ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง หารือเรื่องรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และปี ๒๕๕๐ และเรียกร้องให้สมาชิกสภานิติบัญญัติไม่ไว้วางใจพรรคการเมืองที่มีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีความเชื่อว่าประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับการเมืองและสามารถเลือกตั้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กลุ่มคนที่กล่าวหาและกล่าวร้ายพรรคเพื่อไทยไม่ชนะการเลือกตั้ง
ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย รองนายกรัฐมนตรี ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้กระผมนําเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ท่านได้อภิปรายตั้งแต่แรกนี่ต้องขอชื่นชมว่าดีมาก ท่านยกประเด็นว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ว่าดี แล้วมามีข้อบกพร่องทีหลัง แล้วรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ไปปรับ แต่รอบท้าย ๆ ท่านเหมือน อภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านมาผิดคิว แล้วก็มาผิดงาน ถ้าจะไม่ไว้วางใจต้องรอบหน้าสิครับ แล้วท่านให้ผมยืนยัน ผมยืนยันตรงนี้ ๑. พรรคเพื่อไทยไม่แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ โดยเด็ดขาด และพรรคเพื่อไทยเป็นประชาธิปไตย ถ้าสมาชิกบางคนเขาจะไป ลงชื่อเห็นด้วยกับแก้แล้วบังคับเขาได้หรือครับ ท่านอย่าเอาข้อยกเว้นมาเป็นหลัก ในการวิจารณ์รัฐบาล ผมจะบอกให้ว่าปี ๒๕๔๐ พันตํารวจโท ทักษิณ ยังไม่ได้เล่นการเมือง สมัครเป็นสมาชิก สสร. ที่จังหวัดเชียงใหม่แข่งมากับพลตํารวจเอก สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ มีนักการเมืองและพรรคการเมืองพรรคหนึ่งมันคิดอุบาทว์สกัดพันตํารวจโท ทักษิณ นี่ละครับ ไม่ได้ผ่านเป็น สสร. เพราะฉะนั้นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ พรรคการเมืองที่อุบาทว์ พรรคหนึ่ง แกล้งพันตํารวจโท ทักษิณ พันตํารวจโท ทักษิณ จึงไม่ได้มีส่วนร่วมร่าง แล้วการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญขณะนั้น ผมเองนี่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มีโอกาสปรึกษาก็มีแนวคิดเบื้องต้นว่าต้องการให้รัฐบาลเข้มแข็งยื่นญัตติต่อ ๒ ใน ๕ พรรคไทยรักไทยเขาชนะขาด ฝ่ายค้านมีไม่ถึง ๒๐๐ เสียง ก็ยื่นไม่ได้นี่ครับ มันไม่ใช่รัฐบาล ไปห้ามไม่ให้ยื่น ก็กําหนดกติกากันเอาไว้อย่างนั้น เมื่อยื่นไม่ได้ ก็ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญ วันนี้มันชัดครับว่าพรรคประชาธิปัตย์ชอบรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ พวกผมไม่ชอบ ผมเห็นควรแก้ แต่แก้อย่างไรเป็นเรื่องของ สสร. เป็นอนาคต เย็นผมจะอธิบายคําว่า เช็คเปล่า ให้ฟัง ปี ๒๔๗๕ ปี ๒๔๗๖ ก็ยังคิดว่าประชาชนยังจบประถมศึกษาไม่เกินกึ่งครึ่ง นี่ผ่านมา ๘๐ ปี ถ้านักการเมืองจะคิดอย่างนั้นก็เป็นเรื่องพวกท่าน ถึงเวลาเลือกตั้งจะเป็นตัวตัดสิน เช็คเปล่า ประชาชนเขาก็ฉีกทิ้งนะครับ เขาจะไปยอมรับหรือ มันกลั่นกรองตั้งเยอะ ท่านพูดเมื่อสักครู่ถูกใจผมจริง ๆ ที่ท่านบอกอ้ายนักการเมือง พูดง่าย ๆ ท่านพูดทํานองว่า นักการเมืองทุจริตการเลือกตั้ง ซื้อเสียง แล้วมาเป็นรัฐบาล แล้วโกงกิน แล้วทุจริตการเลือกตั้ง ใช้อํานาจ บังเอิญว่าท่านลืมไปนิดหนึ่งเลือกตั้งปี ๒๕๕๐ ท่ามกลางอํานาจเผด็จการ ท่ามกลางอํานาจอันชั่วร้าย ผมไปปราศรัยที่ไหนมีรถประกบหัวท้ายแต่พอดีเป็นตํารวจเก่า ผมก็เฉย ๆ ตํารวจยังไม่ยอมมาดูแลเวลาพวกผมไปปราศรัยทั้ง ๆ เป็นหน้าที่ ไม่มีอํานาจรัฐ ตอนนั้นอํานาจรัฐมาจากการปฏิวัติ พวกผมก็ชนะ ชนะใครไม่อยากพูดเดี๋ยวพาดพิง พอตอนหลังกลับขั้ว พวกท่านมาเป็นรัฐบาล ๒ ปี ๗ เดือน เลือกตั้งวันที่ ๓ กรกฎาคม ยากลําบาก ขออําเภอปราศรัย ไม่ให้ ขอผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ให้ ขอโรงเรียน ไม่ให้ ต้องไปปราศรัยตามสุมทุมพุ่มไม้ พวกผมก็ได้มา ๒๖๕ ที่นั่ง เพราะฉะนั้นที่ท่านพูดนะถูก อ้ายนักการเมืองมันชั่ว มันเลว มันใช้อํานาจแล้วชนะเลือกตั้ง ถูกต้องที่สุดพวกผมก็ปลอดภัยไป เพราะพวกผมอยู่ในสถานะลําบาก ต้องชมท่านนะว่าประธานวิปพูดตรงครับ
อีกอันหนึ่งที่ท่านทําเป็นเหมือนไม่เข้าใจ ท่านประธานรัฐสภาที่เคารพครับ ร่างที่รัฐบาลเสนอมาชัดเจน แจ่มแจ้งไม่ได้มีอะไรเคลือบแคลงครับ ในมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทําไม่ได้ ท่านมีสิทธิสงสัย ท่านมีสิทธิระแวง แต่อย่าไปคิดสิครับว่าพวกท่านจะผูกขาดความจงรักภักดีไว้พรรคเดียว พรรคผมนี่นายทหาร นายตํารวจเดินชนกันหัวแตกทุกวันที่พรรคเพื่อไทย ราชองครักษ์ทั้งนั้นครับ ท่านดูอีกวรรคสิครับ ในกรณียกร่างรัฐธรรมนูญแล้วไปขัดแย้งกับมาตรา ๒๙๑/๑๑ วรรคห้า เขาให้รัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคห้าให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นตกไป นี่หรือครับ ไม่มีหลักประกัน มีครบ แต่พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่ลืมเมื่อ ๘๐ ปีที่แล้ว ๘๐ ปีที่แล้ว คณะราษฎร์ให้มีผู้แทนประเภท ๑ ให้มีผู้แทนประเภท ๒ แล้วบอกว่าถ้าประชาชนมีความรู้ แล้วถึงจะมีผู้แทนประเภทหนึ่งมาจากการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่รัฐบาล ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทยวันนี้มีความเชื่อว่าประชาชนรู้การเมือง เรียนการเมือง เก่งการเมือง เข้าใจการเมือง เขาถึงเลือกตั้งอย่างนี้ละครับ ท่ามกลางการรณรงค์หาเสียง ป้ายขึ้นพรึบหมดว่าพวกผมไม่จงรักภักดี ทั้ง ๆ ที่พวกผมจงรักภักดี ถ้าประชาชนเขาเชื่อ กลุ่มคนที่กล่าวหา กล่าวร้ายพวกผม ไม่ชนะอย่างนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นยืนยันว่า เรามีวิธีการแก้ไขเอาไว้เด็ดขาด และผมไม่อยากจะให้ผู้อภิปรายคนอื่น หมวดพระมหากษัตริย์ว่า อย่างไร ไม่แตะต้องโดยเด็ดขาด วรรคห้าเขียนเสีย ถ้าเกิด สสร. รุ่มร่ามก็ยังบอกเลย ให้รัฐสภาวินิจฉัย ให้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีลักษณะต้องห้ามตามวรรคห้าตกไป นี่หรือครับ ไม่มีหลักประกัน เดิมผมกะว่าจะรวบไว้ตอนเย็น ปี ๒๕๔๐ มีพรรคการเมืองอุบาทว์ พรรคหนึ่งปิดกั้น พันตํารวจโท ทักษิณไม่ให้เป็น สสร. แล้วมาแพ้ พลตํารวจเอก สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ ในสภา คนรุ่นใหม่จะได้รู้ประวัติ เดี๋ยวตอนบ่ายผมมีอีกหนึ่งรอบครับ รอบนี้เอาเท่านี้ก่อน ขอบพระคุณครับท่านประธาน