม่ได้กล่าวหาว่าพรรคการเมืองที่อุบาทว์นั้นคือพรรคไหน การร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่าเริ่มต้นเป็นลําไม้ไผ่เหลาลงไปเป็นบ้องกัญชานะครับ การแก้รัฐธรรมนูญแก้ได้ พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าการแก้รัฐธรรมนูญแก้ได้ แต่ว่า การแก้รัฐธรรมนูญคราวนี้ผมขอสักเรื่องเถอะครับ เริ่มต้นก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่อย่านํา ความคิดอุบาทว์ นําคนอุบาทว์นอกประเทศเข้าประเทศครับ เท่านั้นล่ะครับ ผมไม่ได้ว่าใครครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้รัฐธรรมนูญของประเทศนี้มันเหมือนเทศกาลงานวัด ในหน้าแล้ง ท่านประธานจะเห็นว่าเวลาขึ้นหน้าแล้งช่วงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน

(นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านวิเชียรครับ

นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิเชียร ขาวขํา ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ ๔๓ ท่านพูดถึงคําว่า ห้ามนําคนอุบาทว์นอกประเทศเข้ามาในประเทศ การใช้คําว่า คนอุบาทว์ สมาชิกในพรรคท่านพูดแล้วเมื่อเช้าห้ามใช้คําพูดนี้ แล้วคุณไปกล่าวหาใครเป็นคนอุบาทว์ครับ ท่านประธานสั่งให้เขาถอนนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านนิพิฏฐ์ครับ กรุณาไม่พูดถึง คนภายนอกนะครับ แล้วก็กรุณาอยู่ในเรื่องที่เราปรึกษาหารือกันนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ผมปฏิบัติตาม คําแนะนําของท่านประธานนะครับ ผมจะเลยเรื่องนี้ไปครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง 🔗

แต่ว่า ท่านประธานครับ เมื่อวานนี้ แล้วก็ตั้งแต่ตอนเช้าเราพูดถึงเรื่องความเป็นประชาธิปไตยนะครับ ผมก็พยายามที่จะกราบเรียนท่านประธานแล้วก็ฝากไปถึงท่านผู้ฟัง คือประชาชนเขาฟังอยู่ครับว่า หลักของประชาธิปไตยจริง ๆ มันคืออะไร ผมก็พยายามจะอรรถาธิบายว่าหลักประชาธิปไตย ในความหมายของผมคือไม่ใช่แทรกแซงองค์กรอิสระนะครับ ผมเริ่มต้นแค่นี้ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ความคิดทางการเมืองของคนไทย ส่วนหนึ่งไม่เคยตกผลึกเลย ในเรื่องรัฐธรรมนูญ ไม่เคยตกผลึกเลยครับในเรื่องหลักของความเป็นประชาธิปไตย ผมย้อนหลังให้ท่านประธานนิดเถอะครับ ผมไม่ชอบทวนความจําหรอกครับเพราะว่าคนไทย เป็นคนที่ลืมง่ายครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานจําได้นะครับ การยึดอํานาจ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มีการสํารวจความเห็นของประชาชนเอแบคโพลล์มีการสํารวจ หลังจากมีการยึดอํานาจว่าคนไทยเห็นอย่างไรกับการยึดอํานาจ ท่านประธานจําได้นะครับ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ยึดอํานาจเอแบคโพลผลสํารวจของประชาชน ๘๓.๙๘ เปอร์เซ็นต์ ๘๓.๙๘ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยกับการยึดอํานาจ ท่านประธานครับ วันนี้นะครับไม่มีใครกล้าบอก หรอกครับว่าตัวเองอยู่ใน ๘๓.๙๘ เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่เห็นด้วยกับการยึดอํานาจ วันนี้ถามใคร ก็บอกเขาไม่เห็นด้วยกับการยึดอํานาจทั้งนั้นละครับ วันนี้คนซึ่งเคยเป็นส่วนใหญ่ ๘๓.๙๘ เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ บอกว่าตัวเองซึ่งเคยเป็นเสียงส่วนใหญ่ วันนี้ไม่เห็นด้วยกับการยึดอํานาจ ความคิดคนมันเปลี่ยนเร็วมากครับ แต่ว่าถ้าถามคน ณ สถานการณ์เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ สถานการณ์ของประเทศ สถานการณ์ของ คนในวันนั้นความรู้สึกของประชาชนในวันนั้น ๘๓.๙๘ เปอร์เซ็นต์บอกว่าสมควรยุติ การกระทําของรัฐบาลชุดนั้นเสียด้วยการยึดอํานาจ ๘๓.๙๘ เปอร์เซ็นต์ อันนี้อย่าเถียงผมนะครับ ผลสํารวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพลนะครับ ขออภัยนะครับสวนดุสิตโพล เมื่อสักครู่นะครับ ๘๓.๙๘ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นท่านประธานครับ มีเอแบคโพลครับ เอแบคโพลก็ได้มีการ สํารวจความเห็นของประชาชนเช่นเดียวกัน เอแบคโพลล์นี่หนักกว่า สวนดุสิตโพลนะครับ เอแบคโพล ๙๒.๑ เปอร์เซ็นต์บอกว่าเห็นด้วยกับการยุติการบริหารราชการแผ่นดิน ของรัฐบาลในขณะนั้น ท่านครับไม่เคยมีครั้งไหนหรอกครับที่คนตั้ง ๘๓.๙๘ เปอร์เซ็นต์ ๙๒.๑ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วย ผมจะเลยเรื่องนี้ไป ผมเลยเรื่องนี้ไปเพื่อบอกกับท่านประธานว่า ทําไมวันนี้ยืนขึ้นแล้วบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการยึดอํานาจ ผมก็คนหนึ่งละครับบอกว่า ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะอะไรครับ เพราะว่าผู้ที่ยึดอํานาจได้อํานาจมาโดยการยึดอํานาจ กระทําตนเป็นนักประชาธิปไตย ถ้า พลเอก สนธิซึ่งยึดอํานาจวันนั้นไม่ทําตัวเป็น นักประชาธิปไตย วันนี้บ้านเมืองเรียบร้อยครับ แต่ว่า พลเอก สนธิ ผมกล่าวหาท่านนะครับ ท่านอาจจะนั่งอยู่ข้างหลังผมก็ได้ เมื่อท่านยึดอํานาจได้แล้วครับ ท่านกําลังทําตัวเป็นวีรบุรุษ ประชาธิปไตย ซึ่งมันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นภารกิจของท่านในการยึดอํานาจทั้ง ๔ ประการ เลยล้มเหลวครับ คนเลยบอกว่าไม่เห็นด้วยกับการยึดอํานาจ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผ่านการลงประชามติ ของประชาชนเรียบร้อยแล้วครับ แน่นอนครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ มันไม่สมบูรณ์ มนุษย์ก็ไม่มีใครสมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่สมบูรณ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถามคนที่คิดแก้รัฐธรรมนูญวันนี้สิครับว่าท่านจะแก้รัฐธรรมนูญ ในประเด็นไหน ผมเคยไปสัมมนากับพรรคร่วมรัฐบาลหลายครั้ง ไม่เอ่ยนามท่านนะครับ คนที่บอกว่าจะแก้รัฐธรรมนูญยืนขึ้นสิครับ แล้วบอกว่าแก้อะไรบ้าง บอกว่าไม่รู้จะแก้อะไร เมื่อบอกว่าไม่รู้ว่าจะแก้อะไร ท่านจะแก้อะไรละครับ มันมีข้อบกพร่องแต่ละอย่าง ๆ ก็แก้ไป แต่ละอย่างไป วันนี้มีคํากล่าวหาครับว่าเราซึ่งมีอํานาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เราไม่แก้รัฐธรรมนูญเสียเอง แต่เราโยนให้ สสร. เป็นคนแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เรามีหน้าที่ เรามีอํานาจ แต่เราปฏิเสธหน้าที่ เราไม่ใช้อํานาจ แต่เราโยนภาระเรื่องนี้ให้กับ สสร. หน้าที่ กับอํานาจมันต้องควบคู่กับความรับผิดชอบครับ ผมก็ไม่เชิงกล่าวหาหรอกครับว่า เราไม่รับผิดชอบ แต่หน้าที่เรามีเราไม่ทํา เราโยนให้ สสร. แน่นอนครับเราเคยทํามาแล้ว ผมไม่ได้ว่าอะไรเราเคยทํามาแล้วครับ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมคิดว่าถ้าเอารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มาเป็นตัวตั้งรัฐธรรมนูญนี้ แก้ได้ในบางประเด็น ผมดีใจครับท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมมานั่งอยู่ ผมจะคุยกับท่านด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไปอภิปรายรัฐธรรมนูญมาหลายสถานที่ แล้วไม่พาดพิงพรรคท่าน หรอกครับ เดี๋ยวท่านต้องขึ้นมาท้วงติงผม เวลาเราบอกว่าเราโยนเรื่องนี้ให้ สสร. แต่สมาชิก ของพรรครัฐบาลนะครับ พรรคของท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิมนั่นละครับ บอกชัดเจนต่อหน้า สาธารณะหลายครั้งครับ ไปสัมมนากับผมมา บอกว่ามาตราหนึ่งที่ต้องแก้แน่นอนในรัฐธรรมนูญคือ มาตรา ๓๐๙ และผมก็ถามว่าเมื่อท่านโยนอํานาจในการแก้รัฐธรรมนูญนี้ให้กับ สสร. แล้ว ท่านไปแก้มาตรา ๓๐๙ ท่านชี้นําเขาได้อย่างไรว่าต้องแก้มาตรา ๓๐๙ ด้วย ถ้าท่านบอกว่าท่านปล่อยให้เป็นอํานาจของ สสร. แล้วก็ให้เขาไปแก้สิ ก็จะแก้มาตรา ๓๐๙ ก็ได้ ก็ไม่แก้มาตรา ๓๐๙ ก็ได้ ทําไมท่านเลือกทุบโต๊ะว่าอย่างไรเสียมาตรา ๓๐๙ ต้องมีการแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังจะพาดพิงถึง ร้อยตํารวจเอก เฉลิมครับ พระราชบัญญัติ การปรองดองของท่านมี ๖ มาตรา ผมก็จําท่านมาครับ ท่านบอกว่าท่านขยักไว้ จะสับขาหลอก หรืออย่างไรก็แล้วแต่ แต่ผมคิดว่าท่านยิงแน่ครับ ไม่ว่ายิงเท้าซ้ายหรือเท้าขวาท่านยิงแน่ ๖ มาตราปรองดองของท่าน แต่ยังไม่ถึงเวลาที่ท่านจะยิงเท่านั้นเอง ทําไมล่ะครับ ยิงสิครับ ไม่มีจังหวะไหนแล้วนะครับที่อํานาจท่านมากในขณะนี้แล้ว รัฐบาลจังหวะนี้ดีที่สุดแล้วครับ ที่จะทําอะไรก็ได้ในประเทศนี้ ยิงเลยครับเท้าซ้ายก็ได้ เท้าขวาก็ได้ ๖ มาตราของท่านยิงมาเลย ท่านขยักไว้เพื่อดูการแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ ผมกล่าวหาท่านนะครับ เดี๋ยวท่านชี้แจง ถ้าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้เอามาตรา ๓๐๙ ออก แล้วเพิ่มบทเฉพาะกาลเล็ก ๆ น้อย ๆ ขึ้นมา บอกว่าการกระทําของ คมช. กปค. ที่ผ่านมาให้ถือเป็นการยกเลิกทั้งหมด นี่ละครับคือ นิรโทษกรรม ถ้ามีข้อความเหล่านี้ในรัฐธรรมนูญ ๖ มาตราของท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมก็ ไม่จําเป็นต้องใช้ท่านประธานครับ ใช้รัฐธรรมนูญนี้ละครับเป็นการนิรโทษกรรม แต่ถ้าเผื่อว่าใน วันเวลาที่เราไปทําประชามติประชาชนก็ไม่เห็นด้วยขึ้นมา ทีนี้ละครับท่านต้องยิงจริง ๆ แล้ว ไม่ ว่าเท้าซ้ายหรือเท้าขวาปลายปีนี้ด้วยกฎหมายปรองดอง ๖ มาตราของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่ บํารุง จริงไม่จริงท่านชี้แจงต่อไปเลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า ผมก็ไม่อยากจะกล่าวหารัฐธรรมนูญนี้นะครับ แต่ผมให้ฉายาแล้วกัน เป็นรัฐธรรมนูญฉบับพิมพ์เขียว มีพิมพ์เขียวอยู่แล้วครับ เพียงแต่ว่าผมทํานายทายทักไว้เลย ท่านประธานครับ ท่านประธานก็มาฟังผมอภิปรายเวลารัฐธรรมนูญผ่านแล้วกันครับ สิ่งที่ต้องแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้รู้กันหมดครับ มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ หน้าที่ ส.ส. ส.ว. แก้แน่นอนครับ ถ้าผมเข้าไปเป็น สสร. ด้วยผมก็แก้ครับ อันนี้เราเห็นตรงกันครับ องค์กรอิสระ ที่ท่านไม่อยากให้ประธานศาลเข้ามายุ่งด้วยแก้แน่นอนครับ แน่นอนผมก็เห็นด้วยครับ การยุบพรรคการเมืองท่านแก้แน่นอนครับ อันนี้เราค่อยว่ากัน มันเป็นรายละเอียดนะครับ สิ่งเหล่านี้มันอยู่บนโต๊ะในการแก้รัฐธรรมนูญ ๕-๖ เรื่องนี้คือบนโต๊ะคุยกันแล้วแก้ แต่ว่า ใต้โต๊ะของท่านคืออะไร ใต้โต๊ะของท่านก็คือ มาตรา ๓๐๙ แล้วก็มีการแก้เพิ่มเติมจะเป็น บทเฉพาะกาลอะไรก็แล้วแต่เพื่อให้มีลักษณะเป็นการนิรโทษกรรม เมื่อมีอย่างนี้แล้วครับ สิ่งที่ท่านเฉลิมจะทําต่อไปก็ไม่จําเป็นต้องทํา ท่านประธานที่เคารพครับ ทําไมจึงต้องบอกว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เราไปให้อํานาจตุลาการเยอะ ตุลาการก็ไม่อยากยุ่งละครับ แต่ว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาของประเทศนี้ย้อนหลังไป ๔-๕ ปีคนก็ไม่เชื่อฝ่ายบริหาร เขาไม่เชื่อ คณะรัฐมนตรีครับ อันนี้เป็นความจริงที่ประจักษ์อยู่ในบ้านเมืองนี้ เขาให้ความสําคัญน้อย ให้น้ําหนักในความเชื่อถือน้อย และเช่นเดียวกันครับ บรรยากาศของรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ส.ว. ความเชื่อถือของประชาชนต่อฝ่ายนิติบัญญัติน้อย ท่านประธานจําได้ไหมครับ เวลามีการทําผลสํารวจของประชาชนว่านิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการนี่ประชาชนเขาเชื่อฝ่ายไหน มากกว่า ถ้าระบอบประชาธิปไตยมันมี ๓ เครื่องยนต์ในระบอบประชาธิปไตย เครื่องยนต์หนึ่ง ที่มีพลังมากที่สุดและคนเชื่อมากที่สุดคืออํานาจตุลาการ เมื่อคนเชื่อตุลาการมากกว่าบริหาร เมื่อคนเชื่อตุลาการมากกว่านิติบัญญัติ เขาเลยเสริมจุดแข็งขึ้นมาให้ตุลาการซึ่งคนเชื่อนั่นละครับ เป็นคนส่วนหนึ่งในการคัดเลือกคนเข้าสู่องค์กรอิสระ แน่นอนครับ มันอาจจะผิดหลักของ ระบอบประชาธิปไตย แต่ว่าคนเขาเชื่อนี่ครับ คนเขาเชื่อว่าถ้าให้ตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้อง มีส่วนได้เสียในการคัดสรรคนเข้าสู่กระบวนการองค์กรอิสระแล้วคนเขาเชื่อ ก็ต้องให้เขา ทําอย่างนั้นไปครับ ก็คนไม่เชื่อนิติบัญญัติ คนไม่เชื่อเรานี่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านจะทํารัฐธรรมนูญนี้เพื่อใคร อย่างไรก็แล้วแต่ มันเป็นความรัก มันเป็นความศรัทธา ท่านประธานครับ ถึงท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิมครับ ความรักบางครั้งมันไม่ต้องการเหตุผลท่านครับ ท่านรักผู้หญิงคนหนึ่งท่านไม่ต้องบอกเหตุผลเลย ความรักบางครั้งมันไม่ต้องการเหตุผล แต่บางครั้งมันก็ต้องการเหตุผล ท่านรัก พันตํารวจโท ทักษิณ ท่านก็รัก ผมไม่รังเกียจเลย แล้วชีวิตผมนี่สนับสนุนให้คนรักกัน ชีวิตผมไม่สนับสนุน ให้คนเกลียดกัน ท่านรักใครสักคนหนึ่งไม่ต้องอธิบายเหตุผล ความรักถ้าใช้เหตุผลเยอะเกินไป มันไม่ประสบความสําเร็จนะครับ รักของท่านไปเถอะครับ ผมไม่ว่าท่าน แต่ว่าท่านประธานครับ ผมกําลังจะจบแล้วครับ เหลือ ๔๔ วินาทีแล้วครับ

(นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยเชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม สุนัย ไม่น่าเชื่อว่า ส.ส. อาวุโสอย่างท่านนิพิฏฐ์จะทําผิดข้อบังคับสอนคนนั้นสอนคนนี้ ผมเองนี่ครับรักกันที่สุดและอยากจะเป็นแบบอย่างให้ว่าเรารักกัน แต่เราก็ว่ากันตามหน้าที่ เหลือ ๔๔ วินาทีก็เป็นสาระสําคัญครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านสุนัย ขอโทษนะครับ ท่านประท้วงเรื่อง

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ประท้วงว่าทําผิด ข้อบังคับ มีอย่างที่ไหนครับพูดกับท่านเฉลิมรองนายกรัฐมนตรีได้อย่างไร ต้องพูดกับท่านประธาน สิครับ อันนี้ผิดข้อบังคับอย่างยิ่งเลยครับ กลัวเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ เข้าใจครับ ต้องพูดกับผม นะครับท่าน เชิญครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ความจริง เวลาผมพูดนี่นะครับ ผมก็บอกท่านประธานฝากถึงรัฐมนตรีเฉลิม ก็ขอโทษด้วยนะครับ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับ ผมไม่ได้ไม่ตั้งใจจะไปพูดถึงท่านโดยไม่ผ่านประธานนะครับ แต่ว่า บางครั้งกลอนมันก็พาไปบ้างนะครับท่านครับ อย่าไป เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ ท่านคง ไม่ถือสาหาความผมเรื่องนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกําลังจะจบว่าความรัก มันไม่ต้องการเหตุผลนะครับ ในบางครั้งอย่าไปหาเหตุผลกับความรัก นี่กําลังสอนเด็ก ๆ ไปด้วยครับ ท่านรักใคร ท่านรักเถอะครับ และชีวิตผมนี่สนับสนุนให้คนรักกัน แต่ผมอยากจะจบ อย่างนี้ท่านประธานครับ คนในประเทศนี้รักใครก็รักเถอะครับ หนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ในเว็บไซต์ของวอชิงตัน โพสต์ ท่านประธานไปดูนะครับ ฝากท่านประธานผ่านถึงรัฐมนตรีเฉลิม ไปด้วย วันที่ ๑ ตุลาคมที่ผ่านมาเขาจัดทําเนียบ ๕ อันดับผู้นําเลวที่สุดในโลก ผมฝากเพื่อน สมาชิกขอเวลา ๑ นาทีครับ เขาจัดอันดับ ๕ ผู้นําเลวที่สุดในโลกของวอชิงตัน โพสต์ ท่านประธานครับ ผมไม่อ่านถึงชื่อใครที่ไม่เกี่ยวข้องนะครับ ท่านประธานนั่งสบายใจได้ครับ ผมกลัวท่านประธานเครียด ลําดับที่ ๑ ครับ

(นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านประท้วงครับ

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความรักท่านผู้อภิปราย ท่านกําลังทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ ต้องอภิปรายอยู่ในประเด็นนะครับท่านประธาน ท่านต้องวินิจฉัย วันนี้เราอภิปราย รัฐธรรมนูญ คุณเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย คุณก็ว่าไป แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับผู้นําละครับ ท่านประธาน ไม่ได้เกี่ยวครับ ท่านประธานแล้วท่านก็แสดงกิริยาโอ้อวดอุตริมนุษยธรรมครับ ท่านประธาน ท่านต้องวินิจฉัยแล้วก็ให้ผู้อภิปรายอยู่ในประเด็นครับท่านประธาน ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านจบแล้วนะครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

กําลังจะจบแล้วครับ ผมทดเวลาผม ๑ นาทีนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

อยู่ในประเด็นนะครับท่าน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ครับ ผมกําลังจะจบ อย่างนี้นะครับว่าหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์นะครับ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ ได้จัดอันดับผู้นําเลวที่สุดในโลกนะครับ อันดับที่ ๑ นายแกร์ฮาร์ด ชโรเดอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีเยอรมัน ปี ๑๙๙๘-๒๐๐๕ อันดับที่ ๒ อดีตประธานาธิบดีสเปน นายโฮเซ่ มาเรีย อัซนาร์ ขออภัยถ้าผมอ่านชื่อท่านผิดนะครับ ปี ๑๙๙๖-๒๐๐๔

(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

จะจบแล้วครับ ลําดับที่ ๓ ครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านประท้วงอะไรครับ ท่านข้างหลังครับ เผอิญผมมองไม่เห็นครับ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ผมกําลังประท้วงท่านผู้อภิปรายทําผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๔๓ เมื่อกี้ก็มีผู้ประท้วงอยู่แล้วว่าประท้วงนอกประเด็น ไม่ได้อยู่ในประเด็น แล้วก็ ขอประท้วงท่านประธานทําผิดกฎข้อบังคับ ข้อ ๕ ท่านยังปล่อยให้ผู้อภิปรายไปพูดเรื่องที่ เขาประท้วงอีกนะครับ แล้วก็อ่านเอกสารโดยไม่ได้ขออนุญาต แล้วข้อมูลผู้นํานี้มันไม่เกี่ยวกับ การอภิปรายในเรื่องการยกร่างรัฐธรรมนูญเลย ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมกําลังฟังอยู่ว่าท่านจะ ลงท้ายอย่างไรนะครับ ยังฟังไม่ทันจบครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์กรุณาจบได้นะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

อีก ๑๖ วินาที ท่านครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่นอกเรื่องนานนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ไม่นอกเรื่องครับ อันดับที่ ๑ อดีตประธานาธิบดีของประเทศเยอรมัน อันดับที่ ๒ นายกรัฐมนตรีของประเทศสเปน อันดับที่ ๓ เป็นประธานาธิบดีของประเทศไนจีเรีย ปี ๑๙๙๙ ถึงปี ๒๐๐๗ อันดับที่ ๔ โจเซฟ เอสตราดา เป็นอดีตประธานาธิบดีของประเทศฟิลิปปินส์ ปี ๑๙๙๘ ถึงปี ๒๐๐๑ ทีนี้มาถึง อันดับที่ ๕ ลําดับผู้นําเลวที่สุดในโลกเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยครับ ไม่ต้อง บอกชื่อครับ ไปอ่านดูในวอชิงตัน โพสต์ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมว่าจบ ๆ นะครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ ผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้คอยชี้แจงการนําเสนอญัตติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านรัฐมนตรีนิพิฏฐ์อภิปรายได้น่ารักมาก หมอดูต้องตกงานกันหมด เพราะท่านคาดคะเน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แล้วพาดพิงถึงผม ประชาชนจะได้รู้กันเสียทีว่าจริง ๆ แล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แล้วท่านพูดดีมากนะครับ ธรรมะออกจากปากโจรนี่ใช้ไม่ได้ ธรรมะ มันต้องออกมาจากนักพรต นักบวช แต่ก่อนจะถึงบรรยากาศเครียด ๆ ผมขอใช้เวลาตรงนี้ เป็นเวลาของคณะรัฐมนตรี ของรัฐบาล

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรี จะใช้เวลาในการอภิปรายชี้แจง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ตอนนี้ครับอภิปราย แต่เดี๋ยวพาดพิงก็มาใช้เวลาในพาดพิง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่พาดพิงนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ตอนนี้ไม่พาดพิงครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี 🔗

คือตั้งแต่เมื่อวานนี้ เมื่อเช้า สาย บ่าย เย็น คําก็ว่า เช็คแบลงก์ คําก็เช็คเปล่า ในฐานะที่ผมนําเสนอ ผมขออนุญาตชี้แจงประเด็นนี้ครับ เพราะที่อภิปรายกันมามี ๓ เรื่อง

๑. อย่าแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เราบอกว่านี่แก้รัฐธรรมนูญ มันคนละเรื่อง

๒. ไม่เกี่ยวข้องในหมวดพระมหากษัตริย์ มาตรา ๒๙๑/๑๑ พารากราฟ (Paragraph) ที่ ๕ ถ้าหากไปทําให้ไม่ดี พารากราฟที่ ๖ รัฐสภาวินิจฉัยตกไป หรือยืนยัน อีกครั้งหนึ่ง รัฐบาลไม่ทําอย่างที่หลายคนห่วงใย แต่เรื่องเช็คเปล่า ผมอยากจะกราบเรียนว่า ทําไมเราต้องยกร่างรัฐธรรมนูญโดยให้มี สสร. ทั้ง ๆ ที่เรามีอํานาจทําเอง บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ปัจจุบันก็ให้ได้ ถ้าทําเองพวกปากหอยปากปูก็บอกว่ารวบอํานาจ ชนะมาแล้วทําตามอําเภอน้ําใจ เราก็บอกอย่ากระนั้นเลย แล้วผมเองนี่ไปหาเสียงทางจังหวัดสกลนคร มาจังหวัดศรีสะเกษ มาจังหวัดมหาสารคามว่าชนะเลือกตั้งครั้งใหญ่เมื่อไรจะยกร่าง แก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ให้มี สสร. ในพรรคก็ติดหูติดตา พอแถลงนโยบาย นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ผม ผมก็แถลงว่าจะให้มีการเลือก สสร. ๗๗ คน ๗๗ จังหวัด ๒๒ คน นักปราชญ์ราชบัณฑิต ไม่ได้มีประเด็นอื่นเลยครับ ท่านจะไปวิตกจริตอย่างไร นั่นเป็นความคิด แต่พวกผมไม่ได้คิด จึงขออธิบายว่า

๑. รัฐบาลมีความประสงค์จะให้ สสร. มีอิสระในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังจะเห็นได้ว่าตามมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคสอง บัญญัติว่า ในการจัดทําร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญอาจนํารัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งที่เห็นว่ามีความเป็นประชาธิปไตยสูง มาเป็นต้นแบบในการยกร่างก็ได้ เห็นไหมครับ รัฐบาลล็อกสเปกเฉพาะที่บัญญัติใน มาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า กล่าวคือร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ จะกระทําไม่ได้ ล็อกสเปกอันเดียว อันอื่นไม่มีครับ

๒. ต่อมาก็เหตุผลที่ สสร. ต้องมีความเป็นอิสระ ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ รัฐบาลภายใต้การนําของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีจุดประสงค์ให้ร่างรัฐธรรมนูญมีที่มาจาก เจตนารมณ์อันแท้จริงของประชาชนโดยผ่านตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของ ประชาชนคือ สสร.

๓. เหตุที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่กําหนดให้ ส.ส. และ ส.ว. เข้าไปเกี่ยวข้อง ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งเมื่อร่างเสร็จแล้วไม่ต้องนําเสนอขอความเห็นชอบจาก ส.ส. หรือ ส.ว. ก็เพราะ ส.ส. และ ส.ว. มีส่วนได้เสียโดยตรงจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากให้ ส.ส. และ ส.ว. เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น กําหนดที่มาของคุณสมบัติ การขาดคุณสมบัติ รวมทั้ง การยุบพรรคการเมืองของนักการเมืองก็ไม่สมควรเพราะมีผลประโยชน์ทับซ้อน

๔. ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงไม่ได้ล็อกสเปก แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ สสร. ได้พิจารณาโดยอิสระ ปราศจากการครอบงําและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

๕. ที่ท่านทั้งหลายอ้างว่าตีเช็คเปล่า ไม่จริงหรอกครับ เพราะหาก สสร. ร่างรัฐธรรมนูญไม่ดี เมื่อมีการนําร่างรัฐธรรมนูญไปดําเนินการออกเสียงประชามติ ตามมาตรา ๒๙๑/๑๓ วรรคสอง หากประชาชนไม่เห็นชอบ ประชาชนย่อมมีอํานาจฉีกเช็คทิ้ง ทําให้ร่างรัฐธรรมนูญตกไป ฝ่ายค้านหรือใครก็ตามไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ นี่ผมขอชี้แจง รอบสุดท้าย ส่วนท่านสมาชิกรัฐสภาไม่เข้าใจไม่เป็นอะไรครับ วันนี้ผมชี้แจงเอาคะแนนเสียง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลางและคนกรุงเทพมหานคร บางส่วนจะได้หูตาสว่างขึ้น จะได้ชัด ท่านไม่เชื่อไม่เป็นอะไร

เอาละ ทีนี้มาถึงพาดพิง ท่านรัฐมนตรีนิพิฏฐ์บอกว่าหลังปฏิวัติเอแบคโพลล์ คนเห็นด้วยเปอร์เซ็นต์สูง ท่านช่วยบอกอีกสักนิดสิครับว่าท่านก็เห็นด้วยในการปฏิวัติ เปล่าครับ ผมไม่ได้บอกนะครับ ผมไม่ได้บอกว่าท่านพูดว่าท่านเห็นด้วย ท่านบอกว่าเอแบคโพลล์ คนเห็นด้วย ถ้าคนเห็นด้วยเยอะ ๆ เดี๋ยวผมนั่ง คุณนิพิฏฐ์ยืนขึ้นสิ ว่าปฏิวัติ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านเห็นด้วย ไม่ได้บังคับ แต่อยากให้ท่านแสดงจุดยืน เพราะท่านเอาเรื่องเอแบคโพลล์มาพูด คนเห็นด้วยเยอะ ๆ ท่านเอาด้วยสิ บอกเลย เห็นด้วยในการปฏิวัติ แต่ไม่บอกก็แล้วแต่ท่าน ทีนี้ท่านพูดว่ามีการแทรกแซง กกต. และมีการฟ้องร้อง กกต. ท่านประธานที่เคารพ ท่านนิพิฏฐ์ก็เป็นนักกฎหมายเหมือนผมเป็น คดีนี้เป็นคดีแรกในประเทศไทยที่รัฐเสียหายแล้ว เอกชนไปฟ้องแล้วศาลรับซึ่งเป็นดุลยพินิจ แต่ไม่เคยมีมาก่อน เรื่องนี้การกระทําของ กกต. ถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และผู้เกี่ยวข้องไม่ได้ฟ้อง คนฟ้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง แต่ศาลรับแล้ว มีการตัดสินก็เป็นดุลยพินิจของศาล แต่ผมมาบอกให้ประธานรัฐสภาทราบว่ามันเป็น กรณีพิเศษ สเปเชียล เคส (Special case) จริง ๆ ไม่เคยมี ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมอยู่ ๑ ปีกว่า เรียนกฎหมายก็มีเพื่อนเยอะ มานั่งตั้งวง ถกกัน แม้กระทั่งผู้พิพากษาหลายคนยังตกใจว่าคดีนี้เป็นอย่างนี้ก็ไม่เป็นอะไร แล้วไปแล้ว แต่ต้องบอกให้หมด ต้องบอกให้ครบ ท่านบอกว่าพวกผมเหมือนจะรื้อองค์กรอิสระ ยังไม่รู้เลยครับ สสร. เขาจะร่างอย่างไร อํานาจอธิปไตย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ แต่พวกผมนิยมตุลาการ ที่ตรวจสอบได้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองผมนิยม เพราะมีคดีหนึ่ง ก็เลือกกันทีหนึ่งจากที่ประชุมใหญ่ คนไหนมีพฤติกรรมไม่ดีก็ร้องเรียนได้ ศาลก็เปลี่ยนให้ ถ้ายังไม่ดีร้อง กกต. ผมนิยม ไม่รังเกียจ แต่บางหน่วยงานที่ทําหน้าที่พิพากษามีจํานวนเท่าไร เท่านั้น ร้องไปก็ไม่ได้ ใครก็ควบคุมไม่ได้ อินดิเพนเด้นท์ (Independent) อย่างนี้พวกผม ไม่เกี่ยวบอกกันตรง ๆ อํานาจอธิปไตยมันต้องนิติบัญญัติโดยรัฐสภา บริหารโดย คณะรัฐมนตรี ตุลาการโดยศาล แล้วศาลต้องอยู่ภายใต้การกํากับของคณะกรรมการตุลาการ และศาลที่ถูกร้อง ศาลต้องเปลี่ยนให้ได้ ถ้าอย่างนั้นกระผมนิยม ถ้าท่านยังออกมาบอกอีกว่า ถ้าเกิด สสร. ไปยกเลิก มาตรา ๓๐๙ เอาละ ท่านไม่ระบุก็เป็นที่รู้ คนนั้นจะได้ประโยชน์ คนนี้จะได้ประโยชน์ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ หลังจาก คมช. ปฏิวัติในบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๗ เขาได้นิรโทษการกระทําความผิดทั้งหมดให้คณะปฏิวัติ แปลว่าจบแล้ว แต่มาตรา ๓๐๙ กลับมาเขียนว่าการใดที่กระทําก่อนการปฏิวัติรัฐประหาร ถือว่า ไม่มีความผิด และการใดที่จะทําต่อไปก็ไม่ถือว่าเป็นความผิด ตั้งแต่มีประเทศไทย ตั้งแต่มี รัฐธรรมนูญไทย ปฏิวัติกี่รอบเขาออกครั้งเดียวครับ ถ้าใครนิยมก็ว่าไป แต่ผมไม่นิยม แต่ สสร. จะเอาอย่างไรก็แล้วแต่และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมันเป็นกฎหมายปกครองสูงสุด มันไม่ใช่เป็นกฎหมายยกเลิกโทษ เว้นโทษให้ใคร ผมรับกับท่านประธานรัฐสภาตรง ๆ ขอบคุณคุณนิพิฏฐ์ที่ยุยงผมให้เตรียมยื่นพระราชบัญญัติปรองดอง ผมเอาแน่ ผมรอเวลา เท่านั้นละครับ เพราะไปหาเสียงนี้ผมพูดเอาไว้

๑. ปราบยาเสพติด พวกผมทําใช้ได้พอสมควร ไม่ได้เกี่ยวกับพวกท่านก็ถือว่า พอสมควร โพลล์ออกมาว่าอันดับหนึ่ง ๆ

๒. แก้ปัญหาเศรษฐกิจ

๓. ขจัดการทุจริต

๔. สร้างความปรองดองในบ้านเมือง เหตุการณ์ทะเลาะเบาะแว้งมาถึงวันนี้ มันควรจะจบได้แล้วและไม่ออกอภัยโทษ ไม่ออกนิรโทษ จะออกเป็นพระราชบัญญัติปรองดอง ผมเขียนเองนะครับ ๖ มาตรา แต่ยังไม่บอกคุณนิพิฏฐ์ ให้คุณตื่นเต้น รอไปก่อน และผมจะทําให้ทุกภาคส่วน จบกันที ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองไม่จบ ขนาดผมถูกบีบคั้นขนาดไหน พวกผม ผมยังชนะเลือกตั้ง ผมเป็นรัฐบาลถูกยุบพรรค ขอประทานโทษพูดไปก็ไปแทงใจดํา ไม่พูดก็ทางการเมืองผมเสีย เสียครับ ท่านก็บอกว่าต้องดูพฤติกรรมว่าใครรักประชาธิปไตย ท่านไม่ได้บอกว่าผมไม่รักครับ แต่ผมต้องพูดสิครับ ผมรักประชาธิปไตย รักพรรคเพื่อไทย รักประชาธิปไตยไม่น้อยกว่าพรรคประชาธิปัตย์ ชนะเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลได้ พอยุบพรรค พวกผมก็ไปอยู่กับท่านก็ไม่ว่ากัน ท่านก็เป็นรัฐบาล ๒ ปี ๗ เดือน พวกผมก็ขมขื่น ประชาชน เขาเจ็บปวด เอาละพอ ๒ ปี ๗ เดือน เลือกตั้งใหม่ เพราะความเจ็บปวดของประชาชน เพราะประชาชน เขารู้ว่าพรรคไหนเป็นพรรคประชาธิปไตย ประชาชนก็เลยเลือกพวกผมมา ๒๖๕ ที่นั่ง เราก็ไปสัญญาไว้เยอะเราก็จึงได้มาเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ถามว่าพวกผมรักประชาธิปไตยไหม รัก และวันใดก็ตามถ้าแพ้เลือกตั้งก็เป็นฝ่ายค้าน ผมเป็นคนหนึ่งที่เล่นการเมืองมีความสุข จะตายไปถ้าผมเป็นฝ่ายค้าน เป็นรัฐบาลสิไม่ค่อยได้พูด นี่ต้องขออนุญาตเขา ท่านประธาน รัฐสภาที่เคารพ นักการเมืองใหม่ ๆ อาจจะจําไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมือง ที่โชคดีที่สุด เลือกตั้งปี ๒๕๓๙ แพ้คะแนนหรือ ๒ คะแนน พี่ชวนของผมเยี่ยมไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง พลเอก ชวลิต มาเป็นรัฐบาลได้ ๑๐ เดือน ม็อบสีลมเต็มหน้าสภานําโดยไอ้หน้าแหลมฟันดํา

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ รู้สึกจะเลยไปไกลนิดหนึ่งนะครับ กรุณาอยู่ในประเด็นนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ก็นี่ในประเด็นอย่างไรครับ ประเด็นของความรักประชาธิปไตย พอเสร็จเรียบร้อยก็มีงูเห่าภาคหนึ่ง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาลผมก็ไม่ว่า ก็มาเป็นฝ่ายค้านนั่นงูเห่าภาคหนึ่ง พอยุบพรรคพลังประชาชนงูเห่า ภาคสองก็ไม่ว่าประชาธิปัตย์ก็เป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้นขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ รักประชาธิปไตย ไม่ฝักใฝ่เผด็จการ ไม่อิง ขอเป็นเพื่อนขอเป็นพวก ไม่อิงไม่อบไออุ่น เพราะพวกผมมีไออุ่นพออยู่แล้ว ผมเข้าใจว่าท่านมีวิปจะแปลความไปอย่างนั้นอย่างนี้อะไรก็แล้วแต่ ผมคิดดีแล้วทําดีมาทั้งชีวิต คนในพรรคประชาธิปัตย์เก่า ๆ รู้จักผมดี ผมไม่เคยทุจริต ถ้าผมไม่คิดดีทําดี ผมจากนายสิบกองทัพบก แต่ผมมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี ๖ สมัย ๗ สมัย แล้วอุตส่าห์มาเรียนจนจบปริญญาเอก ถ้าผมชั่วมาไม่ถึงวันนี้ เพราะฉะนั้น ถ้าผมจะคิดนําใครเข้าประเทศก็เป็นสิทธิของผมถ้ากฎหมายมันผ่านรัฐสภา ถ้ายังไม่ผ่าน ยังมีปัญหาก็ยังไม่ถึงวันนั้น ผมดูบริบท ผมดูสถานการณ์ คนที่เกลียดพวกผมอยู่อย่างไร ก็ไม่รักหรอก คนที่เกลียดพวกท่านอย่างไรก็ไม่รักมันก็ธรรมดา มาจอริตี้ ไรท์ ไมนอริตี้ รูล มันต้องมีหลักมีเกณฑ์ ไม่ใช่พอท่านชนะเลือกตั้งประชาชนศรัทธา พอพวกผมชนะเลือกตั้ง ก็มีการกล่าวหาว่าซื้อเสียงอย่างนี้มันไม่จบ ท่านประธานรัฐสภา สมัยผมเข้าพรรคประชาธิปัตย์ หาเสียงแทบตายก็รักกันชอบกัน แล้วออกมาก็ไม่ได้ทะเลาะกัน มันเป็นวิถีทางทางการเมือง ทีนี้มาอีกอันเดียวผมเรียนท่านว่าการที่ผมจะดําเนินการทางการเมืองอย่างไร ผมไม่กล้า บ้าอํานาจครับ เพราะผมไม่ใช่คนรูปหล่อ ผมขี้เหร่ครับ ไปยืนเทียบเคียงอยู่ข้างหน้า พรรคประชาธิปัตย์ผมเป็นรองแล้วนะครับ เอาคนศรัทธาท่านมากับผมนี่ อันนี้ผมเข้าใจ แต่เมื่อผมรณรงค์หาเสียงไว้ทั่วประเทศ ผมนั่งรถ ๒๗๐,๐๐๐ กิโลเมตร รับปากชาวบ้านเขาไว้ ถึงเวลาผมต้องทํา แต่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมาย ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

สั้น ๆ นะครับ ท่านนิพิฏฐ์ครับ เดี๋ยวเรามีเวลาเริ่มจะน้อยลงแล้วนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ผมขอใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมได้พาดพิงถึง กระผมนะครับ เอาเฉพาะส่วนที่ท่านตั้งคําถามผมนะครับ ถ้าผมไม่ตอบเดี๋ยวผมจะเสียหาย ตอบคําถามข้อแรกนะครับ ท่านถามผมว่า พาดพิงมาว่าให้ผมตอบว่าผมเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย กับการยึดอํานาจ ตอบท่านเสียเลยนะครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ท่านรัฐมนตรีเฉลิมครับ ท่านเคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ประชาธิปัตย์ แปลว่า ผู้บําเพ็ญประชาธิปไตยนะครับ เรายึดหลักนี้ครับ และท่านจะเห็นว่าเมื่อมีการยึดอํานาจท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดในวันแรกเลยครับว่าให้รีบคืนอํานาจให้กับประชาชน ถ้าเราเห็นด้วย เราจะพูดอย่างนั้น ทําไมละครับ นี่คือเจตนานะครับ นี่คืออุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยครับ ท่านครับ แล้วก็ต้องรีบคืนอํานาจให้กับประชาชน ผมตอบคําถามท่านครับ

เรื่องต่อไปครับที่ท่านพูดแล้วก็อาจจะทําให้พรรคประชาธิปัตย์หรือผม เสียหาย ความจริงผมอยากเริ่มต้นเรียกท่านว่าดอกเตอร์ แต่มันไม่สมศักดิ์ศรีถ้าพูดอย่างนั้น เพราะท่านไม่รู้กฎหมายจริง ท่านยังไม่รู้หรือครับว่าที่พรรคเพื่อไทยเขาถูกยุบเป็นเพราะอะไร ท่านไม่รู้จริง ๆ เดี๋ยวผมให้ท่านเลยนะครับ จริง ๆ เพื่อประเทืองความรู้ของท่านนะครับ ท่านครับ มีตัวละคร ๒ คนครับที่ทําให้พรรคไทยรักไทยถูกยุบ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านนิพิฏฐ์ครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านครับ นิดเดียวครับ ไม่อย่างนั้นจะกล่าวหาผมเสียหายครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ช่วยสรุปนะครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ผมสรุปครับ พลเอก ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา และนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล นี่อย่างไรครับ ๒ คนนี้ครับ ทําให้พรรคเพื่อไทยถูกยุบครับ สั้น ๆ นะครับ เหตุผลนะครับ การกระทําของ พรรคไทยรักไทยเข้าหลักเกณฑ์ที่ถือได้ว่าเป็นการได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ หรือขัดต่อกฎหมาย หรือเป็นการขัดต่อความสงบหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ท่านครับ ๒ ท่านนะครับ ไม่ใช่เกี่ยวกับผมนะครับ เท่านั้นละครับคําตอบเรื่องที่ ๒ นะครับ

ท่านครับ เรื่องไออุ่นทหารหรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านลืมไปแล้วหรือครับ เวลา สภานี้เลือกนายกรัฐมนตรีนี่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ของผมไม่ได้แข่งกับหัวหน้าพรรคท่าน นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ไม่ได้แข่งนายกรัฐมนตรีกับพรรคเพื่อไทย ท่านจําได้นี่ เขาไม่ได้เสนอท่านเสียด้วยซ้ํา ท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แข่งนายกรัฐมนตรีในสภานี้ ผ่านการเลือกตั้งจาก ส.ส. แข่งกับใครครับ แข่งกับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก พรรคเพื่อแผ่นดินครับ พรรคท่านมี ส.ส. ตั้งเยอะแยะไม่มีใครกล้ามาเสนอแข่งนายกรัฐมนตรี ผมไม่ได้เป็นศัตรูกับท่านเลย ไม่ได้แข่งกับพรรคของท่านเลย ท่านลืมง่ายจังเลยครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายนะครับ ผมไม่เคยกล่าวหาว่าท่านชั่วเลย นะครับ นี่พูดกันตรงไป ผมนับถือท่านนะ ผมนับถือท่านเหมือนผมนับถือท่านนายกรัฐมนตรีสมัคร ผมชอบท่าน ท่านก็ลูกผู้ชาย และผมก็ไม่กลัวท่าน ผมไม่เคยกล่าวหาท่านว่าท่านชั่ว แต่ท่านกล่าวว่า ท่านเคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านพูดอย่างนี้หลายครั้ง ให้ความเห็นผม หน่อยสิครับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ร้อยตํารวจเอก เฉลิมให้ความเห็นหน่อยสิครับ ในคดีของอดีตหัวหน้าพรรคท่าน อ้าย ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ที่หน้าบัลลังก์ศาลคืออะไร ฟังความเห็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมหน่อยสิ คนของท่านนะครับถูกศาลตัดสินจําคุก เอาเงินไปให้ศาล ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท นั่นคืออะไรครับ พรรคผมไม่เคยทําครับ ถ้าคนทําอย่างนั้น ชั่วครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านเฉลิมนิดเดียวนะ ต่างคนต่างก็พูดกันพอสมควรแล้ว

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผมว่าท่านนิพิฏฐ์อาจจะฟังผมพูดแล้วอิน (In) ไปหน่อย เริ่มสุ่มสี่สุ่มหก ท่านไม่ต้องเรียกผม ดอกเตอร์ อย่างไรผมก็เป็นดอกเตอร์ เรียกไอ้เหลิม เรียกอะไรก็ได้ทั้งนั้น ก็ผมจบปริญญาเอกมา ๕ ปี ๖ เดือน ผมไม่ได้พูดเรื่องยุบพรรค ท่านอภิปรายว่ามีคนแทรกแซง กกต. จน กกต. ต้องติดคุก หลับหรือ ผมไม่ได้บอกว่ามีธรรมรักษ์ มีใครต่อใคร ผมไม่ได้พูด ท่านบอกว่า มีคนแทรกแซง กกต. แล้ว กกต. ก็ติดคุก ผมเลยมาบอกคดีนี้เป็นคดีแรก แทบจะในประเทศไทย ผมมีเพื่อนฝูงเป็นผู้พิพากษาเยอะแยะว่าเมื่อคดีรัฐเสียหาย แล้วส่วนบุคคลไปฟ้อง แล้วศาลท่านรับ ซึ่งเป็นคดีพิเศษ ซึ่งก็เป็นดุลยพินิจของศาล ผมก็พูดเท่านั้น ท่านจะว่าผมชั่วหรือไม่เป็นสิทธิก็ว่าผมชั่ว ถ้าผมไม่ชั่ว มันก็ไม่ชั่ว ถ้าผมชั่วท่านว่าดี ผมก็ไม่ดี แต่ในความเป็นจริง ถ้าพูดไปเดี๋ยวก็สภาป่วน ป่วนจริง ๆ ที่บอกว่าไม่ได้แข่งกับพรรคผมอะไรนี่ เด็กอายุ ๘ ขวบเขาก็รู้ว่ารัฐบาลชุดที่แล้ว ไปตั้งที่ไหน ขอบคุณครับท่านประธาน

(นายพิชิต ชื่นบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านมีอะไรครับ

นายพิชิต ชื่นบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผม พิชิต ชื่นบาน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมประท้วงผู้ที่อภิปรายใส่ร้ายเสียดสี ผมรู้ว่าเขามุ่งที่จะกล่าวหาผมเรื่องเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท การที่เอาเคราะห์กรรมของคนที่ ผมคิดว่าในชีวิตผมไม่ได้รับความเป็นธรรมมากล่าว ข้อที่ ๑ วันนี้ผมเห็นว่าเขาคงอารมณ์ค้าง จากการที่ผมไปแจ้งความ ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีไปแจ้งความดําเนินคดี พรรคที่แทรกแซงศาลและถูกศาลตําหนิถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็คือ พรรคประชาธิปัตย์มีหนังสือชัดเจนนะครับว่าคุณทศพล เพ็งส้ม เดินทางไปศาลรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตครับท่านประธาน พรรคเพื่อไทยไม่เคยมีหนังสือถูกตําหนิเหมือน พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านพิชิตครับ

นายพิชิต ชื่นบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านครับ ผมเสียหายครับท่าน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านพิชิตครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านเสียหายตรงไหนครับ

นายพิชิต ชื่นบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

เสียหาย เพราะว่าผมยืนยันได้ว่าการที่เขากล่าวในวันนี้ เขาต้องการให้เห็นว่าผมถือเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมเคยประท้วงผู้อภิปรายมาครั้งหนึ่งแล้วว่าไปอ่านคําวินิจฉัยให้ดี ๆ อย่าแกล้งปัญญาทึบ อย่าแกล้งหาเศษหาเลย วันนี้เราต้องพูดกันให้ดี ถ้าคุณข้องใจ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านพิชิต ผมเข้าใจแล้วครับ

นายพิชิต ชื่นบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมขออย่างนี้ครับ ท่านครับ ผมถือว่าเรื่องนี้ข้อที่ ๑ ไม่มีใครเอาเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาทไปให้ศาล เขากล่าวเท็จ ไม่มี ต้องถอนคําพูดนะครับ ไม่มีใครให้เงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปให้ศาลนะครับ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยแล้วก็ให้เขาถอนคําพูดครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมวินิจฉัยนะครับ อันที่จริง เมื่อกี้ก็ไม่ได้เอ่ยชื่อใครนะครับ แล้วก็ผมฟังอยู่ แล้วก็ท่านได้ชี้แจงแล้วนะครับ พอดีกันแล้ว ละครับท่าน พอแล้วนะครับ ท่านได้ชี้แจงหมดแล้วเมื่อกี้

นายพิชิต ชื่นบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมยังติดใจ สุดท้ายผู้นําที่เลวครับ อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลที่นั่งอยู่ในห้องนี้ไหมครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นไรครับท่าน ท่านนิพิฏฐ์ ไม่เป็นไรครับ ท่านไม่ได้พูดอะไรอยู่แล้วครับ เมื่อกี้ผมฟังอยู่นะครับ เชิญท่านนั่งเถอะครับ จบเถอะครับท่าน อย่าพูดต่อเลยครับ มันก็ยาว ท่านจะพูดเรื่องอะไรครับ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ครับ ผมตอบคําถาม ท่านพิชิตนิดเดียวครับ ท่านถามว่าอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นอยู่ในประเทศไทยอยู่ในห้องนี้ หรือเปล่า ผมบอกว่าอดีตรัฐมนตรีที่จะเป็น ๑ ใน ๕ ผู้นําที่เลวที่สุดในโลกนี่นะครับ เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยและไม่ได้อยู่ในสภานี้ครับ เท่านั้นละครับ ขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

จบนะครับ ขอบคุณจริง ๆ ที่ผมอยากจะพูดอย่างนี้ตั้งแต่ผมขึ้นมานั่งนี่นะครับผมฟังแล้วก็เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันดีมาก นะครับ ก็เรียบร้อยมาตลอด ขณะนี้ห้าโมงครึ่งเราคงเหลือเวลาอีกไม่มากนักนะครับ อยากจะ ขอความกรุณาให้บรรยากาศเป็นไปอย่างที่ผ่านมาเถอะครับ กรุณาอยู่ในประเด็นแล้วก็ ไม่สะกิดสะเกาพาดพิงให้ต้องประท้วงกันนะครับ ต่อไปเชิญท่านจตุพร พรหมพันธุ์ ๓๐ นาที นะครับท่าน เชิญครับท่านครับ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานก่อนนะครับว่าวิปรัฐบาลเขาจะทําเวลาแก้ไข เพิ่มเติมเป็น ๔๕ นาทีนะครับ ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานนะครับว่าการอภิปราย เพื่อสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๙๑ ในวันนี้นั้น ผมเชื่อว่าความจริงแล้ว ถ้ารัฐบาลภายใต้การนําของพรรคเพื่อไทยนั้นคิดในมิติของการลุแก่อํานาจ โดยไม่สนใจ ฟังเสียงประชาชนก็จะได้ใช้อํานาจหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ คือใช้จํานวนเสียงในสภา แล้วก็มีการแก้ไขเหมือนกับการแก้ไขเมื่อปีกลายที่ผ่านมา แต่พวกเรานั้นได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่าสถานการณ์ทางการเมืองของพวกกระผมนั้น ไม่มีความมั่นคงทุกเวลา ไม่ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันในวันนี้ อีก ๑ เดือนข้างหน้า อีก ๒ เดือน ๓ เดือน ๖ เดือนข้างหน้า มีค่าเท่ากันหมด แล้วก็สุดท้ายฝ่ายคัดค้าน ฝ่ายที่พูดคําว่า จะเสียบรรยากาศการปรองดอง ก็จะมีสภาพไม่แตกต่างจากวันนี้เลยท่านประธาน ผมกราบเรียน กับท่านประธานว่าพวกกระผมเองได้มีการพูดคุยกับพี่น้องประชาชนที่ได้เสนอร่าง ๓ ร่าง ไม่ว่าภาคอีสาน ภาคเหนือ และในส่วนกลางของพี่น้อง นปช. บอกว่าให้เข้าใจสภาพรัฐบาลเถอะ ว่าเราไม่รู้ว่าจะเกิดสถานการณ์อะไรในภายภาคหน้า คําว่า ผลไม้พิษ นี่นะครับ ที่เป็นต้นเหตุ ของการยึดอํานาจแล้วออกผลผลิตกันมา บางพวกกินแล้วตาย บางพวกก็กินแล้วรอด เพราะเจ้าของสวนจะไปมอบยาแก้ ถ้ารู้ว่าคนนั้นเป็นพวกของตัวเอง ถ้าไม่ใช่พวกของตัวเอง เช่น รัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช อันเป็นผลหลังจากการยึดอํานาจจาก พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แล้ว คมช. ไปตั้ง สสร. ชุดหนึ่งร่างรัฐธรรมนูญ ผมบอกเวลานั้นเลยว่าประเทศไทยเรา มีการปกครองเป็น ๑ ประเทศ ๒ ระบบ ระบบหนึ่งก็คือให้เห็นว่าเป็นประชาธิปไตย นั่นคือ มีการเลือกตั้ง แต่อีกระบบหนึ่งซึ่งซ้อนอยู่ นั่นคือเผด็จการ และกลไกของเผด็จการนั้น จะมีอํานาจเหนือมากกว่าประชาชน ผมเรียนกับท่านประธานนะครับว่าผมอธิบายความกับ พี่น้องประชาชนว่าเราดูตัวอย่างว่าร่างของ คปพร. ซึ่งเวลาเริ่มต้นของการอภิปรายมาตรา ๒๙๑ เขาบอกว่าทําไมไม่รอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนก่อน ร่าง คปพร. ที่คุณหมอเหวง และคณะนี่นะครับยื่นเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ถูกดองเป็นวาระเร่งด่วนที่หนึ่ง ถึงระยะเวลา ๓ ปี เมื่อมีการหยิบยกการพิจารณาเพื่อจะหยิบยกเลื่อนในแต่ละครั้งนั้น ผมบอกกับสภาแห่งนี้ว่าถ้าจะไม่รับก็ควรจะคว่ําร่างของประชาชนเสีย แต่อย่าหลอก ประชาชนเมื่อเวลามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าประชาชนมีส่วนร่วมที่จะเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขกฎหมาย แก้ไขพระราชบัญญัติ สามารถยื่นถอดถอนใครก็ได้ เพราะเมื่อเวลาประชาชนเขา เข้ามายื่นถ่วงรั้งไว้เป็นระยะเวลา ๓ ปี แล้วถึงเวลาที่ตัวเองมีความพร้อมต้องการมาตรา ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ความจริงนั่นละครับคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง ก็ไม่ได้ สนใจเลยครับ ก็คว่ําเอา คว่ําเอา คว่ําเอา เพราะฉะนั้นผมเรียนกับพี่น้องประชาชนว่าเราไม่รู้ว่า สถานการณ์อะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า นายสมัคร สุนทรเวช อยู่ได้ ๗ เดือน ก็ถูกอย่างที่ว่า ผมว่าถูกกติกาอีกระบอบหนึ่ง นั่นคือกลไกของศาลรัฐธรรมนูญเวลานั้น ก็ไปคว่ําในประเด็นของ การทํากับข้าว ตีความโดยอาศัยพจนานุกรมเรื่องลูกจ้าง ซึ่งถ้าตีความตรงกัน ในศาลรัฐธรรมนูญ ในองค์กรอิสระ ถ้ามาตรฐานเดียวกันก็เหลือเพียงแค่ไม่กี่คน แต่กลไกนี้ ทําอะไรก็ได้ครับท่านประธานที่เคารพ ต่อมา นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ๒ เดือนครึ่ง ไม่มีโอกาสแม้จะเหยียบทําเนียบรัฐบาลแม้แต่เพียงวันเดียว เวลาไม่เคยคอยท่าครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยนั้น ผมไปบอกกับบรรดาหมู่มิตรในพรรคร่วมรัฐบาลว่า เราไม่มีอํานาจอื่นใดที่จะเป็นหลังพิงให้กับรัฐบาลนี้ เรามีเพียงอํานาจของประชาชนเท่านั้น ที่จะเป็นหลังพิงเดียว เพราะฉะนั้นถ้าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางให้ได้ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าว่าตามภูมิรัฐศาสตร์ตามที่มีการอธิบายความกันว่าพรรคการเมือง ไปล็อกสเปก สสร. หรือเปล่า ถ้าอย่างนั้นตั้งแต่จังหวัดราชบุรีจนถึงจังหวัดนราธิวาส ก็พรรคฝ่ายค้านก็ครอง แสดงว่าตรงนั้นล็อกสเปกโดยพรรคฝ่ายค้านใช่ไหม จังหวัดสระบุรี เลี้ยวขวาไป พรรคกระผมเป็นเสียงส่วนใหญ่ พวกผมล็อกอย่างนั้นหรือเปล่า ทําไมเรา ไม่เคารพคุณค่าในความเป็นประชาชนครับ เวลานี้ที่เราไม่ได้หยิบยกว่าเราจะแก้ไขมาตราใดบ้าง รู้แต่เพียงว่ามาตราที่เกี่ยวข้องกับหมวดว่าด้วยพระมหากษัตริย์นั้นเราไม่เข้าไปแตะต้อง เวลานี้ มีการอธิบายความเหมือนกับว่าการไปเลือก สสร. โดยตรงนั้นคนที่เป็น สสร. ได้รับเลือก เขาไม่ใช่เป็นคนไทยอย่างนั้น เขาเป็นคนไทยถือสัญชาติไทยและถือสัญชาติเดียวด้วย ไม่ใช่ถือ ๒ สัญชาติด้วย เพราะฉะนั้นเขาเป็นพสกนิกร เป็นประชาชนที่มีความจงรักภักดี แล้วถามสิครับว่าใครกล้าจะไปร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเพื่อไปลิดรอนพระราชอํานาจ ปรับโครงสร้างระบอบเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่เวลานี้ต้องการจะสร้างบรรยากาศแบบนี้ เพราะไม่มีประเด็นใดที่หักล้างเลย ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขไม่ได้ แล้วทําไมตัวเองแก้ไขได้ล่ะ แก้ไขมา ๒ มาตรา แต่เวลาพวกผมจะแก้จะเป็นจะตายเอามาให้ได้ อ้างว่าสวนทางกับ การปรองดอง อ้างว่าไม่รอประชาชนก่อน บางคนลุกขึ้นมาบอกว่าแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนายทุนสามานย์ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานลองถอยไปสิครับว่า เวลานี้ พยายามปลุกประเด็นต่าง ๆ เช่นว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อ พันตํารวจโท ทักษิณบ้าง พรรคการเมืองบางพรรคเอารูปอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณแล้วไปขึ้นป้ายว่าคัดค้าน การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อทักษิณ ท่านประธานเป็นประธานวุฒิสภา เป็นรองประธานรัฐสภา ท่านประธานลองนึกออกไหมครับว่าเขียนว่าอย่างไรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนายกรัฐมนตรีทักษิณ เขียนอย่างไรครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นหรือการร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องเขียนเพื่อคนทุกคน คน ๖๔ ล้านคนได้อย่างไร ท่านประธาน อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ทุกอดีตนายกรัฐมนตรี ก็ได้สิทธิอันนั้นเท่ากับประชาชน ๖๔ ล้านคน แต่ความที่ว่าวันนี้ไม่มีการพูดมาตราไหน ท่านประธาน ผมไม่ได้เถียงในแต่ละมาตรา เพราะต้องการจะไปฟังความประชาชน เพียงแต่ อธิบายความไว้เพียงแค่ว่า มาตราเกี่ยวข้องกับหมวดพระมหากษัตริย์ไม่แตะ รัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ผมไม่รู้ว่าประชาชน เมื่อ สสร. ไปฟังแล้วนั้นจะได้ ๓๐๙ มาตรา หรือจะมากกว่า หรือจะน้อยกว่า นี่ก็เป็นบรรยากาศของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมเรียนกับท่านประธานว่า ผมอยู่ในบรรยากาศของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ ถ้าท่านประธานถอยย้อนกันไป ได้สิครับว่าเรามีรัฐธรรมนูญผ่านมาแล้ว ๑๘ ฉบับ ล้มลุกคลุกคลาน มีการเลือกตั้งและมีการปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วก็มีการร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็มีการเลือกตั้ง แล้วเสร็จแล้วก็มีการปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วก็มีการร่างรัฐธรรมนูญ วนเวียนวงจรแบบนี้ เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วถูกรัฐประหาร ประชาชนเขาก็ไปต่อสู้ บาดเจ็บ ล้มตาย ได้รัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง เสร็จแล้วท่านประธานที่เคารพ มันวนอยู่อย่างนี้ ๗๐-๘๐ ปี บรรยากาศ ของประเทศไทย นับตั้งแต่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ ครบ ๘๐ ปี วงจรทางการเมืองอย่างนี้ ยังไม่พ้นจากสารบบทางการเมือง เราอยากเห็นรัฐธรรมนูญบรรยากาศประชาธิปไตย เช่นว่า รัฐธรรมนูญหลังจากเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ซึ่งมีการตรากันอย่างเป็นลําดับ เพราะเป็นบรรยากาศประชาธิปไตย เผด็จการทรราช ต้องเนรเทศตัวเองออกไปอยู่ ต่างประเทศ ท่านประธานคงจะจําสภาสนามม้าได้ เลือกกันมา ๒,๓๔๗ คน แล้วสมัชชา เลือกให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ ๒๙๙ คน มี พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นประธาน ร่างรัฐธรรมนูญที่เราบอกว่าเป็นประชาธิปไตยที่ดีที่สุด แต่รัฐธรรมนูญฉบับที่ ได้กลิ่นอายของประชาธิปไตยนั้น อยู่ได้ถึงเพียงแค่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เท่านั้นเอง นี่เป็น ประเด็นที่สําคัญครับท่านประธานที่เคารพ การยึดอํานาจในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ มันจะเป็นการอธิบายความวันนี้เลยว่า ก่อนการยึดอํานาจรัฐบาลเวลานั้นคือรัฐบาลของ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นนายกรัฐมนตรี มีการเดินทาง ของทรราชบวชมาเป็นสามเณรเข้ามายังประเทศไทย เสร็จแล้วนักศึกษาชุมนุมอยู่ใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชุมนุมประท้วง มีพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ๒ คน ไปติดป้าย ต่อต้านการกลับมาของทรราช ปรากฏว่ารุ่งเช้าถูกจับแขวนคอตายที่จังหวัดนครปฐม ท่านประธานที่เคารพ นักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เขาก็ไปจัดแสดงละคร ล้อเลียน มีฉากที่จะต้องมีการแขวนคอเพราะต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลของ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช จับกุมคนร้ายให้ได้ ปรากฏว่ามีหนังสือพิมพ์ ๒ ฉบับ คือหนังสือพิมพ์ดาวสยาม และบางกอก โพสต์ไปแต่งฟิล์ม (Film) ให้เหมือนกับองค์รัชทายาท ข้างนอกมีการปลุกระดม อย่างรุนแรงที่สุด บอกว่านักศึกษาที่ชุมนุมอยู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นคนต้องการ โค่นล้มสถาบัน มีอุโมงค์ลอด กินเนื้อหมา ใส่รองเท้าแตะ ท่านประธานที่เคารพ ปลุกระดม สร้างความชิงชัง เหมือนกับคนในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ใช่เป็นคนไทย อธิบายถึงขนาดเป็น คนญวน ต้องการโค่นล้มสถาบัน ท่านประธานที่เคารพ เช้าตรู่วันที่ ๖ ตุลาคม มีการใช้กําลัง สารพัดยิงเข้าไปใส่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีคนตายและสูญหายวันนั้น ๔๓ ศพ ศพที่ทุกคนจารจดมากที่สุด คือศพจารุพงษ์ ทองสินธุ์ นักศึกษานิติศาสตร์ชาวอําเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อถูกยิงตาย ถูกเอาผ้าขาวม้าลากไปทั่วสนามฟุตบอล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านประธานที่เคารพ แล้วศพของจารุพงษ์ไม่มีโอกาสมา ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเลย ศพนั้นก็หายไปเช่นเดียวกัน บัดนี้นะครับ พ่อแม่ของจารุพงษ์ ยังเก็บห้องของจารุพงษ์เอาไว้อยู่เหมือนกับลูกของตัวเองยังมีชีวิต ที่ผมเล่ากับท่านประธาน มาถึงตรงนี้เพราะอะไรครับ วันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ เมื่อคณะรัฐประหารใช้อํานาจโดยมิชอบ สร้างความเท็จในการยึดอํานาจ กล่าวเท็จว่านักศึกษาชุมนุมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย การแต่งฟิล์ม เสร็จแล้วก็ไปใส่ร้ายว่าเขาโค่นล้มสถาบัน ก็มีการไปแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เพิ่มโทษสถานหนักเข้าไปเลย แต่ทุกรัฐบาลเวลานั้นเขาไม่เคยมีปัญหาครับ ท่านประธานที่เคารพ เพราะทุกรัฐบาลเขาไม่เคยเอามาตรานี้ไปกลั่นแกล้งใคร นายกรัฐมนตรีคนต่อมาที่ไปรัฐประหารซ้ํา ๒๐ ตุลาคม ๒๕๒๐ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ บอกว่าเราไม่มีเวลาทะเลาะกันอีกแล้ว ท่านประธานที่เคารพ ตลอดระยะเวลากว่า ๓๐ ปี เราอยู่กันแบบนี้ จนกระทั่งมาถึงยุคที่ใครมีความคิดเห็นแตกต่างกับตัวเองก็บอกว่าพวกนั้น โค่นล้มสถาบัน พวกนั้นไม่จงรักภักดี จะแก้ไขรัฐธรรมนูญก็บอกว่าปรับโครงสร้าง พระมหากษัตริย์หรือเปล่า ล้มสถาบันพระมหากษัตริย์หรือเปล่า ลิดรอนพระราชอํานาจของ พระมหากษัตริย์หรือเปล่า ท่านประธานคงจะแลเห็นว่าเหตุการณ์การยึดอํานาจทุกครั้ง ก็ปฏิบัติการกันแบบนี้ ผมเรียนกับท่านประธานเลยนะครับว่าในซีกทางการเมืองเขามีความระมัดระวัง เขารู้ว่านี่เป็นจุดอ่อน ยึดอํานาจทุกครั้งท่านประธานลองไปดูสิครับ การจะคว่ํา การจะปราบ การจะฆ่าใครแต่ละครั้งสูตรเดียวเท่านั้น แล้วทํากันมาอย่างนี้ทุกครั้ง แล้วต่อมาก็พิสูจน์ว่า ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ต่อมาก็มีการพิสูจน์ว่ารูปภาพดังกล่าว ๒ คน ได้มีการแต่งฟิล์มจริง ประวัติศาสตร์มันอธิบายความไว้อย่างนั้น ผมเรียนกับท่านประธานว่าจนกระทั่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ถูกฉีกในวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ จนกระทั่งลากเข้าไปมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้วไปถูกรัฐประหารซ้ําในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ ในสมัย พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ท่านประธานที่เคารพ ชนวนสําคัญของการ ปราบปรามประชาชนคือเรื่องรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานที่เคารพ คณะร่างรัฐธรรมนูญ ให้ผู้นําประเทศเวลานั้นคณะผู้ก่อการรัฐประหารนั่งออกโทรทัศน์เรียงกันเป็นตับ ผู้บัญชาการ ทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ แถลงบอกกับประชาชนว่าข้าพเจ้าและพวกจะไม่รับตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ประชาชนที่เขา ชุมนุมกันอยู่เขาก็บอกว่าเอาล่ะ เมื่อเห็นกับประเทศเดินหน้า หัวหน้าพรรคการเมือง บางพรรคบอกว่าให้ไปแก้ไขกันที่สภา ท่านประธานที่เคารพ ปรากฏว่าเป็นการไปเปิดช่องเลยครับ เมื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๔ ผ่าน ปรากฏว่าเป็นอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพ คนที่พูดว่า ไม่รับตําแหน่งก็ตระบัดสัตย์ไปรับตําแหน่ง ประชาชนออกมาทวงใช้คําว่า เสียสัตย์ เจ้าตัว บอกว่าเสียสัตย์เพื่อชาติ แต่ประชาชนไม่รับฟังว่าผู้นํานั้นจะไปเสียสัตย์ ไม่ได้ นําไปสู่ความตาย ความสูญเสียในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม ๒๕๓๕ ตาย ๔๐ คน สูญหาย ๔๐ คน ท่านประธานที่เคารพ ผ่านความตายไปแล้วเราจึงได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ๒ มาตรา จาก ๔ มาตราหลัก ๆ

๑. คือนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง นั่นหมายความว่า ตัวนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งต้องไปโดยปริยาย แต่เจ้าตัวตัดสินใจลาออก เสียก่อน

๒. ประธานรัฐสภาต้องมาจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธาน ที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๔ แก้ด้วยการผ่านจากความตายของประชาชน ปี ๒๕๓๗ หลังจากเหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ เรืออากาศตรี ฉลาด วรฉัตร มานั่งอดอาหารอยู่ที่หน้าสภา เรืออากาศตรีฉลาด เป็นหมู่มิตรกับผม เรืออากาศตรีฉลาด บอกผมว่าเขาต้องการมาอดอาหาร เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับวีรชนที่ตายในเหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ แล้วเสนอประเด็น ที่มีความแหลมคมอย่างยิ่งว่าต้องการร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชนสักฉบับหนึ่ง ท่านประธานที่เคารพ เรืออากาศตรีฉลาด อดอาหารไป ผมนี่ทํางานต้องลาออกจากบริษัท มาร่วมชุมนุมร่วมกันหลายคนเวลานั้นเห็นด้วยกับแนวทางว่าเราได้รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่ ก็ได้มาจากกระบอกปืน ได้มาจากรถถัง ครั้งนี้เราจะได้จากประชาชน รัฐบาลเวลานั้น ไม่ให้การตอบรับ จะตั้งคณะกรรมการรวบรวมเรียบเรียงยกร่าง ล้มไม่เป็นท่า ท้ายที่สุด ประธานรัฐสภาเวลานั้น ท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ได้เสนอทางออกตั้งคณะกรรมการ พัฒนาประชาธิปไตย แต่ยังไม่ได้พัฒนาหรอกครับ รัฐบาลชุดนั้นไปด้วยเหตุการณ์ ส.ป.ก.๔-๐๑ เสียก่อน ท่านประธานที่เคารพ ใครจะคิดว่าการปฏิรูปทางการเมือง ท้ายที่สุดไปหล่นใส่ นายบรรหาร ศิลปอาชา คําว่า ปฏิรูปนักการเมือง ควรจะได้นักการเมืองที่โชว์ภาพพจน์ ตัวเอง แอบอ้างตัวเองว่าเป็นนักประชาธิปไตย นายบรรหาร ศิลปอาชา มาถึงทําเร็วเลย ชูธงปฏิรูปการเมืองแก้ไขมาตรา ๒๑๑ ท่านประธานที่เคารพ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๔ จนกระทั่งได้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั้น นายบรรหาร ศิลปอาชา คือคนเปิดประตูให้ มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๔ จนได้รัฐธรรมนูญฉบับธงเขียว ท่านประธานที่เคารพ ผมได้คุยกับนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน อดีตประธานกรรมาธิการยกร่างบอกว่า เอาสีเขียวมาทําอะไร สื่อความหมายอะไร นายกรัฐมนตรีอานันท์อธิบายความเวลานั้นว่า สีเขียวเป็นสีประจําสัญลักษณ์ของรัชกาลที่ ๗ เป็นการชูธงนําในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพ พรรคการเมืองนั้นเวลานั้นก็มีความต่าง คนที่ไม่เคยให้ความร่วมมือ ก็ต้องวิ่งเร็วกว่าเพื่อนเพราะตัวเองมาเห็นด้วยหลังเพื่อน เลยสนับสนุนเสียงดังมากกว่าเพื่อน ประวัติศาสตร์มันอธิบายความกันไปทั้งหมด และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีการเลือก สสร. ในปี ๒๕๓๙ นั้น ท่านประธานที่เคารพ ก็ให้คนไปสมัครในแต่ละจังหวัด แล้วให้เลือกกันเองเหลือ ๑๐ คน แล้วก็ส่งมาให้สภาเลือกจังหวัดละคน พันตํารวจโท ทักษิณนี่ละครับ ๑ ใน ๑๐ มาที่สภา สภาเลือก พลตํารวจเอก สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ พันตํารวจโท ทักษิณก็ไม่ได้เป็นสมาชิกสภา สสร. สสร. เขาไปฟังความประชาชน ท่านประธานที่เคารพ นักการเมืองเวลานั้นเห็นว่านี่เป็นสิ่งใหม่ เราไม่เคยมีองค์กรอิสระ เราไม่เคยมีการเลือกตั้งแบบเบอร์เดียว เขตเดียว เราไม่เคยมี ระบบบัญชีรายชื่อ เราไม่เคยมีกระบวนการตรวจสอบ ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ประกาศใช้วันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๐ พลเอก ชวลิตเป็นนายกรัฐมนตรีอีกเดือนเศษ ๆ ลาออกจากตําแหน่ง พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองแรกที่ได้ใช้รัฐธรรมนูญยาวนานที่สุด เกือบ ๓ ปี ท่านประธานที่เคารพ ถ้ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มันเลว มันใช้ไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ก็บริหารประเทศได้ เอากลุ่มงูเห่ามาเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล นี่ไม่ต้อง ประท้วงอะไรเพราะเห็นกันตามปรากฏเป็นข่าวก็สามารถอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่บังเอิญที่ว่าวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ปี ๒๕๔๑ พันตํารวจโท ทักษิณไปตั้งพรรคไทยรักไทยเข้า อยู่ห่างการเลือกตั้ง ๓ ปี เขาไปใช้วิธีไปฟังความประชาชน ไปจดทะเบียนเป็นพรรคการเมือง พรรคแรกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ปกตินักการเมืองจะคิดแทนประชาชน พอทาง พันตํารวจโท ทักษิณให้ประชาชนคิดแทนนักการเมืองว่าต้องการให้นักการเมือง พรรคการเมืองที่เกิดขึ้นมาใหม่นั้นเขามาแก้ไขปัญหาอะไรกับประเทศบ้าง เลือกตั้งครั้งแรก วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๔๔ จึงชนะถล่มทลาย ๒๔๘ กับ ๑๒๐ กว่าเสียง ท่านประธานที่เคารพ และใครก็ไม่คาดคิดว่าพอ พันตํารวจโท ทักษิณบริหารครบ ๔ ปี ประชาชนบอกว่า ให้ทําอะไรเสนอกลับมาเป็นนโยบายพรรค ได้รับเลือกตั้งมาเป็นนโยบายรัฐบาลนั้น ใครก็ไม่คิด คนร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่คิดว่าพรรคไทยรักไทยจะได้รับเลือกตั้งถึง ๓๗๗ ที่นั่ง พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคคู่แข่งเหลือ ๙๖ ที่นั่ง ห่างกันเกือบ ๔ เท่าตัวท่านประธาน ไม่มีใครคาดคิดครับ แต่พอจัดตั้งรัฐบาลแล้วมีการพูดกันในพรรคในรัฐบาล บอกว่าเป็นอย่างนี้ไม่ได้ รัฐบาลต้องมีการตรวจสอบ การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องใช้เสียง ๒ ใน ๕ จึงอภิปราย นายกรัฐมนตรีได้ ก็พรรคฝ่ายค้านรวมกันทั้งหมดไม่ถึง อภิปรายไม่ได้ ไม่ได้เป็นความผิดของ รัฐบาลเวลานั้นครับท่านประธานที่เคารพ แต่เพราะรัฐธรรมนูญคนร่างก็คิดไม่ถึงว่าศรัทธา ของประชาชนนั้นมันจะมาถึงปริมาณถึงขนาดนี้จะชนะพรรคลําดับที่ ๒ เกือบ ๔ เท่าตัว ท่านประธานครับ ก็มีการอธิบายความกันว่าต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กันแล้ว มาตราเรื่องการตรวจสอบยากก็ทําให้ตรวจสอบง่ายกันเสีย อะไรที่เป็นอุปสรรคให้มีการ นําเสนอ มีการนําเสนอขององค์กรต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพ ความจริงแล้วไม่จําเป็น จะต้องยึดอํานาจเลย ถ้าบอกว่าเพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มันมีปัญหาเป็นทุนสามานย์ ก็ในจํานวน ๑๐ ปี ถ้าบอกว่าเป็นทุนสามานย์ พรรคประชาธิปัตย์ก็อยู่ใน ๓ ปี พรรคไทยรักไทย ก็อยู่เกือบ ๗ ปี ผมเรียนกับท่านประธานว่าการอธิบายมุมนี้ก็คือว่าพอเดินไปนั้น พอเห็นปัญหาแล้วทุกคนบอกว่าเราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญกันแล้ว มีการยุบสภา เล่นคํากัน ท้ายที่สุดก็นําไปสู่การบอยคอต (Boycott) การเลือกตั้ง ทั้งที่ว่าถ้าการเลือกตั้งตามปกติ ได้สภาชุดใหม่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็จะได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที ท่านประธาน ลองถอยไปสิครับว่าเหตุผลในการยึดอํานาจผมเรียนกับท่านประธานว่าผมเชื่อว่าหัวหน้า คณะรัฐประหารน่าจะได้มีความซึมซับเหมือนอย่างที่กระผมได้ซึมซับ เหมือนอย่างที่ ประชาชนได้ซึมซับว่าเหตุผลต่าง ๆ ที่ถูกหยิบยกมากล่าวอ้างนั้น วันนี้มันไม่ใช่เลย แตกแยกครับ เหตุผลหนึ่งนั้นแตกแยก วันนี้สนิทกันแล้วหรือครับ ดูบรรยากาศในสภาสิครับ ความแตกแยก มันก็ยังอยู่ การแก้ไขความแตกแยกจะเอาปืนมาบังคับมันไม่ได้ มันอยู่ที่การทําความเข้าใจ และทํากติกาให้มันเท่าเทียมกัน

ประเด็นต่อมาครับ บอกว่ารัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณแทรกแซง วุฒิสภาในการเลือกองค์กรอิสระ ผลเป็นอย่างไรครับท่านประธานที่เคารพ ผลสุดท้าย เป็นอย่างไรครับ องค์กรอิสระทุกองค์กรก็ตั้งโดยหัวหน้าคณะรัฐประหารคนเดียว ทั้งที่ขบวนของ ในการจะเลือกตั้ง แต่งตั้งองค์อรอิสระแต่ละองค์กรมีการเลือกคณะกรรมการสรรหามาจากศาล ไม่ว่าศาลยุติธรรม ศาลปกครอง แต่ละองค์กรเกี่ยวข้องให้เลือกให้เหลือครึ่งหนึ่งเป็น คณะกรรมการสรรหา กระบวนการยาวเหยียดครับท่านประธานที่เคารพ แต่บอกว่าองค์กรอิสระ ถูกแทรกแซง และสุดท้ายเป็นอย่างไร ตั้งคนเดียว คนเดียวเป็นผู้ตั้ง ไม่ถูกแทรกแซง นี่เป็นความเห็นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับท่านประธานที่เคารพ แล้วท้ายที่สุด การร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ภายหลัง ประทานโทษ เหตุผลนี่นะครับผมข้ามไปนิดหนึ่ง ก็คือว่า เหตุผลบอกว่าแทรกแซงองค์กรอิสระ ความจริงก็มาปรากฏแล้วว่าท้ายที่สุดนั้น ไม่ใช่เป็นการแทรกแซงยึดอํานาจ นี่สั่งการองค์กรอิสระ ไปเลือกคนที่เป็นปฏิปักษ์ เห็นหน้า ก็เกลียด พันตํารวจโท ทักษิณ แล้ว เกลียดทางซีกกระผมแล้ว นี่เป็นองค์กรอิสระ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟัง กรณียื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ รอบ ๒๕๘ ล้านบาทนี่นะครับ วันที่ดีเอสไอส่งไปยัง กกต. ผมเป็นคนปราศรัย คนสัมภาษณ์เลยบอกว่า นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง จะต้องทําหน้าที่เป็นไปรษณีย์ส่งเรื่องไปให้ ศาลรัฐธรรมนูญภายใน ๑๕ วัน เอกสารบันทึกอยู่ในศาลก็มี บันทึกในการให้ข่าวก็มี แล้วท้ายที่สุดเป็นอย่างไรครับ ศาลรัฐธรรมนูญไปอาศัยช่องนี้ บอกว่าคดีขาดอายุความ เพราะเกิน ๑๕ วัน ท่านประธานเห็นไหมครับว่าผลไม้เป็นพิษ บางคนมันก็มียาแก้พิษ อีกฝ่ายทํามึนแล้วอ้างว่าตัวเองตงฉิน ดึงเวลาเลย ๑๕ วันไปยื่น ท้ายที่สุดปลายทาง ใช้ช่องทางนี้ทั้งที่ผมเตือนมาแล้ว ท่านประธานที่เคารพ การแทรกแซงสื่อ ท่านประธานลองดูสิครับ ในการแก้ไขสถานการณ์ในการปราบปรามประชาชน ถามว่าแทรกแซงสื่อกันหรือไม่ แม้กระทั่งของบริจาคน้ําท่วม สื่อได้หน้ามากกว่า ยังทะเลาะกับสื่อเลย อิจฉาแม้กระทั่งสื่อ ผลสุดท้ายมันไม่ได้แก้ไขปัญหาอะไรเลย แม้กระทั่งบอกว่า เรื่องคดีหมิ่นสถาบัน ท่านหัวหน้า คณะรัฐประหารคงจะจําความได้ว่า ท้ายที่สุดทุกคดีที่เกี่ยวข้องกับ พันตํารวจโท ทักษิณ อัยการสั่งไม่ฟ้องทุกคดี คนก็เชื่อไปแล้วว่าเหตุที่ยึดอํานาจเพราะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่พอยึดไปอัยการไม่สั่งฟ้องในวันที่ถูกยึดอํานาจ คณะยึดอํานาจเขาเอาอํานาจมาคืนไม่ได้ ทุกอย่างจบสิ้นกันไปแล้ว นี่คือความเจ็บปวดครับท่านประธานที่เคารพ แล้วอะไรก็ต้องการให้ลืม สิ่งที่รัฐบาลชุดที่แล้วทํามา ยกเลิกโอทอป (OTOP) เอสเอ็มแอล ก็ไปเปลี่ยนชื่อ ๓๐ บาทรักษาฟรี แต่เขาไม่เข้าใจว่าจิตวิญญาณความผูกพันนั้นมันไม่ได้อยู่ที่ว่าการให้อะไร แต่อยู่ว่าความรู้สึก ระหว่างกันนั้นได้เข้าใจกันมาหรือเปล่า ตอนมีการร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ครับท่านประธานที่เคารพ มีการพยายามอธิบายว่านี่เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุด ผมพูดในสภา บอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผู้ร่างคนหนึ่งเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ ยกร่างรัฐธรรมนูญ เอ่ยชื่อได้ และจะมีส่วนในการตัดสินคุณสมบัติของผมนั่นล่ะ นายจรัญ ภักดีธนากุล สัมภาษณ์อย่างตรงไปตรงมาที่สุด บอกได้รับโจทย์จาก คมช. ว่า ให้ร่างรัฐธรรมนูญภายใต้สมมุติฐานว่านักการเมืองเป็นคนที่เลวทรามชั่วช้า เพราะฉะนั้น เมื่อรับโจทย์กันมาอย่างนี้ต้องร่างรัฐธรรมนูญเพื่อกันนักการเมือง ท่านประธานที่เคารพ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ท่านประธานลองดูบรรยากาศสิครับ ท้ายที่สุดแล้วเพื่อต้องการโชว์ว่า เป็นประชาธิปไตย ทําอย่างไรครับ ลงประชามติ เงื่อนไขการลงประชามติเป็นที่รู้กันว่า ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ผ่าน คมช. จะหยิบยกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาประกาศใช้ทันทีก็ได้ มีการประโคมโหมข่าวใช้ทุกกลไก มีการประกาศกฎอัยการศึก ๔๘ จังหวัด ท่านประธานที่เคารพ ไม่มีประชาธิปไตยในดงเผด็จการ ท้ายที่สุดคนก็กลัวว่าถ้าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะเจอ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ไม่เห็นหน้ายิ่งน่ากลัว ๒. คมช. สสร. ชุดนั้นประชาสัมพันธ์ว่า ให้รับรัฐธรรมนูญเพื่อมีการเลือกตั้ง องค์กรอย่างพันธมิตรที่ได้รับงบจากรัฐบาลบอกว่า จะเข้าชื่อแก้ไข ผู้นําพรรคที่มีเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บอกว่ารับไปก่อนแล้วแก้ไขกันทีหลัง แล้วก็เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคแรกว่าต้องแก้ไข รัฐธรรมนูญ ผมเรียนกับท่านประธานว่านี่เป็นประวัติศาสตร์ที่มันจารจด ๑๔ ล้านเสียงได้มาด้วยอํานาจพิเศษ ได้มาเพราะคนต้องไล่คณะรัฐประหารนี่ไปให้พ้น ต้องการการเลือกตั้งและคิดว่าต่อมา จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญกันได้ ท่านประธานที่เคารพ พวกกระผมเองก็ไปเลือกตั้ง วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๐ ที่ได้นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี ก็รณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีสมัครเจตนาดีเวลานั้นบอกว่าจะเอาไว้ ๓ เดือนสุดท้าย พวกเราบอกกับ นายกรัฐมนตรีสมัครว่า ๓ เดือนสุดท้ายไม่รู้นับตรงไหนนะครับ นายสมัครอยู่ได้แค่ ๗ เดือน แต่ระหว่างนั้นภาคประชาชนเข้ายื่น พวกเราเข้ายื่น มีการข่มขู่สารพัด บอกว่าให้ถอนชื่อ มิฉะนั้นจะมีการดําเนินคดี หลายคนถูกข่มขู่ทนไม่ได้ รัฐธรรมนูญตกโดยปริยาย แต่ฝ่ายที่ เขาต้องการโค่นล้มรัฐบาลเขาก็เดินทางไปปราสาทพระวิหารกันต่อโดยไม่ได้สนใจเรื่อง รัฐธรรมนูญกันแล้ว ผมเรียนกับท่านประธานว่านี่เป็นบรรยากาศว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื้อหา หลายเรื่องดูเหมือนว่าดี แต่ท่านประธานลองไปดูสิครับ คณะกรรมาธิการยกร่าง สสร. ทั้งปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๔๐ นั้น หลายคนเป็นบุคคลคนเดียวกัน หลายคนเป็น นักร่างรัฐธรรมนูญมืออาชีพ ถ้าร่างให้กับฝ่ายประชาธิปไตยเนื้อหาก็จะดีงาม ปี ๒๕๔๐ ได้รับ ฉันทานุมัติจากประชาชนบอกว่าให้เขียนเป็นประชาธิปไตย เขาก็เขียนเป็นประชาธิปไตย ปี ๒๕๕๐ เขียนไว้กันนักการเมืองที่มีความเห็นที่เป็นปฏิปักษ์ระหว่างกัน เขาก็เขียนตาม ผู้ว่าจ้างนั่นละครับ ตามผู้ได้รับมอบหมาย เพราะฉะนั้นมันไม่ได้อยู่ที่ใครมาเป็น สสร. มันไม่ได้บอกว่าคนที่มีความรู้เขียนกฎหมายได้นะครับ หรือว่าจะร่างรัฐธรรมนูญได้เขาจะเป็น คนดี แต่เพียงแต่ว่าผู้ว่าจ้างขณะนั้น ต้องการให้รัฐธรรมนูญมีหน้าตากันแบบใด วันนี้เราบอกกับ ท่านประธานว่าเหตุที่ต้องกลับกันมาใหม่เพราะอะไรครับ ปีที่แล้วตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เขตเลือกตั้ง วันแมนวันโหวต (One Man One Vote) ๔๐๐ บวก ๑๐๐ พอยึดอํานาจ ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็บอกในสภานี้เองไม่ใช่หรือ ทําหนังสือไปยัง ประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้การเลือกตั้งเป็นพวง ระบบสัดส่วน ๘ กลุ่ม เรียงจังหวัดกันเวียนหัวครับ ท่านประธานครับ เอาจังหวัดระนอง จังหวัดชุมพรรวมกับ จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เอาจังหวัดพิจิตรรวมกับจังหวัดขอนแก่น อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานที่เคารพ จัดเขตเลือกตั้งแบบนั้น สสร. ชุดนั้น ก็สนอง พรรคประชาธิปัตย์ครับ จนกระทั่งว่าเมื่อปรากฏว่าการเลือกตั้งวันที่ ๒๓ ธันวาคมมันไม่ได้ เป็นอย่างนั้น ก่อนที่จะมีการยุบสภา จึงมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ คิดหลังนายดิเรก ถึงฝั่ง ที่มีการให้ไปตั้งเป็นคณะกรรมการสมานฉันท์นี่นะครับ ร่างมาคิดไปได้ ๖ ประเด็น ประชุมกันถี่ยิบ ท้ายที่สุดนายดิเรกก็ไม่ถึงฝั่ง นายสมบัติ ธํารงธัญวงศ์ ปรากฏว่า คิดนั่งสูตรตัวเลขคะแนนบัญชีรายชื่อเอา ๓๗๕ บวก ๑๒๕ อ้ายนี้น่าจะชนะ สุดท้าย ท่านประธานที่เคารพ จะแก้มาตราเดียวก็ดูกระไร พ่วงมาตรา ๑๙๐ ไป ไม่มี สสร. ไม่มีการทําประชามติ ถ้าบอกว่าแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองครั้งที่แล้วเรื่องเขตการเลือกตั้ง นี่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัวเองครับท่านประธาน ผมเรียนกับท่านที่เคารพ แต่ประชาชนเขาไปไกลครับ ไม่ว่าคุณจะจัดการเลือกตั้งอย่างไร เป็นพวง ๔๐๐ สัดส่วน ๘๐ ๘ กลุ่ม เป็นเขต ๓๗๕ เขต บัญชีรายชื่อ ๑๒๕ ประชาชนรู้จักการจัดการกับนักเมืองทุกวิธี ผมเรียนกับท่านประธานว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้เราจึงบอกว่าอย่างไรครับว่า เรามีความจําเป็นว่าถ้าเราไม่อิงประชาชนวันนี้ประชาชนท่านประธานลงไปสัมผัสประชาชนสิครับ ชาวนานี่นะครับลงในนาขึ้นมาบ้าน ลูกเล่นอินเทอร์เน็ต เล่นคอมพิวเตอร์เป็น อยากรู้อะไร ท่านประธานลองไปคุยกับเขาสิครับ ชาวนาบางคนไม่รู้หนังสือยังสามารถอธิบายเรื่อง ประชาธิปไตยได้ดีกว่าดอกเตอร์บางคนในกรุงเทพมหานคร เวลานี้เรากําลังจะไปดูถูก ประชาชนว่าเดี๋ยวประชาชนตีเช็คเปล่าไปให้ เดี๋ยวประชาชนจะเอาเช็คนี้ไปเขียน ไปทําอะไร ประชาชน ๖๔ ล้านคนเขาเป็นคนไทย ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๔๕ ล้านคน ๔๖ ล้านคนเขาเป็นคนไทย เขาเลือก สสร. สสร. ก็เป็นคนไทย สังคมจารจด แต่เราต้องการว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่มีการแก้ไขต่อไปนี้นั้น ที่วันนี้เริ่มต้นแก้ไขมาตราเดียวนั้น แล้วบอกว่าไม่แตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์ เราต้องการให้ประชาชนเจ้าของประเทศ เขาได้คิดกันว่า เขาต้องการให้กติกาสูงสุดในประเทศของเขา ในแผ่นดินของเขามีโฉมหน้า หน้าตากันอย่างไร เราก็มาดูถูกประชาชนว่าเหมือนกับตีเช็คเปล่าเดี๋ยวไปเขียนอะไรไม่รู้ท่า เดี๋ยวจะไปเขียนผิด เดี๋ยวจะไปตัด เดี๋ยวจะไปเพิ่มโน่นเพิ่มนี่ ผมว่าความคิดทัศนคติแบบนี้ เป็นทัศนคติที่ดูถูกความเป็นมนุษย์ของประชาชน แต่งตั้งดีกว่าหรือครับ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานต้องการให้บรรยากาศที่มันคละกันไปแบบนี้หรือครับ ๗ คน แต่งตั้ง ส.ว. อยู่ ๒ วาระ บางคนเป็นตั้งแต่สภานิติบัญญัติ ๒ ปี ส.ว. ๓ ปี รอบ ๒ อีก ๖ ปี ๑๑ ปี ส.ว. เลือกตั้งนี่ ให้เป็น ๖ ปี ห้ามลงต่อแล้ว เอาแบบนี้หรือครับ แล้วเสร็จแล้วก็คละกันไปคละกันมาระหว่าง องค์กรอิสระ ท่านประธานที่เคารพ เพียงแค่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติของแต่ละองค์กรอิสระ ผิดหมดหรือครับ เขารับเงินเดือนตาม พ.ร.บ. เงินเดือนวันพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ กกต. ชุดนี้ก็เป็นไม่ได้ ป.ป.ช. ชุดนี้ก็เป็นไม่ได้ เพราะไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ บางคนท่านประธานที่เคารพ ไม่น่าเชื่อคนเดียวทําหน้าที่ ๕ องค์กร เป็นทั้งผู้ว่าการ สตง. ประธาน สตง. คณะกรรมการ คปง. กรรมการ คตส. กรรมการสรรหา ส.ว. คนเดียวเป็นทั้ง คณะกรรมการ คนเดียวเป็นทั้งผู้ว่าการ คนเดียวเป็นทั้งประธาน จะเรียกประชุมอย่างไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องนี้ผู้ว่าการต้องผ่านกรรมการ คตง. ส่งเรื่องให้ประธาน คตง. ก็เป็นคนเดียว ประชุมกรรมการ คตง. ก็เป็นคนเดียวกัน มีประเทศนี้เท่าละครับ ที่บ้าอยู่ ประเทศเดียวครับ แต่ผมเรียนกับท่านประธานว่าเหตุที่เราพูดกันวันนี้ก็คืออะไรครับ องค์กรอิสระเหล่านี้โดยกระบวนการสรรหานั้นไม่ได้เป็นตามบทบัญญัติของกฎหมายที่มีอยู่ ในขณะนี้ ถ้านับกันจริง ๆ เป็นไม่ได้ แต่ที่สําคัญที่สุดก็คือว่าแต่ละคนมีความรู้สึกรู้สาที่ แตกต่างกันครับ หลายคดีความที่อยู่ในชั้นของ ป.ป.ช. ถ้าเป็นคนละกลุ่มเป็นไปได้ด้วย ความรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นคนดูเหมือนว่ากลุ่มเดียว เรื่องขายยางนี่ครับ ปล่อยให้ขาดอายุความ ได้อย่างไร คดี ปรส. นี่นะครับ ทีนี้มาถึงในการตีความ พ.ร.ก. ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ทั้งที่กู้ รวมแล้ว ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทไปแล้ว แต่คดีจะขาดปีหน้า ใครมาการันตี (Guarantee) ได้ไหมครับว่าความเสียหายของประเทศนั้น คนที่ไม่ได้เป็นนักการเมือง ดีเอสไอส่งฟ้องไปศาลหมดแล้ว แต่นักการเมืองเราปี ๒๕๕๖ คดีขาดอายุความ บางคนทุจริต ขายยางชัดเจนขาดอายุความ จะยุบพรรคขาดอายุความ ท่านก็บอกว่าดีสิครับ แต่กับพวกผม ไม่ได้มีโอกาสแบบนี้ ประชาชนคนละพวกกันไม่ได้มีโอกาสแบบนี้ ผมก็บอกว่านี่มันไม่ใช่ แต่เราต้องการแก้ให้มันตรง ไม่ต้องการแก้เพื่อให้เข้าข้างพรรคเพื่อไทยหรือพวกผมเลย หมายความว่าความตรงอยู่ตรงไหนครับ คําว่า สุจริตและเที่ยงธรรม หมายความว่า ท่านประธานหรือใครก็ตามมองว่านี่คือความยุติธรรม แต่ที่ผ่านมาเราก็แลเห็นแล้วว่า หลายเรื่องเป็นเรื่องของการกังขา เป็นเรื่องที่คาใจของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ท่านประธานที่เคารพ เราจึงบอกว่าวันนี้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศจงมีความภาคภูมิใจเถิด ที่เกิดมาเป็นคนไทย จงกล้าคิด แล้ว สสร. คุณก็ต้องกลับไปฟังความประชาชนเขา ว่าประชาชนเขาต้องการอะไร เสนออะไร หลายเรื่องเขาอาจจะไม่ได้ใช้ภาษาทางกฎหมาย หรือแบบภาษาในการร่างรัฐธรรมนูญ แต่ประชาชนรู้ว่าอะไรเลว อะไรดี อะไรชั่ว ท่านประธานที่เคารพ เมื่อ ๒-๓ วันได้ฟังความกันทั้งประเทศ พรรคการเมืองถ้าต้องการ จะแสดงความเห็น ก็แสดงความเห็นผ่าน สสร. ไป กลุ่มการเมืองที่มีความเห็นที่แตกต่างกัน แสดงความเห็นไป ท้ายที่สุดเขาก็ไปร้อยเรียง เขารู้เลยว่าเขาฟังความเสียงข้างมาก เขาต้องการให้โฉมหน้ารัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร รวบรวมร้อยเรียงมาเป็นมาตรา ท้ายที่สุดท่านประธานที่เคารพ ส่งกลับไปยังประชาชนว่าร่างตรงกับใจประชาชนหรือเปล่า ไม่ใช่บอก ก ไปทํา ข ถ้าบอก ก ไปทํา ข ประชาชนเขาก็จะไม่รับร่าง ผมเรียนกับ ท่านประธานนะครับว่าหลายคนบอกว่าแล้วทําไมไม่ทําประชามติก่อนที่จะมีการแก้ไข สุดท้ายท่านประธานที่เคารพ เราไม่ต้องการเสียเงิน เพราะผลสุดท้ายต้องทําประชามติ โดยประชาชนอยู่แล้ว แล้วจงมีความเชื่อมั่นประชาชนว่าเขาเป็นพสกนิกรผู้จงรักภักดี แล้วก็มีความซื่อสัตย์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เขาต้องเสนอกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับ ประเทศชาติ เขาไม่ได้แตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์ เพราะฉะนั้นมาการันตีว่าใครจะกล้า การันตีในสภาแห่งนี้บ้าง นี่ประเทศไทย นี่คนไทย เราอยู่ทุกอย่าง ทุกอย่างได้มีการส่องแสงสว่าง และทุกขั้นตอนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นจะเป็นไปด้วยความโปร่งใสเพราะประชาชน ต้องการจะดู ท่านประธานทราบไหมครับว่า สสร. ชุดที่แล้วบางมาตราองค์ประชุมไม่ถึงครึ่ง นะครับ ก็ผ่านมาตราไปได้ เหมือนกับกฎหมาย ๑๗๗ ฉบับ องค์ประชุมก็ไม่ถึงครึ่ง ภายใต้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่ปรากฏว่าคนที่รับผิดชอบนําความไปกราบบังคมทูลทั้งที่กฎหมาย มีสภาพเป็นโมฆะ ตามคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถ้ากฎหมายองค์ประชุมไม่ถึงครึ่งเป็นโมฆะ บ้านเมืองเราใช้กฎหมายเป็นโมฆะ ๑๗๗ ฉบับ ความจริงผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ควรจะต้องถูกดําเนินคดี แต่บ้านเมืองของเราก็ปล่อยให้สิ่งผิดเหล่านี้ดําเนินเดินหน้าต่อไป ผมมาเรียนวันนี้กับท่านประธานที่เคารพ เราต้องการให้ประเทศไทยเราเป็นประชาธิปไตย เรากับพรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้าน ส.ว. กลุ่ม ๕๐ เรามีตัวตนกันที่ชัดเจน ท่านมีความเห็น ท่านแสดงตัวตนของท่านมาตั้งแต่ต้น แต่ละฝ่ายได้แสดงตัวตนมาตั้งแต่ต้น แต่ระบอบประชาธิปไตยเขายึดประชาชนเป็นเสียงข้างมาก แต่รับฟังเสียงข้างน้อย นี่เป็นประชาธิปไตย แต่เสียงข้างน้อยจะบอกว่าเสียงข้างมากไม่เป็นประชาธิปไตย ถ้าอย่างนั้น ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย แล้วท่านประธานจะแลเห็นนะครับว่าไม่ว่าพวกกระผมทําอะไร อีกพวกหนึ่งก็ต้องคิดตรงกันข้าม ที่ท่านประธานได้ฟังเห็นว่าทําไมไม่ต้องการบรรยากาศ ปรองดอง จะวันนี้ วันไหนก็มีความรู้สึกอย่างนี้ เพราะมีมนุษย์บางจําพวกก็มีความรู้สึกว่า ขืนให้ประเทศปรองดองตัวเองก็ไม่รู้จะทําอะไร ขืนให้ประเทศปรองดองก็ต้องเป็นพรรคฝ่ายค้าน ตลอดชาติ เพราะถ้าประเทศปรองดองเป็นประชาธิปไตยปกติ เป็นรัฐธรรมนูญที่เป็น ประชาธิปไตย เป็นรัฐธรรมนูญที่มีเสรีภาพ เสมอภาคในความภราดรภาพ ประชาธิปไตย มีความงดงาม ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ แต่ละพรรคการเมืองต้องแข่งความศรัทธากันว่า ใครจะสร้างความศรัทธาและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประชาชน ประชาชนก็จะเลือกคนนั้นไป หลายคนไม่ได้คิดอย่างนั้น ไม่ได้คิดที่จะแข่งศรัทธา ผมบอกทุกครั้งว่าต้องการให้คนลืม พันตํารวจโท ทักษิณ ง่ายนิดเดียว คุณต้องทําดีมากกว่า พันตํารวจโท ทักษิณ คุณต้องมีผลงาน มากกว่า พันตํารวจโท ทักษิณ คนจึงจะลืม พันตํารวจโท ทักษิณไปได้ แต่ถ้าคุณทําไม่ได้ เศษเสี้ยวของ พันตํารวจโท ทักษิณ แล้วก็มีหน้าที่อย่างเดียวว่าว่าคนอื่นชั่วเพื่อให้ตัวเองดีขึ้น มันไม่ดีเพราะที่ผ่านมาตัวเองยังไม่ได้ทําความดีเลย บางคนโกหกทุกวัน โกหกจนกระทั่ง ตัวเองยังเชื่อเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมเรียนกับท่านประธานครับ โกหกไปโกหกมาก็เชื่อ บางทีพูดในสภาจริงตอนเดียวตอนแนะนําตัว หลังจากนั้นเดินสายโกหกเลย ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าผมฟังการอภิปราย มีการพยายามบิดเบือนโดยเนื้อหาสาระสําคัญ ผมสรุปอย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เหมือนกับ การแก้ไขมาตรา ๒๑๑ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๔ สถานะไม่ได้แตกต่างกัน เปิดประตู รัฐบาล วางกรอบเพียงแค่ว่าไม่แตะต้องหมวดพระมหากษัตริย์ เนื้อหามาตราใด ฟังความประชาชน และให้เลิกคิดว่าใครจะเปลี่ยนโครงสร้างสถาบันพระมหากษัตริย์ คนไทยเกิดมาเป็นคนไทย ทุกคน ไม่มีใครกล้าแม้กระทั่งคิดเช่นนั้น เพราะฉะนั้นขอให้หยุดเอาเรื่องสถาบันเอามา ทําลายคนในทางการเมือง คือหยิบยกมาเป็นประโยชน์ของตัวเองแล้วเอาไว้ทําลายปฏิบัติ สถาบันอยู่เหนือหัวครับท่านประธานที่เคารพ เราวางหลักตรงนี้ให้ได้ เนื้อหารัฐธรรมนูญ ไปสู้กันครับ ท่านก็ต้องไปบอกกับประชาชนว่าต้องการให้รัฐธรรมนูญมีโฉมหน้าอย่างไร ผมก็จะบอกกับประชาชน ประชาชนก็จะบอกกับผม เพราะฉะนั้นถ้าเราแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จครั้งนี้ ไม่มีใครกล่าวหาใส่ร้ายความเรื่องสถาบัน ทุกคนก็จะได้ใช้ความคิด หน่วยงานการข่าว หน่วยงานความมั่นคงคุณทําหน้าที่ได้ตามปกติ พรรคประชาธิปัตย์ก็ลงพื้นที่ได้ พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ได้ ส.ว. ลงพื้นที่ได้ เป็นบรรยากาศของ ภราดรภาพ แต่หมายความว่าเมื่อประชาชนเขามีฉันทามติกันอย่างไร เราจะยอมรับกันได้ไหม ผมเรียนกับท่านประธานเป็นการสุดท้ายว่าผมไม่รู้ว่าเส้นทางระหว่างนี้จะเกิดอะไรขึ้น พวกผมถูกกระทําต่างกรรมต่างวาระ ไม่รู้ชะตากรรมในวันข้างหน้าโดยส่วนตัวของผม ครั้งนี้ อาจจะเป็นครั้งท้าย ๆ ของการทําหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ขอได้ทําหน้าที่ อย่างตรงไปตรงมาที่สุด สมกับที่พี่น้องประชาชนได้มอบความไว้วางใจ ผมเชื่อว่าประชาชน ทั้งประเทศต้องการให้บ้านเมืองนี้เป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะเป็นระบอบเดียวที่จะทําให้ประเทศนี้เดินหน้าไปได้ และขณะเดียวกันนั้นภายใต้ ระบอบนี้จะต้องไม่มีนักการเมืองหรือซากเดนเผด็จการที่ไหน จะใช้สถาบันมาเป็นเครื่องมือ ทางการเมืองดังเช่นที่ผ่านมาอีก เพราะนี่เท่ากับเป็นการทําลายสถาบันเสียเอง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนี้เป็นการต่อสู้เรื่องความคิด เป็นการต่อสู้เรื่องความเชื่อและเป็นเรื่องของคนที่ รักประเทศไทยในมิติที่แตกต่างกัน ถ้าเราเดินหน้ากันอย่างนี้สู้กันเรื่องความคิด หลักคิด เราแตกต่างกันได้ แต่ความแตกต่างคือความสวยงาม ความแตกต่างไม่ใช่เป็นศัตรู ไม่ใช่ จะต้องมาฆ่ากัน ไม่ใช่ต้องมาประหัตประหารกัน หลายอย่างยังจะต้องเดินหน้า พวกผมนั้น ต้องการให้ประเทศเดินหน้า เอาอย่างไรก็เอากันไม่มีปัญหาอะไร ถ้าหากว่ากระบวนการยุติธรรม ไม่เสมอภาคกัน ปฏิบัติกับผมอย่างไรก็ควรปฏิบัติกับฆาตกรอย่างนั้น ความสวยงาม ก็จะบังเกิด ผมเรียนกับท่านประธานว่าผมมีความวาดหวังว่าภายในปี ๒๕๕๕ เราจะได้ รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เป็นประชาธิปไตย และประชาชนมีความหวงแหนมากที่สุด และเขาจะรักรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่ากับชีวิต ขอบพระคุณท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ต่อไปเป็นสมาชิกวุฒิสภานะครับ เชิญท่านตวง อันทะไชย ๘ นาทีครับ

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม ตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ความจริงก่อนที่ผมจะอภิปรายนี้ ผมคิดว่า ๒ ประเด็นที่เราพูดกันมา ๒ วันนี้

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของความรับผิดชอบทางการเมืองของรัฐสภา เราพูดตรงกันว่าเราจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ หรือว่าเราจะให้มี สสร. นั้น รัฐสภาไม่อาจจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้ นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ผมเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายต่อไปนี้ คือความรับผิดชอบ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา

ประการที่ ๓ ผมเรียนท่านประธานว่าก่อนที่จะอภิปรายต่อไปนี้ ผมเรียน ท่านประธานว่าผมเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และผมก็ยืนยันมาตลอดเวลาทุกที่ ทุกเวลาว่ารัฐธรรมนูญทุกฉบับสามารถแก้ไขได้และฉบับนี้ก็สามารถแก้ไขได้ แก้ไขได้ด้วย ตัวของรัฐธรรมนูญ คือมาตรา ๒๙๑ เอง ซึ่งรัฐบาลที่แล้วได้ใช้ช่องทางนี้ทํา แล้วก็สามารถที่จะ ดําเนินการได้ ไม่ต้องไปตั้ง สสร. หรือแม้จะแก้ไข มาตรา ๒๙๑ เพิ่มผู้ที่มีอํานาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จาก ครม. ส.ส. สมาชิกวุฒิสภาและ ส.ส. ประชาชน หรือจะให้มี สสร. ในมาตรา ๒๙๑ ก็สามารถทําได้ ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปนี้เป็นประเด็นความเห็น ในข้อกฎหมายที่แตกต่างกันที่ไม่มีคนพูดถึงก็คือ ผมกลับเห็นว่ารัฐบาลได้เลือกเอาวิธีการที่ ไม่อาจจะกระทําได้ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็คือรัฐบาลได้ยกร่างให้มีหมวดใหม่ว่าด้วย การยกร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลใช้คําว่า หมวด ๑๖ การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในทัศนะผมนั้น ผมคิดว่ารัฐบาลเลือกเส้นทางนี้ไม่อาจจะกระทําได้ด้วยเหตุผลในข้อกฎหมายดังต่อไปนี้

ท่านประธานที่เคารพ หลักการแรก ก็คือว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มี บทบัญญัติรัฐธรรมนูญในมาตราใดที่ให้รัฐบาลไปทํายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท่านประธาน อย่าลืมนะครับว่าแก้ไขตามมาตรา ๒๙๑ นั้น กับการยกร่างฉบับใหม่นั้นแตกต่างกัน พอไปยกร่าง ฉบับใหม่นั้นรัฐบาลก็ไม่อาจที่จะดําเนินการได้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถ้าจัดประเภทแล้ว เป็นประเภทรัฐธรรมนูญที่แก้ไขยากเหมือนสหรัฐอเมริกา คนที่ร่างรัฐธรรมนูญเขาก็ให้เหตุผลว่า ถ้าปล่อยให้มีการแก้ไขได้ง่ายก็ไม่สามารถจะพัฒนารัฐธรรมนูญต่อไปได้

ประการต่อมารัฐธรรมนูญก็จะถูกพรรคการเมืองที่อาศัยเสียงข้างมากนั้น แก้รัฐธรรมนูญเปลี่ยนแปลงแล้วเปลี่ยนแปลงอีก เขาจึงได้เขียนบังคับเอาไว้ในรัฐธรรมนูญว่า จะแก้ไขต้องเป็นไปตามบทบัญญัติดังต่อไปนี้ ผมชวนท่านประธานไปดูบทบัญญัติหลัก ที่เขียนเอาไว้ ตั้งแต่บทบัญญัติมาตรา ๖๘ เป็นสิทธิของการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ท่านประธาน ดูตามผม ท่านประธานจะพบว่าไม่สามารถจะยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ ในมาตรา ๖๘ นั้น ได้เขียนเอาไว้ว่าบุคคลจะใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองโดยวิธีการ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ผมขีดเส้นใต้ ๑๐๐ เส้น คําว่า นี้ มิได้ นั่นหมายความว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่อนุญาตให้ยกร่างได้ แต่ท่านสามารถแก้ไขเพิ่มเติมให้มี สสร. ไปแก้ไขได้ แต่ไม่อาจที่จะไปยกร่างหมวดใหม่ให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ได้

ประการต่อมารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ไม่ได้เปิดช่องทางให้ไปใช้อํานาจนั้นได้ วรรคสองได้เขียนต่อไปว่า ในกรณีบุคคลหรือพรรคการเมืองใดกระทําการตามวรรคหนึ่ง เขาใช้คําว่า ผู้ทราบการกระทําดังกล่าว ย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องต่ออัยการสูงสุดสอบข้อเท็จจริง ยื่นคําร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญยกเลิกการกระทําดังกล่าว และบทบัญญัติในมาตรานี้ ก็เขียนต่อไปว่า ให้ศาลรัฐธรรมนูญนั้นยุบพรรคด้วย และบุคคลที่เป็นกรรมการพรรค และหัวหน้าพรรคก็จะต้องเว้นระยะการเมืองไป ๕ ปี แล้วเขียนต่อไปว่าสิทธิอันนี้เป็นสิทธิ ของบุคคลตามมาตรา ๖๙ เขียนต่อไปว่า เพื่อให้องค์ประกอบที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขยากนั้น รัฐธรรมนูญได้เขียนเอาไว้ในมาตรา ๑๓๖ (๑๖) ท่านประธานไปดูครับ เขียนไว้ในมาตรา ๑๒๓ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่อาจจะกระทําได้ แม้แต่การที่จะปฏิญาณตน ผมเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๖๘ นั้น ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไม่มีครับ เพิ่งจะเขียนไว้ใน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถ้าเป็นเช่นนั้นเหตุผลใหญ่ที่รัฐธรรมนูญได้ออกแบบเอาไว้อย่างนั้น ผมพบว่า

ประการแรก ถ้าปล่อยให้เสียงข้างมากในการที่จะยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขึ้นมา ก็จะกลายเป็นว่าวันนี้พรรค ก ได้เป็นรัฐบาลแล้วไปหาเสียงกับประชาชนเอาไว้ว่า จะต้องมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พอครบ ๓ ปีหรือ ๔ ปีตามรัฐธรรมนูญ พรรค ข ได้รับเลือกเข้ามาด้วยเสียงข้างมากก็จะกลับมายกร่างโดยอาศัยหมวด ๑๖ ในการจัดทํา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างนี้ไปเรื่อย ปัญหาที่จะตามมา ด้วยเหตุผลของการเขียนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ นั้นก็คือ เขาต้องการให้รัฐธรรมนูญนั้น เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาและพัฒนาไปด้วย ถ้าไม่สามารถที่จะทําให้รัฐธรรมนูญนั้น เป็นหลักในการปกครองประเทศก็จะทําให้การเมืองไม่มั่นคง การเมืองไม่มั่นคงก็จะส่งผลต่อ ระบบเศรษฐกิจ ส่งผลต่อสังคมโดยรวม ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลสําคัญก็คือว่า ประเทศใดก็ตามถ้าระบบเศรษฐกิจ สังคม การเมือง โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญไม่แน่นอน ไม่มั่นคงมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงทุก ๔ ปีนั้น ไม่มีประเทศใดในอาเซียนหรือในเวที ประชาคมโลกจะมาทําความตกลงกับเรา แม้แต่ความมั่นใจของนักลงทุนหรือนักธุรกิจ ที่จะมาลงทุนในประเทศไทยก็ไม่มีใครมาครับ เพราะ ๔ ปีก็จะต้องเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือข้อตกลงระหว่างประเทศ ผมยกตัวอย่างเช่น มาตรา ๑๙๐ ถ้าพรรคหนึ่งเข้ามาก็ยกเลิก เพิกถอน แต่พอพรรคหนึ่งเข้ามาก็จะมาเขียนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใหม่ก็จะเป็นวัฏจักรอย่างนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยเหตุผลที่รัฐธรรมนูญได้เขียนประกอบกันเอาไว้ในมาตรา ๖๘ ประกอบมาตรา ๑๓๖ (๖๖) และมาตรา ๑๒๓ นั้น จึงให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ไขได้ในเฉพาะ มาตรา ๒๙๑ ความจริงถ้ารัฐบาลเลือกมาตรา ๒๙๑ นั้นรัฐบาลสามารถแก้ได้ทุกมาตรา แล้วก็ไม่ต้องหมิ่นเหม่ต่อการกระทําผิดหรือกระทําขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ เรื่องที่ กระผมนํากราบเรียนท่านประธานคือความรับผิดชอบ อย่างน้อยผมได้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสภาแล้วว่าในมุมของกฎหมายนั้น ผมมองอย่างนี้ ท่านอาจจะเถียงแตกต่างจากผม แต่ที่สุดคนจะตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ใช่สภาครับ ก็คือศาลรัฐธรรมนูญครับ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าประเด็นสําคัญถ้าถามว่าข้อเสนอ ของผมคืออะไร ข้อเสนอของผมก็คือว่ารัฐบาลนี้สามารถที่จะใช้ มาตรา ๒๙๑ ได้ และแก้ไขได้ทุกมาตรา รัฐบาลนี้สามารถที่จะแก้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพิ่มกระบวนการของ สสร. ได้ แล้วก็ให้ สสร. นั้นเข้าไปช่วยในการยกร่าง ซึ่งข้อเสนอ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ เป็นข้อเสนอที่มาจากคณะกรรมการ สมานฉันท์ ความจริงคณะกรรมการสมานฉันท์ผมกับท่านประธานดิเรกอาจจะเห็นต่างกัน ก็ตรงว่าจะแก้ มาตรา ๒๙๑ ให้มี สสร. หรือว่าไปยกร่างหมวดเดิม หมวดใหม่ว่าด้วย การยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมเรียนท่านประธานว่าส่วนตัวผมนั้นกราบเรียนท่านประธาน ในฐานะความรับผิดชอบของสมาชิกรัฐสภาว่าผมเห็นว่าไม่อาจจะกระทําในการยกร่าง หมวดใหม่ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญนั้นจะยกเลิก เพิกถอนได้ ๒ วิธี ก็คือยกเลิก เพิกถอนโดยวิถีทางทางรัฐธรรมนูญ ยกเลิกประการที่ ๒ ก็คือนอกรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านประธานก็ทราบดีแล้ว จึงกราบเรียนท่านประธานเพื่อเป็นประเด็นสําคัญที่จะให้ ที่ประชุมแห่งนี้ได้ช่วยกันพิจารณาร่วมกัน ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่าน พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ๘ นาทีครับ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะ สมาชิกรัฐสภา ผมขออนุญาตขยายรายละเอียดเพิ่มเติมจากเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาท่านที่แล้ว ที่ได้อภิปรายไปแล้ว ในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ที่เสนอมาทั้ง ๓ ร่างนี่ละครับ ในหลักการเขียนไว้ชัดเจนว่าจะเป็นการจัดทํา รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ เพราะฉะนั้นก็ไม่เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ นะครับ ท่านประธานครับ สมาชิกรัฐสภาทุกท่านก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ จะต้องปฏิญาณตนว่าจะรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ ยิ่งเป็นคณะรัฐมนตรีนี่นะครับก็จะต้องปฏิญาณตนในลักษณะเช่นเดียวกันนะครับ ทั้งหมดนี้มีบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๒๓ และมาตรา ๑๗๕ การที่ปฏิญาณตนแล้วไม่ปฏิบัติตาม ถือว่าเป็นการกล่าวเท็จครับ ผิดต่อประมวลจริยธรรม ไม่ว่าจะเป็นของสภาผู้แทนราษฎร หรือว่าของวุฒิสภานะครับ สําหรับประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๕๓ ก็คือ ข้อ ๖ ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่าสมาชิกจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาไว้ครับ การแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับจัดทําใหม่ หรือว่าที่พูดกันว่าเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่เป็นการรักษาไว้นะครับ สําหรับเหตุผลที่เสนอมาทั้ง ๓ ร่างนะครับ ในภาพรวมเหตุผล ที่ต้องจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น

ประการแรกก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติหลายประการที่ ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ไม่ส่งเสริมพรรคการเมือง ทําให้พรรคการเมือง อ่อนแอ ในที่นี้ก็คงจะหมายความถึงมาตรา ๒๓๗ ซึ่งทําให้พรรคการเมืองซึ่งทุจริต การเลือกตั้งถูกยุบพรรค มาตรานี้มีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนะครับ เพราะว่าการทุจริต การเลือกตั้งนํามาซึ่งการประพฤติผิดมิชอบและเอาเปรียบพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะใช้สภาตัดสินใจผมว่าประเด็นนี้น่าจะไปถามพี่น้องประชาชนก่อนนะครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เดิมมีหลักการให้การเมืองมีเสถียรภาพ แต่ก็ปรากฏว่า พอมีเสถียรภาพมากเกินไป มีการแทรกแซงในองค์กรอิสระทําให้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ตายไปเมื่อปี ๒๕๔๗ ท่านประธานคงจําได้ในข่าวในสื่อมวลชนนะครับ

เหตุผลประการที่ ๒ ที่อยากจะจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ ก็คือว่า กระบวนการได้มาซึ่งบุคคลในองค์กรที่ใช้อํานาจอธิปไตยขาดการเชื่อมโยงกับอํานาจ ประชาชน และขัดต่อหลักความเป็นประชาธิปไตย อันนี้กระผมคิดว่าก็คงจะหมายความถึง สมาชิกวุฒิสภาซึ่งมาจากการสรรหา ประเทศไทยมีการปกครองมานาน ก่อนปี ๒๕๔๐ สมาชิกวุฒิสภาจะมาจากการสรรหาเป็นส่วนใหญ่ ที่เรียกว่า วุฒิสมาชิก มาจากการแต่งตั้ง นะครับ เพิ่งมาเปลี่ยนเมื่อปี ๒๕๔๐ เป็นการเลือกตั้ง ก็บังเอิญเกิดปัญหาที่ปรากฏเป็นข่าวว่า มีบางกลุ่มไปรับผลประโยชน์ จึงทําให้ถูกตราว่าเป็นสภาทาส อันนี้ผมจะไม่ขอขยาย รายละเอียดเพิ่มเติมนะครับ

เหตุผลประการที่ ๓ ที่จะจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็คือว่าการได้มา ซึ่งบุคคลในองค์กรอิสระต่าง ๆ ขาดการเชื่อมโยงกับอํานาจของประชาชน อันนี้ผมก็ ยังไม่ชัดเจนว่าท่านหมายความถึง ป.ป.ช. สตง. ทั้งหมดรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งหลายท่าน ในที่นี้ชื่นชม แต่องค์กรอิสระต่าง ๆ อย่างนี้ก็เหมือนกันนะครับ ไม่ได้แตกต่างกัน ถ้าเผื่อ ท่านไม่พอใจในเรื่องกรรมการสรรหา หรือกรรมการคัดเลือก ก็สามารถที่จะแก้ตรงนี้ได้ ไม่ต้องถึงกับการที่จะต้องไปจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งสุ่มเสี่ยง อาจจะทําให้ถูกยุบพรรคได้ และอาจจะทําให้สมาชิกรัฐสภาทุกท่านต้องพ้นสภาพไป

เหตุผลประการที่ ๔ ที่จะจัดทําร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็คือ ไม่มีระบบ ถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการ ทําให้เกิดความเสียหายต่อระบบการอํานวยความยุติธรรม แก่ประชาชน เปิดช่องให้มีการเลือกปฏิบัติเป็น ๒ มาตรฐาน คําว่า ๒ มาตรฐาน นี่หมิ่นเหม่ ต่อการหมิ่นศาล ผมก็ไม่ทราบว่ามีผู้ที่ไปกล่าวคําว่า ๒ มาตรฐาน ก็จะมีอยู่แค่พรรคการเมือง พรรคเดียวนะครับ พรรคอื่นเมื่อศาลพิพากษาเช่นใด ผมไม่เห็นคําอุทธรณ์ในเรื่องนี้ คําว่า ๒ มาตรฐาน โยงไปได้ว่าในการที่เราไปเยียวยาผู้ที่มาเสียชีวิตในการชุมนุม ๗.๕ ล้านบาท ในขณะที่ครู ทหาร ตํารวจไปเสียชีวิตที่ภาคใต้จากปัญหาขัดแย้งทางการเมือง ได้ไป ๕๐๐,๐๐๐ บาทนี้ อันนี้มัน ๒ มาตรฐานหรือมาตรฐานเดียวกัน

เหตุผลประการที่ ๕ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ สืบทอดอํานาจมาจาก การทํารัฐประหาร ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๘ ฉบับครับ หลายฉบับมาจาก การรัฐประหาร จะไปโทษว่ารัฐธรรมนูญเป็นสาเหตุผมคิดว่าไม่ถูกต้อง ถ้าเผื่อ ทางฝ่ายการเมืองไม่ไปทําให้เกิดเงื่อนไขทําให้ทหารออกมาปฏิวัติ ก็คงไม่เกิดขึ้น เงื่อนไขต่าง ๆ ท่านก็คงทราบดีใช่ไหมครับ ก็คงหนีไม่พ้นในเรื่องการทุจริต การแทรกแซง ข่มเหงรังแก ข้าราชการ ถ้าทั้งหมดเราไปแก้แต่เพียงรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้แก้พฤติกรรมตรงนี้ ปัญหานี้ ก็ไม่จบสิ้นนะครับ อันนี้ก็โยงใยไปถึงมาตรา ๒๖๕ ซึ่งพี่น้องประชาชนหลายคนก็ยังเห็นด้วย นะครับ ว่าไม่จําเป็นที่จะให้ทางสมาชิกรัฐสภาเข้าไปยุ่งเกี่ยวก้าวก่ายแทรกแซงข้าราชการ ทั้งหมดท่านสามารถควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยการตั้งกระทู้ถาม ท่านถาม ในกรรมาธิการท่านทําได้อยู่แล้ว แต่ท่านยกโทรศัพท์ไปถาม จํานวนส่วนใหญ่แล้วแทนที่จะ แก้ปัญหาประชาชน กลับกลายเป็นการที่จะไปแสวงประโยชน์ไปของาน ไปขอฝากคน ไปก้าวก่ายเขา เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็เช่นเดียวกันครับ คําตอบไม่ใช่อยู่ที่รัฐสภา จําเป็น ที่จะต้องให้พี่น้องประชาชนทําไปตามมติหรือทําประชาพิจารณ์ก็แล้วแต่กรณีนะครับ การรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ ท่านประธานคงจําได้ใช่ไหมครับ มีผู้คนเอาดอกไม้ไปให้ทหาร นักท่องเที่ยวไปยืนถ่ายรูปด้วย และผลการสํารวจการโพลล์ต่าง ๆ ก็ชัดเจนแล้วว่าประชาชน เห็นด้วยจํานวนไม่น้อย ทั้งหมดผมไม่ได้เชียร์ที่จะให้มีการรัฐประหารนะครับ การรัฐประหาร โดยใช้กําลังทหารนั้นไม่ถูกต้อง การรัฐประหารโดยใช้ประชาชน ซึ่งเมื่อวานนี้ก็มีผู้พูดแล้วว่า เป็นรัฏฐาภิรักษ์จะให้เป็นการรัฐประหารแบบใหม่โดยใช้ประชาชนนั้น ก็ยิ่งไม่ถูกต้องใหญ่นะครับ เพราะว่าเป็นการได้มาซึ่งเผด็จการทางรัฐสภา เมื่อมีอํานาจมาก การคอร์รัปชันก็จะมีโอกาส ที่จะเกิดมากนะครับ

เหตุผลประการที่ ๖ ที่ท่านว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทําให้เกิดความแตกแยก ในหมู่พี่น้องประชาชน จนเกิดแบ่งแยกเป็นฝักฝ่าย ประวัติศาสตร์ชาติไทยนี่นะครับ มีผู้นําประเทศหลายท่าน โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยนะครับ ที่ถูกรัฐประหาร ต้องออกไปนอกประเทศ บางท่านก็เสียชีวิตในต่างประเทศ ผมไม่เคยเห็นอดีตนายกรัฐมนตรี ประเทศไทย ซึ่งถูกกระทําเช่นนี้ไปจ้างที่ปรึกษาต่างประเทศ ไปปลุกระดมมวลชนให้เกิด ความแตกแยก ก็เพิ่งเร็ว ๆ นี้ละครับ ท่านประธานครับ มันยังไม่สายเกินไปนะครับ ที่สมาชิก รัฐสภาทุกท่านจะช่วยกันยับยั้งการสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ฉบับนี้นะครับ ขอให้ถอนไป แล้วก็ใช้มาตรา ๙๑ ในการแก้ประเด็นที่ท่านคิดว่ายังไม่เหมาะสม ขอขอบคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านบุญยอด สุขถิ่นไทย ๑๐ นาทีครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมหวังนะครับว่าการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ในขณะนี้รวมทั้งเมื่อวานนี้มานั้นทางผู้ที่เสนอร่างทั้ง ๓ ร่าง โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี ซึ่งเสนออยู่ร่างหนึ่งด้วยนั้นจะได้รับฟังความคิดเห็นของทุก ๆ คนนะครับ ประเด็นที่สําคัญ ก็คือว่าความเร่งร้อนของการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีความเร่งร้อนอย่างยิ่ง ในประเด็นของการเสนอร่างนี้ซึ่งผมเคยทักท้วงไปเมื่อวานนี้แล้ว ก็คือข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอต่อรัฐสภานั้นประธานรัฐสภา ต้องเปิดเผยเพื่อให้ประชาชนทราบและสามารถเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมนั้นได้โดยสะดวกตามวิธีการที่ประธานรัฐสภากําหนด ผมเชื่อว่าประธานรัฐสภานั้น ไม่ได้ทําตามข้อบังคับข้อนี้ เพราะผมได้ทวงถามว่าท่านได้ออกคําสั่งเมื่อไร กําหนดเรื่องต่าง ๆ อย่างไร ท่านไม่ได้อธิบายต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ รวมทั้งร่างของประชาชนซึ่งเราได้ยินมาว่า มี ๓ ร่างนั้นก็ไม่ได้รับคําอธิบายแต่อย่างใดนะครับว่าทั้ง ๓ ร่างนั้นอยู่ในกระบวนการอย่างไร ตกไปแล้วหรือไม่ หรือมีการถอนไปแล้วหรือไม่ ซึ่งถ้าหากว่าประธานรัฐสภารับ ๓ ร่างนั้นมา ก็จะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องก่อนที่จะบรรจุ มีหลายท่านที่เป็นสมาชิก ได้ขอให้ท่านได้พิจารณาทบทวน ผมก็อยากจะให้ทาง ครม. แล้วก็รวมทั้งอีก ๒ ร่างนั้น ได้ทบทวนด้วยนะครับว่าถ้าจะถอนร่างนี้ออกไปท่านจะทําได้หรือไม่ เพราะว่ามันไม่เหมาะสม อย่างยิ่งถ้าถามประชาชนในขณะนี้ครับ ถามว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมเชื่อว่า ประชาชนตอบเหมือนกัน ปัญหาเศรษฐกิจของแพง น้ํามันแพง เรื่องต่าง ๆ ผลผลิตการเกษตร ไม่สามารถที่ไปขายได้มีราคา ไปจนถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมยังไม่ได้รับความชัดเจนว่า รัฐบาลนี้จะทําอย่างไร ทําไมจึงเร่งร้อนละครับที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ มีภารกิจ มากมาย ท่านยื่นพระราชกําหนดที่จะขอกู้เงินอย่างนี้เป็นต้น ๒ ฉบับ นั่นก็บอกว่าเร่งร้อน เร่งร้อนท่านทํางานเสร็จแล้วหรือครับ ถ้าเสร็จแล้วก็ค่อยมาทําร่างรัฐธรรมนูญไม่ดีกว่าหรือ ผมกลับไปดูครับท่านประธานว่ามีคําให้สัมภาษณ์อย่างไรเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้าง เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ หลังจากการเลือกตั้งไม่นานครับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งขณะนั้นได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีก็ชนะการเลือกตั้งนะครับ ให้สัมภาษณ์กับ ดิ อินดีเพนเดนต์ (The Independent ) แล้วก็หนังสือพิมพ์ต่างประเทศหลายฉบับนะครับ บอกว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันถูกบังคับใช้หลังการรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ อาจจะ มีการเปลี่ยนแปลงหลังขบวนการหารือ รัฐบาลควรจะถามประชาชนว่าต้องการรัฐธรรมนูญ ฉบับใด อีกทั้งควรจะทําประชาพิจารณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย แต่ว่ารัฐบาลจากนี้ต่อไป จะไม่เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด และสิ่งที่ตนสนใจเป็นอันดับแรก คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจครับ ผมทบทวนความจํากับนางสาวยิ่งลักษณ์นะครับ เพราะว่าท่านให้สัมภาษณ์เอาไว้หลายครั้ง ล่าสุดวันที่ ๓๐ ธันวาคม ปีที่แล้วนี้เองครับ ไม่ถึง ๒ เดือนครับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์ช่อง ๓ บอกว่าจุดยืนของรัฐบาลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แม้ว่ารัฐบาลได้เขียนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในนโยบายก็จริง แต่ถ้าแยกสายการบริหาร ต้องถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งต้องให้เป็นเรื่องของ ส.ส. เป็นผู้ยื่นแก้ไข เป็นเรื่องของสภาว่าจะบรรจุวาระดังกล่าวหรือไม่ และจะแก้ไขรายละเอียดอย่างไร เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่ารัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้นะครับ นายกรัฐมนตรีบอกว่ายัง เพราะว่า วันนี้เราจะเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน อยากจะให้ภาคการเมืองเร่งแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของรัฐสภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้พิจารณา ซึ่งประชาชนน่าจะสบายใจกว่า เพราะว่าจะได้ถกเถียงและหารือกันได้อย่างกว้างขวาง ลืมคําให้สัมภาษณ์ต่าง ๆ เหล่านี้แล้วหรือครับ วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ ๑ เดือนกับ ๒๐ กว่าวันเองครับท่านประธาน นอกจากนั้นก็ยังมีคําให้สัมภาษณ์ของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ในขณะที่รัฐบาลกําลังทํางานอยู่ ๓ เดือน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม บอกว่าส่วนตัวแล้ว เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม อยากจะให้ทุกฝ่ายใจเย็น ๆ รอก่อน รัฐบาลเพิ่งจะมาทํางานได้เพียง ๓ เดือน ควรที่จะทํางานในการแก้ปัญหาให้กับ ประชาชน ทั้งในเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ปราบเว็บไซต์หมิ่นสถาบันและการทุจริต หลังจากนั้นช่วงเดือนที่ ๙ จึงค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่สาย เดือนที่ ๙ นะครับ นั่นหมายถึง อีก ๓-๔ เดือนข้างหน้าครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเป็นไปตามที่สัญญากับประชาชนไว้ ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน ๑ ปีครับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง พูดเอาไว้นะครับ ผมเรียนท่านประธานต่อไปครับว่าสิ่งที่แสดงถึงความเร่งร้อนนั้นชัดเจน ในร่างของรัฐบาล ลงนามโดย พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีครับ ผมจึงอยากจะถามตรง ๆ กับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้ว่าเหตุผลประการใด ที่ท่านไม่ลงนามด้วยตัวท่านเอง รอไม่ได้เชียวหรือครับที่จะต้องไปทัวร์น้ําท่วมให้เสร็จก่อน แล้วก็กลับมาดูแลเรื่องใหญ่ของการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแบบนี้ ทําไมไม่ลงนาม ด้วยตัวเอง ไม่กล้าหาญพอหรืออย่างไร ผมถามนางสาวยิ่งลักษณ์โดยตรง คนอื่นไม่ต้องมา ตอบแทนนะครับ ผมดูเข้าไปต่อในเรื่องของวิธีการในการที่จะได้มาซึ่ง สสร. ที่ทุกร่างนั้น เขียนไว้คล้าย ๆ กัน

ประเด็นแรก คือเลือกตั้ง สสร. มา ๗๗ คน จาก ๗๗ จังหวัด คําถามคือว่า ทําไมไม่คํานึงถึงประชากรบ้างล่ะครับ ประชากรแต่ละจังหวัดมีไม่เท่ากัน จังหวัดพังงามี ส.ส. ได้ ๑ คน กรุงเทพฯ มี ส.ส. ได้ ๓๓ คน สสร. น่าจะต้องเทียบเคียงกับจํานวนของประชากร ด้วยหรือไม่ ยืนยันไหมครับว่าพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และคณะรัฐมนตรี ซึ่งยื่นร่างต่อไปนี้ในการเสนอ สสร. จะไม่เข้าไปก้าวก่าย จะไม่เข้าไปแทรกแซงในการเลือกตั้ง สสร. ทั้งหมด ๗๗ คน จะไม่เข้าไปก้าวก่ายในการสรรหา สสร. อีก ๒๒ คน ท่านยืนยันกับ รัฐสภาแห่งนี้สิครับว่าท่านจะไม่ทําอย่างนั้น นอกจากนั้นในจํานวน ๒๒ คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ทางวิชาการ ผมต้องขอติงนะครับว่าประธานสภาจะเป็นผู้กําหนดในการเลือกคณะกรรมการ ขึ้นมา และหลังจากนั้นก็ให้แต่ละองค์กรนั้นส่งเสนอชื่อเข้ามา ๒ คนบ้าง ๓ คนบ้างว่ากันไป แต่ประธานรัฐสภานั้นต้องยืนยันชัดเจนว่ากรรมการที่ท่านจะเลือกสรรต้องมีความเป็นกลาง มีความเท่าเทียมของสมาชิกรัฐสภาในขณะนี้ จะไม่เลือกคนของตัวเองเข้าไปเป็นกรรมการ ในเรื่องนี้ นอกจากนั้นคุณสมบัติของ สสร. ซึ่งเขียนเอาไว้นั้นคร่าว ๆ มากเลยนะครับ มีเรื่องอายุ เรื่องการศึกษา สิ่งที่สําคัญของ สสร. ก็คือว่าทั้ง ๒ ส่วนน่าจะมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีกใช่ไหมครับ เช่น ต้องไม่ติดยาเสพติดให้โทษ ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็น บุคคลล้มละลายทุจริต ต้องไม่ต้องคําพิพากษาให้จําคุกและถูกคุมขังโดยหมายของศาล หรือว่าถ้าไปดูคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาก็ยังมีคุณสมบัติเพิ่มเติมอีก เช่น ไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดํารงตําแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง หรือเคยเป็นสมาชิก หรือเคยดํารงตําแหน่ง หรือพ้นจากการเป็นสมาชิกไม่เกินกว่า ๕ ปี สสร. ต้องมีคุณสมบัติ ต่าง ๆ เหล่านี้ไหมครับ เพราะจะมายกร่าง ยกกติกากันใหม่ของประเทศไทย เป็นกฎหมายสูงสุด ในการปกครองประเทศ ทําไมคุณสมบัติจึงเขียนไว้น้อยมาก นอกจากนั้นสิ่งที่ต้องเรียกร้อง ก็คือว่าหลังจากเป็น สสร. แล้ว ร่างรัฐธรรมนูญกันเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับ การเมืองด้วยไหมครับ ผมเสนอว่าต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นระยะเวลา ๕ ปีที่จะไม่ดํารง ตําแหน่งใด ๆ อย่างน้อย ๕ ปี เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า สสร. ที่เลือกมาและตั้งใจเข้ามานั้น ไม่ต้องการผลประโยชน์ทับซ้อนให้กับตนเอง นอกจากนั้นสิ่งที่สําคัญที่ประชาชนสงสัย คือผมอยากจะให้ยืนยันในที่ประชุมรัฐสภา เช่น กรณีของการเรียกร้องของกลุ่มกลุ่มหนึ่ง ที่บอกว่าต้องให้พระมหากษัตริย์ปฏิญาณตน หรือสาบานตนในสภาก่อนรับตําแหน่ง อย่างนี้เป็นต้น จะเกิดขึ้นไหมล่ะครับ ยืนยันสิครับ พรรคเพื่อไทยออกมายืนยันสิครับว่า จะไม่มีเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันไหมครับ เพราะเขาบอกว่า ต้องมีการแก้ไขสถาบันหลักของชาติครั้งใหญ่ ทั้งกองทัพ ศาล และองค์กรอิสระ โดยกองทัพ ต้องอยู่ภายใต้อํานาจและคําสั่งของฝ่ายการเมือง ประธานศาลฎีกาและเหล่าตุลาการทั้งหลาย จะต้องอยู่ภายใต้คณะรัฐมนตรีแทนที่จะเป็นพระมหากษัตริย์ และให้ยกเลิกองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย นี่คือคําเรียกร้องของกลุ่มกลุ่มหนึ่งนอกสภานะครับ ซึ่งผมเชื่อว่า ก็เป็นกลุ่มที่เกี่ยวพันกับพวกท่านอย่างชัดเจน ปฏิเสธไม่ได้ ท่านยืนยันไหมครับว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่เข้ามาอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนนั้นมีความสงสัยว่า ท่านจะโยงเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาหรือไม่ หรือแม้กระทั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว คดีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้จะหลุดพ้นไปหรือไม่ที่เกี่ยวข้องกับบรรดานักการเมือง ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองทั้งหลายนั้น มีคําตัดสินไปแล้วในบางคดีและอยู่ในระหว่าง การดําเนินการกระบวนการอยู่อีกในบางคดี คดีต่าง ๆ เหล่านั้นตกไปไหมครับ ซึ่งก็ไม่ควร จะตกนะครับ เพราะว่านั่นก็คือสิ่งที่ทําไปแล้วถูกต้องตามกฎหมายและบุคคลต่าง ๆ เหล่านั้น ก็ต่อสู้ในชั้นศาลอย่างถูกต้องแล้วเช่นเดียวกัน

ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะขอฝากก็คือว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เกิดขึ้นจริงและเสร็จสิ้นลง กรุณายืนยันให้ชัดเจนในรัฐสภาแห่งนี้สิครับว่าท่านจะยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ถ้าเสร็จสิ้นปีนี้อย่างที่หลายคนพูดกันก็หมายความว่า จะยุบสภากันปลายปี ๒๕๕๕ ใช่หรือไม่ครับ จะทําอย่างนั้นใช่หรือไม่พูดให้ตรงนะครับ แล้วผมหวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีเสร็จภารกิจข้างนอกแล้วกรุณากลับเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ให้เกียรติที่ประชุมรัฐสภาบ้าง เพราะท่านมายื่นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรีด้วย ถ้าท่านประธานจะให้กล้องไปจับดูภาพของคณะรัฐมนตรีในวันนี้มีนั่งอยู่เพียงท่านเดียว เท่านั้น ไม่เพียงพอหรอกครับที่จะบอกว่ารับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญของกฎหมายสําคัญของชาติครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ๑๐ นาทีครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร 🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ไม่ค่อยสบายครับ จะพยายามพูดให้สั้น กระชับแล้วก็เข้าประเด็นมากที่สุด ก่อนอื่นผมแสดงเจตจํานงชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับการล้มรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ครับ เรากําลังถอยหลัง เข้าคลองไปทุกที ๆ ยังจําได้ว่าสมัยที่แล้วในการเป็นผู้แทนราษฎรใช้เวลากันเป็นปีทีเดียว ที่จะต้องออกกฎหมายลูกหลากหลายฉบับ เจตจํานงผมชัดเจน รัฐธรรมนูญเองก็บอกไว้ว่า ถ้าอยากจะแก้ก็สามารถที่จะผ่านกระบวนการแก้ไขในรายมาตราผ่านรัฐสภาแห่งนี้ได้อยู่แล้ว และพรรคประชาธิปัตย์เองคราวที่แล้วเป็นแกนนํารัฐบาลก็ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้วครับ แต่ครั้งนี้กลับกันเลยครับ ท่านจะล้มทั้งฉบับทิ้งแล้วก็ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ประกอบด้วย ๙๙ คน ๗๗ คน มาจากการเลือกตั้งรายจังหวัด ซึ่งแน่นอนก็จะถูกครอบงํา อยู่แล้วโดยพรรคการเมืองเสียงข้างมาก ๒๒ คน มาจากการสรรหาก็หนีไม่พ้นระบบโควตา ซึ่งก็หนีไม่พ้นเสียงข้างมากเช่นเดิมครับ การมี สสร. ๙๙ คน ด้วยโครงสร้างแบบนี้ท่ามกลาง บรรยากาศแห่งความขัดแย้งแบบนี้ หนีไม่ออกหรอกครับว่าการเมืองสั่งได้ คุมได้ครับ ผมว่าเรากําลังถอยหลังเข้าคลองไปทุกวัน ๆ ครับ มันเสี่ยงมากครับ แล้วหัวข้อเสี่ยงของผม ก็คล้าย ๆ กับเพื่อนสมาชิกแต่จะลงให้ลึกกว่านั้นครับ เสี่ยงในเรื่องของพระราชอํานาจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างมากครับ ร่างทั้ง ๓ ร่างของรัฐบาล ของพรรคเพื่อไทย ของพรรคชาติไทยพัฒนา ใส่ข้อความเดียวกันทั้งหมดก็คือข้อความที่บอกว่าร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดขึ้นจะไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงผลการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ถามว่ามันพอไหมครับใส่แค่นั้น ต้องตอบแบบนี้ว่าถ้าท่านไม่ได้เขียนแบบนี้ ญัตตินี้เสนอเข้าสู่รัฐสภาไม่ได้ครับ แต่เป็นการเขียนตามพิธีกรรมเท่านั้นละครับ เพราะว่า มาตรา ๒๙๑ ที่ให้ท่านนําเรื่องเสนอญัตติได้วันนี้ถ้าท่านไม่ใส่คํานี้ลงไปท่านเสนอไม่ได้ครับ แล้วท่านประธานก็บรรจุไม่ได้นะครับ คําถามคือมันเสี่ยงเกินไป และถ้าท่านทําโดยบริสุทธิ์ใจ ทําไมไม่บอกล่ะครับว่า หมวด ๒ เรื่องของพระมหากษัตริย์ทั้งหมวด สสร. แก้ไม่ได้ทั้งหมวด ทุกถ้อยคํา ทําไมไม่ใส่ครับ นี่คือความบริสุทธิ์ใจที่ผมถามหาทั้ง ๓ ร่าง ทําไมมันไม่มีครับ ท่าน ส.ว. ครับ รัฐบาลมี ๓๐๐ เสียง ต้องการอีก ๒๕ เสียงจากท่านวันนี้เพื่อผ่านวาระที่หนึ่ง ท่านตัดสินใจเองครับว่าท่านจะนําหมวดนี้ไปเสี่ยงได้หรือไม่ เพราะวันนี้รัฐบาลกําลังดําเนินการ ลักษณะคล้ายโยนหินถามทางครับ ระบอบสถาบันเข้มแข็ง ไม่มีใครกล้าเปลี่ยนหมวดนี้ครับ แล้ววันหนึ่งถ้าลูกหลานของเรามาใช้วิธีแบบนี้เหมือนกับที่ท่านกําลังทําอยู่จะเกิดอะไรขึ้น กับหมวดพระมหากษัตริย์ ยืนยันกับผมกลางสภาสิครับว่าถ้า สสร. ชุดที่กําลังจะตั้งขึ้นมา มีการแก้ไขปรับเปลี่ยนหมวดพระมหากษัตริย์ไม่ว่าถ้อยคําใดท่านจะให้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นตกทั้งฉบับ เอาไหมครับ ยืนยันสิครับรัฐบาล มากไปกว่านั้นครับ นอกจากความเสี่ยง เรื่องของหมวดพระมหากษัตริย์แล้วเรื่องอื่นน่าสนใจครับ ประเด็นมาตรา ๓๐๙ มาตราที่เขาบอกว่าเป็นมาตราสําคัญที่ทําให้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้ถูกตราหน้าว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการครับ มาตรา ๓๐๙ แปลภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่า การใด ๆ ที่ผู้ปฏิวัติทํามาทั้งหมดที่ถูกรับรองไว้แล้ว ไม่ว่าจากวันนั้นในอดีตหรือว่าอนาคต ให้มันยังถูกต่อไป ซึ่งมาตรา ๓๐๙ เป็นตัวบ่งชี้ชัดว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้เป็น เผด็จการอยู่ในนี้ ผมเห็นสอดคล้องกับท่านเลยครับ แต่ผมต้องบอกท่านว่าหากท่านยกเลิก มาตรา ๓๐๙ ทั้งมาตราไปโดยอ้างเหตุความเป็นประชาธิปไตยอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้มองว่า รัฐธรรมนูญเป็นวิวัฒนาการมันมีปัญหาตามมา ปัญหาอะไรครับ ความไม่สงบจะเกิดขึ้น ทําไมมันต้องเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ในคราวนั้นคณะที่ทําการปฏิวัติรัฐประหารเขาไป ตั้งคณะกรรมการที่ชื่อว่า คตส. ครับ คตส. ทําหน้าที่เหมือน ป.ป.ช. พูดง่าย ๆ ก็คือว่า เป็นเจ้าพนักงานสอบสวนรวบรวมสอบเอง วิธีการทําเองเบ็ดเสร็จหมดทุกอย่างนะครับ แล้วก็เอาคดีคุณทักษิณขึ้นสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ถ้าถามผมแบบสุภาพบุรุษ ถามผมแบบนักประชาธิปไตย ผมบอกว่า คตส. ทํากับคุณทักษิณแบบนี้ไม่ถูกครับ เพราะว่า กระบวนการสอบสวนสืบสวนมันไม่ชอบ ถ้าพูดกันในฐานะนักประชาธิปไตย แต่พอเรื่อง มันไปสู่ศาลเรียบร้อยแล้วมันมีคดีที่ตัดสินว่าคุณทักษิณผิดจริงครับ เช่น ที่ดินรัชดาครับ ท่านกํากับดูแลกองทุนฟื้นฟู ภรรยาท่านไปประมูลซื้อ กฎหมายมันระบุชัดว่าทําไม่ได้ครับ ตัดสินท่านผิดไปแล้ว แต่ที่มันเป็นเรื่องสําคัญและใส่วงเล็บขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งได้เลยครับ มันมีคดีใหญ่กว่านั้น แล้วท่านจะตอบไม่ได้ ตอบสังคมยากมากครับ คดีการปล่อยเงินกู้ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ๔,๐๐๐ ล้านบาทไปที่ประเทศพม่า สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ ในโครงการนั้นก็ตกกับบริษัทที่เกี่ยวพันกับตัวท่านตามข้อกล่าวหา คดีที่ ๒ แปรรูปแบบ สัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต บริษัทที่ได้ประโยชน์ก็คือบริษัทที่เป็นบริษัทโทรศัพท์มือถือ ของท่านอีกละครับ นี่คือคดีใหญ่ที่ยังคาอยู่ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองครับ แล้วนี่คือผลพวง ถ้ามาตรา ๓๐๙ ถูกยกเลิก แสดงว่าการใด ๆ ที่ คตส. ทําการสืบสวนสอบสวนมาทั้งระบบเริ่ม ๐ ใหม่หรือครับ หรือว่าคดีทั้งหมดของคุณทักษิณ หายอันตรธานจากโลกนี้ไป อย่าลืมนะครับมีพี่น้องประชาชนบางส่วนเขาขาดศรัทธากับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีพี่น้องประชาชนบางส่วนเห็นด้วยกับการทํารัฐประหาร เพราะว่า ทนการทุจริตคอร์รัปชันโดยเชิงนโยบายไม่ได้ แล้วนั่นคือเหตุของความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น หากว่ามาตรา ๓๐๙ ถูกยกเลิกไปทั้งมาตราแบบที่เรียกว่าไม่เขียนบทใด ๆ ในเรื่องนี้เอาไว้เลย ปัญหานี้เกิดขึ้นในประเทศไทยแน่นอน ท่านครับ เปิดใจกว้างยอมรับว่าการแก้ไขมาตรา ๓๐๙ ทําได้ไหม ในรัฐสภาแห่งนี้ทําได้ครับ ส.ว. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลจับเข่าคุยสิครับ จะแก้แบบไหน ให้มันไม่มีลักษณะของร่องรอยเผด็จการเหลืออยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทําได้ครับ ถามว่า คุณทักษิณเป็นคนหนึ่งไหมที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติรัฐประหาร ใช่ครับ การพรากอํานาจ การปล้นจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่านไปโดยไม่ชอบ ถูกครับ ท่านเสียเปรียบครับ ๑๑๑ คน ของกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่โดนประกาศ คปค. ฉบับที่ ๒๗ เพิ่มโทษ ให้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ปี ซึ่งจากเดิมเขาห้ามเพียงแค่ไปตั้งพรรคใหม่ มันไม่ยุติธรรม กับคุณทักษิณไหม ใช่ครับ มันไม่ยุติธรรมกับ ๑๑๑ คนที่ถูกพรากอํานาจไปหรือเปล่า ใช่ครับ ก็มาคุยกันครับว่าเอาแบบไหน แต่อย่าลักไก่ ตัดมาตรา ๓๐๙ ทิ้งทั้งฉบับแบบนี้ไม่ได้ครับ เพราะคดีคุณทักษิณอีก ๒ คดี ซึ่งเป็นคดีหลักจะถูกหายไปด้วย แล้วมีอีกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่เขาไม่ยอมเรื่องนี้อย่างยิ่ง ถามสิครับว่าเรากําลังถอยหลังเข้าคลองโดยการให้เกิด สสร. ขึ้นมาใหม่ใช่หรือเปล่า คุยกันแบบเปิดใจครับ ในรัฐสภาแห่งนี้แก้ไขได้ ยอมรับสิครับว่า มันต้องเดินต่อไปข้างหน้า แต่ถ้าวันนี้ สสร. ชุดนี้เกิด นี่คือความอัปยศครับ เราต้องเริ่ม ทุกอย่างใหม่หมด คดีที่เคยดําเนินมาแล้ว ความขัดแย้งมันจะกลับมาสู่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง แล้วนี่คือสิ่งที่ท่านต้องการหรือครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลมี ๓๐๐ เสียง ต้องการ ส.ว. ๒๕ เสียง ลือกันมาเป็นอาทิตย์ว่า ส.ว. เลือกตั้ง ได้ข้อตกลงว่าถ้ามีการเปิดโอกาสให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่เกิดขึ้น ท่าน ส.ว. ไม่ต้องเว้นวรรคในการกลับเข้ามาเป็น ส.ว. อีกครั้ง หมายถึงว่าเลือกตั้งต่อได้เลยเที่ยวหน้า เอากันแค่นี้หรือครับ ศักดิ์ศรีมีแค่นี้หรือครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธานตรง ๆ วันนี้กลางสภาว่าไม่เคยคิดฝันครับ ในการเป็นผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นรัฐมนตรี แต่ท่านประธานครับ ผมอยากเป็น ส.ว. สมัยที่แล้วเคยร่วมงานกับ ส.ว. หลายท่าน เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง ผมอยากเป็น ส.ว. ครับ ผมอยากเป็นเมื่ออายุ ถึงจุดหนึ่งครับ มาช่วยกรอง มาเป็นเสาหลักของบ้านของเมืองครับ แต่พอเจอวันนี้ถ้า ส.ว. เป็นแบบนี้ นี่คือความผิดหวังครับ

(นายกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกําแพงเพชร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านอรรถวิชช์ครับ มีสมาชิก ประท้วงครับ เชิญครับ ท่านกฤชใช่ไหมครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมจะจบการอภิปรายของผมแล้วนะครับ แล้วก็ขอบอกตามตรงครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านอรรถวิชช์ฟังนิดหนึ่งครับ

นายกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภา กําแพงเพชร

ท่านประธานที่เคารพ ผม กฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดกําแพงเพชร ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ด้วยความเคารพท่านผู้อภิปราย อยากจะให้ท่านประธานขอให้ท่านผู้อภิปรายได้ถอนคําพูด ที่ว่าได้ทําความตกลงกับ ส.ว. ในเรื่องของการต่ออายุ ส.ว. ผมถือว่าเป็นการดูหมิ่นเหยียดหยาม เสียดสีผมครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านอรรถวิชช์ไม่พูดนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ครับ ท่านประธานครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงผมตั้งใจดูหมิ่นเลยครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ถอนนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ผมใช้คําว่า ข่าวลือ ครับ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ผมดูหมิ่นเลยครับ แล้วผมถอนไม่ได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ

(นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุทัยธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เดี๋ยวนะครับ มีประท้วงเยอะเลย เชิญท่านสิงห์ชัยครับ

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง สมาชิกวุฒิสภา อุทัยธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ส.ว. จากจังหวัดอุทัยธานี สิงห์ชัย ทุ่งทอง เราโต ๆ กันแล้วนะครับ จริง ๆ แล้ว ท่าน ส.ส. ก็เพื่อนตอนเรียนด้วยกัน ขอร้องเถอะครับ การที่เอาความดีเข้าตัวคุณ อย่าตีค่า พวกผมแบบนั้นนะครับ การเรียนการศึกษาของคุณก็สูงพอสมควร

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านสิงห์ชัยครับ

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง สมาชิกวุฒิสภา อุทัยธานี

ขอให้คุณถอนครับ ถ้าไม่ถอน งานนี้ไม่จบครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมบอกกับท่านประธานด้วยความบริสุทธิ์ใจอีกครั้งนะครับ เป็นดุลยพินิจ ของท่าน ส.ว. ครับ ถ้าท่านจะโหวตรับในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมก็ไม่ว่าครับ เพราะว่า เป็นเอกสิทธิ์ของท่านครับ แต่ถ้าใครที่ข้อตกลงแบบนั้นจริงผมถือว่ามันเป็นการทําลายครับ เอาละครับ ไม่เป็นอะไรครับ เพราะว่าพี่เองก็เรียนมาด้วยกัน เรียนสถาบันพระปกเกล้ามา ด้วยความเคารพครับ ผมถอนครับ ท่านประธานครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ท่านอรรถวิชช์ ถอนแล้วนะครับ

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมฝากบ้านฝากเมืองครับ เพราะว่าการแก้ไขครั้งนี้มันนําประเทศถอยหลัง เข้าคลองจริง ๆ ครับ แค่นั้นละครับ ทุกอย่างแก้ไขได้ในรัฐสภาแห่งนี้ครับ ถ้าต้องเยียวยาใคร มากน้อย แค่ไหน เพียงใด มาคุยกันได้ครับ ผมว่าเราเปิดกว้างทุกฝ่าย ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ต่อไปขอเป็น ฝ่ายรัฐบาลนะครับ เชิญท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ๒๐ นาทีครับ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 🔗

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ เวลาที่ผมจะมา อภิปรายไม่ได้ถูกกําหนดเอาไว้ แต่เนื่องจากว่ามันมีประเด็นทางการเมือง มันมีประเด็น วาทกรรมที่จะทําให้พี่น้องประชาชนผู้ติดตามการถ่ายทอดการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันนี้เกิดความเข้าใจผิดแล้วก็คิดสับสนกับกระบวนการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ในคราวนี้ ก็มีความจําเป็นจะต้องมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจข้อมูลครับ หลักคิดแล้วก็เหตุผลที่ชัดเจนตรงไปตรงมา ผมจะใช้เวลาของรัฐสภาโดยกระชับครับ

ประเด็นที่ ๑ เพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายคนเหลือเกินครับ พยายามอธิบายว่า เห็นต่างกับการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็จะต้องแก้ในช่วงเวลานี้ครับ เพราะเราจะอยู่ในประเทศที่มีรัฐธรรมนูญเป็นเผด็จการ แต่รัฐบาลเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ ต่างประเทศเขาจะมองอย่างสงสัย กังขา จะสูญเสียความสง่างามของบ้านเมือง จะเสื่อมต่อ เกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชน เพราะฉะนั้นเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากประชาชนตามกระบวนการ ประชาธิปไตยอย่างถูกต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม รัฐบาลนั้นก็จะต้องกอบกู้เกียรติยศศักดิ์ศรี แห่งประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ โดยการทําให้กฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เป็นประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกพูดกันมากก็คือมูลเหตุ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเพราะว่ามีที่มาจากอํานาจของคณะรัฐประหาร ผมนั่งฟัง ๒ วันเต็มครับ ปรากฏว่าสมาชิกทุกท่านทุกฝ่ายที่ลุกขึ้นอภิปรายบอกว่าไม่เห็นด้วยกับ การรัฐประหารทั้งสิ้น ซึ่งผมเชื่อนะครับ ผมเชื่อว่าไม่มีนักการเมืองคนใดเห็นด้วยกับ การรัฐประหาร เหมือนกับเชื่อถ้ามีใครมาบอกผมว่าไม่เห็นด้วยกับการปล้น ผมก็ต้องเชื่อ แต่ปัญหาก็คือถ้ามีการปล้นแล้วเขาเอาสมบัติมาแบ่งให้ คนคนนั้นจะเผลอใจนึกเอาว่า แก๊งปล้นเป็นผู้มีพระคุณหรือไม่ แล้วถ้าติดอกติดใจกับสมบัติอํานาจที่แก๊งปล้นเอามามอบ จะเผลอตัวเผลอใจกลายเป็นผู้ร้ายปล้นฆ่าประชาชนไปเสียเองหรือไม่ ตรงนี้ต่างหากละครับ ที่น่าห่วงใยกังวล มีเพื่อนสมาชิกได้กรุณาหยิบยกผลโพลล์จากสถาบันการศึกษาระบุว่า หลังจากการรัฐประหาร วันที่ ๑๙ กันยายน มีการสํารวจความเห็นของประชาชนพบว่า มี ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์บ้าง ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์บ้าง เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ด้วยความเคารพ ผมไม่นึกเลยว่านี่จะเป็นข้อมูลที่มีการนําเอามากล่าวอ้างกันกลางสภานี้ เพราะสิ่งที่กําลังพูด มันเป็นกระบวนการปกติธรรมดาพื้นฐานเหลือเกินของการสร้างความชอบธรรม หลังการรัฐประหาร ผมถามว่าหลังการยึดอํานาจ ๑๙ กันยายนใหม่ ๆ ถ้ามีใครไปสํารวจ ความเห็นประชาชน ประชาชนแทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการยึดอํานาจ มหาวิทยาลัยที่ไหนจะกล้าเอาออกมาเปิดเผย เผยแพร่ งานนี้หวยล็อกครับ แล้วกรุณาอย่า ได้อ้างว่าประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศไปเห็นด้วยกับการรัฐประหารจะอ้างได้อย่างไร ก็ในเมื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารชุดนั้นปัจจุบันแสดงความไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร โดยการเข้ามานั่งอยู่ในสภานี้ครับ มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่ชัดเจนที่สุดครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในประการต่อมาผมกราบเรียนว่ามีการซักถามว่า จะเร่งแก้รัฐธรรมนูญไปทําไม ทําไมต้องมาเร่งแก้เอาตอนนี้ มีปัญหาของประชาชนมากมาย รอให้แก้ไข ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ท่านประธานครับ นี่ไม่เข้าใจกันจริง ๆ หรือครับว่ารัฐบาลสามารถที่จะทํางานหลาย ๆ อย่าง พร้อม ๆ กันได้ ใครพูดเมื่อไรล่ะครับว่ารัฐบาลจะต้องหยุดทุกอย่างเพื่อมาแก้รัฐธรรมนูญ ไม่มีครับ ก็ในวันนี้ที่รัฐสภากําลังคุยกันเรื่องนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็นําคณะกรรมการ กยน. เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม แล้วนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลก็ขับเคลื่อนเดินหน้า ไม่ได้หยุดยั้งลงแต่ประการใด ผมยอมรับครับว่ารัฐบาลชุดนี้แม้ว่าเรามิอาจจะคิดค้นนโยบายที่ยิ่งใหญ่อย่างเอาไข่ไก่ ไปชั่งกิโลขายได้ แต่ว่าเราก็เดินหน้าทุกนโยบายอย่างชัดเจนและได้ผล ปราบปรามยาเสพติด เด็ดขาด หน้า ๑ หนังสือพิมพ์ ข่าวโทรทัศน์ วิทยุ มีให้เห็นเป็นรูปธรรมทุกวัน แท็บเล็ต (Tablet) กําลังเดินหน้า รับจํานําข้าวกําลังเดินหน้า ค่าตอบแทนรายได้ของระดับปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาทกําลังเดินหน้า หลายนโยบายกําลังเดินหน้าครับ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ หมายความว่าพอรัฐบาลมายื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เรื่องอื่นจะต้องหยุดยั้งลงไปนะครับ แล้วผมไม่เข้าใจครับท่านประธานว่าไม่ทราบจะต้องให้รัฐบาลทําตัวอย่างไร พอเรายื่นแก้ไข รัฐธรรมนูญก็บอกว่าเร่งรีบเกินไป ทําไมไม่แก้ปัญหาประชาชน ไม่เยียวยาน้ําท่วมก่อน พอเรายื่น พ.ร.ก. จะกู้เงินมาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ําท่วมเพื่อพัฒนาอนาคตของประเทศก็บอกว่า ยังไม่ต้องรีบ รอได้ แล้วจะให้เราทําอย่างไรครับ จะเอาอย่างไรถึงจะถูกใจครับ จะให้ท่านมา เป็นรัฐบาลเราก็ทําไม่ได้เพราะประชาชนมอบหมายรัฐบาลชุดนี้ให้มาบริหารประเทศครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นต่อมาผมดูว่ามันจะเป็นวาทกรรมที่หากว่า ไม่อธิบายความต่อพี่น้องประชาชน วาทกรรมนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทิ่มแทงรัฐบาล ตลอดทางของการแก้รัฐธรรมนูญ เขาบอกว่าการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการตีเช็คเปล่า ให้กับ สสร. ผมเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่เช็คเปล่าครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเช็คเข้าบัญชี ระบุชื่อบัญชีประชาธิปไตย ขีดคร่อมไว้ชัดเจนในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ว่าไม่แตะต้องสถาบันเบื้องสูงอันเป็นที่เคารพเทิดทูนของสังคมไทย นี่คือความชัดเจนครับ แล้วมีประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ผ่านการเลือกตั้ง สสร. ผ่านการติดตามกระบวนการ ยกร่าง และผ่านการทําประชามติก่อนมีผลบังคับใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันต่างหากเป็นการตีเช็คเด้ง ฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ใช้กันอยู่นี้ละครับ เป็นการตีเช็คเด้งให้ประชาชน แล้วไม่ใช่เด้งเดียวครับ หลายเด้ง เด้งที่ ๑ เป็นการตีเช็คเด้ง เพราะการมีรัฐธรรมนูญจากคณะยึดอํานาจทําให้ต่างชาติไม่ให้การยอมรับ เมื่อต้นปี ๒๕๕๓ ท่านประธานคงจําได้นะครับว่า ออง ซาน ซูจี ผู้นําจิตวิญญาณการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ของประเทศเพื่อนบ้านให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นข่าวไปทั่ว เธอบอกว่ารัฐธรรมนูญที่ร่าง โดยเผด็จการทหารนั้นไม่มีทางเป็นประชาธิปไตยได้ครับ แล้วเคยยกตัวอย่างสถานการณ์ การเมืองของประเทศไทยในเวลานั้น นี่เราอยู่กันจนประเทศพม่าเป็นห่วงเรื่องประชาธิปไตย วันนี้พอรัฐบาลยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ หรือฉบับเช็คเด้งก็กลายเป็นเรื่องเป็นปัญหา เด้งที่ ๒ รัฐธรรมนูญปัจจุบันนี้ละครับที่ใช้เด้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และเด้งนายกรัฐมนตรีจากพรรคที่ได้เสียงอันดับ ๑ จากการเลือกตั้งออกจากตําแหน่งถึง ๒ คนครับ เด้งที่ ๓ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ละครับที่ใช้เด้งพรรคการเมืองที่ไม่ชนะเลือกตั้งเข้ามา เป็นรัฐบาลแล้วให้หัวหน้าพรรคการเมืองมาเป็นนายกรัฐมนตรีทั้ง ๆ ที่แพ้เลือกตั้งครับ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือรัฐธรรมนูญเช็คเด้ง แล้วพวกที่ยื่นเช็คเด้ง พวกที่ตีเช็คเด้งมีอยู่ ๒ ประเภทครับ ๑. ประเภทที่ล้มเหลวในชีวิตจนสิ้นเนื้อประดาตัวไม่เหลืออะไรแล้ว และ ๒. ประเภทที่รวมหัวกันโกง หลอกต้มประชาชนตั้งแต่ต้นทาง จึงถามประชาชนว่าท่านจะ เลือกเอาเช็คเข้าบัญชี ระบุชื่อบัญชีประชาธิปไตยที่มีขีดคร่อมว่าไม่แตะต้องสถาบันเบื้องสูง ที่มีประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีหรือทนใช้รัฐธรรมนูญเช็คเด้งฉบับนี้ต่อไปครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ประการต่อมาผมกราบเรียนท่านประธานว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้สุ่มเสี่ยงหรือเป็นช่องทางที่จะให้มีการกระทบกระทั่ง สถาบันเบื้องสูง ก็รัฐบาลยืนยันไปแล้ว ในบทบัญญัติของร่างแก้ไขฉบับนี้ซึ่งผมไม่ต้องอ่าน เนื้อความซ้ําแล้วครับ เพราะว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านอ่านหลายรอบจนประชาชน เข้าใจกันดีแล้วว่าไม่มี เราระบุเอาไว้ชัด ไปอ้างว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ ในประเด็นอันเกี่ยวเนื่องกับสถาบัน ก็นั่นไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล เป็นความคิดเห็นของประชาชน นักวิชาการกลุ่มหนึ่ง แล้วรัฐบาลก็แสดงจุดยืนชัดเจนในฐานะผู้นํารัฐบาลโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และในฐานะหัวหน้าพรรคแกนนํารัฐบาล นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ว่าเราไม่เห็นด้วย ว่าเราไม่ดําเนินการ แต่ก็มีความพยายามเหลือเกินนะครับที่จะเชื่อมโยงให้ประชาชนวิตก กังวลและไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเอาอย่างนี้ผมตั้งคําถามให้ที่ประชุม ให้พี่น้องประชาชนได้ขบคิดร่วมกันเถอะครับว่าถ้าหากการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพื่อให้มี สสร. ในคราวนี้สุ่มเสี่ยงจะกระทบต่อสถาบันเบื้องสูงจนใครต่อใครบางคนทนไม่ได้ ต้องออกมาโหมกระพือกันใส่นี่ แล้วถามว่าหลังวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มีคณะคนกลุ่มหนึ่ง ออกมายึดอํานาจฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ทั้งฉบับ แล้วยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ทําไมท่านไม่คิด ล่ะครับว่ามันสุ่มเสี่ยงที่จะกระทบกับสถาบันเบื้องสูง ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าคนกลุ่มนั้น จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ท่านวิตกกังวล มาอ้างว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งเสนอ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันท่านทนไม่ได้ ท่านกังวลต้องออกมาต่อต้าน แล้วรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันที่ใช้อยู่นี่ร่างขึ้นโดยอํานาจของคณะรัฐประหาร คนที่แต่งตั้ง สสร. ประทานโทษครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน คนนี้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงนามแต่งตั้งกรรมการ กกต. ให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ทําได้ถึงขนาดนั้น แล้วคนเดียวกันนี้มาเซ็น ตั้ง สสร. ให้มาแก้รัฐธรรมนูญ ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าทําขนาดนี้แล้วจะไม่แตะต้องประเด็น ที่เกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง ทําไมไม่ออกมาสู้ล่ะครับ ทําไมไม่ออกมาครับ เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ท่านกําลังแสดงออกอยู่วันนี้มันเป็นเรื่องความจริงใจหรือเป็นเรื่องใส่ไคล้ ทางการเมือง พวกผมนี่ออกมาต่อสู้ พวกผมออกมาต่อต้าน แล้วหลาย ๆ ท่านอยู่ไหนครับ แบ่งเค้ก (Cake) กันอยู่หรืออย่างไร แจกรางวัลเลขท้าย รางวัลข้างเคียงกันอยู่หรืออย่างไรครับ

ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมาเรื่องเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีเพื่อนมิตรพี่น้องทั้ง ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล แล้วก็ ส.ว. หลายท่านได้แสดงความเห็นแล้ว ทั้งในส่วนเนื้อหาที่สนับสนุนว่าต้องแก้ ทั้งส่วนที่เห็นต่างว่าต้องไม่แก้ แต่ผมยกตัวอย่าง ประเด็นเดียวและผมว่าเป็นประเด็นสําคัญประเด็นหนึ่งที่ทําให้สถานการณ์ความขัดแย้ง ทางการเมืองลุกลามบานปลายกลายเป็นวาทกรรม ๒ มาตรฐานพูดกันทั่วบ้านทั่วเมืองจนถึง วันนี้ ก็คือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไปดึงเอาอํานาจตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ขัดแย้งทางการเมืองมากเกินไป ไปเอาตุลาการมาตั้งองค์กรอิสระ แล้วองค์กรอิสระก็มา ตัดสินชี้ว่ารัฐบาลนี้เป็น รัฐบาลนั้นตาย คนนั้นป่วย คนนั้นไข้ พรรคนี้ยุบ พรรคโน้นไม่ แล้วตุลาการที่มานี่ด้วยความเคารพครับ ผมก็ไม่มีเจตนาจะกระทบกระทั่ง แต่ท่านเห็นไหม พอตุลาการมาเป็นกรรมการสรรหาส่วนใหญ่หน้าตาของกรรมการองค์กรอิสระก็ตุลาการ ทั้งนั้นละครับ แล้วพอมาดําเนินการกับความขัดแย้งทางการเมืองหลายเรื่องคาใจประชาชน ทีนี้ละครับ ยุ่งอีรุงตุงนังกันไปหมด เอากรรมการมาเป็นผู้เล่นก็เลยเล่นกันทั้งหมดในสนามไม่มีใครเป็น กรรมการ สักพักหนึ่งกองเชียร์ (Cheer) ทุกฝ่ายก็ลงมาเล่นในสนามด้วย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยว่ากระบวนการยุติธรรมต้องมี อํานาจตุลาการต้องได้รับความเคารพปกป้อง ใช่ครับ และผมเห็นด้วยว่าทุกเรื่องที่มีความขัดแย้งทุกเรื่องต้องเดินไปหาศาล แต่ไม่ใช่ทุกศาล ต้องเดินมาหาเรื่องครับ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันทําให้เกิดสิ่งที่ผมพูด เพราะฉะนั้นเนื้อหา สาระเฉพาะในประเด็นนี้ก็ต้องมาพิจารณาว่ากันใหม่ครับท่านประธาน ไม่ใช่เพื่อผม ไม่ใช่ เพื่อพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เพื่อรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่ออนาคตของประเทศไทย และเพื่อลูกหลานของบ้านเมืองนี้ที่กําลังเติบโตกันขึ้นมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นต่อมาเขาบอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คราวนี้ไม่น่าจะทํา ทําไม่ได้ ก็เพราะว่าเป็นการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่คํานึงถึงเสียง ของประชาชนที่ลงประชามติรับรองรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถึง ๑๔ ล้านเสียง ปกป้อง ประชาชน ๑๔ ล้านเสียง ผมเห็นด้วยครับ แล้วผมจะสนับสนุนถ้าในวันที่ยึดอํานาจ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านออกมาชี้หน้าคณะยึดอํานาจกลางถนนว่าทําอย่างนี้ ได้อย่างไร ก็ในเมื่อรัฐบาลนี้ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ๑๙ ล้านเสียง แต่ไม่ครับ ท่านหุ้นครึ่งเดียวตลอดเวลา หุ้นเอาแต่ข้างที่ท่านเห็นประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้นละครับ ท่านบอกว่า สสร. ตามที่ระบุในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขนี้จะเป็น สสร. ล็อก สเปก จะล็อกกันเข้าไปได้อย่างไรครับ ก็ทํากันบนดินเปิดเผยคนเห็นทั้งประเทศ วันนี้คนติดตาม การถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภามากกว่าการติดตามรายการใด ๆ ผมเชื่อเช่นนั้นครับ เพราะเรื่องนี้เรื่องสําคัญและเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ แล้วท่านจะไปหาว่ารัฐบาลไปทํามุบมิบ ยุบยับกันใต้โต๊ะไปล็อก สเปก ล็อกได้อย่างไร กระบวนการเลือกตั้ง กกต. จะมาดําเนินการ กกต. ชุดที่เขาพิจารณาคดียุบพรรคการเมืองบางพรรคไม่ทัน จนขาดอายุความนั่นละครับ ไม่เชื่อ กกต. หรือครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธานครับว่าผมมีตัวอย่าง ที่มา สสร. ชุดก่อนนะครับ ถ้าท่านไม่สบายใจวิพากษ์วิจารณ์กันว่า สสร. ชุดนี้จะล็อก สเปก ท่านฟังชุดก่อนนะครับ ขออนุญาตอ่านนะครับ สสร. ชุดก่อนนี่เขาบัญญัติหลักการ ให้มีสมัชชาแห่งชาติจํานวน ๒,๐๐๐ คน แล้วให้สมาชิกสมัชชาแห่งชาติเลือกกันเอง ให้เหลือ ๒๐๐ คน ปรากฏว่าในบรรดาสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ๒,๐๐๐ คน มีสมาชิกสมัชชา แห่งชาติที่ไม่เลือกแม้แต่ตัวเอง คือหมายความว่าไม่ได้คะแนนเลย ๐ ถึง ๕๐๐ กับ ๒ คน ปรากฏการณ์เช่นนี้คิดได้ ๒ อย่างครับ คือ ๕๐๐ กับอีก ๒ คนนี้นี่ไม่มีความต้องการ ไม่สมัครใจ จะมาเป็นสมัชชาแห่งชาติตั้งแต่ต้น หรือ ๕๐๐ กับ ๒ คนนี้นี่มีงานครับ คือผู้มีอํานาจ เขาใส่ชื่อมาเป็นอยู่ใน ๒,๐๐๐ คน เพื่อให้เลือกคนที่เขาต้องการ นี่เรียกว่า โคตรล็อก สเปก ใช่ไหมครับ แล้วทําไมไม่มีใครออกมาโวยวายล่ะครับ ทําไมไม่มีใครออกมาต่อสู้ล่ะครับ ทําไมไม่มีใครออกมาปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชนในวันนั้นล่ะครับ เขาบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการแก้ไขเพื่อช่วยเหลือคนคนเดียว ถามจริง ๆ เถอะครับ ท่านคิด อย่างนั้นจริง ๆ หรือใครเข้าฝันให้คิด มันเป็นไปได้หรือครับที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนอยู่ในสายตาของประชาชนตลอดเวลา อยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมที่สุด ต่อความอยู่รอดทางการเมืองในทุกบาทก้าวย่าง จะอาจหาญถึงขนาดลุกขึ้นมาแก้กฎหมาย สูงสุดในการปกครองประเทศเพื่อช่วยเหลือคนคนเดียว ท่านประธานครับ ผมได้รับแจ้ง จากวิปรัฐบาลว่าให้ต่อเวลาได้อีก ๑๐ นาที ขออนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรียนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่รัฐบาลทํากันเองนะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องชงเองกินเอง แต่ทุกอย่างทําอยู่ในสายตาของประชาชน หมายความว่าตั้งแต่ ขั้นตอนของการพิจารณาร่างแก้ไขวันนี้อยู่ในสายตาประชาชน ฝ่ายเห็นด้วยว่าอย่างไร ว่าไป ฝ่ายไม่เห็นด้วยว่าอย่างไร ว่าไป ประชาชนเขามีสติปัญญา มีวิจารณญาณ เขาพิจารณาได้ แล้วทําไมเราต้องดูถูกดูแคลนประชาชนล่ะครับ ท่านคิดเข้าไปได้อย่างไรว่าทุกขั้นตอน ที่ประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาร่าง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง สสร. ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข้อมูลข่าวสารในขณะมีการยกร่างซึ่งต้องทําโดยเปิดเผย ไม่ได้ทํากัน ในห้องมืดที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการลงประชามติรับหรือไม่รับร่างในขั้นตอนสุดท้าย ทําไมต้อง เหยียบย่ําดุลยพินิจของประชาชนครับ แล้วท่านคิดหรือครับว่าคนไทย ๖๐-๗๐ ล้านคน จะยอมนั่งทนดูเฉย ๆ ให้เขาแก้กฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง มันเป็นไปไม่ได้ครับ ผมเคารพศรัทธาและเชื่อมั่นในประชาชน และผมไม่มีทางเชื่อว่า ประชาชนที่ไหนในประเทศไทยจะยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น แล้วถ้ารัฐบาลทําเช่นนั้น รัฐบาลก็จะเจอกับพลังมหาศาลของประชาชน แล้วรัฐบาลที่มาจากประชาชนจะมิอาจ ต้านทานพลังของประชาชนได้ แล้วรัฐบาลที่มาจากประชาชนก็มิอาจจะสั่งสังหารประชาชน ได้อย่างแน่นอนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานอีกนะครับว่ามีข่าว ผู้หลักผู้ใหญ่ก็บอกผมมาว่าให้ระวังนะ จะมีกลุ่มก้อนคนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญว่ารัฐบาลชุดนี้จะล้มล้างรัฐธรรมนูญ จะยื่นให้ตีความ ล้มล้างที่ไหน ก็นี่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คนเขารู้กันทั่วว่า ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ต้องเอามาตรา ๒๙๑ มาดําเนินการเพื่อเปิดช่องให้แก้ได้ ไม่ใช่ การล้มล้าง แต่นี่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ แล้วถ้าใครจะมาแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาก็จะต้องมาดําเนินการ ตามกระบวนการวิธีครับ รัฐบาลชุดที่แล้วเขาดําเนินการแก้ เขาก็มีกระบวนการ รัฐบาลชุดนี้ จะดําเนินการแก้ก็มีตามกระบวนการ การล้มล้างรัฐธรรมนูญ หมายถึงการบุกเข้ายึดอํานาจ ในการปกครองการบริหารประเทศ หมายถึงการล้มล้างรัฐบาลในขณะนั้น ทําลายรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นแล้วตั้งตัวเองขึ้นเป็นรัฏฐาธิปัตย์ นั่นคือการรัฐประหารครับ ให้ชัดเจนแบบนี้เถอะครับ อย่าไปทําให้สังคมสับสน อย่าไปทําให้ประชาชนเสียเวลา อย่าไปลุ้นหวยศาลรัฐธรรมนูญมาก นักเลย มันไม่มีใครถูกหวยทุกงวดละครับ ล่าสุดหวย พ.ร.ก. ผิด คนเฮกันทั้งบ้านทั้งตลาดครับ ท่านประธาน

ท่านประธานที่เคารพครับ ประการต่อมาผมนั่งสดับตรับฟังดูจนพรรคพวก ชวนให้มาทําหน้าที่ในเวลานี้ ผมว่าจริง ๆ มันไม่มีปัญหาอะไรเลยในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ คราวนี้ เพราะผมได้เคยแสดงความเห็นไว้กับสื่อมวลชนมาก่อนหน้านี้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญ คราวนี้ ก็คือการยื่นแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ให้มี สสร. แล้ว สสร. เข้าไปดําเนินการแล้วประชาชน ลงประชามติ สสร. มาจากการเลือกตั้ง ผมเปรียบเทียบเอาไว้ว่ามันเหมือนกับรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันอยู่ในห้อง ๆ หนึ่งครับ แล้วก็ล็อกกุญแจข้างนอกเอาไว้ ทีนี้เราจะแก้ เราแก้ โดยวิธีการถือลูกกุญแจไปไขกุญแจเปิดห้องนี้ แล้วให้ สสร. ซึ่งประชาชนเลือกมาเข้าไปแก้ ข้างใน พอ สสร. เข้าไปแก้ข้างในเสร็จ ผลการแก้ไขเป็นอย่างไร ยกออกมาให้ประชาชน ตัดสินด้วยการลงประชามติเท่านี้เองครับ แล้ววันนี้กุญแจก็ยังไม่ได้ไขเลยครับ รัฐธรรมนูญ ยังอยู่ในห้องหนาแน่น กุญแจก็ยังล็อกอยู่ เราแค่ถือลูกกุญแจเดินเวียนไปเวียนมา แต่ปัญหามันเกิดจากมีพวกโรคจิตไปถ้ํามองครับ มีพวกโรคจิตไปถ้ํามองในห้องเสียก่อนครับ แล้วไปมองไม่ได้เห็นอะไรละครับ เห็นตะคุ่ม ๆ วับ ๆ แวม ๆ ก็ออกมาโวยวายตีโพยตีพาย เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ บ้านเมืองนี้มันมีปัญหากับพวกโรคจิตถ้ํามองได้อย่างไรล่ะครับ ยังไม่มีใครทําอะไรเลยครับ ให้ถอนตาออกมาจากฝาห้องแล้วตั้งสติ อย่ามีพฤติกรรมเช่นนั้น เดินไปบนดิน เดินไปท่ามกลางสายตาของประชาชน อย่างนี้สิครับ ถึงเรียกว่าเป็นประชาธิปไตย อย่างนี้สิครับ ถึงเรียกว่าเคารพและให้เกียรติประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นใจ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นะครับ เธออยู่ในห้อง เธอรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีการไขกุญแจเข้ามา แล้วมาแก้ไขให้ถูกต้อง แต่เธอถูกค่อนแคะจากพวกถ้ํามองจริง ๆ ครับ

ท่านประธานที่เคารพ สุดท้ายผมเรียนท่านประธานว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปสู่วิถีประชาธิปไตยภายใต้กติกาที่เป็น ประชาธิปไตย เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นเครื่องมือและช่องทางสําคัญช่องทางหนึ่ง ในการสร้างความปรองดอง ในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นกับประเทศ ผมไม่ได้บอกว่า แก้รัฐธรรมนูญแล้วทุกอย่างปรองดอง สันติภาพเกิดขึ้นทันที แต่นี่เป็นช่องทางหนึ่งแน่นอน ผมยืนยัน ถ้าเรามีกติกาสูงสุดมาจากประชาชน ถ้าเรามีกติกาสูงสุดเป็นธรรมเที่ยงตรง อย่างที่ประชาชนทั่วไปยอมรับได้ บรรยากาศของแรงเสียดทานในความขัดแย้งจะลดลง และคลี่คลายอย่างแน่นอน แต่ไม่น่าเชื่อ ผมไม่เชื่อจริง ๆ นะครับ ไม่อยากจะคิดจริง ๆ ว่า บ้านเมืองนี้มันจะมีคนเสียหายจากการเป็นประชาธิปไตย ผมไม่นึกจริง ๆ ว่าบ้านเมืองนี้ มันจะมีผู้เดือดร้อนจากการปรองดอง แล้วผมก็นึกไม่ออกเลยว่ารัฐบาลจะเยียวยาคนพวกนี้ อย่างไรครับ จะให้รายละ ๕,๐๐๐ บาท ก็เกรงว่าจะมีปัญหาตามมาเพราะสิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่เงิน ๕,๐๐๐ บาทเข้าไปอีก ผมจึงเรียนท่านประธานว่าผมสนับสนุนให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่านี่เป็นการทําหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา นี่เป็นการทําหน้าที่อย่างเปิดเผย และท่านอยู่ในฐานะผู้มีส่วนร่วมสําคัญที่สุดในกระบวนการนี้ อย่างแน่นอน รัฐบาลตบตาประชาชนไม่ได้ เพราะรัฐบาลชุดนี้เคารพและมั่นใจในศักยภาพ ของประชาชน รัฐบาลหลอกลวงผู้คนทั้งแผ่นดินไม่ได้ เพราะบ้านเมืองนี้แม้การศึกษาคุณวุฒิ จะไม่เท่าเทียมแต่สติปัญญาอย่าหมิ่นแคลนกัน รัฐบาลเพียงต้องการทําให้กติกาสูงสุด ของประเทศเป็นประชาธิปไตย ให้กฎหมายสูงสุดของแผ่นดินเป็นของประชาชน ให้ความพยายาม สร้างความปรองดองเกิดขึ้นได้จริงโดยหลาย ๆ เครื่องมือที่พยายามขับเคลื่อนเดินหน้ากัน นี่ก็ทํากันหลาย ๆ อย่าง มีสัญญาณปรองดองเกิดขึ้นราวกับดาวฤกษ์ พราวแสงบนท้องฟ้า หลายดวงพร้อมกัน แต่แปลกครับ ประชาชนเขาชื่นชมยินดีที่เห็นแสงดาวของความปรองดอง ประดับอยู่บนฟากฟ้าแห่งความขัดแย้งอันมืดมิด เขาจัดงานดนตรีที่ทําเนียบรัฐบาล มีแสงแวววาวของความปรองดอง ประชาชนชื่นชมยินดี บางคนจะตรวจสอบราคาวงดนตรี เขาจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ประชาชนส่วนใหญ่เขาเออออเห็นด้วย ก็มีบางคน ไม่สบายใจ ผมว่าเราขัดแย้งกันมา ๔-๕ ปี การเลือกตั้งวันที่ ๓ กรกฎาคม มันได้คําตอบแล้ว กระมังครับว่าบ้านเมืองควรจะเดินไปทางไหน ที่ผ่านมา ๔-๕ ปีมีอํานาจใดไม่เคยใช้กับ พวกผมบ้าง มีข้อกล่าวหาใดไม่เคยใช้กับพวกผมบ้าง มีกําลังใดไม่เคยใช้กับพวกผมบ้าง มีเครื่องมือสรรพาวุธใดไม่เคยใช้กับพวกผมบ้าง แล้วทําไมประชาชนยังเดินมากับพวกผม ล้นหลามมหาศาล มันเป็นคําตอบแล้วกระมังครับ แล้วทําไมไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนเดินไป ตามที่ต้องการ ด้วยความเคารพครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอสลับไปที่วุฒิสมาชิกนะครับ ๓ ท่าน ท่านแรกท่านอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ ๘ นาทีครับ เชิญครับ

นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา สุรินทร์ 🔗

ขอบคุณครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมขออภิปรายเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ทั้ง ๓ ร่าง สําหรับผมเอง ก็จะขออนุญาตเบา ๆ จัดเบา ๆ คงไม่ได้จัดหนัก เหมือนอย่างที่ผ่านมา ท่านประธานครับ เมื่อเราพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญก็จะมีคนสนใจกันมากเพราะว่าเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เมื่อมีอะไรที่ไปยุ่งกับรัฐธรรมนูญก็อาจจะมีข้อโต้แย้งหรือจะมีข้อขัดแย้งกัน ในความเข้าใจ ของผมจริง ๆ แล้วผมว่ามีไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยที่จะมีความรู้ ความเข้าใจรัฐธรรมนูญ หรือเคยอ่านรัฐธรรมนูญจบทั้งฉบับ ท่านประธานครับ ก็เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อเรามีการใช้ กฎหมายไปสักพักเมื่อเห็นข้อบกพร่องก็ต้องมีการแก้ไข ซึ่งก็มีการเสนอกฎหมายเข้ามาแก้ไข เพิ่มเติมได้ซึ่งสภาแห่งนี้ก็ได้ทํากันมาตลอด รัฐธรรมนูญก็เช่นเดียวกัน แม้ว่าเราจะไม่อยากให้ แก้ไขง่ายแต่มันก็แก้ไขได้ครับ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เราใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ก็มีมาตราที่ให้ เราแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ให้แก้ไขได้อย่างที่เราทราบอยู่แล้วจากในที่ประชุม ๒ วันที่ผ่านมา มาตรา ๒๙๑ (๑) ก็ต้องเสนอญัตติเข้ามาจาก ๓ ช่องทางเท่านั้นเองครับ จากคณะรัฐมนตรี จาก ส.ส. ๑ ใน ๕ ของสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. บวก ส.ว. ๑ ใน ๕ ของทั้ง ๒ สภา หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ๕๐,๐๐๐ คน ท่านประธานครับ เราพูดกันอยู่หลายครั้งว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีรัฐธรรมนูญ อาจจะเรียกว่าฉบับแรกของโลกที่เป็นลายลักษณ์อักษร แล้วก็มีเป็นฉบับเดียวอยู่ตลอด ๒๒๐ กว่าปีมานี้ก็มีการแก้ไขครับ แก้ไขประมาณ ๒๐ ครั้ง แต่สรุปแล้วเขาก็แก้ไขประมาณ ๑๐ ปีต่อครั้ง รัฐธรรมนูญเขาก็ยังอยู่เหมือนเดิมนะครับ แต่ว่าประเทศไทยเรา คนไทยเราชอบฉีกรัฐธรรมนูญ ก็ฉีกกันโดยการปฏิวัติ การรัฐประหาร การปฏิรูปอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งผมว่ามันจะเป็นวัฒนธรรมไปแล้วหรือเหมือนว่าติดเชื้อกัน อยู่ตลอดเวลา เราอาจจะมีกําลังจะฉีกอีกนะครับ เราจึงมีปัญหาเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาก เหลือเกิน มากมาตลอดครับ เรามีมาแล้ว ๑๘ ฉบับจากปฏิวัติ จากรัฐประหาร ๑๓-๑๔ ฉบับ แล้วก็มีการจากที่สมาชิก มี สสร. อีกประมาณ ๔ ครั้ง ตามที่ที่ประชุมก็ได้มีผู้กล่าวมาแล้ว บางท่านก็ได้กล่าวแล้วว่ารัฐธรรมนูญเรามีอายุยืนแค่ประมาณ ๔ ปีเท่านั้นเอง เป็นเด็กน้อย เหลือเกิน ไม่ได้ก้าวไปสู่ตรงไหนเลยนะครับ ก็มีการกล่าวว่าการร่าง สสร. ครั้งที่ ๓ นับว่าเป็น ครั้งที่ดีที่สุดก็เกิดขึ้นสมัยที่รัฐบาลท่านบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ และในขณะนั้นก็มีดีอีกอย่างหนึ่งก็คือท่านประธานรัฐสภา ท่านอาจารย์มารุต บุนนาค ได้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย หรือ คพป. ซึ่งมีท่านอาจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ก็มีข้อเสนอให้ปฏิรูปการเมืองพร้อมเสนอกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญ ซึ่ง สสร. ก็ได้ นําข้อบกพร่องต่าง ๆ มาแก้ไขเขียนใหม่โดยมีกรอบ มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน อย่างกว้างขวาง จึงเป็นที่มาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แน่นอนครับว่าใช้ไปแล้วก็ยังมีปัญหา อยู่ดีนะครับ หลาย ๆ ท่านในที่ประชุมแห่งนี้ก็ได้กล่าวแล้วว่ามีการปฏิวัติเกิดขึ้น จึงมีที่มา ของ สสร. ชุดที่ ๔ คมช. ก่อให้มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ คมช. นี้ซึ่งก็ว่ากันว่าไม่ดี แม้ว่า หลาย ๆ ท่านก็ว่ามีข้อดีมีการแก้ข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งมีคนอภิปรายกัน มามากแล้ว เพราะฉะนั้นที่ว่าไม่ดีก็เนื่องจากว่าหลาย ๆ ท่านก็รังเกียจว่า สสร. มาอย่างไร มีขั้นตอน มีกระบวนการได้มา ซึ่งแน่นอนก็ต้องมีจากอิทธิพลของ คมช. จากคณะปฏิวัติ ซึ่งเป็นศูนย์อํานาจ สําหรับคราวนี้เราก็จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อให้มี สสร. ชุดที่ ๕ คราวนี้เกิดขึ้น ตามที่ทุกคนทราบ ท่านทั้งหลายสภาของเราปกครองโดยจํานวนเสียงข้างมาก รูล บาย นัมเบอร์ (Rule by Number) ตามตรรกะก็จะเป็นแบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นร่างเสร็จก็น่าจะมีคน ไม่ชอบอีก แม้ว่าบางท่านจะกล่าวว่าท่านจะรู้ได้อย่างไรว่า สสร. เป็นใครยังไม่เห็นและก็ยัง ไม่ได้มาเลย แต่แน่นอนการปกครองโดยเสียงข้างมากในสภาแห่งนี้ก็ต้องมีอิทธิพลจากคณะ ที่มีเสียงในสภามากที่คุมเสียงสภาได้ก็คือรัฐบาล ซึ่งก็จะเป็นศูนย์อํานาจคนก็จะโต้แย้งอีก ก็ไม่ชอบอีก เพราะว่ามันมาจากศูนย์อํานาจซึ่งวันนี้ก็ได้ศัพท์ใหม่ ศูนย์อํานาจก็คือผู้ว่าจ้าง ผมได้ยินในสภาแห่งนี้ได้พูด ท่านประธานครับ เนื่องจากไม่มีกรอบการศึกษาเหมือนอย่าง แบบเช่นที่ของอาจารย์หมอประเวศ เหมือนอย่าง สสร. ชุดที่ ๓ ก็มีบ้างของคณะกรรมการ ๒ ชุดเล็ก ๆ เช่น ของท่านดิเรก ถึงฝั่ง ซึ่งก็มีก็น่าจะแก้ไขเพียงบางข้อ เพราะฉะนั้นการยกร่าง ทั้งฉบับจึงมีคนเป็นห่วงมาก ถ้าตามตรรกะแล้ว สสร. ชุดที่ ๔ สสร. ชุดที่ ๕ ก็มาแบบเดียวกัน ผลมันก็จะได้แบบเดียวกันเพราะว่ามีศูนย์อํานาจเป็นผู้ว่าจ้าง ผมก็ยังไม่เห็นมีความพร้อม หรือมีความจําเป็นที่จะต้องแก้ทั้งฉบับ ตราบเท่าที่ยังไม่เห็นกรอบที่มีผลจากการศึกษาว่า จะแก้ตรงจุดไหน จริง ๆ แล้วผมก็ได้เห็นข่าวก็อยากจะขอบคุณ คุณประวิช รัตนเพียร กรรมการตรวจการแผ่นดินที่ได้เสนอต่อสังคมจัดตั้งคณะกรรมการทํางานผู้ทรงคุณวุฒิ ๑๐-๒๐ คน พิจารณาในสิ่งที่ควรจะแก้หรือไม่ควรจะแก้ จากที่ผมเรียนให้ทราบแล้วว่า เราดําเนินการหรือเราดูแลกันด้วยเสียงข้างมาก รูล บาย นัมเบอร์ ผมก็เคารพเสียงที่โหวต ที่มากกว่า ผมเชื่อว่ารัฐบาลก็คงจะสามารถคุมเสียงข้างมากได้ ผมก็อยากขอวิงวอนให้รัฐบาล ได้กรุณาดูแล สสร. ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน หลีกเลี่ยงหลาย ๆ สิ่งที่หลาย ๆ คนเป็นห่วง อยากให้เป็นฉบับสุดท้ายที่ไม่ต้องให้เรามาร่างใหม่ ทั้งฉบับอีกเลย ประเทศไทยได้เสียเวลากับเรื่องรัฐธรรมนูญมามากแล้ว เรามีปัญหากับ รัฐธรรมนูญมากเกินไปทําให้ความเจริญของประเทศสะดุดตลอดเวลา ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ครับ

นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภา นครศรีธรรมราช 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ภายใต้เวลาอันจํากัดเพียงแค่ ๘ นาที ผมอยากจะเริ่มต้นว่านับจาก ปี ๒๕๕๑ ที่ผมได้เข้ามาเป็นสมาชิกวุฒิสภา ครั้งที่ ๒ เพราะว่าครั้งแรกปี ๒๕๔๙ แล้วก็ ถูกฉีกรัฐธรรมนูญแล้วก็ปลาสนาการจากตําแหน่งนั้นไป กระผมรอคอยตลอดเวลาว่าเมื่อไร ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะมีโอกาสได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะการแก้ไขที่ควรจะต้องมาจาก ประชาชนเสียที ท่านประธานครับ ผมรอคอยมานานเราไม่พบครับ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ที่ผมอยากจะย้ําตั้งแต่ตอนต้นว่าเราอยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนนั้น ก็เป็นเพราะเวลาเราดูว่ารัฐธรรมนูญนั้นมันมีความหมาย มีคุณค่าหรือไม่ เราก็จะดูที่ ๒ ส่วน ๑. ก็คือเราดูที่ที่มาของมันหรือกระบวนการ กับ ๒. ก็คือเราดูที่เนื้อหาของมัน ผมกราบเรียน ท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จริงอยู่ว่าอาจจะมีข้อดีอยู่ตามสมควร แต่ว่าเมื่อดูที่มา ของมันแล้วทุกคนก็พูดตรงกันหมดว่าที่มานั้นไม่ชอบ คือไม่ชอบด้วยหลักการประชาธิปไตย และไม่ชอบธรรมแน่นอน ส่วนเนื้อหานั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าหลายฝ่าย ก็ยอมรับว่าไม่เป็นทั้งประชาธิปไตยแล้วก็ไม่เป็นธรรม ดังนั้นส่วนที่มันยังมีข้อบกพร่องอยู่ เราจําเป็นต้องแก้ และทุกคนไม่เถียงกันครับว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ได้ ณ ขณะนี้อาจจะ มีแนวทางในการที่จะแก้ออกเป็น ๒ ส่วน ส่วนแรกก็คือแก้ทั้งฉบับ ส่วนที่ ๒ แก้ตามประเด็น แต่สภาแห่งนี้ ณ ขณะนี้ไม่มีทางเลือกครับ ฝ่ายที่เห็นว่าอยากจะแก้ตามประเด็นนั้นท่านไม่ได้ เสนอเข้ามา จึงมีแต่ฝ่ายที่จะเสนอให้แก้ทั้งฉบับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการแก้ทั้งฉบับนั้น ก็มีข้อดีมากครับ นั่นก็คือเราเห็นว่าถ้าหากที่มาหรือกระบวนการไม่ชอบธรรม หรือไม่เป็น ประชาธิปไตยก็ถือโอกาสครั้งนี้แก้ ส่วนเนื้อหามาว่ากัน เพราะคนที่จะแก้นั้นก็คือประชาชน ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าสําหรับเนื้อหาในการที่จะแก้ ผมอยากฝากไปยังประชาชน ที่จะคัดเลือก สสร. และยังมีส่วนในการที่จะมีส่วนร่วมอีกหลายขั้นตอนมาก อย่างน้อย ๓ ขั้นตอนใหญ่ ๆ ซึ่งผมจะมาพูดภายหลัง ท่านประธานครับ ผมมี ๓ ประเด็นที่กําลังจะพูด ในเรื่องเนื้อหา ๑. รัฐธรรมนูญฉบับนี้เรามองไปข้างหน้า เพราะว่าที่ผ่านมาเราก็เถียงกันไป พอสมควร มองไปข้างหน้าว่าในเมื่อจะแก้ไขทั้งฉบับ เราจะให้รัฐธรรมนูญนี้มีส่วนในการแก้ไข ปัญหารากฐานหรือปัญหาใหญ่ ๆ ที่เขาเรียกว่า ปัญหาโครงสร้างนั้นได้มากน้อยเพียงใด ๑. ปัญหาความเหลื่อมล้ํา ทุกคนไม่เถียงกันครับในเรื่องนี้ ประเทศนี้มีความเหลื่อมล้ํามาก ที่สุดในอาเซียน เรามีชนชั้นต่าง ๆ อย่างน้อย ๓ ชนชั้นที่นักวิชาการได้กล่าวกัน ๑. ชนชั้นสูง หรือชนชั้นนํา ๒. ชนชั้นกลางซึ่งอาจจะแบ่งออกเป็นกลาง ระดับบน ระดับกลาง ระดับล่าง และ ๓. ก็คือชนชั้นล่าง ทําอย่างไรจึงจะให้ชนชั้นล่างได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้จริง เข้าถึง ทรัพยากร ดิน น้ํา ป่า เข้าถึงอํานาจในการจัดการ ในเรื่องของการจัดสรรโอกาสต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นเรื่องการศึกษาหรือเรื่องความก้าวหน้าใด ๆ ในชีวิต รูปธรรมก็คือว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ สามารถเขียนไว้ได้ไหมครับในหมวดแนวนโยบายแห่งรัฐก็ได้ หรือหมวดตรงไหนก็ได้ว่า นับจากนี้ไปอาจจะต้องกําหนดไว้ว่า ๒ ปี ต้องมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเก็บภาษีมรดก เก็บภาษีที่ดินต้องจัดทํากันให้เสร็จ เพราะว่าเราเคยพูดกันมานานหลายรัฐบาลผมไม่พบว่า ได้มีการคุยกันจริง นี่เป็นตัวอย่างนะครับ หรือกรณีที่ให้ประชาชนมีอํานาจว่าตรงนี้ไม่ควร สร้างเขื่อน ตรงนี้ควรสร้างเขื่อน ตรงนี้ควรจะสร้างนิคม ตรงนี้ไม่ควรสร้างนิคม ดิน น้ํา ป่า โหนด นา เล แบบภาษาปักษ์ใต้ให้ชาวบ้านได้มีส่วนจัดการได้ไหมครับ

๒. เรื่องรัฐราชการรวมศูนย์ ท่านประธานได้แลเห็นว่าที่ผ่านมานั้นงบประมาณ ประจําปีที่เราพิจารณากันไป ๒.๓๘ ล้านล้านบาท ในรัฐบาลนี้ หรือ ๒ กว่าล้านล้านบาท ในรัฐบาลที่ผ่านมามีความไม่แตกต่างกันประการหนึ่ง นั่นก็คืองบส่วนใหญ่ใช้กับรัฐราชการ รัฐราชการรวมศูนย์ หรือรวมศูนย์ทุกอย่างไว้ที่ราชการ เราใช้งบไป ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ สําหรับเงินเดือนและรายจ่ายประจํา เราจ่ายให้กับหนี้สินไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยหรือเงินต้น อีก ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ งบสําหรับการพัฒนาหรือลงทุนเพียงแค่ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ที่ไปถึง ประชาชน ไม่นับว่าอาจจะต้องมีคอร์รัปชันอีก ดังนั้นโครงสร้างตรงนี้รัฐธรรมนูญจะเขียนว่าอย่างไรครับ เช่น ต้องไม่เพิ่มหน่วยงาน ต้องลดรัฐราชการรวมศูนย์หรือรวมศูนย์ทุกอย่างไว้ที่ราชการ แล้วปัญหาข้อนี้ใช่หรือเปล่า ท่านประธาน เป็นที่มาอย่างหนึ่งของการคอร์รัปชัน ประเทศนี้ทุกอย่างวางไว้เป็นสามเหลี่ยม พีระมิด สังคมเศรษฐกิจการเมืองและราชการรวมศูนย์ นี่คือเหตุที่แท้จริงด้วยใช่หรือเปล่า สําหรับการโกงหรือคอร์รัปชัน แต่เรามักจะไม่พูด และเราก็ลดสาเหตุให้เหลือแต่เรื่องของ พฤติกรรมนักการเมืองซึ่งผมไม่เถียงนะครับ แต่ถามว่าเราจะมาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม นักการเมือง เราเปลี่ยนได้หรือครับ และเราแน่ใจว่าเราหวังให้เขาเปลี่ยนจริง ๆ หรือครับ สําหรับผม ผมไม่หวังนะครับ ผมไปบุกเรื่องของการพัฒนาเยาวชน บุกเรื่องของการศึกษา ทําเรื่องของคนรุ่นต่อไปดีกว่า แต่ถ้าสําหรับนักการเมืองก็อย่าให้อํานาจเขามากสิครับ ก็กระจายออกจากกระทรวงสิครับ ได้ไหมครับ เอาจากข้างล่างขึ้นมาได้ไหมในการเขียน โครงการ ในการตัดสินเรื่องงบประมาณ ทําไมเราไม่พูดเรื่องอย่างนี้ ทําไมสภาทั้งสภา และประเทศทั้งประเทศจะต้องทะเลาะกันเพื่อที่จะไปสร้างพรรคการเมืองให้มันเข้มแข็ง ในขณะที่ประชาชนนั้นอ่อนแอลงตลอดเวลา ตัวอย่างเหล่านี้เป็นเรื่องที่อยู่ในหัวผม และไม่รู้ จะทําอย่างไรท่านประธาน เราอยากจะคุยกันเรื่องอย่างนี้ เนื้อหาอีกอย่างหนึ่งมีการพูดถึง ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และ ส.ว. สรรหา ส่วนตัวนั้นผมไม่รังเกียจเลย หลายคนผมนับเป็นเพื่อน และนับเป็นญาติผู้ใหญ่ที่มาจาก ส.ว. สรรหา แต่ผมเรียนนะครับ ผมเรียนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหลักการ เราจะปล่อยให้ ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ได้สมัยเดียว ๖ ปี ส.ว. ที่มาจากการสรรหานั้นอยู่ได้ ๒ สมัย คือ ๓ บวก ๖ อย่างนี้หรือครับ เป็นธรรม หรือเปล่า และตั้งอยู่บนหลักการอะไร เมื่อกี้มีสมาชิกจากพรรคฝ่ายค้าน ขออภัยนะครับ ท่านพยายามบอกว่ามีการล็อบบี้ ส.ว. ผมเรียนนะครับ ผมยังไม่พบว่ามีการล็อบบี้ ส.ว. เลือกตั้ง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญในคราวที่แล้วผมเป็นคนลงให้พรรคประชาธิปัตย์ ทําไม ท่านไม่มาบอกว่ามีการล็อบบี้ผมล่ะครับ ผมไม่พบข่าวเรื่องนี้ ดังนั้นวิธีอย่างนี้ผมขอให้ เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม เรามาคุยกันด้วยเรื่องเหตุผล ด้วยเรื่องหลักการ

ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากพูดในส่วนสุดท้ายประเด็นสุดท้ายผมว่า นับจากนี้ไปเมื่อเรานั้นได้มีโอกาสที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญกันครั้งใหญ่ ผมขอเรียกร้องว่า ๓ ขั้นตอนที่เราจะต้องทํานับต่อจากนี้ไปก็คือ ๑. ไปชวนกันเลือก สสร. ที่เหมาะสมที่ดี ๒. ประชาพิจารณ์ ไม่ว่าใครจะมาเป็น สสร. การร่างต้องฝากไว้ว่าจะต้องให้ประชาชนนั้น มีส่วนอย่างเต็มที่ ๖ เดือนหรือว่า ๑ ปีนั้นจะต้องคุยกันเต็มที่ นี่เป็นการถกเถียงด้วยเหตุผล และใช้ปัญญาญาณกันครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์และจะเกิดประโยชน์ เมื่อตอนลงมตินั้น จะเป็นการลงมติครั้งประวัติศาสตร์เช่นกัน นับจากนี้ถ้าหากได้รัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุดครั้งนี้ เราไม่อยากเห็นทหารมายึดอํานาจและฉีกอีกต่อไป เพราะมีคนบอกว่าฉีกรัฐธรรมนูญนั้น มันฉีกกันมาหลายฉบับ ส่วนใหญ่ก็เผด็จการทหารนะครับ แล้วร่างก็เผด็จการทหารนะครับ ที่ประชาชนร่างเอง โดยประชาธิปไตยทางตรงที่กําลังจะเกิดขึ้นนี้มีน้อยครั้งมาก ดังนั้น ขอเรียกร้องในช่วงครึ่งนาทีสุดท้ายท่านประธานว่าครั้งนี้เรียกร้องให้เยาวชนคนหนุ่มสาว ต้องมีส่วนร่วม และเราต้องเปิดโอกาสให้ในขั้นตอนของการแปรญัตติ ประธานนักเรียน นายกองค์การนักศึกษาจะต้องมีส่วนร่วมในการเข้ามาดูแลในเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ เพราะเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ต่อไป ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านวรวิทย์ บารู

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภา ปัตตานี 🔗

วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภาจากจังหวัดปัตตานี ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณ ที่ทางวิปวุฒิสภาได้ให้โอกาสผม ถึงแม้ว่าจะเป็นคนสุดท้ายที่จะต้องมานั่งคอยอยู่นานครับ ก็ยินดีที่จะคอย เพราะว่ามีประเด็นที่จะต้องพูดคุย ตลอดระยะเวลา ๒ วัน ๒ คืนที่พวกเรา ในฐานะที่เป็นสมาชิกรัฐสภาได้ร่วมกันประชุมเพื่อที่จะรับฟังเหตุและผลของการที่มีการเสนอ ร่างเข้ามา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... และเท่าที่ติดตามดูการอภิปรายของบรรดาไม่ว่าจะเป็น ส.ส. หรือว่าจะเป็น ส.ว. ก็ปรากฏว่า แทบจะไม่มีผู้ใดที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนะครับ เพียงแต่ว่าจากการติดตามดูของการอภิปราย บรรดา ส.ส. ทั้งหลายมีประเด็นที่มีความเห็น ที่แตกต่างกันก็คือ ๑. เรื่องของเวลา แล้วก็อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของวิธีการแล้วก็รูปแบบ ในการแก้ไข ในส่วนของเวลานั้นมีสมาชิกอภิปรายเรื่องของจังหวะเวลาในการเสนอในขณะที่ ปัญหาต่าง ๆ ที่รบเร้าสังคมของประเทศไทยยังไม่ได้รับการแก้ไข ความเดือดร้อนแผ่กระจาย ไปทั่วทุกระดับของประชาชนทุกชนชั้น และในฐานะที่ผมเป็น ส.ว. ที่มาจากทางชายแดนใต้ ก็อดที่จะเห็นด้วยกับสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ เพราะว่าปัญหาทางภาคใต้นั้นก็ต้องการการแก้ไข อย่างเข้มข้นและจริงจังจากรัฐบาล เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จึงมีสมาชิกที่อภิปรายว่า จังหวะเวลา จริงอยู่อาจจะทําในคราวเดียวกันพร้อม ๆ กัน แต่แน่นอนปัญหาที่มันเกิดขึ้น แทบจะทนไม่ได้ มีการฆ่ากันทุกวี่ทุกวัน คนทางใต้ก็ต้องการอยากจะเห็นนายกรัฐมนตรี ไปนั่งคุยไปอะไรกับเขา จากผู้ซึ่งสูญเสียก็เป็นกําลังใจในการที่จะอยู่ต่อ อันนั้นจะเป็นประเด็น ซึ่งจังหวะเวลาของการเสนอเข้ามานะครับ ส่วนวิธีการนั้นมีผู้เสนอมากมายว่าจริง ๆ แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็สามารถจะกระทําได้โดยกระทําไปเป็นทีละมาตราแล้วก็มีการพูดคุย มีการท้าทายกันมากมายนะครับ ไม่ว่าจะเป็นซีกจากของรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่ที่เป็นผู้เสนอ จริง ๆ แล้วเพชรแท้ย่อมไม่กลัว แล้วก็ไม่แพ้การเจียระไนด้วย ผมว่าไม่ควรที่จะไปห่วงอะไร ที่ตรงนี้นั่นละครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นสิ่งซึ่งถ้ามีการแก้ไขแล้วก็มีการเสนอเพื่อที่จะตีความ ตามศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ต้องไปกลัว เพราะว่าถ้าทําด้วยความบริสุทธิ์ใจ ความบริสุทธิ์ใจ จะช่วยเราครับ ไม่มีการเมืองที่มากมายเข้าไปอยู่เบื้องหลังนั่นละครับ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งซึ่งอยากจะเรียน ท่านประธานที่เคารพ ส่วนตัวผมเองยึดมั่นอยู่ตลอดเวลาว่า ความสมบูรณ์พร้อมนั้นเป็นคุณสมบัติที่ไม่มีอยู่ในสิ่งที่ถูกสร้าง ดังนั้นนับประสาอะไร กับรัฐธรรมนูญที่มนุษย์เป็นผู้สร้างมันขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับไหน ๆ มีฐานที่มา จากที่ใด มาจากกลุ่มไหนจะเป็นผู้สร้างก็ตามก็มีทั้งจุดอ่อนและจุดด้อย จุดแข็ง ในแต่ละฉบับ อยู่แน่นอน กรณีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็เช่นเดียวกัน ตลอด ๒ วันนี้ก็มีการพูดกันเช่นเดียวกัน มีทั้งที่จุดอ่อนมากมายที่ควรแก้ไข และแน่นอนทีเดียว จุดแข็งและที่ดีนั้นก็มีมากมาย เช่นเดียวกัน มีมากกว่าจุดด้อยแน่นอน อย่างไรก็ตามในจุดด้อยในเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่มีการพูดกันมากและส่งผลกระทบมากมายก็คือการเพิ่มอํานาจตุลาการ มากเกินไปในการสรรหาสมาชิกองค์กรอิสระ และ ส.ว. ซึ่งเป็นการดึงสถาบันศาลยุติธรรม มาพัวพันกับการเมืองมากเกินไป เมื่อเข้ามาพัวพันมากแน่นอนมันก็มีผลกระทบมาก ตุลาการรัฐธรรมนูญเข้าไปในลักษณะเข้าไปพัวพันกับการเมือง แน่นอนทีเดียวนะครับว่า มันเกิดกระทบในลักษณะของขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษว่า ทรัสต์ เอฟเฟกต์ (Trust effect) มีปัญหาต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีการพูดกันมากมายทีเดียวนะครับ ทําให้ ความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการมีปัญหา ตัวอย่างเช่น กรณีของยกตัวอย่างประเด็นเดียว ซึ่งสะเทือนกรณีของคลิปวิดีโอในศาลรัฐธรรมนูญก็มีปัญหานะครับ นอกจากนั้นในกรณี การมอบให้องค์กรอิสระทั้ง ๗ เป็นผู้เลือกสรรหา ส.ว. ก็เกิดปัญหาคาใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสังคมประเทศไทยที่มีพี่น้องมุสลิมอยู่ประมาณเกือบ ๑๐ ล้านคน ซึ่งเมื่อเช้าก็มีคนพูดกัน อยู่แล้ว ที่ผู้สมัครเข้ารับการสรรหานี่ผมเข้าใจว่ามีทั้งหมด ๒๒ คน ไม่ได้รับการสรรหา แม้สักคนเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ถ้าเราดูจาก ๒๒ คน ๘ คนที่จบปริญญาเอก แล้วก็มีศาสตราจารย์ แล้วก็มีรองศาสตราจารย์ผู้ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทั้งของรัฐบาลแล้วก็ของในต่างประเทศด้วย ถ้าจะดูในประสบการณ์ไม่มีคําตอบสําหรับที่จะตอบแก่ชาวบ้านนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เหล่านี้เป็นตัวอย่างของประเด็นที่ต้องการมีการแก้ไขเพื่อให้ เกิดความเป็นธรรม เพราะประชาธิปไตยเป็นระบอบที่เชื่อกันว่าสามารถที่จะสรรค์สร้าง สังคมสันติสุขขึ้นมาได้ สังคมแห่งการปรองดองขึ้นมาได้ ดังที่ปรากฏว่าความมีคุณค่า ของประชาธิปไตยที่ต้องแสวงหาให้ในประเทศต่าง ๆ ที่ปรากฏ ไม่ว่าจะในแอฟริกาเหนือ ตะวันออกกลาง กรณีของเกิดเหตุการณ์อาหรับสปริง (Arab spring) เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชน โดยทั่วไป ผมว่าไม่เฉพาะแต่ในเอเชียหรือว่าในประเทศไทยเท่านั้น แม้กระทั่งในทางยุโรป หรือว่าในทางประเทศอเมริกาเองก็มองนะครับว่าสิ่งซึ่งเป็นความต้องการของประชาชน ไม่อาจที่จะยับยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่ามีประเด็นของเผด็จการเข้าไปด้วยนี่นะครับ เผด็จการโดยผ่านกระบวนการขั้นตอนของการเลือกตั้งก็ดี หรือเผด็จการที่ออกมาในลักษณะ ที่ชัดเจนก็ดี ประชาชนได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นจะไม่ยอม มาถึงจุดหนึ่ง ไม่ว่าใครที่จะขวางทาง อย่างไร หรือจะมีอาวุธมากมายเพียงใด เชื่อเหลือเกินว่าประชาชนที่ถูกกดดันด้วยระบอบ ซึ่งไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยจะลุกขึ้นมาสู้แล้วก็สามารถที่จะมีชัยชนะในที่สุด การเขียน กฎหมายรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นนี้ก็เช่นเดียวกัน เราควรที่จะมองนะครับ กรณีที่จะมีการสรรหา สสร. นี่นะครับ มีวิธีการหลายวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่เราคิดอยู่ที่มีการเสนอขึ้นมาก็ตาม มีหลายประเทศที่มองถึงชาติพันธุ์ มุ่งสู่ที่ชาติพันธุ์ ทุกชาติพันธุ์สามารถที่จะมากําหนด อนาคตของตัวเองในระบอบประชาธิปไตยมาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศชาติได้ สิ่งเหล่านี้คือ สิ่งซึ่งเป็นวิธีการที่สามารถจะกระทําได้ มันไม่ใช่มีวิธีการเดียว อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า ระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบที่สามารถสรรค์สร้างสังคมที่เป็นสันติสุข สังคมที่มีความผาสุก หรือว่าฮาร์โมเนียส โซไซตี้ (Harmonious society) ได้ ขอขอบคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

มาที่ฝ่ายค้านครับ ท่านศุภชัย ใจสมุทร ๒๖ นาทีครับ

นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานครับ ผมลุกขึ้นอภิปรายในฐานะ ที่เป็นสมาชิกรัฐสภาซึ่งถือว่าจะต้องมีหน้าที่ในการที่จะต้องมาพูดคุยกันเรื่องที่เป็นปัญหา ร้อน ๆ ของบ้านเมืองที่ได้นําเข้ามาให้ที่ประชุมแห่งนี้ได้มีการพูดคุยกัน ผมทราบว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องที่ประชาชนทั้งประเทศให้ความสนใจ จริง ๆ แล้วในฐานะที่เราเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ผมได้แสดงให้ปรากฏอยู่ตลอดนะครับว่าพรรคภูมิใจไทยเรามีท่าทีอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องของ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เราได้แสดงให้ปรากฏต่อสาธารณชนถึงท่าทีของเราก็คือเราเห็นว่า ในบรรยากาศ ในสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราในเวลานี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรจะรีบเร่งที่จะดําเนินการ เพราะเราเห็นว่ามีปัญหาอีกหลากหลาย มากมายที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่รัฐบาลควรที่จะต้องแก้ไข แน่นอนครับ รัฐบาลบอกว่าสามารถที่จะทําเรื่องนี้เป็นคู่ขนานไปได้ และท่านก็บอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งท่านได้ไปตกปากรับคํากับประชาชนในการแถลงนโยบาย ซึ่งผมรับว่า ท่านก็ได้มีการแถลงนโยบายเช่นว่านั้นจริง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อในที่สุดท่านเห็นว่าเป็นเรื่องความจําเป็นเร่งด่วน และเป็นความจําเป็น เร่งด่วนที่ต้องทําจริง ๆ เราก็เป็นห่วงครับว่าในที่สุดแล้วเรื่องที่ท่านจะมีการเร่งทําในเรื่องนี้ อาจจะเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าเป็นเรื่องความร้อนที่เกิดขึ้นในสังคมเรา คําว่า ร้อน ก็คือเรื่องความขัดแย้งในหมู่ประชาชน สิ่งที่ต้องยอมรับว่าหลายปีที่ผ่านมาในหมู่ประชาชน ของเรามีความขัดแย้งขาดความสามัคคี หลายฝ่ายพยายามที่จะเร่งในการที่จะหาวิธีการ ในการที่จะปรองดอง และเราคิดว่าแน่นอนละครับ กฎหมายใดก็ตามที่มันเห็นว่าไม่เป็นธรรม และจําเป็นที่จะต้องแก้ไข แนวทางหรือวิธีคิดเรื่องความปรองดองก็คิดว่าการแก้ไขกฎหมาย แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญก็เป็นเรื่องหนึ่งซึ่งอาจจะต้องกระทํา แต่ก็ยังเห็นว่าบรรยากาศช่วงเวลานี้ อาจจะไม่ใช่ สิ่งที่บอกว่า ไม่ใช่ วันนี้ก็ปรากฏ วันนี้มีบรรยากาศความขัดแย้ง มีการเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย อยู่หน้าสภานี้เราก็เห็นกลุ่มคนต่าง ๆ มากมายนั่นละครับ แต่เมื่อท่านตั้งอกตั้งใจ ยังเดินหน้าที่จะแก้รัฐธรรมนูญเราก็บอกว่าวันนี้ถ้าทางรัฐบาลมีความเคารพเชื่อมั่นประชาชน เราพบว่ามีร่างของประชาชนอยู่ถึง ๓ ร่าง ซึ่งจําเป็นที่จะต้องตรวจสอบรายชื่อซึ่งใช้เวลาไม่นาน ขอให้รอหน่อยได้ไหม แต่ปรากฏว่าในที่สุดท่านก็ไม่รอแล้วจนมามีการพิจารณากันจนถึงวันนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องแรกที่อยากจะต้องบอกกับรัฐบาลหรือว่า ส.ส. ที่มีการเสนอร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญมาอีก ๒ ร่าง ก็ต้องบอกว่าวันนี้ท่านต้องมีหน้าที่อธิบายว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นความจําเป็นเร่งด่วนและประชาชนได้ประโยชน์อะไร ถ้าท่านคิดว่าเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ และสามารถที่จะแก้ไขให้ความขัดแย้งมันลดน้อยถอยลงไปได้ ทางพรรคภูมิใจไทยเราก็พร้อม ที่จะแสดงท่าทีที่เห็นว่าก็พร้อมที่จะสนับสนุน ถามว่าทําไมต้องสนับสนุน หรือไม่สนับสนุน ความจริงที่ต้องปรากฏมาในหลายปีที่ผ่านมา ความเป็นพรรคภูมิใจไทยของเราพี่น้องประชาชน จํานวนมากก็คงทราบว่าพรรคภูมิใจไทยของเราวันนี้ก็คือพรรคการเมืองซึ่งได้แยกมาจาก พรรคพลังประชาชนซึ่งปัจจุบันท่านก็คือพรรคเพื่อไทย หลายคนที่อยู่ในพรรคนี้ล้วนแล้วแต่ มีความรู้สึกเคยได้รับความเจ็บปวดจากความรู้สึกว่ากติกาบ้านเมืองมันไม่เป็นธรรม นี่คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้และสิ่งเหล่านั้นก็ยังดํารงอยู่ สิ่งที่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งก็คือว่า ในเรื่องเวลาที่ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เราใช้กันในปัจจุบันนี้ มีการออกรณรงค์เพื่อมีการ ประชามติ ท่านประธานที่เคารพครับ พวกกระผมที่อยู่กันในพรรคภูมิใจไทยก็เป็นกลุ่ม ที่คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เรากําลังจะแก้นี่ละครับ ผมยอมรับตรงนี้ว่า ณ เวลานั้น พวกผมนี่ละครับที่ออกรณรงค์โหวตโน ไม่รับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถ้าถามว่าเนื้อหาสาระของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่มันออกมานั้นมันไม่ดีอย่างไร ผมก็คงจะต้องตอบแบบกล้อมแกล้มว่า จริง ๆ เนื้อหาสาระที่มันดีมันก็มีอยู่มากมายอย่างที่เราใช้กันในปัจจุบัน แต่วันนั้นเหตุผล สั้น ๆ ก็คือว่าเมื่อรัฐธรรมนูญนี้มาจากการรัฐประหารออกมาโดยไม่ถูกต้อง ที่มาไม่ชอบ ถ้าจะพูดกันด้วยความไม่สุภาพ คําไม่สุภาพหน่อยก็บอกว่ากูก็ไม่เอามึง เหตุผลสั้น ๆ แค่นั้นเองครับ แต่ถ้าเรามาใช้พินิจพิเคราะห์กันเราก็รู้ว่าจริง ๆ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ก็ไม่ได้เลวร้ายนะครับ ถ้าเราบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เลวร้าย มาจากการรัฐประหาร ก็ด้วยความเคารพ วันนี้พวกผมก็คงไม่ต้องพูดกับ พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน แต่วันนี้ ด้วยความที่รู้สึกว่า ณ ห้วงเวลานั้นท่านจําเป็นที่จะต้องทําอย่างนั้น วันนี้เราก็ต้องมีไมตรี ในฐานะที่ท่านเป็นนักประชาธิปไตยที่ตัดสินใจเข้ามาวิถีทางประชาธิปไตย ที่ผมกําลังเรียน ตรงนี้ก็เพียงแต่อยากจะบอกว่าหลายเรื่องหลายราว ณ เวลาหนึ่งเราจําเป็นที่จะต้องยอม ในเรื่องบางเรื่อง แต่ในบางจุดบางเวลาเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนเราก็จําเป็นที่จะต้องทํา อะไรก็ตาม สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเราแสดงจุดยืนมาตลอดก็คือว่า เรื่องพรรคเป็นเรื่องลําดับรองลงมา ประโยชน์ของพรรคเป็นเรื่องรองลงมา เราเอาเรื่องปัญหาบ้านเมือง ประโยชน์ของบ้านเมือง เป็นหลัก และนี่คือคําอธิบายที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานว่านี่คือเหตุผลว่า ณ วันหนึ่ง ทําไมผมไม่ได้อยู่กับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่เคยอยู่ด้วยกันมา แต่หันไปสนับสนุนพรรคการเมือง พรรคหนึ่งซึ่งท่านมองว่าเป็นปฏิปักษ์ เหตุผลสั้น ๆ ก็คือพวกผมตัดสินใจที่จะไม่นึกถึง ประโยชน์ตัวเอง ไม่นึกถึงประโยชน์ของพรรคมากกว่าประโยชน์ของบ้านเมือง ท่านประธาน วันนี้มีการพูดกันถึงเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมว่าทุกท่านที่นี่ก็คงคิดเหมือนกันว่า สภาแห่งนี้ ส.ว. และ ส.ส. รวมประมาณ ๖๕๐ ท่าน กําลังจะพิจารณาแล้วให้ใครก็ไม่ทราบ เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ให้ใครซึ่งท่านตั้งโจทย์มาว่า ๙๙ ท่านที่จะไปเป็น สสร. แล้วก็ร่าง เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครจะมีความเชี่ยวชาญเรื่องเช็คเด้งกันอย่างไร หรือมีการตีเช็คเปล่ากัน อย่างไรก็ตาม แต่ความเป็นจริงที่เรายอมรับก็คือว่าวันนี้เราไม่ทราบว่า ๙๙ ท่าน สสร. ท่านจะร่างออกมาอย่างไร ต่อให้ท่านบอกเป็นแนวไปว่าให้นําเอารัฐธรรมนูญฉบับที่น่าจะดี เข้ามาเป็นแบบ หรือท่านจะกําหนดว่าจะต้องเป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มันก็ไม่ได้มีหลักประกันอะไรที่ยืนยันว่าในที่สุดแล้ว สิ่งที่ท่านจะร่างจะออกไปแบบไหน สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเราเป็นห่วงอยู่อย่างเดียวท่านครับ หลักที่สุดก็คือเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งหลายท่านก็ได้มีการพูดคุยกันไปแล้ว หลายท่านก็ยังยืนยัน ฝ่ายรัฐบาลก็ยืนยันว่าจะไม่แตะต้อง ตรงนี้สมาชิกของรัฐบาลบางท่าน ก็มีการบอกว่าทุกอย่างอยู่ในสายตาประชาชน ผมเชื่อครับ เพราะวันนี้เรากําลังจะทํากัน ต่อหน้าประชาชน และผมหวังว่าในที่สุดแล้วสิ่งที่ท่านตกปากรับคําในสภาอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ก็จะเป็นอย่างที่ท่านรับปาก ท่านต้องรับปากแล้วท่านต้องปฏิบัติ ถามว่าท่านรับปากในสิ่งที่ ท่านเองท่านไม่ได้เป็นผู้ร่าง ผมก็คิดอย่างเดียวครับว่าท่านก็คงสามารถคุมสภาพในการที่จะ มีการร่างโดย สสร. ได้ ผมพูดอย่างนี้ไม่ได้มีการคิดจะดูถูกประชาชนอย่างที่มีใครพูดกัน แต่ผมคิดว่าวันนี้ท่านเริ่มต้นมาจนถึงเวลานี้ ผมว่าท่านก็มั่นใจแล้วว่าทิศทางความน่าจะเป็น ของรัฐธรรมนูญที่จะร่างกันจะออกมาอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมขอท่านว่าความเป็น ราชอาณาจักรไทย อันมีพระมหากษัตริย์ มีหมวดพระมหากษัตริย์ในหมวด ๒ นั้นจะต้อง ดํารงอยู่ครบ นั่นคือสิ่งที่เราขอและท่านรับปาก ท่านตกปากรับคํา แน่นอนพรรคภูมิใจไทยเรา ก็มีความมั่นใจว่าถ้าท่านตกปากรับคํา อย่างน้อยในวาระแรกเราก็พร้อมที่จะสนับสนุน เพราะยอมรับอยู่อย่างหนึ่งว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมาก่อให้เกิดปัญหาบ้านเมืองตามสมควร เรามีปัญหามาตั้งแต่สมัยก่อนการปฏิวัติด้วยซ้ําไป เรื่องของอํานาจอธิปไตยกับความชอบธรรม ความชอบธรรมกับอํานาจอธิปไตยมันไม่ได้เคยเป็นสิ่งเดียวกันมาหลายปีแล้วในประเทศนี้ เพราะฉะนั้นวันดีคืนดีบางรัฐบาลมีคะแนนเสียงอยู่ ๓๗๗ เสียง ใน ๕๐๐ เสียง ก็ถูกตั้งคําถาม เรื่องอํานาจอธิปไตยแต่ไม่มีความชอบธรรม เพราะฉะนั้นวันนี้พวกเรานี้ละที่จะต้องทําอย่างไร ให้ความเป็นอํานาจอธิปไตยกับความชอบธรรมเป็นสิ่งเดียวกัน พรรคภูมิใจไทยเราเป็น พรรคฝ่ายค้านครับ แต่แน่นอนในเรื่องบางเรื่องเราคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะทําให้บ้านเมือง มันเดินหน้าต่อไปโดยที่จะร่วมกันประคับประคอง เราอาจจะมีความเห็นที่แตกต่างจากเพื่อน ที่เป็นสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน แต่เฉพาะช่วงเวลานี้ละครับ เฉพาะเวลาเมื่อท่านตกปากรับคํา ที่จะให้โอกาส แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกกับทางผู้เสนอร่างมาทั้ง ๓ ร่างนะครับว่าวันนี้เป็นอํานาจที่ท้าทาย วันนี้ท่านบอกว่าท่านกําลังประกาศต่อหน้าประชาชนว่าท่านกําลังทําต่อหน้าประชาชน ท่านบอกว่ามีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ ๔๕ ล้านคน นั่นหมายถึงว่าวันนี้ไม่ว่าอะไร จะเกิดขึ้นก็ตามท่านได้ให้คําสัตย์ไว้ แล้วเราจะยึดมั่นในคําสัตย์ที่ท่านให้ไว้ เราจะติดตามว่า ในที่สุดสิ่งที่ท่านตกปากรับคําว่าทุกอย่างจะมีการดําเนินการไป เราอยากจะให้มันเป็นอย่าง ที่ท่านพูด แล้วเราก็พร้อมจะสนับสนุนให้ประเทศนี้มันมีกติกาที่สมบูรณ์ เรามาเริ่มกันปฏิรูป การเมือง ผมนึกย้อนหลังครับว่าถ้าปี ๒๕๔๐ แล้ว ปี ๒๕๔๙ ไม่มีการปฏิวัติ วันนี้เราก็อาจจะ มีรัฐธรรมนูญที่ว่ากันว่าดีที่สุดในโลก คือปี ๒๕๔๐ ได้ใช้กัน แต่สรุปความได้อย่างหนึ่งว่า ประเทศนี้อย่ายึดถือเรื่องเอารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสําคัญไปมากกว่าที่เราจะอยู่กันอย่างไร เถอะครับ รัฐธรรมนูญมันเหมือนกับบางสิ่งบางอย่างซึ่งมันจําเป็นต้องมี แต่บางทีก็ดูแทบ จะไม่มีประโยชน์ที่จะมาใช้ในการดํารงชีวิตเลย วันนี้เราได้เรียนรู้ว่าประเทศนี้มีรัฐธรรมนูญ ๑๘ ฉบับ ๑๙ ฉบับ หรืออาจจะมีไปเรื่อย ๆ วันนี้ไม่จําเป็นต้องไปดูรัฐธรรมนูญต่างประเทศ เราเป็นคนไทยเราก็ว่าไปตามสไตล์ (Style) แบบไทย ๆ ของเรา จะดี จะสําเร็จอย่างไรก็คง เป็นเรื่องที่เราจะต้องร่วมกัน แต่ผมว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่เหมาะสมครับ พรรคภูมิใจไทยเรา มั่นใจว่าถ้าวันนี้รัฐบาลมีความตั้งใจดี ท่านเสนอร่างแต่ละร่างเข้ามาเพื่อที่จะร่วมกันปฏิรูป การเมืองเราก็พร้อมที่จะสนับสนุนในช่วงเวลานี้ แต่ตกปากรับคําให้ชัดนะครับว่าท่านไม่ได้ทํา เพื่อคนใดคนหนึ่ง ท่านจะต้องทําเพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ขณะที่ท่านบอกว่า ท่านไม่ไปแตะเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ วันนี้ท่านลองเข้าไปในเว็บไซต์ดูสิครับ ก็ยังมีกันอยู่เต็ม เว็บไซต์หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ท่าน กําลังจะบอกว่าท่านจะร่วมปกป้องสถาบัน จะไม่ไปแตะเรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์ ในฝ่ายเชิงบริหารท่านก็เดินหน้าทําไปด้วยสิครับ ท่านทําไปด้วยให้มีความรู้สึกว่าสิ่งที่ท่าน กําลังทํานั้นท่านตั้งใจจริง มันจะทําให้ประชาชนที่มีความจงรักภักดีกลัวว่าท่านจะไปแตะ ไปต้องจะได้คลาย

อีกเรื่องหนึ่งซึ่งจะต้องขอฝากก็คือมันมีความรู้สึกตลอดมา หลังจากที่ท่านชนะ การเลือกตั้ง คือความกระเหี้ยนกระหือรือในการที่จะล้างองค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือว่าแม้กระทั่งเข้าไปถึงตุลาการ ผมอยากจะบอกว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเราพูดอยู่เสมอ ก็คือนักการเมืองควรที่จะร่วมกันดึงฟืนออกจากกองไฟ หลายเรื่องที่ท่านคิด หลายเรื่อง ที่ท่านคิดอ่าน ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของการที่จะสุมฟืนเข้าไปกองไฟทั้งสิ้น อยากขอร้องครับ เราเริ่มต้นใหม่ได้ไหมครับ เราเริ่มคิดโดยเอาตัวเองเป็นตัวประโยชน์ที่เป็นลําดับรองมา เอาประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง วันนี้ทําอย่างไรที่จะไม่ร่วมกันก่อฟืนกองใหม่หรือไปโหม ให้ไฟมันลุกโชนขึ้นมา ผมคิดว่าวันนี้ท่านต้องไปพินิจพิเคราะห์ ไม่ว่า ส.ว. ส.ส. เอง ผมว่า ท่านก็คิดเหมือนกันว่าเราจะร่วมกันที่จะช่วยกันดับไฟ เวลานี้องค์กรอิสระท่านก็ทําหน้าที่ ของท่าน ถ้าท่านเห็นว่าที่มาอาจจะไม่ค่อยตรงใจอย่างที่ท่านคิด ท่านก็หาวิธีการที่จะประสาน ส่งสัญญาณไปทาง สสร. ให้ร่างออกมาเป็นความยุติธรรม แต่ไม่ใช่มุ่งร้าย ทําลายโดยใช้อคติ จากความรู้สึกส่วนตัว ผมยืนยันในฐานะที่เราได้สัมผัสอํานาจบางอํานาจ คืออํานาจตุลาการ อํานาจตุลาการท่านได้ทําหน้าที่ของท่านอย่างตรงไปตรงมาโดยตลอด แต่อาจจะเป็นไปได้ว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้กําหนดตําแหน่งจากตุลาการบางตําแหน่งเข้าไปมีหน้าที่ในการสรรหา หรือมีการแต่งตั้งองค์กรอิสระบางองค์กรเท่านั้น แต่สิ่งที่หลายท่านได้พูดไปเป็นการตีขลุม เหมือนกับศาลทั้งศาล ตุลาการทั้งตุลาการเป็นอํานาจที่ควรจะต้องเข้าไปจัดการซึ่งผมคิดว่า ไม่ถูกต้อง สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเราต้องการยืนยันมาตลอดนะครับว่าเวลานี้บ้านเมืองเราจําเป็นที่จะต้อง ร่วมกันที่จะประคับประคอง ต้องร่วมกันที่จะปกป้องสถาบัน เมื่อท่านตกปากรับคําแล้ว เราก็สบายใจ และพรรคภูมิใจไทยเราก็บอกกับท่านตรงนี้เลยว่านี่คือท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ที่ชัดเจนว่าถ้าท่านกล้ายืนยันกับเราว่าท่านจะไม่เข้าไปแตะต้องเรื่องสถาบัน ในขณะเดียวกัน ฝ่ายบริหารจะเดินหน้าในการที่จะเข้าไปปราบปรามการล่วงละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างจริงจัง และท่านจะไม่เข้าไปแตะต้องต่อองค์กรอิสระจนเกินสมควรเราพร้อมสนับสนุน

และเรื่องสําคัญที่จะต้องถามท่านเป็นการสุดท้ายก็คือว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คราวนี้ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร เป็นรัฐธรรมนูญที่กินได้อย่างที่ท่านพูดกัน ผมอยากรู้ว่า ถ้าท่านแก้แล้วมันจะเป็นประโยชน์ จะแก้ปัญหาเรื่องปากท้อง ปัญหาเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชนมากน้อยเพียงใด ผมขออนุญาตที่จะใช้เวลาตามสมควรแค่นี้ครับ ขอบพระคุณ ที่ท่านทั้งหลายได้ตั้งใจและผมคิดว่าวันนี้ในฐานะที่เป็นฝ่ายค้านนะครับ วันนี้จะขอทําหน้าที่ ที่จะบอกว่าจะสนับสนุนสมาชิกที่มีการเสนอร่างกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้ด้วยความยินดี ในวาระนี้ แต่หลังจากนี้ไปถ้าปรากฏว่าท่านกลายเป็นซ่อนรูปเสียเองอย่างที่ท่านถนัดใช้ แปรเปลี่ยนไปจากที่เคยท่านตกปากรับคํา พวกผมไม่ยอม พวกผมก็จะไม่มีการสนับสนุน ท่านอีกต่อไป สําหรับช่วงนี้มีเวลามอบให้อีก ๗ นาทีครับ ผมขอใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

กลับไปที่ฝ่ายรัฐบาลนะครับ ท่านวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ๑๐ นาทีนะครับ

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตเพื่อที่จะตอบ คําถามสําคัญ ๒ ประการ ๒ คําถามใหญ่ ๆ

คําถามที่ ๑ นั้นคือทําไมจะต้องแก้รัฐธรรมนูญ ทําไมต้องแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับนี้

คําถามที่ ๒ ทําไมจะต้องแก้ไข มาตรา ๒๙๑ ให้มี สสร. มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนโดยตรงเพื่อเข้าไปยกร่างรัฐธรรมนูญ

ผมขอตอบคําถามแรกก่อนครับ ท่านประธานที่เคารพ ตอบง่าย ชัดเจน ตรงไปตรงมาแล้วก็จริงใจได้อย่างนี้ครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีหลายมาตรา มีเนื้อหาสาระ ที่ดีอยู่ แต่จะอย่างไรก็ตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครองประเทศ จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากมีต้นทางที่ต้องมาจากประชาชนเท่านั้น ความถูกต้อง ความชอบธรรม ความสง่างาม และวัฒนธรรมการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย ที่มาของรัฐธรรมนูญต้องมีความชอบธรรม นั่นคือตอบคําถามแรก ผมไม่เคยเชื่อครับ ท่านประธานที่เคารพครับว่างาช้างมันจะงอกออกมาจากปากสุนัขได้ฉันใด ผมก็ไม่เชื่อ เช่นเดียวกันว่ารัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจะมาจากที่อื่นใดได้ นอกจากประชาชนเท่านั้น นั่นคือประการที่ ๑

ในประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ การที่จําเป็นจะต้องแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญ ก็เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมให้ตอบโจทย์การปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่อํานาจสูงสุดในการปกครองประเทศจะต้องเป็น ของราษฎรอย่างแท้จริงครับ จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เมื่อมาดูเนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ใช้อยู่นี้ หลายเรื่องราวไม่สอดคล้องกับหลักการของการเป็นประชาธิปไตย ไม่ว่า ด้วยเรื่องสิทธิเสรีภาพ ไม่ว่าด้วยเรื่องของเสมอภาค ไม่ว่าด้วยเรื่องของหลักนิติรัฐ นิติธรรม และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องมาจากพรรคที่ชนะการเลือกตั้งหรือมีเสียงข้างมาก เอาธรรมดา ๆ ง่าย ๆ เวลามันสั้น ในเรื่องของความเสมอภาคชัดเจน นักการเมืองไม่ว่า ส.ส. ไม่ว่า ส.ว. ไม่ว่ารัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะทั้งก่อนที่จะ เข้าไปและออกมา ผมจึงถามว่าความเสมอภาคมันอยู่ตรงไหน ทําไมข้าราชการตุลาการ ซึ่งให้คุณให้โทษกับคนอื่นได้ ผบ. เหล่าทัพซึ่งให้คุณให้โทษกับสังคมได้ หรือปลัดกระทรวง อธิบดีอะไรเหล่านี้เป็นต้น มันน่าจะมีความเสมอภาคและเท่าเทียมในการที่จะต้องแสดง บัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะเฉกเช่นเดียวกันทั้งก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่และหลังจากพ้นไป จากหน้าที่ นี่คืออธิบายในเรื่องของความเสมอภาคและเท่าเทียม ฉะนั้นจึงต้องแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญเพื่อตอบโจทย์หลักการของการปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยครับ การปกครองประเทศในระบอบประชาธิปไตยนั้นโดยหลักนิติรัฐต้องใช้กฎหมายเป็นหลัก ในการปกครองประเทศ อธิบายความว่ากฎหมายต้องใหญ่กว่าคน แต่ในประเทศนี้แปลกครับ คนสามารถมาฉีกกฎหมายได้แล้วบอกว่าให้ช่วยกันเคารพกฎหมาย ผมยังงงอยู่จนทุกวันนี้ ถ้าหากว่าประเทศนี้เป็นนิติรัฐจริง การรัฐประหารจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยเพราะการรัฐประหารนั้น อธิบายความว่าคนมันใหญ่กว่ากฎหมาย แล้วคนสามารถมาฉีกกฎหมายได้ แต่คนที่ห่วงใย เรื่องการฉีกกฎหมายโดยวิธีการที่เป็นกบฏ ผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๓ กลับไม่เคย ได้รับการลงโทษแต่อย่างใดเลย ท่านประธานที่เคารพ นั่นคือเหตุผลหนึ่งของความจําเป็น ในการที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับนี้เพื่อให้ตอบโจทย์หลักของประชาธิปไตย อย่างครบถ้วน

ประการต่อมา คณะกรรมการหลายชุดซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐสภาก็ดี สมัยท่านชัย ชิดชอบ คณะกรรมการหลายชุดที่ตั้งโดยอดีตรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ คณะกรรมการเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมติของคณะกรรมการ ชุดสมานฉันท์ คณะกรรมการที่เรียกว่า คอป. ต่างมีความเห็นไปทิศทางเดียวกันนะครับ ซึ่งบุคคลเหล่านั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวร้อยเชื่อมโยงผูกพันกับพรรคเพื่อไทยหรือรัฐบาลในขณะนี้ แต่ปรากฏว่าผลการศึกษาได้สรุปข้อเสนอแนะตรงกันว่าต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น ไม่มีเหตุผลอื่นที่จะมาสกัดกั้นหรือไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในกรณีของ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์คณิต ณ นคร พูดไปลึกมาก ข้อสรุปเสนอแนะลึก ชัดเจนบอกว่า อาชญากรที่เกิดขึ้นใน ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ผู้ถูกกล่าวหาที่เกิดขึ้นใน ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ผู้กระทํา ความผิดใน ๒-๓ ปีที่ผ่านมา มันไม่ใช่อาชญากรปกติเหมือนอาชญากรทั่วไป ต้องพิจารณา ต่อเขาในลักษณะพิเศษ เพราะได้ศึกษาแล้วบุคคลเหล่านั้นมีแรงจูงใจเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย ทางการเมืองต่างหากเล่า จึงไม่สมควรปฏิบัติต่อเขาเฉกเช่นเดียวกับอาชญากรทั่วไปครับ นี่คือข้อสรุป คือข้อเสนอแนะของศาสตราจารย์ดอกเตอร์คณิต ณ นคร ประธาน คอป. ที่รัฐบาลชุดท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เป็นผู้แต่งตั้ง อธิบายอย่างไรครับท่านประธาน อธิบายว่ากรรมการทุกชุดก็เห็นดีเห็นชอบเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ และยังอธิบายต่อครับท่านประธาน ในชุดของท่านดิเรก ถึงฝั่ง บอกว่าต้นทางของความขัดแข้งแตกแยก และวันนี้ได้พัฒนา ไปสู่ความเกลียดชังกันแล้วในประเทศนี้ การเมืองได้พัฒนามาถึงจุดที่จะต้องทําลายล้าง ซึ่งกันและกันแล้ว น่าเศร้าสลดใจมากครับท่านประธาน น่าจะแข่งขันกันด้วยนโยบาย น่าจะแข่งขันกันตอบโจทย์ดูแลชีวิตและความผาสุกของประชาชน แต่มาแข่งขันกันด้วย การทําลายล้าง ชุดท่านดิเรก ถึงฝั่ง บอกว่ารัฐธรรมนูญและการนํารัฐธรรมนูญไปปฏิบัติ เป็นต้นเหตุหนึ่งของการนําไปสู่ความแตกแยกและเกิดความวิกฤติในชาติ ฉะนั้นอธิบาย เสร็จสรรพ โดยที่พวกผมไม่จําเป็นที่จะต้องอธิบายเสียด้วยซ้ํา อย่างคณะกรรมการชุดต่าง ๆ ที่มาจากการแต่งตั้งของรัฐบาลชุดที่แล้วก็ได้อธิบายความไว้เสร็จสรรพจากรัฐสภาชุดที่แล้วว่า สมควรที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่ทําไมจะต้องมี สสร. อํานาจเก็บไว้ที่ใคร ก็ไม่ปลอดภัยหรอกครับท่านประธาน นอกจากเก็บไว้ที่ประชาชนเท่านั้น ฉะนั้นการแต่งตั้ง สสร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญก็คือให้ประชาชนเป็นผู้ใช้วิจารณญาณในการเลือกตัวแทน ไปทําหน้าที่เป็น สสร. ประชาชนวิจารณญาณดีมาก วันนี้อย่าคิดว่าประชาชนโง่ ประชาชน ก้าวหน้าไปมาก กาลเวลาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ศตวรรษที่ ๒๑ แล้ว ประชาชนได้เข้าถึงข้อมูล เท่า ๆ หรือมากกว่านักการเมืองบางคนบางท่านเสียด้วยซ้ําไป เพราะฉะนั้นการที่มี สสร. แล้ว สสร. ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อตอบโจทย์ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้อํานาจสูงสุดในการปกครองประเทศเป็นของราษฎรอย่างแท้จริงถูกต้องชอบธรรมแล้ว และคําตอบสุดท้ายนั่นก็คือให้ประชาชนทั้งประเทศได้ลงประชามติอีกครั้งหนึ่ง ฉะนั้น ถ้าหากว่าระบอบประชาธิปไตยมันเกิดขึ้นในประเทศนี้แล้วใครจะได้รับประโยชน์บ้าง อย่าไปวิตกจริตให้เกินเหตุ ขอโทษครับท่านประธาน อย่าไปวิตกจริตให้เกินเหตุว่าใคร จะได้รับประโยชน์จากการที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย อุปมาดั่งดวงตะวันที่ฉายแสงให้กับ โลกมนุษย์ เอื้อเกื้อกูลต่อชีวิต สรรพชีวิตทั้งมวล แล้วจะมาเลือกปฏิบัติได้อย่างไรว่า ใครสมควรได้รับประโยชน์ ใครไม่สมควรได้รับประโยชน์ ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมสนับสนุนเห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อให้บ้านเมืองของเรามีต้นทาง ของประชาชนที่เป็นเจ้าของอํานาจรัฎฐาธิปัตย์ที่แท้จริง ขอบพระคุณอย่างสูงครับ สวัสดีครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ เชิญท่านชวน หลีกภัย ครับ

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ก่อนที่ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะได้อภิปราย กระผมขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานเพื่อทําความเข้าใจในบางสิ่งบางอย่างที่กระผมคิดว่าแม้เราจะมีความคิดเห็น ที่ต่างกันบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ว่าความจริงนั้นควรจะไม่แตกต่างกัน ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วโดยส่วนตัวได้ฟังท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ท่านวุฒิสมาชิก สิ่งที่น่ายินดีก็คือว่าความรู้สึกที่แสดงออกด้วยวาจานั้น กระผมเข้าใจว่า ทุกคนรักประชาธิปไตย รังเกียจเผด็จการ ผมไม่เคยได้ยินคนไหนที่รังเกียจประชาธิปไตย อันนี้ถือว่าเป็นความรู้สึกร่วมกัน ซึ่งถ้ามันเป็นอย่างนี้จริง ๆ และทําอย่างนี้จริง ๆ แล้ว วิกฤติบ้านเมืองก็ไม่เกิด ปัญหาบ้านเมืองก็จะน้อยมาก แต่ท่านประธานที่เคารพ ก่อนที่เราจะไปพูดถึงกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับ อยากจะกราบเรียนว่า หลังจากได้ฟังเพื่อนสมาชิกแล้วมีข้อยุติอันหนึ่งก็คือว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหลัก ของประเทศ แต่ไม่ใช่สิ่งที่แก้ไขไม่ได้ ข้อแตกต่างชัดเจนก็ตรงที่ว่าฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรจะแก้ ทั้งฉบับ อีกฝ่ายหนึ่งก็เห็นว่าควรจะแก้บางมาตรา กระผมขอให้ความเคารพต่อความเห็น ของทุกฝ่ายนะครับ ในฐานะที่เป็นผู้ใช้รัฐธรรมนูญในสภานี้ก็คงจะมีกระผมคนหนึ่งแล้วก็ เพื่อนอีกสักคน ๒ คน ที่มีโอกาสได้ใช้รัฐธรรมนูญมากกว่าคนอื่น ในจํานวน ๑๘ ฉบับนั้น ความจริงมีรัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับถาวรหรือฉบับที่มีการเลือกตั้งจริง ๆ ประมาณสัก ๑๑ ฉบับ นอกนั้นก็จะเป็นพระราชบัญญัติหรือรัฐธรรมนูญชั่วคราว แต่รัฐธรรมนูญทั้งหมด ๑๘ ฉบับนี้ กระผมมีโอกาสได้ใช้ด้วยตัวเอง ทั้งในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติคือผู้แทนราษฎร ในฐานะฝ่ายบริหาร คือรัฐมนตรี อยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าฉบับแรกที่กระผมคิดว่าจะหยิบยกขึ้นมา เพื่อเพียงให้เราได้เห็นกระบวนการประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นสิ่งที่เราทุกคนนั้น เห็นคุณค่า กระผมได้มีโอกาสใช้รัฐธรรมนูญฉบับแรกคือฉบับปี ๒๕๑๑ มันมีข้อเท็จจริง ที่เป็นประโยชน์กับพวกเรา ฉบับนั้นเป็นฉบับที่ถือว่าใช้เวลาร่างและเตรียมการร่างนานที่สุด ในจํานวนทั้งหมด ๑๘ ฉบับ คือประมาณ ๑๐ ปี แล้วก็เลือกตั้งในปี ๒๕๑๒ เป็นฉบับที่ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญจะพูดได้ว่าสิทธิของผู้ที่มีจากเลือกตั้งนั้นเกือบไม่มีอะไรเลยนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นรัฐมนตรีไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นสถานการณ์ขณะนั้นคนที่คิดว่า อยากจะมีตําแหน่งเป็นรัฐมนตรี เป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่มีใครสนใจ ผู้แทนราษฎร ๒๑๙ คน ก็ไม่หลากหลายอย่างปัจจุบันนี้ แต่ว่ากระผมกราบเรียนท่านประธานเรื่องนี้เพื่อให้เห็น ลําดับของความเปลี่ยนแปลง อยากให้พวกเราและพี่น้องคนไทยได้เห็นความเปลี่ยนแปลง ทั้งในทางบวกและในทางลบ ในทางดีและในทางร้าย วันที่กระผมเข้ามาเมื่อ ๔๐ กว่าปีที่แล้ว ประเทศชาติยังอยู่ในฐานะที่เราเรียกว่า ประเทศด้อยพัฒนา วันนั้นมีงบประมาณรายจ่าย ปีละประมาณ ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งต่างกับวันนี้ที่เป็น ๒๓๘,๐๐๐ ล้านล้านบาท เรียกได้ง่าย ๆ ว่าถ้าเราใช้งบประมาณเมื่อปี ๒๕๑๒ เป็นตัวตั้งเราต้องเติมเลข ๐ ไปอีก ๘ ตัว กี่เท่าท่านประธานลองประเมินดู อันนี้คือความเปลี่ยนแปลงที่ชัดว่าเราได้พัฒนาประเทศ ในด้านเศรษฐกิจมาระดับหนึ่ง กระผมกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้เราได้มองประเทศ ของเราด้วยสายตาที่เป็นธรรม เราไม่ได้ด้อยกว่าใครมากมายนักหรอกครับ เราไต่เต้าขึ้นมา จาก ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาเป็น ๒๓๘,๐๐๐ ล้านล้านบาท ในระยะเวลา ๔๐ กว่าปีครับ แน่นอนที่สุดว่าด้านการเมืองก็ได้มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๑ ที่สมาชิกไม่มีสิทธิในการเป็นรัฐมนตรี สภาประกอบด้วยสมาชิกที่มาจากการแต่งตั้ง เพราะฉะนั้นใครที่คิดจะเป็นรัฐมนตรีก็ไม่มีใครคิดจะเล่นการเมือง และแน่นอนที่สุดว่า บทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จํากัดอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ กระผมโชคดี ท่านประธานที่เคารพครับ อายุครบแล้วก็สมัครผู้แทนราษฎรในปีนั้น ตัดสินใจเลือกเส้นทาง ระหว่างเป็นนักการเมืองกับเป็นผู้พิพากษา ผมตัดสินใจมาเป็นนักการเมืองด้วยความภาคภูมิใจ แล้วผมภูมิใจทุกวันนี้ก็คือประชาชนเลือกเรามาจึงเห็นคุณค่า แล้วก็กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความจริงใจว่าเห็นคุณค่า ชื่นชม และศรัทธาระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๔๐ กว่าปีประชาธิปไตยไม่ได้ราบรื่นหรอกครับ เราล้มลุกคลุกคลานอย่างที่เพื่อนสมาชิกบางท่านได้พูดว่ามีปัญหา แต่ด้วยประเทศเรามีหลักที่แน่นหนา ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจึงไม่ได้ตกอับ ยามมีวิกฤติประเทศเราก็รอดพ้นทุกครั้ง เป็นที่แปลกประหลาดใจของผู้ที่คิดว่าเราจะต้องล้ม ไปตามทฤษฎีโดมิโน (Domino) เมื่อปี ๒๕๑๘ ปี ๒๕๑๙ เราก็รอดมาได้ด้วยสถาบันหลักเหล่านี้ เราจึงต้องเห็นคุณค่าความเป็นตัวเรา เห็นคุณค่าความเป็นประเทศที่มีระบบการปกครอง ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา วันนี้อาจจะมีเพื่อน ๆ บางคนน้อยเนื้อต่ําใจ เพื่อนบ้านของเรากําลัง ไปประชาธิปไตยไกลกว่าเราแล้ว เราอยู่ในลําดับหลัง ๆ ไม่จริงหรอกครับ หลายประเทศ ไม่มีโอกาสมีประสบการณ์อย่างเรา วันนี้ประชาธิปไตยของเราอย่างที่ท่านประธานได้เห็น สภานี้ ๕๐๐ คน ๔๙๐ กว่าคน เป็นสภาที่ประกอบด้วยสมาชิกที่มีความรู้ หลากหลายวัย เมื่อก่อนไม่มีอย่างนี้นะครับ หาปริญญาโทสักคนหนึ่งก็ยาก ปริญญาเอกสักคนหนึ่งก็ยาก เดี๋ยวนี้เกือบเดินชนกันหมดแล้ว ปริญญาโท ปริญญาเอก นั่นคือความรู้ที่ดีขึ้น เศรษฐกิจของเรา พัฒนามาถึงในระดับที่เรามีงานให้พี่น้องประชาชนของเราได้ทํา บ้านเมืองมีตึกรามบ้านช่อง มีหลายสิ่งหลายอย่างพัฒนาไปมาก แต่พร้อมกันนั้นก็มีสิ่งที่เลวร้าย สภาพแวดล้อมที่เลวลง อุบัติเหตุที่มากขึ้น ซึ่งเป็นตัวทําลายเช่นเดียวกัน ฉันใดในทางการเมืองแม้จะมีความดีงาม ประชาธิปไตยของเราดีขึ้น สิทธิผู้แทนราษฎร ประชาชนดีขึ้น แต่เรามีสิ่งที่ไม่ดีตามมา เช่นเดียวกันคือระบบการเมือง ในระบบนี้มีการประพฤติปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามวิถีทาง ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อย่างที่พูด อย่างที่คิด เราจึงนําสิ่งที่ดีพร้อมกับสิ่งที่ไม่ดีควบคู่กันมา เรามีผู้แทนราษฎรที่มีความรู้ แต่ขณะเดียวกันวิธีการมาจากเลือกตั้งของคนเหล่านี้เข้ามา ด้วยวิถีทางที่ไม่ปรากฏเมื่อ ๔๐ กว่าปีที่แล้วคือซื้อเสียงมา มันเป็นมลพิษทางการเมือง แล้วนี่คือที่มาของหลายเรื่องที่เราพูดกันอยู่ในขณะนี้ แม้กระทั่งกฎหมายมาตรา ๒๓๗ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันซึ่งน่าเห็นใจ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันมีเรื่องที่พาดพิงถึง อยู่ในบางตอน แต่ว่าที่ลําดับให้ท่านประธานได้เห็นนั้นว่าแม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะถือว่า ให้อํานาจฝ่ายบริหารมากที่สุดจนฝ่ายนิติบัญญัติเกือบไม่มีอะไรเหลือเลยแล้วก็ตาม แต่อยู่ได้ ไม่นานท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นผู้แทนราษฎรได้ ๒ ปี ๙ เดือน มีอันเป็นไปในที่สุด คณะปฏิวัติยึดอํานาจมาโดยนายกรัฐมนตรีในฐานะนายทหารเขายึดอํานาจของตัวเอง รัฐธรรมนูญอย่างนี้ก็ยังอยู่ไม่ได้ ความจริงถ้าเราศึกษารายละเอียดกระผมเสียดายที่เวลาไม่พอ แต่กราบเรียนท่านสั้น ๆ ว่าวันนั้นไม่ใช่เป็นความผิดของรัฐธรรมนูญฉบับที่เราคิดว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยแล้วเท่านั้น แต่มันเป็นปัญหาของผู้ใช้รัฐธรรมนูญ ผมถึงกราบเรียน ท่านประธานว่าเมื่อท่านหัวหน้าพรรคขอให้พูดว่าในฐานะได้ใช้รัฐธรรมนูญมามากกว่าคนอื่น ประสบการณ์ในชีวิตที่เห็นมานี่ข้อเท็จจริงจริง ๆ มันคืออะไร รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๑๑ เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ด้วยผู้ที่มีส่วนในการร่างเอง แล้วในที่สุดบ้านเมืองก็เข้าสู่ยุคที่มีปัญหา จนกระทั่งเกิดรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๑๗ ผมได้เป็นผู้แทนราษฎรครั้งที่ ๒ เมื่อปี ๒๕๑๘ ครั้งที่ ๓ ปี ๒๕๑๙ ฉบับนี้ถือว่าดีที่สุด นักประชาธิปไตยชื่นชมฉบับนี้ ผมได้มีโอกาสใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งในฐานะฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและในฐานะรัฐมนตรี กราบเรียน ท่านประธานว่าในที่สุดก็มีเหตุวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เกิดขึ้น รัฐธรรมนูญฉบับที่เราชื่นชม ก็มีอันเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป ไม่ใช่ความผิดของรัฐธรรมนูญหรอกครับ ท่านครับ แต่ว่าเป็น การกระทําของบุคคล หลังจากนั้นเราก็ผ่านมาถึงรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๒๑ กระผมก็ได้เป็น ผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งครับ กราบเรียนท่านว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็เกิดขึ้นจากการที่คณะทหารยึดอํานาจในปี ๒๕๑๙ ปี ๒๕๒๐ แล้วก็แรงผลักดันจากประชาชน สื่อมวลชน ทําให้รัฐบาลขณะนั้นไม่มีทางหลีกเลี่ยง คือต้องรีบออกกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อให้การเลือกตั้งเสร็จภายใน ๑ ปี รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่น่าเชื่อว่าใช้ได้ยาวนาน แต่ในที่สุดก็จบลงเมื่อมีความเปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกัน กราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อทหารยึดอํานาจในปี ๒๕๓๔ หลังจากรัฐบาล ได้บริหารต่อเนื่องแล้วก็เปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลของผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง กระผม ก็อยู่ในสภาขณะนั้นกราบเรียนท่านว่าไม่ใช่ความผิดของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ครับ เป็นยุคที่ฝ่าย ผู้ยึดอํานาจตั้งข้อหารัฐบาลขณะนั้นว่าเป็นรัฐบาลบุฟเฟต์ (Buffet) เราคงจํากันได้ กระผม ร่วมรัฐบาลแล้วต่อมาก็มาเป็นฝ่ายค้าน คณะทหารเขายึดอํานาจ เพราะฉะนั้นถ้าเราประเมิน ก็จะเห็นว่าอุปสรรคสําคัญในขณะนั้นก็คือการยึดอํานาจทางฝ่ายทหาร นิดหน่อยก็ยึดแล้ว รําคาญ ส.ส. เมื่อปี ๒๕๑๔ ครับ ส.ส. รัฐบาล รัฐบาลเอาเงินให้ ส.ส. คนละ ๓๕๐,๐๐๐ บาท เราก็ท้วงว่าไม่ถูกต้องครับ รัฐบาลยังฝืนทํา ปีต่อมากระผมเองเป็นคนอภิปรายในสภาว่า เรื่องอย่างนี้ไม่ถูกต้อง ไม่สมควรทํา ฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีหน้าที่ในการเอาเงินนี้ไปใช้ แล้วให้เฉพาะของรัฐบาล ไม่เป็นธรรมกับประชาชนที่เลือกผู้แทนราษฎรเข้ามา รัฐบาลนั้น ไม่เชื่อพวกเรา ปีต่อมาผู้แทนราษฎรของรัฐบาลเองเรียกร้องเป็น ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เมื่อรัฐบาลไม่ให้ รัฐบาลรําคาญ กรรมาธิการของรัฐบาลเองจึงปฏิวัติ เราจะเห็นว่าบางที เรื่องเล็กน้อยเหล่านี้กลายเป็นเหตุผลให้มีการล้มล้างรัฐธรรมนูญ และล้มล้างการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยซึ่งมันก็ไม่ได้เต็มใบอยู่แล้ว อันนี้เป็นประสบการณ์ที่สําคัญที่เรา ทุกฝ่ายยอมรับ แต่กระผมกราบเรียนว่าอุปสรรคเหล่านั้นเริ่มลดน้อยลง เริ่มลดน้อยลง กระผมเห็นได้ชัดครับ มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น ทหารยุคใหม่มีวุฒิภาวะ เข้าใจกระบวนการ ไม่ทําในสิ่งที่เคยทําในอดีต อันนี้ขอพูดชื่นชมไว้ตั้งแต่ต้นว่าคนเหล่านี้เขาก็เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ มากขึ้น แต่ทําไมจึงได้เกิดเหตุปี ๒๕๔๙ ขึ้นมาอีก เพราะว่าพวกเราก็ได้พูดกัน กระผม เป็นคนที่อยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าเนื่องจากอยู่ในเหตุการณ์ ไม่ใช่ พยานบอกเล่า เป็นผู้ที่เห็นเพราะได้ต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่นั้นจนบัดนี้ มันมีข้อเท็จจริง บางอย่างที่เราอาจจะไม่สบายใจถ้าเราพูดความจริงกัน แต่เราจะคิดอย่างไรไม่เป็นอะไร ขอให้เรายอมรับความจริงกัน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๒๑ ได้ล้มไปด้วยการปฏิวัติ ปี ๒๕๓๔ แล้วก็ถูกกดดันให้ต้องรีบมีกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๓๔ จึงเป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้น แล้วก็มีปัญหาในเรื่องบทบัญญัติที่เกี่ยวกับประธานรัฐสภาและนายกรัฐมนตรีซึ่งก็มีการแก้ไข ท่านประธานที่เคารพครับ ผลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็มีการเลือกตั้งปี ๒๕๓๕ ๒ ครั้ง แล้วต่อมา รัฐบาลก็ใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้บริหารบ้านเมือง เปลี่ยนแปลงรัฐบาลไปตามลําดับ เปลี่ยนแปลงตามวิถีทางประชาธิปไตย ยังจําได้อย่างที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้พูดครับ กระผมได้เป็นนายกรัฐมนตรีปลายปี ๒๕๓๕ อยู่ได้ ๒ ปี ๘ เดือนกว่า เกือบ ๓ ปี ก็ยุบสภา เพราะพรรคร่วมรัฐบาลแยกตัวออกไป เลือกตั้งใหม่ แพ้ครับ แพ้พรรคชาติไทยของท่านบรรหาร ขอประทานโทษเอ่ยนาม ท่านนายกรัฐมนตรีบรรหารก็บริหารประเทศ กระผมก็เป็นฝ่ายค้าน อีกประมาณเกือบปีครับ ท่านบรรหารก็ยุบสภาเพราะมีข้อขัดแย้ง แต่นี่คือความต่อเนื่อง ในที่สุดก็เลือกตั้งใหม่ เที่ยวนี้พรรคชาติไทยไม่ใช่คู่แข่งของพรรคประชาธิปัตย์แล้วครับ แต่เป็นพรรคความหวังใหม่ของท่านพลเอก ชวลิต ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์แพ้ เหมือนอย่างที่พวกเราทราบกันครับ แพ้ ๒ คะแนนในคืนไฟดับ แต่ถ้าจะตั้งรัฐบาลก็ได้ เพราะพรรคร่วมรออยู่แล้ว แต่กระผมมันก็พูดไปแล้วก็มัดตัวเอง คือประกาศล่วงหน้าว่าพรรคประชาธิปัตย์ชนะ กระผม จะเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์แพ้ เราต้องเป็นฝ่ายค้านให้พรรค ที่เขาได้มากกว่าเราได้เป็น มันมัดตัวเราเอง ผมจําได้วันนั้นมีพรรคร่วมที่เคยร่วมงานมา ก็ตําหนิผมว่าทําไมยกธงขาวเร็วเกินไป ผมบอกอยากมาเป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อทํางานต่อไป แต่ระหว่างการเป็นนายกรัฐมนตรีกับรักษาคําพูดนี่ ขอรักษาคําพูดเถอะ ในที่สุดกระผม ก็เป็นผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านพลเอก ชวลิตบริหารไม่ทันถึงปี ก็เกิดวิกฤติ และท่านก็ลาออก พรรคซึ่งได้ที่ ๒ พรรคประชาธิปัตย์ก็ตั้งรัฐบาล รัฐบาลก็มีเสียงข้างมาก บริหารประเทศต่อมา อยากจะให้พวกเรารับทราบครับ ต่อมาก่อนครบ ๔ ปีของสภาชุดนั้น ก็ยุบสภา จะให้ครบก็ได้ครับ แต่มันก็ผูกมัดด้วยคําพูดเราอีกนั่นล่ะ เพราะไปพูดไว้ก่อนว่า รัฐบาลชุดนี้จะรีบทําหน้าที่ออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญให้จบสมบูรณ์ร้อยทั้งร้อย แล้วหลังจากนั้นก็จะไม่อยู่ครบวาระ จะยุบสภา เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้นถ้าจะอยู่ให้ครบ เป็นประวัติศาสตร์ก็ทําได้แต่มันเสียคําพูดครับ ก็จําเป็นต้องยุบสภาก่อนครบวาระ ๔ ปี ของสภาชุดนั้น ๑ สัปดาห์ ในที่สุดเลือกตั้งใหม่ด้วยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ผมได้มีโอกาส ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ในฐานะเป็นรัฐบาลผู้บริหารและเป็นฝ่ายค้าน ในฐานะของฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ กราบเรียนท่านประธานว่าเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ดีฉบับหนึ่ง และทําไมต้องล้มไป อันนี้คือสิ่งที่พวกเราทั้งหลายต้องศึกษาข้อเท็จจริงในขณะนั้นให้ได้ว่า อะไรได้เกิดขึ้น กระผมทํางานในฐานะรัฐบาลแล้วเมื่อยุบสภาเลือกตั้งใหม่ พรรคประชาธิปัตย์ ก็แพ้พรรคไทยรักไทย ไม่มีปัญหาครับ เมื่อแพ้ก็เป็นฝ่ายค้าน ไม่คิดจะไปร่วมรัฐบาล แล้วก็เป็นฝ่ายค้านครบ ๔ ปี แล้วเลือกตั้งใหม่แพ้อีกครับ ก็ไม่มีปัญหา เป็นฝ่ายค้านครับ ไม่ไปอุทธรณ์เรียกร้องอะไรทั้งสิ้น ไม่ไปตั้งกลุ่มคนมาก่อเหตุ ไม่ไปทําลายบ้านทําลายเมือง ไม่ไปเผาบ้านเผาเมือง ไม่ทํา เพราะนั่นไม่ใช่วิถีทางประชาธิปไตยที่เราเชื่อมั่น ทําหน้าที่ เป็นฝ่ายค้านต่อไป แต่ในช่วงดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่พวกเราทั้งหลายจะต้องย้อนกลับไปสู่ ความจริงที่เกิดขึ้น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไม่ได้เลวร้าย เป็นฉบับที่ดี แม้จะบอกว่าให้อํานาจ ฝ่ายบริหารมากขึ้นจนตรวจสอบยาก ไม่เป็นอะไรครับ กระผมรับได้ แต่ก็ไม่ใช่ความผิด ของรัฐธรรมนูญอีกนั่นละ มีการยึดอํานาจวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ถ้าเราเริ่มต้นตรงนี้ โดยไม่รู้ว่าสาเหตุคืออะไร เราก็จะประเมินอะไรที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงมาก กระผมจึงต้อง กราบเรียนท่านประธานในเรื่องนี้ว่าในฐานะผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ หลังจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ แล้วเป็นรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ท่านพันตํารวจโท ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี เรายอมรับ เราเป็นฝ่ายค้าน เราทําหน้าที่ตรวจสอบครับ อภิปรายไม่ไว้วางใจเสียงไม่พอไม่เป็นอะไร เห็นว่าผิดพลาดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อภิปรายรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านความมั่นคง อยากจะอภิปรายนายกรัฐมนตรีเพราะความผิดพลาดภาคใต้เกิดจากแนวคิดของนายกรัฐมนตรี แต่ทําไม่ได้เสียงไม่พอ ก็อภิปรายรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องนี้ ไม่เห็นด้วยกับแนวคิด ของกระทรวงมหาดไทย ท่านปุระชัย ขออภัยที่ได้เอ่ยนามท่าน ผมให้ความเคารพรักท่าน ท่านเป็นคนดีคนหนึ่งและท่านไม่เถียงเลยในวันอภิปราย ทําหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบ ด้วยเหตุด้วยผล แล้วก็เตือนความผิดพลาดหลายเรื่อง ภาคใต้ผมเป็นคนแรกที่เตือน ผมต้องการรัฐบาลใช้ความเด็ดขาดภายใต้กฎหมาย ไม่เห็นด้วยแนวคิดฆ่าทิ้งใน ๓ เดือน ยาเสพติดเห็นด้วยต้องใช้ความเด็ดขาดปราบยาเสพติด แต่ไม่เห็นด้วยฆ่าตัดตอน พูดง่าย ๆ เราเป็นนักประชาธิปไตย หัวใจของมันคือต้องยึดหลักนิติธรรม จะไม่สะใจ ไม่ถูกใจ แต่นี่คือสิ่งที่ถูกต้อง เพราะถ้าเราไปทําอะไรก็ตามที่ฝืนแนวทางนี้วันหนึ่งมันจะกลายเป็น แก้ปัญหา ๑ เกิดปัญหาใหม่ ๑๐ แก้ ๑๐ เกิด ๑๐๐ แก้ ๑๐๐ เกิด ๑,๐๐๐ เห็นไหมครับ วันนี้เหตุร้ายภาคใต้ปีละพันกว่าครั้ง ตอนผมออกมาจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรีปีละ ๑๐ กว่าครั้ง ผมเสียใจที่ความผิดพลาดนี้เราไม่สามารถไปยับยั้งความคิดรัฐบาลขณะนั้นได้ ผมก็ตําหนิฝ่ายความมั่นคงหลายคนที่รู้จักในฐานะร่วมงานกันมา พวกท่านดูดาย ท่านรู้ว่าสิ่งนี้ ผิดพลาดแล้วท่านไม่กล้าทักท้วง ทําให้รัฐบาลเตลิดเปิดเปิงวันนี้ผู้เสียชีวิตแล้ว ๔,๙๐๐ กว่าคน ไม่กี่วันคงถึง ๕,๐๐๐ คน เพราะไม่มีใครไประงับยับยั้งความผิดพลาดที่รุนแรงครั้งนั้นได้ มันมาจากอะไร ก็มาจากเราไม่ยึดมั่นแนวทางของนักประชาธิปไตยที่ควรปฏิบัติ ถ้าเราเคารพ กติกาประชาธิปไตยในขณะนั้นจริง ๆ ปฏิบัติทุกอย่างด้วยความเด็ดขาดภายใต้กฎหมาย พุทธทําผิดจัดการตามกฎหมาย อิสลามทําผิดจัดการตามกฎหมาย พี่น้องพุทธ มุสลิมก็รับได้ แต่ถ้าเราไปใช้วิธีนอกกฎหมายเราอธิบายไม่ได้ การมาชุมนุมเป็นสิทธิ ผมเป็นนายกรัฐมนตรี คนมาชุมนุมหน้าทําเนียบไม่ได้เป็นที่พอใจเลยครับ ผมก็ไม่สบายใจแต่รู้ว่านั่นคือสิทธิของเขา ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ไปทําอะไรเขา เสียดายแต่เพียงว่าช่วงนั้นเกิดเหตุคนปีนทําเนียบแล้วก็ ถูกหมากัด หมาตํารวจครับ พวกผมก็ถูกตําหนิติเตียนอย่างรุนแรง สื่อมวลชนก็ประณาม กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรต้องฟ้องคดีถึงศาลฎีกา ศาลฎีกาจึงตัดสินว่าข้อกล่าวหาที่สื่อไป กล่าวหาพวกเรานั้นไม่เป็นความจริง กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ นี่คือสิทธิ ตามหลักประชาธิปไตย ผู้ชุมนุมย่อมมีสิทธิ การชุมนุมที่ตากใบย่อมมีสิทธิ ใครมีอาวุธจัดการ ตามกฎหมาย แต่เราไม่มีสิทธิเลยที่พาเขาขึ้นไปในรถซ้อนกัน ๓ คน ในที่สุดหายใจไม่ออก ตายไป ๘๐ กว่าคน เราไม่มีสิทธิทําอย่างนั้นเลยเพราะเขามาชุมนุม เขาไม่ใช่ผู้จับตัวประกัน อย่างที่พรรคประชาธิปัตย์เคยทํากรณีโรงพยาบาลราชบุรี ต้องกราบเรียนเรื่องนี้เพราะว่า ผมเข้าใจดีว่าขณะนั้นแนวความคิดเอามาจากกรณีที่เราแก้ปัญหาโรงพยาบาลที่จังหวัดราชบุรี แต่นั่นไม่ใช่การชุมนุม เป็นการจับตัวประกัน ถ้าช้าไปคืนเดียวหมอเสียชีวิตสักคนหนึ่ง พยาบาลเสียชีวิตสักคนหนึ่ง คนไข้เสียชีวิตสักคนหนึ่งรัฐบาลอยู่ไม่ได้ มีทางเดียวเท่านั้นเอง ประชุมสภาความมั่นคง เป็นครั้งแรกที่ข่าวการประชุมสภาความมั่นคงไม่รั่วไหล แล้วคืนนั้น เมื่อเจรจาไม่สําเร็จก็จําเป็นต้องจัดการโดยเด็ดขาด ผู้บัญชาการทหารบก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นผู้รับมอบหมาย นั่นคือการจับตัวประกัน ไม่ใช่การชุมนุม ตากใบเป็นการชุมนุม เราไม่มีสิทธิทําอะไรที่แรงกว่ากฎหมายได้ เรื่องนี้ก็กลายเป็นปัญหาเรื้อรัง และนี่ก็จะกลายเป็น ปัญหาที่ผูกมัดเรา ประเทศอิสลามก็จะวิจารณ์เราไปอีกเป็นร้อย ๆ ปีกรณีผิดพลาดเรื่องนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมหยิบเรื่องเหล่านี้เพื่อบอกให้พวกเรารับรู้ว่าถ้าเราเคารพ กระบวนการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งหัวใจมันอย่างที่ผมกราบเรียนแล้วก็คือยึดหลัก นิติธรรม กฎหมายเป็นหลัก อะไรที่ผิดจัดการตามกฎหมาย ถ้ากฎหมายไม่ดีแก้กฎหมาย แล้วออกลูกกฎหมาย มันจะคุ้มครองทั้งผู้บริหารและประเทศชาติ และสังคมไม่ให้มีปัญหา ตามมาทีหลัง จะไม่เป็นการแก้ปัญหาแล้วสร้างปัญหาใหม่ กระผมกราบเรียนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกคนครับว่าไม่อยากจะพูด แต่ต้องเรียนว่าอยากจะให้พวกเรา รับรู้ความจริงว่ารัฐบาลในขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่ได้มีการล้ําเส้นองค์กรอื่น ผมไม่ตําหนิเลย ที่ท่านเอาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอื่นมาร่วมทําให้เสียงข้างมาก ผมเปิดอภิปรายไม่ได้เลย กับนายกรัฐมนตรี ผมไม่ไปตําหนิเพราะระบบนี้รัฐบาลมาจากเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นการที่ท่านมีเสียงข้างมากไม่เป็นไรครับ แต่เราไม่ต้องลืมว่าสถาบันนิติบัญญัติ ของเรานั้นไม่ได้ประกอบไปด้วยสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียว เงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กําหนดบทบาทของวุฒิสภาไว้สูงมาก เป็นผู้อนุมัติ เป็นผู้ถอดถอน เป็นผู้อะไรหลายอย่าง ซึ่งจําเป็นต้องได้คนที่มาเป็นสมาชิกที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง วุฒิสมาชิกชุดนั้นจึงไม่สังกัด พรรคการเมือง ทําหน้าที่เป็นคนกลาง ฝ่ายบริหารไม่อยู่ภายใต้อาณัติของวุฒิสมาชิกชุดนั้น กระผมอยู่ภายใต้ระบบนี้จนพ้นจากตําแหน่งเหนื่อยครับ เหนื่อยเพราะงบประมาณรัฐบาล แท้ ๆ เลยครับวุฒิสมาชิก ระหว่างรับ กับ ไม่รับ เสียงเท่ากัน มีอยู่ปีหนึ่งท่านประธานคงนึกออก ท่านประธานวุฒิสภาต้องเป็นผู้ชี้ขาดว่ากฎหมายนี้ให้ความเห็นชอบงบประมาณเพราะอะไร เพราะพวกกระผมในฐานะรัฐบาลไม่ไปแทรกแซง ก้าวก่าย ขอร้องวุฒิสมาชิกให้เป็นอย่างนั้น ด้วยความเชื่อมั่นสันนิษฐานว่าท่านเหล่านั้นมีวุฒิภาวะที่รู้ว่าความเหมาะสมคืออะไร แต่คนที่เชื่ออย่างนี้ก็ทํางานหนัก ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อองค์กรอิสระทําหน้าที่ พวกกระผมไม่เคยไปแทรกแซงเลยครับ วันหนึ่งเลขาธิการพรรคของกระผมถูกข้อหา แสดงบัญชีทรัพย์สินไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ทุจริต ไม่ใช่เรื่องทุจริตโกงกิน แต่แสดงบัญชีทรัพย์สิน ไม่ถูกต้อง ยอมรับ ไม่ไปวิ่งเต้น ไม่ไปขอร้อง ยอมรับโดยสมบูรณ์ว่าเมื่อพลาดไปแล้วก็ลงโทษ นี่กรณีที่เรายึดแล้วก็ทํางานหนัก แต่วิธีการอย่างนี้มันไม่ได้ใช้เมื่อสมัยต่อมา องค์กรอิสระ ถูกแทรกแซง คําว่า แทรกแซง มันตั้งแต่การเลือกคนเข้ามาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ผมกราบเรียน ทิ้งเอาไว้วุฒิสมาชิกถูกซื้อตัว ถ้าใช้คําว่า แรง ก็คือซื้อตัว แต่ขอพูดว่าถูกแทรกแซง ให้เป็นพรรค ให้เป็นกลุ่มร่วมสําหรับรอคําสั่งว่ารัฐบาลให้ลงมติอะไร ว่าอย่างไร ไม่ใช่ ข้างมากหรอกครับ แต่มันมีผลกระทบต่อมติ เป็นที่ยอมรับครับ วันหนึ่งผู้เกี่ยวข้องก็เล่าให้ พวกเราฟัง วันที่ ๑๐ ธันวาคม วันธรรมศาสตร์ มีที่ปรึกษาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มีท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ และมีพรรคพวกเราว่ากระบวนการนี้เหตุการณ์มันผ่านไปแล้วครับว่า วุฒิสมาชิกในยุคนั้นประพฤติอย่างนี้ไปสักกี่คน ไม่ใช่ข้างมากเลย ไม่ถึง ๑๐๐ คนหรอกครับ แต่เขาก็บอกว่ามันมีบางคนที่เขาใช้คําว่า รับจ๊อบ (Job) รับจ๊อบต่างหาก ซึ่งเมื่อวุฒิสมาชิก อยู่ในฐานะอย่างนี้เราหวังให้สภานิติบัญญัติ ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างไร ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าแม้กระทั่งการเลือกประธานวุฒิสมาชิกสมัยนั้นก็รอฟัง คําสั่งว่าฝ่ายบริหารจะเลือกใคร แล้วเอาคนนั้น เพราะฉะนั้นผู้ใช้อํานาจฝ่ายนิติบัญญัติ จึงไม่อยู่ในฐานะที่ทําหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติซึ่งตรวจสอบดูแลรัฐบาล ควบคุมรัฐบาลได้อีกแล้ว ผู้แทนราษฎรในระบบนี้เขาอยู่ภายใต้คําสั่งรัฐบาลอันนี้ไม่แปลกครับ ไม่แปลก ไม่ตําหนิ ถ้าท่านจําเป็นต้องลงมติเพราะว่ารัฐบาลของท่านขอให้ลงอย่างนี้ ผมไม่ตําหนิอะไรเลย เพราะว่าเสียงข้างมากถึงจัดตั้งรัฐบาลได้ ถ้าไม่ฟังรัฐบาลตัวเองก็จะเป็นเรื่องแปลกด้วยซ้ําไป แต่วุฒิสมาชิกไม่มีสิทธิทําอย่างนี้ได้เลย เพราะฝ่ายนิติบัญญัติในขณะนั้นจึงต้องถือว่า มีอันเป็นไปแล้ว ไม่มีเวลากราบเรียนท่านประธานเพราะเวลาจํากัด แต่กราบเรียนว่าในที่สุด องค์กรทั้งหลายที่เป็นอิสระเขาใช้คําในขณะนั้นว่ามีอันเป็นอัมพฤกษ์ ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ได้ เพราะถูกครอบงําหมดแล้ว แต่บ้านเมืองไม่ได้อยู่เฉพาะองค์กรเหล่านี้หรอกครับ มันมีกระบวนการของข้าราชการ ข้าราชการขณะนั้นก็มีอันเป็นไป ต้องยอมทําตามคําสั่ง ซึ่งแน่นอนรัฐบาลมีอํานาจสั่ง แต่คําสั่งที่ไม่ถูกต้องเขาก็ยังจําเป็นต้องทํา ผมเสียดายมาก ข้าราชการที่ดีคนหนึ่ง ปลัดกระทรวงการคลังถูกไล่ออกเพราะยอมทําตามที่รัฐบาลขอให้ทํา ด้วยความเชื่อว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ ๒๐ ปี จึงมีการโยกย้ายข้าราชการของกรมสรรพากรที่ผิด ความจริงระเบียบโยกย้ายก็ออกสมัยผมเป็นนายกรัฐมนตรี เลขาธิการ ก.พ. คุณหญิงทิพาวดี ก็เป็นผู้มีส่วนร่วม แต่ในที่สุดทั้งปลัดกระทรวงและคุณหญิงก็โดนเล่นงานว่าประพฤติชั่ว อย่างร้ายแรงเพราะไปย้ายข้าราชการที่ผิด เมื่อข้าราชการที่เสียประโยชน์ฟ้องร้องก็เลย กลายมีปัญหาไป อันนี้คือสิ่งที่แทรกแซงไปถึงข้าราชการประจํา ข้าราชการประจําจึงอยู่ในฐานะที่ไม่กล้าพูด ในสิ่งที่ควรจะพูด ไม่กล้าแนะนําในสิ่งที่ควรแนะนํา อย่างที่ผมกราบเรียนว่าแม้กระทั่ง ฝ่ายความมั่นคงก็ไม่กล้า กลัวโดนเหมือนอย่างรองแม่ทัพภาค ๔ รองแม่ทัพภาค ๔ ไม่เห็นด้วย กับนายกรัฐมนตรีในการใช้วิธีภาคใต้ ก็ท้วงติง ในที่สุดท่านก็โดนย้าย อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะนั้น เมื่อองค์กรเหล่านี้มีปัญหา ผมไม่ได้สิ้นหวังหรอกครับ ยังคิดว่ามีองค์กรอีกมากมาย ที่เราตรวจสอบได้และเป็นฐานสําคัญที่ตรวจสอบ บางองค์กรตรวจสอบได้ดีกว่าฝ่ายค้าน ด้วยซ้ําไป เช่น สื่อมวลชน แต่ในที่สุดสื่อมวลชนก็มีอันเป็นไปเกือบหมด ให้ความยุติธรรมกับเขา โทรทัศน์ วิทยุนั้นแน่นอน ไปเกือบหมด จะเหลือแค่โทรทัศน์ประเภทที่ไม่ใช่ช่องหลักที่กล้า วิพากษ์วิจารณ์บ้าง เช่น ช่องเนชั่น ขอเอ่ยชื่อเป็นเกียรติกับเขาก็ได้ สุทธิชัย หยุ่น เขาก็ยัง เป็นตัวของตัวเอง ในที่สุดผลที่เขาทํานั้นเองเขาถูก ป.ป.ง. ตรวจสอบทรัพย์สิน นี่คือสิ่งที่ คุกคามสิทธิเสรีภาพของเขา สื่อมวลชนประเภทหนังสือพิมพ์ก็โดนครับ ไม่ทั้งหมดหรอกครับ แต่ก็ไม่กล้า ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมเองเป็นคนที่มีความรู้สึกไม่พอใจในบทบาท สื่อในขณะนั้น ผมถึงขนาดพูดว่าทําไมมาตรวจสอบแต่ฝ่ายค้าน ทําไมไม่ตรวจสอบรัฐบาล มีอะไรติดคอหรือ ผมก็พูดแรงไปหน่อยนะครับ แต่กราบเรียนท่านประธานว่าเป็นความรู้สึก ที่บริสุทธิ์ใจว่าทําไมขณะนั้นเหตุการณ์ถึงเป็นอย่างนี้ และผลเหล่านี้ละครับคือในที่สุด บ้านเมืองก็มีปัญหา ผู้ใช้อํานาจก็ใช้อํานาจเกินขอบเขตที่ควรจะเป็นและผิดกฎหมาย ถึงที่สุดคําเตือนของผมก็คือว่าถ้าใครทําอย่างนี้ระวังไม่มีแผ่นดินจะอยู่ กระผมไม่ใช่หมอดู แต่ใครก็ตามทําอย่างนี้ไม่จําเป็นต้องเป็นนายกรัฐมนตรีท่านนั้น หรือพรรคการเมืองนั้น ใครก็ตาม ถึงพรรคประชาธิปัตย์ก็เถอะ ถ้าทําอย่างนั้นจะต้องมีปัญหาติดตามมา แต่วันนั้น น่าเสียดายที่ไม่มีเสียงทักท้วง ในที่สุดยิ่งเลือกตั้งปีต่อมาชนะท่วมท้นก็ยิ่งเตลิดเปิดเปิง แม้กระทั่งวันเวลาที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีในสภายังผิดเลย ออกระเบียบวาระไม่ครบตามวัน จนผมต้องมาถามท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ทําไมนัดประชุมวันนี้ได้อย่างไร ยังไม่ได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานสภา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะนั้น เมื่อเราท้วงติงไม่ประสบความสําเร็จ ในที่สุดมันก็เกิดเหตุที่ไม่พึงปรารถนา เราอยากให้รัฐบาลชุดนั้นจบด้วยการกระทําของตัวเอง แล้วมันจะมีบทเรียนที่สําคัญยิ่ง สําหรับพี่น้องในระบอบประชาธิปไตยว่านักการเมืองระบอบนี้จะต้องมาจากระบบที่ถูกต้อง และไม่ใช่มาจากเลือกตั้ง เสร็จแล้วออกนอกแนวทางรัฐธรรมนูญ คือไม่เคารพหลักนิติธรรม ไม่ใช่อย่างนั้นครับ สิ่งที่เป็นพยานหลักฐานทิ้งเอาไว้ขณะนี้ ถ้าท่านประธานข้องใจก็คือว่า มาตรา ๓ ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ความจริงแล้วมาตรา ๓ ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ จะเขียนเหมือนกันครับ คืออํานาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อํานาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาลตามบทบัญญัติ แห่งรัฐธรรมนูญนี้ ทุกฉบับจะมีวรรคนี้วรรคเดียว แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ลองเปิดดูสิครับ เพิ่มวรรคสองเข้าไปว่า ขออภัยท่านประธานขออนุญาตอ่าน การปฏิบัติหน้าที่ของรัฐสภา คือพวกเรานี่ละครับ คณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ศาล รวมทั้งองค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐต้องเป็นไปตามหลักนิติธรรม ทําไมต้องเขียนอย่างนี้ ถ้าไม่มีวรรคสอง รัฐบาล รัฐสภา ศาล ไม่ต้องปฏิบัติตามหลักนิติธรรมหรือ ไม่ใช่ครับ ไม่มีวรรคนี้ก็ต้อง ปฏิบัติตามหลักนิติธรรม คือยึดกฎหมายในการบริหารบ้านเมือง แต่ทําไมต้องเขียนอันนี้ไว้ เพราะประสบการณ์จากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ผู้บริหารได้ใช้อํานาจเกินหลักนิติธรรม กลายเป็นสิ่งที่จําเป็นต้องเขียน ซึ่งกระผมคิดว่าเขียนหรือไม่เขียนไม่น่าจะมีผลแตกต่าง ในภารกิจของแต่ละฝ่าย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าการแทรกแซงองค์กรแล้วปฏิบัติตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญที่ผิดไปตามที่ควรจะเป็นและกลายเป็นปัญหานั้นต้องถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ในขณะนั้นในระบอบประชาธิปไตย ในที่สุดก็มีการยึดอํานาจวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งหัวหน้าคณะผู้ยึดอํานาจก็อยู่ที่นี่ ด้วยเหตุผล ๔ ประการ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสียดาย ผมรู้ครับการยึดอํานาจไม่ใช่การแก้ปัญหา ทําได้อย่างเดียว คือระงับการกระทํา ของรัฐบาลชุดนั้นไม่ให้ทําต่อ การจะแทรกแซงองค์กรทั้งหลายก็จบเพราะถูกยึดอํานาจไป ได้เท่านี้นะครับ แต่เมื่อยึดอํานาจไปแล้วโอกาสที่จะมาทําให้ประชาธิปไตยเติบโตก็ไม่ใช่ ของง่ายอีกแล้ว ผมเป็นคนแรกที่พูดคําว่า เมื่อตอนที่ยึดอํานาจสมัยโน้นสมัยเป็นผู้แทนราษฎร ใหม่ ๆ ว่าประชาธิปไตยก็เหมือนเด็กโต ถ้าท่านกลัวเด็กล้ม โดยวิธีการจับเด็กมามัดเอาไว้ ไม่ให้เด็กเดินเด็กก็ไม่ล้ม แต่เด็กก็เดินไม่ได้เด็กก็ไม่โต ฉันใดระบอบประชาธิปไตย ถ้าเราไม่ยอม ให้เรียนรู้ประสบการณ์ด้วยตัวของประชาธิปไตยเอง มีปัญหาแก้ไป วันหนึ่งมันถึงทางที่เรา เปลี่ยนอุปสรรคเหล่านั้น ย้อนกลับมาที่เราวิพากษ์วิจารณ์ประเทศของเรา เรากําลังแย่ เราด้อยกว่าประเทศนั้นประเทศนี้ ประเทศเหล่านั้นเป็นประชาธิปไตย ผมกราบเรียน ท่านประธานครับ ไม่ใช่มีอคติกับที่อื่น แต่อยากกราบเรียนว่าเขาเหล่านั้นยังไม่มีประสบการณ์ อย่างเรา วันหนึ่งทหารที่ยึดอํานาจประเทศเขาหมดไปเหมือนอย่างเรา แต่เกิดมีการเมือง ระบบที่กระผมพูดถึงเกิดขึ้นในประเทศเขาวันนั้นเขาจะคิดถึงเรา ไทยแลนด์ผ่านมาก่อนแล้ว หน้าที่เราขณะนี้จึงต้องพยายามทําให้บ้านเมืองเราผ่านพ้นวิกฤติอันเกิดจากการไม่เคารพ บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และออกนอกกติกาของหลักนิติธรรมให้ได้ ไม่รู้ครับนานเท่าไร เราไม่รู้ แล้วก็ต้องไม่ลืมสิ่งที่กระผมกราบเรียนก็คือว่าการที่จะมาเป็นฝ่ายที่ชอบธรรมนั้น จะต้องมาด้วยความชอบธรรมด้วย อ้ายนี่ก็คือสาเหตุอันหนึ่งที่เราขัดข้องใจ มาตรา ๒๓๗ เรื่องยุบพรรค ผมเห็นใจพรรคการเมืองทุกพรรคละครับที่ถูกยุบ เพราะผมรู้ว่าสมาชิก ส่วนหนึ่งที่เขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเขาไม่รู้เลย แต่เรารู้ครับว่าสาเหตุที่มันมาเพราะคนส่วนหนึ่ง ทําผิดกฎหมายจริง ๆ ผมรู้ว่าคณะกรรมการร่างกฎหมายฉบับนี้ในขณะนั้นคงหาทางออกที่ดี ที่สุดก็ใช้ยาแรง เมื่อรู้เห็นด้วยก็ต้องยุบพรรค พรรคประชาธิปัตย์ก็เกือบไปครับท่านประธาน ถูกฟ้อง ๓ คดี ที่เราพูดกันมาด้วยความไม่เข้าใจ ขออนุญาตท่านประธาน ที่เราพูดกันมา ด้วยความไม่เข้าใจทั้งเพื่อนสมาชิกและวุฒิสมาชิก พรรคประชาธิปัตย์ชนะเพราะอะไร ทําไมถึงไม่ถูกยุบ ต้องกราบเรียนท่านประธานไม่มีใครรู้ดีไปกว่าทนายที่ว่าความมาทุกวัน ท่านบัณฑิต ศิริพันธุ์ ท่านบัญญัติ ท่านนิพิฏฐ์ กระผม และเพื่อน ๆ อีกหลายคนนะครับ ขออภัยที่เอ่ยชื่อไม่หมด คดีแรกถูกยุบ พรรคไทยรักไทยเขากล่าวหาเรา สู้คดีกันหลายเดือน ในที่สุดพรรคไทยรักไทยก็ถูกร้องเหมือนกัน ไม่ใช่พวกเราร้อง แต่พวกเราถูกพรรคไทยรักไทยร้อง พวกเราที่อยู่ข้างนอกจะไม่ค่อยรู้ว่าเวลาสืบพยาน พยานเป็นอย่างไร ในคดีนั้นเราซักพยานแตก มีการเตรียมการวางแผนกัน โดยมีเจ้าหน้าที่บางฝ่ายรู้เห็นด้วยเพื่อเอาเรื่องพรรคประชาธิปัตย์ ศาลรัฐธรรมนูญท่านนั่งพิจารณาอยู่ ท่านเห็นนะครับ อะไรเกิดขึ้น ในที่สุดก็มีมติเป็นเอกฉันท์ ว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทําผิดทุกข้อกล่าวหาใน ๔ ข้อกล่าวหาในคดีนั้น แต่เสียใจครับ พรรคไทยรักไทยก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่ามีความผิด ถูกยุบ ไม่จบ ท่านประธานครับ เราถูกเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยกล่าวหาอีกใน ๒ คดี คดี ๒๙ ล้านบาท คดี ๒๕๘ ล้านบาท กระผมก็เป็นหัวหน้าทนายแก้ต่างร่วมกับเพื่อน ๆ และท่านบัณฑิต ศิริพันธุ์ คนไม่ค่อยรู้ สื่อมวลชนก็ไปเขียนยุบแน่ ยุบแน่ กระผมเคยบอกว่าอย่าเพิ่งวินิจฉัยก่อนมิฉะนั้นจะเสีย ไม่อยากจะบอกว่าเสีย ๔ เท้านะครับ แต่บอกว่าจะเสียอย่างอื่น เพราะคุณไม่ได้รู้หรอกว่า พยานในศาลคืออะไร เราอยู่ในศาลเราเห็นว่ามันมาอย่างไร กระบวนการเขาทํามาอย่างไร คดีทั้ง ๒ คดี พรรคประชาธิปัตย์หลุดพ้นข้อกล่าวหาไม่เป็นเอกฉันท์ แต่ศาลได้วินิจฉัย ข้อเท็จจริงคดี ๒๙ ล้านบาท แล้วก็โยงคดี ๒๕๘ ล้านบาท ในข้อเท็จจริงว่าไม่ได้กระทําผิด ไม่ได้มีการบริจาคเงิน ทั้งข้อกฎหมายก็ชนะ ไม่ได้มีเส้นใหญ่ ผมจะกราบเรียนท่านประธานว่า ในวิถีชีวิตพวกเรามาอย่างนี้ ไม่มีเส้นกับเขาหรอกครับ ผมไปหาหมอฉีดยาโรงพยาบาล พยาบาลหาเส้นไม่เจอบอกว่าท่านไม่มีเส้น ผมบอกอย่างนี้มาตั้งแต่เด็กไม่มีเส้น ก็พูดสนุก จนกระทั่งเจาะได้ เราทํางานอย่างนี้กันมาตลอด ถือหลักว่าต้องรับผิดถ้าใครทําผิด วันหนึ่ง ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทําผิดพรรคประชาธิปัตย์ต้องถูกลงโทษ แต่เมื่อเรารู้ว่าเราไม่ได้ทําผิด เราสู้สุดความสามารถด้วยยึดหลักความจริง เอาความจริงทั้งข้อกฎหมาย เอาข้อเท็จจริงมา ยืนยัน ศาลได้กรุณา ผมขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมขอชื่นชมตุลาการ เป็นพิเศษ เพราะพวกเราในที่นี้ไม่รู้หรอกครับ แต่จะมีคนรู้ประมาณสัก ๔-๕ คน ว่าอะไร ได้เกิดขึ้นในระหว่างพิจารณาคดี วิ่งให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ครับ ข้อเท็จจริงนี้เปิดเผย โดยตุลาการผู้พิจารณาคดีว่าวันที่เท่านั้น เวลากี่โมง เบอร์โทรศัพท์เบอร์นี้โทรศัพท์มาวิ่งเต้น ให้ยุบ ถ้าท่านไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์จะเอา ขอประทานโทษ ใช้ภาษาที่เขาเขียน จะเอาคลิป คือบันทึกภาพบันทึกเสียงมาเปิดเผยว่าตุลาการท่านนี้กระทําผิดในการรับเด็กเข้าทํางาน ในศาลรัฐธรรมนูญ ผมเชื่อครับ บ้านเมืองนี้มีคนดีและไม่ดี อมตะวาจาที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดํารัสไว้เหมาะทุกโอกาส คนดีมีครับ ไม่กลัว ไม่กลัวการคุกคามขู่ จนทนายความอาวุโสที่ไปติดต่อเพื่อให้ตุลาการท่านนี้ตัดสินใจยุบพรรคประชาธิปัตย์ ยอมนับถือมอบเอกสารให้แล้วบอกอาจารย์ครับเอาไปเถอะเขาจะเล่นงานท่านอย่างนี้ ขณะนี้ ถ้าพวกเราสนใจนะครับ ผมอยากให้พวกเราสนใจเรื่องนี้ เพราะมันจะเป็นประวัติศาสตร์ ครั้งหนึ่งว่าใครไปวิ่งเต้นให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ระดับไหนเขาไม่ได้บอกตําแหน่งโดยตรง เขาบอกแต่เพียงว่าอดีตผู้บริหารสูงสุดฝ่ายบริหารและภรรยาพร้อมด้วยทนายความอาวุโส เป็นผู้ไปติดต่อ แต่ตุลาการไม่กลัวเพราะเชื่อตัวเองว่าตัวไม่ได้ทําผิด แต่ว่าข้อเท็จจริงนี้ มันจะเป็นส่วนหนึ่งที่ยืนยันให้พวกเราได้เห็นว่าในบ้านเมืองนั้นมันมีสิ่งที่เราน่ากลัว กับกระบวนการที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมอยู่หลายครั้ง มีบ่อยครั้งนะครับที่สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ไม่บังอาจที่จะไปก้าวล่วงกับเจ้าของคดี แต่ว่าถ้าใครสนใจคดีหมายเลขดํา ที่ ๓๙๓๐/๒๕๕๓ ของศาลอาญา ๓๙๓๐/๒๕๕๓ แล้วเราจะได้รู้ข้อเท็จจริงเพราะคนระดับตุลาการที่มีศักดิ์ศรี อย่างท่านนี้ท่านไม่เขียนคําฟ้องพยานละเอียดถึงขนาดนาที เวลา ระบุชื่อใครเป็นใคร พูดว่าอย่างไร เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายที่ข้องใจทําไมพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ ขอให้ รับทราบด้วยความเคารพว่าเราสู้ตามความเป็นจริง ไม่มีไปวิ่งเต้น ไม่มีเส้น และไม่มีใคร มาช่วยครับ มติไม่เป็นเอกฉันท์ แต่เสียงข้างมากเชื่อว่าเราไม่ได้ทําผิด

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตที่จะแวะกลับมาถึงร่างกฎหมาย ๓ ฉบับนี้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้รบกวนเวลาของท่านหัวหน้าพรรค ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า เท่าที่กระผมฟังมาตลอด ๒ วันนั้นก็มีเหตุผลที่แตกต่างกันไปนะครับ ฝ่ายหนึ่งที่บอกว่า เห็นด้วยในการแก้แต่ไม่อยากให้แก้ทั้งฉบับ ไม่อยากให้ยกเลิกฉบับเดิม กระผมเข้าใจ มากไปกว่านั้นก็คือว่าการที่อีกฝ่ายหนึ่งรังเกียจกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ พอเข้าใจได้ ก็นึกในใจว่าถ้าเป็นเราละ เรามีอํานาจอยู่ดี ๆ มีคนกลุ่มหนึ่งมายึดอํานาจเราไปแล้วมา ออกกฎหมายให้เราชื่นชมคนกลุ่มนั้นหรือ คงทําใจยากนะ เพราะฉะนั้นถ้ามองในแง่นี้ ก็พอจะเข้าใจ แต่ถ้าคิดว่ามันเป็นผลไม้เน่ามาจากต้นเน่าหรือเป็นผลไม้ไม่ดีมันยังมีกฎหมาย อีก ๒๐๐ กว่าฉบับที่ออกมาในยุคนั้นนะครับ ท่านจะทําอย่างไร ถ้าเรายึดหลักว่าของเน่า ของเหล่านั้นก็ของเน่าหมด มีกฎกระทรวง มีพระราชกฤษฎีกาอีกเป็นร้อยเป็นพันฉบับเลย ที่มาจากความเข้าใจว่ามาจากของเน่าท่านจะทําอย่างไร กระผมคิดว่าในประเด็นนี้ที่กระผม อยากให้ราวกกลับมาว่าในที่สุดสาระสําคัญจริง ๆ เราต้องเอาสาระของมันเป็นหลักครับ ต้องเอาสาระของมันเป็นหลัก ถ้าสาระมันไม่เหมาะสมก็ควรแก้ไข กระผมย้ําเมื่อเราเชื่อ หลักนิติธรรมต้องปกครองด้วยหลักกฎหมาย กฎหมายไม่ดีเราต้องแก้ เมื่อกฎหมายบัญญัติไว้ อย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามวิธีนี้กระชับไวไปได้อย่างมั่นคง บ้านเมืองเราจะไม่มีอุปสรรค จะไม่เกิดวิกฤติ และเราสามารถที่จะทํางานไปได้อย่างดี ความจริงอยากจะกราบเรียนว่า เมื่อ ๓-๔ วันที่แล้วเห็นบทนําในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ขอเอ่ยชื่อเพราะผมอุตส่าห์ตัด แต่ไม่ได้ ขออนุญาตท่านประธานก็ไม่เอามาอ่าน ผมคิดว่ารัฐบาลควรดูเพราะจะเป็นกําลังใจกับรัฐบาล แต่เขาเขียนมีความหมายมาก มีคุณค่ามากตรงที่ว่าเขาคงไม่เขียนเหมือนคอลัมนิสต์ แต่เขาเขียนในฐานะหนังสือพิมพ์ เขาเห็นว่าปัญหาความปรองดองการซับซ้อนของรัฐบาล ชุดนี้ไม่มากหรอก เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จ เมื่อได้มีการใช้วิธีการนอกสภาแล้วก็ ทําให้เกิดการเลือกตั้งใหม่ เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วพรรคเพื่อไทยชนะได้กลับมาเป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์แพ้เขาก็ไปเป็นฝ่ายค้าน ไม่ตั้งกลุ่มคนขึ้นมาก่อเหตุวุ่นวาย อันนี้รัฐบาล ก็ทํางานไปได้ ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อบอกว่าแนวทางพวกเราเป็นอย่างนั้นครับท่าน รัฐบาลนี้อยู่นานเท่าไรพวกกระผมก็ตรวจสอบตามอํานาจหน้าที่ อย่าไปรังเกียจการตรวจสอบ เพราะบางท่านเห็นพูดถึงเรื่องพระราชกําหนดในลักษณะว่าทําไมไม่ปล่อยรัฐบาลทําไป หน้าที่เราต้องตรวจสอบ กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยแล้ว แต่โดยส่วนตัวยังไม่เห็นด้วยกับกรณีฉบับหนึ่ง อีกฉบับหนึ่งเป็นเอกฉันท์นั้นไม่มีปัญหาครับ แต่อีกฉบับหนึ่งนั้น จนบัดนี้ยังไม่เห็นสอดคล้องกับศาลรัฐธรรมนูญ แต่เราเคารพในดุลยพินิจ เมื่อเราอยู่ภายใต้กติกาอย่างนี้องค์กรเหล่านี้เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญเราจะเห็นด้วยกับเขา หรือไม่เห็นด้วย แต่เราต้องให้ความเคารพครับ ผมถึงกราบเรียนว่าองค์กรเหล่านี้เป็นองค์กร ที่เราน่าจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ผมหยิบเรื่องนี้มาพูดเพราะเหตุผลของร่างพรรคการเมือง ทั้ง ๒ พรรคนั้นเหมือนกัน เหมือนกันโดยที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีบทบัญญัติหลายประการ ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย แต่ที่ต้องขออนุญาตท่านประธานย้ําก็คือว่าตอนท้าย ที่ท่านบอกว่าไม่มีระบบการถ่วงดุลอํานาจขององค์กรตุลาการ ผมเป็นห่วงครับท่านประธาน เพราะผมเกรงว่าเราจะทําอะไรที่อาจจะทําให้พลาดอีก ถ้าเราพลาดอีกแก้ไขกลับยากนะครับ เราพลาดเรื่องความมั่นคง เราเอาความมั่นคงมาทดลอง มาใช้นโยบายทดลอง เราพลาด ภาคใต้เอากลับคืนยากเห็นใจจริง ๆ ครับคนที่ทํางานในที่นั่น สูญเสียชีวิตในนี้ทุกอาชีพเลย เหลืออาชีพเดียวที่ยังไม่เป็นอะไร หมอ และเสียชีวิตทั้งประเทศครับ มาจากจังหวัดขอนแก่น มาจากจังหวัดร้อยเอ็ด มาจากจังหวัดเชียงใหม่ ผู้พิพากษาจังหวัดปัตตานีก็เสียชีวิตกลางสี่แยก มาจากจังหวัดตรัง มาจากจังหวัดนครศรีธรรมราช มาจากจังหวัดสงขลา มาจากภาคอีสาน มาจากภาคเหนือ ทุกจังหวัดที่ไปอยู่ในพื้นที่นั้นเสียชีวิต และไม่ต้องพูดถึงว่าพุทธหรือมุสลิม พระสงฆ์องค์เจ้าสามเณร เพราะฉะนั้นความผิดพลาดในเรื่องความมั่นคงและหลักขององค์กรที่เป็นอํานาจอธิปไตยนั้น ขอให้คิดให้หนักก่อนที่จะไปทําอะไรที่เกินเลยที่ควรจะเป็น แน่นอน อาจจะมีความรู้สึกว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน ๒ มาตรฐาน ความจริงกระผมยังเชื่อครับว่าตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีความคิดอย่างนั้น แต่เราอาจจะไม่ถูกใจเพราะตัดสินไม่ได้อย่างที่เราคิด ก็อย่างที่สมาชิกพูดว่าถ้าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องพระราชกําหนดไปอีกอย่างหนึ่ง ป่านนี้ก็ไม่รู้อะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการที่เราจะเอาความรู้สึกส่วนตัวว่าสถาบันศาล ตุลาการ ไม่ว่าศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วเราตั้งใจจะเข้าไปถ่วงขอให้ คิดให้ดีครับ เพราะที่ต้องเรียนเรื่องนี้เนื่องจากไม่มีบทบัญญัติให้ชัดเลยครับว่าการถ่วงนั้น คืออะไร ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ใช่ว่าปกป้องสถาบัน แต่เนื่องจากเวลาเปลี่ยนแปลง การปกครองมา ๗๙ ปีกับ ๙ เดือน ๘๐ ปีในเดือนมิถุนายนนี้ ต้องยอมรับว่าการเมือง ที่ผันแปรเปลี่ยนแปลงไม่มั่นคงหลาย ๆ ครั้ง สถาบันเดียวที่ยังคงมั่นคงรักษาหลัก และประชาชนหวังพึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้ายได้คือสถาบันศาลครับ แม้เมื่อยังไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีศาลปกครองก็ตาม แต่ศาลยุติธรรมเป็นสถาบันที่เราเชื่อว่าพึ่งพาได้ แต่ไม่ใช่หมายความว่า ทุกคนดีหมด มันต้องอยู่ภายใต้พระราชดํารัสว่าบ้านเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี มีจริง ๆ อย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนเรื่องนี้เพื่อเตือนไว้แต่ต้นว่าเมื่อท่านไม่บอกว่าจะทําวิธีไหน เพื่อโยงให้อํานาจฝ่ายตุลาการเกี่ยวข้องกับประชาชนต้องเตือนไว้ล่วงหน้าว่าดูให้ดีนะครับ เพราะอํานาจที่จะไปเกี่ยวข้องนั้นมันก็มีบางประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่ใช้ระบบอื่น เขาก็โยง แต่ว่าถ้าเราทําอย่างนั้นมันอาจจะไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของเรา และที่อยาก ให้เชื่อมั่นก็คือว่าใน ๑๐๐ ปีที่ผ่านมาสถาบันศาลได้สร้างองค์กรโครงสร้างเขาอย่างมั่นคง และเขามีกระบวนการที่มีความยุติธรรม ใครจะขึ้นมาเป็นอะไรไม่ใช่ง่าย ๆ คนไหนโดนข้อหา โดนมลทินนิดเดียวโอกาสที่จะเป็นถึงประธานศาลฎีกาก็เป็นไปได้ยาก แต่นี่คือสิ่งที่อยากจะ กราบเรียนเพื่อให้เราระมัดระวังในการทําอะไรก็ตามที่อาจจะกระทบกระเทือนต่อความมั่นคง หรือต่อศักยภาพ หรือต่อความเป็นอิสระขององค์กร ซึ่งเป็นหนึ่งในอํานาจอธิปไตยของเรา คือศาลครับ ผมขออนุญาตท่านประธานรบกวนเวลาของท่านหัวหน้าพรรคพอสมควรแล้ว กระผมขอกราบเรียนท่านประธานว่าเราจะมีดุลยพินิจอย่างไร ผมเคารพครับ ถ้าเสียงข้างมาก เห็นว่าควรจะรับ ผมเคารพดุลยพินิจ แต่ผมขอกราบเรียนว่าจากประสบการณ์ที่กระผม ได้เห็นจะสรุปกับท่านประธานได้ว่าแม้เราจะมีคนที่รักชื่นชมประชาธิปไตยก็ตาม แต่หัวใจ ของมันจริง ๆ ก็คือคนนั้นปฏิบัติตามแนวทางประชาธิปไตยไหม บางคนเขาก็บอกว่า เขาอยากปฏิรูปการเมืองให้ดีแต่คนนั้นมาจากซื้อเสียง บางคนก็อยากเห็นประชาธิปไตย ด้วยความมั่นคงแต่คนนั้นโกงเลือกตั้ง บางคนก็อยากให้บ้านเมืองนี้ไปดีแต่คนนั้น มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องอยู่เสมอกับภารกิจของตัวเอง ถ้าเรามีคนรักประชาธิปไตยด้วยวาจา แต่เราไม่ปฏิบัติก็ไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ หรือปี ๒๕๔๐ ก็ตาม ปีอะไรก็ตาม ที่จะออกมา ถ้าออกมาไม่ใช่ตัวที่กําหนดว่าบัดนี้ประชาธิปไตยเปลี่ยนแปลงแล้ว เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงแล้วตัวกฎหมายสําคัญก็จริง แต่ตัวผู้ใช้กฎหมายมีความสําคัญ ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ตัวอย่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาเห็นได้ชัด ผู้ใช้ต่างคนผลต่างกัน เพราะฉะนั้นเราต้องย้ําเรื่องนี้ว่าขอให้เราจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตาม ที่กฎหมายกําหนดไว้ ผลก็จะทําให้เกิดประโยชน์และความมั่นคงต่อระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ผมภูมิใจพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ผมภูมิใจในฐานะมาจากการเลือกตั้ง ถ้าไม่ได้อาศัย พวกพี่น้องเราไม่ได้มาอย่างนี้ ถึงแพ้ไม่เป็นอะไรครับ ไม่เยาะเย้ยถากถางคนอื่น ยอมรับแพ้ สู้ต่อไป ไม่ย่อท้อ ดําเนินงานตามวิถีทาง ผมขอบคุณพี่น้องทั่วประเทศที่ยังให้ความสําคัญ กับระบบเลือกตั้ง ท่านจะไม่เลือกเราแต่ท่านมาใช้สิทธิผมก็ชื่นชมแล้ว แล้วที่เลือกพวกเรา ผมก็อยากจะกราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนเหล่านั้น ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ ทุกภาค รวมทั้งผู้ใช้สิทธิในต่างประเทศ พวกเราขอขอบพระคุณท่าน ด้วยความจริงใจ ขอบพระคุณท่านประธานครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ขอบคุณครับ ตกลงจะให้ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายเป็นท่านสุดท้ายแล้วจะขอปิดการอภิปราย แล้วจะให้ท่านสุนัยเป็นคนอภิปรายสรุปอย่างนั้นใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นผมดําเนินการตามนี้ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชิญครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกรัฐสภา ขออนุญาตสอบถามท่านประธานนิดเดียวนะครับว่ากระผมมีเวลาเท่าไรครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คงจะต้องใช้เวลาพอสมควร ถ้าสัก ๔๐ นาทีก็น่าจะพอเหมาะ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ตามข้อตกลง ครับท่านประธาน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าตามข้อตกลงมันก็จะทําให้ ฝ่ายนี้ซึ่งก็เหลือเวลาพอสมควร ๑ ชั่วโมงเศษ ทีนี้ฝ่ายนี้ใช้เวลาจากที่เหลืออยู่ ๑ ชั่วโมงเศษ ๆ เขาจะใช้เวลาประมาณสัก ๓๐ นาทีใช่ไหมครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ผม สุนัย จุลพงศธร ผมจะใช้เวลาในการปิดอภิปราย แต่ผมเข้าใจดีว่าในญัตติเรื่องรัฐธรรมนูญ โดยเนื้อแท้เราต้องการความสามัคคีจริง ๆ เราต้องการความปรองดองจริง ๆ ผมอยากจะให้ ท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ถ้าเวลาไม่พอจะเพิ่มให้ครับ ขอบพระคุณครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เชิญท่านครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ขอบคุณ ท่านประธานครับ แล้วก็ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกนะครับ ผมคิดว่าคงจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ ตามโควตา เข้าใจว่า ๑.๑๐ นาที แต่ก็ต้องกราบเรียนว่าผมได้นั่งฟังการอภิปรายเรื่องของ รัฐธรรมนูญมา ๒ วัน แล้วก็ความจริงตลอดระยะเวลาของการอภิปรายนั้นเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายพาดพิงกระผมด้วย ซึ่งกระผมก็หลีกเลี่ยงในการที่จะไปใช้สิทธิ ในช่วงนั้น ๆ นะครับ เพราะไม่ต้องการให้บรรยากาศเสีย ก็อาจจะจําเป็นที่จะต้องใช้เวลา ในขณะนี้การอภิปรายและใช้สิทธิในการพาดพิงไปด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลได้พูดเมื่อสักครู่ว่าต้องการเห็นบรรยากาศของการปรองดอง กระผมก็เช่นเดียวกันครับ กระผมคิดว่าจะสมบูรณ์มากนะครับ ถ้าหากว่าท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายให้เสนอรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะได้เข้ามาสู่ ห้องประชุมเพื่อที่จะได้ตอบข้อซักถามนอกเหนือจากสิทธิในการสรุปร่างที่ทางรัฐบาลได้เสนอ เพราะในส่วนของสมาชิก กระผมทราบดีว่ามีเพื่อน ส.ส. ประทานโทษเอ่ยนาม ท่าน ส.ส. สุนัย ที่จะทําหน้าที่ในการสรุปอยู่แล้ว ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าบรรยากาศของการอภิปราย ตอบโต้ในหลายช่วงของการอภิปราย ๒ วันที่ผ่านมา บางทีอยู่บนพื้นฐานของความไม่เข้าใจ แต่ผมจะใช้โอกาสนี้ในการทําความเข้าใจถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ว่าทําไมในวันนี้ พวกเราไม่สามารถรับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่มีการเสนอเข้ามาทั้ง ๓ ฉบับได้ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอเข้ามา ถ้าฟังเหตุผลผู้เสนอ ผมก็อยากจะดูเกณฑ์ที่จะใช้ในการพิจารณา ผมเรียกสั้น ๆ ว่า ๓ ป ๑. ประชาธิปไตย ๒. ปฏิรูป ๓. ปรองดอง ถ้าในวันนี้พวกกระผมเห็นว่าการผ่านรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ร่างทําให้ เกิดประชาธิปไตย ทําให้เกิดการปฏิรูป ทําให้เกิดการปรองดอง กระผมพูดแทนเพื่อนสมาชิก ทุกคนได้ครับว่าพวกกระผมจะไม่ลังเลใจเลยในการสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ในครั้งนี้ แต่สิ่งที่กระผมกําลังจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าสภาพข้อเท็จจริงและสิ่งบอกเหตุ หลายอย่างนั้น สิ่งที่มีการเสนอเข้ามาวันนี้มันจะไม่บรรลุเป้าหมายทั้งสาม และมีความสุ่มเสี่ยงว่า จะได้ผลในทางตรงกันข้าม กระผมจําเป็นต้องอธิบายแล้วก็เท้าความครับ ท่านประธานได้ยิน ตลอด ๒ วันที่ผ่านมาว่าในความจําเป็นในการที่จะต้องล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ใช้คํานี้เพราะว่ามีการพูดกันว่าแก้ไขครั้งนี้ แก้ไข ๑ มาตรา ๒ มาตรา แต่แท้ที่จริงเท่ากับเป็น การกดปุ่มเริ่มต้นการล้มล้างหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และเขียนขึ้นใหม่ทั้งฉบับ เหตุผลที่พูดกันมากเรื่องประชาธิปไตยไม่มีอะไรหรอกครับ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เป็นผลพวงมาจากการรัฐประหาร ไม่มีใครปฏิเสธข้อเท็จจริงข้อนี้ได้ พวกกระผมก็ไม่ปฏิเสธ แต่การที่จะบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ จําเป็นจะต้องมีการยกเลิกแล้วจะนําไปสู่การเป็น ประชาธิปไตยเพียงเพราะบอกว่าจุดเริ่มต้นของมันคือรัฐประหาร พิจารณากันอย่างถี่ถ้วน รอบคอบ รอบด้าน หลายท่านฝั่งนี้อภิปรายไปแล้วครับ ถ้าจะใช้ทฤษฎีว่าขึ้นต้นเป็นพิษ ต่อมาก็เป็นพิษ มันไม่มีวันจบสิ้นหรอกครับ เพราะสภาชุดนี้ทั้งชุดก็มาจากรัฐธรรมนูญ ที่เป็นพิษ รัฐบาลซึ่งมาจากสภาก็เป็นพิษ รัฐธรรมนูญที่เสนอเข้ามาวันนี้ก็มาจากสมาชิก ที่เป็นพิษ ออกไปสร้าง สสร. ก็ต้องเป็น สสร. พิษ สสร. พิษก็ต้องร่างรัฐธรรมนูญพิษฉบับใหม่ มันไม่จบหรอกครับ ประเด็นปัญหามันอยู่ตรงที่ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีทั้งส่วนดีและไม่ดี กระผมไม่ปฏิเสธ มีหลายคนบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทําให้บริหารงานยาก ไม่เป็น ประชาธิปไตย ไม่ส่งเสริมพรรคการเมือง ทําให้สภาหรือทําให้พรรคการเมืองหรือทําให้ รัฐบาลอ่อนแอ กระผมคิดว่าก็มีทั้งส่วนที่เป็นจริงและไม่จริง แต่กระผมคิดว่าหลายท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลําดับให้เห็นชัดเจนว่าที่มาของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในมุมหนึ่งคือความต่อเนื่องมาจาก รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่บ่นกันอยู่นี่ครับ องค์กรอิสระเอย หมวดที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพ และมาจํากัดอํานาจของรัฐบาลก็ดี เริ่มต้นจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และผมพูดได้เต็มปาก เพราะว่าผมก็เป็นคนหนึ่งซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ทางการเมืองมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จนกระทั่งเราได้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ด้วยความคาดหวังที่สูงมากเลยว่านั่นล่ะคือคําตอบ แล้วที่เป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนและประชาธิปไตยของเราจะก้าวเข้าไปสู่ อีกระดับหนึ่ง ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจจริง ๆ นะครับว่าฉบับปี ๒๕๔๐ จะเป็นฉบับสุดท้าย คือจะเป็นฉบับถาวร แต่สิ่งที่เราเรียนรู้จากปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๔๙ ก็คือความเป็นประชาธิปไตย หรือไม่ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเฉพาะบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ อยู่ที่ผู้ใช้ด้วย ที่บอกว่ามีรัฐบาล ที่ได้ใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ไม่นับรัฐบาลท่านพลเอก ชวลิตซึ่งเป็นช่วงสั้น ๆ ก็มีรัฐบาล ของท่านนายกรัฐมนตรีชวนกับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ๒ ชุด ผลก็ต่างกัน โดยสิ้นเชิงนะครับ กระผมกราบเรียนว่าหลายเรื่องที่มันเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตยนี่ครับ สุดท้ายมันจะต้อง เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมทางการเมืองที่มารองรับ เราพูดถึงเรื่องกติกาตรวจสอบได้ ตรวจสอบไม่ได้ แต่ในทางปฏิบัตินี่ครับ ประเทศที่เขาเป็นประชาธิปไตย ไม่เป็นประชาธิปไตย คนมีอํานาจรับการตรวจสอบหรือไม่ ที่สุดแล้วกลายเป็นเรื่องของวัฒนธรรมทางการเมือง ถ้าท่านประธานอยู่ในประเทศที่เขาเป็นแม่บทของระบบรัฐสภา บางประเทศไม่มีแม้แต่ รัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษร ผมเข้าใจไม่มีประเทศไหนเลยครับเขียนบังคับว่า รัฐบาลต้องมาแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสภา แต่เป็นประเพณีของเขาเลยนะครับว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามในสภาด้วยตนเองเสมอ ไม่มีข้อยกเว้นครับ ไม่มีหลีกเลี่ยงครับ ยกเว้นเห็นได้ชัดว่ามีความจําเป็นในภารกิจซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนจริง ๆ เกิดภัยพิบัติในขณะนั้น เกิดการประชุมระหว่างประเทศที่กําหนดไม่ได้ แต่ถ้าไม่ใช่กรณี อย่างนั้นนะครับ เขาจะให้ความสําคัญสูงสุดกับการมาตอบกระทู้ถามในสภา ไม่มีไปสัญจร หรือทัศนาจรที่ไหนทั้งนั้นละครับ ต้องมาอยู่ในสภารับผิดชอบกับผู้แทนปวงชน ของอย่างนี้ เขียนในรัฐธรรมนูญก็คงยากครับ ข้อบังคับเขียนแล้วตอบด้วยตนเอง เราก็อะลุ่มอล่วยกัน แต่สุดท้ายอยู่ที่ประเพณีวัฒนธรรม ผมมาเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ผมตัดสินใจด้วยตนเองว่าผมจะตอบกระทู้ถามสดด้วยตนเอง ถ้ามอบหมายงานใดก็ยังจะ มาร่วมฟัง ร่วมชี้แจง และผมยังสร้างบรรทัดฐานว่าถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ทุกสัปดาห์ เป็นเวลาของผู้แทนประชาชนกับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ที่จะมาพูดถึงการบริหารราชการ แผ่นดินให้ประชาชนฟังทั่วประเทศ การเคารพสิทธิของเสียงข้างน้อย การแก้ปัญหาด้วย หลักนิติธรรมอย่างที่ได้มีการอภิปรายกันไปแล้ว สิ่งเหล่านี้สําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรื่อง ของระบอบประชาธิปไตยที่บอกว่าถูกกําหนดหรือเขียนโดยลายลักษณ์อักษรในรัฐธรรมนูญ ในข้อเท็จจริง ปี ๒๕๔๐ มาปี ๒๕๕๐ ผมกราบเรียนว่าโครงสร้างหลักไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก แต่ผลที่แตกต่างกันส่วนหนึ่งมาจากความแตกต่างในบทบัญญัติ แต่อีกหลายส่วนมาจาก การใช้ มาจากวัฒนธรรมทางการเมือง และสิ่งที่ผมต้องเน้นย้ําต่อไปก็คือว่ารัฐธรรมนูญ ทั้งปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ ที่ถูกกําหนดขึ้นมาว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่นั้น ทั้ง ๒ ร่าง หรือทั้ง ๒ ฉบับล้วนแล้วแต่มีข้อบกพร่องทั้งสิ้น เพื่อนสมาชิกพาดพิงถึงผม ถึงพรรคประชาธิปัตย์ ตอนที่จะมีประชามติ ปี ๒๕๕๐ พวกผมบอกว่าให้รับไปก่อนแล้วแก้ไข วันนี้จะมาทวงถาม ความจริงแก้ไขไปแล้วส่วนหนึ่งครับ พูดกันตัดตอนประวัติศาสตร์เสมือนกับบอกว่ารับไปก่อน แก้ไขแล้วไม่คิดจะแก้ไข ไม่จริงครับ ปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมาเราบอกเสมอว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ แต่ปัญหาที่มันเกิดขึ้นก็คือว่าเวลาพรรคการเมืองไปหาเสียงเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พูดไม่ชัดหรอกครับว่าจะแก้ในประเด็นไหน อย่างไร ดังนั้นพอมีรัฐบาลในปี ๒๕๕๑ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี มีความพยายามแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญขึ้นมา ตอนนั้นพูดกันมากก็มาตรา ๒๓๗ มาตรา ๓๐๙ ซึ่งตอนหาเสียงไม่ได้พูด จึงเกิดการชุมนุม ประท้วงว่านี่เป็นความพยายามที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตนเอง เพราะขณะนั้นมีคดียุบพรรค ที่ค้างคาอยู่เป็นที่เข้าใจได้ เนื่องจากมีกรรมการบริหารพรรคของพรรคพลังประชาชนนั้น ถูกใบแดงถึงเกิดวิกฤติทางการเมืองขึ้นในปี ๒๕๕๑ ครับ ต่อมาเปลี่ยนแปลงทางการเมืองผมเข้ามาบริหารประเทศปลายปี ๒๕๕๑ ต่อเนื่องมาปี ๒๕๕๒ เกิดวิกฤตการณ์ขึ้นในช่วงเดือนเมษายน ผมก็ยินดีในการที่จะให้สภาตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ชุดหนึ่งศึกษาในเรื่องของรัฐธรรมนูญแล้วก็ยืนยันว่าแก้ได้ ผลออกมาจริง ๆ ไม่ใช่ว่าต้องรื้อ ทั้งฉบับละครับ ผลออกมาจากกรรมการของสภาทั้งสภานี่ออกมามากสุด ๖-๗ ประเด็น เท่านั้นเองครับ ไม่มีมาตรา ๓๐๙ ด้วย แล้วถามว่าผมเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ดําเนินการ หรือไม่ดําเนินการ ผมกราบเรียนยกเป็นตัวอย่างครับ บางเรื่องผมไม่เห็นด้วยโดยส่วนตัว เช่น ขอให้เปลี่ยนแปลงระบบการเลือกตั้งจากเขตใหญ่กลับมาเป็นเขตเล็ก เพราะผมกับ พรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้เสนอมาโดยตลอดว่าเราคิดว่าการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่เหมาะกับ ประเทศไทยมากกว่า แต่สุดท้ายผมมองว่าประเด็นนี้เมื่อเห็นพ้องต้องกันกันมาอย่างนี้ ผมก็แก้ครับ ตรงกันข้ามกับสิ่งที่มีเพื่อนสมาชิกบอกแก้เพื่อตนเอง ตรงกันข้ามเลยครับ พวกกระผมคิดว่าถ้าเลือกตั้งเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นเขตใหญ่ พวกกระผมจะได้ที่นั่ง มากกว่านี้ นี่คือตัวอย่างของความเป็นประชาธิปไตยอย่างไรครับว่าจะต้องแก้ไขเพิ่มเติม ในประเด็นซึ่งเห็นว่าเป็นที่ยอมรับก็เดินหน้าไป มาตรา ๑๙๐ ทุกพรรคเห็นพ้องต้องกัน เป็นอุปสรรค เพราะถ้าไม่เปิดโอกาสให้ออกกฎหมายกําหนดหลัก กําหนดเกณฑ์เลย การเจรจาความเมือง การไปทําข้อตกลงมีปัญหา ผมก็เดินหน้าครับ แก้แล้วครับ แต่ประเด็น ที่เหลือที่ไม่ได้แก้นี่มันมีเหตุผลชัดเจน เช่น ประเด็นการยุบพรรค มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ เกี่ยวกับอํานาจของ ส.ส. ประเด็นเรื่องของที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ทําไมไม่ได้แก้ กระผม กราบเรียนอย่างนี้ครับ บางประเด็นกระผมเห็นด้วย แต่เป็นเรื่องเทคนิค เช่น จังหวะเวลา ในการแก้เรื่องที่มาของวุฒิสภาจะเกิดปัญหามาก เพราะในช่วงที่จะทําการแก้ไขกันนั้น มันเป็นจังหวะเวลาที่กําลังจะต้องมีการสรรหาสมาชิกวุฒิสภาพอดีครับ แต่ถามผมถาม พรรคประชาธิปัตย์เรายืนยันมาตลอดครับว่าที่มาสมาชิกวุฒิสภาโครงสร้างควรจะแก้ครับ ถ้าวุฒิสภามีอํานาจมากควรจะมาจากการเลือกตั้ง ถ้าจะให้กลั่นกรองมาจากการสรรหา ก็ไม่เป็นปัญหาครับ เหมือนกับอารยประเทศที่เป็นประชาธิปไตยก็ไม่ใช่เลือกตั้งกันเสมอไป สําหรับสภาสูงหรือสภากลั่นกรอง แต่จังหวะเวลาไม่ให้ ผมต้องขออภัยเมื่อวานมีสมาชิก ท่านหนึ่งอภิปรายพาดพิงผมบอกว่าหยั่งรู้หรืออย่างไรว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ จึงไม่เสนอแก้ไข มาตรา ๒๓๗ ไม่ใช่ละครับ รวมทั้งมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ สมาชิกท่านนั้น บอกว่านี่ถ้าแก้ไป ผมก็ไม่ต้องไปประสบชะตากรรมเดียวกับท่านที่ถูกร้องที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะนี้ ไม่ใช่ครับ ความแตกต่างถ้าท่านไม่เข้าใจนะครับ คือกระผมรู้จักคําว่า ละอาย ครับ ที่บอกว่ารู้จักคําว่า ละอาย ก็คือผมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่พรรคการเมืองซึ่งกําลังจะ มีคดีค้างอยู่และยังถูกร้องยุบพรรคอยู่อีกหลายคดีจะมาแก้กติกาเพื่อที่จะไม่ให้การยุบพรรค เกิดขึ้น ผมทําไม่ได้ครับ เพราะจะเป็นการแก้ไขกฎหมายเสมือนกับเพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับ ตนเอง ถามว่าผมเห็นด้วยกับการยุบพรรคหรือไม่ กระผมก็บอกว่าผมกราบเรียนหลายครั้ง ทั้งต่อสาธารณะและในสภาแห่งนี้ว่าผมไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัติในเรื่องของการยุบพรรค

(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทน)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ ท่านประท้วงอะไรครับ เชิญครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานรัฐสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เมื่อสักครู่นี้ ที่ท่านชวนอภิปรายผมก็อึดอัด ไม่กล้ามาประท้วงเพราะด้วยความเคารพ ไม่ได้อภิปราย เรื่องการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ๑๗ ประเด็น แต่พี่ชวนนี่ผมเคารพ และยังพาดพิงถึงเรื่องการฆ่าตัดตอน ๒,๕๐๐ ศพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านเฉลิมประท้วงเรื่องอะไรครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

อภิปรายนอกประเด็น อย่างไรครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อภิปรายนอกประเด็น ท่านต้องอภิปราย เรื่องรัฐธรรมนูญที่เขาขอแก้ไข ท่านไปร่ายยาวทําไมละครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ขออนุญาต ท่านประธานให้ผมอธิบายก่อน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่ละครับ เอาเฉพาะ ท่านเสียหายครับ ท่านประท้วงอะไรครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ใช่ ประท้วง ผิดข้อบังคับในการอภิปราย

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมวินิจฉัยเองครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านฟังผมก่อนสิครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมฟังอยู่ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

การที่ผมประท้วงนี่ แปลว่าผมต้องมีเหตุผลนะครับ ท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กําลังอภิปรายนอกประเด็น ไม่ได้อภิปรายเรื่องญัตติแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ครับท่าน ผมทราบแล้วครับ เดี๋ยวผมจะเตือนท่าน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ผมยังไม่ได้บอก ท่านทราบได้อย่างไร

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมฟังอยู่ครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

เดี๋ยวสิอีกนิดหนึ่ง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ผมฟังเหมือนท่านละครับ เชิญท่านนั่งเถอะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ใช่ท่านประธาน ต้องฟังนิดหนึ่งครับ ต้องฟังเหตุผลในการประท้วง

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านเฉลิม คืออย่างนี้ครับ พอท่านพูดผมฟังอยู่ครับ แล้วก็ผมเข้าใจแล้วครับท่าน

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ข้อ ๔๓ อภิปรายนอกประเด็นเลอะเทอะเปรอะเปื้อน เราเสนอขอแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ๑๗ ประเด็น

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านเฉลิมครับ เดี๋ยวผม วินิจฉัยครับ ผมทราบแล้วครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ใช่ครับ ผมขอให้ เหตุผลก่อนสิครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่จําเป็นครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านกลัวเขาหรือ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านนั่งครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่ ท่านกลัวหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์หรือ ผมประท้วงนี่

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เรากําลังจะจบอย่างดีนะครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานครับ ความถูกต้องต้องมี ไม่ใช่จบอย่างดี

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ให้ผมวินิจฉัยเป็นเรื่อง ๆ ไป ได้ไหมครับ เชิญทางซ้ายนั่งก่อนนะครับ ท่านเฉลิมครับ ผมเข้าใจแล้วสิ่งที่ท่านประท้วงครับ ถ้าท่านจะอภิปรายผมไม่อนุญาตครับ ท่านประท้วงผมเข้าใจแล้ว ท่านเฉลิมครับ มันไม่จบครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ไม่จบก็ไม่จบสิครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่ได้นะครับอย่างนั้น ขอให้ ผมพูดจบเป็นท่าน ๆ ได้ไหมครับ เชิญท่านรังสิมานั่งก่อนครับ ผมเข้าใจแล้วอย่างไรครับท่าน ผมเข้าใจเหมือนอย่างที่ท่านพูดครับ ผมกําลังจะเตือนท่านอภิสิทธิ์ครับ เชิญท่านนั่งเถอะครับ ท่านหัวหน้าครับ ผมว่าอยู่ในประเด็นที่เราคุยกันนะครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์ต่อครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมใช้สิทธิพาดพิงนะครับ เมื่อวานท่านอนุญาตให้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อภิปรายในประเด็นนี้ทําให้ผมเสียหาย ผมกําลังชี้แจง ส่วนท่านร้อยตํารวจเอก เฉลิมครับ ท่านไปนั่งสํารวมสักนิดเถอะครับ เพราะท่านท้าผมไว้เดี๋ยวตอบคําถามผมให้ได้ก็แล้วกัน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านเฉลิมครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ที่กระผมประท้วงนี่ ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๓ วันนี้รัฐบาลเสนอเรื่องการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ผมฟังพี่ชวน อภิปรายนี่ผมอึดอัด แต่ด้วยความเกรงใจผมไม่กล้าประท้วง คุณอภิสิทธิ์ต้องพูดเรื่องแก้ไข รัฐธรรมนูญ ไปพูดเรื่องอื่นไม่ได้ การเมืองมันต้องมีหลักมีเกณฑ์ ถ้าคุณเก็บความรู้สึกไว้ ก็ไปญัตติไม่ไว้วางใจสิ แต่วันนี้ต้องพูดเรื่องรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ ๑๗ ประเด็นที่รัฐบาล เสนอมาไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรมตรงไหน ผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

กรุณาสรุปด้วยครับ

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

สรุปก็คือพูดนอกประเด็น พูดในประเด็นสิ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ตกลงครับ เชิญท่านรังสิมาครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ดิฉันประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๕ ท่านต้องควบคุมการประชุมปล่อยให้คนเมามาลุกขึ้นประท้วงได้อย่างไรคะ ต้องเอาไปตรวจแอลกอฮอล์ (Alcohol) นะคะ ต้องเอาไปตรวจแอลกอฮอล์ค่ะ ตรวจเลยค่ะ ท่านประธานคะ คนเมาต้องไปตรวจแอลกอฮอล์ คราวก่อนก็เป็นอย่างนี้ทีหนึ่งแล้วที่ดิฉันเรียน กับท่านประธานอย่างไรคะว่าต้องติดเครื่องที่ตรวจแอลกอฮอล์หน้าห้องประชุม คนเมาต้อง ไม่ให้เข้ามาในสภา

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจแล้วครับท่านรังสิมา

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ท่านต้องเอาไปตรวจแอลกอฮอล์ก่อนค่ะ ถ้าเกิดแอลกอฮอล์เกินไม่ต้องให้เข้ามาในสภา ไม่อย่างนั้นสภาจะป่วนอย่างนี้ค่ะ ประชุมมาด้วยดีจะจบอยู่แล้ว แต่พอคนเมามาอาละวาด อย่างนี้มันไม่ได้ค่ะท่านประธาน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรังสิมาเข้าใจแล้วครับ เชิญนั่งครับ ให้ผมวินิจฉัยก่อนได้ไหมครับ คือท่านรังสิมาประท้วงผม ผมก็กําลังควบคุมอยู่ครับ เมื่อกี้นี้เชิญท่านต่อครับ ท่านเฉลิมไม่นะครับ เมื่อกี้ใครประท้วงนะครับ ทีละท่านได้ไหมครับ เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ผมขออนุญาตเถอะครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านสุนัยครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ผมขออนุญาตเถอะครับ ท่านครับ ผมเองก็จะเป็นคนที่จะพูดต่อไป แล้วผมรู้ว่าเมื่อวานนี้ ผมก็ทําสิ่งที่อาจจะไม่เหมาะสมกับพี่ชายของผมคือท่านเฉลิม วันนี้ผมเองก็คิดว่ามันเกิดกรณี อย่างนี้ ขอให้ทั้ง ๒ ฝ่ายอย่างนี้ได้ไหมครับ ขอให้จบลงแล้วท่านอภิสิทธิ์เดินต่อ ส่วนพี่เฉลิม ผมพร้อมที่จะให้พี่ตีผมเองก็ได้ครับ ไม่เป็นอะไรครับ จะได้จบไปครับท่าน อะไรที่ไม่พอใจ เดี๋ยวมาออกที่ผมเถอะครับ ท่านครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เชิญท่านอภิสิทธิ์ต่อครับ คืออย่างนี้ผมจบแล้วนะครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์ครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธาน ที่เคารพครับ มาตรา ๒๓๗ ดําเนินการในการแก้ไขก่อนหน้านี้

(ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ยืนและยกมือขึ้น)
พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่นะครับ ผมไม่อนุญาตครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

กระผมก็ได้ เรียนท่านประธานแล้วว่าทางพรรคประชาธิปัตย์นั้นไม่สามารถที่จะเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม ในส่วนของมาตรา ๒๓๗ ได้ ในขณะที่พรรคนั้นยังมีคดีค้างอยู่ในศาล ท่านประธานที่เคารพ ไม่ใช่เรื่องหยั่งรู้ครับ แต่เป็นเรื่องที่เป็นการทําเป็นแบบอย่างว่าต้องไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้ไขกฎหมายเพื่อตนเอง ส่วนมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ นั้น

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ถ้าเผื่อว่าที่ประชุมไม่ให้ ความร่วมมือ ผมขอพักการประชุมนะครับ

พักประชุมเวลา ๒๑.๕๕ นาฬิกา

เริ่มประชุมต่อเวลา ๒๒.๑๐ นาฬิกา

สักครู่นะครับ ท่านรังสิมา ก็ได้พักกันคนละนิดหน่อยนะครับ ผมคิดว่าเราก็ประชุมมาด้วยความเรียบร้อยมีความร่วมมือกันดี เหลืออีกเฉพาะท่านหัวหน้าฝ่ายค้านท่านเดียวแล้วก็มีท่านสุนัยเท่านั้น ก็อยากจะขอความกรุณา เพื่อนสมาชิกเวลาเราก็เริ่มจะดึกแล้ว ขอความกรุณาท่านได้กรุณาอภิปรายไม่พูดถึงคนภายนอก นะครับ จะได้เรียบร้อยนะครับ

(นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านรังสิมามีอะไรหรือครับ เชิญครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ในฐานะสมาชิกรัฐสภา เมื่อกี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดิฉันเคยเห็นเหตุการณ์อย่างนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ดิฉันเคยว่าท่านประธานตอนก่อนนี้ทําไมถึงได้ว่า ว่าท่านประธานไม่แข็ง ก็เพราะเหตุการณ์คนเมานี่ละค่ะ แต่เมื่อกี้นี้ท่านอยู่บนบัลลังก์ ท่านอาจจะไม่เห็นพฤติกรรมชี้หน้าดิฉัน

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจแล้วครับ ท่านรังสิมา

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ท่านต้องฟังก่อนค่ะเรื่องความปลอดภัยนะคะ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นรองนายกรัฐมนตรี ทางด้านความมั่นคง แล้วถ้าเป็นอย่างนี้ดิฉันเชื่อได้อย่างไรว่าจะเกิดความมั่นคงกับดิฉัน แล้วบอกว่าเมารัก เดี๋ยวท่านฟังดิฉันก่อนสิคะ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรังสิมาประท้วงผมใช่ไหมครับ ประท้วงผมนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ประท้วงท่าน ข้อ ๕

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ไม่ได้อภิปราย แล้วตอนนี้ละครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ก็นี่อย่างไร ประท้วงท่านต่อเนื่องเมื่อกี้ท่านปิดไป

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

เข้าใจแล้วครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ทีนี้ท่านเฉลิมได้บอกว่าเมารัก แต่ดิฉันคิดว่าท่านเมาเหล้าไม่ได้เมารัก

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

อย่างนี้ครับ พอแล้วครับ ผมไม่อนุญาตให้อภิปรายแล้วนะครับ

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ไม่ได้ค่ะท่าน ดิฉันคิดว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปสภามันจะเป็นปัญหา ท่านต้องมีมาตรการนะคะ คนที่เมาสุราจะต้องไม่ให้เข้ามาในห้องประชุม

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านรังสิมาครับ ผมเข้าใจแล้วครับ ที่ท่านประท้วงเชิญนั่งครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์ต่อเลยจะได้จบครับ

(นายอนันต์ ศรีพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี ได้ยืนและยกมือขึ้น)

ท่านประท้วงอะไรครับ

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ว่าครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์ครับ ผมไม่อนุญาตแล้วนะครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์ว่าต่อเลยครับ เชิญทุกท่านนั่งก่อนนะครับ เดี๋ยวท่านอภิสิทธิ์จะได้อภิปรายต่อครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์ครับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร 🔗

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเพิ่งอภิปรายไปนะครับว่าปัญหาบางปัญหาแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับก็แก้ไม่ได้ นะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นผมก็กราบเรียนยืนยันว่าปัญหาเรื่องวัฒนธรรมทางการเมือง พฤติกรรมเป็นปัญหาที่ต้องแก้กันต่อไป แม้ว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และผม ก็กําลังชี้แจงที่เคยถูกพาดพิงโดยเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลว่าที่ผมเคยบอกว่าวันที่ลงประชามติ ให้รับรัฐธรรมนูญแล้วแก้ เหตุใดจึงไม่แก้ แล้วได้อธิบายไปแล้วว่า ๒ ประเด็นที่แก้ไปแล้ว ๑ ประเด็น ผมดําเนินการไปทั้ง ๆ ที่โดยส่วนตัวผมไม่เห็นด้วย อีก ๑ ประเด็นที่ไม่ได้แก้ คือเรื่องยุบพรรคนั้นนี่กระผมก็กราบเรียนว่าเป็นเพราะว่าผมเห็นว่าผมมีความละอายครับ ที่จะไปแก้เรื่องการยุบพรรคในขณะที่พรรคผมมีคดียุบพรรคค้างอยู่ เพราะผมไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการแก้ไขกฎหมายเพื่อตนเอง ถามว่าโดยบทบัญญัติ มาตรา ๒๓๗ ผมเห็นด้วยไหม ผมนี่นะครับท่านประธานครับ ให้สัมภาษณ์มาโดยตลอดว่า ผมไม่เคยเห็นด้วยกับการยุบพรรค เพราะผมถือว่าพรรคเป็นของสมาชิก กรรมการบริหาร หรือใครไปทําผิดนี่ไม่ควรไปลงโทษตัวองค์กรที่เป็นของสมาชิก แต่ถามว่าการตัดสิทธิ กรรมการบริหาร ผมเห็นว่ากรรมการบริหารควรจะมีความรับผิดชอบร่วมกัน และถ้ากรรมการบริหารรู้ ไม่ยับยั้ง รู้เห็นเป็นใจแม้จะไม่ใช่ผู้กระทําผิดโดยตรงก็สมควร ถูกตัดสิทธิ นี่จุดยืนของผมชัดเจน แต่ที่ไม่ได้แก้ในเรื่องนี้ก็ด้วยเหตุผลที่ได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้ว เหมือนมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ ครับท่านประธานครับ โดยส่วนตัว ผมเห็นว่าที่เขียนและตีความอยู่ในขณะนี้ผิดครับ ผมก็เห็นว่า ส.ส. สามารถที่จะ ไปประสานงานกับหน่วยงานราชการเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ควรจะทําได้และเป็นหน้าที่ของ ส.ส. แต่ขณะเดียวกันท่านประธานครับ ก็ต้องเข้าใจว่า ที่มาของมาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ มันก็มีจากการที่ ส.ส. ส.ว. ในอดีตอาจจะเคยไปทําหน้าที่ ซึ่งมันเกินขอบเขตอํานาจที่ควรจะเป็น บังเอิญท่านสมาชิกมาเปรียบเทียบกรณีท่านกับผมนี่ ผมก็ว่าตรงนี้ละครับเส้นแบ่ง ประสานงานหน่วยราชการเอาของไปช่วยเหลือทําได้ครับ แต่เอาของราชการที่ใช้เงินภาษีอากรแล้วเอาชื่อตัวเองไปพ่นไม่ได้ครับ นี่คือความแตกต่าง ที่มันควรจะเป็นที่มาตรา ๒๖๕ มาตรา ๒๖๖ พยายามมาแก้ปัญหา แต่บังเอิญเขียนและตีความ เคร่งครัดจนเกินไป และกระผมก็ไม่เคยเห็นด้วยครับกับการที่ห้ามพวกเราที่นั่งอยู่ในที่นี้ ไปดํารงตําแหน่งในรัฐบาล เช่น เลขานุการ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรี เพราะผมก็พูดมาตลอดว่า ในระบบรัฐสภาการเรียนรู้งานบริหารจากคนที่มาจากการเลือกตั้งดีที่สุดคือการได้เข้าไป ทําหน้าที่ในส่วนนั้น และในหลายประเทศก็ใช้วิธีการนี้ในการฟูมฟักนักการเมืองอาชีพ ให้มีคุณภาพ มีความพร้อมในการไปทําหน้าที่ในฝ่ายบริหารต่อไป แต่ที่กระผมไม่ได้เสนอแก้ เพราะขณะนั้นเราถูกโจมตี ถูกครหาว่าจะแก้รัฐธรรมนูญไปเพิ่มอํานาจให้แก่ตัวเราเอง ผมถึงเคยเสนอครับว่าประเด็นแบบนี้ไปทําประชามติกันเสีย ถ้าประชาชนเขายอมรับ เราก็เดินหน้าแก้ ถ้าประชาชนเขาไม่ยอมรับเราก็เคารพเสียงของประชาชน พูดมาทั้งหมด เพื่อที่จะบอกครับว่าพวกกระผมไม่เคยมายึดติดกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เห็นว่าบางมาตรา มีปัญหาสมควรแก้ไขได้ดําเนินการไปแล้วบางส่วน และส่วนที่ยังไม่ได้แก้ไข เพราะมีเหตุผล ที่ชัดเจนรองรับว่าทําไมยังไม่ควรดําเนินการ รวมทั้งเคยเสนอทางออกของการแก้ไขไว้ด้วย ฉะนั้นวันนี้สิ่งที่เราจะมาพูดกันว่าต้องแก้เพื่อเป็น ไม่เป็นประชาธิปไตยมันน่าจะเป็น คนละประเด็นกับการที่บอกว่าจะต้องมาเริ่มต้นทํากันใหม่ทั้งฉบับ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อมาดูประเด็นในแง่มุมของการปฏิรูป วันนี้ตามหลักคิดของผู้เสนอร่างนี้ใครจะพูดอะไร วันนี้ไม่มีผลละครับ เพราะที่สุดเป็นเรื่องที่ สสร. จะต้องไปดําเนินการ แต่สิ่งที่กระผมเป็นห่วงก็คือว่าวันนี้เรามีร่างอยู่ ๓ ฉบับ ๑ ฉบับเสนอโดยคณะรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรียุทธศักดิ์เป็นผู้ลงนามเสนอเข้ามา ฉบับนี้ให้เหตุผลในการแก้ไข พูดกันไปแล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือไปลอกเหตุผลตอนแก้มาตรา ๒๑๑ ในวันที่มีการจัดทํา รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ คือเขียนเอาไว้กว้าง ๆ ว่าต้องการจัดทําฉบับใหม่ขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นฐาน การปฏิรูปการเมืองและต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ซึ่งกระผมจะได้กราบเรียน ในประเด็นนี้ต่อไป แต่จริง ๆ แล้วผมว่าเหตุผลที่แท้จริง ผมก็นับถือนะครับ อย่างน้อยร่างของ เพื่อนสมาชิก ๒ ฉบับ ผมคิดว่าที่เขียนมาและไม่เหมือนกับของรัฐบาลเลย อันนี้ละครับ อยู่ในใจของท่านจริง ในความรู้สึกตรงนี้ครับ ที่บอกว่าไม่มีระบบการถ่วงดุลอํานาจของ องค์กรตุลาการและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่มีประสิทธิภาพ แล้วก็บรรยายต่อไปว่า เป็นที่มาของการเลือกปฏิบัติของ ๒ มาตรฐาน ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเหตุผล และฐานคิดที่จะต้องมาล้มล้างและรื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมาจากเหตุนี้ กระผมกราบเรียน นะครับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ทําไมถึงกล่าวอย่างนั้นครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ทุกฝ่ายบอกว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งเป็นฉบับประชาชน หลักการใหม่ที่เขาเพิ่มขึ้นมาในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นแท้ที่จริงคืออะไร ๒ เรื่องหลักครับ

๑. สิทธิเสรีภาพของประชาชนจะได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ จะได้รับการคุ้มครอง ไม่ให้ฝ่ายบริหารที่แม้จะมีที่มาจากการเลือกตั้งเข้าไปก้าวก่ายลิดรอนสิทธิหรือละเมิดสิทธิได้

๒. การตรวจสอบถ่วงดุลลําพังแต่ระบบรัฐสภา คือการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ดี การตั้งกระทู้ถามก็ดี ไม่เพียงพอในกรณีที่รัฐบาลนั้นหรือฝ่ายบริหารนั้นกระทําการที่เป็นการ ผิดรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนหรือแม้แต่เสียงข้างน้อย นั่นคือที่มาของคําว่า องค์กรอิสระ นั่นคือการตอกย้ําถึงความจําเป็นว่าฝ่ายบริหารจะต้อง ถูกตรวจสอบถ่วงดุลจากฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการด้วย ทําไมถึงทําอย่างนั้นครับ เพราะหัวใจของประชาธิปไตยและหัวใจของประเทศที่มีการปฏิรูปทางการเมืองแล้ว ใช่ครับ ประชาธิปไตยเราตัดสินกันด้วยเสียงข้างมาก แต่เสียงข้างมากให้อํานาจไปทําเพียงบางเรื่อง คือบริหารราชการแผ่นดิน ผลักดันนโยบายที่ไปหาเสียงให้คํามั่นสัญญากับประชาชนไว้ แต่ไม่ใช่อ้างเสียงข้างมากทุจริตคอร์รัปชัน ทําผิดกฎหมาย ทําผิดกติกาได้ ประเทศประชาธิปไตย ที่แท้จริงเขาจึงมักเรียกตัวเองว่าเป็นประเทศเสรีนิยมประชาธิปไตย และหัวใจของประเทศ ที่เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตยคือรัฐบาลมีขอบเขตอํานาจจํากัดครับท่านครับ ถึงจะมาจาก เสียงข้างมากท่วมท้นมีที่นั่งเกือบทั้งหมดในสภา ชนะถล่มถลายอย่างไร บางเรื่องก็ไม่มีสิทธิ ทําตรงนี้ละครับที่ผมคิดว่าเราจําเป็นต้องทําความเข้าใจกัน แล้วรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ล้มเหลว ท่านประธานไปอ่านข้อสรุปของ คอป. สิครับ ท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นประธาน ปคอป. ท่านรับข้อเสนอและไปทํามากกว่าที่ คอป. พูดด้วยซ้ําเรื่องเยียวยา ท่านอ่านหรือยังครับว่าต้นเหตุวิกฤติความขัดแย้งทางการเมือง ที่ประธาน คอป. สรุปคืออะไร คดีซุกหุ้นภาค ๑ ครับ ท่านสรุปเอาไว้ชัดเจนว่านั่นคือ จุดเริ่มต้นของการทําลายหลักนิติธรรมที่บ่งบอกถึงการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ ผมถึงต้องเตือนความทรงจําพวกเราครับว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ผมเหมือนทุกท่านที่นี่ครับ ตั้งความหวังไว้สูงมากว่านั่นคือกุญแจสู่การปฏิรูปการเมืองสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่พอถึง ปี ๒๕๔๗ ปี ๒๕๔๘ คนที่สนับสนุนผลักดันกันมาถึงขั้นเขียนหนังสือว่ารัฐธรรมนูญตายแล้ว ท่านประธานที่ปรึกษากรุณาลําดับให้เห็นถึงการแทรกแซงในบางองค์กร แต่ผมสรุปสั้น ๆ วุฒิสภามีการกล่าวถึงไปแล้ว ป.ป.ช. สรรหาได้ชุดที่ต่อมา ท่านประธานครับ ต้องถูกถอดถอน เพราะพูดง่าย ๆ คือทุจริตต่อหน้าที่เสียเอง ทําเกินเลยขอบเขตอํานาจของตนเอง ขึ้นเงินเดือนให้กับตัวเอง ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอํานาจ กกต. มาดูแลการเลือกตั้ง สุดท้ายถูกดําเนินคดี ว่ามีส่วนร่วมในการทุจริตการเลือกตั้งในการแก้ไขข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของ กกต. ล้มเหลว โดยสิ้นเชิงครับ เราตั้งความหวังว่าองค์กรเหล่านี้ยึดโยงกับประชาชนผ่านวุฒิสภา เราคาดหวังว่าวุฒิสภาเป็นกลาง มาจากการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายมันไม่ทํางานครับ ปี ๒๕๕๐ พยายามมาแก้เรื่องเหล่านี้กระผมก็เห็นว่าที่แก้ก็ไม่ใช่ว่าจะตอบปัญหาหรือตอบโจทย์ ได้เสียทั้งหมด ที่แก้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อนครับ แต่ปัญหาวันนี้ไม่ใช่ว่าองค์กรตุลาการ หรือองค์กรอิสระไม่มีการถ่วงดุล ไม่ใช่ครับ ตรงกันข้ามครับ การเมืองไทย ประชาธิปไตยไทย จะเดินไปได้นี่เสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย ต้องรู้ขอบเขตอํานาจหน้าที่ของตนเอง เสียงข้างน้อย วันนี้ผมพูดกับเพื่อนสมาชิกในพรรคเสมอครับว่าอะไรเป็นนโยบายรัฐบาลเขาต้องมีสิทธิ ในการเสนอในการผลักดัน เราก็วิพากษ์วิจารณ์ เราก็ท้วงติง เราเป็นเสียงข้างน้อย วันที่ผม เป็นเสียงข้างมาก ผมก็ย้ําเสมอว่าเวลาเสียงข้างน้อยเขาตรวจสอบ นั่นคือหน้าที่ของเขา จะส่งตีความทุกเรื่อง ผมไม่เคยว่าเลยครับ ผมถือว่าใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าไปสร้าง เหตุวุ่นวาย ทําผิดกฎหมาย อย่างนี้ไม่ได้ วันนี้จุดท้าทายคือเราจะถ่วงดุลจํากัดขอบเขต ของพวกเรากันเองอย่างไรต่างหากครับ มันตรงกันข้ามกับเหตุผลที่ท่านส่งขึ้นมาว่าวันนี้ เราถูกถ่วงดุลมากเกินไป ไม่ใช่ครับ วันนี้ที่เขียนเหตุผลมานี่ท่านไม่เขียนเฉพาะองค์กรอิสระ ท่านไปไกลถึงตุลาการนะครับ แล้วท่านได้ไปดูไหมครับว่าประเทศที่ใช้ระบบกฎหมายแบบเรา ไม่ใช่ระบบการปกครองนะครับ ระบบกฎหมายแบบเราที่ผู้พิพากษามาจากวิชาชีพ หรือเป็นผู้พิพากษาอาชีพ ไม่มีประเทศประชาธิปไตยไหนครับที่ใช้ระบบกฎหมายแบบนี้แล้ว บอกว่าต้องมีคนไปถ่วงดุล เอาอํานาจประชาชน ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติไปแทรกแซง หรือไปคานฝ่ายตุลาการ เพราะถูกผิดชั่วดีตัดสินกันตามเนื้อผ้า ไม่ใช่ตามเสียงข้างมาก เสียงข้างมากเอาไว้ตัดสินว่าจะมีนโยบาย จะบริหาร จะมีทิศทางในการนําพาประเทศ ไปอย่างไร ผมถึงไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าปฏิรูปครั้งนี้ท่านกําลังจะบอกว่าเปิดทางไปสู่ การให้นักการเมืองกินรวบ ตุลาการก็คานไม่ได้ องค์กรอิสระก็คานไม่ได้ ไม่ใช่แล้วครับ เมื่อเช้านี้ยังมีเพิ่มมาอีกเรื่องหนึ่งครับ สมาชิกรัฐบาลท่านหนึ่งบอกอย่างมาตรา ๖๗ ต้องยกเลิก เพราะไปให้อํานาจชุมชนท้องถิ่นเหนือรัฐบาลกลาง ไม่จริงหรอกครับ ท่านไปอ่านใหม่ เถอะครับ มาตรา ๖๗ มาตรานั้นเขาเป็นแบบอย่างว่าถ้าเราจะรักประชาธิปไตย รัฐบาลไปทําโครงการอะไร กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนชุมชนอย่างมีนัยสําคัญ ต้องศึกษาผลกระทบ ต้องรับฟังความคิดเห็น ถามว่าคนบริหารหงุดหงิดไหมบางครั้ง หงุดหงิดครับ ตอนผมเป็นรัฐบาลผมเจอเต็ม ๆ เลยครับ มาตรา ๖๗ เรื่องมาบตาพุด แต่ผมก็นึกครับว่าถ้าผมบริหารแบบสะดวกไม่มีมาตรา ๖๗ วันนี้พี่น้องชาวมาบตาพุดจะได้รับการเหลียวแลไหมครับ กับสิ่งที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ที่เขาแบกมลพิษเพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศไทย ถ้าไม่มีมาตรา ๖๗ วันนี้ ผมยอมรับเลยครับ ผมอาจจะไม่ทราบว่าคนที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งเจริญมากที่สุดแห่งหนึ่ง ไม่มีน้ําประปาใช้ ไม่ได้รับการตรวจสุขภาพ เราต้องไปแก้เรื่องเหล่านี้ ผมจึงกราบเรียนว่า ถ้าจะปฏิรูปการเมืองครั้งนี้ ท่านตั้งโจทย์ผิดในเหตุผลที่ท่านให้มา มันต้องตรงกันข้าม เมื่อวานสมาชิกรัฐบาลอีกครับพาดพิงผม เรื่องไปพบ ออง ซาน ซูจี แล้วก็พูดว่าอยากรู้ว่า คุยอะไรกัน ผมจะบอกให้ ออง ซาน ซูจี เป็นนักประชาธิปไตยที่น่าชื่นชมที่สุด ไม่ได้รับความเป็นธรรม หลายอย่าง แต่ไม่เคยใช้วิธีการอื่นนอกจากสันติวิธี ออง ซาน ซูจี หวนกลับเข้ามาสู่ กระบวนการประชาธิปไตยในวันนี้ด้วยการลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ทั้งที่รู้ว่าต่อให้ ชนะเลือกตั้งซ่อมทุกเขตเดือนเมษายนนี้ ๔๘ ที่นั่งในสภา ๕๐๐ กว่าคน ก็ทําอะไรแทบไม่ได้ แล้วก็ที่คุยกับผมเรื่องปรองดองนี่ เธอพูดดีครับ เธอบอกว่าคนมีอํานาจถ้าจะปรองดอง ต้องมีลักษณะของการยื่นมือเข้าไปหาคนที่ไม่มีอํานาจ ไม่ง่ายหรอกครับ ผมก็เคยนั่งตรงนั้น แต่ผมพยายาม ผมเคยเสนอยุบสภา เคยเสนอเจรจาทุกอย่าง แต่มันต้องเริ่มต้นจากตรงนั้น แต่ถ้าผู้มีอํานาจคิดอย่างเดียวว่าคนชนะกินรวบ สังคมแตกแยกครับ ผมจึงบอกว่าวันนี้ ๑๕ ล้านเสียงของท่านที่ท่านอ้างเป็นเสียงข้างมาก เกรงใจ ๒๕ ล้านเสียงที่ไม่เลือกท่าน ด้วยนะครับ ที่เป็นเสียงข้างน้อย เพราะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ ๔๐ ล้านคน การที่จะทําอะไร นําไปสู่การปฏิรูปหวังจะให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นประชาธิปไตย สร้างชาติ สร้างความปรองดอง มันต้องเริ่มจากตรงนี้ พวกเราจึงได้อภิปรายอย่างไรครับว่าเหตุผลของ ๒ ฉบับที่เพื่อนสมาชิก เขียนมาเราไม่เห็นด้วย เราคิดว่าตั้งโจทย์ผิด และเหตุผลของร่างของรัฐบาลที่พยายามที่จะ ไปเลียนฉบับปี ๒๕๓๙ สมัยท่านนายกรัฐมนตรีบรรหาร เลียนกันไม่ได้เพราะมันคนละ สถานการณ์ครับ วันนั้นพวกเราที่เป็นนักการเมืองก้าวมาถึงขั้นที่ได้รับชัยชนะแล้วว่า นายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภา แต่เรามีปัญหา ศรัทธาประชาชนที่มีต่อนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่เชื่อเพราะเห็นว่าเรายังมีลักษณะ ใช้เสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ทุกเรื่อง แม้เป็นเรื่องถูกผิด จึงสร้างพลังการปฏิรูปมาสู่เรื่องการมี องค์กรอิสระ การตรวจสอบถ่วงดุล การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพอย่างไรครับ แต่วันนี้เราไม่ได้ เริ่มต้นจากฐานที่เรามองทุกสิ่งทุกอย่างตรงกันครับ ถ้าอยากจะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูป ท่านต้องมาสร้างตรงนี้ด้วยกันก่อนครับ และมันจะเป็นการแก้รัฐธรรมนูญไปสู่ความปรองดองได้ วันนี้ที่จะไม่ปรองดองมันเรื่องอะไรละครับ

ประเด็นแรกครับ เรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ ทําไมถึงมีการอภิปรายกัน มีผู้ถามว่าทําไมร่างรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ไม่เห็นมีใครกังวล ไม่เห็นมีใครวิตกเลยว่า หมวดสถาบันพระมหากษัตริย์จะถูกแก้ไข ผมก็ต้องบอกว่าเพราะว่าวันนี้สถานการณ์ มันไม่เหมือนเดิมครับ ท่านพูดได้ครับ บอกทุกคนจงรักภักดี แต่ท่านก็ต้องถามนะครับ บังเอิญผู้ตอบไม่อยู่นะครับ ที่ท่านปิดเว็บไซต์ไปทั้งหมดครับ ท่านคิดว่าคนที่ทําเว็บไซต์เหล่านั้น จงรักภักดีไหมครับ และท่านกล้าเปิดเผยไหมครับว่าคนที่ทําเว็บไซต์เหล่านั้นมันเชื่อมโยง กับกลุ่มมวลชน กับกลุ่มการเมืองใดบ้าง ปี ๒๕๓๙ ไม่มีอย่างนี้ครับ ปี ๒๕๕๐ ก็ไม่มีอย่างนี้ แต่วันนี้มันมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งแสดงตนชัดแจ้งเราก็ต้องป้องกัน ผมไม่ได้พูด มาตรา ๑๑๒ วันนี้ครับ แต่ผมต้องบอกว่าที่แอบอ้างกันว่ามาตราที่ท่านเขียนป้องกันว่าจะไม่มีการไปแตะต้อง เปลี่ยนแปลงเรื่องนี้อยู่ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ข้อความนี้ไม่ใช่ครับท่านครับ ข้อความนี้ อยู่ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้วครับว่าจะแก้ไขเพิ่มเติมหรือจะไปเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญอย่างไร ห้ามไปจัดทํารัฐธรรมนูญที่เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐ คนละประเด็นกับว่าแก้ไขหมวดพระมหากษัตริย์ ได้หรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานครับ หมวดพระมหากษัตริย์มีตั้งแต่มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ หลายมาตรามีความละเอียดอ่อน เช่น มาตรา ๘ บอกว่า องค์พระมหากษัตริย์ ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้อง พระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้ ผมสมมุตินะครับท่านประธานว่ามีคนเสนอให้ตัดวรรคหนึ่ง วรรคใดออก ถามว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขไหม ไม่ครับ รูปของรัฐเหมือนเดิม การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ยังมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เหมือนเดิม แต่สถานะขององค์พระมหากษัตริย์และสถาบันกษัตริย์ ไม่เหมือนเดิมครับ เพื่อนสมาชิก ประทานโทษเอ่ยนาม อาจารย์กนกถึงได้อภิปรายอย่างไรครับว่า หลายประเทศเขาก็ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ไม่เหมือนสังคมเราครับ สถานะพระราชอํานาจแตกต่างกันครับ ผมถึงบอกว่าวันนี้แก้ได้ ไหมละครับ อย่าลุกขึ้นมาตอบบอกว่าเป็นเรื่องของ สสร. วันนี้รับปากสิครับว่าท่านจะไปแก้ ในวาระที่สองว่าในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นให้คงหมวด ๑ และหมวด ๒ ไว้เหมือนเดิมทุกประการ ถ้าทํา อย่างน้อยปมเรื่องนี้จะได้คลายไปครับ แต่ถ้าไม่ทํา ท่านประธานครับ ผมไม่คิดหรอกครับว่าคนที่จะมาบั่นทอนหมวดนี้จะทําสําเร็จ แต่เป้าหมาย ของคนบางกลุ่มไม่ใช่ทําไม่สําเร็จนะครับ ต้องการแหย่ เพื่อให้เกิดความขัดแย้งครับ แล้วก็ทําให้เกิดความรู้สึก ความเข้าใจผิดว่าความขัดแย้งในสังคมไทยนั้น ไปเป็นความขัดแย้ง เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เสี่ยงทําไมครับ ทําทําไมครับ ถ้าวันนี้ท่านยืนยันจริงใจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ลุกขึ้นมาตอบเลยครับว่ารับข้อเสนอนี้ไปดําเนินการ สังคมก็จะโล่งใจในเรื่องนี้ในเรื่องที่ ๑ ที่เป็นปมความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น ปมที่ ๒ ผมกล่าวไปแล้ว ถ้าเป็นไปได้ เขียนเป็นหลักประกันไว้ด้วยได้ไหมครับว่าการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไม่มีผลต่อความอิสระขององค์กรตุลาการและองค์กรตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ เขียนได้นี่ครับ อย่าไปบอกว่าเป็นเรื่อง สสร. เพราะคนมีสิทธิจะคิดจะวิตกได้ว่าผลที่เกิดขึ้น มันอาจจะไปกระทบกับหลักการสําคัญอย่างนี้ ปมที่ ๓ แล้วผมต้องพูดเพราะเรื่องเหล่านี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับปรองดองทั้งสิ้น ที่ท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรีนั่งอยู่ข้างบนบอกว่าบางฝ่าย กลัวจะปรองดองหรืออย่างไร ไม่ละครับ พวกผมไม่มีใครรวยขึ้นจากความขัดแย้งในช่วง หลายปีที่ผ่านมา พวกผมไม่มีนักค้าความขัดแย้งในสังคม พวกผมต้องการความปรองดอง และพวกผมไม่เรียกร้องอะไรเกินเลยไปกว่าสิทธิที่ผมคิดว่าคนไทยแม้จะเป็นเสียงข้างน้อย หรือเสียงข้างมากมีสิทธิที่จะเรียกร้องจากท่าน ประเด็นที่ ๓ ที่บอกว่าแก้เพื่อคนคนเดียว แก้เรื่องนิรโทษกรรมหรือไม่ ไม่มีใครไปเป็นถ้ํามองแอบดูรูกุญแจอะไรอย่างที่พูดหรอกครับ คนของท่านเองก็ตะโกนเมารักกันอยู่แล้วนี่ครับ บอกชัดเจนทํารัฐธรรมนูญเสร็จจะพา อดีตนายกรัฐมนตรีกลับบ้านอย่างสง่างาม แล้วคดีความหายไปไหนครับ ผมไม่พูดเรื่อง คตส. ผมพูดเรื่องคําพิพากษาของศาล เพราะศาลไม่จําเป็นต้องเชื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแต่ได้ตัดสิน ในบางคดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นโทษจําคุก ไม่ว่าจะเป็นโทษยึดทรัพย์ ผมไม่ติดใจเรื่องโทษ ทางการเมือง ถ้าอยากจะเยียวยาเรื่อง ๑๑๑ เรื่อง ๑๐๙ เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ผมยอมรับได้เพราะผมถือว่านั่นเป็นเรื่องความผิดทางการเมือง ตรงนี้ละครับที่ต้องถามกัน แล้วอย่าอ้างว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องนโยบาย เพราะในช่วงหาเสียงเลือกตั้งท่านบอกว่าท่านไม่ยอม ให้มีการดีเบต (Debate) ก็ไม่ว่ากัน แต่มีครั้งเดียวที่บังเอิญได้ดีเบตครับ ผมกับท่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง ๙ ด้วยครับ แล้วผมพูดเลยครับบอกตกลง พรรคเพื่อไทยมีเป้าหมายนโยบายที่จะนิรโทษกรรมทําให้คนไม่ต้องติดคุก ทําให้คนเอาเงิน ของประชาชน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทไปอยู่ในกระเป๋าของตัวเองหรือไม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตอบกับประชาชนคนไทยผ่านสถานีโทรทัศน์ว่าไม่มีนโยบาย ท่านยืนยันได้ใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นใครจะนั่งรถกี่แสนกิโลเมตรไปกี่จังหวัดผมไม่ทราบ แต่หัวหน้าพรรคท่านยืนยัน กับประชาชนว่าไม่มีและใครไปพูดไม่ใช่นโยบายพรรค ผมก็กราบเรียนว่าตกลงจะเอาอย่างไร นโยบายบอกจะไม่ทํา แต่ก็มีคนนั้นคนนี้ตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรีจนถึง ส.ส. ไปเที่ยวพูดว่า จะทําเหมือนมาตรา ๑๑๒ ไม่ใช่ว่าท่านไม่เคยพูดกันนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรียังเคย ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ต่างประเทศเลยครับว่าคิดในเรื่องของการแก้ไขเรื่องนี้ และวันนี้ พอมีเพื่อนสมาชิกชี้ให้เห็นว่ามี ส.ส. ไปทําเรื่องนี้ด้วย รองนายกรัฐมนตรีก็ตอบว่าไปห้ามไม่ได้ ๓ ข้อนี้ท่านรับข้อเสนอพวกผมไหมละครับ เขียนลงไปในร่างแก้ไขเลย การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหมวด ๑ หมวด ๒ หรือจะนําเอา หมวด ๑ หมวด ๒ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไปใช้โดยไม่มีการแก้ไข การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไม่กระทบต่อความเป็นอิสระขององค์กรตุลาการและองค์กรที่ตรวจสอบการใช้อํานาจรัฐ การจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่มีผลให้เอื้อประโยชน์ต่อผู้หนึ่งผู้ใด หรือลบล้าง การใช้อํานาจตุลาการในอดีต ถ้าอย่างนี้มีความเป็นไปได้ครับที่เราจะเดินเข้าสู่การปรองดอง การปฏิรูป หรือประชาธิปไตย แต่ถ้าไม่ใช่ ความขัดแย้งรออยู่ข้างหน้าครับ แล้วพอเกิดความขัดแย้ง แล้วใครจะคุมสถานการณ์ได้ครับ พวกผมเชื่อในประชาชนครับ แต่ก็ต้องทราบว่าการตัดสินใจ ของพี่น้องประชาชนแม้ในกระบวนการที่ท่านเขียนมันไม่ได้หมายความว่าประชาชนคุมได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรอกครับ วันลงประชามติก็ต้องรับทั้งฉบับ หรือไม่รับทั้งฉบับ วันที่เลือก สสร. กี่คนครับที่จะรู้ว่า สสร. แต่ละคนคิดอย่างไร แล้วเราจะพูดอย่างไรก็ได้ครับ อย่าปฏิเสธ ความจริงสิครับ เลือกตั้งโดยตรงจังหวัดละคน มีเลือกตั้งจังหวัดไหนบ้างที่จะไม่มีความพยายาม เข้ามาอิงกับฐานเสียงทางการเมืองของพรรคการเมือง ไม่มีหรอกครับ ท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับท่านคงจะจําได้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง สร้างความปรองดองแห่งชาติ เชิญผมไปรับประทานอาหารกับท่าน ผมบอกว่าถ้าอยากให้คน ไม่สงสัยระแวง สสร. จากการเลือกตั้ง เอาอย่างนี้สิครับ อย่าเลือกจังหวัดละคน เลือกจังหวัดละ อย่างน้อย ๒ คน แต่ประชาชนมีสิทธิลงคะแนนได้เพียง ๑ เสียง อย่างนี้ สสร. จะสามารถ มีความหลากหลาย สะท้อนได้ทั้งเสียงข้างมาก ข้างน้อยในทุกจังหวัด ในทั้งประเทศ วันนั้นก็เห็นพยักหน้านี่ครับ ตอบรับนี่ครับ แล้ววันนี้หายไปไหน เหมือนวันนั้นผมบอกว่า กําหนดขอบเขตได้ไหม จัดทํารัฐธรรมนูญใหม่อย่าไปแตะหมวดพระมหากษัตริย์ก็พยักหน้า กันหมด วันนี้หายไปไหนครับ สสร. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง รัฐบาลก็อุตส่าห์ ไปเพิ่มนะครับ ของเพื่อนสมาชิกไม่มีปัญหาเอาองค์กรสถาบันอุดมศึกษาที่มีอยู่แล้วชัดเจน แต่ของรัฐบาลอุตส่าห์ไปเติมนะครับว่าที่สรรหามาอีก ที่เติมเข้ามาสามารถมาจากการเสนอ ขององค์กรทางเศรษฐกิจ สังคม องค์กรเอกชนได้ แล้วใครกําหนดครับว่าใครเป็นองค์กรบ้าง ประธานรัฐสภากําหนดคนเดียวครับ มันมีเหตุให้คิด ให้แปลกใจ ให้ระแวงไหมละครับ แม้แต่ลักษณะต้องห้ามของ สสร. ผมก็เพิ่งเคยเห็น เขียนกฎหมายกันมากี่ฉบับ ลักษณะต้องห้ามท่านลอกตามลักษณะต้องห้ามของคนสมัคร ส.ส. ก็เอาทุกข้อนะครับ อาจจะยกเว้นเรื่องเป็นข้าราชการ ไม่เป็นข้าราชการ แต่นี่เว้นเป็นครั้งแรกครับ กรณีคนที่เคย ถูกจําคุกครับ เตรียมใครมาเป็น สสร. หรือครับ จะไม่ให้คิดได้อย่างไรเพราะฉะนั้นประเด็นทั้งหมดนี้ ละครับผมถึงกราบเรียนว่า ถ้าวันนี้ท่านอยากได้ประชาธิปไตย ท่านอยากปฏิรูป ท่านอยากปรองดอง พวกผมยินดีร่วมมือ เอื้อมมือมาสักนิดสิครับ มาคุยกันสิครับว่ารูปแบบของการเดินหน้าเรื่องนี้ แบบไหนที่จะไปด้วยกันได้ แล้วท่านหลับตานึกภาพสิครับ ถ้าพวกท่านกับพวกผมตกลงกันได้ แล้วเราไปช่วยชี้แจงสังคมทั้งหมดทําไมบ้านเมืองจะเดินหน้าไปไม่ได้ แต่ถ้าวันนี้ท่านปฏิเสธ ข้อเสนอพวกผมอย่างนี้ พวกผมเองและคนอีกเกือบครึ่งประเทศ หรืออาจจะมากกว่า ครึ่งประเทศก็ได้ เขาก็จะเดินเข้าสู่ความขัดแย้งครับ พวกผมไม่พร้อมเสี่ยง พวกผมไม่ปรารถนา ที่จะเห็นอะไรอย่างนั้นครับ และใครที่ขานชื่อวันนี้ รับหลักการเดินหน้าตามที่เป็นอยู่นี้ และบ้านเมืองขัดแย้ง กรุณารับผิดชอบกับความเสียหายกับความขัดแย้งหรือความสูญเสีย ที่จะเกิดขึ้นในสังคมต่อไป พวกกระผมไม่พร้อมที่จะทําเช่นนั้น ตั้งหลักกลับไปทบทวนกันใหม่ เรื่องนี้ทํากันใหม่ให้ดี ทําได้ครับ แต่กลับไปก่อน วันนี้พวกผมไม่รับหลักการทั้ง ๓ ฉบับครับ ขอบพระคุณครับ

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ก็หมดผู้อภิปรายแล้วนะครับ ผมขอหารือที่ประชุมว่าผมจะขอปิดอภิปราย มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ แล้วก็ ท่านสุนัยจะพูดสรุปทีหลังครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าเผื่อไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมขอปิดอภิปรายนะครับ แล้วขอเชิญท่านสุนัยอภิปรายสรุป เชิญครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ก่อนอื่นผมขอถามท่านประธานนิดหนึ่งว่าเวลาที่ผมนําเสนอไปแล้วว่าพร้อมที่จะให้ท่าน หัวหน้าฝ่ายค้านกินเวลาผมไป ตอนนี้ผมเหลือสักเท่าไรไม่ทราบครับ ผมจะได้ปฏิบัติตามเวลานั้น

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

ท่านสุนัยครับ ทางฝ่ายเลขาธิการ บอกว่าท่านเหลือ ๑ ชั่วโมง ๒๖ นาทีครับ

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ 🔗

ขอบคุณครับ คงไม่ถึงหรอกครับท่าน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ จังหวัดนครสวรรค์ พรรคเพื่อไทย ในนามสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพ เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ถ้าใครสนใจการเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ จะพบความจริงว่าประวัติศาสตร์ได้เคลื่อนตัวจากอุบัติเหตุมาเยอะมาก เรามีฐานะอันหนึ่ง คือต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดการเคลื่อนตัวโดยไม่ปรารถนาจากอุบัติเหตุนั้น ท่านประธานครับ พรรคร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะวิปได้พยายามประเมินสถานการณ์การประชุมสภาโดยตลอด ประเมินว่าจะเกิดอะไรขึ้นในช่วงเวลาไหนตั้งแต่เริ่มต้นของวันที่แล้วเมื่อวานนี้ ล่าสุดวันนี้ เราประเมินสถานการณ์ว่าจะเจอกับคําพูดที่เสียดแทงอย่างรุนแรงในสิ่งที่เราเชื่อว่าสิ่งนั้นไม่ใช่ ความจริง แต่ด้วยเหตุผลที่สําคัญที่สุดครับท่านประธาน ผมขออนุญาตกล่าวอ้างท่านหัวหน้าพรรค ยงยุทธและท่านนายกรัฐมนตรีได้บอกว่าขอให้อดทน ดังนั้นก่อนที่จะมีการอภิปรายของ ท่านชวนและท่านอภิสิทธิ์นั้น เอสเอ็มเอส (SMS) ของเราได้ไปหมดแล้วครับ ขอให้ทุกคน อดทนและทุกอย่างจะชนะด้วยการอดทนเท่านั้น ท่านครับ แต่ผมต้องกราบขออภัยจริง ๆ ที่ความเจ็บปวดนั้นมันกําลังพิสูจน์เราว่าเราพร้อมจะปรองดองกันไหม สิ่งที่ท่านหัวหน้า พรรคฝ่ายค้านบอกว่ายื่นมือมาสิครับ ผมขอบอกตั้งแต่ตอนนี้เลย ผมพร้อมจะยื่นมือไปหา ท่านตลอดเวลาทั้ง ๒ มือและยกมือไหว้ครับ และวันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณน้องรังสิมา กราบขอบพระคุณท่านหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ท่านได้แสดงวุฒิภาวะได้ให้อภัยในบางสิ่ง บางอย่างซึ่งผมไม่อาจจะปฏิเสธเป็นอย่างอื่นได้ ด้วยวัฒนธรรมองค์กร ความรักองค์กร ความรักพรรคก็มีด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย แต่วันนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องฝึกความอดทนสิ่งเหล่านี้ ผมได้รับคําสั่งจากเพื่อนสมาชิกหลายคนบอกว่าให้ตอบโต้คุณอภิสิทธิ์และคุณชวนทุกเม็ด ขอโทษนะครับท่านจะผิดหวังกับผมครับ ผมไม่ตอบโต้ครับ พี่น้องประชาชนโทรศัพท์มาหาผม สุนัย ทนไม่ไหวให้ตอบโต้ ผมจะไม่ตอบโต้ครับ เพราะผมคิดว่าเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นความคิด ความเชื่อวันนี้ไม่ได้ชนะกันอยู่ในสภาครับ แต่ท่านเชื่อไหมครับว่าวันนี้การตัดสินใจของ ประชาชนไม่ได้อยู่ที่สภาแล้วครับ วันนี้การตัดสินใจของประชาชนไม่อาจจะถูกพันธนาการ ด้วยเครื่องมือการโฆษณาด้วยระบบรัฐอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้เองจึงพิสูจน์ครับว่าประชาชน ได้ตื่นขึ้นแล้วจริง ๆ ครับ เหตุการณ์ ๕ ปีต่อการปิดล้อมการโฆษณาโจมตีทักษิณอย่างรุนแรง ที่สุดในปีแรกของการยึดอํานาจ เมื่อเลือกตั้งนักวิจัยไม่ต้องวิจัยแล้วครับ ไม่ต้องไปหาตัวอย่าง ๒,๐๐๐ ตัวอย่าง นี่เป็นล้าน ๆ ตัวอย่างได้พิสูจน์แล้วว่าประชาชนได้เข้าสู่ภาวะการบรรลุนิติภาวะ ทางการเมืองแล้ว นั่นก็คือพรรคพลังประชาชนชนะอีกครับ ๕ ปีที่ผ่านมาเราเห็นเหตุการณ์ หมดซึ่งผมจะไม่ขอกล่าวว่าใครผิดใครถูกในโอกาสอย่างนี้ การปิดล้อมทางการข่าวสาร เช่นเดียวกัน สุดท้ายการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้พิสูจน์อีกครั้งหนึ่งครับ ทั้งเงินจํานวนมาก แต่ไม่สามารถจะเอาชนะใจประชาชนแสดงให้เห็นว่าประชาชนได้บรรลุสู่ความเป็นผู้ บรรลุนิติภาวะทางการเมืองแล้ว ที่ผมกล่าวเช่นนี้จึงเป็นเหตุผลที่สําคัญที่สุดว่าเราต้องเชื่อมั่นประชาชน และความเชื่อมั่นประชาชนนี้เองครับจึงไม่จําเป็นจะต้องมาตอบโต้กันทุกเม็ด ๆ ประชาชน วินิจฉัยได้เองครับ ใครพูดจริง ใครพูดไม่จริง ๕ ปีมานี้ได้พิสูจน์แล้ว แต่แน่นอนครับ ในวัฒนธรรมองค์กรวันนี้ผมไม่อาจจะเอ่ยเป็นอย่างอื่นได้ ผมรู้ว่าหลายฝ่ายอาจจะไม่พอใจ ในบรรยากาศผมขอโทษครับใครจะเกลียดผมก็ให้เกลียด ผมขอโทษแทนพรรคของผมครับ แล้วหวังอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์อันไม่คาดหมายนั้นคงไม่มาเปลี่ยนจิตใจของท่าน ถ้าท่านพร้อม จะลงคะแนนให้ผ่านร่างรัฐธรรมนูญนี้คงไม่เปลี่ยนจิตใจท่านนะครับ ถ้าท่านไม่พร้อมจะลง ก็คงไม่เปลี่ยนจิตใจท่านเช่นกัน ผมเชื่อมั่นในสมาชิกรัฐสภาว่ามีความมั่นคงในความคิดของท่าน ท่านประธานครับ การปิดอภิปรายปราศรัยปิดท้ายนั้นในทางปฏิบัติ ในทางการเมืองเขาถือว่า เป็นผู้ได้เปรียบครับ สํานวนทางการเมืองในสภาที่รู้กันเขาเรียกว่า ตีหัวแล้วเข้าบ้าน วันนี้ผมจะไม่ตีหัวครับ แต่ผมจะขอให้ตีความว่าเราพร้อมแล้วหรือยังที่เราจะสามัคคีกัน เป็นมิ่งขวัญขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมหรือยังที่จะเป็นผู้นําสังคม ประชาชนให้เชื่อมั่นต่อระบบรัฐสภาว่าเราพร้อมที่จะแก้ปัญหา ท่านประธานครับ คํากล่าวที่เจ็บปวดหลายเรื่องผมขอไม่ตอบโต้ท่านแต่มีอยู่เรื่องหนึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ตอบโต้ แต่เป็นการขอร้องท่านสมาชิกที่ได้นําเกี่ยวกับความศรัทธา ความเชื่อมั่นต่อสถาบันอันสูงสุด มากล่าวในสภาอยู่เสมอ ไม่ใช่เพิ่งกล่าววันนี้ครับ ตลอดระยะเวลา ๒-๓ ปีที่ผ่านมา มีการกล่าวถึงสถาบันอันเป็นมิ่งมงคลของพสกนิกรทั้งประเทศ นัยแห่งการกล่าวพยายาม ที่จะกล่าวร้ายว่าอีกฝ่ายหนึ่งไม่จงรักภักดี ท่านประธานครับ ถ้าเราจะบอกว่าเราจงรักภักดีเราจึงต้องตอบโต้ ผมว่านั่นยิ่งเป็นการ ไม่บังควรเพราะยิ่งทําให้เกิดการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท การนําขึ้นมากล่าว โดยข้อบังคับแห่งสภาก็ไม่เหมาะสมแล้ว ถ้าเรามีการกล่าวถึงทั้ง ๆ ที่ข้อบังคับก็มี ผมขอประทานโทษเถอะครับ กราบขอร้องถ้าเป็นไปได้ ถ้าจะปรองดอง ๓ ข้อ ๔ ข้อนี้ ขอให้ยุติเสียทีเถอะครับ เราจะไม่แสดงความจงรักภักดีอย่างยิ่งด้วยการพูดกันทุกเช้าเย็น ๓ วันหลังอาหาร ก่อนอาหาร นั่นมันไม่เหมาะเลยครับ ดังนั้นสิ่งที่ท่านขอมา ๓ ข้อนั้น ท่านประธานครับ ผมบอกเลยครับว่าในข้อที่ ๑ เรื่องของสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ให้ได้ทันทีครับ ไม่ใช่ให้เพียงเพื่อจะมาพูดตรงนี้ กระผมได้คุยกับเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาหลายคน ขอประทานโทษเอ่ยนามท่านได้คุยกันแล้ว ท่านคํานูณ สิทธิสมาน เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ เป็นนักศึกษา ผมถามท่านตรง ๆ ครับว่า ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าทําไมจึงกล่าวทั้ง ๒ วัน แต่เรื่องสถาบัน ๆ ว่าการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้จะแต่งตั้ง สสร. นั้นจะไปเปลี่ยนโครงสร้าง การปกครอง นึกไม่ออกจริง ๆ ท่านประธานครับ ผมได้กราบเรียนท่านว่าแล้วถามคนพูด จะเป็นอย่างไร ท่านบอกว่าเราก็เสนอไปเลยว่าจะไม่แตะต้องหมวด ๑ หมวด ๒ เป็นสัญญาเลย ท่านประธานครับ ไม่ใช่ว่ามาสัญญาวันนี้เลยมีความผิดไม่สัญญาก่อน ไม่ใช่ครับ เพราะร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับที่แล้ว ปี ๒๕๔๐ ผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรานอกจากไม่แตะต้องแล้ว ไม่ได้คิดเลยครับ ไม่เคยถามเลยครับ นี่คือความจริงแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรครับ ผมกล่าวเช่นนี้ก็เพื่อให้เพื่อน ส.ว. สบายใจว่าไม่มีใครคิดเช่นนั้น และอย่าตกในภวังค์ แห่งการโจมตีให้ร้ายกันด้วยเหตุเหล่านี้เลย ท่านประธานครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ก็ไม่ได้เรียกร้อง ว่าเมื่อเรายืนยันอย่างนี้แล้ว ส.ว. จะรับรองโหวตให้แก่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฉบับสุนัย และเพื่อนสมาชิก หรือของพรรคชาติไทย หรือของรัฐบาล ไม่ได้เรียกร้องครับ แต่เป็นการแสดง ความจริงใจว่าเราเห็นปัญหาแล้วว่า ๕ ปีมานี้ปัญหาแห่งการแก้เรื่องรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นเป็นปัญหาจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมไม่เล่นลิ้น แต่ได้ปรากฏหลักฐานชัดเจนครับ ผมได้เป็นกรรมาธิการของการศึกษาบังคับใช้รัฐธรรมนูญว่ามีปัญหาอย่างไร ที่เป็นกรรมาธิการ เชื่อมต่อระหว่างของรัฐบาลท่านสมัคร ท่านสมชาย และท่านอภิสิทธิ์ เราได้สรุปชัดเจนแล้วครับ ว่ามันมีปัญหา เราไม่เล่นลิ้นอีกแล้วว่าไม่มีปัญหา ไม่เห็นใครยากจน ไม่เกี่ยวกับปากท้อง ไม่ใช่ครับ มันเป็นปัญหาจริงๆ เรื่องคณะกรรมการของท่านดิเรก ถึงฝั่ง ก็สรุปแล้วว่ามีปัญหา จริง ๆ ต้องแก้ท่านครับ ตรงนี้เองที่ผมอยากจะวิงวอนเพื่อน ส.ส. เพื่อน ส.ว. ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลว่าเราอย่าอยู่ในกับดักแห่งเวลาเลยครับ เวลานั้นไม่ได้ทําลายใคร แต่เวลาในช่วงหนึ่ง แห่งประวัติศาสตร์มันหลอกลวงเราครับ ท่านประธานครับ ผมขอย้อนไปสักนิดหนึ่ง เป็นเรื่องแปลกไหมครับ ในช่วงชีวิตของพวกเรานี้ครับ ในช่วงชีวิตของเราผมเชื่อว่ากว่าครึ่ง สภาย้อนหลังกลับไปคิดสักหน่อยเถอะครับ เราได้ผ่านรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๐ ฉบับครับ แต่ละคนนี่สัมผัสรัฐธรรมนูญมาแล้ว ๑๐ ฉบับเป็นไปได้อย่างไรครับ นี่คือความไม่มั่นคงแห่งเสถียรภาพทางการเมืองของไทยที่ส่งผลมาถึงวันนี้ ท่านประธานครับ ผมเองอาจจะมีอายุทางการเมืองน้อยกว่าท่านชวน อาจจะมีอายุทางการเมืองน้อยกว่า คุณอภิสิทธิ์ หรืออีกหลาย ๆ คน เพียงแค่อายุทางการเมืองน้อย ๆ ท่านครับ ผมได้ยุ่งอยู่ใน กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญมา ๓ ฉบับที่เกี่ยวข้องโดยตรงครับ ฉบับที่ ๑ ฉบับปี ๒๕๑๗ ที่ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ขอประทานโทษ บอกว่าเป็นฉบับที่ดีที่สุด ผมเป็นอนุกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นครับ โดยมีท่านหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นประธาน ท่านครับ ในขณะที่เราโจมตีกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้จะล้มสถาบัน รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทําลายองค์กรอิสระ ทั้งหมดนี้เป็นความกลัวเรากําลังติดกับแห่งเวลา เฉพาะกาลครับ ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนในรัฐธรรมนูญ ฉบับที่ ๑๗ เมื่อมีสภาสนามม้า ตั้งสภาเรียบร้อยแล้ว ได้มีคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยท่านหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นประธาน วันนั้นกลัวอะไรครับ กลัวว่าคนอายุ ๑๘ ปีจะมาลงคะแนนได้ เดี๋ยวจะเป็นคอมมิวนิสต์ (Communism) เพราะคนอายุ ๑๘ ปีนั้นไม่มีวุฒิภาวะ ในเวลานั้น แบบฉบับของรัฐธรรมนูญบอกว่าต้องอายุ ๒๐ ปีเท่านั้นลงคะแนน และอายุ ๓๐ ปี หรือ ๓๕ ปี จึงจะสมัคร ส.ส. ได้ วันนั้นพวกเราเป็นคนหนุ่ม หลัง ๑๔ ตุลา หลายคนอยู่ที่นี่ครับ คนหนึ่ง คือคุณชํานิ ศักดิเศรษฐ์ ไปชุมนุมกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเรียกร้องให้คณะกรรมการ ยกร่างรัฐธรรมนูญของท่านคึกฤทธิ์ต้องบรรจุลงไปเอาอายุ ๑๘ ปี แล้วก็ต้องเอาอายุ ๒๕ ปี ให้สมัคร ส.ส. ได้ วันนั้นก็มีการโจมตีว่าพวกนี้เป็นพวก ๑๔ ตุลา อยากจะสมัครผู้แทนไว ๆ ประทานโทษที่ขอเอ่ยนามท่าน นี่เป็นความจริงบุคคลบางคนก็หลังจากนั้นก็ไปลงสมัครอายุ ๒๕ ปีก็สมัครได้ วันนั้นเป็นความหวาดกลัวทั้งนั้น แล้วในที่สุดรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๑๗ จึงกําหนดให้คนอายุ ๑๘ ปีลงคะแนน จึงกําหนดให้คนอายุ ๒๕ ปีสมัคร ส.ส. ได้ แล้ววันนี้ เป็นอย่างไรครับ ไม่เห็นมีคอมมิวนิสต์เลยครับ แล้ววันนี้เป็นอย่างไรครับ กลายเป็นต้นแบบ ของรัฐธรรมมาตลอด คนอายุ ๑๘ ปีก็ลงคะแนนได้ อายุ ๒๕ ปีก็สมัครได้ เราหวาดกลัว ต่อสิ่งเหล่านี้มาไม่ใช่น้อยครับ ผมแม้จะมีอายุทางการเมืองน้อยกว่าท่าน แต่ผมคิดว่า สิ่งที่ผมกราบนําเสนอท่านผ่านท่านประธานสภานี้น่าจะเป็นบทเรียนอันหนึ่งว่าตื่นจากภวังค์ เถิด อย่าอยู่ในกับดักแห่งกาลเวลาเลย กฎหมายกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นอย่างไรครับ เมื่อ ๑๔ ตุลา หลังจากนั้น ปรากฏว่ากฎหมายกํานัน ผู้ใหญ่บ้านก็เจอแบบเดียวกันครับ เจอแบบเดียวกันว่าถ้าเลือกตั้งกํานัน ผู้ใหญ่บ้านโดยตรงจะเป็นคอมมิวนิสต์อีก สุดท้ายมันก็เป็น กับดักแห่งกาลเวลา วันนี้ก็ไม่มีอะไรครับ จบหมด มีคนเข้าใจหมดแล้วว่าไม่ใช่ ท่านครับ สิ่งที่ท่านวิตกกังวลนั้นผมว่าไม่ใช่ ผมขอเรียนถามผ่านท่านประธานไปถึงท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรเถอะครับว่าเมื่อเรายืนยันอย่างนี้แล้วตามข้อเสนอของท่าน ผมก็ไม่ได้ บีบบังคับท่านนะครับ ท่านพร้อมจะร่วมลงคะแนนร่วมกับเราไหม สร้างประวัติศาสตร์ด้วยกัน ท่านครับ อันนี้ถ้าท่านพร้อมไม่ได้มีใครเสียหน้าแล้วเราไปช่วยกันร่างในกรรมาธิการ และขอความกรุณาว่าจบเสียเถอะครับ สภาของเรา ถ้าจะแพ้ชนะกัน อย่าไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ อะไรกันอีกเลย ผมกราบขอบพระคุณทุกท่าน กราบขอบพระคุณทุกฝ่ายที่ได้ร่วมประชุมกันมา แม้จะมีอุปสรรค ต่าง ๆ เราก็แก้กันได้เรียบร้อย และหวังเป็นอย่างยิ่งครับท่านว่าสิ่งที่เราพูดกันวันนี้เราจะได้ ชื่นชมต่ออนาคตประชาธิปไตยที่ดีงาม กราบขอบพระคุณท่าน ส.ว. กราบขอบพระคุณ ท่าน ส.ส. นะครับ อาจจะเสียเวลาไปบ้าง ผมก็ไม่เอาเวลามาก ตามเวลาเพื่อจะพูดโน้มน้าว เพราะไม่ต้องโน้มน้าวครับ ท่านรู้กันหมดแล้วว่าอะไรเป็นอะไร กราบขอบพระคุณ และขอโทษทุกสิ่งทุกอย่างครับ ขอบคุณครับ

(การประชุมดําเนินมาถึงตอนนี้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดําเนินการประชุมต่อไป)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาต ลงมติเลยนะครับ

(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา มีสัญญาณให้สมาชิกที่มาประชุม ทราบก่อนลงมติ)

เชิญสมาชิกข้างนอกเข้าห้องประชุม เพื่อลงมติครับ ท่านมีอะไร เชิญครับ คุณสุพัชรี

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตหารือ กับท่านประธานสั้น ๆ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ ดิฉันคิดว่าท่านประธานควรที่จะ ให้ความคุ้มครองแล้วก็ให้ความปลอดภัยกับท่าน ส.ส. รังสิมาด้วยนะคะ เพราะว่าดิฉัน ได้เห็นถึงการคุกคามจากท่านผู้อาวุโส การชี้หน้าซึ่งเป็นความไม่เหมาะสมนะคะ ดิฉันก็ไม่รู้ว่า เหตุการณ์ข้างหน้ากับท่าน ส.ส. รังสิมาจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาอีกนะคะ อยากให้ท่านประธาน ช่วยพิจารณาแล้วก็ให้ความคิดเห็นตรงนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ อย่าไปกังวลมากเลยครับ ผมคิดว่าทุกอย่างบรรยากาศก็จบลงด้วยดีครับ ก็อยากจะให้มัน ได้ข้อยุติที่ดีนะครับ ท่านสมาชิกครับ ในการลงมติในวาระที่หนึ่ง รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ (๓) และข้อบังคับ ข้อ ๙๓ วรรคสอง และวรรคท้าย กําหนดให้การออกเสียงลงคะแนน ในวาระที่หนึ่งขั้นรับหลักการให้ใช้วิธีการเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยครับ จะต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง กึ่งหนึ่ง คือจํานวน ๓๒๔ ท่านครับ ของจํานวนทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา และในกรณีที่ ที่ประชุมรัฐสภามีมติให้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหลายฉบับรวมกัน รัฐสภาจะลงมติ รับหลักการหรือไม่รับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแต่ละฉบับ หรือทั้งหมดรวมกัน ก็ได้นะครับ โดยการออกเสียงลงคะแนนนั้นผมจะให้เลขาธิการเรียกชื่อสมาชิกเรียงตาม ตัวอักษรนะครับ เมื่อเลขาธิการเรียกชื่อสมาชิกท่านใดให้ท่านยืนขึ้นแล้วออกเสียงลงมติว่า รับหลักการ หรือ ไม่รับหลักการ หรือ งดออกเสียง นะครับ

เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมีผู้เสนอจํานวน ๓ ฉบับ ในการออกเสียง ลงคะแนนเพื่อลงมติรับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ผมจะให้ที่ประชุมออกเสียง ลงคะแนนในคราวเดียวกัน แต่ให้แยกลงมติทีละฉบับ เมื่อท่านเลขาธิการเรียกชื่อท่านสมาชิก ท่านใดแล้วให้ท่านสมาชิกกรุณาออกเสียงลงคะแนนว่า ร่างที่ ๑ รับหลักการ หรือไม่รับหลักการ หรือ งดออกเสียง แล้วค่อยมาร่างที่ ๒ รับหลักการ หรือ ไม่รับหลักการ หรือ งดออกเสียง แล้วก็ร่างที่ ๓ รับหลักการ หรือ ไม่รับหลักการ หรือ งดออกเสียง ต่อเนื่องกันไปนะครับ แต่ถ้าท่านสมาชิกรับหลักการทั้ง ๓ ร่าง ก็อาจจะขานทีเดียวเลยว่า รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง แต่ถ้าไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง ก็ขานทีเดียวเลยก็ได้นะครับ ซึ่งร่างทั้ง ๓ คือ ร่างที่ ๑ เป็นร่างที่ ท่านสุนัย จุลพงศธร กับคณะเป็นผู้เสนอนะครับ ร่างที่ ๒ คือร่างที่ท่านภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะเป็นผู้เสนอครับ ร่างที่ ๓ คือร่างที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอครับ ก่อนออกเสียงลงคะแนน ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ โปรดใช้สิทธิแสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ

(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)

ข้างหลังมีอะไรครับ เชิญครับ

นายกานต์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

บัตรแสดงตน ไม่ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เจ้าหน้าที่ดูด้วยครับ

นายกานต์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กระผม กานต์ กัลป์ตินันท์ ครับ รหัส ๐๑๔ ครับ บัตรแสดงตนไม่ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

๑ ท่านนะครับ มีท่านใดอีกไหม เชิญเลยครับ

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี

ท่านประธานครับ มงคล ศรีคําแหง ครับ แสดงตนไม่ได้ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านขานชื่อด้วยนะครับ มีอีกไหมครับ

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม ครับ ขอแสดงตนตอนนี้ละครับ เพราะบัตรมันแสดงไม่ได้

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

๓ ท่านแล้วนะครับ ครบหรือยัง ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ผม ๐๗๖ ครับ ชาดา ครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

๔ ท่านครับขอบคุณครับ ๔ ท่าน ส่งผลได้เลยครับ จํานวนผู้อยู่ในห้องประชุม ๔๙๒ บวก ๔ เป็น ๔๙๖ ครบองค์ประชุมนะครับ

ผมขอมติเลยนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกผู้มีรายชื่อต่อไปนี้เป็นกรรมการ ตรวจนับคะแนนครับ ฝ่ายวุฒิสภาครับ ท่านดิเรก ถึงฝั่ง ท่านรองศาสตราจารย์ทัศนา พิกุลทอง สํารองนะครับ รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธุ์เจริญวรกุล กับท่านสุรเดช จิรัชติเจริญ เชิญครับ ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ท่านสรชัด สุจิตต์ แล้วก็ท่านยุพราช บัวอินทร์ ท่านนาที รัชกิจประการ เชิญครับ วุฒิสภา ท่านดิเรก ถึงฝั่ง ท่านทัศนา บุญทอง และสํารอง คือท่านกอบกุลแล้วก็ท่านสุรเดช ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร ท่านธีรรัตน์ ท่านสรชัด กับท่านยุพราช ท่านนาที สํารองครับ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ครบหรือยังครับ ครบนะครับ ครบ ๖ ท่านนะครับ เจ้าหน้าที่ทําความเข้าใจกับกรรมการตรวจนับคะแนนด้วยนะครับ ขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทําความเข้าใจกับคณะกรรมการนิดหนึ่งครับ กรรมการถ้าพร้อม ส่งสัญญาณด้วยนะครับ กรรมการครับ

(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนเข้าประจําที่)

พร้อมหรือยังครับ พร้อมนะครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑. นายกนก ลิ้มตระกูล

นายกนก ลิ้มตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุตรดิตถ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒. นายกนก วงษ์ตระหง่าน

นายกนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓. นายกรณ์ จาติกวณิช

นายกรณ์ จาติกวณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕. นายกฤช อาทิตย์แก้ว

นายกฤช อาทิตย์แก้ว สมาชิกวุฒิสภา กําแพงเพชร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖. นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์

นางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี

นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๘. พลตรี กลชัย สุวรรณบูรณ์

พลตรี กลชัย สุวรรณบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ชุมพร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙. นายกษิต ภิรมย์

นายกษิต ภิรมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร

นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครปฐม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑. นายก่อแก้ว พิกุลทอง

นายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒. รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล

รองศาสตราจารย์กอบกุล พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๓. นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์

นางกันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พังงา

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๔. นายกัมพล สุภาแพ่ง

นายกัมพล สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย

นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๖. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗. นายกานต์ กัลป์ตินันท์

นายกานต์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘. นายการุณ โหสกุล

นายการุณ โหสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙. นายกิตติ สมทรัพย์

นายกิตติ สมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐. นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์

นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๑. นางกีระณา สุมาวงศ์

นางกีระณา สุมาวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ฉบับค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒. นายกุลเดช พัวพัฒนกุล

นายกุลเดช พัวพัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓. นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๔. นายกูอาเซ็ม กูจินามิง

นายกูอาเซ็ม กูจินามิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕. นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์

นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ราชบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๖. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๗. นางสาวเกศสิณี แขวัฒนะ

นางสาวเกศสิณี แขวัฒนะ สมาชิกวุฒิสภา พระนครศรีอยุธยา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๘. นายเกษม อุประ

นายเกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๙. พลเอก เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์

พลเอก เกษมศักดิ์ ปลูกสวัสดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๐. นายเกียรติ สิทธีอมร

นายเกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๑. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๒. นายเกียรติชัย ติรณศักดิ์กุล

นายเกียรติชัย ติรณศักดิ์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๓. นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์

นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

ผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๔. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร

๓๕. พลตํารวจเอก โกวิท ภักดีภูมิ

พลตํารวจเอก โกวิท ภักดีภูมิ สมาชิกวุฒิสภา อ่างทอง

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง ขออภัยที่เป็นไข้หวัด

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๖. นายโกวิทย์ ธารณา

นายโกวิทย์ ธารณา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๗. นายโกศล ปัทมะ

นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๘. พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์

พลตํารวจตรี ขจร สัยวัตร์ สมาชิกวุฒิสภา หนองคาย

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๙. นายขจิตร ชัยนิคม

นายขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔๐. นายขวัญชัย พนมขวัญ

นายขวัญชัย พนมขวัญ สมาชิกวุฒิสภา แพร่

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔๑. นางสาวขัตติยา สวัสดิผล

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔๒. นายคณวัฒน์ วศินสังวร

นายคณวัฒน์ วศินสังวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔๓. นายคมเดช ไชยศิวามงคล

นายคมเดช ไชยศิวามงคล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔๔. นายครรชิต ทับสุวรรณ

นายครรชิต ทับสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔๕. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔๖. นายคํานูณ สิทธิสมาน

นายคํานูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔๗. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔๘. พลตํารวจเอก จงรัก จุฑานนท์

พลตํารวจเอก จงรัก จุฑานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๔๙. นายจตุพร เจริญเชื้อ

นายจตุพร เจริญเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕๐. นายจตุพร พรหมพันธุ์

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕๑. นายจตุรงค์ ธีระกนก

นายจตุรงค์ ธีระกนก สมาชิกวุฒิสภา ร้อยเอ็ด

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕๒. นายจรัล จึงยิ่งเรืองรุ่ง

นายจรัล จึงยิ่งเรืองรุ่ง สมาชิกวุฒิสภา สระบุรี

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕๓. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์

นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕๔. นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร

นายจรูญพงศ์ พันธุ์ศรีนคร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕๕. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี

นายจักรกฤษณ์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕๖. นายจักรธรรม ธรรมศักดิ์

นายจักรธรรม ธรรมศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕๗. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น

นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕๘. นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล

นายจักรวาล ชัยวิรัตน์นุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๕๙. นายจักรัตน์ พั้วช่วย

นายจักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบูรณ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖๐. นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร

นายจักริน พัฒน์ดํารงจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖๑. นายจารุพงศ์ จีนาพันธ์

นายจารุพงศ์ จีนาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖๓. พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์

พันตํารวจโท จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา มุกดาหาร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖๔. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกวุฒิสภา ศรีสะเกษ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖๕. นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา

นางจิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา สมาชิกวุฒิสภา ชัยนาท

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖๖. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์

นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖๗. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖๘. นายจุติ ไกรฤกษ์

นายจุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๖๙. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗๐. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗๑. นายเจตน์ ศิรธรานนท์

นายเจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗๒. นายเจริญ คันธวงศ์

นายเจริญ คันธวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับสักร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗๓. นายเจริญ จรรย์โกมล

นายเจริญ จรรย์โกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗๔. นายเจริญ ภักดีวานิช

นายเจริญ ภักดีวานิช สมาชิกวุฒิสภา พัทลุง

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗๕. นายเจะอามิง โตะตาหยง

นายเจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗๖. นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ

นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗๗. นายเจือ ราชสีห์

นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗๘. นายฉลอง เรี่ยวแรง

นายฉลอง เรี่ยวแรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๗๙. นายฉลาด ขามช่วง

นายฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๘๐. นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร

นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๘๑. ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง

ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธานที่เคารพ ผมรับหลักการทั้ง ๓ ร่าง และเมื่อสักครู่มีคนกล่าวหาว่าผมเมาสุรา ไม่ครับ ผมเมารัก แต่ไม่เมาสุราหรอกครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๘๒. นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจวบคีรีขันธ์

ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๘๓. พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

งดออกเสียง ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๘๔. นายชนินทร์ รุ่งแสง

(นายชนินทร์ รุ่งแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๘๕. นางชมภู จันทาทอง

นางชมภู จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๘๖. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ

นายชยุต ภุมมะกาญจน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปราจีนบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๘๗. นายชรินทร์ หาญสืบสาย

นายชรินทร์ หาญสืบสาย สมาชิกวุฒิสภา ตาก

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๘๘. นายชลน่าน ศรีแก้ว

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๘๙. นายชวน หลีกภัย

นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙๐. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙๑. นายชวลิต วิชยสุทธิ์

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙๒. นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร

นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙๓. นายชัย ชิดชอบ

นายชัย ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผมงดออกเสียงครับ วางตัวเป็นกลางครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙๔. นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์

นายชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙๕. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์

นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙๖. นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว

นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙๗. นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง

นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙๘. นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ

นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๙๙. นายชาดา ไทยเศรษฐ์

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุทัยธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐๐. พลอากาศเอก ชาลี จันทร์เรือง

พลอากาศเอก ชาลี จันทร์เรือง สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐๑. นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์

นายชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐๒. นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์

นางสาวชินณิชา วงศ์สวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐๓. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐๔. นายชื่นชอบ คงอุดม

นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐๕. นายชุมพล จุลใส

นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุมพร

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐๖. นายชุมพล ศิลปอาชา

นายชุมพล ศิลปอาชา

(รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการท่องเที่ยวและกีฬา : รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐๗. นายชูกัน กุลวงษา

นายชูกัน กุลวงษา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐๘. นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร

นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร สมาชิกวุฒิสภา เชียงใหม่

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๐๙. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์

นายชูชาติ หาญสวัสดิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑๐. พลเอก ชูชาติ สุขสงวน

พลเอก ชูชาติ สุขสงวน สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑๑. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ สักร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑๒. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑๓. นายชูศักดิ์ แอกทอง

นายชูศักดิ์ แอกทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑๔. นายเชน เทือกสุบรรณ

นายเชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑๕. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์

นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑๖. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์

นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑๗. นายไชวัฒนา ติณรัตน์

นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑๘. นายไชยยา พรหมา

นายไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๑๙. นายฐานิสร์ เทียนทอง

นายฐานิสร์ เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒๐. นายณรงค์ ดูดิง

นายณรงค์ ดูดิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒๑. นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน

นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒๒. นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒๓. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์

นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒๔. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

(รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ : รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒๕. นายดนุพร ปุณณกันต์

นายดนุพร ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒๖. นางดวงแข อรรณนพพร

นางดวงแข อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒๗. นายดิเรก ถึงฝั่ง

นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกวุฒิสภา นนทบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒๘. นายดิสทัต คําประกอบ

นายดิสทัต คําประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๒๙. นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์

นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๓๐. นางสาวตรีนุช เทียนทอง

นางสาวตรีนุช เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระแก้ว

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภาควิชาการ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๓๒. นายตวง อันทะไชย

นายตวง อันทะไชย สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๓๓. นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร

นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๓๔. นายต่วนอับดุลเล๊าะ ดาโอ๊ะมารียอ

นายต่วนอับดุลเล๊าะ ดาโอ๊ะมารียอ สมาชิกวุฒิสภา ยะลา

รับหลักการ ทั้งหมด ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๓๕. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล

นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๓๖. นายตุ่น จินตะเวช

นายตุ่น จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

รับหลักการ ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๓๗. นายไตรรงค์ ติธรรม

นายไตรรงค์ ติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๓๘. นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี

(นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๑๓๙. นายถนอม ส่งเสริม

(นายถนอม ส่งเสริม สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดอุบลราชธานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๑๔๐. นายถวิล ไพรสณฑ์

นายถวิล ไพรสณฑ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๔๑. นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์

นายถาวร ตรีรัตน์ณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๔๒. นายถาวร ลีนุตพงษ์

นายถาวร ลีนุตพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๔๓. นายถาวร เสนเนียม

นายถาวร เสนเนียม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๔๔. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย

นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย

(รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง : รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๔๕. นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง

นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง สมาชิกวุฒิสภา บุรีรัมย์

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๔๖. นายทองดี มนิสสาร

นายทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๔๗. รองศาสตราจารย์ทัศนา บุญทอง

รองศาสตราจารย์ทัศนา บุญทอง สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๔๘. นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์

นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๔๙. นางทัศนียา รัตนเศรษฐ

นางทัศนียา รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕๐. นายทายาท เกียรติชูศักดิ์

นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕๑. นายเทพไท เสนพงศ์

นายเทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕๒. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕๓. นางเทียบจุฑา ขาวขํา

นางเทียบจุฑา ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕๔. นายธนเทพ ทิมสุวรรณ

นายธนเทพ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕๕. นายธนา ชีรวินิจ

นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕๖. นายธนิก มาสีพิทักษ์

นายธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕๗. นายธนิตพล ไชยนันทน์

นายธนิตพล ไชยนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕๘. นายธเนศ เครือรัตน์

นายธเนศ เครือรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๕๙. นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ

นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๖๐. นายธวัช บวรวนิชยกูร

นายธวัช บวรวนิชยกูร สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๖๑. นายธวัชชัย บุญมา

นายธวัชชัย บุญมา สมาชิกวุฒิสภา นครนายก

รับหลักการ ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๖๒. นายธวัชชัย สุทธิบงกช

นายธวัชชัย สุทธิบงกช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๖๓. นายธวัชชัย อนามพงษ์

(นายธวัชชัย อนามพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๑๖๔. นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย

นางธันยรัศม์ อัจฉริยะฉาย สมาชิกวุฒิสภา ภูเก็ต

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๖๕. นายธันว์ ออสุวรรณ

นายธันว์ ออสุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา ประจวบคีรีขันธ์

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๖๖. นายธานินทร์ ใจสมุทร

นายธานินทร์ ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สตูล

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๖๗. นายธานี เทือกสุบรรณ

นายธานี เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๖๘. นายธานี อ่อนละเอียด

นายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

งดออกเสียงทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๖๙. นายธารา ปิตุเตชะ

นายธารา ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗๐. พลเอก ธีรเดช มีเพียร

พลเอก ธีรเดช มีเพียร รองประธานรัฐสภา

งดออกเสียงทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗๑. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗๒. นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์

นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗๓. นายธีระ ไตรสรณกุล

นายธีระ ไตรสรณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗๔. นายธีระ สลักเพชร

นายธีระ สลักเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตราด

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗๕. นายธีระ สุวรรณกุล

นายธีระ สุวรรณกุล สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

งดออกเสียงครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗๖. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์

นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุมพร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗๗. นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ

นายเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาก

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ - ๓ ๗ ๐ / ๑

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗๘. นายนคร มาฉิม

นายนคร มาฉิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๗๙. นายนพคุณ รัฐผไท

นายนพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘๐. นายนพดล มาตรศรี

นายนพดล มาตรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘๑. นายนพพล เหลืองทองนารา

นายนพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างด้วยความเต็มใจครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘๒. นายนภินทร ศรีสรรพางค์

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘๓. นายนราพัฒน์ แก้วทอง

นายนราพัฒน์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจิตร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘๔. นายนริศ ขํานุรักษ์

นายนริศ ขํานุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘๕. นายนริศร ทองธิราช

นายนริศร ทองธิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘๖. นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์

นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘๗. รองศาสตราจารย์นรีวรรณ จินตกานนท์

รองศาสตราจารย์นรีวรรณ จินตกานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘๘. นางนฤมล ศิริวัฒน์

นางนฤมล ศิริวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา อุตรดิตถ์

รับทั้ง ๓ ร่างอย่างสุจริตค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๘๙. นายนวัธ เตาะเจริญสุข

นายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙๐. นางนันทนา ทิมสุวรรณ

นางนันทนา ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙๑. นางนันทนา สงฆ์ประชา

นางนันทนา สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙๒. นางนันทพร วีรกุลสุนทร

นางนันทพร วีรกุลสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙๓. นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ

นางนาถยา เบ็ญจศิริวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙๔. นางนาที รัชกิจประการ

นางนาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙๕. นายนิคม ไวยรัชพานิช

นายนิคม ไวยรัชพานิช สมาชิกวุฒิสภา ฉะเชิงเทรา

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙๖. ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์

ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙๗. นายนิติรัฐ สุนทรวร

นายนิติรัฐ สุนทรวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙๘. นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง

นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๑๙๙. นายนิทัศน์ ศรีนนท์

นายนิทัศน์ ศรีนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐๐. นายนิพนธ์ บุญญามณี

นายนิพนธ์ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐๑. นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์

นายนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐๒. นายนิพนธ์ ศรีธเรศ

นายนิพนธ์ ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐๓. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐๔. นายนิยม ช่างพินิจ

นายนิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐๕. นายนิยม วรปัญญา

นายนิยม วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐๖. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล

นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แพร่

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐๗. นายนิยม เวชกามา

นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐๘. นายนิรมิต สุจารี

นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๐๙. นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์

นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

รับทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๑๐. นางนิลวรรณ เพชระบูรณิน

(นางนิลวรรณ เพชระบูรณิน สมาชิกวุฒิสภาภาคเอกชน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๒๑๑. พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ

พันตํารวจโท นุกูล แสงศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๑๒. นายบรรชา พงศ์อายุกูล

นายบรรชา พงศ์อายุกูล สมาชิกวุฒิสภา พิจิตร

ยินดีรับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๑๓. นายบวรศักดิ์ คณาเสน

นายบวรศักดิ์ คณาเสน สมาชิกวุฒิสภา อํานาจเจริญ

สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดอํานาจเจริญ รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๑๔. นายบัญญัติ เจตนจันทร์

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๑๕. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๑๖. นายบุญแก้ว สมวงศ์

นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๑๘. นายบุญชัย โชควัฒนา

(นายบุญชัย โชควัฒนา สมาชิกวุฒิสภาภาคเอกชน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๒๑๙. นายบุญชู นิลถนอม

นายบุญชู นิลถนอม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒๐. นายบุญฐิณ ประทุมลี

นายบุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒๑. นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา

นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ - ๓ ๗ ๑ / ๑

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒๒. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒๓. นายบุญยอด สุขถิ่นไทย

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒๔. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒๕. นางบุญรื่น ศรีธเรศ

นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒๖. นายบุญเลิศ ไพรินทร์

นายบุญเลิศ ไพรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

กลัวผิดรัฐธรรมนูญ หลายมาตรา จึงไม่รับหลักการทุกร่างที่เสนอมา

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒๗. นายบุญส่ง โควาวิสารัช

นายบุญส่ง โควาวิสารัช สมาชิกวุฒิสภา แม่ฮ่องสอน

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒๘. นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย

นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๒๙. นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์

นายบุรณัชย์ สมุทรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓๐. นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์

นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓๑. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร

นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓๒. นายปรเทพ สุจริตกุล

นายปรเทพ สุจริตกุล สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓๓. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓๔. นายประกอบ จิรกิติ

นายประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓๕. นายประกอบ รันตพันธ์

นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓๖. นายประจิตต์ โรจนพฤกษ์

นายประจิตต์ โรจนพฤกษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓๗. นายประชา ประสพดี

นายประชา ประสพดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓๘. พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก

พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๓๙. นายประชา โพธิพิพิธ

นายประชา โพธิพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๔๐. นายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์

(นายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสกลนคร ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๒๔๑. นายประนอม โพธิ์คํา

นายประนอม โพธิ์คํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๔๒. นายประพร เอกอุรุ

นายประพร เอกอุรุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๔๓. ร้อยตรี ประพาส ลิมปะพันธุ์

ร้อยตรี ประพาส ลิมปะพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๔๔. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประจวบคีรีขันธ์

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๔๕. นายประวัฒน์ อุตโมท

นายประวัฒน์ อุตโมท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๔๖. นายประวัติ ทองสมบูรณ์

นายประวัติ ทองสมบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา มหาสารคาม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๔๗. นายประวิทย์ จันทรา ประภาวัฒน์

นายประวิทย์ จันทราประภาวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๔๘. นายประสงค์ ตันมณีวัฒนา

นายประสงค์ ตันมณีวัฒนา สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๔๙. นายประสงค์ นุรักษ์

นายประสงค์ นุรักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕๐. นายประสงศักดิ์ บุญเดช

นายประสงค์ศักดิ์ บุญเดช สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕๑. นายประสาท ตันประเสริฐ

นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕๒. จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ

จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕๓. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย

นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕๔. นายประสิทธิ์ โพธสุธน

นายประสิทธิ์ โพธสุธน สมาชิกวุฒิสภา สุพรรณบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕๕. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕๖. นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย

นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕๗. นายประเสริฐ บุญชัยสุข

นายประเสริฐ บุญชัยสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕๘. นายประเสริฐ บุญเรือง

นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๕๙. นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์

นายประเสริฐ ประคุณศึกษาพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ขอนแก่น

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๖๐. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ

นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๖๑. รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์

(รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสงขลา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๒๖๒. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย

นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กําแพงเพชร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๖๓. นายปรีชา มุสิกุล

นายปรีชา มุสิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กําแพงเพชร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๖๔. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๖๕. ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช

ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๖๖. หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช

หม่อมหลวงปรียพรรณ ศรีธวัช สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๖๗. นายปลอดประสพ สุรัสวดี

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๖๘. นายปวีณ แซ่จึง

นายปวีณ แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง - ๓ ๗ ๒ / ๑

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๖๙. นายปัญญวัฒน์ บุญมี

(นายปัญญวัฒน์ บุญมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๒๗๐. นายปัญญา จินตะเวช

นายปัญญา จินตะเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๗๑. นายปัญญา เบ็ญจศิริวรรณ

นายปัญญา เบ็ญจศิริวรรณ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๗๒. นางปานหทัย เสรีรักษ์

นางปานหทัย เสรีรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แพร่

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๗๓. นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ

นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๗๔. นางปารีณา ไกรคุปต์

นางปารีณา ไกรคุปต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๗๕. นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์

นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๗๖. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ

นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๗๗. นางปิยะดา มุ่งเจริญพร

นางปิยะดา มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๗๘. ร้อยตํารวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์

ร้อยตํารวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๗๙. นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข

นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๘๐. นายโปรดปราน โต๊ะราหนี

นายโปรดปราน โต๊ะราหนี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๘๑. นางผุสดี ตามไท

นางผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ผุสดี ตามไท ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๘๒. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๘๓. นายไผ่ ลิกค์

นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กําแพงเพชร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๘๔. นายพงศกร อรรณนพพร

นายพงศกร อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๘๕. ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย

ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๘๖. นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ

(นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๒๘๗. พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน

พลโท พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน สมาชิกวุฒิสภา พะเยา

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๘๘. นายพงษ์ศักดิ์ เรือนเงิน

นายพงษ์ศักดิ์ เรือนเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๘๙. นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน

นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๙๐. นางพรทิพย์ โล่ห์วีระ จันทร์รัตนปรีดา

นางพรทิพย์ โล่ห์วีระ จันทร์รัตนปรีดา สมาชิกวุฒิสภา ชัยภูมิ

งดออกเสียง ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๙๑. นางพรทิวา นาคาศัย

นางพรทิวา นาคาศัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยนาท

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๙๒. นายพรพจน์ กังวาล

(นายพรพจน์ กังวาล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดระนอง ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๒๙๓. รองศาสตราจารย์พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์

รองศาสตราจารย์พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๙๔. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร

นางสาวพรพิมล ธรรมสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปทุมธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๙๕. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล

นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๙๖. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ

นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๙๗. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๙๘. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๒๙๙. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ

นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๐๐. นายพ้อง ชีวานันท์

นายพ้อง ชีวานันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๐๑. นางพัชรินทร์ มั่นปาน

นางพัชรินทร์ มั่นปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๐๒. นางสาวพัชรี โพธสุธน

นางสาวพัชรี โพธสุธน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๐๓. นายพัฒนา สัพโส

นายพัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

รับหลักการทั้ง ๓ ครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๐๔. นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา

นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๐๕. พันตํารวจเอก พายัพ ทองชื่น

พันตํารวจเอก พายัพ ทองชื่น สมาชิกวุฒิสภา สระแก้ว

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๐๖. นายพายัพ ปั้นเกตุ

นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๐๗. นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์

(นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพิษณุโลก ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๓๐๘. นายพิชัย เกียรติวินัยสกุล

นายพิชัย เกียรติวินัยสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๐๙. พลตํารวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์

พลตํารวจโท พิชัย สุนทรสัจบูลย์ สมาชิกวุฒิสภา อุดรธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๑๐. พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี

พลเอก พิชาญเมธ ม่วงมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๑๑. นายพิชิต ชื่นบาน

นายพิชิต ชื่นบาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๑๒. พลตํารวจเอก พิชิต ควรเดชะคุปต์

พลตํารวจเอก พิชิต ควรเดชะคุปต์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

งดออกเสียง ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๑๓. นายพิเชต สุนทรพิพิธ

นายพิเชต สุนทรพิพิธ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

งดออกเสียงทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๑๔. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

(นายพิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๑๖. พลตํารวจโท พิทักษ์ จารุสมบัติ

พลตํารวจโท พิทักษ์ จารุสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๑๗. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๑๘. นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ

นางพิไลพรรณ สมบัติศิริ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๑๙. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์

นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๒๐. นายพิสิฐ เกตุผาสุข

นายพิสิฐ เกตุผาสุข สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๒๑. นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์

นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๒๒. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข

นายพีรพันธุ์ พาลุสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยโสธร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๒๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์พีรยศ ราฮิมมูลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ฉบับครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๒๔. นายพีระ มานะทัศน์

นายพีระ มานะทัศน์ สมาชิกวุฒิสภา ลําปาง

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

๓๒๕. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๒๖. นายพีระเพชร ศิริกุล

นายพีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๒๗. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๒๘. นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ

นางเพชรินทร์ เสียงเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปราจีนบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๒๙. นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง

นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๓๐. นายไพจิต ศรีวรขาน

นายไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๓๑. นายไพฑูรย์ แก้วทอง

นายไพฑูรย์ แก้วทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ๓ ฉบับครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๓๒. นายไพบูลย์ ซําศิริพงษ์

นายไพบูลย์ ซําศิริพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ปทุมธานี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๓๓. นายไพโรจน์ ตันบรรจง

นายไพโรจน์ ตันบรรจง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พะเยา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๓๔. นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์

นายไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๓๕. นายภราดร ปริศนานันทกุล

นายภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อ่างทอง

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๓๖. นางภารดี จงสุขธนามณี

นางภารดี จงสุขธนามณี สมาชิกวุฒิสภา เชียงราย

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๓๗. นายภิญโญ สายนุ้ย

นายภิญโญ สายนุ้ย สมาชิกวุฒิสภา กระบี่

นายภิญโญ สายนุ้ย รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๓๘. นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ

นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ไม่รับทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๓๙. นายภุชงค์ รุ่งโรจน์

นายภุชงค์ รุ่งโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๔๐. นายภูมิ สาระผล

นายภูมิ สาระผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๔๑. นางสาวภูวนิดา คุนผลิน

นางสาวภูวนิดา คุนผลิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

นางสาว ภูวนิดา คุณผลิน รับหลักการทั้ง ๓ ร่างนะคะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๔๒. นายมงคล ศรีคําแหง

นายมงคล ศรีคําแหง สมาชิกวุฒิสภา จันทบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๔๓. นายมณเฑียร บุญตัน

นายมณเฑียร บุญตัน สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ในวาระนี้ยังไม่รับหลักการครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๔๔. นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ

(นายมนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๓๔๕. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร

นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

รับหลักการครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๔๖. นายมนตรี ปาน้อยนนท์

(นายมนตรี ปาน้อยนนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๓๔๗. นางมนพร เจริญศรี

นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๔๘. นายมนู พุกประเสริฐ

นายมนู พุกประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๔๙. นายมหรรณพ เดชวิทักษ์

(นายมหรรณพ เดชวิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภาภาควิชาการ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๓๕๐. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช

(นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๓๕๑. นายมานพ จรัสดํารงนิตย์

นายมานพ จรัสดํารงนิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๕๒. นายมานพน้อย วานิช

(นายมานพน้อย วานิช สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพังงา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๓๕๓. นายมานะ โลหะวณิชย์

นายมานะ โลหะวณิชย์ สมาชิสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๕๔. นายมานิต นพอมรบดี

นายมานิต นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๕๕. พลตํารวจโท มาโนช ไกรวงศ์

พลตํารวจโท มาโนช ไกรวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา สุราษฎร์ธานี

รับหลักการครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๕๖. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๕๗. นางมุกดา พงษ์สมบัติ

นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๕๘. นายมูหามะรอสดี บอตอ

(นายมูหามะรอสดี บอตอ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนราธิวาส ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๓๕๙. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๖๐. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๖๑. นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา

นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จันทบุรี

ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๖๒. นายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์

นายยุทธจักร เรืองวรบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครพนม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๖๓. พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี

พลตํารวจโท ยุทธนา ไทยภักดี สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๖๔. นายยุทธนา ยุพฤทธิ์

นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ สมาชิกวุฒิสภา ยโสธร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๖๕. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๖๖. นายยุทธพล อังกินันทน์

นายยุทธพล อังกินันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๖๗. นายยุพราช บัวอินทร์

นายยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบูรณ์

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๖๘. นายยุรนันท์ ภมรมนตรี

นายยุรนันท์ ภมรมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๖๙. นางยุวดี นิ่มสมบุญ

นางยุวดี นิ่มสมบุญ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๗๐. นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ

นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๗๑. นายรณเทพ อนุวัฒน์

นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๗๒. นายรส มะลิผล

นายรส มะลิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๗๓. นางสาวรสนา โตสิตระกูล

นางสาวรสนา โตสิตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

ส.ว. กทม. ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๗๔. นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง

นางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๗๕. นายรักพงษ์ ณ อุบล

นายรักพงษ์ ณ อุบล สมาชิกวุฒิสภา หนองบัวลําภู

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๗๖. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์

นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๗๗. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ

(นายรังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๓๗๘. นางรังสิมา เจริญศิริ

นางรังสิมา เจริญศิริ สมาชิกวุฒิสภา บัญชีรายชื่อ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๗๙. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี

นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสงคราม

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๘๐. พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์

พลเอก รัชกฤต กาญจนวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๘๑. นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๘๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก

ผู้ช่วยศาสตราจารย์รัชดา ธนาดิเรก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๘๓. นายรัฐกร เจนกิจณรงค์

นายรัฐกร เจนกิจณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครปฐม

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๘๔. นายรํารี มามะ

นายรํารี มามะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๘๕. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี

(นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๓๘๖. นางสาวเรวดี รัศมิทัต

นางสาวเรวดี รัศมิทัต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๘๗. นายเรวัต อารีรอบ

นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภูเก็ต

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๘๘. นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย

นายเรืองเดช สุพรรณฝ่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๘๙. นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค

นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๙๐. นางสาวละออง ติยะไพรัช

นางสาวละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

รับทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๙๑. นางสาวลีลาวดี วัชโรบล

นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๙๒. พลเอก เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์

พลเอก เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๙๓. พลตํารวจเอก วงกต มณีรินทร์

พลตํารวจเอก วงกต มณีรินทร์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ - ๓ ๗ ๕ / ๑

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๙๔. นายวรงค์ เดชกิจวิกรม

นายวรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิษณุโลก

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๙๕. นายวรชัย เหมะ

นายวรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๙๖. นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล

นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๙๗. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๙๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู สมาชิกวุฒิสภา ปัตตานี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๓๙๙. นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์

นายวรวิทย์ วงษ์สุวรรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ลพบุรี

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๐๐. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์

นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๐๑. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์

นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๐๒. นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา

นายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๐๓. นางวไลพร อัจฉริยะประสิทธิ์

นางวไลพร อัจฉริยะประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๐๔. นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ

นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๐๕. นายวัชรพล โตมรศักดิ์

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๐๖. นายวัชระ เพชรทอง

นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๐๗. นายวัชระ ตันตรานนท์

นายวัชระ ตันตรานนท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

งดออกเสียงครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๐๘. นายวัฒนา เมืองสุข

นายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับทุกร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๐๙. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์

นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๑๐. นายวันชัย บุษบา

นายวันชัย บุษบา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เลย

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๑๑. นายวันชัย สอนศิริ

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๑๒. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบูรณ์

นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๑๓. นายวาสิต พยัคฆบุตร

นายวาสิต พยัคฆบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๑๔. นายวิชัย ล้ําสุทธิ

นายวิชัย ล้ําสุทธิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๑๕. นายวิชัย สามิตร

นายวิชัย สามิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองบัวลําภู

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๑๖. นายวิชัย ไพรสงบ

นายวิชัย ไพรสงบ สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๑๗. นายวิชาญ มีนชัยนันท์

นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๑๘. นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์

นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๑๙. รองศาสตราจารย์วิชุดา รัตนเพียร

รองศาสตราจารย์วิชุดา รัตนเพียร สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๒๐. นายวิเชียร ขาวขํา

นายวิเชียร ขาวขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๒๑. นายวิเชียร คันฉ่อง

นายวิเชียร คันฉ่อง สมาชิกวุฒิสภา ตรัง

งดออกเสียงทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๒๒. นายวิฑูรย์ นามบุตร

นายวิฑูรย์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๒๓. นายวิทยา แก้วภราดัย

นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๒๔. นายวิทยา ทรงคํา

นายวิทยา ทรงคํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๒๕. นายวิทยา บุรณศิริ

นายวิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๒๖. นายวิทยา อินาลา

นายวิทยา อินาลา สมาชิกวุฒิสภา นครพนม

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๒๗. นายวิทวัส บุญญสถิตย์

นายวิทวัส บุญญสถิตย์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๒๘. นายวินัย ภัทรประสิทธิ์

นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจิตร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๒๙. พันเอก วินัย สมพงษ์

พันเอก วินัย สมพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๓๐. นายวิบูลย์ คูหิรัญ

นายวิบูลย์ คูหิรัญ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๓๑. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๓๒. นายวิรัช ร่มเย็น

นายวิรัช ร่มเย็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระนอง

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๓๓. นายวิรัช รัตนเศรษฐ

นายวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๓๔. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๓๕. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์

นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๓๖. ศาสตราจารย์วิรัติ พาณิชย์พงษ์

ศาสตราจารย์วิรัติ พาณิชย์พงษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๓๗. พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน

พลตํารวจเอก วิรุฬห์ พื้นแสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๓๘. พลตํารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์

พลตํารวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๓๙. นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๔๐. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ

นายวิวิฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๔๑. นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์

นางสาววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

รับทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๔๒. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์

นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๔๓. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พะเยา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๔๔. พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์

พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๔๕. นายวีระชัย วีระเมธีกุล

นายวีระชัย วีระเมธีกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๔๖. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์

นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๔๗. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์

นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาฬสินธุ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๔๘. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร

นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครนายก

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๔๙. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๕๐. รองศาตราจารย์ หม่อมราชวงศ์วุฒิเลิศ เทวกุล

รองศาสตราจารย์หม่อมราชวงศ์วุฒิเลิศ เทวกุล สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาการ

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๕๑. นายเวียง วรเชษฐ์

นายเวียง วรเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๕๒. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ

นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุตรดิตถ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๕๓. นายศราวุธ เพชรพนมพร

นายศราวุธ เพชรพนมพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

รับหลักการ ทั้งการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๕๔. นายศรีเรศ โกฏคําลือ

นายศรีเรศ โกฏคําลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๕๕. นางสาวศรีสกุล มั่นศิลป์

นางสาวศรีสุกล มั่นศิลป์ สมาชิกวุฒิสภา นครสวรรค์

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๕๖. นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์

นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๕๗. นายศรีสุข รุ่งวิสัย

นายศรีสุข รุ่งวิสัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๕๘. นายศักดา คงเพชร

นายศักดา คงเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๕๙. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๖๐. นายศิริโชค โสภา

นายศิริโชค โสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๖๑. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๖๒. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์

นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจิตร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๖๓. พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ

พลเรือเอก ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่าง ครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๖๔. นายศุภชัย ใจสมุทร

(นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๔๖๕. นายศุภชัย ศรีหล้า

นายศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๖๖. นายศุภวัฒน์ เทียนถาวร

(นายศุภวัฒน์ เทียนถาวร สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสิงห์บุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๔๖๗. นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์

นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๖๘. นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร

นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๖๙. นายสงวน พงษ์มณี

นายสงวน พงษ์มณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําพูน

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๗๐. นายสถาพร มณีรัตน์

(นายสถาพร มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๔๗๑. พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา

พันตํารวจเอก สนธยา แสงเภา สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

พันตํารวจเอก สนธยา รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๗๒. พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน

(พลเอก สนธิ บุญยรัตนกลิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๔๗๓. นายสนอง เทพอักษรณรงค์

(นายสนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๔๗๔. พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์

พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ฉบับครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๗๕. ศาสตราจารย์สม จาตุศรีพิทักษ์

ศาสตราจารย์สม จาตุศรีพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

งดออกเสียงครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๗๖. นายสมคิด เชื้อคง

นายสมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

รับหลักการครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๗๗. นายสมคิด บาลไธสง

นายสมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนองคาย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๗๘. พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม

พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๗๙. นายสมชัย อัศวชัยโสภณ

นายสมชัย อัศวชัยโสภณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉะเชิงเทรา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๘๐. นายสมชาติ พรรณพัฒน์

นายสมชาติ พรรณพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา นครปฐม

ผม สมชาติครับ ท่านเลขาธิการครับ รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๘๑. นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ

นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๘๒. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์

พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กาญจนบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๘๓. นายสมชาย แสวงการ

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๘๔. นายสมบัติ ยะสินธุ์

นายสมบัติ ยะสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แม่ฮ่องสอน

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๘๕. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์

นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุรินทร์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๘๖. นายสมบูรณ์ งามลักษณ์

(นายสมบูรณ์ งามลักษณ์ สมาชิกวุฒิสภาภาครัฐ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๔๘๗. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล

นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๘๘. นางสมพร จูมั่น

นางสมพร จูมั่น สมาชิกวุฒิสภา เพชรบูรณ์

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๘๙. นายสมพล เกยุราพันธุ์

(นายสมพล เกยุราพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๔๙๐. นายสมพล พันธุ์มณี

นายสมพล พันธุ์มณี สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง ครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๙๑. นายสมโภช สายเทพ

นายสมโภช สายเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๙๒. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัตตานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ฉบับครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๙๓. พลตํารวจโท สมยศ ดีมาก

พลตํารวจโท สมยศ ดีมาก สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

รับหลักการทั้ง ๓ ฉบับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๙๔. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

งดออกเสียงครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๙๕. นายสมศักดิ์ ใจแคล้ว

นายสมศักดิ์ ใจแคล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปุทมธานี

รับร่างทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๙๖. นายสมศักดิ์ บุญเปลื้อง

นายสมศักดิ์ บุญเปลื้อง สมาชิกวุฒิสภา ลําพูน

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง ครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๙๗. นางสมหญิง บัวบุตร

นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อํานาจเจริญ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๙๘. นายสมัคร เชาวภานันท์

นายสมัคร เชาวภานันท์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๔๙๙. นายสรชัด สุจิตต์

นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๐๐. นายสรรเสริญ สมะลาภา

นายสรรเสริญ สมะลาภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๐๑. นายสรวงศ์ เทียนทอง

นายสรวงศ์ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระแก้ว

รับทั้ง ๓ ร่าง ครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๐๒. นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์

(นายสรวุฒิ เนื่องจํานงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๕๐๓. นายสราวุธ อ่อนละมัย

นายสราวุธ อ่อนละมัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุมพร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๐๔. นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์

นางสลิลทิพย์ สุขวัฒน์ สมาชิสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๐๕. นายสหรัฐ กุลศรี

นายสหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุพรรณบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๐๖. นายสัก กอแสงเรือง

นายสัก กอแสงเรือง สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๐๗. นายสัญชัย วงษ์สุนทร

นายสัญชัย วงษ์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๐๘. นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์

นายสันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

สันตศักย์ จรูญ งามพิเชษฐ์ ครับ รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๐๙. นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล

นายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุโขทัย

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๑๐. นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์

นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๑๑. นายสากล ม่วงศิริ

นายสากล ม่วงศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการร ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๑๒. นายสาคร เกี่ยวข้อง

นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๑๓. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๑๔. นายสาธิต ปิตุเตชะ

นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระยอง

ผมไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๑๕. นายสามารถ แก้วมีชัย

นายสามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๑๖. พันตํารวจเอก สามารถ ม่วงศิริ

พันตํารวจเอก สามารถ ม่วงศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๑๗. นายสามารถ มะลูลีม

นายสามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ฉบับครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๑๘. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์

นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๑๙. นายสาย กังกเวคิน

นายสาย กังกเวคิน สมาชิกวุฒิสภา ระยอง

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๒๐. นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง

นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง สมาชิกวุฒิสภา อุทัยธานี

ส.ว. อุทัยธานี รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๒๑. นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล

นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล สมาชิกวุฒิสภา กาฬสินธุ์

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๒๒. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร

พันโท สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครปฐม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๒๓. นายสินิตย์ เลิศไกร

นายสินิตย์ เลิศไกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๒๔. นางสิรินทร รามสูต

นางสิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๒๕. นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์

นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ สมาชิกวุฒิสภา นครศรีธรรมราช

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๒๖. นายสุกิจ ก้องธรนินทร์

นายสุกิจ ก้องธรนินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ฉบับครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๒๗. นายสุกิจ อัถโถปกรณ์

นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตรัง

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๒๘. นางสุกุมล คุณปลื้ม

นางสุกุมล คุณปลื้ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๒๙. นายสุโข วุฑฒิโชติ

นายสุโข วุฑฒิโชติ สมาชิกวุฒิสภา สมุทรปราการ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๓๐. นายสุชาติ ชมกลิ่น

นายสุชาติ ชมกลิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๓๑. นายสุชาติ ธาดาธํารงเวช

นายสุชาติ ธาดาธํารงเวช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ฉบับครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๓๒. นายสุชาติ ภิญโญ

นายสุชาติ ภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ฉบับครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๓๓. นายสุชาย ศรีสุรพล

นายสุชาย ศรีสุรพล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๓๔. นายสุชีน เอ่งฉ้วน

นายสุชีน เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ฉบับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๓๕. นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร

นางสาวสุณีย์ เหลืองวิจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๓๖. นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์

นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๓๗. นายสุทธิชัย จรูญเนตร

นายสุทธิชัย จรูญเนตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๓๘. นายสุทัศน์ เงินหมื่น

นายสุทัศน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๓๙. นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี

นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบูรณ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๔๐. นายสุทิน นพขํา

นายสุทิน นพขํา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปทุมธานี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๔๑. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๔๒. นายสุธรรม พันธุศักดิ์

นายสุธรรม พันธุศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๔๓. นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ

นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๔๔. นางสาวสุนันท์ สิงห์สมบุญ

นางสาวสุนันท์ สิงห์สมบุญ สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

สุนันท์ สิงห์สมบุญ ส.ว. สรรหา รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๔๕. นายสุนัย จุลพงศธร

นายสุนัย จุลพงศธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๔๖. นายสุพจน์ เลียดประถม

นายสุพจน์ เลียดประถม สมาชิกวุฒิสภา ตราด

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๔๗. นายสุพล ฟองงาม

นายสุพล ฟองงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุบลราชธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๔๘. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร

นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พัทลุง

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๔๙. นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์

(นางสาวสุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเพชรบุรี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๕๕๐. ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี

ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปทุมธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๕๑. นายสุเมธ ศรีพงษ์

(นายสุเมธ ศรีพงษ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครราชสีมา ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๕๕๒. นายสุรจิต ชิรเวทย์

นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสงคราม

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๕๓. นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล

นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๕๔. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ภาคเอกชน

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๕๕. นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง

นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง สมาชิกวุฒิสภา ชลบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๕๖. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๕๗. นายสุรชาติ เทียนทอง

นายสุรชาติ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๕๘. นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์

นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๕๙. นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ

(นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๕๖๐. นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ

นายสุรเดช จิรัฐิติเจริญ สมาชิกวุฒิสภา ปราจีนบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๖๑. พันตํารวจโท สุรทิน พิมานเมฆินทร์

พันตํารวจโท สุรทิน พิมานเมฆินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

รับทั้ง ๓ ฉบับครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๖๒. นายสุรพล โตวิจักษณ์ชัยกุล

(นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ ไม่อยู่ที่ประชุม)

๕๖๓. นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ

๕๖๔. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล

นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปทุมธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๖๕. นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล

นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล สมาชิกวุฒิสภา กาญจนบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๖๖. นายสุรพล เกียรติไชยากร

นายสุรพล เกียรติไชยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๖๗. พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง

พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๖๘. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๖๙. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๗๐. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์

นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบูรณ์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๗๑. พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ

พลเรือเอก สุรศักดิ์ ศรีอรุณ สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๗๒. นายสุรสาล ผาสุข

นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิงห์บุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๗๓. นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์

นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๗๔. นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์

นายสุรันต์ จันทร์พิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๗๕. พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่

พลตํารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สงขลา

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๗๖. นายสุริยา ปันจอร์

นายสุริยา ปันจอร์ สมาชิกวุฒิสภา สตูล

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๗๗. นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล

นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล สมาชิกวุฒิสภา สมุทรสาคร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๗๘. นางสุอําภา คชไกร

นางสุอําภา คชไกร สมาชิกวุฒิสภา สุโขทัย

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๗๙. นายเสนาะ เทียนทอง

นายเสนาะ เทียนทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๘๐. นายเสรี สาระนันท์

นายเสรี สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๘๑. นายโสภณ ซารัมย์

นายโสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๘๒. นายโสภณ ศรีมาเหล็ก

นายโสภณ ศรีมาเหล็ก สมาชิกวุฒิสภา น่าน

กํานัน โสภณ ส.ว. น่าน รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๘๓. นางโสภา กาญจนะ

นางโสภา กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สุราษฎร์ธานี

ไม่รับทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๘๔. นายหนูแดง วรรณกางซ้าย

นายหนูแดง วรรณกางซ้าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๘๕. นายเหวง โตจิราการ

นายเหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๘๖. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๘๗. นายองอาจ วงษ์ประยูร

นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๘๘. นายองอาจ วชิรพงศ์

นายองอาจ วชิรพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พระนครศรีอยุธยา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๘๙. พลตํารวจตรี องอาจ สุวรรณสิงห์

พลตํารวจตรี องอาจ สุวรรณสิงห์ สมาชิกวุฒิสภา เลย

รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๙๐. นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์

นายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ภาคอื่น

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๙๑. นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์

นายอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ บัญชีรายชื่อ

กระผม อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ รับทั้ง ๓ ร่าง เหมือนท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๙๒. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครราชสีมา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๙๓. นายอนันต์ ผลอํานวย

นายอนันต์ ผลอํานวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กําแพงเพชร

รับทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๙๔. นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร

นายอนันต์ ลิมปคุปตถาวร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๙๕. นายอนันต์ ศรีพันธุ์

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อุดรธานี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๙๖. นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์

นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ สมาชิกวุฒิสภา สุรินทร์

งดออกเสียงทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๙๗. นายอนุชา บูรพชัยศรี

นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๙๘. นายอนุชา สะสมทรัพย์

นายอนุชา สะสมทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครปฐม

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๕๙๙. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๐๐. นายอนุมัติ ซูสารอ

(นายอนุมัติ ซูสารอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี ไม่อยู่ในที่ประชุม)

๖๐๑. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์

นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มุกดาหาร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๐๒. นายอนุรักษ์ นิยมเวช

นายอนุรักษ์ นิยมเวช สมาชิกวุฒิสภา ภาควิชาชีพ

งดออกเสียงทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๐๓. นางอนุรักษ์ บุญศล

นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๐๔. นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล

นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล สมาชิกวุฒิสภา ภาครัฐ

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๐๕. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง

นายอนุสรณ์ ปั้นทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๐๖. นางอนุสรา ยังตรง

นางอนุสรา ยังตรง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๐๗. นายอภิชาต การิกาญจน์

๖๐๘. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครศรีธรรมราช

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๐๙. นายอภิชาต ตีรสวัสดิชัย

นายอภิชาต ตรีสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สกลนคร

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๑๐. นายอภิชาติ สุภาแพ่ง

นายอภิชาติ สุภาแพ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๑๑. หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล

หม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๑๒. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๑๓. นายอภิรัต ศิรินาวิน

นายอภิรัต ศิรินาวิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๑๔. นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น

นายอภิวัฒน์ เงินหมื่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อํานาจเจริญ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๑๕. พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย

พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๑๖. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๑๗. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๑๘. นายอรรถพร พลบุตร

นายอรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๑๙. นายอรรถพล วงษ์ประยูร

นายอรรถพล วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สระบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๒๐. นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๒๑. นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์

นางสาวอรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๒๒. นางอรอนงค์ คล้ายนก

นางอรอนงค์ คล้ายนก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๒๓. นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์

นางอรุณลักษณ์ กิจเลิศไพโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรปราการ

รับหลักการทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภ

า : ๖๒๔. นางสาวอรุณี ชํานาญยา

นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พะเยา

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๒๕. นายอลงกรณ์ พลบุตร

นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบุรี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๒๖. นางอัญชลี วานิช เทพบุตร

นางอัญชลี วานิช เทพบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ภูเก็ต

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๒๗. นายอันวาร์ สาและ

นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัตตานี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๒๘. นายอับดุลการิม เด็งระกีนา

นายอับดุลการิม เด็งระกีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยะลา

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๒๙. นายอัศวิน วิภูศิริ

นายอัศวิน วิภูศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๓๐. นายอัสนี เชิดชัย

นายอัสนี เชิดชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๓๑. นายอาคม เอ่งฉ้วน

นายอาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบี่

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๓๒. พันตรี อาณันย์ วัชโรทัย

พันตรี อาณันย์ วัชโรทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๓๓. นางอานิก อัมระนันทน์

นางอานิก อัมระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๓๔. นางอารีญาภรณ์ ซารัมย์

นางอารีญาภรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บุรีรัมย์

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๓๕. นายอํานวย คลังผา

นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลพบุรี

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๓๖. นายอํานาจ วิลาวัลย์

นายอํานาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปราจีนบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ฉบับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๓๗. นายอิทธิเดช แก้วหลวง

นายอิทธิเดช แก้วหลวง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงราย

รับทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๓๘. นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์

นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

ผม อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ครับ หลักการทั้ง ๓ ร่าง ผมรับครับ ท่านประธานครับ ขอนิดหนึ่งครับ ก่อนที่ท่านพูดนะครับ หลังจากนี้ถ้าท่านสมาชิกมาทีหลังสามารถรายงานตนได้ใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ท่านตอบผมหน่อยครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ได้ครับ

นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

เพราะผมกําลัง จะถามท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน นะครับว่าท่านจะมาไหมครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ได้ครับ ไม่เป็นอะไรครับ

นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

ถ้าอย่างนั้น ผมขอใช้สิทธิหลังจากถ้าท่านสนธิ บุญยรัตนกลิน ไม่มา ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๓๙. นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม

นายอิสมาแอล เบญอิบรอฮีม สมาชิกสภาผู้แทนาษฎร ปัตตานี

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ฉบับครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๔๐. นายอิสสระ สมชัย

นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

ไม่รับหลักการ ทั้ง ๓ ฉบับครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๔๑. นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์

นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๔๒. นายอุดมเดช รัตนเสถียร

นายอุดมเดช รัตนเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นนทบุรี

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๔๓. นางอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์

นางอุดมรัตน์ อาภรณ์รัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๔๔. นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์

นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศรีสะเกษ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างค่ะ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๔๕. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ไม่รับหลักการทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๔๖. นางเอมอร สินธุไพร

นางเอมอร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยเอ็ด

รับหลักการทั้ง ๓ ร่าง

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๔๗. นายเอี่ยม ทองใจสด

นายเอี่ยม ทองใจสด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพชรบูรณ์

เอี่ยม ทองใจสด รับทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๔๘. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย

นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชัยภูมิ

รับหลักการ ทั้ง ๓ ร่างครับ

นางนรรัตน์ พิมเสน รองเลขาธิการรัฐสภา ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการรัฐสภา

๖๔๙. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม

(นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล ไม่อยู่ในที่ประชุม)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ครบนะครับ มีท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิครับ ถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิก็ใช้สิทธิได้เลยนะครับ ไม่มีนะครับ เมื่อกี้หารืออะไรครับ ผมฟังไม่ค่อยถนัด

นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม อิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําปาง พรรคเพื่อไทย สมาชิกรัฐสภาครับ ผมก็พยายามฟังท่านสมาชิกทั้งหมดว่ามีท่านใดมาบ้าง แล้วก็สมาชิก ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง ผมก็ฟังอยู่ว่าท่านจะมาไหม เพราะท่านเป็นหัวหน้ารัฐประหาร วันนี้ท่านเสนอตัวมาเป็นสมาชิกในระบอบประชาธิปไตย ผมก็อยากจะรู้ว่าท่านจะมาใช้สิทธิ ในการแสดงออกในการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมก็ฟังอยู่แล้วก็รอว่าท่านจะมาไหม ท่านไม่มาครับ ถามว่าวันนี้ต้นตอของการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาจากท่านหรือไม่ ที่ผ่านมา สมาชิกพูดกัน ๒ วัน พาดพิงถึงท่านตลอดครับ พรรคประชาธิปัตย์เอง พรรคชาติไทยพัฒนาเอง หรือแม้แต่พรรคเพื่อไทยเองก็ต้องอ้างอิงท่าน ผมคงจะไม่กล่าวล่วงไปถึงสมาชิกวุฒิสภา

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ ผมขออนุญาต ปิดการลงคะแนน

นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

ท่านถามผมนะ ผมต้องตอบท่านครับ ผมถามว่าวันนี้เป็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่สําคัญ ไม่เป็นไรครับ ท่านสมาชิกถ้าท่านเห็นว่าผม

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผมขออนุญาตปิดการลงคะแนน นะครับ

นายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลําปาง

ได้ครับ ผมขอทิ้งประเด็นไว้แค่นั้นเองว่าหัวหน้าพรรคมาตุภูมิที่เป็น

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ท่านครับ สมควรแล้ว กระมังครับ กรรมการนับคะแนนได้เลยนะครับ ปิดการลงคะแนนแล้วครับ ระหว่างรอ ผลคะแนนขอแจ้งกับว่าที่คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... จะมีการประชุมนัดแรกในวันพุธที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมงบประมาณ ชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ๓ จึงขอเชิญ กรรมาธิการทุกท่านเข้าร่วมประชุมตามกําหนดวัน เวลาดังกล่าวโดยพร้อมเพรียง แจ้งว่าที่คณะกรรมาธิการทุกท่านนะครับ ลงเรียบร้อยก็ส่งผลได้เลยนะครับ

(คณะกรรมการตรวจนับคะแนนได้ทําการตรวจนับคะแนนเสร็จแล้ว เสนอผลต่อประธาน)

ท่านสมาชิกครับ มติรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในวาระที่หนึ่ง ต้องมีเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งครับ แล้วจํานวนสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด ๖๔๘ ท่าน กึ่งหนึ่งคือ ๓๒๔ ท่าน ต้องไม่น้อยกว่า ๓๒๔ ท่าน มติออกมาตรงกันทั้ง ๓ ร่างนะครับ เพราะฉะนั้นผมขานทีเดียว ๓ ร่างนะครับ เพราะตัวเลขตรงกันทั้งหมดเลย ตัวเลขสวยครับ รับหลักการทั้ง ๓ ร่างนะครับ ๓๙๙ ท่าน ไม่รับหลักการ เลขสวยเหมือนกันครับ ๑๙๙ ท่าน งดออกเสียง ๑๔ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการในวาระที่หนึ่งทั้ง ๓ ร่างนะครับ

ขอเสนอคณะกรรมาธิการครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตเลือกตั้งที่ ๒ จังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเสนอกรรมาธิการของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... จํานวน ๔๕ ท่าน ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

๔๕ ท่านนะครับ ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตั้งกรรมาธิการ ๔๕ ท่านครับ เป็นวุฒิสมาชิก ๑๐ ท่าน เชิญครับ

นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร สมาชิกวุฒิสภา เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... จํานวน ๓ ฉบับ ในสัดส่วนของวุฒิสภาจํานวน ๑๐ คน ดังต่อไปนี้ ๑. นายชูชัย เลิศพงศ์ อดิศร ๒. นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ ๓. นายธวัชชัย บุญมา ๔. นายสมชาติ พรรณพัฒน์ ๕. พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม ๖. พลเอก ชูชาติ สุขสงวน ๗. นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ๘. นายเจตน์ ศิรธรานนท์ ๙. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ๑๐. นายกฤช อาทิตย์แก้ว ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต้องขออภัย เมื่อสักครู่นี้ลืมขอบคุณคณะกรรมการ ขอขอบคุณนะครับ ส.ส. ๓๕ ท่าน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย ๑๙ ท่าน เชิญครับ

นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มหาสารคาม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการของรัฐสภาพิจารณา แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยจํานวน ๑๙ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๒. นายพิชิต ชื่นบาน ๓. นายวัฒนา เมืองสุข ๔. นายสามารถ แก้วมีชัย ๕. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๖. นายสงวน พงษ์มณี ๗. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๘. นายสุพล ฟองงาม ๙. นายไพจิต ศรีวรขาน ๑๐. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๑๑. นายไชยา พรหมา ๑๒.นายอุดมเดช รัตนเสถียร ๑๓. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๔. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๑๕. นายเหวง โตจิราการ ๑๖. นายสุนัย จุลพงศธร ๑๗. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๑๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก และ ๑๙. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน เชิญครับ

นายณัฎฐ์ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฎฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑๑ ท่าน ๑. นายธนา ชีรวินิจ ๒. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๓. นายวิรัช ร่มเย็น ๔. นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ๕. นายอลงกรณ์ พลบุตร ๖. นายสาธิต ปิตุเตชะ ๗. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๘. นายเทพไท เสนพงศ์ ๙. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๑๐. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๑๑. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ

นางสาวชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ราชบุรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี ในฐานะสมาชิกรัฐสภาขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในสัดส่วน ของพรรคภูมิใจไทยดังนี้ค่ะ ๑. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ๒. นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค ขอผู้รับรองด้วยค่ะ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ

นายยุทธพล อังกินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายยุทธพล อังกินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา บัญชีรายชื่อ ขอเสนอคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา คือนายชุมพล ศิลปอาชา ครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถูกต้องนะครับ พรรคชาติพัฒนา ๑ ท่านครับ

นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นครสวรรค์

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนา ขอเสนอ นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ เชิญครับ

นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชลบุรี

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๕ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอกรรมาธิการ ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... ในสัดส่วนของ พรรคพลังชล คือนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ

นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการรัฐสภา

รายนามคณะกรรมาธิการ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช .... จํานวน ๔๕ คน ๑. นายชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ๒. นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ ๓. นายธวัชชัย บุญมา ๔. นายสมชาติ พรรณพัฒน์ ๕. พลเอก สมเจตน์ บุญถนอม ๖. พลเอก ชูชาติ สุขสงวน ๗. นายสุวิศว์ เมฆเสรีกุล ๘. นายเจตน์ ศิรธรานนท์ ๙. นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ๑๐. นายกฤช อาทิตย์แก้ว ๑๑. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ๑๒. นายพิชิต ชื่นบาน ๑๓. นายวัฒนา เมืองสุข ๑๔. นายสามารถ แก้วมีชัย ๑๕. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๑๖. นายสงวน พงษ์มณี ๑๗. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๑๘. นายสุพล ฟองงาม ๑๙. นายไพจิต ศรีวรขาน ๒๐. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๒๑. นายไชยา พรหมา ๒๒. อุดมเดช รัตนเสถียร ๒๓. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๒๔. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๒๕. นายเหวง โตจิราการ ๒๖. นายสุนัย จุลพงศธร ๒๗. นายก่อแก้ว พิกุลทอง ๒๘. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จารุพรรณ กุลดิลก ๒๙. นายเชิดชัย ตันติศิรินทร์ ๓๐. นายธนา ชีรวินิจ ๓๑. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๓๒. นายวิรัช ร่มเย็น ๓๓. นายวรงค์ เดชกิจวิกรม ๓๔. นายอลงกรณ์ พลบุตร ๓๕. นายสาธิต ปิตุเตชะ ๓๖. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ๓๗. นายเทพไท เสนพงศ์ ๓๘. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๓๙. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ๔๐. นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ๔๑. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ๔๒. นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค ๔๓. นายชุมพล ศิลปอาชา ๔๔. นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง และ ๔๕. นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

เอาร่างใดเป็นหลักครับ เชิญคุณหมอครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอใช้ร่าง ของคณะรัฐมนตรีเป็นหลักในการพิจารณา ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น นะครับ

ถือว่าใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก ขอเวลาแปรญัตติครับ เชิญคุณหมอครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ขอเสนอเวลา แปรญัตติ ให้เพื่อนสมาชิกได้เสนอคําแปรญัตติภายใน ๑๕ วันตามข้อบังคับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น นะครับ เชิญท่านบุญยอดครับ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญและเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ ผมขอเสนอการแปรญัตติ ๓๐ วันครับ ขอผู้รับรองครับ

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

ถ้าอย่างนั้นผมขอมติ เชิญครับ

นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะสมาชิกรัฐสภา กระผม ขออนุญาตถอนมติครับ ขอเป็นไปตามที่ท่านบุญยอดเสนอครับ

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา

๓๐ วัน ไม่มีท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถือว่าที่ประชุมกําหนดแปรญัตติ ๓๐ วัน ผมขอปิดประชุมครับ

เลิกประชุมเวลา ๐๑.๑๕ นาฬิกา

ของวันเสาร์ที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๕