อรรถวิชช์ ยันไม่ยอมให้ล้ม รธน. 50-คัดค้านตั้งสภาร่างฯ เตือนเสี่ยงต่อสถาบันฯ

รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี แสดงความไม่เห็นด้วยกับการล้มรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ และคัดค้านการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่อาจถูกครอบงำโดยเสียงข้างมาก รวมถึงชี้ให้เห็นความเสี่ยงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์จากการแก้ไขหมวดดังกล่าวโดยไม่ระบุเจตจำนงอย่างชัดเจน พร้อมทั้งเตือนถึงปัญหาความไม่สงบหากยกเลิกมาตรา ๓๐๙ โดยไม่พิจารณาบริบททางประวัติศาสตร์และการปฏิวัติรัฐประหารในอดีต

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภาครับ ไม่ค่อยสบายครับ จะพยายามพูดให้สั้น กระชับแล้วก็เข้าประเด็นมากที่สุด ก่อนอื่นผมแสดงเจตจํานงชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับการล้มรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ครับ เรากําลังถอยหลัง เข้าคลองไปทุกที ๆ ยังจําได้ว่าสมัยที่แล้วในการเป็นผู้แทนราษฎรใช้เวลากันเป็นปีทีเดียว ที่จะต้องออกกฎหมายลูกหลากหลายฉบับ เจตจํานงผมชัดเจน รัฐธรรมนูญเองก็บอกไว้ว่า ถ้าอยากจะแก้ก็สามารถที่จะผ่านกระบวนการแก้ไขในรายมาตราผ่านรัฐสภาแห่งนี้ได้อยู่แล้ว และพรรคประชาธิปัตย์เองคราวที่แล้วเป็นแกนนํารัฐบาลก็ได้แก้ไขรัฐธรรมนูญไปแล้วครับ แต่ครั้งนี้กลับกันเลยครับ ท่านจะล้มทั้งฉบับทิ้งแล้วก็ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ประกอบด้วย ๙๙ คน ๗๗ คน มาจากการเลือกตั้งรายจังหวัด ซึ่งแน่นอนก็จะถูกครอบงํา อยู่แล้วโดยพรรคการเมืองเสียงข้างมาก ๒๒ คน มาจากการสรรหาก็หนีไม่พ้นระบบโควตา ซึ่งก็หนีไม่พ้นเสียงข้างมากเช่นเดิมครับ การมี สสร. ๙๙ คน ด้วยโครงสร้างแบบนี้ท่ามกลาง บรรยากาศแห่งความขัดแย้งแบบนี้ หนีไม่ออกหรอกครับว่าการเมืองสั่งได้ คุมได้ครับ ผมว่าเรากําลังถอยหลังเข้าคลองไปทุกวัน ๆ ครับ มันเสี่ยงมากครับ แล้วหัวข้อเสี่ยงของผม ก็คล้าย ๆ กับเพื่อนสมาชิกแต่จะลงให้ลึกกว่านั้นครับ เสี่ยงในเรื่องของพระราชอํานาจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างมากครับ ร่างทั้ง ๓ ร่างของรัฐบาล ของพรรคเพื่อไทย ของพรรคชาติไทยพัฒนา ใส่ข้อความเดียวกันทั้งหมดก็คือข้อความที่บอกว่าร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดขึ้นจะไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงผลการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ถามว่ามันพอไหมครับใส่แค่นั้น ต้องตอบแบบนี้ว่าถ้าท่านไม่ได้เขียนแบบนี้ ญัตตินี้เสนอเข้าสู่รัฐสภาไม่ได้ครับ แต่เป็นการเขียนตามพิธีกรรมเท่านั้นละครับ เพราะว่า มาตรา ๒๙๑ ที่ให้ท่านนําเรื่องเสนอญัตติได้วันนี้ถ้าท่านไม่ใส่คํานี้ลงไปท่านเสนอไม่ได้ครับ แล้วท่านประธานก็บรรจุไม่ได้นะครับ คําถามคือมันเสี่ยงเกินไป และถ้าท่านทําโดยบริสุทธิ์ใจ ทําไมไม่บอกล่ะครับว่า หมวด ๒ เรื่องของพระมหากษัตริย์ทั้งหมวด สสร. แก้ไม่ได้ทั้งหมวด ทุกถ้อยคํา ทําไมไม่ใส่ครับ นี่คือความบริสุทธิ์ใจที่ผมถามหาทั้ง ๓ ร่าง ทําไมมันไม่มีครับ ท่าน ส.ว. ครับ รัฐบาลมี ๓๐๐ เสียง ต้องการอีก ๒๕ เสียงจากท่านวันนี้เพื่อผ่านวาระที่หนึ่ง ท่านตัดสินใจเองครับว่าท่านจะนําหมวดนี้ไปเสี่ยงได้หรือไม่ เพราะวันนี้รัฐบาลกําลังดําเนินการ ลักษณะคล้ายโยนหินถามทางครับ ระบอบสถาบันเข้มแข็ง ไม่มีใครกล้าเปลี่ยนหมวดนี้ครับ แล้ววันหนึ่งถ้าลูกหลานของเรามาใช้วิธีแบบนี้เหมือนกับที่ท่านกําลังทําอยู่จะเกิดอะไรขึ้น กับหมวดพระมหากษัตริย์ ยืนยันกับผมกลางสภาสิครับว่าถ้า สสร. ชุดที่กําลังจะตั้งขึ้นมา มีการแก้ไขปรับเปลี่ยนหมวดพระมหากษัตริย์ไม่ว่าถ้อยคําใดท่านจะให้ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นตกทั้งฉบับ เอาไหมครับ ยืนยันสิครับรัฐบาล มากไปกว่านั้นครับ นอกจากความเสี่ยง เรื่องของหมวดพระมหากษัตริย์แล้วเรื่องอื่นน่าสนใจครับ ประเด็นมาตรา ๓๐๙ มาตราที่เขาบอกว่าเป็นมาตราสําคัญที่ทําให้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้ถูกตราหน้าว่าเป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการครับ มาตรา ๓๐๙ แปลภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ว่า การใด ๆ ที่ผู้ปฏิวัติทํามาทั้งหมดที่ถูกรับรองไว้แล้ว ไม่ว่าจากวันนั้นในอดีตหรือว่าอนาคต ให้มันยังถูกต่อไป ซึ่งมาตรา ๓๐๙ เป็นตัวบ่งชี้ชัดว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ฉบับนี้เป็น เผด็จการอยู่ในนี้ ผมเห็นสอดคล้องกับท่านเลยครับ แต่ผมต้องบอกท่านว่าหากท่านยกเลิก มาตรา ๓๐๙ ทั้งมาตราไปโดยอ้างเหตุความเป็นประชาธิปไตยอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้มองว่า รัฐธรรมนูญเป็นวิวัฒนาการมันมีปัญหาตามมา ปัญหาอะไรครับ ความไม่สงบจะเกิดขึ้น ทําไมมันต้องเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ในคราวนั้นคณะที่ทําการปฏิวัติรัฐประหารเขาไป ตั้งคณะกรรมการที่ชื่อว่า คตส. ครับ คตส. ทําหน้าที่เหมือน ป.ป.ช. พูดง่าย ๆ ก็คือว่า เป็นเจ้าพนักงานสอบสวนรวบรวมสอบเอง วิธีการทําเองเบ็ดเสร็จหมดทุกอย่างนะครับ แล้วก็เอาคดีคุณทักษิณขึ้นสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ถ้าถามผมแบบสุภาพบุรุษ ถามผมแบบนักประชาธิปไตย ผมบอกว่า คตส. ทํากับคุณทักษิณแบบนี้ไม่ถูกครับ เพราะว่า กระบวนการสอบสวนสืบสวนมันไม่ชอบ ถ้าพูดกันในฐานะนักประชาธิปไตย แต่พอเรื่อง มันไปสู่ศาลเรียบร้อยแล้วมันมีคดีที่ตัดสินว่าคุณทักษิณผิดจริงครับ เช่น ที่ดินรัชดาครับ ท่านกํากับดูแลกองทุนฟื้นฟู ภรรยาท่านไปประมูลซื้อ กฎหมายมันระบุชัดว่าทําไม่ได้ครับ ตัดสินท่านผิดไปแล้ว แต่ที่มันเป็นเรื่องสําคัญและใส่วงเล็บขีดเส้นใต้ ๕๐๐ ครั้งได้เลยครับ มันมีคดีใหญ่กว่านั้น แล้วท่านจะตอบไม่ได้ ตอบสังคมยากมากครับ คดีการปล่อยเงินกู้ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ๔,๐๐๐ ล้านบาทไปที่ประเทศพม่า สุดท้ายแล้วผลประโยชน์ ในโครงการนั้นก็ตกกับบริษัทที่เกี่ยวพันกับตัวท่านตามข้อกล่าวหา คดีที่ ๒ แปรรูปแบบ สัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต บริษัทที่ได้ประโยชน์ก็คือบริษัทที่เป็นบริษัทโทรศัพท์มือถือ ของท่านอีกละครับ นี่คือคดีใหญ่ที่ยังคาอยู่ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมืองครับ แล้วนี่คือผลพวง ถ้ามาตรา ๓๐๙ ถูกยกเลิก แสดงว่าการใด ๆ ที่ คตส. ทําการสืบสวนสอบสวนมาทั้งระบบเริ่ม ๐ ใหม่หรือครับ หรือว่าคดีทั้งหมดของคุณทักษิณ หายอันตรธานจากโลกนี้ไป อย่าลืมนะครับมีพี่น้องประชาชนบางส่วนเขาขาดศรัทธากับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มีพี่น้องประชาชนบางส่วนเห็นด้วยกับการทํารัฐประหาร เพราะว่า ทนการทุจริตคอร์รัปชันโดยเชิงนโยบายไม่ได้ แล้วนั่นคือเหตุของความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น หากว่ามาตรา ๓๐๙ ถูกยกเลิกไปทั้งมาตราแบบที่เรียกว่าไม่เขียนบทใด ๆ ในเรื่องนี้เอาไว้เลย ปัญหานี้เกิดขึ้นในประเทศไทยแน่นอน ท่านครับ เปิดใจกว้างยอมรับว่าการแก้ไขมาตรา ๓๐๙ ทําได้ไหม ในรัฐสภาแห่งนี้ทําได้ครับ ส.ว. ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลจับเข่าคุยสิครับ จะแก้แบบไหน ให้มันไม่มีลักษณะของร่องรอยเผด็จการเหลืออยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ทําได้ครับ ถามว่า คุณทักษิณเป็นคนหนึ่งไหมที่ได้รับผลกระทบจากการปฏิวัติรัฐประหาร ใช่ครับ การพรากอํานาจ การปล้นจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรีของท่านไปโดยไม่ชอบ ถูกครับ ท่านเสียเปรียบครับ ๑๑๑ คน ของกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่โดนประกาศ คปค. ฉบับที่ ๒๗ เพิ่มโทษ ให้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ๕ ปี ซึ่งจากเดิมเขาห้ามเพียงแค่ไปตั้งพรรคใหม่ มันไม่ยุติธรรม กับคุณทักษิณไหม ใช่ครับ มันไม่ยุติธรรมกับ ๑๑๑ คนที่ถูกพรากอํานาจไปหรือเปล่า ใช่ครับ ก็มาคุยกันครับว่าเอาแบบไหน แต่อย่าลักไก่ ตัดมาตรา ๓๐๙ ทิ้งทั้งฉบับแบบนี้ไม่ได้ครับ เพราะคดีคุณทักษิณอีก ๒ คดี ซึ่งเป็นคดีหลักจะถูกหายไปด้วย แล้วมีอีกกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ที่เขาไม่ยอมเรื่องนี้อย่างยิ่ง ถามสิครับว่าเรากําลังถอยหลังเข้าคลองโดยการให้เกิด สสร. ขึ้นมาใหม่ใช่หรือเปล่า คุยกันแบบเปิดใจครับ ในรัฐสภาแห่งนี้แก้ไขได้ ยอมรับสิครับว่า มันต้องเดินต่อไปข้างหน้า แต่ถ้าวันนี้ สสร. ชุดนี้เกิด นี่คือความอัปยศครับ เราต้องเริ่ม ทุกอย่างใหม่หมด คดีที่เคยดําเนินมาแล้ว ความขัดแย้งมันจะกลับมาสู่สังคมไทยอีกครั้งหนึ่ง แล้วนี่คือสิ่งที่ท่านต้องการหรือครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลมี ๓๐๐ เสียง ต้องการ ส.ว. ๒๕ เสียง ลือกันมาเป็นอาทิตย์ว่า ส.ว. เลือกตั้ง ได้ข้อตกลงว่าถ้ามีการเปิดโอกาสให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่เกิดขึ้น ท่าน ส.ว. ไม่ต้องเว้นวรรคในการกลับเข้ามาเป็น ส.ว. อีกครั้ง หมายถึงว่าเลือกตั้งต่อได้เลยเที่ยวหน้า เอากันแค่นี้หรือครับ ศักดิ์ศรีมีแค่นี้หรือครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธานตรง ๆ วันนี้กลางสภาว่าไม่เคยคิดฝันครับ ในการเป็นผู้แทนราษฎรไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นรัฐมนตรี แต่ท่านประธานครับ ผมอยากเป็น ส.ว. สมัยที่แล้วเคยร่วมงานกับ ส.ว. หลายท่าน เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมือง ผมอยากเป็น ส.ว. ครับ ผมอยากเป็นเมื่ออายุ ถึงจุดหนึ่งครับ มาช่วยกรอง มาเป็นเสาหลักของบ้านของเมืองครับ แต่พอเจอวันนี้ถ้า ส.ว. เป็นแบบนี้ นี่คือความผิดหวังครับ