ประกอบ รัตนพันธ์ แสดงความไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่าเหตุผลไม่เพียงพอและไม่ควรนำไปสู่การแก้ไข และแสดงความกังวลเกี่ยวกับการกระทบสถาบันชั้นสูงที่คนไทยเทิดทูน และเรียกร้องให้รัฐบาลรับรองไม่แก้ไขมาตรา 8-25 ในหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญปี 2550
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมเองได้ดูร่างแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ฉบับ ทั้งฉบับของรัฐบาล ทั้งฉบับ ของพรรคเพื่อไทยและฉบับของพรรคชาติไทยพัฒนา อีกทั้งได้ฟังจากการอภิปราย ของเพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ทั้ง ๓ ส่วน คือจากวุฒิสภา พรรครัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ เท่าที่ผมตรวจสอบหลักการ เหตุผลในการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้น ปรากฏว่ามีหลักการที่เป็นเหตุแห่งการอ้างเพื่อที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ๓ ประการหลัก ด้วยกัน
ประการที่ ๑ มองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ไม่เป็นประชาธิปไตย
ประการที่ ๒ อ้างว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง
ประการที่ ๓ อ้างว่ารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรอิสระไม่เชื่อมโยงกับพี่น้องประชาชน
๓ เหตุที่กล่าวอ้างบอกว่านําไปสู่ความขัดแย้งของพี่น้องประชาชน และเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าถ้าเรามองกันอย่างเป็นธรรม มองอย่างใจยุติธรรม มองอย่างไม่มีอคติใด ๆ ทั้งสิ้น มองแบบไม่เอาความแค้นในอดีตเข้ามาสะสาง ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าเหตุ ๓ ประการนั้นอาจจะมีจริงครับ แต่น้อยมาก ไม่ควรเป็นสาเหตุที่จะ นําไปสู่การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ที่ผมกราบเรียนท่านประธานเนื่องจากว่า เพื่อนสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้หลายท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขได้ แต่ไม่ใช่ว่าแก้ไขบ่อย เหมือนกับเปลี่ยนเสื้อผ้า มันไม่ศักดิ์สิทธิ์ ไม่เป็นที่เชื่อถือของพี่น้องประชาชน และอารยประเทศอย่างแน่นอน
ท่านประธานที่เคารพครับ การประชุมรัฐสภาวันนี้เป็นการพิจารณา รับหลักการที่จะแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราจะรับ หลักการเพื่อที่จะเปิดประตูสู่การปรับปรุงแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือไม่นั้น ผมเรียนท่านประธานไปยังรัฐบาล ไปยังเพื่อนสมาชิกรัฐสภาในที่นี้นะครับ ด้วยเหตุผลที่สําคัญเป็นคําถามสั้น ๆ เพื่อนําไปสู่คําตอบและนําไปสู่เหตุผลว่าควรที่ที่จะรับ หลักการเพื่อที่จะนําไปสู่การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ๓ ข้อ ด้วยคําถาม
คําถามข้อที่ ๑ ถามว่าเหตุอ้างที่จะไปแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้นที่บอกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ไม่เป็นประชาธิปไตยจริงหรือไม่ ที่ผมถาม คําถามนี้เพราะว่าในที่ประชุมสภาแห่งนี้มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หลายท่านบอกว่า ไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะว่ามาจากคณะรัฐประหาร เปรียบเสมือนว่าต้นไม้ที่เป็นพิษ ลูกไม้ที่เกิดมาย่อมเป็นพิษฉันใดฉันนั้น หลายท่านบอกว่าวิธีการได้มาของรัฐธรรมนูญนั้น ไม่สําคัญเท่ากับสาระเนื้อหาของรัฐธรรมนูญ ถ้าเกิดว่าเนื้อหาของรัฐธรรมนูญดี ไม่ว่า จะมาอย่างไรก็น่าที่จะยอมรับได้ ก็กราบเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ แล้วกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มันเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ แล้วแต่มุมมองครับ แต่ผมกราบเรียนว่า ถ้าเรามองถึงการได้มา มองถึงการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นํามาสู่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านอย่าลืมนะครับว่าทําไมที่มีการรัฐประหาร ทําไมที่มี สสร. เกิดขึ้นแล้วก็แก้ไข รัฐธรรมนูญ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา ท่านประธานครับ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ สิ่งที่เราไม่คิด ไม่คาด ไม่ฝัน และไม่อยากพบ ก็คือการปฏิวัติ แต่ท่านเชื่อไหมครับ การปฏิวัติวันนั้นเป็นเรื่องเหลือเชื่อ เป็นเรื่องช็อค (Shock) ของสังคม เพราะว่าการปฏิวัติเป็นสิ่งเลวร้ายมากครับ แต่ผมถามท่านประธานว่า วันนั้นคนทําการปฏิวัติได้รับดอกไม้นะครับ ถามว่าทําไม เหตุผลผมคิดว่าไม่ยากท่านประธานครับ ณ วันนั้น ผมเชื่อว่าการปฏิวัติเลวร้ายน้อยกว่าการปกครองแผ่นดิน การปกครองแผ่นดิน ทําให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ผลประโยชน์ทับซ้อน การทุจริต การแทรกแซงองค์กรอิสระ การปฏิวัติ พี่น้องประชาชนแซ่ซ้อง ยินดี ซึ่งไม่ควรปรากฏขึ้นในสังคมประชาธิปไตย แต่วันนั้นเกิดขึ้นแล้วครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ เนื้อหาสาระ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ นั้น ปิดช่องโหว่ จุดอ่อนของปี ๒๕๕๐ ทําให้คนที่คิด ทรยศต่อบ้านเมือง ทําให้คนที่คิดไม่ดีต่อประเทศชาติทํายากขึ้น ด้วยเหตุนี้หรือเปล่าครับ ที่จะทําให้หลายคนอึดอัดใจกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ และพยายามที่จะทําร้าย ยกเลิกกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ขึ้นใหม่ ใช่หรือไม่
ท่านประธานครับ คําถามข้อที่ ๒ ผมถามว่า ถ้าเกิดว่าแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญแล้วประเทศชาติดีขึ้นไหมครับ พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้นไหมครับ ใครรับรอง ได้ครับ วันนี้ผมเข้าใจว่าท่านประธานเอง รัฐบาลเอง เพื่อนสมาชิกรัฐสภาเองตระหนักอยู่ ในใจนะครับว่า ถ้าแก้ไขรัฐธรรมแน่นอนที่สุดครับ ความขัดแย้งในสังคมซึ่งเราไม่อยากให้ เกิดขึ้นกลับมาอย่างแน่นอน รัฐบาลมีความสุขหรือครับที่พี่น้องประชาชนแตกแยกกัน ทําร้ายกัน ท่านไม่คิดที่จะนําประเทศชาติให้มันโดดเด่นในสังคมอาเซียนหรือครับ เราคิดที่จะ เห็นแก่ตัวอย่างนี้หรือครับ ผมคิดว่าเป็นความคิดที่ไม่ควรอย่างยิ่ง
สุดท้ายครับ คําถามที่ ๓ ซึ่งเป็นคําถามใหญ่ และเป็นคําถามที่พี่น้องประชาชน คนไทยกังวลมาก ก็คือเรื่องการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญไปกระทบกับสถาบันชั้นสูงที่ ปวงชนชาวไทยเทิดทูนเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมหรือไม่ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเฉลิมได้พูด ในที่ประชุมสภาแห่งนี้นะครับ แต่ผมกราบเรียนว่าพูดไม่หมด ถ้าเกิดเป็นหลักประกันจริง ๆ แล้ว รัฐบาลต้องรับรองว่าจะไม่ต้องไปแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ในหมวด ๒ ที่ว่าด้วย พระมหากษัตริย์ มาตรา ๘ ถึงมาตรา ๒๕ ถ้าอย่างนี้ผมเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนคนไทย คงจะพอรับได้ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าคําถาม ๓ ข้อของผม ถ้าเกิด รัฐบาลตอบไม่ได้ก็ไม่ควรรับหลักการในกฎหมายรัฐธรรมนูญนะครับ ขอบพระคุณมากครับ