รัฐสภา · ครั้งที่ ๑ · ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

บุญยอด สุขถิ่นไทย วิพากษ์วิจารณ์กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เร่งร้อนและไม่โปร่งใส และเรียกร้องให้ชัดเจนเกี่ยวกับการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ โดยไม่เปลี่ยนแปลงสถาบันหลักของชาติและไม่ให้พรรคการเมืองเข้าไปแทรกแซงในการเลือกตั้งสภาความรู้สาธารณะ

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ผมหวังนะครับว่าการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ในขณะนี้รวมทั้งเมื่อวานนี้มานั้นทางผู้ที่เสนอร่างทั้ง ๓ ร่าง โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี ซึ่งเสนออยู่ร่างหนึ่งด้วยนั้นจะได้รับฟังความคิดเห็นของทุก ๆ คนนะครับ ประเด็นที่สําคัญ ก็คือว่าความเร่งร้อนของการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีความเร่งร้อนอย่างยิ่ง ในประเด็นของการเสนอร่างนี้ซึ่งผมเคยทักท้วงไปเมื่อวานนี้แล้ว ก็คือข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่เสนอต่อรัฐสภานั้นประธานรัฐสภา ต้องเปิดเผยเพื่อให้ประชาชนทราบและสามารถเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติมนั้นได้โดยสะดวกตามวิธีการที่ประธานรัฐสภากําหนด ผมเชื่อว่าประธานรัฐสภานั้น ไม่ได้ทําตามข้อบังคับข้อนี้ เพราะผมได้ทวงถามว่าท่านได้ออกคําสั่งเมื่อไร กําหนดเรื่องต่าง ๆ อย่างไร ท่านไม่ได้อธิบายต่อที่ประชุมรัฐสภาแห่งนี้ รวมทั้งร่างของประชาชนซึ่งเราได้ยินมาว่า มี ๓ ร่างนั้นก็ไม่ได้รับคําอธิบายแต่อย่างใดนะครับว่าทั้ง ๓ ร่างนั้นอยู่ในกระบวนการอย่างไร ตกไปแล้วหรือไม่ หรือมีการถอนไปแล้วหรือไม่ ซึ่งถ้าหากว่าประธานรัฐสภารับ ๓ ร่างนั้นมา ก็จะต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสารให้ถูกต้องก่อนที่จะบรรจุ มีหลายท่านที่เป็นสมาชิก ได้ขอให้ท่านได้พิจารณาทบทวน ผมก็อยากจะให้ทาง ครม. แล้วก็รวมทั้งอีก ๒ ร่างนั้น ได้ทบทวนด้วยนะครับว่าถ้าจะถอนร่างนี้ออกไปท่านจะทําได้หรือไม่ เพราะว่ามันไม่เหมาะสม อย่างยิ่งถ้าถามประชาชนในขณะนี้ครับ ถามว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมเชื่อว่า ประชาชนตอบเหมือนกัน ปัญหาเศรษฐกิจของแพง น้ํามันแพง เรื่องต่าง ๆ ผลผลิตการเกษตร ไม่สามารถที่ไปขายได้มีราคา ไปจนถึงเรื่องการแก้ไขปัญหาน้ําท่วมยังไม่ได้รับความชัดเจนว่า รัฐบาลนี้จะทําอย่างไร ทําไมจึงเร่งร้อนละครับที่จะมาแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ มีภารกิจ มากมาย ท่านยื่นพระราชกําหนดที่จะขอกู้เงินอย่างนี้เป็นต้น ๒ ฉบับ นั่นก็บอกว่าเร่งร้อน เร่งร้อนท่านทํางานเสร็จแล้วหรือครับ ถ้าเสร็จแล้วก็ค่อยมาทําร่างรัฐธรรมนูญไม่ดีกว่าหรือ ผมกลับไปดูครับท่านประธานว่ามีคําให้สัมภาษณ์อย่างไรเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญบ้าง เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ หลังจากการเลือกตั้งไม่นานครับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งขณะนั้นได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีก็ชนะการเลือกตั้งนะครับ ให้สัมภาษณ์กับ ดิ อินดีเพนเดนต์ (The Independent ) แล้วก็หนังสือพิมพ์ต่างประเทศหลายฉบับนะครับ บอกว่ารัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันถูกบังคับใช้หลังการรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๔๙ อาจจะ มีการเปลี่ยนแปลงหลังขบวนการหารือ รัฐบาลควรจะถามประชาชนว่าต้องการรัฐธรรมนูญ ฉบับใด อีกทั้งควรจะทําประชาพิจารณ์เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย แต่ว่ารัฐบาลจากนี้ต่อไป จะไม่เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด และสิ่งที่ตนสนใจเป็นอันดับแรก คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจครับ ผมทบทวนความจํากับนางสาวยิ่งลักษณ์นะครับ เพราะว่าท่านให้สัมภาษณ์เอาไว้หลายครั้ง ล่าสุดวันที่ ๓๐ ธันวาคม ปีที่แล้วนี้เองครับ ไม่ถึง ๒ เดือนครับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์ช่อง ๓ บอกว่าจุดยืนของรัฐบาลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น แม้ว่ารัฐบาลได้เขียนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในนโยบายก็จริง แต่ถ้าแยกสายการบริหาร ต้องถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งต้องให้เป็นเรื่องของ ส.ส. เป็นผู้ยื่นแก้ไข เป็นเรื่องของสภาว่าจะบรรจุวาระดังกล่าวหรือไม่ และจะแก้ไขรายละเอียดอย่างไร เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่ารัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้นะครับ นายกรัฐมนตรีบอกว่ายัง เพราะว่า วันนี้เราจะเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจก่อน อยากจะให้ภาคการเมืองเร่งแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของรัฐสภาหรือฝ่ายนิติบัญญัติเป็นผู้พิจารณา ซึ่งประชาชนน่าจะสบายใจกว่า เพราะว่าจะได้ถกเถียงและหารือกันได้อย่างกว้างขวาง ลืมคําให้สัมภาษณ์ต่าง ๆ เหล่านี้แล้วหรือครับ วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ ๑ เดือนกับ ๒๐ กว่าวันเองครับท่านประธาน นอกจากนั้นก็ยังมีคําให้สัมภาษณ์ของ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ในขณะที่รัฐบาลกําลังทํางานอยู่ ๓ เดือน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม บอกว่าส่วนตัวแล้ว เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในขณะนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสม อยากจะให้ทุกฝ่ายใจเย็น ๆ รอก่อน รัฐบาลเพิ่งจะมาทํางานได้เพียง ๓ เดือน ควรที่จะทํางานในการแก้ปัญหาให้กับ ประชาชน ทั้งในเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ปราบเว็บไซต์หมิ่นสถาบันและการทุจริต หลังจากนั้นช่วงเดือนที่ ๙ จึงค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่สาย เดือนที่ ๙ นะครับ นั่นหมายถึง อีก ๓-๔ เดือนข้างหน้าครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าเป็นไปตามที่สัญญากับประชาชนไว้ ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน ๑ ปีครับ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง พูดเอาไว้นะครับ ผมเรียนท่านประธานต่อไปครับว่าสิ่งที่แสดงถึงความเร่งร้อนนั้นชัดเจน ในร่างของรัฐบาล ลงนามโดย พลเอก ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ในวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ สัปดาห์ที่แล้ว ในฐานะ รองนายกรัฐมนตรีรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีครับ ผมจึงอยากจะถามตรง ๆ กับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้ว่าเหตุผลประการใด ที่ท่านไม่ลงนามด้วยตัวท่านเอง รอไม่ได้เชียวหรือครับที่จะต้องไปทัวร์น้ําท่วมให้เสร็จก่อน แล้วก็กลับมาดูแลเรื่องใหญ่ของการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแบบนี้ ทําไมไม่ลงนาม ด้วยตัวเอง ไม่กล้าหาญพอหรืออย่างไร ผมถามนางสาวยิ่งลักษณ์โดยตรง คนอื่นไม่ต้องมา ตอบแทนนะครับ ผมดูเข้าไปต่อในเรื่องของวิธีการในการที่จะได้มาซึ่ง สสร. ที่ทุกร่างนั้น เขียนไว้คล้าย ๆ กัน

ประเด็นแรก คือเลือกตั้ง สสร. มา ๗๗ คน จาก ๗๗ จังหวัด คําถามคือว่า ทําไมไม่คํานึงถึงประชากรบ้างล่ะครับ ประชากรแต่ละจังหวัดมีไม่เท่ากัน จังหวัดพังงามี ส.ส. ได้ ๑ คน กรุงเทพฯ มี ส.ส. ได้ ๓๓ คน สสร. น่าจะต้องเทียบเคียงกับจํานวนของประชากร ด้วยหรือไม่ ยืนยันไหมครับว่าพรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และคณะรัฐมนตรี ซึ่งยื่นร่างต่อไปนี้ในการเสนอ สสร. จะไม่เข้าไปก้าวก่าย จะไม่เข้าไปแทรกแซงในการเลือกตั้ง สสร. ทั้งหมด ๗๗ คน จะไม่เข้าไปก้าวก่ายในการสรรหา สสร. อีก ๒๒ คน ท่านยืนยันกับ รัฐสภาแห่งนี้สิครับว่าท่านจะไม่ทําอย่างนั้น นอกจากนั้นในจํานวน ๒๒ คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ทางวิชาการ ผมต้องขอติงนะครับว่าประธานสภาจะเป็นผู้กําหนดในการเลือกคณะกรรมการ ขึ้นมา และหลังจากนั้นก็ให้แต่ละองค์กรนั้นส่งเสนอชื่อเข้ามา ๒ คนบ้าง ๓ คนบ้างว่ากันไป แต่ประธานรัฐสภานั้นต้องยืนยันชัดเจนว่ากรรมการที่ท่านจะเลือกสรรต้องมีความเป็นกลาง มีความเท่าเทียมของสมาชิกรัฐสภาในขณะนี้ จะไม่เลือกคนของตัวเองเข้าไปเป็นกรรมการ ในเรื่องนี้ นอกจากนั้นคุณสมบัติของ สสร. ซึ่งเขียนเอาไว้นั้นคร่าว ๆ มากเลยนะครับ มีเรื่องอายุ เรื่องการศึกษา สิ่งที่สําคัญของ สสร. ก็คือว่าทั้ง ๒ ส่วนน่าจะมีคุณสมบัติอื่น ๆ อีกใช่ไหมครับ เช่น ต้องไม่ติดยาเสพติดให้โทษ ต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย หรือเคยเป็น บุคคลล้มละลายทุจริต ต้องไม่ต้องคําพิพากษาให้จําคุกและถูกคุมขังโดยหมายของศาล หรือว่าถ้าไปดูคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาก็ยังมีคุณสมบัติเพิ่มเติมอีก เช่น ไม่เป็นบุพการี คู่สมรส หรือบุตรของผู้ดํารงตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ไม่เป็นสมาชิกหรือผู้ดํารงตําแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง หรือเคยเป็นสมาชิก หรือเคยดํารงตําแหน่ง หรือพ้นจากการเป็นสมาชิกไม่เกินกว่า ๕ ปี สสร. ต้องมีคุณสมบัติ ต่าง ๆ เหล่านี้ไหมครับ เพราะจะมายกร่าง ยกกติกากันใหม่ของประเทศไทย เป็นกฎหมายสูงสุด ในการปกครองประเทศ ทําไมคุณสมบัติจึงเขียนไว้น้อยมาก นอกจากนั้นสิ่งที่ต้องเรียกร้อง ก็คือว่าหลังจากเป็น สสร. แล้ว ร่างรัฐธรรมนูญกันเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้วต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับ การเมืองด้วยไหมครับ ผมเสนอว่าต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเป็นระยะเวลา ๕ ปีที่จะไม่ดํารง ตําแหน่งใด ๆ อย่างน้อย ๕ ปี เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่า สสร. ที่เลือกมาและตั้งใจเข้ามานั้น ไม่ต้องการผลประโยชน์ทับซ้อนให้กับตนเอง นอกจากนั้นสิ่งที่สําคัญที่ประชาชนสงสัย คือผมอยากจะให้ยืนยันในที่ประชุมรัฐสภา เช่น กรณีของการเรียกร้องของกลุ่มกลุ่มหนึ่ง ที่บอกว่าต้องให้พระมหากษัตริย์ปฏิญาณตน หรือสาบานตนในสภาก่อนรับตําแหน่ง อย่างนี้เป็นต้น จะเกิดขึ้นไหมล่ะครับ ยืนยันสิครับ พรรคเพื่อไทยออกมายืนยันสิครับว่า จะไม่มีเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยืนยันไหมครับ เพราะเขาบอกว่า ต้องมีการแก้ไขสถาบันหลักของชาติครั้งใหญ่ ทั้งกองทัพ ศาล และองค์กรอิสระ โดยกองทัพ ต้องอยู่ภายใต้อํานาจและคําสั่งของฝ่ายการเมือง ประธานศาลฎีกาและเหล่าตุลาการทั้งหลาย จะต้องอยู่ภายใต้คณะรัฐมนตรีแทนที่จะเป็นพระมหากษัตริย์ และให้ยกเลิกองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย นี่คือคําเรียกร้องของกลุ่มกลุ่มหนึ่งนอกสภานะครับ ซึ่งผมเชื่อว่า ก็เป็นกลุ่มที่เกี่ยวพันกับพวกท่านอย่างชัดเจน ปฏิเสธไม่ได้ ท่านยืนยันไหมครับว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่เข้ามาอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนนั้นมีความสงสัยว่า ท่านจะโยงเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เข้ามาหรือไม่ หรือแม้กระทั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว คดีความต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้จะหลุดพ้นไปหรือไม่ที่เกี่ยวข้องกับบรรดานักการเมือง ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองทั้งหลายนั้น มีคําตัดสินไปแล้วในบางคดีและอยู่ในระหว่าง การดําเนินการกระบวนการอยู่อีกในบางคดี คดีต่าง ๆ เหล่านั้นตกไปไหมครับ ซึ่งก็ไม่ควร จะตกนะครับ เพราะว่านั่นก็คือสิ่งที่ทําไปแล้วถูกต้องตามกฎหมายและบุคคลต่าง ๆ เหล่านั้น ก็ต่อสู้ในชั้นศาลอย่างถูกต้องแล้วเช่นเดียวกัน

ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะขอฝากก็คือว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เกิดขึ้นจริงและเสร็จสิ้นลง กรุณายืนยันให้ชัดเจนในรัฐสภาแห่งนี้สิครับว่าท่านจะยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญใหม่ ถ้าเสร็จสิ้นปีนี้อย่างที่หลายคนพูดกันก็หมายความว่า จะยุบสภากันปลายปี ๒๕๕๕ ใช่หรือไม่ครับ จะทําอย่างนั้นใช่หรือไม่พูดให้ตรงนะครับ แล้วผมหวังว่าท่านนายกรัฐมนตรีเสร็จภารกิจข้างนอกแล้วกรุณากลับเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ให้เกียรติที่ประชุมรัฐสภาบ้าง เพราะท่านมายื่นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรีด้วย ถ้าท่านประธานจะให้กล้องไปจับดูภาพของคณะรัฐมนตรีในวันนี้มีนั่งอยู่เพียงท่านเดียว เท่านั้น ไม่เพียงพอหรอกครับที่จะบอกว่ารับฟังความคิดเห็นของสมาชิกรัฐสภาในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหัวใจสําคัญของกฎหมายสําคัญของชาติครับ ขอบพระคุณครับ