รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พูดถึงการอภิปรายรัฐธรรมนูญ โดยมองว่าเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่ไม่สอดคล้องกับเสียงประชาชน และวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าไม่เคารพประชาชน และไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงจุดยืนชัดเจนในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญและไม่เชื่อมโยงให้ประชาชนวิตกกังวล

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ เวลาที่ผมจะมา อภิปรายไม่ได้ถูกกําหนดเอาไว้ แต่เนื่องจากว่ามันมีประเด็นทางการเมือง มันมีประเด็น วาทกรรมที่จะทําให้พี่น้องประชาชนผู้ติดตามการถ่ายทอดการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวันนี้เกิดความเข้าใจผิดแล้วก็คิดสับสนกับกระบวนการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ในคราวนี้ ก็มีความจําเป็นจะต้องมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจข้อมูลครับ หลักคิดแล้วก็เหตุผลที่ชัดเจนตรงไปตรงมา ผมจะใช้เวลาของรัฐสภาโดยกระชับครับ

ประเด็นที่ ๑ เพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายคนเหลือเกินครับ พยายามอธิบายว่า เห็นต่างกับการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็จะต้องแก้ในช่วงเวลานี้ครับ เพราะเราจะอยู่ในประเทศที่มีรัฐธรรมนูญเป็นเผด็จการ แต่รัฐบาลเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ ต่างประเทศเขาจะมองอย่างสงสัย กังขา จะสูญเสียความสง่างามของบ้านเมือง จะเสื่อมต่อ เกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชน เพราะฉะนั้นเมื่อมีรัฐบาลที่มาจากประชาชนตามกระบวนการ ประชาธิปไตยอย่างถูกต้องบริสุทธิ์ยุติธรรม รัฐบาลนั้นก็จะต้องกอบกู้เกียรติยศศักดิ์ศรี แห่งประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ โดยการทําให้กฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ เป็นประชาธิปไตย ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นที่เพื่อนสมาชิกพูดกันมากก็คือมูลเหตุ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเพราะว่ามีที่มาจากอํานาจของคณะรัฐประหาร ผมนั่งฟัง ๒ วันเต็มครับ ปรากฏว่าสมาชิกทุกท่านทุกฝ่ายที่ลุกขึ้นอภิปรายบอกว่าไม่เห็นด้วยกับ การรัฐประหารทั้งสิ้น ซึ่งผมเชื่อนะครับ ผมเชื่อว่าไม่มีนักการเมืองคนใดเห็นด้วยกับ การรัฐประหาร เหมือนกับเชื่อถ้ามีใครมาบอกผมว่าไม่เห็นด้วยกับการปล้น ผมก็ต้องเชื่อ แต่ปัญหาก็คือถ้ามีการปล้นแล้วเขาเอาสมบัติมาแบ่งให้ คนคนนั้นจะเผลอใจนึกเอาว่า แก๊งปล้นเป็นผู้มีพระคุณหรือไม่ แล้วถ้าติดอกติดใจกับสมบัติอํานาจที่แก๊งปล้นเอามามอบ จะเผลอตัวเผลอใจกลายเป็นผู้ร้ายปล้นฆ่าประชาชนไปเสียเองหรือไม่ ตรงนี้ต่างหากละครับ ที่น่าห่วงใยกังวล มีเพื่อนสมาชิกได้กรุณาหยิบยกผลโพลล์จากสถาบันการศึกษาระบุว่า หลังจากการรัฐประหาร วันที่ ๑๙ กันยายน มีการสํารวจความเห็นของประชาชนพบว่า มี ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์บ้าง ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์บ้าง เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ด้วยความเคารพ ผมไม่นึกเลยว่านี่จะเป็นข้อมูลที่มีการนําเอามากล่าวอ้างกันกลางสภานี้ เพราะสิ่งที่กําลังพูด มันเป็นกระบวนการปกติธรรมดาพื้นฐานเหลือเกินของการสร้างความชอบธรรม หลังการรัฐประหาร ผมถามว่าหลังการยึดอํานาจ ๑๙ กันยายนใหม่ ๆ ถ้ามีใครไปสํารวจ ความเห็นประชาชน ประชาชนแทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์บอกว่าไม่เห็นด้วยกับการยึดอํานาจ มหาวิทยาลัยที่ไหนจะกล้าเอาออกมาเปิดเผย เผยแพร่ งานนี้หวยล็อกครับ แล้วกรุณาอย่า ได้อ้างว่าประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศไปเห็นด้วยกับการรัฐประหารจะอ้างได้อย่างไร ก็ในเมื่อหัวหน้าคณะรัฐประหารชุดนั้นปัจจุบันแสดงความไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร โดยการเข้ามานั่งอยู่ในสภานี้ครับ มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นี่ชัดเจนที่สุดครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ในประการต่อมาผมกราบเรียนว่ามีการซักถามว่า จะเร่งแก้รัฐธรรมนูญไปทําไม ทําไมต้องมาเร่งแก้เอาตอนนี้ มีปัญหาของประชาชนมากมาย รอให้แก้ไข ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ท่านประธานครับ นี่ไม่เข้าใจกันจริง ๆ หรือครับว่ารัฐบาลสามารถที่จะทํางานหลาย ๆ อย่าง พร้อม ๆ กันได้ ใครพูดเมื่อไรล่ะครับว่ารัฐบาลจะต้องหยุดทุกอย่างเพื่อมาแก้รัฐธรรมนูญ ไม่มีครับ ก็ในวันนี้ที่รัฐสภากําลังคุยกันเรื่องนี้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็นําคณะกรรมการ กยน. เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ําท่วม แล้วนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลก็ขับเคลื่อนเดินหน้า ไม่ได้หยุดยั้งลงแต่ประการใด ผมยอมรับครับว่ารัฐบาลชุดนี้แม้ว่าเรามิอาจจะคิดค้นนโยบายที่ยิ่งใหญ่อย่างเอาไข่ไก่ ไปชั่งกิโลขายได้ แต่ว่าเราก็เดินหน้าทุกนโยบายอย่างชัดเจนและได้ผล ปราบปรามยาเสพติด เด็ดขาด หน้า ๑ หนังสือพิมพ์ ข่าวโทรทัศน์ วิทยุ มีให้เห็นเป็นรูปธรรมทุกวัน แท็บเล็ต (Tablet) กําลังเดินหน้า รับจํานําข้าวกําลังเดินหน้า ค่าตอบแทนรายได้ของระดับปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาทกําลังเดินหน้า หลายนโยบายกําลังเดินหน้าครับ เพราะฉะนั้นมันไม่ได้ หมายความว่าพอรัฐบาลมายื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เรื่องอื่นจะต้องหยุดยั้งลงไปนะครับ แล้วผมไม่เข้าใจครับท่านประธานว่าไม่ทราบจะต้องให้รัฐบาลทําตัวอย่างไร พอเรายื่นแก้ไข รัฐธรรมนูญก็บอกว่าเร่งรีบเกินไป ทําไมไม่แก้ปัญหาประชาชน ไม่เยียวยาน้ําท่วมก่อน พอเรายื่น พ.ร.ก. จะกู้เงินมาเพื่อแก้ไขปัญหาน้ําท่วมเพื่อพัฒนาอนาคตของประเทศก็บอกว่า ยังไม่ต้องรีบ รอได้ แล้วจะให้เราทําอย่างไรครับ จะเอาอย่างไรถึงจะถูกใจครับ จะให้ท่านมา เป็นรัฐบาลเราก็ทําไม่ได้เพราะประชาชนมอบหมายรัฐบาลชุดนี้ให้มาบริหารประเทศครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นต่อมาผมดูว่ามันจะเป็นวาทกรรมที่หากว่า ไม่อธิบายความต่อพี่น้องประชาชน วาทกรรมนี้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทิ่มแทงรัฐบาล ตลอดทางของการแก้รัฐธรรมนูญ เขาบอกว่าการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการตีเช็คเปล่า ให้กับ สสร. ผมเรียนท่านประธานว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่เช็คเปล่าครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นเช็คเข้าบัญชี ระบุชื่อบัญชีประชาธิปไตย ขีดคร่อมไว้ชัดเจนในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ว่าไม่แตะต้องสถาบันเบื้องสูงอันเป็นที่เคารพเทิดทูนของสังคมไทย นี่คือความชัดเจนครับ แล้วมีประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ผ่านการเลือกตั้ง สสร. ผ่านการติดตามกระบวนการ ยกร่าง และผ่านการทําประชามติก่อนมีผลบังคับใช้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่การตีเช็คเปล่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันต่างหากเป็นการตีเช็คเด้ง ฉบับปี ๒๕๕๐ ที่ใช้กันอยู่นี้ละครับ เป็นการตีเช็คเด้งให้ประชาชน แล้วไม่ใช่เด้งเดียวครับ หลายเด้ง เด้งที่ ๑ เป็นการตีเช็คเด้ง เพราะการมีรัฐธรรมนูญจากคณะยึดอํานาจทําให้ต่างชาติไม่ให้การยอมรับ เมื่อต้นปี ๒๕๕๓ ท่านประธานคงจําได้นะครับว่า ออง ซาน ซูจี ผู้นําจิตวิญญาณการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ของประเทศเพื่อนบ้านให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเป็นข่าวไปทั่ว เธอบอกว่ารัฐธรรมนูญที่ร่าง โดยเผด็จการทหารนั้นไม่มีทางเป็นประชาธิปไตยได้ครับ แล้วเคยยกตัวอย่างสถานการณ์ การเมืองของประเทศไทยในเวลานั้น นี่เราอยู่กันจนประเทศพม่าเป็นห่วงเรื่องประชาธิปไตย วันนี้พอรัฐบาลยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๕๐ หรือฉบับเช็คเด้งก็กลายเป็นเรื่องเป็นปัญหา เด้งที่ ๒ รัฐธรรมนูญปัจจุบันนี้ละครับที่ใช้เด้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และเด้งนายกรัฐมนตรีจากพรรคที่ได้เสียงอันดับ ๑ จากการเลือกตั้งออกจากตําแหน่งถึง ๒ คนครับ เด้งที่ ๓ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ละครับที่ใช้เด้งพรรคการเมืองที่ไม่ชนะเลือกตั้งเข้ามา เป็นรัฐบาลแล้วให้หัวหน้าพรรคการเมืองมาเป็นนายกรัฐมนตรีทั้ง ๆ ที่แพ้เลือกตั้งครับ ท่านประธานที่เคารพ นี่คือรัฐธรรมนูญเช็คเด้ง แล้วพวกที่ยื่นเช็คเด้ง พวกที่ตีเช็คเด้งมีอยู่ ๒ ประเภทครับ ๑. ประเภทที่ล้มเหลวในชีวิตจนสิ้นเนื้อประดาตัวไม่เหลืออะไรแล้ว และ ๒. ประเภทที่รวมหัวกันโกง หลอกต้มประชาชนตั้งแต่ต้นทาง จึงถามประชาชนว่าท่านจะ เลือกเอาเช็คเข้าบัญชี ระบุชื่อบัญชีประชาธิปไตยที่มีขีดคร่อมว่าไม่แตะต้องสถาบันเบื้องสูง ที่มีประชาชนเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีหรือทนใช้รัฐธรรมนูญเช็คเด้งฉบับนี้ต่อไปครับ

ท่านประธานที่เคารพครับ ประการต่อมาผมกราบเรียนท่านประธานว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้สุ่มเสี่ยงหรือเป็นช่องทางที่จะให้มีการกระทบกระทั่ง สถาบันเบื้องสูง ก็รัฐบาลยืนยันไปแล้ว ในบทบัญญัติของร่างแก้ไขฉบับนี้ซึ่งผมไม่ต้องอ่าน เนื้อความซ้ําแล้วครับ เพราะว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมท่านอ่านหลายรอบจนประชาชน เข้าใจกันดีแล้วว่าไม่มี เราระบุเอาไว้ชัด ไปอ้างว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ ในประเด็นอันเกี่ยวเนื่องกับสถาบัน ก็นั่นไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล เป็นความคิดเห็นของประชาชน นักวิชาการกลุ่มหนึ่ง แล้วรัฐบาลก็แสดงจุดยืนชัดเจนในฐานะผู้นํารัฐบาลโดยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และในฐานะหัวหน้าพรรคแกนนํารัฐบาล นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ ว่าเราไม่เห็นด้วย ว่าเราไม่ดําเนินการ แต่ก็มีความพยายามเหลือเกินนะครับที่จะเชื่อมโยงให้ประชาชนวิตก กังวลและไม่เข้าใจในเรื่องนี้ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเอาอย่างนี้ผมตั้งคําถามให้ที่ประชุม ให้พี่น้องประชาชนได้ขบคิดร่วมกันเถอะครับว่าถ้าหากการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ เพื่อให้มี สสร. ในคราวนี้สุ่มเสี่ยงจะกระทบต่อสถาบันเบื้องสูงจนใครต่อใครบางคนทนไม่ได้ ต้องออกมาโหมกระพือกันใส่นี่ แล้วถามว่าหลังวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ มีคณะคนกลุ่มหนึ่ง ออกมายึดอํานาจฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ทั้งฉบับ แล้วยกร่างใหม่ทั้งฉบับ ทําไมท่านไม่คิด ล่ะครับว่ามันสุ่มเสี่ยงที่จะกระทบกับสถาบันเบื้องสูง ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าคนกลุ่มนั้น จะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ท่านวิตกกังวล มาอ้างว่ามีประชาชนกลุ่มหนึ่งเสนอ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันท่านทนไม่ได้ ท่านกังวลต้องออกมาต่อต้าน แล้วรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันที่ใช้อยู่นี่ร่างขึ้นโดยอํานาจของคณะรัฐประหาร คนที่แต่งตั้ง สสร. ประทานโทษครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน คนนี้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงนามแต่งตั้งกรรมการ กกต. ให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ โดยไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ทําได้ถึงขนาดนั้น แล้วคนเดียวกันนี้มาเซ็น ตั้ง สสร. ให้มาแก้รัฐธรรมนูญ ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าทําขนาดนี้แล้วจะไม่แตะต้องประเด็น ที่เกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง ทําไมไม่ออกมาสู้ล่ะครับ ทําไมไม่ออกมาครับ เพราะฉะนั้น ประเด็นที่ท่านกําลังแสดงออกอยู่วันนี้มันเป็นเรื่องความจริงใจหรือเป็นเรื่องใส่ไคล้ ทางการเมือง พวกผมนี่ออกมาต่อสู้ พวกผมออกมาต่อต้าน แล้วหลาย ๆ ท่านอยู่ไหนครับ แบ่งเค้ก (Cake) กันอยู่หรืออย่างไร แจกรางวัลเลขท้าย รางวัลข้างเคียงกันอยู่หรืออย่างไรครับ

ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นต่อมาเรื่องเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มีเพื่อนมิตรพี่น้องทั้ง ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล แล้วก็ ส.ว. หลายท่านได้แสดงความเห็นแล้ว ทั้งในส่วนเนื้อหาที่สนับสนุนว่าต้องแก้ ทั้งส่วนที่เห็นต่างว่าต้องไม่แก้ แต่ผมยกตัวอย่าง ประเด็นเดียวและผมว่าเป็นประเด็นสําคัญประเด็นหนึ่งที่ทําให้สถานการณ์ความขัดแย้ง ทางการเมืองลุกลามบานปลายกลายเป็นวาทกรรม ๒ มาตรฐานพูดกันทั่วบ้านทั่วเมืองจนถึง วันนี้ ก็คือรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไปดึงเอาอํานาจตุลาการเข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ขัดแย้งทางการเมืองมากเกินไป ไปเอาตุลาการมาตั้งองค์กรอิสระ แล้วองค์กรอิสระก็มา ตัดสินชี้ว่ารัฐบาลนี้เป็น รัฐบาลนั้นตาย คนนั้นป่วย คนนั้นไข้ พรรคนี้ยุบ พรรคโน้นไม่ แล้วตุลาการที่มานี่ด้วยความเคารพครับ ผมก็ไม่มีเจตนาจะกระทบกระทั่ง แต่ท่านเห็นไหม พอตุลาการมาเป็นกรรมการสรรหาส่วนใหญ่หน้าตาของกรรมการองค์กรอิสระก็ตุลาการ ทั้งนั้นละครับ แล้วพอมาดําเนินการกับความขัดแย้งทางการเมืองหลายเรื่องคาใจประชาชน ทีนี้ละครับ ยุ่งอีรุงตุงนังกันไปหมด เอากรรมการมาเป็นผู้เล่นก็เลยเล่นกันทั้งหมดในสนามไม่มีใครเป็น กรรมการ สักพักหนึ่งกองเชียร์ (Cheer) ทุกฝ่ายก็ลงมาเล่นในสนามด้วย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยว่ากระบวนการยุติธรรมต้องมี อํานาจตุลาการต้องได้รับความเคารพปกป้อง ใช่ครับ และผมเห็นด้วยว่าทุกเรื่องที่มีความขัดแย้งทุกเรื่องต้องเดินไปหาศาล แต่ไม่ใช่ทุกศาล ต้องเดินมาหาเรื่องครับ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มันทําให้เกิดสิ่งที่ผมพูด เพราะฉะนั้นเนื้อหา สาระเฉพาะในประเด็นนี้ก็ต้องมาพิจารณาว่ากันใหม่ครับท่านประธาน ไม่ใช่เพื่อผม ไม่ใช่ เพื่อพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่เพื่อรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่เพื่ออนาคตของประเทศไทย และเพื่อลูกหลานของบ้านเมืองนี้ที่กําลังเติบโตกันขึ้นมา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นต่อมาเขาบอกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คราวนี้ไม่น่าจะทํา ทําไม่ได้ ก็เพราะว่าเป็นการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไม่คํานึงถึงเสียง ของประชาชนที่ลงประชามติรับรองรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ถึง ๑๔ ล้านเสียง ปกป้อง ประชาชน ๑๔ ล้านเสียง ผมเห็นด้วยครับ แล้วผมจะสนับสนุนถ้าในวันที่ยึดอํานาจ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านออกมาชี้หน้าคณะยึดอํานาจกลางถนนว่าทําอย่างนี้ ได้อย่างไร ก็ในเมื่อรัฐบาลนี้ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน ๑๙ ล้านเสียง แต่ไม่ครับ ท่านหุ้นครึ่งเดียวตลอดเวลา หุ้นเอาแต่ข้างที่ท่านเห็นประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้นละครับ ท่านบอกว่า สสร. ตามที่ระบุในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขนี้จะเป็น สสร. ล็อก สเปก จะล็อกกันเข้าไปได้อย่างไรครับ ก็ทํากันบนดินเปิดเผยคนเห็นทั้งประเทศ วันนี้คนติดตาม การถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภามากกว่าการติดตามรายการใด ๆ ผมเชื่อเช่นนั้นครับ เพราะเรื่องนี้เรื่องสําคัญและเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ แล้วท่านจะไปหาว่ารัฐบาลไปทํามุบมิบ ยุบยับกันใต้โต๊ะไปล็อก สเปก ล็อกได้อย่างไร กระบวนการเลือกตั้ง กกต. จะมาดําเนินการ กกต. ชุดที่เขาพิจารณาคดียุบพรรคการเมืองบางพรรคไม่ทัน จนขาดอายุความนั่นละครับ ไม่เชื่อ กกต. หรือครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธานครับว่าผมมีตัวอย่าง ที่มา สสร. ชุดก่อนนะครับ ถ้าท่านไม่สบายใจวิพากษ์วิจารณ์กันว่า สสร. ชุดนี้จะล็อก สเปก ท่านฟังชุดก่อนนะครับ ขออนุญาตอ่านนะครับ สสร. ชุดก่อนนี่เขาบัญญัติหลักการ ให้มีสมัชชาแห่งชาติจํานวน ๒,๐๐๐ คน แล้วให้สมาชิกสมัชชาแห่งชาติเลือกกันเอง ให้เหลือ ๒๐๐ คน ปรากฏว่าในบรรดาสมาชิกสมัชชาแห่งชาติ ๒,๐๐๐ คน มีสมาชิกสมัชชา แห่งชาติที่ไม่เลือกแม้แต่ตัวเอง คือหมายความว่าไม่ได้คะแนนเลย ๐ ถึง ๕๐๐ กับ ๒ คน ปรากฏการณ์เช่นนี้คิดได้ ๒ อย่างครับ คือ ๕๐๐ กับอีก ๒ คนนี้นี่ไม่มีความต้องการ ไม่สมัครใจ จะมาเป็นสมัชชาแห่งชาติตั้งแต่ต้น หรือ ๕๐๐ กับ ๒ คนนี้นี่มีงานครับ คือผู้มีอํานาจ เขาใส่ชื่อมาเป็นอยู่ใน ๒,๐๐๐ คน เพื่อให้เลือกคนที่เขาต้องการ นี่เรียกว่า โคตรล็อก สเปก ใช่ไหมครับ แล้วทําไมไม่มีใครออกมาโวยวายล่ะครับ ทําไมไม่มีใครออกมาต่อสู้ล่ะครับ ทําไมไม่มีใครออกมาปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชนในวันนั้นล่ะครับ เขาบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นการแก้ไขเพื่อช่วยเหลือคนคนเดียว ถามจริง ๆ เถอะครับ ท่านคิด อย่างนั้นจริง ๆ หรือใครเข้าฝันให้คิด มันเป็นไปได้หรือครับที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนอยู่ในสายตาของประชาชนตลอดเวลา อยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมที่สุด ต่อความอยู่รอดทางการเมืองในทุกบาทก้าวย่าง จะอาจหาญถึงขนาดลุกขึ้นมาแก้กฎหมาย สูงสุดในการปกครองประเทศเพื่อช่วยเหลือคนคนเดียว ท่านประธานครับ ผมได้รับแจ้ง จากวิปรัฐบาลว่าให้ต่อเวลาได้อีก ๑๐ นาที ขออนุญาตปฏิบัติหน้าที่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ เรียนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ใช่รัฐบาลทํากันเองนะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องชงเองกินเอง แต่ทุกอย่างทําอยู่ในสายตาของประชาชน หมายความว่าตั้งแต่ ขั้นตอนของการพิจารณาร่างแก้ไขวันนี้อยู่ในสายตาประชาชน ฝ่ายเห็นด้วยว่าอย่างไร ว่าไป ฝ่ายไม่เห็นด้วยว่าอย่างไร ว่าไป ประชาชนเขามีสติปัญญา มีวิจารณญาณ เขาพิจารณาได้ แล้วทําไมเราต้องดูถูกดูแคลนประชาชนล่ะครับ ท่านคิดเข้าไปได้อย่างไรว่าทุกขั้นตอน ที่ประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาร่าง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง สสร. ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข้อมูลข่าวสารในขณะมีการยกร่างซึ่งต้องทําโดยเปิดเผย ไม่ได้ทํากัน ในห้องมืดที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการลงประชามติรับหรือไม่รับร่างในขั้นตอนสุดท้าย ทําไมต้อง เหยียบย่ําดุลยพินิจของประชาชนครับ แล้วท่านคิดหรือครับว่าคนไทย ๖๐-๗๐ ล้านคน จะยอมนั่งทนดูเฉย ๆ ให้เขาแก้กฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง มันเป็นไปไม่ได้ครับ ผมเคารพศรัทธาและเชื่อมั่นในประชาชน และผมไม่มีทางเชื่อว่า ประชาชนที่ไหนในประเทศไทยจะยอมให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น แล้วถ้ารัฐบาลทําเช่นนั้น รัฐบาลก็จะเจอกับพลังมหาศาลของประชาชน แล้วรัฐบาลที่มาจากประชาชนจะมิอาจ ต้านทานพลังของประชาชนได้ แล้วรัฐบาลที่มาจากประชาชนก็มิอาจจะสั่งสังหารประชาชน ได้อย่างแน่นอนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธานอีกนะครับว่ามีข่าว ผู้หลักผู้ใหญ่ก็บอกผมมาว่าให้ระวังนะ จะมีกลุ่มก้อนคนที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไปยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญว่ารัฐบาลชุดนี้จะล้มล้างรัฐธรรมนูญ จะยื่นให้ตีความ ล้มล้างที่ไหน ก็นี่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คนเขารู้กันทั่วว่า ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็ต้องเอามาตรา ๒๙๑ มาดําเนินการเพื่อเปิดช่องให้แก้ได้ ไม่ใช่ การล้มล้าง แต่นี่เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ แล้วถ้าใครจะมาแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขาก็จะต้องมาดําเนินการ ตามกระบวนการวิธีครับ รัฐบาลชุดที่แล้วเขาดําเนินการแก้ เขาก็มีกระบวนการ รัฐบาลชุดนี้ จะดําเนินการแก้ก็มีตามกระบวนการ การล้มล้างรัฐธรรมนูญ หมายถึงการบุกเข้ายึดอํานาจ ในการปกครองการบริหารประเทศ หมายถึงการล้มล้างรัฐบาลในขณะนั้น ทําลายรัฐธรรมนูญ ฉบับนั้นแล้วตั้งตัวเองขึ้นเป็นรัฏฐาธิปัตย์ นั่นคือการรัฐประหารครับ ให้ชัดเจนแบบนี้เถอะครับ อย่าไปทําให้สังคมสับสน อย่าไปทําให้ประชาชนเสียเวลา อย่าไปลุ้นหวยศาลรัฐธรรมนูญมาก นักเลย มันไม่มีใครถูกหวยทุกงวดละครับ ล่าสุดหวย พ.ร.ก. ผิด คนเฮกันทั้งบ้านทั้งตลาดครับ ท่านประธาน

ท่านประธานที่เคารพครับ ประการต่อมาผมนั่งสดับตรับฟังดูจนพรรคพวก ชวนให้มาทําหน้าที่ในเวลานี้ ผมว่าจริง ๆ มันไม่มีปัญหาอะไรเลยในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ คราวนี้ เพราะผมได้เคยแสดงความเห็นไว้กับสื่อมวลชนมาก่อนหน้านี้ว่าการแก้รัฐธรรมนูญ คราวนี้ ก็คือการยื่นแก้ไขมาตรา ๒๙๑ ให้มี สสร. แล้ว สสร. เข้าไปดําเนินการแล้วประชาชน ลงประชามติ สสร. มาจากการเลือกตั้ง ผมเปรียบเทียบเอาไว้ว่ามันเหมือนกับรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันอยู่ในห้อง ๆ หนึ่งครับ แล้วก็ล็อกกุญแจข้างนอกเอาไว้ ทีนี้เราจะแก้ เราแก้ โดยวิธีการถือลูกกุญแจไปไขกุญแจเปิดห้องนี้ แล้วให้ สสร. ซึ่งประชาชนเลือกมาเข้าไปแก้ ข้างใน พอ สสร. เข้าไปแก้ข้างในเสร็จ ผลการแก้ไขเป็นอย่างไร ยกออกมาให้ประชาชน ตัดสินด้วยการลงประชามติเท่านี้เองครับ แล้ววันนี้กุญแจก็ยังไม่ได้ไขเลยครับ รัฐธรรมนูญ ยังอยู่ในห้องหนาแน่น กุญแจก็ยังล็อกอยู่ เราแค่ถือลูกกุญแจเดินเวียนไปเวียนมา แต่ปัญหามันเกิดจากมีพวกโรคจิตไปถ้ํามองครับ มีพวกโรคจิตไปถ้ํามองในห้องเสียก่อนครับ แล้วไปมองไม่ได้เห็นอะไรละครับ เห็นตะคุ่ม ๆ วับ ๆ แวม ๆ ก็ออกมาโวยวายตีโพยตีพาย เป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ บ้านเมืองนี้มันมีปัญหากับพวกโรคจิตถ้ํามองได้อย่างไรล่ะครับ ยังไม่มีใครทําอะไรเลยครับ ให้ถอนตาออกมาจากฝาห้องแล้วตั้งสติ อย่ามีพฤติกรรมเช่นนั้น เดินไปบนดิน เดินไปท่ามกลางสายตาของประชาชน อย่างนี้สิครับ ถึงเรียกว่าเป็นประชาธิปไตย อย่างนี้สิครับ ถึงเรียกว่าเคารพและให้เกียรติประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นใจ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นะครับ เธออยู่ในห้อง เธอรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีการไขกุญแจเข้ามา แล้วมาแก้ไขให้ถูกต้อง แต่เธอถูกค่อนแคะจากพวกถ้ํามองจริง ๆ ครับ

ท่านประธานที่เคารพ สุดท้ายผมเรียนท่านประธานว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปสู่วิถีประชาธิปไตยภายใต้กติกาที่เป็น ประชาธิปไตย เป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นเครื่องมือและช่องทางสําคัญช่องทางหนึ่ง ในการสร้างความปรองดอง ในการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นกับประเทศ ผมไม่ได้บอกว่า แก้รัฐธรรมนูญแล้วทุกอย่างปรองดอง สันติภาพเกิดขึ้นทันที แต่นี่เป็นช่องทางหนึ่งแน่นอน ผมยืนยัน ถ้าเรามีกติกาสูงสุดมาจากประชาชน ถ้าเรามีกติกาสูงสุดเป็นธรรมเที่ยงตรง อย่างที่ประชาชนทั่วไปยอมรับได้ บรรยากาศของแรงเสียดทานในความขัดแย้งจะลดลง และคลี่คลายอย่างแน่นอน แต่ไม่น่าเชื่อ ผมไม่เชื่อจริง ๆ นะครับ ไม่อยากจะคิดจริง ๆ ว่า บ้านเมืองนี้มันจะมีคนเสียหายจากการเป็นประชาธิปไตย ผมไม่นึกจริง ๆ ว่าบ้านเมืองนี้ มันจะมีผู้เดือดร้อนจากการปรองดอง แล้วผมก็นึกไม่ออกเลยว่ารัฐบาลจะเยียวยาคนพวกนี้ อย่างไรครับ จะให้รายละ ๕,๐๐๐ บาท ก็เกรงว่าจะมีปัญหาตามมาเพราะสิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่เงิน ๕,๐๐๐ บาทเข้าไปอีก ผมจึงเรียนท่านประธานว่าผมสนับสนุนให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วกราบเรียนพี่น้องประชาชนว่านี่เป็นการทําหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา นี่เป็นการทําหน้าที่อย่างเปิดเผย และท่านอยู่ในฐานะผู้มีส่วนร่วมสําคัญที่สุดในกระบวนการนี้ อย่างแน่นอน รัฐบาลตบตาประชาชนไม่ได้ เพราะรัฐบาลชุดนี้เคารพและมั่นใจในศักยภาพ ของประชาชน รัฐบาลหลอกลวงผู้คนทั้งแผ่นดินไม่ได้ เพราะบ้านเมืองนี้แม้การศึกษาคุณวุฒิ จะไม่เท่าเทียมแต่สติปัญญาอย่าหมิ่นแคลนกัน รัฐบาลเพียงต้องการทําให้กติกาสูงสุด ของประเทศเป็นประชาธิปไตย ให้กฎหมายสูงสุดของแผ่นดินเป็นของประชาชน ให้ความพยายาม สร้างความปรองดองเกิดขึ้นได้จริงโดยหลาย ๆ เครื่องมือที่พยายามขับเคลื่อนเดินหน้ากัน นี่ก็ทํากันหลาย ๆ อย่าง มีสัญญาณปรองดองเกิดขึ้นราวกับดาวฤกษ์ พราวแสงบนท้องฟ้า หลายดวงพร้อมกัน แต่แปลกครับ ประชาชนเขาชื่นชมยินดีที่เห็นแสงดาวของความปรองดอง ประดับอยู่บนฟากฟ้าแห่งความขัดแย้งอันมืดมิด เขาจัดงานดนตรีที่ทําเนียบรัฐบาล มีแสงแวววาวของความปรองดอง ประชาชนชื่นชมยินดี บางคนจะตรวจสอบราคาวงดนตรี เขาจะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ประชาชนส่วนใหญ่เขาเออออเห็นด้วย ก็มีบางคน ไม่สบายใจ ผมว่าเราขัดแย้งกันมา ๔-๕ ปี การเลือกตั้งวันที่ ๓ กรกฎาคม มันได้คําตอบแล้ว กระมังครับว่าบ้านเมืองควรจะเดินไปทางไหน ที่ผ่านมา ๔-๕ ปีมีอํานาจใดไม่เคยใช้กับ พวกผมบ้าง มีข้อกล่าวหาใดไม่เคยใช้กับพวกผมบ้าง มีกําลังใดไม่เคยใช้กับพวกผมบ้าง มีเครื่องมือสรรพาวุธใดไม่เคยใช้กับพวกผมบ้าง แล้วทําไมประชาชนยังเดินมากับพวกผม ล้นหลามมหาศาล มันเป็นคําตอบแล้วกระมังครับ แล้วทําไมไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนเดินไป ตามที่ต้องการ ด้วยความเคารพครับ